เธอเริ่ม ว่าเธอมีกรอบคิดที่ทำให้งานของเธอมี pattern เ มๆ
แม้ลายเ นท์ ลายเ น ป จะเป ยนไปก็ตาม... ผม งที่เธอไม่ได้กังวล
กับเ อง เธอเ าให้ผม งเ อง อย่าง นเต้นและส กสนานถึงกรอบ
หลักการที่เธอยังทลายไม่ได้ แต่ในใจผม งด้วยความ งในวิธีคิดและ
ความ งใจที่จะ นาอย่างไม่มีที่ น ด และที่สำ เธอ จักตัวตนและ
ความ นของตนเองดี ผมยอมรับว่าผมไม่เคยคิดถึงเ องแบบ มา อน
และเ งได้ นจากเ กคน เธอเ ดวิธีคิดของผมให้เริ่มมองตัวเอง
เหมือนกันว่า ที่ผ่านมาผมมีกรอบ
ในการวิเคราะ หาและการ
แ ไข รวม งการ นา รกิจ เธอยังอยู่ในกรอบ แต่ไม่ใ
แบบเ มๆหรือไม่… ขอบคุณจ งๆ กรอบของ “ลายเ นท์” แต่
สิ่ ง ที่ ผ ม คิ ด ม า โ ด ย ต ล อ ด เป็นวิธีคิด เธอพบว่าเธอคิด
ว่าการที่เรามีกรอบความคิดหรือ แบบนักวิทยาศาสตร์
pattern ที่เป็น ตลักษณ์ของเรา …
ใครมองก็ ว่า อ “เรา” น่าจะเป็น
หาก งเกตดีๆ จะพบ
สิ่งที่ดี เพราะสร้างความแตกต่าง
และสร้าง ล าได้มาก แต่หาก ว่าการวางตัวและ ปแบบ น
มอง กด้านห งแบบที่ได้เ ยน เป็นแบบแผนที่ตายตัว มี
จาก “ตำ” ที่คิดว่าอาจเป็นตัว ระเบียบแน่นอน
อุปสรรคในการสร้างสรร และสิ่ง
กรอบความคิด อยู่ที่วิธีคิด VARA หน้า 5 99
ลมใตป้ กี 2 : “บนิ ให้ไกล ไปใหถ้ งึ จดุ หมาย”
ใหม่ๆ ของเราเอง งก็ กของเธอ
ผมมองว่าการสร้าง “ ตตลักษณ์” หรือ
“ตัวตน” ของเรา น หากสร้างในแบบกรอบที่
ก าง เ น ลายเ นแบบ อ “เรา” จะวาด ป
อะไร แบบอะไรก็ อ “เรา” หรือการวาง แบบ
ไม่ว่าจะ ปอะไร แบบอะไร ก็ อ “เรา” การพูด
คุยกับ “ตำ” ครั้ง ทำให้เ นว่า ตตลักษณ์เป็น
สิ่ง เป็น แต่ควรเ อก ตตลักษณ์ที่ให้โอกาสเรา
สร้างสรร และมี สระทางความคิดให้ไกล ดที่ กย าพของเราจะทำได้
และผมเ อว่าเราจะ นตา นใจกับคอลเลค นใหม่จาก VARA ที่จะออก
มาใหม่เ วๆ
ขอบคุณ าพจาก
https://www.facebook.com/Kulvaracloset/
100 ลมใต้ปีก 2 : “บินให้ไกล ไปให้ถงึ จดุ หมาย” กรอบความคิด อยู่ที่วิธีคิด VARA หน้า 6
ลมใต้ปกี 2 : “บนิ ให้ไกล ไปให้ถงึ จุดหมาย” 101
หากมที กุ อยาง “ครบ” แตท าไมค รบ
กไ ลลัพ เหมอื นมไี ม “ครบ”
102 ลมใตป้ กี 2 : “บนิ ให้ไกล ไปใหถ้ งึ จุดหมาย”
ครบ
เหมือนไม่ครบ
ผมมีโอกาสไปศึกษานโยบายการจัดองค์กรและเครือข่ายการ
พัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(SME) ในหลายแห่ง โดย
เฉพาะในประเทศที่ประสบความสำเร็จในเรื่องนี้ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี หรือ
ไต้หวัน เขามีอะไร และเมื่อกลับมามองบ้านเรา ผมว่าเรามีทุกอย่างที่เขา
มี แม้ว่าอาจจะไม่ครบถ้วนหรือหรูหราเหมือนเขาทุกอย่าง แต่ในราย
ละเอียดเรามีครบจริงๆ สำหรับสิ่งจำเป็นในการพัฒนา SME ไม่ว่าใน
กิจกรรมที่สำคัญในการพัฒนา
SME งบประมาณก็ลงไปเยอะ
แ ล ะ มี ห น่ ว ย ง า น ที่ รั บ ผิ ด ช อ บ
มากมาย ที่สำคัญนโยบายของ
รัฐบาลทุกรัฐบาลที่ผ่านมา ได้ทุ่ม
ง บ ป ร ะ ม า ณ จำ น ว น ม ห า ศ า ล
อย่างต่อเนื่องให้กับทุกอย่าง ใน
ระดับนโยบายดูจะดี แต่ทำไมวัน
นี้ SME ยังมีปัญหามากและ
ประเด็นปัญหาเหมือนๆ เดิม
ลมใตป้ กี 2 : “บินคใหร้ไบกลเหไปมใืหอ้ถนึงไจมดุ ่คหมราบย”หน้า1103
เรื่องนี้ไม่ใช่ความลับสำหรับคนที่เ ยว องกับเรื่องนี้ งหมดเป็น
เรื่องการบริหารงานขององค์กรที่ไม่มีการ รณาการ แม้ว่าจะเป็นเรื่อง
เดียวกันหลายหน่วยงานก็ต่างคนต่างทำ และจะทำ งแต่ต้น กลาง
และจน ง ด าย งแต่การพัฒนาวั ดิบ การพัฒนาออกแบบ
ผ ณ หรือ บห่อ และการ ลาด งในและต่างประเทศ ทุกหน่วย
งานทำ ๆในกิจกรรมเหมือนกัน แม้แต่หน่วยงานที่เราคาดหวังให้ทำ
เฉพาะด้านนโยบายก็ลงมาทำในทางป เหมือนกับเขา นอกจากจะ
จัดสรรงบประมาณ รณาการบ้าง แ ง
โครงการให้ทำบ้าง และ วเองก็ทำเองกับเขา
อีก ที่นี้ก็เลยไม่มีใครมอง าพให แบบ
“มอง” จริงๆ ไม่ใช่เป็น รับรายงานจากหน่วย
งาน นๆ มา แ วเอามาเ บเ ม
ที่สำคัญ ด ทุกหน่วยงานต่างมีนโยบาย
ของ นเองในเรื่อง SME แม้ว่าม คณะ
รัฐมน ออกมาแบบไหน ทุกหน่วยงานก็
สามาร ที่จะแปลงกิจกรรมให้สอดค อง ไม่
ว่าจะเ ะ จะเ ยด หรืออาจจะห่าง ก ด แต่ก็
อว่าเสริมกัน ทำให้ไม่มีประ ท าพมาก
เ ยงพอในการส บส นเ าหมายหลักของ
แผนหลัก SME ต่างหน่วยงานมี
นโยบาย ามเ ากระทรวง อ บดี
งบประมาณก็ลงไปเยอะ แ ต่ ก็ เ ห อ บ ม อ ง น โ ย บ า ย ข อ ง
รัฐบาลเป็นสำคัญ แต่พอลงมือทำ
และมีหน่วยงานที่รับผิดชอบ ไม่มีการมองการทำงานประสาน
มากมาย... แต่ทำไมวันนี้ งานความ วมมือจากหน่วยงาน
SME ยังมีปัญหามากและ น งทำให้ผลที่ได้รับ ไม่เป็น
ประเด็นปัญหาเหมือนๆเดิม ามความคาดหวังของ SME
เพราะอย่างไรงบประมาณที่ได้รับ
การจัดสรรก็ไม่พอ
104 ลมใต้ปกี 2 : “บินให้ไกล ไปใหถ้ งึ จดุ หมาย” ครบ เหมือนไม่ครบ หน้า 2
หลายหน่วยงานก็ต่างคน
ต่างทำ...แม้แต่หน่วยงานที่
เราคาดหวังให้ทำเฉพาะด้าน
นโยบายก็ลงมาทำในทาง ผ ม เ า ใ จ บ ริ ห า ร ใ น
ป เหมือนกับเขา... ร ะ ดั บ น โ ย บ า ย ที่ ห น ด
... นโยบายด้าน SME ไม่ว่าดี
อ ย่ า ง ไ ร แ ล ะ ส บ ส น ง บ
ไม่มีใครมอง าพให ประมาณมากเ าใด แต่หากใน
…
และก็หายหน้าไปเมื่อ ทางป เ นการมอง
โครงการ นได้รับการ รวจ
รับ ามวิ การจัด อจัด าง เ ยงแ ในกรอบความรับผิด
ชอบของ วเองและ ว วัดของ
งบประมาณ โดยไม่ได้มองผล
าพรวมของการพัฒนา ก็พอจะ
เ นผลลัพ ว่าเป็นอย่างไร ยก
วอย่าง เช่น โครงการพัฒนา รกิจฐานรากใน มชน โดย ก ให้คน
เ าไปใน มชนของรัฐบาล เราก็จะเ นว่าหลายหน่วยงานก็มะ มมะ ม
ไปในห บ้านที่มี กย าพ แต่ละหน่วยทำ าม ารกิจและ ว วัดของ ว
เอง ผมเ นหน่วยงานห งไปทำ ลาด หน่วยงานไปปรับ ว ศ อง
เที่ยว อีกหน่วยไปทำผ ณ และอีกหน่วยไปช่วยทำการเพาะป ก
และแปรรูป แต่ไม่มีใครมอง าพรวมว่าเขาควรพัฒนาอะไร ห ก
ขนาดไหนในแต่ละเรื่อง และก็หายหน้าไปเมื่อโครงการ นได้รับการ
รวจรับ ามวิ การจัด อจัด าง
ถ้า ามว่า าพให ของการบริหาร SME ของประเทศน่าจะเป็น
อย่างไร ผมอยากเ นสำ กงานคณะกรรมการพัฒนาวิสาหกิจขนาด
กลางและขนาดย่อม (สสว.) เป็น ดูแลนโยบายใน าพรวม วาง ศทาง
การใ งบประมาณ วิเคราะ และ หนดแผนการ เ นงานของหน่วย
ลมใต้ปกี 2 : “บนิคใรหบ้ไกลเหไปมืใอหนถ้ ึงไจมุด่คหรมบายห” น้า1305
งานต่างๆ ว่าควรทำอะไร การดูแลกองทุนของ SME งหมดและผ่านงบ
ประมาณลงไปสองทาง อ ทางด้านการเ นและด้านการพัฒนา
ด้านการเ น น เมื่อ หนดมา รการทางการเ นแ ว ให้งบ
ประมาณให้กับ นาคารเ อการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาด
ย่อม (SME D Bank) เป็น เ นงาน โดยอาจ วมกับส า นการเ น
นๆเมื่อลง กไปในระดับ อง น งนี้การทำงานเป็นรูปแบบ งหมด
เป็นเรื่องเครดิ
ด้านการพัฒนา กย าพ
SME น ผมว่าในรูปแบบ
เดิมๆที่ให้ที่ป กษาลงไปเป็น
รายๆ น ก็ยังมีประโยช อ
แ ต่ ค ว า ม ง น แ ล ะ ค ว า ม
ส เ ส ม อ จ ะ ไ ม่ มี เ พ ร า ะ
กิจกรรมนี้ นอ กับงบประมาณ
เป็น ๆ แต่อยากให้มีหน่วย
งานที่มี กย าพในการให้
ป กษาในแต่ละ อง นเป็นรับ
ผิดชอบไป เ นการ เช่น ส า นการศึกษา สมาคม าคเอกชนใน อง
น หรือองค์กรใดๆที่มี คลากรที่มีความสามาร มาเป็นที่ป กษาประจำ
โดยหน่วยห งๆต้องมีที่ป กษาด้านต่างๆ เช่น รกิจ การ ลาด
วิศวกรรม ล มาทำงานด้วย าใ ายที่ส บส นโดย สสว. โดยจะ
ต้องมีการ นขอรับการคัดเ อกเป็น น ให้บริการป กษา และ สสว.
