Pคrำefนaำce
Tสebาleรofบัcoญntents
คำ นำ
ส า ร บั ญ 1
11
ที่ ดิ น ส า ธ า ร ณ ป ร ะ โ ย ช น์ 25
ก ร ม ที่ ดิ น 39
ที่ ร า ช พั ส ดุ 49
59
ก ร ม ธ น า รัก ษ์ 81
103
พื้นที่ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม 111
121
สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม 131
143
ที่ดินศาสนสมบัติ
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
พื้นที่ป่าชายเลน
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ ง
พื้นที่ป่า (ป่าสงวนแห่งชาติและป่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้)
กรมป่าไม้
พื้นที่ป่าอนุรักษ์
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
พื้นที่ล่วงล้ำลำน้ำ
กรมเจ้าท่า
พื้นที่ชลประทาน
กรมชลประทาน
พื้นที่นิคมสร้างตนเอง
กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ
พื้นที่โบราณสถาน
กรมศิลปากร
พื้นที่นิคมสหกรณ์
กรมส่งเสริมสหกรณ์
Tสebาleรofบัcoญntents 153
161
พื้นที่การรถไฟแห่งประเทศไทย 169
183
การรถไฟแห่งประเทศไทย
ก า ร ข อ อ นุ ญ า ต ขุ ด เ จ า ะ น้ำ บ า ด า ล แ ล ะ ก า ร ใ ช้ น้ำ บ า ด า ล
ก ร ม ท รั พ ย า ก ร น้ำ บ า ด า ล
ก า ร จั ด ทำ ร า ย ง า น ก า ร ป ร ะ เ มิ น ผ ล ก ร ะ ท บ สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม
สำ นั ก ง า น น โ ย บ า ย แ ล ะ แ ผ น ท รัพ ย า ก ร ธ ร ร ม ช า ติ แ ล ะ สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม
แนวทางการดำเนินงานศูนย์ราชการระดับจังหวัด
สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย
1.
ที่ ดิ น
ส า ธ า ร ณ ป ร ะ โ ย ช น์
ก ร ม ที่ ดิ น
ทีด่ นิ สาธารณประโยชน์
กรมทด่ี นิ
“ท่ีสาธารณประโยชน์” หมายถึง ที่ดินสาหรับประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน
ไม่ว่าเป็นโดยสภาพธรรมชาติ โดยการใช้ร่วมกันของประชาชน โดยทางนิติกรรม หรือโดย
ผลของกฎหมาย เช่น ที่ทาเลเลี้ยงสัตว์ ปา่ ชา้ ฝังและเผาศพ หว้ ย หนอง ท่ชี ายตลิ่ง ทางหลวง
ทะเลสาบ เป็นต้น ตามมาตรา 1304 (2) แห่งประมวลกฎหมายแพ่ งและพาณิชย์ ถือว่าเป็น
สาธารณสมบัติของแผ่นดินสาหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ผู้ใดจะเข้ายึดถือครอบครอง
เพื่ อประโยชน์แต่เฉพาะตนน้ันไม่ได้เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าท่ีตามระเบียบ
และกฎหมายท่ีกาหนดไว้ หากฝ่าฝืนจะมีความผิดและได้รับโทษตามประมวลกฎหมายท่ีดิน
หรอื กฎหมายอ่นื ทกี่ าหนดไวโ้ ดยเฉพาะ
ส่วนราชการท่ีมีความประสงค์จะใช้ท่ีสาธารณประโยชน์อย่างถาวร เช่น เป็นท่ีตั้ง
อาคารสานักงาน จะต้องดาเนินการถอนสภาพท่ีดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน
ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเก่ียวกับการถอนสภาพ การจัดข้ึนทะเบียน
และการจัดหาผลประโยชน์ในท่ีดินของรัฐ ตามประมวลกฎหมายท่ีดิน พ.ศ. 2550 ก่อนเข้า
ดาเนินการใช้พ้ื นท่ีเพ่ื อให้สามารถใช้พ้ื นท่ีดังกล่าวได้อย่างถาวร ท้ังน้ี ที่ดินท่ีจะถอนสภาพได้
ต้ อ ง เ ป็ น ที่ อั น เ ป็ น ส า ธ า ร ณ ส ม บั ติ ข อ ง แ ผ่ น ดิ น ป ร ะ เ ภ ท พ ล เ มื อ ง ใ ช้ ร่ ว ม กั น ( ท่ี ดิ น
ส า ธ า ร ณ ป ร ะ โ ย ช น์ ) ก า ร ถ อ น ส ภ า พ ท่ี ดิ น ส า ห รั บ พ ล เ มื อ ง ใ ช้ ร่ ว ม กั น น้ั น ต้ อ ง ต ร า
เป็นพระราชบัญญัติ แต่หากพลเมืองได้เลิกใช้ประโยชน์ในที่ดินน้ันแล้วการถอนสภาพ
ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา โดยผู้ขอจะต้องเป็นทบวงการเมืองตามประมวลกฎหมายท่ีดิน
และบริเวณท่ีดินนั้นต้องอยู่ในโซนท่ีกาหนดให้ใช้ประโยชน์ในราชการ รวมท้ังไม่ขัดต่อกฎหมาย
ผังเมือง อย่างไรก็ตาม การขอถอนสภาพน้ันเป็นกระบวนการที่ใช้เวลานาน ดังนั้น
ส่วนราชการสามารถขอใช้ประโยชน์ที่ดินสาธารณประโยชน์ ตามมาตรา 9 แห่งประมวล
กฎหมายท่ีดินได้เป็นการช่ัวคราวคร้ังละไม่เกิน 5 ปี ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย
ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเก่ียวกับการอนุญาต ตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายท่ีดิน
พ.ศ. 2543
1. กฎหมายทเ่ี กีย่ วขอ้ ง
1.1 มาตรา 8 วรรคสอง (1) แห่งประมวลกฎหมายทีด่ ิน
1.2 มาตรา 9 ประมวลกฎหมายท่ดี ิน
1.3 ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยหลกั เกณฑแ์ ละวิธกี ารเก่ียวกบั การอนญุ าต
ตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายท่ดี นิ พ.ศ. 2543
1.4 ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยวิธีปฏิบัติเก่ียวกับการถอนสภาพ การจัด
ขนึ้ ทะเบียนและการจัดหาผลประโยชน์ในท่ีดนิ ของรฐั ตามประมวลกฎหมายทดี่ นิ พ.ศ. 2550
1.5 คาส่ั ง กระท รวง ม หา ด ไท ย ที่ 109 / 2538 ล ง วัน ที่ 16 มีน าค ม 2538
เรอ่ื ง แตง่ ตง้ั พนกั งานเจ้าหน้าท่ตี ามความในมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายทด่ี ิน
คู่มือการอนุมตั ิ อนุญาต ขอใช้พื้นที่จากส่วนราชการ (ฉบับปรับปรงุ ปี พ.ศ. 2565) 3
1.6 หนังสือกรมท่ีดิน ที่ มท 0723/ว 10962 ลงวันที่ 4 พฤษภาคม 2544
เรื่อง ทบวงการเมืองขอใช้ท่ีสาธารณสมบัติของแผ่นดินสาหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน
ในเขตปฏิรปู ทีด่ ิน
1.7 หนังสือกระทรวงมหาดไทย ด่วนท่ีสุด ที่ มท 0511.3/ว 3312 ลงวันท่ี
5 ตุลาคม 2547 เร่ือง ซักซ้อมความเข้าใจวิธีปฏิบัติเก่ียวกับทบวงการเมืองหรือส่วนราชการ
ขอใช้ทด่ี ินของรฐั เพ่ื อประโยชน์ในราชการ
1.8 หนังสือกรมที่ดิน ท่ี มท 0511.3/ว16851 ลงวันที่ 17 มิถุนายน 2554
เรื่อง ซักซ้อมความเข้าใจวิธีปฏิบัติเก่ียวกับทบวงการเมืองหรือส่วนราชการขอใช้ท่ีดินของรัฐ
เพื่ อประโยชน์ในราชการ
1.9 หนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0511.3/ว1578 ลงวันที่ 10 เมษายน 2555
เรื่อง ซักซ้อมความเข้าใจวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับทบวงการเมืองหรือส่วนราชการขอใช้ที่ดินของรัฐ
เพ่ื อประโยชน์ในราชการ
1.10 หนังสือกระทรวงมหาดไทย ท่ี มท 0511.3/ว0688 ลงวันท่ี 3 กุมภาพั นธ์ 2559
เรื่อง แนวทางปฏิบัตเิ กี่ยวกับการขุดลอกแหล่งน้าสาธารณประโยชน์ที่ต้ืนเขิน การขออนุญาต
ใช้ประโยชน์ในท่ีดินของรัฐตามมาตรา 9 และการขอสัมปทานตามมาตรา 12 แห่งประมวล
กฎหมายท่ดี นิ
1.11 หนังสอื กระทรวงมหาดไทย ท่ี มท 0310.1/ว0003 ลงวันท่ี 3 มกราคม 2561
เรื่อง การซักซ้อมแนวทางและขั้นตอนการปฏิบัติในอานาจหนา้ ท่ีของหน่วยงานทเ่ี กี่ยวกับที่ดิน
สาธารณประโยชน์
1.12 หนงั สือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0511.3/ว2297 ลงวันที่ 21 เมษายน 2564
เร่ือง แนวทางปฏิบัติเก่ียวกับการขออนุญาตใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐ ตามมาตรา 9
และการขอสมั ปทานตามมาตรา 12 แหง่ ประมวลกฎหมายทีด่ ิน
กฎหมายที่เก่ยี วข้อง
2. ผมู้ อี านาจอนมุ ตั ิ
2.1 การถอนสภาพท่ีดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทพลเมือง
ใช้ร่วมกัน (ที่ดินสาธารณประโยชน์) การถอนสภาพที่ดินต้องกระทาโดยตราพระราชบัญญัติ
หรอื พระราชกฤษฎกี าแล้วแต่กรณี
2.2 การขออนุญาตใช้ประโยชน์ในท่ีดินของรัฐเป็นการช่ัวคราวตามมาตรา 9
แห่งประมวลกฎหมายท่ีดนิ
2.2.1 กรณีที่ดินที่ขอใช้เป็นที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินท่ีราษฎร
ใช้ประโยชน์ร่วมกัน หากราษฎรในพื้ นท่ี/ราษฎรท่ีเคยใช้ประโยชน์ร่วมกัน องค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่น อาเภอ จังหวัด ไม่ขัดข้อง ผู้ว่าราชการจังหวัดท้องที่จะอนุญาตได้ต้องได้รับ
อนมุ ตั จิ ากรัฐมนตรีวา่ การกระทรวงมหาดไทยก่อน
4 คมู่ ือการอนุมตั ิ อนุญาต ขอใช้พื้นทีจ่ ากส่วนราชการ (ฉบับปรับปรุง ปี พ.ศ. 2565)
2.2.2 กรณีท่ีดินท่ีขอใช้เป็นท่ีดินท่ีมิได้มีบุคคลใดมีสิทธิครอบครอง ท่ีเวนคืน
ทที่ อดทง้ิ ไม่ทาประโยชน์ ทร่ี กร้างว่างเปล่า หรอื ที่ดินสาธารณประโยชนท์ ่ีราษฎรเลิกใชป้ ระโยชน์
ร่วมกัน และถูกถอนสภาพโดยกฎหมาย ปฏิรูปท่ีดินเพ่ื อเกษตรกรรม แล้วตกอยู่ในสถานะ
ที่รกร้างว่างเปล่า เม่ือได้รับหนังสือยืนยันจาก ส.ป.ก. ว่าไม่ประสงค์จะใช้ท่ีดินท่ีถูกถอนสภาพ
เพื่ อการปฏิรูปที่ดินเพื่ อเกษตรกรรมตลอดไป และยินยอมให้กระทรวงมหาดไทยอนุญาต
ให้ ท บ ว ง ก า รเ มื อ ง เ ข้ า ใช้ ป ร ะ โ ย ช น์ ใ น ร า ช ก า ร หรื อ ด า เ นิ น ก า ร ข้ึ น ท ะ เ บี ย น ก า ร ใ ช้ ปร ะ โ ย ช น์ ไ ด้
ผูว้ ่าราชการจงั หวดั อนญุ าตได้โดยไม่ตอ้ งขออนมุ ตั ิจากรัฐมนตรฯี
3. สถานทย่ี ื่นคาขอ
3.1 ในเขตกรงุ เทพมหานคร
3.1.1 เจา้ พนกั งานทด่ี นิ กรงุ เทพมหานคร หรือ
3.1.2 เจา้ พนกั งานทด่ี นิ กรงุ เทพมหานครสาขา แลว้ แต่กรณี
3.2 ในเขตจังหวดั อน่ื
3.2.1 เจ้าพนักงานท่ดี นิ จงั หวัด หรือ
3.2.2 เจา้ พนักงานท่ดี นิ จงั หวัดสาขาแล้วแตก่ รณี
4. ข้นั ตอนการขอถอนสภาพทด่ี นิ และขั้นตอนการขออนุมตั /ิ อนญุ าต
4.1 การถอนสภาพที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทพลเมือง
ใช้ร่วมกัน (ที่ดนิ สาธารณประโยชน)์
