4) ข้อความท้ายโฆษณา เป็นข้อความแนะนำการใช้ผลิตภัณฑ์ กำหนดระยะเวลาลด แลก
แจก แถม แหล่งจำหน่ายสนิ ค้า และสถานท่ตี ิดตอ่ สอบถาม
5) ภาพและสัญลักษณ์ เป็นภาพและสญั ลกั ษณท์ ่สี มั พนั ธ์กบั ผลิตภณั ฑ์ และดึงดูดความสนใจ
ของผู้บริโภคได้
8.1.5 การใชภ้ าษาเพ่ือการโฆษณา
การใช้ภาษาเพอ่ื การโฆษณา แบง่ เป็น ๔ ลกั ษณะ คอื
๑) ภาษาสำหรับเขียนพาดหวั โฆษณา ลักษณะภาษาสำหรับเขยี นพาดหัวมดี งั นี้
๑.1) ใช้ข้อความสั้น ๆ ความยาวไม่เกิน ๑๒ พยางค์ เช่น คุณภาพแถวหน้าในราคา
สัมผัสได้
1.๒) ใช้ถอ้ ยคำดึงดูดความสนใจ เชน่ พบธงฟ้า พบราคาประหยัด
1.๓) ใชภ้ าษาง่าย ๆ ในการพาดหวั เช่น ชาร์ปเบญจรงคม์ าดใหม่ สดใสทุกร่นุ อนุ่ ไดท้ กุ ใบ
๒) ภาษาสำหรบั เขยี นพาดหัวรอง
พาดหัวรองเป็นข้อความที่เขียนขึ้นเมื่อพาดหัวโฆษณาขาดความชัดเจนเพราะพาดหัว
โฆษณามงุ่ เน้นแต่ให้สะดุดตา สะดุดใจ จงึ ต้องใช้ภาษาเขยี นพาดหวั รองใหช้ ดั เจนยิ่งข้ึน เชน่ พาดหัวโฆษณาว่า
“คุณภาพแถวหน้า ในราคาสัมผสั ได้” เปน็ พาดหัวที่ยังขาดความชดั เจนจงึ เขียนพาดหัวรองว่า “โรงพยาบาล
จักษุอินทร์มีทางเลือกใหม่ให้ดวงตาเสมอ” พาดหัวรองช่วยทำให้เกิดความชัดเจนว่า โรงพยาบาลนี้ให้การ
รักษาผ้ปู ่วยเฉพาะโรคทางตาเท่านน้ั
หรือพาดหัวรองว่า “บ้านบนเนินเขาแลแล ใจกลางเมืองภูเก็ต” เป็นพาดหัวรองที่ช่วย
ทำใหท้ ราบว่าหมู่บา้ นจดั สรรทโี่ ฆษณานอ้ี ยทู่ เ่ี ขาแลแล ซ่งึ ต้ังอยูใ่ จกลางของเมอื งภูเกต็
3) ภาษาสำหรับเขยี นข้อความ ลกั ษณะภาษาสำหรับเขียนขอ้ ความ มลี ักษณะดังนี้
3.๑) ให้รายละเอยี ดครบถ้วน ถูกต้อง เช่น
➢ ๓๐ ปีแห่งความเชี่ยวชาญด้านการรักษาดวงตาของโรงพยาบาลจักษุอินทร์
โรงพยาบาลเอกชนเฉพาะทางตาแห่งแรกที่ใชเ้ ลเชอรร์ กั ษาตา
3.๒) ใช้ภาษาทแ่ี สดงความเปน็ เหตเุ ปน็ ผล เชน่
➢ สวยทุกสดั สว่ น มน่ั ใจเพราะไรป้ ญั หาสว่ นเกิน
๓.3) ใชภ้ าษาที่มีโวหารทำให้เกดิ ภาพพจน์ เช่น
➢ ลกู ค้าคอื คนสำคญั ทส่ี ดุ สำหรบั เรา
3.4) ใชภ้ าษาส่ือความหมายตรงประเดน็ ชดั เจน เชน่
➢ เมื่อสบู่ที่ใช้แรงเกินไปสำหรับผิวคุณ นีเวีย ชาวเวอร์เจล ความใสที่ไม่ทำร้ายผิว
บอบบาง
3.๕) อาจใชภ้ าษาท่ีให้ความรู้สกึ แง่บวก เช่น
➢ ทุกความใสใ่ จทน่ี ี่ เพื่อความพอใจสูงสุดของคุณ
๔) ภาษาสำหรับเขยี นข้อความท้ายโฆษณา
ลักษณะภาษาสำหรับเขียนข้อความท้ายโฆษณา เป็นภาษาที่โน้มน้าวใจให้เกิดพฤติกรรม
การซื้อซึ่งต้องใช้หลักการทางจิตวิทยา เช่น การยกย่อง ชมเชย ให้เกียรติผู้บริโภค ให้เห็นว่าผู้บริโภคมี
ความสำคัญ หรือได้รับการยอมรับจากคนส่วนใหญ่ในสังคม ทำให้รู้สึกว่าเป็นพวกเดียวกันหรือมีแนวคิดใส่ใจ
เรอ่ื งสงิ่ แวดลอ้ ม เช่น คนรุ่นใหม่ หวั ใจสีเขยี ว เยาวชนไทยใส่ใจสิ่งแวดลอ้ ม
วิชาทักษะภาษาไทยเชงิ วชิ าชีพ (30000-1101) 96
8.1.6 หลักการเขียนข้อความโฆษณา
วธิ เี ขียนขอ้ ความโฆษณาแบง่ เป็น ๓ วิธี ดังนี้
๑) วธิ เี ขยี นพาดหวั โฆษณา
1.๑) พาดหวั ดว้ ยการใชค้ ำขวัญ หรอื คำคม เชน่ คิดถงึ ชีวิต คิดถึงโรงพยาบาล
1.๒) พาดหวั ด้วยการใชค้ ำถาม เชน่ วันนค้ี ณุ ด่ืมนมแลว้ หรือยัง
1.๓) พาดหวั ด้วยการใชก้ ารรับรองคุณภาพ เช่น ผมบางจากกรรมพันธร์ุ ักษาได้
1.4) พาดหัวด้วยการบอกวิธใี ช้ เช่น ยาดมตราโปย้ เชียน ใช้ดมใชท้ าในหลอด
1.5) พาดหวั ดว้ ยการกำหนดกลุ่มเปา้ หมาย เชน่ นติ ยสารสำหรบั ผู้รกั สขุ ภาพ
๒) การเขียนขอ้ ความเนอื้ หา
วิธีเขียนข้อความเน้ือหามลี กั ษณะ ดงั น้ี
2.๑) เขียนข้อความเนื้อหาแบบเสนอขายตรง เช่น เมื่อไอนึกถึงไบโชวอล แมวกว่า ๘๐%
ชอบวิสกัสใหม่
2.๒) เขียนข้อความเนื้อหาแบบกล่าวอ้างเกยี รติภูมิ เช่น รางวลั พิกอปั ยอดประหยัดน้ำมัน
แหง่ ปี
2.๓) เขียนข้อความเนื้อหาแบบกล่าวอ้างประจักษ์พยาน เช่น ฟูลมินต์ ยาสีฟันที่ทันต
แพทย์แนะนำให้ใช้
2.4) เขยี นขอ้ ความเนือ้ หาแบบเร้าอารมณ์ ใชภ้ าพหรอื ใช้คำบรรยายใต้ภาพ เช่น ไมอ่ ยาก
ซ่อมบ้านเลอื กปนู เส่ือสูตรใหมเ่ พมิ่ พลังยึดเกาะ
3) วธิ เี ขยี นปดิ ท้าย
3.1) เขยี นปดิ ท้ายเป็นคำขวญั เช่น ทกุ สิง่ ถกู ใจ ไปคารฟ์ ูร์
3.2) เขียนปดิ ทา้ ยดว้ ยการสรปุ เน้ือหา เชน่ พลงั ธรรมชาติ สู่ความงามของสุขภาพ
3.3) เขียนปิดท้ายด้วยการนำชื่อสินค้า ชื่อบริษัท หรือเครื่องหมายการค้ามาประกอบ
เชน่ แบบนเ้ี อเจเล่นได้ ดชั มิลล์ อรอ่ ยดมี ปี ระโยชน์ เปน็ ต้น
วิชาทกั ษะภาษาไทยเชิงวชิ าชพี (30000-1101) 97
ตัวอยา่ ง โฆษณาท่ีให้รายละเอยี ดของผลติ ภณั ฑ์
8.2 การเขยี นประชาสมั พันธ์
8.2.1 ความหมายของการประชาสัมพนั ธ์
พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ (๒๕๕๔ : ๗๐๓) ให้ความหมายว่า
ติดต่อสื่อสารเพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันถูกต้องต่อกัน น. เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในกรณีนี้ ทั้งนี้
การประชาสัมพันธ์เป็นการแจ้งเพื่อทราบ ซึ่งใช้ในการติดต่อสื่อสารเพื่อเสริมให้เกิดความเข้าใจร่วมกันท้ัง
ภายในและภายนอกองคก์ ร
8.2.2 ความสำคัญของการประชาสัมพันธ์
การประชาสัมพันธ์เป็นภาระหน้าที่ของฝ่ายบริหารที่จะต้องจัดให้มีการประเมินทัศนคติของ
ประชาชนที่มีต่อองค์กร แล้วนำผลการประเมินมาพิจารณาเพื่อกำหนดนโยบายและวางแผนการดำเนินงาน
ประชาสัมพนั ธ์ เพ่อื สรา้ งความเข้าใจและได้รบั การยอมรับจากประชาชน การประชาสัมพนั ธม์ ีความสำคญั ดงั นี้
1) ช่วยเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเพื่อให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจ ทันต่อเหตุการณ์ และ
สภาพสังคม
2) ช่วยเผยแพร่ภาพลักษณ์ที่ดขี ององคก์ ร
3) ชว่ ยสรา้ งความสัมพนั ธ์อันดรี ะหวา่ งองคก์ รกับประชาชน
วชิ าทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชพี (30000-1101) 98
4) ช่วยทำใหอ้ งค์กร สินค้าหรือบรกิ ารเป็นที่รู้จกั ของประชาชน และเป็นการส่งเสริมการตลาด
ทางอ้อม
8.2.3 วตั ถุประสงคข์ องการเขยี นประชาสมั พันธ์
