The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือเล่มนี้ เหมาะสำหรับผู้ที่เตรียมตัวสอบเข้ากรมศุลกากร “ทุกตำแหน่ง” ซึ่งจะต้องสอบข้อสอบเกี่ยวกับ “วินัย จริยธรรม และจรรยา” ของข้าราชการกรมศุลกากร

โดยในหนังสือเล่มนี้ มีรายละเอียดครบถ้วน เกี่ยวกับ
- ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับวินัยของข้าราชการ
- ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2564 (ฉบับใหม่)
- กฎ ก.พ. ว่าด้วยการกระทำการอันเป็นการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ พ.ศ. 2553
- ข้อบังคับกรมศุลกากรว่าด้วยจรรยาข้าราชการกรมศุลกากร พ.ศ. 2563
- ความรู้เกี่ยวกับ กลุ่มงานคุ้มครองจริยธรรมประจำกรมศุลกากร
- คณะกรรมการจริยธรรมประจำกรมศุลกากร
- ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตกรมศุลกากร
- โครงการระฆังศุลกากร
- โครงการคนดีศรีศุลกากร
- โครงการศุลกากรคุณธรรม
- ช่องทางการร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ศุลกากร

มั่นใจได้ว่า เนื้อหาครบถ้วน และสามารถใช้ในการเตรียมตัวสอบเข้ากรมศุลกากรได้จริง
คะแนน 10 คะแนน อาจจะตัดสินชะตาของท่านได้ว่า จะสอบติดกรมศุลกากรหรือไม่ ทุกคะแนนมีความสำคัญ

ดังนั้น อย่าพลาด หนังเล่มนี้ อาจจะช่วยคุณทำคะแนนได้เพิ่มขึ้น และสามารถสอบติดกรมศุลกากรได้อย่างที่หวังไว้

ราคาเล่มละ 49 บาทเท่านั้น !!

#หนังสือ
#หนังสือกฎหมาย
#สรุปกฎหมาย
#หนังสือเตรียมสอบ
#ศุลกากร
#ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับกฎหมาย
#วินัยจรรยาบรรณ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by dr.pongsiritain, 2021-06-18 12:59:12

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับวินัย จรรยาบรรณ และ จรรยาของข้าราชการ กรมศุลกากร (e-Book 2021 edition)

หนังสือเล่มนี้ เหมาะสำหรับผู้ที่เตรียมตัวสอบเข้ากรมศุลกากร “ทุกตำแหน่ง” ซึ่งจะต้องสอบข้อสอบเกี่ยวกับ “วินัย จริยธรรม และจรรยา” ของข้าราชการกรมศุลกากร

โดยในหนังสือเล่มนี้ มีรายละเอียดครบถ้วน เกี่ยวกับ
- ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับวินัยของข้าราชการ
- ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2564 (ฉบับใหม่)
- กฎ ก.พ. ว่าด้วยการกระทำการอันเป็นการล่วงละเมิดหรือคุกคามทางเพศ พ.ศ. 2553
- ข้อบังคับกรมศุลกากรว่าด้วยจรรยาข้าราชการกรมศุลกากร พ.ศ. 2563
- ความรู้เกี่ยวกับ กลุ่มงานคุ้มครองจริยธรรมประจำกรมศุลกากร
- คณะกรรมการจริยธรรมประจำกรมศุลกากร
- ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตกรมศุลกากร
- โครงการระฆังศุลกากร
- โครงการคนดีศรีศุลกากร
- โครงการศุลกากรคุณธรรม
- ช่องทางการร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ศุลกากร

มั่นใจได้ว่า เนื้อหาครบถ้วน และสามารถใช้ในการเตรียมตัวสอบเข้ากรมศุลกากรได้จริง
คะแนน 10 คะแนน อาจจะตัดสินชะตาของท่านได้ว่า จะสอบติดกรมศุลกากรหรือไม่ ทุกคะแนนมีความสำคัญ

ดังนั้น อย่าพลาด หนังเล่มนี้ อาจจะช่วยคุณทำคะแนนได้เพิ่มขึ้น และสามารถสอบติดกรมศุลกากรได้อย่างที่หวังไว้

ราคาเล่มละ 49 บาทเท่านั้น !!

#หนังสือ
#หนังสือกฎหมาย
#สรุปกฎหมาย
#หนังสือเตรียมสอบ
#ศุลกากร
#ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับกฎหมาย
#วินัยจรรยาบรรณ

Keywords: วินัยศุลกากร,วินัยข้าราชการ,จริยธรรม

ความร้ทู วั่ ไปเก่ียวกบั
วินัย จรรยาบรรณ และ
จรรยาของขา้ ราชการ

กรมศลุ กากร

ดร. พงษส์ ิริ ตาอินทร์

รวบรวมและเรยี บเรยี ง

ความรู้ท่ัวไปเกี่ยวกับวินัย จรรยาบรรณ
และจรรยาของข้าราชการกรมศุลกากร

- ความรู้ทวั่ ไปเกี่ยวกับวนิ ยั ของขา้ ราชการ
- พระราชบัญญตั ิมาตรฐานทางจรยิ ธรรม พ.ศ. 2562
- ประมวลจรยิ ธรรมข้าราชการพลเรอื น
- กฎ ก.พ. ว่าด้วยการกระทำการอันเป็นการล่วง

ละเมดิ หรอื คกุ คามทางเพศ พ.ศ. 2553
- ข้อบังคับกรมศุลกากรว่าด้วยจรรยาข้าราชการกรม

ศุลกากร พ.ศ. 2563
- กลมุ่ งานคมุ้ ครองจรยิ ธรรมประจำกรมศุลกากร
- คณะกรรมการจรยิ ธรรมประจำกรมศุลกากร
- ศูนย์ปฏบิ ตั กิ ารตอ่ ตา้ นการทุจริตกรมศลุ กากร
- โครงการระฆังศุลกากร โครงการคนดีศรีศุลกากร

และโครงการศุลกากรคุณธรรม
- ช่องทางร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิ

ชอบของเจา้ หน้าที่ศุลกากร

ความรู้เกีย่ วกับวินัยขา้ ราชการ

ในฐานะท่ีข้าราชการเป็นตัวแทนของรัฐในการบริหาร
ราชการและติดต่อประชาชน ข้าราชการจึงต้องทำตัวให้ประชาชน
เชื่อถือ ไว้วางใจ และเป็นตัวอยา่ งที่ดีของประชาชน เมื่อข้าราชการ
มีวินัยที่ดี ประชาชนก็จะมีความเชื่อถือศรัทธาผู้นั้น และส่งผลให้
ประชาชนศรัทธาในหน่วยงานและรัฐบาลโดยส่วนรวมอีกด้วย และ
โดยท่ีข้าราชการจะต้องเป็นตัวอย่างท่ีดี เป็นท่ีศรัทธาของประชาชน
จึงต้องรักษาวินยั โดยเคร่งครดั กว่าลกู จ้างของเอกชน เช่น พนักงาน
ของบริษัทตา่ ง ๆ จะตอ้ งรักษาชื่อเสียงไมก่ ระทำการอนั ได้ชื่อว่าเป็น
ผู้ประพฤตชิ วั่ เปน็ ต้น

จดุ มุง่ หมายของวนิ ยั

1. เพอ่ื ประสทิ ธภิ าพและประสิทธผิ ลของราชการ
2. เพื่อความเจรญิ ของประเทศ
3. เพื่อความมั่นคงของชาติ
4. เพื่อความผาสกุ ของประชาชน

การรกั ษาวินัย

หมายถึง การที่ข้าราชการพลเรือนปฏิบัติตามวินัยที่
กำหนดไว้ และหมายความรวมถึงการที่ผู้บังคับบัญชาจะต้อง
ส่งเสริมและดูแลระมัดระวังให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติตามวินัย
และดำเนินการทางวินยั แกผ่ ู้ท่ีกระทำผิดวินัยด้วย

ผู้ท่ีมีหน้าท่รี ักษาวนิ ัย

1. ข้าราชการ
2. ผบู้ งั คบั บญั ชา
3. องค์กรกลางบริหารงานบุคคล
4. ผ้ทู ่ีเกี่ยวข้อง

การรักษาวินยั โดยตวั ขา้ ราชการ

1. เรียนร้แู ละเขา้ ใจวนิ ยั
2. สำนึกในหน้าทท่ี ี่จะตอ้ งรกั ษาวนิ ัย
3. ตระหนักในความสำคญั ของวนิ ัย
4. ปฏิบตั ิตามวนิ ัย

