โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร “ผู้อำนวยการโครงการ” รุ่นที่ 19 กลุ่ม OG6 การจัดทำแผนที่ออนไลน์เพื่อประยุกต์ใช้งานด้านชลประทาน กรณีศึกษาพื้นที่ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 โครงการชลประทานนราธิวาส คณะผู้จัดทำ 1.นายชาญศักดิ์ อนันต์วีร์วิวัฒน์ วิศวกรชลประทานชำนาญการ 2.นายณัฏฐพล ทับทอง นายช่างชลประทานอาวุโส 3.นายสุรชัย หลักทองคำ นายช่างชลประทานอาวุโส 4.นายชนินทร ไกรนรา วิศวกรชลประทานชำนาญการพิเศษ 5.นายณัฐพงศ์ พิศบุญ วิศวกรชลประทานชำนาญการพิเศษ 6.นายสมบูรณ์ทัศน์ สุริยะย์ นายช่างชลประทานอาวุโส 7.นายสิทธิพร เพชรศรี นายช่างชลประทานอาวุโส 8.นายสนทยา สุตราม วิศวกรชลประทานชำนาญการพิเศษ
คำนำ การสร้างแผนที่ออนไลน์หรือแผนที่ดิจิทัล และการจัดทำข้อมูลทางระบบสารสนเทศ ภูมิศาสตร์งานทางด้านชลประทานเพื่อประกอบการบริหารจัดการมีความสำคัญยิ่ง โดยเฉพาะงาน ทางด้านการบริหารจัดการน้ำ และการบริหารจัดการข้อมูลสินทรัพย์ ล้วนแล้วแต่ต้องมีการจัดทำ ข้อมูลทางระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ทั้งสิ้น ซึ่งการจัดทำข้อมูลทางระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ใน รูปแบบออนไลน์ดังกล่าวจะทำให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่และผู้บริหารสามารถนำข้อมูลที่ได้ไป ใช้ในการประกอบการตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ โดยข้อมูลที่ได้จัดทำจะแสดง ตำแหน่งบนพื้นผิวโลกและสามารถนำทางไปยัง ณ จุดที่ตั้งของอาคารประทานได้ ตลอดจนข้อมูลที่ได้ จัดทำขึ้นสามารถต่อยอดไปสู่การจัดทำ Big Data ซึ่งเป็นวิธีการหนึ่งในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กรม ชลประทานในอนาคต คณะผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการศึกษาในเรื่องการจัดทำแผนที่ออนไลน์เพื่อ ประยุกต์ใช้งานด้านชลประทานกรณีศึกษาพื้นที่ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 โครงการชลประทาน นราธิวาส จะเป็นส่วนหนึ่งในการจุดประกายให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในกรม ชลประทาน ผู้ที่มีความสนใจ ได้เรียนรู้การสร้างแผนที่ออนไลน์และการใช้โปรแกรมเพื่อการจัดทำ ข้อมูลทางระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์โดยมุ่งเน้นความถูกต้องของข้อมูล และองค์กรภายนอกสามารถ ตรวจสอบความถูกต้องได้ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำข้อมูลในรูปแบบแผนที่ออนไลน์ ไปบูรณาการใช้ร่วมกันได้ คณะผู้จัดทำ กลุ่ม OG6
สารบัญ หน้า บทที่ 1 บทนำ 1 1.1 ความเป็นมาและความสำคัญของประเด็นการศึกษา 1 1.2 วัตถุประสงค์ของการศึกษา 2 1.3 ขอบเขตของการศึกษา 3 1.4 กรอบแนวคิดการศึกษา 3 1.5 วิธีการดำเนินการศึกษา 3 1.6 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการศึกษา 4 1.7 แผนการดำเนินงาน 5 บทที่ 2 ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 7 2.1 ทฤษฎี 7 2.2 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 30 บทที่ 3 การวิเคราะห์กรณีศึกษา 33 3.1 ปัญหาหลักของการศึกษา 33 3.2 เป้าหมายของการดำเนินการ 37 3.3 ผลสัมฤทธิ์เชิงประจักษ์ 39 3.4 ปัจจัยที่นำสู่ความสำเร็จ (ปัจจัยบวก) 39 3.5 ปัจจัยขัดขวางความสำเร็จ (ปัจจัยลบ) 39 3.6 ปัจจัยในการส่งเสริมการขยายผลจากกรณีศึกษา 39 บทที่ 4 ผลการศึกษา 41 4.1 การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ 43 4.2 การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ 49 4.3 ตารางการวิเคราะห์ SWOT 52 4.4 ยุทธศาสตร์ของการวิเคราะห์ SWOT 53 4.5 ผลการศึกษาที่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ 54 บทที่ 5 ข้อเสนอแนะจากกรณีศึกษา 65 5.1 ข้อเสนอแนะทั่วไป 65 5.2 ข้อเสนอแนะเพื่อการขยายผลในด้านงานโครงการ 66
สารบัญ (ต่อ) หน้า บรรณานุกรม 67 ประวัติคณะผู้จัดทำ 68 ภาคผนวก 69
1 บทที่ 1 บทนำ 1.1 ความเป็นมาและความสำคัญของประเด็นการศึกษา แผนที่มีความสำคัญ คือ เป็นเครื่องช่วยในการดำเนินงานหรือประกอบกิจการต่างๆ มนุษย์ รู้จักใช้แผนที่มาตั้งแต่โบราณ ประโยชน์ของแผนที่ คือ ใช้เป็นเครื่องแสดงเส้นทางเดิน ถิ่นที่อยู่อาศัย แหล่งอาหาร ในทางภูมิศาสตร์ถือว่าแผนที่เป็นศูนย์รวมข้อมูลทางภูมิศาสตร์ มีความสำคัญต่อ การศึกษาข้อมูลเพื่อประโยชน์ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ปัจจุบันแผนที่ถูกนำไปใช้ให้เป็น ประโยชน์อย่างกว้างขวางตามความเจริญก้าวหน้าในด้านเทคโนโลยี จากการที่จำนวนประชากรเพิ่ม จำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว ความจำเป็นในการวางผังเมืองให้เหมาะสมกับการขยายตัวของชุมชนและการ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติจึงเพิ่มมากตาม แผนที่จึงมีความสำคัญต่อการนำข้อมูลไปคิดวิเคราะห์เพื่อ หาศักยภาพภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ตลอดจนทรัพยากรที่มีอยู่เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ปัจจุบัน เทคโนโลยีสารสนเทศภูมิศาสตร์มีบทบาทสำคัญต่อการตัดสินใจ การจำลองสถานการณ์ โดยอาศัย ข้อมูลเชิงตำแหน่งโดยแสดงผ่านแผนที่ ซึ่งนำมาใช้ในการขับเคลื่อนพัฒนางานในด้านต่างๆ สามารถ นำข้อมูลเหล่านั้นมาบริหารจัดการได้อย่างเป็นระบบ เพื่อตอบสนองความจำเป็นในการดำเนินงาน ส่งเสริม ประยุกต์ และพัฒนางานวิจัย ให้บริการทางวิชาการแก่บุคลากรของหน่วยงาน จึงมีความ จำเป็นต้องใช้โปรแกรมด้านภูมิสารสนเทศที่ใช้งานได้ง่าย รวดเร็วผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต สามารถดาวน์โหลดภาพถ่ายดาวเทียมในพื้นที่ได้ทันที บันทึกค่าพิกัดตำแหน่ง และส่งต่อให้กับผู้ใช้งาน ในเครือข่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง หรือนำเสนอต่อสาธารณะได้หลากหลายรูปแบบ เพื่อสนับสนุนพันธกิจ ในการให้บริการ และบริหารจัดการของหน่วยงาน แต่บางครั้งด้วยข้อจำกัดการใช้งานของโปรแกรมซึ่ง จำเป็นต้องมีการติดตั้งลงบนอุปกรณ์ที่รองรับ และจำเป็นต้องมีเซิร์ฟเวอร์เพื่อบริการข้อมูลแผนที่และ ข้อมูลอื่นๆ ดังนั้นผู้ทำการศึกษาจึงเล็งเห็นว่าการสร้างแผนที่บนเว็บไซต์ด้วย Google Maps เป็นอีก หนึ่งทางเลือกที่ดีที่ช่วยให้เราสามารถสร้างแผนที่ หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลง รวมถึงใส่รายละเอียดต่างๆ ลงในแผนที่ได้โดยไม่จำเป็นต้องมีเซิร์ฟเวอร์รองรับ สามารถทำได้ทั้งบนแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ และ ยังค้นหาตำแหน่งสถานที่ที่ผู้ใช้งานได้บันทึกไว้ด้วย จากความจำเป็นและข้อจำกัดข้างต้นผู้ทำ การศึกษา ได้เล็งเห็นความสำคัญและความจำเป็นดังกล่าว จึงได้ทำศึกษาการจัดทำแผนที่บนเว็บไซต์ ด้วย Google Map พร้อมได้จัดทำคู่มือและวีดีโอสื่อการสอน เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่ต้องการ ศึกษาการใช้โปรแกรมทางระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์และการสร้างแผนที่ดิจิทัลด้วย Google Maps ด้วยตนเอง
