1
รายงานผลการดำเนนิ งาน
โครงการสะเต็มศกึ ษาสทู กั ษะอาชีพ ตามแนวทางพระราชดำริเศรษฐกจิ พอเพยี ง
(โครงการการนำผลการวิจัยไปใชป ระโยชน ประจำปการศึกษา 2564)
ดำเนนิ งานโดย
นางสาวเตชนิ ี ภริ มย
นางสาวจารุณี เกิดแกว
นางบญุ ยากร อินทรแกวศรี
ผรู บั ผดิ ชอบโครงการ
กลุมงานบริหารวชิ าการ
โรงเรยี นวงั หินวิทยาคม อำเภอบางขัน จงั หวัดนครศรธี รรมราช
สำนกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษามัธยมศึกษา นครศรีธรรมราช
2
บนั ทึกขอ ความ
สวนราชการ โรงเรยี นวังหนิ วทิ ยาคม
ที่ ………………………….. วันท่ี 17 ธนั วาคม 2564
เรือ่ ง รายงานผลการดำเนนิ งานโครงการสะเต็มศึกษาสทู ักษะอาชีพ ตามแนวทางพระราชดำริ
เศรษฐกิจพอเพยี ง (โครงการการนำผลการวจิ ยั ไปใชประโยชน ประจำปก ารศึกษา 2564)
เรยี น ผอู ำนวยการโรงเรยี นวังหินวิทยาคม
สงิ่ ทีส่ ง มาดวย ๑. รายงานผลการดำเนินงาน โครงการสะเต็มศึกษาสูทักษะอาชีพ ตามแนวทาง
พระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง (โครงการการนำผลการวิจัยไปใชประโยชน
ประจำปการศึกษา 2564) จำนวน ๑ ฉบบั
ดวยขาพเจา นางสาวเตชินี ภิรมย นางสาวจารณุ ี เกิดแกว และนางบุญยากร อินทรแกว
ศรี ไดรบั อนุมัติใหดำเนนิ งานโครงการสะเต็มศึกษาสูทักษะอาชพี ตามแนวทางพระราชดำริเศรษฐกจิ
พอเพียง (โครงการการนำผลการวิจัยไปใชป ระโยชน ประจำปการศกึ ษา 2564) ซงึ่ ไดรับงบประมาณ
สนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) แบงสวนงบดำเนินงาน จำนวน
15,000 บาท และ คา เบ้ยี งเลี้ยงและคา พาหนะ จำนวน 4,500 บาท ซ่ึงคา เบ้ยี งเลี้ยงและคา พาหนะ
ดังกลาวไดรับแจงจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ วาเนื่อง
ดวยสถานการณการแพรระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จึงยกเลิกการจัด
ประชุมปฏิบัตกิ ารนำเสนอความกา วหนา ในการดำเนินงาน ณ สวนกลาง จึงขอใหผรู บั ผดิ ชอบโครงการ
การนำผลการวจิ ัยไปใชป ระโยชน ปงบประมาณ พ.ศ.2564 ดำเนนิ การเบกิ จา ยงบประมาณในสวนที่
เปนเบี้ยเลี้ยง คาพาหนะเปนคาใชจายในการดำเนินงานแทน ซึ่งรวมงบสำหรับการดำเนินงานรวม
19,500 บาท โดยโครงการดังกลาวมีลักษณะเปน โครงการใหม โครงการตอเนื่อง ได
ดำเนนิ งานโครงการ ตงั้ แตวันที่ 2 สิงหาคม 2564 ณ โรงเรยี นวังหนิ วิทยาคม โดยไดร ับความรวมมือ
จากครูและบุคลากรในโรงเรยี น วังหินวทิ ยาคมเปนอยางดี
บดั น้ี การดำเนินงานไดเ สรจ็ ส้ินแลว ขอรายงานผลการดำเนินงานโครงการ ดงั น้ี
1. ผลการดำเนินงาน บรรลุตามเปา หมายท่ีต้ังไว ไมบรรลตุ ามเปา หมายท่ีตงั้ ไว
2. ผลการประเมนิ ความพึงพอใจของผเู ขา รว มกจิ กรรม พงึ พอใจมากทส่ี ุด
พงึ พอใจมาก พึงพอใจนอยสดุ คิดเปน 4.31
3. ผลการประเมินคณุ ภาพการบริหารโครงการอยูในระดับ ดีมาก ดี
ปรบั ปรงุ คดิ เปน 3.52
4. ผลการประเมินตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานดานกระบวนการบริหารและการ
จัดการของผูบริหารสถานศึกษา มาตรฐานที่ 2 ตัวบงชี้ 2 การวางแผนพัฒนาคุณภาพการจัด
การศึกษาของสถานศกึ ษา 3.57 ระดบั คุณภาพ ดมี าก
3
จึงเรยี นมาเพ่ือโปรดทราบและพจิ ารณา
ลงช่อื ผรู ับผดิ ชอบโครงการ
(นางสาวเตชินี ภริ มย)
ตำแหนง ครู คศ.1
ลงช่ือ ผรู วมโครงการ
(นางสาวจารุณี เกดิ แกว )
ตำแหนง ครู คศ.3
ลงชอ่ื ผูรว มโครงการ
(นางบุณยากร อินทรแ กวศรี)
ตำแหนง ครู คศ.3
ความเห็นหวั หนา งาน/หวั หนากลมุ สาระการเรียนรู ความเหน็ หวั หนา งานแผนงาน
......................................................................... .........................................................................
......................................................................... .........................................................................
......................................................................... .........................................................................
ลงชื่อ.......................................................... ลงชื่อ..........................................................
(นางสาวจรยิ า ยงกำลัง) (นางสาวเตชนิ ี ภริ มย)
ความเห็นรองผอู ำนวยการกลุมบรหิ ารงานวิชาการ ความเห็นของผูอำนวยการโรงเรยี น
........................................................................ .......................................................................
.......................................................................... .......................................................................
.......................................................................... .......................................................................
ลงชือ่ .......................................................... ลงชอื่ ..........................................................
(นางสาวรจุ ิรา บวั ลอย) (นางจิราพร อินทรทศั น)
4
คำนำ
การจัดกิจกรรมการเรียนรูสะเต็มศึกษาสูทักษะอาชีพ ตามแนวทางพระราชดำริเศรษฐกิจ
พอเพยี ง เปนกจิ กรรมที่เนนการปฏิบัติ ตามความสนใจของนกั เรยี น ซ่งึ เรมิ่ จากการเตรยี มความพรอม
ของครู นักเรียน วัสดุอุปกรณ และโครงสรางพื้นฐานของโรงเรียน จากนั้นครูเปนผูจุดประกาย
และใหคำปรึกษา ใหขอแนะนำนักเรียนและครูอาจรวมกับนักเรียนในการแลกเปลี่ยนเรียนรูสะเต็ม
ศึกษาสูทกั ษะอาชีพ ตามแนวทางพระราชดำริเศรษฐกจิ พอเพียง โดยการนำรูปแบบการปลูกผักระบบ
ไฮโดรโปนกิ สม าบูรณาการสำหรบั การจัดกิจกรรมดงั กลาว มวี ิทยากรทอ งถนิ่ ใหค วามรแู กน กั เรียนกลมุ
เขารวมอบรม ซึ่งในแตละขัน้ ตอนนักเรียนสามารถประยุกตใช เพื่อใหสอดคลองกับลักษณะของความ
สนใจของตน และจะชวยพัฒนาสมรรถนะและทักษะของนักเรียนในศตวรรษที่ 21 ไดอยางมี
ประสิทธิภาพ โดยดำเนินโครงการอยางเปนระบบ มีความชัดเจนสามารถตรวจสอบได และบุคลากร
ทุกคนมีกรอบในการปฏิบัติงาน มีการศึกษาสภาพปจจุบัน ปญหาและความตองการ การกำหนด
เปาหมายในการพัฒนา การวางแผน การปฏิบัติงานตามแผน การนิเทศติดตามผล และประเมิน
โครงการ เพื่อนำผลการประเมินโครงการไปใชในการพัฒนางานอยางตอเนือ่ ง และเปนระบบ ผลการ
ดำเนนิ งานชว ยใหโรงเรยี นไดพ ัฒนาในมาตรฐานการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐานดานกระบวนการบรหิ ารและการ
จัดการของผูบริหารสถานศึกษา มาตรฐานที่ 2 ตัวบงชี้ 2 การวางแผนพัฒนาคุณภาพการจัด
การศกึ ษาของสถานศึกษา
ขอขอบคุณบคุ ลากรท่ีเกยี่ วของกับการดำเนินงานทุกทาน ทใี่ หความรว มมอื ในการดำเนนิ งาน
และการประเมินงานแนะแนว ใหงานบรรลุผลตามเปาหมายที่กำหนด ซึ่งเกิดประโยชนสูงสุด
ตอโรงเรยี นวังหนิ วทิ ยาคมและผูเก่ยี วขอ ง สำหรับใชใ นการพัฒนางานใหม คี วามกาวหนา ตอไป
คณะผูจัดทำ
สารบัญ 5
เรือ่ ง หนา
ตอนท่ี 1 ขอมูลทั่วไป
1. ชื่อโครงการ 6
2. สนองกลยทุ ธ 6
3. ผูร บั ผดิ ชอบโครงการ 6
4. ระยะเวลาในการดำเนนิ การ 6
5. วตั ถปุ ระสงค 6
6. เปาหมายของงาน/โครงการ/กิจกรรม 6
ตอนที่ 2 การประเมนิ ผลโครงการ/งาน/กิจกรรม
1. ทรพั ยากร 8
2. กระบวนการดำเนนิ งาน 8
3. การประเมนิ ความพงึ พอใจทีม่ ีตอ การเขา รวมงาน/โครงการ/กจิ กรรม 8
ตอนที่ 3 การบรหิ ารโครงการ
1. สรุปผลการประเมนิ การรว มงาน/โครงการ 10
2. สรปุ ผลการประเมนิ การบรหิ ารงาน/โครงการ 16
3. สรปุ ผลการประเมินตามเปา หมาย 17
4. ปญหาและอุปสรรคในการดำเนนิ งาน 17
5. ขอเสนอแนะ แนวทางในการปรบั ปรงุ แกไข 18
ภาคผนวก
- โครงการทไี่ ดร ับอนมุ ัติ
- คำสง่ั แตงตง้ั คณะกรรมการดำเนนิ งาน
- แบบประเมนิ ความพึงพอใจทมี่ ีตอ การเขารวมโครงการ/กจิ กรรม
- ภาพประกอบการจัดโครงการ/กจิ กรรม
6
รายงานผลการดำเนนิ งาน
โครงการสะเตม็ ศกึ ษาสทู ักษะอาชีพ ตามแนวทางพระราชดำริเศรษฐกจิ พอเพียง
(โครงการการนำผลการวจิ ัยไปใชป ระโยชน ประจำปก ารศกึ ษา 2564)
โรงเรยี นวังหนิ วิทยาคม สพม.นครศรธี รรมราช
กลมุ งานบรหิ ารวิชาการ
ปง บประมาณ 2564
ตอนท่ี 1 ขอมูลทัว่ ไป
1. ชอ่ื โครงการ สะเต็มศกึ ษาสทู ักษะอาชีพ ตามแนวทางพระราชดำรเิ ศรษฐกจิ พอเพียง
(โครงการการนำผลการวจิ ัยไปใชป ระโยชน ประจำปก ารศกึ ษา 2564)
2. สนองกลยุทธส พฐ. ขอ ๑, ๒
สนองกลยุทธ สพม.13 ขอ ๑, ๒, 4
กลยุทธโรงเรียน ขอ ท่ี 1, 2, 3
มาตรฐานคุณภาพการศึกษาดาน กระบวนการบรหิ ารและการจดั การของผบู รหิ ารสถานศกึ ษา
มาตรฐานที่ 2 ตวั บง ชี้ 2. การวางแผนพฒั นาคณุ ภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา
3. ผูรบั ผดิ ชอบโครงการ นางสาวเตชนิ ี ภิรมย นางสาวจารุณี เกิดแกว และ นางบุณยากร อินทรแ กว ศรี
4. ระยะเวลาดำเนินการ ชวงที่ 2 (1 เม.ย. – 30 ก.ย.)
ชวงที่ 1 (1 ต.ค. – 31 มี.ค.)
5. วตั ถปุ ระสงคข องโครงการ
1) เพื่อจัดการเรียนการสอนสะเต็มศึกษา (STEM Education) สูศาสตรพระราชา “ปรัชญา
เศรษฐกจิ พอเพียง”
2) เพื่อบูรณาการการจัดกิจกรรมการเรียนรูสะเต็มศึกษาสูทักษะอาชีพ ตามแนวทาง
พระราชดำรเิ ศรษฐกิจพอเพียง
6. เปา หมายของโครงการ
นักเรียนโรงเรียนวังหินวิทยาคม ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนตน ที่กำลังศึกษาในปการศึกษา
2564 จำนวน 20 คน ซึ่งคณะผูจัดทำเลง็ เห็นวานักเรยี นกลุมนี้กำลังอยูในวัยเรียนรูที่กำลังอยากรู
อยากเห็น มีความทาทาย และสามารถกอเกิดการเรียนรูสิ่งใหม ๆ เชิงสรางสรรคได อีกทั้งหาก
นักเรียนกลุมดังกลาวจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนตน และไมมีกำลังทรัพยหรอื ปจจัยศึกษาตอ
นักเรียนสามารถประยุกตใชแนวทางดังกลาวในการดำเนินชวี ิตตอ ไปไดอยา งมีความสุข แตเนื่องดวย
เหตุสถานการณในปจจุบันเกิดการแพรร ะบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19
ทางทมี ผรู ับผดิ ชอบไดเ ล็งเหน็ ความสำคัญสำหรับการเวนระยะหางทางสังคม หรอื social distancing
ปกปองตนเองและคนรอบตวั จากสถานการณก ารแพรร ะบาดของโรคติดเชือ้ ไวรสั โคโรนา 2019 หรือ
COVID-19 จงึ ไดจัดการอบรมในรูปแบบออนไลน และคัดเลือกตัวแทนจำนวน 6 คน เขารวมปฏบิ ตั ิ
7
ในสถานการณจริง ประกอบดว ย นักเรียนระดบั ชั้นมัธยมศึกษาตอนตน จำนวน 4 คน และนกั เรียน
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 2 คน เพื่อเปนแกนนำสำหรบั การถายทอดเพื่อนรวมชั้นเรียน
ตอไปในภายหนา รวมจำนวนนกั เรยี นทเ่ี ขา รว มโครงการ และนักเรยี นแกนนำ จำนวน 26 คน
6.1 ดานปริมาณ
1. นักเรียนที่เขารวมโครงการทุกคนมีความรูความเขาใจสะเต็มศึกษา (STEM
Education) และปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง
2. นักเรียนมีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรูการบูรณาการสะเต็มศึกษาสูทักษะอาชีพ ตาม
แนวทางพระราชดำรเิ ศรษฐกิจพอเพียง
3. มีรายงานสรุป พรอมบทวิเคราะห และขอเสนอแนะ หลังสิ้นสุดโครงการ
ดำเนนิ งานโครงการ จำนวน 1 ฉบับ
6.2 ดานคณุ ภาพ
นักเรียนเขารว มโครงการของโรงเรียนวังหินวิทยาคมทุกคน มีทักษะการบรู ณาการ
สะเต็มศึกษาสูทักษะอาชีพ ตามแนวทางพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง และสามารถนำความรูไป
เผยแพรภายในโรงเรียน และครอบครวั ไดในระดับเบ้อื งตน
7. ตวั ชวี้ ดั ความสำเรจ็
7.1 รอยละ 100 ของนักเรียนที่เขารวมโครงการมีความรูความเขาใจสะเต็มศึกษา (STEM
Education) และปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง
7.2 รอยละ 80 ของนักเรียนที่เขารวมโครงการมีทักษะแนวคิดสะเต็มศึกษา (STEM
Education) และสามารถบรู ณาการรว มกบั หลกั เศรษฐกิจพอเพียง
7.3 รอยละ 80 ของนักเรียนที่เขารวมโครงการมีแนวทางในการตอยอดและพัฒนาวิธีการ
จัดการเรียนรูดวยตนเอง เพื่อพัฒนาความสามารถ หรือสมรรถนะของผูเรียนดานอื่น ๆ ของนักเรียน
ตอไป
8
ตอนที่ 2 การประเมินผลงาน/โครงการ
1. ทรพั ยากร
1.1 งบประมาณ
1. เงินอุดหนุน เงนิ บำรงุ การศึกษา เงินปาลม
เงนิ รา นคาสวัสดกิ าร เงนิ โรงอาหาร เงินเรยี นฟรี
เงนิ อ่ืน ๆ (งบสนบั สนุนจาก สพฐ.)
2. ไดร บั 19,500 บาท ใช 19,500 บาท
3. ความเพยี งพอของงบประมาณ
มากเกนิ ไป เพียงพอ นอยเกนิ ไป
1.2 บุคคล
1. จำนวนคนที่เกย่ี วขอ ง ทั้งหมด - คน นักเรยี น 26 คน
.
ผูดำเนินโครงการ 3 คน วิทยากรทอ งถิน่ 1 คน .
.
2. ความเพียงพอของคนท่ีรวมดำเนินงาน/โครงการ
เพยี งพอ ไมเพยี งพอ เน่ืองจาก -
1.3 ส่งิ อำนวยความสะดวก (กรณีทีใ่ ช)
1. วัสดอุ ุปกรณ
เพียงพอ ไมเพยี งพอ เน่ืองจาก -
2. อาคารสถานท่ี
เหมาะสม ไมเ หมาะสม เนอื่ งจาก -
2. กระบวนการดำเนนิ งาน -.
2.1 กจิ กรรมทีด่ ำเนินการ .