การรกั ษาวินัยโดยผู้บังคับบัญชา

1. เสรมิ สร้างและพฒั นาให้ผ้ใู ต้บังคับบญั ชามวี ินยั
2. ป้องกันมิใหผ้ ู้ใตบ้ ังคับบญั ชากระทำผิดวนิ ัย
3. ควบคมุ ดแู ลใหผ้ ู้อยู่ใต้บังคับบัญชาอย่ใู นวนิ ัย
4. ดำเนนิ การทางวนิ ยั แกผ่ ูใ้ ตบ้ ังคบั บญั ชาที่กระทำผิดวนิ ัย

การรกั ษาวินัยโดยองคก์ รกลางบรหิ ารงานบคุ คล

1. กำหนดนโยบายในการรักษาวินยั ข้าราชการ
2. ออกระเบียบและกฎเกณฑเ์ กี่ยวกับการรักษาวนิ ัย
3. สง่ เสริมและสนบั สนุนใหข้ ้าราชการมีวินัย
4. กำชบั และวางมาตรการการลงโทษ

การรกั ษาวนิ ยั โดยผูเ้ กีย่ วข้อง

- ผู้มาขอรบั บริการจากทางราชการจะต้องไม่สนับสนุนให้
ขา้ ราชการกระทำผิดวนิ ยั ดว้ ยการใหผ้ ลประโยชนโ์ ดยมิชอบ

- ประชาชนและส่ือมวลชนตอ้ งช่วยสอดสอ่ งดแู ลข้าราชการ
มใิ หก้ ระทำผดิ วนิ ัย เม่อื พบเห็นควรแจ้งผบู้ งั คบั บญั ชา

พระราชบญั ญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551

มาตรา 87
ให้ผู้บังคับบัญชามีหน้าที่เสริมสร้างและพัฒนาให้ผู้อยู่ใต้

บังคับบัญชามีวินัย และป้องกันมิให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชากระทำผิด
วินัย ทัง้ น้ี ตามหลักเกณฑ์และวธิ กี ารที่ ก.พ. กำหนด

มาตรา 88
ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดกระทำผิดวินัยจะต้องได้รับ

โทษทางวนิ ยั เว้นแตม่ เี หตอุ ันควรงดโทษตามทบี่ ัญญัติไว้ในหมวด 7
การดำเนินการทางวนิ ัย

มตคิ ณะรัฐมนตรเี มอื่ วนั ที่ 13 สงิ หาคม 2556 เรอ่ื ง การกำชับให้
ผู้บังคับบัญชารกั ษาวนิ ยั ของผ้อู ยใู่ ต้บังคบั บัญชา

กำชับให้ผู้บังคบั บญั ชาปฏิบัตหิ น้าที่ในการรักษาวนิ ยั ของผู้
อยู่ใต้บังคบั บญั ชาตามมาตรา 87 และให้ถือว่า การทรี่ กั ษาวินัยของ
ข้าราชการมิได้ดีขึ้น ผู้บังคับบัญชามีส่วนรับผิดชอบ เพราะมิได้
เสริมสร้างและพัฒนาให้ผู้อยู่ใต้บังคับบญั ชามีวินัย และมิได้ป้องกัน

มิให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาและมิได้ป้องกันมิให้ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา
กระทำผิดวนิ ยั ซึ่งผู้บังคบั บัญชาอาจตอ้ งรบั ผิดทางวินยั ด้วย

พระราชบัญญัติระเบยี บข้าราชการพลเรอื น พ.ศ. 2551

วนิ ัยขา้ ราชการพลเรือน ประกอบด้วย
1. ขอ้ บัญญตั วิ ินัย (ม.80 - ม.86)
2. การรักษาวนิ ยั (ม.87 - ม.89)
3. การดำเนนิ การทางวนิ ยั (ม. 90 - ม.106)
3.1 การสอบสวน
- ความผิดวนิ ยั อยา่ งไม่รา้ ยแรง
- ความผิดวินยั อยา่ งร้ายแรง
3.2 การส่ังให้พกั ราชการ
การให้ออกจากราชการไว้ก่อน
3.3 การพิจารณาความผิด การกำหนดโทษ และการลงโทษ
3.4 การดำเนินการกรณีผู้ถูกกล่าวหาออกจากราชการ
หรอื ตายระหวา่ งสอบสวน
4. การออกจากราชการ
5. การอุทธรณ์
6. การร้องทกุ ข์

มลู กรณขี า้ ราชการจะถกู ดำเนนิ การทางวินัย

1. มีผูร้ อ้ งเรียนกล่าวหา
2. มีบัตรสนเท่ห์ระบุพยานหลักฐานหรือกรณีแวดล้อม

ชดั แจง้ และระบุพยานบุคคลแนน่ อน
3. เรอ่ื งปรากฏเป็นข่าวทางส่อื มวลชน
4. สว่ นราชการหรอื หน่วยงานของรฐั แจง้ เรอ่ื งมา
5. ผู้บงั คบั บัญชาพบเหน็ การกระทำความผิดเอง
6. เรื่องปรากฏจากการสอบสวนทางวินัย (สอบสวนเรื่อง

หนง่ึ แล้วพบว่าผดิ เร่อื งอื่นดว้ ย)

มาตรา 80

ข้าราชการพลเรือนสามัญต้องรักษาวินัยโดยกระทำการ
หรอื ไมก่ ระทำการตามทบี่ ญั ญตั ิไวใ้ นหมวดนโี้ ดยเคร่งครัดอยู่เสมอ

ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ปฏิบัติราชการในต่างประเทศ
นอกจากต้องรักษาวินัยตามที่บัญญัติไว้ในหมวดนี้แล้ว ต้องรักษา
วินัยโดยกระทำการหรอื ไมก่ ระทำการตามท่ีกำหนดในกฎ ก.พ. ด้วย

ข้อกำหนดวินัย

พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551
หมวด 6 บัญญัติให้ ข้าราชการพลเรือนสามัญต้องรักษาวินัยโดย
กระทำการหรือไม่กระทำการตามที่บัญญัติเป็นข้อห้ามและข้อ
ปฏิบัติโดยเคร่งครัดอยู่เสมอ ตั้งแต่มาตรา 80 ถึง มาตรา 85 โดย
อาจแยกเป็นกลุ่มการรกั ษาวินัยได้ ดังนี้

1. วินัยตอ่ ประเทศชาติ
2. วินยั ต่อประชาชน
3. วนิ ัยต่อผ้บู งั คบั บญั ชา
4. วนิ ยั ต่อผู้รว่ มงาน
5. วนิ ยั ต่อตำแหนง่ หนา้ ทีร่ าชการ
6. วนิ ัยตอ่ ตนเอง

1. วนิ ยั ต่อประเทศชาติ

ข้าราชการต้องสนับสนุนการปกครองระบอบประชา
ธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ
(มาตรา 81)

2. วินัยต่อประชาชน

2.1 ข้าราชการต้องต้อนรับ ให้ความเป็นธรรม และให้การ
สงเคราะห์แก่ประชาชนผู้มาติดต่อราชการเกี่ยวกับหน้าที่ของตน
(มาตรา 82 (8))

2.2 ข้าราชการต้องไม่ดูหมิ่น เหยียดหยาม กดขี่ หรือข่ม
เหงประชาชนผู้ติดตอ่ ราชการ (มาตรา 83 (9))

การดูหมิ่น เหยียดหยาม กดขี่ ข่มเหง หรือทำร้าย
ประชาชนผู้ติดต่อราชการอย่างร้ายแรง เป็นความผิดวินัยอย่าง
รา้ ยแรง (มาตรา 85 (5))

3. วนิ ัยต่อผบู้ ังคบั บัญชา

3.1 ข้าราชการต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา
(มาตรา 82 (4))

การขัดคำสั่งของผู้บังคับบัญชาเป็นเหตุให้เสียหายแก่
ราชการอย่างรา้ ยแรง เป็นความผดิ วนิ ัยอย่างรา้ ยแรง (มาตรา 85 (7))

3.2 ข้าราชการต้องไม่รายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา
(มาตรา 83 (1))

การรายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชาเป็นเหตุให้เสียหายแก่
ราชการอย่างรา้ ยแรง เป็นความผิดวินยั อย่างร้ายแรง (มาตรา 85 (7))

3.3 ข้าราชการต้องปฏิบัติหน้าทีร่ าชการโดยไม่กระทำการ
ขา้ มผูบ้ ังคับบัญชา (มาตรา 83 (2))

