The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิสาข_วัดอนงค์_65

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by adicut2006, 2022-08-17 23:51:25

วิสาข_วัดอนงค์_65

วิสาข_วัดอนงค์_65

คณะศิษยเกา โรงเรยี นพุทธศาสนาวนั อาทติ ยว ดั อนงคาราม

ขอรวมสนบั สนุนการจดั พิมพหนังสอื “วสิ าขบูชา” ประจำป ๒๕๖๕

ขออุทิศแดค ณะพระอาจารย และอาจารยผ ูลว งลับดับสังขารแลว
ซง่ึ เปนผูมพี ระคณุ อบรมส่งั สอนลกู ศิษย ใหม คี วามรูและมคี ณุ ธรรม

นำไปสรา งคณุ านุประโยชนตอ ประเทศชาตแิ ละสังคม
และอุทิศแดเ พ่ือนๆ ศิษยเกา ทีไ่ ดล วงลบั ไปแลว
ขอใหไดรบั ผลบุญในครงั้ นีด้ วยเทอญฯ

วัดอนงคารามวรวหิ าร กรุงเทพมหานคร

วันอาทิตย์ ท่ี ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๕

คณะผู้จัดทำ�

ที่ปรกึ ษา : พระราชสิทธิโกศล นางอุบลรัตน์ อัตตรถั ยา
พระมหาถนอม ถริ จติ โฺ ต นายสมบูรณ์ นาคสที อง
พระครปู ลดั วิชยั อภวิ ํโส
พระครูวิธานกิตตโิ สภณ
พระครูปลดั ชนะ ชุตนิ ธฺ โร
พระมหาวีระ ปุญฺ วีโร
พระมหาณรงคร์ าช ปณธิ านธิติ
นายกสมาคมศิษยอ์ นงคารามฯ
อุปนายกสมาคมศิษยอ์ นงคารามฯ

สาราณียกร : นายประยูร ศรีราตรี

ผู้ช่วยสาราณียกร : นายมงคล เจนจติ ตกิ ลุ

นางนุภา ต้งั กาญจนาเวฬุกุล
นายรพีพฒั น์ ดปี ระวัติ

แบบปก : นายรพีพฒั น์ ดปี ระวตั ิ
รูปเลม่ : นายอานนท์ พทุ ธรักษ์
จำ�นวนพิมพ ์ : 500 เล่ม

ผู้พิมพผ์ ูโ้ ฆษณา : นิตธิ รรมการพิมพ์ โทร. ๐๘๑ ๓๐๙๕๒๑๕, e-mail: [email protected]

4

วสิ าขบชู า ปี ๒๕๖๕

สมเด็จพระพุฒาจารย์

(นวม พุทธสรมหาเถระ)

อดีตเจา้ อาวาสวัดอนงคารามวรวหิ าร รูปที่ ๖

5

งานถวายผา้ พระกฐินพระราชทาน

ณ วดั อนงคารามวรวิหาร ปี ๒๕๖๔

6

พระราชสิทธิโกศล (เสฐยี ร สปฺปญฺโ)

เจา้ อาวาสวดั อนงคารามวรวหิ าร

7

คณะกรรมการสมาคมศษิ ยอ์ นงคารามฯ รว่ มกจิ กรรม ปี ๒๕๖๔

ร่วมพธิ ีแตง่ ตงั้ เจา้ อาวาส พระราชสิทธิโกศล (เสฐยี ร สปปฺ ญโฺ  ป.ธ.๗)

8

นางสาวสมฤดี ชยั อำ�ไพพร

นายกสมาคมศิษยอ์ นงคาราม ในพระบรมราชปู ถมั ภ์
และในพระอุปถมั ภ์พิเศษสมเดจ็ พระศรีนครนิ ทราบรมราชชนนี

9

10

11

วดั อนงคารามวรวหิ าร กรุงเทพมหานคร

12

วสิ าขบชู า ปี ๒๕๖๕

สารบญั

เร่อื ง หนา้

สัมโมทนียกถา...................................................................................................................................12
บทความพิเศษเกีย่ วกับ “สารธรรมเพอื่ ชวี ติ ”
- กฐนิ : พระราชสทิ ธิโกศล......................................................................................................14
- พระอรหันตห์ ลงลมื ไดห้ รอื ไม่ : พระมหาทรงยศ ฐานยตุ โฺ ต ..................................................26
- โรคติดเชือ้ โควดิ -๑๙ เป็นโรคประจ�ำถนิ่ ..จะเปน็ ไปไดย้ งั ไง?? :
ศาสตราจารยเ์ กยี รตคิ ณุ นายแพทย์ อมร ลลี ารศั ม.ี ..................................................................33
- โรคฝีดาษลิง : นายมงคล เจนจติ ตกิ ลุ ...................................................................................39
- ไม่พึงกล่าววาจาปรามาสพระสมณะศากยบตุ ร :
ผศ.ดร.นิเวศน์ วงศ์สุวรรณ......................................................................................................46
- ศลิ ปะการเล่นเปตอง : สนุ ทร การบรรจง....................................................................52
- บณิ ฑบาตนัน้ ส�ำคญั ไฉน : ซยุ ก�ำลังงาม .............................................................................60
- วปิ สั สนากรรมฐาน ประสบการณ์ที่เปน็ “ปจั จตั ตัง” รูไ้ ดเ้ ฉพาะตน :
รพพี ฒั น์ ดปี ระวตั .ิ ...............................................................................................................................65
วัดอนงคารามวรวหิ ารในรอบปี ๒๕64 - ๒๕๖5
- ประวตั ิ พระราชสิทธิโกศล (เสฐียร สปฺปญฺโ ป.ธ.๗) เจา้ อาวาสวัดอนงคารามวรวหิ าร......77
- วัดอนงคารามวรวหิ ารในรอบปี ๒๕64 - ๒๕๖5...................................................................79
- การปกครองภายในวดั อนงคารามวรวหิ าร..............................................................................79
- การศกึ ษาภายในวดั อนงคารามวรวหิ าร..................................................................................81
- ประวัติ ผู้สอบไลป่ ระโยคบาลีและบาลศี กึ ษาได้ (เปรยี ญเอก) ประจ�ำปี พ.ศ. ๒๕๖๕.............85
- การเผยแพรพ่ ระพทุ ธศาสนาของวดั อนงคารามวรวหิ าร...........................................................93
- บญั ชแี สดงยอดเงินทนุ กศุ ลนิธวิ ัดอนงคาราม ประจ�ำปี พ.ศ. ๒๕64 - ๒๕๖5.......................96
- บญั ชีแสดงยอดเงินทุนคลิ านปุ ถัมภ์วดั อนงคาราม ประจ�ำปี พ.ศ. ๒๕64 - ๒๕๖5............123
สมาคมศิษย์อนงคารามฯ ในรอบปี ๒๕๖4.............................................................................................129
- สืบค้นประวตั ิ
ประวตั ิ นางสาวสมฤดี ชยั อ�ำไพพร นายกสมาคมศิษยอ์ นงคารามฯ.................................135
- ผลการด�ำเนินงาน ของคณะกรรมการบรหิ ารสมาคมศษิ ย์อนงคารามฯ..............................137
- รายนาม ผเู้ พ่มิ ทนุ อดุ หนนุ สมาคมศษิ ย์อนงคารามฯ ประจ�ำปี พ.ศ. ๒๕64.....................142
- เงินทนุ อดุ หนนุ สมาคมศิษย์อนงคารามฯ ประจ�ำปี พ.ศ. ๒๕64 ......................................143
รายชื่อผ้รู ่วมสมทบเงนิ จดั พิมพ์หนังสอื “วสิ าขบูชา” ประจ�ำปี ๒๕๖5............................................๑51

13

วัดอนงคารามวรวหิ าร กรงุ เทพมหานคร

สัมโมทนียกถา

ในงานถวายพระกฐนิ พระราชทาน
ณ วดั อนงคารามวรวหิ าร พ.ศ. ๒๕๖๕

ปรารภเหตุ ดว้ ยทา่ นนายกสมาคมศษิ ยอ์ นงคาราม ในพระบรมราชปู ถมั ภ์ และในพระอปุ ถมั ภพ์ เิ ศษ
สมเดจ็ พระศรนี ครนิ ทราบรมราชชนนี คอื คณุ สมฤดี ชยั อ�ำไพพร ไดม้ าปรารภในท�ำนองปรกึ ษาวา่ นา่ จะออก
หนงั สอื สมั โมทนยี กถาสักเล่มหนึ่ง เพือ่ เป็นของช�ำร่วย ของทรี่ ะลึก แก่ทา่ นผมู้ ีเกยี รติ ผมู้ ารว่ มงานทอดกฐนิ
พระราชทานในคร้ังน้ี เม่ือมาปรารภ กึ่งปรึกษาเช่นนี้ ผู้เขียนซ่ึงตกอยู่ในฐานะภาวะจ�ำยอม หลีกเล่ียงไม่ได้
มีความรู้น้อยและไม่สันทัดในการท�ำหนังสือ เมื่อปฏิเสธไม่ได้ ก็ต้องตอบรับว่า เอาเถอะ จะช่วยเขียน
ช่วยจัดท�ำให้ ผิดถกู อย่างไร คอ่ ยไปวา่ กนั ทีหลงั .
พอคณะท่ีปรึกษากลับไปแล้ว และอยู่ตามล�ำพังผู้เดียว จึงมาคิดว่าเขียนเรื่อง สัมโมทนียกถา ก็ดี
เหมอื นกนั เพราะเรอ่ื งอนโุ มทนานนั้ มผี เู้ ขยี นกนั มามากแลว้ เปลย่ี นเปน็ สมั โมทนยี กถากด็ เี หมอื นกนั เปน็ การ
เปลีย่ นรสชาติ เปลี่ยนความจ�ำเจ และน�ำไปใชไ้ ด้ ซึง่ จะเขียนอธบิ ายแตพ่ อสังเขปดงั ตอ่ ไปน้ี
อนั ค�ำวา่ สมั โมทนยี กถา นี้ กค็ อื การกลา่ วถอ้ ยค�ำอนั เปน็ ทต่ี ง้ั แหง่ ความชน่ื ชมยนิ ดี ผา่ นกระบวนการ
ทางบาลีไวยากรณ์มา โดยมีรูปวิเคราะห์ว่า สํ สุฏฺฐุ โมทนฺติ เอตายาติ สมฺโมทนิยา สมฺโมทนิยา จ สา
กถา จาติ สมฺโมทนิยกถา ซ่ึงแปลว่า ชนท้ังหลาย ย่อมยินดีพร้อม คือด้วยดี ด้วยถ้อยค�ำนั่น เหตุน้ัน
ถอ้ ยค�ำนน่ั ชอื่ วา่ สมั โมทนยี า. ถอ้ ยค�ำนน้ั ดว้ ย เปน็ ทต่ี ง้ั แหง่ ความยนิ ดดี ว้ ย เหตนุ น้ั ชอ่ื วา่ สมั โมทนยี กถา.
เมื่อไดร้ บั ทราบว่า สัมโมทนียกถาคืออะไรแล้ว ประการตอ่ มาก็มาพูดว่า
อนั ค�ำวา่ สมั โมทนยี กถา น ้ี จะพดู จะใช้ กต็ อ่ เมอ่ื งานเสรจ็ สนิ้ แลว้ ทกุ คนเตรยี มเกบ็ ขา้ วของเครอ่ื ง
ใช้กลับบ้าน ตอนนี้แล ประธานจัดงาน ผู้เป็นเจ้าภาพใหญ่ จะกล่าวสัมโมทนยี กถา เป็นการขอบคณุ ขอบใจ
เพ่ือนร่วมงานทุกคน ที่ช่วยกันคิด ช่วยกันจัด ช่วยกันท�ำ จนงานส�ำเร็จลุล่วงไปโดยราบรื่นและเรียบร้อยดี
ทุกประการ ท้งั นี้ ข้ึนอยู่กบั วาทศิลป์ของประธานจัดงาน จะพดู โนม้ นา้ วใหเ้ พ่อื นรว่ มงาน เกิดศรัทธาปสาทะ
ความเชอ่ื ความเล่อื มใส พร้อมที่จะจัดงานบญุ งานกุศลเช่นน้อี ีกในคราวตอ่ ๆ ไป ได้มากน้อยเพยี งไร.

(พระราชสทิ ธิโกศล)
เจา้ อาวาสวัดอนงคารามวรวิหาร

14

วิสาขบชู า ปี ๒๕๖๕

บทความพิเศษ

“สารธรรมเพ่ือชวี ติ ”

15

วดั อนงคารามวรวหิ าร กรงุ เทพมหานคร

กฐนิ

โดย... พระราชสิทธโิ กศล (เสฐียร สปปฺ ญฺโ)

เจา้ อาวาสวดั อนงคารามวรวหิ าร

เรื่องที่จะพูดต่อไปนี้ จะพูดเฉพาะกฐินราษฎร์เท่านั้น เพื่อมิให้ท่านผู้อ่านสับสน แล้วน�ำ
ไปใชใ้ นทางทผี่ ดิ เพราะพระกฐนิ หลวง หรอื กฐนิ พระราชทานนนั้ สว่ นใหญเ่ ปน็ กฐนิ ของทางราชการ
รัฐวิสาหกิจ สถาบันการศึกษา ตลอดจนองค์กรหน่วยงานต่าง ๆ และเขามีวิธีกรรม วิธีปฏิบัติ
ค่อนข้างจะเคร่งครัดและรัดกุม ออกเป็นกฎ เป็นระเบียบปฏิบัติดีอยู่แล้ว เช่น กรมการศาสนา
ส�ำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และส�ำนักพระราชวัง เขาเตรียมไว้แจกแก่ผู้ที่มาขอรับ
พระราชทาน เพือ่ น�ำไปทอด เป็นหนงั สือคูม่ อื ในการใชป้ ระกอบพิธี

ฉะน้ัน ผู้เขียน จะไม่ขอพูดถึงกฐินหลวง ๓ เมตร ก็เป็นได้ ตามขนาด ตามสรีระร่างกาย
แต่จะขอพูดเฉพาะกฐินราษฎร์ กฐินสามัญชน
คนธรรมดา ชาวบ้านทั่ว ๆ ไป โดยจะขอแยกเปน็ ของผทู้ จ่ี ะใชส้ อยผา้ นนั้ ถา้ เปน็ กรอบไมส้ ะดงึ ของ
ประเด็นหลัก ๆ ๕ ขอ้ ด้วยกนั คือ
เดก็ นักเรียนหญงิ ตามโรงเรยี น กต็ กอยูร่ าว ๆ ๕๐
ประการที่ ๑ เรอื่ งความหมายของค�ำวา่
กฐนิ อนั ค�ำวา่ กฐนิ นน้ั เปน็ ชอ่ื ของกรอบไมส้ ะดงึ หรอื ๖๐ เซน็ ต์เท่าน้ัน เพราะสะดวกในการถอื ไป
ท่ใี ชข้ งึ ใชม้ ัดตรงึ ผ้า ท่จี ะเยบ็ ท�ำเปน็ จวี ร กรอบไม้
สะดึงนั้น จะมีลักษณะคล้ายกรอบ ๔ เหลี่ยม โรงเรยี น
จตรุ สั บา้ ง ๔ เหลยี่ มผนื ผา้ บา้ ง ใหญห่ รอื เลก็ กวา้ ง
หรอื ยาว ขนึ้ อยกู่ บั ขนาดของผา้ ทจ่ี ะเยบ็ นน้ั ถา้ ท�ำ สว่ นค�ำว่า ทอด ก็คือ วางลงในแนวราบ
เปน็ จีวร ไมส้ ะดงึ อาจจะกวา้ ง ๒ เมตร และยาว แนวนอน เหมือนค�ำว่า ทอดกายลงนอนราบ
กับพื้น วิธีท�ำกค็ ือ เอาผ้าท่ีต้องการจะเยบ็ ท�ำเปน็

จวี รนนั้ มาวางทาบลงบนกรอบไมส้ ะดึง นแ้ี หละ

คือความหมายของค�ำว่า ทอดกฐิน เพราะค�ำว่า
ทอด ก็คอื วางราบลง ค�ำว่า กฐนิ ก็คือกรอบไม้
สะดึง รวมกันเข้าเป็นทอดกฐิน ก็คือวางผ้าท่ีจะ

16

วิสาขบชู า ปี ๒๕๖๕

เย็บน้ัน วางลงในกรอบไม้สะดึง จากนน้ั จะเจาะ พดู มาถงึ ตรงน้ี จะขออนญุ าต เอย่ ชอื่ โรงเรยี นสตรี
ชายผา้ เปน็ รู แลว้ รอ้ ยดว้ ยเชอื กปา่ น หรอื เชอื กปอ พอเปน็ ตวั อย่าง เชน่ โรงเรยี นศกึ ษานารี โรงเรียน
หรือด้ายดิบก็ได้ ผูกมัดเข้ากับกรอบไม้สะดึง สตรีวิทยา โรงเรียนสายปัญญา โรงเรียนสตรี
ท้ัง ๔ ด้าน ดึงหรือขึงให้ผ้าตึง หน้าผ้าจะเรียบ วัดระฆัง โรงเรยี นสตรวี ดั มหาพฤฒาราม โรงเรยี น
เหมือนหนา้ กลอง ชว่ ยให้ท�ำงานเย็บ ปกั ถกั รอ้ ย สตรวี ดั อปั สรสวรรค์ รวมไปถงึ โรงเรยี นสตรปี ระจ�ำ
สอย ปะและชุน ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ไม่ต้อง จงั หวดั ทกุ จงั หวดั
มากังวลในเร่ืองผ้าว่า จะยับ จะย่น จะยู่ยี่ มีร้ิว อนึ่ง มีบางท่าน น�ำเอาค�ำว่า ทอดกฐิน
มีรอย มีตะเข็บบิดเบ้ียว คดเค้ียวไม่ตรงตาม มาพดู เลน่ ลน้ิ เลน่ ค�ำ สบดั ส�ำนวน เปลยี่ นแปลง
ประสงคท์ ่จี ะใหเ้ ป็นลงได้. ความหมาย เชน่ พูดว่า ทอดกฐนิ ไม่เห็นจะยาก
เพราะผา้ ท่ีจะเย็บเป็นจีวร ถกู ผูก ถูกมัด ตรงไหน ไปเก็บกฐินข้างรั้วบ้าน แล้วน�ำมาเด็ด
ถูกตรึงไว้ที่กรอบไม้สะดึงแล้ว จะคว�่ำ จะหงาย ชุบไข่ทอด เหมือนชะอมชุบไข่ทอด จ้ิมน�้ำพริก
จะเคล่ือนยา้ ยไปวางตรงไหน กค็ งไม่หลดุ แน่ เมอ่ื มีปลาทูทอดเป็นกับแกล้ม ก็อร่อยไม่รู้จบแล้ว
เปน็ เชน่ นี้ จงึ จ�ำตอ้ งพง่ึ กรอบไมส้ ะดงึ และในขณะ เร่ืองเช่นน้ี น่าจะเป็นเรื่องตลกขบขันมากกว่า
ที่จะเยบ็ ผ้าน้นั จะยกกรอบไม้สะดึงขนึ้ ตั้ง พิงเข้า ความจรงิ แลว้ กฐนิ ทเี่ ปน็ ผา้ หรอื ผา้ กฐนิ นน้ั เวลา
กับขา้ งฝา แล้วยืนเยบ็ ก็ยังได้ จะเอยี ง จะตะแคง เขยี น เราใชศ้ ัพท์เปน็ ฐ (ฐาน) เชน่ ทอดกฐิน แต่
จะวางลงกับพื้นแล้วเย็บ ปัก ถัก ร้อย สอย ปะ ถา้ กฐนิ ทเี่ ปน็ พชื ผกั เปน็ ตน้ ไม้ เวลาเขยี น เราจะใช้
และชุน งา่ ยข้ึนและสะดวกขึน้ ศพั ท์เป็น ถ (ถงุ ) เช่น ทอดกถิน ถงึ จะออกเสียง
จะท�ำเป็นผ้าปูโต๊ะอาหาร โต๊ะรับแขก พดู เหมือนกนั แต่เวลาเขียนนั้น จะต่างกนั
ปลอกหมอน ผา้ ปูท่ีนอน ผ้าม่าน ผ้าบงั ตา หรอื
ปักประดิษฐ์เป็นลวดลายต่าง ๆ เป็นรูปสัตว์ รูป ประการท่ี ๒ ชนิด หรือ ประเภทของ
ดอกไมอ้ ย่างไรก็ได้ ถ้าเปน็ การฝีมอื หรือเป็นงาน กฐิน เม่ือท่านผู้อ่าน ได้ทราบถึงความหมาย
อดิเรกอยู่กับบ้าน ก็อาจจะใช้ไม้ที่มีขอบเล็ก ๆ ของค�ำวา่ กฐนิ แลว้ ประการตอ่ มากม็ าพดู ถงึ ชนดิ
หนอ่ ย เชน่ ขอบกระด้ง ขอบตะแกรง เขง่ ปลาทู หรือประเภทของกฐิน กฐิน มี ๒ ประเภท คือ
เข่งซาลาเปา แทนกรอบไม้สะดึงก็ได้ จุลกฐนิ ๑, มหากฐนิ ๑,
หรอื หากมผี ใู้ ดสงสยั วา่ กรอบไมส้ ะดงึ ทวี่ า่ ค�ำว่า จุลกฐิน น้ัน เวลาแปล เราแปลวา่
มานี้ มรี ปู รา่ งลกั ษณะเชน่ ไรแล้ว จะขอแนะน�ำให้ กฐนิ เลก็ แตใ่ นทางปฏบิ ตั แิ ลว้ หาไดเ้ ลก็ อยา่ งทพี่ ดู ไม่
ไปหาดไู ด้ ตามโรงเรยี นสตรี เกอื บจะทกุ โรงเรียน เป็นกฐินทคี่ อ่ นข้างจะฉุกละหุก ชลุ มุนวนุ่ วาย ผุด
เพราะเป็นวิชาบังคับ เขาจะมีช่ัวโมงการฝีมือ ลกุ ผุดนัง่ เพราะอะไร ? จงึ เปน็ เช่นน้ัน ค�ำตอบก็

17

วัดอนงคารามวรวิหาร กรงุ เทพมหานคร

คือว่า เพราะจะต้องแข่งกับเวลาท่ีมีจ�ำกัด คือจะ ถวายเปน็ ผา้ ไตรเตม็ คอื ๓ ผนื เลย ตง้ั แตน่ น้ั มา กเ็ ลย

ตอ้ งใหแ้ ล้วเสร็จในวันเดยี ว เรมิ่ ต้งั แตป่ น่ั เสน้ ดา้ ย ใช้ผ้าไตรเต็ม เป็นผ้ากฐิน รวมท้ังเครื่องไทยทาน

กรอดา้ ย ทจ่ี ะมาทอเปน็ ผา้ มนั สบั สนวนุ่ วายขนาด บริขาร บรวิ ารกฐนิ อีกเป็นจ�ำนวนมาก เทา่ ทเี่ ห็น

ไหน เสร็จจากทอเป็นผืนผ้าแล้ว ก็มากะขนาด เปน็ ประจ�ำกม็ ี

มาตัด มาเย็บ มาย้อม ลองคิดดูซิว่า เริ่มตั้งแต่ ๑. ผ้าไตร (ขาดไมไ่ ด้)

ฟา้ สาง กวา่ จะเสรจ็ กค็ ำ่� มดื และทก่ี �ำหนดใหเ้ สรจ็ ๒. ผ้าห่มพระประธาน และเทียน

ในวันเดียวนั้น ก็เพื่อต้องการเห็นความสามัคคี พระปาฏิโมกข์ ๑ ห่อ ใช้จุดเฉพาะวันอุโบสถ ที่

ฉะน้ัน จุลกฐิน นี้ นับวันคงหาคนคิดท่ีจะท�ำ มีการสวดพระปาฏิโมกข์ เดือนละ ๒ เล่ม ๑ ปี

ไดย้ าก ปัจจบุ นั คงเหลือแต่มหากฐิน มี ๑๒ เดอื น ปหี นงึ่ จะใชเ้ ทยี นประมาณ ๒๔ เล่ม.