ทำไดครบทุกกจิ กรรม ทำไดนอยกวากิจกรรมทก่ี ำหนดเนอ่ื งจาก
2.2 ระยะเวลาดำเนินกิจกรรม
ทำไดต ามกำหนดเวลาทุกกจิ กรรม
ทำไดต ามกำหนดเวลาเปนสวนใหญ
ทำไดชากวากำหนดเวลาเปนสว นใหญ เนอ่ื งจาก -
3. การประเมนิ ความพึงพอใจท่ีมีตอการเขารว มงาน/โครงการ
3.1 กลุมเปาหมาย ในการรวมโครงการ ไดแก นักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาตอนตน ปการศกึ ษา
2564 จำนวน 20 คน นักเรียนแกนนำระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนตน จำนวน 4 คน และระดับช้ัน
มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย จำนวน 2 คน ซ่ึงในการจัดโครงการมผี เู ขา รว มกิจกรรม ท้ังสน้ิ 26 คน คดิ เปน
รอ ยละ 100
9
3.2 วธิ ีดำเนนิ การ ในการติดตามและประเมินผลการดำเนนิ งานไดดำเนนิ การดงั นี้
3.2.1 เคร่ืองมือที่ใชในการประเมนิ มีดังน้ี
1. แบบประเมินทักษะอาชีพของนักเรยี นรายบุคคล
2. แบบสอบถามความพึงพอใจตอการเรียนรูโดยใชกิจกรรมการจัดการ
เรยี นรูต ามแนวทางสะเต็มศกึ ษา (STEM Education)
3.ประเมินผลการใชแผนการจัดการเรยี นรู และเอกสารชุดความรูการปลูก
ผักไฮโดรโปนิกส ในการจัดการเรียนการสอนสะเต็มศึกษา (STEM Education) สูศาสตรพระราชา
“ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง”
3.2.2 วเิ คราะหขอ มลู ในการวเิ คราะหข อมูลดำเนนิ การดงั นี้
1. แบบประเมินทักษะอาชีพของนักเรียนรายบุคคล วิเคราะหผลดวยการ
หาคารอ ยละ
2. แบบสอบถามความพึงพอใจตอการเรียนรูโดยใชกิจกรรมการจัดการ
เรียนรตู ามแนวทางสะเตม็ ศึกษา (STEM Education) วเิ คราะหผลดว ยการหาคา รอยละ
3. ประเมนิ ผลการใชแผนการจดั การเรียนรู และเอกสารชุดความรูการปลกู
ผักไฮโดรโปนิกส ในการจัดการเรียนการสอนสะเต็มศึกษา (STEM Education) สูศาสตรพระราชา
“ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง” โดยการบันทกึ ผลหลังแผนการจัดการเรียนรู
3.2.3 การแปลผลขอมูล ในการแปลความหมายของขอมูล แปลผลจากคาเฉลี่ย
เลขคณิต (X) โดยใชห ลกั เกณฑด ังนี้
คาเฉลย่ี เลขคณติ (X) ความหมาย
4.50 – 5.00 ระดบั ความพึงพอใจมากที่สุด/เหมาะสมมากท่ีสุด
3.50 – 4.49 ระดบั ความพงึ พอใจมาก/เหมาะสมมาก
2.50 – 3.49 ระดบั ความพึงพอใจปานกลาง/เหมาะสมปานกลาง
1.50 – 2.49 ระดับความพึงพอใจนอ ย/เหมาะสมนอ ย
1.00 – 1.49 ไมมีความพึงพอใจ/ควรปรบั ปรุง/เหมาะสมนอยทส่ี ดุ
10
3.3 ผลการวเิ คราะหขอ มูล
3.3.1 ผลการวิเคราะหข อมูลความพึงพอใจการเขารว มโครงการสะเต็มศึกษาสูทักษะ
อาชีพ ตามแนวทางพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง (โครงการการนำผลการวิจัยไปใชประโยชน
ประจำปการศกึ ษา 2564) โรงเรยี นวังหินวทิ ยาคม จังหวัดนครศรธี รรมราช
ตอนที่ 1 ขอมลู ทัว่ ไปของผูตอบแบบสอบถาม
ตารางท่ี 1 แสดงรอ ยละของผตู อบแบบสอบถาม จำแนกตามเพศ
เพศ จำนวน (คน) รอยละ
หญิง 21 67.74
ชาย 10 32.26
รวม 31 100
ผูตอบแบบสอบถามสวนใหญเปนเพศหญิง จำนวน 21 คน คิดเปนรอยละ 67.74 เปนเพศ
ชาย จำนวน 10 คน คดิ เปน รอยละ 32.26
ตารางท่ี 2 แสดงรอ ยละของผูตอบแบบสอบถาม จำแนกตามสถานภาพ
สถานภาพ จำนวน (คน) รอยละ
ผูบรหิ าร 1 3.23
3 9.68
ครู 1 3.23
วทิ ยากรทอ งถน่ิ 26 83.86
31 100
นักเรยี น
รวม
ผูตอบแบบสอบถามสวนใหญเปนผูบริหาร จำนวน 1 คน คิดเปนรอยละ 3.23 เปนครู
จำนวน 3 คน คิดเปนรอยละ 9.68 วิทยากรทองถิ่น จำนวน 1 คน คิดเปนรอยละ 3.23 และ
นักเรียน จำนวน 26 คน คิดเปน รอ ยละ 83.86 รวมท้งั สิ้น 31 คน คดิ เปนรอยละ 100
11
ตอนที่ 2 ความพึงพอใจการเขารวมโครงการสะเต็มศึกษาสูทักษะอาชีพ ตามแนวทาง
พระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง (โครงการการนำผลการวิจัยไปใชประโยชน ประจำป
การศึกษา 2564) โรงเรียนวงั หินวทิ ยาคม จังหวัดนครศรธี รรมราช
ตารางที่ 3 แสดงความพึงพอใจการเขารวมโครงการสะเต็มศึกษาสูทักษะอาชีพ ตามแนวทาง
พระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง (โครงการการนำผลการวิจัยไปใชประโยชน ประจำป
การศกึ ษา 2564) โรงเรยี นวังหินวทิ ยาคม จังหวดั นครศรีธรรมราช
ระดับความพงึ พอใจ
รายการ มาก มาก ปาน นอ นอ ย ( ) แปลผล
ทสี่ ุด (4) กลาง ย ทสี่ ุด
(5) (3) (2) (1)
ดานวทิ ยากร
1. การถายทอดความรแู ละการอธิบายเนื้อหา 9 21 1 - - 4.26 มาก
ของวทิ ยากรมีความชัดเจน
2. การเชือ่ มโยงเน้อื หาในการอบรม 12 19 - - - 4.39 มาก
3. ใชเ วลาตามทก่ี ำหนดไว 10 18 3 - - 4.23 มาก
4. การตอบขอ ซกั ถามในการอบรม 5 25 1 - - 4.13 มาก
5. การยกตัวอยางประกอบการบรรยาย 14 16 1 - - 4.42 มาก
ดา นสถานท่ี / ระยะเวลา
6. ความพึงพอใจตอสถานที่และสภาพแวดลอม 9 22 - - - 4.29 มาก
ในการจดั อบรม
7. ความเหมาะสมของอุปกรณใ นการจดั อบรม 11 18 2 - - 4.29 มาก
8. ระยะเวลาในการอบรมมีความเหมาะสม 14 15 2 - - 4.39 มาก
ดานความรคู วามเขา ใจ
9. หลงั จากไดร ับการอบรมทา นมคี วามรเู พมิ่ 21 9 1 - - 4.65 มากที่สุด
มากขึน้ เพยี งใด
10. ประโยชนท ่ที านไดรบั จากการอบรม 27 4 - - - 4.87 มากทส่ี ุด
ดานการนำความรูไปใช
11. สามารถนำความรูท่ีไดรบั ไปประยุกตใช 29 2 - - - 4.94 มากที่สดุ
ในชีวิตประจำวันได
12. สามารถนำความรไู ปเผยแพร/ถายทอดได 26 5 - - - 4.84 มากทส่ี ดุ
คาเฉลี่ยรวม 4.47 มาก
12
จากตารางที่ 3 ผูตอบแบบสอบถามแสดงความพึงพอใจการเขารว มโครงการสะเต็มศกึ ษา
สทู กั ษะอาชีพตามแนวทางพระราชดำริเศรษฐกจิ พอเพียง (โครงการการนำผลการวิจยั ไปใชประโยชน
ประจำปก ารศึกษา 2564) โรงเรยี นวงั หนิ วิทยาคม จงั หวัดนครศรธี รรมราช ผลปรากฏ โดยภาพรวม
มีความพึงพอใจอยูในระดับมาก โดยมีคาเฉลี่ย (X) อยูท่ี 4.47 เมื่อพิจารณาเปนรายดาน พบวา
ดานการนำความรูไปใช ขอสามารถนำความรูที่ไดรับไปประยุกตใชในชีวิตประจำวันได มีความ
พึงพอใจมากที่สุด เปนลำดับแรก คา เฉลี่ย (X) อยูท่ี 4.94 ดา นความรูความเขาใจ หัวขอ ประโยชน
ที่ทานไดรับจากการอบรม มีความพึงพอใจมากที่สุด คาเฉลี่ย (X) อยูท่ี 4.87 และ หัวขอ สามารถ
นำความรูไ ปเผยแพร/ ถา ยทอดได มคี วามพงึ พอใจมากท่สี ุด คา เฉลีย่ (X) อยูท ี่ 4.84 ตามลำดับ
คาเฉลยี่ คะแนนการประเมินผลความพึงพอใจในการเขารวมงาน/โครงการ/กจิ กรรม
4.50 – 5.00 ระดบั ความพึงพอใจมากทีส่ ดุ /เหมาะสมมากทีส่ ุด
3.50 – 4.49 ระดบั ความพึงพอใจมาก/เหมาะสมมาก
2.50 – 3.49 ระดบั ความพึงพอใจปานกลาง/เหมาะสมปานกลาง
1.50 – 2.49 ระดบั ความพึงพอใจนอย/เหมาะสมนอย
1.00 – 1.49 ไมมีความพึงพอใจ/ควรปรับปรุง/เหมาะสมนอ ยท่สี ุด
สรุปผลการประเมนิ ความพงึ พอใจในการเขารวมงาน/โครงการ
ระดับความพึงพอใจมากที่สดุ ระดบั ความพึงพอใจมาก
ระดับความพึงพอใจปานกลาง ระดบั ความพึงพอใจนอย
ระดบั ไมม คี วามพึงพอใจ/ควรปรับปรงุ /เหมาะสมนอ ยทีส่ ดุ
13
3.3.2 ผลการวิเคราะหขอ มูลความพงึ พอใจตอการเรยี นรโู ดยใชก จิ กรรมการจัดการ
เรยี นรูต ามแนวทางสะเต็มศึกษา (STEM Education)
ตารางท่ี 4 แสดงความพงึ พอใจตอการเรยี นรูโ ดยใชกิจกรรมการจัดการเรียนรตู ามแนวทางสะเต็มศกึ ษา
(STEM Education)
ระดบั ความพงึ พอใจ
รายการ มาก มาก ปาน นอ ย นอย ( ) แปลผล
ที่สดุ (4) กลาง (2) ที่สดุ
(5) (3) (1)
1.กิจกรรมการเรยี นรูม คี วามนา สนใจ เหมาะสมกบั นกั เรียน 6 21 4 - - 4.06 มาก
2. กิจกรรมการเรียนรูเปดโอกาสใหนักเรียนศึกษา 11 18 2 - - 4.29 มาก
ดวยตนเอง ทำใหมีทักษะในการแสวงหาความรู
3.กิจกรรมการเรยี นรชู ว ยใหนกั เรยี นฝกทักษะการแกป ญหา 11 15 5 - - 4.19 มาก
4. กิจกรรมการเรียนรูสงเสริมใหนักเรียนไดทำ 3 28 - - - 4.10 มาก
กิจกรรม ฝก ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร
5.กิจกรรมการเรยี นรูช ว ยใหน กั เรียนกลา แสดงออกมากขึน้ 11 18 2 - - 4.29 มาก
6. กิจกรรมการเรยี นรสู งเสรมิ ความสามารถในการ 13 16 2 - - 4.35 มาก
คดิ ของนักเรยี น
7.กิจกรรมการเรียนรูชว ยใหนักเรยี นกระตอื รือรน ตอ การเรยี น 27 3 1 - - 4.84 มากท่สี ดุ
8. กิจกรรมการเรียนรูชวยใหนักเรียนไดเรียนรู 16 12 3 - - 4.42 มาก
รวมกบั ผูอืน่ มีน้ำใจ และชว ยเหลือกัน
9. กิจกรรมการเรียนรชู วยใหนักเรยี นนำความรไู ป 14 15 2 - - 4.39 มาก
ประยกุ ตใชในชีวติ ประจำวันได
10. กจิ กรรมการเรยี นรูชวยใหน กั เรียนสนุกสนาน 13 16 2 - - 4.35 มาก
และมีความสขุ กบั การเรยี นรู
คา เฉลีย่ รวม 4.33 มาก
จากตารางที่ 4 ผูตอบแบบสอบถามแสดงความพึงพอใจตอการเรียนรูโดยใชกิจกรรมการ
จัดการเรียนรูตามแนวทางสะเต็มศึกษา (STEM Education) โรงเรียนวังหินวิทยาคม จังหวัด
นครศรีธรรมราช ผลปรากฏวา ความพึงพอใจโดยรวมตอการเรียนรูโดยใชกิจกรรมการจัดการเรียนรู
ตามแนวทางสะเต็มศึกษา (STEM Education) โรงเรียนวังหินวิทยาคม จังหวัดนครศรีธรรมราช
อยูในระดบั มาก โดยมีคาเฉลี่ย (X) อยูที่ 4.33 เมื่อพิจารณาเปนรายขอ ดา นกิจกรรมการเรียนรูชว ย
ใหนักเรียนกระตือรือรนตอการเรียน มีความพึงพอใจอยูในระดับมากที่สุด โดยมีคาเฉลี่ย (X)
อยูที่ 4.84 กิจกรรมการเรยี นรชู วยใหน กั เรียนไดเ รยี นรูรวมกบั ผอู ื่น มีน้ำใจ และชว ยเหลือกัน มีความ
พึงพอใจอยูในระดับมาก คา เฉลีย่ (X) อยูท ี่ 4.42 และกจิ กรรมการเรยี นรูชวยใหนักเรียนนำความรู
14
ไปประยุกตใชในชีวิตประจำวันได มีความพึงพอใจอยูในระดับมาก เชนกัน คาเฉลี่ย (X) 4.39
ตามลำดับ
คา เฉลี่ยคะแนนการประเมินผลความพงึ พอใจในการเขารว มงาน/โครงการ/กิจกรรม
4.50 – 5.00 ระดบั ความพงึ พอใจมากท่ีสุด/เหมาะสมมากทส่ี ุด
3.50 – 4.49 ระดับความพงึ พอใจมาก/เหมาะสมมาก
2.50 – 3.49 ระดบั ความพึงพอใจปานกลาง/เหมาะสมปานกลาง
1.50 – 2.49 ระดบั ความพึงพอใจนอ ย/เหมาะสมนอย
1.00 – 1.49 ไมมีความพึงพอใจ/ควรปรับปรุง/เหมาะสมนอ ยทสี่ ดุ
สรปุ ผลการประเมินความพึงพอใจในการเขา รว มงาน/โครงการ
ระดบั ความพึงพอใจมากที่สุด ระดับความพึงพอใจมาก
ระดบั ความพึงพอใจปานกลาง ระดบั ความพงึ พอใจนอย
ระดับไมม คี วามพึงพอใจ/ควรปรับปรงุ /เหมาะสมนอยท่สี ุด
3.3.3 ผลการประเมินทกั ษะอาชีพของนกั เรียนรายบุคคล
ตารางที่ 5 แสดงผลการประเมนิ ทกั ษะอาชพี ของนักเรยี นรายบคุ คล (นักเรยี นประเมนิ ตนเอง)
ชว งคะแนน จำนวน รอ ยละ
21 - 25 11 42.31
16 - 20 9 34.62
11 - 15 6 23.08
นอยกวา หรือเทา กบั 10 0
26 0
รวม 100
จากตารางที่ 5 แสดงผลการประเมนิ ทักษะอาชีพของนักเรียนรายบุคคล (นกั เรียนประเมิน
ตนเอง) พบวา ผลการประเมินนักเรียนมีทักษะอาชีพอยูในชวงคะแนน 21 – 25 จำนวน 11 คน
คิดเปนรอยละ 42.31 อยูในชวงคะแนน 16 – 20 จำนวน 9 คน คิดเปนรอยละ 34.62 และอยู
ในชวงคะแนน 11 – 15 จำนวน 6 คน คิดเปนรอยละ 23.08 จากคะแนนเต็ม 25 คะแนน
ตามลำดับ
15
ตารางท่ี 6 แสดงผลการประเมินทกั ษะอาชพี ของนักเรยี นรายบคุ คล (ครปู ระเมิน)
ชว งคะแนน จำนวน รอ ยละ
80 - 92 7 26.92
70 - 79 10 38.46
60 - 69 8 30.77
50 - 59 1 3.85
40 - 49 0 0.00
30 - 39 0 0.00
นอ ยกวา 30 0 0.00
26 100
รวม
จากตารางที่ 6 แสดงผลการประเมนิ ทักษะอาชีพของนักเรียนรายบคุ คล (ครูประเมนิ ) พบวา
ผลการประเมินนักเรียนมีทักษะอาชีพอยูในชวงคะแนน 80 - 92 จำนวน 7 คน คิดเปนรอยละ
26.92 อยูใ นชว งคะแนน 70 - 79 จำนวน 10 คน คดิ เปนรอยละ 38.46 อยใู นชวงคะแนน 60 –
69 จำนวน 8 คน คิดเปนรอยละ 30.77 และอยูในชวงคะแนน 50 – 59 จำนวน 1 คน คิดเปน
รอยละ 3.85 จากคะแนนเตม็ 92 คะแนนตามลำดบั
16
3.3.4 ผลการประเมนิ การบริหารงาน/โครงการในการประเมินการบรหิ ารโครงการ
การบริหารงาน/โครงการในการประเมินการบริหารโครงการมีเกณฑก ารใหคะแนนดังนี้
1 คะแนน หมายถงึ ประเมนิ แลว อยูในระดบั ตำ่ กวา 60%
2 คะแนน หมายถงึ ประเมนิ แลว อยูในระดับ 60 – 69 %
3 คะแนน หมายถงึ ประเมินแลว อยูใ นระดบั 70 – 79 %
4 คะแนน หมายถึง ประเมนิ แลว อยูในระดบั สงู กวา 80%
รายการประเมนิ ระดับคะแนน ( ) แปลผล
4 3 21
1. ดานสภาพแวดลอ มของงาน/โครงการ 31 - - - 4.00 ดมี าก
1.1 กิจกรรม/โครงการสอดคลอ งกับวิสัยทัศนข องโรงเรยี น 31 - - - 4.00 ดีมาก
1.2 กิจกรรม/โครงการสอดคลอ งกบั นโยบาย เปาหมายของโรงเรียน
1.3 กิจกรรม/โครงการสอดคลองกับมาตรฐานคุณภาพการศึกษา สพฐ. 31 - - - 4.00 ดมี าก
1.4 กิจกรรม/โครงการสอดคลองกับมาตรฐานคณุ ภาพการศึกษาโรงเรยี น 31 - - - 4.00 ดมี าก
2. ดานความพอเพยี งของทรัพยากรที่ใชในการดำเนินงาน/โครงการ
2.1 ความเหมาะสมของงบประมาณ 15 16 - - 3.48 ดมี าก
2.2 จำนวนบคุ ลากรเพียงพอตอการปฏิบัตดิ ำเนนิ งาน/โครงการ 28 3 - - 3.90 ดีมาก
2.3 ความรวมมือของบุคลากรในการปฏิบตั งิ าน/โครงการ 21 10 - - 3.68 ดีมาก
