The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

Mindfulness-in-Organization

Mindfulness-in-Organization

สร้างสุขด้วยสติในองค์กร

1.2 เผชญิ ภาวะวิกฤต “นาทชี วี ิต” อยา่ งรู้ตัว
เมอ่ื ชวี ติ เผชญิ วกิ ฤติ สตจิ ะชว่ ยใหม้ คี วามไวในการสงั เกตการเปลยี่ นแปลง
ของรา่ งกายทเี่ กดิ ขนึ้ จติ ทน่ี ง่ิ นอกจากไมห่ วน่ั ไหวแลว้ ยงั ท�ำ ใหร้ วู้ า่ ตอ้ งท�ำ อะไรใน
แตล่ ะขณะเวลา อกี ทัง้ ยังเป็นหลกั พ่งึ พาใหก้ ับทุกฝ่ายทเี่ กีย่ วขอ้ ง คุณคา่ ของสติ
กับการอยรู่ อดของชีวติ สะทอ้ นจากตัวอยา่ งเรอื่ งเล่า
“ตอนไปเที่ยวกับกลุ่มเพ่ือนพยาบาลที่จ.ตราด ประสบเหตุแพ้สารเคมี
ในเงาะ หนา้ ตา บวม คนั ไปทวั่ ตวั หายใจตดิ ขดั ในขณะทไ่ี มม่ ใี ครอยดู่ ว้ ย ไมม่ ใี ครรู้
แต่จะต้องนำ�ร่างของตน ออกมาจากห้อง มันเหมือนตัวสติมาเตือนมาบอกให้
พยายามออกมา ทงั้ ๆทรี่ ่างกายไมไ่ หว เพราะถา้ ไมอ่ อกจะไม่มใี ครรู้ เราอาจจะ
เสยี ชวี ติ ได้ ตอ้ งพยายามไตล่ งมาจากบา้ นทสี่ งู 2 ชนั้ แลว้ กล็ ม้ ศรี ษะกระแทกพน้ื
แตร่ ตู้ วั ตลอดรวู้ า่ หายใจแรงขนึ้ ลมหายใจไมไ่ ดห้ ายไปไหนยงั ตามตอ่ เนอื่ ง มคี นมา
เหน็ เขาตะโกนเสยี งดงั เรากย็ งั รตู้ วั พดู โตต้ อบใหเ้ ขาไปตามเพอื่ นมาดู ขา้ วของที่
กระจัดกระจาย ก็บอกให้เขาเก็บ จนเพื่อนตอ้ งขบั พาไปโรงพยาบาลซึง่ ถนนเป็น
ทางขึ้น/ลงเขา รู้ตัวตลอด ไม่ไดร้ ้สู ึกกลวั กระวนกระวาย ไมไ่ ดค้ ดิ อะไร เหมือน
จะมีหน้าที่แค่หายใจ ระหว่างทางก็พูดให้กำ�ลังใจเพื่อนนะ ลืมตาไม่ได้ แต่รู้ตัว
จนมาส่งข้ึนรถฉุกเฉินระหว่าง รู้ตัวตลอดเขาเคล่ือนย้ายข้ึนรถ เสียงกระแทก
เสียงอุปกรณ์ต่างๆ ตอนน้ันความดันโลหิตเร่ิมตก ได้ยินเขาคุยกัน ใจนิ่ง รับรู้
ระหว่างการเดินทางตามลมหายใจไปเรื่อย ไม่ได้นึกกลัวอะไร ระยะทางท่ีไกล
เท่าไหร่ไม่กังวล มันนิ่งยอมรับกับส่ิงที่เกิดข้ึน จนมาถึงโรงพยาบาล เกิดความ
เข้าใจในชีวิตหลายๆอย่าง เข้าใจคนไข้ที่วิกฤต เข้าใจว่าความไม่แน่นอนเกิดขึ้น
ไดใ้ นชีวิตเรา รสู้ ึกว่า ลมหายใจของเรามนั มพี ลงั สตอิ ยู่กับเราตลอดเวลา”

45

สร้างสุขด้วยสติในองค์กร

1.3 จดั การกับชีวิตการงานไดล้ งตวั และสร้างสรรค์
การพัฒนาจิตด้วยการฝึกสมาธิและสติอย่างต่อเนื่องจะช่วย
ลดความเครียดและรู้สึกเป็นสุขกับ การทำ�งานมากขึ้น ช่วยปรับมุมมองชีวิต
การทำ�งานท้งั ตอ่ สถานการณ์ ผคู้ น รวมทั้งตนเองใหเ้ ปน็ บวกไดเ้ รว็ ขนึ้ ชว่ ยให้ใช้
ศักยภาพได้เต็มท่ี พบวิธีแก้ปัญหาที่สร้างสรรค์เพิ่มประสิทธิการรับฟัง ช่วยให้
ความเมตตา ความปรารถนาดยี งั คงเบง่ บาน แมม้ สี ถานการณก์ ดดนั ในการท�ำ งาน
ดงั คำ�บอกเล่า
“ถา้ เราฝกึ บอ่ ยๆ เรากจ็ ะเหน็ ความเครยี ดและไมไ่ ดท้ กุ ขไ์ ปกบั มนั เหมอื น
เป็นคนดูมวยชกกนั ถา้ เราไปชกดว้ ยเราจะมองไม่ออก เราต้องอยู่รอบๆ สนาม
ตอนนี้ถามว่าความทุกข์จากงานจะเป็นตัวฝึกได้ดี ถ้ามีความเครียดมาบ้างก็ดี
เพอื่ ใหเ้ ปน็ การฝกึ ตวั เอง สว่ นความสขุ กม็ เี หน็ ได้ แตไ่ มช่ ดั เทา่ กบั ความทกุ ข์ โลภ
ก็เห็นไมค่ อ่ ยชัดเชน่ กนั ”
“เดมิ เวลาทีต่ ้องทำ�งานหลายๆอย่างพร้อมกนั จะเกดิ ความสับสนวุ่นวาย
ใจมาก อารมณ์ทางลบก็มากตามไปด้วย มีอยู่วันหนึ่งพบว่าแพทย์ได้ส่งปรึกษา
เก่ียวกับปัญหาของผู้ป่วยท่ีรับไว้รักษาในโรงพยาบาลซึ่งยุ่งยากซับซ้อนรายหน่ึง
ขณะที่อา่ นข้อความทีแ่ พทยส์ อ่ื สารแล้วรู้สึกโกรธและสับสนอย่างมาก ข้อความ
ท่ีเหน็ ไม่สรา้ งสรรคน์ กั มคี ำ�ถามมากมายเกดิ ขนึ้ ในใจ จนแสดงออกดว้ ยท่าทาง
และสหี นา้ อยา่ งเหน็ ไดช้ ดั เจน เมอื่ ไดใ้ ชส้ ตกิ บั เรอ่ื งนกี้ เ็ กดิ การเปลยี่ นจากภายใน
ตวั เราเอง มมุ มองตอ่ สถานการณน์ ก้ี เ็ ปลยี่ นไป ความรสู้ กึ เรม่ิ คอ่ ยๆคลคี่ ลายไปใน
ทางทด่ี ขี นึ้ เขา้ ใจความเปน็ ปจั เจกของเขามากขนึ้ มองเหน็ ถงึ ความปรารถนาดที ี่
แพทยม์ ตี อ่ ผปู้ ว่ ยรายนี้ รวมไปจนถงึ มองเหน็ ศกั ยภาพของตนเอง แลว้ กค็ อ่ ยๆคดิ
และวางแผนการดูแลผู้ปว่ ยรายน้จี นสำ�เรจ็ ลุลว่ งไดด้ ว้ ยด”ี

46

สร้างสุขด้วยสติในองค์กร

“ปีนี้เป็นปีทห่ี นักท่ีสดุ ในการทำ�งาน เพราะตอ้ งทำ�งาน 2 ท่ี ท่ีมหี น้างาน
ตา่ งกนั แตต่ วั เองรสู้ กึ วา่ สามารถจดั การทกุ อยา่ งไดเ้ รว็ ถา้ นบั ชนิ้ งานออกมารสู้ กึ
ว่าเราทำ�ได้ขนาดนี้เลยหรือ โดยคุณภาพงานตัวเองก็พอใจและหัวหน้าก็พอใจ
งานเสร็จเรว็ และไม่มอี ะไรตดิ ค้างในใจ เช่น ไม่รู้สกึ ว่าท�ำ ไมต้องเป็นเรา”
“รู้สกึ วา่ เวลามีปัญหาเข้ามาก กแ็ กไ้ ขปญั หาได้เรว็ ขึ้น เชน่ ทำ�งาน 1 ชิ้น
แล้วพลาด และด้วยระเบียบก็เป็นเร่ืองใหญ่ เม่ือตั้งสติ รู้วิธีการท้ังหมดและ
ค่อยๆ แก้ปัญหา เมื่อจิตเรานิ่งจะเห็นทางแก้เป็นช็อตๆ แม้อยู่ท่ามกลางผู้คน
และสถานการณ์ท่ยี งุ่ ยาก”
“บ่อยครง้ั ทม่ี ีคนไขร้ ับใหมซ่ ง่ึ ใหมต่ ่อสถานที่และผคู้ นรอบขา้ ง ประกอบ
ด้วยอาการป่วยค่อนข้างรุนแรง โดยเฉพาะอาการก้าวร้าวมักมองความหวังดี
ของเราเป็นความเลวร้าย มองความปรารถนาดีของเราเป็นความหลอกลวง
บอ่ ยครัง้ ที่ตวั เราต้องมสี ตมิ ากๆ จงึ จะปฏิบัตหิ น้าทีไ่ ด้ บางครั้งปอ้ นขา้ ว ปอ้ นนํ้า
ป้อนนม ป้อนยาให้คนไข้กินแล้วโดนพ่นใส่หน้า ถามว่าโมโหมากมั๊ย อยากจะ
ตอบโต้กลับไปมั๊ย ยอมรับว่าบางครั้งก็มี แต่ไม่เคยทำ� การนำ�สติมาใช้
ในเวลานน้ั จงึ สำ�คัญมาก”
1.4 ใช้ชีวิตครอบครัวได้ดขี ึ้น
การมีสติในการดำ�เนินชีวิตครอบครัว ช่วยให้รู้จักตนเอง มองคนใน
ครอบครัวด้วยความเข้าใจ จัดวางตัวเองในการอยู่ร่วมกับสมาชิกในครอบครัว
ได้เหมาะสมขึ้น และการส่ือสารอย่างมีสติไม่สอดแทรกด้วยอารมณ์ทำ�ให้
บรรยากาศการอยรู่ ว่ มกนั ในบ้านดีข้ึน ดงั ค�ำ บอกเลา่

47

สร้างสุขด้วยสติในองค์กร

“เดมิ เปน็ คนทม่ี คี วามอดทนอดกลน้ั นอ้ ย ถกู กระตนุ้ ทางอารมณไ์ ดง้ า่ ยมาก
ทุกครั้งท่ีสามีพูดไม่ดีหรือทำ�หน้าตาบึ้งตึงจะปรี๊ดแตก และตอบโต้ด้วยการ
ต่อว่าหรือโวยวายสามีในทันที จากนั้นเขาก็จะพูดแรงๆตอบ ชีวิตคู่เป็นแบบน้ี
อยู่ประจำ� พอมีโอกาสได้ฝึกสติ พบว่า เราเข้าใจสามีมากขึ้น รับรู้ตนเอง
ได้เร็วขึ้นและไม่เคยพูดไม่ดีกับเขาอีกเลย แม้แต่ในเวลาท่ีเขาพูดไม่ดีกับเรา
หรอื มีท่าทีทไี่ ม่พอใจเรา พอเราตอบสนองแบบใหม่ คอื พูดกับเขาดีๆ นํ้าเสยี ง
นุ่มนวล เขาก็ใช้น้ําเสียงและท่าทีนุ่มนวลลงด้วย สรุปว่า ความสัมพันธ์ของเรา
ในการใช้ชวี ิตคดู่ ีข้นึ เรอ่ื ยๆ”
“แฟนจะเป็นคนเป๊ะเหมือนกัน และอาจทำ�ให้เราหงุดหงิด ตอนนี้เรา
ก็เข้าใจเขามากข้ึน ไม่ได้สวนกลับด้วยอารมณ์ อธิบายให้เขาฟังว่าแต่ละคน
ไมไ่ ดเ้ ปน็ แบบน้ี ประมาณ 6 เดอื น – 1 ปี ไมเ่ คยทะเลาะกบั แฟนเลย ชว่ งหลงั รสู้ กึ วา่
ตวั เองไมค่ อ่ ยวนี กบั ลกู เทา่ ไหร่ จากทเ่ี มอ่ื กอ่ นวนี มากเพราะเปน็ คนเปะ๊ มากกบั ลกู
เช่น ตอ้ งวางรองเท้าใหเ้ ป็นระเบยี บ แต่เมอื่ เขาท�ำ ไม่ไดก้ จ็ ะป๊ดี และเสียงดังทนั ที
แตต่ อนนีจ้ ะเรียกลูกมาบอกว่า มานี่ซิ ดูซิหนูเป็นอย่างไร เราไมโ่ กรธและเรารวู้ ่า
จะให้เขาทำ�อะไร ซึ่งต่างจากเม่ือก่อนท่ีเราเองก็อารมณ์เสีย ก็เลยรู้สึกว่าบางที
ก็ต้องตั้งต้นจากตัวเราที่มีการจัดการอารมณ์กับตัวเองให้ได้ก่อน มีการส่ือสาร
กับลูกและแฟนท่ีไม่มีอารมณ์เข้ามายุ่งเกี่ยว ไม่มีการตำ�หนิ เสียงบ่นว่า
พูดเฉพาะข้อเท็จจริง แฟนและลูกก็ไม่มีอารมณ์กับเราด้วย การมีสติในการพูด
ท�ำ ใหบ้ รรยากาศในบ้านดขี ึน้ ”
1.5 ไตรต่ รองมากข้นึ เมอ่ื จะตดั สินใจใช้จา่ ยเงนิ
สติช่วยฝึกนิสัยเร่ืองการใช้จ่ายเงินให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นอัตโนมัติ
ดงั คำ�บอกเลา่
“การจับจ่ายโดยไม่ระวังเป็นเพราะเกิดจากความต้องการเป็นส่วนใหญ่
เช่น การซ้ืออาหารในหน่ึงมือเย็นถ้าคำ�นึงถึงความอยากจะทำ�ให้เราเสียเงิน
ไปโดยที่บางครั้งอาหารที่ซ้ือก็ทานไม่หมดและต้องทิ้ง เรียกว่าใช้เงิน