ส่วนค�ำว่า มหากฐิน นั้น เวลาแปล เรา ๓. บาตร พร้อมท้ังถลก (ถุงบาตร)

แปลวา่ กฐนิ ใหญ่ หมายความวา่ มเี วลาเตรยี มการ 4. พัดรอง หรอื ตาลปตั ร ๑ ดา้ ม

ไดน้ าน มอี งคป์ ระกอบกฐนิ หรอื ทเ่ี รยี กวา่ บรขิ าร ๕. มงุ้ หมอน ผา้ หม่ นอน เสอ่ื รม่ รองเทา้

บริวารกฐนิ เครือ่ งไทยทาน คอ่ นขา้ งมาก มเี งินก็ และย่ามเปน็ ตน้

ไปเดนิ หาซือ้ ท่สี �ำเร็จรปู แล้วมาได้เลย ๖. เครื่องมือช่างไม้ มี เล่ือย กบไสไม้ ส่วิ

เคร่ืองไทยทานที่จัดในองค์กฐินนั้น ขวาน ฆ้อน คีมเป็นต้น

ความจริง ผ้าที่ใช้ในการทอดกฐินนั้น มีเพียงผืน 7. ป่ินโต กระโถน จาน ชาม ช้อนซ่อม

เดยี วกท็ อดได้ ไมต่ อ้ งเตม็ ไตร ๓ ผนื กไ็ ด้ คอื จะเปน็ ส�ำรับคาว-หวาน และกาต้มน้ำ� เป็นตน้

ผ้าสังฆาฏิ ผ้าจวี ร หรือผา้ สบง ผืนใดผนื หนงึ่ ก็ใช้ ๘. เครื่องไทยทาน ถวายพระสงฆ์องค์

ได้แล้ว เพียงแต่ว่า ต้องเป็น ๓ ผืนนี้เท่านั้น ครอง พระคู่สวด พระอันดับและสามเณร รวม

ดงั ค�ำบาลวี า่ ฐเปตวฺ า สงฆฺ าฏอิ ตุ ตฺ รสงคฺ อนตฺ รวาสเก หมดทั้งวัด

อญฺเญน ปจจฺ ตฺถรณาทินา อตฺถตํ อนตฺถตํ โหต.ิ เคร่ืองไทยทานนี้ จะมากหรือน้อย สุด

ซง่ึ แปลวา่ กฐนิ อนั ภกิ ษเุ วน้ ผา้ สงั ฆาฏิ อตุ ราสงค์ แลว้ แต่ก�ำลังศรัทธาของเจา้ ภาพ ส่ิงของเคร่อื งใช้
และอนั ตรวาสกแลว้ กรานแลว้ ด้วยผ้าชนิดอ่ืน ตา่ ง ๆ ทน่ี �ำมากล่าวน้ี เพยี งเพอ่ื จะอ�ำนวยความ
มีผ้าปูลาดเป็นต้น ไม่ชื่อว่าเป็นอันกรานแล้ว สะดวกใหแ้ กเ่ จา้ ภาพ ทยี่ งั ไมเ่ คยจดั จะไดท้ ราบไว้
คือเสีย ใช้ไม่ได้ ถึงกระนั้น ในทางปฏิบัติ จะน�ำ เพ่อื เป็นตัวอยา่ ง แบบอยา่ ง ในคราวต่อ ๆ ไป จะ

ผ้ามาทอดเพียงผืนเดียวก็ดูกระไรอยู่ คงจะไม่มี จัดใหส้ วยงามใหญโ่ ต มากมายขนาดไหน หรือจะ

ใครท�ำ เพราะกลัวจะถูกค�ำครหานินทา จาก เพม่ิ เตมิ อะไรเขา้ ไปอกี กส็ ดุ แลว้ แตจ่ ะเหน็ สมควร

ผู้พบเห็นว่า นอ้ ยเกินไป ไหน ๆ จะทอดท้งั ที ควร

18

วิสาขบูชา ปี ๒๕๖๕

ประการที่ ๓ ขน้ั ตอนปฏบิ ตั เิ กยี่ วกบั การ และอาจจะมีการประดับตกแต่งยานพาหนะ รถ

ทอดกฐนิ กฐนิ ทีช่ าวบ้านผมู้ ศี รทั ธา ปรารถนาจะ หรอื เรือนัน้ ด้วยผ้าแถบสตี า่ ง ๆ ผูกเป็นระบาย

เป็นเจ้าภาพจัดงานทอดผ้ากฐิน เป็นการส่วนตัว รอบ ๆ ขอบตัวถังรถ หรอื รอบ ๆ กาบเรือ หลงั คา

ส่วนบุคคลก็ดี หรือเป็นส่วนรวมที่เรียกว่า กฐิน เรอื ตดิ ธงทวิ ธงชยั และธงแผน่ ผา้ สตี า่ ง ๆ สวยงาม

สามัคคี ก็ดี เรียกวา่ กฐินราษฏร์ เรียกวา่ รถองคก์ ฐินบา้ ง เรอื องค์กฐินบ้าง มีดนตรี

ข้อส�ำคัญควรระวังในเวลาใช้ค�ำพูด แตรวง มโหรี ปีพาทย์ หรือกลองยาว บรรเลง

อย่าไปเรียกว่า พระกฐิน เหมือนอย่างบุคคล ประโคม แหแ่ หนไปตามถนน ตามแม่นำ้� ล�ำคลอง

บางคนเรียกอุโบสถวัดราษฎร์ว่า พระอุโบสถ เพอื่ เปน็ สญั ญาณ บอกใหร้ วู้ า่ ก�ำลงั มงี านทอดกฐนิ

เพราะค�ำวา่ พระกฐนิ นนั้ ใชไ้ ดเ้ ฉพาะ พระกฐนิ หลวง ในกรณีท่ีวัดอยู่ต่างจังหวัดในชนบท

พระกฐินพระราชทาน และค�ำว่า พระอุโบสถ หา่ งไกล ถา้ ไปเชา้ กลบั เยน็ คงไมท่ นั จ�ำเปน็ จะตอ้ ง

พระวหิ าร ก็เช่นกนั ใชเ้ รยี กได้เฉพาะพระอาราม คา้ งคืนทีว่ ดั ควรแจ้งให้เจ้าอาวาสรู้ลว่ งหนา้ แจ้ง

หลวงเท่าน้ัน จะน�ำมาใชก้ ับวดั ราษฎร์ไมไ่ ด้ จ�ำนวนคนทจ่ี ะมาในงานทอดกฐนิ ทางฝา่ ยเจา้ ภาพ

การทอดกฐนิ วดั ราษฎรน์ นั้ ตามธรรมเนยี ม เพื่อทางวัดจะได้จัดสถานท่ีรับรอง พักผ่อน

ปฏิบัติ เร่ิมต้ังแต่เจ้าภาพผู้มีศรัทธาจะทอดวัดใด หลับนอนไว้ให้ และให้ทางวัดจัดต้ังโรงครัว

ต้องไปพบเจ้าอาวาสวัดนั้น สอบถามให้แน่นอน ประกอบอาหาร รวมไปถงึ เครอ่ื งดมื่ ไวร้ บั รองแขก

ว่า มผี จู้ องแล้วหรือยงั ถา้ ยงั ก็แจ้งความประสงค์ ทมี่ าในงาน ใหท้ างวดั ออกคา่ ใชจ้ า่ ยส�ำรองไปกอ่ น

ขอจอง ถา้ เจ้าอาวาสไม่ขดั ข้อง ก็ก�ำหนดวัน เวลา เสร็จพิธีแล้ว จะถวายค่าใช้จ่ายท่ีทางวัดออกไป

ทจี่ ะทอด นดั หมายใหเ้ ปน็ ทเ่ี รยี บรอ้ ย สะดวกดว้ ย ก่อนคืนให้ทั้งหมด

กันท้ังสองฝ่าย การแจ้งให้ทางวัดรู้ล่วงหน้าเช่นน้ี อนึ่งถา้ คณะกฐินค้างคืนทว่ี ัด ควรจดั ให้มี

เรยี กวา่ จองกฐิน การฉลององคก์ ฐนิ ดว้ ย ถา้ เปน็ ไปได้ เพอ่ื ไมใ่ หเ้ กดิ

พิธีการทอดกฐิน เจ้าภาพควรจัดเตรียม ความเงียบเหงา เริ่มต้นด้วยการนิมนต์พระสงฆ์

เคร่ืองไทยทาน เครอ่ื งบริขาร บริวารกฐนิ ใหแ้ ล้ว มาเจริญพระพุทธมนต์เย็น เป็นการเปิดงาน บน

เสรจ็ กอ่ นจะถงึ วนั ทอดกฐนิ อยา่ งนอ้ ย ๕ วนั ทง้ั นี้ ศาลาการเปรียญท่ีตั้งองค์กฐิน ประมาณเวลา

กเ็ พอ่ื จะไดม้ เี วลา มโี อกาสทบทวน ตรวจสอบวา่ มี ๕ โมงเยน็ เมอื่ ทกุ ฝา่ ยพรอ้ มแลว้ เจ้าภาพจดุ ธปู

อะไรขาดตกบกพรอ่ งหรอื ไม่ ถา้ มกี ย็ งั พอจะมเี วลา เทยี นบชู าพระรตั นตรยั เจา้ หนา้ ทพ่ี ธิ กี รอาราธนา

แก้ไข จดั หามาได้ทนั กอ่ นจะถึงวันทอดกฐนิ ศีล ๕ รับศีลจบแล้ว พิธีกรอาราธนาพระปริตต์

ถ้าวัดอยู่ห่างไกล จะต้องใช้ยานพาหนะ พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ไปจนจบ และยังไม่

รถ หรือ เรอื จะไปค้างคนื หรือไปเช้า เยน็ กลบั ต้องสวดถวายพรพระ (อติ ิปิ โส พาห)ํุ ยังไมต่ อ้ ง

19

วัดอนงคารามวรวหิ าร กรุงเทพมหานคร

ถวายปัจจัย ก็ได้ ยกยอดไปวันรุ่งขึ้นค่อยถวาย ค�ำถวายผ้ากฐินท้ังค�ำบาลีและค�ำแปล

ใช้เวลาในการสวดมนต์เย็นเปิดงานน้ีประมาณ เป็นภาษาไทย

๔๕ นาที จากน้ันคณะเจ้าภาพและแขกที่มา อมิ งั ภนั เต, สะปะรวิ ารงั , กะฐนิ ะทสุ สงั ,

ในงาน จะร่วมรับประทานอาหารม้ือเย็น สงั ฆสั สะ, โอโณชะยามะ, สาธุ โน ภนั เต, สงั โฆ,

พร้อมกัน ใช้เวลาในการรับประทานอาหารม้ือ อมิ ัง สะปะริวารัง, กะฐินะทุสสัง ปะฏคิ คัณหาตุ,

เยน็ จาก ๖ โมงเย็น ถึง ๑ ทุม่ คงเสรจ็ เรยี บรอ้ ย ปะฏิคคะเหตตะวา จะ, อมิ นิ า ทสุ เสนะ กะฐนิ ัง

ตกกลางคืน ประมาณ ๑ ทุ่มครึ่ง ก็เป็นเรื่อง อัตถะระตุ, อัมหากัง, ทีฆะรัตตัง, หิตายะ,

ของมหรสพ จะเป็นลิเก ดนตรี หรือภาพยนตร์ก็ สุขายะ ฯ

สดุ แลว้ แตจ่ ะหามาได้ เพื่อเปน็ การฉลององคก์ ฐิน ค�ำแปล ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ, ข้าพเจ้า

ประมาณ ๖ ทุ่ม ก็เลิกลาโรงมหรสพได้ ต่างคน ทั้งหลาย, ขอน้อมถวาย, ซ่ึงผ้ากฐิน, พร้อมท้ัง

ตา่ งแยกยา้ ยไปหาทีห่ ลับนอนพักผ่อนได้ เคร่ืองบริวารน้ี, แก่พระสงฆ์, ข้าแต่พระสงฆ์

เช้าวันรุ่งข้ึน หลังจากถวายอาหารเช้า ผู้เจรญิ , ดงั ขา้ พเจา้ ขอโอกาส, ขอพระสงฆ์จงรบั ,

แกพ่ ระภกิ ษสุ ามเณรหมดวดั แลว้ กจ็ ดั เลยี้ งอาหาร ซ่ึงผ้ากฐิน, พร้อมท้ังเคร่ืองบริวารน้ี, และคร้ัน

แกแ่ ขกผู้มาในงานเสร็จแลว้ ประมาณ ๙ โมงคร่งึ รับแล้ว, ขอจงกรานกฐิน, ด้วยผ้าผืนน้ี, เพื่อ

ตีระฆัง ให้พระสงฆ์ลงประชุมพร้อมกัน ท่ีศาลา ประโยชน์เก้ือกูล, เพื่อความสุข, แก่ข้าพเจ้า

การเปรียญท่ีตั้งองค์กฐิน ได้เวลาถวายกฐิน ท้งั หลาย, ตลอดกาลนาน เทอญ ฯ

ประมาณ ๑๐ โมงเช้า เจ้าภาพจุดธูปเทียนบูชา พระสงฆ์ท้ังหมดรับ สาธุ พร้อมกัน

พระรัตนตรัย กราบ ๓ คร้ังแล้วเดินมาหยิบผ้า (เวลารบั สาธุ ไมต่ อ้ งกระดกมอื ยกขนึ้ ถงึ หนา้ ผาก)

ไตรกฐิน ทว่ี างอยบู่ นพานแว่นฟ้า ยกข้นึ ประคอง เจา้ ภาพวางผา้ ไตรลงบนพานแวน่ ฟา้ แลว้ ยกพาน

ไว้ด้วยมือท้ัง ๒ ข้าง หันหน้าไปทางโต๊ะหมู่บูชา แว่นฟ้าประเคนพระสงฆ์รูปที่ ๒ และประเคน

กล่าวค�ำนอบน้อมนมัสการพระรัตนตรัย จบแล้ว เทยี นปาฏโิ มกขด์ ว้ ย จากนัน้ ประธานสงฆร์ ปู ท่ี ๑

หันหน้ากลับมาทางประธานสงฆ์ กล่าวค�ำถวาย และรองประธานรูปท่ี ๒ จะต้ังพัด หรือตาลปัตร

ผ้ากฐิน (ค�ำถวายจะพิมพ์ติดไว้ท่ีผ้าไตร) หรือจะ ข้ึนพร้อมกัน พระสงฆ์ท่ีเหลือทั้งหมดประณมมือ

ให้พิธีกร เป็นผู้กล่าวน�ำค�ำถวายทั้งหมด จะว่า พรอ้ มกัน

ตามพธิ กี รเปน็ หว้ ง ๆ เปน็ วรรค เปน็ ตอน สนั้ บา้ ง ตาลปัตร หรือพัดรองน้ัน ทางวัดควรจัด

ยาวบ้าง ตามความยากงา่ ยของถ้อยค�ำก็ได้ เตรยี มไว้ด้วย ทั้ง ๒ ด้าม เพราะบางคร้งั บางงาน

เจ้าภาพอาจจะไม่ได้จัดมา หรือถ้าจัดมา ก็คงจะ

มีเพียงดา้ มเดียว ดังนนั้ เพ่ือความไมป่ ระมาท จึง

20

วิสาขบูชา ปี ๒๕๖๕

ควรเตรยี มไว้ท้งั ๒ ด้าม เผอ่ื ขาด เผอ่ื เหลือ จาก สตปิ ญั ญาฉลาด สามารถเพอ่ื จะกระท�ำกฐนิ ตั ถารกจิ

นน้ั ประธานสงฆ์รูปที่ ๑ จะกล่าวอปโลกนวาจา ให้ถูกต้องตามพระบรมพุทธานุญาตได้ ถ้า

(วาจาประกาศใหส้ งฆท์ งั้ ปวงทราบ) (ขอความเหน็ ) พระภิกษุรูปใด เห็นไม่สมควรแล้ว จงทักท้วง

ดงั น้ี ข้ึน ณ ที่ประชุมสงฆ์ ถ้าเห็นสมควรแล้ว จงให้

รปู ที่ ๑ กลา่ วว่า ผ้ากฐนิ ทาน กับท้ังผ้า สัททสัญญาณ สาธุการขึ้นให้พร้อมกัน เทอญฯ
อานิสงสบริวารทั้งปวงน้ี เป็นของ ( ระบุช่ือเจ้า (สงฆ์ที่เหลือทั้งหมด จะรับ สาธุ พร้อมกัน)

ภาพ .........................) กอปรดว้ ยศรัทธาปสาทะ (องค์ที่ ๒ ออกความเหน็ )

พร้อมด้วยญาติสนิทมิตรสหาย น้อมน�ำมาถวาย เมอ่ื ท�ำอปโลกนวาจาเสรจ็ แลว้ เจา้ ภาพจะ

พระภิกษุสงฆ์ผู้จ�ำพรรษากาล ถ้วนไตรมาสใน ถวายเครื่องไทยทาน บริขาร บริวารกฐนิ ถา้ ของ

อาวาสนี้ ถวายมมี าก แขกท่ีมาในงาน จะช่วยกนั ถวายก็ได้

ก็แล ผ้ากฐินทานนี้ เป็นของบริสุทธ์ิ เม่ือถวายของเสรจ็ แล้ว เจ้าภาพแจง้ จ�ำนวนเงินที่

ดุจเล่ือนลอยมาโดยนภากาศ และตกลงในท่ี มีผูร้ ว่ มบรจิ าคท�ำบุญ รวมท้ังของเจ้าภาพส่วนตวั

ประชมุ สงฆ์ จะไดจ้ �ำเพาะเจาะจง แกภ่ กิ ษรุ ปู ใดรปู รวมแลว้ เปน็ จ�ำนวนเงนิ รายรบั ทงั้ สนิ้ .............บาท

หนง่ึ กห็ ามไิ ด้ โดยมพี ระบรมพทุ ธานญุ าตไวว้ า่ ให้ หักคา่ ใชจ้ ่ายในการจัดงานในครั้งน้ี เป็นตน้ ว่า

พระสงฆท์ ง้ั ปวง พรอ้ มกันอนญุ าตให้แกพ่ ระภิกษุ 1. ถวายพระสงฆ์องคค์ รองกฐนิ ๑ รปู

รูปหนงึ่ เพ่ือกระท�ำกฐินัตถารกจิ เปน็ เงิน...............................................บาท

และมีค�ำท่ีพระอรรถกถาจารย์ ผู้รู้ 2. ถวายพระคูส่ วด ๒ รปู ๆ ละ ...........

พระบรมพทุ ธาธิบาย สังวรรณนาไว้วา่ พระภิกษุ เป็นเงิน .........................................บาท

รปู ใด กอปรดว้ ยสลี - สตุ าทคิ ณุ มสี ตปิ ญั ญาฉลาด 3. ถวายพระอันดับและสามเณรหมด

รู้ธรรม ๘ ประการ มีบุพกรณ์เป็นต้น พระภิกษุ ทัง้ วดั ......รูป ๆ ละ......บาท เป็นเงิน ..........บาท

รูปน้ัน จึงสมควรรับผ้ากฐินนี้ได้ บัดน้ี พระสงฆ์ 4. จ่ายค่าอาหาร เคร่ืองด่ืมตลอดงาน

ท้ังปวง เห็นสมควรแก่พระภิกษุรูปใด จงพร้อม เปน็ เงิน ............บาท รวมจา่ ยท้งั ส้ิน ......... บาท

กนั อนญุ าตใหแ้ กพ่ ระภกิ ษรุ ปู นนั้ เทอญ (องคแ์ รก คงเหลอื เงนิ สทุ ธบิ �ำรงุ วดั เปน็ เงนิ .... บาท

ขอความเห็น) กล่าวจบแลว้ ให้เจ้าภาพมอบเงินใหแ้ ก่เจ้าอาวาส

รปู ที่ ๒ กล่าววา่ ผา้ กฐนิ ทาน กบั ทั้งผา้ องคค์ รองประธานสงฆ์ หรอื แกไ่ วยาวัจกรตัวแทน

อานสิ งสบรวิ ารทง้ั ปวงน้ี ขา้ พเจา้ พจิ ารณาเหน็ สมควร ของวดั ทวี่ ดั ใหค้ วามไวว้ างใจ ตงั้ ใหเ้ ปน็ ผปู้ ระสาน

แก่ (พระครู).................................................. งานระหว่างวัดกับเจ้าภาพ รับไปด�ำเนินการตาม

เจ้าอาวาสวัด .................................. เป็นผู้มี วัตถปุ ระสงค์ของเจา้ ภาพตอ่ ไป.

21

วดั อนงคารามวรวิหาร กรุงเทพมหานคร

เมื่อมอบหมายเงินกันเป็นท่ีเรียบร้อย ผ้ากฐินทานนี้ ถึงแม้พระสงฆ์ทั้งปวง จะ

แล้ว เจ้าภาพเตรียมท่ีจะกรวดน�้ำและรับพรจาก ยนิ ยอมพรอ้ มใจกนั มอบให้ ดว้ ยอปโลกนวาจา บน

พระสงฆ์ เมื่อพระสงฆ์องค์ประธาน เร่ิมกล่าวค�ำ ศาลาการเปรยี ญ สถานทีต่ ั้งองคก์ ฐิน ในภาคเช้า

อนโุ มทนาอทุ ศิ วา่ ยถา วารวิ หา ....................... ให้ แล้วกต็ าม กย็ ังไม่ขนึ้ คือยงั ไมส่ มบรู ณ์ ต้องมอบ

เจ้าภาพ เทน้ำ� กรวดน้ำ� ทันที เม่ือจบแลว้ ทงั้ หมด ถวายด้วยญัตติทุติยกรรมวาจา (ญัติ ๑ และอนุ

กราบพระสงฆ์ เป็นอันเสร็จพิธีการถวายผ้ากฐิน สาวนาอกี ๑ รวมเปน็ ๒ เรยี กวา่ ทตุ ยิ กรรมวาจา)

ในภาคเช้าแตเ่ พยี งนี้ ตามพระบรมพทุ ธานญุ าตอกี ครงั้ หนงึ่ คอื ท�ำกรรม

ถ้ามีเวลาเหลือก่อนจะถึง ๑๑ โมงเข้า สันนษิ ฐานว่า จะถวายแกท่ ่านผู้น้นั ผู้นี้ โดยระบุ

สัก ๑๕ นาที จะสวดถวายพรพระ อิติปิ โส ชอื่ (ฉายา) ลงไปในเวลาสวดกรรมวาจาอกี ดว้ ย จงึ

ภควา, - พาห,ํุ - มหาการณุ ิโก เป็นต้น ก็ยอ่ ม จะสมบรู ณใ์ ชไ้ ด้ และจะตอ้ งท�ำในโรงอโุ บสถ หรอื

ท�ำได้ เพราะทั้ง ๓ บทนี้ ใชเ้ วลาเพยี ง ๑๐ นาที ในเขตสีมา จะท�ำบนศาลาการเปรียญ หรือสถาน

ก็จบ จากน้ันถวายอาหารเพลแก่พระสงฆ์ท้ังวัด ทีอ่ นื่ ใดไมไ่ ด้.