2.4 วสั ดุ อปุ กรณ มีปรมิ าณเพียงพอสำหรบั การดำเนนิ งาน/โครงการ 20 11 - - 3.65 ดีมาก
2.5 ความเหมาะสมของสถานที่ท่ใี ชดำเนนิ งาน 30 1 - - 3.97 ดมี าก
2.6 การประชาสัมพันธและการประสานงาน 29 2 - - 3.94 ดมี าก
3. ดานกระบวนการจัดงาน/โครงการ 20 11 - - 3.65 ดมี าก
3.1 มีการประชุม วางแผนในการดำเนนิ งาน 21 10 - - 3.68 ดีมาก
3.2 วิธีดำเนินงานเปน ไปตามขั้นตอนทกี่ ำหนดไวในโครงการ
3.3 ความเหมาะสมของระยะเวลาดำเนินงาน 25 6 - - 3.81 ดีมาก
3.4 มีการนเิ ทศติดตามการดำเนนิ งานเปนระยะ 30 1 - - 3.97 ดีมาก
3.5 มีการประเมนิ ผลการดำเนนิ งาน/โครงการ 29 2 - - 3.94 ดีมาก
3.6 มกี ารวเิ คราะหแ ละนำผลการประเมินไปใชในการพฒั นาอยา งตอเนอ่ื ง 26 5 - - 3.84 ดมี าก
4. ดานความสำเร็จตามวตั ถปุ ระสงคแ ละเปาหมายในการดำเนนิ งานโครงการ 31 - - - 4.00 ดีมาก
4.1 ปฏบิ ัติกิจกรรมไดค รบถว นตามกิจกรรมท่กี ำหนด 31 - - - 4.00 ดีมาก
4.2 ผลการดำเนนิ งานบรรลตุ ามวตั ถปุ ระสงคของกิจกรรม/โครงการ
4.3 ผลการดำเนินงานบรรลตุ ามเปา หมายทต่ี ้งั ไว 31 - - - 4.00 ดมี าก
4.4. ระดบั คณุ ภาพของผลงาน 27 4 - - 3.87 ดีมาก
3.68 ดมี าก
คา เฉลีย่ รวม
คาเฉล่ียคะแนนการประเมนิ ผลการบริหารโครงการ = 3.68
คะแนนเฉลย่ี 3.00 - 4.00 แสดงวา การดำเนินงานอยใู นระดบั ดีมาก
คะแนนเฉลย่ี 2.00 - 2.99 แสดงวา การดำเนินงานอยูใ นระดบั ดี
คะแนนเฉลยี่ 1.00 - 1.99 แสดงวา การดำเนนิ งานอยูในระดบั ปรับปรงุ
17
จากการประเมนิ การบริหารงาน/โครงการ มีผลดงั น้ี
1. สรุปผลการประเมนิ การรวมงาน/โครงการ
ระดบั ดมี าก ระดบั ดี ระดับปรบั ปรุง
2. สรปุ ผลการประเมนิ การบรหิ ารโครงการ
ระดบั ดีมาก ระดบั ดี ระดบั ปรับปรุง
3. สรุป ผลการประเมินตามเปาหมาย บรรลุ ไมบรรลุ
4. สรปุ ผลการประเมนิ ตามเปาหมาย
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนตน ปการศึกษา 2564 จำนวน 20 คน นักเรียนแกนนำ
ระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาตอนตน จำนวน 4 คน และระดับชั้นมธั ยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 2 คน ซึ่งใน
การจัดโครงการมผี เู ขารวมกจิ กรรม ท้งั สนิ้ 26 คน คดิ เปน รอยละ 100
เปา หมายเชิงปริมาณ
1. นักเรียนที่เขารวมโครงการทุกคนมีความรูความเขาใจสะเต็มศึกษา (STEM
Education) และปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพียง
2. นักเรียนมีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรูการบูรณาการสะเต็มศึกษาสูทักษะอาชีพ ตาม
แนวทางพระราชดำรเิ ศรษฐกจิ พอเพียง
3. มีรายงานสรุป พรอ มบทวิเคราะห และขอเสนอแนะ หลงั สิ้นสุดโครงการดำเนินงาน
โครงการ จำนวน 1 ฉบับ
เปา หมายเชงิ คณุ ภาพ
นักเรียนเขารวมโครงการของโรงเรียนวังหนิ วิทยาคมทุกคน มีทักษะการบูรณาการสะเต็ม
ศึกษาสูทักษะอาชีพ ตามแนวทางพระราชดำรเิ ศรษฐกิจพอเพียง และสามารถนำความรูไปเผยแพร
ภายในโรงเรยี นและครอบครัวไดในระดบั เบ้อื งตน
ตวั ช้วี ัดความสำเรจ็
- รอยละ 100 ของนักเรียนที่เขารวมโครงการมีความรูความเขาใจสะเต็มศึกษา (STEM
Education) และปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง
- รอยละ 80 ของนักเรียนที่เขารวมโครงการมีทักษะแนวคิดสะเต็มศึกษา (STEM
Education) และสามารถบรู ณาการรวมกบั หลกั เศรษฐกิจพอเพียง
- รอยละ 80 ของนักเรียนที่เขารวมโครงการมีแนวทางในการตอยอดและพัฒนาวิธีการ
จดั การเรียนรูดวยตนเอง เพื่อพัฒนาความสามารถ หรือสมรรถนะของผูเรียนดา นอื่น ๆ ของนกั เรียน
ตอ ไป
5. ปญหาและอุปสรรคในการดำเนินงาน
5.1 การดำเนินโครงการในสถานการณการแพรร ะบาดของโรคไวรัสโคโรนา (Covid-19)
ตองดำเนินการอยางระมัดระวังปองกันการแพรเชื้อ การติดเชื้อของไวรสั และตองมีการดำเนนิ การ
ตามมาตรการเฝาระมัดระวังอยางเครง ครัด
18
5.2 เนื่องจากโครงการเปนโครงการใหมและไดร ับการสนับสนุนงบประมาณโครงการจาก
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (โครงการการนำผลการวิจัยไปใชประโยชน ประจำป
งบประมาณ 2564) สงผลใหการดำเนินการคอนขางลาชาและติดขัดในการเบิกจายงบประมาณ
ในการดำเนินโครงการ
5.3 เนื่องจากโครงการถูกจำกัดดวยระยะเวลาของปงบประมาณ ทำใหไ มสามารถติดตาม
การขยายผลการตอ ยอดของนกั เรยี นกลมุ แกนนำได ซ่ึงตองใชระยะเวลาในภาคเรยี นถัดไป
6. ขอเสนอแนะ แนวทางในการปรับปรุงแกไข
6.1 เน่อื งดวยสถานการณการแพรร ะบาดของโรคไวรัสโคโรนา (Covid-19) ภายในจังหวัด
นครศรีธรรมราช คอนขางสูง การอบรมเชิงปฏิบัติการจึงไดคัดเลือกนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา
ตอนตน จำนวน 4 คน และนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 2 คน เพื่อเปนแกนนำ
สำหรับการถา ยทอดความรูทีไ่ ดร ับกับเพื่อนรว มชน้ั เรียนในภายหนา
6.2 ผูบ รหิ าร ครูผรู บั ผดิ ชอบโครงการ นกั เรียน และผูท่ีเกยี่ วขอ ง ไดผ านการคัดกรองการ
ปองกันตามมาตรการปองกันการแพรระบาดของโรคไวรัสโคโรนา (Covid-19) ทุกคน กอนรับการ
อบรมเชงิ ปฏิบตั กิ าร
ลงชื่อ
(นางสาวเตชนิ ี ภริ มย)
ผูรายงาน
19
ภาคผนวก
20
โครงการทไ่ี ดรับอนมุ ตั ิ
21
แบบฟอรม ขอ เสนอโครงการการนำผลการวิจัยไปใชประโยชน
*ศกึ ษารายละเอยี ดการเขียนไดจากเอกสารรายละเอยี ดการนำเสนอโครงการ*
๑. ชอ่ื โครงการ สะเตม็ ศึกษาสูทกั ษะอาชพี ตามแนวทางพระราชดำรเิ ศรษฐกจิ พอเพยี ง
โรงเรียน วงั หินวทิ ยาคม สงั กดั สำนักงานเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษามธั ยมศึกษา นครศรธี รรมราช
รหสั โรงเรยี น ๑o หลัก 1080210839
๒. โครงการเกย่ี วของกับมติ ิการขับเคล่ือนคณุ ภาพการศึกษาของสำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษา
ขัน้ พื้นฐานดา นใด
สรุปพอสังเขป
ดานความปลอดภยั -
ดานโอกาสทางการศกึ ษา ในการเขาถึงเทคโนโลยีสารสนเทศและขับเคลอื่ นการศกึ ษาเพ่ืออาชีพ
ดานคณุ ภาพการศกึ ษา หลกั สูตรฐานสมรรถนะและการจัดการเรยี นรมู งุ สูเปา หมาย
ดา นประสทิ ธภิ าพการบรหิ ารจัดการ
๓. ความสำคัญและความจำเปน
การศึกษาเปนรากฐานสำคัญสูการพัฒนาที่ยั่งยืน หากเด็กและเยาวชนไดรับการศึกษา
ที่มีคุณภาพ จะสงผลใหเติบใหญเปนพลเมืองที่มีศักยภาพ มีพลังสรางสรรค สามารถสรางความ
เปลี่ยนแปลงในเชิงบวกใหกับสังคมและประเทศชาติ สอดคลองกับใจความสำคัญตอนหนึ่งใน
พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิ-พลอดุลยเดช ซึ่งพระราชทานแกครู
และนักเรียนที่ไดรับพระราชทานรางวัล เมื่อวันจันทรที่ 27 กรกฎาคม 2524 วา “...การศึกษาเปน
ปจจัยสำคัญในการสรางและพัฒนาความรู ความคิด ความประพฤติ และคุณธรรมของบุคคล สังคม
และบานเมืองใดใหการศึกษาที่ดแี กเยาวชนไดอยางครบถวน ลวนพอเหมาะกันทุก ๆ ดาน สังคม
และบา นเมอื งน้ันก็จะมีพลเมอื งมัน่ คงของประเทศชาตไิ ว และพฒั นาใหก าวหนา ตอ ไปไดโ ดยตลอด...”
โรงเรียนวงั หินวิทยาคม จังหวัดนครศรีธรรมราช เปนโรงเรียนขนาดเลก็ สงั กัดสำนักงานเขต
พื้นที่การศึกษามธั ยมศึกษา นครศรีธรรมราช เปดทำการเรยี นการสอนตั้งแตระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ่ี
1 - ระดับชั้นมัธยมศึกษาปท่ี 6 มจี ำนวนนักเรียนท้ังหมด 163 คน (ระบบสารสนเทศโรงเรียนวังหิน
วิทยาคม : ขอมูล ณ วันที่ 20 มกราคม 2564) นักเรียนที่เขาเรียนในโรงเรียนวังหินวิทยาคม
ลวนแลวมีขอจำกัดดานปจจัยตาง ๆ หลากหลาย อาทิ ยานพาหนะในการเดินทาง คาใชจาย
ในชีวิตประจำวัน เปนตน อีกทั้งนักเรียนสวนใหญ พอกับแมไมไดอยูดวยกัน หากเกิดจากการ
หยาราง หรือตองออกไปทำงานนอกพื้นที่ เพื่อทำงานรับจางมาใชหนี้สิน และจุนเจือครอบครัว
จึงสงผลใหเด็กเหลานี้ตองอาศัยอยูกับปู ยา ตา ยาย เมื่อเปนเชนน้ี เด็ก ๆ จงึ ขาดการดูแลเอาใจใส
ที่สมบูรณแบบ เด็กหลายคนตองชว ยพอแมท ำงานหาเล้ียงชีพ บางวันตองขาดเรียน เรือ่ งเรียนพิเศษ
ไมตองเอยถึงเลยในสภาพสังคมเชน นี้ และย่ิงไมต องพดู ถงึ คุณภาพการศกึ ษาของพากเขา เม่อื เทยี บกับ
เด็กที่เรียนอยูในเมือง อีกทั้งโรงเรียนขนาดเล็กที่เด็ก ๆ เหลานี้ กำลังเรียน เกิดความเหลื่อมล้ำ
ทางการศึกษา ขาดความพรอมดานวสั ดุ อุปกรณ ในการจัดการเรียนการสอน เมื่อเทียบกับโรงเรียน
ขนาดใหญกวา หากจะใหเด็กทีน่ ่ีไปแขงขันทางวิชาการโดยตรงก็คงจะยากลำบาก เพราะผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียนโดยรวมไมไดโ ดดเดน แตก็ไมเ คยต่ำกวาคา เฉลี่ยระดับประเทศ การแกไ ขปญหาดังกลาว
22
ตองมกี ารพัฒนาทางดานการศกึ ษา คอื การลงทุนทางดานทรพั ยากรมนุษย ซ่งึ เปนทรัพยากรท่ีมีคายิ่ง
ในการพัฒนาประเทศชาติใหมีความเจริญรุงเรืองและมีความสมดุลกันในสังคม (ผศ.ดร.พิชิต
เทพวรรณ : 2554) การศึกษาเปนสวนหนึง่ ของกระบวนการสรางคณุ ภาพคน เนื่องจากคุณภาพคน
เกี่ยวของกบั หลายปจจัยทีเ่ ขามามีสว นเกี่ยวของไมวาจะเปนครอบครัว สังคม สิ่งแวดลอม การสราง
ประสบการณชีวิตใหเด็กกลาแสดงออก กลาคิด กลาลงมือทำ ภายใตบรรยากาศความอยากเรียน
ของเด็ก เพราะครูผูสอนมีความคาดหวังวานักเรียนทุกคนสามารถนำความรูไปใชในชีวิตจริง แมทาง
โรงเรียนจะเปนโรงเรียนขนาดเล็ก มีนักเรียนจำนวนนอย แตทั้งนี้ลวนแลวเปนกำลังสำคัญ
ของประเทศชาติทั้งสิ้น ซึ่งกระบวนการสอนที่เหมาะสมจะชวยใหเ ด็กทุกคนมีศักยภาพในการเรียนรู
มีทักษะวางแผนการดำเนินชีวิตและแนวทางทักษะอาชีพ สามารถพึ่งตนเองและเปนที่พึ่งบุคคล
ในครอบครวั ตอ ไปในอนาคตได ดงั นนั้ แลว จงึ ควรเนนวชิ าการเชิงบูรณาการ เพ่อื ใหเดก็ ไดค ิดและลงมือ
ทำจรงิ ในส่ิงทีพ่ วกเขาสนใจ เพ่ือการกาวสูในทกั ษะอาชพี ในอนาคตตอ ไป
การพัฒนาผูเรียนโดยใชสะเต็มศึกษา (STEM Education) เปนการเรียนรูแบบบูรณาการ
วิทยาศาสตร เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร และคณิตศาสตร ที่สงเสริมใหมที ักษะการคิดและสราง
นวัตกรรม ผูเรยี นเขาใจกระบวนการทางวิทยาศาสตรและคณิตศาสตรมากขึ้น ทำใหเ กิดการถายโอน
การเรียนรู เชื่อมโยงความสัมพันธระหวางความคิดรวบยอด ทำใหการเรียนรูมีความหมาย
เห็นความสัมพันธและคุณคาของสิ่งที่เรียน สามารถเชื่อมโยงกับชีวิตจรงิ (สถาบันสงเสริมการสอน
วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี, 2556) ซึ่งการพัฒนาการเรยี นรูโดยใชสะเต็มศกึ ษา มีความสอดคลอง
กับลักษณะของเด็กในศตวรรษที่ 21 ดังในหนังสือ 21st Century Skills : Learning for Life in
Our Times ระบุลักษณะของเด็กสมัยใหมไววา เด็กสมัยใหมมีอิสระที่จะเลือกสิ่งที่ตนพอใจ
แสดงความคิดเห็น และลักษณะเฉพาะของตน ตองการดัดแปลงสิ่งตาง ๆ ใหตรงตามความพอใจ
และความตองการของตน (Personalization) ตรวจสอบหาความจริงเบื้องหลัง (Scrutiny) เปนตัว
ของตัวเอง และสรางปฏิสัมพันธกับผูอื่น เพื่อรวมตัวกันเปนองคกร ความสนุกสนานและการเลน
เปนสวนหน่ึงของงานการเรียนรูและชีวิตสังคม การรวมมือและความสัมพันธเปนสวนหน่ึง
ของทุกกิจกรรม ตองการความเร็วในการสื่อสาร การหาขอมูลและตอบคำถาม และสรางนวัตกรรม
ตอทุกสิ่งทุกอยางในชีวิต ซึ่งแนวคิดดังกลาวมีความสอดคลองกับแนวทางการจัดการศึกษา
ของประเทศไทยที่ถูกกำหนดไวในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2551 ในสวน
ของสมรรถนะสำคัญที่จำเปนสำหรับผูเรียนอันประกอบดวย 5 สมรรถนะ ไดแก 1) ความสามารถ
ในการสือ่ สาร 2) ความสามารถในการคดิ 3) ความสามารถในการแกป ญหา 4) ความสามารถในการ
ใชท กั ษะชวี ิต และ 5) ความสามารถในการใชเทคโนโลยีอยางสรางสรรค สำนกั ทดสอบทางการศึกษา
(2555 : 3) จากแนวคิดดังกลาวขางตน ผูจัดทำเล็งเห็นวา สมรรถนะความสามารถในการใช
เทคโนโลยีเปนสมรรถนะหนึ่งที่มีความเรงดวนในการสงเสริมใหเกิดกับนักเรียน จากพระราชบัญญัติ
การศกึ ษาแหง ชาติ พ.ศ.2542 หมวด 4 แนวทางการจดั การศึกษา มาตรา 22 กลา ววา “การจัดการ
ศึกษาตองยึดหลักวาผูเรียนทุกคนมีความสามารถเรียนรูและพัฒนาตนเองได และถือวาผูเรียน
มีความสำคัญทสี่ ดุ ” มาตรา 24 การจดั กระบวนการเรียนรูขอ 3 “จดั กจิ กรรมใหผเู รียนไดเ รียนรจู าก
ประสบการณจริง ฝกการปฏิบัติใหทำได คิดเปน ทำเปน” และหมวด 9 เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
มาตรา 65 “ใหมกี ารพัฒนาบุคคลากรทั้งดานผผู ลติ และผใู ชเ ทคโนโลยีเพ่ือการศึกษา เพ่ือใหมีความรู
ความสามารถและทักษะในการผลติ รวมทัง้ การใชเ ทคโนโลยีท่ีเหมาะสม มีคุณภาพ และประสทิ ธิภาพ
23
มาตรา 66 “ผูเรียนมีสิทธิไดรับการพัฒนาขีดความสามารถในการใชเทคโนโลยี เพื่อการศึกษา
ในโอกาสแรกท่ีทำได เพื่อใหมีความรูและทักษะเพียงพอที่จะใชเทคโนโลยี เพื่อการศึกษาในการ
แสวงหาความรูดวยตนเองไดอยางตอเนื่อง ตลอดชีวิต” ดังนั้นแลว การพัฒนาผูเรียนโดยใช