การเขียนประชาสมั พนั ธ์มีวัตถปุ ระสงค์ดงั นี้
1) เพอ่ื สร้างภาพลกั ษณท์ ่ีดีใหก้ ับองค์กร หน่วยงาน และสถาบนั
๒) เพือ่ สร้างความเขา้ ใจนดี โดยการให้ข่าวสารและนโยบาย
3) เพ่อื ใหเ้ กดิ ความศรัทธา การยอมรับในหนว่ ยงานและสถาบนั
4) เพื่อแกไ้ ขความเขา้ ใจผิด และเผยแพร่ข้อมลู ขา่ วสารทถ่ี กู ต้องขององค์กรหรือสถาบนั
5) เพื่อสนับสนุนกิจกรรมทางการตลาด ทำให้สินค้าและบริการเป็นที่รู้จักหรือเป็นที่ยอมรับ
ของผู้บรโิ ภคมากขนึ้
6) เพื่อเป็นบริการสาธารณะในด้านการศึกษา สุขภาพอนามัย ความปลอดภัยงานสาธารณ
กุศล และอนื่ ๆ แก่ผู้บรโิ ภค
8.2.4 องคป์ ระกอบของขอ้ ความประชาสัมพันธ์
องคป์ ระกอบของขอ้ ความประชาสมั พันธม์ ีดงั น้ี
1) พาดหัวเรื่อง พาดหวั เร่อื งในขอ้ ความประชาสัมพนั ธ์ควรใช้ข้อความส้ัน ๆ สะดุดความสนใจ
ของผูอ้ า่ น
2) วรรคนำ กล่าวถงึ วตั ถุประสงค์ และขอ้ มูลเกยี่ วกบั หน่วยงานหรือสถาบนั ท่จี ดั งาน
3) ย่อหน้าเชื่อมความ ทำหน้าที่เชื่อมความจากย่อหน้าหนึ่งไปยังอีกย่อหน้าหนึ่งซึ่งอาจจะมี
หรอื ไมม่ ีกไ็ ด้
4) เนื้อหา เป็นรายละเอียดที่ต้องการประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มเป้าหมายทราบรายละเอียด
เกีย่ วกับองคป์ ระกอบของงาน วัน เวลา สถานท่ี และบุคคลตามความเหมาะสม
8.2.5 การใชภ้ าษาเพ่ือการประชาสมั พนั ธ์
การใช้ภาษาในการเขียนเพื่อประชาสัมพันธ์ถือเป็นเรื่องสำคัญ ต้องเลือกใช้ด้วยความรอบคอบ
เพราะการประชาสัมพันธ์สามารถนำพาข้อมูลข่าวสารให้กระจายออกไปได้รอบทิศทาง โดยผ่านสื่อที่ทันสมัย
สะดวก รวดเร็วยิ่งขึ้น ผู้เขียนประชาสัมพันธ์จึงควรคำนึงถึงการใช้ภาษาเป็นสำคัญ การใช้ภาษาใน
การประชาสมั พนั ธ์ควรมีลกั ษณะดงั น้ี
1) ใชภ้ าษาพูดเมื่อประชาสมั พนั ธผ์ า่ นสือ่ วิทยแุ ละโทรทศั น์
2) ใชภ้ าษาเขียนกับส่อื หนังสอื พมิ พ์ วารสาร นิตยสาร และแผน่ พับ
3) ใชถ้ อ้ ยคำส้ัน ๆ กะทัดรดั ชัดเจน เขา้ ใจง่าย และได้ใจความสมบรู ณ์
4) เรยี บเรยี งขอ้ ความใหต้ ่อเน่ืองและเปน็ เอกภาพ
8.2.6 หลักการเขียนขา่ วประชาสมั พันธ์
1) ควรเขยี นขา่ วในรูปแบบพรี ะมดิ หัวกลบั เช่นเดยี วกับขา่ วของหนังสือพิมพ์โดยเร่ิมจาก
วชิ าทกั ษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ (30000-1101) 99
1.๑) พาดหวั ข่าว (Headline) เป็นส่วนท่ีระบุช่อื เรื่องทต่ี ้องการประชาสัมพันธ์โดยตรง และ
ไม่ควรยาวเกิน ๑ ประโยคหรือ ๑ บรรทัด ลักษณะของพาดหัวข่าวที่ดี ควรสั้น กระชับ มีใจความสมบูรณ์ใน
ประโยค หรอื จะเปน็ อนุประโยคซึ่งประกอบด้วยคำเพียง ๔-๕ คำก็ได้ เช่น
❖ ธนาคารไทย-สามารถให้สินเชื่อโครงการอสังหาริมทรัพย์ซื้อระบบโทรทัศน์ผ่าน
ดาวเทยี ม
❖ กระทรวงศกึ ษาธกิ าร เพมิ่ ประสิทธภิ าพนักเรยี นอา่ น-เขียนไดเ้ รว็ กว่าเดิม
❖ บาส ชอ็ ป ขยาย ๑๕ สาขาภายในอกี ๓ ปี
1.๒) วรรคนำ (Lead) เป็นส่วนที่เสนอประเด็นสำคัญของเรื่องไว้อย่างสั้น ๆ ชัดเจนและ
ดงึ ดดู ความสนใจ โดยเขยี นเป็นยอ่ หน้า ๆ แบบสรุปความ (Summary Lead)
1.๓) ส่วนเชื่อม (Neck) เป็นส่วนที่ให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับภูมิหลังของหน่วยงาน
บุคคล สถานที่ หรือเหตุการณท์ ่เี กีย่ วขอ้ งกบั ขา่ วอย่างสำคัญ เพ่อื ชว่ ยใหผ้ อู้ า่ นเขา้ ใจเรื่องราวไดก้ ระจา่ งขน้ึ
1.๔) เนื้อหาข่าว (Body) เป็นส่วนที่ให้รายละเอียดของเนื้อหาทั้งหมด โดยตอบคำถามทุก
ประเดน็ วา่ ใคร ทำอะไร ท่ไี หน เมอื่ ไร อย่างไร เพราะเหตุใด
2) จัดทำขา่ วประชาสัมพนั ธใ์ นรปู แบบเอกสารข่าว
๓) ส่งข่าวไปยังสี่อสิ่งพิมพ์ที่เหมาะสมกับเนื้อข่าว เช่น หนังสือพิมพ์กีฬา หนังสือพิมพ์ธุรกิจ
หรือหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ไม่ควรใช้ข่าวเดียวกันและเนื้อหาเหมือนกันส่งให้สื่อมวลชนทุกฉบับ ควรเขียนข่าว
เป็นหลาย ๆ ฉบบั ทีแ่ ตกต่างกนั ออกไป
๔) มีภาพประกอบที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับข่าวที่ส่งไปด้วย เช่น ส่งภาพผู้บริหารที่ให้สัมภาษณ์
ขา่ วนนั้ ส่งภาพผลิตภัณฑ์ใหม่ท่อี อกวางตลาดตามขา่ ว
5) ควรหลกี เลีย่ งการกล่าวเกินจริงเพือ่ ยกยอ่ งตนเองหรือทบั ถมคแู่ ขง่
๖) ไม่ใช้ภาษาโฆษณาและสำนวนนักประพันธ์เพราะจะทำให้เยิ่นเย้อ เช่น ณ สถานที่แห่งนี้
กว้างใหญไ่ พศาล แหง่ กาลเวลา
๗) การระบุจำนวน ตวั เลข (figures) ใหเ้ ขียน ดงั น้ี
❖ เลข ๑-๙ ให้เขียนเปน็ ตัวอกั ษร เชน่ หนึง่ แหง่ เกา้ ฉบับ
❖ เลข ๑0 ขึน้ ไป ใหเ้ ขยี นเปน็ ตัวเลข เชน่ การออกสลากใช้วงล้อ ๑๓ หลัก
วิชาทกั ษะภาษาไทยเชงิ วิชาชพี (30000-1101) 100
ตัวอยา่ ง การเขียนประชาสมั พนั ธ์
ที่มา : https://www.cpmeiji.com/meijitensai/content/detail/50370/0
จากตัวอยา่ งเป็นการประชาสัมพันธเ์ พ่ือให้ลดการบริโภคน้ำตาล เนือ่ งจากจะทำใหน้ ำ้ หนกั เพิ่มขึ้นและ
เกิดปัญหาสุขภาพตามมา ขอ้ สงั เกตในการเขียนประชาสัมพนั ธ์
❖ ผเู้ ขียนใชภ้ าษาเข้าใจงา่ ย สั้น กระชับ
❖ บอกข้อมูลปริมาณน้ำตาลในเครื่องดื่มแต่ละชนิด และปริมาณน้ำตาลที่สามารถบริโภคได้
ตอ่ วัน
❖ ไม่มกี ารกล่าวอา้ งถงึ ข้อมลู ท่ีเกนิ ความจรงิ มีการระบตุ ัวเลข ขอ้ มลู ทีช่ ัดเจน
งานเขียนประชาสัมพันธ์นี้ จงึ สมบูรณ์ทง้ั ในเรื่องหลักการเขียนและภาษาที่ใช้เขียน เป็นตัวอย่างท่ีดีใน
การเขียนเพื่อการประชาสมั พันธ์
วิชาทกั ษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ (30000-1101) 101
8.3 เครอ่ื งมอื สอื่ สารท่ีใชใ้ นการโฆษณาประชาสมั พันธ์
ในการตดิ ตอ่ สื่อสารจดั แบง่ ประเภทของส่อื ไว้ ๕ ประเภท อนั ไดแ้ ก่ ส่ือมนษุ ย์ สื่อธรรมชาติ ส่ือส่ิงพมิ พ์
สื่ออิเล็กทรอนิกส์ และสื่อระคน ซึ่งสามารถจัดประเภทของสื่อที่ได้รับความนิยมในการเผยแพร่สื่อโฆษณา
ประชาสมั พันธ์ ได้ดังน้ี
8.3.1 ประเภทสื่อสิ่งพิมพ์ เป็นเครื่องมือสื่อสารที่ใช้ต้นทุนน้อย แต่สามารถเผยแพรไปยัง
