5. ผลสำเรจ็ ของกำรพฒั นำโปรแกรมประยกุ ต์
5.1 ได้แบบฟอร์มท่ีใช้ในการจัดการฐานข้อมูล
อตุ ุนิยมวทิ ยาเกษตร โดยใชโ้ ปรแกรม Microsoft Excel
Version 2003 ของสถานีทดลองการใชน้ ้าชลประทาน
และศูนย์สาธิตการใช้น้าชลประทานทัง้ 9 แห่ง ดัง
ตวั อย่าง รปู ท่ี 1
Maetang Maetang Meteorological Data, Latitute 19o 17' 10", Longitude 98o 56' 47", Altitude 355.50 m
January 1998 (2541) Irrigation Water Management Research Station 1
Date Rainfall std. Evaporation Wind ( km/day ) Radiation Sunshine Temperature ( oC ) Humidity ( % ) Pressure (+900 mb )
( mm ) ( mm ) Day Night All (Cal./cm2/day) ( hr./day ) Max Min Mean Max Min Mean Max Min Mean
0.00
1- 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
0.00
2- 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
0.00
3- 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
0.00
4- 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
0.00
5- 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
0.00
6- 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
0.00
7- 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
0.00
8- 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
0.00
9- 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
0.00
10 - 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
0.00
11 - 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
0.00
12 - 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
0.00
13 - 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
0.00
14 - 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
0.00
15 - 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
0.00
16 - 0.00 0.00 0.00 0.00
0.00 0.00 0.00
17 - 0.00 0.00 0.00 0.00 #DIV/0! #DIV/0! 0.00
18 - 0.00 0.00 0.00 0.00
19 - 0.00 0.00 0.00 0.00
20 - 0.00 0.00 0.00 0.00
21 - 0.00 0.00 0.00 0.00
22 - 0.00 0.00 0.00 0.00
23 - 0.00 0.00 0.00 0.00
24 - 0.00 0.00 0.00 0.00
25 - 0.00 0.00 0.00 0.00
26 - 0.00 0.00 0.00 0.00
27 - 0.00 0.00 0.00 0.00
28 - 0.00 0.00 0.00 0.00
29 - 0.00 0.00 0.00 0.00
30 - 0.00 0.00 0.00 0.00
31 - 0.00 0.00 0.00 0.00
Total 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00 0.00
Average #DIV/0! #DIV/0! #DIV/0! 0.00 0.00 #DIV/0! #DIV/0! #DIV/0! 0.00 #DIV/0! #DIV/0! 0.00
รปู ท่ี 1 ตวั อยา่ งแบบฟอรม์ บนั ทกึ ขอ้ มลู รปู ท่ี 2 แสดงขนั้ ตอนการทางาน (Flowchart)
ของโปรแกรม
อุตุนยิ มวทิ ยาเกษตร
5.2 ได้โปรแกรมประยุกต์ท่ใี ช้ช่ือย่อโปรแกรมว่า
MR Quick มีขัน้ ตอนการทางาน (Flowchart) ของ
โปรแกรมดงั รูปท่ี 2 มโี ครงสร้างหน้าจอการทางาน
ประกอบไปดว้ ยฟอรม์ การรบั ขอ้ มูลจากการใสข่ องผใู้ ช้
(Input) ดงั รูปท่ี 3 และมตี ารางแสดงผลลพั ธ์จากการ
คานวณของโปรแกรมดงั รปู ท่ี 4
รปู ท่ี 3 แสดงโครงสรา้ งหน้าจอการทางานของ
โปรแกรม MR Quick
41
รปู ท่ี 4 ตารางแสดงผลลพั ธจ์ ากการคานวณของ ตอ้ งเสยี เวลาในการปรบั เปลย่ี นระบบการจดั การขอ้ มูล
โปรแกรม MR Quick อุตุนยิ มวทิ ยาเกษตรใหม่
โปรแกรมประยุกต์ท่ไี ด้น้ีสามารถคานวณค่า ETO 6.2 ในการออกแบบหน้าจอการทางานของ
จากวิธีการต่าง ๆ 6 วิธีการ คือ Blaney – Criddle โปรแกรม MR Quick จะยดึ หลกั ทผ่ี ใู้ ช้จะต้องใสข่ อ้ มูล
Method, Radiation Method, Hargreaves Method, (Input) ใหน้ ้อยทส่ี ดุ เพ่อื อานวยความสะดวก และง่าย
Modified Penman Method, Pan Evaporation ต่อการใช้งาน โดยท่ีรูปแบบของการคานวณยังคง
Method แ ล ะ Penman – Monteith Method แ ล ะ ถูกต้อง ครบถ้วนเหมือนการคานวณด้วยมือตาม
ครอบคลุมพ้ืนท่ี สถานีทดลองการใช้น้าชลประทาน ตวั อย่างการคานวณคา่ ปรมิ าณการใชน้ ้าของพชื อา้ งองิ
ศูนยส์ าธติ การใชน้ ้าชลประทาน และพน้ื ทใ่ี กลเ้ คยี งได้ (ETO) ดว้ ยมอื จาก แต่มวี ธิ กี ารใชง้ านทง่ี า่ ย ไม่ซบั ซอ้ น
ครบทงั้ 9 แห่งทัว่ ประเทศ โดยสามารถคานวณได้ คานวณไดร้ วดเรว็ ผทู้ ่เี รม่ิ ต้นคานวณด้วยมอื สามารถ
สงู สุด 60 ช่วงการคานวณ จานวนวนั ในแต่ละช่วงได้ เรียนรู้ และตรวจสอบการคานวณได้ทงั้ การคานวณ
สงู สดุ 100 วนั ค่าเฉลย่ี ขอ้ มลู อตุ ุนิยมวทิ ยาเกษตร และการคานวณค่า
ETO ไดโ้ ดยไมย่ าก
5.3 ในหน่ึงชุดโปรแกรม MR Quick จะประกอบไป
ด้วย รายงานผลการพัฒนาโปรแกรมฉบับสมบูรณ์ 6.3 ในการใช้งานโปรแกรม MR Quick ผู้ใชง้ าน
คู่มือการใช้งานโปรแกรม และแผ่นติดตัง้ โปรแกรม สามารถ Copy ไฟล์ Executable File หรือ .exe ช่ือ
(Setup Disk) MR Quick 04.12.2011 ไปไว้ในเคร่อื งคอมพวิ เตอร์ท่ี
ใชง้ านไดโ้ ดยไม่ตอ้ งตดิ ตงั้ โปรแกรม (Setup) ในกรณที ่ี
6. ข้อวิจำรณ์ เคร่อื งคอมพวิ เตอรน์ นั้ ลงโปรแกรม Windows XP และ
6.1 เน่อื งจากผใู้ ชง้ านโปรแกรม MR Quick เดมิ มี Microsoft Excel Version 2003 ไวอ้ ย่างสมบรู ณ์แลว้
ความชานาญในการใชง้ านโปรแกรม Microsoft Excel 7. สรปุ
และมีการจัดเก็บข้อมูลอุตุนิยมวิทยาเกษตร ด้วย
โปรแกรม Microsoft Excel Version 2003 อยู่แล้ว การพฒั นาโปรแกรม MR Quick ในครงั้ น้ี ถอื ได้ว่า
ดังนั้นใ นการจัดการฐานข้อมูลใหม่ข องข้อมูล ประสบผลสาเรจ็ เป็นอยา่ งดี เน่อื งจากเม่อื ไดต้ รวจสอบ
อตุ ุนิยมวทิ ยาเกษตร จงึ เลอื กใชร้ ูปแบบของตารางของ การคานว ณข อ ง โ ปรแ กรม โ ด ย การนาข้อมูล
โปรแกรม Microsoft Excel เหมือนเดิม แทนการใช้ อุตุนิยมวทิ ยาของสถานีทดลองการใช้น้าชลประทาน
โปรแกรม Microsoft Access ซ่ึงจะทาให้ผู้ใช้งานไม่ ท่ี 7 (ปตั ตานี) ในช่วงเวลา 1-15 มกราคม 2540 มาใช้
ตรวจสอบ ผลปรากฏว่าค่าปริมาณการใช้น้าของพืช
อ้างอิงท่ีคานวณได้ด้วยมือ และท่ีคานวณโดยใช้
โปรแกรม MR Quick ทงั้ 6 สตู รมคี ่าใกลเ้ คยี งกนั มาก
และถึงแม้ว่าก่อนท่ีจะได้มีการพัฒนาโปรแกรมได้มี
การศกึ ษาถงึ ความต้องการของผใู้ ชง้ าน พฤตกิ รรมใน
การใช้งาน และความถนัดในการจดั การกบั ฐานขอ้ มูล
ของผใู้ ชง้ านมาเป็นอยา่ งดแี ลว้ กต็ าม แต่กย็ งั คงมคี วาม
จ า เ ป็ น ท่ีจ ะ ต้อ ง ใ ห้ผู้ใ ช้ง า น ไ ด้มีก า ร ท ด ล อ ง ใ ช้ง า น
เพ่อื ทจ่ี ะปรบั ปรุงแกไ้ ขขอ้ บกพร่องจนกว่าจะเป็นทพ่ี งึ
พอใจของผู้ใช้ และจากการท่ีผู้ใช้งานได้ทดลองใช้
42
กไ็ ดร้ บั ความพงึ พอใจเป็นอย่างดี สอดคลอ้ งกบั แนวคดิ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย. 2524. เอกสาร
ในการพฒั นาโปรแกรมทว่ี ่า “ใชง้ านไดง้ า่ ย ไมซ่ บั ซอ้ น ประกอบการฝึกอบรมการชลประทานระดบั ไรน่ า.
สามารถตรวจสอบรายการคานวณเทียบกับการ กรงุ เทพฯ: สถาบนั เทคโนโลยแี ห่งเอเชยี .
คานวณด้วยมือได้ทุกขัน้ ตอน และใช้เวลาในการ
คานวณน้อยลง” ไสว สุวรรณพงศ์ นาวาโท. 2514. เครือ่ งมือตรวจ
อากาศ. กรงุ เทพฯ: กรมอุตุนิยมวทิ ยา
8. ข้อเสนอแนะ
8.1 โปรแกรม MR Quick มขี อ้ จากดั คอื ใชค้ านวณ สรุ ยี ์ สอนสมบรู ณ์. 2526. เกษตรชลประทานประยกุ ต์.
กรุงเทพฯ: กรมชลประทาน
ไดเ้ ฉพาะพน้ื ทส่ี ถานที ดลองการใชน้ ้าชลประทานท่ี 1 –
8 และ ศนู ยส์ าธติ การใชน้ ้าชลประทานเทา่ นนั้ เพราะได้ ธรี ะพล ตงั๊ สมบญุ ศจี เจรญิ ยงิ่ โอสถ ชาญเวชช.์ 2540.
ตัง้ ค่า เส้นรุ้ง (Latitude) เส้นแวง (Longitude) และ เอกสารวชิ าการ ปรมิ าณการใชน้ ้าของพชื อา้ งองิ
ความสูงจากระดับน้ าทะเลปานกลาง ( Altitude) โดยวธิ ขี อง Modified Penman. กรุงเทพฯ: กรม
ไว้เฉพาะสถานท่เี หล่าน้ีเท่านัน้ หากมีการต่อยอดใน ชลประทาน.
การพัฒนาโปรแกรมให้สามารถคานวณค่า ETO
ในพน้ื ทอ่ี ่นื ๆ ได้ จะทาใหห้ น่วยงานอ่นื ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง อานาจ นุตมาน. 2550. เขยี นโปรแกรมและพัฒนา
กับการบริหารจัดการน้า เช่น สานักชลประทาน แอปพลเิ คชนั่ ดว้ ย VBA บน Excel ฉบบั โปรแกรม
โครงการชลประทาน ฝ่ายส่งน้าและบารุงรกั ษา และ เมอร.์ กรุงเทพฯ: ว.ี พรน้ิ (1991).
หน่วยงานทส่ี นใจ สามารถใชป้ ระโยชน์จากโปรแกรม
MR Quick ไดด้ ว้ ยเช่นเดยี วกนั อภิชาต อนุกูลอาไพ วิบูลย์ บุญยธโรกุล วราวุธ วุฒิ
ว ณิ ช ย์ โ ก วิท ท้ ว ม เ ส ง่ีย ม ม น ต รี ค้ า ชู .
8.2 เน่ืองจากโปรแกรม MR Quick ถูกพฒั นาเพ่อื 2524.ค่มู อื การชลประทานระดบั ไร่นา.กรุงเทพฯ:
รันบนระบบปฏิบัติการ Windows XP (32 bit) และ สถาบนั เทคโนโลยแี ห่งเอเชยี .
จดั การฐานขอ้ มลู ดว้ ยโปรแกรม Microsoft Office 2003
จงึ ต้องมกี ารพฒั นาอย่างต่อเน่ืองอย่ตู ลอดเวลาเพ่อื ให้ FAO. 1986. Irrigation Water Management Training
โปรแกรมสามารถรองรบั ระบบปฏบิ ตั กิ ารไดส้ งู ขน้ึ เช่น Manual No.3 (Irrigation Water Needs). Rome:
ระบบปฏิบตั ิการ Windows และโปรแกรม Microsoft FAO.
Office เวอรช์ นั่ ใหม่ ๆ ได้
FAO Paper 24. 1992. Crop Water Requirements.
9. เอกสำรอ้ำงอิง Food and Agriculture Organization of the
กรมชลประทาน. กองจดั สรรน้าและบารุงรกั ษา. งาน United Nations, Rome.
เกษตรชลประทาน. 2527. คู่มือการจดั การน้า FAO Paper 46. 1992. CROPWAT A Computer
ชลประทาน. กรุงเทพฯ: กรมชลประทาน. Program for Irrigation Planning and Manag
ฉนั ทวฒุ ิ พชี ผล, พชิ ติ สนั ตกิ ุลานนท.์ 2543. ค่มู อื เรยี น ement. Food and Agriculture Organization of
Visual Basic (พมิ พค์ รงั้ ที่3). กรุงเทพฯ: เอช the United Nations, Rome.
เอน็ กร๊ปุ .
วิบูลย์ บุญยธโรกุล. 2526. หลักการชลประทาน. FAO Irrigation and Drainage Paper 56. 1998. Crop
ภาควชิ าวศิ วกรรมชลประทาน คณะวิศวกรรม Evapotranspiration (Guidelines for computing
ศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ crop water requires). Food and Agriculture
Organization of the United Nations, Rome.
43
การพฒั นาเคร่ืองมือวดั ความชื้นขนาดเลก็ สาหรบั การให้น้าแก่พืชไร่
Development of Gypsum Box for Soil Moisture Check
วชิ ญ์ ศรวี งษา1 ดเิ รก เขยี วมณีวงศ2์ วภิ พ ทมี สวุ รรณ3
กรตสวุ รรณ โพธสิ์ วุ รรณ4 ธเนศ อกั ษร5 ณฐั ธดิ า ทองใบ6 คณพศ วตั อกั ษร7
1,2,3,4,5,6,7 สาขาวศิ วกรรมโยธา-ชลประทาน วทิ ยาลยั การชลประทาน
สถาบนั สมทบมหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ ปากเกรด็ นนทบรุ ี 11120
1E-mail: [email protected]
บทคดั ยอ่
การส่งน้าให้แก่พ้ืนท่ีเพาะปลูกเพ่อื ให้ดินมีความช้ืนอยู่ในเกณฑ์ท่ีพชื สามารถนาไปใช้งานได้อย่าง
ไม่ขาดน้า จะต้องมกี ารตรวจสอบเพ่อื หาค่าความช้นื ในดนิ สาหรบั การส่งน้า โดยเคร่อื งมอื วดั ความชน้ื ในดนิ หรอื
การนาดนิ ไปหาค่าความชน้ื ในดนิ ในหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารซง่ึ จะไม่สะดวกนกั และเกษตรกรไม่สามารถทดสอบดว้ ยตวั เอง
ได้ ดงั นนั้ จงึ พฒั นาเคร่อื งมอื สาหรบั วดั ความชน้ื ในดนิ ขนาดเลก็ และใชง้ านได้งา่ ย ซง่ึ มขี นั้ ตอนการพฒั นาดงั น้ี
ขนั้ แรกใชป้ ูนปลาสเตอรห์ ล่อตดิ กบั สายไฟซง่ึ มรี ะยะห่างของสายไฟขนาด 1 เซนตเิ มตร จานวน 3 แท่ง
ขนาด 2 x 7 x 2 เซนตเิ มตร และระยะห่างของสายไฟขนาด 2, 3, 4, และ 5 เซนตเิ มตรตามลาดบั จานวน 3 แท่ง
เชน่ เดยี วกนั เป็นแท่งยปิ ซมั่ บลอ็ คถา้ มคี วามชน้ื ในดนิ สงู ค่าการคายประจไุ ฟฟ้าจะดกี ว่าทม่ี คี วามชน้ื ต่า ทาการสอบ
เทยี บความชน้ื ในดนิ โดยฝงั แท่งยปิ ซมั่ บลอ็ คไวใ้ นดนิ ทงั้ สามชนิด ไดแ้ ก่ ดนิ ร่วน ดนิ เหนียว ดนิ ทราย เพ่อื ทาการ
ทดสอบหาความสมั พนั ธข์ องค่าความนาไฟฟ้ากบั ค่าเปอรเ์ ซน็ ตค์ วามชน้ื เพอ่ื หาค่าความสมั พนั ธ์ ขนั้ ทส่ี องทดสอบ
เคร่อื งมอื กบั แปลงทดลองพชื ของวทิ ยาลยั การชลประทาน อ.ปากเกรด็ จ.นนทบุรี ระหว่างวนั ท่ี 1 พฤศจกิ ายน
ถงึ วนั ท่ี 25 ธนั วาคม พ.ศ. 2553 ผลการทดสอบเครอ่ื งมอื ของแทง่ ยปิ ซมั่ บลอ็ คระยะห่างของสายไฟ 1 เซนตเิ มตร
ค่าทไ่ี ดค้ อื 0.9940 ระยะห่างของสายไฟ 2 เซนตเิ มตรคา่ ทไ่ี ดค้ อื 0.9894 ระยะห่างของสายไฟ 3 เซนตเิ มตรคา่ ท่ี
ไดค้ อื 0.9823 ระยะห่างของสายไฟ 4 เซนตเิ มตรคา่ ทไ่ี ดค้ อื 0.9870 ระยะหา่ งของสายไฟ 5 เซนตเิ มตรคา่ ทไ่ี ดค้ อื
0.9925 ซง่ึ ระยะห่างท่ดี ที ่สี ุดทเ่ี ราเลอื กใช้ได้แก่ 1 เซนตเิ มตร และจากการใช้งานจรงิ ในการออกภาคสนาม ณ
สถานีทดลองการใช้น้ าชลประทานท่ี 5 (แม่กลองใหญ่)โดยทาการทดลอง 3 จุดได้ผลดังน้ี RMSE
(Root Mean Square Error) เทา่ กบั 0.9715, 0.9138 และ 0.9353 ตามลาดบั
คาสาคญั : เคร่อื งมอื วดั ความชน้ื การใหน้ ้าแก่พชื ไร่ ประสทิ ธภิ าพชลประทาน
44
1. บทนา 2.1.1 นาปนู ปลาสเตอรม์ าทาการหล่อเป็นทรง
1.1 ความเป็นมาและความสาคญั ของปญั หา สเ่ี หลย่ี มใหเ้ ป็นยปิ ซมั่ บลอ็ คขนาด 2×7×2 เซนตเิ มตร
สภาวะการขาดแคลนน้าในปจั จุบนั เป็นปญั หาท่ี
2.1.2 นาสายไฟดา-แดง ซง่ึ มปี ลอกปลายสาย
สาคญั สาหรบั เกษตรกร การใชน้ ้าอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ ยาวประมาณ 1 เซนตเิ มตร ทเ่ี ตรยี มไว้ นาไปหล่อตดิ
ประหยัด และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผลผลิตทาง กบั ยปิ ซมั่ บลอ็ คทท่ี าขน้ึ เพ่อื ใชท้ าเป็น Probe
การเกษตร นับวันจะมีความสาคัญยิ่งข้ึนทุกขณะ
โดยเฉพาะอย่างยง่ิ การปลูกพชื เพ่อื ให้ได้ปรมิ าณและ 2.1.3 นายิปซัม่ บล็อคท่ีหล่อติดกับสายไฟ
คุณภาพของผลผลติ ตรงตามความต้องการของตลาด (Probe) นาไปฝงั ในดินลึกประมาณ 30 เซนติเมตร
จาเป็นอย่างยง่ิ ทจ่ี ะตอ้ งศกึ ษาวธิ กี ารใหน้ ้าและปรมิ าณ บรเิ วณเขตรากพชื
น้าทจ่ี ะต้องใหแ้ ก่พชื เพ่อื ใหพ้ ชื ไดใ้ ชน้ ้าอย่างพอเพยี ง
ต ล อ ด ฤ ดูก า ร เ พ า ะ ป ลูก ซ่ึง ก า ร พัฒ น า เ ค ร่ือ ง มือ วัด 2.1.4 นาสายไฟอีกด้านไปต่อเข้ากับมัลติ
ความชน้ื ในดนิ ขนาดเลก็ จะช่วยใหท้ ราบปรมิ าณน้าใน มเิ ตอรแ์ ลว้ นาไปทดสอบจรงิ กบั ดนิ ในหอ้ งทดลอง
ดนิ ได้และยงั เป็นการช่วยใหเ้ กษตรกรให้น้าแก่พชื ได้
อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ 2.2 ขนั้ ตอนการดาเนินการวจิ ยั วตั ถุประสงคท์ ี่2
ใชต้ รวจสอบความชน้ื ในดนิ เพอ่ื ใชต้ ดั สนิ ใจใน
1.2 วตั ถุประสงคก์ ารวจิ ยั
การวจิ ยั น้เี ป็นการพฒั นาเคร่อื งมอื ขนาดเลก็ ใน การใหน้ ้าแก่พชื ไร่ มขี นั้ ตอนดงั ต่อไปน้ี
2.2.1 นาขอ้ มลู ทไ่ี ดไ้ ปประมวลผล โดยการหา
การวดั ความช้นื ในดนิ สาหรบั การใหน้ ้าแก่พชื ไร่ โดย
การวจิ ยั มวี ตั ถุประสงคด์ งั น้ี ความสมั พนั ธ์ ซ่ึงทาได้โดยการพลอ็ ตกราฟ ระหว่าง
น้าหนักดนิ เปียกกบั ค่าความนาไฟฟ้าทห่ี าไดจ้ ากการ
2.2.1 เพ่อื พฒั นาเคร่อื งมือตรวจวดั ความช้นื ทดลองในหอ้ งทดลอง
ในดนิ ทใ่ี ชง้ านง่ายและมรี าคาถูก
2.2.2 นาขอ้ มูลทไ่ี ดไ้ ปประมวลผล โดยการหา
2.2.2 ใช้ตรวจสอบความช้ืนในดิน เพ่ือใช้ ความสมั พนั ธ์ ซ่ึงทาได้โดยการพล็อตกราฟ ระหว่าง
ตดั สนิ ใจในการใหน้ ้าแก่พชื ไร่ น้าหนักดนิ เปียกกบั ค่าความนาไฟฟ้าท่หี าได้จากการ
ทดลองในสถานีทดลองการใช้น้าชลประทานท่ี 5
1.3 ประโยชน์ทคี่ าดวา่ จะไดร้ บั (แมก่ ลองใหญ่)
2.3.1 เป็นเคร่ืองมือสนับสนุนการตัดสินใจ
2.2.3 เม่อื ได้ทงั้ หมดแล้ว จดั ทากราฟและผล
สาหรบั การส่งน้าชลประทาน ทาใหพ้ ชื ไดร้ บั น้าตรงกบั การทดลองทถ่ี ูกตอ้ ง สาหรบั นาไปใชง้ านจรงิ ได้
ชว่ งเวลาทต่ี อ้ งการ ชว่ ยประหยดั น้าตน้ ทุน
3. ผลการทดลอง
2.3.2 กรมชลประทานได้เคร่ืองมือช่วยงาน
ดา้ นการบรหิ ารและจดั การน้า 3.1 ผลการทดลอง
2.3.3 เพม่ิ ความมนั่ ใจให้เกษตรกรทป่ี ลูกพืช ตารางท่ี 1 การเปรยี บเทยี บค่าระหวา่ งน้าหนกั ดนิ เปียก
ในเขตชลประทานจะได้รบั น้าตรงตามช่วงเวลาท่พี ชื กบั ค่าความนาไฟฟ้า เพ่อื การหาระยะห่างของสายไฟ
ตอ้ งการช่วยเพม่ิ ผลผลติ
ทเ่ี หมาะสมทส่ี ดุ (ดนิ เหนยี ว)
2. ขนั้ ตอนการดาเนินการวิจยั
ทดสอบ ระยะหา่ งดนิ เหนียว (cm.)
2.1 ขนั้ ตอนการดาเนนิ การวจิ ยั วตั ถุประสงคท์ ี่1
เพอ่ื พฒั นาเคร่อื งมอื วดั ความชน้ื ในดนิ ทใ่ี ชง้ าน ครงั้ ท่ี 1 2 3 4 5
งา่ ย และราคาถกู มขี นั้ ตอนการดาเนินการดงั ต่อไป 1 0.9906 0.9809 0.9402 0.9767 0.9853
2 0.9957 0.9969 0.9831 0.9941 0.9956
3 0.9974 0.9769 0.9699 0.9981 0.9798
คา่ เฉลย่ี 0.9945 0.9849 0.9644 0.9896 0.9869
45
จากตารางจะพบว่า ในการเปรยี บเทยี บค่าระหว่าง ตารางท่ี 4 การเปรยี บเทยี บค่าระยะห่างของสายไฟ
น้าหนักดินเปียกกบั ค่าความนาไฟฟ้าของดนิ เหนียว ทเ่ี หมาะสมทส่ี ดุ ของดนิ ทกุ ชนิด
ค่าทด่ี ที ส่ี ดุ คอื คา่ ระยะห่าง 1 ซม.
ชนดิ ระยะหา่ ง (cm.)
ตารางท่ี 2 การเปรียบเทียบค่าระหว่างน้าหนักดิน
เปียกกบั ค่าความนาไฟฟ้า เพ่อื การหาระยะห่างของ ของดนิ 1 2 3 4 5
สายไฟทเ่ี หมาะสมทส่ี ดุ (ดนิ รว่ น)
ดนิ ทราย 0.9935 0.9917 0.9894 0.9817 0.9945
ทดสอบ ระยะห่างดนิ ร่วน (cm.) 5
ครงั้ ท่ี 1 234 ดนิ เหนียว 0.9945 0.9849 0.9644 0.9896 0.9869
1 0.9942 0.9870 0.9976 0.9877 0.9956 ดนิ ร่วน 0.9942 0.9917 0.9931 0.9923 0.9961
2 0.9982 0.9926 0.9964 0.993 0.9989 คา่ เฉลย่ี 0.9940 0.9894 0.9823 0.9878 0.9925
3 0.9902 0.9955 0.9853 0.9964 0.9938 จากตารางจะพบว่า ในการเปรียบเทียบค่า
ระยะห่างของสายไฟทเ่ี หมาะสมท่สี ุดของดนิ ทุกชนิด
ค่าเฉลย่ี 0.9942 0.9917 0.9931 0.9923 0.9961 ดนิ คา่ ทด่ี ที ส่ี ดุ คอื ค่าระยะห่าง 1 ซม. จงึ ใชค้ า่ ระยะหา่ ง
1 ซม. ในการทดสอบจรงิ
จากตารางจะพบวา่ ในการเปรยี บเทยี บค่าระหว่าง
น้าหนกั ดนิ เปียกกบั ค่าความนาไฟฟ้าของดนิ ร่วน ค่าท่ี การทดสอบอุปกรณ์ ณ สถานีทดลองการใช้น้ า
ดที ส่ี ดุ คอื คา่ ระยะห่าง 5 ซม. ชลประทานท่ี 5 (แม่กลองใหญ่)
ขนาดแปลง 12 X 6 m. @ 2m.
ตารางท่ี 3 การเปรียบเทียบค่าระหว่างน้าหนักดิน
เปียกกบั ค่าความนาไฟฟ้ าเพ่อื การหาระยะห่างของ
สายไฟทเ่ี หมาะสมทส่ี ดุ (ดนิ ทราย)
ทดสอบ ระยะห่างดนิ ทราย ( cm.)