กระบวนการดังกลา ว เปนตัวอยางหน่งึ ที่ครูผสู อน หยบิ ยกขึ้นมา เพอื่ อธิบายใหเ หน็ ภาพ เชน “เราให
นักเรียนผลิตจรวดพับแลวใหพุงไปในอากาศ โดยต้ังโจทยในแตละวันไมเหมือนกนั เชน จะทำอยางไร
ใหจรวดบินไปไกลที่สุด บินไดสูงที่สุด หรืออยูบนอากาศไดนานที่สุด ทำใหนักเรียนตองออกแบบ
และประดิษฐจ รวด ปรบั เปลยี่ น แกปญหา ลองผดิ ลองถูก เพ่ือใหไปในจุดหมายท่ีตอ งการ ท่ีสำคัญ คือ
นักเรียนจะรูสึกสนุกกับการเรียนรู ไดแสดงความคิดเหน็ เกิดกระบวนการความคิด กระบวนการกลมุ
ไดนำเสนอหนาหอง สุดทายครูผูสอนจะเปนผูสรุปและคลายคำถามที่นักเรียนสงสัย เมื่อเขาสนุก
มีความสุขในการเรียน เขาจะจำสิ่งนั้น ๆ ไดนาน” (สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและ
เทคโนโลยี : 2560) เนนการนำความรูไปใชแกปญหาในชีวิตจริง รวมทั้งการพัฒนากระบวนการ
หรือผลผลิตใหมที่เปนประโยชนตอการดำเนินชีวิตและการทำงาน ชวยใหผูเรียนสรางความเชื่อมโยง
กับชีวิตจริงและการทำงาน การจัดการเรียนรูในทางปฏิบัติสะเต็มศึกษาเกี่ยวของกับบูรณาการ
หลายแบบ เนน ใหผ ูเรยี นพัฒนาตนและพัฒนาผลงานสรางสรรค เปน การเชื่อมโยงศาสตรห ลายศาสตร
ผานหัวเรื่อง (Theme) โดยใชส ื่อ นวัตกรรม ภูมิปญญาทองถ่ิน ชวยลดขั้นตอนการเรียนรู ทำใหเกิด
มโนทัศนที่หลากหลาย เห็นความสัมพันธของศาสตรและประยุกตใชกับชีวิตประจำวันได ดังน้ัน
จึงเปน ประโยชนท่จี ะพัฒนาศักยภาพของผูเ รยี นใหม ีพัฒนาการดานการคดิ ไดอยางเปน รูปธรรม
“เศรษฐกิจพอเพียง” (Sufficiency Economy) เปนปรชั ญาท่ีพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว
ทรงมีพระราชดำรัสช้ีแนะแนวทางการดำเนินชีวิตแกพสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดรวมถงึ การพัฒนา
และบริหารประเทศ ท่ีตั้งอยูบนพื้นฐานของทางสายกลาง คำนึงถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผล
การสรางภูมิคุมกันที่ดีในตัว ตลอดจนใชความรู ความรอบคอบ และคุณธรรม ประกอบการวางแผน
การตัดสินใจ และการกระทำ ความหมายของเศรษฐกิจพอเพียง จึงประกอบดวยคุณสมบัติ คือ
1) ความพอประมาณ หมายถงึ ความพอดีท่ีไมนอยเกินไปและไมม ากเกินไป โดยไมเ บยี ดเบียนตนเอง
และผูอื่น เชน การผลิตและการบริโภคที่อยูในระดับพอประมาณ 2) ความมีเหตุผล หมายถึง
การตดั สนิ ใจเก่ียวกับระดับความพอเพียงน้นั จะตองเปนไปอยางมเี หตุผล โดยพจิ ารณาจากเหตุปจจัย
ท่ีเกี่ยวขอ ง ตลอดจนคำนึงถงึ ผลที่คาดวา จะเกดิ ขึ้นจากการกระทำนั้น ๆ อยางรอบคอบ 3) ภูมิคุมกัน
หมายถึง การเตรียมตัวใหพรอมรับผลกระทบและการเปล่ียนแปลงดานตาง ๆ ที่จะเกิดข้ึน
โดยคำนึงถึงความเปนไปไดของสถานการณตาง ๆ ที่คาดวาจะเกิดขึ้นในอนาคต โดยมีเงื่อนไข
ของการตัดสินใจและดำเนินกจิ กรรมตา ง ๆ ใหอยใู นระดับพอเพยี ง 2 ประการ ดังนี้ 1) เงือ่ นไขความรู
ประกอบดวย ความรอบรูเกี่ยวกับวิชาการตาง ๆ ท่ีเกี่ยวของรอบดาน ความรอบคอบที่จะนำความรู
เหลานั้นมาพิจารณาใหเชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผนและความระมัดระวังในการปฏิบัติ
และ 2) เงื่อนไขคุณธรรมที่จะตองเสริมสราง ประกอบดวย มีความตระหนักในคุณธรรม มีความ
ซื่อสัตยสุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใชสติปญญาในการดำเนินชีวิต (มูลนิธิชัยพัฒนา
(ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง) : 2557)
การนำแนวทางพระราชดำริดา นเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา-
ภูมิพลอดลุ ยเดช มาปรับใชในการจัดกิจกรรมการเรียนรูสะเตม็ ศึกษาสูอาชีพ จึงเปนการสรางพืน้ ฐาน
ที่แข็งแรงและจะเปนรูปแบบที่สามารถนำไปตอยอดใหกับแตละสังคมได ดังที่มีพระราชดำรัส
24
พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยขอนแกน เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม
2516 วา “การพัฒนาประเทศจำเปนตองทำตามลำดับขั้น ตองสรางพื้นฐาน คือ ความพอมี พอกิน
พอใช ของประชาชนสวนใหญเปนเบื้องตนกอน โดยใชวิธีการและใชอุปกรณ ที่ประหยัด แตถูกตอง
ตามหลักวิชา เมื่อไดพื้นฐานมั่นคงพรอมพอควรและปฏิบัติไดแลว จึงคอยสรางเสริมความเจริญ
และฐานะเศรษฐกิจชั้นที่สูงขึ้นโดยลำดับตอไป” เชนนั้นแลว การจัดการเรียนรูตามแนวทางสะเต็ม
มีลักษณะ 5 ประการ ไดแก (1) เปนการสอนที่เนนการบูรณาการ (2) ชวยนักเรียนสรางความ
เชื่อมโยงระหวางเนื้อหาวิชาทั้ง 4 กับชีวิตประจำวันและเสนทางการประกอบอาชีพ (3) เนนการ
พัฒนาทักษะในศตวรรษที่ 21 (4) ทาทายความคิดของนักเรียน และ (5) เปดโอกาสใหนักเรียน
ไดแสดงความคิดเห็น และความเขาใจที่สอดคลองกับเนื้อหาทั้ง 4 วิชา (ศูนยวิทยาศาสตร
เพื่อการศึกษา : 2560) ซึ่งการเรียนการสอนแบบ STEM เปนการปูพื้นแรงงานบุคลากรในอนาคต
ใหพรอมกับการแขงขันที่ตอบสนองไปยังความทาทายของภาคธุรกิจ รัฐบาล และที่สำคัญที่สุด คอื
การศึกษาทั้งชาติ สำหรับประเทศไทยแลว การปรับเปลี่ยนทักษะของผูเรียนใหสามารถคิดไดเอง
วเิ คราะหและสังเคราะหปญ หา พรอ มรบั มอื กับการทำงานจรงิ ไดท ันที
ผูจดั ทำในฐานะครูผสู อนในโรงเรยี นขนาดเล็ก เลง็ เห็นความสำคญั ในการสรางความเทา เทียม
ใหกับนักเรียนกลุมดังกลาว โดยประยุกตใชการเรียนรูและทักษะดานวิทยาศาสตร เทคโนโลยี
วิศวกรรมศาสตรและคณิตศาสตร ภายใตโครงการ “STEM ศึกษาสูทักษะอาชีพ ตามแนวทาง
พระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง” และเพื่อพัฒนาผูเรียนใหมีประสิทธิภาพในการเรียนรู
เกิดกระบวนการคดิ สามารถเชื่อมโยงเนื้อหาวิชาทั้ง 4 กับชีวิตประจำวัน และเสนทางการประกอบ
อาชีพ และยังสามารถชวยใหผูเรียนดํารงชีวิตอยูในสังคมไดอยางมีความสุข ในโรงเรียนดีใกลบาน
“วงั หินวทิ ยาคม”
๔. วตั ถปุ ระสงค
1) เพื่อจัดการเรียนการสอนสะเต็มศึกษา (STEM Education) สูศาสตรพระราชา “ปรัชญา
เศรษฐกจิ พอเพียง”
2) เพ่อื บรู ณาการการจดั กจิ กรรมการเรยี นรสู ะเต็มศึกษาสูทกั ษะอาชีพ ตามแนวทางพระราชดำริ
เศรษฐกจิ พอเพยี ง
๕. กลมุ เปาหมาย
นักเรยี นโรงเรยี นวงั หินวิทยาคม ระดบั ช้ันมัธยมศกึ ษาตอนตน ทก่ี ำลงั ศกึ ษาในปการศึกษา 2564
จำนวน 20 คน ซง่ึ คณะผจู ัดทำเล็งเหน็ วานักเรียนกลมุ นี้กำลังอยูในวยั เรียนรูทก่ี ำลังอยากรูอยากเห็น
มีความทาทาย และสามารถกอเกิดการเรียนรูสิ่งใหม ๆ เชิงสรางสรรคได อีกทั้งหากนักเรียนกลุม
ดังกลาวจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนตน และไมมีกำลังทรัพยหรือปจจัยศึกษาตอ นักเรียน
สามารถประยุกตใชแนวทางดังกลาวในการดำเนินชีวิตตอไปไดอยางมีความสุข แตเนื่องดวยเหตุ
สถานการณในปจจุบันเกิดการแพรระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 ทาง
ทีมผูรับผิดชอบไดเล็งเห็นความสำคัญสำหรับการเวนระยะหางทางสังคม หรือ social distancing
ปกปองตนเองและคนรอบตัวจากสถานการณการแพรระบาดของโรคตดิ เชือ้ ไวรสั โคโรนา 2019 หรอื
COVID-19 จึงไดจัดการอบรมในรูปแบบออนไลน และคัดเลือกตัวแทนจำนวน 6 คน เขารว มปฏิบัติ
ในสถานการณจริง ประกอบดว ย นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนตน จำนวน 4 คน และนักเรยี น
25
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 2 คน เพื่อเปนแกนนำสำหรับการถายทอดเพื่อนรวมชั้นเรียน
ตอไปในภายหนา รวมจำนวนนักเรยี นท่ีเขารว มโครงการ และนักเรียนแกนนำ จำนวน 26 คน
5.1 ดานปริมาณ
1. นักเรียนที่เขารวมโครงการทุกคนมีความรูความเขาใจสะเต็มศึกษา (STEM
Education) และปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
2. นักเรียนมีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรูการบูรณาการสะเต็มศึกษาสูทักษะอาชีพ ตาม
แนวทางพระราชดำริเศรษฐกจิ พอเพยี ง
3. มีรายงานสรุป พรอ มบทวิเคราะห และขอเสนอแนะ หลังสิน้ สุดโครงการดำเนินงาน
โครงการ จำนวน 1 ฉบบั
5.2 ดา นคณุ ภาพ
นักเรยี นเขา รว มโครงการของโรงเรียนวังหินวิทยาคมทกุ คน มที ักษะการบูรณาการสะเต็มศึกษา
สูทักษะอาชีพ ตามแนวทางพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง และสามารถนำความรูไปเผยแพรภายใน
โรงเรียน และครอบครวั ไดใ นระดบั เบ้อื งตน
๖. ประโยชนท ีค่ าดวา จะไดรบั
1) นักเรียนมีความรูความเขาใจสะเต็มศึกษา (STEM Education) สูศาสตรพระราชา “ปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพยี ง”
2) นักเรียนสามารถบูรณาการกิจกรรมการเรียนรูสะเต็มศึกษาสูทักษะอาชีพ ตามแนวทาง
พระราชดำริเศรษฐกจิ พอเพยี ง
๗. วธิ ีดำเนินงาน
๗.๑ สรุปเปนแผนผงั การดำเนนิ งานโครงการที่แสดงใหเหน็ วาไดนำสิ่งที่ศึกษาจากงานวิจยั
ไปใชหรอื ประยุกตใ ชในโครงการ
เร่มิ ตนกิจกรรม กจิ กรรมการเรียนรู จำนวน 5 กจิ กรรม (ออนไลน) ประกอบดว ย
กำหนดกลมุ เปา หมาย กจิ กรรมท่ี 1 สะเต็มศึกษา (STEM Education)
ประเมินทักษะในการประกอบอาชีพ
สศู าสตรพ ระราชา “ปรัชญาเศรษฐกจิ
จดั การเรยี นการสอนสะเตม็
เพ่อื นำไปสทู กั ษะอาชพี พอเพยี ง” จำนวน 1 ช่ัวโมง
กจิ กรรมท่ี 2 การระบปุ ญหาและรวบรวมขอมูล
ตามแนวพระราชดำรเิ ศรษฐกิจพอเพยี ง
กับทักษะประกอบอาชีพ จำนวน 30 นาที
ไมค รบ กจิ กรรมท่ี 3 การวางแผนและดำเนนิ การกบั ทักษะ
5 กจิ กรรมการเรียนรู การประกอบอาชพี จำนวน 30 นาที
กจิ กรรมท่ี 4 การทดสอบประเมนิ ผลกับทกั ษะ
ครบ
การประกอบอาชพี จำนวน 30 นาที
ประเมินผล กจิ กรรมท่ี 5 การนำเสนอกบั ทกั ษะการประกอบอาชพี
จบกจิ กรรม จำนวน 30 นาที
หมายเหตุ
เพ่ือปรับตามบริบทโรงเรียนในสถานการณการแพรระบาดของโรค
ติดเชือ้ ไวรัสโคโรนา 2019 จึงไดจ ดั สรรระยะเวลาการจดั กจิ กรรมดังน้ี
- กจิ กรรมดงั กลา วเปนการฝก อบรมออนไลน จำนวน 3 ช่วั โมง
- กิจกรรมอบรมเชงิ ปฏิบตั กิ ารใหก บั นกั เรียนแกนนำ จำนวน 6 คน
ระยะเวลาจำนวน 5 ชวั่ โมง
26
๗.2 อธิบายรายละเอียดในการดำเนินการจากแผนผัง โดยอธิบายรายละเอียดในการ
ดำเนินงาน โครงการแตละขั้นตอน ระบุชื่อกิจกรรม วิธีดำเนนิ การ กลุมเปาหมาย สถานที่ดำเนินการ
วันเวลา ระยะเวลา เครื่องมือวัด และประเมินผล จากแผนภาพ หัวขอ 7.1 สามารถอธิบาย
รายละเอียดในการดำเนินการ ดงั นี้
ชือ่ กจิ กรรม
1. เริ่มตนกิจกรรม “สะเต็มศึกษาสูทักษะอาชีพ ตามแนวทางพระราชดำริเศรษฐกิจ
พอเพียง”
กลุมเปา หมาย
2. กำหนดกลุมเปาหมายในการเขารวมกิจกรรม โดยวิธกี ารประกาศรับสมคั รนักเรียนเขา
รวมโครงการ ซึ่งเปนนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนตน จำนวน 20 คน (วิทยากรทองถิ่นและ
คุณครูประมาณ 3 คน) แตเนื่องดวยเหตุสถานการณในปจจุบันเกิดการแพรระบาดของโรคติดเชื้อ
ไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 ทางทีมผูรับผิดชอบไดเล็งเห็นความสำคัญสำหรับการเวน
ระยะหางทางสังคม หรือ social distancing ปกปองตนเองและคนรอบตัวจากสถานการณการแพร
ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ COVID-19 จึงไดจัดการอบรมในรูปแบบออนไลน
และคัดเลือกตัวแทนจำนวน 6 คน เขา รวมปฏิบัตใิ นสถานการณจ รงิ ประกอบดวย นักเรียนระดับชน้ั
มัธยมศึกษาตอนตน จำนวน 4 คน และนกั เรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 2 คน เพื่อเปน
แกนนำสำหรับการถายทอดเพื่อนรวมชั้นเรียนตอไปในภายหนา รวมจำนวนนักเรียนที่เขารวม
โครงการ และนักเรยี นแกนนำ จำนวน 26 คน
วธิ ดี ำเนนิ การ
3. กอนจัดการฝกอบรมดานสะเต็มศึกษา เพื่อนำไปสูทักษะอาชีพ เพื่อเปนการรวบรวม
ขอมูลเปนฐานสำหรับการจัดกิจกรรม ครูผูสอนใหนักเรียนประเมินทักษะในการประกอบอาชีพ
ของตนเอง และครูผูส อนเปน ผูร ว มประเมนิ ดวย
4. ครูผูสอนใหความรูเกี่ยวกับสะเต็มศึกษา หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นำความคิด
พื้นฐานในการสรางทฤษฎีการเลือกอาชีพ ขั้นตอนการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอน เพื่อการมี
งานทำ กรอบแนวคิดในการสรางเสริมประสบการณอาชีพ ประยุกตรูปแบบการเรียนรูการเปน
ผูประกอบการทำธุรกิจพอเพียงในชั้นเรียน สรางกิจกรรมการเรียนรูสะเต็มศึกษาสูทักษะอาชีพ
ตามแนวทางพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง โดยการสนทนากลุมกับคณะทำงาน และนักเรียน
เพื่อแลกเปล่ียนเรียนรู และนำกระบวนการทางวิทยาศาสตรขั้นบรู ณาการ ประยุกตการจัดการเรยี นรู
แบบโครงงานเปน ฐานตามแนวทางสะเตม็ ศกึ ษา มาสงเสริมกระบวนการเรียนรู ภายใตแ นวคิด Hydro
Veget Story of STEM ซ่ึงนักเรยี นรวมศกึ ษาแลกเปล่ยี นเรยี นรดู ังนี้
กิจกรรมที่ 1 สะเต็มศึกษา (STEM Education) สูศาสตรพระราชา “ปรัชญา
เศรษฐกิจพอเพียง” จำนวน 1 ชั่วโมง รายละเอยี ดประกอบดว ย
- ความรูเก่ียวกับ สะเต็มศกึ ษา (STEM Education)
- ความรเู ก่ยี วกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
