The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การจัดทำแผนที่ออนไลน์เพื่อประยุกต์ใช้งานด้านชลประทาน กรณีศึกษาพื้นที่ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 โครงการชลประทานนราธิวาส (หลักสูตร “ผู้อำนวยการโครงการ” รุ่นที่ 19 – OG6)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

การจัดทำแผนที่ออนไลน์เพื่อประยุกต์ใช้งานด้านชลประทาน กรณีศึกษาพื้นที่ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 โครงการชลประทานนราธิวาส

การจัดทำแผนที่ออนไลน์เพื่อประยุกต์ใช้งานด้านชลประทาน กรณีศึกษาพื้นที่ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 โครงการชลประทานนราธิวาส (หลักสูตร “ผู้อำนวยการโครงการ” รุ่นที่ 19 – OG6)

Keywords: แผนที่ออนไลน์,นราธิวาส,ชลประทาน

47 จากภาพที่ 4-7 ด้านที่ 3 ความพึงพอใจต่อการนำไปต่อยอดและขยายผลมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้ 1) สามารถนำความรู้ที่ได้จากการศึกษานี้ไปต่อยอดและขยายผล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการ ทำงานของท่านประกอบด้วยระดับความพึงพอใจมากที่สุดจำนวน 20 คน และระดับความพึงพอใจ มากจำนวน 10 คน 2) ความรู้ที่ได้จากการศึกษานี้จะก่อให้เกิดประโยชน์กับหน่วยงานของท่านทั้งในปัจจุบันและ อนาคตประกอบด้วยระดับความพึงพอใจมากที่สุดจำนวน 20 คน และระดับความพึงพอใจมากจำนวน 10 คน 4.1.3 ตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะ ผู้ตอบแบบสอบถามมีข้อเสนอแนะ 3 ข้อดังต่อไปนี้ 1) ขอบคุณสำหรับวีดีโอสื่อการสอน 2) ควรเพิ่มชั้นข้อมูลให้มากขึ้น จะเป็นประโยชน์มาก 3) วีดีโอและสื่อการสอนในบางตอนมีการลัดขั้นตอน อาจส่งผลทำให้ผู้ที่เข้ามาเรียนรู้ไม่ สามารถเข้าใจได้ 4.1.4 สรุปผลการศึกษา การศึกษาความพึงพอใจการใช้งานคู่มือ วีดีโอสื่อการสอน และการใช้แผนที่ออนไลน์เพื่อ ประยุกต์ใช้งานด้านชลประทานในการศึกษานี้ เบื้องต้นจะเน้นผู้ตอบแบบสอบถามเฉพาะผู้ที่ ปฏิบัติงานและมีความเกี่ยวข้องกับการจัดทำข้อมูลทางระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ก่อน โดยสรุป ระดับความพึงพอใจการใช้งานคู่มือ วีดีโอสื่อการสอน และการใช้แผนที่ออนไลน์เพื่อประยุกต์ใช้งาน ด้านชลประทาน ดังตารางที่ 4-1 รายละเอียดต่อไปนี้ 1. ด้านที่ 1 ความพึงพอใจต่อการใช้งานคู่มือและวีดีโอสื่อการสอนประกอบด้วย 1) การเรียนรู้ขั้นตอนการใช้งานคู่มือและวีดีโอสื่อการสอนควบคู่กัน ไม่ซับซ้อน เข้าใจง่ายอยู่ ในระดับความพึงพอใจมากที่สุด คะแนนเฉลี่ย 4.600 คิดเป็นร้อยละ 92.000 และค่าส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐานระดับคะแนนของผู้ตอบแบบสอบถามเท่ากับ 0.498 2) คู่มือและวีดีโอสื่อการสอน สามารถเผยแพร่ให้ผู้ที่สนใจนำไปใช้งานได้อยู่ในระดับความพึง พอใจมากที่สุด คะแนนเฉลี่ย 4.600 คิดเป็นร้อยละ 92.000 และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานระดับ คะแนนของผู้ตอบแบบสอบถามเท่ากับ 0.498


48 3) คู่มือและวีดีโอสื่อการสอนเป็นองค์ความรู้ที่จะช่วยพัฒนางานในหน่วยงานของท่านใน ปัจจุบัน และอนาคตอยู่ในระดับความพึงพอใจมากที่สุด คะแนนเฉลี่ย 4.700 คิดเป็นร้อยละ 94.000 และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานระดับคะแนนของผู้ตอบแบบสอบถามเท่ากับ 0.466 สรุปด้านที่ 1 ความพึงพอใจต่อการใช้งานคู่มือและวีดีโอสื่อการสอน ระดับความพึงพอใจโดย รวมอยู่ในระดับมากที่สุด คะแนนเฉลี่ย 4.633 คิดเป็นร้อยละ 92.660 และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระดับคะแนนของผู้ตอบแบบสอบถามเท่ากับ 0.485 2. ด้านที่ 2 ความพึงพอใจต่อการใช้งานแผนที่ออนไลน์ประกอบด้วย 1) ขั้นตอนการใช้งานแผนที่ออนไลน์ไม่ซับซ้อน เข้าใจง่ายอยู่ในระดับความพึงพอใจมากที่สุด คะแนนเฉลี่ย 4.533 คิดเป็นร้อยละ 90.660 และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานระดับคะแนนของผู้ตอบ แบบสอบถามเท่ากับ 0.507 2) แผนที่ออนไลน์มีประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานและหน่วยงานของท่านอยู่ในระดับความพึง พอใจมากที่สุด คะแนนเฉลี่ย 4.833 คิดเป็นร้อยละ 96.660 และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานระดับ คะแนนของผู้ตอบแบบสอบถามเท่ากับ 0.379 สรุปด้านที่ 2 ความพึงพอใจต่อการใช้งานแผนที่ออนไลน์ระดับความพึงพอใจโดยรวมอยู่ใน ระดับมากที่สุด คะแนนเฉลี่ย 4.683 คิดเป็นร้อยละ 93.660 และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานระดับ คะแนนของผู้ตอบแบบสอบถามเท่ากับ 0.469 3. ด้านที่ 3 ความพึงพอใจต่อการนำไปต่อยอดและขยายผลประกอบด้วย 1) สามารถนำความรู้ที่ได้จากการศึกษานี้ไปต่อยอดและขยายผล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการ ทำงานของท่านอยู่ในระดับความพึงพอใจมากที่สุด คะแนนเฉลี่ย 4.667 คิดเป็นร้อยละ 93.340 และ ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานระดับคะแนนของผู้ตอบแบบสอบถามเท่ากับ 0.479 2) ความรู้ที่ได้จากการศึกษานี้จะก่อให้เกิดประโยชน์กับหน่วยงานของท่านทั้งในปัจจุบันและ อนาคตอยู่ในระดับความพึงพอใจมากที่สุด คะแนนเฉลี่ย 4.667 คิดเป็นร้อยละ 93.340 และค่าส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐานระดับคะแนนของผู้ตอบแบบสอบถามเท่ากับ 0.479 สรุปด้านที่ 3 ความพึงพอใจต่อการนำไปต่อยอดและขยายผล ระดับความพึงพอใจโดยรวมอยู่ ในระดับมากที่สุด คะแนนเฉลี่ย 4.667 คิดเป็นร้อยละ 93.340 และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานระดับ คะแนนของผู้ตอบแบบสอบถามเท่ากับ 0.475