4. วนิ ัยต่อผู้ร่วมงาน

4.1 ข้าราชการต้องสุภาพ เรียบร้อย รักษาความสามัคคี
และต้องช่วยเหลือกันในการปฏิบัติราชการระหว่างข้าราชการ
ด้วยกัน และผู้รว่ มปฏบิ ัติราชการ (มาตรา 82 (7))

4.2 ข้าราชการต้องไม่กระทำการอย่างใดที่เป็นการกล่ัน
แกล้ง กดขี่ หรอื ข่มเหงกันในการปฏบิ ตั ริ าชการ (มาตรา 83 (7))

4.3 ข้าราชการต้องไม่กระทำการอันเป็นการล่วงละเมิด
หรือคุกคามทางเพศตามที่กำหนดในกฎ ก.พ. (มาตรา 83 (8))
การกระทำผิดตามข้อนี้ จำกัดเฉพาะการกระทำที่อยู่ในช่วงเวลา
ปฏิบัติหน้าทีร่ าชการเท่านั้น ถ้าเป็นช่วงเวลาอื่น ให้ใช้ความผิดฐาน
ประพฤติช่วั แทน

5. วินัยต่อตำแหน่งหน้าทีร่ าชการ

5.1 ขา้ ราชการต้องปฏบิ ัติหนา้ ทดี่ ว้ ยความซอ่ื สัตยส์ จุ รติ
(1) ขา้ ราชการต้องปฏิบัตหิ นา้ ที่ราชการด้วยความ

ซื่อสตั ย์สจุ ริตและเท่ยี งธรรม (มาตรา 82 (1))
(2) ข้าราชการต้องไม่อาศัยหรือยอมให้ผู้อืน่ อาศยั

ตำแหน่งหน้าที่ราชการหาประโยชน์ (มาตรา 83 (3))
การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการ

โดยมชิ อบ เพ่อื ให้เกิดความเสียหายอยา่ งร้ายแรงแกผ่ ู้หนึง่ ผู้ใด หรือ
ปฏิบัติ หรือละเวน้ การปฏิบัติหน้าท่รี าชการโดยทุจริต เป็นความผิด
วนิ ัยอย่างรา้ ยแรง (มาตรา 85 (1))

5.2 ข้าราชการต้องปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย กฎ
ระเบียบของทางราชการ มติคณะรัฐมนตรี นโยบายของรัฐบาล
และปฏบิ ัติตามระเบยี บแบบแผนของทางราชการ (มาตรา 82 (2))

การไม่ปฏิบัติตามมาตรา 82 (2) เป็นเหตุให้เสียหายแก่
ราชการอยา่ งร้ายแรง เป็นความผิดวนิ ัยอยา่ งรา้ ยแรง (มาตรา 85 (7))

5.3 ข้าราชการต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เกิดผลดีหรอื
ความก้าวหน้าแก่ราชการด้วยความต้งั ใจ อุตสาหะ เอาใจใส่ และ
รกั ษาประโยชนข์ องทางราชการ (มาตรา 82 (3))

5.4 ข้าราชการต้องอุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการ
จะละทง้ิ หรือทอดทง้ิ หนา้ ที่ราชการมิได้ (มาตรา 82 (5))

การละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการโดยไม่มีเหตุผลอัน
สมควรเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง เป็นความผิด
วนิ ัยอย่างร้ายแรง (มาตรา 85 (2))

การละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อกันในคราวเดยี วกันเป็นเวลา
เกินกว่าสิบหน้าวันโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หรือโดยมีพฤติการณ์
อันแสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการ เป็น
ความผดิ วินัยอย่างร้ายแรง (มาตรา 85 (3))

5.5 ข้าราชการต้องรักษาความลับของทางราชการ
(มาตรา 82 (6))

การเปิดเผยความลับของทางราชการอันเป็นเหตุให้
เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
(มาตรา 85 (7))

5.6 ข้าราชการต้องวางตวั เป็นกลางทางการเมืองในการ
ปฏิบตั ิหน้าท่ีราชการ (มาตรา 82 (9))

5.7 ข้าราชการต้องไม่ประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ
(มาตรา 83 (4))

การประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการอันเป็นเหตุให้
เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
(มาตรา 85 (7))

5.8 ขา้ ราชการตอ้ งไม่กระทำการหรือยอมให้ผู้อ่ืนกระทำ
การหาผลประโยชน์อันอาจทำให้เสียความเที่ยงธรรมหรือเสื่อม
เสยี เกยี รติศกั ดขิ์ องตำแหนง่ หนา้ ทีร่ าชการ (มาตรา 83 (5))

5.9 ข้าราชการต้องไม่เป็นกรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ
หรือดำรงตำแหน่งอื่นใดที่มีลักษณะงานคล้ายคลึงกันในห้าง
หนุ้ สว่ นหรอื บรษิ ทั (มาตรา 83 (6))

6. วนิ ัยต่อตนเอง

ข้าราชการต้องรักษาชื่อเสียงของตน และรักษาเกียรติ
ศักดิข์ องตำแหนง่ หน้าท่รี าชการมใิ ห้เสอ่ื มเสยี (มาตรา 82 (10))

การกระทำการอันใดได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่าง
รา้ ยแรง เป็นความผิดวนิ ัยอยา่ งร้ายแรง

การกระทำความผิดอาญาจนได้รับโทษจำคุกหรือโทษที่
หนักกว่าโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถงึ ที่สุดให้จำคุกหรือให้รับโทษท่ี
หนักกว่าโทษจำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดย

ประมาทหรือความผิดลหุโทษ เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
(มาตรา 85 (6))

ขา้ ราชการพลเรือนสามญั ต้องรักษาวินัยอย่างเคร่งครดั โดย

1. กระทำการใดอันเปน็ ข้อปฏิบัติตามที่กฎหมายบญั ญตั ิ
2. ไมก่ ระทำการใดอนั เป็นข้อหา้ มตามท่ีกฎหมายบัญญตั ิ
3. ไม่กระทำความผิดอันเป็นลักษณะความผิดวินัยอย่าง

รา้ ยแรง

มาตรา 82 (ตอ้ งกระทำการ)

ข้าราชการพลเรือนสามัญต้องกระทำการอันเปน็ ข้อปฏิบตั ิ
ดงั ตอ่ ไปน้ี

1. ต้องปฏบิ ัติหน้าทีร่ าชการด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และ
เทย่ี งธรรม

2. ต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ
ระเบียบของทางราชการ มติของคณะรัฐมนตรี
นโยบายของรัฐบาล และปฏิบัติตามระเบียบแบบแผน
ของทางราชการ

3. ต้ อ ง ป ฏิ บั ติ ห น้ า ที่ ร า ช ก า ร ใ ห้ เ กิ ด ผ ล ดี ห รื อ
ความก้าวหน้าแก่ราชการด้วยความตั้งใจ อุตสาหะ
เอาใจใส่ และรักษาประโยชน์ของทางราชการ

4. ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาซึ่งสั่งในหน้าที่
ราชการโดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบของทาง
ราชการ โดยไม่ขดั ขนื หรือหลีกเล่ียง แตถ่ ้าเห็นว่า การ
ปฏิบัติตามคำสั่งนั้นจะทำให้เสียหายแก่ราชการ หรือ
เป็นการไม่รักษาประโยชน์ของทางราชการ จะต้อง
เสนอความเห็นเปน็ หนังสือทันที เพื่อให้ผู้บังคับบัญชา
ทบทวนคำสั่งนั้น และเมื่อได้เสนอความเห็นแล้ว
ถา้ ผ้บู งั คับบญั ชายืนยันให้ปฏิบัติตามคำส่ังเดิม ผู้อยู่ใต้
บงั คับบัญชาตอ้ งปฏบิ ตั ิตาม

5. ต้องอุทิศเวลาของตนให้แก่ราชการ จะละทิ้งหรือ
ทอดทิง้ หน้าทร่ี าชการมไิ ด้

6. ต้องรักษาความลับของทางราชการ
7. ต้องสุภาพเรียบร้อย รักษาความสามัคคี และต้อง

ช่วยเหลือกันในการปฏิบัติราชการระหว่างข้าราชการ
ด้วยกนั และผู้ร่วมปฏิบัตริ าชการ

8. ต้องต้อนรับ ให้ความสะดวก ให้ความเป็นธรรม และ
ให้การสงเคราะห์แก่ประชาชนผู้มาติดต่อราชการ
เกี่ยวกับหน้าที่ของตน

9. ต้องวางตนให้เป็นกลางทางการเมืองในการปฏิบัติ
หน้าที่ราชการและในการปฏิบัติการอื่นที่เกี่ยวข้องกับ
ประชาชน กับจะต้องปฏิบัติตามระเบียบของทาง
ราชการว่าด้วยมรรยาททางการเมืองของราชการ
อกี ด้วย

10. ต้องรักษาชื่อเสียงของตน และรักษาเกียรติศักดิ์ของ
ตำแหน่งหน้าทีร่ าชการของตนมิใหเ้ สอ่ื มเสยี

11. กระทำการอ่นื ใดตามทก่ี ำหนดในกฎ ก.พ.

