The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิเคราะห์หลักสูตร ม.4 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ เทอม 1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by viwelovetuy, 2021-09-11 07:34:36

วิเคราะห์หลักสูตร ว31107

วิเคราะห์หลักสูตร ม.4 วิทยาศาสตร์ชีวภาพ เทอม 1

เอกสารวิเคราะห์หลักสตู ร รหัสวิชา ว31107 วชิ าวทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ ก
ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564

กล่มุ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรียนประชามงคล จงั หวัดกาญจนบรุ ี

เอกสารวิเคราะห์หลกั สตู ร รหสั วิชา ว31107 วชิ าวทิ ยาศาสตรช์ วี ภาพ ข
ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2564

เอกสารวเิ คราะห์หลักสตู ร
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รายวิชาพ้ืนฐาน รหัสวชิ า ว31107 วิชาวทิ ยาศาสตร์ชวี ภาพ

ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 1

นายวีรภฏั ศาสตรา ชมภู
ตาแหน่ง ครูผู้ช่วย

โรงเรียนประชามงคล
โครงการห้วยองคตอันเนอ่ื งมาจากพระราชดาริ
สานักงานเขตพนื้ ท่ีการศึกษามัธยมศึกษากาญจนบรุ ี
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน กระทรวงศึกษาธกิ าร

กล่มุ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรยี นประชามงคล จงั หวัดกาญจนบรุ ี

เอกสารวิเคราะห์หลักสตู ร รหสั วิชา ว31107 วชิ าวิทยาศาสตร์ชวี ภาพ ค
ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564

คานา

เอกสารวเิ คราะหห์ ลกั สตู ร กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชาพื้นฐาน รหัส
วชิ า ว31107 วิชาวิทยาศาสตรช์ ีวภาพ ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 4 ภาคเรยี นที่ 1 เล่มนี้เป็นกรอบหรอื โครงสร้างท่ีจะ
จัดการเรียนการสอน และเพื่อนามาวางแผนการกาหนดขอบเขตในการจัดกิจกรรม การเรียนรู้ ซ่ึงเอกสาร
วิเคราะหห์ ลักสตู รเลม่ นี้ ประกอบดว้ ย หลกั สตู รกลุ่มสาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คาอธิบาย
รายวิชา มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด และสาระการเรียนรู้ การวิเคราะห์ ตัวชี้วัด ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตารางวิเคราะห์สาระหลัก สาระการ
เรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ตารางวิเคราะห์หลักสูตร โครงสร้างการจัดหน่วยการเรียนรู้
คาอธบิ ายรายวิชา และการจัดหน่วยการเรยี นรู้ รายวิชาพ้ืนฐาน รหัสวิชา ว31107 วิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 1

ผู้ จั ด ท า ห วั ง เ ป็ น อ ย่ า ง ยิ่ ง ว่ า เ อ ก ส า ร วิ เ ค ร า ะ ห์ ห ลั ก สู ต ร ฉ บั บ น้ี จ ะ เ ป็ น ป ร ะ โ ย ช น์ ส า ห รั บ
การนาไปใช้จัดกจิ กรรมการเรยี นรูไ้ ด้อยา่ งเหมาะสม และครอบคลุมตามหลกั สตู รตอ่ ไป

วรี ภัฏศาสตรา ชมภู
กรกฎาคม 2564

กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรียนประชามงคล จงั หวัดกาญจนบุรี

เอกสารวเิ คราะห์หลกั สตู ร รหัสวชิ า ว31107 วชิ าวิทยาศาสตรช์ วี ภาพ ง
ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2564

สารบัญ

เรอื่ ง หน้า
คานา ก
สารบัญ ข
หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560) 1
โครงสรา้ งหลกั สตู รสถานศึกษา กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ 5
รายวิชาพ้ืนฐาน วทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย
คาอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน วิทยาศาสตรช์ ีวภาพ รหัสวิชา ว31107 6
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4 ภาคเรียนที่ 1
การจดั กลุ่มมาตรฐานการเรยี นรู/้ ผลการเรียนรสู้ ู่การจัดทาโครงสร้างรายวิชา 77
โครงสรา้ งรายวิชา 88
โครงสร้างน้าหนักคะแนนหน่วยการเรยี นรู้ 10
รายละเอียดหนว่ ยการเรยี นรู้ 11
สาระสาคญั /ความคิดรวบยอดของหน่วยการเรียนรทู้ ่ี 1 15
เรอ่ื ง การรักษาดลุ ยภาพของรา่ งกายมนุษย์
สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอดของหน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 2 27
เรอ่ื ง การดารงชีวติ ของพชื
สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอดของหน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 35
เรอ่ื ง พันธุกรรมและวิวฒั นาการ
สาระสาคญั /ความคิดรวบยอดของหนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 4 47
เรอื่ ง ชวี ติ ในส่ิงแวดลอ้ ม
บรรณานกุ รม 55

กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรยี นประชามงคล จงั หวัดกาญจนบุรี

เอกสารวิเคราะห์หลกั สตู ร รหสั วชิ า ว31107 วชิ าวทิ ยาศาสตรช์ ีวภาพ 1
ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2564

หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐานพทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ.2560)

สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรม์ ุ่งหวังให้ผเู้ รยี นได้เรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์ ท่เี น้นการ เช่อื มโยงความรู้กับ
กระบวนการ มีทักษะสาคญั ในการคน้ คว้าและสรา้ งองค์ความรู้ โดยใช้ กระบวนการในการสืบเสาะหาความรู้
และแก้ปัญหาท่ีหลากหลาย ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ ทุกขั้นตอน มีการทากิจกรรมด้วยการลงมือ
ปฏบิ ตั จิ ริงอยา่ งหลากหลาย เหมาะสมกบั ระดบั ชนั้ โดยกาหนดสาระสาคัญ ดงั น้ี

✧ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ เรียนรู้เกี่ยวกับ ชีวิตในส่ิงแวดล้อม องค์ประกอบของส่ิงมีชีวิต การ
ดารงชีวติ ของมนษุ ยแ์ ละสัตวก์ ารดารงชวี ติ ของพืช พันธุกรรม ความหลากหลายทางชีวภาพ และวิวัฒนาการ
ของสง่ิ มีชีวิต

✧ วิทยาศาสตรก์ ายภาพ เรียนรู้เก่ียวกบั ธรรมชาตขิ องสาร การเปล่ียนแปลงของสาร การเคลอื่ นท่ี
พลงั งาน และคล่ืน

✧ วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ เรยี นรเู้ ก่ียวกับ องค์ประกอบของเอกภพ ปฏิสมั พนั ธ์ ภายในระบบ
สรุ ยิ ะ เทคโนโลยีอวกาศ ระบบโลก การเปลยี่ นแปลงทางธรณีวิทยา กระบวนการ เปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศ
และผลต่อสิ่งมีชวี ิตและสิง่ แวดล้อม

✧ เทคโนโลยี
● การออกแบบและเทคโนโลยีเรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีเพ่ือการดารงชีวิต ในสังคมที่มีการ
เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่น ๆ เพื่อ
แก้ปัญหาหรือพัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบ เชิงวิศวกรรม เลือกใช้
เทคโนโลยอี ยา่ งเหมาะสมโดยคานงึ ถงึ ผลกระทบตอ่ ชีวิต สังคม และส่งิ แวดล้อม
● วทิ ยาการคานวณ เรยี นรูเ้ กีย่ วกับการคิดเชิงคานวณ การคิดวิเคราะห์แก้ปัญหา เป็นข้ันตอนและ
เป็นระบบ ประยุกต์ใช้ความรู้ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร ในการ
แกป้ ญั หาทพี่ บในชีวิตจรงิ ไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ

กล่มุ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรยี นประชามงคล จังหวดั กาญจนบรุ ี

เอกสารวเิ คราะห์หลกั สูตร รหัสวชิ า ว31107 วชิ าวทิ ยาศาสตรช์ วี ภาพ 2
ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2564

สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้

สาระที่ 1 วิทยาศาสตร์ชวี ภาพ
มาตรฐาน ว 1.1 เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวิต กับสิ่งมีชีวิต และ

ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมชี ีวิตตา่ ง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การ
เปลยี่ นแปลงแทนทใี่ นระบบนเิ วศ ความหมายของ ประชากร ปัญหาและผลกระทบท่ีมีต่อ
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม แนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการ
แก้ไขปญั หาส่งิ แวดล้อม รวมทง้ั นาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชวี ติ หนว่ ยพนื้ ฐานของสิ่งมีชวี ติ การลาเลียงสารเข้า และออกจากเซลล์
ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ท่ีทางาน
สัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าท่ี ของอวัยวะต่างๆ ของพืชที่ทางาน
สัมพนั ธ์กัน รวมทั้งนาความรู้ไปใช้ประโยชน์
มาตรฐาน ว 1.3 เขา้ ใจกระบวนการและความสาคญั ของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม สารพันธุกรรม
การเปล่ียนแปลงทางพันธุกรรมที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิต ความหลากหลาย ทางชีวภาพและ
วิวฒั นาการของส่งิ มชี วี ติ รวมทัง้ นาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

สาระท่ี 2 วทิ ยาศาสตร์กายภาพ
มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของ สสารกับ

โครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติ ของการเปล่ียนแปลง
สถานะของสสาร การเกดิ สารละลาย และการเกดิ ปฏิกิรยิ าเคมี
มาตรฐาน ว 2.2 เขา้ ใจธรรมชาตขิ องแรงในชวี ติ ประจาวนั ผลของแรงทก่ี ระทาตอ่ วตั ถุ ลักษณะ การเคลื่อนที่
แบบตา่ ง ๆ ของวัตถรุ วมทงั้ นาความรู้ไปใช้ประโยชน์
มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปล่ียนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์
ระหวา่ งสสารและพลังงาน พลงั งานในชีวิตประจาวัน ธรรมชาติของ คลื่น ปรากฏการณ์ที่
เกี่ยวขอ้ งกบั เสียง แสง และคลน่ื แมเ่ หลก็ ไฟฟ้า รวมทั้ง นาความรไู้ ปใช้ประโยชน์

สาระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว 3.1 เขา้ ใจองค์ประกอบ ลกั ษณะ กระบวนการเกดิ และววิ ฒั นาการของเอกภพ กาแล็กซีดาวฤกษ์

และระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะ ที่ส่งผลต่อส่ิงมีชีวิต และการ
ประยุกตใ์ ช้เทคโนโลยอี วกาศ
มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองคป์ ระกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลง ภายในโลก
และบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้า อากาศและภูมิอากาศโลก
รวมทัง้ ผลตอ่ สง่ิ มีชวี ติ และสิ่งแวดลอ้ ม

กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรียนประชามงคล จงั หวดั กาญจนบุรี

เอกสารวเิ คราะห์หลกั สตู ร รหัสวชิ า ว31107 วชิ าวทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ 3
ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564

สาระท่ี 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.1 เขา้ ใจแนวคดิ หลกั ของเทคโนโลยีเพ่ือการดารงชีวิตในสังคมท่มี ีการเปลย่ี นแปลง อย่างรวดเรว็

ใช้ความรแู้ ละทกั ษะทางดา้ นวิทยาศาสตร์คณติ ศาสตรแ์ ละ ศาสตร์อืน่ ๆ เพ่อื แก้ปัญหาหรือ
พัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้
เทคโนโลยอี ยา่ งเหมาะสม โดยคานงึ ถึงผลกระทบตอ่ ชีวติ สงั คม และสิ่งแวดล้อม
มาตรฐาน ว 4.2 เขา้ ใจและใช้แนวคิดเชิงคานวณในการแกป้ ัญหาท่ีพบในชีวิตจริงอย่างเป็น ข้ันตอนและเป็น
ระบบ ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สารในการเรียนรู้ การทางาน และการแก้ปัญหา
ไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธิภาพ รู้เทา่ ทัน และมจี รยิ ธรรม

คณุ ภาพผเู้ รยี นจบช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 6

❖ เข้าใจการลาเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์ กลไกการรักษาดุลยภาพของมนุษย์ ภูมิคุ้มกันใน
รา่ งกายของมนษุ ย์และความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน การใช้ประโยชน์จากสารต่าง ๆ ท่ีพืชสร้างข้ึน การ
ถา่ ยทอดลักษณะทางพนั ธุกรรม การเปลย่ี นแปลงทางพนั ธกุ รรม วิวัฒนาการทที่ าใหเ้ กิดความหลากหลายของ
สงิ่ มีชีวติ ความสาคญั และผลของเทคโนโลยที างดีเอ็นเอตอ่ มนษุ ย์ สิง่ มชี วี ติ และสงิ่ แวดลอ้ ม

❖ เข้าใจความหลากหลายของไบโอมในเขตภูมิศาสตร์ต่าง ๆ ของโลก การเปลี่ยนแปลงแทนท่ีใน
ระบบนิเวศ ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แนวทางในการอนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติ และการแกไ้ ขปัญหาส่ิงแวดล้อม

❖ เข้าใจชนิดของอนุภาคสาคญั ท่เี ปน็ สว่ นประกอบในโครงสร้างอะตอม สมบตั ิบางประการของธาตุ
การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ ชนิดของแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคและสมบัติต่าง ๆ ของสารที่มี
ความสมั พันธ์กับแรงยดึ เหน่ียว พนั ธะเคมี โครงสรา้ งและสมบตั ิของ พอลเิ มอร์ การเกิดปฏกิ ิริยาเคมี ปัจจัยที่มี
ผลตอ่ อัตราการเกิดปฏกิ ริ ยิ าเคมี และการเขยี นสมการเคมี

❖ เข้าใจปริมาณท่ีเกี่ยวกับการเคล่ือนที่ ความสัมพันธ์ระหว่างแรง มวลและความเร่งผลของ
ความเร่งท่ีมีต่อการเคล่ือนที่แบบต่าง ๆ ของวัตถุ แรงโน้มถ่วง แรงแม่เหล็ก ความสัมพันธ์ระหว่าง
สนามแมเ่ หล็กและกระแสไฟฟ้า และแรงภายในนิวเคลยี ส

❖ เข้าใจพลงั งานนวิ เคลยี ร์ ความสมั พันธ์ระหว่างมวลและพลังงาน การเปล่ยี นพลังงานทดแทนเป็น
พลังงานไฟฟ้า เทคโนโลยีด้านพลังงาน การสะท้อน การหักเห การเลี้ยวเบน และการรวมคลื่น การได้ยิน
ปรากฏการณท์ ่เี กีย่ วขอ้ งกบั เสยี ง สีกบั การมองเห็นสี คลน่ื แมเ่ หลก็ ไฟฟ้าและประโยชนข์ องคลืน่ แมเ่ หล็กไฟฟ้า

❖ เข้าใจการแบง่ ช้นั และสมบตั ิของโครงสรา้ งโลก สาเหตุ และรูปแบบการเคลื่อนท่ีของแผ่นธรณีท่ี
สมั พันธ์กบั การเกดิ ลกั ษณะธรณสี ณั ฐาน สาเหตุ กระบวนการเกิดแผ่นดินไหว ภเู ขาไฟระเบิด สนึ ามิ ผลกระทบ
แนวทางการเฝา้ ระวัง และการปฏบิ ัตติ นใหป้ ลอดภัย

❖ เขา้ ใจผลของแรงเนอื่ งจากความแตกต่างของความกดอากาศ แรงคอรอิ อลสิ ทมี่ ีตอ่ การหมุนเวยี น
ของอากาศ การหมุนเวยี นของอากาศตามเขตละติจูด และผลทีม่ ตี อ่ ภมู ิอากาศ ความสัมพันธข์ องการหมุนเวียน
ของอากาศ และการหมุนเวียนของกระแสน้าผิวหน้าในมหาสมุทร และผลต่อลักษณะลมฟ้าอากาศ สิ่งมีชีวิต

กลุม่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรียนประชามงคล จงั หวดั กาญจนบุรี

เอกสารวเิ คราะห์หลักสูตร รหัสวชิ า ว31107 วชิ าวทิ ยาศาสตรช์ ีวภาพ 4
ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564

และสิง่ แวดล้อม ปจั จยั ต่าง ๆ ท่ีมีผลต่อการเปล่ียนแปลงภูมิอากาศโลก และแนวปฏิบัติเพ่ือลดกิจกรรมของ
มนุษยท์ ี่สง่ ผลตอ่ การเปลย่ี นแปลงภมู อิ ากาศโลก รวมท้ังการแปลความหมายสัญลักษณ์ลมฟ้าอากาศท่ีสาคัญ
จากแผนทอ่ี ากาศ และขอ้ มลู สารสนเทศ

❖ เข้าใจการกาเนิดและการเปลี่ยนแปลงพลังงาน สสาร ขนาด อุณหภูมิของเอกภพ หลักฐานที่
สนับสนุนทฤษฎีบิกแบง ประเภทของกาแล็กซี โครงสร้างและองค์ประกอบของกาแล็กซีทางช้างเผือก
กระบวนการเกดิ และการสรา้ งพลังงาน ปจั จัยทส่ี ง่ ผลตอ่ ความส่องสวา่ งของดาวฤกษ์ และความสมั พันธร์ ะหว่าง
ความส่องสว่างกับโชติมาตรของดาวฤกษ์ ความสัมพันธ์ระหว่างสี อุณหภูมิผิว และสเปกตรัมของดาวฤกษ์
วิวัฒนาการและการเปลยี่ นแปลงสมบัติบางประการของดาวฤกษ์ กระบวนการเกิดระบบสุริยะ การแบ่งเขต
บรวิ ารของดวงอาทิตย์ ลักษณะของดาวเคราะหท์ เ่ี ออ้ื ต่อการดารงชีวิต การเกิดลมสุริยะ พายุสุริยะและผลที่มี
ตอ่ โลก รวมท้ังการสารวจอวกาศและการประยุกตใ์ ช้เทคโนโลยอี วกาศ

กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรียนประชามงคล จงั หวัดกาญจนบุรี

เอกสารวเิ คราะห์หลกั สูตร รหัสวิชา ว31107 วชิ าวทิ ยาศาสตรช์ ีวภาพ 5
ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2564

โครงสร้างหลกั สูตรสถานศึกษา กลุม่ สาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รายวชิ าพืน้ ฐาน วิชาวทิ ยาศาสตร์ชวี ภาพ ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย
โรงเรียนประชามงคล จังหวัดกาญจนบรุ ี

สาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวม 40 ช่ัวโมง จานวน 1 หน่วยกิต จัดเป็นเทอมดงั น้ี

ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 จานวน 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกติ
ว31107 วทิ ยาศาสตรช์ ีวภาพ

กล่มุ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนประชามงคล จังหวดั กาญจนบุรี

เอกสารวิเคราะห์หลักสูตร รหัสวชิ า ว31107 วชิ าวิทยาศาสตร์ชวี ภาพ 6
ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2564

คาอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน รหสั วิชา ว31107 วิชาวิทยาศาสตรช์ ีวภาพ
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4 ภาคเรยี นที่ 1 โรงเรียนประชามงคล
เวลาเรียน 40 ชว่ั โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ

ศึกษาความสัมพันธ์ของสภาพทางภูมิศาสตร์บนโลก ความหลากหลายของระบบนิเวศ
การเปลี่ยนแปลงแทนท่ีของระบบนิเวศ องค์ประกอบของระบบนิเวศ การเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบทาง
กายภาพและทางชีวภาพ การเปลี่ยนแปลงขนาดของประชากรในระบบนิเวศ ทรัพยากรธรรมชาติและ
ส่งิ แวดล้อม เซลลแ์ ละโครงสร้างพื้นฐานของเซลล์ การลาเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์ การรักษาดุลยภาพ
ของน้าและแร่ธาตุ กรด-เบส อุณหภูมใิ นร่างกายมนษุ ย์ ระบบภมู ิคุ้มกัน ความผดิ ปกติของระบบภูมคิ ้มุ กัน

ศกึ ษาการสร้างอาหารของพชื ด้วยกระบวนการสงั เคราะหด์ ว้ ยแสง สารสังเคราะหจ์ ากพชื ปจั จยั ท่ีมีผล
ต่อการเจริญเติบโตของพืช การตอบสนองของพืชต่อสิ่งเร้า ยีนและการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม
การถา่ ยทอดลกั ษณะทางพันธุกรรม การเปลีย่ นแปลงทางพนั ธกุ รรมระดบั ยีนและโครโมโซม การใช้ประโยชน์
จากเทคโนโลยีทางดีเอน็ เอ ววิ ัฒนาการของสิ่งมชี ีวิตจากการคดั เลอื กโดยธรรมชาติ การคัดเลือกโดยธรรมชาติ
ของสิ่งมีชีวิต

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะ หาความรู้การสืบค้นข้อมูล การสังเกต
การวิเคราะห์ การอธิบาย การอภิปรายและสรุป เพ่ือให้เกิดความรู้ความคิดความเข้าใจ มีความสามารถใน
การตัดสินใจสื่อสารส่ิงที่เรียนรู้และนาความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเองและดูแลรักษาส่ิงมีชีวิตอื่น ๆ
โดยบูรณาการความรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เฝ้าระวังและพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
มีจิตวทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรมและค่านิยมท่เี หมาะสม

ตวั ช้ีวดั
ว 1.1 ม.4/1 , ม.4/2 , ม.4/3 , ม.4/4
ว 1.2 ม.4/1 , ม.4/2 , ม.4/3 , ม.4/4 , ม.4/5 , ม.4/6 , ม.4/7 , ม.4/8 , ม.4/9 , ม.4/10 , ม.4/11
ม.4/12
ว 1.3 ม.4/1 , ม.4/2 , ม.4/3 , ม.4/4 , ม.4/5 , ม.4/6

รวมท้งั หมด 22 ตวั ช้ีวัด

กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนประชามงคล จังหวดั กาญจนบุรี

เอกสารวเิ คราะห์หลักสูตร รหสั วชิ า ว31107 วชิ าวิทยาศาสตร์ชีวภาพ 7
ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2564

การจดั กลุม่ มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด สกู่ ารจัดทาโครงสรา้ งรายวิชาวทิ ยาศาสตรช์ ีวภาพ
รหัสวิชา ว31107 ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 4 ภาคเรยี นท่ี 1

หน่วยที่ มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชว้ี ัด
1 ว 1.2 ม.4/1 - ม.4/7
2 ม.4/8 - ม.4/12
3 ว 1.1, ว 1.2 ม.4/1 - ม.4/6
4 ว 1.3 ม.4/1 - ม.4/4
ว 1.1

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นประชามงคล จังหวดั กาญจนบุรี

เอกสารวเิ คราะห์หลักสตู ร รหัสวชิ า ว31107 วชิ าวิทยาศาสตรช์ วี ภาพ 8
ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2564

