The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงการผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์คอร์นด็อก Multicolor

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2021-09-21 09:38:51

โครงการผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์คอร์นด็อก Multicolor

โครงการผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์คอร์นด็อก Multicolor

ผลติ ภัณฑ์และบรรจุภณั ฑ์คอรน์ ด็อก Multicolor

จัดทำโดย
นางสาวรตั นาวดี วริ ิยะรัตนพร รหสั นกั ศึกษา 63302010035
นายดลกฤต พรรณพพิ ัฒน์ รหัสนักศกึ ษา 63302010058

เสนอ
อาจารย์นิพร จทุ ยั รตั น์

รายงานนเ้ี ปน็ สว่ นหนึง่ ของการศึกษา วชิ าโครงการ
สาขาวิชา การบัญชี ประเภทวชิ า บริหารธรุ กิจ
ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2564
วทิ ยาลัยอาชวี ศึกษาชลบรุ ี

ผลติ ภัณฑ์และบรรจุภณั ฑ์คอรน์ ด็อก Multicolor

จัดทำโดย
นางสาวรตั นาวดี วริ ิยะรัตนพร รหสั นกั ศึกษา 63302010035
นายดลกฤต พรรณพพิ ัฒน์ รหัสนักศกึ ษา 63302010058

เสนอ
อาจารย์นิพร จทุ ยั รตั น์

รายงานนเ้ี ปน็ สว่ นหนึง่ ของการศึกษา วชิ าโครงการ
สาขาวิชา การบัญชี ประเภทวชิ า บริหารธรุ กิจ
ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2564
วทิ ยาลัยอาชวี ศึกษาชลบรุ ี

ใบรับรองโครงการ
วิทยาลัยอาชีวศึกษาชลบุรี

เรือ่ ง คอรน์ ด็อก Multicolor
จดั ทำโดย นางสาวรตั นาวดี วริ ิยะรตั นพร

นายดลกฤต พรรณพพิ ฒั น์

ได้รับรองใหน้ ับเป็นส่วนหนึง่ ของการศกึ ษาตามหลักสตู รประกาศนียบัตรวชิ าชพี ชั้นสงู (ปวส.)
สาขาวิชาการบัญชี ประเภทวิชาบริหาร

……………………………หัวหน้าแผนกวิชา …………………………รองผอู้ ำนวยการฝา่ ยวิชาการ
(นางนิพร จุทัยรตั น์) (นายยรรยง ประกอบเก้ือ)
วนั ท่ี………..เดอื น………………พ.ศ………
วนั ที่……….เดอื น……………………พ.ศ…………

คณะกรรมการสอบโครงการ
………………………………………………….ประธานกรรมการ (อาจารยท์ ปี่ รกึ ษาโครงการ)
(……………………………………………)
………………………………………………… กรรมการ
(……………………………………………)
………………………………………………… กรรมการ
(……………………………………………)
………………………………………………… กรรมการ
(……………………………………………)

ชือ่ ผลงาน โครงการพฒั นาผลิตภัณฑ์และบรรจภุ ัณฑ์คอร์นด็อก Multicolor
ชื่อนกั ศกึ ษา นางสาวรัตนาวดี วิริยะรัตนพร

นายดลกฤต พรรณพิพฒั น์
สาขาวชิ า การบญั ชี
ประเภทวชิ า บริหารธรุ กจิ
ปกี ารศกึ ษา 2564
สถานศึกษา วทิ ยาลัยอาชีวศกึ ษาชลบรุ ี

บทคัดย่อ

มีวตั ถปุ ระสงค์ 1. พฒั นาผลิตภัณฑ์คอรน์ ด็อกด้วยการเพิ่มรสชาตใิ หมค่ ือไสน้ มสด
2. พฒั นาบรรจุภณั ฑ์คอร์นด็อกและเพิ่มทางเลือกแก่ผบู้ ริโภค 3. ทราบความพึงพอใจของ
กลมุ่ เปา้ หมายทม่ี ตี ่อผลติ ภัณฑค์ อรน์ ดอ็ กและบรรจุภณั ฑ์ กล่มุ เป้าหมายทีใ่ ช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่
บคุ คลทั่วไป บรเิ วณหนา้ บ้าน ณ เกาะสชี งั จำนวน 28 คน และบุคคลทว่ั ไป (ลกู ค้าออนไลน์ จำนวน
12 คน ซงึ่ ไดม้ าจากการเลือกแบบบังเอิญ (Accidental Sampling) เครื่องมือท่ีใช้ในการศกึ ษาคร้ังนี้
เปน็ แบบสอบถามซึ่งประกอบด้วยแบบมาตราส่วนประมาณคา่ (Rating Scale) แบบสอบถาม
ปลายเปดิ (open Ended Questionnaire) และแบบสอบถามปลายปดิ (Close Ended
Questionnaire) จำนวน 3 ตอน มรี ายละเอียดดังน้ี ตอนที่ 1 ข้อมลู ท่วั ไปของผ้ตู อบแบบสอบถาม
ตอนที่ 2 แบบสอบถามความพงึ พอใจของผ้บู ริโภค แบง่ เป็น 4 ดา้ น คอื 1. ด้านคุณภาพผลิตภณั ฑ์ 2.
ดา้ นคุณภาพบรรจภุ ัณฑ์ 3. ด้านส่งเสริมการจดั จำหนา่ ย 4. ดา้ นการอำนวยความสะดวกสบายในการ
ใช้งาน 3 ขอ้ เสนอแนะ สถติ ิทีใ่ ชใ้ นการวจิ ยั คือ 1. คา่ รอ้ ยละ (Percentage) 2. ค่าเฉลีย่ เลขคณติ
(Mean) 3. ส่วนเบย่ี งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)

ผลการศกึ ษาพบว่า
1. ขอ้ มลู การพฒั นาผลติ ภณั ฑ์คอร์นด็อก Multicolor ข้อมูลทว่ั ไปของผ้ตู อบแบบสอบถาม
พบวา่ บคุ คลท่ัวไปจากกล่มุ เป้าหมายส่วนใหญ่เปน็ เพศหญงิ จำนวน 17 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 56.67
สว่ นใหญ่ อายุตำ่ กวา่ 20 ปี จำนวน 11 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 36.67 ส่วนใหญอ่ าชีพ นักเรียน/นักศกึ ษา
จำนวน 15 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 50.00 มีรายได้ ต่ำกวา่ 10,000 จำนวน 22 คนคดิ เป็นร้อยละ 73.33
2. ข้อมลู ความพงึ พอใจของกลมุ่ เป้าหมายต่อการพัฒนาผลิตภณั ฑ์คอรฯ์ ด็อก Multicolor แบง่ เปน็ 4
ดา้ น คือ

ดา้ นคณุ ภาพผลิตภัณฑ์ มรี สชาติทีห่ อมหวานเข้ากบั แป้งคอร์นดอ็ ก มเี น้ือสมั ผสั ทีก่ รอบนอก
นุ่มในได้อยา่ งชดั เจน และขนาดของแป้งทห่ี ุ้มไสก้ รอกท่ีมีขนาดพอดีต่อการรบั ประทาน

ดา้ นคุณภาพบรรจภุ ณั ฑ์ มีความคงทนต่อความร้อนมีรปู ทรงทส่ี ะดวกต่อการใช้งาน
มีรปู ทรงท่ีเหมาะกบั ตวั ผลิตภัณฑ์ และรปู ทรงบรรจุภณั ฑ์แปลกตาและดีตอ่ ธรรมชาติ

ด้านสง่ เสริมการจดั จำหนา่ ย ผลิตภัณฑ์มรี าคาท่เี หมาะสม บรรจุภัณฑส์ ามารถทำให้
ผบู้ ริโภคสนใจซอื้ สนิ ค้า มี มีการโฆษณาในโซเซยี ลมเิ ดยี และมกี ารจดั โปรโมชั่นในการลดราคา

ดา้ นการอำนวยความสะดวกสบายตอ่ การใช้งาน สามารถรบั ประทานได้เลยไม่ตอ้ งเปล่ียน
ภาชนะในการรบั ประทาน บรรจภุ ัณฑม์ รี ปู ทรงที่สามารถจบั วางไดง้ า่ ย บรรจภุ ัณฑ์สามารถเดนิ และถอื
ได้ในขณะรับประทาน และบรรจุภณั ฑม์ ีนำ้ หนักเบาและคงทนตอ่ ความร้อน

คำสำคัญ ไสก้ รอก ชีส นมสด

กิตติกรรมประกาศ

การศึกษาเรื่อง “โครงการผลติ ภณั ฑแ์ ละบรรจภุ ัณฑค์ อรน์ ด็อก Multicolor” ในครั้งนี้
สามารถสำเรจ็ ลลุ ่วงอยา่ งสมบูรณ์ดว้ ยความเมตตา จากอาจารย์นพิ ร จุทัยรตั น์ ทปี่ รึกษาโครงการวิจยั
ที่ใหค้ ำปรึกษาแนะนำแนวทางท่ถี กู ต้องอ และเอาใจใส่ด้วยดตี ลอด ระยะเวลาในการทำโครงการ
วิชาชพี ผศู้ กึ ษารสู้ กึ ซาบซงึ้ เป็นอยา่ งยิง่ จึงขอกราบขอบพระคณุ เปน็ อย่างสูงมา ณ ที่นี้

ขอขอบพระคณุ บิดา มารดา ร้านผลติ ภัณฑแ์ ละบรรจุภัณฑ์ขนมเบเกอรี่ และเพื่อน ๆ ทุกคน
ทไ่ี ด้ให้คำแนะนำช่วยเหลอื สนับสนุนผ้ศู กึ ษาโครงการมาตลอด โครงการจะสำเรจ็ ลุล่วงไปไมไ่ ด้ หากไม่
มีบคุ คลดังกลา่ วในการจดั โครงการ

คุณคา่ และประโยชนข์ องงานศึกษาคร้งั น้ี ผ้ศู ึกษาขอมอบเป็บกตญั ญูกตเวทิตาแด่บุพการี
บูรพาจารย์และผู้มพี ระคุณทกุ ทา่ นทง้ั ในอดีตและปัจจุบัน ที่ไดอ้ บรม ส่ังสอน ที่แนะแนวทางใน
การศกึ ษาจนทำให้ ผศู้ กึ ษาประสบความสำเรจ็ มาจนตราบทุกวนั นี้

รตั นาวดี วิริยะรัตนพร
นายดลกฤต พรรณพิพัฒน์

สารบัญ

หนา้

ปกนอก………………………………………………………………………………………………………………………………...ก
ปกใน………………………………………………………………………………………………………………………………..….ข
ใบรับรองโครงการ………………………………………………………………………………………………………………….ค
บทคดั ย่อ……………………………………………………………………………………………………………………………….ง
กิตติกรรมประกาศ………………………………………………………………………………………………………………….จ
สารบัญ…………………………………………………………………………………………………………………………………ฉ
สารบัญตาราง………………………………………………………………………………………………………………………..ช
สารบญั ภาพ…………………………………………………………………………………………………………………………..ซ
บทท่ี 1 บทนำ……………………………………………………………………………………………………………………..…1

ความเป็นมาและความสำคัญของปญั หา………………………………………………………………….……1
วัตถปุ ะสงค์ของโครงการ……………………………………………………………………………………….……2
ขอบเขตของโครงการ…………………………………………………………………………………………………2
ประโยชน์ท่คี าดว่าจะได้รบั ……………………………………………………………………………….…………2
นิยามศัพท์………………………………………………………………………………………………………..………3
บทท่ี 2 เอกสาร ทฤษฎี และงานวิจยั ทเ่ี กีย่ วข้อง………………………....…………………………………………….4
จดุ ประสงค์รายวิชา สมรรถนะรายวิชา และคำอธิบายรายวชิ า………………………………………..4
แนวคดิ การวเิ คราะห์การตลาดแบบการจดั องค์กรอุตสาหกรรม……………………………………….5
แนวคิดเก่ยี วกบั การขอรับรองมาตรฐานผลติ ภัณฑช์ มุ ชน…………………………………………………8
ทฤษฎกี ลยุทธ์การตลาด (4Ps) และ (8Ps), กลยทุ ธต์ ลาดออนไลน์…………………………..…….10
การบรโิ ภคและทฤษฎีพฤติกรรมผูบ้ รโิ ภค (Buyer Behavior’s Model)………………..………20
แนวคดิ การออแบบบรรจุภณั ฑ์………………………………………………………………………………….23
ทฤษฎกี ลไกราคา……………………………………………………………………………………………….…….27
แนวความคิดของหลกั การบัญชีเบ้ืองต้น……………………………………………………………………..30
งานวจิ ยั ทเ่ี กยี่ วข้อง…………………………………………………………………………………………………..32

สารบญั (ตอ่ )

หน้า

บทที่ 3 วิธกี ารดำเนินการศกึ ษา……………………………………………………………………………………………..34
ประชากรและกลม่ ตวั อย่าง……………………………………………………………………………………….34
เคร่ืองมือท่ีใช้ในการศึกษา…………………………………………………………………………………………34
ขน้ั ตอนในการสร้างเครื่องมือ…………………………………………………………………………………….35
การเกบ็ รวบรวมข้อมูล………………………………………………………………………………………………36
การวเิ คราะห์ข้อมูลและสถิติในการศกึ ษา…………………………………………………………………...36

บทที่ 4 ผลการวเิ คราะหข์ ้อมูล……………………………………………………………………………………………….38
สัญลักษณ์ที่ใชใ้ นการวเิ คราะหข์ ้อมลู ………………………………………………………………………….38
การนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมลู …………………………………………………………………………….38

บทที่ 5 สรุปผล อภปิ รายผล และข้อเสนอแนะ………………………………………………………………………..48
สรุปผลการศกึ ษา…………………………………………………………………………………………………….48
อภปิ รายผล…………………………………………………………………………………………………………….50
ขอ้ เสนอแนะ…………………………………………………………………………………………………………..52

บรรณาณกุ รม………………………………………………………………………………………………………………………53
ภาคผนวก……………………………………………………………………………………………………………………………54

ภาคผนวก ก แบบอนุมัติโครงการ แบบเสนอโครงการ……………………………………………….…55
ภาคผนวก ข แบบสอบถาม……………………………………………………………………………………….62
ภาคผนวก ค เอกสารประกอบ (ภาพถ่าย)…………………………………………………………………..66
ประวัติผจู้ ัดทำ……………………………………………………………………………………………………………………..76

สารบญั ตาราง

หนา้

ตารางท่ี 1 แสดงความถี่ร้อยละของกลมุ่ เป้าหมาย จำแนกตามเพศ…………………………………………….39
ตารางท่ี 2 แสดงความถ่รี ้อยละของกลุ่มเป้าหมาย จำแนกตามช่วงอายุ………………………………………40
ตารางท่ี 3 แสดงความถี่ร้อยละของกลุ่มเป้าหมาย จำแนกตามสถานะ………………………………………..41
ตารางท่ี 4 แสดงความถี่ร้อยละของกลุม่ เป้าหมาย จำแนกตามรายไดต้ ่อเดือน…………………………….42
ตารางที่ 5 แสดงค่าเฉลย่ี และสว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐานโดยรวม………………………………………………..…43
ตารางท่ี 6 แสดงคา่ เฉลี่ย และส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐาน ด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์…………………………….44
ตารางที่ 7 แสดงค่าเฉล่ีย และส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน ด้านคณุ ภาพบรรจุภณั ฑ์………………………..…45
ตารางท่ี 8 แสดงคา่ เฉลย่ี และสว่ นเบีย่ งเบนมาตรฐาน ด้านสง่ เสรมิ การจัดจำหน่าย………………….….46
ตารางที่ 9 แสดงคา่ เฉลย่ี และส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน

ดา้ นการอำนวยความสะดวกสบายตอ่ การใช้งาน……………………………………………………….47

สารบัญภาพ

หนา้

ภาพท่ี 1 จัดเตรียมอปุ กรณ์………………………………………………………………………………………………………..………67
ภาพที่ 2 เตรียมทำนมสด…………………………………………………………………………………………………………………..67
ภาพท่ี 3 นำนมสดไปเคยี่ ว………………………………………………………………………………………………………………….68
ภาพที่ 4 นำนมสดใสภ่ าชนะแล้วนำไปแช่ตเู้ ย็น…………………………………………………………………………………….68
ภาพท่ี 5 เตรยี มทำแปง้ คอรน์ ด็อก……………………………………………………………………………………………………….69
ภาพที่ 6 คนส่วนผสมใหเ้ ขา้ กัน…………………………………………………………………………………….………………….…69
ภาพที่ 7 สว่ นผสมเขา้ กนั ดีแลว้ …………………………………………………………………………………………………………..70
ภาพที่ 8 พักแป้งไวใ้ หข้ นึ้ ฟูพร้อมซีนใหเ้ รยี บร้อย……………………………………………………………………………….…70
ภาพที่ 9 นำวัตถดุ บิ มาเสียบไม้…………………………………………………………………………………………………..………71
ภาพที่ 10 นำวัตถดุ บิ มาพนั แป้งทเ่ี ตรยี มไว้………………………………………………………………………………………….71
ภาพท่ี 11 นำแป้งมาคลุกกบั ธัญพืชหรอื เกลด็ ขนมปังท่ีเตรยี มไว้…………………………………………………………….72
ภาพที่ 12 เตรียมทอด………………………………………………………………………………………………………………………72
ภาพท่ี 13 ทอดเสร็จ…………………………………………………………………………………………………………………………73
ภาพที่ 14 นำไปใส่บรรจุภณั ฑ์……………………………………………………………………………………………………………73
ภาพที่ 15 ขายผลติ ภณั ฑ์…………………………………………………………………………………………………………………..74
ภาพที่ 16 ทำแบบสอบถาม……………………………………………………………………………………………………………….74
ภาพท่ี 17 ประวัติผ้จู ัดทำ…………………………………………………………………………………………………………………..76
ภาพท่ี 18 ประวตั ิผจู้ ัดทำ…………………………………………………………………………………………………………………..77

บทที่ 1

บทนำ

ความเป็นมาและความสำคัญของปญั หา

ในปัจจบุ ัน ในสังคมไทยของเรานน้ั มกี ารนำเอาอาหารของชาวตะวันตกเขา้ มาในประเทศ
อย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะขนม อาหารวา่ ง หรอื ของคาวตา่ งๆ เชน่ พิซซ่า ขนมปงั เบอร์เกอร์ หรือ
แมก้ ระทั่ง ไกเ่ คเอฟซี เปน็ ต้น ทำใหค้ นไทยสว่ นใหญห่ ันมาชอบและถูกใจในอาหารของหลายประเทศ
มากขน้ึ ซ่ึงเปน็ สว่ นดี ทเ่ี ราได้นำวัฒนธรรมต่างชาตเิ ขา้ มาเผยแพรท่ ำให้มคี วามทันสมยั ทนั โลกมากขึ้น

ขนะเดยี วกนั คอรน์ ด็อก ก็เป็นส่วนหน่งึ ในอาหารสตรที ฟุ้ดในประเทศเกาหลี ท่ีกำลงั นยิ มอยู่
ในประเทศไทย ปัจจุบันไทยไดน้ ยิ มเข้ามาเผยแพร่ใหผ้ ้บู รโิ ภคได้รบั ประทานกันเป็นอย่างมาก สำหรับ
คอรน์ ด็อกผ้จู ัดทำตอ้ งการพัฒนาผลิตภณั ฑ์ ตลอดจนท่ีมตี ราสญั ลักษ์ของรา้ นไวจ้ ดั จำหนา่ ย
นอกจากนี้ คอร์นด็อกมีรา้ นเปิดใหม่เปน็ จำนวนมาก ทำให้หาซื้อเพื่อบรโิ ภคไดง้ ่าย เนอ่ื งจากผลิตภัณฑ์
คอร์นด็อก เปน็ อาหารที่ทำจากชีสไส้กรอกเสยี บไมแ้ ละพนั ด้วยแป้ง จากการศึกษาพฤติกรรมของ
ผู้บริโภคเมือ่ มาซื้อผลติ ภณั ฑ์ผู้บรโิ ภคไมไ่ ดต้ ้องการซ้ือไส้เพยี งไสเ้ ดียว แตต่ ้องการไสท้ มี่ ีความ
หลากหลายสามารถเลือกซ้ือได้ตามใจผู้บริโภค บางท่านต้องการไส้ที่มีความหวาน บางท่านต้องการไส้
ท่มี ีของคาว ทางผู้จดั ทำจงึ มีข้อสงสยั ว่าถ้าสามารถทำให้มีหลากไส้ได้ตามใจทีผ่ ู้บรโิ ภคตอ้ งการทำได้
หรอื ไม่