4.1.1 ผู้ขอซ่ึงเป็นทบวงการเมืองย่ืนเร่ืองต่อผู้ว่าราชการจังหวัด หากเป็นใน
เขตกรุงเทพมหานครให้ย่ืนต่ออธิบดีกรมที่ดิน โดยที่ดินจะต้องอยู่ในบริเวณที่กาหนด
ความเหมาะสมใชป้ ระโยชน์ในราชการและไม่ขดั กฎหมายผังเมือง
4.1.2 อาเภอท้องที่ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินสอบสวนประวัติ
ความเปน็ มาพรอ้ มใหค้ วามเหน็
4.1.3 ผขู้ อประสานองค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ินเพ่ื อจัดให้มกี ระบวนการรบั ฟงั
ความคิดเห็นของราษฎร
4.1.4 องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินนาเร่ืองเข้าสู่การพิ จารณาของสภาองค์กร
ปกครองส่วนท้องถิน่
4.1.5 สานักงานท่ีดินจังหวัดแจ้งขอความเห็นหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องในพ้ื นที่
เช่น ส.ป.ก. จังหวัด หน่วยงานป่าไม้พ้ื นที่ โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด อาเภอ และองค์กร
ปกครองสว่ นท้องถ่ิน เปน็ ต้น
4.1.6 สานักงานที่ดินจังหวัดเสนอคณะกรรมการกากับการใช้ท่ีดินของรัฐ
ประจาจังหวัดพิ จารณาให้ความเหน็
4.1.7 สานักงานที่ดินจังหวัดสรุปเร่ือง พร้อมความเห็นของจังหวัดส่งให้
กรมท่ดี นิ ทราบ
4.1.8 กรมท่ีดินตรวจสอบเรื่องและยกร่าง พ.ร.ฎ./พ.ร.บ. ถอนสภาพ
พรอ้ มรปู แผนทแี่ นบทา้ ย เสนอกระทรวงมหาดไทยพิจารณา
4.1.9 สานักกฎหมาย สานักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย เสนอคณะกรรมการ
พิ จารณาร่างกฎหมายของกระทรวงมหาดไทย
คมู่ อื การอนุมตั ิ อนุญาต ขอใชพ้ ื้นที่จากส่วนราชการ (ฉบับปรับปรงุ ปี พ.ศ. 2565) 5
4.1.10 กรมท่ีดินส่งเร่ืองให้สานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีนาเข้าคณะรัฐมนตรี
เพื่ อพิ จารณา
4.1.11 คณะรัฐมนตรีพิ จารณาเห็นชอบแล้วส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกา
พิจาณาร่างพระราชกฤษฎกี า/พระราชบญั ญัติ ถอนสภาพฯ
4.1.12 กระบวนการออก พ.ร.ฎ./พ.ร.บ. ถอนสภาพฯ
4.1.13 กรมทด่ี ินแจง้ จงั หวัด ผ้ขู อ และกรมธนารกั ษ์การขออนุญาตใชป้ ระโยชน์
ในที่ดินของรัฐเปน็ การช่วั คราวตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายทด่ี นิ
6 คมู่ ือการอนุมตั ิ อนุญาต ขอใชพ้ ื้นที่จากส่วนราชการ (ฉบับปรับปรงุ ปี พ.ศ. 2565)
4.2 การขออนุญาตใช้ประโยชน์ท่ีดินของรัฐเป็นการช่ัวคราว ตามมาตรา 9
แห่งประมวลกฎหมายทด่ี นิ
4.2.1 ส่ ว น ร า ช ก า ร ท่ี มี ค ว า ม ป ร ะ ส ง ค์ ข อ ใ ช้ ที่ ดิ น ข อ ง รั ฐ เ พ่ื อ ป ร ะ โ ย ช น์
ในราชการย่ืนคาขอ (แบบ ท.ด. 64) หรือเจา้ พนักงานที่ดินจังหวดั / เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด
สาขา พร้อมแผนงาน/โครงการ เหตุผลความจาเป็น วตั ถปุ ระสงค์ วิธีดาเนินการ งบประมาณ
แผนท่ีสงั เขป สาเนาแผนทภ่ี มู ปิ ระเทศ 1 : 50,000 แสดงท่ตี ้งั ค่าพิกดั
4.2.2 สานักงานท่ีดินจังหวัด/สาขา ตรวจสอบข้อเท็จจริงตามแบบ ท.ด. 66
และออกไปชันสูตร ตามแบบ ท.ด. 67
4.2.3 รังวัดตามหลักวิชาการ แสดงขอบเขต เน้ือที่ ลงท่ีหมายในระวาง
ระวางแผนทภี่ ูมปิ ระเทศ 1 : 50,000 ระบุคา่ พิกัด เจ้าหนา้ ที่รับรองความถูกตอ้ ง
4.2.4 อาเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินสอบสวนประวัติความเป็นมา
ของท่ีดินตามกรอบแนวทางในการดาเนินการถอนสภาพตามระเบียบ กระทรวงมหาดไทย
ว่าด้วยวิธีการปฏิบัติเกี่ยวกับการถอนสภาพ การจัดขึ้นทะเบียนและการจัดหาผลประโยชน์
ตามประมวลกฎหมายทด่ี นิ พ.ศ. 2550 ขอ้ 13
4.2.5 ประกาศตามแบบ ท.ด. 25 กาหนด 30 วนั
4.2.6 จัดให้มีการประชุมราษฎรในพ้ื นที่/ราษฎรท่ีเคยใช้ประโยชน์ร่วมกัน
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพ่ื อขอความเห็นในการขอใช้และขอถอนสภาพ หรือจัดข้ึน
ทะเบียนทดี่ นิ
4.2.7 จั ง ห วั ด ด า เ นิ น ก า ร ท า ห นั ง สื อ ข อ ใ ห้ ห น่ ว ย ง า น ท่ี มี อ า น า จ ห น้ า ท่ี
ตามกฎหมายตรวจสอบและให้ความเห็นว่า เห็นควรอนุญาตในการขอใช้และขอถอนสภาพ
หรอื จัดข้นึ ทะเบียนท่ีดนิ ดังกล่าวหรอื ไม่ อยา่ งไร
4.2.7.1 สานักงานพั ฒนาท่ีดินเขตพื้ นที่ตรวจสอบเขตป่าไม้ถาวร
ตามมตคิ ณะรัฐมนตรี
4.2.7.2 สานักจดั การทรพั ยากรป่าไมต้ รวจสอบเขตปา่ สงวนแหง่ ชาติ
4.2.7.3 สานักบริหารพื้ นที่อนุรักษ์ตรวจสอบเขตอุทยานแห่งชาติ
หรือเขตรักษาพันธ์สุ ัตวป์ ่า และเขตหา้ มลา่ สัตว์ป่า
4.2.7.4 สถานีพั ฒนาทรัพยากรป่าชายเลนพ้ื นที่ตรวจสอบเขตพ้ื นที่
ปา่ ชายเลนตามมตคิ ณะรัฐมนตรี
4.2.7.5 หน่ว ยท หารใน เ ขตพ้ื น ที่ต รวจ สอบว่ามี คว าม สา คัญ ท าง
ยุทธศาสตรห์ รอื ไม่ ควรอนุญาตหรอื ไม่
4.2.7.6 ส า นั ก ง า น ศิ ล ป า ก ร ใ น เ ข ต พ้ื น ท่ี รั บ ผิ ด ช อ บ ต ร ว จ ส อ บ
ว่ามีโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ หรือเป็นแหล่งโบราณคดีซ่ึงมีความสาคัญ
ทางประวัตศิ าสตร์หรือไม่
4.2.7.7 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นว่าขัดข้องหรือไม่ ควรอนุญาต
หรือไม่
4.2.7.8 สานักงานสิ่งแวดล้อมจังหวัดหรือสานักงานส่ิงแวดล้อม
ภาคว่าจะขัดข้องทางดา้ นส่งิ แวดลอ้ มหรอื ไม่ ควรอนุญาตหรือไม่
ค่มู อื การอนุมัติ อนุญาต ขอใชพ้ ื้นที่จากส่วนราชการ (ฉบับปรับปรุง ปี พ.ศ. 2565) 7
4.2.7.9 สานักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดว่าขัดข้ องทาง
ดา้ นผังเมอื งหรอื ไม่
4.2.7.10 สานักงานการปฏริ ูปท่ีดินจังหวัดว่าอยู่ในเขตพระราชกฤษฎีกา
กาหนดเป็นเขตปฏิรูปท่ีดินหรือไม่ หากอยู่จะต้องได้รับแจ้งว่าไม่ประสงค์จะใช้เพ่ื อการปฏิรูป
ท่ดี ินตลอดไปก่อน
4.2.7.11 อาเภอ/จังหวัด มีความเห็นเป็นประการใด ควรอนุญาตหรือไม่
4.2.7.12 ห น่ ว ย ร า ช ก า ร อื่ น ๆ ที่ เ ก่ี ย ว ข้ อ ง แ ล้ ว แ ต่ เ ห็ น ส ม ค ว ร
เชน่ แขวงการทาง เปน็ ต้น
4.2.8 น า เ ข้ า ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ป ร ะ จ า จั ง ห วั ด พิ จ า ร ณ า ต า ม ร ะ เ บี ย บ
กระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการเกี่ยวกับการอนุญาตตามมาตรา 9
แหง่ ประมวลกฎหมายทีด่ ิน พ.ศ. 2543 ข้อ 8, 9
4.2.9 เสนอผู้ว่าราชการจังหวัดออกใบอนุญาตแล้วแจง้ หน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง
ถ้าเป็นท่ีดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินท่ีราษฎรใช้ประโยชน์ร่วมกัน ให้ส่งเร่ืองให้
กรมท่ดี ินเพ่ือเสนอรฐั มนตรีพิจารณาอนุมตั ิ กอ่ นออกใบอนญุ าต
8 คู่มอื การอนุมตั ิ อนุญาต ขอใช้พื้นทีจ่ ากส่วนราชการ (ฉบับปรับปรุง ปี พ.ศ. 2565)
4.3 หลกั เกณฑ์ผขู้ อ
ผู้ขอมีสถานะเป็นทบวงการเมือง พร้อมแสดงเหตุผลความจาเป็นเร่งด่วน
ในการดาเนินการ และเหตผุ ลความจาเป็นในการใชป้ ระโยชนใ์ นทด่ี นิ เกนิ 10 ไร่
4.4 การออกใบอนุญาต
4.4.1 ออกใบอนญุ าตได้คราวละไมเ่ กิน 5 ปี
4.4.2 แบบใบอนุญาต ท.ด. 69 ให้กาหนดเง่ือนไขไว้ด้วยว่า ผู้ขอจะต้องให้
ความร่วมมือในการดาเนินการถอนสภาพ หรือจัดข้ึนทะเบียนท่ีดิน โดยใช้งบประมาณตนเอง
ให้แล้วเสร็จก่อนครบกาหนดเวลาท่ีอนุญาต โดยเสียค่าตอบแทนให้แก่รัฐ ตามนัยมาตรา 7/1
แหง่ ประมวลกฎหมายทีด่ ิน
4.4.3 ถ้าไม่ ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กา หนด หรือมีผล กระทบสิ่งแว ดล้อ ม
หรอื เกิดอันตราย ความเสียหาย อย่างร้ายแรง ให้เพิกถอนใบอนุญาตได้
4.5 การกาหนดคา่ ตอบแทน
ผู้ ข อ ต้ อ ง เ สี ย ค่ า ต อ บ แ ท น เ ป็ น ร า ย ปี ใ ห้ แ ก่ อ ง ค์ ก ร ป ก ค ร อ ง ส่ ว น ท้ อ ง ถิ่ น
ตามมาตรา 9/1 แห่งประมวลกฎหมายท่ีดิน แต่ไม่เกินไร่ละ 1,000 บาทต่อปี ตามบัญชี
ท้ายประมวลกฎหมายที่ดนิ
5. แบบฟอร์มคาขออนญุ าต
การขออนุญ าตใช้ประโยชน์ในท่ีดิน ของ รัฐเป็นการชั่วคราวตามมาต รา 9
แหง่ ประมวลกฎหมายที่ดินยน่ื คาขอตามแบบ ท.ด. 64
6. เอกสารหลกั ฐาน
แผนงาน/โครงการ เหตุผลความจาเป็น วัตถุประสงค์ วิธีการดาเนินการ
งบประมาณ แผนที่สังเขป สาเนาแผนท่ีภูมิประเทศ มาตราส่วน 1 : 50,000 แสดงท่ีตั้งค่า
พิ กดั
ขอ้ สงั เกต
ท บ ว ง ก า ร เ มื อ ง ผู้ ข อ ส า ม า ร ถ ยื่ น ค ว า ม ป ร ะ ส ง ค์ ข อ ใ ช้ แ ล ะ ข อ ถ อ น ส ภ า พ ห รื อ
จัดข้ึนทะเบียนที่ดินไปในคราวเดียวกัน โดยในการขอความเห็นราษฎรในพ้ื นที่/ราษฎรที่เคยใช้ประโยชน์
ร่ ว ม กั น อ ง ค์ ก ร ป ก ค ร อ ง ส่ ว น ท้ อ ง ถิ่ น อ า เ ภ อ จั ง ห วั ด แ ล ะ ห น่ ว ย ง า น ร า ช ก า ร อื่ น ๆ
ที่เก่ี ยวข้ อง ควรให้ ความเห็ นพร้ อมไปในคราวเดี ยวกั น ว่ าไม่ ขั ดข้ อง เห็ นควรอนุ ญาตในการขอใช้
แ ล ะ ถ อ น ส ภ า พ ห รื อ จั ด ขึ้ น ท ะ เ บี ย น ( แ ล้ ว แ ต่ ก ร ณี ) ที่ ส า ธ า ร ณ ป ร ะ โ ย ช น์ ( ชื่ อ ท่ี ส า ธ า ร ณ ะ )
ทัง้ แปลง/บางสว่ น เนื้อท่ี เ พื่ อ ใ ห้ ( ชื่ อ ห น่ ว ย ง า น ) ใ ช้ เ ป็ น ป ร ะ โ ย ช น์
( ต า ม วั ต ถุ ป ร ะ ส ง ค์ ข อ ง ห น่ ว ย ง า น ) เ พื่ อ จ ะ ไ ด้ ใ ช้ ป ร ะ ก อ บ ก า ร พิ จ า ร ณ า ก า ร ข อ ใ ช้ แ ล ะ
ขอถอนสภาพหรือจดั ข้นึ ทะเบียนที่ดนิ ตอ่ ไป โดยไม่ตอ้ งกลบั ไปขอความเห็นใหมอ่ กี คร้ัง
คมู่ ือการอนุมัติ อนุญาต ขอใช้พื้นทีจ่ ากส่วนราชการ (ฉบับปรับปรุง ปี พ.ศ. 2565) 9
2.