48

สร้างสุขด้วยสติในองค์กร

แบบเกนิ ความตอ้ งการ แตเ่ มอื่ มสี ตเิ ราจะฉกุ คดิ และยบั ยงั้ การใชจ้ า่ ยเงนิ ไดอ้ ยา่ ง
เหมาะสม ไม่ฟุ้งเฟ้อ โดยคำ�นึงถึงความสำ�คัญและความจำ�เป็นก่อนตัดสินใจ
ควกั เงินจากกระเปา๋ สตางค์อย่างมีสติ”
2. ผลตอ่ การท�ำ งานของทมี และองคก์ ร
การสอ่ื สารระหวา่ งกนั อยา่ งมสี ตแิ ละสตสิ นทนาระหวา่ งการประชมุ ท�ำ ให้
บรรยากาศการอยรู่ ว่ มกนั มากดว้ ยมติ รไมตรี มคี วามเออ้ื อาทรและความรว่ มมอื
ในทมี งานและองคก์ รมากขน้ึ รวมทง้ั ไดร้ บั ความชน่ื ชมจากผรู้ บั บรกิ าร ดงั ค�ำ บอกเลา่
“การพูดคุยกันในระหว่างการทำ�งานเป็นไปในทางท่ีดีข้ึน เห็นใจ
ซ่ึงกันและกัน ช่วยเหลือกันและในระหว่างวันของการทำ�งานก็มีความสุข มีแต่
เสียงหัวเราะ”
“ผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงานมีการสื่อสารโดยใช้กัลยาณมิตรสนทนากัน
มากข้ึน พูดคุยกันอย่างมีสติ ส่งผลให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคนร่วมมือช่วยเหลือกัน
ทำ�งาน สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้มากข้ึน ไม่ตำ�หนิกัน การทำ� AAR
แต่เดิมเหมือนเป็นเวทีของการตำ�หนิกันแต่กลับกลายเป็นการให้คำ�แนะนำ�ที่มี
ประโยชน์ตอ่ กนั มีบรรยากาศแห่งความสขุ ในหนว่ ยงาน”
“เม่ือก่อนเวลาประชุม เวลาโกรธ เราก็จะตอบโต้ แต่ปัจจุบัน เรามีสติ
รับรวู้ า่ หวั ใจเราเต้น แคภ่ ายใน 1 นาที เราสามารถท�ำ ใหเ้ ราพดู คุยไดอ้ ย่างปกติ
ซงึ่ เหน็ ว่าอนั นี้มนั ดจี รงิ ๆ เวลาเราเลา่ แลว้ มนั ตอื้ อยใู่ นใจ”
“การนำ�สติสมาธิมาใช้ในการอยู่ร่วมกันของคนในองค์กร ทำ�ให้การอยู่
ร่วมกันมีความเอ้ืออาทรมากยิ่งข้ึน การรับฟังกันเยอะข้ึน ในการอบรมถ้าเรามี
การท�ำ สมาธกิ อ่ นการประชมุ จะลดความขดั แยง้ ไปไดเ้ ยอะ คนจะฟงั กนั มากยง่ิ ขน้ึ ”
“ผู้รับบรกิ ารกลา่ วชื่นชมและเขยี นบนั ทึกความดสี ง่ ศนู ย์คณุ ภาพ”

49

สร้างสุขด้วยสติในองค์กร

3. ผลตอ่ ผ้รู ับบริการ/ลูกค้า
จากความตอ่ เนอ่ื งของการพฒั นาจติ ในระบบองคก์ ร ไดก้ อ่ ใหเ้ กดิ ความเชอ่ื มโยง
กบั การพฒั นางาน ดงั ตวั อยา่ งโรงพยาบาลสงิ หบ์ รุ ไี ดม้ กี ารประยกุ ตก์ ารพฒั นาจติ
ในการดูแลผู้ป่วยด้วยหัวใจของความเป็นมนุษย์ ก่อให้เกิดบริการท่ีมาจากใจ
อย่างแทจ้ รงิ และผูร้ ับบรกิ ารสัมผสั และเรียนรไู้ ด้ดว้ ยใจ ดังนี้
“มีการบูรณาการมิติจิตวิญญาณเข้าไปในงานพัฒนาคุณภาพการดูแลด้วย
หวั ใจของความเปน็ มนษุ ยท์ เี่ ชอื่ มโยงถงึ ผปู้ ว่ ยและญาติ เชน่ การดแู ลผปู้ ว่ ยระยะ
สดุ ทา้ ยและการดแู ลผปู้ ว่ ยแบบประคบั ประคองดว้ ยการใชส้ ตบิ �ำ บดั ในผปู้ ว่ ยโรค
เรอ่ื รงั ตา่ งๆ กลุ่มผู้ติดเชือ้ HIV ผู้ปว่ ยโรคมะเร็งใหย้ อมรบั ความเจ็บปว่ ย เผชญิ
ความทกุ ข์ทรมาน โดยใหผ้ ู้ป่วยมีความสงบ ความตอ้ งการของผู้ปว่ ยคร้ังสดุ ท้าย
ให้มีสติอยู่กับปัจจุบัน ความต้องการการอโหสิกรรมหรือการให้อภัย และเม่ือ
ผู้ปว่ ยเสยี ชวี ติ ก็จะมกี ารอโหสิกรรมใหแ้ ก่ผ้เู สียชวี ติ
ในห้องผู้ป่วยมีการประยุกต์การฝึกการหายใจเพ่ือให้อยู่กับปัจจุบัน
มกี ารท�ำ แนวทางปฏบิ ตั กิ ารจดั การความปวด ตอ่ การรบั รคู้ วามปวดกบั ผปู้ ว่ ยผา่ ตดั
ชอ่ งทอ้ งแบบฉกุ เฉนิ ซึ่งได้ผลดีในผปู้ ว่ ย 21 ราย จงึ ไดน้ ำ�ไปประยุกต์ใชใ้ นผู้ป่วย
โรคเรอื้ รงั อน่ื ๆ และผปู้ ว่ ยมะเรง็ ทม่ี อี าการปวดรว่ มดว้ ย การดแู ลผปู้ ว่ ยกอ่ น-หลงั
ผ่าตัดในผู้ป่วยท่ีมีการวางแผนผ่าตัดล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน งานวิสัญญี
พยาบาลได้ดำ�เนินการจัดทำ�แนวทางระงับปวดหลังผ่าตัด การเผชิญความปวด
ฝกึ การหายใจ ฝกึ สติ ฟงั เพลงบรรเลง เพอ่ื ลดความวติ กกังวล และลดความปวด
หลังผ่าตัดซง่ึ ครอบคลุมผปู้ ว่ ย 100% ประเมนิ ความปวด อยู่ในระดบั ปานกลาง
ประเมินความพึงพอใจรอ้ ยละ 88.8
หญิงที่มาฝากครรภ์จะได้รับการฝึกการหายใจที่โรงเรียนพ่อแม่ ในหญิง
ท่ีมาคลอด ห้องคลอดใช้การลดความปวดโดยการใช้สมาธิและการหายใจใน
หญงิ คลอดทกุ รายเพือ่ ให้ผู้ป่วยสามารถเผชิญการเจ็บครรภ์คลอดได้เหมาะสม

50

สร้างสุขด้วยสติในองค์กร

งานสมาธบิ �ำ บดั โดยศนู ยส์ มาธบิ �ำ บดั รว่ มกบั ชมรมจรยิ ธรรมไดใ้ ชแ้ นวคดิ
เศรษฐกิจพอเพียงและสุขภาวะองค์รวมแนวพุทธด้วยการมีกิจกรรมท่ีเกี่ยวข้อง
กับทาน ศีล ภาวนา มาใช้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งโรงพยาบาลสิงห์บุรีได้รับรางวัล
โรงพยาบาลทีด่ �ำ เนินงานสมาธิบ�ำ บัดระดบั ดเี ดน่ มาตงั้ แตป่ ี 2553 – 2557 และ
นอกจากนี้งานแพทย์แผนไทยโรงพยาบาลสงิ ห์บรุ ี ยังได้น�ำ เทคนิค SKT 1-9 ซงึ่
เปน็ การน�ำ องคค์ วามรทู้ ง้ั เรอ่ื งสมาธิ โยคะ ชกี่ ง การออกก�ำ ลงั กายแบบยดื เหยยี ด
ปฏิบัติสมาธิด้วยเทคนิคการหายใจและการควบคุมประสาทสัมผัสทางตาและ
หูผสมผสานกัน เพื่อช่วยเยียวยาผู้ป่วยเรื้อรังให้มีสุขภาพท่ีดีขึ้น ซ่ึงอยู่ระหว่าง
น�ำ รอ่ งในผูป้ ว่ ยท่มี อี าการปวดเขาเรือ้ รงั การนำ�มิตจิ ติ ใจมาใช้ในงานควบคมุ โรค
เบาหวาน ความดนั โลหติ สูงและมะเร็งในเร่อื ง 3 อ 2 ส โดยเน้นอารมณใ์ หผ้ ู้ป่วย
ผอ่ นคลายและคดิ บวกและเชอื่ มโยงแนวคดิ ไปยงั เครอื ขา่ ยชมุ ชน ชมรมผสู้ งู อายุ
ในเขตเทศบาลเมืองสิงห์บุรี และนำ�การพัฒนาจิตไปใช้ในกลุ่มผู้ต้องขังด้วย
รวมทั้งเป็นหน่วยงานที่สร้างแรงบันดาลใจให้หน่วยงานอ่ืนๆ นำ�การพัฒนาจิต
ไปใช้ในระดับบุคคลและองค์กร รวมท้ังบูรณาการ Happy8 มาเสริมสร้าง
ท้งั ผู้ใหบ้ ริการและผู้รับบรกิ าร”
ส่วนท่ี 2 : การบรหิ ารจัดการการพฒั นาจิตให้แกบ่ ุคลากร
โปรแกรมน้ีมิได้มุ่งเน้นเพียงแต่การจัดอบรม แต่เป็นการประสานการฝึก
อบรมเขา้ กบั การจดั ระบบขององคก์ ร เพอื่ ใหบ้ รรลเุ ปา้ หมายในการสรา้ งความสขุ
ในองคก์ ร โดยการพฒั นาจติ ปญั ญาในองคก์ ร จงึ จะตอ้ งมกี ารด�ำ เนนิ การปรบั ปรงุ
ระบบให้ควบคู่กันไปให้สอดคล้องกับการพัฒนาคน พบว่ามีการเปล่ียนแปลง
เชงิ ระบบส�ำ คญั ๆ ทเี่ กดิ ขน้ึ อย่างชัดเจน คือ
1. การขยายการเรียนรสู้ ผู่ ู้ปฏิบัตอิ ยา่ งท่ัวถึงทวั่ ทัง้ องคก์ ร
องคก์ รทอี่ บรมบคุ ลากรไดค้ รอบคลมุ 100% หรอื ใกลเ้ คยี ง มกี ารจดั การและ
ออกแบบการฝึกอบรม ดงั นี้

51

สร้างสุขด้วยสติในองค์กร

1.1 อบรมพร้อมกันท้ังองค์กรโดยทีมวิทยากรจากภายนอก โดย
ใช้หลักสูตร 2 วัน 1 คืน เป็นองค์กรขนาดเล็กท่ีมีบุคลากรไม่เกิน 120 คน
ซงึ่ จดั เปน็ การเฉพาะหรอื บรู ณาการเปน็ สว่ นหนงึ่ ของการพฒั นาองคก์ รหรอื OD
(Organization Development) จดั นอกสถานที่ บางองคก์ รจดั พรอ้ มกนั ครง้ั เดยี ว
ดังเช่น สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ สำ�นักยุทธศาสตร์
สุขภาพจติ กรมสุขภาพจติ แตบ่ างองคก์ รจัดมากวา่ 1 ครงั้ เนอ่ื งจากบรบิ ทและ
ภารกจิ ขององค์กร ดงั เชน่ สถานสงเคราะหเ์ ดก็ พิการและทุพพลภาพปากเกร็ด
(บ้านนนทภมู ิ) เป็นต้น
1.2 อบรมทมี ผบู้ รหิ ารขององคก์ รกอ่ นโดยทมี วทิ ยากรจากภายนอกและ
อบรมผปู้ ฏบิ ตั โิ ดยทมี วทิ ยากรภายในหนว่ ยงาน การอบรมทมี ผบู้ รหิ ารใชห้ ลกั สตู ร
2 วัน 1 คนื จำ�นวนผ้เู ข้าอบรมประมาณ 30 – 50 คน จากน้ันเปน็ การอบรม
ภายในโดยทีมวิทยากรที่หน่วยงานมอบหมายให้เข้ามาร่วมเรียนรู้ในการอบรม
ผู้บริหารขององค์กรหรือผ่านการอบรมหลักสูตรวิทยากรของโปรแกรมสร้างสุข
ด้วยสติในองค์กร มักเป็นองค์กรท่ีมีบุคลากรไม่เกิน 1,000 คน อย่างน้อย
ผู้ปฏิบัติงานในองค์กรต้องผ่านการอบรม Module 1 ของโปรแกรม ดังเช่น
โรงพยาบาลสงิ หบ์ รุ ี โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ จงั หวดั สรุ าษฎรธ์ านี โรงพยาบาล
จิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์ โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์
สถาบนั พัฒนาการเดก็ ราชนครนิ ทร์ จังหวดั เชียงใหม่
1.3 ช้ีแจงทำ�ความเข้าใจผู้บริหารพร้อมอบรมวิทยากรขององค์กรโดย
ทมี วทิ ยากรจากภายนอก และอบรมผปู้ ฏบิ ตั โิ ดยทมี วทิ ยากรจากภายในหนว่ ยงาน
พบว่าองค์กรขนาดใหญ่ท่ีมีบุคลากรมากกว่า 1,000 คนขึ้นไป นอกจาก
มกี ารอบรมผบู้ รหิ ารขององคก์ รกอ่ นแลว้ ยงั มกี ารจดั การอบรมหลกั สตู รวทิ ยากร
โปรแกรมสร้างสุขด้วยสติในองค์กรให้แก่ทีมวิทยากรขององค์กรเป็นการเฉพาะ
โดยคัดเลือกบุคลากรจากหลากหลายส่วนงานและวิชาชีพเข้ารับการอบรม
จากนน้ั มกี ารใหก้ ารเรยี นรกู้ บั บคุ ลากรในแตล่ ะสว่ นงานดว้ ยการอบรมและ/หรอื
ถ่ายทอดด้วยการพาปฏิบัติจริงในระบบองค์กร มีบางองค์กรที่มีความก้าวหน้า
ของการดำ�เนินงานดังเช่น โรงพยาบาลบำ�รุงราษฎร์ พบว่ามีการเรียนรู้ของ
บคุ ลากรครอบคลมุ 100% ในบางแผนกหรอื บางสว่ นงาน

