The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรกลุ่มสาระภาษาไทย โรงเรียนบ้านวาวี พุทธศักราช 2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nphy_azg, 2022-07-20 11:51:22

หลักสูตรกลุ่มสาระภาษาไทย โรงเรียนบ้านวาวี พุทธศักราช 2565

หลักสูตรกลุ่มสาระภาษาไทย โรงเรียนบ้านวาวี พุทธศักราช 2565

Keywords: หลักสูตรกลุ่มสาระภาษาไทย โรงเรียนบ้านวาวี พุทธศักราช 2565

44

หนว่ ย ช่อื หนว่ ยการเรียนรู้ มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด สาระการเรียนรู้ เวลา สัดสว่ น
ท่ี (ชั่วโมง) คะแนน

๒๐ สระ - ะ ท ๑.๑ ป.๑/๑, สระ -ะ ออกเสียง อะ เป็นสระ

ป.๑/๒ เสียง สั้น เขียนไว้ข้างหลัง

ท ๒.๑ ป.๑/๑, พยัญชนะต้น คำที่ประสมด้วย

ป.๑/ ๒ เสยี ง อะ ถ้ามี ตวั สะกดจะใช้รูป ๕ ๒

ท ๔.๑ ป.๑/๒ -ั เขียนไว้ ข้างบนพยัญชนะต้น

คำที่ใช้ใน ชีวิตประจำวันมีคำท่ี

ประสมดว้ ย สระ -ะ และ -ั

๒๑ สระ เ - ะ ท ๑.๑ ป.๑/๑, สระ เ-ะ ออกเสยี ง เอะ เปน็ สระ

ป.๑/๒ เสยี งส้นั เขียน เ- ไว้ขา้ งหน้า

ท ๒.๑ ป.๑/๑, พยัญชนะต้น และเขียน - ะ ไว้

ป.๑/๒ ข้างหลังพยัญชนะต้น คำท่ี ๕ ๒
ท ๔.๑ ป. ๑/๒ ประสมด้วยเสียง เอะ ถ้ามี

ตัวสะกดจะใช้รูป เ -็ คำที่ใช้ใน

ชีวติ ประจำวันมีคำทปี่ ระสมด้วย

สระ เ - ะ และ เ –็

๒๒ สระ แ-ะ ท ๑.๑ ป.๑/๑, สระ แ-ะ ออกเสียง แอะ เป็น

ป.๑/๒ ท ๒.๑ สระ เสียงสั้น เขียน แ- ไว้

ป.๑/๑, ป.๑/๒ ข้างหน้า พยัญชนะต้น และ

ท ๔.๑ ป.๑/๑ เขียน - ะ ไว้ข้างหลังพยัญชนะ ๕ ๒
ต้น คำท่ี ประสมด้วยเสียง แอะ

ถ้ามีตัวสะกด จะใชร้ ปู แ -็ คำที่

ใช้ในชีวิต ประจำวันมีคำท่ี

ประสมดว้ ยสระ แ - ะ และ แ -็

๒๓ สระ เ-าะ ท ๑.๑ ป.๑/๑, สระ เ-าะ ออกเสียง เอาะ เป็น

ป.๑/๒ ท ๒.๑ สระ เสียงสั้น เขียน เ- ไว้ ๕ ๒
ป.๑/๑, ป.๑/๒ ข้างหน้า พยัญชนะต้น และ

ท ๔.๑ ป.๑/๒ เขียน -าะ ไว้ ข้างหลงั พยัญชนะ

45

หน่วย ช่อื หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน/ตวั ช้ีวดั สาระการเรียนรู้ เวลา สัดสว่ น
ท่ี (ชว่ั โมง) คะแนน

ต้น คำที่ใช้ใน ชีวิตประจำวันมี

คำท่ีประสม ดว้ ยสระ เ-าะ

๒๔ สระ โ-าะ ท ๑.๑ ป.๑/๑, สระ โ-ะ ออกเสียง โอะ เป็นสระ

ป.๑/๒ ท ๒.๑ เสียงสั้น เขียน โ- ไว้ข้างหน้า

ป.๑/๑, ป.๑/๒ พยัญชนะต้น และเขียน -ะ ไว้

ท ๔.๑ ป.๑/๒ ข้างหลังพยัญชนะต้น คำท่ี ๕ ๒
ประสม ด้วยเสียง โอะ ถ้ามี

ตัวสะกดจะไม่ปรากฏรูปสระคำ

ที่ใช้ใน ชีวิตประจำวันมีคำท่ี

ประสม ดว้ ยสระ โ-ะ

๒๕ สระ เ-อะ ท ๑.๑ ป.๑/๑, สระ เ-อะ ออกเสียง เออะ เป็น
๒๖ สระ เ-อ
ป.๑/๒ ท ๒.๑ สระ เสียงสั้น เขียน เ- ไว้

ป.๑/๑, ป.๑/๒ ขา้ งหนา้ พยัญชนะต้นและเขยี น ๕ ๒
ท ๔.๑ ป.๑/๒ -อะ ไว้ ข้างหลังพยัญชนะต้น

คำที่ใช้ใน ชีวิตประจำวันมีคำที่

ประสม ด้วยสระ เ- อะ

ท ๑.๑ ป.๑/๑, สระ เ-อ ออกเสยี ง เออ เป็นสระ

ป.๑/๒ ท ๒.๑ เสียงยาว คำที่ประสมด้วยเสียง

ป.๑/๑, ป.๑/๒ เออ ถา้ ไมม่ ีตัวสะกด จะใชร้ ูป เ-

ท ๔.๑ ป.๑/๒ อ ถา้ มี ย สะกด จะใช้รูป เ-ย ถา้ ๕ ๒
มีตัวสะกด อื่น ๆ จะใช้รูป เ- ิ

คำที่ใช้ใน ชีวิตประจำวันมีคำท่ี

ประสม ด้วยสระ เ-อ เ-ย และ

เ- ิ

๒๗ มาตรา ท ๑.๑ ป.๑/๑, คำที่ไม่มีตัวสะกดทุกคำ จัดเป็น
ก กา
ป.๑/๒ ท ๒.๑ คำ ในมาตรา ก กา ๕๑
ป.๑/๑, ป.๑/๒

ท ๔.๑ ป.๑/๒

46

หนว่ ย ช่อื หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั สาระการเรียนรู้ เวลา สัดส่วน
ท่ี (ชั่วโมง) คะแนน

๒๘ มาตรา กง ท ๑.๑ ป.๑/๑, คำที่มี ง เป็นตัวสะกดทุกคำ

ป.๑/๒ ท ๒.๑ จัดเป็น คำในมาตรา กง ๕๑
ป.๑/๑, ป.๑/๒

ท ๔.๑ ป.๑/๒

๒๙ มาตรา กม ท ๑.๑ ป.๑/๑, คำที่มี ม เป็นตัวสะกดทุกคำ

ป.๑/๒ ท ๒.๑ จดั เป็นคำในมาตรา กม ๕๑
ป.๑/๑, ป.๑/๒

ท ๔.๑ ป.๑/๒

๓๐ มาตรา เกย ท ๑.๑ ป.๑/๑, คำที่มีย เป็นตัวสะกดทุกคำ

ป.๑/๒ ท ๒.๑ จัดเป็นคำในมาตรา เกย ๕๑
ป.๑/๑, ป.๑/๒

ท ๔.๑ ป.๑/๒

๓๑ มาตรา เกอว ท ๑.๑ ป.๑/๑, คำที่มี ว เป็นตัวสะกดทุกคำ

ป.๑/๒ ท ๒.๑ จัดเปน็ คำในมาตรา เกอว ๕๑
ป.๑/๑, ป.๑/๒

ท ๔.๑ ป.๑/๒

๓๒ มาตรา กน ท ๑.๑ ป.๑/๑, คำที่มเี สียงตวั สะกดเหมือนเสียง

ป.๑/๒ ท ๒.๑ น ทุกคำ ไม่ว่าจะใช้ น ณ ญ ร ๕ ๑
ป.๑/๑, ป.๑/๒ ล ฬ เป็นตัวสะกด เป็นคำใน

ท ๔.๑ ป.๑/๒ มาตรา กน

๓๓ มาตรา กก ท ๑.๑ ป.๑/๑, คำทีม่ เี สียงตัวสะกดเหมือนเสียง

ป.๑/๒ ก ทุกคำ ไม่ว่าจะใช้ ก ข ค ฆ

ท ๒.๑ ป.๑/๑, เป็น ตัวสะกด จัดเป็นคำใน ๕ ๑

ป.๑/๒ ท ๔.๑ มาตรา กก

ป.๑/๒

๓๔ มาตรา กบ ท ๑.๑ ป.๑/๑, คำที่มเี สยี งตวั สะกดเหมือนเสียง ๕ ๑
ป.๑/๒ ท ๒.๑ บ ทุกคำ ไม่ว่าจะใช้ บ ป พ ฟ

47

หน่วย ชือ่ หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด สาระการเรียนรู้ เวลา สัดส่วน
ท่ี (ชัว่ โมง) คะแนน

ป.๑/๑, ป.๑/๒ ภ เป็น ตัวสะกด จัดเป็นคำใน

ท ๔.๑ ป.๑/๒ มาตรา กบ

๓๕ มาตรา กด ท ๑.๑ ป.๑/๑, คำทมี่ ีเสยี งตวั สะกดเหมือนเสียง

ป.๑/๒ ท ๒.๑ ด ทุกคำ ไม่ว่าจะใช้ ด จ ช ซ ฎ

ป.๑/๑, ป.๑/๒ ฏ ฐ ฑ ฒ ต ถ ท ธ ศ ษ ส เป็น ๕ ๑

ท ๔.๑ ป.๑/๒ ตัวสะกด จัดเป็นคำในมาตรา

กด

๓๖ อักษรควบและ ท ๑.๑ ป.๑/๑, ๑. คำอักษรควบมีพยัญชนะต้น
อักษรนำ
ป.๑/๒ ท ๒.๑ ๒ ตัว ที่ออกเสียงพร้อมกัน ๒.

ป.๑/๑, ป.๑/๒ คำอักษรนำมีพยัญชนะต้น ๒ ๕ ๒
ท ๔.๑ ป.๑/๒ ตัว ออกเสียงเหมือนมี ห นำ

บาง คำออกเสียงครั้งเดียว บาง

คำออก เสยี งสองคร้ัง

๓๗ การผนั คำ ท ๑.๑ ป.๑/๑ ก าร ผัน คำใช้เสียง และรูป
๓๘ คำคล้องจอง
ท ๔.๑ ป.๑/๒ วรรณยุกต์ ทำให้เสียงและ ๕ ๒

ความหมายของคำ เปลยี่ นไป

ท ๑.๑ ป.๑/๑ คำคล้องจองที่ไม่มีตัวสะกด

ท ๔.๑ ป.๑/๒ จะต้อง มีเสียงสระเหมือนกัน

ส่วนคำคล้องจองที่มีตัวสะกด ๕ ๒

ต้องมีเสียงสระและ เสียง

ตวั สะกดเหมือนกัน

๓๙ การแตง่ ประโยค ท ๑.๑ ป.๑/๑ ประโยคจะมีคำตั้งแต่ ๒ คำขึ้น

๔๐ การฟัง ท ๒.๑ ป.๑/๒, ไป และบอกให้ทราบว่า ใคร ๕ ๒
การดู และการพดู ป.๑/๓ ท ๔.๑ ทำอะไร หรือเป็นอย่างไร

ป.๑/๓

ท ๓.๑ ป.๑/๑, ทกั ษะการฟัง การดู และการพูด

ป.๑/๒, ป.๑/๓, เปน็ พน้ื ฐานการใช้ภาษาทส่ี ำคัญ ๕ ๒

ป.๑/๔, ป.๑/๕

48

หน่วย ชอ่ื หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ เวลา สดั ส่วน
ท่ี (ชว่ั โมง) คะแนน

นำไปสู่การพัฒนาการอ่าน และ

การ เขยี น

รวมคะแนนระหว่างปี ๗๐

คะแนนทดสอบปลายภาค ๓๐

รวม ๒๐๐ ๑๐๐

49

สาระและมาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวชี้วัด

ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๒

ตวั ช้ีวดั และสาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

สาระท่ี ๑ การอา่ น

มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอา่ นสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตดั สินใจ แกป้ ัญหาในการ

ดำเนนิ ชีวิตและมนี ิสยั รักการอา่ น

ช้ัน ตวั ชว้ี ัด สาระการเรยี นร้แู กนกลาง

ป.๒ ท ๑.๑ ป.๒/๑ ➢ การอา่ นออกเสียงและการบอกวามหมายของคำ

อา่ นออกเสียงคำ คำคล้องจอง คำคลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทร้อยกรองงา่ ย ๆ

ข้อความและบทรอ้ ยกรองง่าย ๆ ท่ปี ระกอบด้วยคำพื้นฐานเพ่ิมจาก ป.๑ ไมน่ อ้ ยกวา่

ได้ถกู ตอ้ ง ๘๐๐ คำ รวมทง้ั คำทใี่ ช้เรยี นรใู้ นกลุ่มสาระการเรียนรู้

ท ๑.๑ ป.๒/๒ อน่ื ประกอบดว้ ย

อธิบายความหมายของคำและ - คำทม่ี รี ูปวรรณยกุ ต์และไมม่ ีรปู วรรณยกุ ต์

ขอ้ ความที่อ่าน - คำทม่ี ตี วั สะกดตรงตามมาตราและไมต่ รงตาม

➢ มาตรา

- คำท่ีมพี ยญั ชนะควบกล้ำ

- คำท่ีมีอกั ษรนำ

- คำทม่ี ีตวั การนั ต์

- คำทีม่ ี รร

- คำท่ีมีพยัญชนะและสระท่ีไมอ่ อกเสยี ง

ท ๑.๑ ป.๒/๓ ➢ การอา่ นจบั ใจความจากสื่อตา่ ง ๆ เช่น

ตั้งคำถามและตอบคำถามเกี่ยวกับ - นิทาน

เร่ืองที่อา่ น - เร่ืองเล่าส้นั ๆ บทเพลงและบทร้อยกรองงา่ ย ๆ

ท ๑.๑ ป.๒/๔ - เรื่องราวจากบทเรียนในกลุ่มสาระการเรยี นรู้

ระบุใจความสำคัญและรายละเอียด ภาษาไทย และกลุ่มสาระการเรียนร้อู ่ืน

จากเร่ืองท่อี า่ น - ขา่ วและเหตกุ ารณ์ประจำวนั

ท ๑.๑ ป.๒/๕

แสดงความคิดเห็นและคาดคะเน

เหตกุ ารณจ์ ากเรื่องท่ีอ่าน

ท ๑.๑ ป.๒/๖ ➢ การอ่านหนงั สือตามความสนใจ เช่น

- หนังสอื ทน่ี กั เรียนสนใจและเหมาะสมกับวัย

50

ชั้น ตวั ชว้ี ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

อ่านหนังสือตามความสนใจอย่าง - หนงั สอื ที่ครูและนักเรยี นกำหนดรว่ มกัน

สมำ่ เสมอและนำเสนอเรื่องทอ่ี า่ น

ท ๑.๑ ป.๒/๗ ➢ การอา่ นข้อเขียนเชิงอธบิ าย และปฏิบตั ติ ามคำส่ัง

อ่านข้อเขียนเชิงอธิบาย และปฏิบัติ หรอื ข้อแนะนำ

ตามคำสัง่ หรือข้อแนะนำ - การใชส้ ถานท่สี าธารณะ

- คำแนะนำการใช้เครือ่ งใช้ทีจ่ ำเป็นในบา้ นและใน

โรงเรียน

ท ๑.๑ ป.๒/๘ ➢ มารยาทในการอ่าน เชน่
มมี ารยาท ในการอา่ น - ไมอ่ ่านเสียงดังรบกวนผ้อู ื่น

