The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชลสาร ปี่ที่ 1 ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2556

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ชลสาร 2556

ชลสาร ปี่ที่ 1 ฉบับที่ 1 พ.ศ. 2556

Keywords: ชลสาร,ชลประทาน

E-02: ปญั หาการเบกิ จ่ายครุภณั ฑล์ า่ ชา้ กวา่ กาหนด ในกระบวนการดาเนินงานรบั มอบ-ส่งมอบโครงการ
E-03: ปญั หาการสญู หายของครภุ ณั ฑ์ ควรให้ความสาคัญมากท่ีสุดเปรียบเทียบกับปญั หา
E-04: ปญั หาครภุ ณั ฑไ์ มถ่ กู ตอ้ งตามคณุ สมบตั ทิ ส่ี งั ่ ซอ้ื
E-05: ไม่มกี ารระบตุ าแหน่งทต่ี งั้ ของเครอ่ื งจกั รอยา่ งชดั เจน อ่นื ๆ ทเ่ี กย่ี วกบั ดา้ นครภุ ณั ฑ์
E-06: ไม่มกี ารส่งบญั ชคี รภุ ณั ฑท์ าใหไ้ มส่ ามารถซ่อมแซมครุภณั ฑท์ ช่ี ารุดเสยี หายได้ 4.2.7 ปญั หาดา้ นคณุ ภาพงานก่อสรา้ ง
* หมายความวา่ (1) กบั (2) มคี วามสมั พนั ธอ์ ยา่ งมนี ยั สาคญั ทร่ี ะดบั ความเชอ่ื มนั ่ 95 %
ตารางท่ี 8 ผลการวเิ คราะหค์ วามต่าง (Gap Analysis)
จากตารางท่ี 6 พบว่าปญั หา E-01 เป็นปญั หาทม่ี ี ระหว่างระดบั ผลกระทบของปญั หาด้านคุณภาพงาน

ความต่างของระดบั ผลกระทบต่อความสาเรจ็ ในการ

ดาเนินงานรับมอบ -ส่งมอบโครงการกับระดับ ก่ อ ส ร้า ง ท่ีมีต่ อ ค ว า ม ส า เ ร็จ ใ น ก า ร รับ ม อ บ -ส่ ง ม อ บ
ความสาเรจ็ ในการแกไ้ ขปญั หามากท่สี ุดและแตกต่าง
โครงการกบั ระดบั ความสาเรจ็ ในการดาเนินการแก้ไข
อย่างมนี ัยสาคญั ทางสถิติท่รี ะดบั ความเช่อื มนั่ 95 % ปญั หา
ดงั นนั้ จงึ พจิ ารณาไดว้ ่าเป็นปญั หาทผ่ี ทู้ ม่ี สี ว่ นเกย่ี วขอ้ ง
ระดบั
ในกระบวนการดาเนินงานรบั มอบ-ส่งมอบโครงการ ระดบั
ควรให้ความสาคัญมากท่ีสุดเปรียบเทียบกับปญั หา ผลกระทบ ความสาเรจ็ ระดบั Sig (P-
ในการแกไ้ ข ความ Value)
ต่อ ปัญหาเพ่ือ ต่าง ระหวา่ ง
ระหวา่ ง (1) กบั
อ่นื ๆ ทเ่ี กย่ี วกบั ดา้ นครุภณั ฑ์ ปัญหา ความสาเรจ็ ลด (1) กบั ลาดั
4.2.6 ปญั หาดา้ นการมสี ว่ นร่วม กระบวนการ ผลกระทบ (2) บ (2)

รบั มอบ-สง่ (2)

ตารางท่ี 7 ผลการวเิ คราะหค์ วามต่าง (Gap Analysis) มอบ
ระหว่างระดบั ผลกระทบของปญั หาดา้ นการมสี ่วนร่วม
(1)

G-01 2.59 2.14 0.45 3 0.0165*

ทม่ี ตี ่อความสาเรจ็ ในการรบั มอบ-ส่งมอบโครงการกบั G-02 2.89 1.94 0.95 1 0.0000*
ระดบั ความสาเรจ็ ในการดาเนินการแกไ้ ขปญั หา
G-03 2.55 2.37 0.18 6 0.3762

G-04 2.21 2.43 -0.22 7 0.3003

ระดบั ระดบั ระดบั G-05 2.59 2.42 0.17 5 0.3390
ผลกระทบต่อ ความสาเรจ็ ความ
ความสาเรจ็ ในการแกไ้ ข ต่าง Sig (P- G-06 2.51 2.06 0.46 2 0.0190*
ปัญหา กระบวนการ ปัญหาเพอ่ื ระหวา่ ง Value)
รบั มอบ-สง่ (1) กบั ลาดบั ระหวา่ ง G-07 2.47 2.17 0.30 4 0.1870
ลด (2) (1) กบั
มอบ ผลกระทบ หมายเหต:ุ
(1) (2) F-01: ปญั หาดา้ นคุณภาพและความสามารถของบรษิ ทั ทป่ี รกึ ษา
(2) F-02: ปญั หาดา้ นคณุ ภาพและความสามารถของบรษิ ทั ผรู้ บั เหมา
F-03: ปญั หาการแกไ้ ขแบบก่อสรา้ ง
F-01 2.49 2.25 0.24 2 0.3371 F-04: ปญั หาการไม่สามารถนาแบบกอ่ สรา้ งไปสรา้ งไดจ้ รงิ เชน่ แบบเกา่ ลา้ สมยั
F-05: ปญั หาเกดิ การเปลย่ี นแปลงของสภาพทวั ่ ไปของพน้ื ทเ่ี ปลย่ี นแปลงไปจากผล
F-02 2.36 2.36 0.00 4 0.9923
การสารวจเดมิ เชน่ สภาพธรณวี ทิ ยาความเจรญิ ของชมุ ชน
F-03 2.87 2.31 0.57 1 0.0075* F-06: ปญั หาการซ่อมแซมขอ้ บกพรอ่ งของงานในระยะประกนั ทไ่ี มม่ คี ณุ ภาพ
F-07: ปญั หาขาดตรวจสอบความถูกตอ้ งของงานก่อสรา้ งก่อนสง่ งานและกอ่ นการ
F-04 2.44 2.11 0.32 3 0.1351
ตรวจรบั ตามแบบก่อสรา้ ง
F-05 2.46 2.46 0.00 4 0.9847
* หมายความวา่ (1) กบั (2) มคี วามสมั พนั ธอ์ ยา่ งมนี ยั สาคญั ทร่ี ะดบั ความเชอ่ื มนั ่ 95 %

หมายเหต:ุ จากตารางท่ี 8 พบวา่ ปญั หา G-02 เป็นปญั หาทม่ี ี
ความต่างของระดบั ผลกระทบต่อความสาเร็จในการ
F-01: ปญั หาความขดั แยง้ กบั ชาวบา้ นทอ่ี าศยั อยใู่ นเขตพน้ื ทโ่ี ครงการ ดาเนินงานรับมอบ -ส่งมอบโครงการกับระดับ
F-02: ปญั หาขาดการประชมุ ชแ้ี จงทาความเขา้ ใจระหวา่ งหน่วยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ งทงั้ หมด ความสาเรจ็ ในการแก้ไขปญั หามากทส่ี ุดและแตกต่าง
F-03: ปญั หาการขาดการประชาสมั พนั ธแ์ ละสง่ เสรมิ การมสี ่วนร่วมของชมุ ชน อย่างมนี ัยสาคญั ทางสถิติท่รี ะดบั ความเช่อื มนั่ 95 %
F-04: ปญั หาการขาดระบบการตรวจสอบควบคมุ และกากบั งานทด่ี จี ากสว่ นกลาง ดงั นนั้ จงึ พจิ ารณาไดว้ า่ เป็นปญั หาทผ่ี ูท้ ม่ี สี ว่ นเกย่ี วขอ้ ง
ในกระบวนการดาเนินงานรับมอบ-ส่งมอบโครงการ
F-05: ไม่มกี ารทาประชาพจิ ารณ์ก่อนเรม่ิ โครงการทาใหเ้ กดิ ผลกระทบตอ่ กระบวนการ ควรให้ความสาคญั มากท่ีสุดเปรียบเทียบกับปญั หา
อ่นื ๆ ทเ่ี กย่ี วกบั ดา้ นการมสี ว่ นร่วม
รบั มอบ-สง่ มอบโครงการ

* หมายความวา่ (1) กบั (2) มคี วามสมั พนั ธอ์ ยา่ งมนี ยั สาคญั ทร่ี ะดบั ความเช่อื มนั ่ 95 %

จากตารางท่ี 7 พบวา่ ปญั หา F-03 เป็นปญั หาทม่ี ี

ความต่างของระดบั ผลกระทบต่อความสาเรจ็ ในการ

ดาเนินงานรับมอบ -ส่งมอบโครงการกับระดับ
ความสาเรจ็ ในการแกไ้ ขปญั หามากท่สี ุดและแตกต่าง

อย่างมนี ัยสาคญั ทางสถิติท่รี ะดบั ความเช่อื มนั่ 95 %
ดงั นัน้ จงึ พจิ ารณาไดว้ ่าเป็นปญั หาทผ่ี ทู้ ม่ี สี ว่ นเกย่ี วขอ้ ง

91

5. สรปุ และขอ้ เสนอแนะ - อนั ดบั ท่ี 3: E-01 ปญั หาการชารุดเสยี หาย
ของครุภัณฑ์ระหว่างกระบวนการรับมอบ-ส่งมอบ
5.1 สรปุ ผลการวจิ ยั (คะแนนความต่าง = 1.44)
จากการทบทวนเอกสารทเ่ี กย่ี วขอ้ ง (Review
- อนั ดบั ท่ี 4: B-02 ปญั หาการขาดบุคลากรท่ี
of Literature) คณะผู้วิจัยได้จาแนกปญั หาท่ีส่งผล เชย่ี วชาญดา้ นกฎหมายประจาโครงการ (คะแนนความ
กระทบต่อความ สาเร็จใ นการดาเนินงานรับม อบ -ส่ง ต่าง = 1.10)
มอบโครงการด้วยการสมั ภาษณ์กลุ่มผู้เช่ยี วชาญท่มี ี
ประสบการณ์ทเ่ี กย่ี วกบั กระบวนการรบั มอบ-ส่งมอบ - อนั ดบั ท่ี 5: G-02 ปญั หาด้านคุณภาพและ
โครงการชลประทานและด้วยการทบทวนวรรณกรรม ความสามารถของบริษัทผู้รับเหมา (คะแนนความ
จากแหล่งข้อมูลต่างๆ ท่เี กย่ี วขอ้ ง อาทเิ ช่น เอกสาร ต่าง = 0.95)
วิชาการ เอกสารประกอบการสัมมนาทางวิชาการ
หนังสอื เวปไซต์ โดยสามารถจาแนกได้ 7 กลุ่มปญั หา - อนั ดับท่ี 6: C-03 ปญั หาด้านสภาพคล่อง
หลกั รวมทงั้ สน้ิ 43 ปญั หาย่อย ซง่ี รายละเอยี ดกล่าวไว้ การเงนิ ของผรู้ บั จา้ ง (คะแนนความต่าง = 0.88)
ในภาคผนวกของบทความฉบับน้ี ทัง้ น้ีจากผลการ
วิเคราะห์ข้อมูลท่ีได้จาก สารวจแบบสอบถาม - อนั ดับท่ี 7: E-03 ปญั หาการสูญหายของ
(Questionnaire Survey) กบั กลมุ่ เป้าหมายวจิ ยั จานวน ครภุ ณั ฑ์ (คะแนนความต่าง = 0.87)
40 คนซง่ึ เป็นผทู้ ม่ี ปี ระสบการณ์การทางานทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
กบั กระบวนการบั มอบ-สง่ มอบโครงการชลประทานไม่ - อันดับ ท่ี 8: E-02 ปัญ ห า ก า ร เ บิก จ่ า ย
น้อยกว่า 10 ปี โดยวธี กี ารวิเคราะห์ความต่าง (Gap ครภุ ณั ฑล์ ่าชา้ กวา่ กาหนด (คะแนนความต่าง = 0.83)
Analysis) พบว่ามีปจั จัย (ปญั หา) จานวนทัง้ ส้ิน 10
ปจั จยั จากจานวนทงั้ หมด 43 ปจั จยั ท่ีความต่างของ - อนั ดบั ท่ี 9: C-05 งบประมาณทอ่ี นุมตั ิน้อย
ระดบั ผลกระทบต่อความสาเรจ็ ในการดาเนินงานรบั กว่างบประมาณท่ีทาเร่ืองเสนอ (คะแนนความ
มอบ-สง่ มอบโครงการกบั ระดบั ความสาเรจ็ ในการแกไ้ ข ต่าง = 0.74)
ปญั หามากทส่ี ุดและแตกต่างอย่างมนี ัยสาคญั ทางสถติ ิ
ทร่ี ะดบั ความเช่อื มนั่ 95 % ดงั นนั้ จงึ พจิ ารณาไดว้ า่ เป็น - อนั ดบั ท่ี 10: B-03 ปญั หาการแทรกแซงจาก
ปญั หาทัง้ 10 ปญั หาเหล่าน้ี ผู้ท่ีมีส่วนเก่ียวข้องใน ฝา่ ยการเมอื ง (คะแนนความต่าง = 0.73)
กระบวนการดาเนินงานรบั มอบ-ส่งมอบโครงการควร
ใหค้ วามสาคญั มากทส่ี ุดเปรยี บเทยี บกบั ปญั หาอ่นื ๆ ท่ี 5.2 ผลการวเิ คราะหแ์ บบสอบถามความคดิ เหน็ จาก
ทงั้ หมด เพ่อื ใหก้ ระบวนการรับมอบ-ส่งมอบโครงการ ผเู้ ชยี่ วชาญทมี่ ตี ่อการวจิ ยั ครงั้ น้ี
เป็นไปอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพและสาเรจ็ ตามเป้าหมายท่ี
กาหนดไว้ ประกอบดว้ ยปญั หาดงั ต่อไปน้ี คณะผูว้ จิ ยั ไดท้ าการวเิ คราะห์ขอ้ มลู ทไ่ี ดจ้ าก
การสัมภาษณ์ความคิดเห็นจากผู้เช่ียวชาญท่ีมีต่อ
- อนั ดบั ท่ี 1: B-09 มกี ารเกษียณอายุราชการ โครงการวจิ ยั ดว้ ยการใชแ้ บบสอบถาม (Questionnaire
แต่ไม่มกี ารเพ่มิ บุคลากรทดแทน (คะแนนความต่าง Survey) สามารถสรปุ ผลการวเิ คราะหข์ อ้ มลู ดงั ต่อไปน้ี
= 1.79)
ตารางท่ี 9 ผลการวเิ คราะหแ์ บบสอบถามความคดิ เหน็
- อันดับท่ี 2: C-01 ปญั หางบประมาณไม่ จากผเู้ ชย่ี วชาญทม่ี ตี ่อการวจิ ยั น้ี
เพยี งพอต่อการบารุงรกั ษาโครงการท่อี ยู่ระหว่างรอ
กระบวนการรับมอบ-ส่งมอบ (คะแนนความต่าง หวั ข้อ ค่าเฉลี่ย Sig. (P-
= 1.49) 3.000 Value)
1) ความเหมาะสมของ 1.000
92 ผลการวจิ ยั และวธิ กี ารการวจิ ยั ท่ี 2.750
นาเสนอ 3.250 0.718
2) ความถกู ตอ้ งของผลการวจิ ยั
และวธิ กี ารดาเนนิ การวจิ ยั 0.638
3) การนาไปใชป้ ระโยชน์ใน
องคก์ ร

จ ากผลการวิเครา ะห์ข้อมูลท าง สถิติ บุคคลทใ่ี หค้ าแนะนา ใหก้ ารชว่ ยเหลอื และเป็นกาลงั ใจ
(Statistical Analysis) ความเหมาะสม และความถูก ใหแ้ กค่ ณะผวู้ จิ ยั เสมอมา
ต้องของผลการวิจัย และวิธีการดาเนินงานวิจัยท่ี
นาเสนอมีค่าคะแนนเฉล่ยี มากกว่า 3.00 จงึ แสดงว่า 7. เอกสารอ้างอิง
ความเหมาะสมและความถูกต้องของผลการวจิ ยั และ กรมชลประทาน. 2555. หน้าท่ีรับผิดชอบของ
วธิ กี ารดาเนินงานวจิ ยั ท่นี าเสนอ ผู้เช่ยี วชาญมีความ
คดิ เหน็ ว่า เหน็ ดว้ ยมากถงึ มากทส่ี ดุ สว่ นการนาไปใช้ สานกั งานก่อสรา้ ง 1-14, กรมชลประทาน.
ประโยชน์ในองคก์ ร มคี า่ คะแนนเฉลย่ี มากกวา่ 3.00 จงึ กองนโยบายและแผน. 2554. แผนพฒั นาบุคลาก,
แสดงว่า ผตู้ อบแบบสอบถามมคี วามคดิ เหน็ วา่ เหน็ ดว้ ย
มากทส่ี ดุ ว่าสามารถนาไปใชป้ ระโยชน์ในองคก์ รได้ มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคลลา้ นนา.
กอ ง ค ลัง . 2 5 5 5 . ก า ร จัดซ้ือ จัด จ้า ง ค รุ ภัณ ฑ์
5.3 ขอ้ เสนอแนะ
5.3.1 ในการลงพน้ื ทเ่ี กบ็ ขอ้ มลู ผจู้ ดั ทาพบว่า (งบประมาณแผ่นดนิ ), มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร.์
กรุงเทพธุรกจิ . 2555. การแกป้ ญั หาความขดั แยง้ จาก
กลุ่มตัวอย่างบางคนตอบแบบสอบถามไม่ตรงตาม
ความต้องการ เน่ืองจากไม่เขา้ ใจในวตั ถุประสงค์การ ป า ก พ นั ง ถึ ง ป า ก มู ล . แ ห ล่ ง ท่ี ม า :
วจิ ยั ดเี พยี งพอจงึ ทาใหเ้ สยี เวลาและงบประมาณในการ http://pr.trf.or.yh, 17 ตุลาคม 2555.
ดาเนินการสารวจซ้า ดงั นนั้ จงึ ควรเพม่ิ ระยะเวลาในการ คณะทางานยอ่ ยจดั ทาคมู่ อื การปฏบิ ตั งิ านดา้ นก่อสรา้ ง.
ชแ้ี จงสรา้ งความเขา้ ใจใหก้ ลุ่มตวั อย่างก่อนดาเนินการ 2553. ขนั้ ตอนการปฏบิ ตั ิงานการส่งมอบ – รบั
สารวจเพ่อื เพมิ่ ความน่าเช่อื ถอื ของขอ้ มูลและลดปญั หา ม อ บ โ ค ร ง กา รก่ อส ร้า ง ข อ ง ภ า ค รัฐ , ก ร ม
ทเ่ี กดิ ซา้ ชลประทาน.
คณะกรรมการบรหิ ารงานบุคคลของขา้ ราชการครูและ
5.3.2 เพ่ือให้ผลการวิจัยครอบคลุมและมี บุคลากรทางการศึกษา. 2549. หลกั เกณฑ์และ
ความหลากหลายมากยง่ิ ขน้ึ ควรมกี ารเพม่ิ กลุ่มตวั อยา่ ง วธิ ีการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการ
ในระดับปฏิบัติการ เช่น วิศวกรสนาม และหัวหน้า ศกึ ษา, กระทรวงศกึ ษาธกิ าร.
คนงาน เป็นต้น เพ่ือให้ทราบถึงประเด็นปญั หาและ คมสนั ตันทรงเจริญ. 2550. ปญั หาการประยุกต์ใช้
วธิ กี ารแกไ้ ขปญั หาทแ่ี ตกต่างจากฝา่ ยบรหิ าร มาตรฐานไอเอสโอ 9000 ในองคก์ รกอ่ สรา้ งขนาด
กลาง กรณีศกึ ษาในจงั หวดั เชยี งใหม่, เชยี งใหม่ :
5.3.3 เพ่ือ ค ว า ม น่ า เ ช่ือ ถือ ข อง ผ ล ก า ร มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม.่
วิเคราะห์แบบสอบถามควรเพ่มิ จานวนกลุ่มตัวอย่าง จกั รพงษ์ เมษพนั ธ.ุ์ 2555. สภาพคล่องด.ี แหล่งทม่ี า:
เพ่ือเป็ นกา รเพ่ิมค ว า ม เช่ือมัน่ ( Reliability and http://jakkapong.wordpress.com.
Validation) ของผลการวจิ ยั จงกร แสงคลา้ ย. (ม.ป.ป.). แนวทาง /วธิ กี ารกาหนด
ราคากลางครุภัณฑ์ ปฏิบัติตามระเบียบสานัก
6. กิตติกรรมประกาศ นายกรฐั มนตรี ว่าดว้ ยการจา้ งและการพสั ดุ. กลุ่ม
บรหิ ารงา นการเงนิ และสนิ ทรพั ย.์
การวิจยั ในครงั้ น้ีเสร็จสมบูรณ์ไดด้ ้วยความกรุณา จนิ ดา โชตพิ านิช, 2552. ระเบยี บคณะกรรมการก่อตงั้
ของขา้ ราชการและเจา้ หน้าทจ่ี ากโครงการก่อสรา้ ง และ (ฉบับชัว่ คราว), กระทรวงวิทยาศาสตร์และ
โครงการส่งน้ าและบารุงรักษา ทางคณะผู้วิจัย เทคโนโลย.ี
ขอขอบพระคุณทุกท่านท่ไี ด้ให้คาแนะนาและเอ้อื เฟ้ือ ชนิ โรจน์ ศรณั ยส์ มบตั .ิ (ม.ป.ป.). เรอ่ื งท่ี 12 ทนายสอน
ข้อมูลสาหรับการดาเนินการวิจัยและอานวยความ น้อง ...เร่อื งสญั ญาจา้ งทาของ. แหล่งท่มี า: http:
สะดวกในดา้ นต่างๆ และท่ไี ม่อาจจะไม่กล่าวถงึ ได้ คอื
บิดามารดาของคณะผู้วิจัย และญาติพ่ีน้อง รวมทัง้ 93

//www.fpmconsultant.com/htm/advocate_dtl.p ธรี ภทั ธ์ แก้วฟุน และคณะ. (ม.ป.ป.). โครงการ การ
hp?id=157, 17 ตุลาคม 2555. พัฒนาฐานข้อมูลครุ ภัณฑ์ศูนย์วิทยบริการ,
ชูโชค อายุพงศ์. (ม.ป.ป.). การแก้ไขปญั หาเชิง วทิ ยาลยั การอาชพี เชยี งราย.
วิศวกรรมของการกีดขวางทางน้า ร่วมกับ
กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน ในจังหวัด นฤนาท เกศสระ เจา้ หน้าทบ่ี รหิ ารงาน. (ม.ป.ป.). การ
เชียงใหม่, หน่วยวิจัยภัยพิบัติทางธรรมชาติ บอกเลิกสญั ญาจ้างก่อสร้าง, ระบบสารสนเทศ
ภาควชิ าวศิ วกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ทกั ษณิ .
มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม.่
ชุณหจติ สงั ขใ์ หม่. (ม.ป.ป.). การจดั ซอ้ื จดั จา้ งภาครฐั บรษิ ทั โชติจนิ ดา มูเชล คอนซลั แตนท์ จากดั . 2550.
กบั งานกอ่ สรา้ ง, กรมบญั ชกี ลาง. โครงการวางผงั พฒั นาศูนย์ชุมชนย่านบางนา–
ชนกนันท์. 2555. แก้ปญั หาการขาดแคลน รปภ. ศรีนครินทร์ รายงานฉบับสมบูรณ์ ( Final
แหล่งท่มี า:https://groups.google.com/forum/#! Report), สานกั ผงั เมอื ง กรงุ เทพมหานคร.
msg/phimanchol2_group3/QxqEMdSZrWw/tJ
BooyGUx6cJ, 17 ตุลาคม 2555. พระ รา ช บัญ ญัติง บ ประ ม าณราย จ่ าย ป ระ จ า ปี
ดวงกมล เรอื งณรงค์. 2554. เอกสารเชงิ วเิ คราะหแ์ ละ งบประมาณ .2555. ราชกจิ จานุเบกษา เล่ม 129
เสนอแนะเพ่ือพัฒนาตนเอง เร่ืองปญั หาการ ตอนท่ี 15 ก วันท่ี 8 กุมภาพันธ์ 2555, สานัก
เบกิ จา่ ยงบประมาณ, มหาวทิ ยาลยั ทกั ษณิ . พระราชวงั .
ทพิ วรรณ หล่อสวุ รรณรตั น์. (ม.ป.ป.). การใชเ้ คร่อื งมอื
การจดั การในองคก์ ารภาครฐั (Management Tool พริ ยิ ะ จนั ทรมณี . 2547. นิเทศตดิ ตามการดาเนินงาน
Implementation in Public Organizations). ด้า น ก ฎ ห ม า ส ส า ธ า ร ณ สุ ข เ พ่ือ ส นั บ ส นุ น ก า ร
แ ห ล่ ง ท่ี ม า : http://journal.nida.ac.th/journal ดาเนินงาน “เมืองน่ าอยู่ด้านสุขภาพ” ของ
/index.php?option=com_content&view=article เทศบาลในพ้ืนท่ีเขต 9 ปี , ศูนย์อนามัยท่ี 9
&id=2 2 7 % 3 A2 0 0 9 - 1 2 - 1 2 - 0 8 - 2 0 - 3 7 พษิ ณุโลก.
&catid=5 8 % 3 A-2 5 5 0 - 1 4 - 1 &Itemid=9 4 &lan
g=th/, 17 ตุลาคม 2555. มานะ นิมติ มงคล. (ม.ป.ป.). คอร์รปั ชนั เชิงระบบใน
ทพิ วรรณ หล่อสวุ รรณรตั น์. (ม.ป.ป.). การใชเ้ คร่อื งมอื รัฐวิสาหกิจ (Systematic Corruption in State -
การจัดการในองค์การภาครัฐ ( Management Owned Enterprises). ศนู ยภ์ าคเี ครอื ขา่ ยต่อตา้ น
Tool Implementation in Public Organizations). คอรร์ ปั ชนั .
แ ห ล่ ง ท่ี ม า : http://journal.nida.ac.th/journal/
index.php?option=com_content&view=article มยุรฉตั ร. (ม.ป.ป.). สขุ ทองดวี นิ ยั ทางงบประมาณและ
&id=227%3A2009-12-12-8-20-37 &cati การคลงั , มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ.
d=58%3A-2550-14-1&Itemid=94&lang=th/, 17
ตุลาคม 2555. มีชัย ฤชุพันธุ์. (ม.ป.ป.). ความคิดเสรีของมีชัย.
ธราดล สุธีรภัทร์. 2543. การศึกษาการส่งมอบงาน แหล่งท่ีมา: http://www.meechaithailand.com/
ก่อสร้างในประเทศไทย: ปญั หา และแนวทาง ver1 / ?3 &action=view&type=9 &mcid=4 2 ,
แก้ไข. จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั , บณั ฑติ วทิ ยา 17 ตุลาคม 2555
ลยั .
รงุ่ รชั นี รุ่งมณี และคณะ. (ม.ป.ป.). การตรวจสอบดา้ น
94 พสั ด.ุ

รัชต์วรรณ กาญจนปญั ญาคม. 2555. การจัดการ
ความร,ู้ มหาวทิ ยาลยั รามคาแหง.

วนั ดี ช่วยประยูรวงศ์. 2552. ปญั หาการเบกิ จ่ายเงิน
งบประมาณ. แหล่งท่ีมา: www.finance.offpre.r
mutp.ac.th/.../problem_inpay, 17 ตุลาคม 2555.

