ปที 2 ฉบับที 1 มกราคม - เมษายน 2563
แภาลษะเาวทอาครังสโกนาฤโรษลยี
English and
Technology
Journal
ISSN 19063253 (Print)
ISSN 26974037 (ONLINE)
วารสารภาษาอังกฤษ
และเทคโนโลยี
ENGLISH AND
TECHNOLOGYJOURNAL
วารสารภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี
ISSN 19063253 (Print)
ISSN 26974037 (Online)
วตั ถุประสงค์
1.เพอื่ เสนอบทความวชิ าการเก่ียวกบั ภาษาองั กฤษและเทคโนโลยขี องบุคลากรสมาคมภาษาองั กฤษ
และหน่วยงานต่างๆ
2.เพื่อเผยแพร่และส่งเสริมความรู้เกี่ยวกบั การเรียนภาษาองั กฤษและเทคโนโลยไี ปสู่บุคลากร
ผปู้ ฏิบตั ิงาน นิสิต นกั ศึกษา รวมถึงประชาชนผสู้ นใจทวั่ ไปท้งั ในระดบั ประเทศและระดบั นานาชาติ
บรรณาธิการที่ปรึกษา นางสาวเปมกิ า นิยะกิจ ประธานสมาคมภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี
บรรณาธิการอานวยการ นายนวพล บุญหา รองประธานสมาคมภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี
บรรณาธกิ ารบริหาร
นางสาวนริศรา สีน้าคา หวั หนา้ ฝ่ ายบริหารสมาคมภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี
นางสาวปรียาภรณ์ นาคพรม รองหวั หนา้ ฝ่ ายบริหารสมาคมภาษาองั กฤษและ
เทคโนโลยี
ผู้ช่วยบรรณาธิการ นางสาวพรปวณี ์ แซ่กว้ น เลขานุการสมาคมภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี
กองบรรณาธกิ าร
นางสาววริศรา ปลอดแก่นทอง สมาคมภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี
นางสาวนุชนารถ หมาดหมาดมานงั สมาคมภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี
นายอนนั ปราบพาล สมาคมภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี
นายเมธสั ลิม่ สภาพร สมาคมภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี
นางสาวไอรยา สวสั ดิรักษา สมาคมภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี
ผ้ทู รงคณุ วุฒพิ จิ ารณาบทความ (Peer Review)
นายเมธี รัตนพงศ์ กระทรวงต่างประเทศ
นางสาวเอมอร เริศรัตน์ กระทรวงต่างประเทศ
นางทศั นีย์ ศรีวารา กรมองคก์ ารระหว่างประเทศ
นางอรวรรณ ลิม่ ศรี เจา้ หนา้ ที่อาวุโสสมาคมภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี
นายตะวนั ขจรจิต เจา้ หนา้ ท่ีอาวโุ สสมาคมภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี
กาหนดตพี มิ พ์ ปี ละ 3 ฉบบั ฉบบั ที่ 1 มกราคม – เมษายน ฉบบั ท่ี 2 พฤษภาคม – สิงหาคม
ฉบบั ท่ี 3 กนั ยายน – ธนั วาคม
ฝ่ ายประสานงาน นางสาวธนชั ชา วาราธ,ี นางสาวอมรา รัตนศรี, นายนที ดาดี, และนายแดง ล่มิ ตระพงศ์
ผู้จดั ทา สมาคมภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี ถนนแจง้ วฒั นะถนนแจง้ วฒั นะ แขวงทุ่งสองหอ้ ง เขต
พมิ พ์ท่ี หลกั ส่ี กรุงเทพมหานคร 10210 โทรศพั ท์ 0 2 431 3724 โทรสาร 0 2143 8930
E-mail: [email protected]
อาร์ตเวริ ์ค 1 87 ถนนแจง้ วฒั นะถนนแจง้ วฒั นะ แขวงทุ่งสองหอ้ ง เขตหลกั ส่ี
กรุงเทพมหานคร 10210 โทรศพั ท์ 080-925-8855 E-mail: [email protected]
บทความที่ตีพิมพท์ ุกเรอ่ื งได้รบั การตรวจความถกู ตอ้ งตามหลักวชิ าการโดยผู้ทรงคุณวฒุ ิ อนึ่ง ทัศนะและ
ขอ้ คิดเหน็ ใด ๆ ที่ปรากฏในวารสารปารชิ าต เปน็ ความคดิ เห็นของผู้เขยี น และไมถ่ อื เป็นทัศนะและความรบั ผิดชอบของ
คณะบรรณาธิการ
บทบรรณาธิการ
วารสารภาษาองั กฤษและเทคโนโลยเี ขา้ สู่ปี ที่ 2 ฉบบั ที่ 1 (มกราคม – เมษายน 2563) อยา่ งสวยงาม
และถอื วา่ เป็นปี ที่วารสารกาลงั เติบโตเบ่งบานเขา้ หามวลชนมากข้ึน สาหรับวารสารภาษาองั กฤษเทคโนโลยี
ฉบบั น้ียงั คงเน้ือหาสาระที่เก่ียวขอ้ งกบั การพฒั นาทกั ษะภาษาองั กฤษ และการนาเสนอบทความเก่ียวกบั
เทคโนโลยใี หม่ๆ ซ่ึงประกอบดว้ ยบทความวิชาการ จานวน 8 เร่ือง ไดแ้ ก่ การพฒั นาทกั ษะภาษาองั กฤษดว้ ย
การอา่ นข่าว ความสาคญั ของภาษาองั กฤษในชีวติ ประจาวนั พฒั นาทกั ษะการฟังภาษาองั กฤษจากการดูส่ือ
ความสาคญั ของภาษาองั กฤษต่อสงั คมไทยในปัจจุบนั การพฒั นาทกั ษะการพดู ภาษาองั กฤษใหม้ ี
ประสิทธิภาพ การพฒั นาทกั ษะการเขียนภาษาองั กฤษเบ้ืองตน้ การฝึกภาษาองั กฤษดว้ ยการเขียนบนั ทึก
ประจาวนั และการนาเสนอขอ้ มลู โดยใช้ Infographic
กระผมขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านวารสารภาษาองั กฤษเทคโนโลยมี าอยา่ งต่อเนื่อง
ขอขอบคุณผเู้ ขียนบทความท่ีเห็นความสาคญั ในการพฒั นาองคค์ วามรู้ดา้ นภาษาองั กฤษเทคโนโลยี
กลน่ั กรองมาจนเป็นบทความท่ีมคี ุณภาพเผยแพร่ความรู้ใหก้ บั ผอู้ ่านทุกท่าน ขอขอบพระคุณกอง
บรรณาธิการ และผทู้ รงคุณวุฒิ ( Peer Review) ทุกท่านที่ไดก้ รุณาตรวจสอบคุณภาพบทความอยา่ งเขม้ ขน้
เพือ่ ใหว้ ารสารภาษาองั กฤษเทคโนโลยคี งมาตรฐานเน้ือหาถกู ตอ้ งตามหลกั วชิ าการน้ี ทางวารสารกาลงั
วางแผนเพื่อขบั เคล่อื นวารสารใหก้ า้ วไปสู่สากลมากยง่ิ ข้ึน จึงหวงั เป็นอยา่ งยงิ่ ว่า จะไดร้ ับการสนบั สนุน
ดว้ ยดีจากทุกฝ่ าย เฉกเช่นท่ีเป็นมา
นายนวพล บุญหา
บรรณาธิการอานวยการ
สารบญั 1
7
บทความวชิ าการ 14
20
1. การพฒั นาทกั ษะภาษาองั กฤษดว้ ยการอา่ นข่าว 25
เปมิกา นิยะกิจ 31
37
2. ความสาคญั ของภาษาองั กฤษในชีวิตประจาวนั 41
นวพล บุญหา
3. พฒั นาทกั ษะการฟังภาษาองั กฤษจากการดสู ื่อภาษาต่างประเทศ
นริศรา สีน้าคา
4. ความสาคญั ของภาษาองั กฤษต่อสงั คมไทยในปัจจุบนั
วริศรา ปลอดแก่นทอง
5. การพฒั นาทกั ษะการพดู ภาษาองั กฤษใหม้ ีประสิทธิภาพ
ปรียาภรณ์ นาคพรม
6. การพฒั นาทกั ษะการเขียนภาษาองั กฤษเบ้ืองตน้
นุชนารถ หมาดหมาดมานงั
7. การฝึกภาษาองั กฤษดว้ ยการเขียนบนั ทึกประจาวนั
พรปวีณ์ แซ่กว้ น
8. การนาเสนอขอ้ มลู โดยใช้ Infographic
อนนั ปราบพาล
วารสารภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี ปี ที่ 2 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม – เมษายน 2563
การพฒั นาทกั ษะภาษาอังกฤษจากการอ่านข่าวภาษาอังกฤษ
Development Reading English Skills by Reading News
เปมิกา นิยะกิจ1 / Pamiga Niyagit
บทนา
ในปัจจุบนั นบั ไดว้ ่าภาษาองั กฤษไดม้ ีความสาคญั อยา่ งมาก ถอื ไดว้ า่ หากมคี วามสามารถในดา้ น
ภาษาองั กฤษจะทาใหไ้ ดร้ ับโอกาสท้งั ในดา้ นการศึกษาต่อต่างประเทศ และดา้ นการทางาน ผคู้ นจึงหนั มา
สนใจที่จะพฒั นาทกั ษะภาษาองั กฤษของตวั เองใหด้ ียงิ่ ข้ึน บทความน้ีมวี ตั ถปุ ระสงคท์ ี่สาคญั ในการ
เสนอแนะแนวทางพฒั นาทกั ษะภาษาองั กฤษจากการอ่านข่าวภาษาองั กฤษท่ีหลายๆคนมองว่าเป็นเรื่องที่ยาก
แต่ความจริงแลว้ การอ่านข่าวภาษาองั กฤษเป็นอกี ทางเลอื กหน่ึงที่จะใหก้ ารพฒั นาทกั ษะภาษาองั กฤษ
พฒั นาข้ึนไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว และสามารถนาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตจริงได้
1.การพฒั นาทักษะภาษาอังกฤษจากการทากจิ กรรมนอกห้องเรียน
1.1. ความสาคญั ของการพฒั นาทกั ษะภาษาองั กฤษ
อาทิตยา เวยี งนิล (2559 : 40) ไดใ้ หค้ วามคาสญั ของการพฒั นาทกั ษะภาษาองั กฤษไวว้ า่
ภาษาองั กฤษในฐานะท่ีเป็นส่ือกลางในการส่ือสารระหว่างผคู้ นทวั่ โลก เป็นภาษานานาชาติท่ีมี
ความสาคญั มาในยคุ ปัจจุบนั โดยเฉพาะในยคุ ปัจจุบนั ที่เป็นโลกไร้พรมแดน การท่ีเรามีความรู้ในดา้ น
ภาษาองั กฤษสามารถส่ือสารได้ จะทาใหเ้ ราสามารถหาความรู้ทุกแขนงไดจ้ ากทวั่ โลก หาโอกาสใน
การทางาน และการศกึ ษาไดจ้ ากที่ต่างๆทวั่ โลก รวมไปถงึ การพบปะผคู้ นใหม่ๆจากทวั่ ทุกมุมโลกใน
ปัจจุบนั ที่สามารถทาไดง้ ่ายมากข้ึนในโลกออนไลน์ กเ็ ป็นอีกหน่ึงความสาคญั ของการมีทกั ษะดา้ น
ภาษาองั กฤษเช่นเดียวกนั
ดงั น้นั ภาษาองั กฤษจึงเป็นภาษามคี วามสาคญั มากในยคุ ของเราเนื่องจากเป็นภาษาที่มีคนใช้
ทวั่ โลก เป็นภาษาท่ีถือไดว้ ่าเป็นภาษากลางในการส่ือสาร ดงั น้นั หากเรามคี วามสามารถในดา้ น
ภาษาองั กฤษ จะเป็นการเปิ ดโอกาสในชีวติ ใหก้ บั เราในหลายๆดา้ น ไมว่ า่ จะเป็น การศกึ ษาต่อ
ต่างประเทศ การทางาน เป็นตน้
1 นกั ศึกษาปรญิ ญาตรี คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลศรีวิชยั
1
วารสารภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี ปี ที่ 2 ฉบบั ที่ 1 มกราคม – เมษายน 2563
1.2. ความหมายของกจิ กรรมนอกห้องเรียน
อาทิตยา เวียงนิล (2559 : 40) ไดก้ ล่าวถงึ ความหมายของกิจกรรมนอกหอ้ งเรียนไวว้ า่ คือ
กิจกรรมที่นกั เรียนนกั ศึกษาเขา้ ร่วมตามอธั ยาศยั โดยไมต่ อ้ งถกู มอบหมายจากผสู้ อน ซ่ึงกิจกรรม
ดงั กล่าว สามารถเป็นไดท้ ้งั กิจกรรมที่นกั เรียนเขา้ ร่วม เพ่อื การเรียนรู้โดยตรงหรือกิจกรรม
นนั ทนาการที่มผี ลพลอยไดเ้ ป็นการเรียนรู้ภาษาองั กฤษก็ได้
ดงั น้นั การพฒั นาทกั ษะภาษาองั กฤษในยคุ ปัจจุบนั จึงสามารถทาไดอ้ ยา่ งสะดวกเน่ืองจากมี
การเกิดข้ึนของกิจกรรมนอกหอ้ งเรียนมากมายท่ีผทู้ ี่ศึกษาภาษาองั กฤษสามารถไปร่วมกิจกรมเพอื่
พฒั นาทกั ษะภาษาองั กฤษของตวั เองได้ เช่น การฟังเพลง การอา่ นข่าว และการดูหนงั เป็นตน้
2.การพฒั นาทักษะภาษาอังกฤษจากการอ่านข่าวภาษาอังกฤษ
2.1. ความสาคญั ของการอ่านข่าวภาษาองั กฤษเพอ่ื พฒั นาทักษะภาษาองั กฤษ
การอา่ นข่าวภาษาองั กฤษถือไดว้ ่าเป็นสิ่งท่ีสาคญั ท่ีจะช่วยในการพฒั นาทกั ษะภาษาองั กฤษของเรา
ไดอ้ ยา่ งรวดเร็วหากเราต้งั ใจ นอกจากน้ี Fredrickson (2015, pp. 5) ยงั ไดก้ ล่าวถึงความสาคญั ของการอา่ น
ข่าวภาษาองั กฤษไว้ ดงั น้ี
1.สื่อในการอา่ นข่าวมมี ากมาก ทาใหส้ ะดวกในการพฒั นาทกั ษะภาษาองั กฤษ และเรายงั สามารถ
เลือกสื่อที่เราชอบได้ ทาใหม้ ีแรงจูงใจในการพฒั นาทกั ษะภาษาองั กฤษที่มากข้ึน
2.ข่าวมกี ารนาเสนอท่ีเขา้ ใจ ทาใหผ้ เู้ รียนภาษาองั กฤษไมร่ ู้สึกว่าการฝึกภาษาองั กฤษเป็นเร่ืองท่ียาก
และทาใหเ้ ราไดม้ ีการฝึกพฒั นาการคิดวิเคราะหถ์ ึงเหตุการณ์ท่ีเกิดข้ึนในข่าวดว้ ย อีกท้งั ยงั สามารถฝึกการ
คาดเดาเหตุการณ์ล่วงหนา้ ได้
3.เป็นการฝึกจบั ใจความ ทาใหใ้ นการทาขอ้ สอบในส่วนของการอา่ นจะทาใหด้ ีข้ึน เพราะในปัจจุบนั
ขอ้ สอบต่างๆ มกั จะนิยมใหผ้ เู้ รียนทาการสอบในส่วนของการอา่ นและการคิดวิเคราะห์ ดงั น้นั การฝึกการ
อา่ นข่าวภาษาองั กฤษนอกจากจะเป็นการพฒั นาทกั ษะภาษาองั กฤษแลว้ ยงั เป็นการช่วยใหผ้ เู้ รียนไดม้ กี าร
ฝึกซอ้ มการทาขอ้ สอบก่อนลงสนามจริง
เราจะเห็นไดว้ า่ การอา่ นข่าวภาษาองั กฤษเป็นวิธีพฒั นาทกั ษะภาษาองั กฤษอกี วธิ ีหน่ึงที่น่าสนใจและ
น่าทดลองทาเพราะจะช่วยใหก้ ารพฒั นาทกั ษะภาษาองั กฤษของเรามีการพฒั นาอยา่ งรวดเร็ว และไมเ่ กิดความ
ทอ้ แทไ้ ดง้ ่าย
2
วารสารภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี ปี ที่ 2 ฉบบั ที่ 1 มกราคม – เมษายน 2563
2.2. เทคนคิ การอ่านและแปลข่าวภาษาองั กฤษ
ในการอา่ นข่าวนอกจากจะตอ้ งมคี วามรู้เบ้ืองตน้ แลว้ ยงั ตอ้ งอาศยั เทคนิคต่างๆ ท่ีจะ
สามารถทาใหก้ ารอ่านข่าวเป็นไปไดด้ ว้ ยดี โดย Daily English (2559) ไดร้ วบรวมเทคนิคการอา่ นข่าวใหไ้ ด้
ประสิทธิภาพมากที่สุดไว้ ดงั น้ี
1. เลือกดูข่าวออนไลน์ หรืออ่านหนงั สือพมิ พใ์ นระดบั ที่เหมาะกบั คุณ เลอื กใหเ้ หมาะตาม
ความสามารถท่ีมี และไมต่ อ้ งรีบร้อนฝึกฝน เพราะการท่ีเรารีบร้อนฝึกฝนจะทาใหเ้ กิดความรู้สึกทอ้ และ
หมดกาลงั ใจ หากทกั ษะของเราพฒั นาไมร่ วดเร็วเท่าที่เราตอ้ งการ อยากใหเ้ ขา้ ใจว่าการฝึกภาษาจะตอ้ งใช้
เวลา
2. ดแู ละอ่านข่าวที่มคี ุณภาพ เลอื กอา่ นแหล่งข่าวที่มคี ุณภาพจะทาใหก้ ารอา่ นข่าวง่ายยงิ่ ข้ึน เพราะ
มกี ารแบ่งหวั ขอ้ อยา่ งชดั เจน และเน้ือหากระชบั ท่ีสาคญั คือ การอ่านข่าวจากแหล่งข่าวที่มีคุณภาพจะไดร้ ับ
ขอ้ มลู ที่แมน่ ยาและเช่ือถอื ได้
3. ดหู รืออ่านข่าวท่ีคุณชอบหรือสนใจ การอ่านเร่ืองที่สนใจจะทาใหม้ แี รงผลกั ดนั และไม่รู้สึกเบื่อ
หน่าย ทาใหก้ ารพฒั นาทกั ษะภาษาองั กฤษเป็นไปไดอ้ ยา่ งราบรื่น การท่ีเราเรียนรู้ภาษาจากเร่ืองที่ชอบจะทา
ใหก้ ารพฒั นาทกั ษะต่างๆเป็นไปไดอ้ ยา่ งรวดเร็วและมปี ระสิทธิภาพ
4. อา่ นข่าวออกเสียงพร้อมปากกาเตรียมจด การอา่ นออกเสียงจะทาใหป้ ระมวลผลความหมายไดด้ ี
ข้ึน และเมื่อเจอคาไหนไม่เขา้ ใจกใ็ หจ้ ดคาน้นั เอาไว้ แลว้ นาไปหาความหมาย ทาใหร้ ู้ศพั ทใ์ หมๆ่ เพิ่มข้ึน ทา
ใหเ้ ป็นการเพิม่ คลงั คาศพั ทไ์ ปในตวั และทาใหเ้ ราสามารถสื่อสารกบั ชาวต่างชาติไดด้ ีข้ึนจากการที่รู้ศพั ท์
เพ่มิ ข้ึน
หากผทู้ ี่สนใจศกึ ษาและพฒั นาทกั ษะภาษาองั กฤษยดึ หลกั ตามท่ีไดเ้ สนอไปน้ี จะเป็นอกี หนทาง
หน่ึงที่การพฒั นาทกั ษะภาษาองั กฤษจากการอา่ นข่าวภาษาองั กฤษเป็นไปไดด้ ว้ ยดีและมกี ารพฒั นาไปสู่อีก
ข้นั ของความสามารถอยา่ งรวดเร็ว
3
วารสารภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี ปี ท่ี 2 ฉบบั ที่ 1 มกราคม – เมษายน 2563
2.3. เวบ็ ไซต์และแหล่งข่าวแนะนาสาหรับการฝึ กอ่านข่าวภาษาองั กฤษ
ในโลกอนิ เตอร์เน็ตไดเ้ กิดเวบ็ ไซตแ์ ละแหลง่ ข่าวข้ึนมากมายท่ีเราสามารถใชใ้ นการพฒั นา
ทกั ษะภาษาองั กฤษได้ โดย Daily English (2559) ไดม้ กี ารรวบรวมเวบ็ ไซตค์ ุณภาพ ท่ีเราสามารถเขา้ ไป
ศกึ ษาเรียนรู้จากข่าวไดด้ ว้ ยตนเองไว้ ดงั น้ี
1. https://learningenglish.voanews.com/
2. http://www.bbc.co.uk/learningenglish/english/features/news-report
3. https://www.newsinlevels.com/
4. https://www.englishclub.com/efl/category/listening-news/
5. https://learning.blogs.nytimes.com/tag/tyell/?_r=1
6. https://www.theguardian.com/education/series/learning-english
7. https://www.bangkokpost.com/learning/learning-news
เวบ็ ไซตเ์ หล่าน้ีเป็นเวบ็ ไซตท์ ่ีมีความน่าเชื่อถือ และไดร้ ับการยอมรับในวงกวา้ ง ดงั น้นั จะ
เป็นเสมือนแหล่งความรู้ช้นั ดีที่เราสามารถเขา้ ไปศึกษาหาความรู้ไดต้ ลอดเวลาเพ่อื พฒั นาทกั ษะภาษาองั กฤษ
ของตนเอง
2.4. ประโยชน์จากการอ่านข่าวภาษาองั กฤษ
ประโยชน์จากการอ่านข่าวภาษาองั กฤษมมี ากมายหลายอยา่ ง โดยที่ Fredrickson (2015, pp.5)
ไดม้ กี ารสรุปไวว้ ่า การอ่านข่าวภาษาองั กฤษทาใหเ้ ราเกิดความมนั่ ใจในการสื่อสารมากข้ึนจากความรู้ท่ีเพ่มิ ข้ึน