- STEM กบั การปลูกผกั ไฮโดรโปนิกส ดังภาพประกอบ
27
ความรู S --> วิทยาศาสตร (Science) ประกอบดวยความรู ธาตุ
อาหาร การตรวจสอบคา PH การตรวจสอบคา Ec การสังเคราะหแ สง
T --> เทคโนโลยี (Technology) ประกอบดวยการสืบคนขอมูล
ผกั ไฮโดรโพนกิ ส การเลือกใชว สั ดุอปุ กรณท ีเ่ หมาะสมและหาไดงาย การประชาสัมพนั ธแ ละการตลาด
E --> วศิ วกรรมศาสตร (Engineering) ประกอบดวยการออกแบบ
รางปลกู ผัก การออกแบบแพคเก็ตใหเหมาะสมกบั ตลาด
และ M --> คณิตศาสตร (Mathematics) ประกอบดวยการคำนวณ
โครงสรางของรางปลกู ผักและระยะหา งของแตละตน คำนวณตนทนุ ผลติ และการจำหนายผลติ ภณั ฑ การคิด
เปอรเซ็นตความคมุ คา ในการลงทนุ
กิจกรรมฐานที่ 2 ระบุปญหากบั ทกั ษะการประกอบอาชพี จำนวน 30 นาที
- ปญ หากับการปลูกผกั ไฮโดรโปนกิ ส
- การเตรียมชุดปลกู ผกั ไฮโดรโปนิกส
- การปลูกผักในชดุ ปลกู ผักไฮโดรโปนิกส
กจิ กรรมฐานที่ 3 วางแผนและดำเนินการกับทักษะการประกอบอาชีพ จำนวน 30 นาที
- ตัวอยา งผกั ทีป่ ลกู ดว ยชดุ ปลกู ผกั ไฮโดรโปนกิ สท่สี รางขน้ึ และคณุ ประโยชน
- การนำผักไปแปรรปู หรอื การสงตอ
กิจกรรมฐานท่ี 4 กิจกรรมการทดสอบประเมนิ ผลกับทักษะการประกอบอาชีพ จำนวน 30นาที
- การทดสอบประเมินผลการปลูกผักไฮโดรโปนิกสกับทักษะการประกอบอาชีพ
เสริมทักษะการเรียนรู เพือ่ จะไดนำไปใชประโยชนในการประกอบอาชพี ในอนาคต และนําเสนอทางเลือก
ในการประกอบอาชพี สาํ หรับผทู ่ีรกั การเกษตรแบบยั่งยนื และพอเพียง (เชน คณุ ประโยชนผักปลอดสารพิษ
ปลูกผักโดยไมใชดิน เปน ตน )
กิจกรรมฐานท่ี 5 กิจกรรมการนำเสนอกบั ทักษะการประกอบอาชพี จำนวน 30 นาที
- การนำเสนอกับทักษะการประกอบอาชีพ (เชน การทำประชาสัมพันธ
การโฆษณา หรืออ่นื ๆ เพื่อใหเปนทร่ี ูจักแกบ ุคคลท่ัวไป เปนตน)
5. ครูผูสอนและนักเรยี นรวมกนั แลกเปลี่ยนเรียนรู ผลลพั ธจ ากการฝกอบรม และการนำไป
ตอ ยอดเพ่อื การประกอบอาชีพในอนาคต
เคร่อื งมอื วดั และประเมนิ ผล ประกอบดวย
1) แผนการจัดการเรียนรูและเอกสารชดุ ความรกู ารปลูกผกั ไฮโดรโปนกิ ส
2) กจิ กรรมการเรยี นรู ภายใตแนวคิด STEM for Hydro Veget Story
3) ประเมินผลการใชแผนการจัดการเรยี นรู และเอกสารชุดความรูการปลูกผักไฮโดรโปนิกส
ในการจัดการเรียนการสอนสะเต็มศึกษา (STEM Education) สูศาสตรพระราชา “ปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพยี ง” โดยการบนั ทกึ ผลหลังแผนการจดั การเรียนรู
4) แบบประเมินทักษะอาชีพของนักเรียนรายบุคคล
สถานทด่ี ำเนนิ การ
โรงเรยี นวังหินวิทยาคม จังหวดั นครศรีธรรมราช
28
วันเวลาระยะเวลา
ปการศึกษา 2564
๘. งานวิจัยที่ศึกษาและสังเคราะหเ พ่อื ใชในโครงการ (สามารถสืบคนไดใ นระบบ Internet อยาง
นอ ย ๕ เรือ่ ง) โดยระบุดงั นี้
๘.๑ ช่ืองานวิจัย ,ชอ่ื ผวู ิจัย, ปท่พี มิ พ
สงิ่ ท่ีนำมาใชประโยชน
เรอ่ื งที่ ช่อื งานวจิ ัย/ชื่อผวู จิ ยั /ปทพี่ ิมพ (เชน สอื่ นวตั กรรม เคร่ืองมอื วิธีการ
กระบวนการ รปู แบบ เปน ตน )
1 ชดุ กจิ กรรมสะเตม็ ศกึ ษา เพอ่ื เพมิ่ ทกั ษะการประกอบ - ชดุ กิจกรรมสะเต็มศกึ ษา เพ่อื เพม่ิ ทกั ษะ
อาชพี สำหรบั ช้นั มธั ยมศึกษาปท ี่ 4 จงั หวดั แมฮ อ งสอน/ การประกอบอาชีพ (ประยุกตใ ชรว ม)
นางอัญชลี เลิศลำ้ , นายธนกฤต เลิศลำ้ , นายปยพล คนั ทะ - แบบประเมนิ ทกั ษะการประกอบอาชีพ
, นายสาธิต ชุมของ/ทุนอุดหนนุ การวิจัยประจำป จาก (นกั เรยี นเปนผปู ระเมินตนเอง)
สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน - แบบประเมนิ ทักษะการประกอบอาชีพ
กระทรวงศึกษาธิการโครงการวิจัยและพัฒนานวตั กรรม (ครูเปน ผปู ระเมนิ )
แลกเปา สพฐ. ปง บประมาณ ๒๕๖๑
2 รายงานการจดั การเรียนการสอนโดยใชโ ครงงานเปน ฐานและ - การสอนโดยใชโ ครงงานเปน ฐาน
บูรณาการสะเต็มศึกษา วชิ าคณติ ศาสตร ชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี 3 และบูรณาการสะเต็มศึกษา
โรงเรียนอทุ ัยวทิ ยาคม/นายนิรันดร
บุญศรี นายไชยโพธิ์ รมโพธ์ิ นางสาวจนั ทมิ า กุลศรี นางสาว
โชตริ ส ชตุ พิ านชิ เทศก นางสาวกนกพรรณ
ลอยสงเคราะห นายชิตพล สะอาด /ทนุ อดุ หนนุ การวจิ ยั
ประจำป จากสำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษา
ข้ันพนื้ ฐาน กระทรวงศึกษาธกิ ารโครงการวิจยั และพัฒนา
นวัตกรรมแลกเปา สพฐ. ปงบประมาณ ๒๕๖๑
3 การศกึ ษาผลการจัดการเรียนรแู บบโครงงานเปนฐานใน - ทกั ษะกระบวนการวิทยาศาสตร
วิชาเคมี ตามแนวทางสะเตม็ ศึกษา/นายวิชยั ลาธิ/ ข้นั บรู ณาการของนกั เรียน ท่เี รียนดว ย
ทนุ อดุ หนุนวจิ ยั ประจำปงบประมาณ 2558 การจัดการเรยี นรูแบบโครงงานเปนฐาน
จากสำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน ตามแนวทางสะเต็มศกึ ษา
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร - แบบประเมนิ ทกั ษะในศตวรรษท่ี21
ของนักเรยี น ทเี่ รียนดว ยการจัดกจิ กรรม
การเรยี นรแู บบโครงงานเปน ฐาน
ตามแนวทางสะเตม็ ศึกษา
- แบบสะทอ นความคดิ ของนักเรยี นทม่ี ตี อ
การจดั กจิ กรรมการเรยี นรแู บบโครงงาน
เปนฐานตามแนวทางสะเตม็ ศกึ ษา
29
สิง่ ทนี่ ำมาใชประโยชน
เร่อื งที่ ชือ่ งานวิจัย/ชอื่ ผวู จิ ยั /ปท ่พี มิ พ (เชน สือ่ นวตั กรรม เครื่องมอื วิธีการ
กระบวนการ รปู แบบ เปน ตน)
4 การสรา งชุดกิจกรรมการเรยี นรูภ มู ปิ ญญาทองถิ่นดวย - ข้นั ตอนการสรางชุดกิจกรรมการเรยี นรู
รปู แบบสะเตม็ ศึกษา เพ่อื สง เสรมิ กระบวนการคิด
และจิตวิทยาศาสตร สำหรบั นกั เรยี นในระดบั ชนั้
มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 2/นางสาวธญั รศั ม แพงภงู า/ทนุ อุดหนนุ
วิจัยประจำงบประมาณ 2558
จากสำนกั งานคณะกรรมการศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐาน
5 การเสรมิ สรา งทกั ษะชีวิตและจติ สำนึกรักษภ มู ิปญญา - การสนทนากลมุ
ทอ งถนิ่ โดยกจิ กรรมการเรยี นรูท ี่ประยุกตใชหลักปรชั ญา - การจดั กิจกรรมฐานการเรียนรู
ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง โรงเรยี นโคกสี
วิทยาสรรค/สมใจ อุดมศรี และคณะ/2562
6 การสรา งชุดการสอนแนะแนวอาชีพของนักเรยี น - ความคดิ พ้นื ฐานในการสรางทฤษฎี
ช้นั มัธยมศกึ ษาปที่3โรงเรียนโนนเจริญพิทยาคม/ การเลอื กอาชีพ
นายธนา สาํ รวมจติ ร และคณะ/ทนุ อดุ หนุนการวจิ ัย
จากสาํ นกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน
กระทรวงศกึ ษาธกิ ารในโครงการวิจยั และพัฒนานวตั กรรม
แลกเปา สพฐ. ปงบประมาณ 2561
7 รปู แบบการจัดการเรียนการสอนเพือ่ การมงี านทำ - ขน้ั ตอนการพัฒนารูปแบบการจัดการเรยี น
ของโรงเรยี นมธั ยมศกึ ษาในเขตพ้ืนท่ชี ายแดน จันทบุรี- การสอน เพ่ือการมีงานทำของโรงเรียน
ตราด กรณศี ึกษา: โรงเรยี นสอยดาววิทยา อำเภอ มธั ยมศกึ ษาในเขตพืน้ ทช่ี ายแดน จันทบุรี –
สอยดาว จังหวดั จนั ทบุรี/พิจิกานต ศรพี มิ าย/ ตราด กรณีศึกษา : โรงเรยี นสอยดาว
ทนุ สนับสนนุ การวิจยั จากสำนกั งานคณะกรรมการ วิทยา อำเภอสอยดาว จงั หวัดจันทบุรี
การศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน กระทรวงศกึ ษาธิการ - กรอบแนวคิดในการสรา งเสริมประสบการณอาชพี
ในโครงการวิจยั และพฒั นานวัตกรรมแลกเปา สพฐ. - รูปแบบการเรยี นรูการเปนผปู ระกอบ
ปงบประมาณ 2561 การทำธุรกิจพอเพยี ง
๘.๒ สรุปสาระสำคัญของงานวจิ ัย (ระบุนวัตกรรมจากงานวิจัยที่นำมาใชในโครงการ ไดแก
รปู แบบ กระบวนการ เทคนคิ วิธีการ สอ่ื นวตั กรรม และเคร่ืองมอื ตางๆ
นางอัญชลี เลิศล้ำ, นายธนกฤต เลิศล้ำ, นายปยพล คันทะ, นายสาธิต ชุมของ
ไดพัฒนาชุดกิจกรรมสะเต็มศึกษา เพื่อเพิ่มทักษะการประกอบอาชีพ สำหรับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4
จังหวัดแมฮองสอน ซึง่ ไดรับทุนอุดหนุนการวจิ ัยประจำป จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ัน
พื้นฐาน กระทรวงศกึ ษาธิการโครงการวจิ ยั และพัฒนานวัตกรรมแลกเปา สพฐ. ปงบประมาณ ๒๕๖๑
โดยเคร่ืองมือที่ใชในการเกบ็ รวบรวมขอมูลประกอบดวย 1) ชุดกิจกรรมสะเต็มศึกษาเพื่อเพิ่มทักษะ
การประกอบอาชีพ 2) แผนการสอนโดยใชชุดกิจกรรม 3) แบบประเมินทักษะการประกอบอาชีพ
4) แบบสอบถามความพึงพอใจ ผลการศึกษาพบวา 1) ประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมสะเต็มศึกษา
เพ่อื เพม่ิ ทักษะการประกอบอาชีพ ชัน้ มธั ยมศึกษาปที่ 4 มปี ระสทิ ธิภาพเทา กับ 81.12/85.20 ซง่ึ สูง
กวาเกณฑที่กำหนดไวคือ 80/80 2) ผลการเรียนรูของนกั เรียนที่เรยี น โดยชุดกจิ กรรมสะเตม็ ศึกษา
30
เพื่อเพิ่มทักษะการประกอบอาชีพสำหรับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 จังหวัดแมฮองสอนมีคะแนนเฉล่ีย
หลังสูงกวาคะแนนเฉลี่ยกอนเรียนอยางมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) ผลการศึกษาความ
พึงพอใจของนักเรียนที่มีตอชุดกิจกรรมสะเต็มศึกษา เพื่อเพิ่มทักษะการประกอบอาชีพ สำหรับ
ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 4 จังหวัดแมฮองสอนคาเฉลี่ย โดยรวมมีคาเทากับ 4.13 มีความพึงพอใจ
อยูในระดับเกณฑมาก ผูจัดทำจึงไดนำแนวทางการจัดทำชุดกิจกรรมสะเต็มศึกษา เพื่อเพิ่มทักษะ
การประกอบอาชีพ แบบประเมินทักษะการประกอบอาชีพ (นักเรียนเปนผูประเมินตนเอง)
แบบประเมินทักษะการประกอบอาชีพ (ครูเปนผูประเมิน) และแบบสอบถามความพึงพอใจ
มาประยกุ ตใชในโครงการการนำผลการวจิ ยั ไปใชป ระโยชนในครง้ั นี้
นายนริ ันดร บุญศรี นายไชยโพธิ์ รมโพธิ์ นางสาวจันทิมา กุลศรี นางสาวโชติรส ชุติ
พานิชเทศก นางสาวกนกพรรณ ลอยสงเคราะห นายชิตพล สะอาด ไดรายงานการจัดการเรียนการ
สอนโดยใชโครงงานเปนฐานและบูรณาการสะเต็มศึกษา วิชาคณิตศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3
โรงเรียนอทุ ัยวิทยาคม ซ่ึงไดรบั ทุนอุดหนุนการวจิ ัยประจำป จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการโครงการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมแลกเปา สพฐ. ปงบประมาณ
๒๕๖๑ มีการจัดการเรียนการสอนโดยใชโครงงานเปนฐานและบูรณาการสะเต็มศึกษา ผลการศึกษา
พบวา คา เฉลยี่ คะแนนผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี นจดั การเรยี นการสอนโดยใชโครงงานเปนฐานและบูรณา
การสะเต็มศึกษา วิชาคณิตศาสตร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 หลังเรียนสูงกวากอนเรียน ผูจัดทำจึงไดนำ
เทคนิคการสอนโดยใชโครงงานเปนฐานและบูรณาการสะเต็มศกึ ษา มาประยุกตใ ชใ นโครงการการนำ
ผลการวิจัยไปใชประโยชนครัง้ น้ี
นายวิชัย ลาธิ ไดการศึกษาผลการจัดการเรียนรูแบบโครงงานเปนฐานในวิชาเคมี
ตามแนวทางสะเต็มศึกษา ซึ่งไดรับทุนอุดหนุนวิจัยประจำปงบประมาณ 2558 จากสำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกระทรวงศึกษาธิการ มีแผนการจัดการเรียนรูแบบโครงงาน
เปนฐาน ตามแนวทางสะเต็มศึกษา และเครื่องมอื ที่ใชในการเก็บรวบรวมขอมูล ไดแก แบบประเมิน
ทักษะในศตวรรษท่ี 21 แบบประเมินสภาพแวดลอมในการจดั กิจกรรมการเรียนรแู บบประเมินทกั ษะ
กระบวนการวิทยาศาสตรขั้นบูรณาการ แบบสะทอนความคิดของนักเรียน และแบบสัมภาษณ
แบบกงึ่ โครงสรา ง ผลการวิจัย พบวา คา เฉลย่ี ของผลการประเมินทักษะในศตวรรษท่ี 21 ของนักเรยี น
ระหวางกอนเรียนและหลังเรียนไมแตกตางอยางมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 คือ ทักษะ
การสรางความรวมมือ และทักษะการคิดเชิงวิพากษและแกปญหา สวนทักษะอื่น ๆ ไดแก ทักษะ
การสอื่ สาร ทกั ษะการคิดสรางสรรค ทกั ษะดานขอมูลขาวสาร การสอื่ สารและเทคโนโลยี และทักษะ
ชีวิตและประกอบอาชีพแตกตางอยางมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ผลการเปรียบเทียบ
สภาพแวดลอมในการเรยี น ดานบรรยากาศในการเรียน 5 ดาน ไดแก การมีสวนรวม การสืบเสาะ
การรวมมือกัน การไดรับการปฏิบัติอยางเทาเทียมจากครูผูสอน และการตอบสนองจากครู
ตอ การเรยี นรขู องนกั เรียนกอนเรียนและหลงั เรียนแตกตางกันอยางมนี ัยสำคัญทางสถิติท่ีระดับ 0.05
และนกั เรยี นมีคะแนนทักษะกระบวนการวิทยาศาสตรขั้นบูรณาการของนักเรียนเฉลี่ย โดยรวมอยูใน
ระดับ “ดี” ผูจดั ทำจึงนำทักษะกระบวนการวิทยาศาสตรขั้นบูรณาการของนักเรียน ทีเ่ รียนดวยการ
จัดการเรียนรูแ บบโครงงานเปนฐาน ตามแนวทางสะเตม็ ศึกษา แบบประเมินทักษะในศตวรรษท่ี 21
ของนักเรยี น ที่เรียนดวยการจัดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงานเปนฐานตามแนวทางสะเต็มศึกษา
31
และแบบสะทอนความคิดของนักเรียนที่มีตอการจัดกิจกรรมการเรียนรูแบบโครงงานเปนฐาน
ตามแนวทางสะเต็มศึกษา มาประยุกตในโครงการการนำวิจยั ไปใชป ระโยชน
นางสาวธัญรัศม แพงภูงา ไดศึกษาการสรางชดุ กิจกรรมการเรยี นรูภูมิปญญาทองถิ่น