ศนู ยส์ ารสนเทศ กรมชลประทาน. 2550. ประวตั กิ รม หลกั เกณฑก์ ารเบกิ จา่ ยงบประมาณโครงการบา้ น
ชลประทาน. แหล่งท่ีมา:http://www.rid.go.th/ มัน่ คงท่ีได้รบการสนับสนุน, สถาบันพัฒนา
2 0 0 9 / index.php?option = com_content & องคก์ รชมุ ชน.
view= article&id=1 : 2 0 0 9 - 0 4 - 1 2 - 0 6 - 2 9 - สรุ ตั น์ กอ้ นนาค และคณะ. (ม.ป.ป.). แนวทางสง่ เสรมิ
43&catid= 1:2009-04-12-05-18-55&Itemid=3, ก า ร มีส่ ว น ร่ ว ม ข อ ง ชุ ม ช น ใ น ก า ร บ ริห า ร
25 พฤษภาคม 2555. สถานศึกษาสงั กัดสานักงานส่งเสริมการศึกษา
นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด
ศกั ดชิ์ ยั ขาเจรญิ . 2552. การตรวจรบั พสั ดุ การตรวจ ชั ย น า ท . แ ห ล่ ง ท่ี ม า : http://panchalee.
การจ้าง และผู้ควบคุมงานก่อสร้าง, สมาคมนัก wordpress.com/, 17 ตุลาคม 2555.
บรหิ ารพสั ดุแห่งประเทศไทย. หน่วยตรวจสอบภายใน. (ม.ป.ป.). แนวทางการ
ควบคุมและตรวจสอบการปฏิบตั ิงานในระบบ,
สญั ชยั เกตุวรชยั และคณะ. 2552. นิยามศพั ทเ์ กย่ี วกบั สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน
โครงการชลประทาน คู่มอื การรับมอบ-ส่งมอบ ASTVผู้จดั การออนไลน์. 2555. สธ.ชง ครม.ขอเพ่ิม
โ ค ร ง ก า ร ก่ อ ส ร้ า ง ไ ป ยัง โ ค ร ง ก า ร ส่ ง น้ า แ ล ะ อตั รากาลงั คน 76,769 อตั รา แกป้ ญั หาขาดแคลน
บารุงรกั ษา แหล่งทม่ี า: http://kmcenter.rid.go.th บุ ค ลา กร . แ ห ล่ ง ท่ีม า : http://www.manager
/kclproject/index.php/2 0 1 1 -0 5 -0 1 - 0 9 -0 5 - .co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=955000
07/41-2010-08-18-07-08-39/51-2010-08-18- 0099029, 17 ตุลาคม 2555.
0 7 - 3 6 - 3 1 , 25 พ ฤ ษ ภ า ค ม 2555. ส า นัก Phachern Thammasarangkoon. 2555. ปัญ ห า ก ฎ
ชลประทานท่ี 14 .2554. โครงการส่งน้าและ หมายเก่ยี วกบั การคุ้มครองผูบ้ รโิ ภคในความรบั
บารุงรกั ษา. กรมชลประทาน ประจวบคีรีขนั ธ์, ผิดต่อความเสียหายท่ีเกิดข้ึนจากสินค้าท่ีไม่
กรมชลประทาน. ปลอดภยั . แหล่งทม่ี า: http://www.gotoknow.or
g/blogs/posts/492668, 17 ตุลาคม 2555.
สุเทพ นาคนาม. 2553. แนวทางการรับส่งงานใน
หน้าท่ีราชการ. สานักงานสาธารณสุขจังหวัด 8. ภาคผนวก
กาแพงเพชร, หวั หน้างานนิติการ ฝ่ายบริหาร
ทวั่ ไป. ก. ผวู้ จิ ยั ไดท้ าการรวบรวมปญั หาดา้ นระเบยี บกรม

สมเดช โรจน์คุรเี สถยี ร. (ม.ป.ป.). การเกบ็ รกั ษาบญั ชี ชลประทานทอ่ี าจจะส่งผลต่อกระบวนการรบั มอบ-ส่ง
และเอกสาร. แหล่งทม่ี า:http://www.ksmecare.c มอบโครงการประกอบดว้ ย 5 ปญั หาดงั ต่อไปน้ี
om/Article/63/7441, 17 ตุลาคม 2555. A-01: ปญั หาระบบการเบิกจ่ายงบประมาณ

สุจิตรา. (ม.ป.ป.). คู่มือการวินิจฉัยปญั หาการสอบ ต่างๆใชเ้ วลายาวนาน
บญั ชแี ละการจดั ทารายงานของผสู้ อบบญั ชี, กรม A-02: ปญั หาการขาดความเข้าใจในขนั้ ตอน
ตรวจบญั ชสี หกรณ์. 17 ตุลาคม 2555
การทาสญั ญาตามระเบยี บราชการ
สัจ จ ะ เ ส ถ บุ ต ร แ ล ะ ค ณ ะ . 2548. ก า ร จัด ตั้ง A-03: ปญั หาการแต่งตงั้ คณะกรรมการการรบั
คณะกรรมการลมุ่ น้าช,ี มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน่ .
มอบ - สง่ มอบโครงการก่อสรา้ งและบารุงรกั ษาเป็นไป
สานักงานคลังจังหวัดชุมพร. 2548. ปญั หากรณี
งบประมาณไม่เพยี งพอ. แหล่งทม่ี า: http://www. อยา่ งลา่ ชา้
gotoknow.org/blogs/posts/4728, 17 ตุ ลาค ม
2555. A-04: ไม่มกี าหนดการทแ่ี น่นอนในการรบั มอบ

สมสุข บุญญะบญั ชา. 1549. ระเบียบสถาบนั พฒั นา - ส่งมอบโครงการก่อสร้างไปยงั โครงการส่งน้าและ
องค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ว่าด้วย
บารุงรกั ษา 95

A-05: กรมชลประทานไม่มคี ่มู อื ในกระบวนการ C-04: มกี ารตงั้ งบประมาณแต่ไม่มกี ารเบกิ จ่าย
รบั มอบ-สง่ มอบโครงการทช่ี ดั เจน เพ่อื ใชใ้ นการบารงุ รกั ษา

ข. ผวู้ จิ ยั ไดท้ าการรวบรวมปญั หาดา้ นบุคากรและ C-05: งบประมาณทอ่ี นุมตั นิ ้อยกวา่ งบประมาณ
องค์กรทอ่ี าจจะส่งผลต่อกระบวนการรบั มอบ-ส่งมอบ ทท่ี าเรอ่ื งเสนอ
โครงการประกอบดว้ ย 9 ปญั หาดงั ต่อไปน้ี
C-06: มีการเบิกจ่ายงบประมาณในการ
B-01: ปญั หาการติดต่อประสานงานของทุก บารุงรกั ษาโครงการไปใชอ้ ย่างผดิ วตั ถุประสงค์
ฝา่ ยทม่ี สี ว่ นเกย่ี วขอ้ งในโครงการสง่ น้าและบารุงรกั ษา
กบั ฝา่ ยก่อสรา้ ง C-07: ความจากัดของงบประมาณการจ้าง
บคุ ลากรในระหวา่ งดาเนินการรบั มอบ-สง่ มอบโครงการ
B-02: ปญั หาการขาดบุคลากรทเ่ี ชย่ี วชาญดา้ น ก่อสรา้ งไปยงั โครงการสง่ น้าและบารงุ รกั ษา
กฎหมายประจาโครงการ
ง. ผู้วจิ ยั ได้ทาการรวบรวมปญั หาด้านเอกสารท่ี
B-03: ปญั หาการแทรกแซงจากฝา่ ยการเมอื ง อาจจะส่งผลต่อกระบวนการรบั มอบ-ส่งมอบโครงการ
B-04: ปญั หาเน่ืองจากมีการเปล่ียนแปลง/ ประกอบดว้ ย 4 ปญั หาดงั ต่อไปน้ี
โ ย ก ย้ า ย บุ ค ล า ก ร ก ร ม ช ล ป ร ะ ท า น ร ะ ห ว่ า ง ก า ร
ดาเนินงานก่อสรา้ ง D-01: ปญั หาความไม่ชดั เจนของเน้ือความใน
B-05: ปญั หาผูร้ บั จา้ งไม่รายงานผลการปฏบิ ตั ิ เอกสารรับมอบ - ส่งมอบโครงการก่อสร้างไปยัง
ทถ่ี ูกตอ้ งตามความเป็นจรงิ โครงการก่อสรา้ งและบารุงรกั ษา
B-06: ปญั หาการขาดบคุ ากรทม่ี คี วามรเู้ กย่ี วกบั
ระบบการทางานของโครงการทไ่ี ดร้ บั มอบ D-02: ปญั หาการสญู หายของเอกสารประกอบ
B-07 : ปัญ ห า ด้า น ค วา ม พ ร้อ ม ข อ ง ค ณะ ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
กรรมการรบั มอบ และ สง่ มอบโครงการ ทถ่ี กู แต่งตงั้ ขน้ึ
B-08: ปญั หาการขาดบุคลากรทม่ี คี วามรู้ดา้ น D-03: ปญั หาการชารุดเสียหายของเอกสาร
ระเบยี บราชการทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั กระบวนการรบั มอบ-ส่ง ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
มอบโครงการก่อสร้างไปยังโครงการส่งน้ าและ
บารุงรกั ษา D-04: รายละเอียดการขอเบิกงบประมาณใน
B-09: มกี ารเกษียณอายุราชการแต่ไม่มกี าร เอกสารจากแต่ละท่ีไม่เหมือนกนั จึงทาให้เกิดความ
เพมิ่ บคุ ลากรทดแทน ล่าชา้ ในกระบวนการรบั มอบ-สง่ มอบ

ค. ผูว้ จิ ยั ไดท้ าการรวบรวมปญั หาดา้ นงบประมาณ จ. ผูว้ จิ ยั ไดท้ าการรวบรวมปญั หาดา้ นครุภณั ฑ์ท่ี
ทอ่ี าจจะสง่ ผลต่อกระบวนการรบั มอบ-ส่งมอบโครงการ อาจจะส่งผลต่อกระบวนการรบั มอบ-ส่งมอบโครงการ
ประกอบดว้ ย 7 ปญั หาดงั ต่อไปน้ี ประกอบดว้ ย 6 ปญั หาดงั ต่อไปน้ี

C-01: ปญั หางบประมาณไม่เพียงพอต่อการ E-01: ปญั หาการชารุดเสียหายของครุภัณฑ์
บารุงรกั ษา ระหวา่ งการรบั มอบ-สง่ มอบ

C-02: ปญั หาเก่ียวกับความล่าช้าในการ E-02: ปัญหาการเบิกจ่ายครุภัณฑ์ล่าช้า
เบกิ จา่ ยปีงบประมาณของระบบราชการ กว่ากาหนด

C-03: ปญั หาด้านสภาพคล่องการเงินของ E-03: ปญั หาการสญู หายของครุภณั ฑ์
ผรู้ บั จา้ ง E-04: ปญั หาครุภณั ฑไ์ ม่ถูกตอ้ งตามคุณสมบตั ิ
ทส่ี งั่ ซอ้ื
96 E-05: ไม่มกี ารระบตุ าแหน่งทต่ี งั้ ของเคร่อื งจกั ร
อยา่ งชดั เจน

E-06: ไม่มีการส่งบัญชีครุภัณฑ์ทาให้ไม่
สามารถซ่อมแซมครุภณั ฑท์ ช่ี ารดุ ได้

ฉ. ผู้วจิ ยั ได้ทาการรวบรวมปญั หาด้านการมี
สว่ นร่วมทอ่ี าจจะสง่ ผลต่อกระบวนการรบั มอบ-ส่งมอบ
โครงการประกอบดว้ ย 5 ปญั หาดงั ต่อไปน้ี

F-01: ปญั หาความขดั แย้งกบั ชาวบ้านท่อี าศยั
อยใู่ นเขตพน้ื ทโ่ี ครงการ

F-02: ปญั หาขาดการประชุมช้ีแจงทาความ
เขา้ ใจระหวา่ งหน่วยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ งทงั้ หมด

F-03: ปญั หาการขาดการประชาสมั พนั ธ์และ
สง่ เสรมิ การมสี ว่ นรว่ มของชมุ ชน

F-04: ปญั หาการขาดระบบการตรวจสอบ
ควบคุมและกากบั งานทด่ี จี ากสว่ นกลาง

F-05: ไม่มีการทาประชาพิจารณ์ก่อนเริ่ม
โครงการทาใหเ้ กดิ ผลกระทบต่อกระบวนการรบั มอบ-
สง่ มอบโครงการกอ่ สรา้ งไปยงั โครงการ

ช. ผวู้ จิ ยั ไดท้ าการรวบรวมปญั หาดา้ นคุณภาพ
งานก่อสรา้ งท่อี าจจะส่งผลต่อกระบวนการรบั มอบ-ส่ง
มอบโครงการประกอบดว้ ย 7 ปญั หาดงั ต่อไปน้ี

G-01: ปญั หาด้านคุณภาพและความสามารถ
ของบรษิ ทั ทป่ี รกึ ษา

G-02: ปญั หาด้านคุณภาพและความสามารถ
ของบรษิ ทั ผรู้ บั เหมา

G-03: ปญั หาการแกไ้ ขแบบกอ่ สรา้ ง
G-04: ปญั หาการไม่สามารถนาแบบก่อสรา้ งไป
สรา้ งไดจ้ รงิ เชน่ แบบเกา่ ลา้ สมยั
G-05: ปญั หาเกิดการเปล่ียนแปลงของสภาพ
ทวั่ ไปของพน้ื ทเ่ี ปลย่ี นแปลงไปจากผลการสารวจเดมิ
เชน่ สภาพธรณวี ทิ ยาความเจรญิ ของชมุ ชน
G-06: ปญั หาการซ่อมแซมขอ้ บกพร่องของงาน
ในระยะประกนั ทไ่ี ม่มคี ณุ ภาพ
G-07: ปญั หาขาดตรวจสอบความถูกต้องของ
งานก่อสรา้ งกอ่ นสง่ งานและก่อนการตรวจรบั ตามแบบ
กอ่ สรา้ ง

97

การพฒั นาเรือเกบ็ วชั พืชน้าขนาดเลก็
Development of Mini Aquatic Weed Harvester

ปรญิ ญา กมลสนิ ธุ1์ , กญั ญา อนิ ทรเ์ กลย้ี ง 2
1,2 สานกั วจิ ยั และพฒั นา กรมชลประทาน
เลขท่ี 200 ม.1 ถ.ตวิ านนท์ ต.บางตลาด อ.ปากเกรด็ จ.นนทบรุ ี 11120

บทคดั ยอ่

วชั พชื ทเ่ี กดิ ขน้ึ ในทางน้าชลประทาน กดี ขวางการไหล ไหลปนกบั น้า ทาความเสยี หายใหแ้ กเ่ คร่อื งสบู น้า
อุดตนั ประตูระบายน้า ทาใหป้ ระสทิ ธภิ าพการส่งน้าและระบายน้าลดลง 40 – 70 % ถงึ แมก้ ารกาจดั วชั พชื ทาได้
หลายวธิ ี แต่ทุกวธิ ลี ว้ นมขี อ้ จากดั การกาจดั ดว้ ยสารเคมอี าจสรา้ งมลภาวะต่อสงิ่ แวดลอ้ มการใชแ้ รงงานคน ทาได้
ล่าช้าและมีข้อจากดั มาก ขณะท่กี ารใช้เรือกาจดั วชั พืชถึงแม้จะเป็นวธิ กี ารแกป้ ญั หาวชั พืชท่ีทาได้รวดเร็ว แต่
จานวนเรอื ทใ่ี ช้งานอย่มู นี ้อยเม่อื เทยี บกบั คลองและทางน้าชลประทานทงั้ ประเทศ ราคาแพงเน่ืองจากต้องนาเขา้
จากต่างประเทศ ขนาดใหญ่ น้าหนักมาก ค่าใชจ้ ่ายการขนยา้ ยสงู ไม่สามารถเขา้ ปฏบิ ตั งิ านในพ้นื ท่หี รอื คลอง
ขนาดเลก็ สานกั วจิ ยั และพฒั นา จงึ ทาการประดษิ ฐเ์ รอื เกบ็ วชั พชื น้าขนาดเลก็ น้าหนกั เบา ขนย้ายสะดวก สามารถ
ปฏบิ ตั งิ านไดท้ งั้ ในแหลง่ น้าและทางน้าขนาดเลก็ ทเ่ี รอื กาจดั วชั พชื ขนาดใหญ่ไม่สามารถเขา้ ปฏบิ ตั งิ านได้ เรอื เกบ็
วชั พชื น้าขนาดเลก็ ทป่ี ระดษิ ฐเ์ ป็นแบบคาตามาราน( Catamaran ) ลอยน้าดว้ ยโป๊ะรปู ทรงกระสวยทาดว้ ยไฟเบอร์
กลาส ขนาดกว้าง 0.6 เมตร สงู 0.7 เมตร ยาว 5.5 เมตร 2 ขา้ ง ขนาดเรอื กวา้ ง 1.7 เมตร ยาว 5.5 เมตร มเี สา
โครงเหลก็ ตงั้ บนเรอื รบั หลงั คา น้าหนกั เรอื พรอ้ มเคร่อื งยนต์ทงั้ หมดรวมประมาณ 500 กก. น้าหนกั บรรทุกสงู สุด
ประมาณ 700 กก. โดยเคร่อื งเกบ็ วชั พชื ไดพ้ ฒั นา 2 แบบ คอื โมเดล I แบบตดั ดดู วชั พชื และโมเดล II แบบชอ้ นตกั
วชั พชื ซง่ึ จากการทดลองประสทิ ธภิ าพในการงานพบว่า เรอื เกบ็ วชั พชื โมเดล I สามารถเกบ็ สาหร่ายไดด้ ี รวมถงึ
จอกหูหนู แต่ไมเ่ หมาะทจ่ี ะกาจดั ดปี ลนี ้าทม่ี คี วามหนาแน่นมาก สว่ นโมเดล II เป็นการปรบั แกจ้ ุดอ่อนของโมเดล I
โดยใชต้ ะกรา้ ขนาดใหญ่ตดิ ตงั้ ดา้ นหน้าเรอื ตวั เรอื ขบั เคล่อื นดว้ ยเครอ่ื งยนตเ์ บนซนิ ขนาด 13 แรงมา้ โดยใชใ้ บพดั
หางเสอื ขบั น้าให้เรอื แล่น การปฏบิ ตั ิงานของเรือเกบ็ วชั พชื โมเดล II ทาได้ 2 ลกั ษณะ คอื (1)การดนั ให้วชั พืช
เคลอ่ื นเขา้ หาฝงั่ แลว้ ตกั ยกขน้ึ ทง้ิ บนฝงั่ (2) การตกั วชั พชื โดยหวั ตกั ตะกรา้ ดา้ นหน้าเรอื ตกั ยกวชั พชื ลอยขน้ึ เหนือ
ผวิ น้านามาเทบนตลิง่ เรือสามารถเกบ็ วชั พชื ทงั้ พชื ลอยน้าและพชื ใต้น้า เช่น ดปี ลี สาหร่าย จอกหูหนู และ
ผกั ตบชวาทข่ี น้ึ หนาแน่นไม่มากนัก ถงึ ปานกลาง ความสามารถในการเกบ็ วชั พชื ประมาณ 3 - 5 ตนั ต่อชวั่ โมง
อตั ราการใช้น้ามนั สูงสุด 1.8 ลติ รต่อชวั่ โมง ใช้ผูป้ ฏบิ ตั ิงานบนเรอื 3 คน ประกอบด้วย พนักงานขบั เรอื 1 คน
ผคู้ วบคุมเคร่อื งตกั เกบ็ วชั พชื 1 คน และ คนช่วยถ่อเรอื กนั กระแทกกบั ฝงั่ และชว่ ยดนั เรอื ออกจากฝงั่ 1 คน ผลการ
ทดสอบเกบ็ สาหร่ายหางกระรอกและบวั สาย อ่างเกบ็ น้าหว้ ยเสนง จงั หวดั สรุ นิ ทร์ ความหนาแน่นวชั พชื ประมาณ
5 - 6 ตนั /ไร่ อตั ราการเกบ็ วชั พชื ประมาณ 1.3 ไร่/ชวั่ โมง คดิ เป็นอตั ราค่าใชจ้ ่ายในการเกบ็ วชั พชื ประมาณ 28
บาท / ตนั

คาสาคญั : เรอื เกบ็ วชั พชื Aquatic Weed, Hydrilla, Pondweed

98

1. บทนา รปู ท่ี 1 วชั พชื ทเ่ี กดิ ขน้ึ ในคลองและแหลง่ น้า
ชลประทาน
วัชพืชน้ าเป็ นพืชท่ีสามารถขยายพันธุ์และ
เจรญิ เตบิ โตปกคลุมพน้ื ทผ่ี วิ น้าไดอ้ ย่างรวดเรว็ ความ รปู ท่ี 2 การเกบ็ กาจดั วชั พชื ดว้ ยแรงงานทาไดล้ า่ ชา้
ห น า แ น่ น ข อ ง วัช พืช ใ น แ ม่ น้ า ลา ค ล อ ง แ ล ะ บึง ต่ า ง ๆ และ ประสทิ ธภิ าพต่า
ก่อให้เกิดปญั หาต่างๆ มากมาย เช่น ขดั ขวางการ
สญั จรทางน้า ปิดกนั้ ทางระบายน้าของคลองระบายน้า
และเข่อื นต่างๆ ทาให้น้าเสยี และเป็นอนั ตรายต่อสตั ว์
น้าโดยเฉพาะปลา แย่งอาหารพชื ท่ีปลูก ลดปริมาณ
ออกซิเจนในน้า ประชาชนไม่สามารถใช้น้าอุปโภค
บรโิ ภคได้ แม่น้าลาคลองจะต้นื เขนิ เรว็ ขน้ึ และยงั เป็น
แหล่งเพาะพนั ธุ์ของสตั ว์น้า อนั เป็นพาหะของพยาธิ
หรอื เชอ้ื โรค เป็นแหล่งเพาะพนั ธุย์ ุงท่เี ป็นพาหนะของ
โรคมาลาเรยี ไขเ้ ลอื ดออก เป็นตน้

ในระบบชลประทานวชั พืชทเ่ี กดิ ขน้ึ กดี ขวางการ
ไหลของน้า (รูปท่1ี ) ทาใหน้ ้าไหลไม่ไดต้ ามปรมิ าณท่ี
ต้องการ วชั พชื ไหลปนกบั น้า ทาความเสยี หายใหแ้ ก่
เคร่ืองสูบน้า กงั หนั น้า อุดตันประตูระบายน้า ทาให้
ประสทิ ธภิ าพการส่งน้าและระบายน้าชลประทานลดลง
40 – 70 เปอร์เซ็นต์ กรมชลประทานต้องจัดสรร
งบประมาณในการกาจดั วชั พชื โดยตรงไม่น้อยกว่า 65
ลา้ นบาทและกาจดั โดยออ้ มวธิ อี ่นื เช่น การขดุ ลอกปีละ
นบั รอ้ ยลา้ นบาท การกาจดั วชั พชื ถงึ แมจ้ ะทาไดห้ ลาย
วธิ ี แต่ละวิธีกม็ ีขอ้ จากดั เช่น การกาจดั ด้วยสารเคมี
อาจมผี ลกระทบต่อสงิ่ แวดลอ้ ม การใชก้ าลงั คนงานตดั
ดึง ถอน ก็ล่าช้าและใช้กาลงั งานจานวนมาก(รูปท่ี2)
การกาจัดด้วยเคร่ืองจักร เรือเก็บวัชพืชของกรม
ชลประทานทม่ี อี ยู่ ส่วนมากมขี นาดใหญ่ น้าหนักมาก
ค่าใช้จ่ายการขนย้ายสงู ไม่สามารถเขา้ ปฏบิ ตั งิ านใน
พ้ืนท่ีหรือคลองขนาดเล็ก จานวนเคร่ืองมีน้อยเม่ือ
เทยี บกบั พน้ื ทช่ี ลประทาน และ ราคาแพงเน่อื งจากตอ้ ง
สงั่ ซอ้ื จากต่างประเทศ (รปู ท่ี 3)

99

รปู ท่ี 3 เรอื เกบ็ วชั พชื ขนาดใหญ่น้าหนักมากคา่ ขนยา้ ย และพฒั นาด้านวิทยาศาสตร์ สานักวิจัยและพัฒนา
สูง การปฏบิ ตั ิงานในพ้นื ท่ีขนาดเล็กทาได้ไม่สะดวก พบว่า วชั พืชน้าส่วนใหญ่ท่ีพบในคลองชลประทาน
และไม่คมุ้ ทนุ ในการขนยา้ ยเครอ่ื งมอื ไปปฏบิ ตั งิ าน ไดแ้ ก่ ดปี ลนี ้า และสาหรา่ ยหางกระรอก จงึ ไดท้ าการ
ทดสอบคุณสมบัติทางกายภาพของพืช (Physico-
2. วตั ถปุ ระสงคก์ ารวิจยั Mechanical Properties) เพ่อื นาไปใชอ้ อกแบบเรอื เกบ็
เพ่อื จดั ทาเรอื เกบ็ วชั พชื น้าทม่ี ขี นาดเลก็ น้าหนัก วชั พชื น้า ขอ้ มลู ทส่ี าคญั ประกอบดว้ ย ความหนาแน่น
(Weed Density) ค่ า แ ร ง ดึง ถ อ น ร า ก (Uprooting
เบา เคล่อื นย้ายได้สะดวก และสามารถปฏบิ ตั งิ านใน Force) ค่าต้านทานแรงดึงขาดของลาต้น (Tensile
คลองขนาดเลก็ Force) ไดผ้ ลการทดสอบดงั แสดงใน (รปู ท4่ี ถงึ 9)

3. วิธีการดาเนินงาน 4.0
การดาเนินงานประกอบดว้ ย 5 ขนั้ ตอนหลกั
Wet weight (kg/m2) 3.5
ดงั นี้ y = 0.0139 x - 0.381
1) สารวจ ศกึ ษาขอ้ มลู วชั พชื น้าทร่ี ะบาดในระบบ
3.0 R2 = 0.923
ชลประทานของโครงการต่างๆ
2) ทดสอบคุณสมบตั ทิ างกลศาสตรก์ ายภาพของ 2.5

วชั พชื เพ่อื นาไปใชใ้ นการออกแบบ 2.0
3) ออกแบบและจดั ทาชน้ิ สว่ นสาคญั ของเคร่อื งตดั
1.5
เกบ็ วชั พชื น้าและทดลองในหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารปรบั ปรงุ
ทดลองหาความเหมาะสม 1.0

4) ออกแบบและสรา้ งตน้ แบบเรอื เกบ็ วชั พชื น้า 0.5
5) ทดสอบประสทิ ธภิ าพการทางานของเรอื เกบ็
วชั พชื น้าตน้ แบบ 0.0 50 100 150 200 250 300
0
4. ผลการทดลอง
4.1 การสารวจและทดสอบคุณสมบัติทาง Weed density (stems/m2)

กลศาสตรข์ องวชั พชื น้า รปู ท่ี 4 น้าหนกั เปียกและความหนาแน่น
ขอ้ มลู รายงานการสารวจวชั พชื น้าในแหล่ง ของสาหรา่ ยหางกระรอก

น้า คลองชลประทาน โดยกลุ่มงานวชั พชื ส่วนวิจยั Wet weight (kg/m2)10

8 y = 0.0304 x + 0.685
R2 = 0.832

6

4

2

0
0 50 100 150 200 250 300
Weed density (stems/m2)

รปู ท่ี 5 น้าหนกั เปียกและความหนาแน่นของดปี ลนี ้า

100

Weed uprooting force (N) 8 Maximum tensile force (N) 800
y = 4.1 x
7
600 R2 = 0.994
6 y = 1.503 x + 1.575 400
R2 = 0.939

5

4

3 200

2 0 250
0 50 100 150 200
1
0.5 1.0 1.5 2.0 2.5 3.0 Number of stems
Mean stem diameter (mm)
รปู ท่ี 9 คา่ แรงตา้ นการดงึ ขาดของลาตน้ และจานวน
รปู ท่ี 6 คา่ แรงดงึ ถอนรากและขนาดลาตน้ เฉลย่ี ของ ลาตน้ ของดปี ลนี ้า
สาหรา่ ยหางกระรอก
Weed uprooting force (N) 4.2 เรอื เกบ็ วชั พืชน้าโมเดล I
8
Maximum tensile force (N) ก) สว่ นประกอบ
7 เรอื เกบ็ วชั พชื น้าต้นแบบมสี ว่ นประกอบท่ี

6 y = 1.544 x + 1.627 สาคญั 2 สว่ นหลกั ดงั น้ี
R2 = 0.988 ส่วนท่ี1 เรือท่ีใช้ติดตัง้ เคร่ืองตัดเก็บวัชพืช

