The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

2564_รายงานผลการพัฒนารูปแบบและกลไกการพัฒนาและส่งเสริมพหุปัญญาเพื่อการพัฒนาศักยภาพผู้เรียน ใช้เพื่อทางการศึกษาเท่านั้น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tanmicro, 2022-01-28 18:56:47

2564_รายงานผลการพัฒนารูปแบบและกลไกการพัฒนาและส่งเสริมพหุปัญญาเพื่อการพัฒนาศักยภาพผู้เรียน (ฉบับสรุป)

2564_รายงานผลการพัฒนารูปแบบและกลไกการพัฒนาและส่งเสริมพหุปัญญาเพื่อการพัฒนาศักยภาพผู้เรียน ใช้เพื่อทางการศึกษาเท่านั้น

รายงานผล

การพัฒนารูปแบบและกลไกการพัฒนา

และส่งเสรมิ พหปุ ัญญา

สำนกั งานเลขาธิการสภาการศึกษา
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร





372.2 ส�ำ นกั งานเลขาธิการสภาการศึกษา
ส 691 ร รายงานผลการพฒั นารปู แบบและกลไกการพฒั นา
และสง่ เสรมิ พหปุ ญั ญาเพอ่ื การพฒั นาศกั ยภาพผเู้ รยี น ฉบบั สรปุ
กรุงเทพฯ: สกศ., 2564
70 หน้า
ISBN: 978-616-270-308-9
1. ส่งเสรมิ พหปุ ญั ญา 2. พฒั นาศกั ยภาพผ้เู รยี น 3. ชอื่ เร่ือง

รายงานผลการพัฒนารูปแบบและกลไกการพัฒนา
และส่งเสรมิ พหุปัญญาเพื่อการพัฒนาศักยภาพผเู้ รยี น ฉบบั สรุป

สิ่งพมิ พ์ สกศ. อันดับท่ี 47/2564
ISBN 978-616-270-308-9
พิมพค์ รัง้ ที่ 1 กันยายน 2564
จ�ำนวนพมิ พ์ 2,000 เล่ม
ผูพ้ ิมพ์เผยแพร่ กลุ่มพฒั นานโยบายด้านการเรียนรู้
ส�ำนกั มาตรฐานการศึกษาและพฒั นาการเรียนร ู้
ส�ำนกั งานเลขาธิการสภาการศกึ ษา
โทร. 0 2668 7123 ตอ่ 2516, 2518 โทรสาร 0 2243 1129
Website: http://www.onec.go.th
พมิ พ์ที ่ บรษิ ัท เอส. บ.ี เค. การพมิ พ์ จ�ำกดั
92/6 หมู่ 3 ต�ำบลบางพลใี หญ่ อ�ำเภอบางพลี
จังหวัดสมุทรปราการ 10540
โทร. 0-2178-8794-5 โทรสาร 0-2178-8796

2 รายงานผลการพัฒนารูปแบบและกลไกการพัฒนา
และส่งเสรมิ พหปุ ัญญาเพ่ือการพัฒนาศักยภาพผูเ้ รียน (ฉบับสรปุ )

ค�ำนำ�

การจัดการศึกษาท่ีสามารถตอบสนองการพัฒนาและส่งเสริมพหุปัญญา
ที่หลากหลายและความต้องการผู้เรียนได้ตรงความถนัดและเต็มตามศักยภาพ
ของผู้เรียนนั้น จะส่งผลให้เกิดประสิทธิผลสูงสุดต่อผู้เรียน คุณภาพการศึกษา
และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์โดยรวมของประเทศ หากระบบการศึกษา
ครอบครัว และสังคมไทยสามารถสร้างและพัฒนาคนไทยให้ค้นพบความถนัด
ความเชี่ยวชาญ และมีกลไกในการพัฒนา ส่งเสริม สนับสนุนให้คนไทยได้รับ
การพัฒนาอย่างเต็มตามศักยภาพ เป็นระบบ และต่อเนื่องแล้ว ย่อมจะน�ำไปสู่
การสร้างและพัฒนาบุคลากรของประเทศที่มีความเช่ียวชาญในสาขาใหม่ ๆ
สร้างและพัฒนาอาชีพใหม่ ๆ ตลอดจนสร้างและพัฒนานวัตกรรมท่ีตอบโจทย์
การพฒั นาประเทศในมติ ติ า่ ง ๆ ไดใ้ นอนาคต ดงั นนั้ ยทุ ธศาสตรช์ าติ พ.ศ. 2561 –
2580 จึงได้ให้ความส�ำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ตามความสนใจ
ความถนดั และการตระหนักถึงพหปุ ญั ญาของมนษุ ย์ทหี่ ลากหลาย ตามท่กี �ำหนด
ในยุทธศาสตร์ชาติท่ี 3 ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์
และแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นการพัฒนาการเรียนรู้ แผนย่อย
การตระหนักถึงพหุปัญญาของมนุษย์ท่ีหลากหลาย ด้วยการพัฒนาและส่งเสริม
พหุปัญญาผา่ นครอบครวั สถานศึกษา สภาพแวดลอ้ ม และสอื่ ตา่ ง ๆ ต้ังแตร่ ะดับ
ปฐมวัยและตลอดทุกช่วงวัย เพื่อสร้างเด็กและเยาวชนไทยให้มีการพัฒนา
ทีส่ มดลุ และได้รับการพฒั นาอย่างเตม็ ศกั ยภาพตามพหปุ ัญญาทห่ี ลากหลาย

เพอ่ื ใหบ้ รรลตุ ามเจตนารมณด์ งั กลา่ ว ส�ำนกั งานเลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา
จึงด�ำเนินการศึกษารูปแบบและกลไกการพัฒนาและส่งเสริมพหุปัญญาเพื่อ
การพัฒนาศักยภาพผู้เรียน เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน ศึกษากลไกในการบริหาร
จัดการเรียนการสอน แนวทางการคัดกรองผู้เรียน รูปแบบการสนับสนุนและ

รายงานผลการพัฒนารูปแบบและกลไกการพัฒนา 3
และส่งเสรมิ พหุปัญญาเพื่อการพัฒนาศักยภาพผู้เรยี น (ฉบบั สรปุ )

ส่งต่อผู้เรียนท่ีมีความถนัดและมีความสามารถพิเศษในด้านต่าง ๆ ให้ได้รับ
การพัฒนาอย่างเป็นระบบและเต็มตามศักยภาพ รวมถึงการจัดท�ำข้อเสนอ
เชิงนโยบายการพัฒนาและส่งเสริมพหุปัญญาเพ่ือการพัฒนาศักยภาพผู้เรียน
ในการผลักดันให้เกิดการพัฒนาและส่งเสริมพหุปัญญาของผู้เรียนทุกช่วงวัย
ในประเทศไทยอย่างเปน็ รปู ธรรม

ส�ำ นั ก ง า น เ ล ข า ธิ ก า ร ส ภ า ก า ร ศึ ก ษ า ข อ ข อ บ คุ ณ ค ณ ะ วิ จั ย ข อ ง
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ที่ได้ด�ำเนินการศึกษาวิจัยเสร็จเรียบร้อย
ตามวตั ถปุ ระสงค์ และขอขอบคณุ ผ้ทู รงคณุ วุฒทิ ี่ได้ให้ขอ้ คิดเห็นอนั เปน็ ประโยชน์
อย่างยิ่งต่อการจัดท�ำรายงานให้มีเนื้อหาท่ีครบถ้วนสมบูรณ์ ส�ำนักงานฯ
หวังเป็นอย่างย่ิงว่า รายงานผลการพัฒนารูปแบบและกลไกการพัฒนาและ
ส่งเสริมพหุปัญญาเพื่อการพัฒนาศักยภาพผู้เรียน ฉบับสรุป จะเป็นประโยชน์
ตอ่ วงการศึกษา ครู ผ้เู รยี น และผู้ทส่ี นใจโดยทั่วไป

(นายอำ� นาจ วิชยานวุ ัติ)
เลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา

4 รายงานผลการพัฒนารปู แบบและกลไกการพัฒนา
และส่งเสรมิ พหปุ ัญญาเพ่ือการพัฒนาศักยภาพผเู้ รียน (ฉบบั สรุป)

สารบญั

เรอ่ื ง หน้า
บทน�ำ 1

วัตถุประสงคข์ องการวจิ ัย 3

ขอบเขตของการวจิ ยั 4

กรอบแนวคดิ ในการวิจยั 6

นยิ ามศพั ทเ์ ฉพาะ 7

วธิ ดี �ำเนนิ การวจิ ยั 14

สรุปผลการวจิ ัย 18

ข้อเสนอเชงิ นโยบายในการพัฒนาและสง่ เสรมิ พหปุ ัญญา 50
เพือ่ การพัฒนาศกั ยภาพผ้เู รียน

บรรณานุกรม 57

คณะผูจ้ ดั ท�ำ 62

รายงานผลการพัฒนารปู แบบและกลไกการพัฒนา 5
และส่งเสรมิ พหุปัญญาเพ่ือการพัฒนาศักยภาพผเู้ รียน (ฉบบั สรปุ )

6 รายงานผลการพัฒนารูปแบบและกลไกการพัฒนา
และส่งเสริมพหุปัญญาเพื่อการพัฒนาศักยภาพผ้เู รยี น (ฉบบั สรปุ )

ที่มา : www.freepik.com

บทนำ�
การจดั การศกึ ษาทส่ี ามารถตอบสนองความตอ้ งการผเู้ รยี นไดต้ รงความถนดั
และเต็มตามศักยภาพของผู้เรียนนั้น จะส่งผลให้เกิดประสิทธิผลสูงสุดต่อผู้เรียน
คุณภาพการศึกษา และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์โดยรวมของประเทศ
หากระบบการศึกษา ครอบครัว และสังคมไทยสามารถสร้างและพัฒนาคนไทย
ให้ค้นพบความถนดั ความเช่ยี วชาญ และมีกลไกในการพัฒนา สง่ เสรมิ สนับสนนุ
ให้คนไทยได้รับการพัฒนาอย่างเต็มตามศักยภาพ อย่างเป็นระบบ และต่อเนื่อง
ย่อมจะน�ำไปสู่การสร้างและพัฒนาบุคลากรของประเทศที่มีความเช่ียวชาญ
ในสาขาใหม่ ๆ สรา้ งและพัฒนาอาชีพใหม่ ๆ ตลอดจนสรา้ งและพัฒนานวัตกรรม
ทตี่ อบโจทยก์ ารพฒั นาประเทศในมติ ติ า่ ง ๆ ได้ ยทุ ธศาสตรช์ าติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 –
2580) ได้ให้ความส�ำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ตามความสนใจ
ความถนดั และการตระหนกั ถงึ พหุปญั ญาของมนษุ ยท์ ห่ี ลากหลาย ตามทีก่ ำ� หนด

รายงานผลการพัฒนารปู แบบและกลไกการพัฒนา 1
และส่งเสรมิ พหปุ ัญญาเพื่อการพัฒนาศักยภาพผูเ้ รยี น (ฉบับสรปุ )

ในยุทธศาสตร์ชาติที่ 3 ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์
และแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็นการพัฒนาการเรียนรู้ แผนย่อย
การตระหนักถึงพหุปัญญาของมนุษย์ที่หลากหลาย ด้วยการพัฒนาและส่งเสริม
พหปุ ญั ญาผา่ นครอบครวั สถานศกึ ษา สภาพแวดลอ้ ม และสอ่ื ตา่ ง ๆ ตั้งแต่ระดับ
ปฐมวัย เพื่อสร้างเด็กและเยาวชนไทยให้มีการพัฒนาท่ีสมดุล โดยมีแนวทาง
การพัฒนาภายใต้แผนย่อยดังกล่าว คือ แนวทางที่ 1 พัฒนาและส่งเสริม
พหุปัญญา โดยพัฒนาระบบบริหารจัดการกลไกการคัดกรองและการส่งต่อ
เพอ่ื สง่ เสรมิ การพฒั นาพหปุ ญั ญาใหเ้ ตม็ ตามศกั ยภาพ สง่ เสรมิ สนบั สนนุ ครอบครวั
ในการเสริมสร้างความสามารถพิเศษตามความถนัดและศักยภาพท้ังด้านกีฬา
ภาษาและวรรณกรรม สุนทรียศิลป์ ส่งเสริมสนับสนุนระบบสถานศึกษาและ
สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างและพัฒนาเด็กและเยาวชนท่ีมีความสามารถ
พิเศษบนฐานพหุปัญญาและส่งเสริมสนับสนุนมาตรการจูงใจแก่ภาคเอกชน
และส่ือในการมีส่วนร่วมและผลักดันให้ผู้มีความสามารถพิเศษมีบทบาทเด่น
ในระดับนานาชาติ และแนวทางท่ี 2 สร้างเส้นทางอาชีพ สภาพแวดล้อม
การท�ำงาน และระบบสนับสนุนที่เหมาะสมส�ำหรับผู้มีความสามารถพิเศษ
โดยจัดให้มีโครงสร้างพื้นฐานและระบบสนับสนุนเพ่ือผู้มีความสามารถพิเศษได้
สร้างความเข้มแข็งและต่อยอดได้ จัดให้มีกลไกการท�ำงานในลักษณะการรวมตัว
ของกลุ่มผู้มีความสามารถพิเศษในหลากสาขาวิชา เพื่อรวมนักวิจัยและ
นักเทคโนโลยีชั้นแนวหน้าเพื่อพัฒนาต่อยอดงานวิจัยเพ่ือตอบโจทย์การพัฒนา
ประเทศ สร้างความร่วมมือและเช่ือมต่อสถาบันวิจัยชั้นน�ำท่ัวโลกเพื่อ
สร้างความเข้มแข็งให้นักวิจัยความสามารถสูงของไทยให้มีศักยภาพสูงย่ิงขึ้น
สอดคล้องกับนโยบายและจุดเน้นของนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ
ปงี บประมาณ พ.ศ. 2564 ทใี่ หค้ วามส�ำคญั กบั การพฒั นาและเสรมิ สรา้ งศกั ยภาพ
ทรัพยากรมนุษย์ในทุกระดับการศึกษา เช่น การจดั การเรยี นรเู้ ชงิ รกุ และการวดั
และประเมินผลเพื่อพัฒนาผู้เรียน ที่สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของชาติ

2 รายงานผลการพัฒนารูปแบบและกลไกการพัฒนา
และส่งเสริมพหปุ ัญญาเพ่ือการพัฒนาศักยภาพผเู้ รียน (ฉบับสรุป)

การพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะการคิดวิเคราะห์จากประสบการณ์จริงหรือ
จากสถานการณจ์ �ำลองผา่ นการลงมอื ปฏบิ ตั ิ ตลอดจนมกี ารจดั การเรยี นการสอน
ในเชิงแสดงความคิดเห็นเพ่ือเปิดโลกทัศน์มุมมองร่วมกันของผู้เรียนและครู
ให้มากข้ึน รวมท้ังพัฒนาผู้เรียนให้มีความรอบรู้และมีทักษะชีวิต เพื่อเป็น
เครอ่ื งมือในการด�ำรงชีวิตและสร้างอาชพี

ด้วยความตระหนักถึงความส�ำคัญและตอบสนองการด�ำเนินงาน
ตามยุทธศาสตร์ชาติดังกล่าว ส�ำนักมาตรฐานการศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้
ส�ำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา จึงได้ด�ำเนินงานโครงการศกึ ษารปู แบบและ
กลไกการพฒั นาและสง่ เสรมิ พหปุ ญั ญาเพอื่ การพฒั นาศกั ยภาพผเู้ รยี น เพอ่ื ศกึ ษา
สภาพปัญหาปัจจุบัน กลไกในการบริหารจัดการเรียนการสอน แนวทางการ
คัดกรองผู้เรียน และจดั ท�ำขอ้ เสนอเชงิ นโยบายเพื่อการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนที่
เหมาะสมส�ำหรับประเทศไทย

วตั ถปุ ระสงคข์ องการวิจยั

1. เพ่ือพัฒนารูปแบบและกลไกการพัฒนาและส่งเสริมพหุปัญญาเพื่อ
การพฒั นาศกั ยภาพผเู้ รยี น
2. เพ่ือจัดท�ำข้อเสนอเชิงนโยบายการพัฒนารูปแบบและกลไก
การพัฒนาและส่งเสริมพหุปัญญาเพ่ือการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนที่เหมาะสม
ส�ำหรับประเทศไทย

รายงานผลการพัฒนารูปแบบและกลไกการพัฒนา 3
และส่งเสรมิ พหุปัญญาเพื่อการพัฒนาศักยภาพผูเ้ รียน (ฉบบั สรปุ )

ขอบเขตของการวจิ ยั

การวิจัยน้ีเป็นการศึกษาเฉพาะสถานศึกษาในระดับการศึกษา
ข้ันพื้นฐาน สังกัดส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน (สพฐ.) มีระยะ
เวลาในการศึกษา 6 เดอื น ตัง้ แตเ่ ดือนมกราคมถงึ เดือนกรกฎาคม 2564

ผู้ท่ีมีส่วนร่วมในการวิจัยทั้งในการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ
มี 5 กล่มุ คือ 1) ประชากรผเู้ รยี นประถมศกึ ษามธั ยมศกึ ษา คัดเลือกกล่มุ ตวั อย่าง
ผู้เรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา จาก 5 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ
ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก ภาคกลาง และภาคใต้ ได้รับการคัดเลือกด้วยวิธี
การสมุ่ แบบหลายข้ันตอน (Multi – stage random sampling) จากจังหวัด
ในแตล่ ะภมู ิภาค ๆ ละ 6 จังหวัด แล้วจึงสมุ่ เลือกโรงเรยี นจากแตล่ ะจังหวดั ๆ ละ
1 โรงเรียน ยกเว้นกรุงเทพมหานครสุ่มเลือก 2 โรงเรียน แล้วจึงสุ่มเลือกผู้เรียน
จากแต่ละโรงเรียน ๆ ละ 20 คน ในแต่ละข้ันใช้วิธีการสุ่มอย่างง่าย (Simple
random sampling) รวมจ�ำนวนกลุม่ ตัวอย่าง 620 คน แตไ่ ดร้ บั แบบสอบถาม
กลบั คืนจ�ำนวน 460 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 74.19 2) ประชากรครผู ้สู อนของผู้เรยี น
ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา การคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างโดยก�ำหนดเกณฑ์
คุณสมบัตคิ อื เป็นครผู สู้ อนของผเู้ รยี นทเี่ ป็นกลุ่มตัวอย่าง 3) ประชากรผปู้ กครอง
ของผู้เรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา การคัดเลือกกลุ่มตัวอย่าง
โดยก�ำหนดเกณฑ์คุณสมบัติ คือ เป็นผู้ปกครองของผู้เรียนท่ีเป็นกลุ่มตัวอย่าง
4) กลมุ่ ผใู้ หข้ อ้ มลู ส�ำคญั (Key informants) คอื ผทู้ มี่ สี ว่ นเกยี่ วขอ้ งกบั การด�ำเนนิ งาน
ดา้ นการจดั การศกึ ษา ทปี่ ฏบิ ตั งิ านในสถานศกึ ษาในปกี ารศกึ ษา 2563 เพอื่ เขา้ รว่ ม
การประชมุ สนทนากลุ่ม (Focus group) เพ่อื ให้ข้อมลู และวิพากษแ์ ละปรับปรุง
(ร่าง) รูปแบบและกลไกการพัฒนาและส่งเสริมพหุปัญญาเพื่อการพัฒนา
ศักยภาพผู้เรียน โดยก�ำหนดเกณฑ์คุณสมบัติ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิและผู้ท่ีมี
สว่ นเกี่ยวขอ้ งกบั การด�ำเนินงานดา้ นการจดั การศกึ ษา ในปกี ารศึกษา 2563 ของ

4 รายงานผลการพัฒนารปู แบบและกลไกการพัฒนา
และส่งเสรมิ พหปุ ัญญาเพื่อการพัฒนาศักยภาพผ้เู รยี น (ฉบบั สรุป)

สถานศกึ ษาสงั กดั ส�ำนกั งานคณะกรรมการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
มจี �ำนวน 93 คน และ 5) ผทู้ รงคณุ วฒุ แิ ละผทู้ มี่ สี ว่ นเกยี่ วขอ้ งกบั การด�ำเนนิ งานดา้ น
การจัดการศึกษาทง้ั ในระดับนโยบายและระดบั ปฏิบตั ิ จ�ำนวน 3 คน ส�ำนักงาน
เขตพน้ื ท่กี ารศึกษาประถมศึกษา จ�ำนวน 108 คน ส�ำนกั งานเขตพืน้ ที่การศึกษา
มัธยมศกึ ษา จ�ำนวน 28 คน และสถานศกึ ษา จ�ำนวน 45 คน และส�ำนกั งานนโยบาย
และแผนการจดั การศกึ ษา กรงุ เทพมหานคร จ�ำนวน 1 คน รวมจ�ำนวน 185 คน

การพัฒนารูปแบบและกลไกการพัฒนาและส่งเสริมพหุปัญญาเพ่ือ
การพัฒนาศักยภาพผเู้ รยี น ใชท้ ฤษฎีพพปุ ัญญา (Multiple intelligences) ของ
Gardner (1999) ร่วมกับแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการจัดการเรียนรู้
ทีส่ อดคล้องกับพพปุ ัญญาของผูเ้ รยี น โดยประยุกต์ใช้ระบบการเรียนรู้ (Learning
system) รปู แบบ 3 – P ของ Biggs (1989) ซง่ึ ประกอบดว้ ย 1) การก�ำหนดเปา้ หมาย
ลว่ งหนา้ (Presage) 2) กระบวนการ (Process) และ 3) ผลผลติ (Product)

ท่มี า : www.freepik.com

รายงานผลการพัฒนารปู แบบและกลไกการพัฒนา 5
และส่งเสรมิ พหปุ ัญญาเพ่ือการพัฒนาศักยภาพผเู้ รียน (ฉบับสรุป)

กรอบแนวคดิ ในการวจิ ยั

การพัฒนาพหุปัญญาเพ่ือพัฒนาศักยภาพผู้เรียนเป็นการพัฒนาผ่าน
กระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองเชาวน์ปัญญา 9 ด้านของผู้เรียนท่ีต้อง
ตระหนกั ถงึ องคป์ ระกอบดา้ นคณุ ลกั ษณะของผเู้ รยี น บรบิ ททเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั การเรยี นรู้
ภายในโรงเรียน การบูรณาการกระบวนการเรียนรู้เข้ากับความเชื่อของผู้เรียน
เกยี่ วกบั บรบิ ทของโรงเรยี น การเขา้ ถงึ การเรยี นรขู้ องผเู้ รยี น กลยทุ ธก์ ารสอนของครทู ี่
ตอบสนองเชาวนป์ ญั ญา 9 ดา้ นของผเู้ รยี น ปจั จยั เหลา่ นจ้ี ะน�ำไปสผู่ ลลพั ธก์ ารเรยี นรู้
และการพฒั นาพหปุ ญั ญาของผเู้ รยี น โดยมคี วามรว่ มมอื ในระดบั ผบู้ รหิ าร ครู และ
ชมุ ชน เพอื่ สนบั สนนุ ดา้ นการบรหิ ารจดั การ ดา้ นบคุ ลากร ดา้ นงบประมาณ และ
สิ่งสนับสนนุ เปน็ กลไกในการขบั เคลอื่ นการพฒั นาพหปุ ญั ญาของผเู้ รยี น ดงั แสดง
ในภาพประกอบ 1

คณุ ผลลเกแกัชาบษารบวณปนคะรป์ัดขะกญัเอมรงญินอผงจาู้เรายีกน: ความเชื่อของผู้เรยี น การเขา้ ถึงการเรียนรู้ สผ่งิเลชทลงิขผี่ คัพอปู้เรณุ งธรยี ผ์กมิภนเู้าาารไรณพยีดเรนเ้แรีย:ลยี นะนรรู้ ู้
บริบทท่เี ก่ยี วข้องกับ เก่ียวกบั บรบิ ท ของผูเ้ รยี น: การพัฒนา
การเรียนรู้ภายในโรงเรียน ของโรงเรียน ผูเ้ รียนเรยี นรู้ เชาว9นดป์ า้ ัญนญา
เช่น โครงสรา้ งบทเรยี น, เชน่ การสอนทดี่ ี ของผู้เรยี น
แบบลกึ หรือตื้น
วธิ กี ารสอน และ กลกยาทุรสธก์อานรเพสออ่ื น:
การประเมินผล เพ่ิมศกั ยภาพ
ทางพหปุ ญั ญา 9 ดา้ น

กการลสไกนขบั บั สเนคนุล่อื 4นMการจพากัฒสนังาคพมหแปุละัญชญมุ าช:น

ภาพประกอบ 1 กรอบแนวคิดในการวิจัย

6 รายงานผลการพัฒนารปู แบบและกลไกการพัฒนา
และส่งเสรมิ พหปุ ัญญาเพื่อการพัฒนาศักยภาพผู้เรยี น (ฉบบั สรุป)

นยิ ามศัพท์เฉพาะ

1. รปู แบบและกลไกการพฒั นาและสง่ เสรมิ พหปุ ญั ญาเพอ่ื การพฒั นา
ศักยภาพผู้เรียน หมายถึง แบบจ�ำลองท่ีเป็นต้นแบบส�ำหรับการน�ำไปใช้ใน
การพฒั นาและสง่ เสรมิ พหปุ ญั ญาเพอ่ื การพฒั นาศกั ยภาพผเู้ รยี น มีการขับเคลื่อน
และสนบั สนนุ ให้การด�ำเนินงานด�ำรงอยไู่ ดอ้ ย่างตอ่ เนอ่ื ง

2. พหุปัญญา หมายถึง เชาวน์ปัญญาหรอื ความสามารถทางสมองของ
ผเู้ รยี น ทส่ี ง่ ผลตอ่ การคดิ การตดั สนิ ใจ การแกป้ ญั หา การเรยี นรู้ และการด�ำรงชวี ติ
ของผเู้ รยี น จ�ำแนกออกเปน็ 9 ดา้ น ผเู้ รยี นแตล่ ะคนจะมเี ชาวนป์ ญั ญาครบทกุ ดา้ น
แต่จะมีระดับเชาวน์ปัญญาแต่ละด้านไม่ทัดเทียมกัน เชาวน์ปัญญาแต่ละด้าน
มีความหมายและพฤติกรรมที่สามารถสังเกตเห็นได้ ดังน้ี

ทีม่ า : www.freepik.com

1) เชาวน์ปัญญาดา้ นภาษา (Linguistic intelligence) หมายถงึ
ผทู้ ม่ี คี วามสามารถในการเรยี นรภู้ าษาได้อยา่ งรวดเร็วและมีความสามารถในการใช้
ภาษาไดถ้ งึ แกน่ ไดแ้ ก่ เรยี นรภู้ าษาไดเ้ รว็ ชอบอา่ นตวั หนงั สอื จากสง่ิ ตา่ ง ๆ รอบตวั
ช่างพูด รู้จังหวะท่ีจะพูด รู้จักใช้ภาษาและน้�ำเสียงจูงใจผู้ฟัง ชอบกิจกรรม
ที่ใช้ทักษะการพูด ช่างเปรียบเปรย เจ้าส�ำบัดส�ำนวน และชอบเล่นเกมค�ำศัพท์
เป็นต้น

รายงานผลการพัฒนารูปแบบและกลไกการพัฒนา 7
และส่งเสริมพหุปัญญาเพื่อการพัฒนาศักยภาพผเู้ รยี น (ฉบบั สรุป)