มาตรา 83 (ต้องไม่กระทำการ)

ข้าราชการพลเรือนสามญั ต้องไม่กระทำการอนั เป็นข้อห้าม
ดงั ต่อไปนี้

1. ต้องไม่รายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา การรายงานโดย
ปกปิดข้อความซึ่งควรต้องแจ้งถือว่าเป็นการรายงาน
เทจ็ ดว้ ย

2. ต้องไม่ปฏิบัติราชการอันเป็นการกระทำการข้าม
ผู้บังคับบัญชาเหนือตน เว้นแต่ผู้บังคับบัญชาเหนือตน
ขึ้นไปเป็นผู้สั่งให้กระทำหรือได้รับอนุญาตเป็นพิเศษ
ชั่วครง้ั ชั่วคราว

3. ต้องไม่อาศัยหรือยอมให้ผู้อื่นอาศัยตำแหน่งหน้าที่
ราชการของตนหาประโยชนใ์ ห้แกผ่ ู้อ่นื

4. ต้องไม่ประมาทเลินเลอ่ ในหน้าท่ีราชการ
5. ต้องไม่กระทำการหรือยอมให้ผู้อื่นกระทำการหา

ผลประโยชน์อันอาจทำให้เสียความเที่ยงธรรม หรือ
เส่ือมเสยี เกยี รติศกั ด์ิของตำแหน่งหนา้ ทรี่ าชการของตน
6. ต้องไม่เป็นกรรมการผู้จัดการ หรือผู้จัดการ หรือดำรง
ตำแหน่งอื่นใดที่มีลักษณะงานคล้ายคลึงกันนั้นในห้าง
ห้นุ ส่วนหรือบรษิ ทั
7. ต้องไม่กระทำการอย่างใดที่เป็นการกลั่นแกล้ง กดข่ี
หรือขม่ เหงกนั ในการปฏิบัติราชการ
8. ต้องไม่กรำการอันเป็นการล่วงละเมิดหรือคุกคามทาง
เพศ ตามท่ีกำหนดในกฎ ก.พ.
9. ต้องไม่ดูหม่นิ เหยียดหยาม กดข่ี หรือขม่ เหงประชาชน
ผูม้ าตดิ ตอ่ ราชการ
10. ต้องไมก่ ระทำการอ่นื ใดตามทก่ี ำหนดในกฎ ก.พ.

กฎ ก.พ. วา่ ดว้ ยการกระทำการอันเปน็ การล่วงละเมดิ
หรือคุกคามทางเพศ พ.ศ. 2553

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 8 (5) และมาตรา 83 (8)
แหง่ พระราชบญั ญตั ริ ะเบยี บขา้ ราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 อันเป็น
กฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและ
เสรภี าพของบุคคล ซง่ึ มาตรา 29 ประกอบกบั มาตรา 31 มาตรา 33
มาตรา 43 และมาตรา 64 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
ก.พ. โดยอนุมตั ิคณะรฐั มนตรี จงึ ออกกฎ ก.พ. ไว้ดังต่อไปนี้

ขอ้ 1 กฎ ก.พ. นใี้ หใ้ ช้บังคับตัง้ แตว่ ันถดั จากวนั ประกาศใน
ราชกจิ จานเุ บกษาเป็นตน้ ไป

ข้อ 2 ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดกระทำการประการใด
ประการหนึ่งดังต่อไปนี้ ต่อข้าราชการด้วยกัน หรือผู้ร่วมปฏิบัติ
ราชการ ไมว่ ่าจะเกดิ ขึ้นในหรอื นอกสถานท่รี าชการ โดยผถู้ กู กระทำ
มิได้ยินยอมต่อการกระทำนั้น หรือทำให้ผู้ถูกกระทำเดือดร้อน
รำคาญ ถือว่าเป็นการกระทำอันเป็นการล่วงละเมิด หรือคุกคาม
ทางเพศ ตามมาตรา 83 (8)

(1) กระทำการด้วยการสัมผัสทางกายที่มีลักษณะส่อไป
ในทางเพศ เช่น การจูบ การโอบกอด การจับอวัยวะส่วนใดส่วน
หนึง่ เป็นตน้

(2) กระทำการด้วยวาจาที่ส่อไปในทางเพศ เช่น วิพากษ์
วจิ ารณ์ร่างกาย พดู หยอกลอ้ พูดหยาบคาย เปน็ ตน้

(3) กระทำการด้วยอากัปกิริยาที่ส่อไปในทางเพศ เช่น
การใช้สายตาลวนลาม การทำสญั ญาณ หรือสญั ลกั ษณใ์ ด ๆ เปน็ ตน้

(4) การแสดงหรือสื่อสารด้วยวิธีการใด ๆ ที่ส่อไปในทาง
เพศ เช่น แสดงรูปลามก อนาจาร ส่งจดหมาย ข้อความ หรือการ
ส่อื สารรปู แบบอืน่ เปน็ ตน้

(5) การแสดงพฤติกรรมอื่นใดที่ส่อไปในทางเพศ
ซ่งึ ผ้ถู ูกกระทำไมพ่ ึงประสงค์หรือ เดอื ดร้อนรำคาญ

ใหไ้ ว้ ณ วนั ท่ี 27 กนั ยายน พ.ศ. 2553
อภิสทิ ธ์ิ เวชชาชวี ะ
นายกรฐั มนตรี
ประธาน ก.พ.

ความผดิ วนิ ัยอยา่ งรา้ ยแรง

มาตรา 85
การกระทำผิดวินัยในลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นความผิดวินยั

อยา่ งรา้ ยแรง
1. ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ
เพื่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ผู้หนึ่งผู้ใด
หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดย
ทจุ รติ
2. ละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่ราชการโดยไม่มีเหตุผลอัน
สมควร เปน็ เหตุให้เสยี หายแกร่ าชการอยา่ งร้ายแรง
3. ละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อในคราวเดียวกันเป็นเวลา
เ ก ิ น ส ิ บ ห ้ า ว ั น โ ด ย ไ ม ่ ม ี เ ห ต ุ อ ั น ส ม ค ว ร ห ร ื อ โ ด ย มี
พฤติการณ์อันแสดงถึงความจงใจไม่ปฏิบัติตาม
ระเบยี บของทางราชการ
4. กระทำการอันได้ชื่อวา่ เปน็ ผู้ประพฤติชัว่ อยา่ งร้ายแรง
5. ดูหมื่น เหยียดหยาม กดขี่ ข่มเหง หรือทำร้าย
ประชาชนผูม้ าติดต่อราชการอย่างรา้ ยแรง
6. กระทำความผิดอาญาจนได้รับโทษจำคุกหรือโทษท่ี
หนักกว่าโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

หรือให้รับโทษที่หนักกว่าโทษจำคุก เว้นแต่เป็นโทษ
สำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิด
ลหุโทษ
7. ละเว้นการกระทำหรือกระทำการใด ๆ อันเป็นการไม่
ปฏิบัติตามมาตรา 82 หรือฝ่าฝืนข้อห้ามตามมาตรา
83 อนั เป็นเหตุใหเ้ สยี หายแก่ราชการอยา่ งรา้ ยแรง
8. ละเว้นการกระทำการหรอื กระทำการใด ๆ อนั เปน็ การ
ไม่ปฏิบัติตามมาตรา 80 วรรคสอง และมาตรา 82
(11) หรือฝ่าฝืนข้อห้ามตามมาตรา 83 (10) ที่มีกฎ
ก.พ. กำหนดให้เป็นความผิดวนิ ยั อยา่ งร้ายแรง

ความผดิ ทางวินยั

1. ไมม่ อี ายุความ
2. การลงโทษต้องดำเนนิ การตามกฎหมาย
3. ผสู้ ัง่ ลงโทษต้องเป็นผู้บงั คบั บญั ชาทม่ี ีอำนาจลงโทษได้
4. มีสภาพเปน็ ข้าราชการ

โทษทางวินัย

โทษทางวินยั มี 5 สถาน คือ
1. ภาคทัณฑ์
2. ตัดเงินเดือน
3. ลดเงินเดือน
4. ปลดออก
5. ไล่ออก