52

สร้างสุขด้วยสติในองค์กร

2. การส่งเสรมิ การทำ�งานอยา่ งมสี ตดิ ้วยการเปดิ ระฆงั สตชิ ว่ งระหวา่ ง
การทำ�งาน
พบวา่ มหี ลากหลายรปู แบบทง้ั ตดิ ตง้ั ทงั้ องคก์ รหรอื ตดิ ตงั้ บางแผนก ขอ้ คน้ พบ
สำ�คัญคือเสียงระฆังช่วยลดความว้าวุ่น และอารมณ์ท่ีพลุ่งพล่านของคนทำ�งาน
ลงได้ ดงั เร่ืองเลา่
“คร้ังหน่ึงท่ีข้าพเจ้าเริ่มต้นการทำ�งานด้วยความเร่งรีบ และรู้สึกหงุดหงิด
ในต้ังแต่เช้า แต่เพราะเป็นคนไม่ค่อยแสดงออกและไม่ค่อยพูดก็ตั้งหน้าทำ�งาน
อย่างเดียวโดยไม่พูดอะไรทั้งสิ้นแต่ภายในใจรู้สึกแย่มากๆ ข้าพเจ้ารีบเคลียร์
งานตา่ งๆ ทจ่ี �ำ เป็นจนกระทั่งถึงเวลาเท่ยี ง จงึ หยุดพักจากงานท่กี �ำ ลังทำ�เพ่ือจะ
รบั ประทานอาหาร แตข่ ณะก�ำ ลงั นงั่ รบั ประทานอาหารไปไดไ้ มก่ คี่ �ำ เสยี งโทรศพั ท์
กด็ งั ขนึ้ ในใจตอนนนั้ เดาทนั ทวี า่ “งานเขา้ อยา่ งแนน่ อน” และกเ็ ปน็ อยา่ งทคี่ ดิ ไว้
เพราะเมอ่ื รบั โทรศพั ทเ์ สยี งปลายสายพดู ขนึ้ วา่ “แจง้ รบั ใหมค่ ะ่ ”ระหวา่ งทก่ี �ำ ลงั
รอรับใหม่อยู่นั้น เสียงระฆังจากเสียงตามสายก็ดังขึ้น “ตึ๊ง” มันทำ�ให้ข้าพเจ้า
รู้สึกตัวและหยุดคิด ระฆังเตือนสติน่ีนา เลยลองสำ�รวจความรู้สึกของตนเอง
ในขณะน้ันเล่นๆ รับรู้และสัมผัสได้ทันทีเลยว่ากำ�ลังรู้สึกหงุดหงิดรำ�คาญใจ
อยู่ในขณะน้ัน ข้าพเจ้าจึงทดลองอยู่กับลมหายใจของตนเอง สักพักก็สัมผัสถึง
ความผ่อนคลายและสงบแทนอย่างน่าประหลาด จากท่ีไม่ก่ีนาทีก่อนหน้าน้ียัง
รสู้ กึ หงดุ หงดิ ร�ำ คาญใจอยเู่ ลย “สตมิ าแลว้ ” ขา้ พเจา้ คดิ ในใจและเรม่ิ ลงมอื ท�ำ งาน
ต่ออย่างมีสติโดยไม่มีความหงุดหงิดค้างอยู่ในใจ จิตในตอนน้ันจดจ่ออยู่กับงาน
ที่ทำ� ไม่รู้สึกว่าต้องรีบ แต่บอกกับตัวเองว่าทำ�ให้ดีที่สุดก็พอและให้พอใจกับ
สงิ่ ท่ีกำ�ลงั ทำ�อยู่ ในทสี่ ุดขา้ พเจา้ ก็สามารถทำ�งานตา่ งๆ ได้แลว้ เสร็จทันตามเวลา
แถมยงั มีเวลาน่ังพกั ก่อนจะส่งเวรอกี ด้วย กลับกลายเป็นคร่งึ วันบ่ายทีไ่ มว่ ่นุ วาย
หรอื รสู้ กึ หงดุ หงดิ ร�ำ คาญใจเลย ทง้ั ทใ่ี นวนั นนั้ ตอ้ งรบั ผดิ ชอบงานอยเู่ พยี งคนเดยี ว
ตอ้ งขอบคณุ เสยี งระฆงั สตทิ ช่ี ว่ ยใหส้ ตขิ องขา้ พเจา้ ไดก้ ลบั มาส�ำ รวจความรสู้ กึ ของ
ตนเอง และจดั การกบั ความรูส้ ึกของตนเอง และจัดการกบั ความรสู้ กึ ที่บ่ันทอน
จิตใจให้ออกไป”
“เวลาท่ีคณุ ครเู ขาโมโหอยู่ พอระฆังสติมาเขาก็จะค่อยๆ พดู กับพวกหนู”

53

สร้างสุขด้วยสติในองค์กร

สว่ นที่ 3 : ปัจจัยความส�ำ เร็จขององค์กรท่มี กี ารพฒั นาจิต
จากการสนับสนุนองค์กรต่างๆ ให้มีการพัฒนาจิตในองค์กรด้วยโปรแกรม
สร้างสุขด้วยสติในองค์กร ต้ังแต่ปี พ.ศ.2552-2557 พบปัจจัยความสำ�เร็จ
ท่ีก่อให้เกดิ ความก้าวหนา้ ในการพฒั นาการดำ�เนินงาน ดงั นี้
1. ผบู้ รหิ ารสงู สดุ หรอื ผบู้ รหิ ารอนั ดบั รองลงมาเชอ่ื มนั่ และศรทั ธาในแนวคดิ
และโปรแกรมการพัฒนาจิตเพอื่ สรา้ งความสขุ ที่ยัง่ ยนื ในองคก์ ร มงุ่ ม่ัน เปน็ ผู้น�ำ
ทางความคิดในการก�ำ หนดวิสยั ทัศน์ เป้าหมาย ทิศทาง สนบั สนุนผลักดนั และ
ติดตามการการด�ำ เนินงานอย่างใกลช้ ดิ รวมทั้ง เป็นแบบอย่างการฝกึ และใช้ใน
ชวี ิตประจ�ำ วนั แก่บคุ ลากรในองค์กร ดงั ตัวอยา่ งค�ำ บอกเล่าจากผู้นำ�องคก์ ร
แรกเรมิ่ ของความคดิ
“ในองค์กรเรามีคนเก่งค่อนข้างเยอะในการทำ�งาน มีความหวังดีต่อองค์กร
แตค่ นเก่งกม็ กั จะมีลักษณะพิเศษทไ่ี มฟ่ ังคนอืน่ ”
“เราคยุ กนั แค่ 8 คน แตแ่ ปลกตรงทวี่ า่ เรามกี ารสอ่ื สารทไี่ มค่ รบถว้ น ในฐานะ
ทเี่ ราเปน็ ผนู้ �ำ กใ็ หน้ โยบายเลยวา่ อยากใหท้ กุ คนตระหนกั ถงึ ความส�ำ คญั รว่ มกนั ”
“ภาระกจิ ทเี่ ราดแู ลอยลู่ น้ มอื จะท�ำ ยงั ไงใหค้ นท�ำ งานมพี ลงั ใจ ซง่ึ กไ็ ดพ้ บกบั
โปรแกรมนท้ี ท่ี �ำ ใหก้ บั เรา เมอ่ื เราไดล้ องท�ำ สกั ระยะหนงึ่ กร็ สู้ กึ วา่ อยากท�ำ สงิ่ เหลา่
น้ีในองค์กรเราบา้ ง”
ศึกษาใกล้ชิดลึกซงึ้
“Key word คือ ใหเ้ ราร้ลู มหายใจ รูใ้ นกจิ ท่ที ำ� น่ีคือสาระส�ำ คญั ทจ่ี ะให้คน
ท�ำ งานไดร้ เู้ พอื่ ประโยชนก์ บั การท�ำ งาน สงิ่ ทเี่ ราอยากพลกั ดนั ใหค้ นท�ำ งานไดค้ อื
ท�ำ อยา่ งไรทเ่ี ขาจะสามารถใชช้ วี ติ ไดอ้ ยา่ งมสี ตซิ ง่ึ จะเปน็ ประโยชนก์ บั ตวั เขาเอง”
ก้าวถึงการเปลย่ี นแปลง
“การนำ�สติสมาธิมาใช้ในการอยู่ร่วมกันของคนในองค์กร ทำ�ให้การอยู่
ร่วมกันมีความเอ้ืออาทรมากยิ่งข้ึน การรับฟังกันเยอะข้ึน ในการอบรมถ้าเรามี
การท�ำ สมาธกิ อ่ นการประชมุ จะลดความขดั แยง้ ไปไดเ้ ยอะ คนจะฟงั กนั มากยง่ิ ขน้ึ ”

54

สร้างสุขด้วยสติในองค์กร

“มีการเปลี่ยนแปลงท่ีเห็นชัดขึ้นกับเจ้าหน้าท่ี คือพูดจากัน ระมัดระวังกัน
มากขน้ึ การสอดเสยี ด เหนบ็ แนมหรอื นนิ ทา ซง่ึ เปน็ เหมอื นบา้ นเหมอื นทที่ �ำ งาน
ด้วยกอ็ ยู่กันตลอดเวลากเ็ หน็ การเปล่ยี นแปลงท่ดี ขี น้ึ ส่งิ เหล่านีเ้ องตัวเดก็ ๆ กจ็ ะ
ซึมซบั ”
เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อ่ืน
“การพัฒนาจิตโดยใช้สติ สมาธิไม่ใช้เร่ืองเพ้อฝันหรือเป็นเรื่องยาก มันเป็น
ส่งิ ที่จ�ำ เป็นในชวี ิตของเราและการอยู่ร่วมกันของคน อยากเชิญชวนให้ทกุ คนได้
มาศึกษาเรยี นร้ตู รงน้ี”
“ทกุ คนคดิ วา่ มนั เปน็ ไปไมไ่ ด้ แตว่ า่ มนั เปน็ ไปได้ ขอใหเ้ ราเชอื่ มน่ั และกา้ วยา่ ง
และน�ำ พามันไป มนั เปน็ การแก้ไขปญั หาทเ่ี กดิ จากรากของปัญหาจรงิ ๆ”
2. ทมี ผรู้ บั ผดิ ชอบหลกั เหน็ คณุ คา่ ของการพฒั นาจติ มงุ่ มนั่ และทมุ่ เทท�ำ งาน
อย่างต่อเนื่อง โดยองค์กรที่ประสบความสำ�เร็จจะมีการคัดเลือกบุคลากร
ท่ีเหมาะสม มีการจัดต้ังทีมผู้รับผิดชอบทั้งบริหารจัดการและทีมวิทยากร ดูแล
การพัฒนาวิชาการภายใน ซึ่งสามารถสร้างทีมได้ท้ังทีมกลางขององค์กร หรือ
ทีมจากแต่ละแผนก/ส่วนงาน ให้เหมาะสมกับบริบทขององค์กร และเอ้ือต่อ
ความสำ�เร็จในการด�ำ เนินงาน ดังตัวอย่างค�ำ บอกเล่า
“ในฐานะหนว่ ยงานทรี่ บั ผดิ ชอบในการขบั เคลอ่ื นความสขุ ใหก้ บั พนกั งานนนั้
เหนือสิง่ อน่ื ใดทีเ่ รียกว่า “สขุ เหนือสขุ ” ก็คอื ความสุขที่เกิดขน้ึ เมือ่ เห็นพนกั งาน
มคี วามสขุ และกลบั มาเลา่ เรอื่ งราวใหพ้ วกเราฟงั เมอื่ ไดน้ �ำ สงิ่ ทพ่ี วกเราถา่ ยทอดไป
ใชก้ บั ครอบครวั การท�ำ งาน และผรู้ บั บรกิ าร เปรยี บเสมอื นการกระจายของผวิ นาํ้
ที่เราได้โยนหินลงไป แม้จะเป็นเพียงก้อนหิน 1 ก้อน แต่การกระจายของน้ํา
กแ็ ผข่ ยายไปไดใ้ นวงกวา้ ง อนั เกดิ จากความตง้ั ใจของคนท�ำ งานทกุ คน การขบั เคลอ่ื น
ความสุขให้เกดิ อย่างยง่ั ยืนในองค์กร ไม่ใชเ่ รือ่ งยาก ไม่ใชก่ ารบงั คบั สิง่ สำ�คัญคือ
เริม่ ตน้ ท่ตี ัวเอง แผข่ ยายไปยังทมี งาน องคก์ ร และผรู้ ับบรกิ าร โดยใชเ้ วลาและ
ความเข้าใจ ความสขุ ก็จะแผ่ขยายไปไดเ้ รอ่ื ยๆ ไม่มีวนั สนิ้ สดุ ”