ที่ ร า ช พั ส ดุ
ก ร ม ธ น า รั ก ษ์
ที่ราชพั สดุ
กรมธนารกั ษ์
ตามเจตนารมณ์ของกฎหมายว่าด้วยที่ราชพั สดุ ได้มีจุดหมายให้ท่ีราชพั สดุมีไว้หรือ
สงวนไว้เพื่ อใช้ประโยชน์ในทางราชการ ดงั นั้น ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน จึง
สามารถขอใช้ที่ราชพั สดุเพ่ื อประโยชน์ในทางราชการได้ตามความจาเป็นและสมควร โดยเมื่อ
ครอบครองหรือใช้ประโยชน์ในที่ราชพั สดุแล้วจะต้องมีหน้าท่ีในการปกครอง ดูแล บารุงรักษา
และใช้ที่ราชพั สดุให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ และมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับท่ีราชพั สดุ
ท่ีเกี่ยวข้อง จึงได้จัดทาคู่มือการใช้ท่ีราชพั สดุน้ีขึ้น เพ่ื อเป็นการเผยแพร่ความรู้และสร้าง
ความเข้าใจเก่ียวกับหลักเกณฑ์การใช้ที่ราชพั สดุให้กับส่วนราชการผู้ใช้ท่ีราชพั สดุได้ทราบ
เพื่ อใช้เป็นแนวทางให้กับผู้ใช้ที่ราชพั สดุในการดาเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย ที่ราชพั สดุ
โดยเฉพาะอย่างย่ิงเพ่ื อให้ส่วนราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ ตระหนักว่าท่ีราชพั สดุน้ัน
มีจ ากัด ค วรดูแ ลรักษาแล ะหว งแ หน ไว้แ ละเป็นท รัพย์สิน ของส่ว นรวม ของประเ ท ศ
ไมใ่ ชส่ ว่ นราชการใดสว่ นราชการหนึ่งเปน็ การเฉพาะเพ่ือให้เกดิ ประโยชน์ต่อทางราชการตอ่ ไป
1. นยิ ามของผ้มู สี ิทธิขอใช/้ ผใู้ ชท้ ่รี าชพั สดุ
ตามกฎกระทรวงการใช้ท่ีราชพั สดุ พ.ศ. 2563 ได้กาหนดคานิยามของผู้มีสิทธิ
ขอใช้และผู้ใชท้ ่รี าชพั สดไุ วด้ ังน้ี
1.1 “ผู้ขอ ใช้ท่ีราชพั สดุ” หมายความว่า ส่วนราชการหรือองค์กรปกครอ ง
สว่ นท้องถ่ินทข่ี อใชท้ รี่ าชพัสดุ
1.2 “ผู้ใชท้ ่ีราชพั สดุ” หมายความวา่ สว่ นราชการหรือองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ินที่
เป็นผใู้ ช้ ปกครอง ดูแล และบารงุ รักษาที่ราชพัสดุ
หมายเหตุ
“ส่วนราชการ” “องค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ ” ตามกฎหมายเก่ียวกับทีร่ าชพัสดุ หมายถงึ
1. ส่วนราชการ หมายถึง ส่วนราชการตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม
พ.ศ. 2545 และท่ีแก้ไขเพิ่ มเติม และหน่วยงานที่รับผิดชอบงานธุรการขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ
หรือศาลหรอื องคก์ รอัยการหรือรัฐสภา
2. องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ หมายถึง องคก์ ารบริหารส่วนจังหวดั เทศบาล องค์การบริหารส่วนตาบล
กรงุ เทพมหานคร เมืองพัทยา และองค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่นอื่นท่ีมกี ฎหมายจัดตั้ง
คมู่ ือการอนุมัติ อนุญาต ขอใช้พื้นท่ีจากส่วนราชการ (ฉบับปรับปรงุ ปี พ.ศ. 2565) 13
2. กฎหมายทีเ่ ก่ียวขอ้ ง
2.1 พระราชบัญญัตทิ ี่ราชพัสดุ พ.ศ. 2562
2.2 กฎกระทรวงการใช้ท่รี าชพัสดุ พ.ศ. 2563
กฎหมายท่ีเกยี่ วข้อง
3. หลกั เกณฑก์ ารพิ จารณาอนุญาตให้ใชท้ ่รี าชพั สดุ
หลักเกณฑ์การพิ จารณาอนุญาตให้ใช้ท่ีราชพั สดุในเขตกรุงเทพมหานครเป็นอานาจ
ของอธิบดี ส่วนในจังหวัดอ่ืนนอกเหนือจากกรุงเทพมหานครเฉพาะการขอใช้ท่ีราชพั สดุ
ตามกฎกระทรวงการใช้ที่ราชพั สดุ พ.ศ. 2563 ข้อ 7 (1) และ ข้อ 7 (2) เป็นอานาจของ
ผวู้ า่ ราชการจงั หวัดในการพิจารณาอนุญาต
4. การยื่นหนังสือแสดงความประสงค์ขอใช้ที่ราชพั สดุ ให้ผู้ขอใช้ท่ีราชพัสดุ
ยื่น ณ สถานที่ดังต่อไปนี้
4.1 ท่ีราชพั สดตุ ง้ั อย่ใู นกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นตอ่ กรมธนารกั ษ์
4.2 ท่ีราชพั สดุตั้งอยู่ในจังหวัดนอกจากกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นต่อสานักงาน
ธนารักษ์พื้ นที่ซึ่งทีร่ าชพั สดุตง้ั อยู่
5. หลักเกณฑก์ ารขอใชท้ ่ีราชพั สดุ และมาตรฐานการใช้ท่รี าชพั สดุ
5.1 การขอใช้ทรี่ าชพัสดุ
ในการขอใช้ท่ีราชพั สดุ ให้ผู้ขอใช้ที่ราชพั สดุซึ่งประสงค์จะขอใช้ที่ราชพั สดุ
เพ่ื อประโยชน์ในทางราชการในการปฏิบัติตามหน้าท่ีและอานาจย่ืนหนังสือแสดงความประสงค์
ขอใช้ท่ีราชพั สดุ โดยแจ้งวัตถุประสงคใ์ นการขอใช้ทีร่ าชพั สดุ พรอ้ มด้วยเอกสารหรือหลักฐาน
ท่ีเก่ียวข้อง โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กรณี คือ กรณีท่ี 1 ท่ีราชพั สดุที่ขอใช้เป็นที่ว่าง
แ ล ะ ไ ม่ อ ยู่ ใ น ค ว า ม ค ร อ บ ค ร อ ง ข อ ง ห น่ ว ยง า น ใ ด แ ล ะ ก ร ณี ท่ี 2 ท่ี ร า ช พั ส ดุ ที่ อ ยู่ ใ น
ความครอบครองของส่วนราชการ ซึ่งกรมธนารักษ์ได้กาหนดแนวทางในการดาเนินการไว้
ดังน้ี
5.1.1 กรณีที่ราชพั สดุเป็นที่ว่างและไมอ่ ยูใ่ นความครอบครองของหนว่ ยงานใดให้
ยืน่ คาขอใชต้ อ่ กรมธนารกั ษ์ หรอื สานกั งานธนารักษ์พื้ นท่ี
5.1.2 กรณีเปน็ ที่ราชพั สดทุ ีอ่ ย่ใู นความครอบครองของสว่ นราชการผู้ขอใช้ทรี่ าช
พั สดุจะต้องทาความตกลงกับส่วนราชการท่ีครอบครองอยู่ก่อน เม่ือได้รับความยินยอมแล้ว
จงึ จะย่นื คาขอใชต้ อ่ กรมธนารกั ษ์หรอื สานกั งานธนารกั ษ์พ้ืนที่
5.2 หลกั เกณฑแ์ ละขั้นตอนการขอใชท้ ่ีราชพัสดุ
14 ค่มู อื การอนุมัติ อนุญาต ขอใช้พ้ืนที่จากส่วนราชการ (ฉบับปรับปรงุ ปี พ.ศ. 2565)
5.2.1 หลกั ฐานประกอบการขอใช้ท่ีราชพัสดุ
ผู้ขอใช้ท่ีราชพั สดุซึ่งประสงค์จะขอใช้ที่ราชพั สดุเพ่ื อประโยชน์ในทาง
ราชการในการปฏิบัติตามหน้าที่และอานาจย่ืนหนังสือแสดงความประสงค์ขอใช้ท่ีราชพั สดุ
พร้อมดว้ ยเอกสารหรือหลักฐานทเี่ กีย่ วขอ้ ง ซ่งึ อย่างน้อยตอ้ งประกอบดว้ ยขอ้ มลู ดงั ต่อไปนี้
1) แบบขอใช้ท่ีราชพั สดุ (แบบ ทบ.4) โดยกรอกรายละเอียดต่างๆ
ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ และลงนามโดยหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง ทบวง กรม
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรอื ผู้ที่ได้รบั มอบอานาจจากหวั หนา้ ส่วนราชการดังกลา่ ว
2) รายละเอียดเกย่ี วกบั โครงการท่จี ะขอใช้ทีร่ าชพั สดุ
3) คาขอตั้งงบประมาณหรือเอกสารการได้รับอนุมัติงบประมาณ
ของโครงการที่จะขอใช้ทร่ี าชพัสดุ
4) แผนทีแ่ สดงรายละเอียด
(1) ที่ต้ังและพิ กัดของท่ีราชพั สดุ โดยแสดงสถานท่ีสาคัญ เช่น
ศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออาเภอ ศาสนสถาน โบราณสถาน หรือสถานศึกษา ในระยะ
สบิ กิโลเมตรจากทีต่ ง้ั ของทีร่ าชพัสดุ
(2) การใช้ประโยชน์ในที่ดินที่เป็นท่ีราชพั สดุในปัจจุบันทั้งแปลง
และแสดงการใชป้ ระโยชนใ์ นท่ีดินบริเวณข้างเคยี ง
5) แผนผังแสดงการใช้ประโยชน์ในท่ีดินเฉพาะบริเวณที่ขอใช้ท่ีราชพั สดุ
โดยแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับอาคารและส่ิงปลูกสร้างท่ีจะปลูกสร้าง ซ่ึงมีมาตราส่วน
ท่ีถูกตอ้ งตามหลักวชิ าการและรบั รองโดยสถาปนกิ วิศวกร นายช่างโยธา หรอื นายช่างสารวจ
6) เอกสารหรือหลักฐานอ่ืนตามทีอ่ ธบิ ดีกาหนด
ในกรณีท่ีราชพั สดุอยู่ในพ้ื นที่เดียวกันกับพื้ นท่ีที่ส่วนราชการหรือ
หน่วยงานของรัฐแห่งอื่นมีหน้าท่ีและอานาจดูแลรับผิดชอบ ให้ผู้ขอใช้ที่ราชพั สดุยื่นหนังสือ
แสดงความเหน็ ของสว่ นราชการหรอื หนว่ ยงานของรฐั ดงั กลา่ วเพื่อประกอบการพิจารณาดว้ ย
5.2.2 กรณีส่วนราชการ และองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ ขอใชท้ รี่ าชพั สดุ
ส่วนราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ขอใชท้ ่ีราชพั สดุจะขอใช้
ท่ีราชพั สดุได้เฉพาะเพื่ อประโยชน์ในทางราชการในการปฏิบัติตามหน้าที่และอานาจเท่าน้ัน
โดยในการขอใช้จะต้องแจ้งเหตุผลความจาเป็นในการขอใช้ที่ราชพั สดุนั้นให้ชัดเจน และจะต้อง
ยื่นคาขอใช้ตอ่ กรมธนารักษ์ ดังน้ี
1) กรณีที่ราชพั สดตุ ้ังอย่ใู นกรงุ เทพมหานคร
ให้ย่ืนคาขอใช้ที่ราชพั สดุต่อกรมธนารักษ์ โดยแนบเอกสารหลักฐาน
ประกอบคาขอใชต้ ามขอ้ 5.2.1 ใหค้ รบถว้ น และมขี ้นั ตอนการดาเนนิ การ ดงั นี้
คูม่ ือการอนุมัติ อนุญาต ขอใช้พ้ืนที่จากส่วนราชการ (ฉบับปรับปรงุ ปี พ.ศ. 2565) 15
2) ก ร ณี ท่ี ร า ช พั ส ดุ ต้ั ง อ ยู่ ใ น จั ง ห วัด อื่ น ใ ห้ ย่ื น ค า ข อ ใ ช้ ที่ ร า ช พั ส ดุ
ตอ่ สานักงานธนารกั ษพ์ ้ืนที่ โดยแบง่ เปน็ 2 กรณคี ือ
(1) การขอใช้ที่ราชพั สดุเป็นการช่ัวคราวในกรณีท่ีมีความจาเป็นและ
เร่งด่วนเพ่ื อประโยชน์ในการป้องกันหรือบรรเทาสาธารณภัย และการขอใช้ที่ราชพั สดุ
เพื่ อก่อสร้างอาคารท่ีทาการบ้านพั ก กิจการสาธารณูปการ หรือกิจการสาธารณูปโภค ซ่ึงมี
เนื้อท่ีที่ใช้ในการก่อสร้างและเน้ือท่ีท่ีขอใช้ทั้งหมดตามที่อธิบดีกาหนด ให้ยื่นคาขอใช้
ต่อสานักงานธนารักษ์พื้ นท่ี พร้อมแนบเอกสารประกอบคาขอตามข้อ 5.2.1 ให้ครบถ้วน
โดยสานักงานธนารักษ์พ้ื นที่จะรวบรวมเอกสารหลักฐานนาเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดพิ จารณา
อนญุ าต และมขี ้นั ตอนการดาเนนิ การ ดงั น้ี
16 คู่มอื การอนุมัติ อนุญาต ขอใชพ้ ื้นที่จากส่วนราชการ (ฉบับปรับปรงุ ปี พ.ศ. 2565)
(2) กรณีการขอใช้ท่ีราชพั สดุท่ีมีเน้ือท่ีท่ีใช้ในการก่อสร้างและเน้ือที่
ท่ีขอ ใช้ ทั้ ง หม ด ไม่เ ป็นไปต าม ที่อธิบดีกาหนด ผู้ขอ ใช้ท่ีราชพั สดุจ ะต้อ ง ยื่น ค าขอ ใช้
ต่อสานักงานธนารักษ์พ้ื นที่ โดยแนบเอกสารหลักฐานประกอบคาขอตามข้อ 5.2.1 ให้ครบถ้วน
และสานั กงานธนารักษ์พ้ื นท่ีจะรวบรวมเอกสารหลักฐานนาเสนอผู้ว่าราชการจังหวั ด
ใหค้ วามยินยอมแลว้ สง่ เรื่องใหก้ รมธนารักษ์พิจารณาอนญุ าต โดยมีขัน้ ตอนการดาเนินการ ดงั น้ี
คูม่ ือการอนุมตั ิ อนุญาต ขอใชพ้ ื้นทีจ่ ากส่วนราชการ (ฉบับปรับปรงุ ปี พ.ศ. 2565) 17
5.2.3 กรณีผู้ใช้ที่ราชพัสดุเปล่ยี นแปลงวตั ถปุ ระสงค์การใชท้ รี่ าชพัสดุ
กระบวนงานน้ีไม่รวมถึงการขอเปลี่ยนแปลงจากการใช้ในราชการมาเป็น
การจัดหาประโยชน์ ซ่ึงการดาเนินการในลักษณะเช่นนี้ต้องส่งคืนหรือยินยอมในการนา
ทร่ี าชพั สดุในความครอบครองมาจัดให้เชา่ โดยต้องแจง้ ใหก้ รมธนารกั ษ์เป็นผดู้ าเนินการ
ตามกฎกระทรวงการใช้ที่ราชพั สดุ พ.ศ. 2563 ข้อ 11 วรรคสอง กาหนดไว้ว่า
เมื่อผู้ใช้ท่ีราชพั สดุเปล่ียนแปลงวัตถุประสงค์การใช้ที่ราชพั สดุ ให้แจ้งและขอทาความตกลง
กับกรมธนารักษ์ใหม่ ให้นาความ ในข้อ 3 ข้อ 4 ข้อ 5 และข้อ 7 มาใช้บังคับแก่การขอทา
ความตกลงเพ่ื อเปล่ียนแปลงวัตถุประสงค์การใช้ที่ราชพั สดุตามวรรคสองด้วยโดยอนุโลม
โดยมีขนั้ ตอนดาเนนิ การ ดังนี้
18 คู่มอื การอนุมัติ อนุญาต ขอใชพ้ ้ืนท่ีจากส่วนราชการ (ฉบับปรับปรุง ปี พ.ศ. 2565)
5.3 เกณฑม์ าตรฐานการใช้ท่ีราชพัสดุ
กรมธนารักษ์ได้กาหนดหลักเกณฑ์การพิ จารณาอนุญาตให้ส่วนราชการ
องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ซ่ึงขอใช้ท่ีราชพั สดุนั้นตามที่จาเป็นและสมควร เพื่ อประโยชน์
ในทางราชการใหเ้ ปน็ มาตรฐานเดยี วกนั ดงั น้ี
5.3.1 การขอใช้ที่ราชพัสดเุ พื่อกอ่ สรา้ งที่ทาการ
หมายถึง สถานท่ีทางาน เช่น อาคารที่ทาการ ห้องสมุดประชาชน
ศนู ย์การเรียนรู้ ศนู ยพ์ ัฒนาเด็กเล็ก ศนู ยป์ อ้ งกันและบรรเทาสาธารณภยั เป็นตน้
เกณฑม์ าตรฐานการใชท้ ร่ี าชพั สดุ
การขอใช้ทดี่ นิ ราชพัสดุ การขอใชอ้ าคารราชพัสดุ
เน้ือท่ีไม่เกิน 1 ไร่ เน้ือที่ไมเ่ กนิ 10 ตารางเมตรต่อคน
*** ในกรณีขอใช้เกินมาตรฐานหรือมิได้กาหนดมาตรฐานไว้ ให้ผู้ขอใช้
ที่ราชพั สดุช้ีแจงเหตุผลความจาเป็น พร้อมกับจัดทาแผนผังแสดงโครงการที่จะใช้ประโยชน์
ส่งใหก้ รมธนารักษ์เพ่ื อประกอบการพิจารณาเปน็ ราย ๆ ไป ***
คูม่ ือการอนุมตั ิ อนุญาต ขอใช้พื้นที่จากส่วนราชการ (ฉบับปรับปรงุ ปี พ.ศ. 2565) 19
5.3.2 การขอใชท้ ่ีราชพัสดุเพ่ือก่อสรา้ งท่ีพักขา้ ราชการ
หมายถึง สถานที่ทางาน เช่น อาคารที่ทาการ ห้องสมุดประชาชน
ศนู ยก์ ารเรียนรู้ ศูนยพ์ ัฒนาเด็กเล็ก ศนู ย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั เปน็ ต้น
เน้ือทที่ ่ีขอใชท้ ้งั หมด (ไมเ่ กนิ )
อาคารชุด อาคารชุด
ประเภท/ระดับตาแหนง่ บ้านเดย่ี ว บ้านแฝด พักอาศัย 3 ชน้ั พักอาศัย 3 ชั้น
(ตรว.)
(ตรว.) ไมเ่ กิน 15 ยนู ติ ไมเ่ กนิ 30 ยนู ิต
(ตรว.) (ตรว.)