ต้อง ด ามผล ประเ นผล ว่า หน้าจะได้รับ เ นการต่อไปหรือไม่
นอกจากนี้ สสว. ควรจัด ง น ให้ ป กษากลางในเรื่องเทค ค
ที่ บ อนที่หน่วยที่ป กษาในระดับ นที่ไม่สามาร ทำให้ได้และ งการ
ขอความช่วยเห อมา เ อเป็นการประหยัดงบประมาณ น นี้จะ
รวบรวมราย อที่ป กษาเฉพาะในแต่ด้านไ และจะให้บริการเมื่อได้รับ
การ องขอมา โดยหน่วยนี้จะ ง เ ยวชาญที่ น ที่เ อกลงไปช่วยเห อ
106 ลมใตป้ ีก 2 : “บินให้ไกล ไปให้ถึงจดุ หมาย” ครบ เหมือนไม่ครบ หน้า 4
โดยจะส บส นงบประมาณ จำกัดการส บส นในการให้ ป กษา
เช่น าที่ป กษา าเดินทาง และจำกัดจำนวนวันที่ป กษา ต่อ
ล งนี้ ทุกรายที่ ง องขอมา น ที่ป กษากลางนี้ ต้องผ่าน น ที่
ป กษาในระดับ นที่ อนและที่ป กษา อง นไม่สามาร จัดการได้
หน่วยงานของรัฐที่
ไ ด้ รั บ ก า ร จั ด ส ร ร ง บ ป ร ะ
มาณ รณาการ จาก สสว.
ในฐานะ ดูแลนโยบายและ
งบบรูณาการ เมื่อหน่วยงาน
น ๆ จั ด ส ร ร ง บ ป ร ะ ม า ณ
นๆลงไป งหน่วยงานใน
ระดับ นที่ โดยหน่วยงาน
สสว. ในแต่ละจังหวัดต้อง
เป็น ประสานงานในการ
เ นงาน งหมดของทุกหน่วยงานให้สอดค องกัน และ ด ามการ
เ นงาน รวม งประเ นผลการ เ นงานในระดับ กกับ SME เ อ
จะได้ ปัญหาและประ ท าพการ เ นงานจริงๆ งจะช่วยให้
สามาร ปรับป งมา รการและนโยบายได้ดี ง น
นอกจากนี้ ต้องมีหน่วยงานรับผิดชอบในการจัดทำ น ให้
ป กษา อาจมี งอาสาส ครที่มีประสบการ และประสานงาน น ที่
ป กษาใน นที่ที่ได้รับการคัดเ อกและงบประมาณส บส น รวม งมี
น บริการด้านเครื่องมือที่ SME สามาร ใ เ อทดลองทำ น า
พัฒนาผ ณ ออกแบบ บห่อ หรือทดสอบผ ณ งปัจ นมี
น ป รูป สาหกรรม (ITC) ของ น งเสริม สาหกรรมใน าค
ต่างๆ และขนาดเ กลงมาที่สำ กงาน สาหกรรมจังหวัด มีที่ส า น
การศึกษาต่างๆใน นที่ แต่ผมว่า สสว. ต้องเป็น ประสานงานกลางใน
การส าง และดูแลเครือข่ายเห านี้เ อให้ทำงานสอดประสานและ
ส บส นกันในการให้บริการ SME ใน นที่ งผลการ เ นงานแต่ละ
โครงการและ น ของทุกหน่วยงานจะได้รับการประเ นผลทุก
ลมใต้ปีก 2 : “บินคใหร้ไบกลเหไปมใืหอ้ถนงึ ไจมดุ ่หคมราบย”หน้า1507
ผมเ อว่าคนที่ าน
มา ง รงนี้หลายคนคงไม่
แบบที่เป็นอ ... เ นด้วยกับผม แต่ผมเ อ
ว่าเราทำได้ เ ยงแต่ว่าเรา
มีนโยบายสวยๆ ดีๆ อ า จ ต้ อ ง ป รั บ ทุ ก อ ย่ า ง ที่
แต่พอลงป กลับได้ผล สสว. เ อให้ คลากรมี
ไม่เ าที่หวัง ความสามาร และมีความ
พ อมในการทำงานนี้ได้
หากยัง ดว่ามีทุกอย่างครบ การเป ยนก ก กา
และเราจะได้ผลออกมาเสมือน ระเ ยบ รูปแบบการจัดสรร
เรามีของไม่ครบ … งบประมาณ ให้ สสว. เป็น
และทำในสิ่งที่เราอยากให้
เขาทำและเป็น งแต่ อน
าง พ.ร.บ. สสว. แ ว หาก
เรายังเดินไปแบบที่เป็นอ เราก็จะมีนโยบายสวยๆ ดีๆ แต่พอลงป
กลับได้ผลไม่เ าที่หวัง หากยัง ดว่ามีทุกอย่างครบ และเราจะได้ผลออก
มาเสมือนเรามีของไม่ครบ … เหมือนเดิม
ขอบ ณ าพจาก
https://www.ryt9.com/s/iq03/2904858
108 ลมใต้ปีก 2 : “บินให้ไกล ไปใหถ้ งึ จดุ หมาย” ครบ เหมือนไม่ครบ หน้า 6
ลมใต้ปกี 2 : “บนิ ให้ไกล ไปให้ถงึ จุดหมาย” 109
การสราง ลต ั สาคั ท่ีการสรางการรบั รู
แล คุ คา องวั น รรม ใหกบั ลกู คา
อน ในสง่ ที่ ร ทับใ ากชมุ ชน
110 ลมใตป้ กี 2 : “บนิ ให้ไกล ไปให้ถึงจดุ หมาย”
คุณค่า
อยู่ทุกที่
ผมนั่งดูหนังญี่ปุ่นที่เอาเรื่องการชงชามาเป็นตัวเดินเรื่องกับเด็ก
สาวมหาวิทยาลัยคนหนึ่งที่กำลังค้นหาตัวเองและมองว่าการชงชาเป็น
พิธีกรรมเก๋ๆ สนุกๆ ตลอดเรื่อง แต่รวมๆ ผมว่า “น่าเบื่อ” สำหรับพัก
ผ่อนวันหยุด… หนังพาเราเดินเข้าหาและเรียนรู้วิญญาณและปรัชญาของ
การชงชาว่าในทุกขั้นตอน ทุกอุปกรณ์ และทุกท่วงท่านั้น มีเรื่องอะไร
ซุกซ่อนอยู่มากมาย เพียงแต่คนเข้ามาต้องเปิดใจและซึมทราบว่า
กระบวนการที่ถูกต้องนั้นไม่ใช่ชาที่อร่อย แต่เป็นใจที่สงบ และคนดื่ม
รู้ สึ ก ภู มิ ใ จ ที่ ไ ด้ ดื่ ม ช า ที่ ถู ก ช ง จ า ก ก ร ะ บ ว น ก า ร ที่ ถู ก ต้ อ ง ทุ ก อ ย่ า ง …
คุณค่าของชาอยู่ที่พิธีกรรมการชง
ผมสรุปตามความเข้าใจของผม
เองว่าคุณค่าของสิ่งใดสิ่งหนึ่งอาจไม่ใช่
ที่ตัวผลิตภัณฑ์สุดท้ายที่ออกมาก็ได้ แต่
หลายอย่างเราสามารถสร้างคุณค่าของ
สิ่งนั้นจากขั้นตอนที่สร้างมันขึ้นมาก ผม
เห็นในหนังที่พยายามสื่อให้เห็นว่าทุก
ขั้นตอนในกระบวนการทั้งหมดไม่ว่าจะ
เป็นการนั่ง การเดิน การยกถ้วยน้ำชา
ลมใตป้ กี 2 : “บนิ ให้ไกลคุไณปใคห่ถ้าึงอจดุยู่หทุมกาทยี่”หน้า1111
การ อกระบวยตักน้ำเ อต้มและเ อชงชา การคนชาต้องห นอย่างไร
และต้องเ คไ คนชาตรงปลายบานห อไม่บาน และเ อคนชาเส จแ ว
ไ ต้องวางอย่างไรและตรงไหน ท่วงท่าอ ยาบทในการข บแต่ละค ง
และ อทั้งสองข้างต้องประสานอย่างไร อข้างหนึ่ง บของอย่างหนึ่ง
ต้อง อน อย ของ กอย่างต้องหนักแ นอย่างไร ก อหนึ่งต้องวางใ