55

สร้างสุขด้วยสติในองค์กร

3. กำ�หนดให้การพัฒนาจิตเป็นคุณค่าหลัก/นโยบายขององค์กร และมี
การสอ่ื สารทั่วทัง้ องค์กร ด้วยรูปแบบและวธิ กี ารทีห่ ลากหลาย
4. ออกแบบระบบการพัฒนาจิตในเชิงกลยุทธที่เช่ือมโยงกับการพัฒนา
คุณภาพงานและองค์กรและมุ่งปรับปรุงระบบและบรรยากาศขององค์กรให้
ส่งเสริมการพัฒนาจิต (สมาธิ สติ) ท้ังในระดับบุคคล ระหว่างบุคคล ทีมงาน
และองคก์ ร และการพฒั นาเป็นไปอยา่ งต่อเนอ่ื งดว้ ยพลงั ของสมาชกิ องคก์ รทมี่ ี
การพฒั นาจิต
5. พฒั นากระบวนการ/กจิ กรรมการพฒั นาจติ ในองคก์ รทเ่ี ชอื่ มโยงเรอ่ื งของ
การพฒั นาจติ ในระดบั บคุ คลเขา้ กบั ระดบั ทมี งานและองคก์ ร โดยกจิ กรรมเหลา่ น้ี
เนน้ ความส�ำ คญั ของการใหก้ ารพฒั นาจติ ทเี่ รยี นรไู้ ดง้ า่ ยและน�ำ ไปสกู่ ารปฏบิ ตั โิ ดย
บรู ณาการอยใู่ นระบบขององค์กร
6. มีการพัฒนาระบบการให้การเรียนรู้โปรแกรม Mindfulness in
Organization แกบ่ คุ ลากรอยา่ งทวั่ ถงึ และทวั่ ทงั้ องคก์ ร รวมทงั้ บคุ ลากรทเ่ี ขา้ มา
ทำ�งานใหม่ เพื่อให้เกิดทักษะพื้นฐานที่จะนำ�ไปฝึกปฏิบัติต่อในระบบองค์กร
อย่างตอ่ เนอื่ ง จนเกิดเปน็ ทักษะน�ำ ไปปฏิบตั ิเปน็ วถิ จี นเหน็ ผล
7. การสร้างเครือข่ายแบ่งปันและเรียนรู้ การพัฒนาจิตในองค์กรกับ
หน่วยงานอ่ืน และสังคม ท่ีจะสนับสนุนให้เกิดการต่อยอดความรู้ใหม่ๆ เกิด
ความภาคภูมิใจ และได้รับแรงบันดาลใจระหว่างองค์กรท่ีมีวิสัยทัศน์และ
เหน็ คุณคา่ ในสิง่ เดียวกัน

56

สร้างสุขด้วยสติในองค์กร

บุคคล/แหล่งอ้างอิง

บุคคลอ้างองิ
1. แพทย์หญงิ วนดิ า สาดตระกลู วัฒนา ผอู้ ำ�นวยการ โรงพยาบาลสิงห์บุรี
2. แพทย์หญิงเบญ็ จมาส พฤกษกานนท ์ ผ้อู ำ�นวยการสำ�นกั งาน
เลขานุการคณะกรรมการ
สขุ ภาพจิตแห่งชาติ
ปัจจุบนั ดำ�รงตำ�แหน่ง
ผอู้ �ำ นวยการส�ำ นกั ยทุ ธศาสตรส์ ขุ ภาพจติ
3. นายแพทย์วุฒพิ นั ธ ์ สทิ ธกิ าริยะ นายแพทย์ชำ�นาญการ
โรงพยาบาลสงิ หบ์ ุรี
4. นางสาววาสนา เกา้ นพรตั น์ ผู้อำ�นวยการบริหาร
มลู นธิ ิพทิ ักษ์สิทธเิ ด็ก
5. นางสาวน้ําคา้ ง คนั ธรักษ ์ ผ้ปู กครองสถานสงเคราะห์
เดก็ พกิ ารและทุพพลภาพปากเกรด็
6. นางอญั ชลี อนิ ทรยี งค์ อดีตนกั พัฒนาทรัพยากรบคุ คล
ชำ�นาญการพิเศษ กรมสุขภาพจติ
7. นางพจนีย ์ บุญประสิทธ ์ิ ผูจ้ ดั การฝ่ายบริหารพนกั งานสัมพนั ธ์
โรงพยาบาลบำ�รงุ ราษฎร์ กรงุ เทพฯ
8. นางสาวผสุ ดี พรชัยพิมลพันธ์ ผ้จู ัดการแผนกกายภาพบำ�บัด
ผู้ปว่ ยนอก
โรงพยาบาลบ�ำ รงุ ราษฎร์ กรงุ เทพฯ
9. นางสาวงามตา อกั ษรไพร พยาบาลวชิ าชพี ช�ำ นาญการ
โรงพยาบาลสงิ หบ์ ุรี

57

สร้างสุขด้วยสติในองค์กร

10. นางอญั ชล ี ราชรกั ษา นักวชิ าการเงินและบญั ชี ช�ำ นาญการ
กองคลงั กรมสขุ ภาพจติ
11. นายธรี ะยทุ ธ เกิดสังข์ พยาบาลวชิ าชีพช�ำ นาญการ ตึกชาย 3
โรงพยาบาลสวนสราญรมย์
12. นางสาวเสาวรักษ์ ใจประนพ นักสังคมสงเคราะห์
กลุ่มทปี่ รึกษากรมสุขภาพจิต
13. นางปยิ ะวรรณ พลศรี นักสงั คมสงเคราะห์
โรงพยาบาลพระศรมี หาโพธ์ิ


แหลง่ อ้างอิง
1. วีดที ศั น์ “โรงพยาบาลสงิ ห์บรุ กี ับการพัฒนาจิตในองค์กร” ของโรงพยาบาล
สิงหบ์ ุรี
2. วดี ที ศั น์ “การพฒั นาจติ ตปญั ญาในองคก์ ร” ของกลมุ่ ทป่ี รกึ ษากรมสขุ ภาพจติ
3. รายงานผลการประชุมปฏิบัติการเพื่อแลกเปล่ียนเรียนรู้ความก้าวหน้า
ของการพฒั นาความสุขในองคก์ ร วนั ที่ 24-25 มิถุนายน 2557 ณ โรงแรม
เดอะรชิ จงั หวัดนนทบรุ ี
4. รายงานผลการประชุมปฏิบัติการเพ่ือแลกเปล่ียนเรียนรู้การเสริมสร้าง
ความสุขในองค์กร วันที่ 9 สิงหาคม 2556 ณ โรงแรมริชมอนด์
จงั หวดั นนทบุรี
5. รายงานผลการอบรมโปรแกรมการพัฒนาจิตตปัญญาในองค์กร (TOT)
วันที่ 23-25 กุมภาพันธ์ 2555 ณ ศูนย์ประชุมบ้านสวนริมน้ํารีสอร์ท
จ. สมุทรสงคราม
6. รายงานผลการประชุมแลกเปล่ียนเรียนรู้และถอดบทเรียนโปรแกรมการ
พัฒนาจิตตปัญญา (การปรับกระบวนทัศน์และวัฒนธรรมองค์กร)
วันท่ี 23-24 เมษายน 2553 ณ โรงแรมแอมโป เรสิเดนซ์ จังหวัด
พระนครศรอี ยุธยา

58

สร้างสุขด้วยสติในองค์กร
59

สร้างสุขด้วยสติในองค์กร

โปรแกรมสร้างสุขด้วยสติในองค์กร
(Mindfulness in Organization : MIO)

ปัจจุบันมีความตื่นตัวขององค์กรในการท่ีจะพัฒนาคนและองค์กรโดยมี
เป้าหมายต่างๆ เพ่ือให้มีคุณภาพและตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการ
และเป็นไปตามมาตรฐานแหง่ วชิ าชพี เป้าหมายเหล่าน้จี ะเห็นไดว้ ่ามักจะไปไกล
กวา่ สิ่งท่เี ปน็ รปู ธรรม เชน่ การอยู่รอดขององคก์ รหรือกำ�ไร แต่เกี่ยวข้องโดยตรง
กบั ผรู้ ับบริการ หรอื สงั คมซงึ่ มลี กั ษณะเป็นนามธรรมมากขึน้
ในท่ามกลางกระแสการปรับตัวขององค์กร ก็ได้มีการพัฒนานวัตกรรม
การจดั การเพอ่ื เปน็ เครอื่ งมอื ในการท�ำ ใหเ้ กดิ การเปลย่ี นแปลงภายในองคก์ รจาก
เดมิ ทเ่ี นน้ แตก่ ารพฒั นาความรแู้ ละทกั ษะในการท�ำ งาน กห็ นั มาใชเ้ ครอ่ื งมอื ใหมๆ่
เชน่ การประกนั คณุ ภาพ การพัฒนาและรบั รองคุณภาพองค์กร (HA) การสร้าง
องค์กรแหง่ การเรียนรู้ การจัดการความรู้ ฯลฯ ซงึ่ กม็ กี ฏเกณฑบ์ างอย่างรว่ มกัน
โดยเน้นการพัฒนางานโดยคำ�นึงถึงความต้องการของผู้รับบริการ กระบวนการ
เรียนรู้แบบมีส่วนร่วมและการสร้างพลังอำ�นาจของผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งก็มีบทบาท
ท�ำ ใหเ้ กดิ การเปลยี่ นแปลงวฒั นธรรมองคก์ รไปในระดบั หนง่ึ แตก่ ย็ งั คงมอี ปุ สรรค
ส�ำ คญั คอื ความรู้สึกเปน็ ภาระงานเหน่อื ยลา้ รสู้ กึ ถกู กดดนั เป็นตน้

60

สร้างสุขด้วยสติในองค์กร

แต่ในที่สุดหลายๆ องค์กรก็พบว่าการเปลี่ยนแปลงที่สำ�คัญน้ันอยู่ท่ี
การเปล่ียนแปลงเจตคติภายในตนเอง การศึกษาวิจัยเร่ืององค์กรก็มีข้อค้นพบ
สำ�คัญว่าถ้าคนเรารู้สึกถึงคุณค่าของตนเองในการทำ�งานและในองค์กร
ไม่ว่าตนเองจะอยู่ในต�ำ แหน่งหน้าที่ใดๆ จะเปน็ หวั ใจสำ�คัญในการเปล่ียนแปลง
ตนเอง ขณะเดียวกันคุณค่าในตนเองนั้นจะคงอยู่ได้ก็ต้องอาศัยบรรยากาศ
การท�ำ งานรว่ มกนั อยา่ งกลั ยาณมติ ร และสภาวะทดี่ ขี ององคก์ รทแี่ สดงถงึ คา่ นยิ ม
ขององคก์ รท่ีชัดเจน เปรียบดงั เกา้ อ้ี 3 ขา ซ่ึงคํ้าจนุ ซ่งึ กนั และกนั หากขาดตัวใด
ตวั หนง่ึ กย็ อ่ มทจี่ ะสรา้ งวฒั นธรรมใหมข่ ององคก์ รไดย้ าก โปรแกรม Spirituality
in Organization จึงได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นเคร่ืองมือสำ�คัญในการให้
สมาชกิ ไดเ้ รยี นรู้ องคป์ ระกอบท้งั 3 ประการไปด้วยกนั คือ คณุ ค่าภายในตนเอง
การท�ำ งานร่วมกนั และค่านยิ มองค์กร
หวั ใจส�ำ คญั ของแนวคดิ นคี้ อื ใชก้ ารพฒั นาจติ อนั ไดแ้ ก่ สมาธแิ ละสติ มาเปน็
เครอื่ งมอื ในการพฒั นาคณุ คา่ ภายในตนเอง ซง่ึ จะน�ำ ไปสคู่ ณุ ลกั ษณะทสี่ �ำ คญั เชน่
ความเหน็ อกเหน็ ใจ ความรบั ผดิ ชอบ ฯลฯ ยง่ิ ไปกวา่ นนั้ การท�ำ งานรว่ มกนั อยา่ งดี
ตอ้ งอาศยั การฟงั อยา่ งใสใ่ จ (Deep listening) และกลั ยามติ รสนทนา (Dialogue)
ซ่ึงก็ฝึกได้ง่ายโดยเชื่อมโยงกับสมาธิและสติ สุดท้ายก็คือการใช้สติเป็นรากฐาน
ในการใคร่ครวญจากภายในเพื่อให้เข้าถึงค่านิยมขององค์กรและร่วมกันหา
หนทางท�ำ ใหอ้ งค์กรเป็นองคก์ รทสี่ ่งเสรมิ ค่านยิ มและมีการพฒั นา