5 (Carrying Unit) ต้นแบบเรือเก็บวัชพืชน้าต้นแบบ
โมเดล I เป็นแบบคาตามาราน(Catamaran) ลอยน้าได้
4 ดว้ ยโป๊ะทาด้วยไฟเบอร์กลาส รูปทรงกระสวยขนาด
3.0กว้าง 0.6 เมตร สูง 0.7 เมตร ยาว 5.5 เมตร 2 ขา้ ง
3 ขนาดเรือกว้าง 1.7 เมตร ยาว 5.5 เมตร มีเสาโครง
เหลก็ ตงั้ บนเรอื รบั หลงั คาและโครงยกของเคร่อื งเกบ็
2 วัชพืช น้าหนักเรือพร้อมเคร่ืองยนต์ทัง้ หมดรวม
ประมาณ 500 กก. น้าหนกั บรรทุกสงู สดุ ประมาณ 700
1 กก. ตวั เรอื ขบั เคล่อื นดว้ ยเคร่อื งยนต์เบนซนิ ขนาด 9
0.5 1.0 1.5 2.0 2.5 แรงมา้ โดยใชใ้ บพดั หางเสอื ขบั น้าใหเ้ รอื แลน่
Mean stem diameter (mm)
ส่วนท่ี 2 เคร่อื งตดั เกบ็ วชั พชื (Chopping
รปู ท่ี 7 คา่ แรงดงึ ถอนรากและขนาดลาตน้ เฉลย่ี ของ Unit) ประกอบด้วยกล่องหัวตัด ซ่ึงมีใบมีดหมุนดึง
ดปี ลนี ้า วชั พชื เขา้ มาในกล่องและตดั เป็นชน้ิ เลก็ ๆ แลว้ ดูดดว้ ย
ท่อดดู ทม่ี ใี บพดั อย่ภู ายใน ดดู น้าผสมกบั วชั พชื ทถ่ี ูกตดั
180 เป็นช้นิ เล็กๆแล้ว ไปเก็บไว้ในตะกร้าท่ตี ิดตงั้ อยู่ท้าย
160 เรอื วชั พชื ทด่ี ดู มาจะคา้ งบนตะกรา้ สว่ นน้า ไหลกลบั ลง
140 ทางน้า บรเิ วณทท่ี างาน เคร่อื งตดั เกบ็ วชั พชื ขบั เคลอ่ื น
ดว้ ยเคร่อื งยนตเ์ บนซนิ ขนาด 13 แรงมา้
y = 1.831 x
120 R2 = 0.992
100

80
60
40
20

0
0 20 40 60 80 100
Number of stems

รปู ท่ี 8 ค่าแรงตา้ นการดงึ ขาดของลาตน้ และจานวน
ลาตน้ ของสาหร่ายหางกระรอก

101

รายละเอยี ดเรอื เกบ็ วชั พชื น้าโมเดลI แสดงใน c) ภาพเรอื เกบ็ วชั พชื น้าโมเดล I
รปู ท่ี 10 และลกั ษณะหวั ตดั ดงั รปู ท่ี 11 รปู ท่ี 10 แสดงรายละเอยี ดเรอื เกบ็ วชั พชื น้าโมเดล I

ก) หลกั การทางาน
การทางานของเรือเก็บวัชพืชโมเดล I

ประกอบดว้ ย 2 ขนั้ ตอน คอื การเก่ยี ว ดงึ วชั พชื เขา้ สู่
กล่องตดั และ ใบมดี ตดั วชั พชื เป็นชน้ิ เลก็ ๆในกล่องตดั
และการดูดวชั พชื ทถ่ี ูกตดั ให้เป็นช้นิ เลก็ ๆ ปนกบั น้าสู่
ตะกร้าบนเรือ และปล่อยให้น้าไหลผ่านตะกร้าลงสู่
คลองสว่ นวชั พชื ทค่ี า้ งบนตะกรา้ นาไปทง้ิ บนฝงั่

ข) ความสามารถในการปฏบิ ตั งิ าน
เรือเก็บวัชพืชน้าโมเดล I สามารถตัดเก็บ

วชั พืชท่ีเป็นพืชเถาจมในน้า เช่น สาหร่ายทุกชนิด
และ พชื ลอยน้าขนาดเลก็ ไดแ้ ก่ จอกชนดิ ต่างๆ อตั รา
การตดั เกบ็ ขน้ึ อย่กู บั ความหนาแน่นของวชั พชื บรเิ วณ
ท่ีสาหร่ายระบาดหนาแน่น การทางานของเรือเก็บ
วชั พชื น้าโมเดล I (รปู ท่ี 12 และ 13) อตั ราการตดั เกบ็
ประมาณ 1.8 - 2 ตนั ต่อชวั่ โมง (รปู ท่ี 14) อตั ราการ
ใชน้ ้ามนั 2 - 3 ลติ ร ต่อ ชวั่ โมง (รวมเคร่อื งยนตเ์ คร่อื ง
ตดั วชั พชื และเครอ่ื งยนตข์ บั เรอื )

965 4000 1400

250

1050
2000

700

1000 400 300 รปู ท่ี 11 แสดงลกั ษณะหวั ตดั ของเรอื เกบ็ วชั พชื น้า
400 โมเดล I
a) แบบเรอื เกบ็ วชั พชื น้าโมเดล I
500 650
550 400 1700
500 650

b) แสดงเรอื เกบ็ วชั พชื น้าโมเดล I รปู ท่ี 12 การทางานของเรอื เกบ็ วชั พชื น้ามเดล I
ขณะปฏบิ ตั งิ าน ขณะดดู ตดั เกบ็ สาหร่ายหางกระรอกในอา่ งเกบ็ น้า

102

ตัวเรือขับเคล่ือนด้วยเคร่ืองยนต์เบนซินขนาด 13
แรงมา้ โดยใชใ้ บพดั หางเสอื ขบั น้า ใหเ้ รอื แล่น

ส่วนท่ี 2. เคร่ืองเก็บผลกั ดนั วัชพืช เคร่อื ง
เกบ็ ผลกั ดนั วชั พชื ประกอบดว้ ยระบบรอกทุ่นแรง ดงึ
ยก หวั ตัก ซ่งึ ทาเป็นตะกร้าเก็บวชั พืช โดยมี Hand
Winch ช่วยในการดงึ สลงิ ใหห้ วั ตกั ทต่ี ดิ ตงั้ อย่ดู า้ นหน้า
เรอื ขน้ึ ลง และตกั เทวชั พชื ไดต้ ามตอ้ งการ หวั ตกั สรา้ ง
ให้สามารถย่ืนออกได้ไกลจากหัวเรือ 2.5 เมตร ยก
วชั พชื เทไดส้ ูงประมาณ 2 เมตร รายละเอยี ดเรอื เกบ็
วชั พชื น้าโมเดล II แสดงในรปู ท่ี 15

1. โป๊ ะไฟเบอร์ กลาส
2. เครื ่ องยนต์ เบนซิ น 13 แรงม้ า
3. ใบพั ดหางเสื อขนาด 8 นิ ้ ว
11 5500 4. ที ่ นั ่ งคนขั บเรื อ
75 75 5. ที ่ นั ่ งคนบั งคั บการตั กเก็ บวั ชพื ช
120500 13 12
10 6. แท่ นยึ ด Hand Winch ของหวั ตกั
9 7. Hand Winch บงั คบั หวั ตกั ยกข้ึนลง
10 8. Hand Winch บงั คบั หวั ตกั เท
1050 15 4 9. เสาโครงรั บหลั งคา
15 14 7,8 2 10. รอกทดแรงยกหั วตั ก
2610 16 6 5
650 11. หลั งคาผ้ าใบ
31000 12. โครงรั บหั วตั ก
250 13. รอกดึ งหั วตั ก 14. คานยกหั วตั ก
15. สลิ งดึ งยกหั วตั ก
1 16. หั วตั กเก็ บวั ชพื ช

ดา้ นหนา้ ดา้ นขา้ ง 3

650 500

1700 400 550

รปู ท่ี 13 การทางานของหวั ตดั ขณะปฏบิ ตั งิ านดดู ตดั 650 500
เกบ็ สาหร่ายหางกระรอก
ดา้ นบน มิติ : มม.

แบบแสดงรายละเอยี ดเรอื เกบ็ วชั พชื น้าโมเดล II

2.0Harvesting capacity (ton/h)
1.8 y = -0.115x2 + 1.121x + 0.19
1.6 R² = 0.87 เรอื เกบ็ วชั พชื น้าโมเดลII ในพน้ื ทป่ี ฏบิ ตั งิ าน
1.4 รปู ท่ี 15 รายละเอยี ดเรอื เกบ็ วชั พชื น้าโมเดล II
1.2
1.0 ข) หลกั การทางาน
0.8 การปฏิบัติงานเก็บวัชพืชท่ีประดิษฐ์
0.6
0.4 ทางานได้ 2 ลกั ษณะ คอื
0.2 การผลักดัน : เป็ นการดันให้วัชพืช
0.0
เคล่อื นเขา้ หาฝงั่ แลว้ ตกั ยกขน้ึ ทง้ิ บนฝงั่ หรอื ดนั วชั พชื
0.0 0.5 1.0 1.5 2.0 2.5 ลอยเขา้ หาฝงั่ ใหเ้ คร่อื งจกั รทต่ี ดิ ตงั้ บนฝงั่ ตกั เกบ็ ขน้ึ ฝงั่
อกี ทอดหน่งึ
Operational travelling speed (km/h)

รปู ท่ี 14 ผลการทดสอบการปฏบิ ตั งิ านเกบ็ สาหรา่ ย
หางกระรอก ทข่ี น้ึ หนาแน่นในน้าประมาณ 4 ตนั /ไร่

4.3 เรอื เกบ็ วชั พชื น้าโมเดล II
ก) สว่ นประกอบ
เรือเก็บวชั พืชน้าต้นแบบมีส่วนประกอบ ท่ี

สาคญั 2 สว่ นหลกั ดงั น้ี
ส่วนท่ี 1. เรอื ท่ใี ช้ติดตงั้ เคร่อื งเก็บวชั พชื ใน

การป ฏิบัติง าน ลักษ ณะเห มือนกับ โ ม เดล I

103

การตกั เกบ็ วชั พชื :ใชต้ ะกรา้ ตกั ยกวชั พชื ค) ความสามารถในการปฏบิ ตั งิ าน
ลอยขน้ึ เหนือผวิ น้านามาเทบนตลง่ิ การปฏบิ ตั งิ านเกบ็ เรอื สามารถทางานได้ บรเิ วณทผ่ี กั ตบชวาขน้ึ
วชั พชื น้าของเรอื เกบ็ วชั พชื น้าโมเดลII แสดงในรปู ท่ี 16
หนาแน่นไมม่ ากนกั ถงึ ปานกลาง ความสามารถในการ
รปู ท่ี 16 การปฏบิ ตั งิ านเกบ็ ดปี ลนี ้าใน เกบ็ วชั พชื ประมาณ 3-5 ตนั ต่อชวั่ โมง อตั ราการใช้
คลองสง่ น้าชลประทาน น้ามนั สูงสุด 1.8 ลติ ร ต่อ ชวั่ โมง ใช้ผู้ปฏบิ ตั งิ านบน
เรือ 3 คน ประกอบด้วย พนักงานขับเรือ 1 คน
การปฏบิ ตั งิ านเกบ็ สาหร่ายหางกระรอก และ ผคู้ วบคมุ เครอ่ื งตกั เกบ็ วชั พชื 1 คน และ คนช่วยถ่อเรอื
บวั สายในอา่ งเกบ็ น้า ป้องกนั เรอื กระแทกกบั ฝงั่ และช่วยดนั เรอื ออกจากฝงั่ 1
คน
รปู ท่ี 17 แสดงการปฏบิ ตั งิ านเกบ็ วชั พชื น้า ของเรอื
เกบ็ วชั พชื น้าโมเดลII ผลการทดสอบเกบ็ สาหร่ายหางกระรอกและ
บวั สาย อา่ งเกบ็ น้าหว้ ยเสนง จงั หวดั สรุ นิ ทร์

ความหนาแน่นวชั พชื ในอ่างบรเิ วณท่กี าจดั
ประมาณ 5-6 ตนั /ไร่

- ความสามารถในการเก็บวัชพืช 1.3 ไร่/
ชวั่ โมง (แรงงานคน 20 คน ทางานได้ประมาณ 400
ตารางเมตร /วนั หรอื 0.25 ไร่/วนั )

- ค่าใช้จ่ายในการปฏิบตั ิงาน ประกอบด้วย
ค่าแรงคนงาน 3 คนๆละ 300 บาท /วนั ( ทางานวนั ละ
7 ชวั่ โมง) และ คา่ น้ามนั (เบนซนิ ลติ รละ 40 บาท)

- คดิ เป็นอตั ราค่าใช้จ่ายทงั้ หมดในการเก็บ
วัชพืช 154 บาท/ไร่ หรือ ประมาณ 28 บาท/ตัน
(กรมบญั ชีกลาง ก.พ. 2555 กาหนดราคากลาง ค่า
ดาเนินการกาจดั วชั พชื ดว้ ยเรอื 39.76 บาท/ตนั )

5. ผลและการวิจารณ์
เรอื เกบ็ วชั พชื น้าทป่ี ระดษิ ฐม์ ขี นาดเลก็ น้าหนกั เบา

เคล่ือนย้ายสะดวก จึงเหมาะท่ีจะใช้เป็ นหน่ วย
ปฏิบตั ิการเคล่อื นท่เี รว็ ปฏิบตั ิงานได้ในพน้ื ท่เี ลก็ ๆท่ี
เคร่อื งจกั รหรอื เรอื ขนาดใหญ่ไมส่ ามารถเขา้ ปฏบิ ตั งิ าน
ได้ การทางานประหยดั ค่าน้ามนั เช้อื เพลงิ สามารถ
เกบ็ วชั พชื ได้ทงั้ วชั พชื ลอยน้า และวัชพืชใต้น้า เช่น
ผกั ตบชวา จอก แหน สาหรา่ ย ดปี ลนี ้า เป็นตน้

6. ประโยชน์ที่คาดวา่ จะได้รบั
1.เรอื เกบ็ วชั พชื น้าขนาดเลก็ ทส่ี ร้างขน้ึ ช่วยกาจดั

วชั พชื ในแหล่งน้า ทางน้าคลองชลประทาน และทางน้า
ทัว่ ไ ป ท า ใ ห้ก า รส่ง น้ า ใ นค ล อง ช ลป ระ ท า น มี

104

ประสทิ ธิภาพมากข้นึ ช่วยลดปญั หาวัชพืชกีดขวาง
การสญั จรทางน้า

2. เรอื ต้นแบบมขี นาดเลก็ ประกอบดว้ ยเครอ่ื งจกั ร
ท่ีสาม ารถ ถอดแ ยกช้ินส่วนส่วนประกอบได้
จึงสะดวกและประหยัดค่าใช้จ่ายในการขนย้าย และ
ค่าใชจ้ า่ ยในการปฏบิ ตั งิ าน

3. เรือเก็บวชั พืชน้าต้นแบบ ส่วนประกอบต่างๆ
สามารถจดั หาไดใ้ นท้องถน่ิ ช่วยใหป้ ระหยดั ค่าใชจ้ ่าย
ในการจัดซ้ือ และสามารถสร้างเพ่ิมได้ตลอดเวลา
ตามความตอ้ งการ และ อาจประยุกต์ ดดั แปลงทางาน
อย่างอน่ื ไดอ้ กี เชน่ ใชเ้ ป็นเรอื เกบ็ ขยะ ทาความสะอาด
ทางน้า เป็นตน้

7. เอกสารอ้างอิง

Gangstad, E.O. 1978. Weed Control Methods for
River Basin Management. CRC Press Inc.

Gupta, o.p. 1987. Aquatic weed management.
Today & Tomorrow’s printer and publishers,
New Delhi, 2478.

Mehta, R.K. Sharma. 1973. Effect of weeds on
the flow capacity of Chambal Irrigation system
in Kota, Rajasthan Aquatic weed in Southeast
Asia: proceeding of a Regional Seminar on
Noxious Aquatic vegetation, New Delhi, 12-17
December.

Stokoe, E.A. 1975. Reed’s Naval Architecture
Marine Engineers. Thomas Reed Publication
limited, Sunderland and London. :pp379

Sytsma, M.D. and M. Parker. 1999.
Aquatic vegetation in irrigation canals:
A guide to integrated Management. Oregon
Department of Agriculture and V.S. Environm
ental Protection Agency. 51p.

105

การศึกษาแนวทางเพ่ือเพ่ิมสมรรถนะการบริหารและจดั การสญั ญาก่อสร้าง
ในกรมชลประทาน: กรณีศึกษาโครงการก่อสรา้ งขนาดใหญ่
A Cross-Sectional Study on Strategy of Contract
Management Improvement For Construction Projects in

Royal Irrigation Department (RID): A Case Study of Large-Scaled Projects

ธเนศ อกั ษร
สาขาวศิ วกรรมโยธา-ชลประทาน วทิ ยาลยั การชลประทาน สถาบนั สมทบมหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์

ปากเกรด็ นนทบรุ ี 11120 E-mail: [email protected]

บทคดั ยอ่

การวจิ ยั ครงั้ น้ีมวี ตั ถุประสงคห์ ลกั เพ่อื ศกึ ษาแนวทางในการเพม่ิ สมรรถนะการบรหิ ารและจดั การสญั ญา
ก่อสรา้ งในกรมชลประทาน ในกรณีศกึ ษาโครงการก่อสรา้ งขนาดใหญ่ ซง่ึ มวี ตั ถุประสงคย์ ่อยเพ่อื (1) ศกึ ษาและ
วเิ คราะหส์ ภาพปญั หาและขอ้ บกพร่องทเ่ี กดิ ขน้ึ ภายใตร้ ปู แบบการบรหิ ารและการจดั การสญั ญาก่อสรา้ งในปจั จุบนั
(2) สารวจปจั จยั ทม่ี ผี ลต่อความสาเรจ็ (Critical Success Factors) ในการบรหิ ารและการจดั การสญั ญาก่อสร้าง
และ (3) ศกึ ษาผลกระทบของปญั หาท่มี ผี ลต่อความสาเรจ็ ในการบรหิ ารสญั ญาและแนวทางในการแก้ไขเพ่อื ลด
ปญั หาและข้อบกพร่องท่ีเกิดข้นึ ภายใต้ระเบียบ ข้อกฎหมายหรือแนวปฏิบัติท่ีเก่ียวข้อง จากการเก็บข้อมูล
คณะผู้วจิ ัยพบว่ามีปจั จยั เป็นจานวนมากท่มี ีผลต่อความสาเรจ็ ในการบรหิ ารสญั ญาก่อสร้าง ซ่งึ สามารถแบ่ง
ออกเป็นปจั จยั ทส่ี ง่ ผลกระทบต่อการบรหิ ารสญั ญาฯ ในช่วงระยะเวลาก่อนการก่อสรา้ ง (Pre-Construction Stage)
ระหว่างการก่อสร้าง (Construction Stage) และหลงั การก่อสร้าง (Post-Construction Stage) ทงั้ น้ีจากผลการ
วเิ คราะหข์ อ้ มลู ทไ่ี ดจ้ ากแบบสอบถาม (Questionnaire Survey) โดยการวเิ คราะหใ์ นเชงิ ลกึ ดว้ ยการวเิ คราะหค์ วาม
ต่าง (Gap Analysis) สามารถจาแนกกลุ่มปจั จยั ทม่ี บี ทบาทสาคญั ในแต่ละช่วงระยะเวลาการก่อสรา้ งและเป็นปจั จยั
ทโ่ี ครงการกอ่ สรา้ งฯ ควรตระหนกั ใหค้ วามสาคญั และความเอาใจใสใ่ นการปรบั ปรุงแกไ้ ขเพอ่ื เป็นปจั จยั เสรมิ ใหก้ าร
บรหิ ารและจดั การสญั ญากอ่ สรา้ งสาเรจ็ ลลุ ่วงตามเป้าหมายทก่ี าหนดไว้

คาสาคญั : การบรหิ ารโครงการ (Project Management) การบรหิ ารงานก่อสรา้ ง (Construction Management)
การบริหารและจดั การสญั ญา (Contract Management and Admisnistration) ปจั จยั แห่งความสาเร็จ (Critical
Success Factors)

106

1. บทนา 2.2 เพ่ือสารวจปจั จัยท่ีมีผลต่อความสาเร็จ
(Critical Success Factors) ในการบ ริหา รและกา ร
การก่อสรา้ งจะประสบความสาเรจ็ นนั้ ต้องประกอบ จดั การสญั ญากอ่ สรา้ ง
ไปดว้ ยหลายปจั จยั ซง่ึ แต่ละปจั จยั กม็ คี วามสาคญั มาก
เท่าเทียมกัน แต่ในงานวิจัยน้ีจะเน้นโครงการศึกษา 2.3 เพ่ือศึกษาผลกระทบของปญั หาท่ีมีผลต่อ
ปญั หาและปจั จยั ท่ีส่งผลกระทบต่อการบริหารสญั ญา ความสาเรจ็ ในการบรหิ ารและแนวทางในการแก้ไขเพ่อื
ก่อสร้าง ซ่งึ มกั จะเกิดขน้ึ บ่อยครงั้ ในการก่อสร้าง การ ลดปญั หาและขอ้ บกพร่องท่เี กดิ ขน้ึ ภายใต้ระเบยี บ ขอ้
บรหิ ารสญั ญาทผ่ี ดิ พลาด อาจส่งผลเสยี หลายด้าน อาทิ กฎหมายหรอื แนวปฏบิ ตั ทิ เ่ี กย่ี วขอ้ ง
เช่น ทาให้แผนการดาเนินงานท่ีกาหนดไว้เกิดความ
คลาดเคลอ่ื นออกไป ทงั้ ในดา้ นเวลา งบประมาณทใ่ี ชใ้ น 3. วิธีการดาเนินการวิจยั
การก่อสรา้ ง หรอื ค่าใชจ้ ่ายทใ่ี ชใ้ นการก่อสรา้ ง คุณภาพ วิธีการดาเนินการวิจยั ครงั้ น้ีประกอบด้วยขนั้ ตอน
งานท่กี ่อสร้าง ตลอดจนสูญเสยี ผลประโยชน์ต่างๆ ท่ี
ควรจะได้รับเม่ือโครงการเสร็จช้ากว่ากาหนด ความ และรายละเอยี ดดงั แสดงในรปู ท่ี 1 ต่อไปน้ี
สญู เสยี ทงั้ หลายน้ี
การศกึ ษาสภาพปญั หาและจาแนกปญั หาทสี่ ง่ ผลกระทบ
ในการบริหารงานสญั ญาก่อสร้าง มกั จะเกิดจาก ต่อความสาเรจ็ ของการบรหิ ารและการจดั การสญั ญา
ปญั หาต่างๆ จากหลายสาเหตุ เช่น ความขัดแย้ง กอ่ สรา้ ง (Variable Identification)
ระหวา่ งผวู้ า่ จา้ ง (สว่ นราชการ) และผรู้ บั จา้ ง (ผรู้ บั เหมา)
เกดิ จากความไม่เขา้ ใจดา้ นกฎหมายทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั งาน การออกแบบแบบสอบถาม (Questionaire Design)
ก่อสรา้ ง และวธิ กี ารปฏบิ ตั งิ านของเจา้ หน้าทท่ี เ่ี กย่ี วขอ้ ง
ดงั นนั้ จงึ มคี วามจาเป็นอย่างยง่ิ ในการคน้ ควา้ แนวทางใน การทดสอบความเทยี่ งตรงเชงิ เน้อื หาและความเชอ่ื มนั่
การพฒั นาปรบั ปรุงดา้ นการบรหิ ารสญั ญาของโครงการ ของแบบสอบถาม (Validity and Reliability Test)
กอ่ สรา้ ง เพอ่ื ป้องกนั ความเสย่ี งจากปญั หาทจ่ี ะเกดิ ขน้ึ ใน
กระบวนการก่อสร้าง และเพ่ือให้การจัดการบริหาร ไมผ่ า่ น
สัญญาเป็ นไปอย่างมีระบบ ลดการได้เปรียบ – ผลการวเิ คราะห์
เสยี เปรยี บจากค่สู ญั ญา ตลอดจนเพ่อื เป็นกา้ วสาคญั ใน ผา่ น
ก า ร ป รับ เ ป ล่ีย น อ ง ค์ก ร ใ ห้ป ร ะ ส บ ค ว า ม ส า เ ร็จ ต า ม
เป้าหมายทก่ี าหนดไว้ การกาหนดกลมุ่ ตวั อย่างในการเกบ็ ขอ้ มลู (Sampling
Methods)

การเกบ็ ขอ้ มลู (Data Collection)

2. วตั ถปุ ระสงคข์ องการวิจยั การประมวลผลขอ้ มลู (Data Analysis)

วตั ถุประสงค์หลกั ของการศกึ ษาวจิ ยั ในครงั้ น้ีเพ่อื ไมต่ อบวตั ถปุ ระสงค์
ศึกษาแนวทางในการเพิ่มสมรรถนะการบริหารและ
จัด ก า ร สัญ ญ า ก่ อ ส ร้ า ง ใ น ก ร ม ช ล ป ร ะ ท า น โ ด ย ใ ช้ ผลการวเิ คราะห์
กรณีศกึ ษาเป็นโครงการก่อสรา้ งขนาดใหญ่สงั กดั สานัก
โครงการขนาดใหญ่ ซง่ึ มวี ตั ถุประสงคย์ ่อยดงั ต่อไปน้ี ตอบวตั ถุประสงค์
สรปุ ผลการวจิ ยั (Concluions)
2.1 เพ่ือศึกษาและวิเคราะห์สภาพปญั หาและ
ขอ้ บกพร่องทเ่ี กดิ ขน้ึ ภายใต้รูปแบบการบรหิ ารและการ รปู ท่ี 1 วธิ กี ารดาเนินการวจิ ยั
จดั การสญั ญาก่อสรา้ งในปจั จบุ นั
3.1 การศกึ ษาสภาพปญั หาและจาแนกปญั หาทสี่ ง่ ผล
กระทบต่อความสาเรจ็ ของการบริหารและการจดั การ
สญั ญากอ่ สรา้ ง (Variable Identification)

107

จากการศกึ ษาปญั หาต่างๆ ทจ่ี ะส่งผลกระทบ A-11: ปญั หาการขาดการประชาสมั พนั ธ์และ
ต่ อ ก า ร ท า ง า น ด้ า น ก า ร บ ริ ห า ร สัญ ญ า ก่ อ ส ร้ า ง นั ้น สง่ เสรมิ การมสี ว่ นรว่ มของชุมชน
ค ณ ะ ท า ง า น ไ ด้ ท า ก า ร ศึ ก ษ า ข้ อ มู ล จ า ก ห ล า ย ๆ
แหล่งขอ้ มูลอาทเิ ช่น หนังสอื เอกสารคู่มอื การทางาน A-1 2 : ปัญ ห า ข า ด ร ะ บ บ ก า ร ต ร ว จ สอ บ
ก่อสรา้ งของกรมชลประทาน เอกสารวชิ าการ ขอ้ มูล คณุ สมบตั ผิ รู้ บั จา้ งทย่ี ่นื ประกวดราคา
ปญั หาหน้างานทเ่ี กดิ ขน้ึ จรงิ ของโครงการก่อสรา้ งขนาด
ใหญ่ ขอ้ มูลจากเวป็ ไซตท์ เ่ี ช่อื ถอื ได้ ฯลฯ ภายหลงั จาก A-13: ปญั หาการขาดแนวทาง/รูปแบบ/
ท่ีคณะทางานได้ทาการรวบรวมและวิเคราะห์ปญั หา เง่อื นไข ในการคดั เลอื กผู้รบั จ้างท่เี หมาะสม เช่น ผู้รบั
ต่างๆ แล้วนัน้ คณะทางานสามารถท่จี ะจาแนกปญั หา จ้างท่ีมีงานรับผิดชอบเดิมอยู่เป็นจานวนมากไม่ควร
ต่างๆ เหล่านนั้ ออกไดเ้ ป็น 3 ชว่ ง ไดแ้ ก่ อนุญาตใหร้ ่วมประมลู