มีการพฒั นาทกั ษะการส่ือสารใหด้ ีข้ึน ส่ือสารไดอ้ ยา่ งถกู หลกั ไวยากรณ์
โดยในอีกแง่หน่ึง การอ่านข่าวภาษาองั กฤษนอกจากจะช่วยพฒั นาทกั ษะภาษาองั กฤษแลว้
ยงั มีประโยชนอ์ ีกมากมาย โดย Business Analysis of Law (2561) ไดม้ กี ารนาเสนอประโยชน์จากการอา่ นข่าว
ภาษาองั กฤษไดว้ ่า
1.หนงั สือพมิ พเ์ ป็นส่ือท่ีแมน่ ไวยากรณ์ นน่ั จึงทาใหเ้ ราสามารถดูรูปแบบไวยากรณ์ที่
ถกู ตอ้ งไดจ้ ากการอ่านหนงั สือพมิ พ์ หรืออ่านข่าวจากแหล่งข่าวออนไลนท์ ่ีมกี ารนาเสนอข่าว
เป็นภาษาองั กฤษ เราสามารถเรียนรู้ไวยากรณ์ต่างๆจากข่าวไดโ้ ดยตรง และเป็นตวั อยา่ งท่ีดีท่ี
สามารถนามาปรับใชไ้ ด้
4
วารสารภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี ปี ท่ี 2 ฉบบั ที่ 1 มกราคม – เมษายน 2563
2. หนงั สือพมิ พอ์ ดุ มไปดว้ ย “ตวั อยา่ งการใช”้ ประโยคหรือสานวนทางภาษา เป็นโอกาสที่
ดีเราสามารถนาพวกประโยคหรือสานวนทางภาษาจากหนงั สือพิมพไ์ ปใชไ้ ดจ้ ริงในการสนทนา
กบั ชาวต่างชาติที่ใชภ้ าษาองั กฤษ เพราะโดยส่วนใหญ่ประโยคที่ใชใ้ นหนงั สือพมิ พจ์ ะเป็นประโยค
ท่ีชาวต่างชาติใชก้ นั เป็นประจาอยแู่ ลว้
3.หนงั สือพมิ พค์ ือ ฐานความคิดของชนชาติน้นั ทาใหเ้ ราสามารถรับรู้สภาพสงั คม หรือ
วฒั นธรรม แนวความคิดของเจา้ ของภาษา ถือไดว้ ่าหนงั สือพมิ พเ์ ป็นสื่อที่นาเสนอถงึ เรื่องราวของ
ประเทศน้นั ๆในแต่ละวนั วา่ มเี หตุการณ์อะไรเกิดข้ึนบา้ งที่สาคญั และเรายงั สามารถนาเหตุการณ์
ต่างๆท่ีเกิดข้ึนมาใชใ้ นการสนทนากบั ชาวต่างชาติเพ่อื ใหด้ ูวา่ เรามคี วามสนใจในประเทศของเคา้
จะทาใหภ้ าพลกั ษณ์ของเราดีข้ึนอกี ดว้ ย
สรุป
ภาษาองั กฤษยงั เป็นภาษาที่มคี วามจาเป็นมากในยคุ ปัจจุบนั ดงั น้นั การพฒั นาทกั ษะภาษาองั กฤษ
จ่ึงเป็นส่ิงเร่งด่วนที่ผคู้ นควรท่ีจะพฒั นา ในยคุ น้ีมกี ิจกรรมนอกหอ้ งเรียนมากมายท่ีเกิดข้ึนทาใหเ้ ราไม่จาเป็นท่ี
จะตอ้ งเรียนภาษาองั กฤษในหอ้ งเพียงอยา่ งเดียว เราสามารถพฒั นาทกั ษะภาษาองั กฤษจากการอา่ นข่าว
ภาษาองั กฤษ เพราะสื่อท่ีนาเสนอข่าวมมี าก มีความแม่นยาในดา้ นไวยากรณ์สูง สามารถนาประโยคในข่าวไปใช้
ในชีวิตจริงได้ มหี ลากหลายเร่ืองทาใหส้ ามารถเลอื กเร่ืองท่ีเราสนใจไดอ้ ยา่ งหลากหลาย และยงั มีประโยชน์
มากมายท่ีเกิดข้ึนจากการอา่ นข่าวภาษาองั กฤษ เช่น ทาใหเ้ ราไดร้ ับรู้ข่าวสารทวั่ โลก เขา้ ใจในสถานการณ์ของ
ประเทศอืน่ และยงั เป็นการเพ่ิมคลงั คาศพั ทใ์ หก้ บั ตวั เองอีกดว้ ย ดงั น้นั การพฒั นาทกั ษะภาษาองั กฤษดว้ ยการอา่ น
ข่าวจึงเป็นอีกทางเลอื กท่ีน่าสนใจท่ีผเู้ รียนภาษษองั กฤษควรจะนาไปฝึกฝนเพมิ่ เติมจากการเรียนในหอ้ งเรียน
5
วารสารภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี ปี ท่ี 2 ฉบบั ที่ 1 มกราคม – เมษายน 2563
บรรณานุกรม
อาทิตยา เวยี งนิล. (2559, มกราคม - มถิ นุ ายน). “การศึกษารูปแบบการเรียนรู้ภาษาองั กฤษผา่ นกิจกรรม
การเรียนรู้ภาษาองั กฤษนอกหอ้ งเรียน : กรณีศกึ ษาระดบั ปริญญาตรีมหาวทิ ยาลยั แม่ฟ้ าหลวง”.
สงขลานครินทร์ . 6(1), 37 - 53.
Business Analysis of Law. (2561, มกราคม). “อ่านข่าวภาษาองั กฤษ: วธิ ีฝึ กและพฒั นา”.
สืบคน้ เมื่อวนั ท่ี 5 สิงหาคม 2563, จาก https://businessanalysisoflaw.com/2018/01/08
Daily English. (2559, กมุ ภาพนั ธ)์ . “รีววิ เจาะลกึ …7 เวบ็ ไซต์เจ๋ง ฝึ กสกลิ ภาษาองั กฤษจากข่าว!”.
สืบคน้ เมอื่ วนั ท่ี 5 สิงหาคม 2563, จาก https://www.dailyenglish.in.th/english-news-websites/
-------. (2559, เมษายน) “4 เทคนคิ การเรียนภาษาองั กฤษจากข่าว”. สืบคน้ เมอ่ื 19 สิงหาคม 2563,
จาก https://www.dailyenglish.in.th/learning-english-from-news/.
Fredrickson, Terry L. (2558) จะออนไลน์/ออฟไลน์: คุณกอ็ ่านข่าวบางกอกโพสต์ได.้
กรุงเทพฯ : โพสต.์
6
วารสารภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี ปี ที่ 2 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม – เมษายน 2563
ความสาคญั ของภาษาอังกฤษในชีวิตประจาวัน
The Importance of English in Everyday Life
นวพล บุญหา1 / Nawapon Bunha
บทนา
ในปัจจุบนั ที่ภาษาองั กฤษเป็นภาษาสากลท่ีใชใ้ นการส่ือสารกนั เกือบทว่ั ท้งั โลก ไมว่ า่ จะ
เป็นประเทศเพอ่ื นบา้ นของไทย หรือประเทศอ่นื ๆ กย็ งั รับภาษาองั กฤษมาใชใ้ นดา้ นต่างๆ ดงั น้นั การ
พดู ไดแ้ ค่ภาษาเดียวน้นั ไดล้ า้ หลงั ไปแลว้ สาหรับยคุ ปัจจุบนั น้ี เพราะปัจจุบนั การเรียนภาษาท่ีสอง
เป็นการช่วยเพ่ิมโอกาสในดา้ นต่าง ๆ มากมาย ท้งั การทางาน การศึกษาต่อ ไปจนถึงประโยชน์
ทางดา้ นธุรกิจ ทาใหก้ ารรู้ภาษาองั กฤษน้นั มคี วามสาคญั อยา่ งมาก (แกว้ ตา, 2561)
ความสาคญั ของภาษาองั กฤษ
จินตนา ไชยฤกษ์ ( 2556) ไดก้ ลา่ วถงึ ความสาคญั ของภาษาองั กฤษไวว้ ่า การเรียนรู้
ภาษาองั กฤษมีความสาคญั และจาเป็นอยา่ งยง่ิ ในชีวิต ประจาวนั เนื่องจากเป็นเครื่องมือสาคญั ในการ
ติดต่อส่ือสาร การศึกษา การแสวงหาความรู้ การประกอบอาชีพ การสร้างความเขา้ ใจเก่ียวกบั
วฒั นธรรม และภาษาองั กฤษยงั ไดก้ ลายมาเป็นภาษาสากลที่ใชก้ นั ทว่ั ท้งั โลก และภาษาองั กฤษน้นั ก็
ไดเ้ ขา้ มามบี ทบาทสาคญั มากมายในโลกใบน้ีของเรา (Festallor Education, 2563) ไดแ้ ก่
1 นกั ศกึ ษาปริญญาตรี คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลศรีวชิ ยั
7
วารสารภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี ปี ท่ี 2 ฉบบั ที่ 1 มกราคม – เมษายน 2563
1.ด้านการส่ือสาร ภาษาองั กฤษถอื เป็นภาษากลางท่ีใชใ้ นการติดต่อสื่อสารในระดบั โลก
เป็นภาษาหลกั ของประชากรส่วนมาก และเป็นภาษากลางที่ใชต้ ิดต่อสื่อสารระหว่างประชากรใน
ประเทศต่างๆ ท้งั ในส่วนของการฟัง การพดู การอา่ น และการเขียน
2.ด้านการเดนิ ทางท่องเทย่ี ว เน่ืองจากภาษาองั กฤษถือเป็นภาษากลางท่ีใชต้ ิดต่อสื่อสาร
ภาษาองั กฤษน้นั จึงมปี ระโยชนม์ ากในการท่องเที่ยว หรือการไปพกั ผอ่ นในต่างประเทศ เพราะไมว่ า่
จะไปสถานที่ท่องเท่ียวแห่งไหนกต็ าม เราก็ยงั จาเป็นตอ้ งใชภ้ าษาองั กฤษในการแกไ้ ขปัญหากบั
เหตุการณ์เฉพาะหนา้ เมอ่ื มีคนต่างชาติเขา้ มาสอบถาม หรือตอ้ งการความช่วยเหลอื จากเรา
3.ด้านวฒั นธรรม ภาษาองั กฤษน้นั เม่ือเราไดเ้ รียนรู้ จะทาใหเ้ ราน้นั ไดร้ ับรู้ถงึ
ขนบธรรมเนียม ประเพณี วฒั นธรรม การแต่งกาย การแสดง ศลิ ปะ เศรษฐกิจ การเมือง และระบอบ
การปกครองของชาวต่างชาติไดม้ ากข้ึน รวมไปถึงท่ีมาที่ไป ความเหมอื นและความต่าง และแนวคิด
ที่แตกต่างกนั จนสามารถทามาปรับใชใ้ หเ้ หมาะสมกบั สถาณการณ์น้นั ๆ เพ่ือใชช้ ีวิตอยรู่ ่วมกนั ได้
อยา่ งสนั ติ
ภาษาองั กฤษกบั การเรียน
ภาษาองั กฤษมีอิทธิพลกบั การเรียนเป็นอยา่ งมากอยา่ งมาก เพราะสงั คมปังจุบนั ไดน้ าเอา
ภาษาองั กฤษมาใช้ ไมว่ ่าจะเป็น การสอบสมั ภาษณ์ในการเขา้ เรียนในมหาวิทยาลยั ต่างๆ หรือการ
เรียนในหอ้ งเรียนท่ีมีอาจารยแ์ ละคุณครูท่ีเป็นชาวต่างชาติกย็ งั ใชภ้ าษาองั กฤษเป็นสื่อกลาง
ความสาคญั ของภาษาองั กฤษกบั การเรียน
การเรียนถือเป็นดา้ นท่ีสาคญั อยา่ งมาก เพราะปัจจุบนั สถาบนั การศึกษา และ
มหาวิทยาลยั ในประเทศต่างๆ รวมถงึ ประเทศไทยเอง ไดพ้ ยายามปรับปรุงหลกั สูตรการศกึ ษา ใหม้ ี
ความเป็นสากลมากยงิ่ ข้ึน ตวั อยา่ งเช่น หลกั สูตรท่ีเป็นภาษาไทยกม็ ีการนาเอาความรู้จากทางดา้ น
8
วารสารภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี ปี ที่ 2 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม – เมษายน 2563
ภาษาองั กฤษเขา้ มาประยกุ ตใ์ ช้ และมีการจดั การเรียนการสอนในรูปแบบ English Program หรือ
Mini English Program หลายๆประเทศกย็ งั ไดส้ ่งเสริมใหน้ กั เรียนเร่ิมเรียนภาษาองั กฤษต้งั แต่ระดบั
อนุบาล เพือ่ เตรียมความพร้อม และใหต้ วั นกั เรียนหรือนกั ศึกษาไดเ้ ขา้ ใจภาษาองั กฤษใหด้ ียงิ่ ข้ึน เมอ่ื
เขา้ เรียนในระดบั สูง หรือเขา้ ทางาน (Festallor Education, 2563)
สาเหตทุ ีค่ วรเรียนรู้ภาษาองั กฤษ
ทาไมภาษาองั กฤษจึงมคี วามสาคญั น้นั ยอ่ มมีสาเหตุบอกไวอ้ ยา่ งแน่นอน
Whitaltizer (2563) ไดบ้ อกถึงสาเหตุที่ควรเรียนรู้ถาษาองั กฤษไว้ 10 ประการ คือ
1. คณุ จะมโี อกาสในอาชีพสูงขนึ้ เพราะปัจจุบนั ในหลายๆ อาชีพกไ็ ดม้ ีภาษาองั กฤษเขา้ มา
เก่ียวขอ้ ง ดงั น้นั การเรียนภาษาองั กฤษ หรือเขา้ ใจภาษาองั กฤษจึงสาคญั
2. คุณจะได้รับการศึกษาทีด่ ขี ึน้ ในหลายๆ สถานศึกษาจะใชภ้ าษาองั กฤษเป็นส่วนหน่ึงของ
การรับเขา้ ศึกษาต่อ ถา้ หากเรารู้ภาษาองั กฤษก็ง่ายท่ีจะเขา้ ศกึ ษาต่อในสถานศึกษาน้นั ๆ
3. คุณสามารถเดินทางไปได้ทุกทใ่ี นโลกถา้ หากเราไม่รู้ภาษาองั กฤษเลยแมแ้ ต่นอ้ ย การไป
ท่องเที่ยวในที่ต่างๆในต่างประเทศกจ็ ะอยากข้ึน เพราะภาษาองั กฤษน้นั เป็นสื่อกลางในการส่ือสาร
4. คณุ จะรู้ภาษาที่เป็ นสากลภาษาองั กฤษน้นั เป็นที่ยอมรับกนั ท้งั โลก วา่ เป็นภาษาสากลใน
การสื่อสาร หรือในดา้ นต่างๆ
5. คุณจะได้เรียนรู้เกย่ี วกบั วฒั นธรรม ทุกๆ บทเรียนท่ีไดเ้ รียนไปน้นั เราจะไดค้ วามรู้
เก่ียวกบั วฒั นธรรมของภาษาองั กฤษ ตวั อยา่ งเช่น การทกั ทายท่ีใชก้ ารจบั มอื หรือโอบกอดกนั เป็น
ตน้
9
วารสารภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี ปี ท่ี 2 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม – เมษายน 2563
6. คุณจะพบว่าภาษาองั กฤษง่ายต่อการเรียนรู้ ถา้ เทียบกบั ภาษาไทยแลว้ ภาษาองั กฤษน้นั
เขา้ ใจง่ายมากมากกว่าภาษาไทยเสียอกี เนื่องจากภาษาองั กฤษเป็นภาษาที่แพร่หลายไปทว่ั ทุกมมุ โลก
เลยสามารถหาขอ้ มลู ไดง้ ่ายดาย
7. คณุ สามารถพฒั นาความเข้าใจทางด้านวทิ ยาศาสตร์ให้สูงขึน้ ได้ เน่ืองจากหลายๆ คา
ทางดา้ นวทิ ยาศาสตร์น้นั จะเป็นภาษาองั กฤษโดยส่วนใหญ่ การเรียนภาษาองั กฤษจึงส่งผลดีอยา่ ง
มากจนทาใหเ้ ราเขา้ ใจคาน้นั ๆ ได้
8. คุณสามารถนดั เดทกบั ผู้คนได้มากขนึ้ หลายๆ คนคงชอบสาวหรือหนุ่มชาวต่างชาติ แต่
ถา้ ไมไ่ ดเ้ รียนภาษาองั กฤษมา มนั ก็จะยากต่อการสานสมั พนั ธร์ ะหวา่ งคนๆ น้นั ดงั น้นั ควรศึกษา
หรือเรียนรู้ภาษาองั กฤษไวส้ กั หน่อยกค็ งจะดี
9. คณุ จะมคี วามมน่ั ใจในตวั เองมากขนึ้ แน่นอนว่าการเรียนภาษาองั กฤษน้นั ไม่ไดศ้ นู ยเ์ ปลา่
เพราะถา้ ยง่ิ เรียนก็จะยง่ิ เขา้ ใจ จนทาใหต้ นเองน้นั มน่ั ใจท่ีจะพดู ภาษาองั กฤษออกมามากข้ึน
10. คุณจะได้บริหารสมองการเรียนรู้ภาษาองั กฤษกท็ าใหค้ ุณฉลาดข้ึน และมีสมองที่ทรง
พลงั ข้ึน นกั วทิ ยาศาสตร์ไดช้ ้ีใหเ้ ห็นวา่ ผทู้ ่ีพดู สองภาษาสามารถสรุปความคิดรวบยอดไดเ้ ร็วกว่า
และทาคะแนนทดสอบไดด้ ีกวา่ ดงั น้นั แลว้ ใครจะไม่ตอ้ งการที่จะเรียนรู้บา้ งละ่
ภาษาองั กฤษกบั การทางาน
เน่ืองดว้ ยภาษาองั กฤษเป็นภาษาสากลท่ีใชก้ นั ทว่ั โลก จึงมีความสาคญั ต่อการประกอบ
อาชีพในอนาคต ไมว่ า่ จะเป็นการเขา้ ไปทางานในต่างประเทศ หรือแมแ้ ต่ในประเทศตนเอง (กรอง
แกว้ ฉายสภาวะธรรม, 2537)
10
วารสารภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี ปี ที่ 2 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม – เมษายน 2563
ความสาคญั ของภาษาองั กฤษกบั การทางาน
หลายๆ องคก์ รหรือหน่วยงานในต่างประเทศ หรือแมแ้ ต่ในประเทศไทยกต็ าม ณ
ปัจจุบนั น้ีประเทศเหล่าน้นั ไดน้ าเอาภาษาองั กฤษมาเป็นตวั กาหนดคุณสมบตั ิท่ีจะรับพนกั งานเขา้ มา
ทางาน เพราะตอ้ งการไดผ้ ลงานที่เป็นมคี วามเป็นสากล หรือเจา้ ของธุรกิจไดเ้ ลง็ เห็นว่า อาจจะเป็น
การง่ายต่อการขยายตวั ในทุกภาคส่วนของธุรกิจไปยงั ต่างประเทศในอนาคตไดร้ วดเร็วข้ึน และยงั
สามารถนาความรู้ความสามารถจากสื่อในต่างประเทศ หรือนาเอาเทคโนโลยที ี่ทนั สมยั มาปรับใช้
ในองคก์ รไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธิภาพอีกดว้ ย (Festallor Education, 2563)
เหตผุ ลทีภ่ าษาองั กฤษสาคญั ในการทางาน
คนท่ีมคี วามสามารถดา้ นภาษาองั กฤษมกั จะไดเ้ ปรียบกวา่ เสมอ เพราะ
ภาษาองั กฤษน้นั จะช่วยเสริมภาพลกั ษณ์ท่ีดีในการทางาน และทาใหค้ นทางานท่ีพดู ภาษาองั กฤษได้
ไดร้ ับการจบั ตามองจากบุคคนอ่นื ๆ ที่พบเห็น และพวกเขาจะรู้สึกว่าเราเป็นคนที่ทางานเก่ง และยงั
สามารถติดต่อสื่อสารกบั คนไดท้ ุกชาติทุกภาษา โดยแบ่งเป็น 3 เหตุผล (แพว, 2561) คือ
1. เป็ นสื่อกลางในการสื่อสาร คนเราจาเป็นตอ้ งติดต่อส่ือสารกนั อยตู่ ลอดเวลา โดยเฉพาะ
การทางาน ภาษาองั กฤษจึงมีบทบาทสาคญั เมอ่ื เราไม่สามารถพดู ภาษาทอ้ งถนิ่ ของคนทวั่ โลกไดท้ ุก
ภาษา แต่ในการทางานมกั จาเป็นตอ้ งติดต่อสื่อสารใหไ้ ด้ เราจาเป็นท่ีจะตอ้ งส่ือสารดว้ ยการใช้
ภาษาองั กฤษที่เป็นภาษาสากลนนั่ เอง
2. สร้างภาพลกั ษณ์ทด่ี ใี ห้คนทางานการพดู หรือส่ือสารเป็นภาษาองั กฤษไดอ้ ยา่ งเช่ียวชาญ
น้นั จะส่งผลดีโดยตรงต่อคนท่ีทางานที่ใกลช้ ิดกบั คนหลากหลายสญั ชาติ และยงั เป็นการสร้าง
ภาพลกั ษณ์ที่ดีต่อตนเอง และบุคคลที่วา่ จา้ งหรือบริษทั ท่ีจา้ งคนเขา้ ทางาน
11
วารสารภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี ปี ที่ 2 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม – เมษายน 2563
3. เพม่ิ โอกาสงานด้วยทกั ษะภาษาองั กฤษผคู้ นบางส่วนกต็ อ้ งการงานดีๆ เพอ่ื ท่ีจะนาเงินที่
ไดน้ ้นั ไปพฒั นาชีวิตของตนเอง แต่ถา้ หากเรารู้ภาษาองั กฤษมนั จะส่งผลใหเ้ รามโี อกาสสูงมากท่ีจะ
ไดง้ านดีๆ ไปครอง
บทสรุป
ไมว่ ่าจะดา้ นการเรียน การทางาน หรือดา้ นต่างๆ ภาษาองั กฤษกม็ ีความสาคญั มากที่จะทา
ใหเ้ ราไดม้ ีโอกาสท่ีจะศึกษาต่อในระดบั สูงๆ ไดร้ ับงานดีๆ ไดไ้ ปท่องเท่ียว และพดู คุยกบั
ชาวต่างชาติไดร้ าบร่ืนข้ึน ดงั น้นั เราควรจะใหค้ วามสาคญั กบั การศึกษาและเรียนรู้ภาษาองั กฤษให้
มากเท่าที่จะทาได้ เพ่ือไมใ่ หต้ นเองน้นั รู้สึกไมม่ นั่ ใจหรือรู้สึกดอ้ ยในภาษาองั กฤษ และดว้ ยเหตุ
เหลา่ น้ี ภาษาองั กฤษจึงมคี วามสาคญั กบั ทุกๆ คนท่ีตอ้ งการเรียนรู้นนั่ เอง
12
วารสารภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี ปี ท่ี 2 ฉบบั ที่ 1 มกราคม – เมษายน 2563
บรรณานุกรม
กรองแกว้ ฉายสภาวะธรรม. (2537). ภาษาองั กฤษสาหรับอาชีพ การงาน. กรุงเทพฯ : ตน้ ธรรม.