- ไมเ่ ล่นกนั ขณะทอ่ี า่ น

- ไมท่ ำลายหนงั สอื

- ไม่ควรแย่งอ่านหรือชะโงกหน้าไปอ่านขณะทีผ่ ู้อ่ืน

กำลงั อา่ นอยู่

สาระท่ี ๒ การเขยี น

มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขยี นเขยี นสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียนเรือ่ งราวใน

รปู แบบต่าง ๆ เขียนรายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นควา้ อย่างมีประสทิ ธภิ าพ

ชั้น ตัวชวี้ ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

ป.๒ ท ๒.๑ ป.๒/๑ ➢ การคดั ลายมอื ตวั บรรจงเต็มบรรทัดตามรปู แบบ
คดั ลายมือตัวบรรจงเตม็ บรรทดั การเขียนตวั อักษรไทย

ท ๒.๑ ป.๒/๒ ➢ การเขยี นเรื่องสัน้ ๆ เกย่ี วกบั ประสบการณ์
เขียนเร่ืองสน้ั ๆ เกีย่ วกับ

ประสบการณ์

ท ๒.๑ ป.๒/๓ ➢ การเขยี นเร่อื งส้นั ๆ ตามจนิ ตนาการ
เขียนเร่อื งสนั้ ๆ ตามจินตนาการ

ท ๒.๑ ป.๒/๔ ➢ มารยาทในการเขียน เช่น
มมี ารยาทในการเขยี น - เขยี นให้อา่ นงา่ ย สะอาด ไมข่ ีดฆ่า

- ไม่ขีดเขยี นในท่ีสาธารณะ

51

ชน้ั ตัวชว้ี ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

- ใช้ภาษาเขียนเหมาะสมกับเวลา สถานที่ และ

บคุ คล

- ไม่เขยี นลอ้ เลยี นผ้อู นื่ หรอื ทำใหผ้ ูอ้ นื่ เสียหาย

สาระที่ ๓ การฟงั การดู และการพูด

มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และ

ความรู้สกึ ในโอกาสตา่ ง ๆ อย่างมีวจิ ารณญาณและสรา้ งสรรค์

ช้ัน ตัวชี้วัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

ป.๒ ท ๓.๑ ป.๒/๑ ➢ การฟังและปฏิบัตติ ามคำแนะนำ คำส่ังทซ่ี บั ซ้อน

ฟังคำแนะนำ คำสั่งที่ซับซ้อน และ

ปฏิบัตติ าม

ท ๓.๑ ป.๒/๒ ➢ การจับใจความและพดู แสดงความคิดเห็น

เล่าเรื่องที่ฟังและดูทั้งที่เป็นความรู้ ความรู้สึกจากเร่อื งทฟ่ี ังและดู ทัง้ ที่เป็นความรู้และ

และความบันเทิง ความบนั เทงิ เชน่

ท ๓.๑ ป.๒/๓ - เรื่องเล่าและสารคดสี ำหรับเด็ก

บอกสาระสำคัญของเร่ืองทฟ่ี ังและดู - นทิ าน การ์ตนู และเร่อื งขบขนั

ท ๓.๑ ป.๒/๔ - รายการสำหรบั เดก็

ตั้งคำถามและตอบคำถามเกี่ยวกับ

เรื่องท่ีฟังและดู

ท ๓.๑ ป.๒/๕ ➢ ข่าวและเหตกุ ารณ์ประจำวนั

พูดแสดงความคิดเห็นและความร้สู ึก - เพลง

จากเรื่องทฟี่ ังและดู

ท ๓.๑ ป.๒/๖ ➢ การพูดสื่อสารในชวี ิตประจำวัน เช่น
พดู ส่ือสารได้ชัดเจนตรงตาม - การแนะนำตนเอง
วตั ถปุ ระสงค์ - การขอความชว่ ยเหลอื

- การกลา่ วคำขอบคุณ

- การกล่าวคำขอโทษ

- การพดู ขอรอ้ งในโอกาสต่าง ๆ

- การเล่าประสบการณ์ในชวี ติ ประจำวัน

52

ชนั้ ตวั ช้วี ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ท ๓.๑ ป.๒/๗
มีมารยาทในการฟงั การดู และ ➢ มารยาทในการฟงั เช่น
การพูด - ตั้งใจฟัง ตามองผพู้ ดู
- ไม่รบกวนผ้อู ื่นขณะที่ฟงั
- ไม่ควรนำอาหารหรือเคร่อื งด่ืมไปรบั ประทานขณะ
ทีฟ่ งั
- ไม่พดู สอดแทรกขณะทีฟ่ งั

➢ มารยาทในการดู เช่น
- ตั้งใจดู
- ไมส่ ง่ เสยี งดังหรือแสดงอาการรบกวนสมาธิของผอู้ ่ืน

➢ มารยาทในการพูด เช่น
- ใช้ถอ้ ยคำและกิริยาที่สุภาพ เหมาะสมกับกาลเทศะ
- ใช้นำ้ เสยี งนุ่มนวล
- ไมพ่ ูดสอดแทรกในขณะท่ผี ู้อื่นกำลงั พดู
- ไมพ่ ดู ล้อเลยี นให้ผู้อน่ื ไดร้ บั ความอับอายหรอื
เสยี หาย

สาระท่ี ๔ หลักการใชภ้ าษาไทย

มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลัง
ของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบัติของชาติ

ชั้น ตวั ช้วี ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

ป.๒ ท ๔.๑ ป.๒/๑ ➢ พยญั ชนะ สระ และวรรณยกุ ต์
บอกและเขียนพยัญชนะ สระ ➢ เลขไทย
วรรณยกุ ต์ และเลขไทย

ท ๔.๑ ป.๒/๒ ➢ การสะกดคำ การแจกลูก และการอา่ นเปน็ คำ

เขียนสะกดคำและบอกความหมาย ➢ มาตราตัวสะกดทตี่ รงตามมาตราและไมต่ รงตาม
ของคำ มาตรา

➢ การผันอักษรกลาง อกั ษรสงู และอกั ษรตำ่

➢ คำท่มี ตี ัวการันต์

53

ชัน้ ตัวชวี้ ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

➢ คำทมี่ ีพยัญชนะควบกล้ำ

➢ คำทม่ี อี ักษรนำ

➢ ความหมายของคำ

➢ คำทมี่ คี วามหมายตรงข้ามกัน

➢ คำทม่ี ี รร

ท ๔.๑ ป.๒/๓ ➢ การแต่งประโยค

เรียบเรียงคำเป็นประโยคได้ตรงตาม ➢ การเรยี บเรียงประโยคเป็นข้อความสั้น ๆ
เจตนาของการสอ่ื สาร

ท ๔.๑ ป.๒/๔ ➢ คำคล้องจอง
บอกลักษณะคำคล้องจอง

ท ๔.๑ ป.๒/๕ ➢ ภาษาไทยมาตรฐาน

เลือกใช้ภาษาไทยมาตรฐานและ ➢ ภาษาถิน่
ภาษาถิ่นได้เหมาะสมกับกาลเทศะ

สาระที่ ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม

มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา่ งเห็นคุณค่า

และนำมาประยุกต์ใชใ้ นชวี ิตจริง

ช้ัน ตัวชว้ี ัด สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง

ป.๒ ท ๕.๑ ป.๒/๑ ระบุข้อคิดท่ไี ดจ้ าก ➢ วรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรองสำหรบั เดก็

การอ่านหรือการฟัง วรรณกรรม เชน่

สำหรับเด็กเพ่อื นำไปใชใ้ น - นทิ าน

ชวี ิตประจำวัน - เร่ืองสั้นงา่ ย ๆ

- ปรศิ นาคำทาย

- บทอาขยาน

- บทรอ้ ยกรอง

- วรรณคดแี ละวรรณกรรมในบทเรยี น

ท ๕.๑ ป.๒/๒ รอ้ งบทร้องเลน่ ➢ บทรอ้ งเล่นทีม่ ีคณุ ค่า
สำหรบั เด็กในท้องถนิ่ - บทร้องเลน่ ในท้องถ่นิ

54

ช้ัน ตัวชว้ี ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

- บทรอ้ งเลน่ ในการละเล่นของเด็กไทย

ท ๕.๑ ป.๒/๓ ท่องจำบทอาขยาน ➢ บทอาขยานและบทร้อยกรองท่มี ีคุณคา่

ตามที่กำหนด และบท ร้อยกรองที่มี - บทอาขยานตามทีก่ ำหนด

คณุ ค่าตามความสนใจ - บทร้อยกรองตามความสนใจ

55

คำอธบิ ายรายวชิ า

ท ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย คำอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน
ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๒
กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย
เวลา ๒๐๐ ชวั่ โมง/ปี

ศึกษาและฝึกอา่ นออกเสยี งและบอกความหมายของคำพ้ืนฐาน คำที่ใชเ้ รยี นรูใ้ นกลุ่มสาระ
การเรียนรู้อื่น คำคล้องจอง ข้อความ และบทร้อยกรองง่าย ๆ อ่านจับใจความจากสื่อต่าง ๆ แล้ว
สามารถ ต้ังคำถาม ตอบคำถาม ระบใุ จความสำคญั และรายละเอียดแสดงความคิดเหน็ และคาดคะเน
เหตุการณ์จากเรื่องที่อ่าน อ่านหนังสือตามความสนใจอย่างสม่ำเสมอ และนำเสนอเรื่องที่อ่าน อ่าน
ข้อเขยี นเชงิ อธิบายและปฏิบัติตามคำสงั่ หรอื ขอ้ แนะนำและมีมารยาทในการอ่าน คดั ลายมอื ตัวบรรจง
เต็มบรรทดั ตามรปู แบบการเขยี นตัวอักษรไทย เขียนเร่ืองส้นั ๆ เก่ียวกับประสบการณ์และเร่ืองสั้น ๆ
ตามจนิ ตนาการ และมีมารยาทในการเขยี น ฟังคำแนะนำ คำส่ังทซี่ บั ซอ้ น และปฏิบตั ติ ามจับใจความ
จากเรื่องที่ฟังและดูทั้งที่เป็นความรู้และความบันเทิง โดยเล่าเรื่อง บอกสาระสำคัญ ตั้งคำถาม และ
ตอบคำถาม พูดแสดงความคิดเห็นและความรู้สึกจากเรื่องที่ฟัง และดูพูดแนะนำตนเอง ขอความ
ช่วยเหลือ กล่าวคำขอบคุณ กล่าวคำขอโทษ พูดขอร้องในโอกาสต่าง ๆ เล่าประสบการณ์ใน
ชีวิตประจำวัน และมีมารยาทในการฟัง การดูและการพูด บอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์
และเลขไทย เขียนสะกดคำ และบอกความหมายของคำ แต่งประโยค และเรียบเรียงประโยคเป็น
ขอ้ ความสั้น ๆ ได้ตรงตามเจตนาของการสื่อสาร บอกลักษณะของคำคล้องจองและเลือกใช้ภาษาไทย
มาตรฐานภาษาถ่นิ ได้เหมาะสมกบั กาลเทศะและบคุ คล ระบุข้อคดิ ท่ไี ด้จากการอ่านหรอื ฟังวรรณกรรม
รอ้ ยแกว้ และรอ้ ยกรอง สำหรับเด็กเพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวนั ร้องบทร้องเลน่ สำหรบั เด็กในท้องถิ่น
และท่องจำบทอาขยานตามที่กำหนด และบทร้อยกรองท่มี คี ุณค่าตามความสนใจ

กิจกรรมการเรียนรู้เน้นใหผ้ ู้เรียนฝึกทักษะการอา่ นและการเขยี น อ่านเรื่องสั้น ๆ แข่งขัน
เขียนคำ รวมทั้งสอดแทรกการฝึกทักษะอื่นควบคู่กันไป ซึ่งกิจกรรมจะอยู่ในลักษณะของบทบาท
สมมตุ ิเกม ร้องเพลง ทายปริศนา การอภิปราย การระดมสมอง และการวาดภาพส่ือจนิ ตนาการ

เพอ่ื ให้เกิดความเข้าใจหลกั ภาษา เกิดทกั ษะในการใช้ภาษาเพือ่ การสอื่ สารสามารถนำไปใช้
ในชวี ติ ประจำวนั ไดม้ ีความช่ืนชม เหน็ คณุ คา่ ภูมปิ ญั ญาไทยและภูมิใจในภาษาประจำชาติ

56

รหสั ตวั ชวี้ ัด
ท ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗, ป.๒/๘
ท ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
ท ๓.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗
ท ๔.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕
ท ๕.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓

รวมทัง้ หมด ๒๗ ตวั ช้ีวดั

57

โครงสรา้ งรายวชิ า

ท ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย

ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๒ เวลา ๒๐๐ ช่ัวโมง

หน่วย ชอ่ื หนว่ ยการเรียนรู้ มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด สาระการเรยี นรู้ เวลา สัดส่วน
ท่ี ท ๔.๑ ป.๒/๑ (ช่ัวโมง) คะแนน