(ก) ช่วงท่ี 1 ก่อนการก่อสรา้ ง: คณะผู้วจิ ยั ได้ A-14: ปญั หาการมอบอานาจการจดั ซอ้ื จดั จา้ ง
ทาการรวบรวมปญั หาท่อี าจจะส่งผลต่อความสาเรจ็ ใน ดว้ ยวงเงนิ จากดั (เกนิ 50 ลา้ นบาทตอ้ งดาเนินการโดย
การบ ริหา รสัญญ าในช่วงก่อนเร่ิมกา รก่อสร้า ง สว่ นกลาง)
ประกอบดว้ ย 21 ปญั หาดงั ต่อไปน้ี
A-15: ปญั หาด้านคุณภาพและความสามารถ
A-01: ปญั หาความไม่ชดั เจนของเน้ือความใน ของบรษิ ทั ทป่ี รกึ ษา
เอกสารประกวดราคากอ่ สรา้ ง
A-16: ปญั หาการขาดบคุ ลากรทเ่ี ชย่ี วชาญดา้ น
A-02: ปญั หาการแย่งงาน/ตัดราคา ระหว่าง กฎหมายประจาโครงการ
ผรู้ บั จา้ ง
A-17: ปญั หาการแทรกแซงจากฝา่ ยการเมอื ง
A-03: ปญั หาการติดต่อประสานงานของทุก A-18: ปญั หาขอ้ มลู ราคากลางไม่เป็นปจั จุบนั
ฝา่ ยทม่ี สี ว่ นเกย่ี วขอ้ งในโครงการ A-19: ปญั หานโยบายเร่งรดั เปิดโครงการโดย
ขาดความพรอ้ ม
(เช่น ระหว่างเจ้าหน้าท่ีรัฐ กับผู้รับจ้างหรือ A-20: ปญั หาการใช้สูตรและวธิ กี ารคานวณท่ี
บรษิ ทั ทป่ี รกึ ษา เป็นตน้ ) ใชก้ บั สญั ญาแบบปรบั ราคาไดไ้ มถ่ ูกตอ้ ง (Factor K)
A-21: ปญั หาการใช้สูตรและวิธีการคานวณ
A-04: ปญั หาการติดต่อประสานงานกบั ส่วน ราคากลางไม่ถูกตอ้ ง (Factor F)
ราชการหรอื องค์กรอ่นื ๆ นอกโครงการ (เช่น ระหว่าง (ข) ช่วงท่ี 2 ระหว่างการก่อสร้าง: คณะผวู้ จิ ยั
โครงการกบั องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตาบล/จงั หวดั เป็นตน้ ) ไดร้ วบรวมปญั หาทอ่ี าจจะส่งผลต่อความสาเรจ็ ในการ
บรหิ ารสญั ญาในช่วงระหว่างการก่อสรา้ งประกอบดว้ ย
A-05: ปญั หาระบบราชการท่ีการอนุมัติงาน 30 ปญั หาดงั ต่อไปน้ี
ต่างๆ ใชเ้ วลายาวนาน B-01: ปญั หาการขาดระบบการตรวจสอบ
ควบคุมและกากบั งานทด่ี จี ากสว่ นกลาง
A-06: ปญั หาความขดั แยง้ กบั ชาวบา้ นทอ่ี าศยั B-02: ปญั หาเก่ียวกับความล่าช้าในการ
อย่ใู นเขตพน้ื ทโ่ี ครงการ เบกิ จ่ายงบประมาณของงานพสั ดุ
B-03: ปญั หาการติดต่อประสานงานของทุก
A-07: ปญั หาจากการต่อต้านจากองคก์ รอสิ ระ ฝา่ ยทม่ี สี ว่ นเกย่ี วขอ้ งในโครงการ
(NGOs) B-04: ปญั หาการแก้ไขสัญญาระหว่างการ
ก่อสรา้ ง
A-08: ปญั หาการประมาณราคาโครงการ
ผดิ พลาดจากความเป็นจรงิ

A-09: ปญั หาขาดการประชุมช้ีแจงทาความ
เขา้ ใจระหว่างหน่วยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ งทงั้ หมด

A-10: ปญั หาการขาดความเข้าใจในขนั้ ตอน
การทาสญั ญาตามระเบยี บราชการ

108

B-05: ปญั หาการขาดความรู้ด้านกฎหมาย/ B-23: ปญั หาไม่มีการจดั ทาแผนปฏิบัติงาน
ระเบยี บราชการท่เี ก่ียวขอ้ งกบั การบรหิ ารสญั ญาของ กอ่ สรา้ งหรอื มกี ารจดั ทาแต่ไม่สอดคลอ้ งกบั ลกั ษณะงาน
บุคลากรในโครงการ และฤดกู าล

B-06: ปญั หาการแกไ้ ขแบบกอ่ สรา้ ง B-24 ปญั หาไม่มีการจัดทาแผนการใช้งาน
B-07: ปญั หาการไม่สามารถนาแบบก่อสร้าง เคร่อื งจกั ร/เคร่อื งมอื หรอื มกี ารจดั ทาแต่ไม่สอดคลอ้ งกบั
ไปสรา้ งไดจ้ รงิ เช่น แบบเก่าลา้ สมยั แผนงานก่อสรา้ ง
B-08: ปญั หาเคร่อื งจกั รเคร่อื งมอื ขาดแคลน/
ไม่เพยี งพอต่อปรมิ าณงานก่อสรา้ ง B-25: ปัญหาไม่มีการจัดทาแผนการใช้
B-09: ปญั หาดา้ นคุณภาพและความสามารถ แรงงานคนหรอื มกี ารจดั ทาแต่ไม่สอดคลอ้ งกบั แผนงาน
ของผรู้ บั จา้ ง กอ่ สรา้ ง
B-10: ปญั หาเน่ืองจากมีการเปล่ียนแปลง/
โยกยา้ ยบคุ ลากรกรมชลประทานระหวา่ งการดาเนินงาน B-26: ปญั หาการขาดการวางแผนในการใช้
ก่อสรา้ ง งบประมาณกอ่ สรา้ ง
B-11: ปญั หาระบบราชการท่ีการอนุมัติงาน
ต่างๆ ใชเ้ วลายาวนาน B-27: ปญั หาแรงงานคนไม่เพียงพอต่ อ
B-12: ปญั หาคา่ จา้ งแรงงานทส่ี งู ขน้ึ ปรมิ าณงานกอ่ สรา้ ง
B-13: ปญั หาการยกเลิกสัญญาระหว่าง
การกอ่ สรา้ ง B-28: ปญั หาด้านสภาพคล่องการเงินของผู้
B-14: ปญั หาไม่สามารถตรวจรบั งานได้ตาม รบั จา้ ง
สญั ญา
B-15: ปญั หาการหยุดงานหรอื ชะลองานของผู้ B-29: ปญั หาดา้ นคุณภาพและความสามารถ
รบั จา้ งในระหว่างการก่อสรา้ ง ของบรษิ ทั ทป่ี รกึ ษา
B-16: ปญั หาเกดิ การเปล่ียนแปลงของสภาพ
ทวั่ ไปของพ้นื ท่เี ปล่ยี นแปลงไปจากผลการสารวจเดมิ B-30: ปญั หาการแทรกแซงจากฝา่ ยการเมอื ง
เชน่ สภาพธรณีวทิ ยา ความเจรญิ ของชุมชน (ค) ช่วงท่ี 3 หลงั การก่อสร้าง: คณะผู้วจิ ยั ได้
B-17: ปญั หาผรู้ บั จา้ งไม่รายงานผลการปฏบิ ตั ิ รวบรวมปญั หาท่ีอาจจะส่งผลต่อความสาเร็จในการ
ทถ่ี ูกตอ้ งตามความเป็นจรงิ บรหิ ารสญั ญาในช่วงภายหลงั การก่อสรา้ งประกอบดว้ ย
B-18: ปญั หาคณะกรรมการตรวจการจ้างไม่ 8 ปญั หาดงั ต่อไปน้ี
ทาการควบคุม/ตรวจสอบการทางานตามหน้าท่ี C-01: ปญั หาการตดิ ต่อประสานงานในการส่ง
B-19: ปญั หาการเพิ่มหรือลด ปริมาณงาน มอบงานใหห้ น่วยบารุงรกั ษา
กอ่ สรา้ ง C-2: ปญั หาละเลยการตรวจสอบขอ้ บกพร่อง
B-2 0 : ปัญ ห า ค ว า ม ล่ า ช้ า ใ น ก า ร ข อ ในระหว่างประกนั
เปลย่ี นแปลงบประมาณดาเนนิ งาน C-03: ปญั หาขาดตรวจสอบความถูกตอ้ งของ
B-2 1 : ปัญ ห า ก า ร เ พิ่ม ห รื อ ล ด ว ง เ งิ น งานก่อสรา้ งก่อนส่งงานและก่อนการตรวจรบั ตามแบบ
งบประมาณ กอ่ สรา้ ง
B-2 2 : ปัญ ห า ค ว า ม ล่ า ช้า ใ น ก า ร จัด ห า C-04: ปญั หาการซ่อมแซมข้อบกพร่องของ
งบประมาณเพ่อื ชดเชยคา่ K งานในระยะประกนั ทไ่ี มม่ คี ณุ ภาพ
C-05: ปญั หาเก่ียวกับการจัดทาเอกสารส่ง
มอบงาน
C-06: ปญั หาการใชอ้ าคารชลประทาน/สงิ่ ปลูก
สรา้ งไมถ่ กู ตอ้ งตามหลกั วชิ าการ
C-07: ปญั หาการสูญหายของเอกสารท่ี
เกย่ี วขอ้ ง

109

C-08: ปญั หาการละเลยดูแล/บารุงรักษา ในการจาแนกกลุ่มตวั อย่างท่จี ะทาการเกบ็ ขอ้ มูล โดย
อาคารชลประทานหรอื สงิ่ ปลกู สรา้ งทเ่ี กย่ี วขอ้ ง กาหนดกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจงไปท่ีผู้บริหารและ
ผปู้ ฏบิ ตั งิ านทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การทางานบรหิ ารและจดั การ
3.2 การออกแบบแบบสอบ (Questionaire Design) สญั ญาของสานักพฒั นาแหล่งน้าขนาดใหญ่ ซ่งึ มกี าร
ห ลัง จ า ก ท่ี ค ณ ะ ท า ง า น ไ ด้ ท า ก า ร จ า แ น ก กาหนดและกลุ่มเป้ าหมายต้องมีประสบการณ์การ
ทางานไม่น้อยกว่า 10 ปี เพ่อื เป็นการสร้างระดบั ความ
ประเภทของปญั หาทส่ี ง่ ผลต่อการบรหิ ารสญั ญากอ่ สรา้ ง เช่อื มนั่ ของการผลการวจิ ยั ซ่งึ กลุ่มเป้าหมายทม่ี สี ่วน
ออ ก เ ป็ น 3 ส่ ว น แ ล้ว จึง ไ ด้ท า กา ร อ อ ก แ บ บ ร่วมในการวิจยั ครงั้ น้ีของแต่ละโครงการประกอบด้วย
แบบสอบถามท่ีจะใช้ในการทาการเก็บข้อมูลตาม บุคลากรโครงการ 8 ทา่ น ดงั ต่อไปน้ี
โครงการพฒั นาแหลง่ น้าขนาดใหญ่ของกรมชลประทาน - ผอู้ านวยการสานกั โครงการกอ่ สรา้ งขนาดใหญ่ 1 ท่าน
ไดท้ าการแบ่งหวั ขอ้ ในการเกบ็ ขอ้ มลู ของแบบสอบถาม - ผอู้ านวยการสว่ นวศิ วกรรมการบรหิ าร 1 ท่าน
ออกเป็น 3 สว่ นดงั ต่อไปน้ี - ผอู้ านวยการสว่ นปฏบิ ตั กิ ารกอ่ สรา้ ง 1 ทา่ น
- หวั หน้าโครงการกอ่ สรา้ ง 5 ท่าน
สว่ นท(่ี 1) ขอ้ มลู ทวั่ ไปของผตู้ อบแบบสอบถาม
เป็นส่วนท่ีต้องการข้อมูลทัว่ ไป เช่น เพศ ระดับวุฒิ ซง่ึ โครงการก่อสรา้ งท่เี ป็นกลุ่มเป้าหมายรวม
การศกึ ษา อายุ ประสบการณ์การทางาน ฯลฯ ของกลุ่ม ทงั้ สน้ิ 14 โครงการ ดงั นัน้ กลุ่มตวั อย่างทม่ี สี ่วนร่วมใน
ตวั อย่างการวจิ ยั การวจิ ยั ครงั้ น้ีรวมทงั้ หมด 112 ท่าน

ส่วนท่ี (2) ขอ้ มูลทวั่ ไปของโครงการ ในส่วนน้ี 3.5 การเกบ็ ขอ้ มลู (Data Collection)
ต้องการให้กลุ่มตัวอย่างการวิจัยให้ข้อมูลทัว่ ไปของ วธิ กี ารทใ่ี ชใ้ นการเกบ็ ขอ้ มูลจะมีการใชข้ อ้ มูล
โครงการทป่ี ฏบิ ตั งิ านอยู่
ทงั้ จากแหล่งข้อมูลทุติยภูมิ และแหล่งข้อมูลปฐมภูมิ
ส่วนท่ี (3) ปญั หาท่มี ผี ลต่อการบรหิ ารสญั ญา โดยวิธกี ารท่ใี ช้ในการเก็บขอ้ มูลทุติยภูมิประกอบด้วย
ก่อสร้าง เป็นส่วนท่ีสารวจความคิดเห็นของผู้ตอบ การศึกษาผลการวเิ คราะห์แบบสอบถามท่ไี ด้จากการ
แบบสอบถามแต่ละคนว่าปญั หาท่ีจาแนกจากการ ออกพน้ื ทเ่ี กบ็ ขอ้ มูลตามโครงการพฒั นาแหล่งน้าขนาด
ทบทวนเอกสารส่งผลกระทบต่อความสาเร็จในการ ใหญ่แต่ละโครงการ บทความ รวมทงั้ มีการทบทวน
บรหิ ารสญั ญาก่อสร้างในระดบั ใดและสารวจว่าปญั หาท่ี วรรณกรรม(Literature Review) วารสาร ข่าว และ
เกดิ ขน้ึ ไดร้ บั การแกไ้ ขสาเรจ็ ในระดบั ใด เอกสารต่างๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การศกึ ษา นอกจากน้ี ยงั
ศกึ ษาเอกสารทางวิชาการทงั้ ในและต่างประเทศ ส่วน
3.3 การทดสอบความเทีย่ งตรงเชิงเน้ือหาและ การเกบ็ ขอ้ มลู ปฐมภูมจิ ะใชใ้ นหลายแนวทางโดยขอ้ มลู ท่ี
ความเชอื่ มนั่ ของแบบสอบถาม (Validity and Reliability ได้รบั จะเป็นทงั้ ในเชิงปริมาณ (Quantitative Method)
Test) และเชิงคุณภาพ (Qualitative Method) ส่วนเกบ็ ขอ้ มูล
ปฐมภูมิโดยการแจกแบบสอบถาม สมั ภาษณ์เชิงลึก
ทางคณะผู้วจิ ยั ได้ดาเนินการ Pilot Test เพ่ือ และการออกสงั เกตการณ์
ทดสอบความเทย่ี งตรงเชงิ เน้ือหาของแบบสอบถามดว้ ย
วิธี Item Objective Congruence (IOC) แ ล ะ ท า ก า ร 3.6 การประมวลผลขอ้ มลู (Data Analysis)
ทดสอบความเช่ือมัน่ ของแบบสอบถามด้วยวิธี ขอ้ มูลท่เี กบ็ รวบรวมได้จะถูกนามาตรวจสอบ
Cronbach’s Alpha โดยผ่านการวเิ คราะห์และพจิ ารณา
โดยผูเ้ ช่ยี วชาญท่มี ปี ระสบการณ์ท่เี กย่ี วกบั การบรหิ าร ความเรียบร้อยและความสมบูรณ์ก่อนท่ีจะนาเข้าสู่
สญั ญาก่อสรา้ งจานวน10 คน กระบวนการประมวลผล โดยข้อมูลท่ีได้รับจากการ
สารวจโดยแบบสอบถามจะถูกนามาประมวลผลโดยใช้
3.4 การกาหนดกลุ่มตัวอย่างในการเก็บข้อมูล โปรแกรมประมวลผลทางสถติ ิ (Statistics Package for
(Sampling Methods)

ในการเกบ็ ขอ้ มูลของโครงการวจิ ยั น้ีใชว้ ธิ กี าร
เลอื กกลุ่มตวั อย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling)

110

Social Science: SPSS for Windows) โดย จ ะ มีกา ร 4.2 ผลการวิเคราะห์ปญั หาทีม่ ีผลกระทบต่อการ
วิเคราะห์ทางสถิติต่างๆ เช่น การวิเคราะห์สถิติเชิง บรหิ ารสญั ญาในช่วงระยะเวลาก่อนการก่อสรา้ ง (Pre-
พรรณนา (Descriptive Statistics) เพ่อื บรรยายลกั ษณะ Construction Stage)
ของชุดข้อมูลท่ีได้รับ และการวิเคราะห์ สถิติเชิง
อา้ งองิ (Inferential Statistics) เพ่อื การหาความสมั พนั ธ์ จากการศึกษาปญั หาต่างๆ ท่ีอาจส่งผล
ของตัวแปรต่างๆ เช่น การวิเคราะห์โดยวิธี Two กระทบต่อการบรหิ ารสญั ญาในโครงการก่อสรา้ งของรฐั
Sample T-Test เป็นต้น ขณะท่ีข้อมูลท่ีได้รับในเชิง ซ่ึงคณะผู้ดาเนินการวิจัยได้ทาการศึกษาข้อมูลจาก
คุณภาพจากการสมั ภาษณ์จะถูกนามาถอดแถบเสยี ง แหล่งขอ้ มูลหลายๆ แหล่ง อาทเิ ช่น หนงั สอื เอกสาร
และจดั พมิ พ์ในอย่างเหมาะสม ทงั้ น้ีขอ้ มูลเชงิ คุณภาพ วชิ าการ เวป็ ไซต์ทเ่ี ช่อื ถอื ได้ ฯลฯ ซ่งึ ปจั จยั ท่มี ผี ลต่อ
ดังกล่าวจะถูกนามาวิเคราะห์โดยใช้วิธีการ Content การบรหิ ารสญั ญา คณะทางานพบว่าประกอบดว้ ย 21
Analysis ซ่ึงบทสัมภาษณ์ดังกล่าวจะถูกสรุปและ ปจั จยั ซ่ึงได้นาไปกาหนดเป็นตัวแปรเพ่ือออกแบบ
รวบรวมเพ่อื ขยายความขอ้ มลู ทไ่ี ดใ้ นเชงิ ปรมิ าณ แบบสอบถาม (Questionnaire) และดาเนินการสารวจ
ระดบั ผลกระทบต่อความสาเร็จในการบริหารสญั ญา
4. ผลและการวิจารณ์ ก่อสรา้ งและระดบั ความสาเรจ็ ในการดาเนินการแก้ไข
ปญั หาทเ่ี กดิ ขน้ึ ซง่ึ ผลการวเิ คราะหไ์ ดแ้ สดงดงั ต่อไปน้ี
4.1 ผลการวเิ คราะห์ความเทยี่ งตรงเชงิ เน้ือหาและ
ความเชอื่ มนั่ ของแบบสอบถาม (Validity and Reliability ตารางท่ี 1 ผลการวเิ คราะห์ความต่าง (Gap Analysis)
Test) ระหว่างระดบั ผลกระทบของปญั หาทม่ี ตี ่อความสาเรจ็ ใน

ก่อนนาแบบสอบถามไปใช้ในการเก็บข้อมูล การบรหิ ารสญั ญาก่อสรา้ งกบั ระดบั ความสาเร็จในการ
สาหรบั การวจิ ยั ครงั้ น้ี ทางคณะผวู้ จิ ยั ไดด้ าเนินการ Pilot แกไ้ ขปญั หาทเ่ี กดิ ขน้ึ ในช่วงระยะเวลาก่อนการก่อสรา้ ง
Test เพ่ือทดสอบความเท่ียงตรงเชิงเน้ือหาของ
แบบสอบถามด้วยวิธี Item Objective Congruence (Pre-Construction Stage)
(IOC) และความเช่ือมัน่ ของแบบสอบถามด้วยวิธี
Cronbach’s Alpha โ ด ย ผ่ า น ก า ร วิ เ ค ร า ะ ห์ จ า ก ระดบั ระดบั Sig (P-
ผเู้ ช่ยี วชาญทม่ี ปี ระสบการณ์ทเ่ี กย่ี วกบั กระบวนการรบั Value)
มอบ-สง่ มอบโครงการชลประทานจานวน10 ท่าน ซง่ึ ผล ผลกระทบต่อ ความสาเรจ็ ความ ลาดบั ระหว่าง
การวเิ คราะหค์ วามเทย่ี งตรงเชงิ เน้อื หาของดว้ ยวธิ ี IOC ต่าง (Rank) (1) กบั (2)
จากตารางการวเิ คราะห์ความเท่ยี งตรงเชงิ เน้ือหาของ ลาดบั ความสาเรจ็ การ ในการแก้ไข (Gap)
แบบสอบถามจะเหน็ ไดว้ า่ มปี จั จยั ทม่ี คี วามเทย่ี งตรงเชงิ
เน้ือหาทม่ี คี ่า IOC มากกว่าหรอื เท่ากบั 0.5 คะแนน ซง่ึ บริหารฯ ปัญหา
ผลการวเิ คราะหท์ ่ไี ดอ้ อกมานัน้ อย่ใู นเกณฑท์ ด่ี ี และทา
การทดสอบความเช่ือมัน่ ของแบบสอบถามด้วยวิธี (1) (2)
Cronbach’s Alpha ด้ ว ย ก า ร พิ จ า ร ณ า ข อ ง ก ลุ่ ม
ผเู้ ชย่ี วชาญดงั กล่าวซง่ึ ไดค้ ่า Alpha เท่ากบั 0.79 ซง่ึ ผล A-01 2.88 2.76 0.12 15 0.234
การทดสอบทัง้ สองวิธีอยู่ในเกณฑ์ท่ีดีและสรุปได้ว่า
แบบสอบถามมีความเหมาะสมท่ีนาไปใช้ในการเก็บ A-02 3.15 2.6 0.55 4 0.000*
ขอ้ มลู ภาคสนามได้
A-03 2.65 2.45 0.20 14 0.046*

A-04 2.61 2.4 0.21 13 0.026*

A-05 3.14 2.49 0.65 1 0.000*

A-06 2.96 2.59 0.37 7 0.001*

A-07 2.43 2.15 0.28 10 0.023*

A-08 2.56 2.48 0.08 17 0.421

A-09 2.44 2.34 0.10 16 0.256

A-10 2.37 2.29 0.08 17 0.494

A-11 2.44 2.45 -0.01 19 0.901

A-12 2.63 2.27 0.36 8 0.001*

A-13 2.58 2.14 0.44 5 0.000*

A-14 2.47 2.22 0.25 11 0.023*

A-15 2.68 2.3 0.38 6 0.001*

A-16 2.78 2.13 0.65 1 0.000*

A-17 2.79 2.23 0.56 3 0.000*

A-18 2.67 2.43 0.24 12 0.034*

A-19 2.8 2.51 0.29 9 0.006*

111

ระดบั ระดบั Sig (P- - อนั ดับท่ี (4) A-02 ปญั หาการแย่งงาน/ตัด
Value) ราคา ระหวา่ งผรู้ บั จา้ ง (คะแนนความต่าง = 0.55)
ผลกระทบต่อ ความสาเรจ็ ความ ลาดบั ระหว่าง
ต่าง (Rank) (1) กบั (2) - อนั ดบั ท่ี (5) A-13 ปญั หาการขาดแนวทาง/
ลาดบั ความสาเรจ็ การ ในการแก้ไข (Gap) รูปแบบ/เง่ือนไข ในการคดั เลือกผู้รับจ้างท่เี หมาะสม
เช่น ผรู้ บั จ้างท่มี งี านรบั ผดิ ชอบเดมิ อยู่เป็นจานวนมาก
บริหารฯ ปัญหา ไม่ควรอนุญาตใหร้ ่วมประมลู (คะแนนความต่าง = 0.44)

(1) (2) - อนั ดบั ท่ี (6) A-15 ปญั หาด้านคุณภาพและ
ความสามารถของบรษิ ทั ทป่ี รกึ ษา (คะแนนความต่าง =
A-20 2.28 2.3 -0.02 20 0.841 0.38)

A-21 2.36 2.41 -0.05 21 0.670 - อนั ดบั ท่ี (7) A-06 ปญั หาความขดั แย้งกับ
ชาวบา้ นทอ่ี าศยั อย่ใู นเขตพน้ื ทโ่ี ครงการ (คะแนนความ
หมายเหต:ุ ต่าง = 0.37)
A-01 ปญั หาความไม่ชดั เจนของเน้ือความในเอกสารประกวดราคากอ่ สรา้ ง
A-02 ปญั หาการแยง่ งาน/ตดั ราคา ระหวา่ งผรู้ บั จา้ ง - อันดับท่ี (8) A-12 ปญั หาขาดระบบการ
A-03 ปญั หาการตดิ ต่อประสานงานของทุกฝา่ ยทม่ี สี ่วนเกย่ี วขอ้ งในโครงการ (เชน่ ระหวา่ ง ต ร ว จ ส อ บ คุ ณ ส ม บัติ ผู้ รับ จ้ า ง ท่ี ย่ื น ป ร ะ ก ว ด ร า ค า
(คะแนนความต่าง = 0.36)
เจา้ หน้าทร่ี ฐั กบั ผรู้ บั จา้ งหรอื บรษิ ทั ทป่ี รกึ ษา เป็นตน้ )
A-04 ปญั หาการตดิ ตอ่ ประสานงานกบั สว่ นราชการหรอื องคก์ รอ่นื ๆ นอกโครงการ (เชน่ ระหวา่ ง - อนั ดบั ท่ี (9) A-19 ปญั หานโยบายเร่งรดั เปิด
โครงการโดยขาดความพร้อม (คะแนนความต่าง =
โครงการกบั องคก์ ารบรหิ ารส่วนตาบล/จงั หวดั เป็นตน้ ) 0.29)
A-05 ปญั หาระบบราชการทก่ี ารอนุมตั งิ านตา่ งๆ ใชเ้ วลายาวนาน
A-06 ปญั หาความขดั แยง้ กบั ชาวบา้ นทอ่ี าศยั อยใู่ นเขตพน้ื ทโ่ี ครงการ - อนั ดบั ท่ี (10) A-07 ปญั หาจากการต่อต้าน
A-07 ปญั หาจากการตอ่ ตา้ นจากองคก์ รอสิ ระ (NGOs) จากองคก์ รอสิ ระ (NGOs) (คะแนนความต่าง = 0.28)
A-08 ปญั หาการประมาณราคาโครงการผดิ พลาดจากความเป็นจรงิ
A-09 ปญั หาขาดการประชุมชแ้ี จงทาความเขา้ ใจระหวา่ งหน่วยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ งทงั้ หมด 4.3 ผลการวิเคราะห์ปญั หาทีม่ ผี ลกระทบต่อ
A-10 ปญั หาการขาดความเขา้ ใจในขนั้ ตอนการทาสญั ญาตามระเบยี บราชการ กา รบริห ารสัญญ า ในช่ วง ระห ว่ าง การก่อสร้า ง
A-11 ปญั หาการขาดการประชาสมั พนั ธแ์ ละสง่ เสรมิ การมสี ว่ นร่วมของชมุ ชน (Construction Stage)
A-12 ปญั หาขาดระบบการตรวจสอบคุณสมบตั ผิ รู้ บั จา้ งทย่ี น่ื ประกวดราคา
A-13 ปญั หาการขาดแนวทาง/รปู แบบ/เง่อื นไข ในการคดั เลอื กผรู้ บั จา้ งทเ่ี หมาะสม เช่น ผรู้ บั จา้ งท่ี จากการศึกษาปญั หาต่างๆ ท่ีอาจส่งผล
กระทบต่อการบรหิ ารสญั ญาในโครงการก่อสรา้ งของรฐั
มงี านรบั ผดิ ชอบเดมิ อยเู่ ป็นจานวนมากไม่ควรอนุญาตใหร้ ่วมประมลู ซ่ึงคณะผู้ดาเนินการวิจัยได้ทาการศึกษาข้อมูลจาก
A-14 ปญั หาการมอบอานาจการจดั ซอ้ื จดั จา้ งดว้ ยวงเงนิ จากดั (เกนิ 50 ลา้ นบาทตอ้ งดาเนินการ แหล่งขอ้ มูลหลายๆ แหล่ง อาทเิ ช่น หนงั สอื เอกสาร
วชิ าการ เวป็ ไซตท์ เ่ี ช่อื ถอื ได้ ฯลฯ ซง่ึ ปจั จยั ท่มี ผี ลต่อ
โดยสว่ นกลาง) การบรหิ ารสญั ญา คณะทางานพบว่าประกอบดว้ ย 30
A-15 ปญั หาดา้ นคุณภาพและความสามารถของบรษิ ทั ทป่ี รกึ ษา ปจั จยั ซ่ึงได้นาไปกาหนดเป็นตัวแปรเพ่ือออกแบบ
A-16 ปญั หาการขาดบคุ ลากรทเ่ี ชย่ี วชาญดา้ นกฎหมายประจาโครงการ แบบสอบถาม (Questionnaire) และดาเนินการสารวจ
A-17 ปญั หาการแทรกแซงจากฝา่ ยการเมอื ง ระดับผลกระทบต่อความสาเร็จในการบริหารสญั ญา
A-18 ปญั หาขอ้ มลู ราคากลางไม่เป็นปจั จุบนั ก่อสรา้ งและระดบั ความสาเรจ็ ในการดาเนินการแก้ไข
A-19 ปญั หานโยบายเร่งรดั เปิดโครงการโดยขาดความพรอ้ ม ปญั หาทเ่ี กดิ ขน้ึ ซง่ึ ผลการวเิ คราะหไ์ ดแ้ สดงดงั ต่อไปน้ี
A-20 ปญั หาการใชส้ ตู รและวธิ กี ารคานวณทใ่ี ชก้ บั สญั ญาแบบปรบั ราคาไดไ้ ม่ถูกตอ้ ง (Factor K)
A-21 ปญั หาการใชส้ ตู รและวธิ กี ารคานวณราคากลางไมถ่ กู ตอ้ ง (Factor F) ตารางท่ี 2 ผลการวเิ คราะห์ความต่าง (Gap Analysis)
ระหว่างระดบั ผลกระทบของปญั หาทม่ี ตี ่อความสาเรจ็ ใน
* หมายความวา่ (1) กบั (2) มคี วามสมั พนั ธอ์ ยา่ งมนี ยั สาคญั ทร่ี ะดบั ความเชอ่ื มนั ่ 95 %