ดงั นัน้ ขณะผู้จัดทำจงึ จดั ทำผลติ ภัณฑ์คอร์นด็อก multicolored ผู้จดั ทำไดห้ าทางปรึกษา
เพือ่ เพ่มิ ความหลากหลายของไสค้ อรน์ ด็อก จึงคดิ วา่ จะนำ นมสด ทีเ่ ปน็ นมสดทอด ทห่ี ลายคนฮิตฮอต
มาดดั แปลงให้เข้าดว้ ยกัน จึงเกิดไอเดียท่วี ่านำไส้อืน่ ๆ เช่น ชอ็ คโกแลต หรือปูอดั เข้ามาทำให้
ผบู้ รโิ ภคสามารถเลือกไสใ้ นสง่ิ ที่ตนเองชอบมากยิ่งขึ้นและในส่วนเกรด็ ขนมปงั ทางผูจ้ ัดทำไดน้ ำขนมที่
มีธัญพชื เชน่ ซันไบรท์ โดโซะ มาแปรรูปในส่วนของเกรด็ ขนมปังเพ่ือเพ่ิมประโยชนใ์ ห้ผู้บริโภคมากขน้ึ

2

วตั ถปุ ระสงค์ของโครงการ

1. เพอื่ พฒั นาผลิตภัณฑค์ อร์นดอ็ กดว้ ยการเพ่ิมรสชาติใหม่คือไส้นมสด
2. เพื่อพัฒนาบรรจภุ ัณฑค์ อร์นด็อกและเพ่ิมทางเลอื กแกผ่ ู้บริโภค
3. เพอื่ ทราบความพงึ พอใจของกลุม่ เปา้ หมายท่ีมตี ่อผลติ ภณั ฑค์ อรน์ ด็อกและบรรจภุ ัณฑ์

ขอบเขตของโครงการ

1. ขอบเขตด้านเนื้อหา
ศึกษาผลติ ภัณฑค์ อนร์นด็อก ให้มีหลากหลายไสแ้ ละขนมท่ีมธี ญั พืชนำมาแปรรปู ใน

ส่วนของเกร็ดขนมปงั เพื่อเพิ่มประโยชนใ์ ห้ผบู้ ริโภค
2. ขอบเขตด้านเปา้ หมาย
บคุ คลทัว่ ไป ตลาดเกาะสชี งั จำนวณ 30 คน
3. ขอบเขตดา้ นระยะเวลาและสถานท่ี
3.1 ด้านระยะเวลาตั้งแต่วนั ท่ี 1 มิถนุ ายน 2564 ถงึ 1 ตลุ าคม 2564
3.2 ด้านสถานท่ี บา้ นนายดลกฤต พรรณพิพฒั น์ 10 หมู่ 3 ต.ท่าเทววงษ์ อ.เกาะสชี ัง

จ.ชลบุรี

ประโยชนท์ ค่ี าดวา่ จะไดร้ ับ

1. ได้ผลิตภัณฑ์คอร์นด็อกด้วยการเพิ่มรสชาตใิ หมค่ ือนมสด
2. ได้บรรจุภัณฑ์คอรน์ ด็อกและเพม่ิ ทางเลือกแก่ผบู้ รโิ ภค
3. ไดท้ ราบความพึงพอใจของกลมุ่ เปา้ หมายท่มี ีต่อผลิตภัณฑ์คอรน์ ดอ็ กและบรรจภุ ณั ฑ์

3

นิยามศพั ท์ (อย่างนอ้ ย 3 คำ)

1. ยีสต์ คือ รากลุ่มหน่ึงท่ีสว่ นใหญเ่ ปน็ เซลล์เดี่ยว มีรปู ร่างหลายแบบ เชน่ รูปรา่ งกลม รี
สามเหลี่ยม รูปร่างแบบมะนาว ฝร่งั เป็นตน้ สว่ นใหญม่ กี ารสบื พนั ธ์แุ บบไม่อาศัยเพศ โดยวธิ กี ารแตก
หนอ่ พบทั่วไปในธรรมชาตใิ นดนิ ในนำ้ ในส่วนตา่ งๆ ของพืช ยสี ตบ์ างชนิดพบอย่กู ับแมลง และใน
กระเพาะของสตั ว์บางชนิด แต่แหล่งทพี่ บยสี ต์อยบู่ ่อยๆ คือแหล่งทีม่ ีน้ำตาลความเข้มขน้ สงู เช่น น้ำ
ผลไม้ท่มี รี สหวาน ยสี ต์ท่มี ีอยู่ตามธรรมชาติ มักจะปนลงไปในอาหาร เปน็ เหตุให้อาหารเนา่ เสยี ได้
ยีสต์เปน็ สงิ่ มีชวี ติ ท่มี ีขนาดเล็กมาก มเี ย่ือห้มุ นวิ เคลยี ส (eukaryotic micro-organisms) จดั อยใู่ น
กลมุ่ จำพวกเห็ด รา (Fungi) มีทั้งท่ีเปน็ ประโยชน์และโทษต่ออาหาร มีการนำยสี ต์มาใช้ประโยชน์นาน
มาแลว้ โดยเฉพาะการผลิตอาหารทมี่ แี อลกอฮอล์ จากคุณสมบัติทมี่ ีขนาดเล็กมาก สามารถเพาะเลย้ี ง
ใหเ้ กิดได้ในเวลาอันรวดเรว็ และวธิ กี ารไมย่ งุ่ ยาก ทำให้ยสี ต์เรม่ิ มบี ทบาทท่ีสำคัญในวงการเพาะเลีย้ ง
สตั วน์ ำ้ โดยสามารถนำมาใชเ้ ป็นอาหารสำหรับเลย้ี งอาหารธรรมชาติท่ีสำคัญอีกทหี นงึ่ เช่น ไรแดง โร
ติเฟอร์ และอาร์ทเี มีย

2. แป้งสาลอี เนกประสงค์ คือ แปง้ ขา้ วสาลที ผี่ ลิตจากการนำส่วนที่เปน็ เอนโดเสปิรม์
(endosperm) ของเมล็ดข้าวสาลีซึ่งแยกสว่ นทเ่ี ป็นรำ (bran) และคัพพะ (germ) ออก แล้วนำมาบด
ให้เปน็ ผงละเอียด

3. นมสด คือ นมเปน็ อาหารธรรมชาตทิ ม่ี คี วามสมบรู ณแ์ ละมคี ุณคา่ ทางโภชนาการสูง อุดม
ดว้ ยแรธ่ าตอุ าหารครบทุกหมู่ คือ โปรตีน วิตามนิ เกลือแร่ คารโ์ บไฮเดรต และไขมนั โดยเฉพาะอย่าง
ย่ิงน้ำตาลนมหรือแลก็ โทส (lactose) และโปรตีนทเ่ี รยี กว่า เคซนี (casein) จะพบในธรรมชาตคิ ือใน
นมหรอื น้ำนมเท่านัน้ นมจึงมีความสำคัญอยา่ งยงิ่ ในการพัฒนาร่างกายและสมองของเด็กและเยาวชน

บทที่ 2
เอกสาร ทฤษฎี และงานวิจยั ทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง

ในบทนจี้ ะนำเสนอเอกสารและงานวิจัยทีเ่ ก่ยี วขอ้ ง มีดงั น้ี
1. จดุ ประสงค์รายวชิ า สมรรถนะรายวิชา และคำอธิบายรายวชิ า
2. แนวคดิ การวิเคราะห์การตลาดแบบการจดั องค์กรอุตสาหกรรม
3. แนวคิดเก่ียวกับการขอรบั รองมาตรฐานผลติ ภณั ฑ์ชมุ ชน
4. ทฤษฎกี ลยทุ ธ์การตลาด (4Ps) และ (8Ps), กลยทุ ธ์ตลาดออนไลน์
5. ทฤษฎีบรโิ ภคและทฤษฎีพฤติกรรมผู้บริโภค (Buyer Behavior’s Model)
6. แนวคิดการออกแบบบรรจุภัณฑ์
7. ทฤษฎีกลไกราคา
8. แนวความคิดของหลกั การบญั ชตี ้นทุน
9. งานวจิ ัยทีเ่ กี่ยวข้อง

1.จุดประสงค์รายวชิ า สมรรถนะรายวชิ า และคำอธบิ ายรายวิชา

1.1. จุดประสงค์รายวิชา
1.1.1 เข้าใจข้นั ตอนกระบวนการสรา้ งหรอื พัฒนางานอาชีพอย่างเปน็ ระบบ
1.1.2 สามารถบูรณการความรทู้ กั ษะในการสร้างและหรอื พฒั นางานในสาขาวชิ าชีพ

ตามกระบวนการวางแผน การดำเนนิ งาน การแก้ไขปัญหาประเมนิ ผลทำรายงานและนำเสนอผลงาน
1.1.3 มีเจตคตแิ ละกจิ นสิ ัยในการศึกษาค้นควา้ เพ่ือสร้างและหรอื พฒั นางานอาชพี ดว้ ย

ความรับผิดชอบ มีวินยั คุณธรรม จรยิ ธรรม ความคดิ รเิ รมิ่ สร้างสรรค์ ขยัน อดทนและสามารถทำงาน
รว่ มกบั ผ้อู นื่

1.2 สมรรถนะรายวชิ า
1.2.1 แสดงความรู้เก่ยี วกบั หลกั การและกระบวนการสรา้ งและ/หรือพัฒนางานอาชีพ

อย่างเปน็ ระบบ
1.2.2 เขยี นโครงสร้างและพัฒนางานตามหลักการ
1.2.3 ดำเนนิ งานตามแผนงานโครงการตามหลักการและกระบวนการ

5

1.2.4 เก็บข้อมูลวิเคราะห์ สรปุ และประเมนิ ผลการดำเนนิ งานโครงการตามหลกั การ
1.2.5 นำเสนอผลการดำเนินงานด้วยรปู แบบวธิ ีการต่างๆ
1.3 คำอธบิ ายรายวชิ า
ศึกษาและปฏบิ ตั ิเกยี่ วกับการบรู ณาการความรู้ และทักษะ ในระดบั เทคนิคที่สอดคลอ้ งกับ
สาขาวชิ าชีพทศี่ กึ ษา เพ่ือสรา้ งหรือพฒั นางานดว้ ยกระบวนการทดลอง สำรวจ ประดษิ ฐ์คดิ ค้น หรอื
การปฏิบตั ิงานเชงิ ระบบ การเลอื กหัวข้อโครงการ การศึกษาค้นควา้ ข้อมูลและเอกสารอา้ งองิ การ
เขียนโครงการการดำเนนิ งานโครงการ การเก็บรวบรวมข้อมลู วิเคราะหแ์ ปรผล การสรุปผลการ
ดำเนินงาน และจัดทำรายงาน การนำเสนอผลงานโครงการ ดำเนินการเปน็ รายบุคคลหรอื กลมุ่ ตาม
ลักษณะของงานใหแ้ ล้วเสร็จ ในระยะเวลาที่กำหนด

2. แนวคดิ การวิเคราะห์การตลาดแบบการจดั องคก์ รอตุ สาหกรรม

2.1 ความจำเป็น ความต้องการ และความต้องการซอ้ื
2.1.1 ความจำเปน็ (Needs) เป็นอำนาจพื้นฐานท่ีกระตนุ้ ให้บคุ คลเกิดความต้องการใน

ส่ิงใดสิ่งหนึง่ เพ่ือมาตอบสนองในสิ่งที่ขาดหายไป แบง่ เปน็ 3 ประเภท คือ
2.1.1.1 ความตอ้ งการทางรา่ งกาย (Physical needs) เชน่ ปัจจยั 4 ไดแ้ ก่

อาหาร ที่อยู่อาศยั เสอื้ ผ้า ยารักษาโรค รวมท้งั ความอบอุน่ ความปลอดภยั ในชีวิตและทรพั ย์สิน
2.1.1.2 ความต้องการทางสงั คม (Social needs) เช่น การยอมรบั ความรัก

จากคนรอบข้าง
2.1.1.3 ความตอ้ งการส่วนบุคคล (Individual needs) ซงึ่ แตกตา่ งกนั เช่น

ความตอ้ งการ ศึกษาหาความรู้ การแสดงออกถงึ ความเป็นตวั ของตวั เอง
2.1.2 ความตอ้ งการ (Wants) เป็นสง่ิ ท่สี ามารถตอบสนองความจำเป็นได้ซึ่งความ

ต้องการของคนแตล่ ะคนจะแตกต่างกนั ออกไปข้ึนอยู่กับวัฒนธรรม สงั คม และบุคลิกภาพส่วนบคุ คล
2.1.3 ความตอ้ งการซื้อ (Demands) เป็นความตอ้ งการในรูปของอำนาจในการซื้อ

เนอื่ งจาก มนุษย์มีความต้องการไม่จำเป็น แต่มีเงนิ จำกัด เพราะฉะนน้ั จึงตอ้ งเลอื กซ้อื เฉพาะผลิตภณั ฑ์
ที่มคี ุณค่า และสามารถตอบสนองหรือสรา้ งความพึงพอใจสูงสดุ

2.2 ผลิตภัณฑ์ (Products) เปน็ สง่ิ ท่ผี ้ผู ลิตหรือนักการตลาดนำเสนอแก่ตลาดเพ่ือให้
ผ้บู ริโภคเกดิ ความสนใจ (attention) การซื้อ (acquisition) การใช้ (use) หรือการบริโภค
(consumption) โดยผลิตภัณฑ์นน้ั ต้องสามารถตอบสนองความจำเปน็ และความต้องการของผู้บริโภค

6

แบ่งเปน็ 10 ประเภท ดงั นี้
2.2.1 สินคา้ (Goods) เชน่ สินค้าอปุ โภคบรโิ ภคต่างๆ สินคา้ ทผี่ ลิตจากโรงงาน เป็นตน้
2.2.2 บริการ (Services) เชน่ กิจกรรมเก่ยี วกบั การเดินทาง ทีพ่ ัก สขุ ภาพ รา้ นค้า

รา้ นอาหารหรอื ส่ิงบันเทงิ ที่อำนวยความสะดวกในการใชช้ วี ิตประจำวัน เป็นต้น
2.2.3 ประสบการณ์ (Experiences) เชน่ การดลู ะครหรือคอนเสิรต์ ต่าง ๆ การ

ทอ่ งเท่ยี ว
2.2.4 เหตุการณ์ (Events) เช่น การแขง่ ขนั โอลิมปิค การจัดนิทรรศการ งานฉลอง

ต่างๆ 2.2.5 บุคคล (Persons) เช่น ดารา นกั รอ้ ง นักกฎหมาย นักการเงิน นักดนตรี หรอื ที่
ปรกึ ษา ต่าง ๆ

2.2.6 สถานที่ (Places) เชน่ สถานที่ท่องเทีย่ ว สถานที่ตากอากาศ นคิ มอตุ สาหกรรม
พิพธิ ภัณฑ์

2.2.7 ทรพั ย์สนิ (Properties) เชน่ หุ้น หนุ้ กู้ สทิ ธบิ ัตร ลิขสทิ ธิ์ สิทธทิ างการคา้
2.2.8 องคก์ ร (Organizations) เช่น ภาพลักษณ์และชอ่ื เสียงขององคก์ ร หรือการเขา้
รว่ มในชมรม/ หน่วยงาน/ องคก์ รตา่ ง ๆ
2.2.9 ข้อมลู ข่าวสาร (Information) เชน่ สารานุกรมทางการตลาด นติ ยสารท่ีให้
ขอ้ มูลทางดา้ นต่าง ๆ สถานีวิทยุท่ใี หข้ ้อมูลทางดา้ นการพยากรณ์อากาศหรอื การจราจร องค์กรวจิ ยั
หรือที่ปรกึ ษาที่ให้บริการทางดา้ นการข่าวสารต่าง ๆ
2.2.10 แนวความคิด (Ideas) ขอ้ เสนอตา่ ง ๆ ทางการตลาดจะตอ้ งมีการรวมเอา
แนวความคิดเข้าไปด้วย เป็นความคดิ หรือมโนคตทิ ่ีแฝงประโยชนใ์ ห้กบั สงั คม
2.3 คณุ ค่าในสายตาของลกู ค้า ความพึงพอใจของลูกค้าและคุณภาพ
2.3.1 คุณคา่ ในสายตาของลูกค้า (Customer value) ผลิตภณั ฑท์ น่ี ักการตลาดเสนอ
ขาย จะต้องมีคุณค่าในสายตาของลูกคา้ (Customer value) ซ่งึ หมายถึงความแตกต่างระหวา่ งคณุ
ค่าทีล่ กู คา้ ได้รบั จากการเป็นเจ้าของหรือใชผ้ ลิตภณั ฑ์ เปรียบเทยี บกบั ตน้ ทนุ ในการไดม้ าซ่งึ ผลติ ภณั ฑ์
นั้น ๆ 2.3.2 ความพึงพอใจของลูกคา้ (Customer satisfaction) ผลิตภณั ฑ์ท่นี กั การตลาด
เสนอขาย นอกจากจะต้องมีคุณคา่ ในสายตาของลกู คา้ แล้ว ยังจะตอ้ งทำให้ลูกคา้ เกิดความพงึ พอใจ
(Customer satisfaction) ซงึ่ เกิดจากคณุ คา่ ทลี่ ูกคา้ ไดร้ บั นั้นตรงหรอื สงู กว่าคุณคา่ ทไี่ ด้คาดหวงั ไว้
2.3.3 คุณภาพ (Quality) การท่ลี กู คา้ จะประเมนิ ว่า ผลติ ภัณฑม์ คี ณุ ภาพหรือไม่น้ันจะ

7

ประเมินจากการทีผ่ ลิตภณั ฑ์สามารถสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้าได้เพยี งใด
2.4 การแลกเปลีย่ น การทำธุรกรรมและการสรา้ งความสัมพนั ธ์ทางการตลาด
2.4.1 การแลกเปล่ยี น (Exchange) เป็นการกระทำที่ทำให้ได้มาซึ่งสง่ิ ทตี่ ้องการจาก

บุคคลอน่ื โดยการเสนอสงิ่ อ่นื เปน็ การตอบแทน เชน่ สิ่งของ หรือคำสัญญา เปน็ ต้น
2.4.2 การทำธรุ กรรม (Transaction) เปน็ การทำการค้าระหว่างบุคคลสองฝ่าย คือ

ระหวา่ งผซู้ ือ้ กบั ผู้ขาย โดยตอ้ ง มีลกั ษณะดงั น้ี
2.4.2.1 ต้องมสี องสิ่งท่ีมีคุณคา่
2.4.2.2 มีขอ้ ตกลงหรือเง่ือนไข
2.4.2.3 มรี ะยะเวลาของการตกลง
2.4.2.4 มสี ถานทใี่ นการตกลง

2.4.3 การสร้างความสัมพันธท์ างการตลาด (Relationships marketing) การทำ
การตลาดในปจั จุบนั จะต้องม่งุ เน้นไปทกี่ ารสร้างสมั พนั ธภาพทางการตลาด ซ่ึงหมายถึงกระบวนการ
สร้าง รกั ษา และการเพม่ิ สมั พันธภาพกบั ลกู คา้ และผูม้ ีสว่ นได้ส่วนเสยี เชน่ พนักงานผ้ปู อ้ นปจั จัยการ
ผลติ ผกู้ ระจาย สนิ ค้า ผ้คู า้ ปลีก ธนาคาร รฐั บาล ชมุ ชน เป็นต้น

2.5 ตลาดและระบบตลาด
2.5.1 ตลาด (Market) หมายถงึ กลมุ่ ของผู้ซื้อสินค้าหรือบริการท่ีมีศักยภาพ คือ มี

อำนาจในการซือ้
2.5.2 ระบบตลาด (Marketing system) องค์ประกอบสำคญั ในระบบการตลาด คือ

องค์กรและตลาดซง่ึ เช่ือมตอ่ กันดว้ ยการเคลือ่ นย้ายของสิง่ สำคญั 4 ประการ คือ
5.2.2.1 สนิ ค้าและบริการ
5.2.2.2 การสือ่ สารไปสตู่ ลาด
5.2.2.3 จำนวนเงนิ ท่มี าสูอ่ งค์กร
5.2.2.4 ข้อมลู ที่องค์กรได้รบั โดยรวมแล้วการตลาด หมายถึง “การสรา้ งคณุ คา่ ”