โครงสรา้ งรายวชิ า
รายวิชาพ้ืนฐาน วิชาวทิ ยาศาสตรช์ ีวภาพ รหัสวชิ า ว33107 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4

ภาคเรยี นท่ี 1 เวลารวม 40 ชว่ั โมง จานวน 1.0 หน่วยกติ

ที่ ชอื่ หนว่ ย มาตรฐาน/ สาระสาคัญ เวลา น้าหนกั
การเรียนรู้ ตัวชวี้ ัด (ช่วั โมง) คะแนน
(100)

ว. 1.2 เซลลส์ ่งิ มีชีวติ จาเป็นต้องรบั สารต่าง 6 10

ม.4/1 ๆ เช่น น้า อาหาร และอากาศ เข้าสเู่ ซลล์

และกาจดั สารหรอื ของเสียต่างๆ ออกจาก

เซลลเ์ พอ่ื การรกั ษาดลุ ยภาพและดารงชีวติ

ของเซลล์

ว. 1.2 ไต (kidney) เป็นอวัยวะสาคัญใน 4 5

การรกั ษาดลุ ย ม.4/1 -4/4 การรักษาสมดุลของน้าและเกลือแร่ใน

1. ภาพร่างกายของ ร่างกาย ภายในไตมีหน่วยไต ทาหน้าที่กรอง

มนุษย์ ของเสียออกจากเลือด โดยเลือดเข้าสู่ไต

หลอดเลอื ดรีนัลอาร์เตอรีและแตกแขนงเป็น

โกลเมอรูลสั

ว. 1.2 เม่ือร่างกายของเราได้รับเช้ือโรคหรือสิ่ง 4 5

ม.4/5 - 4/7 แปลกปลอมจะทาให้ร่างกายของเราไม่

สามารถรักษาดลุ ยภาพได้ ร่างกายจะมีกลไก

การต่อต้าน หรือทาลายโดยการทางานของ

ระบบภูมิคุ้มกัน ซ่ึงแบ่งได้เป็น 2 แบบ คือ

กลไกการต่อต้านหรือทาลายสิ่งแปลกปลอม

แบบไมจ่ าเพาะ โดยเปน็ การป้องกันไม่ให้เชื้อ

โรคเข้าสู่เน้ือเยื่อในร่างกาย หรือกาจัดส่ิง

แปลกปลอมท่ีเข้าสู่ร่างกายโดยกระบวนการ

ตา่ ง ๆ

กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนประชามงคล จังหวดั กาญจนบรุ ี

เอกสารวิเคราะห์หลักสตู ร รหสั วชิ า ว31107 วชิ าวิทยาศาสตรช์ วี ภาพ 9
ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564

ที่ ชื่อหน่วย ผลการเรยี นรู้ สาระสาคญั เวลา นา้ หนัก
การเรียนรู้ (ช่ัวโมง) คะแนน
(100)

2. การดารงชีวิตของ ว. 1.2 กระบวนการสังเคราะหด์ ้วยแสงเป็น 65

พชื ม.4/8- 4/12 จุดเริ่มตน้ ของการสร้างน้าตาลในพชื พชื

เปลีย่ นน้าตาลไปเปน็ สารอาหารและสาร

อนื่ ๆ เชน่ คารโ์ บไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ท่ี

จาเปน็ ต่อการดารงชวี ิตของพชื และสัตว

ว. 1.3 ลกั ษณะทางพันธกุ รรมของสง่ิ มีชวี ติ ถกู 45

ม.4/1- 4/3 ควบคุมด้วยยีน ซงึ่ เป็นลาดบั เบสของ นิ

วคลีโอไทด์ชว่ งหนง่ึ บนสาย ดีเอ็นเอทอี่ ยบู่ น

โครโมโซมในนิวเคลยี สของเซลล์สงิ่ มชี ีวติ ซ่งึ

ลักษณะพนั ธกุ รรมต่างๆ สามารถถา่ ยทอด

จากพอ่ แม่สลู่ ูกผา่ นการสืบพนั ธ์ุ

ว. 1.3 มิวเทชันที่เปลย่ี นแปลงลาดบั นิวคลโี อไทด์ 6 5

3. พนั ธุกรรมและ ม.4/4 -4/5 หรือเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง หรือจานวน

ววิ ฒั นาการ โครโมโซม อาจสง่ ผลทาใหล้ ักษณะของ

สิ่งมีชวี ติ เปลย่ี นแปลงไปจากเดมิ ซง่ึ อาจมี

ผลดหี รอื ผลเสยี

4. สิ่งมีชวี ติ กับ ว. 1.3 สง่ิ มชี วี ติ ทมี่ อี ยใู่ นปัจจุบนั มีลักษณะที่ปรากฏ 4 5
สิง่ แวดล้อม ม.4/6 ให้เห็นแตกต่างกันซึ่งเป็นผลมาจากความ 6 10
หลากหลายของลักษณะทางพันธุกรรม ซึ่ง
ว. 1.1 เกิดจากมิวเทชันร่วมกับการคัดเลือกโดย
ม.4/1 - 4/4 ธรรมชาติ

ส่ิงมีชีวิตชนิดต่างๆ ที่อาศัยอยู่
ร่วมกันในแหล่งท่ีอยู่ต่างๆ มีความสัมพันธ์
กันท้งั ในลักษณะการพ่ึงพากัน การแก่งแย่ง
แข่งขันกัน รวมท้ังยังมีความสัมพันธ์กับ
สภาวะแวดล้อมท่ีส่งิ มีชีวิตเหล่านั้นอาศัยอยู่
อกี ดว้ ย

คะแนนรวมระหวา่ งภาค 50
สอบกลางภาค 20
สอบปลายภาค 30
40 100
รวมตลอดภาคเรยี น
โรงเรยี นประชามงคล จังหวัดกาญจนบรุ ี
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

เอกสารวเิ คราะห์หลักสูตร รหสั วชิ า ว31107 วชิ าวิทยาศาสตร์ชีวภาพ 10
ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2564

โครงสร้างน้าหนกั คะแนนหน่วยการเรยี นรู้
รายวชิ าพ้นื ฐาน วิชาวทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ รหัสวชิ า ว31107 ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 4

จานวน 40 ช่ัวโมง นา้ หนกั คะแนนรวมระหวา่ งภาค 50 คะแนน

หนว่ ยที่ เร่ือง เวลา น้าหนกั คะแนน
(ชั่วโมง) K P A รวม
1 การรกั ษาดุลยภาพร่างกายของมนษุ ย์ 14 2 4 20
2 การดารงชีวติ ของพืช 14 3 11 5
3 พันธกุ รรมและวิวฒั นาการ 6 12 2 3 15
4 สิง่ มีชวี ติ ในสงิ่ แวดล้อม 14 5 3 2 10
6 32 8 10 50
รวม 40

กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนประชามงคล จงั หวดั กาญจนบุรี

เอกสารวิเคราะห์หลกั สตู ร รหสั วชิ า ว31107 วชิ าวทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ 11
ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2564

รายละเอียดหน่วยการเรียนรู้ ระดับช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 4
รหสั วชิ า ว31107 รายวชิ า วทิ ยาศาสตรช์ วี ภาพ เวลาเรียนรวม 40 ชว่ั โมง
กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 การรกั ษาดลุ ยภาพของร่างกายมนษุ ย์ จานวน 14 ช่ัวโมง

สาระสาคัญของ มาตรฐานการ แผนการจดั การเรียนรู้ เวลา
หน่วยการเรียนรู้ เรียนรตู้ วั ช้วี ัด (ชั่วโ
มง)

มนุษย์จะดารงชีวิตอยู่ได้ มาตรฐาน ว 1.2 แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 1 โครงสรา้ งและการทางานของไตมนุษย์ 2
อย่างปกติน้ัน จะต้องรักษา ม.4/2 อธบิ ายการ แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 2 การรักษาดลุ ยภาพของสารในรา่ งกาย 2
ดุลยภาพในร่างกาย การ ควบคมุ ดุลยภาพของ 2
รักษาดุลยภาพของร่างกาย นา้ และสารในเลือดโดย แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 3 การรักษาดุลยภาพของกรด-เบส ในร่างกาย
ได้แก่ การรักษาดุลยภาพของ การทางานของไต มนษุ ย์ 2
น้า และสารในเลือดโดยการ ม.4/3 อธบิ ายการ 2
ทางานของไต การรักษาดลุย ควบคมุ ดุลยภาพของ แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 4 การรักษาดลุ ยภาพของอุณหภูมิ ในร่างกาย 2
ภาพของกรด-เบสของเลือด กรด-เบสโดยการ มนษุ ย์
โดยอาศัยการทาของไตและ ทางานของไตและปอด 2
ปอด ม.4/4 อธบิ ายการ แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 5 โครงสร้างของระบบภมู ิค้มุ กัน
ควบคุมดุลยภาพของ แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 6 การต่อต่านสิง่ แปลกปลอมแบบไมจ่ าเพาะ
การรักษาดุลยภาพของ อณุ หภมู ิภายใน เจาะจงและแบบจาเพาะ
อุณหภูมิในร่างกาย โดยการ รา่ งกาย โดยระบบ
ท า ง า น ร่ ว ม กั น ข อ ง ร ะ บ บ หมุนเวียนเลือดระบบ แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 7 การสร้างภมู ิคมุ้ กันของรา่ งกาย และโรคที่
หมุนเวียนเลือด ต่อมเหง่ือ ผวิ หนงั และระบบ เกยี่ วขอ้ งกับภมู คิ ุ้มกนั
เส้นขนที่ผิวหนังกล้ามเน้ือ กล้ามเน้อื โครงร่าง
โครงร่างและระบบประสาท ม.4/5 อธิบาย และ
เมือ่ ร่างกายของเราได้รับเชื้อ เขียนแผนผงั เกยี่ วกบั
โรคหรือสิ่งแปลกปลอม จะ การตอบสนองของ
ทาใ ห้ร่างกาย ข องเ ราไ ม่ ร่างกายแบบไมจ่ าเพาะ
สามารถรักษาดุลยภาพได้ และแบบจาเพาะต่อสิง่
รา่ งกายจะมีกลไกการตอ่ ต้าน

ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 แบบคือ แปลกปลอม
กลไกการต่อต้านหรือทาลาย ม.4/6 สบื ค้นข้อมูล
ส่ิ ง แ ป ล ก ป ล อ ม แ บ บ ไ ม่ อธบิ ายและยกตวั อย่าง
จาเพาะ ขณะเดยี วกนั มนุษย์ โรคหรอื อาการท่ีเกดิ

ยั ง ส า ม า ร ถ เ ส ริ ม ส ร้ า ง จากความผดิ ปกติของ
ภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้ ระบบภมู คิ ุ้มกนั
สามารถแบ่งได้เป็น 2 แบบ ม.4/7 อธิบายภาวะ
คือ ภูมิคุ้มกันแบบรับมาและ ภูมิคมุ้ กันบกพรอ่ งทม่ี ี

ภมู ิคมุ้ กนั แบบก่อเอง สาเหตุมาจากการติด
เชอ้ื HIV

กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรยี นประชามงคล จังหวดั กาญจนบรุ ี

เอกสารวเิ คราะห์หลกั สูตร รหัสวชิ า ว31107 วชิ าวิทยาศาสตรช์ ีวภาพ 12
ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2564

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 การดารงชีวิตของพชื จานวน 6 ชั่วโมง

สาระสาคัญของ มาตรฐานการ แผนการจัดการเรยี นรู้ เวลา
(ชว่ั โมง)
หน่วยการเรยี นรู้ เรยี นรตู้ ัวชว้ี ัด

สารอินทรีย์ที่พืชสร้างขึน้ มี มาตรฐาน ว 1.2 แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 8 การสังเคราะหด์ ้วยแสงและสารอนิ ทรีย์ 2
ทั้ ง ท่ี จ า เ ป็ น ต่ อ ก า ร ม.4/8 ทดสอบ และบอก ในพืช
เจริญเติบโตของพืชโดยตรง ชนิดของสารทพี่ ชื
ซ่ึงพบได้ในพืชทุกชนิด เช่น สังเคราะห์ได้ แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 9 ปัจจัยทีม่ ีผลตอ่ การเจรญิ ของพชื 2
คาร์โบไฮเดรตโปรตีน ลิพิด ม.4/9 สบื ค้นขอ้ มูล
กรดนิวคลิอิก กรดอะมิโน อภปิ ราย และยกตวั อยา่ ง แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 10 การตอบสนองตอ่ สิง่ เร้าของพืช 2
วิตามิน คลอโรฟิลล์ ฮอรโ์ มน เก่ยี วกบั การใช้ประโยชน์
พืชแ ละ สา รอินทรีย์ท่ีไม่ จากสารบางชนิดทีพ่ ืช
จาเป็นตอ่ กาเจรญิ เติบโตของ สงั เคราะห์ได้
พืชโดยตรง เพ่ือช่วยให้พืช ม.4/10 ออกแบบการ
เ ห ล่ า น้ี มี ชี วิ ต ร อ ด แ ล ะ ทดลอง ทดลอง และ
แพร่กระจายพันธุ์ได้ อธิบายเกี่ยวกับปัจจัย
ภายนอก ทมี่ ีผลตอ่ การ
การเจริญเติบโตของพืช เจรญิ เติบโตของพชื
ถู ก ค ว บ คุ ม ด้ ว ย ปั จ จั ย ม.4/11 สบื คน้ เกีย่ วกบั
ภายนอกและปัจจัยภายใน สารควบคมุ การ
ปัจจัยภายนอกท่ีมีผลต่อการ เจรญิ เตบิ โตของพชื ที่
เจริญ เติบโ ต เช่น แ สง มนุษยส์ งั เคราะหข์ น้ึ และ
คาร์บอนได ออกไซด์ น้า ยกตัวอยา่ งการนามา
อุ ณ ห ภู มิ ธ า ตุ อ า ห า ร ประยุกตใ์ ช้ทางดา้ น
ออกซิเจน และศัตรพู ชื การเกษตรของพชื
ม.4/12 สงั เกตและอธิบาย
ส่วนปัจจัยภายในท่ีมีผล การตอบสนองต่อส่ิงเร้า
ต่อการเจริญเติบโตของพืช ของพชื ในรปู แบบต่าง ๆ ที่
ได้แก่ ฮอร์โมนพืช ซึ่งพืช มีผลต่อการดารงชวี ิต
สังเคราะห์ขึ้นเพ่ือควบคุม
การเจริญเติบโตในแต่ละช่วง

ชีวิต มนุษ ย์เราสา มา รถ

สังเคราะห์สารควบคุมการ

เจริญเติบโตของพืช

การตอบสนองของแบ่งได้
เป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ การ
ตอบสนองทมี่ ีทศิ ทางสมั พนั ธ์
กับทิศทางของสงิ่ เรา้ และการ
ตอบสนองท่ี มีทิศท าง ไม่
สัมพันธ์กบั ทศิ ทางของสงิ่ เร้า

กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรียนประชามงคล จงั หวัดกาญจนบรุ ี

เอกสารวิเคราะห์หลักสตู ร รหสั วิชา ว31107 วชิ าวิทยาศาสตรช์ ีวภาพ 13
ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2564

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 พันธกุ รรมและววิ ัฒนาการ จานวน 14 ชว่ั โมง

สาระสาคญั ของ มาตรฐานการ แผนการจัดการเรียนรู้ เวลา
หนว่ ยการเรยี นรู้ เรยี นรูต้ วั ชวี้ ัด (ชั่วโมง)

การถ่ายทอดลักษณะทาง มาตรฐาน ว 1.3 แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 11 คาศัพทท์ างพนั ธศุ าสตรแ์ ละลกั ษณะ 2
พันธุกรรม จากรณีที่เมน ม.4/1 อธิบายความ ทางพนั ธุกรรม 2
เ ดล ศึกษ า เ นื่อง จาก มี สัมพันธ์ระหว่างยนี แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 12 การถ่ายทอดลักษณะพันธุกรรมตาม
จานวนรปู แบบแอลลีลของ ก า ร สั ง เ ค ร า ะ ห์ โ ป ร ตี น ลกั ษณะของเมนเดล 1
ยีนที่แตกต่างกันไป หรือ และสารพนั ธุกรรม แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 13 การถา่ ยทอดลักษณะพันธกุ รรม
เป็นยีนท่ีอยู่บนโครโมโซม ม.4/2 อธิบายหลักการ นอกเหนอื กฎของเมนเดล(1) : มลั ติเปิลแอลลีล 1
เพศ เป็นต้น ถ่าย ทอดลักษณะ ทาง แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 14 การถ่ายทอดลกั ษณะพนั ธุกรรม
พั น ธุ ก ร ร ม ที่ ถู ก ค ว บ คุ ม นอกเหนอื กฎของเมนเดล(2) : ยนี บนโครโมโซมเพศ 2
การถ่ายทอดลักษณะ โดยยนี ทอ่ี ยู่บนโครโมโซม แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 15 ยีนและการสงั เคราะหโ์ ปรตีน 2
ทางพนั ธุกรรม เกิดผ่านยีน เพศและมตั ติเปลิ -แอลลลี แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 16 การเปล่ียนแปลงทางพนั ธกุ รรมและ 1
ซึ่งเป็นช่วงของ DNA ท่ีอยู่ ม.4/3 อธิบายผลท่ีเกิด มวิ เทชัน 1
บนโครโมโซม โดยจะมี จากการเปล่ยี นแปลงของ แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 17เทคโนโลยดี เี อ็นเอและการประยุกตใ์ ช้ 2
ลาดับนิวคลีโอไทด์ของยีน ลาดับนิวคลีโอไทด์ในดี
จะเป็นตัวกาหนดลักษณะ เ อ็ น เ อ ต่ อ ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 18 ความหลากหลายของสิง่ มชี วี ิต
ของโปรตีน มีลาดับนิวคลี ส่ิงมชี ีวติ
โอไ ท ด์ต่าง กันทา ใ ห้ไ ด้ ม.4/4 สืบค้นข้อมูลและ แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 19 ววิ ฒั นาการของสิ่งมชี ีวิต
โ ป ร ตี น ที่ มี ส ม บั ติ ต่ า ง กั น ย ก ตั ว อ ย่ า ง ก า ร น า
การเปลยี่ นแปลงของลาดับ มวิ เทชนั ไปใช้ประโยชน์
นิ ว ค ลี โ อ ไ ท ด์ จั ด เ ป็ น ม.4/5 สืบคน้ และ
มิวเ ทชันซ่ึงอาจเ กิดใ น อภิปรายผลของ
ร ะ ดับยี นหรือใ นระ ดั บ เทคโนโลยที างดเี อน็ เอที่มี
โครโมโซม มิวเทชันอาจ ตอ่ มนุษยแ์ ละสง่ิ แวดลอ้ ม
ก่อให้เกิดผลเสีย ผลดี ต่อ ม.4/6 สืบค้นและอธิบาย
สิ่งมีชีวิต มนุษย์นาความรู้ ความหลากหลายของ
เทคโนโลยีทางดีเอ็นเอมา มนุษย์ซึ่งเป็นผลมาจาก
ประยกุ ตใ์ ช้หลายด้าน และ วิวฒั นาการ
ตอ้ งคานึงถงึ ความปลอดภัย
ทางชีวภาพ ชีวจริยธรรม
แ ล ะ ผ ล ก ร ะ ท บ ท า ง ด้ า น
สงั คมดว้ ยมิวเทชันและ

การสืบพันธุ์แบบอาศัย
เพศทา ให้เกดิ ความหลาก
หลายทางพันธุกรรมของ
ประชากร การคดั เลือกโดย
ธรรมชาติดงั กล่าวนี้ เกิดข้ึน
ตอ่ เนอื่ งเป็นระยะเวลานาน
หลายชั่วรุ่น จนนาไปสู่
ความต่างของประชากร

กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นประชามงคล จงั หวดั กาญจนบรุ ี

เอกสารวิเคราะห์หลกั สูตร รหสั วชิ า ว31107 วชิ าวทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ 14
ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2564

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 4 ชีวติ ในส่งิ แวดล้อม จานวน 6 ชว่ั โมง

สาระสาคญั ของ มาตรฐานการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ เวลา
(ช่วั โมง)
หน่วยการเรียนรู้ ตวั ชี้วัด

การเปล่ียนแปลงของ มาตรฐาน ว1.1 แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 20 ความหลาหลายของระบบนเิ วศ 2

ร ะ บ บ นิ เ ว ศ เ กิ ด ข้ึ น ไ ด้ ม.4/1 สืบคน้ ข้อมูลและ แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 21 การเปลีย่ นแปลงแทนทข่ี องระบบนเิ วศ 1

ตลอดเวลา ทงั้ การเปล่ยี น อธบิ ายความสัมพันธ์ของ แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 22 การเปล่ียนแปลงขนาดของประชากร 1

แ ป ลง ที่ เกิ ด ขึ้ น เอ ง ต า ม สภาพทางภูมิศาสตร์บน แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 23 มนุษย์กับทรพั ยากรธรรมชาติ 2

ธรรมชาติ และเกิดจากการ โลกกบั ความหลากหลาย

ก ร ะ ท า า ข อ ง ม นุ ษ ย์ ของไบโอม และ
การเปล่ียนแปลงแทนที่เป็น ยกตัวอย่างไบโอมชนดิ

การเปล่ียนแปลงของกลุ่ม ต่างๆ

สิง่ มีชวี ิตที่เกิดข้ึนอย่างช้า ๆ ม.4/2 สบื คน้ อภปิ ราย

เป็นเวลานานซ่ึงเป็นผลจาก สาเหตุ และยกตวั อย่าง
ป ฏิ สั ม พั น ธ์ ร ะ ห ว่ า ง การเปล่ยี นแปลงแทนที่
องค์ประกอบทางกายภาพ ของระบบนิเวศ
แ ล ะ อ ง ค์ ป ร ะ ก อ บ ท า ง ม.4/3 สบื คน้ ขอ้ มลู
ชีวภาพส่งผลให้ระบบนิเวศ อธิบายและยกตัวอย่าง
เปล่ียนแปลงไปสู่สมดุลจน เก่ยี วกบั การเปล่ียนแปลง
เ กิ ด สั ง ค ม ส ม บู ร ณ์ ไ ด้ ขององค์ประกอบทาง
ก า ร เ ป ล่ี ย น แ ป ล ง ข อ ง กายภาพและทางชวี ภาพท่ี
องค์ประกอบในระบบนิเวศ มผี ลตอ่ การเปลย่ี นแปลง
ท้ั ง อ ง ค์ ป ร ะ ก อ บ ท า ง ขนาดของประชากร
กายภาพ และองค์ประกอบ สิง่ มชี วี ิตในระบบนเิ วศ
ทา ง ชีว ภา พมีผลต่อกา ร ม.4/4 สืบคน้ และอภิปราย
เปลี่ย นแ ปลง ข นา ด ข อ ง เกีย่ วกบั ปัญหาและ
ประชากร ประชากรมนุษย์
มกี ารเพิ่มขน้ึ อย่างรวดเร็ว มี

การใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ผลกระทบที่มตี อ่
โดยปราศจากความ ทรัพยากรธรรมชาติและ
ระมดั ระวังและมีการพัฒนา สง่ิ แวดล้อม พรอ้ มท้ัง
เทคโนโลยีใหม่ๆ ซ่ึงอาจ นาเสนอแนวทางการแกไ้ ข
ส่ ง ผ ล ใ ห้ เ กิ ด ปั ญ ห า ต่ อ ปญั หาสิง่ แวดล้อม
ท รั พ ย า ก ร ธ ร ร ม ช า ติ แ ล ะ
สิ่งแวดล้อม การลดปริมาณ

การใช้ทรพั ยากรธรรมชาติ

กล่มุ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนประชามงคล จงั หวัดกาญจนบุรี

เอกสารวเิ คราะห์หลักสูตร รหัสวิชา ว31107 วชิ าวทิ ยาศาสตรช์ วี ภาพ 15
ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564

สาระสาคญั /ความคิดรวบยอดของหน่วยการเรียนรู้ท่ี 1
เรอื่ ง การรกั ษาดุลยภาพของรา่ งกายมนษุ ย์ รายวิชาพื้นฐาน
รหสั วชิ า ว31107 วทิ ยาศาสตรช์ ีวภาพ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4

ชื่อหนว่ ยการ มาตรฐานการเรียนรู้/ ผ้เู รยี นรูอ้ ะไร/ทาอะไรได้ ความคดิ หลัก สาระสาคัญ/

เรียนรู้ ตวั ช้วี ดั ความคดิ รวบยอด

การรักษาดุลย มาตรฐาน ว 1.2

ภาพของ ม.4/2 อธบิ าย ผ้เู รียนรูอ้ ะไร โครงสร้างของไต ไตทาหน้าทีห่ ลัก 3

ร่างกายมนษุ ย์ การควบคุมดลุ ยภาพ 1. โครงสรา้ งของไต การทางานของไต ขัน้ ตอน คือ การกรอง

ของน้าและสารในเลือด 2. การทางานของไต แ ล ะ กล ไ กก า ร บริเวณโกลเมอรูลสั

โดยการทางานของไต 3. กลไกการกั ษาดุลยภาพของน้า รักษาดุลยภาพ การดดู กลับ และการ

และสารในร่างกาย ของน้าและสาร หลั่งสารทท่ี ่อหนว่ ยไต

ผ้เู รยี นทาอะไร ในร่างกาย ซึ่งไตมีองคป์ ระกอบ
สงั เกต ต้งั คาถาม คน้ คว้า รวบรวม หลักคอื เน้ือไต
จัดกระทา วเิ คราะห์ ลงความเห็น หน่วยไต กรวยไต และ
สรปุ และอธบิ ายเกย่ี วกบั โครงสรา้ ง ท่อไต โดยจะมีสมอง
ของไต การทางานของไต และกลไก ส่วนไฮโพทาลามสั
การกั ษาดุลยภาพของนา้ และสารใน กระตุ้นต่อมใตส้ มอง
ร่างกาย หลงั ฮอร์โมน ADH เพือ่
ควบคมุ สมดลุ ของนา้ ใน

รา่ งกายทที่ ่อหน่วยไต

ม.4/3 อธบิ ายการ ผเู้ รยี นรู้อะไร การ รั กษาดุ ล ย ปอดทาหน้าที่ขับ CO2

ควบคุมดุลยภาพของ 1.การรกั ษาดลุ ยภาพของกรดเบสโดย ภาพของกรดเบส จากการหายใจออกเพื่อ

กรด-เบสโดยการ การทางานของไตและปอด โดยการทางาน ลด ร ะ ดับ H+ จาก

ทางานของไตและปอด 2. โรคไตและโรคท่ีเกี่ยวกับทางเดิน ของไตและปอด กระบวนการเมแทบอ-

ปัสสาวะ โรคไตและโรคท่ี ลิซึม ส่วนไตเม่ือเลือดมี

ผูเ้ รียนทาอะไร เก่ียวกับทางเดิน ความเป็นกรดสูงจะขับ

สังเกต ต้ังคาถาม ค้นคว้า รวบรวม ปัสสาวะ ส า ร ที่ มี ส่ ว น ป ร ะ ก อ บ
จัดกระทา วิเคราะห์ ลงความเห็น
สรุป และอธิบายเกี่ยวกับยกตัวอย่าง ของไฮโดรเจนไอออน
เก่ียวกับการรักษาดุลยภาพของกรด แ ล ะ ขั บ แ อ ม โ ม เ นี ย ม
ไอออน ออกจากเลือด
เบสโดยการทางานของไตและปอด ดู ด ก ลั บ ส า ร บ า ง ช นิ ด
และโรคไตและโรคท่ีเก่ียวกับทางเดิน
ปสั สาวะ เชน่ Na+ และHCO3-แต่
เ มื่ อ เ ลื อ ด มี ค ว า ม เ ป็ น
เบสสูง (pH สูง) ก็จะ

เ กิ ด ก ร ะ บ ว น ก า ร ที่

ตรงกนั ข้าม

กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นประชามงคล จงั หวดั กาญจนบรุ ี

เอกสารวิเคราะห์หลกั สูตร รหัสวิชา ว31107 วชิ าวทิ ยาศาสตรช์ ีวภาพ 16
ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2564

ชื่อหนว่ ยการ มาตรฐานการเรียนร/ู้ ผเู้ รียนรู้อะไร/ทาอะไรได้ ความคิดหลกั สาระสาคัญ/

เรยี นรู้ ตวั ช้วี ดั ความคดิ รวบยอด

การรกั ษาดุลย มาตรฐาน ว 1.2

ภาพของ ม.4/4 อธบิ ายการ ผู้เรยี นรอู้ ะไร กลไกการรกั ษา ร่างกายมีกลไกในการ

ร่างกายมนษุ ย์ ควบคมุ ดุลยภาพของ 1. ก ล ไ ก ก า ร รั ก ษ า ดุ ล ย ภ า พ ดุลยภาพอณุ หภมู ิ รั กษ าดุ ล ย ภ า พ ข อ ง

อุณหภูมภิ ายในรา่ งกาย อุณหภูมิโดยระบบหมุนเวียน โดยระบบ อุณหภูมใิ นร่างกาย โดยมี

โดยระบบหมนุ เวยี น เลือด ผิวหนัง และกล้ามเน้ือ หมุนเวียนเลือด ศูนย์ควบคุมอยู่ท่ีสมอง

เลอื ด ผวิ หนงั และ โครงร่าง ผิวหนงั และ ส่วนไฮโพทาลามัสที่ทา

กล้ามเนอ้ื โครงรา่ ง ผู้เรยี นทาอะไร กล้ามเน้อื โครง หน้ าท่ี ส่ งสั ญญาณไป
สังเกต ตั้งคาถาม ค้นคว้า ร่าง ก ร ะ ตุ้ น ห รื อ ยั บ ย้ั ง
รวบรวม กระบวนการเมแทบอ-
ลิ ซึ มต่ าง ๆ ซึ่ ง ห าก
จัดกระทา วิเคราะห์ ลงความเห็น อุณหภู มิ ของร่ างกาย
สู ง ขึ้ น กว่ า ช่ ว ง ป ก ติ
สรุป อธิบาย และอภิปรายเก่ียวกับ ร่างกายจะตอบสนองโดย
การลดอัตราเมแทบอ-
กลไกการรักษาดุลยภาพอุณหภูมิโดย

ระบบหมุนเวียนเลือด ผิวหนัง และ

กลา้ มเนอ้ื โครงรา่ ง

ลิซึม เพ่ิมการขยายตัว

ของหลอดเลือด ต่อมเหง่ือ

สร้างเหง่ือเพิ่มข้ึน เพ่ิม

การระเหยและการพา

ค ว า ม ร้ อ น อ อ ก จ า ก

ร่างกาย แต่หากอุณหภูมิ

ของร่างกายต่ากว่าช่วง

ป ก ติ ร่ า ง ก า ย จ ะ

ตอบสนองโดยการเพ่ิม

อัตราเมแทบอลิซึม ลด

การขยายตัวของหลอด

เลือด ต่อมเหงื่อสร้าง

เหงื่อน้อยลงหรือไม่สร้าง

เหงื่อ ขนลุกเกิดอาการ

หนาวสั่น ลดการระเหย

และการพาความร้อนออก

จากรา่ งกาย

กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนประชามงคล จังหวัดกาญจนบุรี

เอกสารวเิ คราะห์หลักสูตร รหัสวชิ า ว31107 วชิ าวทิ ยาศาสตรช์ วี ภาพ 17
ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2564

ชอ่ื หน่วยการ มาตรฐานการเรียนร้/ู ผเู้ รียนรูอ้ ะไร/ทาอะไรได้ ความคิดหลกั สาระสาคญั /

เรยี นรู้ ตัวชีว้ ัด ความคิดรวบยอด

การรกั ษาดุลย มาตรฐาน ว 1.2

ภาพของ ม.4/5 อธิบาย และ ผู้เรียนรูอ้ ะไร การตอบสนอง เมื่อร่างกายของเรา

รา่ งกายมนษุ ย์ เขยี นแผนผังเก่ยี วกบั 1. การตอบสนองของรา่ งกายแบบไม่ ของรา่ งกายแบบ ได้รับเช้ือโรคหรือสิ่ ง

การตอบสนองของ จาเพาะ และแบบจาเพาะต่อส่ิง ไม่จาเพาะ และ แปลกปลอม จะทาให้

ร่างกายแบบไม่จาเพาะ แปลกปลอม แบบจาเพาะต่อ ร่างกายของเราไม่สามารถ

และแบบจาเพาะต่อสิ่ง 2. ชนดิ ของเม็ดเลือดขาว สงิ่ แปลกปลอม รักษาดลุ ยภาพได้ร่างกาย

แปลกปลอม 3. โครงสรา้ งของระบบภูมคิ มุ้ กนั ชนดิ ของเมด็ จะมีกลไกการต่อต้าน

4. กลไกการกาจัดเช้ือโรคโด ย เลือดขาว หรื อท าลายโดยการ

กระบวนการอักเสบ โครงสรา้ งของ ท า ง า น ข อ ง ร ะ บ บ

5. ความสาคัญของระบบภมู คิ มุ้ กัน ระบบภมู คิ ุ้มกนั ภูมิคุ้มกันซ่ึงแบ่งได้เป็น

6. ความแตกตา่ งของระบบภูมิคุ้มกัน กลไกการกาจดั 2 แบบคือ กลไกการ

แบบไม่จาเพาะและแบบจาเพาะ เชื้อโรคโดย ต่อต้านหรือทาลายสิ่ง

7. การทางานของเม็ดเลือดขาวชนิด กระบวนการ แปลกปลอมแบบไม่

ต่างๆ ทีร่ ว่ มกับระบบภูมิค้มุ กนั อักเสบ ความ จาเพาะ โดยการทางาน

ผูเ้ รียนทาอะไร สาคญั ของระบบ ของเม็ดเลือดขาวทั้ง 2
สัง เกต ต้ัง ค าถ าม ค้ นค ว้ า ภมู ิคมุ้ กนั ความ กลุ่ม คือ ฟาโกไซต์ และ
แตกต่างของ ลิมโฟไซต์สาหรับกลไก
รวบรวม เปรียบเทียบ วิเคราะห์ ลง ระบบภูมคิ มุ้ กนั การต่อต้านหรือทาลาย
ค ว าม เ ห็ น ส รุ ป อ ธิ บ าย แ ล ะ แบบไม่จาเพาะ สิง่ แปลกปลอมแบบจา
อภิปรายเกย่ี วกับ การตอบสนองของ และแบบจาเพาะ เพาะน้ัน เป็นการทางาน
ร่างกายแบบไม่จาเพาะ และแบบ และการทางาน โดยเซลล์เม็ดเลือดขาว
จาเพาะต่อส่ิงแปลกปลอม ชนิดของ ของเมด็ เลอื ด ชนดิ ลมิ โฟไซต์ คือ เซลล์
เม็ดเลือดขาว โครงสร้างของระบบ ขาวชนดิ ตา่ งๆ ท่ี บีและเซลล์ที บริเวณที่
ภมู คิ ุม้ กัน กลไกการกาจดั เชอื้ โรคโดย ร่วมกบั ระบบ เกิดบาดแผลจะเกิดการ
กระบวนการอักเสบ ความสาคัญของ ภมู ิคุ้มกนั หลั่งกระตุ้ นให้ หลอด
ระบบภูมิคุ้มกัน ความแตกต่างของ เ ลื อด ฝ อย บ ริ เ วณน้ี
ระบบภูมิคุ้มกันแบบไม่จาเพาะและ ขยายตวั เพ่อื นาเลือดและ
แบบจาเพาะ และการทางานของเม็ด เซลล์เม็ดเลือดขาวมา
เลือดขาวชนิดต่างๆ ที่ร่วมกับระบบ สะสมมากขึ้น ทาให้มีการ
ภูมคิ มุ้ กนั บ ว ม แ ด ง อุ ณ ห ภู มิ

ร่ างกายสู งขึ้ น แล ะ

เจบ็ ปวด เพอ่ื เป็นกลไกใน

การป้องกันบาดแผลจาก

เชือ้ โรค

กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นประชามงคล จงั หวัดกาญจนบุรี

เอกสารวเิ คราะห์หลกั สตู ร รหสั วิชา ว31107 วชิ าวทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ 18
ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2564

ช่อื หนว่ ยการ มาตรฐานการเรียนรู้/ ผู้เรียนร้อู ะไร/ทาอะไรได้ ความคดิ หลัก สาระสาคญั /

เรยี นรู้ ตัวชีว้ ดั ความคดิ รวบยอด

การรกั ษาดลุ ย มาตรฐาน ว 1.2

ภาพของ ม.4/6 สืบค้นข้อมูล ผเู้ รียนรอู้ ะไร การเสริม มนุษย์ยังสามารถ

ร่างกายมนุษย์ อธิบายและยกตัวอย่าง 1. การเสรมิ ภมู คิ มุ้ กัน ภูมคิ มุ้ กัน ความ เสริ มสร้ างภูมิ คุ้ มกั น

โรคหรืออาการที่เกิด 2. ความแตกต่างระหว่างภูมิคุ้มกัน แตกต่างระหว่าง ใหก้ ับรา่ งกายได้

จากความผิดปกติของ รับมาและภมู คิ ้มุ กันก่อเอง ภูมิคุ้มกนั รบั มา สามารถแบ่ งได้ เป็ น

ระบบภมู ิคมุ้ กัน 3. โรคหรืออาการที่เกิดจากความ และภมู คิ ุ้มกัน 2 แบบ คือ ภูมิคุ้มกัน

ม.4/7 อธิบายภาวะ ผิดปกติของระบบภูมคิ มุ้ กนั ก่อเอง โรคหรือ แบบรับมา เช่นน้านมแม่

ภูมิคุ้มกันบกพร่องที่มี 4. ภาวะภมู ิคุ้มกันบกพรอ่ งท่ีมีสาเหตุ อาการทเี่ กดิ จาก เซรุ่มและภูมิคุ้มกันแบบ

สาเหตุมาจากการติด มาจากการตดิ เชอ้ื HIV ความผดิ ปกติ ก่ อเ อง เ ช่ น วั ค ซี น

เชอ้ื HIV 5. การดูแลระบบภูมิคุ้มกันและการ ของระบบ บางครั้งอาจเกิดความ

ปอ้ งกนั ตนเองจากการติดเชื้อ HIV ภูมิคุ้มกนั ภาวะ ผิ ด ป ก ติ ข อ ง ร ะ บ บ

ผเู้ รียนทาอะไร ภูมคิ มุ้ กัน ภู มิ คุ้ ม กั น เ ช่ น
สังเกต ตั้งคาถาม ค้นคว้า บกพรอ่ งทม่ี ี โรคภูมิ แพ้ที่ เกิดจาก
สาเหตุมาจาก ภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อ
รวบรวม เปรียบเทียบ วิเคราะห์ ลง การตดิ เช้ือ HIV แอนตเิ จนบางชนิดรุนแรง
ค ว าม เ ห็ น ส รุ ป อ ธิ บ าย แ ล ะ และ การดแู ล เกิ นไปโรคลู ปั สหรื อ
อภปิ รายเก่ยี วกับ การเสริมภูมิคุ้มกัน ระบบภูมคิ มุ้ กัน โรคเอดส์ แอลอีลที่เกิด
ค ว า ม แ ต ก ต่ า ง ร ะ ห ว่ า ง ภู มิ คุ้ ม กั น และการปอ้ งกนั จ า ก ภู มิ คุ้ ม กั น ข อ ง
รบั มาและภูมิคุ้มกันก่อเอง โรคหรือ ตนเองจากการ ร่ าง กาย มี ป ฏิ กิ ริ ย า
อาการที่เกิดจากความผิดปกติของ ติดเชอ้ื HIV ตอบ สนอ งต่ อ เน้ื อ เยื่ อ
ระบบภูมิคุ้มกัน ภาวะภูมิคุ้มกัน หรือเซลล์ของตนเองและ
โรคเ อดส์ ท่ี เกิ ดจาก
บกพร่องที่มสี าเหตมุ าจากการติดเชื้อ ภูมิคุ้มกันบกพร่องจาก
ก า ร ติ ด เ ชื้ อ HIV
HIV วิธีป้องกันท่ีได้ผลมากท่ี
สุดแต่ทายากทส่ี ุดคอื การ
และ การดูแลระบบภมู ิคุ้มกนั และ

การป้องกนั ตนเองจากการตดิ เชือ้

HIV

ไมม่ ีเพศสมั พนั ธก์ ับผู้อ่ืน

ป้องกันตัวเองทุกครั้งที่มี

เพศสมั พันธ์โดยใช้ถุงยาง

ที่ ท า จ า ก ย า ง latex

condom เลือกใช้ชนิด

ของถุงยางแล้ ว ต้ อง

เรี ยนรู้ วิ ธี ใช้ ที่ ถู กต้ อง

ถงุ ยางรว่ั

กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรยี นประชามงคล จงั หวัดกาญจนบุรี

เอกสารวิเคราะห์หลักสูตร รหสั วชิ า ว31107 วชิ าวิทยาศาสตรช์ วี ภาพ 19
ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564

หน่วยการเรียนรูท้ ี่ 1 การรกั ษาดลุ ยภาพของรา่ งกายมนุษย์

สาระที่ 1 วทิ ยาศาสตร์ชวี ภาพ
มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ว 1.2 เขา้ ใจสมบตั ิของส่ิงมีชีวติ หนว่ ยพน้ื ฐานของสง่ิ มีชีวติ การลาเลียงสารเข้า และออก

จากเซลล์ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าท่ีของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ท่ีทางานสัมพันธ์กัน

ความสัมพนั ธ์ของโครงสรา้ ง และหนา้ ท่ี ของอวัยวะต่างๆ ของพืชที่ทางานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนาความรู้ไปใช้

ประโยชน์

มาตรฐาน/ สาระสาคัญ/ สาระการ นาไปสู่ ช้นิ งาน/ แนวการจัด

ผลการเรียนรู้ ความคดิ รวบยอด เรยี นรู้ สมรรถนะ คณุ ลักษณะ ภาระงาน กิจกรรม

สาคัญของ อันพงึ การเรียน

ผ้เู รียน ประสงค์

มาตรฐาน ไตทาหน้าที่หลัก 3 1. โครงสร้าง ตัวชว้ี ัดที่ 1 1. มวี นิ ยั 1.การบนั ทึก 1. อธิบาย
ว 1.2 ข้ันต อน คือ กา รกรอง ของไต ความสามารถใน 2. ใฝ่เรียนรู้ ลงสมดุ โครงสรา้ งของไต
ตวั ชี้วดั บริเวณ โกลเมอรูลัส การ 2. การทางาน การสือ่ สาร 3. มุ่งมั่นใน ใบงาน และ 2. อธบิ ายกลไก
ม.4/2 อธบิ าย ดดู กลับ และการหล่ังสารที่ ของไต การทางาน ใบกจิ กรรม การทางานของ
การควบคมุ ดุลย ท่ อ ห น่ ว ย ไ ต ซึ่ ง ไ ต มี 3. กลไกกา ตัวช้วี ัดที่ 2 4. มจี ติ 2. ใบกจิ กรรม ไตและหน้าที่
ภาพของน้าและ องค์ประกอบหลักคือ เน้ือ รักษาดุลยภาพ ความสามารถใน สาธารณะ กลมุ่ 3. อธิบายกลไก
สารในเลอื ดโดย ไต หน่วยไต กรวยไต และ ของนา้ การคิด 3. แผนผัง การักษาดลุ ย
การทางานของ ท่อไต โดยจะมีสมองส่วน และสารใน ความคดิ ภาพของน้า
ไต ไฮโพทาลามัส กระตุ้นต่อม ร่างกาย ตัวช้วี ัดท่ี 3 (mind และสารใน
ม.4/3 อธบิ าย ใตส้ มองหลังฮอร์โมน ADH 4.การรกั ษาดลุ ย ความสามารถใน mapping) ร่างกาย
การควบคุมดุลย เพอ่ื ควบคุมสมดุลของน้าใน ภาพของกรด การใช้ทักษะ 4. 4.อธิบายกลไก
ภาพของกรด- ร่างกายท่ีท่อหน่วยไตปอด เบสโดยการ ชีวติ แบบทดสอบ การรกั ษาดุลย
เบสโดยการ ทาหน้าที่ขับ CO2 จากการ ทางานของไต ใน Google ภาพของกรด
ทางานของไต หายใจออกเพื่อลดระดับ และปอด form เบสโดยการ
และปอด H+ กระบวนการ เมแทบอลิ 5. โรคไตและ 5. กจิ กรรม ทางานของไต
ม.4/4 อธิบาย ซึม ส่วนไตเมือ่ เลอื ดมีความ โรคทเี่ กีย่ วกับ การเรียนรู้ใน และปอด
การควบคุมดลุ ย เป็นกรดสูงจะขับสารท่ีมี ทางเดิน แอปพลเิ คชนั 5. ยกตวั อย่าง
ภาพของ ส่วนประกอบของไฮโดรเจน ปสั สาวะ Nearpod และนาเสนอโรค

