The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ โดยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT เรื่อง วัสดุและสมบัติของวัสดุ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนพินิจราษฎร์บำรุง อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์
โดย นางสาวสุรางคณา สมบัติ มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by surangkana97, 2020-09-01 07:39:58

การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ โดยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT เรื่อง วัสดุและสมบัติของวัสดุ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนพินิจราษฎร์บำรุง อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์

การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ โดยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT เรื่อง วัสดุและสมบัติของวัสดุ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนพินิจราษฎร์บำรุง อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์
โดย นางสาวสุรางคณา สมบัติ มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม

45

วนั ดี จูเปี่ยม (2558) ได้ทาการวจิ ยั เรื่องการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นวิทยาศาสตร์
โดยการจัดการเรยี นรู้ดว้ ยกระบวนการสืบเสาะหาความรู้แบบ 5E ของนกั เรียนระดบั ช้ันประถมศึกษา
ปีท่ี 6 การวิจยั ครัง้ นี้ ผลการวิจัยพบวา่ นกั เรียนระดบั ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 6 มีผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น
วิทยาศาสตร์สูงขึ้นมากกว่าร้อยละ 80 หลังการใช้การจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการสืบเสาะ
หาความรแู้ บบ 5E อย่างมนี ัยสาคญั ทางสถิตทิ ีร่ ะดับ .001

ศิรประภา พบวันดี (2558) ได้ทาวิจัยเร่ืองการพัฒนาผลการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
ของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT ผลการวิจัยพบว่า
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยการจัดการเรียนรู้
แบบรว่ มมอื เทคนิค TGT มีประสิทธภิ าพเท่ากบั 83.73/84.41 คา่ ดชั นปี ระสทิ ธิผลของการจัดกิจกรรม
การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค
TGT คิดเปน็ ร้อยละ 72.32 ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนทเ่ี รียนดว้ ยการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT
มีคะแนนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ .01
ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค
TGT มีทักษะหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ .01 และความพึงพอใจ
นักเรียนต่อการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ โดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT ต่อการเรียนรู้
วทิ ยาศาสตร์ โดยรวมอยใู่ นระดับมากท่ีสุด (X̅=4.52, S.D.=0.59)

เสาวลักษณ์ หล้าสิงห์ (2558) ได้ศึกษาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนและเจตคติ
ต่อวิทยาศาสตร์โดยใช้การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ด้วยส่ือประสม เร่ือง ระบบประสาทและ
อวัยวะรับความรู้สึกสาหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ผลการวิจัยพบว่า ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน
วิชาชีววิทยาของนักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 5 ท่ีได้รับการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ด้วยสื่อ
ประสม เรื่อง ระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สึก หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสาคัญ
ทางสถิติที่ระดับ .05 และเจตคติต่อวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ท่ีได้รับการสอน
แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ด้วยสื่อประสม เรื่อง ระบบประสาทและอวัยวะรับความรู้สึก หลังเรียน
สงู กว่ากอ่ นเรยี นอยา่ งมีนัยสาคญั ทางสถิติท่รี ะดบั .05

นราวดี จ้อยรุ่ง (2559) ได้ศึกษาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิชาชีววิทยา และทักษะ
กระบวนการกลุ่มของนักเรียนสายวิทยาศาสตรพ์ ิเศษ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปี ที่ 4 ที่ไดร้ ับการจดั การเรียนรู้
แบบร่วมมือเทคนิค TGT พบว่า การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT ส่งผลให้นักเรียน
มีผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นวชิ าชีววิทยาสงู ข้นึ โดยมีคะแนนพัฒนาการ รอ้ ยละ 65.44 ซง่ึ อยู่ในระดับสูง
และส่งผลใหน้ ักเรียนมีทักษะกระบวนการกลุ่มสงู ขน้ึ โดยมีคะแนนพัฒนาการ รอ้ ยละ 81.96 ซ่งึ อยู่ใน
ระดบั สูงมาก

46

สุเมธ เนาว์รุ่งโรจน์ (2561) ได้การศึกษาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน เร่ือง การถ่ายทอด
ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม ทีจ่ ดั การเรยี นรู้ แบบสบื เสาะหาความรู้ (5E) และความพึงพอใจในการจัดการ
เรียนรู้ของนักเรียนระดับช้ัน มัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนห้วยยอด จังหวัดตรัง การศึกษาผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียน ใช้เคร่ืองมือ คือ แผนการจัดการเรียนรู้และแบบทดสอบความรู้ก่อน-หลังเรียน เร่ือง
การถ่ายทอดลักษณะทาง พันธกุ รรม จานวน 30 ขอ้ 30 คะแนน ผลการวิจยั พบว่า ผลสมั ฤทธิ์ทางการ
เรียนก่อนเรียนเฉลี่ย คือ 12.04 คะแนน (S.D. = 2.75) และเมื่อนักเรียนท่ีเป็นประชากรในการวิจัย
คร้ังนี้ ผ่านกระบวนการจัดการเรยี นรแู้ บบสืบเสาะหาความรู้ (5E) พบว่าผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนหลัง
เรียนเฉล่ีย คือ 24.03 คะแนน (S.D. = 1.85) เมื่อเปรียบเทียบคะแนนกอ่ น-หลังเรยี น พบว่าคะแนน
หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ ท่ีระดับ 0.5 การศึกษาความพึงพอใจต่อ
การจัดการเรียนรู้ ใช้เครื่องมือ คือ แบบสอบถามความพึงพอใจแบบมาตรประมาณค่า 5 ระดับ
ผลการวิจัยพบว่า ความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ เรื่อง การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม
ทจ่ี ดั การเรยี นร้แู บบสืบเสาะหาความรู้ (5E) อยู่ในระดบั พงึ พอใจมาก ( x = 4.29 และ S.D. = 0.78)

7.2 งานวิจัยต่างประเทศ
Chistopher and other (2009) ได้ศึกษาผลของการจัดการเรียนการสอนตามแนว

รูปแบบวัฎจักรการเรียนรู้ 5 ข้ันตอน ท่ีมีต่อผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน การให้เหตุผลและการสร้างข้อ
โต้แย้งของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนในช่วงอายุ 14-16ปี จานวน 58 คน
แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มทดลอง เรียนด้วยรูปแบบวัฎจักรการเรียนรู้ 5 ข้ันตอน และกลุ่มควบคุม
เรียนด้วยวิธีการเรียนการสอนแบบทั่วไป ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนท่ีเรียนด้วยรูปแบบวัฎจักรการ
เรียนรู้ 5 ข้ันตอน มีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ความสามารถในการให้เหตุผลและการสร้างข้อ
โต้แยง้ สงู กวา่ นกั เรียนทเี่ รียนดว้ ยวธิ กี ารเรียนการสอนแบบท่วั ไปอย่างมนี ยั สาคญั ทางสถิติ

Pooja Walia (2012) ได้ศึกษาผลของการใช้รูปแบบวงจรการเรียนรู้ 5 ขั้น ที่มีต่อ
ความคดิ สร้างสรรคท์ างคณิตศาสตรข์ องนักเรยี นเกรด 8 กลุ่มตวั อย่างเปน็ นกั เรียนเกรด 8 จานวน 32
คน แบง่ เปน็ 2 กลมุ่ คอื กลมุ่ ทดลอง เรยี นดว้ ยรูปแบบวฎั จกั รการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน และกล่มุ ควบคุม
เรียนด้วยวิธีการเรียนการสอนแบบทั่วไป ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนท่ีเรียนด้วยรูปแบบวัฎจักรการ
เรียนรู้ 5 ขั้นตอน มีคะแนนความคิดสรา้ งสรรคท์ างคณติ ศาสตรส์ งู กว่านกั เรยี นท่ีเรียนดว้ ยวธิ ีการเรียน
การสอนแบบทัว่ ไปอย่างมนี ยั สาคัญทางสถิติ

Arsaythamby and Chairhany (2013) ได้เปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน
เร่ือง คาศัพท์ระหว่างกลุ่มที่ได้รับการสอนโดยใช้เทคนิค TGT และกลุ่มท่ีได้รับการสอนด้วยวิธีปกติ
กลุ่มตัวอย่างถูกสุ่มด้วยวิธี Cluster Random Sampling ผลการศึกษาพบว่ากลุ่มทดลองที่ได้รับ
การสอนโดยใช้เทคนิค TGT มีคะแนนเฉล่ียเร่ืองคาศัพท์ 76.21 คะแนน และกลุ่มควบคุมท่ีได้รับ
การสอนด้วยวิธีปกติมีคะแนนเฉล่ีย 69.25 คะแนน และจากข้อมูลทางสถิติ สามารถสรุปได้ว่า

47

ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องคาศัพท์ ของนักเรียนที่ได้รับการสอนโดยใช้เทคนิค TGT และ วิธีปกติ
มีความแตกตา่ งกันอย่างมนี ัยสาคัญทางสถติ ิ

Satya (2013) ได้ศึกษาผลของการจัดการเรยี นรู้แบบรว่ มมือโดยใช้เทคนิค TGT ที่มี
ต่อเจตคติและผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนักเรียนในจังหวัดเรียว ประเทศอินโดนีเซีย โดยใช้กลุ่ม
ทดลองจานวน 32 คน ได้รับการจัดการเรยี นรแู้ บบร่วมมอื โดยใชเ้ ทคนิค TGT และกลมุ่ ควบคมุ จานวน
32 คน ได้รับการสอนแบบดั้งเดิม (Chalk and talk) ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่านักเรียนที่ได้รับ
การจัดการเรียนรูแ้ บบร่วมมอื โดยใช้เทคนิค TGT มเี จตคติและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่านักเรียน
ที่ได้รับการสอนแบบด้ังเดิม อีกท้ังการศึกษาคร้ังน้ียังแสดงให้เห็นว่าการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ
โดยใช้เทคนิค TGT ช่วยส่งเสริมสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ให้ต่ืนตัวขึ้นและช่วยเพิ่มการอภิปราย
ในห้องเรียนระหวา่ งครูและนกั เรียนอีกดว้ ย

Tayebeh Tajari and Fariba Haghani (2013) ได้ศึกษาผลของการใช้รูปแบบ
รูปแบบวัฎจักรการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน ที่มีต่อการพัฒนาความคิดสรา้ งสรรค์ของนักเรียน กลุ่มตัวอยา่ ง
เป็นนักเรียนเกรด 3 จานวน 80 คน เป็นนักเรียนชาย 20 คน นักเรียนหญิง 20 คน แบ่งนักเรียน
ออกเปน็ กลุม่ ทดลองและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 40 คน (ชาย 20 คน หญงิ 20 คน) ผลการศึกษาพบว่า
นักเรียนท่ีเรียนด้วยรูปแบบวัฎจักรการเรียนรู้ 5 ข้ันตอน มีคะแนนความคิดสร้างสรรค์เพ่ิมข้ึนท้ัง
นกั เรียนชายและนักเรียนหญงิ อยา่ งมนี ัยสาคัญทางสถิติ .01

จากการศึกษางานวิจัยท้ังในประเทศและต่างประเทศ พบว่า การจัดการเรียนรู้แบบสืบ
เสาะหาความรู้ (5E) สามารถส่งเสริมและพัฒนาทักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ให้เกิดขึ้น
กับผู้เรียนได้และส่งผลให้ผู้เรียนมีเจตคติที่ดีต่อวิชาวิทยาศาสตร์ ชอบสังเกต กล้าคิด กล้าทา กล้า
ตัดสินใจ เผชิญสถานการณ์ ซ่ึงก่อให้เกิด ความชอบ พึงพอใจในการเรียนและสามารถนาความรู้ที่ได้
ไปใช้ในชีวิตประจาวันได้อยา่ งมีประสิทธิภาพ โดยครูเป็นผู้อานวยความสะดวก คอยชี้แนะสนับสนนุ
จัดเตรียมกิจกรรม และสถานการณ์ เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความสนใจในการแสวงหา
ความรู้ และการจัดการเรยี นรแู้ บบร่วมมอื เทคนิค TGT สามารถส่งเสริมใหน้ กั เรยี นมที ักษะทางสังคม
ได้เรียนรู้ด้วยตนเอง และมีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนสูงข้ึน ซ่ึงการจัดการเรียนรู้ทั้งสอง จะเน้นผู้เรียน
เป็นสาคัญ ด้วยเหตุผลน้ี ผู้วิจัยจึงสนใจที่จะนาเอาการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E)
มาใช้ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT ให้ผู้เรียนมีพัฒนาการการเรียนรู้และมี
ประสทิ ธภิ าพยง่ิ ข้นึ

จากการศึกษาเอกสารและงานวิจัยท่ีเก่ียวข้องกับการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
วิทยาศาสตร์โดยการจัดการเรียนร้แู บบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบรว่ มมอื
เทคนิค TGT โดยเสนอกรอบแนวคิดในการวิจัยไว้ ดังแผนภาพที่ 2.1

48

ตวั แปรต้น ตวั แปรตาม

การจดั การเรยี นรแู้ บบสืบเสาะหา 1. ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียน
ความรู้ (5E) ร่วมกบั การจัดการ 2. ความพงึ พอใจต่อการจดั การเรียนรู้
เรยี นรแู้ บบรว่ มมือเทคนิค TGT

แผนภาพท่ี 2.1 กรอบแนวคิดการวจิ ัย

บทที่ 3
วธิ ดี ำเนนิ กำรวิจยั

การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ โดยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะ
หาความรู้ (5E) ร่วมกับการจดั การเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT เรอื่ ง วัสดแุ ละสมบัติของวัสดุ ของ
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ในการดาเนินการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้กาหนดวิธีดาเนินการวิจัย
ตามลาดับหวั ข้อตอ่ ไปน้ี

1. ประชากรและกล่มุ ตวั อย่าง
2. เครื่องมือทใ่ี ช้ในการวิจัย
3. การสรา้ งและการหาคุณภาพเครือ่ งมือท่ใี ชใ้ นการวจิ ยั
4. แบบแผนการวิจยั
5. การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล
6. การวเิ คราะหข์ ้อมลู
7. สถติ ิที่ใช้ในการวจิ ัย

1. ประชำกรและกลุ่มตวั อย่ำง
1.1 ประชำกร ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จานวน 4 ห้อง นักเรียนจานวน

130 คน โรงเรียนพินจิ ราษฎรบ์ ารงุ อาเภอยางตลาด จังหวดั กาฬสนิ ธุ์
1.2 กลุ่มตัวอย่ำง ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/4 โรงเรียนพินิจราษฎร์บารุง

อาเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธ์ุ สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธ์ุ เขต 2
ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2562 จานวน 34 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster random
sampling) โดยใช้ห้องเรยี นเปน็ หนว่ ยในการสุ่ม

2. เครอ่ื งมือทีใ่ ชใ้ นกำรวิจยั
เครื่องมอื ทีใ่ ชใ้ นการวิจยั ครง้ั น้ีประกอบดว้ ย
1. แผนการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับการจัดการเรียนรู้

แบบร่วมมือเทคนิค TGT เร่ือง วัสดุและสมบัติของวัสดุ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
จานวน 5 แผน

2. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้
แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนคิ TGT เร่ือง วัสดุและสมบัติ
ของวัสดุ ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 4 แบบปรนยั ชนิดเลอื กตอบ 4 ตัวเลือก จานวน 30 ขอ้

50

3. แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนด้วย
การจัดการเรยี นรแู้ บบสบื เสาะหาความรู้ (5E) รว่ มกบั การจัดการเรยี นรแู้ บบร่วมมือเทคนคิ TGT เร่ือง
วสั ดแุ ละสมบัติของวสั ดุ มีลกั ษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) จานวน 15 ข้อ

3. กำรสร้ำงและกำรหำคุณภำพเคร่อื งมอื ทใ่ี ช้ในกำรวิจัย
3.1 แผนกำรจัดกำรเรียนรู้แบบสืบเสำะหำควำมรู้ (5E) ร่วมกับกำรจัดกำรเรียนรู้

แบบรว่ มมือเทคนคิ TGT
การสร้างและหาคุณภาพการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับ

การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT เร่ือง วัสดุและสมบัติของวัสดุ ผู้วิจัยได้ดาเนินการตาม
ขนั้ ตอน ดงั น้ี