61

สร้างสุขด้วยสติในองค์กร

โปรแกรมน้ีมิได้มุ่งเน้นเพียงแต่การจัดอบรม แต่เป็นการประสานการฝึก
อบรมเขา้ กบั การจดั ระบบขององคก์ ร เพอ่ื ใหบ้ รรลเุ ปา้ หมายในการสรา้ งความสขุ
ในองคก์ ร โดยการพฒั นาจติ ในองคก์ ร จงึ จะตอ้ งมกี ารด�ำ เนนิ การปรบั ปรงุ ระบบ
ใหค้ วบคกู่ นั ไปใหส้ อดคลอ้ งกบั การพฒั นาคน การเปลย่ี นแปลงเชงิ ระบบส�ำ คญั ๆ
ทจี่ ะตอ้ งเกดิ ขน้ึ ก็คือ
• การท�ำ สมาธกิ อ่ นและหลังเลกิ งาน
• การสง่ เสรมิ การท�ำ งานอยา่ งมสี ตโิ ดยการเปดิ ระฆงั สติ ระหวา่ งการท�ำ งาน
• การจดั กตกิ ารการประชมุ ใหมใ่ หม้ กี ารท�ำ สมาธกิ อ่ นการประชมุ การสนทนา
อยา่ งมสี ตแิ ละ การสรุปการประชุมดว้ ยความคดิ ทางบวก
• การปรบั ปรงุ และพฒั นาบริการและงานใหส้ อดคลอ้ งกับค่านิยม
วัตถปุ ระสงค์การฝกึ อบรมเพอ่ื ใหส้ มาชกิ ในองคก์ ร
1) ตระหนักถงึ คุณคา่ ในตนเอง
2) ใช้สมาธิและสติในการพฒั นาคณุ คา่ ในตนเอง
3) ฝึกการสร้างคา่ นยิ มในการท�ำ งานรว่ มกนั
4) ตระหนักในค่านิยมองค์กรและการสร้างระบบให้สอดคล้องกับ
คา่ นยิ มองคก์ ร
กลมุ่ เปา้ หมาย
โปรแกรมนี้ถูกออกแบบให้สามารถจัดได้ทั้งองค์กร โดยแยกการอบรมเป็น
2 ระดบั คอื
1) ผบู้ รหิ ารองค์กร
2) บคุ คลากรทุกคนในองค์กร

62

สร้างสุขด้วยสติในองค์กร

โครงสร้างการฝกึ อบรม ประกอบด้วย 3 หนว่ ยการเรียนรู้ ดังน้ี
หนว่ ยท่ี 1 สติกบั การพัฒนาคน
เรื่องท่ี 1.1 คณุ ค่าในตนเอง
เรื่องท่ี 1.2 สมาธิ : จติ พักเพอ่ื คลายอารมณ์และความเครียด
เรอ่ื งท่ี 1.3 สติ : สรา้ งความสงบในการท�ำ งาน
หน่วยท่ี 2 สตใิ นการทำ�งานร่วมกัน
เรื่องที่ 2.1 สตสิ ่ือสาร : พูดและฟงั อย่างมสี ติ
เรอ่ื งท่ี 2.2 การสือ่ สาร : สือ่ สารระหว่างบคุ คลอยา่ งมสี ติ
เรอ่ื งที่ 2.3 สติในการคิด : คดิ บวก
หนว่ ยที่ 3 สตกิ บั การพฒั นาองคก์ ร
เร่อื งท่ี 3.1 คา่ นยิ มองค์กร
เรื่องที่ 3.2 ระบบท่สี ง่ เสรมิ การสรา้ งค่านิยม
สำ�หรับผู้บริหารควรจัดอบรมครบทุกหน่วย สำ�หรับบุคลากรทุกคนควรจัด
อบรมเป็นรนุ่ ๆ โดยเน้น หนว่ ยแรกเป็นสำ�คญั ส่วนหน่วยที่ 2 และ 3 สามารถ
เรยี นรไู้ ดผ้ า่ นการทำ�งานของผู้บริหารทกุ ระดบั
กระบวนการฝกึ อบรม
กระบวนการฝกึ อบรมเนน้ การเรยี นรเู้ ชงิ ประสบการณ์ เนอ่ื งจากเปน็ การเรยี นรู้
ที่มุ่งเน้นการสร้างความรู้จากประสบการณ์และปฏิสัมพันธ์ โดยอาศัยกิจกรรม
และกระบวนการกลุ่มของผู้เข้าร่วมรับการอบรม มากกว่าจะเป็นการถ่ายทอด
ความรู้จากวิทยากร วิทยากรจะมีบทบาทเป็นผู้ส่งเสริมและกระตุ้นการเรียนรู้
(Facilitator) โดย

63

สร้างสุขด้วยสติในองค์กร

1. เปน็ การเรียนรู้ทอี่ าศยั ประสบการณ์ของผเู้ รียน
2. การเรียนรูแ้ บบใฝร่ ู้ ท�ำ ใหเ้ กดิ การเรียนรูใ้ หมท่ ่ที า้ ทายอย่างต่อเนือ่ ง
3. มปี ฏสิ ัมพันธร์ ะหวา่ งผ้เู รยี นด้วยกนั เองและระหว่างผูเ้ รียนกบั ผู้สอน
4. ปฏิสัมพันธ์ท่ีมีทำ�ให้เกิดการขยายเครือข่ายความรู้ท่ีทุกคนมีอยู่ออกไป
อย่างกวา้ งขวาง
5. มกี จิ กรรมทห่ี ลากหลายเปน็ เครอื่ งมอื ในการเรยี นรใู้ นลกั ษณะของการใช้
สมองท้ัง 2 ด้าน
องค์ประกอบสำ�คัญของการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมมีอยู่ 4 ประการ คือ
ประสบการณ์ การสะทอ้ นความคดิ และถกเถยี ง เขา้ ใจและเกดิ ความคดิ รวบยอด
และการทดลองหรือประยกุ ต์แนวคดิ
ประสบการณ์ (Experience) เปน็ กจิ กรรมทชี่ ว่ ยใหผ้ เู้ รยี นน�ำ ประสบการณ์
เดมิ ของตนหรือประสบการณ์ทางออ้ มมาพัฒนาเปน็ องคค์ วามรู้
การสะท้อนความคิดและถกเถียง (Reflex and Discussion) ผู้สอน
ช่วยให้ผู้เรียน ได้มีโอกาสแสดงออกเพ่ือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และเรียนรู้
ซึ่งกันและกนั อยา่ งลกึ ซึ้ง
เขา้ ใจและเกดิ ความคดิ รวบยอด (UnderstandingandConceptualization)
ผู้เรียนเกิดความเข้าใจและนำ�ไปสู่การเกิดความคิดรวบยอด อาจเกิดข้ึนโดย
ผู้เรียนเป็นฝ่ายริเร่ิมแล้วผู้สอนช่วยเติมแต่งให้สมบูรณ์หรือในทางกลับกัน
ผู้สอนเป็นผู้นำ�ทางและผู้เรียนเป็นผู้ประสานงานต่อจนความคิดนั้นสมบูรณ์
เป็นความคดิ รวบยอด
การทดลอง หรอื ประยุกต์ (Experiment / Application) ผ้เู รยี นน�ำ
เอาการเรียนรู้ท่ีเกิดข้ึนใหม่ไปประยุกต์ใช้ในลักษณะหรือสถานการณ์ต่างๆ จน
เกดิ เปน็ แนวทางปฏบิ ตั ิของผู้เรียนเอง

64

สร้างสุขด้วยสติในองค์กร

องค์ประกอบเหล่านี้สามารถสรุปเปน็ ภาพรวมดงั แผนภาพ


องค์ประกอบ 4 ประการของการเรียนรแู้ บบมสี ว่ นร่วม

ความสัมพันธ์ขององค์ประกอบท้ัง 4 ประการจะเป็นไปอย่างพลวัต โดย
อาจเริ่มจากจุดใดจุดหน่ึงและเคล่ือนไปมาระหว่างองค์ประกอบต่างๆ ดังน้ัน
ในแงข่ องการเรยี นรู้ จงึ อาจเรมิ่ ตน้ ทจี่ ดุ ใดกอ่ นกไ็ ด้ แตส่ �ำ คญั ทก่ี ารจดั กระบวนการ
ให้ครบองค์ประกอบ
การจดั กจิ กรรมการเรยี นรแู้ บบมสี ว่ นรว่ ม มหี ลกั ส�ำ คญั 2 ประการ คอื ตอ้ งการ
ใหเ้ กดิ การเรยี นรสู้ งู สดุ และใหผ้ เู้ รยี นมสี ว่ นรว่ มมากทส่ี ดุ ในทกุ ๆ องคป์ ระกอบคอื
การแบง่ ปนั ประสบการณ์ การไดส้ ะทอ้ นความคดิ และถกเถยี ง การสรปุ ความคดิ
รวบยอด ตลอดจนได้ทดลองหรือประยุกต์แนวคิด ในทุกองค์ประกอบน้ัน
จะตอ้ งเกดิ การเรยี นรสู้ งู สดุ ดว้ ยการออกแบบงานใหท้ า้ ทาย นา่ สนใจ และสอดคลอ้ ง
ตามวตั ถปุ ระสงค์ และออกแบบกลมุ่ ใหเ้ กดิ การมสี ว่ นรว่ มใหด้ ที สี่ ดุ โดยมรี ปู แบบ
กลมุ่ พนื้ ฐานคอื กลมุ่ จบั คู่ (2 คน) กลมุ่ 3 คน กลมุ่ ยอ่ ยระดมสมอง (3-4 คน) และ
กลุ่มเลก็ (5-6 คน) ซงึ่ สามารถปรบั ใชใ้ ห้เหมาะสมกับเวลา ระดับการมีสว่ นรว่ ม
ตลอดจนความลกึ ซ้ึงในการวเิ คราะห์ทีต่ ้องการ

65

สร้างสุขด้วยสติในองค์กร

การอบรมจะแบง่ เป็น 3 หนว่ ยการเรียนรู้ ใชเ้ วลาหนว่ ยละประมาณ 3 ชม.
โดยแบง่ เปน็ 2-3 เรือ่ งๆ ละ 1 ชม. – 1 ชม. 30 นาที แต่ละหน่วยการเรียนรู้
จะสง่ เสรมิ ใหเ้ กดิ การเรยี นรแู้ บบมสี ว่ นรว่ ม ใฝร่ แู้ ละมงุ่ สรา้ งเจตคตแิ รงจงู ใจ และ
สร้างทกั ษะทน่ี �ำ มาประสานกับการท�ำ งานโดยตรง
เครือ่ งมือในการเรียนรู้
เคร่ืองมือที่ใช้ในกระบวนการฝึกอบรม เน่ืองจากเป็นการเรียนรู้เร่ืองคุณค่า
และวฒั นธรรมองคก์ ร เครอื่ งมอื ในการเรยี นรจู้ งึ เปน็ เครอื่ งมอื ทเี่ นน้ การมองเขา้ สู่
ด้านในตนเอง เคร่อื งมอื การเรียนรู้ที่ส�ำ คัญจงึ ต้องอาศยั
1) สมาธิ
2) สติ
3) จนิ ตนาการและการคิดอย่างใครค่ รวญ
4) การสนทนาอยา่ งใคร่ครวญ
5) กจิ กรรมสร้างสรรค(์ ดนตรี ศิลปะ กจิ กรรมและเกมสต์ า่ งๆ)
6) การเล่นบทบาทสมมุติ
หลกั การส�ำ คญั ของการฝกึ อบรม
1) เน้นทกี่ ารพฒั นาตนเอง
2) เชอ่ื มโยงคณุ คา่ ในตนเองเขา้ กบั การทำ�งานกับผูอ้ ่นื
และการสร้างค่านิยมองคก์ ร
3) ใชก้ ระบวนการเรียนรเู้ ชิงประสบการณ์โดยจัดกระบวนการเรียนรู้
เป็นขั้นเป็นตอนจากง่ายไปยาก
4) ประสานกับการปฏิบัติตนและปฏบิ ัติงานในองค์กรเพ่อื ท�ำ ใหเ้ กิด
การเปลี่ยนแปลงอย่างแทจ้ ริง
จ�ำ นวนผ้เู ข้ารับการอบรม ร่นุ ละประมาณ 20 – 40 คน

66

สร้างสุขด้วยสติในองค์กร

สถานที ่
- เปน็ หอ้ งขนาดท่พี อเหมาะกบั จำ�นวนผู้เข้าอบรม
- มีความสงบและเปน็ สดั ส่วน ไมม่ กี ารรบกวนจากภายนอก
- จัดท่นี ่งั เป็นคร่งึ วงกลม 1 – 2 ชน้ั โดยใชแ้ ตเ่ ก้าอ้หี รือเบาะรองน่งั หรอื
นง่ั กบั พน้ื
การประเมินผล
- แผนปฏบิ ัตกิ ารหลงั การฝกึ อบรมแตล่ ะหนว่ ยการเรยี นรู้
- การทบทวนในตอนเร่ิมต้นหน่วยใหม่ (สมาชิกได้เรียนรู้เร่ืองเก่าได้มาก
เพียงใด)
- After Action Review ในตอนจบ
ปัจจัยความสำ�เร็จ
1) ผู้นำ�องค์กรมีความชัดเจน ว่าการพัฒนาองค์กรจะต้องพัฒนาจิตของ
บุคลากรทุกระดบั โดยการพฒั นาจิตเปน็ สว่ นหนงึ่ ของการทำ�งาน
2) มที ีมงานทเ่ี ขม้ แขง็ ในการด�ำ เนนิ งาน ซง่ึ จะท�ำ หน้าทเ่ี ตรยี มการจดั อบรม
ติดตามการด�ำ เนนิ งาน และประเมนิ ผล
3) จัดระบบองค์กรให้สอดรับกับการฝึกอบรม ท่ีเน้นให้การพัฒนาจิตเป็น
ส่วนหน่ึงของการทำ�งานโดยเฉพาะการจัดระบบให้มีการทำ�สมาธิก่อน
และหลังเลิกงาน ระฆังสติเพ่ือเสริมการทำ�งาน อย่างมีสติในระหว่าง
การประชุมที่เน้นการสนทนาอย่างกัลยาณมิตร และการอภิปรายอย่าง
สรา้ งสรรคโ์ ดยใชก้ ารสนทนาอยา่ งมสี ตเิ ปน็ เครอื่ งมอื และการสง่ เสรมิ ให้
บุคลากรจดั ระบบงานใหส้ อดคล้องกับวสิ ัยทศั น์และคา่ นิยมองค์กร
4) จดั การเรยี นรทู้ ว่ั ทงั้ องคก์ ร โดยในระดบั บรหิ ารทกุ ระดบั จะเนน้ หลกั สตู ร
ตามคมู่ อื น้ี สว่ นในระดบั ปฏบิ ตั กิ ารจะเนน้ เรอ่ื งคณุ คา่ ในตนเอง และสมาธิ /
สตกิ บั การท�ำ งาน

