The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

งานวิจัยเรื่อง การบริหารจัดการน้ำ โครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี และอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระยะที่ 2 - ธันวาคม 2555

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

งานวิจัยเรื่อง การบริหารจัดการน้ำ โครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี และอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระยะที่ 2

งานวิจัยเรื่อง การบริหารจัดการน้ำ โครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี และอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระยะที่ 2 - ธันวาคม 2555

Keywords: การบริหารจัดการน้ำ,เครือข่ายอ่างเก็บน้ำ,วิจัย

รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า 4-95 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 4.4.4 การดูแลรักษาระบบโทรมาตร 1) การดูแลสถานีตรวจวัดปริมาณน้ำฝนภาคสนาม สถานีตรวจวัดปริมาณน้ำฝนภาคสนามใช้เครื่องมือ ตรวจวัดน้ำฝนแบบถ้วยกระดกซึ่งเป็นเครื่องตรวจวัดที่มีมาตรฐาน ควรได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอ ได้แก่ การ ตรวจสอบถ้วยกระดกว่ามีเศษใบไม้กิ่งไม้หรือสิ่งอื่นใด ในบริเวณกระป๋องวัดน้ำฝนหรือไม่ควรทำการตัดหญ้าหรือ ต้นไม้โดยรอบสถานีไม่ให้สูงเกินไป เนื่องจากอาจบดบังฝน ทำให้การตรวจวัดผิดพลาดจากมาตรฐาน นอกจากนี้ หญ้าที่สูงเมื่อแห้งอาจทำให้เกิดไฟไหม้บริเวณพื้นที่สถานีฯ ภาคสนามทำให้อุปกรณ์เกิดการเสียหายได้ 2) การดูแลสถานีตรวจวัดระดับน้ำภาคสนาม สถานีตรวจวัดระดับน้ำภาคสนาม ควรตรวจสอบอุปกรณ์ RTU สายไฟ และควรตรวจสอบสายสัญญาณและอุปกรณ์วัดระดับน้ำแบบเปรียบเทียบแรงดันอย่างสม่ำเสมอ 4.5 งานด้านการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม การดำเนินงานวิจัยด้านกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ส่วนด้วยกัน คือ งานด้านการมีส่วนร่วมภาคประชาสังคม และงานด้านดัชนีชี้วัดด้านความสุข ซึ่งวิธีการในการดำเนินงานและ ผลที่ได้จากการดำเนินการวิจัย สามารถสรุปได้ดังต่อไปนี้ ในส่วนของงานด้านการมีส่วนร่วม นับว่าเป็นการดำเนินงานที่จำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการบ่มเพาะ ความคิด ความรู้สึก เพื่อสร้างความสัมพันธ์ และความเข้าใจให้เกิดขึ้นระหว่างกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำชลประทาน กับหน่วยงานของชลประทานในพื้นที่ (ประจวบคีรีขันธ์และเพชรบุรี) และกับหน่วยงานอื่นๆ ของภาครัฐที่เข้า มาร่วมรับผิดชอบ ให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลชุมชน เปิดรับฟังความคิดเห็น ตลอดรวมถึงให้เกิดความไว้วางใจกัน ในการบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ (อ่างพวง) ไม่ว่าจะเป็นการจัดการน้ำภายในกลุ่มหรือระหว่าง กลุ่มผู้ใช้น้ำในแต่ละอ่างเก็บน้ำ หรือแม้แต่ระหว่างกลุ่มบริหารการใช้น้ำทั้ง ๖ อ่าง อย่างมีประสิทธิภาพในลักษณะ ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันฉันท์พี่น้องอย่างยั่งยืน ดังนั้นการดำเนินงานวิจัยในเบื้องต้นจะกระทำใน ๒ ลักษณะ คือ 4.5.1 การเก็บข้อมูลภาคประชาสังคม การเก็บข้อมูลด้านการมีส่วนร่วมภาคประชาสังคม ได้มีการศึกษาลักษณะทางภูมิศาสตร์ สภาพสังคมและ วัฒนธรรม ศาสนา ตลอดจนการประกอบอาชีพหลักในแต่ละพื้นที่ โดยให้น้ำหนักกับเรื่องของการใช้น้ำชลประทาน จากข้อมูลอ้างอิงที่มี เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการลงพื้นที่จริง และหลังจากนั้นคณะทำงานจึงได้ดำเนินการลง พื้นที่เก็บข้อมูลเชิงลึกในการบริหารจัดการน้ำ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ในปัจจุบันที่มีต่อการมีส่วน ร่วม ตลอดจนความรู้สึกต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั้งเชิงบวกและเชิงลบกับการใช้น้ำชลประทานในแต่ละอ่าง 1) วิธีการเก็บข้อมูลในชั้นแรก เป็นไปในลักษณะของการเข้าไปซักถามรายละเอียดต่างๆ จากเจ้าหน้าที่ชลประทานที่ใกล้ชิดโดยตรงกับ กลุ่มผู้ใช้น้ำ รวมถึงนักประสานงานชุมชน (ปส.ชป.) ในพื้นที่แต่ละอ่างเก็บน้ำฯ จำนวน 6 อ่าง ในความรับผิดชอบ ของโครงการชลประทานจังหวัด ทั้งโครงการชลประทานประจวบคีรีขันธ์ และโครงการชลประทานเพชรบุรี เพื่อ ค้นหาทุนเดิมที่ชุมชนในแต่ละอ่างเก็บน้ำมีอยู่ 2) พื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อ่างเก็บน้ำห้วยไทรงาม ถือว่าเป็น “อ่างต้นน้ำหรืออ่างแม่” ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นหรือเป็นอ่างเก็บน้ำหลักที่ ต้องแบ่งปันน้ำให้กับอ่างเก็บน้ำในเครือข่าย ได้แก่ อ่างเก็บน้ำห้วยไม้ตาย ก่อนอ่างเก็บน้ำอื่นๆ จึงอาจถือได้ว่าเป็น ความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นจากหน้าที่หลักในการบริหารจัดการน้ำในเขตพื้นที่ชลประทานของตน ที่มีอยู่ในตำบล หนองพลับ หมู่ 2, 3, 6, 10 เนื้อที่ประมาณ 5,600 ไร่ (2.1) ข้อมูลด้านวิศวกรรม : อ่างเก็บน้ำแห่งนี้ก่อสร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2540 โดยมีความจุที่ระดับ เก็บกัก (+133.50 ม.รทก.) 9.5 ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่รับน้ำ 88.30 ตร.กม. มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเฉลี่ยปีละ


รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า 4-96 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 16.70 ล้านลูกบาศก์เมตร และพบว่าไม่เคยมีการสอบเทียบอาคารทางออก (Outlet) เพื่อใช้ในการหาปริมาณน้ำ ผ่านอาคาร เนื่องจากระบบส่งน้ำเป็นระบบท่อ 2 ท่อ (ขนาด 80 เซนติเมตร) แนวท่อแรกจะเป็นแนวของท่อส่งน้ำ ให้กับการเกษตรกรรมในพื้นที่ชลประทาน 5,600 ไร่ โดยมีการวางท่อแขนงต่อออกจากหัวจ่ายน้ำในท่อประธาน คิดเป็นพื้นที่ 3,265 ไร่ คงเหลือพื้นที่ที่ยังไม่มีท่อแขนงอีก 2,335 ไร่ ส่วนแนวท่อที่สองเป็นแนวท่อส่งน้ำที่ลงลำน้ำ เดิม เพื่อรักษาระบบนิเวศน์ การคำนวณปริมาณน้ำที่ไหลออกจากอ่างเก็บน้ำห้วยไทรงาม จึงใช้วิธีการประมาณ ปริมาณน้ำ โดยสังเกตจากระดับน้ำในอ่างแล้วนำไปอ่านค่าจาก “กราฟพื้นที่ผิว-ความจุของอ่างเก็บน้ำ” ที่ได้จัดทำ ไว้เดิมตั้งแต่เริ่มก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ (2.2) ข้อมูลด้านกลุ่มผู้ใช้น้ำ: พบว่า มีกลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทาน (พื้นฐาน) อยู่ 8 กลุ่ม และมีกลุ่ม บริหารการใช้น้ำชลประทาน อยู่ 1 กลุ่ม มีสมาชิกอยู่ทั้งหมดประมาณ 400 คน ครอบคลุมพื้นที่ 5,600 ไร่ ความ เข้มแข็งของกลุ่มจัดได้ว่าอยู่ในระดับที่ดี เพราะสังเกตได้จากชาวบ้านจะมีการนัดประชุมกลุ่ม และมีการเก็บเงินค่า บำรุงรักษาท่อ โดยที่สมาชิกส่วนใหญ่ยินดีในการออกค่าใช้จ่าย ได้แก่กลุ่มผู้ใช้น้ำ ในหมู่ที่ 3, 4, 5 และ 6 ที่มี คณะกรรมการที่เข้มแข็ง มีเพียงบางกลุ่มเท่านั้นที่ยังอ่อนแออยู่ เพราะสมาชิกที่เป็นแกนกลางของกลุ่มเกิดจากการ จัดตั้ง (มิได้มาจากการสมัครใจอยากทำงานเพื่อกลุ่มของตน) ข้อมูลข่าวสารต่างๆ ถูกสืบทอดจากนักประสานงานชุมชน (ปส.ชป.) และเจ้าหน้าที่ชลประทาน (ฝสบ.คป.) ที่เข้าไปให้ข่าวสารด้านชลประทานอยู่เนืองๆ ในการประชุมกลุ่ม โดยได้แจ้งให้ทราบว่ามีข้อตกลงใน การผันน้ำว่า ถ้าหากน้ำในอ่างฯ ห้วยไทรงามมีปริมาณน้ำในอ่างเกิน 80% ของความจุอ่าง จึงจะมีการผันน้ำไปให้ อ่างฯห้วยไม้ตาย (น้ำจะเกิน 80% จะอยู่ในช่วงเดือน ต.ค. - พ.ย. รวม 2 เดือนเท่านั้น) ทำให้เกษตรกรผู้ใช้น้ำ บางส่วนเข้าใจถึงการผันน้ำ แต่บางส่วนก็ยังไม่พอใจที่จะผันน้ำไปให้ เพราะยังต้องการขยายการเพาะปลูกเพื่อการ กินดีอยู่ดีของตน (2.3) ข้อมูลด้านการใช้น้ำ: อ่างเก็บน้ำห้วยไทรงาม มีภาระหน้าที่หลัก 3 ประการ ประการแรก ส่งน้ำให้กับพื้นที่ชลประทานในเขต ต.หนองพลับ จำนวน 5,600 ไร่ (ดังกล่าวข้างต้น) โดยการส่งน้ำในพื้นที่เป็น แบบท่อส่งน้ำ มีหัวจ่ายที่ปลายท่อ ซึ่งการจัดการน้ำในระดับคูน้ำนั้น มีพื้นที่บางแห่งที่ชลประทานทำท่อแขนงต่อ จากหัวจ่ายไปให้ (3,265 ไร่) และส่วนที่เกษตรกรทำการต่อท่อใช้เอง (2,335 ไร่) โดยเกษตรกรส่วนใหญ่จะใช้น้ำ ตลอด 24 ชั่วโมง เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่ปลูกพืชผัก ได้แก่ หัวไชเท้า มะเขือเทศ เผือก อ้อย และสับปะรด เป็นต้น โดยเกษตรกรจะปลูกหมุนเวียนตลอดทั้งปี ประการที่สองต้องผันน้ำให้กับอ่างเก็บน้ำห้วยไม้ตาย และประการ สุดท้ายต้องระบายน้ำออกจากอ่างลงสู่ลำน้ำเดิมเพื่อรักษาระบบนิเวศ เดือนละประมาณ 100,000 ลูกบาศก์เมตร หรือตามคำสั่งของกรรมการกลุ่มบริหารจัดการน้ำ (2.4) สภาพปัญหา: พบว่า ชาวบ้านต้องการน้ำเพิ่มขึ้น ดังนั้นการผันน้ำไปให้อ่างเก็บน้ำห้วยไม้ ตาย ในช่วงก่อนฤดูฝน จึงมักเกิดปัญหาการลักปิดลักเปิดประตูผันน้ำ กล่าวคือ เมื่อเกษตรกรฝั่งเพชรบุรีต้องการใช้ น้ำ ก็จะมีพวงมาลัยมาคล้องเพื่อหมุนคลายประตูน้ำขึ้น ส่วนทางฝั่งประจวบคีรีขันธ์เมื่อมีชาวบ้านมาแจ้ง ก็มักจะ นำประแจคอม้าไปขันบานประตูให้ปิดลง เป็นเช่นนี้มาตั้งแต่ปี 2552 ซึ่งในระดับหน่วยงานของรัฐระหว่าง โครงการฯ ประจวบคีรีขันธ์ กับโครงการฯเพชรบุรี จะประสานงานกันแบบรู้กันในเชิง ที่ยังไม่สอดคล้องกับการมี ส่วนร่วม เพราะฝั่งประจวบฯ อ้างว่า ต้องรักษาระบบนิเวศในลำน้ำเดิม และต้องการรักษาน้ำไว้ ส่วนเพชรบุรี อ้าง ว่า เกษตรกรจำเป็นต้องการนำน้ำไปใช้เพื่อการเกษตรเพราะขาดแคลนน้ำอยู่ 3) พื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ประกอบด้วย อ่างเก็บน้ำจำนวน 5 อ่าง คือ อ่างเก็บน้ำห้วยไม้ตาย อ่างเก็บน้ำทุ่งขาม อ่างเก็บน้ำ ห้วยตะแปดและบ่อพักน้ำเขากระปุก อ่างเก็บน้ำห้วยทราย (ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย อันเนื่องมาจาก พระราชดำริ) และอ่างเก็บน้ำห้วยทราย (หุบกะพง) ซึ่งมีพื้นที่อยู่ภายในจังหวัดเพชรบุรี โดยแต่ละอ่างมีพื้นที่รับน้ำ


รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า 4-97 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 ของตนเอง และได้รับการผันน้ำในลักษณะของอ่างพวง โดยมีอ่างเริ่มต้นอ่างแรกที่อ่างเก็บน้ำห้วยไทรงาม (ที่กล่าว ข้างต้น) และผันต่อๆ กันไปดังไดอะแกรมที่แสดงในรูปที่ 4.5.1-1 รูปที่ 4.5.1-1 อุปกรณ์ที่ติดตั้ง ทดสอบเสร็จแล้ว (จุดที่ 2) (3.1) อ่างเก็บน้ำห้วยไม้ตาย (3.1.1) ข้อมูลด้านวิศวกรรม: อ่างเก็บน้ำแห่งนี้ก่อสร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2536 โดยมีความ จุที่ระดับเก็บกัก (+87.00 ม. รทก.) เท่ากับ 3.7 ล้านลบ.ม. พื้นที่รับน้ำ 6 ตร.กม. ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเฉลี่ยปีละ ๑.๕ ล้านลบ.ม. เป็นอ่างที่เชื่อมต่อกับอ่างเก็บน้ำทุ่งขามด้วยอาคารที่เป็นฝายทดน้ำ โดยมีสันฝายอยู่ที่ระดับ +86.30 ม.รทก. ถ้าระดับน้ำอยู่ที่ระดับ +86.30 ม.รทก. น้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยไม้ตายจะมีความจุ 2.5 ล้านลบ.ม. (67.5%) ส่วนในอ่างเก็บน้ำทุ่งขามจะมีความจุ 6.29 ล้านลบ.ม. (98.2%) (3.1.2) ข้อมูลกลุ่มผู้ใช้น้ำ: การบริหารจัดการการใช้น้ำในพื้นที่นี้ ไม่มีกลุ่มผู้ใช้น้ำ (3.1.3) ข้อมูลด้านการใช้น้ำ: พบว่า อ่างเก็บน้ำห้วยไม้ตาย มีภาระหน้าที่หลัก 4 ประการ ประการแรก ส่งน้ำให้กับสถานีเพาะเลี้ยงม้าและสัตว์ทดลอง โดยติดตั้งปั้มน้ำจากภายในตัวอ่างเก็บน้ำ และทำการสูบน้ำโดยตรงมาใช้ภายในสถานีฯ ประการที่สอง ส่งน้ำให้กับโครงการแม่ฟ้าหลวง เพื่อใช้ในการเพาะ ชำกล้าไม้ในการปลูกป่า ประการที่สาม ส่งน้ำให้กับโครงการชัยพัฒนาในการวิจัยและพัฒนาไบโอดีเซล โดยมีพื้นที่ โครงการฯ ประมาณ 25 ไร่ ที่ตั้งอยู่รายรอบริมขอบอ่างเก็บน้ำ ประการที่สี่ ผันน้ำให้กับอ่างเก็บน้ำทุ่งขาม (3.1.4) สภาพปัญหา : ไม่พบปัญหาการใช้น้ำ อ่างเก็บน้ำห้วยไทรงาม อ่างเก็บน้ำห้วยไม้ตาย อ่างเก็บน้ำทุ่งขาม อ่างเก็บน้ำห้วยทราย (หุบกะพง) อ่างเก็บน้ำห้วยทราย (ศูนย์) + เขากระปุก อ่างเก็บน้ำห้วยตะแปด


รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า 4-98 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 (3.2) อ่างเก็บน้ำทุ่งขาม (3.2.1) ข้อมูลด้านวิศวกรรม : ก่อสร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2525 โดยมีความจุที่ระดับเก็บกัก (+87.00 ม.รทก.) เท่ากับ 8 ล้านลบ.ม. พื้นที่รับน้ำ 50 ตร.กม. และมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเฉลี่ยปีละ 6.4 ล้าน ลบ.ม. โดยมีพื้นที่ชลประทาน 8,000 ไร่ (3.2.2) ข้อมูลกลุ่มผู้ใช้น้ำ: มีกลุ่มผู้ใช้น้ำที่เป็นกลุ่มพื้นฐาน 17 กลุ่ม (กำลังจัดตั้งเพิ่มอีก 1 กลุ่ม) และมีกลุ่มบริหาร 1 กลุ่ม มีสมาชิกรวม 366 ราย ครอบคลุมพื้นที่ 6,069 ไร่ (3.2.3) ข้อมูลด้านการใช้น้ำ : อ่างเก็บน้ำทุ่งขามมีภาระหน้าที่หลัก 4 ประการ ประการ แรก ส่งน้ำเพื่อการเกษตรและการประปา โดยคลองสายใหญ่ 1 ซ้ายและคลองซอย 1 ซ้าย ประการที่สอง ส่งน้ำ เพื่อการเกษตรด้วยท่อส่งน้ำจำนวน 2 ท่อ (มีท่อเก่าและท่อใหม่) ให้กับพื้นที่หมู่บ้านหนองตาฉาว ประการที่สาม ส่งน้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศ ด้วยท่อส่งน้ำลงลำน้ำเดิม และประการสุดท้าย ผันน้ำไปลงอ่างเก็บน้ำห้วยตะแปด และ อ่างเก็บน้ำห้วยทราย (หุบกะพง) ด้วยท่อส่งน้ำ (3.2.4) สภาพปัญหา: มีปัญหาการแย่งน้ำระหว่างผู้ใช้น้ำ, คลองส่งน้ำชำรุดเสียหายและ ตื้นเขินเนื่องจากตะกอน และไม่มีการประสานงานระหว่างกลุ่มผู้ใช้น้ำ (3.3) อ่างเก็บน้ำห้วยตะแปด (3.3.1) ข้อมูลด้านวิศวกรรม: ก่อสร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2529 โดยมีความจุที่ระดับเก็บกัก (+55.30 ม.รทก.) เท่ากับ 4 ล้านลบ.ม. พื้นที่รับน้ำ 16 ตร.กม. และมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเฉลี่ยปีละ 4 ล้านลบ. ม. มีพื้นที่ชลประทาน 5,370 ไร่ (3.3.2) ข้อมูลกลุ่มผู้ใช้น้ำ: มีกลุ่มผู้ใช้น้ำที่เป็นกลุ่มพื้นฐาน 3 กลุ่ม กับ 1 กลุ่มบริหาร มี สมาชิกรวม 103 ราย ครอบคลุมพื้นที่ 1,260 ไร่ ในพื้นที่อ่างเก็บน้ำห้วยตะแปดนี้มี ปส.ชป. รับผิดชอบพื้นที่อยู่ 1 คน (3.3.3) ข้อมูลด้านการใช้น้ำ: อ่างเก็บน้ำห้วยตะแปด มีภาระหน้าที่อยู่ 4 ประการ ประการแรกส่งน้ำโดยคลองสายใหญ่ฝั่งซ้าย ให้กับโครงการต้นแบบสวนป่าชุมชน ภายใต้โครงการสวนสมเด็จฯ ที่ ดำเนินการโดยมูลนิธิชัยพัฒนา ประการที่สอง ส่งน้ำโดยคลองสายใหญ่ฝั่งซ้าย ให้กับการประปาที่ดำเนินการโดย อบต. รวมทั้งประปาหมู่บ้าน เพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภคของประชาชนในพื้นที่ ประการที่สามส่งน้ำให้กับพื้นที่ ชลประทานจำนวน 5,370 ไร่ และประการที่สี่ส่งน้ำโดยคลองสายใหญ่ฝั่งขวาไปไว้ที่บ่อพักน้ำเขากระปุก และส่ง ต่อไปยังอ่างเก็บน้ำห้วยทราย (ศูนย์) (3.3.4) สภาพปัญหา: ในฤดูแล้งมีปริมาณน้ำต้นทุนน้อย รอบเวรการส่งน้ำสั้น รวมถึง สภาพคลองซอยชำรุดเสียหาย มีตะกอนทรายและวัชพืชขึ้นปกคลุม เกษตรกรในพื้นที่จึงขาดแคลนน้ำและรับน้ำได้ ไม่ทั่วถึง ทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่ในพื้นที่ชลประทานขายที่ดินทำกินให้กับนายทุน แล้วย้ายไปอยู่นอกเขต ชลประทานและดำเนินการร้องขอน้ำชลประทานให้ขยายไปในพื้นที่ที่ตนอยู่ใหม่ (3.4) อ่างเก็บน้ำห้วยทราย ( ศูนย์ ) (3.4.1) ข้อมูลด้านวิศวกรรม: ก่อสร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2527 โดยมีความจุที่ระดับเก็บกัก (+45.00 ม.รทก.) เท่ากับ 1.95 ล้านลบ.ม. พื้นที่รับน้ำ 4 ตร.กม. และมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเฉลี่ยปีละ 1 ล้าน ลบ.ม. มีพื้นที่ชลประทาน 3,500 ไร่ (3.4.2) ข้อมูลกลุ่มผู้ใช้น้ำ: มีกลุ่มผู้ใช้น้ำที่เป็นกลุ่มพื้นฐาน 2 กลุ่มกับ 1 กลุ่มบริหาร มี สมาชิกรวม 54 ราย ครอบคลุมพื้นที่ 796 ไร่ (3.4.3) ข้อมูลด้านการใช้น้ำ: มีคลองส่งน้ำ 2 สาย คือคลองสายใหญ่ฝั่งซ้ายและคลอง สายใหญ่ฝั่งขวา ส่วนใหญ่ใช้น้ำเพื่อการปศุสัตว์ (เลี้ยงวัวนมและแพะ) และประปาหมู่บ้าน ด้วยการสูบน้ำจากอ่าง โดยตรง เพราะระบบส่งน้ำเดิมที่เป็นคลองซอยหรือคูน้ำ ถูกกลบและตื้นเขิน ชาวบ้านส่วนใหญ่ที่เป็นมุสลิม จึงมี


รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า 4-99 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 อาชีพเลี้ยงโคเนื้อโคนม และเจียระไนพลอย เป็นหลัก โดยมีสหกรณ์โคนมในพื้นที่ศูนย์เป็นแก่นแกนสำคัญของ ชุมชน (3.4.4) สภาพปัญหา: สภาพปัญหาการใช้น้ำเพื่อเพาะปลูกมีน้อย เพราะส่วนใหญ่เลี้ยง สัตว์ และเกษตรกรขุดสระหรือบ่อสำหรับเก็บกักน้ำไว้ใช้ ปัญหาจะรุนแรงทางด้านท้ายน้ำเท่านั้นที่น้ำไปไม่ถึง เพราะสภาพคูตื้นเขิน (3.5) อ่างเก็บน้ำห้วยทราย(หุบกะพง) (3.5.1) ข้อมูลด้านวิศวกรรม: ก่อสร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2532 โดยมีความจุที่ระดับเก็บกัก (+48.00 ม.รทก.) เท่ากับ 0.80 ล้านลบ.ม. และมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเฉลี่ยปีละ 0.734 ล้านลบ.ม. มีพื้นที่ ชลประทาน 2,500 ไร่ (3.5.2) ข้อมูลกลุ่มผู้ใช้น้ำ: มีกลุ่มผู้ใช้น้ำที่เป็นกลุ่มพื้นฐาน 1 กลุ่มมีสมาชิกรวม 34 ราย ครอบคลุมพื้นที่ 278 ไร่ (3.5.3) ข้อมูลด้านการใช้น้ำ: มีคลองส่งน้ำ 2 สาย คือคลองสายใหญ่ฝั่งซ้ายและคลอง สายใหญ่ฝั่งขวา ใช้เพื่อการเกษตรในการปลูกพืชผักส่วนใหญ่ รวมทั้งการทำนาปลูกข้าว (3.5.4) สภาพปัญหา: ปริมาณน้ำในอ่างไม่เพียงพอต่อพื้นที่ที่ทำการเกษตร รวมถึงท่อ ผันน้ำมีสภาพชำรุดเสียหาย และสภาพพื้นที่รับน้ำไม่สอดคล้องกับแรงดันการส่งน้ำ กล่าวคือ พื้นที่ที่อยู่ต้นท่อส่งน้ำ อยู่สูงกลับมีแรงดันต่ำ ส่วนพื้นที่ปลายท่อที่อยู่ต่ำกลับมีแรงดันสูง 4) การเก็บข้อมูลจากแบบสอบถาม คณะผู้วิจัย ได้ใช้เทคนิคการสำรวจความคิดเห็น จากเครื่องมือแบบสอบถามรายบุคคล (Questionnaire Survey) โดยในเบื้องต้นได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายในการตอบแบบสอบถามเป็นจำนวนร้อยละ 25 จากจำนวน ครัวเรือนทั้งหมดที่ขึ้นทะเบียนไว้กับหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และใช้การวิเคราะห์สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) และสถิติเชิงอ้างอิง (Inferential Statistics) ในการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทาง เดียว (One Way Analysis of Variance: One-Way ANOVA) ซึ่งแบบสอบถามที่แจกจะมีอยู่ ๒ ชุด (4.1) ชุดแรก : เป็นแบบสอบถามด้านการมีส่วนร่วม ใช้การลงพื้นที่สำรวจจริง ประกอบกับการ ไปทดสอบแบบสอบถาม ซึ่งได้กลับคืนมา จำนวน 223 ชุด นำมาใช้ในการศึกษารูปแบบและแนวทางการมีส่วน ร่วมในการบริหารจัดการน้ำของชุมชน (4.2) ชุดที่สอง : เป็นแบบสอบถามด้านดัชนีชี้วัดความสุข เพื่อค้นหาระดับของความสุขของกลุ่ม เกษตรกรผู้ใช้น้ำในโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำฯ โดยแบ่งออกเป็น ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ซึ่งได้ แบบสอบถามกลับคืนมา จำนวน 84 ชุด 4.5.2 การให้ข้อมูล และรับฟังความคิดเห็น-ข้อเสนอแนะ เป็นการดำเนินงานให้เกิดความสัมพันธ์เชื่อมโยงระหว่างเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ ในระดับต้นๆ ของหลักการมี ส่วนร่วม ที่ได้แก่ ระดับของการให้ข้อมูลข่าวสาร และระดับของการรับฟังความคิดเห็น ซึ่งทั้ง ๒ ระดับนี้หากมีการ ดำเนินการอย่างต่อเนื่องในการสร้างความเข้าใจและสายสัมพันธ์ที่ดีต่อไป ก็จะเป็นการยกระดับของการสร้างการมี ส่วนร่วมจนสามารถบรรลุถึงระดับที่ให้ประชาชนมีบทบาทในการตัดสินใจเอง (Empowerment) ที่เป็นเป้าหมาย ของการบริหารจัดการน้ำในภาคประชาสังคมอย่างยั่งยืน ดังนั้นในกระบวนการที่เกิดขึ้น จึงเป็นการลงพื้นที่เพื่อเปิดเวทีประชาคมรับฟังความคิดเห็น และ ข้อเสนอแนะ ตลอดรวมถึงมีเวทีเสวนาเพื่อให้ข้อมูลคืนกลับสู่ชุมชนในพื้นที่โครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ ในงาน นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “๘๔ พรรษา ประโยชน์สุข สู่ปวงประชา”


รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า 4-100 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 1) การประชุมร่วมผู้ใช้น้ำในพื้นที่โครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ (อ่างพวง) มีวัตถุประสงค์ที่จะให้ข้อมูลในลักษณะการสื่อสารสองทาง ด้วยการให้ข้อมูลสำคัญจากประโยชน์ของ งานวิจัยอ่างพวง ที่ทีมงานวิจัยเข้ามาเกี่ยวข้องในการบริหารจัดการน้ำในระบบเครือข่ายและทิศทางของนักวิจัย โดยใช้เวทีการพูดคุยอย่างมีส่วนร่วม จากเครื่องมือที่เรียกว่า “แผนที่ทำมือ” ดังนั้น ในวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2554 คณะทำงานด้านการมีส่วนร่วมฯ ได้เชิญผู้ใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำที่อยู่ ในพื้นที่ของเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จำนวน 31 คน (ตามรายละเอียดด้านล่าง) มาร่วม เวทีการพูดคุย เพื่อหารือตลอดจนรับทราบปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะในการใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำแต่ละอ่าง ประเด็นที่พูดคุยหารือกันคือการสร้างมุมมองให้เห็นภาพรวมของการใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำแต่ละแห่ง โดย สมาชิกของกลุ่มบริหารการใช้น้ำหรือตัวแทน เป็นผู้อธิบายให้สมาชิกจากอ่างฯ อื่นๆ เข้าใจถึงรูปแบบการใช้น้ำใน แต่ละฤดูกาล วิถีชีวิตการอยู่อาศัย ตลอดจนปริมาณน้ำที่มีอยู่ ณ ปัจจุบัน บทสรุปจากการพูดคุย ปรึกษาหารือกัน พบว่า สมาชิกและกลุ่มผู้ใช้น้ำมีความเข้าใจในภาพรวมของการ ใช้น้ำทั้ง ๖ อ่างมากยิ่งขึ้น ตลอดจนรับทราบปัญหาและอุปสรรคในการใช้น้ำของแต่ละอ่างฯ ทั้งนี้ เพื่อจะได้ให้ เกิดความเข้าใจและเอื้ออาทรต่อกัน ดังที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริไว้ เพื่อแก้ปัญหา ณ ที่ แห่งนี้ 2) ข้อเสนอแนะในการมีส่วนร่วมเพื่อการบริหารจัดการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ (อ่างพวง) จากการพูดคุย และหารือ ประเด็นข้อเสนอในการบริหารจัดการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ (อ่างพวง) ให้มี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผู้เข้าร่วมเสวนา ต่างระดมความเห็นและปัญหาอุปสรรคต่างๆ ที่มีอยู่ ตลอดจนค้นหาแนว ทางการแก้ไขปัญหาที่มองเห็นว่าจะสามารถพัฒนาขีดความสามารถของการบริหารจัดการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ ให้ดีขึ้นได้หากปัญหาเหล่านั้นหมดไป โดยสรุปได้ดังนี้ 2.1) ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำการเพิ่มความจุอ่างเก็บน้ำห้วยไทรงาม เนื่องจากสภาพ ภูมิอากาศในพื้นที่ จะมีฝนตกชุกทางด้านเหนือของอ่างเก็บน้ำ มากกว่าในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี (ซึ่งอาจจะจัดทำใน ลักษณะของการขยายลำห้วยเดิมที่มีอยู่ด้านเหนืออ่าง เพื่อให้มีน้ำไหลเข้าอ่างเพิ่มมากขึ้น) 2.2) ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขุดลอกอ่างเก็บน้ำห้วยไทรงามเพื่อให้สามารถเก็บกักน้ำได้ เพิ่มมากขึ้น 2.3) ถึงแม้ว่าอ่างเก็บน้ำห้วยตะแปด, บ่อพักน้ำเขากระปุก และอ่างเก็บน้ำห้วยทราย(ศูนย์) จะมี น้ำน้อย แต่ในอดีตก็สามารถใช้น้ำกันอย่างพอเพียง แต่ปัจจุบันการใช้น้ำไม่เพียงพอ เป็นเพราะน้ำส่วนใหญ่จะไหล เข้าสู่บ่อเก็บกักน้ำของสนามกอล์ฟ จึงอยากให้หน่วยงานรัฐช่วยทำทางน้ำเส้นทางใหม่ที่จะไหลลงสู่อ่างห้วยตะแปด โดยไม่ให้ผ่านสนามกอล์ฟ ก็จะสามารถมีน้ำใช้ดังเช่นในอดีต จำนวนสมาชิกที่เข้าร่วมพูดคุย หารือ ประกอบไปด้วย : 1. อ่างเก็บน้ำห้วยไทรงาม จำนวน 4 คน (สมาชิกกลุ่มบริหารฯ) 2. อ่างเก็บน้ำทุ่งขาม จำนวน 4 คน (ประธานและรองประธานกลุ่มการบริหาร จัดการชลประธาน JMC, และ ประธานกลุ่ม พื้นฐาน) 3. อ่างเก็บน้ำห้วยตะแปด จำนวน 4 คน (ประธานกลุ่ม และ กรรมการบริหาร) 4. อ่างเก็บน้ำห้วยทราย จำนวน 3 คน (ประธานกลุ่ม สมาชิกกลุ่ม และ อบต.) 5. อ่างเก็บน้ำห้วยทรายหุบฯ จำนวน 12 คน (ประธานกลุ่ม และ สมาชิก) 6. ศูนย์ฯ ห้วยทราย จำนวน 4 คน (รอง ผอ. และเจ้าหน้าที่)


รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า 4-101 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 รูปที่ 4.5.2-1 บรรยากาศการให้และรับข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางบริหารจัดการ . รูปที่ 4.5.2-2 แผนที่ทำมือ ได้ใช้เป็นเครื่องมือสำหรับให้และรับข้อมูล


รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า 4-102 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 2.4) ต้องการให้มีการตรวจสอบปริมาณน้ำฝนจากทุกอ่างเก็บน้ำอย่างต่อเนื่อง และให้ข้อมูลกับ กลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำ เพื่อสร้างความเข้าใจในแต่ละฤดูการเพาะปลูก 2.5) เป็นไปได้หรือไม่ที่จะผันน้ำจากห้วยแม่ประจัน แก่งกระจาน หรือแหล่งน้ำอื่นๆ ในจังหวัด เพชรบุรี ให้มาไหลมาลงที่อ่างเก็บน้ำห้วยตะแปด ด้วยการวางแนวท่อหรือแนวคลองส่งน้ำ 2.6) ศึกษาการผันน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลอง ผ่านมาทางโครงการส่งน้ำราชบุรีฝั่งขวา ที่มีขอบเขต คลองส่งน้ำยาวมาถึงจังหวัดเพชรบุรี 2.7) อ่างเก็บน้ำสร้างมานาน มีพื้นที่ที่ฝนตกไม่ทั่วถึง และคลองส่งน้ำมีน้ำรั่วไหล ขอให้ซ่อมแซม คลองส่งน้ำให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น พร้อมทั้งศึกษาเรื่องดินและพืชที่ปลูก ให้เหมาะสมกับระบบส่งน้ำในแต่ละพื้นที่ เพื่อการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้กลุ่มผู้ใช้น้ำมีส่วนร่วมในการดำเนินการดังกล่าว 2.8) ปริมาณน้ำต้นทุนไม่เพียงพอ มีสาเหตุสืบเนื่องมาจาก ในปัจจุบันมีการนำน้ำมาใช้ในระบบ ประปาหมู่บ้าน 2.9) ต้องการให้ลดระดับสันฝายที่กั้นทางน้ำ ระหว่างอ่างเก็บน้ำห้วยไม้ตาย ไปยังอ่างเก็บน้ำทุ่ง ขาม ลงประมาณ 1 เมตรหรือ 80 เซนติเมตร เพื่อจะได้นำน้ำส่วนหนึ่งจากอ่างเก็บน้ำห้วยไม้ตายมาใช้ได้อีกทาง หนึ่ง หรือมิเช่นนั้น เสนอให้ทำเป็นประตูที่ฝายน้ำล้น ที่กั้นระหว่างอ่างเก็บน้ำห้วยไม้ตายกับอ่างเก็บน้ำทุ่งขาม แทนการลดระดับฝาย 2.10) ระยะทางจากอ่างเก็บน้ำห้วยไทรงาม จนถึงอ่างเก็บน้ำห้วยตะแปด มีต้นไม้พอที่จะรักษา ความชุ่มชื้น และเป็นส่วนเสริมที่ทำให้มีฝนมาตก จึงควรที่จะส่งเสริมให้มีการปลูกต้นไม้บริเวณหัวไร่ปลายนา เพื่อ เพิ่มความชุ่มชื้นให้กลับมาและเกิดฝนตก มีน้ำมาเติมในอ่างเก็บน้ำ 2.11) ในอดีตมีการปลูกต้นยูคาลิปตัส ในพื้นที่สาธารณะประโยชน์ ตั้งแต่บริเวณเขานมวัวจนถึง อ่างเก็บน้ำห้วยทราย (หุบกะพง) ทำให้เกิดความชุ่มชื้นในพื้นที่ แต่ปัจจุบันมีการตัดต้นยูคาลิปตัสไปทำถ่านไม้ โดย ไม่มีการปลูกทดแทน จึงขอให้หน่วยงานราชการมาช่วยกวดขัน ดูแลอย่าให้มาตัดต้นยูคาลิปตัสในพื้นที่ 3) ข้อมูลที่ได้จากการจัดเวทีสานเสวนา เนื่องในงานนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สืบเนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ( กปร. ) ร่วมกับโครงการชลประทานเพชรบุรี ได้จัดงานนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “๘๔ พรรษา ประโยชน์สุข สู่ปวง ประชา” ขึ้นระหว่างวันที่ 24 – 29 สิงหาคม 2554 ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ. ชะอำ จ. เพชรบุรี ทางคณะทำงานวิจัย จึงได้ถือโอกาสนี้เปิดลานสานเสวนา เรื่อง “การมีส่วนร่วมภาค ประชาชน ในการบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ” ขึ้น ณ ลานลีลาวดี ในวันที่ 26 สิงหาคม 2554 โดยมี รศ.ดร.กัมปนาท ภักดีกุล เป็นผู้ดำเนินรายการ และมีผู้ร่วมเสวนา 5 ท่าน ได้แก่ผู้ประกอบการสนามกอล์ฟ Imperial Lake View คุณสมปอง เจิมปี, ตัวแทนจากคณะกรรมการจัดการน้ำชลประทาน (JMC) คุณเครือมาศ หมอนทอง นายก อบต. ไร่ใหม่พัฒนา และกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำชลประทาน ได้แก่ คุณเจริญ นุ่มทอง ประธาน กลุ่มผู้ใช้น้ำห้วยตะแปด, คุณอุดร หมันมณี ประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำศูนย์ห้วยทราย และคุณสำรอง แตงพลับ เกษตรกร ดีเด่นแห่งชาติสาขา การพัฒนาที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ปี 2553 โดยในเวทีสานเสวนาครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมเสวนาแต่ละท่านได้ให้ความคิดเห็นที่พอสรุปเป็นประเด็นสำคัญดังนี้ 3.1) คุณสมปอง เจิมปี ได้ชี้แจงการจัดการน้ำภายในสนามกอล์ฟว่า ในพื้นที่ 3,125 ไร่ของสนาม กอล์ฟ Imperial Lake View ได้ออกแบบระบบการใช้น้ำแบบหมุนเวียนที่เข้ากับสภาพฝนที่ตกในพื้นที่ของสนาม กอล์ฟ โดยมีอ่างเก็บน้ำอยู่ 9 อ่างเพื่อเก็บกักน้ำประมาณ 2 ล้านลูกบาศก์เมตร สำหรับใช้กับโรงแรมและสนาม หญ้าที่ออกแบบการให้น้ำด้วยระบบสปริงเกอร์ ซึ่งจะมีน้ำเหลือจากการใช้อยู่ประมาณ 30% จะไหลกลับเข้าสู่ท่อที่ ฝังไว้ใต้ดิน พร้อมกับยืนยันว่า “น้ำที่ใช้ทั้งหมดเป็นฝนที่ตกในพื้นที่ ไม่ได้ดึงน้ำจากพื้นที่อื่นเข้ามาใช้”


รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า 4-103 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 3.2) ผู้ใหญ่เจริญ นุ่มทอง ประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำห้วยตะแปด เล่าให้ฟังว่า แต่เดิมพื้นที่บริเวณนี้มี ฝนตกต้องตามฤดูกาล มีราษฎรอาศัยอยู่ประมาณ 15 ครัวเรือน พอมาในปี 2522 ได้เกิดภัยแล้ง 2 ปีซ้อน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จมาเยี่ยมราษฎรในพื้นที่และรับสั่งว่า“จะสร้างอ่างเก็บน้ำให้” ในปี 2529 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดอ่างเก็บน้ำห้วยตะแปดที่สร้างแล้วเสร็จ จากนั้นได้ มีผู้คนย้ายเข้ามาอาศัยในพื้นที่อ่างเก็บน้ำเพิ่มขึ้น ความต้องการใช้น้ำมีมากขึ้นประกอบกับปริมาณน้ำในอ่างลดลง เรื่อยๆ จึงได้มีการจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำขึ้น เพื่อบริหารจัดการน้ำตามรอบเวรการใช้น้ำ ทำความเข้าใจกับเกษตรกรใน การวางแผนการเพาะปลูกที่เหมาะสมของสภาพภูมิอากาศและความต้องการของตลาด ปัจจุบันจึงมีกลุ่มผู้ใช้น้ำ พื้นฐานอยู่ 3 กลุ่ม กับอีก 1 กลุ่มบริหาร และได้ฝากคำสำคัญไว้ว่า “ปัญหาที่มี ถ้าช่วยกันแก้ไข ช่วยกันดู ก็จะแก้ ไม่ยาก” 3.3) ลุงสำรอง แตงพลับ เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ได้พูดถึงความสำคัญของ “น้ำ” ว่าเป็นหัวใจ ของเกษตรกร และได้ตั้งคำถามชวนคิดว่า “ทำอย่างไรจึงจะให้ทุกคน มีน้ำพอใช้และพอเพียง เห็นคุณค่าของน้ำที่ จะต้องใช้อย่างประหยัด และสุดท้ายได้ฝากไว้กับพื้นที่การเกษตรขนาดเล็ก ที่อยากให้ขุดบ่อเก็บกักน้ำไว้ด้วยแต่ไม่ ต้องทำใหญ่ ทำให้สมดุลกับพื้นที่ของเรา และทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป เหมือนกับที่เรากินข้าวทีละคำ ทำทีละ อย่าง” 3.4) ผู้ใหญ่อุดร หมันมณี ประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำห้วยทราย ได้พูดถึงพื้นที่ในเขตอ่างเก็บน้ำห้วย ทรายว่า เป็นพื้นที่ประสบภัยแล้ง การบริหารจัดการน้ำทำได้ยาก พื้นที่ฝั่งขวาส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ศูนย์อนุรักษ์ ส่วน พื้นที่ฝั่งซ้ายเกษตรกรในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม มีอาชีพหลักในการเลี้ยงโคนมและทำปศุสัตว์ อย่างไรก็ตาม การใช้น้ำได้กระทำอย่างคุ้มค่ามากที่สุด โดยมีคณะกรรมการร่วมกันประชุมพิจารณาทุกเดือน และยังได้ร่วมมือกัน พัฒนาขุดลอกคูคลองในเทศกาลสำคัญๆ เช่น วันแม่ เป็นต้น 3.5) คุณเครือมาศ หมอนทอง อบต. ไร่ใหม่พัฒนา (ตัวแทนคณะกรรมการบริหารจัดการ ชลประทาน JMC) ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในความเป็นจริงแล้วอ่างเก็บน้ำทุ่งขามแม้จะได้รับการผันน้ำมาจากอ่าง เก็บน้ำห้วยไม้ตายก็ตาม แต่อ่างเก็บน้ำห้วยไทรงามก็เป็นอ่างหลักที่สำคัญ ถ้าหากอ่างเก็บน้ำห้วยไทรงามมีน้ำมาก พอ ก็จะไม่เกิดปัญหาการใช้น้ำ ซึ่งการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพควรคำนึงถึงปัจจัยสำคัญหลายๆ ด้าน ได้แก่ สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ที่ต้องมีการสำรวจเก็บข้อมูล ศึกษาสภาพพื้นที่ แหล่งน้ำต้นทุนอื่นๆ สำหรับ ด้านการก่อสร้างคูคลองที่มีการก่อสร้างมานาน เกิดสภาพที่ชำรุดทรุดโทรม ควรที่จะมีการบำรุงรักษา ดำเนินการ ซ่อมแซม โดยการรวมกลุ่มกันเองก่อนและแต่ละกลุ่มก็ควรรู้ข้อมูลของกลุ่มอื่นๆ ด้วย ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างหากใช้ ความจริงใจในการแก้ปัญหา ยอมรับในกติกา มีความสามัคคีในกลุ่ม มองเห็นประโยชน์ร่วมกัน และช่วยเหลือ ตัวเองในเบื้องต้นแล้วปัญหาต่างๆ ที่สะสมมานาน จะทุเลาลงหรือหมดสิ้นไปในที่สุด เพราะเขตพื้นที่ในความ รับผิดชอบของ อบต. ยังมีความอุดมสมบูรณ์ที่ยังสามารถพัฒนาต่อไปได้ ในช่วงสุดท้ายได้ตอบข้อซักถามในประเด็นต่างๆ กับกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำให้ได้รับทราบข้อมูล อีกทั้งได้ สรุปอธิบายลักษณะ รูปแบบ การศึกษาวิจัยของโครงการ และความสำคัญของการมีส่วนร่วมภาคประชาชน ในการ บริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำให้ชัดเจนยิ่งขึ้น 4) งานด้านดัชนีชี้วัดความสุข งานด้านดัชนีชี้วัดความสุขได้ดำเนินงานในลักษณะของการเก็บข้อมูลจากแบบประเมินชี้วัดความสุขคน ไทย 15 ข้อ (Thai Happiness Indicators : THI-15) ซึ่งเป็นแบบสอบถาม ที่บ่งชี้ถึงสภาวะสุขภาพทางจิต สมรรถภาพทางจิตใจ คุณภาพของจิตใจ และสิ่งสนับสนุนรอบด้าน ภายใต้กรอบความคิดที่คนไทยสามารถจัดการ ปัญหาของการดำเนินชีวิตในสภาพสังคมปัจจุบัน ในการเก็บข้อมูลจากแบบสอบถามครั้งนี้ ได้รับแบบสอบถามกลับมาทั้งสิ้น 84 ชุด ในเขตพื้นที่อ่างเก็บน้ำ ห้วยตะแปด อ่างเก็บน้ำทุ่งขาม อ่างเก็บน้ำห้วยทราย (หุบกะพง) อ่างเก็บน้ำห้วยทราย (ศูนย์) และบ่อพักน้ำ


รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า 4-104 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 เขากะปุก โดยคณะทำงานได้ประสานงานและได้รับความร่วมมือจาก นายสิทธา บุญประจวบ หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำ และบำรุงรักษาที่ ๒ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ ๒ โครงการชลประทานเพชรบุรี เป็นผู้ดำเนินการ เก็บข้อมูลจากแบบประเมินชี้วัดความสุข หลังจากที่ได้รับแบบสอบถามกลับคืน คณะผู้วิจัยได้นำมาประมวลผลข้อมูลจากแบบสอบถามโดยใช้การ วิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว (One Way Analysis of Variance: One-Way ANOVA) จากกระบวนการและวิธีการดำเนินงานข้างต้น ในส่วนของแบบสอบถามทั้ง 2 ชุด คณะผู้วิจัยได้ใช้ โปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลทางด้านสังคมศาสตร์ (SPSS) เป็นเครื่องมือหลักในการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งจะแสดงผลใน บทถัดไป 5) วิเคราะห์ผลการดำเนินการวิจัยด้านกระบวนการมีส่วนร่วม จากแบบสอบถามทั้ง 2 ชุด (ภาคผนวก ค) สามารถนำมาวิเคราะห์ถึงระดับความคิดเห็นและปัจจัยที่มีผล ต่อการเข้ามามีส่วนร่วม ตลอดจนความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยต่างๆ และดัชชีนี้ชี้วัดด้านความสุขซึ่งบ่งบอกถึง สุขภาพจิตที่สื่อถึงความเป็นอยู่ สภาพสังคม และการดำเนินชีวิตของเกษตรกรและผู้ใช้น้ำชลประทานในเขตของ โครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำฯ ได้ในระดับหนึ่ง โดยการวิเคราะห์แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ (1) วิเคราะห์กระบวนการมีส่วนร่วมภาคประชาสังคม (2) วิเคราะห์ดัชนีชี้วัดความสุข สำหรับการวิเคราะห์กระบวนการมีส่วนร่วมภาคประชาสังคม จากประสบการณ์ในการลงพื้นที่ สามารถ ประมวลข้อมูล และข้อคิดเห็นของบุคคลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนของกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำ เจ้าหน้าที่ที่ ปฏิบัติงานในแต่ละพื้นที่ที่รับผิดชอบในโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ ได้เป็นประเด็นต่างๆ ที่เชื่อมโยงกัน ดังนี้ ประเด็นที่ 1 การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบในการส่งน้ำในเขตพื้นที่ที่ตน รับผิดชอบอย่างเคร่งครัด ไม่สอดคล้องกับการบริหารจัดการน้ำในโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ เช่น ในพื้นที่ของ อ่างเก็บน้ำห้วยไทรงาม ที่เป็นอ่างแม่ อยู่ในเขตพื้นที่รับผิดชอบของโครงการประจวบคีรีขันธ์ ใครมีความรับผิดชอบ ที่ต้องบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอกับความต้องการใช้น้ำในพื้นที่และรักษาสมดุลนิเวศไว้ แต่น้ำที่มีอยู่ในอ่างเก็บน้ำ ก็จำเป็นต้องแบ่งปันให้กับอ่างลูกที่อยู่ในเขตโครงการเพชรบุรี ซึ่งทั้งเจ้าหน้าที่ชลประทาน และเกษตรกรผู้ใช้น้ำใน ฝั่งประจวบคีรีขันธ์ มีความรู้สึกที่ต้องยืนยันในกติกาว่า เมื่อใดก็ตามที่มีน้ำในอ่างห้วยไทรงามเกินขีดจำกัดที่ได้ตก ลงกันไว้ (เกิน 80% ของความจุอ่าง) จึงจะแบ่งปันให้กับอ่างเก็บน้ำห้วยไม้ตาย และอ่างเก็บน้ำทุ่งขาม ที่เป็นอ่าง ลูกได้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วยากที่จะเป็นไปได้ เพราะสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปในทางแล้งมากขึ้น ประกอบกับฐานะเศรษฐกิจของเกษตรกรที่แข่งขันกัน อย่างตัวใครตัวมัน ตลอดรวมถึงกลุ่มนายทุนที่มาประกอบ อาชีพในพื้นที่ จึงมีการลักเปิดลักปิดบานประตูผันน้ำเสมอๆ การขัดแย้งกันในเชิงเช่นนี้ ย่อมเป็นปัญหาอุปสรรคต่อ การสร้างการมีส่วนร่วมเป็นอย่างยิ่ง ประเด็นที่ 2 ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็นระหว่างกลุ่มต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องใน โครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ ไม่ว่าจะเป็นในฝ่ายของกลุ่มเกษตรกรในแต่ละอ่างเก็บน้ำ หรือจะเป็นส่วนของ ภาคเอกชนกับกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำ หรือแม้แต่ระหว่างเจ้าหน้าที่ชลประทาน และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับ เกษตรกร ก็ยังมีข้อมูลที่ไม่เปิดเผย สร้างความไม่ชัดเจนในการให้ข้อมูลต่างๆ เพราะยังคงคำนึงถึงประโยชน์ส่วน ของตนเอง หรือกลุ่มของตนเองเป็นหลัก มิได้มองในภาพรวม ตัวอย่างเช่น ในส่วนของเอกชนที่อยู่ในพื้นที่รับน้ำฝน (Watershed) อ้างว่า น้ำที่ใช้ในพื้นที่ส่วนบุคคลของตนนั้นเป็นน้ำที่เกิดในพื้นที่ของตนเท่านั้น มิได้เป็นน้ำที่ดึงมา จากสถานที่อื่นใด ซึ่งเป็นความเป็นจริงที่ขาดจริยธรรม ไม่เกิดความรู้สึกที่เอื้ออาทร พึ่งพาอาศัยกัน เพราะตนเองก็ อาศัยอยู่ในชุมชนเดียวกัน กับกลุ่มเกษตรกรหรือเป็นเครือข่ายเดียวกัน ประเด็นที่ 3 การแก้ปัญหาต่างๆในพื้นที่ คนในชุมชนมักโยนให้ภาครัฐเข้าไปจัดการแก้ปัญหาให้ เพราะยังคงเคยชินกับลักษณะของการเป็นผู้รับแต่ฝ่ายเดียว รอคอยจนกว่าภาครัฐจะเข้าไปจัดการปัญหานั้นๆให้


รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า 4-105 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 อีกทั้งภาครัฐก็เข้าใจว่า ตนมีอำนาจที่จะต้องเข้าไปช่วยเหลือ จำเป็นต้องนำงบประมาณมาให้ ซึ่งในความเป็นจริง แล้ว ปัญหาเป็นของชุมชน จะให้คนที่อยู่นอกชุมชนเข้ามาแก้ไขให้ได้อย่างไร ชุมชนจึงจำเป็นต้องช่วยเหลือตนเอง ก่อน และเมื่อถึงที่สุดแล้วภาครัฐจึงจะยื่นมือเข้ามาสนับสนุนหรือสานต่อความต้องการของชุมชนให้สมบูรณ์ การวิเคราะห์การมีส่วนร่วมจากแบบสอบถามด้านการมีส่วนร่วมภาคประชาสังคม การศึกษา ความสัมพันธ์ของการมีส่วนร่วม การศึกษาความสัมพันธ์ของการมีส่วนร่วมใช้การวิเคราะห์จากแบบสอบถามที่มี ลักษณะของคำถามปลายปิด 14 ข้อที่พุ่งประเด็นไปในเรื่องของการมีส่วนร่วม ทั้งการร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ร่วมลง มือทำ และร่วมรับประโยชน์ โดยมีมาตราส่วนประมาณค่า (rating scale) ที่มีเกณฑ์วัดระดับของความคิดเห็น 5 ระดับ ได้แก่ จากจำนวนแบบสอบถาม 223 ชุด และใช้การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธี One-Way ANOVA ได้ผล การวิเคราะห์ ดังนี้ ข้อมูลพื้นฐานของผู้ตอบแบบสอบถาม จำนวนผู้ตอบแบบสอบถาม ผู้ตอบแบบสอบถามที่ให้ความร่วมมือในการทำการสำรวจการมีส่วน ร่วมของผู้ใช้น้ำในพื้นที่อ่างเก็บน้ำ-บ่อพักน้ำ ในครั้งนี้ มีจำนวนทั้งสิ้น 223 คน สามารถจำแนกเป็นอ่างเก็บน้ำ โดย มีรายละเอียดดัง ในตารางที่ 4.5-2 ตารางที่ 4.5.2-1 จำนวนผู้ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามโดยจำแนกเป็นอ่างเก็บน้ำ อ่างเก็บน้ำ จำนวน ร้อยละ ห้วยไทรงาม 34 15.2 ไม้ตาย 26 11.7 ทุ่งขาม 36 16.1 ตะแปด 26 11.7 บ่อพักน้ำเขากระปุก 29 13.0 ห้วยทราย 36 16.1 ห้วยทราย – หุบกะพง 36 16.1 รวม 223 100 มากที่สุด ให้น้ำหนักคะแนนที่ 5 คะแนน มาก ให้น้ำหนักคะแนนที่ 4 คะแนน ปานกลาง ให้น้ำหนักคะแนนที่ 3 คะแนน น้อย ให้น้ำหนักคะแนนที่ 2 คะแนน น้อยที่สุด ให้น้ำหนักคะแนนที่ 1 คะแนน


รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า 4-106 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 รูปที่ 4.5.2-3 แผนภูมิแสดงจำนวนผู้ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามจำแนกเป็นอ่างเก็บน้ำ จากข้อมูลข้างต้น สรุปได้ว่าในจำนวนของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งสิ้น 223 คน ส่วนใหญ่เป็น ประชากรที่อาศัยอยู่ในอ่างเก็บน้ำทุ่งขาม, อ่างเก็บน้ำห้วยทราย, อ่างเก็บน้ำห้วยทราย–หุบกะพง แหล่งละจำนวน 36 คน คิดเป็นร้อยละ 16.1 อ่างเก็บน้ำห้วยไทรงาม จำนวน 34 คน คิดเป็นร้อยละ 15.2 บ่อพักน้ำเขากระปุก จำนวน 29 คน คิดเป็นร้อยละ 13.0 อ่างเก็บน้ำไม้ตายและตะแปด จำนวน 26 คน คิดเป็นร้อยละ 11.7 (1) เพศของผู้ตอบแบบสอบถาม ผู้ตอบแบบสอบถามที่ให้ความร่วมมือในการสำรวจครั้งนี้ สามารถจำแนกตามเพศโดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ ตารางที่ 4.5.2-2 จำนวนผู้ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามโดยจำแนกตามเพศ เพศ จำนวน ร้อยละ ชาย 117 52.5 หญิง 106 47.5 รวม 223 100


รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า 4-107 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 100 102 104 106 108 110 112 114 116 118 ชาย หญิง จ านวน รูปที่ 4.5.2-4 แผนภูมิแสดงจำนวนผู้ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามโดยจำแนกตามเพศ จากข้อมูลข้างต้น สรุปได้ว่าในจำนวนของผู้ตอบสอบถามทั้งสิ้น 223 คนนั้น เป็นเพศชาย 117 คนคิดเป็นร้อยละ 52.5 และเพศหญิง 106 คน คิดเป็นร้อยละ 47.5 (2) อายุของผู้ตอบแบบสอบถาม ผู้ตอบแบบสอบถามที่ให้ความร่วมมือในการสำรวจครั้งนี้ สามารถจำแนกตามอายุ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ ตารางที่ 4.5.2-3 จำนวนผู้ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามโดยจำแนกตามช่วงอายุ ช่วงอายุ จำนวน ร้อยละ น้อยกว่า 30 ปี 7 3.1 31 - 40 ปี 41 18.4 41 - 50 ปี 64 28.7 51 - 60 ปี 57 25.6 61 ปีขึ้นไป 54 24.2 รวม 223 100


รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า 4-108 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 รูปที่ 4.5.2-5 แผนภูมิแสดงจำนวนผู้ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามโดยจำแนกตามช่วงอายุ จากข้อมูลข้างต้น สรุปได้ว่าในจำนวนของผู้ตอบสอบถามทั้งสิ้นจำนวน 223 คนซึ่งในจำนวน ทั้งหมดของผู้ที่ให้ข้อมูล พบว่าส่วนใหญ่มีช่วงอายุ 41 - 50 ปีจำนวน 64 คน คิดเป็นร้อยละ 28.7, ช่วงอายุ51 - 60 ปี จำนวน 57 คน คิดเป็นร้อยละ 25.6, ช่วงอายุ61 ปีขึ้นไปจำนวน 54 คน คิดเป็นร้อยละ 24.2ช่วงอายุ 31 - 40 ปี จำนวน 41 คน คิดเป็นร้อยละ 18.4 และช่วงอายุน้อยกว่า 30 ปีจำนวน 7 คน คิดเป็นร้อยละ 3.1 ข้อมูลเกี่ยวกับการประเมินการมีส่วนร่วมของผู้ใช้น้ำในพื้นที่อ่างเก็บน้ำ การประเมินการมีส่วน ร่วมของผู้ใช้น้ำในพื้นที่อ่างเก็บน้ำ ลักษณะคำถามจะเป็นไปในเรื่องของการมีส่วนร่วม ทั้ง การร่วมคิด ร่วม ตัดสินใจ ร่วมลงมือทำ ร่วมรับประโยชน์ และร่วมติดตามประเมินผล เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็น แบบสอบถามที่เป็นคำถามปลายปิด ซึ่งมีลักษณะมาตราส่วนประมาณค่า ( rating scale ) มี 5 ระดับ คือ มากที่สุด ให้น้ำหนักคะแนนที่ 5 คะแนน มาก ให้น้ำหนักคะแนนที่ 4 คะแนน ปานกลาง ให้น้ำหนักคะแนนที่ 3 คะแนน น้อย ให้น้ำหนักคะแนนที่ 2 คะแนน น้อยที่สุด ให้น้ำหนักคะแนนที่ 1 คะแนน ตารางที่ 4.5.2-4 ระดับค่าความคิดเห็นจำแนกตามพื้นที่อ่างเก็บน้ำ ความคิดเห็น ระดับค่าความคิดเห็นจำแนกตามพื้นที่อ่างเก็บน้ำ-บ่อพักน้ำ ผล รวม ห้วยไทรงาม ไม้ตาย ทุ่งขาม ตะแปด เขากระปุก ห้วยทราย ห้วยทรายหุบกะพง n = 34 n = 26 n = 36 n = 26 n = 29 n = 36 n = 36 มีผู้นำกลุ่มที่มีความเข้มแข็ง เสียสละ อดทน 4.79 4.04 4.44 3.77 4.10 4.56 4.67 4.38


รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า 4-109 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 ตารางที่ 4.5.2-4 ระดับค่าความคิดเห็นจำแนกตามพื้นที่อ่างเก็บน้ำ (ต่อ) ความคิดเห็น ระดับค่าความคิดเห็นจำแนกตามพื้นที่อ่างเก็บน้ำ-บ่อพักน้ำ ผล รวม ห้วยไทรงาม ไม้ตาย ทุ่งขาม ตะแปด เขากระปุก ห้วยทราย ห้วยทรายหุบกะพง n = 34 n = 26 n = 36 n = 26 n = 29 n = 36 n = 36 มีการจัดทำกฎระเบียบและ วิธีการปฏิบัติอย่างชัดเจนเป็น ลายลักษณ์อักษร 4.59 3.81 4.50 3.31 3.97 4.39 4.56 4.22 มีการเลือกตั้งคณะกรรมการ กลุ่มฯ ตามวาระที่กำหนด 4.38 3.92 4.50 3.61 3.76 4.11 4.22 4.11 มีการบังคับใช้กฎระเบียบที่ ชัดเจน 4.50 3.77 4.227 3.427 3.83 3.75 4.58 4.05 สมาชิกได้รับข้อมูลข่าวสารที่ ชัดเจน ถูกต้องและรวดเร็ว 4.50 3.96 4.31 3.35 4.28 3.86 4.42 4.13 สมาชิกได้เสนอข้อคิดเห็นหรือ ร่วมตัดสินใจในการดำเนินงาน ของกลุ่ม 4.29 4.00 4.17 3.31 3.93 4.14 4.25 4.04 กลุ่มมีที่ทำการของกลุ่มอย่าง ชัดเจน เพื่อการติดต่อสื่อสารให้ ข้อมูลและประชุม 4.50 3.96 4.28 3.31 3.86 4.22 4.31 4.10 เจ้าหน้าที่ชลประทานเข้ามาร่วม เป็นที่ปรึกษาให้ คำแนะนำใน การดำเนินงานของกลุ่ม 4.38 3.81 4.50 3.69 3.59 3.83 4.22 4.04 มีการถ่ายทอดความรู้ หรือ ฝึกอบรมในด้านการ ชลประทานอย่างสม่ำเสมอ 4.59 4.00 4.50 3.81 3.57 3.83 4.22 4.04 สมาชิกของกลุ่มมีรายได้เพิ่มขึ้น 4.62 3.92 4.33 3.31 3.83 3.42 4.33 4.00 ระบบคู คลอง มีสภาพที่ สมบูรณ์ และพร้อมใช้งานอยู่เสมอ 4.59 3.96 4.17 3.23 3.59 3.47 4.50 3.96 มีการวางแผนการส่งน้ำอย่าง เป็นระบบและเป็นธรรม 4.53 3.81 4.36 3.38 3.72 3.78 4.53 4.06 จากเกณฑ์คะแนนเฉลี่ยจำแนกตามอ่างเก็บน้ำ – บ่อพักน้ำ สามารถนำมาสรุปออกเป็นในรูปแบบ ของสัดส่วนการประมาณค่าเพื่อแสดงให้เห็นถึงระดับของการเข้ามามีส่วนร่วม ในหัวข้อของความคิดเห็นต่าง ๆ ทั้ง 14 หัวข้อ โดยแยกออกเป็นแต่ละอ่างเก็บน้ำและบ่อพักน้ำ ซึ่งการจำแนกค่าระดับความคิดเห็นใช้คะแนนเฉลี่ย ดังนี้เกณฑ์ระดับคะแนนของปัจจัยที่มีผลต่อการมีส่วนร่วม กำหนดได้จาก คะแนนเฉลี่ย 1.00 – 1.49 ระดับความคิดเห็นว่าหัวข้อดังกล่าวมีผลต่อการมีส่วนร่วมในระดับน้อยที่สุด คะแนนเฉลี่ย 1.50 – 2.49 ระดับความคิดเห็นว่าหัวข้อดังกล่าวมีผลต่อการมีส่วนร่วมในระดับน้อย คะแนนเฉลี่ย 2.50 – 3.49 ระดับความคิดเห็นว่าหัวข้อดังกล่าวมีผลต่อการมีส่วนร่วมในระดับปานกลาง คะแนนเฉลี่ย 3.50 – 4.49 ระดับความคิดเห็นว่าหัวข้อดังกล่าวมีผลต่อการมีส่วนร่วมในระดับมาก คะแนนเฉลี่ย 4.50 – 5.00 ระดับความคิดเห็นว่าหัวข้อดังกล่าวมีผลต่อการมีส่วนร่วมในระดับมากที่สุด


รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า 4-110 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 ตารางที่ 4.5.2-5 ค่าความคิดเห็นจำแนกตามพื้นที่อ่างเก็บน้ำของหัวข้อของความคิดเห็นต่างๆ ความคิดเห็น ระดับค่าความคิดเห็นจำแนกตามพื้นที่อ่างเก็บน้ำ-บ่อพักน้ำ ห้วยไทรงาม n = 34 ไม้ตาย n = 26 X S.D. ระดับความ คิดเห็น X S.D. ระดับความ คิดเห็น มีผู้นำกลุ่มที่มีความเข้มแข็งเสียสละ อดทน 4.79 0.41 มากที่สุด 4.04 0.66 มาก มีการจัดทำกฎระเบียบ และวิธีการ ปฏิบัติอย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร 4.59 0.56 มากที่สุด 3.81 0.84 มาก มีคณะกรรมการกลุ่มที่ดำเนินงานอย่าง เป็นระบบเป็นไปด้วยความโปร่งใส ถูกต้อง 4.50 0.62 มาก 3.92 0.84 มาก มีการเลือกตั้งคณะกรรมการกลุ่มฯ ตาม วาระที่กำหนด 4.38 0.55 มาก 3.92 0.69 มาก มีการบังคับใช้กฎระเบียบที่ชัดเจน 4.50 0.56 มาก 3.77 0.82 มาก สมาชิกได้รับข้อมูลข่าวสารที่ชัดเจน ถูกต้องและรวดเร็ว 4.50 0.58 มาก 3.96 0.82 มาก สมาชิกได้เสนอข้อคิดเห็นหรือร่วม ตัดสินใจในการดำเนินงานของกลุ่ม 4.29 0.46 มาก 4.00 0.89 มาก กลุ่มมีกิจกรรมต่างๆ ที่ให้สมาชิกได้ ร่วมกันปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เช่น การ พัฒนาคูคลอง 4.59 0.56 มากที่สุด 3.97 0.72 มาก กลุ่มมีที่ทำการของกลุ่มอย่างชัดเจน เพื่อ การติดต่อสื่อสารให้ข้อมูลและประชุม 4.50 0.56 มาก 3.96 0.72 มาก เจ้าหน้าที่ชลประทานเข้ามาร่วมเป็นที่ ปรึกษาให้ คำแนะนำในการดำเนินงาน ของกลุ่ม 4.38 0.55 มาก 3.81 0.90 มาก มีการถ่ายทอดความรู้หรือฝึกอบรม ในด้านการชลประทานอย่าง สม่ำเสมอ 4.59 0.50 มากที่สุด 4.00 0.80 มาก สมาชิกของกลุ่มมีรายได้เพิ่มขึ้น 4.62 0.55 มากที่สุด 3.92 0.80 มาก ระบบคูคลอง มีสภาพที่สมบูรณ์และ พร้อมใช้งานอยู่เสมอ 4.59 0.56 มากที่สุด 3.96 0.87 มาก มีการวางแผนการส่งน้ำอย่างเป็นระบบ และเป็นธรรม 4.53 0.61 มากที่สุด 3.81 0.75 มาก


รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า 4-111 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 ตารางที่ 4.5.2-5 ค่าความคิดเห็นจำแนกตามพื้นที่อ่างเก็บน้ำของหัวข้อของความคิดเห็นต่างๆ (ต่อ) ความคิดเห็น ระดับค่าความคิดเห็นจำแนกตามพื้นที่อ่างเก็บน้ำ-บ่อพักน้ำ ทุ่งขาม n = 36 ตะแปด n = 26 X S.D. ระดับความ คิดเห็น X S.D. ระดับความ คิดเห็น มีผู้นำกลุ่มที่มีความเข้มแข็งเสียสละ อดทน 4.44 0.69 มาก 3.77 1.07 มาก มีการจัดทำกฎระเบียบ และวิธีการ ปฏิบัติอย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร 4.50 0.61 มาก 3.31 1.05 ปานกลาง มีคณะกรรมการกลุ่มที่ดำเนินงานอย่าง เป็นระบบเป็นไปด้วยความโปร่งใส ถูกต้อง 4.56 0.65 มากที่สุด 3.35 1.02 ปานกลาง มีการเลือกตั้งคณะกรรมการกลุ่มฯ ตาม วาระที่กำหนด 4.50 0.56 มาก 3.62 1.06 มาก มีการบังคับใช้กฎระเบียบที่ชัดเจน 4.22 0.59 มาก 3.42 1.10 ปานกลาง สมาชิกได้รับข้อมูลข่าวสารที่ชัดเจน ถูกต้องและรวดเร็ว 4.31 0.71 มาก 3.35 0.89 ปานกลาง สมาชิกได้เสนอข้อคิดเห็นหรือร่วม ตัดสินใจในการดำเนินงานของกลุ่ม 4.12 0.56 มาก 3.31 1.05 ปานกลาง กลุ่มมีกิจกรรมต่างๆ ที่ให้สมาชิกได้ ร่วมกันปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เช่น การ พัฒนาคูคลอง 4.47 0.65 มาก 3.19 1.02 มาก กลุ่มมีที่ทำการของกลุ่มอย่างชัดเจน เพื่อ การติดต่อสื่อสารให้ข้อมูลและประชุม 4.26 0.61 มาก 3.31 0.97 ปานกลาง เจ้าหน้าที่ชลประทานเข้ามาร่วมเป็นที่ ปรึกษาให้ คำแนะนำในการดำเนินงาน ของกลุ่ม 4.50 0.74 มาก 3.69 0.09 มาก มีการถ่ายทอดความรู้หรือฝึกอบรม ในด้านการชลประทานอย่าง สม่ำเสมอ 4.50 0.51 มาก 3.81 0.85 มาก สมาชิกของกลุ่มมีรายได้เพิ่มขึ้น 4.33 0.72 มาก 3.31 1.27 ปานกลาง ระบบคูคลอง มีสภาพที่สมบูรณ์และ พร้อมใช้งานอยู่เสมอ 4.17 0.60 มาก 3.23 0.90 ปานกลาง มีการวางแผนการส่งน้ำอย่างเป็นระบบ และเป็นธรรม 4.36 0.72 มาก 3.38 1.13 ปานกลาง


รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า 4-112 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 ตารางที่ 4.5.2-5 ค่าความคิดเห็นจำแนกตามพื้นที่อ่างเก็บน้ำของหัวข้อของความคิดเห็นต่างๆ (ต่อ) ความคิดเห็น ระดับค่าความคิดเห็นจำแนกตามพื้นที่อ่างเก็บน้ำ-บ่อพักน้ำ เขากระปุก n = 29 ห้วยทราย n = 36 X S.D. ระดับความ คิดเห็น X S.D. ระดับความ คิดเห็น มีผู้นำกลุ่มที่มีความเข้มแข็งเสียสละ อดทน 4.10 0.82 มาก 4.56 0.50 มากที่สุด มีการจัดทำกฎระเบียบ และวิธีการ ปฏิบัติอย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร 3.97 1.09 มาก 4.39 0.55 มาก มีคณะกรรมการกลุ่มที่ดำเนินงานอย่าง เป็นระบบเป็นไปด้วยความโปร่งใส ถูกต้อง 3.90 1.01 มาก 4.14 0.76 มาก มีการเลือกตั้งคณะกรรมการกลุ่มฯ ตาม วาระที่กำหนด 3.74 0.95 มาก 4.11 0.67 มาก มีการบังคับใช้กฎระเบียบที่ชัดเจน 3.83 0.93 มาก 3.75 0.60 มาก สมาชิกได้รับข้อมูลข่าวสารที่ชัดเจน ถูกต้องและรวดเร็ว 4.28 0.88 มาก 3.86 0.72 มาก สมาชิกได้เสนอข้อคิดเห็นหรือร่วม ตัดสินใจในการดำเนินงานของกลุ่ม 3.93 0.88 มาก 4.12 0.72 มาก กลุ่มมีกิจกรรมต่างๆ ที่ให้สมาชิกได้ ร่วมกันปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เช่น การ พัฒนาคูคลอง 3.90 0.90 มาก 4.17 0.74 มาก กลุ่มมีที่ทำการของกลุ่มอย่างชัดเจน เพื่อ การติดต่อสื่อสารให้ข้อมูลและประชุม 3.86 0.95 มาก 4.22 0.72 มาก เจ้าหน้าที่ชลประทานเข้ามาร่วมเป็นที่ ปรึกษาให้ คำแนะนำในการดำเนินงาน ของกลุ่ม 3.59 0.95 มาก 3.83 0.88 มาก มีการถ่ายทอดความรู้หรือฝึกอบรม ในด้านการชลประทานอย่าง สม่ำเสมอ 3.59 0.95 มาก 3.83 0.88 ปานกลาง สมาชิกของกลุ่มมีรายได้เพิ่มขึ้น 3.83 0.93 มาก 3.42 1.32 ปานกลาง ระบบคูคลอง มีสภาพที่สมบูรณ์และ พร้อมใช้งานอยู่เสมอ 3.83 0.93 มาก 3.47 1.40 ปานกลาง มีการวางแผนการส่งน้ำอย่างเป็นระบบ และเป็นธรรม 3.72 0.88 มาก 3.78 0.80 มาก


รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า 4-113 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 ตารางที่ 4.5.2-5 ค่าความคิดเห็นจำแนกตามพื้นที่อ่างเก็บน้ำของหัวข้อของความคิดเห็นต่างๆ (ต่อ) ความคิดเห็น ระดับค่าความคิดเห็นจำแนกตามพื้นที่อ่างเก็บน้ำ-บ่อพักน้ำ ห้วยทราย-หุบกะพง n = 36 ผลรวม n = 223 X S.D. ระดับความ คิดเห็น X S.D. ระดับความ คิดเห็น มีผู้นำกลุ่มที่มีความเข้มแข็งเสียสละ อดทน 4.67 0.48 มากที่สุด 4.38 0.74 มาก มีการจัดทำกฎระเบียบ และวิธีการ ปฏิบัติอย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร 4.56 0.50 มากที่สุด 4.22 0.85 มาก มีคณะกรรมการกลุ่มที่ดำเนินงานอย่าง เป็นระบบเป็นไปด้วยความโปร่งใส ถูกต้อง 4.42 0.65 มาก 4.16 0.87 มาก มีการเลือกตั้งคณะกรรมการกลุ่มฯ ตาม วาระที่กำหนด 4.22 0.68 มาก 4.11 0.79 มาก มีการบังคับใช้กฎระเบียบที่ชัดเจน 4.58 0.50 มากที่สุด 4.05 0.82 มาก สมาชิกได้รับข้อมูลข่าวสารที่ชัดเจน ถูกต้องและรวดเร็ว 4.42 0.50 มาก 4.13 0.80 มาก สมาชิกได้เสนอข้อคิดเห็นหรือร่วม ตัดสินใจในการดำเนินงานของกลุ่ม 4.25 0.50 มาก 4.05 0.78 มาก กลุ่มมีกิจกรรมต่างๆ ที่ให้สมาชิกได้ ร่วมกันปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เช่น การ พัฒนาคูคลอง 4.42 0.65 มาก 4.15 0.85 มาก กลุ่มมีที่ทำการของกลุ่มอย่างชัดเจน เพื่อ การติดต่อสื่อสารให้ข้อมูลและประชุม 4.31 0.71 มาก 4.1 0.82 มาก เจ้าหน้าที่ชลประทานเข้ามาร่วมเป็นที่ ปรึกษาให้ คำแนะนำในการดำเนินงาน ของกลุ่ม 4.22 0.59 มาก 4.04 0.87 มาก มีการถ่ายทอดความรู้หรือฝึกอบรม ในด้านการชลประทานอย่าง สม่ำเสมอ 4.22 0.60 มาก 4.04 0.87 มาก สมาชิกของกลุ่มมีรายได้เพิ่มขึ้น 4.33 0.76 มาก 4.00 1.03 มาก ระบบคูคลอง มีสภาพที่สมบูรณ์และ พร้อมใช้งานอยู่เสมอ 4.50 0.56 มาก 3.96 0.98 มาก มีการวางแผนการส่งน้ำอย่างเป็นระบบ และเป็นธรรม 4.53 0.51 มากที่สุด 4.06 0.87 มาก


รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า 4-114 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 การวิเคราะห์ความถดถอยเชิงพหุ (Multiple Regression Analysis) การสำรวจความคิดเห็นใน ครั้งนี้ กำหนดให้ระดับของการเข้าไปมีส่วนร่วมของสมาชิกกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำชลประทานแบ่งออกเป็น 5 ระดับ คือ ซึ่งจากการสำรวจ มีผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 223 คน คิดเป็นคะแนนเฉลี่ย 3.59 ซึ่งแปล ผลได้ว่า โดยเฉลี่ยสมาชิกฯ มีระดับการเข้าไปมีส่วนร่วมในระดับมาก หลังจากนั้นได้ทำการวิเคราะห์ความ ถดถอยเชิงพหุ (Multiple Regression Analysis) เพื่อพยากรณ์ว่า ตัวแปรอิสระหรือตัวแปรต้นใด (ปัจจัยที่มีผล ต่อการมีส่วนร่วมของสมาชิกฯ) ที่มีผลต่อตัวแปรตาม (ระดับของการเข้าไปมีส่วนร่วมของสมาชิก) อย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับนัยสำคัญ 0.05 ซึ่งจากผลการวิเคราะห์ด้วยวิธีแบบขั้นตอน (Stepwise Multiple Regression Analysis) สามารถสรุปได้ดังในตารางที่ 4.5.2-6 ตารางที่ 4.5.2-6 ค่าสัมประสิทธิ์การถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน (Stepwise Multiple Regression Analysis) เพื่อ ค้นหาตัวแปรพยากรณ์ที่ดีในการทำนายระดับพฤติกรรมการการเข้าไปมีส่วนร่วมของสมาชิกต่อกลุ่มเกษตรผู้ใช้น้ำ ชลประทาน อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี และอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในเขตพื้นที่โครงการเครือข่าย อ่างเก็บน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (อ่างพวง) ตัวแปรพยากรณ์ R R 2 F X12 0.662 0.439 172.705 X12 X2 0.806 0.650 204.188 X12 X2 X8 0.849 0.720 187.733 X12 X2 X8X11 0.869 0.755 168.276 X12 X2 X8X11 X5 0.890 0.793 166.156 X12 X2 X8X11 X5 X4 0.901 0.813 156.087 X12 X2 X8X11 X5 X4 X1 0.908 0.825 144.963 X12 X2 X8X11 X5 X4 X1 X9 0.913 0.833 133.721 X12 X2 X8X11 X5 X4 X1 X9 X13 0.916 0.839 123.212 X12 X2 X8X11 X5 X4 X1 X9 X13 X7 0.919 0.844 114.632 1 หมายถึง ไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมเลย 2 หมายถึง เข้าไปมีส่วนร่วมในระดับน้อย 3 หมายถึง เข้าไปมีส่วนร่วมในระดับปานกลาง 4 หมายถึง เข้าไปมีส่วนร่วมในระดับมาก 5 หมายถึง เข้าไปมีส่วนร่วมในระดับมากที่สุด


รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า 4-115 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 จากตารางที่ 4.5.2-6 แสดงว่า ตัวแปรพยากรณ์ที่เข้าสมการเป็นตัวแรกและสามารถพยากรณ์ได้ดีที่สุด คือ สมาชิกของกลุ่มมีรายได้เพิ่มขึ้น (X12) โดยสามารถอธิบายความแปรปรวนของพฤติกรรมการเข้าไปมีส่วนร่วม ของสมาชิกฯ ได้ร้อยละ 43.90 ตัวแปรที่เข้าสมการลำดับที่สองได้แก่ มีการจัดทำกฎระเบียบ และวิธีปฏิบัติอย่าง ชัดเจน เป็นลายลักษณ์อักษร (X2) ร่วมอธิบายความแปรปรวนของพฤติกรรมการเข้าไปมีส่วนร่วมของสมาชิกฯ ได้ ร้อยละ 65.00 ตัวแปรที่เข้าสมการลำดับที่สามได้แก่ กลุ่มมีกิจกรรมต่างๆ ที่ให้สมาชิกได้ร่วมกันปฏิบัติอย่าง ต่อเนื่อง (X8) โดยสามารถอธิบายความแปรปรวนของพฤติกรรมการเข้าไปมีส่วนร่วมของสมาชิกฯ ได้ร้อยละ 72.00 ตัวแปรที่เข้าสมการลำดับที่สี่ได้แก่ มีการถ่ายทอดความรู้ หรือฝึกอบรมในด้านการชลประทานอย่าง สม่ำเสมอ (X11) โดยสามารถอธิบายความแปรปรวนของพฤติกรรมการเข้าไปมีส่วนร่วมของสมาชิกฯ ได้ร้อยละ 75.50 ตัวแปรที่เข้าสมการลำดับที่ห้าได้แก่ มีการบังคับใช้กฎระเบียบที่ชัดเจน เคร่งครัด บทลงโทษที่เหมาะสม (X5) โดยสามารถอธิบายความแปรปรวนของพฤติกรรมการเข้าไปมีส่วนร่วมของสมาชิกฯ ได้ร้อยละ 79.30 ตัวแปร ที่เข้าสมการลำดับที่หกได้แก่ มีการเลือกตั้งคณะกรรมการกลุ่มฯ ตามวาระที่กำหนด (X4) โดยสามารถอธิบาย ความแปรปรวนของพฤติกรรมการเข้าไปมีส่วนร่วมของสมาชิกฯ ได้ร้อยละ 81.30 ตัวแปรที่เข้าสมการลำดับที่เจ็ด ได้แก่ มีผู้นำกลุ่มที่มีความเข้มแข็ง เสียสละ อดทน (X1) โดยสามารถอธิบายความแปรปรวนของพฤติกรรมการเข้า ไปมีส่วนร่วมของสมาชิกฯ ได้ร้อยละ 82.50 ตัวแปรที่เข้าสมการลำดับที่แปดได้แก่ กลุ่มมีที่ทำการของกลุ่มอย่าง ชัดเจน เพื่อการติดต่อ สื่อสาร ให้ข้อมูลและประชุม (X9) โดยสามารถอธิบายความแปรปรวนของพฤติกรรมการเข้า ไปมีส่วนร่วมของสมาชิกฯ ได้ร้อยละ 83.30 ตัวแปรที่เข้าสมการลำดับที่เก้าได้แก่ ระบบคู คลอง มีสภาพที่สมบูรณ์ และพร้อมใช้งานอยู่เสมอ (X13) โดยสามารถอธิบายความแปรปรวนของพฤติกรรมการเข้าไปมีส่วนร่วมของสมาชิก ฯ ได้ร้อยละ83.90 ตัวแปรที่เข้าสมการลำดับที่สิบได้แก่ เจ้าหน้าที่ชลประทานเข้ามาร่วมเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำ ในการดำเนินงานของกลุ่ม (X7) โดยสามารถอธิบายความแปรปรวนของพฤติกรรมการเข้าไปมีส่วนร่วมของ สมาชิกฯ ได้ร้อยละ84.40 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ตารางที่ 4.5.2-7 ค่าสัมประสิทธิ์การถดถอยในการทำนายพฤติกรรมการเข้าไปมีส่วนร่วมของสมาชิกต่อกลุ่ม เกษตรกรผู้ใช้น้ำชลประทานอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี และอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบศีรีขันธ์ในเขตพื้นที่ โครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (อ่างพวง) ในรูปคะแนนดิบ (b), คะแนนมาตรฐาน (β) ตัวแปรพยากรณ์ b S.Eb β Sig. ค่าคงที่ (Constant) -0.386 0.128 - 0.003 สมาชิกของกลุ่มมีรายได้เพิ่มขึ้น (X12) 0.105 0.024 0.182 0.000 มีการจัดทำกฎระเบียบ และวิธีปฏิบัติอย่างชัดเจน เป็นลักษณ์ อักษร (X2) 0.056 0.029 0.081 0.050 กลุ่มมีกิจกรรมต่างๆ ที่ให้สมาชิกได้ร่วมกันปฏิบัติอย่าง ต่อเนื่อง (X8) 0.122 0.026 0.175 0.000 มีการถ่ายทอดความรู้ หรือฝึกอบรมในด้านการชลประทาน อย่างสม่ำเสมอ (X11) 0.157 0.025 0.219 0.000 มีการบังคับใช้กฎระเบียบที่ชัดเจน เคร่งครัด บทลงโทษที่ เหมาะสม (X5) 0.121 0.026 0.168 0.000 มีการเลือกตั้งคณะกรรมการกลุ่มฯ ตามวาระที่กำหนด (X4) 0.098 0.026 0.130 0.000 มีผู้นำกลุ่มที่มีความเข้มแข็ง เสียสละ อดทน (X1) 0.104 0.030 0.131 0.001


รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า 4-116 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 ตารางที่ 4.5.2-7 ค่าสัมประสิทธิ์การถดถอยในการทำนายพฤติกรรมการเข้าไปมีส่วนร่วมของสมาชิกต่อกลุ่ม เกษตรกรผู้ใช้น้ำชลประทานอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี และอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบศีรีขันธ์ในเขตพื้นที่ โครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (อ่างพวง) ในรูปคะแนนดิบ (b), คะแนนมาตรฐาน (β) (ต่อ) ตัวแปรพยากรณ์ b S.Eb β Sig. กลุ่มมีที่ทำการของกลุ่มอย่างชัดเจน เพื่อการติดต่อ สื่อสาร ให้ ข้อมูลและประชุม (X9) 0.074 0.026 0.102 0.005 ระบบคู คลอง มีสภาพที่สมบูรณ์และพร้อมใช้งานอยู่เสมอ (X13) 0.062 0.022 0.102 0.005 เจ้าหน้าที่ชลประทานเข้ามาร่วมเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำใน การดำเนินงานของกลุ่ม (X7) 0.066 0.025 0.086 0.009 R = 0.919 R2 = 0.844 จากตารางที่ 4.5.2-7 แสดงว่าตัวแปรอิสระหรือตัวแปรต้นที่สามารถพยากรณ์พฤติกรรมการเข้า ไปมีส่วนร่วมของสมาชิก ต่อกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำชลประทานอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี และ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในเขตพื้นที่โครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (อ่างพวง) คือ สมาชิกของกลุ่มมีรายได้เพิ่มขึ้น (X12) มีการจัดทำกฎระเบียบ และวิธีปฏิบัติอย่างชัดเจน เป็นลายลักษณ์อักษร (X2) กลุ่มมีกิจกรรมต่างๆ ที่ให้สมาชิกได้ร่วมกันปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง (X8) มีการถ่ายทอดความรู้ หรือฝึกอบรมใน ด้านการชลประทานอย่างสม่ำเสมอ (X11) มีการบังคับใช้กฎระเบียบที่ชัดเจน เคร่งครัด บทลงโทษที่เหมาะสม (X5) มีการเลือกตั้งคณะกรรมการกลุ่มฯ ตามวาระที่กำหนด (X4) มีผู้นำกลุ่มที่มีความเข้มแข็ง เสียสละ อดทน (X1) กลุ่ม มีที่ทำการของกลุ่มอย่างชัดเจน เพื่อการติดต่อ สื่อสาร ให้ข้อมูลและประชุม (X9) ระบบคู คลอง มีสภาพที่สมบูรณ์ และพร้อมใช้งานอยู่เสมอ (X13) และเจ้าหน้าที่ชลประทานเข้ามาร่วมเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำในการดำเนินงาน ของกลุ่ม (X7) โดยที่ สมาชิกของกลุ่มมีรายได้เพิ่มขึ้น (X12) ส่งผลต่อพฤติกรรมการเข้าไปมีส่วนร่วมของสมาชิกฯ สูงสุด (β = 0.182) มีการจัดทำกฎระเบียบ และวิธีปฏิบัติอย่างชัดเจน เป็นลายลักษณ์อักษร (X2) ส่งผลต่อ พฤติกรรมการเข้าไปมีส่วนร่วมของสมาชิกฯ เป็นอันดับสอง (β = 0.081) กลุ่มมีกิจกรรมต่างๆ ที่ให้สมาชิกได้ ร่วมกันปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง (X8) ส่งผลต่อพฤติกรรมการเข้าไปมีส่วนร่วมของสมาชิกฯ เป็นอันดับสาม (β = 0.175) มีการถ่ายทอดความรู้ หรือฝึกอบรมในด้านการชลประทานอย่างสม่ำเสมอ (X11) ส่งผลต่อพฤติกรรมการ เข้าไปมีส่วนร่วมของสมาชิกฯ เป็นอันดับสี่ (β = 0.219) มีการบังคับใช้กฎระเบียบที่ชัดเจน เคร่งครัด บทลงโทษที่ เหมาะสม (X5) ส่งผลต่อพฤติกรรมการเข้าไปมีส่วนร่วมของสมาชิกฯ เป็นอันดับห้า (β = 0.168) มีการเลือกตั้ง คณะกรรมการกลุ่มฯ ตามวาระที่กำหนด (X4) ส่งผลต่อพฤติกรรมการเข้าไปมีส่วนร่วมของสมาชิกฯ เป็นอันดับหก (β = 0.130) มีผู้นำกลุ่มที่มีความเข้มแข็ง เสียสละ อดทน (X1) ส่งผลต่อพฤติกรรมการเข้าไปมีส่วนร่วมของสมาชิฯ เป็นอันดับเจ็ด (β = 0.131) กลุ่มมีที่ทำการของกลุ่มอย่างชัดเจน เพื่อการติดต่อ สื่อสาร ให้ข้อมูลและประชุม (X9) ส่งผลต่อพฤติกรรมการเข้าไปมีส่วนร่วมของสมาชิกฯ เป็นอันดับแปด (β = 0.102) ระบบคู คลอง มีสภาพที่ สมบูรณ์และพร้อมใช้งานอยู่เสมอ (X13) ส่งผลต่อพฤติกรรมการเข้าไปมีส่วนร่วมของสมาชิกฯ เป็นอันดับเก้า (β= 0.102) และเจ้าหน้าที่ชลประทานเข้ามาร่วมเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำในการดำเนินงานของกลุ่ม (X7) ส่งผลต่อ พฤติกรรมการเข้าไปมีส่วนร่วมของสมาชิกฯ เป็นอันดับสุดท้าย (β = 0.086) โดยไม่มีค่าคงที่ของสมการในรูปของ คะแนนดิบ โดยที่ตัวแปรพยากรณ์ทั้ง 10 ตัวสามารถพยากรณ์พฤติกรรมการเข้าไปมีส่วนร่วมได้ ร้อยละ 84.40


รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า 4-117 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 ซึ่งสามารถสร้างสมการพยากรณ์พฤติกรรมการเข้าไปมีส่วนร่วมของสมาชิก ต่อกลุ่มเกษตรกร ผู้ใช้น้ำชลประทานอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี และ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในเขตพื้นที่โครงการ เครือข่ายอ่างเก็บน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (อ่างพวง) ดังนี้ ( ) ( ) ( ) ( ) ( ) ( ) ( ) ( ) 4 1 9 1 3 7 i 1 2 2 8 1 1 5 0.130 (Χ ) 0.131 0.102 0.102 0.086 0.182 (Χ ) 0.081 0.175 0.219 0.168 ˆ + + + + + = + + + + (4-17) จากสมการข้างต้น สามารถสรุปได้ว่าปัจจัยที่มีผลต่อการเข้ามีส่วนร่วมของกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำ ชลประทาน ซึ่งสมาชิกเห็นว่าจะทำให้ระดับการมีส่วนร่วมอยู่ในระดับที่สูงขึ้นมีจำนวนทั้งสิ้น 10 ปัจจัยด้วยกัน (5.2) วิเคราะห์ดัชนีชี้วัดความสุข คณะผู้วิจัยฯ ได้ใช้เทคนิคการสำรวจความคิดเห็น โดยใช้ เครื่องมือเป็นแบบสอบถามรายบุคคล (Questionnaire Survey) โดยในเบื้องต้นได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายในการ ตอบแบบสอบถามเป็นจำนวนร้อยละ 25 จากจำนวนครัวเรือนทั้งหมดที่ขึ้นทะเบียนไว้กับหน่วยงานองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเมื่อได้ไปสำรวจในพื้นที่จริง ประกอบกับการไปทดสอบแบบสอบถามจำนวน 84 ชุด เพื่อ นำมาประเมินความสุขของคนไทย ว่ามีระดับความสุขอยู่ในเกณฑ์ใด และถ้ามีระดับความสุขอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำกว่า ปกติ ควรที่จะได้รับคำแนะนำในการปฏิบัติตัวเพื่อให้ระดับความสุขอยู่ในเกณฑ์ปกติต่อไป ผลที่ได้จากการทำแบบสอบถามในครั้งนี้ คณะผู้วิจัยได้นำมาประมวลโดยใช้การวิเคราะห์สถิติเชิง พรรณนา (Descriptive Statistics) และสถิติเชิงอ้างอิง (Inferential Statistics) โดยข้อมูลที่ได้มาจากการสำรวจ นั้น นำไปใช้ในการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว (One Way Analysis of Variance: One-Way ANOVA) ซึ่งผลจากการวิเคราะห์และประมวลผลได้ข้อมูล ดังนี้ ข้อมูลพื้นฐานของผู้ตอบแบบสอบถาม (1) จำนวนผู้ตอบแบบสอบถาม ผู้ตอบแบบสอบถามที่ให้ความร่วมมือในการสำรวจดัชนีตัวชี้วัด ความสุข ในครั้งนี้มีจำนวนทั้งสิ้น 84 คน สามารถจำแนกเป็นพื้นรับน้ำ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ ตารางที่ 4.5.2-8 จำนวนผู้ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามโดยจำแนกเป็นพื้นที่รับน้ำ พื้นที่รับน้ำ จำนวน ร้อยละ ต้นน้ำ 29 34.52 กลางน้ำ 32 38.10 ปลายน้ำ 23 27.38 รวม 84 100.0


รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า 4-118 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 รูปที่ 4.5.2-6 แผนภูมิแสดงจำนวนผู้ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามจำแนกเป็นพื้นที่รับน้ำ จากข้อมูลข้างต้น สรุปได้ว่าในจำนวนของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งสิ้น 84 คนนั้น ส่วนใหญ่เป็นประชากรที่ อาศัยอยู่ในพื้นที่รับน้ำบริเวณต้นน้ำจำนวน 29 คน คิดเป็นร้อยละ 34.52 อาศัยอยู่ในพื้นที่รับน้ำบริเวณกลางน้ำ จำนวน 32 คน คิดเป็นร้อยละ 38.10 อาศัยอยู่ในพื้นที่รับน้ำบริเวณท้ายน้ำจำนวน 23 คน คิดเป็นร้อยละ 27.38 (2) เพศของผู้ตอบแบบสอบถาม ผู้ตอบแบบสอบถามที่ให้ความร่วมมือในการสำรวจครั้งนี้ สามารถจำแนกตามเพศ โดยมีรายละเอียดดังในตารางที่ 4.5.2-9 ตารางที่ 4.5.2-9 จำนวนผู้ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามโดยจำแนกตามเพศ เพศ จำนวน ร้อยละ ชาย 49 58.30 หญิง 35 41.70 รวม 84 100.0 0 10 20 30 40 50 60 ชาย หญิง จ านวน รูปที่ 4.5.2-7 แผนภูมิแสดงจำนวนผู้ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามโดยจำแนกตามเพศ


รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า 4-119 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 จากข้อมูลข้างต้น สรุปได้ว่าในจำนวนของผู้ตอบสอบถามทั้งสิ้น 84 คนนั้น เป็นเพศชาย 49 คน คิดเป็นร้อยละ 58.30 และเพศหญิง 35 คน คิดเป็นร้อยละ 41.70 (3) อายุของผู้ตอบแบบสอบถาม ผู้ตอบแบบสอบถามที่ให้ความร่วมมือในการสำรวจครั้งนี้ สามารถจำแนกตามอายุโดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ ตารางที่ 4.5.2-10 จำนวนผู้ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามโดยจำแนกตามช่วงอายุ ช่วงอายุ จำนวน ร้อยละ น้อยกว่า 30 ปี 9 10.7 30-40 ปี 25 29.8 40-50 ปี 24 28.5 50-60 ปี 25 29.8 60 ปีขึ้นไป 1 1.2 รวม 84 100.0 รูปที่ 4.5.2-8 แผนภูมิแสดงจำนวนผู้ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามโดยจำแนกตามช่วงอายุ จากข้อมูลข้างต้น สรุปได้ว่าในจำนวนของผู้ตอบสอบถามทั้งสิ้นจำนวน 84 คน ซึ่งในจำนวน ทั้งหมดของผู้ที่ให้ข้อมูลพบว่าส่วนใหญ่มีช่วงอายุ31-40 ปีและ 51-60 ปี จำนวน 25 คน คิดเป็น ร้อยละ 29.80 ช่วงอายุ41-50 ปีจำนวน 24 คน คิดเป็นร้อยละ 28.50 ช่วงอายุ น้อยกว่า 30 ปีจำนวน 9 คน คิดเป็นร้อยละ 10.70 และช่วงอายุ60 ปีขึ้นไป จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 1.20 (4) ระดับการศึกษาของผู้ตอบแบบสอบถาม ผู้ตอบแบบสอบถามที่ให้ความร่วมมือในการสำรวจ ครั้งนี้สามารถจำแนกตามระดับการศึกษา โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้


รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า 4-120 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 ตารางที่ 4.5.2-11 จำนวนผู้ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามโดยจำแนกตามระดับการศึกษา ระดับการศึกษา จำนวน ร้อยละ ต่ำกว่าปริญญาตรี 78 92.9 ปริญญาตรี 6 7.1 ปริญญาโท 0 0 ปริญญาเอก 0 0 รวม 84 100.0 รูปที่ 4.5.2-9 แผนภูมิแสดงจำนวนผู้ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามจำแนกตามระดับการศึกษา จากข้อมูลข้างต้น สรุปได้ว่าในจำนวนของผู้ตอบสอบถามทั้งสิ้นจำนวน 84 คน ซึ่งในจำนวน ทั้งหมดของผู้ที่ให้ข้อมูลพบว่าส่วนใหญ่จบการศึกษาในระดับต่ำกว่าปริญญาตรีจำนวน 78 คน คิดเป็นร้อยละ 92.90 ระดับปริญญาตรีจำนวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 7.10 และระดับปริญญาโท-ปริญญาเอกจำนวน 0 คน คิด เป็นร้อยละ 0 (5) อาชีพของผู้ตอบแบบสอบถาม จำนวนผู้ตอบแบบสอบถามที่ได้จากการสำรวจดัชนีตัวชี้วัด ความสุขคนไทย สามารถจำแนกตามรายอาชีพ โดยมีรายละเอียดดังในตารางที่ 4.5.2-12 ตารางที่ 4.5.2-12 จำนวนผู้ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามโดยจำแนกตามรายอาชีพ อาชีพ จำนวน ร้อยละ เกษตรกร รับจ้าง ค้าขาย เลี้ยงสัตว์ นักศึกษา อื่นๆ 30 42 4 4 2 2 35.7 49.9 4.8 4.8 2.4 2.4 รวม 84 100


รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า 4-121 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 รูปที่ 4.5.2-10 แผนภูมิแสดงจำนวนผู้ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามโดยจำแนกตามรายอาชีพ จากข้อมูลข้างต้น สรุปได้ว่าในจำนวนของผู้ตอบสอบถามทั้งสิ้นจำนวน 84 คน ซึ่งในจำนวน ทั้งหมดของผู้ที่ให้ข้อมูลพบว่าส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้างจำนวน 42 คน คิดเป็นร้อยละ 49.90 เกษตรกรจำนวน 30 คนร้อยละ 35.70 ค้าขายและเลี้ยงสัตว์จำนวน 4 คน คิดเป็นร้อยละ 4.80 และนักศึกษาและอื่นๆจำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 2.40 (6) สถานภาพสมรสของผู้ตอบแบบสอบถาม ผู้ตอบแบบสอบถามที่ให้ความร่วมมือในการสำรวจ ครั้งนี้สามารถจำแนกตามสถานภาพสมรส โดยมีรายละเอียดดังในตารางที่ 4.5.2-13 และรูปที่ 4.5.2-11 ตารางที่ 4.5.2-13 จำนวนผู้ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามจำแนกตามสถานภาพสมรส สถานภาพสมรส จำนวน ร้อยละ โสด 16 20.6 สมรส 52 66.7 หย่าร้าง 10 12.7 รวม 78 100 หมายเหตุ: ในจำนวนผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 84 คน มี6 คนไม่ได้ให้ข้อมูลสถานภาพสมรส


รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า 4-122 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 รูปที่ 4.5.2-11 แผนภูมิแสดงจำนวนผู้ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามโดยจำแนกตามสถานภาพสมรส จากข้อมูลข้างต้น สรุปได้ว่าในจำนวนของผู้ตอบสอบถามทั้งสิ้นจำนวน 84 คนนั้น มีผู้ที่ไม่ได้ให้ ข้อมูลอาชีพเป็นจำนวน 6 คน ซึ่งในจำนวนทั้งหมดของผู้ที่ให้ข้อมูลพบว่าส่วนใหญ่มีสถานภาพสมรสจำนวน 52 คน คิดเป็นร้อยละ 66.70 สถานภาพโสดจำนวน 16 คน คิดเป็นร้อยละ 20.60 และสถานภาพหย่าร้างจำนวน 10 คน คิดเป็นร้อยละ 12.7 ข้อมูลเกี่ยวกับการประเมินความสุข ในการวิเคราะห์แบบสอบถามเกี่ยวกับประเมินความสุข แบบสอบถามจะเป็นคำถามปลายปิด ซึ่งมีลักษณะมาตราส่วนประมาณค่า ( Rating scale ) มี 4 ระดับ คือ มากที่สุด ให้น้ำหนักคะแนนที่ 4 คะแนน มาก ให้น้ำหนักคะแนนที่ 3 คะแนน เล็กน้อย ให้น้ำหนักคะแนนที่ 2 คะแนน ไม่เลย ให้น้ำหนักคะแนนที่ 1 คะแนน ทั้งนี้ การให้คะแนนเฉลี่ยของคำถาม ขึ้นอยู่กับลักษณะคำถาม หากเป็นคำถามในเชิงบวก เช่น ความคิดเห็นที่ 1 , 2 , 6 - 15 จะพิจารณา rating scale ตามลักษณะด้านบน แต่หากเป็นคำถามในเชิงลบ เช่น ความคิดเห็นที่ 3 – 5 การวิเคราะห์ค่าเฉลี่ยจะพิจารณาค่ากลับกันกับการประมาณค่าข้างต้น กล่าวคือ มากที่สุด ให้น้ำหนักคะแนนที่ 1 คะแนน มาก ให้น้ำหนักคะแนนที่ 2 คะแนน เล็กน้อย ให้น้ำหนักคะแนนที่ 3 คะแนน ไม่เลย ให้น้ำหนักคะแนนที่ 4 คะแนน


รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า 4-123 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 ตารางที่ 4.5.2-14 ข้อมูลเกี่ยวกับการประเมินความสุข ความคิดเห็น ระดับค่าความคิดเห็นจำแนกตามพื้นที่รับน้ำ ผล รวม ต้นน้ำ n = 29 กลางน้ำ n = 32 ปลายน้ำ n = 23 ท่านรู้สึกพึงพอใจในชีวิต 3.28 3.28 3.21 3.26 ท่านรู้สึกสบายใจ 3.03 3.06 3.25 3.11 ท่านรู้สึกเบื่อหน่าย ท้อแท้กับการดำเนิน ชีวิตประจำวัน 3.17 2.75 2.87 2.93 ท่านรู้สึกผิดหวังในตนเอง 3.48 3.16 3.22 3.29 ท่านรู้สึกว่าชีวิตของท่านมีแต่ความทุกข์ 3.31 3.03 3.35 3.21 ท่านสามารถยอมทำใจยอมรับได้ สำหรับ ปัญหาที่ยากจะแก้ไข (เมื่อมีปัญหา) 2.79 2.78 2.65 2.75 ท่านมั่นใจว่าสามารถควบคุมอารมณ์ได้เมื่อ มีเหตุการณ์คับขันหรือร้ายแรงเกิดขึ้น 2.86 2.79 2.78 2.79 ท่านมั่นใจที่จะเผชิญกับเหตุการณ์ร้ายแรง ที่เกิดขึ้นในชีวิต 3.00 3.22 2.74 3.01 ท่านรู้สึกเห็นใจเมื่อผู้อื่นมีทุกข์ 3.21 3.031 3.17 3.06 ท่านรู้สึกเป็นสุขในการช่วยเหลือผู้อื่นที่มี ปัญหา 3.07 3.03 3.17 3.13 ท่านให้ความช่วยเหลือแก่ผู้อื่นเมื่อมีโอกาส 3.07 2.88 3.04 2.99 ท่านรู้สึกภูมิใจในตนเอง 3.41 3.19 3.22 3.27 ท่านรู้สึกมั่นคง ปลอดภัยเมื่ออยู่ ครอบครัว 3.34 3.06 3.30 3.23 หากท่านป่วยหนัก ท่านเชื่อว่า ครอบครัวจะดูแลท่านเป็นอย่างดี 3.34 3.22 3.26 3.27 สมาชิกในครอบครัวมีความรักและผูกพัน ต่อกัน 3.76 3.53 3.74 3.67 จากระดับค่าความคิดเห็นจำแนกตามพื้นที่รับน้ำ สามารถนำมาสรุปออกเป็นในรูปแบบของสัดส่วนการ ประมาณค่าเพื่อแสดงให้เห็นถึงระดับของความสุขของประชาชนในพื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ จำนวนทั้ง 84 คนที่ตอบแบสอบถาม ซึ่งการจำแนกค่าระดับความคิดเห็นใช้คะแนนเฉลี่ย ดังนี้ เกณฑ์ระดับคะแนนของปัจจัยที่มีผลต่อการมีความสุข กำหนดได้จาก คะแนนเฉลี่ย 1.00 – 1.49 ระดับความคิดเห็นว่าหัวข้อดังกล่าวไม่มีผลต่อการมีความสุขเลย คะแนนเฉลี่ย 1.50 – 2.49 ระดับความคิดเห็นว่าหัวข้อดังกล่าวมีผลต่อการมีความสุขเล็กน้อย คะแนนเฉลี่ย 2.50 – 3.49 ระดับความคิดเห็นว่าหัวข้อดังกล่าวมีผลต่อการมีความสุขมาก คะแนนเฉลี่ย 3.50 – 4.00 ระดับความคิดเห็นว่าหัวข้อดังกล่าวมีผลต่อการมีความสุขมากที่สุด


รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า 4-124 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 ตารางที่ 4.5.2-15 ค่าระดับคะแนนของปัจจัยที่มีผลต่อการมีความสุข ความคิดเห็น ระดับค่าความคิดเห็นจำแนกตามพื้นที่รับน้ำ ผลรวม ต้นน้ำ n = 29 กลางน้ำ n = 32 ปลายน้ำ n = 23 n = 84 X S.D. ระดับ ความ คิดเห็น X S.D. ระดับ ความ คิดเห็น X S.D. ระดับ ความ คิดเห็น X S.D. ระดับ ความ คิดเห็น ท่านรู้สึกพึงพอใจใน ชีวิต 3.28 0.65 มาก 3.28 0.68 มาก 3.22 0.67 มาก 3.26 0.62 มาก ท่านรู้สึกสบายใจ 3.03 0.63 มาก 3.06 0.67 มาก 3.25 0.62 มาก 3.11 0.64 มาก ท่านรู้สึกเบื่อหน่าย ท้อแท้กับการดำเนิน ชีวิตประจำวัน 3.17 0.93 เล็กน้อย 2.75 0.92 เล็กน้อย 2.87 1.01 เล็กน้อย 2.93 0.54 เล็กน้อย ท่านรู้สึกผิดหวังใน ตนเอง 3.46 0.87 เล็กน้อย 3.16 0.92 เล็กน้อย 3.22 0.99 เล็กน้อย 3.29 0.93 เล็กน้อย ท่านรู้สึกว่าชีวิตของ ท่านมีแต่ความทุกข์ 3.31 0.93 เล็กน้อย 3.03 1.15 เล็กน้อย 3.35 0.88 เล็กน้อย 3.21 1.01 เล็กน้อย ท่านสามารถยอมทำใจ ยอมรับได้ สำหรับ ปัญหาที่ยากจะแก้ไข (เมื่อมีปัญหา) 2.79 0.56 มาก 2.78 0.71 มาก 2.65 0.49 มาก 2.75 0.60 มาก ท่านมั่นใจว่าสามารถ ควบคุมอารมณ์ได้เมื่อ มีเหตุการณ์คับขันหรือ ร้ายแรงเกิดขึ้น 2.86 0.52 มาก 2.72 0.58 มาก 2.78 0.42 มาก 2.79 0.52 มาก ท่านมั่นใจที่จะเผชิญ กับเหตุการณ์ร้ายแรงที่ เกิดขึ้นในชีวิต 3.00 0.71 มาก 3.22 0.55 มาก 2.74 0.54 มาก 3.01 0.63 มาก


รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า 4-125 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 ตารางที่ 4.5.2-16 ค่าระดับคะแนนของปัจจัยที่มีผลต่อการมีความสุข ความคิดเห็น ระดับค่าความคิดเห็นจำแนกตามพื้นที่รับน้ำ ผลรวม ต้นน้ำ n = 29 กลางน้ำ n = 32 ปลายน้ำ n = 23 n = 84 X S.D. ระดับ ความ คิดเห็น X S.D. ระดับ ความ คิดเห็น X S.D. ระดับ ความ คิดเห็น X S.D. ระดับความ คิดเห็น ท่านรู้สึกเห็นใจเมื่อ ผู้อื่นมีทุกข์ 3.10 0.49 มาก 3.03 0.31 มาก 3.04 0.47 มาก 3.06 0.42 มาก ท่านรู้สึกเป็นสุขใน การช่วยเหลือผู้อื่น ที่มีปัญหา 3.21 0.49 มาก 3.03 0.40 มาก 3.17 0.58 มาก 3.13 0.49 มาก ท่านให้ความ ช่วยเหลือแก่ผู้อื่น เมื่อมีโอกาส 3.07 0.58 มาก 2.88 0.61 มาก 3.04 0.88 มาก 2.99 0.70 มาก ท่านรู้สึกภูมิใจใน ตนเอง 3.41 0.61 มาก 3.195 0.54 มาก 3.22 0.60 มาก 3.27 0.57 มาก ท่านรู้สึกมั่นคง ปลอดภัยเมื่ออยู่ ครอบครัว 3.34 0.61 มาก 3.06 0.62 มาก 3.30 0.63 มาก 3.22 0.63 มาก หากท่านป่วยหนัก ท่านเชื่อว่า ครอบครัวจะดูแล ท่านเป็นอย่างดี 3.34 0.55 มาก 3.22 0.55 มาก 3.26 0.62 มาก 3.27 0.57 มาก สมาชิกใน ครอบครัวมีความ รักและผูกพันต่อกัน 3.76 0.44 มากที่สุด 3.53 0.51 มากที่สุด 3.74 0.45 มากที่สุด 3.67 0.47 มากที่สุด


บทที่ 5 สรุปผลการศึกษาและข้อเสนอแนะ


รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า 5-1 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 บทที่ 5 สรุปผลการศึกษาและข้อเสนอแนะ 5.1 ด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ ผลการดำเนินงานด้านระบบสารสนเทศและระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ สรุปได้ดังนี้ 1) ส่วนของการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้มีการดำเนินการจัดหาข้อมูลพื้นฐานทางด้านระบบสารสนเทศ ภูมิศาสตร์จากหน่วยงานต่างๆ โดยเป็นข้อมูลขั้นพื้นฐานได้แก่ ข้อมูลภูมิประเทศ และข้อมูลทางกายภาพของ จังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับระบบชลประทานในรูปแบบของระบบสารสนเทศ ภูมิศาสตร์และข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดินและภาพถ่ายดาวเทียม THEOS เพื่อประเมินการใช้ประโยชน์ที่ดินใน ปัจจุบัน 2) ส่วนของการพัฒนาระบบสารสนเทศ ได้มีการวิเคราะห์ระบบสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูล และนำไปวิเคราะห์เพื่อออกแบบระบบฐานข้อมูล โดยได้มีการนำเอาโครงสร้างของระบบสารสนเทศที่ได้พัฒนาใน การทำงานในโครงการระยะที่ 1 มาพัฒนาเพิ่มเติม โดยได้จัดทำเป็นระบบสารสนเทศที่มีตารางฐานข้อมูลจำนวน 17 ตาราง ครอบคลุมการเก็บข้อมูล และการประมวลผลข้อมูลที่ใช้ในการบริหาร จัดการน้ำของระบบเครือข่าย อ่างเก็บน้ำ พร้อมทั้งดำเนินการในการจัดทำระบบสารสนเทศควบคู่กันไป 5.2 ด้านการศึกษาและพัฒนาแบบจำลองในการบริหารจัดการน้ำ การวางแผนการบริหารจัดการอ่างเก็บน้ำโดยแบบจำลอง Genetic Algorithms พื้นที่ของเครือข่ายอ่าง เก็บน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภอชะอำ และอำเภอหัวหินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีความต้องการใช้น้ำ สำหรับอุปโภค-บริโภค เกษตรกรรม รักษาระบบนิเวศน์ท้ายอ่างเก็บน้ำ และกิจกรรมอื่นๆ 37.662 ล้านลูกบาศก์ เมตร ในกรณีน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำปกติมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำ พื้นที่ส่วนใหญ่เกิดการขาดแคลนน้ำเป็น จำนวน 15.26 ล้าน ลบ.ม. การขาดแคลนน้ำจะเพิ่มขึ้นเป็น 15.36 ล้าน ลบ.ม. เมื่อมีการส่งน้ำไปยังอ่างเก็บน้ำ หนองจิก เมื่อมีการนำน้ำจากแหล่งน้ำอื่นๆ มาช่วยเหลือพื้นที่ของโครการฯ จะบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำได้ คือ 1) กรณีรับน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยผาก ซึ่งเป็นอ่างเก็บน้ำที่มีระดับภูมิประเทศสูงกว่าพื้นที่ส่งน้ำของ เครือข่ายอ่างเก็บน้ำฯ สามารถดำเนินการส่งน้ำโดยระบบท่อไปเชื่อมต่อกับท่อผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำทุ่งขามไปยัง อ่างเก็บน้ำห้วยตะแปดหรือผันน้ำไปอ่างเก็บน้ำห้วยตะแปดโดยตรงเดือนละ 0.5 ล้าน ลบ.ม. จะลดการขาดแคลน น้ำในพื้นที่เหลือ 12.40 ล้าน ลบ.ม. โดยเฉพาะพื้นที่ของอ่างเก็บน้ำห้วยตะแปด อ่างเก็บน้ำห้วยราย-หุบกะพง อ่าง เก็บน้ำห้วยทราย และบ่อพักน้ำเขากะปุก 2) กรณีรับน้ำจากระบบส่งน้ำของเขื่อนเพชรบุรีเขื่อนเพชรบุรีมีคลองส่งน้ำไปยัง อำเภอหัวหิน จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ซึ่งหากติดตั้งสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าเพื่อนำน้ำส่วนหนึ่งจากคลองดังกล่าวไปยังอ่างเก็บน้ำห้วยตะ แปดเดือนละประมาณ 1 ล้าน ลบ.ม. ปริมาณการขาดแคลนน้ำจะลดลงเหลือ 9.68 ล้าน ลบ.ม. โดยเฉพาะพื้นที่ ของอ่างเก็บน้ำห้วยตะแปด อ่างเก็บน้ำห้วยราย-หุบกะพง อ่างเก็บน้ำห้วยทราย และบ่อพักน้ำเขากะปุก 3) กรณีรับน้ำจากอ่างเก็บน้ำหุบกะพง ไปยังอ่างเก็บน้ำห้วยทราย-หุบกะพง เดือนละ 2,000 ลบ.ม. ปริมาณการขาดแคลน้ำ 15.59 ล้าน ลบ.ม. นอกจากนี้พบว่าในกรณีน้ำปกติมีปริมาณการระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยไทรงามไปยังพื้นที่ท้ายอ่างเก็บ น้ำในช่วงเดือน กันยายน – พฤศจิกายน เป็นจำนวน 1.104 ล้าน ลบ.ม.และปริมาณการระบายน้ำที่ระบายนี้จะ เพิ่มขึ้นเมื่อมีการรับน้ำจากอ่างเก็บน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยผากหรือเขื่อนเพชร เพื่อป้องกันน้ำท่วมด้านท้ายอ่างเก็บ


รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า 5-2 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 น้ำห้วยไทรงามและความเสียหายต่อโครงสร้างของอ่างเก็บน้ำห้วยไทรงาม เมื่อวิเคราะห์ถึงสาเหตุว่าทำไม แบบจำลองจึงไม่นำน้ำที่ระบายทิ้งนี้ไปเก็บยังอ่างเก็บน้ำห้วยตะแปดเพื่อเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงต่อไปพบว่า แบบจำลอง แนะนำให้ผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยไทรงามไปอ่างเก็บน้ำห้วยตะแปดในอัตราสูงสุดแล้วคือ 0.16 ลบ.ม.ต่อวินาที แสดงว่าแนวท่อผันน้ำนี้มีขนาดเล็กกว่าความต้องการในการผันน้ำ ดังนั้นจึงควรศึกษาเพิ่มแนวท่อผันน้ำจากอ่าง เก็บน้ำห้วยไทรงามไปยังอ่างเก็บน้ำห้วยไม้ตาย รวมถึงการเสริมแนวสันเขื่อนไทรงามเพื่อเพิ่มความจุเก็บกักของ อ่างเก็บน้ำห้วยไทรงามเพื่อเก็บกักน้ำส่วนเกินไว้ใช้ต่อไป 5.3 ด้านทรัพยากรดิน การใช้ประโยชน์ที่ดินและทางเลือกการปลูกพืช เนื้อดินส่วนใหญ่เป็นดินร่วนปนทราย (Sandy loam) ที่ผุพังมาจากหินแกรนิต มีตัวอย่างดินหลายจุดที่มี ธาตุโพแทสเซียมสูง ทั้งนี้เนื่องจากหินต้นกำเนิดที่เป็นแกรนิตซึ่งมีแร่เฟลด์สปาร์ที่มีองค์ประกอบหลักสลายตัวให้ ธาตุโพแทสเซียมปนอยู่ในดิน ทั้งนี้สอดคล้องกับการสังเกตตัวอย่างดินในภาคสนามพบว่ามีหลายจุดที่ยังคงมีเม็ดแร่ เฟลด์สปาร์ที่ตกค้างจากการสลายตัวของหินแกรนิตปะปนอยู่ ตัวอย่างดินบริเวณจุดที่ 1 ถึงจุดที่ 8 พื้นที่ใกล้อ่างเก็บน้ำห้วยตะแปด และอ่างเก็บน้ำห้วยทรายลักษณะ ดิน เป็นดินร่วนปนทราย เนื่องจากดินมีเปอร์เซ็นต์อนุภาคดินเหนียวค่อนข้างต่ำ และเปอร์เซ็นต์ทรายสูงทำให้ ความสามารถในการอุ้มน้ำต่ำ ความชื้นที่ความจุความชื้นสนามอยู่ในช่วง 6.0–11.4 % ส่วนความชื้นที่เป็น ประโยชน์ต่อพืชอยู่ในช่วง 3.9–8.5 % โดยในพื้นที่ที่ปลูกหญ้าแฝกจะมีค่าความชื้นสูงกว่าจุดอื่น แปลงที่มีอัตรา การรั่วซึมของน้ำค่อนข้างสูง เช่นในแปลงไร่สัปปะรด (ใกล้วัดอ่างหิน) และแปลงผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ควรให้น้ำทีละ น้อยแต่บ่อยๆส่วนแปลงที่เหลืออัตราการรั่วซึมของน้ำค่อนข้างช้า โดยเฉพาะในแปลงที่ 4 และแปลงบ้านผู้ใหญ่ เชียร ไม่มีการรั่วซึมอาจเกิดจากอนุภาคดินเหนียวกระจายไปอุดช่องว่างในดินได้หมด ทำให้สามารถเก็บกักน้ำได้ดี ปฏิกิริยาของดินส่วนใหญ่เป็นกลาง เหมาะกับการปลูกพืชผักหลายชนิดและไม้ผล แต่ถ้าเป็น สัปปะรดจะชอบดิน กรด ตัวอย่างดินส่วนใหญ่จะมีฟอสฟอรัสต่ำ ส่วนปริมาณอินทรียวัตถุอยู่ในเกณฑ์ต่ำมากทุกตัวอย่าง ควรเพิ่มปุ๋ย อินทรีย์และธาตุไนโตรเจนแก่พืช ปริมาณโพแทสเซียม จุดที่ 1, 4, 5 และ 6 อยู่ในเกณฑ์ต่ำ จุดที่เหลืออยู่ในเกณฑ์ สูงเพียงพอกับความต้องการของพืช จุดเก็บตัวอย่างดินที่ 9-17 และ จุดที่ 32-42 บริเวณพื้นที่ใกล้อ่างเก็บน้ำห้วยไทรงาม ทั้งในและนอกเขต ชลประทาน มีการทำการเกษตรอย่างหลากหลายทั้งปลูกสัปปะรด อ้อย ยางพารา ไม้ผล รวมไปถึงการทำนา ลักษณะดินจุดที่ 9-17 จะมีปริมาณอนุภาคดินเหนียวสูงกว่าบริเวณจุดที่ 1-8 เนื้อดินเป็นดินร่วนปนทรายจนถึงดิน เหนียว ทำให้มีความสามารถในการอุ้มน้ำได้ดีในแปลงปลูกผักและปลูกอ้อยหลายแปลงมีปฏิกิริยาเป็นกรด ต้อง ปรับปรุงดินด้วยการเติมปูนจึงจะได้ผลดีปริมาณอินทรียวัตถุต่ำทุกตัวอย่าง ในแปลงผักและไม้ผลมีธาตุอาหาร ฟอสฟอรัสพอเพียง ส่วนโพแทสเซียมในแปลงที่ทำการเกษตรจะมีปริมาณสูงยกเว้นแปลงอ้อยพบว่ามีปริมาณต่ำ ส่วนบริเวณจุดที่ 32-42 เป็นดินร่วนปนทราย ปฏิกิริยาเป็นกรด อินทรียวัตถุและฟอสฟอรัสต่ำ ส่วนใหญ่จะเป็นไร่ สัปปะรด ซึ่งถ้าปลูกในพื้นที่ลาดชันและอัตราการรั่วซึมของน้ำต่ำอาจทำให้เกิดการชะล้างหน้าดินได้ง่าย ควรปลูก หญ้าแฝกเป็นแนวกั้นตะกอนดินไว้ จุดเก็บตัวอย่างดินที่ 21-31 บริเวณพื้นที่ใกล้อ่างเก็บน้ำห้วยไม้ตายและอ่างเก็บน้ำทุ่งขามรวมถึงหนองจิก ทั้งในและนอกเขตชลประทานการมีใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างหลากหลายเช่นกัน ทั้งแปลงผัก ไร่อ้อย ไม้ผลผสม สัปปะรดและแปลงนา แล้วแต่ลักษณะดิน ดินเหนียวเก็บน้ำได้ก็จะทำนา ลักษณะเนื้อดินคล้ายบริเวณพื้นที่รอบๆ อ่างเก็บน้ำห้วยไทรงาม มีปฏิกิริยาเป็นกรด จนถึงเป็นกลางค่า pH อยู่ในช่วง 3.9-7.4 ปริมาณธาตุอาหารในดิน ส่วนใหญ่ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของพืช ควรเพิ่มอินทรียวัตถุในดินด้วยการโดยเติมปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยพืชสด และใส่ปุ๋ยฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมในจุดที่มีปริมาณต่ำ


รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า 5-3 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 ในภาพรวมแล้วจะเห็นว่าตัวอย่างดินส่วนใหญ่มีฟอสฟอรัสต่ำ ส่วนปริมาณอินทรียวัตถุอยู่ในเกณฑ์ต่ำมาก เกือบทุกตัวอย่าง ควรเพิ่มปุ๋ยอินทรีย์และธาตุไนโตรเจนแก่พืช บางแห่งปฏิกิริยาเป็นกรด อินทรียวัตถุและ ฟอสฟอรัสต่ำ พืชที่เกษตรกรปลูกส่วนใหญ่เป็นสัปปะรด ซึ่งถ้าปลูกในพื้นที่ลาดชันและอัตราการรั่วซึมของน้ำต่ำ อาจทำให้เกิดการชะล้างหน้าดินได้ง่าย ควรปลูกหญ้าแฝกเป็นแนวกั้นตะกอนดินไว้ปริมาณธาตุอาหารในดินส่วน ใหญ่ยังไม่เพียงพอกับความต้องการของพืช ควรเพิ่มอินทรียวัตถุในดินด้วยการโดยเติมปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยพืชสด และ ใส่ปุ๋ยฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมในจุดที่มีปริมาณต่ำ 5.4 ด้านระบบโทรมาตร จากการติดตั้งระบบโทรมาตรเพื่อตรวจวัดข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่เครือข่าย อ่างเก็บน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยข้อมูลที่ดำเนินการตรวจวัดได้แก่ ปริมาณฝน ทุกๆ 15 นาทีจำนวน 4 จุด และระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำจำนวน 2 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำห้วยตะแปด และอ่างเก็บน้ำห้วยไทรงาม ระบบโทรมาตรสามารถตรวจวัดข้อมูลได้ตาม วัตถุประสงค์แต่อย่างไรก็ตามอุปกรณ์โทรมาตรจำเป็นต้องการรับการดูแลบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้การ ตรวจวัดมีความถูกต้องและใช้งานได้ดีโดยเฉพาะกระป๋องวัดน้ำฝน จะต้องตรวจสอบว่ามีสิ่งอุดตันอยู่ในกระป๋อง หรือไม่และสายสัญญาณตรวจวัดระดับน้ำจะต้องทำการทำความสะอาดอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง นอกจากนี้การอุปกรณ์ภาคสนามที่ติดตั้งตามจุดต่างๆ ควรได้รับความร่วมมือจากภาคประชาชนในการ ช่วยดูแล บำรุงรักษา ภายใต้การสนับสนุนของหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ 5.5 ด้านการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม 5.5.1 ผลการศึกษา จากการวิเคราะห์ผลการวิจัยโดยใช้เครื่องมือแบบสอบถามในด้านการมีส่วนร่วมภาคประชาสังคม และ ดัชนีชี้วัดด้านความสุข สามารถสรุป ได้ดังต่อไปนี้ 1) จากการวิเคราะห์แบบสอบถาม ที่ได้กลับคืนมาจำนวน 223 ชุด เกี่ยวกับความคิดเห็นต่อปัจจัยที่มี ผลต่อการเข้ามามีส่วนร่วม ของกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำทั้ง 14 ปัจจัย พบว่า กลุ่มผู้ใช้น้ำฯ ที่ตอบแบบสอบถาม เห็น ตรงกันว่าทุกปัจจัยมีผลต่อการเข้ามามีส่วนร่วมในระดับ มาก (มีค่าระดับความคิดเห็นอยู่ระหว่าง 3.51 – 4.50) โดยกลุ่มผู้ใช้น้ำฯ มองเห็นว่าการที่จะสร้างการมีส่วนร่วมให้เกิดขึ้นได้ในพื้นที่ มีปัจจัยที่สำคัญใน 5 ลำดับแรก คือ ผู้นำกลุ่มที่มีความเข้มแข็ง เสียสละ อดทน รองลงมาคือ การจัดทำกฎระเบียบ และวิธีปฏิบัติอย่างชัดเจน เป็นลาย ลักษณ์อักษร และมีคณะกรรมการกลุ่มที่ดำเนินงานอย่างเป็นระบบ และเป็นไปด้วยความโปร่งใสถูกต้อง ลำดับที่ สี่คือ กลุ่มฯ มีกิจกรรมต่างๆ ที่ให้สมาชิกได้ร่วมกันปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายคือ สมาชิกได้รับข้อมูลข่าวสารที่ ชัดเจน ถูกต้องและรวดเร็ว 2) จากการใช้การวิเคราะห์ความถดถอยเชิงพหุ (Multiple Regression Analysis) โดยพิจารณาถึง ปัจจัยที่มีผลต่อการเข้ามามีส่วนร่วมเป็นตัวแปรต้น และระดับของการเข้ามามีส่วนร่วมเป็นตัวแปรตาม พบว่า กลุ่ม เกษตรกรผู้ใช้น้ำ เห็นว่า เมื่อสมาชิกของกลุ่มมีรายได้เพิ่มขึ้น กลุ่มมีการจัดทำกฎระเบียบ และวิธีปฏิบัติอย่าง ชัดเจน เป็นลายลักษณ์อักษรตลอดจน บังคับใช้อย่างเคร่งครัดและ บทลงโทษที่เหมาะสม รวมทั้งมีการถ่ายทอด ความรู้หรือฝึกอบรมในด้านการชลประทานอย่างสม่ำเสมอ และมีกิจกรรมต่างๆ ที่ให้สมาชิกได้ร่วมกันปฏิบัติอย่าง ต่อเนื่อง เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อระดับของการเข้ามามีส่วนร่วม นอกจากนี้หากกลุ่มมีการเลือกตั้งคณะกรรมการ กลุ่มฯ ตามวาระที่กำหนด มีผู้นำกลุ่มที่มีความเข้มแข็ง เสียสละ อดทน หรือแม้กระทั่งกลุ่มมีที่ทำการของกลุ่ม อย่างชัดเจน เพื่อการติดต่อ สื่อสาร ให้ข้อมูลและประชุม เป็นปัจจัยหนุนเสริมให้ระดับการมีส่วนร่วมสูงขึ้นตามไป


รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า 5-4 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 ด้วย และท้ายที่สุดเมื่อระบบคูคลอง มีสภาพที่สมบูรณ์และพร้อมใช้งานอยู่เสมอ และมีเจ้าหน้าที่ชลประทานเข้า มาร่วมเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำในการดำเนินงานของกลุ่ม ก็จะช่วยสอดรับและมีผลให้กลุ่มเกษตรกรเข้ามามี ส่วนร่วม 3) จากการวิเคราะห์แบบสอบถามดัชนีชี้วัดด้านความสุข โดยแบ่งกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามออกเป็น 3 กลุ่ม คือ ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ของแต่ละอ่างเก็บน้ำ พบว่า ความเห็นของกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถาม มอง ว่าการที่สมาชิกในครอบครัวมีความรักและผูกพันต่อกันเป็นดัชนีที่ทำให้เกิดความสุขมากที่สุด ทั้งนี้เมื่อวิเคราะห์ ต่อไปจะเห็นว่า บุคคลที่อาศัยอยู่ในบริเวณต้นน้ำ เป็นผู้มีสุขภาพจิตเท่ากับคนทั่วไป (Fair) และบุคคลที่อาศัยอยู่ ในบริเวณกลางน้ำ เป็นผู้มีสุขภาพจิตเท่ากับคนทั่วไป (Fair) ส่วนบุคคลที่อาศัยอยู่ในบริเวณพื้นที่ปลายน้ำ เป็นผู้มี สุขภาพจิตต่ำกว่าคนทั่วไป (Poor) นั่น แสดงให้เห็นว่าระดับของความกังวล และวิตก ในเรื่องของการใช้น้ำ การ ได้รับน้ำ จะอยู่ในกลุ่มคนพื้นที่ปลายน้ำมากกว่ากลุ่มอื่นๆ ซึ่งสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้นกับการ บริหารจัดการน้ำในพื้นที่ชลประทานโดยทั่วไป ที่เกษตรกรผู้ซึ่งอยู่ท้ายน้ำจะมีผลกระทบต่อการได้รับน้ำมากกว่า พื้นที่อื่น ๆ 5.5.2 ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการดำเนินงานวิจัยด้านการมีส่วนร่วม ข้อคิดเห็นเชิงสังคมที่จะสามาระทำใมีข้อเสนอแนะ ดังนี้ 1) การให้ข้อมูลย้อนกลับสู่ภาคประชาสังคม การลงพื้นที่งานวิจัยครั้งนี้ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ เครือข่ายอ่างเก็บน้ำ กับกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำชลประทาน ตลอดรวมถึงผู้เกี่ยวข้องอื่นที่ได้แก่ องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น และภาคเอกชน ได้ในระดับหนึ่ง และได้รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการบริหารจัดการน้ำแบบ เครือข่ายอ่างเก็บน้ำจากผู้เกี่ยวข้อง ในประเด็นต่างๆทั้ง ๑๓ ประเด็นที่กล่าวมานั้น ควรที่จะมีการแจ้งข้อมูล ย้อนกลับสู่ภาคประชาชน ในสาเหตุต่างๆทั้งประเด็นที่สามารถปฏิบัติได้หรือไม่ได้อย่างไร เพื่อให้เห็นว่าความคิด ต่างๆที่ภาคประชาชนเสนอมานั้นมีความสำคัญและมีผลต่อชุมชนของเขาเหล่านั้น อีกทั้งยังเป็นการสร้างความ เข้าใจที่ชัดเจนและหาหนทางแก้ไขในแนวทางที่สามารถปฏิบัติร่วมกันได้ด้วยการใช้เวทีประชาคม และอาจจะใช้ วิธีที่เรียกว่า “พาเดิน” ไปตามสายน้ำของเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ ให้เห็นถึงความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทั้ง ภาคเกษตรกรและภาคเอกชน แล้วกลับมาพูดคุยกันอีกในครั้งต่อๆไป 2) หนทางสู่กระบวนการมีส่วนร่วมภาคประชาสังคม การชักชวนให้ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมในการ บริหารจัดการน้ำนั้น ต้องทำอย่างต่อเนื่อง ค่อยเป็นค่อยไป จากจุดเล็กๆ มิใช่ทำแล้วหยุด หยุดแล้วเริ่มใหม่ หรือ ทำไปตามกระแสแฟชั่น หรือทำไปขณะที่เจ้าหน้าที่ภาครัฐนั้นยังรับผิดชอบพื้นที่อยู่ พอเปลี่ยนเจ้าหน้าที่คนใหม่ นโยบายแผนงานก็เปลี่ยน ความสำคัญจึงอยู่ที่การสืบทอดหรือการส่งต่อ ซึ่งการส่งต่อที่มีประสิทธิภาพ ต้องส่ง ให้กับคนในชุมชน เปิดโอกาสให้ชุมชนเข้ามาบริหารจัดการน้ำด้วยตนเอง เพราะเขาเหล่านั้นอยู่ในพื้นที่ตลอดเวลา ชุมชนก็จะได้รับประโยชน์ฉะนั้นการนำวิธีสร้างการมีส่วนร่วมแบบบ้าน วัด โรงเรียน อาจเป็นแนวทางหนึ่งที่จะทำ ให้เกิดความยั่งยืนตามวัตถุประสงค์ของงานวิจัยได้ซึ่งการดำเนินงานในระยะแรกๆจึงจำเป็นต้องเริ่มจากการสร้าง ความสัมพันธ์ภายในแต่ละอ่างเก็บน้ำในการบริหารจัดการน้ำให้เข้มแข็งก่อน ให้เกษตรกรในพื้นที่อ่างนั้นๆรู้จัก พึ่งตนเอง รู้จักแบ่งปันในลักษณะฉันท์พี่น้องท้องเดียวกัน ไม่ยึดติดความคิดเดิมที่ว่า เมื่ออยู่ต้นน้ำก็มีสิทธิที่จะใช้น้ำ นั้นอย่างเต็มที่และใช้จนพอกับความต้องการของตน หากมีเหลือจึงค่อยแบ่งปันไปให้ปลายน้ำ เมื่อแต่ละอ่างเก็บน้ำ สามารถใช้น้ำกันอย่างเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่หรือมีรอบเวรที่เหมาะสมแล้ว การที่จะนำไปสู่การบริหารจัดการน้ำแบบ เครือข่ายก็มิใช่เรื่องยากอีกต่อไป ในการสร้างความสัมพันธ์นั้น จำเป็นที่จะต้องยึดหลักของความจริงใจ ให้โอกาสรับฟัง ไม่ตัดสินตีความ หา หนทางออกร่วมกันในเวทีของการแลกเปลี่ยนความคิด ที่มีภาครัฐคอยเป็นพี่เลี้ยง คอยอำนวยความสะดวก


รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า 5-5 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 ประสานงานให้เกิดผล และพร้อมกับสร้างความเข้าใจในข้อมูลต่างๆอย่างชัดเจน หรือเสริมความรู้ให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง ทุกภาคส่วนในด้านการจัดการน้ำที่เหมาะกับฤดูเพาะปลูกในพื้นที่ ซึ่งเหล่านี้ต้องทำอย่างต่อเนื่อง 5.6 แผนการพัฒนาเพื่อเพิ่มศักยภาพโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ แผนการพัฒนาเพื่อเพิ่มศักยภาพโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในภาพรวม สรุปได้ดังนี้ 1) จัดทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อช่วยในการบริหารจัดการน้ำในระบบเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ เพื่อช่วย ในการเก็บข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็น สำหรับการบริหารจัดการน้ำ และช่วยวางแผนการจัดสรรน้ำรายเดือน ของระบบ อ่างเก็บน้ำ พร้อมทั้งมีการแสดงผลของโทรมาตรผ่านระบบสื่อสารด้านต่างๆ ณ เวลาจริง 2) ก่อสร้างระบบท่อผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยไทรงาม ไปยังอ่างเก็บน้ำห้วยไม้ตาย ในปัจจุบันการ ผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยไทรงาม ไปยังอ่างเก็บน้ำห้วยไม้ตาย ใช้ระบบท่อผันที่ใช้เป็นท่อเกษตรในการส่งน้ำเข้า ระบบด้วย ทำให้ประสิทธิภาพ การผันน้ำลดลง เกิดจากความขัดแย้งกับกลุ่มเกษตรกร และหากดำเนินการ ก่อสร้างท่อผันน้ำแนวใหม่ที่ผันได้ ในอัตราที่สามารถรองรับ Inflow ของอ่างเก็บน้ำไทรงามที่เกินจาก ความสามารถเก็บกัก คือ ประมาณ 6.5 ล้าน ลบ.ม. ที่ความยาว 9 กิโลเมตร โดยใช้ท่อขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.5 เมตร เสริมความจุเพื่อรองรับ Inflow ที่มากกว่าความจุไปยังอ่างเก็บน้ำห้วยไม้ตาย 3) ก่อสร้างระบบท่อผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยผากไปยังอ่างเก็บน้ำห้วยตะแปด อ่างเก็บน้ำห้วยผาก เป็นอ่างเก็บน้ำที่บรรเทาอุกทกภัยในลุ่มน้ำเพชรบุรี มีความจุ 27.5 ล้าน ลบ.ม. และมีปริมาณน้ำมากในแต่ละปี หากดำเนินการผันน้ำด้วยระบบท่อจำนวนประมาณ 6 ล้าน ลบ.ม. ความยาว 30 กิโลเมตร โดยใช้ท่อขนาดเส้น ผ่านศูนย์กลาง 0.5 เมตร เข้าสู่ระบบของเครือข่ายจะสามารถแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำของพื้นที่สำคัญๆ เช่น ศูนย์ฯห้วยทราย ศูนย์ฯหุบกระพง และพื้นที่การเกษตร บริเวณ ต.ห้วยทรายเหนือ ที่แนวท่อผ่าน เนื่องจากปัจจุบัน ในเขตตำบลดังกล่าวไม่มีแหล่งน้ำและประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำตลอดมา 4) เสริมความจุอ่างเก็บน้ำห้วยไทรงาม เนื่องจากอ่างเก็บน้ำห้วยไทรงามเป็นอ่างแม่ที่ใช้ในการผันน้ำเข้า ระบบ และมีปริมาณน้ำไหลเข้าประมาณ 16 ล้าน ลบ.ม. แต่กักเก็บได้แค่ 9.5 ล้าน ลบ.ม. จึงควรเพิ่มศักยภาพ โดยการเพิ่มความจุอ่างเก็บน้ำต่อไป 5) ก่อสร้างระบบท่อผันน้ำ จากอ่างเก็บน้ำหุบกระพง ลงสู่อ่างเก็บน้ำห้วยทราย-หุบกะพง ระบบท่อผัน น้ำ จากอ่างเก็บน้ำหุบกระพง ลงสู่อ่างเก็บน้ำห้วยทราย-หุบกะพง ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร โดยใช้ท่อขนาด เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.5 เมตร จะทำให้สามารถในการผันน้ำช่วงฤดูฝนให้กับอ่างเก็บน้ำห้วยทราย-หุบกะพง ได้ ปริมาณ 20,000 ลบ.ม. ต่อเดือน 6) พัฒนาแหล่งน้ำที่มีอยู่เดิม โดยการขุดลอกตะกอนดินในอ่างเก็บน้ำ เนื่องจากอ่างเก็บน้ำส่วนใหญ่มี อายุการใช้งานมาประมาณ 27 - 28 ปี มีตะกอนดินไหลเข้าสู่อ่างเป็นจำนวนมาก ทำให้ความสามารถในการเก็บกัก น้ำลดลง จึงควรขุดลอกตะกอนดิน เพื่อเพิ่มความจุของอ่างเก็บน้ำ - ขุดลอกอ่างเก็บน้ำทุ่งขาม ปริมาณการขุดตะกอนดินในอ่างเก็บน้ำทุ่มขาม คิดเป็นปริมาณงาน ดินประมาณ 600,000 ลูกบาศก์เมตร - ขุดลอกอ่างเก็บน้ำห้วยตะแปด ปริมาณการขุดตะกอนดินในอ่างเก็บน้ำห้วยตะแปด คิดเป็น ปริมาณงานดินประมาณ 300,000 ลูกบาศก์เมตร - ขุดลอกอ่างเก็บน้ำห้วยทราย ปริมาณการขุดตะกอนดินในอ่างเก็บน้ำห้วยทราย คิดเป็นปริมาณ งานดินประมาณ 50,000 ลูกบาศก์เมตร - ขุดลอกบ่อพักน้ำเขากระปุก ปริมาณการขุดตะกอนดินในบ่อพักน้ำเขากระปุก คิดเป็นปริมาณ งานดินประมาณ 100,000 ลูกบาศก์เมตร


รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า 5-6 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 7) ปรับปรุงระบบส่งน้ำของอ่างเก็บน้ำในระบบเครือข่าย เนื่องจากระบบส่งน้ำของอ่างเก็บน้ำห้วยตะ แปด, บ่อพักน้ำเขากระปุก, อ่างเก็บน้ำห้วยทรายเป็นระบบคลองเปิด ซึ่งมีขนาดไม่ใหญ่ มีอายุงานประมาณ 25 ปี มีการรั่วซึม, สูญเสียน้ำ ต้องการดำเนินการซ่อมแซมบ่อยครั้ง และสภาพดินจะเป็นทรายมาก ทำให้อัตราการรั่วซึม สูง หากเปลี่ยนใช้ระบบท่อจะง่ายต่อการส่งน้ำและทำให้ประสิทธิภาพการชลประทานสูงขึ้น และยังสามารถช่วยใน การประหยัดน้ำได้อีกด้วย - ก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยทรายแนวก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยทราย ระยะทาง 5 กิโลเมตร - ก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยตะแปดแนวก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยทราย ระยะทาง 10 กิโลเมตร 8) ซ่อมแซมระบบท่อผันน้ำ เนื่องจากระบบท่อผันน้ำทั้งหมดก่อสร้างมาเป็นเวลานาน ประมาณ 15-20 ปี มีการรั่ว ซึม แตก และอุปกรณ์ในอาคารผันน้ำ เสียหายจากอายุ การใช้งานรวมถึงเสียหายจากการถูกลักขโมย - แนวท่อผันน้ำอ่างเก็บน้ำทุ่งขามไปยังอ่างเก็บน้ำตะแปด รวมระยะทาง 18 กิโลเมตร - แนวท่อจากทางแยกระหว่างอ่างเก็บน้ำห้วยตะแปดไปยังอ่างเก็บน้ำห้วยทราบหุบกะพง รวม ระยะทาง 8 กิโลเมตร - แนวท่อจากอ่างเก็บน้ำห้วยตะแปดผ่านบ่อพักน้ำเขากระปุกไปยังอ่างเก็บน้ำห้วยทราย รวม ระยะทาง 9 กิโลเมตร 9) ก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า จากคลองส่งน้ำสายหัวหินเข้าสู่ระบบท่อ ไปยังอ่างเก็บน้ำห้วย ตะแปด เพื่อนำน้ำระบบส่งน้ำจากระบบส่งน้ำของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรีเสริมเข้าสู่ระบบ เครือข่ายอ่างเก็บน้ำ โดยผ่านเข้าสู่ระบบลงอ่างเก็บน้ำห้วยตะแปด ระยะทาง 5 กิโลเมตร 10) ก่อสร้างสถานีสูบน้ำบาดาล เนื่องจากผลการศึกษาพบว่ามีปริมาณน้ำบาดาลอยู่ในเขตพื้นที่โครงการ ทั้งหมดประมาณ 39.1 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งมีศักยภาพในการที่จะนำน้ำขึ้นมาใช้เพื่อการอุปโภค-บริโภคและการ เกษตรกรรมได้ 2.93 ล้าน ลบ.ม. - ก่อสร้างสถานีสูบน้ำตำบลห้วยทรายเหนือ เพื่อเป็นแหล่งน้ำให้กับพื้นที่การเกษตรบริเวณตำบล ห้วยทรายเหนือ และมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี โดยสามารถดึงน้ำขึ้นมาใช้ได้ประมาณ 105 ลบ.ม. ต่อชั่วโมง - ก่อสร้างสถานีสูบน้ำตำบลสามพระยา เพื่อเป็นแหล่งน้ำให้กับพื้นที่การเกษตรบริเวณตำบลห้วย ทรายเหนือ และมหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี โดยสามารถดึงน้ำขึ้นมาใช้ได้ประมาณ 22 ลบ.ม. ต่อชั่วโมง - ก่อสร้างสถานีสูบน้ำตำบลไร่ใหม่พัฒนา เพื่อเป็นแหล่งน้ำให้กับพื้นที่การเกษตรบริเวณตำบล ห้วยทรายเหนือ โดยสามารถดึงน้ำขึ้นมาใช้ได้ประมาณ 170 ลบ.ม. ต่อชั่วโมง 11) จัดตั้งโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา หรือโครงการพิเศษ เพื่อยกระดับการบริหารจัดการน้ำใน รูปแบบของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาหรือโครงการพิเศษ เพื่อการบริหารจัดการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำอย่างครบ วงจร เนื่องจากเครือข่ายอ่างเก็บน้ำอยู่ในความดูแลของโครงการชลประทานหลายหน่วยงาน จะทำให้การ ประสานงานได้สะดวกยิ่งขึ้น