ครงั้ ท่ี 1 234 5
1 0.9992 0.9929 0.9755 0.9817 0.9941 จุดท่ี 2 จุดท่ี 3
จดุ ท่ี 1
2 0.9991 0.9904 0.9989 0.9787 0.9947
3 0.9822 0.9919 0.9940 0.9848 0.9948
คา่ เฉลย่ี 0.9935 0.9917 0.9894 0.9817 0.9945
จากตารางจะพบวา่ ในการเปรยี บเทยี บค่าระหว่าง
น้าหนักดินเปียกกับค่าความนาไฟฟ้ าของดินทราย
ค่าทด่ี ที ส่ี ดุ คอื ค่าระยะห่าง 5 ซม.
รปู ท่ี 1 แผนภาพแปลงทดลอง(สเี ทาคอื แปลงทท่ี าการ
ตดิ ตงั้ เคร่อื งมอื )
จดุ ท่ี 1 คา่ พกิ ดั 47 P 0606170 N 1542950 E
46
จดุ ท่ี 2 คา่ พกิ ดั 47 P 0606184 N 1542963 E ต า ร า ง ท่ี 6 ก า ร สุ่ ม ตั ว อ ย่ า ง จุ ด ท ด ส อ บ ท่ี 1
จดุ ท่ี 3 ค่าพกิ ดั 47 P 0606197 N 1542959 E
เพ่ือทดสอบหาค่าความสัมพันธ์ระหว่าง %Water
ต า ร า ง ท่ี 5 ก า ร ท ด ส อ บ ห า ค่ า ค ว า ม ช้ืน ใ น ดิ น กบั ค่าความตา้ นทาน
จากแปลงหน่อไมฝ้ รงั่ จดุ ท่ี 1 ลาดบั ท่ี น้าหนกั ดนิ % water คา่ ความ
เปียก ตา้ นทาน
คา่ ค่า
วนั ท่ี เวลาท่ี น้าหนกั % ความตา้ น ความ 1 221.0 15.71 26
ทาการวดั ดนิ เปียก Water นาไฟฟ้า
(กรมั ) ทาน (µS/cm) 2 210.5 17.93 28
(Ω × 100) 3 219.0 18.03 29
4 221.0 18.82 30
14ม.ค. 09.25 น. 221 15.71 26 0.0385
54 (กอ่ นสง่ น้า)
19.00
15ม.ค. 09.43 น. 219 18.03 29 0.0345
54 (หลงั สง่ น้า) 16.13 25 0.0400 18.00 y = -0.11977272727273200000x2
17.93 28 0.0357 17.00 + 7.44759090909113000000x -
16ม.ค. 09.38 น. 219 19.25 29 0.0345 16.00 96.92381818182070000000
54 (ก่อนส่งน้า) 19.89 28 0.0357
19.02 22 0.0455 R² = 0.97158710335994600000
17ม.ค. 09.33 น. 210.5 20.21 25 0.0400
54 (หลงั สง่ น้า) 18.82 30 0.0333 15.00
19.45 28 0.0357 24 26 28 30 32
18ม.ค. 09.25 น. 223 20.00 29 0.0345
54 (ก่อนสง่ น้า) 20.44 28 0.0357 รูปท่ี2 กราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่าง % Water
30 0.0333 กบั ค่าความตา้ นทาน
19ม.ค. 09.15 น. 223
54 (หลงั ส่งน้า)
ต า ร า ง ท่ี 7 กา ร ท ด ส อ บ ห า ค่ า ค ว า ม ช้ืน ใ น ดิน
20ม.ค. 09.25 น.
54 (ก่อนส่งน้า) 220 จากแปลงหน่อไมฝ้ รงั่ จุดท่ี 2
21ม.ค. 09.35 น. 220 วนั ท่ี เวลาท่ี น้าหนกั % คา่ ความ คา่
54 (หลงั ส่งน้า) ทาการวดั ดนิ Water ตา้ นทาน ความ
เปียก นาไฟฟ้ า
24ม.ค. 09.55 น. 221 (Ω × 100) (µS/cm)
54 (กอ่ นสง่ น้า) (กรมั )
25ม.ค. 09.35 น.(หลงั 221 09.30 น.
54 ส่งน้า)
14ม.ค.54 (กอ่ นสง่ 208.0 16.85 40 0.0250
26ม.ค. 09.25 น. 222 น้า)
54 (กอ่ นสง่ น้า)
15ม.ค.54 09.47 น. 208.0 18.86 41 0.0244
27ม.ค. 09.15 น.(หลงั (หลงั สง่ น้า)
54 สง่ น้า) 218
09.38 น.
28ม.ค. 08.30 น. 221 16ม.ค.54 (ก่อนส่ง 216.5 18.63 40 0.0250
54 (กอ่ นสง่ น้า)
น้า)
17ม.ค.54 09.33 น. 222.2 22.99 42 0.0238
(หลงั สง่ น้า)
09.29 น.
18ม.ค.54 (กอ่ นสง่ 213.0 20.34 40 0.0250
น้า)
47
วนั ท่ี เวลาท่ี น้าหนกั % ค่าความ คา่ ตา รา ง ท่ี 9 กา รท ดสอบห า ค่ า ค ว า ม ช้ืนใ นดิน
ทาการวดั ดนิ Water ตา้ นทาน ความ จากแปลงหน่อไมฝ้ รงั่ จุดท่ี 3
เปียก นาไฟฟ้า
(Ω × 100) (µS/cm)
(กรมั )
น้าหนกั ค่า
19ม.ค.54 09.19 น. 208.0 21.34 40 0.0250 วนั ท่ี เวลาท่ี ดนิ % คา่ ความ ความ
(หลงั สง่ น้า) ทาการวดั เปียก Water ตา้ นทาน นาไฟฟ้ า
09.29 น. (กรมั ) ( Ω × 100) (µS/cm)
20ม.ค.54 (กอ่ นส่ง 210.0 19.32 38 0.0263 14ม.ค. 09.35 น. 216 16.12 55 0.0182
54 (กอ่ นสง่ น้า)
น้า)
21ม.ค.54 09.38 น. 212.0 21.83 39 0.0256 15ม.ค. 09.48 น. 209.5 20.75 60 0.0167
(หลงั สง่ น้า) 54 (หลงั ส่งน้า)
09.58 น. 16ม.ค. 09.40 น. 220.9 18.83 49 0.0204
54 (ก่อนส่งน้า)
24ม.ค.54 (ก่อนส่ง 212.0 19.10 38 0.0263
น้า) 17ม.ค. 09.36 น. 216.2 19.98 55 0.0182
54 (หลงั ส่งน้า)
25ม.ค.54 09.40 น. 213.0 21.02 40 0.0250
(หลงั สง่ น้า) 18ม.ค. 09.35 น.
54 (ก่อนส่งน้า) 221 22.78 49 0.0204
09.30 น.
26ม.ค.54 (ก่อนสง่ 223.5 20.48 34 0.0294 19ม.ค. 09.26 น. 207.5 23.15 55 0.0182
54 (หลงั สง่ น้า)
น้า)
27ม.ค.54 09.21 น. 221.0 21.39 35 0.0286 20ม.ค. 09.34 น. 220 22.91 50 0.0200
(หลงั ส่งน้า) 54 (ก่อนส่งน้า)
08.30 น. 21ม.ค. 09.42 น. 210.5 23.63 55 0.0182
54 (หลงั สง่ น้า)
28ม.ค.54 (ก่อนส่ง 212.0 34 0.0294
น้า) 24ม.ค. 10.02 น. 216 16.76 55 0.0182
54 (ก่อนส่งน้า)
ต า ร า ง ท่ี 8 ก า ร สุ่ ม ตั ว อ ย่ า ง จุ ด ท ด ส อ บ ท่ี 2
25ม.ค. 09.44 น.
เพ่ือทดสอบหาค่าความสัมพันธ์ระหว่าง % Water 54 (หลงั สง่ น้า) 209.5 24.45 60 0.0167
กบั คา่ ความตา้ นทาน 26ม.ค. 09.35 น. 227.9 20.64 60 0.0167
54 (กอ่ นส่งน้า)
ลาดบั น้าหนกั % water ค่าความตา้ นทาน
ท่ี ดนิ เปียก 27ม.ค. 09.26 น.
54 (หลงั สง่ น้า) 221 19.46 60 0.0167
1 223.5 20.48 34
28ม.ค. 08.30 น.
2 221.0 21.39 35 54 (กอ่ นส่งน้า) 214.5 60 0.0167
3 212.0 21.83 39
4 222.2 22.99 42
48
23.50 ตารางท่ี 11 การทดสอบหาค่าความช้ืน โดยการ
23.00 เปรียบเทียบจาก%Water และค่าความต้านทาน
22.50 ของจดุ ทดสอบท่ี 1, 2 และ 3 6
22.00 จดุ ทดสอบท่ี
21.50 y = 0.00631241997439069000x2 1 2 3 1 2 3 ค่าเฉลย่ี
21.00 - 0.20958386683728500000x +
20.50 20.59035211267380000000 คา่ ความ %
20.00 R² = 0.91387289833600300000
% Water ตา้ นทาน Water
0 20 40 60
(Ω × 100)
รปู ท่ี 3 กราฟแสดงความสมั พนั ธร์ ะหวา่ ง % Water
กบั คา่ ความตา้ นทาน -82.5077 20.3871 44.6918 1 1 1 -5.8096
-75.6590 20.1964 43.7550 2 2 2 -3.9025
-69.0498 20.0184 42.8387 3 3 3 -2.0642
-62.6802 19.8530 41.9429 4 4 4 -0.2948
ตารางท่ี 10 การสมุ่ ตวั อย่างจุดทดสอบท่ี 3 เพ่อื ทดสอบ -56.5501 19.7002 41.0675 5 5 5 1.4059
หาค่าความสมั พันธ์ระหว่าง % Water กับ ค่าความ -50.6595 19.5601 40.2126 6 6 6 3.0377
ตา้ นทาน -45.0085 19.4326 39.3782 7 7 7 4.6007
ลาดบั น้าหนกั % -39.5971 19.3177 38.5642 8 8 8 6.0949
ท่ี ดนิ เปียก water
ค่าความตา้ นทาน -34.4252 19.2154 37.7707 9 9 9 7.5203
-29.4928 19.1258 36.9977 10 10 10 8.8769
1 221.0 22.78 49 -24.8000 19.0487 36.2451 11 11 11 10.1646
2 220.0 22.91 50 -20.3467 18.9843 35.5130 12 12 12 11.3835
-16.1330 18.9326 34.8014 13 13 13 12.5337
3 207.5 23.15 55 -12.1588 18.8934 34.1103 14 14 14 13.6150
-8.4242 18.8669 33.4396 15 15 15 14.6274
4 210.5 23.63 55 -4.9291 18.8530 32.7894 16 16 16 15.5711
-1.6735 18.8517 32.1597 17 17 17 16.4459
5 209.5 24.45 60 1.3425 18.8631 31.5504 18 18 18 17.2520
4.1189 18.8870 30.9616 19 19 19 17.9892
25.00 6.6558 18.9236 30.3933 20 20 20 18.6576
24.50 8.9532 18.9729 29.8454 21 21 21 19.2572
24.00 y = 0.01023493131482840000x2 - 11.0110 19.0347 29.3181 22 22 22 19.7879
23.50 0.96748584244441500000x +
23.00 45.64904121109570000000 12.8293 19.1092 28.8111 23 23 23 20.2499
22.50 R² = 0.93538650392572300000
14.4080 19.1963 28.3247 24 24 24 20.6430
0 20 40 60 80
15.7472 19.2960 27.8587 25 25 25 20.9673
รูปท่ี 4 กราฟแสดงความสมั พันธ์ระหว่าง % Water
กบั ค่าความตา้ นทาน 17.7069 19.4084 27.4132 26 26 26 21.5095
18.3275 19.5333 26.9882 27 27 27 21.6163
18.3275 19.6709 26.5836 28 28 28 21.5273
18.7085 19.8212 26.1995 29 29 29 21.5764
18.8499 19.9840 25.8359 30 30 30 21.5566
18.7518 20.1595 25.4927 31 31 31 21.4680
18.4142 20.3476 25.1701 32 32 32 21.3106
49
จดุ ทดสอบท่ี นามาพฒั นาและประดษิ ฐเ์ คร่อื งมอื ของจรงิ ทใ่ี ชท้ ดสอบ
ในภาคสนาม ซง่ึ การสอบเทยี บเครอ่ื งมอื ทป่ี ระดษิ ฐข์ น้ึ
1 2 3 1 2 3 คา่ เฉลย่ี ทาการทดสอบโดยใช้ดิน 3 ชนิด ทาการทดสอบท่ี
ระยะห่าง 1 เซนตเิ มตร ถงึ 5 เซนตเิ มตร โดยทกุ ระยะ
คา่ ความ % จะทาการทดสอบ 3 ครงั้ ไดผ้ ลดงั ต่อไปน้ี
% Water ตา้ นทาน Water ตารางท่ี 12 การเปรยี บเทยี บค่าระยะห่างของสายไฟ
ในยปิ ซมั่ บลอ็ คทเ่ี หมาะสมทส่ี ดุ ของดนิ ทุกชนิด
(Ω × 100)
ชนดิ ระยะห่าง ( cm.)
17.8370 20.5483 24.8678 33 33 33 21.0844 ของดนิ 1 2 3 4 5
17.0203 20.7617 24.5861 34 34 34 20.7893 ดนิ ทราย 0.9935 0.9917 0.9894 0.9817 0.9945
15.9640 20.9876 24.3248 35 35 35 20.4255 ดนิ เหนยี ว 0.9945 0.9849 0.9644 0.9896 0.9869
14.6682 21.2262 24.0840 36 36 36 19.9928 ดนิ รว่ น 0.9942 0.9917 0.9931 0.9923 0.9961
13.1328 21.4775 23.8637 37 37 37 19.4913 ค่าเฉลย่ี 0.9940 0.9894 0.9823 0.9878 0.9925
11.3579 21.7413 23.6638 38 38 38 18.9210 ดงั นัน้ เม่อื ได้ค่าความนาไฟฟ้าของระยะห่าง
ของสายไฟในยิปซมั่ บล็อค ตัง้ แต่ 1 เซนติเมตร ถึง
9.3435 22.0178 23.4844 39 39 39 18.2819 5 เซนตเิ มตร ของดนิ ทงั้ 3 ชนิดแลว้ นาไปพลอ็ ตกราฟ
เพ่อื หาความสมั พนั ธ์ระหว่างความนาไฟฟ้าไฟฟ้ากบั
7.0895 22.3069 23.3255 40 40 40 17.5739 น้าหนักดนิ เปียก โดยหากค่า R2 เขา้ ใกล้ 1 มากท่สี ุด
แสดงว่าระยะห่างของสายไฟในยิปซมั่ บล็อคมคี วาม
4.5959 22.6086 23.1870 41 41 41 16.7972 เหมาะสมมากท่ีสุด เหมาะสาหรบั การนาไปพัฒนา
เคร่ืองมอื วัดความช้นื ในดนิ ต่อไป โดยจากตารางจะ
1.8628 22.9229 23.0691 42 42 42 15.9516 เหน็ ว่า ค่าระยะห่างทด่ี ที ส่ี ดุ คอื ระยะหา่ ง 1 เซนตเิ มตร
-1.1098 23.2499 22.9715 43 43 43 15.0372 ก า ร ท ด ส อ บ ห า ค่ า ค ว า ม ช้ื น จ า ก ดิ น แ ป ล ง
หน่อไม้ฝรงั่ ท่ีแปลงทดลองสถานีทดลองการใช้น้า
-4.3220 23.5895 22.8945 44 44 44 14.0540 ชลประทานท่ี 5 (แม่กลองใหญ่) จ.นครปฐม โดยจะทา
การทดสอบ 3 จุดทดสอบ หลงั จากทาการสอบเทยี บ
-7.7737 23.9417 22.8379 45 45 45 13.0020 เคร่ืองมือ เพ่ือหาระยะของสายไฟในยิปซัม่ บล็อก
ท่เี หมาะสมแล้ว ไดน้ าเคร่อื งมอื ไปทดสอบภาคสนาม
-11.4650 24.3066 22.8018 46 46 46 11.8811 จากนามาพล็อตกราฟหาค่าความสัมพันธ์ระหว่าง
% Water กบั ค่าความตา้ นทาน ไดผ้ ลดงั ต่อไปน้ี
-15.3958 24.6840 22.7862 47 47 47 10.6915
กราฟการสุ่มตัวอย่างจุดทดสอบท่ี 1 ได้ค่า
-19.5662 25.0741 22.7910 48 48 48 9.4330 R2 เทา่ กบั 0.9716
-23.9761 25.4769 22.8163 49 49 49 8.1057
-28.6255 25.8922 22.8621 50 50 50 6.7096
-33.5145 26.3202 22.9283 51 51 51 5.2447
-38.6431 26.7608 23.0150 52 52 52 3.7109
-44.0112 27.2140 23.1222 53 53 53 2.1083
-49.6188 27.6798 23.2499 54 54 54 0.4370
-55.4660 28.1583 23.3980 55 55 55 -1.3032
-61.5527 28.6494 23.5666 56 56 56 -3.1122
-67.8790 29.1531 23.7556 57 57 57 -4.9901
-74.4448 29.6695 23.9652 58 58 58 -6.9367
-81.2502 30.1984 24.1952 59 59 59 -8.9522
-96.9238 30.7400 24.4456 60 60 60 -13.9127
4. สรปุ ผลและขอ้ เสนอแนะ
4.1 สรุปผลการศกึ ษา
การทดสอบหาระยะห่างของสายไฟในยปิ ซมั่
9บล็อกท่ีเหมาะสมท่ีสุด ตัง้ แต่ระยะ 1 เซนติเมตร
ถงึ 5 เซนตเิ มตร เพ่อื หาระยะห่างของไฟสายในยปิ ซมั่
บลอ็ คท่เี หมาะสมท่สี ุด โดยนาระยะท่เี หมาะสมท่สี ุด
50
กราฟการสุ่มตัวอย่างจุดทดสอบท่ี 2 ได้ค่า ดินมีความแตกต่างกัน จึงส่งผลให้ค่าท่ีได้จากจุด
R2 เทา่ กบั 0.9139 ท ด ส อ บ ทั้ง 3 จุ ด แ ต ก ต่ า ง กัน อ อ ก ไ ป แ ต่ เ ม่ือ
นาค่า%Waterทไ่ี ดข้ องทงั้ 3 จุดทดสอบมาหาค่าเฉล่ยี
กราฟการสุ่มตัวอย่างจุดทดสอบท่ี 3 ได้ค่า จะพบว่า ค่าความต้านทานตัง้ แต่ 18-32 (Ω × 100)
R2 เทา่ กบั 0.9354 ค่า%Water จะเพ่ิมข้ึนและจะลดลงเม่ือมีค่าความ
ต้านทานตงั้ แต่ 33 (Ω × 100) เป็นต้นไป ซ่งึ ส่งผลว่า
ตารางท่ี 13 แสดงค่าการทดสอบหาค่าความช้ืน น้าในดนิ ลดลง จงึ ตอ้ งทาการใหน้ ้าแกพ่ ชื ทนั ที
โดยการเปรียบเทียบจาก %Water และค่าความ
ต้านทาน ของจุดทดสอบท่ี 1, 2 และ 3 ท่ีสามารถ
นาไปใชง้ านไดจ้ รงิ ตารางท่ี 14 การเปรยี บเทยี บราคาของเครอ่ื งวดั
จดุ ทดสอบท่ี ความชน้ื ในดนิ ทป่ี ระดษิ ฐข์ น้ึ กบั เครอ่ื งวดั ความชน้ื ใน
1 2 3 1 2 3 ค่าเฉลย่ี ดนิ ทผ่ี ลติ ขน้ึ จากบรษิ ทั ต่างๆ
ค่าความ % ชนดิ ของเครอ่ื งมอื ราคาต่อเครอ่ื ง (บาท)
% Water ตา้ นทาน Water เครอ่ื งวดั ความชน้ื ในดนิ ท่ี
ประดษิ ฐข์ น้ึ เอง
(Ω × 100) 250
1.3425 18.8631 31.5504 18 18 18 17.2520 เครอ่ื งวดั ความชน้ื ในดนิ Soil
4.1189 18.8870 30.9616 19 19 19 17.9892 Moisture Meters CMT- 1,290
6.6558 18.9236 30.3933 20 20 20 18.6576 1289
8.9532 18.9729 29.8454 21 21 21 19.2572 เครอ่ื งวดั กรดด่าง
ความชน้ื ของดนิ
11.0110 19.0347 29.3181 22 22 22 19.7879 3,850
12.8293 19.1092 28.8111 23 23 23 20.2499 เครอ่ื งวดั ความชน้ื ดนิ ทราย
ขเ้ี ลอ่ื ย ระบบดจิ ติ อล
14.4080 19.1963 19.1963 24 24 24 20.6430 15,900
15.7472 19.2960 19.2960 25 25 25 20.9673 เครอ่ื งวดั ความชน้ื
และแสงในดนิ
17.7069 19.4084 19.4084 26 26 26 21.5095 2,490
18.3275 19.5333 19.5333 27 27 27 21.6163 จากตารางการเปรยี บเทยี บราคาของเคร่อื งวดั
18.3275 19.6709 19.6709 28 28 28 21.5273 ความช้นื ในดนิ ทป่ี ระดษิ ฐ์ขน้ึ กบั เคร่อื งมอื วดั ความชน้ื
18.7085 19.8212 19.8212 29 29 29 21.5764 ในดินท่ีผลิตขน้ึ จากบริษัทต่างๆ จะพบว่า เคร่อื งวดั
18.8499 19.9840 19.9840 30 30 30 21.5566 ความช้นื ในดนิ ท่ปี ระดษิ ฐ์ขน้ึ มรี าคาถูกกว่าเคร่อื งวดั
18.7518 20.1595 20.1595 31 31 31 21.4680
18.4142 20.3476 25.1701 32 32 32 21.3106 ความชน้ื ในดนิ ทผ่ี ลติ ขน้ึ จากบรษิ ทั ต่างๆจรงิ เน่อื งจาก
17.8370 20.5483 24.8678 33 33 33 21.0844 เป็นเคร่อื งมอื ทม่ี กี ารพฒั นาใหม้ กี ารใชง้ านทง่ี ่ายขน้ึ ไม่
17.0203 20.7617 24.5861 34 34 34 20.7893 ยุ่งยาก และมีราคาถูก เพ่ือให้เกษตรกรสามารถใช้
15.9640 20.9876 24.3248 35 35 35 20.4255 เคร่ืองมือน้ีได้ เน่ืองจากเป็นการนามัลติมิเตอร์มา
ก า ร ท ด ส อ บ ห า ค่ า ค ว า ม ช้ืน โ ด ย ก า ร ประยุกต์ใช้ ทัง้ น้ีก็เพ่ือให้เกษตรกรสามารถ มีไว้
เปรียบเทียบจาก%Water และค่าความต้านทาน ครอบครองได้ในราคาท่ีไม่แพง และง่ายต่อการ
ของจุดทดสอบท่ี 1, 2 และ 3 จะพบว่า จุดทดสอบท่ี ตดั สนิ ใจในการใหน้ ้าแกพ่ ชื
1, 3 เม่ือค่าความต้านทานมากกว่า 32 (Ω × 100) 4.2 ขอ้ เสนอแนะ
ค่า%Water จะลดลงอย่างต่อเน่ือง และจุดทดสอบท่ี 2 1. ในการนาไปทดสอบจรงิ ค่าท่ีวดั ได้อาจมี
เ ม่ือ ค่ า ค ว า ม ต้ า น ท า น ม า ก ก ว่ า 32 (Ω × 100) ความคลาดเคล่อื น เน่ืองจากในบางครงั้ เม่อื ทาการส่ง
ค่า%Water จะเพมิ่ ข้นึ ซ่งึ อาจจะเป็นเพราะชนิดของ น้าแลว้ รบี ทาการตรวจวดั โดยทน่ี ้ายงั ซมึ ไม่ถงึ เขตราก
51
ทฝ่ี งั ตวั ยปิ ซมั่ บลอ็ คไว้ จงึ ควรเวน้ ระยะเวลาสกั พกั ก่อน แหล่งท่ีมา: http://www.nsru.ac.th/e- learning
ทาการวดั เพ่อื ใหไ้ ดค้ ่าทแ่ี น่นอน /soil/lesson_4_2.php, 2 สงิ หาคม 2553
เกษมศรี ซบั ซอ้ น. 2541. ความสมั พนั ธร์ ะหว่างดนิ
2. ระยะเวลาท่ีทาการส่งน้ าในแต่ละวัน และน้า. แหล่งท่ีมา: http://www.nsru.ac.th/e-
ไม่ตรงกนั อาจทาให้เกดิ ความคลาดเคล่อื นในการวดั learning/soil/lesson_4_2.php, 2 สงิ หาคม 2553
ค่าความช้นื ได้จงึ ควรทาการสง่ น้าใหเ้ ป็นเวลา เพ่อื ให้ เกษมศรี ซบั ซอ้ น. 2541. น้าในดนิ และระดบั ความชน้ื
ไดค้ ่าความชน้ื ทค่ี ลาดเคล่อื นน้อยทส่ี ดุ ของดินท่ีจุดต่างๆ. แหล่งท่ีมา: http:// www.ns
ru.ac.th/e-learning/soil/lesson _4 _ 2 . php, 2
3. ในการทายปิ ซมั่ บลอ็ ค จะต้องวดั ระยะห่าง สงิ หาคม 2553
ของสายไฟใหด้ เี พอ่ื ใหเ้ กดิ ความผดิ พลาดของเคร่อื งมอื เกษมศรี ซับซ้อน. 2541. แสดงปริมาณความ
น้อยทส่ี ดุ ต้องการน้าของพืชตลอดฤดูปลูก. แหล่งท่ีมา:
http://www.nsru.ac.th/e-learning/soil/ lesson_4
4. กอ่ นทาการฝงั กอ้ นยปิ ซมั่ บลอ็ ค ตอ้ งอย่าลมื _2.php, 2 สงิ หาคม 2553
นายปิ ซมั่ บลอ็ คไปแช่น้าจนอมิ่ ตวั เพ่อื ใหค้ ่าทว่ี ดั ออกมา เกษมศรี ซบั ซ้อน. 2541. แสดงสภาพของน้าในดนิ .
ไดไ้ ม่เกดิ ความคลาดเคลอ่ื น แ ห ล่ ง ท่ีม า : http://www.nsru.ac.th/e-learning
/soil/lesson_4_2.php, 2 สงิ หาคม 2553
5. กิตติกรรมประกาศ นงคราญ กาญจนประเสรฐิ . 2546. การติดตงั้ ก้อน
การพัฒนาเคร่ืองมือวดั ความช้ืนในดินขนาดเล็ก ความต้านทาน เพ่ือวดั ความช้นื ของดินในเขต
ร า ก . แ ห ล่ ง ท่ี ม า : http://www.nsru.ac.th/e-
สาหรับการให้น้าแก่พืชไร่ ในการจัดทาโครงงาน learning/soil/lesson_4_5.php, 2 สงิ หาคม 2553
ส า ม า ร ถ เ ส ร็ จ ลุ ล่ ว ง ไ ป ไ ด้ ด้ ว ย ดี เ พ ร า ะ ไ ด้ รั บ ก า ร บุญแสน เตียวนุกูลธรรม. 2548. ความช้นื ของดิน.
สนบั สนุนจากทกุ ฝา่ ย ทางผจู้ ดั ทาขอกราบขอบพระคณุ เท ค โ น โ ล ยีก าร เก ษ ต ร แ ล ะเ ท ค โ น โ ล ยี
อาจารย์ ดร.วิชญ์ ศรีวงษา ท่ีปรึกษาโครงงาน อุตสาหกรรม. มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั นครสวรรค์.
ทส่ี นบั สนุนความคดิ ของผจู้ ดั ทาและตดิ ตามการทางาน นครสวรรค์. แหล่งท่มี า: http://www. nsru.ac.th
มาโดยตลอด อาจารย์กรตสุวรรณ โพธิส์ ุวรรณ /e-learning/soil/edit.php, 25 กรกฎาคม 2553
อาจารยด์ เิ รก เขยี วมณีวงศ์ ดร.วภิ พ ทมี สวุ รรณ และ บริษัท สินธนา ฮีทเตอร์ อินดัสตร้ี จากัด. 2546.