๑ ตวั อกั ษรไทย ท ๑.๑ ป.๒/๑, ตวั อกั ษรไทยประกอบดว้ ย
ป.๒/๒
ท ๒.๑ ป.๒/๑ พยัญชนะ สระ วรรณยกุ ต์
ท ๔.๑ ป.๒/๒
และเลข ไทย ซึ่งสามารถนำมา ๙ ๓
ท ๑.๑ ป.๒/๑,
ป.๒/๒ ประกอบเป็น คำเพือ่ ใช้ใน
ท ๒.๑ ป.๒/๑
ท ๔.๑ ป.๒/๒ การสื่อสาร

๒ มาตรา ก กา ท ๑.๑ ป.๒/๑, มาตรา ก กา เปน็ คำทไี่ มม่ ี
ป.๒/๒
ท ๒.๑ ป.๒/๑ ตัวสะกด การอ่านการเขียนและ
ท ๔.๑ ป.๒/๒
ร้คู วามหมายของคำที่ถูกตอ้ งทำ ๙ ๓
ท ๑.๑ ป.๒/๑,
ป.๒/๒ ใหส้ ามารถนำคำ ไปใช้ใน
ท ๒.๑ ป.๒/๑
ท ๔.๑ ป.๒/๒ ชวี ติ ประจำวนั ได้

๓ มาตรา กง มาตรา กง เป็นคำท่ีมี ง เป็น

ตัวสะกดการอ่าน การเขยี น

และรู้ ความหมายของคำท่ี ๙๓

ถกู ต้องทำให้ สามารถนำคำไป

ใช้ในชวี ิตประจำวนั ได้

๔ มาตรา กม มาตรา กม เป็นคำที่มี ม เปน็

ตัวสะกดการอ่าน การเขยี น

และรู้ ความหมายของคำที่ ๙๓

ถกู ตอ้ งทำให้ สามารถนำคำไป

ใชใ้ นชวี ติ ประจำวันได้

๕ มาตรา เกย มาตรา เกย เปน็ คำทีม่ ี ย เป็น

ตัวสะกดการอ่าน การเขยี น

และรู้ ความหมายของคำที่ ๙๓

ถกู ต้องทำให้ สามารถนำคำไป

ใชใ้ น ชวี ติ ประจำวันได้

58

หน่วย ชอ่ื หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด สาระการเรียนรู้ เวลา สัดสว่ น
ท่ี (ชัว่ โมง) คะแนน
ท ๑.๑ ป.๒/๑,
๖ มาตรา เกอว ป.๒/๒ มาตรา เกอว เปน็ คำทีม่ ี ว เปน็
ท ๒.๑ ป.๒/๑
ท ๔.๑ ป.๒/๒ ตัวสะกดการอา่ น การเขยี น ๙๓
ท ๑.๑ ป.๒/๑, และรู้ ความหมายของคำท่ี
ป.๒/๒
ท ๒.๑ ป.๒/๑ ถกู ตอ้ ง
ท ๔.๑ ป.๒/๒
๗ มาตรา กก มาตรา กก เป็นคำทีม่ ี ก ข ค ฆ
ท ๑.๑ ป.๒/๑,
ป.๒/๒ เป็นตัวสะกด ซึ่งออกเสียง
ท ๒.๑ ป.๒/๑
ท ๔.๑ ป.๒/๒ เหมอื น ก สะกด การอ่าน การ ๙ ๓

ท ๑.๑ ป.๒/๑, เขียน และรู้ ความหมายของคำ
ป.๒/๒
ท ๒.๑ ป.๒/๑ ทถ่ี ูกตอ้ ง
ท ๔.๑ ป.๒/๒
๘ มาตรา กด มาตรา กด เปน็ คำท่มี ีพยญั ชนะ
ท ๑.๑ ป.๒/๑,
ป.๒/๒ ท่ี เป็นตวั สะกดไดห้ ลายตวั
ท ๒.๑ ป.๒/๑
ท ๔.๑ ป.๒/๒ ซ่งึ ออกเสียงเหมือน ด สะกด ๙ ๓

ท ๑.๑ ป.๒/๑, การอา่ น การ เขียน และรู้
ป.๒/๒
ท ๒.๑ ป.๒/๑ ความหมายของคำที่ ถกู ตอ้ ง
ท ๔.๑ ป.๒/๒
๙ มาตรา กน มาตรา กน เปน็ คำทม่ี ี น ญ ณ

ร ล ฬ เป็นตวั สะกด ซงึ่ ออก

เสยี งเหมือน น สะกด การอา่ น ๑๐ ๓

การเขียน และรู้ ความหมาย

ของคำทถ่ี กู ต้อง

๑๐ มาตรา กบ มาตรา กบ เป็นคำท่ีมี บ ป พ ฟ

ภ เปน็ ตวั สะกด ซงึ่ ออกเสียง

เหมือน บ สะกด การอา่ น การ ๑๐ ๓

เขียน และรู้ ความหมายของคำ

ทีถ่ ูกต้อง

๑๑ การผันอักษร การผนั อักษร เปน็ การเปล่ยี น

เสยี ง คำต่าง ๆ ตามเสียง ๑๐ ๓
วรรณยกุ ตใ์ หไ้ ด้ คำใหม่ทมี่ ี

ความหมายแตกต่างจาก คำเดมิ

59

หนว่ ย ช่อื หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด สาระการเรียนรู้ เวลา สัดสว่ น
ท่ี (ชวั่ โมง) คะแนน
ท ๑.๑ ป.๒/๑,
ป.๒/๒ การเข้าใจอกั ษรสงู อกั ษรกลาง
ท ๒.๑ ป.๒/๑
ท ๔.๑ ป.๒/๒ และอักษรต่ำ จะทำใหผ้ ัน

ท ๑.๑ ป.๒/๑, อักษรได้ถกู ต้อง
ป.๒/๒
๑๒ คำทมี่ ีพยัญชนะ ท ๒.๑ ป.๒/๑ คำที่มีพยัญชนะควบกลำ้ เป็นคำ
ควบกลำ้ ท ๔.๑ ป.๒/๒
ท่ีมี พยัญชนะตน้ ๒ ตัว ประสม
ท ๑.๑ ป.๒/๑,
ป.๒/๒ สระตวั เดยี วกัน พยัญชนะที่มา
ท ๒.๑ ป.๒/๑
ควบคือ ร ล ว บางคำออกเสยี ง

พยญั ชนะต้น ๒ ตวั กลำ้ กัน บาง ๑๐ ๓
คำออกเสยี งเฉพาะ พยญั ชนะ

ตัวแรก และบางคำออก เสียง

ทร เป็นเสยี ง ซ การอ่าน การ

เขยี น และรูค้ วามหมายของคำที่

ถูกต้อง

๑๓ คำทม่ี อี กั ษรนำ คำทม่ี อี กั ษรนำ เปน็ คำที่มี

พยญั ชนะ ต้น ๒ ตวั ประสม

สระเดยี วกนั พยญั ชนะตน้ ตัว

แรกจะเปน็ อักษร สงู หรอื อกั ษร

กลาง สว่ นพยญั ชนะ ตัวท่สี อง

จะเป็นอักษรต่ำ บางคำ ออก ๑๐ ๓
เสียงพยางคเ์ ดียว บางคำออก

เสียง ๒ พยางค์ โดยพยางค์แรก

ออก-เสยี ง อะ กึ่งเสียง สว่ น

พยางค์ หลังออกเสียงเหมอื นมี

ห นำ การ อา่ น การเขยี น และ

รู้ความหมาย ของคำทถี่ ูกต้อง

๑๔ คำที่มีตวั การนั ต์ คำทีม่ ตี ัวการนั ต์ เป็นคำทีม่ ไี ม้

ทัณฑฆาตกำกบั อย่บู นพยัญชนะ ๑๐ ๓

ที่ ไม่ตอ้ งการออกเสียง ตัว

60

หน่วย ชอื่ หนว่ ยการเรยี นรู้ มาตรฐาน/ตวั ช้ีวดั สาระการเรยี นรู้ เวลา สัดสว่ น
ท่ี ท ๔.๑ ป.๒/๒ (ช่วั โมง) คะแนน

ท ๑.๑ ป.๒/๑, การันตม์ ีทัง้ พยัญชนะตวั เดียว
ป.๒/๒
ท ๒.๑ ป.๒/๑ พยัญชนะ ๒ ตัว การอ่านจะไม่
ท ๔.๑ ป.๒/๒
อ่านออกเสียง พยญั ชนะและ
ท ๑.๑ ป.๒/๑,
ป.๒/๒ สระนน้ั การเขียน และรู้
ท ๒.๑ ป.๒/๑
ท ๔.๑ ป.๒/๒ ความหมายของคำท่ถี ูกต้อง

๑๕ คำทีม่ ี รร ท ๑.๑ ป.๒/๑ คำที่มี รร อา่ นออกเสยี งเหมือน
ท ๒.๑ ป.๒/๑
ท ๔.๑ ป.๒/๔ พยญั ชนะตน้ ประสมสระ อะ

ถ้าคำ นั้นไม่มตี วั สะกดจะออก

เสยี ง เหมือนมี น เป็นตัวสะกด

แตถ่ ้าคำ น้ันมตี ัวสะกดจะออก ๑๐ ๓

เสยี งตามเสียง ตัวสะกดของคำ

การเขยี น และรู้ ความหมาย

ของคำที่ถกู ต้อง ทำให้ สามารถ

นำคำไปใชใ้ น ชวี ิตประจำวนั ได้

๑๖ คำที่มพี ยัญชนะ และ คำบางคำมีพยัญชนะและสระท่ี
สระทไี่ ม่ออก เสียง
ไม่ ออกเสยี ง บางคำไม่ออก ๙ ๓
๑๗ คำทม่ี ีความหมาย เสียง ร ซึ่ง เปน็ ตวั สะกดตัวท่ี
ตรงข้ามกัน
สอง บางคำไม่ ออกเสยี ง ห
๑๘ คำคลอ้ งจอง
คำในภาษาไทยมีคำทม่ี ี

ความหมาย ตรงข้ามกัน ใช้

เปรยี บเทยี บเพ่อื สื่อ ความหมาย

ให้ชดั เจน การเข้าใจ ๙๓

ความหมายของคำ ทำให้

สามารถ นำไปใช้ใน

ชวี ิตประจำวนั ไดถ้ กู ต้อง

คำคล้องจองเป็นคำท่มี เี สยี งสระ

และเสียงตวั สะกดเหมือนกนั ๑๐ ๔

61

หน่วย ช่อื หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด สาระการเรยี นรู้ เวลา สัดสว่ น
ท่ี ท ๔.๑ ป.๒/๕ (ชั่วโมง) คะแนน

ท ๒.๑ ป.๒/๒, ทำให้ ภาษาไทยมีความไพเราะ
ป.๒/๓, ป.๒/๔
ท ๔.๑ ป.๒/๓ และจดจำ ไดง้ า่ ย

๑๙ ภาษาไทยมาตรฐาน ท ๓.๑ ป.๒/๑, ภาษาไทยมาตรฐานเปน็ ภาษา
และภาษาถ่นิ ป.๒/๒, ป.๒/๓,
ท่ใี ช้ ติดตอ่ ส่อื สารกนั ทวั่ ไป

ส่วนภาษา ถน่ิ เปน็ ภาษาทใ่ี ช้

ติดตอ่ ส่อื สารกนั ภายในท้องถน่ิ ๑๐ ๕
ใดท้องถ่ินหนง่ึ การเรียนรภู้ าษา

ถ่นิ ทำใหเ้ ข้าใจการ ส่อื สารของ

คนกลุ่มต่าง ๆ และ เลือกใช้

ภาษา

๒๐ การเขียน ๑. การแต่งประโยคได้ตรงตาม

จดุ ประสงค์จะทำให้การส่ือสาร

ชดั เจน

๒. การเขียนเรือ่ งสนั้ ๆ เก่ยี วกบั

ประสบการณ์เป็นการเขียน

เร่อื งราวทีเ่ กดิ จากการกระทำ

หรอื ได้พบเหน็ มาด้วยตนเอง

ถ่ายทอดให้ ผู้อน่ื รบั รู้ เพอื่ ๑๐ ๕
แลกเปลี่ยน ประสบการณ์

๓. การเขยี นเรอ่ื งสั้น ๆ ตาม

จินตนาการทำให้มีความคดิ

สรา้ งสรรค์

๔. การมีมารยาทในการเขียนจะ

ทำให้งานเขียนมคี ุณภาพเปน็ ที่

ชน่ื ชมของผทู้ ่ไี ด้อา่ นงานเขียน

น้นั

๒๑ การฟงั การดูและ ๑. การฟังคำแนะนำหรอื คำสงั่ ๑๐ ๕
การพดู อย่าง ต้งั ใจและคิดตามจะทำให้

62

หน่วย ชอื่ หนว่ ยการเรยี นรู้ มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั สาระการเรียนรู้ เวลา สดั สว่ น
ท่ี (ชว่ั โมง) คะแนน

ป.๒/๔, ป.๒/๕, เข้าใจและ สามารถปฏิบัตติ าม

ป.๒/๖, ป.๒/๗ ได้ถูกตอ้ ง

๒. การฟงั และดูเร่ืองราวต่าง ๆ

อย่างต้งั ใจจะทำให้สามารถจบั

ใจความของเรอ่ื งได้ สามารถ

นำไป ถา่ ยทอดแสดงความ

คิดเหน็ และ ความรสู้ กึ ได้อย่าง

ถกู ต้อง

๓. การพดู สอื่ สารใน

ชวี ติ ประจำวัน ต้องเลือกใช้

ถอ้ ยคำและแสดงกิรยิ า ท่าทาง

ให้เหมาะสมกบั กาลเทศะ และ

บุคคล

๔. การมมี ารยาทในการฟงั

การดู และการพูดเกดิ ขึน้ จาก

ความตง้ั ใจ ทำให้ผอู้ ื่นช่นื ชม

และการสือ่ สาร ประสบ

ความสำเร็จ

รวมคะแนนระหวา่ งปี ๗๐

คะแนนทดสอบปลายภาค ๓๐

รวม ๒๐๐ ๑๐๐

63

สาระและมาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชว้ี ัด

ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ๓

ตวั ชีว้ ัดและสาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

สาระท่ี ๑ การอ่าน

มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสรา้ งความรแู้ ละความคดิ เพอ่ื นำไปใช้ตัดสนิ ใจ แก้ปญั หาในการ