หนา้ 1.
แกว้ ตา. (2561, 4 เมษายน). “M-Trilingual ภาษาที่ 3 ทกั ษะมาแรง ทางานต่างประเทศ เรียนต่อ
ต่างประเทศ” ไทยรัฐ. หนา้ 12.
จินตนา ไชยฤกษ.์ (2556, กนั ยายน). “ภาษาองั กฤษสาคญั อย่างไร” สืบคน้ เมือ่ 10 สิงหาคม 2563
จากhttps://www.gotoknow.org/posts/548608
แพว. (2561, กรกฎาคม). “ทาไมภาษาองั กฤษจงึ สาคญั สาหรับคนทางาน?” สืบคน้ เมอื่ 10 สิงหาคม
2563 จากhttps://www.admissionpremium.com/libra/news/3570
Festallor Education. (2563, มกราคม). “ความสาคญั ของภาษาองั กฤษในด้านต่างๆ” สืบคน้ เม่อื 9
สิงหาคม 2563 จากhttps://www.festallor-edu.com/post/why-english-is-important
Whitaltizer. (2563). “10 เหตุผลว่าทาไมการเรียนภาษาองั กฤษจงึ เป็ นการตดั สินใจท่ดี ีทสี่ ุดท่คี ณุ เคย
ทา” สืบคน้ เมอ่ื 10 สิงหาคม 2563 จาก
https://www.fluentu.com/blog/english-thai/ทาไมตอ้ งเรียนภาษาองั กฤษ/
13
วารสารภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี ปี ที่ 2 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม – เมษายน 2563
พฒั นาทักษะการฟังภาษาองั กฤษจากการดูสื่อภาษาต่างประเทศ
Development Listening English Skill by Watching Foreign Media
นริศรา สีน้าคา1/ Narissara Seenamkum
บทนา
ในปัจจุบนั ภาษาองั กฤษถอื ว่ามีบทบาทสาคญั ต่อการดาเนินชีวิตมนุษยม์ าก โดยเฉพาะในยคุ น้ีเป็น
ยคุ ของขอ้ มลู ข่าวสารหรือเรียนวา่ ยคุ โลกาภิวตั น์ ภาษาองั กฤษปัจจุบนั คือภาษานานาชาติ เป็นภาษากลางของ
มนุษยชาติ เป็นภาษาท่ีมนุษยบ์ นโลกใชต้ ิดต่อสื่อสารระหวา่ งกนั เป็นหลกั โดยทกั ษะการฟังภาษาองั กฤษ
เป็นจุดเริ่มตน้ แห่งการเรียนรู้ ทกั ษะการฟังมีความสาคญั อยา่ งยง่ิ เพราะหากผฟู้ ังมีทกั ษะการฟังท่ีดียอ่ ม
ส่งเสริมใหท้ กั ษะการพดู มีประสิทธิภาพมากยง่ิ ข้ึน บทความน้ีมีวตั ถปุ ระสงคเ์ พ่ือพฒั นาทกั ษะการฟัง
ภาษาองั กฤษจากการดูส่ือต่างประเทศ ดงั น้นั ควรใส่ใจในทกั ษะการฟังเพ่อื สามารถจบั ประเดน็ ใจความหลกั
จากสิ่งท่ีฟังไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งและครบถว้ น
1.การพฒั นาทกั ษะการฟัง
1.1 ความหมายของการฟัง
ม.ล ฐิติรัตน์ ลดาวลั ย์ (๒๕๔๒:๓๒) ไดใ้ หค้ วามหมายของการฟังว่า “การฟังน้นั ต่างจาก
การไดย้ นิ ซ่ึงเป็นการรับรู้อยา่ งหน่ึงของร่างกาย โดยอาศยั โสตประสาทเป็นเครื่องรับรู้ แต่การฟังน้นั เป็น
พฤติกรรมท่ีเกิดข้ึนจากการทางานอยา่ งต้งั ใจของระบบประสาท ซ่ึงจะตอ้ งประกอบดว้ ย การไดย้ นิ การรับรู้
หรือสญั ชาตญาณ การจาได้ ละความเขา้ ใจ หมายความว่า ในการฟังน้นั ตอ้ งมกี ารรับสารและตีความหมาย
ของสารท่ีไดย้ นิ น้นั ดว้ ย การฟังจึงนบั ว่า เป็นศลิ ปะอยา่ งหน่ึงท่ีผฟู้ ังตอ้ งใชท้ กั ษะ ไหวพริบ และความคิดเป็น
สาคญั ”
จะเห็นไดว้ ่าการฟังมีความสาคญั มาก เพราะหากว่าไดฟ้ ังสารหรือขอ้ มลู ผดิ อาจจะทาให้
เขา้ ใจความหมายผดิ ได้ ดงั น้นั ควรท่ีจะพฒั นาทกั ษะการฟังเป็นอยา่ งยง่ิ เพ่อื ที่จะทาใหส้ ามารถตีความหมาย
ของขอ้ มลู ท่ีไดร้ ับไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง ปัจจุบนั การพฒั นาทกั ษะการฟังสามารถทาไดง้ ่าย เช่น การฟังเพลง
การดสู ่ือต่างๆ เป็นตน้
1 นกั ศกึ ษาปริญญาตรี คณะศิลปศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลศรีวิชัย
14
วารสารภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี ปี ท่ี 2 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม – เมษายน 2563
1.2 ความสาคัญของทักษะการฟัง
นริศรา คงทอง ไดร้ วบรวมความสาคญั ของทกั ษะการฟังไดไ้ วค้ รอบครุมมากที่สุดดงั น้ี
1. การฟังทาใหไ้ ดร้ ับความรู้ การฟังมีความสาคญั ในชีวติ ประจาวนั ในทกั ษะท้งั สี่
คือ การฟัง การพดู การอ่าน และการเขียน ทกั ษะในการฟังเป็นทกั ษะท่ีใชม้ ากที่สุด การฟังทาใหผ้ ฟู้ ังไดร้ ับ
ความรู้เพิม่ มากข้ึน เช่น การฟังการบรรยายในช้นั เรียน การฟังข่าวสารประจาวนั ทาใหไ้ ดร้ ับความรู้ทนั
เหตุการณ์ การฟังอาจจะฟังจากผสู้ ่งสารโดยตรง หรือ ฟังผา่ นส่ืออเิ ลก็ ทรอนิกส์ เช่น วิทยุ โทรทศั น์
คอมพวิ เตอร์ วดี ิทศั น์ ซีดี-รอม ฯลฯ
2. การฟังทาใหเ้ กิดความคิดกวา้ งไกล การสร้างนิสยั การฟังที่ดี ทาใหเ้ กิดความคิด
ไปในดา้ นต่างๆ สามารถแกป้ ัญหา สร้างงาน วเิ คราะห์ พจิ ารณาเร่ือต่างๆที่เกิดข้ึนไดอ้ ยา่ งมเี หตุมผี ล เขา้ ใจ
เร่ืองราวท่ีเกิดข้ึนรอบขา้ ง และเหตุการณ์ที่เกิดข้ึนรอบโลก เขา้ ใจปัญหาสงั คม สามารถปรับตวั ใหเ้ ขา้ ไดก้ บั
ทุกสถานการณ์ และช่วยทาใหเ้ กิดความร่วมมอื ร่วมใจในการทากิจกรรมต่างๆ อนั เป็นประโยชนแ์ ก่สงั คม
และประเทศชาติได้
3. การฟังทาใหเ้ กิดการพฒั นาตนเอง การฟังเร่ืองราวต่างๆทาใหไ้ ดร้ ับความรู้
มากมาย ผฟู้ ังสามารถนามาปรับปรุงและพฒั นาการดาเนินชีวติ ประจาวนั ท้งั ในครอบครัว การทางานร่วมกบั
ผอู้ นื่ รู้จกั แยกแยะส่ิงท่ีควรกระทาและไม่ควรกระทา รู้จกั แกไ้ ขส่ิงท่ีบกพร่อง ทาใหเ้ กิดความมน่ั ใจในตนเอง
นอกจากน้นั ยงั นาความรู้ ความกา้ วหนา้ ทางวิทยาการท่ีไดร้ ับฟังอยเู่ ป็นประจามาใชพ้ ฒั นางานในหนา้ ที่ได้
อกี ดว้ ย
4. การฟังทาใหเ้ กิดความจรรโลงใจ และซาบซ้ึง การฟังบทร้อยกรอง สุนทรพจน์
คาสอนของนกั ปราชญ์ ผนู้ าทางศาสนา การฟังบทเพลง ดนตรีท่ีมคี วามหมายลกึ ซ้ึงกินใจ ทาใหจ้ ิตใจสดช่ืน
แจ่มใส มีชีวิตชีวา เป็นการรักษาสุขภาพจิตและสุขภาพกาย ใหแ้ ข็งแรง มีอายยุ นื ยาว นอกจากน้นั ยงั ทาใหผ้ ู้
ท่ีอยรู่ อบขา้ งไดร้ ับความสุขดว้ ย
5. การฟังเป็นการสร้างความเขา้ ใจอนั ดีระหว่างกนั การฟังในครอบครัวมี
ความสาคญั ในระดบั แรก ท่ีทาใหค้ รอบครัวมีความสุข ความอบอุ่นการฟังในสงั คม ทาใหเ้ กิดความสมั พนั ธ์
อนั ดีระหวา่ งผบู้ งั คบั บญั ชา เพือ่ นร่วมงานและผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชา การฟังในระดบั ผนู้ าระดบั ประเทศที่มกี าร
ติดต่อสื่อสารเพ่ือแลกเปล่ียนขอ้ คิดเห็น ขอ้ ปฏิบตั ิตามกฎ ระเบียบ เพอ่ื ใหเ้ ป็นไปในทิศทางเดียวกนั เป็น
การลดความขดั แยง้ และขอ้ พิพาท ซ่ึงไดแ้ ก่ การล่วงล้าเขตแดน การทดลองอาวุธท่ีมอี านุภาพร้ายแรงอนั จะ
ก่อใหเ้ กิดความเสียหายแก่มนุษยโ์ ลก นอกจากน้นั ยงั ก่อใหเ้ กิดสนธิสญั ญาความร่วมมอื ช่วยเหลือระหวา่ ง
ประเทศทว่ั โลกอกี ดว้ ย
15
วารสารภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี ปี ที่ 2 ฉบบั ที่ 1 มกราคม – เมษายน 2563
จะเห็นไดว้ า่ ความสาคญั ของทกั ษะการฟังน้นั มมี ากมาย เพราะการฟังเป็นทกั ษะที่สาคญั
เพราะถา้ หากฟังไดไ้ ม่ดี อาจทาใหเ้ กิดผลกระทบต่อ ทกั ษะอืน่ ๆดว้ ย เช่น ทกั ษะการพดู อ่าน และเขียน
ดงั น้นั ควรที่จะตระหนกั ถงึ ความสาคญั ของทกั ษะการฟังเพ่ือที่จะสามารถพฒั นาทกั ษะการฟังได้
อยา่ งมีประสิทธิภาพ
1.3 ประโยชน์ของการฟัง
นริศรา คงทอง ไดบ้ อกประโยชน์ของการฟังไวไ้ ดค้ รบถว้ นสมบรู ณ์มากที่สุด ดงั น้ี
1. การฟังช่วยใหก้ ารพดู สมบรู ณ์ องคป์ ระกอบของการพดู ท่ีสาคญั ไดแ้ ก่ ผสู้ ่ง
สาร ตวั สาร ส่ือ และจะสมบรู ณ์ไมไ่ ดถ้ า้ หากการพดู น้นั ไม่มีผฟู้ ัง การฟังที่ดีจะช่วยใหก้ ารสื่อสารสมั ฤทธ์ิผล
และเกิดการตอบสนองไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง
2. การฟังทาใหไ้ ดร้ ับความรู้ ความคิด ทศั นคติ การฟังทาใหไ้ ดร้ ับรู้เรื่องราวที่
แปลกใหม่ของบุคคลที่เราสนทนารวมท้งั เร่ืองราวต่างๆอีกมากมายท่ียงั ไมเ่ คยไดย้ นิ มาก่อน และสามารถ
นาไปใชป้ ระยกุ ตก์ บั ชีวติ ประจาวนั การทางาน และนาไปขยายผลต่อได้
3. การฟังทาใหไ้ ดร้ ับความเพลิดเพลิน การเลือกฟังส่ิงที่เป็นประโยชน์ทาใหม้ ี
ความคิดริเร่ิมสร้างสรรคส์ ิ่งใหม่ๆ รวมท้งั ก่อใหเ้ กิดความสนุกสนานอีกดว้ ย
4. การฟังช่วยใหเ้ ปล่ียนทศั นคติ และช่วยยกระดบั จิตใจใหส้ ูงข้ึน การฟังมากทา
ใหผ้ ฟู้ ังมองโลกไดก้ วา้ งข้ึน ยอมรับความเป็นจริง ยอมรับฟังความคิดเห็นของผอู้ ่นื นอกจากน้นั การฟังคาสง่ั
สอน คาพดู ที่เป็นคติสอนใจ คาพดู ที่ดีงาม คาพดู ท่ีเป็นคติเตือนใจ จะช่วยปลอบประโลมใจ สร้างกาลงั ใจ
และช่วยยกระดบั จิตใจใหส้ ูงข้ึนดว้ ย
5. การฟังทาใหเ้ กิดวจิ ารณญาณ การฟังดว้ ยปัญญาทาใหส้ ามารถรับรู้เร่ืองราวได้
อยา่ งละเอียดถกู ตอ้ งและลึกซ้ึงรู้จกั แยกเหตุแยกผลได้ สามารถตดั สินเรื่องที่ไดฟ้ ังวา่ เป็นไปไดห้ รือเป็นไป
ไม่ไดเ้ พราะอะไร และถา้ หากควรเช่ือหรือไม่ควรเช่ือเพราะอะไร
6. การฟังทาใหเ้ กิดปฏิภาณไหวพริบ การฟังมากและฟังดว้ ยความต้งั ใจ รู้จกั
สงั เกตและวิเคราะห์ ทาใหส้ ามารถอ่านความรู้สึกนึกคิด และรู้เท่าทนั ในการกระทาของผอู้ นื่ รู้จกั การ
วเิ คราะห์พฤติกรรม จะช่วยใหก้ ารดาเนินชีวิตเกี่ยวกบั เรื่องการตดั สินใจไม่ผดิ พลาด
ดงั น้นั การพฒั นาทกั ษะการฟังใหม้ ปี ระสิทธิภาพจาเป็นอยา่ งยง่ิ ท่ีผฟู้ ังตอ้ งมีความรู้พ้ืนฐานเก่ียวกบั
การฟัง และผฟู้ ังควรท่ีจะตอ้ งรู้ประโยชน์ของการฟัง เพราะจะทาใหเ้ ขา้ ใจลกั ษณะทว่ั ไปของการฟัง ซ่ึงจะ
เป็นพ้นื ฐานความเขา้ ใจอนั จะช่วยให้ การพฒั นาทกั ษะการฟังรวดเร็วและมคี ุณภาพข้ึน
16
วารสารภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี ปี ท่ี 2 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม – เมษายน 2563
2.การพฒั นาทกั ษะการฟังภาษาองั กฤษโดยใช้สื่อต่างๆ
2.1 การใช้ภาพยนตร์เพอ่ื พฒั นาทกั ษะภาษาองั กฤษ
การนาภาพยนตร์มาเป็นสื่อการเรียนการสอนเนื่องจากภาพยนตร์มงุ่ พฒั นาทกั ษะ
ภาษาองั กฤษของนกั เรียนอยา่ งตรงจุดมุ่งหมายเพราะภาพยนตร์ช่วยเชื่อมการเห็นภาพลกั ษณะเคลือ่ นไหวกบั
เสียงบรรยายประกอบดว้ ยการใชป้ ระสาทสมั ผสั รับรู้ถึงอยา่ งท้งั จากการไดเ้ ห็นและการไดย้ นิ ใน
ขณะเดียวกนั ดงั งานวิจยั ของ Donley (2000) ไดน้ าภาพยนตร์มาใชใ้ นการสอนเพื่อพฒั นาความคลอ่ งแคลว่
ในการใชภ้ าษาองั กฤษของนกั เรียนทา ใหน้ กั เรียนมที กั ษะทางภาษาเพิม่ ข้ึน(นารีนารถ ห่อไธสง, 2555)
ดงั น้นั ภาพยนตร์จึงเป็นส่ือหน่ึงท่ีสาคญั ท่ีจะช่วยพฒั นาทกั ษะทางดา้ นการฟังภาษาองั กฤษ
เนื่องจากภาพยนตร์จะมีเสียงและภาพเคล่ือนไหวทาใหเ้ ขา้ ใจไดง้ ่ายมากข้ึน และทาใหส้ ามารถพฒั นาทกั ษะ
การฟังไดด้ ียง่ิ ข้ึน และภาพยนตร์ยงั เป็นส่ือที่ง่ายแก่การคน้ หาเพ่ือพฒั นาทกั ษะการฟัง
2.2 การพฒั นาทกั ษะการฟังภาษาองั กฤษโดยใช้รายการโทรทัศน์
การนารายการโทรทศั นม์ าใชใ้ นการเรียนการสอนมีคุณประโยชน์ ต่อการเรียนการสอน
หลายประการ คือ สามารถนาเสนอภาพและเสียงไดพ้ ร้อม ๆ กนั ใหค้ วามรู้แก่ผเู้ รียนไดท้ ุกรูปแบบต้งั แต่
การสอนความรู้ง่าย ๆ ไปจนถึงการอธิบายขอ้ มลู ที่มีความสลบั ซบั ซอ้ นไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ ทาง
จอโทรทศั น์ยงั ช่วยใหเ้ กิด ความสนใจและทาใหผ้ ชู้ มจดจาสิ่งท่ีไดด้ งู ่ายข้ึน อีกท้งั ยงั สามารถถ่ายทอด
ใหค้ นเห็นและมีความรู้สึกร่วมไปพร้อมๆกนั ดว้ ย รายการโทรทศั น์จึงเหมาะท่ีจะใชเ้ พื่อการเรียนการสอน
สอดคลอ้ งกบั แนวคิดของ Cambre (1995) ที่ไดส้ รุปวา่ โทรทศั น์ สามารถใชเ้ ป็นสื่อการสอนและ
การบรรยายที่ดีที่สุดท่ีจะทาใหน้ กั เรียนไดฝ้ ึกฝนตนเอง ใหเ้ กิดความเชี่ยวชาญและมอี ิสระในการทางาน
(มณีรัตน์ กรรณิกา และอภิราดี จนั ทร์แสง, 2559)
จะเห็นไดว้ า่ สื่อท่ีใชก้ นั ในปัจจุบนั คือ โทรทศั น์ซ่ึงปัจจุบนั มรี ายการท่ีมีคุณภาพหลาย
รายการ เช่น ข่าวพยากรณ์อากาศ รายการสารคดี ดงั น้นั โทรทศั น์จึงสามารถเป็นสื่อการเรียนการสอนท่ีดีได้
ดว้ ย
2.3 การพฒั นาความสามารถด้านการฟังภาษาองั กฤษโดยการใช้หนังสือนิทานอเิ ลก็ ทรอนิกส์
ส่ือเทคโนโลยที างการศึกษาในปัจจุบนั ช่วยเปลย่ี นแปลงรูปแบบทางการศึกษาอยา่ งมาก
สามารถประยกุ ตใ์ ชง้ านไดอ้ ยา่ งกวา้ งขวาง หนงั สืออิเลก็ ทรอนิกส์ (E-Book) เป็นสื่อการเรียนรู้หน่ึงท่ีจะทา
ใหส้ ามารถใชเ้ ทคโนโลยใี นทางการศกึ ษาในการแสวงหาความรู้ดว้ ยตวั เองได้ เน่ืองจากหนงั สือ
อเิ ลก็ ทรอนิกสเ์ ป็นหนงั สือท่ีจดั ทาและแสดงผลในรูปแบบสื่ออเิ ลก็ ทรอนิกส์ เป็นแฟ้ มขอ้ มลู คอมพิวเตอร์ท่ี
17
วารสารภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี ปี ท่ี 2 ฉบบั ที่ 1 มกราคม – เมษายน 2563
สามารถอา่ นผา่ นทางหนา้ จอคอมพิวเตอร์ท้งั ในระบบออฟไลน์และอนนไลน์ สามารถสง่ั พมิ พเ์ อกสารท่ี
ตอ้ งการออกทางเครื่องพมิ พไ์ ด้ และท่ีสาคญั คือ หนงั สืออิเลก็ ทรอนิกส์สามารถปรับปรุงขอ้ มลู ใหท้ นั สมยั ได้
ตลอดเวลา (ฑีรณัท ขนั นาค และสุทศั น์ นาคจน่ั , 2559)
จะเห็นไดว้ ่าปัจจุบนั มสี ื่อมากมายท่ีจะสามารถพฒั นาทกั ษะการฟังภาษาองั กฤษไดอ้ ยา่ งมี
ประสิทธิภาพ หนงั สือนิทานอเิ ลก็ ทรอนกสก์ เ็ ป็นหน่ึงในน้นั และหนงั สือนิทานยงั มีรูปแบบการนาเสนอท่ี
ทนั สมยั เป็นอยา่ งมาก ทาใหร้ ู้สึกไดถ้ งึ ความทนั สมยั ของสื่อการเรียนการสอนในปัจจุบนั
สรุป
การเจริญเติบโตของเทคโนโลยสี ารสนเทศไดส้ ร้างสภาพ โลกท่ีไร้พรมแดน ทาใหก้ าร
ติดต่อส่ือสารระหว่างประเทศ สามารถดาเนินไปไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว ในการติดต่อส่ือสารภาษา ถอื ว่าเป็น
เครื่องมือที่สาคญั ยง่ิ ในการแลกเปลี่ยนความรู้ ขอ้ มลู ข่าวสาร และการเรียนรู้วิทยาการอืน่ ๆ ตลอดจนการ
ประกอบ อาชีพ การท่ีจะสามารถใชภ้ าษาองั กฤษเพ่ือการสื่อสาร ไดน้ ้นั จาเป็นตอ้ งฝึกฝนทกั ษะท้งั ส่ี คือ การ
ฟัง การพดู การอา่ น และการเขียนไปพร้อมๆ กนั อกี ท้งั ยงั สามารถนาความรู้ ท่ีไดร้ ับไปใชป้ ระโยชน์อยา่ ง
แทจ้ ริง ซ่ึงทกั ษะการใชภ้ าษาน้นั ทกั ษะการฟังถอื ไดว้ า่ เป็นทกั ษะที่สาคญั ยงิ่ ของมนุษย์ และ เป็นพ้ืนฐาน
สาคญั ท่ีจะพฒั นาความสามารถในทกั ษะอ่ืน ซ่ึงหมายความวา่ ในลาดบั แรก ตอ้ งมคี วามสามารถ ในการฟัง
เพราะเมื่อฟังเขา้ ใจแลว้ จะมผี ลต่อการพฒั นาทกั ษะ การพดู การอา่ น และการเขียน การส่ือสารใน
ชีวิตประจาวนั ของคนเราใชท้ กั ษะการฟังมากท่ีสุดในการส่ือสาร
18
วารสารภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี ปี ท่ี 2 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม – เมษายน 2563
บรรณานุกรม
ฑีรณัท ขนั นาค และสุทศั น์ นาคจน่ั . (2559,กนั ยายน-ธนั วาคม) “การพฒั นา
ความสามารถดา้ นการฟังภาษาองั กฤษของนกั เรียนช้นั ประถมศกึ ษา
ปี ท่ี 4 โดย การใชห้ นงั สือนิทานอิเลก็ ทรอนิกส์”. สงขลานครินทร์.