อาจารย์ ดร.ธเนศ อกั ษร ร่วมเป็นคณะกรรมการ และ สายไฟ. แหล่งทม่ี า: http://www.sinthana heater
ขอบคุณวิทยาลยั การชลประทานท่ีให้โอกาส จดั ทา .com/Default.aspx?pageid=7, 2 สงิ หาคม 2553
โครงงานวศิ วกรรมในครงั้ น้ี เพ่อื นๆท่เี ป็นกาลงั ใจและ บ ริ ษั ท เ อ เ ชีย พ ล า ส เ ต อ ร์ จ า กัด . 2552.
คอยชว่ ยเหลอื จนลลุ ว่ งไปดว้ ยดี ปูนปลาสเตอร์. แหล่งท่ีมา: http://www.asia
plaster.com/, 2 สงิ หาคม 2553
สดุ ทา้ ยน้ีประโยชน์ทงั้ หมดและคุณความดที งั้ หลาย บ ริ ษั ท เ อ เ ชีย พ ล า ส เ ต อ ร์ จ า กัด . 2552.
อนั พงึ จะได้รบั จากโครงงานวศิ วกรรมเล่มน้ีทางคณะ ปูนปลาสเตอร์. แหล่งท่ีมา: http://www.asia
ผจู้ ดั ทาขอมอบแด่ บดิ า มารดา ครูบาอาจารย์และผูม้ ี plaster.com/, 2 สงิ หาคม 2553
พระคุ ณทุ กท่ านท่ีได้ประสิทธิป ระ สา ทค วา ม รู้
ค ว า ม ส า ม า ร ถ ต่ า ง ๆ แ ก่ ค ณ ะ ผู้ จัด ท า จ น ป ร ะ ส บ
ความสาเรจ็ ในการศกึ ษา
6. เอกสารและส่ิงอ้างอิง
เกษมศรี ซับซ้อน. 2541. ความสัมพันธ์ระหว่าง
ค ว า ม ช้ื น ข อ ง ดิ น ใ น ร ะ ดับ ต่ า ง ๆ กับ เ น้ื อ ดิ น .
52
พงศ์ศกั ดิ์ ชลธนสวสั ด.ิ์ 2544. การเกบ็ น้าของดนิ . วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี. 2553. การนาเข้ามาใน
แ ห ล่ ง ท่ีม า : http://www.ku.ac.th/e-magazine ประเทศไทย. แหล่งท่ีมา: http://th.wikipedia.
/april44/agri/water.html, 25 กรกฎาคม 2553 org/wiki/%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8
%B2%E0%B8%A7%E0%B9%82%E0%B8%9
พงศ์ศักดิ์ ชลธนสวัสดิ.์ 2544. การให้น้าแก่พืช. E%E0%B8%94, 2 สงิ หาคม 2553
แ ห ล่ ง ท่ีม า : http://www.ku.ac.th/e-magazine
/april44/agri/water.html, 25 กรกฎาคม 2553 วกิ พิ เี ดยี สารานุกรมเสร.ี 2553. ชนิดของข้าวโพด.
แ ห ล่ ง ท่ี ม า : http://th.wikipedia.org/wiki/%E
พงศศ์ กั ดิ์ ชลธนสวสั ด.ิ์ 2544. วตั ถุประสงค์ของการ 0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%
ใหน้ ้า. แหล่งทม่ี า: http://www.ku.ac.th/e-magaz B8%A7%E0%B9%82%E0%B8%9E%E0%B8
ine/april44/agri/water.html, 25 กรกฎาคม 2553 %94, 2 สงิ หาคม 2553
พนั ทพิ า พงษ์เพยี จนั ทร์. 2553. หลกั โภชนศาสตร์ วิกิพีเดีย สารานุ กรมเสรี. 2553. ถิ่นกาเนิด.
และการประยุกต์. ลกั ษณะของข้าวโพด พมิ พ์ แหล่งท่ีมา: http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%
ค รั้ง ท่ี 2. ส า นั ก พิ ม พ์ โ อ เ ดี ย น ส โ ต ร์ , B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8
กรงุ เทพมหานคร. %A7%E0%B9%82%E0%B8%9E%E0%B8%9
4, 2 สงิ หาคม 2553
พนั ธศักดิ์ พุฒิมานิตพงศ์. 2552. วงจรไฟฟ้ าของ
มลั ติมเิ ตอร์. แหล่งท่มี า: http://www.chontech. วกิ พิ เี ดยี สารานุกรมเสร.ี 2553. ประโยชน์ดา้ นอ่นื ๆ.
ac.th/~abhichat/WBTPI_Model/Diode/diode7. แหล่งท่ีมา: http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%
html, 2 สงิ หาคม 2553 B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8
%A7%E0%B9%82%E0%B8%9E%E0%B8%9
มารีนเนอร์ไทยดอทคอม. 2550. คอมพิวเตอร์. 4, 2 สงิ หาคม 2553
แ ห ล่ ง ท่ี ม า : http://www.marinerthai.com/,
2 สงิ หาคม 2253 วิกิพีเดีย สารานุ กรมเสรี. 2553. ลักษณะทาง
พฤกษศาสตร์. แหล่งท่มี า: http://th.wikipedia.
รงั สรรค์ ศรีสาคร. 2542. การอ่านค่า Resistance. org/wiki/%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8
แหล่งทม่ี า: http://bkw.ac.th/content/snet3 /sao %B2%E0%B8%A7%E0%B9%82%E0%B8%9
walak/analog_multi/analog.htm, 2 สิ ง ห า ค ม E%E0%B8%94, 2 สงิ หาคม 2553
2553
ศูนย์เคร่ืองมือวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. 2553.
รังสรรค์ ศรีสาคร. 2542. มัลติมิเตอร์แบบเข็ม. เคร่ืองวดั ความช้ืนในดินแบบวดั ด้วยนิวตรอน.
แหล่งท่ีมา: http://bkw.ac.th/content/snet3/sao แ ห ล่ ง ท่ี ม า : http://cste.sut.ac.th/index.php?
walak/analog_multi/analog.htm, 2 สิ ง ห า ค ม option =com_content&view=article&id =323&
2553 Itemid=98, 2 สงิ หาคม 2553
รังสรรค์ ศรีสาคร. 2542. รายละเอียดและความ ศนู ยร์ วมเคร่อื งมอื วดั และอุปกรณ์วทิ ยาศาสตร.์ 2553.
แม่นยาของมลั ตมิ เิ ตอร.์ แหล่งทม่ี า: http://bkw.a เคร่ืองวดั ความช้ืนในดินแบบเขม็ . แหล่งท่ีมา:
c.th/content/snet3/saowalak/analog_multi/ana http://www.ponpe.com/, 2 สงิ หาคม 2553
log.htm, 2 สงิ หาคม 2553
ศนู ยร์ วมเคร่อื งมอื วดั และอุปกรณ์วทิ ยาศาสตร.์ 2553.
รงั สรรค์ ศรสี าคร. 2542. สเกลการวัดมัลติมิเตอร์ เคร่อื งวดั ความช้นื ในดนิ (Soil Moisture Meter).
แบบเขม็ . แหล่งท่มี า: http://bkw.ac.th/content
/snet3/saowalak/analog_multi/analog.htm, 2
สงิ หาคม 2553
53
แหล่งทม่ี า: http://www.ponpe.com/, 2 สงิ หาคม
2553
ศนู ยร์ วมเคร่อื งมอื วดั และอปุ กรณ์วทิ ยาศาสตร.์ 2553.
เคร่อื งวดั ความช้นื ในดนิ (Soil Moisture Meter)
PMS-714. แหล่งทม่ี า: http://www.ponpe.com/,
2 สงิ หาคม 2553
ศนู ยร์ วมเคร่อื งมอื วดั และอปุ กรณ์วทิ ยาศาสตร.์ 2553.
มัลติมิเตอร์. แหล่งท่ีมา : http://www.ponpe
.com/, 2 สงิ หาคม 2553
อภชิ าต สุขสาราญ. 2524. ลกั ษณะการทางานของ
เคร่ืองมือในการตรวจสอบความช้ืนในดินแบบ
ต่ า งๆ . แ หล่ ง ท่ีม า : http://www.sc.mahidol.
ac.th/CSIR/text/award41-2.htm, 2 สิ ง ห า ค ม
2553
อทิ ธสิ ุนทร นันทกจิ . 2541. ประเภทต่างๆของน้าใน
ดิน โดยประม าณท่ีระดับความช้ืนต่ างๆ.
แ ห ล่ ง ท่ีม า : http://www.nsru.ac.th/e-learning
/soil/lesson_4_2.php, 2 สงิ หาคม 2553
อทิ ธสิ นุ ทร นนั ทกจิ . 2544. องคป์ ระกอบของเทนซโิ อ
มเิ ตอรแ์ ละรปู ขยายกระเปาะดนิ เผาเม่อื สมั ผสั อยู่
กับ อ นุ ภ าค ดิน ดิน โ ด ย มีฟิ ล์ม น้ า เ ป็ น ตัว เ ช่ือ ม .
แ ห ล่ ง ท่ีม า : http://www.nsru.ac.th/e-learning
/soil/lesson_4_4.php, 2 สงิ หาคม 2553
Soilmoisture Equipment Corp. 2551. Tensuometer.
แ ห ล่ ง ท่ีม า : http://www.soilmoisture.com/, 2
สงิ หาคม 2553
54
การวิเคราะหข์ ้อจากดั ในการทดสอบและสรปุ ผลการทดสอบดินกระจายตวั
Restriction Analysis in experimentation and identification of dispersive soil
ชวลี เฌอกจิ
กลมุ่ วจิ ยั และพฒั นาดา้ นวทิ ยาศาสตร์ สานกั วจิ ยั และพฒั นา กรมชลประทาน
เลขท่ี 200 ม.1 ถ.ตวิ านนท์ ต.บางตลาด อ.ปากเกรด็ จ.นนทบุรี 11120
โทร 0 2962 5742 , E-mail: [email protected]
บทคดั ย่อ
ดินกระจายตัวเป็นดินท่ีถูกกดั เซาะได้ง่ายเม่ือถูกชะล้างด้วยน้าสะอาดหรือน้าฝน การถูกกัดเซาะ
จะแตกต่างกบั ดนิ ทวั่ ไป ซง่ึ สว่ นใหญ่จะถูกกดั เซาะท่ผี วิ หน้าจากความแรงของน้า แต่ถา้ เป็นดนิ กระจายตวั อนุภาคดนิ
เหนียวท่อี ยู่ในดนิ ชนั้ ล่างจะถูกน้าชะล้างออกมาด้วย การใช้ดินกระจายตัวในการก่อสร้างเข่อื นดิน จะเกิดความ
เสยี หายกบั บรเิ วณดา้ นลาดเขอ่ื นซง่ึ เป็นสว่ นทร่ี บั น้าฝนโดยตรงจากการกดั เซาะเป็นร่องเลก็ ๆจนถงึ เป็นรเู ป็นโพรง
ขนาดใหญ่ขา้ งในทาใหเ้ กดิ อนั ตรายต่อตวั เขอ่ื นดงั นนั้ จงึ จาเป็นตอ้ งมกี ารทดสอบดนิ ก่อนนาไปใช้ เน่อื งจากดนิ มโี ครงสรา้ ง
ทซ่ี บั ซอ้ น การทดสอบเพยี งหน่งึ หรอื สองวธิ อี าจใหผ้ ลสรุปทไ่ี ม่ถูกต้อง จากผลการทดสอบตวั อย่างดนิ ทงั้ หมด 582
ตัวอย่าง จากโครงการชลประทานทัว่ ประเทศในปี พ.ศ. 2554-2555 พบว่า วิธีทดสอบหลัก 3 วิธี
คือ Pinhole Test, Double Hydrometer Test และ Chemical Test ให้ผลสอดคล้องกันเพียง 58% เท่านั้น
ดงั นนั้ การทดสอบ 5 วธิ ี โดยเพมิ่ Crumb Test และ Dilution Turbidity Ratio เขา้ ไปดว้ ย จะทาใหผ้ ลสรุปมคี วาม
ถกู ตอ้ งมากขน้ึ
1. บทนา การออกแบบแก้ปญั หา และการควบคุมงาน ในการ
ปจั จุบันเป็ นท่ียอมรับแล้วว่า สมบัติทางเคมี ทดสอบแต่ละวธิ จี ะมตี วั แปรบางตวั ทค่ี วบคุมไมไ่ ด้ เช่น
ความเป็นกรด – ด่างของดิน ลักษณะเน้ือดิน ฯลฯ
บางประการและโครงสรา้ งของดนิ ก่อใหเ้ กดิ การกระจาย ดงั นัน้ ในการสรุปผลจงึ ต้องมคี วามเข้าใจถึงขอ้ จากดั
ตวั ของอนุภาคดนิ เหนียว และทาความเสยี หายอย่าง ต่างๆของแต่ละวิธดี ้วยจงึ จะสามารถสรุปผลได้อย่าง
รา้ ยแรงต่อเข่อื นดนิ ทถ่ี งึ แมจ้ ะสรา้ งไดถ้ ูกต้องตามหลกั ถกู ตอ้ ง
วิชาการด้านวิศวกรรมเพียงใด ก็ยังประสบความ
ล้มเหลว จากการท่ตี วั เข่อื นดินถูกกดั เซาะเป็นรูเป็น 1.1 แหล่งกำเนดิ ของดนิ กระจำยตวั
โพรง บางครงั้ ถึงกบั พงั ทลายในระหว่างการก่อสร้าง ดนิ กระจายตัวในประเทศไทยเกิดจากการ
ดงั นัน้ ความเขา้ ใจถึงสมบตั ิต่างๆของดินกระจายตัว
สาเหตุการเกิด ลักษณะและการสงั เกตพ้ืนท่ีท่ีมีดิน สลายตัวของแร่ในหินแกรนิต (Granite) และหินไนท์
กระจายตวั รวมถงึ การทดสอบเบอ้ื งตน้ และทฤษฎบี าง (Gneiss) โดยปฏกิ ริ ยิ าเคมที ซ่ี บั ซอ้ น เมอ่ื ฝนตกกจ็ ะถูก
ประการจงึ เป็นสงิ่ ทว่ี ศิ วกรผเู้ กย่ี วขอ้ งควรรบั รู้ ผลการ ชะลา้ งลงสู่ท่ตี ่า ดงั นัน้ บริเวณทพ่ี บดนิ กระจายตวั มกั
ทดสอบท่ถี ูกต้องจึงเป็นสง่ิ สาคญั เพ่อื เป็นข้อมูลใช้ใน พบในบรเิ วณทม่ี กี ารสะสมของตะกอนดนิ ภายหลงั จาก
ถูก น้ าท่ ว มจ ะ เป็ น พ้ืนท่ีท่ีเป็ น แอ่ ง ร อง รับต ะ กอ น ดิน
55
(Sherard และคณะ, 1976) ได้สรุปว่า ดินกระจายตัว 1.2.1 โดยปกติแล้วเกลือละลายในดิน
ส่วนมากจะมแี หล่งกาเนิดจากการตกตะกอนบรเิ วณน้า ประกอบดว้ ยเกลอื ของโซเดยี ม แคลเซยี ม แมกนเี ซยี ม
ทว่ มถงึ (Flood Plain Deposits Area) ตะกอนทะเลสาบ และโพแทสเซยี มในสดั ส่วนท่แี ตกต่างกนั ไปเป็นหลกั
(Lake Bed Deposits) การตกตะกอนจากการชะล้างมา แต่ถา้ ดนิ นนั้ ประกอบดว้ ยเกลอื ละลายโซเดยี มมากกว่า
จากพน้ื ท่ลี าดเอยี ง (Slope Wash) เช่นบรเิ วณท่รี าบลุ่ม 60% พบว่าส่วนใหญ่จะเป็ นดินกระจายตัว ทัง้ น้ี
เชงิ เขา เน่อื งจากอนุภาคของ Clay มปี ระจุลบลอ้ มรอบอยู่ จงึ มี
อานาจท่ีจะดูดดึงประจุบวกให้เข้ามาอยู่ใกล้ๆ หรือ
ในประเทศไทยพบดินกระจายตัวมากทาง ผลกั ดนั ประจุลบทอ่ี ยู่ใกลๆ้ ให้อยู่ห่างออกไป เม่อื ดิน
ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือ เช่น นครราชสมี า บุรรี มั ย์ ชนิดน้ีถูกน้า Na+ ซ่ึงเป็ น Cation ท่ีมี Water Shell
สรุ นิ ทร์ ภาคตะวนั ออกพบดนิ กระจายตวั รุนแรงมากท่ี หนาและขนาดใหญ่ เน่ืองจากมคี วามสามารถในการ
อาเภอตาพระยา จงั หวดั สระแก้ว ซ่งึ เป็นพ้ืนท่ีท่พี บ ดงึ ดดู โมเลกุลของน้าใหม้ าลอ้ มรอบไดม้ ากกวา่ Cation
แหล่งท่องเทย่ี วแห่งใหม่ทเ่ี รียกว่า ละลุ ซง่ึ เป็นแท่งดนิ ตวั อ่ืน จะเข้ามาดูดซับอยู่ท่ีพ้ืนผิวของอนุภาค Clay
แข็งท่ีถูกลมและน้ากดั กร่อนนาน 20000 - 50000 ปี ทาให้อนุภาค Clay มีประจุลบเหลือตกค้างอยู่เป็น
จนมีลกั ษณะเป็นรูปต่างๆ แสดงให้เห็นว่าแต่เดมิ จานวนมากหรอื เรียกว่า มี Zeta Potential สูง ดงั นัน้
พื้นที่บริเวณนัน้ ประกอบด้วยดนิ กระจายตวั ต่อมา เม่อื ดนิ ชนิดน้ีถูกน้า ประจุลบท่ตี กคา้ งอยู่ เม่อื เขา้ ใกล้
เมื่อฤดูกาลผลัดเปล่ียนหมุนเวียนไป อนุภาคดิน กนั ก็จะผลกั กนั ทาให้อนุภาค Clay ไม่มีโอกาสท่ีจะ
เหนียวไดถ้ กู ลมและฝนชะลา้ งออกไปสะสมในทร่ี าบลุ่ม เกาะกนั เป็นก้อนโตแล้วตกตะกอน แต่จะกระจายตวั
เป็นเวลานาน ทาใหพ้ บดนิ กระจายตวั ในบรเิ วณกวา้ ง ออก (Dispersion) อนุภาคดินเหนียวจึงถูกชะล้างไปได้
โดยงา่ ย
1.2 กำรเกดิ ดนิ กระจำยตวั
ดินกระจายตัวเกิดข้นึ ในส่วนท่ีเป็นดิน 1.2.2 เน่อื งจากดนิ กระจายตวั นนั้ เกดิ ขน้ึ
ในส่วนทเ่ี ป็นดนิ เหนียว ดงั นัน้ ชนิดและโครงสร้างของ
เหนียว Dispersive Clay ท่ีมีขนาดอนุภาคเล็กกว่า ดนิ เหนียวจงึ เป็นส่วนสาคญั ทท่ี าให้เกดิ ดนิ กระจายตวั
0.005 มม. ดงั นนั้ ตวั อย่างดนิ ทม่ี อี นุภาคดนิ เหนยี วน้อย ข้ึน ดินเหนียวท่ีสาคัญคือพวก Silicate Clay หรือ
กว่า 12% ความเสยี หายใดๆ ทเ่ี กดิ ขน้ึ กบั เข่อื นดนิ จะ Alumino Silicate Minerals ซ่ึงจะแบ่งย่อยเป็น 3 กลุ่ม
ไมถ่ อื วา่ เป็นสาเหตุมาจากดนิ กระจายตวั ใหญ่ๆ ข้ึนอยู่กับโครงสร้างของผลึก คือ Kaolinite,
Montmorillonite และ Hydrous Mica หรอื Illite
ใ น ท า ง ป ฐ พี วิ ท ย า ไ ด้ ศึ ก ษ า เ ร่ื อ ง ดิ น
กระจายตวั มานานแลว้ เน่ืองจากดนิ ชนิดน้ีหน้าดนิ จะ 1) ก ลุ่ ม Kaolinite มี Silicate Clay
ถูกชะลา้ งและกดั เซาะไดง้ ่าย ดนิ จะแหง้ และแตกระแหง ทส่ี าคญั คอื Kaolinite Halloysite และ Bickite Clay กลุ่ม
ในฤดแู ลง้ ไถพรวนไดย้ าก และการไหลซมึ ของน้าไม่ดี น้จี ะมสี ตู รโครงสรา้ งเหมอื นกนั คอื Si4Al4O10 (OH)2 แต่
แต่ในงานก่อสร้างเข่ือนดิน เพิ่งเริ่มมีการศึกษา จะต่างกนั ทก่ี ารเรยี งซอ้ นกนั ของหน่วยผลกึ (Crystal Unit)
หลงั จากมคี วามเสยี หายเกดิ ขน้ึ กบั เข่อื นดนิ เรามกั พบ โครงสร้างของ Kaolinite ประกอบด้วย แผ่น Silica Sheet
ดนิ กระจายตวั ในบรเิ วณท่เี ป็นทร่ี าบลุ่ม หรอื บรเิ วณท่ี 1 แผ่น ประกบทับกับแผ่นของ Alumina Sheet อีก
เป็นท่ที บั ถมของตะกอนดนิ เหนียวท่ถี ูกชะล้างพดั พา 1 แผ่น เรยี กว่าเป็นพวก 1:1 Type Clay โดย Si และ
มารวมกนั และถ้าตะกอนดนิ เหนียวท่กี ระจายตวั นนั้ ถูก Al จะร่วมเกาะออกซเิ จนตวั เดยี วกนั ในดา้ นท่ปี ระกบ
พดั พาลงส่แู หล่งน้า กจ็ ะทาใหน้ ้าในสระขนุ่ อยตู่ ลอดเวลา เขา้ หากนั ผลกึ ของ Kaolinite จะเรยี งซอ้ นกนั เป็นชนั้ ๆ
ซ่ึงสาเหตุของการเกิดดินกระจายตัว (Dispersive มรี ะยะกวา้ ง 7 Angstrom คงท่ี เน่ืองจากถูกยดึ ไวด้ ว้ ย
Clay) เป็นดงั น้ี
56
Hydrogen Bond ซ่ึงเกิดข้ึนระหว่าง Oxygen อะตอม 1.3 ปญั หำเมอื่ นำดนิ กระจำยตวั มำใชใ้ นกำรกอ่ สรำ้ ง
ของ Silica Sheet และ Hydrogen อะตอมของ Alumina การเปลย่ี นแปลงสภาพภูมอิ ากาศทาใหเ้ ขอ่ื น
Sheet ดงั นนั้ ดนิ เหนียวชนิดน้ีจงึ มโี ครงสรา้ งทแ่ี ขง็ แรง
ก า ร ข ย า ย ตัว แ ล ะ ห ด ตัว เ ม่ือ เ ปี ย ก แ ล ะ แ ห้ง น้ อยมาก ดนิ ท่นี าดนิ กระจายตวั มาใช้ในการก่อสร้างเกิดความ
จงึ ไม่แตกรา้ วหรอื ถูกชะลา้ งไปไดโ้ ดยง่าย จดั เป็นพวกดนิ เสียหาย โดยเฉพาะเม่ือฝนตกสลับกับอากาศร้อน
ไมก่ ระจายตวั (Non Dispersive Clay) (Repeated Wetting And Drying Cycles) เม่ือฝนตก
ครงั้ แรกดนิ จะดูดซบั ความช้ืนไว้ ส่วนท่เี กินกจ็ ะไหล
2) ก ลุ่ ม Montmorillonite มีอยู่ หลายชนิ ด บ่าไป เป็นการบ่มดนิ ไวต้ ามธรรมชาติและเม่อื ฝนตก
ได้แก่ Montmorillonite Beidellite Nontronite และSaponite ซ้าลงมาอกี อนุภาคดนิ เหนียวทถ่ี ูกบ่มไวก้ จ็ ะถูกชะลา้ ง
เป็นตน้ แต่ทพ่ี บมากทส่ี ดุ คอื Montmorillonite ออ ก มา กับน้ า ทา ใ ห้เ กิดก า ร กัด เ ซา ะ เป็ น ร่อ ง เป็ น ร้ิว
ต่อมาเม่อื อากาศรอ้ นดนิ จะหดยบุ ตวั (Shrinkage) และ
โครงสรา้ งของ Montmorillonite ประกอบดว้ ย เกดิ รอยแยก (Crack) หรอื เกดิ รูโพรงขน้ึ เม่อื มฝี นตก
Silica Sheet 2 แผ่น และ Alumina Sheet 1 แผ่นสอด ซ้าลงมาอกี หลายๆ ครงั้ น้าจะไหลซมึ ผ่านรโู พรงต่างๆ
อยู่ระหว่างกลางของแผ่น Silica Sheet จัดเป็นพวก และชะลา้ งเอาอนุภาคดนิ เหนียวออกมา ทาใหร้ โู พรงมี
2:1 Type Clay ผลึกจะเรียงต่อกันเป็นชัน้ ๆ และมี ขนาดใหญ่ขน้ึ บางครงั้ จะสงั เกตเหน็ วา่ มรี ขู นาดเลก็ อยู่
ระยะห่างระหว่างชัน้ 9 - 21 Angstrom ระยะน้ีอาจ ท่ผี วิ ดนิ แต่ภายในถูกกดั เซาะจนเป็นโพรงขนาดใหญ่
ขยายออกหรือแคบลงได้ เน่ืองจากไม่มี Hydrogen และเป็นอยู่โดยทวั่ ไปทงั้ พ้นื ท่ี ดงั นนั้ ถา้ หากปล่อยท้งิ
Bond ยดึ ระหว่างแผ่นผลกึ โมเลกุลของน้าและ Cation ไวอ้ าจทาใหเ้ กดิ ความเสยี หายต่อโครงสรา้ งหลกั ได้
ต่างๆ สามารถแทรกซึมเข้าไปดูดซับภายในหลืบ
(Internal Surface) ได้มาก ทาให้เกิดการพองตวั และ สาหรบั งานก่อสรา้ งคลองสง่ น้าปญั หาทพ่ี บ
หดตวั ไดม้ าก เม่อื ดนิ ชนิดน้ีเปียกน้าและแหง้ ลง ทาให้ บ่อยๆ คือการแตกร้าวและทรุดตัวของแผ่นดาด
ดินแตก เกิดเป็นร่อง และเน่ืองจากไม่มีแรงดูดยึด คอนกรตี ซง่ึ เกดิ จากดา้ นใต้แผ่นคอนกรตี เป็นโพรงไม่
ระหว่างผลกึ โครงสรา้ งผลกึ จึงไม่แขง็ แรง การถูกชะ สามารถรบั น้าหนกั ไวไ้ ด้ สาเหตุเน่อื งมาจากดนิ ทใ่ี ช้ใน
ลา้ งของอนุภาคดนิ จงึ เกดิ ไดโ้ ดยงา่ ย โครงสรา้ งของดนิ การสรา้ งคนั คลองเป็นดนิ กระจายตวั โดยน้าจะซมึ ผ่าน
เหนียวชนดิ น้ี จดั เป็นดนิ กระจายตวั (Dispersive Clay) ระหว่างรอยต่อของดนิ ถมกบั แผ่นคอนกรตี และเม่อื น้า
ล้นออกมาก็จะพาเอาอนุภาคดินเหนียวกระจายตัว
3) Illite มี โ ค ร ง ส ร้ า ง ค ล้ า ย กั บ พ ว ก ออกมาด้วย บริเวณรอยต่อหรือชานคลองจะเหน็ เป็น
Montmorillonite คอื เป็นพวก 2:1 Type Clay ระยะห่าง รูโพรงอยู่ทวั่ ไป และอาจสงั เกตเหน็ น้าในคลองจะขุ่น
ระหว่างผลกึ ของ Clay ทซ่ี อ้ นทบั กนั มรี ะยะเทา่ กบั 10 เป็ น ค อล ล อ ย ด์ข อ ง ดิน เ ห นี ย ว กร ะ จ าย อ ยู่เป็ น จุ ด ๆ
Angstrom พ้ืนท่ีผิวภายในหลืบแคบเหมือนพวก สาหรบั บรเิ วณคนั คลองกจ็ ะพบ รูโพรงกระจายอยู่ใน
Kaolinite โมเลกุลของน้าและ Cation สามารถแทรก พน้ื ทซ่ี ง่ึ เป็นอนั ตรายต่อรถทส่ี ญั จรไปมา เน่ืองจากไม่
ซึมเข้าไปดูดซับอยู่ภายในหลืบได้บ้าง แต่ไม่มาก สามารถรไู้ ดว้ ่าจุดไหนมโี พรงขนาดใหญ่อย่ขู า้ งใน และ
เทา่ กบั พวก Montmorillonite จงึ ไม่สามารถพองตวั และ บางครงั้ การกดั เซาะอาจทะลคุ นั ดนิ จนเกดิ พงั ทลายได้
หดตัวได้อย่างพวก Montmorillonite คุณสมบัติของ
Illite จงึ อยรู่ ะหวา่ ง Kaolinite และ Montmorillonite ดนิ เหนยี ว 1.4 กำรสงั เกตพ้นื ทที่ เี่ ป็นแหลง่ ดนิ กระจำยตวั
ชนิดน้ียังจัดอยู่ในพวกดินกระจายตัวแต่ไม่รุนแรง บรเิ วณทเ่ี ป็นแหล่งดนิ กระจายตวั จะสามารถ
เท่ากบั พวก Montmorillonite
สงั เกตเหน็ จากสง่ิ แวดลอ้ มรอบๆไดโ้ ดยมลี กั ษณะดงั น้ี
1.4.1 เป็นท่ลี ุ่มท่เี ป็นแหล่งรวมของตะกอน
ดินท่ีถูกกัดเซาะลงมา เช่น บริเวณอาเภอตาพระยา
57
จงั หวดั สระแก้ว ซ่งึ มลี กั ษณะเป็นกน้ กระทะมเี ทอื กเขา ทางดา้ นธรณีวทิ ยา ดงั นนั้ การทดสอบตวั อยา่ งดนิ ก่อน
บรรทดั เขาทะลาย เขาตาพรม เขาโล้น และเขาอีด่าง นาไปใชง้ านจงึ มคี วามสาคญั อยา่ งยงิ่