2 สำหรับการสร้างแผนที่ออนไลน์หรือแผนที่ดิจิทัล และการจัดทำข้อมูลทางระบบสารสนเทศ ภูมิศาสตร์งานทางด้านชลประทานเพื่อประกอบการบริหารจัดการมีความสำคัญยิ่งด้วยเช่นกัน โดย เฉพาะงานทางด้านการบริหารจัดการน้ำ และการบริหารจัดการข้อมูลสินทรัพย์ ล้วนแล้วแต่ต้องมีการ จัดทำข้อมูลทางระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ทั้งสิ้น ซึ่งการจัดทำข้อมูลทางระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ ในรูปแบบออนไลน์ดังกล่าวจะทำให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่และผู้บริหารสามารถนำข้อมูลที่ได้ ไปใช้ในการประกอบการตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ โดยข้อมูลที่ได้จัดทำจะแสดง ตำแหน่งบนพื้นผิวโลกและสามารถนำทางไปยัง ณ จุดที่ตั้งของอาคารประทานได้ ตลอดจนข้อมูลที่ได้ จัดทำขึ้นสามารถต่อยอดไปสู่การจัดทำ Big Data ซึ่งเป็นวิธีการหนึ่งในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กรม ชลประทานในอนาคต 1.2 วัตถุประสงค์ของการศึกษา ปัจจุบันเทคโนโลยีระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย มีการพัฒนา นำไปปรับใช้กับการปฏิบัติงานในหลายด้าน การจัดทำแผนที่ออนไลน์ เพื่อประยุกต์ใช้งานด้าน ชลประทานก็เป็นส่วนหนึ่งในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศภูมิศาสตร์มาใช้กับงานชลประทาน โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1. เพื่อจัดทำข้อมูลทางระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ในรูปแบบแผนที่ออนไลน์ จากข้อมูล ทางด้านชลประทานและข้อมูลที่มีความเกี่ยวข้องกับงานทางด้านชลประทานในสังกัดกระทรวงเกษตร และสหกรณ์กรณีศึกษาพื้นที่ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 โครงการชลประทานนราธิวาส 2. เพื่อตรวจสอบความถูกต้องข้อมูลทางด้านชลประทาน ในกรณีตรวจพบความผิดพลาดของ ข้อมูล ก็จะทำการแจ้งหัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 โครงการชลประทานนราธิวาส เพื่อ ตรวจสอบความผิดพลาดของข้อมูลที่เกิดขึ้น และแก้ไขข้อมูลให้มีความถูกต้องในอนาคตต่อไป 3. เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้อง สามารถเข้าถึงข้อมูล และ นำข้อมูลทางระบบสารสนเทศในรูปแบบแผนที่ออนไลน์ที่ได้จัดทำขึ้นไปใช้ประกอบการตัดสินใจใน การปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ 4. ข้อมูลที่ได้จัดทำขึ้นเป็น Data Library ของฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 โครงการ ชลประทานนราธิวาส และเป็นส่วนหนึ่งในการนำไปสู่การต่อยอดในการจัดทำข้อมูลในระดับโครงการ ระดับสำนักจะได้มีข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์ที่ถูกต้องทันสมัย 5. เพื่อให้บุคลากรของกรมชลประทาน และผู้ที่สนใจ ได้เรียนรู้การจัดทำแผนที่ออนไลน์ และ การจัดทำข้อมูลทางระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์
3 1.3 ขอบเขตของการศึกษา 1. รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องทางด้านชลประทาน เช่น อาคารชลประทาน ข้อมูลสินทรัพย์ ฯลฯ ของพื้นที่ศึกษา ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 โครงการชลประทานนราธิวาส และบูรณาการ ข้อมูลหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มีความสัมพันธ์กับงานชลประทาน เช่น สระ น้ำ ศูนย์ ศพก. พื้นที่เกษตรแปลงใหญ่ เป็นต้น เพื่อไปประกอบการจัดทำแผนที่ทางระบบสารสนเทศ ภูมิศาสตร์ในรูปแบบออนไลน์โดยใช้โปรแกรม ได้แก่ Microsoft Excel , Google Earth , Google Maps , QGIS , ArcGIS และ Autodesk Map 2. จัดทำคู่มือการใช้งานและวีดีโอสื่อการสอนแก่บุคลากร ผู้ที่สนใจได้เรียนรู้ เพื่อนำไป ประยุกต์ใช้ การต่อยอด ในการจัดทำข้อมูลที่สอดคล้องกับความต้องการของโครงการ และการ นำไปใช้งาน 1.4 กรอบแนวคิดการศึกษา การจัดทำแผนที่ออนไลน์เพื่อประยุกต์ใช้งานด้านชลประทาน กรณีศึกษาพื้นที่ฝ่ายส่งน้ำและ บำรุงรักษาที่ 2 โครงการชลประทานนราธิวาส จะสามารถเป็นตัวช่วยให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ผู้บริหาร และผู้ที่เกี่ยวข้อง สามารถเข้าถึงข้อมูล และสามารถนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ในการประกอบการ ตัดสินใจอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ตลอดจนสามารถนำข้อมูลที่ได้จัดทำขึ้นเป็น Data Library ของฝ่ายส่งน้ำ และเป็นส่วนหนึ่งในการต่อยอดไปสู่การจัดทำ Big Data ที่มีความถูกต้องตรงกับความ เป็นจริง ซึ่งเป็นวิธีการหนึ่งในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กรมชลประทานในอนาคต 1.5 วิธีการดำเนินการศึกษา 1.นำข้อมูลทางด้านชลประทานภายในเขตพื้นที่ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 โครงการ ชลประทานนราธิวาส และบูรณาการข้อมูลหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่มี ความสัมพันธ์กับงานทางด้านชลประทาน เช่น สระน้ำ ศูนย์เรียนรู้ ศพก. เป็นต้น ประกอบด้วยข้อมูล จุด เส้น และพื้นที่ มาจัดทำ Shapefile ซึ่งมีนามสกุล .SHP ในกรณีที่ต้องการ Back up ข้อมูลเก็บ เอาไว้ในการจัดทำแผนที่ทางระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ โปรแกรมที่ใช้ประกอบด้วย Microsoft Excel , ArcGISและ Autodesk Map 2.การจัดทำไฟล์นามสกุล .KMZ , .KML และ .XLSX เพื่อการนำเข้า โดยใช้แอป Google บน แถบเมนูGoogle My Maps ทำได้ 2 วิธีดังนี้ 2.1 โดยการแปลงไฟล์นามสกุล .SHP เป็นไฟล์นามสกุล .KMZ โดยใช้โปรแกรม ArcGIS
4 2.2 โดยใช้โปรแกรม Google Earth ทำการสร้างข้อมูล จุด เส้น และพื้นที่ และบันทึกเป็น ไฟล์นามสกุล .KMZ ซึ่งโปรแกรม Google Earth สามารถบันทึกไฟล์ได้ 2 นามสกุล ประกอบด้วยไฟล์ .KMZ และ .KML 2.3 การนำเข้าข้อมูลจุดไฟล์นามสกุล .XLSX ที่อยู่ในระบบพิกัดภูมิศาสตร์ (Latitude Longitude) ซึ่งเป็นไฟล์ของ Microsoft Excel สามารถนำเข้าแอป Google บนแถบเมนู Google My Maps ได้โดยตรง 3.การจัดทำแผนที่ออนไลน์โดยใช้แอป Google บนแถบเมนู Google My Maps สามารถทำ ได้ดังนี้ 3.1 ทำการสมัคร e-mail ของ Gmail 3.2 ทำการ Sign In โดยใช้ e-mail ของ Gmail ที่ได้ทำการสมัครไว้แล้ว 3.3 นำเข้าชั้นข้อมูลไฟล์นามสกุล .KMZ หรือ .KML หรือ .XLSX โดยการ Click ที่ “ไดรฟ์” , “ไดรฟ์ของฉัน” , “เพิ่มเติม” , “Google My Maps” และ “นำเข้า” ตามลำดับ 3.4 เมื่อนำเข้าข้อมูลไฟล์นามสกุล .KMZ หรือ .KML หรือ .XLSX แล้ว สามารถปรับแต่ง ใส่ รายละเอียดในชั้นข้อมูลตามต้องการ 4.เมื่อจัดทำแผนที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว สามารถแชร์ข้อมูลและกำหนดสิทธิ์ผ่าน Website ให้ บุคคลอื่นเข้าถึงข้อมูลได้ซึ่งสามารถเปิดดูข้อมูลได้ทั้ง Computer และ Smart Phone 1.6 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการศึกษา 1. ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 โครงการชลประทานนราธิวาส มีข้อมูลทางระบบสารสนเทศ ภูมิศาสตร์ในรูปแบบแผนที่ออนไลน์ จากข้อมูลทางด้านชลประทานและข้อมูลที่มีความเกี่ยวข้องกับ งานทางด้านชลประทานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 2. เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ผู้บริหาร และผู้ที่เกี่ยวข้อง สามารถเข้าถึงข้อมูล และนำ ข้อมูลที่ได้ในรูปแบบแผนที่ออนไลน์ไปใช้ในการประกอบการตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและมี ประสิทธิภาพ 3. ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 โครงการชลประทานนราธิวาส มีข้อมูลที่ได้จัดทำขึ้นเป็น Data Library ของฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 โครงการชลประทานนราธิวาส และเป็นส่วนหนึ่งใน การนำไปสู่การต่อยอดในการจัดทำข้อมูลในระดับโครงการ ระดับสำนักจะได้มีข้อมูลสารสนเทศ ภูมิศาสตร์ที่ถูกต้องทันสมัย
5 4. ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 โครงการชลประทานนราธิวาส มีข้อมูลทางด้านชลประทาน ที่ถูกต้อง องค์กรภายนอกสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ ตลอดจนหน่วยงานภายในสังกัด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์สามารถนำข้อมูลทางด้านชลประทานในรูปแบบแผนที่ออนไลน์ไปบูรณา การใช้ร่วมกันได้ 5. บุคลากรภายในสำนักงานชลประทานได้เรียนรู้ในการจัดทำแผนที่ออนไลน์การใช้ โปรแกรมทางระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์และนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ เป็นการพัฒนาบุคลากรได้ อีกทางหนึ่ง 1.7 แผนการดำเนินงาน ตารางที่ 1-1 แผนการดำเนินงาน ลำดับ ที่ รายละเอียดของกิจกรรม พ.ศ. 2565 กุมภาพันธ์ มีนาคม 1. รวบรวมข้อมูลทางด้านชลประทานภายในเขต พื้นที่ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 โครงการ ชลประทานนราธิวาส 1 กุมภาพันธ์ถึง 5 กุมภาพันธ์ 2. บูรณการข้อมูลหน่วยงานในสังกัดกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ที่มีความสัมพันธ์กับงาน ทางด้านชลประทาน เช่น สระน้ำ ศูนย์เรียนรู้ ศพก. เป็นต้น โดยจัดทำชั้นข้อมูลเพื่อการ ซ้อนทับ 6 กุมภาพันธ์ถึง 10 กุมภาพันธ์ 3. จัดทำชั้นข้อมูลไฟล์นามสกุล .KMZ , .KML 11 กุมภาพันธ์ถึง 15 กุมภาพันธ์ 4. จัดทำคู่มือการใช้งานและวีดีโอสื่อการสอน 12 กุมภาพันธ์ ถึง 28 กุมภาพันธ์ 5. นำชั้นข้อมูลไฟล์นามสกุล .KMZ , .KML และ .XLSX พร้อมแสดงผลในรูปแบบออนไลน์ 1 มีนาคม ถึง 5 มีนาคม 6. แชร์ข้อมูลให้กับผู้ใช้งาน และประเมินความ พึงพอใจของผู้ใช้งาน 16 มีนาคม ถึง 31 มีนาคม