27(3),44-54.
นารีนารถ ห่อไธสง. (1 กรกฏาคม 2555) “การใช้ภาพยนตร์เพอื่ พฒั นาภาษาองั กฤษ”
นริศรา คงทอง “การพฒั นาทกั ษะการฟัง” สืบคน้ เมื่อ 19 สิงหาคม 2563
จาก https://sites.google.com/a/tunu.ac.th/krunarissara/khwam-hmay-khxng-kar-fang
พชร สายเพช็ ร์. (2562) การสอนภาษาองั กฤษจากภาพยนตร.์ จุฬาลงกรณ์
มณีรัตน์ กรรณิกา และอภิราดี จนั ทร์แสง. (2559) “การพฒั นาทักษะการฟัง
ภาษาองั กฤษโดยใช้รายการโทรทศั น์”สืบคน้ เม่ือ 19 สิงหาคม 2563
จาก https://rerujournal.reru.ac.th/wp-content/uploads
19
วารสารภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี ปี ที่ 2 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม – เมษายน 2563
ความสาคญั ของภาษาอังกฤษต่อสังคมไทยในปัจจุบัน
The Important of English in Thai
วริศรา ปลอดแก่นทอง1 /Waritsara Plodkaenthong
บทนา
ในปัจจุบนั ภาษาองั กฤษเป็นภาษาหน่ึงท่ีถอื ไดว้ า่ เป็นภาษาสากล ผคู้ นมากมายทว่ั โลกลว้ นใชภ้ าษา
น้ีในการติดต่อส่ือสาร ซ่ึงภาษาองั กฤษนบั ว่ามคี วามสาคญั อยา่ งมากต่อประเทศไทย ท้งั ในดา้ นเศษฐกิจ
สงั คม และวฒั นธรรม ถงึ แมว้ ่าภาษาองั กฤษจะมีอิทธิพลต่อประเทศไทยมานานแลว้ โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ใน
ดา้ นภาษา แต่คนไทยก็ยงั ไมไ่ ดใ้ หค้ วามสาคญั มากเท่าที่ควร อีกท้งั ยงั มคี วามคิดที่วา่ เรามภี าษาไทยเป็นภาษา
แม่ ภาษาองั กฤษจึงไม่จาเป็น ดงั น้นั ผเู้ ขียนไดเ้ ลง็ เห็นความสาคญั ในเรื่องดงั กลา่ ว จึงตอ้ งการใหค้ นไทย
กลบั มาเห็นคุณค่าของภาษาองั กฤษที่มตี ่อประเทศไทย เพอื่ ใหค้ นไทยสามารถใชภ้ าษาองั กฤษไดด้ ียงิ่ ข้ึน
และสามารถพฒั นาตนเองและประเทศชาติสู่ระดบั สากลได้
ความสาคญั ของภาษาองั กฤษต่อประเทศไทย
ภาษาองั กฤษถือเป็นภาษาที่มีบทบาทสาคญั และมีผลกระทบต่อประชากรไทยในหลากหลายดา้ น
ตวั อยา่ งดา้ นลา่ งน้ี คือความสาคญั ของภาษาองั กฤษท่ีมผี ลต่อดา้ นต่างๆ ท่ีใกลต้ วั และทาใหเ้ ห็นภาพชดั เจน
เพอ่ื ใหเ้ ห็นวา่ เพราะเหตุใดเราจึงควรเรียนรู้และเห็นถงึ ความสาคญั ของภาษาองั กฤษมากยง่ิ ข้ึนทางโรงเรียน
Fastallor Education(2563) ไดแ้ สดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั ภาษาองั กฤษมคี วามสาคญั ต่อประเทศไทยใน
หลายๆดา้ นดงั น้ี
1. ภาษาองั กฤษกบั การติดต่อส่ือสาร
เป็นภาษาหลกั ในหลายรัฐทว่ั โลก จึงถอื เป็นภาษากลางท่ีใชต้ ิดต่อสื่อสารระหวา่ งประชากรใน
ประเทศต่างๆ ท้งั ในส่วนของการฟัง การพดู การอา่ น และการเขียน ทาใหส้ ื่อต่างๆ ที่แผยแพร่ในระดบั
นานาชาติ จะใชภ้ าษาองั กฤษท้งั สิ้น จากเหตุผลดงั กล่าวขา้ งตน้ ภาษาองั กฤษถอื เป็นภาษาที่สองที่มีบทบาท
และความสาคญั เป็นอยา่ งยงิ่ ในการเรียนรู้ เพอื่ เป็นประโยชน์ในการส่ือสารระดบั ที่กวา้ งข้ึน
2. ภาษาองั กฤษกบั วฒั นธรรม
เมื่อเรารู้ภาษาองั กฤษ จะทาใหเ้ ราเรียนรู้ขนบธรรมเนียม ประเพณี วฒั นธรรม การแต่งกาย การ
แสดง ศลิ ปะ เศรษฐกิจ การเมอื ง และระบอบการปกครองของชาวต่างชาติไดด้ ียงิ่ ข้ึน ทาใหท้ ราบท่ีมาท่ีไป
ของความเหมือน ความแตกต่าง รวมไปถงึ แนวคิด ท่ีทาใหค้ นแต่ละชาติแสดงพฤติกรรมที่แตกต่างกนั ภาษา
กบั วฒั นธรรม ยงั ทาใหเ้ ราเขา้ ใจความหมายของภาษาทางกาย หรือทางสญั ลกั ษณ์ต่างๆ ดีข้ึน
1 นกั ศึกษาปริญญาตรี คณะศลิ ปศาสตร์ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลศรีวิชยั
20
วารสารภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี ปี ที่ 2 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม – เมษายน 2563
3. ภาษาองั กฤษกบั อาชีพ
องคก์ รหรือหน่วยงาน ท้งั ในต่างประเทศ และในประเทศไทย ปัจจุบนั น้ีไดน้ าภาษาองั กฤษมาเป็น
ตวั กาหนดคุณสมบตั ิท่ีจะรับพนกั งานเขา้ ทางาน เพราะตอ้ งการผลงานที่เป็นสากล หรือเม่อื มีการติดต่อ
ร่วมมอื กบั องคก์ รในประเทศอื่นๆ หรือเจา้ ของธุรกิจเลง็ เห็นวา่ เป็นการง่ายต่อการขยายตวั ทุกภาคส่วนของ
ธุรกิจไปยงั ต่างประเทศในอนาคต
อทิ ธิพลของภาษาองั กฤษท่มี ผี ลต่อประเทศไทย
1. อิทธิพลของภาษาต่างประเทศที่มีต่อภาษาไทย
การท่ีมีภาษาต่างประเทศต่าง ๆ ท้งั ภาษาตะวนั ออกและภาษาตะวนั ตก เขา้ มาปะปนอยใู่ น
ภาษาไทยเป็นจานวนมาก การรับคาภาษาต่างประเทศเขา้ มาใชส้ ่ือสารในภาษาไทย และคนไทยไดเ้ รียน
ภาษาต่างประเทศตรงมากข้ึนจึงมี การฝึกอออกเสียงตามเสียง ของคาในภาษาต่างประเทศ ทาใหเ้ กิดการ
เปล่ยี นแปลงต่อการ ใชภ้ าษาไทยในการส่ือสารหลายประการวไิ ลศกั ด์ิ ก่ิงคา (2556) กลา่ วถึง อทิ ธิพลของ
การยมื คาจากภาษาต่างประเทศ การยมื คาภาษาต่างประเทศเขา้ มาปะปนอยใู่ นภาษาไทยมอี ิทธิพลทาให้
ลกั ษณะของภาษาไทย เปลยี่ นแปลงไปจากลกั ษณะด้งั เดิมดงั น้ี
คามพี ยางคม์ ากข้ึน
มคี าควบกล้าใชม้ ากข้ึน
มีคาไวพจนใ์ ชม้ ากข้ึน
ภาษาไทยมีตวั สะกดไม่ตรงมาตรา
ทาใหโ้ ครงสร้างของภาษาไทยเปล่ียนไป
2. คายมื ที่มาจากภาษาองั กฤษ
คนไทยไดศ้ กึ ษาภาษาองั กฤษเป็นภาษาที่สองมาเป็นเวลาชา้ นานจอทยทุ ธ(2543) กล่าววา่
ภาษาองั กฤษเขา้ มามอี ทิ ธิพลต่อชีวติ ของคนไทยมากข้ึน ท้งั ในดา้ นการพดู และการเขียนสื่อสารใน
ชีวิตประจาวนั โดยเฉพาะในปัจจุบนั คนไทยศกึ ษาความรู้และวทิ ยาการต่าง ๆ จากตาราภาษาองั กฤษ และ
สนใจเรียนรู้ภาษาองั กฤษกนั มากข้ึน คายมื จากภาษาองั กฤษจึงหลง่ั ไหลเขา้ มาในภาษาไทยมากข้ึนทุกขณะท้งั
ในวงการศึกษา ธุรกิจ การเมือง การบนั เทิง เป็นตน้ โดยการยมื คาภาษาองั กฤษมาใชใ้ นภาษาไทยสมารถแบ่ง
ได้ 3 ประเภทไดแ้ ก่ การทบั ศพั ท์ การบญั ญตั ิศพั ท์ และการแปลศพั ท์
3. ภาษาองั กฤษกบั สงั คมไทยในปัจจุบนั
ไม่ว่าแต่ละคนจะใชภ้ าษาใดเป็นภาษาประจาชาติเม่ือตอ้ งติดต่อกบั คนอืน่ ท่ีต่างภาษาต่างวฒั นธรรม
กนั ทุกคนจาเป็นตอ้ งใชภ้ าษาองั กฤษเป็นหลกั สุทศั น์ ภูมิภาค(2562) กลา่ ววา่ ในปัจจุบนั ภาษาองั กฤษเขา้ มามี
บทบาทในชีวิตของคนในสงั คมไทย ไมว่ ่าจะเป็นการติดต่อสื่อสารกนั โดยตรง การใชอ้ ินเทอร์เน็ต การดูทีวี
การดูภาพยนตร์ จนกระทง่ั ถึงการสมคั รเขา้ ทางานในเกือบทุกอาชีพก็ตอ้ งใชภ้ าษาองั กฤษในการสอบเขา้
ทางาน เพราะภาษาองั กฤษเป็นกลางของโลก ท่ีคนทว่ั จะสามารถติดต่อสื่อสารกนั ไดเ้ ขา้ ใจมากที่สุด
21
วารสารภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี ปี ท่ี 2 ฉบบั ที่ 1 มกราคม – เมษายน 2563
การพฒั นาภาษาองั กฤษของนักเรียนในประเทศไทย
1. ภาษากบั การสอนภาษาองั กฤษในประเทศไทย
ภาษากบั การสอนภาษาองั กฤษในประเทศไทยมีมาแลว้ อยา่ งชา้ นาน อรุณี อรุณเรือง( 2551) กลา่ วว่า
ต้งั แต่อดีตจนถึงปัจจุบนั ไดม้ กี ารพฒั นาแนวทางการเรียนการสอนภาษาองั กฤษเป็นภาษาต่างประเทศใน
ประเทศไทยมาอยา่ งต่อเน่ือง โดยพบว่า การศกึ ษาภาษาต่างประเทศโดยเฉพาะภาษาองั กฤษของไทย มีมา
ต้งั แต่สมยั สมเดจ็ พระนารายณ์มหาราช แต่การศึกษาภาษาองั กฤษของไทยในระยะแรกยงั ไมป่ รากฏแน่ชดั ว่า
มีหลกั สูตรท่ีเป็นลายลกั ษณ์อกั ษร แต่ในปัจจุบนั มกี ารนาแนวการสอนแบบเนน้ ทกั ษะ แบบพฤติกรรมนิยม
มาใชใ้ นระบบการเรียนการสอนในโรงเรียน แต่แมจ้ ะมกี ารสอนภาษาแบบเนน้ การใชภ้ าษาเพ่ือสื่อสารใน
ชีวิตประจาวนั ตามแนววธิ ีการสอนเพอ่ื การสื่อสารที่ไดร้ ับอทิ ธิพลมาจากแนวคิดเรื่องความสามารถในการ
ใชภ้ าษาองั กฤษซ่ึงประกอบดว้ ยความรู้ทางดา้ นกฎไวยากรณ์ของผเู้ รียนและกฎเกณฑข์ องการใชภ้ าษาจริงใน
สงั คม และทฤษฎีหนา้ ที่นิยม ท่ีเห็นว่าภาษามีหนา้ ท่ีในการส่ือสาระของภาษา ในบริบทของการสื่อสาร
ทฤษฎีน้ี เช่ือว่าการเรียนรู้ภาษาเป็นการเรียนรู้ระบบ ความหมาย โดยอาศยั กระบวนการทางปฏสิ มั พนั ธ์
ระหว่างเดก็ กบั คนรอบขา้ ง เช่ือว่าการแสดง ออกทางภาษาเกิดข้ึนเพ่ือสนองหนา้ ท่ีทางการสื่อสาร ซ่ึงถือว่า
เป็นการศกึ ษาเชิงสงั คมจึงม่งุ ศกึ ษาหนา้ ท่ีในฐานะท่ีเป็นตวั กาหนดใหภ้ าษามรี ูปต่างๆกนั การสอนแนวน้ีจึง
เนน้ เรื่องหนา้ ที่ของภา ษาในการส่ือสารซ่ึงไม่ไดเ้ นน้ การฝึกทกั ษะ แต่อยา่ งไรก็ตามยงั ไม่สามารถพฒั นาถงึ
การกระตุน้ ใหผ้ เู้ รียนพฒั นาระบบความคิดและประสบการณ์สามารถนาความรู้ไปใชง้ านไดจ้ ริง
2. ภาษาองั กฤษกบั ความสาคญั ที่จาเป็นตอ้ งเรียนรู้
ปฏิเสธไม่ไดว้ ่าภาษาองั กฤษกลายเป็นภาษาที่สองซ่ึงคนทางานส่วนใหญ่จาเป็นตอ้ งมพี ้นื ฐานอยา่ ง
มากสาหรับใชใ้ นการเรียนหรือการทางาน หากว่าไม่มพี ้ืนฐานหรือไมม่ คี วามรู้ทางภาษาองั กฤษเลยการจะ
พฒั นาหนา้ ท่ีการงานของตนเองจึงเป็นเร่ืองยากมากพอสมควรกบั ลกั ษณะทางเศรษฐกิจท่ีเกิดข้ึนในปัจจุบนั
เพราะฉะน้นั เร่ืองของความสาคญั สาหรับภาษาองั กฤษต่อการเรียนหรือการทางานจึงเป็นสิ่งสาคญั มากๆ
หากตอ้ งการประสบความสาเร็จในชีวิตภาษาองั กฤษเป็นภาษาท่ีจาเป็นตอ้ งรู้อยา่ งมากRara Theme(2561)
กลา่ ววา่ ความสาคญั ของภาษาองั กฤษมมี ากมายขนาดไหนเราทุกคนกค็ งจะรู้กนั เป็นอยา่ งดี เริ่มตน้ ท่ีการใช้
ชีวติ ประจาวนั ของทุกวนั น้ี ภาษาองั กฤษอยรู่ อบตวั เพราะฉะน้นั หากไม่เคยเรียนรู้ภาษาองั กฤษ การใชช้ ีวติ ก็
จะเป็นเรื่องยากมากข้ึนในระดบั หน่ึงแลว้ ความสาคญั ลาดบั ถดั มาจากเรื่องของการใชช้ ีวติ ประจาวนั กค็ ือ
เร่ืองของการเรียนและหนา้ ที่การงาน
3. ภาษาองั กฤษกบั ความสมั พนั ธใ์ นการพฒั นาประเทศในระดบั โลก
การเรียนรู้ภาษาองั กฤษนอกจากจะทาใหเ้ ราเขา้ ใจแก่นแทท้ างวฒั นธรรม เศรษฐกิจ และสงั คมของ
ประเทศอนื่ แลว้ ทาใหค้ วามสมั พนั ธร์ ะหว่างประเทศของเราดียง่ิ ข้ึนตามไปดว้ ย ทาใหเ้ รามีความสมั พนั ธอ์ นั
ดีกบั ประเทศอ่ืน มีการไปมาหาสู่ และแลกเปล่ยี นองคค์ วามรู้ระหวา่ งกนั มคี วามสมั พนั ธก์ บั การลงทุน หรือ
ดาเนินธุรกิจที่จะนาออกไปสู่ตลาดโลกFastallor Education(2563)กลา่ วว่าภาษาองั กฤษจาเป็นอยา่ งยง่ิ ใน
ศตวรรษที่ 21 และภาษาองั กฤษยงั เป็นการเพิม่ ขีดความสามารถหรือเพ่มิ คุณสมบตั ิของประชากรในประเทศ
22
วารสารภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี ปี ที่ 2 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม – เมษายน 2563
ไทย ใหม้ คี วามสอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของตลาดแรงงานมากข้ึน ภาษาองั กฤษกบั ความสมั พนั ธใ์ นการ
พฒั นาประเทศมีผลท้งั ทางตรง และทางออ้ มกบั ดา้ นอ่ืนๆ ท่ีกล่าวมาท้งั หมด เพราะฉะน้นั ถา้ ประชากรไทยรู้
ภาษาองั กฤษมากข้ึนจะทาใหป้ ระเทศไทยของเราพฒั นาไปไดด้ ีในทุกๆ ดา้ นในอนาคต
บทสรุป
การเรียนรู้เกี่ยวกบั ภาษาท่ีดีควรไดร้ ับความรู้เก่ียวกบั คาศพั ท์ ท้งั ในดา้ นปริบท และสถานการณ์ที่
ตอ้ งใชภ้ าษา ความหมาย โครงสร้างทางไวยากรณ์ การออกเสียง และตวั สะกดพร้อมกนั ไป โดย อรุณี อรุณ
เรือง(2551) กล่าว่าการท่ีนกั ศึกษาไดเ้ รียนรู้ความหมายของคา ไวยากรณ์ของคา และไวยากรณ์ของตวั บท
ควบคู่กนั ไปดว้ ย จึงเป็นแนวทางการเรียนการสอน ท่ีเนน้ เรื่องการเช่ือมความหมาย และความคิดควบคู่ไป
กบั ภาษาและถานการณ์ในการใชภ้ าษา ซ่ึงมคี วามสาคญั อยางมากกบั การเรียนภาษาองั กฤษ โดยเฉพาะ
ภาษาองั กฤษสาหรับนกั ศกึ ษา สายเฉพาะทาง ท่ีตอ้ งเรียนรู้เทคนิกต่างภาษา และต่างวฒั นธรรมอยา่ งลกึ ซ่ึง
ภาษาองั กฤษเป็นภาษาท่ีสาคญั มากสาหรับคนไทย และประเทศไทย เป็นอยา่ งมากในหลายๆดา้ น
