๒) เขียนข้อความสำคัญที่เป็นคำพูด หลักฐาน หรือคำกล่าวอ้างอึง ตามความเป็นจริงให้
ครบถว้ น
3) คัดลอกข้อความสำคัญตอนใดตอนหนึ่งจากเอกสารเพ่ือเก็บไว้ใช้อา้ งอิง ให้ตรงต้นฉบับทุก
ประการ แล้วใสเ่ คร่อื งหมายคำพูด (อญั ประกาศ) กำกับไว้
๔) เขียนบนั ทึกขอ้ สงั เกต ขอ้ เสนอแนะ หรอื ความคดิ เห็นเพ่มิ เตมิ ไวต้ ามความเหมาะสม
4.3 รปู แบบของการเขยี นบนั ทกึ
การเขียนบันทึกมีรูปแบบที่แตกต่างกัน ผู้เขียนจะเลือกเขียนรูปแบบใดขึ้นอยู่กับความสะดวกในการ
นำมาเขยี น ซึ่งสามารถแยกรปู แบบของการเขยี นบันทกึ ได้ดงั นี้
4.3.1 บนั ทกึ โดยการใช้นามบัตร มักใช้ในโอกาสท่ีผ้ตู อ้ งการจะติดตอ่ ด้วยไม่อยู่ นยิ มเขยี นขอ้ ความท่ี
ต้องการให้ผู้รับทราบไว้ด้านหลงั นามบัตร ซึ่งเป็นกระดาษว่างไม่มีข้อความใด ๆ นามบัตรจะช่วยให้ผู้รบั ทราบ
วา่ ใครเป็นผู้มาตดิ ต่อและจะติดต่อกลบั ไปได้ตามที่อยู่ทปี่ รากฎในนามบัตร เหตุที่ใช้กระดาษนามบัตรเพราะจะ
ได้ไม่เสียเวลาเขียนท่อี ยู่ของผู้ที่มาติดต่อ
ตวั อยา่ ง บนั ทกึ โดยใชน้ ามบตั ร
4.3.2 บันทึกโดยใช้จดหมาย นิยมใช้กับจดหมายขนาดสั้น มักใช้กับบุคลที่มีความคุ้นเคยกัน
จำเป็นต้องติดต่อกันอย่างไม่มีพิธีรีตองนัก นิยมเรียกว่า จดหมายน้อย เป็นการเขียนจดหมายขนาดเล็กซึ่งไม่
เครง่ ครดั เรื่องรปู แบบ โดยมากผเู้ ขียนมักจะเป็นผบู้ งั คบั บัญชาหรอื ผู้อาวโุ สทส่ี ามารถเขยี นส่งั การผนู้ ้อยได้
ตวั อย่าง
ก.ค. 63
เรียน คณุ สมศรี ปานใจ
ผู้ถือจดหมายนี้เป็นคนคุ้นเคยกับผม เขาต้องการขอข้อมูลเกี่ยวกับงานวิจัยที่คุณรับผิดชอบอยู่ ช่วยอำนวย
ความสะดวกใหด้ ว้ ย
สมพงษ์ เกษมทรพั ย์
วชิ าทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ (30000-1101) 46
29 พ.ค. 63
เรียน อาจารยเ์ ลิศลกั ษณ์ ปรัชญ์วิทย์
ดิฉันขอรบกวนเวลาของอาจารย์เพื่อปรึกษาเรื่องการลงทะเบียนเรียนเพิ่มเติม ในวันจันทร์ที่ 2 มิถุนายน
2563 เวลา 09.00 น. ทหี่ อ้ งพักอาจารย์นะคะ หากอาจารย์ไมส่ ะดวกโปรดติดต่อกลบั 08 6773 4334
สมศรี นวลจนั ทร์
4.3.3 บนั ทกึ โดยใชแ้ บบฟอร์มรับโทรศัพท์ โอกาสที่ใช้บนั ทกึ มักเป็นกรณีทม่ี ผี ู้โทรศัพท์เข้ามาแต่ผู้ที่
ต้องการพูดด้วยไม่อยู่ ผู้รับโทรศัพท์จำเป็นต้องให้ฝากข้อความไว้แล้วบันทึกลงในแบบฟอร์มรับโทรศัพท์เพื่อ
แจง้ ให้ผู้รับทราบ
ตวั อยา่ ง
แบบฟอรม์ รบั โทรศพั ท์
เรยี น หัวหนา้ ฝา่ ยอาคารสถานท่ี
วันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 เวลา 15.00 น.
มีโทรศัพท์จากหัวหน้าฝ่ายชา่ ง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
ข้อความ วนั ท่ี 11 กรกฎาคม 2563 เวลา 09.00 น. การไฟฟา้ ฯ จะเปลย่ี นหม้อแปลงดา้ นหน้าวทิ ยาลยั
ขอใหใ้ ช้เครื่องสำรองไฟกับคอมพวิ เตอร์
ชนะ สมใจเลศิ
4.3.4 บันทึกโดยใช้กระดาษบันทึกขนาดสั้น โอกาสที่ใช้มักใช้ในการติดต่องานหรือแจ้งข่าวสาร
หรือใช้ตอบรับการรับของเพื่อเป็นหลักฐาน หรือเป็นการสั่งการของผู้บังคับบัญชาถึงผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย
ข้อความทเี่ ปน็ คำสั่งอย่างสนั้ ๆ
ตัวอยา่ ง
บันทกึ ข้อความ
ส่วนราชการ ฝ่ายวชิ าการ วทิ ยาลยั อาชีวศกึ ษาลพบุรี
ที่ ฝว. /๒๕๖3 วันที่ 2 กนั ยายน ๒๕๖3
เรื่อง ซอื้ หนงั สือเข้าห้องสมุด
เรยี น หัวหนา้ ห้องสมุด
ทำ สผ.1 สั่งซือ้ หนงั สือตามรายช่อื ท่ีแนบมาพร้อมมา ไว้ใหน้ ักศึกษาไวค้ ้นคว้าในห้องสมุด
ลายมือชือ่
4.3.5 บันทกึ โดยใชใ้ บช่วยความจำ โอกาสทใ่ี ช้มักเปน็ เรื่องที่จำเปน็ จะต้องตดิ ต่อหรือดำเนินการให้
เรียบร้อย แต่ในขณะนั้นยังมีภารกิจหรือหน้าที่อื่นต้องทำ ไม่สะดวกติดต่อหรือดำเนินการได้ในทันที จึง
จำเปน็ ตอ้ งเขยี นบนั ทกึ เพ่อื เตอื นความจำของตนเอง เพราะเกรงว่าจะลมื มกั ใช้กระดาษขนาดสนั้
วิชาทกั ษะภาษาไทยเชงิ วิชาชพี (30000-1101) 47
ตวั อย่าง
เจา้ หนา้ ท่ีพพิ ิธภณั ฑจ์ ะมาเก็บข้อมลู โบราณวตั ถุ 15 ก.ค. 63 เวลา 09.00 น. ช่วยจดั เตรยี มรายการ
ต่อไปนใี้ ห้ดว้ ย
1. ผา้ กำมะหยสี่ ีแดง 5 เมตร
2. โทรศพั ทส์ มาร์ตโฟน 1 เครือ่ ง
3. โต๊ะขนาด 1.2x2 เมตร
4. ไมไ้ ผ่ ศก. 2 ซม. ยาว 1 เมตร 2 อนั
5. เชอื กฟาง 1 มว้ น
3.3.6 บันทึกโดยใชก้ ระดาษบนั ทึกข้อความ โอกาสที่ใชม้ ักใช้ในการติดต่อสื่อสารภายในองค์กรหรือ
หน่วยงานเดียวกัน กระดาษที่ใช้ต้องเป็นกระดาษบันทึกข้อความที่มีตัวครุฑสูง 1.5 เซนติเมตร
ผ้ใู ตบ้ ังคบั บญั ชาจะใชใ้ นกรณีทีต่ ้องการรายงานดำเนินงานหรือแจ้งความประสงคห์ รือขออนญุ าตผูบ้ ังคับบัญชา
ปฏิบตั งิ านซ่งึ อยู่ในอำนาจและหนา้ ที่ทผี่ บู้ ังคับบัญชาจะสั่งการได้ ถา้ ผู้บังคบั บัญชาจะใช้ก็จะใช้ในกรณีต้องการ
เวียนหนงั สอื เพื่อแจ้งให้บุคลากรภายในหน่วยงานทราบ แม้สำนวนภาษาในการเขยี นบันทึกข้อความอาจจะไม่
เครง่ ครัดเทา่ หนงั สอื อก แตก่ ถ็ อื เปน็ หลักฐานทางราชการได้
วชิ าทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชพี (30000-1101) 48
ตัวอยา่ ง การเขยี นบันทึกขอ้ ความ
วชิ าทักษะภาษาไทยเชิงวชิ าชพี (30000-1101) 49
4.4 สว่ นประกอบของการเขียนบันทกึ
การเขยี นบันทกึ มีองคป์ ระกอบ ดังนี้
4.4.1 คำขึ้นต้นบันทึก ส่วนมากใช้คำขึ้นต้นเช่นเดียวกับการเขียนหนังสือโดยทั่วไป ซึ่งมักจะขึ้นต้น
ด้วยชือ่ บคุ คลหรอื ตำแหน่ง เชน่
➢ เรียน คุณสุดา กลนิ่ จันหอม
➢ เรียน อาจารย์พรสุดาที่เคารพ
➢ เรยี น ผู้อำนวยการวิทยาลยั เทคนคิ ราชบุรี
➢ เรียน ผจู้ ัดการธนาคารออมสิน สาขาราชบรุ ี
➢ หากเป็นการเขียนบันทึกถึงผู้ที่ทำงานร่วมกัน อาจใช้คำขึ้นต้นเป็นชื่อของผู้รับบันทึก
เลย เชน่ คณุ คมสัน
4.4.2 การเขียนข้อความ ภาษาที่ใช้ในการเขียนบันทึกข้อความขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ ตำแหน่ง
หนา้ ทกี่ ารงานและความอาวโุ สของผูร้ ับและผูเ้ ขยี น อย่างไรก็ตาม การใช้ภาษามขี ้อควรคำนึงถงึ ดังนี้
1) ควรใช้ถอ้ ยคำท่ีสั้น ๆ กะทัดรดั ชัดเจน แสดงจุดประสงค์ท่ีตอ้ งการติดตอ่ กบั เจ้าหนา้ ที่
2) ควรใชถ้ อ้ ยคำที่เหมาะสมกับฐานะของบุคคลท่ตี ดิ ตอ่ ดว้ ย
4.4.3 การลงทา้ ยบนั ทึก นยิ มลงท้ายด้วยชื่อ-นามสกุลตัวบรรจง ตามด้วยวัน เดือน พ.ศ. และอาจ
ลงเวลากำกับไวด้ ้วย
ถ้าสนิทสนมกันมากอาจลงท้ายด้วยชื่อเล่นก็ได้ เช่น จุ๋ม กุ้ง ฟ้า ในกรณีที่ผู้เขียนถึงเป็น
ผูอ้ าวโุ ส กค็ วรลงทา้ ยดว้ ยคำว่า ขอแสดงความนับถือ หรอื ดว้ ยความเคารพ
ผู้เขียนบันทึกอาจลงท้ายด้วยลายเซ็นในกรณีที่มั่นใจว่าผู้รับจะรู้จักและจำลายเซ็นของผู้
บนั ทกึ ได้ มิฉะน้นั ผ้รู บั บันทกึ จะไมท่ ราบว่าใครเปน็ ผูบ้ ันทกึ
ตัวอยา่ ง ข้อความในบันทกึ ทใี่ ช้ภาษาเป็นทางการ
เรยี น อาจารย์สุวรรณีทเี่ คารพ
ดิฉันเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช สาขาวิชาศึกษาศาสตร์ ดิฉันกำลังศึกษาวิชาภาษาไทย ๖ (การ
เขียนสำหรับครู) และดิฉันได้อ่านเอกสารการสอนแล้ว ดิฉันประทับใจคำแนะนำของอาจารย์เกีย่ วกบั การเป็นนักเขียนที่ดีเป็น
อยา่ งมากคะ่ ดิฉนั จงึ รวบรวมผลงานเขียนของตนเองมาให้อาจารย์อ่าน และใครข่ อใหอ้ าจารยก์ รุณาวิจารณ์งานเขียนของดิฉัน
ด้วย เพ่อื ดิฉันจะไดป้ รบั ปรุงการเขียนของตนเองตอ่ ไปค่ะ
ดิฉันจะเข้ามาที่มหาวิทยาลัยอีกในวันจันทร์สัปดาห์หน้าเพื่อมารับงานเขียนคืน หากอาจารย์ไม่สะดวกที่จะพบกับ
ดิฉัน ดิฉันขอความกรุณาอาจารย์วางงานของดิฉันไว้บนโต๊ะของอาจารย์ แล้วดิฉันจะรับคืนไปค่ะ ขอขอบพระคุณยิ่งในความ
กรณุ าของอาจารยค์ ่ะ
ดว้ ยความเคารพ
นางสาวสุนทรยี ์ สรวลชลธาร
๑๙ ต.ค. ๒๕๕๗ เวลา ๑๙.๐๐ น.
(มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทัยธรรมาธริ าช ภาษาไทย ๖ หน้า ๘๔๓)
ตัวอย่าง ขอ้ ความในบนั ทกึ ทใ่ี ชภ้ าษากง่ึ ทางการ
ถึงคณุ สมชาย
ทีค่ ุณชวนดฉิ นั ไปฟงั การอภิปรายที่หอสมดุ แห่งชาติวนั เสาร์นี้ ตฉิ นั คงจะไปไมไ่ ด้หรอกค่ะ เพราะดิฉันมี
งานหลายอย่างที่ต้องทำให้เสร็จภายในวันจันทร์นี้ ดิฉันคิดว่าโอกาสหน้า หากมีการอภิปรายที่น่าสนใจอีก
คงจะไดม้ โี อกาสไปฟัง ขอบคณุ นะคะทีส่ ง่ ข่าวเรอื่ งการอภปิ รายให้ทราบ
นวลปราง
วชิ าทักษะภาษาไทยเชงิ วชิ าชพี (30000-1101) 50
สรุปสาระสำคัญ
การเขียนเป็นกระบวนการส่งสารที่มีความสำคัญในชีวิตประจำวันและในงานอาชีพ การเขียน
บันทกึ เป็นการเตอื นความจำ และเพือ่ ใช้เปน็ หลักฐานในการสบื คน้ ความรู้ หรอื เร่อื งราวต่าง ๆ ท่ีเคยฟัง ดู
หรืออ่านมาก่อนแล้ว อีกทั้งในขณะที่จดบันทึก ผู้จดบันทึกยังได้ฝึกตนเองให้มีสมาธิในการฟัง ดู หรืออ่าน
เรอ่ื งราวตา่ ง ๆ ไดเ้ ขา้ ใจ และพินิจพเิ คราะห์สารไดอ้ ยา่ งเป็นระบบ
*************************
แบบฝกึ หดั หนว่ ยท่ี 4
การเขยี นบนั ทึก
ตอนที่ 1 จงตอบคำถามต่อไปนี้
1. การเขยี นบันทึกหมายถึงอะไร
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
2. ข้อมูลที่นำมาเขียนบนั ทึกไดม้ าจากแหลง่ ขอ้ มูลทางใดได้บ้าง
........................................................................................................ ......................................................................
............................................................................................................................. .................................................
3. จงบอกหลักการเขยี นบนั ทึกมาพอสงั เขป
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
4. จงสรปุ วธิ ีเขียนบนั ทกึ มาพอสังเขป
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
5. การเขียนบันทกึ ทำได้ก่ีรูปแบบ อะไรบา้ ง
............................................................................................................................. .................................................
.......................................................................................................................................................... ....................
.............................................................................................................. ................................................................
ตอนที่ 2 ให้นักศกึ ษาเลอื กเขียนบันทึกข้อความเพยี งข้อใดข้อหนึ่ง
1. สมมุตินกั ศกึ ษาเปน็ ประธานชมรมพฒั นาชมุ ชน วทิ ยาลัยอาชีวศึกษาลพบุรีจัดทำโครงการพัฒนาวัดขุนนวน
โดยเข้าไปทำความสะอาดและทาสีรั้ววัดใหม่ วันที่ ๑๖-๑๗ มีนาคม ๒๕64 นักศึกษาเขียนบันทึกติดต่อขอใช้
รถหกล้อของวิทยาลัย เพื่อใช้รับ-ส่ง นักศึกษาชมรมพัฒนาชุมชนจำนวน ๒๘ คน ตามวันดังกล่าว เวลา
๐๘.๐๐ - ๑๗.๐๐ น.
๒. สมมตินักศึกษาเป็นพนักงานคนหนึง่ ในบรษิ ัท (ตั้งชื่อเอง) เขียนบันทึกถึงผู้จัดการฝ่ายซื้อขอความเห็นเรือ่ ง
การขายสินค้าที่ค้างอยู่ในคลังสินค้า รายละเอียดอื่น ๆ นักศึกษาสามารถสมมุติได้ตามความเหมาะสม เช่น
สินค้าที่เหลือเป็นสินค้าอะไร จำนวนเท่าไร เป็นต้น และความเห็นของนักศึกษาจะทำอย่างไรกับสินค้าเหล่าน้ี
กระดาษบันทกึ ภายในบรษิ ทั นกั ศึกษาสามารถออกแบบไดต้ ามความเหมาะสม
วชิ าทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ (30000-1101) 51
แบบทดสอบหลงั เรยี นหนว่ ยที่ 4
การเขยี นบันทึก
คำชี้แจง ให้ทำเคร่ืองหมายกากบาท (X) ลงหน้าตวั เลือกที่ถูกตอ้ งท่สี ดุ
1. ข้อใดเปน็ แหล่งท่ีมาของข้อมูลที่ไม่ควรนำมาเขียนบนั ทึกได้
ก. จากการฟัง ข. จากการดู
ค. จากการอ่าน ง. จากการไปทัศนศึกษา
จ. จากการเล่นไลน์
2. ขอ้ ใดคือสิง่ ท่ีไมค่ วรทำในการเขยี นบนั ทกึ
ก. ใช้ขอ้ ความแสดงอารมณ์ ข. ให้ขอ้ เท็จจรงิ
ค. บอกแหล่งท่ีมาของข้อมูล ง. ใช้สำนวนภาษาของตนเอง
จ. คำนึงถงึ ความถูกต้องของข้อมลู
3. สว่ นประกอบของบนั ทึกคือข้อใด
ก. สว่ นตน้ ส่วนขอ้ ความ สว่ นลงทา้ ย ข. ส่วนตน้ ส่วนเตมิ เต็ม สว่ นทา้ ย
ค. สว่ นหวั ส่วนข้อความ ส่วนลงท้าย ง. สว่ นหัว ส่วนเติมเต็ม ส่วนท้าย
จ. สว่ นแรก สว่ นข้อความ สว่ นหลัง
4. ขอ้ ใดไม่ใช่หลกั ในการเขยี นบันทึก
ก. ควรพมิ พ์มากกว่าเขยี นด้วยลายมอื
ข. ควรบอกแหลง่ ทมี่ าของขอ้ มูลและวันเดอื นปีใหช้ ดั เจน
ค. เนือ้ หาเปน็ ข้อเทจ็ จรงิ ถูกตอ้ งและชัดเจน
ง. เรยี บเรยี งเน้ือหาให้เปน็ ระบบระเบยี บ
จ. บันทึกเน้อื หาตามลำดับเวลา
5. ขอ้ ใดไมใ่ ชห่ ลักในการคัดลอกข้อความเพ่ืออ้างอิง
ก. บนั ทึกให้ตรงกับตน้ ฉบับ ข. ใช้เคร่อื งหมายอัญประกาศกำกับไว้
ค. บอกท่ีมาของข้อมลู ง. บนั ทึกตามความเป็นจรงิ
จ. บันทึกโดยใช้สำนวนภาษาของตนเอง
6. นามบตั รมีประโยชน์ในการบันทกึ ข้อความในการส่ือสารยกเว้นขอ้ ใด
ก. ทราบวา่ ใครมาติดตอ่ ข. ทราบวา่ จะตดิ ต่อกลับได้อย่างไร
ค. ไม่เสยี เวลาในการเขยี นท่อี ยู่ของผ้มู าติดต่อ ง. ไม่เสยี เวลาในการหากระดาษบันทกึ
จ. ถูกทง้ั ก. และ ข.