ความผิดวนิ ัยอย่างไมร่ ้ายแรง

1. ภาคทัณฑ์

เป็นโทษสำหรับกรณกี ระทำผิดวินยั เลก็ น้อย
นอกจากน้ี ในการกระทำผิดวนิ ยั เล็กน้อยและมีเหตุอันควร
ลดโทษ จะงดโทษภาคทัณฑ์ โดยทำเป็นคำสั่งและให้ทำทัณฑ์บน
เปน็ หนงั สอื หรือทำเป็นหนงั สือว่ากลา่ วตกั เตอื นกไ็ ด้
ผู้ลงโทษภาคทัณฑ์ ไม่มีข้อห้ามไม่ให้เลื่อนขั้นเงินเดือน
ดังนั้น หากผู้นั้นมีคุณสมบัติที่จะเลื่อนเงินเดือน สามารถรับการ
เลื่อนเงนิ เดือนในปีงบประมาณได้ตามปกติ

2. ตดั เงินเดอื น

เป็นการลงโทษตัดเงินเดือนเป็นจำนวนเปอร์เซ็นต์ของ
เงินเดือนและเป็นจำนวนเดือนในวันที่มีคำสั่งลงโทษ เช่น ตัด
เงินเดือน 2% เป็นเวลา 2 เดือน เมื่อพ้นเวลา 2 เดือนแล้ว ก็จะ
ได้รับเงินเดือนตามปกติ เป็นต้น โดยฐานเงินเดือนที่จะนำมา
คำนวณใช้งานเงินเดอื นทผ่ี ู้ลงโทษได้รบั ในวนั ทอี่ อกคำสง่ั ลงโทษ

ผู้ลงโทษตดั เงินเดือนในคร่ึงปีที่ผ่านมาจะไม่ได้รับการเลื่อน
เงินเดือนในคร่งึ ปีนัน้

3. ลดเงนิ เดือน

เป็นการลดเงินเดือนของผู้นั้นเป็นจำนวนร้อยละ 2 หรือ
รอ้ ยละ 4 ของเงินเดอื นท่ผี ูน้ ัน้ ไดร้ บั อยใู่ นวันที่มคี ำส่ังลงโทษ

ผู้ลงโทษลดเงนิ เดือนในครึ่งปีที่ผา่ นมาจะไม่ได้รับการเลื่อน
เงินเดือนในคร่งึ ปีนนั้

ความผิดวินัยอย่างรา้ ยแรง

1. ปลดออก

เป็นการลงโทษให้พ้นจากราชการ โดยได้รับบำเหน็จ
บำนาญ เสมือนผู้น้ันลาออกจากราชการ

2. ไลอ่ อก

เป็นการลงโทษให้พ้นจากราชการ โดยไม่ได้รับบำเหน็จ
บำนาญ

รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย

มาตรา 76 วรรคสาม ** (จดุ สำคญั ออกสอบ) ***
รัฐพึงจัดให้มีมาตรฐานทางจริยธรรม เพื่อให้หน่วยงาน

ของร ั ฐใ ช้ เ ป็ น หล ั ก ใ น ก า ร ก ำ หน ด ปร ะ ม ว ลจ ร ิ ยธ ร ร มส ำ ห รั บ
เจ้าหน้าที่ของรัฐในหน่วยงานนั้น ๆ ซึ่งต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐาน
ทางจริยธรรมดังกล่าว

พระราชบัญญตั ิมาตรฐานทางจรยิ ธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒

มาตรา 5 ** (จุดสำคญั ออกสอบ) ***
มาตรฐานทางจริยธรรม คือ หลักเกณฑ์การประพฤติ

ปฏิบตั ิอยา่ งมคี ุณธรรมของเจ้าหน้าท่ีของรัฐ ซง่ึ จะตอ้ งประกอบด้วย
(1) ยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ อันได้แก่ ชาติ

ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตย
อนั มีพระมหากษตั รยิ ์ทรงเป็นประมขุ

(2) ซอื่ สตั ยส์ จุ ริต มีจิตสำนกึ ที่ดี และรบั ผดิ ชอบต่อหน้าท่ี
(3) กล้าตัดสนิ ใจและกระทำในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม

(4) คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว
และมจี ติ สาธารณะ

(5) มุ่งผลสมั ฤทธ์ขิ องงาน
(6) ปฏบิ ตั หิ นา้ ที่อยา่ งเปน็ ธรรมและไมเ่ ลือกปฏบิ ัติ
(7) ดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดีและรักษาภาพลักษณ์ของ
ทางราชการ
มาตรฐานทางจรยิ ธรรมตามวรรคหนงึ่ ใหใ้ ชเ้ ปน็ หลกั สำคญั
ในการจัดทำประมวลจริยธรรมของหน่วยงานของรัฐที่จะกำหนด
เปน็ หลักเกณฑ์ในการปฏบิ ตั ติ นของเจ้าหน้าท่ีของรฐั เกย่ี วกบั สภาพ
คุณงามความดีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องยึดถือสำหรับการปฏิบัติงาน
การตัดสินความถูกผิด การปฏิบัติที่ควรกระทำหรือไม่ควรกระทำ
ตลอดจนการดำรงตนในการกระทำความดแี ละละเวน้ ความช่ัว

ให้ไว้ ณ วนั ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2562

ผูร้ บั สนองพระราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทรโ์ อชา

นายกรัฐมนตรี

ประมวลจรยิ ธรรมข้าราชการพลเรือน

โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช
2560 มาตรา 76 วรรคสาม บัญญัติให้รัฐพึงจัดให้มีมาตรฐานทาง
จริยธรรม เพื่อให้หน่วยงานของรัฐใช้เป็นหลักในการกำหนด
ประมวลจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐในหน่วยงานนั้น ๆ
ซึ่งต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐานทางจริยธรรมดังกล่าว และ
พระราชบัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 มาตรา 5
ได้กำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมซึ่งเป็นหลักเกณฑ์การประพฤติ
ปฏิบัติอย่างมีคุณธรรมของเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อใช้เป็นหลักสำคัญ
ในการจดั ทำประมวลจริยธรรมของหน่วยงานของรฐั

เพื่อให้เปน็ ไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายดังกล่าวขา้ งต้น
อาศัยอำนาจตามมาตรา 6 วรรคหนงึ่ แห่งพระราชบัญญตั ิมาตรฐาน
ทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 ซึ่งบัญญัติให้องค์กรกลางบริหารงาน
บุคคลของหน่วยงานของรัฐมีหน้าที่จัดทำประมวลจริยธรรมสำหรบั
เจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ในความรับผิดชอบ ประกอบกับระเบียบ
คณะกรรมการมาตรฐานทางจรยิ ธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดทำ
ประมวลจริยธรรม ข้อกำหนดจริยธรรม และกระบวนการรักษา

จริยธรรมของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ของรัฐ พ.ศ. 2563
ก.พ. ในฐานะองค์กรกลางบริหารงานบคุ คลของข้าราชการพลเรือน
จึงจัดทำประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน เพื่อใช้เป็น
หลักเกณฑ์ในการปฏิบัติตน และรักษาคุณงามความดีที่ข้าราชการ
ตอ้ งยึดถือในการปฏิบัติงาน ดังตอ่ ไปนี้

ข้อ 1 ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือนนี้ให้ใช้บังคับ
ตั้งแตว่ ันถัดจากวันประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน็ ต้นไป

ข้อ 2 ข้าราชการพลเรือนพึงปฏิบตั ิตนเพื่อรกั ษาจริยธรรม
ดงั ต่อไปนี้ *** (จุดสำคัญออกสอบ) ***

(๑) ยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ อันได้แก่ ชาติ
ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตย
อนั มพี ระมหากษตั ริย์ทรงเป็นประมุข ด้วยการแสดงออกถึงความ
ภูมิใจในชาติและรักษาผลประโยชน์ของชาติ ปฏิบัติตามหลัก
ศาสนาทีต่ นนบั ถือ เคารพในความแตกต่างของการนับถือศาสนา
ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย และเทิดทูนรักษาไว้ซ่ึง
สถาบนั พระมหากษตั รยิ ์

(๒) ซื่อสัตย์สุจริต ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาตาม
กฎหมายและตามทำนองคลองธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้
ไม่แสดงออกถึงพฤติกรรมที่มีนัยเป็นการแสวงหาประโยชน์
โดยมิชอบ รับผิดชอบต่อหน้าที่ มีความพร้อมรับการตรวจสอบ
และรับผิด มีจิตสำนึกที่ดี โดยคำนึงถึงสังคม สิ่งแวดล้อม
สทิ ธมิ นุษยชน และเคารพตอ่ ศกั ด์ศิ รคี วามเป็นมนุษย์