กลุ่มเปา้ หมายได้อย่างกวา้ งขวาง และเป็นสือ่ ท่ีคงทนถารมากกวา่ วิทยุกระจายเสยี งและโทรทัศน์ ส่ือท่ีสำคัญใน
กลุ่มนี้ ได้แก่
1) หนังสือพิมพ์ เป็นสื่อที่มีระยะเวลากำหนดออกที่แน่นอน เป็นประจำและสม่ำเสมอ เป็น
สื่อที่ให้ข่าวสารเรื่องราวต่าง ๆ หลายด้านผสมผสานกันไปในฉบับเดียว ความสนใจของผู้รับสารที่มีต่อ
หนงั สอื พมิ พ์จะอย่ใู นชว่ งหนึง่ วันเท่าน้นั ดังน้นั หนังสือพมิ พ์จงึ มขี อ้ เสียเปรียบในเรื่องความคงทนของส่อื
2) วารสารและนิตยสาร เป็นสื่อที่มีระยะเวลาออกแน่นอน เป็นประจำ และต่อเนื่อง มี
รูปเล่มที่สวยงาม ระบบการพิมพ์ประณีตชวนให้หยิบอ่านมากกว่าหนังสือพิมพ์ และเสนอเรื่องราวที่มีความ
ละเอียดลกึ ซึ้ง เข้าถงึ กลมุ่ เปา้ หมายเฉพาะได้ดกี ว่า เชน่ กลมุ่ แม่บา้ น กล่มุ วัยรุ่นหญิงชาย
3) จดหมายข่าว จลุ สาร และแผ่นพบั เปน็ สื่อส่ิงพมิ พ์ทไี่ ม่เปลอื งค่าใช้จา่ ย และเจาะจงไปยัง
กลุ่มประชาชนเป้าหมายเปน็ การส่วนตัว
8.3.2 ประเภทส่อื อิเล็กทรอนิกส์
1) วทิ ยุกระจายเสียง จดั เปน็ เครือ่ งมือส่ือสารทมี่ ีต้นทุนน้อย แตม่ บี ทบาทและมีอิทธิพลมาก
เพราะสามารถเผยแพร่ไปสู่ชนบทได้อยา่ งกวา้ งขวาง ทั้งในท้องถิ่นทุรกันดารหา่ งไกลความเจรญิ หรือขาดการ
คมนาคม แม้ประชาชนผู้ไม่รู้หนังสือก็สามารถรับฟังได้ เหมาะสำหรับการส่ือข่าวสารต่าง ๆ ในรูปแบบของ
คำพูด เสียงเพลง ดนตรี ขา่ ว รายการสาระบนั เทิง และใหก้ ารศึกษาแก่ประชาชน เพราะสามารถสง่ ข่าวสารได้
อยา่ งรวดเร็ว แม้ในสภาพความเปน็ จริงรายการวทิ ยุแต่ละสถานนี น้ั ได้ตงั้ กลุม่ เปา้ หมายไวแ้ ลว้ กต็ าม
2) โทรทัศน์ เป็นเครื่องมอื ส่ือสารที่ต้องลงทนุ สูงในเร่ืองของคา่ เช่าเวลาสถานีมากเพราะเป็น
สื่อที่วงการธุรกิจให้ความสนใจมาก การแสดงภาพเคลื่อนไหวที่ปรากฏบนจอ ทำให้โทรทัศน์เป็นสื่อที่ดงึ ดูดใจ
เพราะทำให้ผู้รับสารมีความรู้สึกเหมือนได้เห็นภาพเหตุการณ์จริง นอกจากนี้ โทรทัศน์ยังมีประเภทรายการท่ี
หลากหลายไว้ในแต่ละช่อง เช่น ข่าวเหตุการณ์บ้านเมือง ข่าวกีฬา รายการความรู้ สาระบันเทิง รายการตอบ
ปัญหา รายการสำหรับเด็ก ภาพยนตร์ บริการประชาชน บริการธุรกิจสถานีการถ่ายทอดสด การถ่ายทอด
โทรทศั นร์ วมการเฉพาะกิจ และอื่น ๆ อีกมากมาย
3) อินเทอร์เนต็ เปน็ เครือข่ายท่ีสามารถเช่ือมโยงข้อมูลได้รวดเร็ว โดยใชส้ ่อื ออนไลน์สามารถ
โต้ตอบไดท้ างหน้าจอหรือส่งจดหมายอิเลก็ ทรอนิกสก์ ไ็ ด้ แตก่ ็จำกัดอยู่ในแวดวงของผูใ้ ชค้ อมพวิ เตอร์
สรุปสาระสำคญั
การเขียนโฆษณามีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่สินค้าและบริการ แนะนำสินค้าใหม่
โน้มน้าวใจผู้ซื้อ การโฆษณาจะประสบผลสำเร็จหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้สือ่ การเลือกใช้ภาพ และ
การใชภ้ าษาใหเ้ หมาะสม
การประชาสัมพันธ์ คือ การเผยแพร่ความรู้ข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานแก่ประชาชนเพื่อสร้าง
ความเขา้ ใจอนั ดีต่อกัน สร้างความนิยมส่งผลใหเ้ กิดการสนับสนุนและความร่วมมืออนั เป็นประโยชนั ดงั นั้น
การเขียนเพื่อประชาสัมพันธ์จึงควรนำเสนอข้อเท็จจริงด้วยภาษาที่สุภาพเข้าใจง่ายและสื่อความหมายที่
ชัดเจน
วชิ าทกั ษะภาษาไทยเชิงวิชาชพี (30000-1101) 102
แบบฝึกหัดหนว่ ยท่ี 8
การเขยี นโฆษณาและประชาสมั พันธ์
ตอนที่ 1 จงตอบคำถามต่อไปน้ี
1. การโฆษณาและการประชาสัมพนั ธ์ หมายถงึ อะไร
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
2. การโฆษณาและการประชาสัมพันธม์ คี วามสำคญั อย่างไร
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
3. ส่อื ทใ่ี ช้ในการเผยแพร่โฆษณาและประชาสัมพันธ์มีอะไรบ้าง จงอธบิ าย
................................................................................................................................. .............................................
...................................................................................... ........................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
4. การใชภ้ าษาเพอื่ การประชาสัมพันธ์ มหี ลกั การใชภ้ าษาอยา่ งไร
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
5. ข้อความโฆษณามีองคป์ ระกอบอะไรบา้ ง จงอธิบาย
......................................................................................................... .....................................................................
............................................................................................................................. .................................................
........................................................................................................................................ ......................................
............................................................................................ ..................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
วชิ าทักษะภาษาไทยเชิงวชิ าชีพ (30000-1101) 103
ตอนที่ 2 อา่ นขา่ วสารประชาสมั พนั ธ์ท่กี ำหนดให้ แล้วตอบคำถามตอ่ ไปนี้
1) หนว่ ยงานทป่ี ระชาสมั พนั ธ์ คอื ..........................................................................................................
2) ใหท้ ำกิจกรรม....................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
3) จดุ มงุ่ หมายของการประชาสมั พันธ์....................................................................................................
4) ระยะเวลา.................................................................................................................. ........................