อณุ หภมู ภิ ายใน ไอออนและขับแอมโมเนียม 6. กลไกการ ไตและโรคท่ี
ร่างกาย โดย ไอออน ออกจากเลือด ดูด รักษาดุลยภาพ เก่ียวกบั ทางเดิน
ระบบหมุนเวียน กลบั สารบางชนิด เช่น Na+ อณุ หภูมโิ ดย ปสั สาวะ
เลอื ดระบบ ระบบหมุนเวยี น 6. อธิบายกลไก
ผวิ หนงั และ และ HCO3-แต่เม่ือเลือดมี เลือด ผิวหนัง การรักษาดุลย
ระบบกลา้ มเนื้อ ความเป็นเบสสูง (pH สูง) และกล้ามเน้อื ภาพอณุ หภมู ิ
ก็จะ เกิดกระบวนการท่ี

โครงร่าง ตรงกันข้าม ร่างกาย มี โครงร่าง โดยระบบ
ม.4/5 อธบิ าย กลไกในการรักษาดุลยภาพ 7.. การ หมุนเวียนเลือด
และเขยี น ข อ ง อุ ณ ห ภู มิ ใ น ร่ า ง ก า ย ตอบสนองของ ผิวหนัง และ
แผนผังเกยี่ วกับ โด ย มีศูนย์คว บคุมอยู่ท่ี รา่ งกายแบบไม่ กล้ามเน้อื โครง

กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรียนประชามงคล จงั หวัดกาญจนบุรี

เอกสารวเิ คราะห์หลกั สตู ร รหสั วชิ า ว31107 วชิ าวทิ ยาศาสตร์ชวี ภาพ 20
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2564

การตอบสนอง สมองส่วนไฮโพทาลามัสท่ี จาเพาะ และ รา่ ง
ของรา่ งกายแบบ ท า ห น้ า ที่ ส่ ง สั ญ ญ า ณ ไ ป แบบจาเพาะตอ่ 7.. อธิบายและ
ไม่จาเพาะ และ ก ร ะ ตุ้ น ห รื อ ยั บ ย้ั ง สง่ิ แปลกปลอม เขยี นกลไกการ
แบบจาเพาะต่อ กระบวนการเมแทบอลิซึม 8. ชนิดของเมด็ ตอบสนอง
สิ่งแปลกปลอม ตา่ ง ๆ ซ่งึ หากอุณหภูมิของ เลือดขาว ของรา่ งกาย
ม.4/6 สบื คน้ ร่างกายสูงขึ้นกว่าช่วงปกติ 9. โครงสร้าง แบบไมจ่ าเพาะ
ขอ้ มลู อธบิ าย ร่างกายจะตอบสนองโดย ของระบบ และแบบ
และยกตวั อยา่ ง ลดอัตรา เมแ ทบอ ลิซึม ภูมคิ ุ้มกนั จาเพาะตอ่ สง่ิ
โรคหรืออาการท่ี เพิ่มการขยายตัวของหลอด 10. กลไกการ แปลกปลอม
เกิดจากความ เลือด ต่อมเหงื่อสร้างเหง่ือ กาจัดเชอื้ โรค 8. ชนดิ ของเมด็
ผดิ ปกติของ เพิม่ ข้นึ เพิ่มการระเหยและ โดยกระบวน เลอื ดขาว
ระบบภมู คิ มุ้ กัน การพาความร้อนออกจาก การอกั เสบ 9. บอกหน้าที่
ม.4/7 อธบิ าย ร่างกาย แต่หากอุณหภูมิ 11. ความสาคัญ และระบุ
ภาวะภูมคิ มุ้ กนั ของร่างกายตา่ กว่าช่วงปกติ ของระบบ โครงสร้าง
บกพรอ่ งทมี่ ี ร่างกายจะตอบสนองโดย ภมู คิ ุ้มกนั หนา้ ที่ของระบบ
สาเหตมุ าจาก การเพิม่ อตั ราเมแทบอลิซึม 12. ความ ภมู คิ ้มุ กัน
การตดิ เชอ้ื HIV ลดการขยายตัวของหลอด แตกตา่ งของ 10. อธิบาย
เลือด ต่อมเหงื่อสร้างเหง่ือ ระบบภูมคิ มุ้ กนั กลไกการกาจัด
น้ อ ย ล ง ห รื อ ไม่ ส ร้ า ง เ ห ง่ื อ แบบไม่จาเพาะ เชอื้ โรคโดย
ขนลุกเกิดอาการหนาวสั่น และแบบ กระบวน
ลดการระเหยและการพา จาเพาะ การอกั เสบ
ความร้อนออกจากร่างกาย 13. การทางาน 11. บอก
เมื่อร่างกายของเราได้รับ ของเมด็ เลือด ความสาคญั ของ
เชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอม ขาวชนดิ ตา่ งๆ ระบบภูมิคุม้ กัน
จะทาให้ร่างกายของเราไม่ ทีร่ ่วมกับระบบ 12. บอกความ
สามารถรักษาดุลยภาพได้ ภมู คิ ุ้มกนั แตกตา่ งของ
ร่า ง กา ย จะ มีก ลไกกา ร 14. การเสรมิ ระบบภูมิคุ้มกัน
ต่อต้าน หรือทาลายโดย ภมู คิ ุ้มกนั แบบไม่จาเพาะ
การทางานของระบบ 15. ความ และแบบ
ภูมิคุ้มกันซึ่งแบ่งได้เป็น 2 แตกตา่ ง จาเพาะ
แบบคือ กลไกการต่อต้าน ระหวา่ ง 13. อธบิ ายการ
หรอื ทาลายส่ิงแปลกปลอม ภมู คิ ุม้ กันรับมา ทางานของเมด็
แบบไม่จาเพาะ โดยการ และภูมคิ ุ้มกัน เลอื ดขาวชนิด
ทางานของเม็ดเลือดขาวท้ัง ก่อเอง ต่างๆ ท่ีร่วมกับ
2 กลุ่ม คือ ฟาโกไซต์ และ 16. โรคหรือ ระบบภูมิคมุ้ กนั
ลิมโฟไซต์สาหรับกลไกการ อาการท่ีเกดิ 14. บอกวธิ ีการ
ต่ อ ต้ า น ห รื อ ท า ล า ย จากความ เสรมิ ภมู ิคุ้มกนั
ส่ิงแปลกปลอมแบบจาเพาะ ผิดปกติของ 15. บอกความ
น้ัน เป็นการทางานโดย ระบบภูมิคมุ้ กนั แตกต่างระหว่าง
เ ซ ล ล์ เ ม็ ด เ ลื อ ด ข า ว ช นิ ด 17. ภาวะ ภมู คิ ุ้มกันรบั มา
ลิมโฟไซต์ คือ เซลล์บีและ ภมู ิคมุ้ กัน และภมู ิคมุ้ กนั
เ ซ ล ล์ ที บ ริ เ ว ณ ท่ี เ กิ ด บกพรอ่ งท่มี ี กอ่ เอง
บ า ด แ ผ ล จ ะ เ กิ ด ก า ร ห ล่ั ง สาเหตุมาจาก 16. ยกตวั อย่าง

กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนประชามงคล จงั หวดั กาญจนบรุ ี

เอกสารวิเคราะห์หลักสตู ร รหัสวชิ า ว31107 วชิ าวิทยาศาสตรช์ ีวภาพ 21
ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2564

กระตุ้นให้หลอดเลือดฝอย การติดเชือ้ HIV โรคหรอื อาการที่
บริเวณน้ีขยายตัวเพ่ือนา เกดิ จากความ
เลือดและเซลล์เม็ดเลือด 18. การดูแล ผดิ ปกตขิ อง
ขาวมาสะสมมากขึ้น ทาให้ ระบบภมู คิ ุม้ กนั ระบบภูมคิ ุ้มกนั
มีการบวมแดง อุณหภูมิ และการป้องกัน 16. อธบิ าย
รา่ งกายสงู ขึ้น และเจ็บปวด ตนเองจากการ ภาวะภูมคิ ้มุ กัน
เพอ่ื เปน็ กลไกในการปอ้ งกัน ติดเชือ้ HIV บกพร่องทีม่ ี
บ า ด แ ผ ล จ า ก เ ชื้ อ โ ร ค สาเหตุมาจาก
เมื่อร่างกายของเราได้รับ การตดิ เชอ้ื HIV
เช้ือโรคหรือส่ิงแปลกปลอม 17. บอกวธิ ีการ
จะทาให้ร่างกายของเราไม่ ดูแลระบบ
สามารถรักษาดุลยภาพได้ ภูมิค้มุ กนั และ
ร่า ง กา ย จะ มีก ลไกกา ร การปอ้ งกัน
ต่อต้าน หรือทาลายโดย ตนเองจากการ
การทางานของระบบ ติดเชือ้ HIV
ภู มิ คุ้ ม กั น ซึ่ ง แ บ่ ง ไ ด้ เ ป็ น
2 แ บ บ คื อ ก ล ไ ก ก า ร
ต่อ ต้า นห รือ ท า ลา ย สิ่ ง
แปลกปลอมแบบไมจ่ าเพาะ
โ ด ย ก า ร ท า ง า น ข อ ง เ ม็ ด
เลือดขาวท้ัง 2 กลุ่ม คือ
ฟาโกไซต์ และลิมโฟไซต์
สาหรับกลไกการต่อต้าน
หรอื ทาลาย ส่ิงแปลกปลอม
แบบจาเพาะนั้น เป็นการ
ทางานโดยเซลล์เม็ดเลือด
ขาวชนิด ลิมโฟไซต์ คือ
เซลล์บีและเซลล์ที บริเวณ
ที่เกิดบาดแผลจะเกิดการ
หล่ังกระตุ้นให้หลอดเลือด
ฝอยบริเวณน้ีขยายตัวเพื่อ
นาเลือดและเซลล์เม็ดเลือด
ขาวมาสะสมมากขึ้น ทาให้
มีการบวมแดง อุณหภูมิ
รา่ งกายสงู ขึ้น และเจ็บปวด
เพ่ือเป็นกลไกในการป้องกัน
บาดแผลจากเช้ือโรค

กล่มุ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรยี นประชามงคล จังหวัดกาญจนบรุ ี

เอกสารวเิ คราะห์หลกั สตู ร รหสั วิชา ว31107 วชิ าวิทยาศาสตรช์ ีวภาพ 22
ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2564

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 1 เรอื่ ง การรกั ษาดลุ ยภาพของรา่ งกายมนษุ ย์

1. ช่อื หน่วยการเรียนรู้ เรื่อง การรักษาดลุ ยภาพของรา่ งกายมนษุ ย์

ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 4 จานวน 14 ช่ัวโมง

2. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชี้วัด

สาระที่ 4 วิทยาศาสตรช์ ีวภาพ

มาตรฐาน ว 1.2 เข้าใจสมบัตขิ องส่ิงมชี วี ิต หนว่ ยพื้นฐานของสิ่งมชี วี ติ การลาเลียงสารเข้า และออก

จากเซลลค์ วามสมั พนั ธ์ของโครงสร้าง และหนา้ ที่ของระบบต่าง ๆ ของสตั ว์และมนุษย์ที่ทางานสัมพันธ์กัน

ความสมั พันธ์ของโครงสรา้ ง และหนา้ ท่ี ของอวัยวะต่างๆ ของพชื ท่ีทางานสมั พันธก์ ัน รวมท้ังนาความรู้ไป

ใชป้ ระโยชน์

ตวั ชีว้ ัด
ม.4/2 อธิบายการควบคุมดลุ ยภาพของน้าและสารในเลือดโดยการทางานของไต
ม.4/3 อธิบายการควบคุมดลุ ยภาพของกรด-เบสโดยการทางานของไตและปอด
ม.4/4 อธิบายการควบคุมดุลยภาพของอุณหภูมิภายในร่างกาย โดยระบบหมุนเวียนเลือด
ระบบผวิ หนังและระบบกล้ามเน้ือโครงร่าง
ม.4/5 อธบิ าย และเขียนแผนผงั เก่ียวกบั การตอบสนองของรา่ งกายแบบไมจ่ าเพาะ และแบบจาเพาะ
ต่อสิง่ แปลกปลอม
ม.4/6 สืบค้นข้อมูล อธิบายและยกตัวอย่างโรคหรืออาการท่ีเกิดจากความผิดปกติของ
ระบบภมู ิคุ้มกนั
ม.4/7 อธบิ ายภาวะภมู คิ ุม้ กันบกพรอ่ งทีม่ สี าเหตุมาจากการติดเชือ้ HIV

3. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
ไตทาหน้าทห่ี ลกั 3 ข้นั ตอน คือ การกรอง บริเวณ โกลเมอรูลัส การดูดกลับ และการหล่ัง

สารทีท่ ่อหนว่ ยไต ซึ่งไตมีองค์ประกอบหลักคือ เน้ือไต หน่วยไต กรวยไต และท่อไต โดยจะมีสมองส่วน
ไฮโพทาลามัส กระตนุ้ ต่อมใตส้ มองหลังฮอร์โมน ADH เพื่อควบคุมสมดุลของน้าในร่างกายท่ีท่อหน่วยไต
ปอดทาหนา้ ทขี่ บั CO2 จากการหายใจออกเพอื่ ลดระดับ H+ กระบวนการ เมแทบอลซิ ึม ส่วนไตเมอื่ เลอื ดมี
ความเป็นกรดสูงจะขับสารท่ีมีส่วนประกอบของไฮโดรเจนไอออนและขับแอมโมเนียมไอออน
ออกจากเลือด ดูดกลับสารบางชนิด เช่น Na+ และ HCO3- แต่เมื่อเลือดมีความเป็นเบสสูง (pH สูง)
ก็จะเกิดกระบวนการที่ตรงกันข้าม ร่างกายมีกลไกในการรักษาดุลยภาพของอุณหภูมิในร่างกาย โดยมี
ศูนย์ควบคุมอยู่ท่ีสมองส่วนไฮโพทาลามัสที่ทาหน้าที่ส่งสัญญาณไปกระตุ้นหรือยับย้ังกระบวนการ
เมแทบอลิซึมต่าง ๆ ซึ่งหากอุณหภูมิของร่างกายสูงข้ึนกว่าช่วงปกติ ร่างกายจะตอบสนองโดยลดอัตรา
เมแทบอลิซึมเพิ่มการขยายตัวของหลอดเลือด ต่อมเหงื่อสร้างเหงื่อเพ่ิมขึ้น เพ่ิมการระเหยและการ
พาความร้อนออกจากร่างกาย แต่หากอุณหภูมิของร่างกายต่ากว่าช่วงปกติ ร่างกายจะตอบสนองโดย
การเพมิ่ อัตราเมแทบอลซิ ึม ลดการขยายตัวของหลอดเลือด ตอ่ มเหงอ่ื สรา้ งเหง่ือน้อยลงหรอื ไม่สร้างเหงื่อ

กลุม่ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนประชามงคล จังหวดั กาญจนบุรี

เอกสารวเิ คราะห์หลกั สูตร รหสั วชิ า ว31107 วชิ าวทิ ยาศาสตรช์ ีวภาพ 23
ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2564

ขนลุกเกดิ อาการหนาวสั่น ลดการระเหยและการพาความร้อนออกจากร่างกาย เม่ือรา่ งกายของเราได้รับ
เช้ือโรคหรือสิ่งแปลกปลอมจะทาให้ร่างกายของเราไม่สามารถรักษาดุลยภาพได้ร่างก ายจะมีกลไก
การต่อต้าน หรือทาลายโดยการทางานของระบบภูมคิ ุ้มกันซ่ึงแบง่ ไดเ้ ปน็ 2 แบบคอื กลไกการตอ่ ต้านหรือ
ทาลายส่ิงแปลกปลอมแบบไม่จาเพาะ โดยการทางานของเม็ดเลือดขาวท้ัง 2 กลุ่ม คือ ฟาโกไซต์
และลิมโฟไซต์สาหรับกลไกการต่อต้านหรือทาลายส่ิงแปลกปลอมแบบจาเพาะน้ัน เป็นการทางานโดย
เซลลเ์ มด็ เลอื ดขาวชนิดลิมโฟไซต์ คือ เซลลบ์ ีและเซลลท์ ี บรเิ วณท่ีเกิดบาดแผลจะเกิดการหล่ังกระตุ้นให้
หลอดเลอื ดฝอยบริเวณนีข้ ยายตวั เพ่ือนาเลอื ดและเซลลเ์ มด็ เลอื ดขาวมาสะสมมากขึ้น ทาให้มีการบวมแดง
อุณหภูมิร่างกายสูงขนึ้ และเจ็บปวด เพื่อเป็นกลไกในการปอ้ งกันบาดแผลจากเชอื้ โรค
4. สาระการเรยี นรู้

4.1. โครงสร้างของไต
4.2. การทางานของไต
4.3. กลไกการกั ษาดุลยภาพของนา้ และสารในรา่ งกาย
4.4.การรกั ษาดุลยภาพของกรดเบสโดยการทางานของไตและปอด
4.5. โรคไตและโรคทีเ่ กยี่ วกบั ทางเดนิ ปัสสาวะ
4.6. กลไกการรักษาดุลยภาพอุณหภูมิโดยระบบหมนุ เวยี นเลอื ด ผวิ หนัง และกลา้ มเน้อื โครงร่าง
4.7.. การตอบสนองของรา่ งกายแบบไมจ่ าเพาะ และแบบจาเพาะตอ่ ส่งิ แปลกปลอม
4.8. ชนิดของเม็ดเลอื ดขาว
4.9. โครงสร้างของระบบภมู ิคุม้ กัน
4.10. กลไกการกาจัดเช้อื โรคโดยกระบวนการอกั เสบ
4.11. ความสาคัญของระบบภูมิค้มุ กนั
4.12. ความแตกต่างของระบบภูมิคมุ้ กันแบบไมจ่ าเพาะและแบบจาเพาะ
4.13. การทางานของเม็ดเลือดขาวชนิดต่างๆ ที่ร่วมกบั ระบบภมู ิคุ้มกนั
4.14. การเสรมิ ภมู คิ มุ้ กันใหก้ บั ร่างกาย
4.15. ความแตกต่างระหวา่ งภมู คิ มุ้ กนั รบั มาและภูมคิ ุ้มกันก่อเอง
4.16. โรคหรืออาการท่ีเกดิ จากความผดิ ปกตขิ องระบบภูมคิ ้มุ กัน
4.17. ภาวะภูมิคุ้มกันบกพรอ่ งท่มี สี าเหตมุ าจากการติดเช้ือ HIV
4.18. การดูแลระบบภูมคิ ุ้มกนั และการปอ้ งกันตนเองจากการติดเชอื้ HIV
5. สมรรถนะหลักของผ้เู รยี น
5.1 ความสามารถในการสอื่ สาร(ใช้ภาษาถ่ายทอดความรู้ ความเข้าใจ และทศั นะของตนเองดว้ ยการพดู )
5.2 ความสามารถในการคิด (คิดสังเคราะห์ คดิ สรา้ งสรรค์ คิดอยา่ งมีวจิ ารณญาณ)
5.3 ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต (การเรยี นรู้ดว้ ยตนเอง นาความรทู้ ไ่ี ด้ไปใชป้ ระโยชน์ จดั การกับปญั หา )

กลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นประชามงคล จงั หวดั กาญจนบรุ ี

เอกสารวเิ คราะห์หลกั สูตร รหัสวิชา ว31107 วชิ าวิทยาศาสตร์ชวี ภาพ 24
ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2564

6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์
6.1 มวี นิ ยั
6.2 ใฝ่เรยี นรู้
6.3 มุง่ มั่นในการทางาน
6.4 มีจติ สาธารณะ

7. ชิ้นงาน/ภาระงาน
7.1. การบันทกึ ลงสมุด ใบงาน และใบกิจกรรม
7.2. ใบกจิ กรรมกลมุ่
7.3. แผนผงั ความคดิ (mind mapping)
7.4. แบบทดสอบใน Google form
7.5. กิจกรรมการเรยี นรู้ในแอปพลิเคชั่น Nearpod
7.6. การทาแบบฝกึ หดั ในแอปพลเิ คช่นั liveworksheets

8. การวดั และประเมินผล
8.1 การประเมนิ ชน้ิ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)
8.2 การประเมินก่อนเรียน
8.2.1 นกั เรียนทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน
8.3 การประเมนิ ระหวา่ งการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
8.3.1 สงั เกตการณก์ ารปฏบิ ตั กิ จิ กรรมในหอ้ งเรยี นออนไลน์
8.3.2 สงั เกตคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
8.3.3 สงั เกตสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น
8.4 การประเมนิ หลงั เรยี น
8.4.1 ทาแบบทดสอบหลังเรยี น

กลุม่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นประชามงคล จังหวัดกาญจนบรุ ี

เอกสารวเิ คราะห์หลักสูตร รหัสวชิ า ว31107 วชิ าวิทยาศาสตรช์ ีวภาพ 25
ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2564

การวัดและประเมินผลหน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1

รายการวัด วิธวี ดั เครอื่ งมอื เกณฑ์การประเมนิ
8.1. การประเมนิ ชิ้นงาน/ - ไดร้ ะดับคณุ ภาพดีขึ้นไป
- ตรวจผังสรปุ เรือ่ ง - แบบประเมนิ ช้นิ งาน
ภาระงาน (รวบยอด) ถอื ว่าผ่านการประเมนิ
การรกั ษาดลุ ยภาพของ
- ไดร้ ะดบั คณุ ภาพดีขึ้นไป
น้าและแร่ธาตใุ นร่างกาย ถอื วา่ ผ่านการประเมิน

- ตรวจโปสเตอร์/แผ่นพบั - แบบประเมินชนิ้ งาน - ไดร้ ะดับคุณภาพดีข้ึนไป
ถอื ว่าผา่ นการประเมิน
เรอื่ งโรคทเ่ี กิดจากการ
- ได้ระดับคุณภาพดีขึ้นไป
ทางานผิดปกตขิ องไต ถือวา่ ผ่านการประเมนิ

- ตรวจแผนภาพสรุปการ - แบบประเมนิ ชน้ิ งาน - ได้ระดับคณุ ภาพดีข้ึนไป
เปรียบเทียบการทางาน ถือว่าผา่ นการประเมนิ

ควบคมุ ดุลยภาพของกรด

เบสของไตและปอดได้

- ตรวจแผนภาพสรปุ การ - แบบประเมินชิ้นงาน

รักษาดลุ ยภาพของ

อณุ หภูมิในร่างกายมนษุ ย์

- ตรวจโปสเตอร์ตวั อยา่ ง - แบบประเมินชนิ้ งาน
โรคหรอื อาการทเี่ กดิ จาก

ความผิดปกตขิ องระบบ

ภูมคิ ุ้มกัน

8.2. การประเมินกอ่ นเรียน

- แ บ บ ท ด ส อ บ ก ่อ น - ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรียน - แบบทดสอบก่อนเรียน - ประเมนิ ตามสภาพจรงิ