3.1.1 ศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับ
ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2560) และการจดั การเรียนรู้กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์

3.1.2 ศกึ ษาเน้อื หาจากหนังสอื เรียนวชิ าวิทยาศาสตร์ ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 4
3.1.3 วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างเนื้อหา สาระสาคัญ และจุดประสงค์การ
เรียนรู้ เร่ือง วัสดุและสมบัติของวัสดุ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 เพ่ือนาไปสร้างแผนการจัดการเรียนรู้
ดงั ตำรำงท่ี 3.1

ตำรำงที่ 3.1 แสดงวิเคราะหค์ วามสัมพันธร์ ะหว่างเนื้อหา สาระสาคญั และจุดประสงคก์ ารเรียนรู้
เรอ่ื ง วัสดุและสมบัติของวัสดุ

ชอื่ แผน มำตรฐำนกำรเรยี นร้/ู ตัวช้ีวดั จุดประสงค์กำรเรยี นรู้

1. ว 2.1 ป.4/1 เปรียบเทยี บสมบตั ิทางกายภาพ 1. อธบิ ายประเภทของวสั ดไุ ด้
ประเภท ดา้ นความแข็ง สภาพยดื หย่นุ การนาความรอ้ น ถูกตอ้ ง (K)
ของวัสดุ และการนาไฟฟ้าของวัสดโุ ดยใชห้ ลักฐานเชิง
ประจักษ์จากการทดลองและระบุการนาสมบัติ 2. จาแนกประเภทของวัสดไุ ด้
เรือ่ งความแข็ง สภาพยืดหยนุ่ การนาความรอ้ น ถูกตอ้ ง (P)
และการนาไฟฟ้าของวัสดไุ ปใช้ในชวี ติ ประจาวนั
ผา่ นกระบวนการออกแบบชน้ิ งาน 3. เป็นคนมวี ินัย ใฝ่เรยี นรู้และ
มงุ่ ม่นั ในการทางาน (A)

2. ความ ว 2.1 ป.4/1 เปรียบเทยี บสมบตั ิทางกายภาพ 1. อธิบายสมบัติด้านความ
แขง็ ของ ดา้ นความแข็ง สภาพยดื หยุน่ การนาความร้อน แขง็ ของวัสดุตา่ งๆและ
วสั ดุ และการนาไฟฟ้าของวสั ดโุ ดยใชห้ ลกั ฐานเชิง ยกตวั อย่างการนาวสั ดทุ มี่ สี มบัติ

51

ชอ่ื แผน มำตรฐำนกำรเรยี นร/ู้ ตวั ชีว้ ัด จุดประสงค์กำรเรียนรู้

ประจักษจ์ ากการทดลองและระบุการนาสมบัติ ดา้ นความแขง็ มาใชป้ ระโยชน์ใน

เร่ืองความแข็ง สภาพยืดหยนุ่ การนาความร้อน ชวี ติ ประจาวันได้ (K)

และการนาไฟฟ้าของวสั ดไุ ปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั 2. ทดลองและเปรียบเทียบ

ผ่านกระบวนการออกแบบช้นิ งาน สมบตั ิด้านความแข็งของวัสดุ

ว 2.1 ป.4/2 แลกเปลย่ี นความคิดกับผอู้ ื่นโดย ตา่ งๆ ได้ (P)

การอภปิ รายเกย่ี วกบั สมบตั ิทางกายภาพของวัสดุ 3. เป็นคนมีวินัย ใฝเ่ รยี นรูแ้ ละ

อยา่ งมเี หตุผลจากการทดลอง มงุ่ มั่นในการทางาน (A)

3. สภาพ ว 2.1 ป.4/1 เปรยี บเทยี บสมบัติทางกายภาพ 1. อธบิ ายสมบตั ิสภาพยืดหยนุ่
ยืดหยุน่
ของวัสดุ ดา้ นความแขง็ สภาพยดื หยนุ่ การนาความร้อน ของวัสดุตา่ งๆ และยกตวั อยา่ ง

และการนาไฟฟา้ ของวสั ดโุ ดยใชห้ ลักฐานเชิง การนาวสั ดทุ ี่มีสมบัตสิ ภาพ

ประจกั ษจ์ ากการทดลองและระบุการนาสมบัติ ยืดหยนุ่ มาใช้ประโยชน์ใน

เรอื่ งความแข็ง สภาพยืดหยุ่น การนาความร้อน ชีวิตประจาวนั ได้ (K)

และการนาไฟฟ้าของวัสดุไปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั 2. ทดลองและเปรียบเทยี บ

ผา่ นกระบวนการออกแบบช้ินงาน สมบตั ิสภาพยดื หยนุ่ ของวัสดุ

ว 2.1 ป.4/2 แลกเปลีย่ นความคิดกับผ้อู ่นื โดย ต่างๆ ได้ (P)

การอภปิ รายเก่ียวกบั สมบตั ิทางกายภาพของวัสดุ 3. เปน็ คนมีวินยั ใฝเ่ รยี นร้แู ละ

อย่างมเี หตผุ ลจากการทดลอง มุ่งมน่ั ในการทางาน (A)

4. การนา ว 2.1 ป.4/1 เปรยี บเทยี บสมบตั ิทางกายภาพ 1. อธบิ ายสมบตั ิด้านการนา
ความรอ้ น ด้านความแข็ง สภาพยืดหยนุ่ การนาความรอ้ น ความร้อนของวสั ดุตา่ งๆ และ
ของวสั ดุ และการนาไฟฟ้าของวัสดุโดยใช้หลักฐานเชิง ยกตัวอย่างการนาวัสดทุ ม่ี ีสมบตั ิ
ประจักษจ์ ากการทดลองและระบกุ ารนาสมบตั ิ ด้านการนาความรอ้ นมาใช้
เรอื่ งความแขง็ สภาพยืดหยุ่น การนาความร้อน ประโยชนใ์ นชวี ติ ประจาวนั ได้ (K)
และการนาไฟฟา้ ของวสั ดไุ ปใช้ในชีวิตประจาวนั
ผ่านกระบวนการออกแบบชิ้นงาน 2. ทดลองและเปรียบเทยี บ
สมบตั ิด้านการนาความรอ้ นของ
ว 2.1 ป.4/2 แลกเปลีย่ นความคิดกับผอู้ ืน่ โดย วัสดตุ า่ งๆ ได้ (P)
การอภปิ รายเกย่ี วกับสมบัติทางกายภาพของวัสดุ
อย่างมเี หตผุ ลจากการทดลอง 3. เป็นคนมีวนิ ัย ใฝ่เรียนร้แู ละ
ม่งุ มนั่ ในการทางาน (A)

52

ช่อื แผน มำตรฐำนกำรเรยี นร้/ู ตวั ช้ีวัด จดุ ประสงค์กำรเรยี นรู้

5. การนา ว 2.1 ป.4/1 เปรยี บเทยี บสมบัติทางกายภาพ 1. อธบิ ายสมบัติดา้ นการนา
ไฟฟ้าของ ด้านความแขง็ สภาพยดื หยุ่น การนาความร้อน ไฟฟ้าของวัสดุต่างๆ และ
วัสดุ และการนาไฟฟา้ ของวสั ดโุ ดยใช้หลักฐานเชงิ ยกตวั อยา่ งการนาวัสดทุ ม่ี ีสมบัติ
ประจักษ์จากการทดลองและระบกุ ารนาสมบัติ ด้านการนาไฟฟ้ามาใชป้ ระโยชน์
เรอ่ื งความแขง็ สภาพยดื หยนุ่ การนาความร้อน ในชวี ิตประจาวนั ได้ (K)
และการนาไฟฟ้าของวสั ดุไปใชใ้ นชีวิตประจาวัน
ผา่ นกระบวนการออกแบบชน้ิ งาน 2. ทดลองและเปรียบเทียบ
สมบัติด้านการนาไฟฟา้ ของวสั ดุ
ว 2.1 ป.4/2 แลกเปล่ียนความคดิ กับผู้อ่นื โดย ตา่ งๆ ได้ (P)
การอภปิ รายเกยี่ วกับสมบตั ิทางกายภาพของวสั ดุ
อย่างมีเหตุผลจากการทดลอง 3. เปน็ คนมวี ินัย ใฝ่เรยี นรแู้ ละ
มุ่งม่ันในการทางาน (A)

3.1.4 สร้างแผนการจัดการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 รวม
ท้ังหมด 5 แผน ซ่ึงมเี น้อื หาตามแผนการเรยี นรู้ ดงั ตำรำงที่ 3.2

ตำรำงที่ 3.2 แสดงการแบง่ เป็นเน้อื หาย่อยและจัดลาดับเน้ือหา

เนอ้ื หำยอ่ ย เร่อื ง จำนวนชัว่ โมง
1 ประเภทของวสั ดุ 2
2 ความแขง็ ของวัสดุ 2
3 สภาพยืดหยนุ่ ของวสั ดุ 2
4 การนาความร้อนของวัสดุ 2
5 การนาไฟฟา้ ของวัสดุ 2

3.1.5 นาแผนการจัดการเรียนรู้ ที่ผู้วิ จัยสร้างข้ึนนาเสนอต่อครูพ่ีเล้ียง
เพื่อตรวจสอบความถกู ต้องของรูปแบบเนือ้ หาภาษา กระบวนการเรียนรู้ และการวดั ประเมนิ ผล

3.1.6 นาแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่องวัสดุและสมบัติของวัสดุ สาหรับนักเรียน
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 4 มาปรบั ปรงุ ตามขอ้ เสนอแนะของครพู ีเ่ ลีย้ ง

3.1.7 นาแผนการจัดการเรยี นรู้ เสนอต่อผูเ้ ชี่ยวชาญ จานวน 3 ท่าน เพื่อพิจารณา
ตรวจสอบความถกู ต้องและประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ตามสาระการเรียนรู้ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
เน้ือหากระบวนการเรียนรู้ ส่ือและแหล่งการเรยี นรู้ การวัดและประเมินผล โดยใช้เกณฑ์การประเมนิ

53

ชนิดมาตราสว่ นประมาณคา่ (Rating Scale) แบ่งเป็น 5 ระดบั คอื เหมาะสมมากท่ีสุด เหมาะสมมาก
เหมาะสมปานกลาง เหมาะสมน้อย และเหมาะสมน้อยท่ีสุด ซ่ึงผู้เช่ียวชาญที่จะประเมินแผน
การจดั การเรยี นรู้ ไดแ้ ก่

1. นางผอ่ งศรี ภชู า่ งทอง ตาแหน่ง ครู ชานาญการพเิ ศษ
2. นายประสงค์ สกลุ ซง้ ตาแหนง่ ครู ชานาญการพเิ ศษ
3. นายมนตรี รตั นศรี ตาแหนง่ ครู ชานาญการพิเศษ
3.1.8 นาคะแนนที่ไดจ้ ากการประเมนิ ของผูเ้ ชี่ยวชาญ มาวเิ คราะห์หาคา่ เฉลี่ยและ
ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน แต่ละรายการประเมิน แบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale)
แบง่ เป็น 5 ระดับ คือ
5 หมายถงึ เหมาะสมมากทส่ี ุด
4 หมายถงึ เหมาะสมมาก
3 หมายถงึ เหมาะสมปานกลาง
2 หมายถงึ เหมาะสมนอ้ ย
1 หมายถึง เหมาะสมนอ้ ยที่สุด
แล้วกาหนดเกณฑ์ในการยอมรับรายการประเมินของแผนการจัดการเรียนรู้ต้องได้
คา่ เฉลี่ย 3.51 ขนึ้ ไป จงึ ถือว่า ผ่านเกณฑก์ ารประเมิน โดยใช้หลักเกณฑก์ ารประเมิน ดงั น้ี
(บุญชม ศรีสะอาด, 2545)
4.51 – 5.00 หมายถงึ เหมาะสมมากท่ีสดุ
3.51 – 4.50 หมายถงึ เหมาะสมมาก
2.51 – 3.50 หมายถงึ เหมาะสมปานกลาง
1.51 – 2.50 หมายถึง เหมาะสมนอ้ ย
1.00 – 1.50 หมายถงึ เหมาะสมนอ้ ยทสี่ ดุ
3.1.9 นาแผนการจัดการเรียนรู้ที่ปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่อง แล้วจัดพิมพ์แผน
การจัดการเรียนรู้ เพื่อนาไปใช้กับกลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 4 จานวน 34 คน
ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2562 โรงเรยี นพนิ ิจราษฎรบ์ ารุง อาเภอยางตลาด จังหวดั กาฬสนิ ธ์ุ
3.2 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธท์ิ ำงกำรเรียน
การสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เร่ือง วัสดุและสมบัติของวัสดุ
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 ผูว้ จิ ัยดาเนินการตามข้นั ตอน ดงั น้ี
3.2.1 ศึกษาและวิเคราะห์หลักสูตรด้านเน้ือหา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สาระ
การเรยี นรู้ และจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ เพอ่ื ใชเ้ ปน็ แนวทางในการสรา้ งข้อสอบ

54

3.2.2 ศึกษาทฤษฎีและแนวการสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน
ตามแนวการวัดผลและเทคนิคการเขียนข้อเขียนสอบ และศึกษาการสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิ
แบบอิงเกณฑ์

3.2.3 วเิ คราะหส์ าระการเรยี นรู้ และมาตรฐานการเรียนรู้ ดงั ตำรำงท่ี 3.3

ตำรำงที่ 3.3 แสดงวิเคราะห์ความสมั พนั ธร์ ะหว่างเน้ือหา จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ จานวนขอ้ สอบ
ท่สี ร้างและตอ้ งการใช้จริง

เนอ้ื หำ จดุ ประสงค์กำรเรยี นรู้ จำนวนข้อสอบ
สรำ้ ง ตอ้ งกำร
ประเภทของวัสดุ 1. อธบิ ายประเภทของวสั ดไุ ดถ้ ูกตอ้ ง (K)
ความแข็งของวสั ดุ 2. จาแนกประเภทของวสั ดไุ ด้ถูกตอ้ ง (P) ใชจ้ รงิ
1. อธิบายสมบัติด้านความแข็งของวัสดตุ า่ งๆและ 53
สภาพยืดหยนุ่ ยกตวั อยา่ งการนาวัสดุท่มี ีสมบตั ิดา้ นความแข็ง มาใช้ 53
ของวัสดุ ประโยชนใ์ นชวี ิตประจาวนั ได้ (K) 44
2. ทดลองและเปรียบเทียบสมบัติด้านความแขง็ ของ
การนาความร้อน วัสดุตา่ งๆ ได้ (P) 22
ของวัสดุ 1. อธบิ ายสมบัติสภาพยืดหยุ่นของวัสดุตา่ งๆ และ 54
ยกตวั อย่างการนาวสั ดทุ ่ีมีสมบัติสภาพยดื หย่นุ มาใช้
การนาไฟฟ้า ประโยชน์ในชวี ิตประจาวันได้ (K) 22
ของวสั ดุ 2. ทดลองและเปรียบเทยี บสมบตั ิสภาพยดื หยุน่ ของ 95
วัสดตุ า่ งๆ ได้ (P)
1. อธบิ ายสมบตั ิดา้ นการนาความรอ้ นของวัสดุตา่ งๆ 11
และยกตัวอย่างการนาวัสดุที่มสี มบัติด้านการนาความ
รอ้ นมาใช้ประโยชนใ์ นชวี ิตประจาวนั ได้ (K) 65
2. ทดลองและเปรยี บเทยี บสมบัติด้านการนาความ
รอ้ นของวสั ดุตา่ งๆ ได้ (P)

1. อธิบายสมบัติดา้ นการนาไฟฟา้ ของวัสดุตา่ งๆ และ
ยกตวั อย่างการนาวัสดทุ ่ีมสี มบัติดา้ นการนาไฟฟ้ามา
ใชป้ ระโยชนใ์ นชีวติ ประจาวนั ได้ (K)

55

จำนวนข้อสอบ

เนือ้ หำ จุดประสงค์กำรเรยี นรู้ สรำ้ ง ตอ้ งกำร

ใช้จรงิ

2. ทดลองและเปรียบเทยี บสมบตั ิด้านการนาไฟฟา้ 1 1

ของวัสดุต่างๆ ได้ (P)