วิชาทักษะภาษาไทยเชงิ วิชาชีพ (30000-1101) 104
แบบทดสอบหลงั เรียนหนว่ ยท่ี 5
การเขยี นรายงานเพอ่ื การปฏิบัติงานเชิงวชิ าชีพ
คำชแ้ี จง ใหท้ ำเครอื่ งหมายกากบาท (X) ลงหนา้ ตวั เลือกที่ถกู ต้องที่สดุ
1. ขอ้ ใดไมใ่ ช่องค์ประกอบของแนวคิดเกี่ยวกบั การโฆษณา
ก. ไมต่ อ้ งบอกว่าใครเป็นผอู้ ุปถมั ภ์ ข. มุ่งขายสินค้าและบริการ
ค. ไมใ่ ชก่ ารเสนอขายแบบซง่ึ หนา้ ง. ตอ้ งมีการชำระค่าโฆษณา
จ. มกี ารซอ้ื เนอื้ ท่แี ละเวลา
2. โฆษณาทใี่ ชเ้ น้ือทีบ่ ริเวณตัวถังรถเมลห์ รือรถไฟฟา้ เป็นโฆษณาประเภทใด
ก. สื่อกระจายเสยี ง ข. สอื่ โฆษณา ณ แหล่งซอ้ื
ค. ส่อื โฆษณา ณ ตำแหนง่ ตา่ ง ๆ ง. สอ่ื โฆษณาพิเศษ
จ. สือ่ สิ่งพิมพ์
๓. ข้อใดไม่ใช่หัวขอ้ ในการพิจารณาความแตกต่างของโฆษณาและประชาสัมพันธ์
ก. ม่งุ ขายสนิ คา้ และสร้างภาพลักษณ์
ข. ม่งุ ให้ลกู ค้าตัดสนิ ใจซื้อและเกิดความนิยมในตวั สนิ คา้
ค. มุ่งสร้างกำลังใจใหพ้ นกั งานและลูกค้า
ง. มุ่งขายสนิ คา้ และแนะนำสินค้าใหค้ นรู้จัก
จ. มงุ่ สร้างภาพลกั ษณ์และแนะนำสินค้า
4. ข้อความอธิบายประโยชนแ์ ละคณุ สมบตั ิของสนิ ค้า เปน็ องค์ประกอบของข้อความโฆษณาข้อใด
ก. พาดหัวโฆษณา ข. ข้อความโฆษณา
ค. พาดหัวรอง ง. ขอ้ ความทา้ ยโฆษณา
จ. ภาพและสญั ลกั ษณ์
5. ข้อความแนะนำการใช้ผลิตภัณฑ์ กำหนดเวลา ลด แลก แจก แถม รวมทั้งแหล่งจำหน่ายสินค้าเป็น
องค์ประกอบขอ้ ความโฆษณาใด
ก. พาดหัวโฆษณา ข. ขอ้ ความโฆษณา
ค. พาดหัวรอง ง. ขอ้ ความท้ายโฆษณา
จ. ภาพและสญั ลักษณ์
6. ขอ้ ใดไม่ใช่ภาษาท่ใี ช้ในการประชาสัมพันธ์ผา่ นสอื่ ส่ิงพมิ พ์
ก. ภาษาพูด ข. ภาษาเขียน
ค. ภาษาท่าทาง ง. ภาษากาย
จ. ภาษาสมั ผสั
7. สงิ่ ใดท่จี ะทำใหก้ ารประชาสัมพันธ์มีความน่าเช่อื ถือได้
ก. การใชภ้ าษาท่กี ระชบั ข. การใชส้ อื่ ราคาถกู
ค. การใชส้ ถิตหิ รอื ตวั เลข ง. การใหข้ ้อมูลเกินความจริง
จ. การใช้ตวั อกั ษรทชี่ ัดเจน
8. ส่อื ประชาสัมพนั ธ์ชนิดใดทค่ี รอบคลุมกลมุ่ เป้าหมายทกุ เพศ ทุกวยั
ก. แผน่ พับ ข. โทรทัศน์ ค. ป้ายโฆษณา ง. หนังสือพมิ พ์ จ. อนิ เทอร์เนต็
วชิ าทกั ษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ (30000-1101) 105
9. รายละเอียดของงาน บุคคล วัน เวลา สถานที่ เป็นข้อมูลที่อยู่ในองค์ประกอบส่วนใดของข้อความ
ประชาสัมพนั ธ์
ก. พาดหวั เรอื่ ง ข. วรรคนำ
ค. ย่อหนา้ เช่อื มความ ง. เนอ้ื หา
จ. ถูกทุกข้อ
๑๐. องค์ประกอบของขอ้ ความประชาสัมพนั ธ์ข้อใดท่ีเน้นการเขยี นข้อความส้ัน ๆ สะดุดความสนใจของ
ก. พาดหัวเรอ่ื ง ข. วรรคนำ
ค. ยอ่ หน้าเช่อื มความ ง. เนื้อหา
จ. ย่อหนา้ สรุปความ
***************************************************
วชิ าทกั ษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ (30000-1101) 106
หนว่ ยท่ี 9
คุณธรรม จรยิ ธรรม ในการสือ่ สาร
การเป็นผู้รับสารที่ดี นอกจากต้องมีความรู้ความสามารถทั้งในดา้ นเนื้อหา การใช้ภาษา และหลักการ
ถา่ ยทอดในเรอื่ งนั้น ๆ แล้ว ยังจำเปน็ ต้องมคี ุณธรรมและจริยธรรมทางการสื่อสารท่ีดอี ีกดว้ ย ทั้งน้ีหากสามารถ
ส่อื สารออกไปในทางท่ีดี มีคณุ ธรรม จริยธรรม ยอ่ มจะสง่ ผลใหเ้ กิดคุณประโยชน์ทั้งต่อตวั ผสู้ ่งสารและผู้รับสาร
ได้เช่นเดียวกัน หากผู้สื่อสารขาดความระมัดระวังหรือใส่ใจรับผิดชอบต่อเรื่องที่จะสื่ อสารก็อาจจะกลับ
กลายเป็นโทษได้
9.1 คุณธรรม จรยิ ธรรมกบั การส่อื สาร
พจนานุกรมฉบบั ราชบัณฑติ ยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ให้ความหมายของคุณธรรมและจริยธรรมไว้วา่
คุณธรรม หมายถงึ สภาพคณุ งามความดี
จรยิ ธรรม หมายถึง ธรรมท่ีเปน็ ขอ้ ประพฤตปิ ฏบิ ตั ิ ศีลธรรม กฎศลี ธรรม
ทั้งคุณธรรมและจริยธรรมมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ส่งสารต้องคำนึงถึง เพราะจัดเป็นสิ่งสำคัญของ
การสื่อสาร หากผู้ส่งสารขาดคุณธรรม จริยธรรมแล้วอาจส่งผลร้ายต่อผู้รับสารหรือผู้ที่ถูกกล่าวอ้างถึงหรือ
สังคมส่วนรวมได้
การสื่อสารถือเป็นความรับผิดชอบอย่างหนึ่งของผู้ส่งสาร เพื่อให้การสื่อสารเป็นไปได้ด้วยความ
เรยี บร้อยโดยสามารถสรุปคุณธรรมและจรยิ ธรรมทางการสอื่ สารไดด้ งั นี้ (สุนีติ์ ภู่จริ ฐาพนั ธุ์, ๒๕๕๔ : ๘๒-๘๓)
๑. การสอื่ สารเปน็ เร่ืองของความจริง ดงั น้ันผู้สง่ สารควรส่ือสารแต่เฉพาะเร่ืองราวที่เป็นความจริงตาม
หลักความจริงที่แท้
๒. การส่ือสารเป็นเรอ่ื งของความซือ่ สัตยจ์ รงิ ใจ ทงั้ ตอ่ ตนเอง ผู้อน่ื และสงั คม
๓. การสอ่ื สารเป็นเรอื่ งของความเหมาะสม อยูบ่ นหลักของความควรหรอื ไมค่ วร
4. การสอ่ื สารเปน็ เร่ืองของจรรยาบรรณ คือ ตัง้ อยูบ่ นพน้ื ฐานของจรรยาบรรณในวิชาชพี น้ัน ๆ
๕. การส่อื สารเปน็ เรือ่ งของความรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเปน็ การพูดหรอื เขยี นต้องอยู่บนความรสู้ ึกผิดชอบ
ชั่วดี เมื่อสือ่ สารออกไปแล้วจะมีผลกบั ใครมากน้อยเพียงใด
๖. การสื่อสารเป็นเรอ่ื งของความถูกต้อง มปี ระโยชน์ แกป้ ัญหา และเป็นไปได้
๗. การส่ือสารเป็นเรื่องของมารยาท นน่ั คอื ไมข่ ดั กับมารยาทท่สี ังคมได้กำหนดข้นึ มา
8. การส่อื สารเปน็ เร่ืองของศลิ ปะ ท้ังในด้านศิลปะทางการพูด การเขยี น การนำเสนอ และการแสดง
9.2 คณุ ธรรม จรยิ ธรรมในการพดู เพอื่ การส่ือสาร
หลักของคุณธรรม คือ การคิดด้วยใจที่เป็นกลางก่อนจะพูดจะทำสิ่งใดจำเป็นต้องหยุดคิดเสียก่อน
เพอ่ื รวบรวมสตีให้ต้งั มั่น และจิตสว่างแจ่มใส ซ่ึงเมอ่ื ฝกึ หัดคุ้นเคยชำนาญแล้ว จะกระทำได้คล่องแคล่ว ช่วยให้
สามารถแสดงความรู้ ความคิดในเรื่องต่าง ๆให้ผู้ฟังเข้าใจได้ง่ายได้ชัด ไม่ผิดทั้งหลักวิชาทั้งหลักคุณธรรม
(พระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร :
๒๕๓๕)
จากพระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถ
บพิตร เนื่องในวันพระราชทานปริญญาบัตร ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แสดงให้เห็นหลักคุณธรรมในเรื่อง
30000-1101 ทักษะภาษาไทยเชงิ วิชาชีพ 107
ของการคิดก่อนพูด เป็นการเตือนใจให้บุคคลที่พูดพึงมีสติระลึกรู้อยู่กับตัว เพื่อให้คำพูดที่กล่าวออกไปเป็น
คำพดู ทม่ี ีประโยชนแ์ ละไม่ทำรา้ ยผู้อ่นื