49 ตารางที่ 4-1 สรุประดับความพึงพอใจการใช้งานคู่มือ วีดีโอสื่อการสอน และการใช้แผนที่ออนไลน์ เพื่อประยุกต์ใช้งานด้านชลประทาน ประเด็นความพึงพอใจ ค่าเฉลี่ย SD ร้อยละ ระดับความ พึงพอใจ ด้านที่1 ความพึงพอใจต่อการใช้งานคู่มือและวีดีโอสื่อการสอน 4.633 0.485 92.660 มากที่สุด 1. การเรียนรู้ขั้นตอนการใช้งานคู่มือและวีดีโอสื่อการสอนควบคู่กัน ไม่ ซับซ้อน เข้าใจง่าย 4.600 0.498 92.000 มากที่สุด 2. คู่มือและวีดีโอสื่อการสอน สามารถเผยแพร่ให้ผู้ที่สนใจนำไปใช้งานได้ 4.600 0.498 92.000 มากที่สุด 3. คู่มือและวีดีโอสื่อการสอนเป็นองค์ความรู้ที่จะช่วยพัฒนางานใน หน่วยงานของท่านในปัจจุบัน และอนาคต 4.700 0.466 94.000 มากที่สุด ด้านที่2 ความพึงพอใจต่อการใช้งานแผนที่ออนไลน์ 4.683 0.469 93.660 มากที่สุด 1. ขั้นตอนการใช้งานแผนที่ออนไลน์ไม่ซับซ้อน เข้าใจง่าย 4.533 0.507 90.660 มากที่สุด 2. แผนที่ออนไลน์มีประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานและหน่วยงานของท่าน 4.833 0.379 96.660 มากที่สุด ด้านที่3 ความพึงพอใจต่อการนำไปต่อยอดและขยายผล 4.667 0.475 93.340 มากที่สุด 1. สามารถนำความรู้ที่ได้จากการศึกษานี้ไปต่อยอดและขยายผล เพื่อ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของท่าน 4.667 0.479 93.340 มากที่สุด 2. ความรู้ที่ได้จากการศึกษานี้จะก่อให้เกิดประโยชน์กับหน่วยงานของ ท่านทั้งในปัจจุบันและอนาคต 4.667 0.479 93.340 มากที่สุด 4.2 การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ แบบสำรวจประกอบไปด้วย 3 ตอน ดังนี้ 4.2.1 ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ได้แก่ เพศ อายุการศึกษา และสายงาน ของผู้ตอบแบบสอบถาม รายละเอียดดังต่อไป 1) เพศ ประกอบด้วยเพศชาย 25 คน และเพศหญิง 5 คน 2) อายุ ประกอบด้วยอายุของผู้ตอบแบบสอบถามประกอบด้วยอายุ 20-30 ปีจำนวน 5 คน , อายุ 31-40 ปี จำนวน 15 คน , อายุ 41-50 ปี จำนวน 9 คน และอายุ 50 ปีขึ้นไป จำนวน 1 คน 3) สายงานของผู้ตอบแบบสอบถามประกอบด้วยบุคลากรสายส่งน้ำและบำรุงรักษา (กรม ชลประทาน) จำนวน 19 คน และบุคลากรสายก่อสร้าง (กรมชลประทาน) จำนวน 11 คน 4.2.2 ตอนที่ 2 ความพึงพอใจต่อการใช้งานคู่มือ วีดีโอสื่อการสอน และแผนที่ออนไลน์เพื่อ ประยุกต์ใช้งานด้านชลประทาน ประกอบด้วย 3 ด้าน ดังนี้ ด้านที่ 1 ความพึงพอใจต่อการใช้งานคู่มือและวีดีโอสื่อการสอน มีข้อคำถามดังนี้


50 1) การเรียนรู้ขั้นตอนการใช้งานคู่มือและวีดีโอสื่อการสอนควบคู่กัน ไม่ซับซ้อน เข้าใจง่าย ผู้ตอบแบบสอบถามให้ความเห็นดังนี้ 1.1) การเรียนรู้ขั้นตอนการใช้งานคู่มือและวีดีโอสื่อการสอนควบคู่กัน โดยส่วนใหญ่ไม่ ซับซ้อน เข้าใจง่าย 1.2) การเรียนรู้ขั้นตอนการใช้งานคู่มือและวีดีโอสื่อการสอน มีการลัดขั้นตอนในบางส่วน ทำ ให้ผู้เรียนรู้อาจเกิดความสับสนและไม่เข้าใจในบางขั้นตอนได้จึงขอให้ผู้ทำการศึกษาและผู้จัดทำ ปรับปรุงและแก้ไขให้มีความถูกต้องสมบูรณ์ยิ่งขึ้นในอนาคต 1.3) สำหรับขั้นตอนการใช้งานคู่มือและวีดีโอสื่อการสอน หากผู้เรียนรู้เกิดความสงสัยและ อยากเรียนรู้เพิ่มเติม สามารถสอบถามได้จากผู้ทำการศึกษาและผู้จัดทำได้โดยตรง 2) คู่มือและวีดีโอสื่อการสอน สามารถเผยแพร่ให้ผู้ที่สนใจนำไปใช้งานได้ผู้ตอบแบบสอบถาม ให้ความเห็นดังนี้ 2.1) คู่มือและวีดีโอสื่อการสอน สามารถเผยแพร่ให้ผู้ที่สนใจนำไปใช้งานได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะวีดีโอสื่อการสอน Upload ขึ้น Facebook ซึ่งผู้เรียนรู้สามารถเข้าไปเรียนรู้ได้โดยง่ายและ ทั่วถึง 2.2) คู่มือและวีดีโอสื่อการสอน เป็นรูปแบบการเผยแพร่การเรียนรู้แบบสมัยใหม่ในรูปแบบ ออนไลน์ เป็นการเผยแพร่การเรียนรู้ที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยสามารถแชร์ต่อๆ กันได้ ซึ่งจะ ทำให้ผู้สอนไม่ต้องเสียเวลาในการสอนหลายครั้ง 3) คู่มือและวีดีโอสื่อการสอนเป็นองค์ความรู้ที่จะช่วยพัฒนางานในหน่วยงานของท่านใน ปัจจุบัน และอนาคต ผู้ตอบแบบสอบถามให้ความเห็นดังนี้ 3.1) คู่มือและวีดีโอสื่อการสอนเป็นองค์ความรู้ที่จะช่วยพัฒนางานในหน่วยงานทั้งในปัจจุบัน และอนาคตได้เป็นอย่างดี 3.2) คู่มือและวีดีโอสื่อการสอนควรมีการปรับปรุงและเพิ่มเติม เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ให้ทัน กับยุคสมัย ด้านที่ 2 ความพึงพอใจต่อการใช้งานแผนที่ออนไลน์มีข้อคำถามดังนี้ 1) ขั้นตอนการใช้งานแผนที่ออนไลน์ไม่ซับซ้อน เข้าใจง่าย ผู้ตอบแบบสอบถามให้ความเห็น ดังนี้ 1.1) ขั้นตอนการใช้งานแผนที่ออนไลน์ไม่ซับซ้อน เข้าใจง่าย และมีความทันสมัย 1.2) ควรมีวิธีการสอนการใช้งานแผนที่ออนไลน์เพื่อให้ผู้ใช้งานมีความเข้าใจมากยิ่งขึ้น จะ เป็นประโยชน์มาก