67

สร้างสุขด้วยสติในองค์กร

ตวั อย่างตารางการอบรม 2 วัน
Program การอบรมครบ 3 Module

68

สร้างสุขด้วยสติในองค์กร

หน่วยที่ 1 สติกับการพัฒนาตน

เรื่อง 1.1 คุณค่าในตนเอง

เวลา 45 นาที

วัตถปุ ระสงค ์
1. เข้าใจแนวคิดและจดุ มงุ่ หมายของโปรแกรม
2. ส�ำ รวจคุณคา่ ของบคุ คลในดวงใจ
3. ตระหนกั ในการพัฒนาคุณค่าภายในตนเองของแตล่ ะคน
สาระสำ�คัญ
1. แนวคิดและจุดมุ่งหมายของโปรแกรม
2. คณุ คา่ ของตนเองมลี กั ษณะเปน็ สากลไดม้ าจากบคุ คลทเ่ี รารกั เคารพและ
ผกู พนั ซงึ่ จะฝงั ลกึ อยใู่ นจติ ใจเพราะเกดิ การซมึ ซบั มาจากประสบการณ์
ชวี ติ กบั บุคคลดังกลา่ ว
3. แต่ละคนมีคุณค่าสำ�คัญของชีวิตแต่แสดงออกได้มากน้อยข้ึนอยู่กับ
สภาวะจติ ใจ การพัฒนาจิตใจให้มคี วามสงบและมนั่ คงจงึ ชว่ ยใหค้ ณุ คา่
เหล่าน้สี ามารถเบง่ บานมาจากจติ ใจไดม้ ากขน้ึ
อุปกรณ ์
1. Powerpoint
2. Flipchart พรอ้ มอปุ กรณ์เขียน
3. ใบกิจกรรม 1.1.1

69

สร้างสุขด้วยสติในองค์กร

กิจกรรม
(5 นาที) 1) อธบิ ายแนวคดิ และจดุ มงุ่ หมายของโปรแกรมและเชอื่ มโยงเขา้ สู่
วตั ถปุ ระสงคข์ องการอบรมครง้ั น้ี(รายละเอยี ดปรากฎในหนา้ 12-13)
(5 นาท)ี 2) ให้แต่ละคนอยู่ในความเงียบ หายใจเข้าออกยาวๆ 3 – 4
ลมหายใจแลว้ ระลกึ ถงึ บคุ คลในดวงใจทต่ี นรกั เคารพและผกู พนั
มา 2 คน (ในและนอกครอบครวั ) บนั ทกึ ลงใน ใบกจิ กรรม1.1.1
ถึงเร่ืองราวในชีวติ ทต่ี นมีกบั บุคคลดังกลา่ ว
(15 นาท)ี 3) จบั คู่ 2 คน แนะนำ�ตวั และผลดั กนั เล่าเร่ืองบคุ คลในดวงใจทงั้
2 คนให้คู่ฟัง พร้อมท้ังสรุปคุณลักษณะที่ทำ�ให้เป็นบุคคล
ในดวงใจ
(10 นาที) 4) ให้ตัวแทนแต่ละกลุ่มนำ�เสนอคุณลักษณะของบุคคลในดวงใจ
วทิ ยากรเขยี นไวบ้ นบอรด์ เฉพาะคณุ ลกั ษณะทไ่ี มซ่ า้ํ กนั (สว่ นที่
ซํ้ากันให้ขีดแสดงท่ีไว้) หากมีเวลาขอให้กลุ่มยกตัวอย่าง
ท่ปี ระทบั ใจที่สดุ 1 เรอ่ื ง
(10 นาท)ี 5) วิทยากรสรุปคุณลักษณะทั้งหมดโดยเฉพาะคุณลักษณะร่วม
ที่พบบ่อยแสดงให้เห็นว่าคุณลักษณะเหล่านี้เป็นคุณค่าสำ�คัญ
ที่ทุกคนมีแต่จะแสดงออกได้มากน้อยขึ้นกับภาวะจิตและ
เชอ่ื มโยงเขา้ ถงึ การฝกึ จติ ใหส้ งบดว้ ยสมาธแิ ละสติ (รายละเอยี ด
ปรากฎในหน้า 14-15)

70

สร้างสุขด้วยสติในองค์กร

ใบกจิ กรรม 1.1.1

ใหท้ กุ คนใชค้ วามสงบระลกึ ถงึ บคุ คลทเ่ี รามปี ระสบการณช์ วี ติ รว่ มกนั ท�ำ ใหเ้ รารสู้ กึ
รกั เคารพและผกู พนั มา 2 ทา่ น (ในและนอกครอบครวั ) และบนั ทกึ รายละเอยี ด

คนท่ี 1 ...................................................
เรือ่ งราวท่ที �ำ ใหเ้ รารู้สึกรักเคารพและผูกพนั
............................................................................................................................
............................................................................................................................
............................................................................................................................
............................................................................................................................
............................................................................................................................
คนที่ 2 ..................................................
เรื่องราวท่ีท�ำ ให้เรารู้สึกรกั เคารพและผกู พัน
............................................................................................................................
............................................................................................................................
............................................................................................................................
............................................................................................................................
............................................................................................................................
เข้ากลุ่มตามท่ีกำ�หนดและช่วยกันสรุปลักษณะร่วมของคนท่ีเรารัก เคารพ
และผกู พนั
1.
2.
3.
4.
5.

71

สร้างสุขด้วยสติในองค์กร

หน่วยที่ 1 สติกับการพัฒนาตน

เรื่องที่ 1.2 สมาธิ : พักจิตเพื่อคลายอารมณ์และความเครียด

เวลา 1 ชั่วโมง

วตั ถปุ ระสงค ์
1. ฝึกการท�ำ สมาธิได้
2. อธบิ ายประโยชน์ของสมาธิและวางแผนไปใชใ้ นชีวิตประจ�ำ วนั ได้
สาระส�ำ คญั
1. สมาธิเป็นสภาวะที่จิตพักด้วยการทำ�ให้จิตว่างจากความคิดทั้งปวง
หากฝกึ อยา่ งเปน็ ขน้ั เปน็ ตอนจะท�ำ ใหผ้ ฝู้ กึ มคี วามสามารถในการพฒั นา
ความสงบของจิตใจ ไดโ้ ดยไมย่ าก
2. สมาธิช่วยให้เกิดความผ่อนคลายจากอารมณ์และความเครียด ช่วยลด
อารมณ์และความคิดต่างๆ ท่ีสะสมไว้ในจิตใต้สำ�นึก ทำ�ให้เราสามารถ
รับความเครียดใหม่ๆ ได้ดีขึ้นและการออกมาจากความสงบของสมาธิ
จะชว่ ยให้ท�ำ งานและมีสติไดด้ ขี น้ึ ด้วย
อปุ กรณ ์
1. Powerpoint

72

สร้างสุขด้วยสติในองค์กร

กิจกรรม ทบทวนสิ่งท่ไี ดเ้ รียนรู้จาก Module ท่แี ลว้ วิทยากรสรปุ
(5 นาที) 1) และเชอ่ื มโยงวา่ ครง้ั นจ้ี ะเรยี นรวู้ า่ จะท�ำ งานโดยไมเ่ ครยี ดและ
ไม่วา้ วุน่ ไดอ้ ยา่ งไร ซงึ่ จะทำ�ให้คุณคา่ ต่างๆ แสดงออกมาได้
บรรยายสมาธิในฐานะที่เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิผลสูง
(15 นาท)ี 2) ในการคลายเครียดและสร้างความสงบสุขด้วยการทำ�ให้
จิตว่างจากความคิด จนจิตสงบและผ่อนคลาย และฝึกดู
ลมหายใจ 2นาทเี พอื่ ใหห้ ยดุ ความคดิ ในขนั้ ตอนที่1และ4นาที
เพื่อเรียนรู้การจัดการกับความคิดท่ีมาจากจิตใต้สำ�นึก
ในข้นั ตอนที่ 2 (รายละเอยี ดปรากฎในหน้า 16-17)
สุ่มถามผลการฝึกสมาธิ สรุปการจัดการกับความคิดและ
(20นาท)ี 3) บรรยายการจดั การกบั ความงว่ งและ ฝกึ นง่ั สมาธใิ นขนั้ ตอนที่3
เปน็ เวลา 8 นาทแี ละจบดว้ ยสมาธลิ มื ตา 1 นาที (รายละเอยี ด
ปรากฎในหน้า 17-19)
จับคู่แลกเปลี่ยนประสบการณ์ท่ีเกิดข้ึนสัก 2 – 3 นาที
(10 นาที) 4) วทิ ยากรสมุ่ ถาม (ตวั อยา่ งค�ำ ถามเชน่ “รลู้ มหายใจไดต้ อ่ เนอื่ ง
นานข้ึนหรือไม่” “เมื่อมีความคิดเกิดขึ้นกลับมารู้ลมหายใจ
ได้เร็วข้ึนหรือไม่” “จัดการกับความง่วงได้หรือไม่”)
แล้วตอบขอ้ ซักถาม
บรรยายถงึ ประโยชนข์ องสมาธแิ ละการน�ำ ไปใชใ้ นชวี ติ ประจ�ำ วนั
(10นาท)ี 5)

73

สร้างสุขด้วยสติในองค์กร

หน่วยที่ 1 สติกับการพัฒนาตน

เรื่องที่ 1.3 สติ : สร้างความสงบในการทำ�งาน

เวลา 1.15 ชั่วโมง

วตั ถุประสงค์
1. ฝึกการพฒั นาสตไิ ด้
2. อธิบายประโยชน์ของสติและวางแผนไปใชใ้ นชีวติ ประจ�ำ วันได้
สาระสำ�คัญ
1. ทุกคนต้องมีสติอยู่แล้ว แต่สามารถฝึกให้พัฒนาขึ้นได้โดยใช้ลมหายใจ
เป็นฐานสติ
2. สตทิ ไ่ี ดร้ บั การฝกึ จะท�ำ ใหส้ ามารถท�ำ งานดว้ ยใจจดจอ่ และไมถ่ กู อารมณ์
และความเครยี ดครอบง�ำ และพฒั นาไปสปู่ ญั ญาภายในหรอื ความสามารถ
ในการปลอ่ ยวางได้
อปุ กรณ์
1. PowerPoint
2. ใบกจิ กรรม 1.3.1

74

สร้างสุขด้วยสติในองค์กร

กจิ กรรม
(15 นาท)ี 1) ทบทวนความหมายและประโยชนข์ องสมาธิ เช่อื มโยงเข้ากับ
ความหมาย ประโยชนแ์ ละวธิ กี ารฝกึ สตแิ ละฝกึ สตขิ น้ั ที่ 1 โดย
ให้รู้ลมหายใจในการฟัง ยืน เดิน (รายละเอียดปรากฎใน
หน้า 19-21)
(10 นาที) 2) จบั กลมุ่ 3 – 4 คน แลกเปลย่ี นประสบการณก์ ารเดนิ ฟงั ยนื เดนิ
อย่างมีสติ และอภิปรายว่าสมาธิและสติต่างกันอย่างไร
วทิ ยากรสมุ่ อภปิ รายและสรปุ (รายละเอยี ดปรากฎในหนา้ 22-23)
(10 นาท)ี 3) ฝกึ สตขิ น้ั ท่ี 2 ตามการใชง้ าน โดย การเดนิ ขน้ึ ลงบนั ไดสกั 5 ชน้ั
โดยเป็นการเดินอย่างมีสติและรู้จักการแบ่งสติมากน้อย
ตามกจิ ทที่ �ำ (รายละเอยี ดปรากฎในหนา้ 21)
(15 นาท)ี 4) วทิ ยากรสอดแทรกการฝกึ พฒั นาสตขิ นึ้ เปน็ ปญั ญาภายในโดย
เมื่อเดินข้ึนบันไดถึงขั้นท่ี 5 ให้ทุกคนรู้ลมหายใจและ
สังเกตการณเ์ ต้นของหัวใจ 1-2 นาที อภปิ รายและตอบข้อ
ซักถาม (รายละเอียดปรากฎในหน้า 23-24)
(15 นาที) 5) สอนการติดตง้ั ระฆังสต ิ (รายละเอยี ดปรากฎในหนา้ 25-27)
(10นาท)ี 6) สมาชิกวางแผนการนำ�สมาธิและสติไปใช้ในชีวิตประจำ�วัน
ตามใบกิจกรรม 1.3.1

75

สร้างสุขด้วยสติในองค์กร

ใบกจิ กรรม 1.3.1

ขอใหท้ า่ นลองอยใู่ นความสงบ และพจิ ารณาวา่ จะน�ำ เรอ่ื งสมาธแิ ละสตไิ ปใชใ้ นชวี ติ
ประจ�ำ วนั ไดอ้ ยา่ งไรจงึ จะเหมาะสมกบั ตวั ทา่ น และบนั ทกึ ลงในตารางตอ่ ไปน้ี

ตารางเวลาในการท�ำ ประโยชนท์ ค่ี าดวา่ จะไดร้ บั

สมาธิ
- หลบั ตา
- ลมื ตา

สติ
- ฐ า น ส ติ ( รู้ ล ม
หายใจ รใู้ นกิจทท่ี �ำ ) โดย
ร้รู ะฆังสติช่วยเตือน

- สติในกิจกรรม
ทีต่ ้งั ใจ (ระบุ)
...……………………………..
...……………………………..
...……………………………..
...……………………………..
...……………………………..