กระบวนการสื่อสารในสมัยพุทธกาล วิธีการรับสารและส่งสารยังไม่หลากหลายเหมือนสมัยปัจจุบัน
แต่เราก็สามารถนำหลักการพูดตามแนวพระพุทธศาสนาไปใช้กับการเขียนในการสื่ อสารในปัจจุบันได้ดังน้ี
(พระธรรมปิฎก, ๒๕๓๘ : ๗๖๙)
๑. ละมสุ า เว้นการพดู เท็จ รวมถงึ สจั จวาจา พดู คำจรงิ
2. ละปสิ ณุ าวาจา เว้นการพดู สอ่ เสยี ด รวมถงึ สามคั คีกรณีวาจา พูดคำสมานสามัคคี
3. ละผรุสวาจา เวน้ การพูดคำหยาบ รวมถึง สัณหวาจา พูดคำอ่อนหวานสภุ าพ
4. ละสมั ผปั ปลาปะ เวน้ การพูดเพอ้ เจอ้ รวมถงึ อตั ถสัณหติ าวาจา พูดคำมีประโยชน์
การส่งสารตามหลักพระพุทธศาสนานั้นให้ความสำคัญกับการไม่พูดคำเท็จทำให้คนอื่นเสยี หาย ไม่พูด
ส่อเสียดให้คนอ่ืนเข้าใจผดิ ทะเลาะเบาะแว้งกัน ไม่พดู คำหยาบให้เกิดความเสียหายกับผ้อู ่ืนและไม่พูดเพ้อเจ้อไร้
สาระประโยชน์ การสื่อสารด้วยหลักดังกล่าวย่อมทำให้เข้าใจกัน เกิดสัมพันธภาพที่ดีมีความไว้วางใจกัน และ
เกิดประโยชน์แก่ผู้ส่งสารและผู้รับสาร ทำใหก้ ารส่อื สารประสบความสำเรจ็
หลักการส่ือสารทสี่ ำคัญเดน่ ชัดที่สดุ ตามแนวพระพุทธศาสนา คือ การห้ามพดู เท็จซึ่งพระพุทธองค์ทรง
กำหนดไว้ในศีล ๕ ข้อที่ ๔ ว่า “มุสาวาทา เวระมณีสิกขาปะทัง สะมาทิยามิ” คำว่า มุสา แปลว่า ความเท็จ
ไดแ้ ก่ การโกหก ซึง่ การมสุ าหรอื เท็จน้นั มี ๗ แนวทาง ดังน้ี (ชยั วัฒน์ อตั พัฒน์, ๕๘-๕๙)
๑. ปด ได้แก่ โกหกชดั ๆ ไม่ร้ไู มเ่ ห็น
๒. ทนสาบาน ทำผดิ จรงิ แตก่ ล้าสาบานว่าไม่ไดท้ ำไม่ไดพ้ ูด
๓. ทำเล่ห์กระเท่ เช่น ทำเปน็ คนพิการเพื่อให้คนเข้าใจผดิ แลว้ ให้ทาน
๔. มายา แสดงอาการลวงคนอ่นื เชน่ เจบ็ นอ้ ยแต่แกล้งทำเปน็ เจ็บหนักมาก
๕. ทำเลศนัย พูดเล่นสำนวนให้คนฟงั เข้าใจผดิ
๖. เสรมิ ความ เรอื่ งมีมลู น้อยแต่พดู ให้มากมายข้นึ กว่าข้อเทจ็ จริง
7. อำความ เรื่องมีมูลมากแต่พูตให้น้อย เช่น รายงานเหตุการณ์ข้อเท็จจริงเพียงบางส่วนเพื่อปกปิด
ข้อบกพรอ่ ง
การพูดที่ดี พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ในพาลบัณฑิตสูตรว่า วจีกรรมหรือการพูดของบัณฑิต จะเป็น
วจีกรรมทสี่ ภุ าพดงี าม ซ่ึงมีลกั ษณะ 4 ประการ คอื (ชัยวฒั น์ อตั พฒั น์, ๒๕๒๓ :165-166)
1. พูดคำจรงิ คือ คำพูดแนน่ อนและคงทรี่ กั ษาคำพดู ไม่เปล่ยี นแปลงไปมา
๒. พูดคำสมานไมตรี คือ พูดคำผูกไมตรีและพูดคำประสานสามัคคี พูดแนะนำคนที่ยังไม่รู้จักให้รู้จัก
กันและพูดชกั นำคนทร่ี จู้ กั กนั ใหซ้ อบพอกนั พดู ซกั จงู คนทชี่ อบพอกนั ให้สนิท
๓. คำไพเราะ คือ คำพูดที่ดูดดื่มและคำพูดอ่อนหวานถ้อยคำออกมาจากน้ำใจใสสะอาดของผู้พูด พูด
เรา้ ใจผู้ฟงั ใหเ้ ห็นควรถอื เอาเป็นเยยี่ งอยา่ ง พูดใหก้ ำลงั ใจทำใหผ้ ู้ฟงั ชื่นบาน
๔. พูดคำทม่ี ีประโยชน์ ซึง่ พระพทุ ธองคท์ รงสอนวา่ คำพดู มปี ระโยชนค์ อื คำพดู มีเหตุผลหลกั ฐานยืนยัน
ผ้อู นื่ คดั คา้ นไมไ่ ด้
ผู้ส่งสารด้วยการพูดจึงควรคำนึงและใสใจกับเนื้อหา เรื่องราวที่พูด และคุณธรรม จริยธรรมที่
สอดแทรกอยู่ในการพูดด้วยเสมอ เพราะนอกจากจะสื่อถึงตวั ผู้พูดเองแลว้ ยงั เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อ
ตนเองและสังคมอกี ดว้ ย
30000-1101 ทกั ษะภาษาไทยเชิงวชิ าชีพ 108
9.3 คณุ ธรรม จรยิ ธรรมในการเขยี นเพ่ือการสื่อสาร
การเขียนเรื่องใด ๆ จะเป็นแนวใดก็ตาม จะเป็นคุณประโยชน์ได้ และจะเป็นโทษได้ทั้งนั้น แล้วแต่
วิธีการที่เขียนที่ได้ประพันธ์ที่ได้เรียบเรียง การเป็นคุณหรือโทษนั้นก็เป็นได้หลายทาง ถ้าเรามีความคิดที่ดี
ชอบธรรมอยู่แล้ว ก็เขียนลงไปด้วยความสามารถ ก็เป็นคุณได้ แต่แม้จะมีความคิดที่ดี ถ้าเรียบเรียงในทางท่ี
ไม่เหมาะสม หรือไม่ได้มีความคิดรอบคอบ ก็อาจเป็นโทษแก่บ้านเมืองก็ได้ ยิ่งถ้ามีความคิดที่เป็นโทษต่อ
ส่วนรวมและเขียนในทางที่ดี ก็ไม่เป็นโทษมหันต์ คือการเขียนนั้น ก็อย่างที่เขาว่ากันว่าปากกาเป็นอาวุธที่
ร้ายแรงกว่าปืน ก็เป็นความจริง (พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มหาราช บรมนาถบพติ ร, ๒๕๑๓ : ๔๓)
จากพระราชดำรัสดังกล่าวให้ความสำคัญในเรื่องของการเขียนว่ามีทั้งคุณและโทษ ผู้เขียนจึงต้องเป็น
ผู้กอปรด้วยวิจารณญาณในการแสดงความคิดเพื่อเขียนสื่อสาร รวมทั้งรู้จักระมัดระวังการใช้ภาษาเพื่อให้
สามารถสื่อความได้อย่างเหมาะสม พระราชดำรัสดังกล่าวจึงสะท้อนให้เห็นความสำคัญของการใช้ภาษาเพ่ือ
การเขยี นได้เปน็ อย่างดี
ผู้เขียนที่เขียนเก่งย่อมสามารถชักจูงโน้มน้าวใจผู้อ่านให้คล้อยตามได้ การจะเป็นผู้ที่เขียนเก่งได้นั้น
นอกจากต้องมีความมมุ านะแล้ว ยงั ต้องมีคุณสมบัติที่ดีของการอา่ น การฟงั และการคดิ หรือมีประสบการณ์ใน
เรื่องที่จะเขียนสะสมอยู่มาก เมื่อผนวกเข้ากับความรู้ทางหลักภาษาและทักษะทางการเขียนแล้ว การจะ
สร้างสรรค์ผลงานย่อมไมใช่เรื่องยาก ทั้งนี้หากใช้ความสามารถไปในทางที่ดีย่ อมส่งผลให้เกิด
ความเจริญก้าวหน้าแก่ประเทศชาติ หากแต่ผู้เขียนที่เก่งแต่ขาดความเอาใจใส่รับผิดชอบต่อแนวคิดต่อสิ่งท่ี
เขียนแล้วก็อาจกลับกลายเป็นโทษได้ ผู้เขียนที่ดีต้องมีคุณธรรมเป็นตัวตั้ง เมื่อมีคุณธรรมแล้วการเขียนงาน
ต่าง ๆ ก็ทำได้โดยงา่ ย คุณธรรมสำหรบั การทำงานการเขยี นท่ีควรมีเปน็ พืน้ ฐาน ๔ ข้อ คือ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ
และวิมังสา (วรวรรธน์ ศรยี าภยั , ๒๕๕๗ : ๒๘) กล่าวได้ดังนี้
9.3.1 ฉนั ทะ คือ มีความพอใจในสิง่ น้ัน ๆ ในกิจน้ัน ๆ หรือในธรุ ะนนั้ ๆ ดงั นั้น ในประการนี้จึงต้องมี
ความพอใจที่จะเป็นนักเขียนเสียก่อน ทำด้วยความสบายใจ ความสุขใจ ตั้งใจว่า แม้จะมีอุปสรรคหรือ
ขอ้ บกพร่องบ้างก็ไม่เปน็ ไรจะเปน็ โอกาสใหพ้ ฒั นาในโอกาสต่อ ๆ ไป
9.3.2 วิริยะ คือ มีความเพียร นั่นคือการลงมือเขียนให้ได้ในที่สุดซึ่งแม้จะมีความยากลำบากในข้ัน
ฝึกฝน ระยะแรก ๆ ก็ต้องไม่ย่อท้อพยายามอย่างเต็มท่ีให้ประสบความสำเร็จ การเขียนงานแต่ละชิน้ อาจต้อง
ลงมอื เขียนหลายครั้งจึงจะแลว้ เสรจ็ ประการน้กี จ็ งอยา่ ลดละความพยายามน้นั หากลดละเมือ่ ใดงานเขียนก็จะ
จบลงด้วยความไม่สำเร็จในทันที นอกจากนี้โอกาสใดก็ตามที่เราจะได้มีช่องทางเขียน ก็จงรีบฉกฉวยและทำ
ดว้ ยความเต็มใจทกุ ครงั้ พัฒนาปรบั ปรงุ ไปเร่อื ย ๆ จนในทสี่ ุดการเขยี นนั้นเรากจ็ ะทำไดอ้ ย่างชำนาญ