ตรงไหน ในท่าไหน… คุณค่าอยู่ที่ รายละเ ยดการ เป็นเรื่อง บ อน
และต้องถูกตามขั้นตอน
นอกจาก การชงชาในแต่ ดูกาล ประเ ทชาที่ชง และพิธีกรรม
การชง เครื่อง อที่ใ เตาต้มน้ำ และถ้วยชาก็จะแตกต่างกันออกไป
เพราะอากา และบรรยากา ต่างกัน งนั้น สิ่งที่ ที่สุดในแต่ละเวลาก็
จะต่างกันออกไป กค้าคนเ ยวกัน สามารถบ ค นค้าเรา แ ว
เ า เพราะพิธีกรรมและรายละเ ยดต่างกัน… ให้เรา ก งแ น
น เ อ า ที่การออกแบบที่ต้อง
แปรเป ยนไปตาม ดูกาล ให้
ตลาดของ นค้าขยายก างขึ้น และ
เราสามารถสร้าง สามารถขายให้คนเ ยวกันได้
เพียงแต่ต่าง ดูกาล ห อเป็นเพราะ
คุณค่าของสิ่งนั้นจาก ด้วยเรื่องราวใหม่ๆ เ มเ มใน
แต่ละ ดในแต่ละเวลา
ขั้นตอนที่สร้างมันขึ้นมา
... รายละเ ยดเ กน้อย ก็สามารถ
มาใ สร้างความแตกต่างได้ เช่น
กค้าต้องรับรู้ งและ
ง งคุณค่านั้นด้วย ถ้วยชาที่ใ ก็ต้องตาม ดูกาล ดยดู
จากวัต ดิบที่ แบบ น น้ำหนัก
112 ลมใตป้ ีก 2 : “บนิ ให้ไกล ไปใหถ้ ึงจุดหมาย” คุณค่า อยู่ทุกที่ หน้า 2
ความเรียบ ว และ งไม่พอนะครับว่าในแต่ละ นั้นก็ต้องเ อกชา เ อก
ถ้วยชาให้ถูก ลกแต่ละ ด้วย เช่น ห ก็ต้องแบบห ๆ เป็นต้น ผม
ดว่ารายละเ ยดเ กๆน้อยๆเห า อคุณค่าที่เราสามารถใ ได้กับ
ผลิตภัณฑ์ มชนได้หมด
อย่างไรก็ตาม ดสำ ญมากที่สุดในเรื่อง อคุณค่าที่เราสร้างนั้น
กค้าต้องรับรู้ งและ ง งคุณค่านั้นด้วย อย่างกร การดื่มชาในหนัง
เขาแสดงให้เห็นว่า กค้าต้องมี วนร่วมในการสร้างคุณค่าด้วย งแต่
การ นับคนชง เวลาดื่ม กค้าต้องยกถ้วยชาอย่างไร ห นถ้วยชา อน
ยกขึ้นมาอย่างไร ดก น บชาอย่างไร เ อให้ได้รสชา ที่สุด และที่
สำ ญหาก ไม่ถูกก็จะถูก งคมตราหน้าว่าไม่รู้ กคุณค่าของชา ไม่
แถมถูกมองว่าไม่มีรส ยมและคลาสไม่ พอสำหรับพิธีกรรมที่ งให
… คุณค่าอยู่ที่ กค้าต้องเข้าใจในสิ่งที่เราเสนอ รสชา ของชาเป็นแค่
เ เ ยวหนึ่งของ นค้าเรา แต่พิธีการที่เรามี วนร่วมในการดื่มต่าง
หากที่สำ ญและมีคุณค่า
ผลิตภัณฑ์ มชนของเราที่ใ วั น รรมเป็นตัว ในการเ ม ล
ราคานั้นมีมากมาย แต่การที่จะ ให้ กค้ามีความรู้สึก งคุณค่า ง
ก าวนั้น อยค งเราสร้างผ่านการเรื่องเ าต่างๆ แต่ก็ไม่ ายนักที่จะให้
ใครๆ ที่มีที่มาที่ไปต่างกัน อยู่ต่าง านต่างเ อง ต่างประสบการณ์ จะ
ลมใตป้ กี 2 : “บนิ ให้ไกคลุณไปคใ่หาถ้ อึงจยูุด่ทหุกมาทีย่ ”หน้า1313
คุณค่า... เ ข้ า ใ จ ง ค ว า ม บ อ น ข อ ง
อยู่ทุกที่ วั น ร ร ม ที่ อ ยู่ ใ น ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์
นั้นๆ แต่หากเราสามารถ าย
ออกมาในกระบวนการด้วยเป็น
ตัวเส ม ผมก็ว่าไม่เลว เ ยว
กระบวนการผลิตของผลิตภัณฑ์
วั น รรมนั้น ที่เราออกแบบเ อ
งวั น รรม ปรัชญาและคุณค่า
ข อ ง สิ่ ง ที่ เ ร า ใ เ อ ใ ห้ เ ด
ผลิตภัณฑ์นั้นขึ้นมา ผมว่ามันก็
จ ะ มี คุ ณ ค่ า ใ น ส า ย ต า ข อ ง
บ คได้ ายขึ้น
ผมลองยกตัวอย่างเรื่อง
การทอ าห อ อม า นเ องที่เป็น รรมชา วัน กค้าเ อก นค้า
เขาจะมองที่ความปรา ตของผลิตภัณฑ์ทางกาย าพเป็น น บแรก
จากนั้นก็เ มไปดูรายละเ ยด นๆ ว่าเหมาะกับจ ตเขาอย่างไร จากนั้น
ก็จะเ มพยาม ความเข้าใจในรายละเ ยด นๆ ที่ไม่ใช่ทางกาย าพ
เช่น อม รรมชา ห อไม่ก็แบบ ห อลาย ใคร ล รวมทั้งเรื่อง
ราว นๆ ที่อยู่เ องหลังผลิตภัณฑ์
หากเราจะออกแบบกระบวนการที่มีความงาม ปรัชญา และความ
พิเ ทุกขั้นตอนในการ อมและทอ าก็ าจะมีหนทางสร้างคุณค่าได้
มากช่องทางมากขึ้น เช่น ดอกไ ห อเป อกไ ช ด ให้ การ อม
ต้อง อมในช่วงเ อน เท่านั้น ง ได้ เ อให้ได้ และเป็น ที่สุด
ห อการ อม รรมชา ของดอกไ ประเ ท ต้องมีวิธีการคนห อ อม
แบบ น้ำที่ใ ต้องใ น้ำ นที่ตกมาเ อน เท่านั้น ห อการ อมต้อง
อมในช่วงกลาง นเ อนเ มดวงเท่านั้น ห อการทอต้องทอในช่วง
อากา ที่หนาวเท่านั้น าแบบ มีเ พาะ ดู เท่านั้น หากเป็น ดู นก็
เป็น าย กแบบ อม กวิธีหนึ่ง ดอกไ กแบบหนึ่ง และ นๆ ก
114 ลมใต้ปกี 2 : “บนิ ให้ไกล ไปใหถ้ ึงจดุ หมาย” คุณค่า อยู่ทุกที่ หน้า 4
มากมายที่เราจะสามารถสร้างสิ่งคุณค่าในกระบวนการผลิตที่มีปรัชญา
และภูมิ ญญาที่ใครลอกเ ยนไม่ได้
นอกจาก การออกแบบที่ใ เท กาลเป็นตัวขาย ผมเห็นเราก็
ได้ แต่ตลาดก็จะแคบไปห อย เช่น ลายสำหรับสงกราน ห อ
เท กาล ใหม่ ล เราอาจสามารถออกแบบลาย าที่เป ยนแปลงไป
ตาม ดูกาล เท กาล ห อแ แต่กร ที่ กค้าสามารถเข้ามี วนร่วมใน
กระบวนการผลิตด้วย เช่น นักท่องเที่ยวลงไปใน มชน เขาสามารถเข้า
ร่วมกระบวนการผลิตด้วย แต่กระบวนการผลิต ไม่ใช่แค่การมี วนร่วม
เท่านั้น แต่เขาต้อง าบ งว่ากระบวนการที่เข้าร่วม ไม่ใช่กระบวนการ
กค้าไม่ “ น” กับ
สิ่งที่เราต้องการให้เขารับรู้
...
เราก็ไม่ เป็นต้อง “ขายตรง” ก็ได้
ถ้าขายตรงๆ เขาก็จะระวังตัว ด น
แต่ถ้าใ ทาง อมๆ ผ่านอย่าง น
ที่ าสนใจ ห อที่เขาชอบ...