ดำเนินชีวิต และมนี สิ ยั รกั การอ่าน

ชน้ั ตัวชว้ี ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

ป.๓ ท ๑.๑ ป.๓/๑ ➢ การอ่านออกเสยี งและการบอกความหมายของ

อ่านออกเสยี งคำ ขอ้ ความ เรอ่ื งส้นั คำ คำคลอ้ งจอง ขอ้ ความ และบทร้อยกรองง่าย ๆ

ๆ และบทรอ้ ยกรองงา่ ย ๆ ไดถ้ กู ต้อง ทปี่ ระกอบดว้ ยคำพนื้ ฐานเพิม่ จาก ป.๒ ไม่นอ้ ยกวา่

คล่องแคล่ว ๑,๒๐๐ คำ รวมทัง้ คำท่ีเรยี นรูใ้ นกลมุ่ สาระการเรียนรู้

ท ๑.๑ ป.๓/๒ อ่ืน ประกอบด้วย

อธิบายความหมายของคำและ - คำที่มตี ัวการนั ต์

ขอ้ ความที่อ่าน - คำทมี่ ี รร

- คำทม่ี พี ยญั ชนะและสระไมอ่ อกเสยี ง

- คำพ้อง

- คำพเิ ศษอื่น ๆ เชน่ คำท่ีใช้ ฑ ฤ ฤๅ

ท ๑.๑ ป.๓/๓ ➢ การอ่านจบั ใจความจากส่ือต่าง ๆ เชน่
ตัง้ คำถามและตอบคำถามเชงิ เหตุผล - นทิ านหรอื เรือ่ งเกี่ยวกบั ท้องถนิ่
เก่ยี วกับเร่อื งที่อ่าน - เรอ่ื งเล่าส้ันๆ
ท ๑.๑ ป.๓/๔ - บทเพลงและบทร้อยกรอง
ลำดบั เหตุการณแ์ ละคาดคะเน - บทเรยี นในกล่มุ สาระการเรียนรู้อ่ืน
เหตกุ ารณ์จากเร่ืองที่อ่านโดยระบุ - ข่าวและเหตกุ ารณ์ในชวี ิตประจำวันในทอ้ งถ่ินและ
เหตุผลประกอบ ชมุ ชน
ท ๑.๑ ป.๓/๕

สรุปความรู้และขอ้ คิดจากเร่อื งที่อ่าน

เพือ่ นำไปใช้ในชวี ติ ประจำวัน

ท ๑.๑ ป.๓/๖ ➢ การอ่านหนงั สือตามความสนใจ เชน่
อา่ นหนังสอื ตามความสนใจอย่าง - หนงั สอื ทีน่ กั เรยี นสนใจและเหมาะสมกับวัย
สมำ่ เสมอและนำเสนอเร่ืองทีอ่ ่าน - หนงั สอื ทีค่ รแู ละนกั เรยี นกำหนดรว่ มกนั

64

ช้นั ตัวช้วี ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ท ๑.๑ ป.๓/๗ ➢ การอา่ นขอ้ เขียนเชงิ อธิบาย และปฏิบตั ิตาม
อา่ นข้อเขยี นเชิงอธิบายและปฏิบัติ คำสัง่ หรอื ขอ้ แนะนำ
ตามคำส่ังหรอื ข้อแนะนำ - คำแนะนำตา่ ง ๆ ในชีวติ ประจำวนั

- ประกาศ ป้ายโฆษณา และคำขวัญ

ท ๑.๑ ป.๓/๘ อธบิ ายความหมาย ➢ การอ่านข้อมลู จากแผนภาพ แผนท่ี และแผนภมู ิ
ของขอ้ มูลจากแผนภาพ แผนที่ และ

แผนภูมิ

ท ๑.๑ ป.๓/๙ ➢ มารยาทในการอ่าน เช่น
มมี ารยาทในการอา่ น - ไม่อ่านเสยี งดังรบกวนผ้อู น่ื

- ไม่เล่นกันขณะทอ่ี ่าน

- ไมท่ ำลายหนังสอื

- ไมค่ วรแยง่ อ่านหรือชะโงกหนา้ ไปอา่ นขณะทผ่ี ู้อื่น

กำลังอ่าน

สาระท่ี ๒ การเขียน

มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียนเขียนส่อื สาร เขยี นเรียงความ ย่อความ และเขยี นเรอ่ื งราวใน

รูปแบบต่าง ๆ เขยี นรายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ

ชน้ั ตวั ช้วี ัด สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง

ป.๓ ท ๒.๑ ป.๓/๑ คัดลายมอื ตวั บรรจง ➢ การคดั ลายมือตวั บรรจงเต็มบรรทัดตามรปู แบบ

เตม็ บรรทัด การเขยี นตัวอกั ษรไทย

ท ๒.๑ ป.๓/๒ เขียนบรรยาย ➢ การเขียนบรรยายเกี่ยวกบั ลกั ษณะของ คน สัตว์

เกยี่ วกบั สิง่ ใดส่งิ หน่ึง ได้ อยา่ งชัดเจน สิ่งของ สถานที่

ท ๒.๑ ป.๓/๓ เขยี นบันทกึ ➢ การเขียนบันทึกประจำวนั
ประจำวนั

ท ๒.๑ ป.๓/๔ เขียนจดหมายลาครู ➢ การเขยี นจดหมายลาครู

ท ๒.๑ ป.๓/๕ เขียนเรื่องตาม ➢ การเขียนเรื่องตามจินตนาการจากคำ ภาพ และ
จินตนาการ หวั ข้อท่ี กำหนด

65

ชัน้ ตวั ชี้วัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
ท ๒.๑ ป.๓/๖ มมี ารยาทใน
การเขยี น ➢ มารยาทในการเขยี น เช่น
- เขยี นให้อา่ นงา่ ย สะอาด ไมข่ ีดฆา่
- ไม่ขดี เขยี นในที่สาธารณะ
- ใช้ภาษาเขียนเหมาะสมกบั เวลา สถานที่ และบุคคล
- ไมเ่ ขียนล้อเลียนผอู้ ืน่ หรอื ทำให้ผู้อ่นื เสียหาย

สาระท่ี ๓ การฟงั การดู และการพดู

มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลอื กฟงั และดอู ย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และ

ความรู้สึกในโอกาสต่าง ๆ อย่างมวี ิจารณญาณและสร้างสรรค์

ชน้ั ตัวชว้ี ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ป.๓ ท ๓.๑ ป.๓/๑ ➢ การจับใจความและพูดแสดงความคิดเหน็ และ

เล่ารายละเอยี ดเกย่ี วกบั เร่อื งที่ฟัง ความรสู้ กึ จากเรือ่ งทฟ่ี ังและดูท้ังที่เปน็ ความรู้และ

และดทู ง้ั ทีเ่ ปน็ ความรแู้ ละความ ความบนั เทิง เช่น

บันเทิง - เรื่องเลา่ และสารคดีสำหรบั เด็ก

ท ๓.๑ ป.๓/๒ - นิทาน การต์ ูน เรอ่ื งขบขนั

บอกสาระสำคญั จากการฟังและ - รายการสำหรบั เด็ก

การดู - ขา่ วและเหตกุ ารณ์ในชีวิตประจำวนั

ท ๓.๑ ป.๓/๓ - เพลง

ตั้งคำถามและตอบคำถามเกีย่ วกบั

เรือ่ งทฟ่ี ังและดู

ท ๓.๑ ป.๓/๔

พูดแสดงความคิดเหน็ และความรู้สกึ

จากเรื่องทฟี่ ังและดู

ท ๓.๑ ป.๓/๕ พดู สอื่ สารได้ชัดเจน ➢ การพดู สือ่ สารในชีวิตประจำวัน เช่น

ตรงตามวตั ถปุ ระสงค์ - การแนะนำตนเอง

- การแนะนำสถานทใ่ี นโรงเรียนและในชมุ ชน

- การแนะนำ/เชิญชวนเก่ยี วกบั การปฏบิ ัติตนในดา้ น

ต่าง ๆ เช่น การรักษาความสะอาดของร่างกาย

- การเลา่ ประสบการณ์ในชีวิตประจำวัน

66

ช้ัน ตัวช้ีวัด สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง

– การพดู ในโอกาสตา่ ง ๆ เชน่ การพูดขอร้อง การพูด

ทักทาย การกลา่ วขอบคุณและขอโทษ การพดู ปฏิเสธ

และ การพดู ชักถาม

ท ๓.๑ ป.๓/๖ มมี ารยาทในการฟงั ➢ มารยาทในการฟงั เช่น

การดู และการพูด - ตั้งใจฟัง ตามองผูพ้ ดู

- ไม่รบกวนผอู้ นื่ ขณะทฟี่ งั

- ไมค่ วรนำอาหารหรือเครอ่ื งดื่มไปรบั ประทานขณะ

ทฟ่ี ัง

- ไมแ่ สดงกริ ิยาท่ีไมเ่ หมาะสม เช่น โห่ ฮา หาว

- ให้เกยี รติผ้พู ูดด้วยการปรบมอื

- ไมพ่ ูดสอดแทรกขณะทฟี่ ัง

➢ มารยาทในการดู เช่น
- ตัง้ ใจดู
- ไม่สง่ เสียงดังหรือแสดงอาการรบกวนสมาธขิ องผู้อ่ืน

➢ มารยาทในการพดู เชน่
- ใช้ถ้อยคำและกริ ยิ าทีส่ ภุ าพ เหมาะสมกบั กาลเทศะ
- ใชน้ ำ้ เสยี งนุม่ นวล
- ไมพ่ ดู สอดแทรกในขณะท่ีผู้อ่ืนกำลงั พูด
- ไมพ่ ดู ล้อเลยี นให้ผอู้ ่ืนไดร้ ับความอับอายหรอื
เสยี หาย

67

สาระที่ ๔ หลกั การใช้ภาษาไทย

มาตรฐาน ท ๔.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปลยี่ นแปลงของภาษาและพลงั

ของภาษา ภูมิปญั ญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบตั ขิ องชาติ

ชน้ั ตัวชีว้ ัด สาระการเรยี นร้แู กนกลาง

ป.๓ ท ๔.๑ ป.๓/๑ ➢ การสะกดคำ การแจกลูก และการอ่านเป็นคำ

เขียนสะกดคำและบอกความหมาย ➢ มาตราตัวสะกดที่ตรงตามมาตราและไม่ตรงตาม
ของคำ มาตรา

➢ การผนั อกั ษรกลาง อักษรสงู และอักษรตำ่

➢ คำที่มพี ยญั ชนะควบกล้ำ

➢ คำทมี่ ีอกั ษรนำ

➢ คำทป่ี ระวิสรรชนียแ์ ละคำทไ่ี มป่ ระวิสรรชนีย์

➢ คำที่มี ฤ ฤๅ

➢ คำท่ีใช้ บนั บรร

➢ คำที่ใช้ รร

➢ คำทม่ี ีตวั การันต์

ท ๔.๑ ป.๓/๒ ระบชุ นิดและหนา้ ที่ ➢ ความหมายของคำ
ของคำในประโยค ➢ ชนดิ ของคำ ไดแ้ ก่
- คำนาม
ท ๔.๑ ป.๓/๓ - คำสรรพนาม
ใช้พจนานุกรมคน้ หาความหมายของ - คำกรยิ า
คำ ➢ การใช้พจนานกุ รม
ท ๔.๑ ป.๓/๔
แต่งประโยคงา่ ย ๆ ➢ การแตง่ ประโยคเพ่อื การสือ่ สาร ไดแ้ ก่
- ประโยคบอกเล่า
- ประโยคปฏิเสธ
- ประโยคคำถาม
- ประโยคขอร้อง

68

ชัน้ ตวั ช้วี ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

- ประโยคคำสง่ั

ท ๔.๑ ป.๓/๕ แต่งคำคล้องจองและ ➢ คำคล้องจอง
คำขวัญ ➢ คำขวญั

ท ๔.๑ ป.๓/๖ เลือกใช้ภาษาไทย ➢ ภาษาไทยมาตรฐาน
มาตรฐานและภาษา ถ่นิ ได้เหมาะสม ➢ ภาษาถน่ิ
กบั กาลเทศะ

สาระท่ี ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม

มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคดิ เหน็ วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยา่ งเหน็ คณุ ค่า

และนำมาประยุกตใ์ ช้ในชวี ติ จริง

ช้ัน ตวั ช้ีวัด สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง

ป.๓ ท ๕.๑ ป.๓/๑ ระบขุ ้อคิดทีไ่ ด้จาก ➢วรรณคดี วรรณกรรม และเพลงพื้นบ้าน

การอา่ นวรรณกรรม เพือ่ นำไปใชใ้ น - นทิ านหรือเรอื่ งในท้องถ่นิ

ชีวิตประจำวนั - เรือ่ งสนั้ งา่ ย ๆ ปรศิ นาคำทาย

ท ๕.๑ ป.๓/๒ รูจ้ ักเพลงพ้ืนบา้ นและ - บทร้อยกรอง

เพลงกลอ่ มเดก็ เพื่อปลูกฝงั ความชน่ื - เพลงพ้นื บ้าน

ชมวัฒนธรรมท้องถน่ิ - เพลงกลอ่ มเดก็

ท ๕.๑ ป.๓/๓ แสดงความคดิ เหน็ - วรรณกรรมและวรรณคดีในบทเรยี นและตามความ

เก่ยี วกบั วรรณคดีทอ่ี ่าน สนใจ

ท ๕.๑ ป.๓/๔ ท่องจำบทอาขยาน ➢ บทอาขยานและบทรอ้ ยกรองทีม่ ีคุณค่า
ตามทีก่ ำหนดและบท ร้อยกรองทีม่ ี - บทอาขยานตามที่กำหนด
คุณค่าตามความสนใจ - บทรอ้ ยกรองตามความสนใจ

69

คำอธบิ ายรายวชิ า

ท ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย คำอธบิ ายรายวชิ าพืน้ ฐาน
ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๓
กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาไทย
เวลา ๒๐๐ ชัว่ โมง/ปี