จากตารางท่ี 1 คณะผดู้ าเนนิ การวจิ ยั ไดท้ าการ
จัดลาดับของผลคะแนนความต่างระหว่างคะแนน
ค่าเฉล่ยี ระดบั ผลกระทบต่อความสาเร็จในการบริหาร
สญั ญาและระดับความสาเร็จในการแก้ไขปญั หา ซ่ึง
พบว่า 10 อนั ดบั แรกของปญั หาทม่ี ผี ลคะแนนความต่าง
ในระดบั สงู และแตกต่างอยา่ งมนี ยั สาคญั ทางสถติ ทิ ร่ี ะดบั
ความเชอ่ื มนั่ 95 % ประกอบดว้ ย

- อนั ดบั ท่ี (1) A-05 ปญั หาระบบราชการทก่ี าร
อนุมตั ิงานต่างๆ ใชเ้ วลายาวนาน (คะแนนความต่าง =
0.65)

- อนั ดบั ท่ี (2) A-16 ปญั หาการขาดบุคลากรท่ี
เชย่ี วชาญดา้ นกฎหมายประจาโครงการ (คะแนนความ
ต่าง = 0.65)

- อนั ดบั ท่ี (3) A-17 ปญั หาการแทรกแซงจาก
ฝา่ ยการเมอื ง (คะแนนความต่าง = 0.56)

112

การบรหิ ารสญั ญาก่อสร้างกบั ระดบั ความสาเรจ็ ในการ B-11 ปญั หาระบบราชการทก่ี ารอนุมตั งิ านตา่ งๆ ใชเ้ วลายาวนาน
แก้ไขปญั หาท่ีเกิดข้ึนในช่วงระยะเวลาระหว่างการ B-12 ปญั หาค่าจา้ งแรงงานทส่ี งู ขน้ึ
B-13 ปญั หาการยกเลกิ สญั ญาระหวา่ งการกอ่ สรา้ ง
ก่อสรา้ ง (Construction Stage) B-14 ปญั หาไมส่ ามารถตรวจรบั งานไดต้ ามสญั ญา
B-15 ปญั หาการหยดุ งานหรอื ชะลองานของผรู้ บั จา้ งในระหวา่ งการกอ่ สรา้ ง
ระดบั ระดบั Sig (P- B-16 ปญั หาเกดิ การเปลย่ี นแปลงของสภาพทวั ่ ไปของพน้ื ทเ่ี ปลย่ี นแปลงไปจากผลการสารวจเดมิ
เชน่ สภาพธรณวี ทิ ยา ความเจรญิ ของชมุ ชน
ลาดบั ผลกระทบต่อ ความสาเรจ็ ความ ลาดบั Value) B-17 ปญั หาผรู้ บั จา้ งไมร่ ายงานผลการปฏบิ ตั ทิ ถ่ี ูกตอ้ งตามความเป็นจรงิ
ความสาเรจ็ ในการแกไ้ ข ต่าง (Rank) ระหวา่ ง B-18 ปญั หาคณะกรรมการตรวจการจา้ งไมท่ าการควบคมุ /ตรวจสอบการทางานตามหน้าท่ี
การบริหารฯ (Gap) (1) กบั B-19 ปญั หาการเพมิ่ หรอื ลด ปรมิ าณงานก่อสรา้ ง
ปัญหา B-20 ปญั หาความลา่ ชา้ ในการขอเปลย่ี นแปลงงบประมาณดาเนินงาน
B-21 ปญั หาการเพม่ิ หรอื ลด วงเงนิ งบประมาณ
(1) (2) (2) B-22 ปญั หาความล่าชา้ ในการจดั หางบประมาณเพ่อื ชดเชยคา่ K
B-23 ปญั หาไมม่ กี ารจดั ทาแผนปฏบิ ตั งิ านกอ่ สรา้ งหรอื มกี ารจดั ทาแตไ่ ม่สอดคลอ้ งกบั ลกั ษณะงาน
B-01 2.51 2.26 0.25 17 0.005* และฤดกู าล
B-02 2.59 2.4 0.19 22 0.039* B-24 ปญั หาไมม่ กี ารจดั ทาแผนการใชง้ านเครอ่ื งจกั ร/เคร่อื งมอื หรอื มกี ารจดั ทาแต่ไมส่ อดคลอ้ งกบั
แผนงานก่อสรา้ ง
B-03 2.46 2.32 0.14 27 0.108 B-25 ปญั หาไมม่ กี ารจดั ทาแผนการใชแ้ รงงานคนหรอื มกี ารจดั ทาแต่ไมส่ อดคลอ้ งกบั แผนงาน
B-04 2.96 2.54 0.42 9 0.000* กอ่ สรา้ ง
B-05 2.88 2.53 0.35 12 0.000* B-26 ปญั หาการขาดการวางแผนในการใชง้ บประมาณกอ่ สรา้ ง
B-27 ปญั หาแรงงานคนไม่เพยี งพอต่อปรมิ าณงานกอ่ สรา้ ง
B-06 2.89 2.46 0.43 7 0.000* B-28 ปญั หาดา้ นสภาพคลอ่ งการเงนิ ของผรู้ บั จา้ ง
B-07 2.43 2.27 0.16 24 0.142 B-29 ปญั หาดา้ นคณุ ภาพและความสามารถของบรษิ ทั ทป่ี รกึ ษา
B-08 3.05 2.51 0.54 2 0.000* B-30 ปญั หาการแทรกแซงจากฝา่ ยการเมอื ง
B-09 3.04 2.54 0.50 4 0.000* * หมายความวา่ (1) กบั (2) มคี วามสมั พนั ธอ์ ยา่ งมนี ยั สาคญั ทร่ี ะดบั ความเช่อื มนั ่ 95 %

B-09 3.04 2.54 0.50 4 0.000* จากตารางท่ี 2 คณะผดู้ าเนินการวจิ ยั ไดท้ าการ
B-10 2.28 2.3 -0.02 30 0.950 จัดลาดับของผลคะแนนความต่างระหว่างคะแนน
B-11 2.94 2.41 0.53 3 0.000* ค่าเฉล่ยี ระดบั ผลกระทบต่อความสาเรจ็ ในการบรหิ าร
B-12 2.55 2.16 0.39 10 0.000* สญั ญาและระดับความสาเร็จในการแก้ไขปญั หา ซ่ึง
B-13 2.4 2.24 0.16 24 0.188 พบว่า 10 อนั ดบั แรกของปญั หาทม่ี ผี ลคะแนนความต่าง
B-14 2.43 2.31 0.12 28 0.255 ในระดบั สงู และแตกต่างอย่างมนี ยั สาคญั ทางสถติ ทิ ร่ี ะดบั
B-15 2.57 2.34 0.23 18 0.035* ความเชอ่ื มนั่ 95 % ประกอบดว้ ย
B-16 2.7 2.4 0.30 14 0.005*
B-17 2.49 2.32 0.17 23 0.093 - อนั ดบั ท่ี (1) B-28 ปญั หาด้านสภาพคล่อง
B-18 2.46 2.26 0.20 21 0.058 การเงนิ ของผรู้ บั จา้ ง (คะแนนความต่าง = 0.69)
B-19 2.46 2.17 0.29 15 0.005*
B-20 2.56 2.11 0.45 6 0.000* - อนั ดบั ท่ี (2) B-08 ปญั หาเครอ่ื งจกั รเคร่อื งมอื
B-21 2.52 2.21 0.31 13 0.005* ขาดแคลน/ไม่เพยี งพอต่อปรมิ าณงานก่อสรา้ ง (คะแนน
B-22 2.25 2.09 0.16 24 0.114 ความต่าง = 0.54)
B-23 2.49 2.28 0.21 20 0.057
B-24 2.47 2.2 0.27 16 0.009* - อนั ดบั ท่ี (3) B-11 ปญั หาระบบราชการทก่ี าร
B-25 2.35 2.13 0.22 19 0.029* อนุมตั ิงานต่างๆ ใช้เวลายาวนาน (คะแนนความต่าง =
0.53)
B-26 2.39 2.29 0.10 29 0.381
B-27 2.81 2.38 0.43 7 0.000* - อนั ดบั ท่ี (4) B-09 ปญั หาด้านคุณภาพและ
B-28 3.01 2.32 0.69 1 0.000* ความสามารถของผรู้ บั จา้ ง (คะแนนความต่าง = 0.50)

B-29 2.62 2.24 0.38 11 0.000* - อนั ดบั ท่ี (5) B-30 ปญั หาการแทรกแซงจาก
ฝา่ ยการเมอื ง (คะแนนความต่าง = 0.50)
B-30 2.74 2.24 0.50 4 0.000*
- อนั ดบั ท่ี (6) B-20 ปญั หาความล่าชา้ ในการ
หมายเหต:ุ ขอเปล่ยี นแปลงบประมาณดาเนินงาน (คะแนนความ
B-01 ปญั หาการขาดระบบการตรวจสอบ ควบคุมและกากบั งานทด่ี จี ากสว่ นกลาง ต่าง = 0.45)
B-02 ปญั หาเกย่ี วกบั ความลา่ ชา้ ในการเบกิ จ่ายงบประมาณของงานพสั ดุ
B-03 ปญั หาการตดิ ตอ่ ประสานงานของทกุ ฝา่ ยทม่ี สี ่วนเกย่ี วขอ้ งในโครงการ
B-04 ปญั หาการแกไ้ ขสญั ญาระหวา่ งการก่อสรา้ ง
B-05 ปญั หาการขาดความรดู้ า้ นกฎหมาย/ระเบยี บราชการทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การบรหิ ารสญั ญาของ

บุคลากรในโครงการ
B-06 ปญั หาการแกไ้ ขแบบก่อสรา้ ง
B-07 ปญั หาการไมส่ ามารถนาแบบกอ่ สรา้ งไปสรา้ งไดจ้ รงิ เชน่ แบบเกา่ ลา้ สมยั
B-08 ปญั หาเครอ่ื งจกั รเครอ่ื งมอื ขาดแคลน/ไมเ่ พยี งพอตอ่ ปรมิ าณงานก่อสรา้ ง
B-09 ปญั หาดา้ นคณุ ภาพและความสามารถของผรู้ บั จา้ ง
B-10 ปญั หาเน่อื งจากมกี ารเปลย่ี นแปลง/โยกยา้ ยบุคลากรกรมชลประทานระหวา่ งการดาเนินงาน

กอ่ สรา้ ง

113

- อันดับ ท่ี ( 7 ) B-0 6 ปัญ ห า ก า ร แ ก้ไ ข C -06 2.17 2.14 0.03 6 0.783
แบบกอ่ สรา้ ง (คะแนนความต่าง = 0.43)
C -07 2.16 2.11 0.05 5 0.627
- อันดับท่ี (8) B-27 ปญั หาแรงงานคนไม่
เพยี งพอต่อปรมิ าณงานก่อสร้าง (คะแนนความต่าง = C -08 2.45 2.14 0.31 1 0.004*
0.43)
หมายเหต:ุ
- อนั ดับท่ี (9) B-04 ปญั หาการแก้ไขสญั ญา C-01 ปญั หาการตดิ ตอ่ ประสานงานในการสง่ มอบงานใหห้ น่วยบารงุ รกั ษา
ระหวา่ งการก่อสรา้ ง (คะแนนความต่าง = 0.42) C-02 ปญั หาละเลยการตรวจสอบขอ้ บกพรอ่ งในระหวา่ งประกนั
C-03 ปญั หาขาดตรวจสอบความถูกตอ้ งของงานก่อสรา้ งกอ่ นสง่ งานและกอ่ นการตรวจรบั ตาม
- อนั ดบั ท่ี (10) B-12 ปญั หาค่าจ้างแรงงานท่ี
สงู ขน้ึ (คะแนนความต่าง = 0.39) แบบก่อสรา้ ง
C-04 ปญั หาการซอ่ มแซมขอ้ บกพรอ่ งของงานในระยะประกนั ทไ่ี ม่มคี ณุ ภาพ
4.4 ผลการวิเคราะห์ปญั หาทีม่ ีผลกระทบต่อการ C-05 ปญั หาเกย่ี วกบั การจดั ทาเอกสารสง่ มอบงาน
บ ริห า ร สัญ ญ า ใ น ช่ ว ง ห ลัง ก า ร ก่ อ ส ร้ า ง ( Post- C-06 ปญั หาการใชอ้ าคารชลประทาน/สง่ิ ปลกู สรา้ งไมถ่ ูกตอ้ งตามหลกั วชิ าการ
Construction Stage) C-07 ปญั หาการสญู หายของเอกสารทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
C-08 ปญั หาการละเลยดแู ล/บารุงรกั ษาอาคารชลประทานหรอื สงิ่ ปลกู สรา้ งทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
จากการศึกษาปญั หาต่างๆ ท่ีอาจส่งผล
กระทบต่อการบรหิ ารสญั ญาในโครงการก่อสรา้ งของรฐั * หมายความวา่ (1) กบั (2) มคี วามสมั พนั ธอ์ ยา่ งมนี ยั สาคญั ทร่ี ะดบั ความเช่อื มนั ่ 95 %
ซ่ึงคณะผู้ดาเนินการวิจัยได้ทาการศึกษาข้อมูลจาก
แหล่งข้อมูลหลายๆ แหล่ง อาทิเช่ น หนังสือ จากตารางท่ี 3 คณะผดู้ าเนินการวจิ ยั ไดท้ าการ
เอกสารวชิ าการ เวป็ ไซตท์ เ่ี ช่อื ถอื ได้ ฯลฯ ซง่ึ ปจั จยั ทม่ี ี
ผ ล ต่ อ ก า ร บ ริห า ร สัญ ญ า ค ณ ะ ท า ง า น พ บ ว่ า จัดลาดับของผลคะแนนความต่างระหว่างคะแนน
ประกอบดว้ ย 8 ปจั จยั ซง่ึ ไดน้ าไปกาหนดเป็นตวั แปร
เพ่ือออกแบบแบบสอบถาม (Questionnaire) และ ค่าเฉล่ยี ระดบั ผลกระทบต่อความสาเร็จในการบรหิ าร
ดาเนินการสารวจระดบั ผลกระทบต่อความสาเรจ็ ในการ สัญญาและระดับความสาเร็จในการแก้ไขปญั หา
บริหารสัญญาก่อสร้างและระดับความสาเร็จในการ ซ่งึ พบว่า 5 อนั ดบั แรกของปญั หาท่มี ผี ลคะแนนความ
ดาเนินการแกไ้ ขปญั หาทเ่ี กดิ ขน้ึ ซง่ึ ผลการวเิ คราะหไ์ ด้
แสดงดงั ต่อไปน้ี ต่างในระดบั สงู และแตกต่างอย่างมนี ัยสาคญั ทางสถติ ิท่ี
ตารางท่ี 3 ผลการวเิ คราะห์ความต่าง (Gap Analysis)
ระหวา่ งระดบั ผลกระทบของปญั หาทม่ี ตี ่อความสาเรจ็ ใน ระดบั ความเชอ่ื มนั่ 95 % ประกอบดว้ ย
การบรหิ ารสญั ญาก่อสรา้ งกบั ระดบั ความสาเรจ็ ในการ -อันดับท่ี (1) C-08 ปญั หาการละเลยดูแล/
แกไ้ ขปญั หาท่เี กดิ ขน้ึ ในช่วงระยะเวลาหลงั การก่อสรา้ ง
(Post-Construction Stage) บ า รุ ง รัก ษ า อ า ค า ร ช ล ป ร ะ ท า น ห รือ สิ่ง ป ลู ก ส ร้ า ง ท่ี

เกย่ี วขอ้ ง (คะแนนความต่าง = 0.31)
-อันดับท่ี (2) C-04 ปญั หาการซ่อมแซม

ข้อบกพร่องของงานในระยะประกันท่ีไม่มีคุณภาพ

(คะแนนความต่าง = 0.23)
-อนั ดบั ท่ี (3) C-01 ปญั หาขาดตรวจสอบความ

ถูกต้องของงานก่อสร้างก่อนส่งงานและก่อนการตรวจ

รบั ตามแบบกอ่ สรา้ ง (คะแนนความต่าง = 0.13)
-อนั ดบั ท(่ี 4) C-02 ปญั หาละเลยการตรวจสอบ

ข้อบกพร่องในระหว่างประกัน (คะแนนความต่าง =

0.11)
-อันดับท่ี (5) C-07 ปญั หาการสูญหายของ

เอกสารทเ่ี กย่ี วขอ้ ง (คะแนนความต่าง = 0.05)

ระดบั ระดบั Sig (P- 5. สรปุ ผลการวิจยั
ผลกระทบต่อ ความสาเรจ็ ใน Value)
ลาดบั ความสาเรจ็ การ การแก้ไขปัญหา ความ ลาดบั ระหว่าง ในการบริหารงานสญั ญาก่อสร้าง มักจะเกิดจาก
ต่าง (Rank) (1) กบั (2) ปญั หาต่างๆ จากหลายสาเหตุ เช่น ความขัดแย้ง
บริหารฯ (2) (Gap)
(1)
ระหวา่ งผวู้ ่าจา้ ง (สว่ นราชการ) และผรู้ บั จา้ ง (ผรู้ บั เหมา)
C-01 2.54 2.41 0.13 3 0.189
เกดิ จากความไม่เขา้ ใจดา้ นกฎหมายทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั งาน
C-02 2.42 2.31 0.11 4 0.216

C-03 2.34 2.4 -0.06 8 0.589 กอ่ สรา้ ง และวธิ กี ารปฏบิ ตั งิ านของเจา้ หน้าทท่ี เ่ี กย่ี วขอ้ ง

C-04 2.56 2.33 0.23 2 0.014* ดงั นนั้ จงึ มคี วามจาเป็นอย่างยง่ิ ในการคน้ ควา้ แนวทางใน

C -05 2.24 2.27 -0.03 7 0.777

114

การพฒั นาปรบั ปรุงดา้ นการบรหิ ารสญั ญาของโครงการ - อันดับท่ี (4) A-02 ปญั หาการแย่งงาน/ตัด
ก่อสรา้ ง เพ่อื ป้องกนั ความเสย่ี งจากปญั หาทจ่ี ะเกดิ ขน้ึ ใน ราคา ระหว่างผรู้ บั จา้ ง
กระบวนการก่อสร้าง และเพ่ือให้การจัดการบริหาร
สัญญาเป็ นไปอย่างมีระบบ ลดการได้เปรียบ – - อนั ดบั ท่ี (5) A-05 ปญั หาระบบราชการทก่ี าร
เสยี เปรยี บจากค่สู ญั ญา ตลอดจนเพ่อื เป็นกา้ วสาคญั ใน อนุมตั งิ านต่างๆ ใชเ้ วลายาวนาน
การปรับเปล่ียนองค์กรให้ประสบความสาเร็จตาม
เป้าหมายท่กี าหนดไว้ โดยวตั ถุประสงค์หลกั ของการ - อนั ดบั ท่ี (6) A-16 ปญั หาการขาดบุคลากรท่ี
ศึกษาวิจัยในครัง้ น้ีเพ่ือศึกษาแนวทางในการเพิ่ม เชย่ี วชาญดา้ นกฎหมายประจาโครงการ
สมรรถนะการบรหิ ารและจดั การสญั ญาก่อสร้างในกรม
ชลประทาน : กรณีศกึ ษาโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ - อนั ดบั ท่ี (7) A-13 ปญั หาการขาดแนวทาง/
ซ่งึ มวี ตั ถุประสงค์เพ่อื ศกึ ษาและวเิ คราะหส์ ภาพปญั หา รูปแบบ/เง่ือนไข ในการคดั เลือกผู้รับจ้างท่เี หมาะสม
และขอ้ บกพร่องทเ่ี กดิ ขน้ึ ภายใต้รปู แบบการบรหิ ารและ เช่น ผรู้ บั จา้ งทม่ี งี านรบั ผดิ ชอบเดมิ อยู่เป็นจานวนมาก
การจดั การสญั ญาก่อสรา้ งในปจั จุบนั เพ่อื สารวจปจั จยั ท่ี ไมค่ วรอนุญาตใหร้ ่วมประมลู
มผี ลต่อความสาเรจ็ (Critical Success Factors) ในการ
บรหิ ารและการจัดการสญั ญาก่อสร้าง และเพ่ือศึกษา - อนั ดบั ท่ี (8) A-07 ปญั หาจากการต่อตา้ นจาก
ผลกระทบของปญั หาทม่ี ผี ลต่อความสาเรจ็ ในการบรหิ าร องคก์ รอสิ ระ (NGOs)
และแนวทางในการแกไ้ ขเพ่อื ลดปญั หาและขอ้ บกพร่อง
ทเ่ี กดิ ขน้ึ ภายใต้ระเบยี บ ขอ้ กฎหมายหรอื แนวปฏบิ ตั ทิ ่ี - อนั ดบั ท่ี (9) A-01 ปญั หาความไมช่ ดั เจนของ
เกย่ี วขอ้ ง เน้อื ความในเอกสารประกวดราคากอ่ สรา้ ง

โดยคณะผู้ดาเนินการวิจัยฯ ได้ทาการวิเคราะห์ - อนั ดบั ท่ี (10) A-06 ปญั หาความขดั แย้งกบั
ขอ้ มูลทางสถิต(ิ Statistical Analysis) และการวเิ คราะห์ ชาวบา้ นทอ่ี าศยั อยใู่ นเขตพน้ื ทโ่ี ครงการ
ความต่าง (Gap Analysis) เพ่ือหาระดับความต่าง
ระหว่างค่าเฉลย่ี ระดบั ผลกระทบของปญั หาในช่วงระยะ การวเิ คราะห์ขอ้ มูลทางสถติ ิ (Statistical Analysis)
กอ่ นการก่อสรา้ งทม่ี ตี ่อความสาเรจ็ ในการบรหิ ารสญั ญา และการวิเคราะห์ความต่าง (Gap Analysis) เพ่ือหา
และระดบั ความสาเร็จในการแก้ไขปญั หาของปจั จัย ระดับความต่างระหว่างค่าเฉล่ียระดบั ผลกระทบของ
จานวนทงั้ ส้นิ 21 ปจั จยั จากผลการวเิ คราะห์ดงั กล่าว ปญั หาในช่วงระหว่างการก่อสร้างทม่ี ตี ่อความสาเรจ็ ใน
พบว่าจานวน 10 ปจั จยั แรกท่มี ผี ลระดบั ความต่างเป็น การบริหารสญั ญา และระดบั ความสาเร็จในการแก้ไข
บวกซง่ึ หมายความว่าปญั หาดงั กล่าวนนั้ ยงั ไม่ไดร้ บั การ ปญั หาของปจั จัยจานวนทงั้ ส้ิน 30 ปจั จยั จากผลการ
แกไ้ ขอย่างเหมาะสม ซง่ึ ปจั จยั ดงั กล่าวสามารถจดั ลาดบั วิเคราะห์ดังกล่าวพบว่าจานวน 10 ปจั จยั แรกท่ีมีผล
ความสาคญั ทส่ี มควรจะไดร้ บั การแกไ้ ขดงั น้ี ระดับความต่างเป็นบวกซ่ึงหมายความว่าปญั หา
ดังกล่าวนัน้ ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสม ซ่ึง
- อนั ดบั ท่ี (1) A-17 ปญั หาการแทรกแซงจาก ปจั จยั ดงั กล่าวสามารถจดั ลาดบั ความสาคญั ทส่ี มควรจะ
ฝา่ ยการเมอื ง ไดร้ บั การแกไ้ ขดงั น้ี

- อนั ดบั ท่ี (2) A-19 ปญั หานโยบายเร่งรดั เปิด - อนั ดบั ท่ี (1) B-30 ปญั หาการแทรกแซงจาก
โครงการโดยขาดความพรอ้ ม ฝา่ ยการเมอื ง

- อนั ดบั ท่ี (3) A-15 ปญั หาด้านคุณภาพและ - อนั ดบั ท่ี (2) B-29 ปญั หาด้านคุณภาพและ
ความสามารถของบรษิ ทั ทป่ี รกึ ษา ความสามารถของบรษิ ทั ทป่ี รกึ ษา

- อนั ดบั ท่ี (3) B-09 ปญั หาด้านคุณภาพและ
ความสามารถของผรู้ บั จา้ ง

- อนั ดบั ท่ี (4) B-08 ปญั หาเครอ่ื งจกั รเครอ่ื งมอื
ขาดแคลน/ไม่เพยี งพอต่อปรมิ าณงานก่อสรา้ ง

115

- อันดับท่ี (5) B-28 ปญั หาด้านสภาพคล่อง อ้างอิง ข้อมูลต่างๆ ท่ีต้องการนั้นดาเนินการเก็บ
การเงนิ ของผรู้ บั จา้ ง รวบรวมจากกลุ่มเป้าหมายทงั้ จากการส่งแบบสอบถาม
โดยไปรษณีย์ไปยังกลุ่มเป้ าหมายการวิจัยและการ
- อนั ดบั ท่ี (6) B-11 ปญั หาระบบราชการทก่ี าร เดนิ ทางลงพน้ื ทเ่ี ป้าหมายเพ่อื ดาเนินการสมั ภาษณ์เชงิ
อนุมตั งิ านต่างๆ ใชเ้ วลายาวนาน ลกึ ไม่ได้เกดิ จากการสรา้ งขอ้ มูลเทจ็ ขน้ึ มา ทงั้ น้ีการใช้
ขอ้ มลู จรงิ ในการวเิ คราะหจ์ ะเป็นสรา้ งความเชอ่ื มนั่ ในผล
- อนั ดับท่ี (7) B-15 ปญั หาการหยุดงานหรือ การวเิ คราะหว์ า่ สามารถนาไปใชแ้ กไ้ ขปญั หาทเ่ี กดิ ขน้ึ ใน
ชะลองานของผรู้ บั จา้ งในระหวา่ งการก่อสรา้ ง ภาคสนามไดจ้ รงิ