จะช่วยให้เขาค่อยซึบ บเข้าไป
ดยไม่รู้และ นระวังตัว
ผลิต รรมดา แต่เป็นกระบวนการ ก ท ที่ ายทอดมาแต่ บราณ
และเขาต้องป ตัวอย่างนอบน้อมและเคารพต่อทุกสิ่งอย่างที่อยู่ใน
กระบวนการ นอกจาก งเป็นกระบวนการที่มีในเ พาะช่วง ดูเวลา
เท่านั้น หากมาที่ กก็จะเจอกระบวนการใหม่… ผมว่าผลิตภัณฑ์ นนั้น
จะเป็นสิ่งที่มีคุณค่าต่อเขามากมาย และเ อไรก็ตามที่เขาห บมาใ
ลมใต้ปกี 2 : “บนิ ให้ไกลคุไณปใคห่าถ้ งึ อจยดุ ู่หทุมกาทยี่”หน้า1155
เขาก็จะ ก งกระบวนขั้นตอน น ก ท ที่เขา ชค ที่เข้าร่วม มากกว่า
ก งตัวผลิตภัณฑ์เอง
งนั้น การสร้างคุณค่าที่ สามารถ ได้ทุกที่และทุก ดในการ
สร้างผลิตภัณฑ์ แต่สิ่งที่สำ ญที่สุดก็ อ การสร้างการรับรู้และคุณค่าให้
กับความรู้สึกของ กค้าจากสิ่งที่เรากำลัง เท่าที่เห็นมาหลายต่อหลาย
ค ง ผลิตภัณฑ์ มชนไม่ประสบความสำเ จในการสร้างคุณค่าจาก
ประเพ วั น รรมที่ งไ ในผลิตภัณฑ์นั้นได้เท่าที่ควร เพราะ กค้าไม่
“ น” กับสิ่งที่เราต้องการให้เขารับรู้ และการ ให้เขารับรู้คุณค่านั้น
เราก็ไม่ เป็นต้อง “ขายตรง” ก็ได้ ถ้าขายตรงๆ เขาก็จะระวังตัว
ด น แต่ถ้าใ ทาง อมๆ ผ่านอย่าง นที่ าสนใจ ห อที่เขาชอบ ง า
จะช่วยให้เขาค่อยซึบ บเข้าไป ดยไม่รู้และ นระวังตัว เช่น ผ่านละคร
ผ่านสารค ห อ นๆที่อยู่ในจ ตเขาก็ าจะ ายกว่ามาก… คุณค่าอยู่
ทุกที่จ งๆ และมีบทเรียนที่มีคุณค่าให้เห็นได้ทุกที่… แ แต่ในหนังที่ผม
ดว่า “น่าเบื่อ”
ขอบคุณ าพจาก
https://sites.google.com/site/sinkhaotopthatea/home
116 ลมใตป้ กี 2 : “บนิ ให้ไกล ไปให้ถึงจดุ หมาย” คุณค่า อยู่ทุกที่ หน้า 6
ลมใต้ปกี 2 : “บนิ ให้ไกล ไปให้ถงึ จุดหมาย” 117
“ ” สราง าก ว่ั าวอนคา
แล “ใ ” ที่มีตอ การเก ตร
118 ลมใตป้ ีก 2 : “บินให้ไกล ไปใหถ้ งึ จุดหมาย”
ดาวอินคา
ของชุมชน
ธุรกิจแต่ละธุรกิจมีจุดเริ่มต้นที่ต่างกัน บ้างก็มาจากฝัน บ้างมาจาก
ความจำเป็น สารพัดเหตุผล แต่วันที่ผมมาที่น่านเมื่อเร็วๆนี้ ผมได้รู้จัก
กับอดีตพยาบาลวิสัญญี “คุณมณีวรรณ บุญชูภกดิ์” ที่ผันตัวเองมาเป็น
ผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนแบบจำเป็น แบบที่ใจสั่งให้ต้องทำ ใจที่มี
ความรักและเห็นอกเห็นใจคนอื่น และใจที่ผูกพันต่อ “น่าน” เธอจึงสร้าง
วิสาหกิจขึ้นมาจากความร่วมมือร่วมใจของหลายๆกลุ่ม เพื่อช่วยเหลือ
เกษตรกรที่ถูกหลอกให้ปลูกถั่วดาวอินคาจากพ่อค้า แต่ไม่มารับซื้อหลัง
จากขายเม็ดพันธ์ให้แล้ว ใช่ครับ ผมกำลังพูดถึง โคแซงค์ซี
((CCoossaacchhasese) )
CCoossaacchha ss ee เ ป็ น ชื่ อ ข อ ง
ผลิตภัณฑ์ของเธอ โดยคำว่า Co
มาจาก Cooperative หรือแปลว่า
สหกรณ์ และ Sach ย่อมาจาก
Sacha ก็คือดาวอินคา และ Se มาจาก Series เพื่อแสดงให้เห็นที่มา
และวิญญาณของผลิตภัณฑ์นี้เป็นอย่างดีว่ามาจากความร่วมมือกันของ
คนจำนวนมาก ซึ่ง “มณีวรรณ” เล่าให้ฟังว่า หลังจากที่ลาออกจาก
พยาบาลมาช่วยครอบครัวทำธุรกิจเกี่ยวกับขนส่ง และรับซื้อพืชผล
ลมใต้ปีก 2 : “บดนิ าใหว้ไอกินลคไปาใหขถ้ อึงจงดุชุหมมชานย”หน้า1119
างการเกษตรจากชาวบ้าน โดยเ พาะ
าวโพด และวันห ง เธอพบว่ามีกลุ่มชาว
บ้าน โดยเ พาะคนเ าคนแ ที่ปลูกเม็ด
ดาวอินคาตามคำแนะ ของพ่อค้าที่เอา
เม ดพันธ์มาขายให้และบอกว่าจะรับซื้อ
ผลผลิตแต่ปราก หายเ ยบ ความสงสาร
ทำให้ “มณีวรรณ” ช่วยเหลือเกษตรกร
เหล่า นโดยการรับซื้อถั่วดาวอินคาจาก
ชาวบ้าน โดยตอนเริ่มต้นเธอก็ไม่รู้ว่า
เหมือนกันว่าจะเอาไปทำอะไรดี นอกจากที่
เห็นเขาเอามา อดขายกัน แต่ด้วยอา พ
พ ย า บ า ล เ ธ อ เ ชื่ อ ว่ า น่ า จ ะ ทำ อ ะ ไ ร ไ ด้
มากกว่า น
อ ลของประโยช และผลิตภัณฑ์ถั่วดาวอินคาที่เธอมี น ทำให้
เธอ ดลอง มาสกัด นแบบ
เ นและ มาผสม นหน่อย
ด ตามความรู้ที่มี และ ดลอง
ใ กับตัวเองและคนใกล้ ด พ่อค้าเอาเม ดพันธ์มาขายให้
และเก็บ อ ล จนเธอแน่ใจใน และบอกว่าจะรับซื้อผลผลิต
คุณสม ของถั่วม จรร นี้
และ ดว่า นสามาร ที่จะ แต่ปราก หายเ ยบ
มาเ ม ล าและทำธุรกิจเกี่ยว ความสงสารทำให้ “มณีวรรณ”
กับถั่วดาวอินคาได้ เธอเ น
หน้าขอความร่วมมือกับส า น ช่วยเหลือเกษตรกรเหล่า น
การ กษาและส่งถั่วดาวอินคา โดยการรับซื้อถั่วดาวอินคาจาก
เ าห้อง ดสอบของแ ปกลาง ชาวบ้าน โดยตอนเริ่มต้นเธอ
(Central Lab) อย่างเป็นเ อง ก็ไม่รู้ว่าเหมือนกันว่า
เป็นราว ซึ่งก็เป็นอย่างที่ อ ล จะเอาไปทำอะไรดี
ที่เธอรับ ราบมา อนว่าถั่ว
120 ลมใต้ปีก 2 : “บินให้ไกล ไปให้ถงึ จุดหมาย” ดาวอินคา ของชุมชน หน้า 2
ประเภ นี้มีวิตา นเอและ และใน นก็มีโอเม า 3, 6 และ 9 ใน
จำนวนที่มากกว่าถั่วประเภ อื่นๆ และมีป มาณโปร น ง รวม งมีกรด
ไข นที่จำเป็นในป มาณที่ ง ที่ ญเธอ ดว่าสามาร ใ ประโยช
งแต่เม ดจนถึงเปลือก จนมีคนเ ยกถั่วประเภ นี้ว่า “Super Food”
ทำให้เธอ ดที่จะออกผลิตภัณฑ์เป็น (Series) เพื่อให้สามาร ช่วย
เหลือเกษตรกรได้อย่างต่อเ อง รวม งเพื่อ ดสอบตลาด เพราะใน
ตลาดมี แ งใน นค้าพวกนี้ที่มาจากดาวอินคามากอ แล้ว
ผลิตภัณฑ์ แรก
ของ Cosachse เป็นพวก
คม ง ว คมด ว
และส ซึ่งค มที่เธอได้
ดลองใ กับตัวเองและ
ค ร อ บ ค รั ว แ ล ะ เ มื่ อ
จารณาจากผล ดสอบ
ของห้อง lab แล้วเธอจะมี
ความ นใจว่าค มของ
เธอ นมีคุณสม ในการ
แล วและสามาร รักษาแผลจากโรคสะเก็ดเ นได้ดี นอกจากนี้ เธอ
ออกแบบค ม ด ว (Sacha Peanut Body Scrub) ที่เอาเกลือ เขามา
ผสมกับผงถั่วดาวอินคาและ มด้วย นถั่วดาวอินคา ที่นอกจากจะ
ช่วย ง วแล้ว งช่วยในการระเ ด ไคล้ได้ผล ง ก ผม งฟังก็ ง ก
ภาพคนที่ ไคล้เยอะและฝัง กจนต้องระเ ดเป็นอย่างไร แต่เธอ น น
ว่าขายดี และ งมีส น ที่ไม่ใช่ไข นหรือก เชอ นเหมือนส อื่น
วไป ซึ่ง นถั่วดาวอินคามีส่วนผสมวิตา นที่ช่วยในการ ง วได้
ดี ซึ่งผลิตที่ออกมาเป็น แรก เป็นแบบนี้เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่คนใ
วไป น่าจะเ าตลาดได้ าย ไม่ต้องการคำอ บายที่ บ อนในการใ
ผลิตภัณฑ์
ส่วน Series ที่สอง เธอก็ใ คุณสม วิตา นของถั่วดาวอินคาใน
การทำค ม จำพวกค มเคลือบ งผม ค ม ดหน้า และค มพอกหน้า
ลมใตป้ กี 2 : “บนิดใาหว้ไกอิลนไคปาใหข้ถงึอจงดุ ชหุมมชายน” หน้1า231
เธอเ นหน้าขอความร่วมมือ
กับส า นการ กษา
และส่งถั่วดาวอินคาเ าห้อง
ดสอบของแ ปกลาง
ส่วนมากเน้นความสวยงามของ วหน้า ผม ามว่าทำไมออกผลิตภัณฑ์
ประเภ นี้ เธอบอกว่าคุณสม ที่ใ ภายนอกของถั่วดาวอินคาที่คน
วไปรับรู้แล้วก็คือการ แล ว รักษาโรค วห งต่างๆ ง นผลิตภัณฑ์
ภายนอกจึงเน้นเ องการ ง วเป็น ญ เพราะไม่ต้องสร้างการรับรู้
ใหม่ และขณะนี้กำลัง ยอยออก ตลาดเร็วๆ นี้
ส่วนการ เอา นมาทำ าน น งไม่มีแผน แ ว่า นถั่วดาว
อินคาจะมีโอเม า 3, 6 และ 9 เยอะมากก็ตาม แต่เธอต้องการความ
นใจจากการผลิตและ อ ลที่เธอเองต้องรับรู้ เชื่อ น อน
ใน Series ที่สาม ซึ่ง “มณีวรรณ” กำลังทำงานร่วมกับส า น
การ กษาเพื่อวิจัยการใ ประโยช จากเปลือกดาวอินคา เพราะผลการ
ดสอบพบว่ามีโปร น ง จึงกำลังวางแผนเพื่อผลิตเป็น “เว โปร น”
ออกมา เพื่อให้สามาร ใ ประโยช กส่วนของถั่วม จรร นี้ได้
งหมด
122 ลมใตป้ กี 2 : “บนิ ให้ไกล ไปใหถ้ ึงจดุ หมาย” ดาวอินคา ของชุมชน หน้า 4
งที่ผมชอบมากที่ ด วางโพ นของ นค้านี้ให้เป็น
ตลอดช่วงเวลาที่คุยกับ “มณี
วรรณ” คือ ความ งใจของ ผลิตภัณฑ์ของชุมชนอย่างแ จ ง
...
เธอที่จะวางโพ นของ นค้า
นี้ให้เป็นผลิตภัณฑ์ของชุมชน ซื้อวัต บ านสหกรณ์
อย่างแ จ ง เธอ กับผม การเกษตรและเกษตรกร...