51 2) แผนที่ออนไลน์มีประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานและหน่วยงานของท่าน ผู้ตอบแบบสอบถาม ให้ความเห็นดังนี้ 2.1) แผนที่ออนไลน์มีประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานและหน่วยงานเป็นอย่างมาก 2.2) แผนที่ออนไลน์มีประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานและหน่วยงาน เป็นการประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีที่ทันกับยุคสมัย ด้านที่ 3 ความพึงพอใจต่อการนำไปต่อยอดและขยายผล มีข้อคำถามดังนี้ 1) สามารถนำความรู้ที่ได้จากการศึกษานี้ไปต่อยอดและขยายผล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการ ทำงานของท่าน ผู้ตอบแบบสอบถามให้ความเห็นดังนี้ 1.1) ความรู้ที่ได้รับจากการศึกษาสามารถนำไปต่อยอดและขยายผล ตลอดจนนำความรู้ที่ได้ ไปพัฒนาหน่วยงานและองค์กรให้ทันกับยุคสมัย 1.2) ความรู้ที่ได้รับจากการศึกษานี้เป็นพื้นฐานในการต่อยอดความรู้การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และส่งเสริมให้บุคลากรพัฒนาการเรียนรู้ด้วยตนเองอยู่ตลอดเวลา 2) ความรู้ที่ได้จากการศึกษานี้จะก่อให้เกิดประโยชน์กับหน่วยงานของท่านทั้งในปัจจุบันและ อนาคต ผู้ตอบแบบสอบถามให้ความเห็นดังนี้ 2.1) ความรู้ที่ได้จากการศึกษานี้จะก่อให้เกิดประโยชน์กับหน่วยงานของท่านทั้งในปัจจุบัน และอนาคตเป็นอย่างมาก 2.2) ความรู้ที่ได้จากการศึกษานี้มีประโยชน์ในเรื่องการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ โดยสามารถ บูรณาการใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เห็นภาพรวมข้อมูลเชิงพื้นที่ของ หน่วยงานทั้งหมด ทำให้สามารถนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเป็นประโยชน์มากสำหรับการปฏิบัติงานในอนาคต 4.2.3 ตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะ ผู้ตอบแบบสอบถามมีข้อเสนอแนะดังต่อไปนี้ 1) แนะนำให้เพิ่มชั้นข้อมูลของหน่วงงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีข้อมูลในการประกอบการ ตัดสินใจที่มีความครบถ้วนมากยิ่งขึ้น 2) วีดีโอและสื่อการสอนเป็นวิธีการถ่ายทอดความรู้ที่ดีมาก แต่วีดีโอและสื่อการสอนในบาง ตอนมีการลัดขั้นตอน อาจส่งผลทำให้ผู้ที่เข้ามาเรียนรู้ไม่สามารถเข้าใจได้แนะนำให้ผู้จัดทำวีดีโอสื่อ การสอนเปิดช่องทางการซักถามจากผู้เรียนรู้ เพื่อตอบข้อสงสัยอีกช่องทางหนึ่ง 4.2.4 สรุปผลการศึกษา การศึกษาในเรื่อง การใช้แผนที่ออนไลน์เพื่อประยุกต์ใช้งานด้านชลประทาน กรณีศึกษาพื้นที่ ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 โครงการชลประทานนราธิวาส ซึ่งเป็นการศึกษาในกรณีตัวอย่าง เพื่อต่อ


52 ยอดและขยายผลการใช้แผนที่ออนไลน์ในการปฏิบัติงานด้านชลประทาน และการบริหารจัดการ ข้อมูลเชิงพื้นที่ พร้อมบูรณาการข้อมูลและใช้ข้อมูลร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจน ผู้ปฏิบัติงานและผู้บริหารสามารถนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินในได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยผู้ทำการศึกษาและผู้จัดทำได้จัดทำคู่มือการใช้งานและวีดีโอสื่อการสอน เพื่อเป็นการถ่ายทอด ความรู้การจัดทำแผนที่ออนไลน์ และเรียนรู้การจัดทำข้อมูลทางระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ พร้อมทั้ง สำรวจความพึงพอใจจากผู้เข้ามาเรียนรู้และผู้รับบริการ จากผลการสำรวจความพึงพอใจ ซึ่งใน เบื้องต้นเน้นเฉพาะผู้ที่ปฏิบัติงานและมีความเกี่ยวข้องกับการจัดทำข้อมูลทางระบบสารสนเทศ ภูมิศาสตร์ก่อน โดยภาพรวมระดับความพึงพอใจอยู่ในเกณฑ์ระดับ “มากที่สุด” 4.3 ตารางการวิเคราะห์ SWOT ตารางที่ 4-2 การวิเคราะห์ SWOT จุดแข็ง (Strengths) 1. มีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ และมี ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง โดยเฉพาะความรู้ใน การจัดทำแผนที่ออนไลน์ และการจัดทำข้อมูล ทางระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ 2. องค์กรมีความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน 3. องค์กรมีวิสัยทัศน์พันธกิจ และประเด็น ยุทธศาสตร์ที่มีความชัดเจน 4. เป็นองค์กรที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องน้ำ และ ได้รับความเชื่อมั่นจากองค์กรภายนอกและ บุคคลโดยทั่วไป จุดอ่อน (Weaknesses) 1. ข้าราชการบุคลากรหลักขององค์กรขาดการ เรียนรู้ 2. ระบบบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลยังไม่มี ความชัดเจน 4. การบริหารจัดการภายในองค์กร การ ประสานงานระหว่างหน่วยงานภายในและ ภายนอกยังขาดความคล่องตัวและไม่มี ประสิทธิภาพ 5. ขาดการเผยแพร่ความรู้ให้กับบุคลากรภายใน และภายนอกองค์กรที่เป็นรูปธรรม 6. ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และระบบ ฐานข้อมูลยังไม่สมบูรณ์