ดวยรปู แบบสะเต็มศกึ ษา เพอ่ื สงเสริมกระบวนการคิดและจิตวทิ ยาศาสตร สำหรับนักเรยี นในระดับช้ัน
มัธยมศึกษาปท ่ี 2 ซึง่ ไดรับทุนอุดหนุนวิจัยประจำงบประมาณ 2558 จากสำนักงานคณะกรรมการ
ศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ไดสรางชุดกิจกรรมการเรียนรูภูมิปญญาทองถิ่นดวยรูปแบบสะเต็มศึกษา
เพ่ือสง เสรมิ กระบวนการคดิ และจิตวิทยาศาสตร สำหรบั นกั เรียนในระดับชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี 2 พบวา
ชุดกิจกรรมการเรียนรูภูมิปญญาทองถิ่นดวยรูปแบบสะเต็มศึกษา เพื่อสงเสริมกระบวนการคิด
และจิตวิทยาศาสตร สำหรับนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 มีประสิทธิภาพ เทากับ
76.10/76.66 แสดงวามีประสิทธิภาพเปนไปตามเกณฑที่กำหนดคือ 75/75 ทักษะการคิด
เชิงวิทยาศาสตรของนักเรียนหลังเรียนดวยชุดกิจกรรมการเรียนรูภูมิปญญาทองถิ่นดวยรูปแบบ
สะเต็มศึกษา เพื่อสงเสริมกระบวนการคิดและจิตวิทยาศาสตร สำหรับนักเรียน ในระดับชั้น
มัธยมศึกษาปที่ 2 แตกตางกันอยางมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และผูจัดทำไดนำขั้นตอน
การสรา งชุดกจิ กรรมการเรียนรู มาประยกุ ตในโครงการการนำวิจัยไปใชประโยชน
สมใจ อุดมศรี และคณะ ไดศ กึ ษาการเสรมิ สรา งทักษะชวี ติ และจิตสำนึกรักษภูมิปญญา
ทองถิ่น โดยกิจกรรมการเรียนรูที่ประยุกตใชหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนโคกสี
วทิ ยาสรรค ป พ.ศ. 2562 โดยศกึ ษาผลการเสรมิ สรา งทักษะชวี ติ และจิตสำนกึ รกั ษภ ูมิปญญาทองถ่ิน
โดยกิจกรรมการเรียนรูที่ประยุกตใชหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนโคกสีวิทยาสรรค
รวมทง้ั แนวทางในการเสริมสรา งทกั ษะชีวิตและจติ สำนกึ รักษภูมิปญญาทองถนิ่ ของนักเรียน จากแบบ
สัมภาษณแบบมีโครงสรางสำหรับการสนทนากลุม พบวา ผลการเสริมสรางทักษะชีวิต โดยกิจกรรม
การเรียนรูที่ประยุกตใชหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนโคกสีวิทยาสรรค นักเรียน
มีพฤติกรรมหรือความสามารถในการใชทักษะชีวิตอยูในระดับมาก เมื่อพิจารณารายดานพบวา
ดานการตระหนักรู และเห็นคณุ คา ในตนเองและผูอื่น ดานการคดิ วิเคราะห ตัดสินใจ และแกปญหา
อยางสรางสรรค ดานการจัดการกับอารมณและความเครียด และดานการสรางสัมพันธภาพที่ดี
กับผูอื่นนักเรียนมีพฤติกรรมหรือความสามารถในระดับมากทุกดาน การศึกษาแนวทางในการ
พัฒนาการเสริมสรางทกั ษะและจติ สำนกึ รักษภูมิปญญาทอ งถิ่น โดยกิจกรรม การเรียนรูท่ีประยุกตใ ช
หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โรงเรียนโคกสีวิทยาสรรค พบวา ผูรวมสนทนาสวนใหญไดให
แนวทางในการพัฒนาทักษะชีวิตแกนักเรียน โดยการจัดกิจกรรมใหนักเรียนไดฝกคิด วิเคราะห
และแกปญหาที่เกิดขึ้นรอบตัว โดยอาศัยความรูความสามารถของตนเอง และควรฝกใหนักเรียน
กำหนดเปาหมายและวางแผนดำเนินการดวยตนเอง ดังนั้นเพื่อเปนการเพิ่มทักษะกระบวนการคิด
การฝกใหนักเรียนกำหนดเปาหมายและวางแผนดำเนินการดวยตนเองไดอยางชัดเจนมากยิ่งขึ้น
ผูจัดทำจึงไดนำรูปแบบ กระบวนการ เทคนิค วิธีการ สื่อ นวัตกรรม และเครื่องมือตาง ๆ
มาประยุกตใชในการนำผลงานวิจัยดงั กลา วไปใชป ระโยชน โดยการสนทนากลุม และกจิ กรรมฐานการ
เรยี นรู
นายธนา สํารวมจิตร และคณะ ไดศึกษาการสรางชุดการสอนแนะแนวอาชีพของ
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่3โรงเรียนโนนเจริญพิทยาคม ซึ่งไดทุนอุดหนุนการวิจัยจากสํานักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการในโครงการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม
32
แลกเปา สพฐ. ปงบประมาณ 2561 ไดสรา งชุดการสอนแนะแนวอาชีพของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา
ปที่ 3 โรงเรียนโนนเจริญพิทยาคม และแบบประเมินความพึงพอใจตอชุดการสอนแนะแนวอาชีพ
ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 โรงเรียนโนนเจริญพิทยาคม ผลพบวา นักเรียนชั้นมัธยมศึกษา
ปที่ 3 โรงเรียนโนนเจริญพิทยาคม มีความพึงพอใจกับการใชชดุ การสอนแนะแนวอาชีพของนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 โรงเรียนโนนเจริญพทิ ยาคม อยูในระดับมาก และผูจ ัดทำจึงไดน ำแนวความคดิ
พื้นฐานในการสรางทฤษฎีการเลือกอาชีพ ทั้งนี้เพื่อใหนักเรียนไดรูถึงความถนัดและความชื่นชอบ
ของตนเองอยางแทจ ริง ประยุกตใ นเนือ้ หาการจดั การอบรบการนำผลการวจิ ยั ไปใชป ระโยชนใ นครง้ั น้ี
พิจิกานต ศรีพิมาย ไดศึกษารูปแบบการจัดการเรียนการสอนเพื่อการมีงานทำ
ของโรงเรียนมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่ชายแดน จันทบุรี-ตราด กรณีศึกษา: โรงเรียนสอยดาววิทยา
อำเภอสอยดาว จังหวดั จนั ทบรุ ี ซึง่ ไดรบั ทนุ สนับสนุนการวจิ ยั จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการในโครงการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมแลกเปา สพฐ. ปงบประมาณ
2561 โดยพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนเพื่อการมีงานทำของโรงเรียนมัธยมศึกษา
ในเขตพื้นท่ีชายแดน จันทบุรี – ตราด กรณศี ึกษา : โรงเรียนสอยดาววิทยา อำเภอสอยดาว จงั หวัด
จนั ทบุรี และประเมินทกั ษะในการทำงาน การรักการทำงาน ความสามารถในการทำงานรวมกับผูอ่ืน
และมีเจตคติที่ดีตออาชีพสุจริต ผลการวิจัยพบวา การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอน
เพื่อการมีงานทำของโรงเรียนมัธยมศึกษาในเขตพื้นที่ชายแดน จันทบุร-ี ตราด กรณีศึกษา : โรงเรียน
สอยดาววิทยา อำเภอสอยดาวจังหวัดจันทบุรีการพัฒนารปู แบบการจดั การเรียนการสอน เพื่อการ
มีงานทำฯ ไดพัฒนาตามขั้นตอนการสรางและพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรูดังนี้ นำผลการศึกษา
ขอมูลพื้นฐานเกี่ยวกับสภาพปจจุบันและปญหาในการจดั การเรียนรูเพื่อการมงี านทำฯ ซึ่งไดพัฒนา
ตามขั้นตอนดังนี้ 1) กำหนดกรอบแนวคิดและสรางรูปแบบการจัดการเรียนการสอน 2) พัฒนา
รปู แบบ 3) ประเมนิ ความเหมาะสมของเอกสารหลกั สูตรของรปู แบบ 4) ทดลองใชรูปแบบการจัดการ
เรียนการสอนเพื่อการมีงานทำ และ 5) ประเมินการใชหลักสูตร โดยที่โครงสรางหลกั สูตรที่ใชในการ
จัดการเรียนการสอนเพื่อการมีงานทำ มีองคประกอบดังนี้ 1) ปรัชญา 2) เปาหมายของหลักสูตร
3) คุณลักษณะผูเรียน 4) ชื่อหลักสูตร 5) วัตถุประสงคของหลักสูตร 6) จำนวนหนวยกิต
หนวยการเรียนรู 8) ผลการเรียนรูรายป / รายภาค 9) สาระการเรียนรู 10) เวลาเรียน 11) การ
จัดการเรียนรู 12) สื่อและแหลงเรียนรู และ 13) การวัดและประเมินผลการเรียนรูในสวน
ของหลักสูตรรายวิชา กำหนดขั้นตอนทใ่ี ชในการเรียนการสอนดวยรูปแบบการจัดการเรียนรู เพือ่ การ
มีงานทำ โดยกำหนดเปนการจดั กิจกรรมการเรียนรูบูรณาการตามกระบวนการ QSCCS ดงั นี้ ข้ันท่ี 1
การเรยี นรูต้ังคำถาม (Learning to Question) ขน้ั ที่ 2 การเรียนรูแสวงหาสารสนเทศ (Learning to
Search) ขั้นที่ 3 การเรียนรูเพื่อสรางองคความรู (Learning to Construct) ขั้นที่ 4 การเรียนรูเพื่อ
การสือ่ สาร (Learning to Communication) และ ขั้นท่ี 5 การเรียนรูเพ่อื ตอบแทนสงั คม (Learning
to Serve) ผูจัดทำไดนำรูปแบบ กระบวนการ ขั้นตอนการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอน
เพ่ือการมีงานทำของโรงเรยี นมธั ยมศกึ ษาในเขตพื้นท่ชี ายแดน จันทบรุ ี – ตราด กรณศี ึกษา : โรงเรียน
สอยดาววิทยา อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี กรอบแนวคิดในการสรางเสริมประสบการณอาชีพ
และรูปแบบการเรียนรูการเปนผูประกอบการทำธุรกิจพอเพียง ประยุกตในเนื้อหาการจัดการ
อบรบการนำผลการวจิ ัยไปใชประโยชนใ นคร้งั นี้
33
๙. งบประมาณโครงการ จำนวน 15,000 บาท (สำหรับงบเดมิ )
เปลยี่ นแปลงงบประมาณคาเดินทางเพอื่ การสมั มนาวจิ ยั เปนบรหิ ารจดั การเพ่ิมเตมิ 4,500 บาท
รวมงบประมาณโครงการ จำนวน 19,500 บาท
เปน คาใชจายดังรายการตอไปน้ี (ถวั จายทกุ รายการ)
ลำดับ รายการ ราคา/หนวย จำนวน รวม (บาท)
1 (ชุด) 12,000
1 ชดุ ปลกู ผัก (สวนประกอบเหล็ก รางขาว) 12,000
จำนวน 70 หลุม พรอมหลงั คาและชุดปลูก
2 ชุดปลูกผัก (PVC) จำนวน 15 หลมุ พรอ มชุดปลกู 2,300 1 (ชดุ ) 2,300
2 (แพค) 440
3 กระดาษสำหรบั พิมพเ กียรติบัตร (ผเู ขารวมอบรม) 220
ขนาด A4 มขี อบสีทอง
4 หมกึ เติม Brother BTD60BK,BT5000 (DCP-T310) 1,060 2 (ชุด) 2,120
2 (ลัง) 1,100
5 กระดาษ A4 (สำหรบั จดั ทำแผนการสอน ใบความรู 550
และอน่ื ๆ) ขนาด 80 แกรม
6 กระดาษโฟโต 180 แกรม 100 แผน 350 1 (หอ) 350
1 (แฟม ) 110
7 แฟม เอกสาร 3 หวง A4 สนั 5 ซม (ใสป กได) 110 180
1 (ตัว) 580
8 เครื่องเหลาดนิ สอ 180 2 (อัน) 60
3 (โหล) 210
9 เมมโมร่กี ารด 64 GB 290 3 (เลม) 50
1 (ซอง) 19,500
10 คลิปดำ No.112 20
11 คาเขาเลม 70
12 คา จัดสง เอกสาร 50
รวมประมาณการงบประมาณท้งั หมด
๑o. ผูรับผิดชอบโครงการ (ระบุชื่อ - สกุล, ตำแหนง, หนวยงาน, หมายเลขโทรศัพทหนวยงาน, หมายเลข
โทรศพั ทมอื ถือ, อเี มล ของผูรบั ผดิ ชอบ และคณะทำงาน (ถาม)ี )
ลำดับ ชื่อ-สกุล ตำแหนง เบอรโทร Email Address
1 นางสาวเตชินี ภิรมย ครู 086 470 3039 [email protected]
2 นางสาวจารณุ ี เกิดแกว ครู 081 426 7271 [email protected]
3 นางบุณยากร อนิ ทรแ กวศรี ครู 081 086 8930 -
หนวยงาน โรงเรยี นวงั หินวทิ ยาคม จงั หวัดนครศรธี รรมราช
โทรศพั ท 08 - 0876 - 1850
34
ขอรับรองวาจะดำเนินงานโครงการตามแผนใหสำเร็จตามเวลาที่กำหนด โดยคำนึงคุณภาพตาม
วตั ถุประสงคท ตี่ ั้งไว
ลงชอ่ื ...............................................เจา ของโครงการ
(นางสาวเตชนิ ี ภิรมย)
17/ธนั วาคม/2564
ลงชือ่ ...............................................ผูรว มโครงการ
(นางสาวจารณุ ี เกิดแกว )
17/ธันวาคม/2564
ลงชอ่ื ...............................................ผูรว มโครงการ
(นางบุณยากร อินทรแกวศรี)
17/ธันวาคม/2564
ลงชือ่ ..............................................ผูเ หน็ ชอบโครงการ
(นางจิราพร อินทรทศั น)
ผูอำนวยการโรงเรยี นวังหนิ วทิ ยาคม
17/ธันวาคม/2564
ลงช่อื ..............................................ผนู ิเทศโครงการ
(นางจิรา ชูชว ย)
ศกึ ษานเิ ทศกช ำนาญการพิเศษ สพม.นศ
17/ธันวาคม/2564
35
ภาคผนวก
36
ภาคผนวก ก
คำสั่งแตงตัง้ คณะกรรมการดำเนินงาน
37
คำส่งั โรงเรียนวงั หนิ วทิ ยาคม
ท่ี /2564
เรื่อง โครงการสะเต็มศึกษาสูทกั ษะอาชพี ตามแนวทางพระราชดำริเศรษฐกจิ พอเพยี ง
(โครงการการนำผลการวจิ ยั ไปใชป ระโยชน ประจำปการศกึ ษา 2564)
****************************
ดวยทางโรงเรียนวังหินวิทยาคม ไดกำหนดการอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการสะเต็มศึกษา
สูท กั ษะอาชพี ตามแนวทางพระราชดำริเศรษฐกจิ พอเพียง (โครงการการนำผลการวิจยั ไปใชประโยชน
ประจำปการศึกษา 2564 งบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
(สพฐ.)) เพื่อพัฒนาผูเรียนในศตวรรษที่ 21 วันที่ 14 ธันวาคม 2564 ณ โรงเรียนวังหินวิทยาคม
เพื่อใหการดำเนินงานครั้งนี้เปนไปดวยความเรียบรอย บรรลุวัตถุประสงคที่วางไว จึงแตงต้ัง
คณะกรรมการดำเนินงานดังน้ี
1. คณะกรรมการอำนวยการ มีหนาที่ อำนวยความสะดวก ดูแล การอบรมใหเปนไปดวยความ
เรยี บรอย ประกอบดว ย
1.1 นางจริ าพร อินทรทศั น ตำแหนง ผูอำนวยการโรงเรียน ประธานกรรมการ
1.2 นางบณุ ยากร อนิ ทรแ กวศรี ตำแหนง ครู คศ.3 กรรมการ
1.3 นางสาวรจุ ริ า บวั ลอย ตำแหนง ครู คศ.3 กรรมการ
1.4 นางสาวจารณุ ี เกดิ แกว ตำแหนง ครู คศ.3 กรรมการ
1.5 นางสาวเตชินี ภิรมย ตำแหนง ครู คศ.1 กรรมการและเลขานกุ าร
2. คณะกรรมการดำเนินงาน มีหนาท่ี ดำเนินการเกี่ยวกบั การอบรม กำหนดการอบรม จดั ทำ
เอกสารการอบรม การรับลงทะเบียนการอบรม จัดทำเกยี รติบัตรการอบรม และประสานงานกบั ฝาย
ตา ง ๆ ใหก ารอบรมเปนไปดวยความเรียบรอ ย ประกอบดว ย
2.1 นางสาวเตชินี ภิรมย ตำแหนง ครู คศ.1 หัวหนา
2.2 นายณฐั วุฒิ ทาแวงป นกั เรยี นชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 5/2 ผูชวย
2.3 นายวรายทุ ธ บญุ สทิ ธิ์ นกั เรยี นชั้นมธั ยมศึกษาปที่ 5/2 ผูชวย
3. คณะกรรมการบนั ทึกภาพ มหี นา ที่ บันทึกภาพตลอดการอบรม ประกอบดว ย
3.1 นางสาวเตชินี ภิรมย ตำแหนง ครู คศ.1 หัวหนา
3.2 นายณฐั วุฒิ ทาแวงป นกั เรยี นชนั้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 5/2 ผูชวย
3.3 นายวรายุทธ บุญสทิ ธิ์ นกั เรียนชน้ั มัธยมศกึ ษาปท่ี 5/2 ผชู วย
/4. คณะวิทยากรใหความรู........