ตลอดเวลาว่า Cosachse นี้ การผลิตผลิตภัณฑ์แปร ปโดย
คือ “น่าน” เพื่อ อถึง ต
วิสาหกิจชุมชน ววิ
วิ ญ ญ า ณ ข อ ง ค ว า ม ร่ ว ม มื อ
ข อ ง ชุ ม ช น ง แ ต่ ก า ร ซื้ อ บล เ ยน ซึ่งเป็นห บ้าน
วั ต บ า น ส ห ก ร ณ์ ตสาหกรรมเ งสร้างสรรค์
การเกษตรและเกษตรกร การ
ผลิตผลิตภัณฑ์แปร ปโดย (CIV) ของกระ รวง
วิสาหกิจชุมชน ววิ บล ตสาหกรรมจังหวัดน่าน
เ ย น ซึ่ ง เ ป็ น ห บ้ า น
ตสาหกรรมเ งสร้างสรรค์
(CIV) ของกระ รวง ตสาหกรรมในจังหวัดน่าน ที่มีการผลิตที่ได้
มาตร าน และการบ หารการตลาด ผลิตภัณฑ์และแบรน ที่พยายาม
ให้เป็นของ “น่าน” ง นจึงวางขายในระยะแรกเป็นของ าก องถิ่น
ตอนนี้หาได้ที่ร้าน “ออมน่าน” และร้านประชารั ในเมืองน่าน
หากใครแวะเ อนน่านแห่งนี้ ลองของ ากที่มาจาก “ใจ” ที่ร้อย
ต่อกันออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ดาวอินคาที่ชื่อ Cosachse นะครับ จะได้
รับรู้ความเป็น “น่าน” ก ปแบบห งครับ
ขอบคุณภาพจาก
puechkaset.com/ถั่วอินคา
ลมใตป้ กี 2 : ด“บานิ วใอหิ้นไกคลาไปขใหอ้ถงงึ ชจุมดุ หชมนายห”น้า 5123
าพืนเมอื งทกุ นื บรร ุเรื่องราวไวม ากมาย
หากอาน ี พบวามนั คือ “ไ อาร่ี” อง สู รา ง ลงาน
124 ลมใตป้ ีก 2 : “บนิ ให้ไกล ไปให้ถึงจุดหมาย”
ไดอารี่
บนผืนผ้า
มาเมืองแพร่ครั้งนี้โชคดีที่ได้เจอเด็กรุ่นใหม่ ที่กำลังสรรค์สร้าง
และสร้างผ้าหม้อห้อมแพร่ ให้มีชีวิตชีวาและเป็นไปมากกว่าที่เราคิด
เดิมนั้น เมื่อพูดถึง “แพร่” หลายคนนึกถึงสิ่งสำคัญๆไม่เกินกว่า ไม้สัก
ผ้าหม้อห้อม และพระธาตุช่อแฮ แต่สำหรับผมโชคดีที่ได้มีโอกาสมา
เวียงโกศัสย์แห่งนี้หลายครั้ง จนรู้ว่าเสื้อหม้อห้อมของเมืองนี้ไม่ใช่แค่
เสื้อผ้าสีคราม ลวดลายและแบบเชยๆ ยังไม่พอ สีตกทุกครั้งที่ซัก แต่มี
จินตนาการของคนรุ่นใหม่ที่เข้าเปลี่ยนหมัอห้อมแพร่ให้ “เปลี๋ยนไป๋”
จากที่เราเคยเห็นและคุ้นเคย แต่ยังคงมีกลิ่นอาย รากเหง้า ภูมิปัญญา
และเรื่องราวของเมืองพระลอแห่งนี้ที่มีอายุยืนนานมากว่า 1,191 ปี
อย่างครบถ้วน
“กุ๊กกิ๊ก” หรือ “กมลชนก แสน
โสภา” สาวน้อยผู้เพิ่งเดินออกจาก
รั้ว “แม่โดม” ธรรมศาสตร์ แบก
ค ว า ม รู้ ก า ร อ อ ก แ บ บ พั ต ร า ภ ร ณ์
คณะศิลปกรรมศาสตร์ กลับมาวาง
ชีวิตของเธอที่บ้านเกิด “เมืองแพร่”
ด้ ว ย ค ว า ม ฝั น ที่ จ ะ ส ร้ า ง ส ร ร ค์
ลมใตป้ ีก 2 : “บนิ ให้ไกไลดไอปาใหรี่ถ้ บงึ จนุดผหืนมผา้ยา”หน้า1215
ภูมิปัญญา น นที่เธอเห็น แต่อาจไม่คุ้นเคยและรู้ กมาก ก แต่คราวนี้
เธอกลับมากรองสิ่งเห านี้ านสายตาและจิตวิญญานของเธอ ให้โลก
รู้ กเสื้อหม้อห้อม านแบรน “Kamon Indigo” ร่วม บเ อนห ม ใจ
จากรั้วมหาวิ ยาลัยเดียว น
การที่เป็นเด็กสาวที่ชอบแต่ง ว งแต่เด็ก “กุ๊กกิ๊ก” ฝันที่จะเป็น ก
ออกแบบแ นสมัยใหม่ เ ๆ เ ๆ ที่เห็นใน ตยสาร งๆ และเมื่อมี
โอกาสเข้า มหาวิ ยาลัย เธอเ อกคณะศิลปะศาสตร์ สาขาการ
ออกแบบแ น และเมื่อถึงคราวสอบสัมภา ณ์ เธอเต ยม วอย่างดี
ห ง อ หาข้อ ล เรื่องแ น
ต่างประเ ศและแ นสมัย
เธอเ อกคณะศิลปะศาสตร์ ใหม่ระ บโลกอย่างจ ง ง
สาขาการออกแบบแ น...
เ อให้แ ใจว่าเธอสามาร
เ ดประ แห่งความฝันได้....
คราวสอบสัมภา ณ์ แต่ ามแรกของอาจารย์ที่
าม กลับ ให้เธอเปลี่ยน
เธอเต ยม วอย่างดี... มมอง ความคิดเรื่องแ น
... ามแรก...
แ ล ะ เ ป ลี่ ย น ชี วิ ต ข อ ง เ ธ อ ที่
“รู้ กศิล นแห่งชา ที่เป็นชาว
แพร่หรือไม่” เห อ งหมด ด้วย ามที่
ว่า “รู้ กศิล นแห่งชา ที่
เป็นชาวแพร่หรือไม่”
126 ลมใต้ปกี 2 : “บนิ ให้ไกล ไปให้ถงึ จดุ หมาย” ไดอารี่ บนผืนผ้า หน้า 2
ามนี้ ให้ “กุ๊กกิ๊ก” เ มตระห กถึง
ความ งให ของภูมิปัญญาของบ้านเกิดของ
เธอที่ ง านจากรุ่น รุ่นมาหลายร้อยปี และ
สงสัยว่า ไมเวลาที่ านมาเธอถึงมองข้ามสิ่ง
เห านี้ไปได้ และเธอเ บความคิดที่ที่จะตามหา
รอยกำ ดและความ งให ของ มชนของเธอ
ที่ อนไ ในผ้า นเมืองไ และหาโอกาสที่จะ
เจอ “ค ประนอม าแปง” ศิล นแห่งชา ด้าน
ศนศิล ปรามาจารย์ด้านผ้า นเมือง เธอ
ตามหาจนพบและขอ าก วเป็นศิ ย์ เ ยนรู้
เรื่องราวต่างๆ ของผ้า นเมือง งต่อมาแม้ว่า
ในรั้วมหาวิ ยาลัยจะสอนให้เธอรู้เรื่องราวของสีเคมีมากมาย แต่ที่ บ
ศิล น นบ้าน ให้เธอมองเห็นความงดงามและเส ของสีที่มีจาก
ธรรมชา และ นนี้ งานของเธอทุก น สีจะมาจากธรรมชา ที่อ รอบๆ
กาย ไม่ว่าใบ กวาง ในสัก ดอกดาวเรือง กวาง และ นๆ นอกเห อ
จากใบห้อมที่เธอค งใค
การเสาะหาความรู้จากปราช อง น และการเ ยนการ อ การ
จก การ อม และออกแบบ ให้เธอตระห กว่าผ้าโบราญ ผ้าเ าๆ ที่
บรรพ อนั้น ลวดลายที่วาดเ ยนลงไปนั้น หลายคนอาจมองว่าเป็น
ลาย าสมัย แต่ “กุ๊กกิ๊ก” กลับมอง
ว่าเป็นผืนผ้าที่ า าน เพราะผ้าแต่
ผืน เสื้อแต่ละ ว และ นแต่ละผืน
นั้น ผู้คนในแต่ละยุคแต่ละสมัยได้
บรร เรื่องราวต่างๆ ที่พวกเขาพาน
พบ ความเ อที่สวยมากเป็นเรื่อง
ศาสนา ภาพชีวิตประ น ความ
รู้ กและความ กพันของตนเองใน
เรื่องต่างๆ และการเดิน างของชีวิต
ผู้คนในยุคสมัยต่างๆไ เธอบอกผม
ลมใต้ปกี 2 : “บินให้ไกไลดไอปาใหรี่ถ้ บงึ จนดุ ผหืนมผา้ยา”หน้า1237
ด้วยสายตาที่เป็นประกายว่า ผ้า นเมืองทุกผืนเหมือน นกระดา ที่
บรร เรื่องราวมากมายไ ของคน หาก งใจ านดีจะพบว่ามัน อ อ
“ไดอารี่” ของบรรพ ที่ งต่อให้คนรุ่นต่อไป จากนั้นเธอ เ มเ า
เรื่องราวต่างบนผ้าเ าๆ ให้ผม งอย่างส กและ นเ น … วนผมได้
แต่ ง ง ในความคิดของเด็กคนนี้
เธอ นไปหา กตาหน้าตา
ประหลาด “ ว น” และยก
วอย่างให้ผม งเ ยว บผ้า น
ว่าที่คนสมัยเ าที่ไ สีลงมาจาก
ข้างบนหรือ ว น ที่เป็นสีขาวหรือ
สี อนๆ เ อบอกว่าคนตอนเกิดจะ
บ ดลงมามีสีสันลวดลาย
แ มใส เหมือนช่วงช่วงกลาง
ของชีวิตที่โลดแ นสดใส นไป
ด้วยสีสัน วนตอนปลาย น หรือที่คนเห อมักเ ยกว่า “ น น” เป็นสี
บ บและมีลายขวางเหมือนแม่ ปลวดลายแสดงการเ อนไหล
เหมือนแม่ ไหล เ อบอกว่าให้รู้ว่าเมื่อถึงปลายของชีวิต เราทุกควร
ควรเต ยม วเดิน างข้ามมหาน สี นดร หรือ ง นบรร ป พพาน
ตามความเ อใน ธศาสนา... และ นนี้ “กุ๊กกิ๊ก” อยากมีไดอารี่ใน
แบบ บของตนเองเช่น น
เรื่องราวใน “ไดอารี่” ของเธอที่บรรจงเ า านลวดลายบนผืนผ้า
อและ อมธรรมชา ที่เธอเห็นในการ งานและการใ ชีวิตประ น
ของเธอ รวม งความคิดและ
ความฝันของเด็กสาวคนนี้ ก
อดออกมาและกรอง านสายตา
แบบ ยรุ่น ยใส เป็น ปใบไม้
แมลงเต่า อง และลายแบบ น
สมัยที่คน ยเธอจะเข้าใจ แต่ละ
แบบ านการแบบที่ ารักตาม