และเลี้ยงแขกที่มาในงานไปพร้อม ๆ กันเลยก็ได้ ส่วนขั้นตอนในการปฏิบัติ ท้ังการกราน
เมื่อเลีย้ งอาหารกันเปน็ ทเี่ รียบรอ้ ยแล้ว ประมาณ กฐนิ และการอนโุ มทนากฐนิ นนั้ มอี ธบิ ายในตอน
เท่ียง ก็ได้เวลาท่ีเจ้าภาพจะลากลับ เพราะอาจ ทา้ ยเรื่อง เพราะเปน็ เร่ืองของสงฆโ์ ดยตรง ยากที่

จะออกเดนิ ทางไปชมสถานท่ีบางแหง่ เช่น นำ�้ ตก ชาวบ้าน ผู้ครองเรือนจะเข้าใจ ฟังไป อ่านไป ก็

ภเู ขา ถำ้� และสวนสตั ว์ อนั เปน็ ธรรมชาตทิ สี่ วยงาม คงจะไม่รู้เรื่อง กลับจะกลายเป็นการสร้างความ

เป็นการทัศนาจรไปในตัว หรือแวะซ้ือของฝาก ร�ำคาญใจ ขุน่ มวั ใจ เสยี ความรู้สกึ ไปเปล่า ๆ จึง

สินค้าพ้ืนเมืองไปฝากคนทางบ้านก็ได้ อ่ิมท้ังบุญ ขอยกไปอธิบายต่อท้ายในภายหลงั

อิ่มทั้งความเพลิดเพลินสนุกสนานอีกด้วย เสร็จ

สิ้นการทอดกฐนิ ส�ำหรบั เจา้ ภาพเทา่ นี้ ประการที่ ๔ เร่อื งราวประวตั คิ วามเป็น

สว่ นภาคบา่ ย หลงั จากทคี่ ณะกฐนิ กลบั ไป มาของการทอดผ้ากฐนิ
หมดแลว้ ประมาณบา่ ย ๒ โมง ใหเ้ จา้ หนา้ ทต่ี รี ะฆงั โดยสมัยน้ันแล ภิกษุท้ังหลายชาวเมือง

สญั ญาณ บอกให้พระภกิ ษุในวัดทุกรปู เวน้ ภิกษผุ ู้ ปาฐา ประมาณ ๓๐ รูป ซ่งึ แตล่ ะองค์ เป็นผทู้ รง

มพี รรษาขาด ผู้บวชภายในพรรษา และภกิ ษุผเู้ ข้า ธุดงคค์ ณุ อยา่ ง อุกกฤษณ์ มถี ือการอยู่ปา่ เป็นวัตร

พรรษาหลงั นอกนน้ั จกั ลงประชมุ กนั ในโรงอโุ บสถ บา้ ง ถอื บิณฑบาตเป็นวตั รบ้าง ถอื ผา้ บงั สกุ ลุ เปน็

เพอ่ื สวดทตุ ยิ กรรมวาจามอบผา้ กฐนิ ซง่ึ ตอนนเ้ี ปน็ วัตรบา้ ง ถือไตรจีวรเปน็ วัตรบา้ ง ทง้ั หมดเดนิ ทาง

เร่อื งของสงฆ์โดยตรง ไปสู่เมืองสาวัตถี เพ่ือจะเฝ้าองค์สมเด็จพระผู้มี

พระภาค ครนั้ เมอื่ ดถิ เี ปน็ ทน่ี อ้ มเขา้ ไปใกลก้ าลฝน

22

วสิ าขบชู า ปี ๒๕๖๕

ต้ังเข้ามาใกล้แล้ว ไม่อาจเพ่ือจะเดินทางไปให้ถึง จะเป็นด้วยเหตุนี้เอง จึงทรงอนุญาตให้
เมืองสาวัตถีทันวันเข้าพรรษาได้ ภิกษุเหล่าน้ัน ภิกษุท้ังหลาย อยู่จ�ำพรรษาเพียงแค่ ๓ เดือน
จ�ำต้องเข้าจ�ำพรรษอยู่ที่สาเกตนคร อันตั้งอยู่ใน เท่านั้น ส่วนอีก ๑ เดือนท้ายฤดูฝนที่เหลือ คือ
ระหวา่ งทาง ภกิ ษเุ หลา่ นน้ั มรี ปู กายอนั อาดรู กระ ต้งั แต่วนั แรม ๑ คำ่� เดอื น ๑๑ ไปจนถงึ วันเพ็ญ
สบั กระสา่ ย รญั จวนใจ อยจู่ �ำพรรษา ไมผ่ าสกุ ดว้ ย ขนึ้ ๑๕ ค่ำ� เดอื น ๑๒ น้นั เพราะทรงเหน็ ถงึ ความ
มาคดิ ว่า พระผมู้ ีพระภาคของพวกเรา ประทบั อยู่ ล�ำบากในการเดนิ ทาง กลิ นตฺ รปู า อทธฺ านํ อาคตา
ในท่ใี กล้ เพียง ๖ โยชนแ์ ต่ท่ีน้ี พวกเรา กย็ ังไม่ได้ มรี ปู อนั บอบชำ�้ เดนิ มาแลว้ สนิ้ หนทางไกล จงึ มี
เพอ่ื จะเขา้ เฝา้ อยนู่ นั่ เอง พระพทุ ธประสงคจ์ ะกนั เดอื นทา้ ยฤดฝู นไวเ้ ปน็ จวี ร
ครงั้ นน้ั แล โดยลว่ งไป ๓ เดอื น ภกิ ษเุ หลา่ กาล เพราะชาวบา้ นจะถวายผา้ ในฤดกู าลชว่ งน้ี ซงึ่
น้ัน อยู่จ�ำพรรษาเสรจ็ แล้ว มปี วารณาอนั กระท�ำ เรียกวา่ จีวรทานบ้าง จวี รสมยั บ้าง กล่าวคอื เพ่อื
แล้ว ครั้นเม่ือฝนยังตกอยู่ เพราะเป็นเดือนท้าย ใหภ้ กิ ษทุ งั้ หลายไดเ้ ปลยี่ นผา้ ทใ่ี ชส้ อยมาเปน็ เวลา
ฤดูฝน ออกเดินทางมา มีจีวรอันเปียกชุ่มไปด้วย นานประการ ๑ และเพื่อชะลอเวลาให้พน้ื ดินแห้ง
น้�ำ ในท่มี ีน�้ำขัง ในทอี่ นั เฉอะแฉะไปดว้ ยน้�ำ และ เสยี กอ่ น จะไดส้ ะดวก ไมล่ �ำบากในการเดนิ ทางอกี
โคลนตม มีรูปกายอันอิดโรยบอบช้�ำ เดินทาง ประการ ๑, การจดั ใหม้ กี ารทอดกฐนิ จงึ เกดิ ขนึ้
เข้าไปเฝา้ องคส์ มเดจ็ พระผมู้ พี ระภาค นบั แต่กาลนั้นมา.
พระผู้มีพระภาค ได้ตรัสปฏิสันถาร กะ
ภกิ ษเุ หลา่ นนั้ วา่ ดกู อ่ นภกิ ษทุ ง้ั หลาย เธอทง้ั หลาย ประการท่ี ๕ เรื่องอานสิ งสก์ ฐิน
พออดทนได้แลหรือ พอยงั อัตภาพใหเ้ ปน็ ไปได้แล กฐนิ เป็นกาลทานพิเศษ คอื ถวายได้ใน
หรอื เปน็ ผมู้ คี วามสามคั คี ยนิ ดรี กั ใคร่ ไมว่ วิ าทกนั เวลาที่จ�ำกัด หลังจากวันออกพรรษาแล้ว ๑ วัน
อยจู่ �ำพรรษา ไม่ล�ำบากดว้ ยบณิ ฑบาตแลหรือ เรมิ่ ตง้ั แตว่ นั แรม ๑ คำ่� เดอื น ๑๑ เรอ่ื ยไปจนถงึ วนั
ครั้งนั้นแล พระผู้มพี ระภาค ทรงกระท�ำธรรมีกถา เพ็ญ ขนึ้ ๑๕ คำ�่ เดือน ๑๒ รวม ๑ เดอื นเท่านนั้
(ถอ้ ยค�ำอนั ประกอบดว้ ยธรรม) ในเพราะเรอื่ งนนั้ วธิ จี �ำงา่ ย ๆ กค็ อื วนั ลอยกระทง เปน็ วนั สน้ิ สดุ การ
ในเพราะเหตุเกดิ แห่งเรื่องน้ัน แลว้ ตรัสเรยี กภิกษุ ทอดกฐนิ ซงึ่ ตา่ งจากผา้ ปา่ ผา้ ปา่ นน้ั ทอดไดต้ ลอด
ทง้ั หลายมาว่า ปี ทกุ ฤดกู าล จะเปน็ ในพรรษา นอกพรรษา กท็ อด
อนุชานามิ ภิกฺขเว วสฺสํ วุตถฺ านํ ภิกขฺ นู ํ ได้ท้ังนน้ั แลว้ แตผ่ ถู้ วายจะมศี รทั ธา จะสะดวกใน
กฐินํ อตฺถริตุํ ซ่ึงแปลว่า ดูก่อนภิกษุท้ังหลาย กาลใด เมือ่ ใด ก็จัดการทอดไดใ้ นกาลนน้ั เมอ่ื นนั้
เรา (ตถาคต) อนุญาตให้ภิกษุท้ังหลาย ผู้อยู่ และไมก่ �ำหนดชนดิ ของผา้ ทใี่ ชท้ อด จะเปน็ ผา้ อาบ
จ�ำพรรษาเสรจ็ แลว้ กรานกฐินได.้ น้ีแหละ คอื น�้ำฝน ผา้ อังสะ ผ้าเชด็ ตวั ผืนใดผนื หนึง่ กใ็ ชไ้ ด้.
ต้นบัญญตั แิ หง่ การทอดกฐนิ

23

วดั อนงคารามวรวหิ าร กรงุ เทพมหานคร

กฐนิ เปน็ พระบรมพทุ ธานญุ าต การทอด เป็นอานสิ งสก์ ฐนิ
กฐนิ จึงเปน็ การปฏบิ ตั ิตามพระบรมพุทธานุญาต อานิสงส์กฐินมีระยะเวลายาวถึง ๔ เดือน

ตามพระพุทธประสงค์ แม้แต่องค์สมเด็จพระผู้มี คือจากวนั แรม ๑ ค�่ำ เดือน ๑๒ ไปจนถึงวนั เพญ็

พระภาค ยังเสด็จเข้าร่วมในพิธีกรรมเย็บผ้ากฐิน ขนึ้ ๑๕ คำ่� เดอื น ๔ อานสิ งสก์ ฐนิ นน้ั มี ๕ ประการ

ดว้ ยการทรงชว่ ยสนด้ายเขม็ สง่ ใหพ้ ระสาวก ชว่ ย เหมือนอานิสงส์แห่งการจ�ำพรรษาทุกประการ

กันเย็บเป็นจีวร เพ่ือให้ทันกาล ทันเวลา ที่ถูก ดังพระบาลวี า่
ก�ำหนดใหไ้ ว้ คือ ๒๔ ชวั่ โมง ทเี่ รียกว่า จลุ กฐิน อตถฺ ตกฐนิ สฺส หิ ยาว กฐินสฺส อพภฺ ารา
แสดงให้เหน็ ถงึ ความสามคั คพี ร้อมเพรยี งกัน อนามนฺตจาโร อสมาทานจาโร ยาวทตฺถจีวรํ
กฐิน เปน็ สงั ฆกรรม คือเปน็ กิจของสงฆ์ คณโภชนํ โย จ ตตฺถ จีวรุปฺปาโทติ อิเม
โดยตรง โดยเฉพาะสงฆ์ในสีมาเดียวกัน ในวัด ปญฺจานิสสํ า ลพภฺ นตฺ ิ.
เดยี วกนั ประชมุ พรอ้ มกนั กระท�ำอปโลกนวาจา ซ่ึงแปลว่า ก็อันภิกษุผู้มีกฐินอันกราน
คร้ังหน่ึง และสวดกรรมวาจามอบผ้ากฐินด้วย แล้ว เพียงไรแตก่ ารรอื้ กฐนิ ย่อมได้อานิสงส์ ๕
ญัติทุติยกรรมวาจาอีกครั้งหน่ึง รวมไปถึงการก ประการเหล่านี้ คือ เที่ยวไปไม่ต้องบอกลา ๑,
รานกฐิน และการอนุโมทนากฐนิ อีกดว้ ย ไม่ตอ้ งน�ำไตรจีวรไปครบจ�ำนวน ๑, เก็บอดเิ รก
กฐินมีอานิสงส์ อานิสงส์กฐิน เท่าท่ีพอ จีวรได้ตามปรารถนา ๑, ฉันคณโภชน์ คือฉัน
จะแยกอธบิ ายได้ ก็มีอยู่ ๒ ฝ่าย คอื ฝา่ ยบรรพชติ รวมกันตั้งแต่ ๔ รูปขึ้นไปได้ ๑, จีวรลาภอัน
หรือทางฝ่ายพระภิกษุ ๑, ทางฝ่ายคฤหัสถ์หรือ เกิดขึ้นในที่นั้น เป็นของได้แก่พวกเธอ ๑, ทั้ง
ทางฝา่ ยเจา้ ภาพ ผูจ้ ดั การทอดกฐนิ ๑, ๕ ประการนี้ นอกจากจะมีผลหรืออานิสงส์

ฝ่ายบรรพชิต หรือฝ่ายพระภิกษุสงฆ์ แหง่ การจ�ำพรรษาแลว้ ยงั มผี ลสง่ ตอ่ เนอ่ื งไปถงึ
น้ัน เมอื่ ได้อานิสงส์แห่งการจ�ำพรรษาเปน็ เวลา ๑ การไดร้ บั กฐนิ เสรจ็ แล้วอกี ด้วย
เดอื น คอื ตงั้ แตว่ นั แรม ๑ คำ�่ เดอื น ๑๑ ไปจนถงึ วนั บรรดาอานิสงส์ทั้ง ๕ ประการน้ี ๔ ข้อ

เพ็ญขึ้น ๑๕ ค�ำ่ เดอื น ๑๒ อันเป็นวันลอยกระทง แรก ดูจะมผี ลทางพระวนิ ัยอยา่ งเดียว คือมีความ

เป็นวันสิ้นสุดฤดูฝน เป็นวันสิ้นสุดอานิสงส์แห่ง ประพฤติเบาใจเท่านนั้ สว่ นข้อสุดท้าย คือขอ้ ที่ ๕

การจ�ำพรรษา อานสิ งสแ์ หง่ การจ�ำพรรษา มรี ะยะ น้ัน อาจจะมีผลทางวัตถุสิ่งของปัจจัยลาภเครื่อง

เวลาสั้นแค่เดอื นเดยี วเท่านนั้ สว่ นนี้เป็นอานสิ งส์ ไทยทานบา้ งเล็กน้อยเท่านนั้

แหง่ การจ�ำพรรษา ฝ่ายคฤหัสถ์ หรือฝ่ายเจ้าภาพผู้จัดการ

แต่พอได้รับกฐิน ได้กรานกฐิน ได้ ทอดกฐนิ นนั้ ยอ่ มไดอ้ านสิ งสค์ อื บญุ ทไี่ ดจ้ าการท�ำ
อนโุ มทนากฐนิ เสรจ็ แลว้ ยอ่ มไดอ้ านสิ งสเ์ พม่ิ หรอื กศุ ล ท�ำความดี ดว้ ยการถวายผา้ กฐนิ เพราะค�ำวา่
งอกออกไปอีก ๔ เดือนฤดูหนาวอีกด้วย ส่วนน้ี บญุ น้ัน ถ้าเป็นเหตุ หมายถงึ การท�ำความดี ได้

24

วสิ าขบชู า ปี ๒๕๖๕

ในค�ำบาลีว่า ยตถฺ สยํ อุปปฺ นนฺ ํ ตํ สนตฺ านํ ปนุ าติ พระพทุ ธศาสนาดว้ ยบรจิ าคทรพั ย์ หวา่ นทรพั ยล์ ง
วโิ สเธติ ปญุ ญฺ นตฺ ิ ลทธฺ นามํ สุจริตํ กุสลธมฺมํ ซ่ึง ในพระพทุ ธศาสนาดว้ ย ทรพั ยค์ อื บญุ จงึ เปน็ ทรพั ย์
แปลวา่ กศุ ลธรรม ทบ่ี คุ คลประพฤตดิ แี ลว้ อนั ได้ ทเ่ี ปน็ แกน่ สาร เปน็ สาระ เปน็ ปญุ ญคามนิ ี ตดิ ตาม
ชอ่ื วา่ บญุ เพราะยอ่ มฟอก คอื ยอ่ มช�ำระสนั ดาน ตนไปทกุ หนทกุ แหง่ ทง้ั ยามมชี วี ติ อยู่ และยามเมอ่ื
อนั เปน็ ท่ีเกดิ แห่งตน สิ้นชีพไป.
สว่ นค�ำว่า บญุ นั้น ถา้ เป็นผล หมายถึง กฐินทายโก พหุํ ปุญฺญํ ปสวติ ผูถ้ วาย
ความสขุ กาย สบายใจ ไดใ้ นค�ำบาลวี า่ มา ภกิ ขฺ เว กฐิน ยอ่ มประสพบุญเปน็ อันมาก (สมนั ต ภ. ๓
ปุญญฺ านํ ภายิตถฺ สุขสเฺ สตํ ภกิ ฺขเว อธวิ จนํ ยทิทํ น. ๒๐๕) เพราะการถวายกฐินแก่พระสงฆ์ ผู้ซ่ึง
ปุญฺญานิ ซ่ึงแปลว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอ ผ่านการอยู่จ�ำพรรษามาเป็นเวลา ๓ เดือน แล้ว
ทงั้ หลาย อยา่ กลัวบญุ เลย ดูกอ่ นภิกษุท้งั หลาย นั้น ท่านเพ่ิงได้ผ่านการฝึกฝน อบรม ประพฤติ
เพราะค�ำวา่ บุญ เป็นช่อื ของความสุข ปฏบิ ตั ิ อยา่ งเครง่ ครดั เตม็ ความสามารถ บรบิ รู ณ์

หรือถ้าจะชี้ให้เห็นได้ชัดในปัจจุบัน ถึง ไมบ่ กพรอ่ ง ภายในพรรษา ๓ เดือน กน็ า่ จะมผี ล

อานิสงส์ที่เจ้าภาพผู้จัดงานจะได้รับนั้น เริ่มได้ ยิง่ ใหญ่ไพศาล แกผ่ ู้ถวายกฐิน เปรียบเหมือนการ

ต้ังแต่ไปติดต่อกับทางวัด แจ้งความประสงค์ท่ีจะ ถวายอาหารบิณฑบาตแก่พระอริยบุคคล ที่ท่าน

น�ำกฐินมาทอด ก�ำหนดวันเวลา เป็นท่ีเรียบร้อย เข้านิโรธสมาบัติ ดับสัญญาและเวทนา สงบน่งิ อยู่

แล้ว เจ้าภาพก็เร่ิมขวนขวาย จัดเตรียม ซ้ือหา ภายในสมาบัติ โดยไม่ไดบ้ ริโภคอาหารเลย ตลอด

เคร่อื งกฐนิ เคร่อื งไทยทาน เคร่ืองบรขิ าร บริวาร ๗ วนั พอวันที่ ๘ ออกจากนโิ รธสมาบัติแล้ว ใคร

กฐิน ท�ำไปก็นึกกระหย่ิมอยู่ในใจ เอิบอ่ิมใจว่า ไดถ้ วายอาหารบณิ ฑบาตแกท่ า่ น ยอ่ มไดอ้ านสิ งส์

เราก�ำลังถอื เอาสาระจากทรพั ย์ท่มี ิใชส่ าระ กล่าว ทันตาเห็นในวันนั้นเลยทีเดียว ด้วยค�ำพูดเพียง

คือ ทรัพยท์ ่เี ราใช้ซอื้ สงิ่ ของ เครื่องอปุ โภคบริโภค ส้ัน ๆ ที่ท่านให้พรว่า เอวํ (ปตฺถิตปฺปตฺถนํ)
เครื่องอ�ำนวยความสะดวกตา่ ง ๆ น้นั เป็นสามัญ โหตุ ซึ่งแปลว่า ขอความปรารถนา ท่ตี ัง้ ไวแ้ ล้ว
ทรัพย์ ที่ไม่สู้จะย่ังยืนเท่าไรนัก วันนี้อยู่กับเรา อย่างนี้ จงส�ำเรจ็ .
แต่พอถึงวันพรุ่งน้ี อาจจะไม่อยู่กับเราก็เป็นได้

โจรผู้รา้ ย กแ็ ย่งชิง ปล้นสะดมเอาไปได้ ไฟก็ไหม้ ปญุ ฺญานิ ปรโลกสมฺ ึ ปติฏฺฐา โหนฺติ ปาณนิ ํ
ได้ จึงเป็นทรัพย์ท่ีสาธารณ์ คือท่ัวไปแก่คนอื่น บุญท้งั หลาย ย่อมเป็นทีพ่ ึง่ ของสตั วท์ ้งั หลาย
เป็นทรัพย์ที่ไม่มีสาระ ไม่มีแก่นสาร แต่ทรัพย์ ในโลกหน้า

คือบุญนั้น เป็นอริยทรัพย์ ในบรรดาอริยทรัพย์
๗ ประการนั้น สทฺธาธนํ ทรัพย์คือศรัทธาและ
จาคธนํ ทรพั ย์คอื การบริจาค มศี รัทธาเล่อื มใสใน