7. ถ้าผูเ้ รียนเปน็ ผูบ้ ังคบั บญั ชาตอ้ งการเขียนบนั ทึกแบบไมเ่ ป็นทางการสงั่ การผู้ใต้บังคับบัญชาควรเลอื กใช้
บันทึกรูปแบบใด
ก. บนั ทกึ โดยใชน้ ามบตั ร ข. บันทกึ โดยใชจ้ ดหมายนอ้ ย
ค. บนั ทกึ โดยใชแ้ บบฟอรม์ รบั โทรศพั ท์ ง. บนั ทึกโดยใช้กระดาษบนั ทึกขอ้ ความ
จ. บันทึกโดยใชใ้ บชว่ ยความจำ
วิชาทกั ษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ (30000-1101) 52
8. การบนั ทกึ ติดต่อสือ่ สารภายในองค์กรอย่างเปน็ ทางการควรใช้รปู แบบใด
ก. บนั ทกึ โดยใช้นามบตั ร ข. บันทึกโดยใช้จดหมายน้อย
ค. บันทึกโดยใชแ้ บบฟอรม์ รับโทรศพั ท์ ง. บนั ทึกโดยใชก้ ระดาษบนั ทึกข้อความ
จ. บันทึกโดยใช้ใบชว่ ยความจำ
9. ขนาดของตวั ครุฑที่ใชใ้ นการตดิ ตอ่ สอ่ื สารภายในองคก์ รควรใช้ขนาดใด
ก. ๑ ซม. ข. ๑.๕ ซม. ค. ๒ ซม. ง. ๒.๕ ซม. จ. ๓ ซม.
10. การเขียนบันทกึ รูปแบบใดสามารถใช้เวยี นแจ้งบคุ ลากรในหนว่ ยงานเดียวกันได้
ก. จดหมาย ข. บันทึกขนาดส้นั
ค. บนั ทกึ ข้อความ ง. ใบช่วยจำ
จ. ถูกทกุ ข้อ
วชิ าทักษะภาษาไทยเชงิ วิชาชพี (30000-1101) 53
หนว่ ยที่ 5
การเขียนรายงานเพื่อการปฏิบัติงานเชงิ วชิ าชพี
การเขียนรายงานเพื่อการปฏิบัติงานเชิงวิชาชีพ เป็นการเขียนในลักษณะต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการ
ประกอบวิชาชีพ ในส่วนขององค์กรต่าง ๆ การเขียนรายงานจัดเป็นการแสดงความสามารถทางการเขียนใน
การสื่อสารเพื่อใช้ในการรายงาน สรุปผล แสดงความก้าวหน้าของงาน หรือความสำเร็จของงานที่กำลังปฏิบัติ
อยู่ ผู้เขียนทีส่ ามารถรายงานจากการปฏิบัตงิ านได้ดีจะช่วยให้ผู้รับรายงานเข้าใจเรื่องราว ขั้นตอน และผลการ
ปฏบิ ตั ิงานไดอ้ ยา่ งครอบคลุมและชัดเจน
5.1 ความหมายของการเขียนรายงาน
รายงาน หมายถงึ เร่ืองราวทไ่ี ปศึกษาคนั ควา้ แลว้ นำมาแสดงที่ประชุม ครูอาจารย์ หรือ ผูบ้ ังคับบัญชา
เป็นตนั (ราชบัณฑิตยสถาน, ๒๕๕๔ : ๙๔๙)
รายงานการปฏิบัติงาน หมายถึง ข้อมูล ข่าวสาร เรื่องราวที่เกิดขึ้นจากการรวบรวมผล วิเคราะห์
ประเมนิ ผล รวมถงึ ข้อเสนอแนะท่ีเกิดข้ึนในการปฏิบัตงิ าน มาเขียน หรอื นำเสนอในรูปแบบของรายงาน ดังนั้น
การเขียนรายงานจึงหมายถึง การเขียนข้อมูลข่าวสาร เรื่องราว ที่ผ่านการรวบรวมผล วิเคราะห์ ประเมินผล
เพ่ือนำมาเสนอเปน็ ขอ้ มูลท่ีน่าเชอ่ื ถอื ผ่านรูปแบบการเขยี นทม่ี ีระบบ ระเบยี บวธิ ที างการเขยี นรายงาน
5.2 ความสำคญั ของรายงาน
รายงานเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้องค์กร หน่วยงาน เกิดความรู้ความเข้าใจร่วมกัน เป็นการสร้าง
องค์ความรู้ใหม่ที่ส่งผลให้เกิดการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง สร้างสรรค์ และพัฒนาการปฏิบัติงานให้มี
ประสิทธิภาพ ทันเหตุการณ์ นอกจากนี้ผลกการรายงานยังสามารถใช้เป็นหลักฐานเอกสารอ้างอิง ดังนั้น
รายงานทีด่ จี ะตอ้ งละเอยี ด ทนั สมยั มีหลักฐานและข้อเทจ็ จรงิ ท่ีแมน่ ยำ ชดั เจน เช่ือถอื ได้
5.3 ประเภทของรายงาน
การเขียนรายงานเพ่อื การปฏบิ ตั ิงานเชงิ วิชาชีพมีหลากหลายแบบ ตังจะจดั ประเภทได้ ดงั น้ี
5.3.1 รายงานเหตุการณ์
รายงานเหตุการณ์เป็นการเขียนรายงานเพื่อบรรยายเหตุการณ์ให้ผู้บังคับบัญชาทราบถึง
รายละเอียดของเหตุการณ์ ตลอดจนวิเคราะห์ สรุปผล และให้ข้อเสนอแนะอย่างครบถ้วนลงในรายงาน
การรายงานเหตุการณ์ประกอบดว้ ย ๔ สว่ นสำคญั ได้แก่
ส่วนประกอบของรายงานเหตกุ ารณ์ รายละเอียด
1. ข้ันสว่ นนำ
ส่วนนำเป็นส่วนของการให้รายละเอียดของการเกิดรายงาน
เพื่อให้ผู้อ่านได้ทราบเรื่องราว หรือเหตุการณ์โดนละเอียดว่า ใคร
ทำอะไร ที่ไหน เมื่อใด อย่างไร เป็นต้น เช่น การเกิดอุบัติเหตุ
ผู้โดยสารรถประจำทางตกจากรถได้รับบาดเจ็บ ในส่วนนี้
จำเปน็ ตอ้ งรายงานถึงรายละเอยี ด คอื ช่ือของผู้โดยสาร หมายเลข
รถประจำทาง วนั เวลา รวมถงึ สถานทด่ี ว้ ย
วิชาทกั ษะภาษาไทยเชิงวชิ าชพี (30000-1101) 54
สว่ นประกอบของรายงานเหตกุ ารณ์ รายละเอียด
2. ข้นั เนือ้ หา
ส่วนเนื้อหาของรายงาน จะเป็นส่วนของการวิเคราะห์สาเหตุท่ี
3. ขั้นสรปุ ผล เกิดขึ้น เช่น ผู้โดยสารตกจากรถโดยสารประจำทางเพราะห้อย
4. ขนั้ การใหข้ อ้ เสนอแนะ โหนบริเวณใกล้กับประตู รถประจำทางมีผู้โดยสารแน่นเกินไป
คนขบั รถรีบร้อนออกรถ หรอื ผูโ้ ดยสารเล่นโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น
จากนั้นจึงวิเคราะห์ความเสียหายที่ได้รับ และมาตรการที่ให้การ
ชว่ ยเหลือขององคก์ รขนส่งมหาชน
ส่วนสรุปผลเป็นขั้นตอนของการสรุปเรื่องราว เหตุการณ์ที่เกิดข้ึน
เช่น อาการของผู้ได้รับบาดเจ็บ มาตรการที่ให้การช่วยเหลือ
ประสบผลสำเรจ็ มากน้อยเพียงใด
การให้ข้อเสนอแนะ จะเป็นการหาแนวทางแก้ไข หรือป้องกัน
ปญั หาท่เี กดิ ขนึ้
ตัวอยา่ ง รายงานเหตุการณ์
รายงานเหตุการณ์ของศูนย์นเรนทร
กระทรวงสาธารณสุข ศนู ย์ย่อยวชิรพยาบาล
o ๒๒๔๘ ๒๒๒๒, ๑๖๖๙
๒ มีนาคม ๒๕๕๖
เรือ่ ง รายงานการปฏบิ ตั ิงาน
เรียน ผู้อำนวยการศนู ยน์ เรนทร
ดว้ ยวันที่ ๒๘ เดือน กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. ๒๕๕๖ เวลา ๑๘.๓๐ น. ข้าพเจ้าได้รับแจ้งจากวิทยุศนู ย์ฯ ให้ไป
รับผู้บาดเจบ็ บริเวณหน้าสถานขี นส่งสายใต้ใหม่
เมื่องถึงที่เกิดเหตุข้าพเจา้ พบนายวุฒิชัย เหมือนมณี อายุ ๓๗ ปี นอนอยู่บนเกาะกลางถนนช่วงขาขึ้น
สะพานต่างระดบั ตลิ่งชนั บรมราชชนนี คนเจ็บไมร่ ู้สกึ ตวั แขนขวาหกั ศีรษะดา้ นหลงั บวมนนู เส้นผ่าศูนย์กลาง
ประมาณ ๓ ชม. จากปากคำบอกเล่าของผู้เห็นเหตุการณ์พอสรุปได้วา่ รถโดยสารประจำทางขนส่งมวลชนสาย
110 สะพานกรงุ ธน-ศาลายา ทำผ้โู ดยสารตกรถ ขา้ พเจ้าไดน้ ำคนเจ็บส่งแผนกฉกุ เฉินวชิ ริ พยาบาล พบกระเป๋า
สตางค์และโทรศพั ท์มือถือ ตดิ ต่อผปู้ กครองแล้วผู้ปกครองได้นำตัว๋ รถโดยสารประจำทางท่ีอยู่ในกระเป๋าเส้ือคน
เจ็บเป็นหลกั ฐานเขา้ แจง้ ความกับร้อยเวรสถานีตำรวจนครบาลตลง่ิ ชนั แล้ว
ขณะนีค้ นเจบ็ รู้สกึ ตวั แล้วนอนรักษาตวั อยู่ทีห่ อผปู้ ว่ ยในตึกศัลยกรรมชายแพทยเ์ จ้าของไข้ลงความเห็น
วา่ น่าจะใชเ้ วลารักษาตวั ทโ่ี รงพยาบาลประมาณ ๓๐ วัน
จงึ เรยี นมาเพื่อทราบ
(นายสงวน สวุ รรณพงศ์)
เจา้ หนา้ ท่หี น่วยก้ชู ีพนเรนทร
ผู้รายงาน
วชิ าทักษะภาษาไทยเชงิ วชิ าชีพ (30000-1101) 55
5.3.2 รายงานผลการปฏิบตั ิงาน
การเขียนรายงานการปฏิบัติงานจัดเป็นการรายงานความก้าวหน้าในการปฏิบัติงาน หรือ
ผลสำเร็จของการดำเนินงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ มีจุดประสงค์เพื่อแสดงผลงานทั้งในด้านการดำเนินงาน
ความสำเร็จ รวมไปถึงปัญหาอุปสรรคของการปฏิบัติงาน การเขียนรายงานการปฏิบัติงานเป็นการเขียนท่ีมิได้
กำหนดรูปแบบที่ตายตัว หากแต่ผู้เขียนก็ต้องคำนึงถึงความสวยงาม และการเรียบเรียงของลำดับความสำคญั
ดังที่ วรวรรธน์ ศรียาภัย (๒๕๕๗ : ๒๘๒) ได้กล่าวว่า รายงานผลการปฏิบัติงานเป็นงานเขียนที่ไม่กำหนด
รูปแบบ แต่อยา่ งไรก็ตามตอ้ งเขียนให้มีรูปแบบสวยงาม นั่นคอื
1) รูปแบบการเขียนรายงานผลการปฏิบัติงาน ควรลำดับความสำคัญ เริ่มที่ รูปแบบตามที่
หนว่ ยงานน้ัน ๆ กำหนด, เขียนในรูปของจดหมาย หรือบนั ทึกติดต่อ และเขียนในรปู ของรายงานขนาดสน้ั
2) วิธีเขียนรายงานผลการปฏิบัติงาน ไพรถ เลิศพิริยกมล (๒๕๔๓ : ๑๒๘) ได้เสนอแนว
ทางการเขียนไว้ ๒ ลกั ษณะ คือ
2.1) เขียนอย่างละเอียดทุกขั้นตอนของการปฏิบัติงาน ส่วนมากจะใช้กับการเขียน
รายงาน การวิจัย และการทดลอง เป็นต้น การเขียนลักษณะนี้ใช้ระเบียบวิธีการเขียนเชิงวิชาการที่ต้องมีการ
วางโครงเรอ่ื ง อ้างอิง และยกตวั อย่างประกอบอยา่ งชดั เจน
๒.2) เขียนแบบสรุปความ การเขียนลักษณะนี้นิยมใช้กันโดยทั่วไป ผู้เขียนควรเป็น
ผู้ปฏิบัติงานเองหรือรู้เห็นกระบวนการปฏิบัติงานทุกขั้นตอน โดยบันทึกรายละเอียดทั้งหมด แล้วนำมาเรียบ
เรยี งใหมใ่ หไ้ ด้ใจความที่ดี กระชับ ชดั เจน และเข้าใจง่าย สุดท้ายอาจมีขอ้ เสนอของผเู้ ขียนร่วมด้วยก็ได้
ตวั อย่าง รายงานผลการปฏิบตั ิงาน
บันทกึ ข้อความ
ส่วนราชการ แผนกวชิ าสามญั สัมพันธ์ ฝ่ายวชิ าการ วทิ ยาลยั อาชวี ศึกษาลพบรุ ี
ท่ี สส. /๒๕๖3 วนั ที่ 17 สงิ หาคม ๒๕๖3
เร่ือง ขออนุญาตสรปุ ผลและลงนามเกียรตบิ ัตรผลการแข่งขันทักษะทางภาษาไทย เน่ืองในโครงการสปั ดาห์
ภาษาไทย ร้อยใจแดส่ นุ ทรภู่ ประจำปกี ารศึกษา 2563
เรียน ผู้อำนวยการวทิ ยาลัยอาชีวศึกษาลพบุรี
ตามที่ แผนกวิชาสามัญสัมพันธ์ ฝ่ายวิชาการ ได้ดำเนินงานการแข่งขันทักษะทางภาษาไทย เนื่องใน
โครงการสปั ดาหภ์ าษาไทย ร้อยใจแดส่ นุ ทรภู่ ประจำปกี ารศึกษา ๒๕๖3 ระหวา่ งวนั ที่ 10-14 สิงหาคม พ.ศ.