ทีม่ า : www.freepik.com

2) เชาวนป์ ญั ญาดา้ นตรรกะและคณติ ศาสตร์ (Logical mathematical
intelligence) หมายถึง ผู้ท่ีมีความสามารถในการใช้ตัวเลข มีความสามารถใน
การตั้งโจทย์ปัญหาและแก้โจทย์ปัญหา หรือตั้งสมมติฐานและทดสอบสมมติฐาน
ด้วยการคิดเชิงเหตุและผล ได้แก่ คิดจ่ายเงิน ทอนเงินได้อย่างคล่องแคล่ว
แกโ้ จทยค์ ณติ ศาสตรเ์ กง่ คดิ เลขเกง่ ชอบคดิ เลข มวี ธิ คี ดิ ทเี่ ปน็ ระบบ เปน็ ขนั้ ตอน
ชอบแก้ปัญหาท่ีซับซ้อน และคาดเดาค�ำตอบ รู้จักใช้เหตุผล และชอบเล่นเกม
กล่องปริศนา เกมเขาวงกต เป็นต้น

ที่มา : www.freepik.com

3) เชาวนป์ ญั ญาดา้ นมติ สิ ัมพนั ธ์ (Spatial intelligence) หมายถงึ
ผู้ที่มีความสามารถในการมองเห็นภาพและทิศทางแบบสามมิติ มีความไว

8 รายงานผลการพัฒนารปู แบบและกลไกการพัฒนา
และส่งเสรมิ พหปุ ัญญาเพ่ือการพัฒนาศักยภาพผูเ้ รยี น (ฉบบั สรปุ )

ในการรบั รสู้ งิ่ ตา่ ง ๆ รอบตวั สามารถจ�ำแนกลกั ษณะ และเชอื่ มโยงความสมั พนั ธ์
ของสงิ่ ตา่ ง ๆ เหล่านนั้ ได้แก่ เก่งการใช้แผนท่ีและจับทิศทาง เก่งเรื่องการจัด
หมวดหมู่ จัดสิ่งของเข้าที่ ตาไว สายตาดี บอกรายละเอียดของสิ่งที่มองเห็นได้
อย่างรวดเร็ว เก่งการใช้แผนผังความคิด (Mind mapping) ชอบเขียนภาพ
วาดภาพ ระบายสี การออกแบบโปสเตอร์ จดั นทิ รรศการ ชอบต่อจ๊ิกซอร์ เลน่ เกม
จบั คู่ภาพ และจัดสงิ่ ของให้พอดกี บั พนื้ ท่ี เป็นตน้

ทม่ี า : www.freepik.com

4) เชาวน์ปัญญาด้านร่างกายและการเคล่ือนไหว (Bodily –
kinesthetic intelligence) หมายถึง ผู้ท่ีมีการเคล่ือนไหวของร่างกายอย่าง
คล่องแคล่ว สามารถใช้ประโยชน์จากการเคลื่อนไหวของร่างกาย ใจ และกาย
ประสานกันเปน็ หนงึ่ เดยี ว ไดแ้ ก่ เรียนร้งู านที่ตอ้ งลงมอื ปฏบิ ตั ิไดด้ ี ใช้ส่วนตา่ ง ๆ
ของรา่ งกายปฏบิ ตั ิกิจกรรมได้ดี ชอบแสดงทา่ ทางประกอบการพูด แสดงท่าทาง
เพ่ือสื่อความหมาย เคล่ือนไหวร่างกายได้อย่างคล่องแคล่ว มีการทรงตัวได้ดี
ชอบกิจกรรมท่ีมีการเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น การแสดง การฟ้อนร�ำ เต้นร�ำ
เปน็ ต้น

รายงานผลการพัฒนารปู แบบและกลไกการพัฒนา 9
และส่งเสรมิ พหปุ ัญญาเพื่อการพัฒนาศักยภาพผู้เรยี น (ฉบับสรุป)

ท่ีมา : www.freepik.com

5) เชาวนป์ ญั ญาดา้ นดนตรี (Musical intelligence) หมายถึง
ผู้ท่ีมีความไวในการรับรู้และตอบสนองต่อท่วงท�ำนองของเสียง มีความสามารถ
ในการใชแ้ ละสรา้ งแกนหลกั ของดนตรี คอื ระดบั เสยี งสงู – ตำ่� จงั หวะและความเรว็
ของเสียง ไดแ้ ก่ หูไวตอ่ ท่วงท�ำนองดนตรี มีความสามารถในการไดย้ นิ เสยี งดนตรี
จับจังหวะของเสียงและท่วงท�ำนองได้ดี สร้างหรือเลียนแบบเสียงดนตรีได้เก่ง
ชอบเล่นดนตรีเป็นงานอดิเรก ชอบสะสมเรื่องราวทางดนตรี ชอบเคร่ืองดนตรี
เรียนรู้การเล่นเคร่ืองดนตรีได้เร็ว ชอบฟังดนตรี ชอบแสดงท่าทางตามจังหวะ
ดนตรี และชอบดดั แปลงเนอ้ื เพลง แต่งเพลงเพอ่ื ใหจ้ �ำเน้อื หาท่ีเรียน เปน็ ตน้

10 รายงานผลการพัฒนารปู แบบและกลไกการพัฒนา
และส่งเสรมิ พหปุ ัญญาเพ่ือการพัฒนาศักยภาพผู้เรียน (ฉบับสรปุ )

ท่ีมา : www.freepik.com

6) เชาวนป์ ญั ญาดา้ นการเขา้ ใจระหว่างบุคคล (Interpersonal
intelligence) หมายถึง ผู้ท่ีมีมนุษยสัมพันธ์ ไวในการสังเกตสีหน้า ท่าทางของ
ผู้อื่น มีความเข้าใจอารมณ์ ความรู้สึก ความคิด และเจตนาของผู้อื่น ได้แก่
อ่านใจคนเก่ง เข้าถึงความชอบ ความคิด แรงจูงใจของคนอ่ืนได้ดี ไวต่อการรับรู้
ความรู้สึกของคนรอบข้าง จบั ความร้สู ึกของผ้อู นื่ ไดด้ ี เขา้ กับคนง่าย มีปฏสิ ัมพันธ์
กับผอู้ ่นื ได้ดี และชอบท�ำงานเป็นกลุม่ เป็นต้น

ที่มา : www.freepik.com

7) เชาวนป์ ญั ญาดา้ นการเขา้ ใจตนเอง (Intrapersonal intelligence)
หมายถงึ ผทู้ ม่ี คี วามสามารถในการมองตน รู้จักตน เข้าใจความคิด อารมณ์และ
ความตอ้ งการของตนเอง และสามารถควบคุมพฤติกรรมตนเอง ได้แก่ รจู้ กั และ

รายงานผลการพัฒนารูปแบบและกลไกการพัฒนา 11
และส่งเสริมพหปุ ัญญาเพ่ือการพัฒนาศักยภาพผเู้ รยี น (ฉบับสรปุ )

เข้าใจตนเอง บอกข้อดีข้อเสียของตนเองได้ บอกได้ว่าตนเองมีความคิดและ
ความรู้สึกอย่างไร สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมของตนเองที่มีกับคนอ่ืนได้
พ่ึงตนเอง มีความรับผิดชอบในตัวเอง ชอบเขียนบันทึกเร่ืองของตนเอง และ
ชอบเล่นเกมผจญภยั และสวมบทบาทเปน็ ตัวละครหลาย ๆ ประเภท เป็นตน้

ท่มี า : www.freepik.com

8) เชาวนป์ ญั ญาดา้ นธรรมชาตวิ ทิ ยา (Naturalist intelligence)
หมายถึง ผู้ที่มีความสามารถในการเข้าใจธรรมชาติและการเปล่ียนแปลงของ
ธรรมชาติ มีความรอบรู้เร่ืองของพืชและสัตว์ ได้แก่ มีความรอบรู้เรื่องพืชและ
สัตว์ ช่างสังเกต จดจ�ำ และจ�ำแนกประเภทพชื และสตั วร์ อบตวั ได้ อ่อนไหวต่อ
การเปล่ียนแปลงของสภาพแวดล้อม ชอบอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ มีความสุขเม่ือ
อยู่กับธรรมชาติ เข้าใจและสนใจปรากฏการณท์ างธรรมชาติ ชอบเดนิ ทางทอ่ งเทยี่ ว
ทางธรรมชาติ เปน็ นกั อนรุ กั ษธ์ รรมชาติ ชอบกจิ กรรมท�ำความสะอาดส่ิงแวดล้อม
ของโรงเรียนและชมุ ชน เป็นต้น

12 รายงานผลการพัฒนารปู แบบและกลไกการพัฒนา
และส่งเสริมพหปุ ัญญาเพื่อการพัฒนาศักยภาพผเู้ รยี น (ฉบบั สรุป)

ที่มา : www.freepik.com

9) เชาวนป์ ญั ญาดา้ นการดำ� รงอยขู่ องชวี ติ (Existential intelligence)
หมายถึง ผู้ที่มีความสามารถในการเข้าใจสัจธรรมของโลกและชีวิต การด�ำรงอยู่
ของมนษุ ย์ คณุ คา่ ของมนษุ ยท์ มี่ ตี อ่ โลกและจกั รวาล ไดแ้ ก่ ชอบฝกึ สมาธิ มคี วามเชื่อ
ในเรื่องจิตวิญญาณ สนใจและปฏิบัติตามหลักค�ำสอนทางศาสนา ชอบตั้งค�ำถาม
เก่ียวกับคุณค่าของมนุษย์ที่มีต่อโลก รัก เมตตามนุษย์และสัตว์โลก และสนใจ
เรื่องของโลกและจกั รวาล เป็นต้น

3. แบบคดั กรองพหุปัญญา หมายถงึ เครอื่ งมอื ทใี่ ชใ้ นการประเมนิ ระดบั
พหปุ ญั ญา 9 ด้านของผเู้ รียนระดับประถมศกึ ษาถงึ ระดับมธั ยมศกึ ษา มลี ักษณะ
เป็นข้อค�ำถามที่ใช้ในการสังเกตการแสดงออกของผู้เรียนขณะร่วมกิจกรรม
ในโรงเรียนและท่ีบ้าน จ�ำแนกเป็น 5 พฤติกรรมต่อเชาวน์ปัญญา 1 ด้าน
แบ่งออกเป็นการแสดงออก 2 ระดับ คือ สม�่ำเสมอ ให้คะแนนเท่ากับ 2
และไม่สม่�ำเสมอให้คะแนนเท่ากับ 1 โดยมีเกณฑ์การประเมินเชาวน์ปัญญา
ของผเู้ รยี นจ�ำแนกรายดา้ น คอื ถา้ มคี ะแนน 9 – 10 แปลวา่ ผเู้ รยี นมคี วามโดดเดน่
ของเชาวน์ปญั ญาด้านนน้ั และคะแนนแตล่ ะด้าน 1 – 8 แปลว่า ผเู้ รยี นมเี ชาวน์
ปญั ญาดา้ นนัน้ ๆ ในระดับปกติเช่นเดยี วกับคนทั่วไป

รายงานผลการพัฒนารปู แบบและกลไกการพัฒนา 13
และส่งเสรมิ พหุปัญญาเพ่ือการพัฒนาศักยภาพผ้เู รยี น (ฉบบั สรปุ )

วิธดี ำ� เนนิ การวจิ ัย

การวิจัยครั้งน้ี ใช้ระเบียบวิธีวิจัยผสานวิธีแบบล�ำดับ (Sequential
mixed – method research) ประกอบดวยการวิจยั 2 ระยะ คือ

ระยะแรก เป็นการพฒั นารปู แบบและกลไกการพฒั นาและสง่ เสรมิ
พหุปัญญาเพ่ือการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนและพัฒนาแบบคัดกรองพหุปัญญา
ประกอบดว้ ยการด�ำเนินการ 3 ส่วนคือ 1) การศึกษาและทบทวนวรรณกรรม
ทั้งในและต่างประเทศท่ีเกี่ยวข้องกับรูปแบบและกลไกการพัฒนาและส่งเสริม
พหุปัญญาเพ่ือการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนและแบบคัดกรองพหุปัญญา
2) การสงั เคราะห์ (รา่ ง) รปู แบบและกลไกการพัฒนาและส่งเสริมพหุปัญญาเพ่ือ
การพัฒนาศักยภาพผู้เรียน และการสังเคราะห์แบบคัดกรองพหุปัญญา และ
3) การพัฒนารปู แบบและกลไกการพฒั นาและสง่ เสรมิ พหปุ ญั ญาเพอ่ื การพฒั นา
ศกั ยภาพผเู้ รยี นและแบบคดั กรองพหปุ ญั ญา

ระยะสอง การจัดท�ำข้อเสนอเชิงนโยบายการพัฒนารูปแบบและ
กลไกการพัฒนาและส่งเสริมพหุปัญญาเพื่อการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนท่ี
เหมาะสมส�ำหรบั ประเทศไทย

ประชากรและกลมุ่ ตวั อยา่ ง (Populations and samples) ในการศกึ ษา
เชิงปริมาณเพื่อการวิเคราะห์องค์ประกอบของแบบคัดกรองพหุปัญญาและ
ส�ำรวจพหุปัญญาของผู้เรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ประชากร คือ
ผเู้ รยี นระดบั ประถมศกึ ษาและมธั ยมศกึ ษา ครผู สู้ อน และผปู้ กครอง กลมุ่ ตวั อยา่ ง
คือ ผเู้ รียนระดบั ประถมศกึ ษาและมัธยมศกึ ษา จาก 5 ภมู ภิ าค ได้แก่ ภาคเหนอื
ภาคตะวันออกภาคตะวันตก ภาคกลาง และภาคใต้ ได้รับการคัดเลือกด้วยวิธี
การสมุ่ แบบหลายขนั้ ตอน (Multi – stage random sampling) ในขน้ั ตน้ สุ่มเลือก
จังหวัดในแต่ละภูมิภาค ๆ ละ 6 จังหวัด ข้ันต่อไป คือ สุ่มเลือกโรงเรียนจาก

14 รายงานผลการพัฒนารูปแบบและกลไกการพัฒนา
และส่งเสริมพหุปัญญาเพื่อการพัฒนาศักยภาพผูเ้ รยี น (ฉบับสรุป)

