1
สารบัญ 2
เร่อื ง หน้า
คำอธิบายรายวิชา 1
โครงสร้างรายวชิ า 2
โครงสร้างหนว่ ยการเรยี นรู้ 4
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 1 6
14
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 2 22
39
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 3 46
33
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 4 54
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 5 62
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 6
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 7
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8
คำอธบิ ายรายวชิ า 1
รหสั วชิ า ว21103 วชิ า วทิ ยาการคำนวณ กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 1 เวลา 20 คาบ จำนวน 1 หนว่ ยกติ
ศึกษาแนวคิดเชิงนามธรรม การคัดเลือกคุณลักษณ์ที่จำเป็นต่อการแก้ปัญหา ขั้นตอนการแก้ปัญหา
การเขียนรหัสลำลองและผังงาน การเขียนออกแบบและเขียนโปรแกรมอย่างง่ายที่มีการใช้ตัวแปร เงื่อนไข
และการวนซ้ำ เพื่อแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์ การรวบรวมข้อมูลปฐมภูมิ การประมวลผล
ข้อมูล การสร้างทางเลือกและประเมินผลเพื่อตัดสินใจ ซอฟต์แวร์และบริการบนอินเตอร์เน็ตที่ใช้ในการจัดการ
ข้อมูล แนวทางการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศให้ปลอดภัย การจัดการอตั ลกั ษณ์ การพจิ ารณาความเหมาะสม
ของเนอ้ื หา ขอ้ ตกลงและข้อกำหนดการใชส้ ื่อและแหลง่ ขอ้ มลู
นำแนวคิดเชิงนามธรรมและขั้นตอนการแก้ปัญหา ไปประยุกต์ใช้ในการเขียนโปรแกรม หรือ การ
แก้ปัญหาในชีวิตจริง รวบรวมข้อมูลและสร้างทางเลือก ในการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพและตระหนักถึง
การใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย เกิดประโยชน์ต่อการเรียนรู้ และไม่สร้างความเสียหายให้แก่
ผูอ้ ื่น
ตวั ช้ีวัด
ว 4.2 เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)
ว 4.2 ม.1/1 ออกแบบอัลกอริทมึ ท่ีใช้แนวคิดเชงิ นามธรรม เพอื่ แก้ปัญหาหรืออธิบายการทำงานทพ่ี บ
ในชีวติ จรงิ
ว 4.2 ม.1/2 ออกกแบบและเขยี นโปรแกรมอยา่ งงา่ ย เพื่อแกป้ ญั หาทางคณิตศาสตรห์ รอื วิทยาศาสตร์
ว 4.2 ม.1/3 รวบรวมขอ้ มลู ปฐมภมู ิ ประมวลผล ประเมินผล นำเสนอข้อมลู และสารสนเทศ ตาม
วัตถปุ ระสงค์ โดยใชซ้ อฟตแ์ วรห์ รือบริการบนอนิ เตอรเ์ น็ตท่ีหลากหลาย
ว 4.2 ม.1/4 ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอย่างปลอดภยั ใช้ส่อื และแหลง่ ข้อมลู ตามขอ้ กำหนดและขอ้ ตกลง
รวมทง้ั หมด 4 ตัวชวี้ ัด
โครงสร้างรายวิชา 2
กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รหสั วิชา ว21103
รายวิชา วทิ ยาการคำนวณ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1
ลำดับ ชอ่ื หนว่ ยการ มฐ/ตช/ผล สาระการเรยี นรู้ เวลา นำ้ หนกั
ท่ี เรียนรู้ การเรยี นรู้ (คาบ) คะแนน
1 แนวคิดเชงิ ว 4.2 ม.1/1 แนวคดิ เชิงนามธรรม เปน็ การประเมิน 2
นามธรรม ความสำคญั ของปญั หา แยกแยะส่วน
ท่เี ป็นสาระสำคัญท่ีจำเป็นตอ้ งใชแ้ ก้ปญั หา ออก
จากสว่ นทไี่ ม่ใชส่ าระสำคัญ
2 อัลกอรทิ ึม ว 4.2 ม.1/2 การแก้ปัญหาอย่างเป็นข้นั ตอนจะชว่ ยให้ 4
แก้ปัญหาได้อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ
3 การแกป้ ัญหาดว้ ย ว 4.2 ม.1/2 1.การออกแบบและเขยี นโปรแกรมทีม่ ีการใชต้ ัว 6
ภาษาไพทอน แปร
2.การออกแบบและเขียนโปรแกรมแบบมกี ารวน
ซ้ำ
3.การออกแบบและเขียนโปรแกรมแบบมี
ทางเลอื ก
4.การออกแบบอลั กอรทิ มึ เพ่ือแกป้ ญั หาทาง
คณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตรอ์ ยา่ งงา่ ย
อาจใชแ้ นวคิดเชงิ นามธรรมในการออกแบบ
เพ่ือใหก้ ารแกป้ ญั หามีประสทิ ธิภาพ
5.ซอฟตแ์ วรท์ ใี่ ช้ในการเขยี นโปรแกรม เชน่
Scratch, python, java, c
ลำดบั ชือ่ หนว่ ยการ มฐ/ตช/ผล สาระการเรียนรู้ 3
ท่ี เรยี นรู้ การเรยี นรู้ เวลา น้ำหนกั
(คาบ) คะแนน
4. ขอ้ มูลและการ ว 4.2 ม.1/3 การรวบรวมข้อมูลจากแหล่งขอ้ มูลปฐมภูมิ 4
ประมวลผล จะตอ้ งมกี ารวางแผนและเลอื ก
รูปแบบวิธีการรวบรวมขอ้ มูลที่เหมาะสม เพือ่ ให้
ไดข้ อ้ มลู ทีต่ รงกบั ความต้องการ
มากทสี่ ดุ แล้วจงึ นำขอ้ มลู ท่ีได้มาตรวจสอบความ
ครบถว้ น ถูกตอ้ ง เพ่อื เตรยี ม
ข้อมลู ให้พรอ้ มสำหรับการประมวลผล
5 การใช้เทคโนโลยี ว 4.2 ม.1/4 1.ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภยั เช่น 4
สารสนเทศอยา่ ง การปกป้องความเปน็ สว่ นตัว
ปลอดภยั และอตั ลกั ษณ์
2.การจัดการอัตลักษณ์ เชน่ การต้ังรหัสผ่าน การ
ปกปอ้ งขอ้ มลู สว่ นตัว
3.การพจิ ารณาความเหมาะสมของเนอื้ หา เชน่
ละเมดิ ความเป็นสว่ นตัวผูอ้ ื่น
อนาจาร วิจารณ์ผ้อู ่นื อยา่ งหยาบคาย
4.ข้อตกลง ขอ้ กำหนดในการใชส้ อื่ หรือ
แหล่งขอ้ มลู ตา่ ง ๆ เชน่ Creative
Commons
รวม 20
โครงสรา้ งแผนการจดั การเรียนรู้ 4
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รหสั วิชา ว21103
รายวิชา วิทยาการคำนวณ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1
หน่วยการเรียนรู้ แผนการจดั การเรยี นรู้ กระบวนการจดั ทกั ษะ สมรรถนะสำคัญ เวลา
(คาบ)
1. แนวคิดเชงิ 1.แนวคิดเชิงนามธรรม การเรยี นรู้ การคดิ 1.ความสามารถ
นามธรรม ในการคดิ 2
กระบวนการสรา้ งเจตคติ 1.การคิด 2.ความสามารถ
ในการแก้ปัญหา 4
วิเคราะห์ 1.ความสามารถ
ในการคดิ 4
2.การคดิ 2.ความสามารถ
ในการแก้ปัญหา 2
สังเคราะห์
1.ความสามารถ 2
2.อลั กอริทึม 2.อัลกอริทึมและขนั้ ตอน กระบวนการสรา้ งความ 1.การคดิ ในการแกป้ ัญหา 2
การแก้ปัญหา 2.ความสามารถ
ตระหนัก แก้ปัญหา ในการใช้
เทคโนโลยี
2.การคิด 1.ความสามารถ
ในการแก้ปัญหา
วเิ คราะห์ 2.ความสามารถ
ในการใช้
3.การแก้ปญั หา 3.ร้จู กั ไพทอน กระบวนการปฏิบัติ 1.การคดิ เทคโนโลยี
ด้วยภาษาไพทอน ความสามารถใน
วิเคราะห์ การแก้ปัญหา
1.ความสามารถ
2.การคิด ในการแกป้ ญั หา
สังเคราะห์ 2.ความสามารถ
ในการใช้
4.การทำงานแบบวนซำ้ กระบวนการปฏิบตั ิ 1.การคดิ เทคโนโลยี
และแบบมที างเลือก
วเิ คราะห์
2.การคิด
สังเคราะห์
4.ขอ้ มูลและ 5.ข้อมลู กบั สารสนเทศ กระบวนการสร้างเจตคติ การคดิ
การประมวลผล 6.การประมวลผลขอ้ มูล สังเคราะห์
กระบวนการปฏบิ ัติ 1.การคิด
วิเคราะห์
2.การคดิ
สังเคราะห์
หนว่ ยการเรยี นรู้ แผนการจดั การเรยี นรู้ กระบวนการจัด ทกั ษะ 5 เวลา
การเรยี นรู้ การคิด สมรรถนะสำคัญ (คาบ)
5.การใช้ 7.ความปลอดภยั ของ ความสามารถใน
เทคโนโลยีอย่าง ระบบสารสนเทศ กระบวนการสรา้ งความ 1.การคิด การแก้ปญั หา 2
ตระหนัก วิเคราะห์
ปลอดภัย 2.การคิด ความสามารถใน 2
กระบวนการสร้างความ สงั เคราะห์ การแก้ปัญหา
8.จริยธรรมในการใช้ ตระหนกั 20
เทคโนโลยีสารสนเทศ 1.การคิด
รวม วิเคราะห์
2.การคิด
สงั เคราะห์
6
แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 1
กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชาเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ระดับชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 1 เรื่อง แนวคิดเชิงนามธรรม
เรอื่ ง แนวคิดเชิงนามธรรม จำนวน 2 คาบ
วนั ................ เดอื น..................... พ.ศ. ................. เวลาเรยี น..…….........……
ครผู ู้สอน นางสาวสุนนั ทพร ทาปศรี โรงเรยี นบา้ นดงตาหวัง อำเภอโพธ์ไิ ทร จงั หวัดอบุ ลราชธานี
1.มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตวั ช้ีวัด/ผลการเรยี นรู้
สาระท่ี 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจ และใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี
ประสิทธภิ าพ รเู้ ท่าทัน และมีจริยธรรม
ตัวชี้วัด ม.1/1 ออกแบบอัลกอริทึมที่ใช้แนวคิดเชิงนามธรรม เพื่อแก้ปัญหาหรืออธิบายการทำงานที่
พบในชวี ิตจรงิ
2.สาระการเรยี นรู้
แนวคิดเชิงนามธรรม เป็นการประเมินความสำคัญของรายละเอียดของปัญหา แยกแยะ ส่วนที่เป็น
สาระสำคญั ออกจากสว่ นทีไ่ ม่ใชส่ าระสำคัญ
3. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
- แนวคดิ เชิงนามธรรม
- ใชแ้ นวคิดเชงิ นามธรรมจำแนกรายละเอียดของการแกป้ ญั หา
4.จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. นักเรยี นอธิบายลักษณะของแนวคิดเชงิ นามธรรมได้ (K)