รวม 40 30

3.2.4 สร้างตารางวิเคราะห์น้าหนักคะแนน เพ่ือให้ครอบคลุมเน้ือหาสาระ
การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ เร่ือง วัสดุและสมบัติของวสั ดุ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 ให้สอดคล้องกบั เนอ้ื หา
ตามแผนการจัดการเรยี นรทู้ ั้ง 5 เร่ือง ดังตำรำงท่ี 3.4

ตำรำงที่ 3.4 แสดงการวเิ คราะห์นา้ หนกั คะแนนของพฤตกิ รรมดา้ นพุทธิพิสยั

นำ้ หนกั คะแนนจำแนกตำมพฤติกรรมทวี่ ดั (ขอ้ )

ท่ี แผนกำรจดั กำรเรียนรู้ ควำม ู้ร รวม (ขอ้ )
ควำมจำ
ควำมเข้ำใจ
กำรนำไปใช้
กำร ิวเครำะ ์ห
กำรสังเครำะห์
กำรประเ ิมน ่คำ

1 ประเภทของวสั ดุ 6 112- - 10
2 ความแขง็ ของวสั ดุ 4 -11- - 6
3 สภาพยดื หยนุ่ ของวัสดุ 3 211- - 7
4 การนาความรอ้ นของวัสดุ 5 311- - 10
5 การนาไฟฟา้ ของวัสดุ 3 22- - - 7
21 8 6 5 0 0 40
รวมขอ้ สอบ

3.2.3 สร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ
4 ตัวเลือก จานวน 40 ขอ้ โดยใหค้ รอบคลมุ เนอ้ื หายอ่ ย ทั้ง 5 แผนการจดั การเรยี นรู้

3.2.4 นาแบบทดสอบท่ีสรา้ งขึน้ เสนอตอ่ ผ้เู ชีย่ วชาญชุดเดิม ดังน้ี
1. นางผอ่ งศรี ภูชา่ งทอง ตาแหน่ง ครู ชานาญการพิเศษ
2. นายประสงค์ สกลุ ซง้ ตาแหนง่ ครู ชานาญการพเิ ศษ
3. นายมนตรี รัตนศรี ตาแหน่ง ครู ชานาญการพเิ ศษ

56

เพ่ือประเมินความสอดคล้องเชิงเน้ือหา ความถูกต้อง และความเหมาะสมของภาษาท่ีใช้

โดยมเี กณฑ์การให้คะแนน ดงั น้ี

ให้ +1 เมื่อ แน่ใจว่าข้อคาถามนั้นสอดคล้องกบั จดุ ประสงค์การเรียนรู้

ให้ 0 เมื่อ ไม่แน่ใจว่าขอ้ คาถามนน้ั สอดคล้องกับจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

ให้ -1 เมื่อ แน่ใจว่าขอ้ คาถามนนั้ ไมส่ อดคลอ้ งกับจดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

3.2.5 นาผลการประเมินของผู้เชี่ยวชาญมาวิเคราะห์ข้อมูลหาดัชนีความสอดคล้อง

ระหว่างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์กับตัวช้ีวัด โดยใช้สูตร IOC ยึดเกณฑ์ค่า IOC มีค่าตั้งแต่

0.67 –1.00

3.2.6 นาแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ที่ผ่านการพิจารณาจากผู้เช่ียวชาญท้ัง 40 ข้อ

ไปปรับปรุงแก้ไขตามข้อเสนอแนะ แล้วนามาคัดเลือกให้เหลือจานวน 30 ข้อ จากน้ันจัดพิมพ์แล้ว

นาแบบทดสอบไปใชก้ ับกลุ่มตัวอย่าง จานวน 34 คน ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2562 โรงเรียนพินิจ

ราษฎร์บารุง อาเภอยางตลาด จังหวดั กาฬสนิ ธุ์

3.3 แบบสอบถำมควำมพึงพอใจ

การสร้างแบบสอบถามความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E)

ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT เรื่อง วัสดุและสมบัติของวัสดุ ของนักเรียน

ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 4 ผ้วู จิ ยั ไดด้ าเนนิ การข้นั ตอน ดังน้ี

3.3.1 ศึกษาวิธีการสร้างแบบสอบถาม

3.3.2 สร้างแบบสอบถามความพึงพอใจ ซ่ึงเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า

(Rating Scale) จานวน 15 ข้อ ให้ครอบคลุมด้านความพึงพอใจต่อการการจัดการเรียนรู้แบบสืบ

เสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับการจัดการเรียนรู้ แบบร่วมมือเทคนิค TGT โดยกาหนดเกณฑ์ความพึง

พอใจการให้คะแนน 5 ระดบั และเกณฑ์การแปลความหมาย ดังน้ี

เกณฑ์ความพงึ พอใจใหค้ ะแนน

มคี วามพงึ พอใจน้อยทสี่ ุด กาหนดให้ 1 คะแนน

มคี วามพึงพอใจนอ้ ย กาหนดให้ 2 คะแนน

มีความพงึ พอใจปานกลาง กาหนดให้ 3 คะแนน

มีความพงึ พอใจมาก กาหนดให้ 4 คะแนน

มีความพึงพอใจมากท่ีสุด กาหนดให้ 5 คะแนน

เกณฑ์การแปลความหมาย

ระดับ 1.00 - 1.50 หมายถงึ พึงพอใจนอ้ ยทส่ี ดุ

ระดับ 1.51 - 2.50 หมายถงึ พึงพอใจน้อย

ระดับ 2.51 - 3.50 หมายถึง พงึ พอใจปานกลาง

57

ระดบั 3.51 - 4.50 หมายถงึ พงึ พอใจมาก
ระดบั 4.51 - 5.00 หมายถึง พึงพอใจมากท่ีสุด
3.3.3 นาแบบสอบถามความพงึ พอใจที่สร้างขึ้นเสนอต่อผู้เช่ียวชาญชุดเดมิ ดงั นี้
1. นางผ่องศรี ภชู า่ งทอง ตาแหน่ง ครู ชานาญการพเิ ศษ
2. นายประสงค์ สกุลซง้ ตาแหนง่ ครู ชานาญการพิเศษ
3. นายมนตรี รัตนศรี ตาแหนง่ ครู ชานาญการพเิ ศษ
โดยพิจารณาความสอดคล้องเก่ียวข้องกับแบบสอบถามเพ่ือวัดความพึงพอใจต่อ การจัด
การเรยี นรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกบั การจัดการเรียนรูแ้ บบรว่ มมือเทคนคิ TGT เร่อื ง โดยมี
เกณฑก์ ารให้คะแนน ดงั น้ี
ให้ +1 หมายถึง แน่ใจวา่ ข้อคาถามมีความเหมาะสมหรือตรงกบั นิยามศัพทเ์ ฉพาะ
ให้ 0 หมายถงึ ไมแ่ น่ใจว่าข้อคาถามมคี วามเหมาะสมหรือตรงกบั นิยามศพั ทเ์ ฉพาะ
ให้ -1 หมายถงึ แน่ใจวา่ ขอ้ คาถามไม่มีมีความเหมาะสมหรอื ตรงกับนิยามศัพท์เฉพาะ
3.3.4 นาผลการประเมินท่ีได้จากผู้เช่ียวชาญมาวิเคราะห์ข้อมูลหาดัชนี
ความสอดคล้องเก่ยี วข้องกับแบบสอบถาม เพ่ือวัดความพึงพอใจต่อการจัดการเรยี นรู้แบบสืบเสาะหา
ความรู้ (5E) ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT โดยใช้สูตร IOC ยึดเกณฑ์ค่า IOC
ตงั้ แต่ 0.5 ขึ้นไป
3.3.5 นาแบบสอบถามความพึงพอใจมาปรับปรุงแก้ไขตามข้อเสนอแนะ แล้ว
จัดพมิ พ์แบบสอบถามความพึงพอใจ เพอื่ นาไปใชเ้ ก็บรวบรวมขอ้ มูลต่อไป

4. แบบแผนกำรวจิ ัย
ในการวิจัยครั้งเป็นการวิจัยรูปแบบของแผนการทดลองท่ีใช้ในการศึกษาค้นคว้าคร้ังนใ้ี ช้

แบบแผนการวิจัยแบบแผนกลุ่มเดียวทดสอบก่อนหลัง (One Group Pretest - Posttest Design)
ดังตำรำงที่ 3.5

ตำรำงที่ 3.5 แสดงแบบแผนการวิจัยแบบแผนกลุ่มเดียวทดสอบก่อนหลัง (One Group Pretest-
Posttest Design)

กลมุ่ Pretest Treatment Posttest

กลุม่ ทดลอง O1 X O2

O1 หมายถึง การทดสอบก่อนการทดลอง (Pretest)
X หมายถึง การจัดการเรียนรแู้ บบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบ
รว่ มมือเทคนิค TGT เรื่อง วสั ดแุ ละสมบตั ิของวสั ดุ

58

O2 หมายถงึ การทดสอบหลงั การทดลอง (Posttest)

5. กำรเกบ็ รวบรวมข้อมูล

ผูว้ ิจยั ไดด้ าเนินการตามขน้ั ตอน ดงั นี้

1. ทาการทดสอบก่อนเรียน (Pre-test) กับนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง ด้วยแบบทดสอบ

วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เร่ือง วัสดุและสมบัติของวัสดุ ของช้ันประถมศึกษาปีท่ี 4 เพื่อนามา

วเิ คราะห์ทางสถิติ

2. ดาเนินการสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับ

การจดั การเรยี นรแู้ บบรว่ มมอื เทคนิค TGT โดยใหน้ ักเรยี นไดเ้ รยี นรตู้ ามแผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

ของนกั เรยี นชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 จานวน 5 แผนการจัดการเรียนรู้ รวมท้ังส้นิ 10 ช่วั โมง ดังนี้

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 1 เรื่อง ประเภทของวัสดุ จานวน 2 ชวั่ โมง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรอ่ื ง ความแขง็ ของวัสดุ จานวน 2 ชัว่ โมง

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 3 เรอ่ื ง สภาพยืดหยนุ่ ของวสั ดุ จานวน 2 ชว่ั โมง

แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 4 เรอื่ ง การนาความร้อนของวสั ดุ จานวน 2 ชัว่ โมง

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 5 เร่อื ง การนาไฟฟา้ ของวสั ดุ จานวน 2 ชว่ั โมง

3. ทดสอบหลังเรียน (Post-test) เมื่อเสร็จสิ้นดาเนินการสอนครบทุกเนื้อหา

ให้นักเรียนทาการทดสอบหลังเรียน โดยใช้แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนชุดเดิมกับทดสอบ

กอ่ นเรยี น แล้วตรวจให้คะแนนทัง้ สองคร้งั นามาวเิ คราะห์ทางสถติ ิ

4. นาแบบสอบถามความพึงพอใจให้นักเรียนกลุ่มตัวอย่าง ประเมินความพึงพอใจ

ต่อการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT

เร่อื ง วสั ดแุ ละสมบัตขิ องวสั ดุ ของนกั เรยี นชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 4 นามาวิเคราะหผ์ ล

6. กำรวิเครำะหข์ ้อมูล
การวิเคราะห์ผลการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับการจัดการเรยี นรู้

แบบร่วมมือเทคนคิ TGT เรอ่ื ง วัสดุและสมบัติของวัสดุ ของนักเรียนช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 4 มขี นั้ ตอน
ดงั น้ี

1. วิเคราะห์ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนักเรียน ก่อน-หลังเรียน ท่ีเรียนด้วย
การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT
เร่ือง วัสดุและสมบัติของวัสดุ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 โดยใช้ค่า t-test (Dependent
Sample) โดยไดต้ ้ังระดบั นัยสาคญั ทางสถิตไิ ว้ทรี่ ะดับ .05 เม่อื คานวณค่าทางสถติ ิ t-test แลว้ ผูว้ ิจัย
ได้พิจารณาค่า Sig ที่คานวณได้ มาเปรียบเทียบค่า  (แอลฟา) ที่ตั้งไว้เพ่ือทดสอบสมมติฐาน
โดยได้ตงั้ สมมตฐิ านไว้ดงั นี้

59

H0 : คะแนนเฉล่ียหลังเรยี นของนักเรียนไม่สงู กว่าก่อนเรยี น
H1 : คะแนนเฉลย่ี หลงั เรียนของนักเรยี นสงู กว่ากอ่ นเรียน
3. วิเคราะหค์ วามพึงพอใจ ของนกั เรยี นกลุ่มตวั อย่างทีเ่ รียนดว้ ยการจดั การเรยี นรแู้ บบ
สืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับการจัดการเรียนร้แู บบร่วมมือเทคนิค TGT เรื่อง วัสดุและสมบัติของ

วัสดุ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 โดยใชค้ ่าเฉล่ีย (x̅) และส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน (S.D.)
ค่าเฉลย่ี เทา่ กับ 4.50 – 5.00 หมายความว่า พึงพอใจมากทีส่ ดุ
คา่ เฉล่ยี เทา่ กับ 3.50 – 4.49 หมายความว่า พงึ พอใจมาก
ค่าเฉลย่ี เท่ากบั 2.50 – 3.49 หมายความวา่ พงึ พอใจปานกลาง
ค่าเฉลีย่ เทา่ กบั 1.50 – 2.49 หมายความวา่ พึงพอใจน้อย
คา่ เฉลี่ยเท่ากบั 1.00 – 1.49 หมายความวา่ พึงพอใจน้อยที่สดุ

เกณฑ์เฉลีย่ ของระดบั ความพึงพอใจของผู้เรยี นในการศกึ ษาวิจัยในครั้งน้ี ใช้ค่าเฉลย่ี คะแนน
ต้งั แต่ 2.50 ขน้ึ ไป และคา่ ความเบี่ยงเบนมาตรฐานไม่เกนิ 1.00

7. สถิตทิ ใ่ี ช้ในกำรวิจยั

7.1 คำ่ สถติ ิพืน้ ฐำน

7.1.1 คา่ เฉล่ยี (x)̅ (Mean) โดยใชส้ ูตร ดงั นี้ (บญุ ธรรม กิจปรดี าบริสุทธ์ิ, 2553)

x̅ = ∑X
N
เมื่อ x̅ แทน ค่าเฉล่ยี

∑X แทน ผลรวมของคะแนนทงั้ หมดในกลมุ่

N แทน จานวนคะแนนในกลุม่

7.1.2 ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.) โดยใชส้ ตู ร ดังน้ี (พชิ ิต ฤทธิจ์ รูญ, 2552)

S.D. =√N∑X2 –( ∑X)2
N2
เม่อื S.D. แทน สว่ นเบีย่ งเบนมาตรฐาน

X แทน คะแนนสว่ นตัว

N แทน จานวนคะแนนในกล่มุ

∑X แทน ผลรวม

N แทน จานวนความถที่ ง้ั หมด

60

7.2 สถติ ทิ ีใ่ ช้ในกำรหำคณุ ภำพเครือ่ งมอื
7.2.1 ค่าความเท่ียงตรง (Validity) ของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดย

ใช้สูตรดัชนีความสอดคล้อง IOC (Index of Item–Objective Congruence) ดังน้ี (อพันตรี
พูลพุทธา, 2558)

IOC = ∑R

N

เม่ือ IOC แทน คา่ ดชั นีความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกบั จุดประสงค์
(Index of Item – Objective Congruence)

∑R แทน ผลรวมของคะแนนความคิดเหน็ ของผูเ้ ช่ียวชาญ
N แทน จานวนผูเ้ ชี่ยวชาญ

7.3 สถติ ิที่ใช้เปรียบเทียบผลสมั ฤทธทิ์ ำงกำรเรยี นกอ่ นเรียนและหลังเรยี น
ในการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน และหลังเรียน ใช้สูตร t-test

(Dependent Sample) ดังนี้ (อพันตรี พลู พุทธา, 2558)


t=
√N∑D(2N--1()∑D)2

เมอื่ t แทน คา่ สถิตทิ ่ีใชเ้ ปรียบเทยี บกบั คา่ วิกฤต เพือ่ ทราบนัยสาคัญ
D แทน คา่ ผลต่างระหว่างคคู่ ะแนน
N แทน จานวนกลุ่มตัวอย่างหรือจานวนคคู่ ะแนน

บทท่ี 4
ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูล

การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ โดยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะ
หาความรู้ (5E) รว่ มกบั การจดั การเรียนร้แู บบร่วมมอื เทคนิค TGT เร่อื ง วัสดแุ ละสมบัติของวัสดุของ
นกั เรยี นช้ันประถมศึกษาปีที่ 4 ผวู้ จิ ยั ได้เสนอผลของการวเิ คราะหข์ อ้ มูลตามลาดับข้อ ดงั นี้