แต่ละจังหวัด ๆ ละ 1 โรงเรียน ยกเว้นกรุงเทพมหานครสุ่มเลือก 2 โรงเรียน
แล้วจึงสุ่มเลือกผู้เรียนจากแต่ละโรงเรียน ๆ ละ 20 คน ในแต่ละขั้นใช้วิธี
การสมุ่ อยา่ งงา่ ย (Simple random sampling) ส�ำหรบั ครูผ้สู อนและผูป้ กครอง
ก�ำหนดเกณฑ์คุณสมบัติ คือ เป็นครูผู้สอนและผู้ปกครองของผู้เรียนท่ีเป็นกลุ่ม
ตัวอย่างคนเดียวกัน รวมจ�ำนวนผู้เรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา
จ�ำนวน 460 คน

กลุ่มผู้ให้ข้อมูลส�ำคัญ (Key informants) ในการศึกษาเชิงคุณภาพ
แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ 1) ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการด�ำเนินงานด้านการจัด
การศึกษา ท่ีปฏิบัติงานในสถานศึกษาในปีการศึกษา 2563 เพื่อเข้าร่วม
การประชุมสนทนากลุ่ม (Focus group) เพื่อให้ข้อมูล วิพากษ์ และปรับปรุง
(ร่าง) รูปแบบและกลไกการพัฒนาและส่งเสริมพหุปัญญาเพ่ือการพัฒนา
ศักยภาพผู้เรียน โดยก�ำหนดเกณฑ์คุณสมบัติเป็นผู้ทรงคุณวุฒิและผู้ที่มี
ส่วนเก่ียวข้องกับการด�ำเนินงานด้านการจัดการศึกษาในปีการศึกษา 2563 ของ
สถานศกึ ษาสงั กดั การศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน กระทรวงศกึ ษาธกิ าร ไดแ้ ก่ ผทู้ รงคณุ วฒุ ิ
ทางการศกึ ษาและจติ วทิ ยา จ�ำนวน 1 คน ผู้บริหารสถานศึกษา จ�ำนวน 21 คน
ครูผู้สอน จ�ำนวน 22 คน ผู้ปกครองของผู้เรียน จ�ำนวน 20 คน และผู้เรียน
ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา จ�ำนวน 29 คน รวมจ�ำนวน 93 คน และ
2) ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้ท่ีมีส่วนเกี่ยวข้องกับการด�ำเนินงานด้านการจัดการศึกษา
ท้ังในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติเพื่อเข้าร่วมการประชุมเพ่ือวิพากษ์และ
ปรับปรุง (ร่าง) รูปแบบและกลไกการพัฒนาและส่งเสริมพหุปัญญาเพ่ือ
การพฒั นาศักยภาพผ้เู รยี น ได้แก่ ผทู้ รงคณุ วฒุ ทิ างการศกึ ษา จ�ำนวน 3 คน ครูและ
บุคลากรทางการศึกษาจากส�ำนักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาระดับประถมศึกษา
จ�ำนวน 108 คน ส�ำนักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาระดับมธั ยมศึกษา จ�ำนวน 28 คน
และสถานศึกษา จ�ำนวน 45 คน และส�ำนักงานนโยบายและแผนการจัด
การศึกษา กรุงเทพมหานคร จ�ำนวน 1 คน รวมจ�ำนวน 185 คน

รายงานผลการพัฒนารูปแบบและกลไกการพัฒนา 15
และส่งเสรมิ พหปุ ัญญาเพ่ือการพัฒนาศักยภาพผูเ้ รยี น (ฉบบั สรุป)

เครอ่ื งมือท่ใี ชใ้ นการวิจัย

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบคัดกรองพหปุ ญั ญาทสี่ งั เคราะหจ์ าก
การทบทวนวรรณกรรมที่เก่ียวข้องโดยสบื คน้ ผา่ นฐานขอ้ มลู อเิ ลก็ ทรอนกิ สท์ งั้ ใน
และต่างประเทศ ได้แก่ คลังข้อมูลงานวิจัยไทย (TNRR: Thai National
Research Repository) และเครือข่ายห้องสมุดอุดมศึกษาในประเทศไทย
(ThaiLIS) ยอ้ นหลงั 15 ปี (เผยแพรร่ ะหวา่ ง พ.ศ. 2550 – 2564) ผลการน�ำแบบ
คัดกรองพหปุ ญั ญาไปตรวจสอบความเท่ียงตรงเชิงเนื้อหา (Content validity)
โดยผู้ทรงคุณวุฒิ จ�ำนวน 3 คน ผลการวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์ความสอดคลอ้ ง
(Index of item – objective congruence: IOC) มคี า่ ความสอดคลอ้ งอยรู่ ะหวา่ ง
0.67 – 1.00 เม่ือปรับปรุงแล้วจึงน�ำไปทดลองใช้กับผู้เรียนระดับประถมศึกษา
และมัธยมศึกษาแบบคละช้ัน จ�ำนวน 100 คน ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง พบว่า
มีค่าความเชื่อม่ันของความสอดคล้องของผู้ประเมิน (Intraclass correlation
coefficient) เทา่ กบั 0.998 ถอื ไดว้ า่ อยใู่ นระดบั สงู และตรวจสอบอ�ำนาจจ�ำแนก
(Discrimination) โดยใช้ t – test พบว่า มีคุณภาพดา้ นอ�ำนาจจ�ำแนกอย่างมนี ยั
ส�ำคัญทางสถิติที่ ระดับ <.001 มีค่าอ�ำนาจจ�ำแนกรายข้ออยู่ระหว่าง 0.22 –
0.52 ถอื ว่า มอี �ำนาจจ�ำแนกดี จงึ น�ำไปใชใ้ นการเก็บขอ้ มลู ตอ่ ไป

การเก็บรวบรวมขอ้ มูล

การเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณโดยการประสานและเก็บรวบรวม
ข้อมูลกับนักวิจัยเครือข่ายในพ้ืนที่เปา้ หมาย หลังจากได้รับการรับรองจริยธรรม
การวิจัยในมนุษย์ จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ตามหนังสือรับรอง
หมายเลข SWUEC/E – 529/2563 โดยนักวิจัยเครือข่ายในพ้ืนที่ ได้แก่
ศึกษานิเทศก์ ผู้บริหารสถานศึกษา และครูผู้สอน จะท�ำหน้าท่ีประสานความ
ร่วมมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลท้ังข้อมูลเชิงปริมาณและข้อมูลเชิงคุณภาพกับ

16 รายงานผลการพัฒนารปู แบบและกลไกการพัฒนา
และส่งเสรมิ พหปุ ัญญาเพื่อการพัฒนาศักยภาพผเู้ รยี น (ฉบบั สรุป)

กลุ่มตัวอย่างและกลุ่มผู้ให้ข้อมูลส�ำคัญ รวมทั้งการขออนุญาตจากผู้แทน
โดยชอบธรรมโดยตรง ประกอบด้วยการชี้แจงรายละเอียดของโครงการวิจัย
วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล วิธีการเก็บรักษาข้อมูลเป็นความลับ การเปิดเผย
ผลการวิเคราะห์ในภาพรวม ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ก่อนท่ีจะด�ำเนินการ
เกบ็ รวบรวมขอ้ มูลตามวันเวลาท่ีนัดหมาย

การเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงคุณภาพส่วนหนึ่งใช้การประชุมสนทนากลุ่ม
(Focus group) ในพ้ืนท่ีเป้าหมาย และการประชุมสัมมนาผ่านระบบ Online
meeting ของส�ำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา

การวเิ คราะห์ขอ้ มลู

1) การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ ด้วยค่าสัมประสิทธ์ิ
ความสอดคลอ้ ง (Index of item – objective congruence: IOC) สัมประสทิ ธิ์
สหสมั พันธภ์ ายในชัน้ (Intraclass correlation coefficient) สถติ พิ น้ื ฐาน ได้แก่
ร้อยละ ค่าเฉล่ีย และความเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์เปรียบเทียบด้วย
t – test และการวิเคราะห์องค์ประกอบหลัก (Principal component
analysis: PCA) ด้วย Program R

2) การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ ด้วยการสรุปเน้ือหาแบบอุปนัย
(Analytical induction)

รายงานผลการพัฒนารปู แบบและกลไกการพัฒนา 17
และส่งเสริมพหุปัญญาเพ่ือการพัฒนาศักยภาพผ้เู รียน (ฉบบั สรุป)

สรปุ ผลการวจิ ัยที่มา : www.freepik.com
1. ผลการศึกษาและทบทวนวรรณกรรมทเ่ี กย่ี วขอ้ ง

ทงั้ ในและตา่ งประเทศ พบว่า รูปแบบและกลไกการพัฒนาและส่งเสริม
พหุปัญญาเพื่อการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนที่เคยมีการศึกษาวิจัยในประเทศไทย
และตา่ งประเทศ จ�ำแนกได้ 3 รปู แบบ คือ 1) รูปแบบ ACACA เปน็ การพัฒนา
พหุปัญญาเพื่อการเรียนรู้ส�ำหรับการจัดการศึกษาในบริบทของสังคมไทย
ที่เน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเองตามข้ันตอนการจัด
ประสบการณ์การเรียนรู้ 5 ข้ันตอน คือ ขั้น 1 ผู้เรียนลงมือปฏิบัติกิจกรรม
การเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างมีชีวิตชีวา (Active learning) ขั้น 2 ผู้เรียนปฏิบัติ
กิจกรรมกลุ่มร่วมกับผู้อ่ืนในกลุ่มย่อย (Cooperative learning) ข้ัน 3 ผู้เรียน
วิเคราะห์กิจกรรมการเรียนรู้ (Analysis) ข้ัน 4 ผู้เรียนสามารถสรุปและสร้าง
องคค์ วามรดู้ ว้ ยตนเอง (Constructivism)  ขนั้ 5 ผเู้ รยี นสามารถน�ำสงิ่ ทไี่ ดเ้ รยี นรไู้ ป
ประยุกต์ใช้ได้อย่างมีความหมาย (Application) 2) รูปแบบการบูรณาการ

18 รายงานผลการพัฒนารปู แบบและกลไกการพัฒนา
และส่งเสริมพหปุ ัญญาเพื่อการพัฒนาศักยภาพผูเ้ รยี น (ฉบบั สรุป)

กบั หลกั สตู ร ในประเทศไทย โดยกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ตง้ั แต่ พ.ศ. 2558 กระทรวง
ศกึ ษาธกิ าร มนี โยบายดา้ นการศกึ ษา “การลดเวลาเรยี น เพม่ิ เวลาร:ู้ Mordorate
class more knowledge” โดยก�ำหนดเป้าหมายการพัฒนา 4H ได้แก่ Head
(พัฒนาสมอง) Heart (พัฒนาจิตใจ) Hand (พัฒนาทักษะการปฏิบัติ) และ
Health (พัฒนาสขุ ภาพ) ใหเ้ ชื่อมโยงกบั หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 ในต่างประเทศ การ์ดเนอร์ ได้ออกแบบโครงการ Project
spectrum ซง่ึ เปน็ โครงการวิจยั ทีด่ �ำเนนิ การตง้ั แต่ปี ค.ศ. 1984 ถึงปี ค.ศ. 1988
ในโครงการน้ีมีการพัฒนาหลักสูตรส�ำหรับเด็กก่อนวัยเรียนและประถมศึกษา
ตอนต้น เพ่ือพัฒนาพหุปัญญา 8 ด้าน ท�ำการทดลองกับโรงเรียนของรัฐในเมือง
Somerville และ Roxbury มลรัฐ Massachusetts ผลงานของ Project
spectrum ขึ้นอยู่กับความเชื่อที่ว่าเด็กแต่ละคนมีความโดดเด่นของเชาวน์
ปัญญาท่ีแตกต่างกัน 8 ด้าน ความสามารถที่แตกต่างกันหรือสเปกตรัมของ
เชาวน์ปัญญา ซึ่งสามารถเพิ่มพูนได้ด้วยโอกาสทางการศึกษา และใช้ข้อมูลน้ี
เป็นพ้ืนฐานส�ำหรับโปรแกรมการศึกษาเฉพาะบุคคล 3) รูปแบบบูรณาการกับ
การจดั การเรยี นรู้ จ�ำแนกออกตามโครงสรา้ งการบรู ณาการไดเ้ ปน็ 6 รปู แบบยอ่ ย
คอื (ก) การบรู ณาการกบั พนื้ ทจี่ ดั การเรยี นรู้ โดยการศกึ ษาของกรงุ เทพมหานคร
ที่ได้ทดลองใช้จัดการเรียนรู้แบบพหุปัญญาในหลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียน
มีวิชาพลศึกษา ดนตรี ชมรมบ�ำเพ็ญประโยชน์ ชมรมโต้วาที ชมรมหมากรุก
วิชาศิลปะ ซึ่งช่วยส่งเสริมพัฒนาปัญญา 8 ด้าน โดยให้ครูจัดมุมหรือศูนย์หรือ
ฐานท่สี ัมพนั ธก์ ับเชาวน์ปญั ญาด้านตา่ ง ๆ ในห้องเรยี นมมุ เหล่าน้อี าจจะมีตลอดปี
หรือจัดเป็นครั้งคราว เช่น คร้ังละ 2 – 3 วัน หรือ 2 – 3 สัปดาห์ ตามที่
ผู้เรียนจัด เช่น จัดมุมภาพการ์ตูน วาดภาพจากหนังสือที่ผู้เรียนอ่าน การจัด
กจิ กรรมการเรยี นการสอนทส่ี มั พนั ธก์ บั เชาวนป์ ญั ญาแตล่ ะดา้ น (ข) การบรู ณาการ
กับกลยุทธ์การสอนด้วย Elliott’s model โดยครูผู้สอนจะเป็นผู้ออกแบบ
กลยุทธ์การสอนของครูท่ีบูรณาการเข้ากับเชาวน์ปัญญาแต่ละด้าน เพ่ือให้