2. นกั เรียนออกแบบวธิ ีการแกป้ ัญหาโดยใช้แนวคิดเชงิ นามธรรมได้ (P)
3. นกั เรยี นมีความใฝเ่ รียนรู้ (A)
5. คำถามสำคญั (Big Question)
เมื่อนกั เรยี นมีปญั หาหรือคำถาม นกั เรียนมีวธิ ีการอธบิ ายให้ผู้อืน่ เข้าใจได้อยา่ งไร
6. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ตามหลกั สูตรแกนกลาง 2551 และปรับปรุง 2560 7
ใฝเ่ รียนรู้
7. คุณค่าพระวรสาร ความซอื่ ตรง (regularity)
8. ทักษะการคิด
1. การคิดวเิ คราะห์
2. การคดิ สังเคราะห์
9. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
1. ความสามารถในการคิด
2. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
10. ภาระงาน/ชนิ้ งาน/ร่องรอย/หลกั ฐานการเรยี นรู้
1. แบบฝึกหดั ทา้ ยบท/ใบกิจกรรม
2. สงั เกตพฤติกรรมมสี ่วนร่วมในช้ันเรยี น
11. การออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอน
คาบท่ี 1
1) ข้ันนำเข้าสบู่ ทเรียน
1. ครูตั้งคำถามชวนคิด เมื่อนักเรียนมีปัญหาหรือคำถาม นักเรียนมีวิธีการอธิบายให้ผู้อื่นเข้าใจได้
อย่างไร และถ้านักเรียนเขียนชื่อตนเองเป็นภาษาอังกฤษลงบนกระดาษเพื่อทำป้ายชื่อ จะเขียนได้
ก่แี บบ อะไรบา้ ง
2) ขั้นสอน โดยใช้กระบวนการสรา้ งเจตคติ
1. สังเกต
ครแู จกปากกาสีและกระดาษ A4 ให้นักเรียน แล้วใหน้ กั เรยี นเขียนคำวา่ hello เป็น
ภาษาองั กฤษลงในกระดาษ ตามจินตนาการ แลว้ ใหน้ ักเรียนยกกระดาษใหเ้ พอ่ื นดู
2. วเิ คราะห์
ครูถามนักเรยี นเก่ยี วกับ คำวา่ “h e l l o” ของแตล่ ะคนประกอบไปดว้ ยประเด็นใดบ้างที่
เปน็
ลักษณะทว่ั ไปและประเด็นใดบ้างทเ่ี ปน็ ลักษณะเฉพาะ
3. สรปุ
8
ครูอธิบายตัวอย่างที่ 1.2 แล้วให้ผู้เรียนทำกิจกรรมที่ 1.1 จากหนังสือเรียน แล้วอภิปรายสรุป
ถงึ ผลลพั ธ์ที่ได้
3) ขน้ั สรปุ
1. ครูสุ่มนักเรยี นนำเสนอผลงานในกิจกรรมที่ 1.1 และสรุปเนือ้ หาทีเ่ รยี นร่วมกัน
คาบที่ 2
1) ข้นั นำเขา้ สูบ่ ทเรียน
ครูทบทวนบทเรียนในคาบที่ผ่านมา และเตรียมบัตรรูปภาพที่เป็นรูปภาพต่างๆ เช่น แมว ช้าง เสือ
ผีเส้อื ดอกกหุ ลาบ ทุเรยี น แล้วเลอื กบตั รประเภทละ 1 ใบใส่ไว้ในกลอ่ ง ส่วนที่เหลือแยกไว้ต่างหาก
2) ขัน้ สอน โดยใชก้ ระบวนการสร้างเจตคติ
1. สงั เกต
ครูให้นักเรียนเลือกรูปในกล่องที่เตรียมไว้ 1 รูป หลังจากนั้นให้นักเรียนหารูปที่เหลือที่คิดว่า
อยู่ในกลุ่มเดียวกัน เช่น หากภาพแรกนักเรียนเลือกแมว ส่วนที่เหลือก็ให้เลือกรูปอื่นที่คิดว่าเป็น
แมวอีกจนครบ
2. วิเคราะห์
หลังจากที่นักเรียนเลือกรูปเสร็จแล้ว ครูถามนักเรียนต่อว่าทำไมถึงคิดว่ารูปที่เลือกนั้นจัดอยู่
ในกลมุ่ เดยี วกัน แลว้ ให้ผเู้ รียนตอบคำถามลงในใบกจิ กรรมที่ 2.1 หลงั จากนั้นครูส่มุ ผู้เรยี นมาเฉลย
คำตอบและสรุปสง่ิ ท่ไี ด้
3. สรุป
ครูให้นักเรยี นศึกษาตวั อย่างท่ี 1.3 และทำกิจกรรมท่ี 1.2 จากหนงั สือเรยี น
3) ขัน้ สรุป
ครูและนักเรียนรว่ มกนั สรปุ การใช้แนวคิดเชิงนามธรรมในการแกป้ ัญหา
12. ระบุเทคนคิ การสอนทใี่ ชใ้ นการจดั การเรยี นร้ไู ดม้ ากกวา่ 1 รายการ
1. ใชบ้ รรยาย
2. ใชก้ รณตี ัวอยา่ ง
13. ส่ือและแหลง่ เรียนรู้
1. หนงั สือเรียน
2. สไลดส์ ่ือประกอบการสอน
14. การวดั ประเมนิ วธิ ีการวดั เคร่ืองมือวัด 9
1.แบบฝึกหดั เรือ่ ง
จุดประสงค์การเรียนรู้ 1.การตอบคำถามใน แนวคดิ เชิง เกณฑ์การวดั
แบบฝึกหดั นามธรรม
1.นกั เรียนอธบิ ายลักษณะของแนวคิด 2.แบบประเมนิ ใบ 1.สามารถตอบคำถามใน
เชงิ นามธรรมได้ (K) งาน แบบฝกึ หดั ได้ถกู ต้องตาม
หลกั การ 80 % ขน้ึ ไป
2.นักเรียนออกแบบวธิ ีการแกป้ ญั หาโดย 2.ตรวจใบงาน 3.แบบประเมนิ
ใช้แนวคิดเชงิ นามธรรมได้ (P) พฤติกรรม 2.สามารถวเิ คราะห์
รายละเอยี ดของภาพโดยใช้
3.นกั เรียนมีความใฝเ่ รียนรู้ (A) 3.สังเกตพฤติกรรมใน แนวคดิ เชงิ นามธรรมได้ 80
การทำแบบฝกึ หัด % ข้นึ ไป
3.นกั เรียนมีคุณลักษณะอนั
พึงประสงค์ ได้ 85% ขึน้ ไป
10
แบบประเมินคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
คำช้แี จง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ü ลงใน
ช่องทีต่ รงกับระดับคะแนน
คณุ ลักษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน
อันพงึ ประสงคด์ ้าน 4321
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเมือ่ ได้ยนิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และอธบิ ายความหมายของ
กษัตรยิ ์ เพลงชาติ
1.2 ปฏบิ ัตติ นตามสทิ ธแิ ละหน้าที่ของนกั เรยี น
1.3 ให้ความร่วมมือ ร่วมใจ ในการทำงานกบั สมาชกิ ในโรงเรียน
1.4 เข้ารว่ มกจิ กรรมและมสี ว่ นรว่ มในการจัดกิจกรรมท่ีสรา้ งความสามัคคี
ปรองดอง และเป็นประโยชนต์ ่อโรงเรียนและชมุ ชน
1.5 เขา้ รว่ มกจิ กรรมทางศาสนาท่ีตนนบั ถอื ปฏิบัตติ นตามหลกั ของศาสนา
1.6 เขา้ รว่ มกจิ กรรมและมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมทเี่ กยี่ วกับสถาบัน
พระมหากษตั รยิ ต์ ามทีโ่ รงเรียนและชุมชนจัดขึ้น
2. ซื่อสตั ย์ สจุ รติ 2.1 ให้ข้อมลู ทถี่ กู ต้อง และเป็นจรงิ
2.2 ปฏบิ ตั ิในสงิ่ ที่ถูกตอ้ ง ละอาย และเกรงกลัวท่ีจะทำความผดิ ทำตามสญั ญาท่ี
ตนให้ไวก้ บั เพ่ือน พอ่ แม่ หรอื ผูป้ กครอง และครู
2.3 ปฏบิ ัตติ อ่ ผูอ้ น่ื ดว้ ยความซื่อตรง ไมห่ าประโยชน์ในทางท่ีไมถ่ ูกตอ้ ง
3. มวี ินยั รับผดิ ชอบ 3.1 ปฏิบัตติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ของครอบครัว
และโรงเรียน ตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั กิ ิจกรรมตา่ งๆ ในชีวิตประจำวนั และ
รบั ผิดชอบในการทำงาน
4. ใฝเ่ รียนรู้ 4.1 แสวงหาขอ้ มลู จากแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ
4.2 มีการจดบนั ทึกความร้อู ย่างเป็นระบบ
4.3 สรุปความรู้ไดอ้ ย่างมีเหตุผล
5. อยูอ่ ยา่ งพอเพียง 5.1 ใชท้ รพั ยส์ ินของตนเอง เช่น สง่ิ ของ เครอ่ื งใช้ ฯลฯ อย่างประหยดั คุม้ คา่
และเกบ็ รกั ษาดแู ลอย่างดี และใช้เวลาอยา่ งเหมาะสม
5.2 ใช้ทรพั ยากรของส่วนรวมอย่างประหยดั คุ้มคา่ และเก็บรกั ษาดูแลอยา่ งดี
5.3 ปฏบิ ัติตนและตัดสนิ ใจด้วยความรอบคอบ มีเหตุผล
5.4 ไมเ่ อาเปรยี บผอู้ ื่น และไม่ทำใหผ้ ู้อืน่ เดือดรอ้ น พร้อมให้อภัยเมอ่ื ผ้อู ืน่ กระทำ
ผิดพลาด
คุณลกั ษณะ รายการประเมิน 11
อันพึงประสงคด์ า้ น
5.5 วางแผนการเรียน การทำงานและการใช้ชีวิตประจำวนั บนพืน้ ฐานของ ระดบั คะแนน
6. มุง่ มั่นในการ ความรู้ ขอ้ มลู ขา่ วสาร 4321
ทำงาน
5.6 รเู้ ท่าทนั การเปลี่ยนแปลงทางสงั คม และสภาพแวดลอ้ ม ยอมรบั และปรับตัว
7. รักความเปน็ ไทย อยู่ร่วมกับผู้อนื่ ไดอ้ ย่างมคี วามสุข
8. มจี ติ สาธารณะ
6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานท่ีไดร้ บั มอบหมาย
6.2 มคี วามอดทนและไมท่ อ้ แทต้ ่ออุปสรรคเพือ่ ให้งานสำเร็จ
7.1 มจี ติ สำนกึ ในการอนุรกั ษว์ ฒั นธรรมและภูมิปัญญาไทย
7.2 เหน็ คุณคา่ และปฏิบตั ิตนตามวัฒนธรรมไทย
8.1 ร้จู กั ชว่ ยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครทู ำงาน
8.2 อาสาทำงาน ช่วยคิด ช่วยทำ และแบง่ ปนั สิง่ ของใหผ้ ู้อ่นื
8.3 ดแู ล รักษาทรพั ยส์ มบัติของห้องเรียน โรงเรยี น ชุมชน
8.4 เขา้ รว่ มกิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรยี น
ลงชอ่ื ....................................................
ผูป้ ระเมนิ
................ /................ /...............
เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ&การตดั สินคุณภาพ
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ ให้ 4 คะแนน
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยคร้ัง ให้ 3 คะแนน ช4วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้ัง ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมนอ้ ยคร้งั ให้ 1 คะแนน 191 - 108 ดีมาก
73 - 90 ดี
54 - 72 พอใช5
ต่ำกว:า 54 ปรบั ปรุง
12
บันทึกหลงั การจดั การเรยี นรู้
• ผลการจดั การเรยี นรู้
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
• ปัญหา /อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
• แนวทางแก้ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
• ขอ้ เสนอแนะ (ถ้ามี)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ ......................................................