2563 นนั้
บัดนี้ แผนกวิชาสามัญสมั พนั ธ์ ฝา่ ยวิชาการ ดำเนนิ โครงการดังกล่าวเสร็จสนิ้ แล้วจึงขออนญุ าตสรุปผล
และลงนามเกียรติบัตรผลการแขง่ ขันทักษะทางภาษาไทย เนอื่ งในโครงการสปั ดาห์ภาษาไทย ร้อยใจแดส่ นุ ทรภู่
ประจำปกี ารศึกษา 2563 เพ่อื มอบให้กบั นักเรียน นักศึกษา ท่ีชนะการแข่งขันทักษะทางภาษาไทย ดังรายช่ือ
ตอ่ ไปน้ี
1. ทักษะการคัดลายมือ
รองชนะเลศิ อันดับ 2 นางสุธาวี แซ่มา้ แผนกวิชาศิลปกรรม
รองชนะเลศิ อันดับ 1 นางสาวสกุ ฤตา ศรเหม แผนกวิชาการบญั ชี
ชนะเลิศ นางสาวสวุ นันท์ จ้อยจดิ๊ แผนกวิชาคอมพวิ เตอร์ธุรกจิ
วชิ าทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชพี (30000-1101) 56
2. ทกั ษะรักการอ่าน
ชมเชย นางสาวพัชรา แซ่ย่าง แผนกวิชาการโรงแรม
แผนกวชิ าอาหารและโภชนาการ
ชมเชย นางสาวปาณสิ รา รักษาธิการ แผนกวชิ าศลิ ปกรรม
แผนกวิชาคอมพิวเตอรธ์ รุ กิจ
ชมเชย นายธนตั ถ์บดี โสภณภทั รกจิ แผนกวชิ าธรุ กิจค้าปลกี
แผนกวชิ าการบญั ชี
รองชนะเลศิ อนั ดับ 2 นางสาวสนุ ันทา ดนตรีเสนาะ
แผนกวชิ าการโรงแรม
รองชนะเลศิ อนั ดับ 1 นางสาวนาตยา อาทรสพุ อคู แผนกวิชาคอมพวิ เตอร์ธรุ กจิ
แผนกวิชาศิลปกรรม
ชนะเลิศ นางสาวสุกฤตา ศรเหม แผนกวิชาธุรกิจค้าปลกี
แผนกวชิ าอาหารและโภชนาการ
3. ทกั ษะการอา่ นคำประพนั ธ์ แผนกวชิ าการบัญชี
ชมเชย นายนพดล หลงพงษ์ แผนกวิชาศลิ ปกรรม
แผนกวชิ าธุรกจิ คา้ ปลีก
ชมเชย นางสาวสุวนันท์ จอ้ ยจด๊ิ แผนกวิชาคอมพวิ เตอร์ธุรกจิ
แผนกวชิ าการโรงแรม
ชมเชย นายณธกร พลเย่ียม
แผนกวชิ าคอมพวิ เตอรธ์ รุ กจิ
รองชนะเลิศอันดับ 2 นางสาวหนง่ึ ฤทยั อ้นเอี่ยม
รองชนะเลิศอนั ดับ 1 นางสาววภิ าพร ตลบั แกว้
ชนะเลศิ นางสาววรรณวสิ า โสดา
4. การประกวดการแต่งกายตวั ละครในวรรณคดไี ทย
ชมเชย นายพีรณฐั ทรพั ย์เทีย่ ง
รองชนะเลิศอนั ดับ 2 นางสาวอทติ ยา มาหมืน่
รองชนะเลิศอนั ดับ 1 นางสาวสวุ นันท์ จ้อยจ๊ิด
ชนะเลศิ นางสาวปะริชาติ ธรรมวงษ์
5. ผอู้ า่ นกลอนสดดุ คี รูกลอนสนุ ทรภู่
นางสาวณัฐชรี จนั ทา ปวช.2
จงึ เรยี นมาเพือ่ โปรดพจิ ารณาอนุญาต
(นายสมชาย เอยี่ มละมยั )
ผูร้ ับผดิ ชอบโครงการ
(นายสำเริง ชูสุข)
ผู้อำนวยการวทิ ยาลยั อาชวี ศึกษาลพบรุ ี
3.3.3 รายงานการประชมุ
รายงานการประชุมจัดเป็นหนังสือราชการประเภทหนึ่ง เลขานุการในแต่ละหน่วยงานเป็นผู้มี
หน้าที่ในการจัดการประชุม และนำเสนอในรูปแบบของรายงานการประชุม พจนานุกรมฉบับ
ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 (2554 : 999) ให้ความหมายของ รายงานการประชุม ไว้ว่า น. รายละเอียด
หรือสาระของการประชมุ ท่ีจดไวเ้ ปน็ ทางการ
วิชาทักษะภาษาไทยเชิงวชิ าชีพ (30000-1101) 57
1) ความสำคัญของรายการงานประชมุ
รายงานการประชมุ มีความสำคญั ตอ่ การดำเนินงานขององค์กรดังนี้
1.1) เปน็ เอกสารแจ้งผลการประชุมให้ผูท้ ี่เกย่ี วข้องรบั ทราบและถือปฏบิ ตั ิตอ่ ไป
1.2) เปน็ หลักฐานยนื ยันผลการปฏบิ ตั ิงาน การปฏบิ ตั งิ านในองค์กร หรอื หน่วยงานต่าง ๆ
ได้จดั ใหม้ ีการประชมุ เพ่ือรายงานผลการดำเนนิ งานใหผ้ ู้ที่เกี่ยวข้องไดร้ ับทราบความกา้ วหนา้ หรอื ปัญหาในการ
ดำเนินงาน
1.3) เป็นเครื่องมอื ในการติดตามงาน
1.4) เป็นหลักฐานอา้ งองิ ที่เชื่อถือได้
2) คำศัพท์ที่ใช้ในการประชมุ
ในการประชมุ มีคำศัพท์ทใี่ ช้เรยี กองคป์ ระกอบตา่ ง ๆ ของการประชมุ ดังน้ี
2.1) สมัยการประชมุ หมายถงึ ชว่ งเวลาท่จี ัดประชมุ ซึ่งแบง่ ๒ สมยั คือ
1) การประชุมสมัยสามัญ หมายถึง การประชุมตามที่ได้มีการกำหนดเวลาไว้
อย่างแน่นอน
2) การประชุมสมัยวิสามัญ หมายถึง การประชุมที่จัดเปน็ พิเศษ เพราะมีเรื่องสำคญั
เร่งด่วนที่ต้องการปรึกษากัน หรือต้องการพิจารณา รวมทั้งมีเรื่องสำคัญที่ต้องการให้คณะกรรมการทราบ
โดยดว่ น
2.2) องค์ประชุม หมายถึง คณะกรรมการหรือสมาชิก ผู้มีหน้าที่ต้องเข้าประชุม ได้แก่
ประธานรองประธาน (ถ้าม)ี กรรมการหรอื สมาชกิ เลขานกุ าร
2.3) ครบองค์ประชุม หมายความว่า ครบจำนวนผู้เข้าประชุมตามที่ระบุไว้ในระเบียบ
หรือจำนวนกรรมการเกินครึ่งหนึ่งของคณะกรรมการหรือสมาชิกท้ังหมด ถ้ามาน้อยถือว่าไม่ครบ องค์ประชุม
ตามทก่ี ำหนด ประธานต้องยกเลิกการประชุม เพราะมติที่ได้จากท่ปี ระชมุ จะเป็นโมฆะเนื่องจากไม่เป็นคะแนน
เสยี งข้างมาก (สมาชิกต้องมา 2 ใน 3 ของสมาชิกท้ังหมด)
2.4) ญัตติ หมายถึง ข้อเสนอที่สมาชิกเสนอต่อที่ประชุมเพื่อพิจารณาลงมติ การเสนอ
โดยปกติจะทำเป็นหนงั สือต่อประธาน เพื่อบรรจุเข้าในระเบียบวาระการประชุม แต่ถ้าเป็นการเร่งด่วนสมาชกิ
อาจเสนอในทปี่ ระชมุ เลยกไ็ ด้
2.5) การแปรญตั ติ หมายถงึ การเปลี่ยนแปลงญัตติดว้ ยการเพ่ิม ตดั ออก หรือเสนอซ้อน
ทัง้ ด้านถอ้ ยคำและข้อแมต้ ่าง ๆ คำศพั ท์ญตั ตแิ ละแปรญัตตนิ ้ใี ชเ้ ฉพาะการประชุมบางประเภท เชน่ การประชุม
สภาผูแ้ ทนราษฎร การประชุมสภาองค์การบรหิ ารส่วนจังหวดั เปน็ ตนั
2.6) มติ คือ ข้อตกลงของที่ประชุม การออกเสียงลงมตินี้ถือเสียงข้างมาก ซึ่งทุกคนต้อง
ยอมรับแม้บางคนจะไม่เห็นด้วย การออกเสียงลงมติอาจทำโดยเปิดเผย คือ การยกมือ หรือลงมติแบบลับคือ
เขียนใส่ซองปดิ ผนึกและตรวจนบั ภายหลังกไ็ ด้
2.7) ทป่ี ระชุม หมายถงึ บรรดาผู้เข้าประชมุ ทั้งหมด (ไมร่ วมผู้จดั การประชมุ )
2.8) ระเบียบวาระการประชุม หมายถึง เรื่องที่จะนำเข้าปรึกษากันในที่ประชุม
ตามลำดับก่อน-หลัง ซึ่งการประชุมส่วนมากมักมีกำหนดระเบียบวาระการประชุม ดังนี้ (เป็นการกำหนดตาม
ระเบยี บงานสารบรรณ พ.ศ. ๒๕๒๖ คำอธบิ ายท่ี ๑๐ เรื่องรายงานการประชุม)
ระเบยี บวาระที่ ๑ เรื่องทีป่ ระธานแจง้ ใหท้ ปี่ ระชุมทราบ
(ข่าวสารท่แี จง้ โดยประธานแจ้งใหท้ ราบในตอนเร่มิ ประชุม)
วิชาทกั ษะภาษาไทยเชงิ วชิ าชพี (30000-1101) 58
ระเบียบวาระที่ ๒ เรอื่ งรบั รองรายงานการประชมุ
(รายงานการประชุมครั้งที่ผ่านมาแจ้งในที่ประชุมทราบ เพื่อรับรอง
ความเหน็ ชอบ และตรวจสอบความถูกตอ้ งอกี คร้งั )
ระเบยี บวาระที่ ๓ เร่ืองเสนอให้ท่ีประชมุ ทราบ
(รายงานผลงานหรือเสนอเรื่องราวสำคัญในหน่วยงานเพื่อให้ที่ประชุม
รับทราบหรอื มขี อ้ สังเกตเพม่ิ เตมิ )
ระเบยี บวาระที่ ๔ เรือ่ งเสนอใหท้ ่ปี ระชุมพจิ ารณา
(เรอ่ื งทเ่ี สนอให้ที่ประชุมลงมติ หรือพจิ ารณาร่วมกัน)
ระเบียบวาระที่ ๕ เรือ่ งอ่นื ๆ
เร่อื งทตี่ ้องการเสนอเพมิ่ เตมิ แตอ่ าจมิได้ระบุอย่ใู นวาระการประชมุ
2.9) จดหมายเชิญประชุม คือ จดหมายแจ้งสถานที่ วัน เวลาการประชุม พร้อมทั้ง
ระเบยี บวาระการประชุมตามท่ีประธานกำหนด
2.10) รายงานการประชุม คือ การบันทึกความคิดเห็นของผู้เข้าประชุม ผู้เข้าร่วม
ประชมุ และมติ
3) หลักในการเขยี นรายงานการประชุม
การเขียนรายงานการประชุม เป็นการนำบันทึกการประชุมที่เลขานุการจดข้อความหรือ
บนั ทึกเสียงในขณะประชมุ ซง่ึ การจดบนั ทึกการประชมุ อาจทำได้ ๓ วิธี คอื
วิธีที่ ๑ จดรายละเอียดทุกคำพูดของกรรมการ หรือผู้เข้าร่วมประชุมทุกคน พร้อมด้วย
มติ
วิธีที่ ๒ จดย่อคำพูดที่เป็นประเด็นสำคัญของกรรมการหรือผู้เข้าร่วมประชุม อันเป็น
เหตุผลนำไปสู่มติของท่ปี ระชมุ พร้อมด้วยมติ
วิธีที่ ๓ จดแต่เหตุผลกับมติของที่ประชุม การจดรายงานการประชุมโดยวิธีใดนั้น ให้ท่ี
ประชุมนนั้ เองเปน็ ผู้กำหนด หรอื ให้ประธานและเลขานกุ ารของที่ประชมุ ปรึกษาหารอื กนั และกำหนด
เมื่อบันทึกการประชุมเรียบร้อยแล้ว ให้นำมาเขียนเป็นรายงานการประชุมตามลำดับ
หัวข้อดังน้ี
๑. รายงานการประชุม ให้ลงชื่อคณะที่ประชุม หรือชื่อการประชุมนั้น เช่น “รายงานการ
ประชุมคณะกรรมการ............”
๒. ครัง้ ท่ี การลงคร้งั ทที่ ปี่ ระชุมมี ๒ วิธี ที่สามารถเลอื กปฏิบตั ิได้ คือ
๒.1 ลงครั้งที่ทีป่ ระชุมเป็นรายปี โดยเร่มิ คร้ังแรกจากเลข ๑ เรยี งเป็นลำดับไปจนสิ้นปี
ปฏิทิน ทับเลขปีพุทธศักราชที่ประชุมเมื่อขึ้นปีปฏิทินใหม่ให้ เริ่มครั้งที่ ใหม่ เรียงไปตามลำดับ เช่น ครั้งที่ ๑/
๒๕๔๔
๒.๒ ลงจำนวนคร้งั ท่ปี ระชุมทง้ั หมดของคณะทปี่ ระชุม หรือการประชุมนั้นประกอบกับ
คร้งั ทีท่ ปี่ ระชุมเปน็ รายปี เชน่ คร้ังท่ี ๓๖-๑/๒๕๔
๓. เมอ่ื ให้ลงวนั เดอื น ปี ท่ีประชุมโดยลงวนั ที่ พร้อมตัวเลขของวนั ท่ี ชอ่ื เตม็ ของเดือนและ
ตวั เลขของปพี ุทธศักราช เช่น เมอื่ วันท่ี ๑ พฤศจกิ ายน ๒๕๔๔
๔. ณ ให้ลงชอื่ สถานท่ี ท่ใี ชเ้ ปน็ ท่ีประชุม
๕. ผู้มาประชุม ให้ลงชื่อและหรือตำแหน่งของผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นคณะที่ประชุมซึ่งมา
ประชุม ในกรณีที่เป็นผู้ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้แทนหน่วยงานให้ระบุว่าเป็นผู้แทนของหน่วยงานใด พร้อม
วิชาทักษะภาษาไทยเชิงวชิ าชพี (30000-1101) 59
ตำแหนง่ ในคณะทป่ี ระชมุ ในกรณที เ่ี ปน็ ผมู้ าประชมุ แทนใหล้ งชื่อผู้มาประชุมแทนและลงด้วยว่ามาประชุมแทน
ผ้ใู ด หรือตำแหน่งใด หรอื แทนผแู้ ทนหนว่ ยงานใด
๖. ผู้ไม่มาประชุม ให้ลงชื่อหรือตำแหน่งของผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะที่ประชุมซึ่งมิ
ได้มาประชุม โดยระบุให้ทราบว่าเป็นผู้แทนจากหน่วยงานใด พร้อมทั้งเหตุผลที่ไม่สามารถมาประชุม ถ้าหาก
ทราบดว้ ยกไ็ ด้
๗. ผู้เข้าร่วมประชุม ให้ลงชื่อหรือตำแหน่งของผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะที่ประชุม ซึ่ง
ไดเ้ ขา้ มาร่วมประชมุ และหน่วยงานที่สังกัด (ถา้ มี)
๘. เรม่ิ ประชมุ ใหล้ งเวลาที่เร่ิมประชุม
๙. ขอ้ ความ ให้บันทึกขอ้ ความทปี่ ระชมุ โดยปกตใิ ห้เร่มิ ด้วยประธานกลา่ วเปิดประชุมและ
เร่ืองทีป่ ระชุมกับมตหิ รอื ขอ้ สรปุ ของทป่ี ระชุมในแต่ละเร่ือง
๑๐. เลิกประชุมเวลา ให้ลงเวลาทเี่ ลกิ ประชุม
ผู้จดรายงานการประชุม ให้เลขานุการหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายให้จดรายงานการ
ประชมุ ลงลายมือชอ่ื พรอ้ มทง้ั พิมพช์ ื่อเตม็ และนามสกลุ ไว้ไตล้ ายมือชอ่ื ในรายงานการประชมุ ครัง้ นั้นดว้ ย
การบันทกึ มตทิ ีป่ ระชมุ
กรณีประชุมตามระเบียบวาระท่ีเสนอ ไม่มีผู้ขัดแย้ง ควรบันทึกเป็นมติที่
ประชุมรบั ทราบ หรือเห็นชอบ
กรณมี ผี ูเ้ สนอขัดแยง้ และไม่เห็นด้วยตอ้ งบนั ทึกวา่ เห็นด้วย จำนวนกเี่ สียง
ไมเ่ หน็ ด้วย จำนวนกี่เสียง
กรณีที่ประชุมมีคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์ หรือด้วยเสียงข้างมาก
จำนวน.......เสยี ง
การบันทึกรายงานการประชุม ผู้บันทึกต้องให้ผู้เข้าประชุมลงลายมือชื่อ พร้อมบันทึก
เรื่องที่พิจารณาและลงมติไว้ทุกเรื่อง และให้ประธานในที่ประชุม กับเลขานุการหรือกรรมการอ่ืนอีกคนหนึ่งที่
เขา้ ประชมุ ลงลายมือช่ือดว้ ย
ตวั อย่าง รปู แบบรายงานการประชุม
รายงานการประชมุ ………………………………………….
ครั้งท…่ี ……………………………
เมือ่ ........................................
ณ.......................................................
ผู้มาประชมุ 1..................................................................................................
2............................................................................................... ...
ผไู้ ม่มาประชุม (ถา้ มี) 1..................................................................................................
2..................................................................................................
ผ้เู ข้ารว่ มประชุม (ถ้าม)ี 1..................................................................................................
2..................................................................................................
วิชาทกั ษะภาษาไทยเชิงวชิ าชพี (30000-1101) 60
เรม่ิ ประชมุ เวลา...................................................
วาระที่ ๑ เรื่องทปี่ ระธานแจง้ ให้ทีป่ ระชมุ ทราบ…………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
วาระที่ ๒ เรอ่ื งรบั รองรายงานการประชมุ ...............................................................................................
.............................................................................................................................................................................
วาระที่ ๓ เรื่องท่ีเสนอใหท้ ่ีประชมุ ทราบ…………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
วาระที่ ๔ เรอื่ งท่เี สนอให้ทีป่ ระชมุ พิจารณา…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
วาระที่ ๕ เรอื่ งอ่นื ๆ (ถา้ มี.....................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
เลกิ ประชมุ เวลา.....................................................
ลงชอ่ื .....................................................
(.....................................................)
ผบู้ นั ทึกรายงานการประชุม
ลงช่ือ.....................................................
(.....................................................)
ผตู้ รวจรายงานการประชุม
ตวั อยา่ ง รายงานการประชุม
รายงานการประชมุ คณะกรรมการดำเนนิ งาน
โครงการ สปั ดาห์ภาษาไทย...รอ้ ยใจแดส่ ุนทรภู่ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๒
ครงั้ ท่ี ๑/๒๕๖๒
วนั จันทร์ท่ี ๑๗ มถิ ุนายน พ.ศ. ๒๕๖๒
ณ หอ้ งประชุมวิทยาลัยอาชีวศึกษาลพบุรี อาคารอำนวยการ
************************************
ผู้มาประชุม
๑. นางณัฐษมนต์ ณุวงคศ์ รี ประธาน
๒. นางณิชาพัฒน์ กันหริ
๓. นางสุภทั ตรา ทรพั ย์ทวี
๔. นางมุฑติ า ผลพรต
๕. นายดเิ รก ญาณสุภาพ
๖. นางสาวรวิพร ออู่ รุณ
วิชาทกั ษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ (30000-1101) 61
๗. นางสาวจติ ติมา แก้วเรือง
๘. นายสหสั เนตร ดมี งคล
๙. นางสาวศริ วิ รรณ รสจันทร์
๑๐. นายสมชาย เอ่ียมละมัย
๑๑. นายธีรพงษ์ ตรีกุล
๑๒. นางกาญจนา มาลา
ผู้ไม่มาประชุม
๑. นายจุฬา โหรวิชติ ไปราชการ
๒. นายปรัตถกร ชสู กุลทิพย์ ไปราชการ
๓. นางสาวศุภมาศ ชะเอม ไปราชการ
๔. นางสาวพชั รีวรรณ ภาสบุตร ลากิจ
เริม่ ประชุมเวลา ๑๕.๓๐ น.