(3) กล้าตดั สินใจและยนื หยัดทำในสิง่ ท่ีถกู ต้องชอบธรรม
กล้าคัดค้านในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง กล้าเปิดเผยหรือรายงานการทุจริต
ประพฤติมิชอบต่อผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ ใช้ดุลพินิจในการปฏิบัติ
หน้าที่โดยปราศจากอคติ และไม่ยอมกระทำในสิ่งที่ไม่เหมาะสม
เพยี งเพือ่ รักษาประโยชน์หรอื สถานภาพของตนเอง

(4) คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว
ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน เสียสละ มีจิตสาธารณะ สามารถแยก
เรื่องส่วนตัวออกจากหน้าที่การงาน ไม่กระทำการอันมีลักษณะ
เป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์
ส่วนรวม และไม่ประกอบกิจการหรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับ
ผลประโยชน์อันเกดิ จากการปฏบิ ัตหิ น้าท่ขี องตน

(5) มุ่งผลสัมฤทธิ์ ประสิทธิภาพ และคุณภาพของงาน
ปฏิบัติงานด้วยความรวดเร็ว ทันต่อเวลาและสถานการณ์
คำนึงถึงประโยชน์และความคุ้มค่าในการใช้ทรัพยากรของรัฐ
รักษามาตรฐานการทำงานที่ดี พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
ใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม เชื่อมั่นในระบบการทำงานเป็นทีม
ให้บริการแก่ประชาชนด้วยความเต็มใจ และเปิดเผยข้อมูล
ขา่ วสารท่ถี ูกตอ้ ง

(6) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเที่ยงธรรม ปราศจากอคติ
และไม่เลอื กปฏิบตั โิ ดยการใช้ความรู้สกึ หรอื ความสัมพันธ์ส่วนตัว
หรือเหตุผลของความแตกต่างทางเชื้อชาติ ศาสนา เพศ อายุ
สภาพร่างกาย สถานะทางเศรษฐกิจสังคม และต้องรักษาความ
เป็นกลางทางการเมืองโดยไม่อาศัยตำแหน่งหน้าท่ี ซึ่งอาจมี
ลักษณะเป็นการใหค้ ณุ ใหโ้ ทษแก่นกั การเมอื งและพรรคการเมือง

(7) ดำรงตนเป็นแบบอย่างด้วยการเป็นข้าราชการที่ดี
และรักษาภาพลักษณ์ของทางราชการ พึงปฏิบัติตนให้เป็นที่
เชื่อถือศรัทธาแก่ประชาชน ปฏิบัติต่อประชาชนดว้ ยความสภุ าพ
อ่อนน้อมถ่อมตน ไม่อ้างหรือใช้อำนาจโดยปราศจากเหตุผล
ดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่ายโดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพียง พระบรมราโชวาท หลักคำสอนทางศาสนามาปรับใช้
และปฏบิ ตั ติ นเปน็ พลเมอื งดดี ว้ ยการเคารพกฎหมายและมีวนิ ยั

ข้อ 3 หากขา้ ราชการพลเรือนผู้ใดจะต้องยึดถือหรือปฏิบัติ
ตามจรรยาวิชาชีพตามกฎหมายหรือข้อบังคับอื่นใดที่ก ำหน ดไว้
โดยเฉพาะ นอกจากจะต้องรักษาจริยธรรมตามที่บัญญัติไว้ใน
ประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือนน้ีแลว้ จะต้องยดึ มั่นในจรรยา
วิชาชีพน้นั ดว้ ย

ข้อ 4 การจัดทำแนวทางการปฏิบัติตนของข้าราชการพล
เรือนตามประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือนนี้ ให้เป็นไปตามที่
ก.พ. กำหนด

ข้อ 5 ให้กรรมการ พนักงานราชการ พนักงาน ลูกจ้าง
และผู้ปฏิบตั ิงานอื่น ยึดถือปฏิบัตติ ามประมวลจริยธรรมข้าราชการ
พลเรือนนีด้ ว้ ย

ประกาศ ณ วันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2564

วิษณุ เครอื งาม
รองนายกรฐั มนตรี

ประธาน ก.พ.

ข้อบังคบั กรมศลุ กากร
ว่าด้วยจรรยาข้าราชการกรมศลุ กากร พ.ศ. 2563

โดยที่พระราชบัญญัติระเบียบบริหารข้าราชการพลเรือน
พ.ศ. 2551 มาตรา 78 บัญญัติให้ข้าราชการพลเรือนสามัญต้อง
รักษาจรรยาข้าราชการตามท่ีส่วนราชการกำหนดไว้ โดยมุ่งประสงค์
ใหเ้ ป็นขา้ ราชการท่ีดี มีเกียรตแิ ละศกั ดิ์ศรีความเป็นข้าราชการ และ
ใ ห ้ ส ่ ว น ร า ช ก า ร ก ำ ห น ด ข ้ อ บ ั ง ค ั บ ว ่ า ด้ ว ย จ ร ร ย า ข ้ า ร า ช ก า ร ใ ห้
สอดคล้องกับลักษณะของงานในส่วนราชการนั้นตามหลักวิชาและ
จรรยาวิชาชีพ ประกอบกับปฏิญญาอรุชาฉบับปรับปรุง (The
Revised Arusha Declaration) กำหนดให้ประเทศสมาชิกจัดทำ
และประกาศใช้ประมวลระเบียบว่าด้วยความประพฤติของ
เจ้าหนา้ ท่ี (Code of Conduct) ดงั น้นั จึงสมควรใหม้ ีข้อบงั คับกรม
ศุลกากรว่าด้วยจรรยาข้าราชการกรมศุลกากรไว้เป็นประมวลความ
ประพฤติเพื่อส่งเสริมกรมศุลกากรเป็นองค์กรที่มุ่งมั่นให้บริการ
ศุลกากรที่เป็นเลิศ และเพื่อเสริมสร้างข้าราชการ พนักงานราชการ
และลกู จา้ งกรมศุลกากรใหม้ ีสำนึกในบทบาทและหน้าท่ี รักษาไว้ซึ่ง
ศักดิ์ศรี และส่งเสริมชื่อเสียง เกียรติคุณ อันจะส่งผลให้ผู้ประพฤติ
เป็นที่เลื่อมใส ศรทั ธา และไดร้ ับการยกย่องจากบคุ คลทั่วไป

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติ
ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย
พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.
2545 และมาตรา 78 และมาตรา 79 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบ
ข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 จึงออกข้อบังคับกรมศุลกากรว่า
ด้วยจรรยาขา้ ราชการกรมศลุ กากร พ.ศ. 2563 ไวด้ ังตอ่ ไปน้ี

หมวด 1
บททั่วไป

ข้อ 1 ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับกรมศุลกากรว่าด้วย
จรรยาขา้ ราชการกรมศุลกากร พ.ศ. 2563”

ข้อ 2 ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม
2563 เปน็ ตน้ ไป

ข้อ 3 ให้ยกเลิกข้อบังคับกรมศุลกากรว่าด้วยจรรยา
ข้าราชการกรมศุลกากร พ.ศ. 2552 และให้ใชข้ อ้ บังคบั น้ีแทน

ข้อ 4 ให้กลุ่มคุ้มครองและส่งเสริมจริยธรรม กองบริหาร
ทรพั ยากรบคุ คล เปน็ ผู้รกั ษาการตามข้อบังคบั นี้

หมวด 2
จรรยาข้าราชการกรมศุลกากร

ข้อ 5 ข้าราชการกรมศุลกากรพึงยึดมั่นจรรยาข้าราชการ
กรมศลุ กากร ดงั ตอ่ ไปน้ี

(1) ซือ่ สตั ย์สจุ รติ และรบั ผดิ ชอบ
(2) ปฏิบตั หิ น้าที่โดยไมเ่ ลอื กปฏิบัตอิ ยา่ งไม่เป็นธรรม
(3) มุ่งผลสัมฤทธ์ิของงาน
(4) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใสและสามารถ
ตรวจสอบได้
(5) กลา้ ยืนหยดั ทำในสง่ิ ทถี่ ูกต้อง
(6) เปน็ พลเมืองทด่ี ีของประเทศ
(7) ดำรงวถิ ีตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
ข้อ 6 ในการยึดมั่นจรรยาข้อ 5 (1) ซื่อสัตย์สุจริตและ
รบั ผดิ ชอบ อยา่ งน้อยขา้ ราชการกรมศุลกากรพึงปฏิบัติ ดงั นี้
(1) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต
ตระหนกั สำนึกในหน้าท่ี โดยยดึ หลกั กฎหมายและหลกั จรยิ ธรรม