ศกึ ษาและฝกึ อา่ นออกเสยี งและบอกความหมายของคำพ้นื ฐาน คำที่ใช้เรยี นรู้ในกลุ่มสาระ
การเรียนรู้อื่น คำคล้องจอง ข้อความ และบทร้อยกรองง่าย ๆ อ่านจับใจความจากสื่อต่าง ๆ แล้ว
สามารถ ตั้งคำถาม และตอบคำถามเชิงเหตุผล ลำดับเหตุการณ์และคาดคะเนเหตุการณ์โดยระบุ
เหตุผลประกอบ สรุปความรู้และขอ้ คดิ จากเรอ่ื งทอ่ี ่าน เพอื่ นำไปใชใ้ นชีวติ ประจำวัน อ่านหนงั สือตาม
ความสนใจอยา่ งสม่ำเสมอและนำเสนอเรื่องท่ีอ่าน อ่าน ขอ้ เขยี นเชิงอธิบาย และปฏิบตั ติ ามคำสั่งหรือ
ข้อแนะนำ อ่านข้อมูลจากแผนภาพ แผนที่ และแผนภูมิและมีมารยาท ในการอ่าน คัดลายมือตัว
บรรจงเต็มบรรทัดตามรูปแบบการเขียนตัวอักษรไทย เขียนบรรยายเกี่ยวกับลักษณะของคน สัตว์
สิ่งของ สถานที่ ได้อยา่ ง ชดั เจน เขียนบนั ทึกประจำวัน เขยี นจดหมายลาครูเขียนเรื่องตามจินตนาการ
จากคำ ภาพ และหวั ขอ้ ทีก่ ำหนด และมีมารยาทในการเขียน จับใจความจากเร่ืองท่ฟี ังและดูทั้งที่เป็น
ความรู้และความบันเทิง โดยสามารถเล่ารายละเอียด บอกสาระสำคัญ ตั้งคำถาม ตอบคำถาม พูด
แสดงความคิดเหน็ และความรสู้ ึกจากเรือ่ งท่ี ฟงั และดูพดู แนะนำตนเอง พูดแนะนำสถานท่ีในโรงเรียน
และในชุมชน พูดแนะนำเชิญชวนเกี่ยวกับการปฏิบัติตนใน ด้านต่าง ๆ เล่าประสบการณ์ใน
ชีวิตประจำวัน พูดในโอกาสต่าง ๆ เช่น ขอร้อง ทักทาย ขอบคุณ ขอโทษ ปฏิเสธ ซักถาม และมี
มารยาทในการฟัง การดูและ การพดู เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ ใช้พจนานกุ รมค้นหา
ความหมายของคำ ระบุชนดิ และหน้าที่ของคำนาม คำสรรพนาม และคำกริยาในประโยค แต่งประโยค
เพอ่ื การส่ือสาร ไดแ้ ก่ ประโยคบอกเลา่ ประโยคปฏิเสธ ประโยคคำถาม ประโยคขอร้อง ประโยคคำส่ัง
แต่งคำคลอ้ งจองและ คำขวญั และเลือกใชภ้ าษาไทยมาตรฐานและภาษาถ่นิ ได้เหมาะสมกับกาลเทศะ
ระบุข้อคิดที่ได้จากการอ่านวรรณคดีและ วรรณกรรมเพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวันและแสดงความ
คิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องท่ีอ่าน รู้จักเพลงพื้นบ้านและเพลงกล่อม เด็กเพื่อปลูกฝังความช่ืนชมวัฒนธรรม
ท้องถ่นิ และทอ่ งจำบทอาขยาน ตามท่ีกำหนดและบทรอ้ ยกรองทม่ี คี ณุ คา่ ตาม ความสนใจ

กิจกรรมการเรียนรู้เน้นให้ผู้เรียนฝึกทักษะการใช้ภาษา ทั้งการอ่าน การเขียน การฟัง
การดูและการพูด ที่อยู่ บนพื้นฐานของหลักภาษา โดยใช้กระบวนการกลุ่มและการระดมสมองเป็น
หลัก เพื่อให้เกิดความเข้าใจหลักภาษา เกิดทักษะในการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร สามารถนำไปใช้ใน
ชวี ติ ประจำวัน ไดม้ ีความช่ืนชม เห็นคุณคา่ ภูมิปัญญาไทยและภมู ิใจในภาษาประจำชาติ

70

รหสั ตัวชี้วดั
ท ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗, ป.๓/๘, ป.๓/๙
ท ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖
ท ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖
ท ๔.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖
ท ๕.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔

รวมทัง้ หมด ๓๑ ตัวช้ีวัด

71

โครงสรา้ งรายวิชา

ท ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย กลุม่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย

ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ ๓ เวลา ๒๐๐ ช่ัวโมง

หนว่ ย ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด สาระการเรียนรู้ เวลา สัดสว่ น
ท่ี (ช่วั โมง) คะแนน

๑ สระไทย... ท ๑.๑ ป.๓/๒, สระใชป้ ระสมกบั พยญั ชนะและ

ใชป้ ระสมคำ ป.๓/๒ วรรณยุกตใ์ หเ้ ป็นคำทม่ี ี ๙๓
ท ๒.๑ ป.๓/๑ ความหมายเพอื่ ใช้สอ่ื สารใน

ท ๔.๑ ป.๓/๑ ชวี ิตประจำวนั

๒ มาตรา ท ๑.๑ ป.๓/๒, คำท่ไี มม่ ตี วั สะกดทกุ คำจัดเป็น

ก กา... ป.๓/๒ คำ ในมาตรา ก กา ๙๓
รูว้ า่ ไมม่ ตี วั สะกด ท ๒.๑ ป.๓/๑

ท ๔.๑ ป.๓/๑

๓ มาตรา กง กม เกย ท ๑.๑ ป.๓/๒, คำในมาตรา กง กม เกย และ

เกอว...ตวั สะกด ป.๓/๒ เกอว มตี ัวสะกดตรงตามเสียง ๙ ๓
กำหนดเสยี ง ท ๒.๑ ป.๓/๑ เพยี งตัวเดยี ว

ท ๔.๑ ป.๓/๑

๔ มาตรา กก กด ท ๑.๑ ป.๓/๒, คำในมาตรา กก กด กน และ

กน กบ ...ตัว สะ กด ป.๓/๒ กบ เป็นคำทม่ี ีตัวสะกดหลาย ๙ ๓
ตวั ซงึ่ ออกเสียงเหมือนกนั
หลายตัว ท ๒.๑ ป.๓/๑

ท ๔.๑ ป.๓/๑

๕ วรรณยุกต.์ ..สนกุ ท ๑.๑ ป.๓/๒, วรรณยกุ ตเ์ ป็นระดบั สูงต่ำของ

กบั การผนั อกั ษร ป.๓/๒ เสยี งทป่ี รากฏในพยางคห์ รือคำ

ท ๒.๑ ป.๓/๑ วรรณยุกต์มี ๔ รปู ๕ เสยี งเมอ่ื ๙ ๓
ท ๔.๑ ป.๓/๑ นำวรรณยกุ ต์เขยี นบนพยัญชนะ

ต้นของคำจะทำให้เสียงและ

ความหมายของคำเปลย่ี นไป

๖ ควบกล้ำ...คำทีม่ ี ท ๑.๑ ป.๓/๒, พยัญชนะควบกลำ้ จะควบกบั ร

รลว ป.๓/๒ ล หรอื ว บางคำออกสียง ๙ ๓
ท ๒.๑ ป.๓/๑ พยัญชนะ ต้นทงั้ ๒ ตัว พรอ้ ม

ท ๔.๑ ป.๓/๑ กัน บางคำ ออกเสยี งเฉพาะ

72

หนว่ ย ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด สาระการเรียนรู้ เวลา สัดสว่ น
ท่ี (ช่ัวโมง) คะแนน

พยัญชนะต้นตัว แรก และบาง ๓

คำออกเสียง ทร เปน็ เสยี ง ซ ๓

๗ อักษรนำ...ทำให้ ท ๑.๑ ป.๓/๒, คำท่ีมีอักษรนำจะมพี ยญั ชนะ ๓

เสยี งต่างไป ป.๓/๒ ตน้ ๒ ตัว ประสมสระ ๓

ท ๒.๑ ป.๓/๑ เดียวกัน พยัญชนะตน้ ทง้ั ๒ ตัว ๙
ท ๔.๑ ป.๓/๑ พรอ้ มกัน บางคำออกเสียง

เฉพาะพยัญชนะ ตน้ ตวั แรกจะ

เป็นอักษรสูง หรือ

๘ มาตรา กด ท ๑.๑ ป.๒/๑, มาตรา กด เป็นคำท่ีมพี ยัญชนะ

ป.๒/๒ ท่ี เป็นตัวสะกดได้หลายตัว ซ่งึ

ท ๒.๑ ป.๒/๑ ออก ๙
ท ๔.๑ ป.๒/๒ เสียงเหมือน ด สะกด การอ่าน

การ เขยี น และรู้ความหมายของ

คำที่ ถูกตอ้ ง

๙ มาตรา กน ท ๑.๑ ป.๒/๑, มาตรา กน เปน็ คำทีม่ ี น ญ ณ ร

ป.๒/๒ ล ฬ เป็นตวั สะกด ซ่ึงออกเสยี ง

ท ๒.๑ ป.๒/๑ เหมอื น น สะกด การอ่าน การ ๑๐

ท ๔.๑ ป.๒/๒ เขยี น และรู้ ความหมายของคำ

ท่ถี ูกต้อง

๑๐ มาตรา กบ ท ๑.๑ ป.๒/๑, มาตรา กบ เป็นคำที่มี บ ป พ ฟ

ป.๒/๒ ภ เปน็ ตวั สะกด ซงึ่ ออกเสียง

ท ๒.๑ ป.๒/๑ เหมือน บ สะกด การอา่ น ๑๐

ท ๔.๑ ป.๒/๒ การเขยี น และรู้ ความหมายของ

คำทถี่ ูกตอ้ ง

๑๑ การผันอักษร ท ๑.๑ ป.๒/๑, การผันอกั ษร เป็นการเปล่ยี น

ป.๒/๒ เสียง คำต่าง ๆ ตามเสยี ง ๑๐
ท ๒.๑ ป.๒/๑ วรรณยกุ ตใ์ ห้ได้ คำใหมท่ ่มี ี

ท ๔.๑ ป.๒/๒ ความหมายแตกต่างจาก คำเดิม

73

หนว่ ย ช่อื หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด สาระการเรยี นรู้ เวลา สัดสว่ น
ท่ี (ชว่ั โมง) คะแนน

การเข้าใจอักษรสงู อักษรกลาง ๑๐ ๓

และอกั ษรตำ่ จะทำให้ผัน อกั ษร ๑๐ ๓
๑๐ ๓
ไดถ้ กู ต้อง

๑๒ คำที่มีพยญั ชนะ ควบ ท ๑.๑ ป.๒/๑, คำทีม่ ีพยญั ชนะควบกลำ้ เป็นคำ

กล้ำ ป.๒/๒ ทม่ี ี พยญั ชนะตน้ ๒ ตัว ประสม

ท ๒.๑ ป.๒/๑ สระตวั เดียวกนั พยัญชนะทีม่ า

ท ๔.๑ ป.๒/๒ ควบคือ ร ล ว บางคำออกเสียง

พยัญชนะตน้ ๒ ตวั กล้ำกัน

บางคำออกเสยี งเฉพาะ

พยญั ชนะตัวแรก และบางคำ

ออก เสยี ง ทร เปน็ เสียง ซ

การอ่าน การเขยี น และรู้

ความหมายของคำที่ ถูกต้อง

๑๓ คำที่มอี กั ษรนำ ท ๑.๑ ป.๒/๑, คำท่ีมอี กั ษรนำ เปน็ คำทีม่ ี

ป.๒/๒ พยญั ชนะ ต้น ๒ ตวั ประสมสระ

ท ๒.๑ ป.๒/๑ เดียวกนั พยญั ชนะตน้ ตัวแรกจะ

ท ๔.๑ ป.๒/๒ เป็นอักษร สูงหรอื อักษรกลาง

สว่ นพยญั ชนะ ตัวท่ีสองจะเป็น

อักษรตำ่ บางคำ ออกเสยี ง

พยางคเ์ ดียว บางคำออก เสยี ง

๒ พยางค์ โดยพยางคแ์ รก ออก-

เสยี ง อะ ก่ึงเสียง สว่ นพยางค์

หลงั ออกเสยี งเหมอื นมี ห นำ

การ อ่าน การเขียน และรู้

ความหมาย ของคำที่ถูกต้อง

๑๔ คำที่มีตวั การนั ต์ ท ๑.๑ ป.๒/๑, คำทม่ี ตี ัวการันต์ เป็นคำท่ีมไี ม้

ป.๒/๒ ทัณฑฆาตกำกบั อยูบ่ นพยัญชนะ

ท ๒.๑ ป.๒/๑ ท่ี ไม่ตอ้ งการออกเสยี ง ตัว

74

หน่วย ชอ่ื หนว่ ยการเรียนรู้ มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั สาระการเรยี นรู้ เวลา สัดสว่ น
ท่ี (ชว่ั โมง) คะแนน

ท ๔.๑ ป.๒/๒ การันตม์ ที ง้ั พยัญชนะตัวเดยี ว ๓

พยญั ชนะ ๒ ตัว การอ่านจะไม่ ๓

อา่ นออกเสยี ง พยัญชนะและ ๔

สระน้นั การเขยี น และรู้

ความหมายของคำทถี่ ูกต้อง

๑๕ คำทีม่ ี รร ท ๑.๑ ป.๒/๑, คำทมี่ ี รร อ่านออกเสียงเหมือน

ป.๒/๒ พยญั ชนะตน้ ประสมสระ อะ

ท ๒.๑ ป.๒/๑ ถา้ คำ นั้นไม่มีตัวสะกดจะออก

ท ๔.๑ ป.๒/๒ เสยี ง เหมอื นมี น เป็นตัวสะกด

แต่ถา้ คำ น้ันมีตวั สะกดจะออก ๑๐

เสยี งตามเสยี ง ตวั สะกดของคำ

การเขยี น และรู้ ความหมายของ

คำท่ถี ูกตอ้ ง ทำให้ สามารถนำ

คำไปใช้ใน ชวี ติ ประจำวันได้

๑๖ คำทม่ี พี ยัญชนะ และ ท ๑.๑ ป.๒/๑, คำบางคำมีพยญั ชนะและสระที่

สระทไี่ มอ่ อก เสียง ป.๒/๒ ไม่ ออกเสียง บางคำไมอ่ อกเสียง ๙
ท ๒.๑ ป.๒/๑ ร ซ่ึง เป็นตัวสะกดตัวท่ีสอง