25

วัดอนงคารามวรวหิ าร กรงุ เทพมหานคร

ประวตั คิ วามเป็นมาของจีวร แควน้ มคธ ประเทศอินเดีย ก็เลยใช้ชอื่ ว่า คันนา
หรอื กระทงนาของชาวมคธ.
จีวรัตถุปปัตติ เหตุแห่งการเกิดขึ้นแห่ง
จวี รนี้ มอี ยวู่ า่ ผา้ ทจ่ี ะน�ำมาเยบ็ เปน็ จวี รส�ำหรบั หม่
ของพระภกิ ษุ แตค่ รง้ั พทุ ธกาลนนั้ สว่ นใหญเ่ กบ็ มา เรือ่ ง ธงจระเข้
น�ำมาจากสถานท่ตี า่ ง ๆ กัน เป็นผ้าท่เี ขาท้ิงแล้ว มผี ถู้ ามกนั มามาก เกย่ี วกบั เรอื่ งธงจระเข้
เช่น ผา้ ห่อซากศพ ทเี่ ขาท้ิงตามป่าชา้ บ้าง ผา้ หอ่ ทป่ี กั ตามศาลาทา่ นำ�้ หนา้ วดั นัน้ ว่า มคี วามเปน็
รก ของทารกแรกเกิด คือท่ีคลอดออกมาใหม่ ๆ มาอย่างไร มคี วามหมายเช่นไร และเกดิ ขนึ้ เป็น
เปรอะเปอ้ื นไปดว้ ยมลทนิ ครรภ์ มเี ลอื ดและหนอง ครงั้ แรกทไ่ี หน ? ในเรอื่ งนี้ ผเู้ ขยี นเองกจ็ นปญั ญา
เปน็ ต้นบา้ ง ผ้าทเ่ี ขาทิ้งตามกองขยะบ้าง ผา้ คลุก ยังหาค�ำตอบที่ชัดเจนไม่ได้ จึงตกเป็นนิยาย
ดนิ คลกุ ฝนุ่ ธลุ เี ปน็ ตน้ บา้ ง เมอ่ื เกบ็ มาแลว้ กน็ �ำมา ปรมั ปรา เลา่ สกู่ นั ฟงั สบื ตอ่ กนั มาจนถงึ ปจั จบุ นั น้ี
ซกั ท�ำความสะอาดแลว้ ตดั เลม็ ชายผา้ ทข่ี าดรงุ่ รง่ิ เร่อื งก็มอี ยู่วา่
ฉกี ขาด แหวง่ เวา้ ใหเ้ สมอกนั แลว้ เยบ็ ปะตดิ ปะตอ่ กาลคร้ังหนึ่ง ยังมีอุบาสก ผู้คฤหบดีคน
กัน ท�ำให้เป็นผนื ใหญ่ พอประมาณคนห่มได้ และ หน่งึ เปน็ ผู้มศี รทั ธาหนักแน่น เชือ่ มั่น ไมห่ วั่นไหว
ไหน ๆ จะเย็บท้งั ที กต็ ้องเย็บใหม้ ีศิลปะ มองดูไม่ ในพระพทุ ธศาสนา เป็นเจ้าภาพจัดการทอดกฐนิ
นา่ เกลยี ด ไมเ่ กดิ อาการรงั เกียจแก่ผู้ใชส้ อย จึงได้ น�ำองค์กฐินลงเรือ ซึ่งประดับตกแต่งด้วยผ้าสี
ถอื เอารปู แบบคนั นาของชาวมคธกระท�ำจวี ร ซงึ่ มี ตา่ ง ๆ ผกู เปน็ ระบายรอบ ๆ หลังคาดาดฟ้าเรอื
เรอื่ งเล่าแตโ่ ดยย่อว่า ผกู แผ่นผา้ สตี า่ ง ๆ รอบกราบเรอื มีดนตรี มโหรี
กาลครงั้ หนง่ึ พระผมู้ พี ระภาค เสดจ็ เทย่ี ว แตรวง กลองยาวตบี รรเลง แหแ่ หนไปตามแม่นำ�้
ไปสู่ท่ีจาริก ในทักขิณาคิรีชนบท ทอดพระเนตร ล�ำคลอง เพื่อน�ำกฐินไปทอดท่ีวดั แหง่ หนงึ่ ซ่งึ อยู่
เห็นนาของชาวมคธ จึงตรัสกะพระอานนท์ว่า ดู ริมคลอง
ก่อนอานนท์ เธออาจเพื่อจะท�ำจีวร มีรูปแบบ ในขณะท่ีเรือองค์กฐิน และเรือบริวาร
อยา่ งน้ีแกภ่ ิกษทุ ัง้ หลายได้ไหม. พระอานนท์เถระ บรรทุกผู้ร่วมงาน แห่แหนไปตามสายน้�ำ ตาม
เพราะความที่ตนเป็นผู้ฉลาดในหัตถกรรม จึง ล�ำคลองอยู่น้ัน มีจระเข้ใหญ่ตัวหนึ่ง พอเห็นเรือ
กราบทูลว่า อาจพระเจ้าข้า แล้วจัดท�ำจีวรมีรูป องค์กฐินผ่านมา ก็ช่ืนชมโสมนัส คิดจะร่วมบุญ
เช่นน้นั ถวาย จึงเกดิ เป็นจวี รมีรปู แบบตามทใ่ี ช้กัน กุศลไปกับเขาด้วย ก็ออกว่ายตามไปท้ายขบวน
อยทู่ กุ วนั นี้ ทา่ นผอู้ า่ นทเี่ คยน่งั เคร่อื งบินแลว้ มอง เรือองค์กฐิน แต่พอว่ายตามไปได้ประมาณคุ้งน้�ำ
ลงมาทางกระจกหน้าตา่ งเครอื่ งบิน จะเห็นคนั นา หน่งึ กเ็ ร่มิ จะหมดแรง วา่ ยตามไปไม่ไหว เรมิ่ จะ
บา้ นเรา เป็นรูป ๔ หลี่ยมจตุรัสบา้ ง ๔ เหล่ยี มผนื ตามไม่ทัน เพราะหมดแรง จึงร้องบอกอุบาสกผู้
ผ้าบ้าง กว้างบ้าง ยาวบ้าง ใหญบ่ ้าง เล็กบา้ ง ไม่ เปน็ เจา้ ภาพจดั งานทอดกฐนิ นน้ั ไปวา่ ตนเองหมด
เท่ากัน ขึน้ อยกู่ บั ลกั ษณะภูมิประเทศ จะอ�ำนวย แรง ว่ายตามไปไม่ไหวแล้ว ขอให้ช่วยเขียนภาพ
ให้ ผ้าจีวรก็ฉันน้ัน แต่เน่ืองจากเรื่องเกิดข้ึนที่ ของตน ลงในแผน่ ผา้ ท�ำเปน็ ธงปกั ไว้ ทศ่ี าลาทา่ นำ้�

26

วิสาขบูชา ปี ๒๕๖๕

หนา้ วดั ใหด้ ว้ ย เพอ่ื วา่ ผคู้ นทสี่ ญั จรผา่ นไปมาทางนำ�้ ท้ัง ๕ คือ ตา หู จมูก ล้ิน และกายอย่างใด
จะได้เห็น ได้รู้ว่า วัดน้ีได้มีการทอดกฐินไปแล้ว อย่างหนึ่งได้ เพื่อจะรู้จักเปรียบเทียบ ในการ
และในการทอดกฐนิ ครง้ั นี้ กม็ จี ระเขเ้ ขา้ รว่ มขบวน ท�ำความดี โดยยกเอาจระเข้ ซงึ่ เปน็ สัตวด์ ริ จั ฉาน
ในงานนี้ ไปกับเขาด้วย อุบาสกผู้คฤหบดี ได้ยิน เป็นตัวเดินเร่ือง ให้ลองคิดดูซิว่า แม้แต่จระเข้
ค�ำขอร้องเช่นนั้น ก็รับค�ำ และได้ท�ำตามค�ำมั่น พูดภาษามนุษย์ ก็ยังไม่ได้ ยังเข้าขบวนแห่ ร่วม
สัญญา ทใ่ี ห้ไว้แก่จระเขน้ น้ั ทุกประการ ธงจระเข้ อนุโมทนาส่วนบุญไปกับเขาด้วย แล้วไฉน
จึงเกิดข้ึนตั้งแต่กาลนั้นมา เพ่ือให้ผู้พบเห็นได้ คนอย่างเรา ซ่ึงเป็นมนุษย์มีปัญญา ประเสริฐสุด
ชื่นชมและอนุโมทนาตาม. กว่าสัตว์ดิรัจฉาน จะน่ิงเฉย โดยไม่กระท�ำอะไร
ขอ้ ควรระมดั ระวงั เรอ่ื งธงจระเขน้ ี้ อยา่ ได้ บ้างเลย หรอื อยา่ งไร อยา่ งน้อย ๆ เพียงแคเ่ หน็
พดู กบั เดก็ หนมุ่ สาวสมยั ใหม่ ถา้ หลกี เลย่ี งได้ กค็ วร ขบวนเรือองค์กฐิน แห่ผ่านหน้าบ้านมา ก็ยกมือ
หลกี เลย่ี ง ถา้ ไมท่ �ำเชน่ นนั้ แลว้ อาจจะถกู สวนกลบั ท่วมหัว รว่ มอนุโมทนา ช่ืนชมยนิ ดีไปกบั เขาด้วย
ยอ้ นกลบั มาวา่ ตลกคาเฟ่ จระเขพ้ ดู ไดม้ ที ไี่ หน เพอ้ แม้ในงานบุญอยา่ งอนื่ เชน่ งานบวชนาค
เจอ้ เหลวไหล ไรส้ าระ เพราะพวกเขาตอ้ งการจะให้ ก็เหมือนกัน เห็นเขาแห่นาคมา ก็ยกมือไหว้
พสิ จู นไ์ ด้ ถา้ พสิ จู นไ์ มไ่ ด้ กไ็ มเ่ ชอ่ื แถมยงั ตอกกลบั ทว่ มหัว ร่วมอนโุ มทนา ชน่ื ชม ยินดี ในบุญกศุ ล
ประณามคนแกค่ ราวปู่ ยา่ ตา ยาย วา่ โงเ่ งา่ โบราณ ทพี่ วกเขาก�ำลงั ท�ำอยู่ และมใิ ชเ่ พยี งแตเ่ หน็ เทา่ นนั้
เต่าล้านปีอีกด้วย บุคคลเหล่าน้ี น่าจะแนะน�ำให้ แม้แต่ได้ยินเสียงระฆังของวัด ที่ตีในเวลาเช้า-
เปล่ียนคณะเรียนเสียใหม่ คือไปเรียนตรรกวิทยา เย็น เป็นสัญญาณเรียกขาน บอกให้รู้ว่า ได้เวลา
หรือตรรกศาสตร์ ศาสตร์ทีว่าด้วยการคิดอ่าน ท�ำความดี ช�ำระกาย วาจา ใจ ใหโ้ สภณผอ่ งแผ้ว
หาเหตผุ ลวา่ จะสมเหตสุ มผลหรอื ไม่ เปน็ บณั ฑติ สะอาดบรสิ ทุ ธ์ิ ดว้ ยการท�ำวตั รไหว้พระสวดมนต์
นา่ จะรจู้ กั หยดุ เพราะไดช้ อ่ื วา่ ผมู้ ปี ญั ญา จงึ ควรใช้ ของพระสงฆ์ แล้วยกมือท่วมหัว หันหน้าไปทาง
ปญั ญา ไมค่ วรดว่ นสรปุ โดยไมใ่ ชป้ ญั ญา บคุ คลเชน่ เสียงระฆังท่ีดังแว่วผ่านมา แล้วร้องบอกป่าว
น้ี ถา้ จะเปรยี บ กเ็ หมอื นกบั คนตาดี แตห่ ลบั ตาเดนิ ประกาศใหอ้ ารกั ขจติ ตวทิ ู คอื เทวดาผรู้ กั ษา ผรู้ จู้ ติ
เรอื่ งธงจระเขน้ ้ี ถา้ จะพดู อยา่ งผใู้ ชป้ ญั ญา มนษุ ยท์ ง้ั หลายไดร้ บั รวู้ า่ ตนเองขอรว่ มอนโุ มทนา
ขบคิดพิจารณาหาเหตุผลแล้ว อาจจะได้ค�ำตอบ ช่ืนชม ยินดี ในบุญกุศลคุณความดีในคร้ังน้ี
ว่า น่าจะเป็นอุบายวิธี อันชาญฉลาดของคน ด้วยคน
โบราณ ทีจ่ ะหาทางสอนลูกหลานของตนก็เป็นได้ อันค�ำวา่ อนุโมทนา น้นั แปลว่า แสดง
ด้วยการเล่านิทานประกอบ การอบรมส่ังสอน ความช่ืนชมยินดีตาม ด้วยท้ังจิตใจท่ีใสสะอาด
หรือจะพูดว่า เป็นการสอนโดยใช้ภาพประกอบ ปราศจากความอิสสา คือความริษยา และ
คือเปล่ียนจากธรรมาธิษฐาน หรือนามธรรม ที่มี มัจฉรยิ ะ คือความตระหนดี่ ว้ ยคน.
แตเ่ พยี งชอ่ื มแี ตเ่ พยี งอาการ ใหม้ าเปน็ ปคุ ลาธษิ ฐาน
หรอื รปู ธรรม สามารถสัมผสั ถูกต้อง ด้วยประสาท z❀å

27

วดั อนงคารามวรวิหาร กรุงเทพมหานคร

พระอรหันต์หลงลืม

ได้หรอื ไม่

พระมหาทรงยศ ฐานยุตฺโต (ป.ธ.๗ พธ.บ,กศม.)

เจา้ คณะ ๑๐, ผชู้ ว่ ยเจ้าอาวาสวัดอนงคาราม

พระอรยิ สงฆแ์ ละอรหนั ตห์ ลงลืมไดห้ รอื ไมน่ นั้ เป็นวิวาทะทช่ี าวพุทธมีความ
คดิ เหน็ ทแ่ี ตกต่างกัน เช่น ฝ่ายหนึ่งก็บอกวา่ พระอรยิ สงฆ์และพระอรหนั ต์หลงลืมไม่
ได้ ฝา่ ยหนง่ึ กบ็ อกวา่ แมเ้ ปน็ พระอรยิ สงฆ์ และพระอรหนั ตก์ ห็ ลงลมื ได้ ซง่ึ แตล่ ะฝา่ ยที่
ถกเถยี งกนั กอ็ า้ งองิ ขอ้ มลู จากพระไตรปฎิ กมาสนบั สนนุ ความคดิ ของตนเอง จงึ ท�ำให้
ชาวพุทธจ�ำนวนหน่งึ เกิดความสับสนว่าตกลงเป็นอยา่ งใดกนั แน่

ฉะน้ันเพ่ือให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจน ผูกมดั ใจของมนษุ ยใ์ ห้ติดขอ้ งอยูใ่ นชาตภิ พ ให้ตดิ
ผู้เขียนจึงขอเป็นผู้เรียบเรียงแนวความคิดที่ อยู่ในวสิ ยั ของโลก มี ๑๐ ประการ คือ
ถกเถยี งกนั เพอ่ื ใหเ้ ปน็ ประโยชนแ์ กผ่ มู้ คี วามสนใจ ๑. สักกายทฏิ ฐิ ความเห็นเป็นเหตถุ อื ตัว
และน�ำไปคน้ คว้าหาความรูต้ อ่ ไป แต่กอ่ นทจี่ ะไป หมายถึง ความเห็นผิด เข้าใจผิด ส�ำคัญผิดว่า
ดูวา่ พระอรยิ สงฆแ์ ละ พระอรหนั ต์หลงลืมไดห้ รอื เป็นตัวตน ว่าร่างกายน้ีเป็นของตน ด้วยอ�ำนาจ
ไมน่ ั้น อุปาทานความยึดมั่นถือมั่น คือ เป็นความรู้สึก
ควรต้องรู้ก่อนว่า พระอริยสงฆ์ และ ท่ีเป็นสัญชาตญาณพ้ืนฐานของคนท่ีเข้าใจว่า
พระอรหันต์ คือบุคคลเช่นใดเพื่อป้องกันความ ร่างกายพร้อมทั้งจิตใจนี้เป็นตัวเรา เป็นของเรา
สับสนในเวลาที่ได้ยินค�ำท้ังสองน้ี ก่อนอ่ืนน้ัน หากยดึ ถอื หนกั เขา้ ถงึ กบั ยดึ ถอื อะไรกไ็ ดใ้ หเ้ ปน็ ตวั
ต้องรู้เสียก่อนว่า พระสงฆ์นั้นท่านแบ่งเป็น ๒ เป็นตนตามความรสู้ กึ ของตน
ประเภท คอื อรยิ สงฆ์กบั สมมตสิ งฆ์ ๒. วิจิกิจฉา ความลังเลไม่แน่ใจ ใน
อรยิ สงฆ์ หมายถงึ พระภกิ ษผุ ไู้ ดบ้ รรลธุ รรม ปฏปิ ทาเครอ่ื งด�ำเนนิ ของตน หมายถงึ ความลงั เล
จนเป็นอริยบุคคลต้ังแต่โสดาบัน สกทาคามี ไม่แน่ใจ เป็นเหตุให้เกิดความสงสัยไม่ม่ันใจ โดย
อนาคามี จนถึงพระอรหันต์ โดยพระอริยบุคคล เฉพาะการลังเลสงสัยในเรื่องของการปฏิบัติเพ่ือ
แต่ละประเภทน้นั ท่านไดล้ ะสังโยชน์ คอื กิเลสท่ี หลุดพ้นจากทุกข์ ลังเลในพระพุทธ พระธรรม

28

วิสาขบชู า ปี ๒๕๖๕

พระสงฆ์ที่จะเป็นเหตุให้ได้พ้นจากความทุกข์น้ัน สุขเวทนา ตดิ อยใู่ นอรปู ฌานหรืออรปู ภพ
คงจะไม่มีจริงเพราะเปน็ เรื่องสดุ วสิ ยั เหลือเชอ่ื ๘. มานะ ความส�ำคญั ตวั วา่ เป็นน่นั เปน็ นี่
๓. สีลัพพตปรามาส ความเชื่อถือ หมายถึงความถือตัวส�ำคัญตัวว่าเป็นอย่างน้ัน
สิ่งศักดิ์สิทธ์ิด้วยเข้าใจว่า มีได้ด้วยศีลอย่างโน้น อย่างนี้ ความดี ความเลวความเหลื่อมล�้ำ ความ
อย่างน้ี หมายถึง การติดแน่นยึดมั่นในส่ิงที่เคย เสมอภาพ จนเกดิ เปน็ ความรสู้ กึ ขน้ึ มาวา่ เราดหี รอื
ประพฤตปิ ฏบิ ตั มิ าดว้ ยความเขา้ ใจผดิ ในสง่ิ ทเี่ หน็ เลวกว่าเขา เสมอเขา สงู หรือตำ่� กวา่ เขา เด่นหรือ
ว่าดีท่ีสุดถูกต้องท่ีสุด ตามความเคยชินท่ีท�ำสืบๆ ดอ้ ยกว่าเขา เป็นตน้
กนั มาแลว้ ยดึ มนั่ ไวด้ ว้ ยความเขา้ ใจผดิ นนั้ โดยขาด ๙. อุทธัจจะ ความคิดพล่าน เช่น นึก
การใชป้ ญั ญาพิจารณาไตร่ตรอง อะไรก็เพลินเกินไปกว่าเหตุ หมายถึง ความรู้สึก
๔. กามราคะ ความก�ำหนัดด้วยอ�ำนาจ ทีฟ่ ุง้ หรือกระพอื ข้นึ เมือ่ มีสิ่งใดสิง่ หนง่ึ ท่นี ่าสนใจ
กเิ ลสกาม เรยี กเพยี งราคะกม็ ี หมายถงึ ความยนิ ดี ผ่านเข้ามา ท�ำให้จิตใจหว่ันไหวไปตามอ�ำนาจ
ติดใจหลงใหลอยู่ในกาม คือ รูป เสียง กล่ิน รส ของสง่ิ ทีม่ ายัว่ ยุ ยิง่ ถา้ เปน็ ส่ิงทต่ี รงกบั กเิ ลส หรอื
โผฏฐพั พะ ทเ่ี รยี กวา่ กามฉนั ท์ ซงึ เมอื่ เกดิ เปน็ เหตุ ตัณหาแล้ว ก็ยิ่งยากจะระงับยับย้ังไม่ให้ตื่นตา
ชกั น�ำจิตให้ยนิ ดีอยากได้ ผกู มัดจติ ใหเ้ พลิดเพลิน ตื่นใจไว้ได้ หรือหากเป็นสิ่งที่ถูกใจก็จะหว่ันไหว
ระเรงิ หลงอยูใ่ นกามน้นั อยา่ งไมส่ ร่างซา จนลืมตัว หากเป็นเรื่องน่าเศร้าใจก็จะท�ำให้ใจ
๕. ปฏิฆะ ความกระทบกระท่ังแห่งจิต ห่อเหย่ี วจนหมดความสขุ
ไดแ้ ก่ ความหงดุ หงิดด้วยอ�ำนาจโทสะ เรยี กโทสะ ๑๐. อวิชชา ความเขลาเป็นเหตุให้
โดยตรงทีเดียว ก็มี หมายถึง อาการหงุดหงิด ไม่รู้จริง หมายถึง ภาวะท่ีปราศจากความรู้
เดอื ดพลา่ นของจติ ความไมพ่ อใจทเี่ กดิ จากจติ ถกู ความรู้ในที่นี้ มิได้หมายถึงรู้ผิดหรือรู้เท็จ
อนฏิ ฐารมณ์ (อารมณท์ ไี่ มช่ อบใจ ) กระทบกระทง่ั เพราะถา้ รผู้ ดิ กม็ คี า่ เทา่ กบั ไมร่ ู้ จงึ มดื มนตอ่ ปญั หา
ส่งผลให้แปรสภาพออกมาเป็นความโกรธ ความ ส�ำคัญที่สุด ของมนุษย์ โดยเฉพาะไม่รู้ว่า อะไร
พยาบาท คิดแต่มุ่งร้ายท�ำลายลา้ งกัน เป็นความทุกข์ท่ีแท้จริง อะไรเป็นต้นเหตุให้เกิด
๖. รูปราคะ ความติดใจอยู่ในรูปธรรม ความทุกข์ อะไรเปน็ ความไม่มที กุ ข์จริง และอะไร
เชน่ ชอบใจในบางคน ในพสั ดุบางส่ิง หรอื แม้แต่ เปน็ หนทางหรอื วธิ ีซึง่ จะไดม้ าซ่ึงความไม่มีทุกข์
วัตถุอันเป็นอารมณ์แห่งรูปฌาน หมายถึง ความ
ก�ำหนัดรักใคร่ในคนที่ตนรัก สิ่งที่ตนชื่นชอบ สมมตสิ งฆ์ หมายถงึ ภกิ ษตุ ง้ั แต่ ๔ รปู ขนึ้
ตดิ อย่ใู นรูปฌานหรือรูปภพ ไปทส่ี มมตขิ นึ้ เพอ่ื ท�ำกจิ นนั้ ๆ เรยี กอกี อยา่ งหนง่ึ วา่
๗. อรปู ราคะ ความตดิ ใจอยใู่ นอรปู ธรรม การกสงฆ์ มี ๔ ประเภท คอื
เช่นพอใจสุขเวทนา หมายถึง ความยินใจพอใจ ๑. จตวุ รรค มีจ�ำนวน ๔ รูป ท�ำสังฆกรรม
ในธรรมท่ีละเอียดประณีตไม่มีรูปปรากฏแต่เป็น ได้ทุกอยา่ ง ยกเว้นปวารณา ให้ผ้ากฐนิ อุปสมบท
อาการทส่ี ัมผัสรบั รไู้ ดด้ ว้ ยใจ คอื ตดิ ใจพอใจอย่ใู น และอัพภาน

29

วัดอนงคารามวรวิหาร กรงุ เทพมหานคร

๒. ปัญจวรรค มีจ�ำนวน ๕ รูปข้ึนไป ๔. ปฏิสัมภิทัปปัตโต ผู้ถึงปฏิสัมภิทา
ท�ำสังฆกรรม คือ ท�ำปวารณาให้ผ้ากฐินและให้ หมายถึง พระอริยบุคคลผู้บรรลุอรหัต และทรง
อปุ สมบทในปัจจนั ตประเทศได้ คณุ คือปฏสิ มั ภิทา ๔ ได้แก่ ความแตกฉานในผล
๓. ทสวรรค มีจ�ำนวน ๑๐ รูปขึ้นไป ความแตกฉานในเหตุ ความแตกฉานในภาษา และ
ท�ำสงั ฆกรรมไดท้ กุ อยา่ งและใหอ้ ปุ สมบทในมธั ยม ถอ้ ยค�ำ ความแตกฉานในปฏภิ าณ
ประเทศได้ พระอรหนั ตป์ ระเภทท่ี ๒ -๓ -๔ จัดเข้า
๔. วีสติวรรค มีจ�ำนวน ๒๐ รูปขึ้นไป ในประเภทเจโตวิมุตติ หลุดพ้นด้วยใจคือ ปฏิบัต ิ
ท�ำสงั ฆกรรมได้ทุกอยา่ ง และท�ำอพั ภานได้ สมถภาวนาจนได้ ฌานสมาบัติแล้วน�ำฌานน้นั มา
ส่วนพระอรหันตน์ น้ั หมายถงึ พระอริย เปน็ บาทฐาน ไดส้ �ำเรจ็ พระอรหตั และทรงคณุ ตาม
บุคคล ผู้บรรลุอรหัตแล้วเป็นผู้ห่างไกลจากกิเลส ทไ่ี ดบ้ รรลุ เรยี กอยา่ งหนง่ึ วา่ พระอรหนั ตฌ์ านลาภี
หกั ก�ำของวงลอ้ สงั สารวฏั ได้แล้ว ควรแก่ปจั จัย ๔ บคุ คล
และการบชู าอนั วเิ ศษอนื่ ๆ รวมถงึ ไมม่ คี วามลบั ใน ตามท่ีกล่าวมาจะเห็นว่าพระอรหันต์นั้น
เรื่องการท�ำบาปในที่ทง้ั ปวง จดั เป็น ๔ ประเภท จดั เปน็ ประเภทท่ี ๔ ของพระอรยิ สงฆเ์ มอ่ื ไดท้ ราบ
ตามอาการทีไ่ ด้บรรลุ คอื ชัดเจนแล้วว่าพระอริยสงฆ์และพระอรหันต์ คือ
๑. สุกขวิปัสสโก ผู้เจริญวิปัสสนาล้วน บคุ คลประเภทใดแล้ว ต่อไปจะน�ำเสนอ ทัศนะท่ี
หมายถึงพระอริยบุคคลผู้บรรลุอรหัตด้วยการ มีต่อเรื่องน้ี ซ่ึงผู้เขียนขอแบ่งออกเป็น ๓ ทัศนะ
ปฏิบัติวิปัสสนาอย่างเดียว โดยไม่ได้อาศัย ดังตอ่ ไปน้ี คือ
ฌานสมาบัติเป็นบาทฐาน เม่ือมรรคผลเกิดขึ้น ๑. เหน็ วา่ พระอรยิ สงฆแ์ ละพระอรหนั ต์
จึงไม่มีอารัมณูปนิชฌานเกิดข้ึนด้วย ได้ส�ำเร็จ หลงลมื ได้
พระอรหัตโดยไม่ได้ทรงคุณอย่างอื่น จัดเข้าใน ๒. เหน็ วา่ พระอรยิ สงฆแ์ ละพระอรหนั ต์
ประเภทปัญญาวิมตุ ติ หลุดพน้ เพราะปัญญา หลงลมื ไมไ่ ด้
๒. เตวิชโช ผู้ได้วิชชาสาม หมายถึง ๓. เหน็ วา่ พระอรยิ สงฆแ์ ละพระอรหนั ต์
พระอริยบุคคลผู้บรรลุอรหัตและทรงคุณ คือ หลงลืมได้ และหลงลมื ไมไ่ ด้
วชิ ชา ๓ ไดแ้ ก่ ญาณท่รี ะลกึ ชาตใิ นอดีตได้ ญาณ โดยแต่ละทัศนะก็ได้มีท้ังพระภิกษุ
คอื ตาทพิ ย์ สามารถเหน็ การตายและปฏสิ นธิของ และชาวพุทธทว่ั ไปตา่ งกอ็ ธบิ ายน�ำขอ้ มลู หลกั ฐาน
สตั วโลกได้ ญาณท่ที �ำให้สิ้น อาสวะและกิเลสได้ ในพระไตรปฎิ กมาอ้างอิงสนับสนุนความคิดของ
๓. ฉฬภิญโญ ผ้ไู ดอ้ ภิญญาหก หมายถงึ ตนเองดังต่อไปนี้
พระอริยบุคคลผู้บรรลุอรหัตและทรงคุณคือ ทัศนะที่หนึ่ง เห็นว่าพระอริยสงฆ์และ
อภิญญา๖ ได้แก่ แสดงอิทธิฤทธ์ิได้ มีหูทิพย์ พระอรหันต์หลงลืมได้น้ัน โดยได้อธิบายว่า
ก�ำหนดรูใ้ จผูอ้ ่นื ได้ ระลึกชาติได ้ มตี าทิพย์ ร้กู าร การหลงลืม ท่ีเกี่ยว สมองน้ัน สามารถหลงลืม
ท�ำอาสวะให้ส้ินไป กันได้ เช่นลืมสถานที่ต่างๆ ชื่อคน หรือส่ิงที่ได้