รูปที่ 5.6-1 แผนการพัฒนาเพื่อเพิ่มศักยภาพโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้้า อันเนื่องมาจากพระราชด้าริ รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า 5-7แผนทีโครงการพัฒนาเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการน้้าโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้้า อันเนื่องมาจากพระราชด้าริ (1) จัดท้าโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อช่วยในการบริหารจัดการน้้าในระบบเครือข่ายอ่างเก็บ น้้า (2) ก่อสร้างระบบท่อผันน้้าจากอ่างเก็บน้้าห้วยไทรงาม ไปยังอ่างเก็บน้้าห้วยไม้ตาย (3) ก่อสร้าระบบท่อผันน้้าจากอ่างเก็บน้้าห้วยผาก ไปยังอ่างเก็บน้้าห้วยตะแปด (4) ก่อสร้างระบบท่อผันน้้าจากอ่างเก็บน้้าหุบกะพง ลงสู่อ่างเก็บน้้าห้วยทราย-หุบกะพง (5) เสริมความจุอ่างเก็บน้้าห้วยไทรงาม (6) ซ่อมแซมระบบท่อผันน้้า - แนวท่อผัน น้้าอ่างเก็บ น้้าทุ่งขามไปยังอ่างเก็บ น้้าตะแปด - แนวท่อจากทางแยกระหว่างอ่างเก็บ น้้าห้วยตะแปดไปยังอ่างเก็บ น้้าห้วยทรายหุบกะพง - แนวท่อจากอ่างเก็บ น้้าห้วยตะแปดผ่าน บ่อพักน้้าเขากระปุกไปยังอ่างเก็บ น้้าห้วยทราย (7) พัฒนาแหล่งน้้าที่มีอยู่เดิมโดยการขุดลอกตะกอนดินในอ่างเก็บน้้า - ขุดลอกอ่างเก็บ น้้าทุ่งขาม - ขุดลอกอ่างเก็บ น้้าห้วยตะแปด - ขุดลอกอ่างเก็บ น้้าห้วยทราย - ขุดลอกบ่อพักน้้าเขากระปุก (8) ปรับปรุงระบบส่งน้้าของอ่างเก็บ น้้าในระบ บเครือข่าย - ก่อสร้างระบ บ ท่อส่งน้้าอ่างเก็บ น้้าห้วยทราย - ก่อสร้างระบ บ ท่อส่งน้้าอ่างเก็บ น้้าห้วยตะแปด (9) ก่อสร้างสถานีสูบน้้าด้วยไฟฟ้า จากคลองส่งน้้าสายหัวหินสู่ระบ บ ท่อ ไปยังอ่างเก็บ น้้าห้วยตะแปด (10) ก่อสร้างสถานีสูบน้้าบาดาล - ก่อสร้างสถานีสูบ น้้าต้าบลห้วยทรายเห นือ - ก่อสร้างสถานีสูบ น้้าต้าบลสามพระยา - ก่อสร้างสถานีสูบ น้้าต้าบลไร่ใหม่พัฒ นา (11) จัดตั้งโครงการส่งน้้าและบ้ารุงรักษา


บรรณานุกรม


รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า (1) การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 บรรณานุกรม Analysis, Part 2. Amer. Soc. Of Agro.,Inc. Medison, Wis. USA. 57:891-899. FAO. 1976. Prognosis of salinity and alkalinity. FAO Soil Bulletin 31. FAO, Rome. Allison, L. E., 1965. Organic Carbon. In Methods of soil analysis, part 2 no. 9 pp 1367-1378. Amer. Soc. Agron. Madison, Wisconsin. Bouyoucos ,G.J.1962. Hydrometer Method Improved for Making Analysis fo Soils. Agronomy Journal, Vol. 54 , pp. 464-465. Baribaud G. 1997. Recommendations for the Use of Field Buses at CERN in the LHC Era. International Conference on Accelerator and Large Experimental Physics Control Systems, 1997: 285. Barillere R. 1999. Results of the OPC Evaluation Done within the JCOP for the Control of the LHC. Experiments. International Conference on Accelerator and Large Experimental Physics Control Systems, 999: 511. Bower, C.A., and Wilcox, L.V., 1965. Soluble Salts in Methods of Soil Analysis, Part 2. Chemical and biological properties. Amer. Soc. Of Agro., 62(9): 933-951. Brady, N. C., 1984. The nature and properties of soil. The Macmillan Publishing Company, New York. 750p. Chapman, H.D. 1965. Cation Exchange Capacity by Ammonium Saturation Method. Methods of Soil. Cohen, J.M. and U.T.Norman. 19 8 0. Participation's place in rural development: seeking clarity through specificity. World Development Journal 8 : 213-218. Department of Land Development, Min. of Agri. and Cooperative. Bangkok 2553 Daneels A. and W.Salter. 1999. Selection and Evaluation of Commercial SCADA Systems for the Controls of the CERN LHC Experiments. International Conference on Accelerator and LargeExperimental Physics Control Systems, 1999: 353. Department of Mineral Resources, 1985. Geological map of Thailand. Scale 1:250,000, Sheet ND47-15 Amphoe Hua Hin. Eiben, A.E. and J.E. Smith. n.d.. Introduction to Evolutionary Computing Genetic Algorithms. (Presentation).


รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า (2) การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 FAO, 1976. Prognosis of salinity and alkalinity. FAO Soil Bulletin 31. FAO, Rome. Goldberg, D.E. 1989. Genetic Algorithms in Search, Optimization & Machine Learning. AddisonWesley Reading Mass. Goldberg, D.E. and K. Deb. 1991. A Comparative Analysis of Selection Schemes Used in Genetic Algorithms, pp. 69-93. Foundation of Genetic Algorithms. Morgan Kaufman, San Mateo, Calif. Jackson, M.L., 1958. Soil Chemical Analysis. Prentice-Hall, Inc. New Jersey. 498p. International Network for Capacity Building in Integrated Water Resources Management. 2005. Integrated Water Resources Management Plans: Training Manual and Operational Guide. Jackson, M.L. 1958. Soil Chemical Analysis. Prentice - Hall, Inc., Englewood Cliffs, N.J. Larson, R. 1968. State Increment Dynamic Programming. Elsevier, New York. Laboratory Staff, U.S. Department of Agriculture. Washington, D.C., Agriculture Handbook No. 60. Method 29, 30 and 31. Lam Pra Plerng Irrigation Project. 1971. Land Classification Vol.1 Text and Map. Engineering Consultants Inc. Bangkok, Thailand. Land Classification Division and FAO Staff. 1973. Soil Interpretation Handbook for Thailand. Department of Land Development, Min. Of Agri. and Cooperative. Bangkok. Land Classification Report. 1973. Lam Nam Oon Irrigation Project Vol 1.p. Engineering Consultants Inc. Bangkok, Thailand. M. Nasseri, K. Asghari, M. J. Abedini. 2008. Optimized scenario for rainfall forecasting using genetic algorithm coupled with artificial neural network. Expert systems with application 35 (2008). 1415-1421. Richards, L.A. (Ed.). 1969. Diagnosis and Improvement of Saline and Alkali Soils, United States Salinity Laboratory Staff, U.S. Department of Agriculture. Washington, D.C., Agriculture Handbook No. 60. Method 29, 30 and 31. The globe program, 2012. Soil Structure. Source: http://www3.ipst.ac.th/globethailand /index.php?option=com_content&view=article&id=51%3A-soil-structure&catid=38%3Asoil&Itemid=57, January 19, 2012. Wardlaw, R. and M. Sharif. 1999. Evaluation of a Genetic Algorithms for Optimal Reservoir System Operation. J. Water Resources Planning and Management, ASCE. 125 (1): 25-33. Walkley, A. and Black, L.A., 1934. An examination of Degtjareff method for determining soil organic matter On a proposed modification of the chromic acid titration method . Soil Science, 37: 29-38.


รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า (3) การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 Wardlaw, R. and M. Sharif. 1999. Evaluation of a Genetic Algorithms for Optimal Reservoir System Operation. J. Water Resource Planning and Management, ASCE. 125(1): 25-33. Walkley , A. and L.A. Black. 1947. Chromic acid titration method for determiation of soil organic matter. Soil Sci. Amer. Proc. 63: 257. Yangwen, J., Z. Hongli, N. Cunwen, J. Yunzhong, G. Hong, X. Zhi, Z. Xueli, and Z. Zhixin. 2009. A WebGIS-based system for rainfall-runoff prediction and real-time water resources assessment for Beijing. Journal of Computer & Geosciences 35: 1517-1528. Zartman,R. (1990). Soil Formatiom. Available : http://www.pssc.ttu.edu/pss2330/. test _1_information.htm. กรตสุวรรณ โพธิ์สุวรรณ, กัมปนาท ภักดีกุล, วราวุธ วุฒิวณิชย์, สมยศ เชิญอักษร การประยุกต์พันธุกรรม กรมชลประทาน. 2549. ค้นจาก: URL: www.rid.go.th. กรมชลประทาน. 2542 [ข]. คู่มือระบบโทรมาตร โครงการพัฒนาลุ่มน้ำป่าสัก. กรมชลประทาน, กรุงเทพฯ. กรมชลประทาน. 2548. การบริหารจัดการโดยเกษตรกรมีส่วนร่วม ด้านการส่งน้ำและบำรุงรักษา. กลุ่มงาน พัฒนาการบริหารจัดการน้ำ สำนักอุทกวิทยาและบริหารน้ำ กรมชลประทาน.กรุงเทพฯ. กรมชลประทาน. 2547. โครงการพัฒนาระบบโทรมาตรเคลื่อนที่ขนาดเล็ก. ค้นจาก:URL:http:// www.thaiweather.net/fs_rid.pdf. ค้นข้อมูลเมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2550. กรมทรัพยากรธรณี, กองเศรษฐธรณีวิทยา, 2544. ทรัพยากรแร่ Scale 1:250,000, ระวาง ND47-15 (หัวหิน). กรุงเทพฯ. กรมทรัพยากรธรณี, ม.ป.ป. ดิน. กรมทรัพยากรธรณี, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. แหล่งที่มา: http://www.dmr.go.th/ewtadmin/ewt/dmr_web/main.php?filename=soil, 19 มกราคม 2555. กรมทรัพยากรน้ำบาดาล, 2553. แผนที่แสดงตำแหน่งบ่อน้ำบาดาล กรมทรัพยากรน้ำบาดาล, กรุงเทพฯ. กองสารสนเทศระบายน้ำ. (2549). ระบบโทรมาตร. (15 พ.ย. 50) ค้นจาก:URL: http://dds.bma.go.th/ flood_center/fcc2_1.htm. กองทั พ เรือ, ม .ป .ป . ดิน . กิจการหิ น สัตหี บ . แห ล่ งที่ ม า: http://www.navy.mi.th/sattahipbase /unit/wfrock/soil.php, 19 มกราคม 2555. กองสำรวจดิน, 2523. คู่มือการจำแนกความเหมาะสมของที่ดินสำหรับพืชเศรษฐกิจ เอกสารวิชาการเล่มที่ 28 กองสำรวจดิน กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรุงเทพฯ. กองสำรวจดิน, 2523. คู่มือการจำแนกความเหมาะสมของที่ดินสำหรับพืชเศรษฐกิจ เอกสารวิชาการเล่มที่ 28 . กัมปนาท ภักดีกุล, กรตสุวรรณ โพธิ์สุวรรณ, อนุชัย ถนอมสินรัตน์. 2551. การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่าย อ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี. Proceeding of 3rd THAICID การสัมมนาวิชาการ เรื่อง การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อม 17 มิถุนายน 2551, หน้า 114- 125.


รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า (4) การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 กัมปนาท ภักดีกุล. 2544. การประยุกต์ปัญญาประดิษฐ์ทางคอมพิวเตอร์ที่เลียนแบบทฤษฎีการคัดเลือกตาม ธรรมชาติของ Charles Darwin เพื่อจัดการทรัพยากรน้ำ. วารสารนิเวศวิทยา 2544: 22-35. กัมปนาท ภักดีกุล. 2547. พันธุกรรมคอมพิวเตอร์-ทางเลือกใหม่ของการจัดการน้ำในยุคโลกาภิวัตน์. สถาบันพัฒนาการชลประทาน, ปากเกร็ด นนทบุรี. (เอกสารไม่ตีพิมพ์). การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย. 2544. รายงานการศึกษาเพื่อปรับปรุง Rule Curve ของอ่างเก็บน้ำเขื่อน ศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณ. ม.ป.ท. เกษมศรี ซับซ้อน. (2541). ปฐพีวิทยา(พิมพ์ครั้งที่4). กรุงเทพมหานคร : นานาสิ่งพิมพ์. คณิสร นำชัยสวัสดิ์วงศ์, กัมปนาท ภักดีกุล และวัชระ เสือดี. 2548. การประยุกต์ใช้พันธุกรรมทางคอมพิวเตอร์ ในการระบายน้ำจากระบบอ่างเก็บน้ำ. วันชูชาติ 2548: 145-156. คอมพิวเตอร์ในการบริหารจัดการน้ำในระบบอ่างเก็บน้ำ : กรณีศึกษาศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายอัน. คณาจารย์ภาควิชาปฐพีวิทยา, 2541. ปฐพีวิทยาเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 8). กรุงเทพฯ: เรืองธรรมการพิมพ์. จงรักษ์ จันทร์เจริญ สุ ข, 2541. การวิเคราะห์ ดิ นและพื ชทางเคมีภาควิชาป ฐพี วิท ยา คณ ะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. ณรงค์ตันชีวะวงศ์. 2541. ระบบ PLC (Programmable Logic Controller). สำนักพิมพ์ส.ส.ท. (สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี(ไทย – ญี่ปุ่น)), กรุงเทพฯ. ถวิลวดี บุรีกุล. 2552. การมีส่วนร่วม แนวคิด ทฤษฎีและกระบวนการ.สถาบันพระปกเกล้า,กรุงเทพฯ. ทองเปลว กองจันทร์. 2548. เทคนิคและวิธีการจัดการอ่างเก็บน้ำ. สถาบันพัฒนาการชลประทาน กรมชลประทาน, นนทบุรี. ทัดดาว บุญปาล.2530. ปัจจัยบางประการที่มีผลต่อการเข้ามีส่วนร่วมในกิจกรรมทางการศึกษาของหัวหน้า ค รัว เรือ น ใน เข ต พื้ น ที่ ต ำบ ล ส ว ก อ ำเภ อ เมื อ ง จั งห วัด น่ าน .วิท ย านิพ น ธ์ป ริญ ญ าโท , มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. ทัศนีย์ อัตตะนันท์ และ ยงยุทธ โอสถสภา, 2548. ดินกรด ดินด่าง และดินเกลือ. ใน ภาควิชาปฐพีวิทยา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. ปฐพีวิทยาเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 10. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. เนื่องมาจากพระราชดำริอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีพิมพ์ในเอกสารประกอบการสัมมนาวิชาการ. นลินีจำนงค์พล. 2548. การพยากรณ์และเตือนภัยน้ำท่วมกลุ่มลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนบนโดยการประยุกต์ใช้ แบบจำลองโครงข่ายใยประสาทเทียม และระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์. วิทยานิพนธ์หลักสูตรวิศวกรรม ศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิศวกรรมโยธา. วิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์. มหาวิทยาลัยรังสิต. นิพนธ์ ตั้งธรรม. 2549. การจำลองแบบการจัดการลุ่มน้ำและระบบสิ่งแวดล้อม. ศูนย์วิจัยป่าไม้. คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. กรุงเทพ. บุญรอด มาลากรอง. 2542. ทัศนคติของเกษตรกรผู้ใช้น้ำชลประทานที่มีต่อการจัดการน้ำเพื่อการเกษตรของ องค์การบริหารส่วนตำบล. การศึกษาค้นคว้าอิสระในระดับปริญญาโท,มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. บัญชา ขวัญยืน. 2541. การวิเคราะห์ระบบเพื่อการวางแผนและการจัดการโครงการชลประทาน.


รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า (5) การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 ภาควิชาวิศวกรรมชลประทาน คณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, นครปฐม. ประจำปีคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล วันที่ 30 - 31ตุลาคม 2551. ฝ่ายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, 2546. ทรัพยากรดินและการใช้ที่ดิน. สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนา ประเทศไทย, กรุงเทพฯ. แหล่งที่มา: http://www.thaienvimonitor.net/Concept/priority3.htm, 19 มกราคม 2555. ไพบูลย์ ประพฤติธรรม และ สุรพล รัตนโสภ ณ , 2548. คอลลอยด์ดิน. ใน ภ าควิชาปฐพีวิทยา มหาวิทยาลัยเกษ ตรศาสตร์. ปฐพีวิทยาเบื้องต้น . พิมพ์ครั้งที่ 10. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. ยุวัฒน์ วุฒิเมธี. 2526. หลักการพัฒนาชุมชนและชนบท กรณี โครงการอ่างเก็บน้ำบ้านห้วยยางัว อ.ลี้ จ.ลำพูน สำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท กระทรวงมหาดไทย, กรุงเทพฯ. ยงยุทธ โอสถสภา, 2548. กำเนิดของดิน. ใน ภาควิชาปฐพีวิทยา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. ปฐพีวิทยาเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 10. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. ราชกิจจานุเบกษา. 2550. พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546 ( 9 ตุลาคม พ.ศ.2550) .เล่มที่ 120 ตอนที่ 100 ก. __________ . 2550. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 (24 สิงหาคม พ.ศ.2550) . เล่มที่ 124 ตอน ที่ 47 ก. หน้า 28. วิชญ์ศรีวงษา และ วราวุธ วุฒิวณิชย์. 2546. การพัฒนาระบบวัดระดับน้ำและควบคุมการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำ ระยะไกล. การประชุมวิชาการประจำปี2546 สมาคมวิศวกรรมเกษตรแห่งประเทศไทย. มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์,กรุงเทพฯ. วินัย อินทร์ใย. (2545). มหัศจรรย์แห่งการสื่อสารทางไกล Laplink Gold 11. บริษัท เฟิส์ท แปซิฟิก(ดอกหญ้า) จำกัด, กรุงเทพฯ. วราวุธ วุฒิวณิชย์. 2538. การจัดการน้ำขั้นสูง. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, กรุงเทพฯ. วิสุทธิ์ วีรสาร, 2548. สมบัติทางฟิสิกส์ของดิน. ใน ภาควิชาปฐพีวิทยา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. ปฐพีวิทยา เบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 10. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. วีระกิตติ์ หาญปริพรรณ์,กัญญา บุศยารัศมี,นายกิตติชัย เหลืองกำจร,นราชัย แจ่มสุวรรณ, สมศักดิ์ แววพานิช ,สมชาย อุดมโชค,สมศักดิ์ เกียรติดานุสรณ์,เกษม แก้วจินดา,ทวี โสนนอก,สิทธิศักดิ์ โต๊ะกู,สุระชัย วงศ์สวัสดิ์,นายวรากร โสมนะพันธุ์. 2551. การมีส่วนร่วมของชุมชนในงานยุติธรรมชุมชน : กรณีศึกษาชุมชนคลองจรเข้น้อย ตำบลเกาะไร่ อำเภอบ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทราเอกสารการวิจัย กระทรวง ยุติธรรม,กรุงเทพฯ. ศุภมาศ พนิชศักดิ์พัฒนา, 2548. อารัมภบท. ใน ภาควิชาปฐพีวิทยา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. ปฐพีวิทยา เบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 10. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. ศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ของโลกและดาราศาสตร์ (LESA), 2553. ชุดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โลกและดารา ศ า ส ต ร์: ดิ น . ส ำ นั ก ง า น ก อ ง ทุ น ส นั บ ส นุ น ก า ร วิ จั ย (ส ก ว .). แ ห ล่ ง ที่ ม า : http://portal.edu.chula.ac.th/lesa_cd/assets/document/LESA212/8/soil/soil_index.html


รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า (6) การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 สุวัฒน์ปุณณชัยยะ และคณะ. 2545. เปิดโลก TCP / IP และโปรโตคอลของอินเตอร์เน็ต. บริษัทโปรวิชั่น จำกัด, กรุงเทพฯ. สมเกียรติ รุ่งเรืองลดา. (2544). คัมภีร์Home Networking. บริษัท โปรวิชั่น จำกัด, กรุงเทพฯ. ส ม ศั ก ดิ์ วังใน แ ล ะ ช วลิ ต ฮ งป ระ ยูร, 2 5 4 8. อิ น ท รีย วัต ถุ ใน ดิ น . ใน ภ าค วิช าป ฐพี วิท ย า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. ปฐพีวิทยาเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 10. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. เสรีวัฒน์ สมินทร์ปัญญา, 2543. โลกและหิน. กรุงเทพฯ: สุวิริยาสาส์น. 287 หน้า. สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ. 2553. เอกสารประกอบการเรียนการสอนเทคโนโลยีอวกาศ และภูมิสารสนเทศ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6. โรงพิมพ์ บริษัท สไตล์ครัเอทีฟเฮ้าส์ จำกัด. กรุงเทพฯ . หน้าที่ 120-123. สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. 2550 . แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 (2550 – 2554). อร่ามศรี พัฒนโสภณ, 2533. การอ่านรายงานผลการวิเคราะห์ตัวอย่างดินด้านวิทยาศาสตร์. ฝ่ายดินด้าน วิทยาศาสตร์ กองวิจัยและทดลอง กรมชลประทาน, นนทบุรี. อัญชลี สุทธิประการ, 2548. กำเนิดของดิน. ใน ภาควิชาปฐพีวิทยา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. ปฐพีวิทยา เบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 10. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. อดุลย์ วรรณจนา. 2538. การวางโครงการชลประทาน. ภาควิชาวิศวกรรมชลประทาน คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, กรุงเทพฯ.


ภาคผนวก ก แผนที่โครงการวิจัย


รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า ก-1 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2รูปที่ ก-1 แผนที่ขอบเขตพื้นที่โครงการ


รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า ก-2 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2รูปที่ ก-2 แผนที่ขอบเขตการปกครอง


รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า ก-3 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2รูปที่ ก-3 แผนที่พื้นที่ชลประทาน


Click to View FlipBook Version