รายงานผลการพัฒนารูปแบบและกลไกการพัฒนา 19
และส่งเสรมิ พหปุ ัญญาเพ่ือการพัฒนาศักยภาพผเู้ รียน (ฉบับสรุป)

สามารถพัฒนาพหุปัญญาของผู้เรียน (ค) การบูรณาการกับกลยุทธ์การสอน
ออนไลน์ เป็นการประยุกต์ทฤษฎีพหุปัญญา (MI) เข้ากับกลยุทธ์การสอน
ออนไลน์ส�ำหรับนักศึกษาระดับอุดมศึกษา (IHE) ผู้เรียนมีส่วนร่วมใน
การประเมินจุดแข็งของตนเองและจุดแข็งทางพหุปัญญา เพ่ือตอบสนอง
ความต้องการในการพัฒนาพหุปัญญาเป็นรายบุคคล (ง) การบูรณาการกับ
การเรียนรู้จากบทบาทสมมติแบบออกอากาศ (Pod class role play)
เป็นการใช้บทบาทสมมติร่วมกับการถ่ายทอดกิจกรรมในชั้นเรียนเพ่ือส่งเสริม
พหุปัญญาด้านการเข้าใจระหว่างบุคคลและการเข้าใจตนเอง กิจกรรมบทบาท
สมมติเป็นกิจกรรมจากประสบการณ์ของผู้เรียนหรือส่ิงท่ีผู้เรียนสนใจ ครูจะ
แนะน�ำให้ผู้เรียนแสดงบทบาทหลาย ๆ แบบ กระตุ้นให้ผู้เรียนรู้จักใช้ค�ำพูด
ของตนเองร่วมอภิปราย แสดงความคิดเห็น และรับฟังความคิดเห็นของผู้เรียน
คนอ่ืน ๆ กลยุทธท์ ีค่ รใู ช้ คอื การพูด การเขียน การแสดงท่าทาง ในชว่ ง 5 นาที
สุดท้ายของคาบจะเป็นเวลาในการสะท้อนว่า ผู้เรียนได้ท�ำอะไรบ้าง ผู้เรียนชอบ
อะไรมากที่สุด ผู้เรียนสนใจอะไรมากที่สุดในระหว่างการท�ำกิจกรรม และ
(จ) การบูรณาการกับการจัดสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ในร่มและกลางแจ้ง
(Indoor outdoor playground learning environment) ดว้ ยการออกแบบ
สนามเด็กเล่นในร่มและกลางแจ้งเพ่ือจัดสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ในสถานศึกษา
มีการบูรณาการกิจกรรมในร่มและกลางแจ้งกับกระบวนการเรียนรู้ที่ออกแบบ
หรอื Lesson plan activity แบ่งออกเปน็ Daily activity plan (DAP) Weekly
activity plan (WAP) และ Annual activity plan (AAP) ครตู อ้ งมีความอดทน
เอาใจใส่ดูแล และรอบรู้ จะเป็นบุคคลส�ำคญั ทจ่ี ะเออ้ื ให้เกิดกระบวนการเรยี นรู้นี้

2. ผลการศึกษาการดำ� เนนิ งานของหนว่ ยปฏบิ ตั ิ

พบวา่ ในปจั จบุ นั โรงเรยี นมกี ารพฒั นาผเู้ รยี นหลายดา้ น และมกี ารใชแ้ นวคดิ ตา่ ง ๆ
มาใช้ในการพัฒนาผู้เรียน ได้แก่ 1) เศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียนพ้ืนที่ชนบท

20 รายงานผลการพัฒนารปู แบบและกลไกการพัฒนา
และส่งเสริมพหุปัญญาเพื่อการพัฒนาศักยภาพผู้เรยี น (ฉบับสรปุ )

เป็นการเน้นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิต 2) จิตปัญญา เป็นโรงเรียนในวิถี
แห่งปัญญาที่มุ่งเน้นการเรียนรู้ภายในตนเองเป็นหลัก ผู้เรียนมีการพัฒนา
อย่างบูรณาการตามหลักไตรสิกขา 3) การพัฒนาสมองซีกซ้ายและซีกขวา
โดยท่ีสมองซีกซ้าย คือ “ส่วนของการตัดสิน” และสมองซีกขวา คือ “ส่วนของ
การสร้างสรรค์” 4) การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะที่ส�ำคัญในการด�ำรง
ชีวิตในศตวรรษท่ี 21 ได้แก่ พ้ืนฐานความคิดเชิงค�ำนวณ (Computational
thinking) พ้ืนฐานความรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital technology) และ
พ้ืนฐานการรู้เท่าทันสื่อและข่าวสาร (Media and information literacy)
ส�ำหรับการพัฒนาพหุปัญญาของผู้เรียน และ 5) การพัฒนาผู้เรียนผ่านกิจกรรม
เสริมการเรียนรู้ โดยจัดเป็นชุมนุมคณิตศาสตร์ กีฬา ดนตรี ศิลปะ ซึ่งผู้เรียน
สามารถเลือกเข้าชุมนุมต่าง ๆ ตามความสนใจ และกิจกรรมบ�ำเพ็ญประโยชน์
ที่ผู้เรียนต้องเข้าร่วมกิจกรรมทุกคน สรุปได้ว่า ยังไม่มีความชัดเจนว่า
มีการหลอมรวมแนวทางการพัฒนาผู้เรียนไปในทิศทางเดียวกัน หรือมี
การพัฒนาพหุปัญญาอย่างต่อเน่ือง และยังมีความแตกต่างกันอยู่มากในระหว่าง
โรงเรียน

3. ผลการพัฒนารปู แบบและกลไกการพัฒนาและ

สง่ เสรมิ พหปุ ญั ญาเพ่ือการพัฒนาศกั ยภาพผเู้ รยี น
จากผลการศึกษา วิเคราะห์ และสังเคราะห์ข้อมูลได้ผลการพัฒนา

รูปแบบและกลไกการพัฒนาและส่งเสริมพหุปัญญาเพื่อการพัฒนาศักยภาพ
ผู้เรียน คือ รูปแบบ A2D หรือ A square D หรือ AAD ที่มีกลไกขับเคล่ือน
8 กลไก และมเี งือ่ นไขหรอื ปจั จัยแห่งความส�ำเร็จ 2 เงอ่ื นไข ดงั น้ี

รูปแบบ A2D หรือ A square D มีโครงสร้างท่ีประกอบด้วย 3
องคป์ ระกอบ ได้แก่ อักษร A จ�ำนวน 2 ตวั อักษร อักษร D จ�ำนวน 1 ตัวอักษร
แต่ละตัวอักษรมีความหมาย ดังน้ี

รายงานผลการพัฒนารูปแบบและกลไกการพัฒนา 21
และส่งเสริมพหุปัญญาเพื่อการพัฒนาศักยภาพผู้เรียน (ฉบบั สรปุ )

อักษร “A” ตัวแรก (A1) คือ “Area of intelligences” หรือ
“พ้ืนท่ีของเชาวน์ปัญญาท้ัง 9 ด้าน” หมายถึง ความสามารถทางสมองของ
ผู้เรียนตามทฤษฎีของการ์ดเนอร์ ทั้ง 9 ด้าน ที่ส่งผลต่อการคิด การตัดสินใจ
การแกป้ ัญหาการเรียนรู้ และการด�ำรงชีวติ ของผ้เู รียน

อกั ษร “A” ตวั ท่ีสอง (A2) คือ “Learning activity” หรือ “กจิ กรรม
การเรียนรู้” หมายถึง การปฏิบัติของผู้เรียนในห้องเรียนและนอกห้องเรียน
ท่ีถูกออกแบบมาให้สอดคล้องกับส่ิงที่ผู้เรียนมีความชอบ มีความถนัด
และสง่ เสรมิ การพฒั นาเชาวน์ปญั ญาทงั้ 9 ดา้ นของผ้เู รียน

อักษร “D” คือ Digital platform หรือ “ฐานดิจิทัล” หมายถึง
ดิจิทัลแพลตฟอร์ม หรือ แอปพลิเคชัน หรือ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ส�ำเร็จรูปที่
สนบั สนุนการเรยี นรู้ และสง่ เสรมิ การพัฒนาเชาวน์ปัญญาทง้ั 9 ดา้ นของผูเ้ รยี น
กลไกขับเคลื่อน 8 กลไก ที่ท�ำให้การพัฒนาพหุปัญญาของผู้เรียน
เกิดขึ้นได้อย่างต่อเน่ือง ได้แก่ สายสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนกับครูหรือผู้ปกครอง
สภาพแวดล้อมทางวัฒนธรรม พีระมิดการเรียนรู้ การเรียนรู้เชิงรุกของผู้เรียน
แรงจูงใจในการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบกลุ่มย่อย
การใช้ส่อื เทคโนโลยี และการประเมนิ การเรยี นรขู้ องผเู้ รียน
เงื่อนไขแห่งความส�ำเร็จ หรือปัจจัยแห่งความส�ำเร็จ 2 เง่ือนไข
คือ ความร่วมมือ (Collaboration) แทนด้วยอักษร “C1” และ ความเชื่อมโยง
(Connection) แทนด้วยอกั ษร “C2”

แสดงรายละเอียดรูปแบบและกลไกการพัฒนาและส่งเสริมพหุปัญญา
เพ่อื การพัฒนาศักยภาพผูเ้ รยี น ดังภาพประกอบ 2

22 รายงานผลการพัฒนารปู แบบและกลไกการพัฒนา
และส่งเสรมิ พหุปัญญาเพื่อการพัฒนาศักยภาพผ้เู รียน (ฉบับสรปุ )

ภาพประกอบ 2 รูปแบบและกลไกการพัฒนาและส่งเสริมพหุปัญญาเพื่อการ
พฒั นาศกั ยภาพผูเ้ รยี นแบบ A2D

โครงสรา้ งของรปู แบบ A2D

อักษร “A” ตัวแรก (A1) หรือ “Area of intelligences” หรือ
พนื้ ท่ีของเชาวน์ปัญญา

พื้นที่ของเชาวน์ปัญญา หมายถึง ความสามารถทางสมองของผเู้ รยี น
ท่ีส่งผลต่อการคิด การตัดสินใจ การแก้ปัญหา การเรียนรู้ และการด�ำรงชีวิต
ของผู้เรียน จ�ำแนกออกเป็น 9 ด้าน ซึ่งผู้เรียนแต่ละคนจะมีเชาวน์ปัญญา
ครบทัง้ 9 ดา้ น แต่จะมีระดบั เชาวนป์ ัญญาแตล่ ะด้านไม่ทดั เทียมกัน ดงั นี้

รายงานผลการพัฒนารปู แบบและกลไกการพัฒนา 23
และส่งเสริมพหุปัญญาเพ่ือการพัฒนาศักยภาพผเู้ รยี น (ฉบบั สรปุ )

1. เชาวน์ปัญญาด้านภาษา (Linguistic intelligence) คือ ผู้ที่มี
ความสามารถในการเรียนรู้ภาษาได้อย่างรวดเร็วและมีความสามารถในการใช้ภาษา
ไดถ้ ึงแกน่

2. เชาวนป์ ญั ญาดา้ นตรรกะและคณิตศาสตร์ (Logical mathematical
intelligence) คือ ผู้ท่ีมีความสามารถในการใช้ตัวเลข มีความสามารถใน
การตั้งโจทย์ปัญหาและแก้โจทย์ปัญหา หรือต้ังสมมติฐานและทดสอบสมมติฐาน
ด้วยการคดิ เชงิ เหตแุ ละผล

3. เชาวน์ปัญญาด้านมิติสัมพันธ์ (Spatial intelligence) คือ ผู้ที่มี
ความสามารถในการมองเห็นภาพและทิศทางแบบสามมิติ มีความไวในการรับรู้
สงิ่ ตา่ ง ๆ รอบตวั สามารถจ�ำแนกลกั ษณะ และเชอื่ มโยงความสมั พนั ธข์ องสงิ่ ตา่ ง ๆ
เหลา่ นนั้

4. เชาวนป์ ญั ญาดา้ นรา่ งกายและการเคลอ่ื นไหว (Bodily – kinesthetic
intelligence) คือ ผู้ท่ีมีการเคลื่อนไหวของร่างกายอย่างคล่องแคล่ว สามารถใช้
ประโยชน์จากการเคล่ือนไหวของรา่ งกาย มีใจและกายประสานกันเปน็ หนงึ่ เดียว

5. เชาวนป์ ญั ญาดา้ นดนตรี (Musical intelligence) คอื ผู้ที่มีความไว
ในการรับรู้และตอบสนองต่อท่วงท�ำนองของเสียง มีความสามารถในการใช้และ
สรา้ งแกนหลกั ของดนตรี คอื ระดบั เสยี งสูง – ตำ่� จังหวะ และความเรว็ ของเสียง

6. เชาวน์ปัญญาด้านการเข้าใจระหว่างบุคคล (Interpersonal
intelligence) คือ ผู้ที่มีมนุษยสัมพันธ์ มีความไวในการสังเกตสีหน้า ท่าทางของ
ผอู้ ื่น มีความเขา้ ใจ อารมณ์ ความรู้สึก ความคดิ และเจตนาของผอู้ ืน่

7. เชาวนป์ ญั ญาดา้ นการเขา้ ใจตนเอง (Intrapersonal intelligence) คอื
ผทู้ ม่ี คี วามสามารถในการมองตน รจู้ กั ตน เข้าใจความคิด อารมณ์และความต้องการ
ของตนเอง และสามารถควบคุมพฤตกิ รรมตนเอง

8. เชาวนป์ ญั ญาดา้ นธรรมชาตวิ ทิ ยา (Naturalistic intelligence) คือ
ผู้ท่ีเข้าใจธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ มีความรอบรู้เร่ืองของพืช
และสตั ว์

9. เชาวนป์ ญั ญาดา้ นการดำ� รงอย่ขู องชวี ิต (Existential intelligence)
คือ ผู้ที่เข้าใจสัจธรรมของโลกและชีวิต การด�ำรงอยู่ของมนุษย์ คุณค่าของมนุษย์
ทมี่ ตี อ่ โลกและจกั รวาล