1. จวนผวู้ ่าราชการจงั หวดั 400 - - -
2. ประเภทบรหิ าร 80 - - -
65
- ระดบั ตน้ และ - 250 450
ระดบั สงู 55 - 250 450
ประเภทวิชาการ 45 65 200 400
-
- ระดับทรงคณุ วฒุ ิ
3. ประเภทอานวยการ
- ระดับตน้ และ
ระดับสูง
ประเภทวิชาการ
- ระดับเชย่ี วชาญ
ประเภททวั่ ไป
- ระดับทักษะพิเศษ
4. ประเภทวชิ าการ
- ร ะ ดั บ ช า น า ญ ก า ร
พิ เศษ
ประเภททัว่ ไป
- ระดบั อาวโุ ส
5. ประเภทวชิ าการ
- ระดับชานาญการ
ประเภททั่วไป
- ระดับชานาญงาน
4. ประเภทวิชาการ
- ระดบั ปฏบิ ัติการ
ประเภททัว่ ไป
- ระดบั ปฏบิ ัตงิ าน
20 คู่มือการอนุมัติ อนุญาต ขอใช้พื้นที่จากส่วนราชการ (ฉบับปรับปรงุ ปี พ.ศ. 2565)
เน้ือท่ีท่ีใช้ในการปลูกสร้างให้รวมพ้ื นท่ีสัญจรและระยะเว้นว่างตามท่ี
กฎหมายกาหนด โดยมีพ้ื นท่ีใช้สอยของอาคารส่ิงปลูกสร้างตามบัญชีราคามาตรฐาน
ส่งิ ก่อสร้างของสานักงบประมาณทีป่ ระกาศใช้ลา่ สุด ณ ช่วงเวลาท่ขี อใช้
*** ใน กรณีท่ีขอใช้ที่ดิน ราชพั สดุเพื่ อก่อ สร้างบ้านพั กข้าราชกา ร
ในลักษณะรูปแบบอื่นที่ไม่ได้กาหนดมาตรฐานไว้หรือขอใช้เกินมาตรฐานกาหนด ให้ผู้ขอใช้
ที่ราชพั สดรุ วบรวมเอกสารหลักฐานส่งใหก้ รมธนารักษ์พิจารณาความเหมาะสมเปน็ กรณไี ป ***
5.3.3 การขอใชท้ ่ีราชพัสดเุ พ่ือก่อสรา้ งกิจการสาธารณปู โภค
กจิ การสาธารณูปโภค ลกั ษณะการดาเนนิ การ
1. ถนน - การขยายความกว้างหรือความยาว การปรับปรงุ ซ่อมแซม
ถนนทม่ี อี ยเู่ ดมิ ในทร่ี าชพัสดุ หรอื ถนนในเขตคนั คลอง
ชลประทาน
- การตดั ถนนใหมใ่ นท่รี าชพัสดุ เชื่อมระหว่างถนนสาธารณะ
กบั ถนนสาธารณะ
- การตัดถนนใหมใ่ นท่รี าชพัสดุ เช่อื มระหวา่ งทางหรือถนน
ภายในทร่ี าชพัสดทุ ่มี ีอยู่เดมิ
2. ไฟฟา้ ประปา โทรศัพท์ - การปกั เสา พาดสายไฟฟา้ หรอื ปรับปรุง ซ่อมแซมเสา
การระบายนา้ หรือสายไฟฟา้
การส่อื สาร
สถานีสบู นา้ - การวางหรือปรบั ปรุง ซ่อมแซมทอ่ ประปา ทอ่ ระบายนา้
เขอ่ื นปอ้ งกนั ตล่ิง - การวางหรอื ปรับปรุง ซอ่ มแซมสายโทรศพั ท์ หรือสายส่ง
เขือ่ นปอ้ งกนั น้าท่วม
กาแพงกนั ดนิ ระบบการสอ่ื สาร
- การก่อสรา้ ง หรอื ปรับปรงุ ซอ่ มแซมสถานสี บู น้า
- การก่อสรา้ ง หรอื ปรบั ปรงุ ซ่อมแซมเขื่อนป้องกนั ตลง่ิ /
การก่อสร้างเข่ือนป้องกนั น้าท่วม/การกอ่ สรา้ งกาแพง
กันดิน
3. ระบบโครงข่ายคมนาคม - การก่อสรา้ งสะพาน ทางเช่อื มระหวา่ งถนนสาธารณะ
ทใี่ ช้ในการสัญจรไปมา ทางยกระดับหรือทางลอด หรืออโุ มงค์ขา้ มแยก
- การก่อสร้างสะพานคนขา้ ม
- การก่อสร้างสะพานทางเดนิ เท้า
- หรือลักษณะการดาเนนิ การจัดสร้างระบบโครงขา่ ย
การจราจรทีม่ ีลกั ษณะเดยี วกัน
อนึ่ง การขอใช้ที่ราชพั สดุเพ่ื อจัดสร้างระบบโครงข่ายคมนาคมท่ีใช้ใน
การสัญจรไปมาดงั กล่าว ต้องไมเ่ ป็นการเออื้ ประโยชน์ให้เอกชนรายใดรายหน่งึ โดยเฉพาะ
คู่มือการอนุมัติ อนุญาต ขอใชพ้ ื้นทีจ่ ากส่วนราชการ (ฉบับปรับปรุง ปี พ.ศ. 2565) 21
*** การให้ใช้ที่ราชพั สดุเพ่ื อกิจการดังกล่าวข้างต้น หากท่ีดินอยู่ใน
ความครอบครองของส่วนราชการอ่ืน หรือเป็นพ้ื นที่ที่จัดให้เช่า จะต้องได้รับความยินยอม
จากส่วนราชการผู้ครอบครองหรือผู้เช่าก่อนแล้วแต่กรณี และการดาเนินการจะต้องประสาน
และตรวจสอบ รวมท้ังปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับเก่ียวกับการก่อสร้างอาคาร
หรือสิ่งปลูกสร้างด้วย ในกรณีการขอใช้ท่ีราชพั สดุไม่เป็นไปตามมาตรฐานท่ีกาหนดขอให้
สานกั งานธนารักษ์พ้ืนที่พิจารณาใหค้ วามเหน็ ก่อนสง่ ใหก้ รมธนารักษพ์ ิจารณา ***
5.3.4 การขอใช้ที่ราชพัสดเุ พ่ือจดั สร้างสาธารณูปการ
ประเภท มาตรฐานการใช้
เน้อื ท่ีไมเ่ กนิ
1. สวนสาธารณะ 10 ไร่
2. สนามกฬี า ลานกฬี า 3 ไร่
3. การกอ่ สรา้ งศาลาที่พักรมิ ทาง ปอ้ มยาม ป้อมตารวจ
ให้ใชท้ ร่ี าชพัสดุจานวนเนอ้ื ที่
ศูนยบ์ รกิ าร ข้อมูลเพื่อการท่องเทย่ี ว หรือการ ตามความจาเป็น
ดาเนนิ การในลกั ษณะทานองเดียวกันในท่รี าชพัสดทุ ่อี ยู่
ในเขตทางหรอื เขตชลประทาน
4. การติดตง้ั ปา้ ยบอกทางหรือป้ายประชาสัมพันธข์ อง ให้ใช้ท่รี าชพัสดุจานวนเนอ้ื ที่
ทางราชการ ในทร่ี าชพัสดุท่อี ยู่ในเขตทางหรือเขต ตามความจาเป็น
ชลประทาน
*** การกาหนดเกณฑ์มาตรฐานการใช้ท่ีราชพั สดุ ตามข้อ 5.3 ข้างต้น
อาศัยอานาจตามกฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการปกครอง ดูแล บารุงรักษา
ใช้และจัดหาประโยชน์เก่ียวกับท่ีราชพั สดุ พ.ศ. 2545 ข้อ 14 วรรคสาม (2) ท่ีใช้บังคับอยู่ใน
วันก่อนวันท่ีกฎกระทรวงการใช้ท่ีราชพั สดุ พ.ศ. 2563 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 137
ตอ นท่ี 9 8 ก เ มื่อ วัน ท่ี 3 ธันว าค ม 256 3 ให้ใช้บัง คับได้ต่อไปเ ท่าที่ไม่ขัด หรือแ ย้ ง
กับกฎกระทรวงการใชท้ ่ีราชพัสดุ พ.ศ. 2563 จนกวา่ จะมีระเบียบทอี่ อกตามกฎกระทรวงน้ี ***
5.4 เงื่อนไขการใชท้ ่ีราชพัสดสุ าหรบั ผู้ใช้ท่รี าชพัสดุ
5.4.1 ต้องใช้ท่ีราชพั สดุตามวัตถุประสงค์ท่ีขอใช้ภายในระยะเวลา 3 ปี นับแต่
วนั ท่ที าความตกลงกับกรมธนารกั ษ์
5.4.2 ในกรณที ่ีมีการใช้ รื้อถอน หรือดัดแปลงทร่ี าชพั สดุ หรอื กระทาการใด ๆ
อันมีผลกระทบต่อสาระสาคัญหรือสถานะของที่ราชพั สดุ โดยยังเป็นการดาเนินการตาม
วัตถุประสงค์เดิมให้ผู้ใช้ท่ีราชพั สดุแจ้งกรมธนารักษ์ทราบเพื่ อแก้ไขรายการทะเบียน
ท่ีราชพั สดุใหถ้ ูกตอ้ ง
5. 4. 3 ผู้ใช้ท่ีราชพั สดุซ่ึงประสง ค์จ ะรื้อ ถอน หรือ ดัดแ ปลง อ าค ารหรื อ
สิ่งปลูกสร้างที่เป็นท่ีราชพั สดุท่ีอาจมีผลกระทบต่อคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม หรือ
สถา ปัตยกรรมท่ีควรอนุรักษ์ขอ งอาคารหรือส่ิง ปลูกสร้าง ตามบัญ ชีรายชื่ออาคา ร
22 คู่มอื การอนุมัติ อนุญาต ขอใช้พื้นที่จากส่วนราชการ (ฉบับปรับปรุง ปี พ.ศ. 2565)
2
หรือสิ่งปลูกสร้างที่อธิบดีกาหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการที่ราชพั สดุต้องได้รับ
ความยนิ ยอมจากกรมธนารักษห์ รอื สานักงานธนารกั ษ์พื้ นทีแ่ ลว้ แต่กรณีกอ่ น
5.4.4 ผู้ใช้ที่ราชพั สดุซึ่งประสงค์จะรื้อถอนหรือดัดแปลงอาคารหรือ
สิ่งปลูกสร้างท่ีเป็นท่ีราชพั สดุที่เป็นโบราณสถาน ให้ดาเนินการตามกฎหมายว่าด้วย
โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศลิ ปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
5.4.5 การจาหน่ายอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่ร้ือถอนการจาหน่ายวัสดุ
ท่ีร้ือถอน หรือการจาหน่ายต้นไม้ ดิน หรือวัสดุอื่น ๆ ท่ีได้จากท่ีราชพั สดุ ให้ผู้ใช้ที่ราชพั สดุ
ปฏิบัตใิ ห้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกาหนด ท้ังน้ี ถ้ามีเงินท่ีได้จากการจาหน่ายให้นาสง่ คลัง
เปน็ รายได้แผน่ ดินในนามของกรมธนารกั ษ์
5.4.6 ต้องดูแลและบารุงรักษาท่ีราชพั สดุให้คงอยู่ในสภาพท่ีเหมาะสม
แก่การใช้ประโยชน์อยู่เสมอ และระมัดระวังมิให้เกิดการบุกรุกหรือความเสียหายใด ๆ
แก่ท่ีราชพั สดุ และให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบสภาพที่ราชพัสดุได้ โดยเจา้ หน้าท่แี จ้งเป็นหนังสือ
ให้ผใู้ ช้ทีร่ าชพัสดทุ ราบล่วงหนา้ ไม่น้อยกว่าเจ็ดวนั
5.4.7 ต้องจัดทารายงานเกี่ยวกับการใช้ ปกครอง ดูแลและบารุงรักษา
ท่รี าชพั สดุ เสนอตอ่ กรมธนารักษ์ภายในเดอื นกนั ยายนของทุกปี
6. แบบฟอรม์ คาขออนุญาต
แบบขอใช้ที่ราชพั สดุ (แบบ ทบ.4) โดยกรอกรายละเอียดต่างๆ ให้ครบถ้วนสมบูรณ์
และลงนามโดยหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง ทบวง กรม องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
หรือผทู้ ี่ไดร้ ับมอบอานาจจากหัวหนา้ สว่ นราชการดงั กลา่ ว
7. เอกสารหลักฐานประกอบการขอใชท้ ี่ราชพั สดุ
7.1 รายละเอียดเก่ยี วกับโครงการทจี่ ะขอใช้ทร่ี าชพัสดุ
7.2 คาขอต้ังงบประมาณหรือเอกสารการได้รับอนุมัติงบประมาณของโครงการ
ทจ่ี ะขอใช้ทีร่ าชพั สดุ
7.3 แผนทแี่ สดงรายละเอยี ด
7.4 ท่ีต้ังและพิ กัดของที่ราชพั สดุ โดยแสดงสถานท่ีสาคัญ เช่น ศูนย์ราชการ
หลักของจังหวัดหรืออาเภอ ศาสนสถาน โบราณสถาน หรือสถานศึกษา ในระยะสิบกิโลเมตร
จากที่ตัง้ ของท่รี าชพั สดุ
7.5 การใช้ประโยชน์ในท่ีดินท่ีเป็นท่ีราชพั สดุในปัจ จุบันทั้งแปลง และแสด ง
การใชป้ ระโยชนใ์ นทด่ี ินบริเวณขา้ งเคยี ง
7.6 แผนผังแสดงการใช้ประโยชน์ในที่ดินเฉพาะบริเวณที่ขอใชท้ ี่ราชพัสดุ โดยแสดง
รายละเอียดเกี่ยวกับอาคารและส่ิงปลูกสร้างที่จะปลูกสร้าง ซึ่งมีมาตราส่วนท่ีถูกต้อง
ตามหลักวชิ าการและรบั รองโดยสถาปนิก วิศวกร นายช่างโยธา หรอื นายชา่ งสารวจ
7.7 เอกสารหรอื หลกั ฐานอน่ื ตามที่อธิบดีกาหนด
ค่มู ือการอนุมตั ิ อนุญาต ขอใชพ้ ้ืนท่จี ากส่วนราชการ (ฉบับปรับปรุง ปี พ.ศ. 2565) 23
3.
พื้ น ที่ ป ฏิ รู ป ที่ ดิ น
เ พื่ อ เ ก ษ ต ร ก ร ร ม
สำ นั ก ง า น
ป ฏิ รู ป ที่ ดิ น
เ พื่ อ เ ก ษ ต ร ก ร ร ม
พื้ นทป่ี ฏริ ปู ทด่ี ินเพ่ื อเกษตรกรรม
สำนกั งำนกำรปฏิรูปท่ดี ินเพ่ือเกษตรกรรม
“กำรปฏิรปู ท่ดี นิ เพ่ือเกษตรกรรม” ตำมพระรำชบัญญัติกำรปฏริ ปู ที่ดินเพ่ือเกษตรกรรม
พ.ศ. 2518 มำตรำ 4 หมำยควำมว่ำ กำรปรับปรุงเก่ียวกับสิทธิ และกำรถือครองในท่ีดิน
เพื่ อเกษตรกรรม รวมตลอดถึงกำรจัดท่ีอยู่อำศัยในท่ีดินเพ่ื อเกษตรกรรมน้ัน โดยรัฐนำท่ีดิน
ของรัฐ หรือที่ดินท่ีรัฐจัดซื้อหรือเวนคืนจำกเจ้ำของท่ีดิน ซ่ึงมิได้ทำประโยชน์ในท่ีดินน้ัน
ด้วยตนเอง หรือมีท่ีดินเกินสิทธิตำมพระรำชบัญญัติน้ี เพ่ื อจัดให้แก่เกษตรกรผู้ไม่มีท่ีดิน
ของตนเองหรือเกษตรกรที่มีท่ีดินเล็กน้อยไม่เพี ยงพอแก่กำรครองชีพและสถำบันเกษตรกร
ได้เช่ำซ้ือ เช่ำหรือเข้ำทำประโยชน์ โดยรัฐให้ควำมช่วยเหลือในกำรพั ฒนำอำชีพเกษตรกรรม
กำรปรบั ปรงุ ทรัพยำกรและปัจจัยกำรผลิต ตลอดจนกำรผลติ และกำรจำหนำ่ ยใหเ้ กิดผลดยี ่งิ ขึน้
โดยมีหน่วยงำนที่มีอำนำจหน้ำท่ีดำเนินกำรปฏิรูปท่ีดินเพ่ื อเกษตรกรรมตำมพระรำชบัญญัติ
นี้คอื สำนกั งำนกำรปฏริ ปู ที่ดินเพ่ือเกษตรกรรม (ส.ป.ก.)