นางณฐั ษมนต์ ณวุ งคศ์ รี (ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศกึ ษาลพบรุ ี) ทำหน้าที่ประธานการประชมุ
ดำเนนิ วาระดงั น้ี
ระเบยี บวาระการประชุมที่ ๑ เร่อื งแจง้ ให้ทราบ
๑. ประธานแจง้ กำหนดการโครงการสปั ดาหภ์ าษาไทย...ร้อยใจแด่สุนทรภู่ ประจำปีการศกึ ษา ๒๕๖๒
จัดในวันศุกร์ที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๒ เวลา ๑๓.๓๐ – ๑๕.๐๐ น. ณ ห้องท้าวทองกีบม้า วิทยาลัยอาชีวศกึ ษา
ลพบรุ ี
๒. ประธานแจ้งคำสั่งวิทยาลัยอาชีวศึกษาลพบุรี เลขที่ ๑๘๗/๒๕๖๒ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการ
ดำเนินงานการแข่งขันทักษะทางภาษาไทย เนื่องในโครงการสัปดาห์ภาษาไทยร้อยใจแด่สุนทรภู่ ปีการศึกษา
๒๕๖๒
ท่ปี ระชุมรับทราบ
ระเบยี บวาระการประชุมท่ี ๒ รบั รองรายงานการประชุม
-ไมม่ -ี
ระเบียบวาระการประชุมที่ ๓ เรอ่ื งสืบเน่อื ง
-ไม่ม-ี
ระเบยี บวาระการประชุมท่ี ๔ เรื่องเสนอเพือ่ ทราบ
๑. ชีแ้ จงแนวทางในการตดั สนิ การแข่งขนั ทักษะทางภาษาไทย
การแข่งขันทักษะทางภาษาไทย จัดการแข่งขันเป็น ๓ ทักษะ ได้แก่ ทักษะการคัดลายมือ ทักษะ
การเขยี นเรยี งความ และทักษะการแต่งคำประพันธ์ แต่ละทักษะมเี กณฑใ์ นการแข่งขัน ดังน้ี
๑.๑ ทักษะการคดั ลายมือ (คะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน)
๑) ตัวอกั ษรแบบของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ๔๐ คะแนน
๒) ถูกต้องตามอักขรวิธี ๔๐ คะแนน
๓) ความสะอาดเรยี บรอ้ ย ๒๐ คะแนน
๑.๒ ทักษะการเขียนเรยี งความ (คะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน)
๑) การวางโครงเรือ่ ง ๒๐ คะแนน
วิชาทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชพี (30000-1101) 62
๒) คำนำ ๒๐ คะแนน
๓) สาระในเน้อื เร่อื ง ๒๐ คะแนน
๔) การใช้โวหารการเขียน ๒๐ คะแนน
๕) สรุป ๒๐ คะแนน
๑.๓ ทกั ษะการแตง่ คำประพนั ธ์ ประเภทกลอนสภุ าพ (คะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน)
๑) ฉันทลกั ษณ์ ๓๐ คะแนน
๒) เน้อื หา ๓๐ คะแนน
๓) การใช้ภาษา ๓๐ คะแนน
๔) ความเปน็ ระเบยี บ ๑๐ คะแนน
ทป่ี ระชุมรับทราบ
๒. การควบคมุ นกั เรียน
มอบนายสหสั เนตร ดีมงคล ควบคมุ นกั เรยี นในการเขา้ รว่ มกจิ กรรม
ทปี่ ระชุมรบั ทราบ
๓. การจดั สถานที่ดำเนินโครงการ
มอบนายธีรพงษ์ ตรีกุล จัดเตรียมโต๊ะกล่าวรายงาน โต๊ะลงทะเบียน ติดตั้งป้ายโครงการ
ตลอดจนดแู ลสถานที่ตลอดการดำเนินโครงการ
ทปี่ ระชุมรบั ทราบ
๔. การเตรียมสอื่ โสตทศั นปู กรณ์
มอบนายดเิ รก ญาณสภุ าพ เตรยี มเคร่ืองเสยี ง จอฉายภาพ ตลอดการดำเนนิ โครงการ
ท่ีประชมุ รบั ทราบ
๕. ประชาสมั พันธ์และพธิ ีกร
มอบนางมุฑิตา ผลพรต เป็นพิธีกรดำเนินการในพิธีเปิดโครงการฯ และมอบนายสหัสเนตร
ดีมงคล เปน็ พิธกี รในเล่นเกมปรศิ นาสำนวนไทย
ท่ปี ระชมุ รับทราบ
6. การแต่งกายของคณะครู และนักเรียน ทีป่ ระชมุ มีติให้คณะครสู วมเส้ือสีเหลือง Fix it นักเรียนชั้น
ปวช.๑ แตง่ กายชดุ ลกู เสือ สว่ นนักเรียนช้ันปอี ื่นแต่งกายชดุ กีฬา
ทป่ี ระชมุ รับทราบ
ระเบยี บวาระการประชุมที่ ๕ เรื่องอนื่ ๆ
-ไมม่ -ี
ปิดประชุมเวลา ๑๖.๒๐ น.
(นายสมชาย เอี่ยมละมัย)
ผบู้ ันทกึ รายงานการประชุม
(นางณชิ าพฒั น์ กนั หริ)
ผู้ตรวจรายงานการประชมุ
วชิ าทกั ษะภาษาไทยเชงิ วิชาชีพ (30000-1101) 63
3.3.4 รายงานทางวิชาการ
พจนานกุ รมฉบับราชบัณฑติ ยสถาน พ.ศ.2554 (2554 : 999, 1118) ให้ความหมายของ
คำว่า รายงาน ไว้ว่า รายงาน น. เรื่องราวที่ไปศึกษาค้นคว้าแล้วนำมาเสนอที่ประชุม ครูอาจารย์ หรือ
ผู้บังคับบัญชา เป็นต้น ส่วน วิชาการ มีความหมายว่า น. วิชาความรู้สาขาใดสาขาหนึ่งหรือหลายสาขา เช่น
บทความวชิ าการ สมั มนาวชิ าการ การประชมุ วชิ าการ
รายงานทางวิชาการ จงึ หมายถงึ การนำเสนอผลการศึกษาค้นคว้า ซึ่งรวบรวมและร้อยเรียง
ข้อมูลอย่างมแี บบแผนเกยี่ วกับวชิ าความรเู้ ร่อื งใดเรื่องหนึ่ง ซงึ่ ชว่ ยให้ผู้รับรายงานสามารถนำมาใชใ้ นการอ้างอิง
ได้ อีกทัง้ ยังแสดงถงึ ความร้คู วามสามารถของผู้จดั ทำรายงาน อนั จะนำไปส่กู ารประเมินผลการปฏิบัตงิ านได้
❖ สว่ นประกอบของรายงาน
ส่วนประกอบของรายงาน วรวรรธน์ ศรียาภัย (๒๕๕๗ : 293) มีดังน้ี
๑. สว่ นตน้ ได้แก่
๑.๑ ปกนอก เป็นหน้าบอกรายละเอียดเกี่ยวกับชื่อรายงาน ชื่อผู้จัดทำรายงาน ช่ือ
หนว่ ยงาน ปกนอกมกั ใชก้ ระดาษแข็งกว่ากระตาษพิมพ์รายงาน เชน่ กระดาษสีโปสเตอร์สอี ่อน
๑.๒. ปกใน เป็นหน้าซึ่งมีรายละเอียดเช่นเดียวกับปกนอกแต่เป็นกระดาษปอนด์สีขาว
เช่นเดียวกับกระดาษพิมพร์ ายงาน
๑.๓ คำนำ หน้าคำนำจะกล่าวถึงจุดประสงค์ ขอบเขต และอาจกล่าวถึงวิธีดำเนินการ
รวบรวมข้อมูลด้วยก็ได้ ในย่อหน้าสุดท้ายของคำนำ มักนิยมใช้เป็นส่วนกล่าวคำขอบคุณผู้ที่มีส่วนช่วยเหลือ
อำนวยความสะดวกตา่ ง ๆ ในการทำรายงาน ส่วนท้ายของคำนำจะระบุชื่อผู้จัดทำรายงาน และวัน เดือน ปี ท่ี
ทำรายงาน
๑.๔ สารบัญ เป็นหน้าบอกรายการ หัวข้อเรื่องตามลำดับที่ปรากฎในรายงานพร้อมทั้ง
ระบุลำดับหน้าไว้ เพื่อผู้อ่านจะได้คันหาหัวข้อที่ต้องการได้สะดวกขึ้น หากรายงานนั้นมีตารางประกอบหรือ
ภาพประกอบจำนวนมากอาจจัดทำสารบัญตาราง และสารบัญภาพไว้ด้วยก็จะดียิ่งขึ้น เพราะจะช่วยให้ผู้อ่าน
รายงานค้นหาได้สะดวก
๒. ส่วนกลาง ไดแ้ ก่
๒.๑ เนื้อหาส่วนต้น มักกล่าวเกริ่นถึงความเป็นมาของปัญหา สภาพการณ์ทั่ว ๆไปที่
ปรากฎในดา้ นต่าง ๆ เชน่ สภาพความเปน็ อยขู่ องประชาชนในทอ้ งถนิ่ สภาพเศรษฐกจิ ค่านยิ มและความเชอื่
๒.๒ เนื้อหาส่วนกลาง สาระสำคัญของรายงาน ในส่วนนี้ควรมีการอ้างอิงข้อมูลหลักฐาน
ที่ได้จากการค้นคว้า สำรวจ เพื่อช่วยให้เนื้อหามนี ้ำหนักน่าเชื่อถือมากขึ้น การอ้างอิงหรือคัดลอกข้อมูลต่าง ๆ
ต้องมีการเขียนเชิงอรรถระบุแหล่งทีม่ าของข้อมูลนัน้ ให้ชัดเจนถูกต้องด้วย ทั้งน้ีเพื่อให้เกียรติแก่เจา้ ของข้อมูล
ซึ่งถือว่าเป็นผู้รู้ในเรื่องนั้น ๆ อย่างดี และเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่ามิได้มีเจตนาฉกฉวยข้อมูลของผู้อื่นเป็น
ข้อมูลที่เกิดจากความรู้ความสามารถของตน อนึ่ง การคัดลอกข้อความของผู้อื่นโดยมีได้อ้างอิงที่มาให้ถูกต้อง
เป็นการละเมดิ ลิขสทิ ธิ์ ซ่งึ มคี วามผดิ ทางกฎหมายด้วย
๒.๓ เนื้อหาส่วนท้าย บทสรุปและข้อเสนอแนะที่ผู้จัดทำรายงานมุ่งเน้นให้ผู้มีอำนาจสั่ง
การและเกยี่ วขอ้ งได้พจิ ารณาเป็นพเิ ศษ
3. สว่ นทา้ ย ได้แก่
๓.๑ บรรณานุกรม เป็นรายชื่อเอกสาร หนังสือต่าง ๆ ที่ใช้ประกอบหรืออ้างอิงใน
การจดั ทำรายงาน เพ่ือหมายถึงการศึกษาค้นควา้ จริง และเป็นแหลง่ ขอ้ มูลให้ผู้สนใจได้ศกึ ษาคน้ คว้าเพ่ิมเติมใน
วิชาทักษะภาษาไทยเชิงวชิ าชีพ (30000-1101) 64
ส่วนอื่น ๆ อีกด้วย การเขียนบรรณานุกรมจะต้องเขียนชื่อผู้แต่งทั้งหมดตามลำดับตัวอักษรและเขียนตาม
แบบฟอร์มบรรณานกุ รมแบบสากล
๓.๒ ภาคผนวก เป็นข้อมูลต่าง ๆ ที่เพิ่มเติมนอกเหนือจากสาระสำคัญของรายงาน เพื่อเสริม
ความเข้าใจให้กระจ่างขึ้นในบางเรื่อง โดยรวบรวมไว้ท้ายรายงาน ภาคผนวกอาจเป็นข้อมูลรายละเอียดใน
รูปแบบบทความ แผนภูมิ และรูปภาพ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ภาคผนวกไม่ใช่ส่วนประกอบจำเป็นสำหรับ
รายงานเสมอไป ฉะนนั้ รายงานบางเรื่องอาจไมต่ อ้ งมีภาคผนวก
๓.๓ ดรรชนี คือ บัญชีคำต่าง ๆ ที่ปรากฎในรายงาน ระบุว่าคำใดอยู่หน้าใดบ้างเพื่ออำนวย
ความสะดวกแก่ผู้อ่านในการค้นหาคำสำคญั ๆ ในรายงานน้ัน คำต่าง ๆ จะเรียงตามลำดับอักษร ดรรชนีคำมัก
ใชใ้ นรายงานทม่ี ขี นาดประมาณ ๒ หน้าขน้ึ ไป แต่จะมหี รือไม่มกี ็ได้เช่นเดยี วกับภาคผนวก
ตวั อย่าง หน้าปกรายงาน
รายงาน
โครงการในพระราชดำริ
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
จดั ทำโดย
นางสาวปยี ะวรรณ จรรยา
ปวส. ๑/๒ เลขที่ ๑๕
แผนกวิชาการตลาด
รายงานฉบบั น้เี ปน็ สว่ นหนึง่ ของวชิ า ภาษาไทยเพ่ือสื่อสารในงานอาชีพ
รหสั วิชา ๓๐๐๐๐-๑๑๐๑
ภาคเรียนท่ี ๑ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓
วิทยาลัยเทคนคิ ราชบุรี
สรุปสารสำคญั
การเขียนรายงานเพื่อการปฏิบัติงานเชิงวิชาชีพ เป็นการเขียนรายงานในลักษณะต่าง ๆ ที่
จำเป็นต้องต่อการประกอบวิชาชีพในส่วนงานขององค์กรต่าง ๆ การเขียนรายงานจัดเป็นการแสดง
ความสามารถทางการเขียนในการสือ่ สารเพื่อใช้ในการรายงาน สรุปผล แสดงความก้าวหน้าของงานหรือ
ความสำเร็จของงานที่กำลังปฏิบัติอยู่ การเขียนรายงานเพื่อการปฏิบัติงานเชิงวิชาชีพมี ๔ ประเภทใหญ่
คือ ๑. รายงานเหตุการณ์ 2. รายงานผลการปฏิบัติงาน ๓. รายงานการประชุม และ ๔. รายงานทาง
วชิ าการ
วชิ าทกั ษะภาษาไทยเชิงวชิ าชีพ (30000-1101) 65
ทั้งนี้การเขียนรายงานถือเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งในการทำงานของทุกองค์กร ผู้เขียนรายงาน
จำเป็นต้องมีทักษะทางการสื่อความ จากนั้นกำหนดรูปแบบที่เหมาะสมกับลักษณะของรายงานแล้วจึงลง
มือเขียนโดยเลือกใช้ภาษาที่สื่อความอย่างตรงประเด็นและชัดเจน การเขียนรายงานที่ดีย่อมจะช่วย
แสดงผลของการปฏบิ ตั งิ านใหเ้ ปน็ ทปี่ ระจักษไ์ ด้
*****************************
วิชาทักษะภาษาไทยเชงิ วิชาชพี (30000-1101) 66
แบบฝกึ หดั หนว่ ยที่ 5
การเขยี นรายงานเพ่ือการปฏิบตั ิงานเชงิ วิชาชีพ
ตอนท่ี 1 จงตอบคำถามต่อไปนี้
1. รายงานการประชมุ หมายถึงอะไร
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
2. สำนกั นายกรัฐมนตรวี ่าดว้ ยงานสารบรรณ พ.ศ. ๒๕๒๖ ไดก้ ำหนดระเบียบวาระไวก้ ี่วาระ วาระใดบา้ ง
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
3. การบันทึกการประชมุ สามารถทำไดก้ ี่วธิ ี วิธีใดบา้ ง
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
4. “ท่ปี ระชมุ ” กับ “องคป์ ระชุม” แตกตา่ งกันอย่างไร
............................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................................................ ..............................
5. ผูบ้ นั ทกึ การประชมุ ที่ดคี วรมลี กั ษณะอย่างไร
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
ตอนที่ 2 จงพจิ ารณาข้อความต่อไปนี้ แลว้ ทำเครื่องหมายถูก (✓) หน้าข้อทถี่ ูก และทำเคร่อื งหมายกากบาท
(X) หนา้ ข้อทผ่ี ิด
........1. รายงานการประชมุ หมายถึงการแสดงความคิดเหน็ ในที่ประชมุ
........2. รายงานการประชุมเป็นเอกสารสำคัญในการทำงานร่วมกันระหวา่ งหวั หนา้ กบั ลูกนอ้ ง
........3. รายงานการประชมุ ใชย้ ึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน
........4. รายงานการประชมุ เป็นเอกสารอา้ งอิงทน่ี ่าเช่ือถือตามกฎหมาย
........5. รายงานการประชมุ ใชเ้ ปน็ เครื่องมือจับผิดผปู้ ฏิบตั ิงาน
........6. ผบู้ นั ทกึ รายงานการประชมุ เป็นหน้าท่ีของทุกคนทีเ่ ขา้ ร่วมประชุม
........7. ผ้บู นั ทกึ รายงานการประชมุ ควรมคี วามรเู้ กย่ี วกบั เร่ืองท่ีประชมุ
........8. ผบู้ นั ทึกรายงานการประชมุ ควรมที ักษะการสรปุ ความที่ดี
........9. ญัตตขิ องทป่ี ระชุมคือความเหน็ ของทุกคนท่เี หน็ พ้องตอ้ งกนั
........10. การบันทึกรายงานการประชมุ ทำได้ 2 แบบ คือ บันทึกเป็นเสียงหรือเป็นลายลักษณ์อักษร
วชิ าทักษะภาษาไทยเชิงวชิ าชพี (30000-1101) 67
แบบฝกึ หัดหนว่ ยท่ี 5
การเขียนรายงานเพื่อการปฏิบัตงิ านเชิงวชิ าชพี
ตอนที่ 3 จากโจทย์ที่กำหนดให้ จงเขียนรายงานการประชุมให้ถูกต้องตามรูปแบบการเขียนรายงาน
การประชมุ
สมมุติให้นกั ศึกษาเปน็ กรรมการและเลขานุการของคณะกรรมการการจัดงาน “เทดิ พระคุณอาจารย์”
วทิ ยาลัยอาชวี ศึกษาอุตรดติ ถ์ ได้มกี ารประชมุ คณะกรรมการไปเม่ือวันท่ี ๒ กรกฎาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๐.๓๐ น.