(2) ไม่ใชต้ ำแหนง่ หน้าทีห่ รืออิทธิพลอันจะมีผลต่อ
การตัดสินค้าของผู้อื่นเพื่อให้ได้มา ซึ่งผลประโยชน์ไม่ว่าใน
รูปแบบใด ๆ

(3) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบเต็มความ
สามารถ เสียสละ อุทิศตน และรักษามาตรฐานการให้บริการใน
ระดบั สากล

(4) อทุ ิศแรงกาย แรงใจ ผลกั ดันภารกิจของตนให้
บรรลุผลด้วยความถกู ต้องชอบธรรม

(5) พร้อมรับผิดชอบต่อผลของการกระทำของ
ตนเอง

ข้อ 7 ในการยึดมั่นจรรยาข้อ 5 (2) ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่
เลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม อย่างน้อยข้าราชกรมศุลกากรพึง
ปฏิบัติ ดังน้ี

(1) ปฏิบัติหน้าท่ีด้วยความสภุ าพอ่อนโยน มีน้ำใจ
เอ้ืออาทรต่อผ้ตู ิดตอ่ ราชการอยา่ งเท่าเทียมกนั

(2) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความยุติธรรมและเสมอภาค
ละเว้นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อผู้ติดต่อราชการ
อันเนื่องมาจากความใกล้ ฐานะทางเศรษฐกิจ สีผิว เชื้อชาติ

แหล่งกำเนิด ศาสนา ภาษา เพศ อายุ หรือความผิดปกติของ
ร่างกายหรือจิตใจ

(3) อำนวยความสะดวกและปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้
สว่ นเสยี ให้แลว้ เสรจ็ ตามเวลาอยา่ งเปน็ ธรรม

(4) ไม่กระทำการใดอนั เป็นการชว่ ยเหลอื อุปถัมภ์
หรอื เลอื กปฏิบตั อิ ย่างไมเ่ ป็นธรรม

(5) รักษาความเป็นกลางทางการเมือง เพื่อให้
สามารถปฏบิ ตั งิ านร่วมกับทุกฝา่ ยไดอ้ ยา่ งเปน็ ธรรมและเสมอภาค

ข้อ 8 ในการยึดมั่นจรรยาข้อ 5 (3) มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน
อยา่ งนอ้ ยข้อราชการ กรมศลุ กากรพึงปฏิบตั ิ ดังนี้

(1) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเพียรพยายาม ฝ่าฟัน
อปุ สรรค และมงุ่ มน่ั ให้บรรลุผลสำเร็จตามเปา้ หมาย

(2) ปฏิบตั ิหนา้ ทใ่ี หบ้ รรจุสำเร็จตามเป้าหมายด้วย
ความรอบคอบ โดยวิธกี ารและกระบวนการท่ีถกู ต้องชอบธรรม

(3) พัฒนาตนเองให้มีความรู้ ความสามารถ และ
ทักษะเหมาะสมสอดคล้องกับเทคโนโลยี วิชาการ และบริบทของ
สังคม

(4) ประสานงาน รวมพลังสามัคคีกับทุกฝ่ายที่
เกี่ยวข้องเพื่อปฏิบัติภาระกิจให้บรรลุผลสำเร็จเป็นประโยชน์ต่อ
สว่ นรวม

(5) ปรบั ปรงุ วิธีการ กระบวนการทำงาน ตลอดจน
กฎเกณฑท์ ไี่ มช่ อบธรรม หรอื เปน็ อปุ สรรคตอ่ การปฏบิ ตั หิ น้าที่

ข้อ 9 ในการยดึ ม่ันจรรยาขอ้ 5 (4) ปฏิบตั ิหน้าท่ีดว้ ยความ
โปรง่ ใสและสามารถตรวจสอบได้ อย่างนอ้ ยขา้ ราชการกรมศลุ กากร
พงึ ปฏบิ ตั ิ ดังน้ี

(1) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่ง ถูกต้อง รวมเร็ว
และตรวจสอบได้

(2) พร้อมรับการตรวจสอบและพร้อมรับผดิ ในผล
ของการกระทำ

(3) เปิดเผยข้อมูลขา่ วสาร หลักเกณฑ์ และวิธีการ
ปฏิบัติงานตามความเหมาะสมภายในขอบเขตของกฎหมาย และ
อำนวยความสะดวกตอ่ การเข้าถึงข้อมลู แกป่ ระชาชน

(4) เปิดเผยข้อมูลหรือผลประโยชน์ส่วนตนที่อาจ
ทำให้เกิดความขัดแย้งกับผลประโยชน์ส่วนรวมให้กรมศุลกากร
ทราบ

(5) ชี้แจงหรือให้เหตุผลที่เหมาะสมต่อผู้มาติดต่อ
ราชการ กรณไี ม่สามารถปฏิบัติหรือกระทำตามคำขอได้

ข้อ 10 ในการยึดมั่นจรรยาข้อ 5 (5) กล้ายืนหยัดทำในส่ิง
ทถี่ ูกตอ้ ง อย่างนอ้ ยข้าราชการกรมศลุ กากรพึงปฏิบตั ิ ดงั น้ี

(1) ตัดสินใจและกระทำการใด ๆ โดยยึดมั่นใน
ประโยชนส์ ่วนรวมมากกว่าส่วนตน

(2) กล้าปฏิเสธต่อข้อเสนอหรือผลประโยชน์ที่ไม่
ถูกตอ้ งชอบธรรม

(3) จัดการกับความขัดแย้งระหว่างผลประโยชน์
ส่วนตนและส่วนรวมด้วยการปฏิบัติอย่างเที่ยงตรง ปราศจาก
ผลประโยชนส์ ่วนรวม

(4) ปฏิบัติหน้าที่โดยยึดมั่นหลักการจรรยา
ข้าราชการและจริยธรรม โดยไม่โอนอ่อนตามอิทธพิ ลใด ๆ

(5) รายงานเมื่อพบการทุจริตประพฤติมิชอบต่อ
ผบู้ ังคบั บญั ชาหรือหน่วยงานผู้รับผดิ ชอบ

ข้อ 11 ในการยึดมั่นจรรยาข้อ 5 (6) เป็นพลเมืองที่ดีของ
ประเทศ อยา่ งน้อยข้าราชการกรมศลุ กากรพึงปฏบิ ตั ิ ดงั นี้

(1) จงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
และปฏิบัติตามรฐั ธรรมนูญ

(2) เคารพสิทธิเสรีภาพและศักดิ์ศรีความเป็น
มนุษย์ของบุคคลอยา่ งเท่าเทียมกนั

(3) ปฏบิ ัตติ ามกฎหมาย ระเบยี บ และบรรทัดฐาน
ของสงั คม ในฐานะพลเมืองที่ดีของประเทศ รวมถงึ แจ้งเบาะแสการ
กระทำความผดิ ตอ่ หนว่ ยงานผรู้ บั ผดิ ชอบ

(4) พิทักษ์และรักษาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งใช้
ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า และเป็นประโยชน์อย่าง
ยงั่ ยืน

ข้อ 12 ในการยึดมั่นจรรยาข้อ 5 (7) ดำรงชีวิตตามหลัก
ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อย่างน้อยข้าราชการกรมศุลกากรพึง
ปฏบิ ัติ ดงั น้ี

(1) พิจารณาและตัดสินใจกระทำการใดอย่างมี
เหตุผล ด้วยความถูกต้อง เป็นกลาง เป็นธรรม และสอดคล้องกับ
สถานการณ์

(2) ไม่เบียดเบียนตนเอง ไม่เบียดเบียนผู้อื่น และ
ไม่เบยี ดเบียนธรรมชาติ และส่งิ แวดล้อม

(3) ดำรงตนเป็นแบบอยา่ งที่ดีของประชาชน ด้วย
ความเรียบง่าย อุตสาหะ ประหยัด เอื้อเฟื้อเกื้อกูลผู้อื่น และยึด
คา่ นยิ มพึง่ ตนเอง