ท้งั น้ี ประชาชนชาวไทยทุกคน ควรที่จะศกึ ษาเรียนรู้ และทาความเขา้ ใจกบั ภาษาองั กฤษอยา่ งแทจ้ ริง เพอ่ื
เป็นประโยชน์ในดา้ นการเรียน อาชีพ หรือการทาธุรกิจต่างๆ ในอนาคต ซ่ึงภาษาองั กฤษจะเป็นอีกหน่ึง
ใบเบิกทางใหก้ บั ผทู้ ี่ศกึ ษาไดใ้ นอนาคต
23
วารสารภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี ปี ที่ 2 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม – เมษายน 2563
บรรณานุกรม
จอมยทุ ธ. (มปป.)“คายมื ทีม่ าจากภาษาองั กฤษ” สืบคน้ เมอ่ื 7 ตุลาคม 2563. จาก
https://www.baanjomyut.com/library_2/extension-1/loanwords/06.html
วิไลศกั ด์ิ ก่ิงคา. (2556)ภาษาต่างประเทศในภาษาไทย.พมิ พค์ ร้ังท2ี่ . กรุงเทพฯ: มหาวทิ ยาลยั
เกษตรศาสตร์
สุทศั น์ ภมู ิภาค. (2562, เมษายน)“ภาษาองั กฤษกบั สังคมไทยในปัจจุบัน” สืบคน้ เมือ่ 7 ตุลาคม
2563. จาก https://www.kruupdate.com/8617/
อรุณี อรุณเรือง.(2551, กนั ยายน)“แนวทางการเรียนภาษาองั กฤษเป็ นภาษาต่าประเทศแบบใช้คาศัพท์
เป็ นหลกั ”. วารสารวิชาการและวจิ ยั มทร.พระนคร. 2(2), 252-260
Fastallor Education. (2563,มกราคม)“ความสาคญั ของภาษาองั กฤษในด้านต่างๆ”สืบคน้ เมื่อ
7 ตุลาคม 2563. จากhttps://www.festallor-edu.com/post/why-english-is-important
Rara Theme. (2561, กมุ ภาพนั ธ)์ ”ประโยชน์และความสาคญั ในการเรียนรู้ภาษาองั กฤษ” สืบคน้
เมือ 7 ตุลาคม 2563. จากhttps://www.witsnet.org/%E0%B8%81%E0
24
วารสารภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี ปี ท่ี 2 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม – เมษายน 2563
การพฒั นาทักษะการพูดภาษาอังกฤษให้มีประสิทธิภาพ
Development Speaking English Skill
ปรียาภรณ์ นาคพรม1/ Preeyaporn Nakprom
บทนา
ภาษาองั กฤษเป็นภาษาหน่ึงที่เป็นส่ือกลางในการส่ือสารท่ีสาคญั ท้งั น้ีการพดู ภาษาองั กฤษจึงนบั เป็น
สิ่งท่ีสาคญั การพดู ภาษาองั กฤษไหม้ ีประสิทธิภาพเป็นสิ่งท่ีจาเป็นมากเช่นกนั เพราะจะบ่งบอกวา่ เราสามารถ
จะนาการพดู ภาษาองั กฤษในรูปแบบที่ถกู ตอ้ งไปใชใ้ นการส่ือสารในชีวิตประจาวนั ไดอ้ ยา่ งไรกต็ ามหากนา
การพดู ภาษาองั กฤษในรูปแบบท่ีไม่ถกู ตอ้ งไปใชใ้ นการส่ือสารกอ็ าจจะทาไหส้ ื่อสารกนั ไม่เขา้ ใจซ่ึงการ
พฒั นาการพดู ภาษาองั กฤษสามารถทาไดห้ ลากหลายวิธี
1.การพฒั นาทักษะการพดู
1.1 ความหมายของการพูด
สวนิต ยมาภยั และถิรนนั ท์ อนวชั ศิริวงศ์ (๒๕๓๕: ๑) ไดใ้ หค้ วามหมายของการพดู วา่ การ
พดู เป็นการถา่ ยทอดความรู้สึกนึกคิดของตนเองใหผ้ อู้ ่ืนไดร้ ับรู้ เขา้ ใจ โดยอาศยั การฝึกฝน มใิ ช่
เกิดข้ึนเองโดยธรรมชาติ ธรรมชาติเป็นเพยี งผใู้ หอ้ วยั วะที่ใชส้ าหรับออกเสียงมาเท่าน้นั คนเราถา้
อวยั วะที่ใชส้ าหรับออกเสียงไมบ่ กพร่อง ก็สามารถเปลง่ เสียงออกมาได้ ซ่ึงเป็นเร่ืองของธรรมชาติ
แต่ที่จะเปลง่ เสียงออกมาใหเ้ ป็นภาษาท่ีส่ือสารกนั เขา้ ใจในหม่ชู นดว้ ยกนั น้นั ตอ้ งอาศยั การเรียนรู้
คือเรียนรู้ถึงภาษาที่ใชพ้ ดู จากนั ในหม่เู หลา่ และอาศยั การฝึกฝน เพอ่ื ใหพ้ ดู ไดด้ ี บรรลุจุดมุ่งหมาย
ของการพดู และใชก้ ารพดู เป็นประโยชนใ์ นการดารงชีวิตได้
จะเห็นไดว้ ่าการพดู มคี วามสาคญั มากเพราะหากวา่ การพดู ท่ีสื่อสารออกไปสู่ผรู้ ับสารมี
วธิ ีการพดู ท่ีไมถ่ กู ตอ้ งหรือมคี วามพดู สื่อความหมายที่ไม่ชดั เจนอาจจะทาใหผ้ รู้ ับสารเขา้ ใจใน
ความหมายท่ีผดิ ดงั น้นั ควรจะพฒั นาทกั ษะการพดู เป้ นอยา่ งยง่ิ เพือ่ ที่จะทาใหส้ ามารถส่ือสารต่อผรุ้ ับ
1 นกั ศกึ ษาปริญญาตรี คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชยั
25
วารสารภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี ปี ท่ี 2 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม – เมษายน 2563
สารไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง ปัจจุบนั การพฒั นาทกั ษะการพดู สามารถทาไดง้ ่ายโยใชอ้ ินเตอร์เน็ต เช่น การดู
วิธีการพฒั นาทกั ษะการพดู จากรายการโทรทศั นต์ ่างๆ เป็นตน้
1.2 ความสาคญั ของทกั ษะการพูด
นิมิต ทิพยศ์ รีนิมิต. ไดร้ วบรวมความสาคญั ของทกั ษะการพดู ไดไ้ วค้ รอบครุมมากท่ีสุด
ดงั น้ี
1.การพดู มคี วามสาคญั ต่อตนเอง
เพราะมนุษยจ์ าเป็นตอ้ งมกี ารคบหาสมาคมซ่ึงกนั และกนั ตอ้ งมีการเรียนรู้ในส่ิงต่างๆไมว่ า่
จะเป็นเร่ืองของศาสนา การเมือง ประเพณี วฒั นธรรมหรือแมแ้ ต่วิถีแห่งการดาเนินชีวิต การเรียนรู้
ดงั กล่าวตอ้ งใชภ้ าษาพดู ในการติดต่อเพือ่ สื่อความหมายใหเ้ ขา้ ใจซ่ึงกนั และกนั อนั จะส่งผลใหบ้ ุคคล
เกิดการเรียนรู้ เกิดการพฒั นารวมท้งั สามารถนาประสบการณ์ต่างๆไปใชใ้ หเ้ กิดประโยชนใ์ นการ
ดาเนินชีวิต ดงั ตวั อยา่ งบุคคลที่ประสบผลสาเร็จในหนา้ ท่ีการงานหรือรัฐบุรุษคนสาคญั ๆของโลก
เช่น อบั ราฮมั ลนิ คอร์น จอร์น เอฟ เคนเนด้ี หรือ ม.ร.ม.คึกฤทธ์ิ ปราโมช เป็นตน้ บุคคลเหลา่ น้ี
ระสบความสาเร็จไดก้ ็เพราะโด่งดงั มาจาก กาพดู ดงั คากล่าวของ สุขมุ นวลสกลุ ที่วา่ “การพดู ดี
หรือพเู ก่งน้นั เป็นสมบตั ิอยา่ งหน่ึงท่ีทาใหค้ นประสบความสาเร็จในชีวิตการงาน”
2.การพดู มคี วามสาคญั ต่อผฟู้ ังหรือผเู้ กี่ยวขอ้ ง
การไดร้ ับรู้หรือไดร้ ับฟังขอ้ มลู ท่ีดีและมปี ระโยชน์นอกจากจะทาใหผ้ ฟู้ ังหรืผเู้ ก่ียวขอ้ งมี
ความรู้ เกิดความคิดและเกิดความสบายใจแลว้ ยงั อาจนาความรู้ความคิดดงั กลา่ วไปใชใ้ หเ้ กิด
ประโยชนต์ ่อตนเองและส่วนรวมไดด้ ว้ ย ในทางกลบั กนั ถา้ ไดร้ ับรู้รับฟังขอ้ มลู ท่ีผดิ พลาด อาจทา
ใหเ้ กิดความเขา้ ใจผดิ หรือนาไปปฏิบตั ิในทางท่ีผดิ ซ่ึงเท่ากบั เป็นการใหโ้ ทษแก่ผฟู้ ังและผเู้ ก่ียวขอ้ ง
โดยตรง ดงั น้นั ก่อนจะพดู สิ่งใดควรตรึกตรองใหร้ อบคอบเสียก่อนดงั คาของ “เดล คาร์เนกี “อยา่
พดู จนกวา่ ท่านจะมนั่ ใจว่าท่านมบี างอยา่ งท่ีจะพดู และรู้วา่ เป็นเร่ืองอะไร”
26
วารสารภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี ปี ที่ 2 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม – เมษายน 2563
3.การพดู มีความสาคญั ต่อการประกอบาชีพ
เพราะการพดู เป็นเคร่ืองมอื สื่อสาหรับประกอบอาชีพต่างๆไมว่ า่ จะเป็น พยาบาล นกั ธุรกิจ
นกั บริหาร วศิ วกร หรือนกั การเมอื ง โดยเฉพาะอาชีพครูซ่ึงมีส่วนเก่ียวขอ้ งกบั การพดู โดยตรง ท้งั น้ี
เพราะอาชีพครูตอ้ งใชภ้ าษาพดู เพอื่ ถ่ายทอดความรู้ความคิดใหแ้ ก่ผเู้ รียน เพอ่ื อบรมบ่มนิสยั ใหเ้ ป็น
คนดี เพอ่ื สามารถใหต้ ิดต่อสมั พนั ธก์ บั บุคคลอนื่ หรือกบั สงั คมภายนอก การไดเ้ รียนรู้ไดฝ้ ึกฝน
เกี่ยวกบั กาพดู อยเู่ สมอ จะทาใหเ้ กิดความรู้ความเขา้ ใจในหลกั เกณฑข์ องการพดู มากข้ึน โอกาสท่ีจะ
สร้างความสาเร็จในการประกอบอาชีพก็จะมมี ากข้ึน ดงั คากล่าวของ วิจิตร อาวกลุ ที่ว่า “การพดู
มิใช่แต่เพยี งพดู ไดห้ รือพดู เป็น แต่ตอ้ งพดู ใหไ้ ดด้ ี ถึงระดบั จึงจะใชป้ ระกอบอาชีพได”้
4.การพดู มคี วามสาคญั ต่อสงั คม
สงั คมจะอยไู่ ดก้ ็เพราะสมาชิกของสงั คมมคี วามเขา้ ใจซ่ึงกนั และกนั ความเขา้ ใจดงั กลา่ ว
ส่วนใหญ่เกิดจากการใชภ้ าษาในการติดต่อส่ือสาร เพอื่ การดาเนินชีวิต ประกอบอาชีพ อบรมสงั่
สองปลกู ฝ่ังประเพณีวฒั นธรรม รวมท้งั แสดงความเห็นอกเห็นใจต่อกนั หากสมาชิกพดู กนั ไม่เขา้ ใจ
จะส่งผลใหเ้ กิดความขดั แยง้ และทาใหส้ งั คมน้นั ๆเกิดปัญหาตามมา การอยใู่ นสงั คมท่ีมคี วาม
หลากหลาย จึงตอ้ งระมดั ระวงั โดยเฉพาะเร่ืองของการพดู ดงั คากลา่ วของ เปล้ือง ณ นคร ที่ว่า
“บางพดู ดี แต่ไมน่ ่าฟัง บางคนพดู น่าฟัง แต่ไม่ดี บางคนพดู ดีดว้ ยแลว้ น่าฟังดว้ ย”
จะเห็นไดว้ ่าความสาคญั ของทกั ษะการพดู น้นั มีมากมาย เพราะ การพดู เป็นสิ่งท่ีสาคญั หาก
เราพดู หรือส่ือสารออกไปยงั ผรู้ ับสารไม่ถกู ตอ้ งกอ็ าจจะทาใหเ้ กิดการส่ือความหมายท่ีผดิ ได้
1.3 ประโยชน์ของการพดู
นิมิต ทิพยศ์ รีนิมติ ไดบ้ อกประโยชน์ของการพดู ไวไ้ ดค้ รบถว้ นสมบรู ณ์มาก ดงั น้ี
1.การพดู ใชส้ ่ือในเป็นการส่ือสารการพดู นบั เป็นเคร่ืองมือท่ีสาคญั ในการสื่อสารกนั ใน
สงั คมซ่ึงจาเป็นจะตอ้ งมีความถกู ตอ้ งอีกดว้ ย
2. การพดู เป็นเคร่ืองมอื ของการสมาคม
3. การพดู เป็นเคร่ืองมือประสานประโยชนใ์ หแ้ ก่สงั คม
4. การพดู เป็ นการแลกเปล่ียนทศั นะซ่ึงกนั และกนั
27
วารสารภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี ปี ท่ี 2 ฉบบั ที่ 1 มกราคม – เมษายน 2563
5.การพดู เป็นเคร่ืองมือช่วยในการแกไ้ ขปัญหาและทาใหเ้ กิดกาลงั ใจ
ดงั น้นั การพฒั นาทกั ษะการพดู ใหม้ ปี ระสิทธิภาพจาเป็นอยา่ งยงิ่ ที่ผพู้ ดู ตอ้ งมีความรู้พ้นื ฐาน
เก่ียวกบั ดา้ นการพดู ท่ีถกู ตอ้ งและมีความรู้ในการส่ือความหมายต่อผรู้ ับสารโดย
การพดู อยา่ งถกู ตอ้ ง
2.การพฒั นาการพูดภาษาองั กฤษโดยการใช้อนิ เตอร์เน็ต
2.1 การพฒั นาทักษะการพดู ภาษาองั กฤษด้วยตวิ เตอร์ออนไลน์
ในปัจจุบนั ในเร่ืองของอินเตอร์เน็ตหรือเทคโนโลยสี ามารถเขา้ ไปหาขอ้ มลู ไดอ้ ยา่ งง่าย
ทานองเดียวกนั สาหรับผทู้ ี่ตอ้ งการจะพฒั นาทกั ษะการพดู ภาษาองั กฤษใหม้ ปี ระสิทธิภาพน้นั สามารถทาได้
หลายวธิ ีการเรียนกบั ติวเตอร์เจา้ ของภาษาถือเป็นวธิ ีท่ีนิยมกนั อยา่ งมากโดยเฉพาะติวเตอร์ออนไลนน์ อกจาก
จะทาใหไ้ มต่ อ้ งเสียเวลาเดินทางไปเรียนแลว้ ยงั สามารถเรียนและฝึกการพดู ภาษาองั กฤษไดท้ ุกท่ีอยา่ ง
สะดวกสบาย
2.2การฝึ กทักษะการพดู โดยการฝึ กฟังจากเจ้าของภาษาในเวบ็ ไซด์ต่างๆ
ในโลกออนไลนส์ มยั ใหมไ่ ดม้ ีผสู้ ร้างเวบ็ ไซดส์ าหรับการฝึกทกั ษะการพดู ภาษาองั กฤษข้ึน
มากมายที่เราสามารถเขา้ ไปศกึ ษาและฝึกฝนตามได้ โดย bestkru (2563) ไดร้ วบรวม 4 เวบ็ ไซตฝ์ ึกองั กฤษ
ออนไลนฟ์ รี เพื่อใหเ้ ราสามารถเขา้ ไปศึกษาได้ ดงั น้ี
1. https://elllo.org/
2. https://www.rosettastone.com/best-language
3. https://lang-8.com/
4. https://interpals.net/
28
วารสารภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี ปี ที่ 2 ฉบบั ที่ 1 มกราคม – เมษายน 2563
2.3 การพฒั นาทักษะการพูดภาษาองั กฤษของนักศึกษาสาขาวชิ าภาษาองั กฤษโดยใช้คลปิ ภาพยนตร์
ต่างประเทศ”
ในปัจจุบนั การพฒั นาทกั ษะภาษาองั กฤษน้นั มีไดห้ ลากหลายวิธีและหลากหลายช่องทางซ่ึง
การพฒั นาทกั ษะการพดู ภาษาองั กฤษใหม้ ปี ระสิทธิภาพโดยใชค้ ลิปภาพยนตร์ต่างประเทศถือเป็นวิธีท่ีง่าย
และไดร้ ับความนิยมมาก (ชยกร สุตะโคตร และ วิจิตรา วงศอ์ นุสิทธ์ิ. 2560, กนั ยายน-ธนั วาคม)
ดงั น้นั ภาพยนตร์จึงสื่อหน่ึงท่ีไดร้ ับความนิยมและถือเป็นช่องทางในการพฒั นาทกั ษะการ
พดู ภาษาองั กฤษใหม้ ปี ระสิทธิภาพท่ีง่ายมากอกี ช่องทางหน่ึงเนื่องจากเราไดเ้ ห็นภาพประกอบไปดว้ ยกนั จะ
ทาใหก้ ารพฒั นาทกั ษะมีความสนุกสนานทาใหจ้ ดจาไดง้ ่ายข้ึนอีกดว้ ย
สรุป
ในปัจจุบนั ภาษาองั กฤษเป็นภาษาสากลที่ใชใ้ นการส่ือสารกนั ทวั่ โลกหรือใชเ้ ป็นส่ือกลางที่ใชใ้ น
การสื่อสารหรือสื่อความหมายท่ีสาคญั มากดงั น้นั การพฒั นาทกั ษะการพดู ภาษาองั กฤษใหม้ ปี ระสิทธิภาพจึง
เป็นส่ิงที่จาเป็นอยา่ งยง่ิ ซ่ึงช่องทางในการฝึกทกั ษะภาษาองั กฤษก็มีหลากหลายช่องทางท่ีเราสามารถเขา้ ไป
ศึกษาและฝึกฝนตามไดซ้ ่ึงการมีทกั ษะการพดู ภาษาองั กฤษที่ถกู ตอ้ งเป็นสิ่งท่ีสาคญั มากในปัจจุบนั น้ีและ
อนาคต
.