30

วสิ าขบชู า ปี ๒๕๖๕

เรียนมาเปน็ ต้น เพราะการหลงลมื ตามท่กี ลา่ วมา พระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ จงถวายบังคมพระ
นั้นเป็นส่วนของสัญญา คือ ความจ�ำท่ีเกี่ยวข้อง ยุคลบาทของพระผู้มีพระภาคด้วยเศียรเกล้า
กับสมองเท่านั้น เป็นสิ่งที่สามารถหลงลืมกันได้ กราบทูลตามคำ� ของเราว่า พระเจ้าข้า อสั สชภิ ิกษุ
เพราะร่างกายและสมองได้เส่ือมสภาพลงตาม อาพาธ เป็นไข้หนัก ได้รับทุกขเวทนา และท่าน
กาลเวลา จึงไม่แปลกท่ีจะหลงลืมได้ ซึ่งภาษา ทั้งหลายจงทูลอย่างน้ีว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ
พระท่านเรียกว่าเป็นไปตามอ�ำนาจของธาตุขันธ์ ขอประทานพระวโรกาส ขอพระผู้มีพระภาค
ซง่ึ สัญญา ความจ�ำนน้ั ก็เป็นสว่ นหน่ึงของขนั ธ์ ๕ ทรงอาศัยความอนุเคราะห์ เสด็จเข้าไปหาอัสสชิ
โดยรา่ งกายมนษุ ยน์ นั้ ทางพระพทุ ธศาสนา ภกิ ษถุ งึ ทีอ่ ยู่เถดิ .
ทา่ นแยกออก เปน็ ๕ กอง ท่านเรยี กวา่ ขันธ์ ๕ ภกิ ษเุ หลา่ นน้ั รบั คำ� ทา่ นอสั สชแิ ลว้ เขา้ ไป
คอื รปู เวทนา สัญญา สงั ขาร วญิ ญาณ ย่อ เปน็ เฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงท่ีประทับ ถวายบังคม
รูปและนาม ทัง้ ขันธ์ ๕ และรูปนามลว้ นอยูใ่ ตก้ ฎ พระผู้มีพระภาคแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง.
เกณฑข์ องพระไตรลกั ษณ์ คอื อนจิ จตา ความเปน็ ครน้ั แลว้ ไดก้ ราบทลู พระผมู้ พี ระภาควา่ พระเจา้ ขา้
ของไม่เท่ียง ทุกขตา ความเป็นทุกข์ อนัตตตา อสั สชิภกิ ษุ อาพาธ เป็นไขห้ นัก ได้รับทุกขเวทนา
ความเปน็ ของไมใ่ ชต่ วั ตน ไมส่ ามารถบงั คบั บญั ชา ทา่ นถวายบงั คมพระยคุ ลบาทของพระผมู้ พี ระภาค
ด่ังใจหมายได้ ดว้ ย เศยี รเกลา้ และสัง่ มากราบทูลวา่ พระเจา้ ขา้
ฉะน้ัน พระอริยสงฆ์และพระอรหันต์ ขอประทานพระวโรกาส ขอพระผู้มีพระภาค
เมื่อเข้าสู่วยั ชรา ความจ�ำแบบสญั ญาย่อมหลงลืม ทรงอาศัยความอนุเคราะห์ เสด็จเข้าไปหาอัสสชิ
ได้ เพราะเป็นไปตามอ�ำนาจของธาตุขันธ์ที่เส่ือม ภกิ ษถุ งึ ทอี่ ยเู่ ถดิ . พระผมู้ พี ระภาคทรงรบั อาราธนา
สภาพไปตามเหตปุ จั จยั และตามกฎพระไตรลกั ษณ์ โดยดษุ ณีภาพ.
แต่สภาวธรรมท่ีท่านทราบและมรรคผลท่ีได้ [๒๒๓] ครั้งนั้นแล เป็นเวลาเย็น
บรรลุนน้ั ทา่ นไม่หลงลืมเลย โดยไดย้ ก อัสสชสิ ูตร พระผู้มีพระภาคเสด็จออกจากท่ีพักผ่อนแล้ว
ที่มาในพระไตรปิฎกฉบับหลวง เล่มที่ ๑๗ เสด็จเข้าไปหาท่านพระอัสสชิถึงที่อยู่ ท่านพระ
พระสตุ ตนั ตปฎิ กเลม่ ที่๙สงั ยตุ ตนกิ ายขนั ธวารวรรค อสั สชิ ได้แลเหน็ พระผมู้ พี ระภาคเสดจ็ มาแต่ไกล
มาเป็นหลักฐานอา้ งองิ ซงึ่ มีเนอ้ื ความว่า ครนั้ เหน็ แลว้ กล็ กุ ขนึ้ จากเตยี ง. ลำ� ดบั นนั้
[๒๒๒] สมยั หนง่ึ พระผมู้ พี ระภาคประทบั พระผูม้ ีพระภาคไดต้ รสั กะทา่ นพระอสั สชิวา่ อยา่
อยู่ ณ พระวิหารเวฬวุ นั กลันทกนวิ าปสถาน ใกล้ เลยอสั สชิ เธออยา่ ลกุ จากเตยี งเลย อาสนะเหลา่ น้ี
พระนครราชคฤห์. ก็สมัยน้ันแล ท่านพระอัสสชิ ทีเ่ ขาปลู าดไว้มอี ยู่ เราจะนงั่ ท่อี าสนะนั้น.
อาพาธ เป็นไข้หนัก ได้รับทุกขเวทนา พักอยู่ที่ พระผมู้ พี ระภาค ประทบั นงั่ บนอาสนะท่ี
อารามของกสั สปเศรษฐี. คร้งั นน้ั ทา่ นพระอัสสชิ เขาปลู าดไว.้ ครน้ั แลว้ ไดต้ รสั ถามทา่ นพระอสั สชวิ า่
เรยี กภกิ ษผุ อู้ ปุ ฏั ฐากทงั้ หลายมาแลว้ กลา่ ววา่ มาเถดิ ดูกรอัสสชิ เธอพอทนได้หรือ พอยัง
อาวุโสทั้งหลาย ขอท่านทั้งหลาย จงเข้าไปเฝ้า อัตภาพให้เป็นไปได้หรือ ฯลฯ ทุกขเวทนาน้ัน

31

วดั อนงคารามวรวิหาร กรงุ เทพมหานคร

ปรากฏว่า ทุเลาลง ไม่ก�ำเริบข้ึนหรือ? ท่านพระ อรยิ สาวกน้นั ได้เสวยสุขเวทนา ก็ทราบชดั วา่ สขุ
อัสสชิกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ ผู้เจริญ เวทนานัน้ ไมเ่ ทย่ี ง ไม่นา่ พอใจ ไม่น่าเพลิดเพลนิ
ขา้ พระองคท์ นไมไ่ หว ไมส่ ามารถจะยงั อัตภาพให้ หากว่า เสวยทุกขเวทนา ก็ทราบชัด
เปน็ ไปได้ ฯลฯ ทกุ ขเวทนานน้ั ปรากฏวา่ กำ� เรบิ ขนึ้ ว่าทุกขเวทนานั้นไม่เที่ยง ไม่น่าพอใจ ไม่น่า
ไม่ทุเลาลงเลย. เพลดิ เพลนิ
พ. ดูกรอสั สชิ เธอไมม่ คี วามร�ำคาญ ไม่มี ถา้ หากวา่ เสวยอทกุ ขมสขุ เวทนา กท็ ราบ
ความเดอื ดร้อนอะไรบ้างหรอื ? ชดั วา่ อทกุ ขมสขุ เวทนานน้ั ไมเ่ ทยี่ ง ไมน่ า่ พอใจ ไม่
อ. พระเจ้าข้า แท้ท่ีจริง ข้าพระองค์มี นา่ เพลิดเพลิน
ความรำ� คาญไมน่ อ้ ย มคี วามเดอื ดรอ้ นอยไู่ มน่ อ้ ยเลย. หากวา่ เสวยสขุ เวทนา ก็ปราศจากความ
พ. ดกู รอสั สชิ กต็ วั เธอเองไมต่ เิ ตยี นตนเอง ยินดียินร้าย เสวยสุขเวทนานั้น ถ้าหากว่า เสวย
ไดโ้ ดยศลี บา้ งหรอื ? ทกุ ขเวทนา ก็ปราศจาก ความยนิ ดียนิ ร้าย เสวย
อ. พระเจา้ ขา้ ตวั ขา้ พระองคเ์ องจะตเิ ตยี น ทุกขเวทนานัน้
ข้าพระองคเ์ องไดโ้ ดยศลี ก็หาไม่. ถ้าหากว่า เสวยอทุกขมสุขเวทนา ก็
พ. ดูกรอัสสชิ ถ้าหากว่า ตัวเธอเองติ ปราศจาก ความยินดียินร้ายเสวยอทุกขมสุข
เตียนตนเองโดยศีลไม่ได้ เม่ือเป็นเช่นน้ัน เธอจะ เวทนานั้น ย่อมทราบชดั วา่ เวทนาน้นั ไม่เทีย่ ง ไม่
มีความร�ำคาญและความเดือดร้อนอะไร? นา่ พอใจ ไม่น่าเพลดิ เพลนิ .
อ. พระเจา้ ข้า ครงั้ ก่อน ข้าพระองค์ระงบั หากว่า เสวยเวทนา มีกายเป็นท่ีสุด ก็
กายสงั ขาร (ลมหายใจเขา้ ออก) ไดอ้ ยา่ งลำ� บาก จงึ ทราบชัดว่า เสวยเวทนามีกายเป็นท่ีสุด ถ้าเสวย
ไมไ่ ดส้ มาธิ เมอื่ ขา้ พระองคไ์ มไ่ ดส้ มาธิ จงึ เกดิ ความ เวทนามีชวี ติ เป็นท่ีสุด กท็ ราบชัดวา่ เสวยเวทนา-
คดิ อย่างนี้ว่า เราไมเ่ ส่ือมหรอื หนอ. มีชีวิตเป็นท่ีสุด ทราบชัดว่า ก่อนแต่จะสิ้นชีวิต
พ. ดูกรอัสสชิ สมณพราหมณ์ที่มีสมาธิ เพราะกายแตก ความเสวยอารมณท์ ้ังมวลในโลก
เป็นสาระ มีสมาธิเป็นสามัญญะ เมื่อไม่ได้สมาธิ นี้ไม่น่ายนิ ดี จักเปน็ ของเย็น.
นั้น ย่อมเกิดความคิดอย่างน้ีว่า เราทั้งหลายไม่ [๒๒๔] ดกู รอสั สชิ อปุ มาเหมือนประทีป
เส่อื มหรือหนอ. ดูกรอสั สชิ เธอจะส�ำคัญความขอ้ นำ้� มนั จะพงึ ตดิ อยไู่ ด้ เพราะอาศยั นำ�้ มนั และไสเ้ ชอื้
นน้ั เปน็ ไฉน รปู เทย่ี งหรือไมเ่ ทยี่ ง? ไม่มีก็พึงดับ เพราะหมดน้�ำมันและไส้น้ัน ฉันใด.
อ. ไมเ่ ท่ยี ง พระเจา้ ขา้ ฯลฯ ดูกรอัสสชิ ภิกษุเมื่อเสวยเวทนามีกายเป็นท่ีสุด
พ. วิญญาณเท่ียงหรอื ไม่เทย่ี ง? กท็ ราบชดั วา่ เสวยเวทนามกี ายเปน็ ทสี่ ดุ เมอ่ื เสวย
อ. ไมเ่ ทย่ี ง พระเจา้ ขา้ ฯลฯ เวทนามีชีวิตเป็นท่ีสุด ก็ทราบชัดว่า เสวยเวทนา
พ. เพราะเหตุนั้นแล ฯลฯ อริยสาวก มีชีวิตเป็นที่สุด ทราบชัดว่า ก่อนแต่จะสิ้นชีวิต
ผู้ได้สดบั แล้ว เห็นอยอู่ ย่างนี้ ฯลฯ ย่อมทราบชัด เพราะกายแตก ความเสวยอารมณท์ งั้ มวลในโลก
ว่า ฯลฯ กิจอ่ืนเพ่ือความเป็นอย่างนี้มิได้มี. ถ้า นี้ไม่นา่ ยินดี จักเป็นของเย็น.

32

วิสาขบูชา ปี ๒๕๖๕

ตามเนื้อความที่ปรากฏนี้ก็ได้มีผู้ต้ังขอ เราแปดสบิ ปีเข้านแ่ี ลว้ สาวกบริษัททง้ั ๔ ของเรา
สังเกตว่า พระอัสสชิรูปน้ีไม่น่าจะใช่พระอัสสชิ ในธรรมวนิ ัยนี้ มีอายุถงึ ร้อยปี เปน็ อยู่ได้ตงั้ รอ้ ยปี
ผูเ้ ปน็ อาจารยข์ องพระสารีบุตร เพราะพระอัสสชิ ประกอบดว้ ย สติ คติ ธติ ิ อนั ยอดเยยี่ ม และปญั ญา
ตามที่ปรากฏในพระไตรปิกฎมีหลายรูปด้วยกัน เฉลียวฉลาดอย่างยงิ่
นอกจากนกี้ ม็ ผี ตู้ งั้ ขอสงั เกตอกี วา่ ถา้ เปน็ พระอสั สชิ ดูกรสารีบุตร เปรียบเหมือนนักธนูมั่นคง
ผู้เป็นอาจารย์ของพระสารีบุตรเน้ือความท่ี ได้รับการฝึกหัดแล้ว ช�่ำชอง ช�ำนิช�ำนาญ เคย
ปรากฏในตอนนน้ี า่ จะเปน็ ตอนทที่ า่ นยงั ไมไ่ ดเ้ ปน็ แสดงฝมี อื มาแลว้ พงึ ยงิ งวงตาลโดยขวางใหต้ กลง
พระอรหันต์ ด้วยลูกศรขนาดเบาโดยง่ายดาย แมฉ้ นั ใด
ทัศนะท่ีสอง เห็นว่าพระอริยสงฆ์และ สาวกบริษัท ๔ ของเราเป็นผู้มีสติอันยิ่ง
พระอรหนั ตห์ ลงลมื ไมไ่ ดน้ นั้ โดยไดอ้ ธบิ ายวา่ ถา้ มีคติอันย่ิง มีปัญญาทรงจ�ำอันย่ิง ประกอบด้วย
พระภิกษุรูปน้ันเจริญจิตตภาวนามาเป็นประจ�ำ ปัญญาเฉลียวฉลาดอย่างย่ิง ฉันนั้น พวกเธอพึง
เน่ืองนิตย์ จนสามารถบรรลุมรรคผลเป็นพระ ถามปัญหาอิงสติปัฏฐาน ๔ กะเรา เราถูกถาม
อริยบุคคล ตง้ั แตพ่ ระโสดาบนั จนถงึ พระอรหันต์ ปัญหาแลว้ ๆ พึงพยากรณ์แก่พวกเธอ พวกเธอพึง
แล้วจะไม่หลงลืมสติและจะไม่เป็นโรคอัลไซเมอร์ ทรงจำ� คำ� ทเ่ี ราพยากรณแ์ ลว้ โดยเปน็ คำ� พยากรณ์
เพราะสติจะสมบูรณ์ไม่หลงลืมส่ิงต่างๆ โดยได้ มไิ ด้สอบถามเราใหย้ ิง่ กว่า ๒ คร้งั เวน้ จากการกิน
ยกสีหนาทสูตร ท่ีมาในพระไตรปิฎกฉบับหลวง การดม่ื การเคยี้ ว การลม้ิ เวน้ จากการถา่ ยอจุ จาระ
เลม่ ท่ี ๑๒ พระสตุ ตนั ตปฎิ ก เลม่ ที่ ๔ มชั ฌมิ นกิ าย ปัสสาวะ เว้นจากการหลับและบรรเทาความ
มูลปัณณาสก์มาเป็นหลักฐานอ้างอิง ซ่ึงมี เมอื่ ยลา้
เน้อื ความวา่ ดูกรสารีบุตร ธรรมเทศนาของตถาคต
[๑๙๒] ดูกรสารีบุตร มีสมณพราหมณ์ น้ันไมร่ จู้ ักจบสิ้น บทและพยญั ชนะแห่งธรรมของ
พวกหนึ่ง มวี าทะอย่างนี้ มีทิฏฐอิ ยา่ งนวี้ ่า บรุ ุษรนุ่ ตถาคตนนั้ ไมร่ จู้ กั จบสน้ิ ความแจม่ แจง้ แหง่ ปญั หา
หนมุ่ ผเู้ จรญิ น้ี มเี กศาดำ� สนทิ ประกอบดว้ ยวยั หนมุ่ ของตถาคตนนั้ ไมร่ จู้ กั จบสน้ิ เมอื่ เปน็ ดงั นนั้ สาวก
อนั เจรญิ ประกอบดว้ ยปญั ญาเฉลยี วฉลาดอยา่ งยงิ่ บริษัท ๔ ของเราเหล่านั้น จึงมีอายุต้ัง ๑๐๐ ปี
สมกับวัยต้น ตอ่ มา บรุ ษุ ผูเ้ จริญน้ี เป็นคนแก่ เป็น เป็นอยู่ตั้ง ๑๐๐ ปี พึงกระท�ำกาละโดยล่วงไป
คนเฒ่า ถือเอาซึ่งความเป็นผู้ใหญ่ล่วงกาลผ่าน แห่ง ๑๐๐ ปี
วยั โดยลำ� ดับ คือ มอี ายุถึง ๘๐ ปีบา้ ง ๙๐ ปีบา้ ง ดกู รสารบี ตุ ร ถา้ แมพ้ วกเธอจะพงึ หามเรา
๑๐๐ ปีบ้าง โดยชาติ ย่อมเสื่อม จากปัญญา ไปด้วยเตียงน้อย ความเป็นอย่างอื่นแห่งปัญญา
ความเฉลียวฉลาดนั้น ในภายหลงั เฉลียวฉลาดของตถาคต ย่อมไม่มีเลย
ดกู รสารบี ตุ ร ขอ้ นี้ เธอไมพ่ งึ เหน็ อยา่ งนน้ั ดกู รสารบี ตุ ร บคุ คลเมอ่ื จะกลา่ วโดยชอบ
กบ็ ดั น้เี ราเปน็ คนแก่ เปน็ คนเฒ่า ถอื เอาซึง่ ความ พึงกล่าวค�ำใดว่า สัตว์ผู้มีความไม่ลุ่มหลงเป็น
เป็นผู้ใหญ่ ล่วงกาลผ่านวัยโดยล�ำดับ อายุของ ธรรมดา บังเกิดข้ึนในโลก เพื่อประโยชน์เก้ือกูล

33

วดั อนงคารามวรวหิ าร กรุงเทพมหานคร

แก่ชนเป็นมาก เพื่อความสุขแก่ชนเป็นอันมาก สว่ นทา่ นใดคดิ วา่ มนั เปน็ เรอ่ื ง ปจั จตั ตงั ท่ี
เพ่ืออนุเคราะห์โลก เพื่อประโยชน์เก้ือกูลเพื่อ รู้ได้เฉพาะตนเป็นเรื่องเก่ียวกับความเช่ือ ตนเอง
ความสขุ แกเ่ ทวดาและมนุษยท์ ั้งหลาย บุคคลเม่อื จะเช่ืออย่างใด มันก็เป็นสิทธิเสรีภาพของแต่ละ
จะกล่าวโดยชอบ พึงกล่าวค�ำนั้นกะเราเท่านั้นว่า บุคคล การคิดเช่นนี้ถือว่าไม่ผิดเพราะอะไรก็ตาม
สัตว์ผู้มีความไม่ลุ่มหลงเป็นธรรมดาบังเกิดข้ึน ถ้าเกี่ยวกับความเช่ือแล้วไม่ต้องการเหตุผลและ
ในโลก เพ่ือประโยชน์เกื้อกูลแก่ชนเป็นอันมาก เท็จจริงใดๆ เวลาที่เราคุยกับผู้ใดหรือถกเถียงกัน
เพอื่ ความสขุ แกช่ นเปน็ อนั มาก เพอ่ื อนเุ คราะหโ์ ลก เพื่อหาของเท็จจริง อีกฝ่ายหน่ึงบอกว่า เขาเชื่อ
เพื่อประโยชน์เก้ือกูล เพ่ือความสุขแก่เทวดา และคิดแบบน้ันก็เป็นอันว่าจบกันถกเถียงกันไปก็
และมนษุ ย์ทง้ั หลาย ดังนี.้ หาข้อสรุปได้ยาก แตถ่ ้าเราต้องการหาข้อเท็จจริง
ทศั นคตทิ สี่ าม เหน็ ว่าพระอรยิ เจา้ และ แบบปัญญาชน มีหลักฐานอ้างอิงถกเถียงกันเพ่ือ
พระอรหันต์หลงลืมได้และหลงลืมไม่ได้ โดยได้ หาเหตผุ ลขอ้ เทจ็ จริง ก็สามารถรว่ มพดู คยุ กนั ได้
อธิบายว่าทห่ี ลงลมื ได้ หมายถึง หลงลืมทีเ่ ก่ยี วกบั ส่วนท่านใดท่ีคิดว่า อย่าเสียเวลาไปกับ
สญั ญา ความจำ� เช่นลืมชือ่ สถานที่ ชอ่ื คนเป็นตน้ การหาขอ้ เทจ็ จรงิ หลกั ฐานมาอา้ งองิ และเสยี เวลา
เพราะเป็นไปตามอ�ำนาจของขันธ์ธาตุ ตามเหตุ ไปต�ำหน ิ ตเิ ตยี นความเชอ่ื ของผอู้ น่ื ไมม่ ปี ระโยชน์
ตามปัจจัยและเป็นไปตามกฎพระไตรลักษณ์ อะไร มีแต่จะสร้างเวรสร้างกรรมสร้างศัตรูให้กับ
น่ันเอง ส่วนที่หลงลืมไม่ได้ก็อธิบายว่า มรรคผล ตนเอง เพราะชีวิตของมนุษย์น้ันส้ันนัก จะดีกว่า
ท่ีท่านบรรลุและศีล สมาธิ ปัญญา ท่านไมห่ ลงลืม ไหมสเู้ อาเวลาทมี่ คี า่ มาหมน่ั เจรญิ จติ ตภาวนาเพอื่
สรปุ ความคิดเห็นทว่ี ่าพระอรยิ สงฆแ์ ละ ใหพ้ น้ จากความทกุ ขแ์ ละบรรลมุ รรคผลนพิ พานดี
พระอรหันต์หลงลืมได้หรือไม่น้ัน มีผู้ให้ทัศนะ กวา่ อยา่ เสยี เวลาไปกบั การสง่ จติ ออกนอก ไปรบั
ไว้ ๓ ประการคือ ๑) เห็นว่าพระอริยสงฆ์ และ รเู้ รอื่ งราวตา่ งๆทจ่ี ะน�ำมาซง่ึ ความทกุ ขแ์ ละปญั หา
พระอรหันต์หลงลืมได้ ๒) เห็นว่าพระอริยสงฆ์ ตา่ งๆ ตามมาอยา่ งไม่รู้จบส้ินโดยยึดถือคตทิ ่ีวา่
และพระอรหนั ตห์ ลงลมื ไมไ่ ด้ ๓) เหน็ วา่ พระอรยิ สงฆ์ ชีวิตของมนุษย์นั้นส้ันนัก แต่ส�ำคัญ
และพระอรหันต์หลงลืมได้และหลงลืมไม่ได้ ย่ิงนกั
ถ้าท่านใดต้องการหลักฐานทางคัมภีร์เพื่อความ ก็จะเป็นมหากุศลแก่ชีวิตของตนได้อย่าง
ชดั เจน ผเู้ ขยี นขอฝากใหท้ า่ นผอู้ า่ นทม่ี คี วามสนใจ แท้จริง เอวังกม็ ีดว้ ยประการฉะนี้ฯ
ในเร่ืองนี้ลองไปสอบถามท่านผู้เช่ียวชาญใน ขอเจรญิ พรแก่ท่านผอู้ ่านทกุ ทา่ น
พระไตรปิฎกดูว่า มีหลักฐานปรากฏอยู่ในคัมภีร์
เล่มใดอีกบ้างทีก่ ล่าวถึงเร่อื งน้ี เพ่ือหาข้อเทจ็ จรงิ z❀å
ต่อไปหรือจะค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเองก็เป็น
ส่งิ ที่นา่ อนโุ ทนาชนื่ ชมอยเู่ ชน่ กนั

34

วิสาขบูชา ปี ๒๕๖๕

โรคติดเชื้อโควดิ -๑๙

เป็นโรคประจำ� ถ่ิน...จะเป็นไปได้ยังไง??