24 รายงานผลการพัฒนารูปแบบและกลไกการพัฒนา
และส่งเสรมิ พหุปัญญาเพื่อการพัฒนาศักยภาพผเู้ รยี น (ฉบับสรปุ )

อกั ษร “Aก”ิจตกวัรทรสม่ี อกงาร(Aเร2ีย)นหรรู้อื ห“มLาeยaถrึงninกgารaปcฏtiิvบiัตtyิข”อคงผอื ู้เร“ียกนจิ กในรรหม้อกงาเรรียเรนยี แนลร”ู้ะ
นอกหอ้ งเรยี นทถี่ กู ออกแบบมาใหส้ อดคลอ้ งกบั สง่ิ ทผ่ี เู้ รยี นมคี วามชอบ มคี วามถนดั
และส่งเสริมการพฒั นาเชาวน์ปัญญาทั้ง 9 ดา้ นของผู้เรียน มี 4 กจิ กรรม ดงั นี้

กิจกรรมการเรยี นรทู้ วั่ ไป

เชาวนป์ ญั ญา กจิ กรรมการเรยี นรู้ทัว่ ไป
ด้านภาษา • การอา่ นหนงั สอื อา่ นนทิ าน เรอื่ งเลา่
• การเขยี นเรอื่ งสนั้ ส�ำหรบั จดหมายขา่ วในชน้ั เรยี น
• การเขยี นบทความสารคดสี �ำหรบั หนงั สอื /วารสาร

ของโรงเรยี น
• การเขียนจดหมายถึงบรรณาธิการเพ่ือวิจารณ์

บทความ
• เขียนถึงตัวแทนของฝ่ายปกครองหรือหน่วยงาน

ปกครองในทอ้ งถน่ิ เกย่ี วกบั ปญั หาในโรงเรยี นหรอื
ทอ้ งถนิ่
• การใชท้ รพั ยากรดจิ ทิ ลั และการเผยแพรค่ วามรู้ เชน่
หอ้ งสมดุ อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
• การสรา้ งบทกวสี �ำหรบั หนงั สอื กวนี พิ นธใ์ นชนั้ เรยี น
• การประกวดกวีนิพนธ์
• การศึกษานสิ ยั ของผ้พู ดู ที่ดี
• การเล่าเรือ่ งหนา้ ชน้ั เรียน
• การโต้วาที
• การพบปะนกั เขยี น นกั กวี นกั เลา่ เรอื่ งและนกั พดู

รายงานผลการพัฒนารูปแบบและกลไกการพัฒนา 25
และส่งเสริมพหปุ ัญญาเพื่อการพัฒนาศักยภาพผู้เรียน (ฉบับสรปุ )

เชาวนป์ ญั ญา กิจกรรมการเรยี นรทู้ ัว่ ไป

ดา้ นตรรกะและคณติ ศาสตร์ • การท�ำแบบฝกึ หดั การค�ำนวณ
• การวเิ คราะหท์ ฤษฎแี ละโปรแกรมคอมพวิ เตอร์
• การฝกึ คดิ และแกป้ ญั หาเชงิ เหตแุ ละผล
• การค้นหารูปแบบ/แบบแผนต่าง ๆ ในห้องเรียน
โรงเรยี น ชมุ ชน และบา้ น
• การคน้ ควา้ ทดลองตามแนวคดิ ทางวทิ ยาศาสตร์
• การใชซ้ อฟตแ์ วรค์ ณติ ศาสตรแ์ ละวทิ ยาศาสตร์ เชน่
Math blaster ซงึ่ ชว่ ยเสรมิ ทกั ษะทางคณติ ศาสตร์
หรอื King’s rule ซงึ่ เปน็ ฝกึ ความคดิ เชงิ ตรรกะ
• การใช้ชุดเคร่ืองมือวิทยาศาสตร์ส�ำหรับโปรแกรม
วทิ ยาศาสตร์
• การออกแบบรหสั ตวั อกั ษรและตวั เลข
• การสรา้ งสรรคแ์ ละการเปรยี บเทยี บ

ด้านมติ สิ ัมพนั ธ์ • การถ่ายภาพส�ำหรับงานท่ีมอบหมาย และ
จดหมายข่าวในชั้นเรียนและโรงเรียน

• ถ่ายภาพส�ำหรับรายงานประจ�ำปีของโรงเรียน
จดหมายขา่ วของโรงเรียน หรืองานวทิ ยาศาสตร์

• การจัดแสดงโปสเตอร์ สไลด์ งานศิลปะ การจัด
นิทรรศการ และการเย่ยี มชมพพิ ิธภัณฑ์

• การใช้ดินเหนียวหรือแป้งปั้นแสดงแนวคิดของ
เนือ้ หาจากบทเรยี น

• การใช้แบบจ�ำลองภาพ (Pictorial models) เช่น
Flow charts Visual maps Venn diagrams
Timelines

26 รายงานผลการพัฒนารปู แบบและกลไกการพัฒนา
และส่งเสรมิ พหปุ ัญญาเพ่ือการพัฒนาศักยภาพผู้เรยี น (ฉบับสรปุ )

เชาวนป์ ญั ญา กจิ กรรมการเรยี นรู้ท่ัวไป
ด้านรา่ งกายและ • การจดบันทกึ โดยใช้ Concept mapping Mind
การเคลอ่ื นไหว
mapping และ Clustering
• การใช้หุ่นมือ (Puppets) เพื่อแสดงแนวคิดท่ี

เรียนร้จู ากช้นั เรียน
• การใช้แผนที่เพื่อศึกษาต�ำแหน่งทางภูมิศาสตร์

เพอ่ื น�ำมาอภิปรายในชัน้ เรยี น
• วาดภาพประกอบบทประพันธ์โดยใช้ซอฟต์แวร์

คอมพิวเตอรส์ �ำหรับเรยี นในชั้นเรยี น
• การใช้ซอฟต์แวร์ระบบเสมือนจริง (Virtual –

reality system software)

• การสร้างเครื่องแตง่ กายส�ำหรบั การแสดง
• การออกแบบอุปกรณ์ประกอบฉากส�ำหรับ

การเล่นและการแสดง
• การแสดงแนวคิดต่าง ๆ เช่น “ดาวเคราะห์

ผู้เรียน” ล้อมรอบ “ดวงอาทิตย์ผู้เรียน” หรือ
ผู้เรียนเรียงตัวกันเพื่อแสดงเหตุการณ์ตาม
ในประวัติศาสตร์
• การมีกจิ กรรมการละเลน่ ชว่ งพกั ระหว่างวนั
• การสร้างวัตถุโดยใช้บล็อกลูกบาศก์หรือ Legos
เพ่ือแสดงเน้อื หาท่ีได้เรียนรู้
• การชมภาพยนต์ วิดีโอการออกก�ำลงั กาย
• การออกก�ำลังกายตามจังหวะดนตรี

รายงานผลการพัฒนารปู แบบและกลไกการพัฒนา 27
และส่งเสริมพหุปัญญาเพ่ือการพัฒนาศักยภาพผูเ้ รยี น (ฉบับสรุป)

เชาวน์ปัญญา กิจกรรมการเรียนรู้ท่วั ไป
ด้านดนตรี • การแต่งเพลงและดนตรีของตนเองจากเนื้อหา

ทเี่ รยี น
• แต่งเน้ือเพลงใหม่ลงในบทเพลงแล้วน�ำไปแสดง

ในชั้นเรยี น
• น�ำบทประพันธ์ไปแต่งเป็นเพลงแล้วน�ำไปแสดง

ในชั้นเรยี น
• การฟังดนตรี และคอนเสิร์ต ฟังเพลงจากยุค

ประวัตศิ าสตรท์ แี่ ตกตา่ งกัน
• การใช้จังหวะและการปรบมือเพื่อจดจ�ำเนื้อหา

วิชาต่าง ๆ
• การฟังซีดีที่สอนแนวคิดต่าง ๆ เช่น School-

house rock ซึ่งเป็นการ์ตูนคลาสสิกพร้อมเพลง
เพราะ ๆ ท่ีเด็กจะร้องตามได้ทั้งวัน เพื่อช่วยให้
เด็ก ๆ ในยุค 70 จดจ�ำรัฐธรรมนูญและวิธีสร้าง
กฎหมายที่แท้จริง และรู้จักหน้าท่ีพลเมืองและ
การเมือง ขยายความว่าเป็นการจัดการเรียนรู้
ของประเทศใด

28 รายงานผลการพัฒนารูปแบบและกลไกการพัฒนา
และส่งเสรมิ พหปุ ัญญาเพ่ือการพัฒนาศักยภาพผ้เู รยี น (ฉบับสรุป)

เชาวนป์ ญั ญา กจิ กรรมการเรียนรู้ทว่ั ไป

ดา้ นการเขา้ ใจระหวา่ งบคุ คล • ท�ำงานในกลุ่ม เป็นทีม ร่วมมือออกแบบงานและ
ท�ำงาน

• จับคู่ท�ำงานเพื่อเรียนรู้เนื้อหาคณิตศาสตร์และ
วิชาอ่นื ๆ

• สัมภาษณ์ผู้ท่ีมีประสบการณ์เก่ียวกับเน้ือหา
รายวชิ าทเ่ี รยี น (เชน่ นกั เทคนคิ ในหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร
เพ่อื เรียนรู้วิชาวทิ ยาศาสตรช์ วี ภาพ เป็นตน้ )

• ตวิ หรอื สอนผเู้ รยี นทอ่ี ายนุ อ้ ยกวา่ หรอื เพอ่ื นรว่ มชน้ั
• การเลน่ หนุ่ ละคร

ด้านการเขา้ ใจตนเอง • การเขยี นสะทอ้ นความคิดเห็นของตนเองเกี่ยวกับ
เน้ือหาทเ่ี รยี น

• การเขียนบทความจากมมุ มองของตนเองเก่ยี วกบั
บคุ คลส�ำคญั ในประวตั ศิ าสตร์

• การเขียนไดอาร่ี อนุทนิ หรือบันทึกความจ�ำ
• การเขียนอัตชีวประวัติสะท้อนชีวิต การเป็น

นกั อ่านของตนเอง
• การเขียนเป้าหมายของตนเองในอนาคตและ

เส้นทางการท�ำใหบ้ รรลเุ ปา้ หมาย
• การใชซ้ อฟตแ์ วรท์ ชี่ ว่ ยใหท้ �ำงานไดด้ ว้ ยตวั คนเดยี ว

เช่น ซอฟต์แวร์ช่วยการตัดสินใจ ซอฟต์แวร์
ทางเลือก หรือซอฟต์แวร์การเลอื กอาชีพ
• บันทึกชวี ิตประจ�ำวนั ทีเ่ ก็บสะสมตลอดทง้ั ปี
• ท�ำสมุดบันทึกติดภาพส�ำหรับบทประพันธ์ หรือ
บันทึกสะทอ้ นความคดิ เหน็

รายงานผลการพัฒนารปู แบบและกลไกการพัฒนา 29
และส่งเสรมิ พหุปัญญาเพื่อการพัฒนาศักยภาพผ้เู รยี น (ฉบบั สรปุ )

เชาวนป์ ัญญา กิจกรรมการเรียนรู้ทั่วไป

ด้านธรรมชาตวิ ิทยา • การท�ำสวนขวดแก้ว ตู้ปลา สัตว์เล้ียง การเยี่ยม
ชมฟารม์

• การดแู ลต้นไม้ในห้องเรยี น
• การดแู ลสตั วเ์ ลยี้ งในหอ้ งเรยี น
• การท�ำสวนขวดแก้ว ตูป้ ลา เลยี้ งสตั ว์
• การจัดหมวดหมู่ จ�ำแนกวัตถุธรรมชาติ เชน่ ใบไม้

และหนิ
• การศึกษาวิจยั แหลง่ ท่ีอยูอ่ าศัยของสตั ว์
• การเฝา้ สงั เกตสภาพแวดลอ้ มทางธรรมชาติ
• การเยี่ยมชมฟารม์
• การจัดระเบียบหรือมีส่วนร่วมในการท�ำ

ความสะอาดสวนสาธารณะ/สนามเดก็ เล่น
• การรณรงค์เรอื่ งการรไี ซเคลิ

ด้านการด�ำรงอยูข่ องชีวิต • การท�ำกจิ กรรมดา้ นศาสนา สาธารณประโยชน์
• การเรียนรู้ท�ำความเข้าใจธรรมชาติของชีวิต

ความสมั พนั ธข์ องชวี ติ กบั สงิ่ แวดลอ้ มรอบตวั
• การเรยี นรปู้ รบั ตวั ตอ่ ความเปลย่ี นแปลง การเขา้ ใจ

ในเหตแุ ละผลของความเปลย่ี นแปลง
• การจัดกิจกรรมพ่ีสอนน้อง เพ่ือนช่วยเพ่ือน

จติ อาสาพฒั นา
• การใชแ้ อปพลเิ คชนั การสอื่ สารการแกโ้ จทยป์ ญั หา

เพอื่ การเปลยี่ นแปลงของโลกรอบตวั

30 รายงานผลการพัฒนารูปแบบและกลไกการพัฒนา
และส่งเสริมพหุปัญญาเพ่ือการพัฒนาศักยภาพผู้เรียน (ฉบบั สรุป)

กิจกรรมการเรียนรเู้ กมสรา้ งสรรค์

เกมสร้างสรรค์ คือ เกมที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้พร้อม ๆ
กับมีความสนุกสนานและมีความสุข โดยครูผู้สอนและผู้เรียนสามารถร่วมกัน
คดั เลอื กเกมท่สี ่งเสรมิ การพฒั นาเชาวนป์ ัญญาของผเู้ รียน

เชาวนป์ ญั ญา กจิ กรรมการเรยี นรเู้ กมสรา้ งสรรค์

ด้านภาษา • ปรศิ นาค�ำไขว้ (Crossword)
• เกมค�ำศัพท์ และเกมประมวลผลค�ำ เช่น Scrabble,