128 ลมใต้ปกี 2 : “บนิ ให้ไกล ไปให้ถึงจุดหมาย” ไดอารี่ บนผืนผ้า หน้า 4
สไต และ มือระ บ ณ ตด้านออกแบบผ้า (Textile Design) ของ
มหาวิ ยาลัย อ ง... และเรื่องราวในไดอารี่เห านี้กลายเป็น ตลัก ณ์
ที่ใครๆ รู้ และเมื่อเห็นลายนี้ รู้ น ว่าเป็นของ “Kamon Indigo”
ตลอดเวลาที่ได้คุย บ ผ้า นเมืองทุกผืนเหมือน น
เธอ “กุ๊กกิ๊ก” เ าให้ผมอย่าง กระดา ที่บรร เรื่องราว
ส กสนาน และมีความ ขที่
พูดถึงการเดิน างของความ มากมายไ ของคน หาก งใจ
คิดของเธอ บจาก นแรกที่ านดีจะพบว่ามัน อ อ
หลงเส ของผ้า อมเมือง “ไดอารี่”
แบบธรรมชา และตลอด
เวลาที่คุย น ผมเห็นความ ง
นและความรักของเธอที่มีต่อ
ห้ อ ม ค ร า ม ก า ร อ ม ผ้ า
ลมใตป้ กี 2 : “บนิ ให้ไไกดลอไปาใรีห่ ถ้บงึ นจผดุ ืหนมผ้าาย”หน้า1529
ธรรมชา มน ขลังของภูมิปัญญา นบ้าน เธอเ าว่าได้เดิน างไป ว
ทุกที่ที่ปราช ด้านนี้อ ทุก มของประเ ศ แม้แต่ที่สกลนครเมืองแห่ง
คราม เพราะเธอรู้ว่ายังมีอะไร กมากที่ อง นค าและเ ยนรู้... นนี้
ผมรู้ว่าเธอได้วางชีวิตและ วใจของเธอให้ บห้อมและผ้าของแพร่อย่าง
หมดใจ เพราะผมแอบเห็นรอยสักเ กๆ บนแขน งสองข้างของเธอเป็น
ปใบห้อมและ กข้างเป็นเครื่องกรอด้าย
”กุ๊กกิ๊ก” อดเรื่องราวที่เธอได้ กำลัง และความฝันที่เธอมีที่
จะ ต่อไปด้วยแววตาที่เ มไปด้วยความ ข… ขที่มี บงานศิลปะผ้า
ของเธอ…. ขที่ได้เ าเรื่องราวความฝันของเธอลงในไดอารี่ผืนงามเ อ
แ งปันผู้ น และจากที่ผมได้สัม สและพบพานด้วย วเอง ผมเ อส
ใจว่า “แพร่” กำลังมีดาวดวงใหม่ที่สดใส แวววาว และมีเส เกินกว่า
ที่ใครๆ จะไม่รัก….ไม่ได้
เธอ...เดิน างไป วทุกที่ที่ปราช
ด้านนี้อ ทุก มของประเ ศ...
ผมเ อส ใจว่า “แพร่” กำลังมี
ดาวดวงใหม่ที่สดใส แวววาว และ
มีเส เกินกว่าที่ใครๆ จะไม่
รัก….ไม่ได้
130 ลมใตป้ ีก 2 : “บนิ ให้ไกล ไปใหถ้ ึงจุดหมาย” ขอบคุณภาพจาก
www.facebook.com/kamonindigobrand/
ไดอารี่ บนผืนผ้า หน้า 6
ลมใต้ปกี 2 : “บนิ ให้ไกล ไปให้ถงึ จุดหมาย” 131
“มีใ ” “ใหใ ” แล “ใสใ ”
ในทุกรายล เอยี ในสง่ ทีเ่ ราสราง
132 ลมใตป้ กี 2 : “บินให้ไกล ไปใหถ้ งึ จดุ หมาย”
เรื่อง “น้ำจิ้ม”
ที่ใหญ่กว่าน้ำจิ้ม
พอเอ่ยถึงข้าวมันไก่ ไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะเป็นอาหารที่หาได้ง่าย
ทั้งภัตตาคารหรู ตลาด ร้านข้างถนน หรือทำทานเองที่บ้านก็ทำง่ายๆ
และหากใครอยากทานแล้วไม่รู้จะเลือกร้านไหน คนมักแนะนำง่ายๆ ว่า
ให้เลือกข้าวมันไก่ “ไหหลำ” ไว้ก่อน ผมไม่รู้เพราะสาเหตุอะไร แต่
สันนิษฐานว่าเมนูนี้ถูกหอบข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากเกาะไหหลำ ซึ่งตอน
นี้อาจแปลงๆไปบ้าง แต่ถ้าจะดูว่าอร่อยจริงๆก็ต้องลงละเอียดถึงการหุง
ข้าว การนึ่งหรือต้มไก่ แล้วแต่สูตรใครสูตรมัน และที่สำคัญคือ “น้ำจิ้ม”
เจ้าตัวนี้เป็นดัชนีวัดที่สำคัญว่าข้าวมันไก่จะอร่อย
หรือไม่ สู้และวัดฝีมือตรงน้ำจิ้มนี่แหละครับ
“การ์ตูน” หรือ “กุลชรี อัครฉัตรโภคิน”
เกิดในครอบครัวชาวจีนไหหลำเปิดร้านข้าวมันไก่
ไหหลำที่จังหวัดน่านมากว่า 6 ปี และครอบครัว
เดิมของเธอเป็นจีนไหหลำที่ตั้งรกรากอยู่จังหวัด
นครศรีธรรมราช ทำร้านข้าวมันไก่ไหหลำมากว่า
20 ปี และทุกๆวันตั้งแต่วัยเด็กเธอเฝ้ามองธุรกิจที่
ลมใตเรป้ื่อกี ง2”น:้“ำบจิิน้มให”้ไทกี่ลใหไปญใ่หก้ถวึง่จาดุ นห้ำมจิา้มย”หน้า1313
บ้าน านสายตาและความคิด
ของเด็ก นใหม่ที่คิดว่า การที่
ก าเ อบร้อยละร้อยบอกว่า
ร้ า น ข้ า ว มั น ไ ก่ ที่ ไ ห น อ ร่ อ ย ก็
เพราะน้ำจิ้มอร่อย เ อเธอ
แต่งงานและ ายมาที่ “น่าน”
และเ อ แม่มา วยเปิดร้าน
ข้าวมันไก่ไหหลำ ขยายตัวจากร้านแหนมเ องที่ทำอยู่แล้ว ก าของ
เธอที่มาทานข้าวที่ร้านก็ชอบขอ อน้ำจิ้มข้าวมันไก่ของเธอก บบ้านเส
มอๆ เลยทำให้เธอคิดในใจว่า การขายน้ำจิ้มข้าวมันไก่น่าจะเป็นการ
เปิดประตูใหม่ๆให้ธุรกิจของครอบครัว ห งจากที่เธอ นาสาร ดข้าว
ที่ร้าน ไม่ว่าข้าวขาห ข้าวห แดง หรือรวมๆ นเป็นข้าวสามเ ยน เป็น
เมนูที่ต้องไปแวะ ม หากมีโอกาสไป “น่าน”
เ อ ดถึงข้าวมันไก่ ก็ต้อง กถึงน้ำจิ้ม และน้ำจิ้มต้อง “เด็ด” เธอ
เก็บโจท นี้ไว้ในใจว่า ถ้า ก าสามารถมีน้ำจิ้มข้าวมันไก่ทานที่บ้านเอง
และทาน บอ าง นได้มากกว่าแ จิ้มไก่ แต่กระ น งต้องคงมีความ
เป็นต้น บแบบไหหลำไว้ครบ ก าน่าจะรู้ ก “ นเวอร์” แน่ๆ และ
นน่าจะเป็นธุรกิจที่น่าสนใจ
แต่ทุกวันเวลาของตัวเองหมดไป บ
ตประ วัน ดูแลครอบครัว โดยเ พาะ
กชาย “โกเ ง” ตัวน้อยๆของเธอที่ใ เป็น
อร้านและผ ตภั ทั้งหมดของเธอ และ
ธุรกิจร้านข้าวมันไก่ที่มี ก าแน่นทุกวัน เธอ
ก็ได้แต่เก็บ บความ นไว้ในใจ และรอเวลา
ที่เหมาะเ า นที่จะทำให้เป็นจริง และจน
กระ งวันหนึ่งมีชาวไทย เขาหอบ ก งเมีย
มาขาย “ ง” ที่ป กแต่ขายไม่ได้เพราะล้น
ตลาด ด้วยความสงสารเธอเลย วยรับ อไว้
บาง วน ซึ่งเกินความ เป็นที่ต้องใ ใน
134 ลมใตป้ กี 2 : “บินให้ไกล ไปใหถ้ ึงจุดหมาย” เรื่อง”น้ำจิ้ม” ที่ใหญ่กว่าน้ำจิ้ม หน้า 2
ร้าน เธอเลยคิดว่าถึงเวลาที่เธอจะลองทำตาม นที่เก็บไว้ในใจ ถ้าทำได้
เธอคง วย อ งได้มาก น และพอ ตสาหกรรมจังหวัดน่าน “สำเริง
สวัส น นาท” ที่เป็น ก าประ ร้านข้าวมันไก่ของเธอ ชวนเข้า
โครงการ นาผ ตภั ด้านอาหารของสำ กงาน ซึ่ง “การ์ตูน”
ตัด นใจปิดร้านหนึ่งวัน เ อไปดู า ว่าการอบรมเป็นอ างไรและมี
ประโยช หรือไม่ ซึ่งที่ นเธอก็รู้ถึง นตอนการทำธุรกิจด้านผ ตภั
อาหาร มาตรฐาน บ อ และ จัดการธุรกิจอีกแบบที่เธอเรียนรู้จาก
ครอบครัว
“การ์ตูน” เ มเดินตามความ นของเธอด้วยการใ ห กการตลาด
จากสร้างผ ตภั ที่เข้มแ งบนฐานเดิมของธุรกิจของเธอที่ทำอยู่และ
ใครๆก็รู้จัก คือ “น้ำจิ้มข้าวมันไก่ไหหลำ” บรร ขวด ทำให้การรับรู้
ตสาหกรรมจังหวัดน่าน
“สำเริง สวัส น นาท” ที่เป็น
ก าประ ร้านข้าวมันไก่ของ
เธอ ชวนเข้าโครงการ นา
ผ ตภั ด้านอาหาร
ของสำ กงาน
…
ซึ่งที่ น เธอก็รู้ถึง นตอน
การทำธุรกิจด้านผ ตภั
อาหาร มาตรฐาน บ อ
และ จัดการธุรกิจอีกแบบ
ที่เธอเรียนรู้จากครอบครัว
ลมใตเรป้ื่อกี ง2”น:้“ำบจินิ้มให”้ไทกี่ลใหไปญใ่หกถ้ วึง่จาดุ นห้ำมจิา้มย”หน้า1335
ทางการตลาดง่าย น เพราะคน
ว ไ ป เ น แ ล้ ว ไ ม่ ต้ อ ง ก า ร “การ์ตูน” เ มเดินตาม
อ บาย แถมเ ยงแ มองก็อาจ ง
ได้ก นโชยมาด้วย ไป และเ อ ความ นของเธอด้วยการ
ร้านของเธอขายข้าวมันไก่อยู่แล้ว
ใครๆก็รู้ งทำให้คน อ ง นใจ ใ ห กการตลาด
แ ล ะ เ กิ ด ค ว า ม ค า ด ห วั ง ใ น ...