ศาสตราจารยเ์ กยี รตคิ ุณนายแพทยอ์ มร ลลี ารัศมี

กรรมการแพทยสภา และรองอธกิ ารบดี มหาวทิ ยาลยั สยาม
... ๒ เมษายน ๒๕๖๕ ...

สถานการณ์จนถึงวันนี้ มีผู้เสียชีวิตรายใหม่ ๙๗ ราย (ร้อยละ ๐.๒๕)
ปอดอกั เสบ ๑,๘๓๘ ราย ใช้ทอ่ ช่วยหายใจ ๗๕๒ ราย ผตู้ ิดเชอ้ื รายใหม่ ๒๖,๘๔๐ ราย
ยังมตี ิดเชือ้ รายใหมจ่ ากการตรวจแบบ ATK อกี ๒๐,๔๙๕ ราย อตั ราการตรวจพบเชื้อ
ย้อนหลัง ๗ วันข้ึนมาถึงร้อยละ ๓๐ ตัวเลขของตัวชี้วัดทุกตัว ยังอยู่ในขาข้ึนหมด
เช้ือก่อโรคเกิดจากเชื้อไวรัสโอมิครอนสายพันธุ์หลักคือ เชื้อ BA.2 แถมตรวจพบเช้ือ
ในผตู้ ิดเชื้อชาวไทย ๑ รายทเี่ ป็นสายพันธุล์ กู ผสม "XE" ระหว่างสายพันธุ์ย่อย "BA.1
กับ BA.2" ซึ่งเพ่ิมจ�ำนวนเร็วกว่า BA.2 ถึงร้อยละ ๑๐ ก็ต้องติดตามต่อไปว่า เชื้อ
ลูกผสม "XE" จะผงาดข้นึ มาแซง BA.2 ไดไ้ หม? ส่วนอตั ราการฉีดวัคซนี เขม็ สองยงั อยทู่ ่ี
ร้อยละ ๗๒ เข็มสามอยู่ที่ร้อยละ ๓๔ ซ่ึงต�่ำกว่าเป้าหมาย ท่ีเหมาะสมจะท�ำให้
โรคโควิด-๑๙ กลายเปน็ โรคประจ�ำถิน่

สถานการณแ์ บบในวนั น้ีท�ำใหโ้ รคโควดิ -๑๙ แกมมา่ , เดลตา้ , โอมคิ รอน บา้ นเราโดนทงั้ แอลฟา่ ,
กลายเป็นโรคประจ�ำถิ่นได้ยาก ท้ังนี้เพราะเชื้อ เดลตา้ และ โอมคิ รอน การกลายพนั ธุจ์ นได้สาย
โควดิ -๑๙ เปน็ เชอ้ื ที่กลายพนั ธุ์เรว็ มาก และกลาย พันธุ์ที่ระบาดเก่งมาก จะท�ำให้โรคโควิด-๑๙
พันธุ์จนได้สายพันธุ์ใหม่ท่ีแพร่กระจายในคนได้ กลายเป็นโรคประจ�ำถ่ินได้ยากและแตกต่างจาก
มากข้ึนด้วย ในระยะเวลา ๒ ปีท่ีเริ่มระบาดมา เชื้อไวรัสอ่ืนท่ีไม่กลายพันธุ์ เช่น เช้ือหัด คางทูม
จนถงึ วันน้ี เรามเี ชอ้ื กลายพนั ธทุ์ ี่เกง่ (variants of ไข้ทรพิษ เชื้อท่ีไม่กลายพันธุ์ท�ำให้ภูมิคุ้มกัน
concern) ๕ สายพนั ธแุ์ ลว้ ไดแ้ ก่ แอลฟ่า, เบตา้ , ของมนษุ ยท์ เ่ี กดิ จากการเคยตดิ เชอ้ื หรอื การฉดี วคั ซนี

35

วัดอนงคารามวรวหิ าร กรงุ เทพมหานคร

อยยู่ าวนานเปน็ ปๆี หรอื ตลอดชพี ท�ำใหโ้ รคเหลา่ นี้ แลว้ จะท�ำอยา่ งไร จงึ จะท�ำใหโ้ รคโควดิ -๑๙
กลายเป็นโรคประจ�ำถิ่นได้ง่ายหลังมีการระบาด กลายเป็นโรคประจ�ำถ่ินให้ทันในเดือนกรกฎาคม
ไปนาน ๒ ปี แตเ่ ชอ้ื โรคโควดิ -๑๙ กลบั ตรงกนั ขา้ ม ปนี ี้
มีการกลายพันธุ์จนมีสายพันธุ์เก่งถึง ๕ ตัวแล้ว
ในสองปีที่ผ่านมา การกลายพันธุ์เก่งนี้จะเป็น ปจั จยั ส�ำคญั ทจี่ ะหยดุ ยง้ั การแพรก่ ระจาย
ปจั จยั หลกั ๑ ข้อ ที่ท�ำใหโ้ รคโควิด-๑๙ ไม่กลาย ของเชือ้ โควิด-๑๙ และท�ำใหเ้ ป็นโรคประจ�ำถน่ิ ได้
เป็นโรคประจ�ำถิ่นง่ายๆ เพราะว่า เช้ือไวรัสท่ี ทัน คือ
กลายพันธุ์เร็วมาก (ผมชอบพูดว่า มีเชื้อไวรัส ๑. มีการผลิตวัคซีนรุ่นใหม่ในอนาคต
กลายพันธุ์เกิดข้ึนทุกวัน สายพันธุ์ลูกชนิดใดเก่ง
สูส้ ายพันธุแ์ มไ่ ม่ได้ ก็ล้มหายตายไป สายพนั ธลุ์ กู ท่ีสร้างภูมิคุ้มกันกับเชื้อสายพันธุ์
ชนิดใดเก่งกว่าสายพันธุ์แม่ ก็แพร่กระจายต่อ) โอมิครอนโดยตรง ขณะน้ี เราต้อง
และแพร่กระจายต่อในทางเดินหายใจได้ง่าย พ่ึงวัคซีนเดิมเป็นเข็มที่สาม เข็มสี่
จะกลายเป็นเชอื้ ทีม่ ีลักษณะดงั น้เี สมอคอื มากระตนุ้ ภมู คิ มุ้ กนั ไปกอ่ น การทเี่ รา
๑. แบ่งตัวเร็วข้ึน เพ่ิมจ�ำนวนเช้ือได้เร็ว ต้องใช้เข็มสาม มากระตุ้นภูมิคุ้มกัน
เพราะสายพนั ธใ์ุ หมโ่ อมคิ รอนหลบหลกี
โดยเฉพาะผู้ท่ียังไม่มีภูมิคุ้มกันหรือ ภมู คิ มุ้ กนั ตำ�่ ไดด้ ี ผทู้ เี่ พงิ่ ฉดี มาภายใน
ภูมคิ มุ้ กันอ่อนแอ ๓ เดือนจะมีภูมิคุ้มกันสูงพอจะสู้
กับเชื้อโอมิครอนได้ หลังสามเดือน
๒. แพรก่ ระจายเขา้ เซลลม์ นษุ ย์ในระบบ ไปแล้วเร่ิมป้องกันไม่ดี สถาบัน
ทางเดินหายใจส่วนล่างได้เก่งข้ึน ในประเทศทผี่ ลติ วคั ซนี ตอ้ งรบี ไหวตวั
เพราะมีเชื้อจ�ำนวนมากในทางเดิน และรบี จดั ท�ำวคั ซนี จากเชอ้ื โอมคิ รอน
หายใจสว่ นบนในกลมุ่ เสย่ี งและท�ำให้ เลย เพอื่ จะได้รบี น�ำมาใช้
เกดิ การกลายพนั ธต์ุ ่อไปอีก
๒. มกี ารใชย้ าตา้ นไวรสั ทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพ
๓. ด้ือต่อภูมิคุ้มกันของมนุษย์มากข้ึน ดี เชน่ molnupiravir หรอื paxlovid
เร่ือยๆ ไม่ว่าจะเป็นภูมิคุ้มกันท่ีเกิด
จากเคยตดิ เชอ้ื โควดิ -๑๙ หรอื การฉดี (nirmatrelvir + ritonavir) ทเ่ี ปน็ ยา
กิน ร่วมกับยา favipiravir ยาต้าน
วคั ซนี มาก่อน ไวรัสเหล่าน้ีจะใช้ได้ท้ังป้องกันและ

ปรากฏการณ์นี้จะเป็นของตายตัวท่ีจะ รักษา การกินยาจะท�ำให้เชื้อแพร่
เกิดขึ้นเมื่อเกิดสายพันธุ์ใหม่ที่ระบาดได้ใน กระจายจากคนไขส้ คู่ นใกลเ้ คยี งไมไ่ ด้
ประชากรหลายประเทศและจะกลายเป็นตัวเด่น ท่ีส�ำคัญคือผู้ท่ีรู้ตัวว่าติดเชื้อและอยู่
แทนท่ีตัวเดิม จนกว่าจะเกิดมีสายพันธุ์ใหม่อีกที่ ในกลุ่ม ๖๐๘ แม้จะไม่มีอาการ
เกง่ ขนึ้ มาระบาดแทนท่ี เพราะเพิ่งติดเชื้อวันแรก ก็ต้องรีบ

36

วิสาขบูชา ปี ๒๕๖๕

กินยาต้านไวรัสก่อน จะกลายเป็น แนะน�ำว่า ให้ใช้วิธีเชิงรุกเข้าหากลุ่ม ๖๐๘ ที่ยัง
ผปู้ ว่ ยสเี หลอื ง สแี ดง ทราบวา่ ขณะนี้ ไม่ได้ฉีดวัคซีนหรือฉีดไม่ครบ โดยให้ทุกจังหวัด
รัฐบาลหาซอื้ ยาสองขนานนีม้ าแลว้ ประสานงานกับโรงพยาบาลต่างๆ ที่รับผู้ป่วย
โควิด-๑๙ ท่ีป่วยเป็นปอดอักเสบ ผู้ป่วยท่ีใช้
๓. มกี ารใชก้ ารปอ้ งกนั การแพรเ่ ชอ้ื อยา่ ง ท่อช่วยหายใจว่า อาศัยอยู่ที่บ้านใด ชุมชนใด
เข้มงวดในด้านอนามัยส่วนบุคคลที่ (ถ้ารวมจ�ำนวนผู้ป่วยกลุ่มนี้ในเดือนมีนาคมก็มี
เรียกว่า DMHTT และการหลกี เลย่ี ง จ�ำนวนเป็นหลายพันรายในหลายจังหวัดแล้ว)
การเข้าไปอยู่ในสถานท่ีสาธารณะ/ แล้วให้ อสม. อสส. เข้าไปหากลมุ่ ๖๐๘ ท่ีเหลือ
รถสาธารณะท่ีอากาศไม่ถ่ายเทโดย ในบ้านหรือชุมชนน้ัน พร้อมกับแจ้งชาวบ้านให้
เฉพาะห้องแอร์ มาตรการนี้ ยังต้อง ช่วยกันค้นหากลุ่ม ๖๐๘ ท่ียังฉีดวัคซีนไม่ครบ
น�ำมาใชอ้ ยา่ งจรงิ จงั กอ่ นและใชต้ อ่ ไป มาฉดี วคั ซนี หรอื แจง้ โรงพยาบาล หรอื สสจ. ใหจ้ ดั
จนกว่าโรคโควดิ -๑๙ จะสงบลงแลว้ ทมี ใหค้ �ำปรกึ ษาและฉดี วคั ซนี รกุ เขา้ หากลมุ่ ๖๐๘

ขอ้ ที่ ๑. เกยี่ วกบั การพฒั นาวคั ซนี เรายงั ในพ้ืนที่นั้น จะได้เป็นการท�ำงานแบบบูรณาการ
ต้องรอไปก่อน ตอนนี้ใช้การฉีดวัคซีน mRNA เขา้ ไปช่วยประชากรกล่มุ ๖๐๘ ทย่ี งั เสย่ี งมากต่อ
ทีม่ อี ยเู่ ป็นเข็มทส่ี าม เข็มทีส่ ี่ ชดเชยไปก่อน ส่วน การเจ็บป่วยรุนแรงจากโรคโควิด-๑๙ หน่วยงาน
ขอ้ ๒. และ ๓. สามารถท�ำไดท้ นั ที ตอนน้ตี ้องม่งุ ของรฐั /เอกชนตอ้ งรบั เขา้ หาประชากรกลมุ่ นกี้ อ่ น
ลดผู้ป่วยที่รุนแรง ได้แก่กลุ่ม ๖๐๘ (กลุ่ม ๖๐๘ ที่เชื้อโอมิครอนจะเข้าไปถึง ท้ังนี้ เพื่อลดจ�ำนวน
ให้รวมถงึ คนที่ติดบหุ รห่ี รือสูบบุหรี่ทุกวัน และคน ผู้ป่วยหนักและผู้เสียชีวิตให้ได้ ผู้ป่วยหนักและ
ทฉ่ี ดี วคั ซนี เพยี ง ๒ เขม็ หรอื ยงั ไมไ่ ดฉ้ ดี เลย) แมว้ า่ ผู้เสียชีวิตจะยังเป็นที่แพร่เช้ือต่อไปและมีเช้ือ
โรงพยาบาลและสถานทร่ี าชการ-เอกชนหลายแหง่ กลายพันธุ์ได้ง่ายเพราะจะมีเช้ือจ�ำนวนมากกว่า
จะมีการตง้ั รับโดยฉีดวัคซนี แบบ walk in ได้แล้ว ผปู้ ว่ ยคนอน่ื ท่ีแข็งแรงดีและมภี ูมคิ ุม้ กันสูง การท่ี
ท�ำใหป้ ระชาชนเขา้ ถงึ การฉดี วคั ซนี งา่ ยขน้ึ แตก่ ลมุ่ ต้องใช้วิธีเชิงรุกและท�ำอย่างจริงจัง(แบบเวลาหา
ทเี่ ขา้ มาฉดี กย็ งั เปน็ กลมุ่ ทเี่ ขา้ ถงึ ขา่ วสารและสมคั ร เสียงเลือก สส.) เพราะมีตัวเลขผู้ป่วยหนัก
ใจฉีดวัคซีนอยู่ดี จะเห็นจากรายงานของ ศบค. และผเู้ สียชีวติ สูงมาเป็นเวลา ๑ เดอื นแลว้ จึงต้อง
วา่ ผูท้ เ่ี สยี ชีวติ รอ้ ยละ ๘๐ ถงึ ๙๐ คอื กลมุ่ ๖๐๘ เพิ่มมาตรการเชิงรุกค้นหา กลุ่มเสี่ยงท่ีตรงเป้า
(กลมุ่ ผู้สงู อายุ ๖๐ ปีข้ึนไปและกลมุ่ ผ้ปู ่วยที่มีโรค มากข้ึน ดีกว่าต้ังรับซ่ึงท�ำมานานเป็นปีแล้ว ก็ยัง
ประจ�ำตวั ๗ โรค) และเปน็ ผทู้ ย่ี งั ไมไ่ ดร้ บั วคั ซนี เขม็ ลดจ�ำนวนผปู้ ว่ ยหนกั และผู้ตายไมไ่ ดด้ ี
สามดว้ ย ดังน้นั กลุม่ ๖๐๘ ทเี่ ข้าหาวคั ซนี ได้ กร็ ีบ ส่วนกลุ่ม ๖๐๘ ที่ปฏิเสธการฉีดวัคซีน
ไปฉีดเขม็ สามเลยตอนน้ี ให้จัดหน่วยให้ค�ำปรึกษาบุกเข้าไปหาถึงบ้าน
ส่วนกล่มุ ๖๐๘ ทีเ่ หลือ (กลุ่มทเ่ี ขา้ ไม่ถงึ และอธิบายผลดี/ผลเสียและความคุ้มค่าของการ
หรือไม่อยากฉีด) จะช่วยเหลือได้อย่างไร? ฉีดวัคซนี อกี ครัง้ พรอ้ มทั้งอธบิ ายว่า การป้องกัน

37

วัดอนงคารามวรวหิ าร กรุงเทพมหานคร

ผลร้ายจากการฉีดวัคซีนมีวิธีการเฝ้า ติดตาม กระตุ้นให้ปล่อยออกมามากพอที่จะท�ำลาย
ดูแลรักษาอยู่แล้ว หากยังไม่ยอมฉีดวัคซีนอีก เช้ือที่บุกรุกเพ่ิมขึ้นในทางเดินหายใจส่วนบน
ให้แนะน�ำวิธีการกักตนเองให้เคร่งครัดต้ังแต่วัน หรือเพิ่งลงไปถึงเนื้อปอดได้ ในกรณีนี้ถือว่า
น้ีจนถึงเดือนพฤษภาคมก่อน และให้อยู่ห่างจาก เ ป ็ น ก า ร ติ ด เ ชื้ อ จ า ก เ ห ตุ สุ ด วิ สั ย แ ล ะ ก ลั บ
ลูกหลานในบ้าน และระวังตัวไว้ งดการเดินทาง กลายเป็นผลดีต่อร่างกาย เพราะร่างกาย
ไปยงั ทส่ี าธารณะ ท�ำงานจากทบี่ า้ นหรอื อยใู่ นหอ้ ง จะถูกกระตุ้นให้สร้างภูมิคุ้มกันสูงขึ้นอีก เท่ากับ
ตนเองที่บ้าน ถ้าอยู่ในห้องรวมกับผู้อ่ืน ต้องเป็น ว่า ผู้นั้นได้รับวัคซีนกระตุ้นจากเช้ือโอมิครอน
หอ้ งทอี่ ากาศถา่ ยเทไดด้ ี ทง้ั นเี้ พราะระยะเวลาสาม เอง “ตรงเป้า” เลยตามธรรมชาติ โดยที่ตนเอง
เดือนน้ีเป็นช่วงเวลาที่เชื้อโอมิครอนแพร่กระจาย มอี าการปว่ ยนอ้ ยมาก หรอื บางทไี มร่ ู้ตัวว่าติดเชื้อ
ไปสูงสุดและทุกคนมีโอกาสสูงที่จะติดเชื้อและ มาแล้ว แต่ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันได้ดี
ปว่ ยรนุ แรงหากไมไ่ ดฉ้ ดี วคั ซนี เขม็ สามหรอื ปอ้ งกนั “ตรงเป้า” มากขึน้ ทันที
ตนเองไม่ได้เต็มท่ี หากกลุ่มนม้ี ีไข้ขึ้นหรอื มีอาการ สังคมยังต้องเคร่งครัดในการด�ำเนินชีวิต
ไอ เจ็บคอ ต้องรีบไปพบแพทย์ทันทีและแจ้งให้ แบบ new normal ไปก่อน เชน่ สวมหน้ากาก
แพทย์ทราบว่า ตนเองมีปัจจัยเสี่ยงสูงท่ีจะป่วย อนามัย อยู่ห่างกัน ล้างมือ ต้องหลีกเล่ียง
รุนแรง กลุ่มนี้ต้องรีบได้รับยาต้านไวรัสต้ังแต่วัน การเข้าไปในสถานท่ีสาธารณะ แออัด อากาศ
แรก ที่ทราบหรอื สงสัยวา่ ติดเชอ้ื โควดิ -๑๙ ไม่ควร ไม่ถ่ายเท เด็ดขาด ทั้งน้ีเพื่อระงับการกระจาย
รอให้เป็นผู้ป่วยสีเหลืองเพราะจะป่วยรุนแรงและ ของเช้ือกลายพันธุ์ไปสู่คนอ่ืน จนกว่าผู้ติดเชื้อ
รักษาไม่ทัน ควรรีบรักษาให้หายโดยเร็วเพราะ รายใหม่จะลดลงตำ่� กว่า ๕๐๐ ราย ตอ่ วนั และไม่
จะลดจ�ำนวนเชื้อในตัวผู้ป่วยและลดการแพร่ ได้กระจุกอยู่ในพ้ืนท่ีเดียวกัน นอกจากนี้ทั่วโลก
กระจายของเชอ้ื สูค่ นข้างเคียงด้วย จะต้องท�ำให้ผู้ติดเช้ือรายใหม่ลดลงอย่างชัดเจน
มีข้อมูลอีกหนึ่งข้อที่ขอเรียนให้ทราบไว้ จนไม่พบผู้ป่วยเป็นปอดอักเสบหรือผู้เสียชีวิตที่มี
หากเราฉีดเข็มสามแล้ว ระวังตัว สวมหน้ากาก จ�ำนวนมากกวา่ ยคุ ก่อนจะถึงยุคโควดิ -๑๙
อนามัย หลีกเล่ียงการอยู่ในพื้นท่ีแออัดนานเกิน ถงึ ตอนนน้ั โควดิ -๑๙ กจ็ ะกลายเปน็ โรค
๓๐ นาที ถา้ เกดิ สดู รบั เชอ้ื จะเปน็ การตดิ เชอ้ื แบบ ประจ�ำถน่ิ ท่านคดิ ว่า เราจะท�ำใหเ้ ปน็ ไปไดไ้ หม
เหตสุ ดุ วสิ ยั และรบั เชอื้ จ�ำนวนนอ้ ย เชอ้ื หลดุ เขา้ มา ครบั ?
ในโพรงจมูก/ทางเดินหายใจส่วนต้น กว่าเช้ือ
จะเพิ่มจ�ำนวนมากข้ึนจนก่อโรคได้ หรือกว่า z❀å
เช้ือจะลงลึกไปถึงเน้ือปอด ภูมิคุ้มกันจะถูก