(นางสาวสนุ นั ทพร ทาปศร)ี
ครผู ูส้ อน
13
ขอ้ เสนอแนะ / ความคิดเหน็ ของหัวหนา้ ฝา่ ยวชิ าการ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ.....................................................
(นายปรเมศวร์ มงคลเสรมิ )
หัวหน้าฝ่ายวชิ าการ
ข้อเสนอแนะ / ความคดิ เห็นของผู้บรหิ ารสถานศึกษา
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชือ่ .....................................................
(นายบุญช่วย สายราม)
ผอู้ ำนวยการโรงเรียนบา้ นดงตาหวัง
14
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 2
กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รายวชิ าเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ระดับชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 1
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 2 เร่ือง อัลกอริทึม
เรอื่ ง อัลกอริทมึ และขนั้ ตอนการแกป้ ญั หา จำนวน 4 คาบ
วัน................ เดอื น..................... พ.ศ. ................. เวลาเรียน..…….........……
ครูผสู้ อน นางสาวสนุ นั ทพร ทาปศรี โรงเรียนบ้านดงตาหวงั อำเภอโพธิไ์ ทร จังหวัดอบุ ลราชธานี
1.มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชว้ี ดั /ผลการเรยี นรู้
สาระที่ 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจ และใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ รเู้ ทา่ ทัน และมีจรยิ ธรรม
ตัวช้วี ัด ม.1/2 ออกแบบและเขียนโปรแกรมอย่างงา่ ย เพอื่ แกป้ ัญหาทางคณิตศาสตรห์ รอื วิทยาศาสตร์
2.สาระการเรียนรู้
การแกป้ ญั หาอยา่ งเป็นขนั้ ตอนจะชว่ ยใหแ้ ก้ปัญหาไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
3. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
ข้นั ตอนการแก้ปัญหาทส่ี ำคัญ 4 ขัน้ ตอน
1. การวเิ คราะหแ์ ละกำหนดรายละเอียดของปญั หา
2. การวางแผนการแก้ปัญหา
3. การดำเนนิ การแก้ปัญหา
4. การตรวจสอบและประเมนิ ผล
4.จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. นกั เรยี นอธบิ ายขน้ั ตอนการแก้ปญั หาได้ (K)
2. นกั เรยี นวเิ คราะหแ์ ละทำความเข้าใจกบั ปัญหาได้ (P)
3. นักเรยี นมคี วามรับผดิ ชอบ (A)
5. คำถามสำคัญ (Big Question)
เขยี นอธิบายขน้ั ตอนการเดินทางมาโรงเรยี นใหเ้ พือ่ นเขา้ ใจ และสามารถปฏบิ ัตติ ามได้ 15
6. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ตามหลักสูตรแกนกลาง 2551 และปรบั ปรงุ 2560
ความรบั ผดิ ชอบ
7. คณุ คา่ พระวรสาร การไตร่ตรอง/ภาวนา (reflection/prayer)
8. ทกั ษะการคิด
1. การคิดวิเคราะห์
2. การคิดสงั เคราะห์
9. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น
1. ความสามารถในการคดิ
2. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
10. ภาระงาน/ชิน้ งาน/ร่องรอย/หลกั ฐานการเรยี นรู้
1. แบบฝกึ หดั ท้ายบท/ใบกิจกรรม
2. สงั เกตพฤติกรรมการมีส่วนรว่ มในชัน้ เรียน
11. การออกแบบกจิ กรรมการเรียนการสอน
คาบท่ี 1-2
1) ขั้นนำเขา้ สบู่ ทเรยี น
ผู้สอนยกตัวอย่างปัญหาใกล้ตัวที่พบในชีวิตประจำวัน หรือเล่าถึงปัญหาต่าง ๆ ในสังคม
ขณะนั้น แล้วให้ผู้เรียนช่วยกันบอกเล่ารายละเอียดของปัญหา สาเหตุ และวิธีการแก้ปัญหาน้ัน
แล้วให้ผู้เรียนช่วยกันวิเคราะห์และเลือกวิธีการแก้ปัญหาที่ควรจะเป็น เช่น ปัญหาขยะในโรงเรียน
ปัญหาความล่าชา้ ในการซอ้ื ของจากรา้ นสหกรณโ์ รงเรียนในช่วงเวลาพักกลางวัน
2) ขน้ั สอน โดยใชก้ ระบวนการสรา้ งความตระหนัก
1. สงั เกต
ผูส้ อนแนะนำขั้นตอนการแกป้ ัญหา 4 ข้ันตอน เพ่ือให้ผ้เู รียนนำไปแก้ไขปญั หาต่าง ๆ
ท่ีเกิดข้ึนได้อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ
2. วจิ ารณ์
1. ผสู้ อนยกตวั อย่างโจทยก์ ารหาพื้นท่ีสามเหลี่ยม แลว้ ใหผ้ ู้เรยี นอภิปรายถงึ วิธกี ารหาคำตอบ
โดยเชอื่ มโยงกับขัน้ ตอนการแก้ปญั หา
16
2. ผู้เรยี นศกึ ษาหาความรู้เรื่องขน้ั ตอนการแก้ปัญหาในหวั ขอ้ 2.1 และศึกษาตวั อยา่ งท่ี 2.1
และ 2.2 จากหนังสอื เรยี น
3. สรปุ
ผสู้ อนและผู้เรยี นร่วมกนั อภิปรายสรปุ ขนั้ ตอนการแกป้ ญั หา
3) ขั้นสรปุ
1. ผ้สู อนและผเู้ รียนร่วมกนั อภิปรายสรปุ ขั้นตอนการแกป้ ญั หา
คาบที่ 3-4
1) ขัน้ นำเข้าส่บู ทเรยี น
ผสู้ อนทบทวนบทเรยี นในคาบท่แี ลว้ เรอ่ื งขัน้ ตอนการแกป้ ญั หา
2) ข้นั สอน โดยใชก้ ระบวนการสร้างความตระหนกั
1. สงั เกต
ผ้สู อนใหผ้ เู้ รียนศึกษาเนอื้ หา หวั ขอ้ 2.2 การเขยี นรหัสลำลองและผังงาน หวั ขอ้ 2.3 การ
กำหนดตวั แปร จากหนงั สือเรียน
2. วจิ ารณ์
ผสู้ อนให้ผู้เรยี นแต่ละคนทำภารกจิ ด่านที่ 1-4 ตามลำดบั ในใบกิจกรรมที่ 3.2 ถา่ ยทอด
ความคิด
3. สรปุ
1. ผู้สอนสุ่มผู้เรยี นมานำเสนอคำตอบจากการทำภารกิจ ด่านที่ 1-4
2. ผู้สอนใหผ้ ู้เรยี นทำกจิ กรรมทา้ ยบทจากหนงั สอื เรียน แลว้ สุ่มผู้เรยี นเฉลยแนวคำตอบ
3) ขั้นสรุป
ผสู้ อนและผูเ้ รียนสรปุ แนวคดิ เก่ยี วการแก้ปัญหานำไปสูก่ ารแก้ปญั หาในชีวิตประจำวนั
12. ระบเุ ทคนิคการสอนท่ีใช้ในการจดั การเรยี นร้ไู ดม้ ากกวา่ 1 รายการ
1. ใช้บรรยาย
2. ใช้กรณตี ัวอยา่ ง
13. สื่อและแหล่งเรียนรู้
1. หนังสอื เรยี น
2. สไลดส์ อื่ ประกอบการสอน
14. การวัดประเมิน วธิ ีการวดั เครื่องมือวัด 17
เกณฑก์ ารวัด
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1.นักเรียนอธิบายขั้นตอนการแก้ปัญหา 1.การตอบคำถามใน 1.แบบฝึกหดั 1.ส า ม า ร ถ ต อ บ ค ำ ถ า ม ใ น
ได้ (K) แบบฝึกหดั แบบฝึกหัดได้ถูกต้องตาม
หลักการ 80 % ข้นึ ไป
2.นักเรียนวิเคราะห์และทำความเข้าใจ 2.ตรวจใบงาน 2.แบบประเมินใบ 2.สามารถตอบคำถามในใบ
กับปัญหาได้ (P) งาน งานได้ 80 % ขนึ้ ไป
3.นักเรยี นมีรบั ผดิ ชอบ (A) 3.สังเกตพฤติกรรมใน 3 . แ บ บ ป ร ะ เ มิ น 3.นักเรียนมีคุณลักษณะอัน
การทำแบบฝกึ หดั พฤติกรรม พงึ ประสงค์ ได้ 85% ข้ึนไป
18
แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
คำชีแ้ จง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขดี ü ลงใน
ช่องท่ีตรงกับระดับคะแนน
คุณลักษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อันพงึ ประสงค์ดา้ น 4321
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเมือ่ ได้ยนิ เพลงชาติ ร้องเพลงชาติได้ และอธบิ ายความหมายของ
กษตั รยิ ์ เพลงชาติ
1.2 ปฏิบัตติ นตามสทิ ธิและหนา้ ท่ขี องนักเรยี น
1.3 ใหค้ วามรว่ มมอื ร่วมใจ ในการทำงานกบั สมาชิกในโรงเรียน
1.4 เข้าร่วมกิจกรรมและมีสว่ นรว่ มในการจัดกิจกรรมท่ีสรา้ งความสามคั คี
ปรองดอง และเป็นประโยชนต์ อ่ โรงเรยี นและชุมชน
1.5 เขา้ ร่วมกิจกรรมทางศาสนาท่ตี นนับถือ ปฏิบตั ิตนตามหลกั ของศาสนา
1.6 เขา้ ร่วมกจิ กรรมและมสี ว่ นรว่ มในการจดั กิจกรรมที่เกี่ยวกบั สถาบนั
พระมหากษัตรยิ ต์ ามทโี่ รงเรียนและชุมชนจัดขนึ้
2. ซอ่ื สัตย์ สุจรติ 2.1 ใหข้ อ้ มลู ทีถ่ กู ตอ้ ง และเปน็ จริง
2.2 ปฏบิ ตั ใิ นส่ิงทถ่ี ูกตอ้ ง ละอาย และเกรงกลัวทจี่ ะทำความผิด ทำตามสัญญาที่
ตนใหไ้ วก้ ับเพอ่ื น พ่อแม่ หรือผู้ปกครอง และครู
2.3 ปฏบิ ตั ติ ่อผู้อืน่ ดว้ ยความซ่ือตรง ไม่หาประโยชนใ์ นทางทไ่ี ม่ถูกต้อง
3. มวี นิ ยั รบั ผดิ ชอบ 3.1 ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ขอ้ บงั คับของครอบครัว
และโรงเรยี น ตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั ิกิจกรรมต่างๆ ในชีวติ ประจำวนั และ
รับผดิ ชอบในการทำงาน
4. ใฝเ่ รียนรู้ 4.1 แสวงหาขอ้ มลู จากแหลง่ การเรยี นรตู้ า่ งๆ
4.2 มกี ารจดบนั ทกึ ความรู้อยา่ งเปน็ ระบบ
4.3 สรปุ ความรไู้ ดอ้ ย่างมีเหตผุ ล
5. อยอู่ ย่างพอเพยี ง 5.1 ใช้ทรพั ยส์ ินของตนเอง เช่น สง่ิ ของ เคร่อื งใช้ ฯลฯ อยา่ งประหยดั ค้มุ ค่า
และเกบ็ รกั ษาดแู ลอยา่ งดี และใชเ้ วลาอยา่ งเหมาะสม
5.2 ใช้ทรัพยากรของสว่ นรวมอย่างประหยดั ค้มุ คา่ และเกบ็ รกั ษาดแู ลอยา่ งดี
5.3 ปฏิบตั ิตนและตดั สินใจดว้ ยความรอบคอบ มีเหตผุ ล
5.4 ไมเ่ อาเปรียบผ้อู น่ื และไมท่ ำให้ผอู้ น่ื เดือดร้อน พรอ้ มให้อภยั เมอื่ ผอู้ ืน่ กระทำ
ผดิ พลาด
คุณลกั ษณะ รายการประเมนิ 19
อันพึงประสงคด์ า้ น
5.5 วางแผนการเรียน การทำงานและการใช้ชีวิตประจำวนั บนพื้นฐานของ ระดบั คะแนน
6. มุง่ มั่นในการ ความรู้ ขอ้ มลู ข่าวสาร 4321
ทำงาน
5.6 รเู้ ท่าทนั การเปล่ยี นแปลงทางสงั คม และสภาพแวดลอ้ ม ยอมรับและปรบั ตวั
7. รักความเปน็ ไทย อยู่ร่วมกับผู้อนื่ ได้อยา่ งมีความสุข
8. มจี ติ สาธารณะ
6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานทีไ่ ด้รับมอบหมาย
6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แท้ตอ่ อปุ สรรคเพอ่ื ให้งานสำเร็จ
7.1 มจี ติ สำนกึ ในการอนุรกั ษ์วฒั นธรรมและภูมปิ ัญญาไทย
7.2 เหน็ คุณคา่ และปฏิบตั ติ นตามวฒั นธรรมไทย
8.1 ร้จู กั ชว่ ยพ่อแม่ ผปู้ กครอง และครทู ำงาน
8.2 อาสาทำงาน ช่วยคดิ ช่วยทำ และแบ่งปันสิ่งของใหผ้ ู้อน่ื
8.3 ดแู ล รักษาทรพั ยส์ มบัตขิ องหอ้ งเรยี น โรงเรยี น ชมุ ชน
8.4 เขา้ รว่ มกิจกรรมเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชนข์ องโรงเรยี น
ลงช่ือ ....................................................