29
วารสารภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี ปี ท่ี 2 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม – เมษายน 2563
บรรณานุกรม
นางสาวจิราวดี ทองประศรี.(9 กรกฏาคม 2556) “การพฒั นาความสามารถในการพดู สนทนาภาษาองั กฤษ
โดยใชส้ ่ือผสม ” ของของนกั ศกึ ษา ระดบั ประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้นั สูงปี ที่ 2 วทิ ยาลยั เทคโนโลยี
ปัญญาภิวฒั นศ์ ลิ ปศาสตร์บณั ฑิต(ศศ.บ.) วชิ าเอกภาษาองั กฤษเพ่อื การสื่อสารธุรกิจ
ชยกร สุตะโคตร และ วจิ ิตรา วงศอ์ นุสิทธ์ิ. (2560,กนั ยายน-ธนั วาคม) “การพฒั นาทกั ษะการพดู
ภาษาองั กฤษของนกั ศกึ ษาสาขาวชิ าภาษาองั กฤษ โดยใชค้ ลิป ภาพยนตร์ต่างประเทศ”
มหาวิทยาลยั ราชภฏั สกลนคร. 26(9), 103-109
ธุวพร ตนั ตระกลู .(2557, กนั ยายน-ธนั วาคม) “การพฒั นาทกั ษะการพดู ภาษาองั กฤษในชีวติ ประจาวนั ’โดยใช้
บทฝึก การสนทนาภาษาองั กฤษสถาบนั ภาษาและวฒั นธรรมนานาชาติ มหาวทิ ยาลยั ศรีปทุม.
26(3), 47-57
นิมิต ทิพยศ์ รีนิมติ “การพฒั นาทกั ษะการฟัง” สืบคน้ เม่ือ 19 สิงหาคม 2563
จาก https://polyglotclub.com/help/language-learning-tips/speaking-skills/translate-thai
สุรชยั สุวรรณการ.(2559) “เทคนิคการพดู ภาษาองั กฤษ” สืบคน้ เมือ่ 19 สิงหาคม 2563
จากhttps://sites.google.com/site/godtime4english/talk-en
30
วารสารภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี ปี ท่ี 2 ฉบบั ที่ 1 มกราคม – เมษายน 2563
การพฒั นาทักษะการเขยี นภาษาอังกฤษเบื้องต้น
Development Basic Writing Skill
นุชนารถ หมาดหมาดมานงั 1 / Nutchanart Madmanang
บทนา
ในปัจจุบนั ภาษาองั กฤษมีความสาคญั และอิทธิพลตอ่ การดาเนินชีวิตมาก ดงั น้นั จึงตอ้ งมกี ารพฒั นาทกั ษะไม่ว่าจะ
เป็นทกั ษะการฟัง พดู อา่ น หรือเขียน ดฉิ นั จึงไดเ้ ลง็ เหน็ ถงึ ความสาคญั ของการพฒั นาทกั ษะการเขยี นภาษาองั กฤษ ซ่ึงมุ่งให้
ผทู้ ีส่ นใจไดร้ ับความรู้ในการพฒั นาทกั ษะการเขียนภาษาองั กฤษในระดบั ท่เี หมาะสมกบั วยั และใชไ้ ดใ้ นชวี ติ จริง การเขียน
จดั เป็นทกั ษะท่ียากเพราะจะตอ้ งใชค้ วามรู้ในดา้ นตา่ งๆมาใชใ้ นการเขยี น ไมว่ ่าจะเป็นการใชห้ ลกั การเขียน หลกั ไวยกรณ์
ดา้ นคาศพั ทท์ ตี่ อ้ งรู้ศพั ทม์ าก ๆ หรือสานวนในการเขียน ซ่ึงจะตอ้ งมีความรู้แน่นมาก ๆ ถึงจะสามารถเขยี นไดด้ ี ดงั น้นั ผทู้ ี่
สนใจและศกึ ษาทกั ษะการเขยี นภาษาองั กฤษจะตอ้ งไดร้ ับการพฒั นาทกั ษะท่ีถกู ตอ้ ง
1.หลกั การเขยี นประโยคภาษาองั กฤษ
การเร่ิมตน้ การเขยี นภาษาองั กฤษ เราตอ้ งรู้จกั หลกั การเขียนภาษาองั กฤษและประโยคเสียกอ่ น Tutormaam(2557)
ไดก้ ลา่ วไวว้ ่า ประโยค คือส่วนทีส่ าคญั ทส่ี ุดในโครงสร้างไวยากรณ์ภาษาองั กฤษ เพราะในชีวติ ประจาวนั เรามกั พดู ออกมา
เป็นประโยค เพอ่ื สื่อสารใหผ้ ูอ้ ่นื เขา้ ใจ แต่ประโยคน้นั ประกอบข้นึ ดว้ ยคาต่าง ๆ ดงั น้นั ถา้ เราจะเร่ิมศึกษาวิธีการแต่งประโยค
เราจึงตอ้ งเริ่มตน้ ศึกษาจากคากอ่ น
แบง่ รูปแบบของประโยคโดยรวมได้ ดงั น้ี
1.ประโยคความเดียว (Simple Sentence) คือ ประโยคท่ปี ระกอบดว้ ยภาคประธานและกริยาอยา่ งละตวั ซ่ึงถือเป็น
ประโยคพ้นื ฐานในการเขยี นภาษาองั กฤษ
2. ประโยคความรวม (Compound Sentence) คอื ประโยคทปี่ ระกอบดว้ ยประโยคอยา่ งนอ้ ย 2 ประโยค 2 ประโยค
และมีคาเชอื่ ม (conjunction)ซ่ึงมีหนา้ ทเ่ี ชอื่ มประโยคเขา้ ดว้ ยกนั นอกจากน้ีท้งั 2 ประโยคสามารถแยกออกจากกนั ได้ โดยที่
ประโยคยงั คงเป็นประโยคท้งั 2 ทีม่ คี วามหมายสมบรู ณ์
3. ประโยคความซอ้ น (Complex Sentence) คือ ประโยคท่ีประกอบดว้ ยประโยคความเดยี วหรืออนุประโยคอิสระ
(Independent clause)1 อนุประโยคและอนุประโยคทไี่ มส่ มบูรณ์ (Dependent clause) อีก 1 อนุประโยค (dependent clause)
ไม่สมบูรณ์ไมม่ ีความหมายท่สี มบูรณ์เนื่องจากเป็นเพยี งส่วนหน่ึงของอนุประโยคอิสระเท่าน้นั สามารถตดั ออกไปไดโ้ ดยที่
อนุประโยคอิสระยงั คงมคี วามหมายสมบูรณ์อยู่
2.การฝึ กทกั ษะการเขียนภาษาองั กฤษ
การเขียนภาษาองั กฤษเราตอ้ งหมนั่ ฝึ กอยบู่ ่อย ๆ ซ่ึงตอ้ งมีแนวทางในการฝึ ก เพื่อผลลพั ธท์ ่ดี ีของงานเขียน Springer
Author Academy(ม.ป.ป.)ไดก้ ล่าวไวว้ า่ การฝึ กทกั ษะการเขียน มี 3 แนวทาง คอื
1 นกั ศกึ ษาปริญญาตรี คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลศรีวิชยั
31
วารสารภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี ปี ท่ี 2 ฉบบั ที่ 1 มกราคม – เมษายน 2563
1. การเขียนแบบควบคมุ ( Controlled Writing) เป็นแบบฝึ กการเขียนทม่ี ุ่งเนน้ ในเรื่องความถกู ตอ้ งของรูปแบบ
เช่น การเปลย่ี นรูปทางไวยากรณ์ คาศพั ทใ์ นประโยค โดยครูจะเป็นผกู้ าหนดส่วนท่ีเปล่ยี นแปลงใหผ้ เู้ รียน ผเู้ รียนจะถูกจากดั
ในดา้ นความคดิ อสิ ระ สร้างสรรค์ ขอ้ ดีของการเขยี นแบบควบคุมน้ี คอื การป้ องกนั มิใหผ้ ูเ้ รียนเขยี นผดิ ต้งั แตเ่ ริ่มตน้
กจิ กรรมทีน่ ามาใชใ้ นการฝึ กเขียน เชน่ Copying เป็นการฝึ กเขียนโดยการคดั ลอกคา ประโยค หรือ ขอ้ ความท่กี าหนดให้
ในขณะท่เี ขยี นคดั ลอก ผเู้ รียนจะเกิดการเรียนรู้การสะกดคา การประกอบคาเขา้ เป็นรูปประโยค และอาจเป็นการฝึ กอ่านใน
ใจไปพร้อมกนั Gap Filing เป็นการฝึ กเขยี นโดยเลอื กคาท่กี าหนดให้ มาเขยี นเติมลงในชอ่ งวา่ งของประโยค ผเู้ รียนจะไดฝ้ ึ ก
การใชค้ าชนิดต่าง ๆ ( Part of Speech) ท้งั ดา้ นความหมาย และดา้ นไวยากรณ์Re-ordering Words เป็นการฝึ กเขียนโดยเรียบ
เรียงคาท่กี าหนดให้ เป็นประโยค ผเู้ รียนไดฝ้ ึ กการใชค้ าในประโยคอยา่ งถกู ตอ้ งตามหลกั ไวยากรณ์ และเรียนรู้ความหมาย
ของประโยคไปพร้อมกนั Changing forms of Certain words เป็นการฝึ กเขียนโดยเปลยี่ นแปลงคาที่กาหนดใหใ้ นประโยค ให้
เป็นรูปพจน์ หรือรูปกาล ต่าง ๆ หรือ รูปประโยคคาถาม ประโยคปฏเิ สธ ฯลฯ ผเู้ รียนไดฝ้ ึ กการเปล่ยี นรูปแบบของคาได้
อยา่ งสอดคลอ้ งกบั ชนิดและหนา้ ท่ีของคาในประโยค Substitution Tables เป็นการฝึ กเขียนโดยเลอื กคาทก่ี าหนดใหใ้ นตาราง
มาเขียนเป็นประโยคตามโครงสร้างท่กี าหนด ผเู้ รียนไดฝ้ ึ กการเลอื กใชค้ าทหี่ ลากหลายในโครงสร้างประโยคเดยี วกนั และ
ไดฝ้ ึ กทาความเขา้ ใจในความหมายของคา หรือประโยคดว้ ย
2. การเขยี นแบบก่งึ ควบคมุ ( Less – Controlled Writing) เป็นแบบฝึ กเขยี นที่มีการควบคุมนอ้ ยลง และผเู้ รียนมี
อสิ ระในการเขยี นมากข้นึ การฝึ กการเขยี นในลกั ษณะน้ี ครูจะกาหนดเคา้ โครงหรือรูปแบบ แลว้ ใหผ้ เู้ รียนเขียนตอ่ เติมส่วนท่ี
ขาดหายไปใหส้ มบูรณ์ วธิ ีการน้ี ช่วยใหผ้ เู้ รียนพฒั นาทกั ษะความสามารถในการเขยี นไดม้ ากข้ึน อนั จะนาไปสู่การเขียน
อยา่ งอสิ ระไดใ้ นโอกาสต่อไป กจิ กรรมฝึ กการเขยี นแบบก่งึ อสิ ระ เช่น Sentence Combining เป็นการฝึ กเขียนโดยเช่ือม
ประโยค 2 ประโยคเขา้ ดว้ ยกนั ดว้ ยคาขยาย หรือ คาเช่ือมประโยค ผเู้ รียนไดฝ้ ึ กการเขยี นเรียบเรียงประโยคโดยใชค้ าขยาย
หรือคาเชื่อมประโยค ในตาแหน่งท่ีถกู ตอ้ งDescribing People เป็นการฝึ กการเขยี นบรรยาย คน สัตว์ ส่ิงของ สถานท่ี โดยใช้
คาคณุ ศพั ทแ์ สดงคุณลกั ษณะของส่ิงท่ีกาหนดให้ ผูเ้ รียนไดฝ้ ึ กการใชค้ าคุณศพั ทข์ ยายคานามไดอ้ ยา่ งสอดคลอ้ ง และตรงตาม
ตาแหน่งท่ีควรจะเป็น Questions and Answers Composition เป็นการฝึ กการเขียนเรื่องราว ภายหลงั จากการฝึ กถามตอบปาก
เปลา่ แลว้ โดยอาจใหจ้ บั คแู่ ลว้ สลบั กนั ถามตอบปากเปล่าเกย่ี วกบั เรื่องราวท่กี าหนดให้ แต่ละคนจดบนั ทึกคาตอบของตนเอง
ไว้ หลงั จากน้นั จึงใหเ้ ขยี นเรียบเรียงเป็นเรื่องราว 1 ยอ่ หนา้ ผเู้ รียนไดฝ้ ึ กการเขียนเรื่องราวตอ่ เน่ืองกนั โดยมีคาถามเป็นส่ือ
นาความคดิ หรือเป็นสื่อในการคน้ หาคาตอบ ผเู้ รียนจะไดม้ ขี อ้ มูลเป็นรายขอ้ ทีส่ ามารถนามาเรียบเรียงต่อเนื่องกนั ไปไดอ้ ยา่ ง
นอ้ ย 1 เรื่องParallel Writing เป็นการฝึ กการเขยี นเร่ืองราวเทียบเคยี งกบั เรื่องท่ีอ่าน โดยเขียนจากขอ้ มูล หรือ ประเดน็ สาคญั
ทกี่ าหนดให้ ซ่ึงมีลกั ษณะเทยี บเคียงกบั ความหมายและโครงสร้างประโยค ของเรื่องท่อี า่ น เม่ือผเู้ รียนไดอ้ า่ นเร่ืองและศกึ ษา
รูปแบบการเขยี นเรียบเรียงเร่ืองน้นั แลว้ ผเู้ รียนสามารถนาขอ้ มลู หรือประเดน็ ทกี่ าหนดใหม้ าเขียนเลียนแบบ หรือ เทียบเคียง
กบั เรื่องท่อี ่านไดD้ ictation เป็นการฝึ กเขยี นตามคาบอก ซ่ึงเป็นกจิ กรรมท่ีวดั ความรู้ ความสามารถของผเู้ รียนในหลายๆดา้ น
เชน่ การสะกดคา ความเขา้ ใจดา้ นโครงสร้างประโยค ไวยากรณ์ รวมถงึ ความหมายของคา ประโยค หรือ ขอ้ ความท่เี ขยี น
3.การเขียนแบบอสิ ระ ( Free Writing) เป็นแบบฝึ กเขยี นทีไ่ ม่มีการควบคมุ แต่อยา่ งใด ผเู้ รียนมีอสิ ระเสรีในการ
เขียน เปิ ดโอกาสใหผ้ เู้ รียนไดแ้ สดงความคิด จินตนาการอยา่ งกวา้ งขวาง การเขยี นในลกั ษณะน้ี ครูจะกาหนดเพียงหวั ขอ้
เร่ือง หรือ สถานการณ์ แลว้ ใหผ้ เู้ รียนเขียนเร่ืองราวตามความคิดของตนเอง วิธีการน้ี ชว่ ยใหผ้ เู้ รียนพฒั นาทกั ษะ
32
วารสารภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี ปี ที่ 2 ฉบบั ที่ 1 มกราคม – เมษายน 2563
ความสามารถในการเขียนไดเ้ ตม็ ที่ ขอ้ จากดั ของการเขียนลกั ษณะน้ี คอื ผเู้ รียนมีขอ้ มูลท่เี ป็นคลงั คา โครงสร้างประโยค
กระสวนไวยากรณ์เป็นองคค์ วามรู้อยคู่ อ่ นขา้ งนอ้ ย ส่งผลใหก้ ารเขยี นอยา่ งอสิ ระน้ี ไมป่ ระสบผลสาเร็จเท่าทีค่ วร
3.เทคนคิ การเขียนภาษาองั กฤษ
เทคนิคการเขียนภาษาองั กฤษใหไ้ ดผ้ ลลพั ธ์ท่ีดี จาเป็นทีจ่ ะตอ้ งรู้คาศพั ทท์ ีม่ ากเพียงพอ
Oxford Royale Academy (2559) ไดก้ ล่าวไวว้ า่
1. 40 คาศพั ทแ์ ละประโยคท่ีสาคญั ในการเขียน
1. In order to 16. Not to mention/to 30. Notwithstanding
2. In other words say nothing of 31. For instance
3. To put it another way 17. However 32. To give an
4. That is to say 18. On the other hand illustration
5. To that end 19. Having said that 33. Significantly
6. Moreover 20.Bycontrast/in 34. Notably
7. Furthermore comparison 35. Importantly
8. What’s more 21. Then again 36. In conclusion
9. Likewise 22. That said 37. Above all
10. Similarly 23. Yet 38. Persuasive
11. Another key thing to 24. Despite this 39. Compelling
remember 25. With this in mind 40. All things
12. As well as 26. Provided that considered
13. Not only… but also 27. In view of/in light
14. Coupled with of
15. Firstly, secondly, 28. Nonetheless
thirdly… 29. Nevertheless
2. 4 เทคนิคการฝึ กเขยี นภาษาองั กฤษใหเ้ กง่ เหมือนเจา้ ของภาษา
การฝึ กฝนการเขียนภาษาองั กฤษใหไ้ ดใ้ กลเ้ คียงกบั เจา้ ของภาษาน้นั มเี ทคนิคดว้ ยกนั หลากหลายเทคนิค
พ่ีบ๊กิ (2557) ไดก้ ลา่ วไวว้ ่า เทคนิคการฝึ กเขยี นภาษาองั กฤษใหเ้ กง่ หมือนเจา้ ของภาษา
1. เขยี นแลว้ ทบทวนแกไ้ ขหลายรอบ อยา่ เขยี นคร้ังเดียวส่ง ถา้ เป็นการบา้ นทอ่ี ีกนานกว่าจะส่งกใ็ หร้ ีบทาแต่เนิ่น ๆ
ตรวจรอบแรกแลว้ ท้งิ ไวซ้ กั 3 วนั มาอา่ นอีกที แกไ้ ขแลว้ กเ็ วน้ ไวอ้ ีก 5 วนั มาแกอ้ ีกรอบ ควรเวน้ จงั หวะระหวา่ งการแกไ้ ขแต่
ละคร้ังดว้ ย คร้ังหลงั ๆ มาอา่ นกจ็ ะรู้สึกวา่ “วนั น้นั ฉันเขียนอะไรลงไปเน่ีย”
2. ลองอา่ นออกเสียงเผื่อสะดุด การอา่ นออกเสียงทาใหเ้ ราไดใ้ ชป้ ระสาทสัมผสั เพิม่ มากข้นึ ซ่ึงประสาทสัมผสั ท่ี
เพ่ิมข้นึ กเ็ หมือนกบั ตวั ช่วยตรวจสอบที่เพมิ่ ข้นึ บางทพี ดู ไปพูดมากอ็ าจจะรู้สึกแปลกๆ ข้นึ มากบั บางประโยค
33
วารสารภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี ปี ท่ี 2 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม – เมษายน 2563
3. ขยนั พมิ พภ์ าษาองั กฤษในสเตตสั ลองเปล่ียนมาอพั สเตตสั เป็นภาษาองั กฤษแทน เขียนไปตามใจชอบเลย เพอื่ น
ในเฟซบุ๊คท่เี กง่ ภาษาองั กฤษผา่ นมาเห็นกจ็ ะช่วยแนะนาแกไ้ ขให้ และการแสดงความเห็นเป็นภาษาองั กฤษบอ่ ย ๆ กจ็ ะทาให้
ไม่รู้สึกว่ามนั น่ากลวั เวลาตอ้ งเขียนงาน ใครจะวา่ ยงั ไงกช็ า่ ง แตเ่ ราทาเพื่อพฒั นาทกั ษะตวั เอง
4. พิมพล์ ง Google เมื่อมปี ระโยคที่ไมแ่ น่ใจวา่ เขยี นถกู ม้ยั วางคาขยายถกู ตาแหน่งหรือยงั ใหล้ องพิมพป์ ระโยคน้นั
ลง Google ดู ผลลพั ธ์ท่ีข้ึนมาจะชว่ ยยนื ยนั ไดว้ ่ามคี นเขยี นแบบน้ีหรือไม่ แต่ตอ้ งอ่านทีละผลลพั ธ์ดี ๆ วา่ เขาใชใ้ น
สถานการณ์เดียวกนั กบั เรารึเปลา่
3. เขยี นอยา่ งไรใหถ้ กู โครงสร้าง
การเขียนภาษาองั กฤษเป็นเคร่ืองมอื ส่ือสารรูปแบบหน่ึง เพอื่ ใหผ้ อู้ ่านเขา้ ใจได้ ตอ้ งถกู ตามหลกั ของไวยกรณ์