76

สร้างสุขด้วยสติในองค์กร

หน่วยที่ 2 สติในการทำ�งานร่วมกัน

เรื่องที่ 2.1 สติสื่อสาร : พูดและฟังอย่างมีสติ

เวลา 1 ชั่วโมง

วัตถปุ ระสงค์
1. แยกการส่อื สารท่วั ไปและการส่อื สารอยา่ งมสี ตไิ ด้
2. มีทกั ษะในการส่ือสารอยา่ งมสี ติ
สาระสำ�คญั
1. การสอ่ื สารโดยทว่ั ไปมกั จะถกู อทิ ธพิ ลของอารมณแ์ ละความเครยี ดท�ำ ให้
ขาดการรับฟงั และเกดิ ความกระทบกระท่ังกนั ไดง้ ่าย
2. การส่อื สารอย่างมีสตสิ ามารถทำ�ไดโ้ ดยรลู้ มหายใจขณะพูดและฟงั
อุปกรณ ์
1. PowerPoint
2. ใบกิจกรรม 2.1.1

77

สร้างสุขด้วยสติในองค์กร

กจิ กรรม อธิบายพื้นฐานการสื่อสารที่ทุกคนเป็นคู่สื่อสารโดยใช้ท้ัง
(10 นาที) 1) วัจนภาษาและอวัจนภาษา (รายละเอียดปรากฎใน
หน้า 31-32) จากนั้นให้สมาชิกนึกถึงเหตุการณ์ที่ทำ�ให้
โกรธ ผิดหวัง เสียใจ เครียดหรือป่ันป่วนในองค์กร
มา 1 เหตุการณ์ บันทกึ ไว้
จบั คู่ (ควรเปน็ คนทไ่ี มค่ นุ้ เคยกนั ) สมมตุ บิ ทบาทเปน็ A และ B
(10 นาท)ี 2) โดยให้ A เลา่ เรื่อง ส่วน B ฟังโดยให้สงั เกตอารมณค์ วามรูส้ ึก
ของ A ซึ่งเป็นผู้เล่า
วิทยากรสุ่มถามและสรุปให้สมาชิกเข้าใจถึงการเล่าเร่ือง
(10 นาท)ี 3) ดงั กลา่ วจะท�ำ ใหเ้ กดิ อารมณท์ ง้ั ฝา่ ยผเู้ ลา่ และฝา่ ยผฟู้ งั (ในทาง
สนับสนุนหรือคิดด้วย) เสนอให้สมาชิกนำ�เรื่องสติมาใช้ใน
การสนทนา โดยรู้ลมหายใจเป็นฐานสติ ในขณะฟังและพูด
ลองให้ A และ B ทำ�กจิ กรรมซาํ้ เดมิ อกี รอบโดยเริ่มจากทำ�
สมาธหิ ลบั ตาและลมื ตา 1 นาที กอ่ นเรม่ิ กจิ กรรม (เลา่ 3 นาท)ี
ให้สมาชิกในคู่เปรียบเทียบส่ิงที่เกิดขึ้นกับ A และ B
(5 นาที) 4) ในทั้ง 2 รอบว่าตา่ งกนั อย่างไร
วิทยากรสุ่มความคิดเห็น อภิปรายและสรุปบทบาทของ
(10 นาที) 5) สติในการส่ือสาร (รายละเอียดปรากฎในหน้า 33-34)
วิทยากรถามความเห็นว่าเป็นไปได้หรือไม่ท่ีการส่ือสาร
(10 นาที) 6) ระหวา่ ง A กบั B ครงั้ ท่ี 2 ดกี วา่ ครงั้ แรก เพราะเปน็ การท�ำ ซาํ้
และลองใหเ้ กดิ ประสบการณว์ า่ สตมิ ผี ลจรงิ โดยสลบั บทบาท
ให้ B เป็นผเู้ ล่า A เป็นผู้ฟงั ตามกจิ กรรมในขอ้ 3 หลงั จากน้ัน
ให้ท้ังคู่แลกเปลี่ยนประสบการณ์การพูด/ฟังอย่างมีสติ
ว่ามีผลท�ำ ให้ การสนทนาตา่ งไปอย่างไร
วทิ ยากรสุ่มถามความเหน็ อภิปรายและสรุป
(5 นาที) 7)

78

สร้างสุขด้วยสติในองค์กร

หน่วยที่ 2 สติในการทำ�งานร่วมกัน

เรื่องที่ 2.2 การสื่อสาร : สื่อสารระหว่างบุคคลอย่างมีสติ

เวลา 1 ชั่วโมง

วตั ถปุ ระสงค์
1. เขา้ ใจบทบาทของอวจั นภาษาและวัจนภาษาในการสือ่ สารกบั ผู้อ่ืน
2. มที ักษะการใช้ “ภาษาฉัน” และอวจั นภาษาในการสื่อสารกบั ผู้อน่ื
3. เข้าใจความแตกต่างระหว่าง กัลยาณมิตรสนทนา (Dialogue)
กับการอภิปรายอยา่ งสร้างสรรค์ (Creative Discussion)
สาระส�ำ คัญ
1. การสื่อสารระหว่างบุคคลทมี่ ปี ระสิทธิภาพตอ้ งอาศัยทง้ั วัจนภาษาและ
อวัจนภาษา
2. “ภาษาแก” จะทำ�ให้เกิดความรู้สึกทางลบ (ตำ�หนิ ว่ากล่าว ส่ังสอน)
ขณะทก่ี ารใช้ ภาษาฉนั จะท�ำ ใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจกนั และสอ่ื สารกนั ไดด้ ขี นึ้
3. กลั ยาณมติ รสนทนามงุ่ เพอื่ การเรยี นรู้ การฟงั และการถามเพอื่ แลกเปลย่ี น
เรียนรู้ การอภิปรายอย่างสร้างสรรค์ มุ่งเพื่อการแก้ปัญหา และเน้น
การคิดค้นทางเลอื กต่างๆ เพ่อื หาทางออกทด่ี ที สี่ ดุ
อปุ กรณ ์
1. PowerPoint
2. ใบกจิ กรรม 2.2.1

79

สร้างสุขด้วยสติในองค์กร

กิจกรรม ทบทวนพ้ืนฐานการสื่อสารด้วย วัจนภาษาและอวัจนภาษา
(7 นาที) 1) ขยายความความส�ำ คัญของการใชอ้ วัจนภาษาในการส่ือสาร
พรอ้ มตวั อยา่ ง
อธบิ ายการสอ่ื สารระหวา่ งบคุ คลทเ่ี ปน็ ไปไดด้ ว้ ยดหี รอื ไม่ ขนึ้
(8 นาท)ี 2) กับการสื่อสารด้วยใช้ภาษา “ภาษาแก” และ “ภาษาฉัน”
พรอ้ มยกตัวอยา่ ง (รายละเอียดปรากฎในหนา้ 33)
ให้แต่ละคน ลองทบทวนอย่างมีสติ ถึงการส่ือสารกับผู้อื่น
(5 นาท)ี 3) ที่เป็นปัญหามา 1 เร่ือง และแนวทางการปรับปรุงใหม่
ตามใบกิจกรรม 2.2.1
แบ่งกลุ่ม 3-4 คน เล่าประสบการณ์ตามใบกิจกรรม และ
(15 นาท)ี 4) ให้ข้อเสนอแนะซึ่งกันและกัน หลังจากน้ันให้เลือก 1 เร่ือง
มาเตรยี มน�ำ เสนอ โดยแบง่ เปน็ 2 ตอน คือการสอื่ สารท่เี ปน็
ปัญหา และการส่ือสารอย่างมีสติด้วยวัจนภาษา(ภาษาฉัน)
และอวจั นภาษา
วทิ ยากรกลมุ่ ใหก้ ลมุ่ น�ำ เสนอ อภปิ รายและสรปุ สมาชกิ บนั ทกึ
(10 นาท)ี 5) สิ่งทไ่ี ดเ้ รียนรู้
วิทยากรอธิบายการส่ือสารอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะ
(15 นาที) 6) การประชุม องค์กรท่ีมีความสุขจะเน้นการส่ือสารใหม่
ด้วยการสนทนา 2 ลักษณะ คือ กัลยาณมิตรสนทนา
และการอภิปรายอย่างสร้างสรรค์ (รายละเอียดปรากฎ
ในหนา้ 34-35)


80

สร้างสุขด้วยสติในองค์กร

ใบกจิ กรรม 2.2.1

เหตกุ ารณท์ เ่ี กดิ ขน้ึ ..............................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
.........................................................................................................................

การสอ่ื สารทางลบทเ่ี กดิ ขน้ึ การสอ่ื สารทางบวกทน่ี า่ จะปรบั ใหม่
1. ภาษาทา่ ทาง

2. ค�ำ พดู (การใช้ “ภาษาฉนั ”)

ผล ผลทค่ี าดหวงั

นำ�เสนอในกลุ่มและเลือก 1 เร่ืองนำ�เสนอกลุม่ ใหญใ่ นรปู แบบบทบาทสมมุติ

81

สร้างสุขด้วยสติในองค์กร

หน่วยที่ 2 สติในการทำ�งานร่วมกัน

เรื่องที่ 2.3 สติในการคิด : คิดบวก

เวลา 1 ชั่วโมง

วัตถุประสงค์
1. ระบุผลของความคิดทางลบของตนท่มี ตี ่องานและเพือ่ นร่วมงาน
2. ความสามารถปรบั เปล่ยี นความคิดทางลบเปน็ ความคดิ ทางบวกได้
สาระสำ�คญั
1. ในการทำ�งานร่วมกันความคิดทางลบจะทำ�ให้เกิดความรู้สึกและ
พฤติกรรมทางลบตามมา ซ่ึงมีผลท้ังต่อตนเอง เพ่ือนร่วมงาน และ
ผรู้ บั บรกิ าร
2. เม่ือคนเรามีสติในการคิดก็จะสามารถตระหนักถึงความคิดทางลบและ
เปลยี่ นไปเปน็ ความคดิ ทางบวก ซง่ึ จะเปน็ สว่ นส�ำ คญั ของการท�ำ งานอยา่ ง
มีความสุขได้
อุปกรณ ์
1. PowerPoint
2. ใบกจิ กรรม 2.3.1

82

สร้างสุขด้วยสติในองค์กร

กจิ กรรม วิทยากรทบทวนคุณค่าในตนเอง และการสร้างคุณค่าใน
(5 นาท)ี 1) ตนเองตอ้ งอาศยั ความสงบของจติ ใจทพ่ี ฒั นาดว้ ยสมาธแิ ละสติ
และเชอ่ื มโยงเขา้ สกู่ ารสรา้ งคา่ นยิ มระหวา่ งบคุ คลและภายใน
ทีมงานด้วยการส่ือสารและการคิดบวก ซึ่งพฤติกรรมที่เรา
แสดงออก ตน้ เหตผุ า่ นมาจากกระบวนการคดิ ยกตวั อยา่ งให้
เห็นชัดเจน โดยยก 1 กรณีตวั อยา่ ง จาก การสอื่ สารทางลบ
หรอื You Message ทีไ่ ด้แลกเปล่ยี น ในเรือ่ งที่ 2.2 เป็นผล
มาจากการคดิ ลบ
ให้แต่ละคนเขียนเหตุการณ์ท่ีไม่พึงประสงค์ ท่ีเกิดข้ึนใน
(10 นาท)ี 2) องค์กร และเขียนความคิดที่ผุดขึ้นทันทีต่อเหตุการณ์นั้น
รวมทง้ั ผลทต่ี ามมา(ความรสู้ กึ และพฤตกิ รรม) ตามใบกจิ กรรม
2.3.1
วิทยากรสุ่มถาม และสรุปให้เห็นความคิดลบจากเรื่องท่ีเล่า
(10 นาที) 3) เปน็ ตวั อยา่ ง แลว้ เชอื่ มโยงใหเ้ หน็ วา่ เราเปลยี่ นสถานการณไ์ ด้
ยากกวา่ การเปลยี่ นมมุ มองความคดิ ของเรา หากเรามสี ตกิ จ็ ะ
ช่วยให้รู้ทันความคิด ซ่ึงมีผลต่อการเปล่ียนความรู้สึก และ
พฤติกรรมเชิงบวก ได้ (รายละเอยี ดปรากฎใน หนา้ 28-29)
จากนน้ั ให้ ท�ำ สมาธิ 2 – 3 นาที แลว้ รลู้ มหายใจ ลองใครค่ รวญ
(15 นาท)ี 4) เหตกุ ารณน์ น้ั ใหม่ เขยี นบนั ทกึ ความคดิ ใหมท่ มี่ าทนแทน และ
ผลท่ีเกดิ ตามมา ในใบกิจกรรม 2.3.1 แล้วรวมกลมุ่ 3-4 คน
แลกเปลยี่ นและเลอื ก 1 เรือ่ ง นำ�เสนอเป็นตวั อย่าง แล้วให้
กลมุ่ ชว่ ยกนั สรปุ ผลทตี่ ามมาของการคดิ บวกจากกรณตี วั อยา่ ง
ที่เล่ามา เช่น ลดความรุนแรง สามารถรับมือและจัดการ
สถานการณไ์ ดด้ ขี นึ้ ลดความทกุ ขใ์ จ/ความกงั วล ลดอคติ ฯลฯ


83

สร้างสุขด้วยสติในองค์กร

(15นาที 5) วิทยากร เชือ่ มโยงใหเ้ หน็ ว่าการมสี ตใิ นการคดิ จะชว่ ยใหเ้ รา
เหน็ ความคดิ และอารมณท์ างลบ ซง่ึ มกั จะเกดิ ขนึ้ โดยอตั โนมตั ิ
และช่วยกรองจิตไม่ให้ไหลตามความคิดและอารมณ์ลบ
สามารถปล่อยวางความคิดและอารมณ์ซึ่งไม่เป็นประโยชน์
และทำ�ให้เกิดความคิดบวกเข้ามาแทนที่ได้เร็ว และมีผลต่อ
อารมณ์ที่สงบ (รายละเอยี ดปรากฎใน หน้า 30-31)
(5นาท)ี 6) วิทยากรสรุปการคิดทางบวกที่ฝึกน้ีต่อไปสมาชิกจะสามารถ
น�ำ ไปใชไ้ ดท้ กุ ครงั้ ทเี่ กดิ ความคดิ ทางลบ และใหส้ มาชกิ บนั ทกึ
สิ่งท่ีได้เรยี นรู้

84

สร้างสุขด้วยสติในองค์กร

ใบกจิ กรรม 2.3.1
การคดิ ทางบวก : รลู้ มหายใจและใครค่ รวญ

เรอ่ื งทเ่ี กดิ ขน้ึ ..............................................................................................................
.............................................................................................................................................
.............................................................................................................................................
.............................................................................................................................................