53 ตารางที่ 4-2 การวิเคราะห์ SWOT (ต่อ) โอกาส (Opportunities) 1. การพัฒนาความรู้ในรูปแบบการให้ความรู้ แบบออนไลน์กับบุคลากรขององค์กรจะทำให้ บุคลากรมีความรู้ และสามารถย้อนกลับมา เรียนรู้ได้ในภายหลัง หากมีข้อสงสัยหรือไม่ เข้าใจในตอนใดตอนหนึ่ง ส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อ พัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา ทำให้การปฏิบัติงาน ของบุคลากรในองค์กรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ในอนาคต ภัยคุกคาม (Threats) 1. องค์กรมีวิสัยทัศน์ พันธกิจ และประเด็น ยุทธศาสตร์ที่มีความชัดเจน แต่ไม่สามารถ ปฏิบัติจริงตามแผนที่วางไว้ได้ 2. การพัฒนาความรู้จากการศึกษานี้ บุคลากรที่ เรียนรู้จะต้องมีความตั้งใจ ทุ่มเท และเรียนรู้สิ่ง ใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา ซึ่งบุคลากรเหล่านี้ค่อนข้าง มีน้อย 4.4 ยุทธศาสตร์ของการวิเคราะห์ SWOT เป็นการวิเคราะห์สภาวะแวดล้อมทั้ง ภายนอกและภายในองค์กรด้วยเครื่องมือต่างๆ ที่ เหมาะสม เพื่อที่จะได้มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับปัจจัยต่างๆ รวมทั้ง สถานะของตัวองค์กรได้ อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น การวิเคราะห์ทางยุทธศาสตร์จะบอกให้ทราบว่าปัจจัยหรือสภาวะแวดล้อม ภายนอกมีลักษณะอย่างไร มีการเปลี่ยนแปลงในลักษณะใด และก่อให้เกิดโอกาสและข้อจำกัดต่อ องค์กรได้อย่างไรบ้าง นอกจากนี้การวิเคราะห์ทางยุทธศาสตร์จะช่วยให้องค์กรทราบถึง ทรัพยากร (Resources) และความสามารถ (Capabilities) ต่างๆ ที่มีอยู่ภายในองค์กรว่าเป็นจุดแข็งหรือจุดอ่อน อย่างไร ภาพที่ 4-8 ความสัมพันธ์ระหว่างเครื่องมือในการวิเคราะห์และการกำหนดยุทธศาสตร์


54 เครื่องมือพื้นฐานที่เป็นที่รู้จักในการวิเคราะห์องค์กร คือ การวิเคราะห์ SWOT (Strengths Weaknesses Opportunities and Threats – Analysis) หรือการวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และข้อจำกัด เนื่องจากการวิเคราะห์ SWOT เป็นเครื่องมือที่สามารถใช้งานได้ง่ายและรวดเร็วในการ วิเคราะห์ภาพรวมของสถานการณ์ขององค์กร โดยเน้นว่ายุทธศาสตร์จะต้องก่อให้เกิดความเหมาะสม ระหว่างความสามารถภายใน (จุดแข็งและจุดอ่อน) และสถานการณ์ภายนอก (โอกาสและข้อจำกัด) โดยในการวิเคราะห์SWOT นั้น ผู้บริหารจะต้องวิเคราะห์และพิจารณาว่าการเปลี่ยนแปลงของสภาวะ แวดล้อมภายนอก ก่อให้เกิดโอกาสและข้อจำกัดอย่างไรต่อองค์กร ขณะเดียวกันก็จะต้องวิเคราะห์ว่า ปัจจัยต่างๆ ภายในองค์กรทั้ง ด้านบุคลากร ผู้บริหาร กิจกรรม ฯลฯ ปัจจัยประการใดที่เป็นจุดแข็ง และปัจจัยใดที่เป็นจุดอ่อนขององค์กร ตารางที่ 4-3 การวิเคราะห์ SWOT จุดแข็ง (Strengths) สิ่งที่หน่วยงานมีความโดดเด่น จุดอ่อน (Weaknesses) สิ่งที่หน่วยงานจะต้องมีการพัฒนาหรือแก้ไข ปรับปรุง โอกาส (Opportunities) การเปลี่ยนแปลงของปัจจัยภายนอกองค์กรที่ ส่งผลกระทบในทางบวกต่อองค์กร ภัยคุกคาม (Threats) การเปลี่ยนแปลงของปัจจัยภายนอกองค์กรที่ ส่งผลกระทบในทางลบต่อองค์กร 4.5 ผลการศึกษาที่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ผลการศึกษาที่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ประกอบไปด้วยรายละเอียดดังต่อไปนี้ 1. จัดทำข้อมูลทางระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ในรูปแบบแผนที่ออนไลน์ จากข้อมูลทางด้าน ชลประทานและข้อมูลที่มีความเกี่ยวข้องกับงานทางด้านชลประทานในสังกัดกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์กรณีศึกษาพื้นที่ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 โครงการชลประทานนราธิวาส จากภาพที่ 4-9 การจัดทำข้อมูลทางระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ในรูปแบบแผนที่ออนไลน์ ข้อมูลทางด้านชลประทานในกรณีศึกษานี้จำนวน 5 ชั้นข้อมูลได้แก่ พื้นที่อำเภอในความรับผิดชอบ ประกอบด้วย อ.บาเจาะ อ.รือเสาะ และ อ.ศรีสาคร , จุดที่ตั้งโครงการพรุบาเจาะ-ไม้แก่น , อาคาร ชลประทาน , คลองชลประทาน_โครงการพรุบาเจาะ-ไม้แก่น และประกาศทางน้ำในเขตพรุบาเจาะไม้ แก่น สำหรับข้อมูลที่มีความเกี่ยวข้องกับงานทางด้านชลประทานในสังกัดกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์จำนวน 2 ชั้นข้อมูลได้แก่ ศูนย์ ศพก. และชื่อเกษตรกรที่ได้รับการขุดสระน้ำ


55 ภาพที่ 4-9 การจัดทำข้อมูลทางระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ในรูปแบบแผนที่ออนไลน์


56 การนำชั้นข้อมูลสามารถนำเข้าเพิ่มเติมได้อีก โดยชั้นข้อมูลสามารถนำเข้าได้ทั้งหมด 10 ชั้น ข้อมูล 2. ตรวจสอบความถูกต้องข้อมูลทางด้านชลประทาน ในกรณีตรวจพบความผิดพลาดของ ข้อมูล ก็จะทำการแจ้งหัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 โครงการชลประทานนราธิวาส เพื่อ ตรวจสอบความผิดพลาดของข้อมูลที่เกิดขึ้น และแก้ไขข้อมูลให้มีความถูกต้องในอนาคตต่อไป ภาพที่ 4-10 ชั้นข้อมูลคลองชลประทานที่มีแนวคลาดเคลื่อน จากภาพที่ 4-10 ชั้นข้อมูลคลองชลประทานที่มีแนวคลาดเคลื่อน จะเห็นได้ว่าชั้นข้อมูลที่ได้ จัดทำขึ้นของฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 โครงการชลประทานนราธิวาส มีแนวที่เยื้องและไม่ตรงกับ