ผู้ประเมิน
................ /................ /................
เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ&การตัดสินคุณภาพ
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ ให้ 4 คะแนน
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยคร้ัง ให้ 3 คะแนน ชว4 งคะแนน ระดบั คุณภาพ
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้ัง ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมนอ้ ยคร้งั ให้ 1 คะแนน 191 - 108 ดีมาก
73 - 90 ดี
54 - 72 พอใช5
ต่ำกว:า 54 ปรบั ปรุง
20
บันทึกหลงั การจดั การเรยี นรBู
• ผลการจดั การเรยี นรู5
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
• ปJญหา /อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
• แนวทางแก5ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
• ขอ5 เสนอแนะ (ถ5ามี)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ ......................................................
(นางสาวสนุ นั ทพร ทาปศร)ี
ครผู ูส5 อน
21
ขอ5 เสนอแนะ / ความคิดเหน็ ของหัวหนา5 ฝา^ ยวชิ าการ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ.....................................................
(นายปรเมศวร_ มงคลเสรมิ )
หัวหน5าฝ^ายวชิ าการ
ข5อเสนอแนะ / ความคดิ เห็นของผู5บรหิ ารสถานศึกษา
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชือ่ .....................................................
(นายบุญช:วย สายราม)
ผอ5ู ำนวยการโรงเรียนบา5 นดงตาหวัง
22
แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ 3
กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รายวิชาเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3 เร่อื ง การแกป้ ัญหาดว้ ยภาษาไพทอน
เรือ่ ง ร้จู กั ไพทอน จำนวน 4 คาบ
วัน................ เดอื น..................... พ.ศ. ................. เวลาเรยี น..…….........……
ครูผู้สอน นางสาวสนุ นั ทพร ทาปศรี โรงเรียนบา้ นดงตาหวงั อำเภอโพธิ์ไทร จงั หวัดอุบลราชธานี
1.มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ช้ีวดั /ผลการเรยี นรู้
สาระท่ี 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจ และใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ รู้เท่าทัน และมจี รยิ ธรรม
ตวั ชี้วัด ม.1/2 ออกแบบและเขียนโปรแกรมอย่างง่าย เพือ่ แก้ปัญหาทางคณติ ศาสตร์หรอื วทิ ยาศาสตร์
2.สาระการเรียนรู้
1. การออกแบบและเขยี นโปรแกรมทม่ี กี ารใช้ตวั แปร
2. การออกแบบอัลกอริทึม เพื่อแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์อย่างง่าย อาจใช้แนวคิดเชิง
นามธรรมในการออกแบบเพอื่ ใหก้ ารแก้ปญั หามปี ระสทิ ธภิ าพ
3. ซอฟตแ์ วร์ทใ่ี ช้ในการเขียนโปรแกรม เชน่ Scratch, python, java, c
3. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
กระบวนการแก้ปัญหาเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อแก้ปัญหาจากการ
ทำงาน หรือชีวิตประจำวัน การพัฒนาโปรแกรมโดยใช้ภาษาไพทอน สามารถนำไปสร้างโปรแกรมที่มีการรับค่า
ข้อมูล ประมวลผลข้อมูล และแสดงผลข้อมูล เพื่อใช้ในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์อย่าง
ง่ายได้ โดยนำความรู้เรื่องชนิดข้อมูล ค่าคงที่ และตัวแปร มาเป็นส่วนประกอบในการวิเคราะห์ประเภทของ
ขอ้ มูลเขา้ ขอ้ มลู ออก เพอื่ นำมาประมวลผลไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
4.จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. นักเรยี นอธิบายการออกแบบและเขยี นโปรแกรมได้ (K)
2. นกั เรยี นเขียนโปรแกรมทมี่ คี ำสง่ั พน้ื ฐานได้ (P)
3. นักเรยี นมีใฝ่เรยี นรู้ (A)
5. คำถามสำคญั (Big Question) 23
1. ขนั้ ตอนการแก้ปญั หามอี ะไรบ้าง
2. การเขียนรหสั ลำลองและผงั งานมีวิธีการอย่างไร
6. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ตามหลกั สูตรแกนกลาง 2551 และปรับปรงุ 2560
ใฝเ่ รยี นรู้
7. คุณค่าพระวรสาร การไตรต่ รอง/ภาวนา (reflection/prayer)
8. ทกั ษะการคิด
1. การคิดวเิ คราะห์
2. การคิดสังเคราะห์
9. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น
1. ความสามารถในการคดิ
2. ความสามารถในการแก้ปัญหา
10. ภาระงาน/ชน้ิ งาน/รอ่ งรอย/หลกั ฐานการเรียนรู้
1. แบบฝึกหดั ท้ายบท/ใบกจิ กรรม
2. สงั เกตพฤติกรรมการมสี ่วนร่วมในช้นั เรียน
11. การออกแบบกจิ กรรมการเรยี นการสอน
คาบที่ 1
1) ข้นั นำเข้าสู่บทเรียน
ผ้สู อนทบทวนบทเรยี นเรอ่ื งการออกแบบวธิ กี ารแก้ปัญหาโดยใช้รหัสลำลองหรือผงั งาน
2) ขั้นสอน โดยใช้กระบวนการปฏิบัติ
3. สังเกตและรับรู้
ผ้สู อนแนะนำเคร่อื งมือเขยี นโปรแกรมภาษาไพทอนทัง้ โหมดอิมมิเดยี ทและโหมดสครปิ ต์
4. ทำตามแบบ
1. ผู้สอนใหท้ ดลองพิมพ์คำส่งั แสดงผลในโปรแกรมภาษาไพทอน
คำสงั่ print (“Hello world!”)
24
2. ผ้สู อนอธบิ ายคำสง่ั print ( ) ซงึ่ เปน็ คำสง่ั ชนิดฟงั กช์ ัน (function) ทำหนา้ ท่แี สดงส่งิ ทีอ่ ยู่
ภายในเครอ่ื งหมายวงเล็บ ( ) ออกทางจอภาพ ให้สงั เกตผลลัพธท์ ไ่ี ด้วา่ ไม่มีเคร่ืองหมาย “ ”
5. ทำเองโดยไมม่ ีแบบ
ผสู้ อนใหผ้ ูเ้ รยี นเปลยี่ นคำสัง่ จาก คำสัง่ print (“Hello world!”) เปน็ คำสั่งอ่ืน เช่น
คำส่ัง print (“ชอ่ื ตวั เอง”) เป็นต้น
6. ฝกึ ให้เกิดความชำนาญ
ผสู้ อนให้นักเรียนทำกจิ กรรมท่ี 3.1 ในหนงั สอื เรยี น โดยใหพ้ มิ พค์ ำสง่ั ต่อไปน้ลี งในคอนโซล
แล้วสังเกตผลลพั ธท์ ไี่ ดว้ า่ เหมือนหรอื แตกตา่ งกันอยา่ งไรและเพราะเหตุใด
Print (“3+5”)
Print (3+5)
3) ขั้นสรุป
ผ้สู อนและผเู้ รียนรว่ มกนั สรปุ เครอ่ื งมอื เขยี นโปรแกรมภาษาไพทอนและคำสงั่ print
คาบท่ี 2
1) ขั้นนำเขา้ สู่บทเรียน
ผ้สู อนทบทวนบทเรียนเร่อื งรู้จักไพทอนและคำสั่งแสดงข้อมูลออกหนา้ จอ คอื คำสั่ง print ( )
2) ขั้นสอน โดยใชก้ ระบวนการปฏิบัติ
1. สังเกตและรบั รู้
ผ้สู อนขึน้ บทเรียนใหม่ เรอื่ ง ตวั แปร (variable) ซึ่งใชใ้ นการอา้ งองิ คา่ ขอ้ มลู โดยตวั แปรจะ
ถูกกำหนดคา่ ด้วยเครือ่ งหมาย = เช่น
C = 16
name = “somchai”
2. ทำตามแบบ
ผู้สอนพิมพ์คำสั่งตรวจสอบชนิดข้อมูล โดยใช้คำสั่งฟังก์ชัน type ( ) และให้นักเรียนตั้งชื่อตัว
แปรซึ่งตัวแปรจะประกอบด้วยตัวอักษร ตัวเลข หรือเครื่องหมายขีดเส้นใต้เท่านั้น โดยต้องขึ้นต้น
ด้วยตัวอักษรหรือเครื่องหมายขีดเส้นใต้ นอกจากนี้ตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็กและตัวพิมพ์
ใหญจ่ ะถือวา่ แตกตา่ งกัน และพมิ พค์ ำสง่ั ต่อไปน้ใี ห้นักเรยี นเห็นความแตกต่าง เชน่
Year = Age
_name = 123
3. ทำเองโดยไม่มแี บบ 25
ให้นักเรยี นทำกจิ กรรมที่ 3.2 ให้นกั เรียนพมิ พค์ ำสง่ั แลว้ สังเกตผลลพั ธท์ ไ่ี ด้
4. ฝึกใหเ้ กิดความชำนาญ
ใหน้ ักเรียนทำกจิ กรรมในแบบฝึกหัดเรอ่ื งตัวแปร
3) ข้ันสรปุ
ผูส้ อนและผูเ้ รยี นรว่ มกันสรุป เร่อื ง ตวั แปรในภาษาไพทอน
คาบที่ 3-4
1) ขัน้ นำเขา้ สบู่ ทเรียน
ผูส้ อนทบทวนบทเรยี นเร่อื งตัวแปรในภาษาไพทอน