1. สัญลักษณ์ที่ใช้ในการนาเสนอผลการวเิ คราะหข์ อ้ มลู
2. ลาดบั ขนั้ ในการนาเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมลู
3. ผลการวิเคราะห์ข้อมลู

สัญลักษณท์ ีใ่ ช้ในการนาเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล
เพื่อให้เกิดความเข้าใจในการแปลความหมาย และเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลได้ถูกต้อง

ผู้วจิ ยั ไดก้ าหนดความหมายของสัญลกั ษณท์ ่ีใชใ้ นการวเิ คราะหข์ อ้ มลู ดังนี้
N แทน จานวนนกั เรยี นในกลุม่ ตวั อย่าง
X̅ แทน คา่ คะแนนเฉลี่ยของกลุ่มตวั อย่าง
S.D. แทน ค่าความเบ่ยี งแบนมาตรฐาน
t แทน ค่าสถิติที่ใช้ในการพิจารณา Dependent-samples t-test หรือ Paired-
Samples t-test
D แทน ค่าผลตา่ งระหวา่ งคคู่ ะแนน

ลาดับขั้นในการนาเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล
ในการวเิ คราะห์ข้อมลู ผวู้ จิ ยั ได้ดาเนินการเปน็ ลาดับขน้ั ตอน ดงั น้ี
ตอนที่ 1 วิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนและหลังเรียน โดยการจัดการเรียนรู้

แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT เร่ือง วัสดุและสมบัติ
ของวสั ดุ ของนักเรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 4

ตอนท่ี 2 วิเคราะห์หาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ โดยการจัด
การเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับการจัดการเรยี นร้แู บบร่วมมอื เทคนคิ TGT เร่ือง วัสดุ
และสมบัตขิ องวสั ดุ ของนกั เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

62

ผลการวิเคราะห์ขอ้ มลู
ตอนท่ี 1 วิเคราะหเ์ ปรยี บเทียบผลสัมฤทธ์ิกอ่ นเรยี นและหลังเรียน โดยการจัดการเรียนรู้

แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT เร่ือง วัสดุและ
สมบัติของวัสดุ ของนักเรยี นชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 4

ผู้วิจัยได้นาคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนท่ีได้รับการจัดการเรียนรู้
แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมอื เทคนคิ TGT เร่ือง วัสดุและสมบัติ
ของวัสดุเพื่อทาการวิเคราะห์เปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของกลุ่มกลุ่มตัวอย่าง ผลการ
เปรียบเทยี บคะแนนกอ่ นเรยี นและหลังเรยี น ดังตารางท่ี 4.1

ตารางที่ 4.1 ผลการเปรียบเทียบคะแนนกอ่ นเรยี นและหลังเรยี น

คะแนนสอบ D D2
เลขที่ คะแนนกอ่ นเรียน (30) คะแนนหลงั เรยี น (30)
10 100
1 18 28 6 36
7 49
2 16 22 10 100
8 64
3 14 21 8 64
11 121
4 10 20 9 81
11 121
5 21 29 9 81
10 100
6 19 27 6 36
8 64
7 15 26 8 64
8 64
8 15 24

9 14 25

10 13 22

11 16 26

12 17 23

13 18 26

14 17 25

15 19 27

63

คะแนนสอบ D D2
เลขท่ี คะแนนก่อนเรยี น (30) คะแนนหลังเรียน (30)
64
16 16 24 8 81
144
17 17 26 9 64
81
18 17 29 12 64
64
19 20 28 8 100
121
20 19 28 9 64
49
21 20 28 8 81
64
22 20 28 8 81
100
23 16 26 10 64
64
24 12 23 11 49
64
25 14 22 8
∑D2 = 2608
26 18 25 7

27 20 29 9

28 19 27 8

29 16 25 9

30 16 26 10

31 19 27 8

32 19 27 8

33 19 26 7

34 16 24 8

รวม 575 869

X̅ 16.91 25.56 ∑D = 294

S.D. 2.55 2.39

64

จากตารางที่ 4.1 แสดงใหเ้ หน็ ว่า ผลการเปรยี บเทียบคะแนนก่อนเรียนและหลงั เรียน เรื่อง
วัสดุและสมบัติของวัสดุ ของนักเรียนกลุ่มตัวอย่างพบว่า คะแนนก่อนเรยี นของนกั เรยี นกลุ่มตัวอยา่ ง
มีคะแนน (  = 16.91, S.D.= 2.55) และคะแนนหลังเรียนของนักเรียนกลุ่มตัวอย่างมีคะแนน
( = 25.56, S.D.= 2.39) แสดงใหเ้ หน็ วา่ คะแนนหลังเรียนสูงกวา่ คะแนนกอ่ นเรยี น

ตารางท่ี 4.2 ผลการวเิ คราะห์การเปรียบเทียบผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นกอ่ นเรียนและหลัง

เรียนของนักเรยี นทไ่ี ด้รบั การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกบั การจัดการเรียนรู้แบบ

ร่วมมอื เทคนคิ TGT เร่ือง วสั ดุและสมบตั ขิ องวัสดุ ของนักเรยี นช้ันประถมศึกษาปีท่ี 4

คะแนน จานวน คะแนน คา่ เฉลีย่ ส่วนเบีย่ งเบน
(N) เต็ม (  ) มาตรฐาน (S.D.) df t Sig

กอ่ นเรยี น 34 30 16.91 2.55 33 -35.72* .00
หลังเรียน 34 30 25.56 2.39

* ระดบั นัยสาคญั ทางสถติ ิที่ .05

จากตารางท่ี 4.2 พบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน
โดยการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับการจัดการเรยี นรู้แบบร่วมมอื เทคนคิ TGT
เรื่อง วัสดแุ ละสมบัติของวัสดุ ของนักเรียนชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 4 นกั เรียนมคี ะแนนทดสอบหลังเรียน
สูงกว่าคะแนนทดสอบกอ่ นเรียนอย่างมีนยั สาคัญทางสถติ ิท่ีระดบั .05

ตอนท่ี 2 วิเคราะห์หาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะ
หาความรู้ (5E) ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนคิ TGT เร่ือง วัสดุและสมบัติของวสั ดุ
ของนักเรียนชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 4

ผู้วิจัยได้นาคะแนนประเมินความพงึ พอใจมาวิเคราะห์หาความพึงพอใจของนักเรยี นที่มตี อ่
การจดั การเรียนรูแ้ บบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกบั การจัดการเรียนร้แู บบรว่ มมอื เทคนิค TGT เร่ือง
วสั ดุและสมบัตขิ องวัสดุ ของนักเรยี นช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 4 ซ่ึงแสดงผลการประเมนิ ดงั ตารางท่ี 4.3

ตารางที่ 4.3 แสดงผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้แบบ
สืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT เรื่อง วัสดุและสมบัติของ
วสั ดุ ของนกั เรยี นช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 4

65

รายการความพึงพอใจ ค่าเฉล่ีย สว่ น ระดับความพงึ
(X̅) เบ่ยี งเบน พอใจ
1. การจดั การเรยี นรนู้ ้ีทาให้นกั เรยี นเขา้ ใจในเนื้อหา มาตรฐาน
มากขึ้น 4.93 (S.D.) พึงพอใจมากท่สี ดุ
2. การจัดการเรยี นรู้ทาให้จาเนือ้ หาไดน้ าน
3. การจดั การเรยี นรู้ทาใหน้ ักเรียนมโี อกาสแสดงความ 4.95 0.26 พงึ พอใจมากที่สุด
คิดเหน็ 5.00 พงึ พอใจมากที่สุด
4. การจดั การเรยี นร้สู ง่ เสรมิ ให้นักเรียนได้แลกเปลี่ยน 0.22
ความร้คู วามคิด 4.98 0.00 พงึ พอใจมากทส่ี ุด
5. การจัดการเรยี นร้ทู าให้ไดท้ างานร่วมกบั ผอู้ ืน่
6. การจัดการเรียนรทู้ าใหเ้ ข้าใจและรู้จกั เพอ่ื นมากขึน้ 4.95 0.16 พึงพอใจมากทสี่ ุด
7. นกั เรียนไดเ้ รยี นรู้รว่ มกับกลุม่ อย่างมีความสขุ 4.95 พงึ พอใจมากท่ีสุด
8. นกั เรียนไดร้ ับคาอธบิ ายในเนื้อหาที่สงสัยจากเพอ่ื น 4.98 0.22 พึงพอใจมากที่สุด
ภายในกลมุ่ 4.95 0.22 พึงพอใจมากที่สุด
9. การแขง่ ขันทางวิชาการทาใหน้ ักเรียนมีความ 0.16
กระตือรือร้นในการเรยี น 5.00 0.22 พึงพอใจมากทส่ี ุด
10. การแขง่ ขนั ทางวชิ าการทาใหน้ ักเรยี นมีความ
รับผดิ ชอบตอ่ ตนเองและกลมุ่ 4.95 0.00 พงึ พอใจมากทส่ี ดุ
11. ขอ้ คาถามในการแขง่ ขนั วิชาการเร้าความสนใจดี
12. นักเรียนมีความสขุ กบั การแขง่ ขันทางวชิ าการ 4.90 0.22 พงึ พอใจมากท่สี ดุ
13. นกั เรียนมีความสนใจต่อการเรยี นและเรยี น 5.00 พึงพอใจมากที่สดุ
อย่างสนกุ สนาน 4.98 0.30 พงึ พอใจมากทส่ี ดุ
14. เน้อื หาทเี่ รยี นสามารถนาไปประยุกต์ใช้ใน 0.00
ชวี ิตประจาวนั ได้ 4.93 0.16 พงึ พอใจมากทส่ี ุด
15. นักเรียนมผี ลการเรียน เรื่อง วสั ดแุ ละสมบัติ
ของวัสดทุ ีด่ ีขน้ึ 5.00 0.26 พึงพอใจมากที่สุด

รวม 4.96 0.00 พึงพอใจมากที่สดุ

0.16

66

จากตารางที่ 4.3 พบว่า นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้แบบสืบ
เสาะหาความรู้ (5E) รว่ มกับการจัดการเรียนรแู้ บบรว่ มมือเทคนิค TGT เรอ่ื ง วัสดแุ ละสมบตั ิของวัสดุ
ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 4 ภาพรวมอยู่ในระดับพึงพอใจมากที่สุด ซ่ึงมีค่าเฉล่ียเท่ากับ 4.96
ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.16 เม่ือพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อ
การจัดการเรียนรู้ โดยการจัดการเรียนรู้ทาให้นักเรียนมีโอกาสแสดงความคิดเห็น การแข่งขันทาง
วิชาการทาให้นักเรียนมีความกระตือรือรน้ ในการเรยี น นักเรียนมีความสุขกับการแขง่ ขนั ทางวิชาการ
และนักเรียนมีผลการเรียน เรื่อง วัสดุและสมบัติของวัสดุที่ดีข้ึนอยู่ในระดับพึงพอใจมากท่ีสุด ซ่ึงมี
คา่ เฉลย่ี 5.00 รองลงมาการจดั การเรยี นรูส้ ง่ เสริมให้นกั เรยี นได้แลกเปลี่ยนความร้คู วามคดิ นักเรยี นได้
เรียนรู้ร่วมกับกลุ่มอย่างมีความสุข และนักเรียนมีความสนใจต่อการเรียนและเรียนอย่างสนุกสนาน
อยู่ในระดับพึงพอใจมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.98 และรองลงมาคือ การจัดการเรียนรู้ทาให้จา
เนื้อหาได้นาน การจัดการเรียนรู้ทาให้ได้ทางานร่วมกับผู้อ่ืน การจัดการเรียนรู้ทาให้เข้าใจและรู้จัก
เพื่อนมากข้ึน นักเรียนได้รับคาอธิบายในเน้ือหาที่สงสัยจากเพื่อนภายในกลุ่ม และการแข่งขันทาง
วิชาการทาให้นักเรียนมีความรับผิดชอบต่อตนเองและกลุ่มอยู่ในระดับพึงพอใจมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย
เทา่ กับ 4.95

บทท่ี 5
สรปุ ผล อภปิ รายผล และขอ้ เสนอแนะ

การศึกษาครั้งน้ีเป็นการศึกษาผลการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับ
การจดั การเรยี นรูแ้ บบร่วมมอื เทคนคิ TGT เรอื่ ง วสั ดุและสมบัติของวสั ดุ ของนักเรยี นช้ันประถมศึกษา
ปที ี่ 4 ผ้ศู ึกษาคน้ ควา้ ไดน้ าเสนอ ดังนี้

1. สรุปผล
2. อภิปรายผล
3. ขอ้ เสนอแนะ

สรุปผล
การศึกษาผลการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับการจัดการเรียนรแู้ บบ

ร่วมมือเทคนิค TGT เร่ือง วัสดุและสมบัติของวัสดุ ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนพนิ ิจ
ราษฎร์บารุง อาเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธ์ุ
สามารถสรปุ ได้ ดังน้ี

1. ผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี นวิทยาศาสตร์ ทีไ่ ด้รับการจดั การเรียนรแู้ บบสบื เสาะหาความรู้
(5E) รว่ มกับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมอื เทคนคิ TGT เรือ่ ง วัสดแุ ละสมบตั ขิ องวัสดุ ของนกั เรยี นชัน้
ประถมศึกษาปที ่ี 4 หลังเรียนสงู กวา่ ก่อนเรยี น อย่างมีนัยสาคัญทางสถติ ิทรี่ ะดับ .05

2. นักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากท่ีสุด โดยมีค่าเฉล่ียเท่ากับ 4.96 และ
ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเทา่ กบั 0.16

อภปิ รายผล
จากผลการวิจัยผู้ศึกษาค้นคว้าได้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับ

การจัดการเรยี นรแู้ บบรว่ มมือเทคนคิ TGT เร่อื ง วสั ดแุ ละสมบัตขิ องวัสดุ ของนักเรยี นชัน้ ประถมศกึ ษา
ปที ่ี 4 ในคร้ังน้ี ผลการวจิ ัยเป็นไปตามสมมติฐานท่ผี ูว้ ิจัยกาหนดขนึ้ สามารถอภิปรายผลไดด้ ังนี้

1. การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน และหลังเรียน ของนักเรียน
ท่ีได้รับการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค
TGT เรอ่ื ง วัสดแุ ละสมบัตขิ องวัสดุ ของนักเรยี นชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 4 จากผลการวจิ ัยพบวา่ นักเรียน
มีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน จากผลการวิจัยดังกล่าว สรุปได้ว่า นักเรียน
ที่เรียนโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ
เทคนิค TGT มีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิทยาศาสตร์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสาคัญทาง

68

สถิติที่ระดับ .05 ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) เป็นการจัด

การเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ เปิดโอกาสให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นและการปฏิบัติได้อย่าง

เต็มท่ี เกิดการคิดค้นหาคาตอบด้วยตนเองและการปฏิบัติ ได้แลกเปล่ียนความคิดเห็นซ่ึงกันและกัน

จนนาไปสู่การเกิดองค์ความรู้ขึ้น และการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT นั้นเป็นการจัด

การเรียนรู้ที่ให้นักเรียนทางานร่วมกันเป็นกลุ่ม สร้างเสริมความสัมพนั ธท์ ่ีดีภายในกลุ่ม นักเรียนจะได้

พึ่งพาอาศัยกัน และนักเรียนเก่งได้ช่วยนักเรียนอ่อนได้เข้าใจในเน้ือหามากข้ึน ทาให้ผู้เรียนเกิด

การเรียนรู้และมีความเข้าใจเนื้อหาได้อย่างแท้จริง เมื่อนาการจัดการเรียนรู้ท้ัง 2 รูปแบบมาจัดการ

เรียนรู้เข้าด้วยกันจึงส่งผลให้ผู้เรียนมผี ลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน

ซ่ึงเปน็ ไปตามสมมตฐิ านที่ตัง้ ไว้ สอดคล้องงานวจิ ยั ของ วันดี จูเปยี่ ม (2558) และ อุไรวรรณ ปานีสงค์

และคณะ (2560) ท่ีศึกษาผลสัมฤทธิ์ของการสอนรูปแบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Cycle) ซ่ึงมี