บางคำไม่ ออกเสียง ห

๑๗ คำท่มี ีความหมาย ท ๔.๑ ป.๒/๒ คำในภาษาไทยมีคำทม่ี ี

ตรงขา้ มกัน ความหมาย ตรงข้ามกนั ใช้

เปรียบเทยี บเพอ่ื สื่อ ความหมาย ๙
ให้ชัดเจน การเข้าใจ ความหมาย

ของคำ ทำให้สามารถ นำไปใช้

ในชีวติ ประจำวันได้ถูกต้อง

๑๘ คำคล้องจอง ท ๑.๑ ป.๒/๑ คำคล้องจองเป็นคำที่มีเสยี งสระ

ท ๒.๑ ป.๒/๑ และเสียงตัวสะกดเหมือนกัน ๑๐
ท ๔.๑ ป.๒/๔ ทำให้ ภาษาไทยมีความไพเราะ

และจดจำ ไดง้ า่ ย

75

หน่วย ชอื่ หนว่ ยการเรียนรู้ มาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระการเรียนรู้ เวลา สัดสว่ น
ท่ี (ชัว่ โมง) คะแนน

๑๙ ภาษาไทยมาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๒/๕ ภาษาไทยมาตรฐานเป็นภาษาท่ี ๕

และภาษาถิ่น ใช้ ติดต่อสอ่ื สารกันทวั่ ไป ส่วน ๕

ภาษา ถนิ่ เป็นภาษาท่ีใช้ ๕

ติดต่อสอื่ สารกัน ภายในทอ้ งถนิ่ ๑๐
ใดท้องถิน่ หนึง่ การเรยี นรู้

ภาษาถ่ินทำใหเ้ ขา้ ใจการ สอื่ สาร

ของคนกลุม่ ต่าง ๆ และเลอื กใช้

ภาษา

๒๐ การเขียน ท ๒.๑ ป.๒/๒, ๑. การแตง่ ประโยคไดต้ รงตาม

ป.๒/๓, จุดประสงค์จะทำใหก้ ารส่อื สาร

ป.๒/๔ ชัดเจน

ท ๔.๑ ป.๒/๓ ๒. การเขยี นเร่ืองสั้น ๆ เกีย่ วกบั

ประสบการณเ์ ป็นการเขียน

เร่ืองราวทีเ่ กดิ จากการกระทำ

หรือ ไดพ้ บเหน็ มาดว้ ยตนเอง

ถ่ายทอดให้ ผู้อื่นรับรู้ เพอ่ื ๑๐
แลกเปลยี่ น ประสบการณ์

๓. การเขียนเร่ืองสน้ั ๆ ตาม

จนิ ตนาการทำใหม้ ีความคดิ

สรา้ งสรรค์

๔. การมีมารยาทในการ เขียน

จะทำใหง้ านเขยี นมคี ณุ ภาพ เป็น

ทช่ี ่นื ชมของผ้ทู ไ่ี ด้อ่านงาน

เขียนน้นั

๒๑ การฟัง การดแู ละ ท ๓.๑ ป.๒/๑, ๑. การฟงั คำแนะนำหรอื คำสั่ง

การพดู ป.๒/๒, อยา่ ง ต้งั ใจและคดิ ตามจะทำให้ ๑๐
ป.๒/๓, ป.๒/๔, เข้าใจและ สามารถปฏิบัติตามได้

ป.๒/๕, ป.๒/๖, ถกู ตอ้ ง

76

หน่วย ชือ่ หนว่ ยการเรยี นรู้ มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด สาระการเรียนรู้ เวลา สัดส่วน
ท่ี (ชัว่ โมง) คะแนน

ป.๒/๗ ๒. การฟงั และดเู ร่ืองราวต่าง ๆ ๒๐๐ ๗๐
๓๐
อย่างตง้ั ใจจะทำให้สามารถจบั ๑๐๐

ใจความของเรือ่ งได้ สามารถ

นำไป ถ่ายทอดแสดงความ

คิดเหน็ และ ความรสู้ กึ ไดอ้ ยา่ ง

ถูกต้อง

๓. การพูดสอื่ สารใน

ชีวิตประจำวนั ตอ้ งเลอื กใช้

ถ้อยคำและแสดงกริ ยิ า ทา่ ทาง

ใหเ้ หมาะสมกับกาลเทศะ และ

บุคคล

๔. การมีมารยาทในการฟัง การ

ดู และการพดู เกดิ ขึ้นจากความ

ตัง้ ใจ ทำให้ผูอ้ ืน่ ช่ืนชม และการ

สือ่ สาร ประสบความสำเรจ็

รวมคะแนนระหวา่ งปี

คะแนนทดสอบปลายภาค

รวม

77

สาระและมาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ชี้วดั

ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔

ตัวชีว้ ัดและสาระการเรียนร้แู กนกลาง

สาระท่ี ๑ การอา่ น

มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรแู้ ละความคดิ เพื่อนำไปใชต้ ัดสนิ ใจ แก้ปัญหาในการ

ดำเนนิ ชวี ติ และมนี ิสัยรักการอา่ น

ช้ัน ตวั ชีว้ ัด สาระการเรยี นร้แู กนกลาง

ป.๔ ท ๑.๑ ป.๔/๑ ➢ การอ่านออกเสยี งและการบอกความหมายของ

อา่ นออกเสยี ง บทร้อยแก้วและ บทร้อยแกว้ และบทรอ้ ยกรองทป่ี ระกอบดว้ ย

บทรอ้ ยกรองไดถ้ ูกต้อง - คำทม่ี ี ร ล เปน็ พยญั ชนะตน้

ท ๑.๑ ป.๔/๒ - คำที่มพี ยัญชนะควบกลำ้

อธบิ ายความหมายของคำ ประโยค - คำที่มอี กั ษรนำ

และสำนวนจากเรอื่ งทอี่ ่าน - คำประสม

ท ๑.๑ ป.๔/๓ - อักษรยอ่ และเครอื่ งหมายวรรคตอน

อา่ นเร่ืองสน้ั ๆ ตามเวลาทก่ี ำหนด - ประโยคทีม่ สี ำนวนเป็นคำพงั เพย สภุ าษิต ปริศนา

และตอบคำถามจากเรอื่ งที่อา่ น คำทาย และเครื่องหมายวรรคตอน

ท ๑.๑ ป.๔/๔ ➢ การอ่านบทรอ้ ยกรองเปน็ ทำนองเสนาะ

แยกข้อเทจ็ จริงและข้อคิดเห็นจาก ➢ การอ่านจับใจความจากส่อื ตา่ ง ๆ เช่น
เรอื่ งทอ่ี า่ น - เรือ่ งสน้ั ๆ
ท ๑.๑ ป.๔/๕ - เรื่องเลา่ จากประสบการณ์
คาดคะเนเหตุการณ์จากเร่ืองที่อ่าน - นทิ านชาดก
โดยระบเุ หตผุ ลประกอบ - บทความ
ท ๑.๑ ป.๔/๖ - บทโฆษณา
สรปุ ความร้แู ละขอ้ คดิ จากเรอ่ื งที่อ่าน - งานเขยี นประเภทโน้มนา้ วใจ
เพ่ือนำไปใชใ้ นชีวิตประจำวนั - ขา่ วและเหตกุ ารณป์ ระจำวัน

- สารคดีและบันเทิงคดี

ท ๑.๑ ป.๔/๗ ➢ การอ่านหนงั สือตามความสนใจ เชน่
อา่ นหนงั สอื ท่มี ีคณุ ค่าตามความ - หนงั สอื ที่นักเรยี นสนใจและเหมาะสมกับวยั
สนใจอยา่ งสมำ่ เสมอและแสดงความ - หนงั สอื ที่ครูและนกั เรยี นกำหนดร่วมกนั
คดิ เห็นเก่ยี วกับเรอ่ื งที่อ่าน

78

ช้ัน ตัวชีว้ ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
ท ๑.๑ ป.๔/๘ ➢ มารยาทในการอ่าน
มีมารยาทในการอา่ น

สาระที่ ๒ การเขียน

มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขยี นเขียนสอ่ื สาร เขยี นเรียงความ ยอ่ ความ และเขยี นเร่อื งราวใน

รูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานขอ้ มลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นควา้ อย่างมปี ระสิทธิภาพ

ช้นั ตวั ชี้วัด สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง

ป.๔ ท ๒.๑ ป.๔/๑ คัดลายมอื ตวั บรรจง ➢ การคัดลายมอื ตวั บรรจงเต็มบรรทดั และครง่ึ

เต็มบรรทัดและครง่ึ บรรทัด บรรทดั ตาม รูปแบบการเขียนตวั อักษรไทย

ท ๒.๑ ป.๔/๒ ➢ การเขยี นส่อื สาร เชน่
เขยี นส่ือสารโดยใชค้ ำไดถ้ ูกตอ้ ง - คำขวัญ
ชดั เจน และเหมาะสม - คำแนะนำ

ท ๒.๑ ป.๔/๓ ➢ การนำแผนภาพโครงเรอื่ งและแผนภาพความคิด
เขยี นแผนภาพโครงเรอื่ งและ ไป พัฒนางานเขียน
แผนภาพความคิดเพ่อื ใชพ้ ฒั นา

งานเขยี น

ท ๒.๑ ป.๔/๔ ➢ การเขยี นย่อความจากส่ือตา่ ง ๆ เช่น นิทาน
เขียนย่อความจากเร่ืองสั้น ๆ ความเรียง ประเภทตา่ ง ๆ ประกาศ จดหมาย คำสอน

ท ๒.๑ ป.๔/๕ เขยี นจดหมายถึง ➢ การเขยี นจดหมายถึงเพ่ือนและบิดามารดา
เพ่อื นและบดิ ามารดา

ท ๒.๑ ป.๔/๖ เขียนบันทึกและเขียน ➢ การเขียนบนั ทกึ และเขยี นรายงานจากการศกึ ษา
รายงานจาก การศึกษาค้นคว้า คน้ ควา้

ท ๒.๑ ป.๔/๗ เขยี นเร่ืองตาม ➢ การเขยี นเร่ืองตามจนิ ตนาการ
จนิ ตนาการ

ท ๒.๑ ป.๔/๗ เขียนเรอื่ งตาม ➢ การเขยี นเรอื่ งตามจนิ ตนาการ
จินตนาการ

ท ๒.๑ ป.๔/๘ มีมารยาทในการ ➢ มารยาทในการเขียน
เขยี น

79

สาระท่ี ๓ การฟัง การดู และการพดู

มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอยา่ งมวี ิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และ

ความรูส้ ึกในโอกาสต่าง ๆ อย่างมีวจิ ารณญาณและสร้างสรรค์

ชน้ั ตวั ช้ีวัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

ป.๔ ท ๓.๑ ป.๔/๑ จำแนกขอ้ เทจ็ จริง ➢ การจำแนกขอ้ เทจ็ จรงิ และขอ้ คิดเห็นจากเรอื่ งท่ี

และข้อคดิ เหน็ จาก เรอื่ งทฟ่ี งั และดู ฟงั และ ดู ในชวี ติ ประจำวัน

ท ๓.๑ ป.๔/๒ พดู สรปุ ความจาก ➢ การจบั ใจความ และการพดู แสดงความรู้
การฟงั และดู ความคิดใน เร่ืองท่ีฟงั และดู จากสื่อต่าง ๆ เชน่
ท ๓.๑ ป.๔/๓ พดู แสดงความรู้ - เรือ่ งเล่า
ความคิดเหน็ และ ความรู้สึก - บทความสน้ั ๆ

เกีย่ วกับเร่ืองที่ฟังและดู - ข่าวและเหตุการณ์ประจำวนั
ท ๓.๑ ป.๔/๔ ตัง้ คำถามและตอบ - โฆษณา
คำถามเชิงเหตุผล จากเร่อื งทีฟ่ ัง - ส่อื อเิ ลก็ ทรอนิกส์
และดู - เรอื่ งราวจากบทเรยี นกลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย

และกลุ่มสาระการเรียนรูอ้ น่ื

ท ๓.๑ ป.๔/๕ รายงานเร่ืองหรือ ➢ การรายงาน เชน่
ประเดน็ ที่ศึกษา ค้นคว้าจากการฟัง - การพูดลำดบั ข้นั ตอนการปฏบิ ัติงาน
การดู และการ สนทนา - การพูดลำดบั เหตุการณ์

ท ๓.๑ ป.๔/๖ มีมารยาทในการฟงั ➢ มารยาทในการฟงั การดู และการพดู
การดู และการพูด

80

สาระที่ ๔ หลกั การใชภ้ าษาไทย

มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลงั

ของภาษาภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบตั ิของชาติ

ชัน้ ตัวช้ีวัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

ป.๔ ท ๔.๑ ป.๔/๑ สะกดคำและบอก ➢ คำในแม่ ก กา
ความหมายของคำใน บรบิ ทต่าง ๆ ➢ มาตราตวั สะกด

➢ การผนั อักษร

➢ คำเป็นคำตาย

ท ๔.๑ ป.๔/๒ ➢ คำพอ้ ง
ระบชุ นิดและหนา้ ที่ของคำใน
ประโยค ➢ ชนดิ ของคำ ได้แก่
- คำนาม
ท ๔.๑ ป.๔/๓ - คำสรรพนาม
ใชพ้ จนานกุ รมคน้ หาความหมาย - คำกรยิ า
ของคำ - คำวเิ ศษณ