9.3.3 จิตตะ คือ มีจิตที่ตั้งมั่นอย่างแน่วแน่ว่าจะเขียนให้ดีที่สุด มองให้ลึกซึ้งไปถึงผลประโยชน์ที่จะ
ได้รบั ว่ามคี ุณคา่ สูงขณะเขียนมีสมาธิ จิตใจมั่นคง ไมว่ ่อกแว่ก แม้งานเขียนบางงานจะใช้เวลาในการสร้างสรรค์
นานก็อยา่ มใี จคดิ ละเสีย หรอื กล่าวอย่างง่าย ๆ คอื ขณะเขียนให้เขียนด้วยความตงั้ ใจอยา่ งดีทีส่ ุด
9.3.4 วิมงั สา คือ การคดิ ตรึกตรองใครค่ รวญที่ลึกซ้งึ และแยบคายกวา่ จิตตะ พิจารณาใหล้ ุ่มลกึ ไปถึง
เนื้องานหรือแก่นหลักของการเขียนว่า การท่ีได้เป็นหรือได้ทำนั้นเป็นความสุขของชีวิต มีความสดชื่นอิ่มเอม
ตนเองมีพัฒนาการขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งความชำนาญก็งอกงามมากขึ้น นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการมีสติปัญญาหยั่งรู้
จุดอ่อนจุดแข็งของการเขียนในช่วงที่ผ่านมา จนสามารถวิเคราะห์เห็นข้อบกพร่องของตนเอง ปรับปรุง
เปลีย่ นแปลงจากจุดด้อยใหก้ ลายเป็นจดุ เดน่ จนสามารถเขยี นได้อย่างชำนาญ
ดังนั้นหากปฏิบัติตนอยู่ในคุณธรรมและจริยธรรมตังที่กล่าวมาแล้วได้ก็จะสามารถเป็นผู้เขียนที่ดีได้
อยา่ งแทจ้ ริง
30000-1101 ทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชีพ 109
9.4 การใชภ้ าษาเพือ่ การสอ่ื สารอย่างมีคณุ ธรรม จริยธรรม
การใช้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสารประกอบไปด้วยการส่งสารและการรับสาร ซึ่งในการส่งสารนั้น คือ
ทักษะทางการพูดและการเขียนซี่งมีความสำคัญมากที่จะส่งข้อมูล ข่าวสาร เรื่องราว ไปยังการรับสาร คือ
การอ่าน และการฟัง หากผู้ส่งสาสามารถสื่อสาได้อย่างมีประสิทธิภาพย่อมเกิดประสิทธิภาพที่ดีในการสื่อสาร
การสื่อสารที่ดีนัน้ นอกจากผู้ส่งสารจำเปน็ ต้องมีความรู้ที่ดแี ล้ว การเป็นผู้มีคุณธรรมจริยธรรมยังมีความสำคญั
เปน็ อย่างย่ิง ในทน่ี สี้ ามารถใช้ภาษาในการสอ่ื สารทง้ั วจั นภาษาและอวจั นภาษาได้ดงั นี้
8.4.1 คณุ ธรรม จริยธรรมในการใชว้ จั นภาษาเพื่อการสื่อสาร วจั นภาษาจดั เปน็ การส่ือสารเบื้องต้น
ที่พบได้บอ่ ยในชวี ิตประจำวัน การใชภ้ าษาที่ดี สมบูรณ์ และถูกต้องยอ่ มสรา้ งความประทับใจและเกดิ ประโยชน์
ได้
1) ควรใช้ภาษาที่เป็นความจริงและชัดเจน ถ้อยคำภาษาหรือข้อความที่ใช้ในการสื่อสารต้อง
เป็นข้อความที่ใช้ถ่ายทอดความจริงในสาระนั้น ๆ อย่างชัดเจน ไม่ใช้คำที่มีความหมายคลุมเครือ ให้ผู้รับสาร
เข้าใจคลาดเคลื่อน อย่างไรก็ดีเรามักพบภาษาคลุมเครือ หรือกล่าวเกินจริงในภาษาของสื่อมวลชนเสมอ เช่น
ภาษาที่ใชใ้ นการโฆษณาสนิ คา้ และบริการตา่ ง ๆ หรือภาษาของนกั หนังสอื พิมพด์ ังท่ี วรยิ า ชินวรรโณ (๒๖๔๖ :
๙๓-๙๔) ได้เขียนถึงปัญหาจริยธรรมของนักหนังสือพิมพ์ไว้ว่า การพาดหัวข่าวของหนังสือพิมพ์มีลักษณะ
น่าตน่ื เตน้ เรียกร้องความสนใจไม่ตรงกับเนื้อหาของข่าวและการสัมภาษณ์บุคคลบางครั้งไมต่ รงกับข้อเท็จจริงท่ี
นักข่าวไปสัมภาษณ์หรือบางทีมีการเขียนเพิ่มเติมเพื่อสร้างสีสันของข่าว หรือการใช้ภาษาในการเขียนข่าวใน
ลกั ษณะทห่ี รอื หวาน่าต่นื เตน้ หรอื กำกวมหรือเกนิ ความจรงิ ซ่งึ ไมค่ วรกระทำ
2) ควรใช้ภาษาสุภาพ ผู้ที่ใช้ภาษาสุภาพ หรือมีวาจาสุภาษิตถอื เป็นคนมีเสน่ห์เป็นที่รักของทุก
คน และมักได้รับความสำเร็จในสิ่งที่เจรจา เพราะฉะนั้นการใช้ภาษาในการสื่อสารข้อหนึ่งที่จะละเว้นเสียมิได้
คอื ความสุภาพในการใชภ้ าษา
3) ควรใช้ภาษาใหเ้ หมาะสมกับกาลเทศะและบุคคล ภาษาไทยเป็นภาษาท่ีมีวัฒนธรรม การใช้
ภาษาจึงควรคำนึงถึงความเหมาะสม เราต้องคำนึงว่าเราสื่อสารกับใคร ในโอกาสอะไร ต้องใช้ภาษาอย่างไรใน
ระดับไหนจงึ จะเหมาะสม
4) ไม่ควรใช้ภาษาที่ก่อให้เกิดความรุนแรง ในการสื่อสารไม่ควรเลือกใช้ถ้อยคำที่รุนแรง ไม่ว่า
เปน็ การส่อื สารในครอบครวั การสือ่ สารในองคก์ ร หรือการส่ือสารมวลชน โดยเฉพาะสื่อมวลชนแขนงตา่ ง ๆ
๕) ควรใช้ภาษาให้ถูกตอ้ ง การใช้ภาษาในการสอื่ สารต้องคำนึงถึงความถูกต้อง โดยเฉพาะอย่าง
ยิ่งความถูกต้องทางต้านเนื้อหาและข้อมูล เพราะถ้าไม่ถูกต้องผู้รับสารก็จะรับข้อมูลผิด ๆ ถ้ารับข้อมูลผิด ๆ
แลว้ นำไปปฏิบตั ิอาจเกดิ ความเสยี หาย
6) ควรใช้ภาษาอย่างมีความรับผิดชอบ ควรคำนึงเสมอว่าการใช้ภาษาในการพูด เขียนหรือ
แสดงออกนั้นส่งผลกระทบต่อใครบ้าง ใครได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนต่อการพูดและเขียนของเรา หรือ
การใชภ้ าษาในการพูดและเขยี นของเราเป็นตวั อยา่ งท่ดี ีหรือไม่
7) ควรใชภ้ าษาที่ไม่ก่อใหเ้ กิดความเสียหายแก่บุคคลใดบุคคลหน่ึง การใชภ้ าษาในการสื่อสารที่
มีจริยธรรมต้องไม่ทำให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลหรีอองค์กรทั้งในทางตรงและทางอ้อม โดยในทางตรง เชน่
ไม่กล่าวให้ร้ายใครหรือองค์กรใด และในทางอ้อม เช่น ไม่ใช้ภาษาที่อาจทำให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลหรือ
องค์กรโดยรเู้ ทา่ ไมถ่ งึ การณ์ เพราะฉะนน้ั ก่อนการใชภ้ าษาต้องตรวจสอบถึงผลทีจ่ ะเกดิ ขึ้นเสมอ
8) ควรใช้ภาษาตอ้ งคำนึงถึงผรู้ บั สาร การใช้ภาษาในการสื่อสารตอ้ งคำนึงถึงผ้รู บั สารเป็นสำคัญ
เช่น คุณพ่อคุณแม่พูดกับลูกด้วยถ้อยคำที่ไพเราะเพราะต้องการปลูกฝังลกั ษณะนิสัยการพูดที่ไพเราะให้แก่ลกู
หรอื หนังสือสำหรบั เด็กตอ้ งใชถ้ ้อยคำภาษาทเ่ี หมาะสมสำหรับเดก็
30000-1101 ทักษะภาษาไทยเชิงวชิ าชพี 110
8.4.2 คณุ ธรรม จรยิ ธรรมการใชอ้ วจั นภาษาเพื่อการสื่อสาร การสอ่ื สารในชีวติ ประจำวันโดยท่ัวไป
นอกจากเราจะใช้วัจนภาษาแล้ว อวัจนภาษายังมีความสำคัญอย่างมากในการสื่อสารด้วย เช่น กิริยาท่าทาง
การแสดงออก การแต่งกาย ในแต่ละสงั คมอวัจภาษาก็ส่ือความหมายแตกตา่ งกนั ออกไป ผ้ใู ช้จงึ ควรศึกษาและ
เขา้ ใจในวัฒนธรรมประเพณีของแต่ละสังคมหรอื พื้นทด่ี ้วย โดยมีรายละเอยี ดดังนี้
1) ไม่ควรนำเสนอภาพที่รุนแรง ภาพ จัดเป็นสื่อที่ทำให้ผู้รับสารเข้าใจเรื่องราวได้ชัดเจน แต่ผู้
ส่งสารจำเป็นตอ้ งคำนึงถึงข้อจำกัด และนำเสนอภาพให้อยู่ในกรอบของความเหมาะสมและไม่ขัดต่อจริยธรรม
ซึ่งในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าผู้ส่งสารหลายคนที่ขาดคุณธรรม จริยธรรมมักจะนำเสนอ ภาพที่รุนแรง ดังท่ี