ผลการวิจัยทานองเดียวกันว่าการจัดการเรียนรู้ โดยใช้วิธีการสืบเสาะหาความรู้นั้นทาให้ผู้เรียนมี

ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนทางวิทยาศาสตร์สูงข้ึน ทาให้ผู้เรียนกระตือรือร้นและสนใจเรียนมากขึ้น

วรรณภา พุทธสอน (2557) ได้ทาการวจิ ัยเรอื่ งการพฒั นาชุดกจิ กรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้

5 ข้ัน ร่วมกับการใช้เกม เร่ืองแม่เหล็กและไฟฟา้ เพ่ือส่งเสริมทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรข์ ั้น

พน้ื ฐาน สาหรับนกั เรยี นระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 2 จานวน 27 คน ผลการศึกษาพบว่า เสาวลักษณ์

หล้าสิงห์ (2558) ได้ศกึ ษาผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นและเจตคตติ ่อวิทยาศาสตร์โดยใช้การสอนแบบสืบ

เสาะหาความรู้ (5E) ด้วยสื่อประสม เรื่อง ระบบประสาทและอวัยวะรบั ความรู้สึกสาหรบั นกั เรยี นช้ัน

มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 ผลการวิจัยพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นวิชาชีววิทยาของนักเรยี นชน้ั มธั ยมศึกษา

ปีที่ 5 ที่ไดร้ บั การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ดว้ ยส่ือประสม เรือ่ ง ระบบประสาทและอวยั วะรับ

ความรูส้ กึ หลงั เรยี นสงู กว่าก่อนเรียนอยา่ งมนี ยั สาคญั ทางสถิติทรี่ ะดับ .05 สเุ มธ เนาว์รุ่งโรจน์ (2561)

ได้การศึกษาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน เรื่อง การถ่ายทอดลักษณะทางพนั ธุกรรม ท่ีจัดการเรียนรู้ แบบ

สบื เสาะหาความรู้ (5E) และความพงึ พอใจในการจัดการเรยี นรขู้ องนกั เรียนระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี

6 โรงเรียนห้วยยอด จังหวัดตรัง ผลการวิจัยพบว่าเม่ือนักเรียนท่ีได้รับการจัดการเรียนรู้ แบบสืบ

เสาะหาความรู้ (5E) คะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติ ท่ีระดับ 0.5 ศิร

ประภา พบวันดี (2558) ได้ทาวิจัยเรื่องการพัฒนาผลการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ของนักเรียนช้ัน

มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 โดยการจัดการเรยี นรู้แบบรว่ มมอื เทคนคิ TGT ผลการวจิ ยั พบวา่ ผลสมั ฤทธทิ์ างการ

เรยี นของนักเรียนท่เี รยี นด้วยการจัดกิจกรรมการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 1

โดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT มีคะแนนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน

สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ .01 นราวดี จ้อยรุ่ง (2559) ได้ศึกษาผลสัมฤทธิ์

ทางการเรียนวิชาชีววิทยา และทักษะกระบวนการกลุ่ม ของนักเรียนสายวิทยาศาสตร์พิเศษ ชั้น

มธั ยมศกึ ษาปี ท่ี 4 ทีไ่ ดร้ บั การจัดการเรียนรู้แบบร่วมมอื เทคนคิ TGT พบวา่ จัดการเรยี นร้แู บบร่วมมือ

69

เทคนิค TGT ส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิชาชีววิทยาสูงข้ึนโดยมีคะแนนพัฒนาการ
ร้อยละ 65.44 ซึ่งอยู่ในระดับสูง และ สุพัชยา ปาทา (2554) ได้ทาการวิจัยเรื่อง ผลสัมฤทธิ์ทางการ
เรยี นวทิ ยาศาสตรแ์ ละความสามารถในการคิดวเิ คราะหข์ องนักเรยี นชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 3 ที่ไดร้ ับการ
จัดการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค TGT และการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้
ผลการวิจัยพบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ของนักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบ
ร่วมมือโดยใช้ เทคนิค TGT หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .01
ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนวิทยาศาสตรข์ องนกั เรยี นทไ่ี ด้รับการจัดการเรยี นรแู้ บบสบื เสาะหาความรู้ หลัง
เรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนยั สาคญั ทางสถิติทร่ี ะดับ .01

จากเหตุผลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า นักเรียนท่ีเรียนโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะ
หาความรู้ (5E) ร่วมกับการจดั การเรียนรู้แบบรว่ มมือเทคนิค TGT เร่ือง วสั ดแุ ละสมบัติของวัสดุ ของ
นกั เรียนชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 4 มผี ลสัมฤทธทิ์ างการเรยี นหลังเรียน สูงกว่ากอ่ นเรยี น อย่างมนี ยั สาคัญ
ทางสถติ ทิ ี่ระดบั .05 ซึง่ เป็นไปตามสมมตฐิ านท่ตี ง้ั ไว้

2. การศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนท่ีมีต่อการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะ
หาความรู้ (5E) รว่ มกับการจัดการเรียนรู้แบบรว่ มมือเทคนิค TGT เร่อื ง วัสดุและสมบัติของวัสดุ ของ
นักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 4 จากผลการวิจัยพบว่า ภาพรวมอยู่ในระดับพึงพอใจมากที่สุด ซ่ึงมี
คา่ เฉลยี่ เทา่ กับ 4.96 สว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.16 เม่ือพจิ ารณาเปน็ รายข้อ พบวา่ นักเรยี นมี
ความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ โดยการจัดการเรียนรู้ทาให้นักเรียนมีโอกาสแสดงความคิดเห็น
การแข่งขันทางวิชาการทาให้นักเรียนมีความกระตือรือร้นในการเรียน นักเรียนมีความสุขกับ
การแข่งขันทางวิชาการ และนักเรียนมีผลการเรียน เร่ือง วัสดุและสมบัติของวัสดุที่ดีขึ้นอยู่ในระดับ
พึงพอใจมากท่ีสุด ซึ่งมีค่าเฉล่ีย 5.00 รองลงมาการจัดการเรียนรู้ส่งเสริมให้นักเรียนได้แลกเปล่ียน
ความรู้ความคิด นักเรียนได้เรียนรรู้ ่วมกับกลุ่มอย่างมีความสุข และนักเรียนมีความสนใจต่อการเรยี น
และเรียนอย่างสนุกสนาน อยู่ในระดับพึงพอใจมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.98 และรองลงมาคือ
การจัดการเรียนรู้ทาให้จาเนื้อหาได้นาน การจัดการเรียนรู้ทาให้ได้ทางานร่วมกับผู้อ่ืน การจัดการ
เรียนรู้ทาให้เข้าใจและรู้จักเพื่อนมากข้ึน นักเรียนได้รับคาอธิบายในเนื้อหาที่สงสัยจากเพ่ือนภายใน
กลุ่ม และการแข่งขันทางวิชาการทาให้นักเรียนมีความรับผิดชอบต่อตนเองและกลุ่มอยู่ในระดับ
พึงพอใจมากท่ีสุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.95 ท่ีผลวิจัยเป็นเช่นน้ีเน่ืองจากการจัดการเรียนรู้แบบสืบ
เสาะหาความรู้ (5E) ทาให้นักเรียนมีโอกาสได้พัฒนาความคิดและแสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่
มีโอกาสฝึกท้ังในเร่ืองของความคิดและการปฏิบัติ ตลอดจนนาไปสู่การจัดระบบความคิดและวิธีการ
แสวงหาความรู้ดว้ ยตนเอง และสามารถนาความรทู้ ่ีได้ไปใชใ้ นสถานการณ์ใหม่ได้ และทาใหผ้ ้เู รียนเกิด
การเรยี นรู้ มีความเข้าใจในส่ิงที่ศกึ ษาอย่างแท้จรงิ และการจดั การเรยี นรู้แบบร่วมมอื เทคนคิ TGT นัน้
เป็นการจัดการเรียนรู้ท่ีให้นักเรียนทางานร่วมกันเป็นกลุ่ม สร้างเสริมความสัมพันธ์ที่ดีภายในกลุ่ม

70

นกั เรียนจะไดพ้ ึง่ พาอาศยั กัน ได้แลกเปล่ียนความคิดเหน็ ซึง่ กันและกนั และนกั เรียนเก่งได้ชว่ ยนกั เรียน
อ่อนไดเ้ ขา้ ใจในเนือ้ หามากขึ้น นอกจากนกี้ ารมปี ฏสิ มั พันธท์ ่ีดีต่อกนั ของนักเรยี นภายในกล่มุ จะทาให้
นกั เรียนมคี วามสนุกสนานเพลดิ เพลนิ ไม่รสู้ กึ เบ่ือหน่ายต่อการเรยี นวิชาวทิ ยาศาตร์ เมือ่ นาการจดั การ
เรียนรู้ท้ัง 2 รูปแบบมาจัดการเรียนรู้เข้าด้วยกัน ส่งผลให้ผู้เรียนมีความพึงพอใจที่ดีต่อการเรียนวิชา
วิทยาศาสตร์ สอดคล้องกับงานวิจัยของสุเมธ เนาว์รุ่งโรจน์ (2561) ได้การศึกษาผลสัมฤทธ์ิทางการ
เรียน เร่ือง การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม ท่ีจัดการเรียนรู้ แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) และ
ความพงึ พอใจในการจดั การเรยี นรขู้ องนักเรียนระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 โรงเรียนห้วยยอด จังหวัด
ตรัง ผลการวิจยั พบว่า ความพึงพอใจต่อการจดั การเรียนรู้ เรอ่ื ง การถา่ ยทอดลกั ษณะ ทางพนั ธุกรรม
ที่จัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) อยู่ในระดับพึงพอใจมาก (X̅=4.29 และ S.D.=0.78)
และศิรประภา พบวันดี (2558) ได้ทาวิจัยเร่ืองการพัฒนาผลการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์ ของนักเรียนช้นั
มัธยมศึกษาปีท่ี 1 โดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT ผลการวิจัยพบว่า การจัดกิจกรรม
การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค
TGT ตอ่ การเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ โดยรวมอยใู่ นระดบั มากที่สุด (X̅=4.52, S.D.=0.59)

จากเหตุผลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า การจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับ
การจดั การเรียนร้แู บบรว่ มมอื เทคนิค TGT เร่ือง วัสดุและสมบัตขิ องวสั ดุ ของนกั เรียนชน้ั ประถมศกึ ษา
ปีที่ 4 มีความพึงพอใจในการเรียนอยู่ในระดับมากท่ีสุด โดยค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.96 ส่วนเบ่ียงเบน
มาตรฐานเท่ากบั 0.16

ขอ้ เสนอแนะ
จากการวิจัยครั้งน้ี ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะสาหรับการเรียนการสอนท่ีอาจเป็นประโยชน์ต่อ

การปรับปรุงและพัฒนาการจัดการเรียนร้แู บบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบ
ร่วมมอื เทคนคิ TGT ในการทาวิจยั ครง้ั ต่อไป

1. ข้อเสนอแนะท่วั ไปในการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
1.1 ก่อนการจดั การเรยี นรู้ ครผู ูส้ อนควรชแ้ี จงรายละเอยี ดขั้นตอนของการจัดการเรียนรู้

แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค TGT เพื่อให้นักเรียนเกิด
ความเขา้ ใจในบทบาท การแขง่ ขันทางวชิ าการและให้ความรว่ มมอื มากขึน้

1.2 ครูผ้สู อนควรบรหิ ารเวลาในการจดั การเรยี นร้ใู ห้ดี และให้เปน็ ไปตามแผนการสอนที่
ไดก้ าหนดไว้ เพอื่ ให้เป็นไปตามจุดประสงค์ทีต่ ั้งไว้ในการวจิ ยั

1.3 ครูผู้สอนควรมีส่ือการสอนเพม่ิ เติมในการจัดการเรียนรู้ เพ่ือกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดมี
ความสนใจ อยากศกึ ษาค้นคว้า และเขา้ ใจในเนื้อหาได้มากข้ึน

71

2. ข้อเสนอแนะในการทาวจิ ยั คร้งั ต่อไป
2.1 ควรมีการจดั การเรยี นการสอนแบบกลมุ่ ร่วมมอื โดยเทคนคิ อืน่ ๆ และส่ือการเรียนรู้

ท่หี ลากหลายเพอื่ กระตนุ้ ความสนใจเรยี นและความพึงพอใจในการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ทสี่ งู ข้นึ
2.3 การจดั การเรยี นรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) รว่ มกับการจดั การเรียนรู้แบบร่วมมือ

เทคนิค TGT ค่อนข้างใช้เวลามากเนื่องจากกิจกรรมค่อนข้างเยอะ ครูผู้สอนควรมีการบริหารเวลาทดี่ ี
มากยิ่งขึ้น

บรรณานุกรม

กรมวชิ าการ. (2544). การเรียนรู้แบบรว่ มมอื . กรุงเทพฯ: ครุ ุสภาลาดพร้าว.
_________. (2546). หลกั สูตรการศึกษาข้นั พืน้ ฐานพุทธศักราช 2544. กรุงเทพฯ:

องค์การรับสง่ สนิ คา้ และพัสดุภัณฑ์.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). มาตรฐานการเรียนรูแ้ ละตวั ชวี้ ัด กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์

วทิ ยาศาสตร์ และสาระภมู ศิ าสตร์ ในกลุม่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และ
วัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุงพ.ศ.2560) ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน
พทุ ธศักราช 2551. พิมพค์ ร้งั ท่ี 1. กรุงเทพฯ: ครุ สุ ภาลาดพร้าว.
กศุ ลิน มุสกิ ุล. (2557). การสืบเสาะหาความรู้ทางวทิ ยาศาสตร์ (Scientific Inquiry). สบื ค้นเม่อื
13 กรกฎาคม 2562, จาก http://earlychildhood.ipst.ac.th/wp-content/
uploads/sites/25/2014/09/sience_knowled_search.pdf
ชยั วฒั น์ สุทธิรตั น์. (2552). 80 นวัตกรรมการจัดการเรยี นรทู้ ่ีเนน้ ผู้เรยี นเปน็ สาคัญ. กรงุ เทพฯ:
แดเนก็ ซ์ อินเตอรค์ อรป์ อเรชนั่ .
_____________. (2553). การจัดการเรยี นร้แู นวใหม่: ทฤษฎี แนวปฏิบตั ิ และผลการวจิ ยั .
นนทบุร:ี สหมติ รพริ้นต้งิ .
ซารนี า พลสา. (2553). การศึกษาการจัดการเรียนรดู้ ้วยการใช้ชดุ กจิ กรรมวทิ ยาศาสตร์
แบบสบื เสาะหาความรู้ทม่ี ตี ่อผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวทิ ยาศาสตรแ์ ละ ความสามารถใน
การคิดสรา้ งสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ของผ้เู รียนชั้นมธั ยมศึกษา 2. สารนพิ นธ์การศึกษา
มหาบัณฑิต. สาขาวชิ าการมธั ยมศกึ ษา, คณะศกึ ษาศาสตร์, มหาวิทยาลยั ศรนี ครนิ ทรวิโรฒ.
ทศิ นา แขมมณี. (2550). ศาสตร์การสอน : องค์ความร้เู พื่อจดั กระบวนการเรยี นรทู้ ม่ี ีประสิทธภิ าพ.
พมิ พค์ รง้ั ที่ 8. กรงุ เทพฯ : ดา่ นสุทธาการพิมพ์.
นงนารถ ร่มเยน็ , สมศิริ สงิ ห์ลพ และปรญิ ญา ทองสอน. (2561, มกราคม-มิถนุ ายน). “ผลสัมฤทธ์ิ
และความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 2 ทไี่ ด้รบั การจดั การเรียนร้แู บบ
4 MAT,” วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภฏั บุรรี มั ย.์ 10(1) : 81-95.
นราวดี จอ้ ยรงุ่ . (2558). การศกึ ษาผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนวิชาชีววทิ ยาและทักษะกระบวนการ
กลุ่มของนักเรียนสายวทิ ยาศาสตร์พิเศษ ชัน้ มัธยมศกึ ษาปี ที่ 4 ที่ได้รบั การจัดการ
เรียนร้แู บบรว่ มมือเทคนคิ TGT. วิทยานพิ นธ์ศกึ ษาศาสตรมหาบัณฑิต. สาขาวิชาการ
สอนวิทยาศาสตร์, คณะศกึ ษาศาสตร์, มหาวทิ ยาลัยบูรพา.