มีคณะกรรมการดังนี้ นายจีรพัฒน์ เจี้ยมกลิ่น เป็นประธาน นายพิเชษฐ สุวรรณชื่น นางบุศรา คงศักด์ิ
นางรัตนา เหรียญทอง นางมาลัยวัลย์ วงศ์ใหญ่ นางผกามาศ พุกอินทร์ นางสุภาวกุล ไชโย เป็นกรรมการที่มา
ประชุม นางเบญจพร อ่ำแจ้ง เป็นกรรมการที่ไม่มาประชุมเพราะติดราชการ เมื่อกรรมการมาพร้อมกันที่ห้อง
ลีลาวดี อาคารอำนวยการ เรยี บรอ้ ยแลว้ ประธานเรม่ิ ประชมุ ดว้ ยการแจ้งวา่ ขณะนี้ทราบจำนวนของอาจารย์ที่
จะเกษียณอายุในปี ๒๕๕๗ แล้วว่ามีทั้งหมด ๔ ท่าน เป็นอาจารย์คณะบริหารธุรกิจ ๒ ท่าน และคหกรรม
ศาสตร์ ๒ ทา่ น แจง้ แล้วให้ดูรายงานการประชุมครั้งที่แลว้ (๒/๕๕๗ นางสุภาวกลุ ไชโย ขอให้แก้ไขเรื่องสะกด
คำผิดในหน้า ๓ จากคำว่า การศึกษาบัณฑิต เป็น การศึกษามหาบัณฑิต ไม่มีกรรมการท่านใดคัดค้าน เรื่อง
ต่อไปพิจารณา คือ คัดเลือกแบบโล่ ที่ประชุมได้พิจารณาโล่ที่ประธานนำมาให้ดูเป็นตัวอย่าง ๒ แบบคือ รูป
สี่เหลย่ี มจัตุรสั และสี่เหลี่ยมผนื ผา้ เสยี งสว่ นใหญ่เลือกส่ีเหลย่ี มผนื ผ้า ส่วนวสั ดุขอให้เปลย่ี นจากไม้มะค่าเป็นไม้
สักทอง ต่อไปพิจารณาเรื่องการจัดเลี้ยง นายพิเชษฐ์เสนอให้สั่งอาหารร้านครัวตากะยาย เพราะอาหารอร่อย
และสามารถสั่งได้ในราคาพิเศษ แต่นางบุศราแย้งว่าวิทยาลัยมีสาขาคหกรรมศาสตร์ สมควรให้นั กศึกษาได้
ฝึกฝนวิชาชีพของตนเอง ประกอบมีอาจารย์ในสาขาคหกรรมศาสตร์ ๒ ท่านที่เกษียณอายุ นางรัตนา
เหรียญทองเสนอว่า เกรงจะเป็นการรบกวนอาจารย์ในสาขาคหกรรมศาสตร์ และนักศึกษาอยู่ในระหว่างการ
สอบปลายภาค เกรงว่าจะรบกวนการอ่านหนังสือของนักศึกษา ในที่สุดเสียงส่วนใหญ่เลือกร้านครัวตากะยาย
และมอบหมายให้นายพิเชษฐ์เป็นผ้ตู ิดต่อร้าน เรื่องการสัง่ อาหาร วาระสุดท้ายสุดพิจารณาเร่ืองการตกแต่งเวที
กรรมการส่วนใหญ่เห็นว่า ควรติดต่อนักศึกษาสาขาศิลปกรรมให้ช่วยเรื่องนี้ โดยมอบให้เลขาเป็นผู้ติดต่อกับ
สาขาศิลปกรรม ก่อนปิดการประชุม ประธานได้ขอนัดประชุมอีกในวันพฤหัสบดีหน้า เวลาและสถานที่เดิม
ประธานปดิ การประชุมเวลา ๑๓.๐๐ น.
วิชาทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชพี (30000-1101) 68
แบบทดสอบหลังเรียนหนว่ ยที่ 5
การเขยี นรายงานเพอื่ การปฏิบัติงานเชงิ วชิ าชพี
คำช้แี จง ให้ทำเครื่องหมายกากบาท (X) ลงหน้าตวั เลอื กทถ่ี ูกตอ้ งทส่ี ุด
1. ข้อใดไม่ใช่รปู แบบของรายงาน ๖ . ก า ร บ ั น ท ึ ก ร า ย ช ื ่ อ ผ ู ้ ไ ม ่ ม า ป ร ะ ช ุ ม ค ว ร มี
ก. รายงานเหตุการณ์ รายละเอียดขอ้ ใดเพิม่ เตมิ
ข. รายงานรายละเอียดคุ้มครองเจ้าหน้าที่เอา ก. วนั เดือน ปี
ประกนั ข. จำนวนคร้งั ทไี่ มม่ าประชมุ
ค. รายงานขนาดสั้นแบบไม่เปน็ ทางการ ค. หมายเลขโทรศัพท์
ง. รายงานขนาดส้ันแบบเปน็ ทางการ ง. เหตผุ ล
จ. รายงานในรปู แบบฟอร์ม จ. ตำแหน่ง
2. การรายงานเหตุการณ์ ผู้เขียนรายงานควร ๗. ผู้ที่ลงชื่อเป็นผู้เขียนบันทึกรายงานการประชุม
นำเสนอเนอื้ หายกเวน้ ข้อใด คอื ใคร
ก. บรรยายเหตกุ ารณ์ ก. เลขานกุ าร ข. ประธาน
ข. วิเคราะห์เหตุการณ์ ค. ผบู้ ังคบั บญั ชา ง. ผูใ้ ต้บังคับบัญชา
ค. ประเมินสถานการณ์ จ. กรรมการ
จ. ข้อเสนอแนะ 8. การนำข้อความหรือคำพูดของผู้อื่นมาเขียนไว้
ง. ผลสรปุ ในรายงานของตนโดยไม่ตัดแปลงแก้ไขข้อความคือ
3. วาระทส่ี ำคัญทีส่ ดุ ในการประชุมคืออะไร การเขยี นขอ้ ใด
ก. เรอื่ งแจง้ เพอ่ื ทราบ ก. ภาคผนวก ข. อัญประภาษ
ข. เร่ืองรบั รองรายงานการประชมุ คร้ัง ค. อภิธานศพั ท์ ง. ดรรชนี
ค. เร่ืองสบื เนอื่ ง จ. อัญประกาศ
ง. เรอื่ งเสนอพจิ ารณา 9. ข้อมูลต่าง ๆ ที่เพิ่มเติมนอกเหนือจาก
จ. เร่อื งอื่น ๆ สาระสำคัญของรายงาน เพื่อเสริมความเข้าใจให้
4. ภาษาที่ใช้ในการเขียนรายงานการประชุมควร กระจ่างในบางเรื่อง โดยรวบรวมไว้ท้ายรายงาน”
เปน็ ขอ้ ใด จดั เปน็ ส่วนใดของการเขียนรายงาน
ก. ภาษาทางการ ก. ภาคผนวก ข. อญั ประภาษ
ข. ภาษากงึ่ ทางการ ค. อภธิ านศัพท์ ง. ดรรชนี
ค. ภาษาเป็นกันเอง จ. อญั ประกาศ
ง. ภาษาประชาสมั พนั ธ์ 10. ส่วนประกอบใดทำให้ร้ายงานมีน้ำหนัก
จ. ภาษาเฉพาะกล่มุ น่าเชือ่ ถือ
5. การเขียนเนอื้ หาของรายงานการประชุมควรเริ่ม ก. บรรณานุกรม
ขอ้ ใด ข. ดรรชนี
ก. ทปี่ ระชมุ รบั รองการประชมุ ค. เชงิ อรรถ
ข. ท่ปี ระชุมมมี ตเิ ปน็ เอกฉนั ท์ ง. อภธิ านศัพท์
ค. ประธานกล่าวเปิดประชุม จ. ภาคผนวก
ง. มีการอภปิ รายอย่างกว้างขวาง
จ. ประธานเสนอใหน้ ับสมาชกิ ในทปี่ ระชุม
วิชาทักษะภาษาไทยเชงิ วิชาชพี (30000-1101) 69
หนว่ ยท่ี 6
การเขยี นจดหมายสมคั รงาน
จดหมายสมัครงานเป็นจดหมายกิจธุระประเภทหนึ่งที่ใช้นำเสนอข้อมูลของผู้เขียนที่ต้องการหางาน
หรอื เปลยี่ นงาน ผ้เู ขยี นจดหมายสมัครงานอาจไดร้ ับการพจิ ารณาให้เข้าทำงานในตำแหนง่ ที่ประกาศทนั ที หรือ
อาจจะได้รับจดหมายเรียกตัวให้ไปสัมภาษณ์ในภายหลัง เพราะนายจ้างพอใจจดหมายสมัครงานเพียงฉบับ
เดียว ทั้งนี้เพราะข้อความและรูปลักษณ์ของจดหมายสามารถสะท้อนให้นายจ้างเห็นลักษณะนิสัยใจคอ
บคุ ลกิ ภาพ ตลอดจนความเป็นระเบียบเรียบรอ้ ยในการทำงานได้เป็นอย่างดี
จดหมายสมัครงาน เป็นจดหมายที่แสดงความต้องการสมัครเข้าทำงานในตำแหน่งงานต่าง ๆ
ผู้ต้องการสมัครงานอาจค้นหาตำแหน่งงานที่ต้องการทำงานจากสื่อต่าง ๆ ที่บริษัท ห้างร้าน ผู้ประกอบการ
หนว่ ยงานทต่ี ้องการรับพนักงานในตำแหนง่ หน้าที่ที่หน่วยงานของตนขาดบุคลากร ซง่ึ จะลงรายละเอียดการรับ
สมัครและคุณสมบัติของบุคลากรในตำแหน่งที่ต้องการไว้ตามแหล่งรับสมัครงาน เช่น หนังสือพิมพ์ นิตยสาร
เว็บไซต์สมคั รงาน ฯลฯ ผู้มคี วามประสงคจ์ ะสมัครงานต้องเขยี นจดหมายสง่ มายังผู้จดั การฝ่ายบคุ คลของบริษัท
ห้างร้าน หรือหน่วยงานที่ต้องการทำงาน เพื่อให้พิจารณาคุณสมบัติของตนกับตำแหน่งงานที่บริษัท ห้างร้าน
หรือหนว่ ยงานนน้ั ๆ ตอ้ งการ
6.1 สว่ นประกอบของการเขยี นจดหมายสมคั รงาน
จดหมายสมัครงานมีลักษระคล้ายกับจดหมายกิจธุระทั่วไป แบ่งส่วนประกอบของจดหมายได้เป็ น
3 ส่วนใหญ่ ๆ ไดแ้ ก่ ส่วนประกอบตอนต้น ส่วนประกอบตอนกลาง และสว่ นประกอบตอนท้าย ดังนี้
ส่วนประกอบของ ตอนต้น 1. ท่ีอยูข่ องผู้เขยี น
จดหมายสมัครงาน 2. วัน เดือน ปี ทเี่ ขยี นจดหมายสมคั รงาน
ตอนกลาง 3. เรื่อง
ตอนท้าย 4. คาขนึ้ ตน้ เรียน หวั หนา้ งานบคุ ลากร หรือผูจ้ ดั การฝ่ายบุคคล
5. ส่ิงท่สี ่งมาดว้ ย (ถา้ ม)ี
6. ความนาหรอื การเกริ่นเร่มิ ย่อหนา้ แรก
7. เนื้อหาของการสมัคร
8. ยอ่ หน้าสรปุ
9. คาลงทา้ ย
10. ลายมือช่ือ คานาหนา้ นาม ชอ่ื และนามสกลุ ผูส้ มคั ร
วชิ าทักษะภาษาไทยเชงิ วชิ าชีพ (30000-1101) 70
รปู แบบของจดหมาสมคั รงาน
ท่อี ยู่ผ้เู ขียน……………………………………..
……………………………………………………..
วัน เดอื น ปี ท่ีเขียน
เรอื่ ง.........................................................
เรียน.........................................................
สงิ่ ทีส่ ง่ มาดว้ ย (ถา้ มี).................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
....................................................................................................................................................................... .......
........................................................................................................................... ...................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................................................ .................
คำลงท้าย
.........ลายมือช่ือ........
(.............ชอ่ื -นามสกลุ ................)
6.2 หลักการเขยี นจดหมายสมคั รงาน
การเขียนจดหมายสมัครงานจัดเปน็ การเขียนเพื่อนำเสนอข้อมูลเรื่องราวของผู้เขียนเพื่อมุ่งหวังให้ผู้รับ
สมัครงานเรียกตัวเข้าไปเพื่อสัมภาษณ์ หรือรับเข้าทำงาน การเขียนจดหมายสมัครงานจึงจำเป็นต้องใส่ใจใน
รายละเอียดเพราะจดหมายสมัครงานเป็นสิ่งที่จะแสดงตัวตนของผู้เขียน ดังที่ วรวรรธน์ ศรียาภัย (๒๕๕๗ :
๒๒๗) กลา่ วถงึ หลกั การเขียนจดหมายสมคั รงานว่ามี ๕ ประการ คือ
❖ 1. เขียนให้เร้าใจ คอื สำนวนภาษาน่าสนใจ เขียนถกู ตอ้ ง สละสลวย และรู้จกั นำเสนอเนอ้ื หา
ทีน่ า่ สนใจและเปน็ จรงิ
❖ 2. เขียนให้ไร้ตำหนิ คือ รักษาความสะอาด ไม่ลบ ขีดฆ่า สะกดคำผิด พิมพ์ไม่ถูกต้องตามรูปแบบ
ไม่ใช้กระดาษ หรอื ซองทีไ่ ม่เหมาะสม
❖ 3. เขยี นใหส้ มบรู ณ์และชัดเจน คือ เขยี นข้อมูลให้ครบถ้วนตามคุณสมบัติท่ผี ้รู ับสมคั รตอ้ งการ และมี
ความชัดเจนว่าจะสมัครตำแหน่งใด เหมาะสมกับตำแหน่งอย่างไร มีความประสงค์อะไรบ้าง เช่น
ตอ้ งการเงนิ เดือนเทา่ ไร
❖ 4. เขียนใหส้ ร้างสรรค์ คือ เขียนตอ้ งระวงั เรอ่ื งความรสู้ กึ ทัศนคติ และความสำนึกด้านคุณธรรม เชน่
ไม่กล่าวถงึ หนว่ ยงานเก่าในทางไมด่ ี
วิชาทักษะภาษาไทยเชงิ วชิ าชพี (30000-1101) 71
❖ 5. เขียนให้มีหลักฐาน คือ เขียนต้องมีหลักฐานอ้างอิงตามที่กล่าวอ้างในจดหมาย และมีหลักฐานที่
สามารถติดต่อกลับไดโ้ ดยสะดวก อาจมีบคุ คลทีใ่ ห้อา้ งองิ ได้ มคี วามสามารถพิเศษอะไร
6.3 ประเภทของจดหมายสมัครงาน
จดหมายสมัครงานแบง่ ได้ ๒ ประเภทด้วยกัน คอื
6.3.1 จดหมายสมัครงานที่ไม่มีประวัติย่อแนบไปด้วย เป็นจดหมายที่ใช้สำหรับผู้สมัครงานที่ไม่มี
รายละเอยี ดเกี่ยวกับคุณสมบัตสิ ่วนบุคคลและประวัติการทำงานมากนัก จงึ สามารถใหร้ ายละเอียดพร้อมแสดง
ความประสงค์ลงไปในจดหมายไดเ้ ลย
6.๓.๒ จดหมายสมัครงานที่มีประวัติย่อแนบไปด้วย เป็นจดหมายที่ใช้ในกรณีที่ผู้สมัครงานที่
ต้องการให้รายละเอียดเกี่ยวกับต่าง ๆ อย่างชัดแจ้ง เช่น ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน ความสามารถ
พิเศษ เพ่ือใช้ประกอบการตดั สินใจ ทงั้ นจ้ี ดหมายประเภทนีจ้ ะได้รับความสนใจจากผรู้ ับสมัครมากกว่าจดหมาย
แบบแรก
6.4 กลวิธีการเขียนจดหมายสมคั รงาน
จดหมายสมัครงานจำเป็นต้องเขียนโดยใช้ทักษะความสามารถทางการเขียนทั้งในด้านสำนวนภาษา
รูปแบบ และความเหมาะสม ท้ังนี้ในยุคปจั จบุ ันการรับสมัครงานมรี ปู แบบท่ีเปล่ียนแปลงไปหลายบริษัทใช้การ
สมัครงานในลักษณะของการตอบโต้ทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์หรืออีเมลเพื่อให้เกิดความรวดเร็ว และลด
ภาระค่าใช้จ่าย ลักษณะการเขียนอาจเป็นทางการน้อยลง แต่อย่างไรก็ดี รูปแบบของการเขียนก็ยังคงมีความ
คล้ายคลึงกัน อาจแตกต่างกันไปบ้างในเรื่องของช่องทางการสื่อสารและรูปแบบที่แต่ละบริษัทกำหนด ผู้เขียน
จดหมายจึงควรอ่านรายละเอียด และเขียนจดหมายให้ตรงกับช่องทางการสื่อสารและรูปแบบที่ผู้รับสมัคร
กำหนดไว้
กลวิธีการเขียนจดหมายสมคั รงานและจดหมายสมัครงานแบ่งออกได้ ดงั นี้
6.4.1 รูปแบบของจดหมายสมัครงาน จดหมายสมัครงานมีโครงสร้างเช่นเดียวกับจดหมายส่วนตัว
และจดหมายราชการ ประกอบด้วย ๓ สว่ น ได้แก่ สว่ นนำ ส่วนเน้อื หา และสว่ นสรุป ดังน้ี
จดหมายสมคั รงาน รูปแบบ
1. ส่วนนำ จัดเป็นส่วนเริ่มต้น หรือเกริ่นนำ ควรใช้คำขึ้นต้นว่า เรียนไม่ใช้ กราบเรียน
(การใช้กราบเรียนมีหลักการใช้ตามตำแหน่งที่กำหนดไว้เท่านั้น) การใช้สรรพนาม
ควรใช้ นาย ดิฉนั นาง นางสาว มากกว่าคำว่าข้าพเจ้า เพื่อแสดงสถานภาพทางเพศ
ท่ีชัดเจน
จากนั้นผู้เขยี นควรแจง้ แหล่งข่าวท่ีองค์กรนัน้ ประกาศรบั สมัครงานไว้ จากน้ันจึง
กล่าวแนะนำตนเอง ได้แก่ ชื่อ สกุล อายุ และการศึกษา คุณวุฒิสาขาวิชา เกรด
เฉล่ยี และสถาบนั การศึกษา
2. สว่ นเนอ้ื หา ผ้สู มคั รควรแจง้ ความประสงค์วา่ ตอ้ งการสมัครงานตำแหน่งใด
❖ กรณีที่เขียนแบบแนบประวัติย่อ ให้แนะนำความรู้ ความสามารถ และ
ประสบการณ์การทำงานสั้น ๆ แล้วจึงเชิญผู้อ่านให้ศึกษารายละเอียด
เพิ่มเติมจากประวัตทิ ่ีแนบมา
❖ กรณีที่ผู้เขียนไม่แนบประวัติย่อ ให้แนะนำตนเองโดยสังเขป โดยบอก
ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์การทำงานหรือฝึกงาน กิจกรรม
วิชาทกั ษะภาษาไทยเชงิ วิชาชพี (30000-1101) 72
จดหมายสมคั รงาน รปู แบบ
3. ส่วนสรุป
ระหว่างการศึกษา ความสนใจส่วนตัว รางวัลหรือความสำเร็จที่เคยได้รับ
ความสามารถพเิ ศษ และรายละเอยี ดของบุคคลอา้ งองิ
เขียนย้ำคุณสมบัติของตนเองกับตำแหน่งงานนั้นว่ามีความสอดคล้องกันและ
สามารถปฏิบัติงานในตำแหน่งนั้นได้เป็นอย่างดี ตั้งความหวังว่า ผู้อ่านจะให้โอกาส
และเรยี กไปสมั ภาษณ์ จบด้วยการกลา่ วขอบคุณ