ผ ต ภั ใ ห ม่ ไ ด้ ไ ม่ ย า ก
ถ้า ก าสามารถมี
นอกจากนี้สถานที่วางขาย ดแรก น้ำจิ้มข้าวมันไก่
เ มของน้ำจิ้มข้าวมันไก่บรร ขวด ทานที่บ้านเอง...
วางที่ร้านข้าวมันไก่ ง น นการ ทาน บอ าง นได้...
การัน ต่อผ ตภั ใหม่ของเธอ
จากร้านข้าวมันไก่ อดังที่เธอทำ มีความเป็นต้น บ
อยู่ ทำให้กลายเป็นของที่ ก า แบบไหหลำไว้ครบ...
ร้านข้าวมันไก่ต้องห บ ดมือ …
ก บบ้าน และบ้าง อ งเป็นของ
ก าน่าจะรู้ ก
ากให้คนแดนไกลอีกด้วย และที่ “ นเวอร์”
เธอเ าให้ผม งอ าง นเต้นว่า
เธอใ วัต ดิบของน่านและจาก
ชาวบ้านเป็นสำคัญ ใจที่ได้ วย
เขาเห า น… นอกจากจะทำน้ำจิ้มอร่อยแล้ว งมีน้ำใจ อีกครับ
ตอนที่เ มธุรกิจน้ำจิ้มข้าวมันไก่ เธอคิดว่าที่บ้านของเธอมีสูตรน้ำ
จิ้มข้าวมันไก่ไหหลำของครอบครัวอยู่แล้ว และ ก าก็รู้จัก อเ ยง
พอควร แต่ถ้าเธอจะทำแ น้ำจิ้มเ อจิ้มไก่อ างเ ยว น ตลาดอาจแคบ
และไม่แตกต่างจากที่เธอ งทำอยู่ ทำให้โจท ที่เข้ามาในความคิด
ของเธอตอน นว่าถ้าจะให้ตลาดกว้าง น น น้ำจิ้มข้าวมันไก่ของเธอ
ต้องสามารถใ บอาหารเมนู นๆได้ ต้องสามารถใ จิ้มได้สาร ด ซึ่ง
ไม่ง่าย ก เพราะน้ำจิ้มที่เธอคิดจะออกใหม่ น ต้องคงรสชา งเดิม
ของการเป็นน้ำจิ้มข้าวมันไก่แบบที่เป็น กเนเจอร์ของ “โกเ งข้าวมัน
136 ลมใต้ปีก 2 : “บนิ ให้ไกล ไปใหถ้ งึ จุดหมาย” เรื่อง”น้ำจิ้ม” ที่ใหญ่กว่าน้ำจิ้ม หน้า 4
ไก่” และ งต้องอร่อย ง นเ อใ บ
อาหารจาน นที่ ใ เ ยงแ ไก่เ า น
การหาความลงตัวของ วนผสมใน
น้ำจิ้มข้าวมันไก่ไหหลำในขวดเ อสร้าง
สูตรใหม่ เป็นบท าทายของ “การ์ตูน”
ซึ่งในความคิดของเธอตั้งแต่วัน น คือ
สร้าง “น้ำจิ้มข้าวมันไก่ที่ไม่ใ เป็นเ ยง
แ น้ำจิ้มข้าวมันไก่” และเธอได้เ มลอง
สูตรแล้วสูตรเ า ขอให้คน มไป ว ปรับ
ไปเรื่อยๆ และเ อเธอ กถึง งที่เป็น
วัต ดิบห กของน้ำจิ้ม ซึ่งมี สม ที่
สามารถดับก นคาวของอาหารได้สาร ด
โดยเ พาะปลาที่ไม่ยาก กเพราะมีเต้าเ ยวเป็น วนผสมอยู่แล้ว รวมทั้ง
เ อวัว และสำหรับ พริก กระเ ยม ก็ต้อง งคงเป็นวัต ดิบที่สำคัญเ อ
ให้รสชา นเคยและคาดหวังจาก ก า งคงอยู่ แต่ วนผสมอาจปรับ
ไปบ้าง และไม่ใ สาร น ดใดๆ
ผมได้ลอง ม บสาร ดเมนูอาหาร ไม่ว่า ปลานึ่ง ห กรอบ และ
ไ เจียว…. ไม่น่าเ อครับ เข้า นได้เป็นอ าง และอร่อย โดยเ พาะ
เจ้าปลานึ่ง และรสชา ของน้ำจิ้มข้าวมันไก่ไหหลำ งคงอยู่ครบ และผม
รับรู้ น ว่าเจ้าตัวนี้เป็นน้ำจิ้มข้าวมันไก่ที่ไม่ใ เป็นเ ยงแ น้ำจิ้มข้าว
มันไก่เ า น…จริงๆ และวันนี้นอกจาก คน
ที่เป็น ก าประ ที่ร้านของเธอที่จะเ นน้ำ
จิ้มข้าวมันโกเ งที่ร้านแล้ว งจะเ นได้ใน
ร้านดังๆ อา “ริมปิง” และ “ อป” ที่เธอ
เดินเข้าหาร้านเห านี้ เ อนำ น าไปเสนอ
ให้ตัวแทนร้านเห านี้ และแน่นอนเรา ง
พบในร้านของ ากที่น่าน ที่วางไว้ บขวด
แกงไตปลา ฝีมือของ แม่เธออีกด้วย
ลมใตเ้ปรื่ีกอง2”:น“้บำจนิ ิ้มให”้ไกทีล่ใไหปใญห่้ถกึงวจ่าดุ นห้มำจาิ้ยม” หน้1า357
เรื่องราวของ “การ์ตูน” และที่มาของ เนิดของ “โกเ ง… น้ำจิ้ม
ข้าวมันไก่ไหหลำ ที่ไม่ใ แ น้ำจิ้มไก่” เป็นแบบอ างให้ ประกอบการ
ใหม่ๆ รู้ว่าทุกที่ ทุกแ ง และทุกเรื่องราวรอบๆ ตัวเราสามารถใ เป็น
โอกาสในการสร้างธุรกิจได้เสมอ เ ยงแ “มีใจ” “ให้ใจ” และ
“ใ ใจ” ในทุกรายละเอียดใน งที่เราสร้าง และวันนี้ผมเ อหมดใจว่า
น้ำจิ้มขวดนี้ของเธอคือ “ดวงใจ” ของเธอ เพราะแ แต่ อ เธอ งเลือก
ใ อ “โกเ ง” ซึ่งเป็น อของ “แ วตา ดวงใจ” ของเธอ
เป็นแบบอ างให้
ประกอบการใหม่ๆ รู้ว่า
ทุกที่ ทุกแ ง
และทุกเรื่องราวรอบๆ ตัวเรา
สามารถใ เป็นโอกาสในการ
สร้างธุรกิจได้เสมอ เ ยงแ
“มีใจ” “ให้ใจ” และ “ใ ใจ”
ในทุกรายละเอียดใน งที่เราสร้าง
ขอบ ภาพจาก
เพจเ ส ค โกเ งข้าวมันไก่ไหหลำ
https://www.facebook.com/โกเ งข้าวมันไก่ไหหลำ
138 ลมใต้ปกี 2 : “บินให้ไกล ไปให้ถงึ จุดหมาย” เรื่อง”น้ำจิ้ม” ที่ใหญ่กว่าน้ำจิ้ม หน้า 6
ลมใต้ปกี 2 : “บนิ ให้ไกล ไปให้ถงึ จุดหมาย” 139
เ ากาลงั นาสมนุ ไพรไทยมาใชอ ยางมวี ทยา าสตร
แล สม สานกบั แพทย ุบนั
140 ลมใตป้ ีก 2 : “บินให้ไกล ไปให้ถงึ จุดหมาย”
ก้าวอย่างมีระบบ...