38

วิสาขบูชา ปี ๒๕๖๕

อุปกรณท์ ุกชิน้ คณุ ภาพสูง ประกอบกับทมี วศิ วกรและฝ่ายขาย
ใหค้ า� แนะน�าการออกแบบระบบเพือ่ ใช้งานอยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ

ตดิ ต่อสอบถามข้อมูลเพ่ิมเตมิ ได้ท่ี : บริษัท แปซฟิ คิ เทคโน3โ9ลยี ดิสตริบิวชั่น จา� กัด www.ptdthai.com
1879 ถนนพัฒนาการ แขวงสวนหลววงัดอเขนตงสควารนาหมลววรงวหิ การรงุ เกทรพงุ ฯเทพ1ม0ห2า5น0คร
โทร. 02-362-6188, 02-362-6189 แฟกซ์ 02-362-6190

40

วสิ าขบชู า ปี ๒๕๖๕

โรคฝดี าษลิง

นายมงคล เจนจิตตกิ ุล

โรคฝีดาษลิง หรือโรค ท่ีมา bing.com/images
ฝีดาษวานร หรือไข้ทรพิษลิง
(Monkeypox) ที่เกิดการระบาด ท่ีมา ภาพ: Smith Collection/Gado / Getty Images
ข้ึนคร้ังแรกนอกทวีปแอฟริกา
ซงึ่ มโี รคฝดี าษลงิ เปน็ โรคประจ�ำถน่ิ โรคฝีดาษลิงเป็นโรคประจ�ำถิ่น โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาตัวเลข
คือ สหราชอาณาจักร เม่ือพบ ของผู้ติดเชื้อกลุ่มดังกล่าวยังอยู่ที่เพียง ๒๕๗ รายเท่านั้น
ชาวองั กฤษมอี าการของโรคฝดี าษลงิ ช้ีให้เห็นว่ามีการแพร่ระบาดในประเทศต่างๆ ทั่วโลกเพิ่มขึ้น
ซึ่งได้เดินทางไปประเทศไนจีเรีย ถงึ เกือบ ๓ เทา่ ตัวในเวลาเพยี ง ๑ สปั ดาห์ ซ่งึ WHO ประมาณ
ต่อมาบุคคลดังกล่าวเดินทาง การว่า ตัวเลขที่รายงานข้างต้นน้ีอาจมีการประเมินต�่ำกว่า
กลับเข้ามาในสหราชอาณาจักร
ในวนั ท่ี๔พฤษภาคม๒๕๖๕ขณะน้ี
มีรายงานยืนยันพบการระบาด
ของโรคฝีดาษลิงในหลายประเทศ
ในทวปี ยโุ รป (โดยเฉพาะในองั กฤษ
สเปน และโปรตเุ กส) อเมรกิ าเหนอื
ออสเตรเลยี และภมู ภิ าคตะวนั ออกกลาง
เม่ือวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๖๕
องค์การอนามัยโลก (WHO)
เปิดเผยว่า ขณะนี้พบผู้ติดเช้ือ
ฝีดาษลิง ที่ได้รับการยืนยันแล้ว
ถึง ๗๘๐ ราย ใน ๒๗ ประเทศ
นอกทวีปแอฟริกา ซึ่งไม่ได้มี

41

วัดอนงคารามวรวิหาร กรงุ เทพมหานคร

42

วสิ าขบชู า ปี ๒๕๖๕

ความเปน็ จรงิ เสยี ดว้ ยซำ�้ จนถงึ ขณะนยี้ งั ไมม่ รี ายงาน จะพบผู้ติดเช้ือในพื้นท่ีห่างไกลของประเทศ
ผู้เสียชีวิตในประเทศที่ไม่ใช่โรคประจ�ำถ่ินเหล่าน้ี ทางตอนกลางและตะวันตกของทวีปแอฟริกา
แต่ก็ได้สร้างความกังวลใจให้กับคนจ�ำนวนมาก ซ่ึงเป็นโรคประจ�ำถิ่น โดยเฉพาะบริเวณท่ีเป็น
ดังนั้นการรู้เท่าทันโรคสามารถช่วยให้เราป้องกัน ปา่ ดบิ ชน้ื ซง่ึ มสี ตั วท์ ต่ี ดิ เชอื้ อาศยั อยู่ ผปู้ ว่ ยตดิ โรค
ตนเองได้โรคฝีดาษลิง เป็นโรคติดต่อจากสัตว์ จากการสัมผัสโดยตรงกับเลือด สารคัดหลั่ง ตุ่ม
สู่คน (ไวรัสที่ ส่งมาจากสัตว์สู่คน) เกิดจาก หนองของสตั วท์ ตี่ ดิ เชอื้ ถกู สตั วท์ มี่ เี ชอ้ื กดั ขว่ น กนิ
เช้ือไวรัส monkeypox (MPXV) พบคร้ังแรก เนอื้ สตั วท์ ปี่ รงุ ไมส่ กุ หรอื อาจตดิ ทางออ้ มจากการ
ในลิงทดลองในห้องปฏิบัติการของเดนมาร์ก สมั ผสั ทนี่ อนของสตั วป์ ว่ ย ตอ่ มาในปี พ.ศ. ๒๕๔๖
ในปีพ.ศ.๒๕๐๑จงึ เปน็ ทมี่ าของชอ่ื “โรคฝดี าษลงิ ” ได้เกิดการระบาดของโรคนี้นอกทวีปแอฟริกา
เป็นโรคที่ใกล้เคียงกับอีสุกอีใส และโรคฝีดาษ ในสหรัฐอเมริกา โดยมีผู้ป่วยมากกว่า ๗๐ ราย
หรือไข้ทรพิษ (Smallpox) มีอาการคล้ายกับที่ โดยคนติดเช้ือจากการสัมผัสกับกระรอกดิน
เคยพบในผู้ป่วยไขท้ รพษิ แม้ว่าจะมีอาการรุนแรง (prairie dog) ท่ีตดิ เช้ือ ซึง่ น�ำเข้ามาจากประเทศ
น้อยกว่าในทางคลินิก โดยโรคไข้ทรพิษนี้ได้ กานา่ เพือ่ น�ำมาเปน็ สตั วเ์ ลี้ยง
หายไปจากโลกแล้ว ส�ำหรับไวรัสโรคฝีดาษลิงมี องค์การอนามัยโลก ได้รบั รายงานผูป้ ว่ ย
๒ สายพันธ์ุ คอื สายพันธแุ์ อฟรกิ ากลาง (Central ยืนยัน โรคฝีดาษลิงต้ังแต่วันที่ ๑ มกราคม ถึง
African Clade) และสายพนั ธุ์แอฟรกิ าตะวันตก วันท่ี ๒๒ มิถนุ ายน ๒๕๖๕ จ�ำนวน ๓,๔๑๓ ราย
(West African Clade) ไวรัส ๒ สายพันธุ์นี้ จาก ๕๐ ประเทศ เสียชีวิต ๑ ราย (ไนจีเรีย)
มีความแตกต่างกันในเร่ืองความรุนแรงของโรค โดยร้อยละ ๘๖ (๒,๙๓๓ ราย) เป็นผู้ป่วย
โดยสายพันธุ์แอฟริกาตะวันตกมีความรุนแรง ในทวปี ยโุ รป, รอ้ ยละ๑๑(๓๘๑ราย)ในทวปี อเมรกิ า,
น้อยกวา่ สายพันธุ์แอฟริกากลาง ร้อยละ ๒ (๗๓ ราย) ในทวีปแอฟริกา (น้อยกวา่
ส�ำหรับไวรัสตัวที่ระบาดอยู่ตอนน้ีคือ รอ้ ยละ ๑ (๑๕ ราย) ในเมดเิ ตอรเ์ รเนยี นตะวนั ออก,
สายพันธุ์แอฟริกาตะวันตก ซึ่งเป็นตัวที่มี ๙ ราย ในออสเตรเลยี , ๑ ราย ในเกาหลใี ต้ และ
ความรุนแรงน้อยกว่า โดยอัตราการตายของคน ๑ รายในสงิ คโ์ ปร) สรปุ พบผปู้ ว่ ยในประเทศทไี่ มใ่ ช่
ทีต่ ิดสายพนั ธนุ์ ้ีอยทู่ ่ีรอ้ ยละ ๑ ในขณะที่สายพนั ธ์ุ โรคประจ�ำถ่ิน คือนอกทวีปแอฟริกา ถึงร้อยละ
แอฟรกิ ากลางอย่ทู ่ี รอ้ ยละ ๑๐ ๙๘ และร้อยละ ๙๙ เปน็ ผู้ป่วยชาย อายุ ๐-๖๕ ปี
โรคฝีดาษลิง พบได้ในสัตว์หลายชนิด (พบมากในช่วงอายุ ๓๒-๔๒ ปี โดยมีค่ากลาง
โดยเฉพาะสัตว์ตระกูลลิง และสัตว์ฟันแทะ เช่น ที่อายุ ๓๗ ปี) ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นชายรัก
กระรอก หนู กระต่าย ตัวแพรี่หรือกระรอกดิน รว่ มเพศ (ผชู้ ายท่มี ีเพศสมั พันธก์ บั ผู้ชาย (MSM))
(prairie dog) เป็นตน้ ซึ่งต่างจากการระบาดในแอฟริกาจะเป็นเพศชาย
โรคฝีดาษลิง พบการติดเชื้อในคน ประมาณ ๒ ใน ๓ เปน็ เพศหญงิ ประมาณ ๑ ใน ๓
(เดก็ อายุ ๙ เดือน) เปน็ ครง้ั แรกในปี พ.ศ. ๒๕๑๓ แม้ผู้ที่ติดเช้ือส่วนใหญ่จะมีอาการ
ท่ีสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ส่วนใหญ่ ไมร่ นุ แรง แตน่ ก่ี ถ็ อื เปน็ ครงั้ แรกทเ่ี ชอ้ื ไวรสั ฝดี าษลงิ

43

วัดอนงคารามวรวหิ าร กรงุ เทพมหานคร

แพร่ระบาดเป็นวงกวา้ งในประเทศอื่นๆ นอกโซน โรคฝีดาษลิงในคนจะค่อยๆ หายได้เองหลังจาก
แอฟรกิ ากลางและแอฟรกิ าตะวนั ตก โดยองคก์ าร ผ่านไปประมาณ ๒-๔ สัปดาห์ แต่หากอาการ
อนามัยโลก ประเมินว่า ขณะนี้ความเสี่ยงของ ไม่ดีขึ้น ควรรีบปรึกษาแพทย์เพ่ือตรวจร่างกาย
ฝีดาษลิงท่ีมีต่อภาคสาธารณสุขท่ัวโลกยังคงอยู่ที่ อยา่ งละเอียดเพิ่มเตมิ
ระดับ ‘ปานกลาง’ แต่สามารถพบผู้ป่วยมีอาการรุนแรง
นอกจากนี้รายงานของ WHO ยังระบุ ในบางคนได้ เช่น เด็ก สตรีมีครรภ์ หรือผู้ท่ีมี
ด้วยว่า บางประเทศตรวจพบผู้ติดเช้ือรายใหม่ท่ี ภูมิคุ้มกันบกพร่องเนื่องจากภาวะสุขภาพอื่นๆ
ไม่มีประวัติเกี่ยวข้องกับผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยัน (เช่น ไวรัสโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องของมนุษย์/
ก่อนหนา้ และมคี วามเปน็ ไปไดส้ ูงท่ีประเทศอื่นๆ การติดเชื้อกลุ่มอาการภูมิคุ้มกันบกพร่อง มะเร็ง
จะพบการแพรร่ ะบาดของไวรสั ชนดิ น้ี และฝดี าษลงิ เม็ดเลือดขาว มะเร็งต่อมน้�ำเหลือง มะเร็งท่ัวไป
ยังมีแนวโนม้ จะแพรร่ ะบาดต่อไปอกี การปลกู ถา่ ยอวยั วะทเี่ ปน็ ของแขง็ การบ�ำบดั ดว้ ย
สารอัลคิเลต ยาต้านเมตาบอลิซึม การฉายรังสี
อาการของผู้ป่วยโรคฝดี าษลงิ ส า ร ยั บ ยั้ ง ป ั จ จั ย ก า ร ต า ย ข อ ง เ ซ ล ล ์ ม ะ เ ร็ ง
อาการของโรคฝีดาษลิงมีท้ังป่วยไม่ ต่อมน้�ำเหลือง คอร์ติโคสเตียรอยด์ในขนาดสูง
รนุ แรงจนถงึ ปว่ ยระดบั รนุ แรงปานกลาง หลงั ไดร้ บั เป็นผู้รับด้วย การปลูกถ่ายเซลล์ต้นก�ำเนิด
เชือ้ โรคน้ี มีระยะฟักตัว ๖-๑๓ วนั หรืออาจนาน เม็ดเลือด <๒๔ เดือนหลังการปลูกถ่าย หรือ
ได้ถึง ๒๑ วัน ผู้ป่วยจะแสดงอาการของโรค ≥๒๔ เดือน แต่มีโรคท่ีเกิดจากการปลูกถ่ายหรือ
หลงั ตดิ เชอ้ื แลว้ ประมาณ ๑๒ วนั โดยมไี ข้ ๓๘ องศา กลบั เปน็ ซำ้� หรอื มโี รคภมู ติ า้ นตนเองทม่ี ภี มู คิ มุ้ กนั
เซลเซียสข้ึนไป หนาวสั่น ปวดหัว เจ็บคอ บกพรอ่ งเปน็ องคป์ ระกอบทางคลินกิ ) หรอื ผูป้ ่วย
ต่อมน้�ำเหลืองโต ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง ที่มีอาการแทรกซ้อน เช่น การติดเช้ือซ�้ำซ้อน
อ่อนเพลีย จากนั้นประมาณ ๑-๓ วัน จะมีผืน่ ข้นึ ปอดอักเสบ เย่ือหุ้มสมองอักเสบ การติดเช้ือ
บรเิ วณแขนขา และอาจจะเกิดบนหนา้ และล�ำตัว ในกระแสเลือด และการติดเช้ือท่ีกระจกตา อาจ
ไดด้ ว้ ย (สว่ นใหญร่ ้อยละ ๙๕ ของผปู้ ว่ ยจะมีผื่น น�ำไปสู่การสูญเสียการมองเห็น รุนแรง บุคคล
ที่หน้า และร้อยละ ๗๕ ของผู้ป่วยมีผ่ืนที่ฝ่ามือ ท่ีอาจมีความเสย่ี งสูงตอ่ โรครา้ ยแรง
และฝ่าเท้า แต่ยังสามารถพบผ่ืนได้ท่ีบริเวณอ่ืน การระบาดในปัจจุบัน มีผู้ป่วยหลาย
ของรา่ งกาย เชน่ ชอ่ งปาก รอ้ ยละ ๗๐ อวยั วะเพศ รายท่ีไม่แสดงอาการเหมือนท่ีกล่าวมาข้างต้น
รอ้ ยละ ๓๐ และในตา ร้อยละ ๒๐) ลกั ษณะของ แตม่ อี าการเพยี งเลก็ นอ้ ย เช่น มรี อยโรคเพียงเล็ก
ผื่นจะพัฒนาไปตามระยะดังต่อไปน้ี ผื่นนูนแดง นอ้ ยหรือมีเพียงจดุ เดยี ว ทบ่ี ริเวณอวยั วะสบื พันธุ์
(Maculopapular) ตมุ่ นำ�้ ใส (Vesicles) ตมุ่ หนอง หรือบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์กับทวารหนัก
(Pustules) และสะเก็ด (Crust) โดยพบว่าหาก และไมม่ กี ารแพรข่ ยายเพม่ิ ขน้ึ รอยโรคทพี่ บมรี ปู แบบ
ผปู้ ว่ ยมผี นื่ ลกั ษณะสะเกด็ ขนึ้ จนแหง้ และรว่ งหลดุ ไป แตกต่างกันไป แล้วแต่ระยะเวลา ที่พัฒนา
จะไมม่ ีการแพร่เช้อื ได้ ตามปกติแลว้ อาการป่วย ผู้ป่วยหลายรายมีรอยโรคข้ึนก่อนแล้วค่อย

44

วิสาขบชู า ปี ๒๕๖๕

ตามมาดว้ ยไข้ อาการ/อาการแสดงของความกงั วล กนิ เนื้อสตั ว์ท่ีปรุงไม่สกุ หรืออาจตดิ ทางออ้ มจาก
ได้แก่ ปวดศรี ษะ มไี ข้ หนาวสน่ั เจบ็ คอ วงิ เวยี น การสัมผัสท่ีนอนของ สัตวป์ ว่ ย
ออ่ นแรง ผน่ื และต่อมน้�ำเหลอื งโต
การแพรเ่ ช้อื จากคนส่คู น
สตั ว์ทตี่ ิดโรคฝดี าษลงิ มอี าการอย่างไร โดยทั่วไปแล้ว โอกาสการติดต่อจากคน
ในสัตว์ตระกูลลิง หลังได้รับเช้ือมักมีผื่น สู่คนของโรคฝีดาษลิงน้ันอยู่ในระดับน้อยมาก
ข้ึนอยู่นานประมาณ ๔-๖ สัปดาห์ และจะพบ แต่อาจเกิดขึ้นได้ โดยการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย
ตมุ่ หนองขนึ้ ตามรา่ งกาย โดยบรเิ วณทพี่ บบอ่ ยทส่ี ดุ ผ่านทางละอองฝอยทางการหายใจ สารคัดหลั่ง
คอื ใบหนา้ แขนขา ฝ่ามือ ฝ่าเทา้ และหาง เชือ้ นี้ จากผปู้ ว่ ย เลอื ดหรอื รอยโรคทผี่ วิ หนงั และของใช้
มักไม่ท�ำให้สัตว์ตายแต่อาจพบการตายได้บ้าง ส่วนตัว (เส้ือผา้ ทน่ี อน ผ้าเช็ดตวั ) ทีป่ นเปอ้ื นสาร
ในลงิ แรกเกดิ ลงิ บางตวั อาจจะตดิ เชอ้ื โดยไมแ่ สดง คัดหล่ังจากผู้ป่วย รวมทั้งระหว่างมีเพศสัมพันธ์
อาการปว่ ยเลย เช่นเดยี วกบั กจิ กรรมตา่ งๆ เช่น การจบู การกอด
ในกระต่ายและสัตว์ฟันแทะรวมถึง หรือการสมั ผัสส่วนต่างๆ ของรา่ งกาย
prairie dog จะมีอาการเร่ิมต้น คอื มีไข้ ตาแดง การระบาดในครั้งน้ีมีการแพร่กระจาย
มนี ำ้� มกู ไอ ตอ่ มนำ�้ เหลอื งบวม ซมึ และไมก่ นิ อาหาร มาก จาก การเฉลิมฉลองเทศกาลไพรด์ ในกลุม่
หลังจากน้ันจะเร่ิมมีผ่ืนและตุ่มหนองขึ้นตามตัว ชายรกั ชาย และกลมุ่ ชายไบเซก็ ชวล ทม่ี กี ารจดั ขนึ้
ร่วมกับมีขนร่วงเป็นหย่อมๆ ในสัตว์บางชนิดเชื้อ ทีส่ เปน และเบลเยยี ม และสถานซาวน่า ในสเปน
อาจท�ำใหป้ อดบวมและตายได้ และโปรตุเกส การสัมผัสใกล้ชิดผ่านการร่วมเพศ
ดังนั้นท่านใดที่เลี้ยงกระต่าย และสัตว์ ก็อาจมีสว่ นกระตนุ้ ให้เกดิ การแพรร่ ะบาดข้ึนได้
ฟันแทะ จะต้องหมั่นสังเกตสัตว์ที่ท่านเล้ียงว่ามี เดวิด เฮย์มันน์ ประธานกลุ่มท่ีปรึกษา
อาการดังกล่าวข้างต้นหรือไม่ ถ้ามีก็ให้ระวังอย่า ยทุ ธศาสตรแ์ ละเทคนคิ ดา้ นอนั ตรายจากโรคตดิ เชอื้
สมั ผัสกับสตั ว์เลี้ยงและสัมผัสทนี่ อนของสัตวป์ ว่ ย ที่มีศักยภาพในการแพร่ระบาดขององค์การ
สิง่ ส�ำคญั ทต่ี อ้ งระวงั คือ คนกับสัตว์เล้ียง อนามัยโลก (WHO) ตั้งสมมตุ ฐิ าน ว่าการระบาด
ถา้ คนน�ำเชอ้ื ฝีดาษลงิ ไปให้สตั วเ์ ลี้ยง สตั ว์เล้ียงจะ ของโรคฝีดาษลิงในขณะน้ี “อาจจะแพร่กระจาย
เป็นพาหะและน�ำไปสู่สัตว์ประจ�ำถิ่นโดยเฉพาะ ผา่ นการมเี พศสมั พนั ธ”์ ซงึ่ โรคนอ้ี าจแพรก่ ระจาย
หนู กระต่าย กระรอก แล้วเมื่อนั้นจะเป็นโรค แบบเดียวกับการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ ถ้าหาก
ประจ�ำถิน่ จรงิ จะท�ำใหก้ ารแพรร่ ะบาดขยายไปทว่ั โลกไดง้ า่ ย

การตดิ เชื้อโรคฝีดาษในคน วธิ กี ารป้องกันโรคฝดี าษลงิ

คนสามารถติดโรคนี้จากการสัมผัส ☛ หลีกเล่ียงการสัมผัสสารคัดหลั่ง
โดยตรงกับเลือด สิ่งคัดหลั่ง หรือตุ่มหนองของ บาดแผล เลอื ด นำ�้ เหลอื งของสตั วป์ ว่ ย สตั วท์ เ่ี ปน็
สัตว์ที่ติดเชื้อ หรือจากการถูกสัตว์ที่มีเชื้อกัด พาหะโดยเฉพาะลงิ และสัตวฟ์ ันแทะ