2) ขัน้ สอน โดยใชก้ ระบวนการปฏิบตั ิ
1. สงั เกตและรบั รู้
ผูส้ อนแบ่งขอ้ มูลในภาษาไพทอน โดยมีขอ้ มลู พื้นฐาน คอื ขอ้ มลู ประเภทขอ้ ความ (string
data type) และ ขอ้ มูลประเภทจำนวน (numerical data type)
2. ทำตามแบบ
ผสู้ อนอธบิ ายประเภทของข้อมลู
1.ขอ้ มูลประเภทข้อความ จะตอ้ งใชเ้ ครื่องหมายอญั ประกาศเดีย่ ว ( ‘ ) หรือคู่ ( “ ) ครอบ
หนา้ และหลังขอ้ ความ และให้ผเู้ รียนพมิ พต์ ามคำสง่ั ในคอนโซล
2.ขอ้ มลู ประเภทจำนวน ในภาษามหี ลายชนิด ในท่นี ้จี ะแนะนำ 2 ชนดิ คือ เลขจำนวนเตม็
(integer หรอื int) สามารถเก็บค่าจำนวนเต็มบวกและจำนวนเตม็ ลบ และจำนวนจริง (float)
สามารถเกบ็ ค่าทัง้ จำนวนจรงิ บวกและจำนวนจริงลบ ท่อี ยใู่ นรูปทศนยิ มได้ และให้ผู้เรียนพมิ พ์
ตามคำสั่งในคอนโซล
3. ทำเองโดยไมม่ ีแบบ
ผ้สู อนใหผ้ ูเ้ รยี นพมิ พ์คำสัง่ ประเภทขอ้ ความและประเภทจำนวน ผสมกนั
4. ฝกึ ใหเ้ กดิ ความชำนาญ
ผสู้ อนให้นกั เรียนทำแบบฝึกหดั โดยมโี จทย์ดงั นี้
นักเรียนซื้อแฟลชไดรฟ์ ขนาด 32 gb ราคา 117 บาท ที่ร้านสะดวกซื้อ โดยจ่ายเงินด้วย
ธนบัตรหนึ่งร้อยบาท 2 ใบ ในลิ้นชักเก็บเงินของร้าน มีแต่ธนบัตร 20 บาท และเหรียญหนึ่ง
บาท พนักงานจะต้องทอนเงินเป็นธนบัตร 20 บาท จำนวนกี่ใบ และเหรียญหนึ่งบาทจำนวน
กเี่ หรียญ ให้ใชค้ ำสั่งไพทอนแสดงวธิ ีหาคำตอบทีละลำดับ
3) ข้นั สรปุ
ผสู้ อนและผูเ้ รียนร่วมกันสรุป เรอ่ื ง ประเภทขอ้ มูลในภาษาไพทอน
12. ระบเุ ทคนิคการสอนท่ีใช้ในการจัดการเรยี นรู้ได้มากกวา่ 1 รายการ 26
1. ใชบ้ รรยาย
2. ใชก้ รณีตวั อย่าง
13. สือ่ และแหล่งเรยี นรู้
1. หนังสอื เรยี น
2. สไลดส์ ื่อประกอบการสอน
14. การวัดประเมิน วิธกี ารวดั เครอ่ื งมือวดั เกณฑ์การวดั
1.การตอบคำถามใน 1.แบบฝกึ หดั
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ แบบฝึกหัด 1.สามารถตอบคำถามใน
1.นกั เรียนอธิบายการออกแบบและ 2.แบบประเมนิ ใบ แบบฝึกหัดได้ถูกต้องตาม
เขยี นโปรแกรมได้ (K) 2.ตรวจใบงาน งาน หลกั การ 80 % ขึ้นไป
3.แบบประเมิน
2.นกั เรียนเขียนโปรแกรมทีม่ ีคำสงั่ 3.สังเกตพฤตกิ รรมใน พฤตกิ รรม 2.สามารถตอบคำถามในใบ
พนื้ ฐานได้ (P) การทำแบบฝกึ หดั งานได้ 80 % ขึน้ ไป
3.นกั เรยี นมีใฝเ่ รียนรู้ (A)
3.นักเรยี นมีคณุ ลกั ษณะอัน
พงึ ประสงค์ ได้ 85% ขน้ึ ไป
27
แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
คำชีแ้ จง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขดี ü ลงใน
ช่องท่ีตรงกับระดับคะแนน
คุณลักษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อันพงึ ประสงค์ดา้ น 4321
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเมือ่ ได้ยนิ เพลงชาติ ร้องเพลงชาติได้ และอธบิ ายความหมายของ
กษตั รยิ ์ เพลงชาติ
1.2 ปฏิบัตติ นตามสทิ ธิและหนา้ ท่ขี องนักเรยี น
1.3 ใหค้ วามรว่ มมอื ร่วมใจ ในการทำงานกบั สมาชิกในโรงเรียน
1.4 เข้าร่วมกิจกรรมและมีสว่ นรว่ มในการจัดกิจกรรมท่ีสรา้ งความสามคั คี
ปรองดอง และเป็นประโยชนต์ อ่ โรงเรยี นและชุมชน
1.5 เขา้ ร่วมกิจกรรมทางศาสนาท่ตี นนับถือ ปฏิบตั ิตนตามหลกั ของศาสนา
1.6 เขา้ ร่วมกจิ กรรมและมสี ว่ นรว่ มในการจดั กิจกรรมที่เกี่ยวกบั สถาบนั
พระมหากษัตรยิ ต์ ามทโี่ รงเรียนและชุมชนจัดขนึ้
2. ซอ่ื สัตย์ สุจรติ 2.1 ใหข้ อ้ มลู ทีถ่ กู ตอ้ ง และเปน็ จริง
2.2 ปฏบิ ตั ใิ นส่ิงทถ่ี ูกตอ้ ง ละอาย และเกรงกลัวทจี่ ะทำความผิด ทำตามสัญญาที่
ตนใหไ้ วก้ ับเพอ่ื น พ่อแม่ หรือผู้ปกครอง และครู
2.3 ปฏบิ ตั ติ ่อผู้อืน่ ดว้ ยความซ่ือตรง ไม่หาประโยชนใ์ นทางทไ่ี ม่ถูกต้อง
3. มวี นิ ยั รบั ผดิ ชอบ 3.1 ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ขอ้ บงั คับของครอบครัว
และโรงเรยี น ตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั ิกิจกรรมต่างๆ ในชีวติ ประจำวนั และ
รับผดิ ชอบในการทำงาน
4. ใฝเ่ รียนรู้ 4.1 แสวงหาขอ้ มลู จากแหลง่ การเรยี นรตู้ า่ งๆ
4.2 มกี ารจดบนั ทกึ ความรู้อยา่ งเปน็ ระบบ
4.3 สรปุ ความรไู้ ดอ้ ย่างมีเหตผุ ล
5. อยอู่ ย่างพอเพยี ง 5.1 ใช้ทรพั ยส์ ินของตนเอง เช่น สง่ิ ของ เคร่อื งใช้ ฯลฯ อยา่ งประหยดั ค้มุ ค่า
และเกบ็ รกั ษาดแู ลอยา่ งดี และใชเ้ วลาอยา่ งเหมาะสม
5.2 ใช้ทรัพยากรของสว่ นรวมอย่างประหยดั ค้มุ คา่ และเกบ็ รกั ษาดแู ลอยา่ งดี
5.3 ปฏิบตั ิตนและตดั สินใจดว้ ยความรอบคอบ มีเหตผุ ล
5.4 ไมเ่ อาเปรียบผ้อู น่ื และไมท่ ำให้ผอู้ น่ื เดือดร้อน พรอ้ มให้อภยั เมอื่ ผอู้ ืน่ กระทำ
ผดิ พลาด
คุณลกั ษณะ รายการประเมนิ 28
อันพึงประสงคด์ า้ น
5.5 วางแผนการเรียน การทำงานและการใชช้ วี ติ ประจำวนั บนพืน้ ฐานของ ระดบั คะแนน
6. มุง่ มั่นในการ ความรู้ ขอ้ มลู ข่าวสาร 4321
ทำงาน
5.6 รเู้ ท่าทนั การเปล่ียนแปลงทางสังคม และสภาพแวดล้อม ยอมรบั และปรับตัว
7. รักความเปน็ ไทย อยู่ร่วมกับผู้อนื่ ได้อยา่ งมีความสขุ
8. มจี ติ สาธารณะ
6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
6.2 มคี วามอดทนและไมท่ อ้ แทต้ ่ออุปสรรคเพือ่ ให้งานสำเรจ็
7.1 มจี ติ สำนกึ ในการอนรุ กั ษ์วัฒนธรรมและภมู ิปญั ญาไทย
7.2 เหน็ คุณคา่ และปฏบิ ัตติ นตามวัฒนธรรมไทย
8.1 ร้จู กั ชว่ ยพ่อแม่ ผูป้ กครอง และครทู ำงาน
8.2 อาสาทำงาน ช่วยคดิ ชว่ ยทำ และแบ่งปนั ส่งิ ของใหผ้ ู้อ่ืน
8.3 ดแู ล รักษาทรพั ยส์ มบตั ิของห้องเรยี น โรงเรียน ชุมชน
8.4 เขา้ รว่ มกิจกรรมเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรียน
ลงชอ่ื ....................................................
ผู้ประเมิน
................ /................ /................
เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก& ารตัดสินคณุ ภาพ
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสมำ่ เสมอ ให้ 4 คะแนน
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยคร้ัง ให้ 3 คะแนน ช4วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้ัง ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมนอ้ ยคร้งั ให้ 1 คะแนน 191 - 108 ดีมาก
73 - 90 ดี
54 - 72 พอใช5
ต่ำกว:า 54 ปรับปรุง
29
บันทึกหลงั การจดั การเรยี นรBู
• ผลการจดั การเรยี นรู5
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
• ปJญหา /อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
• แนวทางแก5ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
• ขอ5 เสนอแนะ (ถ5ามี)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ ......................................................
(นางสาวสนุ นั ทพร ทาปศร)ี
ครผู ูส5 อน
30
ขอ5 เสนอแนะ / ความคิดเหน็ ของหัวหนา5 ฝา^ ยวชิ าการ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ.....................................................
(นายปรเมศวร_ มงคลเสรมิ )
หัวหน5าฝ^ายวชิ าการ
ข5อเสนอแนะ / ความคดิ เห็นของผู5บรหิ ารสถานศึกษา
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชือ่ .....................................................