38
4. คณะวิทยากรใหความรู มีหนาท่ี จดั เตรยี มขอ มลู เอกสารประกอบการอบรม และใหความรู
แกผ เู ขา รับการอบรม เพ่อื ใหเกดิ ประสทิ ธภิ าพสูงสุด ประกอบดว ย
6.1 นายชยธชั เลขะคณุ วทิ ยากรทองถิน่ หวั หนา
6.1 นางสาวเตชินี ภิรมย ตำแหนง ครู คศ.1 ผูช วย
6.2 นางสาวจารณุ ี เกิดแกว ตำแหนง ครู คศ.3 ผูชวย
5. ผูเขารับการอบรม มีหนาที่ เขารับการอบรมเชิงปฏบิ ัตกิ าร (นักเรียนแกนนำ) เพื่อสามารถ
นำความรูถา ยทอดใหกบั นักเรยี นรนุ นอง และเพื่อนรว มโรงเรยี น ประกอบดว ย
5.1 นายวรายทุ ธ บญุ สิทธ์ิ
5.2 นายณฐั วฒุ ิ ทาแวงป
5.3 เดก็ ชายปวีกรณ บญุ จันทร
5.4 เด็กชายธนากร บญุ ชว ยแกว
5.5 เดก็ ชายนภัส รุง เมือง
5.6 เด็กชายกฤษฎา ขวัญทอง
6. ผูเขารับการอบรมในรูปแบบออนไลน มีหนาที่ เขารับการอบรมออนไลนสวนเนื้อหา
ภาคบรรยาย ประกอบดวย
6.1 นายวรายทุ ธ บุญสิทธิ์
6.2 นายณฐั วฒุ ิ ทาแวงป
6.3 เดก็ ชายปวีกรณ บุญจันทร
6.4 เดก็ ชายธนากร บุญชว ยแกว
6.5 เดก็ ชายนภัส รงุ เมือง
6.6 เด็กชายกฤษฎา ขวัญทอง
6.7 เด็กหญงิ ภัทรธดิ า รงั ศรี
6.8 เดก็ หญิงกชนันท คงควน
6.9 เด็กหญงิ กชมน ลอ มวงค
6.10 เดก็ หญงิ จินดาพร นยุ พัว้
6.11 เด็กหญิงชุติกาญจน อาลแิ อ
6.12 เด็กหญิงณัฐชา ศรที อง
6.13 เดก็ หญิงนภสั สร ศรสี ุวรรณ
6.14 เด็กหญงิ ปณุ ยนุช แกวแกมทอง
6.15 เด็กหญงิ ฝนทพิ ย สงพราหมณ
6.16 เด็กหญงิ เวรฬุ มาศ รกั ษาจันทร
6.17 เด็กหญิงศริ นิ ทรทิพย บุญประคม
6.18 เดก็ หญงิ สริ ิมนต แกว แกมทอง
6.19 เด็กหญงิ สุกัญญา นาคแปน
/6.20 เดก็ ชายภมู รนิ ทร........
39
6.20 เด็กชายภมู รนิ ทร มาปอ ง
6.21 เด็กหญิงณฐั ิดา จนั ทรไชยแกว
6.22 เดก็ หญงิ ณัฐธดิ า มณศี รี
6.23 เด็กหญิงกลั ยาณี คงเรือง
6.24 เดก็ หญงิ บณั ฑติ า รัตนพันธ
6.25 เดก็ ชายธนกร ทองออ น
6.26 เด็กชายธีรภัทร ทองสม
7. คณะกรรมการประเมินผล มีหนาที่ ออกแบบการประเมิน บนั ทกึ ภาพกิจกรรม ประเมินผล
การดำเนินงาน เสนอใหผ ูอำนวยการและผทู เ่ี กย่ี วขอ งทราบ ประกอบดว ย
7.1 นางสาวเตชนิ ี ภริ มย ตำแหนง ครู คศ.1 หวั หนา
7.2 นายณัฐวฒุ ิ ทาแวงป นกั เรยี นชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 5/2 ผชู ว ย
7.3 นายวรายทุ ธ บุญสิทธิ์ นกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปท่ี 5/2 ผชู วย
ทัง้ น้ีใหคณะกรรมการที่ไดรับการแตงตั้ง ปฏิบัติหนาที่อยา งเต็มความสามารถเพื่อใหบรรลผุ ล
สำเรจ็ ตามวตั ถปุ ระสงคข องกจิ กรรมทีว่ างไว
สง่ั ณ วันท่ี 9 ธันวาคม พ.ศ. 2564
(นางจริ าพร อนิ ทรทัศน)
ผอู ำนวยการโรงเรยี นวังหนิ วทิ ยาคม
40
กำหนดการอบรมเชิงปฏิบัติการ
โครงการสะเต็มศกึ ษาสทู ักษะอาชพี ตามแนวทางพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง
(โครงการการนำผลการวิจยั ไปใชป ระโยชน ประจำปก ารศึกษา 2564)
09.00 - 09.15 น. ลงทะเบียน
09.15 - 09.45 น. เตรียมความพรอมดานสถานทสี่ ำหรบั การวางชดุ ปลกู ผกั ไฮโดรโปนิกส
09.45 - 11.00 น. ประกอบชุดปลกู ผกั ไฮโดรโปนกิ ส
11.00 - 12.00 น. บรรยายและสาธิต การใชช ุดเครอ่ื งมือสำหรับการปลกู ผกั ไฮโดรโปนกิ ส
12.00 - 13.00 น. พักรบั ประทานอาหารกลางวัน
13.00 - 14.30 น. บรรยายและสาธิต การเพาะเมลด็ ผัก การใหป ยุ การดูแล
นักเรยี นฝก ปฏบิ ัตกิ ารเพาะเมล็ดผัก
14.30 - 15.00 น. ซกั ถาม แลกเปลยี่ นเรียนรู
หมายเหตุ
กำหนดการสามารถเปลีย่ นแปลงไดตามความเหมาะสม
41
ภาคผนวก ข
แผนการจดั การเรียนรู และเอกสารชดุ ความรกู ารปลกู ผักไฮโดรโปนกิ ส ในการ
จัดการเรยี นการสอนสะเต็มศกึ ษา (STEM Education)
สศู าสตรพระราชา “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง”
42
แผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู
เรื่อง การปลูกผักไฮโดรโปนิกสมอื อาชีพ เวลา 3 ชัว่ โมง
แนวคิด
การปลูกผักไฮโดรโปนิกส เปนการปลูกผักโดยไมใชดินแตใชน้ำที่มีธาตุอาหารละลายอยู
ซึ่งนับเปนวิธีการใหมใ นการปลูกผัก เน่ืองจากประหยัดพื้นท่ีและไมป นเปอนกบั สารเคมี ตาง ๆ ในดนิ
สงผลใหไดผักทีส่ ะอาดเปนอาหาร และขายเพื่อสรา งรายได นอกจากน้ีการปลูกผักไรดินยังสามารถ
ควบคุมสภาพแวดลอมตาง ๆ ที่เกี่ยวของกับการเจริญเตบิ โตของผักไดอยางถูกตอง จึงทำใหผลผลิต
และคุณภาพของผักที่ปลูกแบบไรดินสูงกวาการปลูกผักในดิน ปริมาณของผลผลิตไดตรงกับความ
ตองการของตลาดมากยิ่งขึ้น ดวยเหตุน้ีการปลูกผักไฮโดรโปนิกส สามารถเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิต
ทางการเกษตร และเปนทางเลอื กหนึ่งในอาชีพ
วตั ถุประสงค เมอื่ สนิ้ สุดแผนการจดั กจิ กรรมการเรียนรแู ลว
1. ผูเขารวมกิจกรรมสามารถ อธิบายปจจัยท่ีเกี่ยวของกับการเจริญเติบโตของผัก
ไฮโดรโปนกิ ส
2. ผูเขารวมกิจกรรมสามารถ อธิบายทดลองปลูกผักไฮโดรโปนิกส ข้ันตอนและวิธีการปลูก
ผกั ไฮโดรโปนกิ ส
3. ผูเขารว มกจิ กรรมสามารถ อธบิ ายความเชือ่ มโยงหลักการของสะเต็มในการปลกู ผกั ไฮโดร
โปนิกส ประกอบดว ย ปจจัยท่ีเกี่ยวของกับการเจริญเติบโตของผักไฮโดรโปนิกส ข้ันตอนและวธิ ีการ
ปลกู ผักไฮโดรโปนิกส และความเชือ่ มโยงหลักการของสะเต็มในการปลูกผกั ไฮโดรโปนิกส
เนอื้ หา
1. ปจ จัยทเ่ี กยี่ วของกับการเจรญิ เตบิ โตของผักไฮโดรโปนิกส
2. ขั้นตอนและวิธีการปลกู ผักไฮโดรโปนิกส
3. ความเชื่อมโยงหลกั การของสะเต็มในการปลูกผักไฮโดรโปนกิ ส
43
การเชื่อมโยงระหวางสะเตม็ ศึกษากับเนื้อหาทเี่ รยี นรู
แผนผังสะเต็มสทู ักษะอาชีพ “การปลูกผกั ไฮโดรโปนิกสมืออาชพี ”
ขนั้ ตอนการจดั กิจกรรมการเรยี นรู
ขั้นตอนที่ 1 กิจกรรมการเรียนรูประสบการณทางวิทยาศาสตร (S : Science
Experience Activity)
1. ผูจัดกิจกรรมทักทายและแนะนำตนเองกับนกั เรียน รวมท้ังชแี้ จงวตั ถุประสงคข องการ
เรยี นรู เร่อื ง การปลกู ผักไฮโดรโปนกิ สมอื อาชีพ ไดแก
(1) อธบิ ายปจจัยที่เกี่ยวขอ งกบั การเจรญิ เติบโตของผกั ไฮโดรโปนิกส
(2) อธิบายทดลองปลกู ผักไฮโดรโปนิกสต ามขั นตอนและวธิ กี ารปลูกผักไฮโดรโปนิกส
(3) อธิบายความเชอ่ื มโยงหลกั การของสะเต็มในการปลูกผกั ไฮโดรโปนิกส
2. ผจู ัดกจิ กรรมซักถามประสบการณเ ดิมของผูเรียนเก่ยี วกับเร่ืองที่จะเรยี นรู โดยสุม
นักเรยี นจำนวน 3 - 5 คน ตามความสมัครใจ ใหตอบคำถาม จำนวน 3 ประเด็น ดังน้ี
ประเดน็ ที่ 1 “ทานคิดวา การเจริญเติบโตของผักไฮโดรโปนกิ ส เก่ียวของกบั
อะไรบา ง”
ประเดน็ ที่ 2 “ทานรูจักขั นตอนและวธิ ีการปลูกผกั ไฮโดรโปนกิ สห รือไม”
44
ประเด็นที่ 3 “ทา นรูจักสะเต็มศึกษากับการปลกู ผักไฮโดรโปนิกสห รือไม”
3. ผูจดั กิจกรรมและผูเรยี นแลกเปลี่ยนความคิดเหน็ และสรุปผลการเรียนรรู ว มกนั
4. ผูจัดกจิ กรรมเชอ่ื มโยงประสบการณเ ดิมของผูเรียนกับเนื้อหาการเรยี นรู เร่อื ง การปลกู ผัก
ไฮโดรโปนิกส โดยบรรยาย เรื่อง การปลูกผักไฮโดรโปนิกส ตามใบความรู เรื่อง การปลูกผักไฮโดรโป
นิกส หลังจากน้ัน เชื่อมโยงการบรู ณาการสะเต็มศกึ ษากับเนื้อหาที่เรียนรู ตามใบความรู เรื่อง การ
เช่ือมโยงสะเต็มศึกษากบั การปลกู ผักไฮโดรโปนกิ ส ดังนี้
4.1 วิทยาศาสตร (Science)
(1) ธาตอุ าหาร
(2) การตรวจสอบคา PH
(3) การตรวจสอบคา Ec
(4) การสงั เคราะหแสง
4.2 เทคโนโลยี (Technology)
(1) สบื คน ขอมูลไฮโดรโปนิกส
(2) เลือกใชว สั ดอุ ปุ กรณทเ่ี หมาะสมและหาไดงา ย
(3) การประชาสัมพนั ธแ ละการตลาด
4.3 วศิ วกรรมศาสตร (Engineering)
(1) การออกแบบรางปลูกผกั
(2) ออกแบบผลติ ภณั ฑใ หเ หมาะสมกบั ตลาดทส่ี ง สินคา
(3) การออกแบบแพ็คเกต็ ใหเหมาะสมกับตลาด
4.4 คณิตศาสตร (Mathematics)
(1) คานวณโครงสรางของรางปลกู ผกั และระยะหางของแตล ะตน
(2) คา นวณตนทนุ ผลผลติ และการจา หนา ยผลติ ภัณฑ
(3) การคิดเปอรเ ซ็นตค วามคุมคา ในการลงทนุ
5. ผูจ ดั กิจกรรมแจกใบความรูสำหรบั ผูเรียน เรอื่ ง การปลกู ผักไฮโดรโปนิกส หลังจากน้ัน
ผจู ัดกิจกรรม และผูเรียนแลกเปลย่ี นความคดิ เหน็ และสรุปผลการเรยี นรูร ว มกัน
ขั้นตอนที่ 2 กิจกรรมการเรียนรูวิทยาศาสตรที่ทาทาย (C : Challenge Learning
Activity)
1. ผูจัดกิจกรรมเชื่อมโยงเนื้อหาในข้นั ตอนที่ 1 เรื่อง การปลูกผักไฮโดรโปนิกส โดยกำหนด
สถานการณใหผูเรียน “ในชุมชนแหงหนึ่งเปนพื้นท่ีอุตสาหกรรม มีพ้ืนที่ที่เปนดินจำนวนนอย มีความ
ตองการในการปลกู ผกั ไวเพือ่ บรโิ ภคและจำหนา ย ควรเลอื กวธิ ีการปลกู ผักอยางไร จึงทำใหไดผลผลติ
สูงและผักมคี ุณภาพ” หลังจากน้ันใหผ ูรับบริการวางแผนและปฏิบัติการปลูกผักไฮโดรโปนิกสต ามใบ
กิจกรรม พรอมท้ังเตรียมวัสดุอุปกรณใหกับผูเรียนในการปฏิบัติกิจกรรม (รางปลูก/ถวยปลูก/วัสดุ
ปลกู /ปุย A B/ปมน า/เมล็ดผักสลัด/เครื่องวัดคา pH/เครื่องวัดคา EC /ถาดเพาะ/ถวยตวง/ถังผสม
ปยุ /ไมบ รรทดั /ตลบั เมตร/สายวดั ตัว/กระดาษบรฟุ /ปากกาเคมี)
2. ใหผูนักเรียนต้ังประเด็นขอสงสัยในกระบวนการหรือหลักการที่เกี่ยวของ รวมไปถึงการ
ประยุกตใ ชในชีวิตจริง
3. ผจู ัดกจิ กรรมและผูเรยี นแลกเปล่ียนความคดิ เหน็ และสรุปผลการเรียนรูรวมกัน
45
ขั้นตอนที่ 3 กิจกรรมการสรุปผลการนำวิทยาศาสตรไปใชในชีวิตประจำวัน (I :
Implementation Conclusion Activity)