การกล่าวสรปุ จบจดหมาย ควรใช้ ขอแสดงความนับถือ ไม่ใช้ ขอแสดงความนับ
ถืออยา่ งยงิ่ หรือ ขอแสดงความเคารพ
การเขียนจดหมายสมัครงานโดยทั่วไปไม่ควรให้เกิน ๑ หน้ากระดาษเพราะ
ผอู้ า่ นอาจเกิดความเบ่ือหน่าย ด้านภาษาไมใ่ ช้ภาษาฟมุ่ เฟือยจนจบั ใจความสำคัญได้
ยาก ผู้เขียนควรคำนึงอยู่เสมอว่างานบางตำแหน่งนั้นอาจมีผู้สมัครเป็นจำนวนมาก
การเขียนที่กระชับได้ใจความย่อมช่วยประหยัดเวลาและสร้างความน่าเชื่อถือได้
มากกวา่
6.4.2 การเขียนประวัติย่อ ประวัติย่อจัดเป็นส่วนสำคัญในการสมัครงานผู้รับสมัครอาจเลือกอ่าน
ก่อนพิจารณาข้อมูลในหลักฐานประเภทอื่น ๆ เช่นใบแสตงผลการศึกษา บัตรประชาชน หรือทะเบียนบ้าน
เพราะหลักฐานตังกล่าวสามารถขอดูได้ในภายหลัง แต่ประวัติย่อจัดเป็นใบสรุปความรู้ ความสามารถ
ประสบการณ์และผลงานต่าง ๆ ที่ผู้สมัครแสดง ทั้งนี้หลักการเขียนประวัติย่อมี ๔ ประการได้แก่ รูปแบบ
ลักษณะเนื้อหา ข้อความระวัง และข้อควรคำนึงในการเขียนประวัติย่อ (วรวรรน์ ศรียาภัย, ๒๕๕๗ : 2๒๙-
230) กลา่ วตามลำดบั น้ี
1) รูปแบบของประวตั ยิ ่อ มี ๓ แบบ ดงั นี้
๑.1) แบบทั่วไป เป็นแบบที่เหมาะสำหรับผู้สำเร็จการศึกษาใหม่ ประสบการณ์ในการ
ทำงานไม่มากนัก ระบุข้อมูลทว่ั ไป เชน่ ช่อื สกุล อายุ สว่ นสูง นำ้ หนกั การศึกษา ภูมิสำเนา ผลงานและบุคคล
รับรอง
1.๒) แบบเน้นผลงาน เป็นแบบทีเ่ หมาะสำหรบั ผู้สมคั รในตำแหนง่ สูง เชน่ ผบู้ รหิ ารที่ต้อง
ใช้ผู้ท่ีมีการศึกษาสูง ประสบการณ์ทำงานที่มากพอ เขียนในเชิงลึกชนิดที่แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการ
ทำงาน เช่น แสดงผลงานสำคัญที่เป็นผลงานใหญ่ ซึ่งต้องใช้ความรู้ ความสามารถ และความทุ่มเทในการ
ทำงานมากเป็นพิเศษ เช่น การระบุว่าเคยผ่านการทำงานในตำแหน่งผู้จดั การสาขา ต้องระบุลักษณะงานที่ทำ
และงานเด่นทท่ี ำสำเรจ็ ดว้ ย
1.๓) แบบสร้างสรรค์ เป็นแบบที่ผู้เขียนสร้างจัดทำขึ้นด้วยความคิดเชิงสร้างสรรค์ด้วย
วิธีการสร้างสรรค์ อาจเป็นรูปแบบ หรือวิธีการนำเสนอ เช่น เขียนเป็นบทร้อยกรอง หรือทำในรูปแบบของ
แผนภูมิต้นไม้ ประวัติย่อลักษณะนี้เหมาะสำหรับงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ เช่น งานโฆษณา
งานบรรณาธกิ าร นกั เขยี น งานแสดง หรอื งานสอื่ สารมวลชน
๒) ลกั ษณะเนอ้ื หาในประวตั ยิ อ่ สาระสำคัญท่ีระบลุ งไปในประวัติย่อ ประกอบด้วย
2.1) ชื่อ สกุล อาจมีภาพประกอบที่ใดที่หนึ่ง ในตำแหน่งที่เหมาะสมก็ได้ ภาพนั้นต้อง
เรยี บรอ้ ย ดูสงา่
2.๒) ประวตั ิส่วนตัว ได้แก่ อายุ วนั เดอื น ปเี กิด ส่วนสงู นำ้ หนัก ศาสนา เชอื้ ชาติ สญั ชาติ
และภูมลิ ำเนา
วิชาทักษะภาษาไทยเชิงวชิ าชพี (30000-1101) 73
2.๓) ท่อี ย่ปู ัจจุบัน พร้อมบอกหมายเลขโทรศัพท์และอีเมลของตน
2.4) การศึกษา
2.5) ประสบการณก์ ารทำงาน
2.๖) การศึกษาพิเศษ
2.๗) กิจกรรมเสริมการเรียน กิจกรรมทางสงั คม
2.8) ผลงานเด่น
2.๙) คณุ สมบัติหรอื ความสามารถพิเศษ
2.๑๐) ความสนใจพเิ ศษ
2.๑๑) ผู้รับรอง บอกไม่เกินจำนวน ๒-๓ คน ให้มีทั้งอาจารย์ที่เคยสอนในระดับ
มหาวิทยาลัยจะดีที่สุด และบุคคลซึ่งเคยเป็นหัวหน้างาน หรือผู้สอนงาน โดยบอกชื่อ สกุล ตำแหน่ง สถานที่
ทำงาน และหมายเลขโทรศพั ท์ของผนู้ ้นั
๓) ข้อควรระวังในการเขยี นประวตั ยิ ่อ สิง่ ทผี่ ู้เขียนควรใสใจและระมดั ระวัง คือ
3.1) อยา่ เขยี นขอ้ ความเยน่ิ เย้อ
3.2) อย่าเขยี นรวบรัด
3.3) อยา่ เขยี นขอ้ มลู อนั เป็นเท็จ
3.4) อยา่ เขยี นกำกวม
3.5) อยา่ เขียนโอ้อวด
3.6) อย่าถ่อมตน
3.7) อย่าให้ขอ้ มลู ทข่ี ัดแย้งกัน
3.8) อย่าเขียนดว้ ยลายมอื เวน้ แต่มีขอ้ กำหนดมา
3.๙) อยา่ ให้กระดาษสี กระดาษเก่า หรอื กระดาษทม่ี ลี วดลาย
3.๑๐) อย่าใชห้ ัวกระดาษของหนว่ ยงานที่ไมม่ ีสิทธใิ์ ช้
3.๑๑) อยา่ ใหค้ ำยอ่ ศพั ท์เฉพาะ ซง่ึ อาจไม่เข้าใจ
3.๑๒) อย่าใช้ถอ้ ยคำตามสมยั หรอื ศัพทว์ ยั รุน่
๔) ขอ้ ควรคำนงึ ในการเขยี นประวตั ิยอ่ ผเู้ ขยี นควรใสใ่ จและตระหนกั ในเร่อื งต่อไปนี้
4.๑) เขียนแต่ความจรงิ อย่างตรงไปตรงมา มีหตผุ ล
4.2) ใหข้ อ้ มลู อยา่ งเจาะจงและรดั กุม
4.3) เน้นจดุ เดน่ โดยระบุใหต้ รงกับตำแหน่งที่ต้องการ
4.4) ใหค้ วามพิถีพถิ ันในการจดั หน้าให้อา่ นง่ายและน่าสนใจ
4.5) พิมพ์ในกระดาษขาว คณุ ภาพดี
4.6) ใช้รปู แบบและขนาดตวั อักษรที่อา่ นง่าย และได้มาตรฐาน
4.7) เขียนตวั สะกดการนั ตใ์ หถ้ ูกต้อง รวมทงั้ เครอ่ื งหมายวรรคตอนต่าง ๆ ดว้ ย
4.8) ขอ้ มลู ตอ้ งเปน็ ปจั จบุ นั
4.9) ระบุช่อื ที่อยู่ หมายเลขโทรศพั ท์ อีเมล ให้ชดั เจน
วิชาทักษะภาษาไทยเชิงวชิ าชพี (30000-1101) 74
ตัวอย่าง จดหมายสมคั รงาน
บ้านเลขที่ ๑๑๙ ถนนบรมราชชนนนี
เขตตลิง่ ชนั กรุงเทพฯ ๑๐๗๐๐
๑๔ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๕๗
เร่ือง ขอสมคั รงานในตำแหน่งเลขานกุ าร
เรยี น ผูจ้ ดั การฝา่ ยบคุ คล บรษิ ทั เจเนอรลั มอเตอร์ส
สิง่ ทส่ี ่งมาด้วย ๑. ใบประกาศนยี บัตร จำนวน ๑ ฉบบั
๒. สำเนาทะเบยี นบา้ น จำนวน ๑ ฉบบั
๓. รูปถ่าย จำนวน ๒ รปู
ดฉิ นั ไดอ้ ่านพบประกาศแจ้งความของทา่ นในหนงั สือพิมพ์ไทยรฐั ฉบบั วนั ที่ ๑๑ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๕๗ ว่า
บริษัท เจเนอรัล มอเตอร์ส ต้องการเลขานุการที่เคยทำงานในบริษัทรถยนต์มาแล้ว ดิฉันเห็นว่าตัวเองมี
คณุ สมบตั ิตามทบี่ ริษัทต้องการ จงึ ใครข่ อสมคั รงานในตำแหนง่ น้ี
อีกประมาณ ๒ เดือน แผนกอะไหล่รถยนต์ของบริษัท ไทยแลนด์ มอเตอร์ส ซึ่งดิฉันทำงาน เป็น
เลขานกุ ารของกรรมการผจู้ ดั การอยู่ จะยา้ ยสำนกั งานไปถนนนวมนิ ทร์ ดิฉนั ไดร้ บั ขอ้ เสนอให้ทำงานในตำแหน่ง
เดิมต่อไป แตด่ ฉิ นั ไม่สะดวกในการเดินทางไปกลับและมีความจำเป็นท่จี ะต้องดูแลบิดามารดา จึงตัดสินใจที่จะ
หางานใหม่ทำ
ตำแหน่งานปัจจุบันดิฉันได้รับผิดชอบจัดการงานด้านธุรกิจและสังคม จัดตารางเวลานัดหมายลูกค้า
และประชมุ ใหก้ รรมการผ้จู ดั การ
ดิฉันได้หาความรู้เพิ่มเติมในทางธุรกิจให้ทันสมัยอยู่เสมอ โดยเรียนหลักสูตรออนไลน์ของ British
Institute วชิ าเลขานกุ ารปฏบิ ัตแิ ละการจัดการสำนกั งาน
ดิฉันหวังว่า ท่านคงกรุณาเรียกดิฉันเข้ารับการสัมภาษณ์โดยใช้จดหมายหรือหมายเลขโทรศัพท์
0๘ ๑๒๖๑ ๑๖๖๑ และขอขอบพระคุณอยา่ งสูงมา ณ โอกาสนีด้ ว้ ย
ขอแสดงความนับถอื
เมธาวี ศลิ ปการยุทธ
(นางสาวเมธาวี ศิลปการยุทธ)
การพัฒนาเทคโนโลยตี า่ ง ๆ โดยเฉพาะเทคโนโลยีทางการส่ือสาร ทำใหร้ ปู แบบการติดต่อสือ่ สารมีการ
เปลี่ยนแปลงไปมาก จากการส่งจดหมายผ่านทางไปรษณีย์พัฒนามาเป็นการส่งจดหมายผ่านเครือข่ายทาง
อินเทอร์เน็ตที่เรียกว่า ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรืออีเมล จดหมายสมัครงานก็เช่นกันมีการส่งจดหมายสมัคร
งานทางอีเมลมากข้ึน และยังมีการสมัครงานในรูปแบบต่าง ๆ อันเป็นผลมาจากการพัฒนาเทคโนโลยีอกี หลาย
ชอ่ งทาง เชน่
๑. ผู้ต้องการสมัครงานอาจเลือกใช้ช่องทางการฝากประวตั ิไว้ในเว็บไซต์ จากนั้นบริษัทจะเป็นผู้ค้นหา
ผูส้ มัครตามคณุ สมบตั ทิ ่ีต้องการ
วชิ าทกั ษะภาษาไทยเชงิ วิชาชพี (30000-1101) 75
๒. ผ้สู มคั รงานอาจค้นหางานไดใ้ นเว็บไซตแ์ ละส่งจดหมายอเิ ลก็ ทรอนิกส์ หรืออเี มล ไปยังบรษิ ทั นนั้ ๆ
ทั้งนี้การเขียนจดหมายสมัครงานทางอีเมลยังคงมีรูปแบบสัดส่วนทางการเขียนเช่นเดียวกับ
การเขียนจดหมายสมัครงาน เพียงแต่ผู้เขียนอาจใช้การเขียนที่กระชับมากยิ่งขึ้น อาจเขียนตอบเพียงประเด็น
สั้น ๆ ตามที่ผู้สมัครระบุไว้ อย่างไรก็ดี การเลือกใช้ภาษาที่สุภาพและเหมาะสมยังคงจำเป็นในงานเขียนเพื่อ
แสดงความประทับใจและแสดงถึงความสามารถทางภาษาของผ้เู ขยี นได้อีกดว้ ย
๓. การสมัครงานในรูปแบบที่กำหนดไว้จากบริษทั หรือเว็บไซต์รบั สมัครงานทางอินเทอรเ์ นต็ อาจเป็น
เพียงการกรอกหรือคลิกข้อมูลตามกล่องข้อความที่บริษัทกำหนดไว้แล้ว ซึ่งก็อาจจะไม่ต้องใช้การเขียนตาม
รูปแบบที่กำหนดไว้มากเท่าใตนกั แต่การสมัครในลักษณะนี้ ผู้สมัครมักจะพบคำย่อในการสนทนาบ่อย ๆ เช่น
HR (Human Resource Management) ที่หมายถึง ฝ่ายสรรหาบุคลากรหรือ JD (Job Description) ท่ี
หมายถึง ลักษณะหรือรายละเอียดของงาน หรือ CV (Cover Letter) ที่หมายถึง จดหมายสมัครงานที่ไม่ต้อง
แนบประวัติ
นอกจากนี้ จะพบคำศัพทใ์ นส่วนของการกรอกแบบสอบถาม ซ่งึ จำเปน็ ตอ้ งจดจำเพอื่ จะกรอกข้อมูลได้
สมบรู ณแ์ ละแสดงภมู ิความรขู้ องผูส้ มคั รเองด้วย
คำศพั ทท์ ่ีพบบ่อยในการสมัครงาน มีดังนี้
คำศัพท์ ความหมาย
Application From ใบสมคั รงาน
Applicant ผสู้ มัครงาน
Applicant name ชอื่ ผสู้ มคั รงาน
Permanent Address ท่อี ยทู่ ี่ติดต่อได้
Postal code รหัสไปรษณีย์
Black Slot จบั ได้ใบดาํ
Race เช้อื ชาติ
Religion ศาสนา
Conscripted ผา่ นการเกณฑ์ทหารแลว้
Reasons for leaving เหตุผลท่ีลาออกจากงาน
Social activities กิจกรรมทางสังคม
Confidential ความลับ
Position applied for ตาํ แหนง่ ที่สมคั รงาน
Expected Salary เงนิ เดอื นท่ีตอ้ งการ
Date of birth วัน เดือน ปี เกิด
Nationality สญั ชาติ
Citizen of เปน็ พลเมืองของประเทศ
6.5
การสมัครงานในรูปแบบปัจจุบนั นจ้ี งึ มใิ ช่เพียงการรู้รูปแบบของลกั ษณะจดหมายสมคั รงานและสำนวน
ภาษาแต่เพียงเท่านั้น หากแต่ต้องเป็นผู้รอบรู้ในสหวิทยาการ การใช้อินเทอร์เน็ต เพื่อสนับสนุนความสามารถ
ในการสร้างจุดขายให้กับตนเองสมดังเป็นยุคสมัยแห่งศตวรรษที่ ๒๑ ในส่วนของการทำประวัติย่อ หรือ
วิชาทกั ษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ (30000-1101) 76
Resume ในหลายเว็บไซตย์ ังมโี ปรแกรมการจดั ทำประวัติยอ่ เพื่ออำนวยความสะดวกและดึงดูดความสนใจจาก
ผรู้ บั สมคั รได้อีกด้วย ผู้สนใจทจ่ี ะเขียนประวัติย่อกเ็ พียงแค่คลิก (Click) เขา้ เวบ็ ไซต์ที่มีบริการการจัดทำประวัติ
ย่อ ก็จะสามารถเลือกรูปแบบ (Template) ที่ตนต้องการ โดยเริ่มตั้งแต่รูปแบบตัวอักษร สี รูปภาพ
การแสดงผลเป็นกราฟหรือตาราง ได้อย่างหลากหลาย ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกและเพิ่มความทันสมัย ดู
น่าสนใจมากกว่าการเขียนในรูปแบบเดิม ๆ อีกทั้งยังเป็นการแสดงความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์ของ
ผสู้ มัครอกี ดว้ ย ท้ังนี้การจัดทำประวัตยิ ่อในรูปแบบภาษาอังกฤษเพิ่มเติมจากภาษาไทยก็อาจจะช่วยเพ่ิมโอกาส
ในการสมคั รงานให้กว้างขวางมากขนึ้ ได้
ตวั อยา่ ง จดหมายสมัครงานทมี่ ปี ระวตั ิย่อแนบไปดว้ ย
วิชาทักษะภาษาไทยเชิงวชิ าชพี (30000-1101) 77
ตัวอยา่ ง จดหมายสมัครงานท่มี ปี ระวัตยิ ่อแนบไปด้วย
สรุปสาระสำคัญ
การเขียนจดหมายสมัครงานมีจุดประสงค์เพื่อนำเสนอข้อมูลของผูเ้ ขียนที่ต้องการแสวงหางานทำ
ผู้เขียนที่มีความสามารถทางการเขียนย่อมมีโอกาสที่ดีทีจ่ ะได้รับงานมากกว่า ดังนั้นการเรียนรูปแบบและ
กลวธิ ใี นการเขยี นจดหมายจงึ มีความสำคญั ทจ่ี ะช่วยใหง้ านเขียนบรรลุผลไดต้ ามวตั ถปุ ระสงคท์ ่ีต้ังใจไว้
ประเภทของจดหมายสมัครงานแบ่งได้ ๒ ประเภทด้วยกัน คือ จดหมายสมัครงานที่ไม่มีประวัติ
แนบไปด้วย และจดหมายสมัครงานที่มีประวัติย่อแนบไปด้วย ซึ่งทั้งสองแบบมีความคล้ายคลึงกันในส่วน
ของรูปแบบทั้ง 3 ส่วน ได้แก่ ส่วนนำ ส่วนเนื้อหา และส่วนสรุป แต่ในส่วนของประวัติย่อนั้นมี
ความแตกตา่ งกนั คือ อาจเขยี นแนบเพ่ิมเติม หรอื ไมแ่ นบกไ็ ด้
วชิ าทกั ษะภาษาไทยเชิงวชิ าชีพ (30000-1101) 78
นอกเหนือไปจากนีการเขียนจดหมายสมัครงานในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปในลักษณะของ
การเขียนแนบเป็นจดหมายอิเล็กทรอนกิ ส์ หรืออีเมลเพิ่มเติมเข้ามาเพือ่ ความสะดวกรวดเร็วและประหยัด
ค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ดีรูปแบบและกลวิธีที่ใช้ก็ยังคงมีโครงสร้างการเขียนเช่นเดียวกับการเขียนจด หมาย
สมัครงาน ซึ่งอาจปรบั เปล่ยี นไปบา้ งตามขั้นตอน เพือ่ ความรวดเรว็ และเหมาะสมมากยิ่งขน้ึ
*************************
แบบฝกึ หัดหนว่ ยท่ี 6
การเขียนจดหมายสมัครงาน
ตอนที่ 1 จงตอบคำถามต่อไปนี้
1. การเขียนจดหมายสมัครงานมีความสำคญั อย่างไร
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
2. จดหมายสมคั รงานมีก่ ่ีประเภท จงอธบิ าย
....................................................................................................................................................................... .......