6 ผังงานของการปฏิบัติงาน (Flow Chat) ดังภาพที่ 1-1 ภาพที่ 1-1 ผังงานของการปฏิบัติงาน (Flow Chat) เริ่มต้น รวบรวมข้อมูลทางด้านชลประทานและบูรณการข้อมูล หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดทำชั้นข้อมูลไฟล์นามสกุล .KMZ , .KML จบ จัดทำคู่มือการใช้งานและวีดีโอสื่อการสอน นำชั้นข้อมูลไฟล์นามสกุล .KMZ , .KML และ .XLSX พร้อมแสดงผลในรูปแบบออนไลน์ แชร์ข้อมูลให้กับผู้ใช้งาน และ ประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้งาน
7 บทที่ 2 ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2.1 ทฤษฎี ณัฐสิรี นกแก้ว (2563) การสร้างแผนที่บนเว็บไซต์ด้วย Google Maps เพื่อแสดงวิธีการสร้าง แผนที่แบบกำหนดเอง โดยใช้งานร่วมกับ Google Maps ในฟีเจอร์ที่เรียกว่า “My Maps” ซึ่งช่วยให้ เราสามารถสร้างหรือแก้ไขแผนที่ได้อย่างสะดวก และรวดเร็วสำหรับการใช้งานส่วนตัวหรือแบ่งปันกับ คนอื่นๆ ผู้ใช้จะสามารถปรับแก้แต่งแผนที่ของเราเองได้โดยใช้เครื่องหมายต่างๆ หรือเพิ่มข้อความ ภาพถ่าย และวีดีโอลงในแผนที่ นอกจากนี้ยังสามารถวาดเส้นและรูปร่างเพื่อเน้นเส้นทางและพื้นที่ เพื่อปรับแต่งแผนที่เพิ่มเติม ผู้ใช้สามารถเลือกที่จะซ่อนแผนที่ของตนเองหรือแบ่งปันกับคนอื่นๆ ผ่าน ทางการค้นหาได้Google My Maps เป็นบริการที่ Google เปิดตัวในเดือนเมษายน พ.ศ. 2550 ซึ่ง ทำให้ผู้ใช้สามารถสร้างแผนที่ที่กำหนดเองเพื่อการใช้งานส่วนตัวหรือแบ่งปันให้ผู้อื่นได้ ผู้ใช้สามารถ เพิ่มจุดเส้นและรูปร่างด้านบนของ Google แผนที่โดยใช้โปรแกรมแก้ไขแบบ WYSIWYG ในเดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 มีการเผยแพร่เวอร์ชันใหม่และแผนที่จากเวอร์ชันเดิมได้รับการอัปเกรดโดย อัตโนมัติ สามารถมีชั้นเลเยอร์เพิ่มขึ้นเพื่อแยกประเภทข้อมูลแต่ละประเภทที่แตกต่างออกจากกัน เมื่อ ต้องการแสดงข้อมูลประเภทไหนก็คลิกเลือกเฉพาะที่ต้องการเท่านั้น มีการปรับแต่งไอเท็มในแต่ละชั้น ข้อมูลด้วยสไตล์ที่เหมือนกันจึงทำให้แผนที่ดูสวยงามและง่ายต่อการใช้งาน รวมถึงมีป้ายกำกับชื่อหรือ คำอธิบาย มีการเพิ่มป้ายต่างๆ และยังสามารถเปลี่ยนสีได้ด้วย ประโยชน์ของ Google My Maps มี 3 ประการ ดังนี้ 1) การสร้างแผนที่ที่กำหนดสถานที่สำคัญสำหรับตนเองได้ง่าย 2) แชร์และทำงานร่วมกัน อนุญาตให้ผู้อื่นดูและแก้ไขแผนที่ หรือแสดงแผนที่ให้คนอื่นทั่วโลก เข้าถึงได้ 3) นำติดตัวไปทุกสถานที่ ดูแผนที่ที่สามารถกำหนดเองในแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์ เคลื่อนที่ของ Google Maps เพื่อค้นหาสถานที่ต่างๆ ได้ตลอดเวลา ข้อจำกัดของ Google My Maps แผนที่ Google มีข้อจำกัดบางประการในการใช้แผนที่ดิจิทัลมีรายละเอียด ดังนี้ 1) ชั้นเลเยอร์การทำแผนที่ ความต้องการสร้างชั้นเลเยอร์สำหรับแผนที่มีข้อจำกัด คือสามารถเพิ่มชั้นได้ทั้งหมด 10 ชั้นเล เยอร์ต่อหนึ่งแผนที่หนึ่งชิ้นเท่านั้น ในการสร้างแผนที่บางครั้งอาจมีความต้องการนำข้อมูลหลายๆ ประเภทให้มารวมอยู่ในแผนที่เดียวกันเพื่อสะดวกในการนำเสนอ และสามารถทำให้ผู้ชมเข้าใจใน
8 ข้อมูลต่างๆ ของแผนที่ได้มากขึ้นโดยไม่จำป็นต้องเปิดแผนที่หลายๆ แผนที่สลับกันไปมาจึงอาจทำให้มี การสร้างชั้นเลเยอร์มากกว่า 10 ชั้นเลเยอร์ได้ 2) ชั้นเลเยอร์เส้นทางการนำทาง ชั้นเลเยอร์เส้นนำทางแผนที่ที่สร้างบนสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตระบบ Android ไม่สามารถ เข้าโหมดเส้นนำทางได้แต่จะแสดงแค่เส้นทางบนแผนที่เท่านั้น 3) ไม่สามารถใช้งานแบบออฟไลน์ เนื่องจาก Google My Maps ใช้งานแบบออนไลน์เท่านั้น ไม่สามารถใช้งานแบบออฟไลน์ได้ ดังนั้นการใช้งานจำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลา การสร้างแผนที่บนเว็บไซต์ด้วย Google Maps เป็นกระบวนการในการสร้างแผนที่บน Google Maps เพื่อให้ได้แผนที่ดิจิทัล หรือข้อมูลสารสนเทศ ที่สามารถนำมาใช้ในการตัดสินใจ ที่เป็น ประโยชน์ต่อการดำเนินงานหรือเผยแพร่แก่ผู้อื่น ได้เกิดความรู้ความเข้าใจร่วมกันซึ่งมีกระบวนการ เพื่อให้ได้ข้อมูลสารสนเทศที่ดี มีขั้นตอนดังนี้ 1) การรวบรวมข้อมูล เป็นการนำข้อมูลที่ต้องการจากหลายๆ แหล่งข้อมูลมารวมกันด้วย วิธีการต่างๆ เช่น การให้กลุ่มเป้าหมายช่วยตอบแบบสอบถามที่ผู้ใช้งานคิดขึ้นมา การอ่านรหัสแท่ง จากแถบรหัสสินค้า หรืออ่านข้อมูลจากการฝนดินสอลงในกระดาษคำตอบในการทำข้อสอบเป็นต้น 2) การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล เป็นการนำข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่างๆ มา ตรวจสอบและแก้ไขให้ถูกต้องด้วยการใช้สายตามนุษย์ หรือตั้งกฎเกณฑ์ให้คอมพิวเตอร์ตรวจสอบ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือเหมาะสำหรับนำมาใช้ประโยชน์ต่อไป 3) การประมวลผลข้อมูล เป็นการนำข้อมูลที่ได้ตรวจสอบและแก้ไขให้ถูกต้อง แล้วมาทำการ ประมวลผลด้วยวิธีการต่างๆ เช่น จัดกลุ่ม จัดเรียงตามตัวอักษร และเปรียบเทียบหรือคำนวณข้อมูล เพื่อให้ได้ผลสรุปที่เป็นสารสนเทศและนำไปใช้งานได้ 4) การจัดเก็บเป็นการนำสารสนเทศที่ทำการประมวลผลแล้ว มาจัดเก็บในหน่วยความจำของ เครื่องคอมพิวเตอร์ หรือสื่อบันทึกชนิดอื่นๆ เช่น แผ่นซีดี แผ่นดีวีดีหน่วยความจำแบบแฟลซ (แฟลซ ไดรฟ์) เป็นต้น 5) การทำสำเนา เป็นการนำสารสนเทศที่จัดเก็บไว้มาทำสำเนา เพื่อสำรองสารสนเทศไว้ใช้ หากข้อมูลต้นฉบับเกิดการสูญหาย และสามารถนำไปใช้ได้อย่างสะดวกรวดเร็วในโอกาสต่างๆ ซึ่งทำ ได้หลายวิธี เช่น การถ่ายเอกสารเก็บไว้ในแฟ้ม การทำสำเนาลงในแผ่นซีดี แผ่นดีวีดี หรือ หน่วยความจำแบบแฟลซ (แฟลซไดรฟ์) เป็นต้น
9 6) การเผยแพร่สารสนเทศ เป็นการนำสารสนเทศไปแจกจ่ายให้ผู้อื่นได้มีความรู้ความเข้าใจ และนำไปใช้ประโยชน์ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การเผยแพร่ลงเว็บไซต์สาธารณะ กระดานสนทนา ทำ แผ่นพับหรือใบปลิว ทำสำเนาลงในสื่อบันทึกข้อมูล วางไว้ในสถานที่ที่หยิบง่าย จัดป้ายนิเทศในบริเวณ ที่เป็นจุดสนใจหรืองานนิทรรศการ เป็นต้น การนำเข้าข้อมูล ข้อมูลที่สามารถนำเข้าได้จะต้องอยู่ในรูปแบบนามสกุลที่ Google My Maps กำหนดไว้ ดังนี้ ภาพที่ 2-1 โครงสร้างข้อมูลที่นำเข้า สำหรับสร้างแผนที่โดยใช้ Google My Maps 1) CSV เป็นไฟล์ข้อความประเภทหนึ่งที่ใช้สำหรับเก็บข้อมูลในรูปแบบตาราง ใช้เครื่องหมาย จุลภาค หรือคอมม่า (,) ในการแบ่งแต่ละคอลัมน์ โดยปกติเราสามารถบันทึกไฟล์จาก Microsoft Excel ออกมาเป็น CSV ไฟล์ได้โดยตรง 2) KMZ , KML เป็นไฟล์ที่เก็บตำแหน่งแผนที่ที่สามารถดูได้ใน Google Earth ซึ่งเป็น โปรแกรมการทำแผนที่ระดับโลก มันมีเครื่องหมายบอกตำแหน่งที่อาจรวมถึงชื่อที่กำหนดเองและพิกัด ละติจูดและลองจิจูดของสถานที่
10 3) GPX เป็นไฟล์ข้อมูลที่ได้จากระบบ GPS (ระบบระบุตำแหน่งบนพื้นโลก) จะมีข้อมูล ตำแหน่งละติจูด และลองจิจูด ซึ่งรวมถึงจุดเส้นทาง 4) XLS , XLSX เป็นไฟล์ที่สร้างโดยโปรแกรม Microsoft Excel ซึ่งจัดเก็บ และแสดงข้อมูล ในรูปแบบตาราง อาจเก็บฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์ หรือแผนภูมิ เป็นต้น สำหรับในการศึกษานี้จะใช้เฉพาะไฟล์นำเข้าเป็น KMZ , KML และ XLSX เท่านั้น ไฟล์ XLSX สามารถนำเข้าได้โดยตรง ส่วนไฟล์KMZ , KML ค่อนข้างมีขั้นตอนที่ซับซ้อน ต้องใช้โปรแกรม ในการสร้างและแปลงไฟล์หลายโปรแกรมด้วยกัน ยกตัวอย่างการจัดทำไฟล์ได้ดังนี้ 1) การสร้างไฟล์ KMZ , KML ด้วยโปรแกรม Google Earth ลำดับการทำงานและการใช้ โปรแกรม Google Earth ดังรายละเอียดดังต่อไปนี้ ภาพที่ 2-2 ลักษณะโปรแกรม Google Earth
11 ภาพที่ 2-3 การเลือกรูปแบบการเพิ่มเครื่องหมายตำแหน่ง เส้นทาง และรูปหลายเหลี่ยม จากภาพที่ 2-3 เป็นการเลือกรูปแบบการเพิ่มเครื่องหมายตำแหน่ง เส้นทาง และรูปหลาย เหลี่ยม ซึ่งการเพิ่มในรูปแบบต่างๆ จะทำให้ทราบถึงพิกัดตำแหน่งบนพื้นผิวโลก ความยาว และพื้นที่ โดยสามารถตั้งชื่อ กำหนดลักษณะ และเพิ่มคำอธิบายตามต้องการ ภาพที่ 2-4 การเพิ่มเครื่องหมาย เลือกรูปแบบการเพิ่ม ตามต้องการ 1) ตั้งชื่อ 4) ตำแหน่งบนพื้นผิวโลก 3) พิกัดตำแหน่ง 2) รูปแบบเครื่องหมายตำแหน่ง