วริยา ชินวรรโณ (๒๖๔๖ : ๙๓) ได้เขียนถึงปัญหาจริยธรรมของนักหนังสือพิมพ์ไว้ว่ามีการเสนอรูปภาพ
ประกอบข่าวในลักษณะล่อแหลม ขาดศีลธรรม หรือน่าหวาดเสียวมากขึ้น เช่น ภาพเหตุการณ์การฆาตกรรม
ภาพชิ้นส่วนอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่ง ภาพของการตบตี ทำร้ายร่างกายกัน จัดว่าเป็นสิ่งไม่สมควรนำเสนอ
จำเป็นต้องไดร้ ับการแกไ้ ขเพราะอาจทำให้เกดิ การเลียนแบบได้
2) ไม่ควรนำเสนอภาพการแต่งกายที่ไม่สุภาพ ไม่เหมาะสมการแต่งกายจัดเป็นอวัจนภาษาท่ี
ผู้รับสารสามารถสังเกตเห็นได้เป็นลำดับแรก การแต่งกายสามารถสื่อสารได้ถึงรสนิยม ความชอบ ความเป็น
ตัวตนหรอื ทศั นคติของผแู้ ต่งได้
๓) ไม่ควรนำเสนอภาพท่ีส่อไปทางลามกอนาจาร การนำเสนอภาพท่สี อ่ ไปในทางลามกอนาจาร
ยงั มีปรากฎให้เห็นตามส่อื ต่าง ๆ อยเู่ สมอ ๆ จากการศึกษาปัญหาโฆษณาท่ีไม่พึงประสงค์ในประเทศไทย พบว่า
ปัญหาการใชภ้ าพโปีเปลือยหรอื มงุ่ ประเด็นทางเพศเปน็ ปญั หาสำคัญประเด็นหนึง่
4) ไม่ควรนำเสนอภาพที่แสดงถึงกิริยาท่าทางที่ไม่เหมาะสม กิริยาท่าทางเป็นภาษาประเภท
หนึ่งทีส่ ำคญั เช่น ทา่ ทางการเดนิ การยนื การนงั่ หากผู้ส่งสารท่ไี ม่เหมาะสมทัง้ ตอ่ กาลเทศะและตอ่ บคุ คล อาจ
ทำให้ลดความน่าเชื่อถอื ลงได้
สรุปสาระสำคัญ
การจะเป็นผู้สื่อสารที่ดีนั้น ผู้ส่งสารจำเป็นต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถและคำนึงถึงหลัก
คณุ ธรรมและจรยิ ธรรมทางการสอ่ื สาร ท้งั ในดา้ นการใชภ้ าษา เนื้อหา และบุคคลทต่ี อ้ งกลา่ วถึงการส่ือสาร
ที่ดี และมีคุณธรรม จริยธรรมย่อมส่งผสให้เกิดคุณประโยชน์ทั้งตอ่ ตัวผู้สง่ สารและผูร้ ับสาร ดังนั้นผู้ส่งสาร
จงึ ต้องคำนึงถงึ สิง่ ท่ีจะสอ่ื สารทัง้ วัจนภาษาและอวัจนภาษา
30000-1101 ทักษะภาษาไทยเชงิ วิชาชีพ 111
แบบฝกึ หดั หนว่ ยท่ี 9
คณุ ธรรม จริยธรรม ในการสือ่ สาร
ตอนที่ 1 จงตอบคำถามต่อไปน้ี
1. เพราะเหตใุ ดจงึ ควรมคี ุณธรรมและจรยิ ธรรมในการสือ่ สาร
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................................................. .................
................................................................................................................. .............................................................
............................................................................................................................. .................................................
2. คณุ ธรรมทเ่ี ป็นพืน้ ฐานสำหรับงานเขียนมีกี่ข้อ อะไรบา้ ง จงอธิบายมาพอสงั เขป
............................................................................................................................. .................................................
....................................................................................................................................... .......................................
........................................................................................... ...................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
3. การใช้ภาษาเพื่อการสื่อสารอย่างมีคณุ ธรรม ครอบคลมุ ถึงการสื่อสารในดา้ นใดบ้าง
.............................................................................................................................. ................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
4. เรามกั พบการสื่อสารท่ีมีปัญหาดา้ นคณุ ธรรมจรยิ ธรรมในวงการใดได้มาก เพราะเหตใุ ด
............................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................................................................ ..............
.................................................................................................................... ..........................................................
............................................................................................................................. .................................................
5. การใชภ้ าษาอยา่ งมีความรับผดิ ชอบมลี ักษณะอย่างไร จงอธบิ าย
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................................................................ ..
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
ตอนท่ี 2 จงอธิบายว่า สถานการณท์ กี่ ำหนดใหน้ ้นั มีคุณธรรม จรยิ ธรรมในการเขยี นขอ้ ใด และเพราะอะไร
พริษฐ์ มีความชื่นชอบในการเขียนหนังสือมาก เขามักจะนั่งเขียนหนังสืออยู่ในห้องสมุดในช่วงพัก
กลางวันอยู่ประจำไม่ชอบออกไปเล่นข้างนอกเหมือนกับเพื่อนคนอื่น ๆ เขาบอกว่าเขามีความสุขใจมากเวลาท่ี
ได้ขีดเขียนสิ่งที่ต่าง ๆ ลงบนหน้ากระดาษ สิ่งที่เขาเขียนส่วนมากมักจะเป็นการสรุปความรู้จากสิ่งที่เขาอ่าน
หรือเป็นการเขียนเพื่ออธิบายในสิ่งที่เขาสงสัย นั่นจึงเป็นสาเหตุที่เขามักจะเข้ามานั่งเขียนหนังสือในห้องสมุด
เพราะว่าเขาจะได้ค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย ถึงอย่างนั้นก็มีบางครั้งที่เขาต้องใช้ความพยายามอย่าง
มากในการคน้ หาข้อมลู เพ่ือนำมาเขียนอธบิ ายส่ิงต่าง ๆ แตเ่ ขาก็ไมเ่ คยยอมแพ้ แมบ้ างครั้งเมือ่ เขยี นออกมาแล้ว
30000-1101 ทักษะภาษาไทยเชิงวิชาชพี 112
ก็ไม่เป็นที่พอใจของตนเอง เขาก็จะยังเขียนต่อไปด้วยความตั้งใจ เพื่อให้ได้งานที่ดีที่สุดเพราะเขาต้องการ
สร้างสรรคง์ านท่ีดีท่ีสดุ สิง่ เหล่านท้ี ำใหเ้ ขามีความสขุ และอิ่มเอมใจ และเปน็ สิ่งที่ทำใหช้ ีวติ ของเขามีความหมาย
และเป็นการเติมเต็มความฝนั ทจี่ ะเป็นนักเขยี นของตนเอง
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................... ...............................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................. ............