เ ร ีย น ห น ่ว ย ก า ร

เรียนรู้ท่ี 1

8.3. ประเมินระหว่างการจัด

กจิ กรรมการเรยี นรู้

1) ส่วนประกอบและการ - ต ร ว จ ใ บ กิ จ ก ร ร ม เ ร่ื อ ง - ใบกิจกรรมเรื่องแผนภาพ - ได้ระดบั คุณภาพดขี ึ้นไป

ทางานของหน่วยไต แผนภาพของไต ของไต ถอื วา่ ผ่านการประเมิน

2) การรักษาดุลยภาพ - ตรวจใบกจิ กรรม เร่อื งการ - ใบกจิ กรรม เรื่องการรักษา - ไดร้ ะดบั คณุ ภาพดีขึน้ ไป

ข อ ง ก ร ด -เ บ ส แ ล ะ รักษาดลุ ยภาพของอุณหภมู ิ ดลุ ยภาพของอณุ หภูมิ ถอื ว่าผา่ นการประเมิน

อุณหภูมใิ นรา่ งกาย

3) ระบบภูมิคุ้มกนั - ตรวจใบกิจกรรม - ใบกิจกรรม เร่ือง อวัยวะ - ไดร้ ะดบั คณุ ภาพดขี ้ึนไป

เร่อื ง อวัยวะในระบบภูมิคุ้มกนั ในระบบภูมคิ ุ้มกัน ถือว่าผา่ นการประเมนิ

- ตรวจใบกจิ กรรม เรอื่ ง เซลล์ - ใบกิจกรรม เร่ือง เซลล์ - ได้ระดับคณุ ภาพดีขึ้นไป

เมด็ เลอื ดขาว เมด็ เลอื ดขาว ถือว่าผา่ นการประเมนิ

กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนประชามงคล จงั หวัดกาญจนบรุ ี

เอกสารวิเคราะห์หลกั สูตร รหสั วิชา ว31107 วชิ าวทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ 26
ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2564

รายการวัด วธิ วี ดั เคร่อื งมือ เกณฑก์ ารประเมิน

4) ก า ร เ ส ริ ม ส ร้ า ง - ต ร วจใ บ กิ จกร ร ม เ รื่ อง - ใ บกิ จกร ร ม เรื่ องการ - ได้ระดับคณุ ภาพดขี ึ้นไป

ภมู ิคุ้มกนั การเสริมสร้างภูมคิ ้มุ กัน เสริมสร้างภมู ิคุม้ กัน ถือวา่ ผา่ นการประเมิน

5) คณุ ลักษณะ - มวี ินยั - แบบประเมนิ คณุ ลักษณะ - ไดร้ ะดบั คณุ ภาพดขี ้ึนไป
อันพงึ ประสงค์ - ใฝ่เรียนรู้
- มุ่งมน่ั ในการทางาน อนั พงึ ประสงค์ ถอื วา่ ผ่านการประเมนิ
- มีจติ สาธารณะ

6) สมรรถนะสาคญั ของ - ความสามารถในการส่ือสาร - แบบประเมินสมรรถนะ - ไดร้ ะดบั คณุ ภาพดขี ึ้นไป
ผ้เู รยี น - ความสามารถในการคิด
- ความสามารถในการใช้ สาคญั ของผเู้ รียน ถือวา่ ผา่ นการประเมนิ
ทักษะชีวติ

8.4. ประเมนิ หลงั เรยี น - แบบทดสอบหลงั เรียน - ได้ระดับคณุ ภาพดีข้ึนไป
1) ทดสอบหลงั เรยี น ถือว่าผา่ นการประเมิน
- แบบทดสอบหลังเรียน - ตรวจแบบทดสอบหลังเรยี น
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1

กลุ่มสาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรยี นประชามงคล จังหวัดกาญจนบุรี

เอกสารวิเคราะห์หลกั สูตร รหัสวชิ า ว31107 วชิ าวทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ 27
ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564

สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอดของหน่วยการเรียนรู้ที่ 2
เร่อื ง การดารงชวี ติ ของพชื รายวชิ าพ้นื ฐาน

รหสั วิชา ว31107 วิทยาศาสตร์ชวี ภาพ ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี 4

ชื่อหน่วยการ มาตรฐานการเรียนรู้/ ผเู้ รยี นรูอ้ ะไร/ทาอะไรได้ ความคิดหลัก สาระสาคญั /

เรยี นรู้ ตวั ชว้ี ดั ความคดิ รวบยอด

การดารงชวี ติ มาตรฐาน ว 1.2

ของพืช ม.4/8 ทดสอบ และบอก ผู้เรยี นรอู้ ะไร กลไกกระบวนการ พื ชสร้ างน้ า ตาลจากกา ร

ช นิ ด ข อ ง ส า ร ท่ี พื ช 1. กลไกกระบวนการสังเคราะห์ด้วย สังเค ราะ ห์ด้ว ยแสง สงั เคราะห์ด้วยแสงโดยนา้ ตาลที่สร้าง

สงั เคราะหไ์ ด้ แสง ช นิ ด ข อ ง ส า ร ที่ พื ช ข้ึนถูกนาไปใช้ในการหายใจระดับ

ม . 4 / 9 สื บ ค้ น ข้ อ มู ล 2.ชนิดของสารที่พืชสังเคราะห์ท้ัง สัง เค รา ะ ห์ทั้ง สา ร เซลล์เพ่ือให้ได้พลังงานสาหรับใช้ใน

อภิปราย และยกตัวอย่าง สารปฐมภมู ิ และสารทุตยิ ภมู ิ ป ฐ ม ภู มิ แ ล ะ ส า ร กิจกรรมต่าง ๆ และเป็นแหล่ง

เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ 3. การนาสารปฐมภูมิ และสารทุติย ทุติยภูมิ การนาสาร คาร์ บอนสาหรั บกระบวนการ

จากสารบางชนิดที่พืช ภมู ไิ ปใช้ประโยชน์ ปฐมภูมิ และสารทุติย สังเคราะห์ สารอินทรีย์และการ

สงั เคราะหไ์ ด้ ผเู้ รยี นทาอะไร ภูมิไปใช้ประโยชน์ เจริญเติบโต สารอินทรีย์ที่พืชสร้าง

สัง เกต ต้ัง คา ถา ม ค้นคว้า ขึ้นมีท้ังท่ีจาเป็นต่อการเจริญเติบโต

รวบรวม ยกตวั อย่าง วิเคราะห์ ลง ของพชื โดยตรงซ่ึงพบได้ในพืชทกุ ชนดิ

ความเหน็ สรปุ และอธิบายเก่ียวกับ เชน่ คาร์โบไฮเดรตโปรตีน ลิพิดกรด

กลไกกระบวนการสังเคราะห์ด้วย นิวคลิอิก กรดอะมิโน วิตามิน

แสง ชนิดของสารท่ีพืชสังเคราะห์ คลอโรฟิ ลล์ ฮอร์โมนพืชและ

และการนาสารปฐมภูมิ และสารทุติย สารอิ นทรีย์ ท่ีไม่จ าเป็นต่อกา

ภมู ิไปใช้ประโยชน์ เจรญิ เติบโตของพืชโดยตรง ซึ่งพบได้

ในพืชบางชนิดเพื่อช่วยให้พืชเหล่าน้ี

มีชีวิตรอดและแพร่กระจายพันธ์ุได้

โดยปัจจุบันมนุษย์นาสารอนินทรีย์

ในกลุ่มน้ีไปใช้ประโยชน์ ได้อย่าง

หลากหลาย เช่น การใช้ประโยชน์

จากยางพาราซ่ึงเป็นสารออกฤทธิ์ทาง

ชวี ภาพทใ่ี ชเ้ ปน็ ยาเปน็ ต้น

ม.4/10 ออกแบบการ ผู้เรยี นรู้อะไร ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับ การเจริญเติบโตของพืช

ทดลอง ทดลอง และ 1.ปจั จัยทีเ่ ก่ียวขอ้ งกบั การเจรญิ การเจริญเตบิ โตของพืช ถูกควบคุมด้วยปัจจัยภายนอก
อธบิ ายเกี่ยวกบั ปัจจยั
ภายนอกทม่ี ีผลตอ่ การ เตบิ โตของพืช ก า ร อ อ ก แ บ บ ก า ร และปัจจยั ภายใน ปัจจัยภายนอก
เจรญิ เตบิ โตของพชื
2.การออกแบบการทดลองเก่ียวกับ ทดลองเกี่ยวกับการ ที่มีผลต่อการเจริญเติบโต เช่น

การเจริญเติบโตของพืชโดยใช้ปัจจัย เจรญิ เติบโตของพชื โดย แสง อณุ หภูมิคาร์บอนไดออกไซด์

บางประการ ใช้ปจั จยั บางประการ อุณหภูมิ ธาตุอาหาร ออกซิเจน

ผู้เรียนทาอะไร และศตั รูพืช

สัง เ กต ตั้ ง ค า ถ า ม ค้น ค ว้ า ส่วนปัจจยั ภายในท่มี ผี ลตอ่ การ

รวบรวม ออกแบบการทดลอง เ จ ริ ญ เ ติ บ โ ต ข อ ง พื ช ไ ด้ แ ก่

วิเคราะห์ ลงความเห็น สรุป และ ฮอร์โมนพืช ซ่ึงพืชสังเคราะห์ขึ้น

อธิบายเกี่ยวกับปัจจัยท่ีเกี่ยวข้องกับ เพือ่ ควบคุมการเจริญเติบโตในแต่

กา รเ จ ริญ เติ บ โ ต ข อ ง พืช ก า ร ละช่วงชีวติ

ออกแบบการทดลองเกี่ยวกับการ

เจริญเติบโตของพืช

กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนประชามงคล จังหวัดกาญจนบรุ ี

เอกสารวิเคราะห์หลกั สูตร รหัสวิชา ว31107 วชิ าวทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ 28
ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2564

ชื่อหนว่ ยการ มาตรฐานการเรียนรู/้ ผู้เรยี นรูอ้ ะไร/ทาอะไรได้ ความคิดหลกั สาระสาคญั /

เรยี นรู้ ตัวชี้วัด ความคิดรวบยอด

การดารงชีวติ มาตรฐาน ว 1.2

ของพืช ม.4/11 สบื คน้ เกย่ี วกับ ผู้เรยี นร้อู ะไร สา รค ว บคุ มก า ร ส่วนปจั จยั ภายในที่มีผลต่อการ

สารควบคุมการ 1. สารควบคุมการเจริญเติบโตที่ เจริญเติบโตที่พืชสร้าง เ จ ริ ญ เ ติ บ โ ต ข อ ง พื ช ไ ด้ แ ก่

เจริญเตบิ โตของพชื ที่ พืชสร้างขน้ึ (ฮอร์โมนพชื ) ขึ้น (ฮอร์โมนพืช)สาร ฮอร์โมนพืช ซ่ึงพืชสังเคราะห์ขึ้น

มนษุ ยส์ งั เคราะห์ขึน้ และ 2. สารควบคุมการเจริญเติบโต ควบคุมการเจริญเติบ เพ่อื ควบคมุ การเจริญเติบโตในแต่

ยกตวั อย่างการนามา ของพชื ทมี่ นุษย์สงั เคราะห์ขึน้ โ ต ข อ ง พื ช ที่ ม นุ ษ ย์ ละช่วงชีวิต มนุษย์เราสามารถ

ประยกุ ตใ์ ชท้ างดา้ น 3. การนามา สารค วบคุมกา ร สงั เคราะห์ขึน้ และการ สัง เ ค ร า ะ ห์ส า รค ว บ คุม ก า ร

การเกษตรของพืช เจริญเตบิ โตที่มนุษยส์ ังเคราะห์ นามาสารควบคุมการ เจริญเติบโ ต ของ พืชโ ดย กา ร

ขึ้นมาประยุกต์ใช้ทางด้าน เจริญเติบโตท่ีมนุษย์ เ ลี ย น แ บ บ ฮ อ ร์ โ ม น พื ช

การเกษตร สั ง เ ค ร า ะ ห์ ข้ึ น ม า เ พื่ อ น า ม า ใ ช้ ค ว บ คุ ม ก า ร

ผู้เรียนทาอะไร ประยกุ ต์ใช้ทางดา้ น เจริญเตบิ โต และเพ่ิมผลผลิตของ
พื ช ก า ร ต อ บ ส น อ ง ข อ ง ภ า ค
สังเกต ตั้งคาถาม ค้นคว้า การเกษตร การเกษตร

รวบรวม จัดกระทา วิเคราะห์ ลง

ความเหน็ ยกตัวอย่าง เก่ียวกับ สาร

ควบคุมการเจรญิ เติบโตที่พชื สรา้ งขนึ้

( ฮ อร์โ มนพืช) สา รค ว บคุมกา ร

เ จ ริ ญ เ ติ บ โ ต ข อ ง พื ช ท่ี ม นุ ษ ย์

สังเคราะห์ขึ้น และการนามาสาร

ค ว บ คุ ม ก า ร เ จ ริ ญ เ ติ บ โ ต ที่ ม นุ ษ ย์

สังเคราะหข์ ้นึ มาประยกุ ตใ์ ช้ทางด้าน

การเกษตร

ม.4/12 สงั เกตและอธิบาย ผเู้ รียนร้อู ะไร การตอบสนองที่ สิ่งเร้า คือ ส่ิงที่ส่งผลหรือมี

การตอบสนองต่อส่งิ เรา้ 1. สิง่ เรา้ ภายในของพชื มีทิศทางสัมพันธ์ กับ อิทธิผลต่อการตอบสนองของพืช
ของพชื ในรปู แบบตา่ ง ๆ
ท่มี ผี ลตอ่ การดารงชวี ติ 2. สิงเรา้ ภายนอก ทิศทางของสิ่งเร้าการ ซง่ึ สามารถแบง่ ออกได้ 2 กลุ่ม คือ
3. ตอบสนองท่ีมีทิศทาง ส่ิงเร้าจากภายนอก และ สิ่งเร้า
กา รตอบสนองท่ีมีทิศ ท า ง ไม่สัมพันธ์กับทิศทาง จากภายใน ส่งิ เรา้ จากภายใน เช่น
สมั พนั ธ์ กับทิศทางของส่ิงเร้า ของสิ่งเร้า และส่ิงเร้า ฮอร์โมน และพันธุกรรม โดย
4. การตอบสนองที่มีทิศทางไม่ ภายในของพืช สิ่งเร้า ฮอร์โมนพืชเป็นสารควบคุมการ

สมั พนั ธ์กับทศิ ทางของส่งิ เร้า ภายนอก เจริญเติบโตของพืช ตัวอย่างเช่น

ผเู้ รียนทาอะไร ออกซิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนชนิดหน่ึง

สังเกต ต้ังคาถาม ค้นคว้า ผ ลิ ต อ ยู่ บ ริ เ ว ณ ป ล า ย ร า ก แ ล ะ

รวบรวม จัดกระทา วิเคราะห์ ลง ป ล า ย ย อ ด จ ะ ก ร ะ ตุ้ น ก า ร

คว า มเห็น แ ละ บอกค ว า มต่า ง เจริญเติบโตของยอดพืช และ

เกี่ยวกับ การตอบสนองท่ีมีทิศทาง กระตุน้ การเกิดรากพิเศษ ออกซิน

สัมพันธ์ กับทิศทางของสิ่งเร้าการ จะถูกกระตุ้นจากส่ิงเร้าภายนอก

ตอบสนองที่มีทิศทางไม่สัมพันธ์กับ อีกทีหน่ึงคือแสงและแรงดึงดูด

ทศิ ทางของสิ่งเร้า และส่ิงเร้าภายใน ของโลก การตอบต่อสนองแบบมี

ของพชื สิง่ เรา้ ภายนอก ทิศทางเช่น การเบนเนื่องจาก

สารเคมี การเบนเน่ืองจากความ

โน้มถ่วง และการตอบสนองแบบ

ไม่มีทศิ ทาง

กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนประชามงคล จงั หวัดกาญจนบุรี

เอกสารวเิ คราะห์หลักสูตร รหสั วิชา ว31107 วชิ าวิทยาศาสตร์ชีวภาพ 29
ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2564

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 2 การดารงชีวติ ของพชื

สาระท่ี 1 วิทยาศาสตรช์ ีวภาพ

มาตรฐานการเรยี นรู้

มาตรฐาน ว 1.2 เขา้ ใจสมบัตขิ องส่งิ มีชวี ิต หน่วยพื้นฐานของส่ิงมีชีวติ การลาเลียงสารเข้า และออก

จาเซลล์ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทางานสัมพันธ์กัน

ความสัมพนั ธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ ของอวัยวะต่างๆ ของพืชที่ทางานสัมพันธ์กัน รวมท้ังนาความรู้ไปใช้

ประโยชน์

มาตรฐาน/ผล สาระสาคญั / สาระการเรยี นรู้ นาไปสู่ ชิ้นงาน/ แนวการจดั

การเรียนรู้ ความคดิ รวบยอด สมรรถนะสาคญั คณุ ลกั ษณะอัน ภาระงาน กิจกรรมการ

ของผ้เู รียน พึงประสงค์ เรยี น

มาตรฐาน พืชสร้างน้าตาลจาก 1. กระบวนการ ตัวชีว้ ัดที่ 1 1. มวี ินยั -1.การบนั ทกึ 1. อธิบายกลไล

ว 1.2 การสงั เคราะห์ด้วยแสงโดย สังเคราะหด์ ้วย ความสามารถใน 2. ใฝเ่ รยี นรู้ ลงสมุด กระบวนการ

ตัวชวี้ ดั น้ า ต า ล ที่ ส ร้ า ง ข้ึ น ถู ก แสง การสื่อสาร 3. มุ่งมั่นในการ ใบงาน และ สังเคราะหด์ ้วย

ม.4/8 ทดสอบ นาไปใชใ้ นการหายใจระดับ 2. ชนิดของสารท่ี ตวั ชวี้ ัดท่ี 2 ทางาน ใบกจิ กรรม แสง
และบอกชนิด เ ซ ล ล์ เ พื่ อ ใ ห้ ไ ด้ พ ลั ง ง า น พชื สงั เคราะห์ทัง้ ความสามารถใน 2. ใบ 2. บอกชนิด
ของสารทพ่ี ชื สาหรบั ใชใ้ นกจิ กรรมต่าง ๆ สารปฐมภมู ิ และ การคดิ กิจกรรมกลมุ่ ของสารท่พี ชื
สงั เคราะห์ได้ แ ล ะ เ ป็ น แ ห ล่ ง ค า ร์ บ อ น สารทตุ ิยภมู ิ 3. แผนผงั สงั เคราะห์ท้งั
ม.4/9 สืบค้น ส า ห รั บ ก ร ะ บ ว น ก า ร 3. การนาสาร ตวั ชี้วดั ที่ 3 ความคดิ สารปฐมภมู ิ
ข้อมลู อภิปราย สังเคราะห์ สารอินทรีย์และ ปฐมภูมิ และสาร ความสามารถใน (mind และสารทุตยิ
และยกตวั อย่าง การเจริญเติบโตสารอินทรยี ์ ทตุ ยิ ภมู ิไปใช้ การใช้ทกั ษะชีวติ mapping) ภมู ิ
เก่ยี วกับการใช้ ท่ีพืชสร้างข้ึนมีท้ังท่ีจาเป็น ประโยชน์ 4. แบบ 3. ยกตวั อยา่ ง

ประโยชนจ์ าก ต่อการเจริญเติบโตของพืช 4.ปจั จยั ทเ่ี กีย่ ว ทดสอบใน การนาสารปฐม

สารบางชนิดท่ี โดยตรงซึ่งพบได้ในพืชทุก ข้องกบั การ Google ภูมิ และสาร

พืชสังเคราะหไ์ ด้ ชนิด เช่น คาร์โบไฮเดรต เจริญเติบโตของ form ทุติยภมู ไิ ปใช้
ม.4/10 โปรตีน ลิพิดกรดนิวคลิอิก พชื 5. กิจกรรม ประโยชน์

ออกแบบการ ก ร ด อ ะ มิ โ น วิ ต า มิ น 5. การออกแบบ การเรยี นรูใ้ น 4.อธบิ ายและ
ทดลอง ทดลอง คลอโรฟิลล์ ฮอร์โมนพืช การทดลอง แอปพลเิ คช่ัน นาเสนอปัจจัย
และอธบิ าย และสารอินทรีย์ท่ีไม่จาเป็น เกยี่ วกับการ Nearpod ที่เกย่ี วขอ้ ง
เกีย่ วกับปจั จยั ต่อกาเจริญเติบโตของพืช เจริญเติบโตของ 6. แบบ กบั การ
ภายนอก โดยตรง ซง่ึ พบไดใ้ นพืชบาง พืชโดยใช้ปัจจยั รายงานการ เจรญิ เตบิ โต
ที่มผี ลต่อการ ชนดิ เพอ่ื ชว่ ยให้พืชเหล่านี้มี บางประการ ออกแบบการ ของพืช
เจริญเติบ ชีวิตรอดและแพร่กระจาย 6. สารควบคมุ 5. ออกแบบ

โตของพืช พันธุ์ได้โดยปัจจุบันมนุษย์ การเจริญเตบิ โตท่ี ทดลอง เร่อื ง การทดลอง
ม.4/11 สืบคน้ นาสารอนนิ ทรยี ใ์ นกลุ่มนี้ไป พืชสร้างขึ้น การออกแบบ เกย่ี วกบั การ
เก่ยี วกับสาร ใช้ ป ระ โ ย ชน์ ไ ด้อ ย่ า ง (ฮอร์โมนพชื ) ปัจจยั ทีม่ ผี ล เจริญเตบิ โต
ควบคุมการ หลากหลาย เช่นการใช้ 7. สารควบคุม ตอ่ การ ของพชื โดยใช้
เจรญิ เตบิ โตของ ประโยชน์จากยางพาราซ่ึง การเจริญเตบิ โต เจริญเติบโต ปจั จยั บาง
พืชที่มนุษย์ เ ป็ น ส า ร อ อ ก ฤ ท ธ์ิ ท า ง ของพืชท่ีมนษุ ย์ ของพชื ประการ
สังเคราะห์ขึ้น ชีวภาพทใี่ ชเ้ ป็นยาเปน็ ต้น สังเคราะหข์ น้ึ 6. อธบิ ายของ

กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนประชามงคล จงั หวัดกาญจนบุรี

เอกสารวเิ คราะห์หลกั สูตร รหัสวชิ า ว31107 วชิ าวทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ 30
ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564