12 จากภาพที่ 2-4 เป็นการเพิ่มเครื่องหมาย มีขั้นตอนดังนี้ 1) ตั้งชื่อตามต้องการ 2) สามารถ click เลือกรูปแบบเครื่องหมายตำแหน่ง โดยมีให้เลือกหลายรูปแบบด้วยกัน 3) พิกัดตำแหน่ง สามารถพิมพ์ตัวเลขพิกัดตำแหน่งได้ตามต้องการ ซึ่งตำแหน่งบนพื้นผิวโลก ก็จะเปลี่ยนตำแหน่งไปตามค่าพิกัดตำแหน่งที่พิมพ์ลงไป 4) ตำแหน่งบนพื้นผิวโลก สามารถ click เลือกเพื่อย้ายตำแหน่งตามต้องการ ซึ่งตัวเลขพิกัด ตำแหน่งที่เป็นตัวเลขก็จะเปลี่ยนตามการย้ายตำแหน่งบนพื้นผิวโลก ภาพที่ 2-4 แสดงระบบพิกัดกริด UTM (Universal Transverse Mercator) ลำดับชุด L7018 พื้นหลักฐาน WGS84 (World Geodetic System 1984) ซึ่งเป็นระบบพิกัดที่ง่ายต่อการใช้งาน และใน ตัวโปรแกรม Google Earth สามารถแสดงในระบบพิกัดภูมิศาสตร์ (Geographic coordinate systems) วิธีการอ้างอิงบอกตำแหน่งเป็นค่าระยะเชิงมุมของละติจูด (Latitude) และลองจิจูด (Longitude) ซึ่งเป็นระบบพิกัดที่นิยมอีกระบบหนึ่ง ระบบพิกัดภูมิศาสตร์ (Geographic coordinate systems) จะใช้ในโปรแกรม Google Maps โดยการค้นหาตำแหน่งด้วยมือถือ Smart Phone บน App Google Maps ระบบพิกัดกริด UTM และระบบพิกัดภูมิศาสตร์ ระบบทั้งสองสามารถแปลงค่า กลับไปกลับมาระหว่างสองระบบได้
13 ภาพที่ 2-5 การเพิ่มเส้นทาง จากภาพที่ 2-5 การเพิ่มเส้นทาง สามารถตั้งชื่อเส้นทางตามต้องการ ประกอบด้วยปุ่ม คำอธิบาย ลักษณะ,สี มุมมอง ระดับความสูง และขนาดความยาวของเส้นทางโดยสามารถเลือกหน่วย ความยาวเป็นเมตร , กิโลเมตร เป็นต้น เส้นทาง ความยาว ปุ่มรายละเอียดคุณสมบัติของเส้นทาง
14 ภาพที่ 2-6 การแสดงโปรไฟล์ระดับความสูงของเส้นทาง เมนูการแสดงโปรไฟล์ระดับความสูง สามารถขยับเม้าส์เพื่อเลื่อนดูระดับความสูง
15 จากภาพที่ 2-6 การแสดงโปรไฟล์ระดับความสูงของเส้นทาง สามารถขยับเม้าส์เพื่อเลื่อนดู ระดับความสูง โดยตำแหน่งบนพื้นผิวโลกก็จะเลื่อนตำแหน่งตามไปด้วย ซึ่งสามารถทราบระดับที่ ตำแหน่งต่างๆ พร้อมพิกัดตำแหน่งบนเส้นทาง ภาพที่ 2-7 การเพิ่มรูปหลายเหลี่ยม รูปหลายเหลี่ยม ปุ่มรายละเอียดคุณสมบัติของรูปหลายเหลี่ยม ความยาวเส้นขอบและพื้นที่ ของรูปหลายเหลี่ยม
16 จากภาพที่ 2-7 การเพิ่มรูปหลายเหลี่ยม สามารถตั้งชื่อรูปหลายเหลี่ยมตามต้องการ ประกอบด้วยปุ่มคำอธิบาย ลักษณะ,สี มุมมอง ระดับความสูง และขนาดความยาวเส้นขอบและพื้นที่ ของรูปหลายเหลี่ยม โดยสามารถเลือกหน่วยความยาวเส้นขอบเป็นเมตร , ตารางกิโลเมตร เป็นต้น และพื้นที่เส้นขอบเลือกหน่วยเป็นตารางเมตร , ตารางกิโลเมตร เป็นต้น ภาพที่ 2-8 การ Save ไฟล์นามสกุล .KML และ .KMZ เลือกชนิดไฟล์ที่จะทำการ Save
17 2) การสร้างไฟล์ KMZ โดยการแปลงจากไฟล์ DWG ดังรายละเอียดดังต่อไปนี้ 2.1) การแปลงไฟล์ DWG เป็นไฟล์ SHP ด้วยโปรแกรม Autodesk Map ดังนี้ ภาพที่ 2-9 ตัวอย่างการแปลงไฟล์ DWG เป็นไฟล์ SHP ด้วยโปรแกรม Autodesk Map ภาพที่ 2-9 เป็นตัวอย่างการแปลงข้อมูลจุดตำแหน่งหมุด ชป. และ BM ซึ่งชนิดข้อมูลเป็น Point และขอบเขตพื้นที่งานก่อสร้างอาคาร และขอบเขตพื้นที่กริดซึ่งชนิดข้อมูลเป็น Polygon จาก ไฟล์ DWG เป็นไฟล์ SHP ด้วยโปรแกรม Autodesk Map ภาพที่ 2-9 ตัวอย่างการแปลงไฟล์ DWG เป็นไฟล์ SHP ด้วยโปรแกรม Autodesk Map (ต่อ) ขอบเขตพื้นที่งาน ก่อสร้างอาคาร ขอบเขตพื้นที่กริด จุดตำแหน่งหมุด ชป. และ BM 1) Click “Map” 2) เลือก Tools 3) เลือก Export…
18 ภาพที่ 2-9 ตัวอย่างการแปลงไฟล์ DWG เป็นไฟล์ SHP ด้วยโปรแกรม Autodesk Map (ต่อ) 4) เลือก ESRI Shape 5) เลือกที่เก็บไฟล์ 6) ตั้งชื่อไฟล์ 7) Click “Export” 8) เลือก Point 9) เลือก Select objects manually 10) เลือก Select objects 11) Click “OK”
19 ภาพที่ 2-9 ตัวอย่างการแปลงไฟล์ DWG เป็นไฟล์ SHP ด้วยโปรแกรม Autodesk Map (ต่อ) 12) Click เลือกจุดตำแหน่ง หมุด ชป. และ BM 14) Click “OK” 13) กด “ENTER” 1 ครั้ง 15) วนคำสั่งด้วยการกด “ENTER” 1 ครั้ง 16) เลือกที่เก็บไฟล์(ไว้ที่เดิม) 18) Click “Export” 17) ตั้งชื่อไฟล์
20 ภาพที่ 2-9 ตัวอย่างการแปลงไฟล์ DWG เป็นไฟล์ SHP ด้วยโปรแกรม Autodesk Map (ต่อ) 19) เลือก Polygon 20) เลือก Select objects manually 21) เลือก Select objects 22) Click “OK” 23) เลือกขอบเขตพื้นที่ งานก่อสร้างอาคาร
21 สำหรับการแปลงไฟล์ขอบเขตพื้นที่กริด ทำเช่นเดียวกับขอบเขตพื้นที่งานก่อสร้างอาคาร ภาพที่ 2-9 ตัวอย่างการแปลงไฟล์ DWG เป็นไฟล์ SHP ด้วยโปรแกรม Autodesk Map (ต่อ) ไฟล์ที่ได้จากการแปลงประกอบไปด้วย 3 ไฟล์ได้แก่ .dbf .shp และ .shx ดังภาพ 24) Click “OK” 25) ไฟล์ที่ได้จากการแปลง
22 2.2) การแปลงไฟล์ SHP เป็นไฟล์ KMZ ด้วยโปรแกรม ArcMap ภาพที่ 2-10 ตัวอย่างการแปลงไฟล์ SHP เป็นไฟล์ KMZ ด้วยโปรแกรม ArcMap ภาพที่ 2-10 ตัวอย่างการแปลงไฟล์ SHP เป็นไฟล์ KMZ ด้วยโปรแกรม ArcMap (ต่อ) Double Click ปุ่ม Arc Toolbox เพื่อใช้ปุ่มคำสั่งนี้ในการแปลงไฟล์ SHP เป็นไฟล์ KMZ 26) การนำข้อมูลเข้า ในที่นี้คือข้อมูลจุดตำแหน่งหมุด ชป. และ BM , ขอบเขตพื้นที่งานก่อสร้างอาคาร และขอบเขตพื้นที่กริด 27) ปรากฏ ข้อมูลที่นำเข้า ปุ่ม Arc Toolbox
23 ภาพที่ 2-10 ตัวอย่างการแปลงไฟล์ SHP เป็นไฟล์ KMZ ด้วยโปรแกรม ArcMap (ต่อ) 28) Double Click “Data Management Tools” 29) Double Click “Projections and Transformations” 30) Double Click “Define Projection” 33) Click 32) เลือก point ในที่นี้คือข้อมูลจุด ตำแหน่งหมุด ชป. และ BM 31) Click
24 ภาพที่ 2-10 ตัวอย่างการแปลงไฟล์ SHP เป็นไฟล์ KMZ ด้วยโปรแกรม ArcMap (ต่อ) 36) Double Click “WGS 1984” 37) Double Click “Northern Hemisphere” 34) Double Click “Projected Coordinate Systems” 35) Double Click “UTM”
25 ภาพที่ 2-10 ตัวอย่างการแปลงไฟล์ SHP เป็นไฟล์ KMZ ด้วยโปรแกรม ArcMap (ต่อ) สำหรับไฟล์ข้อมูลขอบเขตพื้นที่งานก่อสร้างอาคาร และขอบเขตพื้นที่กริด ทำซ้ำตามข้อ 28 ถึง 40) จะปรากฏไฟล์เพิ่มขึ้นมาดังภาพข้อ 41) 40) Click “OK” 38) Double Click “WGS 1984 UTM Zone 47N” 39) ปรากฏข้อมูลที่เลือกในช่องนี้ 41) ปรากฏไฟล์ดังภาพ
26 ภาพที่ 2-10 ตัวอย่างการแปลงไฟล์ SHP เป็นไฟล์ KMZ ด้วยโปรแกรม ArcMap (ต่อ) 42) Double Click “Conversion Tools” 43) Double Click “To KML” และ Double Click “Layer To KML” 44) Click 45) เลือก point ในที่นี้คือข้อมูลจุด ตำแหน่งหมุด ชป. และ BM 46) Click “OK” 47) Click เลือก ที่จัดเก็บไฟล์ 48) Click “OK”
27 ภาพที่ 2-10 ตัวอย่างการแปลงไฟล์ SHP เป็นไฟล์ KMZ ด้วยโปรแกรม ArcMap (ต่อ) 51) Click “OK” 49) ตั้งชื่อไฟล์ 50) Click “Save” 52) ปรากฏไฟล์ดังภาพ
28 สำหรับไฟล์region ข้อมูลขอบเขตพื้นที่งานก่อสร้างอาคาร และไฟล์ grid ขอบเขตพื้นที่กริด ทำซ้ำตามข้อ 42 ถึง 51) จะปรากฏไฟล์ดังภาพข้อ 52) ยุทธ (2545) การกำหนดเกณฑ์ที่ใช้วัดความพึงพอใจอาจมีความคลาดเคลื่อนเกิดขึ้นได้ถ้า บุคคลเป้าหมายแสดงความคิดเห็นไม่ตรงกับความรู้สึกที่แท้จริง ดังนั้นการใช้มาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ likert scale เป็นการวัดแบบหนึ่งที่สามารถใช้กับสถานการณ์ได้อย่างกว้างขวางด้วยการให้ คะแนนความพึงพอใจแต่ละปัจจัยจากคะแนน 1 ถึง 5 โดย 5 คือ พึงพอใจมากที่สุด 4 คือ พึงพอใจ มาก 3 คือ พึงพอใจปานกลาง 2 คือ พึงพอใจน้อย และ 1 คือ พึงพอใจน้อยที่สุด นอกจากนี้ยังมีการ ใช้มาตราส่วนประมาณค่าแบบ 1 ถึง 3 โดย 3 คือ พึงพอใจมาก 2 คือ พึงพอใจปานกลาง 1 คือ พึง พอใจน้อย แต่ปัญหาของการเลือกใช้มาตราส่วนประมาณค่าแบบ 1 ถึง 3 นั้น ถ้าผู้ประเมินให้คะแนน แบบเป็นกลางอยู่ในช่วง 2 เกินร้อยละ 70 ค่าเฉลี่ยของแต่ละปัจจัยจะไม่มีความแตกต่างกันมาก แต่ถ้า ใช้มาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับช่วงห่างของคะแนน 5 ระดับเพียงพอในการแสดงค่าความพึงพอใจ ที่แตกต่างกันได้และไม่ทำให้คะแนนสูงหรือต่ำเกินไปที่จะมีผลต่อค่าเฉลี่ยของความพึงพอใจอย่างมี นัยสำคัญทางสถิติ หลังจากนั้นจึงกำหนดวิธีการวัดความพึงพอใจรวมถึงการกำหนดขนาดของตัวอย่าง ซึ่งวิธีวัดความพึงพอใจของผู้บริโภคสามารถทำได้หลายวิธีทั้งการใช้แบบสอบถามสามารถทำได้โดย การกำหนดคำตอบแบบให้เลือกตอบหรือตอบคำถามอิสระ ส่วนการสัมภาษณ์เป็นวิธีการวัดความพึง พอใจทางตรงต้องอาศัยเทคนิคและวิธีการที่ดีจึงจะได้ข้อมูลที่เป็นจริงส่วนการสังเกตเป็นวิธีวัดความ พึงพอใจโดยการสังเกตจากพฤติกรรมของบุคคลเป้าหมายการแสดงออกทางการพูดกิริยาท่าทาง ซึ่ง วิธีนี้ต้องอาศัยการสังเกตอย่างจริงจังและมีระเบียบแบบแผน แบบสำรวจความพึงพอใจการใช้งานคู่มือ วีดีโอสื่อการสอน และการใช้แผนที่ออนไลน์เพื่อ ประยุกต์ใช้งานด้านชลประทานในการศึกษานี้ซึ่งแบบสำรวจมี 3 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม มีลักษณะเป็นแบบเลือกตอบ ได้แก่ เพศ อายุ การศึกษา และสายงานของผู้ตอบแบบสอบถาม ตอนที่ 2 ความพึงพอใจต่อการใช้งานคู่มือ วีดีโอสื่อการสอน และแผนที่ออนไลน์เพื่อ ประยุกต์ใช้งานด้านชลประทาน ประกอบด้วย 3 ด้าน ดังนี้ ด้านที่ 1 ความพึงพอใจต่อการใช้งานคู่มือและวีดีโอสื่อการสอน มีข้อคำถามดังนี้ 1) การเรียนรู้ขั้นตอนการใช้งานคู่มือและวีดีโอสื่อการสอนควบคู่กัน ไม่ซับซ้อน เข้าใจง่าย 2) คู่มือและวีดีโอสื่อการสอน สามารถเผยแพร่ให้ผู้ที่สนใจนำไปใช้งานได้ 3) คู่มือและวีดีโอสื่อการสอนเป็นองค์ความรู้ที่จะช่วยพัฒนางานในหน่วยงานของท่านใน ปัจจุบัน และอนาคต