➢ การใช้พจนานุกรม

ท ๔.๑ ป.๔/๔ ➢ ประโยคสามัญ

แต่งประโยคได้ถูกต้องตามหลักภาษา - ส่วนประกอบของประโยค

- ประโยค ๒ สว่ น

- ประโยค ๓ สว่ น

ท ๔.๑ ป.๔/๕ แต่งบทร้อยกรองและ ➢ กลอนส่ี
คำขวัญ ➢ คำขวญั

ท ๔.๑ ป.๔/๖ บอกความหมายของ ➢ สำนวนที่เป็นคำพังเพยและสุภาษิต
สำนวน

ท ๔.๑ ป.๔/๗ เปรียบเทยี บ ➢ ภาษาไทยมาตรฐาน

ภาษาไทยมาตรฐานกบั ภาษาถ่นิ ได้ ➢ ภาษาถ่นิ

81

สาระที่ ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม

มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเหน็ คณุ ค่า

และนำมาประยกุ ต์ใช้ในชีวิตจริง

ชนั้ ตวั ชว้ี ัด สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

ป.๔ ท ๕.๑ ป.๔/๑ ระบุขอ้ คิดจากนิทาน ➢ วรรณคดีและวรรณกรรม เช่น

พืน้ บา้ นหรอื นิทานคติธรรม - นทิ านพ้ืนบ้าน

ท ๕.๑ ป.๔/๒ อธบิ ายข้อคิดจาก - นิทานคตธิ รรม

การอ่านเพอื่ นำไปใช้ ในชีวติ จรงิ - เพลงพ้นื บา้ น

- วรรณคดีและวรรณกรรมในบทเรยี นและตามความ

สนใจ

ท ๕.๑ ป.๔/๓ ร้องเพลงพ้ืนบ้าน ➢ เพลงพน้ื บา้ น

ท ๕.๑ ป.๔/๔ ท่องจำบทอาขยาน ➢ บทอาขยานและบทร้อยกรองที่มคี ณุ ค่า

ตามท่ีกำหนด และ บทรอ้ ยกรองทีม่ ี - บทอาขยานตามทีก่ ำหนด

คุณค่าตามความสนใจ - บทรอ้ ยกรองตามความสนใ

82

คำอธิบายรายวชิ า คำอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน

ท ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๔ เวลา ๑๖๐ ชั่วโมง/ปี

ศึกษาและฝึกอ่านออกเสียงและอธิบายความหมายของบทร้อยแก้ว และบทร้อยกรอง
อ่านจับใจความจากสื่อต่าง ๆ ตามเวลาที่กำหนด แล้วสามารถตอบคำถามจากเรื่องที่อ่านแยก
ข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น คาดคะเนเหตุการณ์โดยระบุเหตุผลประกอบ สรุปความรู้และข้อคิดเพื่อ
นำไปใชใ้ นชวี ิตประจำวัน อา่ นหนงั สือทีม่ คี ุณค่าตามความสนใจอย่างสม่ำเสมอและแสดงความคิดเห็น
เกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน และมีมารยาทในการอ่าน คัดลายมือตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัดตาม
รูปแบบการเขยี นตัวอักษรไทย เขยี นคำขวญั และคำแนะนำ โดยใช้คำไดถ้ กู ต้อง ชดั เจน และเหมาะสม
เขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคิดเพื่อใช้พฒั นางานเขยี น เขียนย่อความจากเรื่องส้ัน ๆ
เขยี นจดหมายถงึ เพ่ือนและบดิ ามารดา เขยี นบันทึกและเขียนรายงานจากการศึกษาค้นควา้ เขยี นเรอื่ ง
ตามจินตนาการ และมีมารยาทในการเขยี น จำแนกข้อเท็จจริงและข้อคดิ เห็นจากเรือ่ งที่ฟงั และดูใน
ชวี ิตประจำวนั จับใจความของเรือ่ งทฟ่ี งั และดูจากสื่อตา่ ง ๆ แลว้ พูดสรุปความ พูดแสดงความรู้ ความ
คิดเห็น และความรู้สึก ตั้งคำถามและตอบคำถามเชิงเหตุผลจากเรื่องที่ฟังและดู รายงานเรื่องหรือ
ประเด็นที่ศึกษาค้นคว้าจากการฟัง การดู การสนทนาและมีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด
สะกดคำและบอกความหมายของคำในบริบทต่าง ๆ ใชพ้ จนานกุ รมคน้ หาความหมายของคำระบุชนิด
และหน้าที่ของคำนาม คำสรรพนาม คำกริยา และคำวิเศษณ์ในประโยค แต่งประโยค ๒ ส่วน และ
ประโยค ๓ สว่ นได้ถกู ตอ้ งตามหลกั ภาษา แต่งกลอนส่ีและคำขวญั บอกความหมายของคำพงั เพยและ
สุภาษิตและเปรียบเทียบภาษาไทยมาตรฐานกับภาษาถิ่นได้ ระบุข้อคิดจากนิทานพื้นบ้านหรือนิทาน
คตธิ รรม อธบิ ายข้อคดิ จากการอ่านวรรณคดีและวรรณกรรมเพื่อนำไปใชใ้ นชีวติ จรงิ รอ้ งเพลงพืน้ บ้าน
และทอ่ งจำบทอาขยานตามทกี่ ำหนดและบทร้อยกรองท่มี ีคุณค่าตามความสนใจ

กิจกรรมการเรียนรู้เน้นให้ผู้เรียนประมวลคำ แต่งประโยค เขียนข้อความ และสร้างสรรค์
ผลงานหลากหลายรูปแบบ ฝึกให้สังเกตคำ ประโยค และข้อความ เพื่อสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง
มีการแสดงบทบาทสมมุติเพื่อฝึกทักษะการใช้ภาษา และการเรียนรู้ด้วยเกม เพื่อฝึกการทำงานกลมุ่
การวางแผน และพฒั นากระบวนการคดิ

เพื่อให้เกิดความเข้าใจหลักภาษา เกิดทักษะในการใชภ้ าษาเพือ่ การส่ือสาร สามารถนำไปใช้
ในชีวติ ประจำวนั ได้ มีความชื่นชม เห็นคณุ ค่าภมู ปิ ัญญาไทยและภูมใิ จในภาษาประจำชาติ

83

รหัสตัวช้ีวัด
ท ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘
ท ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘
ท ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖
ท ๔.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗
ท ๕.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔

รวมทงั้ หมด ๓๓ ตวั ช้ีวดั

84

โครงสร้างรายวิชา

ท ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย กล่มุ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย

ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๔ เวลา ๑๖๐ ช่ัวโมง

หนว่ ย ช่อื หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั สาระการเรยี นรู้ เวลา สดั ส่วน
ท่ี (ชวั่ โมง) คะแนน

๑ มาตรา ก กา...จำไว้ ท ๔.๑ ป.๔/๑ คำทไี่ ม่มีตวั สะกดทุกคำ จัดเปน็ คำ ๘ ๓
หนาไมม่ ตี วั สะกด ในมาตรา ก กา

๒ มาตราตวั สะกด... มี ท ๔.๑ ป.๔/๑ ตัวสะกดเปน็ สว่ นประกอบ หน่งึ

ท้ังหมด ๘ มาตรา ของคำ เสยี งตวั สะกดมี ๘ มาตรา

บางมาตรา มี พยญั ชนะที่เป็น ๘๓

ตวั สะกดตวั เดยี ว บางมาตรามี

พยัญชนะ ทีเ่ ปน็ ตวั สะกดหลายตัว

๓ ไตรยางศ.์ ..สรา้ งคำ ท ๔.๑ ป.๔/๑ พยญั ชนะไทย ๔๔ ตวั แบง่ ตาม

ระดับเสยี งของพยัญชนะ ไดเ้ ปน็

อักษรสงู อกั ษรกลาง แ ล ะ ๘๓

อกั ษร ตำ่ ซึ่งเปน็ หลักเกณฑห์ นึ่ง

ทใ่ี ช้ในการผัน อักษร

๔ คำเป็น คำตาย... ท ๔.๑ ป.๔/๑ คำทีไ่ ม่มตี ัวสะกดและประสม

ดูงา่ ยไมย่ าก สระเสียงสัน้ กบั คำท่มี ี ตวั สะกด

อย่ใู นมาตรา กก กด กบ ทุกคำ

เรยี กวา่ คำเป็น สว่ นคำที่ไม่มี

ตวั สะกดและ ประสมสระเสยี ง ๘ ๓

ยาวรวมทงั้ คำท่ีประสมสระ -ำ ใ-

ไ- เ-า กับคำทีม่ ีตวั สะกดอยูใ่ น

มาตรา กง กม เกย เกอว กน ทุก

คำเรยี กวา่ คำตาย

๕ วรรณยกุ ต์...ส่ิงสำคญั ท ๔.๑ ป.๔/๑ วรรณยกุ ต์มีทัง้ เสยี งและรปู

ผนั อกั ษร คำทุกคำ มเี สยี งวรรณยกุ ตแ์ ม้ ๘๓
จะไม่มรี ปู วรรณยกุ ต์ ปรากฏ

การผันคำตามเสียงวรรณยุกต์จะ

85

หนว่ ย ชือ่ หน่วยการเรยี นรู้ มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั สาระการเรียนรู้ เวลา สัดสว่ น
ท่ี (ชวั่ โมง) คะแนน

ทำให้คำเดมิ มีเสียงเปลย่ี นไป และ

ความหมายก็ เปล่ยี นไปดว้ ย

๖ คำพอ้ ง... ต้อง ท ๔.๑ ป.๔/๑ คำพ้องมีทง้ั คำท่ีเขียน เหมอื นกนั

พจิ ารณา และอา่ นออกเสยี ง เหมือนกนั

การฝกึ อ่านและ เขียนเปน็ ประจำ ๘ ๓

จะทำใหอ้ ่าน เขยี น และใชค้ ำ

ต่าง ๆ สือ่ สาร ได้ถกู ตอ้ ง

๗ คำนาม...ใช้เรยี ก ท ๔.๑ ป.๔/๒ คำทใี่ ชเ้ รยี กชอื่ คน พืช สัตว์

ตามช่อื สงิ่ ของ สถานทีแ่ ละส่ิงต่าง ๆ ๘๔

จดั เป็นคำนาม

๘ คำแทนชอ่ื ...นค้ี อื ท ๔.๑ ป.๔/๒ คำที่ใช้เรียกแทนคำนามใน การ

สรรพนาม สนทนา จัดเป็นคำสรรพ นาม ซง่ึ มี

ทั้งคำสรรพนาม สำหรับใช้แทนผู้ ๘ ๔
พูด ผฟู้ ัง และ ผ้ทู ่ีกล่าวถงึ คำสรรพ

นามช่วย ให้การสื่อสารกระชับ

เพราะ ไม่ตอ้ งกลา่ วคำนามนนั้ ซ้ำ

๙ คำกริยา...สอื่ อาการ ท ๔.๑ ป.๔/๒ คำทีแ่ สดงอาการหรือการ กระทำ

ของนามและสรรพ นามซง่ึ เป็น

ประธานของ ประโยค เรียกวา่

คำกริยา คำกริยาบางคำมีใจ ๘๔
ความ สมบูรณใ์ นตวั ไมต่ อ้ งมี

กรรมมาต่อทา้ ย แต่คำกริยา

บางคำต้องมีกรรมมาต่อทา้ ยจงึ จะ

ได้ ใจความสมบรู ณ์

๑๐ คำวิเศษณ์... ขยาย ท ๔.๑ ป.๔/๒ คำที่ทำหนา้ ทีข่ ยายคำกริยา ใหม้ ี

คำจำใหแ้ ม่น ความหมายชัดเจนข้นึ เรยี กว่า ๘ ๔
คำวเิ ศษณ์ คำวิเศษณ์ มักจะอยู่

หลังคำกริยาทขี่ ยาย ถ้าเปน็

86

หน่วย ชือ่ หนว่ ยการเรียนรู้ มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด สาระการเรยี นรู้ เวลา สัดสว่ น
ท่ี (ชั่วโมง) คะแนน

คำกริยาสกรรม คำ วเิ ศษณ์จะอยู่

หลงั คำนามท่ีทำ หน้าที่เปน็ กรรม

ของคำกริยา นั้น

๑๑ อ่านเขียนอยา่ งไร... ท ๔.๑ ป.๔/๓ พจนานกุ รมใชอ้ ้างองิ การ เขยี น

ต้องใช้พจนานุกรม สะกดคำ การอา่ นคำ ความหมาย ๘ ๔
ของคำ รวมทัง้ ชนิดและที่มา

ของคำ

๑๒ ภาษาไทยน่าเรยี น... ท ๔.๑ ป.๔/๔ ประโยคเกดิ จากการนำคำ หรอื

ฝกึ เขียนดว้ ยประโยค กล่มุ คำ มาเรยี บเรยี งให้ ได้ ๙๔

ใจความเพ่ือใช้สอ่ื สาร

๑๓ กลอนส่.ี ..วรรคละ ท ๔.๑ ป.๔/๕ กลอนสี่เป็นบทร้อยกรองที่มี ๔

สี่คำ จำได้งา่ ย วรรค วรรคละ ๔ คำ บท รอ้ ย

กรองจะมสี มั ผัสระหว่าง วรรค ๙ ๔

และระหวา่ งบททำให้ เกิดความ

ไพเราะ

๑๔ คำขวัญเตอื นใจ... ท ๔.๑ ป.๔/๕ คำขวญั เป็นถ้อยคำทม่ี เี สยี ง

ใหท้ ำความดี คล้องจอง ทำใหไ้ พเราะ และ ๙๔
มีความหมายกนิ ใจ สามารถ

จดจำไดง้ า่ ย

๑๕ คำพงั เพยและ ท ๔.๑ ป.๔/๖ คำพังเพยและสภุ าษติ เปน็ สำนวน

สุภาษิต...ให้ข้อคิด ทีใ่ หข้ ้อคดิ คติสอนใจ ในการ ๙๔
สอนใจ ดำเนนิ ชีวติ ถ้อยคำมี ลกั ษณะ

กระชับ กินใจ ไพเราะ

๑๖ ภาษาไทยมาตรฐาน ท ๔.๑ ป.๔/๗ ภาษาถ่ินเปน็ ภาษาทใ่ี ช้ ส่ือสาร

ภาษาถ่นิ ...บอกความ เฉพาะทอ้ งถิน่ คำทมี่ ี ความหมาย ๙ ๔
เปน็ ไทย อย่างเดียวกนั อาจใช้คำแตกต่าง

กนั ในแตล่ ะ ถิน่ การเข้าใจ

87

หนว่ ย ช่อื หน่วยการเรียนรู้ มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด สาระการเรียนรู้ เวลา สัดสว่ น
ท่ี (ชั่วโมง) คะแนน

ความหมายของ ภาษาถน่ิ ทำให้

การสื่อสารกบั คนในทอ้ งถ่ินดีขึ้น

๑๗ อ่านได้คลอ่ ง...ต้องรู้ ท ๑.๑ ป.๔/๑, การอ่านบทร้อยแก้วได้ ถูกต้อง

วธิ ี ป.๔/๒, ชัดเจน จะทำให้การ อ่านมี

ป.๔/๔, ประสิทธิภาพ ผู้อ่าน สามารถจับ

ป.๔/๘ ใจความได้ถูกต้อง การอ่านออก

ท ๓.๑ ป.๔/๑ เสยี งบทรอ้ ย กรองต้องแบ่งจังหวะ

ให้ ถูกต้อง การอ่านต้องมีเสียงสงู

ต่ำ หนักเบา เอ้ือนเสียงเพอ่ื ความ ๙ ๔

ไพเราะการแยกข้อเท็จจริง และ

ขอ้ คดิ เหน็ ได้ อย่างถูกตอ้ ง จะช่วย

ให้เป็น คนมีเหตุผล ไม่หลงเชื่อสง่ิ

ต่าง ๆ ได้ง่าย การมีมารยาทใน

การอ่าน ช่วยใหเ้ ป็นผู้อา่ นทด่ี ี และ

การอ่านมีประสทิ ธิภาพ

๑๘ เขียนชำนาญ...งาน ท ๒.๑ ป.๔/๑, การคัดลายมอื ไดถ้ ูกต้องตาม

สรา้ งสรรค์ ป.๔/๒, หลกั การเขียนตัวอักษรไทย

ป.๔/๓, และสวยงามช่วยให้อ่านง่าย

ป.๔/๔, และเป็นการเชิดชภู าษาไทย

ป.๔/๕, การเขยี นสอื่ สารต้องใชค้ ำให้

ป.๔/๖, ถกู ตอ้ งเหมาะสม สามารถสอื่ ๙ ๔
ป.๔/๗, ความหมายได้ชัดเจน การเขียน

ป.๔/๘ แผนภาพโครงเรื่อง และแผนภาพ

ความคิด เป็นการจัดข้อมูลอย่างมี

ระบบ ทำให้เข้าใจเรื่องราวได้ดี

ยิ่งขึ้น การเขียนย่อความเป็นการ

สรุปใจความสำคัญจากเร่อื งทอี่ า่ น

88

หนว่ ย ช่ือหนว่ ยการเรียนรู้ มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด สาระการเรยี นรู้ เวลา สดั สว่ น
ท่ี (ชัว่ โมง) คะแนน