ล้อมรอบ ทาให้ตะกอนดนิ ถูกชะล้างลงมาสะสมเกดิ ชนั้
ดนิ กระจายตวั รนุ แรงมาก การทดสอบดนิ กระจายตวั มวี ธิ ที ดสอบตาม ASTM
3 วิธี และตามท่ี Sherard And Decker แนะนาอีก 2
1.4.2 พบแนวกาแพงดินท่ีถูกกัดเซาะในท่ี วธิ ี ดงั น้ี
เ นิ น ห รือ ท่ีสูง จ น ก ล า ย เ ป็ น แ ท่ ง ดิน รู ป ร่ า ง ต่ า ง ๆ ท่ี
เรยี กว่า แพะเมอื งผหี รอื ละลุ 2.1 Emerson Crumb Test (Standard Method
ASTM D6572 - 12)
1.4.3 แหล่งน้าในบรเิ วณนนั้ จะมคี วามขุน่ อยู่
ต ลอด เว ลา โ ดย อนุ ภ า คดินเ ห นีย ว จ ะมีลักษ ณ ะเป็ น เป็นวธิ ที ดสอบดนิ กระจายตวั ทส่ี ามารถทาได้
คอลลอยดอ์ ย่ใู นน้า ในสนาม เน่ืองจากใชอ้ ุปกรณ์เพยี งบกี เกอร์ หรอื แกว้ น้า
ใสหลายๆ ใบ กบั น้ากลนั่ เท่านัน้ ใชว้ ธิ กี ารสงั เกตการ
1.4.4 บริเวณลาดคลองหรือลาดคันดินท่ีมี กระจายตวั ของเมด็ ดนิ ในน้ากลนั่ แบ่งผลการทดสอบ
ความชนั จะพบแนวร่องทถ่ี ูกกดั เซาะเป็นร่องลกึ ตลอด ออกเป็น 4 Grade คอื
แนวดา้ นลาด
2.1.1 Grade 1 เป็น Non Dispersive Soil จะ
1.4.5 บรเิ วณผวิ ดนิ จะพบรโู พรงอยโู่ ดยทวั่ ไป พบว่ากอ้ นดนิ จะทลายตวั ลงเม่อื น้าเขา้ ไปแทรกตวั อยู่
1.4.6 ผวิ ดนิ เม่อื เปียกน้าจะบวมตวั และเม่อื ร ะ ห ว่ า ง เ ม็ด ดิน แ ต่ จ ะ ไ ม่ พ บ ค ว า ม ขุ่ น ร อ บ เ ม็ ด ดิ น
แหง้ จะแตกระแหงเป็นแผน่ ผวิ เป็นมนั ขอบงอนขน้ึ น้ายงั คงใสสะอาด
การสังเกตในภาคสนามเป็ นเพียงการ
สนั นิษฐานเบ้อื งต้นเท่านัน้ อาจเกดิ ความผดิ พลาดได้ 2.1.2 Grade 2 ดนิ เรมิ่ เป็น Dispersive เลก็ น้อย
เน่อื งจากการถกู กดั เซาะอาจเกดิ จากบรเิ วณนนั้ เป็นดนิ จะเหน็ ความขนุ่ เลก็ น้อยอย่รู อบเมด็ ดนิ
ทรายมอี นุภาคดนิ เหนียวน้อยทาใหด้ นิ ไมม่ แี รงยดึ เกาะ
เม่อื ถกู น้าทาใหเ้ กดิ การพงั ทลายไดเ้ หมอื นกนั ดงั นัน้ จงึ 2.1.3 Grade 3 ดินเป็น Dispersive มากข้นึ
ตอ้ งมกี ารทดสอบในหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารซง่ึ จะสามารถทราบ จะเห็นความขุ่นรอบเม็ดดินชัดเจนยิ่งข้ึนแต่ยังไม่
ผลและความรนุ แรงของดนิ กระจายตวั ไดด้ ว้ ย กระจายเป็นวงกวา้ ง
2. การทดสอบดินกระจายตวั และข้อจากดั 2.1.4 Grade 4 ดินเป็ น Dispersive อย่า ง
รุนแรงจะเหน็ ความข่นุ รอบเมด็ ดนิ อย่างชดั เจน ยงิ่ ท้งิ
พน้ื ท่ที จ่ี ะมกี ารพฒั นาแหล่งน้า หรอื สรา้ งอ่างเกบ็ ไวอ้ นุภาคดนิ เหนียวจะกระจายออกมาหมดบางครงั้ จะ
น้ามกั จะมภี ูมปิ ระเทศเป็นทล่ี ุ่มและมลี กั ษณะเป็นแอ่ง เป็นเหน็ ความขุ่นกระจายเตม็ ก้นแกว้ และถ้าคนน้าใน
เพ่อื ท่จี ะเกบ็ น้าได้ในปรมิ าณมากดงั นัน้ จึงเป็นท่รี วม แกว้ จะเหน็ น้าขนุ่ ทง้ิ ไวไ้ มต่ กตะกอน
ของตะกอนดนิ ทถ่ี ูกพดั พามาสะสม อนุภาคดนิ เหนียว
กระจายตวั จะมขี นาดเลก็ และถูกพดั พามากบั น้าไดง้ ่าย ขอ้ จากดั ของผลการทดสอบ คอื วิ ธี ก า ร น้ี เ ป็ น
ก็จะมาสะสมตามแอ่งท่ีลุ่มต่างๆ ดังนัน้ ในบริเวณ วิธีการทดสอบท่ีให้ผลรวดเร็ว ใช้เวลาประมาณ 10
เดยี วกนั อาจพบทงั้ ดนิ กระจายตวั และดนิ ไม่กระจายตวั นาที กท็ ราบผลการทดสอบ แต่ไม่สามารถบอกผลได้
ปะปนกนั อย่อู าจมชี นั้ ดนิ กระจายตวั แทรกอย่เู ป็นระยะ อย่างถูกต้องแม่นยา เน่ืองจากผลการทดสอบ ข้นึ อยู่
ตามความลกึ หรอื กระจายอยเู่ ป็นหย่อมๆในดนิ ชนั้ บน กับการสุ่มตัวอย่างดิน เพราะใช้ตัวอย่างดินเท่ากับ
ตามลักษณะ ภูมิประเทศ และการเปล่ียนแปลง ปริมาณเม็ดถัว่ เขียวเท่านัน้ และถ้าดินมีเปอร์เซ็นต์
Sand หรอื Silt สูง อาจเกดิ การพงั ทลายของอนุภาค
Sand หรือ Silt มาเคลือบอนุภาคดินเหนียวไว้ทาให้
สงั เกตการกระจายตวั ของอนุภาคดนิ เหนยี วไม่ชดั เจน
58
รปู ท่ี 1 Non Dispersive Soil (Grade 1) ข้อจากัดของการทดสอบ นัน้ จากผลการ
ทดสอบบางครัง้ จะพบว่าขณะท่ีวิธีทดสอบวิธีอ่ืนๆ
รปู ท่ี 2 Dispersive Soil (Grade 4) ให้ผลเป็นดินกระจายตัวแต่วิธี Double Hydrometer
กลับให้เปอร์เซ็นต์การกระจายตัวต่ า ทั้งน้ีอาจ
2.2 Double Hydrometer Test (Standard Method เน่ืองจากองค์ประกอบของดินท่ีมี Free Carbonate
พวกแคลเซยี มหรอื แมกนีเซยี มคารบ์ อเนตอยู่ เม่อื แช่
ASTM D4221 – 11) อยู่ในน้ากลนั่ เป็นเวลานานจะแตกตวั เป็นออิ อน และ
เขา้ ไปแลกเปลย่ี นโซเดยี มออิ อนทผ่ี วิ อนุภาคดนิ ทาให้
เป็นวธิ กี ารหาเปอรเ์ ซน็ ต์การกระจายตวั ของ เปอร์เซน็ ต์การกระจายตวั ต่าลง ดนิ ชนิดน้ีพบว่าส่วน
สว่ นทเ่ี ป็นดนิ เหนียว โดยการเปรยี บเทยี บเปอรเ์ ซน็ ต์ ใหญ่จะมคี ่า pH > 7.5
ของ Clay Particle ทม่ี ขี นาดอนุภาคเลก็ วา่ 0.005 มม.
ลงไป ทก่ี ระจายตวั อยู่ในน้า โดยถูกรบกวนทางวธิ กี ล 2 . 3 Dilution Turbidity Ratio Test (SCS-Soil
น้อยท่ีสุด กับเปอร์เซ็นต์ของ Clay Particle ขนาด Mechanics Unit, 1972)
เดยี วกนั ทก่ี ระจายตวั โดยเตมิ สารเคมพี วก Dispersing เป็นวิธีการท่ีใช้หลักการเดียวกับ Double
Agent และปนั่ ดว้ ยเครอ่ื งมอื กล ตามวธิ ขี อง Standard Hydrometer Test แต่รวดเรว็ กวา่ และง่ายกวา่ เน่อื งจาก
ในดนิ กระจายตวั ส่วนท่เี ป็นดนิ เหนียวเม่อื อยู่ในน้าจะ
Method ฟุ้งกระจาย มลี กั ษณะเป็นคอลลอยดไ์ ม่ตกตะกอนทาให้
น้ามคี วามขุ่น จงึ สามารถใชว้ ธิ กี ารเปรยี บเทยี บความขุ่น
% Dispersion = (A 100)/B (1) แทนการวัดด้วย Hydrometer ได้ โดยเปรียบเทียบ
ความขนุ่ ของอนุภาคดนิ เหนียวทม่ี ขี นาดเลก็ กวา่ 0.005
โดยท่ี A = ปรมิ าณอนุภาคดนิ เหนียวขนาดเล็ก มม. ท่กี ระจายตวั อยู่ในน้าโดยธรรมชาติกบั ความขุ่น
กวา่ 0.005 มม.ทไ่ี มถ่ กู รบกวนดว้ ยวธิ กี ล ของอนุภาคดนิ เหนยี วขนาดเดยี วกนั ทถ่ี ูกทาใหก้ ระจาย
ตัว โ ด ย ใ ช้ส า ร เ ค มีพ ว ก Dispersing Agent แ ล ะ
B = ปริมาณอนุภาคดนิ เหนียวขนาดเล็ก เคร่อื งมอื กล
กวา่ 0.005 มม.ทใ่ี สส่ ารเคมใี หก้ ระจายตวั เตม็ ท่ี
คา่ D-T Ratio ต่า แสดงว่าเป็นดนิ กระจายตวั สงู
% Dispersion แบ่งตาม SCS. Criteria ดงั น้ี
0 - 33 % Dispersion คอื ไม่มปี ญั หาเร่อื งดนิ คา่ D-T Ratio สงู แสดงว่าเป็นดนิ กระจายตวั น้อย
กระจายตวั (Non-Dispersion)
34 - 67 % Dispersion คือ เ ร่ิม มีปัญ ห า คา่ D-T Ratio = 3 หรอื ต่ากว่าเป็นค่าวกิ ฤติ
(Moderately Dispersion)
ข้อจากัดของการทดสอบด้วยวิธี Dilution
68 - 100 % Dispersion คอื ดนิ มกี ารกระจาย Turbidity Ratio ถงึ แม้จะใหผ้ ลรวดเรว็ กว่าวธิ ี Double
ตวั สงู (High Dispersion) Hydrometer Test และไมม่ ผี ลกระทบจาก Free Carbonate
แต่ผลการทดสอบบอกเพยี งอตั ราสว่ นของการกระจายตวั
เท่านัน้ ไม่สามารถบอกค่าเป็นเปอร์เซน็ ต์การกระจายตวั ได้
เหมาะกบั การทดสอบภาคสนาม สว่ นผลในหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร
จะเป็นค่าตรวจสอบวิธี Double Hydrometer Test อีกวิธี
หน่งึ
59
2.4 PinholeTest (Standard Method ASTM D4647) ขอ้ จากดั ของการทดสอบดว้ ย Pinhole Test คอื
เป็นการทดสอบให้น้าไหลผ่านตวั อย่างดนิ ท่ี เป็นวธิ กี ารท่ใี ห้ผลชดั เจนแต่บางครงั้ ดินซ่งึ มีทรายเป็น
องค์ประกอบอาจเกดิ อุดตนั จากเมด็ ทรายท่หี ลุดออกมา
มีความช้ืนใกล้เคียงกับค่า Plastic Limit บดอัดแน่น กอ่ นทดสอบเสรจ็ และการ Compaction ในหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร
ประมาณ Standard Proctor Compaction Test เจาะรู จะให้ผล 100% ทาให้ลดการกัดเซาะลง ในขณะท่ี
ให้น้าไหลผ่านท่รี ะดบั ความสูงต่างๆ กนั ตามเวลาท่ี ภาคสนามดนิ อาจถูกบ่มดว้ ยน้าเป็นเวลานานจนน้าแทรก
กาหนด สังเกตดูตะกอนของดินท่ีไหลออกมารวม ซมึ เขา้ ไปในเน้อื ดนิ ได้
กบั น้า วดั อตั ราการไหลของน้าทผ่ี ่านรทู เ่ี จาะไว้ ถา้ เป็น
ตวั อย่างดนิ กระจายตวั รูทเ่ี จาะไวจ้ ะถูกน้าท่ไี หลผ่าน 2.5 วธิ ที ำงเคมี (Sherard And Decker, 1972)
กดั เซาะเป็นรูกว้างเป็นรูปเหยือก มีตะกอนดินไหล เป็นการหาความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งเปอรเ์ ซนต์
ออกมารวมกบั น้า สว่ นดนิ ไม่กระจายตวั รทู ่เี จาะไวจ้ ะ
ไม่เปลย่ี นแปลง สามารถจาแนกชนิดของดนิ กระจาย ของเกลือละลายโซเดียม (Soluble Na) กับปริมาณ
ตวั ไดด้ งั น้ี เ ก ลื อ ทั้ง ห ม ด (Total Dissolved Salt, TDS) ใ น
สารละลายท่สี กดั จากดนิ ท่อี ิม่ ตวั ด้วยน้า (Saturation
D1, D2 ดนิ กระจายตวั (Dispersive Soil) Extract)
ND3, ND4 ดินอยู่ในช่วงต่อเน่ืองของการ ค่า Total Dissolved Salt ส่วนใหญ่เป็นค่า
เปลย่ี นแปลง (Transition) ข อ ง Ca, Mg, Na แ ล ะ K โ ด ย Sherard ไ ด้ ห า
ความสัมพันธ์ระหว่างเปอร์เซนต์ของเกลือละลาย
ND1, ND2 ดินไม่กระจายตัว (Non-Dispersive โซเดียมกบั ประมาณเกลอื ทงั้ หมดในสารละลายท่สี กดั
Soil) จากดนิ ทอ่ี มิ่ ตวั ดว้ ยน้า ดงั น้ี
% Na = [Na/ (Ca+Mg+Na+K)]100 (2)
รปู ท่ี 3 ดนิ กระจายตวั (D1) ข้อจากัดของวิธี Chemical Test นัน้ พบว่าดิน
กระจายตวั (ZoneAและC) สว่ นใหญ่จะพบอย่ใู นช่วงท่ี
ค่า TDS มากกว่า 1 meq/l การแบ่งโซนจะข้ึนกับ
ปรมิ าณโซเดยี มในสารละลายดนิ กรณีทป่ี รมิ าณเกลอื
ทงั้ หมดมีน้อยมากจะทาให้การวิเคราะห์เปอร์เซ็นต์
โซเดยี มมคี วามคลาดเคล่อื นได้
รปู ท่ี 4 ดนิ ในชว่ งของการเปลย่ี นแปลง (ND3)
รปู ท่ี 5 ดนิ ไม่กระจายตวั (ND1, ND2)
60
Zone A Pinhole Test Chemical test
Zone C
% ND1, ND2 (Non –ZoDnisepBersive)
Zone B Na
ND3, ND4 (InteZromneedCiate)
D1, D2 (DZisopneersAive)
TDS
รปู ท่ี 6 ความสมั พนั ธข์ องผลการทดสอบโดยวธิ ี Pinhole Test และ Chemical Test
Pinhole Test Linear Regression
Zone
ND1, ND2 Non - Dispersive
ND3, ND4 Intermediate
D1, D2 Dispersive
รปู ท่ี 7 ความสมั พนั ธข์ องผลการทดสอบโดยวธิ ี Pinhole Test, Double Hydrometer Test และ Chemical
test
จากการทดสอบตวั อย่างดนิ มหี ลายตวั อย่าง 3 วธิ ียงั ไม่มีความถูกต้องแน่นอนเน่ืองจากข้อจากดั
ท่ใี ห้ผลไม่เป็นไปตามการแบ่งโซนของ Sherard เม่อื ของผลการทดสอบแต่ละวิธีนัน้ การเพิ่มวิธี Dilution
เปรยี บเทียบผลการทดสอบกบั วิธี Pinhole Test พบ Turbidity Ratio จะเป็ นการตรวจสอบวิธี Double
ผลการทดสอบท่ีให้ผลเป็นดินกระจายตัว รุนแรง Hydrometer Test ดว้ ยรวมทงั้ การวเิ คราะหค์ ่า pH ของ
(D1 และ D2) แต่อยู่ในโซน B และ C (ดนิ ไม่กระจาย
ตวั ถึงกระจายตัวปานกลาง) ถึง 18 ตวั อย่าง คดิ เป็น ดนิ จะทาใหท้ ราบปฏกิ ริ ยิ าของดนิ ว่าจะได้รบั อทิ ธพิ ล
3.1% (ดงั รปู ท่ี 6) จาก Free Carbonate หรือไม่ การทดสอบด้วยวิธี
Crumb Test ก็เป็ นวิธีดูสมบัติดินจากภาคสนาม
เม่อื เปรยี บเทยี บผลการทดสอบทงั้ 3 วธิ ีดงั รูปท่ี 7 โดยตรง สามารถนามาใชป้ ระกอบการพจิ ารณาได้
ด้ ว ย วิ ธี Multiple Regression Analysis พ บ ว่ า มี
ความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกัน แต่ให้ค่า R2
เพยี ง 0.58 ดงั นัน้ การสรุปผลการทดสอบจะใชเ้ พยี ง
61
3. สรปุ Ingles, O.G. (1970). Mechanism of Clay Stabilization
with Inorganic Acids and Alkalis. Australia
3.1 การทดสอบดินกระจายตวั มีอยู่ 5 วิธี ไม่มวี ิธี Journal of Soil Research Vol. 8, 581-596.
หน่งึ วธิ ใี ดทส่ี ามารถทดสอบแลว้ ใหผ้ ลทถ่ี ูกตอ้ งแน่นอน
J.B. Metcalf. (1972). Emerson Crumb Test
3.2 วธิ ี Crumb Test เป็นวธิ ที ่งี ่ายและสะดวกท่สี ุด Appendix I. Soil stabilization Published by
เหมาะกบั การทดสอบภาคสนาม แต่มโี อกาสผดิ พลาด Butterworths Sydney, Australia.
สงู ใชป้ ระกอบผลการทดสอบวธิ อี น่ื ในหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร
Sherard, J.L., R.S. Decker and N.L. Ryker. (1972).
3.3 วิ ธี Dilution Turbidity Ratio เ ป็ น วิ ธี ท่ี ใ ช้ Piping in Earth Dames of Dispersive Clay.
หลกั การเดยี วกบั Double Hydrometer Test แต่วธิ กี าร Proceeding ASCE Specialty Conference on
และขนั้ ตอนน้อยกว่าสามารถทาได้ในภาคสนาม ไม่มี Performance of Earth and Earth-Supported
ข้ อ จ า กั ด เ ห มื อ น วิ ธี Double Hydrometer Test Structure. Vol.1. pp.589-636.
แต่ใหผ้ ลอย่างหยาบๆ เทา่ นนั้
Sherard, J.L., Lom P., Dunning, and Rey S.Decker.
3.4 วิธี Pinhole Test, Double Hydrometer Test (1976). Identification and Nature of Dispersive
และ Chemical Test เป็นวิธีหลักในการทดสอบดิน Soil. Journal of the Geotechnical Engineering
กระจายตวั แต่จากผลการทดสอบใหผ้ ลทส่ี อดคลอ้ งกนั Division GTH.
เพยี ง 52 %
3.5 การคัดเลือกดินท่ีจะนามาก่อสร้างควรมีการ
สารวจและใชห้ ลกั การสงั เกตพน้ื ทใ่ี นเบอ้ื งต้นก่อนเพ่อื
นามาประกอบการพจิ ารณาแลว้ จงึ เกบ็ ตวั อย่างดนิ มา
ทดสอบ การทดสอบดินกระจายตัวควรทาทงั้ 5 วิธี
แล้วพิจารณาสรุปผลจะทาให้ผลการทดสอบมีความ
ถกู ตอ้ งมากขน้ึ
4. เอกสารอ้างอิง 53
ASTM D 4221-11. Standard Test Method for
Dispersive Characteristics of Clay Soil by
Double Hydrometer.
ASTM D 4647. Standard Test Methods for
Identification and Classification of Dispersive
Clay soils by Pinhole test.
ASTM D 6572-12. Standard Test Methods for
Determining Dispersive Characteristics of
Clayey soils by the Crumb Test.
Contribution of SCS-Soil Mechanics Unit. (1972).
Procedure for Dilution Turbidity Test. Linloln,
Nebraska, USA. 6P.
62
การปรบั ปรงุ และแก้ปัญหาการรวั่ ซึมของสระเกบ็ น้าโดยใช้วสั ดทุ ึบน้า
เพื่อบริหารจดั การน้าทางการเกษตรอยา่ งมีประสิทธิภาพ
Utilization of Impermeable Material for Improvement of Storage Pond
Leakage in order to Manage Irrigation Water for High Efficiency
สมบรู ณ์ มนั่ ความด1ี ผจงจติ ต์ ศรสี ขุ 2 สภุ ทั ตรา นุชนารถ3 ศรสี มร สทิ ธกิ าญจนกุล4
1,2,3,4กลมุ่ วจิ ยั และพฒั นาดา้ นวทิ ยาศาสตร์ สานกั วจิ ยั และพฒั นา กรมชลประทาน
เลขท่ี 200 ม.1 ถ.ตวิ านนท์ ต.บางตลาด อ.ปากเกรด็ จ.นนทบรุ ี 11120
โทร 0 2962 5742
บทคดั ย่อ
การแกป้ ญั หาการรวั่ ซมึ ของบ่อหรอื สระเกบ็ น้าขนาดเลก็ จะต้องสรา้ งชนั้ ทบึ น้าไวข้ า้ งใตแ้ ละดา้ นขา้ งของ
สระเกบ็ น้า โดยวสั ดุท่ใี ชท้ าชนั้ ทบึ น้าเป็นวสั ดุทม่ี ดี นิ เหนียวทม่ี แี รด่ นิ เหนียวสว่ นใหญ่เป็น Montmorillonite หรอื ใช้
สาร Bentonite หรอื ใชแ้ ผ่นดนิ เหนียวสงั เคราะห์ (Geosynthetic Clay Liners, GCL) ตอ้ งปิดทบั ชนั้ ทบึ น้าดว้ ยดนิ
ใหม้ คี วามหนาพอเหมาะและต้องมกี ารกาหนดความลาดเอยี งของขอบสระเพอ่ื ป้องกนั การพงั ทลายของขอบสระท่ี
จะมีผลกระทบต่อชนั้ ทึบน้า มกี ารปลูกหญ้าท่ดี ้านลาด มกี ารออกแบบชนั้ ทึบน้าให้มีความหนาพอเหมาะท่จี ะ
ควบคุมการรวั่ ซมึ ของน้าไดด้ ี มกี ารออกแบบชนั้ ทค่ี ลุมชนั้ ทบึ น้าไม่ใหส้ มั ผสั กบั น้าโดยตรง จากการวจิ ยั พบว่าชนั้
ทบึ น้าทส่ี รา้ งจากผงเบนโทไนตค์ วรมคี วามหนา 1 - 3 เซนตเิ มตร ถ้าใชด้ นิ หรอื ทรายผสมกบั ผงเบนโทไนตค์ วรมี
ความหนาไม่น้อยกว่า 15 เซนตเิ มตร สาหรบั แผ่นดนิ เหนียวสงั เคราะหม์ คี วามหนา 0.6 เซนติเมตร ความลาด
เอยี งของขอบสระสาหรบั สระทม่ี กี ารรวั่ ซมึ สงู ควรมคี ่า 1:2 หรอื น้อยกว่าน้ี ต้องมชี นั้ คลุมชนั้ ทบึ น้าและชนั้ ป้องกนั
การพงั ทลายของขอบสระจงึ จะทาใหส้ ระเกบ็ น้าไม่รวั่ ซมึ และมอี ายุการใชง้ านทย่ี าวนาน ผลการสารวจ วเิ คราะห์
ตวั อย่างวสั ดุในพน้ื ทภ่ี าคกลางและภาคเหนือตอนล่างพบวา่ มวี สั ดุปรมิ าณมากทส่ี ามารถพฒั นานามาสรา้ งเป็นชนั้
ทบึ น้าป้องกนั การรวั่ ซมึ ได้
คาสาคญั : ชนั้ ทบึ น้า เบนโทไนต์ แผ่นดนิ เหนยี วสงั เคราะห์ การรวั่ ซมึ
63
1. บทนา 3.6 พฒั นาวสั ดุในประเทศให้มีคุณสมบัติทึบน้า
ปจั จุบนั แหลง่ น้าและระบบชลประทานยงั กระจายไป และสามารถนาไปใชง้ านสาหรบั พน้ื ทต่ี ่างๆท่พี บว่ามี
การรวั่ ซมึ ของบอ่ หรอื สระเกบ็ น้า
ไม่ทวั่ ทงั้ ประเทศ จงึ มกี ารสรา้ งบ่อและสระเกบ็ น้าไวใ้ ช้
เป็นจานวนมาก แต่มกั จะไม่ได้ตรวจสอบคุณภาพดนิ 4. ผลการวิจยั
ว่ า ส า ม า ร ถ เ ก็บ น้ า ไ ด้อ ย่ า ง มีป ร ะ สิท ธิภ า พ ห รือ ไ ม่ ผลการวจิ ยั แบง่ เป็น 4 สว่ นดงั น้ี
จึงมีสระเก็บน้าเป็นจานวนมากท่ีมีการรัว่ ซึมสูงไม่ 4.1 ผลการทดลองในห้องปฏิบัติการพบว่า
สามารถเกบ็ กกั น้าได้ ทาใหเ้ กดิ การสญู เสยี คา่ ใชจ้ ่ายใน
การขุดสระเก็บน้าจานวนมากแต่ใช้งานไม่ได้เต็มท่ี ตวั อย่างวสั ดุจากจากจงั หวดั ลพบุรี และตวั อย่างเบนโท
หากสระต่างๆทส่ี รา้ งไวแ้ ละกาลงั สรา้ งไดร้ บั ขอ้ มลู และ ไนท์ (Nathaniel Miller, 2010) พบว่าน้าไม่สามารถ
แนวทางในการป้องกนั การรวั่ ซมึ ของน้าจากสระจะทา รวั่ ซมึ ผา่ นชนั้ วสั ดุหนา 9 เซนตเิ มตรไดด้ งั แสดงในรปู ท่ี
ให้การเก็บน้ามปี ระสทิ ธภิ าพ ทาให้มีแหล่งน้าต้นทุน 1 และ 2
มากยงิ่ ขน้ึ เป็นการลดความเสย่ี งในการขาดแคลนน้า
ในฤดเู พาะปลกู ลงได้
2. วตั ถปุ ระสงค์ รปู ท่ี 1 การรวั่ ซมึ ของน้าในตวั อยา่ งเบนโทไนต์
2.1 เพ่อื หาวสั ดุทส่ี ามารถใชป้ ้องกนั การรวั่ ซมึ ของ
สระเกบ็ น้าไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
2.2 เพ่อื เป็นตน้ แบบในการป้องกนั และแกไ้ ขปญั หา
การรวั่ ซมึ ของบ่อและสระเกบ็ น้า
2.3 เพื่อนาวัสดุภายในประเทศมาสร้างเป็ น
นวตั กรรมเพอ่ื ใชป้ ้องกนั การรวั่ ซมึ ของสระเกบ็ น้า
3. วิธีดาเนินการวิจยั รปู ท่ี 2 การรวั่ ซมึ ของน้าในตวั อย่างดนิ จากลพบุรี
3.1 สบื คน้ ขอ้ มลู วสั ดุต่างๆทส่ี ามารถนามาใชส้ รา้ ง
ชัน้ ทึบน้าเพ่ือป้ องกันการรัว่ ซึมของน้าในบ่อหรือ
สระเกบ็ น้า
3.2 รวบรวมข้อมูลผลดีและผลเสียของวสั ดุท่ีจะ
น า ม า ใ ช้เ ป็ น วัส ดุ ทึบ น้ า ร ว ม ทั้ง วิธีก า ร ติด ตั้ง
การบารุงรกั ษาและค่าใชจ้ ่ายตลอดอายุการใชง้ านของ
วสั ดุทบึ น้าต่างๆเหล่านนั้
3.3 คดั เลอื กวสั ดุทบึ น้าทเ่ี หมาะสมสาหรบั ใชส้ รา้ ง
ชนั้ ทบึ น้าป้องกนั การรวั่ ซมึ
3.4 นาวสั ดุทบึ น้าทค่ี ดั เลอื กไปสรา้ งบ่อหรอื สระน้า
จาลองเพ่อื ดปู ระสทิ ธภิ าพการป้องกนั การรวั่ ซมึ ของน้า
3.5 นาวสั ดุทบึ น้าทค่ี ดั เลอื กไปใชส้ รา้ งชนั้ ทบึ น้าใน
สภาพใชง้ านจรงิ
64
4.2 การสร้างชัน้ ทึบน้า ในสระจาลองโดยใช้ รปู ท่ี 5 สรา้ งสระจาลองป้องกนั ขนาดกวา้ งยาว 10 ม.