เพราะวา่ การตลาดที่ทนั สมยั จะต้องเน้นการสร้างคณุ ค่าใหแ้ ก่ผบู้ ริโภค โดยเร่ิมต้นจากการกำหนด
คณุ ลกั ษณะ (Attributes) ของสนิ คา้ สรา้ งจุดเดนิ (Features) ใหส้ ินคา้ แปลจุดเด่นดงั กลา่ วใหเ้ ปน็
คณุ ประโยชน์ (Benefits) ของสนิ ค้าและต้องไม่จบอยู่แค่ตรงนี้ตอ้ งคิดตอ่ ไปวา่ จะให้คณุ ค่า (Value)
อะไรแกผ่ ู้บรโิ ภค จึงจะทำให้ผู้บริโภครสู้ ึกวา่ สินค้าที่เรานำเสนอให้กบั เขานั้นคุ้มกบั ต้นทนุ ชวี ิตของเขา

8

ไมว่ ่าจะเปน็ เงินทเ่ี สียไป เวลาทเ่ี สียไปและความพยายามที่ต้องเสยี ไป สนิ คา้ ใดท่ีมคี ุณคา่ ไม่คุม้ ต้นทนุ
ชีวติ ของลกู ค้า สนิ คา้ น้ันยอ่ มไมย่ ั่งยนื ในสนามแข่งขันทางการตลาด ดังนนั้ การเรียนรู้ เร่อื งการตลาด
จึงเปน็ สิ่งที่นา่ สนใจ เพราะได้สัมผสั ทั้ง ทางตรงและทางอ้อม อีกท้งั เปน็ เร่อื งทใ่ี กล้ตัวเรา ซ่งึ สามารถ
พบเห็นได้ในชวี ิตประจำวัน

3. แนวคดิ เกี่ยวกับการขอรับรองมาตรฐานผลติ ภัณฑ์ชุมชน

มาตรฐานผลติ ภัณฑช์ ุมชน หมายถงึ ข้อกำหนดทางวชิ าการท่ีสำนกั งานมาตรฐาน
ผลติ ภณั ฑอ์ ุตสาหกรรม (อสม.) ได้กำหนดขนึ้ เพื่อเป็นแนวทางแก่ผู้ผลิตชมุ ชนในการผลิตสินคา้ ใหม้ ี
คณุ ภาพมาตรฐานผลติ ภัณฑ์ชุมชนและเปน็ เคร่ืองมือท่ีใชเ้ พ่ือสนับสนุนผ้ปู ระกอบการให้มีแนวทางใน
การผลติ สนิ คา้ ให้มีครุ ภาพเหมาะสมกบั วัตถปุ ระสงคก์ ารใชง้ านและปลอดภัยตอ่ ผบู้ ริโภคอีกทั้งยังสร้าง
ความมัน่ ใจให้กับผูบ้ ริโภค เนือ่ งจากมีหลักเกณฑ์การตรวจสอบและมหี นว่ ยงานกำกบั ดแู ลทั้งการให้
การรับรองและการตรวจตดิ ตามผลภายหลงั ไดร้ บั การรบั รองแล้ว ในสภาวการณ์ปัจจุบนั
ผ้ปู ระกอบการภายในประเทศมีอยหู่ ลายประเทศมีอย่หู ลายระดับทงั้ ท่ี เป็นผู้ประกอบการขนาดใหญ่
ขนาดกลาง และขนาดย่อมรวมถึงผผู้ ลิตในชุมชนผู้ประกอบการบางรายท สามารถผลิตสินค้าเพ่ือ
ส่งออกได้แต่ยังมีผปู้ ระกอบการจำนวนมากทเ่ี ป็นผปู้ ระกอบการขนาดย่อมและ ผผู้ ลิตในชมุ ชนท่ี
ตอ้ งการการพัฒนาและการสง่ เสรมิ เพือ่ ยกระดับผลติ ภัณฑ์ให้เปน็ ที่ยอมรับกระทรวง อตุ สาหกรรมจึง
ไดม้ อบหมายให้สำนักงานอุตสาหกรรมจัดทำโครงการมาตรฐานผลิตภณั ฑ์ชมุ ชนขึ้นเพอ่ื เสริมสรา้ งให้
ชมุ ชนนำภมู ิปัญญาและทรัพยากรในท้องถนิ่ มาผลติ เปน็ ผลติ ภัณฑ์ทีม่ ีคุณภาพ โครงการมาตรฐาน
ผลติ ภัณฑ์ชุมชนใหก้ ารสนับสนนุ ในดา้ นการกำหนดมาตรฐานเพือ่ ใชเ้ ปน็ เกณฑใ์ นการรบั รองและ
สามารถประกันคุณภาพให้กบั ผูบ้ ริโภคตลอดจนเปน็ แนวทางทีเ่ ชื่อมโยงผลติ ภณั ฑ์จากชุมชนสตู่ ลาด
ผูบ้ รโิ ภคอยา่ งกวา้ งขวางทั้งในและต่างประเทศตอ่ ไป โดยมีหลักเกณฑ์และเงอ่ื นไขในการรบั รอง
มาตรฐานผลติ ภัณฑ์ชมุ ชน ดังต่อไปน้ี

3.1 ขอบข่าย
3.1.1 เอกสารนีก้ ำหนดนยิ ามคณุ สมบัตขิ องผ้ยู ื่นคำขอ การรบั รอง การตรวจตดิ ตามผล

การยกเลิกการรับรองและอ่ืน ๆ ทเ่ี กย่ี วข้องในการรับรองคุณภาพผลิตภณั ฑ์ชุมชน
3.2 นยิ าม ความหมายของคำท่ใี ช้ในเอกสารนี้ มดี งั ต่อไปน้ี
3.2.1 การรบั รองคุณภาพผลิตภณั ฑ์ชมุ ชน หมายถึง การให้การรับรองคุณภาพ

ผลติ ภณั ฑ์ ชมุ ชนของผู้ผลิตในชมุ ชนที่เกดิ การรวมกลุม่ กันประกอบกิจกรรมใดกจิ กรรมหน่งึ ท้ังทจี่ ด

9

ทะเบียนอยา่ งเปน็ ทางการหรือทีไ่ ม่มีการจดทะเบียนเปน็ การรวมกลุ่มเองโดยธรรมชาติหรือชุมชนใน
โครงการหนง่ึ ตำบล หน่งึ ผลิตภณั ฑ์ ทีผ่ ่านการคดั เลือกจากจังหวัดหรือหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องตาม
มาตรฐานผลิตภัณฑช์ มุ ชนทส่ี ำนกั งานมาตรฐานผลิตภณั ฑอ์ ุตสาหกรรมได้ประกาศกำหนดไว้แลว้

3.2.2 ผู้ยืน่ คำขอ หมายถงึ ผู้ผลิตทอ่ี ยู่ในชมุ ชนหรอื จากโครงการหนึง่ ตำบล หนึ่ง
ผลิตภณั ฑ์ ท่ผี ่านการคัดเลือกจากคระกรรมการอำนวยการ หนึ่งตำบล หน่งึ ผลติ ภัณฑแ์ ห่งชาติ
(กอ.นตผ)

3.2.3 ผู้ได้รบั การรับรอง หมายถงึ ผยู้ น่ื คำขอทผี่ า่ นการตรวจประเมนิ แลว้ และได้รับการ
รับรองจากคณะกรรมการมาตรฐานผลติ ภณั ฑ์ชมุ ชน

3.3 คุณสมบัติของผูย้ ่นื คำขอ
3.3.1 ผยู้ ื่นคำขอต้องมีคุณสมบตั ิในข้อหน่ึงข้อใด ดังต่อไปน้ี
3.3.1.1 เปน็ ผผู้ ลติ ในชมุ ชนของโครงการ หน่ึงตำบล หนง่ึ ผลติ ภณั ฑ์ ได้รบั การ

คัดเลอื กจากคณะกรรมการอำนวยการหนึง่ ตำบล หนึง่ ผลิตภัณฑ์แห่งชาติ (กอ.นตผ)
3.3.1.2 เป็นกลมุ่ หรือสมาชกิ ของกลุ่มเกษตรกร กลมุ่ สหกรณห์ รอื กลุ่มอน่ื ๆ

ตาม กฎหมายวิสาหกิจชมุ ชน เช่น กลุ่มอาชีพ กลุ่มอาชีพกา้ วหนา้ กลุ่มธรรมชาติ เปน็ ต้น
3.4 การรบั รอง
3.4.1 การรบั รองคุณภาพผลติ ภัณฑ์ชุมชน ประกอบด้วยการดำเนินการ ดังน้ี
3.4.1.1 ตรวจสอบสถานทผ่ี ลิตและเก็บตัวอยา่ งจากสถานทผ่ี ลิตส่งตรวจสอบ

เพอ่ื พจิ ารณาออกใบรบั รอง
3.4.1.2 ตรวจตดิ ตามผลคณุ ภาพผลิตภณั ฑ์ชมุ ชนที่ไดร้ ับการรบั รอง โดยสุม่ ซื้อ

ตวั อย่างท่ีได้รับการรบั รองจากสถานทจ่ี ำหนา่ ยเพื่อตรวจสอบ
3.4.2 การขอการรับรอง ให้ย่ืนคำขอตอ่ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม

หรือ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด พรอ้ มหลกั ฐานและเอกสารต่าง ๆ ตามแบบท่สี ำนกั งานมาตรฐาน
ผลิตภัณฑอ์ ตุ สาหกรรมกำหนด

3.4.3 เมือ่ ไดร้ บั คำขอตามข้อ 4.2 แลว้ สำนกั งานมาตรฐานผลิตภณั ฑ์อุตสาหกรรมจะ
นดั หมายการตรวจสอบสถานทผ่ี ลติ เกบ็ ตวั อย่างส่งทดสอบหรือทดสอบ ณ สถานทผี่ ลิต

3.4.4 ประเมนิ ผลการตรวจสอบว่าเปน็ ไปตามมาตรฐานผลติ ภัณฑช์ มุ ชนที่ได้กำหนดไว้
หรือไม่

10

3.4.5 ใบรับรับรองผลติ ภณั ฑม์ ีอายุ 3 ปี นบั ตั้งแต่วนั ที่ระบุในใบรบั รอง
3.4.6 การขอต่ออายุใบรบั รองหรอื การออกใบรับรองฉบบั ใหม่เม่ือใบรบั รองฉบบั เก่าสน้ิ
อายุ ใหด้ ำเนินการตามขอ้ 3.4.2 ถึง 3.4.4
3.5 เงื่อนไขและการตรวจติดตาม
3.5.1 ผู้ได้รบั การรับรอง ตอ้ งรักษาไวซ้ ่งึ คณุ ภาพตามมาตรฐานผลิตภัณฑช์ มุ ชนท่ี
กำหนด ไว้ตลอดระยะเวลาที่ไดร้ บั การรบั รอง
3.5.2 การประเมนิ ผลการตรวจสอบตัวอย่างทส่ี มุ่ ซื้อเพื่อตรวจติดตามผลต้องเปน็ ไปตม
มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชมุ ชนท่กี ำหนด
3.5.3 การตรวจติดตามผลทำอยา่ งน้อยปีละ 1 คร้ัง
3.6 การยกเลกิ การรับรองสำนักงานฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม จะยกเลิกใบรับรอง กรณีใด
กรณหี นึ่ง ดังต่อไปนี้
3.6.1 ผลติ ภณั ฑท์ ต่ี รวจติดตามผลไมเ่ ป็นไปตามมาตรฐานผลติ ภณั ฑช์ ุมชน 2 ครง้ั
ตดิ ต่อกัน
3.6.2 ผ้ไู ดร้ บั การรบั รองขอยกเลกิ ใบรับรอง
3.6.3 มกี ารประกาศแก้ไขหรือยกเลกิ มาตรฐานการผลติ ภัณฑช์ ุมชนท่ีได้กำหนดไว้
3.6.4 เมือ่ ใบรบั รองครบอายุ 3 ปี นบั จากวนั ท่ีได้รบั การรบั รอง
3.6.5 การกระทำอนั เป็นการฝา่ ฝนื หรือไม่ปฏบิ ัติตามหลักเกณฑแ์ ละเงื่อนไขตา่ ง ๆ ท่ี
กำหนดอวดอา้ งเกนิ ความเป็นจรงิ โฆษณาการได้รบั การรับรองครอบคลมุ รวมถงึ ผลิตภัณฑ์ทีก่ าร
รับรอง
3.7 อืน่ ๆ
3.7.1 ในกรณที ่ียกเลิกใบรบั รอง ผู้ได้รบั การรับรองต้องยุติการใช้ส่ิงพิมพ์ส่ือโฆษณาทม่ี ี
การ อา้ งองิ ถึงการไดร้ บั การรับรองทงั้ หมด
3.7.2 สำนักงานมาตรฐานผลติ ภณั ฑ์อตุ สาหกรรม ไม่รับผดิ ชอบในการกระทำใด ๆ ของ
ผู้ ได้รับการรบั รองท่ีได้กระทำไป โดยไมส่ จุ ริตหรือไมป่ ฏิบตั ิตามหรือฝา่ ฝืนหลกั เกณฑ์และเงื่อนไขท่ี
กำหนด

11

4. ทฤษฎกี ลยทุ ธก์ ารตลาด (4Ps) และ (8Ps), กลยุทธ์ตลาดออนไลน์

4.1 หลกั การตลาด 4Ps หรือ สว่ นผสมทางการตลาดนั้น (Marketing Mix) มีสว่ นประกอบ
ด้วยกนั ท้ังหมด 4 อยา่ ง ไดแ้ ก่

4.1.1 ผลติ ภณั ฑ์ (Product) ธุรกิจมีองค์ประกอบหลักซงึ่ เป็นปจั จัยสำคัญอย่างแรก คอื
ผลิตภัณฑส์ นิ ค้า (Goods) หรือบริการ (Service) สำหรับในสว่ นสนิ คา้ นั้นแบง่ ออกเปน็ สินคา้ ประเภท
จับตอ้ งได้ และสนิ คา้ ประเภทจบั ตอ้ งไม่ได้ สำหรบั การบรกิ ารน้นั แบง่ ออกเปน็ บริการแบบมสี ่วนร่วม
และการบริการแบบไม่มีสว่ นร่วม ดงั นน้ั สนิ ค้า และบริการจงึ นับได้ว่าเป็นหัวใจสำคญั ของการดำเนิน
ธุรกจิ อยา่ งแท้จรงิ โดยต้องมีคุณลักษณะสำคัญ คอื คณุ ภาพ (Quality) สำหรบั ในส่วนของคุณภาพน้ัน
ยังมีความหมายรวมถงึ ดา้ นความเหมาะสมในการใช้งาน คุณภาพการออกแบบ และคุณภาพตาม
มาตรฐานทีก่ ำหนดไวอ้ ีกดว้ ย นอกจากนนั้ คุณภาพยงั เป็นตัวบ่งชสี้ ำคัญถึงภาพลกั ษณ์ของธุรกิจเราอีก
ดว้ ย

4.1.2 ราคา (Price) การกำหนดราคานบั วา่ เป็นกลยุทธ์สำคญั อีกอย่างหนง่ึ ของการ
ดำเนินธรุ กิจ โดยมกั จะขน้ึ อยู่กับปัจจยั ต่างๆ เชน่ ขนาดของตวั ธรุ กจิ ประเภทของสนิ คา้ ท่ีตอ้ งการ
จำหน่าย คา่ ใชจ้ ่ายตา่ งๆ สิ่งแวดล้อมทางการตลาด กฎหมาย ความเปลี่ยนแปลกของราคาวตั ถดุ บิ
หรอื แมแ้ ต่ระบบการจดั จำหน่าย ตน้ ทุนการผลติ และการส่งเสรมิ การขาย เป็นต้น สำหรับธรุ กิจขนาด
เล็กน้ัน การกำหนดราคาขายของสินค้าเปน็ สิง่ จำเป็นอยา่ งยงิ่ เน่ืองจากราคาน้นั เปน็ สง่ิ ทใ่ี ชว้ ดั ค่า
และประโยชน์ของตัวสนิ คา้ และยังเปน็ ตวั กำหนดวา่ เราจะสามารถใชท้ รัพยากรที่มีอยู่อยา่ งจำกดั ไปใน
ทศิ ทางใด จะสามารถขายสินค้าอยา่ งไร จำนวนเทา่ ไหร่ ราคาขายจะเป็นเครื่องบ่งช้ีสำคัญ ของ
ความสามารถในการทำกำไรของธรุ กิจนนั้ ท้งั นเี้ น่ืองจากกำไรน้ันคำนวณจาก รายรับหักลบดว้ ยต้นทุน
และรายรับได้จากปริมานจำนวนทขี่ ายคณุ ดว้ ยราคาต่อหนว่ ย อกี หนง่ึ กลยุทธ์การขายสนิ คา้ ทน่ี ยิ ม
นำมาใช้กนั อย่างแพรห่ ลาย ได้แก่ การให้ส่วนลด (Discount) การขายเชื่อ (Credit) และการฝากขาย
(Consignment) และยงั มกี ารใช้นโยบายการต้ังราคามาใช้อีกดว้ ย นโยบายการต้งั ราคาแบ่งออกเ

4.1.2.1 นโยบายราคาเพยี งราคาเดียว (One Price Policy) เปน็ การเสนอขาย
สินค้า หรือบรกิ ารในราคามาตรฐานเดยี วกัน ไม่วา่ จะซอื้ มากหรือน้อยกต็ าม เชน่ ราคาน้ำมนั ค่าขนสง่
สินค้า คำตามนำ้ หนัก หรอื ธรุ กจิ ขายสินค้าราคาเดียวทัง้ รา้ น (ทกุ อยา่ ง 20 บาท)

4.1.2.2 นโยบายราคาทแ่ี ตกตา่ งกนั (Variable Price Policy) มเี หตุมากจาก
ความแตกต่างในด้านคณุ ลักษณะเฉพาะของสินคา้ หรือตัวบรกิ าร และการเจรจาตอ่ รองของลกู ค้า นัน่

12

จึงเป็นเหตุให้มีการต้นราคาขายแตกต่างกัน เช่น สนิ คา้ ที่มีคุณภาพดีกว่าจะมีราคาท่สี ูงกวา่ สนิ ค้าท่ี
คุณภาพรองลงมา เชน่ ราคาตัว๋ ชมภาพยนตร์ทน่ี ั่งธรรมดา กับทน่ี ่งั พิเศษ เสอ้ื ผ้าแบรนดด์ ังกบั เส้ือผา้
ไมม่ ีแบรนด์

4.1.2.3 นโยบายกำหนดราคาขายแบบแพก็ เกจ (Multiple Unit Package
Pricing Policy) เปน็ การกำหนดราคาขายโดยเปรียบเทียบความแตกต่างในดา้ นปรมิ าณสินคา้ ทซี่ ้ือ
อธบิ ายงา่ ยๆ คือถา้ ซอ้ื ในจำนวนมากราคาจะถูกกวา่ ซ้ือในจำนวนน้อย เช่น เครื่องดืม่ บะหมี่ก่งึ
สำเร็จรูป สนิ ค้าประเภทอุปโภคบริโภค

4.1.2.4 นโยบายกำหนดราคาตามสายราคา (Price Lining-Policy) เป็นรูปแบบ
การกำหนดราคาสินคา้ แบบต่อเนื่องตามขนาด และปริมานของสิน้ ค้า โดยแบ่งตามขนาด ใหญ่ กลาง
เล็ก ท้ังนี้เพื่อความสะดวกแก้พนักงานขาย และตัวลูกคา้ เอง เชน่ นำยาบ้วนปาก ยาสีฟนั

4.1.2.5 นโยบายกำหนดราคาเชิงจติ วทิ ยา (Psychological-Pricing Policy)
ธรุ กจิ อาจจะใชว้ ธิ ีการกำหนดราคาให้น่าสนใจ โดยอาศัยหลักจิตวทิ ยาซึ่งเชอื่ วา่ มผี ลโดยตรงต่อ
พฤติกรรมการซ้ือสนิ ค้าของลูกค้า หรอื ผบู้ ริโภค เช่น สินคา้ ทีม่ รี าคาลงท้ายเหมือนกัน 59, 89, 99
หรอื สินค้าทีม่ ีป้ายกำกับ เช่นสินคา้ ขายดี

4.1.2.6 นโยบายกำหนดราคาตามจำนวน (Unit Pricing-Policy) เป็นรปู แบบ
การตน้ ราคาให้แตกตา่ ง โดยอ้างอิงจากน้ำหนกั ของสินคา้ ต่อหน่วยเปน็ เกณฑ์ เช่น ซื้อสินคา้ ทมี่ ี
น้ำหนักทแี่ ตกตา่ งกัน 100 ,50 และ 30 กรัม ตัวสนิ ค้าจะมีราคาไม่เทา่ กัน