73

บรรณานุกรม (ตอ่ )

นรศิ รา จันทนาม. (2553). การศกึ ษาการคิดวิเคราะหแ์ ละผลสัมฤทธิท์ างการเรียนกล่มุ สาระการ
เรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์ ของนกั เรียนช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 เรือ่ ง สารในชวี ติ ประจาวนั โดย
ใชว้ ฏั จักรการสบื เสาะ หาความรู้ (Inquiry Cycle). รายงานการศึกษาอสิ ระปริญญา
ศึกษาศาสตรมหาบณั ฑติ . สาขาวชิ าหลักสตู ร และการสอน, บณั ฑิตวทิ ยาลัย,
มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

บงั อร ผงผา่ น. (2546). ความพึงพอใจของผู้รบั บรกิ ารของโรงพยาบาลชมุ ชน กรณโี รงพยาบาล
กนั ทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ. ภาคนิพนธพฒั นบริหารศาสตรมหาบณั ฑติ . สาขาพฒั นา
สังคม, สถาบนั บัณฑติ พัฒนาบรหิ ารศาสตร์.

บญุ ชม ศรีสะอาด. (2545). การวจิ ยั เบอื้ งต้น. พมิ พ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพฯ: สวุ รี ิยาสาสน์ .
บญุ เรอื ง ขจรศิลป์. (2546). วธิ ีวิจัยทางการศกึ ษา. กรุงเทพฯ : ฟสิ กิ สเ์ ซนเตอร์การพิมพ์.
ประทมุ อัตชู. (2547). ความคดิ สรา้ งสรรค์ทางวิทยาศาสตร.์ กรุงเทพฯ: มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร.์
ประหยดั แสงวชิ ยั . (2544). การศึกษาผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นวทิ ยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมและคา่ นิยม

ทางวิทยาศาสตรส์ ิ่งแวดลอ้ มของนกั เรียนชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 ที่สอนโดยเนน้ นักเรยี น
เป็นศนู ย์กลางแบบครเู ปน็ ผูป้ ระเมนิ ผลกบั แบบนกั เรยี นเปน็ ผ้ปู ระเมินผลตนเอง.
วิทยานพิ นธก์ ารศึกษามหาบัณฑติ . คณะศึกษาศาสตร์, มหาวิทยาลยั ศรีนครนิ ทรวโิ รฒ.
ปราณี กองจนิ ดา. (2549). การเปรียบเทียบผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนคณิตศาสตรแ์ ละทกั ษะ
การคดิ เลขในใจของนกั เรยี นทไ่ี ดร้ ับการสอนตามรปู แบบซิปปาโดยใชแ้ บบฝึกหดั ทีเ่ นน้
ทักษะการคิดเลขในใจกบั นักเรยี นท่ีไดร้ ับการสอนโดยใชค้ ู่มอื คร.ู วิทยานพิ นธ์ ค.ม.
(หลักสตู ร และการสอน). พระนครศรีอยธุ ยา : บัณฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั
พระนครศรอี ยุธยา.
เผชญิ กจิ ระการ. (2541). การวเิ คราะหป์ ระสทิ ธิภาพสื่อและเทคโนโลยเี พ่อื การศกึ ษาในการวัดผล
การศึกษามหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม, มหาสารคาม : มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม.
พชิ ิต ฤทธิ์จรญู . (2544). หลักการวดั ผลและประเมินผลการศึกษา. กรงุ เทพฯ: คณะครุศาสตร
สถาบันราชภฏั พระนคร.
พมิ พนั ธ์ เดชะคุปต์. (2544). การเรยี นการสอนทีเ่ น้นผู้เรยี นเปน็ สาคัญ: แนวคิด วธิ ีและเทคนคิ
การสอน1. กรงุ เทพฯ: เดอะมาสเตอร์กรปุ๊ แมเนจเม้นต.์
พมิ พนั ธ์ เดชะคปุ ต์ และพเยาว์ ยนิ ดีสขุ . (2548). วธิ ีวทิ ยาการสอนวทิ ยาศาสตร์ท่ัวไป. กรุงเทพฯ:
พฒั นาคุณภาพวชิ าการ.

74

บรรณานกุ รม (ต่อ)

พรทิพย์ ฤกษ์สมโภชน.์ (2550). การเปรยี บเทยี บผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี นวชิ าคณิตศาสตร์ เจตคติ
ตอ่ วชิ าคณติ ศาสตร์ และการมีปฏสิ ัมพันธ์ของนักเรียนโดยใชก้ ารจัดการเรียนรแู้ บบ
ร่วมมอื เทคนคิ กลุ่มเกมแขง่ ขัน (TGT) กบั การจัดการเรยี นรแู้ บบปกติ สาหรับนักเรียน
ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 1. วทิ ยานพิ นธค์ รศุ าสตรมหาบัณฑติ . สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน,
คณะครศุ าสตร์, มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรอี ยธุ ยา.

พวงรัตน์ ทวีรัตน์. (2543). การวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์. กรุงเทพฯ : สานัก
ทดสอบทางการศกึ ษาและจติ วิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครนิ ทรวโิ รฒ.

ไพศาล วรคา. (2562). การวจิ ัยทางการศึกษา. มหาสารคาม : ตกั สิลาการพิมพ์.
ไพศาล หวงั พานชิ . (2543). การวัดและประเมินผล. กรงุ เทพฯ : ทบวงมหาวทิ ยาลยั .
ไมตรี พงศาปาน. (2554). แนวคดิ ความพึงพอใจ. คน้ เมื่อ 6 กรกฎาคม 2562, จาก

http://maitree3.blogspot.com/2011/03/blog-post.html
วชั รา เล่าเรยี นดี. (2544). เทคนคิ และทักษะการนเิ ทศการสอน. นครปฐม: โรงพมิ พม์ หาวทิ ยาลัย

ศลิ ปากร.
วฒั นาพร ระงับทกุ ข.์ (2545). การจดั การเรียนการสอนที่เนน้ ผ้เู รยี นเป็นศูนย์กลาง. กรงุ เทพฯ:

ตน้ อ้อ.
วันดี จเู ปย่ี ม. (2558). การพฒั นาผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นวทิ ยาศาสตรโ์ ดยการจดั การเรียนรู้ด้วย

กระบวนการสบื เสาะหาความรแู้ บบ 5E ของนกั เรยี นระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 6.
การวจิ ัยในชน้ั เรยี น. โรงเรียนอัสสัมชัญแผนกประถม, กรงุ เทพมหานคร.
วชิ ัย วงษใ์ หญ่. (2552). พฒั นาหลกั สตู รและการสอน-มติ ิใหม่. พมิ พ์คร้ังที่ 3. กรงุ เทพฯ:
สุรวี ิยาศาสตร์.
วรรณภา พุทธสอน. (2557). การพฒั นาชุดกิจกรรมการเรยี นรู้แบบสบื เสาะหาความรู้ 5 ขัน้
รว่ มกับการใชเ้ กม เร่ืองแมเ่ หลก็ และไฟฟา้ เพ่อื ส่งเสรมิ ทักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตรข์ น้ั พื้นฐาน สาหรบั นกั เรียนระดบั ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 2. การศึกษาด้วย
ตนเอง, กศ.ม.สาขาหลักสูตรและการสอน, มหาวิทยาลยั นเรศวร.
ศุภพงศ์ คล้ายคลงึ . (2548). การศึกษาผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นวชิ าวิทยาศาสต์รแ์ ละทักษะ
การทดลองโดยใชช้ ุดปฏบิ ตั กิ ารทางวทิ ยาศาสต์ร์. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑติ .
สาขาวชิ าการมธั ยมศึกษา, คณะศึกษาศาสตร์, มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครินทรวิโรฒ.

75

บรรณานุกรม (ตอ่ )

ศิรประภา พบวนั ดี. (2558). การพัฒนาผลการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์ ของนกั เรียนชัน้ มธั ยมศึกษา
ปีที่ 1 โดยการจัดการเรยี นรแู้ บบร่วมมอื เทคนิค TGT. วทิ ยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑติ .
สาขาวชิ าหลักสตู รและการเรยี นการสอน, คณะครสุ าสตร์, มหาวิทยาลัยราชภัฏ
มหาสารคาม.

สถาบนั ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลย.ี (2546). การจัดการเรียนร้กู ลุ่มวทิ ยาศาสตร์
หลกั สูตรการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน. กรงุ เทพฯ: สถาบันส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตรแ์ ละ
เทคโนโลย.ี

สพุ ชั ยา ปาทา. (2554). ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นวิทยาศาสตรแ์ ละความสามารถในการคิดวิเคราะห์
ของนักเรยี นช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 3 ทีไ่ ดร้ ับการจัดการเรียนร้แู บบร่วมมือโดยใชเ้ ทคนิค
TGT และการจัดการเรียนรแู้ บบสืบเสาะหาความรู.้ ปริญญานพิ นธ์การศกึ ษามหาบณั ฑิต.
สาขาวิชาการมัธยมศึกษา, คณะศกึ ษาศาสตร์, มหาวทิ ยาลัยศรีนครนิ ทรวโิ รฒ.

สเุ มธ เนาว์รุ่งโรจน.์ (2561, มกราคม – มถิ นุ ายน). “การศกึ ษาผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี น เร่อื ง การ
ถา่ ยทอดลักษณะทางพันธุกรรม ทจี่ ดั การเรียนรู้ แบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) และความพงึ
พอใจในการจัดการเรยี นรู้ของนกั เรียนระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 6 โรงเรยี นห้วยยอด
จงั หวัดตรัง,” วารสารนวัตกรรมการเรียนรู้. 4(1) : 23-34.

สวุ ทิ ย์ มลู คา. (2547). กลยทุ ธ์การสอนคดิ วเิ คราะห.์ กรงุ เทพฯ: ดวงกมลสมัย.
สุวิทย์ มูลคา และอรทัย มูลคา. (2546). 21 วิธจี ัดการเรียนรู้ เพื่อพฒั นากระบวนการคดิ (พิมพ์

คร้งั ท่ี 4). กรงุ เทพฯ: ภาพพิมพ์.
สมนกึ ภัททิยธนี. (2546). การวัดผลการศึกษา. กาฬสินธุ์ : โรงพิมพป์ ระสานการพมิ พ์.
สมบัติ กาญจนารกั พงค.์ (2547). นวัตกรรมการศึกษา 29 เทคนคิ การจัดกิจกรรมการเรยี นรทู้ ี่

หลากหลาย: การเรยี นแบบร่วมมอื . กรงุ เทพฯ: ธารอกั ษร.
สมพร เชือ้ พนั ธ์. (2547). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นคณติ ศาสตร์ของนักเรียน

ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 3 โดยใช้วธิ กี ารจัดการเรยี นการสอนแบบสรา้ งองค์ความรู้ด้วย
ตนเองกบั การจัดการเรยี นการสอนตามปกต.ิ วิทยานพิ นธ์ ค.ม. (หลักสตู รและการสอน).
พระนครศรอี ยุธยา : บัณฑิตวทิ ยาลยั สถาบันราชภฏั พระนครศรีอยธุ ยา.
สมศักดิ์ ภ่วู ิภาดาวรรธน์. (2544). การยดึ ผ้เู รียนเป็นศนู ย์กลางและการประเมนิ ผลตามสภาพจริง.
กรงุ เทพฯ: The Knowledge Center.

76

บรรณานกุ รม (ต่อ)

เสาวลกั ษณ์ หลา้ สงิ ห.์ (2558, มกราคม – เมษายน). “การศกึ ษาผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นและเจตคติ
ต่อวทิ ยาศาสตร์ โดยใช้การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ดว้ ยสื่อประสม เร่อื ง ระบบ
ประสาทและอวยั วะรบั ความรู้สึก สาหรบั นกั เรยี นช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5,” ฉบบั ภาษาไทย
สาขามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปะ. 8(1) : 1243-1255.

อพันตรี พูลพทุ ธา. (2558). การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้. มหาสารคาม.
อารีวรรณ ธาตดุ ี. (2558, มกราคม – เมษายน). “ผลการจัดการเรยี นรู้แบบร่วมมอื เทคนิคจก๊ิ ซอว์

(Jigsaw) เรือ่ ง ระบบการลาเลยี งของพชื ดอก กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์สาหรบั
นกั เรียนชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 5,” วารสารการบรหิ ารการศกึ ษา มศว. 8(1) : 1243-1255.
อุดมลักษณน์ กพ่งึ พุ่ม. (2545). ผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี นและความสามารถในการคิดแกป้ ัญหาทาง
วทิ ยาศาสตรข์ องนกั เรยี นชน้ั มธั ยมศกึ ษาปี ที่3 ทีไ่ ด้รับการสอนโดยใชช้ ดุ ฝึกกระบวนการ
คิดกบั การสอนโดยใช้ผังมโนมติ. ปริญญานิพนธก์ ารศกึ ษามหาบัณฑิต. มหาวทิ ยาลัยศรี
นครินทร์วโิ รฒ.
อทุ ุมพร จามรมาน. (2540). การสรางและการตรวจสอบเครอ่ื งมอื วจิ ยั ในแบบแผนและเคร่อื งมือ
การวจิ ยั ทางการศึกษา. กรุงเทพฯ : จฬุ าลงกรณมหาวิทยาลยั .
อุไรวรรณ พรน้อย. (2545). รวมปฏิรปู กับครูตน้ แบบ การปฏิรูปการเรยี นรู้ทเี่ นน้ ผเู้ รยี นเปน็ สาคญั
การสอนแบบ“รว่ มมอื รว่ มใจ”. กรุงเทพฯ: เจ. พรอพเพอต.
อไุ รวรรณ ปานสี งค์ และคณะ. (2560, มกราคม–มถิ ุนายน). “การจัดการเรียนรโู้ ดยใชก้ ระบวนการ
สบื เสาะหาความรู้ (5E) เสรมิ ดว้ ยเทคนิคการจัดแผนผังมโนทัศน์ เรอ่ื ง ชวี ิตกบั สง่ิ แวดล้อมที่
มผี ลต่อความสามารถ ในการคิดวเิ คราะห์และผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนกั เรยี นชัน้
มัธยมศึกษาปีท่ี 4,” วารสารมนุษยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม. 11(1) : 134-147.
Arsaythamby, V. & Sitie, C. (2013). Fostering students’ attitudes and achievement
in probability using teams-games-tournaments. Social and Behavioral
Sciences. 93, 59-64.
Chistopher, D. W., Joseph, A. T., Susan, M. K. and Janet, C. (2009). The Relative
Effects and Equity of Inquiry-Based and Commonplace Science
Teaching on Students Knowledge, Reasoning and Argumentation.
Retrieved July 10, 2019, from http//www.onlinelibrary.wiley.com/doi/
10.1002/tea.20329/abstract.

77

บรรณานุกรม (ตอ่ )

Ebrahim, A. (2004). The effects of traditional learning and a learning cycle inquiry
learning strategy on students’ science achievement and attitudes
toward elementary science (Kuwait). Dissertation Abstracts International,
65(4), 1232-A.

Harmandar, M., & Iil, E. (2008). The effects of science teaching through team game
tournament technique on success level and affective
characteristics of students. Journal of Turkish Science Education
(TUSED), 5(2).

Johnson, D. W., & Johnson R. T. (1994). Learning together and alone cooperative,
competitive, and individualistic learning. Boston: Allyn and Bacon.

Pooja W. (2012). Effect of 5E Instructional model on mathematical creativity of
students. Journal of Golden research thoughts. 1, 1-4.