และยกตวั อยา่ ง การเจริญเติบโตของพืช 8. การนามาสาร สารควบคุมการ
การนามา ถู ก ค ว บ คุ ม ด้ ว ย ปั จ จั ย ควบคุมการ เจริญเตบิ โตท่ี
ประยุกต์ใช้ ภายนอกและปัจจัยภายใน เจริญเติบโตท่ี พืชสร้างข้ึน
ทางดา้ น ปัจจัยภายนอกที่มีผลต่อ มนุษยส์ งั เคราะห์ (ฮอรโ์ มนพืช)
การเกษตรของ การเจริญเติบโต เช่น แสง ขนึ้ มาประยกุ ต์ใช้ 7. ชนดิ ของสาร
พชื ค า ร์ บ อ น ไ ด อ อ ก ไ ซ ด์ ทางดา้ น ควบคุมการ
ม.4/12 สังเกต อุ ณ ห ภู มิ ธ า ตุ อ า ห า ร การเกษตร เจรญิ เตบิ โต
และอธิบายการ ออกซเิ จน และศตั รพู ืช 9. สิง่ เรา้ ภายใน ของพืชทีม่ นษุ ย์
ตอบสนองต่อสงิ่ ของพืช สิงเร้า สังเคราะห์ขน้ึ
เรา้ ของพชื ใน ส่วนปจั จยั ภายในท่ีมีผล ภายนอก 8. การนามา
รปู แบบตา่ ง ๆ ท่ี ต่อการเจริญเติบโตของพืช 10.การตอบสนอง สารควบคมุ การ
มีผลต่อการ ได้แก่ ฮอร์โมนพืช ซึ่งพืช ท่ีมที ิศทาง เจรญิ เตบิ โตท่ี
ดารงชวี ติ สังเคราะห์ขึ้นเพ่ือควบคุม สมั พันธ์ กับ มนุษย์
การเจริญเติบโตในแต่ละ ทิศทางของสิง่ เรา้ สงั เคราะหข์ นึ้
ชว่ งชวี ิต ส่วนปจั จัยภายใน 11.การตอบสนอง ประยกุ ต์ใช้
ท่ีมีผลต่อการเจริญเติบโต ท่ีมที ศิ ทางไม่ 9. อธบิ ายส่งิ
ของพืช ได้แก่ ฮอร์โมนพืช สัมพนั ธ์กบั เรา้ ภายในของ
ซึ่ ง พื ช สั ง เ ค ร า ะ ห์ ขึ้ น เ พ่ื อ ทิศทางของส่ิงเร้า พืช สิงเร้า
ควบคุมการเจริญเติบโตใน ภายนอก
แต่ละช่วงชีวิต มนุษย์เรา 10.อธิบายการ
สามารถสังเคราะห์สารควบ ตอบสนองที่มี
คมุ การเจริญเติบโตของพืช ทิศทางสมั พนั ธ์
โดยการเลียนแบบฮอร์โมน กบั ทศิ ทางของ
พืช เพ่ือนามาใช้ควบคุม ส่งิ เร้า
การเจริญเติบโต และเพิ่ม 11.อธบิ ายการ
ผลผลิตของพชื การตอบ ตอบสนองท่มี ี
สนองของภาคการเกษตร ทิศทางไม่
สัมพันธ์กับ
ส่ิงเร้า แบ่งออกได้ 2 ทศิ ทางของส่ิง
ก ลุ่ ม คื อ สิ่ ง เ ร้ า จ า ก เร้า
ภายนอก และ สิ่งเร้าจาก
ภายใน ส่ิงเร้าจากภายใน
เ ช่ น ฮ อ ร์ โ ม น แ ล ะ
พนั ธุกรรม โดยฮอร์โมนพืช
เปน็ สารควบคมุ การเจริญ
เติบโตของพชื ตัวอย่างเช่น
ออกซิน ซ่ึงเป็นฮอร์โมน
ช นิ ด ห น่ึ ง ผ ลิ ต อ ยู่ บ ริ เ ว ณ
ปลายรากและปลายยอด
จะกระตุ้นการเจริญเติบโต
ของยอดพืช และกระตุ้น
การเกิดรากพเิ ศษ อีกทีหน่ึง
คือแสงและแรงดึงดูดของ
โลก การตอบต่อสนองแบบ
มีทศิ ทาง

กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นประชามงคล จงั หวัดกาญจนบรุ ี

เอกสารวิเคราะห์หลกั สูตร รหสั วิชา ว31107 วชิ าวิทยาศาสตรช์ ีวภาพ 31
ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2564

หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2 เรอ่ื ง การดารงชีวติ ของพืช

1. ชื่อหนว่ ยการเรยี นรู้ เรื่อง การดารงชวี ิตของพืช ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 4 จานวน 6 ช่วั โมง
2. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ช้ีวดั

สาระท่ี 1 วทิ ยาศาสตรช์ ีวภาพ
มาตรฐาน ว 1.2 เขา้ ใจสมบัติของสงิ่ มีชวี ิต หน่วยพ้นื ฐานของส่ิงมีชีวติ การลาเลียงสารเข้า และออก

จากเซลลค์ วามสัมพันธ์ของโครงสรา้ ง และหนา้ ท่ขี องระบบตา่ ง ๆ ของสัตว์และมนษุ ย์ที่ทางานสัมพันธ์กัน
ความสัมพนั ธ์ของโครงสร้าง และหนา้ ท่ี ของอวยั วะตา่ งๆ ของพืชทีท่ างานสัมพันธก์ ัน รวมทั้งนาความรู้ไป
ใชป้ ระโยชน์

ตัวชวี้ ดั
ม.4/8 ทดสอบ และบอกชนดิ ของสารท่พี ืชสงั เคราะห์ได้
ม.4/9 สบื คน้ ขอ้ มลู อภิปราย และยกตัวอยา่ งเกย่ี วกบั การใชป้ ระโยชน์จากสารบางชนิดท่ีพชื สังเคราะหไ์ ด้
ม.4/10 ออกแบบการทดลอง ทดลอง และอธบิ ายเกยี่ วกับปัจจยั ภายนอกทมี่ ีผลต่อการเจรญิ เตบิ โตของพชื
ม.4/11 สบื ค้นเก่ียวกบั สารควบคุมการเจริญเตบิ โตของพชื ท่ีมนษุ ยส์ งั เคราะห์ขน้ึ และยกตวั อยา่ งการ
นามาประยกุ ต์ใชท้ างดา้ นการเกษตรของพืช
ม.4/12 สังเกตและอธิบายการตอบสนองต่อส่ิงเร้าของพชื ในรปู แบบต่าง ๆ ท่ีมีผลต่อการดารงชีวติ

3. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
พืชสร้างน้าตาลจากการสงั เคราะห์ด้วยแสงโดยน้าตาลที่สร้างขึ้นถูกนาไปใช้ในการหายใจ

ระดบั เซลล์เพ่อื ให้ไดพ้ ลงั งานสาหรบั ใช้ในกจิ กรรมต่าง ๆ และเปน็ แหลง่ คารบ์ อนสาหรบั กระบวนการ
สังเคราะห์ สารอนิ ทรยี แ์ ละการเจรญิ เติบโตสารอนิ ทรีย์ที่พชื สรา้ งขนึ้ มที ง้ั ท่ีจาเปน็ ต่อการเจริญเติบโต
ของพืชโดยตรงซึ่งพบได้ในพืชทุกชนิด เช่น คาร์โบไฮเดรตโปรตีน ลิพิดกรดนิวคลิอิก กรดอะมิโน
วติ ามิน คลอโรฟลิ ล์ ฮอร์โมนพืชและสารอนิ ทรยี ์ที่ไม่จาเปน็ ต่อกาเจรญิ เตบิ โตของพชื โดยตรง ซึ่งพบได้
ในพชื บางชนิดเพือ่ ชว่ ยให้พชื เหล่านี้มีชีวิตรอดและแพร่กระจายพันธุ์ได้โดยปัจจุบันมนุษย์นาสารอนิ
นทรยี ์ในกล่มุ นไ้ี ปใช้ประโยชน์ ไดอ้ ย่างหลากหลาย เช่นการใชป้ ระโยชน์จากยางพาราซ่ึงเป็นสารออก
ฤทธิท์ างชวี ภาพทใี่ ช้เปน็ ยาเปน็ ตน้ การเจรญิ เตบิ โตของพืช ถูกควบคมุ ด้วยปจั จัยภายนอกและปัจจัย
ภายใน ปจั จัยภายนอกทมี่ ผี ลตอ่ การเจรญิ เตบิ โต เช่น แสง คารบ์ อนไดออกไซด์ อุณหภูมิ ธาตุอาหาร
ออกซเิ จน และศตั รูพืช ส่วนปจั จยั ภายในที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืช ได้แก่ ฮอร์โมนพืช ซึ่ง
พืชสังเคราะห์ขึ้นเพื่อควบคุมการเจริญเติบโตในแต่ละช่วงชีวิต ส่วนปัจจัยภายในที่มีผลต่อการ
เจรญิ เตบิ โตของพืช ได้แก่ ฮอร์โมนพชื ซ่งึ พืชสังเคราะห์ขึ้นเพื่อควบคุมการเจริญเติบโตในแต่ละช่วง
ชีวิต มนษุ ย์เราสามารถสงั เคราะห์สารควบคุมการเจริญเติบโตของพืชโดยการเลียนแบบฮอร์โมนพืช
เพ่อื นามาใช้ควบคุมการเจรญิ เติบโต และเพม่ิ ผลผลิตของพชื การตอบสนองของภาคการเกษตร สิง่ เร้า
แบง่ ออกได้ 2 กลมุ่ คือ สิ่งเร้าจากภายนอก และ สิ่งเร้าจากภายใน สิ่งเร้าจากภายใน เช่น ฮอร์โมน
และพนั ธุกรรม โดยฮอร์โมนพชื เป็นสารควบคมุ การเจริญเติบโตของพืช ตัวอย่างเช่น ออกซิน ซ่ึงเป็น

กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรยี นประชามงคล จังหวัดกาญจนบรุ ี

เอกสารวเิ คราะห์หลกั สตู ร รหสั วิชา ว31107 วชิ าวิทยาศาสตรช์ ีวภาพ 32
ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564

ฮอรโ์ มนชนิดหนึ่งผลิตอย่บู รเิ วณปลายรากและปลายยอด จะกระตุน้ การเจรญิ เติบโตของยอดพืช และ
กระตุ้นการเกดิ รากพเิ ศษ อีกทหี น่ึงคือแสงและแรงดึงดดู ของโลก การตอบต่อสนองแบบมีทิศทางเช่น
และการตอบสนองแบบไม่มที ศิ ทาง เช่น การบานกลางวนั
4. สาระการเรียนรู้
4.1. กระบวนการสงั เคราะหด์ ้วยแสง
4.2. ชนดิ ของสารทพี่ ืชสังเคราะห์ทง้ั สารปฐมภมู ิ และสารทตุ ยิ ภูมิ
4.3. การนาสารปฐมภูมิ และสารทุติยภมู ิไปใช้ประโยชน์
4.4.ปัจจยั ทเ่ี กยี่ วข้องกบั การเจรญิ เติบโตของพืช
4.5. การออกแบบการทดลองเก่ียวกับการเจรญิ เตบิ โตของพชื โดยใช้ปัจจัยบางประการ
4.6. สารควบคุมการเจรญิ เตบิ โตทพ่ี ืชสรา้ งขึน้ (ฮอร์โมนพชื )
4.7. สารควบคมุ การเจรญิ เตบิ โตของพชื ทม่ี นษุ ยส์ ังเคราะห์ขน้ึ
4.8. การนามาสารควบคมุ การเจรญิ เตบิ โตทีม่ นุษยส์ งั เคราะหข์ ึน้ มาประยุกต์ใชท้ างด้านการเกษตร
4.9. สงิ่ เรา้ ภายในของพืช สิงเร้าภายนอก
4.10.การตอบสนองท่ีมที ิศทางสัมพนั ธ์ กบั ทศิ ทางของสงิ่ เรา้
4.11.การตอบสนองท่ีมที ศิ ทางไมส่ มั พันธ์กบั ทิศทางของสงิ่ เรา้
5. สมรรถนะหลักของผเู้ รยี น
5.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร(ใช้ภาษาถา่ ยทอดความรู้ ความเขา้ ใจ ความคิด ความรู้สึก และทัศนะ
ของตนเองด้วยการพดู และการเขยี น)
5.2 ความสามารถในการคิด (คดิ สังเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ คิดอยา่ งมวี ิจารณญาณ)
5.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต (การเรียนรู้ด้วยตนเอง นาความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์
จดั การกับปัญหา)
6. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
6.1 มวี นิ ัย
6.2 ใฝเ่ รยี นรู้
6.3 มงุ่ ม่ันในการทางาน
6.4 มีจติ สาธารณะ
7. ชิ้นงาน/ภาระงาน
7.1. การบนั ทกึ ลงสมุด ใบงาน และใบกิจกรรม
7.2. ใบกิจกรรมกลมุ่
7.3. แผนผังความคดิ (mind mapping)
7.4. แบบทดสอบใน Google form
7.5. การทาใบกจิ กรรมในแอปพลิเคชนั่ live worksheets

กลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรียนประชามงคล จงั หวัดกาญจนบรุ ี

เอกสารวิเคราะห์หลกั สตู ร รหัสวิชา ว31107 วชิ าวทิ ยาศาสตรช์ วี ภาพ 33
ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2564

8. การวัดและประเมินผล
8.1 การประเมินชนิ้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)
8.2 การประเมนิ ก่อนเรยี น
8.2.1 นักเรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน
8.3 การประเมินระหวา่ งการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
8.3.1 สังเกตการณ์การปฏิบตั กิ ิจกรรมในหอ้ งเรียนออนไลน์
8.3.2 สังเกตคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
8.3.3 สังเกตสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน
8.4 การประเมนิ หลังเรยี น
8.4.1 ทาแบบทดสอบหลงั เรียน

การวดั และประเมนิ ผลหน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2

รายการวัด วิธีวดั เครือ่ งมือ เกณฑ์การประเมนิ
8.1. การประเมินช้นิ งาน/ - ตรวจผังมโนทศั น์ - แบบประเมินช้ินงาน - ไดร้ ะดบั คณุ ภาพดีขึ้นไป

ภาระงาน (รวบยอด) เรือ่ ง การสังเคราะหด์ ้วย - แบบประเมินช้ินงาน ถือวา่ ผ่านการประเมิน
แสงของพชื
- ตรวจผังมโนทศั น์ - แบบประเมินแบบ - ได้ระดบั คณุ ภาพดีข้ึนไป
เรื่อง ปัจจยั ทมี่ ผี ลต่อ บันทึกกจิ กรรม ถอื ว่าผา่ นการประเมิน
การเจริญเตบิ โตของพืช
- ตรวจแบบบันทึกกจิ กรรม - ไดร้ ะดบั คณุ ภาพดีขึ้นไป
ถือว่าผา่ นการประเมนิ

8.2. การประเมินกอ่ นเรียน - ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น - แบบทดสอบก่อนเรียน - ประเมินตามสภาพจรงิ
- แบบทดสอบก่อน
เรียน หน่วยการ - ตรวจใบกิจกรรม - ใบกิจกรรม - ได้ระดบั คณุ ภาพดีขึน้ ไป
เรียนรู้ท่ี 2 เรอื่ ง การสังเคราะหด์ ว้ ย เรือ่ ง การสังเคราะหด์ ว้ ย ถอื ว่าผา่ นการประเมนิ
แสงและสารอินทรยี ์ในพืช แสงและสารอินทรยี ใ์ นพืช
8.3. ประเมินระหว่างการจัด
กจิ กรรมการเรยี นรู้
1) การสังเคราะห์ด้วย
แสงและสารอินทรียใ์ นพืช

2) ปัจจัยที่มีผลต่อการ - ตรวจใบกจิ กรรม - ใบกจิ กรรม เร่อื งการรักษา - ได้ระดบั คุณภาพดีข้ึนไป

เจรญิ เติบโตของพืช เรื่อง ปจั จยั ท่มี ีผลตอ่ ดุลยภาพของอุณหภูมิ ถือว่าผ่านการประเมิน

การเจริญเตบิ โตของพชื

3) การตอบสนองตอ่ - ตรวจใบกจิ กรรม - ใบกิจกรรม - ได้ระดับคณุ ภาพดีขึ้นไป

กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรียนประชามงคล จังหวดั กาญจนบรุ ี

เอกสารวเิ คราะห์หลกั สตู ร รหัสวิชา ว31107 วชิ าวิทยาศาสตรช์ ีวภาพ 34
ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2564

รายการวัด วธิ วี ดั เคร่อื งมอื เกณฑก์ ารประเมิน
สง่ิ เรา้ ของพชื เรอ่ื ง การเคล่อื นไหวของพชื เร่อื ง การเคลือ่ นไหวของพืช ถือวา่ ผา่ นการประเมิน
4) คุณลักษณะ - มวี ินยั - แบบประเมินคณุ ลักษณะ - ได้ระดับคณุ ภาพดีขึน้ ไป
อนั พงึ ประสงค์ - ใฝ่เรียนรู้ อันพงึ ประสงค์ ถือว่าผ่านการประเมิน
- มุ่งม่นั ในการทางาน
- มจี ติ สาธารณะ

5) สมรรถนะสาคัญของ - ความสามารถในการส่ือสาร - แบบประเมินสมรรถนะ - ไดร้ ะดับคณุ ภาพดขี ึน้ ไป
ผู้เรยี น - ความสามารถในการคดิ
- ความสามารถในการใช้ สาคัญของผู้เรยี น ถอื ว่าผา่ นการประเมิน
ทกั ษะชีวติ

8.4. ประเมนิ หลงั เรียน - แบบทดสอบหลังเรยี น - ไดร้ ะดับคุณภาพดีขน้ึ ไป
1) ทดสอบหลงั เรยี น ถือว่าผ่านการประเมิน
- แบบทดสอบหลังเรียน - ตรวจแบบทดสอบหลงั เรียน
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 2

กล่มุ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรยี นประชามงคล จังหวดั กาญจนบรุ ี

เอกสารวเิ คราะห์หลกั สูตร รหสั วชิ า ว31107 วชิ าวิทยาศาสตร์ชวี ภาพ 35
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564

สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอดของหนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3
เร่อื ง พันธกุ รรมและวิวฒั นาการ รายวิชาพน้ื ฐาน

รหัสวิชา ว31107 วทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 4

ช่อื หน่วยการ มาตรฐานการ ผ้เู รียนรูอ้ ะไร/ทาอะไร ความคดิ หลกั สาระสาคญั /
เรียนรู้
เรยี นร/ู้ ตัวชี้วัด ได้ ความคิดรวบยอด
พันธกุ รรมและ
วิวฒั นาการ มาตรฐาน ว 1.3

ม.4/1 อธิบาย ผเู้ รียนรูอ้ ะไร ก า ร ถ่ า ย ท อ ด ลักษณะทางพันธุกรรม เป็นลักษณะ

ความสมั พันธร์ ะหว่าง 1. การถา่ ยทอดลกั ษณะทาง ลักษณะทางพันธุกรรม ที่สามารถถ่ายทอดจากพ่อแม่ไปสู่ลูก

ยนี การสงั เคราะห์ พันธุกรรม ค า ศั พ ท์ ที่ เ ก่ี ย ว ข้ อ ง และรุ่นต่อ ๆ ไปได้ ซึ่งการถ่ายทอด

โปรตีน และสาร 2. คาศพั ทท์ ี่เก่ยี วข้อง โ ค ร ง ส ร้ า ง ข อ ง ส า ร ลักษณะทางพันธุกรรม มีรูปแบบที่

พันธกุ รรม 3. โ ค รง ส ร้า ง ข อ ง ส า ร พันธุกรรม ความสัมพันธ์ หลากหลายบางกรณี อาจมีรูปแบบที่

ม.4/2 อธิบายหลักการ พันธุกรรม ระหวา่ งยีนการสงั เคราะห์ แ ต กต่า ง จา กรณีที่เมนเด ลศึกษ า

ถ่ายทอดลักษณะทาง 4. ความสมั พันธ์ระหว่างยีน โปรตีนและสารพันธุกรรม เนื่องจากมีจานวนรูปแบบแอลลีลของ

พันธกุ รรมท่ถี กู ควบคมุ การสังเคราะห์โปรตีน และ ถ่าย ทอดลักษ ณะ ทา ง ยีนทแ่ี ตกต่างกนั ไป หรือเป็นยีนที่อยู่บน

โดยยีนท่อี ยู่บน สารพันธกุ รรม พันธุกรรมที่ถูกควบคุม โครโมโซมเพศ เป็นตน้

โครโมโซมเพศและมตั ติ 5. ถ่ายทอดลักษณะทาง โดยยนี ที่อย่บู นโครโมโซม การถา่ ยทอดลักษณะทางพันธุกรรม

เปิล-แอลลีล พันธุกรรมท่ีถูกควบคุมโดย เพศและมัตตเิ ปิล-แอลลลี เกิดผ่านยีน ซ่ึงเป็นช่วงของ DNA ท่ีอยู่

ยีนที่อยู่บนโครโมโซมเพศ บนโครโมโซม โดยจะมีลาดับนิวคลีโอ

และมัตตเิ ปิล-แอลลลี ไทด์ของยีนจะเป็นตัวกาหนดลักษณะ

ผเู้ รยี นทาอะไร ของโปรตีน
สังเกต ตั้งค าถา ม ยี น เ ป็ น ส่ ว น ห น่ึ ง ข อ ง โ ค ร โ ม โ ซ ม

ค้นคว้า รวบรวม จัด โครโมโซมหน่ึงๆมียีนควบคุมลักษณะ
ก ร ะ ท า วิ เ ค ร า ะ ห์ ล ง ต่างๆเป็นพันๆลักษณะต่างๆเป็นพัน
ความเหน็ สรปุ และอธิบาย ลักษณะ ภายในยีนพบว่ามีสารเคมีท่ี
เ ก่ี ย ว กั บ ก า ร ถ่ า ย ท อ ด สาคัญชนิดหนึ่ง คือ DNA หรือเรียกว่า
ลักษ ณะ ท า ง พันธุกรร ม สารพันธุกรรม ซ่ึงเป็นโ ครงสร้า ง
ค า ศั พ ท์ ท่ี เ ก่ี ย ว ข้ อ ง ประกอบด้วยสายยาว 2 เส้น พันกัน
โ ค ร ง ส ร้ า ง ข อ ง ส า ร เปน็ เกลียวคู่แบบบันไดเวียน ทาหน้าท่ี
พันธุกรรม ความสัมพันธ์ กาหนดกจิ กรรมต่างๆภายในเซลล์ โดย
ระหว่างยีน การสังเคราะห์ ควบคมุ การสงั เคราะหโ์ ปรตีนชนิดต่างๆ
โปรตีน และ สารพันธุกรรม เช่น เอนไซม์ เฮโมโกลบินในเม็ดเลือด
ถ่ า ย ท อ ด ลั ก ษ ณ ะ ท า ง แดง ฮอรโ์ มนบางชนดิ เปน็ ตน้
พันธุกรรมที่ถูกควบคุมโดย
ยีนที่อยู่บนโครโมโซมเพศ DNA เป็นองค์ประกอบสาคัญของ
และมัตตเิ ปลิ -แอลลลี โครโมโซมที่พบในส่ิงมีชีวิตทุกชนิด ไม่
ว่าจะเป็นพืช สัตว์ คน หรืองสิ่งมีชีวิต
เซลลเ์ ดยี ว เชน่ แบคทเี รยี

กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนประชามงคล จังหวดั กาญจนบรุ ี

เอกสารวิเคราะห์หลักสูตร รหัสวชิ า ว31107 วชิ าวิทยาศาสตรช์ ีวภาพ 36
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2564

ชื่อหนว่ ยการ มาตรฐานการ ผเู้ รยี นร้อู ะไร/ทาอะไร ความคดิ หลกั สาระสาคญั /
เรียนรู้
เรียนรู้/ตัวชวี้ ัด ได้ ความคดิ รวบยอด
พันธุกรรมและ
วิวัฒนาการ มาตรฐาน ว 1.3

ม.4/3 อธบิ ายผลท่เี กิด ผเู้ รียนรอู้ ะไร การเขียนลาดับนิวคลี DNA ท่ีอยู่บนโครโมโซม โดยจะมี

จากการเปลย่ี นแปลง 1. การเขยี นลาดบั นิวคลโี อ โอไทด์ กลไกของกา ร ลาดับนิวคลีโอไทด์ คือ คู่เบส A คู่ T

ของลาดับ นวิ คลีโอไทด์ ไทด์ เปลยี่ นแปลงลาดับนิวคลี และ C คู่กับ T โดนยีนจะเป็น

ในดีเอ็นเอตอ่ ลักษณะ 2. กลไกของการ โอไทด์ผลท่ีเกิดจากการ ตั ว ก า ห น ด ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง โ ป ร ตี น

ของส่ิงมชี วี ติ เปลย่ี นแปลงลาดับนวิ คลโี อ เปลี่ยนแปลงของลาดับนิ แอลลีลรูปแบบต่างกันจะ มีลาดับ

ไทด์ วคลีโอไทด์ในดีเอ็นเอต่อ นวิ คลโี อไทด์ต่างกันทาให้ได้โปรตีนที่มี

3. ผลท่ีเกดิ จากการเปลีย่ น ลักษณะของสิง่ มชี วี ิต สมบัติต่างกัน การเปล่ียนแปลงของ

แปลงของลาดับนิวคลีโอ ลาดับนวิ คลีโอไทดจ์ ัดเป็น

ไทด์ในดีเอน็ เอต่อลกั ษณะ มิวเทชันซ่ึงอาจเกิดในระดับยีนหรือใน

ของสิ่งมีชวี ติ ระดับโครโมโซม อย่างไรมิวเทช่ันใน

ผูเ้ รยี นทาอะไร สัตว์ทาให้เกิดลักษณะที่ไม่ดี เช่น เป็น
สังเกต ต้ังค าถา ม หมัน แท้งก่อนกาหนด มิวเทชันในคน
ส่วนใหญ่จะเป็นผลเสียมากกว่า เช่น
ค้นคว้า รวบรวม จัด การเกิดโรคและความผิดปกติต่างๆ
ก ร ะ ท า วิ เ ค ร า ะ ห์ ล ง มากมาย เช่น ดาวซินโดรม โรคมะเร็ง
ความเหน็ สรุป และอธิบาย ตา่ งๆ
เก่ียวกับการเขียนลาดับนิ

วคลีโอไทด์กลไกของการ

เปล่ยี นแปลงลาดับนิวคลีโอ

ไ ท ด์ ผ ล ที่ เ กิ ด จ า ก ก า ร

เปลี่ยนแปลงของลาดับนิ

วคลีโอไทด์ในดีเอ็นเอต่อ

ลกั ษณะของสิง่ มชี ีวิต

ม. 4/4 สิบคน้ ข้อมลู ผเู้ รียนรอู้ ะไร ตัวอย่างการนามิวเท ในสัตว์การเกิดมิวเทช่ันจะเกิด

และยกตัวอยา่ งการนา 1. ตวั อยา่ งการนามิวเทชนั ชันไปใช้ประโยชน์ วิธีการ ผลเสยี มากกวา่ ขอ้ ดีดังน้ันจึงไมค่ ่อยนยิ ม

มวิ เทชันไปใช้ประโยชน์ ไปใชป้ ระโยชน์ ทางเทคโนโลยีดีเอ็นเอ นาการเกิดมิวเทช่ันมาประยุกต์ในสัตว์

ม.4/5 สบื คน้ และ 2. วธิ ีการทางเทคโนโลยีดี และผลของเทคโนโลยี แตจ่ ะนาไปประยุกต์ในพืชแทนโดยการ

อภิปรายผลของ เอน็ เอ ทางดีเอ็นเอที่มีต่อมนุษย์ ทาใหเ้ กดิ ยูพลอยดี คือ การเพ่ิมขึ้นหรือ

เทคโนโลยที างดีเอ็นเอ 3. ผลของเทคโนโลยที างดี และสงิ่ แวดลอ้ ม ลดลงของจานวนโครโมโซมเป็นชุด ทา

ท่มี ตี ่อมนุษย์และ เอน็ เอทม่ี ีต่อมนุษยแ์ ละ ให้ มี จ า น ว น โ ค รโ ม โ ซม เป็ น แ บบ พอ ลิ

สิง่ แวดล้อม สงิ่ แวดลอ้ ม พลอยดี เพ่ือปรับปรุงพันธ์ุให้ได้พืชท่ีไร้

ผ้เู รียนทาอะไร เมล็ดหรือมีสารบางอย่าง ขนาดผลที่
สังเกต ต้ังค าถา ม ใหญ่ขึ้น เช่น กล้วยหอม เชอรี่ องุ่น
แตงโม
ค้นคว้า รวบรวม จัด
ก ร ะ ท า วิ เ ค ร า ะ ห์ ล ง เ ท ค โ น โ ล ยี ดี เ อ็ น เ อ เ ป็ น
ความเห็น สรปุ และอธิบาย กระบวนการทางชวี วทิ ยาทเ่ี กี่ยวข้องกับ
เก่ียวกับ ตัวอย่างการนา การตดั ต่อยีนจากสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งเข้า
มิ ว เ ท ชั น ไ ป ใ ช้ ป ร ะ โ ย ช น์ กบั ยีนของสิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่ง เพื่อให้
วธิ ีการทางเทคโนโลยีดีเอ็น ไดย้ ีนท่ีมีสมบัติตามท่ีต้องการ เรียกว่า
เอ และผลของเทคโนโลยี ส่ิงมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม หรือ

กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรียนประชามงคล จังหวดั กาญจนบรุ ี

เอกสารวเิ คราะห์หลกั สตู ร รหสั วชิ า ว31107 วชิ าวิทยาศาสตร์ชีวภาพ 37
ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564

ทางดีเอ็นเอที่มีต่อมนุษย์ GMOs และมีการนาความรู้ไปใช้ในด้าน

และสิ่งแวดล้อม ต่างๆ เช่น การแพทย์ การเกษตร

อาหาร อตุ สาหกรรม

ชื่อหนว่ ยการ มาตรฐานการ ผเู้ รียนรู้อะไร/ทาอะไร ความคดิ หลัก สาระสาคญั /
เรียนรู้
เรียนรู้/ตัวชี้วดั ได้ ความคดิ รวบยอด
พันธุกรรมและ
วิวฒั นาการ มาตรฐาน ว 1.3

ม.4/6 สบื ค้นและ ผู้เรียนรู้อะไร ความหลากหลายทาง ความหลากหลายทางชีวภาพ

อธบิ ายความ 1. ความหลากหลายทาง ชีวภาพ หลกั การและ หมายถึง การมีส่ิงมีชีวิตนานาชนิด

หลากหลายของมนษุ ย์ ชวี ภาพ ทฤษธีการคัดเลือกโดย นานาพันธใ์ุ นระบบนเิ วศอันเป็นแหล่งท่ี

ซงึ่ เปน็ ผลมาจาก 2. ทฤษฎีการคัดเลอื กโดย ธรรมชาตขิ องชาร์ลดาวิน อยอู่ าศยั ซง่ึ มีมากมายและแตกต่างกัน

ววิ ัฒนาการ ธรรมชาติของชารล์ ดาวนิ การศึกษาหลักฐานทาง ท่ัวโลก หรือง่ายๆ คอื การที่มีชนิดพันธ์ุ

3. หลกั ฐานทางววิ ัฒนาการ ววิ ัฒนาการ เช่น รยางค์คู่ (species) สายพันธ์ุ (genetic) และ

ผู้เรียนทาอะไร หน้าของสัตว์มีกระดูกสัน ระบบนิเวศ (ecosystem)ท่ีแตกต่าง

หลั ง พัฒ น า กา ร ข อ ง หลากหลายบนโลก
สังเกต ตั้งค าถา ม เอ็มบริโอ รวมท้ังอาศัย การคัดเลือกโดยธรรมชาติถือเป็น
ค้นคว้า รวบรวม จัด ข้อมูลทางระบบวิทยา กลไกพ้ืนฐานของการเกิดวิวัฒนาการ
ก ร ะ ท า วิ เ ค ร า ะ ห์ ล ง เช่นสายใบบรรพบรุ ษุ ร่วมกับกลไกอื่นๆ การคัดเลือกโดย
ความเหน็ สรปุ และอธิบาย
ธรรมชาติทาให้ประชากรท่ีมีลักษณะ
เก่ียวกับความหลากหลาย
เหมาะสมกับส่ิง แวดล้อมสามารถ
ทางชีวภาพการคดั เลือกโดย
ดารงชวี ติ และแพร่พันธ์ุประชากรในรุ่น
ธรรมชาติและ.หลกั ฐานทาง
ต่อไปได้ แต่สาหรับประชากรที่ไม่
ววิ ฒั นาการ
เหมาะสมกับสิ่งแวดล้อมน้ันก็จะถูกคัด

ท้งิ และลดจานวนลงไป ทาให้ส่ิงมีชีวิตที่

ถูกคัดเลือกให้เหลืออยู่เกิดวิวัฒนาการ

โดยปรับเปล่ียน (adaptation) ให้มี

ลักษณะทางสรีระ พฤติกรรมและ

รูปแบบการดารงชีวิตที่กลมกลืนกับ

สภาพแวดล้อมที่ประชากรน้ันอาศัยอยู่

โดยการศกึ ษาการคัดเลอื กโดยธรรมชาติ

เป็นการศึกษาตามทฤษฏีของชาร์ลดา

วนิ นกั ธรรมชาตวิ ทิ ยารวมท้ังศึกษาจาก

หลักฐานทางวิวัฒนาการ เช่น รยางค์คู่

ห น้ า ข อ ง สั ต ว์ มี ก ร ะ ดู ก สั น ห ลั ง

พัฒนาการของเอ็มบริโอ รวมทั้งอาศัย

ข้อมูลทางระบบวิทยา เช่นสายใย

บรรพบุรษุ

กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นประชามงคล จงั หวัดกาญจนบุรี

เอกสารวิเคราะห์หลกั สูตร รหสั วชิ า ว31107 วชิ าวิทยาศาสตรช์ วี ภาพ 38
ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 3 พนั ธกุ รรมและวิวฒั นาการ

สาระที่ 1 วิทยาศาสตรช์ วี ภาพ

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความสาคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมสาร
พันธกุ รรม การเปลี่ยนแปลงทางพนั ธุกรรมทีม่ ผี ลตอ่ สง่ิ มีชีวิต ความหลากหลายทางชวี ภาพและวิวฒั นาการของ
สิง่ มชี วี ติ รวมทัง้ นาความรู้ไปใช้ประโยชน์

มาตรฐาน/ สาระสาคญั / สาระการเรียนรู้ นาไปสู่ ชิ้นงาน/ แนวการจดั
ตัวช้วี ดั ความคดิ รวบยอด ภาระงาน กิจกรรมการ
สมรรถนะสาคญั คุณลกั ษณะ
เรียน
ของผู้เรยี น อนั พึง

ประสงค์

มาตรฐาน ลักษณะทางพันธกุ รรม 1. การถา่ ยทอด ตัวชี้วัดท่ี 1 1. มีวินัย -1.การบนั ทกึ 1. อธิบายการ
ว 1.3 เ ป็ น ลั ก ษ ณ ะ ที่ ส า ม า ร ถ ลกั ษณะทาง ความสามารถใน 2. ใฝ่เรียนรู้ ลงสมดุ ถ่ายทอด
ตวั ช้ีวดั ถ่ายทอดจากพ่อแม่ไปสู่ พันธกุ รรม การสอ่ื สาร 3. มุ่งมนั่ ใน ใบงาน และ ลกั ษณะทาง
ม.4/1 อธบิ าย ลกู และรุ่นต่อ ๆ ไปได้ ซ่ึง 2. คาศัพทท์ ี่ การทางาน ใบกจิ กรรม พนั ธุกรรม
ความสมั พนั ธ์ การถา่ ยทอดลักษณะทาง เก่ยี วขอ้ ง ตวั ช้วี ดั ท่ี 2 2. ใบกิจกรรม 2. บอกคาศัพท์
ระหว่างยนี การ พันธุกรรม มีรูปแบบที่ 3. โครงสร้างของ ความสามารถใน กลมุ่ ท่เี ก่ยี วขอ้ ง
สังเคราะห์ หลากหลายบางกรณี อาจ สารพนั ธุกรรม การคดิ 3. แผนผัง 3. อธบิ าย
โปรตนี และสาร มี รู ป แ บ บ ที่ แ ต ก ต่ า ง จ า 4. ความสมั พนั ธ์ ความคดิ โครงสรา้ งของ
พันธุกรรม กร ณี ที่ เ ม นเ ด ล ศึ ก ษ า ระหวา่ งยีน ตวั ชวี้ ัดท่ี 3 (mind สารพันธกุ รรม
ม.4/2 อธบิ าย เน่อื งจากมีจานวนรูปแบบ การสงั เคราะห์ ความสามารถใน mapping) 4. อธบิ าย
หลักการ แอลลีลของยีนท่ีแตกต่าง โปรตีน และ การใชท้ กั ษะชีวิต 4. แบบ ความสัมพนั ธ์
ถา่ ยทอด กันไป หรอื เป็นยีนทอี่ ยู่บน สารพนั ธุกรรม ทดสอบใน ระหวา่ งยีน
ลกั ษณะทาง โครโมโซมเพศ เปน็ ตน้ 5. ถ่ายทอด Google การสงั เคราะห์
พนั ธกุ รรมทถ่ี กู ลักษณะทาง form โปรตนี และ
ควบคุมโดยยีนท่ี การถ่ายทอดลักษณะ พนั ธกุ รรมท่ีถูก 5. การทา สารพันธุกรรม
อยู่บนโครโมโซม ทางพันธุกรรม เกิดผ่าน ควบคมุ โดยยนี ทอ่ี ยู่ 5. อธบิ าย
เพศและมัตติ ยีน ซ่ึงเป็นช่วงของ DNA บนโครโมโซมเพศ แบบฝกึ หัดใน ถ่ายทอด
เปลิ -แอลลลี ท่ีอยู่บนโครโมโซม โดยจะ และมัตตเิ ปิล-แอล ลกั ษณะทาง
ม.4/3 อธบิ าย มีลาดับนิวคลีโอไทด์ของ ลลี แอปพลเิ คช่ัน พันธกุ รรมทถี่ ูก
ผลท่เี กดิ จากการ ยีน จ ะ เป็ น ตั ว ก า ห น ด 6. การเขยี นลาดับ ควบคมุ โดยยีนท่ี
เปลี่ยนแปลง ลกั ษณะของโปรตีน นวิ คลโี อไทด์ livework อยบู่ นโครโมโซม
ของลาดบั นิวคลี 7. กลไกของการ เพศและมัตติ
โอไทด์ในดีเอน็ ยีนเป็นส่วนหนึ่งของ เปลี่ยนแปลงลาดับ sheets เปิล-แอลลลี
เอต่อลกั ษณะ โครโมโซม โครโมโซม นวิ คลีโอไทด์ 6. เขยี นลาดบั
ของสิ่งมชี ีวติ ห น่ึ ง ๆ มี ยี น ค ว บ คุ ม 8. ผลทเี่ กิดจากการ นิวคลโี อไทด์
ม.4/4 สบื ค้น ลั ก ษ ณ ะ ต่ า ง ๆ เ ป็ น พั น ๆ เปลีย่ น 7. อธิบายกลไก
ข้อมูลและ ลักษ ณะ ต่า ง ๆเป็นพั น แปลงของลาดบั ของการเปล่ียน
ยกตัวอยา่ งการ ลักษณะ ภายในยีนพบว่า นิวคลีโอไทดใ์ น แปลงลาดบั
นามวิ เทชนั ไปใช้ มี ส า ร เ ค มี ที่ ส า คั ญ ช นิ ด ดีเอ็นเอต่อลักษณะ นวิ คลโี อไทด์
หน่ึง คือ DNA หรือ
เ รี ย ก ว่ า ส า ร พั น ธุ ก ร ร ม

กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนประชามงคล จงั หวัดกาญจนบรุ ี

เอกสารวิเคราะห์หลักสตู ร รหัสวิชา ว31107 วชิ าวิทยาศาสตรช์ วี ภาพ 39
ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564

ประโยชน์ ซึ่งเปน็ โครงสรา้ งประกอบ ของสง่ิ มชี วี ติ 8. อธบิ ายผลที่
ด้วยสายยาว 2 เส้น พัน 9. ตัวอยา่ งการนา เกดิ จากการ
ม.4/5 สืบคน้ กนั เป็นเกลียวคู่แบบบันได มิวเทชันไปใช้ เปลี่ยนแปลง
และอภปิ รายผล เวียน ทาหน้าท่ีกาหนด ประโยชน์ ของลาดับ
ของเทคโนโลยี กิจกรรมตา่ งๆภายในเซลล์ 10. วิธีการทาง นวิ คลีโอไทดใ์ น
ทางดเี อ็นเอทมี่ ี โดยควบคุมการสงั เคราะห์ เทคโนโลยดี เี อน็ เอ ดเี อ็นเอตอ่
ต่อมนุษย์และ โปรตีนชนิดต่างๆ เช่น 11. ผลของ ลักษณะของ
สง่ิ แวดล้อม เอนไซม์ เฮโมโกลบินใน เทคโนโลยที างดี สง่ิ มชี วี ิต
ม.4/6 สืบคน้ เม็ดเลือดแดง ฮอร์โมน เอน็ เอทม่ี ตี ่อมนษุ ย์ 8. ยกตวั อย่าง
และอธิบาย บางชนิด เปน็ ตน้ และสง่ิ แวดลอ้ ม การนามิวเทชนั
ความ DNA เป็นองคป์ ระกอบ 12. ความ ไปใชป้ ระโยชน์
หลากหลายของ สาคญั ของโครโมโซมท่ีพบ หลากหลายทาง 10. วิธีการทาง
มนุษยซ์ งึ่ เปน็ ผล ในสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ไม่ว่า ชีวภาพ เทคโนโลยี DNA
มาจาก จะเป็นพืช สตั ว์ คน หรือง 13. ทฤษฎีการ 11. บอกผลของ
ววิ ฒั นาการ ส่ิงมีชีวิตเซลล์เดียว เช่น คดั เลอื กโดย เทคโนโลยที างดี
แบคทเี รีย ธรรมชาติของชารล์ เอ็นเอท่ีมีต่อ
DNA ที่อยบู่ นโครโมโซม ดาวิน มนษุ ยแ์ ละ
โ ด ย จ ะ มี ล า ดั บ นิ ว ค ลี โ อ 14. หลักฐานทาง สิง่ แวดลอ้ ม
ไทด์ คือ คู่เบส A คู่ T วิวัฒนาการ 12. บอกความ
และ C คกู่ บั T โดนยีนจะ หลากหลายทาง
เ ป็ น ตั ว ก า ห น ด ลั ก ษ ณ ะ ชีวภาพ
ข อ ง โ ป ร ตี น แ อ ล ลี ล 13. อธบิ าย
รูปแบบต่างกันจะ มีลาดับ ทฤษฎีการ
นิวคลีโอไทด์ต่างกันทาให้ คัดเลือกโดย
ไดโ้ ปรตนี ทีม่ สี มบัตติ า่ งกัน ธรรมชาติของ
กา รเปล่ีย นแ ปลง ข อง ชารล์ ดาวิน
ลาดับนิวคลโี อไทด์จัดเปน็ 14. อธบิ ายและ
มิ ว เ ท ชั น ซ่ึ ง อ า จ เ กิ ด ใ น เปรยี บเทียบจาก
ร ะ ดั บ ยี น ห รื อ ใ น ร ะ ดั บ หลกั ฐานทาง
โครโมโซม มิวเทช่ันใน ววิ ฒั นาการ
สัตว์ทาใหเ้ กดิ ลกั ษณะทไี่ ม่
ดี เช่น เป็นหมัน แท้งก่อน
กาหนด มิวเทชันในคน
ส่ ว น ใ ห ญ่ จ ะ เ ป็ น ผ ล เ สี ย
มากกวา่ เช่น การเกิดโรค
และความผิดปกติต่างๆ
มากมาย เช่น ดาวซินโด
รม โรคมะเรง็ ต่างๆ

ในสัตว์การเกิดมิว
เ ท ช่ั น จ ะ เ กิ ด ผ ล เ สี ย
มากกว่าข้อดีดังนั้นจึงไม่
ค่อยนิยมนาการเกิดมิว
เทช่ันมาประยุกต์ในสัตว์

กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นประชามงคล จังหวัดกาญจนบุรี

เอกสารวเิ คราะห์หลกั สตู ร รหัสวชิ า ว31107 วชิ าวิทยาศาสตร์ชวี ภาพ 40
ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564

แตจ่ ะนาไปประยุกต์ในพืช โรงเรียนประชามงคล จงั หวัดกาญจนบุรี
แทนโดยการทาให้เกิดยู
พลอยดี คือ การเพิ่มข้ึน
หรือลด ลง ของ จา นว น
โครโมโซมเป็นชุด ทาให้มี
จ า น ว น โ ค ร โ ม โ ซ ม เ ป็ น
แบบพอลิพลอยดี เพื่อ
ปรับปรงุ พนั ธ์ุให้ได้พืชที่ไร้
เมล็ดหรือมีสารบางอย่าง
ขนาดผลที่ใหญ่ขึ้น เช่น
กล้วยหอม เชอร่ี องุ่น
แตงโม