45

วัดอนงคารามวรวหิ าร กรุงเทพมหานคร

☛ หลกี เลย่ี งการกนิ เนอื้ สตั วท์ ปี่ รงุ ไมส่ กุ ด้วยการสูญพันธุ์ของฝีดาษในทวีปแอฟริกาเม่ือ
☛ หมั่นล้างมือด้วยสบู่ หรือเจล ปี พ.ศ. ๒๕๒๐ โดยโซมาเลยี เปน็ ประเทศสดุ ทา้ ย
แอลกอฮอล์บ่อยๆ เม่ือสัมผัสกับสัตว์หรือคนที่ และองค์การอนามัยโลกได้ประกาศว่าฝีดาษ
ติดเชอ้ื หรอื เดนิ ทางเขา้ ไปในป่า หมดไปจากโลกมนุษย์ในปี พ.ศ. ๒๕๒๓
☛ ไมน่ �ำสัตว์ป่ามาเล้ียงหรือน�ำเข้าสตั ว์ (๘ พฤษภาคม ๒๕๒๓)
จากต่างประเทศโดยไมม่ ีการคดั กรองโรค ส�ำหรบั ไทยนนั้ โรค ฝดี าษไดห้ มดไปจาก
☛ กรณมี กี ารเดนิ ทางกลบั จากประเทศ ประเทศกอ่ นทป่ี ระเทศสดุ ทา้ ยในทวปี เอเชยี จะหมด
ทเ่ี ปน็ เขตตดิ โรคตอ้ งท�ำการคดั กรองและเฝา้ ระวงั ในปี พ.ศ. ๒๕๑๘ ไทยไดย้ ตุ กิ ารปลกู ฝปี อ้ งกนั ฝดี าษ
อาการจนครบ ๒๑ วัน หากมีอาการเจ็บป่วยให้ ตง้ั แตป่ ี พ.ศ. ๒๕๑๗ เปน็ ตน้ มา และทว่ั โลกไดย้ ตุ ิ
รีบไปพบแพทย์ทันทีและท�ำการแยกกักเพื่อไม่ให้ การปลกู ฝปี อ้ งกนั โรคฝดี าษตง้ั แตป่ ี ๒๕๒๓
ผปู้ ่วยมีการแพรก่ ระจายเชื้อ ดงั นนั้ ผทู้ อ่ี ายุ ๔๘ ปขี น้ึ ไป หรอื เกดิ กอ่ น
☛ ใสห่ น้ากากอนามัย เมอื่ ต้องเดินทาง ปพี .ศ. ๒๕๑๗ มโี อกาสทจี่ ะไดร้ บั การปลกู ฝปี อ้ งกนั
ไปยังสถานที่เสีย่ งมกี ารแพรร่ ะบาด ฝีดาษสูงมาก และผู้ที่อายุอยู่ในช่วงดังกล่าวคือ
☛ หลกี เลยี่ งการสัมผสั สารคดั หลัง่ แผล เกดิ ปีพ.ศ.๒๕๑๗-๒๕๒๓มโี อกาสจะไดร้ บั การปลกู ฝี
ตมุ่ หนอง หรอื ตุม่ น�้ำใส จากผูม้ ปี ระวตั ิเส่ียง หรือ แตค่ อ่ นขา้ งนอ้ ย ดงั นน้ั ผทู้ ม่ี อี ายนุ อ้ ยกวา่ ๔๒ ปี
สงสัยว่า ติดเช้ือ กรณีที่สัมผสั เช้อื ไปแลว้ ควรฉีด หรอื เกดิ หลงั ปี พ.ศ. ๒๕๒๓ จะถอื วา่ ไมเ่ คยหรอื
วคั ซีนป้องกันในกรณที ย่ี งั ไมเ่ กิน ๑๔ วนั (วคั ซนี ไมม่ โี อกาสไดร้ บั การปลกู ฝปี อ้ งกนั โรคฝดี าษ จงึ ไมม่ ี
ปอ้ งกนั ไขท้ รพษิ สามารถชว่ ยลดความเสยี่ งในการ ภมู คิ มุ้ กนั ตอ่ โรคฝดี าษลงิ และเปน็ กลมุ่ ทเี่ สยี่ งตอ่
ติดเช้ือได้ แต่จะต้องฉีดในกลุ่มคนที่มีความเส่ียง โรคฝดี าษลงิ มากกวา่ ประชากรกลมุ่ อน่ื ๆ
ตดิ เชอ้ื เทา่ นน้ั และยงั สามารถรบั วคั ซนี ไดภ้ ายหลงั ปจั จบุ นั มกี ารพฒั นาวคั ซนี ใหมส่ �ำเรจ็ แลว้
จากการได้รบั เชื้อไมเ่ กิน ๑๔ วัน) โดยบรษิ ทั Bavarian Nordic ส�ำหรบั ปอ้ งกนั ทงั้ โรค
☛ ส�ำหรบั ผปู้ ว่ ย ใหแ้ ยกตนเอง เพอื่ ปอ้ งกนั ฝดี าษในคน และโรคฝดี าษลงิ โดยไดร้ บั การรบั รอง
การแพรเ่ ช้อื แกผ่ ู้อืน่ แลว้ จากสหภาพยโุ รป สหรฐั อเมรกิ า และแคนาดา
ในปี พ.ศ. ๒๕๖๒ คอื MVA-BN หรอื ทร่ี จู้ กั กนั ในชอื่
วธิ กี ารรกั ษาโรคฝดี าษลงิ การคา้ วา่ Imvamune, Imvanex และ Jynneos
ตามล�ำดบั แตย่ งั ไมม่ ใี หบ้ รกิ ารในวงกวา้ ง
ปัจจุบันยังไม่มีการรักษาโรคฝีดาษลิง ส�ำหรบั ยารกั ษาในรายทม่ี อี าการหนกั คอื
ท่ีเฉพาะเจาะจง แต่สามารถควบคุมการระบาด Vaccinia immune globulin (VIG) และมกี าร
ได้ด้วยการฉีดวัคซีนป้องกันไข้ทรพิษซ่ึงสามารถ พฒั นายาตา้ นไววสั เพอ่ื การรกั ษาโรคฝดี าษลงิ ทไี่ ด้
ปอ้ งกนั โรคฝดี าษลิงได้ รอ้ ยละ ๘๕ รบั การรบั รองจาก European Medicines Agency
เปน็ ทที่ ราบกนั ดวี า่ โรคฝดี าษ (smallpox) (EMA) ในเดอื นมกราคม ๒๕๖๕ คอื tecovirimat
หายไปจากทวีปเอเชียในปี พ.ศ. ๒๕๑๘ โดย ซึ่งมีช่ือการค้าว่า TPOXX แต่ยังไม่มีให้บริการ
ประเทศสุดท้ายที่พบคือ บังกลาเทศ ตามมา ในวงกวา้ ง

46

วิสาขบชู า ปี ๒๕๖๕

เอกสารอา้ งองิ ๑๑. ท�ำความรู้จัก “โรคฝีดาษวานร หรือ ฝีดาษลิง”
โรคติดต่อจากสัตว์สู่คนที่ไม่ได้พบได้แค่ใน “ลิง”
๑. ฝดี าษลงิ โรคจากลงิ สมู่ นษุ ย์ ทต่ี อ้ งระวงั (พญ.รบั พร (https://insight.impact.co.th/monkey-
ทกั ษณิ วราจาร) บทความโรงพยาบาลพระรามเกา้ pox/๐๘/๐๖/๒๕๖๕)

(๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๕) ๑๒. อัพเดท "ฝีดาษลิง" ป่วยทั่วโลก 920 ราย
๒. ฝดี าษลงิ คอื อะไร อนั ตรายแคไ่ หน (https://www. ต้องสงสัยอีกหลายร้อยราย (https://www.
thansettakij.com/general-news/527815)
tqm.co.th/blog/ฝีดาษลงิ ๒๔/๐๕/๒๕๖๕)
๓. "ฝีดาษลิง" โรคติดต่อจากสัตว์ รู้ชัด "แพร่เชื้อ ๑๓. แพทย์เตือน "ฝีดาษลิง" โรคติดต่อจากสัตว์ท่ีพบ
ไม่บ่อยแต่อันตรายถึงชีวิต https://www.
ติดต่อ" ผ่านทางไหนบ้างhttps://www.ppt- pptvhd36.com/health/news/823
vhd36.com/health/news/852 (๒๘ พ.ค. (๒๒ พ.ค.๒๕๖๕)
๒๕๖๕)
๔. ฝดี าษลงิ (Monke pox) หนว่ ยปฏิบัตกิ ารวิจัย ๑๔. วคั ซนี ไขท้ รพษิ ปอ้ งกนั "ฝดี าษลงิ " หมอไขขอ้ สงสยั
โรคอบุ ัติใหม่และอุบัตซิ ้ำ� ในสัตว์ คณะสัตวแพทย์ มีฤทธิ์นานเท่าใด?https://www.pptvhd36.
ศาสตร์ จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั (http://www. com/health/news/842 (๒๔ พ.ค.๒๕๖๕)
eidas.vet.chula.ac.th/th/diseases/people/
virus/391) ๑๕. การระบาดของโรคฝีดาษในหลายประเทศใน
๕. โรคฝดี าษลงิ พบไมบ่ อ่ ยแตอ่ นั ตรายถงึ ชวี ติ อาการ ประเทศทไ่ี ม่เฉพาะถิ่น(https://www.who.int/
อยา่ งไร ตอตอ่ ทางไหน? (แพทยห์ ญงิ วรฉตั ร เรสลี
อายรุ แพทยเ์ ฉพาะทางโรคตดิ เชอื้ ) โรงพยาบาลศคิ emergencies/disease-outbreak-news/
รินทร์ (www.sikarin.com) item/2022-DON385) (๒๑ พ.ค.๒๕๖๕)
๖. โรคฝีดาษลงิ คอื อะไร อาการเป็นอย่างไร ตดิ ต่อ
ทางไหนสรปุ ใหแ้ ลว้ (https://www.innnews.co.th/ ๑๖. เกยี่ วกบั Monkeypox (https://www.cdc.gov/
lifestyle/ news_342434/๒๑/๐๕/๒๕๖๕) poxvirus/monkeypox/index.html)
๗. โรคฝีดาษลิงคืออะไร อันตรายแค่ไหน ? ติดง่าย
หรือเปล่า ? (https://724.co.th/articles/ ๑๗. ท่ีปรึกษา WHO ช้ี ฝีดาษลิง อาจแพร่ผ่าน
detail/ฝีดาษลิง มิ.ย.๒๕๖๕) เพศสัมพันธใ์ น ๒ เทศกาลใหญ่ (https://www.
๘. “โรคฝีดาษลิง” คืออะไร เผยอาการ วิธีการ matichon.co.th/foreign/news_3361882)
ติดต่อ และการป้องกัน http://krateeb.
go.th/?p=8059 ๑ มิ.ย.๒๕๖๕ ๑๘. Monkeypox (https://www.who.int/
๙. โรคฝีดาษลิงยังไม่มียารักษา วัคซีนไข้ทรพิษ news-room/questions-and-answers/item/
ป้องกันได้ ๘๕% https://www.pptvhd36. monkeypox)
com/news/173344 (๑ มิ.ย.๒๕๖๕)
๑๐. อาการ "ฝดี าษลงิ " มี 2 ชว่ ง เผยอตั ราการเสยี ชวี ติ ๑๙. Monkeypox (https://www.who.int/
- จดุ ตา่ งของ "ฝดี าษ"https://www.pptvhd36. news-room/fact-sheets/detail/monkeypox)
com/health/care/866 (๒๗ พ.ค.๒๕๖๕)
๒๐. WHO เผย ฝดี าษลิงลาม 27 ประเทศท่วั โลก พบ
ผู้ตดิ เชอ้ื แลว้ 780 รายใน 3 สัปดาห์

(https://www.bbc.com/news/
health-6169697)

z❀å

47

วดั อนงคารามวรวิหาร กรงุ เทพมหานคร

ไมพ่ ึงกล่าววาจาปรามาส

พระสมณะศากยบุตร

โดย... ผศ.ดร. นเิ วศน์ วงศส์ ุวรรณ

“บวั บชู าพุทธธรรมคำ�้ จุนโลก ใหส้ รา่ งโศกสน้ิ ทกุ ขส์ บสขุ สนอง
สัญลักษณ์คู่ใจทีไ่ ทยปอง คอื บวั ทองรองบาทพระศาสดา”

ท่านผู้อ่านเคยต้ังข้อสังเกตบ้างไหมครับ หนา้ ทผ่ี นู้ �ำบญุ ไปโปรดญาตโิ ยมตามหมบู่ า้ นตา่ ง ๆ
ว่า เม่ือใกล้ถึงวันส�ำคัญ ๆ ทางพระพุทธศาสนา เพ่ือประกาศข่าวบุญน้ี ซ่ึงมีสาธุชนร่วมบริจาค
ที่มีดอกบัวเป็นสัญลักษณ์แต่ก็มักจะมีข่าวเชิงลบ ทองค�ำมามากบ้างน้อยบ้าง ไม่มีผู้ใดท่ีไม่มีส่วน
เกี่ยวกับพระสงฆ์ออกมาตีแผ่สู่สังคมได้รับทราบ ร่วมในบุญคร้ังน้ี เพราะผู้คนในสมัยน้ันรักการให้
ถ้าเป็นการกลั่นกรองให้ได้พระดี ๆ อยู่คู้สังคม ทานมาก
ไทยก็ถือว่าเป็นการขอขอบคุณทีมงาน แต่...ถ้า
เป็นการกระท�ำที่เรียกว่า “ปรามาส” เพื่อหวัง
ท�ำลายพระสงฆ์ ก็เป็นกรรมที่ท�ำได้ง่ายๆ แต่มี
วิบากร้ายแรงเกินจะรับไหว เพราะถ้าพลั้งปาก
ปรามาสแล้วขอขมายังไม่พ้นกรรม ดังมีเรื่อง
จากชาดกมาประกอบให้ผู้อ่านได้ทบทวน เป็น
อทุ าหรณไ์ ว้ ดงั น้ี
หลงั การดบั ขนั ธปรนิ พิ พานของพระกสั สปะ
สัมมาสัมพุทธเจ้าไปแล้ว ชาวพุทธต่างพร้อมใจ
กันเป็นสมานฉันท์ว่า จะสร้างมหาเจดีย์บรรจุ
พระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธองค์ เพื่อให้
มนุษย์และเหล่าเทวาทั้งหลายได้มาสักการะบูชา
ในสมยั นนั้ พระอรหนั ตเ์ ถระรปู หนง่ึ เหน็ วา่ หนา้ มขุ
ทางดา้ นทศิ เหนอื ของพระเจดยี ย์ งั กอ่ สรา้ งไมเ่ สรจ็
เพราะยงั ขาดทองค�ำอยเู่ ปน็ จ�ำนวนมาก ทา่ นจงึ ท�ำ

48

วิสาขบชู า ปี ๒๕๖๕

พระเถระได้เดินทางมาถึงบ้านของ ดอกไม้ทองค�ำจนส�ำเร็จ และน�ำไปบูชาพระเจดยี ์
ช่างท�ำทองผู้หนึ่งเพื่อบอกข่าวบุญนี้ ขณะนั้น ด้วยผลกรรมที่ช่างทองได้ปรามาสกล่าว
เองช่างทองก�ำลังทะเลาะกับภรรยา จึงได้พูดกับ ร้ายต่อพระบรมศาสดาผู้บริสุทธิ์บริบูรณ์ แม้จะ
ภรรยาด้วยอารมณ์โกรธเคืองว่า “เธอจงโยน ขอขมาแล้วก็ตาม แต่เศษกรรมปรามาสก็ยังตาม
พระศาสดาของเธอลงน�ำ้ ไปเสยี ” แมภ้ รรยาก�ำลัง ส่งผลให้ช่างทองเม่ือเกิดมา ต้องถูกน�ำไปลอยน้�ำ
ทะเลาะกบั สามี แต่เนอ่ื งจากมจี ติ ใจอ่อนโยนเปน็ ถงึ ๗ ชาติ
คนรู้จักบาปบุญคุณโทษ จึงให้สติเตือนสามีว่า
“พ่ีท�ำกรรมหนักแล้ว พ่ีโกรธฉันก็ควรด่าฉันสิ แค่นึกกล่าวปรามาส ตกนรกแล้วเป็นโรคร้าย
แตพ่ ไี่ ปวา่ ปรามาส พระสมั มาสมั พทุ ธเจา้ อยา่ งนน้ั ซ�ำ้ สอง
มันเปน็ บาปหนกั นะ” สมัยหน่ึง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่
ช่างทองฟังดังน้ันก็ได้สติ เกิดความ ณ พระวิหารเวฬุวัน กลันทกนิวาปสถาน ใกล้
สลดใจ เขาขอให้พระเถระยกโทษให้ พระเถระ พระนครราชคฤห์ ก็สมัยน้ันแล ในพระนคร
กล่าวว่า “ท่านไม่ได้ล่วงเกินเราหรอก แต่ท่าน ราชคฤห์ มีบุรุษเป็นโรคเรื้อนช่ือว่าสุปปพุทธะ
ล่วงเกินพระบรมศาสดา ท่านจงขอขมา เปน็ มนษุ ยข์ ดั สน ก�ำพรา้ ยากไร้
ต่อพระองค์เถิด” ช่างทองถามพระเถระว่า
“พระคุณเจ้าผู้เจริญ จะให้กระผมท�ำอย่างไรดี
จึงจะให้พระศาสดาอดโทษให้”
พระเถระจึงบอกให้ช่างทองท�ำหม้อ
ดอกไม้ทองค�ำสามหม้อ น�ำไปไว้ภายในที่บรรจุ
พระบรมสารรี กิ ธาตุ และใหข้ อขมาโทษทไี่ ดก้ ลา่ ว
ปรามาสล่วงเกินพระบรมศาสดาต่อหน้าพระ
มหาเจดยี ์ ชา่ งทองท�ำตามค�ำแนะน�ำของพระเถระ
ได้ชักชวนลูกชายคนโตให้มาช่วยกันท�ำ แต่ได้
รับการปฏิเสธว่า “พ่อเป็นคนปรามาสต่อว่า
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผมไม่เกี่ยว เพราะฉะน้ัน
พ่อท�ำคนเดยี วเถอะ” เขาจึงชวนลกู ชายคนกลาง
ก็ได้รับการปฏิเสธอีกเช่นกัน แต่เม่ือชวนลูกชาย
คนเล็ก ลูกคนเล็กกลับคิดว่า “ธรรมดา กิจธุระ
ของพ่อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม ย่อมเป็น
ภาระของลูกด้วย เพราะภารกจิ ของพอ่ คือหนา้ ที่
ของลูก” ดังน้ัน ลูกคนเล็กจึงช่วยพ่อท�ำหม้อ

49

วัดอนงคารามวรวหิ าร กรงุ เทพมหานคร

ก็สมัยน้ันแล พระผู้มีพระภาคแวดล้อม พระองคเ์ อง คอื ทกุ ข์ สมทุ ยั นโิ รธ มรรค ธรรมจกั ษุ
ไปด้วยบริษัทหมู่ใหญ่ ประทับนั่งแสดงธรรมอยู่ ปราศจากธุลี ปราศจากมลทิน ได้เกิดข้ึนแก่
สุปปพทุ ธกุฏฐิ (สุปปพุทธผู้เป็นโรคเรอ้ื น) ได้เหน็ สปุ ปพทุ ธกฏุ ฐใิ นทน่ี ง่ั นนั้ แลวา่ สง่ิ ใดสงิ่ หนง่ึ มคี วาม
หมมู่ หาชนประชมุ กนั แตท่ ไ่ี กลเทยี ว ครน้ั แลว้ ไดม้ ี เกดิ ข้นึ เป็นธรรมดา สิง่ น้นั ทัง้ มวลล้วนมคี วามดบั
ความด�ำริ วา่ หมมู่ หาชนจะแบง่ ของควรเคยี้ ว หรอื เป็นธรรมดา เหมือนผ้าทส่ี ะอาดปราศจากมลทนิ
ของควรบริโภคอะไรๆ ให้ในที่นี้แน่แท้ ไฉนหนอ ควรรับน้ำ� ยอ้ มดว้ ยดฉี ะน้ัน ฯ
เราพึงเข้าไปหาหมู่มหาชน เราพึงได้ของควรเค้ยี ว ล�ำดับนั้นแล สุปปพุทธกุฏฐิมีธรรมอัน
หรือควรบริโภคในหม่มู หาชนนี้เป็นแน่ เห็นแล้ว มีธรรมอันบรรลุแล้ว มีธรรมอันรู้แจ้ง
ล�ำดับน้ันแล สุปปพุทธกุฏฐิได้เข้าไป แล้ว มีธรรมอันหย่ังถึงแล้ว ข้ามความสงสัย
หาหมู่มหาชนนั้นแล้ว ได้เห็นพระผู้มีพระภาค ได้แล้ว ปราศจากความเคลือบแคลง บรรลุถึง
แวดลอ้ มดว้ ยบรษิ ทั หมใู่ หญ่ ประทบั นงั่ แสดงธรรม ความเป็นผู้แกล้วกล้า ไม่เช่ือต่อผู้อ่ืนในศาสนา
อยู่ ครนั้ แลว้ ไดม้ คี วามด�ำรวิ า่ หมมู่ หาชนคงไมแ่ บง่ ของพระศาสดา ลุกจากอาสนะ เข้าไปเฝ้า
ของควรเคย้ี วหรอื ของควรบรโิ ภคอะไรๆ ใหใ้ นทนี่ ี้ พระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคมแล้วน่ัง
พระสมณะโคดมนี้ทรงแสดงธรรมอยู่ในบริษัท ณ ทค่ี วรสว่ นขา้ งหนึง่
ถ้ากระไร แมเ้ ราก็พงึ ฟังธรรม เขาน่ังอยู่ ณ ที่ควร คร้ันแล้วได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า
ส่วนข้างหน่ึงในบริษัทน้ันเอง ด้วยคิดว่าแม้เราก็ ขา้ แตพ่ ระองคผ์ เู้ จรญิ ภาษติ ของพระองคแ์ จม่ แจง้
จกั ฟังธรรม นกั ขา้ แตพ่ ระองคผ์ เู้ จรญิ ภาษติ ของพระองคแ์ จม่
ล�ำดบั นน้ั แล พระผมู้ พี ระภาคทรงก�ำหนด แจ้งนัก พระผู้มีพระภาคทรงประกาศโดยอเนก
ใจของบริษัททุกหมู่เหล่าด้วยพระทัยแล้ว ได้ทรง ปริยาย เปรียบเหมือนหงายของท่คี วำ่� เปดิ ของที่
กระท�ำไว้ในพระทัยว่า ในหมู่พุทธบริษัทนี้ ใคร ปดิ บอกทางแกค่ นหลงทาง หรอื ตามประทปี ไวใ้ น
หนอท่ีควรจะรู้แจ้งธรรม พระผู้มีพระภาคได้ทรง ท่ีมืดด้วยหวังว่า ผู้มีจักษุจักเห็นรูปได้ฉะนั้น
เห็นสุปปพุทธกุฏฐินั่งอยู่ในบริษัทน้ัน ครั้นแล้ว ขา้ แต่พระองคผ์ เู้ จรญิ ขา้ พระองค์น้ี ขอถึงพระผมู้ ี
ได้ทรงพระด�ำริว่า ในบริษัทน้ี บุรุษนี้แลควรจะ พระภาคกบั ทงั้ พระธรรมและพระภกิ ษสุ งฆว์ า่ เปน็
รู้แจ้งธรรม พระองค์ ทรงปรารภสุปปพุทธกุฏฐิ สรณะ ขอพระผมู้ พี ระภาคโปรดทรงจ�ำขา้ พระองค์
จึงตรสั เทศนาอนุปุพพกิ ถา คือ ทานกถา ศลี กถา ว่าเป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะตลอดชีวิต ตั้งแต่วันนี้
สัคคกถา โทษแห่งกามอันต่�ำทรามเศร้าหมอง เป็นตน้ ไป ฯ
และทรงประกาศอานสิ งสใ์ นเนกขมั มะ และเมอ่ื ใด ล�ำดับน้ันแล สุปปพุทธกุฏฐิอันพระผู้
พระผู้มีพระภาคได้ทรงทราบว่าสุปปพุทธกุฏฐิ มีพระภาคทรงช้ีแจงให้เห็นแจ้ง ให้สมาทาน
มีจิตควรอ่อน ปราศจากนิวรณ์ เฟื่องฟู ผ่องใส อาจหาญ ร่าเริง ด้วยธรรมีกถา ชื่นชมยินดี
เมื่อนั้น พระองค์ทรงประกาศพระธรรมเทศนา พระภาษติ ของพระผมู้ พี ระภาค ลกุ จากอาสนะถวาย
ที่พระพุทธเจ้าท้ังหลายทรงยกข้ึนแสดงด้วย บงั คมพระผมู้ พี ระภาคกระท�ำประทกั ษณิ แลว้ หลกี ไป

50

วสิ าขบูชา ปี ๒๕๖๕


Click to View FlipBook Version