4.3 ชอ่ งทางการจัดจำหน่าย (Place) การนำสนิ คา้ ไปให้ถึงมือของลูกคา้ โดยยดึ หลักความมี
ประสิทธิภาพ ความถูกต้อง ความปลอดภัย และความรวดเรว็ วิธขี ายหรอื กระจายสินคา้ ทีส่ ามารถทำ
ให้เกดิ ผลกำไรมากทีส่ ดุ ต้องกระจายสินคา้ ใหต้ รงกลุม่ เป้าหมายมากที่สุด หากเป็นสนิ ค้าที่ขายไป
หลายๆ แห่งวิธีการขาย หรอื การกระจายสนิ ค้านน้ั จะมีความสำคญั มาก โดยหลกั การของการเลอื กวธิ ี
กระจายสนิ คา้ น้ันไม่ใช่ขายให้มากสถานที่ ท่สี ดุ จะดเี สมอ เพราะมันขึ้นอยูก่ ับว่า สนิ ค้าของทา่ นคอื
อะไร และกลมุ่ เปา้ หมายทา่ นคอื ใคร

4.4 การส่งเสรมิ การขาย (Promotion) เมื่อธรุ กิจทราบว่าลูกค้าต้องการอะไร มีรสนิยมแบบ
ไหน เพื่อทีจ่ ะสามารถสรา้ งโปรโมช่นั ท่ตี อบสนองความต้องการของลูกค้าได้โดยตรง แต่การสง่ เสริม
การขายนนั้ มีความสมั พนั ธ์ใกล้ชดิ กบั งบประมาณ ด้านค่าใชจ้ า่ ยอยา่ งมาก และควรจะต้องพยายามให้
ไดผ้ ลลัพธ์กลบั คนื อยา่ งคุ้มคา่ ทสี่ ุด ซงึ่ มอี ยู่หลายวิธีท่ีสามารถช่วยไดท้ ้งั ทางตรง และทางอ้อม

13

4.4.1 การโฆษณา (Advertsing) อาจจะใชค้ ำพูด หรือข้อความ โดยมคี วามหมายที่จะ
ให้ลูกคา้ มีความรู้สึกดีต่อต่อสินค้า หรือบรกิ ารนั้น รวมทั้งจูงใจใหเ้ กดิ ความต้องการอยากทดลองสนิ คา้
หรอื บริการของเรา

4.4.2 การขายโดยตรง (Direct Sales) เป็นการขายโดยเขา้ ไปติดตอ่ ถึงตัวลูกค้า
โดยตรง โดยการอธบิ ายรายละเอียดต่างๆ ของสินค้าให้ลูกค้าได้ทราบ หรอื ท่ีเรยี กว่าการเสนอขาย
โดยต้องอาศยั เทคนิค และวธิ ีการทนี่ ่าสนใจ

4.4.3 การสง่ เสรมิ การขายทางดา้ นลูกค้า (Consumer Promotion) เปน็ รูปแบบใน
การสร้างส่ิงดึงดูดใจใหก้ บั ตัวลูกค้าโดยตรง เชน่ การลด แลก แจก แถม หรอื การเล่นเกมเพ่ือชงิ รางวลั
เป็นการกระตุ้นใหล้ กุ คา้ เกิดความสนใจ และมีความหวงั ในประโยชน์ทไี่ ด้รับจากตวั สินคา้ หรอื บริการ
ของเรา

4.4.4 การบริการ (Service) เป็นรปู แบบการใหบ้ รกิ ารท้งั ก่อน และหลงั การขาย (การ
อธบิ ายคุณลักษณะทด่ี ี และการใช้สินคา้ ก่อนลูกคา้ จะทำการซือ้ เพ่ือเปน็ การเชื้อเชิญให้เกิดสนใจ)
การบรกิ ารขณะขาย (การสาธิตใหล้ ูกค้าได้ชมก่อนท่จี ะตัดสินใจซ้อื สนิ ค้า หรืออาจจะเป็นการให้ลูกค้า
ทดลองด้วยตวั เองก่อน) และบริการหลังการขายสนิ ค้าให้กับลกู ค้า เช่น การซ่อมบำรุง หรอื ตรวจสอบ
สนิ คา้ เมอ่ื ลูกคา้ ได้ซ้ือไปแล้วโดยทำอย่างต่อเนื่อง เพ่อื สร้างความประทับใจระยะยาว

4.2 กลยุทธท์ างการตลาด (Marketing Mix) หรือท่ีเรยี กสนั้ ๆ วา่ 8P’s ซึ่งต้องมีแนวทาง
ความคดิ ทางการส่ือสารการตลาด (IMC) โดยอาศยั เคร่อื งมือการติดตอ่ ส่ือสารกับผ้บู ริโภคแบบ
สมยั ใหม่ซง่ึ แบ่งสว่ นขยายเพ่ิมเตมิ จากเดิมอีก หลายส่วนทง้ั งานศึกษาทัง้ ภายในและภายนอกประเทศ
เชื่อมโยงสู่การทำธุรกจิ สมัยใหม่ ซึ่งเน้นการสรา้ งผลกำไรสูงสดุ บนความพอใจของผู้บรโิ ภค ซ่งึ เป็นการ
ทำธรุ กิจระยะยาง (Long-Term Business) พรอ้ มกับพฤติกรรมท่เี ปล่ียนไปของผู้บริโภคสมยั ใหม่ซ่งึ
เปลีย่ นไปอย่างมากดดยเฉพาะการแบ่งสว่ นการตลาด (Segmentation) ซง่ึ ไมส่ ามารถแบง่ ส่วน
การตลาดแบบเดิม ๆ ได้แล้ว ซ่งึ การเอกสารการศกึ ษาในสว่ นแรกเป็นแนวทางทำธุรกจิ และก่อให้เกิด
พฤติกรรมในการเลือกซื้อผลติ ภณั ฑเ์ สริมอาหารส่วนท่ีเอกสารอ่นื ๆ จะช่วยในการวางแผนการตลาด
ในธุรกิจผลิตภณั ฑ์เสริมอาหารท่มี ีความเกี่ยวข้องและสอดคลอ้ งกับการศึกษาในคร้งั นี้ แนวคดิ ทางการ
วางแผนกลยทุ ธ์ทางการตลาดโดยใช้ 8P’s ซง่ึ ประกอบไปด้วยสว่ นผสมทางการตลาด ดังนี้

4.2.1 กลยุทธผ์ ลิตภัณฑ์ (Product Strategy) สงิ่ ทต่ี ้องพิจารณาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ คือ
4.2.1.1 แนวความคดิ ด้านผลติ ภัณฑ์ (Product Concept) เป็นคุณสมบัตทิ ่ี

14

สำคัญของผลิตภณั ฑ์ทสี่ ามารถตอบสนองความตอ้ งการของผูบ้ ริโภค (Product) ได้ ต้องมีความ
ชดั เจนในตัวผลติ ภณั ฑ์นั้น ๆ

4.2.1.2 คุณสมบตั ิผลิตภณั ฑ์ (Product attribute) จะตอ้ งทราบว่าผลติ ภัณฑ์
น้นั ผลิตจากอะไร มีคุณสมบัติอย่างไร ลกั ษณะทางกายภาพ ฟิสกิ ส์ เคมี ชวี ะ ขนาด ความดี ความงาม
ความคงทนทานด้านรปู ร่าง รปู แบบของผลิตภณั ฑ์ท่ีมอี ยู่ในตัวของมันเอง

4.2.1.3 ลักษณะเด่นของสนิ คา้ (Product Feature) การนำสนิ ค้าของบริษัทไป
เปรียบเทียบกับสนิ ค้าของคแู่ ข่งแล้วมีคุณสมบตั แิ ตกตา่ งกนั และจะต้องรวู้ ่าสินคา้ เรามีอะไรเดน่ กว่า
เช่น ลักษณะเด่นของ (Dior) คือเปน็ ผลติ ภณั ฑช์ นั้ นำจากปารสี

4.2.1.4 ประโยชน์ของผลติ ภัณฑ์ (Product Benefit) พจิ ารณาวา่ สนิ ค้ามี
ลักษณะเด่นอย่างไรบ้างและสินคา้ ให้ประโยชน์อะไรกับลูกค้าบ้าง ระหว่างการให้สัญญากับลูกคา้ กับ
การพสิ จู นด์ ้วยลกั ษณะเด่นของสินค้า

4.2.2 กลยุทธ์ราคา (Product Strategy) ประเดน็ สำคัญทีจ่ ะต้องพจิ ารณา มีดังนี้
4.2.2.1 ตงั้ ราคาตามตลาด (Ongoing price) หรอื ต้งั ราคาตามความพอใจ

(Leading price)
1) ต้ังราคาตามตลาด (On going price) เหมาะสำหรับสนิ ค้าทีส่ รา้ ง

ความแตกต่างไดย้ ากจึงไม่สามารถจะตั้งราคาให้แตกต่างจากตลาดคู่แขง่ ขันได้น่ัน คือ การตัง้ ราคาตาม
คแู่ ขง่ ขัน

2) ต้งั ราคาตามความพอใจ (Leading price) เป็นการตั้งราคาตาม
ความพอใจโดยไมค่ ำนึงถึงคู่แข่งขัน เหมาะสำหรบั ผลติ ภณั ฑ์ทีม่ ีความแตกต่างในตราสินค้า สินค้าที่มี
เอกลักษณส์ ่วนตัวมภี าพพจน์ทดี่ ี จะตั้งราคาเท่าไหรก่ ็ไม่มีใครเปรยี บเทยี บ

4.2.2.2 สินค้าจะออกเป็นแบบราคาสูง (Premium price) เมือ่ แน่ใจในคุณภาพ
ท่ีเหนือกวา่ และการยอมรบั ในราคาของลูกค้า หรือราคามาตรฐาน (Standard) เม่ือใชก้ ารตง้ั ราคา
โดยพจิ ารณาจากราคาของคู่แขง่ ขัน หรือตราสินค้าเพ่ือการแข่งขนั (Fighting brand) เป็นสนิ คา้ ดอ้ ย
คุณภาพกวา่ คู่แข่งขันเล็กน้อย

4.2.2.3 การตง้ั ราคาเท่ากันหมด (One pricing) คอื สนิ คา้ หลายอยา่ งท่ีมีราคาตดิ
อยู่บนกล่องหมายถงึ ไม่วา่ จะขายอย่ทู ่ีใดฤดูหนาวหรอื ฤดรู ้อนราคากเ็ ทา่ กันหมด หรือราคาแตกต่าง
กนั (Discriminate price) ข้อดี คือสามารถเรยี กราคาไดห้ ลายราคา แตข่ ้อเสยี เราต้องหาเหตผุ ลใน

15

การตั้งราคาหลายอยา่ ง เพ่อื ให้คนยอมรบั ได้
4.2.2.4 การขยายสายผลติ ภัณฑ์ (Line extension) ในกรณีนกี้ ารนำเสนอสินค้า

เริ่มตน้ ด้วยราคาหนงึ่ แล้วมีกลยุทธเ์ ผยแพร่ความนยิ มยังตลาดบน หรือตลาดล่าง
4.2.2.5 การขยบั ซื้อสูงขน้ึ (Trading up) เปน็ การปรบั ราคาสูงขึน้ ทำให้ได้กำไร

มากขน้ึ จงึ พยายามขายให้ปรมิ าณมากข้ึนหรือการขยบั ซ้ือลดลง (Trading down) เปน็ การผลิตสินค้า
ทม่ี รี าคาแพงใหม้ ีคุณภาพกวา่ สินคา้ ที่ราคาถกู เล็กน้อยแต่ ตั้งราคาสูงกว่า เพอ่ื ให้คนซื้อสินค้าท่ี
รองลงมา

4.2.2.6 การใชก้ ลยุทธ์ดา้ นขนาน (Size) คือ ไม่ทำขนาดเท่ากบั ผ้ผู ลิตรายอื่น ๆ
4.2.3 กลยุทธ์การจดั จำหน่าย (Place Strategy) คือ กลยุทธเ์ กย่ี วกบั วิธีการจดั จำหน่าย
จะต้องพิจารณาถึงรายละเอียด ดงั น้ี

4.2.3.1 ชอ่ งทางการจดั จำหน่าย (Channel of distribution) เป็นเสน้ ทางท่ี
สินคา้ เคล่อื นยา้ ยจากผูผ้ ลติ หรือผขู้ ายไปยังผบู้ รโิ ภคหรอื ผ้ใู ช้ ซง่ึ อาจจะผ่านคนกลางหรือไมฝ่ า่ ยคน
กลางก็ได้

4.2.3.2 ประเภทของรา้ นคา้ (Outlets) ในทกุ วันนจี้ ะพบไดว้ า่ วิวัฒนาการของ
การจัดจำหนา่ ยน้นั เป็นสง่ิ ท่ีเจริญเตบิ โตรวดเรว็ มากประเภทของร้านค้ามีมากมายจนแทบจะตามไม่
ทนั จะขอเรียงลำดับประเภทของร้านค้าจากใหญ่ไปหาเลก็

1) รา้ นคา้ สง่ (Wholesale store) เปน็ รา้ นคา้ ที่ขายสินคา้ ในปรมิ าณ
มาก ลกู ค้าส่วนใหญเ่ ปน็ คนกลาง

2) ร้านคา้ ขายของถูก (Discount store) เปน็ รา้ นคา้ ทีข่ ายสนิ คา้ ราคา
พเิ ศษ

3) ร้านหา้ งสรรพสินคา้ (Department store)
4) ซูเปอร์มาร์เก็ตท่ีอยเู่ ด่ียว ๆ (Stand alone supermarket) เปน็
ร้านทม่ี ีทำเลเด่ียวไมต่ ิดกับรา้ นคา้ ใด ๆ
5) ชอ็ ปปงิ้ ชุมชน (Community mall) เป็นร้านคา้ ทีอ่ ยู่ในย่านชุมชน
6) Minimart จะเห็นได้จากร้านค้าเล็ก ๆ ตามตึกอาคารสูง ๆ ใน
โรงพยาบาล ซึง่ ตง้ั อ่วั เสง็ เรม่ิ บุกตลาด Minimart พอสมควร
7) ร้านคา้ สะดวกซ้ือ (Convenience store) เป็นร้านคา้ ทขี่ ายสินค้า

16

อุปโภคหรือสนิ คา้ สะดวกซ้ือ บางร้านจะเปิดบริการ 24 ชั่วโมง
8) รา้ นค้าในปั๊มน้ำมนั
9) ซุ้มขายของ (Kiosk) เป็นรา้ นที่จดั เป็นซุ้มขายของ บางครง้ั จดั เปน็

บูท
10) เครอ่ื งขายอัตโนมัติ (Vending machine) เปน็ การขายสนิ ค้าผ่าน

เครอ่ื งจักรอัตโนมตั ิ
11) การขายทางไปรษณีย์ (Mail order) เปน็ การขายสินคา้ ซงึ่ ใช้

จดหมายสง่ ไปยังลูกค้า มีการลงในหนงั สือพิมพ์ นิตยสาร ถ้าพอใจก็ส่งข้อความสง่ั ซื้อทางไปรษณยี ์
12) ขายโดยแคตตาลอ็ ก (Catalog sales)
13) ขายทางโทรทัศน์ (T.V. Sales)
14) ขายตรง (Direct sales) การขายโดยใช้พนกั งานขายออกเสนอ

ขายตามบ้าน
15) ร้านคา้ สวสั ดิการ เป็นรา้ นค้าทต่ี ้งั ข้นึ เพ่ืออำนวยความสะดวกกับ

พนกั งานตามหนว่ ยงานราชการต่าง ๆ ของบรษิ ทั หรือสำนักงานต่าง ๆ
16) ร้านคา้ สหกรณ์ เปน็ ร้านคา้ ท่ตี ้งั อยตู่ ามมหาวิทยาลัยและโรงเรียน

ต่าง ๆ
4.2.3.3 จำนวนคนกลางในช่องทาง (Number of intermediaries) หรอื ความ

หนาแนน่ ของคนกลางในชอ่ งทางการจัดจำหนา่ ย (Intensity of distribution) ในการพิจารณาเลือก
ชอ่ งทางการจดั จำหน่ายจะมกี ระบวนการ 3 ข้นั ตอน ดังน้ี

1) การพิจารณาลือกลูกค้ากล่มุ เปา้ หมายว่าเป็นใคร
2) พฤติกรรมในการซ้ือของกลมุ่ เป้าหมาย เชน่ ซอื้ เงินสดหรอื เครดิต
ต้องจัดสง่ หรอื ไม่ ซื้อบ่อยเพยี งใด
3) การพจิ ารณาท่ีตั้งของลูกค้าตามสภาพภมู ิศาสตร์
4.2.3.4 การสนับสนุนการกระจายตวั สินค้าเข้าสตู่ ลาด (Market Logistics) เปน็
กิจกรรมที่เก่ยี วข้องกับการเคล่อื นย้ายปจั จัยการผลติ และตัวสินค้าจากแหล่งปัจจยั การผลิตผ่าน
โรงงานของผู้ผลติ แลว้ กระจายไปยังผู้บริโภค
4.2.4 กลยุทธก์ ารส่งเสรมิ การตลาด (Promotion Strategy) กลยทุ ธก์ ารสง่ เสรมิ

17

การตลาดจะต้องประสานกบั แผนการตลาดโดยรวมและควรกำหนดแผนการสง่ เสรมิ การตลาดท่ี
เฉพาะเจาะจง

4.2.5 กลยทุ ธก์ ารบรรจภุ ณั ฑ์ (Packaging Strategy) การตดั สนิ ใจเลือกรูปแบบการ
บรรจุภณั ฑแ์ ละประเภทวัสดขุ องบรรจุภัณฑ์มักจะใช้กบั สนิ ค้าอปุ โภคบริโภคที่พัฒนาใหม่หรือเมอ่ื มี
การปรับปรงุ เปลี่ยนแปลงสินค้าใหม่กลยุทธก์ ารบรรจภุ ัณฑ์ มีหลักในการพจิ ารณา ดังน้ี

4.2.5.1 บรรจภุ ัณฑน์ น้ั เหมาะสมทีจ่ ะบรรจุสินค้า (Put in) หรือไม่
4.2.5.2 สนิ คา้ เมอื่ วางบนชน้ั แล้วไดเ้ ปรียบ (เดน่ ) (Put up) หรือไม่
4.2.5.3 สนิ ค้าเม่อื นำเอามาใชแ้ ล้วเก็บสะดวก (Put away) หรือไม่
4.2.5.4 บรรจภุ ณั ฑ์สวยงาม (Prettiness) หรอื ไม่
4.2.5.5 สามารถเชิญชวนให้ใช้ (Pleading) ได้หรอื ไม่
4.2.5.6 บรรจภุ ณั ฑส์ ามารถสะท้อนตำแหน่งครองใจของสินคา้ (Positioning) ได้
หรือไม่
4.2.5.7 บรรจภุ ณั ฑ์สามารถสะท้อนบคุ ลิกภาพของสนิ ค้า (Personality) ได้
หรือไม่
4.2.5.8 บรรจภุ ณั ฑ์สามารถปกป้องสนิ คา้ (Protection) ได้หรือไม่
4.2.5.9 บรรจภุ ณั ฑม์ คี วามสะดวกต่อการใชง้ าน (Practicality) หรือไม่
4.2.5.10 บรรจุภัณฑ์ทเี่ ลอื กนั้นสามารถทำกำไรได้มากขึ้น (Profitability) ได้
หรอื ไม่
4.2.5.11 บรรจุภัณฑ์นนั้ สามารถนำมาใชใ้ นการส่งเสรมิ การตลาด (Promotion)
ได้หรือไม่
4.2.5.12 เปน็ การบอกถึงวิธีการใช้สนิ คา้ (Preaching) ไดห้ รือไม่
4.2.5.13 สามารถดแู ลรักษาสิ่งแวดล้อม (Preservation) ได้หรือไม่ ถา้ นำสิง่
เหล่านม้ี าพิจารณาทั้งหมด จะเห็นวา่ ในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ของบริษัทจะเปน็ โลโก้ ตวั หนงั สอื
ตวั อักษร การเลือกเปน็ กระดาษ เปน็ โฟม เป็นฝาจุก หรือเคร่ืองหมาย สีสนั ต่างๆ บรษิ ทั กจ็ ะไดบ้ รรจุ
ภัณฑท์ ีด่ ี
4.2.6 กลยทุ ธก์ ารใช้พนักงานขาย (Personal Strategy) การขายโดยใช้พนักงานขาย
จดั เปน็ รปู แบบการปฏบิ ัตติ วั ต่อตัวระหวา่ งกจิ การกับลูกค้า ทงั้ น้ี เพ่ือมุ่งหวงั คำสัง่ ซ้อื ดว้ ยรปู แบบการ