57 แนวในแผนที่ Google Maps ซึ่งจะต้องปรับแก้ชั้นข้อมูลคลองชลประทานให้มีแนวที่ตรงกัน เพื่อให้ การจัดทำชั้นข้อมูลมีความถูกต้องและตรงกับความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น 3. เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้อง สามารถเข้าถึงข้อมูล และนำข้อมูล ทางระบบสารสนเทศในรูปแบบแผนที่ออนไลน์ที่ได้จัดทำขึ้นไปใช้ประกอบการตัดสินใจในการ ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ภาพที่ 4-11 การแสดงผลในรูปแบบแผนที่ออนไลน์ การใช้งานแผนที่ออนไลน์สามารถใช้ได้ทั้งบน Computer และบน Smart Phone โดยเฉพาะการใช้งานบน Smart Phone ซึ่งสามารถพกพาได้ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ผู้บริหาร


58 และผู้เกี่ยวข้องสามารถดูข้อมูลเพื่อประกอบการพิจารณาและตัดสินใจได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะข้อมูล ทางด้านชลประทานในปัจจุบันมีจำนวนมากและครอบคลุมพื้นที่กว้าง หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและ บำรุงรักษา และเจ้าหน้าที่ของโครงการที่รับผิดชอบไม่สามารถจดจำข้อมูลรายละเอียดทางด้าน ชลประทาน ตลอดจนไม่สามารถจดจำจุดที่ตั้งอาคารได้ทั้งหมด ซึ่งการใช้Smart Phone สามารถนำ ทางเข้าหาจุดที่ตั้งอาคารชลประทานได้ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและมี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 4. ข้อมูลที่ได้จัดทำขึ้นเป็น Data Library ของฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 โครงการ ชลประทานนราธิวาส และเป็นส่วนหนึ่งในการนำไปสู่การต่อยอดในการจัดทำข้อมูลในระดับโครงการ ระดับสำนักจะได้มีข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์ที่ถูกต้องทันสมัย ภาพที่ 4-12 ไฟล์ในการประกอบการจัดทำแผนที่ออนไลน์ จากภาพที่ 4-12 ไฟล์ในการประกอบการจัดทำแผนที่ออนไลน์ในกรณีศึกษานี้ประกอบไป ด้วยไฟล์นามสกุล .KMZ และ .XLSX ซึ่งการจัดทำไฟล์ .KMZ ได้จากหลายโปรแกรมด้วยกัน โดยผู้


59 ทำการศึกษาได้อธิบายไว้ในบทที่ 2 นอกจากนี้ไฟล์ในการประกอบการจัดทำแผนที่ออนไลน์ดังกล่าว ยังสามารถนำไปประกอบการจัดทำแผนที่ทางระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ได้อีกด้วย ตลอดจนสามารถ จัดเก็บไฟล์Back Up ไว้เป็นฐานข้อมูลในระดับโครงการ ระดับสำนัก และต่อยอดไปสู่การจัดทำ Big Data ระดับกรมในอนาคตต่อไป 5. บุคลากรของกรมชลประทาน และผู้ที่สนใจ ได้เรียนรู้การจัดทำแผนที่ออนไลน์ และการ จัดทำข้อมูลทางระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ ภาพที่ 4-13 วีดีโอสื่อการสอน


60 ภาพที่ 4-13 วีดีโอสื่อการสอน (ด่อ)


61 ภาพที่ 4-14 คู่มือการใช้โปรแกรมทางระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์


62 ภาพที่ 4-15 แบบสำรวจความพึงพอใจ


63 ภาพที่ 4-15 แบบสำรวจความพึงพอใจ (ต่อ)


64 ภาพที่ 4-15 แบบสำรวจความพึงพอใจ (ต่อ) ผู้ทำการศึกษาได้จัดทำวีดีโอสื่อการสอน และคู่มือการใช้โปรแกรมทางระบบสารสนเทศ ภูมิศาสตร์ดังภาพที่ 4-13 และภาพที่ 4-14 ตามลำดับ เพื่อให้บุคลากรของกรมชลประทาน และผู้ที่ สนใจ ได้เรียนรู้การจัดทำแผนที่ออนไลน์ และการจัดทำข้อมูลทางระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์พร้อม ทั้งได้จัดทำแบบสำรวจความพึงพอใจการใช้งานคู่มือ วีดีโอสื่อการสอน และการใช้แผนที่ออนไลน์เพื่อ ประยุกต์ใช้งานด้านชลประทาน ดังภาพที่ 4-15 โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่เข้ามาใช้งานแผนที่ออนไลน์และ เรียนรู้สื่อการสอนได้ประเมินความพึงพอใจ และเสนอแนะข้อคิดเห็น เพื่อที่ผู้ทำการศึกษาจะได้นำผล การประเมินความพึงพอใจและข้อเสนอแนะไปปรับปรุง แก้ไข และเพิ่มเติม ในส่วนของคู่มือการใช้ งาน วีดีโอสื่อการสอน และการจัดทำแผนที่ออนไลน์ให้ถูกต้องครบถ้วน เป็นการส่งเสริมการเรียนรู้ และการปฏิบัติงานให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปในอนาคต


65 บทที่ 5 ข้อเสนอแนะจากกรณีศึกษา การจัดทำแผนที่ออนไลน์เพื่อประยุกต์ใช้งานด้านชลประทาน ผู้จัดทำจะต้องมีความรู้ในเรื่อง การใช้โปรแกรมทางระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ เช่น Microsoft Excel , Google Earth , Google Maps , QGIS , ArcGIS , Autodesk Map ฯลฯ เพื่อจัดทำไฟล์ข้อมูลนามสกุล .SHP , .KMZ , .KML และ .XLSX การจัดทำแผนที่ออนไลน์บน Google My Maps มีข้อจำกัดดังนี้ 1. ชั้นเลเยอร์การทำแผนที่ การสร้างชั้นเลเยอร์สำหรับแผนที่มีข้อจำกัด คือสามารถเพิ่มชั้นเล เยอร์ได้ทั้งหมด 10 ชั้นเลเยอร์ต่อ 1 แผนที่เท่านั้น ถ้าต้องการสร้างแผนที่ที่มีชั้นเลเยอร์มากกว่า 10 ชั้นเลเยอร์จำเป็นต้องมีแผนที่มากกว่า 1 แผนที่ 2. ชั้นเลเยอร์เส้นนำทางแผนที่ที่สร้างบนสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตระบบ Android ไม่ สามารถเข้าโหมดเส้นนำทางได้ แต่จะแสดงเฉพาะเส้นทางบนแผนที่เท่านั้น 3. เนื่องจาก Google My Maps ใช้งานแบบออนไลน์เท่านั้น ไม่สามารถใช้งานแบบออฟไลน์ ได้ ดังนั้นการใช้งานจำเป็นต้องเชื่อมต่อ Internet ตลอดเวลา สำหรับข้อเสนอแนะจากกรณีศึกษานี้ประกอบไปด้วยข้อเสนอแนะทั่วไป และข้อเสนอแนะ เพื่อการขยายผลในด้านงานโครงการ มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 5.1 ข้อเสนอแนะทั่วไป การศึกษาเรื่อง การจัดทำแผนที่ออนไลน์เพื่อประยุกต์ใช้งานด้านชลประทาน กรณีศึกษา พื้นที่ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 โครงการชลประทานนราธิวาส มีข้อเสนอแนะทั่วไปดังต่อไปนี้ 1. ผู้บริหารในทุกระดับชั้นของกรมชลประทานเล็งเห็นความสำคัญ มีรางวัลและค่าตอบแทน ที่เป็นรูปธรรมให้กับข้าราชการและบุคลากรที่ปฏิบัติงาน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ โดยจะเป็น ตัวกระตุ้นให้กับข้าราชการและบุคลากรที่ปฏิบัติงานใฝ่รู้และเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา ซึ่งจะ เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ตามที่กรมชลประทานวางไว้ 2. ผู้จัดทำแผนที่ออนไลน์ในกรณีศึกษานี้จะต้องมีความรู้ในเรื่องการใช้โปรแกรมทางระบบ สารสนเทศภูมิศาสตร์ เช่น Microsoft Excel , Google Earth , Google Maps , QGIS , ArcGIS , Autodesk Map ฯลฯ เพื่อจัดทำไฟล์ข้อมูลนามสกุล .SHP , .KMZ , .KML และ .XLSX เพื่อ ประกอบการจัดทำแผนที่ออนไลน์บน Google My Maps ตลอดจนผู้จัดทำจะต้องเป็นผู้ที่มีความใฝ่รู้ และชอบการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา


66 5.2 ข้อเสนอแนะเพื่อการขยายผลในด้านงานโครงการ การศึกษาเรื่อง การจัดทำแผนที่ออนไลน์เพื่อประยุกต์ใช้งานด้านชลประทาน กรณีศึกษา พื้นที่ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 โครงการชลประทานนราธิวาส มีข้อเสนอแนะเพื่อการขยายผลใน ด้านงานโครงการดังต่อไปนี้ 1. ผู้ทำการศึกษาได้จัดทำคู่มือการใช้งานและวีดีโอสื่อการสอนในรูปแบบออนไลน์เพื่อให้ บุคลากรกรมชลประทานและผู้ที่มีความสนใจได้เรียนรู้การจัดทำแผนที่ออนไลน์ และการจัดทำข้อมูล ทางระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์อย่างทั่วถึงกัน 2. ผู้ทำการศึกษาได้จัดทำแบบสำรวจความพึงพอใจการใช้งานคู่มือ วีดีโอสื่อการสอน และ การใช้แผนที่ออนไลน์เพื่อประยุกต์ใช้งานด้านชลประทานสำหรับการศึกษานี้เพื่อให้ผู้ที่เข้ามาเรียนรู้ และผู้ใช้งานได้ประเมินความพึงพอใจผ่าน Google Form พร้อมให้ข้อเสนอแนะ เพื่อที่ผู้ทำการศึกษา จะได้นำผลการประเมินความพึงพอใจและข้อเสนอแนะไปปรับปรุง แก้ไข และเพิ่มเติม ในส่วนของ คู่มือการใช้งาน วีดีโอสื่อการสอน และการจัดทำแผนที่ออนไลน์ให้ถูกต้องครบถ้วน เป็นการส่งเสริม การเรียนรู้และการปฏิบัติงานให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปในอนาคต


67 บรรณานุกรม 1. รองศาสตร์จารย์สุเพชร จิรขจรกุล 2555 เรียนรู้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ด้วยโปรแกรม ArcGIS 10.1 for Desktop มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2. นายสุวรรณชัย ชาญวารินทร์ 2559 เอกสารประกอบการฝึกอบรม การจัดทำแผนที่ด้วย โปรแกรม ArcMap 10.1 เบื้องต้น อุดรธานี 3. อาจารย์ ดร.ปฏิวัติ ฤทธิเดช 2558 บทการเรียนรู้และปฏิบัติการวิชาระบบสารสนเทศ ภูมิศาสตร์ 2มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 4. นายปรเสริฐ อุดมพงษ์ 2555 คู่มือ Google Earth ขั้นพื้นฐาน มหาวิทยาลัยขอนแก่น 5. สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท คู่มือวิชาการ การจัดทำแผนที่ ด้วยโปรแกรม Quantum GIS 2.6.1 2559 6. นางณัฐสิรีนกแก้ว 2563 คู่มือการสร้างแผนที่บนเว็บไซต์ด้วย สำนักดิจิทัลเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยศิลปากร 7. นายชัยธวัช เนียมศิริ2560-2561 ภาวะผู้นำที่มีประสิทธิภาพในยุค Thailand 4.0 : กรณีศึกษา จังหวัดขอนแก่น 8. คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รายงานผลการศึกษา วิเคราะห์สภาพแวดล้อมทั้งภายนอกและภายในขององค์กรและสรุปประเด็นปัญหาอุปสรรคหลักที่ต้อง แก้ไขปรับปรุง (Critical Issues) ที่มีอิทธิพลต่อการวางแผนยุทธศาสตร์2553


68 ประวัติคณะผู้จัดทำ ลำดับ ที่ ชื่อ ประวัติการศึกษา ตำแหน่งปัจจุบัน สถานที่ทำงานปัจจุบัน 1 นายชาญศักดิ์ อนันต์วีร์วิวัฒน์ วศ.บ. วิศวกรรมชลประทาน วิทยาลัยการชลประทาน หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำ และปรับปรุงระบบ ชลประทาน โครงการชลประทานชุมพร สำนักงานชลประทานที่ 14 2 นายณัฏฐพล ทับทอง ป.การชลประทาน วศ.บ. วิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร หัวหน้าฝ่ายก่อสร้าง 1 โครงการก่อสร้าง สำนักงานชลประทานที่ 14 3 นายสุรชัย หลักทองคำ ป.การชลประทาน วศ.บ. วิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร หัวหน้าฝ่ายก่อสร้างที่ 2 สำนักงานก่อสร้างชลประทาน ขนาดกลางที่ 14 4 นายชนินทร ไกรนรา วศ.บ.วิศวกรรมชลประทาน วิทยาลัยการชลประทาน หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรม โครงการก่อสร้าง สำนักงานชลประทานที่ 15 5 นายณัฐพงศ์ พิศบุญ วศ.บ.วิศวกรรมชลประทาน วิทยาลัยการชลประทาน ผู้อำนวยการส่วน วิศวกรรม ส่วนวิศวกรรม สำนักงานชลประทานที่ 15 6 นายสมบูรณ์ทัศน์สุริยะย์ ป.การชลประทาน วศ.บ. วิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอม เกล้าธนบุรี หัวหน้าฝ่ายก่อสร้างที่ 3 โครงการก่อสร้าง สำนักงานชลประทานที่ 15 7 นายสิทธิพร เพชรศรี ป.การชลประทาน วศ.บ. วิศวกรรมชลประทาน วิทยาลัยการชลประทาน หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรม โครงการชลประทานสงขลา สำนักงานชลประทานที่ 16 8 นายสนทยา สุตราม วศ.บ. วิศวกรรมชลประทาน วิทยาลัยการชลประทาน วศ.ม. วิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หัวหน้าฝ่ายจัดการความ ปลอดภัยเขื่อนและ อาคารชลประทาน ฝ่ายจัดการความปลอดภัย เขื่อนและอาคารชลประทาน ส่วนบริหารจัดการน้ำและ บำรุงรักษา สำนักงานชลประทานที่ 17