Slavin, R. E. (1995). Cooperative learning (2nd ed.). Massachusetts: Allyn and Bacon.
Tayebeh, T. and Fariba, H. (2013). Effectiveness of Structuralism teaching Method

(5E) about Creativity. Retrieved July 10, 2019, from http//www.isicenter.org

แบทดสอบกอ่ นเรียน-หลังเรยี น เรอื่ ง วสั ดุและสมบัตขิ องวสั ดุ
วิชาวิทยาศาสตร์ ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 4 จานวน 30 ข้อ

คาชแี้ จง แบบทดสอบเปน็ แบบปรนยั ชนิดเลอื กตอบ 4 ตัวเลือก ให้นักเรยี นทำเครอื่ งหมำย 
ลงในกระดำษคำตอบที่ถูกต้องท่สี ุดเพียงข้อเดยี ว

1. สง่ิ ของในข้อใดทำจำกวสั ดุสังเครำะห์ 7. วตั ถุใดตอ่ ไปน้มี สี มบัตดิ ้ำนควำมแขง็
ก. โต๊ะไม้มะคำ่
ข. ครกหนิ แกรนติ ก. แถบยำงยืด ข. ยำงลบ
ค. เครอื่ งปั้นดินเผำ
ง. กระเบือ้ งยำงปพู น้ื ค. ขวดแกว้ ง. ถุงพลำสตกิ

2. คนนยิ มนำไมม้ ำใช้ประโยชน์ในดำ้ นใดมำกท่ีสุด 8. วัตถุใดต่อไปน้ีไม่มสี มบัตคิ วำมแข็ง
ก. ทำภำชนะใส่อำหำร ก. เก้ำอี้
ข. ทำเครือ่ งประดับ ข. ผ้ำปโู ตะ๊
ค. ทำเครือ่ งเรอื นและของประดบั ตกแต่งบำ้ น ค. ขวดแกว้
ง. ทำของเลน่ เด็ก ง. จำนกระเบอ้ื ง

3. โลหะ ไม่มี สมบัติในข้อใด 9. วสั ดุทีม่ ีควำมแขง็ ทนทำน มันวำว สำมำรถตี
ก. กำรนำควำมรอ้ น ใหเ้ ปน็ แผ่นเรยี บหรือดงึ เปน็ เส้นได้ คอื คุณสมบติ
ข. กำรนำไฟฟ้ำ ของวสั ดใุ ด
ค. ควำมยืดหยนุ่
ง. ควำมแขง็ ก. ไม้ ข. โลหะ
ค. แก้ว ง. เซรำมกิ

4. วสั ดุในขอ้ ใดได้มำจำกธรรมชำติ 10. ถ้ำตอ้ งกำรใช้คตั เตอรก์ รีดกระดำษบนโตะ๊ ไม้
โดยไม่ให้โตะ๊ เปน็ รอยควรใชส้ ่ิงใดรองบนโตะ๊
ก. พลำสติก ข. ยำง
ก. แผ่นกระจก
ค. โลหะ ง. โฟม ข. แผน่ กระดำษ
ค. แผ่นพลำสตกิ
5. กรรไกร ทำมำจำกวสั ดุใดบ้ำง ง. แผ่นหนัง
ก. ไม้ พลำสตกิ
ข. โลหะ พลำสตกิ 11. แรธ่ ำตุชนดิ ใดมีควำมแข็งมำกที่สดุ
ค. พลำสติก ยำง ก. เหล็ก
ง. ยำง ไม้ ข. ตะกว่ั
ค. เพชร
6. สง่ิ ของในข้อใดที่ทำจำกวัสดุมำกกวำ่ 1 ชนดิ ง. ทองแดง
ก. ค้อน ข. ยำงลบ
ค. หวีท่ที ำจำกไม้ ง. ไม้บรรทดั พลำสตกิ

12. เมอ่ื นำวสั ดุ A ไปขูดวัสดุ B ทำใหว้ ัสดุ B 17. เรำจะทดสอบควำมยืดหยุน่ ของวัสดุไดโ้ ดยวิธใี ด

เป็นรอย และเมอ่ื นำวสั ดุ C ไปขดู วัสดุ A ทำใหว้ ัสดุ ก. กำรออกแรงกระทำต่อวัสดุ

A เปน็ รอย ข้อใดเรียงลำดับควำมแข็งของวสั ดุ ข. กำรใชว้ สั ดุอ่นื มำขูดขีด

จำกมำกไปน้อยไดถ้ ูกต้อง ค. กำรนำไปลอยนำ้

ก. A - B - C ง. กำรนำไปลนไฟ

ข. C - B - A 18. วัสดุในขอ้ ใดทสี่ ำมำรถรบั นำ้ หนกั ไดม้ ำกที่สุด
ค. B - A - C เมือ่ มขี นำดและควำมยำวเท่ำกัน
ง. C – A – B
ก. ยำงรดั ของ

13. สิ่งใด เม่อื ไดถ้ กู แรงกระทำรปู ร่ำงหรือขนำด ข. เสน้ เอ็น

ของวสั ดุจะเปลยี่ นไปแต่เมอ่ื หยุดออกแรงกระทำวสั ดุ ค. เชอื กฟำง

จะคนื รปู ร่ำงและขนำดสสู่ ภำพเดิม ง. เสน้ ไหม

ก. ผ้ำ 19. วสั ดทุ เ่ี ปน็ ตวั นำควำมร้อนท่ดี ีมักจะมสี มบัติใด
ข. เชือกฟำง ควบคูไ่ ปดว้ ย
ค. อะลูมเิ นยี ม
ง. หนังสติ๊ก ก. มคี วำมแข็งมำก
ข. มคี วำมยดื หยุน่ สูง

14. วสั ดทุ ่จี ะนำมำทำของเล่นเดก็ ควรมสี มบัติ ค. เปน็ ตวั นำไฟฟำ้ ทด่ี ี

อยำ่ งไร ง. มคี วำมหนำแน่นมำก

ก. มคี วำมหนำแนน่ มำก 20. วัสดใุ นขอ้ ใดไมเ่ ปน็ ตวั นำควำมร้อน
ข. นำควำมร้อนได้ดี ก. กระเบือ้ ง
ค. มคี วำมยืดหยุ่นสูง ข. เงนิ
ง. นำไฟฟ้ำไดด้ ี ค. ทองแดง

15. ขอ้ ใดต่อไปนที้ เ่ี หมำะสำหรับทำขอบกำงเกงกีฬำ ง. อะลูมิเนียม

มำกที่สุด 21. ถำ้ เรำใชท้ ัพพที ที่ ำจำกโลหะคนแกงท่ีกำลังเดือด
ก. เสน้ เอ็น จะร้สู ึกรอ้ นเพรำะเหตุใด
ข. เสน้ เชอื ก
ค. แถบยำงยืด ก. มืออยูใ่ กล้เตำไฟเกินไป
ง. เสน้ ลวด ข. ทพั พนี ำควำมรอ้ นมำส่มู อื
ค. นำ้ แกงทกี่ ำลังเดอื ดกระเด็นสูม่ อื

16. วัตถใุ ดต่อไปน้ี มีสภำพยืดหยุ่น ง. ไอร้อนจำกแกงลอยขึ้นมำสมู่ ือ

ก. ช้อนสแตนเลส ข. กระทะ

ค. ขวดแก้ว ง. ลูกโป่ง

22. กำรผลติ เคร่ืองใช้ในข้อใดต้องพิจำรณำจำก 27. ถำ้ ต้องกำรเลอื กใชว้ สั ดุทเ่ี ป็นฉนวนไฟฟำ้ ไม่ควร
สมบตั กิ ำรนำควำมรอ้ นของวสั ดุ เลอื กใช้วัสดุใด

ก. เคร่ืองเรือน ก. ผำ้
ข. เคร่อื งนอน ข. ยำง
ค. ภำชนะหงุ ต้ม ค. พลำสตกิ
ง. ของตกแตง่ บ้ำน ง. ทองเหลือง

23. นำชอ้ น A และ B ไปลนไฟ พบว่ำชอ้ น B 28. กำรตอ่ วงจรไฟฟำ้ ถำ้ ตอ้ งกำรใหห้ ลอดไฟสว่ำง
นำควำมร้อน แตช่ ้อน A ไม่รอ้ น อยำกทรำบว่ำ ควรใช้วัสดุใดตอ่ เชอ่ื มในวงจร
ช้อน A และ B น่ำจะเป็นช้อนท่ที ำมำจำกวัสดุ
ในข้อใดตำมลำดับ ก. ยำงลบ
ข. แท่งแก้ว
ก. พลำสตกิ ไม้ ค. แผ่นกระดำษ
ข. ไม้ พลำสติก ง. กระดำษฟอยล์
ค. พลำสตกิ โลหะ
ง. โลหะ พลำสติก 29. ข้อใดเป็นกำรนำสมบัตขิ องวสั ดไุ ปใชป้ ระโยชน์
ได้เหมำะสมท่ีสุด
24. ถ้ำนำน้ำร้อนใสแ่ กว้ 4 ใบ เมอ่ื จับแก้วใบใดจะ
รสู้ ึกรอ้ นที่สุด ก. ยำงไปทำภำชนะหงุ ต้ม
ข. โลหะนำไปทำของเลน่ เดก็
ก. แก้วพลำสติก ค. ทองแดงนำไปทำสำยไฟ
ข. แก้วกระเบือ้ ง ง. แกว้ นำไปทำคอ้ น
ค. แกว้ สแตนเลส
ง. แกว้ ไม้ 30. ในกำรทำสำยไฟนิยมใชโ้ ลหะในข้อใด เพอื่ ให้
นำไฟฟ้ำได้ดที ส่ี ดุ
25. วัตถุในขอ้ ใดนำไฟฟ้ำได้
ก. เสน้ ลวด ก. ทองคำ
ข. พนื้ กระเบือ้ ง ข. ทองแดง
ค. แทง่ แก้ว ค. ดบี ุก
ง. ผำ้ ยำง ง. นิกเกลิ

26. วัสดุในข้อใดควรนำมำทำฉนวนไฟฟ้ำ

ก. เงิน ข. ทองเหลือง

ค. พลำสตกิ ง. อะลมู ิเนียม



ตารางวเิ คราะห์ขอ้ สอบ วชิ าวทิ ยาศาสตร์
เร่อื ง วัสดุและสมบัติของวสั ดุ ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 4

ท่ี แผนการจัดการเรยี นรู้ น้าหนักคะแนนจ้าแนกตามพฤตกิ รรมทวี่ ัด (ข้อ) รวม (ขอ้ )

ความ ู้ร
ความจ้า
ความเข้าใจ
การน้าไปใช้
การ ิวเคราะห์
การ ัสงเคราะห์
การประเ ิมน ่คา

1 ประเภทของวัสดุ 6 112- - 10
2 ความแข็งของวสั ดุ 4 -11- - 6
3 สภาพยืดหยนุ่ ของวัสดุ 3 211- - 7
4 การนาความรอ้ นของวสั ดุ 5 311- - 10
5 การนาไฟฟา้ ของวัสดุ 3 22- - - 7

รวมขอ้ สอบ 21 8 6 5 0 0 40

แบบประเมินความสอดคล้องระหว่างขอ้ ค้าถามกบั จุดประสงค์ (IOC)
เร่ือง วัสดแุ ละสมบตั ิของวัสดุ ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 4
(ส้าหรบั ผเู้ ชีย่ วชาญ)

คา้ ช้ีแจง
1. แบบประเมินความสอดคล้องระหว่างขอ้ สอบกับจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้

เรื่อง วัสดุและสมบัตขิ องวสั ดุ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 มจี านวน 40 ขอ้
2. โปรดพจิ ารณาความสอดคล้องของข้อสอบตอ่ ไปนวี้ ่าตรงกบั จุดประสงค์การเรียนรู้

แลว้ ให้คะแนนโดยการเติมเครอ่ื งหมาย  ลงในชอ่ งว่างท่ีตรงกบั ความคิดเห็นของท่าน ดงั น้ี
+1 หมายถึง แน่ใจวา่ ข้อคาถามนั้นสอดคลอ้ งกับจุดประสงคก์ ารเรียนรู้
0 หมายถงึ ไม่แน่ใจว่าข้อคาถามนน้ั สอดคลอ้ งกับจุดประสงค์การเรยี นรู้
-1 หมายถงึ แน่ใจว่าข้อคาถามนน้ั ไมส่ อดคลอ้ งกบั จุดประสงค์การเรียนรู้

ตารางการหาคา่ ดัชนีความสอดคลอ้ งระหวา่ งขอ้ คา้ ถามกับจดุ ประสงค์ (IOC)
แบบทดสอบวัดผลกอ่ นเรียน – หลังเรยี น

รายวิชาวทิ ยาศาสตร์ รหสั วชิ า ว 14101
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 4 ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2562 โรงเรียนพนิ จิ ราษฎร์บ้ารงุ

หนว่ ย ความสอดคล้อง
1 0 -1
การเรียนรู้ จุดประสงค์ ขอ้ สอบ พฤตกิ รรม
ขอ้ สอบ
เร่อื ง วสั ดุ การเรียนรู้
และสมบตั ิ

ของวสั ดุ

เรื่อง อธบิ ายประเภท 1. ไหม เปน็ วัสดทุ ี่ไดจ้ ากเส้นใยในข้อใด ความรู้
ก. แร่ธาตุ ความจา
ประเภท ของวสั ดไุ ด้ ข. สตั ว์
ค. พชื ความรู้
ของวสั ดุ ง. พลาสตกิ ความจา

2. แกว้ เปน็ วสั ดทุ ี่ผลิตจากทรัพยากร ความรู้
ธรรมชาตใิ นขอ้ ใด ความจา

ก. ดนิ
ข. หิน
ค. กรวด
ง. ทราย

3. โลหะ ไม่มี สมบตั ิในข้อใด
ก. การนาความร้อน
ข. การนาไฟฟา้
ค. ความยดื หยุ่น
ง. ความแขง็

หน่วย ความสอดคลอ้ ง
1 0 -1
การเรยี นรู้ จดุ ประสงค์ ขอ้ สอบ พฤติกรรม
ข้อสอบ
เรือ่ ง วสั ดุ การเรยี นรู้
และสมบตั ิ

ของวัสดุ

อธิบายประเภท 4. สง่ิ ของในขอ้ ใดทาจากวสั ดุสังเคราะห์ การ
ก. โตะ๊ ไมม้ ะค่า วิเคราะห์
ของวัสดุได้ ข. ครกหนิ แกรรติ
ค. เครื่องปน้ั ดินเผา
ง. กระเบอ้ื งยางปพู นื้

5. คนนยิ มนาไมม้ าใช้ประโยชน์ในดา้ น การ
ใดมากท่ีสุด นาไปใช้

ก. ทาภาชนะใสอ่ าหาร
ข. ทาเครอ่ื งประดับ
ค. ทาเครอ่ื งเรอื นและของประดบั
ตกแต่งบ้าน
ง. ทาของเลน่ เดก็

จาแนกประเภท 6. กระดาษเป็นวสั ดทุ ่ีทาจากสิ่งใด ความรู้
ของวัสดไุ ด้ ก. ดิน ความจา
ข. แร่ธาตุ
ค. สัตว์
ง. พืช

7. วัสดุชนดิ ใดเป็นวสั ดุท่คี นสังเคราะห์ ความรู้
ขึน้ ความจา

ก. ใยไหม
ข. เส้นเอน็
ค. เหล็ก
ง. ยางพารา

หน่วย จดุ ประสงค์ ข้อสอบ พฤติกรรม ความสอดคล้อง
การเรียนรู้ การเรียนรู้ ขอ้ สอบ 1 0 -1
เรื่อง วัสดุ 8. วสั ดุในขอ้ ใดได้มาจากธรรมชาติ
และสมบัติ ก. พลาสตกิ
ของวสั ดุ ข. ยาง
ค. โลหะ
จาแนกประเภท ง. โฟม ความรู้
ของวสั ดไุ ด้ ความจา

9. ส่งิ ของในข้อใดท่ีทาจากวัสดุมากกว่า ความ
1 ชนดิ เข้าใจ

ก. ค้อน
ข. ยางลบ
ค. หวีท่ที าจากไม้
ง. ไม้บรรทดั พลาสตกิ

10. กรรไกร ทามาจากวสั ดุใดบ้าง การ
ก. ไม้ พลาสติก วิเคราะห์
ข. โลหะ พลาสติก
ค. พลาสติก ยาง
ง. ยาง ไม้

หน่วย ความสอดคลอ้ ง
1 0 -1
การเรียนรู้ จดุ ประสงค์ ข้อสอบ พฤติกรรม
ขอ้ สอบ
เรื่อง วัสดุ การเรียนรู้
และสมบัติ

ของวสั ดุ

เร่อื ง อธิบายสมบตั ิดา้ น 11. วตั ถุใดตอ่ ไปน้ีมสี มบัตดิ ้านความแข็ง ความรู้
ก. แถบยางยดื ความจา
ความแข็ง ความแขง็ ของวสั ดุ ข. ยางลบ
ค. ขวดแก้ว ความรู้
ของวัสดุ ตา่ งๆและ ง. ถุงพลาสติก ความจา