18

ขายท่ีแตกต่างกนั การขายโดยพนกั งานขายนน้ั เกี่ยวข้องกับการจา้ งพนักงานขาย การจัดการทั่ว ๆ ไป
เกยี่ วกบั พนักงานขาย ตลอดจนการบรหิ ารสนิ ค้าคงคลงั การเตรียมการเสนอขายและการบริการหลัง
การขาย ในการพัฒนาแผนการขายนนั้ กิจการจะเร่มิ ต้ังแต่การตั้งวัตถุประสงค์และปฏบิ ัตกิ าร ซงึ่ ต้อง
มีความชัดเจนและสอดคล้องกับประเภทของธุรกจิ โดยอาจจะเป็นธรุ กจิ ค้าปลีก ธุรกจิ การบริการหรอื
ธุรกิจการผลิต จากนั้นจงึ กำหนดกลยุทธก์ ารขาย และการดำเนนิ งานการขาย โดยใช้พนกั งานขายน้ัน
หวงั ผลลพั ธ์ เพอ่ื เพิ่มยอดขายและขณะเดียวกันกเ็ พอ่ื สร้างสัมพันธภ์ าพระยะยาวกับลูกคา้ อีกดว้ ย
นอกจากนี้ การขายโดยใชพ้ นักงานขายนน้ั ยังมีการใช้โปรชวั ร์ เอกสาร ใบปลวิ วัสดอุ ุปกรณ์ตา่ ง ๆ
เพือ่ ช่วยในการนำเสนอขายของพนักงาน ตลอดจนเปน็ หลักฐานอา้ งอิงและสามารถมอบไวใ้ หล้ ูกค้า
เพ่อื ศกึ ษาข้อมลู เพิ่มเตมิ

4.2.7 กลยุทธ์การให้ขา่ วสาร (Public Relation Strategy) การให้ขา่ วสารน้ันคอื รปู แบบ
หนึ่งของการตดิ ต่อสือ่ สารท่ีไม่เสียคา่ ใชจ้ า่ ยในการซ้ือส่ือ ท้ังนี้ เพื่อสร้างทัศนคติทเ่ี ป็นบวกตอ่ สินคา้
และกจิ การของเรา แตป่ จั จุบันการส่อื สารโดยวธิ ดี งั กล่าวอาจมีคา่ ใชจ้ ่ายอน่ื ๆ รวมทง้ั ค่าใชจ้ า่ ย
ทางอ้อมเกย่ี วกับส่อื อีกดว้ ยการให้ข่าวสารแก่สาธารณะชน น้นั เปน็ รูปแบบหนงึ่ ของการประชาสัมพันธ์
การใหข้ ่าวสารจดั ว่าเป็นการสรา้ งภาพลักษณ์ในระยะยาวแก่องคก์ รและตอ้ งการให้ผลลพั ธน์ ้อี อกมาใน
เชงิ บวกแกอ่ งค์กร ส่งิ ทเ่ี ราต้องพิจารณาอย่างย่ิงในการใหข้ ่าวสาร คอื กลมุ่ เปา้ หมายทต่ี ้องการไดร้ ับ
ข่าวสารและส่อื โฆษณาทจ่ี ะใช้เพอ่ื การส่อื ขา่ วสาร

4.2.8 กลยุทธ์พลงั (Power Strategy) พลังในทนี่ ้ี หมายถึง อำนาจในการต่อรองและ
ควบคมุ ซ่งึ ดเู หมือนจะเป็นส่ิงท่ยี ากทส่ี ุดในการเนรมิตใหเ้ กิดข้นึ แต่กเ็ ป็นสิ่งจำเป็นและขาดเสียไม่ได้
ในองค์ประกอบตวั P สว่ นสุดทา้ ยนี้ เพราะอำนาจตอ่ รองจะเปน็ พลังพเิ ศษที่นำมาใช้ต่อรอง
แลกเปลยี่ นผลประโยชน์ทางการค้าให้บรษิ ัทได้รบั ขอ้ เสนอท่ีดที ีส่ ุดในกรณีที่ไมส่ ามารถตกลงกันตาม
กรอบได้อย่างลงตวั

4.3 กลยุทธ์ตลาดออนไลน์ (Online Marketing) คอื การทำการตลาดผ่านการโฆษณาบน
สื่อออนไลน์ เช่น Facebook ,Twitter, Instagram, YouTube, ตลอดจนการโฆษณาบนเว็บไซต์
หรอื Google ฯลฯ อีกมากมายผา่ นการใช้อินเทอรเ์ นต็ กลยุทธ์และชอ่ งทางในการทำตลาดออนไลน์
มีดังน้ี

4.3.1 ช่องทางในการทำตลาดออนไลน์
4.3.1.1 Social Marketing คอื การตลาดออนไลน์ท่ีเน้นการเข้าถึงกลุ่มคนบน

19

โลก Social Network ต่าง ๆ ไม่วา่ จะเปน็ Facebook, Twitter, Instagram ฯลฯ อีกมากมายโดย
การตลาดบน Social Marketing มักจะไดร้ ับความนยิ มมากกวา่ ชอ่ งทางอ่ืน ๆ

4.3.1.2 Search Engine Marketing คอื การตลาดบน Search Engine เป็น
การทำให้สนิ ค้าตดิ หนา้ แรกของ Google หรือที่เรารู้จักกันในนามของ SEO (Search Engine
Optimization) เป็นการปรบั แต่งเว็บไซต์ หรือปรับปรุงเน้ือหาทมี่ คี ุณภาพ เพ่ือใหเ้ วบ็ ไซต์หรอื สินค้า
ตดิ หน้าแรกของ Google ทำให้ลกู ค้ามีโอกาสในการคลิกเข้าถึงสนิ ค้าได้มากกวา่

4.3.1.3 Email Marketing คือ การตลาดโดยใช้ชอ่ งทางของอีเมล์ เพอื่ กระจาย
ขา่ วสาร หรอื นำเสนอโปรโมชั่นต่าง ๆ ไปยังลูกคา้ กลุ่มเป้าหมาย เรียกไดว้ ่า Email Marketing เป็น
ชอ่ งทางท่ีใชต้ น้ ทุนการตลาดท่ถี ูกท่สี ดุ เลยกว็ า่ ได้ เมอื่ เปรียบเทยี บกับการตลาดบนชอ่ งทางอ่นื ๆ

4.3.1.4 Line Marketing คอื การตลาดผ่านแอพพลเิ คช่ัน อยา่ งเชน่ Line ด้วย
การเผยแพร่ข่าวสาร อพั เดทโปรโมช่ันต่าง ๆ เรยี กไดว้ ่าเป็นแอพพลิเคช่ันที่ไดร้ บั ความนิยมเป็นอยา่ ง
มากในปจั จุบัน ดว้ ยการเก็บรวมขอ้ มลู พบวา่ ในประเทศไทยของเรามีผ้ใู ชง้ านแอพพลเิ คชั่น Line
มากกว่า 85% เลยทเี ดียว

4.3.1.5 Banner การทำโฆษณาโดยใช้ Banner ของเว็บไซตต์ า่ ง ๆ ก็เปน็ อีก
หน่งึ กระแสท่ีค่อนข้างจะได้รับความสำคัญ เพราะสามารถเขา้ ถึงลกู คา้ ไดอ้ ยา่ งตรงกลุ่มเป้าหมาย เชน่
ธุรกิจอาหารทนี่ ำโฆษณาไปฝากไว้ตามเวบ็ ไซต์อาหาร หรือเวบ็ ไซตแ์ หลง่ รวบรวมร้านอาหาร รีวิว
รา้ นอาหาร ในขณะที่ธรุ กิจโรงแรมไดน้ ำโปสเตอรโ์ ฆษณาไปฝากไวต้ ามเวบ็ ท่องเที่ยว เป็นต้น

4.3.2 กลยุทธ์ตลาดออนไลน์
4.3.2.1 มุง่ เน้นทีโ่ ซเชยี ลเน็ตเวิร์ค ทุกวนั นี้เครือขา่ ยอย่างโซเชียลเน็ตเวริ ์คไม่ว่า

จะเปน็ Facebook, Instagram, Twitter, Line และอ่ืน ๆ คือ สอ่ื ที่คนทั่วไปใหค้ วามสนใจมากทส่ี ุด
เพราะฉะนัน้ จำเป็นจะต้องม่งุ เนน้ การตลาดไปทน่ี มี่ ากที่สดุ

4.3.2.2 สรา้ งความนา่ สนใจบนโลกออนไลน์ ไมว่ ่าจะเป็นการทำคลปิ วดี ีโอ
,บทความ หรืออะไรกต็ ามแต่ท่ีเผยแพรล่ งในโซเชียลเน็ตเวิร์คแลว้ จะโดนใจจนมคี นกดไลค์ และแชร์ไป
ให้ไกลไดม้ ากทสี่ ุดยงิ่ ทำให้โด่งดังไดเ้ ร็ว

4.3.2.3 ใชผ้ มู้ ีอิทธพิ ลบนโลกออนไลน์ ทุกวนั นค้ี ำว่า เน็ตไอดอล หรอื เพจดงั ต่าง
ๆ คือ สิง่ ท่ีคนให้ความสนใจมาก การฝากให้คนเหล่าน้โี ฆษณาหรอื ประชาสมั พันธ์จะช่วยให้เขา้ ถึง
กลุ่มเปา้ หมายได้อยา่ งรวดเร็ว

20

4.3.2.4 สรา้ งตำแหนง่ ให้ธุรกิจ หมายถงึ การสร้าง Location ใหก้ บั ธรุ กิจของ
ตวั เองแล้วอาจใช้การตรวจสอบบอ่ ย ๆ ว่ามใี ครเชค็ อินหรือไม่โดยเฉพาะธรุ กิจร้านอาหารจะค่อนข้าง
ไดผ้ ลมากหากวางตำแหนง่ ธุรกจิ ใหค้ นเช็คอนิ ได้

4.3.2.5 ใช้พนั ธมติ รบนโลกออนไลน์ ทุกวนั นี้เวบ็ หรอื แอพพลเิ คชน่ั ท่เี ปน็
ตวั กลางสำหรบั การขายสินค้ามมี ากมาย ธรุ กจิ อาจเลือกใช้ช่องทางเหลา่ น้ีในการทำการตลาดออนไลน์
ได้เหมือนกนั เพราะบ่อยครั้งท่ลี กู คา้ เขา้ ไปเวบ็ เหลา่ นี้มากกวา่ เวบ็ ขายสินค้าโดยตรง

4.3.2.6 สรา้ งการเขา้ ถึงในหลากหลายอปุ กรณ์ คือ หากมีเว็บไซต์แลว้ ก็อาจ
สร้างแอพพลเิ คชัน่ สำหรบั ความสะดวกสบายในการเข้าจากมือถือทจี่ ะชว่ ยใหเ้ ข้าถึงธุรกิจไดม้ ากขึ้น

4.3.2.7 พยายามทำใหล้ ูกคา้ เขา้ ใจงา่ ยมากท่ีสุด เชน่ การสร้างโฆษณาหรอื
แมแ้ ต่การจะใหล้ ูกคา้ ซ้ือสินค้าของเราควรทำอะไรทีเ่ ข้าใจง่าย ไม่ซบั ซ้อน เพราะความยงุ่ ยากจะทำให้
เกิดความเบ่ือหนา่ ยในการซ้ือสนิ ค้าหรอื บรกิ าร

4.3.2.8 ใชก้ ารเก็บข้อมลู มาเป็นการบา้ น ไม่วา่ จะเปน็ สถิตผิ ูเ้ ขา้ ชมเวบ็ ยอดไลค์
ยอดแชร์ สิ่งเหลา่ นสี้ ามารถนำมาเปน็ ข้อมลู เพือ่ ปรบั เปลี่ยนหรือปรบั ปรงุ กลยทุ ธ์ทางการตลาดใหเ้ กิด
ความน่าสนใจได้มากย่ิงข้ึน

4.3.2.9 สร้างกระแสท่ดี ีอย่เู สมอ ซง่ึ ในความเป็นจรงิ ของโลกออนไลน์ คือ อะไร
ทร่ี วดเร็ว นา่ สนใจ การสร้างกระแสใหก้ บั ธรุ กิจในทางทดี่ จี ะชว่ ยสร้างการจดจำให้กบั ผู้คนบนโลก
ออนไลนไ์ ด้เป็นอย่างดี จนทำให้เกดิ การจดจำและนา่ เช่ือถือ

4.3.2.10 สร้างการต์ ูนจำลองให้เป็นภาพจำ หรือการใช้มาสคอตบนโลกออนไลน์
โดยการออกแบบ ให้มคี วามเขา้ ในธุรกจิ พร้อมกบั ตัง้ ช่ือให้นา่ สนใจ จะช่วยสรา้ งภาพจดจำให้กับกลมุ่
ลกุ ค้าได้เป็นอยา่ งดี อีกทง้ั ยังสามารถต่อยอดในการขายสนิ คา้ ไดด้ ว้ ย

5. การบรโิ ภคและทฤษฎพี ฤติกรรมผู้บริโภค (Buyer Behavior’s Model)

5.1 ประวัติความเปน็ มาของ “ผบู้ รโิ ภค” ตามพระราชบญั ญตั ิคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522
ใหค้ วามหมายวา่ ไว้ว่า หมายถึง ผ้ซู ้อื หรอื ผู้ไดร้ บั บริการจากผปู้ ระกอบธุรกิจหรือผูซ้ ่ึงได้รับการเสนอ
หรอื ชกั ชวนจากผู้ประกอบธรุ กจิ เพอ่ื ให้ซื้อสินคา้ หรือบริการ และความหมายรวมถึง ผใู้ ช้สินคา้ หรอื ผู้
ไดร้ ับบรกิ ารจากผูป้ ระกอบธุรกจิ โดยชอบ แม้มิไดเ้ สยี คา่ ตอบแทนก็ตาม “ผบู้ ริโภคคอื พระราชา” เป็น
คำกลา่ ว ทีใ่ ห้ความสำคัญแกผ่ ู้ประกอบธุรกจิ จะอยไู่ ด้ตอ้ งอาศัยผู้บรโิ ภคแต่ในสังคมปัจจุบัน ผ้บู ริโภค
มกั จะถูกเอาเปรียบดว้ ยวธิ ีการตา่ ง ๆ โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ จากการใชก้ ลยุทธท์ างตลาดท่ีขาดคุณธรรม

21

และความรับผิดชอบ ในอดีตคนไทยไม่คอ่ ยเหน็ ความสำคัญในเรอื่ งการใช้สิทธขิ องผ้บู ริโภคจงึ ถกู เอา
รดั เอาเปรียบ ท้ังในด้านคุณภาพและราคา มักจะไม่สนใจท่ีจะรักษาของตนเองใหม้ ากขนึ้ อกี ทั้ง
ประชาชนสว่ นใหญย่ ังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสทิ ธติ า่ ง ๆ ทีไ่ ด้รับการคุม้ ครองตามกฎหมาย
และไม่ทราบถึง วิธกี ารเลือกซื้อสนิ ค้าและบริการท่ีถกู ต้อง ตลอดจนขาดขอ้ มูลประกอบการตดั สินใจ
เลือกซื้อสินค้า และบริการรวมทัง้ ผู้บริโภคยังคงมีลกั ษณะไม่สนใจที่จะเอาเร่ืองกบั ผปู้ ระกอบธุรกิจที่
เอารดั เอาเปรียบ ไมม่ กี ารรวมตัวกันเพื่อสรา้ งอำนาจในการต่อรองเพ่ือรักษาสทิ ธิประโยชนข์ องตนเอง
ในตลาดปัจจบุ นั ถือว่าผู้บรโิ ภคเปน็ ใหญ่ และมีความสำคัญทสี่ ดุ ของนักธุรกจิ จึงจำเป็นอย่างยงิ่ ที่
ผบู้ รหิ ารการตลาด จะต้องศึกษากล่มุ ผบู้ ริโภคใหล้ ะเอยี ด ถึงสาเหตุของการซื้อ การเปลย่ี นแปลงการ
ซอ้ื การตัดสินใจซื้อ ฯลฯ ซึ่งถ้าผู้บริหารศกึ ษาถึงสาเหตุต่าง ๆ เหล่าน้ี จะชว่ ยให้ผบู้ รหิ ารทายใจหรอื
เดาใจกลุม่ ผบู้ ริโภคของกจิ การได้ถูกต้องว่า กลุ่มผูบ้ รโิ ภคเหล่านนั้ ตอ้ งการอะไร มีพฤติกรรมการซื้อ
อย่างไร แรงจงู ใจในการซ้ือเกิดจากอะไร แหล่งข้อมลู ทีผ่ ้บู ริโภคนำมาตัดสนิ ใจซอ้ื คืออะไร รวมทัง้
กระบวนการตัดสนิ ใจซอ้ื ข้อมูลตา่ ง ๆ เหลา่ น้เี ปน็ ประโยชนต์ อ่ การวางแผนทางการตลาด

5.2 ความหมายของพฤติกรรมผบุ้ รโิ ภค
5.2.1 พฤตกิ รรมของผ้บู ริโภค (Customer Behavior) หมายถึง เปน็ การกระทำโดย

มนุษยแ์ สดงออกโดยไม่รู้ตวั การแสดงออกหรือการกระทำโดยธรรมชาติของมนุษยส์ ามารถสง่ อทิ ธิพล
ทางการตลาดได้ (Foxily & Sigurdsson,2013) กลมุ่ บุคคลหรอื ครวั เรอื น ซ่ึงซื้อหรือตอ้ งการสนิ คา้
หรอื บริการเพ่อื การบรโิ ภคส่วนตัว หรอื พฤติกรรมการตัดสินใจและการกระทำของผบู้ รโิ ภคทีเ่ กย่ี วข้อง
กับการซื้อ และใชบ้ ริการสนิ ค้าเพื่อตอบสนองความต้องการและความพงึ พอใจของเขา การศึกษา
พฤติกรรมผูบ้ ริโภคเปน็ การศึกษาพฤติกรรมในการตดั สนิ ใจเลือกซื้อสนิ ค้าและบริการต่าง ๆ เพอ่ื ให้
ได้รับความพึงพอใจสูงสุดจากงบประมาณทมี่ ีอยู่อยา่ งจำกัด หรอื การกระทำหรือการแสดงออกนั้น ๆ
อาจมาจากการกระทบของปัจจัยภายนอก เช่น วฒั นธรรม และ สังคม หรือ การแสดงกิริยาอาการที่
เกีย่ วกบั การซ้ือ การใชก้ ารประเมนิ ผล การคน้ หาขอ้ มลู สนิ ค้าหรือบริการตามความต้องการหรอื ตาม
การคาดหวงั ของผู้บรโิ ภค

5.2.2 พฤติกรรมผู้บริโภค คอื การแสดงปฏิกริ ยิ าของบุคคลท่ีเป็นกระบวนการเพ่ือให้
ได้รบั สินค้าหรือบริการตามความต้องการของตน

5.2.3 พฤตกิ รรมผู้บรโิ ภค คอื กระบวนการทเ่ี ก่ียวกับการคน้ หาข้อมลู การซื้อ การใช้
การประเมนิ ผลในสนิ ค้าหรือบริการ หรอื พฤตกิ รรมผ้บู รโิ ภค หมายถงึ พฤติกรรมการซ้ือ การใชก้ าร

22

ประเมนิ และการกำจัดสนิ คา้ หรือบรกิ าร ของผบู้ รโิ ภคขัน้ สุดท้าย ท่ีซ้ือสนิ ค้าและบรกิ ารไปเพ่อื
ตอบสนองความต้องการของตนเอง หรือเพื่อกนิ หรือใชภ้ ายในครัวเรือน ผ้บู ริโภคทุกคนที่ซ้อื สนิ คา้ และ
บรกิ ารไป เพอ่ื วตั ถุประสงค์เช่นว่าน้รี วมกันเรยี กวา่ ตลาดผูบ้ ริโภค ผ้บู ริโภคท่วั โลกนนั้ มีความแตกตา่ ง
กนั ในลักษณะดา้ นประชากรศาสตร์อยหู่ ลายประเด็น เชน่ ในเรอื่ งของอายุรายได้ระดบั การศกึ ษา
ศาสนาวัฒนธรรม ประเพณีค่านิยม และรสนยิ ม เปน็ ตน้