จะทำให้เข้าใจเนื้อเรื่องชัดเจน

การเขียนจดหมายถึงเพื่อนและ

บิดามารดา ควรใชภ้ าษาให้ถูกต้อง

เหมาะสมการเขยี นบนั ทกึ จาก

การศึกษาค้นควา้ ช่วยใหม้ ี

ความรูแ้ ละประสบการณใ์ น

การเขียนเพิ่มมากขึ้น การเขียน

รายงานเป็นการนำเสนอข้อมูล

จากการศึกษาคน้ ควา้ การเขียนได้

ถกู ตอ้ งครบถว้ นจะทำให้รายงานมี

ความนา่ เชื่อถอื ผู้อ่านเขา้ ใจ

ไดง้ า่ ย การเขยี นเร่ืองตาม

จินตนาการเปน็ การฝกึ ความคิด

ริเร่มิ สร้างสรรค์ และจนิ ตนาการ

การมีมารยาทในการเขยี นจะชว่ ย

ให้การถ่ายทอดความรู้ และ

ความคดิ ของผู้เขียนไปสผู่ ้อู า่ น

อย่างมปี ระสิทธภิ าพ

๑๙ ฟัง ดู รูส้ นทนา... ท ๓.๑ ป.๔/๒, การพดู สรุปความจากการฟัง

ภาษาสอื่ สาร ป.๔/๓, ป.๔/๔, และดู เปน็ การพดู ใจความ

ป.๔/๕, ป.๔/๖ สำคัญของเรือ่ ง ซึง่ ผู้พูดต้อง

ฟงั และดูเร่ืองนน้ั อยา่ งตั้งใจ

และมวี จิ ารณญาณจึงจะทำให้ ๙๔
พดู สรุปความได้ดี การพูด

แสดงความรู้ ความคดิ เห็น

และความรูส้ ึกเก่ียวกับเรือ่ งที่

ฟังและดู ตอ้ งพูดอย่างมี

เหตุผล สภุ าพ และมมี ารยาท

89

หน่วย ชอ่ื หนว่ ยการเรียนรู้ มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด สาระการเรียนรู้ เวลา สดั สว่ น
ท่ี (ชว่ั โมง) คะแนน

จึงจะเกดิ ประโยชน์ต่อผู้พูด และ

ผ้ฟู งั การตัง้ คำถาม และตอบ

คำถามเชิงเหตุผลจากเร่อื งทฟ่ี งั

และดู ทำให้วิเคราะห์ความ

น่าเชือ่ ถือ และสรปุ ใจความสำคญั

ของเร่ืองได้ การพดู รายงานเป็น

การนำเสนอข้อมลู ทไ่ี ด้จาก

การศึกษาคน้ คว้าอยา่ งถูกต้องให้

ผฟู้ งั เขา้ ใจ ผพู้ ูดรายงานต้องมี

ทักษะในการพูด การพดู รายงาน

นัน้ จงึ จะสมั ฤทธ์ผิ ล และไดร้ ับ

ประโยชนอ์ ยา่ งเตม็ ที่ การมี

มารยาทในการฟงั การดู และ

การพดู ทำใหไ้ ด้รบั ความรทู้ ด่ี ี

มปี ระโยชน์ในการดำเนิน

ชีวติ ประจำวนั

รวมคะแนนระหวา่ งปี ๗๐

คะแนนทดสอบปลายภาค ๓๐

รวม ๑๖๐ ๑๐๐

90

สาระและมาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชว้ี ดั

ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๕

ตัวช้วี ัดและสาระการเรยี นรู้แกนกลาง
สาระที่ ๑ การอ่าน
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรูแ้ ละความคดิ เพื่อนำไปใช้ตดั สนิ ใจ แกป้ ญั หาในการ

ดำเนนิ ชีวิต และมนี สิ ัยรกั การอา่ น

ชั้น ตัวชวี้ ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

ป.๕ ท ๑.๑ ป.๕/๑ อ่านออกเสียงบทร้อย ➢ การอ่านออกเสียงและการบอกความหมายของ

แก้วและบทร้อย กรองไดถ้ กู ต้อง บทร้อย แก้วและบทร้อยกรองท่ีประกอบด้วย

ท ๑.๑ ป.๕/๒ อธิบายความหมาย - คำที่มีพยญั ชนะควบกล้ำ

ของคำ ประโยค และขอ้ ความที่เป็น - คำทม่ี อี กั ษรนำ

การบรรยาย และ การพรรณนา - คำท่ีมีตวั การันต์

ท ๑.๑ ป.๕/๓ อธบิ ายความหมาย - อักษรย่อและเคร่ืองหมายวรรคตอน

โดยนยั จากเรอื่ งท่ี อา่ นอยา่ ง - ข้อความท่เี ป็นการบรรยายและพรรณนา

หลากหลาย - ขอ้ ความทมี่ คี วามหมายโดยนยั

➢ การอา่ นบทรอ้ ยกรองเป็นทำนองเสนาะ

ท ๑.๑ ป.๕/๔ แยกข้อเทจ็ จริงและ ➢ การอา่ นจบั ใจความจากส่อื ต่าง ๆ เช่น

ขอ้ คิดเห็นจากเรอ่ื ง ทอี่ ่าน - วรรณคดีในบทเรยี น

ท ๑.๑ ป.๕/๕ วิเคราะห์และแสดง - บทความ

ความคดิ เหน็ เก่ยี วกับเรอื่ งที่อ่านเพ่อื - บทโฆษณา

นำไปใช้ในการ ดำเนนิ ชีวติ - งานเขียนประเภทโนม้ นา้ วใจ

- ข่าวและเหตกุ ารณป์ ระจำวนั

ท ๑.๑ ป.๕/๖ อา่ นงานเขียนเชิง ➢ การอ่านงานเขยี นเชงิ อธิบาย คำส่งั ข้อแนะนำ
อธบิ าย คำสงั่ ขอ้ แนะนำ และปฏบิ ัติ และปฏิบัตติ าม เช่น
ตาม - การใชพ้ จนานกุ รม

- การใชว้ ัสดอุ ุปกรณ์

- การอ่านฉลากยา
- คมู่ อื และเอกสารของโรงเรยี นทเ่ี กยี่ วข้องกับ
นกั เรยี น

- ข่าวสารทางราชการ

91

ชนั้ ตัวชวี้ ัด สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

ท ๑.๑ ป.๕/๗ อา่ นหนังสือทีม่ ีคุณค่า ➢ การอา่ นหนงั สอื ตามความสนใจ เช่น

ตามความสนใจ อยา่ งสม่ำเสมอและ - หนงั สือท่ีนกั เรียนสนใจและเหมาะสมกับวัย
แสดงความคิดเห็น เก่ียวกับเร่อื ง - หนงั สือทคี่ รแู ละนักเรียนกำหนดรว่ มกนั
ทอี่ า่ น

ท ๑.๑ ป.๕/๘ มีมารยาทในการอา่ น ➢ มารยาทในการอา่ น

สาระท่ี ๒ การเขยี น

มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขยี นเขยี นส่ือสาร เขยี นเรียงความ ย่อความ และเขียนเรอ่ื งราวใน

รูปแบบตา่ ง ๆ เขยี นรายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศกึ ษาค้นคว้าอยา่ งมีประสิทธภิ าพ

ช้นั ตัวชว้ี ัด สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

ป.๕ ท ๒.๑ ป.๕/๑ คัดลายมือตวั บรรจง ➢ การคัดลายมือตวั บรรจงเต็มบรรทดั และ

เต็มบรรทดั และ คร่งึ บรรทดั คร่ึงบรรทัด ตามรปู แบบการเขียนตวั อกั ษรไทย

ท ๒.๑ ป.๕/๒ เขยี นสอื่ สารโดยใชค้ ำ ➢ การเขยี นส่ือสาร เชน่
ไดถ้ ูกต้องชดั เจน และเหมาะสม - คำขวัญ

- คำอวยพร

- คำแนะนำและคำอธบิ ายแสดงขัน้ ตอน

ท ๒.๑ ป.๕/๓ เขยี นแผนภาพ ➢ การนำแผนภาพโครงเรอื่ งและแผนภาพความคดิ
โครงเร่อื งและแผนภาพ ความคดิ ไป พฒั นางานเขียน
เพ่ือใชพ้ ฒั นางานเขยี น

ท ๒.๑ ป.๕/๔ เขียนยอ่ ความจาก ➢ การเขียนย่อความจากส่ือต่าง ๆ เชน่ นทิ าน

เรอ่ื งทอ่ี า่ น ความเรยี ง ประเภทตา่ ง ๆ ประกาศ แจ้งความ

แถลงการณ์ จดหมาย คำ สอน โอวาท คำปราศรัย

ท ๒.๑ ป.๕/๕ เขยี นจดหมายถึง ➢ การเขยี นจดหมายถึงผู้ปกครองและญาติ
ผู้ปกครองและญาติ

ท ๒.๑ ป.๕/๖ ➢ การเขียนแสดงความรสู้ ึกและความคิดเห็น
เขียนแสดงความรูส้ ึกและความ

คิดเห็นได้ตรงตามเจตนา

ท ๒.๑ ป.๕/๗ กรอกแบบรายการ ➢ การกรอกแบบรายการ
ต่าง ๆ - ใบฝากเงนิ และใบถอนเงิน

92

ชั้น ตัวชีว้ ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
- ธนาณตั ิ
ท ๒.๑ ป.๕/๘ เขียนเรอ่ื งตาม - แบบฝากสง่ พัสดุไปรษณียภัณฑ์
จนิ ตนาการ ➢ การเขียนเร่ืองตามจนิ ตนาการ
ท ๒.๑ ป.๕/๙ มีมารยาทใน
การเขยี น ➢ มารยาทในการเขยี น

สาระท่ี ๓ การฟัง การดู และการพดู

มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดอู ยา่ งมวี ิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด และ

ความรู้สกึ ใน โอกาสตา่ ง ๆ อยา่ งมวี ิจารณญาณและสร้างสรรค์

ชน้ั ตวั ชว้ี ัด สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง

ป.๕ ท ๓.๑ ป.๕/๑ พูดแสดงความรู้ ➢ การจบั ใจความ และการพดู แสดงความรู้

ความคิดเหน็ และความ ร้สู กึ จาก ความคดิ ในเรอ่ื งที่ฟังและดู จากส่อื ตา่ ง ๆ เช่น

เร่อื งทฟี่ งั และดู - เรอื่ งเลา่

- บทความ

- ข่าวและเหตุการณป์ ระจำวนั

- โฆษณา

- ส่ือสือ่ อิเลก็ ทรอนิกส์

ท ๓.๑ ป.๕/๒ ตง้ั คำถามและตอบ ➢ การวิเคราะห์ความนา่ เชอ่ื ถอื จากเร่ืองทฟ่ี งั และดู
คำถามเชิงเหตุผลจาก เรอ่ื งท่ฟี ังและ ใน ชวี ิตประจำวนั
ดู

ท ๓.๑ ป.๕/๓ วเิ คราะหค์ วาม

น่าเชอื่ ถอื จากเรื่องท่ีฟังและดู อยา่ งมี

เหตุผล

ท ๓.๑ ป.๕/๔ พูดรายงานเรื่องหรอื ➢ การรายงาน เช่น

ประเดน็ ทศ่ี ึกษาคน้ ควา้ จากการฟัง - การพดู ลำดับขัน้ ตอนการปฏบิ ตั งิ าน

การดู และการสนทนา - การพดู ลำดับเหตกุ ารณ์

ท ๓.๑ ป.๕/๕ ➢ มารยาทในการฟัง การดู และการพูด

93

ชนั้ ตวั ชีว้ ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง
มีมารยาทในการฟัง การดู และการ
พดู

สาระท่ี ๔ หลกั การใช้ภาษาไทย

มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ยี นแปลงของภาษาและพลงั

ของภาษา ภมู ปิ ญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เปน็ สมบตั ิของชาติ

ชน้ั ตัวชีว้ ัด สาระการเรียนรู้แกนกลาง

ป.๕ ท ๔.๑ ป.๕/๑ ระบุชนดิ และหนา้ ที่ ➢ ชนิดของคำ ได้แก่

ของคำในประโยค - คำบพุ บท

- คำสนั ธาน

- คำอุทาน

ท ๔.๑ ป.๕/๒ จำแนกสว่ นประกอบ ➢ ประโยคและสว่ นประกอบของประโยค
ของประโยค

ท ๔.๑ ป.๕/๓ เปรยี บเทยี บ ➢ ภาษาไทยมาตรฐาน
ภาษาไทยมาตรฐานกบั ภาษาถนิ่ ➢ ภาษาถ่ิน

ท ๔.๑ ป.๕/๔ ใช้คำราชาศพั ท์ ➢ คำราชาศัพท์

ท ๔.๑ ป.๕/๕ บอกคำภาษาต่าง ➢ คำทมี่ าจากภาษาตา่ งประเทศ
ประเทศในภาษาไทย

ท ๔.๑ ป.๕/๖ แต่งบทรอ้ ยกรอง ➢ กาพยย์ านี ๑๑

ท ๔.๑ ป.๕/๗ ใช้สำนวนไดถ้ กู ต้อง ➢ สำนวนทเี่ ป็นคำพงั เพยและสุภาษิต


Click to View FlipBook Version