(นายบุญช:วย สายราม)
ผอ5ู ำนวยการโรงเรียนบา5 นดงตาหวัง
31
แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 4
กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวชิ าเทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ระดับชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 1
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 4 เรือ่ ง การแกป้ ญั หาด้วยภาษาไพทอน
เรอ่ื ง การทำงานแบบวนซ้ำและแบบมที างเลือก จำนวน 2 คาบ
วนั ................ เดอื น..................... พ.ศ. ................. เวลาเรยี น..…….........……
ครผู ู้สอน นางสาวสุนันทพร ทาปศรี โรงเรยี นบ้านดงตาหวัง อำเภอโพธ์ิไทร จังหวดั อุบลราชธานี
1.มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชว้ี ัด/ผลการเรยี นรู้
สาระท่ี 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจ และใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี
ประสิทธภิ าพ รูเ้ ทา่ ทนั และมจี รยิ ธรรม
ตัวชวี้ ดั ม.1/2 ออกแบบและเขยี นโปรแกรมอย่างงา่ ย เพ่ือแกป้ ญั หาทางคณิตศาสตรห์ รือวิทยาศาสตร์
2.สาระการเรยี นรู้
1. การออกแบบและเขยี นโปรแกรมทม่ี กี ารใชต้ ัวแปร
2. การออกแบบอัลกอริทึม เพื่อแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์อย่างง่าย อาจใช้แนวคิดเชิง
นามธรรมในการออกแบบเพอื่ ให้การแก้ปญั หามีประสทิ ธิภาพ
3. ซอฟตแ์ วรท์ ่ีใช้ในการเขียนโปรแกรม เช่น Scratch, python, java, c
3. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
ในชีวิตประจำวันอาจพบกับการทำงานหรือปัญหาที่ต้องมีการทำงานด้วยขั้นตอนเดิมซ้ำกันหลายครั้ง
เช่นเดียวกับการเขียนโปรแกรม ในภาษาไพทอนมีคำสั่ง for ที่ช่วยกำหนดการทำงานซ้ำ เพื่อช่วยให้เขียน
โปรแกรมกระชบั และมปี ระสิทธภิ าพมากขึน้
การเขียนโปรแกรมแบบมีทางเลือก คือ การเขียนโปรแกรมให้มีการตัดสินใจ สามารถเลือกได้ว่าจะทำ
ตามคำสั่งหรือไม่ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่กำหนดขึ้น คำสั่งทางเลือกในภาษาไพทอนคือ if โดยที่คำสั่ง if จะประเมิน
คา่ ความเปน็ จรงิ ของเงือ่ นไข ถ้าเป็นจริงก็จะทำงานตามคำส่ังทีก่ ำหนด มิเชน่ นัน้ จะขา้ มไปทำงานในคำสั่งถัดไป
4.จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. นักเรียนอธิบายการทำงานทีม่ กี ารวนซำ้ และแบบมีทางเลอื ก ได้ (K)
2. นักเรียนเขียนโปรแกรมเพอ่ื แก้ปญั หาท่ีมีการทำงานแบบวนซ้ำและแบบมที างเลือกได้ (P)
3. นกั เรยี นมใี ฝ่เรยี นรู้ (A)
5. คำถามสำคญั (Big Question) 32
1. ข้นั ตอนการแก้ปญั หามีอะไรบา้ ง
2. การเขียนรหัสลำลองและผังงานมวี ิธีการอยา่ งไร
3. การเขียนคำส่ังโปรแกรมทท่ี ำงานวนซ้ำและแบบมที างเลอื ก
6. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ตามหลกั สูตรแกนกลาง 2551 และปรับปรุง 2560
ใฝเ่ รียนรู้
7. คณุ ค่าพระวรสาร การไตรต่ รอง/ภาวนา (reflection/prayer)
8. ทกั ษะการคิด
1. การคิดวิเคราะห์
2. การคดิ สังเคราะห์
9. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน
1. ความสามารถในการคิด
2. ความสามารถในการแก้ปญั หา
10. ภาระงาน/ชน้ิ งาน/ร่องรอย/หลกั ฐานการเรยี นรู้
1. แบบฝกึ หัดท้ายบท/ใบกจิ กรรม
2. สงั เกตพฤตกิ รรมการมีส่วนรว่ มในชน้ั เรยี น
11. การออกแบบกจิ กรรมการเรียนการสอน
คาบท่ี 1
1) ข้ันนำเข้าสบู่ ทเรียน
ผสู้ อนทบทวนบทเรียนเรือ่ งรู้จักไพทอน
2) ขน้ั สอน โดยใชก้ ระบวนการปฏบิ ัติ
1. สงั เกตและรบั รู้
ผ้สู อนยกตัวอยา่ งการทำงานในชีวิตประจำวนั ทมี่ กี ารทำงานแบบวนซ้ำ เชน่ ที่ร้านขายน้ำจะ
ขายเครอ่ื งดื่มหลายอย่าง อาทิ กาแฟ ชา หรือ โกโก้ ซึง่ เม่ือผู้เรยี นส่งั เครอ่ื งด่มื ทต่ี อ้ งการ ผ้ขู าย
จะต้องชงเครื่องดม่ื ประเภทน้ันดว้ ยสูตรเดิม และกระบวนการเดมิ แบบซำ้ ๆ จงึ มแี นวคิดนำเคร่ือง
ชงอัตโนมตั ทิ ่ีสามารถสัง่ เครื่องดม่ื ได้ตามจำนวนทต่ี อ้ งการ เชน่ โกโก้ 5 แกว้ โดยการกดปมุ่ โกโก้
33
และเลอื กจำนวน 5 แก้วแทนที่จะกดเลือกโกโก้ทีละแก้ว จำนวน 5 ครง้ั ทำให้การทำงานสะดวก
และรวดเร็วขนึ้
2. ทำตามแบบ
ผู้สอนอธิบายการเขยี นโปรแกรมไพทอนในโหมดสครปิ ต์ โดยใชต้ วั อยา่ งท่ี 3.9
3. ทำเองโดยไม่มีแบบ
ผสู้ อนใหผ้ ูเ้ รียนฝึกเขยี นโปรแกรมกับเตา่ ไพทอน
4. ฝึกใหเ้ กิดความชำนาญ
ผ้สู อนให้ผูเ้ รียนทำกจิ กรรมที่ 3.4
3) ขัน้ สรุป
ผูส้ อนและผู้เรยี นร่วมกนั สรุป การเขยี นโปรแกรมวนซ้ำ
คาบท่ี 2
1) ขน้ั นำเขา้ สบู่ ทเรยี น
ผูส้ อนทบทวนบทเรียนเร่อื ง การเขียนโปรแกรมวนซ้ำ
2) ขน้ั สอน โดยใชก้ ระบวนการปฏบิ ัติ
5. สังเกตและรับรู้
ผสู้ อนสอบถามผู้เรียน เมื่อใดบา้ งท่ผี ู้เรียนตอ้ งตดั สินใจ (เมอ่ื มที างเลอื กมากกวา่ 1 ทางเลือก)
และเมอ่ื ต้องตัดสนิ ใจ นักเรียนจะเลือกทางเลอื กน้นั เพราะอะไร
6. ทำตามแบบ
ผู้สอนอธิบายโครงสร้างคำสั่งภาษาไพทอนที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมแบบทางเลือก และ
ผ้สู อนให้นกั เรยี นฝึกเขียนโปรแกรมไพทอนเพ่อื ใหเ้ พ่อื นเลน่ เกมทายตัวเลขตามผสู้ อน
7. ทำเองโดยไมม่ ีแบบ
ผู้สอนให้ผเู้ รยี นเขยี นโปรแกรมไพทอน ในโจทย์เรอื่ งการสมุ่ ตวั เลข
8. ฝกึ ให้เกดิ ความชำนาญ
ผู้สอนใหผ้ เู้ รียนทำกิจกรรมที่ 3.5
3) ข้นั สรปุ
ผสู้ อนและผูเ้ รยี นร่วมกันสรุป เรื่อง การทำงานวนซำ้ และแบบมีทางเลอื ก
12. ระบุเทคนิคการสอนที่ใชใ้ นการจัดการเรียนรู้ได้มากกว่า 1 รายการ
1. ใช้บรรยาย
2. ใช้กรณีตวั อยา่ ง
13. ส่อื และแหล่งเรยี นรู้ 34
1. หนงั สอื เรยี น
2. สไลด์สอื่ ประกอบการสอน
14. การวัดประเมนิ วธิ ีการวัด เครือ่ งมอื วัด เกณฑก์ ารวดั
1.แบบฝกึ หดั
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1.สามารถตอบคำถามใน
แบบฝึกหัดไดถ้ ูกต้องตาม
1.นกั เรยี นอธบิ ายการทำงานที่มกี ารวน 1.การตอบคำถามใน หลักการ 80 % ขึ้นไป
ซำ้ และแบบมที างเลอื ก ได้ (K) แบบฝึกหดั
2.นักเรยี นเขยี นโปรแกรมเพ่ือแกป้ ัญหา 2.ตรวจใบงาน 2.แบบประเมินใบ 2.สามารถตอบคำถามในใบ
ทม่ี ีการทำงานแบบวนซำ้ และแบบมี งาน งานได้ 80 % ขึ้นไป
ทางเลือกได้ (P)
3.แบบประเมนิ 3.นักเรยี นมีคุณลกั ษณะอัน
3.นกั เรยี นมีใฝ่เรียนรู้ (A) 3.สังเกตพฤตกิ รรมใน พฤตกิ รรม พึงประสงค์ ได้ 85% ขน้ึ ไป
การทำแบบฝึกหดั
35
แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
คำชีแ้ จง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขดี ü ลงใน
ช่องท่ีตรงกับระดับคะแนน
คุณลักษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อันพงึ ประสงค์ดา้ น 4321
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเมือ่ ได้ยนิ เพลงชาติ ร้องเพลงชาติได้ และอธบิ ายความหมายของ
กษตั รยิ ์ เพลงชาติ
1.2 ปฏิบัตติ นตามสทิ ธิและหนา้ ท่ขี องนักเรยี น
1.3 ใหค้ วามรว่ มมอื ร่วมใจ ในการทำงานกบั สมาชิกในโรงเรียน
1.4 เข้าร่วมกิจกรรมและมีสว่ นรว่ มในการจัดกิจกรรมท่ีสรา้ งความสามคั คี
ปรองดอง และเป็นประโยชนต์ อ่ โรงเรยี นและชุมชน
1.5 เขา้ ร่วมกิจกรรมทางศาสนาท่ตี นนับถือ ปฏิบตั ิตนตามหลกั ของศาสนา
1.6 เขา้ ร่วมกจิ กรรมและมสี ว่ นรว่ มในการจดั กิจกรรมที่เกี่ยวกบั สถาบนั
พระมหากษัตรยิ ต์ ามทโี่ รงเรียนและชุมชนจัดขนึ้
2. ซอ่ื สัตย์ สุจรติ 2.1 ใหข้ อ้ มลู ทีถ่ กู ตอ้ ง และเปน็ จริง
2.2 ปฏบิ ตั ใิ นส่ิงทถ่ี ูกตอ้ ง ละอาย และเกรงกลัวทจี่ ะทำความผิด ทำตามสัญญาที่
ตนใหไ้ วก้ ับเพอ่ื น พ่อแม่ หรือผู้ปกครอง และครู
2.3 ปฏบิ ตั ติ ่อผู้อืน่ ดว้ ยความซ่ือตรง ไม่หาประโยชนใ์ นทางทไ่ี ม่ถูกต้อง
3. มวี นิ ยั รบั ผดิ ชอบ 3.1 ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ขอ้ บงั คับของครอบครัว
และโรงเรยี น ตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั ิกิจกรรมต่างๆ ในชีวติ ประจำวนั และ
รับผดิ ชอบในการทำงาน
4. ใฝเ่ รียนรู้ 4.1 แสวงหาขอ้ มลู จากแหลง่ การเรยี นรตู้ า่ งๆ
4.2 มกี ารจดบนั ทกึ ความรู้อยา่ งเปน็ ระบบ
4.3 สรปุ ความรไู้ ดอ้ ย่างมีเหตผุ ล
5. อยอู่ ย่างพอเพยี ง 5.1 ใช้ทรพั ยส์ ินของตนเอง เช่น สง่ิ ของ เคร่อื งใช้ ฯลฯ อยา่ งประหยดั ค้มุ ค่า
และเกบ็ รกั ษาดแู ลอยา่ งดี และใชเ้ วลาอยา่ งเหมาะสม
5.2 ใช้ทรัพยากรของสว่ นรวมอย่างประหยดั ค้มุ คา่ และเกบ็ รกั ษาดแู ลอยา่ งดี
5.3 ปฏิบตั ิตนและตดั สินใจดว้ ยความรอบคอบ มีเหตผุ ล
5.4 ไมเ่ อาเปรียบผ้อู น่ื และไมท่ ำให้ผอู้ น่ื เดือดร้อน พรอ้ มให้อภยั เมอื่ ผอู้ ืน่ กระทำ
ผดิ พลาด
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน 36
อันพงึ ประสงค์ดา้ น
5.5 วางแผนการเรียน การทำงานและการใชช้ วี ติ ประจำวันบนพ้ืนฐานของ ระดับคะแนน
6. ม่งุ มน่ั ในการ ความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร 4321
ทำงาน
5.6 รเู้ ทา่ ทันการเปลย่ี นแปลงทางสงั คม และสภาพแวดล้อม ยอมรบั และปรบั ตัว
7. รกั ความเป็นไทย อยูร่ ว่ มกับผอู้ ืน่ ได้อย่างมีความสุข
8. มจี ติ สาธารณะ
6.1 มีความตัง้ ใจและพยายามในการทำงานทีไ่ ด้รับมอบหมาย
6.2 มีความอดทนและไมท่ อ้ แท้ต่ออุปสรรคเพอ่ื ให้งานสำเร็จ
7.1 มีจิตสำนึกในการอนุรักษว์ ัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย
7.2 เหน็ คุณค่าและปฏบิ ัติตนตามวัฒนธรรมไทย
8.1 ร้จู กั ช่วยพอ่ แม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน
8.2 อาสาทำงาน ช่วยคิด ชว่ ยทำ และแบง่ ปนั ส่งิ ของให้ผ้อู ่ืน
8.3 ดูแล รกั ษาทรพั ยส์ มบตั ขิ องหอ้ งเรยี น โรงเรยี น ชุมชน
8.4 เขา้ ร่วมกิจกรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรียน
ลงช่อื ....................................................