Scrabble Junior หรอื Boggle

ดา้ นตรรกะ • การเล่นเกมคณิตศาสตร์ เชน่ โดมิโน หมากรกุ หมากฮอส
คณิตศาสตร์ หมากขุม (Mancala)

ด้านมติ ิสัมพนั ธ์ • จัดล�ำดับภาพ/การจดั เรียงล�ำดบั
ด้านร่างกายและ • การแก้ปริศนาโดยใช้เหตุผลแบบนิรนยั
การเคลือ่ นไหว • การวางแผนการเงินของธรุ กจิ จ�ำลอง
• การเลน่ เกมหลบหนอี อกจากพน้ื ทอี่ นั ตราย เชน่ เกมเขาวงกต
• การเล่นเกมต่อภาพหรอื เกมการเห็นและการคิด

เกมรูบคิ หรอื เกมต่อบลอ็ ค

• เกมท่ีใช้ความเร็วของกล้ามเนื้อร่างกาย เช่น บอร์ดเกม
Twister และ Simon says

• การเล่นเกมล่าสมบัติ (Scavenger hunt) ค้นหาไอเท็ม
ต่าง ๆ

• เกมจ�ำลองการเคลอ่ื นไหวแบบอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ (Electronic
motion – Simulation games)

รายงานผลการพัฒนารูปแบบและกลไกการพัฒนา 31
และส่งเสริมพหปุ ัญญาเพื่อการพัฒนาศักยภาพผู้เรียน (ฉบบั สรุป)

เชาวนป์ ัญญา กจิ กรรมการเรยี นรเู้ กมสรา้ งสรรค์

ดา้ นดนตรี • การแข่งขันการจับจังหวะดนตรี หรือการต่อเพลง
แต่งเพลง

ด้านการเข้าใจ • การแขง่ ขันเป็นทีม การเล่นเป็นทมี
ระหว่างบคุ คล • การอภิปราย และการท�ำงานเป็นกลมุ่

ดา้ นการเขา้ ใจตนเอง • การเปลี่ยนแปลงพฤตกิ รรม และงานอดเิ รก

ด้านธรรมชาตวิ ทิ ยา • การสะสม จัดหมวดหมู่ หรือดูแลสัตว์และพืช
การท�ำนายชนิด สายพันธุ์ หรือจ�ำแนกหมวดหมู่สัตว์
และพืช

ดา้ นการด�ำรงอยู่ • เกมที่ช่วยสร้างความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของโลก
ของชวี ติ และจักรวาล หรอื ความสมั พันธข์ องโลกและจักรวาล

32 รายงานผลการพัฒนารูปแบบและกลไกการพัฒนา
และส่งเสริมพหุปัญญาเพื่อการพัฒนาศักยภาพผู้เรียน (ฉบบั สรปุ )

กิจกรรมการเรียนรู้แบบ
กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์

กิจกรรมการเรียนรู้แบบกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ คือ กิจกรรม
การเรียนรู้ที่มีการประยุกต์จากแนวคิดของ Gagne (1977) ร่วมกับการฝึก
กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ ซงึ่ มี 6 ข้นั ตอน

1. การสะท้อนตนเอง (Self – reflection) ซึง่ ผู้เรยี นจะแสดงความคิดเหน็ เก่ียวกับ
ตนเอง พฤตกิ รรมการเรยี น และงานอดิเรกของผูเ้ รยี น

2. ครูแนะน�ำแนวคิดเก่ียวกับการฝึกกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ (Practices
science process skills: SPS)

3. ผูเ้ รียนจะต้งั ประเดน็ ค�ำถามเกยี่ วกับเน้อื หาในรายวชิ าท่จี ะเรียน
4. ตั้งประเด็นค�ำถามเชิงลึกเชื่อมโยงกับศักยภาพด้านพหุปัญญาผ่านการปฏิบัติ

กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
5. ผู้เรยี นตอ้ งแสดงใหเ้ หน็ ถึงการมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจผ่านกิจกรรมที่สอดคล้องกับ

ลักษณะทางพหุปัญญาของผูเ้ รียนท่เี ด่นชดั ในดา้ นตา่ ง ๆ
6. สรุปบทเรยี น

กิจกรรมในขั้นตอน 1 ถึง 4 จัดเป็นกิจกรรมกลุ่ม ในขั้นตอนที่ 5 จะจัดกลุ่ม
แยกตามลกั ษณะทางพหปุ ัญญา และในข้ันตอนท่ี 6 จะเปน็ การน�ำเสนอรายบคุ คล

รายงานผลการพัฒนารูปแบบและกลไกการพัฒนา 33
และส่งเสริมพหปุ ัญญาเพ่ือการพัฒนาศักยภาพผเู้ รยี น (ฉบับสรุป)

กจิ กรรมการเรียนรแู้ บบบทบาทสมมติ

กิจกรรมการเรียนรู้แบบบทบาทสมมติ เป็นกิจกรรมจากประสบการณ์
ของผู้เรียนหรือส่ิงที่ผู้เรียนสนใจ เช่น ความสัมพันธ์กับเพื่อนหรือความขัดแย้ง
กับคนในครอบครัว ครูจะแนะน�ำให้ผู้เรียนแสดงบทบาทหลาย ๆ แบบ กระตุ้น
ให้ผู้เรียนรู้จักใช้ค�ำพูดของตนเองร่วมอภิปรายและแสดงความคิดเห็น โดยใช้
ค�ำถามเป็นตัวกระตุ้น นอกจากจะท�ำให้ผู้เรียนรู้จักแสดงความคิดเห็นแล้ว
ยังท�ำให้ผู้เรียนรู้จักรับฟังความคิดเห็นของผู้เรียนคนอ่ืน ๆ กระบวนการเหล่าน้ี
ช่วยให้ผู้เรียนมีความเข้าใจผู้ที่มีความคิดและประสบการณ์ที่แตกต่างจากตนเอง
มากขนึ้ กลยทุ ธท์ ี่ครใู ช้ คอื การพดู การเขยี น การแสดงท่าทาง กระตุ้นให้ผูเ้ รยี น
มีส่วนร่วม และมีใจจดจ่อ มีความสนใจต่อเน่ืองในด้านการอภิปราย ครูจะใช้
วิธีการต้ังค�ำถามและเล่าเรื่องของตนเอง หรือแกล้งท�ำตัวเป็นคนอ่ืน ใช้แผ่น
ป้ายผ้า หรือใช้ตุ๊กตาในขณะท่ีผู้เรียนจะแสดงออกทั้งการพูดหรือการแสดง
ท่าทาง ในบางครั้งจะมี Field trip เพ่ือให้คนในชุมชนให้ความสนใจและมี
ส่วนร่วม ในช่วง 5 นาทีสุดท้ายของคาบ จะเป็นเวลาในการสะท้อนว่า ผู้เรียน
ได้ท�ำอะไรบ้าง ผู้เรียนชอบอะไรมากที่สุด ผู้เรียนสนใจอะไรมากที่สุดในระหว่าง
การท�ำกิจกรรม แม้ว่าการเชื่อมโยงประสบการณ์กับการแสดงออกอาจจะท�ำ
ได้ยาก แต่การที่ผู้เรียนได้พูดท�ำให้ผู้เรียนสามารถเปล่ียนประสบการณ์ให้เป็น
ค�ำพูดท่ีมีความเป็นรูปธรรมมากขึ้นและเสริมสร้างพหุปัญญาด้านการเข้าใจ
ตนเองของผเู้ รียน

34 รายงานผลการพัฒนารูปแบบและกลไกการพัฒนา
และส่งเสริมพหุปัญญาเพ่ือการพัฒนาศักยภาพผู้เรยี น (ฉบบั สรุป)

กิจกรรม จุดมุ่งหมาย เน้อื หา/รายละเอียด
จติ ใจของฉนั
(My Mind) เขา้ ใจความคดิ และความรสู้ กึ สร้างจินตนาการว่ามีร้านท่ีผู้เรียน
ระหวา่ งเพ่อื น ของคนอน่ื และของผเู้รยี นเอง สามารถซื้ออะไรก็ได้ตามที่คิด
และคดิ ถงึ วธิ กี ารทจ่ี ะท�ำให้ จากนน้ั กว็ าดรปู หรอื ปน้ั แปง้ ส่ิงของที่
ฉันชอบเธอ คนอืน่ มีความสุข ผเู้ รยี นตอ้ งการซอ้ื แบง่ ปนั ความคดิ
กบั สงิ่ ของทีผ่ ูเ้ รียนซ้อื กบั เพ่ือน ๆ

เข้าใจจิตใจของเพ่ือนและ อภิปรายเกี่ยวกับตัวละครจาก
ใหส้ ง่ิ ทเ่ี พื่อนตอ้ งการ เรอ่ื งราวบนแผน่ ปา้ ยผา้ และคน้ หาวธิ ี

การแก้ปัญหาท่ีตัวละครต้องเผชิญ
ผู้เรียนรู้สึกอย่างไรหลังจากสวม
บทบาทน้ีและแบ่งปันกับเพ่ือน
ผู้เรียนว่าได้พบเจอเหตุการณ์
เหมือนกนั หรอื ไม่

แสดงความรู้สึกชอบที่มี ให้นึกถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและ
ตอ่ ผูอ้ ่ืนอย่างเหมาะสม ลองใช้วิธีแก้ปัญหาที่ผู้เรียนคิดขึ้น

แล้วอภิปรายถึงส่ิงท่ีผู้เรียนคิดและ
ได้แสดงบทบาทและแบ่งปันวิธีท่ี
เหมาะสมในการแสดงความรักต่อ
เพือ่ นของผเู้ รยี น

รายงานผลการพัฒนารูปแบบและกลไกการพัฒนา 35
และส่งเสริมพหุปัญญาเพื่อการพัฒนาศักยภาพผู้เรยี น (ฉบับสรุป)

กจิ กรรม จดุ มุง่ หมาย เน้ือหา/รายละเอียด

ฉนั เกลยี ด เข้าใจได้ว่าพี่น้องไม่ใช่คู่ สวมบทบาทเป็นแม่หมีและพ่อหมี
น้องชายของฉนั แขง่ ขนั ให้พ่อแม่รัก แต่เป็น เขียนจดหมายถึงลูกหมี หลังจาก

คนท่ีฉันต้องรักและดูแล เล่นบทบาทสมมติแล้ว ให้แบ่งปัน
บทเรียนที่ผู้เรียนได้เรียนรู้ และ
สัญญากับตัวเองว่าผู้เรียนจะรักพ่อ
แมแ่ ละพีน่ ้องให้มากขน้ึ

มาชืน่ ชม ชมเพื่อนและตนเองท่ีมี ชมและให้ก�ำลังใจเพื่อนของผู้เรียน
กันเถอะ ความเขม้ แขง็ ซ ่ อ น เ ด็ ก ค น ห นึ่ ง ไ ว ้ ห ลั ง ผื น ผ ้ า
และให้เด็กที่เหลือพูดให้ก�ำลังใจ
เด็กท่ีซ่อนตัวอยู่แบ่งปันความรู้สึก
ของผ้เู รียนเมื่อได้ยนิ ค�ำชม

ถึงเพื่อนของฉนั ลองคิดดูว่าท�ำไมผู้เรียนถึง วาดภาพดูว่าผู้เรียนคิดว่าเพื่อน ๆ
ชอบเพื่อนบางคน และ เป็นใครและลองพูดคุยกับพวกเขา
แสดงความรู้สึกท่ีมีกับ วา่ ท�ำไมคณุ ถงึ ชอบหรอื ไมช่ อบพวกเขา
เพอื่ นคนนน้ั และอภิปรายถึงการที่ผู้เรียนได้
สารภาพความรู้สึกที่มีต่อเพ่ือน
และท�ำอย่างไรจึงจะท�ำให้ผู้เรียนได้
คบกับเพื่อน ๆ ต่อไป

36 รายงานผลการพัฒนารปู แบบและกลไกการพัฒนา
และส่งเสรมิ พหปุ ัญญาเพ่ือการพัฒนาศักยภาพผเู้ รยี น (ฉบับสรุป)

กจิ กรรม จดุ มุ่งหมาย เน้อื หา/รายละเอยี ด
รักษาสัญญา
น่ยี ากจัง คิดถึงค�ำสัญญาท่ีเคยให้ไว้ ให้เขียนถึงค�ำสัญญาท่ีคิดว่ารักษา
และแสดงใหร้ วู้ า่ ค�ำสญั ญา ได้ยากที่สุด แล้วแบ่งปันกับเพื่อน
โตข้ึนฉันอยาก แบบไหนที่รักษาได้ยาก อภิปรายว่า ผู้เรียนมีความรู้สึก
เปน็ อะไร เพราะเหตุใดการรักษา อย่างไรกับกิจกรรมน้ี
ค�ำ สั ญ ญ า นั้ น ถึ ง ไ ด ้ มี
กอดฟรี ความส�ำคญั

อภิปรายว่าผู้เรียนชอบ ท�ำแถบกระดาษคาดศีรษะท่ีเขียน
ท�ำงานแบบไหนในอนาคต ว่า “อนาคตของฉัน” และแนะน�ำ
และถา้ จะท�ำงานนนั้ ผเู้ รยี น ตั ว ต น ใ น อ น า ค ต ข อ ง ผู ้ เรี ย น
ตอ้ งมคี ุณสมบัติอะไรบา้ ง อภิปรายกับเพื่อนผู้เรียนถึงงานที่

พ่อแม่ท�ำ และถ้าโตเป็นผู้ใหญ่
ผูเ้ รียนชอบ/ อยากท�ำงานอะไร

สัมผัสว่าการกอดกันด้วย อ่านหนังสือ “กอดฟรี” และให้
ความรักและการปลอบใจ ผู้เรียนท�ำตัวแบบตัวละครตัวเอก
นั้นเป็นอย่างไร ที่ถือป้าย “กอดฟรี” และกอดคน
ท่ัวไปบนถนน แบ่งปันความรู้สึก
ของผู้เรียนเม่ือผู้เรียนกอดกับ
ผเู้ รยี นคนอืน่