ตำมพระรำชบัญญัติดังกล่ำว นอกจำกภำรกิจในกำรจดั ท่ีดินใหเ้ กษตรกรเพ่ื อใช้ใน
กำรประกอบอำชีพเกษตรกรรม ส.ป.ก. ยังมีภำรกิจหน้ำท่ีในกำรช่วยเหลือพั ฒนำปจั จัยต่ำง ๆ
ที่เก่ียวข้องกับกำรผลิตทำงกำรเกษตร และชีวิตควำมเป็นอยู่ของเกษตรกรในเขตปฏิรูปท่ีดิน
เพื่ อให้เกษตรกรได้ใช้ท่ีดินให้เกิดประโยชน์คุ้มค่ำสูงสุด แต่เนื่องจำกกำรพั ฒนำพ้ื นที่
โดยกำรก่อสร้ำงส่ิงสำธำรณูปโภคในเขตปฏิรูปท่ีดินต้องใช้งบประมำณและควำมรู้เฉพำะทำง
ในกำรดำเนินกำร ส.ป.ก. จึงไดอ้ อกระเบยี บคณะกรรมกำรปฏริ ูปทด่ี ินเพ่ือเกษตรกรรม ว่ำด้วย
กำรมอบหมำยให้เลขำธิกำรสำนักงำนกำรปฏิรูปท่ีดินเพ่ื อเกษตรกรรมพิ จำรณำอนุญำตกำรใช้
ท่ีดินเพื่ อกิจกำรสำธำรณูปโภค และกิจกำรอ่ืน ๆ ในเขตปฏิรูปท่ีดิน พ.ศ. 2536 เพ่ื อให้
ส่วนรำชกำร หน่วยงำนของรัฐ รฐั วิสำหกจิ และเอกชนท่ีดำเนนิ กำรโดยไม่หวังผลกำไรสำมำรถ
ขออนุญำตใช้ท่ีดินในเขตปฏิรูปท่ีดินเพ่ื อดำเนินกิจกำรสำธำรณูปโภคและกิจกำรอ่ืน ๆ ตำมท่ี
ระเบยี บฯ กำหนดไว้ ได้แก่
1. กำรใช้ทีด่ นิ เพ่ือกำรศึกษำให้ใช้ได้ดังต่อไปน้ี (ระเบยี บฯ ข้อ 6)
1.1 โรงเรยี นระดบั อนุบำล เนอ้ื ทีไ่ ม่เกนิ 12 ไร่
1.2 โรงเรียนระดบั ประถมศึกษำ เนอ้ื ทไี่ มเ่ กิน 25 ไร่
1.3 โรงเรยี นระดบั มัธยมศกึ ษำ เนอ้ื ทไ่ี ม่เกิน 50 ไร่
กรณีขอใช้ที่ดินสำหรับโรงเรียนท่ีมีกำรสอนหลำยระดับ ให้ใช้เน้ือท่ีสำหรับ
โรงเรียนในระดับท่ีสูงกว่ำ สถำนที่ต้ังจะต้องอยู่ไม่ห่ำงจำกชุมชนมำกเกินไปและอยู่ในสิ่งแวดล้อม
ที่เหมำะสม
2. กำรใชท้ ีด่ นิ เพ่ือกำรอนำมัย และสำธำรณสุข ให้ใชไ้ ดด้ งั ต่อไปน้ี (ระเบียบฯ ขอ้ 7)
2.1 สถำนบรกิ ำรสำธำรณสุขชุมชน เนือ้ ทไ่ี มเ่ กนิ 3 ไร่
2.2 สถำนอี นำมัย เนอ้ื ที่ไมเ่ กนิ 10 ไร่
2.3 โรงพยำบำล เน้อื ทีไ่ มเ่ กิน 20 ไร่
คมู่ อื กำรอนุมัติ อนุญำต ขอใช้พื้นที่จำกส่วนรำชกำร (ฉบับปรับปรงุ ปี พ.ศ. 2565) 27
3. กำรใช้ท่ีดินเพ่ื อกำรศำสนำ ให้ใช้ได้ตำมจำนวนเน้ือท่ีไม่เกิน 15 ไร่ สำหรับจัดต้ัง
ศำสนสถำนตำมประเพณีนยิ มแหง่ ทอ้ งถนิ่ (ระเบียบฯ ข้อ 8)
4. กำรใชท้ ี่ดินเพื่ อกิจกำรไฟฟำ้ ประปำ ใหใ้ ช้ไดต้ ำมจำนวนเนื้อทที่ ี่จำเป็นแก่กำรนั้น
(ระเบียบฯ ขอ้ 9)
5. กำรใช้ทดี่ ินเพ่ื อสร้ำงถนน ทำงลำเลียง ให้ใช้ได้ตำมจำนวนเนื้อที่ท่ีจำเป็นแก่กำรน้ัน
(ระเบียบฯ ข้อ 10)
6. กำรใช้ที่ดินเพื่ อกำรก่อสร้ำงหรือปรับปรุงแหลง่ น้ำเพ่ื อกำรประกอบเกษตรกรรม
เช่น ขุดคู คลอง สระน้ำ ฝำย อ่ำงเก็บน้ำ เป็นต้น ให้ใช้ได้ตำมจำนวนเนื้อที่ที่จำเป็นแก่กำรน้ัน
(ระเบยี บฯ ขอ้ 11)
7. กำรใชท้ ี่ดินเพื่อจดั สร้ำงสถำนที่รำชกำรและรัฐวสิ ำหกิจ ใหใ้ ชไ้ ด้ตำมจำนวนเน้อื ที่
ไม่เกนิ 5 ไร่ (ระเบยี บฯ ข้อ 12)
8. กำรใช้ท่ีดินเพื่ อส่งเสริมเกษตรกรรม ให้ใช้ได้ตำมจำนวนเน้ือที่ที่จำเป็น
และเหมำะสม (ระเบยี บฯ ข้อ 13)
9. กำรใช้ท่ีดินเพ่ื อสร้ำงท่ีทำกำรสหกรณ์หรือส่ิงก่อสร้ำงอ่ืนเพ่ื อประโยชน์ของ
สหกรณ์ เช่น ยุ้ง ฉำง โกดังหรือไซโล เพื่อเก็บรกั ษำผลิตผล ให้ใช้ได้ตำมจำนวนเนือ้ ทที่ ่ีจำเป็น
และเหมำะสม (ระเบยี บฯ ข้อ 14)
10. กำรใช้ท่ีดินเพ่ื อสร้ำงสถำนท่ีจัดเป็นนันทนำกำร ให้ใช้ได้ตำมจำนวนเนื้อที่
ตำมท่ีพิ จำรณำเหน็ สมควร (ระเบยี บฯ ขอ้ 15)
11. กำรใช้ที่ดินเพ่ื อจัดสร้ำงศำลำประจำหมู่บ้ำน ท่ีอ่ำนหนังสือประจำหมู่บ้ำน
หรอื ห้องสมุดให้ใชไ้ ดต้ ำมจำนวนเน้อื ที่รวมกนั ไม่เกิน 1 ไร่ (ระเบียบฯ ขอ้ 16)
12. กำรใชท้ ่ีดินเพื่ อกิจกำรอ่ืนนอกจำก ข้อ 1 ถึงข้อ 11 (ระเบยี บฯ ขอ้ 6 ถึงข้อ 16)
หรือกำรขอใช้ที่ดินเกินจำนวนท่ีกำหนดไว้ ให้เสนอคณะกรรมกำรปฏิรูปท่ีดินเพื่ อเกษตรกรรม
พิ จำรณำตำมควำมจำเปน็ เพื่อกจิ กำรน้นั (ระเบียบฯ ข้อ 17)
โดยกระบวนกำรและข้ันตอนกำรขอและกำรพิ จำรณำอนุญำตให้ใช้ท่ีดินเพ่ื อกิจกำร
สำธำรณูปโภคและกิจกำรอื่น ๆ ในเขตปฏิรูปท่ีดิน รวมท้ังกฎหมำย คุณสมบัติผู้ยื่นคำขอ
ผมู้ ีอำนำจในกำรพิ จำรณำอนมุ ตั ิ/อนญุ ำต และสถำนที่ย่นื คำขอ สรปุ ไดด้ งั น้ี
1. กฎหมายทีเ่ กี่ยวข้อง
1.1 ระเบียบคณะกรรมกำรปฏิรูปท่ีดินเพื่ อเกษตรกรรม ว่ำด้วยกำรมอบหมำย
ให้เลขำธิกำรสำนักงำนกำรปฏิรูปทด่ี ินเพ่ือเกษตรกรรมพิจำรณำอนญุ ำตกำรใช้ที่ดนิ เพื่อกิจกำร
สำธำรณูปโภคและกจิ กำรอนื่ ๆ ในเขตปฏริ ปู ทด่ี นิ พ.ศ. 2536
1.2 คำส่ังสำนักงำนกำรปฏิรูปท่ีดินเพื่ อเกษตรกรรม ท่ี 855/2561 สั่ง ณ วันท่ี
13 กรกฎำคม 2561 เรื่อง กำรกำหนดแบบและข้ันตอนแนวทำงปฏิบัติในกำรพิ จำรณำ
คำขออนญุ ำตใช้ท่ดี ินเพื่ อกจิ กำรสำธำรณูปโภคและกิจกำรอน่ื ๆ
28 คูม่ อื กำรอนุมัติ อนุญำต ขอใช้พ้ืนท่จี ำกส่วนรำชกำร (ฉบับปรับปรุง ปี พ.ศ. 2565)
2
1.3 ประกำศคณะกรรมกำรปฏิรูปที่ดินเพื่ อเกษตรกรรม ณ วันท่ี 27 มิถุนำยน 2562
เร่ือง แนวทำงและข้ันตอนในกำรพิ จำรณำกำรขอใช้ที่ดินของวัดหรือสำนักสงฆ์ในเขตปฏิรูป
ทด่ี นิ กรณเี นอื้ ทเ่ี กินกวำ่ 15 ไร่
1. 4 ค ำ ส่ัง ส. ป. ก . ที่ 338/ 2 5 6 3 ส่ัง ณ วั น ท่ี 2 เ ม ษ ำยน 25 6 3 เ รื่อ ง
ก ำ ร ม อ บ อำนำจให้ ผู้ ว่ำรำชกำรจั งหวั ดเป็ นผู้ พิ จำรณำอนุ ญำตให้ใช้ ท่ี ดิ นเพื่ อกิ จกำร
สำธำรณูปโภคและกิจกำรอื่น ๆ ในเขตปฏิรูปท่ีดิน กรณีกำรขอใช้ท่ีดินเพื่ อก่อสร้ำงระบบประปำ
และขุดเจำะบอ่ บำดำล เนือ้ ท่ไี มเ่ กิน 2 งำน
1.5 คำสั่ง ส.ป.ก. ท่ี 467/2563 ส่ัง ณ วันท่ี 25 พฤษภำคม 2563 เรื่อง มอบอำนำจ
ให้ผู้ว่ำรำชกำรจังหวัดเป็นผู้พิ จำรณำเรียกเก็บหรือยกเว้นค่ำตอบแทนกำรใช้ประโยชน์ที่ดิน
กรณีกำรขอใช้ท่ีดินเพ่ื อก่อสร้ำงระบบประปำและขุดเจำะบ่อบำดำลในเขตปฏิรูปที่ดิน เนื้อที่
ไมเ่ กนิ 2 งำน
1.6 คำสั่ง ส.ป.ก. ที่ 200/2562 ส่ัง ณ วันท่ี 22 กุมภำพั นธ์ 2562 เรื่อง
กำรมอบอำนำจให้ผู้ว่ำรำชกำรจังหวัดเป็นผู้พิ จำรณำอนุญำตให้ใช้ที่ดินในเขตปฏิรูปท่ีดิน
ตำมบันทกึ ข้อตกลงรว่ มมอื ระหวำ่ ง 9 หน่วยงำน
1.7 หนังสือ ส.ป.ก. ที่ กษ 1204/ว 265 ลงวันที่ 22 กุมภำพั นธ์ 2562 เรื่อง
กำรกำหนดแบบแนวทำงข้ันตอนปฏบิ ตั ิตำมบนั ทกึ ขอ้ ตกลงควำมร่วมมือระหว่ำง 9 หนว่ ยงำน
ในเขตปฏริ ูปทด่ี นิ
1.8 มติคณะกรรมกำรปฏิรูปท่ีดินเพ่ื อเกษตรกรรม คร้ังที่ 1/2546 เม่ือวันที่
7 มกรำคม 2546 และคร้งั ท่ี 2/2547 เมื่อวันท่ี 9 กรกฎำคม 2547
กฎหมำยทเี่ กี่ยวข้อง
2. ผมู้ ีอานาจอนมุ ตั ิ
2.1 เลขำธิกำรสำนักงำนกำรปฏิรูปที่ดินเพ่ื อเกษตรกรรม (เลขำธิกำร ส.ป.ก.) หรือ
ผู้ซึ่งได้รับมอบอำนำจจำกเลขำธิกำร ส.ป.ก. โดยควำมเห็นชอบของคณะกรรมกำรปฏิรูปที่ดิน
จงั หวัด มีอำนำจพิ จำรณำอนุญำตให้ใชท้ ่ีดินเพื่อกิจกำรสำธำรณูปโภคและกิจกำรอื่น ๆ ในเขต
ปฏิรูปที่ดินได้ตำมท่ีระเบียบคณะกรรมกำรปฏิรูปท่ีดินเพ่ื อเกษตรกรรมว่ำด้วยกิจกำร
สำธำรณปู โภคฯ กำหนดไว้
2.2 คณะกรรมกำรปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) มีอำนำจพิจำรณำอนุญำต
ให้ใช้ที่ดินเพ่ื อกิจกำรสำธำรณูปโภคฯ กรณีใช้ที่ดินเกินจำนวนที่ระเบียบคณะกรรมกำรปฏิรูป
ที่ดินเพื่ อเกษตรกรรมว่ำด้วยกิจกำรสำธำรณูปโภคฯ กำหนด หรือกำรใช้ที่ดินเพื่ อกิจกำรอื่น
นอกจำกระเบียบดังกล่ำวขอ้ 6 ถึงข้อ 16 กำหนดไว้
คูม่ อื กำรอนุมตั ิ อนุญำต ขอใช้พ้ืนทีจ่ ำกส่วนรำชกำร (ฉบับปรับปรุง ปี พ.ศ. 2565) 29
2.3 คณะกรรมกำรปฏิรูปที่ดินจังหวัด (ส.ป.ก.จังหวัด) มีอำนำจพิ จำรณำให้
ควำมเห็นชอบก่อนนำเสนอผ้มู อี ำนำจพิจำรณำอนุญำต
3. คณุ สมบัตขิ องผูข้ ออนุญาต
ผู้ขออนุญำต หมำยถึง ส่วนรำชกำร รัฐวิสำหกิจ หน่วยงำนของรัฐ หรือเอกชน
ที่ดำเนินกำรโดยไม่หวังผลกำไร กรณีผู้ขออนุญำตท่ีมิได้มีฐำนะเป็นนิติบุคคลต้องได้รับ
มอบอำนำจจำกผู้มีอำนำจตำมกฎหมำยซ่ึงมีหน้ำที่ดูแลรับผดิ ชอบในกจิ กำรทขี่ ออนญุ ำต
สว่ นรำชกำร หมำยถึง กระทรวง ทบวง กรม หรอื ส่วนรำชกำรที่เรียกชื่ออย่ำงอ่ืน
และมีฐำนะเป็นกรม และให้หมำยควำมรวมถึงจังหวัดและกลุ่มจังหวัดตำมกฎหมำยว่ำด้วย