เบนโทไนท์ (Christopher Self, 2010) พน้ื ทก่ี ารทดลอง รปู ท่ี 6 ปรบั ดา้ นลาดของสระจาลองลกึ 2 เมตร
อยู่ในเขตโครงการส่งน้าและบารุงรกั ษากาแพงแสน
ตาบลห้วยขวาง อาเภอกาแพงแสน จงั หวดั นครปฐม
พน้ื ทส่ี ระจาลองขนาดกวา้ ง 10 เมตร ยาว 10 เมตร ลกึ
2 เมตร จานวน 2 สระ สระท่ีหน่ึงมีชนั้ ทึบน้าท่ใี ช้ผง
เบนโทไนตเ์ ป็นชนั้ ทบึ น้าหนา 2 เซนตเิ มตร แลว้ มชี นั้
ดนิ ปิดทบั ชนั้ ทบึ น้าหนา 30 เซนตเิ มตร สว่ นสระทส่ี อง
เป็ นสระท่ีไม่มีชั้นทึบน้ าแล้วเติมน้ าจากคลอง
ชลประทานจนถึงระดับเก็บกัก จึงเริ่มวัดการรัว่ ซึม
พบว่าน้าในสระทม่ี ชี นั้ ทบึ น้ามกี ารรวั่ ซมึ น้อยมาก สว่ น
ในสระท่ไี ม่มีชนั้ ทบึ น้ามกี ารรวั่ ซมึ มาก พบว่าในเวลา
4 วนั น้าในสระทไ่ี ม่มชี นั้ ทบึ น้าจะแหง้ หมดเน่อื งจากพน้ื
สระทงั้ สองสระเป็นดนิ ทราย ดังแสดงในรูปท่ี 3, 4, 5,
6, 7, 8, 9, 10, 11, 12, 13, 14, 15, 16, 17, 18 และ 19
ตามลาดบั
รปู ท่ี 3 พน้ื ทส่ี รา้ งสระจาลองป้องกนั การรวั่ ซมึ
รปู ท่ี 7 ขดุ สระจาลองสระท่ี 2 ขนาดเทา่ สระท่ี 1
รปู ท่ี 4 ขนาดพน้ื ทส่ี รา้ งสระจาลองป้องกนั การรวั่ ซมึ
รปู ท่ี 8 การเตรยี มเบนโทไนตส์ าหรบั ทาชนั้ ทบึ น้า
65
รปู ท่ี 9 เทผงเบนโทไนตส์ าหรบั ทาชนั้ ทบึ น้าทพ่ี น้ื สระ รปู ท่ี 13 ใชด้ นิ เดมิ บดอดั ปิดทบั เบนโทไนต์
รปู ท่ี 10 นาดนิ เดมิ มาบดอดั ปิดทบั ชนั้ ป้องกนั รปู ท่ี 14 เตมิ น้าลงในสระทม่ี ชี นั้ ป้องกนั การรวั่ ซมึ
การรวั่ ซมึ ทพ่ี น้ื สระ
รปู ท่ี 11 ใสผ่ งเบนโทไนตบ์ นดา้ นลาดของสระ รปู ท่ี 15 เตมิ น้าลงในสระทไ่ี มม่ ชี นั้ ป้องกนั การรวั่ ซมึ
รปู ท่ี 12 เกลย่ี เบนโทไนตใ์ หม้ คี วามหนาสม่าเสมอ
66
รปู ท่ี 16 สระทม่ี ชี นั้ ป้องกนั การรวั่ ซมึ และกาลงั เตมิ น้า 4.3 การป้องกันการรัว่ ซึมของสระเก็บน้าโดยใช้
แผ่นดนิ เหนยี วสงั เคราะห์ (Geosynthetic Clay Liners,
GCL) พบว่าแผ่นดินเหนียวสังเคราะห์สามารถใช้
ป้องกนั การรวั่ ซมึ ของสระเกบ็ น้าได้ดี โดยสรา้ งชนั้ ทบึ
น้าในสระเกบ็ น้าทม่ี กี ารรวั่ ซมึ มาก ขนาดพน้ื ทป่ี ระมาณ
หน่ึงไร่ ผลการสร้างและเกบ็ น้าสามารถลดการรวั่ ซมึ
ของน้าได้ดีมาก ดงั แสดงในรูปท่ี 20, 21, 22, 23, 24,
25, 26, 27, 28 และ 29
รปู ท่ี 17 เตมิ น้าในสระใหถ้ งึ ระดบั ขอบสระ รปู ท่ี 20 สภาพสระก่อนสรา้ งชนั้ ป้องกนั การรวั่ ซมึ
รปู ท่ี 18 สระทไ่ี ม่มชี นั้ ทบึ น้าจะแหง้ หมดใน 4 วนั รปู ท่ี 21 การปรบั ดา้ นลาดขอบสระใหเ้ หมาะสมกบั
การสรา้ งชนั้ ทบึ น้า
รปู ท่ี 19 สระทม่ี ชี นั้ ทบึ น้าระดบั น้าคงทห่ี ลงั ขงั น้า 4 วนั
67
รปู ท่ี 22 แผ่นดนิ เหนยี วสงั เคราะหบ์ รรจใุ นถุงพลาสตกิ รปู ท่ี 25 การปดู นิ บนแผน่ ดนิ เหนียวสงั เคราะหใ์ หท้ วั่
ป้องกนั ความชน้ื
รปู ท่ี 23 นาแผ่นดนิ เหนียวสงั เคราะหว์ างบนพน้ื ทร่ี าบ รปู ท่ี 26 เกบ็ น้าจากฝนในชว่ งเดอื นพ.ค.-มยิ .56
มวี สั ดุป้องกนั ความชน้ื จากพน้ื ลา่ ง
รปู ท่ี 24 นาแผน่ ดนิ เหนยี วสงั เคราะหป์ ตู ่อกนั ตามแนว รูปท่ี 27 ทางรับน้าฝนลงสระป้ องกันการกัดเซาะ
ขวางของสระเกบ็ น้า
68
รปู ท่ี 30 X-Ray Diffraction Pattern ดนิ จากเพชรบรู ณ์
รปู ท่ี 28 ปลกู หญา้ รอบสระป้องกนั การกดั เซาะ
รปู ท่ี 31 X-Ray Diffraction Pattern ดนิ จากลพบุรี 1
รปู ท่ี 32 X-Ray Diffraction Pattern ดนิ จากลพบรุ ี 2
รปู ท่ี 29 ปลกู หญา้ แฝกขอบบนของสระกนั การกดั เซาะ
4.4 การพฒั นาวสั ดุในประเทศทดแทนเบนโทไนท์ รปู ท่ี 33 X-Ray Diffraction Pattern
จากต่างประเทศ จากการสารวจแหล่งวสั ดุสาหรบั ผลติ ของดนิ จากสมทุ รสงคราม
เบนโทไนท์พบว่าแหล่งวัสดุจากจังหวัดเพชรบูรณ์
ลพบุรี และสมุทรสงคราม มีแร่ดินเหนียวเป็ น 5. สรปุ
Montmorillonite ท่ีสามารถพัฒนาให้มีคุณสมบัติ 5.1 สามารถใช้เบนโทไนต์สร้างชัน้ ทึบน้าเพ่ือ
ใกล้เคียงเบนโทไนท์ได้ จากผลการวิเคราะห์แร่ดิน
เหนียวดว้ ยเครอ่ื ง X-Ray Diffraction แสดงในรปู ท่ี 30, ป้องกนั การรวั่ ซมึ ของสระเกบ็ น้าไดเ้ ป็นอย่างดี
31, 32 และ 33 5.2 สามารถใช้แผ่นดนิ เหนียวสงั เคราะหเ์ ป็นชนั้
ทบึ น้าสาหรบั สระเกบ็ น้าไดเ้ ป็นอย่างดี
5.3 สารวจพบวสั ดุทม่ี คี ณุ สมบตั เิ หมาะสมสามารถ
พฒั นานามาทดแทนเบนโทไนต์สาหรับป้องกนั การ
รวั่ ซมึ ของสระเกบ็ น้าบรเิ วณจงั หวดั สมุทรสงคราม
69
6. ขอ้ เสนอแนะ
6.1 เจาะสารวจและวิเคราะห์คุณสมบตั ิของดิน
ก่อนสรา้ งสระเกบ็ น้า
6.2 ชนั้ ทบึ น้าทส่ี รา้ งดว้ ยเบนโทไนต์หรอื แผ่นดนิ
เหนียวสงั เคราะห์ ต้องมีชนั้ ป้องกนั ไม่ใหน้ ้าสมั ผสั ได้
โดยตรง
6.3 ต้องมีทางเข้าและออกของน้าท่ีสามารถ
ป้องกนั การกดั เซาะจากน้าทไ่ี หลลงสระ
6.4 พฒั นาเคร่อื งบดและผสมสารเคมขี นาดเลก็
เพ่อื ผลติ เบนโทไนต์สาหรบั ป้องกนั การรวั่ ซมึ ของสระ
เกบ็ น้าจากแหลง่ วสั ดใุ นประเทศ
7. กิตติกรรมประกาศ
ขอบคุณผู้บงั คบั บญั ชาทุกระดบั ชนั้ ผู้ร่วมวจิ ยั และ
เจ้าหน้าท่ีท่ีเก่ียวข้องท่ีให้การสนับสนุนการดาเนิน
งานวจิ ยั จนสาเรจ็ เรยี บรอ้ ย
8. เอกสารอ้างอิง
Nathaniel Miller .2010. How to Seal a Farm
Pond.http://www.ehow.com/how_5139936_se
al-farm-pond.html
Basic of Pond Building. www.abcponds.com
Christopher Self. (2010). Bentonite: Pond Sealant.
http://www.jpself.com
Donald L. Pfost. , Don Williams Richard Koenig.
1997. Reducing Pond Seepage. Natural
Resources Conservation Service and
Department of Agricultural Engineering.
University of Missuri.
70
การบริหารจดั การอทุ กภยั ดินโคลนถล่มของลมุ่ น้าท่ีมีเขตรอยเล่ือน (Fault Zone)
โดยมาตรการเตือนภยั และการมีส่วนรว่ มของประชาชนในพืน้ ท่ีเสี่ยงภยั สาหรบั
พืน้ ที่ต้นน้า ในภาคเหนือของประเทศไทย
(กรณีศึกษาล่มุ น้าแม่งอน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่)
Flood and Debris Flow Disaster Management for Fault Zone Watershed
By Participatory and Warning Measure in Risk Water Source Area ,
Northern Region of Thailand
(Case Study of Mae-Ngon Basin, Fang District, Chiangmai Province)
ชชั ชยั เพชรอกั ษร
สว่ นวศิ วกรรมบรหิ าร สานกั ชลประทานท่ี 1 เลขท่ี 27 ถ.ท่งุ โฮเตล็ อ.เมอื ง จ.เชยี งใหม่ 50000
โทร 053-246-467 ,E-mail: [email protected]
บทคดั ย่อ
อุทกภยั ดนิ โคลนถล่มลุ่มน้าแม่งอน ต.แมง่ อน อ.ฝาง จ.เชยี งใหม่ วนั ท่ี 9 ตุลาคม 2549 มผี เู้ สยี ชวี ติ 7 คน มูลคา่
ความเสยี หายรวม 638 ล้านบาท เกดิ ขน้ึ 3 ครงั้ ในรอบ 40 ปี นามาซง่ึ การศกึ ษาตะกอนดนิ โคลนถล่มโดยการสารวจ ภูมิ
ประเทศภาคพ้นื ดนิ สารวจปฐพวี ทิ ยา สารวจธรณีวทิ ยาและการทดสอบคณุ สมบตั ทิ างดา้ นวศิ วกรรมของตะกอนดนิ โคลน
ถล่มในหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร พบว่าตะกอนท่เี กดิ จากการเคล่อื นพงั ของลาดเขา (Land Slide Sediment) มปี รมิ าตร 343,148 ลบ.
ม. ประกอบดว้ ยตะกอนหยาบ (Gravel, Cobble, Bolder) = 47,548 ลบ.ม. ตะกอนทราย (Sand) = 236,480 ลบ.ม. ตะกอน
ดนิ (Silt&Clay) = 59,120 ลบ.ม. ปรมิ าตรตะกอนท่เี กิดจากการเคล่อื นพงั ของลาดเขา (Land Slide Sediment) มปี รมิ าณ
เป็น 127.54 เท่าของปรมิ าตรตะกอนทเ่ี กดิ จากการชะลา้ งหน้าดนิ (Erosion Sediment) ผลการวเิ คราะหไ์ ด้ ความหนาแน่น
การไหลของตะกอนดินโคลนถล่ม (Density of Debris Flow) = 1.69 ตัน/ลบ.ม. ความเข้มข้นของตะกอน (Sediment
Concentration) = 0.636 การทดสอบหินฐานรากโดย X-ray Diffractometer เป็นหิน Carbonate Alterate meta-pelite
ชนิดของ Clay Mineral มสี ่วนประกอบของแร่ ควอตซ์ แมกนีเซย่ี มแคลไซต์ แรโ่ ดโลไมต์ สว่ นประกอบของแร่ดนิ เหนียวใน
กลุ่ม (Illite) ไม่สามารถพองตวั และขยายตวั ในน้า การทดสอบด้านวิศวกรรมในระบบ Hoek&Brown (2006) ค่า GSI
อยใู่ นช่วง 30 - 35 การแกป้ ญั หาภยั พบิ ตั ดิ งั กล่าวโดยวธิ กี ารตรวจวดั สภาวะก่อนวกิ ฤตกิ ารเคล่อื นพงั ของลาดเขาสาหรบั
ลุ่มน้าแม่งอน โดยติดตงั้ สถานีตรวจวดั ตวั แปรก่อนวกิ ฤตกิ ารเคล่อื นพงั ซ่งึ ส่งผ่านข้อมูลตรวจวดั ณ เวลาปจั จุบนั (Real
Time) เขา้ แบบจาลองทางคณิตศาสตร์ ARMA (Auto Regressive Moving Average) พยากรณ์ล่วงหน้า 6 ชวั ่ โมง หากค่า
พยากรณ์ความขนุ่ กระแสน้าถงึ 300 NTU ระบบ จะสง่ SMS เตอื นภยั ชุมชนเพ่อื อพยพสทู่ ่ปี ลอดภยั และยงั แสดงผลหน้าจอ
มอื ถือซ่งึ ประชาชนเขา้ ถงึ ได้ง่าย กระบวนการดงั กล่าวและการมสี ่วนร่วมในการบรหิ ารจดั การอุทกภยั ดนิ โคลนถล่มของ
ชุมชนนามาซ่งึ ความสาเรจ็ ในการบรหิ ารจดั การอุทกภยั ดนิ โคลนถล่มอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพโดยมาตรการไม่ใช้สงิ่ ก่อสร้าง
สามารถขยายผลในพน้ื ทต่ี า่ งๆทวั ่ ประเทศ
คาสาคญั : การบรหิ ารจดั การดนิ โคลนถล่ม แบบจาลองทางคณิตศาสตร์ Auto Regressive Moving Average
การเตอื นภยั การมสี ว่ นร่วมของประชาชน
71
1. บทนา วนั ท่ี 6 ตุลาคม 2549 3.80 มลิ ลเิ มตร
วนั ท่ี 7 ตุลาคม 2549 24.60 มลิ ลเิ มตร
ประเทศไทยในช่วง 30 ปีท่ีผ่านมาได้รับความ วนั ท่ี 8 ตุลาคม 2549 138.60 มลิ ลเิ มตร
เสยี หายจากอุทกภยั ดนิ ถล่มอย่างต่อเน่ืองและนับวนั วนั ท่ี 9 ตุลาคม 2549 34.40 มลิ ลเิ มตร
ยง่ิ จะทวคี วามรุนแรงยง่ิ ขน้ึ เน่ืองมาจากการตงั้ ถน่ิ ฐาน
ของประชาชนเขา้ ไปอย่ใู นเขตทอ่ี นั ตรายจากแผ่นดนิ ปรมิ าณฝนทต่ี กในชว่ งวนั ดงั กล่าวก่อใหเ้ กดิ น้าไหล
ถล่มมากข้ึน และมีการเปล่ียนแปลงสภาพการใช้ หลากฉับพลันในลาห้วยแม่งอน พัดพาเอาเศษไม้
ประโยชน์ท่ดี นิ เพ่ือการพฒั นา อีกทงั้ ผลกระทบจาก หนิ ดนิ ทราย และโคลน ทาความเสยี หายต่อหมู่บ้าน
ส ภ า ว ะ ภู มิอ า ก า ศ เ ป ล่ีย น แ ป ล ง จ า ก ป ร า ก ฏ ก า ร ณ์ ย า ง ผู้เสีย ชีวิต จ า น ว น 7 ค น เกิดผ ลก ร ะ ท บ
โลกร้อนทาให้พฤติกรรมของฝนส่อท่ีจะทาให้ปญั หา 13 หมู่บ้าน 3,520 ครัวเรือน พืชผลทางการเกษตร
อุทกภยั ดนิ โคลนถล่มรุนแรงข้นึ ไปจากเดมิ ตวั อย่าง เสยี หาย 9,390 ไร่ สาธารณะประโยชน์เสยี หายจานวน
เหตุการณ์จากแผ่นดนิ ถล่มและน้าหลากอย่างรุนแรง มากมูลค่าความเสียหายทัง้ ทางตรงและทางอ้อม
ในประเทศไทย (ตามตารางท่ี 1) ประมาณ 638,859,682 บาท (ตามรปู ท่ี 1)
ต า รา ง ท่ี1 แ ส ดง ตัว อย่ า ง ค ว า ม เสีย ห า ย จ า ก
แผน่ ดนิ ถลม่ (วรากร และคณะ, 2546)(ชชั ชยั ,เพมิ่ เตมิ )
ช่วงเกดิ พน้ื ท่ี ผเู้ สยี ชวี ติ ล่มุ น้าแม่งอน อ.ฝาง จ.