รายงานผลการพัฒนารูปแบบและกลไกการพัฒนา 37
และส่งเสริมพหปุ ัญญาเพ่ือการพัฒนาศักยภาพผู้เรียน (ฉบับสรปุ )

กลไกการพัฒนาและส่งเสริมพหุปญั ญา
เพ่ือการพัฒนาศักยภาพผ้เู รยี น

กลไก (Mechanisms) ที่ขับเคล่ือนรูปแบบการพัฒนาและส่งเสริม
พหปุ ัญญาของผ้เู รียนได้อยา่ งต่อเนื่อง มจี �ำนวนทง้ั ส้ิน 8 กลไก

กลไก 1 สายสมั พนั ธ์ระหวา่ งผู้เรียนกับครหู รอื ผู้ปกครอง หมายถงึ
ความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างผู้เรียนกับครูหรือผู้ปกครอง เป็นส่ิงที่ท�ำให้ครู
หรือผู้ปกครองได้สามารถรับรู้และเข้าใจถึงศักยภาพของผู้เรียน สิ่งที่ผู้เรียน
ชืน่ ชอบ รวมทงั้ ความตอ้ งการในการพฒั นาตนเองของผู้เรยี น

กลไก 2 สภาพแวดล้อมทางวัฒนธรรม หมายถึง สมรรถภาพใน
การปรบั ตัวให้เข้ากับสถานการณ์ของคนรุ่นหนงึ่ ๆ ที่ถกู ถา่ ยทอดไปยังคนรนุ่
ตอ่ ๆ ไป ผูท้ ีม่ วี ฒั นธรรมแตกต่างกันจะมคี วามคดิ และทกั ษะการแกป้ ัญหาที่
แตกตา่ งกนั ไดด้ ว้ ย

กลไก 3 พรี ะมิดการเรยี นรู้ หมายถึง อัตราการจ�ำเนอ้ื หาทีไ่ ดเ้ รยี นรู้
จากวิธีการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน กล่าวคือ ผู้เรียนที่เรียนรู้เชิงลึกจากการสอน
ผ้อู นื่ อัตราการคงอยู่ของส่งิ ท่ีไดเ้ รยี นร้จู ะเพ่มิ สูงถึงรอ้ ยละ 95  ถ้าไดท้ ดลอง
ปฏิบัติ (Practice doing) จะช่วยให้อัตราการคงอยู่ได้ร้อยละ 75 ถ้าหาก
ได้ร่วมอภิปรายในห้องเรียน (Discusion) จะช่วยให้อัตราการคงอยู่ได้
ร้อยละ 50 แต่ถ้ามีการผสมผสานการเรียนรู้หลาย ๆ วิธีจะท�ำให้อัตราการ
คงอยู่ของความร้เู พมิ่ สูงขนึ้

กลไก 4 การเรียนรู้เชิงรุกของผู้เรียน หมายถึง กระบวนการทาง
สงั คมวทิ ยาและจติ วทิ ยา เมอ่ื ผเู้ รยี นมคี วามเขา้ ใจ ความสมดุลทางพหุปัญญา
ของตนเองแล้ว ผู้เรียนจะเป็นผู้ริเร่ิมจัดการการเรียนรู้ของตนเองและให้
คุณค่ากบั จดุ แข็งของตนเอง

38 รายงานผลการพัฒนารปู แบบและกลไกการพัฒนา
และส่งเสริมพหุปัญญาเพื่อการพัฒนาศักยภาพผเู้ รยี น (ฉบบั สรุป)

กลไก 5 แรงจูงใจในการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ หมายถึง
กระบวนการท่ีเกิดข้ึนภายในตัวผู้เรียนท่ีมีส่วนในการผลักดันให้ผู้เรียนไปสู่
เป้าหมาย แรงจงู ใจสง่ ผลทง้ั ความทุม่ เท ความคดิ อารมณ์ และพฤติกรรมไป
ในทางท่ีสร้างสรรค์มี 2 แบบ คือ แรงจูงใจแบบบูรณาการ (Integrative
motivation) จะท�ำให้ผู้เรียนมีความสนใจที่จะเรียนรู้และสร้างสรรค์
เกี่ยวกับวัฒนธรรมและภาษา และแรงจูงใจแบบเคร่ืองมือ (Instrumental
motivation) จะท�ำให้ผู้เรียนมีความสนใจเรียนรู้และสร้างสรรค์การท�ำงาน
เชน่ สนใจงานทีส่ ร้างรายไดเ้ พม่ิ ขน้ึ เปน็ ตน้

กลไก 6 การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบกลุ่มย่อย หมายถึง
การแบง่ ผเู้ รยี นทเี่ ขา้ รว่ มกจิ กรรมออกเปน็ กลมุ่ ยอ่ ย ๆ ทม่ี ขี นาดไมเ่ กนิ 4 – 6 คน
เพื่อให้ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างทั่วถึง เกิดการเรียนรู้แบบร่วมมือได้อย่าง
มีประสิทธิภาพ (Effective collaborators) ครูผู้สอนสามารถจัดกลุ่ม
ตามความสามารถของผู้เรียน ถ้าหากครูผู้สอนต้องการพัฒนาผู้เรียนตาม
ความสามารถ ครูผู้สอนสามารถอนุญาตให้ผู้เรียนจัดกลุ่มด้วยตนเอง เพื่อให้
ผู้เรียนท�ำงานตามความชอบและความถนัด เพราะผู้เรียนจะรู้ว่าเพื่อน
แตล่ ะคนจะท�ำงานชว่ ยเหลือกันในแตล่ ะบทบาทได้อยา่ งไร

กลไก 7 การใช้เทคโนโลยีในการท�ำกิจกรรม หมายถึง การน�ำ
องค์ประกอบของส่ือเทคโนโลยีประเภทต่าง ๆ มาผสมผสานรวมกัน
ซ่ึงประกอบด้วยตัวอักษร (Text) ภาพน่ิง (Image) ภาพเคลื่อนไหว
(Animation) เสยี ง (Sound) และวดิ ีโอ (Video) โดยผา่ นกระบวนการทาง
ระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อส่ือความหมายกับผู้ใช้ในการท�ำกิจกรรม และ
ใช้สนับสนุนการเรียนรู้อย่างมีปฏิสัมพันธ์ (Interactive multimedia)
และสง่ เสรมิ เชาวน์ปญั ญาแตล่ ะดา้ นขององค์ประกอบดา้ นพื้นท่ี (Area)

รายงานผลการพัฒนารปู แบบและกลไกการพัฒนา 39
และส่งเสรมิ พหุปัญญาเพ่ือการพัฒนาศักยภาพผ้เู รยี น (ฉบับสรุป)

กลไก 8 การประเมินการเรยี นรูข้ องผู้เรยี น หมายถงึ ความเข้าใจ
ของครูเกี่ยวกับข้ันตอนการประเมินการเรียนรู้ของผู้เรียน ซึ่งมีการเรียนรู้
6 ข้ัน คือ

ขั้น 1 จ�ำ (Remember) หมายถึง การระลึกได้ หรือการดงึ ขอ้ มลู
จากความจ�ำท่ีมีอยู่มาใช้ในการนิยาม ให้ข้อเท็จจริง หรือรายการข้อมูล
ต่าง ๆ หรือทอ่ งสงิ่ ที่เคยเรยี นรู้มาก่อนให้ฟงั

ขั้น 2 เข้าใจ (Understanding) หมายถึง การให้ความหมาย
ด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การเขียนหรือวาดกราฟ หรือการใช้วิธีการอ่ืน
ในการตคี วามการยกตวั อยา่ ง การจดั จ�ำแนก การสรปุ ความ การเปรยี บเทยี บ
หรือการอธิบายการให้ความหมายหรือใช้วิธีการอ่ืน ๆ ในการตีความ
การยกตัวอย่าง การจัดจ�ำแนก การสรุปความ การเปรียบเทียบ หรือ
การใชว้ ธิ ีการตา่ ง ๆ

ข้ัน 3 ประยุกต์ใช้ (Applying) หมายถึง การด�ำเนินการหรือ
การใช้กระบวนการท่ีคิดขึ้นเองเพ่ือน�ำผลผลิตจากการเรียนรู้ เช่น
แบบจ�ำลอง รูปแบบการน�ำเสนอ การสมั ภาษณ์ หรือต้นแบบ มาปรับใช้

ข้ัน 4 วิเคราะห์ (Analyzing) หมายถึง การแยกเน้ือหาหรือ
ความคิดรวบยอดออกเป็นส่วน ๆ แล้วจึงพิจารณาว่า มีส่วนใดสัมพันธ์กัน
หรือเก่ียวข้องกันด้วยส่วนใดหรือตลอดทั้งโครงสร้าง มีการแยกแยะ
จัดระบบพร้อมให้เหตุผลประกอบ รวมทั้งแยกความแตกต่างระหว่าง
องค์ประกอบหรือส่วนใดส่วนหนึ่ง เมื่อผู้เรียนวิเคราะห์สมองก็จะท�ำงาน
โดยการสร้างแผนภาพความคิด ผังภาพหรือแผนภูมิ

40 รายงานผลการพัฒนารปู แบบและกลไกการพัฒนา
และส่งเสรมิ พหุปัญญาเพื่อการพัฒนาศักยภาพผเู้ รยี น (ฉบบั สรุป)

ข้ัน 5 ประเมิน (Evaluating) หมายถึง การตัดสินใจภายใต้
เกณฑ์ตัดสินและมาตรฐาน ผ่านการตรวจสอบ และวิพากษ์ ซ่ึงการวิพากษ์
แนะน�ำการรายงานเป็นผลผลิตเพียงบางส่วนท่ีสามารถสร้างขึ้นเพ่ือแสดง
ใหเ้ หน็ ถึงกระบวนการประเมนิ ผล ซ่งึ มากอ่ นข้นั การสร้างสรรค์

ขั้น 6 สร้างสรรค์ (Creating) หมายถึง การน�ำเอาส่วนประกอบ
ท่ีมอี ยู่ มาเชอื่ มสมั พนั ธ์กนั ท�ำให้เกิดสง่ิ ใหม่ รปู แบบใหม่ โครงสรา้ งใหม่ หรอื
ระบบใหม่ท่ีแตกต่างจากเดิม การเชื่อมสัมพันธ์ในการสร้างสรรค์จะต้องใช้
วิธีการใหม่ หรือมีการสังเคราะห์ส่วนใดส่วนหน่ึงไปเป็นส่ิงใหม่ ท�ำให้เกิด
รปู แบบใหมห่ รอื ผลิตภณั ฑ์ใหม่

เงือ่ นไขความส�ำเร็จของรปู แบบ A2D
เง่ือนไขความส�ำเร็จของการใช้รูปแบบ A2D ในการพัฒนาและส่งเสริม
พหปุ ัญญาเพือ่ การพฒั นาศักยภาพผู้เรียน มี 2 เง่ือนไข
หมายถึงเงกอ่ื านรไสขร1้างคคอื วาคมวรา่วมมรมว่ ืมอมขออื ง(หCนo่วllยaงbาoนrทat่ีมioีสn่ว)นแเกท่ียนวดขว้ ้อยงอกกั ับษกรา“รCจ1ัด”
การศึกษาส�ำหรับผู้เรียนในยุคดิจิทัล ทั้งท่ีเป็นความร่วมมือของหน่วยงาน
ระดับชาติ ระดับท้องถนิ่ ระดับชมุ ชน และระดบั ครัวเรือน
หมายถึงเงคอื่ วนาไมขเช2ื่อคมือโยคงวจาามกเหชน่ือม่วยโยงงาน(Cนoโยnบnาeยcรtะioดnับ)ชแาทตนิ ดไป้วยยอังหกั ษนร่วย“งCา2น”
นโยบายระดับท้องถ่นิ หนว่ ยงานระดับปฏิบัติ จนกระท่ังถึงตวั ผเู้ รยี น

รายงานผลการพัฒนารูปแบบและกลไกการพัฒนา 41
และส่งเสรมิ พหุปัญญาเพื่อการพัฒนาศักยภาพผเู้ รยี น (ฉบบั สรปุ )

4. แบบคดั กรองพหปุ ญั ญา

แบบคัดกรองพหุปัญญาท่ีควรน�ำมาใช้ในการประเมินระดับเชาวน์
ปัญญาทั้ง 9 ด้าน ของผู้เรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา เพ่ือใช้เป็น
สารสนเทศในการจัดการเรียนรู้และประเมินพัฒนาการด้านพหุปัญญาเพ่ือ
ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง คือ แบบสังเกตพฤติกรรม
ผู้เรียน ทีม่ จี �ำนวนพฤติกรรมท่ตี ้องสงั เกต 45 พฤตกิ รรม จ�ำแนกเปน็ 5 พฤตกิ รรม
ตอ่ เชาวนป์ ญั ญา 1 ดา้ น มเี กณฑก์ ารประเมนิ เชาวน์ปัญญาของผู้เรียน 2 ระดับ
คือ ระดับโดดเดน่ และระดบั ปกติ

แบบคดั กรองพหุปัญญา

เชาวนป์ ญั ญา พฤตกิ รรมของผู้เรียน สม�ำ่ เสมอ ไม่สมำ่� เสมอ

1. ดา้ นภาษา 1.1 เรยี นรู้ภาษาได้เรว็
1.2 ชอบอา่ นตวั หนงั สอื จากสงิ่ ตา่ ง ๆ
รอบตัว
1.3 ชา่ งพูด รู้จงั หวะท่ีจะพูด
1.4 รู้จักใช้ภาษาและน้ำ� เสยี งจงู ใจ
ผฟู้ งั
1.5 ชอบกิจกรรมท่ใี ชท้ ักษะ
การพดู

42 รายงานผลการพัฒนารปู แบบและกลไกการพัฒนา
และส่งเสรมิ พหปุ ัญญาเพื่อการพัฒนาศักยภาพผู้เรยี น (ฉบับสรปุ )


Click to View FlipBook Version