29 ด้านที่ 2 ความพึงพอใจต่อการใช้งานแผนที่ออนไลน์มีข้อคำถามดังนี้ 1) ขั้นตอนการใช้งานแผนที่ออนไลน์ไม่ซับซ้อน เข้าใจง่าย 2) แผนที่ออนไลน์มีประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานและหน่วยงานของท่าน ด้านที่ 3 ความพึงพอใจต่อการนำไปต่อยอดและขยายผล มีข้อคำถามดังนี้ 1) สามารถนำความรู้ที่ได้จากการศึกษานี้ไปต่อยอดและขยายผล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการ ทำงานของท่าน 2) ความรู้ที่ได้จากการศึกษานี้จะก่อให้เกิดประโยชน์กับหน่วยงานของท่านทั้งในปัจจุบันและ อนาคต สำหรับการวัดระดับความพึงพอใจ มีลักษณะเป็นแบบมาตราวัดแบบ Likert 5 ระดับ โดย กำหนดค่าน้ำหนักของคะแนน ดังนี้ คะแนน 5 หมายถึง พอใจมากที่สุด คะแนน 4 หมายถึง พอใจมาก คะแนน 3 หมายถึง พอใจปานกลาง คะแนน 2 หมายถึง พอใจน้อย คะแนน 1 หมายถึง พอใจน้อยที่สุด Best (1977) เกณฑ์การพิจารณาคะแนนเฉลี่ยของมาตรการวัดของลิเคิร์ท ในการพิจารณา ตัดสินคะแนนเฉลี่ยที่ได้รับจากการให้ข้อมูลมีดังนี้ ช่วงคะแนนเฉลี่ยความหมาย 4.20 - 5.00 หมายถึง ระดับมากที่สุด 3.40 - 4.19 หมายถึง ระดับมาก 2.60 - 3.39 หมายถึง ระดับปานกลาง 1.80 - 2.59 หมายถึง ระดับน้อย 1.00 - 1.79 หมายถึง ระดับน้อยที่สุด ตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะ สูตรในการคำนวณค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานระดับคะแนนของผู้ตอบ แบบสอบถาม ดังต่อไปนี้ 1) ค่าเฉลี่ยระดับคะแนนของผู้ตอบแบบสอบถาม X̅ = ∑ Xi N
30 X̅ คือค่าเฉลี่ยของระดับคะแนนทั้งหมด Xi คือค่าระดับคะแนนแต่ละค่า N คือจำนวนของระดับคะแนนทั้งหมด 2) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานระดับคะแนนของผู้ตอบแบบสอบถาม = √ ∑(Xi− X̅) 2 N−1 คือส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานระดับคะแนนของผู้ตอบแบบสอบถาม N คือจำนวนของระดับคะแนนทั้งหมด Xi คือค่าระดับคะแนนแต่ละค่า X̅ คือค่าเฉลี่ยของระดับคะแนนทั้งหมด 2.2 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2.2.1 อภิรักษ์บุตรละ (2552) ได้ทำการศึกษาการพัฒนาระบบ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการ ประยุกต์ใช้ Google Map เพื่อนำมาใช้ใน Web Application เพื่อให้ได้ค่าการคำนวณค่ารถแท็กซี่ที่ มีความพึงพอใจและความถูกต้องเกิน 85% ขึ้นไป ซึ่งจะเป็นการเน้นที่การประยุกต์ใช้งานของ Google Map เป็นหลักเพื่อนำข้อมูลในการเดินทางมาใช้ และข้อมูลทางด้านการจราจรนั้นได้ ทำการศึกษาจากสถิติการจราจรของสำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร โดยจะทำการ เปรียบเทียบค่าจากค่า Occupancy Ratio (OR) ซึ่งเป็นค่าที่ใช้ในการตรวจวัดความหนาแน่นของ สภาพการจราจร โดยอาศัยหลักการทางวิศวกรรมจราจร ซึ่งระบบจะทำการเปรียบเทียบตามแต่ละ ช่วงถนน โดยรูปแบบในการคำนวณค่ารถแท็กซี่นั้นจะใช้สูตรการคำนวณจากการคำนวณค่าใช้จ่าย ของรถแท็กซี่จริง และทำการผนวกรวมกับระยะเวลาและวันในการเดินทาง ซึ่งจะทำให้ผลลัพธ์ของ ค่าใช้จ่าย โดยการวัดผลความถูกต้องนั้นได้วัดจากให้ผู้ใช้แสดงรายละเอียดใน webboard ของระบบ รวมถึงการสอบถามจากพนักงานขับรถแท็กซี่จริง ซึ่งเก็บข้อมูลได้ทั้งหมด 144 ครั้ง โดยแต่ละครั้งที่ทำ การทดสอบจะมีการปรับค่าให้ได้ใกล้เคียงมากขึ้นไปตามลำดับ ผลที่ได้จากการคำนวณค่ารถแท็กซี่นั้น เป็นที่น่าพอใจที่สามารถนำไปใช้งานจริงได้ โดยการใช้งานระบบจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่แสดง รายละเอียดการเดินทางพร้อมแผนที่ และส่วนการใช้งานบนโทรศัพท์มือถือ โดยผลที่ได้จากการ คำนวณมีค่าเฉลี่ยใกล้เคียงค่าใช้จ่ายจริงที่ 88% และผลที่ต่างกันมากนั้นเกิดจากสภาพการจราจรที่
31 แตกต่างกันในแต่ละช่วงถนน โดยผู้ใช้งานสามารถใช้งานได้ตามความเหมาะสม ซึ่งงานวิจัยนี้ยังคงต้อง มีการพัฒนาระบบอีกค่อนข้างมาก เนื่องจากแผนที่ที่ใช้ในการแสดงและการเปรียบเทียบค่า Occupancy Ratio (OR) ยังขาดความแม่นยำ 2.2.2 ธัญญรัตน์ไชยคราม (2561) ได้ทำการศึกษา โดยการศึกษามีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวม ฐานข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดที่เข้าร่วมโครงการ 12 เมือง ต้องห้าม...พลาด ในกลุ่มจังหวัดภาค ตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย และสร้างแผนที่การท่องเที่ยวออนไลน์ผ่านเทคโนโลยี Google Maps GIS online ซึ่งเรียกใช้งานบนอุปกรณ์เคลื่อนที่หรือสมาร์ทโฟน โดยการประยุกต์เทคโนโลยีภูมิ สารสนเทศเพื่อสร้างและแสดงตำแหน่งฐานข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว การลงสำรวจพื้นที่จัดเก็บข้อมูล ตำแหน่งพิกัด และรายละเอียดของแหล่งท่องเที่ยวด้วยเครื่องกำหนดตำแหน่งบนโลก (global positioning system, GPS) พบว่าจังหวัดชัยภูมิและสุรินทร์มีแหล่งท่องเที่ยวสูงที่สุด (49 แห่ง) จังหวัดบุรีรัมย์มีแหล่งท่องเที่ยว 42 แห่ง และจังหวัดเลยมีแหล่งท่องเที่ยว 40 แห่ง รวมแหล่ง ท่องเที่ยวทั้งหมด 180 แห่ง จากนั้นจำแนกโดยยึดหลักเกณฑ์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อ อำนวยความสะดวกในการสืบค้นข้อมูลของนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งสร้างเป็นแผนที่การท่องเที่ยว ออนไลน์ผ่านเทคโนโลยี Google Maps GIS online ซึ่งสามารถเรียกใช้งานฐานข้อมูลจากอุปกรณ์ เคลื่อนที่หรือสมาร์ทโฟน เพื่อใช้ในการนำทางจากตำแหน่งปัจจุบันของผู้ใช้งานไปยังตำแหน่งที่ตั้งของ แหล่งท่องเที่ยวที่ต้องการ อีกทั้งยังช่วยเผยแพร่และแนะนำแหล่งท่องเที่ยวไปสู่นักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ได้อีกหลายช่องทาง อาทิ Gmail, Google Drive, Facebook และ Twitter ทั้งนี้เพื่อให้นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติไม่ มองข้ามแหล่งท่องเที่ยวรองของจังหวัดที่ยังมีความน่าสนใจและน่า ค้นหาอีกมาก เพียงแต่ยังขาดการประชาสัมพันธ์ที่ดี นอกจากนี้ยังเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่ ประชาคมอาเซียน ซึ่งประเทศไทยมุ่งส่งเสริมและเพิ่มรายได้จากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอีกด้วย 2.2.3 ศักดิ์ชัย ศรีมากรณ์(2555) ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาระบบสารสนเทศสำหรับ ข้อมูลหอพัก ซึ่งประกอบด้วยที่ตั้ง ประเภทของหอพักสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ การคมนาคม เพื่อ ช่วยให้นักศึกษาตัดสินใจเลือกหอพักให้เหมาะสมกับนักศึกษา โดยใช้กรณีศึกษาบริเวณรอบ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง จำนวน 29 แห่งในงานวิจัยครั้งนี้ จากผลการทดสอบระบบในการใช้งาน พบว่าระบบที่พัฒนาขึ้นสามารถเพิ่มความสะดวกให้แก่นักศึกษา สามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับ หอพักได้และเดินทางไปยังหอพักที่สนใจด้วยตัวเองได้ ผลประเมินด้านการนำไปใช้งานจากกลุ่ม ตัวอย่างจานวน 15 คน พบว่าผู้ใช้ส่วนใหญ่นำระบบไปใช้งานมากที่สุด คือ สารสนเทศเป็นประโยชน์ ต่อนักศึกษาและบุคคลทั่วไป คิดเป็นระดับความพึงพอใจโดยเฉลี่ย 3.93 และระบบสามารถนำไปใช้ใน การนำทางเพื่อไปยังหอพักที่ต้องการได้ คิดเป็นระดับความพึงพอใจโดยเฉลี่ย 3.87