ระเบยี บบรหิ ำรรำชกำรแผน่ ดินด้วย
หน่วยงำนของรฐั หมำยควำมรวมถงึ
3.1 ส่วนรำชกำร/หน่วยงำนของรัฐ
3.2 รัฐวิสำหกิจ
3.3 องค์กำรมหำชน
3.4 หนว่ ยงำนของรฐั อื่น ๆ ตำมทีก่ ฎหมำยกำหนด
หมาขยเอ้ หตสุ งั เกต
หมายเหตุท1. รบัฐววงสิ ำกหำกริจเหมมื อำยงคผวู้ ขำมอรสวมำถมึงำ ร ถ ย่ื น ค ว ำ ม ป ร ะ ส ง ค์ ข อ ใ ช้ แ ล ะ ข อ ถ อ น ส ภ ำ พ ห รื อ
จัดข้ึนทะเบี1ย.1น1อ.ทรง่ีดฐั คินว์กไิสำปำรใหขนกอคจิงรรำหัฐวมบเำดำยลียคตววำกำมัมนกรฎโวดหมยมถใำึงนยกวำ่ ดรข้วอยคกวำรำจมัดเหต็น้ังรอำงษคฎ์กรำใรนขพอ้ื นงทรฐั่ี/บรำษลฎกรจิ ทก่ีเำครยขใอชง้ปรรฐั ะโยซึ่งชมนี์
รก่ วฎหมมกำั ยนจดั อตง้ังคข1์.ก1น้ึ รอหงปรคอืก์กหคำนรรว่ ขอยองงำรนฐัสธบ่ วุรำกนลจิ ตททำ้ อีร่มัฐงกบฎถำหิ่ ลนมเปำอยน็ วำเจ่ำเำ้ดภข้วอยงกจำั รงจหัดวตั ด้ังองแคล์กะำหรนข่อวงยรงัฐบำ ำนลรกำ ิจชกกำำรขรอองื่ นรัฐๆ
ทซี่เึ่งกมี่ ยีกวฎขห้ อมง1ำ.2ยคจบวดั รริษตใัหท้ง้หขค้ึนรวือำหบมรรเอื หิษห็ นัทนพมว่ หรย้ำองชมำนนไจปธำุรใกนกัดคจิ ทรำี่รสวัฐ่วเบนดำรีลยำเวชปกน็ ัำนเรจห้ำวขร่ ำอื ไมงรัฐ่ ขวั ดิสขำ้ อหงกิจเตห็ำนมคว1.ร1 อมนีทุ ญุนรำวตมในอยกู่ดำร้วขยอเกใชิน้
แร้อลยะลถะอหำ้นสสิบภ ำ 1พ.2 บหรริษื อัทจหั ดรือขบึ้ นรทษิ ะัทเมบหี ยำชนนจ(ำแกลัด้ วทแีส่ ต่วน่ กรรำชณกี ำ)รหทร่ี สอื ำรธัฐวำ ริสำณหกปิจรตะำโมย ช1.1นม์ ที( ชุนื่รอวทมี่ สอยา ู่ดธ ้วา รยณ ะ )
ทเ้ังกแินปรลอ้ งย/ลบะ1หำ.3งำ้ สสบิบว่ รนิษัทเนจ้อื ำกทัี่ดหรือบเริษพัื่ทอมใหหำช้ นจำกัดท(่ีสช่วื่ อนรหำนช่กวำยรแงลาะรนัฐว) ิสำหกิจตใ ชำม้ เ ป1.็ 1นหปรรือ ะ1โ.2ย หชรนือ์
(รตัฐวาสิ มำวหักตจิ ถตุ ปำมร1.ะ13.ส1บงแรลคิษะ์ ขทั 1จ.อ2ำงกหัดหรหอื นรท่ วือี่รยบฐั วรงิษสาทัำนหมก)หิจำตชเนำพมจ่ื ำอ1ก.จ2ัดะทมไ่ีสทดวุ่น้ ในรชวร้ ปำมชอรกยะำกู่ดรแว้ อลยบะเรกกัฐินำวรรสิ้อพำยหิลจกะหำิจรำ้ตสณำิบมำ1ก.1 ำหรรขอื อ1.ใ2ช้ แ ล ะ
ขหอรถอื อนรัฐสว2ภิส.ำเพำอหหกกรชจิ ือนตจทำัด่ีมดขำึ้น1เ.นท1 ินะแเกบลียะำรน1โ.ท2ดีด่ ยหินไรมตือ่หอ่ ทวไร่ี ปังัฐผวโดสิลยำกหไำมกไรต่ ิจ้อตหงำมมกำลย1บั.ค2ไวปมำขีทมอุนรควรววมำมถมอึงเหย็นู่ดใิต้วหยิบมเุคอ่กคีกินคลร้อรท้ังย่ีปลระหก้ำอสบบิ กิจกำรที่เป็น
กำรให้บริกำร2ก.ำเรอดก้ำชนนสทำี่ดธำำเนรณินกูปำโรภโดคยไหมร่หือวกังิจผกลำกรำอไร่ืนหๆมำทยี่เคกว่ียำวมขรว้อมงถกึงำรนปิตฏบิ ิรคุ ูปคทลี่ดทิน่ีปตระำกมอกบฎกหิจมกำำยรทว่ีเำปดน็ ้วย
กกำำรรปใฏหริ้บปู รทิกี่ดำรนิ ดเพ้ำน่ือสเกำธษำตรณรกปู รโรภมคโดหยรไมอื ก่หวจิ ังกผำรลอกนื่ ำไๆร ที่เกย่ี วขอ้ งกำรปฏิรปู ท่ดี ินตำมกฎหมำยว่ำดว้ ยกำร
ปฏริ ูปท่ีดินเพื่อเกษตรกรรมโดยไม่หวังผลกำไร
4. สถานทย่ี ื่นคาขออนุญาต
สำนักงำนกำรปฏิรูปท่ีดินจงั หวดั (สปก. จงั หวัด)
30 คู่มอื กำรอนุมัติ อนุญำต ขอใช้พื้นท่ีจำกส่วนรำชกำร (ฉบับปรับปรุง ปี พ.ศ. 2565)
5. ขัน้ ตอนขออนญุ าต
5.1 ผู้ท่ีประสงค์จะขออนุญำตใช้ที่ดินเพ่ื อกิจกำรสำธำรณูปโภคและกิจกำรอ่ืน ๆ
ในเขตปฏิรูปท่ดี ิน ซง่ึ มีคุณสมบตั ติ ำมท่รี ะเบยี บฯ กำหนด สำมำรถย่นื คำขอฯ ตำมแบบท่ี ส.ป.ก.
กำหนดพรอ้ มด้วยเอกสำรหรือหลักฐำนตำมท่รี ะบุในคำสั่ง ส.ป.ก. ณ ส.ป.ก.จงั หวัด ทท่ี ีด่ นิ ต้ังอยู่
5.2 ส.ป.ก.จังหวัด ตรวจสอบควำมถูกต้องครบถ้วนสมบูรณ์ของคำขอฯ เอกสำร
หลักฐำนประกอบคำขอฯ และคุณสมบัติของผู้ย่ืนคำขอฯ (หำกไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วนต้องแจ้ง
ให้ผู้ย่ืนคำขอฯ ดำเนินกำรแก้ไขให้ครบถ้วนถูกต้อง) และพิ จำรณำควำมเห็นขององค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่นเกย่ี วกับผลกระทบต่อสง่ิ แวดลอ้ มจำกกำรประกอบกจิ กำรทขี่ ออนุญำต
5.3 ส.ป.ก.จังหวัด จัดส่งเอกสำรหลักฐำนเพ่ื อให้หน่วยงำนท่ีเก่ียวข้องตรวจสอบ
ควำมถูกตอ้ ง ดงั น้ี
5.3.1 หลักฐำนพร้อมจัดทำแผนท่ีแปลงที่ดินให้สำนักจัดกำรแผนท่ีและสำรบบ
ทีด่ ินเพ่ือตรวจสอบควำมถูกต้องของแนวเขตปฏริ ปู ทีด่ ิน
5.3.2 สำเนำคำขออนุญำตและแผนท่ีแสดงตำแหน่งแปลงท่ีดินตำมคำขอฯ
มำตรำส่วน 1 : 50,000 ให้สำนักพั ฒนำพ้ื นที่ปฏิรูปท่ีดินตรวจสอบพ้ื นที่ท่ีขออนุญำตใช้ท่ีดิน
และพิ จำรณำว่ำกิจกำรที่ขออนุญำตใช้ที่ดินมีควำมเหมำะสมทำงด้ำนวิศวกรรมหรือเป็น
อุปสรรคต่อกำรดำเนินงำนด้ำนกำรปฏริ ปู ท่ดี นิ เพื่อเกษตรกรรมหรอื ไม่
5.4 ส.ป.ก.จังหวัด ตรวจสอบคำขอฯ และเอกสำรประกอบคำขอฯ พร้อมด้วย
ผลกำรตรวจสอบและพิ จำรณำจำกสำนักจัดกำรแผนท่ีและสำรบบที่ดิน และสำนักพั ฒนำพื้ นที่
ปฏิรูปที่ดินหำกเห็นว่ำเอกสำรถูกต้อง ครบถ้วน ส.ป.ก.จังหวัดดำเนินกำรเสนอควำมเห็น
ประกอบใหค้ ณะกรรมกำรปฏริ ูปท่ีดินจังหวดั (คปจ.) พิจำรณำเหน็ ชอบ
5.5 หำก คปจ. มีมติเห็นชอบให้ใช้ที่ดินและมติเก่ียวกับกำรเรียกเก็บค่ำตอบแทน
กำรใชท้ ี่ดนิ ใหส้ ่งคำขอฯ และเอกสำรประกอบคำขอฯ ให้ ส.ป.ก. พิจำรณำต่อไป
5.6 ส.ป.ก. โดยสำนักกฎหมำยตรวจสอบคำขออนุญำตพร้อมเอกสำรหลักฐำน
ประกอบคำขออนุญำต หำกมีควำมถูกต้อง ครบถ้วน สำนกั กฎหมำยทำควำมเหน็ ประกอบกำร
พิจำรณำเสนอต่อผมู้ อี ำนำจพิจำรณำอนญุ ำตตำมกรณดี งั นี้
5.6.1 เลขำธิกำร ส.ป.ก. กรณีขอใช้ท่ีดนิ เพื่ อกิจกำรสำธำรณูปโภคตำมประเภท
กิจกำรท่ีกำหนดข้อ 6 – 16 ของระเบียบคณะกรรมกำรปฏิรูปท่ีดินเพ่ื อเกษตรกรรม ว่ำด้วย
กำรมอบหมำยให้เลขำธกิ ำรสำนักงำนกำรปฏิรปู ทด่ี ินเพื่อเกษตรกรรมพิ จำรณำอนุญำตใช้ท่ดี ิน
เพื่อกิจกำรสำธำรณูปโภคและกจิ กำรอนื่ ๆ ในเขตปฏิรูปที่ดนิ พ.ศ. 2536
5.6.2 คปก. กรณีขอใช้ที่ดินเพ่ื อกิจกำรอ่ืนนอกจำกท่ีกำหนดไว้ตำมข้อ 6
ถึงข้อ 16 หรือกำรใช้ที่ดินเกินจำนวนเนื้อที่ที่กำหนดไว้ตำมระเบียบคณะกรรมกำรปฏิรูปที่ดิน
เพ่ือเกษตรกรรม ว่ำด้วยกำรมอบหมำยให้เลขำธกิ ำรสำนักงำนกำรปฏิรูปที่ดนิ เพ่ือเกษตรกรรม
พิ จำรณำอนุญำตใช้ที่ดินเพ่ื อกิจกำรสำธำรณูปโภคและกิจกำรอ่ืน ๆ ในเขตปฏิรูปที่ดิน
พ.ศ. 2536
คูม่ ือกำรอนุมตั ิ อนุญำต ขอใช้พ้ืนท่ีจำกส่วนรำชกำร (ฉบับปรับปรงุ ปี พ.ศ. 2565) 31
5.7 เม่ือผู้มอี ำนำจในกำรพิ จำรณำ (เลขำธิกำร ส.ป.ก. / คปก.) ได้ดำเนินกำรพิ จำรณำแล้ว
สำนักกฎหมำยแจ้งผลกำรพิ จำรณำไปยัง ส.ป.ก.จังหวัด เพ่ื อจะได้แจ้งให้ผู้ขออนุญำต
ใช้ที่ดินฯ ทรำบ
5.7.1 กรณีได้รับอนุญำต ผู้ขออนุญำตใช้ท่ีดินฯ รับหนังสืออนุญำตและ
บันทึกรับรองกำรปฏิบัติตำมเง่ือนไขกำรได้รับอนุญำตให้ใช้ที่ดินพร้อมชำระค่ำตอบแทน
กำรใชป้ ระโยชนท์ ่ดี ิน (หำกมี)
5.7.2 กรณีไมไ่ ดร้ ับอนุญำต
5.7.2.1 กรณีเป็นอำนำจของเลขำธิกำร ส.ป.ก. ผู้ขออนุญำตใช้ที่ดินฯ
สำมำรถยื่นอุทธรณ์คำส่ังได้ภำยใน 15 วัน นับแต่วันท่ีผู้ขออนุญำตใช้ท่ีดินฯ รับทรำบคำส่ัง
และหำกไม่เห็นด้วยกับกำรพิ จำรณำอุทธรณ์สำมำรถยื่นฟอ้ งต่อศำลปกครองเพื่ อเพิ กถอน
คำสง่ั ดังกล่ำวได้ภำยใน 90 วนั นบั แต่วนั ทที่ ่ีผู้ขออนุญำตใช้ทีด่ ินฯ ไดร้ บั แจง้ ผลกำรพิ จำรณำ
อทุ ธรณ์
5.7.2.2 กรณีเป็นอำนำจของ คปก. ผู้ขออนุญำตใช้ที่ดินฯ สำมำรถ
ย่ืนฟอ้ งศำลปกครองเพ่ื อเพิ กถอนคำสั่งดังกล่ำวได้ภำยใน 90 วัน นับแต่วันท่ที ่ีผู้ขออนุญำต
ใชท้ ่ีดนิ ฯ ได้รับแจ้งผลกำรพิจำรณำ
5.7.3 อน่ึง กรณีผู้รับอนุญำตหมดควำมจำเป็นท่ีจะใช้ท่ีดินดังกล่ำวหรือ
ถกู เพิกถอนกำรอนุญำตหรอื ระยะเวลำกำรอนุญำตสิ้นสุดลง ผู้รับอนุญำตมีหน้ำท่ีต้องรื้อถอน
ส่ิ ง ป ลู ก ส ร้ ำ ง พ ร้ อ ม ทั้ ง ป รั บ ส ภ ำ พ ท่ี ดิ น ใ ห้ ส ำ ม ำ ร ถ ใ ช้ ป ร ะ โ ย ช น์ เ พ่ื อ ก ำ ร ป ฏิ รู ป ที่ ดิ น
เพื่ อเกษตรกรรมต่อไปได้ ภำยในเวลำที่ ส.ป.ก. กำหนดหำกเพิ กเฉย ส.ป.ก. จะดำเนินกำรเอง
โดยผู้รับอนุญำตเปน็ ผู้ออกคำ่ ใช้จ่ำยทั้งหมด เวน้ แต่ ส.ป.ก. ประสงค์จะใช้ประโยชน์ในทรพั ย์สิน
นนั้ ต่อไป
32 คู่มือกำรอนุมตั ิ อนุญำต ขอใช้พื้นท่จี ำกส่วนรำชกำร (ฉบับปรับปรงุ ปี พ.ศ. 2565)
สรุปขนั้ ตอนการพิ จารณาอนญุ าตใหใ้ ช้ที่ดินเพ่ื อกจิ การสาธารณูปโภค
(อานาจการพิ จารณาเป็นของเลขาธกิ าร ส.ป.ก.)