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................... .......................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................... ...................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
................................................................................................................................ ..............................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
30000-1101 ทกั ษะภาษาไทยเชงิ วชิ าชพี 113
แบบทดสอบหลังเรียนหนว่ ยท่ี 9
คณุ ธรรม จริยธรรม ในการสอ่ื สาร
คำชีแ้ จง ใหท้ ำเคร่ืองหมายกากบาท (X) ลงหน้าตวั เลอื กท่ถี กู ต้องที่สุด
1. ขอ้ ใดตอ่ ไปนไ้ี ม่ใชค่ ุณธรรมและจรยิ ธรรมในการสื่อสาร
ก. สื่อสารอยา่ งมจี รรยาบรรณ ข. ส่ือสารอยา่ งถูกต้องตามความจริง
ค. สอื่ สารอย่างมมี ารยาท ง. สอื่ สารอย่างรวดเร็ว
จ. ส่ือสารอย่างมีความรบั ผิดชอบ
๒. อตั ถสัณหิตาวาจา หมายถึงขอ้ ใด
ก. การพดู จริง ข. การพดู มปี ระโยชน์
ค. การพูดเพ้อเจ้อ ง. การพูดคำหยาบ
จ. การพดู ใหส้ ามัคคี
3. วนิ ัยบอกว่าโรคระบาดครงั้ ใหมร่ ะบาดไปกว่าพนั คนและตายไปเปน็ ร้อย ทั้ง ๆ ท่ีระบาดไปเพียงร้อยคน
และยังไม่มีคนตาย วินยั กลา่ วความเท็จแบบใด
ก. ทนสาบาน ข. อำความ ค. มายา ง. ทำเลศนัย จ. เสริมความ
4. “ใจเย็น ๆ กันไว้ก่อนน่า เราอยู่บ้านเดียวกัน จะทะเลาะกันไปทำไม ขอโทษกันแล้วดีกันเหมือนเดิมดีกว่า”
จากคำพูดข้างต้นมลี กั ษณะการพดู ทด่ี ีลักษณะใดเปน็ สำคญั
ก. คำไพเราะ ข. พูดคำจริง
ค. พดู สมานไมตรี ง. พดู มีหลักฐาน
จ. พูดคำมปี ระโยชน์
5. วีรยาเป็นนักเขียนที่มีความตั้งใจแน่วแน่ในการเขียนงานที่มีประโยชน์เพื่อเผยแพร่แก่ผู้อ่าน แม้งานนั้นจะ
ยากเพียงใดแต่วรี ยาก็ไม่ล้มเลิกความพยายาม เนื่องจากมีความสุขท่ีไดเ้ ขียนงานต่าง ๆ ให้ผู้อ่านได้อ่าน จากท่ี
กล่าวมาวรี ยากยงั ขาดคณุ ธรรมพ้นื ฐานสำหรับงานเขียนในเร่ืองใดไป
ก. ฉันทะ ข. วิริยะ ค. จติ ตะ ง. วมิ ังสา จ. อเุ บกขา
6. นกั เขียนคนใดตอ่ ไปนี้ขาดคุณธรรม จรยิ ธรรม ในการเขียนเพือ่ การส่ือสาร
ก. กญั ญาถูกครสู ่ังให้เขยี นรายงานในเร่อื งทเ่ี ธอไม่ชอบ
ข. อำพลดีใจมากที่มีคนอ่านบทความท่เี ขาเขียน
ค. มาหยาเขยี นไม่เก่งแตก่ ็ตงั้ ใจฝึกฝนเพ่อื ใหเ้ กง่ ขน้ึ
ง. นยั เนตรเขยี นดว้ ยความต้ังใจท่ีจะเป็นนักเขียนในอนาคต
จ. สาครมคี วามสุขทุกครง้ั ที่ไดเ้ ขยี นหนงั สอื
๗. นักข่าวเสนอข่าวคดีฆาตกรรมพร้อมทั้งเปิดเผยรูปภาพของเหยื่ออย่างชัดเจน แต่ปกปิดชื่อและหน้าตาของ
ฆาตกร จากสถานการณ์ข้างตัน ผู้เรียนคิดว่า นักข่าวคนดังกล่าวมีคุณธรรม จริยธรรมในการสื่อสารหรือไม่
อยา่ งไร
ก. มี เน่อื งจาก นำเสนอข่าวอยา่ งตรงไปตรงมาครบถว้ น
ข. มี เนือ่ งจาก ไมเ่ ปิดเผยขอ้ มูลทอี่ าจสง่ ผลตอ่ บคุ คล
ค. มี เนือ่ งจาก นำเสนอขา่ วท่เี ป็นประโยชนต์ ่อสังคม
ง. ไม่มี เน่ืองจาก ปกปิดข้อมลู ต่อสาธารณชน
จ. ไมม่ ี เนื่องจาก มีการลงรปู ภาพท่มี ีความรนุ แรง
30000-1101 ทกั ษะภาษาไทยเชงิ วิชาชีพ 114
8. ขอ้ ใดไม่ใช่คุณธรรม จริยธรรมในการใช้วัจนภาษาในการสอ่ื สาร
ก. การใชภ้ าษาสภุ าพ ข. การใชภ้ าษาอย่างถกู ต้อง
ค. การใชภ้ าษานา่ สนใจ ง. การใชภ้ าษาถูกกาลเทศะ
จ. การใช้ภาษาถูกกบั บคุ คล
9. โฆษณาชน้ิ หนง่ึ มีการใช้คำว่ามึง, กู และมีภาพท่ใี ช้สัญลักษณ์ทสี่ ่อถึงอวัยวะเพศในการโฆษณา โฆษณาช้ินน้ี
มกี ารใชภ้ าษาทผี่ ดิ คณุ ธรรม จริยธรรมตามข้อใด
ก. วัจนภาษา-ใช้ภาษาสภุ าพ
อวัจนภาษา-นำเสนอภาพทส่ี อ่ ในทางอนาจาร
ข. วัจนภาษา-ใช้ภาษาถกู กาลเทศะ
อวัจนภาษา-นำเสนอภาพทแ่ี สดงกริ ยิ าไม่เหมาะสม
ค. วจั นภาษา-ใช้ภาษาถกู ตอ้ ง
อวจั นภาษา-นำเสนอภาพทมี่ ีความรนุ แรง
ง. วัจนภาษา-ใชภ้ าษาสภุ าพ
อวัจนภาษา-นำเสนอภาพที่มีความรนุ แรง
จ. วัจนภาษา-ใชภ้ าษาคำนึงถึงผู้รับสาร
อวจั นภาษา-นำเสนอภาพท่ีส่อในทางอนาจาร
๑๐. เหตใุ ดจึงจำเป็นตอ้ งคำนึงถงึ คุณธรรม จรยิ ธรรมในการสอ่ื สารดว้ ยอวจั นภาษา
ก. การส่อื สารด้วยอวัจนภาษามีความหมายแตกต่างตามสงั คม
ข. การส่ือสารดว้ ยอวัจนภาษามสี ว่ นสำคญั ในการสอ่ื ความหมายต่าง ๆ
ค. การสือ่ สารด้วยอวัจนภาษาน่าสนใจกว่าการใชว้ ัจนภาษา
ง. การส่ือสารด้วยอวจั นภาษามีความชัดเจนกวา่
จ. การส่อื สารดว้ ยอวจั นภาษามีขอ้ จำกัดมาก
30000-1101 ทกั ษะภาษาไทยเชงิ วิชาชีพ 115
บรรณานกุ รม
กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. แนวทางการจดั กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน. กรงุ เทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภา
ลาดพรา้ ว, ๒๕๔๖.
ชัยวัฒน์ อัตพฒั น์. หลกั พุทธศาสนา. กรุงเทพฯ: คณะมนุษยศาสตรม์ หาวทิ ยาลัยรามคำแหง, 2523.
ดุษฎพี ร ชำนิโรคศานต์. ภาษาไทยสำหรบั ครู. กรุงเทพฯ: มหาวทิ ยาลัยสุโขทัยธรรมธิราช, ม.ป.ป.
นววรรณ พนั ธุเมธา. คลงั คำ. กรุงเทพฯ: อมรินทร์, ๒๕๔๔.
ผกาศรี เยน็ บุตร และคณะ. หนังสือเรียน รายวชิ าพน้ื ฐาน ภาษาไทย ๔ เล่ม ๑. กรุงเทพฯ: เอมพันธ์, 2๕๕๘.
________. หนงั สอื เรียน รายวชิ าพ้นื ฐาน ภาษาไทย ๔ เลม่ ๑. กรงุ เทพฯ: เอมพนั ธ์, ๒๕๕๘.
พระธรรมปฎิ ก. พุทธรรม. กรุงเทพฯ: มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย, ๒๕๓๘.
ไพรถ เลิศพริยกมล. การเขยี นยอ่ ความ. กรุงเทพฯ: ฝ่ายเอกสารตำรา สำนกั ส่งเสรมิ วิชาการ สถาบันราชภฎั
ธนบุรี, ๒๕๔๓.
ไพโรจน์ สุวรรณด.ี ภาษาไทยธรุ กิจ. กรุงเทพฯ: เอมพันธ์, ๒๕๕๖.
ราชบณั ฑิตยสถาน. พจนานุกรมฉบบั ราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔. พมิ พ์ครัง้ ท่ี ๕. กรงุ เทพฯ: นานมีบุ๊คส์
พับลิเคชั่นส์, ๒๕๕๖.
รุ่งรตั น์ ชยั สำเร็จ. การเขยี นเพื่อการประชาสัมพนั ธ.์ กรงุ เทพ ฯ: สำนักพิมพ์แห่งจฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั ,
ม.ป.ป.
วรวรรธน์ ศรียาภัย. การเขยี นเพ่ือการส่อื สาร. พมิ พค์ รั้งท่ี ๒. กรุงเทพฯ: สำนกั พิมพแ์ ห่งจฬุ าลงกรณ์
มหาวิทยาลยั , ๒๕๕๗.
วริยา ชนิ วรรโณ. จริยธรรมในวชิ าชีพ. กรงุ เทพฯ: โรงพิมพ์ชวนพิมพ์, ๒๕๔๖.
วริ ชั ลภริ ตั นก์ ุล. การประชาสัมพันธ์. พิมพ์คร้งั ที่ ๑๑. กรงุ เทพฯ: สำนกั พิมพ์แห่งจฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั ,
๒๕๔๙.
สโุ ขทยั ธรรมาธิราช, มหาวิทยาลยั . การใช้ภาษาไทย. กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พม์ หาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธริ าช,
๒๕๓๖.
________. ภาษาไทย ๖ การเขียนสำหรับครู. กรงุ เทพฯ: โรงพิมพม์ หาวทิ ยาลยั สโุ ขทัยธรรมาธิราช,
๒๕๓๐.
________. เอกสารการสอนชุดวิชาการใช้ภาษาไทย หน่วยที่ ๙-๑๑. กรุงเทพฯ: โรงพิมพม์ หาวทิ ยาลัย
สุโขทยั ธรรมาธิราช, ม.ป.ป.
สนุ ตี ์ ภูจริ ฐาพนั ธุ์. การใช้ภาษาไทยเพ่ือการสื่อสาร. กรุงเทพฯ: ทริปเปิ้ล เอ็ดดูเคช่นั , ๒๕๕๔.
สุภัค มหาวรากร และคณะ. ภาษาไทยเพือ่ อาชพี . กรงุ เทพฯ: เอมพันธ์, ๒๕๕๖.
วิทยาลัยอาชีวศกึ ษาลพบุรี
139 หมู่ 6 ถนนสระแกว้ -ปา่ หวาย ตาบลป่าตาล อาเภอเมืองลพบุรี จงั หวัดลพบรุ ี
โทรศพั ท์ : 0 3642 1245 โทรสาร : 0 3642 1245
E-mail : [email protected]