69 ภาคผนวก


70 ตัวอย่างการใช้งานแผนที่ออนไลน์ การใช้งานแผนที่ออนไลน์สามารถใช้ได้ทั้งบน Computer และบน Smart Phone ที่มีการ ติดตั้ง App Google Maps อธิบายการใช้งานได้ดังนี้ 1.การใช้งานบน Computer การใช้งานบน Computer อธิบายการใช้งานได้ดังนี้ ภาพที่ ผ-1 แผนที่และชั้นข้อมูล จากภาพที่ ผ-1 แผนที่และชั้นข้อมูล สามารถ Tick ชั้นข้อมูลที่ปรากฏตามข้อ 1) และแผนที่ จะแสดงตามข้อ 2) โดยสามารถเลือก Tick เฉพาะชั้นข้อมูลที่ต้องการให้แสดงได้ หากมีชั้นข้อมูล จำนวนมาก เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน 1) ชั้นข้อมูล 2) แผนที่ แสดงชั้นข้อมูล


71 ภาพที่ ผ-2 การแลดงรายละเอียดชั้นข้อมูลและการนำทางเข้าหาจุดชั้นข้อมูล 1) Tick เลือกจุดชั้นข้อมูล 2) แสดงรายละเอียด จุดชั้นข้อมูล 3) เลือกเครื่องหมาย การนำทาง


72 ภาพที่ ผ-2 การแลดงรายละเอียดชั้นข้อมูลและการนำทางเข้าหาจุดชั้นข้อมูล (ต่อ) 5) แสดงจุดเริ่มต้น ในที่นี้ เลือกตำแหน่งของคุณ 6) แสดงจุดหมายปลายทาง หรือ เลือกตำแหน่งจุดหมายปลายทาง 7) แสดงเส้นทาง ระยะทาง และเวลาในการเดินทาง 4) แสดงเส้นทาง ระยะทาง และเวลาในการเดินทาง ในแผนที่


73 ภาพที่ ผ-2 การแลดงรายละเอียดชั้นข้อมูลและการนำทางเข้าหาจุดชั้นข้อมูล (ต่อ) 8) สามารถเลือกลักษณะการ แสดงของแผนที่ตามต้องการ 9) เลือกเครื่องหมาย การนำทาง เพื่อ แสดงการนำทาง


74 2.การใช้งานบน Smart Phone ที่มีการติดตั้ง App Google Maps การใช้งานบน Smart Phone ที่มีการติดตั้ง App Google Maps อธิบายการใช้งานได้ดังนี้ ภาพที่ ผ-3 การเปิดดูชั้นข้อมูลบน Smart Phone จากภาพที่ ผ-3 การเปิดดูชั้นข้อมูลบน Smart Phone อธิบายการใช้งานได้ดังนี้ 1) ชั้นข้อมูลแผนที่ โดยชั้นข้อมูลสามารถแชร์และส่งผ่านไลน์ PC ในกรณีจัดทำชั้นข้อมูลบน เครื่อง Computer 2) Tick เลือก Maps เพื่อเปิดดูชั้นข้อมูลบน Smart Phone ที่มีการติดตั้ง App Google Maps 2) Tick เลือก Maps 1) ชั้นข้อมูลแผนที่


75 ภาพที่ ผ-4 การดูชั้นข้อมูลบน Smart Phone จากภาพที่ ผ-4 การดูชั้นข้อมูลบน Smart Phone อธิบายการใช้งานได้ดังนี้ 1) เลือก “ดูคำอธิบายแผนที่” เพื่อเปิดดูชั้นข้อมูล 2) แสดงชั้นข้อมูล โดยชั้นข้อมูลสามารถ Tick ในช่องสี่เหลี่ยมเพื่อปิดเปิดการแสดงชั้นข้อมูล บนแผนที่ออนไลน์ได้ 1) เลือก “ดูคำอธิบายแผนที่” 2) แสดงชั้นข้อมูล


76 ภาพที่ ผ-5 การเลือกจุดชั้นข้อมูลและการนำทางบน Smart Phone จากภาพที่ ผ-5 การเลือกจุดชั้นข้อมูลและการนำทางบน Smart Phone อธิบายการใช้งาน ได้ดังนี้ 1) เลือกจุดตำแหน่งที่ต้องการนำทาง 2) เลือก “เส้นทาง” เพื่อดูเส้นทาง การนำทางเข้าหาจุด 3) แสดงเส้นทาง ระยะทางและเวลาในการเดินทาง ในที่นี้ใช้เวลาในการเดินทางน้อยที่สุด 32 นาที และระยะทางในการเดินทาง 25 กิโลเมตร 4) เลือกประเภทแผนที่ 1) เลือกจุดตำแหน่งที่ต้องการนำทาง 2) เลือก “เส้นทาง” 3) แสดงเส้นทาง ระยะทางและเวลาในการเดินทาง 4) เลือกประเภทแผนที่


77 ภาพที่ ผ-5 การเลือกจุดชั้นข้อมูลและการนำทางบน Smart Phone (ต่อ) 5) เลือกรูปแบบประเภทแผนที่ ซึ่งมีรูปแบบให้เลือกหลายรูปแบบด้วยกัน 6) เลือก “เริ่ม” เพื่อเริ่มการนำทางเข้าหาจุด 5) เลือกรูปแบบประเภทแผนที่ 6) เลือก “เริ่ม”


78 ภาพที่ ผ-5 การเลือกจุดชั้นข้อมูลและการนำทางบน Smart Phone (ต่อ) 7) จะปรากฏแผนที่เพื่อเริ่มการนำทางเข้าหาจุด