5.3 ลกั ษณะท่วั ไปของผู้บริโภค มีดังน้ี
5.3.1 ส่ิงเรา้ (Stimuli) ในทางการตลาดนัน้ เราแบง่ สิง่ เร้าออกเปน็ 2 ประเภท คือ สิ่ง

เร้าทางการตลาดกับสง่ิ แวดล้อมอ่นื ๆ ทางการตลาด ที่มีอิทธิพลต่อการตดั สินใจและพฤติกรรมของ
ผบู้ รโิ ภค

5.3.1.1 สง่ิ เรา้ ทางการตลาด ได้แก่ สิ่งท่เี ราเรียกว่า ส่วนประสมทางการตลาด
หรอื 4P’s อนั ไดแ้ ก่ ผลติ ภัณฑ์ ราคา ชอ่ งทางการจดั จำหน่ายและการส่งเสริมการตลาด

5.3.1.2 ส่ิงแวดล้อมอื่น ๆ ทางการตลาด ท่อี ยลู่ ้อมรอบผบู้ รโิ ภค ไดแ้ ก่ เศรษฐกจิ
เทคโนโลยี สงั คม การเมือง กฎหมาย และวัฒนธรรม ซึง่ มอี ิทธพิ ลตอ่ การตดั สนิ ใจของผู้บรโิ ภค

5.3.2 กล่องดำ (Black box) คำนเี้ ป็นนามธรรม โดยสมมติวา่ กล่องดำเป็นที่รวมเอา
ปัจจัยตา่ ง ๆ ไดแ้ ก่ วฒั นธรรม สังคม ลักษณะ สว่ นบุคคลและลกั ษณะทางจติ วทิ ยาของผู้บริโภคแต่ละ
คนเอาไว้ นอกจากนี้ในกลอ่ งดำยังมกี ระบวนการตดั สินใจซ้ืออยู่อีกดว้ ย สงิ่ เรา้ เมื่อมาถึงกลอ่ งดำจะถกู
ปจั จยั ตา่ งๆ ดังกล่าวตกแตง่ ขัดเกลาแปรรูปออกมาเป็นการตอบสนอง ถา้ การตอบสนองเปน็ ไปใน
ทางบวก กระบวนการตดั สนิ ใจซอื้ ทำงาน จนกระทงั่ มีการซื้อเกดิ ขึน้ ตามมา ถา้ ตอบสนองเป็นไป
ในทางลบ ผู้บริโภคคงไมล่ งมือซื้อ

5.3.3 การตอบสนอง (Response) เป็นผลลัพธ์จากอทิ ธิพลของปัจจยั และกลไกการ
ทำงานของกระบวนการตัดสินใจซอ้ื ที่อยูใ่ นกล่องดำของผู้บรโิ ภค ถ้าการตอบสนองเป็นไปในทางบวก
จะสงั เกตเหน็ ผูบ้ รโิ ภคไปเลือกผลติ ภัณฑท์ จ่ี ะซ้ือ เลือกตราผลิตภณั ฑท์ ่จี ะซอื้ เลือกร้านคา้ ทจี่ ะซ้ือ เลือก
จงั หวะเวลาทจี่ ะซื้อ และเลือกจำนวนทจ่ี ะซื้อ เป็นต้น

5.4 ปัจจยั ทม่ี ีผลต่อการบรโิ ภคและผลของการบรโิ ภค เป็นปัจจัยที่มีอิทธพิ ลทีก่ ระทบต่อ
พฤติกรรมของผู้บริโภคได้กว้างขวางทีส่ ุด ลกึ ลำ้ ทสี่ ุด ซึ่งแบ่งย่อยออกเปน็ ดังต่อไปน้ี

5.4.1 วัฒนธรรมหลัก (Core culture) เปน็ ส่งิ ทีม่ อี ยู่ในทกุ กลมุ่ หรือในทุกสงั คมของ
มนุษย์ และเปน็ ตัวก่อใหเ้ กดิ ค่านิยม การรับรู้ ความอยากได้ ไปจนถึง พฤติกรรมของมนุษย์ สิ่งเหล่าน้ี

23

เมื่อเกิดข้ึนแล้วก็ถ่ายทอดใหแ้ กก่ ันและกันมา และดว้ ยเหตุท่ีแตล่ ะสงั คมก็มวี ัฒนธรรมหลกั เปน็ ของ
ตนเอง ผลกค็ ือ พฤตกิ รรมการซื้อของมนุษย์ในแต่ละสงั คมกจ็ ะผิดแตกตา่ งกนั ไป

5.4.2 อนุวฒั นธรรม (Subculture) วฒั นธรรมของคนกลุ่มย่อยที่รวมกันเข้าเปน็ สงั คม
กลุม่ ใหญ่ จำแนกอนุวฒั นธรรมออกเป็น 4 ลกั ษณะ คือ

5.4.2.1 อนุวัฒนธรรมทางเช้อื ชาติ (Ethnic subculture)
5.4.2.2 อนวุ ัฒนธรรมตามทอ้ งถ่นิ (Regional subculture)
5.4.2.3 อนุวฒั นธรรมทางอายุ (Age subculture)
5.4.2.4 อนุวฒั นธรรมทางอาชพี (Occupational subculture)
5.4.3 ชน้ั ทางสงั คม (Social class) หมายถงึ คนจำนวนหนงึ่ ท่ีมีรายได้ อาชีพ การศึกษา
หรอื ชาติตระกูลอย่างใดอย่างหนง่ึ หรือหลายอย่างเหมอื นกันและบุคคลคนหนึ่ง อาจมีการเคล่ือนไหล
จากช้นั ทางสงั คมช้นั หนงึ่ ไปยังชัน้ อืน่ ๆ ได้ท้ังเลื่อนขึ้นและเล่ือนลง ปัจจัยทางสังคม (Social factors)
ปจั จัยทสงสงั คมท่สี ง่ อิทธิพลต่อกระบวนการตัดสนิ ใจของผู้บรโิ ภคมีมากมาย เชน่ กลุ่มอ้างองิ
ครอบครัว บาบาทและสถานภาพในสงั คม เป็นต้น
5.5 ทฤษฎพี ฤติกรรมของผู้บริโภค คอื กระบวนการท่ีเก่ยี วกับการค้นหาข้อมลู การซ้ือ การ
ใช้การประเมินผลในสินคา้ หรือบริการ จากความหมายของพฤติกรรมผู้บริโภคน้ี สามารถแยก ไดด้ ังน้ี
5.5.1 มกี ารแสดงกิรยิ าอาการของบคุ คล ด้วยการเดินทางไปจับจา่ ยหาซือ้ และใชส้ ินค้า
หรือบรกิ ารตามความต้องการของบุคคล
5.5.2 พฤตกิ รรมผบู้ รโิ ภคเป็นกระบวนการที่เก่ียวกบั การเปดิ รับสื่อ การพสิ ูจน์ความ
ตอ้ งการ การตรวจสอบ การแสวงหาขา่ วสาร การจับจ่าย และการพูดคยุ เพ่ือคน้ หาคำยืนยัน
5.5.3 บุคคลทเี่ กีย่ วข้อง ประกอบดว้ ย ผูบ้ รโิ ภคคนสุดทา้ ยท่เี ป็นครอบครวั แมบ่ า้ นหรอื
ซื้อไปเปน็ ของขวญั ใหบ้ ุคคลอ่ืน

6. แนวคดิ การออแบบบรรจุภัณฑ์

6.1 ความหมายของบรรจภุ ณั ฑ์ หมายถึง เร่ืองของวทิ ยาศาสตร์ และเร่ืองของศิลปะที่ใชเ้ พื่อ
การบรรจุสินคา้ โดยใช้เทคโนโลยีที่ทนั สมยั และไม่ทำให้เกิดความเสยี หายกับสงิ่ แวดล้อม และบรรจุ
ภัณฑน์ ั้นจะต้องปกปอ้ งตัวสนิ ค้าให้อยู่ในสภาพที่ดีจากแหล่งผลติ จนถึงมอื ลูกค้าโดยไม่ให้ได้รับความ
เสียหาย ทง้ั นี้ บรรจุภัณฑ์นนั้ ๆ จะต้องมีต้นทุนของการผลิตท่ีไม่สูงจนเกินไป

6.2 ความสำคญั ของการบรรจุภัณฑ์ มดี งั น้ี

24

6.2.1 รกั ษาคุณภาพ และปกป้องตัวสินค้า เริ่มตัง้ แต่การขนสง่ การเก็บให้ ผลผลติ หรือ
ผลิตภัณฑ์เหลา่ นน้ั มิให้เสยี หายจากการปนเป้ือนจากฝุ่นละออง แมลง คน ความช้นื ความรอ้ น
แสงแดด และการปลอมปน เป็นตน้

6.2.2 ใหค้ วามสะดวกในเร่ืองการขนส่ง การจดั เกบ็ ความรวดเรว็ ในการขนส่ง เพราะ
สามารถรวมหน่วยของผลติ ภณั ฑ์เหลา่ น้นั เปน็ หนว่ ยเดียวได้ เชน่ ผลไม้หลายผลนำลงบรรจใุ นลงั เดยี ว
หรอื เครอ่ื งดม่ื ที่เปน็ ของเหลวสามารถบรรจุลงในกระป๋องหรือขวดได้ เปน็ ต้น

6.2.3 สง่ เสริมทางด้านการตลาด บรรจุภัณฑเ์ พ่ือการจัดจำหนา่ ยเปน็ สิ่งแรกทีผ่ บู้ รโิ ภค
เห็น ดังน้นั บรรจุภณั ฑ์จะต้องจะทำหน้าทบี่ อกกล่าวสิง่ ต่าง ๆ ของตวั ผลติ ภัณฑ์ โดยการบอกข้อมลู ที่
จำเป็นท้ังหมดของตัวสนิ ค้าและ นอกจากนัน้ จะมรี ปู ลกั ษณ์ทีส่ วยงามสะดุดตา เชิญชวนใหเ้ กดิ การ
ตัดสนิ ใจซ้ือ ซงึ่ การทำหนา้ ทด่ี ังกลา่ วของบรรจภุ ัณฑน์ น้ั เป็นเสมอื นพนักงานขายที่ไร้เสยี ง (Silent
Salesman)

6.3 ประเภทของบรรจภุ ณั ฑ์
6.3.1 บรรจุภณั ฑ์เฉพาะหนว่ ย บรรจภุ ัณฑจ์ ะห่อห้มุ และสมั ผัสกบั ผลิตภัณฑ์โดยตรง

บรรจภุ ัณฑ์ชนั้ ในจะทำหนา้ ที่หลักในการป้องกันสนิ ค้า จากความชน้ื และอากาศ ท่ีจะทำใหผ้ ลติ ภณั ฑ์
เสยี คณุ ภาพ คุณลักษณะมรี ปู รา่ งลักษณะต่าง ๆ เชน่ เป็นขวด กระปอ๋ ง หลอด ถุง กลอ่ ง การ
ออกแบบสามารถ ทำให้มลี กั ษณะพเิ ศษเฉพาะหรอื ทำใหม้ ีรูปรา่ งทีเ่ หมาะแก่การจับถือและอำนวย
ความสะดวกต่อการใช้ผลติ ภัณฑ์ภายใน พร้อมมทั้งทำหน้าที่มห้ความปกป้องแกผ่ ลติ ภัณฑโ์ ดยตรง

6.3.2 บรรจภุ ัณฑช์ ัน้ ใน ทำหนา้ ทใี่ นการหอ่ หุ้มบรรจภุ ัณฑ์ช้นั ในไม่ให้ไดร้ บั แรงกระแทก
จากภายนอก บรรจุภณั ฑช์ ั้นท่ีสองมหี น้าที่รวบรวมบรรจุภัณฑช์ ้นั แรกไว้ดว้ ยกนั หรือเป็นชดุ ในการ
จำหน่ายรวมตงั้ แต่ 2 – 24 ชน้ิ ขนึ้ ไป โดยมวี ัตถปุ ระสงค์ช้ันแรกคือ ป้องกันรักษาผลติ ภัณฑจ์ ากน้ำ
ความช้ืน ความร้อน แสง แรงกระทบกระเทือน และอำนวยความสะดวกแก่การขายปลกี ยอ่ ยเพื่อ
ความสะดวกในการป้องกันและขนสง่ และทำหน้าท่ีขายด้วยจึงตอ้ งทำการออกแบบใหส้ วยงามดงึ ดดู
ใจผูบ้ รโิ ภค เช่น กลอ่ งบรรจเุ คร่อื งดื่มกระป๋องชนดิ 6 กระป๋อง กล่องกาแฟชนดิ 50 ของหรือกล่อง
บรรจุหลอดยาสีฟนั เปน็ ตน้

6.3.3 บรรจภุ ณั ฑ์ชั้นนอกสุด บรรจภุ ณั ฑ์ท่เี ป็นหนว่ ยรวมขนาดใหญ่ ทำหนา้ ทีใ่ นการ
ป้องกนั ผลติ ภัณฑ์ การขนถ่ายสินคา้ เป็นไปอยา่ งมปี ระสิทธิภาพและรวดเรว็ ในระหวา่ งการขนสง่
ลกั ษณะของบรรจภุ ัณฑ์ ไดแ้ ก่ หบี ไมล้ งั กลอ่ งกระดาษค่อนขา้ งขนาดใหญท่ ีบ่ รรจสุ นิ คา้ ไว้ภายใน

25

6.4 ปัจจยั ท่ีสง่ ผลต่อราคาของบรรจภุ ัณฑ์ ในกระบวนการสรา้ งสรรคบ์ รรจุภัณฑ์ มี
องคป์ ระกอบทีเ่ ขา้ มาเกีย่ วข้องท่ีส่งผลตอ่ ราคาของการพัฒนาบรรจภุ ัณฑ์ ท้งั ต่อราคารวมและราคาตอ่
หนว่ ย ดงั น้ี

6.4.1 ราคาต้นทุนของวสั ดบุ รรจุภณั ฑ์
6.4.2 ราคาของกรรมวธิ กี ารผลติ บรรจภุ ณั ฑ์
6.4.3 ราคาของการเก็บรกั ษาและการขนสง่
6.4.4 ราคาของเคร่อื งมือเครื่องจักร ท่ีใชใ้ นการผลิตและบรรจภุ ณั ฑ์
6.4.5 ราคาของการใช้แรงงานที่เก่ียวข้อง
6.5 ขอ้ มลู ประกอบการออกแบบบรรจุภณั ฑ์ มดี งั นี้
6.5.1 ขอ้ มลู ดา้ นการตลาด ได้แก่ สถานทีจ่ ดั จำหน่าย ฤดกู าล
6.5.2 รูปแบบการกระจายสินคา้ (ปลกี -ส่ง) พฤติกรรมผบู้ รโิ ภค
6.5.3 ปรมิ าณและมูลค่าของสนิ คา้ ในตลาด (สว่ นแบ่งทางการตลาด)
6.5.4 ข้อมูลเกย่ี วกับผลิตภัณฑ์ ไดแ้ ก่ ประวัติความเป็นมา
6.5.5 คำอธิบาย จุดเด่น ประโยชน์ ขนาดปรมิ าณบรรจุ ความถี่หรอื ปริมาณการใช้ทใ่ี ช้
ต่อครง้ั ราคา ต้นทุนและข้อควรระวัง
6.6 ขัน้ ตอนการออกแบบบรรจภุ ณั ฑ์
6.6.1 กำหนดกลมุ่ เปา้ หมาย ถอื เป็นเร่ืองสำคัญของการออกแบบบรรจุภณั ฑ์เพราะ
กลมุ่ เป้าหมายสามารถส่งผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์ได้โดยตรง ผู้ประกอบการจะต้องศึกษาและเรยี นรึ
ความตอ้ งการของตลาดและความตอ้ งการของผู้บรโิ ภค โดยกำหนดกล่มุ เป้าหมายให้ชดั เจน เพื่อทจ่ี ะ
ได้สามารถออกแบบบบรรจภุ ณั ฑ์ให้ตรงต่อความตอ้ งการของกลุ่มเปา้ หมายให้มากท่ีสดุ กลมุ่ เปา้ หมาย
นอกจากจะมีความสนใจและความตอ้ งการที่แตกต่างกันแลว้ กลมุ่ เป้าหมายเดียวกันแตช่ ่วงอายตุ า่ งกนั
และมีสถานะทางสงั คมท่แี ตกตา่ งกัน กย็ ่อมมีความต้องการแตกตา่ งกันดว้ ยเชน่ กนั ซ่ึงทำให้ลกั ษณะ
ของบรรจภุ ณั ฑก์ ็ต้องมีความแตกตา่ งกนั ไปตามกลมุ่ เป้าหมายนนั้ ๆ หรอื บางครั้งผลิตภณั ฑ์บางอย่าง
ผลติ ขน้ึ มาเพื่อผ้บู รโิ ภคกลมุ่ หนึ่ง แต่ผู้บริโภคอกี กลุ่มหน่งึ กลับเป็นผ้เู ลือกและตัดสนิ ใจซื้อ เชน่ อาหาร
เสริมสำหรับเด็กหรือหรือ นมผงสำหรบั เดก็ ทารก จะได้เหน็ ว่าผลติ ภณั ฑ์เหลา่ น้ี ทารกและเด็กมไิ ดเ้ ปน็
ผู้เลือกซื้อ แต่ผเู้ ลือกซอ้ื และตัดสินใจซ้อื กลบั เปน็ ผู้ปกครอง ซ่งึ เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นวา่ ก่อนการ
ออกแบบบรรจภุ ณั ฑ์ผูป้ ระกอบการจำเปน็ ต้องการกำหนดเป้าหมาย เพ่ือทำการศึกษาความตอ้ งการ

26

ของกล่มุ เปา้ หมายอย่างละเอียดรอบคอบ และคน้ หาวธิ วี ่าจะออกแบบอยา่ งไรใหบ้ รรจุภัณฑ์ของท่าน
สามารถดึงดดู ความสนใจของผบู้ รโิ ภคตามกล่มุ เปา้ หมายให้ตัดสินใจเลือกซื้อผลติ ภัณฑ์ของทา่ น

6.6.2 กำหนดช่ือตราสนิ คา้ (Brand) ตราสนิ ค้าใช้เป็นชื่อหรอื เครื่องหมายสำหรบั การ
เรยี กขานผลิตภณั ฑ์ ผู้ประกอบการจะต้องทำการกำหนดช่ือตราสนิ คา้ ให้เรยี บร้อยก่อนการออกแบบ
บรรจุภณั ฑ์ โดยกำหนดใหช้ ื่อตราสินค้ามคี วามเอกลกั ษณ์ ชัดเจน น่าสนใจ ท่สี ำคัญจะต้องเป็นที่จดจำ
ง่ายแก่ผบู้ ริโภคตราสินคา้ ท่ีดีน้ันสามารถยกตวั อยา่ งได้ดังน้ี คอื ตัง้ ตามชอื่ เจ้าของกิจการ ตง้ั ตามความ
เชือ่ อนั เปน็ มงคล ต้งั ตามแหล่งทีม่ าของผลิตภัณฑ์ หรือตัง้ โดยการผสมคำที่มคี วามหมายใหเ้ ปดิ เป็นคำ
ใหม่ทม่ี ีเอกลักษณ์ ฯลฯ เปน็ ต้น ลกั ษณะทด่ี ีของตราสินค้าท่ีดี มีดงั นี้

6.6.2.1 สนั้ กะทดั รดั จดจำไดง้ ่าย ออกเสียงได้งา่ ยมคี วามโดดเด่นเป็น
เอกลกั ษณเ์ ฉพาะตัว