ผ้ปู ระเมนิ
................ /................ /................
เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑก& ารตดั สนิ คณุ ภาพ
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่ำเสมอ ให้ 4 คะแนน
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั ให้ 3 คะแนน ช4วงคะแนน ระดับคุณภาพ
ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครง้ั ให้ 2 คะแนน
ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครัง้ ให้ 1 คะแนน 191 - 108 ดีมาก
73 - 90 ดี
54 - 72 พอใช5
ตำ่ กวา: 54 ปรบั ปรุง
37
บันทึกหลงั การจดั การเรยี นรBู
• ผลการจดั การเรยี นรู5
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
• ปJญหา /อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
• แนวทางแก5ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
• ขอ5 เสนอแนะ (ถ5ามี)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ ......................................................
(นางสาวสนุ นั ทพร ทาปศร)ี
ครผู ูส5 อน
38
ขอ5 เสนอแนะ / ความคิดเหน็ ของหัวหนา5 ฝา^ ยวชิ าการ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ.....................................................
(นายปรเมศวร_ มงคลเสรมิ )
หัวหน5าฝ^ายวชิ าการ
ข5อเสนอแนะ / ความคดิ เห็นของผู5บรหิ ารสถานศึกษา
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงชือ่ .....................................................
(นายบุญช:วย สายราม)
ผอ5ู ำนวยการโรงเรียนบา5 นดงตาหวัง
39
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 5
กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รายวิชาเทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ระดบั ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 1
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 5 เร่อื ง ขอ้ มลู และการประมวลผล
เรอ่ื ง ข้อมูลและการประมวลผล จำนวน 2 คาบ
วัน................ เดือน..................... พ.ศ. ................. เวลาเรียน..…….........……
ครผู ู้สอน นางสาวสนุ นั ทพร ทาปศรี โรงเรียนบา้ นดงตาหวัง อำเภอโพธิไ์ ทร จงั หวดั อุบลราชธานี
1.มาตรฐานการเรียนร้/ู ตวั ชีว้ ดั /ผลการเรยี นรู้
สาระท่ี 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจ และใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี
ประสิทธภิ าพ รเู้ ท่าทัน และมจี รยิ ธรรม
ตวั ชี้วัด ม.1/3 รวบรวมข้อมูลปฐมภมู ิ ประมวลผล ประเมินผล นำเสนอข้อมูลและสารสนเทศ ตาม
วัตถุประสงค์ โดยใชซ้ อฟตแ์ วรห์ รือบรกิ ารบนอินเตอรเ์ น็ตทหี่ ลากหลาย
2.สาระการเรยี นรู้
การรวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลปฐมภูมิ จะต้องมีการวางแผนและเลือกรูปแบบวิธีการรวบรวม
ข้อมูลที่เหมาะสม เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ตรงกับความต้องการมากที่สุดแล้วจึงนำข้อมูลที่ได้มาตรวจความครบถ้วน
ถูกต้อง เพอื่ เตรียมข้อมูลใหพ้ ร้อมสำหรับการประมวลผล
3. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
การเก็บรวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ต้องวิเคราะห์วัตถุประสงค์ของการนำข้อมูลไปใช้ เพื่อ
นำไปสู่การเลอื กวธิ กี ารเก็บรวบรวมข้อมูลอย่างเหมาะสม เช่น การสัมภาษณ์ การสอบถาม การสำรวจ หลงั จาก
นั้นจึงออกแบบเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล และดำเนินการเก็บข้อมูลตามที่ได้วางแผนไว้ เมื่อได้ข้อมูล
มาแล้วต้องมีการตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วน เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เหมาะสำหรับการนำไปประมวลผล
ตอ่ ไป
4.จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. นักเรยี นอธบิ ายข้ันตอนในการรวบรวมข้อมลู ได้ (K)
2. นกั เรียนเตรยี มและตรวจสอบขอ้ มลู ใหพ้ ร้อมสำหรบั การประมวลผลได้ (P)
3. นักเรยี นมคี วามตระหนัก (A)
5. คำถามสำคญั (Big Question) 40
ขอ้ มลู สว่ นตวั ของนักเรียน ประกอบด้วยขอ้ มลู ใดบา้ ง
6. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ตามหลกั สูตรแกนกลาง 2551 และปรับปรงุ 2560
ความตระหนัก
7. คณุ คา่ พระวรสาร การไตรต่ รอง/ภาวนา (reflection/prayer)
8. ทกั ษะการคดิ
1. การคิดวิเคราะห์
9. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการแก้ปญั หา
10. ภาระงาน/ชิน้ งาน/รอ่ งรอย/หลกั ฐานการเรยี นรู้
1. แบบฝกึ หัดทา้ ยบท/ใบกิจกรรม
2. สังเกตพฤติกรรมการมสี ่วนร่วมในชน้ั เรียน
11. การออกแบบกิจกรรมการเรยี นการสอน
คาบที่ 1
1) ขัน้ นำเขา้ สู่บทเรียน
ผู้สอนถามผู้เรียน ถ้างานพยาบาลของโรงเรียนต้องการทราบข้อมูลด้านสุขภาพเบื้องต้นของ
นกั เรียน ผเู้ รยี นคิดว่าจะตอ้ งมีข้อมลู อะไรบ้าง
2) ขั้นสอน โดยใช้กระบวนการสรา้ งความตระหนัก
1. สงั เกต
ผู้สอนให้ผูเ้ รยี นศึกษาเนอื้ หาในหนงั สอื เรยี น บทท่ี 5 หวั ขอ้ 5.1 ขอ้ มูลและ 5.2 การรวบรวม
ขอ้ มูล
2. วจิ ารณ์
1. ผสู้ อนและผู้เรียนร่วมกันสรปุ เก่ียวกับการประมวลผลทท่ี ำใหข้ อ้ มลู เป็นสารสนเทศ
2. ผสู้ อนให้ผู้เรียนทำกิจกรรมท่ี 5.1
3. สรปุ
ผ้สู อนสมุ่ นักเรียนนำเสนอคำตอบ
3) ขน้ั สรปุ 41
ผสู้ อนและผ้เู รียนร่วมกนั สรปุ เร่อื ง ขอ้ มูลและการรวบรวมขอ้ มูล
คาบที่ 2
1) ข้นั นำเขา้ สู่บทเรยี น
ผ้สู อนทบทวนบทเรยี นเรือ่ ง ข้อมลู และการรวบรวมข้อมูล
2) ขั้นสอน โดยใชก้ ระบวนการสรา้ งความตระหนัก
1. สงั เกต
ผ้สู อนถามผูเ้ รยี นวา่ ถา้ ได้ขอ้ มูลมาแลว้ ต้องทำอยา่ งไรถงึ จะได้ข้อมลู ไปใชง้ านได้
2. วิจารณ์
1. ผสู้ อนให้นกั เรียนทำกจิ กรรมท่ี 5.2
2. ผูเ้ รียนร่วมกนั อภปิ รายการประมวลผลข้อมูล ข้อดีและขอ้ จำกัดของแตล่ ะวิธี
3. สรุป
ผ้สู อนและผู้เรยี นรว่ มกันสรปุ เร่อื งการประมวลผลขอ้ มลู
3) ข้นั สรุป
ผูส้ อนและผเู้ รียนรว่ มกนั สรุป เร่อื ง ขอ้ มูล การรวบรวมข้อมูล และการประมวลผลข้อมลู
12. ระบุเทคนคิ การสอนทใ่ี ช้ในการจัดการเรยี นรูไ้ ดม้ ากกว่า 1 รายการ
1. ใช้บรรยาย
2. ใชก้ รณีตัวอยา่ ง
13. สื่อและแหลง่ เรยี นรู้ วธิ กี ารวดั เครอื่ งมือวดั เกณฑ์การวดั
1. หนังสอื เรยี น
2. สไลดส์ ือ่ ประกอบการสอน
14. การวดั ประเมิน
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1.นักเรยี นอธบิ ายขัน้ ตอนในการรวบรวม 1.การตอบคำถามใน 1.แบบฝึกหดั 1.สามารถตอบคำถามใน
แบบฝึกหัดไดถ้ กู ต้องตาม
ข้อมูลได้ (K) แบบฝกึ หัด หลกั การ 80 % ขึ้นไป
2.นกั เรียนเตรียมและตรวจสอบขอ้ มลู ให้ 2.ตรวจใบงาน 2.แบบประเมนิ ใบ 2.สามารถตอบคำถามในใบ
พร้อมสำหรบั การประมวลผลได้ (P) งาน งานได้ 80 % ข้นึ ไป
3.นักเรยี นมีความตระหนกั (A) 3.สงั เกตพฤตกิ รรมใน 3.แบบประเมนิ 3.นกั เรยี นมคี ุณลกั ษณะอัน
การทำแบบฝึกหัด พฤติกรรม พึงประสงค์ ได้ 85% ขน้ึ ไป
42
แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
คำชีแ้ จง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขดี ü ลงใน
ช่องท่ีตรงกับระดับคะแนน
คุณลักษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อันพงึ ประสงค์ดา้ น 4321
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเมือ่ ได้ยนิ เพลงชาติ ร้องเพลงชาติได้ และอธบิ ายความหมายของ
กษตั รยิ ์ เพลงชาติ
1.2 ปฏิบัตติ นตามสทิ ธิและหนา้ ท่ขี องนักเรยี น
1.3 ใหค้ วามรว่ มมอื ร่วมใจ ในการทำงานกบั สมาชิกในโรงเรียน
1.4 เข้าร่วมกิจกรรมและมีสว่ นรว่ มในการจัดกิจกรรมท่ีสรา้ งความสามคั คี
ปรองดอง และเป็นประโยชนต์ อ่ โรงเรยี นและชุมชน
1.5 เขา้ ร่วมกิจกรรมทางศาสนาท่ตี นนับถือ ปฏิบตั ิตนตามหลกั ของศาสนา
1.6 เขา้ ร่วมกจิ กรรมและมสี ว่ นรว่ มในการจดั กิจกรรมที่เกี่ยวกบั สถาบนั
พระมหากษัตรยิ ต์ ามทโี่ รงเรียนและชุมชนจัดขนึ้
2. ซอ่ื สัตย์ สุจรติ 2.1 ใหข้ อ้ มลู ทีถ่ กู ตอ้ ง และเปน็ จริง
2.2 ปฏบิ ตั ใิ นส่ิงทถ่ี ูกตอ้ ง ละอาย และเกรงกลัวทจี่ ะทำความผิด ทำตามสัญญาที่
ตนใหไ้ วก้ ับเพอ่ื น พ่อแม่ หรือผู้ปกครอง และครู
2.3 ปฏบิ ตั ติ ่อผู้อืน่ ดว้ ยความซ่ือตรง ไม่หาประโยชนใ์ นทางทไ่ี ม่ถูกต้อง