32 2.2.4 ศิริวรรณ เสรีรัตน์และคณะ (2552) กล่าวถึง ความพึงพอใจของลูกค้า (Customer Satisfaction) เป็นระดับความรู้สึกของลูกค้าพึงพอใจหรือไม่พึงพอใจ ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากการ เปรียบเทียบระหว่างการรับรู้ในการทำงานของผลิตภัณฑ์ กับความคาดหวังของลูกค้า (Kotler,2009) ถ้าผลการทำงานของผลิตภัณฑ์เท่ากับความคาดหวัง ลูกค้าจะเกิดความพึงพอใจ และถ้าผลการทำงาน ของผลิตภัณฑ์สูงกว่าความคาดหวังมาก ลูกค้าจะเกิดความพึงพอใจอย่างมาก 2.2.5 กชกร เป้าสุวรรณ และคณะ (2550) กล่าวถึง ความพึงพอใจ หมายถึง สิ่งที่ควรจะ เป็นไปตามความต้องการ ความพึงพอใจเป็นผลของการแสดงออกของทัศนคติของบุคคลอีกรูปแบบ หนึ่งซึ่งเป็นความรู้สึกเอนเอียงของจิตใจที่มีประสบการณ์ ที่มนุษย์เราได้รับอาจจะมากหรือน้อยก็ได้ และเป็นความรู้สึกที่มีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งเป็นไปได้ทั้งทางบวกและทางลบ แต่ก็เมื่อสิ่งใดนั้นสามารถ ตอบสนองความต้องการหรือทำให้บรรลุจุดมุ่งหมายได้ ก็จะเกิดความรู้สึกบวก เป็นความรู้สึกที่พึง พอใจ แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้าสิ่งนั้นรู้สึกผิดหวัง ก็จะทำให้เกิดความรู้สึกทางลบ เป็นความรู้สึกไม่ พอใจ 2.2.6 สรชัย พิศาลบุตร (2550) กล่าวถึง ความพึงพอใจของลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ หมายถึง การที่ลูกค้าหรือผู้ใช้บริการได้รับสิ่งที่ต้องการแต่ต้องอยู่ในขอบเขตที่ผู้ให้บริการจัดหาบริการให้ได้โดย ไม่ขัดต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดีงาม 2.2.7 อดุลย์ จาตุรงคกุล (2551) กล่าวว่า ความพอใจของผู้ซื้อหลังจากที่ได้ซื้อสินค้ามาแล้ว ขึ้นอยู่กับผลของปฏิบัติงานของสินค้าหรือสิ่งที่เสนอขาย ปกติความพอใจ คือความรู้สึกพอใจหรือ ผิดหวังอัน เกิดจากการเปรียบเทียบผลหรือการปฏิบัติงานของผลิตภัณฑ์กับความคาดหมายของเขาจะ เห็นได้ว่าจุดสำคัญ คือ การปฏิบัติงานของผลิตภัณฑ์กับความคาดหมาย ถ้าการปฏิบัติงานของ ผลิตภัณฑ์ไม่ถึงความคาดหมาย ลูกค้าจะเกิดความไม่พอใจ ถ้าการปฏิบัติงานของผลิตภัณฑ์เท่ากับ ความคาดหมายของลูกค้าจะเกิดความพอใจ ถ้าการปฏิบัติงานของผลิตภัณฑ์สูงเกินกว่าความ คาดหมายลูกค้าจะเกิดความพอใจหรือปิติยินดีเป็นอย่างยิ่งคอตเลอร์ (Kotler, 2009 อ้างถึงใน ธนวรรณ แสงสุวรรณ และคณะ, 2550) ได้ให้ความหมายความพึงพอใจว่า เป็นความรู้สึกของบุคคล เมื่อได้รับความสุขหรือความผิดหวังซึ่งเกิดจากการเปรียบเทียบการรับรู้กับความคาดหวังในผลลัพธ์ ของสิ่งที่ต้องการ ถ้าการรับรู้ต่อสิ่งที่ต้องการพอดีกับความคาดหวังลูกค้าจะเกิดความพึงพอใจ
33 บทที่ 3 การวิเคราะห์กรณีศึกษา 3.1 ปัญหาหลักของการศึกษา การจัดทำแผนที่ออนไลน์เพื่อประยุกต์ใช้งานด้านชลประทาน โดยใช้ข้อมูลทางระบบสารสนเทศ ภูมิศาสตร์ เป็นการพัฒนาความรู้ในการทำงานด้านชลประทานให้ทันยุคสมัยใหม่ และเป็นการสนับสนุน การขับเคลื่อนประเด็นยุทธศาสตร์กรมชลประทาน โดยกรมชลประทานมีวิสัยทัศน์พันธกิจ ประเด็น ยุทธศาสตร์ ค่านิยม และวัฒนธรรมองค์กร มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 3.1.1 วิสัยทัศน์ กรมชลประทานเป็นองค์กรอัจฉริยะ ที่มุ่งสร้างความมั่นคงด้านน้ำ (Water Security) เพื่อ เพิ่มคุณค่าการบริการ ภายในปี 2580 3.1.2 พันธกิจ 1. พัฒนาแหล่งน้ำและเพิ่มพื้นที่ชลประทานตามศักยภาพของลุ่มน้ำให้เกิดความสมดุล 2. บริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการให้เพียงพอ ทั่วถึง และเป็นธรรม 3. ดำเนินการป้องกันและบรรเทาภัยอันเกิดจากน้ำตามภารกิจอย่างเหมาะสม 4. เสริมสร้างการมีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาแหล่งน้ำ และการบริหารจัดการน้ำ 3.1.3 ประเด็นยุทธศาสตร์ ยุทธศาสตร์ที่ 1 การพัฒนาแหล่งน้ำและเพิ่มพื้นที่ชลประทานตามศักยภาพลักษณะลุ่มน้ำ ยุทธศาสตร์ที่ 2 การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการตามวัตถุประสงค์ การใช้น้ำ ยุทธศาสตร์ที่ 3 การป้องกันความเสียหายและสนับสนุนการบรรเทาภัยอันเกิดจากน้ำ ยุทธศาสตร์ที่ 4 การสร้างเครือข่าย และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการบริหารจัดการ น้ำชลประทานในระดับพื้นที่ ยุทธศาสตร์ที่ 5 การปรับเปลี่ยนสู่องค์กรอัจฉริยะ
34 3.1.4 ค่านิยม WATER FOR ALL Work Smart เก่งงาน เก่งคิด Accountability รับผิดชอบงาน Teamwork & Networking ร่วมมือร่วมประสาน Expertise เชี่ยวชาญงานที่ทำ Responsiveness นำประโยชน์สู่ประชาชน 3.1.5 วัฒนธรรมองค์กร เชี่ยวชาญเรื่องน้ำ ทำงานมีมาตรฐาน บูรณาการเพื่อประชาชน นอกจากนี้ยังมีวัฒนธรรมองค์กรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ของกรมชลประทาน ระดับสำนัก/กอง อีกก็คือ HOPE H: Honesty :มีคุณธรรม พฤติกรรมที่พึงประสงค์ได้แก่ มีความซื่อสัตย์ , เสมอภาค และโปร่งใสสามารถตรวจสอบได้ O: Ownership :รับผิดชอบร่วมกัน พฤติกรรมที่พึงประสงค์ได้แก่ มีความ รับผิดชอบ , ทำงานเป็นทีมเดียวกัน (Team Work) และมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน P: Prompt to change :พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมที่พึงประสงค์ได้แก่ พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง และยอมรับฟังความคิดเห็น E: Establish :สร้างสรรค์พฤติกรรมที่พึงประสงค์ได้แก่กล้าคิด กล้าทำ กล้านำองค์กร และมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ 3.1.6 การกำหนดทิศทางของโครงการชลประทานนราธิวาส วิสัยทัศน์ เป้าประสงค์หลัก ค่านิยม และวัฒนธรรมของโครงการชลประทานนราธิวาส ประกอบด้วย เป้าประสงค์หลัก : ด้านประสิทธิผลตามพันธกิจ 1. มีปริมาณน้ำเก็บกักและพื้นที่ชลประทานเพิ่มขึ้น 2. ทุกภาคส่วนได้รับน้ำอย่างทั่วถึง และเป็นธรรม 3. ความสูญเสียที่ลดลง อันเนื่องจากภัยอันเกิดจากน้ำ เป้าประสงค์หลัก : ด้านคุณภาพการให้บริการ
35 1. อาคารชลประทานอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน 2. ผู้ใช้น้ำได้รับความพึงพอใจจากการบริหารจัดการน้ำ 3. คุณภาพน้ำได้เกณฑ์มาตรฐาน 4. ระบบพยากรณ์เพื่อเตือนภัยอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน เป้าประสงค์ : ด้านประสิทธิภาพของการปฏิบัติราชการ 1. การก่อสร้าง ซ่อมแซมและปรับปรุง แล้วเสร็จตามแผนงาน 2. การเตรียมความพร้อมก่อนการก่อสร้างเป็นไปตามแผนงาน 3. ประชาชน ชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วม 4. มีการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องและทั่วถึง 5. การวางแผน และการดำเนินการบริหารจัดการน้ำที่ดี 6. มีผลการศึกษาวิจัยและพัฒนาสนับสนุนการดำเนินงาน 7. มีระเบียบและกฎหมายที่ทันสมัย 8. ระบบการบริหารงานมีประสิทธิภาพ เป้าประสงค์ : ด้านการพัฒนาองค์กร 1. บุคลากรมีสมรรถนะ และขวัญกำลังใจในการทำงาน 2. องค์กรมีการจัดการความรู้ 3. มีระบบฐานข้อมูล และเทคโนโลยีสารสนเทศที่เหมาะสม 4. เครื่องจักรเครื่องมืออยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน 1) พันธกิจหรือหน้าที่ตามกฎหมายของโครงการชลประทานนราธิวาส 1.1) พันธกิจ 1. พัฒนาแหล่งน้ำและเพิ่มพื้นที่ชลประทานตามศักยภาพของลุ่มน้ำให้เกิดความสมดุล 2. บริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการให้เพียงพอ ทั่วถึง และเป็นธรรม 3. ดำเนินการป้องกันและบรรเทาภัยอันเกิดจากน้ำตามภารกิจอย่างเหมาะสม 4. เสริมสร้างการมีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาแหล่งน้ำและบริหารจัดการน้ำ 5. ติดตามและประเมินผลการจัดสรรน้ำ 6. แก้ไขและปรับปรุงแผนการจัดสรรน้ำให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 2) แนวทางและวิธีการ ในการให้บริการแก่ผู้รับบริการของโครงการชลประทานนราธิวาส ผู้รับบริการ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ 1. ผู้รับบริการที่อยู่ในเขตชลประทาน