เหตุการณ์ (คน) เชียงใหม่
พฤศจกิ ายน อ.ทบั สะแก 12
พ.ศ.2513 จ.ประจวบครี ขี นั ธ์
มกราคม อ.รอ่ นพบิ ลู ย์ 58
พ.ศ.2518 จ.นครศรธี รรมราช
ธนั วาคม กงิ่ อ.ศรบี รรพต 4
พ.ศ.2525 จ.พทั ลุง
พฤศจกิ ายน อ.พปิ นู >200 รูปท่ี 1 แสดงตาแหน่งท่ีตัง้ ลุ่มน้าแม่งอน ต.แม่งอน
พ.ศ.2531 จ.นครศรธี รรมราช 1 อ.ฝาง จ.เชยี งใหม่ และความเสยี หายเน่ืองจากอุทกภยั
สงิ หาคม อ.เขาคชิ ฌกฏู >30 ดนิ โคลนถลม่ ของลุ่มน้าแมง่ อน วนั ท่ี 9 ตุลาคม 2549
พ.ศ.2541 จ.จนั ทบรุ ี
พฤษภาคม อ.วงั ชน้ิ ลุ่มน้าแม่งอน ต.แม่งอน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ห่าง
พ.ศ.2544 จ.แพร่ จากตัวเมืองเชยี งใหม่ 154 กโิ ลเมตร ตามทางหลวง
หลวงแผ่นดนิ หมายเลข 107 (เชยี งใหม่-ฝาง) มอี าณา
สงิ หาคม อ.หล่มสกั 135 เขตตดิ ต่อดงั น้ี
พ.ศ.2544 จ.เพชรบรู ณ์
ตุลาคม อ.ฝาง 7 ทศิ เหนอื ติ ด ต่ อ กั บ ป ร ะ เ ท ศ เ มี ย น ม า ร์
ทศิ ใต้ และอาเภอแม่อาย จ.เชยี งใหม่
พ.ศ.2549 จ.เชยี งใหม่ ตดิ ต่อกบั อาเภอไชยปราการ
จ.เชยี งใหม่
วนั ท่ี 6-9 ตุลาคม 2549 ไดเ้ กดิ ฝนตกหนักในพ้นื ท่ลี ุ่ม
น้าแม่งอน จากข้อมูลปริมาณน้าฝนท่ีสถานีเกษตร
หลวงอ่างขาง อาเภอฝาง จงั หวดั เชยี งใหม่ ดงั น้ี
72
ทศิ ตะวนั ออก ตดิ ต่อกบั อาเภอแมส่ รวย จ.เชยี งราย ต ะ ก อ น ห ย า บ (Gravel, Cobble, Bolder) เ พ่ือ ห า
ทศิ ตะวนั ตก ตดิ ต่อกบั ประเทศเมยี นมาร์ ขอบเขตการทับถมและความหนาการทับถมของ
ตะกอนหยาบ
พน้ื ทโ่ี ครงการอยู่ในเขต ตาบลแม่งอน อาเภอฝาง
จงั หวัดเชียงใหม่ พิกดั 47 QNC 173-060 (051729
mE, 2206048 mN) ระวาง 4848-IV ลาดบั ชุด L7017
2. วตั ถปุ ระสงคก์ ารวิจยั รูปท่ี 3. แสดงการสารวจปฐพวี ทิ ยาบรเิ วณทบั ถมของ
ตะกอนดนิ โคลนถลม่
เพ่อื ศึกษาพฤติกรรมตะกอนดนิ โคลนถล่มลุ่มน้า
แม่งอน ต.แม่งอน อ.ฝาง จ.เชยี งใหม่ และการบรหิ าร 3.2 ศึก ษ า ค ุณ ส ม บ ตั ธิ ร ณ ีว ทิ ย า ฐ า น ร า ก
จัด ก า ร อุ ท ก ภั ย ดิ น โ ค ล น ถ ล่ ม ลุ่ ม น้ า แ ม่ ง อ น ลุ่มน้าแม่งอน ต.แม่งอน อ.ฝาง จ.เชยี งใหม่
ต.แม่งอน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ โดยมาตรการไม่ใช้
สงิ่ ก่อสร้างและการเตอื นภยั สภาวะก่อนวกิ ฤตอุทกภยั 3.2.1 การเจาะสารวจธรณีวทิ ยาฐานรากลุ่ม
ดินโคลนถล่ม และการมีส่วนร่วมของราษฎรลุ่มน้า น้าแม่งอน โดยดาเนินการเจาะสารวจธรณีวทิ ยาฐาน
แมง่ อน รากบรเิ วณลุ่มน้าแม่งอน อ.ฝาง จ.เชยี งใหม่ ความลกึ
รวม 190 เมตร
3. ขนั้ ตอนการดาเนินงาน
3.2.2 การทดสอบคุณสมบตั หิ นิ ฐานรากของ
3.1 ศกึ ษาคุณสมบตั ิตะกอนดินโคลนถล่ม ลุ่มน้า ลุ่มน้าแม่งอน อ.ฝาง จ.เชยี งใหม่ ตวั อย่างหนิ ฐานรา
แ ม่ ง อ น ต .แ ม่ ง อ น อ .ฝ า ง จ .เ ชีย ง ใ ห ม่ โ ด ย กลุ่มน้าแม่งอน จากการเจาะสารวจธรณีวทิ ยาฐานราก
เพื่อทดสอบคุณสมบตั ทิ างดา้ นวศิ วกรรมและศลิ า
3.1.1 การสารวจภูมิประเทศภาคพ้ืนดิน โดย วรรณนาในหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร (ตามรปู ท่ี 4)
การสารวจวงรอบขอบเขตท่ตี ะกอนทบั ถม (ตามรูปท่ี
2)
รปู ท่ี 2 แสดงการสารวจภูมปิ ระเทศภาคพน้ื ดนิ บรเิ วณ รปู ท่ี 4 แสดงการเตรยี มตวั อย่างเพ่อื ทดสอบคุณสมบตั ิ
ทบั ถมของตะกอนดนิ โคลนถล่ม หนิ ฐานราก
3.1.2 การสารวจปฐพีวิทยาและการสารวจ วเิ คราะห์ชนิดของ Clay Mineral โดยวิธี X-ray
ธรณีวทิ ยาการสารวจปฐพีวทิ ยาบรเิ วณพ้นื ท่เี กดิ การ Diffractrometer ทดสอบคุณสมบัติด้านวิศวกรรม
ทับ ถ ม ข อ ง ต ะ ก อ น โ ด ย ก า ร เ จ า ะ ส า ร ว จ ด้ว ย ของหนิ ฐานรากในระบบ Hoek & Brown (2006) เพ่อื
Hand Auger จากผวิ หน้าการทบั ถมของตะกอนลงไป ประเมนิ กาลงั ของ Rock Mass จาก Intact Rock
ถึงระดับพ้ืนดินเดิมเพ่ือหาความลึกการทับถม ของ
ตะกอนดินโคลนถล่ม และเก็บตัวอย่าง ตะกอนดิน 3.3 ศกึ ษามาตรการไม่ใชส้ งิ่ ก่อสรา้ งและการมี
โคลนถล่มโดยการ ขุดบ่อยืม (Test Pit) (ตามรูปท่ี 3) ส่วนร่วมของราษฎรลุ่มน้าแม่งอน ตาบลแม่งอน
การสารวจธรณีวทิ ยาโดยการสารวจบรเิ วณทบั ถมของ
73
อ.ฝาง จ.เชยี งใหม่ พรอ้ มหาแนวทางการแกป้ ญั หา เศษวสั ดุ (ดนิ , หนิ , ตน้ ไม,้ ตอไม)้ เคล่อื นออกจากฐาน
โดยการเตอื นภยั จากสถานีโทรมาตร ดาเนินการ การเคล่อื นพงั โดยพบว่ามเี พยี งบางส่วนเคล่อื นไปถึง
สมั มนาเสรมิ สรา้ งการมสี ่วนร่วมของประชาชน ลาน้า (ลาน้าแม่งอนและลาน้าแม่ขาน) โดยวสั ดุท่ีมี
การบรหิ ารจดั การอุทกภยั และดนิ ถล่มของลุ่ม ขนาดใหญ่ (Gravel, Cobble, Bolder) จะสะสมบรเิ วณ
แม่น้างอน ณ องค์การบรหิ ารสว่ นตาบลแม่งอน อ.ฝาง ตลงิ่ น้า โดยวสั ดทุ ม่ี ขี นาดเลก็ (Sand, Silt, Clay) จะถกู
จ.เชยี งใหม่ ช่วงปีพ.ศ. 2553 ถงึ พ.ศ.2554 มี พดั พาไปตามกระแสน้า ดงั นัน้ ปจั จยั ทม่ี ผี ลต่อการพดั
ผเู้ ขา้ ร่วมสมั มนา จานวน 42 คน (ชาย 35 คน หญงิ 7 พาตะกอนดนิ โคลนถลม่ ไดแ้ ก่
คน)
1. ความลาดชนั ของลาดเขาทเ่ี กดิ การเคลอ่ื นพงั
2. ขนาดของตะกอนดนิ โคลนถลม่
3. อตั ราการไหลของลาน้า
4. ความเรว็ ของกระแสน้า
รปู ท่ี 5 แสดงการดาเนินงาน การมสี ว่ นร่วมของราษฎร ซ่ึง จ า กส ภ า พ ดัง ก ล่ า ว เป็ นก า ร ย า กท่ีจ ะ
ลุ่มน้าแมง่ อน คาดการณ์ จนสามารถระบุตาแหน่งทเ่ี กดิ การเคล่อื นพงั
ของลาด, ปริมาณเศษวัสดุ (ดิน, หิน, ต้นไม้, ตอไม้) ท่ี
พนื้ ทเ่ี สี่ยงเกดิ กำรเคลอื่ นพงั ของลำดเขำ เกิดการเคล่อื นพงั ของลาด, ปริมาณเศษวสั ดุ (ดนิ , หิน,
ขอบเขตพนื้ ทร่ี ับนำ้ ของล่มุ นำ้ แม่งอน ตน้ ไม,้ ตอไม)้ ทเ่ี คล่อื นออกจากตาแหน่งเคล่อื นพงั จน
ไปถงึ ลาน้า, ปรมิ าณเศษวสั ดุท่สี ะสมบรเิ วณตลงิ่ ลาน้า
พนื้ ทเี่ ส่ียงเกดิ กำรเคลอ่ื นพงั ของลำดเขำ (Sediment Deposite), ปริมาณเศษวัสดุ (ดิน, หิน,
ตน้ ไม้, ตอไม้) ท่ถี ูกพดั พา (Sediment Transport) จน
พนื้ ทปี่ ระสบภยั หนิ และดนิ ถล่ม มาถึงพน้ื ทเ่ี สย่ี งภยั เวลาท่เี กดิ การเคล่อื นพงั ของลาด
วันที่ 9 ต.ค.2549 เขาและระยะเวลาการเดินทางของเศษวัสดุ (Debris
Flow) ตลอดจนเวลาทเ่ี ศษวสั ดุ (Debris Flow) ถูกพดั
รูปท่ี 6 แผนท่แี สดงพ้นื ท่เี สย่ี งเกดิ การเคล่อื นพงั ของ พาจนถงึ พ้นื ทเ่ี สย่ี งภยั จากลกั ษณะของลุ่มน้าแม่งอน
ลาดเขา อ.ฝาง จ.เชยี งใหม่ ซง่ึ เป็นลุ่มน้าทม่ี เี ขตของรอยเล่อื น
(Fault Zone) ซง่ึ ผลการศกึ ษาวจิ ยั ปรมิ าณตะกอนของ
จากการสารวจภูมปิ ระเทศบรเิ วณทเ่ี คยเกดิ การ ลุ่มน้าแม่งอน อ.ฝาง จ.เชยี งใหม่ สอดคลอ้ งกบั ลุม่ น้าใน
เคล่อื นพงั ของลาดเขา ปี พ.ศ. 2549 และ บรเิ วณทเ่ี คย ทวีปอเมริกาท่ีมีบริเวณเขตรอยเล่ือน (Fault Zone)
เคล่อื นพงั เม่อื เกดิ เหตุอุทกภยั ดนิ โคลนถล่มทงั้ 3 ครงั้ ซ่ึ ง เ กิ ด ต ะ ก อ น ท่ี เ กิ ด ก า ร เ ค ล่ื อ น พั ง ข อ ง ล า ด เ ข า
ในรอบ 40 ปี พบว่า เม่ือการเคล่ือนพงั ของลาดเขา (Landslide Sediment) มปี รมิ าณเกนิ กวา่ 100 เท่าของ
เกิดข้นึ แล้ว เศษวสั ดุ (ดิน, หิน, ต้นไม้, ตอไม้) ส่วน ปรมิ าณตะกอนท่เี กดิ จากการชะลา้ งหน้าดนิ (Erosion
ใหญ่ยงั คงกองอยู่ทฐ่ี านของลาดทเ่ี กดิ การเคล่อื นพงั มี Sediment) ซ่ึงต้นเหตุ ของการสูญ เสียชีวิต และ
บางบรเิ วณซง่ึ มคี วามลาดชนั สงู มากกวา่ 45 - 60 องศา ทรพั ยส์ นิ ของราษฎรและทางราชการ คอื ตะกอนทเ่ี กดิ
จากการเคล่อื นพงั ของลาดเขา (Landslide Sediment)
ในการตดิ ตงั้ อุปกรณ์ตรวจวดั พฤติกรรมการเคล่อื นตวั
ของลาดเขามีข้อจากัดท่ีมีความยุ่งยากในการติดตัง้
อุปกรณ์ตรวจวดั หรอื สถานีตรวจวดั การเคล่อื นตวั ของ
74
ลาดเขาใหต้ รงตาแหน่งของการเรม่ิ เกดิ การเคล่อื นพงั ประสิทธิภาพและไม่โดนขโมย โดยพิจารณาแนว
ของลาดเขา ความยุ่งยากอีกประการหน่ึงคือ การ ทางการติดตัง้ ท่ีตาแหน่งท่ีเป็นจุดออกของลุ่มน้า
ตรวจวดั ปรมิ าณเศษวสั ดุ (Debris Flow) ทถ่ี ูกพดั พามา (Watershed Outlet) ของแต่ละลุ่มน้าสาขาและของลุ่ม
กบั กระแสน้า เน่ืองจากเม่อื เกดิ การเคล่อื นพงั ของลาด น้ารวม ในบรเิ วณทเ่ี ขา้ ถงึ เพอ่ื ทาการบารุงรกั ษาไดง้ ่าย
เขาบรเิ วณเขตรอยเล่อื น เศษดนิ หนิ ถล่มส่วนใหญ่ทบั และในการติดตงั้ อุปกรณ์ตรวจวดั ท่ลี าน้าและและจุด
ถมอย่กู บั ท่ี ส่วนทถ่ี ูกพดั พามาโดยกระแสน้าหลาก ซง่ึ ออกของลาน้าและของลุ่มน้าเป็นการแกป้ ญั หาความไม่
เป็นส่วนท่ตี ้องติดตามพฤติกรรมการพดั พา ของเศษ แน่นอนของเศษวสั ดุ (Debris Flow) ในการเคล่ือนท่ี
ดินหินถล่ม (Debris Flow) จนถึงพ้ืนท่ีเส่ียงภัยซ่ึงมี จากจุดเกดิ การเคล่อื นพงั ของลาดเขาถงึ ลาน้าและการ
ขั้น ต อ น ท่ี ยุ่ ง ย า ก ซับ ซ้ อ น มี โ อ ก า ส เ กิด ค ว า ม ตกตะกอนทบั ถม (Sediment Deposite) และการพดั พา
คลาดเคล่อื นในการตรวจวดั สูง เน่ืองจากระหว่างทาง จากการกระแทก ซง่ึ เกดิ ความไม่สม่าเสมอของความ
ของการพัดพา ปริมาณเศษวัสดุ ( Debris Flow) เข้มข้นของตะกอน (Sediment Concentration) ของ
บ า ง ส่ ว น เ กิด ก า ร ต ก ต ะ ก อ น ทับ ถ ม ( Sediment ตะกอนท่มี ขี นาดใหญ่ (Gravel, Cobble, Bolder) โดย
Deposite) ทาให้ความเขม้ ข้นของตะกอน (Sediment ในการตดิ ตงั้ สถานีโทรมาตรตรวจวดั การเคล่อื นตวั ของ
Concentration) ลดลง ในขณะเดียวกันการพัดพา ลาดเขาตรวจวดั ลกั ษณะสภาพรวมของลุ่มน้า (Lump
ของเศษดนิ หนิ ถลม่ (Debris Flow) ในบางชว่ งของ ลา Condition) เพ่อื ตรวจวดั ตวั แปรก่อนวกิ ฤติการเคล่อื น
น้ า ร ะ ห ว่ า ง ท า ง ข อ ง ก า ร พัด พ า ท่ี มีค ว า ม แ ร ง ข อ ง พงั ไดแ้ ก่ ปรมิ าณฝน, ความช้นื ในมวลดนิ , อตั ราการ
กระแสน้าสงู เกดิ แรงกระแทกทาลายลา้ งสงู ไดเ้ กดิ การ ไหลในลาน้า, ความขุ่นของน้า ซ่งึ ตาแหน่งการตดิ ตงั้
ประทะกระแทกระหว่างเศษดนิ หนิ ถล่ม (Debris Flow) สถานโี ทรมาตรทงั้ สน้ิ 4 สถานี (ตามรูปท่ี 7)
ท่ถี ูกพดั พาโดยกระแสน้ากบั ส่วนท่เี กดิ การตกตะกอน
ทบั ถม จนทาใหส้ ่วนทเ่ี กดิ การตกตะกอนทบั ถม ถูกพดั 1. สถานลี าน้ายอ่ ยแมข่ าน
พาร่วมกบั เศษดนิ หนิ ถลม่ (Debris Flow) ทพ่ี ดั พาในลา
น้ า ท า ใ ห้ค ว า ม เ ข้ม ข้น ข อ ง ต ะ ก อ น ( Sediment 2. สถานลี าน้ายอ่ ยแม่งอน
Concentration) เพิ่มข้ึน ดังนัน้ การติดตัง้ สถานีโทร
มาตรตรวจวดั การเคล่อื นพงั ของลาดเขา ทต่ี ิดตงั้ ไว้ท่ี 3. สถานีกลางลมุ่ น้า
จุดเกิดการเคล่ือนพังของลาดเขาเม่ือตรวจวัดการ
เคล่ือนพังได้และรายงานแจ้งเตือนก็อาจเกิดความ 4. สถานีทจ่ี ุดออกของลมุ่ น้าแมง่ อน
คลาดเคล่อื นไม่ถูกต้อง ถ้าหากการพดั พาของเศษดนิ
หนิ ถล่ม (Debris Flow) ไมเ่ คล่อื นทถ่ี งึ พน้ื ทเ่ี สย่ี งภยั ทา (หลงั โรงงานหลวงสาเรจ็ รปู แหง่ ท่ี 1)
ใหเ้ กดิ ความสบั สนและไม่เช่อื ถอื ผลการเตอื น ปญั หา
อีกประการหน่ึงของการติดตัง้ อุปกรณ์ตรวจวัดและ การติดตัง้ อุปกรณ์ตรวจวดั สาหรบั สถานีโทร
สถานโี ทรมาตรบรเิ วณทเ่ี กดิ การเคลอ่ื นพงั ซง่ึ เป็นพน้ื ท่ี มาตรตรวจวดั ตัวแปรบ่งช้ีการเคล่อื นพงั ของลาดเขา
ทม่ี ีความลาดชนั สูง การเขา้ ถึงเพ่อื บารุงรกั ษา ทาได้ การดาเนินงานในการติดตงั้ สถานีโทรมาตรตรวจวดั
ยากและมักประสพปญั หาการลักขโมยของอุปกรณ์ กา รเ ค ลื่อน ต ัว ข อง ลา ด เข า ใ นลุ่ม น้ า แ ม่ง อ น มี
ตรวจวดั ต่างๆ และส่วนประกอบของสถานีโทรมาตร รายละเอยี ดของการติดตัง้ อุปกรณ์สาหรบั สถานีโทร
เม่อื พจิ ารณาถงึ สภาพปญั หาและขอ้ จากดั ดงั ทไ่ี ดก้ ล่าว มาตรแสดงในรูป (ตามรูปท่ี 7 - รูปท่ี 13)
มาแลว้ นนั้ วธิ กี ารทจ่ี ะตดิ ตงั้ อุปกรณ์ตรวจวดั และสถานี
โ ท ร ม า ต ร ต ร ว จ ว ัด ก า ร เ ค ล่ือ น พัง ข อ ง ล า ด เ ข า ท่ี มี
75
สถำนีลมุ่ น้ำยอ่ ยแม่ขำน ขอบเขตพ้นื ท่ีรับน้ำของลุ่มน้ำแม่งอน
สถำนีลุ่มน้ำยอ่ ยแม่งอน
สถำนีกลำงลุ่มน้ำ
สถำนีท่ี จุดออกของลมุ่ น้ำ
พนื้ ทีป่ ระสบภยั หนิ และดนิ ถล่ม
วนั ท่ี 9 ต.ค.2549
สัญลกั ษณ์
สถำนโี ทรมำตรมำตร
รูปท่ี 7 แสดงการติดตงั้ สถานีโทรมาตรตรวจวดั รปู ท่ี 10 แสดงสถานโี ทรมาตรตรวจวดั การเคล่อื นตวั
การเคล่อื นตัวของลาดเขาในลุ่มน้าแม่งอน ของลาดเขากลางลุ่มน้า
รปู ท่ี 8 แสดงสถานีโทรมาตรตรวจวดั การเคลอ่ื นตวั
ของลาดเขาล่มุ น้าย่อยแม่งอน
รปู ท่ี 11 แสดงสถานตี รวจวดั การเคลอ่ื นตวั ของลาดเขา
ทจ่ี ดุ ออกของลมุ่ น้าแมง่ อน
รปู ท่ี 9 แสดงสถานโี ทรมาตรตรวจวดั การเคล่อื นตวั
ของลาดเขาลุม่ น้ายอ่ ยแมข่ าน
รปู ท่ี 12 แสดงการตดิ ตงั้ อุปกรณ์ตรวจวดั ภายใน
สถานีโทรมาตร
76
รปู ท่ี 13 แสดงอปุ กรณ์ตรวจวดั ภายในสถานีโทรมาตร พยากรณ์ล่วงหน้าทางานร่วมกนั จนสามารถแสดงผล
และสง่ ผลแจง้ เตอื นก่อนวกิ ฤตกิ ารเคล่อื นพงั ทาไดโ้ ดย
ซ่งึ กระบวนการทางานตามรูปท่ี 14 แผนภาพ สมบรู ณ์ การตอบสนองต่อขอ้ มลู โดยการมสี ว่ นรว่ มของ
แสดงการทางานของการประยุกต์ใช้สถานีโทรมาตร ประชาชนจะส่งผลให้ระบบเตือนภยั และการบริหาร
ตรวจวดั การเคล่อื นตวั ของลาดเขาร่วมกบั แบบจาลอง จดั การอุทกภยั ดนิ โคลนถล่มเกิดประสทิ ธภิ าพสูงสุด
ทางคณิตศาสตร์สาหรับการบริหารจัดการอุทกภัย ทงั้ ในการมสี ่วนร่วมดูแลรกั ษาอุปกรณ์ตรวจวดั สถานี
ดนิ โคลนถล่ม ของลุ่มน้าแม่งอน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ โทรมาตรและการมสี ว่ นรว่ มกบั เจา้ หน้าทข่ี องภาครฐั ใน
โดยค่าตรวจวดั ซง่ึ แสดงสภาวะก่อนวกิ ฤตกิ ารเคล่อื น การบารุงรกั ษาสถานีตรวจวดั เช่นการตัดหญ้าและ
พงั ของลาดเขาไดแ้ ก่ ปรมิ าณฝน, ความชน้ื ในมวลดนิ , วชั พชื ทข่ี น้ึ บรเิ วณสถานีตรวจวดั การเป็นหเู ป็นตาดแู ล
อตั ราการไหลในลาน้า, และความข่นุ ของน้า ทต่ี รวจวดั อุปกรณ์ตรวจวดั ไม่ให้สูญหาย การระวงั ไฟป่าท่จี ะมี
ไดจ้ ะถูกสง่ ขอ้ มลู ณ เวลาปจั จุบนั (Real Time) เขา้ ผลกระทบต่ออุปกรณ์ตรวจวดั ฯลฯ
มาสู่แบบ จาลองท างคณิตศ าสตร์ ARMA (Auto
Regressive Moving Average) เพ่อื พยากรณ์ล่วงหน้า รปู ท่ี 14 แสดงแผนภาพการทางานของการประยุกตใ์ ช้
6 ชวั่ โมงหาค่าพยากรณ์เขา้ ใกลส้ ภาวะวกิ ฤตกิ ่อนการ สถานีโทรมาตรตรวจวัดการเคล่ือนตัวของลาดเขา
เคลอ่ื นพงั ของลาด เช่น ความขนุ่ ของกระแสน้าเกนิ กวา่ ร่วมกบั แบบจาลองทางคณิตศาสตรส์ าหรบั การบรหิ าร
300 NTU ระบบจะสง่ SMS แจง้ เตอื นชมุ ชนเพอ่ื อพยพ จดั การอุทกภยั ดนิ โคลนถล่ม ของลุ่มน้าแม่งอน อ.ฝาง
สู่ท่ปี ลอดภยั ทงั้ น้ีค่าตรวจวดั ณ เวลาปจั จุบนั (Real จ.เชยี งใหม่
Time) และค่าพยากรณ์ล่วงหน้าได้แสดงผลท่ีมือถือ
ตามรปู ท่ี 15 และผ่าน Web Site ของระบบซ่งึ ง่ายต่อ
การรบั รเู้ ขา้ ถงึ ขอ้ มลู ทงั้ ตวั แปรทม่ี ผี ลต่อการเคล่อื นพงั
ของลาดเขาและตัวแปรท่ีมีประโยชน์ในการบริหาร
จดั การน้าเพ่อื การชลประทานคอื ค่าความชน้ื ในมวลดนิ
และปริมาณฝน ซ่ึงทาให้การวางแผนการให้น้าพืช
มีป ระ สิทธิภ าพ ม าก ข้ึนโ ด ยส่ิง ท่ีส า คัญ ท่ีสุด คือก า ร
มสี ่วนร่วมของกลุ่มผใู้ ชน้ ้าและประชาชนผูอ้ ยู่อาศยั ใน
ลุ่มน้าแม่งอน อ.ฝาง จ.เชยี งใหม่ เม่อื การตรวจวดั ตวั
แ ป ร ส ภ า ว ะ ก่ อ น วิ ก ฤ ติ ก า ร เ ค ล่ื อ น พัง แ ล ะ ร ะ บ บ
77
รูปท่ี 15 แสดงการแสดงผลการตรวจวัดความเส่ยี ง δ คอื ค่าคงท่ี (Constant Term)
การเกดิ อุทกภยั ดินโคลนถล่ม ณ เวลาปจั จุบนั (Real .t คอื เวลา
Time) และการพยากรณ์ล่วงหน้า 6 ชงั่ โมง Δd คอื ผลต่างอนั ดบั ท่ี d
ϕ1 ,., ϕq คอื พารามเิ ตอรข์ องAutoRegressive
แบบจาลองทางคณิตศาสตร์ ที่ใช้ในการ εt คอื ค่าความคลาดเคลอ่ื น ณ เวลา t
ป ร ะ เ ม ิน ผ ล กา ร พ ย า ก รณ์ ค ือ Autoregressive
Integrated Moving Average Model (ARIMA) จาก ภายใต้ขอ้ สมบตั ทิ ่วี ่าความคลาดเคล่อื นทค่ี นละ
ร า ย ล ะ เ อ ยี ด ต่า ง ๆ ที่ก ล่า ว ใ น ข า้ ง ต ้น ถ ้า นา เวลาเป็นตวั แปรสมุ่ ทเ่ี ป็นอสิ ระต่อกนั โดยมกี ารแจกแจง
แบบจาลอง Auto Regressive แบบจาลอง Moving ปกติท่ีมีค่าเฉล่ียเป็นศูนย์ และความแปรปรวนคงท่ี
Average และกระบวนการ Integrated มาพจิ ารณา โดยกระบวนการทางานของโปรแกรม มดี งั น้ี
รวมกนั สามารถนามากาหนดเป็นรูปแบบทวั ่ ไปของ
แบบจาลอง ARIMA ท่ใี ช้ในการคานวณคอื รปู ท่ี 16 แสดง Flowchart ของโปรแกรม
แบบจาลอง ARIMA (p,d,q)
Δdyt = δ+ ϕ Δdyt-1+ ϕ Δdyt-2+…+ ϕΔdyt-p+
εt- 1εt-1-…- qεt-q
โดยท่ี
yt คอื ค่าสงั เกตในอนุกรมเวลา ณ เวลา
t
d คือ จานวนครงั้ ของการหาผลต่าง
เพ่ือให้อนุกรมเวลามีคุณสมบัติคงท่ี
(Stationary)
p คอื อนั ดบั ของ Auto Regressive
q คอื อนั ดบั ของ Moving Average
78
รปู ท่ี 17 แสดง Flowchart ของโปรแกรม 3. ผลการทดลอง
3.1 พื้นที่ประสพอุทกภยั ดินโคลนถล่ม ในเขต
ตาบลแม่งอน วนั ที่ 9 ตุลาคม 2549 (ตามรูปที่18)
มสี าเหตุความเสยี หายจากตะกอนที่เกดิ จากการ
พงั ทลายของลาดเขา ประกอบด้วย เศษหนิ ทราย
และดนิ (โคลน) ซึ่งไม่มคี วามเช่ือมแน่น ไหลด้วย
ความเรว็ สูงเกดิ แรงกระแทกทาลายล้างสูง ผลการ
สารวจภูมิประเทศ สารวจปฐพีวิทยาพื้นที่ทบั ถม
ของตะกอนดินโดลนถล่ม และทดสอบคุณสมบตั ิ
ด้านวิศวกรรม พบว่าปริมาตรตะกอนท่ีเกิดจากการ
พัง ท ลา ยข อง ลา ดเข า (Land Slide Sediment) มี
สดั ส่วนเป็น 127.54 เท่า ของปริมาตรตะกอนท่ีเกิด
จ า กกา รช ะ ล้า ง ห น้ า ดิน (Erosion Sediment) ซ่ึง
สอดคลอ้ งกบั ผลการศกึ ษาของ Tera L. Curry (2007)
ท่ีศึกษาเปรียบเทียบปริมาณตะกอนท่ีเกิดจากการ
ช ะ ล้า ง ห น้ า ดิน (Erosion Sediment) กับ ป ริม า ณ
ตะกอนท่ีเกิดจากการพังทลายของลาดเขา (Land
Slide Sediment) ของลุ่มน้า Redwood Creek basin,
North Coastal California ประเทศสหรฐั อเมรกิ า พน้ื ท่ี
ลมุ่ น้า 244 ตร.กม. จากขอ้ มลู ในชว่ งปี ค.ศ.1954 ถงึ
ค.ศ.1981 พบว่า ปริมาณตะกอนท่ีเกิดจากการ
พงั ทลายของลาดเขา (Land Slide Sediment) บรเิ วณ
ของลุ่มน้าท่ีมีรอยเล่ือนมีปริมาณมากกว่า 100 เท่า
ของค่าเฉล่ยี ของปรมิ าณตะกอนทเ่ี กดิ จากการชะล้าง
หน้าดนิ (Erosion Sediment)
รปู ท่ี 18 แสดงการแสดงผลการตรวจวดั ความเสย่ี งการ
เ กิ ด อุ ท ก ภั ย ดิ น โ ค ล่ น ถ ล่ ม ณ เ ว ล า ปัจ จุ บัน
(Real Time) และการพยากรณ์ลว่ งหน้า 6 ชวั่ โมง
79
ตารางท่ี 2 เปรียบเทียบกบั Density of Debris Flow
ของประเทศญป่ี ุน่
แม่น้า Max Min Average
Mt Yake 2.110 1.631 1.861
Nojiri River 2.039 1.121 1.784
น้าแม่งอน - - 1.690
ขนาดคละของตะกอนละเอียด (Sand, Silt &
clay) โดยวธิ Gี radation Test และ Hydrometer test มี
คุณสมบตั คิ ละตามทแ่ี สดงในรปู ท่ี 19
รูปที่ 19 แสดงพื้นที่เสยี หายเนื่องจากอุทกภัยดิน รูปท่ี 20 แสดงขนาดคละตะกอนดินโคลนถล่มของ
โคลนถล่มของลุ่มน้าแม่งอน ตะกอนละเอยี ด (Sand, Silt & Clay)
3.2 คุณสมบตั ิของตะกอนดนิ โคลนถล่มของลุ่มน้า - ค ว า ม เ ข้ ม ข้ น ข อ ง ต ะ ก อ น ( Sediment
แม่งอน ต.แม่งอน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ วันท่ี 9 ต.ค. Concentration), Cd = 0.636
2549 จากการสารวจปฐพีวิทยาบริเวณทับถมของ
ตะกอนดนิ โคลนถล่มมคี ุณสมบตั ทิ ส่ี าคญั ดงั น้ี - อตั ราการไหลของดนิ โคลนถล่มสงู สดุ (Peak
Discharge of Debris Flow), Qs = 53.118 ลบ.ม. /วท.
- ปริมาตรตะกอนหยาบ (Gravel, Cobble,
Bolder) = 47,548 ลบ.ม. - ตะกอนทเ่ี กดิ จากการชะลา้ งหน้าดนิ (Erosion
Sediment) = 2,690 ลบ.ม. /ปี
- ปรมิ าตรตะกอนละเอยี ด (Sand, Silt & Clay)
= 295,600 ลบ.ม. - อตั ราส่วนของตะกอนจากดินโคลนถล่มต่อ
ตะกอนจากการชะลา้ งหน้าดนิ = 127.54:1
- พ้ืนท่ีทับถมของตะกอนหยาบ ( Gravel,
Cobble, Bolder) = 190,790 ตร.ม.
- พ้นื ทท่ี บั ถมของตะกอนละเอยี ด (Sand, Silt
& Clay) = 496,104 ตร.ม.