3. มวี นิ ยั รบั ผดิ ชอบ 3.1 ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ขอ้ บงั คับของครอบครัว
และโรงเรยี น ตรงต่อเวลาในการปฏบิ ตั ิกิจกรรมต่างๆ ในชีวติ ประจำวนั และ
รับผดิ ชอบในการทำงาน
4. ใฝเ่ รียนรู้ 4.1 แสวงหาขอ้ มลู จากแหลง่ การเรยี นรตู้ า่ งๆ
4.2 มกี ารจดบนั ทกึ ความรู้อยา่ งเปน็ ระบบ
4.3 สรปุ ความรไู้ ดอ้ ย่างมีเหตผุ ล
5. อยอู่ ย่างพอเพยี ง 5.1 ใช้ทรพั ยส์ ินของตนเอง เช่น สง่ิ ของ เคร่อื งใช้ ฯลฯ อยา่ งประหยดั ค้มุ ค่า
และเกบ็ รกั ษาดแู ลอยา่ งดี และใชเ้ วลาอยา่ งเหมาะสม
5.2 ใช้ทรัพยากรของสว่ นรวมอย่างประหยดั ค้มุ คา่ และเกบ็ รกั ษาดแู ลอยา่ งดี
5.3 ปฏิบตั ิตนและตดั สินใจดว้ ยความรอบคอบ มีเหตผุ ล
5.4 ไมเ่ อาเปรียบผ้อู น่ื และไมท่ ำให้ผอู้ น่ื เดือดร้อน พรอ้ มให้อภยั เมอื่ ผอู้ ืน่ กระทำ
ผดิ พลาด
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน 43
อนั พึงประสงค์ดา้ น
5.5 วางแผนการเรียน การทำงานและการใช้ชีวติ ประจำวนั บนพนื้ ฐานของ ระดบั คะแนน
6. มุ่งมน่ั ในการ ความรู้ ข้อมลู ขา่ วสาร 4321
ทำงาน
5.6 รูเ้ ทา่ ทันการเปลี่ยนแปลงทางสงั คม และสภาพแวดลอ้ ม ยอมรบั และปรับตวั
7. รักความเปน็ ไทย อยรู่ ว่ มกับผูอ้ ่นื ไดอ้ ยา่ งมีความสุข
8. มจี ติ สาธารณะ
6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานท่ไี ด้รับมอบหมาย
6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แท้ต่ออุปสรรคเพื่อใหง้ านสำเร็จ
7.1 มจี ติ สำนึกในการอนุรักษว์ ฒั นธรรมและภูมปิ ัญญาไทย
7.2 เห็นคุณค่าและปฏิบัตติ นตามวฒั นธรรมไทย
8.1 รจู้ ักช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครทู ำงาน
8.2 อาสาทำงาน ช่วยคดิ ช่วยทำ และแบ่งปนั สงิ่ ของให้ผ้อู ่นื
8.3 ดแู ล รกั ษาทรัพยส์ มบตั ิของห้องเรียน โรงเรยี น ชมุ ชน
8.4 เข้ารว่ มกิจกรรมเพือ่ สงั คมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรียน
ลงช่ือ....................................................ผูป้ ระเมิน
................ /................ /................
เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ&การตดั สินคุณภาพ
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมำ่ เสมอ ให้ 4 คะแนน
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบอ่ ยครั้ง ให้ 3 คะแนน ช4วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั ให้ 2 คะแนน
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมนอ้ ยครง้ั ให้ 1 คะแนน 191 - 108 ดมี าก
73 - 90 ดี
54 - 72 พอใช5
ตำ่ กว:า 54 ปรบั ปรุง
44
บันทึกหลงั การจดั การเรยี นรBู
• ผลการจดั การเรยี นรู5
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
• ปJญหา /อุปสรรค
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
• แนวทางแก5ไข
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
• ขอ5 เสนอแนะ (ถ5ามี)
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชือ่ ......................................................
(นางสาวสนุ นั ทพร ทาปศร)ี
ครผู ูส5 อน
45
ข5อเสนอแนะ / ความคดิ เหน็ ของหวั หนา5 ฝ^ายวิชาการ
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่ือ.....................................................
(นายปรเมศวร_ มงคลเสริม)
หวั หน5าฝ^ายวิชาการ
ขอ5 เสนอแนะ / ความคดิ เห็นของผ5ูบรหิ ารสถานศึกษา
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
ลงช่อื .....................................................
(นายบุญช:วย สายราม)
ผ5ูอำนวยการโรงเรยี นบ5านดงตาหวงั
46
แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 6
กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวชิ าเทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 6 เร่อื ง ข้อมูลและการประมวลผล
เรื่อง การประมวลผลขอ้ มูล จำนวน 2 คาบ
วัน................ เดือน..................... พ.ศ. ................. เวลาเรยี น..…….........……
ครูผสู้ อน นางสาวสนุ ันทพร ทาปศรี โรงเรียนบ้านดงตาหวัง อำเภอโพธิ์ไทร จังหวดั อุบลราชธานี
1.มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตวั ชว้ี ดั /ผลการเรียนรู้
สาระที่ 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจ และใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทำงาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี
ประสทิ ธิภาพ รเู้ ท่าทนั และมีจรยิ ธรรม
ตวั ชว้ี ดั ม.1/3 รวบรวมขอ้ มลู ปฐมภูมิ ประมวลผล ประเมนิ ผล นำเสนอข้อมูลและสารสนเทศ ตาม
วัตถุประสงค์ โดยใชซ้ อฟต์แวรห์ รอื บริการบนอนิ เตอร์เนต็ ที่หลากหลาย
2.สาระการเรียนรู้
การใช้ซอฟต์แวร์หรือบริการบนอินเตอร์เน็ตที่หลากหลายในการรวบรวมประมวลผล สร้างทางเลือก
ประเมินผล นำเสนอข้อมูลจะชว่ ยให้แก้ปญั หาไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว และแมน่ ยำ
3. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การเก็บรวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลปฐมภูมิ ด้วยแบบสอบถามออนไลน์เป็นวิธีการหนึ่งที่ทำให้ได้
ข้อมูลที่รวดเร็ว สามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลได้ สะดวกต่อการประมวลผลและการตัดสินใจ ทำให้
ได้สารสนเทศทถี่ กู ต้องและมีประสทิ ธิภาพ
4.จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. นักเรยี นอธบิ ายลกั ษณะของแบบฟอรม์ ออนไลนไ์ ด้ (K)
2. นักเรยี นสรา้ งแบบฟอรม์ ออนไลน์ได้ (P)
3. นักเรียนมคี วามใฝ่เรียนรู้ (A)
5. คำถามสำคัญ (Big Question)
1. การออกแบบตารางเก็บข้อมลู และการประมวลผลข้อมูล มีวิธีการอย่างไร
2. การใชง้ าน Gmail หรือ Google Drive มีวธิ กี ารอยา่ งไร
6. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ตามหลักสูตรแกนกลาง 2551 และปรบั ปรงุ 2560 47
ใฝเ่ รยี นรู้
7. คณุ คา่ พระวรสาร ความซ่ือตรง (regularity)
8. ทกั ษะการคิด
1. การคดิ วเิ คราะห์
2. การคดิ สงั เคราะห์
9. สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รยี น
1. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
2. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
10. ภาระงาน/ชน้ิ งาน/รอ่ งรอย/หลกั ฐานการเรยี นรู้
1. แบบฝึกหัดทา้ ยบท/ใบกิจกรรม
2. สังเกตพฤติกรรมการมสี ว่ นรว่ มในชัน้ เรยี น
11. การออกแบบกจิ กรรมการเรยี นการสอน
คาบท่ี 1
1) ขน้ั นำเขา้ สูบ่ ทเรียน
ผสู้ อนทบทวนการกรอกขอ้ มลู จากแบบสอบถาม และการกรอกข้อมลู ดว้ ย Google Forms
2) ขั้นสอน โดยใชก้ ระบวนการปฏิบัติ
1. สังเกตและรับรู้
1. ผู้สอนอธิบายลกั ษณะของแบบฟอร์มออนไลน์
2. ผ้สู อนอธบิ ายการเลือกใชร้ ปู แบบคำถามท่ีเหมาะสมกับลกั ษณะของคำตอบ
2. ทำตามแบบ
ผ้สู อนอธบิ ายการสรา้ งแบบฟอร์มออนไลน์ ทีละขัน้ ตอน
3. ทำเองโดยไมม่ ีแบบ
ผสู้ อนใหผ้ ู้เรยี นสร้างแบบฟอร์มออนไลน์
4. ฝกึ ให้เกิดความชำนาญ
ผสู้ อนใหน้ กั เรียนทำแบบฝกึ หดั การสร้างแบบฟอรม์ ออนไลน์
3) ขั้นสรปุ 48
ผู้สอนและผเู้ รยี นรว่ มกันสรปุ การสร้างแบบฟอรม์ ออนไลน์ และการใชซ้ อฟต์แวรใ์ นการประมวลผล
ข้อมูล
คาบท่ี 2
1) ขั้นนำเขา้ สูบ่ ทเรยี น
ผู้สอนทบทวนการสรา้ งแบบฟอรม์ ออนไลน์
2) ขน้ั สอน โดยใชก้ ระบวนการปฏิบัติ
1. สงั เกตและรบั รู้
ผูส้ อนตรวจสอบขอ้ มูลของผเู้ รียนท่ีไดม้ าจากแบบฟอร์มออนไลน์
2. ทำตามแบบ
ผ้สู อนยกตัวอย่างแบบฟอร์มออนไลน์ ทม่ี ีข้อมลู ครบถว้ น แลว้ ให้นักเรยี นสร้างแบบฟอร์มตาม
3. ทำเองโดยไมม่ แี บบ
ผู้สอนให้ผ้เู รยี นสร้างแบบฟอรม์ ออนไลน์เพม่ิ เตมิ จากผ้สู อน
4. ฝึกให้เกิดความชำนาญ
ผู้สอนใหผ้ เู้ รียนทำใบกจิ กรรมเพอ่ื ฝึกใหเ้ กิดความชำนาญ
3) ข้ันสรปุ
ผสู้ อนและผูเ้ รียนร่วมกนั สรปุ การสรา้ งแบบฟอร์มออนไลน์ และการใช้ซอฟต์แวรใ์ นการประมวลผล
ขอ้ มูล
12. ระบุเทคนิคการสอนทใ่ี ชใ้ นการจัดการเรียนรู้ไดม้ ากกวา่ 1 รายการ
1. ใชบ้ รรยาย
2. ใช้กรณตี ัวอยา่ ง
13. สือ่ และแหลง่ เรยี นรู้
1. หนงั สอื เรียน
2. สไลดส์ ่ือประกอบการสอน