6.6.2.2 แปลเป็นภาษาต่างประเทศไดง้ ่ายมีความหมายท่ีเหมาะสม
6.6.2.3 สามารถบอกถงึ ครสุ มบตั ทิ ส่ี ำคัญของผลิตภณั ฑ์
6.6.2.4 สอดคลอ้ งกับคา่ นิยมและวฒั นธรรมของกลุ่มลกู ค้าเปา้ หมายสามารถ
นำไปจดทะเบียนการค้าไดต้ อ้ งไม่ซ้ำกบั ของเดิมท่มี ีอยู่
6.6.3 วัสดุทใี่ ชท้ ำบรรจุภณั ฑ์ วัสดมุ ีความจำเปน็ อย่างยงิ่ ตอ่ การออกแบบบรรจุภณั ฑ์
การท่ผี ู้ประกอบการตดั สนิ ใจวา่ จะใชว้ ัสดอุ ะไรมาผลติ เป็นบรรจุภัณฑ์น้ัน ทา่ นควรคำนึงถงึ ความ
ปลอดภัยของผบู้ รโิ ภค ความรับผดิ ชอบต่อสิ่งแวดล้อม และคุณสมบตั ิของวัสดุแต่ละประเภท ที่จะ
นำมาผลิตภัณฑ์เปน็ สง่ิ สำคัญ เนอ่ื งวัสดุแตล่ ะชนดิ จะมีคุณสมบตั ทิ เี่ ปน็ ข้อดีและข้อเสียในการคุ้มครอง
ผลิตภณั ฑ์ใหค้ งคุณภาพ การยดื อายผุ ลิตภณั ฑ์ และการนำกลบั มาใชใ้ หม่ (Recycle) ท่ีแตกต่างกันไป
หากทา่ นเลอื กใช้วสั ดุไม่ถกู ต้องนอกจากจะทำให้เกดิ ผลกระทบต่อตัวผลติ ภัณฑผ์ ้บู ริโภคและ
ส่ิงแวดลอ้ มแลว้ ยังเปน็ สาเหตุใหเ้ กิดตน้ ทุนในการผลิตเพิ่มขน้ึ อีกดว้ ย
6.6.4 รูปทรง บรรจุภณั ฑท์ ่ีมีรูปรา่ งสวยงาม สามารถสร้างความประทับใจให้กบั
ผู้บรโิ ภคถึงแม้ผู้บรโิ ภคจะยังมิไดส้ ัมผัสกับตัวผลติ ภัณฑท์ ี่อยู่ภายใน รปู ทรงของบรรจุภัณฑส์ ามารถ
สรา้ งความเปน้ เอกลักษณ์ได้ กลา่ วคือเมื่อผบู้ ริโภคเห็นรปู ทรงสามารถรับรทู้ ันทวี า่ เปน็ ผลติ ภณั ฑอ์ ะไร
และมีชือ่ ตราสนิ คา้ อะไร หรอื จะเป็นผลติ ภณั ฑเ์ ดยี วแตกต่างกันที่ชอ่ื ตราสินคา้

27

6.6.5 สสี ันและกราฟฟิก สสี นั และกราฟฟิกนคี้ ือการรวบรวมของการใชส้ ญั ลกั ษณ์
ตวั อกั ษร ภาพประกอบ ลวดลายและพ้ืนผิว ซง่ึ ส่วนประกอบท้ังหมดสามารถบง่ บอกถงึ ชอื่ ตราสินคา้
ลกั ษณะผลติ ภณั ฑ์ ทบี่ รรจุอยู่ภายในได้และสามารถแสดงถึงแหลง่ ทม่ี าของผลติ ภณั ฑไ์ ด้ด้วย

6.7 การออกแบบบรรจภุ ัณฑ์ท่ดี ี การออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม้ ีความสวยงามและความแปลก
ตา เท่านค้ี งไม่พอสำหรับบรรจภุ ัณฑอ์ าหาร เพราะหวั ใจของบรรจภุ ัณฑ์ คอื การเกบ็ รักษษคุณภาพ
ของผลติ ภณั ฑ์ให้คงอยยู่ นื ยาว ดงั นัน้ การออกแบบทด่ี ผี ู้ประกอบการควรคำนงึ ถึงหน้าที่ของบรรจุ
ภณั ฑ์เป็นสำคัญ ดงั นี้

6.7.1 ปอ้ งกนั ผลิตภณั ฑ์ บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมในการบรรจอุ าหารจะต้องสามารถ
ปอ้ งกันไม่ให้อาหารสมั ผัสกับบรรยากาศภายนอก ซ่งึ อาจจะเกิดการรัว่ การซมึ แสง ความร้อนเย็น

6.7.2 เก็บรักษาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ บรรจภุ ณั ฑ์ที่ตอ้ งสามารถรกั ษาคณุ ภาพของ
ผลติ ภัณฑ์มใิ ห้เปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าเป็นกลิ่นหรือรสชาติ

6.7.3 ยืดอายุผลติ ภัณฑ์ จะต้องสามารถนำเทคโนโลยีทส่ี ลบั ซบั ซอ้ นมาช่วยในการ
ออกแบบ เพ่ือให้บรรจุภณั ฑ์ สามารถยืดอายุการเกบ็ รักษาผลติ ภัณฑ์ให้มอี ายุยืนยาว

6.7.4 ความสะดวกในการใชง้ าน
6.7.5 ความประหยดั ในการขนสง่

7. ทฤษฎกี ลไกราคา

7.1 กลไกราคา หมายถงึ ภาวการณ์เปลี่ยนแปลงในระดบั ราคาสนิ ค้าและบรกิ ารอนั เกิดจาก
แรงผลักดันของอุปสงค์และอุปทาน เม่ือผู้ผลิตพยายามปรับปรงุ การผลิตและการบรกิ ารใหส้ อดคล้อง
กับความต้องการของบริโภค ดังนน้ั จะเหน็ ได้วา่ ราคาสนิ คา้ และบรกิ ารเปน็ ตวั แปรสำคญั ในการกำหนด
อปุ สงค์และอุปทาน ตลอดจนเป็นกระบวนการปรับเปลีย่ นราคาใหเ้ ข้าสูจ่ ดุ ดุลยภาพ เชน่ เมอื่ ราคา
สินค้าและบริการเพ่ิมข้นึ โดยท่วั ไปแล้วความต้องการซื้อหรืออุปสงคก์ จ็ ะลดลง แตอ่ ุปทานของสนิ ค้า
และบรกิ ารจะเพ่ิมข้นึ กลไกราคาจะพบได้ในทุกตลาด ยกเว้น ตลาดแบบผูกขาด เพราะกลไกราคาจะ
เกิดไดเ้ ฉพาะตลาดทม่ี กี ารดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจแบบผสมเทา่ นน้ั โดยระบบเศรษฐกิจเหลา่ นี้จะ
มีกลไกราคา เป็นตัวกำหนดว่าผลติ สนิ ค้าปริมาณเท่าใดและราคาเทา่ ใด

28

7.2 การกำหนดราคาสนิ คา้ และบรกิ ารในทางเศรษฐกจิ กำหนดไว้ 2 วิธี คือ
7.2.1 ใหก้ ลไกราคาเปน็ เครื่องมอื ในการกำหนดราคาสนิ ค้าและบริการ ซ่ึงจะ

เปลี่ยนแปลงไปตามแรงผลักดันของอุปสงค์และอุปทาน
7.2.2 รัฐบาลกำหนดราคาสนิ คา้ และบรกิ าร ดว้ ยการควบคมุ และแทรกแซงราคาสินค้า

และบรกิ าร ด้วยวธิ ีกำหนดราคา เมอ่ื สนิ คา้ ทจ่ี ำเป็นขาดตลาด เพ่ือชว่ ยเหลือผู้บรโิ ภค การประกัน
ราคาขน้ั ต่ำเพ่ือชว่ ยเหลอื ผู้ผลิต การพยุงราคาสินค้าไม่ให้ตกตำ่ มากเกินไป เพื่อช่วยเหลือผผู้ ลติ หรอื
ผขู้ ายไมใ่ ห้ขาดทุน

7.3 อปุ สงค์ (Demand) หมายถึง ปรมิ าณความต้องการซ้ือสินคา้ และบริการชนดิ ใดชนิด
หนึ่งของผู้บรโิ ภคทเี่ ต็มใจจะซ้ือหามาได้ ณ ระดับราคาต่างๆ ท่ีตลาดกำหนดให้ กล่าวคอื เมอื่ ผบู้ รโิ ภค
มีความต้องการทจี่ ะซื้อสินค้าและบรกิ ารนัน้ แลว้ กจ็ ะสามารถมกี ำลังซ้ือสนิ คา้ นั้นได้ แต่ถ้าผบู้ ริโภคไม่
สามารถท่ีจะซ้อื หรือไม่มีกำลงั ซื้อ กจ็ ะไม่ถือวา่ เปน็ อปุ สงค์ตามความหมายในทางเศรษฐศาสตร์

7.3.1 กฎของอปุ สงค์ (Law of Demand) หมายถึง ผบู้ รโิ ภคมคี วามต้องการซ้ือสินคา้
และบรกิ ารในราคาต่ำ (ราคาถูก) ในปริมาณมากกวา่ ซ้อื สนิ คา้ ในราคาสูง (ราคาสูง)

7.3.2 ปยั จัยที่มีตอ่ การเปลยี่ นแปลงอปุ สงค์การท่ีผ้บู ริโภคจะทำการซื้อสินคา้ ชนิดใด
ชนดิ หนง่ึ ในขณะใดขณะหนึ่งเป็นจำนวนเทา่ ใดนนั้ ย่อมข้นึ อยกู่ บั ปัจจัยต่าง ๆ ดังน้ี

7.3.2.1 ราคาสินคา้ และบริการ (ตามกฎของอปุ สงค)์
7.3.2.2 รายได้ของผู้บริโภค
7.3.2.3 รสนิยมของผูบ้ ริโภค
7.3.2.4 สมยั นยิ ม
7.3.2.5 การโฆษณาและเทคนคิ การตลาด
7.3.2.6 ราคาสนิ คา้ หรือบรกิ ารอนื่ ๆ ที่ต้องใช้ร่วมกนั หรอื แทนกนั ได้
7.3.2.7 การคาดคะเนการขน้ึ ลงของราคาของผบู้ ริโภค
7.3.2.8 พฤติกรรมของผู้บริโภค เชน่ ฤดูกาล การศึกษา
7.3.2.9 ภาวะเศรษฐกจิ ขณะน้ัน ๆ

29

7.4 อปุ ทาน (Supply) หมายถึง ปริมาณสนิ คา้ และบริการท่ีผขู้ ายหรอื ผู้ผลิตยินดีขายหรือ
ผลิตใหแ้ ก่ผู้ซือ้ ณ ระดบั ราคาต่าง ๆ ตามท่ตี ลาดกำหนดให้ กลา่ วคือ เมื่อราคาสินคา้ ชนดิ ใดชนดิ หนง่ึ
เพิ่มสงู ข้ึน ผู้ผลิตก็ยนิ ดีที่จะเสนอขายมากขน้ึ แตถ่ า้ ราคาสนิ คา้ ชนดิ น้นั ลดลงปรมิ าณของอุปทานกจ็ ะ
ลดลงตามไปดว้ ย

7.4.1 กฎของอุปทาน (Law of Supply) หมายถึง ผู้ผลิตมคี วามตอ้ งการเสนอขาย
สนิ ค้าและบรกิ ารในราคาสินค้าและบรกิ ารทีส่ ูง (ราคาแพง) ในปริมาณมากกวา่ ราคาสินคา้ และบรกิ าร
ท่ีตำ่ (ราคาถูก)

7.4.2 ปจั จยั ทมี่ ผี ลตอ่ การเปล่ยี นแปลงอปุ ทานการท่ีผผู้ ลิตจะผลติ สินค้า เพือ่ สนอง
ความตอ้ งการของผ้บู ริโภคทีผ่ ู้ซ้อื มากนอ้ ยเพียงใดขนึ้ อยกู่ ับปัจจยั หลายประการ ดังนี้

7.4.2.1 ราคาสินคา้ และบริการในขณะนัน้ ๆ (กฎของอุปทาน)
7.4.2.2 ต้นทุนการผลิตทเี่ ปลย่ี นแปลง (วัตถดุ บิ )
7.4.2.3 เทคโนโลยกี ารผลิตทน่ี ำมาใช้
7.4.2.4 ฤดกู าล
7.4.2.5 สภาวะของตลาดและสภาวะเศรษฐกิจในขณะน้นั
7.4.2.6 การคาดคะเนการขน้ึ ลงของราคาสินค้าและบริการของผู้ผลิต (การเกิด
กำไร)
7.4.2.7 จำนวนผู้ผลติ ท่เี ป็นค่แู ขง่ (ราคาสินคา้ และบริการชนดิ เดยี วกันทม่ี ีการ
แขง่ ขนั กนั )
7.5 ดลุ ยภาพ (Equilibrium) กลไกราคาทำงาน โดยไดร้ ับอทิ ธพิ ลจากท้งั ผผู้ ลิตและผู้บริโภค
ซ่งึ เราสังเกตเหน็ ได้วา่ ณ เวลาใดเวลาหนงึ่ ถา้ ปริมาณความต้องการ หรือปริมาณอุปสงคต์ ่อสนิ คา้ ใน
ตลาดมีมากเกินกวา่ ปริมาณสินค้าที่ผผู้ ลติ จะยินดีขายให้ ราคาสนิ ค้าก็มแี นวโนม้ ท่ีจะปรับตัวสงู ขึน้
เนื่องจากขาดแคลนของสนิ คา้ แต่ถา้ ปรมิ าณสนิ ค้าท่ีผูผ้ ลิตประสงคจ์ ะขายใหผ้ ู้บรโิ ภค หรือปริมาณ
อปุ ทานของสินค้ามากกวา่ ปริมาณสินค้าทผี่ ู้บริโภคประสงค์จะซือ้ ราคาสินคา้ นัน้ จะมแี นวโนม้ ลดตำ่ ลง
เม่ือปรมิ าณอุปสงคแ์ ละปรมิ าณอปุ ทานเทา่ กนั กบั ราคาสินค้าจึงจะอยูน่ ิ่ง หรือท่ีเรียกว่า มีเสถยี รภาพ
ไม่ปรับขึ้นลงอกี ยกเวน้ ว่า จะมีปัจจัยอนื่ ๆ ทที่ ำใหต้ ลาดต้องเปลย่ี นแปลงไปโดยการทำงานของกลไก
ราคาจะทำให้การจัดสรรทรัพยากรสามารถดำเนนิ ไปได้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพโดยทีร่ ฐั บาลไมจ่ ำเปน็ ตอ้ ง
เป็นผู้ตดั สนิ ใจแทนผอู้ ื่น การแขง่ ขนั ระหวา่ ผซู้ ือ้ และผขู้ าย จะทำให้สินค้ามรี าคาทสี่ ะทอ้ นความขาด

30

แคลนของสินคา้ หรอื ทรพั ยากรนัน้ ๆ ผซู้ อื้ ยอ่ มทราบดีถงึ ความต้องการทีแ่ ท้จริงของตน เชน่ เดยี วกบั
ผู้ผลติ ก็ยอ่ มทราบดกี วา่ ผู้อนื่ ว่าต้นทนุ การผลิตของตนเองเป็นอย่างไร และสมควรตอบสนองความ
ตอ้ งการสนิ คา้ ในท้องตลาดอย่างไร

7.6 อปุ สงค์ส่วนเกินและอุปทานส่วนเกนิ
7.6.1 ภาวะอปุ สงค์สว่ นเกินหรืออปุ สงค์ส่วนขาด คือ ถา้ สินคา้ ใดเปน็ ทีต่ ้องการมากจะ

ทำใหร้ าคาสินค้าและบริการสูง ส่งผลใหส้ ินคา้ และบริการขาดตลาด อุปสงค์เกินจะเกิดขึ้นได้ กต็ ่อเม่ือ
ราคาสินค้าต่ำกว่าจดุ ดุลยภาพ ซ่งึ หมายถึง ความต้องการซ้ือมมี ากกวา่ ปริมาณสนิ คา้ และบริการท่ี
ผู้ผลติ ทำการผลิตออกมาขาย

7.6.2 ภาวะอปุ ทานส่วนเกินหรอื อปุ สงค์ส่วนขาด คือ ถ้าสินค้าใดเป็นทตี่ อ้ งการน้อยจำ
ทำให้การบริโภคสินค้าและการบรกิ ารตำ่ สง่ ผลทำใหส้ ินค้าและบริการลน้ ตลาด อปุ ทานสว่ นเกนิ จะ
เกิดข้นึ ต่อเมื่อ ราคาสนิ ค้าอย่เู หนอื จุดดุลยภาพ ซ่ึงหมายถึงความตอ้ งการซื้อสินค้าและบริการมีน้อย
กว่าปริมาณสนิ ค้าและบริการท่ผี ้ผู ลิตผลติ สินค้าออกมาขาย

8. แนวความคดิ ของหลกั การบัญชเี บอื้ งตน้

8.1 ต้นทนุ เปน็ มลู คา่ ของทรัพยากรท่ีใช้ในการผลิตหรอื การใหบ้ ริการ เปน็ สว่ นทเ่ี รียกวา่
มูลคา่ ของปัจจัยเข้า (Input value) ของระบบตน้ ทนุ จงึ เป็นเงินสดหรอื ค่าใชจ้ า่ ยในรปู แบบอน่ื ที่จา่ ย
ไปเพ่ือให้ไดม้ าซ่ึงบริการหรือผลผลิต ในทางธุรกจิ ต้นทนุ คือ ค่าใชจ้ า่ ยสว่ นที่จ่ายไฟเพือ่ ให้ไดม้ าซึ่ง
ผลตอบแทนหรือรายได้ ตน้ ทุนจงึ เป็นสว่ นสำคัญในการตัดสินใจทางธุรกิจตา่ ง ๆ ต้นทุนคา่ ใช้จ่าย และ
ความสญู เสียต้นทนุ ค่าใชจ้ ่ายและความสญู เสีย โดยแทจ้ รงิ เป็นส่งิ เดียวกนั แตจ่ ะมคี วามหมายที่
แตกต่างกนั ในดา้ นความหมายในการใช้งาน ตน้ ทนุ และความสญู เสียตา่ งก็เปน้ ค่าใช้จ่ายทง้ั ส้นิ
คา่ ใช้จ่ายไม่วา่ จะอยู่ในรูปแบบของเงนิ สดหรือสง่ิ แลกเปลยี่ นใด ๆ ย่อมถือได้วา่ เปน็ ส่งิ ท่ีจ่ายเพ่ือให้
ไดผ้ ลผลติ ค่าใชจ้ า่ ย (Expense) หมายถึงตน้ ทุนในการให้ได้รายไดส้ ำหรับช่วงระยะเวลาใด ๆ เชน่
เงินเดือนในสำนักงาน ค่าใช้จา่ ยเป็นจำนวนเงนิ หรือสง่ิ แลกเปลยี่ นทจี่ ่ายไป เพื่อใชใ้ นการบรกิ ารซ่ึงตัด
ลดทอนจากสว่ นรายไดใ้ นงวดบญั ชีใด ๆ จึงมักจะใช้ในด้านรายได้ทางการเงนิ มากกว่าใชใ้ นระบบบัญชี
ทรพั ย์สินตน้ ทนุ (Cost) หมายถงึ คา่ ใช้จ่ายทีจ่ า่ ยไปสำหรับปัจจัยทางการผลิต เพ่ือให้เกิดผลผลิต
ตน้ ทนุ จึงเปน็ ส่วนท่ีใช้สำหรบั นิยาม อตั ราผลิตภาพหรือผลติ ภาพ (Productivity) ซึง่ เทา่ กบั ผลผลิต
(Output) หารดว้ ยปจั จยั นำเข้า (Input) ต้นทุนจงึ เป็นมูลค่าที่วัดได้ในเชงิ เศรษฐศาสตร์ของทรัพยากร
ทใ่ี ช้ และต้นทนุ มลี กั ษณะทใี่ ช้จ่ายไปเพ่ือใหได้ผลติ ภัณฑห์ รือการบริการท่ีถือเป็นสินทรัพยไ์ ด้ เช่น คง

31

คลงั ของวสั ดุ งานระหวา่ งทำ และสินค้าสำเรจ็ รูป ต้นทุน (Cost) กับความสูญเสยี (Lost) ความจรงิ
แลว้ มคี วามหมายในเชิงเปน็ ค่าใช่จ่ายทั้งคเู่ หมือนกัน แตถ่ ้าจะพิจารณาความแตกตา่ งของความหมาย
พอจะสรปุ ง่าย ๆ ได้ดงั นี้