- อนั ดับท่ี (8) B-04 ปญั หาการแก้ไขสญั ญา 6. เอกสารอ้างอิง
ระหว่างการก่อสรา้ ง
กนกวรรณ เจนปรุ. (2554). ความรู้เร่ืองกฎหมาย.
- อันดับท่ี (9) B-27 ปญั หาแรงงานคนไม่ แ ห ล่ ง ท่ี ม า : http://www.jobpub.com/articles/sh
เพยี งพอต่อปรมิ าณงานก่อสรา้ ง owarticle.asp?id=2006. (วันท่ีค้นข้อมูล : 20
มถิ ุนายน 2555).
- อนั ดบั ท่ี (10) B-20 ปญั หาความล่าชา้ ในการ
ขอเปลย่ี นแปลงงบประมาณดาเนนิ งาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (2553). การวางแผนงานกอ่ สรา้ ง.
แ ห ล่ ง ท่ี ม า : http://www.moe.go.th/mo e/th/blo
จากนัน้ คณะผูด้ าเนินการวจิ ยั ฯ ไดท้ าการวเิ คราะห์ g/view-blog.php?memberid=9 8 4 &blogid =6 5 8 .
ขอ้ มูลทางสถิต(ิ Statistical Analysis) และการวเิ คราะห์ (วนั ทค่ี น้ ขอ้ มลู : 20 มถิ ุนายน 2555).
ความต่าง(Gap Analysis)เพอ่ื หาระดบั ความต่างระหว่าง
ค่าเฉลย่ี ระดบั ผลกระทบของปญั หาหลงั การก่อสรา้ งท่มี ี กลั ยา วานิชย์บญั ชา. (2539). สถิติเพ่อื การตดั สนิ ใจ.
ต่อความสาเร็จในการบริหารสัญญา และระดับ พมิ พค์ รงั้ ท่ี 4. กรุงเทพฯ : โรงพมิ พแ์ หง่ จฬุ าลงกรณ์
ความสาเรจ็ ในการแกไ้ ขปญั หาของปจั จยั จานวนทงั้ สน้ิ มหาวทิ ยาลยั .
8 ปจั จยั จากผลการวเิ คราะห์ดงั กล่าวพบว่าจานวน 5
ปจั จยั แรกทม่ี ผี ลระดบั ความต่างเป็นบวกซง่ึ หมายความ กลั ยา วานิชยบ์ ญั ชา. (2542). การวเิ คราะห์ขอ้ มูลด้วย
ว่าปญั หาดังกล่าวนั้นยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่าง SPSS for Windows. พมิ พค์ รงั้ ท่ี 3. กรุงเทพฯ : โรง
เห มา ะสม ซ่ึง ปัจ จัย ดัง กล่ าว สา มา รถ จัด ลา ดับ พมิ พแ์ ห่งจฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั .
ความสาคญั ทส่ี มควรจะไดร้ บั การแกไ้ ขดงั น้ี
- อนั ดบั ท่ี (1) C-04ปญั หาการซ่อมแซมขอ้ บกพรอ่ งของ กลั ยา วานิชยบ์ ญั ชา. (2548). การวเิ คราะหข์ อ้ มลู หลาย
งานในระยะประกนั ทไ่ี ม่มคี ณุ ภาพ ตัว แ ป ร . แ ห ล่ ง ท่ี ม า : http://images.numpu
- อนั ดบั ท่ี (2) C-08ปญั หาการละเลยดูแล/บารุงรกั ษา ang30.multiply.multiplycontent.com/.../... (วนั ทค่ี น้
อาคารชลประทานหรอื สง่ิ ปลกู สรา้ งทเ่ี กย่ี วขอ้ ง ขอ้ มลู : 20 มถิ ุนายน 2555).
- อันดบั ท่ี (3) C-07ปญั หาการสูญหายของเอกสารท่ี
เกย่ี วขอ้ ง กลั ยาณี คูณม.ี (2538). สถิตสิ าหรบั เศรษฐศาสตร์และ
- อนั ดบั ท่ี (4) C-03ปญั หาขาดตรวจสอบความถูกต้อง ธุรกจิ . พมิ พค์ รงั้ ท่ี 3.กรุงเทพฯ: คณะเศรษฐ ศาสตร์
ของงานก่อสรา้ งก่อนส่งงานและก่อนการตรวจรบั ตาม จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั .
แบบก่อสรา้ ง
- อนั ดบั ท่ี (5) C-06ปญั หาเกย่ี วกบั การจดั ทาเอกสารสง่ กานดา พูนลาภทวี. (2530). สถิติเพ่ือการวิจัย.
มอบงาน แ ห ล่ ง ท่ี ม า http: //netra.lpru .ac.th/~phaitoon
/testconstruct/crt%20.doc. (วันท่ีค้นข้อมูล: 20
โครงการวจิ ยั ในครงั้ น้ีดาเนินการโดยใช้หลกั การท่ี มถิ ุนายน 2555).
ถูกต้องทางวชิ าการ ขอ้ มูลต่างๆ มเี อกสารประกอบและ
การท่าเรอื แห่งประเทศไทย. (2549). การแก้ไขสญั ญา
ในการบริหารสัญญาก่อสร้าง. แหล่งท่ีมา :

116

http://arsar.yota-thai.net/index.php?topic=549.0; drese arch&id=25. (วนั ทค่ี น้ ขอ้ มลู : 20 มถิ ุนายน
wap2. (วนั ทค่ี น้ ขอ้ มลู : 20 มถิ ุนายน 2555). 2555).
กล้าศึก พรมฤทธิ.์ (2553). การศึกษาปญั หาและ กรมชลประทาน. (2555). โครงการประชุมช้แี จง เร่อื ง
อุปสรรคในการปฏิบัติงานของช่างโยธาในการ การจดั ทาราคากลางงานก่อสร้าง. แหล่งท่ีมา :
กาหนดราคากลางงานก่อสรา้ งสว่ นโยธา. แหล่งทม่ี า http://kromchol.rid.go.th/lproject/2010/index.ph
: http://eng.sut.ac.th/ce/ce_course/ p/2011-07-21-14-08-37/417--22-2555. (วนั ทค่ี น้
downloadd/struc/1 GLASUK/GLASUK.pdf. (วัน ท่ี ขอ้ มลู : 20 มถิ ุนายน 2555).
คน้ ขอ้ มลู : 20 มถิ ุนายน 2555). กรมชลประทาน. (2555). คาช้ีแจงการคัดเลือกผู้มี
กติ ิพฒั น์ นนทปทั มะดุล. (2550). การวจิ ยั เชงิ คุณภาพ คุณสมบัติเบ้ืองต้นในการจ้างก่อสร้าง “งาน
ในสวสั ดกิ ารและสงั คม: แนวคดิ และวธิ วี จิ ยั . พมิ พ์ ก่อสร้างชลประทาน”. แหล่งท่ีมา : http://pro
ครงั้ ท่ี 2. กรุงเทพฯ: สามลดา. curement.rid.go.th/classified_level_pq.php.
เกศริ นิ ประเสรฐิ โส. (2550). การศกึ ษาปญั หาและความ (วนั ทค่ี น้ ขอ้ มลู : 20 มถิ ุนายน 2555).
ตอ้ งการพฒั นาความสามารถในการใช้คอมพวิ เตอร์ กรมโยธาธิการและผงั เมอื ง. (2553). การควบคุมและ
ของข้าราชการกรมโยธาธิการและผังเมือง. ตรวจสอบอาคาร.แหล่งท่ีมา : http://www.dpt.
วทิ ยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบณั ฑิต(การพฒั นา go.th/wan/webboard/showdetail_a.asp?id=%20
ทรพั ยากรมนุษย)์ . มหาวทิ ยาลยั รามคาแหง. 1863. (วนั ทค่ี น้ ขอ้ มลู : 20 มถิ ุนายน 2555).
เกศรี ววิ ฒั นปฐพ.ี (2555). การนิเทศแนวใหมโ่ ดยใชก้ าร กรมโยธาธกิ ารและผงั เมอื ง. (2547). มาตรฐานงานช่าง.
วิ จั ย เ ป็ น ฐ า น . แ ห ล่ ง ท่ี ม า : http://www.km แ ห ล่ ง ท่ี ม า : http://www.dpt. go.th/serv/sta
chaowarit.com /reportchao/13/135.ppt.(วันท่ีค้น ndard_m/standard_m.html. (วนั ท่คี น้ ขอ้ มูล: 20
ขอ้ มลู : 20 มถิ ุนายน 2555). มถิ ุนายน 2555).
กอแกว้ แสงสดี า. (2555). ความรกั ความจรงิ ใจ คอื พลงั โกวฒั น์ เทศบุตร. (2555). ภาวะผู้นาทางการศึกษา
แ ห่ ง ค ว า ม ส า เ ร็ จ ข อ ง อ ง ค์ ก ร . แ ห ล่ ง ท่ี ม า : ( Educational Leadership). แ ห ล่ ง ท่ี ม า :
http://www.hu.ac.th/academic/article/HR/Love.ht http://www.sesa2 0 km.com/?name=research
m. (วนั ทค่ี น้ ขอ้ มลู : 20 มถิ ุนายน 2555). &file=readresearch&id=25. (วนั ท่ีค้นขอ้ มูล : 20
กองแบบแผน. (2551). เรียนรู้การประมาณราคา มถิ ุนายน 2555).
ไกรทอง โชตวิ ฒุ พิ ฒั นา. (2548). แนวทางการออกแบบ
ก่อสร้างโดยละเอียด.แหล่งท่ีมา : http://sites แ ล ะ ก่ อ ส ร้า ง Green Building. แ ห ล่ ง ท่ีม า :
.google.com/site/pramanrakhakskabkhruchxb/r http://scale3 d.net/webboard/index.ph p?topic
eiyn-ru-kar-praman-rakha-doy-laxeiyd. =45.0.(วนั ทค่ี น้ ขอ้ มลู : 20 มถิ ุนายน 2555).
(วนั ทค่ี น้ ขอ้ มลู : 20 มถิ ุนายน 2555). ขจรศกั ดิ์ ศริ มิ ยั . (2555). เร่อื งน่ารู้เก่ยี วกบั สมรรถนะ.
เก้ือกูล ขวัญทอง. (2552). การส่ือสารในองค์การ [ อ อ น ไ ล น์ ] . แ ห ล่ ง ท่ี ม า :http://competency.
( Communication).แ ห ล่ ง ท่ี ม า : http://www rmutp.ac.th/wp-content/uploads/2011/01/abou
.gotoknow.org/blogs/posts/320108. (วันท่ีค้น tcompetency.pdf. (วนั ท่ีค้นข้อมูล: 20 มิถุนายน
ขอ้ มลู : 20 มถิ ุนายน 2555). 2555).
กุชญรี ค้าขาย. (2555). การทบทวนหลังปฏิบัติการ คะนงึ นจิ อนุโรจน์. นาวาอากาศโท หญงิ . (2551). ปจั จยั
(After Action Review) . แหล่งท่ีมา:http://www ท่มี อี ทิ ธพิ ลต่อสมรรถนะของนักพฒั นาทรพั ยากร
.sesa2 0 km.com/?name=research&file=rea มนุษย์ กองทัพอากาศ.แหล่งท่ีมา:http://www

117

.idis.ru.ac.th/reportindex.php?topic จดั การ, ภาควชิ ารฐั ประศาสนศาสตร.์ แหล่งทม่ี า:
=6313.0. (วนั ทค่ี น้ ขอ้ มลู : 20 มถิ ุนายน 2555). http://www.idis.ru.ac.th/report/index.php?topic=
คณะทางานจดั ทาคมู่ อื การปฏบิ ตั งิ านการบรหิ ารสญั ญา 6077.10;wap2. (วนั ท่ีค้นข้อมูล : 20 มิถุนายน
จา้ งก่อสร้าง กองพสั ดุ กรมชลประทาน. (2553). 2555).
คู่มือการปฏิบตั ิงาน (Work Manual) การบริหาร ฉตั รศริ ิ ปิยะพมิ ลสทิ ธ.ิ์ (2544). ความแปรปรวนและสว่ น
สญั ญาจ้างก่อสร้าง.แหล่งท่มี า: ridceo.rid.go.th/ เบย่ี งเบนมาตรฐาน (The Variance and Standard
buriram/download/buildcontract1.pdf. Deviations). แ ห ล่ ง ท่ี ม า : http://www.w
ครรชิต มาลัยวงศ์. (2555). การบริหารโครงการ. atpon.com/Elearning/stat1 7 . htm. (วั น ท่ี ค้ น
แ ห ล่ ง ท่ี ม า : http://th.wikipedia.org/wiki/ก า ร ขอ้ มลู : 20 มถิ ุนายน 2555).
บรหิ ารโครงการ. (วนั ท่คี ้นข้อมูล : 20 มถิ ุนายน ฉัตรศิริ ปิยะพิมลสิทธิ.์ (2544,กุมภาพนั ธ์-เมษายน).
2555). บทความสถิติ.แหล่ง ท่ีมา : http://netra.lpru
คมสัน สุริยะ. (2552). ทัศนคติความพึงพอ ใจ. .ac.th/~phaitoon/testconstruct/crt% 2 0 . doc.
แ ห ล่ ง ท่ี ม า : http://www.tourismlo gistics.com (วนั ทค่ี น้ ขอ้ มลู : 20 มถิ ุนายน 2555).
/index.php?option=com_content&view=article& ชยนั ต์ วรรธนะภูต.ิ (2537). การวเิ คราะห์ขอ้ มูลในการ
id=2 7 8 : thesis5 &catid=8 4 : new-way-of- วิ จั ย เ ชิ ง คุ ณ ภ า พ . ใ น อุ ทั ย ดุ ล ย เ ก ษ ม
thesis&Itemid=105. (วนั ทค่ี น้ ขอ้ มลู : 20 มถิ ุนายน บรรณาธกิ าร. คู่มอื การวจิ ยั เชิงคุณภาพเพ่อื งาน
2555). พฒั นา. พิมพ์ครงั้ ท่ี 2. กรุงเทพฯ: สายส่งศึกษิต
โครงการส่งน้าและบารุงรักษาบางพลวง. (2552). เคลด็ ไทย จากดั .
แ ห ล่ ง ท่ี ม า : http://ridceo.rid.go.th/prachin/ ชวลิต ชูกาแพง. (2550). การประเมินการเรียนรู้.
bangpluang/menu_admin.php. (วันท่ีค้นข้อมูล: แ ห ล่ ง ท่ี ม า : http://netra.lpru.ac .th/~phaitoon
20 มถิ ุนายน 2555). /testconstruct/crt%20.doc. (วันท่ีค้นข้อมูล: 20
จกั รนิ ทร์ แสงศริ .ิ (2555). ปญั หาในขนั้ ตอนการกอ่ สรา้ ง มถิ ุนายน 2555).
ฝ า ย ย า ง . แ ห ล่ ง ท่ี ม า : http://irrigation ชวาล แพรตั กุล. (2516). เทคนคิ การวดั ผล. แหล่งทม่ี า:
.rid.go.th/rid13/oe/_data/CEM/docs/CEM014.p http://netra.lpru.ac.th/~phaitoon/testconstruct/cr
df. (วนั ทค่ี น้ ขอ้ มลู : 20 มถิ ุนายน 2555). t%20.doc. (วนั ทค่ี น้ ขอ้ มลู : 20 มถิ ุนายน 2555).
จนั ทรานุช มหากาญจนะ. (2551). การจดั การภาครฐั ชัชวาลย์ ทองดีเลิศ. (2543). บันทึกลับ NGO.
และเอกชน (ในส่วนเน้นภาครัฐ). แหล่งท่ีมา: แ ห ล่ ง ท่ีม า : http://www.thaingo.org/story/info_
nidamppm4 files.wordpr ess.com/2 0 0 9 / 0 1 / 00 9.htm. (วนั ทค่ี น้ ขอ้ มลู : 10 มถิ ุนายน 2555).
sum-drchandanuch.doc. (วันท่ีค้นข้อมูล : 2 0 ชยั อนันต์ สมุทวณิช. (2535). 100 ปี แห่งการปฏริ ูป
มถิ ุนายน 2555). ระบบราชก าร.แหล่งท่ีมา : http://www.idis.
จามรี บุรศี ร. (2555). สถติ ทิ ดสอบซี (Z-test Statistic).
แหล่งท่ีมา: http://file.siam2we b.com/natcha/ 77ru.ac.th/report/index.php?topic=1973.0. (วันท่ี
531special/200991_27970.pdf. (วนั ท่คี น้ ขอ้ มลู :
20 มถิ ุนายน 2555). คน้ ขอ้ มลู : 10 มถิ ุนายน 2555).
จุฑามณี ตระกูลมุทุตา. (2544). การพฒั นาทรพั ยากร ชาย โพธสิ ติ า. (2549). ศาสตรแ์ ละศลิ ป์แห่งการวจิ ยั เชงิ
ม นุ ษ ย์ ใ น อ ง ค์ ก า ร . ก รุ ง เ ท พ ม ห า น ค ร :
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, คณะวิทยาการ คุณภาพ. พมิ พค์ รงั้ ท่ี 2. กรุงเทพฯ: อมั รนิ ทรพ์ รน้ิ

77ตง้ิ .

ชาญ สวสั ดิส์ าลี. (2539). คู่มอื นักฝึกอบรมมอื อาชพี :
การจดั ดาเนินการฝึกอบรมอย่างมีประสิทธิผล.

118

แ ห ล่ ง ท่ี ม า : http://www.idis .ru.ac.th/report
/index.php?topic=6077.10;wap2. (วนั ทค่ี น้ ขอ้ มลู
: 15 กรกฎาคม 2555).
ช่างโยธาไทย. (2552). คานวณปรมิ าณงานผดิ พลาด /
Factor f ผิ ด / ร า ค า วั ส ดุ สู ง . แ ห ล่ ง ท่ี ม า :
http://arsar.yota-thai.net/index.php?topic=
491.0. (วนั ทค่ี น้ ขอ้ มลู : 10 มถิ ุนายน 2555).
ชูศรี วงศ์รัตนะ. สถิติเพ่ือการวิจัย. พิมพ์ครัง้ ท่ี 3.
กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พเ์ จรญิ พร, 2534.

119

การพฒั นาการมีส่วนรว่ มและการสรา้ ง
ความเข้มแขง็ องคก์ รผใู้ ช้น้าในการบริหารจดั การชลประทาน
โครงการส่งน้าและบารงุ รกั ษาแม่แฝก-แม่งดั อาเภอสนั ทราย จงั หวดั เชียงใหม่

Participatory Development and Water User Organization Empowerment in
Irrigation Management of Mae Faek - Mae Ngat Operation and Maintenance

Project, Sansai District, Chiang Mai

สรวชิ ญ์ ทพิ รตั นเดช1 พหล ศกั ดคิ์ ะทศั น์2
1,2 โครงการสง่ น้าและบารุงรกั ษาแมแ่ ฝก-แมง่ ดั อาเภอสนั ทราย จงั หวดั เชยี งใหม่

โทร.089-8511482, 1E-mail : [email protected]

บทคดั ย่อ

การวจิ ยั ครงั้ น้ไี ดศ้ กึ ษาการพฒั นาการมสี ่วนรว่ มและการสรา้ งความเขม้ แขง็ องคก์ รผใู้ ช้
น้าในการบรหิ ารจดั การชลประทาน ของฝา่ ยสง่ น้าและบารงุ รกั ษาท่ี 2 โครงการสง่ น้าและบารงุ รกั ษาแม่แฝก-แมง่ ดั
อาเภอสนั ทราย จงั หวดั เชยี งใหม่ มวี ตั ถุประสงค์เพ่อื ศกึ ษา 1) เพ่อื ศกึ ษาการมสี ่วนร่วมและปจั จยั ทม่ี ผี ลต่อการ
พฒั นาการมีส่วนร่วมและการสร้างความเข้มแขง็ องค์กรผู้ใช้น้าในการบรหิ ารจดั การชลประทาน 2) เพ่ือการ
พฒั นาการมีส่วนร่วมและการสร้างความเข้มแข็งองค์กรผู้ใช้น้าในการบริหารจัดการชลประทาน โดยการใช้
กระบวนการสรา้ งความเขม้ แขง็ ใหก้ บั องคก์ รผใู้ ชน้ ้าชลประทาน 3) เพ่อื เสนอรปู แบบของการพฒั นาการมสี ว่ นรว่ ม
และการสรา้ งความเขม้ แขง็ องคก์ รผใู้ ชน้ ้าในการบรหิ ารจดั การชลประทาน และ 4) เพ่อื ศกึ ษาปญั หา อุปสรรค และ
แนวทางแกไ้ ขการพฒั นาการมสี ว่ นร่วมและการสรา้ งความเขม้ แขง็ องคก์ รผใู้ ชน้ ้าในการบรหิ ารจดั การชลประทาน
ประชากรทใ่ี ชใ้ นการศกึ ษาประกอบดว้ ย องคก์ รผใู้ ชน้ ้าชลประทานของฝา่ ยสง่ น้าและบารงุ รกั ษาท่ี 2 โครงการสง่ น้า
และบารุงรกั ษาแม่แฝก-แม่งดั อาเภอสนั ทราย จงั หวดั เชยี งใหม่ จานวน 1,360 คน ขนาดกลุ่มตวั อย่างมจี านวน
309 คน ใช้วิธกี ารสุ่มตวั อย่างของเจ้าหน้าท่ชี ลประทาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานราชการและ
นักวชิ าการ เคร่ืองมือท่ีใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสมั ภาษณ์ การสนทนากลุ่มย่อย( Focus Group
Discussion) เทคนิค A-I-C (Appreciation Influence Control) วิธีการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม
(Participation Action Research: PAR) การวเิ คราะหข์ อ้ มลู ใชส้ ถติ เิ ชงิ พรรณนา การวเิ คราะหก์ ารถดถอยพหแุ บบ
เชงิ ชนั้ และการจดั หมวดหม่เู น้อื หา

ผลการศกึ ษาพบว่า องค์กรผู้ใชน้ ้าชลประทานส่วนใหญ่เป็นเพศชาย อายุเฉล่ยี 52.39 ปี มสี ถานภาพ
สมรส/อยู่ด้วยกนั ร้อยละ 81.23 จบการศึกษาระดบั ประถมศึกษา (ป.1-ป.6) ร้อยละ 82.20 จานวนสมาชิกใน
ครอบครวั เฉลย่ี 3.35 คน รอ้ ยละ 60.60 มอี าชพี รองคอื รบั จา้ งร้อยละ 85.44 มกี ารถือครองท่ดี นิ เป็นของตนเอง
เฉล่ีย 2.10 ไร่ การถือครองท่ีดินโดยการเช่าเฉล่ีย 4.48 ไร่มีจานวนพ้ืนท่ีท่ีทาการเกษตรเฉล่ีย 6.51 ไร่
ทาการเกษตรโดยการปลูกขา้ วโดยมรี ายไดภ้ าคการเกษตรเฉลย่ี 49,081.22 บาทต่อปี รายไดน้ อกภาคการเกษตร
เฉลย่ี 8,153.72 บาทต่อปี และมรี ายไดร้ วมทงั้ หมดเฉลย่ี 57,181.55 บาทต่อปี

120

ผลการศึกษาการพฒั นาการมีส่วนร่วมและการสร้างความเขม้ แข็งองค์กรผู้ใช้น้าในการบรหิ ารจดั การ
ชลประทาน พบว่า องคก์ รผใู้ ชน้ ้าชลประทานมสี ว่ นร่วมในการบรหิ ารจดั การชลประทานโดยรวมอย่ใู นระดบั ปาน
กลาง (ค่าเฉลย่ี 2.72) ผลการวเิ คราะห์การถดถอยพหุแบบเชงิ ชนั้ พบว่า ประสบการณ์ในด้านชลประทาน การ
ไดร้ บั การสรา้ งความเขม้ แขง็ การสมั มนา และการตดิ ต่อเจา้ หน้าทช่ี ลประทาน มคี วามสมั พนั ธอ์ ย่างนยั สาคญั ทาง
สถติ ทิ ่รี ะดบั 0.01 กบั การมสี ่วนร่วมในการบรหิ ารจดั การชลประทาน ผลการศกึ ษาการมสี ่วนร่วมของเจ้าหน้าท่ี
ชลประทาน พบว่าการมสี ว่ นรว่ มโดยรวมอย่ใู นระดบั ปานกลาง (คา่ เฉลย่ี 3.00)

ผลการศกึ ษาพบวา่ การพฒั นาการมสี ว่ นร่วมและการสรา้ งความเขม้ แขง็ องคก์ รผใู้ ชน้ ้าในการบรหิ ารจดั การ
ชลประทาน มาจากผลการวเิ คราะหป์ ญั หาความต้องการของกลุ่มเป้าหมายทงั้ 3 ระดบั ไดแ้ ก่ 1) องคก์ รผใู้ ชน้ ้า
ชลประทาน 2) กลมุ่ บรหิ ารการใชน้ ้าชลประทาน และ 3) เจา้ หน้าทช่ี ลประทาน / กรมชลประทาน นามาสกู่ ารสรา้ ง
ความเขม้ แขง็ และการแลกเปลย่ี นแนวทางการบรหิ ารจดั การชลประทานเชงิ บูรณาการ และการวางแผนพฒั นา
ระบบการบรหิ ารจดั การชลประทานแบบมสี ่วนรว่ ม ทงั้ น้ีมโี ครงการปฏบิ ตั กิ ารอย่างมสี ว่ นร่วมดังน้ี 1) โครงการขุด
ลอกคลองสง่ น้า 2) โครงการซอ่ มแซมอาคารชลประทาน และ 3) โครงการจดั ตงั้ ศนู ยก์ ารเรยี นรู้ การฟ้ืนฟูและการ
สรา้ งความเขม้ แขง็ ศกั ยภาพขององคก์ รผใู้ ชน้ ้าชลประทาน

รูปแบบของการพฒั นาการมีส่วนร่วมและการสร้างความเขม้ แขง็ องค์กรผู้ใช้น้าในการบริหารจดั การ
ชลประทาน นาเสนอรปู แบบเป็นวงกลม ระบบการมสี ว่ นรว่ มในการบรหิ ารจดั การชลประทานแบบวงกลมหมนุ ตาม
เขม็ นาฬิกาแบบเชงิ บูรณาการ มีการปฏิบตั ิงานเป็น 3 ขนั้ ตอน 1) ระบบการบรหิ ารจดั การก่อนการส่งน้ามี 4
กจิ กรรม 2) ระบบการมสี ว่ นรว่ มในการบรหิ ารจดั การระหว่างการสง่ น้ามี 4 กจิ กรรม และ 3) ระบบการมสี ว่ นร่วมใน
การบรหิ ารจัดการสน้ิ สุดการส่งน้ามี 4 กิจกรรม เพ่อื นาไปใช้กบั การพฒั นาการมสี ่วนร่วมและการสร้างความ
เขม้ แขง็ องคก์ รผใู้ ชน้ ้าในการบรหิ ารจดั การชลประทานต่อไป

การศกึ ษาปญั หา อุปสรรค และแนวทางแกไ้ ขการพฒั นาการมสี ว่ นร่วมและการสรา้ งความเขม้ แขง็ องคก์ ร
ผูใ้ ชน้ ้าในการบรหิ ารจดั การชลประทาน พบว่า องคก์ รผใู้ ช้น้าชลประทานมปี ญั หาในเร่อื งการขาดความรู้ ความ
เขา้ ใจ กระบวนการการบรหิ ารจดั การชลประทาน และต้องการได้รบั การสรา้ งความเขม้ แขง็ ทงั้ น้ีเพราะผูใ้ ชน้ ้า
ชลประทานจะใชเ้ วลาอย่กู บั การทาการเกษตรเป็นสว่ นใหญ่ ซง่ึ องคก์ รผใู้ ชน้ ้าชลประทานไดใ้ หข้ อ้ เสนอแนะว่า ควร
ให้มกี ารใช้กระบวนการสรา้ งความเขม้ แขง็ ใหอ้ งคก์ รผู้ใชน้ ้าชลประทานใหม้ คี วามรูก้ ารมสี ่วนร่วมในการบรหิ าร
จดั การชลประทานอย่างน้อยปีละ 2 ครงั้ และใหค้ วามสาคญั การมสี ว่ นร่วมในการบรหิ ารจดั การชลประทานอย่าง
ต่อเน่อื ง

คาสาคญั : การพฒั นา การมสี ว่ นรว่ ม การบรหิ ารจดั การชลประทาน การสรา้ งความเขม้ แขง็ องคก์ รผใู้ ชน้ ้า