............................................................................................................................ ..................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................................................ ..................
3. รูปแบบของจดหมายสมคั รงานมี 3 ส่วน ได้แกอ่ ะไรบ้าง จงอธบิ าย
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
...................................................................................................................................................................... ........
4. จงบอกข้อดหี ากผุ้เรยี นสามารถเขียนประวัติย่อไดด้ ีกวา่ ผ้สู มคั รคนอ่นื
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
5. เหตุใดจงึ ไมค่ วรเขยี นจดหมายสมัครงานให้มีความยาวเกิน 1 หนา้ กระดาษ
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
วชิ าทกั ษะภาษาไทยเชงิ วิชาชพี (30000-1101) 79
ตอนท่ี 2 จงเขียนสมัครงานแบบแนบประวัติยอ่ จากขา่ วประกาศงานต่อไปน้ี
เปิดรบั สมคั ร เพศชาย/หญิง จบการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือปริญญาตรี
สาขาคอมพิวเตอร์
รายละเอยี ดงาน
❖ รูปแบบงาน : งานประจำ
❖ จำนวนที่รับ : ไมร่ ะบุ
❖ สถานที่ปฏิบัตงิ าน : กรุงเทพมหานคร (เขตหว้ ยขวาง, เขตลาดพรา้ ว)
❖ เงนิ เดอื น : 15,000-18,000 บาท
❖ วนั หยุด : วันเสาร์, วนั อาทติ ย์
❖ เวลาทำงาน : 08.00-17.00 น.
❖ เวลาทำงานอนื่ : ไม่ระบุ
หน้าทค่ี วามรบั ผดิ ชอบ
ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์และช่วยในการปรับปรุงแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับเว็บไซต์และ
บำรงุ รกั ษาเว็บไซต์ให้มีความทันสมัยให้มากข้ึน โดยเฉพาะอย่างย่ิงต้องมีการปรับปรุงข้อมูลของเว็บไซต์ให้เป็น
ปจั จบุ ันอยูเ่ สมอ
คุณสมบัติ
❖ เพศ : ชาย/หญงิ ไมจ่ ำกัดอายุ
❖ วุฒิ : ประกาศนียบตั รวิชาชีพชั้นสงู (ปวส.) หรอื ปรญิ ญาตรี สาขาคอมพวิ เตอร์
❖ สามารถอา่ น เขียน PHP, My SQL ได้
❖ มีความรู้พน้ื ฐานภาษาองั กฤษ
❖ สามารถใช้คอมพิวเตอร์พ้นื ฐานได้ Word, Excel, PowerPoint, Internet
❖ มมี นุษยสมั พนั ธด์ ี มคี วามขยันอดทน และมคี วามรบั ผดิ ชอบตอ่ หนา้ ที่
วชิ าทักษะภาษาไทยเชงิ วิชาชพี (30000-1101) 80
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................... .......
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................... ....................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................. .................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................... .......
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
วิชาทักษะภาษาไทยเชิงวชิ าชีพ (30000-1101) 81
แบบทดสอบหลังเรยี นหนว่ ยที่ 6
การเขยี นจดหมายสมคั รงาน
คำช้แี จง ให้ทำเคร่ืองหมายกากบาท (X) ลงหน้าตวั เลอื กที่ถกู ตอ้ งท่สี ดุ
๑. จดหมายสมัครงานเปรียบเสมอื นกระจกส่องให้ฝ่ายบคุ คลเห็นตัวผู้สมคั รไดย้ กเวน้ ข้อใด
ก. บุคลิกภาพ ข. กิริยาทา่ ทีของผสู้ มัคร
ค. ลักษณะนิสยั ใจคอ ง. ความเรยี บรอ้ ยในการทำงาน
จ. ระดับการศึกษา
2. ผูส้ มคั รงานขายจะตอ้ งใหร้ ายละเอยี ดสว่ นตวั ขอ้ ใดท่นี อกเหนือจากผสู้ มัครงานหญงิ
ก. อายุ ข. ศาสนา
ค. สภาพการเกณฑ์ทหาร ง. สถานภาพการสมรส
จ. ประสบการณ์การทำงาน
3. คำลงท้ายขอ้ ใดเหมาะสมทส่ี ดุ ในการเขียนจดหมายสมคั รงาน
ก. ขอแสดงความนับถือ ข. ขอแสดงความเคารพ
ค. ขอแสดงความเคารพอย่างยงิ่ ง. ขอแสดงความนบั ถืออยา่ งยง่ิ
จ. ขอแสดงความเคารพนบั ถือ
4. ขอ้ ใดคือสง่ิ ทีไ่ ม่ควรเขยี นในจดหมายสมคั รงาน
ก. การขอโอกาสเขา้ รบั การสัมภาษณ์ ข. การอ้อนวอนขอความเหน็ ใจ
ค. การเขยี นชื่อผู้รับรอง ง. การเขียนประวตั ชิ ีวติ ครอบครวั
จ. การเขยี นคณุ สมบตั ิหรอื ความสามารถพเิ ศษ
5. ขอ้ ใดเปน็ เหตุผลทน่ี า่ จะเลอื กใชใ้ นการลาออกจากงานเดิมเปน็ สงิ่ สดุ ทา้ ย
ก. บรษิ ทั ปดิ กจิ การ ข. ผ้ถู ือหุน้ ขดั แย้งกัน
ค. เรอื ขนสง่ สินค้าของบริษัทอบั ปาง ง. เบื่อที่จะรับผดิ ชอบงานหลาย ๆ ดา้ นคนเดียว
จ. ผลประกอบการของบรษิ ัทลดลง ๕0%
6. ข้อใดนา่ จะเป็นเหตุผลดที สี่ ดุ ในการลาออกจากงาน
ก. ไมช่ อบรบั ผิดชอบหลายหน้าที่ ข. ไม่ลงรอยกับนายจา้ ง
ค. งานไมต่ รงกบั ความรู้ทเ่ี รยี นมา ง. ทะเลาะกับเพอ่ื นรว่ มงาน
จ. ได้งานใหม่ท่มี ีคา่ ตอบแทนดกี วา่
7. การกลา่ วถงึ ประสบการณใ์ นการทำงาน ในกรณีทีผ่ ู้สมคั รเพ่งิ จบการศึกษาและไมเ่ คยทำงานมาก่อน
ควรกล่าวถึงขอ้ ใด
ก. ประสบการณ์ในอดีต
ข. ประสบการณล์ ่าสดุ
ค. ประสบการณ์ทีไ่ ดร้ บั การอบรมหลังจบการศึกษา
ง. กจิ กรรมทเี่ คยทำในขณะท่ีศึกษาอยู่
จ. กจิ กรรมทกี่ ำลังวางแผนจะทำในอนาคต
วิชาทกั ษะภาษาไทยเชงิ วชิ าชพี (30000-1101) 82
8. การเขยี นวันทีใ่ นขอ้ ใดถกู ต้องเหมาะสม
ก. วันจันทร์ท่ี ๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๓
ข. วันที่ ๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๓
ค. ๔ มกราคม ๒๕๖๓
ง. ๔ ม.ค. ๖๓
จ. ๔-๑-๒๕๖๓
๙. Personal References ควรกรอกขอ้ มูลใดลงในกลอ่ งข้อมูล
ก. สมศักด์ิ รัตนโกสนิ ทร์ ข. จบั ได้ใบดำ
ค. พูดได้ ๓ ภาษา ง. ศาสนาพทุ ธ
จ. เล่นกฬี า
10. การใสป่ ระสบการณ์ในการทำงานควรเรียงลำดบั อยา่ งไร
ก. เรียงตามลำดบั กอ่ น-หลัง ข. เรียงจากลา่ สดุ แลว้ ถอยหลงั ไปตามลำดบั
ค. เรยี งตามตำแหน่งงานทท่ี ำ ง. เรียงตามเงนิ เดือนทเ่ี คยได้รับ
จ. เรียงลำดับอยา่ งใดกไ็ ด้ ไม่มหี ลกั เกณฑท์ ช่ี ัดเจน
****************************************
วชิ าทักษะภาษาไทยเชงิ วิชาชพี (30000-1101) 83
หน่วยท่ี 7
การกรอกแบบฟอรม์ เอกสารเพื่อกิจธรุ ะ
การกรอกแบบฟอรม์ เป็นส่งิ สำคัญและจำเป็นมากในการติดต่อกิจธรุ ะ เพราะปัจจุบันการขอข้อมูลของ
หน่วยงานต่าง ๆ มักออกมาในรูปแบบของแบบฟอร์ม เพื่อให้ได้รายละเอียดที่เป็นระบบครบถ้วน ง่ายต่อการ
เก็บขอ้ มลู ตลอดจนการนำขอ้ มลู มาใช้
7.1 ความหมายของการกรอกแบบฟอรม์
การกรอกแบบฟอร์ม หมายถึง การเขียนข้อความหรือการทำเครื่องหมายลงในเอกสารที่จัดขึ้นโดยมี
ช่องว่างไว้ให้กรอกข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อความสะดวกในการรวบรวมหรือจัดเก็บให้เป็นระบบ ก่อนที่จะนำ
ข้อมูลเหลา่ นั้นไปใช้ประโยชน์
7.2 คณุ สมบตั ิของผกู้ รอกแบบฟอรม์
ผู้กรอกแบบฟอรม์ ควรมคี ณุ สมบัตดิ ังนี้
๑. มคี วามรู้ ความเข้าใจและจดจาํ รายละเอยี ดเกี่ยวกบั ตนเองได้ เช่น
❖ ทราบชอ่ื นามสกลุ วนั เดอื นปเี กดิ อายขุ องตนเอง
❖ ทราบท่อี ยู่ปจั จุบนั ตามสาํ เนาทะเบียนบ้านและ
❖ ภมู ิลาํ เนาเดมิ
❖ ทราบชือ่ บิดา มารดา และบคุ คลท่ีใกลช้ ดิ
❖ ทราบกรปุ๊ เลอื ด โรคประจําตวั ประวตั กิ ารแพ้ยา
๒. มีความซือ่ สัตย์และซื่อตรงในการให้ข้อมูลท่ีเปน็ ความจริงเพ่ือประโยชน์ต่อตนเองและต่อสังคม
เชน่ การให้ขอ้ มูลที่เป็นเท็จในการเดินทางไปในสถานที่ต่าง ๆ ในตา่ งประเทศ ซงึ่ เป็นสถานทีส่ ุ่มเสี่ยงต่อการติด
เชื้อของโรคระบาด ซึ่งอาจทําให้ตนเองต้องเสียชีวิตเพราะขาดความตระหนักในการระมัดระวัง และอาจส่งผล
กระทบตอ่ คนในประเทศท่ีได้รบั เช้ือโดยไม่ได้ทราบวา่ จะต้องปอ้ งกันลว่ งหนา้ ไว้ก่อน
๓. มีความรับผิดชอบในการกรอกและส่งคืนผู้สอบถาม ตัวอย่างเช่น การสํารวจความคิดเห็นของ
ประชาชนที่มีต่อโครงการของรัฐบาล เพื่อนําไปปรับปรุงแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับโครงการสุขภาพดีถ้วนหน้า
โครงการเรียนฟรี โครงการรถเมล์ฟรี เพราะฉะนั้นควรกรอกข้อมูลตามความเป็นจริง เพ่ือหนว่ ยงานจะได้นําไป
ประเมินผลได้อยา่ งถกู ตอ้ ง การตั้งงบประมาณจะได้ไมค่ ลาดเคลื่อนจากความเป็นจรงิ
๔. มีความรอบคอบ การกรอกแบบฟอร์มบางประเภท อาจก่อให้เกิดผลเสียหายต่อตนเอง ควรมี
ความละเอยี ดรอบคอบในการกรอก เช่น การกรอกสัญญากยู้ ืม ควรตรวจจํานวนเงินท่กี ู้ยมื จํานวนเงินท่ีต้องใช้
คืนในแต่ละงวด และวันเดือนปีที่กําหนดใช้คืนให้เป็นไปตามที่ได้ตกลงไว้ ในกรณีที่เป็นการคํ้าประกันควร
ตรวจดูใหด้ ีว่ามกี ารกรอกช่อื ผู้คํ้าประกันในชอ่ งของผู้กู้หรือไม่ มิฉะนนั้ อาจจะตอ้ งเปน็ ผูใ้ ช้หนเ้ี อง
๕. มีความสามารถในการใช้ภาษา ทั้งการอ่านตีความให้เข้าใจตรงกันว่าผู้สอบถามต้องการ ทราบ
ข้อมูลอะไร และสามารถกรอกข้อมูลให้ผู้อ่านเข้าใจตรงกับสิ่งที่ผู้กรอกต้องการสื่อในบางกรณี คู่สัญญาอาจ
พิมพ์ข้อความด้วยตัวอักษรขนาดเล็กมากจนยากแก้การอ่าน ทําให้ผู้กรอกกวาดสายตาผ่านไปโดยไม่ได้
พจิ ารณาเน้อื หาจึงลงลายมือชอ่ื ผ่าน ๆ ไป
วิชาทกั ษะภาษาไทยเชิงวชิ าชพี (30000-1101) ๘๔
7.3 ขอ้ ปฏบิ ัตใิ นการกรอกแบบฟอรม์
ผู้กรอกแบบฟอรม์ ควรคำนึงถงึ ขอ้ ควรปฏบิ ัติในการกรอกแบบฟอร์ม ดังนี้
๑. อา่ นแบบฟอร์มใหล้ ะเอยี ด และทำความเข้าใจว่าต้องการกรอกรายละเอียดอะไรบา้ ง หากไม่เข้าใจ
หรือไม่แนใ่ จในคำถาม อาจสอบถามเจา้ หนา้ ทห่ี รอื ผุท้ มี่ ีส่วนเกีย่ วขอ้ งกับแบบฟอร์ม
๒. เขยี นขอ้ ความดว้ ยตนเองให้อ่านง่าย
๓. รักษาความสะอาด พยายามอย่าเขยี นผดิ
๔. เขยี นรายละเอียดเทา่ ทจ่ี ำเป็นเขยี นพอเหมาะกบั ช่องวา่ งท่ีเวน้ ไวใ้ ห้
๕. เขียนขอ้ มลู ทีเ่ ปน็ จรงิ
๖. เขียนตัวสะกดใหถ้ กู ต้อง
๗. เมอ่ื กรอกข้อความครบถว้ นแลว้ ควรตรวจทานให้ถกู ต้อง
7.4 องคป์ ระกอบสำคญั ในการกรอกแบบฟอรม์
โดยท่วั ไปการกรอกแบบฟอรม์ มกั พบรายละเอยี ดตอ่ ไปน้ี
1. ชือ่ -สกลุ ตอ้ งระบุคาํ นําหนา้ ช่อื เชน่ นาย นาง นางสาว
2. วัน เดอื น ปเี กิด และอายขุ องผู้กรอกแบบฟอร์ม
3. สว่ นสงู และน้ําหนัก
4. ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน เช่น บ้านเลขที่ ถนน ตําบล/แขวง อําเภอ/เขต จังหวัด รหัสไปรษณีย์
หมายเลขโทรศพั ท์มือถือ
5. ทอ่ี ยู่ปจั จบุ ัน มักมีรายละเอยี ด เช่นเดยี วกับท่อี ยตู่ ามทะเบียนบ้าน
6. ประวัตกิ ารศึกษา เช่น ช่ือสถานศึกษา วุฒทิ จ่ี บ ปีที่จบการศกึ ษา
7. ประวัติการทำงาน มักให้ระบุสถานที่ทำงานปัจจุบัน และบุคคลที่สามารถรับรองการทำงานของผู้
กรอกแบบฟอรม์
8. สถานภาพของผู้กรอกแบบฟอร์ม ได้แก่ โสดหรือสมรส ซึ่งมีผลต่อการทำสัญญาต่าง ๆ บางคร้ัง
หน่วยงานหรือองค์กรบางแห่งอาจต้องการเอกสารสำคัญบางประเภท ดังนั้น ผู้กรอกแบบฟอร์มจึงควรทราบ
ความหมายและลกั ษณะสำคัญบางประการของเอกสารสำคญั เหล่าน้นั ดังน้ี
▪ สตู ิบตั ร หมายถึง หนงั สอื สำคัญแสดงรายการแจ้งเกดิ
▪ บัตรประจำตวั ประชาชน หมายถงึ แผน่ เอกสารทแี่ สดงขอ้ มลู ของเจา้ ของบตั รเพ่ือยืนยันสิทธิ
การเปน็ พลเมอื งของประเทศใดประเทศหน่งึ
▪ บัตรผู้เรียน หมายถึง แผ่นเอกสารที่แสดงข้อมูลของเจ้าของบัตรเพื่อยืนยันสิทธิการเป็น
ผ้เู รียนของสถาบันใดสถาบันหนึง่
▪ ทะเบียนบ้าน หมายถึง ทะเบียนประจำตัวบ้านแต่ละบ้านซึ่งแสดงเลขบัตรประจจำบ้านและ
รายการของคนทั้งหมดท่ีอยู่ในบา้ น
▪ หนังสือเดินทาง หมายถึง หนังสือสำคัญประจำตัวซึ่งทางราชการของประเทศหนึ่งออกให้
พลเมืองของประเทศนนั้ เพื่อให้ความคุ้มครองในการเดนิ ทางไปดนิ แดนในตา่ งประเทศ
▪ ทะเบยี นสมรส หมายถงึ ทะเบียนสำคัญประจำตวั เพ่ือยนื ยันวา่ บคุ คล 2 คน ได้แต่งงานอย่าง
ถูกตอ้ งตามกฎหมาย
วิชาทักษะภาษาไทยเชงิ วชิ าชีพ (30000-1101) ๘๕
7.5 ประเภทของแบบฟอร์ม