8.1.1 ต้นทนุ คือ ค่าใช้จา่ ยทจ่ี า่ ยไปแลว้ เกิดผลผลติ หรอื บรกิ ารท่เี ป็นสินทรัพย์ หรือ
ขอ้ มลู ทางบญั ชี เพื่อใช้ในการวางแผนและควบคุมการดำเนินงาน ในด้านการวางแผน ข้อมลู ต้นทนุ ท่ี
ได้จะชว่ ยในการทำงบประมาณและปรมิ าณการตน้ ทนุ การผลิต กำหนดราคาขาย ประมาณการผล
กำไรและใชใ้ นการตดั สินใจ ในการลงทนุ และการขยายงาน ในด้านการควบคุม จะใช้ในการ
เปรียบเทยี บผลการดำเนินงานกบั งบประมาณตน้ ทุนที่กำหนดไว้ เพือ่ ช่วยใหฝ้ ่ายบรหิ ารรับรู้ถงึ การ
ปฏิบตั ิทไ่ี มม่ ีประสทิ ธภิ าพเม่ือสน้ิ รอบระยะเวลาบญั ชี

8.1.2 ความสูญเสีย คอื ค่าใชจ้ ่ายที่จ่ายไปแล้วเกิดผลไดน้ ้อยกวา่ หรอื เสยี หายที่ต้องจา่ ย
โดยไม่มีผลตอบแทน และเปน็ ค่าใชจ้ า่ ยท่ถี ูกตัดออก จากสว่ นของผถู้ ือหนุ้ มากกวา่ ท่ีจะหักจากส่วน
ของการลงทนุ ความสญู เสยี ที่เกดิ ขึ้นไดจ้ ากการตัดสินใจท่ีผิดพลาดหรอื เกดิ จากส่ิงผิดปกตติ าม
ธรรมชาติ เชน่ ไฟไหม้ ตกึ ถล่ม เปน็ ตน้ ตน้ ทนุ กับความสูญเสียเปน็ สิ่งเดียวกัน เพียงแต่มีเส้นแบง่
เขตซึง่ ทำให้ตน้ ทุนกลายเปน็ ความสูญเสยี เมื่อผลไดน้ ้อยกว่าค่าใช้จา่ ย เมอ่ื ปรบั ค่าใชจ้ า่ ยใหเ้ กดิ ผล
ประโยชนม์ ากขน้ึ ทำให้สรา้ งผลไดม้ ากกว่าความสูญเสียจะกลายเปน็ ตน้ ทุนไป การเพ่มิ ข้ึนของ
ค่าใช้จา่ ยในเชิงตน้ ทนุ จงึ เปน็ ส่งิ ไมน่ ่ากังวลเนอ่ื งจากจะได้ผลประโยชน์เพิม่ ขนึ้ ในขณะเดียวกนั ถา้
สามารถลดคา่ ใชจ้ ่ายซ่ึงเปน็ ต้นทนุ ลงได้โดยผลผลิตเท่าเดมิ หรือมากกว่าก็จะเป็นการดี แนวคิดตรงนค้ี ง
จะสามารถช่วยให้ผู้บริหารเลิกกงั วลต่อต้นทุน และกงั วลต่อความสญู เสยี มากกวา่

32

9. งานวจิ ัยที่เก่ียวขอ้ ง

สุธชิ า ภมรเวชวรรณ (2558) ได้ทำการศึกษาเรื่องโครงการรา้ นขนมหวานและอาหารว่างครบ
วงจร (Sweet Sphere) ในครัง้ น้ี มวี ัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงความเป็นไปไดใ้ นการจดั ตง้ั โครงการ
พฤติกรรม และความต้องการของ ผ้บู รโิ ภคในการบริโภค และใชบ้ ริการร้านขนมหวาน รวมไปถึง
แนวทางในการสรา้ งโครงการรา้ นขนม หวาน โดยใช้การศกึ ษาวิจยั เชิงคุณภาพ ในการศึกษาเก่ียวกบั
หลกั การกำหนดกลยทธุ ท์ างการตลาด และการบริหารการจดั การธรกุ จิ โดยทำการศึกษาข้อมลู จาก
การสมั ภาษณเ์ ชิงลึก จากผูป้ ระกอบการ รา้ นขนมหวาน และอาหารว่างจำนวน 3 ร้าน และ
การศกึ ษาเชิงปริมาณ ในการสาํ รวจพฤติกรรม ทัศนคติและความคิดเหน็ ของกลุ่มผู้บรโิ ภคโดยแจก
แบบสอบถามใหก้ ับ 2 กลมุ่ คือผ้บู รโิ ภคจำนวน 250 คน และรา้ นขนมหวานผ้เู ชา่ สถานที่ จำนวน 50
คน โดยผลการวเิ คราะห์ข้อมลู ทางสถติ ิพบว่า ความสนใจตอ่ โครงการร้านขนมหวาน และอาหารวา่ ง
ของกลุ่มตวั อยา่ งนนั้ ด้านความคาดหวงั ท่ีมีต่อ โครงการอยากใหโ้ ครงการเปน็ ศูนย์รวมขนมหวานที่
ครบครั้น

บวร ทรัพยส์ งิ ห์และคณะ (2560) ได้ทำการศึกษาเร่อื ง พฤตกิ รรมการใชน้ ำ้ มนั ทอดซ้ำของ
ผ้ปู ระกอบการ จำนวน 49 รา้ นค้า และผบู้ ริโภคทงั้ ท่เี ปน็ ประชาชนทวั่ ไปและนักท่องเท่ยี วในพนื้ ที่
เกาะสีชงั จำนวน 176 คน และ 49 คน ตามลำดับ เก็บรวบรวมขอ้ มูลดว้ ยการใชแ้ บบสำรวจ
สมั ภาษณ์และสนทนากลุม่

ผลการศึกษาพบวา่ ผ้บู ริโภคในเกาะสีชังทงั้ ประชาชนทว่ั ไปและนกั ท่องเที่ยวนยิ มซื้ออาหาร
ทอดมารบั ประทาน รอ้ ยละ 29.05 และ ร้อยละ 20.54 ตามลำดับ ในขณะที่ผู้ประกอบการอาหาร
ทอดในเกาะสีชงั ระบุว่าตนเองมกี ารเปลี่ยนนำ้ มันทอดอาหารใหมท่ ุกครง้ั คดิ เป็นร้อยละ 22.58
ในขณะที่ผูป้ ระกอบการที่เหลอื ระบุวา่ ตนเองใช้น้ำมันทอดอาหารซำ้ โดยมีรูปแบบการใช้น้ำมนั ซ้ำที่
แตกต่างกนั ออกไป ไดแ้ ก่ การใชซ้ ำ้ 1-3 ครัง้ โดยไม่เติมนำ้ มนั ใหม่ลงไปผสม (รอ้ ยละ 35.48) การใช้
ซ้ำโดยเติมน้ำมันใหม่เข้าไปทุกคร้ัง หรือเติมเม่ือไม่พอทอด (ร้อยละ 22.58) การใชซ้ ำ้ โดยเติมน้ำมนั
ใหมส่ ำหรับการทอด 1-3 ครั้ง (ร้อยละ 14.52) และเติมน้ำมนั ใหมจ่ นพบวา่ น้ำมนั มสี คี ล้ำ มคี วนั หรือ
อาหารทอดมีกลิน่ ผดิ ปกติ (ร้อยละ 4.84)
นอกจากนีเ้ ม่ือไม่ใช้น้ำมันทอดแลว้ ประชาชนในเกาะที่ประกอบอาหารเองในครัวเรือนส่วนใหญท่ ง้ิ
น้ำมันในภาชนะปดิ สนทิ และทิ้งลงถังขยะ (ร้อยละ 28.98) ในขณะท่ผี ปู้ ระกอบการ สว่ นใหญ่ (รอ้ ยละ
46.43) นำน้ำมันทีใ่ ช้แล้วไปจำหน่ายตอ่ ให้กับคนที่มารับซ้ือในราคาปบี๊ ละ 100-400 บาท และ

33

ผ้ปู ระกอบการบางส่วน ยังคงทิง้ นำ้ มนั ไม่ถูกต้อง เช่น เทท้งิ ลงทอ่ ระบายนำ้ พื้นดนิ ลงทะเล โพลงหนิ
ทง้ิ รวมกับเศษอาหาร หรือนำไปปรุงอาหารหรือประกอบอาหารต่อทีบ่ า้ น ปริมาณการทิ้งน้ำมนั และ
การขายน้ำมนั ทอดอาหารเฉลี่ยรา้ นคา้ ละ 18.83 และ 23.57 ลิตรตอ่ เดือน

เจณิภา คงอ่ิม ไดท้ ำการศึกษาเรอื่ ง พฤติกรรมการบรโิ ภคอาหารประเภทฟาสต์ฟู้ดของ
ประชาชนในจังหวดั นนทบรุ ีการวิจยั ครงั้ น้ีมีวัตถุประสงค์ 1) เพ่อศึกษาพฤตกิ รรมการบริโภคอาหาร
ประเภทฟาสต์ฟดู ของ ประชาชนในเขตจงั หวดั นนทบุรี 2) เพื่อเปรยี บเทียบพฤตกิ รรมการบรโิ ภค
อาหารประเภทฟาสต์ฟูด ของประชาชน จงั หวัดนนทบุรี จำแนกตาม เพศ อายุ ระดบั การศึกษาสูงสุด
อาชพี รายไดเ้ ฉลีย่ ตอ่ เดือน และสถานภาพ กลมุ่ ตวั อยา่ งเปน็ ประชาชนจงั หวดั นนทบุรี 400 คน
เคร่ืองมอื วิจยั เป็น แบบสอบถามประมาณค่า วเิ คราะห์ข้อมูลโดยใช้สถติ พิ รรณนา (Descriptive
Statistics) ไดแ้ ก่ การ แจกแจงความถ่ี (Frequency) ร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วน
เบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation) และสถติ ิเชงิ อนุมาน (Inference Statistic) ไดแ้ ก่
ไคสแควร์ Chi - square Test (x2) เพื่อทดสอบความสัมพันธ์ระหวา่ งกลุ่มตวั แปร ผลการวิจยั พบว่า
พฤติกรรมการบริโภค อาหารประเภทฟาสต์ฟูดของประชาชนจงั หวดั นนทบุรี พบว่า สว่ นใหญ่ใช้
บริการทีร่ ้าน เค เอฟ ซี (KFC) จานวน 1 - 3 ครงั้ ตอ่ เดือน เพราะมคี วามชอบส่วนตัว นอกจากนี้พบว่า
อาหารประเภทพิซซ่า เป็นท่ีนิยมจดั เลี้ยงสังสรรค์ในกลมุ่ เพื่อน คา่ ใชจ้ า่ ยในการบรโิ ภค 201 – 300
บาทตอ่ คร้ัง สว่ นใหญ่ รับประทานทรี่ า้ น ในเวลาชว่ งเย็น ท่ีหา้ งสรรพสนิ ค้าเซน็ ทรลั ผลการทดสอบ
สมมตฐิ าน พบว่า สถานภาพบุคคล ไดแ้ ก่ เพศ อายุ ระดับการศกึ ษาสูงสดุ อาชีพ รายได้เฉล่ยี ต่อเดือน
สถานภาพ สมรส มคี วามสัมพันธก์ บั พฤติกรรมการบริโภคอาหารฟาสต์ฟูด อยา่ งมีนยั สาคัญทางสถติ ิที่
ระดับ .05

บทท่ี 3

วิธีดำเนนิ การศกึ ษา

การพฒั นาผลติ ภณั ฑ์คอร์นดอ็ กด้วยการเพ่ิมรสชาติใหมค่ ือไส้นมสดทจี่ ะสร้างทางเลอื กให้แก่ผบู้ ริโภค
และให้ทราบความพงึ พอใจของกลุม่ เป้าหมายทม่ี ตี ่อผลติ ภณั ฑ์ โดยผศู้ กึ ษาไดด้ ำเนินงานตามลำดับ
ขั้นตอนดังต่อไปนี้

1. ประชากรและกลุ่มตวั อยา่ ง
2. เครื่องมือท่ีใช้ในการศึกษา
3. ข้นั ตอนในการสร้างเครื่องมอื
4. การเก็บรวบรวมขอ้ มูล
5. การวเิ คราะหข์ ้อมลู และสถติ ทิ ีใ่ ช้ในการศึกษา

1. ประชากรและกลมุ่ ตัวอยา่ ง

1.1 กลมุ่ เปา้ หมายท่ีใช้ในการศกึ ษาครงั้ น้ี ได้แก่ บุคคลทว่ั ไป บรเิ วณหน้าบา้ น ณ เกาะสีชงั
จำนวน 28 คน และบุคคลทว่ั ไป (ลูกค้าออนไลน์ จำนวน 12 คน ซึง่ ได้มาจากการเลือกแบบบังเอญิ
(Accidental Sampling)

2. เครือ่ งมือที่ใช้ในการศึกษา

เครอ่ื งมือท่ีใชใ้ นการศกึ ษาครงั้ นี้ เปน็ แบบสอบถามซ่งึ ประกอบดว้ ยแบบมาตราสว่ นประมาณ
คา่ (Rating Scale) แบบสอบถามปลายเปดิ (open Ended Questionnaire) และแบบสอบถาม
ปลายปิด (Close Ended Questionnaire) จำนวน 3 ตอน มรี ายละเอยี ดดังนี้

ตอนที่ 1 ข้อมลู ทวั่ ไปของผ้ตู อบแบบสอบถาม
ตอนท่ี 2 แบบสอบถามความพงึ พอใจ
ตอนท่ี 3 ข้อเสนอแนะ

35

3. ขั้นตอนในการสร้างเครือ่ งมือ

การสรา้ งเครื่องมือจากแบบสอบถาม ซ่งึ มีรายละเอยี ดแบง่ เปน็ 3 ตอน ดังน้ี

ตอนท่ี 1 ข้อมลู ทวั่ ไปของผู้ตอบแบบสอบถาม

ข้อ 1 เพศ

ขอ้ 2 อายุ

ขอ้ 3 อาชีพ

ขอ้ 4 รายได้ต่อเดือน

ตอนที่ 2 แบบสอบถามความพึงพอใจของผบู้ ริโภคต่อผลิตภณั ฑค์ อร์นดอ็ ก ลกั ษณะเปน็ แบบ
มาตราส่วนประมาณคา่ 5 ระดบั

ระดบั ท่ี 5 หมายถึง มคี วามพึงพอใจมากทสี่ ดุ

ระดบั ท่ี 4 หมายถึง มคี วามพึงพอใจมาก

ระดับที่ 3 หมายถึง มคี วามพึงพอใจปานกลาง

ระดับท่ี 2 หมายถงึ มีความพึงพอใจน้อย

ระดบั ที่ 1 หมายถึง มีความพึงพอใจน้อยท่สี ดุ

โดยกำหนดเกณฑก์ ารแปลความหมายข้อมลู ทเ่ี ป็นค่าเฉลีย่ ต่าง ๆ คอื

คา่ เฉล่ียระหวา่ ง ความหมาย

4.51 – 5.00 ความพงึ พอใจในระดบั มากท่ีสุด

3.51 – 4.50 ความพงึ พอใจในระดับมาก

2.51 – 3.50 ความพึงพอใจในระดบั ปานกลาง

1.51 – 2.50 ความพงึ พอใจในระดบั นอ้ ย

1.00 – 1.50 ความพงึ พอใจในระดบั นอ้ ยที่สดุ

36

ตอนท่ี 3 เปน็ แนวคำถามปลายเปดิ สำหรบั ผตู้ อบแบบสอบถามแสดงความคดิ เหน็ เพม่ิ เติม
และใหข้ ้อเสนอแนะต่าง ๆ

4. การเก็บรวบรวมข้อมูล
คณะผู้จดั ทำได้ดำเนินการเกบ็ รวบรวมข้อมลู ตามลำดับข้นั ตอน ดังนี้
4.1 ดำเนนิ การแจกแบบสอบถาม คอรน์ ด็อก โดยแจกแบบสอบถามใหก้ ลุ่มเปา้ หมายด้วย

ตนเอง และขอรับแบบสอบถามคืนด้วยตนเอง
4.2 เกบ็ รวบรวมแบบสอบถาม คอร์นด็อก เพื่อนำข้อมูลท่ีไดม้ าวเิ คราะห์ต่อไป

5. วธิ ีการวิเคราะหข์ ้อมูลและสถิตทิ ่ีใชใ้ นการศกึ ษา
คะแนนทไี่ ดจ้ ากแบบสอบถาม หาค่ารอ้ ยละ รวมทั้งหาค่าเฉลย่ี และส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน

โดยใชส้ ูตร ดังนี้
5.1 หาค่ารอ้ ยละ

เม่อื P = 100
5.2 คา่ เฉลีย่
n
เมื่อ
P แทน ร้อยละ
F แทน ความถี่ทีต่ ้องการแปลงค่าให้เปน็ รอ้ ยละ
n แทน จำนวนความถที่ ้ังหมด

̅ = ∑
̅

N แทน ค่าเฉลี่ย

แทน ผลรวมของคะแนนทัง้ หมดในกลุม่

แทน จำนวนคะแนนในกลมุ่

37

5.3 สว่ นเบีย่ งเบนมาตรฐาน √ 2−( )2
( −1)
S.D =
เมื่อ S.D แทน สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน

แทน ผลรวมของคะแนนแต่ละตัว
N แทน จำนวนคะแนนในกลุ่ม
X แทน คะแนนแต่ละตัวในกลุ่มข้อมลู

บทท่ี 4

ผลการวิเคราะหข์ อ้ มลู

การจัดการเรยี นรู้โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์รสชาตใิ หม่คือไสน้ มสดทีจ่ ะสร้างทางเลือกใหแ้ กผ่ บู้ รโิ ภค
และให้ทราบความพึงพอใจของกลมุ่ เป้าหมายท่มี ีต่อผลติ ภณั ฑ์ในครงั้ น้ี ผศู้ ึกษาเสนอตามลำดับ ดงั นี้

4.1 สัญลกั ษณ์ท่ีใช้ในการวเิ คราะห์ข้อมลู
n แทน จำนวนคนในกลุ่มเปา้ หมาย
แทน คะแนนเฉล่ยี
S.D. แทน สว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐาน

4.2 การนำเสนอผลการวเิ คราะห์ขอ้ มลู
การวเิ คราะห์ในการศกึ ษาน้ี ผ้ศู กึ ษาได้ดำเนนิ การวเิ คราะห์ออกเปน็ 3 ตอนดงั น้ี
ตอนที่ 1 ข้อมลู ทว่ั ไปของผู้ตอบแบบสอบถาม
ตอนที่ 2 ขอ้ มูลความพงึ พอใจของกลมุ่ เปา้ หมายตอ่ การพฒั นาคอร์นดอ็ ก multicolored
แบ่งเป็น 4 ด้าน 1. ดา้ นคณุ ภาพผลติ ภัณฑ์ 2. ด้านคุณภาพบรรจุภัณฑ์ 3. ดา้ นสง่ เสริมการจัด
จำหนา่ ย 4. ด้านการอำนวยความสะดวกสบายต่อการใช้งาน
ตอนที่ 3 ขอ้ เสนอแนะและความคดิ เห็น

39

ตอนที่ 1 ข้อมลู ทวั่ ไปผตู้ อบแบบสอบถาม

ตารางที่ 1 แสดงความถ่ีและรอ้ ยละของกลุม่ เปา้ หมาย จำแนกตามเพศ

สถานภาพ n=30

จำนวน ร้อยละ

เพศ

ชาย 13 43.33

หญงิ 17 56.67

รวม 30 100.00

จากตารางท่ี 1 พบว่าบุคคลทั่วไปจากกล่มุ เป้าหมาย เป็นเพศหญิง จำนวน 17 คน คดิ เป็น
ร้อยละ 56.67 เพศชาย จำนวน 13 คน คิดเปน็ ร้อยละ 43.33

เพศ 43.33

56.67

ชาย หญิง

40

ตารางท่ี 2 แสดงความถ่ีและร้อยละของกลมุ่ เป้าหมาย จำแนกตามช่วงอายุ

สถานภาพ n=30
จำนวน รอ้ ยละ
อายุ
ตำ่ กว่า 20 ปี 11 36.67
21-40 ปี 11 36.67
40 ปีขน้ึ ไป 8 26.67
รวม 30 100.00

จากตาราง พบวา่ บคุ คลคลท่ัวไปสว่ นใหญ่ อายุต่ำกวา่ 20 ปี จำนวน 11 คน คิดเปน็
รอ้ ยละ 36.67 รองลงมาอายุ 21-40 ปี จำนวน 11 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 36.67 และอายุ 40 ปขี ้นึ ไป
จำนวน 8 คน คิดเปน็ ร้อยละ 26.67

อายุ

26.67 36.67
36.67

ต่ากวา่ 20 ปี 21-40 ปี 40 ปีขนึ้ ไป


Click to View FlipBook Version