ยกตัวอย่างการนา 12. วตั ถใุ ดต่อไปน้ีไม่มีมสี มบัติความแขง็ ความรู้
ก. เกา้ อี้ ความจา
วัสดุที่มสี มบตั ดิ ้าน ข. ผ้าปโู ตะ๊
ค. ขวดแกว้ การ
ความแข็งมาใช้ ง. จานกระเบื้อง นาไปใช้

ประโยชนใ์ น 13. วสั ดุที่มีความแข็ง ทนทาน มนั วาว
สามารถตีให้เป็นแผน่ เรียบหรือดงึ เป็น
ชวี ิตประจาวันได้ เส้นได้ คอื คุณสมบติของวัสดใุ ด

ก. ไม้
ข. โลหะ
ค. แกว้
ง. เซรามกิ
14. ถ้าตอ้ งการใช้คัตเตอรก์ รีดกระดาษ
บนโตะ๊ ไม้ โดยไม่ใหโ้ ต๊ะเป็นรอยควรใช้
สิ่งใดรองบนโต๊ะ
ก. แผ่นกระจก
ข. แผ่นกระดาษ
ค. แผน่ พลาสติก
ง. แผ่นหนงั

หน่วย ความสอดคล้อง
1 0 -1
การเรยี นรู้ จดุ ประสงค์ ข้อสอบ พฤติกรรม
เร่ือง วัสดุ การเรยี นรู้ ขอ้ สอบ
และสมบัติ ความรู้
ความจา
ของวสั ดุ
การ
ทดลองและ 15. แรธ่ าตชุ นิดใดมีความแข็งมากท่ีสุด วิเคราะห์

เปรียบเทียบสมบัติ ก. เหลก็ ความรู้
ความจา
ดา้ นความแข็งของ ข. ตะกวั่

วัสดุตา่ งๆ ได้ ค. เพชร

ง. ทองแดง

16. เมื่อนาวัสดุ A ไปขูดวัสดุ B ทาให้

วัสดุ B เปน็ รอย และเมื่อนาวัสดุ C ไป

ขูดวสั ดุ A ทาใหว้ ัสดุ A เป็นรอย ข้อใด

เรียงลาดบั ความแขง็ ของวัสดจุ ากมากไป

น้อยไดถ้ ูกตอ้ ง

ก. A - B - C

ข. C - B - A

ค. B - A - C

ง. C – A – B

เรอ่ื ง อธิบายสมบัติสภาพ 17. ยางรถยนต์ตอ้ งมีสมบตั ใิ นข้อใดจงึ

สภาพ ยืดหยนุ่ ของวัสดุ ยดึ เกาะถนนได้ดี

ยดื หยนุ่ ต่างๆ และ ก. ความแข็ง

ของวัสดุ ยกตัวอยา่ งการนา ข. ความเหนียว

วสั ดทุ ี่มสี มบตั ิ ค. ความหนาแนน่

สภาพยืดหยุน่ มาใช้ ง. ความยดื หยนุ่

ประโยชน์ใน

ชีวติ ประจาวนั ได้

หน่วย ความสอดคล้อง
1 0 -1
การเรียนรู้ จดุ ประสงค์ ข้อสอบ พฤตกิ รรม
เร่อื ง วสั ดุ การเรยี นรู้ ขอ้ สอบ
และสมบตั ิ ความ
เข้าใจ
ของวัสดุ
ความ
อธิบายสมบัติสภาพ 18. สงิ่ ใด เมือ่ ได้ถกู แรงกระทารปู ร่าง เข้าใจ

ยดื หยุ่นของวัสดุ หรือขนาดของวสั ดุจะเปลี่ยนไปแตเ่ ม่ือ การ
นาไปใช้
ต่างๆ และ หยดุ ออกแรงกระทาวัสดุจะคนื รปู รา่ ง

ยกตัวอย่างการนา และขนาดสู่สภาพเดิม

วัสดุทมี่ สี มบตั ิ ก. ผา้

สภาพยืดหยุน่ มาใช้ ข. เชอื กฟาง

ประโยชนใ์ น ค. อะลูมเิ นยี ม

ชวี ติ ประจาวันได้ ง. หนงั สตก๊ิ

19. วสั ดทุ ี่จะนามาทาของเลน่ เดก็ ควรมี

สมบัตอิ ย่างไร

ก. มีความหนาแน่นมาก

ข. นาความรอ้ นไดด้ ี

ค. มีความยดื หยุน่ สูง

ง. นาไฟฟา้ ไดด้ ี

20. ข้อใดต่อไปนีท้ เี่ หมาะสาหรับทาขอบ

กางเกงกฬี ามากทสี่ ดุ

ก. เส้นเอ็น

ข. เส้นเชือก

ค. แถบยางยืด

ง. เส้นลวด

หนว่ ย ความสอดคล้อง
1 0 -1
การเรยี นรู้ จุดประสงค์ ข้อสอบ พฤตกิ รรม
เรื่อง วสั ดุ การเรียนรู้ ข้อสอบ
และสมบตั ิ ความรู้
ความจา
ของวสั ดุ
ความรู้
อธิบายสมบัติสภาพ 21. วตั ถุใดต่อไปนี้ มสี ภาพยืดหย่นุ ความจา

ยืดหยุน่ ของวสั ดุ ก. ช้อนสแตนเลส

ตา่ งๆ และ ข. กระทะ

ยกตวั อยา่ งการนา ค. ขวดแก้ว

วัสดทุ ่ีมีสมบัติ ง. ลกู โป่ง

สภาพยดื หยนุ่ มาใช้

ประโยชน์ใน

ชีวิตประจาวนั ได้

ทดลองและ 22. เราจะทดสอบความยืดหยุน่ ของวัสดุ

เปรยี บเทียบสมบัติ ได้โดยวธิ ีใด

ภาพยดื หยุ่นของ ก. การออกแรงกระทาตอ่ วสั ดุ

วัสดตุ ่างๆ ได้ ข. การใชว้ สั ดอุ น่ื มาขูดขีด

ค. การนาไปลอยน้า

ง. การนาไปลนไฟ

23. วสั ดใุ นข้อใดท่สี ามารถรบั น้าหนัก การ
ได้มากทสี่ ดุ เมือ่ มีขนาดและความยาว วเิ คราะห์
เท่ากัน

ก. ยางรัดของ
ข. เส้นเอน็
ค. เชอื กฟาง
ง. เสน้ ไหม

หน่วย ความสอดคลอ้ ง
1 0 -1
การเรียนรู้ จดุ ประสงค์ ขอ้ สอบ พฤตกิ รรม
เรอ่ื ง วสั ดุ การเรียนรู้ ขอ้ สอบ
และสมบัติ ความรู้
ความจา
ของวัสดุ
ความรู้
เรอ่ื ง การ อธบิ ายสมบัติด้าน 24. วัสดทุ ่เี ปน็ ตวั นาความร้อนทีด่ มี กั จะ ความจา

นาความ การนาความร้อน มสี มบตั ิใดควบคไู่ ปดว้ ย ความรู้
ความจา
ร้อนของ ของวัสดุต่างๆ และ ก. มีความแข็งมาก
ความรู้
วสั ดุ ยกตวั อย่างการนา ข. มคี วามยดื หยุน่ สูง ความจา

วัสดุทม่ี สี มบัติด้าน ค. เป็นตวั นาไฟฟา้ ทด่ี ี

การนาความร้อนมา ง. มคี วามหนาแน่นมาก

ใช้ประโยชนใ์ น 25. วตั ถใุ นขอ้ ใดมีสมบตั กิ ารนาความ

ชวี ติ ประจาวันได้ ร้อน

ก. แกว้ กระเบอ้ื ง

ข. ช้อนโลหะ

ค. ผา้ เชด็ หน้า

ง. จานพลาสตกิ

26. ตวั นาความร้อนหมายถงึ วัสดทุ ี่มี

สมบตั ใิ นข้อใด

ก. เก็บความรอ้ นไดม้ าก

ข. ใหค้ วามรอ้ นผา่ นได้ดี

ค. ผลิตความรอ้ นได้มาก

ง. ใหค้ วามรอ้ นได้ดี

27. ฉนวนความร้อนหมายถงึ ข้อใด

ก. วตั ถุท่ีนาความรอ้ นไดด้ ี

ข. วตั ถุทน่ี าความรอ้ นได้ปานกลาง

ค. วตั ถุทีน่ าความรอ้ นได้น้อยมาก

ง. วตั ถุทยี่ อมใหค้ วามรอ้ นไหลผ่าน

หน่วย ความสอดคลอ้ ง
1 0 -1
การเรยี นรู้ จุดประสงค์ ข้อสอบ พฤตกิ รรม
เรือ่ ง วสั ดุ การเรยี นรู้ ขอ้ สอบ
และสมบตั ิ

ของวัสดุ

อธิบายสมบตั ิดา้ น 28. วสั ดุในข้อใดไมเ่ ปน็ ตวั นาความร้อน ความรู้

การนาความร้อน ก. กระเบ้ือง ความจา

ของวสั ดุต่างๆ และ ข. เงนิ

ยกตวั อย่างการนา ค. ทองแดง

วสั ดทุ ่ีมสี มบัติด้าน ง. อะลูมิเนยี ม

การนาความร้อนมา 29. ถ้าเราใช้ทัพพีท่ีทาจากโลหะคนแกง ความ

ใช้ประโยชน์ใน ที่กาลังเดือด จะรสู้ กึ ร้อนเพราะเหตใุ ด เขา้ ใจ

ชีวติ ประจาวันได้ ก. มืออย่ใู กล้เตาไฟเกินไป

ข. ทัพพนี าความรอ้ นมาสู่มอื

ค. นา้ แกงที่กาลังเดือดกระเด็นสู่มอื

ง. ไอรอ้ นจากแกงลอยขึ้นมาส่มู อื

30. เพราะเหตุใด จงึ ใช้ผ้าหนาๆ มาทา ความ

ถงุ มอื กันความร้อน เข้าใจ

ก. ผ้ามีความเหนยี ว

ข. ผา้ มีความยดื หยนุ่

ค. ผ้ามีความหนาแน่น

ง. ผา้ เปน็ ฉนวนความรอ้ น

31. การผลติ เครือ่ งใช้ในข้อใดตอ้ ง การ

พิจารณาจากสมบัตกิ ารนาความรอ้ นของ นาไปใช้

วสั ดุ

ก. เคร่อื งเรอื น

ข. เครื่องนอน

ค. ภาชนะหงุ ต้ม

ง. ของตกแต่งบ้าน

หน่วย ความสอดคล้อง
1 0 -1
การเรยี นรู้ จดุ ประสงค์ ขอ้ สอบ พฤติกรรม
เรื่อง วสั ดุ การเรยี นรู้ ขอ้ สอบ
และสมบตั ิ
การ
ของวัสดุ วิเคราะห์

อธิบายสมบตั ิดา้ น 32. นาช้อน A และ B ไปลนไฟ พบว่า

การนาความรอ้ น ช้อน B นาความรอ้ น แต่ชอ้ น A ไม่ร้อน

ของวัสดุตา่ งๆ และ อยากทราบว่าชอ้ น A และ B นา่ จะเปน็

ยกตัวอย่างการนา ชอ้ นทท่ี ามาจากวสั ดุในข้อใดตามลาดับ

วสั ดุทีม่ สี มบัติด้าน ก. พลาสตกิ ไม้

การนาความร้อนมา ข. ไม้ พลาสตกิ

ใช้ประโยชนใ์ น ค. พลาสติก โลหะ

ชวี ิตประจาวันได้ ง. โลหะ พลาสติก

ทดลองและ 33. ถา้ นาน้ารอ้ นใส่แกว้ 4 ใบ เมอ่ื จับ ความ
เปรยี บเทยี บสมบัติ แกว้ ใบใดจะรูส้ ึกรอ้ นทสี่ ุด เข้าใจ
ดา้ นการนาความ
รอ้ นของวสั ดุตา่ งๆ ก. แกว้ พลาสตกิ
ได้ ข. แก้วกระเบอ้ื ง
ค. แกว้ สแตนเลส
ง. แกว้ ไม้

เรอ่ื ง การ อธบิ ายสมบตั ิด้าน 34. วัตถใุ นขอ้ ใดนาไฟฟา้ ได้ ความรู้
นาไฟฟา้ ความจา
ของวัสดุ การนาไฟฟา้ ของ ก. เสน้ ลวด

วัสดตุ า่ งๆ และ ข. พน้ื กระเบ้อื ง

ยกตวั อย่างการนา ค. แท่งแก้ว

วัสดทุ ีม่ ีสมบตั ิด้านก ง. ผ้ายาง

การนาไฟฟ้ามาใช้

ประโยชนใ์ น

ชวี ติ ประจาวันได้

หนว่ ย ความสอดคลอ้ ง
1 0 -1
การเรยี นรู้ จุดประสงค์ ข้อสอบ พฤติกรรม
เรอ่ื ง วัสดุ การเรียนรู้ ข้อสอบ
และสมบตั ิ

ของวัสดุ

อธบิ ายสมบตั ิด้าน 35. ตัวนาไฟฟ้าหมายถงึ วัสดุที่มสี มบัติ ความรู้
ความจา
การนาไฟฟา้ ของ ในขอ้ ใด

วัสดตุ ่างๆ และ ก. เก็บไฟฟ้าได้มาก

ยกตัวอยา่ งการนา ข. ผลิตไฟฟ้าไดม้ าก

วัสดุทีม่ สี มบตั ิด้านก ค. ใหไ้ ฟฟา้ ผ่านได้ดมี าก

การนาไฟฟา้ มาใช้ ง. ใหไ้ ฟฟ้าผา่ นได้นอ้ ยมาก

ประโยชนใ์ น

ชีวิตประจาวนั ได้ 36. วัสดุในข้อใดควรนามาทาฉนวน ความ
เข้าใจ
ไฟฟา้

ก. เงนิ

ข. ทองเหลือง

ค. พลาสติก

ง. อะลมู เิ นยี ม

37. ถา้ ตอ้ งการเลอื กใชว้ สั ดุท่เี ปน็ ฉนวน ความ
ไฟฟา้ ไมค่ วรเลือกใชว้ ัสดใุ ด เข้าใจ

ก. ผา้
ข. ยาง
ค. พลาสตกิ
ง. ทองเหลือง

หน่วย ความสอดคลอ้ ง
1 0 -1
การเรียนรู้ จุดประสงค์ ข้อสอบ พฤตกิ รรม
เร่อื ง วสั ดุ การเรียนรู้ ข้อสอบ
และสมบตั ิ

ของวัสดุ

อธบิ ายสมบตั ิด้าน 38. การตอ่ วงจรไฟฟา้ ถา้ ต้องการให้ การ

การนาไฟฟ้าของ หลอดไฟสว่าง ควรใช้วัสดใุ ดตอ่ เชอ่ื มใน นาไปใช้

วสั ดตุ า่ งๆ และ วงจร

ยกตวั อย่างการนา ก. ยางลบ

วัสดุทีม่ ีสมบัติด้านก ข. แทง่ แก้ว

การนาไฟฟ้ามาใช้ ค. แผ่นกระดาษ

ประโยชนใ์ น ง. กระดาษฟอยล์

ชวี ติ ประจาวันได้ 39. ขอ้ ใดเปน็ การนาสมบตั ขิ องวสั ดไุ ปใช้ การ

ประโยชน์ไดเ้ หมาะสมทีส่ ดุ นาไปใช้

ก. ยางไปทาภาชนะหงุ ต้ม

ข. โลหะนาไปทาของเลน่ เดก็

ค. ทองแดงนาไปทาสายไฟ

ง. แก้วนาไปทาคอ้ น

ทดลองและ 40. ในการทาสายไฟนยิ มใช้โลหะใน ความรู้

เปรียบเทียบสมบัติ ข้อใด เพื่อให้นาไฟฟา้ ไดด้ ีทสี่ ดุ ความจา

ดา้ นการนาไฟฟ้า ก. ทองคา

ของวัสดุตา่ งๆ ได้ ข. ทองแดง

ค. ดีบกุ

ง. นิกเกิล

ลงชื่อ............................................................ ผปู้ ระเมิน
(.........................................................................)


Click to View FlipBook Version