36 2. ผู้รับบริการที่อยู่นอกเขตชลประทาน 3) แนวทางและวิธีการให้บริการ มี 4 ขั้นตอน ดังนี้ 1. เพิ่มแหล่งน้ำต้นทุนและพื้นที่บริการ โดยการพัฒนาแหล่งน้ำให้เป็นเขื่อนกักเก็บน้ำ และ จัดทำระบบคลองส่งน้ำ เพื่อนำน้ำไปบริการแก่ผู้ใช้น้ำถึงพื้นที่ที่มีความต้องการ 2. ตรวจสอบปริมาณน้ำในเขื่อนเก็บน้ำที่สามารถนำไปใช้ได้ เพื่อให้ทราบถึงปริมาณน้ำต้นทุน ไม่ใช้สอยมากเกินไปหรือน้อยเกินไป 3. จัดทำแผนการจัดสรรน้ำเพื่อให้ปริมาณการใช้น้ำมีพอเพียง 4. จัดสรรน้ำตามแผนที่กำหนดโดยผู้รับบริการมีส่วนร่วมในการจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ 4) แนวทางและวิธีการในการบรรเทาและแก้ไขปัญหาอุทกภัย ดังนี้ 1. มาตรการไม่ใช้สิ่งก่อสร้าง ได้แก่ - การปรับปรุงเกณฑ์การจัดการน้ำโครงการพรุบาเจาะ – ไม้แก่น อันเนื่องมาจากพระราชดำริ - จัดให้มีระบบพยากรณ์และเตือนภัย การจัดทำระบบการจัดการน้ำทั้งลุ่มน้ำ การบริหาร จัดการน้ำ และคณะทำงานประสานควบคุมและจัดการน้ำ 2. มาตรการใช้สิ่งก่อสร้าง โดยใช้หลักเกณฑ์ทางอุทกวิทยา เพื่อสำรวจการออกแบบใน การศึกษาพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อควบคุมบรรเทาอุทกภัยรองรับความแปรปรวนของสภาพอากาศจากการ เปลี่ยนแปลงของโลก - การร่วมจัดทำระบบป้องกันในเขตชุมชนเมืองอย่างเป็นระบบ - การจัดทำโครงการแก้มลิง - การขุดช่องลัด ทางผันน้ำ และขยายลำน้ำ เพิ่มช่องทางระบายน้ำ รวมถึงการปรับปรุงถนน สะพาน ท่อลอดถนน ประตูระบายน้ำ ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ - การติดตั้งสถานีสูบน้ำและระบายน้ำ - การพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำเพิ่ม 5) แนวทางและมาตรการแก้ไขภัยแล้ง ดังนี้ 1. มาตรการไม่ใช้สิ่งก่อสร้าง ได้แก่ - บริหารจัดการน้ำในคลองระบายน้ำโครงการพรุบาเจาะ – ไม้แก่น อันเนื่องมาจาก พระราชดำริให้มีประสิทธิภาพด้วยคู่มือการบริหารจัดการน้ำพรุบาเจาะ – ไม้แก่น - การประชาสัมพันธ์และรณรงค์ให้ใช้น้ำอย่างประหยัด - เตรียมความพร้อมและแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยการใช้เครื่องสูบน้ำและรถบรรทุกน้ำ แจกจ่ายยังหมู่บ้านที่ประสบปัญหาภัยแล้ง
37 - จัดตั้งคณะทำงานประสานควบคุมและจัดการน้ำ 2. มาตรการใช้สิ่งก่อสร้าง ได้แก่ การกำหนดหลักเกณฑ์ด้านอุทกวิทยาและการวางโครงการ เพื่อศึกษาสำรวจออกแบบป้องกันบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำในระยะยาว การพัฒนาโครงการ แหล่งน้ำขนาดใหญ่ขนาดกลางขนาดเล็กและโครงการผันน้ำจากลุ่มน้ำที่มีปริมาณน้ำมากเกินพอมายัง ลุ่มน้ำที่ขาดแคลน จากวิสัยทัศน์พันธกิจ ประเด็นยุทธศาสตร์ค่านิยม วัฒนธรรมองค์กรกรมชลประทาน วัฒนธรรมองค์กรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ของกรม ชลประทาน ระดับสำนัก/กอง และการกำหนดทิศทางของโครงการชลประทานนราธิวาสข้างต้นจะ เห็นได้ว่า การที่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่จะปฏิบัติงานให้เป็นไปตามเป้าหมายในอนาคตดังกล่าว นั่นก็ คือ บุคลากรของกรมชลประทานจะต้องเป็นผู้ที่ใฝ่รู้ และเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา ดังคำกล่าว ที่ว่า “เราเรียนรู้อยู่ตลอดเวลาเสมือนเราอยู่กับโลกปัจจุบัน เราไม่เรียนรู้เสมือนเราเดินถอยหลังลง คลอง” การจัดทำแผนที่ออนไลน์ เป็นรูปแบบหนึ่งที่จะแสดงข้อมูลทางระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ งานทางด้านชลประทาน และเป็นการจัดการข้อมูลทางด้านชลประทาน ตรวจสอบความถูกต้องของ ข้อมูล หรือข้อสงสัยบางประการ เนื่องจากข้อมูลอาทิเช่น จุดที่ตั้งอาคาร จุดตำแหน่งงานก่อสร้าง แนวคลอง พื้นที่โครงการ พื้นที่ชลประทาน พื้นที่ขอบเขตงานก่อสร้าง ฯลฯ เมื่อนำลงบนแผนที่ ออนไลน์จะสามารถตรวจสอบได้ว่าข้อมูลมีความถูกต้องหรือไม่ ตัวอย่างเช่น เมื่อนำข้อมูลแนวคลอง ลงบนแผนที่ออนไลน์ กรณีมีคลองเดิมอยู่แล้ว ถ้าข้อมูลแนวคลองสามารถซ้อนทับกับแนวคลองบน แผนที่ออนไลน์ก็แสดงว่าข้อมูลแนวคลองนั้นมีความถูกต้อง ถ้าไม่ซ้อนทับกับแนวคลองเดิมก็ต้องทำ การตรวจสอบ และทำการแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องต่อไป 3.2 เป้าหมายของการดำเนินการ เป้าหมายของการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการศึกษา และประโยชน์ที่ คาดว่าจะได้รับจากการศึกษา ดังต่อไปนี้ วัตถุประสงค์ของการศึกษา ตามหัวข้อดังต่อไปนี้ 1. เพื่อจัดทำข้อมูลทางระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ในรูปแบบแผนที่ออนไลน์ จากข้อมูล ทางด้านชลประทานและข้อมูลที่มีความเกี่ยวข้องกับงานทางด้านชลประทานในสังกัดกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ กรณีศึกษาพื้นที่ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 โครงการชลประทานนราธิวาส
38 2. เพื่อตรวจสอบความถูกต้องข้อมูลทางด้านชลประทาน ในกรณีตรวจพบความผิดพลาดของ ข้อมูล ก็จะทำการแจ้งหัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 โครงการชลประทานนราธิวาส เพื่อ ตรวจสอบความผิดพลาดของข้อมูลที่เกิดขึ้น และแก้ไขข้อมูลให้มีความถูกต้องในอนาคตต่อไป 3. เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้อง สามารถเข้าถึงข้อมูล และ นำข้อมูลทางระบบสารสนเทศในรูปแบบแผนที่ออนไลน์ที่ได้จัดทำขึ้นไปใช้ประกอบการตัดสินใจใน การปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ 4. ข้อมูลที่ได้จัดทำขึ้นเป็น Data Library ของฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 โครงการ ชลประทานนราธิวาส และเป็นส่วนหนึ่งในการนำไปสู่การต่อยอดในการจัดทำข้อมูลในระดับโครงการ ระดับสำนักจะได้มีข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์ที่ถูกต้องทันสมัย 5. เพื่อให้บุคลากรของกรมชลประทาน และผู้ที่สนใจ ได้เรียนรู้การจัดทำแผนที่ออนไลน์ และ การจัดทำข้อมูลทางระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการศึกษา ตามหัวข้อดังต่อไปนี้ 1. ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 โครงการชลประทานนราธิวาส มีข้อมูลทางระบบสารสนเทศ ภูมิศาสตร์ในรูปแบบแผนที่ออนไลน์ จากข้อมูลทางด้านชลประทานและข้อมูลที่มีความเกี่ยวข้องกับ งานทางด้านชลประทานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 2. เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ผู้บริหาร และผู้ที่เกี่ยวข้อง สามารถเข้าถึงข้อมูล และนำ ข้อมูลที่ได้ในรูปแบบแผนที่ออนไลน์ไปใช้ในการประกอบการตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและมี ประสิทธิภาพ 3. ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 โครงการชลประทานนราธิวาส มีข้อมูลที่ได้จัดทำขึ้นเป็น Data Library ของฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 โครงการชลประทานนราธิวาส และเป็นส่วนหนึ่งใน การนำไปสู่การต่อยอดในการจัดทำข้อมูลในระดับโครงการ ระดับสำนักจะได้มีข้อมูลสารสนเทศ ภูมิศาสตร์ที่ถูกต้องทันสมัย 4. ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 โครงการชลประทานนราธิวาส มีข้อมูลทางด้านชลประทาน ที่ถูกต้อง องค์กรภายนอกสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ ตลอดจนหน่วยงานภายในสังกัด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์สามารถนำข้อมูลทางด้านชลประทานในรูปแบบแผนที่ออนไลน์ไปบูรณา การใช้ร่วมกันได้ 5. บุคลากรภายในสำนักงานชลประทานได้เรียนรู้ในการจัดทำแผนที่ออนไลน์ การใช้ โปรแกรมทางระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ และนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ เป็นการพัฒนาบุคลากรได้ อีกทางหนึ่ง