ที่ ประเภทข้ันตอน รายละเอียดของขนั้ ตอน ระยะเวลา ส่วนงาน/
การดาเนินงาน การ หนว่ ยงาน
ทรี่ บั ผิดชอบ
1. กำรตรวจสอบ 1.1 ยื่นคำขอ ดาเนนิ งาน สำนกั งำน
เอกสำร 1.2 ตรวจสอบคำขอและ 1 กำรปฏิรูปที่ดนิ
จงั หวดั
2. กำรพิจำรณำ เอกสำรประกอบคำขอ วนั ทำกำร
1.3 ออกใบรบั คำขอ สำนกั งำน
3. กำรลงนำม 2.1 ดำเนินกำรตรวจสอบ 15 กำรปฏิรูปท่ีดนิ
วันทำกำร จังหวดั
แปลงทดี่ ินและสำรวจ
รงั วัดแปลงที่ดิน 90 สำนกั งำนกำร
ทข่ี ออนญุ ำตใช้ทด่ี นิ วันทำกำร ปฏริ ปู ท่ีดนิ
2.2 สำนกั งำนกำรปฏิรูปทด่ี นิ จังหวดั
จงั หวดั ดำเนินกำรรวบรวม 40
ข้อมลู เพ่ือใชป้ ระกอบกำร วันทำกำร สำนกั งำน
จัดทำวำระกำรประชุมเสนอ กำรปฏริ ปู ทด่ี ิน
คณะกรรมกำรปฏริ ูปที่ดนิ 1 เพื่ อเกษตรกรรม
จังหวดั พิจำรณำและ วนั ทำกำร
แจง้ ผลกำรพิจำรณำของ สำนกั งำน
คณะกรรมกำรปฏิรปู ทีด่ นิ กำรปฏริ ูปท่ดี ิน
จงั หวดั ตอ่ สำนักงำน เพ่ื อเกษตรกรรม
กำรปฏริ ูปท่ดี ินเพ่ื อ
เกษตรกรรม
2.3 สำนักงำนกำรปฏิรปู ทดี่ นิ
เพื่ อเกษตรกรรมตรวจสอบ
แผนงำน โครงกำร
แปลงทด่ี นิ กฎหมำย
ท่เี กี่ยวขอ้ ง
3.1 เจ้ำหนำ้ ทเ่ี สนอให้ผู้มีอำนำจ
ลงนำมและแจ้งสำนกั งำน
กำรปฏริ ปู ทดี่ นิ จงั หวดั
เพื่ อแจ้งผลกำรพิ จำรณำ
ให้ผูย้ ื่นคำขอทรำบ
คู่มอื กำรอนุมัติ อนุญำต ขอใชพ้ ื้นทีจ่ ำกส่วนรำชกำร (ฉบับปรับปรงุ ปี พ.ศ. 2565) 33
สรปุ ขัน้ ตอนการพิ จารณาอนญุ าตใหใ้ ช้ท่ดี ินเพื่ อกจิ การอื่นนอกจากท่กี าหนดไว้
ตามขอ้ 6 – 16 หรือการใชท้ ่ีดนิ เกนิ จานวนเน้อื ทท่ี ก่ี าหนดไวต้ ามระเบียบฯ
(อานาจการพิ จารณาเป็นของ คปก.)
ท่ี ประเภทข้นั ตอน รายละเอียดของขน้ั ตอน ระยะเวลาการ ส่วนงาน/
หนว่ ยงานท่ี
การดาเนนิ งาน ดาเนนิ งาน รับผิดชอบ
1. กำรตรวจสอบ 1.1 ยนื่ คำขอ 1 สำนักงำน
เอกสำร 1.2 ตรวจสอบคำขอและ วนั ทำกำร กำรปฏิรปู ทีด่ ิน
เอกสำรประกอบคำขอ จงั หวัด
1.3 ออกใบรบั คำขอ
2. กำรพิจำรณำ 2.1 ดำเนินกำรตรวจสอบ 30 สำนักงำน
แปลงท่ีดนิ และสำรวจ วันทำกำร กำรปฏริ ูปท่ีดนิ
รงั วัดแปลงทีด่ นิ ทีข่ อ จังหวดั
อนุญำตใช้ที่ดนิ
2.2 สำนักงำนกำรปฏริ ปู 60 สำนกั งำน
ที่ดินจงั หวดั วนั ทำกำร กำรปฏริ ูปทด่ี นิ
ดำเนนิ กำรรวบรวม จงั หวัด
ขอ้ มลู เพื่อใช้
ประกอบกำรจัดทำวำระ
กำรประชมุ เสนอ
คณะกรรมกำรปฏริ ปู
ทดี่ นิ จงั หวดั พิจำรณำ
และแจง้ ผล
กำรพิ จำรณำของ
คณะกรรมกำรปฏริ ปู
ที่ดินจงั หวัดต่อ
สำนกั งำนกำรปฏริ ูป
ท่ีดนิ เพ่ือเกษตรกรรม
2.3 สำนักงำนกำรปฏิรูป 40 สำนักงำน
ทด่ี ินเพื่อเกษตรกรรม วนั ทำกำร กำรปฏริ ปู ท่ีดิน
ตรวจสอบแผนงำน เพ่ื อเกษตรกรรม
โครงกำร แปลงทด่ี นิ
กฎหมำยที่เกี่ยวขอ้ ง
34 คู่มือกำรอนุมัติ อนุญำต ขอใชพ้ ื้นทจ่ี ำกส่วนรำชกำร (ฉบับปรับปรุง ปี พ.ศ. 2565)
รายละเอยี ดของขน้ั ตอน ระยะเวลาการ ส่วนงาน/
ที่ ประเภทขน้ั ตอน ดาเนนิ งาน หน่วยงานที่
รับผิดชอบ
การดาเนินงาน 60 สำนกั งำน
วันทำกำร กำรปฏริ ปู ทด่ี ิน
2.4 สำนักงำนกำรปฏิรูป เพื่ อเกษตรกรรม
ทดี่ ินเพ่ือเกษตรกรรม
รวบรวมเอกสำรเพ่ื อ 30 สำนกั งำน
จัดทำระเบยี บวำระ วันทำกำร กำรปฏริ ปู ที่ดิน
กำรประชุมเสนอ เพ่ื อเกษตรกรรม
คณะอนกุ รรมกำร
3. กำรพิจำรณำ/ พิจำรณำใหค้ วำม 1 สำนกั งำน
คณะกรรมกำร ยินยอมหรืออนุญำต วนั ทำกำร กำรปฏิรูปทด่ี ิน
มมี ติ ให้ใชป้ ระโยชน์ท่ีดินใน เพื่ อเกษตรกรรม
เขตปฏริ ูปท่ดี ิน
2.5 นำผลกำรพิจำรณำ
ของคณะอนุกรรมกำร
พิ จำรณำให้ควำม
ยนิ ยอมหรืออนุญำต
ใหใ้ ช้ประโยชน์ทีด่ ินใน
เขตปฏริ ูปทดี่ นิ เสนอ
ตอ่ คณะกรรมกำรกำร
ปฏิรูปทีด่ ินเพ่ือ
เกษตรกรรม
คณะกรรมกำรกำรปฏริ ูป
ทดี่ ินเพื่ อเกษตรกรรม
มีมติและเสนอใหผ้ ู้มอี ำนำจ
ลงนำม
ค่มู ือกำรอนุมตั ิ อนุญำต ขอใช้พื้นทจี่ ำกส่วนรำชกำร (ฉบับปรับปรุง ปี พ.ศ. 2565) 35
36 คมู่ อื กำรอนุมตั ิ อนุญำต ขอใชพ้ ้ืนทีจ่ ำกส่วนรำชกำร (ฉบับปรับปรุง ปี พ.ศ. 2565)
6. แบบฟอรม์ คาขออนญุ าต
แบบคำขอ ส.ป.ก. 4 - 29 ก.
7. เอกสารหลกั ฐาน
7.1 บันทึกรับรองกำรปฏิบัติตำมเงื่อนไขกำรได้รับอนุญำตให้ใช้ท่ีดินตำมแบบท่ี
ส.ป.ก. กำหนด (ส.ป.ก. 4 - 30 ก.) (ส.ป.ก. 4 - 30 ข.) แลว้ แตก่ รณี จำนวน 3 ฉบับ (ตัวจรงิ )
เพื่ อให้ผู้ขออนุญำตได้รับทรำบเง่ือนไขและภำระหน้ำที่ภำยหลังเข้ำใช้ประโยชน์ในที่ดิน
และให้ควำมยนิ ยอมท่ีจะปฏิบัตติ ำมเงือ่ นไขและหน้ำทท่ี ี่ ส.ป.ก. กำหนด
7.2 แผนที่ภูมิประเทศแสดงจุดท่ีต้ังที่ดินแปลงที่ยื่นคำขออนุญำตฯ มำตรำส่วน
1 : 50,000 โดยให้แสดงตำแหน่งแนวเขตบริเวณที่ขอใช้ด้วยปำกกำเขียนแผนท่ีให้ชัดเจน
กรณที ผ่ี ้ขู อยื่นคำขอไมส่ ำมำรถจดั ทำไดใ้ ห้ ส.ป.ก.จังหวดั อำนวยควำมสะดวกให้
7.3 แผนผังแสดงบริเวณและสิ่งก่อสร้ำงในท่ีดิน ซ่ึงผู้ขอรับอนุญำตลงนำมกำกับ
ขนำด เอ 3 หรือ เอ 4 จำนวน 3 ฉบับ โดยแสดงให้เห็นตำแหน่งกำรจัดวำงส่ิงปลูกสร้ำงท้ังหมด
ตำมโครงกำรดำเนนิ งำนพรอ้ มกำกบั ขนำดสิง่ ปลูกสร้ำงแต่ละชนิดมำตรำส่วนย่อมำตรฐำน
7.4 หนังสือสละสิทธิในท่ีดินตำมแบบท่ี ส.ป.ก. กำหนด (ส.ป.ก. 4 - 52) กรณี
ท่ีมีกำรขออนุญำตใช้ท่ีดินในแปลงท่ี ส.ป.ก. ได้ดำเนินกำรจดั ที่ดินตำมระเบียบกำรจัดที่ดนิ แล้ว
กลำ่ วคอื เกษตรกรไดร้ บั ส.ป.ก. 4 - 01 หรือจดั ทำสญั ญำเช่ำซ้ือท่ดี นิ จำก ส.ป.ก. แลว้
7.5 หนังสือยินยอมจำกผู้ถือครองทำประโยชน์ในท่ีดิน กรณีท่ีดินที่ยังไม่ได้จัดให้
เกษตรกรเขำ้ ทำประโยชน์
7.6 กรณีกำรใช้ที่ดินเหนือพื้ นดินหรือใต้พ้ื นดิน เช่น กำรปักเสำเพื่ อเดินสำยไฟฟำ้
สำยโทรศัพท์ หรือกำรวำงท่อส่งน้ำเพื่ อกำรประปำ หรือกำรชลประทำน หำกเกษตรกรผู้ได้รับ
กำรจัดท่ีดินยังสำมำรถใช้ประโยชน์ในที่ดินบริเวณท่ีขอใช้ได้ และกำรใช้ที่ดินของผู้ขอใช้
เปน็ เพียงกำรรอนสทิ ธิบำงส่วนให้มหี ลกั ฐำนเป็นหนังสือยนิ ยอมจำกเกษตรผู้ได้รับกำรจัดทีด่ ิน
โดยเกษตรกรนนั้ ไมต่ อ้ งสละสิทธิในทดี่ ิน
7.7 แบบแปลนกำรก่อสรำ้ ง
7.8 แสดงบัตรประชำชน และแสดงบัตรทะเบียนบ้ำนหรือสำเนำบัตรข้ำรำชกำร
ของผู้ย่ืนคำขอ หนังสือมอบอำนำจ หนังสือจดทะเบียนมูลนิธิ สำเนำบัตรประจำตัวประชำชน
ของผ้มู อบอำนำจและผรู้ ับมอบอำนำจ
7.9 รำยละเอียด แผนงำนโครงกำร งบประมำณ ท่ีได้รับอนุมัติจำกผู้มีอำนำจ
ตำมกฎหมำย
7.10 ภำพถำ่ ยท่ีดินปจั จุบนั และภำพถ่ำยสง่ิ ก่อสรำ้ ง
7.11 รำยงำนกำรประชุมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือประชำคมหมู่บ้ำน
ตำมหลกั เกณฑ์ที่กำหนดไว้ในระเบียบกระทรวงมหำดไทย ว่ำด้วยหลักเกณฑ์กำรเป็นกรรมกำร
หมู่บ้ำน กำรปฏิบัติหน้ำท่ีและกำรประชุมของคณะกรรมกำรหมู่บ้ำน พ.ศ. 2551 ซึ่งเห็นชอบ
กำรกอ่ สรำ้ งและรับรองวำ่ จะไมก่ อ่ ให้เกิดผลกระทบทำงลบแกป่ ระชำชนและสง่ิ แวดล้อม
คู่มือกำรอนุมัติ อนุญำต ขอใช้พ้ืนทีจ่ ำกส่วนรำชกำร (ฉบับปรับปรุง ปี พ.ศ. 2565) 37
4.