121

1. บทนา จดั การชลประทาน ซ่งึ ไม่เพยี งแต่จะเป็นประโยชน์ต่อ
ทรพั ยากรน้านับว่าเป็นปจั จยั ท่ีมคี วามสาคญั ต่อ การพฒั นาเฉพาะพน้ื ทเ่ี ทา่ นนั้ แต่จะเป็นการนารปู แบบ
ไปใช้เป็ นแนวทางปรับปรุงและพัฒนาโครงการ
กา ร ดา ร งชีวิต ข องส่ิง มีชีวิตทั้ง ห ลา ยแ ละ เป็ น ชลประทานให้เป็นประโยชน์ด้านการบริหารจดั การ
ปจั จยั พน้ื ฐานต่อการพฒั นาประเทศทงั้ ภาคการเกษตร ชลประทานต่อไปมวี ตั ถุประสงค์ 1) เพ่อื ศกึ ษาการมี
ภาคอุตสาหกรรม ตลอดจนภาคการท่องเท่ียว ส่วนร่วมและปจั จยั ทม่ี ผี ลต่อการพฒั นาการมสี ่วนร่วม
สถานการณ์น้าในปจั จุบนั มปี ญั หาเกดิ ขน้ึ เช่น ปญั หา และการสรา้ งความเขม้ แขง็ องคก์ รผใู้ ชน้ ้าในการบรหิ าร
น้าท่วม ปญั หาน้าแล้ง และปญั หาน้าเสยี ทางดา้ นอุป จดั การชลประทาน 2) เพ่อื การพฒั นาการมีส่วนร่วม
สงคก์ ารใชน้ ้ามแี นวโน้มสงู ขน้ึ อย่างรวดเรว็ ตามสดั สว่ น และการสรา้ งความเขม้ แขง็ องคก์ รผใู้ ชน้ ้าในการบรหิ าร
ของจานวนประชากร ทาใหเ้ กดิ ปญั หาการขาดแคลน จดั การชลประทาน โดยการใชก้ ระบวนการสรา้ งความ
น้าข้นึ แนวทางการแก้ปญั หาการบริหารจัดการน้า เขม้ แขง็ ขององค์กรผูใ้ ชน้ ้า 3) เพ่อื เสนอรูปแบบของ
จาเป็นต้องให้องค์กรผู้ใช้น้าชลประทานเขา้ มามสี ่วน พฒั นาการมสี ว่ นรว่ มและการสรา้ งความเขม้ แขง็ องคก์ ร
รว่ มในการบรหิ ารจดั การน้าใหเ้ กดิ ประโยชน์สงู สดุ ผู้ใช้น้ าในการบริหารจัดการชลประทาน และ
4) เพ่อื ศกึ ษาปญั หา อุปสรรค และแนวทางแก้ไขการ
นอกจากน้แี นวโน้มการบรหิ ารจดั การน้าในอนาคต พฒั นาการมสี ว่ นรว่ มและการสรา้ งความเขม้ แขง็ องคก์ ร
คอื การลดบทบาทของภาครฐั และการเพมิ่ การมสี ว่ น ผใู้ ชน้ ้าในการบรหิ ารจดั การชลประทาน
ร่วมของการบรหิ ารจดั การน้าโดยภาคเอกชน รวมถึง
การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการตัดสินใจ 2. วิธีและขนั้ ตอนการวิจยั
เกย่ี วกบั วธิ กี ารบรหิ ารจดั การน้าต่างๆ ทจ่ี ะเกดิ ขน้ึ เพอ่ื ขนั้ ตอนที่ 1) เพ่อื ศกึ ษาการมสี ว่ นรว่ มและปจั จยั ทม่ี ี
ลดปญั หาความขดั แย้งต่างๆ ท่ีจะตามมา (ทวีวงศ์
ศรีบุรี และเลขาธิการมูลนิธิสบื นาคะเสถียร, 2546) ผลต่อการพัฒนาการมีส่วนร่วมและการสร้างความ
และน้าจงึ เป็นทรพั ยากรธรรมชาตขิ องคนไทยท่ตี อ้ งมี เขม้ แขง็ องคก์ รผใู้ ชน้ ้าในการบรหิ ารจดั การชลประทาน
การบริหารจดั การทงั้ ปริมาณและคุณภาพอย่างเป็น เป็นการศกึ ษาเชงิ ปรมิ าณ ซ่งึ ประกอบไปด้วยตวั แปร
รปู ธรรมทงั้ ในระยะสนั้ และระยะยาว โดยทงั้ หน่วยงาน การมีส่วนร่วมขององค์กรผู้ใช้น้าชลประทาน และ
ของภาครฐั ภาคเอกชน ผเู้ กย่ี วขอ้ งทกุ ฝา่ ย และชุมชน เจา้ หน้าทช่ี ลประทานในการบรหิ ารจดั การชลประทาน
ในลุ่มน้ า ควรต้องร่วมกันทบทวนและปรับปรุง ไดแ้ ก่ การมสี ว่ นร่วมในการตดั สนิ ใจ การมสี ว่ นร่วมใน
ก ร ะ บ ว น ก า ร บ ริห า ร จัด ก า ร น้ า บ า ง ส่ ว น ใ ห้ มีค ว า ม การดาเนินงาน การมสี ่วนร่วมในการรบั ประโยชน์ และ
เหมาะสมกบั สถานการณ์ปจั จุบนั ดว้ ยแนวคดิ นโยบาย การมสี ่วนร่วมในการประเมนิ ผล เกบ็ ขอ้ มลู โดยใชแ้ บบ
ท่ีตัง้ อยู่บนพ้ืนฐานแห่งความเป็นจริง และสามารถ สัม ภ า ษ ณ์ กับ ก ลุ่ ม ตั ว อ ย่ า ง ท่ี สุ่ ม ตัว อ ย่ า ง จ า น ว น
ปฏบิ ตั ิไดโ้ ดยอาศยั ขอ้ มูล ความรอบรู้ และสติปญั ญา 309 ราย และการวเิ คราะหก์ ารถดถอยพหุแบบเชงิ ชนั้
ของผูเ้ ก่ยี วขอ้ งทุกฝ่ายทเ่ี ขา้ ใจในรากเหง้าแห่งปญั หา (Hierarchical Multiple Regression Analysis)
ซ่งึ การบริหารจดั การน้าในปจั จุบนั ควรมีกลไกสาคญั
ได้แก่ การมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายในการทางานแบบ ขนั้ ตอนที่ 2) เพ่อื การพฒั นาการมสี ว่ นร่วมและการ
ร่วมกนั คดิ ค้นหารูปแบบและวธิ ีดาเนินการแก้ปญั หา สรา้ งความเขม้ แขง็ องคก์ รผใู้ ชน้ ้าในการบรหิ ารจดั การ
ต่าง ๆ แบบบูรณาการในทุกมิติเสมอ จึงจะบังเกิด ชลประทาน โดยการใชก้ ระบวนการสรา้ งความเขม้ แขง็
ผลสมั ฤทธอิ์ ย่างยงั่ ยนื โดยไม่เกดิ ความขดั แยง้ ในสงั คม และศกึ ษาด้วยวิธเี ชิงคุณภาพโดยใช้ 1) การสนทนา
(ปราโมทย์ ไมก้ ลดั , 2550) ดงั นนั้ ผวู้ จิ ยั ไดเ้ กดิ แรงจงู ใจ กลุ่มย่อย (Focus Group Discussion) 2) การวจิ ยั เชงิ
ทจ่ี ะรวบรวมขอ้ มูล เพ่อื การพฒั นาการมสี ่วนร่วมและ ปฏิบัติการแบบ มีส่วนร่วม ( Participation Action
การสร้างความเข้มแข็งองค์กรผู้ใช้น้าในการบริหาร Research: PAR) และ 3) การระดมความคดิ สรา้ งสรรค์

122

แล้วตดั สนิ ใจตามกระบวนการ A-I-C. (Appreciation ประชากรกลุ่มท่ี 1 คือองค์กรผู้ใช้น้าชลประทาน
Influence Control) ให้องคก์ รผู้ใชน้ ้าชลประทาน ใหม้ ี มจี านวนทงั้ สน้ิ 1,360 คน
ความเขา้ ใจในการบรหิ ารจดั การชลประทาน และเกดิ
กระบวนการพฒั นาการมสี ่วนรว่ มในการบรหิ ารจดั การ ประชากรกลุ่มท่ี 2 คือ เจ้าหน้าท่ีชลประทาน
ชลประทาน โดยนาเสนอความคดิ เหน็ ร่วมกนั ต่อกลุ่ม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานราชการ และ
ใหญ่ ในประเด็นสภาพปญั หาในการบริหารจัดการ นกั วชิ าการ กลุ่มตวั อย่าง คอื องคก์ รผใู้ ชน้ ้าชลประทาน
ชลประทานแล้วพจิ ารณาตดั สนิ ใจร่วมกนั เพ่อื กาหนด คานวณหาขนาดของกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตรของ
ทศิ ทางในการแก้ไขปญั หาและร่วมกนั ทาการวางแผน ยามาเน่ (Yamane, 1967 อ้างใน สุชาติ, 2546: 141)
ดาเนินการต่อไป องคก์ รผใู้ ชน้ ้าชลประทานจานวน 309 คนโดยมแี กนนา
ขององค์กรผู้ใช้น้าชลประทานมจี านวน 21 คนอยู่ใน
ขนั้ ตอนที่ 3) การเปรยี บเทียบการมีส่วนร่วมก่อน กลุ่มของตวั อย่างจานวน 309 คน ส่วนกลุ่มตวั อย่างท่ี
และหลงั การพฒั นาการมสี ่วนร่วมและการสร้างความ เจาะจงประกอบดว้ ย องคก์ รผใู้ ชน้ ้าชลประทานจานวน
เขม้ แขง็ ขององค์กรผู้ใช้น้าชลประทานในการบรหิ าร 21 คน เจ้าหน้าท่ชี ลประทานจานวน 12 คน องค์กร
จดั การชลประทานว่าการมสี ว่ นร่วมก่อนและหลงั การใช้ ปกครองส่วนทอ้ งถิ่นจานวน 6 คน และนักวชิ าการท่ี
กระบวนการสร้างความเข้มแขง็ ขององค์กรผู้ใช้น้า เกย่ี วขอ้ งจานวน 5 คนรวมทงั้ หมด 44 คน
ชลประทานจะมีความแตกต่างกนั มากน้อยเพียงใด
โดยใชก้ ารทดสอบ t-test 4. เครอ่ื งมอื ท่ีใช้ในเกบ็ การรวบรวมข้อมูล

ขนั้ ตอนที่4 ) เพ่อื เสนอรปู แบบของการพฒั นาการมี 4.1 แบบสมั ภาษณ์
ส่วนร่วมและการสร้างความเขม้ แขง็ องค์กรผูใ้ ชน้ ้าใน 1) ขอ้ มูลพน้ื ฐานสว่ นบุคคล เศรษฐกจิ สงั คมและ
การบริหารจดั การชลประทาน โดยให้องค์กรผู้ใช้น้า
ชลประทานร่วมกนั แสดงทศั นะ ร่วมกนั คดิ หารูปแบบ ปจั จยั เสรมิ ดา้ นชลประทาน
การบรหิ ารจดั การการชลประทานอยา่ งบรู ณาการและมี 2) ขอ้ มูลเก่ยี วกบั การมีส่วนร่วมในการบริหาร
ส่วนร่วม และ 5) ศึกษาปญั หาและอุปสรรค และ
แนวทางแก้ไขในการพฒั นาการมีส่วนร่วมและการ จดั การชลประทานแบ่งเป็น 4 ดา้ น
สรา้ งความเขม้ แขง็ องคก์ รผใู้ ชน้ ้าในการบรหิ ารจดั การ 2.1 ก า ร มี ส่ ว น ร่ ว ม ใ น ก า ร ตั ด สิ น ใ จ
ชลประทาน จะได้ทราบถึงปญั หา อุปสรรคในการ 2.2 กา รมีส่ว นร่ ว ม ใ นก า รป ฏิบัติกา ร
บรหิ ารจดั การชลประทาน รวมทงั้ แนวทางแกไ้ ขปญั หา 2.3 การมีส่วนร่วมในการรับผลประโยชน์
ในการบรหิ ารจดั การชลประทาน เพ่อื นาไปปรบั ปรุง 2.4 การมสี ่วนร่วมในการประเมนิ ผล การมี
นโยบาย วธิ กี ารในการบรหิ ารจดั การชลประทานต่อไป
ส่วนร่วมมากท่สี ุด เท่ากับ 5 คะแนน การมีส่วนร่วม
3. วิธีดาเนินการวิจยั มาก เท่ากบั 4 คะแนน การมสี ว่ นร่วมปานกลางเทา่ กบั
พน้ื ทข่ี องฝา่ ยส่งน้าและบารุงรกั ษาท่ี 2 โครงการสง่ 3 คะแนน การมสี ่วนร่วมน้อยเท่ากบั 2 คะแนน และ
การมสี ว่ นรวมน้อยทส่ี ดุ เทา่ กบั 1 คะแนน
น้าและบารุงรกั ษาแม่แฝก-แม่งดั เขตท้องท่ี ตาบล
หนองหาร ตาบลปา่ ไผ่ ตาบลเมอื งเลน็ ตาบลสนั ทราย 4.2 ก า ร ส น ท น า ก ลุ่ ม ย่ อ ย ( Focus Group
หลวง และ ตาบลหนองจ๊อม อาเภอสนั ทราย จงั หวดั Discussion)
เชยี งใหม่ พ้นื ทส่ี ่งน้า จานวน 21,661 ไร่ คลองส่งน้า
สายใหญ่แม่แฝกและคลองซอย จานวน 8 คลองซอย การแลกเปล่ยี นความคดิ เหน็ ร่วมกนั กบั องคก์ ร
ผู้ใช้น้าชลประทานทงั้ ในทุกขนั้ ตอนการวจิ ยั เพ่ือให้
องคก์ รผู้ใชน้ ้าชลประทานและผเู้ กย่ี วขอ้ งมกี ารพฒั นา
ความรู้ ทกั ษะ และประสบการณ์ในการบรหิ ารจดั การ
ชลประทานอย่างบูรณาการ และการวางแผนการ
พฒั นาการการมีส่วนร่วมและการสรา้ งความเขม้ แขง็

123

อ ง ค์ก ร ผู้ใ ช้น้ า ใ น ก า ร บ ริห า ร จัด ก า ร ช ล ป ร ะ ท า น มี ชลประทาน เพ่อื หาขอ้ มลู ปจั จยั การพฒั นา การสรา้ ง
ประสทิ ธภิ าพมากขน้ึ ความเขม้ แขง็ รูปแบบ ปญั หา อุปสรรค และแนวทาง
แกไ้ ขการมสี ว่ นร่วมในการบรหิ ารจดั การชลประทาน
4.3 กระบวนการพฒั นาการมสี ว่ นร่วมตามเทคนิค
A-I-C (Appreciation Influence Control) 4.7 การทดสอบเครอื่ งมอื
4.7.1 การทดสอบความตรง (Validity) โดยนา
เป็นแมแ่ บบในการทดลองปฏบิ ตั งิ านตามเทคนคิ
A-I-C ดังน้ี A: Appreciation เป็นการทาให้ทุกคนให้ แบบสมั ภาษณ์ท่ีได้จัดทาข้นึ จากแนวทางการตรวจ
การยอมรบั ผู้อ่ืนช่นื ชมผู้อ่ืนโดยไม่แสดงการต่อต้าน เอกสารให้สอดคล้องกบั วัตถุประสงค์การวิจัย การ
หรือวิพากษ์วิจารณ์ การทาเช่นน้ีทาให้เกดิ พลงั ร่วม จัดทาแบบสัมภาษณ์ ได้นาเสนอประธานและ
ขององค์กรผูใ้ ช้น้า I: Influence เป็นการเปิดโอกาสให้ คณะกรรมการทป่ี รกึ ษา เพอ่ื นาไปทาการทดสอบความ
ทุกคนแสดงความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของตนในการ เท่ียงตรงของเน้ือหา การตรวจสอบ วิเคราะห์ การ
กาหนดกลวิธีเพ่ือให้บรรลุอุดมการณ์ร่วม การเปิด ปรบั ปรงุ แกไ้ ขใหถ้ ูกตอ้ งและครอบคลุมเน้อื หาทท่ี าการ
โอกาสใหบ้ ุคคลกาหนดวธิ ี เพ่อื บรรลุอุดมการณ์ร่วมน้ี วจิ ยั ทน่ี าไปวดั ใหถ้ กู ตอ้ งตามวตั ถุประสงค์
ต้องให้ทุกคนร่วมปฏิสมั พันธ์กนั ในกลุ่ม C: Control
เป็นการนากลวิธีมาสร้างเป็นแผนปฏิบัติการ โดย 4.7.2 การทดสอบความเท่ียง (Reliability)
กาหนดหลักการและเหตุผลเป้าหมาย ขัน้ ตอนการ โดยนาแบบสมั ภาษณ์ท่สี ร้างขน้ึ ไปทดสอบสมั ภาษณ์
ดาเนินการ การจัดการบุคลากร การวางแผน กบั องค์กรผูใ้ ชน้ ้าชลประทาน จานวน 20 ราย (1 ราย
งบประมาณ เพอ่ื ใหบ้ รรลุอดุ มการณ์รว่ ม หมายถงึ 1 คน) แลว้ นามาปรบั ปรุงแกไ้ ขก่อนนาไปใช้
จริงต่อไป โดยนาผลมาทดสอบความเช่ือมนั่ โดยใช้
4.4 กา รวิจัย เ ชิง ป ฏิบัติกา รแ บ บ มีส่ว นร่ว ม วธิ กี ารวดั ความสอดคลอ้ งภายใน โดยใชข้ อ้ คาถามทม่ี ี
(Participation Action Research: PAR) ค่าความเช่ือมัน่ ตั้งแต่ 0.70 และภาพรวมของ
แบบสอบถามทงั้ ฉบบั ทม่ี คี ่าตงั้ แต่ 0.70 ขน้ึ ไป ถือว่า
1) ขัน้ ตอนการตระหนักและศึกษาปญั หา เช่อื ถือได้ค่อนข้างสูง (สุชาติ ประสทิ ธริ์ ฐั สนิ ธุ์, 2546:
2) ขั้น ต อ น ก า ร ว า ง แ ผ น แ ก้ ปัญ ห า 261) ผู้วิจยั ได้ทดสอบความเช่อื มนั่ (Reliability) ของ
3) ขั้น ต อ น ก า ร ด า เ นิ น ก า ร แ ก้ ปัญ ห า แบบสมั ภาษณ์ จานวน 20 ชุด ซ่ึงได้ค่าสมั ประสทิ ธิ์
4) ขนั้ ตอนการประเมนิ และสรุปผลรวม แอลฟา ดังน้ี ข้อมูลเก่ียวกับการมีส่วนร่วมในการ
4.5 กา รจ ดบันทึก กา รบันทึกภ า พ แ ละ กา ร บรหิ ารจดั การชลประทานเพ่อื ชุมชนเขม้ แขง็ โดยแบ่ง
บนั ทกึ เสยี ง ออกเป็น 4 ดา้ น ดงั น้ี 1) การมสี ว่ นรว่ มในการตดั สนิ ใจ
โดยการอุปกรณ์เคร่อื งเขยี น เคร่อื งบนั ทกึ ภาพ มคี า่ เท่ากบั 0.76 2) การมสี ว่ นร่วมในการดาเนินงานมี
และเคร่อื งบนั ทกึ เสยี ง เพ่อื จดและบนั ทกึ เน้ือหาของ คา่ เท่ากบั 0.73 3) การมสี ว่ นร่วมในรบั ผลประโยชน์มี
บรรยากาศ และการทากจิ กรรมต่างๆ ค่าเท่ากบั 0.75 4) การมสี ่วนร่วมในการประเมนิ ผลมี
4.6 วธิ กี ารเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู ค่าเท่ากบั 0.72 การมสี ่วนร่วมทงั้ 4 ด้านมีค่าเท่ากบั
1) การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลทุตยิ ภูมิ การรวบรวม 0.74 โดยมีค่าสัมประสทิ ธิแ์ อลฟามากกว่า 0.70 จึง
ขอ้ มูลจากเอกสารรายงานและสงิ่ พมิ พ์ทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกบั สามารถนาแบบสมั ภาษณ์ไปใช้ในการเก็บรวบรวม
งานการศกึ ษาวิจยั ผู้วจิ ยั ได้ศกึ ษาค้นคว้าข้อมูลและ ขอ้ มลู ต่อไปได้
เอกสาร งานวิจัยท่ีเก่ียวข้องการมีส่วนร่วมในการ
บรหิ ารจดั การชลประทาน 4.8 การวเิ คราะหข์ อ้ มลู ในการวจิ ยั ครงั้ น้ี
2) การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลปฐมภูมิ การใชแ้ บบ ใชส้ ถติ ใิ นการวเิ คราะห์ คอื
สมั ภาษณ์ คอื ข้อมูลท่ไี ด้จากการใช้แบบสมั ภาษณ์ท่ี 1) การวเิ คราะหข์ อ้ มลู เชงิ ปรมิ าณ
ผู้วิจยั ได้จดั ทาขน้ึ เพ่อื นาไปสมั ภาษณ์องค์กรผู้ใช้น้า

124

1.1 ค่าความถ่ี (Frequency) และค่าร้อยละ 1) การมสี ว่ นรว่ มในการตดั สนิ ใจ
(Percentage) เพอ่ื แจกแจงความถ่ขี อ้ มลู เกย่ี วกบั ขอ้ มลู 2) ก า ร มีส่ ว น ร่ ว ม ใ น ก า ร ด า เ นิ น ง า น
ทวั่ ไป ทไ่ี ดจ้ ากการรวบรวมจากแบบสมั ภาษณ์ โดยมี 3) การมีส่วนร่วมในการรับประโยชน์
จุดมุ่งหมายเพ่ือพรรณนาลักษณะเชิงปริมาณของ 4) การมสี ว่ นรว่ มในการประเมนิ ผล
ขอ้ มลู
5. ผลการศึกษา
1.2 วิเคราะห์การมีส่วนร่วมในการบริหาร
จดั การชลประทาน ทไ่ี ดเ้ กบ็ รวบรวมขอ้ มูลจากองคก์ ร ผลการศกึ ษาวจิ ยั การพฒั นาการมสี ว่ นร่วมและการ
ผู้ใช้น้าชลประทาน โดยใช้สถิติพรรณนา ซ่ึงได้แก่ สรา้ งความเขม้ แขง็ องคก์ รผใู้ ชน้ ้าในการบรหิ ารจดั การ
ค่าเฉล่ีย (Mean) ค่าร้อยละ (Percentage) และส่วน ชลประทาน เป็นปจั จยั ลกั ษณะส่วนบุคคล เศรษฐกิจ
เบย่ี งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) เพ่อื อธบิ าย สงั คม พบว่าองค์กรผูใ้ ช้น้าชลประทานส่วนใหญ่ เป็น
เชิงพรรณนาการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ เพศชาย รอ้ ยละ 78.00 และอายุเฉลย่ี 52.39 ปี มี
ชลประทาน สถ า นภ า พ สม รส / อยู่ด้ว ย กัน ร้อย ล ะ 81.23
จบการศึกษาระดับประถมศึกษา (ป.1-ป.6) ร้อยละ
1.3 ใชเ้ ทคนิคการวเิ คราะห์การถดถอยแบบ 82.20 จานวนสมาชกิ ในครอบครวั เฉลย่ี 3.35 คน มี
เ ชิง ชั้น ( Hierarchical Regression Analysis) เ พ่ือ อาชพี รองรบั จา้ ง รอ้ ยละ 85.44มกี ารถอื ครองทด่ี นิ เป็น
วเิ คราะหป์ จั จยั ท่มี ผี ลต่อการมสี ่วนร่วมในการบรหิ าร ของตนเองเฉลย่ี 2.10 ไร่ การถอื ครองทด่ี นิ โดยการเช่า
จดั การชลประทาน เฉล่ยี 4.48 ไร่ มจี านวนพ้นื ท่ถี อื ครองทางการเกษตร
ทงั้ หมดเฉล่ีย 6.62 ไร่ จานวนพ้ืนท่ีท่ีทาการเกษตร
1.4 ใช้การทดสอบ t-test เพ่ือเปรียบเทียบ เฉลย่ี 6.51 ไร่ ส่วนใหญ่ตงั้ อยู่บรเิ วณกลางคลองซอย
ผลต่างค่าเฉล่ียของการมีส่วนร่วมก่อนและหลงั การ รอ้ ยละ 55.30 ทาการเกษตรโดยการปลกู ขา้ วเป็นหลกั
สรา้ งความเขม้ แขง็ กาหนดขนาดของชนั้ จากระดบั การ ร้อยละ 96.40 โดยมีรายได้ภาคการเกษตรเฉล่ีย
มสี ว่ นรว่ มทม่ี คี ่าวดั 5 ระดบั 4.51- 5.00 หมายถงึ มสี ว่ น 49,081.22 บาทต่อปี มรี ายไดจ้ ากการขายผลผลติ ทาง
ร่วมมากทส่ี ดุ 3.51-4.50 หมายถงึ มสี ว่ นร่วมมาก 2.51- การเกษตร รายไดน้ อกภาคการเกษตรเฉลย่ี 8,100.32
3.50 หม ายถึง มีส่ว นร่วมป านกลา ง 1.51-2.50 บาทต่อปี มรี ายไดจ้ ากอาชพี รบั จา้ ง รายไดร้ วมทงั้ หมด
หมายถึงมีส่วนร่วมน้อย 1.00-1.50 หมายถึง มีส่วน เฉลย่ี 57,181.55 บาทต่อปี สว่ นใหญ่อาศยั อยใู่ นชุมชน
ร่วมน้อยทส่ี ดุ 36-70 ปี เฉลย่ี 15.21 ปี ไม่เป็นสมาชกิ กลุ่มทางสงั คม
เลย รอ้ ยละ 76.70 ไดเ้ ขา้ ร่วมเป็นสมาชกิ กลุ่มผูใ้ ชน้ ้า
1.5 ค่าสมั ประสิทธิส์ หสมั พนั ธ์ของเพียร์สนั 1-20 ปี ร้อยละ 86.08 เป็นสมาชิกองค์กรผู้ใช้น้า
(Pearson ,s Product Moment Correlation) ไดแ้ ก่ เพศ ชลประทานมากทส่ี ุด คอื 61 ปี โดยเฉลย่ี เขา้ ร่วมเป็น
อายุ การศึกษา สถานภาพสมรส อาชพี รอง จานวน สมาชิกองค์กรผู้ใช้น้าชลประทานเฉล่ีย 15.21 ปี มี
สมาชกิ ในครวั เรอื น การถอื ครองทด่ี นิ จานวนพน้ื ทท่ี า ตาแหน่งในกลุ่มเป็นสมาชกิ ทวั่ ไป รอ้ ยละ 95.14 ไม่มี
การเกษตร ทต่ี งั้ พน้ื ทร่ี บั น้า การทาเกษตร รายไดร้ วม ปญั หาความขดั แยง้ ในเร่อื งการใชน้ ้าชลประทาน รอ้ ย
ของครวั เรอื น ระยะเวลาเขา้ เป็นสมาชกิ องคก์ รผู้ใชน้ ้า ละ 73.80 การได้รับข้อมูลข่าวสารจากแหล่งข่าว
ชลประทาน ระยะเวลาท่ีอาศยั อยู่ในชุมชน การเป็น ทงั้ หมดเฉลย่ี 35 ครงั้ ต่อปี และมากทส่ี ดุ คอื 69 ครงั้ ต่อ
สมาชกิ กลุ่มทางสงั คม ปญั หาความขดั แยง้ ในการใชน้ ้า ปี โดยรอ้ ยละ 92.30 จากกลมุ่ องคก์ รผใู้ ชน้ ้าชลประทาน
ประสบการณ์ในดา้ นการใชน้ ้า การไดร้ บั ขอ้ มลู ขา่ วสาร มากทส่ี ดุ 26 ครงั้ ต่อปี มปี ระสบการณ์ทางดา้ นการใช้
การได้รบั การสรา้ งความเขม้ แขง็ การติดต่อและไดร้ บั น้าเฉลย่ี 20.77 ปี และมากทส่ี ดุ คอื 50 ปี รอ้ ยละ 69.90
การสนบั สนุนจากเจา้ หน้าทช่ี ลประทาน