ประเภทของแบบฟอรม์ สามารถแบง่ ได้เปน็ 4 ประเภท ดังน้ี
7.5.1 แบบฟอร์มที่ใช้ติดตอ่ กับหน่วยงาน เป็นแบบฟอร์มที่หนว่ ยงานจัดทําขึ้นเพื่อใหค้ วามสะดวก
แกผ่ ู้มาติดต่อ ทาํ ใหห้ นว่ ยงานได้รบั ข้อมูลครบถว้ น สะดวกแกก่ ารเก็บข้อมูล ค้นหาไดง้ ่าย และนําไปใช้ได้ทันที
ที่ต้องการ ตวั อยา่ งแบบฟอรม์ ประเภทนี้ ไดแ้ ก่
แบบฟอร์มสมัครขอรบั ทุนการศึกษา
แบบฟอรม์ สมัครเขา้ พกั ในหอพัก
แบบฟอรม์ สมัครงาน
แบบฟอรม์ สมัครสมาชกิ วารสาร
แบบฟอรม์ บรจิ าคเงนิ ช่วยเหลอื เดก็ ผดู้ ้อยโอกาส
วิชาทกั ษะภาษาไทยเชงิ วชิ าชพี (30000-1101) ๘๖
ตวั อย่าง แบบฟอร์มสมคั รเขา้ รว่ มโครงการ
วิชาทกั ษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ (30000-1101) ๘๗
ข้อสังเกต : การกรอกแบบฟอร์มสมัครงานจัดเป็นการเขียนแนะนําตนเองด้วย เพราะผู้อ่านข้อมูลจะ
ทราบรายละเอียดส่วนตัวและรู้จักผู้สมัคร ส่วนการอ้างชื่อผู้รับรองในแบบฟอร์มสมัครงาน ควรขออนุญาตผู้
รับรองก่อนเพราะบรษิ ัทท่ีรับสมัครจะตดิ ต่อขอข้อมูลเกี่ยวกบั ผู้สมคั รจากผู้รับรอง หากไม่ขออนุญาตหรอื บอก
กล่าวกอ่ นอาจทําให้ผูร้ บั รองคิดว่าผู้สมัครไม่ใหเ้ กียรติผู้รับรองและใหข้ ้อมูล ที่ทาํ ใหเ้ กิดภาพลบแก่ผู้สมคั รงาน
สำหรับการบริจาคเงินสนับสนุนเด็กผู้ด้อยโอกาส หากเป็นการเรียกเก็บเงินจากบัตรเครดิตแล้วผุ้ถือ
บัตรไม่ลงลายมือชื่อเจ้าหน้าที่การเงนิ ก็ไม่สามารถเรียกเก็บเงินจากบัตรเครดิตได้ ทำให้หลักฐานการเรียกเก็บ
เงนิ ไม่สมบรู ณ์ ดงั นนั้ ผทู้ ี่มคี วามประสงคจ์ ะบริจาคเงนิ สนับสนนุ จึงควรลงลายมือช่อื ให้เรียบร้อย
7.5.2 แบบฟอร์มท่ีผู้อื่นขอความร่วมมอื ใหก้ รอกหรือแบบสอบถาม เป็นแบบฟอร์มท่ีนักวิจัยจัดทํา
ขึ้นเพื่อเก็บข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงและความคิดเห็นของประชาชนไปวิเคราะห์เพื่อใช้ประโยชน์ในแต่ละกรณ
ตวั อยา่ ง แบบฟอรม์ ประเภทน้ี ได้แก่
- แบบสอบถามความพงึ พอใจของนักศกึ ษา
- แบบสอบถามและประเมนิ ผลการอบรม
- แบบสอบถามความคิดเหน็ เกย่ี วกับการจัดงานรบั ประกาศนยี บตั ร
- แบบสาํ รวจความพงึ พอใจของลูกคา้
วชิ าทกั ษะภาษาไทยเชงิ วิชาชีพ (30000-1101) ๘๘
ตัวอยา่ ง แบบฟอร์มวดั ความพงึ พอใจ
โดยทัว่ ไปแบบสอบถามลักษณะนี้มักจะมีคำชแี้ จงซ่ึงคณะผู้จัดทำจะบอกวัตถปุ ระสงค์ในการออกแบบ
สอบถามเพ่อื ใหผ้ ูต้ อบเขา้ ใจวา่ จะนำข้อมูลมาใชเ้ พือ่ การใด
7.5.3 แบบฟอรม์ ทใ่ี ช้ภายในหนว่ ยงาน เป็นแบบฟอรม์ ท่ีหนว่ ยงานจัดทาํ ขน้ึ เพื่อความสะดวกในการ
บริหารงานบุคลากรภายในหน่วยงานอย่างเป็นระบบ แทนการเขียนบันทึกซึ่งบุคลากรในหน่วยงานมักเห็น
วิชาทกั ษะภาษาไทยเชงิ วชิ าชีพ (30000-1101) ๘๙
ความสําคญั ต่อรายละเอียดต่าง ๆ ไมเ่ ทา่ กัน จงึ ให้รายละเอียดและข้อมูลต่าง ๆ ไมต่ รงตาม ความต้องการของ
ผู้รับผดิ ชอบหรือเจ้าของเร่อื ง ตวั อยา่ ง แบบฟอร์มประเภทน้ี ไดแ้ ก่
- แบบฟอร์มใบลา
- แบบฟอรม์ ใบมอบตัวขึน้ ทะเบียนนกั ศกึ ษา
- แบบฟอร์มประวตั นิ ักเรียน/นักศึกษา
ตวั อย่าง แบบฟอร์มใบลา
วิชาทกั ษะภาษาไทยเชงิ วชิ าชีพ (30000-1101) ๙๐
7.5.4 แบบฟอร์มสัญญา เป็นแบบฟอร์มที่จัดทําขึ้นเพื่อเป็นหลักฐานสําคัญสําหรับบุคคล 3 ฝ่าย
ต้องจดั ทําไม่น้อยกว่า 2 ฉบบั ทุกฉบับตอ้ งมขี ้อความตรงกันเพื่อให้แตล่ ะฝ่ายถือไวเ้ ป็นหลักฐานปอ้ งกนั การผิด
สัญญาของฝา่ ยหน่งึ และเป็นหลกั ฐานในการฟ้องร้องคา่ เสยี หายหรือกระทําการอ่นื ตวั อย่างแบบฟอร์มประเภท
นไี้ ดแ้ ก่
แบบฟอรม์ สัญญากยู้ ืมเงิน
แบบฟอร์มหนงั สือสญั ญาเปน็ นกั เรยี น/นกั ศกึ ษา
แบบฟอรม์ สัญญากยู้ มื เงนิ กองทนุ เงินให้กยู้ มื เพอ่ื การศึกษา
แบบฟอรม์ หนังสอื รับรองรายได้ของครอบครัวผขู้ อกู้
ตัวอย่าง แบบฟอรม์ สัญญารับฝากสินค้า
วชิ าทักษะภาษาไทยเชงิ วิชาชพี (30000-1101) ๙๑
แบบฟอร์มเป็นเอกสารสำคัญในการติดต่อกิจธุระที่ผูเ้ ขียนจำเป็นต้องอ่านข้อมูลและให้รายละเอียดที่
ชัดเจน ควรเขียนข้อความด้วยตนเองให้อ่านง่าย เขียนตัวสะกดการันต์ให้ถูกต้อง ให้ข้อมูลที่จำเป็น มีความ
ครบถ้วนเพียงพอทีห่ น่วยงานเจา้ ของแบบฟอรม์ สามารถเขา้ ใจได้
***************************
แบบฝึกหดั หน่วยที่ 7
การกรอกแบบฟอร์มเอกสารเพอ่ื กจิ ธรุ ะ
ตอนท่ี 1 จงตอบคำถามต่อไปนี้
๑. การกรอกแบบฟอร์มหมายถงึ อะไร
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
๒. ผกู้ รอกแบบฟอร์มควรมีคุณสมบัติอยา่ งไร
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
๓. ขอ้ ควรปฏบิ ตั ใิ นการกรอกแบบฟอร์มมอี ะไรบ้าง
..............................................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................... .........................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................ ......................................
๔. องค์ประกอบทสี่ ำคัญในการกรอกแบบฟอร์มมีอะไรบ้าง
........................................................................................................................................................................ ......
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................... ...................
๕. แบบฟอรม์ แบง่ เปน็ กี่ประเภท อะไรบา้ ง และแบบฟอรม์ ประเภทใดผู้กรอกข้อมลู ควรใช้ความรอบคอบท่สี ุด
............................................................................................................................................... ...............................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
วิชาทกั ษะภาษาไทยเชงิ วิชาชพี (30000-1101) ๙๒
แบบทดสอบหลงั เรียนหนว่ ยท่ี 7
การกรอกแบบฟอร์มเอกสารเพ่ือกจิ ธรุ ะ
คำชีแ้ จง ใหท้ ำเครื่องหมายกากบาท (X) ลงหนา้ ตวั เลือกที่ถกู ต้องทสี่ ดุ
๑. การทำโพลสำรวจความคดิ เหน็ ของประชาชน จัดเปน็ แบบฟอร์มประเภทใด
ก. ตดิ ต่อกบั หนว่ ยงาน ข. ขอความรว่ มมือ
ค. แบบฟอร์มสาธารณะ ง. แบบฟอรม์ ทีใ่ ช้ภายในหนว่ ยงาน
จ. แบบฟอรม์ สว่ นตวั
๒. วรากรใหช้ า่ งซ่อมแซมและต่อเตมิ บา้ นให้ ต้องทำสญั ญาชนิดใด
ก. สญั ญาค้ำประกนั ข. สัญญาซื้อขาย
ค. สัญญาซอ่ มบ้าน ง. สัญญาว่าจา้ ง
จ. สญั ญากู้ยืม
3. ข้อใดเปน็ การกรอกแบบฟอร์ม
ก. กนกศักด์ิเขยี นจดหมายถึงเพื่อน
ข. ขยาเขยี นสัญญาจะซ้ือจะขายรถยนต์กับสมจติ
ค. ณฐั วุฒเิ ขยี นประกาศลงในหนังสอื พมิ พ์
ง. สมศรีเขียนการ์ดอวยพรวนั เกดิ ให้สมใจ
จ. สายสมรเขยี นบทความลงในหนังสอื พิมพ์
4. ข้อใดเหมาะสมทสี่ ดุ
ก. ปริวัตรกรอกแบบฟอร์มอย่างรวดเร็วเพอ่ื ประหยดั เวลา
ข. พงศธรกรอกแบบฟอร์มโดยการอธิบายรายละเอยี ดให้มากทส่ี ุด
ค. พงษศ์ ิริกรอกแบบฟอร์มเสรจ็ แลว้ กลับมาอ่านทบทวน
ง. มณฑลลงช่อื ไวใ้ นกระดาษเปลา่ เพราะต้องการความรวดเร็วในการทำสญั ญา
จ. ฤกษช์ ัยกรอกแบบฟอร์มด้วยปากกาหมึกแดง
5. ผูเ้ รยี นคิดวา่ จำเปน็ หรือไม่ทผ่ี ้ทู ่กี รอกแบบฟอรม์ ต้องทราบข้อมูลเกย่ี วกับตนเอง
ก. ไมจ่ ำเป็นเพราะเปน็ ข้อมลู สว่ นตวั ไม่จำเป็นต้องเปิดเผย
ข. ไมจ่ ำเปน็ เพราะการกรอกแบบฟอร์มจะถามเร่ืองสว่ นตัวนอ้ ยมาก
ค. ไมจ่ ำเปน็ เพราะเป็นเร่ืองท่ีไมค่ วรเปิดเผยให้ผู้อ่ืนทราบ
ง. จำเป็นเพราะมีผลทางด้านกฎหมาย
จ. จำเปน็ เพราะจะได้มีข้อมลู ท่คี รบถว้ นถูกต้องและเปน็ ประโยชนเ์ มื่อต้องการนำไปใช้
6. แบบฟอร์มขอ้ ใดท่ีใหผ้ ู้อื่นกรอกแทนไมไ่ ด้
ก. แบบฟอร์มสมัครงาน ข. แบบฟอร์มใบรบั ฝากไปรษณียภณั ฑ์
ค. แบบฟอร์มฝากเงนิ ง. แบบฟอรม์ ถอนเงนิ
จ. แบบฟอร์มโอนเงิน
7. แบบฟอร์มท่ีกรอกข้อความครบถว้ นถูกต้อง มปี ระโยชน์อยา่ งไร
ก. ทำใหง้ านมีคุณภาพ ข. ทำใหง้ านบรรลวุ ัตถปุ ระสงค์
ค. ทำให้ข้นั ตอนดำเนนิ การเป็นไปอย่างรวดเรว็ ง. ทำให้ผ้กู รอกแบบฟอรม์ ประสบความสำเรจ็ ในชีวติ
จ. ทำใหผ้ ูก้ รอกแบบฟอรม์ เป็นทีร่ จู้ ักของบคุ คลทว่ั ไป
วิชาทกั ษะภาษาไทยเชงิ วิชาชีพ (30000-1101) ๙๓
8. การกรอกแบบฟอรม์ แจ้งเกดิ จะต้องมีเอกสารใดแนบมาด้วย
ก. อนุโมทนาบัตร ข. มรณะบตั ร
ค. สำเนาบตั รประชาชน ง. สูจิบัตร
จ. สตู ิบตั ร
๙. แบบฟอร์มข้อใดไม่ตอ้ งกรอกชื่อบุคคลอื่นท่สี ามารถตดิ ต่อผกู้ รอกแบบฟอรม์ ได้
ก. แบบฟอร์มสมคั รงาน ข. แบบฟอร์มใบรบั ฝากไปรษณยี ภณั ฑ์
ค. แบบฟอร์มใบสมัครสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อ ง. แบบฟอร์มใบสมัครสมาชิก
จ. ถูกทกุ ข้อ
๑๐. แบบฟอรม์ เพอื่ สมัครสมาชกิ ไมจ่ ำเปน็ ต้องมขี ้อมูลด้านใด
ก. ชอ่ื บดิ ามารดา ข. วุฒทิ างการศึกษา
ค. สถานภาพปจั จุบัน ง. ประวัติการทำงาน
จ. ท่ีอยู่
**************************************************
วชิ าทกั ษะภาษาไทยเชิงวชิ าชพี (30000-1101) ๙๔
หนว่ ยท่ี 8
การเขียนโฆษณาและประชาสมั พันธ์
การโฆษณาเป็นการเผยแพร่หรือกระทำการด้วยวธิ ีใดวิธีหน่ึงเพ่ือทำให้กล่มุ เป้าหมายต้องการซ้ือสินค้า
หรอื ใช้บริการนั้น การโฆษณามบี ทบาทสำคญั ในชีวิตประจำวนั ในประกอบอาชีพต่าง ๆ ล้วนตอ้ งใช้ส่ือโฆษณา
ด้วยกันแทบทั้งสิ้น การประชาสัมพันธ์เป็นการแจ้งข่าวสารและความรู้เกี่ยวกับหน่วยงานของตนให้ประชาชน
ได้ทราบ เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นและเกิดความศรัทธาต่อหน่วยงาน ปัจจุบันการประชาสัมพันธ์มีการเผยแพร่
โดยผ่านสื่อเทคโนโลยีต่าง ๆ มากมาย เช่น โทรทศั น์ วทิ ยกุ ระจายเสยี ง และอินเทอร์เนต็
8.1 การเขยี นโฆษณา
8.1.1 ความหมายของการเขียนโฆษณา
พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ (๒๕๕๔ : ๒๘๕) ให้ความหมายของ
การโฆษณาไว้ว่า โฆษณา ก. เผยแพร่หนังสือออกไปยังสาธารณชน, ป่าวร้อง, ป่าวประกาศ ทั้งนี้โฆษณาจะ
เสนอรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ ท้งั ในส่วนท่เี ป็นสินค้า บริการ ทัง้ ภาครัฐและเอกชนในด้านตา่ ง ๆ ทง้ั นี้ ผเู้ สนอ
ควรคำนงึ ถึงคณุ ธรรมและจริยธรรมของการนำเสนอข้อมลู โดยไมก่ ลา่ วเกินจรงิ มากจนเกินไป
8.1.2 ความสำคัญของการโฆษณา
การโฆษณามีความสำคญั ตอ่ ระบบธุรกิจและกลุ่มผ้บู รโิ ภค ดงั นี้
1) ช่วยให้ผู้บริโภครจู้ ักสนิ ค้าหรือบริการ
2) ช่วยย้ำลกั ษณะพิเศษของสินคา้ หรือบริการที่แตกต่างจากของเดมิ
3) ชว่ ยกระตุ้นการตดั สนิ ใจซอ้ื สนิ ค้าและบริการ
๔) ชว่ ยสง่ เสริมให้การดำเนนิ งานทางการตลาดบรรลเุ ป้าหมายได้
8.1.3 วตั ถปุ ระสงคข์ องการโฆษณา
การโฆษณามวี ัตถุประสงค์ดงั นี้
๑) เพ่ือสรา้ งภาพลกั ษณ์ท่ดี ใี หแ้ กส่ ินค้าและบริการ
๒) เพอ่ื แนะนำสินค้าและบรกิ ารใหผ้ ้บู ริโภครูจ้ ักอยา่ งแพร่หลาย
3) เพื่อสร้างค่านิยมในการบริโภคแก่ผู้ซื้อ เช่น สร้างค่านิยมในการใช้มือถือ และมือถือต้อง
สามารถบนั ทกึ ภาพและถ่ายวิดโี อได้
๔) เพื่อใหก้ ารดำเนนิ ธุรกิจบรรลุเป้าหมาย
5) เพอ่ื รักษาความสมั พนั ธ์อนั ดีระหวา่ งผู้ผลติ ผ้จู ำหนา่ ย และผู้บรโิ ภค
6) เพอ่ื ให้บริการสาธารณประโยชน์แก่สงั คมสว่ นรวม
8.1.4 องค์ประกอบของขอ้ ความโฆษณา
ขอ้ ความโฆษณามอี งค์ประกอบ ดังน้ี
1) พาดหวั โฆษณา เป็นองค์ประกอบของข้อความโฆษณา ซึ่งเป็นข้อความส้นั สะดุดตา และ
ดึงดูดความสนใจไดด้ ี
2) พาดหัวรอง เป็นสว่ นขยายพาดหัวโฆษณาทีไ่ ม่ชดั เจน ทำใหโ้ ฆษณามีความชดั เจน
3) ข้อความโฆษณา เป็นข้อความอธิบายประโยชน์ คุณสมบัติของสินค้า อาจมีภาพหรือ
สนิ ค้าประกอบก็ได้
วชิ าทักษะภาษาไทยเชิงวชิ าชีพ (30000-1101) 95