- สว่ นของตะกอนละเอยี ดประกอบดว้ ยตะกอน
ทรายประมาณ 80% และตะกอนดนิ ประมาณ 20%
- ความหนาแน่นการไหลของดินโคลนถล่ม
(Density of Debris Flow) = 1.690 ตนั /ลบ
- ความหนาแน่นการไหลของดินโคลนถล่ม
(Density of Debris Flow) ของลุ่มน้าแม่งอน น้อยกว่า
ความหนาแน่นการไหลของดนิ โคลนถล่ม (Density of
Debris Flow) ประเทศญป่ี นุ่ (ตามตารางท่ี 2)
80
3.3 สภาพธรณีวทิ ยาและคุณสมบตั ชิ นั้ หนิ ฐานราก คณุ สมบตั ขิ องหนิ จงึ มคี วามทนทานต่อการพองตวั และ
การสลายตวั
บรเิ วณทเ่ี กดิ การเคลอ่ื นพงั ของ
ลาดเขา ขอบเขตพน้ื ทร่ี บั น้าของล่มุ น้าแม่ 3.3.5 การทดสอบตวั อยา่ งหนิ ดา้ นวศิ วกรรมและ
ลกั ษณะทางกายภาพของหนิ โครงสรา้ งในชนั้ หนิ และ
งอน ผิว สัม ผัส ป ร ะ ก อ บ ข้อ มู ล แ ล ะ คุ ณ ส ม บัติ ข อ ง
Discontinuity ในชนั้ หนิ ซง่ึ เป็นหนิ Meta-Sandstone,
2 พน้ื ทป่ี ระสบภยั หนิ และ Meta-Siltstone และ Meta-Mudstone พบชนั้ หินมีค่า
ดนิ ถลม่ GSI ดงั น้ี
1 วนั ที่ 9 ต.ค.2549 3.3.5.1 ในบริเวณหลุมเจาะเกบ็ ตวั อย่าง
หนิ แหง่ ท่ี 1 (ดา้ นทา้ ยน้า) พบว่าชนั้ หนิ ทราย หนิ ทราย
หลมุ เจาะเกบ็ ตวั อยา่ งหนิ แป้งและหินโคลน ถูกแปรสภาพ มีการแตกและการ
วางตัว อยู่ในเกณฑ์ Blocky/Disturbed /Seamy –
รูปท่ี 21 แผนท่แี สดงขอบเขตพ้นื ท่ขี องลุ่มน้าแม่งอน Blocky และมแี นวแตกทม่ี ผี วิ สมั ผสั แบบเรยี บและมแี ร่
การเจาะเกบ็ ตวั อย่างหนิ และพน้ื ทป่ี ระสบภยั หนิ และดนิ Alteration บรเิ วณผวิ แตก ถงึ มแี นวแตกผวิ สมั ผสั แบบ
โคลนถลม่ Slickenside ร่วมกบั แร่ทม่ี ี Alteration สูงเกดิ ร่วมดว้ ย
แต่พบเพียงเล็กน้อยในบางบริเวณ ค่า GSI จึงอยู่
3.3.1 บรเิ วณหลมุ เจาะแห่งท่ี 1, หลุมเจาะแหง่ ท่ี ในช่วง 30 - 55
2, และพน้ื ทใ่ี กลเ้ คยี งรองรบั ดว้ ย หนิ ทราย หินดนิ ดาน
หินทรายแป้งซึ่งถูกแปรสภาพ อายุ Cambrian ช่ือ 3.3.5.2 ในบรเิ วณหลุมเจาะเก็บตัวอย่าง
จากคุณสมบตั ิซึ่งได้ตรวจสอบคุณสมบตั ิทางแสงคอื หนิ แห่งท่ี 2 (ดา้ นเหนอื น้า) พบว่าชนั้ หนิ ทราย หนิ
Carbonate Alterate mete-pelite (Meta-Sandstone/ ทรายแป้ง หนิ โคลนถูกแปรสภาพคล้ายหนิ ฟิลไลท์ มี
/Meta-Mudstone) การแตกและการวางตวั ของระนาบ อยู่ในเกณฑ์ Very
Blocky – Blocky และมแี นวแตกทม่ี ผี วิ สมั ผสั แบบเรยี บ
3.3.2 สภาพธรณีวิทยาฐานรากหลุมเจาะเก็บ และมีแร่ Alteration บริเวณผิวแตก มีแนวแตก
ตวั อย่างหนิ ทงั้ 2 แห่ง พบชนั้ หนิ ฐานราก ประกอบดว้ ย ผิวสมั ผัสแบบ Slickenside ร่วมกับแร่ท่ีมี Alteration
หนิ ดนิ ดานและหนิ ทรายซ่งึ ถูกแปรสภาพ มอี ตั ราการผุ สงู เกดิ ร่วม และในบางบริเวณ พบมแี นวแตกผวิ สมั ผสั
พงั ส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ปานกลางถึงสูง หนิ ดินดานท่ี แบบ Slickenside ท่มี ีแร่ดินเหนียวแทรกด้วย ซ่ึงพบ
ระดบั ต้นื มคี ่าการรวั่ ซมึ สูงมาก แต่ทร่ี ะดบั ลกึ ลงมามคี ่า เพยี งเลก็ น้อยในบรเิ วณทเ่ี ป็นแนวแตกเปิด คา่ GSI จงึ
การรวั่ ซมึ อยใู่ นเกณฑป์ านกลางถงึ สงู อย่ใู นชว่ ง 30 - 55 (ตามรปู ท่ี 21)
3.3.3 สภาพความมนั่ คงของลาดไหล่เขา สภาพ
ภมู ปิ ระเทศเป็นไหล่เขาสงู ชนั พบการพงั ทลายของลาด
ไหล่เขา จะมลี กั ษณะเป็นหนิ หล่นและการเลอ่ื นไถลของ
ดินในระดับต้ืนและอาจมีการเล่ือนไถลของมวลดิน
ขนาดใหญ่ได้ เน่อื งจากเป็นพน้ื ทเ่ี สย่ี งภยั แผ่นดนิ ถลม่
3.3.4 จากการวเิ คราะหช์ นิดของ Clay Mineral
โดยวิธี X-ray Diffractrometer มีส่วนประกอบของแร่
ควอรตซ์ แร่กลุ่มแมกนีเซ่ียมแคลไซต์ แร่โดโลไมต์
ส่วนประกอบท่ีเป็นแร่ดินเหนียวพบ กลุ่มแร่อิลไลท์
(Illite) ดินในกลุ่มน้ีไม่สามารถพองตัวในน้ าได้
81
1 4. ผลการดาเนินงาน
2 มาตรการไม่ใช้สงิ่ ก่อสร้าง โดยการมีส่วนร่วมใน
โครงการ และมาตรการเตอื นภยั อทุ กภยั ดนิ โคลนถล่ม
รปู ท่ี 22 แสดงคา่ GSI ของหลมุ เจาะแหง่ ท่ี 1 และ 2 ของลุม่ น้าแม่งอน อ.ฝาง จ.เชยี งใหม่ โดยการการสรา้ ง
ความตระหนกั ของชุมชนในการช่วยแกป้ ญั หา
4.1 ผลการประเมนิ ประชาชนท่เี ขา้ ร่วมโครงการ
มคี วามเขา้ ใจและพงึ พอใจในการชแ้ี จงรายละเอยี ดของ
โครงการ ในระดบั มากถงึ มากทส่ี ดุ รอ้ ยละ 84.76
4.2 ประชาชนทเ่ี ขา้ ร่วมประชุมโครงการได้มสี ่วน
ร่วมในการกาหนดแนวทางการบริหารจัดการแก้ไข
ปญั หาอุทกภยั ดนิ โคลนถล่มในพน้ื ทล่ี ุ่มน้าแม่งอน โดย
การให้ขอ้ มูล ขอ้ เทจ็ จรงิ ขอ้ เสนอแนะในการกาหนด
รูปแบบโครงการท่เี หมาะสม สนองตอบความต้องการ
ของประชาชน และลดผลกระทบทอ่ี าจเกดิ ขน้ึ จากการ
ดาเนินโครงการ ฯ ผลการประเมนิ ประชาชนทเ่ี ขา้ ร่วม
การประชุมฯ มคี วามพงึ พอใจในกระบวนการมสี ว่ นร่วม
ของโครงการ ในระดบั มากถงึ มากทส่ี ดุ รอ้ ยละ 86.90
4.3 ตะกอนท่ที าให้เกดิ ความเสยี หายทงั้ ชวี ติ และ
ทรพั ย์สนิ รวมมูลค่า 638,859,682 บาท คอื ตะกอนท่ี
เกดิ จ ากกา รพงั ท ลาย ของลาดเข า ( Landslide
Sediment) โดยรูปแบบการตกของฝน (Rain fall
Pattern) ซง่ึ มปี รมิ าณน้าฝนมากในช่วงเวลาอนั สนั้ เชน่
ฝน 90 มม. ในช่วงเวลา 3 ชวั่ โมงและปรมิ าณน้าใน
มวลดนิ เป็นตวั เร่งการเคล่อื นพงั บรเิ วณเขตรอยเล่อื น
(Fault Zone) ในพน้ื ท่รี บั น้า (Watershed) ตะกอนดนิ
โคลนถล่มบางส่วนถูกพดั พาโดยน้าหลากมาบรเิ วณ
พ้ืนท่ีเส่ียงภัย หากบ่งช้ีสภาพวิกฤติก่อนเกิดการ
เคล่อื นพงั ของลาดเขาโดยการใชต้ วั แปร ปรมิ าณน้าฝน
ปรมิ าณน้าหลาก ความชน้ื ในมวลดนิ และความขนุ่ ของ
กระแสน้าโดยใชแ้ บบจาลองทางคณิตศาสตร์ ARMA
(Auto Regressive Moving Average) ร่ ว ม กั บ
แบบจาลองวิเคราะห์เสถียรภาพของลาดสามารถ
พยากรณ์ล่วงหน้าได้ 6 ชวั่ โมง โดยหากค่าพยากรณ์
ความขุ่นของกระแสน้าเริ่มเกินกว่า 300 NTU หรือ
อตั ราการไหลเกนิ กว่า 20 ลบ.ม./วนิ าที (สาหรบั ลุ่มน้า
82
แม่งอน อ.ฝาง จ.เชยี งใหม)่ ระบบจะสง่ SMS เตอื นภยั 6. เอกสารอ้างอิง
ชุมชนเพ่อื อพยพส่ทู ป่ี ลอดภยั (พ้นื ทส่ี ูงนอกขอบเขต กรมทรัพยากรธรณี, 2550. รายงานฉบับสมบูรณ์
การทับถมของตะกอนดินโคลนถล่ม) และผลการ โครงการศกึ ษาความเสถยี รของลาดชนั ในพน้ื ท่ี
ประมวลผลค่าคาดการณ์ แสดงผลหน้าจอมอื ถอื ทงั้ น้ี โครงการพฒั นาดอยตุง.เสนอโดย ศูนยว์ จิ ยั และ
ความสาเรจ็ ในการบรหิ ารจัดการการเตอื นภยั อุทกภยั พัฒนาวิศวกรรมปฐพีและฐานราก ภาควิชา
ดนิ โคลนถล่มอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพขน้ึ อยู่กบั การมสี ่วน วิศ วก รร มโ ย ธา ค ณะ วิศ ว กร รม ศา สต ร์
ร่วมของประชาชน มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์
กรมทรัพยากรน้ า, 2551. รายงานฉบับสมบูรณ์
5. วิจารณ์ โครงการกาหนดค่าดัชนีความชุ่มช้ืนของดิน
5.1 ควรทาการวจิ ยั ศกึ ษาพฤตกิ รรมดนิ โคลนถล่มและ (Antecedent Precipitation Index: API)
ตวั แปรบ่งชพ้ี ฤตกิ รรมดนิ โคลนถล่ม ตวั แปรอ่นื ๆ โดยจะ เ พ่ือ ส นั บ ส นุ น ก า ร เ ตื อ น ภัย ล่ ว ง ห น้ า น้ า ท่ ว ม
สามารถนามาใช้ประโยชน์ในการขยายผลบรหิ ารจดั การ ฉบั พลนั แผน่ ดนิ ถล่ม.
อทุ กภยั ดนิ โคลนถล่ม สาหรบั ลุ่มน้าอ่นื ๆ นงลกั ษณ์ ไทยเจยี มอารยี ์. 2546, เสถยี รภาพของลาด
ดินในพ้ืนท่ีลุ่มน้ าก้อ โดยใช้คุณสมบัติทาง
5.2 ค ว รท า ก า ร ศึก ษ า วิจัย แ บ บ จ า ล อง ท า ง วิ ศ ว ก ร ร ม . วิ ท ย า นิ พ น ธ์ ป ริ ญ ญ า โ ท ,
คณิตศาสตร์ในลกั ษณะต่างๆ นอกเหนือจากท่ที ากบั มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร.์
งานศกึ ษาน้ีโดยจะสามารถนามาใช้เป็นประโยชน์ใน รัฐธรรม อิสโรฬาร. 2547, การพัฒนาโปรแกรม
การบรหิ ารจดั การอุทกภยั ดนิ โคลนถลม่ ได้ วิ เ ค ร า ะ ห์ เ ส ถี ย ร ภ า พ ข อ ง ล า ด ดิ น ด้ ว ย วิ ธี
Generalized Limit Equilibrium .วิท ย า นิ พ น ธ์
5.3 ควรทาการศกึ ษาวจิ ยั ต่อเน่ืองในการใชอ้ ุปกรณ์ ปรญิ ญาโท, มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์
ตรวจวดั ลกั ษณะของระบบกลอ้ ง CCTV และ Sensor สุทธิศกั ดิ์ ศรลมั พ์, วรวชั ร์ ตอวิวัฒน์และวรากร ไม้
ตรวจจบั วตั ถุท่เี คล่อื นทใ่ี นลาน้าโดยหากตรวจพบการ เรยี ง. 2550, การทดสอบกาลงั รบั แรงเฉือนของ
เคล่อื นท่ขี องวสั ดุดงั กล่าว (Debris Flow) ควรทาการ ดนิ เพ่อื สนับสนุนการเตอื นภยั ดนิ ถล่มจากฝนตก
แจง้ เตอื นผู้อยู่อาศยั ในพน้ื ทเ่ี สย่ี งภยั ควรขยายผลวิธี หนกั . การประชุมวชิ าการวศิ วกรรมโยธาแหง่ ชาติ
ดงั กลา่ ว รว่ มกบั วธิ ที ไ่ี ดใ้ ชก้ บั การประยกุ ต์ใชส้ ถานีโทร ครงั้ ท่ี 12, จ.พษิ ณุโลก
ม า ต ร ต ร ว จ ว ัด ก า ร เ ค ล่ือ น ตั ว ข อ ง ล า ด เ ข า ร่ ว ม กับ สุเทพ จนั ทรเ์ ขยี ว และ ธาดา สุขะปุณพนั ธ์, 2543, การ
แบบจาลองทางคณิตศาสตร์สาหรับบริหารจัดการ วิจยั และพัฒนาระบบเฝ้าระวงั และเตือนภัยน้า
อทุ กภยั ดนิ โคลนถลม่ ของลุ่มน้าแมง่ อน อ.ฝาง จ. ท่วมและดินถล่มลุ่มน้าแม่วาง จ.เชียงใหม่
เชียงใหม่ ซง่ึ โดยวิธดี งั กล่าวจะมีเวลาเพ่มิ มากขน้ึ ใน ,http://maewang.net/
การอพยพของประชาชนสทู่ ป่ี ลอดภยั อภนิ ิติ โชตสิ งั กาศ และ วษิ ณุพงศ์ พ่อลลิ ะ, 2551ก. การ
พฒั นาระบบตรวจวดั พฤติกรรมดนิ ถล่ม. การ
5.4 การปลูกจติ สานึกของประชาชนเป็นสง่ิ สาคญั ประชมุ วชิ าการเทคโนโลยี และนวตั กรรมสาหรบั
ท่ี สุ ด ใ น ก า ร พั ฒ น า ท่ี ภ า ค รัฐ น า ล ง ไ ป สู่ พ้ื น ท่ี แ ล ะ การพัฒนาอย่างยงั่ ยืน, คณะวิศวกรรมศาสตร์
ประชาชนในการมสี ่วนร่วมอนุรกั ษ์ หวงแหน ร่วมกนั มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน่ 28-29 มกราคม 2551
ดูแลรกั ษาสมบตั ขิ องทางราชการ ไม่ลกั ขโมย ร่วมกนั อภินิติ โชติสงั กาศ และ วิษณุพงศ์ พ่อลิละ, 2551ข.
ดูแลรกั ษาอุปกรณ์ ตลอดจนสถานีตรวจวดั จากวชั พชื ,
ไฟปา่ เป็นตน้
การพฒั นาเคร่อื งมอื วดั ศกั ยแ์ รงดดู น้าในดนิ . การ
ประชุมวิชาการครัง้ ท่ี 46 ของมหา วิทยาลัย
83
เกษตรศาสตร์, บางเข น 29 ม กราคม - 1 Toll, D.G.., Phoon, K.K., Cheng, Y.G. & Karthike
กุมภาพนั ธ์ 2551 yan, M. (2007).The Effect of Climate on Lands
Crosta, G.B. & Agliardi, F. (2002). How to obtain lides in Singapore. Proceedings of Workshop
alert velocitythresholds for large rockslides. on Climate Change and Slope sta bility,
Physics and Chemistry of the Earth.27. Singapore
Pergamon. 1557-1565
Casagli N. (2007). New technologies for landslide 7. กิตติกรรมประกาศ
risk management .Workshop on Climate ขอขอบคณุ
change and slope stability, http://cliffs.Lboro 1. นายจานุวตั ร เลศิ ศลิ ป์เจรญิ
.ac.uk ผอู้ านวยการสำนกั งำนก่อสรำ้ งใหญ่ 1
Fredlund, D. G. & Rahardjo, H. (1993). Soil 2. นายสงบ อรณุ ทอง
mechanics forunsaturated soils. New York: ผอู้ านวยการสานกั ชลประทานท่ี 1
Wiley. 3. นายสเุ ทพ น้อยไพโรจน์
Jackson, R.D. (1972). On the calculation of รองอธบิ ดฝี า่ ยบารุงรกั ษากรมชลประทาน
hydraulic conductivity.Soil Sci. Soc. Am.
Proc.36, 350-383.
Jotisankasa, A., Porlila, W., Soralump, S., Ma iriang
W. (2007).Development of a low cost
miniature tensiometer and its applications.3rd
Asian Conference on Unsaturated Soils, Na
njing, China.
Kay, J.N. (1998). Rainfall-landslide relationship
update. Proceedingsof the annual seminar on
slope engineering in Hong Kong, Rotte rdam
Ng, C.W.W. and Shi, Q. (1998), A numerical
investigation of thestability of unsaturated soil
slopes, Computers and Geotechnics, 22
Sawangsuriya, A. (2006). Stiffness-suction-mo
isture relationship forcompacted soils. Ph.D.
Thesis, The University of Wisconsin-Madi son,
Madison, WI.
Soralump, S. and B. Kulsuwan. 2006. Landslide
RiskPrioritization of Tsunami Affected Area in
Thailand. ReginalSymposium on Infrastructu
re Development in Civil Engineering, Joint
Workshop 6-9 December, Manila Philippines.
84
การศึกษาปัจจยั ปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อความสาเรจ็ ในการดาเนินงานรบั มอบ-ส่ง
มอบโครงการก่อสร้างไปยงั โครงการส่งน้าและบารงุ รกั ษา
A Study on Factors Affecting The Success of Project
Handover in Irrigation Projects
ธเนศ อกั ษร 1 นายณฐั พล แสงทอง 2 นายรฏั พงศ์ พทิ กั ษผ์ ลไพศาล 3
1,2,3 สาขาวศิ วกรรมโยธา-ชลประทาน วทิ ยาลยั การชลประทาน สถาบนั สมทบมหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์
ปากเกรด็ นนทบุรี 11120
1 E-mail: [email protected]
บทคดั ย่อ
การวิจยั ครงั้ น้ีมีวตั ถุประสงค์หลกั เพ่ือศึกษาปญั หาและแนวทางแก้ไขปญั หาท่ีมแี นวโน้มจะส่งผลกระทบต่อ
ความสาเรจ็ ในการดาเนินงานรบั มอบ-ส่งมอบโครงการก่อสรา้ งไปยงั โครงการสง่ น้าและบารุงรกั ษา (Construction Project
Handover Process) ภายใตก้ ารดาเนินงานของหน่วยงานของกรมชลประทาน ซง่ึ คณะผวู้ จิ ยั ไดท้ าการศกึ ษาคน้ ควา้ ขอ้ มูล
จากแหล่งขอ้ มลู ปฐมภูมแิ ละทุตยิ ภูมเิ พ่อื จาแนกปญั หาท่เี กิดขน้ึ จรงิ ระหว่างขบวนการดาเนินงานรบั มอบ-ส่งมอบโครงการ
เพ่อื กาหนดตวั แปร (Research Varibles) ท่ีจะนาไปใช้ในการสรา้ งเคร่อื งมอื วจิ ยั จากการค้นคว้าสามารถจาแนกปญั หา
ตา่ งๆ เหล่านนั้ ออกไดเ้ ป็น 7 กลุ่มปญั หาหลกั ซ่งึ นาไปเป็นตวั แปร ในการออกแบบและจดั ทาแบบสอบถาม (Questionaire)
สาหรบั การเก็บข้อมูล (Data Collection) ซ่งึ ตวั แปรทงั้ หมดได้รบั การทดสอบความเท่ียงตรงโดยใช้วธิ ีการทดสอบความ
เท่ียงตรงเชิงเน้ือหาด้วยวิธี Item Objective Congruence (IOC) และผ่านการทดสอบความเช่ือมนั ่ (Reliability) โดยวธิ ี
Cronbach’s Alpha ซ่ึงทงั้ หมดผ่านการพิจารณาจากผู้เช่ียวชาญ (Expert Panel) ในสาขาท่ีเก่ียวข้องจานวน 10 ท่าน
หลงั จากนนั้ แบบสอบถามท่ไี ดร้ บั การกลนั ่ กรองตรวจสอบแล้วถูกนาไปสารวจกบั กลุ่มเป้าหมายการวจิ ยั จานวน 40 คน ซ่งึ
ขอ้ มลู ท่ไี ดร้ บั จะเป็นทงั้ ขอ้ มลู เชงิ ปรมิ าณและขอ้ มลู เชงิ คณุ ภาพ (Quantitative and Qualitative Data) โดยขอ้ มลู เชงิ ปรมิ าณ
ท่ไี ดจ้ ากแบบสอบถามจะถูกนามาประมวลผลโดยใช้โปรแกรมประมวลผลทางสถติ ิ (Statistical Analysis) ขณะท่ขี อ้ มลู เชิง
คณุ ภาพท่ไี ดร้ บั จากการสมั ภาษณ์จะถูกนามาสรุปโดยใชว้ ธิ กี ารวเิ คราะหเ์ น้ือหา (Content Analsis) ทงั้ น้ีคณะผวู้ จิ ยั ไดท้ า
การจดั ลาดบั ของผลคะแนนความตา่ งระหวา่ งคะแนนคา่ เฉลย่ี ระดบั ผลกระทบต่อความสาเรจ็ ในการรบั มอบ-สง่ มอบโครงการ
และระดบั ความสาเรจ็ ในการแกไ้ ขปญั หา 10 อนั ดบั แรกของปญั หาทม่ี ผี ลคะแนนความต่างอยู่ในระดบั สูง ซ่งึ ประกอบดว้ ย
(i) การเกษยี ณอายรุ าชการแต่ไมม่ กี ารเพมิ่ บุคลากรทดแทน (ii) งบประมาณไม่เพยี งพอต่อการบารุงรกั ษา (iii) การชารุด
เสยี หายของครุภณั ฑร์ ะหวา่ งการรบั มอบ-ส่งมอบโครงการ (iv) การขาดบุคลากรท่เี ช่ยี วชาญดา้ นกฎหมายประจาโครงการ
(v) คณุ ภาพและความสามารถของบรษิ ทั ผรู้ บั เหมา (vi) สภาพคล่องการเงนิ ของผรู้ บั จา้ ง (vii) การสญู หายของครภุ ณั ฑ์ (viii)
การเบกิ จา่ ยครภุ ณั ฑล์ ่าชา้ กว่ากาหนด (ix) งบประมาณท่อี นุมตั นิ ้อยกวา่ งบประมาณท่ที าเร่อื งเสนอ และ (x) การแทรกแซง
จากฝา่ ยการเมอื ง
คาสาคญั : การบรหิ ารโครงการ (Project Management) กระบวนการรบั มอบ-สง่ มอบโครงการ (Project Handover)
85
1. บทนา 2. วตั ถปุ ระสงคข์ องการวิจยั
2.1 เพ่อื ศกึ ษาปจั จยั ปญั หาต่างๆ ท่สี ่งผลกระทบ
ภายใต้การบริหารงานของกรมชลประทานนัน้ มี
โครงการกอ่ สรา้ งภายใตค้ วามรบั ผดิ ชอบอย่เู ป็นจานวน ต่ อ ค ว า ม ส า เ ร็จ ใ น ก า ร ด า เ นิ น ง า น รับ ม อ บ - ส่ง ม อ บ
มากกระจายอยู่ทัว่ ประเทศทัง้ โครงการขนาดเล็ก โครงการก่อสรา้ งไปยงั โครงการสง่ น้าและบารุงรกั ษา
โครงการขนาดกลาง โครงการขนาดใหญ่ โครงการ
พิเศษ และโครงการพระราชดาริ นอกจากนัน้ ความ 2.2 เพ่อื ศกึ ษาแนวทางการแกไ้ ขปญั หาต่างๆ ใน
รับผิดชอบยังครอบคลุม ถึงการควบคุมวางแผน กระบวนการรบั มอบ-ส่งมอบโครงการก่อสร้างไปยัง
บรหิ ารงานด้านก่อสรา้ งอาคารชลประทานต่างๆ อาทิ โครงการสง่ น้าและบารงุ รกั ษา
เช่น ทานบ ฝาย เข่อื นกกั เก็บน้า ถนนบนคันคลอง
เขอ่ื นหรอื ประตูระบายน้า คลองสง่ น้า คลองระบายน้า 2.3 เพอ่ื จดั ทาคมู่ อื การปฏบิ ตั งิ านในการรบั มอบ-
ระบบชลประทานในแปลงนา คนั กนั้ น้าและดาเนินการ ส่ง ม อ บ โ ค ร ง ก า ร ก่ อ ส ร้า ง ไ ป ยัง โ ค ร ง ก า ร ส่ง น้ า แ ล ะ
ก่อสรา้ งระบบระบายน้าและระบบชลประทานประเภท บารงุ รกั ษา
อน่ื ๆ ตามทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย วตั ถุประสงคก์ ารก่อสรา้ ง
โครงการต่างๆ นัน้ เพ่อื (ก) ให้มกี ารบรหิ ารจดั การน้า 3. วิธีการดาเนินการวิจยั
ในลุ่มน้าอย่างมีประสิทธิภาพ (ข) เพ่ือเพิ่มพ้ืนท่ี วธิ กี ารดาเนินการวจิ ยั ครงั้ น้ีประกอบด้วยขนั้ ตอน
การเพาะปลูกในฤดูแล้งภายในโครงการชลประทาน
(ค) เพ่อื เพม่ิ ประสทิ ธภิ าพการใชน้ ้าในโครงการส่งน้า และรายละเอยี ดดงั แสดงในรปู ท่ี 1 ต่อไปน้ี
และบารุงรกั ษา (ง) เพ่อื ตอบสนองความต้องการใชน้ ้า
เพ่อื การเกษตรทงั้ ในฤดูฝนและฤดูแลง้ โดยเพม่ิ พน้ื ท่ี การศกึ ษาปญั หาทสี่ ง่ ผลกระทบต่อความสาเรจ็ ในการ
การเพาะปลูกในฤดูแล้ง และ (จ) เพ่ือสนองความ ดาเนนิ งานรบั มอบ – สง่ มอบโครงการกอ่ สรา้ ง
ต้องการในการใช้น้ า ด้านอุปโภคบริโภคและ ชลประทาน (Variable Identification)
