รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-57 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2กลุ่มชุดดิน ลักษณะของชุดดิน ความเหมาะสมในการปลูกพืช จุดสำรวจดินในเขต พท.ชลประทาน นอกเขต พท.ชลประทาน 43 เนื้อดินเป็นพวกดินทรายบางแห่งมีเปลือกหอยปะปนอยู่ในเนื้อดินมีสี เทา สีเทาถึงสีขาว หรือสีน้ำตาลปนเทา หรือสีเหลือง พบบริเวณลูกคลื่น ลอนลาด บริเวณชายหาดทรายหรือสันทรายชายทะเลบางแห่ง บริเวณ ที่ลาดเชิงเขา มีความลาดชันประมาณ 2-4 % เป็นดินลึก มีการระบาย น้ำค่อนข้างมากเกินไป ระดับน้ำใต้ดินอยู่ลึกกว่า 1.5 เมตรตลอดปี มี ความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติต่ำมาก pH 5.5-6.5 เหมาะสมในการปลูกพืชเศรษฐกิจบางประเภท เช่น มะม่วงหิมพานต์ สับปะรด และพัฒนาเป็นทุ่งหญ้า เลี้ยงสัตว์ไม่ค่อยเหมาะสมในการปลูกปาล์มน้ำมัน มะพร้าว ไม้ผลทุกชนิด และพืชไร่ และไม่เหมาะสมใน การปลูกยางพารา กาแฟ โกโก้ กล้วย และใช้ทำนา - - 44 เนื้อดินเป็นพวกดินทรายสีเทาหรือสีน้ำตาลอ่อน เกิดจากวัตถุต้นกำเนิด ดิน พวกตะกอนลำน้ำ หรือเกิดจากการสลายตัวผุพังของหินเนื้อหยาบ พบบริเวณพื้นที่ดินที่มีลักษณะเป็นลูกคลื่นจนถึงเชิงเขา มีความลาดชัน ประมาณ 3-20 % เป็นดินลึก มีการระบายน้ำดีมากเกินไป มีความอุดม สมบูรณ์ตามธรรมชาติต่ำมาก pH 5.5-7.0 มีศักยภาพค่อนข้างไม่เหมาะสมในการปลูกพืชไร่ และ ไม้ผลและไม่เหมาะสมที่จะนำมาใช้ในการทำนา แต่มี ศักยภาพพอที่จะใช้ในการปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์และปลูก ไม้โตเร็วบางชนิด 2 4 48 เนื้อดินบนส่วนใหญ่เป็นดินร่วนปนทราย ส่วนดินล่างเป็นดินร่วนเหนียว ปนเศษหินหรือปนกรวด ก้อนกรวดขนาดใหญ่เป็นหินกลมมน ถ้าเป็นดิน ปนเศษหินมักพบชั้นหินพื้นตื้น กว่า 50 ซม. ดินเป็นสีน้ำตาล สีน้ำตาล ปนแดง สีแดงปนเหลือง พบบริเวณพื้นที่เป็นลูกคลื่นลอนลาดถึงเนิน เขา มีความลาดชันประมาณ 3-25 % เป็นดินตื้นมาก มีความอุดม สมบูรณ์ตามธรรมชาติต่ำ ระดับน้ำใต้ดินอยู่ลึกกว่า 2 เมตร ตลอดปี pH 5.0-7.0 มีศักยภาพไม่ค่อยเหมาะสมและไม่เหมาะสมที่จะใช้ใน การปลูกพืชไร่ พืชผัก และไม้ยืนต้น เนื่องจากเป็นดิน ตื้นถึงตื้นมากและมีก้อนหิน หรือเศษหินที่หน้าผิวดิน ไม่เหมาะสมที่จะนำมาใช้ในการทำนา เนื่องจากสภาพ พื้นที่สูงและดินเก็บกักน้ำไม่อยู่ แต่มีศักยภาพพอที่จะ ใช้ปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์และปลูกไม้โตเร็วบางชนิด 9, 10, 11, 12 34 52 เนื้อดินเป็นพวกดินเหนียวหรือดินร่วนเหนียว ที่มีก้อนปูนหรือปูนมาร์ ลปะปนอยู่มากตั้งแต่ 30 ซม. จากผิวดิน ดินสีดำสีน้ำตาลหรือแดงพบ บริเวณเชิงเขาหินปูน ลักษณะพื้นที่เป็นลูกคลื่นลอนลาด มีความลาดชัน ประมาณ 2-4 % เป็นดินตื้นถึงตื้นมาก ระดับน้ำใต้ดินลึกกว่า 2 เมตร มี ความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติปานกลางถึงสูง pH 7.0-8.5 เหมาะสมในการปลูกพืชไร่และพืชผักหลายชนิดถึงแม้ จะเป็นดินตื้น แต่มักจะมีหน้าดินหนากว่า 15 ซม. เป็น ดินที่มีความอุดมสมบูรณ์สูงและลักษณะทางกายภาพ ดีเป็นส่วนใหญ่ ไม่ค่อยเหมาะสมในการปลูกไม้ผลหรือ ไม้ยืนต้น และไม่เหมาะสมในการทำนา เพราะพบใน บริเวณที่ดอนและสภาพพื้นที่ค่อนข้างสูง จึงเก็บกักน้ำ ที่ผิวดินไม่ค่อยอยู่ มีความเหมาะสมอย่างมากในการ ปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์หรือพัฒนาเป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ - - 59 : ดินมีการผสมของดินหลายชนิด ซึ่งเกิดจากตะกอนลำน้ำพัดพามาทับ ถมกัน พบบริเวณที่ราบลุ่ม หรือบริเวณพื้นล่างของหุบเขา มีสภาพพื้นที่ ราบเรียบ มีความลาดชันประมาณ 0-2 % ดินที่พบส่วนใหญ่มีการ ระบายน้ำค่อนข้างเลวถึงเลว มีลักษณะและคุณสมบัติต่างๆ เช่น เนื้อดิน สีดิน ความลึกของดิน ปฏิกิริยาดิน ตลอดจนความอุดมสมบูรณ์ตาม ธรรมชาติไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับชนิดของวัตถุต้นกำเนิดดินในบริเวณนั้นๆ ส่วนมากมีก้อนกรวดและเศษหินปะปนอยู่ในเนื้อดิน เหมาะสมในการทำนาในช่วงฤดูฝน และเหมาะสมใน การปลูกพืชไร่ในช่วงฤดูแล้ง เนื่องจากดินมีความชื้น พอที่จะปลูกพืชไร่ได้หลายชนิดหลังการเก็บเกี่ยวข้าว แล้ว และพื้นที่บางส่วนของกลุ่มดินนี้อยู่ภายใต้ระบบ ชลประทานโดยเฉพาะในภาคเหนือ ส่วนการปลูกไม้ ผลหรือไม้ยืนต้นนั้นไม่เหมาะสม เพราะมีน้ำท่วมขังใน ฤดูฝนและดินมีสภาพการระบายน้ำค่อนข้างเลวถึงเลว - 24 62 ดินนี้ประกอบด้วยพื้นที่ภูเขา ซึ่งมีความลาดชันมากกว่า 35 % ดินที่พบ ในบริเวณดังกล่าวนี้มีทั้งดินลึกและดินตื้น ลักษณะของเนื้อดินและ ความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติแตกต่างกันไปแล้วแต่ชนิดของหินต้น กำเนิดในบริเวณนั้น มักมีเศษหิน ก้อนหิน หรือหินพื้นโผล่ กระจัด กระจายทั่วไป ส่วนใหญ่ยังปกคลุมด้วยป่าไม้ประเภทต่างๆ เช่น ป่า เบญจพรรณ ป่าเต็งรัง หรือป่าดิบชื้น หลายแห่งมีการทำไร่เลื่อนลอย โดยปราศจากมาตรการในการอนุรักษ์ดินและน้ำ ซึ่งเป็นผลทำให้เกิด การชะล้างพังทลายของดิน จนบางแห่งเหลือแต่หินพื้นโผล่ ไม่เหมาะสมที่จะนำมาใช้ในการเพาะปลูกพืช เนื่องจากเป็นดินตื้น มีหินโผล่ที่ผิวดินเป็นส่วนใหญ่ และพื้นที่เป็นภูเขาสูงชัน มีความลาดเทเฉลี่ยเกิน 35 % ง่ายต่อการชะล้างพังทลายของดิน จึงเหมาะสมที่ จะรักษาไว้เป็นพื้นที่ป่าไม้ธรรมชาติเพื่อรักษา สภาพแวดล้อมและเป็นพื้นที่ต้นน้ำลำธาร - 40 ที่มา: กรมพัฒนาที่ดิน (2553)
รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-58 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 2.4 งานด้านระบบโทรมาตร 2.4.1 หลักการของอุปกรณ์ตรวจวัดระดับน้ำ ระบบการวัดจะประกอบไปด้วยอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่พื้นฐานอันประกอบไปด้วย ทรานสดิวเซอร์ ทำหน้าที่ เปลี่ยนตัวแปรอินพุตที่ต้องการ ให้ไปอยู่ในรูปของสัญญาณอื่นที่ใช้งานได้สะดวกกว่า เช่น เปลี่ยนระยะทางเป็นค่า ความต้านทาน หรือเป็นแรงดันไฟฟ้าหรือแรงเคลื่อนไฟฟ้า เซ็นเซอร์ (Sensor) คือส่วนที่รับสัญญาณจาก กระบวนการในตอนแรก (อินพุตทรานสดิวเซอร์) คุณลักษณะของ เซ็นเซอร์หรือทรานสดิวเซอร์ที่ต้องการคือต้องมี ความสามารถในการรับสัญญาณและตรวจจับรับสัญญาณอินพุตที่ต้องการและต้องไม่มีความไวกับสัญญาณอื่นๆ ขณะที่ทำการตรวจวัด 2.4.2 การทำให้สัญญาณเป็นเชิงเส้น (Linearization) มีสองแบบคือแบบวงจรแอนะลอก (Analog) ใช้กับงานในช่วงแคบๆ และแบบระบบสมัยใหม่ ที่จัดการได้ โดยการป้อนให้กับคอมพิวเตอร์แล้วใช้ซอฟต์แวร์แปลงสัญญาณ โดยที่คอมพิวเตอร์สมัยใหม่สามารถทำงานได้ ใกล้เคียงกับเวลาจริง (Real-time) มาก 2.4.3 การแปลงสัญญาณ (Conversion) เนื่องจากสัญญาณที่ออกจากวงจรหรืออุปกรณ์หนึ่งอาจจะไม่ตรงกับความต้องการของอีกวงจรหนึ่งจึงต้อง แปลงสัญญาณไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจากค่าหนึ่งไปสู่อีกค่าหนึ่ง เช่น แปลงจากค่า ความต้านทานไปเป็นสัญญาณกระแส หรือ แปลงจากกระแสไปเป็นแรงเคลื่อนไฟฟ้า เป็นต้น โดยปกติสัญญาณที่ใช้ในกระบวนการวัดและควบคุม มักจะ เป็นสัญญาณมาตรฐาน (Standard Signal) ถ้าเป็น แรงเคลื่อนจะมีค่า 0 – 5 โวลต์ (ไฟกระแสตรง) และถ้าเป็นกระแสจะมีค่า 4 – 20 มิลลิแอมป์ (ไฟกระแสตรง) แต่ส่วนมากจะส่งเป็น สัญญาณกระแส เพราะเหตุว่าสัญญาณดังกล่าวจะเป็นอิสระกับการเปลี่ยนแปลงของโหลดมากกว่าสัญญาณแบบ แรงเคลื่อน ดังนั้น จึงพบว่าจะมีกระบวนการแปลง แรงเคลื่อนไปเป็นกระแส (Voltage-to-Current Converter) หรือแปลงกระแสไปเป็นแรงเคลื่อน (Current-to-Voltage Converter) เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ หลังจากที่ได้ สัญญาณจากระบบการวัด ซึ่งเป็นสัญญานแบบแอนะล็อก (ทั้งแรงเคลื่อนและกระแส) ก็ต้องส่งสัญญาณไปยัง กระบวนการเปลี่ยนข้อมูลจาก ระบบแอนะล็อกไปเป็นสัญญาณดิจิตอลโดยใช้ไอซีประเภท Analog – to – Digital Converter (ADC) เพื่อเชื่อมต่อกับระบบคอมพิวเตอร์ต่อไป 2.4.4 การเชื่อมต่อกับไมโครคอมพิวเตอร์ การเชื่อมต่ออุปกรณ์ภายนอกกับคอมพิวเตอร์ คือ ในระบบปฏิบัติการทุกระบบจะมีคำสั่งพิเศษที่จะเข้าถึง อุปกรณ์ภายนอกต่างๆ แต่การเข้าถึงหรือเชื่อมต่อจะต้องอาศัยการเขียนภาษาควบคุม ในระบบปฏิบัติการ DOS การเข้าถึงอุปกรณ์ภายนอกจะไม่ยุ่งยากนักสามารถทำได้โดยง่ายแต่ถ้าเป็นระบบปฏิบัติการ WINDOWS การ เข้าถึงอุปกรณ์ภายนอกมีข้อกำหนดต่างๆ มากมาย ทั้งนี้เนื่องจากการทำงานแบบ Multitasking การเขียนภาษา เข้าถึงอุปกรณ์จะต้องมีคำสั่งพิเศษหรือในบางกรณีต้องใช้ไฟล์บางชนิดเข้าช่วยในโปรเจค เช่น DLL (Dynamic Linked Library) file เป็นต้น แต่ทั้งนี้อาจใช้ไฟล์แบบอื่นได้เช่นกัน การเขียนโปรแกรมโดยใช้ภาษาระดับสูงเช่น VB จะมีความสะดวกสำหรับผู้ใช้มากกว่าการเขียนโดยใช้ภาษาระดับต่ำเช่นภาษาแอสแซมบลี ในการสร้าง DLL File สามารถสร้างโดยโปรแกรมภาษา C, C++ หรือ Visual C ก็ได้เมื่อสร้าง DLL File แล้วจะนำไปไว้ที่ ที่ไดเรก ตอรี่ System ของระบบปฏิบัติการ WINDOWS ตั้งแต่เวอร์ชั่น 95 ถึง XP การเชื่อมต่อระหว่างคอมพิวเตอร์กับอุปกรณ์ภายนอก ทั้งส่วนของภาคอินพุตและภาคเอาท์พุต คือ สามารถทำได้หลายวิธี ซึ่งโครงการนี้เลือกใช้พอร์ทอนุกรม มีลักษณะการทำงานติดต่อร่วมกันระหว่างซีพียูกับ
รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-59 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 อุปกรณ์อื่นๆ กับการโอนถ่ายข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ต่างๆ นอกเหนือจากจะต้องทำงานติดต่อกับ RAM และ ROM แล้วยังต้องมีการติดต่อกับอุปกรณ์ภายนอกที่มีการส่งข้อมูลอินพุต เอาท์พุตอีกทางหนึ่ง (รูปที่ 2.2.3-3) ซึ่งเป็นการ เพิ่มประสิทธิภาพให้ระบบสมบูรณ์ ในระบบต่างของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ จะทำงานต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ ดังเช่น การส่งรับข้อมูลจากซีพียูไปยังส่วนอื่นๆ เป็นต้น รูปที่ 2.4.4-1 การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ภายนอกที่มีการส่งข้อมูลอินพุต และเอาท์พุต ที่มา: ณรงค์ (2541) การที่จะโอนย้ายข้อมูลทุกตัวนั้นจะต้องมีแหล่งที่ส่งข้อมูล และแหล่งที่รับข้อมูลสำหรับขบวนการเหล่านั้น จะมีส่วนที่สำคัญว่า ข้อมูลนั้นเป็น แอดเดรสหรือว่าเป็นดาต้า จะส่งไปยังจุดไหน ตัวอย่างเช่น ส่งไปยัง หน่วยความจำ หรืออุปกรณ์อินพุต/เอาท์พุต และจะส่งเมื่อไร การทำงานเหล่านี้โดยทั่วๆ ไป จะต้องมีสัญญาณ ใน การตรวจสอบอุปกรณ์ว่าพร้อมที่จะส่ง-รับข้อมูล หรือยังก่อนเสมอ เนื่องจากจุดที่ส่งและรับ ข้อมูล จะต้องมี สัญญาณตรวจสอบความพร้อม เพื่อที่จะให้ข้อมูลที่เราใช้งานนั้นๆ เป็นระเบียบ เช่น ส่งข้อมูลจากซีพียูไปที่อุปกรณ์ รอบข้าง เป็นต้น ซึ่งจุดรับส่งคู่หนึ่งๆ อาจจะเป็นระหว่างซีพียูด้วยกัน หรือ ซีพียูกับหน่วยความจำ หรือ ซีพียูกับ อุปกรณ์รอบข้าง หรือ ระหว่างอุปกรณ์รอบข้างด้วยกัน หรือ ระหว่างหน่วยความจำกับอุปกรณ์รอบข้าง ก็ได้ สำหรับข้อมูลที่โอนย้ายไปมานั้นจะอยู่ในลักษณะของเลขฐานสอง ตัวอย่าง 01101100 ซึ่งเลขแต่ละตัวจะแทน ด้วย 1 bit อาจเป็น 8 bit หรือ 16 bit ก็ขึ้นอยู่กับของระบบนั้นๆ ถ้าหากเป็นการต่อจากพอร์ตพีซีไม่ว่าจะเป็น Serial หรือ Parallel ในสัญญาณที่ส่งมาจะมีระบบแรงดันไฟฟ้า Serial port (RS-232) มีค่า 3 ถึง 25 Vdc และ Parallel port (Printer port) มีค่า 5 Vdc (TTL) ต่อ 1 bit Serial Port (RS-232) สามารถติดต่อกับอุปกรณ์ ต่างๆ ที่มีการติดต่อกับอุปกรณ์ภายนอกผ่านทาง RS-232 เช่น เครื่องชั่งน้ำหนักรวมถึงโหลดเซล (เป็นเซ็นเซอร์ ชนิดหนึ่งใช้สำหรับวัดน้ำหนัก ซึ่งที่ชุดแสดงผลภายในเป็นชุดไมโครคอนโทรลเลอร์จะมีสัญญาณรับส่งทาง RS232) เครื่องวัดงานทางด้านไฟฟ้า ไมโครคอนโทรลเลอร์ ควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้า โอนถ่ายข้อมูลในฮาร์ดดิสระหว่าง เครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยกัน ควบคุมแสตปปิ้งมอเตอร์ เป็นต้น ข้อดีของการติดต่อข้อมูลกันผ่านทาง RS-232 ก็คือ Microsoft Visual Basic 6 จะมีตัวคอนโทรล ชื่อ MS Comm. ที่ใช้ติดต่อกับ Serial Port (RS-232) ให้ไว้อยู่แล้ว ทำให้การพัฒนาโปรแกรมในด้านนี้ได้เร็วและเป็นมาตรฐานในทิศฐานการเขียนโปรแกรมเดียวกันของทุก โปรแกรมเมอร์ 1) ระบบที่ใช้ติดต่อสื่อสารข้อมูลของคอมพิวเตอร์ (1) USB (Universal Serial Port) รวมถึง Fire wire (IEEE-1348) เป็นระบบใช้ติดต่อสื่อสาร ข้อมูลแบบใหม่ ที่มีความเร็วสูง อีกทั้งเฉลียวฉลาดมากขึ้น ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือคอมพิวเตอร์กับ
รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-60 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 อุปกรณ์ภายนอก (Hardware) ซึ่ง USB ได้ถูกนำเข้ามาแทน การติดต่อแบบ RS-232 และ Centronics Printer Ports ดังจะเห็นได้จากอุปกรณ์ โมเด็ม หรืออุปกรณ์ตัวอื่นๆ เป็นต้น Firewire ได้ถูกออกแบบเพื่อรองรับการ สื่อสารสำหรับข้อมูลที่เป็น สัญญาณภาพ เสียง วีดีโอ รวมถึงขนาดบล็อคของที่มีขนาดใหญ่ (2) Micro wire, SPI และ I2C Interface การติดต่อสื่อสารเป็นแบบ Synchronous Serial เหมาะสำหรับใช้ในระยะสั้นๆ ซึ่ง Microtroller ส่วนใหญ่แล้วจะติดต่อแบบนี้ (3) Ethernet ใช้ติดต่อสื่อสารในระบบเครือข่ายหรือที่เรียก ระบบแลนด์ ที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ ต่อกันไปมาเยอะๆ นั้นแหละ เป็นระบบ ที่มีความเร็วสูง และ ความจุ แต่ละอุปกรณ์ (Hardware) และโปรแกรม (Software) ซึ่งจะมีความซับซ้อน อีกทั้งราคาสูงกว่าระบบการติดต่อสื่อสารแบบอื่นๆ ในที่นำมากล่าวทั้งหมดนี้ (4) Centronics Parallel Printer Port Interface สามารถส่งข้อมูลได้หลายบิตสำหรับการส่ง หนึ่งครั้ง ซึ่งมีความเร็วสูงสุด มักจะนิยมใช้สำหรับการติดต่อสื่อสาร ระหว่างพีซีกับเครื่องพิมพ์ (Printer) เครื่องแส กนเนอร์ เครื่องเก็บข้อมูลแบบภายนอก (Data Acquisition Devices) เป็นต้น (5) IrDA (Interface Data Association) เป็นการสื่อสารข้อมูลแบบไร้สาย โดยใช้แสง อินฟราเรด ซึ่งใช้ได้ในระยะทางสั้นๆ ในที่สายเคเบิลไม่สามารถติดตั้งได้ เข้าไปไม่ถึง ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น รีโมททีวีหรือวีดีโอ เมาส์หรือคีย์บอร์ดอินฟราเรด เป็นต้น (6) MIDI (Musical Instrument Digital Interface) ใช้สำหรับการสื่อสารแบบอนาล็อกใน เครื่องมือด้านเครื่องเสียง เครื่องมือด้านดนตรี (ซินติไซเซอร์ เปอร์คัตชั่น กีตาร์แอฟเฟ็ก) เครื่องมือควบคุมเสียงใน โรงภาพยนต์ (มิกเซอร์ อีเควอไรเซอร์ แอฟเฟ็กต่างๆ) ซึ่งจะใช้กระแสไฟประมาณ 5 mA ที่ความเร็ว 31.5 kbps 2) Visual Basic Programming Interface Hardware การใช้ Visual Basic (VB) เขียนโปรแกรม ติดต่อ I/O ผ่านทาง Port ของเครื่องคอมฯ (Anonymous, 2002)ไม่ว่าจะเป็นทาง Serial Port (RS-232) หรือที่ รู้จักในชื่อ Com1 Com2 และ Parallel Port หรือ Printer Port นั้นเอง หรือเราอาจใช้ Card I/O 8255 ซึ่งเป็น การขยาย Port I/O ของ Parallel ก็สามารถทำการติดต่อกับ Hardware ภายนอกผ่าน Port ดังที่กล่าวมาได้ อีก ทั้งสามารถติดต่อผ่านระบบ Network โดยผ่านช่องทางการติดต่ออย่าง TCP/IP จะเห็นได้ว่า VB ก็สามารถทำงาน ด้าน Interface Hardware ได้ไม่แพ้ภาษาตัวอื่นๆ และง่ายกว่า จึงทำให้สามารถทำความเข้าใจเพื่อจะนำไปใช้งาน ได้สะดวกและรวดเร็ว 2.4.5 การเชื่อมต่อ Internet server สมเกียรติ (2544) ได้กล่าวสรุปไว้ คือ การติดต่อสื่อสารระยะไกลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ได้ผล แน่นอน คือ การติดต่อผ่านทางสายเคเบิลโดยมีข้อตกลงในการติดต่อเรียกว่าโปรโตคอล ซึ่งในปัจจุบันโปรโตคอลที่ ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ TCP/IP ในการติดต่อระหว่างเครื่อง PC สามารถใช้โมเด็มและสายโทรศัพท์ตามบ้านที่ มีอยู่แล้วอย่างมากในปัจจุบันทำงานร่วมกับโปรแกรมสื่อสารระยะไกลต่างๆ ได้เป็นอย่างดี TCP/IP เป็นระบบ เครือข่ายที่ใช้โปรโตคอลมาตรฐานชื่อ TCP/IP ในการสื่อสารผ่านระบบเพื่อติดต่อกับเครื่องคอมฯ อื่นๆ โปรโตคอล TCP/IP นั้นประกอบด้วยส่วนที่สำคัญ 2 ส่วนก็คือ TCP (Transmission Control Protocol) และ IP (Internet Protocol) มีขั้นตอนการทำงานของ Software & Hardware มีส่วนประกอบดังนี้ IP Address: สำหรับการรับส่งข้อมูลในระบบ Internet จะถูกกำหนดและอ้างอิงด้วยหมายเลขประจำ เครื่องนั้นก็เครื่อง IP Address ซึ่งในระบบ Internet จะมีเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นจำนวนมากที่อยู่ในระบบ ในการ ที่จะใช้ IP Address อาจจะไม่สะดวก จึงได้มีการเปลี่ยนมาใช้เป็นชื่อในความเข้าใจกันก็คือ Domain name โดย ทั้งหมดนี้อยู่ในระบบ Name Services ซึ่งเป็นการอ้างอิงชื่อแทนหมายเลข (1) Routing Configuration: ข้อดีของโปโตคอล TCP/IP ก็คือในการกำหนดเส้นทางสำหรับการ รับส่งที่สามารถเลือกเส้นทางในการรับส่งข้อมูลได้อย่างอัตโนมัติ หากถ้าเกิดเส้นทางบางเส้นทางเสียหาย ระบบ
รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-61 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 กลไกในการกำหนดเส้นทางสำหรับการรับส่งข้อมูลของโปรโตคอล TCP/IP ก็จะเลือกเส้นทางให้เหมาะสมถูกต้อง ให้สามารถรับส่งข้อมูลได้ (2) Protocol, Ports, Sockets: เป็นช่องทางสำหรับกำหนดทิศทางของการรับส่งข้อมูล นอกเหนือจากที่จะต้องกำหนดหลังจาก IP Address ในงานควบคุมระยะไกลการใช้โปโตคอล TCP/IP ถือว่า มีประสิทธิภาพดี โปรแกรมเมอร์สามารถ จะเขียนโปรแกรมไปควบคุม I/O ของระบบคอมพิวเตอร์ หรือฮาร์ดแวร์ที่มีการติดต่อด้วยระบบเดียวกัน สำหรับ Visual Basic มีเครื่องมือช่วยในการเขียนโปรแกรมด้านนี้อยู่แล้วมีชื่อว่า Winsock หรือจะใช้แบบฟังก์ชั่น API ซึ่ง การเขียนโปรแกรมติดต่อกับ Serial Port สามารถทำได้ 2 วิธี คือ (2.1) การติดต่อแบบอินเตอร์รัพต์ ขบวนการอินเตอร์รัพท์ อุปกรณ์รอบข้างเกือบทุกชิ้น จะต้องปฏิบัติงานอยู่เพื่อส่งสัญญาณไปให้แก่ซีพียูเสมอ ถ้าอุปกรณ์นั้นพร้อมที่จะรับ-ส่ง โดยทั่งไปจะส่งเป็นรหัส แอสกี้ การเขียนโปรแกรมอินเตอร์รัพต์ โดยเมื่อที่ข้อมูลเข้ามาจะทำให้มี Comm. Event กับ On Comm. Event (2.2) การติดต่อแบบโพลลิ่ง ในระบบพีซี การโพลลิ่งมีบ้างที่ใช้การส่งผ่านข้อมูลระหว่าง Terminal กับ CPU กรณีข้อมูลเป็นประเภทไบท์ที่ส่งจากคีย์บอร์ด โดยวิธีการนี้จะตรวจสอบ คีย์บอร์ดว่ามีข้อมูล ส่งมา โดยจะตรวจสอบตลอดเวลา การทำงานกับข้อมูลที่รับเข้ามาจะตรวจสอบด้วยความเร็วที่สูงกว่าอัตรา ความเร็วข้อมูลที่ส่งเข้ามาทางคีย์บอร์ด การที่ CPU ส่งสัญญาณออกไปตรวจสอบพบว่ามีข้อมูลที่ต้องส่งเข้ามา เรียกว่า Wet Poll ซึ่งจะเสียช่วงเวลา 90 เปอร์เซ็นต์ คาบเวลาที่เสียไปนั้นสามารถใช้เทคนิค การโพลแบบ Round Robin แทน แต่ในVB จะใช้การตรวจสอบข้อมูลที่มาจาก Serial Port ตลอด โดยจะใช้ Control Timer เข้ามาช่วยในการเขียนโปรแกรมซึ่งสามารถตรวจสอบได้ถึงระดับ 1 มิลลิวินาที หรืออาจจะใช้คำสั่ง Do … Loop แทนได้เช่นกัน 2.4.6 ลักษณะทั่วไปของระบบโทรมาตร ระบบโทรมาตร (Telemetering System) หมายถึง การตรวจวัดข้อมูลอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยาที่ สถานีสนาม และส่งข้อมูลที่ตรวจวัดไปเก็บรวบรวมและ แสดงผลที่สถานีหลัก การทำงานทั้งหมดเป็นไปโดย อัตโนมัติ ตลอดเวลาทำให้สถานีหลักได้รับข้อมูลที่รวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง (Real-Time data collection) (กรมชลประทาน, ม.ป.ป.) ผ่านทางสื่อต่าง ๆ เช่น คลื่นวิทยุ คลื่นไมโครเวฟ ฯลฯ เข้าสู่สถานีหลัก เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นมาแสดงเป็นการนำข้อมูลมาวิเคราะห์ใช้ในการพยากรณ์สถานการณ์น้ำ ประโยชน์ที่จะได้รับ เมื่อระบบโทรมาตรเสร็จเรียบร้อย คือ 1) เพิ่มประสิทธิภาพ ในการติดตามสถานการณ์น้ำ และการพยากรณ์น้ำได้อย่างถูกต้อง รวดเร็วและทัน ต่อเหตุการณ์ 2) เพื่อตรวจวัดคุณภาพน้ำ วัดระดับน้ำ ปริมาณฝน ณ เวลาจริง จากสถานีสนามภายในลุ่มน้ำแล้วส่งไป ยังสถานีหลักโดยอัตโนมัติ 3) เพื่อพัฒนา และประยุกต์ โปรแกรมแบบจำลอง สำหรับการบริหารจัดการน้ำเช่นในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ให้มีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อธิบายเรื่องโครงการหาความสัมพันธ์ของระดับน้ำและ ปริมาณน้ำปากแม่น้ำเจ้าพระยาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (Hydrodynamic Flow Measurement) ประกอบด้วย (3.1) เพื่อตรวจวัดค่าระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ณ เวลาจริงอย่างต่อเนื่อง (Real-Time Water Level Data) ของสถานีตรวจวัดระดับน้ำตั้งแต่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาไปจรดปากแม่น้ำเจ้าพระยา โดยการ ติดตั้งระบบรับ-ส่งข้อมูลทางไกลแบบอัตโนมัติ (ระบบโทรมาตร) 8 แห่ง ที่สถานีตรวจวัดระดับน้ำ
รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-62 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 (3.2) เพื่อตรวจวัดปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ตามสถานีตรวจวัดระดับน้ำเป็นระยะ ๆ โดย การใช้เครื่องมือวัดกระแสน้ำแบบเคลื่อนที่ (Moving Current Meter Measurement) นำมาศึกษาความสัมพันธ์ ระหว่างค่าระดับน้ำและปริมาณน้ำในบริเวณกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล และนำข้อมูลปริมาณน้ำที่วัดได้มาใช้ ปรับเทียบแบบจำลองคณิตศาสตร์แม่น้ำเจ้าพระยา (3.3) จัดทำแบบจำลองคณิตศาสตร์แม่น้ำเจ้าพระยาตั้งแต่บางไทรถึงปากแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อใช้ ในการคาดการณ์ระดับน้ำตามสถานีตรวจวัดระดับน้ำต่างๆ และการบริหารน้ำหลากให้สอดคล้องกับสภาพน้ำขึ้นน้ำลงของน้ำทะเล รายละเอียดของโครงการ ดังรูปที่ 2.4.6-1 ถึง 2.4.6-3 ประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก ดังนี้ (1) สถานีโทรมาตร 20 แห่ง อาคารสถานีชลศาสตร์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา (2) ระบบตรวจวัดน้ำแบบเคลื่อนที่ได้ เรือสำรวจร่องน้ำ อุปกรณ์ตรวจวัดน้ำและหยั่ง ความลึก (3) ระบบคาดการณ์และบริหารจัดการน้ำหลาก โครงสร้างของระบบคาดการณ์และ บริหารจัดการน้ำหลาก การทำงานของระบบคาดการณ์ รูปที่ 2.4.6-1 Graphical User Interface (GUI) โทรมาตร ที่มา: กรมชลประทาน (2549)
รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-63 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 รูปที่ 2.4.6-2 กราฟพยากรณ์ระดับน้ำสถานีอยุธยา ที่มา: กรมชลประทาน (2549) รูปที่ 2.4.6-3 ข้อมูลเตือนภัยและพยากรณ์น้ำท่วม
รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-64 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 กรมชลประทาน (2547) ได้ติดตั้งระบบโทรมาตรเคลื่อนที่ขนาดเล็กที่ติดตั้งอยู่ บริเวณเหนือ เขื่อนและท้ายเขื่อนปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ และที่ติดตั้งที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี(เขื่อนเพชร) อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี และติดตั้งบริเวณเหนือเขื่อนและท้ายเขื่อนแก่งกระจาน และบริเวณห้วยแม่ประจันต์ ซึ่งกรม ชลประทานได้นำไปติดตั้งบริเวณพื้นที่ด้านเหนือ ด้านท้ายของอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และจุดวัดระดับน้ำที่สำคัญ ด้านท้ายเขื่อน ตลอดจนในลำน้ำหรือแม่น้ำสำคัญที่อยู่ในแนวร่องพายุที่มักผ่านเป็นประจำทุกปีในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ ระบบโทรมาตรเป็นระบบการตรวจวัดข้อมูลอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยาที่สถานีสนาม และส่ง ข้อมูลที่ตรวจวัดไปเก็บรวบรวมและแสดงผลที่สถานีหลัก การทำงานทั้งหมดเป็นไปโดยอัตโนมัติ ตลอดเวลาทำให้ สถานีหลักได้รับข้อมูลที่รวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงเพื่อเป็นการเตือนภัยจากสภาพน้ำหลาก การ คาดหมายสภาพน้ำในแม่น้ำ อ่างเก็บน้ำและเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการปฏิบัติการอ่างเก็บน้ำ โดยมีการเชื่อมโยง ข้อมูลและแสดงผลบนระบบภูมิสารสนเทศผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ตลอดจนเชื่อมโยงข้อมูลเข้ากับเครือข่าย คอมพิวเตอร์ของกรมชลประทาน และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้เป็นแนวทางการบริหารจัดการน้ำ ลดความเสียหายจากอุทกภัยและภัยแล้ง ระบบโทรมาตร ส่วนใหญ่ของกรมชลประทานที่ติดตั้งแล้วเสร็จจะใช้ระบบโทรมาตรที่มีขนาด ใหญ่ เคลื่อนที่ไม่ได้ แต่ก็มีบางส่วนจะเป็นระบบโทรมาตรเคลื่อนที่ขนาดเล็ก ซึ่งติดตั้งง่าย สามารถเคลื่อนย้าย เปลี่ยนจุดที่ตั้งได้โดยสะดวก รวดเร็ว โดยระบบบันทึกและส่งข้อมูล จะเป็นแบบเวลาจริงและอัตโนมัติผ่าน เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ทำการตรวจสอบข้อมูล ได้แก่ ระดับน้ำ ปริมาณฝน อุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์ ความ กดอากาศ ความเข้มแสง ความชื้นในดิน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการในการใช้ข้อมูล ระบบขนาดเล็ก มีข้อดี คือ น้ำหนักเบา ราคาถูก มีระบบส่งข้อมูลไร้สายระยะไกล เหมาะสำหรับติดตั้งในที่ห่างไกลที่เป็นปัญหาขาดข้อมูลอยู่ ในขณะนี้ การที่กรมชลประทานนำระบบโทรมาตรขนาดเล็กเคลื่อนที่มาใช้เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหาร จัดการน้ำและการคาดการณ์สถานการณ์น้ำให้เป็นไปอย่างรวดเร็วแม่นยำยิ่งขึ้น รวมทั้ง ได้ข้อมูลที่จะนำมาใช้ วางแผนแก้ไขปัญหาภัยแล้งหรือน้ำท่วมที่ถูกต้องทันต่อเหตุการณ์ทั้งในภาวะปกติและภาวะวิกฤติ ในการเก็บข้อมูล น้ำโดยใช้คน ซึ่งอาจจะเป็นเจ้าหน้าที่หรือว่าจ้างชาวบ้านให้ช่วยวัดระดับน้ำ แล้วส่งข้อมูลผ่านทางวิทยุสื่อสาร ซึ่ง การเก็บข้อมูลตามจุดต่างๆ ให้ครบนั้น ทำให้ในวันหนึ่งๆ จะเก็บข้อมูลได้จุดละหนึ่งครั้ง ดังนั้น ปัญหาที่พบ คือ ข้อมูลไม่เป็นแบบ ณ เวลาจริง แต่ทั้งนี้ ขาดความน่าเชื่อถือ เนื่องจากขาดอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ที่จะเข้าไปเก็บ ข้อมูลในทุก ๆ วัน และบางแห่งก็อยู่ในป่าลึก สำหรับการแก้ปัญหาดังกล่าวจำเป็นต้องสร้างระบบที่สามารถตรวจวัดระดับน้ำ ความเร็วของน้ำ ที่สามารถนำไปคำนวณปริมาณน้ำที่ไหลผ่านจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งได้ นอกจากนั้นยังต้องวัดระดับน้ำฝนที่ตก ในเวลาหนึ่งๆ เพื่อจะได้คำนวณถึงปริมาณน้ำบนผิวดินที่จะเกิดขึ้นอีกด้วย ทั้งหมดนี้ต้องสามารถปฏิบัติการได้เอง โดยอัตโนมัติ และข้อมูลต้องส่งให้รวดเร็วที่สุด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องสามารถวางแผนรับมือ กับสถานการณ์ วิกฤติได้ทันท่วงที จากปัญหาดังกล่าว กรมชลประทานจึงได้วางระบบโทรมาตรเพื่อการพยากรณ์น้ำและเตือนภัย น้ำท่วมมาช่วยให้การบริหารจัดการน้ำมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น ที่จังหวัดจันทบุรี ระบบโทรมาตร เพื่อการ พยากรณ์น้ำ และเตือนภัยน้ำท่วม ประกอบด้วยสถานีโทรมาตรสนามจำนวน 11 แห่ง ครอบคลุมลุ่มแม่น้ำจันทบุรี และสถานีควบคุมโทรมาตร จำนวน 1 สถานี ตั้งอยู่ที่โครงการชลประทานจันทบุรี ซึ่งสถานีทั้ง 12 แห่งจะทำงาน ร่วมกันโดยสถานีสนามจะตรวจวัดระดับน้ำในลุ่มน้ำ และวัดค่าปริมาณน้ำฝน จากนั้นจะส่งข้อมูลกลับมายังศูนย์ ควบคุมผ่านคลื่นวิทยุทุก ๆ 15 นาที ซึ่งทางศูนย์ควบคุมจะนำข้อมูลเข้าระบบพยากรณ์ และแจ้งเตือนหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง ข้อดีของระบบดังกล่าวคือ ตัวสถานีสนามเป็นการปฏิบัติงานแบบ Unman Station ไม่จำเป็นต้องมี เจ้าหน้าที่ประจำ และมีระบบป้องกันเหตุร้ายต่าง ๆ ที่สมบูรณ์กับพื้นที่ เช่น ระบบป้องกันฟ้าผ่า ระบบป้องกันผู้บุก
รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-65 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 รุก ระบบไฟฟ้าสำรอง (กรณีกระแสไฟฟ้าขัดข้อง สถานีจะมีแบตเตอรี่สำรองให้ระบบทำงานตามปกติได้อีก 3 วัน โดยที่ข้อมูลไม่เสียหาย) ระบบโทรมาตรใหม่ได้เริ่มทดลองปฏิบัติงานมาตั้งแต่เดือนเมษายน พ.ศ. 2548 ปัจจุบัน จังหวัดจันทบุรีมีฐานข้อมูลน้ำที่เชื่อถือได้ สามารถเรียกดูรายงานย้อนหลังได้รวดเร็ว และสามารถพยากรณ์ล่วงหน้า 1 วันได้อย่างแม่นยำ โดยการพยากรณ์ของระบบจะอ้างอิงข้อมูลสภาพภูมิอากาศ จากกรมอุตุนิยมวิทยาร่วมด้วย กองสารสนเทศระบายน้ำ (2549) อธิบายระบบโทรมาตร (ภาพที่ 2.4.6-4) ประกอบด้วยสถานี แม่ข่าย (Master Station) ซึ่งตั้งอยู่ ณ ชั้น 6 อาคารสำนักการระบายน้ำ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 และ สถานีเครือข่าย (Remote Terminal Unit) 55 สถานี กระจายอยู่ทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร แบ่งเป็น ด้านฝั่ง ตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา 37 สถานี และด้านตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา 18 สถานี โดยสถานีเครือข่ายมี หน้าที่ตรวจวัดค่าของข้อมูลต่างๆ ได้แก่ ระดับน้ำในคลอง ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ปริมาณน้ำฝน สภาวะการ ทำงานของเครื่องสูบน้ำ และระดับการเปิด-ปิดของประตูระบายน้ำ นอกจากนี้ยังมีการตรวจวัดค่าของข้อมูล คุณภาพน้ำ ได้แก่ ค่าความเค็มของน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา (Sodium Absorbtion Ratio: SAR) แล้วส่งข้อมูลเข้าสู่ สถานีแม่ข่ายโดยอัตโนมัติ ผ่าน คลื่นวิทยุระบบ UHF (Ultra High Frequency) ย่านความถี่ 446.20 MHz ระบบ ควบคุมนี้จะใช้ซอฟท์แวร์ SCADA (Supervisory Control And Data Acquisition) ในการรวบรวมข้อมูลจาก อุปกรณ์วัดชนิดต่างๆ ที่อยู่ ณ สถานีเครือข่ายทั้งหมด และประมวลผลเก็บเป็นฐานข้อมูลแสดงผลออกทางจอภาพ คอมพิวเตอร์ในรูปของกราฟฟิกและรายงาน ทำให้ทราบสถานการณ์ต่างๆ ในด้านการระบายน้ำเพื่อใช้ ประกอบการตัดสินใจการวางแผนดำเนินการได้ทันที รูปที่ 2.4.6-4 สถานีแม่ข่าย และสถานีเครือข่ายระบบโทรมาตรของกรุงเทพมหานคร ที่มา: กองสารสนเทศระบายน้ำ (2549)
รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-66 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (2547) Field Server คือ อุปกรณ์ที่ใช้ตรวจวัด สภาพอากาศในธรรมชาติ อย่างอัตโนมัติตลอด 24 ชั่วโมง ตามความต้องการของผู้ใช้ เช่น วัดอุณหภูมิ วัดความชื้น วัดระดับน้ำ อุณหภูมิดิน เป็นต้น นอกจากนี้ยังสามารถถ่ายภาพพื้นที่บริเวณที่ติดตั้งอุปกรณ์ชนิดนี้ได้ การทำงาน ของ Field Server ประกอบด้วย 3 ส่วนที่สำคัญ คือ ตัว Field Server ระบบเน็ตเวิร์ค และกล้องถ่ายรูป โดยตัว Field Server และกล้องถ่ายภาพ เป็นตัวรับและเก็บข้อมูลมาที่ระบบเซ็นเซอร์ตัวแปรต่างๆ หลังจากนั้นก็ส่งข้อมูล ไปที่ระบบอินเตอร์เน็ท Field Server เป็นอุปกรณ์ที่คิดค้นและพัฒนาจากประเทศญี่ปุ่น โดยหน่วยงาน National Agriculture Research Organization (NARO) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เก็บรวบรวมข้อมูลทางด้านการเกษตรใน ประเทศญี่ปุ่น ให้ความร่วมมือกับประเทศไทยโดยนำเอาอุปกรณ์ชนิดนี้มาติดตั้งในพื้นที่ของประเทศไทยโดย ทดลองติดอุปกรณ์บริเวณอาคารของ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ใช้เวลา ทดลองผลประมาณ 6-12 เดือน ก่อนนำไปติดตั้งในพื้นที่จริง ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีของ Wireless LAN เป็นตัวส่งข้อมูลมาที่ผู้ ติดตั้งระบบ ซึ่งข้อมูลที่ได้รับจะเป็นข้อมูลดิบ ผู้ใช้ข้อมูลต้องนำข้อมูลไปตีความตามความต้องการของผู้ใช้เอง เห็น ได้ว่าประโยชน์ของ Field Server มีมากมาย เนื่องจากอุปกรณ์ชนิดนี้สามารถตรวจวัดค่าต่างๆ ได้มากมายหลาย ค่า ประกอบด้วย (1) อุปกรณ์ตรวจวัดสภาพอากาศ (Micro-Climate) ตัวอย่างเช่น ตรวจวัดแสง อุณหภูมิ ความชื้น อุณหภูมิดิน การระเหยของน้ำ ปริมาณน้ำฝน ทิศทางลม และความเร็วลม เป็นต้น (2) สามารถส่งข้อมูลเข้าสู่ส่วนกลางในการประมวลผล เพื่อประโยชน์ในการจัดการพื้นที่เสี่ยงภัย เช่น น้ำท่วม ภัยแล้ง ดินถล่ม เป็นต้น นอกจากนี้ยังใช้เป็นอุปกรณ์เสริมในการรับสัญญาณอินเตอร์เน็ทแบบไร้สาย (Wireless Internet) สู่เครื่องคอมพิวเตอร์ในหน่วยงานของชุมชนที่อยู่ในระยะรัศมีการทำการของอุปกรณ์ Field Server เป็นอุปกรณ์ที่เก็บข้อมูลสภาพอากาศ เพราะฉะนั้นเราจึงได้ข้อมูลที่เป็นเวลาที่เป็นปัจจุบัน (Real Time) ดังนั้นเราจึงสามารถนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์และหาวิธีการแก้ไขได้อย่างทันท่วงที พร้อมทั้งสามารถที่จะแจ้งเตือน ภัยล่วงหน้าได้อย่างทันเวลา ชุมชนที่อยู่ในระยะรัศมีทำการของอุปกรณ์สามารถใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์รับ สัญญาณอินเตอร์เน็ทแบบไร้สาย (Wireless Internet) เชื่อมโยงข้อมูล โดยผ่านอุปกรณ์ดังกล่าวได้ ระบบบันทึก ข้อมูลอัตโนมัติ (Data Logger) เพื่อการเก็บข้อมูลอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยา คือ อุปกรณ์ที่ใช้ในการตรวจวัด ข้อมูลอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยาที่สถานีภาคสนาม เช่น การวัดความเข้มของแสง อุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์ ความกดอากาศ ระดับน้ำ และปริมาณน้ำ เป็นต้น และเก็บข้อมูลที่ตรวจวัดไว้ในอุปกรณ์เก็บข้อมูล (Compact Flash) แล้วนำข้อมูลนั้นมาคำนวณค่าที่ได้ใช้ภายหลัง Field Server ที่นำมาใช้กับงานศึกษาทดลองปลูกมะกอกโอลีฟ ณ สวนอาภากร จ.ชลบุรี เป็น แบบ Data Logger เพื่อเก็บข้อมูลไว้ทีละมากๆ โดยไม่ต้องการข้อมูลแบบ Real-Time ซึ่งสามารถนำไปติดตั้งในที่ ที่ไม่มีไฟฟ้า โดยที่สวนอาภากรนี้ได้ใช้พลังงานจาก Solar Panel เพื่อติดตามการเจริญเติบโตของ ต้นมะกอกโอลีฟ พร้อมทั้งตรวจวัดสภาพอากาศเฉพาะถิ่นบริเวณโดยรอบเพื่อหาความสัมพันธ์ที่เหมาะสมที่สุดที่ส่งผลให้มีการติด ดอกออกผลได้ดี เนื่องจากพื้นที่ทดลองปลูกมะกออกโอลีฟ ที่สวนอาภากรนี้เป็นพื้นที่ติดชายทะเล และไม่มีไฟฟ้า จึงต้องใช้พลังงานไฟฟ้าจาก Solar Panel และสภาพอากาศที่นี่ มีลักษณะคล้ายกับทะเล แถบเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่ง เป็นแหล่งที่พบมะกอกโอลีฟเป็นจำนวนมาก จึงทำให้พื้นที่นี้มีการติดผลของมะกอกโอลีฟมากกว่าพื้นที่อื่นๆ การทดลองปลูกมะกอกโอลีฟ ณ โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชศูนย์คลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ศูนย์คลองไผ่ เป็นตัวแทนของ สภาพพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีสภาพเป็นทรายจัด อุณหภูมิในช่วงกลางวันค่อนข้างร้อนและเย็นเวลากลางคืน มะกอกโอลีฟ ที่ปลูกที่คลองไผ่มีการเจริญเติบโตทาง Vegetative ดี และบางสายพันธุ์เริ่มออกดอก Field Server ที่นำมาใช้กับงานศึกษา ทดลอง ปลูกมะกอกโอลีฟ ณ โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ศูนย์คลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เป็นแบบ Data Logger เพื่อเก็บข้อมูลไว้ใน
รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-67 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 Compact Flash เป็นช่วงเวลาทุกๆ 1 เดือน จะทำการอ่านข้อมูลเข้าสู่ฐานข้อมูลทีละมากๆ โดยไม่ต้องการข้อมูล แบบ Real-Time ภาควิชาวิศวกรรมชลประทาน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์โดยวิชญ์ และ วราวุธ (2546) ได้เริ่ม พัฒนาระบบวัดระดับน้ำและควบคุมการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำในคลองชลประทานระยะไกล (Baribaud, 1997; Barillere, 1999 and Daneels and Salter, 1999) การลดต้นทุนระบบโทรมาตรให้มีต้นทุนต่ำทำโดยการ สื่อสารใช้คลื่นวิทยุ VHF หรือใช้เครือข่ายโทรศัพท์มือถือโดยเฉพาะแบบเติมเงินที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ ในปัจุบันได้พัฒนาอุปกรณ์ระบบโทรมาตรต้นทุนต่ำส่งข้อมูลผ่านโทรศัพท์มือถือ ซึ่งอยู่ระหว่างการทดลองใช้งาน จริง ออกแบบอุปกรณ์และทำเองโดยใช้ของที่มีขายภายในประเทศ พิจารณาแยกส่วนประกอบและลำดับขั้นตอน การทำงานออกเป็น 3 ส่วนแสดงใน รูปที่ 2.4.6-5 temperature gate position water level remote terminal unit (RTU) process communication analysis base operation canal system canal operation รูปที่ 2.4.6-5 Elements of Telemetering System ที่มา: Baribaud G. (1997) Sensors วัดระดับน้ำหน้า-ท้ายอาคารใช้ลูกลอยและเฟืองโซ่ต่อร่วมกับตัวต้านทาน ปรับค่าได้ชนิด Potentiometer แปลงค่าระดับน้ำที่ขึ้น-ลงให้เป็นแรงดันไฟฟ้า 0-5 V. เพื่อส่งต่อให้วงจร ADC ระยะการเปิดบาน ประตูระบายน้ำ (Gate Position) ตรวจวัดโดยใช้ตัวต้านทานแบบเดียวกัน โดยติดตั้งไว้ที่แกนเพลาเครื่องกว้าน บานระบาย ส่วน RTU (Remote Terminal Unit) ประกอบด้วย Embedded System ที่มีไมโครคอนโทลเลอร์ ตระกูล PIC 14 bit-core จำนวน 2 ตัว ทำงานช่วยกัน รับข้อมูลดิจิตอลที่แปลงแล้วจากวงจร Filter และ ADC ทำการปรับแก้และประมวลผลเบื้องต้น แสดงผลในตัวผ่าน LCD มีระบบรวบรวมข้อมูลและบันทึกใน Data Logger ทุกชั่วโมงควบคุมโดย RTC (Real Time Clock) ใช้วิธีส่งข้อมูลเข้ารหัสแบบ Dual Tone Multi Frequency Encoder Data (DTMFED) แผนผังการทำงานของอุปกรณ์โทรมาตรแบบต้นทุนต่ำมีลักษณะดังรูป
รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-68 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 ADC data acqisition processing unit power supply I/o in case temperature 2 ch. Water level 2 ch. Gate position 1 ch. Rain fall data monitoring mobile phone interface unit GSM , Dtac , Orange รูปที่ 2.4.6-6 การทำงานของโทรมาตรที่ประดิษฐ์เองในประเทศไทย ที่มา: วราวุธและวิชญ์ (2547) สามารถส่งข้อมูล Real Time หรือการแจ้งเตือนผ่าน SMS ให้โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์ได้ติดตั้ง และทดลองใช้งานที่ประตูระบายน้ำกลางคลอง (ปตร.) กม.22+700 คลอง 2L โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาสอง พี่น้อง สุพรรณบุรี (รูปที่ 2.4.6-7) สถานีแม่ข่าย (Base Operation) รับสัญญาณจากโทรศัพท์มือถือ ถอดรหัสและส่งข้อมูลให้ PC ฐานข้อมูลแบบ Text โปรแกรมการทำงานเขียนเองและอยู่ระหว่างพัฒนาเป็นระบบคลองอัตโนมัติสถานีแม่ข่าย สามารถเรียกเก็บข้อมูลระดับน้ำและระยะเปิดบานประตูระบายน้ำ (ปตร.) ได้ต่อเนื่อง ข้อมูลขาดหายบ้างเนื่องจาก ไฟฟ้าดับ (ไม่ได้สร้างระบบไฟฟ้าสำรอง) RTU ทำงานได้ตามเดิมถ้าไฟฟ้าเดินปกติโดยไม่ต้องตั้งค่าเครื่องอีก ไม่มี ข้อความ SMS แจ้งเตือนเนื่องจากระดับน้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติ ข้อมูลอุณหภูมิภายในตัวเครื่อง RTU ที่อยู่กลางแจ้งมี ค่าระหว่าง 24 o - 40o C แสดงว่าระบบระบายความร้อนที่ออกแบบไว้ทำงานดี กราฟระดับน้ำหน้า-ท้าย และ ระยะเปิดบานของประตูระบายน้ำ (ปตร.) ดังแสดงในรูปที่ 2.4.6-7 และ 2.4.6-8 รูปที่ 2.4.6-7 Installation RTU and sensors ที่มา: วราวุธและวิชญ์ (2547)
รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-69 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 13 13.5 14 14.5 15 15.5 16 16.5 17 17.5 1 11 21 31 41 51 61 71 81 91 101 111 121 131 141 151 161 171 181 191 201 211 221 231 241 251 261 271 281 291 301 311 321 เวลา (ชวั่โมง) ระดบั น้า รทก. ระดบัน้า หน้า ปตร.กม 22+700คลอง2 L ระดบัน้า ทา้ย ปตร.กม 22+700คลอง2 L รูปที่ 2.4.6-8 ระดับน้ำด้านเหนือและท้าย ปตร. กม. 22+700 คลอง 2 L ที่มา: วราวุธและวิชญ์ (2547) 0 0.2 0.4 0.6 0.8 1 1.2 13977 115 153 191 229 267 305 343 381 419 457 495 533 571 609 647 685 เวลา(ช่วัโมง) ระยะเปิดบาน(เมตร) ระยะเปิดบาน B ปตร. กม 22 + 700 คลอง2L ระยะเปิดบาน A ปตร. กม 22 + 700 คลอง2L รูปที่ 2.4.6-9 ระยะการเปิดบาน ปตร. กม. 22+700 คลอง 2 L ที่มา: วราวุธและวิชญ์ (2547) การสอบเทียบอ่านค่าระดับน้ำหน้า-ท้าย ปตร.ระหว่างการใช้คนและRTU ได้ค่า R 2 = 0.9911 (รูปที่ 2.4.6-10 และ 2.4.6-11) R 2 = 0.9911 14.20 14.40 14.60 14.80 15.00 15.20 15.40 15.60 15.80 16.00 14.20 14.40 14.60 14.80 15.00 15.20 15.40 15.60 15.80 16.00 RTU man ระดบันา ้หนา้ ปตร. รูปที่ 2.4.6-10 การสอบเทียบระดับน้ำหน้า ปตร. ระหว่างการใช้คน กับ RTU ที่มา: วราวุธและวิชญ์ (2547)
รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-70 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 R 2 = 0.9911 14.20 14.40 14.60 14.80 15.00 15.20 15.40 15.60 15.80 16.00 14.20 14.40 14.60 14.80 15.00 15.20 15.40 15.60 15.80 16.00 RTU man ระดบันา ้ทา้ย ปตร. รูปที่ 2.4.6-11 การสอบเทียบระดับน้ำท้าย ปตร. ระหว่างการใช้คน กับ RTU ที่มา: วราวุธและวิชญ์ (2547) 2.4.7 SCADA ความหมายของระบบ SCADA (Supervisory Control And Data Acquisition) Daneels and Salter (2003) ได้ให้ความหมายของระบบ SCADA ว่าเป็นระบบที่ควบคุมดูแลและได้รับข้อมูลอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาที่ ต้องการแต่โดยทั่วไปแล้วจะไม่เป็นระบบที่เต็มรูปแบบ การตอบสนองต่อข้อมูลที่รับมายังคงต้องมีการตัดสินใจ ร่วมกันระหว่างเครื่องเองเรียกกันว่า PLC (Programmable Logic Controllers) มีเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลเครื่องหรือใน บางครั้งอาจจะรับข้อมูลมาเพียงอย่างเดียวเพื่อการวิเคราะห์เป็นต้น ระบบ SCADA ไม่จำเป็นจะต้องใช้เฉพาะงาน ด้านอุตสาหกรรม หรืองานด้านการวิเคราะห์ข้อมูลเท่านั้นอาจนำระบบ SCADA มาใช้งานด้านอื่นๆ ได้ตาม ต้องการทั้งนี้เนื่องจากระบบ I/O หรือช่องรับ - ส่งข้อมูลสามารถปรับปรุงให้เข้ากันได้กับงานที่ต้องการ ใน สมัยก่อนระบบปฏิบัติการที่นิยมใช้กันมากกับ SCADA คือ DOS และ UNIX แต่มาในปัจจุบันจะใช้ WINDOWS และ LINUX ในระบบ SCADA ได้นำระบบ PLC เข้ามาเป็นส่วนประกอบอย่างมาก เรื่องของ PLC (Programmable Logic Controllers ) เริ่มขึ้น ใน ปี พ .ศ. 2512 โดยบ ริษั ท General Motors ป ระเท ศ สหรัฐอเมริกา ได้คิดค้นอุปกรณ์ที่ใช้ในงานควบคุมการผลิตใช้ชื่อว่า PLC (Programmable Logic Control) หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2512 จึงได้ผลิตระบบ PLC ออกจำหน่ายในประเทศสหรัฐอเมริกา สำหรับในประเทศญี่ปุ่น ในปี พ.ศ. 2508 บริษัท ออมรอน (Omron) ประสบความสำเร็จในการผลิตโซลิต สเตทรีเลย์ (Solid State Relay) และต่อมาในปี พ.ศ. 2513 ระบบ PLC จึงได้ผลิตออกจำหน่ายอย่างแพร่หลาย ชื่อของ PLC จะเรียก แตกต่างกันในแต่ละประเทศ คือ ในประเทศอังกฤษ จะเรียกว่า PC (Programmable Control) ในกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย จะเรียกว่า PBS (Programmable Binary System) แต่โดยทั่วไปจะ เรียกว่า PLC เป็นส่วนใหญ่ (ณรงค์, 2541) การทำงานของระบบ PLC ประกอบด้วยอุปกรณ์ชนิดโซลิต สเตทรีเลย์ (Solid State Relay) ที่ทำงานแบบลอจิค (Logic Functions) การทำงานของ PLC จะเหมือนกับระบบ คอมพิวเตอร์ คือ มีหน่วยประมวลผลกลาง หน่วยความจำ หน่วยส่งข้อมูล และหน่วยป้อนโปรแกรม 1) สถาปัตยกรรมของระบบ SCADA (Baribaud, 1997) โดยทั่วไปว่าประกอบไปด้วย (1.1) อุปกรณ์ซึ่งมีการทำงานแบบเป็นชั้นๆ หรือเป็นกลุ่มโดยในแต่ละกลุ่มสามารถติดต่อข้าม กลุ่มได้โดยผ่านเครื่องแม่ข่ายโดยมีข้อกำหนดหรือข้อตกลงในการเชื่อมต่อเรียกว่า โปรโตคอล (Protocal) (1.2) ซอฟแวร์ซึ่งต้องใช้ซอฟแวร์ที่มีการทำงานชนิดที่มีการตอบสนองทันที (Real Time) หรือ Online มีการส่งหรือรับข้อมูลตามเวลาที่กำหนดหรือตามต้องการ การจัดเก็บข้อมูลจะต้องมีซอฟแวร์จัดเก็บหรือ บันทึกข้อมูลแบบ Data Logger
รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-71 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 การเชื่อมต่อหรือการสื่อสารกันระหว่างเครื่องที่ใช้กันในระบบ SCADA (Barillere, 1999) ที่นิยม ใช้กันคือโปรโตคอลแบบ TCP/IP ซึ่งเป็นโปรโตคอลที่ใช้กันใน Internet สามารถเชื่อมโยงกันได้ทั่วโลกแต่จะมี ผู้ผลิต SCADA บางรายเท่านั้นจะใช้โปรโตคอลชนิดอื่นแต่ไม่เป็นที่นิยมเท่าที่ควรแต่อย่างไรก็ตามข้อกำหนด มาตรฐานโดยทั่วไปในการเชื่อมต่อของระบบ SCADA ยังคงมีมาตรฐานโปรโตคอลแบบ TCP/IP (Transmission Control Protocol/Internet Protocol) (วินัย, 2545) การติดต่อสื่อสารระยะไกลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ได้ผลแน่นอนคือการติดต่อผ่านทางสาย เคเบิลโดยมีข้อตกลงในการติดต่อเรียกว่าโปรโตคอลซึ่งในปัจจุบันโปรโตคอลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ TCP/IP (สมเกียรติ, 2544) ความเป็นมาของ TCP/IP (สุวัฒน์และคณะ, 2545) มีจุดกำเนิดจากการพยายามสร้างความ ได้เปรียบทางยุทโธปกรณ์ที่ใช้ในการทหารเมื่อพิจารณาตัวเลขทางสถิติพบว่ากระทรวงกลาโหมของสหรัฐอเมริกา หรือ Department of Defense (DOD) เป็นผู้บริโภคเทคโลยีสารสนเทศอันดับหนึ่งของโลก ไม่ว่าจะเป็นหน่วย ประมวลผล (CPU) ที่ดีที่สุด ระบบเสมือนจริง (Virtual Reality) ระบบฐานข้อมูลที่สลับซับซ้อน ตลอดจน ระบบสื่อสารที่ทันสมัยล้ำหน้ากว่าชาติใดๆ ในโลกของโปรโตคอล TCP/IP ในราวปี ค.ศ. 1967 หลังสงครามโลก ครั้งที่ 2 สหรัฐอเมริกาได้ทำการสร้างห้องวิจัยและได้ให้ทุนวิจัยแก่หน่วยงานต่างๆ มากมาย โดยมีหน่วยงานที่ ตั้งขึ้นเพื่อดูแลและสนับสนุนโครงการวิจัยชื่อว่า Advanced Research Projects Agency (ARPA) ต่อมาในปี ค.ศ. 1969 ARPA ซึ่งภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็น Defense Advanced Research Projects Agency (DARPA) ต้องการพัฒนาเครือข่ายสำหรับเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานทหารต่างๆ ที่มีระบบแตกต่างกันเข้าด้วยกัน (กองทัพบกใช้คอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายของ Digital Equipment Corporation (DEC) กองทัพเรือใช้ คอมพิวเตอร์ของ Unisys ส่วนกองทัพอากาศเลือกใช้คอมพิวเตอร์ของ IBM และมีลักษณะพิเศษคือหาก คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครือข่าย หรือสายสื่อสารในจุดใดจุดหนึ่งถูกตัดขาดอันเนื่องมาจากสงคราม อุปกรณ์ที่ยัง เหลืออยู่สามารถสื่อสารกันต่อไปได้) ตั้งชื่อโครงการว่า Advanced Research Projects Agency Network (ARPANet) และในปี ค.ศ. 1983 ARPANet จึงได้แยกตัวออกเป็นสองเครือข่ายให้ชื่อว่า MILnet ใช้เพื่อเชื่อมต่อเครือข่ายต่างๆ ของทาง ทหารเข้าด้วยกัน และนี่คือจุดเริ่มต้นของอินเตอร์เน็ต ในยุคเริ่มต้นของ ARPANet โปรโตคอลที่ใช้งานในการวิจัยมี ชื่อว่า Network Control Program (NCP) ทำงานบนโปรโตคอลระดับล่างชื่อ 1822 ซึ่งเป็นโปรโตคอลที่มีความ น่าเชื่อถือสามารถควบคุมการไหลของข้อมูล (Flow Control) ได้เป็นอย่างดี ต่อมา ในปี ค.ศ. 1980 ได้เปลี่ยนจากโปรโตคอล NCP มาเป็นโปรโตคอล TCP/IP ในปี ค.ศ. 1990 มี การใช้งานเครือข่าย ARPANet กันอย่างมากมายจนไม่สามารถที่จะรองรับการขยายเครือข่ายได้อีกต่อไป จึง ปรับเปลี่ยนมาใช้เครือข่าย NSFNET (National Science Foundation Network) เป็นแกนกลางแทนขณะนั้น จนถึงปี ค.ศ. 1995 ทางราชการของสหรัฐฯ ได้เลิกให้การสนับสนุนทางการเงินกับ NSFNEF และเป็นยุคเริ่มต้น ของการใช้อินเตอร์เน็ตในเชิงการค้า มีหลายบริษัทด้านสื่อสารโทรคมนาคมสนใจเข้ามาลงทุน และเติบโตเรื่อยมา จนถึงปัจจุบัน TCP/IP โปรโตคอลนั้นแบ่งออกเป็น 2 โปรโตคอลซ้อนกันอยู่ คือ TCP อยู่ในชั้นบน และ IP อยู่ ในชั้นถัดลงมา TCP/IP จึงไม่ได้เป็นโปรโตคอลชนิดเดียวกันทั้งหมด และไม่ได้เชื่อมติดเป็นชิ้นเดียวแต่ TCP ก็มี มาตรฐานของเฟรมที่ใช้รับส่งข้อมูลของมันเอง และมีหน้าที่ในการรับส่งข้อมูลแตกต่างไปจาก IP ซึ่งในการรับ ข้อมูลนั้น เฟรมของ TCP ที่อยู่ชั้นบนทั้งหมดจะถูกผนึกอยู่ในส่วนที่เป็นข้อมูลของ IP โปรโตคอล และ IP Address ในการใช้งานเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั่วไปหรือในเครือข่าย อินเตอร์เน็ตก็ตาม จะมีการส่งผ่านข้อมูลไปมาระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ภายในเครือข่ายหรือข้ามเครือข่าย ออกไป ระบบคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่ออยู่ในแต่ละเครือข่ายอาจจะใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่เหมือนกันหรือ
รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-72 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 แตกต่างกัน ดังนั้นการที่จะส่งผ่านข้อมูลถึงกันและตีความได้อย่างถูกต้องตรงกันจะต้องทำข้อกำหนดร่วมกันในการ สื่อสารเสียก่อน เรียกว่าจะต้องกำหนดระเบียบวิธีในการติดต่อให้ตรงกัน เปรียบเสมือนกับการสื่อสารกันของ มนุษย์ ถ้าต้องการจะติดต่อกับผู้คนต่างเชื้อชาติ ต่างภาษา การสื่อสารข้อมูลเปรียบได้ว่า ภาษาอังกฤษเป็น โปรโตคอลในการสื่อสารของมนุษย์ที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลาย เช่นเดียวกันกับโปรโตคอล TCP/IP เป็น โปรโตคอลหลักที่ใช้ในการสื่อสารข้อมูลในเครือข่ายอินเตอร์เน็ต จากที่กล่าวมาแล้วพอสรุปได้ว่า โปรโตคอล (Protocol) คือ ระเบียบวิธีที่กำหนดขึ้นสำหรับสื่อสารข้อมูล โดยสามารถส่งผ่านข้อมูลไปยังปลายทางได้อย่าง ถูกต้อง ในปัจจุบันโปรโตคอลในการสื่อสารข้อมูลก็มีอยู่หลายโปรโตคอล นอกเหนือจาก TCP/IP คล้ายกับภาษา ต่างๆ ในโลกนี้ที่นอกจากภาษาอังกฤษแล้วก็ยังมีภาษาอื่นๆ อีกมากมาย ในด้านของโปรโตคอลสื่อสารข้อมูลก็ เช่นกัน ได้มีการออกแบบโปรโตคอลอื่นๆ ขึ้นมาใช้งานอีกมาก เช่น โปรโตคอล IPX/SPX โปรโตคอล NetBEUI และโปรโตคอล Apple Talk เป็นต้น การอ้างอิงอุปกรณ์ในเครือข่าย แนวความคิดหลักของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ก็คือ การ เชื่อมโยงอุปกรณ์เข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่ให้บริการ (หรือบางที่เรียกว่า Host) และอุปกรณ์ใน เครือข่ายอื่นๆ เช่น Router เครื่องพิมพ์เพื่อให้สามารถแชร์การใช้อุปกรณ์ร่วมกันได้ หรือสามารถส่งผ่านข้อมูลไป มาระหว่างกันได้ถูกต้อง เมื่อมีการเชื่อมต่อกันแล้วก็จำเป็นต้องมีการกำหนดหรือระบุเลขหมายของอุปกรณ์ทุกชิ้น ทุกชนิดในเครือข่าย เพื่อให้อ้างอิงได้โดยไม่ซ้ำกัน เพราะถ้าซ้ำกันแล้วการรับส่งข้อมูลอาจจะไม่ถึงมือผู้รับปลายทาง ได้อย่างถูกต้อง เลขหมายดังกล่าวจะเรียกว่า แอดเดรส (Address) หรือเลขหมายประจำตัวที่มีข้อกำหนดเป็น มาตรฐาน ซึ่งในการใช้งานโปรโตคอล TCP/IP ที่เชื่อมโยงเครือข่ายอินเตอร์เน็ตนี้ เลขหมายที่ใช้อ้างถึงกันจะใช้เป็น ตัวเลขที่เรียกว่า IP Address (Internet Protocol Address) การทำงานของโปโตคอล IP จำเป็นต้องอาศัย IP Address เพื่อระบุและอ้างถึงอุปกรณ์ต่างๆ ที่ต่ออยู่ในเครือข่ายไม่ว่าจะเป็นเว็บเซิร์ฟเวอร์ เมล์เซิร์ฟเวอร์ อุปกรณ์ Router ฯลฯ IP Address จะเป็นค่าตัวเลขขนาด 32 บิต ถูกแบ่งออกเป็นส่วนละ 8 บิต รวมเป็น 4 ส่วน และคั่น แต่ละส่วนด้วยเครื่องหมายจุด (.) ดังนั้นค่าตัวเลขในแต่ละส่วนจะมีได้ตั้งแต่ 0 ถึง 255 ตัวอย่างของ IP Address เช่น 205.144.78.1 เป็นต้น นอกจานี้ IP Address บางหมายเลขหรือบางช่วงจะมีการใช้งานในลักษณะ ความหมายและหน้าที่พิเศษออกไป การจัดลำดับชั้นของเครือข่าย (Network Class) สมเกียรติ (2544) ได้อธิบายว่า การกำหนดค่า IP Address ไม่สามารถกำหนดขึ้นได้ตามใจชอบ แต่มีระเบียบวิธีแบ่งและการกำหนดที่ชัดเจนเป็นมาตรฐาน ใน IP Address จะถูกแบ่งเป็น 4 ส่วน โดยคั่นด้วยเครื่องหมายจุด ซึ่งสามารถ แยกเป็น 2 ส่วนย่อย คือ ส่วนแรกเป็น หมายเลขของเครือข่าย (Network Address) และส่วนที่สองเป็นหมายเลขของเครื่องลูกข่าย (Host Address) ทั้งนี้การแบ่งส่วนจะเป็นไปตามการแบ่งระดับชั้นของเครือข่าย เรียกว่า Network Class ซึ่งการกำหนดให้มี Network Class นี้ก็เพื่อให้สามารถแจกจ่าย IP Address ให้กับเครือข่ายต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม เพราะในแต่ละ เครือข่ายมักจะแตกต่างกัน บางเครือข่ายก็มีจำนวนเครื่องลูกข่ายมาก บางเครือข่ายมีน้อยแต่มีเครือข่ายย่อยๆ ใน เครือข่ายหลักจำนวนมาก ฉะนั้นถ้าไม่มีการจัดลำดับของเครือข่ายให้ดี IP Address ก็จะถูกใช้งานอย่างสิ้นเปลือง และใช้งานไม่ได้เต็มจำนวนที่มี ลำดับชั้นของเครือข่ายแบ่งได้เป็น 5 ลำดับคือ Class A, B, C, D และ E ในแต่ละ Network Class IP Address ทั้ง 32 บิต จะถูกกำหนดเป็นหมายเลขของเครือข่ายและหมายเลขของเครื่องลูกข่าย โดยมีเงื่อนไขดังนี้คือ (1) Class A เป็น IP Address ที่เริ่มตั้งแต่ 0 127 กำหนดให้กับเครือข่ายที่มีขนาดใหญ่ เพราะ 1 เครือข่ายสามารถมีเครื่องลูกข่ายได้กว่า 16 ล้านเครื่อง IP Address จะเป็นลักษณะ Net.Host.Host ตัวอย่างเช่น ค่า IP Address ของ Class A เป็น 121.7.23.3 หมายถึง เครือข่ายเลขที่ 121 หมายเลขเครื่อง คือ 7.23.3
รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-73 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 (2) Class B เป็น IP Address ที่เริ่มตั้งแต่ 128 – 191 กำหนดให้กับเครือข่ายที่มี ขนาดใหญ่ เช่นกัน แต่เล็กกว่า Class A IP Address จะเป็นลักษณะ Net.Net.Host.Host ตัวอย่างเช่น ค่า IP Address ของ Class B เป็น 137.103.210.2 หมายถึง เครือข่ายเลขที่ 137.103 หมายเลขเครื่อง คือ 210.2 (3) Class C เป็น IP Address ที่เริ่มต้นตั้งแต่ 192 223 กำหนดให้กับเครือข่ายที่เป็นองค์กร ทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นองค์กรขนาดกลางถึงเล็ก IP Address จะเป็นลักษณะ Net.Net.Net.Host ตัวอย่างเช่น ค่า IP Address ของ Class C เป็น 202.182.255.3 หมายถึง เครือข่ายเลขที่ 202.182.255 หมายเลขเครื่อง คือ 3 (4) Class D เป็นการกำหนด IP Address สำรองไว้สำหรับส่งข้อมูลแบบ Multicast ซึ่งจะไม่มี การแจกจ่ายให้ใช้งานทั่วไป (5) Class E เป็น IP Address พิเศษที่ใช้สำหรับงานทดสอบและพัฒนา ไม่มีการกำหนดให้ใช้ งานทั่วไป การเชื่อมต่อกันระหว่างคอมพิวเตอร์ (สมเกียรติ, 2544) จะต้องทำให้เครื่องหลักเป็น Server ก่อนและกำหนด IP Address ของแต่ละเครื่องที่เชื่อมต่อกันใน Class C ซึ่งจะเป็นเครือข่ายที่เล็กเหมาะสมกับงาน ที่ใช้จึงจะสามารถใช้โปรแกรมสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์ในลำดับต่อไปได้ โครงสร้างฐานข้อมูลของระบบ SCADA (Daneels and Salter, 1999) ทั่วไปแล้วจะใช้ คอมไพเลอร์ภาษา C C+หรือ VB เพื่อการเข้าถึงข้อมูลในแบบเดียวกันง่ายต่อการพัฒนาหรือขยายระบบออกไปได้ โดยไม่มีข้อจำกัดใดๆ และการเขียนโปรแกรมการทำงานของระบบ SCADA จะมีส่วนประกอบในการใช้งานดังนี้ (1) การเข้าถึงข้อมูลหรือการควบคุม ในระบบ SCADA จะต้องมี GUI (Graphic User Interface) ที่ง่ายต่อการควบคุมสามารถแสดงได้ทุกรายการที่ต้องการ (2) ระบบเตือนภัย ในระบบ SCADA โดยทั่วไปจะต้องมีระบบเตือนภัยไว้ด้วย เช่นอาจจะมีการ ส่ง mail เพื่อเตือนภัยไปยังเครื่องควบคุมที่อยู่ห่างไกลออกไปในเวลาที่เกิดมีปัญหาเป็นต้น (3) ระบบการรายงาน การรายงานเป็นสิ่งสำคัญของระบบ SCADA รูปแบบรายงานอาจเขียน ซอร์ฟแวร์ให้ฝังตัวอยู่กับโปรแกรมออฟฟิต เช่น Excel หรือ Word เป็นต้นทั้งนี้จะต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่สะดวก ในการปฏิบัติและปรับแต่งรูปแบบรายงาน (4) ระบบอัตโนมัติ (Automation) ระบบ SCADA โดยทั่วไปและส่วนมากจะมีระบบอัตโนมัติ เพื่อการตอบสนองงานบางอย่างของระบบ แต่ก็ไม่จำเป็นเสมอไป บางครั้งอาจจะให้ผู้ควบคุมระบบทำการสั่งงาน ได้ (5) การพัฒนาโปรแกรม ระบบ SCADA โดยทั่วไปจะมีการพัฒนาโปรแกรมไว้โดยมีข้อกำหนด ต่าง ๆ ตามมาตรฐานที่กำหนด เช่น ค่าคงที่ ตัวแปร กราฟฟิก สามารถที่จะนำเข้าหรือนำออกอย่างสะดวก นอกจากนั้น ระบบเองจะต้องมีเครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนาต่อเช่นตัวแก้กราฟฟิก การนำรูปเข้า - ออก เป็นต้น (6) การมีวิวัฒนาการทางด้านวิศวกรรม ระบบ SCADA ที่ดีจะต้องมีวิวัฒนาการทางด้าน วิศวกรรมในรูปแบบต่างๆ ทั้งเทคโนโลยีเว็บ แอคทีฟเอกซ์ ภาษาจาวา และเทคโนโลยีอื่นๆ นอกจากนั้น ยังต้อง สามารถเชื่อมต่อกับผลิตภัณฑ์ SCADA จากผู้ผลิตรายอื่นอีกด้วย ระบบ SCADA มีประโยชน์อย่างมากในการที่นำมาประยุกต์ใช้ในงานที่แหล่งข้อมูลอยู่ห่างไกล จากศูนย์ควบคุมเป็นระยะทางไกลๆ หรือแหล่งข้อมูลตั้งอยู่ในที่ไม่ต้องการให้มีบุคคลากรประจำอยู่ที่สถานีนั้น หรือ อยู่ในสถานที่ไม่สามารถก่อสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับบุคลากรประจำสถานีโดยใช้ RTU (Remote Terminal Unit) ทำหน้าที่ในการควบคุมอุปกรณ์ทั้งหมดโดย RTU จะต้องรับคำสั่งควบคุมจากศูนย์ควบคุม ดังนั้น นอกจากระบบ การสื่อสารข้อมูลที่ต้องมีความเชื่อถือได้อย่างสูงแล้ว อุปกรณ์ต่างๆ ที่ทำหน้าที่เป็น Master Station ที่ศูนย์ ควบคุมก็ต้องมีความเชื่อถือได้อย่างสูงเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อมูลที่มีความสำคัญมากๆ เช่น ปริมาณ
รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-74 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 น้ำฝน ตกหนักที่เหนือเขื่อนที่ทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติที่อาจจะทำให้เขื่อนพังได้ หรืออาจนำมาใช้ติดตาม สภาพน้ำในเขตโครงการชลประทาน เป็นต้น กรมชลประทาน (2542) ได้นำระบบ SCADA มาใช้ตรวจวัดข้อมูลทางอุตุนิยมวิทยาและอุทก วิทยาระยะไกลเพื่อใช้ในการ Operate เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ซึ่งมีรายละเอียดของอุปกรณ์หลักที่ใช้ในระบบ SCADA ดังนี้ (1) Remote Terminal Unit (RTU) เป็นอุปกรณ์ที่ติดตั้งอยู่ที่สถานีสนาม สำหรับใช้ในการรับ ส่ง สัญญาณควบคุมกับอุปกรณ์ต่างๆ ประมวลผลข้อมูล เก็บข้อมูล รับ ส่งข้อมูล และคำสั่งระหว่าง RTU กับศูนย์ ควบคุมโดยผ่านโครงข่ายสื่อสาร (2) Master Terminal Unit (MTU) เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ในการจัดการกับระบบต่างๆ เช่น เรียกข้อมูลจาก RTU ตามช่วงเวลาที่กำหนด (Time Mode) รอรับข้อมูลจาก RTU (Event Mode) ตามคำสั่ง ต่างๆ เพื่อควบคุมอุปกรณ์ แสดงผลข้อมูลในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานได้ง่าย รวมไปถึงการเก็บ รวบรวมข้อมูลเพื่อที่จะสามารถนำเอาข้อมูลต่างๆ มาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ (3) Master Control Center (MCC) ทำหน้าที่ในการควบคุมอยู่ที่ห้องควบคุมหลักซึ่งถือเป็น ระดับควบคุมที่สูงที่สุด มีระดับความสำคัญสูงที่สุด โดยสามารถที่จะควบคุมได้ทุกระดับ (4) Sub Master Control Center (SCC) ทำหน้าที่ควบคุมระบบที่ห้องควบคุมหลักย่อยถือเป็น ระดับควบคุมรองจากห้องควบคุมหลักแต่สามารถควบคุมได้ทั้งหมดในขอบเขตของตัวเองเท่านั้น (5) FIU (Field Interface Unit) ทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมระหว่าง Central Control Computer กับเครือข่ายสื่อสารของระบบ SCADA ลักษณะการทำงานของระบบ SCADA ที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ได้แบ่งการควบคุมเป็นหลายระดับ เพื่อให้ระดับที่ต่ำกว่า คือ RTU สามารถที่จะกระทำการควบคุมใดๆ ตามกระบวนการที่สถานีสนามเนื่องจากที่ RTU จะต้องต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ที่เราต้องการที่จะควบคุม ทำให้ที่ RTU สามารถที่จะดำเนินการได้อย่างถูกต้อง และแน่นอนโดยในระดับการควบคุมที่สูงกว่า เช่นที่ Sub-master หรือที่ Master จะทำการส่งเพียงแค่คำสั่งให้กับ RTU เท่านั้นและ RTU ก็จะนำคำสั่งนั้นมาดำเนินการตามกระบวนการควบคุมเองเพื่อที่จะลดปริมาณการรับ-ส่ง ข้อมูลหรือรายละเอียดต่างๆ ที่จะต้องใช้ในการควบคุมลงไปจากระบบเครือข่ายสื่อสาร โดยหลังจากที่ RTU กระทำการตามกระบวนการแล้วเสร็จก็จะนำผลที่ได้ส่งกลับไปแสดงที่ห้องควบคุมโดยใช้ Computer ทำหน้าที่ เป็นตัวควบคุมการทำงานของระบบ และ Computer ทำหน้าที่เป็นสถานีหลัก (Master Station) จะทำหน้าที่ใน การติดต่อกับสถานีสนาม (RTU) การติดต่อสื่อสารทำได้หลายวิธีแล้วแต่ความเหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศและ งบประมาณ เช่น Conventional Radio Trucked Radio Microwave Satellite และ Wireline เป็นต้น การ ทำงานของระบบ SCADA อย่างง่าย อธิบายด้วยรูปที่ 2.4.7-1 ซึ่งโดยมากระบบ SCADA จะมีโครงสร้างการทำงาน ในลักษณะนี้
รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-75 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 รูปที่ 2.4.7-1 ระบบ MOSCAD อย่างง่าย ที่มา: Baribaud G. (1997) ระบบการสื่อสารภายในระบบ SCADA ระบบสื่อสารจะความสำคัญมาก และจะต้องมีความ เชื่อถือของระบบสูงมาก โดยระบบ SCADA ใช้ระบบการสื่อสารเพื่อการติดต่อและควบคุม RTU เช่น การส่ง สัญญาณเตือน (Alarm) การส่งสถานะของอุปกรณ์ (Status Diagnostic) ตรวจสอบความผิดพลาดต่างๆ ของ RTU นอกจากนั้นยังสามารถที่จะทำการ Downloading Software Monitoring Application รวมไปถึงการ Debugging Application ที่ RTU ได้เป็นต้น การสื่อสารระหว่าง Control Center กับ RTU นั้นสามารถกระทำ ได้ 2 mode คือ (1) Time Mode หมายถึง การรับ - ส่งข้อมูลตามเวลาที่กำหนด โดยผู้ใช้งานสามารถที่จะ กำหนดช่วงเวลาการรับ - ส่งข้อมูลได้ เช่น ทุกๆ 15 นาที 30 นาที1 ชั่วโมง หรือสามารถที่จะกำหนดเวลา เช่น ทุกๆ 7.00 น. ของทุกๆ วัน เป็นต้น (2) Event Mode หมายถึง การรับ-ส่งข้อมูลเมื่อมีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้นที่ RTU โดย RTU จะ เป็นผู้ส่งข้อมูลให้กับสถานีหลักโดยไม่ต้องรอให้ถึงเวลาที่สถานีหลักเรียกถามข้อมูล เช่นในกรณีงานอุตุนิยมวิทยา และอุทกวิทยา ผู้ใช้ต้องการข้อมูลทันทีที่ฝนตก 10 มม. ภายในเวลา 15 นาที ดังนั้นจะต้องทำการกำหนดค่าใน โปรแกรมเพื่อควบคุมให้ RTU ส่งค่าทันทีที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น หรือ ในกรณีงานส่ง ก๊าซผ่านท่อส่งก๊าซ โดย กำหนดให้ส่งข้อมูลทันทีที่ความดันในท่อสูงหรือต่ำกว่าค่าที่กำหนดไว้เป็นต้น การนำระบบ SCADA ไปใช้งานนั้นสามารถนำไปใช้งานตั้งระบบ แบบง่ายๆ ซึ่งประกอบไปด้วย RTU ตั้งแต่ 1 RTU ขึ้นไปกับศูนย์ควบคุม 1 ศูนย์จนถึงระบบที่ยุ่งยากขึ้นไป คือ มีศูนย์ควบคุมตั้งแต่ 2 ศูนย์ ควบคุมขึ้นไป
รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-76 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 2) การติดต่อสื่อสารระหว่าง Computer Control Center กับ FUI มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ (2.1 ) Communication Port ข อ ง Computer แ ล ะ FUI ซึ่ งเป็ น RS232 Port ใน ก าร ติดต่อสื่อสารซึ่งกันและกัน ลักษณะการทำงานดังแสดงในรูปที่ 2.4.7-2 รูปที่ 2.4.7-2 ลักษณะการทำงาน Computer Control Center แบบ Stand Alone ที่มา: Baribaud G.(1997) (2.2) ผ่าน Ethernet บนระบบ LAN (Local Area Network) โดยใช้ Protoco1 มาตรฐาน TCP/IP (Transmission Control Protocol/Internet Protocol) ในการติดต่อสื่อสารมีลักษณะการทำงานแสดง ในรูปที่ 2.4.7-3 รูปที่ 2.4.7-3 ลักษณะการทำงาน Computer Control Center แบบ Computer network ที่มา: Baribaud G. (1997) FIU RADIO Alarms & Event SCADA NODE WORKSTATION A WORKSTATION B WORKSTATION C Color Printer Report Printer Ethernet or Taken Ring LAN FIU RADIO Alarms & Events Report Printer SCADA NODE
รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-77 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 การตรวจวัดสัญญาณเพื่อนำส่งข้อมูล จะประกอบด้วย Microprocessor Unit ซึ่งแบ่งเป็น CPU IO Module และ Communication Module ซึ่งแต่ละตัวมีหน้าที่ต่างกันดังต่อไปนี้ (1) CPU ทำหน้าที่ในการประมวลผลข้อมูลที่อ่านได้จากเครื่องมือวัดต่างๆ โดยผ่าน I/O Module ชนิดต่างๆ และเก็บข้อมูลลง Database เพื่อเตรียมส่งข้อมูลส่งให้กับ Computer Control Center และยังทำหน้าที่ในการรับคำสั่งจาก Computer Control Center เพื่อที่จะนำมาประมวลผลและส่งผลนั้นเพื่อ ควบคุมอุปกรณ์โดยผ่านทาง I/O Module (2) I/O Module ทำหน้าที่ในการรับ - ส่งสัญญาณจาก CPU เพื่อส่งไปควบคุม หรือ อ่านค่าจากอุปกรณ์เครื่องวัดต่างๆ ซึ่งสามารถแบ่ง Module ออกเป็น 4 ชนิดดังต่อไปนี้ (2.1) Analog Input Module เป็น Module ที่รับสัญญาณแอนาลอกที่เป็น สัญญาณไฟฟ้า 4 - 20 mA หรือ 0 - 5 Volts ซึ่งเป็นมาตรฐานทางอุตสาหกรรมจากอุปกรณ์วัดค่าต่างๆ (2.2) Digital Input Module เป็น Module ที่รับสัญญาณดิจิตอล 0 หรือ 1 ตามลักษณะ Close or Open Switch (2.3) Analog Output Module เป็น Module ที่ส่งสัญญาณแอนาลอกที่เป็น สัญญาณไฟฟ้า 4 - 20 mA หรือ 0 - 5 Volts ซึ่งเป็นมาตรฐานทางอุตสาหกรรม (2.4) Digital Output Module เป็น Module ที่ส่งสัญญาณดิจิตอล 0 หรือ 1 ตามลักษณะ Close or Open Switch (3) Communication Module ทำหน้าที่ในการติดต่อสื่อสารระหว่าง FIU กับ RTU, RTU กับ RTU หรือทำการถ่ายทอดข้อมูลต่อในกรณีที่ตัว RTU ทำหน้าที่เป็น Node (Store and Forward) ซึ่งจะ ใช้ในกรณีที่ RTU อยู่ห่างไกลจาก FIU หรือ RTU ที่ต้องการติดต่อเกินกว่าที่จะใช้สื่อสารเพียงทอดเดียวได้ ดังนั้น จึงต้องใช้ RTU ในระบบทำหน้าที่ในการช่วยถ่ายทอดสัญญาณต่อเพื่อให้ทั้งระบบสามารถที่จะติดต่อสื่อสารกันได้ ทั้งหมด การ Set up ภายในระบบ SCADA จะใช้โปรแกรมที่มีชื่อว่า Toolbox เป็นตัว Setup ระบบในรูปที่ 2.4.7-4 แสดงการแบ่ง RTU ออกเป็น Layers โดยเริ่มจาก Layer ที่ 4 ซึ่งเป็น Layer ของ RTU Hardware จนถึง Application Database Layer รวมไปถึงระดับขั้นของการเข้าถึงและการเปลี่ยนแปลงแก้ไข RTU โดยใช้โปรแกรม Toolbox สามารถติดต่อกับ RTU ได้โดยต่อเข้ากับ RTU โดยตรงหรือโดยผ่านเครือข่าย สื่อสาร (Remotely) การ Set up Network คือ เส้นทางการรับ - ส่งข้อมูล จะต้องทำการออกแบบระบบ เครือข่ายก่อนว่าจะใช้สื่ออะไรในการติดต่อสื่อสาร (Radio Wireline) เส้นทางการรับ - ส่งข้อมูล (โดยเฉพาะอย่าง ยิ่งระบบที่มี RTU ตั้งอยู่ไกลมากและไม่สามารถรับ - ส่งกันได้โดยใช้ Link เดียว) เมื่อทราบข้อมูลดังกล่าวแล้ว จะต้องกำหนดสถานีที่ทำหน้าที่เป็นตัวถ่ายทอดสัญญาณ (Store & Forward) ลงไปใน Network Configuration File (เฉพาะตัวที่ทำหน้าที่เป็นตัวถ่ายทอดสัญญาณเท่านั้น)
รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-78 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 รูปที่ 2.4.7-4 การทำงานภายในระบบ RTU ที่มา: Baribaud G. (1997) ลักษณะการทำงานของ Network Configuration File ในขณะทำการรับ - ส่งข้อมูล RTU ที่ปลายทางก็จะตรวจสอบ Port สื่อสารของตัวเองก่อนถ้าหากพบว่า Port สื่อสาร RTU ตัวนั้นต่อกับ RTU ตัวต้นทางโดยตรงก็จะทำการรับ - ส่งข้อมูลเลย แต่ถ้าหากว่าไม่พบก็จะเริ่มเข้าไปหาเส้นทางใน Network Configuration File โดยจะเริ่มจาก Port สื่อสารของตัวเองก่อนว่าต่อไปที่ RTU ตัวใดก็จะติดต่อไปที่ RTU ตัวนั้น เพื่อเปลี่ยนไปใช้ Port สื่อสารของ RTU ตัวนั้นและจะทำเช่นนี้จนพบกับ RTU ทุกตัวต่อผ่าน Radio 1 เพียง Link เดียวถึง FIU ดังแสดงในรูปที่ 2.4.7-5 ซึ่งเป็นระบบ Network 1 Link การทำงานง่าย ในรูปที่ 2.4.7-6 แสดง ระบบที่มี 2 Link และในรูปที่ 2.4.7-7 แสดงระบบที่มี 2 -Zone จะมีความซับซ้อนของระบบมากกว่า CENTRAL COMPUTER PROGRAMMING TOOLBOX PROGRAMMING TOOLBOX FIU RTU RTU ... RTU RS-232-C RS-232-C รูปที่ 2.4.7-5 ระบบ Network อย่างง่าย เพียง Link เดียว ที่มา: Baribaud G. (1997) FIU CONTROL CENTER Programming Tool Box Programming Tool Box Download/Upload Download Diagnosis/Debugging Diagnosis Application Database Application Software System Software RTU Hardware (CPU, COMM I/O Module) Remote Programming Local Programming
รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-79 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 CENTRAL COMPUTER FIU RTU RTU ... RTU RADIO1 LINE1 RTU RTU ... RTU RS-232-C รูปที่ 2.4.7-6 ระบบที่มี 2 Link ที่มา: Baribaud G. (1997) FIU RTU RTU RTU RTU RTU RTU RTU 9 ZONE 1 ZONE 2 SOFTWARE & FORWARD รูปที่ 2.4.7-7 ระบบที่มี 2- Zone ที่มา: Baribaud G. (1997) ระบบสำรองที่ทำงานแทนระบบหลัก โดยทั่วๆ ไปแล้วอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เป็น Master Station มักจะมีอุปกรณ์ 2 ชุด ที่มีลักษณะการทำงานเช่นเดียวกัน คุณลักษณะเดียวกันเพื่อทำหน้าที่แทนอุปกรณ์ หลัก (Hot Standby) ทันทีที่อุปกรณ์หลักไม่สามารถทำงานได้ปกติ และเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์หลักเมื่อได้ทำการ แก้ไขอุปกรณ์หลักจนสามารถที่จะทำงานได้อย่างปกติ (Redundant System) โดยปกติแล้วจะต้องเสียค่าใช้จ่าย ในการทำระบบ Redundant ที่ Master Station ค่อนข้างสูงมากซึ่งนอกจากจะต้องมีอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เดียวกัน และมีคุณลักษณะเหมือนกันทุกอย่าง 2 ชุด แล้วยังต้องมีโปรแกรมพิเศษเพื่อทำหน้าที่ในการคอยตรวจสอบการ ทำงานของอุปกรณ์หลักและทำการเปลี่ยนให้อุปกรณ์สำรองทำงานเมื่ออุปกรณ์หลักไม่สามารถทำงานได้อย่างปกติ และทำการเปลี่ยนกลับเมื่ออุปกรณ์หลักสามารถกลับมาทำงานได้อย่างปกติ การกำหนด Zone ของ RTU เนื่องจากระยะทางที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารมีระยะทางที่ ไกลมากและใช้คลื่นความถี่เพียงความถี่เดียวในระบบ ดังนั้นจึงต้องทำการแบ่งการติดต่อสื่อสารออกเป็น Zone ต่างๆ กำหนด Port สื่อสาร Zone ของการสื่อสารใน Site Configuration File และกำหนด Input Output ของ Module ต่าง ๆ มีดังนี้ (1) Rain Gauge ใช้วัดค่าปริมาณน้ำฝน โดยมี Sensitivity = 1 mm/1 Tip ลักษณะของสัญญาณเป็น Digital
รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-80 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 (2) Water Level เป็น Dry Bubble Unit ใช้วัดค่าระดับน้ำ โดยสามารถวัดได้ ตาม Range ที่กำหนดจาก แต่ละสถานี ลักษณะของสัญญาณเป็น Analog 4 - 20 mA (3) Door Switch เป็น Switch ที่ทำหน้าที่ในการตรวจวัดสถานะของประตู สถานี โดยถ้าหากมีการ เปิด - ปิดสถานีก็จะรายงานสถานะมาที่ห้องควบคุมทันที ลักษณะของสัญญาณเป็น Digital (4) AC. Contact ใช้สำหรับตรวจสอบสถานะทางไฟฟ้า ถ้าหากเกิดไฟฟ้าดับก็ จะรายงานสถานะมาที่ห้องควบคุมทันที ลักษณะของสัญญาณเป็น Digital (5) Pressure Switch ใช้สำหรับตรวจสอบสถานะของความดันของถัง GAs ถ้า หากเกิดความดันถัง GAs ต่ำก็จะรายงานสถานะมาที่ห้องควบคุมทันที ลักษณะของสัญญาณเป็น Digital (6) Low Battery ใช้สำหรับตรวจสอบสถานะของ Battery ของ UPS ถ้าหาก เกิดไฟฟ้าดับจนกระทั้ง Batter ของ UPS ต่ำก็จะรายงานสถานะมาที่ห้องควบคุมทันที ลักษณะของสัญญาณเป็น Digital (7) Lightning Protection Contact ใช้สำหรับตรวจสอบสถานะของอุปกรณ์ ป้องกันฟ้าผ่า ถ้าหากเกิดไฟฟ้าผ่าผ่านมาตามสายไฟฟ้า AC. จนกระทั่งอุปกรณ์ป้องกันฟ้าผ่าชำรุดก็จะรายงาน สถานะมาที่ห้องควบคุมทันที ลักษณะของสัญญาณเป็น Digital (8) UPS Down ใช้สำหรับตรวจสอบสถานะของ UPS ถ้าหากเกิดไฟฟ้าดับ UPS ก็จะทำหน้าที่จ่ายไฟฟ้าแทน จนกระทั่งไฟฟ้าสำรองจาก UPS หมด UPS ก็จะปิดตัวเอง แต่ว่า RTU ยังคง ทำงานได้จาก Battery ภายในของ RTU ดังนั้นเมื่อ UPS ดับจะรายงานสถานะมาที่ห้องควบคุมทันที ลักษณะของ สัญญาณเป็น Digital 2.4.8 Application Program ที่ RTU ซึ่งมีลักษณะการทำงานดังนี้ 1) การวัดปริมาณน้ำฝน ที่ RTU จะทำการวัดปริมาณน้ำฝนสะสมตั้งแต่เวลา 7.00 น.ของวันถัดมา โดย เมื่อถึงเวลา 7.00 น. ก็จะ Reset และเริ่มนับใหม่โดยสถานีหลักจะถามข้อมูลทุกๆ 15 นาที และถ้าหากว่า ภายใน 15 นาที มีฝนตกลงมามากกว่า 10 mm. หรือฝนตกมากกว่าค่าที่กำหนดไว้ RTU ก็จะส่งข้อมูลมาที่สถานีหลักโดย ไม่ต้องรอให้สถานีหลักถาม เมื่อวัดค่าได้แล้วก็นำค่าที่ได้มาคำนวณหาค่าปริมาณฝนรายชั่วโมง โดยจะบันทึกเวลา เริ่มต้น เวลาสิ้นชั่วโมง และค่าปริมาณน้ำฝนตั้งแต่ 7.00 น. ถึงต้นชั่วโมงและคำนวณค่าจากต้นชั่วโมงถึงปัจจุบัน และ RTU ยังต้องการทำการหาค่า Alarm 1 ชั่วโมง ย้อนหลังโดยตรวจสอบทุกๆ 15 นาที 2) การวัดระดับน้ำ ที่ RTU ทำการวัดระดับน้ำโดยแปลงค่าความลึกเป็นค่าระดับทะเลปานกลางและนำ ค่าระดับน้ำมาหาค่าปริมาณน้ำ และจะส่งข้อมูลมาที่ห้องควบคุมทันทีที่ระดับน้ำเปลี่ยนแปลง 10 cm. นอกจากนั้น ที่สถานีก็จะเก็บค่าเวลาและค่าระดับน้ำที่น้ำขึ้นสูงสุดและต่ำสุด 3) การตรวจวัดสถานะของอุปกรณ์ ที่ RTU จะทำการตรวจวัดสถานะต่างๆ (State) เช่น AC, Fail, Low Battery, Door Open, Pressure Switch Low, Lightning Protection Fail และ UPS Down ส่งมาที่ ห้องควบคุมทันทีที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นและหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวเข้าสู่ภาวะปกติ 4) สถานีสนามยังได้ทำการเก็บค่าข้อมูลต่างๆ ไว้ในโปรแกรมด้วย โดยได้ทำการเก็บค่า Range ของตัว วัดระดับน้ำ ระดับ Zero Gauge ค่าที่ได้จากการอ่านค่าจากไม้วัดระดับน้ำ (Staff Gauge) เป็นต้น 2.4.9 การเข้าถึงฐานข้อมูลด้วยโปรแกรม Visual Basic การเข้าถึงฐานข้อมูล การพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ Visual Basic ส่วนใหญ่นำมาใช้กับฐานข้อมูล และ การประยุกต์แบบ Client/Server ซึ่ง Visual Basic เป็นเครื่องมือที่อำนวยความสะดวกให้กับผู้พัฒนาโปรแกรม
รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-81 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 การเข้าถึงข้อมูล ความสามารถใหม่ที่สัมพันธ์กับฐานข้อมูลของ Visual Basic มีพื้นฐานจาก ActiveX Data Object (ADO) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ให้ผู้ใช้เข้าถึงฐานข้อมูลหรือแหล่งข้อมูล เมื่อมีการใช้ OLE DB provider ติดต่อ กับแหล่งข้อมูล Visual Basic 6 มีวิธีการติดต่อกับฐานข้อมูลได้หลายวิธี (http://www.widebase.net, 2007) ODBC ย่อมาจาก Open Data Connectivity และตั้งค่าการทำงานให้ผู้ใช้ติดต่อกับฐานข้อมูลทั้งภายใน พื้นที่และระยะไกล Microsoft เสนอเทคโนโลยีที่เป็นวิธีการเข้าถึงฐานข้อมูลหลายประเภท เช่น dBase, Microsoft FoxPro, Microsoft Access, Microsoft SOL Server, Oracle รวมไฟ ล์ Text แบบ Comma - Delimited ด้วยการใช้ API ร่วมกัน ส่วนที่โปรแกรมประยุกต์ทำงานกับ DLL เรียกว่า ODBC Driver Manager ซึ่งจะส่งคำสั่งไปที่ไดร์ฟเวอร์ ODBC ในการระบุฐานข้อมูลที่ผู้ใช้ต้องการ ODBC มีประสิทธิภาพเมื่อเปรียบเทียบ กับเทคนิคการเข้าถึงข้อมูล ความได้เปรียบของ ODBC คือสนับสนุน API ทั้งประเภท 16 บิต และ 32 บิต ใน ODBC เวอร์ชัน 3 เพิ่มเทคนิคการบู๊ตให้ดีขึ้น เช่น การติดต่อแบบ Pool ทำให้โปรแกรมประยุกต์ตอบสนองได้ดีขึ้น Microsoft Transaction Server ใช้การติดต่อแบบ Pool เพื่อความเร็วในการเปิดการติดต่อโดย Component ของ ActiveX ที่ทำงานอยู่ภายใต้ ODBC การใช้ ODBC ไม่ใช่เรื่องง่ายโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้พัฒนาโปรแกรม ด้วย Visual Basic กลุ่มของฟังก์ชัน API มีความซับซ้อนและถ้ามีความผิดพลาดเกิดขึ้นอาจจะให้โปรแกรม ประยุกต์เสียหาย ด้วยเหตุนี้ผู้พัฒนาโปรแกรม Visual Basic น้อยมากที่จะเขียนคำสั่งเรียกฟังก์ชัน ODBC โดยตรง เทคนิคการแก้ไขข้อมูลอื่นๆ ส่วนใหญ่ให้ Visual Basic ใช้ไดร์ฟเวอร์ ODBC ในฐานะเลเยอร์กลาง ในบางครั้งอาจ ใช้เทคนิคอื่นๆ กับการเรียก API โดยตรง แต่ไม่สามารถใช้วิธีการนี้กับ ADO ได้ถึงแม้ว่าภายใน ADO จะใช้ ไดร์ฟเวอร์ ODBC แนวคิดพื้นฐานของเทคโนโลยี เช่น เมื่อมีการทำงานกับ ADO มีความเกี่ยวข้องกับ Data Source Name (DSN) โดย DSN เป็นกลุ่มของค่าที่โปรแกรมประยุกต์ในการติดต่อกับฐานข้อมูล โดยทั่วไปจะ รวมถึงชื่อไดร์ฟเวอร์ของ ODBC ที่ต้องการใช้ ชื่อของไดร์ฟเวอร์เป็น Host ของแม่ข่ายฐานข้อมูล (การทำงานกับ Client - Server engine เช่น SQL Server หรือ Oracle) ชื่อพาร์ทของฐานข้อมูลที่เจาะจง เวลาสิ้นสุดของการ ติดต่อ ชื่อของการเรียกเวิร์คสเตชัน หรือโปรแกรมประยุกต์ เป็นต้น การสร้าง DSN ทำได้หลายวิธี ทั้งภายในและภายนอก Visual Basic ศูนย์กลางของคำสั่ง ODBC อยู่ใน Control Panel ของระบบปฏิบัติการ Windows ที่ให้ผู้ใช้ติดต่อสร้าง DSN และคอนฟิก ODBC ซึ่งมี DSN หลาย ประเภท DSN ของผู้ใช้จะเก็บไว้ใน Registry ของระบบ และสามารถใช้ได้เฉพาะผู้ใช้ปัจจุบันโดยไม่สามารถแบ่งให้ ผู้ใดได้ DSN ของระบบเก็บไว้ใน Registry เช่นกัน และสามารถเห็นได้โดยผู้ใช้อื่นๆ รวมถึงแม่ข่าย Windows NT ไฟล์ DSN เก็บในไฟล์ .dsn และสามารถใช้ร่วมกันโดยผู้ใช้ทั้งหมดไฟล์ DSN สามารถคัดลอกได้ง่าย ทำให้การ ติดตั้งทำได้สะดวก อีกด้านหนึ่งโปรแกรมประยุกต์ต้องการที่เก็บ DSN ต้องใช้คำสั่งที่ระบุพาร์ทของไฟล์ DSN ที่ สมบูรณ์ การทำงานกับ ODBC โดยไม่เกี่ยวข้องกับ DSN ทำได้โดยการให้สารสนเทศที่ต้องการสำหรับการติดต่อ เช่น ไดร์ฟเวอร์ ชื่อฐานข้อมูล และพาร์ทเป็นต้น ให้ถูกต้องในคำสั่ง วิธีนี้เรียกว่า DSN - Less Connections ซึ่งมี ประสิทธิภาพเพราะประหยัดของไดร์ฟเวอร์ ODBC ในการเดินทางไปที่ Registry หรือไฟล์ DSN แต่วิธีการนี้ ผู้พัฒนาโปรแกรมต้องทำงานมากขึ้น DAO หรือ Data Access Object เป็นหัวใจของโปรแกรมประยุกต์ Visual Basic ในพัฒนาการประยุกต์ กับฐานข้อมูล DAO เป็นการติดต่อแบ บ Object - oriented ไปยัง Microsoft Jet ที่เป็น engine ที่มี ความสามารถสูง ผู้พัฒนาโปรแกรมสามารถออกแบบฐานข้อมูล MDB ด้วย Access และใช้ DAO จากโปรแกรม ประยุกต์ Visual Basic ในการเปิดฐานข้อมูล เพิ่มและลบเรคคอร์ด และจัดการทรานแซคชัน สิ่งที่ดีที่สุดของ DAO คือไม่จำกัดผู้ใช้กับ Jet Database เพราะผู้ใช้สามารถเปิดฐานข้อมูลทุกชนิดที่มีไดร์ฟเวอร์ ODBC ได้โดยตรงหรือ ผู้ใช้สามารถใช้ Jet Attached Table ซึ่งเป็น Table เสมือนที่ปรากฏตามฐานข้อมูล MDB แต่การดึงและเก็บ ข้อมูลจริงในแหล่งอื่นของ ODBC ถ้าผู้ใช้สามารถใช้ DAO เข้าถึงแหล่ง Non - jet ผู้ใช้สามารถเห็นกลไกของ ฐานข้อมูล Access เช่น โปรแกรมประยุกต์ไม่ใช่ฐานข้อมูล Access ผู้ใช้ยังคงโหลด DLL ของ Jet Engine เข้าสู่
รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-82 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 หน่วยความจำ DAO ไม่สามารถให้ผู้ใช้ทำงานกับฟังก์ชัน API ของ ODBC โดยตรง เช่น การทำงานแบบผลลัพธ์ หลายชุด การคิวรี่แบบ Asynchronous หรือการติดต่อด้วย DAO Data Control เป็นตัว Control ที่ให้ผู้ใช้เชื่อม ตัว Control 1 ตัวหรือมากกว่าบนฟอร์มกับแหล่งข้อมูลและมีปุ่ม Navigator สำหรับเลื่อนเรคคอร์ดของ Table ที่ มีการติดต่อ Data Control ดูเหมือนเป็นเครื่องมือที่ดีมาก เพราะทำให้สามารถทำการอินเตอร์เฟซ กับผู้ใช้ได้ รวดเร็วแต่พบว่า Data Control มีข้อจำกัดอยู่หลายอย่าง เมื่อพิจารณาสมรรถนะ Data Control มีข้อเสียเปรียบ สำคัญประการหนึ่ง คือ ผูกติดการประยุกต์ด้าน Front - end กับข้อมูลในฐานข้อมูล ถ้ามีการเปลี่ยนไปใช้เข้าถึง ฐานข้อมูลอื่น จะต้องมีทบทวนฟอร์ม ทั้งในโปรแกรมประยุกต์ ถ้าต้องการเพิ่ม Validation Rule ที่ซับซ้อนไปยัง ฟิลด์ ในฐานข้อมูล ต้องมีการเพิ่มคำสั่งในโมดูลเดียวของโปรแกรมทำให้มีผลกับสถาปัตยกรรม 2 - Tier และไม่ สามารถใช้ได้กับสถาปัตยกรรม 3 - Tier ซึ่งมีเลเยอร์ชั้นกลางระหว่างโปรแกรมประยุกต์ กับฐานข้อมูล ที่ให้บริการ เช่น การตรวจสอบข้อมูล กฎทางธุรกิจ ความสมดุลของภาระงาน และความปลอดภัย Visual Basic 4 ไป ปรับปรุง DAO เวอร์ชัน 3 ซึ่งมีส่วน DLL พิเศษ ที่ให้ผู้พัฒนาโปรแกรมด้วยเทคโนโลยี 32 บิต สามารถเข้าถึง ฐานข้อมูล 16 บิต Visual Basic 5 ได้ปรับปรุงเป็น DAO 3.54 และ Visual Basic ได้ปรับปรุงเป็น DAO 3.51 และ DAO เวอร์ชัน 4 ได้ปรับปรุงสำหรับ Microsoft Office 2000 RDO หรือ Remote Data Objects เป็นความพยายามครั้งแรกของ Microsoft ในการรวมความง่ายของ DAO กับความสามารถระดับสูงของ Direct ODBC API Programming โดย RDO เป็นแบบจำลองอ๊อบเจคที่ไม่ ชัดเจน ภายหลัง DAO แต่ใช้การข้าม Jet Engine และ DLL ของ DAO และทำงานโดยตรงกับไดร์ฟเวอร์ ODBC โปรแกรมประยุกต์ที่มาจาก RDO โหลดเฉพาะ DLL จำนวนหนึ่งแทนการใช้ทรัพยากรจำนวนมากของ Jet Engine โดยสิ่งสำคัญอยู่ที่การออกแบบเฉพาะของ RDO ให้ทำงานกับทรัพยากรของ ODBC ทำให้สามรถทำงานที่ไม่ สามารถเข้าถึงได้โดย DAO เทคโนโลยีของ RDO เป็นเทคโนโลยี 32 บิต จึงไม่สามารถใช้ได้จากโปรแกรมประยุกต์ 16 บิต RDO1 ได้รับการแนะนำใน Visual Basic 4 และ Engine มีการปรับปรุงใน Visual Basic เป็น RDO2 เวอร์ชันล่าสุดเป็นผลิตภัณฑ์ที่สมบูรณ์และสนับสนุนแบบจำลองการโปรแกรมใหม่ที่เป็นแบบ Event ซึ่งมี ประโยชน์กับการทำงานแบบ Asynchronous การพัฒนา RDO ดูเหมือนได้หยุดลง เนื่องจาก Visual Basic 6 ยังคงใช้เวอร์ชัน 2 และไม่มีการปรับปรุงเพิ่มเติมจากเวอร์ชันที่มาพร้อมกับ Visual Basic 5 RDO1 และ RDO2 มาพร้อมกับ Remote Data control ซึ่งทำงานเหมือนกับ Data Control และให้ ผู้ใช้เชื่อมตัว Control กับแหล่งข้อมูลระยะไกล จึงทำให้ Remote Data Control มีข้อดีและข้อเสียเหมือนกับ Data Control รวมถึงปัญหากับสถาปัตยกรรมแบบ n-Tier ODBC Direct Visual Basic 5 ได้รวมเทคโนโลยีการเข้าถึงข้อมูลอีกแบบ ชื่อ ODBC Direct ซึ่งยินยอม ให้ผู้พัฒนาโปรแกรมประยุกต์ RDO ด้วยไวยากรณ์ DAO โดย ODBC Direct ทำหน้าที่ในฐานะเทคนิคการส่งผ่าน ที่การเขียนโปรแกรม Visual Basic ย้ายการประยุกต์ DAO/Jet ไปยังสถาปัตยกรรม Client/Server ในทางทฤษฎี เป็นการเปลี่ยนคุณสมบัติเพียงเล็กน้อย ซึ่งโปรแกรม DAO ที่เก็บข้อมูลใน Jet Database จะแปลงไปเป็นการ ประยุกต์แบบ Client/Server ในการติดต่อแหล่ง ODBC ในขณะที่ ODBC Direct ไม่ได้รับการพิจารณาในฐานะ เทคโนโลยี แต่เหมือนเป็นวิธีการที่ทำให้ประหยัดเวลาการแปลงโปรแกรมประยุกต์ส่วนเพิ่มใหม่ของ RDO2 ส่วน ใหญ่ เช่น แบบจำลองโปรแกรมแบบ event ไม่สามารถใช้ ODBC Direct เพราะคำสั่งเข้าได้กับ DAO แต่พื้นฐาน คล้ายกับ RDO คือ ODBC Direct เป็นการประยุกต์ 32 บิต OLE DB เป็นเทคโนโลยีการเข้าถึงข้อมูลระดับล่างที่ Microsoft ผู้พัฒนาให้เข้ามาแทนที่ ODBC ในฐานะ วิธีการหลักในการติดต่อกับฐานข้อมูล ส่วนของ OLE DB ที่เทียบได้กับไดร์ฟเวอร์ของ ODBC คือ OLE DB Provider ซึ่งทำงานเป็นสะพานระหว่างโปรแกรมประยุกต์กับฐานข้อมูล OLE DB เป็นเทคโนโลยีที่ใหม่ แต่ OLE
รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-83 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 DB Provider พบได้ในฐานข้อมูลจำนวนมาก ถึงแม้ว่า ODBC และ OLE DB มีความคล้ายคลึงกัน แต่มีข้อ แตกต่างกัน คือ OLE DB สามารถย้ายปริมาณข้อมูลจำนวนมากผ่านเครือข่าย ประการต่อมา OLE DB ให้ตัวเอง ทำหน้าที่ในการติดต่อกับแหล่งข้อมูล ไม่เหมือนกับไดร์ฟเวอร์ ODBC ที่เป็นความสัมพันธ์กับฐานข้อมูล หรือ ISAM (Indexed Sequential Access Mode) OLE DB เป็นยุทธศาสตร์ Microsoft's Universal Data Access ซึ่งเป็น การให้ผู้ใช้อ่านและประมวลข้อมูลโดยไม่ต้องแปลง และนำเข้ามายังฐานข้อมูลแบบแผน การใช้ OLE DB provider ทำให้ผู้ใช้สามารถประมวลข้อมูลใน e-mail, message, HTML, กระดาษทำการและเอกสารข้อความ และแหล่งข้อมูลภายนอก Visual Basic 6 มี Provider ของ Microsoft Jet, SOL Server, FoxPro, ไฟล์ข้อความ และฐานข้อมูล Oracle สำหรับ OLE DB Provider อื่นๆ สามารถดาวน์โหลดจากเว็บของ Microsoft ADO หรือ ActiveX Data Object เป็นการติดต่อระดับสูงของ OLE DB มีบทบาทใกล้เคียง RDO ใน ทำงานกับ API ของ ODBC ในขณะที่ OLE DB คล้ายกับ API ของ ODBC ที่เป็นการติดต่อระดับล่างที่ไม่สามารถ เข้าถึงได้ง่ายจากภาษาระดับสูง เช่น Visual Basic เป็นต้น ADO สร้างบน OLE DB เพื่อให้การทำงานที่ไม่ให้ ติดต่อโดยตรง ODBC หรือทำให้ผู้ใช้เขียนคำสั่งที่มีความสามารถ ADO สามารถเปรียบเทียบความสามารถกับ ADO คือทั้งคู่สามารถสร้างคิวรี่แบบ Asynchronous และการติดต่อ ADO เพิ่มส่วนใหญ่จำนวนมาก เช่น File - based และ Stand - alone Recordset, Hierarchical Recordset และอื่นๆ ส่วนสำคัญของ ADO คือ ส่วน ขยายแทนที่จะซับซ้อนและลำดับชั้นของอ๊อบเจคที่แข็งตัว ซึ่ง DAO และ RDO เป็นอยู่ ADO ประกอบด้วยอ๊อบ เจคจำนวนน้อยที่สามารถรวมได้ในหลายวิธีส่วนใหญ่สามารถเพิ่ม ADO ในรูปแบบพิเศษของ OLE DB Provider เช่น Data Shape Provider ซึ่งเสนออ๊อบเจค Hierarchical Recordset ไปให้ Provider อื่นๆ Microsoft กำลัง สร้างส่วนใหม่ให้ ADO ในรูปแบบพิเศษของไลบรารีแบบแยกที่เชื่อมแบบ Dynamic ไปยังแกนไลบรารีรี่ของ ADO เช่น ไลบรารี ADO 2.1 ได้สนับสนุน Data Definition Language และความปลอดภัย (ในการสร้าง Table ของฐานข้อมูล, ผู้ใช้ และกลุ่มของผู้ใช้), Jet Replica และ Recordset แบบหลายมิติ เพราะตรงข้ามกับ DAO และ RDO ซึ่งจะฝัง DLL ขนาดใหญ่ในทุกส่วน ส่วนพิเศษของ ADO ที่ผู้ใช้สามารถใช้ภายในเพ็จ HTML ใน Browser เช่น Internet Explorer หรือด้านแม่ข่ายด้วย Active Server Page บน Internet Information Server 2.5 งานด้านการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม การตรวจเอกสารเพื่อรวบรวมแนวคิดหลัก ๆ ที่เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยครั้งนี้ ซึ่งควรนํามาพิจารณา ประกอบไปด้วย 1) ความหมายและแนวคิดของการมีส่วนร่วม 2) เงื่อนไขและปัจจัยที่มีผลต่อการเข้ามามีส่วนร่วม 3) รูปแบบและขั้นตอนของการมีส่วนร่วม 4) กฎหมาย และพรบ.ที่เกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วม 5) แนวนโยบายแห่งรัฐ: การมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ 6) ความหมายและแนวคิดเกี่ยวกับกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนกับภาครัฐ 7) ความหมาย รูปแบบ และการดำเนินงานขององค์กรผู้ใช้น้ำชลประทาน 2.5.1 ความหมาย และแนวคิดของการมีส่วนร่วม แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 10 (พ.ศ.2550 – 2554) มุ่งเน้นให้เกิดสังคมอยู่เย็นเป็น สุขร่วมกัน (green and happiness society) โดยเฉพาะในยุทธศาสตร์ที่ 3 ซึ่งว่าด้วยเรื่องการสร้างความเข้มแข็ง ของชุมชนและสังคมให้เป็นรากฐานที่สำคัญของประเทศ ให้ความสำคัญกับกระบวนการบริหารจัดการชุมชน
รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-84 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 เข้มแข็ง เน้นการรวมตัว ร่วมคิด ร่วมทำ ในรูปแบบที่หลากหลายและต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและ พัฒนาต่อยอดไปถึงขั้นที่จะสามารถพึ่งตนเองได้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของกระบวนการมีส่วนร่วมที่ต้องการให้ ประชาชนได้มีส่วนร่วมในกิจการต่างๆ โดยถือเสมือนว่าเป็นแบบฝึกหัดในการพัฒนาคน ให้ต้องใช้ความคิด ตัดสินใจ วางแผน และดำเนินการเองอยู่เสมอ การมีส่วนร่วมหมายถึงการที่ประชาชนหรือชุมชนพัฒนาขีดความสามารถของตนเองในการจัดการควบคุม ควบคุมการใช้และกระจายทรัพยากรที่มีอยู่ เพื่อประโยชน์ต่อการดำรงชีพทางเศรษฐกิจสังคม ตามความจำเป็น อย่างสมศักดิ์ศรีในฐานะสมาชิกของสังคม (ทวีทอง,2527) นอกจากนี้ การมีส่วนร่วม ยังหมายถึง การเกี่ยวข้อง ทางจิตและอารมณ์ (mental and emotional involvement) ของบุคคลหนึ่ง ๆ ในสถานการณ์ (group situation) ซึ่งผลของการเกี่ยวข้องดังกล่าวเป็นเหตุเร้าให้กระทำการได้(contribution) บรรลุจุดมุ่งหมายของกลุ่ม นั้น กับทั้งทำให้เกิดความ รู้สึกร่วมรับผิดชอบกับกลุ่มดังกล่าวด้วย (นิรันดร์, 2527) Cohen and Norman (1980) กล่าวถึงการมีส่วนร่วมไว้ว่า การมีส่วนร่วมในขั้นตอนการตัดสินใจ (Decision making) ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นการตัดสินใจได้เพียงอย่างเดียว ยังใช้การตัดสินควบคู่ไปกับการ ปฏิบัติการด้วย และการตัดสินใจยังเกี่ยวข้องกับประชาชนในเรื่องผลประโยชน์และการประเมินผล ซึ่งแนวคิดนี้มี กรอบพื้นฐานเพื่ออธิบายวิธีการและการวิเคราะห์การมีส่วนร่วม 4 รูปแบบ คือ (1) การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ (2) การมีส่วนร่วมในการปฏิบัติการ (3) การมีส่วนร่วมในผลประโยชน์ (4) การมีส่วนร่วมในการประเมินผล (บุญรอด, 2542) นอกจากนี้การมีส่วนร่วมของประชาชน ยังหมายถึงการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการคิด ริเริ่ม การพิจารณาตัดสินใจ การร่วมปฏิบัติและร่วมรับผิดชอบในเรื่องต่างๆ อันมีผลกระทบถึงประชาชนเอง ซึ่ง ผู้ทำการเปลี่ยนแปลงต้องยอมรับในความสามารถของประชาชนด้วยว่าหากมีการชี้แนะหรือให้โอกาสก็จะมี เป้าหมายในการพัฒนาที่ดี (ยุวัฒน์, 2526) นอกจากนี้ ความหมายของการมีส่วนร่วมอย่างกว้างๆ เช่น การมีส่วนช่วยเหลือโดยสมัครใจ การให้ ประชาชนเข้าร่วมกับกระบวนการตัดสินใจและกระบวนการดำเนินการของโครงการ ตลอดจนร่วมรับผลประโยชน์ จากโครงการเหล่านี้ ล้วนเป็นข้อความที่ดูจะมีความคล่องตัว ดูเป็นการปฏิบัติงานที่จริงจัง ซึ่งบ่งบอกว่าโครงการ หรือแผนงานนั้นการมีส่วนร่วมจะมีการกำหนดวัตถุประสงค์และขั้นตอนการดำเนินงานอย่างไร สำหรับความหมาย ของการมีส่วนร่วมที่ระบุนั้นค่อนข้างเฉพาะเจาะจง เช่น การที่จะให้ประชาชนมีทั้งสิทธิและหน้าที่ที่จะเข้าร่วม แก้ปัญหาของเขา ให้เขาเป็นผู้มีความริเริ่มและมุ่งใช้ความพยายามและความเป็นตัวของตัวเองเข้าดำเนินการและ ความคุมทรัพยากรและระเบียบในสถาบันต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ ก็เป็นการแสดงถึงความหมายที่บอกถึงสภาพ การมีส่วนร่วมที่เน้นให้กลุ่มร่วมดำเนินการ และมีจุดสำคัญที่จะให้การมีส่วนร่วมนั้นเป็นการปฏิบัติอย่างแข็งขัน มิใช่เป็นไปอย่างเฉยเมย หรือมีส่วนร่วมพอเป็นพิธีเท่านั้น (วีระกิตติ์ และคณะ, 2551) จากความหมายของการมีส่วนร่วมของประชาชนดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น สรุปได้ว่า การมีส่วนร่วมของ ประชาชน หมายถึง การให้โอกาสประชาชน/กลุ่ม/องค์กร ชุมชน ทำการตัดสินใจกำหนดปัญหาความต้องการของ ตนเองอย่างแท้จริง มีวัตถุประสงค์ในการเข้าร่วมอย่างชัดเจน เพื่อ ให้บรรลุผลสำเร็จตามความมุ่งหมาย ทั้งนี้ความ ร่วมมือของประชาชน ไม่ว่าของปัจเจกชนบุคคลหรือกลุ่มคนที่เห็นพ้องต้องกัน และเข้ามารับผิดชอบเพื่อการ ดำเนินการพัฒนา และการเปลี่ยนแปลงในทิศทาง ที่ต้องการโดยมีลักษณะเป็นการกระทำผ่านกลุ่ม หรือองค์กร เพื่อให้บรรลุถึงความเปลี่ยนแปลงที่พึงประสงค์
รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-85 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 2.5.2 เงื่อนไขและปัจจัยที่มีผลต่อการเข้ามามีส่วนร่วม การที่ชุมชนจะตัดสินใจเข้ามามีส่วนร่วมกันปฏิบัติงาน ตลอดจนร่วมรับผิดชอบในโครงการหรือกิจกรรม ต่าง ๆ ทั้งระบบนั้น ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและปัจจัยหลายประการ ทั้งปัจจัยส่วนบุคคล ปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเป็นคุณลักษณะภายในของบุคคล ซึ่งเป็นการรับรู้ข้อมูลที่เกิดขึ้นจากภายนอก ดังมีผู้ให้ความเห็นไว้ดังต่อไปนี้ Cohen and Norman (1980) เสนอว่าควรมีบุคคล 4 ฝ่าย มีส่วนสำคัญในการมีส่วนร่วมในโครงการ พัฒนาสิ่งแวดล้อมชนบท ประกอบด้วย ประชาชนในท้องถิ่น ผู้นำท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ของ รัฐ และบุคคลภายนอก สำหรับการมีส่วนร่วมของประชาชนนั้นยังมีปัจจัยหลายปัจจัยที่มีส่วนร่วมเกี่ยวข้อง ได้แก่ อายุ เพศ สถานภาพใน ครอบครัว ระดับการศึกษา สถานภาพทางสังคม เช่น ชั้นทางสังคม ศาสนา อาชีพ รายได้และทรัพย์สิน ระยะเวลาที่อยู่อาศัยในท้องถิ่น และระยะเวลาที่เข้าร่วมในโครงการ การถือครองที่ดินและสถานภาพแรงงาน ส่วนทัดดาว (2530) พบว่า การมีส่วนร่วมทางสังคมของชุมชนของบุคคลนั้น มีปัจจัยที่เกี่ยวข้อง คือ สถานภาพทาง สังคม สถาน ภาพทางเศรษฐกิจ สถานภาพทางอาชีพ และที่อยู่อาศัย โดยบุคคลที่มีสถานภาพทางสังคมและ เศรษฐกิจตกต่ำ จะเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ของชุมชนน้อยกว่าบุคคลที่มีสถานภาพทางสังคมและเศรษฐกิจสูง นอกจากนี้ยังมีอำนาจและการตัดสินใจในการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ของชุมชน ความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน คือ ด้านการศึกษาและการเงินเป็นสิ่งที่แสดงถึงสถานภาพทางสังคม แหล่งอำนาจทั้งสองชนิดนี้ ถ้าผู้ใดได้ ครอบครองหรือมีไว้ ก็จะเป็นผู้ที่มีบทบาทสูงในชุมชน โดยเฉพาะในการมีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของชุมชน นอกจากฐานะทางเศรษฐกิจและระดับการศึกษาแล้ว คุณลักษณะทางสังคม ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อ ค่านิยม ตลอดจนนิสัย ประเพณีในชุมชน ก็อาจมีผลต่อการมีส่วนร่วมของชุมชนเช่นเดียวกัน ดังที่ ถวิลวดี (2552) ได้สรุปไว้ว่า เงื่อนไขพื้นฐานของการมีส่วนร่วมของประชาชนมี3 ประการ ประกอบไปด้วย (1) ต้องมีอิสรภาพ หมายถึง มีอิสระที่จะเข้าร่วมหรือไม่ก็ได้ การเข้าร่วมต้องเป็นไปด้วยความ สมัครใจ การถูกบังคับให้ร่วมไม่ว่าจะในรูปแบบใดไม่ถือว่าเป็นการมีส่วนร่วม (2) ต้องมีความเสมอภาค ประชาชนเข้าร่วมในกิจกรรมใดๆ ก็ตามจะต้องมีสิทธิเท่าเทียมกับคน อื่น ๆ (3) ต้องมีความสามารถ ประชาชนหรือกลุ่มเป้าหมายจะต้องมีความสามารถพอที่จะเข้าร่วมใน กิจกรรมนั้นๆ หมายความว่า ในบางกิจกรรมแม้จะกำหนดว่าผู้เข้าร่วมมีเสรีภาพและเสมอภาค แต่กิจกรรมที่กำหนดไว้ มีความซับซ้อนเกินความสามารถของกลุ่มเป้าหมาย การมีส่วนร่วมย่อมเกิดขึ้นไม่ได้ ทั้งนี้ส่วนองค์ประกอบของการมี ส่วนร่วมมี3 ด้าน คือ (3.1) ต้องมีวัตถุประสงค์หรือจุดมุ่งหมายชัดเจน การให้ประชาชนเข้าร่วมในกิจกรรม หนึ่งๆ จะต้องมีวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่ชัดเจนว่าเป็นไปเพื่ออะไร ผู้เข้าร่วมจะได้ตัดสินใจถูกว่าควรเข้าร่วม หรือไม่ (3.2) ต้องมีกิจกรรมเป้าหมาย การให้ประชาชนเข้ามีส่วนร่วมต้องระบุลักษณะของ กิจกรรมว่ามีรูปแบบและลักษณะอย่างไร เพื่อที่ประชาชนจะได้ตัดสินใจว่าควรเข้าร่วมหรือไม่ (3.3) ต้องมีบุคคลหรือกลุ่มเป้าหมาย การให้ประชาชนเข้ามีส่วนร่วมจะต้องระบุกลุ่ม เป้าหมาย อย่างไรก็ตามโดยทั่วไปกลุ่มบุคคลเป้าหมายมักถูกจำกัดโดยกิจกรรมและวัตถุประสงค์ของการมีส่วนร่วม อยู่แล้วโดยพื้นฐาน
รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-86 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 2.5.3 รูปแบบและขั้นตอนของการมีส่วนร่วม ถวิลวดี (2552) ได้แบ่งระดับขั้นการมีส่วนร่วมของประชาชนจากระดับต่ำสุดไปหาระดับสูงสุด ออกเป็น 7 ระดับ และจำนวนประชาชนที่มีส่วนร่วมในแต่ละระดับจะเป็นปฏิภาคที่ผกผันกับระดับของการมีส่วนร่วม กล่าวคือ ถ้าระดับการมีส่วนร่วมต่ำ จำนวนประชาชนที่เข้ามีส่วนร่วมจะมาก และยิ่งระดับการมีส่วนร่วมสูงขึ้นเพียงใด จำนวนประชาชนที่มีส่วนร่วมก็จะลดลงตาม ลำดับ โดยระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนเรียงตามลำดับจาก ต่ำสุดไปหาสูงสุด ได้แก่ o ระดับการให้ข้อมูล o ระดับการเปิดรับความคิดเห็นของประชาชน o ระดับการปรึกษาหารือ o ระดับการวางแผนร่วมกันและตัดสินใจร่วมกัน o ระดับการร่วมปฏิบัติ o ร่วมติดตามตรวจสอบ o ระดับการควบคุมโดยประชาชน โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 1) ระดับการให้ข้อมูล เป็นระดับต่ำสุดและเป็นวิธีการที่ง่ายที่สุดของการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้กำหนด นโยบายหรือผู้วางแผนโครงการกับประชาชน เพื่อให้ข้อมูลแก่ประชาชนเกี่ยวกับการตัดสินใจของผู้กำหนด นโยบายหรือวางแผนโครงการ แต่ไม่เปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นหรือเข้ามาเกี่ยวข้องใดๆ วิธีการให้ข้อมูลอาจ กระทำได้หลายวิธี เช่น การแถลงข่าว การแจกข่าว การแสดงนิทรรศการ และการทำหนังสือพิมพ์ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ กิจกรรมต่างๆ ตลอดจน การใช้สื่ออื่นๆ เช่น โทรทัศน์ วิทยุ สื่อบุคคล และหอกระจายข่าว เป็นต้น (2) ระดับการเปิดรับความคิดเห็นจากประชาชน เป็นระดับขั้นที่สูงกว่าระดับแรก กล่าวคือ ผู้กำหนด นโยบายหรือผู้วางแผนโครงการเชิญชวนให้ประชาชนแสดงความคิดเห็นเพื่อให้ได้ข้อมูลมากขึ้น และประเด็นใน การประเมินข้อดีข้อเสียชัดเจนยิ่งขึ้น เช่น การสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการริเริ่มโครงการต่างๆ และการบรรยายให้ประชาชนฟังเกี่ยวกับโครงการต่างๆ แล้วขอความคิดเห็นจากผู้ฟัง เป็นต้น (3) ระดับการปรึกษาหารือ เป็นระดับขั้นการมีส่วนร่วมของประชาชนที่สูงกว่าการเปิดรับความคิดเห็น จากประชาชน เป็นการเจรจากันอย่างเป็นทางการระหว่างผู้กำหนดนโยบายหรือผู้วางแผนโครงการและประชาชน เพื่อประเมินความก้าวหน้าหรือระบุประเด็นหรือข้อสงสัยต่างๆ เช่น การจัดประชุม การจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ตลอดจน การเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็น โดยใช้รูปแบบต่างๆ อาทิ การสนทนากลุ่ม และประชาเสวนา เป็นต้น (4) ระดับการวางแผนและตัดสินใจร่วมกัน เป็นระดับขั้นที่สูงกว่าการปรึกษาหารือ กล่าวคือ เป็นเรื่อง การมีส่วนร่วมที่มีขอบเขตกว้างมากขึ้น มีความรับผิดชอบร่วมกันในการวางแผนเตรียมโครงการ และผลที่จะ เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการ เหมาะสมที่จะใช้สำหรับการพิจารณาประเด็นที่มีความยุ่งยาก ซับซ้อนและมีข้อ โต้แย้งมาก เช่น การใช้กลุ่มที่ปรึกษาซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง การใช้อนุญาโตตุลาการเพื่อ แก้ปัญหาข้อขัดแย้ง และการเจรจาเพื่อหาทางประนีประนอมกัน การประชุมวางแผนแบบมีส่วนร่วม เป็นอาทิ (5) ระดับการร่วมปฏิบัติเป็นระดับขั้นที่สูงถัดไปจากระดับการวางแผนร่วมกัน คือ เป็นระดับที่ผู้กำหนด นโยบายหรือผู้รับผิดชอบโครงการกับประชาชน ร่วมกันดำเนินการตามนโยบายหรือโครงการ เป็นขั้นการนำ นโยบายหรือโครงการไปปฏิบัติร่วมกันเพื่อให้บรรลุผลตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ (6) ร่วมติดตามตรวจสอบ ประเมินผล เป็นระดับการมีส่วนร่วมที่มีผู้เข้าร่วมน้อย แต่มีประโยชน์ที่ผู้ที่ เกี่ยวข้องหรือได้รับผลกระทบสามารถมาคอยติดตามการดำเนินกิจกรรมนั้นๆ ได้ รูปแบบของการติดตาม
รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-87 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 ตรวจสอบหรือประเมินผล อาจอยู่ในรูปแบบของการจัดตั้งคณะกรรมการติดตาม ประเมินผล ที่มาจากหลายฝ่าย การสอบถามประชาชน โดยการทำการสำรวจเพื่อให้ประชาชนประเมิน เป็นต้น (7) ระดับการควบคุมโดยประชาชน เป็นระดับสูงสุดของการมีส่วนร่วมโดยประชาชน เพื่อแก้ปัญหาข้อ ขัดแย้งที่มีอยู่ทั้งหมด เช่น การลงประชามติ เป็นต้น ข้อสังเกตเกี่ยวกับการลงประชา มติมี 2 ประการ คือ ประการแรกการลงประชามติจะสะท้อนถึงความต้องการของประชาชนได้ดีเพียงใด อย่างน้อยขึ้นอยู่กับความ ชัดเจนของประเด็นที่จะลงประชามติและการกระจายข่าวสารเกี่ยวกับข้อดีข้อเสียของประเด็นดังกล่าวให้ ประชาชนเข้าใจอย่างสมบูรณ์และทั่วถึงเพียงใดและประการที่สองในประเทศที่มีการพัฒนาทางการเมืองแล้ว ผลของการลงประชามติจะมีผลบังคับให้รัฐบาลต้องปฏิบัติตาม 2.5.4 กฎหมายและ พรบ. ที่เกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วม ระบบกฎหมายของประเทศไทยในอดีตที่ผ่านมา ไม่ได้ปฏิเสธเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชน เพราะ การกระทำกิจกรรมของรัฐบางประเภท หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจำต้องรับฟังความคิดเห็นของ ประชาชนก่อนตัดสินใจกระทำการใดๆ ด้วยเช่นกัน อาทิ การบำรุงผลประโยชน์ในการเลี้ยงชีพของราษฎร การ ป้องกันภยันตรายมิให้เกิดแก่การหาเลี้ยงชีพของราษฎร ซึ่งต้องการความพร้อมเพรียงช่วยกันในหมู่ราษฎร เช่น การทำทำนบปิดน้ำ และการระบายน้ำ นายอำเภอจะต้องเรียกกำนันประชุมปรึกษาเพื่อรักษาผลประโยชน์ของ ลูกบ้านให้เหมาะสมตามความจำเป็นก่อนการดำเนินการใดๆ หรือการจัดทำชลประทานส่วนราษฎรในแม่น้ำ ลำ ธาร ห้วย หนอง คลอง บึง บาง หรือทางน้ำ แหล่งน้ำใดๆ เจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามความ เห็นชอบของราษฎรส่วนมากที่จะได้รับประโยชน์จากการชลประทาน การจัดทำผังเมืองรวมหรือผังเมืองเฉพาะใน ท้องที่ใดท้องที่หนึ่ง นอกจากราชการส่วนกลางจะต้องแจ้งเจ้าพนักงานท้องถิ่นซึ่งเป็นผู้แทนของประชาชนใน ท้องถิ่นและโฆษณาต่อประชาชนในท้องถิ่นนั้นๆ ได้ทราบ รวมทั้งต้องจัดให้มีการประชุมเพื่อแสดงความคิดเห็น และนำไปใช้ประกอบการพิจารณา การดำเนินงานโครงการของรัฐที่มีผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย วิถี ชีวิต หรือส่วนได้เสียเกี่ยวกับชุมชนท้องถิ่น ที่มิได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนก่อนเริ่มดำเนินการ โครงการของรัฐ เมื่อผู้มีส่วนได้เสียร้องขอ หน่วยงานของรัฐที่เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ อาทิ รัฐมนตรีสำหรับ ราชการส่วนกลาง ผู้ว่าราชการจังหวัดสำหรับราชการส่วนภูมิภาคหรือราชการส่วนท้องถิ่น หรือผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครสำหรับราชการของกรุงเทพมหานคร จะสั่งหน่วยงานของรัฐให้รับฟังความคิดเห็นของประชาชน ก่อนก็ได้ ในกรณีเช่นนั้นให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนโดยเร็ว และจะรับฟัง ความคิดเห็นของประชาชนโดยวิธีใดวิธีหนึ่งหรือหลายวิธีตามระเบียบกำหนดก็ได้ เป็นต้น และเงื่อนไขดังกล่าว ข้างต้นยังคงถือเป็นภาระหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐ หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องที่จะต้องจัดให้มีขึ้นก่อนการ ตัดสินใจออกคำสั่งหรือดำเนินการใดๆ ของรัฐภายใต้กฎหมาย เช่นว่านั้นอยู่จนถึงปัจจุบัน ในการบริหารราชการ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาไทย พ.ศ. 2550 พระราชบัญญัติระเบียบบริหาร ราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 และพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมือง ที่ดี พ.ศ. 2546 จึงต่างให้ความสำคัญต่อการบริหารราชการอย่างโปร่งใส สุจริต เปิดเผยข้อมูล และการเปิดโอกาส ให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายสาธารณะ การตัดสินใจทางการเมือง รวมถึงการตรวจสอบ การใช้อำนาจรัฐในทุกระดับ โดยเฉพาะ มาตรา ๘๗ แห่งรัฐธรรมนูญไทย พ.ศ. 2550 รัฐต้องดำเนินการตาม แนวนโยบายด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน ดังต่อไปนี้ (1) ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายและวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมทั้งใน ระดับชาติและระดับท้องถิ่น
รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-88 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 (2) ส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตัดสินใจทางการเมือง การวางแผนพัฒนา ทางเศรษฐกิจ และสังคม รวมทั้งการจัดทำบริการสาธารณะ (3) ส่งเสริมและสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการ ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐทุกระดับใน รูปแบบองค์กรทางวิชาชีพหรือตามสาขาอาชีพที่หลากหลายหรือรูปแบบอื่น (4) ส่งเสริมให้ประชาชนมีความเข้มแข็งในทางการเมือง และจัดให้มีกฎหมายจัดตั้งกองทุนพัฒนา การเมืองภาคพลเมืองเพื่อช่วยเหลือการดำเนิน กิจกรรมสาธารณะของชุมชน รวมทั้งสนับสนุนการดำเนินการของ กลุ่มประชาชนที่รวมตัวกันในลักษณะเครือข่ายทุกรูปแบบให้สามารถแสดงความคิดเห็นและเสนอความต้องการ ของชุมชนในพื้นที่ (5) ส่งเสริมและให้การศึกษาแก่ประชาชนเกี่ยวกับการพัฒนาการเมืองและการปกครองระบอบประชา ธิป ไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนได้ใช้สิทธิเลือกตั้งโดยสุจริตและเที่ยงธรรม การมีส่วนร่วมของประชาชนตามมาตรานี้ต้องคำนึงถึงสัดส่วนของหญิงและชายที่ใกล้เคียงกัน 2.5.5 แนวนโยบายแห่งรัฐ: การมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ เมื่อมองย้อนไปสู่ทิศทางการจัดการสิ่งแวดล้อมในอดีตที่ผ่านมา ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ ซึ่งเป็นแผนแม่บทในการบริหารและปกครองประเทศหลายฉบับนับตั้งแต่ช่วงเวลาของแผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2505 – 2509) เป็นต้นมา การเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามีส่วนร่วม นั้น เพิ่งจะปรากฏให้เห็นชัดเจนในช่วงเวลาของแผนพัฒนา ฯ ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2525 – 2529) ต่อเนื่องเรื่อยมา จนถึงฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2550 – 2554) ซึ่งกำหนดแนวทางปฏิบัติแก่หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องมุ่งเน้นให้ ประชาชนเข้ามีส่วนร่วมกับภาครัฐ ในการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ไม่ว่าจะโดยการ สนับสนุนให้องค์กรในระดับภูมิภาคและท้องถิ่นมีบทบาทและส่วนร่วมในการบริหารทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด โดยอาศัยระบบการบริหารองค์กรในการพัฒนาชนบท หรือการออกกฎหมายและระเบียบ ข้อบังคับใหม่ๆ เพื่อจูงใจให้เอกชนมีส่วนร่วมกับภาครัฐบาลมากยิ่งขึ้น หรือจัดตั้งองค์กรร่วม 3 ฝ่าย คือ ชุมชน สถานประกอบการและภาครัฐบาล เพื่อทำหน้าที่เฝ้าระวังและกำกับดูแลป้องกันรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ โดยเฉพาะในเขตเมือง เขตอุตสาหกรรม และท่องเที่ยว หรือโดยการส่งเสริม องค์กรประชาชน และองค์กรพัฒนาเอกชนทั้งในส่วนกลางและท้องถิ่นให้มีบทบาทในการกำหนดโครงการจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนการติดตาม ดูแลและการประเมินผลความสำเร็จของโครงการดังกล่าว โดยเฉพาะในแผนพัฒนา ฯ ฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2540 – 2544) รัฐได้ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างและ สนับสนุนประชาชนและชุมชนในท้องถิ่น ให้เข้ามามีส่วนร่วมและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติได้ อย่างเป็นขั้นตอนที่ชัดเจน โดยเริ่มต้นจากการปรับทัศนคติและปรับปรุงขีดความสามารถของหน่วยงานของรัฐให้ สามารถร่วมมือและเกื้อหนุนชุมชนในท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างโอกาสให้ชุมชนและประชาชนมี ส่วนร่วมในกระบวนการและกิจกรรมทางการพัฒนาเป็น 2 ระบบควบคู่กันไป คือ ระบบการมีส่วนร่วมในการจัด กิจกรรมการพัฒนาร่วมกับภาครัฐซึ่งเป็นระบบที่มีการปฏิบัติอยู่ในปัจจุบันและระบบการจัดการกิจกรรมการ พัฒนาใหม่ โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างสมบูรณ์ ซึ่งภาครัฐเป็นฝ่ายสนับสนุนในด้านนโยบาย มาตรการ และ งบประมาณสนับสนุน มีส่วนร่วมในกระบวนการวางแผน ตัดสินใจและติดตามประเมินผลในโครงการพัฒนาของรัฐ ที่จะมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยรัฐจะต้องจัดให้มีขั้นตอนประชาพิจารณ์โครงการอย่าง ต่อเนื่องตั้งแต่การริเริ่มแนวคิดโครงการ จัดเตรียมโครงการ และการดำเนินโครงการ การจัดให้มีกระบวนการหรือ กลไกการบริหารจัดการของรัฐที่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา การจัดทำ แผน และดำเนินการแก้ไขปัญหาของชุมชน การสนับสนุนให้มีคณะกรรมการของประชาชนในชุมชนและท้องถิ่นให้ ร่วมคิด ร่วมทำงาน และเรียนรู้ประสบการณ์ความรู้ความสามารถซึ่งกันและกัน การส่งเสริมให้มีเครือข่ายความ
รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-89 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 ร่วมมือระหว่างชุมชนหรือท้องถิ่นในการแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจในการพัฒนาด้านต่างๆ และผลกระทบจาก การพัฒนา เสริมสร้างวิสัยทัศน์และสร้างขีดความสามารถในการจัดการหรือการมีส่วนร่วมให้แก่องค์กรประชาชน องค์กรพัฒนาเอกชน ภาคเอกชน สาธารณชน ภาคธุรกิจเอกชน เพื่อให้เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินแผนงาน โครงการของรัฐหรือของชุมชน เช่น การใช้มาตรการจูงใจทางภาษี การสนับสนุนการฝึกอบรมด้านการจัดการ และ การส่งเสริมความร่วมมือกับฝ่ายอื่นๆ ในสังคม เมื่อก้าวเข้าสู่ช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2545 – 2549) รัฐได้เน้นให้มีการพัฒนากลไกและ กระบวนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมในเชิงบูรณาการที่เน้นการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายโดย (1) ปรับปรุงกฎหมาย เพื่อสนับสนุนท้องถิ่นและประชาชนให้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติ รับรองสิทธิชุมชน และให้มีส่วนร่วมในการพัฒนาทุกขั้นตอน อาทิ การออกพระราชบัญญัติ ทรัพยากรน้ำ พระราชบัญญัติป่าชุมชน แก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติประมง พ.ศ. 2490 แก้ไขปรับปรุง พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 เพื่อสนับสนุนการกระจายอำนาจการ บริหารจัดการ และประสิทธิผลของการบังคับใช้กฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งทบทวนกฎหมายป่าไม้ เพื่อให้คน อยู่ร่วมกับป่าได้อย่างสมดุล ตลอดจน ปรับปรุงกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการใช้ที่ดินและการขยายตัว ของเมืองให้สอดคล้องสัมพันธ์กันทั้งระบบ (2) เสริมสร้างเครือข่ายการประสานงานและการทำงานร่วมกันขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรพัฒนาเอกชน องค์กรชุมชน และประชาชนในท้องถิ่น ในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และใช้ประโยชน์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการฝึกอบรมให้ความรู้แก่แกนนำชุมชน เพื่อ เพิ่มศักยภาพ ในการสร้างกระบวนการเรียนรู้และริเริ่มในชุมชน พัฒนาระบบรวบรวมและจัดทำ ข้อมูลระดับ ท้องถิ่นให้สอดคล้องกัน รวมทั้งให้มีเวทีประชา คมเพื่อรับฟังความคิดเห็น สร้างกระบวนการเรียนรู้ การมีส่วนร่วม คิด ร่วมทำ พร้อมกับเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและแนวคิดอย่างต่อเนื่อง เมื่อก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาของการใช้แผนพัฒนา ฯ ฉบับที่ 10 (พ.ศ.2550 – 2554) แนวทางการพัฒนาในเชิง ยุทธศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์ฟื้นฟูฐานทรัพยากรธรรมชาติและควบคุมดูแลคุณภาพสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังและ ต่อเนื่อง ก็ยังคงเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับแผนพัฒนา ฯ ฉบับที่ 9 ดังกล่าวข้างต้น โดยเฉพาะภาครัฐ ทั้งใน ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น จะต้องปรับบทบาทจากผู้ควบคุมและสั่งการ มาเป็นผู้ประสานงานและ อำนวยความสะดวก พร้อมทั้งกระจายอำนาจการเข้ามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการไปยังภาคีร่วมพัฒนาอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งชุมชน รวมทั้ง ต้องสนับสนุนการใช้สิทธิการดูแลทรัพยากรและพัฒนาองค์ความรู้แก่ชุมชน ตลอดจนสร้างกติกาความยุติธรรมในการใช้ประโยชน์ของภาคการผลิตและชุมชน โดยปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ และใช้กลไกทางเศรษฐศาสตร์ รวมทั้งสร้าง เชื่อมโยง และส่งเสริมการเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้ภาคี ร่วมพัฒนา และใช้กลไกและการเข้าถึงฐานข้อมูลที่เป็นจริงและถูกต้องเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการโดย กระบวนการมีส่วนร่วม ในขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ขยายบทบาทการจัดการและอนุรักษ์ฟื้นฟู ทรัพยากรธรรมชาติให้มากขึ้น โดยพัฒนาทั้งองค์ความรู้ ขีดความสามารถในการบริหารจัดการและแนวทาง กระจายผลประโยชน์ที่เป็นธรรมให้แก่ชุมชน แต่อย่างไรก็ตาม แผนนโยบายดังกล่าวเป็นเพียงแนวทางการแปลงไปสู่ภาคปฏิบัติโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ ภายใต้การบริหารปกครองของผู้บริหารแต่ละกระทรวง ทบวง กรม ที่จะบัญชาให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติดำเนินการ อย่างจริงต่อเนื่องเพียงใด โดยไม่ขัดแย้งกับนโยบายอื่นของรัฐบาลหรือคณะรัฐมนตรี การนำเอาหลักการเปิด โอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมลงสู่ภาคปฏิบัติเป็นดุลพินิจของผู้บริหารที่ปรับเปลี่ยนให้มีความยืดหยุ่นได้ตามความ เหมาะสมและวิสัยทัศน์ของตนเอง มิใช่เป็นพันธรกรณีที่จะต้องยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดดังเช่นพันธกรณีที่ กำหนดโดยบทบัญญัติของกฎหมาย
รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-90 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 (3) ระดับของการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน หลักการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน หมายถึง การเปิดโอกาสให้ประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาค ส่วนของสังคมได้เข้ามามีส่วนร่วมกับภาคราชการนั้น International Association for Public Participation ได้ แบ่งระดับของการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็น 5 ระดับ ดังนี้ (3.1) การให้ข้อมูลข่าวสาร ถือเป็นการมีส่วนร่วมของประชาชนในระดับต่ำที่สุด แต่เป็นระดับที่ สำคัญที่สุด เพราะเป็นก้าวแรกของการที่ภาคราชการจะเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าสู่กระบวนการมีส่วนร่วมใน เรื่องต่าง ๆ วิธีการให้ข้อมูลสามารถใช้ช่องทางต่าง ๆ เช่น เอกสารสิ่งพิมพ์ การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารผ่านทางเสื่อ ต่าง ๆ การจัดนิทรรศการ จดหมายข่าว การจัดงานแถลงข่าว การติดประกาศ และการให้ข้อมูลผ่านเว็บไซต์ เป็น ต้น (3.2) การรับฟังความคิดเห็น เป็นกระบวนการที่เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการให้ข้อมูล ข้อเท็จจริงและความคิดเห็นเพื่อประกอบการตัดสินใจของหน่วยงานภาครัฐด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น การรับฟังความ คิดเห็น การสำรวจความคิดเห็น การจัดเวทีสาธารณะ การแสดงความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ เป็นต้น (3.3) การเกี่ยวข้อง เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปฏิบัติงาน หรือร่วม เสนอแนะทางที่นำไปสู่การตัดสินใจ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าข้อมูลความคิดเห็นและความต้องการของ ประชาชนจะถูกนำไปพิจารณาเป็นทางเลือกในการบริหารงานของภาครัฐ เช่น การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อ พิจารณาประเด็นนโยบายสาธารณะ ประชาพิจารณ์ การจัดตั้งคณะทำงานเพื่อเสนอแนะประเด็นนโยบาย เป็นต้น (3.4) ความร่วมมือ เป็นการให้กลุ่มประชาชนผู้แทนภาคสาธารณะมีส่วนร่วม โดยเป็นหุ้นส่วนกับ ภาครัฐในทุกขั้นตอนของการตัดสินใจ และมีการดำเนินกิจกรรมร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เช่น คณะกรรมการที่มีฝ่าย ประชาชนร่วมเป็นกรรมการ เป็นต้น (3.5) การเสริมอำนาจแก่ประชาชน เป็นขั้นที่ให้บทบาทประชาชนในระดับสูงที่สุด โดยให้ ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจ เช่น การลงประชามติในประเด็นสาธารณะต่าง ๆ โครงการกองทุนหมู่บ้านที่มอบอำนาจ ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจทั้งหมด เป็นต้น การสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน อาจทำได้หลายระดับและหลายวิธี ซึ่งบางวิธีสามารถทำได้ อย่างง่าย ๆ แต่บางวิธีก็ต้องใช้เวลา ขึ้นอยู่กับความต้องการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชน ค่าใช้จ่ายและความ จำเป็นในการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม การมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นเรื่องละเอียดอ่อน จึงต้องมี การพัฒนาความรู้ความเข้าใจในการให้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องแก่ประชาชน การรับฟังความคิดเห็น การเปิดโอกาส ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม รวมทั้งพัฒนาทักษะและศักยภาพของข้าราชการทุกระดับควบคู่กันไปด้วย จากหลักการและความจำเป็นดังกล่าวทำให้การพัฒนาระบบราชการที่ผ่านมาได้รับการพัฒนา กระบวนการบริหารราชการที่สนับสนุนการปรับกระบวนการทำงานของส่วนราชการที่เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้า มามีส่วนร่วมมากขึ้น หรือที่เรียกว่า “การบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม” ในส่วนภาคราชการ การส่งเสริมการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ถือได้ว่าเป็นเงื่อนไข และเป็น กุญแจดอกสำคัญของความสำเร็จของการพัฒนาระบบราชการให้สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชน และเอื้อต่อประโยชน์สุขของประชาชน เพราะกระบวนการมีส่วนร่วมเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุน และส่งเสริมให้ ระบบราชการมีพลังในการพัฒนาประเทศอย่างสร้างสรรค์ อันเป็นเป้าหมายหลักของการพัฒนาราชการยุคใหม่ที่ เป็นราชการระบบเปิด การมีส่วนร่วมในการดำเนินงานของภาคราชการที่มาจากทุกภาคส่วนของสังคม โดยเฉพาะอย่าง ยิ่ง ประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และชุมชนท้องถิ่น จะช่วยทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐมีความใกล้ชิดกับประชาชนได้รับ ทราบความต้องการและปัญหาที่แท้จริง ลดความขัดแย้งและต่อต้าน ทั้งยังเป็นการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ที่ เสริมสร้างให้ประชาชน ร่วมคิด ร่วมตัดสินใจในประเด็นสาธารณะ ซึ่งเป็นบทบาทที่หน่วยงานภาคราชการจะต้อง
รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-91 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 ดำเนินการให้เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม การบริหารราชการแบบมีส่วนร่วมที่เปิดโอกาสให้ประชาชนและเครือข่ายภาค ประชาสังคมทุกภาคส่วนเข้ามาเป็นหุ้นส่วน จะประสบความสำเร็จหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับหน่วยงานราชการต่าง ๆ จะสนับสนุนให้เกิดการมีส่วนร่วมของประชาชนมากน้อยเพียงใด รวมทั้งต้องอาศัยกระบวนการความร่วมมือและ การมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายในสังคมที่เป็นพันธมิตรของภาคราชการ ซึ่งถึงเวลาแล้วที่ภาคราชการจะต้องร่วมมือกัน เปิดระบบราชการให้ประชาชน มีส่วนร่วม เพื่อทำให้เกิดการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี เกิดการแบ่งสรรทรัพยากร อย่างยุติธรรม และลดความขัดแย้งในสังคม และที่สำคัญที่สุดคือการสร้างกลไกของการพัฒนาระบบราชการที่ ยั่งยืนเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน 2.5.6 ความหมาย รูปแบบ และการดำเนินงานขององค์กรผู้ใช้น้ำชลประทาน กรมชลประทาน (2548) ได้ให้ความหมายขององค์กรผู้ใช้น้ำชลประทานไว้ว่า องค์กรผู้ใช้น้ำชลประทาน หมายถึง กลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทาน (กลุ่มพื้นฐาน) กลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทาน กลุ่มเกษตรกร สมาคมผู้ใช้น้ำ ชลประทาน และสหกรณ์ผู้ใช้น้ำชลประทาน ที่เกิดขึ้นจากการที่เกษตรกรผู้ใช้น้ำในเขตรับน้ำชลประทานได้รวมตัว กันจัดตั้งขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการจัดการน้ำและบำรุงรักษาระบบชลประทาน (1) ประเภทขององค์กรผู้ใช้น้ำชลประทาน องค์กรผู้ใช้น้ำชลประทานแบ่งตามสถานภาพด้านกฎหมาย ออกเป็น 2 ประเภท คือ ประเภทไม่เป็นนิติบุคคล ได้แก่ (1.1) กลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทาน (กลุ่มพื้นฐาน) (Water Users Group: WUG) มีขอบเขตพื้นที่ องค์กรผู้ใช้น้ำชลประทาน ครอบคลุมพื้นที่แฉกส่งน้ำ 1 แฉก หรือคูน้ำ 1 สาย โครงสร้างกลุ่มพื้นฐานประกอบด้วย หัวหน้ากลุ่ม 1 คน (อาจมีผู้ช่วยตามความจำเป็น) และสมาชิกผู้ใช้น้ำ พื้นที่หนึ่งกลุ่มผู้ใช้น้ำชลประทาน ไม่ควรมาก เกิน 1,000 ไร่ (1.2) กลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทาน (Integrated Water Users Group: IWUG) มีขอบเขต พื้นที่องค์กรผู้ใช้น้ำชลประทาน ครอบคลุมพื้นที่คลองส่งน้ำสายใหญ่ หรือคลองซอย หรือคลองแยกซอย หรือโซน ส่งน้ำ 1 โซน หรืออาจครอบคลุมพื้นที่ทั้งโครงการชลประทาน แต่มากที่สุดไม่ควรเกิน 20,000 ไร่ ต่อหนึ่งองค์กร ผู้ใช้น้ำชลประทาน โครงสร้างกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทาน ประกอบด้วยกลุ่มพื้นฐานหลายกลุ่มที่ใช้น้ำจากแหล่งน้ำหรือ คลองสายเดียวกัน มีการบริหารในรูปคณะกรรมการที่เลือกมาจากสมาชิกผู้ใช้น้ำ เพื่อจัดการน้ำจากแหล่งน้ำ หรือ คลองส่งน้ำสายใหญ่ หรือคลองซอย หรือคลองแยกซอย หรือโซนส่งน้ำ รวมทั้งในระดับคูน้ำ (2) ประเภทเป็นนิติบุคคล ได้แก่ (2.1) กลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำชลประทาน (Farmer Group: FG) ดำเนินงานจดทะเบียนจัดตั้งเป็น กลุ่มเกษตรกรไว้กับนายทะเบียนกลุ่มเกษตรกรประจำจังหวัดแห่งท้องที่จัดตั้งตามแบบ ที่นายทะเบียนสหกรณ์ กำหนดโดยอาศัยพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยกลุ่มเกษตรกร พ.ศ. 2547 มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและ กันในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม อันได้แก่ การทำนา ทำไร่ ทำสวน ประมง และเลี้ยงสัตว์ เป็นต้น ซึ่งในการ ดำเนินการผลิต การค้า การบริการ และการดำเนินธุรกิจอื่นๆ นั้น สามารถนำเงินกำไรสุทธิประจำปีที่เหลือจาก การกันไว้เป็นทุนสำรอง มาแบ่งเป็นเงินปันผลตามหุ้นที่ชำระแล้ว หรือเป็นเงินเฉลี่ยคืนให้แก่สมาชิกตามส่วนธุรกิจ ที่สมาชิกได้ทำไว้กับกลุ่มเกษตรกรในระหว่างปี หรือเป็นเงินโบนัสแก่กรรมการ ผู้ตรวจสอบกิจการ และเจ้าหน้าที่ ของกลุ่มเกษตรกรตามที่กำหนดในข้อบังคับ ฯลฯ (2.2) สมาคมผู้ใช้น้ำชลประทาน (Water Users Association: WUA) จดทะเบียนจัดตั้งเป็น สมาคมผู้ใช้น้ำชลประทานไว้กับกระทรวงมหาดไทย ภายใต้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. 2535 บรรพ 1 ลักษณะ 2 หมวด 2 ส่วนที่ 2 ว่าด้วย “สมาคม” มาตรา 78-109 มีขอบเขตพื้นที่และโครงสร้างการ บริหารสมาคมผู้ใช้น้ำชลประทานเช่นเดียวกับกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทาน มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อกระทำการ
รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-92 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 ใดๆ อันมีลักษณะต่อเนื่องร่วมกัน (ซึ่งอาจจะเน้นการจัดการน้ำชลประทานเป็นสำคัญ) โดยมิใช่เป็นการหาผลกำไร หรือรายได้มาแบ่งปันกัน (2.3) สหกรณ์ผู้ใช้น้ำชลประทาน (Water Users Co-operative: WUC) จดทะเบียนจัดตั้งเป็น สหกรณ์ผู้ใช้น้ำชลประทานไว้กับกรมส่งเสริมสหกรณ์โดยอาศัยพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 มีวัตถุประสงค์ หลักเพื่อการจัดการน้ำชลประทาน การดำเนินธุรกิจสามารถนำผลกำไรมาแบ่งปันกันได้ขอบเขตพื้นที่รับผิดชอบ ของสหกรณ์ผู้ใช้น้ำชลประทาน ครอบคลุมเช่นเดียวกับกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทาน และมีโครงสร้างการ บริหารสหกรณ์ผู้ใช้น้ำชลประทานในเรื่องการบริหารจัดการน้ำ เช่นเดียวกับกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทาน (2.4) โครงสร้างการบริหารองค์กรผู้ใช้น้ำชลประทานในโครงการชลประทาน กรมชลประทาน (2548) ได้ระบุถึงโครงสร้างการบริหารองค์กรผู้ใช้น้ำชลประทานในโครงการชลประทาน แรกเริ่มจะมีเพียงส่วน ของคณะกรรมการบริหารองค์กรผู้ใช้น้ำชลประทานเท่านั้น แต่ปัจจุบันได้นำรูปแบบการบริหารจัดการน้ำ ชลประทานโดยเกษตรกรมีส่วนร่วม (Participatory Irrigation Management, PIM) มาประยุกต์ใช้ โดยได้มีการ ปรับเปลี่ยนโครงการบริหารองค์กรผู้ใช้น้ำชลประทานใหม่ ประกอบด้วย 3 ส่วน (กรมชลประทาน, 2548) คือ (1) ส่วนที่ 1 คณะกรรมการบริหารองค์กรผู้ใช้น้ำชลประทาน เป็นสมาชิกผู้ใช้น้ำที่ได้รับความไว้วางใจโดยเสียงข้างมากจากสมาชิกผู้ใช้น้ำ หรือผู้แทนสมาชิกผู้ใช้น้ำ ให้ มาทำหน้าที่คณะผู้บริหารน้ำภายในกรอบนโยบายที่เป็นมติเสียงส่วนมากของสมาชิกหรือ ผู้แทนสมาชิกผู้ใช้น้ำ ซึ่ง คณะกรรมการบริหารองค์กรผู้ใช้น้ำชลประทาน จะดำรงตำแหน่งตามวาระที่กำหนด (2) ส่วนที่ 2 การประชุมใหญ่สมาชิก หรือการประชุมใหญ่ผู้แทนสมาชิก องค์กรผู้ใช้น้ำชลประทาน จะต้องมีการประชุมใหญ่อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้สมาชิกหรือ ผู้แทนสมาชิก (2.1) ลงมติเลือกคณะกรรมการองค์กรผู้ใช้น้ำชลประทานที่ว่างลงตามวาระการ ดำรงตำแหน่งหรือที่ว่างลงด้วยสาเหตุอื่นๆ (2.2) ลงมติในการประชุมใหญ่ให้ความเห็นชอบต่อกรอบนโยบาย ในการ มอบหมายให้คณะกรรมการขององค์กรผู้ใช้น้ำชลประทาน นำไปปฏิบัติ เช่น การกำหนดหลักเกณฑ์การแบ่งสรรน้ำ ให้เกิดความเป็นธรรม การกำหนดหลักเกณฑ์เพื่อให้สมาชิกทุกคนต้องมีส่วนร่วมในการออกค่าใช้จ่ายซึ่งอาจจะเป็น เงินหรือแรงงาน เพื่อการบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษาอื่นๆ (2.3) เพื่อให้สมาชิกหรือผู้แทนสมาชิก ได้ทราบผลการดำเนินงานจากการ รายงานของคณะกรรมการบริหารองค์กรผู้ใช้น้ำชลประทาน (3) ส่วนที่ 3 ผู้ตรวจสอบกิจกรรมองค์กรผู้ใช้น้ำชลประทาน ผู้ตรวจสอบกิจกรรมองค์กรผู้ใช้น้ำชลประทาน หมายถึง บุคคลหรือคณะบุคคล ซึ่ง สมาชิกผู้ใช้น้ำหรือผู้แทนสมาชิกโดยเสียงส่วนมากจากการประชุมใหญ่มอบความไว้วางใจให้เป็นผู้แทนสมาชิกใน การตรวจสอบผลการดำเนินการของคณะกรรมการบริหารองค์กรผู้ใช้น้ำฯ เพื่อให้สมาชิกเกิดความสบายใจว่าการ บริหารองค์กรผู้ใช้น้ำชลประทานเป็นไปได้ด้วยความโปร่งใส และเป็นธรรม 2.5.7 การศึกษาตัวชี้วัดด้านความสุข ในและนอกเขตพื้นที่ชลประทานเพื่อการอยู่ร่วมกัน นิยามความสุข คือ การอยู่ร่วมกันโดยไม่ทะเลาะเบาะแวงกัน มีความสามัคคีกัน มีธรรมมะ อยู่ดีมีสุข อยู่ดี กินดีร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมหน้า ทำบุญร่วมกัน ไม่เจ็บไม่ไข้ไม่มีโรคภัยแทรกแซง และมีความสุขกายสบายใจ และพอเพียง ในโลกยุคปัจจุบันท่ามกลางความเจริญก้าวหน้าด้านวัตถุเทคโนโลยีที่ทันสมัย ดูเหมือนจะทำให้ชีวิตมนุษย์ สุขสบายขึ้น แต่หลายคนกลับพบว่า เรายังคงต้องทำงานหนัก ยังคงเหน็ดเหนื่อย ว้าวุ่น เครียด และเป็นทุกข์กับ
รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-93 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 ชีวิตมากขึ้น ในทางการแพทย์แล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมา ตัวชี้วัดที่ใช้ในการดูความเจริญก้าวหน้าของมนุษย์ยังคง เป็นเรื่องของความทุกข์ เช่น อัตราการตาย อัตราการเจ็บป่วย ส่วนในเรื่องของความสุขแล้วยังมีปัจจัยต่างๆ อีก มากมายที่ทำให้คนมีความสุขหรือไม่มีความสุข เช่น เงินทอง ความร่ำรวย หลายคนคิดว่าเมื่อมีเงิน มีความร่ำรวย มากขึ้นแล้วจะมีความสุข แต่การศึกษาพบว่า เมื่อความต้องการพื้นฐานของมนุษย์สมบูรณ์แล้ว เช่น มีอาชีพ มีบ้าน มีรถ มีครอบครัว ความร่ำรวยที่เพิ่มขึ้นไม่ได้ทำให้คนมีความสุขมากขึ้น ในสังคมประเทศทางตะวันตก ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา รายได้เฉลี่ยต่อหัวจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องถึงสองเท่าตัว แต่ไม่ได้มีความสุขเพิ่มมากขึ้น ระดับสติปัญญา และการศึกษาไม่มีส่วนสัมพันธ์กับความสุข ในทางตรงข้ามพ่อ-แม่หรือผู้คนในยุคสมัยก่อนไม่ได้รับการศึกษามาก นัก แต่พวกเขาก็มีความสุข อายุและสภาพสมรส คนสูงอายุจะมีความสุขมากกว่าคนหนุ่มสาว คนที่กำลังจะ แต่งงาน มีความสุข รวมทั้งคนที่แต่งงานแล้วจะมีความสุขมากกว่าคนโสด ความเชื่อในศาสนา การมีความเชื่อใน ศาสนาทำให้จิตใจมีความสุข อาจเป็นเพราะพระธรรม คำสั่งสอน หรือการเข้าไปอยู่ในกลุ่มคนที่คอยให้กำลังใจ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน สัมพันธภาพที่ดีกับคนรอบข้างและคนในครอบครัวมีส่วนทำให้คนมีความสุข โดยเฉพาะ การสนับสนุนจากคนในครอบครัวและชุมชน การได้ทำสิ่งที่ชอบในชีวิต ทำให้คนมีความสุขได้ การประเมินหรือหาตัวชี้วัดด้านความสุข ความพึงพอใจในชีวิตของประชาชน ที่จัดทำโดยกรมสุขภาพจิต เองได้พัฒนาตัวชี้วัดความสุขของจิตใจหรือสุขภาพจิต โดยดูถึง สภาวะสุขภาพทางจิต (Mental State) สมรรถภาพทางจิตใจ (Mental Capacity) คุณภาพของจิตใจ (Mental Quality) สิ่งสนับสนุน (Supporting factor) โดยได้พัฒนาตัวชี้วัดทั้งหมดเหลือเพียง 15 ข้อ ในการศึกษาครั้งนี้ได้เลือกใช้แบบประเมินดัชนีชี้วัด ความสุขคนไทย 15 ข้อ (Thai Happiness Indicators, THI – 15 ) แบบประเมินฯนี้สร้างขึ้นภายใต้กรอบ แนวคิดคำจำกัดความของความสุข หมายถึง สภาพชีวิตที่เป็นสุข อันเป็นผลจากการมีความสามารถในการจัดการ ปัญหาในการดำเนินชีวิต มีศักยภาพที่จะพัฒนาตนเองเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี โดยครอบ-คลุมถึงความดีงามภายใน จิตใจ ภายใต้สภาพสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป 1) คุณสมบัติของเครื่องมือ (1.1) เนื่องจากเครื่องมือนี้สร้างขึ้นโดยใช้กลุ่มคนเป็นมาตรฐาน (Normative model) ในการ กำหนดเกณฑ์ปกติ (Norm) เพราะยังไม่มีการตรวจมาตรฐาน (Gold standard) ใดๆ ที่สามารถตรวจวินิจฉัยได้ว่า บุคคลใดมีความสุขมากน้อยเพียงใด (1.2) การศึกษาความตรงตามเนื้อหา (Content validity) โดยการทบทวนวรรณกรรมที่ เกี่ยวข้อง และประชุมร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านสุขภาพจิตเพื่อพิจารณาความตรงตามเนื้อหาที่ต้องการประเมิน 10 ครั้ง (1.3) การศึกษาความตรงตามโครงสร้าง (construct validity) ศึกษาความตรงตามโครงสร้าง โดยการวิเคราะห์ปัจจัย (Factor analysis) และพิจารณาลดข้อคำถามโดยคัดเลือกเฉพาะข้อคำถามที่มีค่า Factor loading ตั้งแต่ 0.40 ขึ้นไป (ยกเว้นข้อคำถามที่ผู้ทรงคุณวุฒิลงความเห็นว่าจำเป็นต้องมี ข้อนี้ ค่า Factor loading อาจต่ำกว่า 0.40) โดยทำการศึกษาความตรงเชิงโครงสร้างถึง 2 ครั้งในการศึกษานี้ โดยลดข้อคำถามจาก 157 ข้อเหลือเพียง 85 ข้อ ในครั้งที่ 1 และจาก 85 ข้อ เหลือเพียง 66 ข้อ (ฉบับสมบูรณ์) และ 15 ข้อ (ฉบับสั้น) ในครั้งที่ 2 (1.4) การศึกษาความตรงร่วมสมัย (Concurrent validity) ในการศึกษาครั้งนี้ ได้ทำการศึกษา ความตรงร่วมสมัยโดยใช้ ดัชนีชี้วัดสุขภาพจิตของอัมพร โอตระกูล และคณะ จำนวน 12 ข้อ ทำการศึกษาควบคู่ กันไปในช่วงเวลาเดียวกัน ผลการศึกษาพบว่า ดัชนีชี้วัดความสุขคนไทย 15 ข้อ กับดัชนีชี้วัด สุขภาพจิตของอัมพร โอตระกูล และคณะมีความสัมพันธ์กันในระดับปานกลาง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 โดยมีค่า สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์อันดับของสเปียร์แมน (Spearman’s correlation coefficient) เท่ากับ 0.49
รายงานฉบับสมบูรณ์ 2-94 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 (1.5) การศึกษาค่าความเชื่อมั่นของเครื่องมือ (Reliability) โดยมีค่า Cronbach’s alpha coefficient เท่ากับ 0.70 2) วิธีการนำไปใช้ ดัชนีชี้วัดความสุขคนไทยนี้ สามารถนำไปใช้กับ (2.1) ผู้ที่อยู่ในวัย 15-60 ปี โดยไม่จำกัดเพศ (2.2) สามารถอ่านออก เขียนได้ ในกรณีที่ไม่สามารถอ่านด้วยตนเองได้ อาจใช้วิธีให้บุคคลอื่น อ่านให้ฟัง และผู้ตอบแบบประเมินเป็นผู้เลือกคำตอบด้วยตนเอง (2.3) สามารถนำไปใช้ประเมินระดับความสุขของกลุ่มคนในหน่วยงาน องค์กรต่างๆ หรือคนใน ชุมชนในช่วงเวลาที่ต่างกัน เพื่อดูระดับความสุขของกลุ่มคนนั้นๆ เป็นการเฝ้าระวังภาวะสุขภาพจิตขององค์กรนั้น ในอีกรูปแบบหนึ่ง โดยควรใช้ประเมินในระดับกลุ่มคนปีละ 1 – 2 ครั้ง (2.4) ในการนำดัชนีชี้วัดความสุขคนไทยไปใช้เพื่อประเมินซ้ำ ว่าตนเองมีระดับความสุข เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมหรือไม่ อย่างเร็วควรประเมินซ้ำอีก 1 เดือน 3) ข้อจำกัดในการนำไปใช้ (3.1) เป็นแบบประเมินฉบับสั้น เหมาะสำหรับการประเมินที่ต้องการใช้เวลาไม่มากนัก แต่หาก ต้องการการประเมินที่มีรายละเอียดมากกว่านี้ สามารถศึกษาโดยใช้ดัชนีชี้วัดความสุขคนไทยฉบับสมบูรณ์ 66 ข้อ ได้ (หรือดัชนีชี้วัดสุขภาพจิตคนไทย) สำหรับแบบประเมินนี้ เป็นแบบประเมินที่ผ่านการศึกษาในขั้นตอนที่สมบูรณ์ และเผยแพร่ในระดับประเทศแล้ว (3.2) แบบประเมินนี้หากผู้ตอบ ตอบตรงกับความจริงของตนเองโดยไม่มีอคติจะได้ผลการ ประเมินที่สอดคล้องกับความเป็นจริง
บทที่ 3 วิธีการด าเนินงานวิจัย
รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า 3-1 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 บทที่ 3 วิธีการดำเนินงานวิจัย 3.1 งานด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ 3.1.1 ขั้นตอนการดำเนินงาน 1) วิเคราะห์ระบบ ทำการวิเคราะห์ระบบเพิ่มเติมจากโครงการวิจัยฯ ในระยะที่ 1 เพื่อให้ทราบปัจจัยและวิธีการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำ ครอบคลุมปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยา (น้ำฝน อัตราการระเหย เป็นต้น) ปัจจัย อุทกวิทยาที่ได้จากระบบอ่างเก็บน้ำ (ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ การใช้น้ำ การผันน้ำ เป็นต้น) และปัจจัยเชิงพื้นที่ (การใช้ประโยชน์ที่ดิน เป็นต้น) เพื่อนำไปออกแบบระบบฐานข้อมูล และแบบจำลองเพื่อช่วยในการตัดสินใจ บริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ สามารถสรุปลักษณะของการไหลของข้อมูลต่างๆ ภายในระบบได้โดยแบ่งออกเป็นส่วนงานหลักๆ 3 ส่วน ได้แก่ (1) ส่วนการคาดการณ์ปริมาณน้ำฝน (2) ส่วนการคาดการณ์ปริมาณน้ำท่า (3) ส่วนการจัดสรรน้ำเพื่อการชลประทาน โดยทั้ง 3 ส่วนได้มีข้อมูลต่างๆ ที่จัดเก็บอยู่ในฐานข้อมูล และทำการนำเข้าโดยผู้ใช้ ได้แก่ ปริมาณน้ำฝน จริงและการคาดการณ์ ปริมาณน้ำท่าจริงและการคาดการณ์ ความต้องการการใช้น้ำของผู้ใช้น้ำ การใช้ประโยชน์ ที่ดิน ซึ่งเป็นการนำไปสู่การออกแบบตารางในระบบฐานข้อมูล สำหรับการออกแบบระบบฐานข้อมูลได้ดำเนินการโดยดูจากการวิเคราะห์ระบบสารสนเทศ และจากการ วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของข้อมูล สามารถสรุปตารางต่างๆ ที่จะจัดทำพร้อมทั้งรายละเอียดดังนี้ ในขั้นตอนต่อไปจะนำการออกแบบดังกล่าวไปผนวกกับส่วนของแบบจำลอง และพัฒนาระบบติดต่อกับ ผู้ใช้งาน เพื่อนำไปสู่การเขียนโปรแกรมทางคอมพิวเตอร์เพื่อจัดทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับให้ผู้ใช้งานได้ใช้ งานต่อไป 2) เก็บรวบรวมข้อมูล เก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากการวิเคราะห์ระบบ ที่ครอบคลุมปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยา (น้ำฝน อัตรา การระเหย เป็นต้น) ปัจจัยอุทกวิทยาที่ได้จากระบบอ่างเก็บน้ำ (ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ การใช้น้ำ การผันน้ำ เป็นต้น) และปัจจัยเชิงพื้นที่ (การใช้ประโยชน์ที่ดิน เป็นต้น) กลุ่มงานระบบสารสนเทศได้ร่วมกับกลุ่มงานต่างๆ ได้ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการทำงานในโครงการวิจัยได้แก่ (2.1) แผนที่ภูมิประเทศ ชุด L7018 มาตราส่วน 1:50,000 ของกรมแผนที่ทหาร (ปีพ.ศ. 2545) ในรูปแบบกระดาษ และรูปแบบแผนที่ฐานดิจิตอล (2.2) ชุดข้อมูลสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ประจำจังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ มาตราส่วน 1:50,000 จากกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (2.3) แผนที่การใช้ประโยชน์ที่ดินในรูปแบบดิจิตอลของกรมพัฒนาที่ดิน พ.ศ. 2552 (2.4) ข้อมูลทางระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ศึกษา จาก สำนักงานชลประทานที่ 14 ได้แก่การใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ชลประทาน ปีพ.ศ. 2553 พื้นที่ชลประทาน ท่อส่ง น้ำสายใหญ่ คลองส่งน้ำสายใหญ่ อ่างเก็บน้ำ (2.5) ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม THEOS ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม SPOT ปี 2553 จากสำนักงาน เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ
รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า 3-2 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 (2.6) ข้อมูลสถิติอุตุนิยมวิทยา ประจำสถานีตรวจวัดจังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 3 สถานี จากกรมอุตุนิยมวิทยา 3) พัฒนาระบบฐานข้อมูล พัฒนาและปรับปรุงระบบฐานข้อมูลเพิ่มเติมจากการวิจัยในระยะที่ 1 โดยให้สอดคล้องกับการนำข้อมูล เข้าสู่ระบบแบบจำลอง ในการดำเนินการใช้โปรแกรมจัดการฐานข้อมูล พร้อมทั้งทำการเชื่อมต่อกับระบบโทรมาตร เพื่อนำเข้าข้อมูลจากการวัดข้อมูลระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำปริมาณน้ำฝน ของอ่างเก็บน้ำระบบเครือข่ายเข้าสู่การเก็บ ข้อมูลในระบบฐานข้อมูล 3.1.2 วิธีการแปลข้อมูลภาพดาวเทียม 1) การวิเคราะห์ข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียม THEOS ที่บันทึกภาพในเดือน มีนาคม ปีพ.ศ. 2553 จากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) โดยมีขั้นตอน ดังต่อไปนี้ (1.1) ดำเนินการปรับแก้ข้อมูลเชิงคลื่นและเชิงตำแหน่ง เพื่อให้ข้อมูลจากดาวเทียมมีความ ถูกต้องมากยิ่งขึ้น (1.2) ทำการแปลตีความข้อมูลจากดาวเทียม โดยใช้โปรแกรม ERDAS IMAGINE 8.5 ด้วยวิธีการ จำแนกภาพแบบกำกับ (Supervised Classification) สามารถจำแนกลักษณะการใช้ประโยชน์ที่ดิน ออกเป็น 10 ลักษณะ คือ พื้นที่ป่าไม้นาข้าว ยูคาลิปตัส แหล่งน้ำ ไร่อ้อย ไร่สัปปะรด ยางพารา แหล่งชุมชน ป่าละเมาะ และพื้นที่เปิดโล่ง (1.3) ทำการตรวจสอบความถูกต้องในการแปลตีความด้วยการสำรวจข้อมูลภาคสนาม โดยดำเนินการสำรวจภาคสนามทั้งหมด 3 ครั้ง (1.4) จัดทำแผนที่การใช้ประโยชน์ที่ดินในปีพ.ศ. 2554 และจัดเก็บเป็นฐานข้อมูลระบบ สารสนเทศภูมิศาสตร์ 2) ผลที่คาดว่าจะได้รับ การดำเนินงานในส่วนของกลุ่มงานเทคโนโลยีสารสนเทศนำไปสู่การพัฒนา โปรแกรมระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการน้ำ โครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 3.2 งานด้านการศึกษาและพัฒนาแบบจำลองในการบริหารจัดการน้ำ พัฒนาแบบจำลองเพื่อการจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำ 6 อ่าง และ 1 บ่อพักน้ำ โดยมีองค์ประกอบในการ พัฒนา 3 ส่วนหลัก ได้แก่ การคาดการณ์ปริมาณและน้ำท่า การคาดการณ์ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ และการ จัดสรรน้ำให้แก่ทุกภาคส่วน (ได้แก่ กิจกรรมทางด้านเกษตรกรรม อุปโภค-บริโภค ท่องเที่ยว อุตสาหกรรม ความต้องการน้ำของระบบนิเวศ และความต้องการน้ำของอ่างเก็บน้ำอื่นๆ) ในระยะที่ 2 จะดำเนินการจัดทำใน ส่วนการคาดการณ์ปริมาณและน้ำท่า เพื่อใช้ปัจจัยพื้นฐานในการนำข้อมูลไปใช้ในส่วนการคาดการณ์ปริมาณน้ำใน อ่างเก็บน้ำ และการจัดสรรน้ำให้แก่ทุกภาคส่วนต่อไป ประกอบด้วยขั้นตอนต่างๆ ดังนี้ (1) สำรวจและศึกษาระบบกระจายน้ำในพื้นที่ศึกษา ระบบการกระจายน้ำ (2) ศึกษาความต้องการใช้น้ำ (3) พัฒนาแบบจำลองในส่วนการคาดการณ์ปริมาณน้ำท่า ดำเนินการพัฒนาแบบจำลองในส่วนการ คาดการณ์ปริมาณน้ำท่าโดยพัฒนาโปรแกรมเพื่อเชื่อมโยงแบบจำลอง ระบบฐานข้อมูล ระบบสารสนเทศทาง ภูมิศาสตร์
รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า 3-3 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 (4) ทดสอบและปรับปรุงระบบ ดำเนินการทดสอบและปรับปรุงแบบจำลองจากข้อมูลต่างๆ เพื่อทำให้ ระบบสามารถทำการคาดการณ์ได้อย่างถูกต้องที่สุด วิธีการดำเนินงาน ขั้นตอนการดำเนินงานของการศึกษาและพัฒนาแบบจำลองในการบริหารจัดการน้ำแสดงดังรูปที่ 3.2-1 รูปที่ 3.2-1 ขั้นตอนการดำเนินงานของการศึกษาและพัฒนาแบบจำลองในการบริหารจัดการน้ำ (1) การศึกษาระบบกระจายน้ำและสอบเทียบอาคาร การศึกษาระบบกระจายน้ำในพื้นที่ศึกษา พบว่ามีอ่างเก็บน้ำเชื่อมต่อกันทั้งสิ้น 6 แห่งและมีบ่อพักน้ำ 1 แห่ง เชื่อมต่อกันโดยระบบท่อและทางน้ำเปิด จากการลงพื้นที่ศึกษาพบว่าอ่างเก็บน้ำและอาคารควบคุมน้ำมีการใช้งานเป็นระยะเวลานานทำ ให้คุณสมบัติด้านชลศาสตร์มีการเปลี่ยนแปลงไป เช่น ปริมาณความจุของอ่างเก็บน้ำที่เปลี่ยนแปลงเนื่องจากการ ทับถมของตะกอน อัตราการไหลของน้ำในท่อที่เปลี่ยนแปลง เป็นต้น ดังนั้นจึงต้องมีการสอบเทียบอาคารใหม่โดย ใช้เครื่องมือวัดอัตราการไหลในท่อ เครื่องมือวัดความเร็วกระแสน้ำแบบ Current Meter เป็นต้น ซึ่งการ ดำเนินการจะต้องลงพื้นที่เพื่อสอบเทียบอาคารหลายครั้งเพื่อสร้างโค้งความสัมพันธ์ระหว่างระดับน้ำ ระยะการเปิด บาน และอัตราการไหลเพื่อใช้ประโยชน์ในการตรวจวัดและสร้างแบบจำลองต่อไป (2) การสร้างเกณฑ์การปรับระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำ ในการสร้างเกณฑ์การปรับระดับน้ำในอ่างเก็บ น้ำ (รายเดือน รายสัปดาห์) มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรองน้ำไว้ในอ่างเก็บน้ำแต่ละแห่งและจัดส่งน้ำผ่านระบบส่งน้ำไป ยังอ่างเก็บน้ำแห่งอื่นๆ และพื้นที่ที่มีความต้องการน้ำ โดยให้เกิดการขาดแคลนน้ำน้อยที่สุด โดยใช้ Genetic Algorithms (GAs) ซึ่งเป็นกระบวนการการหาค่าที่ดีที่สุด (Optimization) ในการวิจัยครั้งนี้ใช้โปรแกรม MS Excel เป็นโปรแกรมหลักที่ใช้ในการพัฒนาแบบจำลอง ผลลัพธ์ที่ได้คือปริมาณน้ำที่ควรระบายจากอ่างเก็บน้ำ ปริมาณน้ำที่คงเหลือในอ่างเก็บน้ำในช่วงเวลาต่างๆ แสดงดังรูปที่ 3.2-2
รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า 3-4 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 รูปที่ 3-4 การพัฒนา GAs บนโปรแกรม MS Excel 3) การพยากรณ์ปริมาณฝน-น้ำท่า ศึกษาปริมาณน้ำใต้ดิน รูปที่ 3.2-2 ระบบกระจายน้ำในพื้นที่ศึกษา (3) การพยากรณ์ปริมาณฝน-น้ำท่า ศึกษาปริมาณน้ำใต้ดิน การวิจัยครั้งนี้จะใช้แบบจำลอง ANNs สำหรับการพยากรณ์ปริมาณน้ำฝน-น้ำท่า โดยใช้ข้อมูลจากอดีตเป็นข้อมูลสำหรับสอบเทียบแบบจำลอง สำหรับการศึกษาปริมาณน้ำใต้ดินจะเป็นการศึกษาโดยสำรวจและรวบรวมข้อมูลจากแหล่งน้ำใต้ดินจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องตลอดจนสำรวจจริงในพื้นที่ศึกษา และวิเคราะห์ศักยภาพในการนำน้ำใต้ดินไปใช้ประโยชน์ (4) การวางแผนการบริหารจัดการอ่างเก็บน้ำโดย Genetic Algorithms ในการวางแผนการ บริหารจัดการน้ำโดย Genetic Algorithms มีขั้นตอนการดำเนินการดังนี้ (4.1) กำหนดสมการเป้าหมาย (Objective Function) สมการข้อจำกัด (Constraints) ฟังก์ชั่นและสมการที่เกี่ยวข้องใช้เช่นเดียวกับ กรตสุวรรณและคณะ (2551) โดยมีวัตถุประสงค์ ของแบบจำลองดังนี้ (1) จัดสรรน้ำจากเครือข่ายอ่างเก็บน้ำโดยให้เกิดการขาดแคลนน้ำน้อยที่สุด (2) เมื่อมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำมากเกินไป จะจัดสรรน้ำให้เกิดปัญหา อุทกภัยด้านท้ายน้ำน้อยที่สุด (3) เมื่อจัดสรรน้ำแล้วต้องพยายามเก็บน้ำไว้ในอ่างเก็บน้ำเพื่อสำรองไว้ใช้ใน ฤดูกาลต่อไป (4) ปริมาณน้ำที่ระบายจะต้องไม่เกินความสามารถในการระบายน้ำสูงสุดของ คลองหรือท่อส่งน้ำ (5) ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำจะต้องอยู่ระหว่างปริมาณเก็บกักต่ำสุดและปริมาณ เก็บกักปกติ 0.00 0.05 0.10 0.15 0.20 0.25 0.30 0.35 0.40 D001 D002 D003 D004 D005 D006 D007
รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า 3-5 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 (4.2) ใส่ข้อมูลและทดสอบผล การใช้งานโปรแกรมซึ่งพัฒนาบนไมโครซอฟต์เอ็กเซล (กรตสุวรรณและคณะ 2551) มีขั้นตอนการใช้งานแสดงดังรูปที่ 3.2-3 รูปที่ 3.2-3 หลักการใช้งานโปรแกรมซึ่งพัฒนาบนไมโครซอฟต์เอ็กเซล ทั้งนี้การศึกษาครั้งนี้เพิ่มการจำลองอีก 4 กรณีเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาและปรับปรุงระบบ เครือข่ายอ่างเก็บน้ำในอนาคตต่อไป ประกอบด้วยกรณีต่างๆ ดังนี้ (1) รับน้ำเพิ่มเติมจากอ่างเก็บน้ำห้วยผากไปยังเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ (2) รับน้ำจากเขื่อนเพชรบุรีไปยังเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ (3) รับน้ำจากอ่างหุบกะพงไปช่วยอ่างเก็บน้ำห้วยทรายหุบกะพง (4) เพิ่มการส่งน้ำไปยังอ่างเก็บน้ำหนองจิก (5) เพิ่มความจุอ่างเก็บน้ำห้วยไทรงาม ระบบต้นแบบ (Model) เพื่ออธิบายการประยุกต์ใช้แบบจำลอง GA เพื่อให้ผู้สนใจทราบวิธีการ ประยุกต์ใช้แบบจำลอง GAs ในการวางแผนการจัดสรรน้ำจากระบบอ่างเก็บน้ำ ผู้ศึกษาได้สร้างระบบอ่างเก็บน้ำ ต้นแบบ โดยประกอบด้วยโหนด (Node) จำนวน 4 โหนด ได้แก่ D001 C001 A001 และ N001 โดยโหนดทั้ง 4 โหนดเป็นโหนดอ่างเก็บน้ำจำนวน 1 แห่ง คือ D001 โหนดเชื่อมต่อ (Conjunction Node) จำนวน 1 แห่ง คือ C001 โหนดรับน้ำ (Irrigation Node) จำนวน 1 แห่งคือ A001 และโหนดรับน้ำด้านท้ายอ่างเก็บน้ำ จำนวน 1 แห่งคือ N001 ขั้นตอนของการจำลองการจัดสรรน้ำโดยแบบจำลอง GAs ปริมาณน้ำไหลเข้า อ่างเก็บน้ำรายเดือน ปริมาณน้ำฝนรายเดือน อัตราการระเหยราย เดือน โปรแกรม Microsoft Excel ปริมาณน้ำที่แนะนำ ในการจัดสรรน้ำ สัดส่วนระหว่างปริมาณน้ำ ที่ได้รับต่อต้องการ ปริมาณการระเหยและ รั่วซึมจากอ่างเก็บน้ำ
รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า 3-6 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 รูปที่ 3.2-4 ระบบอ่างเก็บน้ำต้นแบบเพื่อใช้อธิบายการทำงานพื้นฐานของ GA ขั้นตอนการทำงานของ GAs ขั้นตอน Initialization เป็นการสุ่มปริมาณน้ำที่จะปล่อยผ่าน Reach ต่างๆ ในแต่ละเดือน โดยค่าที่สุ่มมีค่าอยู่ระหว่างความสามารถในการระบายน้ำสูงสุด และต่ำสุดของ Reach โดยการศึกษาครั้งนี้กำหนดให้ความสามารถในการระบายน้ำต่ำสุดของ Reach เท่ากับ 0 เมื่อผ่านขั้นตอน นี้Allele ทุกตัวจะมีค่า (Value) ซึ่งเป็นปริมาณน้ำที่ปล่อยผ่าน Reach รายเดือนแสดงดังรูปที่ 3.2-5 Initialization Objective Selection Cross Over Mutation Summary Check Fitness and Condition OK. Not OK. Swap Population รูปที่ 3.2-5 ขั้นตอนการทำงานของแบบจำลอง GAs
รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า 3-7 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2รูปที่ 3.2-6 รูปแบบ GAs ที่ใช้ในการวางแผนการจัดสรรน้ำ Alle No. A1 A2 A3 A4 A5 A6 A7 A8 A9 A10 A11 A12 A1 A2 A3 A4 A5 A6 A7 A8 A9 A10 A11 A12 A1 A2 A3 A4 A5 A6 A7 A8 A9 A10 A11 A12 Values 4.7 2.7 3.7 3.4 2.7 0.0 0.8 1.8 0.1 2.6 1.3 2.3 0.2 0.9 0.9 1.9 1.2 0.9 0.8 3.0 1.6 0.1 2.4 0.4 1.7 3.8 2.6 3.0 0.2 4.0 0.2 1.8 0.3 1.3 3.0 0.5 Month jan feb mar apr may jun jul aug sep oct nov dec jan feb mar apr may jun jul aug sep oct nov dec jan feb mar apr may jun jul aug sep oct nov dec Alle No. A1 A2 A3 A4 A5 A6 A7 A8 A9 A10 A11 A12 A1 A2 A3 A4 A5 A6 A7 A8 A9 A10 A11 A12 A1 A2 A3 A4 A5 A6 A7 A8 A9 A10 A11 A12 Values 0.6 1.1 3.9 0.5 2.7 2.2 1.8 3.8 3.8 2.8 2.9 3.6 0.5 1.5 1.2 1.7 1.8 2.9 2.7 0.4 1.5 1.8 1.3 0.4 4.0 1.1 1.7 3.8 3.0 2.8 3.4 1.2 3.6 1.7 2.7 1.2 Month jan feb mar apr may jun jul aug sep oct nov dec jan feb mar apr may jun jul aug sep oct nov dec jan feb mar apr may jun jul aug sep oct nov dec Alle No. A1 A2 A3 A4 A5 A6 A7 A8 A9 A10 A11 A12 A1 A2 A3 A4 A5 A6 A7 A8 A9 A10 A11 A12 A1 A2 A3 A4 A5 A6 A7 A8 A9 A10 A11 A12 Values 2.8 2.1 0.5 3.5 4.5 1.5 3.0 2.3 3.3 2.8 1.3 2.2 1.3 1.2 1.6 0.5 2.8 0.7 2.1 2.9 2.5 0.9 1.3 1.4 1.3 4.0 3.3 3.9 2.1 0.5 0.2 0.6 1.9 2.5 1.8 1.7 Month jan feb mar apr may jun jul aug sep oct nov dec jan feb mar apr may jun jul aug sep oct nov dec jan feb mar apr may jun jul aug sep oct nov dec Alle No. A1 A2 A3 A4 A5 A6 A7 A8 A9 A10 A11 A12 A1 A2 A3 A4 A5 A6 A7 A8 A9 A10 A11 A12 A1 A2 A3 A4 A5 A6 A7 A8 A9 A10 A11 A12 Values 3.3 3.1 0.0 4.4 0.8 2.0 1.0 2.2 0.8 2.9 3.9 0.3 1.5 0.6 2.7 1.4 0.4 2.6 0.8 2.2 2.9 2.8 0.9 2.4 1.0 0.5 1.3 1.1 1.9 1.3 1.2 1.3 2.0 2.7 2.0 1.2 Month jan feb mar apr may jun jul aug sep oct nov dec jan feb mar apr may jun jul aug sep oct nov dec jan feb mar apr may jun jul aug sep oct nov dec Chromosome 1 Gene 1 (Reach R001) Gene 2 (Reach R002) Gene 3 (Reach R003) Gene 1 (Reach R001) Gene 2 (Reach R002) Gene 3 (Reach R003) Population Chromosome 4 Gene 1 (Reach R001) Gene 2 (Reach R002) Gene 3 (Reach R003) Chromosome 3 Gene 1 (Reach R001) Gene 2 (Reach R002) Gene 3 (Reach R003) Chromosome 2
รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า 3-8 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 ขั้นตอนต่อไปแบบจำลองจะคำนวณสมดุลน้ำในโหนดต่างโดยสมดุลน้ำในโหนดมีค่าเท่ากับ ผลรวมของปริมาณน้ำที่ไหลเข้าโหนดโดย Reach และ Inflow ลบด้วยปริมาณน้ำไหลออกจากโหนดโดย Reach ในขั้นตอน Objective โปรแกรมจะใช้ข้อมูลสมดุลน้ำของแต่ละโหนดในการคำนวณ Objective Function และเงื่อนไข (Constraint) จากนั้นจึงคำนวณค่า Fitness ของแต่ละ Chromosome โดยสมมติว่า ปัจจุบันแบบจำลองทำงานอยู่ที่ Population ที่ 1 ค่า Fitness และหมายเลข Chromosome (Chro. No.) ที่ถูก เลือกจะอยู่ที่ Middle Layer การออกแบบโปรแกรมสำหรับแบบจำลอง GAs จะมี Population จำนวน 2 ชุด สลับกันทำงาน และมี Layer สำหรับเก็บข้อมูล Chromosome ที่ถูกเลือกและค่า Fitness ของ Chromosome ที่ถูกเลือกแสดง ดังรูปที่ 3.2-7 Chro. No Chro. No Fitness Chro. No 1 1 637.4241648 1 2 2 206.0318921 2 3 3 786.4272851 3 4 4 697.7319197 4 Population 1 Population 2 Middle Layer รูปที่ 3.2-7 การออกแบบ GAs เป็น 2 Population และ มี Middle Layer ที่มา: กรตสุวรรณ (2551) ขั้นตอนการคัดเลือก (Selection) ในการศึกษาใช้การเลือกโดยปรับปรุงจาก Tournament Selection โดยแบบจำลองจะทำการสุ่มเปรียบเทียบค่า Fitness ของแต่ละ Chromosome ใน Middle Layer เช่น สมมติว่าแบบจำลองสุ่มหมายเลข Chromosome ครั้งที่ 1 ได้หมายเลข 1 มีค่า Fitness เท่ากับ 637.4241648 และหมายเลขที่ 3 มีค่า Fitness เท่ากับ 786.4272851 ดังนั้น Chromosome ตัวที่ 3 มีค่า Fitness มากกว่าตัวที่ 1 จึงถูกแทนที่ด้วย Chromosome ตัวที่ 3 แบบจำลองจะทำขั้นตอนนี้ซ้ำจนครบทุก Chromosome และครบรอบตามจำนวนที่กำหนดไว้ สมมติว่าได้ หมายเลข Chromosome ที่ถูกเลือกและค่า Fitness เมื่อได้หมายเลขของ Chromosome ที่ถูกเลือกไว้ที่ Middle Layer แล้วขั้นตอนต่อไปโปรแกรม จะทำการคัดลอก Chromosome จาก Population 1 ไป Population 2 โดยใช้หมายเลข Chromosome จาก Middle Layer
รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า 3-9 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2 รูปที่ 3.2-8 Chromosome หมายเลข 3 และ 4 ถูกแทนที่โดยหมายเลขที่ 1 และ 2 ตามลำดับ ที่มา: กรตสุวรรณ (2551) รูปที่ 3.2-9 การคัดลอก Chromosome จาก Population 1 ไปยัง Population 2 ที่มา: กรตสุวรรณ (2551) จากรูปที่ 3.2-8 Chromosome ที่ 3 และ 4 ใน Population ที่ 1 จะถูกตัดทิ้งไป ส่วน Chromosome ที่ 1 และ 2 จะถูกเลือกเป็น Chromosome 2 ชุดใน Population ที่ 2 ขั้นตอน Swap Population เป็นขั้นตอนเปลี่ยน Population ที่ทำงานปัจจุบันโดยจะสลับการ ทำงานระหว่าง Population ที่ 1 และ 2 เมื่อ Generation เปลี่ยนแปลงไปเพื่อเข้าขั้นตอน Crossover และ Mutation ต่อไป เมื่อแบบจำลองสลับ Population แล้วซึ่งในตัวอย่างคือ Population ที่ 2 จะมีข้อมูลดังรูปที่ 3.2-9 สังเกตว่า Chromosome ที่ 3 ของ Population ที่ 2 เหมือนกับ Chromosome ที่ 1 ของ Population ที่ 1 และ Chromosome ที่ 4 ของ Population ที่ 2 เหมือนกับ Chromosome ที่ 2 ของ Population ที่ 1 จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอน Crossover ซึ่งเป็นขั้นตอนการสลับ Gene โดยขึ้นอยู่กับ Probability of Crossover โดย เมื่อถูก Crossover แล้วจะได้ Population ที่ 2 ดังรูปที่ 3.2-10 Chro. No Chro. No Fitness Chro. No 1 1 637.4241648 1 2 2 206.0318921 2 3 1 637.4241648 3 4 2 206.0318921 4 Population 1 Population 2 Middle Layer Chro. No Chro. No Fitness Chro. No 1 1 637.4241648 1 2 2 206.0318921 2 3 1 637.4241648 3 4 2 206.0318921 4 Middle Layer Population 1 Population 2 Chromosome ท ถู แท ท
รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า 3-10 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2รูปที่ 3. 2-10 Population ที่ 2ซึ่งผ่านขั้นตอน Selection ที่มา: กรตสุวรรณ (2551)
รายงานฉบับสมบูรณ์ หน้า 3-11 การบริหารจัดการน้ำโครงการเครือข่ายอ่างเก็บน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรีและอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ระยะที่ 2รูปที่ 3. 2-11 การสลับ Alleles ในขั้นตอน Crossover ที่มา: กรตสุวรรณ (2551)