1. ใหผูเรียนตอบคำถามโดยสุมผูเรียน จำนวน 3 - 5 คน ตามความสมัครใจ ใหตอบคำถาม
ในประเด็น “ทานจะนำความรู เรื่อง การปลูกผักไฮโดรโปนิกส ไปประยุกตใชในชีวิตประจำวัน ได
อยางไร”
2. ผจู ัดกจิ กรรมและผูเรียนรวมสรปุ สง่ิ ท่ไี ดเ รยี นรรู ว มกนั
สื่อ วัสดอุ ปุ กรณ และแหลง เรียนรู
1. ใบความรูส ำหรบั ผจู ัดกิจกรรม เรอ่ื ง การปลกู ผกั ไฮโดรโปนิกสม ืออาชีพ
2. ใบความรสู ำหรบั ผูเรียน เร่อื ง การปลกู ผักไฮโดรโปนิกสมอื อาชพี
3. ใบกิจกรรม เรือ่ ง การปลูกผกั ไฮโดรโปนกิ สม ืออาชพี
4. วสั ดอุ ปุ กรณมีดงั นี้
1. รางปลูก
2. ถว ยปลกู
3. วัสดปุ ลกู
4. ปุย A B
5. ปมน้ำ
6. เมลด็ ผกั สลัด
7. เคร่ืองวดั คา pH
8. เครือ่ งวดั คา EC
9. ถาดเพาะ
10. ถว ยตวง
11. ถังผสมปยุ
12. มุง กนั แมลง
13. ไมบ รรทดั
14. ตลับเมตร
15. สายวัดตวั
16. กระดาษบรุฟ
17. ปากกาเคมี
การวัดและประเมินผล
1. สงั เกตกระบวนการมีสว นรว ม ไดแ ก อภิปราย ตอบคำถาม
2. ชน้ิ งาน/ผลงาน
46
บันทกึ ผลหลังการจดั กิจกรรมการเรยี นรู
ผลการใชแผนการจดั กิจกรรมการเรียนรู
1. จำนวนเนื้อหากับจำนวนเวลา เหมาะสม ไมเหมาะสม
ระบเุ หตผุ ล
…เน…ื้อ…หา…เห…มา…ะส…ม…กบั …เว…ลา…เน…อ่ื …งจ…าก…ใน…สถ…า…นก…าร…ณ…โ ร…คต…ดิ ต…อ…ไว…รสั …C…ov…id…-1…9 ส…า…มา…รถ…บร…ิห…าร…จัด…กา…รไ…ดใ…นร…ูป…แบ…บ……
…อ…อน…ไล…น…ซ่งึ…เว…ลา…ใน…กา…รพ…ูด…คุย…แ…ลก…เป…ลยี่…น…เรยี…น…รรู …วม…กัน…ส…า…มา…รถ…กร…ะท…ำ…ได…ตล…อด…เว…ลา…ท…ี่มีก…าร…ออ…น…ไล…น………………
2. การเรยี งลำดับเนื้อหากบั ความเขาใจของผเู รียน เหมาะสม ไมเ หมาะสม
ระบเุ หตผุ ล
…กา…ร…เรยี…บ…เรยี…งเ…นือ้…ห…าส…ง ผ…ลใ…ห…ผ เู ร…ีย…นม…คี ว…าม…เข…าใ…จ…เน…่อื ง…จา…ก…เน…อ้ื ห…า…เร่มิ…จ…าก…จุด…เล…็กๆ…เ…ชน …เ…ร่มิ …ตน…ด…วย…กา…รท…ำค…ว…าม……
…เข…าใ…จเ…ศร…ษฐ…ก…ิจพ…อเ…พีย…ง…เช…ือ่ ม…โย…งบ…รู …ณา…ก…าร…เรยี…น…รูแ…บบ…S…T…EM…โ…ดย…กา…รบ…รู …ณา…ก…าร…ระ…หว…าง…รา…ยว…ิชา…เ…ปน …ต…น …………
3. การนำเขาสบู ทเรยี นกบั เนื้อหาแตละหวั ขอ เหมาะสม ไมเ หมาะสม
ระบุเหตุผล
…มกี …าร…น…ำเข…าส…บู …ทเ…รีย…นโ…ดย…ก…าร…อา…งอ…งิ ก…าร…ใช…ช ีว…ิต…ใน…ปร…ะจ…ำว…นั …กับ…แ…นว…ทา…งก…าร…ป…ฏบิ …ัต…ิกา…รเศ…ร…ษฐ…กจิ…พ…อเ…พยี …ง…แล…ะก…า…ร …
…เรีย…น…รแู …ตล…ะ…รา…ยว…ชิ า…ใน…สว…น…ขอ…ง…ST…EM……Ed…uc…at…io…n ……………………………………………………………………
4. วิธกี ารจดั กจิ กรรมการเรยี นรกู บั เนื้อหาในแตล ะขอ เหมาะสม ไมเหมาะสม
ระบเุ หตุผล
…กา…รจ…ัดก…ิจ…กร…รม…กา…รเ…รยี …น…รูก…ับเ…น้ือ…ห…า เ…นน…ท…้ังภ…าค…บ…รร…ยา…ย …สา…ธิต…แ…ละ…ก…าร…ปฏ…บิ …ัตจิ …ริง……………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………
5. การประเมินผลกบั วตั ถปุ ระสงคในแตละเนื้อหา เหมาะสม ไมเหมาะสม
ระบเุ หตผุ ล
…กา…รป…ระ…เม…นิ …ผล…กบั…ว…ัตถ…ุปร…ะ…สง…ค …มคี …วา…มห…ล…าก…ห…ลา…ย …อา…ทิ …กา…รส…ังเ…กต…ก…าร…พ…ูดค…ยุ …แล…กเ…ปล…ี่ย…นเ…รีย…นร…ู ก…าร…นำ…เส…น…อ ……
…เป…นต…น ……………………………………………………………………………………………………………………
ผลการเรียนรูของนักเรยี น
…1…. น…ัก…เร…ยี น…ม…คี …วา…ม…รู …คว…า…มเ…ขา…ใจ…แ…ล…ะเ…ห…น็ ค…ว…าม…ส…ำค…ญั …ข…อง…ห…ลกั…ป…รชั…ญ…า…เศ…รษ…ฐ…กจิ…พ…อ…เพ…ีย…ง ………………….
…2…. น…กั …เร…ยี น…ม…ีค…วา…ม…รู …คว…า…มเ…ขา…ใจ…ห…ล…ัก…กา…ร…ST…E…M…E…d…uc…a…tio…n…………………………………………………….
……3……. ผน……ากั น……เรก……ยีาน……รปส……ฏา……มบิ าัต……รปิ ถ……ลบ……กู รู ผณ……กั า……ไกฮ……าโดร……รห……โปล……กนั ……กิกาส……ร ไ……SดT…… E……M……E……d……uc……a……tio……n……ร……ว ม……ก……ับ……หล……ัก……ปร……ัช……ญ……าเ……ศร……ษ……ฐก……ิจ……พ……อเ……พ……ยี ง………………..
ผลการจัดกจิ กรรมการเรยี นรขู องผจู ัดกิจกรรม
…1.…สา…มา…รถ…เผ…ยแ…พร…ค …วา…มร…ู แ…ละ…ทำ…คว…าม…เข…า ใ…จให…ก…ับ…นกั…เร…ยี น…เพ…อ่ื …ให…นกั…เร…ยี น…เห…น็ …คว…าม…สำ…ค…ัญข…อ…งห…ลัก…ปร…ัช…ญา…เศ…รษ…ฐก…ิจ…พอ…เพ…ียง.
…2.…ส…าม…า…รถ…เผ…ย…แพ…ร…ค…วา…ม…รู …คว…าม…เ…ขา …ใจ…ห…ล…ักก…า…ร…ST…E…M…E…d…uc…a…tio…n…ใ…หก…ับ…ผูเ…รยี…น…………………………….
……3.……ปส……ลามกู……ผา……รักถ……ไฮบ……โรู ดณ……ราโ……ปก……านริก……สห……ลแ……ักลก……ะาร……รว ม……SแT……ลE……กMเ……ปEล……dย่ี u……นc……เaรt……ยี ioน……nร……กู รบั……ว ผม……ูเกร……บัยี นห……ล……กั ……ปร……ชั ……ญ……าเ……ศร……ษ……ฐก……จิ ……พ……อเ……พีย……ง……ผา……น……กา……ร……ปฏ……บิ ……ตั ..ิ
ขอ เสนอแนะ
…เพ…อื่ …คว…าม…ท…ั่ว…ถงึ…ก…บั ผ…ูเร…ยี …นใ…น…สว…น…ป…ฏบิ…ัต…กิ า…ร…ค…วร…เพ…มิ่ …ช…ดุ ว…สั …ดอุ…ปุ …ก…รณ…ส …ำห…ร…บั …กา…รป…ฏ…ิบ…ตั กิ…า…ร…ปล…กู …ผ…กั ……….
…ไฮ…โด…ร…โป…น…กิ ส… ……………………………………………………………………………………………………………….
47
ใบความรูส ำหรับผจู ดั กิจกรรม
เรอื่ ง การปลกู ผักไฮโดรโปนกิ สม อื อาชีพ
วตั ถุประสงค
เมอ่ื สน้ิ สดุ แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรนู ี้แลว ผเู รยี นสามารถ
1. อธบิ ายปจ จยั ทีเ่ กี่ยวของกับการเจรญิ เติบโตของผกั ไฮโดรโปนิกส
2. อธิบายทดลองปลูกผักไฮโดรโปนิกสต ามขั้นตอนและวิธกี ารปลกู ผักไฮโดรโปนกิ ส
3. อธบิ ายความเช่อื มโยงหลกั การของสะเตม็ ในการปลกู ผกั ไฮโดรโปนิกส
เน้ือหา
1. ปจ จัยท่ีเกย่ี วของกับการเจรญิ เตบิ โตของผักไฮโดรโปนกิ ส
2. ข้ันตอนและวธิ กี ารปลูกผักไฮโดรโปนิกส
3. ความเชื่อมโยงหลักการของสะเตม็ ในการปลกู ผักไฮโดรโปนิกส
วสั ดุ อปุ กรณ
1. รางปลกู
2. ถวยปลกู
3. วสั ดปุ ลกู
4. ปยุ A B
5. ปมน้ำ
6. เมล็ดผกั สลัด
7. เครอื่ งวัดคา pH
8. เครอ่ื งวดั คา EC
9. ถาดเพาะ
10. ถวยตวง
11. ถังผสมปยุ
12. มุงกนั แมลง
13. ไมบ รรทัด
14. ตลบั เมตร
15. สายวดั ตวั
16. กระดาษบรุฟ
17. ปากกาเคมี
48
ใบความรู
เร่อื ง การปลกู ผักไฮโดรโปนกิ สม อื อาชีพ
ปจจยั ท่เี ก่ียวของกับการเจรญิ เตบิ โตของผักไฮโดรโปนิกส
ผกั ไฮโดรโปนิกส
1. ปจ จยั ทางดานพนั ธุกรรม
ยีน (gene) เปนตัวกำหนดลักษณะการเจริญเติบโตของพืช ไมวาจะเปนสวนของราก ลำตน
กิ่ง กาน ใบ ตลอดจนดอกและผล การสะสมมวลชวี ภาพไดมากนอยเพียงใดขึ้นอยูกับพันธุกรรมของ
พชื เอง พนั ธุพ ืชที่จะใชก ับการปลูกพืชดว ยวิธไี ฮโดรโปนกิ สโ ดยเฉพาะยังไมมีหรือมนี อยมาก
2. ปจจัยทางดา นสง่ิ แวดลอม
2.1 แสง
ตามธรรมชาติพืชจะใชแสงอาทิตยเปนแหลง พลังงาน เพือ่ ทำใหเกิดกระบวนการสังเคราะห
แสงที่ใบหรือสวนที่มีสีเขียว โดยมีคลอโรฟลล (Chlorophyll) ซึ่งเปนรงควัตถุสีเขียวชนิดหนึ่งที่มี
หนาที่เปนตัวรับแสงเพื่อเปลี่ยนกาซคารบอนไดออกไซด (CO2) และน้ำ (H2O) เปนกลูโคส
(C6H12O6) และกาซออกซิเจน (O2) พืชที่ปลูกในบานหรอื เรอื นทดลอง อาจใชแสงสวา งจากไฟฟา
ทดแทนแสงอาทิตยไดแ ตก ็เปนการส้ินเปลอื งและไมส มบูรณเ ม่ือเปรยี บเทยี บกับแสงธรรมชาติ
2.2 อากาศ
พืชจำเปนตองใชกาซคารบอนไดออกไซด (CO2) ที่มีอยูประมาณ 0.033 เปอรเซ็นต ใน
บรรยากาศในการผลิตกลูโคส (C6H12O6) ซึ่งเปนสารอินทรียเริ่มตน เหตุการณที่พืชจะขาด
คารบอนไดออกไซด เปนไปไดยาก เนื่องจากมีแหลงคารบอนไดออกไซดอยางเหลือเฟอ เชน การเผา
ไหมเชอ้ื เพลิงจากโรงงานและรถยนต ตลอดจนการผลิตไฟฟา เปนตน สว นกาซออกซิเจน (O2) พชื
ตองการ เพื่อใชใ นกระบวนการหายใจ (Respiration) เปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตยซ ึง่ ถูกเก็บไวในรูป
พลงั งานเคมี ในรูปของน้ำตาลกลโู คสและสามารถใหเ ปนพลงั งาน เพือ่ ใชใ นการขับเคลอ่ื นกระบวนการ
49
เมตาโบลิซึม (Metabolism) ตาง ๆ การหายใจของสวนเหนือดินของพืชมักไมมีปญหา เพราะใน
บรรยากาศมีออกซิเจนเปนองคประกอบอยูถึง 20 เปอรเซ็นต สำหรับรากพืชมักจะขาดออกซิเจน
โดยเฉพาะการปลูกพืชไรดินดวยเทคนิคการปลูกดวยสารละลาย (Water Culture หรือ Liquid
Culture) จำเปนตองใหออกซิเจนในจำนวนท่ีเพียงพอตอความตองการของพืช การใหออกซิเจนแก
รากพืชจะใหในรูปของฟองอากาศที่แทรกอยูในสารละลายธาตุอาหารพืช ซึ่งใหโดยใชเครื่องสูบลม
หรอื การใชระบบนำ้ หมุนเวียน
2.3 นำ้
คุณภาพน้ำเปนเรื่องสำคัญมากเรื่องหนึ่ง การปลูกพืชเพียงเล็กนอยเพื่อการทดลองจะไมมี
ปญหาแตการปลูกเปนการคา จะตองพิจารณาเรื่องของน้ำกอนอื่น หากใชน้ำคุณภาพไมดีทั้ง
องคประกอบทางเคมแี ละความสะอาด จะกอใหเกดิ ความลม เหลว น้ำเปน ตัวประกอบทส่ี ำคัญ โดยจะ
ถกู นำไปใช 2 ทาง คือ
1. ใชเปนองคประกอบของพืช พืชมีน้ำเปนองคประกอบประมาณ 90-95
เปอรเซ็นตโ ดยน้ำหนกั พชื ใชน ำ้ เพอ่ื กอใหเกิดกจิ กรรมท่ีมีประโยชน
2. ใชเปนตัวทำละลายธาตุอาหารพืชใหอยูในรูปไอออนหรือสารละลายธาตุอาหาร
พืชโมเลกลุ เล็ก เพื่อใหรากดดู กินเขา ไป ปกติน้ำประปาถือวาใชได แตสำหรับการทดลอง มักใชน ้ำกล่ัน
หรือน้ำประปาที่ทิ้งใหคลอรีนหมดไป แหลงของน้ำที่ดีสุด สำหรับการปลูกพืชไรดินเชิงพาณิชย คือ
นำ้ ฝนหรือน้ำจากคลองชลประทาน
2.4 วัสดุปลกู
วัสดุปลูก หมายถึง วัตถุ (material) ตา งๆ ท่ีเลือกสรรมา เพอ่ื ใชป ลกู พืชและทำให
ตนพชื เจริญเตบิ โตไดเปน ปกติ วัสดดุ งั กลา วอาจเปนชนิดเดียวกนั หรอื หลายชนิดผสมกนั ชนิดของวัสดุ
ปลกู อาจเปนอินทรยี วตั ถุกไ็ ด โดยทว่ั ไปวสั ดุปลกู จะมีบทบาทตอการเจรญิ เติบโตและการใหผลผลติ พืช
4 ประการ ไดแก
ก. คำ้ จนุ สวนของพชื ทีอ่ ยเู หนือวสั ดุปลูกใหตั้งตรงอยูได
ข. เกบ็ สำรองธาตอุ าหารพชื