อตุ สาหกรรมของชุมชน
การออกแบบแบบสอบถาม (Questionaire Design)
อย่างไรก็ตาม ในปจั จุบันน้ี หน่ วยงานของ
กรมชลประทานท่ีรบั ผดิ ชอบดูแลเร่อื งการดาเนินการ การทดสอบความเทย่ี งตรงเชงิ เน้อื หาและความเชอ่ื มนั่
ก่อสรา้ งโครงการชลประทานต่างๆ มกั ประสบปญั หา ของแบบสอบถาม (Validity and Reliability Test)
หล าย ปร ะก าร ท่ีส่งผ ลต่ อค วา มสาเ ร็จ ใน กา รบ ริห า ร
จดั การโครงการก่อสร้างให้เป็นไปตามเป้ าหมายท่ี ไมผ่ า่ น
กาหนดไว้ หน่ึงในนั้นเป็ นปญั หาท่ีเก่ียวข้องกับ ผลการวเิ คราะห์
กระบวนการรบั มอบ-ส่งมอบโครงการก่อสรา้ งระหว่าง
หน่วยงาน ดงั นนั้ คณะผู้วจิ ยั ได้เลง็ เหน็ ถงึ ความสาคญั ผา่ น
ในการจาแนกปญั หาท่ีเก่ียวข้องท่ีปรากฏระหว่าง การกาหนดกลมุ่ ตวั อย่างในการเกบ็ ขอ้ มลู (Sampling
กระบวนการรบั มอบ-ส่งมอบและการศกึ ษาวจิ ยั เชงิ ลกึ
เพ่อื หาแนวทางแก้ไขเพ่ือให้การดาเนินการก่อสร้าง Methods)
โครงการชลประทานต่างๆ เป็นไปอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
และประสทิ ธผิ ลตามวตั ถุประสงคท์ ก่ี าหนดไว้ การเกบ็ ขอ้ มลู (Data Collection)
การประมวลผลขอ้ มลู (Data Analysis)
ไมต่ อบวตั ถปุ ระสงค์
ผลการวเิ คราะห์
ตอบวตั ถปุ ระสงค์
สรปุ ผลการวจิ ยั (Concluions)
รปู ท่ี 1 วธิ กี ารดาเนินการวจิ ยั
86
3.1 การศึกษาปจั จัยปญั หาทีส่ ่งผลกระทบต่อ ทางคณะผวู้ จิ ยั ไดด้ าเนินการ Pilot Test เพ่อื
ความสาเร็จในการดาเนินงานรับมอบ – ส่งมอบ ทดสอบความเท่ยี งตรงเชิงเน้ือหาของแบบสอบถาม
โครงการ (Variable Identification) ด้วยวิธี Item Objective Congruence (IOC) และทา
การทดสอบความเช่ือมัน่ ของแบบสอบถามด้วยวิธี
คณะผวู้ จิ ยั ดาเนินการสารวจและจาแนกปจั จยั Cronbach’s Alpha โดยผา่ นการวเิ คราะหแ์ ละพจิ ารณา
ท่ีอาจส่งผลกระทบต่อความสาเรจ็ ในการดาเนินงาน โ ด ย ผู้เ ช่ีย ว ช า ญ ท่ีมีป ร ะ ส บ ก า ร ณ์ ท่ีเ ก่ีย ว กับ
รับมอบ-ส่งมอบโครงการด้วยการสัมภาษณ์กลุ่ม กระบวนการรับมอบ-ส่งมอบโครงการชลประทาน
ผู้เช่ียวชาญท่มี ีประสบการณ์ท่เี ก่ยี วกบั กระบวนการ จานวน 10 ท่าน
รับมอบ-ส่งมอบภายในหน่วยงานกรมชลประทาน
(Primary Data) แ ล ะ ท บ ท ว น ว ร ร ณ ก ร ร ม จ า ก 3.4 การกาหนดกลุ่มตัวอย่างในการเก็บข้อมูล
แหล่งข้อมูลต่างๆ ท่ีเก่ียวข้อง อาทิเช่น เอกสาร (Sampling Methods)
วิชาการ เอกสารประกอบการสัมมนาทางวิชาการ
หนงั สอื เวปไซต์ ฯลฯ (Secondary Data) โดยสามารถ ในการเกบ็ ขอ้ มลู ของโครงการวจิ ยั น้ีใชว้ ธิ กี าร
จาแนกได้ 7 กลุ่มปญั หาหลกั (รวมทงั้ สน้ิ 43 ปญั หา เลอื กกลุ่มตวั อย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling)
ย่ อ ย ) ป ร ะ ก อ บ ด้ ว ย (1) ปัญ ห า ด้ า น ร ะ เ บีย บ ในการจาแนกกลุ่มตัวอย่างท่ีจะทาการเก็บข้อมูล
กรมชลประทาน (2) ปญั หาด้านบุคากรและองค์กร โดยกาหนดกลุ่มตวั อย่างแบบเจาะจงไปทผ่ี บู้ รหิ ารและ
(3) ปญั หาด้านงบประมาณ (4) ปญั หาด้านเอกสาร ผู้ปฏิบัติงานท่ีเก่ียวข้องกับกระบวนการรับมอบ -
(5) ปญั หาดา้ นครุภณั ฑ์ (6) ปญั หาดา้ นการมสี ่วนร่วม ส่งมอบโครงการก่อสร้าง ซ่ึงมีการกาหนดและ
และ(7) ปญั หาดา้ นคณุ ภาพงานก่อสรา้ ง กลุ่มเป้ าหมายต้องมีประสบการณ์การทางานไม่น้อย
กว่า 10 ปี เพ่อื เป็นการสร้างระดบั ความเช่อื มนั่ ของ
3.2 การออกแบบแบบสอบถาม (Questionaire การผลการวิจยั ซ่งึ กลุ่มเป้าหมายท่ีมสี ่วนร่วมในการ
Design) วจิ ยั ครงั้ น้ีมจี านวน 40 คนประกอบดว้ ย
หลงั จากทค่ี ณะผวู้ จิ ยั ไดท้ าการจาแนกปญั หาท่ี - ผอู้ านวยการโครงการกอ่ สรา้ งจานวน 20 คน
อาจส่งผลต่อความสาเรจ็ ของกระบวนการรบั มอบ-ส่ง - ผู้อานวยการโครงการส่งน้าและบารุงรกั ษา
มอบโครงการซ่งึ ประกอบดว้ ย 7 กลุ่มปญั หาหลกั 43
ปญั หาย่อยและไดน้ าปญั หาทงั้ หมดเป็นตวั แปรการวจิ ยั จานวน 20 คน
(Research Varibles) เ พ่ื อ ใ ช้ ส า ห รั บ อ อ ก แ บ บ 3.5 การเกบ็ ขอ้ มลู (Data Collection)
แบบสอบถามทจ่ี ะใช้เป็นเคร่อื งมอื ในการเกบ็ ขอ้ มูลกบั
ตัว อย่ า ง ท่ีเป็ น ก ลุ่ ม เ ป้ า ห ม า ย กา รส า รว จ ซ่ึง วธิ กี ารทใ่ี ชใ้ นการเกบ็ ขอ้ มูลจะมกี ารใชข้ อ้ มูล
แบบสอบถามประกอบดว้ ย 3 สว่ นสาคญั ดงั ต่อไปน้ี ทงั้ จากแหล่งข้อมูลทุติยภูมิและแหล่งข้อมูลปฐมภูมิ
โดยวธิ กี ารทใ่ี ชใ้ นการเกบ็ ขอ้ มลู ทุตยิ ภูมปิ ระกอบดว้ ย
- สว่ นท่ี 1: ขอ้ มลู ทวั่ ไปของผตู้ อบแบบสอบถาม การศกึ ษาและทบทวนวรรณกรรม (Literature Review)
ต่างๆ อาทิเช่น บทความทางวิชาการ วารสาร ข่าว
- สว่ นท่ี 2: สว่ นท่ี 2 ขอ้ มลู ทวั่ ไปของโครงการ และเอกสารทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การศกึ ษาวจิ ยั นอกจากน้ยี งั
ศึกษาเอกสารทางวิชาการทัง้ ในและต่างประเทศ
- สว่ นท่ี 3: ปจั จยั (ปญั หา) ทม่ี ผี ลส่งผลกระทบ ในส่วนการเก็บข้อมูลปฐมภูมินัน้ ทางคณะผู้วิจัย
ต่ อ ค ว า ม ส า เ ร็จ ใ น ก า ร ด า เ นิ น ง า น รับ ม อ บ - ส่ง ม อ บ ประยุกต์ใช้หลายแนวทางเพ่ือให้ได้ข้อมูลทัง้ ใน
โครงการชลประทาน เชงิ ปรมิ าณ (Quantitative Method) และเชงิ คุณภาพ
(Qualitative Method) โดยการสารวจแบบสอบถาม
3.3 การทดสอบความเทยี่ งตรงเชงิ เน้อื หาและความ
เชือ่ มัน่ ของแบบสอบถาม (Validity and Reliability 87
Test)
(Questionaire Survey) ก า ร สั ม ภ า ษ ณ์ เ ชิ ง ลึ ก ตารางท่ี 1 จานวนและตาแหน่งของผู้เชย่ี วชาญทใ่ี ห้
(In-Depth Interview) ค ว า ม อ นุ เ ค ร า ะ ห์ ใ น ก า ร มีส่ ว น ร่ ว ม ท ด ส อ บ ค ว า ม
เทย่ี งตรงเชงิ เน้อื หาและความเชอ่ื มนั่ ของแบบสอบถาม
3.6 การประมวลผลขอ้ มลู (Data Analysis)
ข้อมูลท่เี ก็บรวบรวมได้จะถูกนามาตรวจสอบ ตาแหน่ง จานวนผเู้ ช่ียวชาญท่ีมีส่วน
รว่ ม (คน)
ความเรียบร้อยและความสมบูรณ์ก่อนท่ีจะนาเข้าสู่
กระบวนการประมวลผล โดยข้อมูลท่ีได้รบั จากการ นายชา่ งเครอ่ื งกลอาวโุ ส 1
สารวจโดยแบบสอบถามจะถูกนามาประมวลผลโดยใช้
โปรแกรมประมวลผลทางสถติ ิ (Statistics Package for วศิ วกรโยธา 2
Social Science: SPSS for Windows) โดยจะมีการ หวั หน้าฝา่ ยวศิ วกรรม 1
วิเคราะห์ทางสถิติต่างๆ เช่น การวิเคราะห์สถิติเชิง
พ ร ร ณ น า ( Descriptive Statistics) เ พ่ือ บ ร ร ย า ย วศิ วกรโยธาชานาญการ 1
ลกั ษณะของชุดขอ้ มลู ทไ่ี ดร้ บั และการวเิ คราะหส์ ถติ เิ ชงิ
อา้ งองิ (Inferential Statistics) เพอ่ื การหาความสมั พนั ธ์ นายชา่ งชลประทานอาวโุ ส 3
ของตัวแปรต่างๆ เช่น การวิเคราะห์โดยวิธี Two
Sample T-Test เป็นต้น ขณะท่ีข้อมูลท่ีได้รับในเชิง วศิ วกรชลประทาน 1
คุณภาพจากการสมั ภาษณ์จะถูกนามาถอดแถบเสยี ง นายชา่ งชลประทาน 1
และจดั พมิ พใ์ นอย่างเหมาะสม ทงั้ น้ีขอ้ มลู เชงิ คุณภาพ รวม 10
ดงั กล่าวจะถูกนามาวิเคราะห์โดยใช้วธิ ีการ Content
Analysis ซ่ึงบทสัมภาษณ์ดังกล่าวจะถูกสรุปและ สรปุ ผลการวเิ คราะหค์ วามเทย่ี งตรงเชงิ เน้อื หาของ
รวบรวมเพ่อื ขยายความขอ้ มลู ทไ่ี ดใ้ นเชงิ ปรมิ าณ แบบสอบถามด้วยวิธี IOC จากตารางการวิเคราะห์
ความเท่ยี งตรงเชงิ เน้ือหาของแบบสอบถามจะเหน็ ได้
4. ผลและการวิจารณ์ ว่ามีปจั จัยท่ีมีความเท่ียงตรงเชิงเน้ือหาท่ีมีค่า IOC
มากกว่าหรอื เท่ากบั 0.5 คะแนน ซง่ึ ผลการวเิ คราะหท์ ่ี
4.1 ผลการวเิ คราะห์ความเทยี่ งตรงเชงิ เน้ือหาและ ไดอ้ อกมานนั้ อย่ใู นเกณฑท์ ด่ี ี และทาการทดสอบความ
ค ว า ม เ ชื่อ มัน่ ข อ ง แ บ บ ส อ บ ถ า ม ( Validity and เช่ือมนั่ ของแบบสอบถามด้วยวธิ ี Cronbach’s Alpha
Reliability Test) ดว้ ยการพจิ ารณาของกลมุ่ ผเู้ ชย่ี วชาญดงั กล่าวซง่ึ ไดค้ ่า
Alpha เท่ากบั 0.85 ซง่ึ ผลการทดสอบทงั้ สองวธิ อี ย่ใู น
ก่อนนาแบบสอบถามไปใช้ในการเก็บข้อมูล เกณฑท์ ด่ี แี ละสรปุ ไดว้ ่าแบบสอบถามมคี วามเหมาะสม
สาหรับการวิจยั ครงั้ น้ี ทางคณะผู้วิจัยได้ดาเนินการ ทน่ี าไปใชใ้ นการเกบ็ ขอ้ มลู ภาคสนามได้
Pilot Test เพ่อื ทดสอบความเท่ยี งตรงเชงิ เน้ือหาของ
แบบสอบถามด้วยวิธี Item Objective Congruence 4.2 ผลการวิเคราะห์ทางสถิติ จากผลการเก็บ
(IOC) และความเช่ือมัน่ ของแบบสอบถามด้วยวิธี แบบสอบถาม (Statistical Data Analysis)
Cronbach’s Alpha โ ด ย ผ่ า น ก า ร วิเ ค ร า ะ ห์ จ า ก
ผเู้ ชย่ี วชาญทม่ี ปี ระสบการณ์ทเ่ี กย่ี วกบั กระบวนการรบั ทงั้ น้ีคณะผทู้ าการวจิ ยั ไดท้ าการวเิ คราะหแ์ ละ
มอบ-สง่ มอบโครงการชลประทานจานวน 10 ทา่ น โดย สังเคราะห์ข้อมูลท่ีได้จากการเก็บข้อมูลภาคสนาม
แบ่งออกเป็นการพจิ ารณาโดยผเู้ ชย่ี วชาญจากโครงการ ด้วยการใช้แบบสอบถาม (Questionnaire Survey)
ก่อสรา้ งจานวน 5 ท่าน และ ผเู้ ชย่ี วชาญจากโครงการ ซ่ึงรายละเอียดของผลการวิเคราะห์ข้อมูลแสดงดัง
ส่งน้าและบารุงรักษาจานวน 5 ท่าน ซ่ึงสรุปได้ดัง หวั ขอ้ ต่อไปน้ี
ตารางท่ี 1
88
4.2.1 ปญั หาดา้ นระเบยี บกรมชลประทาน ระดบั ระดบั
ตารางท่ี 2 ผลการวเิ คราะหค์ วามต่าง (Gap Analysis)
ระหว่างระดบั ผลกระทบของปญั หาด้านระเบียบกรม ปัญหา ผลกระทบ ความสาเรจ็ ระดบั ลาดบั Sig (P-
ชลประทานทม่ี ีต่อความสาเร็จในการรบั มอบ-ส่งมอบ ต่อ ในการ ความ Value)
โครงการกบั ระดบั ความสาเรจ็ ในการดาเนินการแกไ้ ข แก้ไข ต่าง ระหวา่ ง
ปญั หา ความสาเรจ็ ระหวา่ ง (1) กบั
กระบวนการ ปัญหาเพ่ือ (1) กบั
รบั มอบ-สง่ ลด (2) (2)
มอบ ผลกระทบ
(1) (2)
B-01 2.38 2.50 -0.13 9 0.5786
ระดบั B-02 2.82 1.72 1.10 2 0.0000*
ผลกระทบ
ระดบั ระดบั B-03 2.70 1.97 0.73 3 0.0108*
ต่อ ความสาเรจ็ ความ
ความสาเรจ็ ต่าง Sig (P- B-04 2.63 2.16 0.46 5 0.0176*
กระบวนการ ในการ ระหว่าง Value)
ปัญหา รบั มอบ-สง่ แกไ้ ขปัญหา (1) กบั ลาดบั ระหว่าง B-05 2.68 2.27 0.40 6 0.0782
(2) (1) กบั
มอบ เพือ่ ลด B-06 2.75 2.05 0.70 4 0.0019*
(1) ผลกระทบ (2)
B-07 2.30 2.35 -0.05 8 0.7852
(2)
B-08 2.43 2.41 0.02 7 0.9171
A-01 2.23 2.68 -0.45 5 0.0156* B-09 3.23 1.43 1.79 1 0.0000*
A-02 2.25 2.65 -0.40 4 0.0221* หมายเหต:ุ
B-01: ปญั หาการตดิ ตอ่ ประสานงานของทุกฝา่ ยทม่ี สี ว่ นเกย่ี วขอ้ งในโครงการ
A-03 2.28 2.35 -0.08 2 0.7230 บารงุ รกั ษากบั ฝา่ ยก่อสรา้ ง
B-02: ปญั หาการขาดบคุ ลากรทเ่ี ชย่ี วชาญดา้ นกฎหมายประจาโครงการ
A-04 2.44 2.44 -0.01 1 0.9706 B-03: ปญั หาการแทรกแซงจากฝา่ ยการเมอื ง
B-04: ปญั หาเน่อื งจากมกี ารเปลย่ี นแปลง/โยกยา้ ยบคุ ลากรกรมชลประทานระหวา่ ง
A-05 2.30 2.62 -0.32 3 0.2096 การดาเนินงานก่อสรา้ ง
B-05: ปญั หาผรู้ บั จา้ งไมร่ ายงานผลการปฏบิ ตั ทิ ถ่ี ูกตอ้ งตามความเป็นจรงิ
หมายเหต:ุ B-06: ปญั หาการขาดบคุ ลากรทม่ี คี วามรเู้ กย่ี วกบั ระบบการทางานของโครงการทร่ี บั
A-01: ปญั หาระบบการเบกิ จ่ายงบประมาณตา่ งๆใชเ้ วลายาวนาน มอบ
A-02: ปญั หาการขาดความเขา้ ใจในขนั้ ตอนการทาสญั ญาตามระเบยี บราชการ B-07: ปญั หาดา้ นความพรอ้ มของคณะกรรมการรบั มอบและสง่ มอบโครงการทถ่ี กู
A-03: ปญั หาการแต่งตัง้ คณะกรรมการการรบั มอบ-ส่งมอบโครงการก่อสร้างและ แต่งตงั้ ขน้ึ
บารงุ รกั ษาเป็นไปอยา่ งล่าชา้ B-08: ปญั หาการขาดบคุ ลากรทม่ี คี วามรดู้ า้ นระเบยี บราชการ
A-04: ไมม่ กี าหนดการทแ่ี น่นอนในการรบั มอบ-สง่ มอบโครงการก่อสร้างไปยงั โครงการ B-09: มกี ารเกษยี ณอายรุ าชการแต่ไมม่ กี ารเพม่ิ บคุ ลากรทดแทน
* หมายความวา่ (1)กบั (2) มคี วามสมั พนั ธอ์ ยา่ งมนี ยั สาคญั ทร่ี ะดบั ความเชอ่ื มนั ่ 95 %
สง่ น้าและบารงุ รกั ษา
A-05: กรมชลประทานไมม่ คี มู่ อื กาหนดกระบวนการรบั มอบ-ส่งมอบโครงการทช่ี ดั เจน จากตารางท่ี 3 พบว่าปญั หา B-09 เป็นปญั หาทม่ี ี
* หมายความวา่ (1) กบั (2) มคี วามสมั พนั ธอ์ ยา่ งมนี ยั สาคญั ทร่ี ะดบั ความเชอ่ื มนั ่ 95 %
จากตารางท่ี 2 พบว่าปญั หา A-04 เป็นปญั หาท่ี ความต่างของระดบั ผลกระทบต่อความสาเรจ็ ในการ
ความต่างของระดบั ผลกระทบต่อความสาเร็จในการ
ดาเนินงานรับมอบ -ส่งมอบโครงการกับระดับ ดาเนินงานรับมอบ -ส่งมอบโครงการกับระดับ
ความสาเรจ็ ในการแก้ไขปญั หามากทส่ี ุดและแตกต่าง ความสาเรจ็ ในการแกไ้ ขปญั หามากทส่ี ุดและแตกต่าง
อย่างมนี ัยสาคญั ทางสถิติท่รี ะดบั ความเช่อื มนั่ 95 %
ดงั นนั้ จงึ พจิ ารณาไดว้ า่ เป็นปญั หาทผ่ี ทู้ ม่ี สี ว่ นเกย่ี วขอ้ ง อย่างมนี ัยสาคญั ทางสถิติท่รี ะดบั ความเช่อื มนั่ 95 %
ในกระบวนการดาเนินงานรับมอบ-ส่งมอบโครงการ ดงั นนั้ จงึ พจิ ารณาไดว้ ่าเป็นปญั หาทผ่ี ูท้ ม่ี สี ว่ นเกย่ี วขอ้ ง
ควรให้ความสาคัญมากท่ีสุดเปรียบเทียบกบั ปญั หา
อน่ื ๆ ทเ่ี กย่ี วกบั ระเบยี บของกรมชลประทาน ในกระบวนการดาเนินงานรับมอบ-ส่งมอบโครงการ
ควรให้ความสาคัญมากท่ีสุดเปรียบเทียบกบั ปญั หา
4.2.2 ปญั หาดา้ นบุคลากร
ตารางท่ี 3 ผลการวเิ คราะหค์ วามต่าง (Gap Analysis) อ่นื ๆ ทเ่ี กย่ี วกบั ดา้ นบุคคลากร
ระหว่างระดับผลกระทบของปญั หาด้านบุคคลากร 4.2.3 ปญั หาดา้ นงบประมาณ
ชลประทานทม่ี ีต่อความสาเร็จในการรบั มอบ-ส่งมอบ
โครงการกบั ระดบั ความสาเรจ็ ในการดาเนินการแกไ้ ข ตารางท่ี 4 ผลการวเิ คราะหค์ วามต่าง (Gap Analysis)
ปญั หา ระหว่างระดบั ผลกระทบของปญั หาดา้ นงบประมาณทม่ี ี
ต่อความสาเร็จในการรับมอบ-ส่งมอบโครงการกับ
ระดบั ความสาเรจ็ ในการดาเนนิ การแกไ้ ขปญั หา
89
ปัญหา ระดบั ระดบั ระดบั ลาดบั Sig (P- ปัญหา ระดบั ระดบั ระดบั ลาดบั Sig (P-
ผลกระทบ ความสาเรจ็ ความ Value) ผลกระทบต่อ ความสาเรจ็ ความ Value)
ต่าง ระหวา่ ง ความสาเรจ็ ในการแกไ้ ข ต่าง ระหวา่ ง
ต่อ ในการ ระหว่าง (1) กบั กระบวนการ ปัญหาเพอ่ื ระหวา่ ง (1) กบั
ความสาเรจ็ แก้ไขปัญหา (1) กบั รบั มอบ-ส่ง (1) กบั
กระบวนการ (2) (2) ลด (2) (2)
รบั มอบ-สง่ เพ่อื ลด มอบ ผลกระทบ
ผลกระทบ (1)
มอบ (2)
(1) (2)
C-01 3.33 1.84 1.49 1 0.0000* D-01 2.31 2.36 -0.05 4 0.8174
C-02 2.26 2.44 -0.19 7 0.2999 D-02 2.64 2.17 0.47 1 0.0474*
C-03 2.83 1.95 0.88 2 0.0000*
C-04 2.11 1.91 0.19 5 0.3946 D-03 2.51 2.23 0.28 2 0.2061
C-05 2.50 1.76 0.74 3 0.0041* D-04 2.26 2.22 0.03 3 0.8801
C-06 1.97 2.03 -0.05 6 0.8114 หมายเหต:ุ
D-01: ปญั หาความไม่ชดั เจนของเน้ือความในเอกสารรบั มอบ-ส่งมอบโครงการ
C-07 2.48 1.92 0.56 4 0.0138* D-02: ปญั หาเกย่ี วกบั การจดั ทาเอกสารส่งมอบงานผดิ พลาด
D-03: ปญั หาการสญู หายของเอกสารประกอบทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
หมายเหต:ุ D-04: ปญั หาการชารุดเสยี หายของเอกสารทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
C-01: ปญั หางบประมาณไมเ่ พยี งพอต่อการบารุงรกั ษา ปญั หาเกย่ี วกบั ความล่าชา้ ใน
C-02: การเบกิ จ่ายปีงบประมาณของระบบราชการ * หมายความวา่ (1) กบั (2) มคี วามสมั พนั ธอ์ ยา่ งมนี ยั สาคญั ทร่ี ะดบั ความเชอ่ื มนั ่ 95 %
C-03: ปญั หาดา้ นสภาพคลอ่ งการเงนิ ของผรู้ บั จา้ ง
C-04: มกี ารตงั้ งบประมาณแตไ่ มม่ กี ารเบกิ จา่ ยเพอ่ื ใชใ้ นการบารุงรกั ษา จากตารางท่ี 5 พบวา่ ปญั หา D-02 เป็นปญั หาทม่ี ี
C-05: งบประมาณทอ่ี นุมตั นิ ้อยกวา่ งบประมาณทท่ี าเร่อื งเสนอ
C-06: มกี ารเบกิ จ่ายงบประมาณในการบารงุ รกั ษาโครงการไปใชอ้ ยา่ งผดิ วตั ถุประสงค์ ความต่างของระดบั ผลกระทบต่อความสาเรจ็ ในการ
C-07: ความจากดั ของงบประมาณการจา้ งบุคลากรในระหวา่ งดาเนนิ การรบั มอบ-สง่
มอบโครงการ ดาเนินงานรับมอบ -ส่งมอบโครงการกับระดับ
ความสาเรจ็ ในการแก้ไขปญั หามากทส่ี ุดและแตกต่าง
* หมายความวา่ (1)กบั (2) มคี วามสมั พนั ธอ์ ยา่ งมนี ยั สาคญั ทร่ี ะดบั ความเช่อื มนั ่ 95 %
จากตารางท่ี 4 พบว่าปญั หา C-01 เป็นปญั หาทม่ี ี อย่างมนี ัยสาคญั ทางสถิติท่รี ะดบั ความเช่อื มนั่ 95 %
ดงั นัน้ จงึ พจิ ารณาไดว้ า่ เป็นปญั หาทผ่ี ทู้ ม่ี สี ว่ นเกย่ี วขอ้ ง
ความต่างของระดบั ผลกระทบต่อความสาเรจ็ ในการ
ดาเนินงานรับมอบ -ส่งมอบโครงการกับระดับ ในกระบวนการดาเนินงานรบั มอบ-ส่งมอบโครงการ
ความสาเรจ็ ในการแกไ้ ขปญั หามากทส่ี ุดและแตกต่าง ควรให้ความสาคญั มากท่ีสุดเปรียบเทียบกบั ปญั หา
อย่างมนี ัยสาคญั ทางสถิติท่รี ะดบั ความเช่อื มนั่ 95 % อน่ื ๆ เกย่ี วกบั ดา้ นเอกสาร
ดงั นนั้ จงึ พจิ ารณาไดว้ า่ เป็นปญั หาทผ่ี ูท้ ม่ี สี ว่ นเกย่ี วขอ้ ง 4.2.5 ปญั หาดา้ นครภุ ณั ฑ์
ในกระบวนการดาเนินงานรับมอบ-ส่งมอบโครงการ ตารางท่ี 6 ผลการวเิ คราะหค์ วามต่าง (Gap Analysis)
ควรให้ความสาคัญมากท่ีสุดเปรียบเทียบกบั ปญั หา ระหว่างระดบั ผลกระทบของปญั หาดา้ นครุภณั ฑท์ ม่ี ตี ่อ
อน่ื ๆ ทเ่ี กย่ี วกบั ดา้ นงบประมาณ ความสาเรจ็ ในการรบั มอบ-ส่งมอบโครงการกบั ระดบั
4.2.4 ปญั หาดา้ นเอกสาร ความสาเรจ็ ในการดาเนนิ การแกไ้ ขปญั หา
ตารางท่ี 5 ผลการวเิ คราะหค์ วามต่าง (Gap Analysis) ระดบั ระดบั ระดบั Sig (P-
ระหว่างระดบั ผลกระทบของปญั หาดา้ นเอกสารท่มี ตี ่อ ผลกระทบต่อ ความสาเรจ็ ความ Value)
ความสาเรจ็ ในการแก้ไข ต่าง ระหว่าง
ความสาเรจ็ ในการรบั มอบ-ส่งมอบโครงการกบั ระดบั ปัญหา กระบวนการรบั ปัญหาเพ่ือ ระหว่าง ลาดบั (1) กบั (2)
ความสาเรจ็ ในการดาเนินการแกไ้ ขปญั หา มอบ-ส่งมอบ (1) กบั
ลด (2)
(1) ผลกระทบ
(2)
E-01 2.87 1.43 1.44 1 0.0000*
E-02 2.41 1.58 0.83 3 0.0001*
E-03 2.28 1.42 0.87 2 0.0000*
E-04 2.18 1.63 0.55 4 0.0102*
E-05 1.79 1.91 -0.12 6 0.5869
E-06 1.97 1.71 0.26 5 0.2476
หมายเหต:ุ
E-01: ปญั หาการชารดุ เสยี หายของครภุ ณั ฑร์ ะหวา่ งการรบั มอบ-ส่งมอบ
90