ของสมุนไพรไทย
การก้าวเข้ามาเป็นผู้ประกอบการของแต่ละ
คนนั้นแตกต่างกันออกไป หลายคนเข้ามาเพราะ
ความฝัน บางคนเข้ามาเพราะสายเลือด หลายคน
เข้ามาเพราะจำเป็น หลายคนเข้ามาเพราะอยาก
หาประสบการณ์ชีวิต แต่สำหรับ “หมอศุภ” ไม่
เหมือนใคร “ปาณะพงษ์ เลาหวฤทธิ์” หรือ “โก้”
ของเพื่อนๆ แต่คนทั่วไปจะรู้จักเขาในนาม หมอ
ศุภ ซึ่งพระตั้งให้จาก “ศุภปัญญา” เป็นแพทย์
ไทยแผนโบราณชื่อดังของเมืองน่าน เจ้าของ
“คลินิกหมอศุภ การแพทย์แผนไทย” อาชีพเดิม
เขาคือวิศวกร
เมื่อ “หมอศุภ” ก้าวจากรั้วมหาวิทยาลัย เขาก็เข้าร่วมงานกับ
บริษัทต่างชาติชื่อดังและรับผิดชอบออกแบบระบบวิ่งของรถไฟฟ้า ซึ่ง
เป็นงานที่เครียดและหนัก การเดินทางต่างประเทศบ่อยๆ และงานที่ต้อง
ลงพื้นที่งานบ่อยๆ นานๆ ทำให้พักผ่อนน้อย ผสมความเครียดของงาน
ทำให้พบว่าตัวเองเป็นโรคกรดไหลย้อน ซึ่งตอนแรกเป็นโรคใหม่ของ
คนไทย ทำให้เขาเข้าออกโรงพยาบาลบ่อยๆ กว่าสองปี แม้ว่าจะได้
ก้ลามวใอตยป้ ่ีกาง2มี:ร“ะบบินใบห้ไขกอลงไปสใมหุ้ถนึงไจพดุ รหไมทายย”หน้า1411
หมอ โรงพยาบาล แต่โรค าย ก็ ง กคาม ณภาพชีวิตของเขาไม่
เลิก จน ารัก าพยาบาลเ นโควต้าในเ ยประกันของเขา ทำให้เขา
เ มมองหาทางออกทางใหม่ และมีผู้แนะ ให้เขาไปเจอ “ อ บ แ น
มญาติ” ค สมุนไพรชื่อดังผู้ าน ม ยาโบราณวิวรณ์ได้ งเ ม
วินิจ ยอาการ วยของเขาจาก ม ยาโบราณ และให้ยาสมุนไพรเพื่อ
ต้ม มผสมยาผง ปราก ว่าเขาหายจากโรคนั้นเป็นปลิด ง… และ น
ทำให้เขารู้ว่าเขาควรทำอะไรกับชีวิตของเขา เขาใ เวลาเสา อา ตย์ ก
6 ปี จน น จังห ดน่านก็มีแพทย์แผนไทยที่รู้เ องสมุนไพร และมีการ
ทำงานด้านสมุนไพรแบบวิชาการส ยใหม่ ชื่อ “หมอศุภ”
เขาตัด นใจเดิน นหลังให้กับอาชีพวิศวกร และวางชีวิต
งหมดไ กับสมุนไพร เขาเ ม ก าจาก รายาโบราณ ความรู้
สมุนไพร และผลิต ณ แรกในทาง ร จ คือ ยานวด วเ า จาก
รับจา กใบลานของ านนาตะ นออกของน่านเอง ซึ่งส ย อนนั้น
เมืองน่าน ก เขาให ราย อม กลายเป็นเมือง ด ติดต่อ านเมือง น
ยาก งใ สมุนไพรหลากหลายที่มีบน เขามาทำยา ราแพทย์แผน
โบราณแบบน่านมีมานาน และ นนวด วเ า มีการทำใ มาตลอด
ใน มชน เพื่อ วยอาการปวดของกระ ก วเ า แรกๆ “หมอศุภ” ลอง
142 ลมใต้ปกี 2 : “บนิ ให้ไกล ไปให้ถึงจุดหมาย”
ก้าวอย่างมีระบบ ของสมุนไพรไทย หน้า 2
ทำออกมาจำหน่ายในก งเทพ โดย ากขาย
ในที่มอล ทั่วๆไป ใ ชื่อ “โ งยา” ปราก ว่า
ง อมาก นอย่างรวดเ วจนแปลกใจ
ทำให้ต้องลง นเ ม น เขาเ มปรับป งการ
ผลิตให้ นส ยและ ด งภาพให ของการที่
จะ เอา รายาโบราณที่เขาสะสมความรู้มา
ทำเป็น ร จที่มีมาตร านและหลักเภ ชกรรม
และครบวงจรมาก น ซึ่ง น โรงงานเ ก
สะอาด นส ย ได้มาตร าน ที่สำ ญ ก
อย่างก็อ ในบริเวณคลินิก
หมอศุภ เ ด “คลินิกสมุนไพรหมอศุภ
การแพทย์แผนไทย” เพื่อรัก าคนไข้โดยใ
ยาจากส นไพรตามจา กใน ม โบราณ
อง นและ รับวิชาการแพทย์แผนโบราณ
โดยเน้นด้านกระ ก ข้อต่อต่างๆ และโรค
ผิวหนัง สำหรับการรัก านั้น คนไข้ต้องผ่าน
การวินิจ ยโรคจากเขา อน ที่จะจัดยา
สมุนไพรให้ และมีการตรวจโรคจากวิชาการ
แพทย์ปัจ น ผลตรวจเลือด และ นๆ เพราะ
เขาเชื่อว่าแต่ละสภาพร่างกายของแต่ละคน
นั้นมีความจำเป็นในการใ สมุนไพรที่แตก
ต่างกันออกไป เขา ลังทำให้สมุนไพร
เขา ลังทำให้สมุนไพรไทย ก
มาใ อย่างมีวิทยาศาสต
และผสมผสานกับ
แพทย์แผนปัจ น
ก้ลามวใอตยป้ ่ีกาง2มี:ร“ะบบินใบห้ไขกอลงไปสใมหุถ้นงึ ไจพุดรหไมทายย”หน้า1433
ไทย ก มาใ อย่างมีวิทยาศาสต และผสมผสานกับแพทย์แผน
ปัจ น โดยคนไข้ของเขา กคนจะมีการจัดเก็บข้อ ลประ ติการใ ยา
และติดตามผลของการรัก า ซึ่งเขาทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัย ซึ่งการ
ทำ Clinical Trial แบบ ไม่ อยเ นเ าไหร่นักในการใ ยาสมุนไพร
านเรา นับว่าเป็นไปตามหลักการแพทย์และเภ ชส ยใหม่
นอกจาก เขา งเชื่อว่าความรู้เ องสมุนไพร เป็นสม ติของ ก
คน เ ยงแต่ว่าเขาโชค ที่ได้มีเวลาและโอกาสเรียนรู้ น่าจะแบ่งปันให้
ผู้คนทั่วไปได้ เขา งเ ดโอกาสให้ผู้คน กถามป ก าเขาผ่าน อมีเ ย
ต่างๆ เ ยวกับอาการและการใ สมุนไพร หรือให้ความรู้ทั่วไป เ น
เลือดพร่อง หน้า ลังเ ยว ไม่สดใสสม ย ควรทานอะไร ซึ่ง วนมากก็
เป็นพวก ก สมุนไพร อาหารที่หาได้ทั่วไป ายๆอ แ ว หรือสอนการทำ
กกลอนจากมะ ม ม พริกไทย ก วย นกับ ง เพื่อ วย น
อ โมน ให้ร่างการสดใส ก หรือสอน ตรสมุนไพรเพื่อรัก าโรค ส ด
ผสมกันใน ด วนเ าไรและใ อย่างไร… ประมาณ ใครสนใจลองหา
ได้ หรือสอบถามทางเฟส ค “สมุนไพร หมอศุภ” ครับ
นห งเขาไปเจอเ ก อยาแก้
อง ดจาก านมา ดในใจว่า เ ยง
แ คนโบราณเขาทำเ ยงไปหลัง
าน เอาด้าน อนแทงไปใน ต้น
ก วย เมื่อมียางออกมาก็ ไปผสม
น มก็สามารถแก้ปัญหาอาการ
เ บ องได้ ทำไมคนไม่รู้ งๆที่ความ
รู้ มีมาตั้งแต่ น นทวด ก็เลย ก ง
ก า ร ส า ง น ย์ เ รี ย น รู้ส มุ น ไ พ ร ใ ห้
สา ารณะ รวม งเป็นที่พักกับคนไข้ที่
เดินทางมารัก าที่คลินิกของเขาที่จังห ดน่าน ขณะ นย์เรียนรู้ ที่พัก
และการผลิต ลังอ ในระหว่างการ อส าง โดยภาพ ร จที่อ ใน ว
เขาคือ กอย่างจบที่ น ผู้สนใจเ องยาสมุนไพรไทยเดินเข้าไป จะได้
เรียนรู้เ องสมุนไพรอย่าง ก ง ทดลองทำผลิต ณ สมุนไพรที่มี
144 ลมใต้ปกี 2 : “บินให้ไกล ไปใหถ้ ึงจดุ หมาย” ก้าวอย่างมีระบบ ของสมุนไพรไทย หน้า 4
ณภาพ และหากอยากทำ ร จของตัวเอง ทาง นย์ก็จะรับผลิตให้
โดนไม่ต้องไปลง นในเค องไม้เค องมือเอง ซึ่งสามารถทดลองตลาด
ไปเ อยๆ จนกว่าจะแน่ใจแ ว อยไปลง นเอง นย์ ไม่ใ เ ยงแ ให้
ความรู้ แต่เป็น นย์ นของคนที่มีฝันที่จะทำ ร จสมุนไพร
น หมอศุภ ลัง น ให้ความรู้โบราณด้านสมุนไพรตามวิ ด
อย่างมีหลัก มีการ นตอนแบบวิศวกรรมที่ฝังในตัวเขามาตลอด และ
ลังออกแบบให้เป็น ร จที่มี ณภาพ มาตร าน และอย่างมีวิชาการ
ส ยใหม่ ซึ่งจะทำให้ ร จสมุนไพรไปไกลและมีระบบกว่าที่เคยเป็นมา
และที่สำ ญเขา งพ อมที่จะแบ่งปันความรู้เห า ให้กับผู้คน นๆ เพื่อ
ให้คนทั่วไปรู้ งว่าสมุนไพรเป็นมากกว่าที่เรา ด
อาชีพเดิมเขาคือวิศวกร...
มีหลัก มีการ นตอนแบบวิศวกรรม
ที่ฝังในตัวเขามาตลอด...
หมอศุภ... ลังออกแบบให้
เป็น ร จที่มี ณภาพ มาตร าน
และอย่างมีวิชาการส ยใหม่
ซึ่งจะทำให้ ร จสมุนไพรไปไกล
และมีระบบกว่าที่เคยเป็นมา
ขอบ ณภาพจาก
เพจเฟส ค สมุนไพรหมอศุภ
https://www.facebook.com/dr.sup.herb/
http://drsupherb.com/
กล้ามวใตอ้ปยกี่า2งม:ี“รบะินบใหบ้ไกขลอไงปสใหม้ถุนงึ จไดุพหรมไาทยย” หน้1า455