tutormaam(2557) ไดก้ ล่าวไวว้ ่า การเขียนผดิ ไวยากรณ์น้นั ผวิ เผินกอ็ าจจะดูไม่สาคญั มากเทา่ ไร เพราะการสื่อสารยงั
สามารถเขา้ ใจได้ แต่ถา้ หากในเชิงการเรียนตอ่ มนั จะแสดงใหเ้ ห็นวา่ ผเู้ ขียนไม่ไดใ้ หค้ วามสาคญั กบั เร่ืองท่เี ขยี น หรือภาษา
ยงั มคี วามไมด่ ีพอ ทาใหผ้ อู้ ่านโดยเฉพาะคณะกรรมการตดั สินการขอทนุ ตา่ ง ๆ เกิดความรู้สึกไมด่ ีกบั งานเขียนเราได้
การเขยี นภาษาองั กฤษแบบไมท่ างการน้นั สามารถทาได้ แต่การเขียนผดิ แกรมมาร์ไมค่ วรทาอยา่ งยงิ่ ถา้ เป็นการ
เขียนระหวา่ งเพอ่ื นน้นั จะเขยี นอยา่ งไรกค็ งไมเ่ ป็นไร แตถ่ า้ เป็นการเขียนอยา่ งเป็นทางการ ไมว่ า่ จะเป็นการโตต้ อบของ
หน่วยงานภาครัฐหรือภาคเอกชน การเขียนภาษาองั กฤษผดิ แกรมมาร์อาจจะทาใหเ้ กิดผลเสียท่ไี ม่คาดคิดต่อเราไดน้ ะครับ
สาหรับวธิ ีแกไ้ ขน้นั กค็ อื ควรหาหนงั สือเก่ียวกบั Grammar ดี ๆ ไวส้ ักเล่มเพื่อทาความเขา้ ใจแบบไมเ่ นน้ ความจา ประมาณวา่
อา่ นกนั ไปแบบเพลนิ ๆ นี่แหละ ถา้ ไม่เขา้ ใจกไ็ ม่ตอ้ งไปกดดนั ตวั เอง เนน้ เขา้ ใจ อา่ นเพลินกนั ไป เพราะการต้งั ใจจดจ่อ
เกนิ ไปอาจทาใหเ้ กิดความเบ่อื หน่ายในการเรียนรู้ได้
อีกอยา่ งหน่ึงกค็ อื พยายามหาบทความตา่ ง ๆ ทางภาษาองั กฤษมาอ่าน เมือ่ เราเริ่มมีความเขา้ ใจเกี่ยวกบั Grammar แลว้
เรากจ็ ะเร่ิมเห็นความผดิ พลาดของการสร้างประโยค ผูกประโยค เพราะวา่ เราจะเริ่มรู้สึกวา่ ผูเ้ ขยี น เขยี นไดผ้ ดิ หลกั แกรมมา่ ร์
ท่เี ราอ่านมา หรือวา่ เราไม่เขา้ ใจว่ามีความจาเป็นอะไรท่ีผูเ้ ขยี นตอ้ งผูกประโยคในรูปแบบน้นั ตอ้ งหมนั่ สังเกตและสงสัย
เยอะๆ
เมอื่ เรามคี ุณลกั ษณะในการอา่ นแบบน้ีกนั แลว้ และมคี วามเขา้ ใจทางดา้ นแกรมม่าร์พอสมควร การฝึ กความแมน่ ยาจึงมี
ความจาเป็น โดยแบบฝึ กทีด่ ีท่ีสุดคอื error identification ซ่ึงเขามกั จะใหป้ ระโยคมา 1 ประโยค และขดี เสน้ ใต้ 4 คา และให้
เราช้ีคาทเี่ ขยี นผิด ซ่ึงแน่นอนว่าคงเป็นขอ้ สอบท่ีหลายๆ คงแหยงกนั มาต้งั แตเ่ ดก็ ๆ เพราะดๆู ไปกไ็ มเ่ หน็ จะมสี ่วนไหนท่ผี ิด
เลยนน่ั เอง แต่เจา้ ขอ้ สอบ error นี่แหละครับ อาจารยช์ ้นั ดใี นการฝึ กแกรมม่าร์เลยละ่
4. 5 วธิ ีเพ่อื พฒั นาการเขียนภาษาองั กฤษของคณุ
การเขยี นภาษาองั กฤษตอ้ งมีการพฒั นาการเขียนอยเู่ สมอ เพอื่ ใหไ้ ดป้ ระสิทธิภาพ WIL(ม.ป.ป.)ไดก้ ล่าวไวว้ า่
1. เพ่ิมคลงั ศพั ทข์ องคณุ เพือ่ ใหป้ ระสบความสาเร็จในการเขยี น ส่ิงทคี่ ณุ จาเป็นตอ้ งรู้กค็ อื คาศพั ท์ และตอ้ งรู้เยอะๆ
ดว้ ยนะ การเรียนรู้คาศพั ทใ์ หมจ่ ึงเป็นเร่ืองทีด่ แี ละจะดียง่ิ กวา่ หากรู้วิธีใชค้ าเหลา่ น้นั อยา่ งถูกตอ้ งดว้ ย
เคลด็ ลบั : เมอ่ื คุณเรียนรู้ศพั ทใ์ หม่ ใหพ้ ยายามหา synonym หรือคาท่มี คี วามหมายเหมือนกนั และ antonym หรือคาทีม่ ี
ความหมายตรงขา้ มอยา่ งละคาดว้ ย
34
วารสารภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี ปี ท่ี 2 ฉบบั ที่ 1 มกราคม – เมษายน 2563
2. พฒั นาการสะกดคาของคุณคณุ จาเป็นตอ้ งสะกดคาเหลา่ น้นั ใหถ้ กู ตอ้ ง การสะกดคา ทผี่ ดิ จะเปลี่ยนความหมาย
ของประโยคทค่ี ุณเขียนไปคนละเร่ืองเลยทเี ดียว เช่น: “ bare” และ “ bear” สองคาน้ีออกเสียงเหมอื นกนั แต่ “ bare” แปลวา่
เปลา่ เปลือย ส่วน “ bear” แปลวา่ หมี แลว้ การสะกดคาผิดๆกย็ งั ทาใหผ้ อู้ า่ นประสบปัญหาในการทาความเขา้ ใจเรื่องทค่ี ุณ
เขยี นอีกดว้ ย
เคลด็ ลบั : ฝึ กสะกดคาบ่อย ๆ
3. พฒั นาการอ่านของคณุ การอา่ นภาษาองั กฤษเยอะๆมปี ระโยชนเ์ สมอ เพราะจะช่วยใหค้ ุณไดไ้ อเดียเกยี่ วกบั
สไตลก์ ารเขียนท่ีแตกต่างและไดเ้ รียนรู้การใชค้ าท่เี หมาะสมดว้ ย เลือกหนงั สือหรือบทความท่ีมีหวั ขอ้ ที่คณุ สนใจ เพอื่ คณุ จะ
ไดไ้ มเ่ บื่อซะกอ่ น
4. พฒั นาเร่ืองไวยากรณ์ของคุณไวยากรณ์ เป็นเรื่องทส่ี าคญั มาก เพราะมนั เป็นเสมอื นเคร่ืองพิสูจน์คณุ ภาพงาน
เขียนของคุณ เลือก tense ท่ีเหมาะสม และจงจาไวว้ า่ ตอ้ งใชเ้ คร่ืองหมายวรรคตอนต่าง ๆ ใหถ้ ูกตอ้ ง เพราะเคร่ืองหมายวรรค
ตอนนี่แหละท่จี ะช่วยใหง้ านเขยี นของคุณชดั เจนและไหลลื่น
5. เขยี นการเขยี นสามารถกลายเป็นเรื่องทีน่ ่ากลวั ไดเ้ สมอ อยา่ งไรกต็ ามวธิ ีที่จะชว่ ยพฒั นาทกั ษะดา้ นการเขยี นทด่ี ี
ทีส่ ุดกค็ ือ หยบิ ปากกาและกระดาษข้นึ มา หรือไมก่ ไ็ ปนง่ั ท่หี นา้ คอมพวิ เตอร์ของคณุ แลว้ เร่ิมเขยี นซะ จาไวว้ ่า “ Practice
makes perfect.”
บทสรุป
การเขยี นจดั เป็นทกั ษะท่ียากเพราะจะตอ้ งใชค้ วามรู้ในดา้ นต่างๆมาใชใ้ นการเขียน ไม่วา่ จะเป็นการใชห้ ลกั การ
เขยี น หลกั ไวยกรณ์ ดา้ นคาศพั ทท์ ี่ตอ้ งรู้ศพั ทม์ าก ๆ หรือสานวนในการเขียน ซ่ึงจะตอ้ งมีความรู้แน่นมาก ๆ ถึงจะสามารถ
เขยี นไดด้ ี ดงั น้นั ผูท้ ่สี นใจและศกึ ษาทกั ษะการเขียนภาษาองั กฤษจะตอ้ งไดร้ ับการพฒั นาทกั ษะทถ่ี ูกตอ้ ง
ฝ่ ายแนะแนวการศกึ ษาสานกั บริการการศึกษา มสธ.(ม.ป.ป.) ไดม้ กี ารใหค้ าอธิบายไวว้ า่ ทกั ษะการเขยี น เป็น
ทกั ษะท่ตี อ้ งผา่ นกระบวนการทางความคดิ หลายข้นั ตอน ต้งั แต่การรวบรวมความคดิ การลาดบั เร่ือง และเลอื กสรรถอ้ ยคาใน
การถา่ ยทอดออกมาเป็นขอ้ ความท่ีสามารถสื่อความหมายไดต้ รงความตอ้ งการทกั ษะการเขยี นจะตอ้ งอาศยั ความเขา้ ใจ
โครงสร้างภาษาอยา่ งถูกตอ้ ง รู้ศพั ท์ สานวน รูปแบบ ประโยค ไวยากรณ์ และเชน่ เดียวกบั ทกั ษะอน่ื ๆ ผเู้ รียนจะตอ้ งหมนั่
ฝึ กฝนและหดั เขยี นอยเู่ สมอ นอกจากน้นั การเขียนและการอ่านเป็นทกั ษะทเี่ ชอ่ื มโยงกนั หากผเู้ รียนมปี ระสบการณ์ในการ
อ่านมาก กจ็ ะไดเ้ ห็นรูปแบบวธิ ีเขียน แนวคิดในการสื่อสารของผเู้ ขียน ซ่ึงจะชว่ ยทาใหม้ แี บบอยา่ งสาหรับการเขียน สาหรับ
ตนเองมากข้นึ ดว้ ยสาหรับนกั ศึกษาน้นั ควรจะหาโอกาสไปเขา้ รับการสอนเสริม เพอ่ื ที่จะมโี อกาสไดส้ นทนา ซกั ถามอาจารย์
ผสู้ อนโดยตรง อยา่ งไรกต็ ามการศกึ ษาดว้ ยตนเองโดยไมม่ ชี ้นั เรียนปกตนิ ้นั นกั ศึกษาตอ้ งดูแลตนเองใหม้ วี ินยั ในการศึกษา
โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ การเรียนวชิ าภาษาน้นั จะตอ้ งฝึ กฝนเป็นประจา สม่าเสมอ หากไมท่ อ้ ถอยในการเรียนเสียก่อน ความสาเร็จ
ในการศึกษาจึงจะเป็นของนกั ศกึ ษา
35
วารสารภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี ปี ที่ 2 ฉบบั ที่ 1 มกราคม – เมษายน 2563
บรรณานุกรม
พบี่ ๊ิก.(2557,27 กนั ยายน).“4 เทคนคิ การฝึ กเขยี นภาษาองั กฤษ ให้เก่งเหมอื นเจ้าของภาษา!!”
สืบคน้ เมอื่ 30 ตุลาคม 2563, จากhttps://www.wegointer.com/2014/09/writing-27/
Oxford Royale Academy. (2559,8 พฤศจิกายน). “40 คาศัพท์และประโยคทส่ี าคญั ในการเขยี น”
สืบคน้ เมอ่ื 30 ตุลาคม 2563, จากhttps://www.wegointer.com/2016/11/40-useful-words-and-
Springer Author Academy.(ม.ป.ป.). “เทคนิคการเขยี นภาษาองั กฤษ:เทคนคิ วธิ ปี ฎบิ ัต”ิ
สืบคน้ เมื่อ30 ตุลาคม 2563, จาก https://sites.google.com/site/thekhnikhkarreiynxangkvs/kheiyn
Tutormaam.(2557, 6 ธนั วาคม). “เขียนอย่างไรให้ถูกโครงสร้าง :ห ลกั การเขยี นภาษาองั กฤษ”
สืบคน้ เมือ่ 30 ตุลาคม 2563, จากhttps://sites.google.com/site/parinda00000/kheiyn-xyangri-hi-
Tutormaam.(2557, 6 ธนั วาคม).“เขยี นอย่างไรให้ถูกโครงสร้าง” สืบคน้ เม่อื 30 ตุลาคม 2563, จาก
https://sites.google.com/site/thekhnikhkarreiynxangkvs/kheiyn-xyangri-hi-thuk-khorngsran
WIL.(ม.ป.ป.).“5 วธิ ีเพอื่ พฒั นาการเขยี นภาษาองั กฤษของคุณ” สืบคน้ เมอื่ 30 ตุลาคม 2563,
จาก https://englishlive.ef.com/th-th/blog/study-tips/study-tips/
ฝ่ ายแนะแนวการศกึ ษาสานกั บริการการศกึ ษา มสธ.(ม.ป.ป.)“ทกั ษะการเรียนวชิ าภาษาองั กฤษ”.
สืบคน้ เม่อื 30 ตุลาคม 2563, จาก https://www.stou.ac.th/thai/offices/oes/guide/article/engl.html
36
วารสารภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี ปี ที่ 2 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม – เมษายน 2563
การฝึ กภาษาองั กฤษด้วยการเขยี นบันทึกประจาวนั
Practicing English by Writing a Journal
พรปวีณ์ แซ่กว้ น’ / Pornpawee Saekuan
บทนา
ในปัจจุบนั การฝึกฝนภาษาองั กฤษมหี ลากหลายวิธี เช่นการฝึกอา่ น หรือดสู ่ือต่าง ๆ ส่ิงเหลา่ น้ีจาเป็น
ในการฝึกภาษาองั กฤษและอีกหน่ึงอยา่ งที่จาเป็นต่อการฝึก คือการเขียน ซ่ึงการเขียนโดยไม่มจี ุดประสงค์
หรือเป้ าหมายอาจจะยากสาหรับผฝู้ ึก ดงั น้นั ผเู้ ขียนจึงไดท้ าบทความเกี่ยวกบั การพฒั นาภาษาองั กฤษดว้ ยการ
เขียนบนั ทึกประจาวนั ซ่ึงเป็นสิ่งที่ง่าย และนอกจากน้ียงั ฝึกเรื่องของภาษาทางดา้ นการเขียน ฝึกเรื่องการ
เขียนโครงสร้างของภาษา ไวยากรท่ีถกู ตอ้ ง และทาใหผ้ ฝู้ ึกสนุกสนาน
1. ความรู้เกย่ี วกบั การเขยี นบันทึกประจาวนั
1.1. ความหมายของการเขยี นบนั ทึกประจาวนั
การเขียนบนั ทึกประจาวนั คือ การเขียนบนั ทึกขอ้ มลู ท่ีเป็นประสบการณ์ ความรู้หรือขอ้ ความ
สาคญั ในการจดบนั ทึก ตอ้ งบอกแหลง่ ที่มา หรือวนั เวลาท่ีจดบนั ทึกไดด้ ว้ ย ซ่ึงการทาบ่อยๆจะทาใหเ้ ป็น
กิจวตั รประจาวนั และทาใหก้ ารเขียนมคี วามพฒั นาข้ึนท้งั ภาษาองั กฤษและภาษาไทย ท้งั น้ียงั ฝึกการ
ใช้ ไวยกณร์ในภาษาองั กฤษอกี ดว้ ย (วาดตะวนั ,5 มิถนุ ายน 2552)
1.2. ประเภทของการเขยี นบนั ทกึ ประจาวนั
ประเภทของการเขียนบนั ทึกประจาวนั มี 2 ประเภท ดงั น้ี
การเขียนบนั ทึกเหตุการณ์ เป็นการเขียนเรื่องราวที่ไดพ้ บเห็น เรื่องใดเรื่องหน่ึง เพ่อื เป็นการบนั ทึก
ความรู้ เตือนความจา บรรยายความรู้สึก หรือแสดงขอ้ คิดเห็น
________________________________
‘ นกั ศึกษาปริญญาตรี คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลศรีวิชยั
37
วารสารภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี ปี ที่ 2 ฉบบั ที่ 1 มกราคม – เมษายน 2563
การเขียนบนั ทึกเหตุการณ์ประจาวนั เป็นการเขียนเร่ืองราวส่วนตวั หรือเหตุการณ์ท่ีเกิดข้ึนหรือท่ีพบ
เห็นจากการเดินทาง เพอ่ื เตือนความจา บนั ทึกความรู้ ความรู้สึก และขอ้ คิดเห็น (วาดตะวนั ,5
มถิ นุ ายน 2552)
1.3. การเขยี นบนั ทึกประจาวนั ให้ได้ประโยชน์
ประโยชน์ของการเขียนบนั ทึกประจาวนั มี ดงั น้ี
1. จดจาช่วงเวลาในชีวิตไดด้ ีกวา่ ในเร่ืองหลกั ของการจดดว้ ยมือกค็ ือเพ่อื จะไดจ้ าช่วงเวลาต่างๆ ใน
ชีวิตได้
2. ช่วยใหไ้ ดเ้ ปรียบเทียบตวั เองในอดีตกบั ปัจจุบนั ทาใหเ้ ราสามารถกลบั มายอ้ นอ่านเร่ืองราวท่ีเคย
บนั ทึกไวใ้ นอดีต
3. ไดพ้ ฒั นาทกั ษะดา้ นการเขียน คือทาใหต้ วั เราพฒั นาทกั ษะการเขียนไปเรื่อยๆโดยไม่รู้ตวั
4. จดั ระเบียบและเรียบเรียงความคิดของตวั เองไดด้ ีกว่า สามารถระบายหรือเขียนเกี่ยวกบั เรื่องที่ไม่
พอใจ เหนื่อยใจได้
5. ใชส้ มาธิจดจ่ออยกู่ บั ตวั เองไดด้ ีกว่าเวลาเราเขียนไดอาร่ี เราตอ้ งใชส้ มาธิเพือ่ ยอ้ นนึกเหตุการณ์ต่างๆ
ที่เกิดข้ึน (Taey CH ,5 1 พฤศจิกายน 2560)
2. การฝึ กเขียนบันทกึ ประจาวนั
2.1. เทคนิคการเขียนบนั ทกึ ประจาวนั
10 วิธีเขียนบนั ทึก
1.เขียนไดอาร่ี โดยบนั ทึกเหตุการณ์ประจาวนั
2.ระบายเรื่องที่ตนเองไม่สบายใจลงไปบา้ งสิ
3.เกบ็ ไดอาร่ีอยใู่ นที่ลบั
4.เมอ่ื เจอไอเดียดีๆ บนั ทึกเกบ็ ไวใ้ นไดอาร่ีดว้ ย
5.เจอเรื่องราวที่แสนประทบั ใจ บนั ทึกไวใ้ นไดอาร่ีดว้ ย
6.อยากวาดรูปลงไปดว้ ยเหรอ ทาสิ!
7.หากล่องเก็บไดอารี่ดีๆ
8.ทุกๆ1 สปั ดาห์สรุปเร่ืองสาคญั ออกมาเป็นขอ้ ๆบา้ ง
9.ประยกุ ตใ์ ชท้ กั ษะท่ีไดจ้ ากการเขียนไดอารี่สู่การเขียนบทความ
10.เลอื กสมดุ ที่สวยๆ ใหค้ วามรู้สึกอยากบนั ทึก (CNW ADMIN ,13 มีนาคม 2018)
38
วารสารภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี ปี ท่ี 2 ฉบบั ที่ 1 มกราคม – เมษายน 2563
2.2. ตวั อย่างประโยคที่ใช้เขียนบนั ทึกประจาวนั
การเขียนประโยคภาษาองั กฤษน้นั สามารถทาไดท้ ุกวนั แต่ตอ้ งกาหนดเวลาท่ีชดั เจน และเมื่อ
อยากเร่ิมเขียน ใหเ้ ร่ิมเขียนจากการเขียนไดอาร่ีหรือบนั ทึกประจาวนั ซ่ึงการทาเช่นน้ีจะทาใหผ้ เู้ ขียนมี
ความสุข และสนุกไปกบั การเขียน ท้งั น้ียงั ทาใหผ้ เู้ ขียนไดร้ าลกึ หรือไดน้ ึกคิดสิ่งท่ีตนไดท้ าแต่ละวนั
ตวั อยา่ งประโยค เช่น
Today I got up at 6 o'clock. I ate breakfast in my car because I got up late. I went to school.
I went up to my classroom. I read my school books. I went down to assembly. I sang the national anthem.
I chanted. I went back up to my classroom. I learnt English, Math and Computer. I went back home by
bus. I did my homework. I had a lot of homework. I took a bath. I brushed my teeth. I went to bed.