เทคโนโลยีดีเอ็นเอ
เป็นกระ บว นกา รท า ง
ชี ว วิ ท ย า ที่ เ กี่ ย ว ข้ อ ง กั บ
การตัดตอ่ ยนี จากสง่ิ มีชีวิต
ชนิดหน่ึงเข้ากับยีนของ
ส่ิง มีชี วิต อีก ชนิ ด ห นึ่ ง
เ พื่ อ ใ ห้ ไ ด้ ยี น ท่ี มี ส ม บั ติ
ตามที่ต้องการ เรียกว่า
ส่ิ ง มี ชี วิ ต ดั ด แ ป ล ง
พันธุกรรม หรือ GMOs
และมีการนาความรู้ไปใช้
ใ น ด้ า น ต่ า ง ๆ เ ช่ น
การแพทย์ การเกษตร
อาหาร อุตสาหกรรม

ความหลากหลาย
ทางชีวภาพ หมายถึง การ
มีสิ่ ง มี ชี วิต นา น า ช นิ ด
นานาพันธ์ุในระบบนิเวศ
อันเป็นแหล่งท่ีอยู่อาศัย
ซงึ่ มีมากมายและแตกต่าง
กันท่ัวโลก หรือง่ายๆ คือ
การทมี่ ชี นดิ พนั ธุ์ สายพันธ์ุ
และระบบนิเว)ที่แตกต่าง
หลากหลายบนโลก

ก า ร คั ด เ ลื อ ก โ ด ย
ธ ร ร ม ช า ติ ถื อ เ ป็ น ก ล ไ ก
พ้ื น ฐ า น ข อ ง ก า ร เ กิ ด
วิวัฒนาการร่วมกับกลไก
อ่ืนๆ การคัดเลือกโดย
ธรรมชาติทาให้ประชากร
ที่มีลักษณะเหมาะสมกับ

กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

เอกสารวิเคราะห์หลักสตู ร รหสั วชิ า ว31107 วชิ าวทิ ยาศาสตร์ชวี ภาพ 41
ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2564

สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม ส า ม า ร ถ
ดารงชีวิตและแพร่พันธุ์
ประชากรในรุ่นต่อไปได้
แต่สาหรับประชากรท่ีไม่
เหมาะสมกับสิ่งแวดล้อม
น้ันก็จะถูกคัดทิ้งและลด
จ า น ว น ล ง ไ ป ท า ใ ห้
ส่ิงมีชีวิตท่ีถูกคัดเลือกให้
เหลืออยู่เกิดวิวัฒนาการ
โ ด ย ป รับเ ปลี่ย น ให้ มี
ลั ก ษ ณ ะ ท า ง ส รี ร ะ
พ ฤ ติ ก ร ร ม แ ล ะ รู ป แ บ บ
การดารงชีวิตท่ีกลมกลืน
กั บ ส ภ า พ แ ว ด ล้ อ ม ที่
ป ร ะ ช า ก ร น้ั น อ า ศั ย อ ยู่
โดยการศึกษาการคัดเลอื ก
โ ด ย ธ ร ร ม ช า ติ เ ป็ น
การศึกษาตามทฤษฏีของ
ชาร์ลดาวิน นักธรรมชาติ
วิทยารวมทั้งศึกษาจาก
หลักฐานทางวิวัฒนาการ
เชน่ รยางคค์ หู่ นา้ ของสัตว์
มี ก ร ะ ดู ก สั น ห ลั ง
พัฒนาการของเอ็มบริโอ
รวมท้ังอาศัยข้อมูลทาง
ระบบวิทยา เช่นสายใบ
บรรพบรุ ษุ

กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรียนประชามงคล จงั หวดั กาญจนบุรี

เอกสารวเิ คราะห์หลกั สตู ร รหสั วชิ า ว31107 วชิ าวทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ 42
ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2564

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 เรื่อง พันธุกรรมและววิ ัฒนาการ

1. ชอื่ หนว่ ยการเรยี นรู้ เรือ่ ง พันธกุ รรมและวิวฒั นาการ ระดบั ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 4 จานวน 14 ชั่วโมง
2. มาตรฐานการเรียนร้/ู ตัวชวี้ ดั

สาระท่ี 1 วทิ ยาศาสตรช์ ีวภาพ
มาตรฐาน ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความสาคญั ของการถา่ ยทอดลักษณะทางพันธุกรรมสาร

พนั ธกุ รรม การเปล่ียนแปลงทางพันธกุ รรมท่ีมีผลตอ่ สิ่งมีชวี ติ ความหลากหลายทางชีวภาพและวิวฒั นาการ
ของส่งิ มีชวี ิต รวมทั้งนาความร้ไู ปใช้ประโยชน์

ตัวช้วี ัด
ม.4/1 อธบิ ายความสัมพันธร์ ะหวา่ งยีน การสงั เคราะห์โปรตนี และสารพันธุกรรม
ม.4/2 อธิบายหลักการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมที่ถูกควบคุมโดยยีนท่ีอยู่บนโครโมโซมเพศ
และมัตตเิ ปลิ -แอลลลี
ม.4/3 อธิบายผลที่เกิดจากการเปล่ียนแปลงของลาดับนวิ คลีโอไทดใ์ นดเี อน็ เอตอ่ ลักษณะของสงิ่ มีชวี ิต
ม.4/4 สืบค้นข้อมูลและยกตวั อย่างการนามวิ เทชันไปใช้ประโยชน์
ม.4/5 สบื คน้ และอภิปรายผลของเทคโนโลยีทางดีเอน็ เอทมี่ ีต่อมนุษยแ์ ละสิ่งแวดลอ้ ม
ม.4/6 สืบค้นและอธบิ ายความหลากหลายของมนุษย์ซงึ่ เปน็ ผลมาจากวิวฒั นาการ

3. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
ลักษณะทางพนั ธกุ รรม เปน็ ลกั ษณะทส่ี ามารถถ่ายทอดจากพอ่ แม่ไปสู่ลูกและรุ่นต่อ ๆ ไปได้

ซงึ่ การถ่ายทอดลักษณะทางพันธกุ รรม มรี ูปแบบทห่ี ลากหลายบางกรณี อาจมีรูปแบบทแี่ ตกตา่ งจากรณีท่ี
เมนเดลศึกษา เนอื่ งจากมจี านวนรูปแบบแอลลีลของยีนที่แตกต่างกันไป หรือเป็นยีนที่อยู่บนโครโมโซม
เพศ การถ่ายทอดลักษณะทางพนั ธกุ รรม เกดิ ผ่านยีน ซ่ึงเป็นช่วงของ DNA ที่อยู่บนโครโมโซม โดยจะมี
ลาดับนวิ คลโี อไทด์ของยีนจะเปน็ ตัวกาหนดลักษณะของโปรตนี ยีนเป็นส่วนหนึง่ ของโครโมโซม โครโมโซม
หนึ่งๆมยี ีนควบคุมลักษณะต่างๆ เป็นพันๆ ลักษณะต่างๆ เป็นพันลักษณะ ภายในยีนพบว่ามีสารเคมีที่
สาคัญชนิดหนงึ่ คือ DNA หรอื เรยี กว่าสารพนั ธุกรรม ซง่ึ เป็นโครงสร้างประกอบด้วยสายยาว 2 เส้น พัน
กันเป็นเกลยี วคูแ่ บบบันไดเวยี น ทาหน้าทก่ี าหนดกิจกรรมต่างๆภายในเซลล์ โดยควบคุมการสังเคราะห์
โปรตีนชนดิ ต่างๆ เช่น เอนไซม์ เฮโมโกลบินในเมด็ เลือดแดง ฮอรโ์ มนบางชนิด เป็นต้น

DNA เป็นองคป์ ระกอบสาคัญของโครโมโซมที่พบในสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นพืช สัตว์
คน หรืองสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว เช่น แบคทีเรียDNA ที่อยู่บนโครโมโซม โดยจะมีลาดับนิวคลีโอไทด์ คือ
คู่เบส A คู่ T และ C คู่กับ T โดนยีนจะเป็นตัวกาหนดลักษณะของโปรตีนแอลลีลรูปแบบต่างกันจะ มี
ลาดบั นวิ คลโี อไทด์ต่างกนั ทาให้ได้โปรตนี ท่ีมีสมบตั ติ ่างกัน การเปลี่ยนแปลงของลาดบั นวิ คลีโอไทดจ์ ัดเปน็
มิวเทชันซึ่งอาจเกิดในระดับยีนหรือในระดับโครโมโซม มิวเทชันในสัตว์ทาให้เกิดลักษณะที่ไม่ดี เช่น
เป็นหมัน แท้งกอ่ นกาหนด มิวเทชนั ในคนส่วนใหญจ่ ะเป็นผลเสียมากกวา่ เชน่ การเกิดโรคมะเร็ง

กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนประชามงคล จังหวัดกาญจนบรุ ี

เอกสารวเิ คราะห์หลักสูตร รหสั วิชา ว31107 วชิ าวทิ ยาศาสตร์ชวี ภาพ 43
ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2564

ในสัตวก์ ารเกดิ มิวเทชั่นจะเกดิ ผลเสียมากกว่าขอ้ ดดี งั น้นั จงึ ไมค่ ่อยนิยมนาการเกดิ มิวเทชั่นมา
ประยกุ ตใ์ นสัตวแ์ ต่จะนาไปประยกุ ตใ์ นพืชแทนโดยการทาใหเ้ กดิ ยูพลอยดี คอื การเพิ่มข้ึนหรือลดลงของ
จานวนโครโมโซมเป็นชุด ทาให้มีจานวนโครโมโซมเป็นแบบพอลิพลอยดี เพื่อปรับปรุงพันธ์ุให้ได้พืชที่ไร้
เมล็ดหรือมสี ารบางอยา่ ง ขนาดผลท่ใี หญ่ข้ึน เช่น กลว้ ยหอม เชอรี่ อง่นุ แตงโม

เทคโนโลยีดีเอ็นเอเป็นกระบวนการทางชวี วทิ ยาทเี่ กย่ี วขอ้ งกับการตัดต่อยนี จากส่ิงมีชีวิตชนิด
หน่งึ เข้ากับยีนของสง่ิ มชี วี ติ อีกชนิดหนึ่ง เพ่อื ใหไ้ ด้ยีนท่มี ีสมบัติตามที่ต้องการ เรียกว่า สิ่งมีชีวิตดัดแปลง
พันธุกรรม หรือ GMOs และมีการนาความรู้ไปใช้ในด้านต่างๆ เช่น การแพทย์ การเกษตร อาหาร
อุตสาหกรรม

ความหลากหลายทางชีวภาพ หมายถงึ การมสี งิ่ มชี วี ิตนานาชนิด นานาพันธุ์ในระบบนิเวศอัน
เปน็ แหลง่ ท่ีอยอู่ าศยั ซึ่งมมี ากมายและแตกตา่ งกนั ทวั่ โลก หรือง่ายๆ คอื การทมี่ ชี นิดพนั ธุ์ สายพันธ์ุ และ
ระบบนเิ วศท่แี ตกต่างหลากหลายบนโลก

การคัดเลือกโดยธรรมชาติถือเปน็ กลไกพื้นฐานของการเกิดวิวัฒนาการร่วมกับกลไกอื่นๆ การ
คดั เลือกโดยธรรมชาติทาให้ประชากรทมี่ ลี กั ษณะเหมาะสมกับสิ่งแวดล้อมสามารถดารงชวี ิตและแพร่พันธุ์
ประชากรในร่นุ ต่อไปได้ แตส่ าหรบั ประชากรทไี่ ม่เหมาะสมกับสง่ิ แวดลอ้ มน้นั กจ็ ะถูกคดั ท้งิ และลดจานวน
ลงไป ทาให้ส่ิงมีชีวิตที่ถูกคัดเลือกให้เหลืออยู่เกิดวิวัฒนาการโดยปรับเปล่ียน ให้มีลักษณะทางสรีระ
พฤติกรรมและรูปแบบการดารงชีวิตทีก่ ลมกลืนกับสภาพแวดล้อมที่ประชากรน้ันอาศัยอยู่ การคัดเลือก
โดยธรรมชาตเิ ป็นการศึกษาตามทฤษฏีของชาร์ลดาวนิ และศึกษาจากหลกั ฐานทางวิวัฒนาการ

4. สาระการเรียนรู้
4.1. การถ่ายทอดลกั ษณะทางพนั ธุกรรม
4.2. คาศัพทท์ ี่เกยี่ วข้องกบั พันธุกรรม
4.3. โครงสรา้ งของสารพันธุกรรม
4.4. ความสัมพันธร์ ะหว่างยนี การสงั เคราะหโ์ ปรตนี และสารพันธุกรรม
4.5. ถ่ายทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมท่ีถกู ควบคุมโดยยนี ท่ีอยูบ่ นโครโมโซมเพศและมตั ตเิ ปลิ แอลลลี
4.6. การเขยี นลาดบั นิวคลีโอไทด์
4.7. กลไกของการเปล่ยี นแปลงลาดบั นิวคลโี อไทด์
4.8. ผลทเ่ี กดิ จากการเปล่ียนแปลงของลาดบั นิวคลีโอไทด์ในดีเอน็ เอตอ่ ลักษณะของสงิ่ มีชวี ิต
4.9. ตวั อย่างการนามวิ เทชนั ไปใช้ประโยชน์
4.10. วิธกี ารทางเทคโนโลยีดเี อน็ เอ
4.11. ผลของเทคโนโลยีทางดีเอ็นเอทมี่ ีต่อมนษุ ย์และส่งิ แวดล้อม
4.12. ความหลากหลายทางชีวภาพ
4.13. ทฤษฎกี ารคัดเลอื กโดยธรรมชาติของชาร์ล ดาวิน
4.14. หลกั ฐานทางวิวัฒนาการ

กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรยี นประชามงคล จงั หวัดกาญจนบุรี

เอกสารวเิ คราะห์หลักสตู ร รหัสวิชา ว31107 วชิ าวทิ ยาศาสตรช์ ีวภาพ 44
ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2564

5. สมรรถนะหลกั ของผ้เู รยี น
5.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร(ใช้ภาษาถา่ ยทอดความรู้ ความเข้าใจ ความคิด ความรู้สึก และทัศนะ
ของตนเองดว้ ยการพดู และการเขียน)
5.2 ความสามารถในการคดิ (คิดสังเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ คดิ อยา่ งมีวจิ ารณญาณ)
5.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต (การเรียนรู้ด้วยตนเอง นาความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์
จัดการกับปญั หา)

6. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
6.1 มวี ินัย
6.2 ใฝ่เรยี นรู้
6.3 มุ่งมน่ั ในการทางาน
6.4 มจี ติ สาธารณะ

7. ช้ินงาน/ภาระงาน
7.1. การบันทกึ ลงสมุด ใบงาน และใบกจิ กรรม
7.2. ใบกจิ กรรมกลมุ่
7.3. แผนผังความคดิ (mind mapping)
7.4. แบบทดสอบใน Google form
7.5. การทาแบบฝกึ หดั ในแอปพลเิ คชั่น liveworksheets

8. การวัดและประเมินผล
8.1 การประเมินชนิ้ งาน/ภาระงาน (รวบยอด)
8.2 การประเมินกอ่ นเรยี น
8.2.1 นกั เรยี นทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน
8.3 การประเมินระหว่างการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
8.3.1 สงั เกตการณ์การปฏบิ ัตกิ จิ กรรมในหอ้ งเรียนออนไลน์
8.3.2 สังเกตคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
8.3.3 สงั เกตสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน
8.4 การประเมินหลงั เรียน
8.4.1 ทาแบบทดสอบหลงั เรียน

กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรยี นประชามงคล จังหวัดกาญจนบรุ ี

เอกสารวเิ คราะห์หลกั สตู ร รหัสวชิ า ว31107 วชิ าวิทยาศาสตรช์ วี ภาพ 45
ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2564

การวดั และประเมินผลหน่วยการเรยี นรู้ที่ 3

รายการวดั วธิ ีวัด เครื่องมอื เกณฑก์ ารประเมนิ
8.1. การประเมนิ ชิ้นงาน/ - ตรวจตรวจแผนผัง - แบบประเมินช้ินงาน - ได้ระดบั คณุ ภาพดีข้ึนไป

ภาระงาน (รวบยอด) ความคดิ เร่ือง - แบบประเมินชิน้ งาน ถอื วา่ ผา่ นการประเมิน
ความสัมพันธข์ องยีน - แบบประเมินช้นิ งาน
8.2. การประเมินก่อนเรียน โปรตีน และลกั ษณะ - ไดร้ ะดับคุณภาพดีขึ้นไป
- แบบทดสอบก่อน ทางพนั ธกุ รรม - แบบทดสอบก่อนเรียน ถือว่าผ่านการประเมิน
เรียน หน่วยการ - ตรวจแผนผังความคิด
เรียนรู้ท่ี 3 เร่ือง ศกึ ษามิวเทชัน - ใบกิจกรรม - ไดร้ ะดับคุณภาพดีข้ึนไป
- ตรวจแผน่ พบั เรื่อง ครอสเวริ ด์ คาศพั ทน์ ่ารู้ ถอื ว่าผา่ นการประเมนิ
8.3. ประเมินระหว่างการจัด การยกตวั อย่างสงิ่ มชี ีวิตที่ - ใบกิจกรรม
กจิ กรรมการเรยี นรู้ นาความรเู้ รอื่ งเทคโนโลยี เร่อื ง สารวจลักษณะทาง - ประเมินตามสภาพจรงิ
1) คาศพั ทท์ าง ดเี อ็นเอไปใชป้ ระโยชน์ พันธกุ รรม
พนั ธุศาสตรแ์ ละ - ได้ระดับคุณภาพดีข้ึนไป
ลกั ษณะทางพันธุกรรม - ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น ถอื วา่ ผ่านการประเมิน

- ตรวจใบกิจกรรม - ไดร้ ะดบั คณุ ภาพดีขึ้นไป
เร่ือง ครอสเวิรด์ คาศัพทน์ า่ รู้ ถอื วา่ ผา่ นการประเมนิ
- ตรวจใบกิจกรรม
เร่ือง สารวจลักษณะทาง
พันธุกรรม

2) การถ่ายทอดลักษณะ - ตรวจใบกจิ กรรม - ใบกิจกรรม - ได้ระดบั คณุ ภาพดีขึ้นไป

ทางพนั ธกุ รรมตามกฎของ เรอ่ื ง ศึกษาตามรอยเมนเดล เรอื่ ง ศกึ ษาตามรอยเมนเดล ถอื วา่ ผา่ นการประเมิน

เมนเดล

3) การถ่ายทอดลักษณะ - ตรวจใบกจิ กรรม - ใบกจิ กรรม เรื่อง สนกุ คิด - ไดร้ ะดับคุณภาพดีขน้ึ ไป

ทางพันธุกรรมนอกเหนือ ใบกจิ กรรม เรือ่ ง สนุกคิดกับ กับ my blood group ถอื วา่ ผ่านการประเมิน

กฎของเมนเดล my blood group

- ตรวจใบกจิ กรรม - ใบกจิ กรรม - ได้ระดบั คุณภาพดีขน้ึ ไป

เรือ่ ง สนกุ คิดกบั ยนี ทอี่ ยู่บน เรอ่ื ง สนกุ คดิ กบั ยีนทอ่ี ยู่ ถือวา่ ผ่านการประเมนิ

โครโมโซมเพศ บนโครโมโซมเพศ

4) ยีนและการสงั เคราะห์ - ตรวจใบกจิ กรรม - ใบกจิ กรรม - ได้ระดับคุณภาพดขี น้ึ ไป

โปรตีน เรือ่ ง ความสัมพันธ์ทน่ี ่า เรอ่ื ง ความสัมพันธ์ที่น่า ถือว่าผา่ นการประเมิน

กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี โรงเรียนประชามงคล จงั หวดั กาญจนบุรี

เอกสารวเิ คราะห์หลกั สตู ร รหัสวชิ า ว31107 วชิ าวิทยาศาสตรช์ วี ภาพ 46
ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2564

รายการวดั วธิ วี ัด เครอื่ งมือ เกณฑก์ ารประเมนิ
ค้นหา
ค้นหา - ใบกจิ กรรม - ได้ระดับคณุ ภาพดขี ึ้นไป
เร่ือง เทคโนโลยที าง DNA ถือว่าผ่านการประเมนิ
5) เทคโนโลยีทาง DNA - ตรวจใบกจิ กรรม

และการประยุกตใ์ ช้ เรื่อง เทคโนโลยีทาง DNA

6) การเปลีย่ นแปลงทาง - ตรวจใบกิจกรรม - ใบกจิ กรรม - ไดร้ ะดับคณุ ภาพดีขนึ้ ไป
พนั ธุกรรมและมิวเทชนั เรื่อง ศึกษามวิ เทชัน เรือ่ ง ศกึ ษามิวเทชัน ถอื ว่าผ่านการประเมิน

7) ววิ ฒั นาการของ - ตรวจใบกจิ กรรม - ใบกิจกรรม - ได้ระดบั คณุ ภาพดขี น้ึ ไป
ส่ิงมีชีวติ เร่ือง วิวัฒนาการของ เรื่อง ววิ ัฒนาการของ ถือว่าผ่านการประเมนิ
สง่ิ มีชีวติ สิ่งมชี วี ิต
8) คุณลักษณะ - มีวินัย - แบบประเมินคณุ ลักษณะ - ได้ระดับคณุ ภาพดขี น้ึ ไป
อนั พงึ ประสงค์ - ใฝเ่ รียนรู้ อนั พึงประสงค์ ถือว่าผ่านการประเมนิ
- มุ่งมนั่ ในการทางาน
- มจี ิตสาธารณะ

9) สมรรถนะสาคญั ของ - ความสามารถในการส่ือสาร - แบบประเมินสมรรถนะ - ได้ระดบั คณุ ภาพดีขึน้ ไป
ผูเ้ รียน - ความสามารถในการคิด
- ความสามารถในการใช้ สาคญั ของผูเ้ รียน ถอื ว่าผา่ นการประเมิน
ทักษะชีวิต

8.4. ประเมินหลงั เรียน - แบบทดสอบหลังเรียน - ไดร้ ะดบั คุณภาพดีขน้ึ ไป
1) ทดสอบหลังเรยี น ถือว่าผา่ นการประเมิน
- แบบทดสอบหลังเรียน - ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน
หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 3

กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนประชามงคล จังหวัดกาญจนบรุ ี


Click to View FlipBook Version