ที่ ดิ น ศ า ส น ส ม บั ติ
สำ นั ก ง า น
พ ร ะ พุ ท ธ ศ า ส น า
แ ห่ ง ช า ติ
ทด่ี ินศาสนสมบัติ
สานักงานพระพุ ทธศาสนาแห่งชาติ
พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 และที่แก้ไขเพิ่ มเติมกาหนดให้วัดมีฐานะ
เป็นนิติบุคคลมีเจ้าอาวาสเป็นผู้แทนของวัดในกิจการท่ัวไป สาหรับวัดร้างที่ไม่มีพระภิกษุ
อยู่อาศัยให้สานักงานพระพุ ทธศาสนาแห่งชาติมีหน้าท่ีปกครองดูแลรักษาวัดน้ันรวมท้ัง
ศาสนสมบัติกลางท่ีซึ่งเป็นทรัพย์สินของพระศาสนาซ่ึงมีใช่ของวัดใดวัดหน่ึง การขอใช้ที่ดิน
ศาสนสมบัติสามารถแบ่งได้เป็น 2 กรณี คือ การขอใช้ที่ดินวัดมีพระภิกษุอยู่จาพรรษาและ
การขอใช้ท่ีดินศาสนสมบัติกลางและวัดร้าง หากเป็นที่ดินวัดมีพระภิกษุอยู่จาพรรษา
ส่วนราชการสามารถยื่นหนังสือขอเช่าที่ดินได้ที่วัดเจ้าของกรรมสิทธ์ิท่ีดินแปลงท่ีจะขอเช่า
หากเป็นที่ดินศาสนสมบัติกลางหรือท่ีดินวัดร้างส่วนราชการสามารถยื่นหนังสือขอเช่าที่ดิน
ที่จังหวัดสาหรับเขตกรุงเทพมหานครย่ืนหนังสือขอเช่าท่ีสานักงานพระพุ ทธศาสนาแห่งชาติ
ท้ังนี้ ส่วนราชการที่มีความประสงค์ขอใช้ที่ดินศาสนสมบัติต้องดาเนินการจัดทาสัญญาเช่า
เช่นเดียวกับเอกชนขอเช่าท่ีดิน เนื่องจากการใช้ท่ีดินโดยไม่มีค่าตอบแทนไม่ชอบด้วยพระวินัย
ตามมติคณะกรรมการพิจารณางบประมาณศาสนสมบตั ิกลางประจา (พศป.) ครั้งท่ี 18/2534
วันที่ 13 กันยายน 2534 และเป็นการป้องกันปัญหาเก่ียวกับการครอบครองกรรมสิทธ์ิในที่ดิน
อาจเกิดขึน้ ไดจ้ ากการไมไ่ ด้จดั ทาสญั ญาเชา่
กรณที ดี่ ินวัดมพี ระภิกษุอยู่จาพรรษา
1. กฎหมายทเ่ี กี่ยวข้อง
1.1 พระราชบญั ญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 และทแี่ ก้ไขเพิ่มเติม
1.2 กฎกระทรวงการดแู ลรักษาและจดั การศาสนสมบตั ขิ องวัด พ.ศ. 2564
1.3 ระเบียบสานักงานพระพุ ทธศาสนาแห่งชาติ ว่าด้วยอัตราค่าธรรมเนียม
และเงินบารงุ ศาสนสมบตั ิ พ.ศ. 2556
1.4 มติมหาเถรสมาคม ในการประชมุ คร้ังท่ี 18/2549 เม่ือวนั ที่ 31 สิงหาคม 2549
เร่ื อ ง ปรั บปรุ ง อัตราค่ าเ ช่า ที่ดิน วัดร้ าง แล ะศาสน สมบัติกลาง สาหรับส่ว น ราชกา ร
และรัฐวสิ าหกิจเชา่
1.5 มติมหาเถรสมาคม ในการประชุม ครั้งที่ 17/2540 เม่ือวันที่ 20 มิถุนายน 2540
เร่ือง การปรับปรงุ อัตราค่าเชา่ สาหรบั สว่ นราชการเชา่ ทีด่ ินวดั รา้ ง
1.6 มติมหาเถรสมาคม ในการประชุม ครั้งที่ 9/2563 เมื่อวันท่ี 12 พฤษภาคม 2563
เร่ือง กาหนดอายุสัญญาเช่าท่ีวัด ท่ีธรณีสงฆ์ ท่ีดินศาสนสมบัติกลางและวัดร้าง สาหรับ
ส่วนราชการและรัฐวสิ าหกจิ เชา่
คมู่ ือการอนุมัติ อนุญาต ขอใชพ้ ื้นท่จี ากส่วนราชการ (ฉบับปรับปรุง ปี พ.ศ. 2565) 41
1.7 มติคณะกรรมการพิ จารณางบประมาณศาสนสมบัติกลางประจา (พศป.)
ในการประชุม คร้ังท่ี 18/2534 เม่ือวันท่ี 13 กันยายน 2534 เรื่อง ขอใช้ที่ดินวัดสุเทพธาราม
สร้างหลุมหลบภยั จงั หวดั นครศรธี รรมราช
กฎหมายท่เี กย่ี วข้อง
2. ผมู้ ีอานาจอนมุ ัติ
มหาเถรสมาคม และได้รบั ความเหน็ ชอบจากสานักงานพระพุ ทธศาสนาแห่งชาติ
3. สถานทย่ี นื่ คาขอ
วดั เจ้าของกรรมสิทธท์ิ ด่ี นิ แปลงที่จะขอเชา่
4. ขนั้ ตอนการอนมุ ตั /ิ อนุญาต
4.1 ส่วนราชการย่ืนหนังสือขอเช่าที่ดินวัด กรณีเป็นที่ดินที่ตั้งวัดต้องดาเนินการ
ขอกันท่ีวัดไว้สาหรับเป็นท่ีจัดประโยชน์ก่อน โดยวัดรวบรวมเอกสารขอกันเขตจัดประโยชน์
และเอกสารการจดั ให้เชา่ ทดี่ ินมาพรอ้ มในคราวเดียวกนั
4.2 วัดรวบรวมเอกสารประกอบการพิ จารณา และมีหนังสือส่งเร่ืองไปยังจังหวัด
กรณวี ดั อยใู่ นเขตกรงุ เทพมหานคร ใหส้ ่งเรื่องไปยังสานักงานพระพุ ทธศาสนาแห่งชาติ
4.3 จังหวัดตรวจสอบและรวบรวมเอกสารประกอบการพิ จารณาแล้วมีหนังสือ
สง่ เรื่องไปยังสานักงานพระพุ ทธศาสนาแหง่ ชาติ
4.4 สานักงานพระพุ ทธศาสนาแห่งชาติตรวจสอบเอกสารประกอบการพิ จารณา
โดยแยกเป็น 2 กรณี ไดแ้ ก่ กรณีท่ีต้งั วัด และกรณีท่ธี รณสี งฆ์
4.4.1 กรณีเป็นที่ต้ังวัด เจ้าหน้าท่ีจะลงพ้ื นท่ีตรวจสอบและกาหนดแนวเขต
การกันท่ีวัดไว้สาหรับเป็นท่ีจัดประโยชน์ ก่อนสรุปเรื่องการขอกันเขตจัดประโยชน์ และเรื่อง
ขอเช่าที่ดินเพ่ื อเสนอคณะกรรมการพิ จารณางบประมาณศาสนสมบัติกลางประจา (พศป.)
พิจารณาใหค้ วามเหน็ ชอบ
4.4.2 กรณีเป็นที่ธรณีสงฆ์ สานักงานพระพุ ทธศาสนาแห่งชาติสรุปเร่ือง
ขอเช่าท่ีดินเพ่ื อเสนอคณะกรรมการพิ จารณางบประมาณศาสนสมบัติกลางประจา (พศป.)
พิจารณาใหค้ วามเห็นชอบ
4.5 สานักงานพระพุ ทธศาสนาแห่งชาติสรุปเร่ืองการขอกนั เขตจดั ประโยชน์ (ถ้ามี)
และเร่ืองขอเช่าท่ีดินเพื่ อเสนอคณะกรรมการพิ จารณางบประมาณศาสนสมบัติกลางประจา
พิ จารณาให้ความเห็นชอบ
4.6 สานักงานพระพุ ท ธศาสนาแห่งชาติ นา เสนอคณะกรรมการพิ จารณ า
งบประมาณศาสนสมบตั กิ ลางประจา พิจารณาให้ความเห็นชอบ
42 คู่มือการอนุมัติ อนุญาต ขอใชพ้ ื้นท่ีจากส่วนราชการ (ฉบับปรับปรงุ ปี พ.ศ. 2565)
2
4.7 สานักงานพระพุ ทธศาสนาแห่งชาติ นาเสนอมหาเถรสมาคมพิจารณาอนุมตั ิ
4.8 สา นั ก ง า น พ ร ะพุ ท ธ ศ า ส น า แ ห่ ง ช า ติ เ ห็ น ชอ บ ต า ม ม ติ ม หา เ ถ ร ส ม า ค ม
และมีหนังสอื แจ้งจังหวดั
4.9 จังหวัดมีหนังสือแจ้งไปยังวัดเพ่ื อแจ้งส่วนราชการมาจัดทาสัญญาเช่า
ตามท่ไี ดร้ ับอนุมัติจากมหาเถรสมาคม
4.10 วัดแจ้งส่วนราชการมาจัดทาสัญญาเช่าตามหลักการและเง่ือนไขในมติ
มหาเถรสมาคม
4.11 สว่ นราชการมาจัดทาสัญญาเช่า และนาสญั ญาไปจดทะเบียนเช่าที่สานักงานท่ดี นิ
4.12 วัดแจง้ ผลการจดั ทาสญั ญาเชา่ ให้จังหวดั ทราบ
4.13 จังหวัดรายงานผลการดาเนินการไปยงั สานกั งานพระพุ ทธศาสนาแหง่ ชาติ
เพื่ อนาเสนอคณะกรรมการพิจารณางบประมาณศาสนสมบตั ิกลางประจาเพ่ือทราบ
คมู่ อื การอนุมตั ิ อนุญาต ขอใช้พื้นทีจ่ ากส่วนราชการ (ฉบับปรับปรุง ปี พ.ศ. 2565) 43
5. แบบฟอรม์ คาขออนญุ าต
-
6. เอกสารหลักฐาน
6.1 กรณีการเชา่ ทีด่ นิ
6.1.1 หนังสือแสดงความประสงค์ขอเช่าท่ีดินของส่วนราชการ โดยระบุ
รายละเอยี ดต่าง ๆ เช่น วัตถปุ ระสงคก์ ารเชา่ เนือ้ ทท่ี ี่ขอเชา่ ระยะเวลาการเช่า เป็นตน้
6.1.2 เอกสารสิทธิทดี่ นิ แปลงที่ขอเช่า โดยมขี นาดเท่าต้นฉบับ
6.1.3 หนงั สือรับรองราคาประเมนิ ที่ดินปีปัจจุบนั ออกโดยส่วนราชการ
6.1.4 แผนท่ีสังเขปแสดงตาแหน่งท่ีต้ังของท่ีดินท่ีขอเช่า โดยระบุใกล้สถานท่ี
สาคญั ใดบา้ ง
6.1.5 แผนผังแสดงสิ่งปลูกสร้างในท่ดี ินทข่ี อเช่า โดยระบุจานวนสิ่งปลูกสร้าง
ความกวา้ ง - ยาว จานวนชน้ั ระบุมาตราส่วนให้ชดั เจน (สาเนามีขนาดเท่าต้นฉบับจริง)
6.1.6 ภาพถา่ ยสถานทขี่ อเชา่ สภาพปจั จุบนั
6.1.7 สาเนาบัตรข้าราชการ หรือสาเนาบัตรประจาตัวประชาชนผู้ย่ืนหนังสือ
ขอเชา่ และหนังสือมอบอานาจจากผมู้ ีอานาจ หรอื หน่วยงานต้นสังกัด
6.2 กรณีการขอกนั เขตจดั ประโยชน์
6.2.1 เอกสารสทิ ธทิ ด่ี ินทต่ี งั้ วดั
6.2.2 แผนผงั เสนาสนะและบริเวณขอกันเขตจัดประโยชน์
6.2.3 รปู แบบการก่อสร้าง
6.2.4 แผนผังรายละเอยี ดการใชท้ ่ดี นิ บริเวณท่ขี อกนั เขตจดั ประโยชน์
6.2.5 แผน่ ซดี ีบนั ทกึ ข้อมลู (Power Point)
กรณที ดี่ ินศาสนสมบตั ิกลางและวดั ร้าง
1. กฎหมายทเ่ี กีย่ วข้อง
1.1 พระราชบญั ญตั คิ ณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 และทแี่ ก้ไขเพิ่ มเตมิ
1.2 กฎกระทรวงแบง่ สว่ นราชการสานกั งานพระพุ ทธศาสนาแห่งชาติ พ.ศ. 2557
1.3 ระเบียบสานักงานพระพุ ทธศาสนาแห่งชาติว่าด้วยอัตราค่าธรรมเนียมและ
เงนิ บารุงศาสนสมบตั ิ พ.ศ. 2556
1.4 มติมหาเถรสมาคม ในการประชุม คร้ังท่ี 13/2520 เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2520
เรื่อง การปฏิบัติกับหน่วยราชการขอใชห้ รือขอเช่าทีด่ นิ วดั รา้ ง
1.5 มตมิ หาเถรสมาคม ในการประชุม ครั้งท่ี 18/2549 เมื่อวันท่ี 31 สงิ หาคม 2549
เรื่อง ปรับปรุงอัตราค่าเช่าที่ดินวัดร้างและศาสนสมบัติกลาง สาหรับส่วนราชการและ
รฐั วิสาหกจิ เชา่
1.6 มตมิ หาเถรสมาคม ในการประชุม คร้งั ท่ี 17/2540 เมื่อวนั ที่ 20 มิถนุ ายน 2540
เร่อื ง การปรบั ปรุงอัตราค่าเช่าสาหรับส่วนราชการเชา่ ทดี่ นิ วัดร้าง
44 คมู่ ือการอนุมตั ิ อนุญาต ขอใชพ้ ้ืนท่จี ากส่วนราชการ (ฉบับปรับปรงุ ปี พ.ศ. 2565)
1.7 มติมหาเถรสมาคม ในการประชมุ ครัง้ ท่ี 9/2563 เม่อื วนั ที่ 12 พฤษภาคม 2563
เร่ือง กาหนดอายุสัญญาเช่าที่วัด ที่ธรณีสงฆ์ ท่ีดินศาสนสมบัติกลางและวัดร้าง สาหรับ
สว่ นราชการและรัฐวิสาหกจิ เช่า
กฎหมายที่เก่ยี วขอ้ ง
2. ผ้มู อี านาจอนุมตั ิ
สานักงานพระพุ ทธศาสนาแหง่ ชาติ โดยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคม
3. สถานท่ยี ื่นคาขอ
สว่ นกลาง (กรุงเทพมหานคร) : สานกั งานพระพุ ทธศาสนาแหง่ ชาติ
ส่วนภมู ภิ าค (จังหวัดอน่ื ๆ) : สานกั งานพระพุ ทธศาสนาจงั หวัดทท่ี ีด่ นิ ตง้ั อยู่
4. ขน้ั ตอนขออนมุ ัต/ิ อนุญาต
4.1 ส่วนราชการย่ืนหนังสือขอเช่าท่ีดินท่ีจังหวัด สาหรับกรุงเทพมหานคร
ย่ืนหนงั สอื ขอเช่าท่สี านกั งานพระพุ ทธศาสนาแหง่ ชาติ
4.2 จังหวัดรวบรวมเอกสารประกอบการพิ จารณาแล้วมีหนังสือไปยัง
สานักงานพระพุ ทธศาสนาแหง่ ชาติ
4.3 สานักงานพระพุ ทธศาสนาแห่งชาติตรวจสอบเอกสารประกอบการ
พิ จารณาและสรุปเร่ืองเพ่ื อเสนอคณะกรรมการพิ จารณางบประมาณศาสนสมบัติกลางประจา
พิ จารณา
4.4 สานักงานพระพุ ทธศาสนาแห่งชาตินาเสนอคณะกรรมการงบประมาณ
ศาสนสมบตั ิกลางประจา พิจารณาให้ความเหน็ ชอบ
4.5 สานักงานพระพุ ทธศาสนาแห่งชาตินาเสนอมหาเถรสมาคมพิ จารณา
ให้ความเห็นชอบ
4.6 สานักงานพระพุ ทธศาสนาแห่งชาติอนุมัติตามมติมหาเถรสมาคม
และมหี นังสือแจง้ จังหวัด
4.7 จงั หวดั มหี นังสอื แจ้งสว่ นราชการมาจดั ทาสญั ญาเชา่ ตามมติมหาเถรสมาคม
4.8 ส่วนราชการจัดทาสัญญาเช่าท่ีจังหวัด และนาสัญญาไปจดทะเบียนเช่า
ทส่ี านกั งานทด่ี นิ
4.9 จังหวัดรายงานผลการดาเนินการไปยังสานักงานพระพุ ทธศาสนา
แหง่ ชาติ เพ่ือนาเสนอคณะกรรมการพิจารณางบประมาณศาสนสมบตั ิกลางประจาเพ่ือทราบ
คู่มอื การอนุมัติ อนุญาต ขอใชพ้ ื้นที่จากส่วนราชการ (ฉบับปรับปรงุ ปี พ.ศ. 2565) 45