(4) นำคำสอนทางศาสนาที่ตนนับถือเป็นแนวทาง
ในการดำเนนิ ชีวิต

(5) นำความรู้ สติปัญญา คุณธรรม เป็นภูมิคุ้มกัน
ในการดำรงชวี ติ

หมวด 3
อำนาจทางบริหาร

ข้อ 13 ข้าราชการกรมศลุ กากรผูใ้ ดไม่ปฏบิ ตั ิตามขอ้ บังคบั
นี้อันมิใช่เป็นความผิดวินัย ให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการอย่างใด
อยา่ งหนง่ึ หรอื หลายอยา่ งควบคกู่ นั ดงั น้ี

(1) ตักเตอื น

(2) นำไปประกอบการพิจารณาแต่งตั้ง เลื่อน

เงนิ เดือน

(3) สัง่ ให้ไดร้ บั การพิจารณา

ข้อ 14 ให้พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ และลูกจ้าง
ชั่วคราวของกรมศุลกากรถือปฏิบัติตามข้อบังคับกรมศุลกากรว่า
ดว้ ยจรรยาข้าราชการกรมศุลกากรนีด้ ้วย

ประกาศ ณ วนั ท่ี 30 เมษายน พ.ศ. 2563
กฤษฎา จนี ะวจิ ารณะ
อธบิ ดีกรมศลุ กากร

อำนาจหน้าท่ขี อง
กลมุ่ งานคมุ้ ครองจรยิ ธรรมประจำกรมศุลกากร

ตามประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน ข้อ 17
ได้กำหนดอำนาจหน้าที่ของกลุ่มงานคุ้มครองจริยธรรมประจำกรม
ศุลกากร ดังน้ี

1. ดำเนินการเผยแพร่ ปลูกฝัง ส่งเสริม ยกย่อง
ข้าราชการที่เป็นแบบอย่างที่ดี และติดตาม
สอดส่องการปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมนี้อย่าง
สมำ่ เสมอ

2. สืบสวนข้อเท็จจริงการฝ่าฝืนจริยธรรมเพ่ือ
รายงานผลให้หัวหน้าส่วนราชการพิจารณา ทั้งนี้
โดยอาจมีผู้ร้องขอหรืออาจดำเนินการตามท่ี
หัวหน้าส่วนราชการมอบหมาย หรือตามท่ี
เห็นสมควรก็ได้

3. ให้ความช่วยเหลือและดูแลข้าราชการซึ่งปฏิบัติ
ตามประมวลจริยธรรมนี้อย่างตรงไปตรงมามิให้
ถกู กล่ันแกล้งหรือถกู ใชอ้ ำนาจโดยไมเ่ ปน็ ธรรม

ให้นำความในข้อ 16 (2) มาใช้กับข้าราชการใน
กลุ่มงานคุ้มครองจริยธรรมด้วย โดยอนุโลม
โดยให้ ก.พ. เป็นผ้ใู หค้ วามเหน็ ชอบ
4. ทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการ
จรยิ ธรรมประจำสว่ นราชการ
5. ดำเนินการอื่นตามที่กำหนดในประมวลจริยธรรม
นี้ หรือตามที่หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการ
จริยธรรม หรือตามที่ ก.พ. มอบหมาย ทั้งนี้ โดย
ไม่กระทบต่อความเป็นอิสระของผู้ดำรงตำแหน่ง
ในกลุ่มงานดงั กลา่ ว

คณะกรรมการจรยิ ธรรมประจำกรมศุลกากร
ทีม่ า : http://www.customs.go.th/

คณะกรรมการจรยิ ธรรมประจำกรมศุลกากร1
• ศาสตราจารยพ์ เิ ศษวชิ า มหาคุณ
ประธานกรรมการ
• พลเอก อธคิ ม สุขสมสถาน กรรมการ
• นายสกนธ์ วรัญญวู ัฒนา กรรมการ
• นายกรชี า เกดิ ศรีพันธ์ุ กรรมการ
• นางนันท์ฐิตา ศริ คิ ุปต์ กรรมการ
• กรรมการว่าง 2 ตำแหน่ง

1 ข้อมูลอพั เดทเมอ่ื (เดือนกรกฎาคม 2564)

อำนาจหนา้ ท่ขี องคณะกรรมการจริยธรรมประจำกรมศุลกากร

ตามประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน ข้อ 15 ได้
กำหนดอำนาจหนา้ ที่ของคณะกรรมการจริยธรรม ดังน้ี

1. ควบคมุ กำกบั ส่งเสริมและให้คำแนะนำในการใช้
บงั คบั ประมวลจรยิ ธรรมน้ใี นส่วนราชการ

2. สอดส่องดูแลให้มีการปฏิบัติตามประมวล
จริยธรรมในส่วนราชการ ในกรณีที่มขี ้อสงสัยหรือ
มีข้อร้องเรียนว่ามีการฝ่าฝืนจริยธรรม ให้ส่งเรื่อง
ให้หัวหน้าส่วนราชการเพื่อปฏิบัติตามประมวล
จรยิ ธรรมนโี้ ดยเรว็

3. พิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาอันเกิดจากการใช้
บังคับประมวลจริยธรรมนี้ในส่วนราชการ เมื่อได้
วินิจฉัยแล้วให้ส่งคำวินิจฉัยให้ ก.พ. โดยพลัน ถ้า
ก.พ. มิได้วินิจฉยั เป็นอย่างอ่ืนภายในหกสบิ วันนบั
แต่วันที่ ก.พ. รับเรื่อง ให้คำวินิจฉัยของคณะ
กรรมการจริยธรรมเป็นที่สดุ

4. ส่งเรื่องให้ ก.พ. พิจารณาวินิจฉัยในกรณีที่เห็นว่า
เรื่องนั้นเป็นเรื่องสำคัญหรือมีผลกระทบในวง

กว้างหลายส่วนราชการ และยังไมม่ คี ำวินจิ ฉัยของ
ก.พ. หรอื ผู้ตรวจการแผ่นดิน
5. คุ้มครองและประกันความเป็นอิสระและเท่ียง
ธรรมของกลุ่มงานคุ้มครองจริยธรรมของส่วน
ราชการ
6. คุ้มครองข้าราชการซึ่งปฏิบัติตามประมวล
จริยธรรมอย่างตรงไปตรงมา มิให้ผ้บู ังคับบญั ชาใช้
อำนาจโดยไม่เปน็ ธรรมต่อขา้ ราชการผู้นั้น
7. เสนอผลการประเมินการปฏิบัติตามประมวล
จริยธรรมนีข้ องหัวหน้าส่วนราชการต่อ ก.พ. และ
ประเมินผลการปฏิบัติงานของกลุ่มงานคุ้มครอง
จริยธรรมของส่วนราชการเพื่อเสนอหัวหน้าส่วน
ราชการเพื่อประกอบการเลื่อนเงินเดือน หรือ
เลื่อนตำแหน่งข้าราชการในกลมุ่ งาน
8. เสนอแนะการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลจริยธรรมน้ี
หรอื การอนื่ ทีเ่ หน็ สมควรตอ่ ก.พ.
9. ดำเนนิ การอ่นื ตามประมวลจริยธรรมนี้ หรือตามท่ี
ก.พ. มอบหมาย
การประชุมคณะกรรมการจริยธรรมให้นำกฎหมายว่าด้วย
วธิ ีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้บงั คบั

ศูนย์ปฏิบัติการตอ่ ตา้ นการทุจริตกรมศุลกากร

จัดตั้งตาม คำสั่งกรมศุลกากร ที่ 244/2562 เรื่อง
การจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตกรมศุลกากร โดยมี
เหตุผลในการจัดตั้งคือ เพื่อให้การดำเนินการเกี่ยวกับการเกี่ยวกับ
การปอ้ งกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมชิ อบในภาครัฐ
ของกรมศุลกากร เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย สอดคล้องกับ
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 69/2557 ลงวันที่ 18
มิถุนายน 2557 เรื่อง มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริต
ประพฤติมิชอบ นโยบายของรัฐบาลด้านการส่งเสริมการบริหาร
ราชการแผ่นดินที่มีธรรมาภิบาล และการป้องกันและปราบปราม
การทุจริตและประพฤตมิ ิชอบในภาครัฐ และเพอ่ื ให้เกดิ เครือข่ายใน
การขับเคลื่อนนโยบายและมาตรการต่าง ๆ ในการป้องกันและ
ปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐร่วมกับศูนย์
ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต กระทรวงการคลัง ที่ประชุม
คณะกรรมการจริยธรรมประจำกรมศุลกากร ครั้งที่ 1/2562
เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2562 ได้มีมติให้กรมศุลกากร จัดตั้งศูนย์
ปฏิบัตกิ ารตอ่ ต้านการทจุ ริตกรมศลุ กากรข้นึ


Click to View FlipBook Version