2) การวิเคราะห์ขอ้ มูลเชงิ คุณภาพด้วยการจดั
หมวดหม่เู น้อื หาการพฒั นา 4 ดา้ น

125

ไม่ได้เขา้ ร่วมการฝึกอบรมในรอบปีท่ผี ่านมา และร้อย ชลประทาน และ3) เจ้าหน้าท่ชี ลประทาน ซ่งึ นามาสู่
ละ 30.10 ได้เข้าร่วมการฝึกอบรมและร้อยละ 49.80 การสร้างความเข้มแข็งและการแลกเปล่ียนแนว
ไปตดิ ต่อกบั เจ้าหน้าทช่ี ลประทาน และร้อยละ 50.20 ทางการบรหิ ารจดั การชลประทานเชงิ บูรณาการ และ
ไม่เคยไปติดต่อกบั เจ้าหน้าท่ชี ลประทาน ในรอบปีท่ี การวางแผนพฒั นาระบบการบรหิ ารจดั การชลประทาน
ผ่านมา ทัง้ น้ีมีโครงการปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วมดังน้ี
1) โครงการขุดลอกคลองสง่ น้า 2) โครงการซ่อมแซม
ผ ล ก า ร ศึก ษ า ก า ร มีส่ว น ร่ ว ม ข อ ง อ ง ค์ก ร ผู้ใ ช้น้ า อาคารชลประทาน และ 3) โครงการจดั ตัง้ ศูนย์การ
ชลประทานพบว่า องคก์ รผใู้ ชน้ ้าชลประทานมสี ว่ นร่วม เรยี นรู้ การฟ้ืนฟูและการสรา้ งความเขม้ แขง็ ศกั ยภาพ
และการสรา้ งความเขม้ แขง็ องคก์ รผใู้ ชน้ ้าในการบรหิ าร ขององคก์ รผใู้ ชน้ ้าชลประทาน
จัดการชลประทานโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง
(คา่ เฉลย่ี 2.72) ) ค่าเฉลย่ี รายดา้ น มดี งั น้ี 1) การมสี ว่ น รูปแบบหรอื Model ของการพฒั นาการมสี ่วนร่วม
ร่วมในการตดั สนิ ใจ (ค่าเฉลย่ี 2.67) 2) การมสี ่วนร่วม และการสรา้ งความเขม้ แขง็ องคก์ รผใู้ ชน้ ้าในการบรหิ าร
ในการดาเนินงาน (ค่าเฉลย่ี 2.77) 3) การมสี ว่ นรว่ มใน จดั การชลประทาน ได้รูปแบบโดยการมีส่วนร่วมของ
การรับประโยชน์ (ค่าเฉล่ีย 2.72) และ 4) การมสี ่วน 1) องคก์ รผใู้ ชน้ ้าชลประทาน 2) เจา้ หน้าทช่ี ลประทาน
ร่วมในการประเมินผล (ค่าเฉล่ีย 2.73) และผลการ 3) องคก์ รปกครองส่วนท้องถนิ่ 4) หน่วยงานราชการ
วิเคราะห์การถดถอยพหุแบบเชิงชัน้ พบ ตัวแปร และ5) นักวิชาการ สรุปได้รูปแบบเป็นวงกลม ระบบ
ประสบการณ์ในด้านชลประทาน การได้รบั การสร้าง การมสี ว่ นร่วมในการบรหิ ารจดั การชลประทานแบบเชงิ
ความเข้มแขง็ ขององค์กรผู้ใช้น้าและการสมั มนาการ บูรณาการ ระบบการปฏบิ ตั ิงานมี 3 ขนั้ ตอน) ระบบ
ติดต่อเจ้าหน้าท่ีชลประทาน มีความสัมพันธ์อย่าง การมสี ว่ นร่วมในบรหิ ารจดั การชลประทานก่อนการส่ง
นัยสาคญั ทางสถติ ิท่รี ะดบั .01 กบั การมีส่วนร่วมและ น้ามี 4 กิจกรรม 2) ระบบการมีส่วนร่วมในบริหาร
การสร้างความเข้มแข็งองค์กรผู้ใช้น้าในการบริหาร จดั การชลประทานระหว่างการส่งน้ามี4 กจิ กรรม และ
จดั การชลประทานของพน้ื ทฝ่ี า่ ยส่งน้าและบารงุ รกั ษาท่ี 3) ระบบการมีส่วนร่วมในบริหารจดั การชลประทาน
2 โครงการส่งน้ าและบารุงรักษาแม่แฝก-แม่งัด สน้ิ สดุ การสง่ น้ามี 4 กจิ กรรมแต่ละกจิ กรรมดงั น้ี
อาเภอสนั ทราย จงั หวดั เชยี งใหม่
5.1 ระบบการบรหิ ารจดั การชลประทานก่อนการสง่
ผลกา รศึก ษา การมีส่ว นร่วม ข อง เจ้า หน้ า ท่ี น้าตามฤดกู าลกอ่ นการทาการเกษตร
ชลประทานของฝา่ ยสง่ น้าและบารงุ รกั ษาท่ี 2 โครงการ
ส่งน้าและบารุงรกั ษาแม่แฝก-แม่งดั อาเภอสนั ทราย 1. การมสี ่วนร่วมในการสารวจข้อมูลพ้นื ท่แี ละ
จงั หวดั เชยี งใหม่ พบว่า เจ้าหน้าทช่ี ลประทานมสี ่วน ก า ร ใ ช้น้ า ใ น พ้ืน ท่ีท า ก า ร เ ก ษ ต ร ข อ ง อ ง ค์ก ร ผู้ใ ช้น้ า
ร่วมในการบรหิ ารจดั การชลประทานโดยรวมในระดบั ชลประทาน โดยองค์กรผู้ใช้น้าชลประทานร่วมกับ
ปานกลาง (ค่าเฉลย่ี 3.00) ค่าเฉลย่ี รายดา้ น มดี งั น้ี เจา้ หน้าทช่ี ลประทาน มสี ่วนร่วมเพ่อื การวางแผนการ
1) การมสี ่วนร่วมในการตดั สนิ ใจ (ค่าเฉล่ยี 2.97) สง่ น้าและการใช้น้าประจาฤดูกาลใหไ้ ด้รบั น้าเพยี งพอ
2) การมสี ่วนร่วมในการดาเนินงาน (ค่าเฉล่ยี 3.36) ใหก้ บั พน้ื ทท่ี าการเกษตรขององคก์ รผใู้ ชน้ ้าชลประทาน
3) การมสี ่วนร่วมในการรบั ประโยชน์ (ค่าเฉล่ยี 2.90)
4) การมสี ว่ นร่วมในการประเมนิ ผล (ค่าเฉลย่ี 2.76) 2. การมีส่วนร่วมในการเข้าร่วมการประชุม
กาหนดขอ้ ตกลงการสง่ น้าและการใชน้ ้าใหก้ บั พน้ื ทท่ี า
ผลการศึกษาการพัฒนาการมีส่วนร่วมในการ การเกษตรขององค์กรผู้ใช้น้ าชลประทาน โดย
บรหิ ารจดั การชลประทาน จากผลการวเิ คราะห์ปญั หา คณะกรรมการบริหารการใช้น้าชลประทาน สมาชิก
ความต้องการของกลุ่มเป้ าหมายทัง้ 3ระดับได้แก่ องคก์ รผใู้ ชน้ ้าชลประทานรว่ มกบั เจา้ หน้าทช่ี ลประทาน
1) องคก์ รผูใ้ ชน้ ้าชลประทาน 2) กลุ่มบรหิ ารการใชน้ ้า มสี ว่ นร่วมเพ่อื จดั การประชุมกาหนดขอ้ ตกลงการสง่ น้า

126

และการใช้น้ าให้ได้รับน้ าเพียงพอกับพ้ืนท่ีทา 5.2 ระบบการบริหารจดั การชลประทานระหว่าง
การเกษตรขององคก์ รผใู้ ชน้ ้าชลประทาน การสง่ น้า

รปู ท่ี 1 รปู แบบของการพฒั นาการมสี ว่ นรว่ มและ 1. การมีส่วนร่วมในการควบคุมการส่งน้าและ
การสรา้ งความเขม้ แขง็ องคก์ รผใู้ ชน้ ้าในการ การใชน้ ้าจากคลองส่งน้าสายใหญ่เขา้ คลองซอย คลอง
บรหิ ารจดั การชลประทาน แยกซอย และคูน้า โดยเจา้ หน้าทช่ี ลประทานควบคุม
3. การมีส่วนร่วมในการแจ้งข้อตกลงการส่งน้า การส่งน้าคลองส่งน้าสายใหญ่ ส่วนองค์กรผู้ใช้น้า
ชลประทานควบคุมการสง่ น้าในคลองซอย มสี ่วนร่วม
และการใช้น้าตามมติท่ีประชุม โดยองค์กรผู้ใช้น้า เพ่ือการควบคุมการส่งน้าและการใช้น้าเข้าพ้ืนท่ีทา
ชลประทานร่วมกบั เจ้าหน้าท่ชี ลประทาน มีส่วนร่วม การเกษตรได้รับน้าทัว่ ถึงและเป็นธรรมในพ้ืนท่ีทา
เพ่อื แจง้ ขอ้ ตกลงการส่งน้าและการใชน้ ้าใหก้ บั หวั หน้า การเกษตรขององคก์ รผใู้ ชน้ ้าชลประทาน
องค์กรผู้ใช้น้าชลประทานในพ้นื ท่ที าการเกษตรของ
องคก์ รผใู้ ชน้ ้าชลประทาน 2. การมสี ่วนร่วมในการติดตามการส่งน้าและ
การใช้น้า โดยองค์กรผู้ใช้น้าชลประทานร่วมกับ
4. การมีส่วนร่วมในการซ่อมแซมบารุงรักษา เจา้ หน้าทช่ี ลประทาน มสี ว่ นร่วมกนั เพ่อื ตดิ ตามการส่ง
อาคารชลประทาน การขุดลอกคูคลองส่งน้า โดย น้าและการใชน้ ้าให้เขา้ พ้นื ทท่ี าการเกษตรขององคก์ ร
องคก์ รผใู้ ชน้ ้าชลประทานร่วมกบั เจา้ หน้าทช่ี ลประทาน ผู้ใช้น้าชลประทาน เพ่ือให้มีปริมาณน้าเพียงพอกบั
มสี ่วนร่วมเพ่อื ดูแลบารุงรกั ษาอาคารชลประทานให้มี พน้ื ทท่ี าการเกษตรและการใชน้ ้าอย่างประหยดั รคู้ ุณค่า
สภาพพรอ้ มใชง้ านไดด้ ี เพ่อื การสง่ น้าและการใชน้ ้าได้ ของน้าขององคก์ รผใู้ ชน้ ้าชลประทาน
สะดวก รวดเร็ว ทัว่ ถึงและเป็ นธรรมกับพ้ืนท่ีทา
การเกษตรขององคก์ รผใู้ ชน้ ้าชลประทานและการใชน้ ้า 3. การมีส่วนร่วมในการเข้าพบปะ การตรวจ
ใหไ้ ดร้ บั เยย่ี มและประสานความรว่ มมอื แลกเปลย่ี นเรยี นรกู้ ารมี
สว่ นร่วมในบรหิ ารจดั การชลประทาน โดยองคก์ รผูใ้ ช้
น้าชลประทานรว่ มกบั เจา้ หน้าทช่ี ลประทาน มสี ่วนรว่ ม
เพ่อื สรา้ งความคนุ้ เคยระหว่างเจา้ หน้าทช่ี ลประทานกบั
องคก์ รผใู้ ชน้ ้าชลประทาน

4. การมสี ่วนร่วมในการสรา้ งความเขม้ แขง็ ของ
องค์กรผู้ใช้น้ าชลประทาน โดยองค์กรผู้ใช้น้ า
ชลประทานร่วมกบั เจ้าหน้าท่ชี ลประทาน มสี ่วนร่วม
เพ่อื จดั การศกึ ษาเรยี นรู้ ดา้ นการชลประทาน การสรา้ ง
ความเข้มแข็งการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ
ชลประทานใหก้ บั องคก์ รผใู้ ชน้ ้าชลประทาน

5.3 ระบบการบรหิ ารจดั การชลประทานส้นิ สุดการ
สง่ น้าตามฤดกู าลหลงั การเกบ็ เกยี่ ว

1. การมีส่วนร่วมในการรายงานข้อมูลผลผลิต
และราคาผลผลิตทางการเกษตร ตลอดจนปญั หา
อุปสรรค โดยองค์กรผู้ใช้น้าชลประทานร่วมกับ
เจ้าหน้าทช่ี ลประทาน มสี ่วนร่วมเพ่อื การเก็บรวบรวม
ขอ้ มลู การรายงานผลการดาเนินงาน เพ่อื ใหเ้ จา้ หน้าท่ี
ชลประทานรวบรวมข้อมูลผลผลิตทางการเกษตรท่ี

127

ได้รบั ตามฤดูกาลรายงานไปยังกรมชลประทานและ วา่ การมสี ว่ นรว่ ม คอื การใหป้ ระชาชนเขา้ มาเกย่ี วขอ้ ง
รายงานผลงานใหก้ บั องคก์ รผใู้ ชน้ ้าชลประทาน ในกระบวนการตดั สนิ ใจ กระบวนการดาเนินการ และ
ร่วมรบั ผลประโยชน์จากโครงการพฒั นา รวมถึงการ
2. การมีส่วนร่วมในการสารวจความพึงพอใจ ประเมนิ ผลโครงการดว้ ย และการทป่ี ระชาชนจะมสี ทิ ธิ
แ ละ ไ ม่ พึง พ อ ใ จ ข อ ง อ ง ค์ก ร ผู้ใ ช้น้ า ช ล ป ร ะ ท า น แ ล ะ และหน้าท่ที จ่ี ะเข้าร่วมในการแก้ไขปญั หาของเขา มี
เจ้าหน้าท่ชี ลประทาน โดยองค์กรผูใ้ ช้น้าชลประทาน ความรบั ผิดชอบมากข้นึ ท่ีจะสารวจตรวจสอบความ
ร่วมกับเจ้าหน้าท่ีชลประทาน มีส่วนร่วมเพ่ือความ จาเป็นในเร่อื งต่างๆ การระดมทรพั ยากรทอ้ งถน่ิ และ
ร่วมมอื กบั หน่วยงานอ่นื ทจ่ี ะมาทาการสารวจความพงึ เสนอแนวทางแกไ้ ขใหม่ๆ เช่นเดียวกบั การก่อตงั้ และ
พอใจและไม่พึงพอใจของเจ้าหน้าท่ชี ลประทานและ ดารงรกั ษาองคก์ รต่างๆ ในทอ้ งถน่ิ หรอื ในชุมชนนนั้ ๆ
องคก์ รผใู้ ชน้ ้าชลประทาน
ปจั จยั ท่ีมีความสมั พันธ์กบั การมีส่วนร่วมในการ
3. การมีส่วนร่วมในการประมวลผล การ บริหารจัดการชลประทาน คือ การติดต่อเจ้าหน้าท่ี
ดาเนินการก่อนการส่งน้า ระหว่างการส่งน้า และการ ชลประทาน อาจกล่าวไดว้ ่า ประสบการณ์ในดา้ นการ
สน้ิ สุดการสง่ น้าตามระบบการมสี ว่ นร่วมในการบรหิ าร ใชน้ ้ามมี ากขน้ึ อาจทาให้ มคี วามสมั พนั ธก์ บั การมสี ว่ น
จัดการชลประทาน โดยองค์กรผู้ใช้น้าชลประทาน ร่ ว ม ใ น ก า ร บ ริ ห า ร จัด ก า ร ช ล ป ร ะ ท า น ก า ร ติ ด ต่ อ
รว่ มกบั เจา้ หน้าทช่ี ลประทาน มสี ว่ นรว่ มกนั เพ่อื หาแนว เจา้ หน้าท่ชี ลประทาน ทงั้ น้ีเพราะการตดิ ต่อเจ้าหน้าท่ี
ทางการแกป้ ญั หา อปุ สรรค ทเ่ี กดิ ขน้ึ กบั การมสี ว่ นรว่ ม ชลประทาน จะได้รับข้อมูลข่าวสารความรู้ต่างๆท่ี
ในบริหารจัดการชลประทานขององค์กรผู้ใช้น้ า เกย่ี วขอ้ งกบั การใช้น้าได้อย่างต่อเน่ือง ซ่งึ สอดคลอ้ ง
ชลประทาน กับ (อัศวิน, 2544) การติดต่อเจ้าหน้าท่ีส่งเสริม
การเกษตร ทาให้เกษตรกรได้รบั รู้รายละเอยี ดต่างๆ
4. กา รมีส่ว นร่วม ในการประเมินผลกา ร ของโครงการ และสง่ ผลใหต้ ดั สนิ ใจเขา้ รว่ มทากจิ กรรม
ดาเนินงานโดยคณะกรรมการจัดการชลประทาน
ประกอบด้วยองค์กรผู้ใช้น้าชลประทาน เจ้าหน้าท่ี ปญั หาอุปสรรคและแนวทางแก้ไขในการบริหาร
ชลประทาน ฝ่ายปกครองท้องท่ีอาเภอ และองค์การ จดั การชลประทาน พบว่า ปญั หาดา้ นตวั องคก์ รผใู้ ชน้ ้า
ปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ มสี ว่ นร่วมเพอ่ื ประเมนิ ผล การส่ง ชลประทานมปี ญั หามากท่สี ุดเม่อื เทยี บกบั ปญั หาดา้ น
น้าและการใชน้ ้า การรายงานผลความก้าวหน้า และ อ่นื ๆ คอื ปญั หาการขาดความร/ู้ การสรา้ งความเขม้ แขง็
แนวทางแก้ไขปญั หา และอุปสรรคของการมสี ว่ นร่วม ในการบรหิ ารจดั การชลประทาน ทงั้ น้ีเพราะองคก์ รผใู้ ช้
ในการบริหารจดั การชลประทานพ้นื ท่ที าการเกษตร น้าชลประทานจะใชเ้ วลาอย่ใู นไรท่ าการเกษตรเป็นสว่ น
ขององคก์ รผใู้ ชน้ ้าชลประทาน ใหญ่ และใช้เวลาอยู่กับอาชีพเสริมของตนเอง ส่วน
แนวทางแกไ้ ขในการบรหิ ารจดั การชลประทาน องคก์ ร
6. วิจารณ์ผลการวิจยั ผู้ใช้น้าชลประทานเสนอแนะว่า ต้องใช้กระบวนการ
สรา้ งความเขม้ แขง็ ให้กบั องคก์ รผู้ใช้น้าชลประทานมี
จากการศกึ ษาครงั้ น้ี พบว่า การมสี ่วนร่วมในการ ความรู้ในการบริหารจดั การชลประทาน ปีละ 2 ครงั้
บริหารจัดการชลประทาน พบว่าองค์กรผู้ใช้น้ า และปลูกฝงั จติ สานึกใหต้ ระหนกั ถงึ ความสาคญั ในการ
ชลประทานมสี ่วนร่วมในการบรหิ ารจดั การชลประทาน บรหิ ารจดั การชลประทาน
ทงั้ 4 ดา้ นในระดบั ปานกลาง ซง่ึ แสดงใหเ้ หน็ ว่า องคก์ ร
ผใู้ ชน้ ้าชลประทานได้เขา้ มามสี ว่ นร่วมซ่งึ อาจจะไม่ได้ 7. สรปุ ผลการวิจยั
ถือว่าอยู่ในระดบั มากเท่าท่ีควร แต่ถือว่าได้เข้ามามี จากกระบวนการพัฒนาการมีส่วนร่วมและการ
ส่วนร่วมในกระบวนการมสี ่วนร่วมในทุกขนั้ ตอนของ
การปฏบิ ตั งิ าน ซง่ึ สอดคลอ้ งกบั (นรนิ ทร์ชยั , 2547:3- สรา้ งความเขม้ แขง็ องคก์ รผใู้ ชน้ ้าในการบรหิ ารการจดั
4) ซง่ึ ไดส้ รุปการมสี ว่ นร่วมในเร่อื งการพฒั นาชนบทไว้

128

ชลประทาน การให้ความรู้ เพ่ือให้องค์กรผู้ใช้น้า 8. กิตติกรรมประกาศ
ชลประทานได้มีความรู้ มีทักษะในด้านการบริหาร ผู้วิจยั ขอขอบคุณ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พหล
จัดการชลประทานเป็นอย่างดี การบริหารจัดการ
ชลประทานทผ่ี ่านมาพบว่าองคก์ รผใู้ ชน้ ้าชลประทานมี ศัก ดิ์ค ะ ทัศ น์ ( ป ร ะ ธ า น ก ร ร ม ก า ร ท่ีป รึก ษ า )
สว่ นร่วมในการบรหิ ารจดั การน้าอย่ใู นระดบั ปานกลาง ร อ ง ศ า ส ต ร า จ า ร ย์ ด ร . บุ ญ ส ม ว ร า เ อ ก ศิ ริ
ซง่ึ เป็นผลมาจากปจั จยั ดงั น้ี 1) การสนทนากลุ่มย่อย รองศาสตราจารย์ ดร.นรินทร์ชัย พัฒนพงศา
(Focus Group Discussion) 2) กระบวนการพัฒนา อาจารย์ ดร.วรี ศกั ดิ์ ปรกติ ว่าทร่ี อ้ ยตรี ดร.สรุ ชยั กงั วล
ก า ร มีส่ ว น ร่ ว ม ต า ม เ ท ค นิ ค A-I-C (Appreciation กรรมการทป่ี รกึ ษา
Influence Control) และ 3) การวิจัยเชิงปฏิบัติการ
แ บ บ มีส่ ว น ร่ ว ม ( Participation Action Research: 9. เอกสารอ้างอิง
PAR) มี 4 ขนั้ ตอน ทววี งศ์ ศรีบุรี และเลขาธกิ ารมูลนิธสิ ืบนาคะเสถียร.

1) ขัน้ ตอนก ารตระห นักและศึกษาปัญห า 2546. บทบาทของผู้นาท้องถ่ินในการจดั การ
2) ขั้ น ต อ น ก า ร ว า ง แ ผ น แ ก้ ปั ญ ห า น้ า . สื บ ค้ น จ า ก www.nidambe11.net ,13
3) ขนั้ ตอนการดาเนนิ การแกป้ ญั หา มถิ ุนายน 2546
4) ขนั้ ตอนการประเมนิ และสรุปผลรวม ธรี ะพงษ์ แกว้ หาวงษ.์ 2543. กระบวนการเสรมิ สรา้ ง
ส รุ ป ผ ล ก า ร วิ จั ย มี 4 ก ร ะ บ ว น ก า ร ชุมชนเขม้ แขง็ . ขอนแก่น: คลงั นานาวทิ ยา.
1) การใช้กระบวนการศึกษาและเคร่ืองมือในการ นรนิ ทรช์ ยั พฒั นพงศา. 2547. การมสี ว่ นร่วมหลกั การ
พฒั นาการมสี ว่ นร่วม 2) การใชก้ ระบวนการมสี ว่ นร่วม พ้ืนฐานเทคนิค และกรณีตัวอย่าง. เชียงใหม่:
ข อ ง อ ง ค์ ก ร ผู้ ใ ช้ น้ า ช ล ป ร ะ ท า น ร่ ว ม กับ เ จ้ า ห น้ า ท่ี คณะเกษตรศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่.
ชลประทาน ในการบรหิ ารจดั การชลประทานซ่งึ เป็น ปราโมทย์ ไมก้ ลดั . 2550. การบรหิ ารจดั การทรพั ยากร
โอกาสดีท่ีได้แสดงความแนวคิดและการให้ความ แบบบูรณาการอย่างยัง่ ยืน เอกสารโรเนียว.
รว่ มมอื ในการบรหิ ารจดั การชลประทาน เพอ่ื ตอบสนอง กรุงเทพมหานคร:มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์
คว า มต้องกา รของ อง ค์กรผู้ใ ช้น้ า ชลป ระ ท า น สุชาติ ประสทิ ธิร์ ฐั สนิ ธุ์. 2546. ระเบียบวิธีการวิจยั
3) การใชก้ ระบวนการสร้างการมสี ่วนร่วมขององคก์ ร ทางสังคมศาสตร์. พิมพ์ครงั้ ท่ี 2. กรุงเทพฯ:
ผู้ใชน้ ้าชลประทานร่วมกบั เจา้ หน้าทช่ี ลประทาน เพ่อื เฟ่ืองฟ้า พรน้ิ ตง้ิ .
การมีส่วนร่วมในการตดั สินใจ การมีส่วนร่วมในการ อัศวิน ศรีภักดี. 2544. “กระบวนการตัดสินใจของ
ดาเนินการ การมสี ่วนร่วมในการรบั ผลประโยชน์และ เ ก ษ ต ร ก ร ต่ อ ก า ร เ ข้ า ร่ ว ม โ ค ร ง ก า ร เ ก ษ ต ร
การมสี ว่ นร่วมในการประเมนิ ผล 4) การใชก้ ระบวนการ ยงั ชพี อาเภอสนั ทราย จงั หวัดเชียงใหม่”. การ
มีส่ ว น ร่ ว ม ใ น ก า ร บ ริ ห า ร จ ัด ก า ร ช ล ป ร ะ ท า น ต า ม ค้นคว้าแบบอิสระ ปริญญาวิทยาศาสตร์
นโยบายของกรมชลประทานเน้นให้องค์กรผู้ใช้น้า มหาบณั ฑติ (เกษตรศาสตร์) สาขาวชิ าส่งเสริม
ชลประทานเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ การเกษตร บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัย
ชลประทาน โดยให้ฝ่ายส่งน้าและบารุงรกั ษาร่วมกบั เชยี งใหม่.
องคก์ รผูใ้ ช้น้าชลประทานร่วมกนั นาการเสนอปญั หา
อุปสรรค และแนวทางการแก้ปญั หาร่วมกันในการ
ตดั สนิ ใจและร่วมในกระบวนการพฒั นาการชลประทาน
ต่อไป

129

1. เพ่อื เป็นแหล่งรวบรวมผลงานการศกึ ษา คน้ ควา้ วจิ ยั งานชลประทานและน้า ของนักวจิ ยั นักวชิ าการ
ของสานกั ต่างๆในสงั กดั กรมชลประทานและของสถาบนั การศกึ ษาหรอื หน่วยงานทเ่ี กย่ี วขอ้ งภายนอก
กรมชลประทาน รวมถงึ วทิ ยานิพนธท์ น่ี ่าสนใจของนกั ศกึ ษา

2. ใช้เป็นส่อื กลางและเป็นแหล่งอา้ งองิ ในการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการท่มี มี าตรฐานเทียบเคียงกบั
ระดับชาติและสู่ระดับสากลในอนาคต เพ่ือการใช้ประโยชน์ต่อยอดพัฒนางานวิชาการทางการ
ชลประทานและน้าใหเ้ จรญิ กา้ วหน้า

3. เป็นกลไกหน่งึ ในการสง่ เสรมิ ขบั เคล่อื นงานวจิ ยั ตลอดจนพฒั นาศกั ยภาพทางวชิ าการของบุคลากรของ
กรมชลประทาน

กองบรรณาธิการท่ีปรึกษา ปรกึ ษาโครงการ
1. นายศภุ ชยั รงุ่ ศรี
1. อธบิ ดกี รมชลประทาน ผอู้ านวยการสานกั วจิ ยั และพฒั นา
2. รองอธบิ ดฝี า่ ยบารงุ รกั ษา 2. นายวสนั ต์ บญุ เกดิ
3. รองอธบิ ดฝี า่ ยกอ่ สรา้ ง ทป่ี รกึ ษาผทู้ รงคณุ วฒุ ปิ ระจาสถาบนั พฒั นาการชลประทาน
4. รองอธบิ ดฝี า่ ยวชิ าการ 3. นายพสิ ษิ ฐ์ วงศฟ์ ูเฟ่ืองขจร
5. รองอธบิ ดฝี า่ ยบรหิ าร ผเู้ ชย่ี วชาญดา้ นวศิ วกรรมชลประทาน
4. นายกฤษฎา โภคากร
6. ผอู้ านวยการสานกั วจิ ยั และพฒั นา ผเู้ ชย่ี วชาญดา้ นวศิ วกรรมโยธา

กองบรรณาธิการ บญุ เกดิ คณะกรรมการดาเนิ นงานโครงการ
วุฒวิ ณชิ ย์ 1. ดร.วชั ระ เสอื ดี
1. อ.วสนั ต์ ตาละลกั ษมณ์ ผอู้ านวยการสถาบนั พฒั นาการชลประทาน
2. รศ.ดร.วราวุธ ดอนเจดยี ์ 2. นายณฐั พล วุฒจิ นั ทร์
3. ดร.ยทุ ธนา เสอื ดี วศิ วกรชลประทานชานาญการพเิ ศษ
4. ดร.สมชาย ศรวี งษา 3. ดร.ธเนศ อกั ษร
5. ดร.วชั ระ อกั ษร วศิ วกรชลประทานชานาญการ
6. ดร.วชิ ญ์ 4. นายไพศาล วรรณเกอ้ื
7. ดร.ธเนศ วศิ วกรชลประทานชานาญการ
5. นายรสุ สบื สหการ
ฝ่ ายพิสจู น์อกั ษร นิยมะจนั ทร์ วศิ วกรชลประทานชานาญการ
1. นายกติ ตคิ ณุ โอฬารวตั 6. นายชวกร รว้ิ ตระกลู ไพบลู ย์
2. นายยุทธการ วศิ วกรชลประทานชานาญการ

130



811 ถ.สามเสน แขวงนครไชยศรี เขตดสุ ิต กรุงเทพมหานคร 10300
โทร. 02-241-002-9
www.rid.go.th


Click to View FlipBook Version