79 ตัวอย่างการจัดทำแผนที่ออนไลน์และการนำเข้าข้อมูล การจัดทำแผนที่ออนไลน์โดยใช้ App Google บนแถบ Google My Maps ข้อมูล จุด , เส้น และพื้นที่ โดยข้อมูลที่นำเข้าจะต้องอยู่ในระบบพิกัดภูมิศาสตร์(Geographic coordinate systems) วิธีการอ้างอิงบอกตำแหน่งเป็นค่าระยะเชิงมุมของละติจูด (Latitude) และลองจิจูด (Longitude) ถ้าข้อมูลจุดเป็นระบบพิกัดกริด UTM (Universal Transverse Mercator) จะต้องทำการแปลงให้เป็นระบบพิกัดภูมิศาสตร์ก่อนทำการนำเข้า การจัดทำแผนที่ออนไลน์และรูปแบบการนำเข้าข้อมูลสามารถทำได้ดังนี้ 1. การนำเข้าข้อมูลจุดจากไฟล์นามสกุล .xlsx โปรแกรม Microsoft Excel 1.1 การแปลงข้อมูลจุดจากระบบพิกัด UTM เป็นระบบพิกัดภูมิศาสตร์มี Website ที่ ให้บริการในการแปลงระบบพิกัดหลาย Website ด้วยกัน จากภาพที่ 1 เป็นการแปลงข้อมูลจุดจาก ระบบพิกัด UTM เป็นระบบพิกัดภูมิศาสตร์ด้วยโปรแกรม ArcGeek ซึ่งเป็นเป็นโปรแกรมที่เขียนสูตร ใน Microsoft Excel โดยโปรแกรมสามารถแปลงพิกัดของข้อมูลจุดได้หลายจุด ภาพที่ ผ-6 การแปลงข้อมูลจุดจากระบบพิกัด UTM เป็นระบบพิกัดภูมิศาสตร์


80 ภาพที่ ผ-7 จุดที่ตั้งสระน้ำของเกษตรกรเป็นระบบพิกัด UTM พร้อมทั้งได้แปลงเป็นระบบพิกัด ภูมิศาสตร์ด้วยแล้ว 1.2 การนำเข้าข้อมูลจุดในระบบพิกัดภูมิศาสตร์โดยใช้ App Google บนแถบ Google My Maps ทำได้ดังนี้ ภาพที่ ผ-8 ตารางตัวอย่างการนำเข้าข้อมูลจุด ระบบพิกัด UTM ระบบพิกัดภูมิศาสตร์


81 ภาพที่ ผ-9 การนำเข้าข้อมูลจุดบนแถบ Google My Maps การนำเข้าข้อมูลบนแถบ Google My Maps สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมหัวข้อที่ผ่านมา ในหัวข้อที่ 2 โปรแกรม Google Maps ภาพที่ ผ-10 การนำเข้าข้อมูลจุดไฟล์นามสกุล .xlsx 1) Click “นำเข้า” 2) Click เลือกข้อมูลจุดไฟล์นามสกุล .xlsx


82 ภาพที่ ผ-11 การเลือกคอลัมน์ Latitude , Longitude และติดป้ายเครื่องหมาย 3) Tick เลือก Lat เป็น latitude และ Long เป็น longitude 4) Click “ดำเนินการต่อ” 6) Click “เสร็จสิ้น” 5) Click เลือกคอลัมน์เพื่อติดป้าย เครื่องหมาย


83 ภาพที่ ผ-12 การตั้งชื่อเลเยอร์และชื่อแผนที่ 7) Click เลือกคอลัมน์เพื่อติดป้าย เครื่องหมาย 8) Click เลือก 9) ตั้งชื่อเลเยอร์ 10) Click “บันทึก” 11) Click เลือก 12) ตั้งชื่อแผนที่ 13) Click “บันทึก”


84 ภาพที่ ผ-13 การกำหนดรูปแบบข้อมูลจุด 14) Click เลือกรูปแบบ หรือป้ายกำกับ 15) กรณีเลือกรูปแบบ สามารถเลือกรูปแบบที่แสดงตามต้องการ


85 ภาพที่ ผ-14 การกำหนดคอลัมน์การแสดงของป้ายกำกับ 16) กรณีเลือกป้ายกำกับ สามารถเลือกคอลัมน์ของป้ายกำกับ ตามต้องการ


86 ภาพที่ ผ-15 การกำหนดลักษณะของข้อมูลจุด 17) เลือกสีและรูปร่างลักษณะของข้อมูลจุด หรือ Click “ไอคอนเพิ่มเติม” กรณีต้องการเลือกรูปร่างเป็นอย่างอื่น 18) เลือกรูปร่าง ของข้อมูลจุด 19) Click “ตกลง”


87 ภาพที่ ผ-16 รูปแบบของแผนที่ฐาน 20) เลือกรูปแบบของแผนที่ฐานตามต้องการ


88 ภาพที่ ผ-17 การเปิดตารางข้อมูล 21) Click 22) เลือกเปิดตารางข้อมูล 23) ตารางข้อมูล


89 2. การนำเข้าข้อมูลไฟล์นามสกุล .KML หรือ .KMZ การนำเข้าข้อมูลไฟล์นามสกุล .KML หรือ .KMZ สามารถทำได้ดังนี้ ภาพที่ ผ-18ตัวอย่างข้อมูลไฟล์นามสกุล .KMZ ภาพที่ ผ-19การเพิ่มเลเยอร์ 1) ข้อมูลไฟล์นามสกุล .KMZ 2) Click “เพิ่มเลเยอร์”


90 ภาพที่ ผ-20การนำเข้าข้อมูล 3) Click “นำเข้า” 4) Click เลือกไฟล์จากอุปกรณ์


91 ภาพที่ ผ-21การนำเข้าไฟล์นามสกุล .KMZ และการแสดงผล 5) เลือกไฟล์นามสกุล .KMZ 6) การแสดงผล


92 ภาพที่ ผ-22การปรับความโปร่งใสและความกว้างของเส้นขอบของพื้นที่ 7) Click เลือก 8) เลือกสี ปรับความโปร่งใส และ ความกว้างของเส้นขอบของพื้นที่ 9) ลักษณะของพื้นที่ ที่ได้ ทำการปรับแล้วดังภาพ


93 ภาพที่ ผ-23การเปิดตารางข้อมูล 10) Click 11) เลือกเปิดตารางข้อมูล 12) ปรากฏตารางข้อมูล


94 3. การสร้างเส้นและพื้นที่โดยใช้ข้อมูลจุด การสร้างเส้นและพื้นที่โดยใช้ข้อมูลจุด สามารถทำได้ดังนี้ ภาพที่ ผ-24การเพิ่มเลเยอร์ 1) Click 2) Click 3) ตั้งชื่อเลเยอร์ 4) Click “บันทึก”


95 ภาพที่ ผ-25การสร้างเส้นทาง 5) Click 6) เลือก


96 ภาพที่ ผ-25การสร้างเส้นทาง (ต่อ) 7) Click แล้วลากเส้น ทางตามจุด 8) ตั้งชื่อ 9) Click “บันทึก” 10) สร้างเส้นทางเสร็จโปรแกรมจะ คำนวณระยะทางให้ด้วย


Click to View FlipBook Version