39 3.3 ผลสัมฤทธิ์เชิงประจักษ์ ผลสัมฤทธิ์เชิงประจักษ์ของการศึกษา โดยสามารถตอบโจทย์ตามวัตถุประสงค์ของการศึกษา และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการศึกษานี้ และข้าราชการร้อยละ 30 ของกรมชลประทานมี ความรู้ความเข้าใจในการจัดทำแผนที่ออนไลน์เพื่อประยุกต์ใช้งานด้านชลประทาน และการจัดทำ ข้อมูลทางระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ได้เป็นอย่างดีตลอดจนผู้บริหารในทุกระดับชั้นของกรม ชลประทานเล็งเห็นความสำคัญ มีรางวัลและค่าตอบแทนที่เป็นรูปธรรมให้กับข้าราชการและบุคลากร ที่ปฏิบัติงาน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ โดยจะเป็นตัวกระตุ้นให้กับข้าราชการและบุคลากรที่ ปฏิบัติงานใฝ่รู้และเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ตามที่กรมชลประทานวางไว้ 3.4 ปัจจัยที่นำสู่ความสำเร็จ (ปัจจัยบวก) ปัจจัยที่นำสู่ความสำเร็จ (ปัจจัยบวก) ประกอบไปด้วยปัจจัยดังนี้ 1. ผู้บริหารในทุกระดับชั้นของกรมชลประทานเล็งเห็นความสำคัญ มีรางวัลและค่าตอบแทน ที่เป็นรูปธรรม โดยพิจารณาจากผลปฏิบัติงานที่ผ่านมาให้กับข้าราชการและบุคลากรที่ปฏิบัติงานดี เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ 2. ข้าราชการและบุคลากรที่ปฏิบัติงานมีนิสัยชอบเรียนรู้ ใฝ่รู้และเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ อยู่ ตลอดเวลา มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ตลอดจนมีจิตใจที่เป็นสาธารณะในการสอนงานให้ บุคคลอื่นๆ ในหน่วยงานที่ยังขาดความรู้ให้มีความรู้เพื่อเป็นพลังและร่วมมือกันทำงานให้บรรลุ เป้าหมายได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในอนาคต 3.5 ปัจจัยขัดขวางความสำเร็จ (ปัจจัยลบ) ปัจจัยขัดขวางความสำเร็จ (ปัจจัยลบ) ประกอบไปด้วยปัจจัยดังนี้ 1. ผู้บริหารไม่เล็งเห็นความสำคัญ 2. ข้าราชการและบุคลากรที่ปฏิบัติงานขาดการเรียนรู้ ไม่มีจิตใจที่เป็นสาธารณะในการสอน งานให้กับบุคคลอื่น 3.6 ปัจจัยในการส่งเสริมการขยายผลจากกรณีศึกษา ปัจจัยในการส่งเสริมการขยายผลจากกรณีศึกษา สำหรับการศึกษาการจัดทำแผนที่ออนไลน์ เพื่อประยุกต์ใช้งานด้านชลประทาน กรณีศึกษาพื้นที่ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 โครงการ
40 ชลประทานนราธิวาส ผู้ทำการศึกษาได้จัดทำคู่มือการใช้งานและวีดีโอสื่อการสอนในเรื่องการจัดทำ แผนที่ออนไลน์ และการจัดทำข้อมูลทางระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์แก่บุคลากรของกรมชลประทาน ผู้ที่สนใจได้เรียนรู้ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ การต่อยอด ในการจัดทำข้อมูลที่สอดคล้องกับความต้องการ ของโครงการ และการนำไปใช้งาน
41 บทที่ 4 ผลการศึกษา ผลการศึกษาประกอบไปด้วย การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ ตารางการวิเคราะห์ SWOT และยุทธศาสตร์ของการวิเคราะห์ SWOT โดยผู้ทำการศึกษาได้จัดทำ แบบสำรวจความพึงพอใจการใช้งานคู่มือ วีดีโอสื่อการสอน และการใช้แผนที่ออนไลน์เพื่อประยุกต์ใช้ งานด้านชลประทานในการศึกษานี้ซึ่งแบบสำรวจมี 3 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม มีลักษณะเป็นแบบเลือกตอบ ได้แก่ เพศ อายุ การศึกษา และสายงานของผู้ตอบแบบสอบถาม ตอนที่ 2 ความพึงพอใจต่อการใช้งานคู่มือ วีดีโอสื่อการสอน และแผนที่ออนไลน์เพื่อ ประยุกต์ใช้งานด้านชลประทาน ประกอบด้วย 3 ด้าน ดังนี้ ด้านที่ 1 ความพึงพอใจต่อการใช้งานคู่มือและวีดีโอสื่อการสอน มีข้อคำถามดังนี้ 1) การเรียนรู้ขั้นตอนการใช้งานคู่มือและวีดีโอสื่อการสอนควบคู่กัน ไม่ซับซ้อน เข้าใจง่าย 2) คู่มือและวีดีโอสื่อการสอน สามารถเผยแพร่ให้ผู้ที่สนใจนำไปใช้งานได้ 3) คู่มือและวีดีโอสื่อการสอนเป็นองค์ความรู้ที่จะช่วยพัฒนางานในหน่วยงานของท่านใน ปัจจุบัน และอนาคต ด้านที่ 2 ความพึงพอใจต่อการใช้งานแผนที่ออนไลน์มีข้อคำถามดังนี้ 1) ขั้นตอนการใช้งานแผนที่ออนไลน์ไม่ซับซ้อน เข้าใจง่าย 2) แผนที่ออนไลน์มีประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานและหน่วยงานของท่าน ด้านที่ 3 ความพึงพอใจต่อการนำไปต่อยอดและขยายผล 1) สามารถนำความรู้ที่ได้จากการศึกษานี้ไปต่อยอดและขยายผล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการ ทำงานของท่าน 2) ความรู้ที่ได้จากการศึกษานี้จะก่อให้เกิดประโยชน์กับหน่วยงานของท่านทั้งในปัจจุบันและ อนาคต สำหรับการวัดระดับความพึงพอใจ มีลักษณะเป็นแบบมาตราวัดแบบ Likert 5 ระดับ โดย กำหนดค่าน้ำหนักของคะแนน ดังนี้ คะแนน 5 หมายถึง พอใจมากที่สุด คะแนน 4 หมายถึง พอใจมาก คะแนน 3 หมายถึง พอใจปานกลาง คะแนน 2 หมายถึง พอใจน้อย
42 คะแนน 1 หมายถึง พอใจน้อยที่สุด เกณฑ์การพิจารณาคะแนนเฉลี่ยของมาตรการวัดของลิเคิร์ท ในการพิจารณาตัดสินคะแนน เฉลี่ยที่ได้รับจากการให้ข้อมูลมีดังนี้ ช่วงคะแนนเฉลี่ยความหมาย 4.20 - 5.00 หมายถึง ระดับมากที่สุด 3.40 - 4.19 หมายถึง ระดับมาก 2.60 - 3.39 หมายถึง ระดับปานกลาง 1.80 - 2.59 หมายถึง ระดับน้อย 1.00 - 1.79 หมายถึง ระดับน้อยที่สุด ตอนที่3 ข้อเสนอแนะ สูตรในการคำนวณค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานระดับคะแนนของผู้ตอบ แบบสอบถาม ดังต่อไปนี้ 1) ค่าเฉลี่ยระดับคะแนนของผู้ตอบแบบสอบถาม X̅ = ∑ Xi N X̅ คือค่าเฉลี่ยของระดับคะแนนทั้งหมด Xi คือค่าระดับคะแนนแต่ละค่า N คือจำนวนของระดับคะแนนทั้งหมด 2) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานระดับคะแนนของผู้ตอบแบบสอบถาม (standard deviation , SD) = √ ∑(Xi− X̅) 2 N−1 คือส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานระดับคะแนนของผู้ตอบแบบสอบถาม N คือจำนวนของระดับคะแนนทั้งหมด Xi คือค่าระดับคะแนนแต่ละค่า X̅ คือค่าเฉลี่ยของระดับคะแนนทั้งหมด
43 4.1 การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ โดยในการศึกษานี้มีผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 30 คน เบื้องต้นเน้นเฉพาะผู้ที่ปฏิบัติงานและมีความเกี่ยวข้องกับการจัดทำข้อมูลทางระบบสารสนเทศ ภูมิศาสตร์ก่อน รายละเอียดดังต่อไปนี้ 4.1.1 ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไป ภาพที่ 4-1 เพศของผู้ตอบแบบสอบถาม จากภาพที่ 4-1 เพศของผู้ตอบแบบสอบถาม ประกอบไปด้วยเพศชาย 25 คน คิดเป็นร้อยละ 83.3 และเพศหญิง 5 คน คิดเป็นร้อยละ 16.7 ภาพที่ 4-2 อายุของผู้ตอบแบบสอบถาม
44 จากภาพที่ 4-2 อายุของผู้ตอบแบบสอบถามประกอบด้วยอายุ20-30 ปีจำนวน 5 คน คิด เป็นร้อยละ 16.7 , อายุ 31-40 ปีจำนวน 15 คน คิดเป็นร้อยละ 50 , อายุ 41-50 ปีจำนวน 9 คน คิดเป็นร้อยละ 30 และอายุ50 ปีขึ้นไป จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 3.3 ภาพที่ 4-3 การศึกษาของผู้ตอบแบบสอบถาม จากภาพที่ 4-3 การศึกษาของผู้ตอบแบบสอบถามประกอบด้วยการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี จำนวน 1 คน คิดเป็นร้อยละ 3.3 , การศึกษาปริญญาตรีจำนวน 23 คน คิดเป็นร้อยละ 76.7 และ การศึกษาปริญญาโทจำนวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 20 ภาพที่ 4-4 สายงานของผู้ตอบแบบสอบถาม
45 จากภาพที่ 4-4 สายงานของผู้ตอบแบบสอบถามประกอบด้วยบุคลากรสายส่งน้ำและ บำรุงรักษา (กรมชลประทาน) จำนวน 19 คน คิดเป็นร้อยละ 63.3 และบุคลากรสายก่อสร้าง (กรม ชลประทาน) จำนวน 11 คน คิดเป็นร้อยละ 36.7 4.1.2 ตอนที่ 2 ความพึงพอใจต่อการใช้งานคู่มือ วีดีโอสื่อการสอน และแผนที่ออนไลน์ เพื่อประยุกต์ใช้งานด้านชลประทาน ภาพที่ 4-5 ด้านที่ 1 ความพึงพอใจต่อการใช้งานคู่มือและวีดีโอสื่อการสอน จากภาพที่ 4-5 ด้านที่ 1 ความพึงพอใจต่อการใช้งานคู่มือและวีดีโอสื่อการสอนมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้ 1) การเรียนรู้ขั้นตอนการใช้งานคู่มือและวีดีโอสื่อการสอนควบคู่กัน ไม่ซับซ้อน เข้าใจง่าย ประกอบด้วยระดับความพึงพอใจมากที่สุดจำนวน 18 คน และระดับความพึงพอใจมากจำนวน 12 คน 2) คู่มือและวีดีโอสื่อการสอน สามารถเผยแพร่ให้ผู้ที่สนใจนำไปใช้งานได้ประกอบด้วยระดับ ความพึงพอใจมากที่สุดจำนวน 18 คน และระดับความพึงพอใจมากจำนวน 12 คน 3) คู่มือและวีดีโอสื่อการสอนเป็นองค์ความรู้ที่จะช่วยพัฒนางานในหน่วยงานของท่านใน ปัจจุบัน และอนาคตประกอบด้วยระดับความพึงพอใจมากที่สุดจำนวน 21 คน และระดับความพึง พอใจมากจำนวน 9 คน
46 ภาพที่ 4-6 ด้านที่ 2 ความพึงพอใจต่อการใช้งานแผนที่ออนไลน์ จากภาพที่ 4-6 ด้านที่ 2 ความพึงพอใจต่อการใช้งานแผนที่ออนไลน์มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 1) ขั้นตอนการใช้งานแผนที่ออนไลน์ไม่ซับซ้อน เข้าใจง่ายประกอบด้วยระดับความพึงพอใจ มากที่สุดจำนวน 16 คน และระดับความพึงพอใจมากจำนวน 14 คน 2) แผนที่ออนไลน์มีประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานและหน่วยงานของท่านประกอบด้วยระดับ ความพึงพอใจมากที่สุดจำนวน 25 คน และระดับความพึงพอใจมากจำนวน 5 คน ภาพที่ 4-7 ด้านที่ 3 ความพึงพอใจต่อการนำไปต่อยอดและขยายผล