วนั น้ีฉนั ตื่น 6 โมง ฉนั รับประทานอาหารในรถ เพราะตื่นสาย ฉนั ไปโรงเรียน ฉนั ข้ึนหอ้ งเรียน อ่าน
หนงั สือเรียน ฉนั ลงไปเขา้ แถว ร้องเพลงชาติ สวดมนต์ ฉนั กลบั ข้ึนหอ้ งเรียน ฉนั เรียนวิชาภาษาองั กฤษ
คณิตศาสตร์ และคอมพวิ เตอร์ ฉนั กลบั บา้ นโดยรถประจาทาง ฉนั ทาการบา้ น การบา้ นของฉนั เยอะมาก ฉนั
อาบน้า แปรงฟัน ฉนั เขา้ นอน (Richard Barrow , ม.ป.ป)
3.การสร้างประโยค
3.1. สร้างประโยคภาษษองั กฤษ
การสร้างประโยคในภาษาองั กฤษน้นั ควรลองใชภ้ าษาองั กฤษต้งั แต่ตื่นนอนจนถึงค่า หากลอง
เรียนรู้ทุกวนั แสดงว่าคุณมคี วามสนใจในภาษาองั กฤษไม่มากก็นอ้ ย เนื่องจากทุกวนั น้ีภาษาองั กฤษเป็นสิ่ง
สาคญั มากในโลก มีประโยชนด์ งั น้ี
1. ทาใหเ้ ราทางานที่หลากหลาย
2. ทาใหต้ ิดต่อส่ืสารไดส้ ะดวกมากข้ึน
3. การงานการเงินกา้ วหนา้
4. มสี งั คมที่กวา้ งข้ึน
5. กา้ วตามเทคโนโลยไี ดท้ นั (PEE B-BANK , 2563)
3.2. ประโยคภาษาองั กฤษทีใ่ ช้บ่อยในชีวติ ประจาวนั
การรวบรวมประโยคภาษาองั กฤษท่ีน่าจะไดใ้ ชใ้ นชีวติ ประจาวนั บ่อยๆ มาใหไ้ ดม้ ากที่สุด และ
ใหค้ รอบคลมุ ชีวิตประจาวนั ของผใู้ ชง้ านมากท่ีสุด โดยนาเสนอรูปประโยคที่เป็นสานวนเฉพาะ แปลตรงตวั
ไมไ่ ด้ ซ่ึงผอู้ ่านสามารถจาท้งั ประโยคไปใชไ้ ดเ้ ลย เหมาะสาหรับผเู้ ร่ิมเรียนภาษาองั กฤษท่ีไมค่ ่อยจะไดเ้ จอ
สานวนเฉพาะแบบน้ีบ่อยนกั แต่กลบั เป็นสานวนท่ีใชใ้ นชีวิตประจาวนั บ่อยคร้ัง
39
ตวั อยา่ ง เช่น
1. Today I got up at 6 o'clock
2. I went to school
3. I read my school books
4. I went back home by bus (อจั ฉรียา แสงสว่าง, 2563)
สรุป
ปัจจุบนั ภาษาองั กฤษเป็นสิ่งสาคญั ในชีวติ ประจาวนั เพราะการเขา้ สมาคมอาเซียนและการส่ิอสา
รส่วนใหญ่เป็นภาษาองั กฤษ ดงั น้นั การพฒั นาภาษาองั กฤษจึงเป็นเร่ืองท่ีตอ้ งทามากท่ีสุด และการที่จะพฒนา
ภาษาองั กฤษของแต่ละคนให่ดีน้นั ข้ึนอยกู่ บั ความมุง่ มนั่ ต้งั ใจหรือการมีเป้ าหมายท่ีตอ้ งทาใหส้ าเร็จ การเขียน
บนั ทึกประจาวนั หรือไดอาร่ีน้นั เป็นหน่ึงทางเลือกท่ีทุกคนสามรถพฒั นาภาษาองั กฤษไดท้ ้งั การเขียน การ
อ่าน และการใชไ้ วยกรณ์ ซ่ึงการกระทาเช่นน้ีสามารถส่งเสริมใหผ้ ทู้ ่ีเริ่มเขียนรู้สึกสนุกสนานและเมื่อผเู้ ขียน
ทาการเขียนทุกวนั จะกลายเป็นกิจวตั รประจาวนั ทาใหภ้ าษาองั กฤษของตนเองน้นั ดีข้ึนโดยไม่รู้ตวั และยงั ทา
ใหต้ นเองไดท้ บทวนสิ่งท่ีทาในแต่ละวนั ไดอ้ ีกดว้ ย
40
วารสารภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี ปี ที่ 2 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม – เมษายน 2563
บรรณานุกรม
วาดตะวนั (2552,มิถนุ ายน) “การเขียนบนั ทึกประจาวนั ” สืบคน้ เมอื่ 30 กนั ยายน 2563 จาก
http://oknation.nationtv.tv/blog/ThaiTeacher/2009/06/05/entry-1
Richard Barrow. (ม.ป.ป) “Examples of Diaries ตวั อยา่ งการเขียนบนั ทึกประจาวนั ” สืบคน้ เม่อื 7 ตุลาคม
2563 จาก https://sites.google.com/site/thekhnikangkvs/kheiyn-xyangri-hi-thuk-
khorngsrang/examples-of-diaries-tawxyang-kar-kheiyn-banthuk-praca-wan
ทีมงานวิกิฮาว.(ม.ป.ป) “วธิ ีการเร่ิตน้ เขียนไดอรี่” สืบคน้ เมือ่ 7 ตุลาคม 2563
จากhttps://th.wikihow.com/เริ่มตน้ เขียนไดอาร่ี
LEE B-BANK. (2563) “English Diary”
อจั ฉรียา แสงสวา่ ง. (กุมภาพนั ธ์ 2563) “1000 ประโยคภาษาองั กฤษใชบ้ ่อยในชีวิตประจาวนั ”
41
วารสารภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี ปี ท่ี 2 ฉบบั ที่ 1 มกราคม – เมษายน 2563
การนาเสนอข้อมลู โดยใช้ Infographic
Presenting Information By Using Infographic
อนนั ปราบพาล 1/ Anan Prabpal
บทนา
ในยดุ แห่งขอ้ มลู ข่าวสารในปัจจุบนั วธิ ีที่เราใชใ้ นการประมวลผลและแลกเปลยี่ นขอ้ มลู มีการเปล่ียน
แลงไปจากเดิมอยา่ งมาก สาเหตุหลกั มาจากขอ้ มลู มีปริมาณมหาศาลในแต่ละวนั ทาใหเ้ ป็นเรื่องยากที่จะทา
ใหผ้ คู้ นใหค้ วามสนใจกบั ขอ้ มลู ท่ีเราตอ้ งการแบ่งปัน วธิ ีหน่ึงในการจดั การขอ้ มลู จานวนมากเพ่ือส่ือสารหรือ
แชร์ออกไป กค็ ือการแสดงขอ้ มลู น้นั ในแบบรูปแบบ หรือ อินโฟกราฟิ ก ถา้ เราไดอ้ า่ นหนงั สือพิมพ์ นิตยสาร
บลอ็ ก หรือใชแ้ อพเครือข่ายสงั คมออนไลน์ จะพบว่ามกี ารนาอินโฟกราฟิ กมาใชก้ นั อยา่ งแพร่หลาย ซ่ึง
ประกอบดว้ ยภาพที่สื่อความสาคญั ของเน้ือหา หรือแนวคิดไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว โดยช่วยท้งั การนาเสนอขอ้ มลู
การโฆษณาประชาสมั พนั ธ์ และบอกเรื่องราวต่างปัจจุบนั งานที่เก่ียวขอ้ งกบั ออนไลน์ไดเ้ ติบโตข้ึนอยา่ งมาก
ระบบต่างๆ ก็เอ้ืออานวยใหเ้ ราทางานไดส้ ะดวกมากกวา่ เดิม ทาใหห้ ลายคนมองหาอาชีพเสริมควบค่ไู ปกบั
งานประจา และมนั กอ็ าจกลายเป็นอาชีพหลกั ของหลายคนไดใ้ นอนาคต การขายสินคา้ ออนไลน์ กค็ ือหน่ึง
ในหลายๆ อาชีพที่เก่ียวขอ้ งกบั ออนไลน์ สามารถเร่ิมไดไ้ มย่ าก ไม่ตอ้ งการอปุ กรณ์เคร่ืองมือที่มากมายและ
ซบั ซอ้ น คุณมคี อมพวิ เตอร์หริอแลป็ ทอปหน่ึงเครื่อง กส็ ามารถเร่ิมตน้ ไดเ้ ลย และถา้ คนที่มคี วามสามารถใน
การใชโ้ ปรแกรมIllustrator หรือโปแกรมสร้างภาพ Infographic อื่นๆ กย็ ง่ิ เร่ิมตน้ ไดง้ ่ายข้ึนหลายๆ คนไมม่ ี
ทกั ษะดา้ นคอมพิวเตอร์กราฟิ กมาก่อนเลย แต่มองเห็นโอกาส อยากลองทาดูและเชื่อวา่ ตวั เองทาได้ ค่อยๆ
ฝึกฝนการใชโ้ ปรแกรม ศึกษาในส่ิงที่จาเป็นและเกี่ยวขอ้ งกบั การขายสินคา้ ออนไลนไ์ ปทีละหน่อย กป็ ระสบ
ความสาเร็จไดใ้ นระดบั ที่ค่อนขา้ งน่าพอใจ ซ่ึงถา้ คุณไดก้ า้ วเขา้ สูว้ งการน้ี คุณกจ็ ะไดร้ ับรู้ข่าวสารอยู่
สมา่ เสมอเวลามใี ครที่ประสบความสาเร็จในเสน้ ทางสายน้ี ระดบั ความสาเร็จของแต่ละคนก็จะแตกต่างกนั
ไมว่ ่าจะมรี ายไดจ้ ากการขายสินคา้ ออนไลน์เดือนละหลายพนั หลายหม่นื หรือหลกั แสนต่อเดือน กม็ ใี หเ้ ห็น
ทุกระดบั
ดงั น้นั เมอื่ มองยอ้ นกลบั ไปในอดีต หลายคนหรือองคก์ รเชื่อมาตลาดวา่ การที่เรามีขอ้ มลู อยกู่ บั ตวั เยอะๆ
สามารถถา่ ยทอดขอ้ มลู ใหก้ บั ผอู้ ่ืนหรือกลุม่ เป้ าหมายแบบเนน้ ปริมาณ ใหเ้ ขาเหลา่ น้นั ไดเ้ ห็นว่าเราทา
การบา้ นมาดี ดูน่าเชื่อถอื ถงึ แมว้ ่าพวกเขาจะเขา้ ใจหรือไม่กต็ ามน้นั เป็นส่ิงที่จาเป็น ดงั น้นั เราจะพบเห็น
เอกสารขอ้ มลู จานวนหลายร้อยหนา้ แต่เวลาเปิ ดหาก็ไม่รู้ว่าสาระสาคญั อยทู่ ่ีตรงไหน แต่โลกกาลงั จะ
เปลยี่ นไป ขอ้ มลู ข่าวสารหาง่ายและเขา้ ถึงไดต้ ลอดเวลา เนื่องจากเทคโนโลยที ่ีกา้ วกระโดด
1 นกั ศึกษาปริญญาตรี คณะบริหารธุรกจิ มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลศรีวิชยั
41
วารสารภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี ปี ที่ 2 ฉบบั ที่ 1 มกราคม – เมษายน 2563
1. ทาความรู้จกั กบั อนิ โฟกราฟิ ก
1.1. อนิ โฟกราฟิ ก (Infographic)เกิดจากคา 2 คา คือ คาว่า info (information) ท่ีหมายถึง ขอ้ มลู
ข่าวสารต่างๆ กบั คาว่า Graphic ท่ีหมายถงึ ลายเสน้ ภาพวาดรูปทรงต่างๆ ดงั น้นั อนิ โฟรกราฟิ ก
(Infographic) คือ การนาเสนอขอ้ มลู ( info) ในรูปแบบของภาพวาด ( Graphic) ขอ้ มลู ท่ีนาเสนอ
ตอ้ งส้นั กระซบั อา่ นเขา้ ใจ และภาพวาดที่นามาใชต้ อ้ งส่ือความหมายสอดคลอ้ งกบั ขอ้ มลู ถงึ จะ
เป็นอินโฟกราฟิ กท่ีดี ซ่ึงจะช่วยใหก้ ารนาเสนอขอ้ มลู ต่างๆ ที่ตอ้ งการไปถงึ ผรู้ ับไดง้ ่ายและเขา้ ใจ
ยงิ่ ข้ึน
1.2. ประเภทของอนิ โฟกราฟิ ก ในปัจจุบนั อนิ โฟกราฟิ กสามารถแบ่งออกไดเ้ ป็น 2 กลุ่มใหญ่
คือ อนิ โฟกราฟิ กท่ีเนน้ ดา้ นผลสารวจหรืองานวจิ ยั (Explorative) และเนน้ ดา้ นการถา่ ยทอดขอ้ มลู
(Narrative) ซ่ึงท้งั สองรูปแบบจะมีลกั ษณะเฉพาะที่แตกต่างกนั ยกตวั อยา่ งอินโฟกราฟิ กท่ีเนน้ ดา้ น
ผลสารวจหรืองานวิจยั จะใหค้ วามสาคญั ดา้ นขอ้ มลู และตวั เลข โดยองคป์ ระกอบอืน่ ๆ ที่ไมไ่ ดม้ ี
ความหมายสะทอ้ นตวั ขอ้ มลู จะไมถ่ กู นามาใช้ ลกั ษณะการออกแบบจะเรียบง่าย ส่วนอินโฟ
กราฟิ กที่เนน้ ดา้ นการถ่ายทอดขอ้ มลู จะใหค้ วามสาคญั ดา้ นขอ้ มลู เช่นกนั แต่จะเนน้ การสร้างความ
เขา้ ใจ ดึงดูดความสนใจรวมถงึ ความสวยงานดว้ ยน้นั เอง
1.2.1. อินโฟกราฟิ กแบบภาพน่ิง (Static Infographics) คือ การสรุปเน้ือหาลงในหน่ึงหนา้
โดย การใชไ้ อคอน รูปภาพ และขอ้ ความ มีขอ้ ดีคือผลิตไดง้ ่าย ตน้ ทุนในการผลติ ต่า ผชู้ มสามารถ
แชร์อนิ โฟกราฟิ กต่อไดง้ ่าย ขอ้ เสียคือหากขอ้ มลู หน่ึงๆ สามารถจดั แบ่งไดห้ ลายกลมุ่ จะยากต่อ
การทาความเขา้ ใจ หรืออาจไมด่ ึงดดู ความสนใจเท่าท่ีควร
1.2.2. อนิ เตอร์แอค็ ทีฟอินโฟกราฟิ ก ( Interactive Infographics) หรืออินโฟกราฟิ กที่มี
ปฏิสมั พนั ธโ์ ตต้ อบกบั ผชู้ ม เปลยี่ นการแสดงผลไดต้ ามส่ิงที่ผชู้ มเลือก อินโฟกราฟิ กลกั ษณะน้ีมกั
นาไปใชบ้ นเวบ็ ไซต์ มีขอ้ ดีคือ เขา้ ใจไดง้ ่ายหากขอ้ มลู สามารถแบ่งไดห้ ลายกลุ่มหลายรูปแบบ
สามารถปรับปรุงขอ้ มลู ไดต้ ลอดเวลา แต่ขอ้ เสียคือ ผผู้ ลติ ตอ้ งมคี วามเขา้ ใจในการเขียนโปรแกรม
และการจดั การฐานขอ้ มลู รวมถงึ มขี อ้ จากดั ในการแสดงผลบนอุปกรณ์แต่ละมีความยงุ่ ยากในการ
จดั พมิ พ์
1.2.3. โมชนั อินโฟกราฟิ ก ( Mation Infographics) หรืออนิ โฟกราฟิ กที่มีการเคล่ือนไหว
โดยอาจะอยใู่ นรูปแบบของวดิ ีโอหรือไฟลเ์ คลือ่ นไหวอ่นื ๆ มกั ถกู ใชใ้ นการเล่าเร่ืองหรืออธิบาย
กลไกต่างๆ มีขอ้ ดีคือดึงดดู ความสนใจไดม้ าก เขา้ ใจไดง้ ่าย แต่เสียคือมีตน้ ทุนการผลิตที่สูงกว่า
อนิ โฟกราฟิ กแบบภาพน่ิง และไม่เหมาะกบั ขอ้ มลู ที่ตอ้ งใชเ้ วลาในการทาความเขา้ ใจ รวมถึงมขี นาด
ของไฟลท์ ่ีใหญ่ที่สุด
42
วารสารภาษาองั กฤษและเทคโนโลยี ปี ที่ 2 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม – เมษายน 2563
2. สามารถของอนิ โฟกราฟิ ก
2.1. ทาไมตอ้ งเป็นอนิ โฟกราฟิ ก หลายคนอาจเกิดความสงสยั ว่า แลว้ ทาไมเราถึงควรเลือกใช้
อนิ โฟกราฟิ ก ท้งั ๆ ท่ีมสี ่ือสารสนเทศอนื่ ใหเ้ ลือกใชอ้ ีกมาก เราลองมาดเู หตุผลท่ีทาใหอ้ นิ โฟกราฟิ ก
โดดเด่นกวา่ ส่ืออน่ื ๆ
2.1.1. เพราะเวลาน้นั มีค่า ปัจจุบนั เป็นยดุ ที่อะไรๆ ก็ตอ้ งรวดเร็วไปหมด กราหาขอ้ มลู น้นั
ตอ้ งการความรวดเร็ว หลายคร้ังการอ่านเป็นตวั อกั ษรอาจไมท่ นั ใจเท่ากบั การดเู ป็นภาพ ดงั น้นั
อนิ โฟกราฟิ กจึงเป็นส่ือที่ดีในการถา่ ยทอดขอ้ มลู เหลา่ น้นั
2.1.2. เพราะขอ้ มลู เยอะและน่าเบื่อเกินกว่าจะอ่าน การเติบโตของขอ้ มลู ดิจิตอลที่มากข้ึน
ในทุกวนั ทาใหเ้ ราไมส่ ามารถรับขอ้ มลู ท้งั หมดในทีเดียวได้ หรืออาจตอ้ งใชเ้ วลานานเกินไปจนเกิด
เป็นความเบ่ือหน่าย หลายคร้ังเราจะพบวา่ ผคู้ นบนโลกอินเทอร์เน็ตอ่านเน้ือหาไม่ครบถว้ นแมม้ นั จะ
เป็นเรื่องท่ีสาคญั และบ่อยคร้ังเราจะเห็นคนเหลา่ น้นั ขอใหส้ รุปเน้ือหาใหส้ ้นั ลง จนเกิดเป็นเพจสรุป
เน้ือหาดงั ที่ปรากฎในเฟซบุ๊คอยใู่ นปัจจุบนั อินโฟกราฟิ กสามารถเขา้ มามบี ทบาทในส่วนน้ีไดโ้ ดย
การคดั กรอง, ยอ่ ยขอ้ มลู , จดั กลุ่ม, แสดงความสมั พนั ธข์ องขอ้ มลู ใหง้ ่ายต่อการเขา้ ใจ
2.1.3. เพราะอนิ โฟกราฟิ กสามารถแชร์ไปใหค้ นอืน่ ๆ ไดง้ ่าย อินโฟกราฟิ กเป็นสื่อที่
สามารถแชร์ออกไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว โดยเฉพาะในยดุ ท่ีอินเทอร์เน็ตและโซเซียลมีเดียเติบโตอยา่ งมาก
อีกท้งั ผคู้ นชอบแชร์เรื่องราวต่างๆ ที่ตนสนใจ บางบริษทั จึงอาศยั ช่องทางน้ีในการโปรโมตสินคา้
หรือบริการไปยงั กลุ่มลกู คา้ เป้ าหมายไดอ้ ีกดว้ ย
2.1.4. เพราะอนิ โฟกราฟิ กเป็นเหมอื นสื่อบนั เทิงอยา่ งหน่ึง ดว้ ยความสวยงามและ
น่าสนใจของตวั อนิ โฟกราฟิ ก ทาใหผ้ ชู้ มเพลิดเพลนิ ไปกบั มนั รู้สึกไม่กดดนั ในการรับขอ้ มลู และ
หากเราออกแบบอินโฟกราฟิ กไดด้ ี ผชู้ มจะไดร้ ับขอ้ มลู ไปพร้อมๆ กบั ความบนั เทิง
2.2. ประโยชนข์ องอนิ โฟกราฟิ กในระยะยาว อินโฟกราฟิ กนอกจากจะช่วยใหผ้ ชู้ มเขา้ ใจ
ในทนั ที ยงั ส่งผลต่อความคิดของผชู้ มเขา้ ใจในทนั ที ยงั ส่งผลความคิดของผชู้ มในระยะยาวต่อไป
ดว้ ย ตวั อยา่ งประโยชนข์ องอินโฟกราฟิ กในระยะยาวสามารถสรุปไดด้ งั น้ี
2.2.1. ช่วยใหเ้ ห็นทิศทางในอนาคต อินโฟกราฟิ กหลายชนิดสร้างข้ึนมาจากขอ้ มลู ใน
อดีตรวบรวมมาถงึ ปัจจุบนั ซ่ึงจะช่วยใหผ้ ชู้ มคาดเดาทิศทางท่ี “น่าจะ” เกิดข้ึนในอนาคตพร้อม
รับมอื กบั ส่ิงที่อาจเกิดข้ึนต่อไป อกี ท้งั ยงั ช่วยขบั เนน้ การเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลาและสนบั สนุน
หรือยบั ยง้ั การเปล่ียนแปลงน้นั
2.2.2. ช่วยต้งั เป้ าหมายในอนาคต เม่อื ผชู้ มอนิ โฟกราฟิ กคาดเดาทิศทางที่ “น่าจะ” เกิดข้นั
แลว้ ก็จะต้งั เป้ าหมายไปสู่จุดน้นั ยกตวั อยา่ งเช่น เม่อื นายอดขายในอดีตจนถึงปัจจุบนั ของบริษทั มา
43