ความคดิ ทางลบทเ่ี กดิ ขน้ึ ทนั ทใี นเรอ่ื งนน้ั ผลทต่ี ามมา

ท�ำ สมาธิ 2-3 นาที และใหร้ ลู้ มหายใจ คดิ อยา่ งใตรต่ รองและใครค่ รวญ

ความคดิ ทางบวกทม่ี าทดแทน ผลทค่ี าดวา่ จะเกดิ ขน้ึ

85

สร้างสุขด้วยสติในองค์กร

หน่วยที่ 3 สติกับการพัฒนาองค์กร

เรื่องที่ 3.1 ค่านิยมองค์กร

เวลา 1 ชั่วโมง 15 นาที

วตั ถปุ ระสงค์
1. ก�ำ หนดคา่ นิยมองคก์ รรว่ มกัน
2. วางแนวทางในการสร้างค่านิยมองคก์ ร
สาระส�ำ คัญ
1. คา่ นยิ มองค์กรมาจากประสบการณท์ ีด่ ใี นการทำ�งาน
2. การสร้างค่านิยมองค์กรให้ประสบความสำ�เร็จจะต้องเกี่ยวข้อง
ทง้ั ระบบงานและความสมั พันธ์ ระหว่างผู้น�ำ และผปู้ ฏบิ ตั ิ
อปุ กรณ์
1. Power Point
2. Flip chart พรอ้ มอุปกรณ์
3. ใบกจิ กรรม 3.1.1 และ 3.1.2

86

สร้างสุขด้วยสติในองค์กร

กจิ กรรม วทิ ยากรเร่ิมบทเรยี นดว้ ยการทำ�สมาธิ 3 นาทีและให้สมาชิก
(10 นาท)ี 1) ฟงั อย่างมสี ติ โดยวทิ ยากรทบทวนบทบาทของสมาธแิ ละสติ
ในการสรา้ งคณุ คา่ ในตนเองและคา่ นยิ มในการท�ำ งานรว่ มกนั
และเชอื่ มโยงเขา้ สกู่ ารใหส้ ตเิ พอื่ พฒั นาองคก์ รโดยเนน้ การน�ำ
Dialogue และ Creative Discussion มาใชใ้ นการปรบั ปรุง
เพอื่ ขับเคลือ่ นองค์กร สรุปหลักส�ำ คญั ของ Dialogue และ
Creative Discussionรายละเอียดปรากฏในหน้า 34-35
เช่ือมโยงกับสติสนทนาและกติกาการประชุมในการสนทนา
เพ่อื สรา้ งค่านิยมองค์กร
ให้สมาชิกสงบโดยอยู่กับลมหายใจ และให้ระลึกถึง
( 5 นาท)ี 2) ความประทับใจ/ภาคภูมิใจในการทำ�งาน/ให้บริการ “สิ่งท่ี
ภาคภมู ใิ จในตวั เองในการท�ำ งานหรอื การใหบ้ รกิ าร หรอื การอยู่
รว่ มกนั ”บันทึกตามใบกิจกรรม 3.1.1
แบ่งกลมุ่ ๆ ละ 5-6 คน เล่าเร่ืองความภาคภูมิใจประทับใจที่
(30 นาที) 3) บันทึกไว้คนละประมาณ 3 นาที โดยให้เล่าเป็นเรื่องราว
มากกวา่ การสรปุ คณุ คา่ แลว้ สมาชกิ กลมุ่ รว่ มกนั สรปุ ลกั ษณะ
ร่วมท่ีดีงามท่ีคล้ายกันของแต่ละคน เป็นค่านิยมการทำ�งาน
ของกลมุ่ ของคา่ นยิ มองคก์ รทม่ี ตี อ่ งาน/ลกู คา้ /ผมู้ าใชบ้ รกิ าร
สุดท้ายให้สรปุ ลักษณะรว่ มและตวั อยา่ ง อยา่ งน้อย 1 เร่ือง
ที่จะเสนอท่ีประชุมพร้อมกับประสบการณ์ บันทึกตาม
ใบกิจกรรม 3.1.2
ตวั แทนกลุ่มนำ�เสนอ (กลุ่มละ 3 นาท)ี โดยเนน้ คุณลกั ษณะ
(20 นาท)ี 4) ท่ีควรเป็นคา่ นยิ มขององค์กรพร้อมตวั อย่าง


87

สร้างสุขด้วยสติในองค์กร

(10 นาที) 5) วิทยากรประมวลค่านิยมที่กลุ่มต่างๆ มีความเห็นร่วมกัน
สรุปว่าทุกคนมีความดีงาม ซ่งึ เราจะนำ�ลักษณะร่วมท่ดี ีงาม
ท่ีคล้ายกันของแต่ละคน แต่ละกลุ่มมากำ�หนดเป็น
ค่านิยมขององค์กรได้ ทำ�ให้เขารู้สึกว่าเขาทำ�สิ่งเดียวกัน
เพอ่ื องคก์ ร และอาจทบทวนคา่ นยิ มเดมิ ทม่ี อี ยใู่ นองคก์ รและ
ปรับค่านยิ มใหม่ ให้เหมาะสมและปฏิบัตไิ ดจ้ ริง สรุปร่วมกัน
เป็นข้อเสนอกับองค์กร และขอให้ตัวแทนแต่ละกลุ่มไป
ทบทวนคา่ นยิ มองคก์ รเดมิ กบั ทไ่ี ดเ้ รยี นรู้ เพมิ่ เตมิ ในระหวา่ ง
ชว่ งพกั การประชมุ และสรุปเป็นขอ้ เสนอกับองค์กร

88

สร้างสุขด้วยสติในองค์กร

ใบกจิ กรรม 3.1.1

1. ให้แต่ละคน ทบทวนตนเองตามประเดน็ ต่อไปนี้
1.1 ในตลอดชวี ติ การท�ำ งานทผ่ี า่ นมา สง่ิ ทภ่ี าคภมู ใิ จในตวั เองในการท�ำ งานหรอื
การใหบ้ รกิ าร มา1 เรอ่ื ง
1.2 รายละเอยี ดของเรอ่ื ง
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
............................................................................................................................................
2. ให้สมาชิกกล่มุ รวมกันสรุปคุณลักษณะ (ค่านิยม) องค์กรท่มี ีต่อการทำ�งาน/
การใหบ้ รกิ าร
2.1 ........................................................................................................................
2.2 ........................................................................................................................
2.3 ........................................................................................................................
2.4 ........................................................................................................................
2.5 ........................................................................................................................


89

สร้างสุขด้วยสติในองค์กร

ใบกจิ กรรม 3.1.2

แบ่งกลุ่มย่อย แต่ละกลุ่มเลือกประธาน เลขา และผู้นำ�เสนอ จากน้ัน
ประธานนำ�การประชุมด้วยการทำ�สมาธิ (2-3 นาที) และกำ�หนดกติกา
ในการประชมุ อยา่ งมสี ต ิ ใหส้ มาชกิ เลา่ เรอื่ งทลี ะคน คนละประมาณ 3 -5 นาท ี และ
รว่ มกนั สรปุ ลกั ษณะรว่ มของทกุ คน ก�ำ หนดเปน็ คา่ นยิ มของกลมุ่ ทมี่ ตี อ่ งาน/ลกู คา้ /
ผูม้ าใชบ้ ริการ
กล่มุ ท่ี....................

เร่อื งเลา่ คณุ คา่ ตอ่ ลูกค้า/ คุณค่าตอ่ งาน
เรื่องเลา่ ที่ 1 ผ้มู าใช้บรกิ าร

เรือ่ งเล่าที่ 2

เรื่องเล่าที3่

เรอ่ื งเลา่ ท4่ี

สรุปค่านยิ มของกลุ่ม

หมายเหตุ : หากการจดั การอบรมทผ่ี เู้ ขา้ อบรมไมใ่ ชบ่ คุ ลากรในองคก์ รเดยี วกนั ไมส่ ามารถ
ใช้ประเด็นการสร้างค่านิยมในองค์กรได้ ก็อาจเปลี่ยนเป็นค่านิยมในการทำ�งานโดยใช้
ใบกิจกรรมน้ีหรือสามารถปรับประเด็นการสนทนาแบบ Dialouge ให้เหมาะสมกับกลุ่ม
ผู้เขา้ อบรมทแ่ี ตกต่างกนั ไป ตวั อย่างใบกิจกรรม เช่น
• ให้นกึ ถงึ ประสบการณ์การใช้สตใิ นชีวติ หรอื การท�ำ งาน 1 เร่อื ง
• เข้ากลุ่ม เลือกประธาน/เลขา ประธานนำ�สมาธิ (2-3 นาที) และกำ�หนด
กตกิ าการสนทนาอย่างมสี ต(ิ รลู้ มหายใจในการพูดและฟัง)
• แต่ละคนผลัดกันเล่าและช่วยกันสรุปคุณค่าของสติในการดำ�เนินชีวิต
และการท�ำ งาน
• นำ�เสนอพรอ้ มตวั อยา่ ง 1 เรอ่ื ง

90

สร้างสุขด้วยสติในองค์กร

หน่วยที่ 3 สติกับการพัฒนาองค์กร

เรื่องที่ 3.2 ระบบที่ส่งเสริมการสร้างค่านิยม

เวลา 1 ชั่วโมง 15 นาที

วตั ถุประสงค์
1. กำ�หนดกจิ กรรมในการสร้างคา่ นยิ มองค์กร
2. พฒั นางานและระบบงานใหส้ อดคลอ้ งกับคา่ นยิ มองค์กร
สาระส�ำ คัญ
1. องค์กรจะต้องออกแบบระบบและกิจกรรมท่ีส่งเสริมคุณค่าและค่านิยม
ขององค์กร
2. ประสบการณค์ วามสำ�เร็จ (Tacit Knowledge) ทน่ี �ำ มาทำ�กลั ยาณมิตร
สนทนา(Pialogue)หรอื การอภปิ รายสรา้ งสรรค์ (creative discussion)
จะเป็นส่วนสำ�คัญในการนำ�มาแลกเปล่ียนเรียนรู้และพัฒนางาน
ให้สอดคล้องกับค่านยิ มองค์กร
อุปกรณ ์
1. Power point
2. Flip chart พรอ้ มอปุ กรณ์
3. ใบกิจกรรม 3.2.1

91

สร้างสุขด้วยสติในองค์กร

กจิ กรรม วิทยากรอภิปรายร่วมกับสมาชิกถึงความสำ�คัญของการ
(10 นาที) 1) สร้างระบบขององค์กรท่ีส่งเสริมคุณค่าและค่านิยมองค์กร
วิทยากรแลกเปลี่ยนและนำ�เสนอตัวอย่างระบบในองค์กรที่
(15 นาท)ี 2) เอื้ออำ�นวยให้ทีมงานได้เกิดความสงบและพัฒนาค่านิยมใน
การท�ำ งานร่วมกัน พรอ้ มท้ังลองปฏิบัตริ ว่ มกัน
วทิ ยากรน�ำ เอาคา่ นยิ มองคก์ รทไ่ี ดจ้ ากเรอื่ งท ี่ 3.1 มาทบทวน
(15 นาที) 3) แนะนำ�การประชุมเพื่อปรับปรุงงานด้วยสติสนทนา 2 วิธี
คือ Dialogue โดยเฉพาะการทำ� Knowledge sharing
โดยการใช้ Story telling หรือวิธี Creative Discussion
เพื่อนำ�ไปสู่การวิเคราะห์การปรับปรุงงานให้สอดคล้องกับ
ค่านิยมองค์กรตามแนวทางในใบกิจกรรม 3.2.1
แบ่งกลุ่มตามงานให้แต่ละกลุ่มทำ� knowledge sharing
(20 นาที) 4) Creative Discussion ตามใบกิจกรรม 3.2.1
กลุ่มนำ�เสนอสมาชิกร่วมอภิปรายและสรุปในแต่ละงาน
(15 นาที) 5) วิทยากรสรุปเช่ือมโยงทั้งด้านกระบวนการ (ใช้ Dialogue
knowledge sharing หรอื ใช้ Creative Discussion) และ
ผลท่ไี ด้รบั


92

สร้างสุขด้วยสติในองค์กร

ใบกจิ กรรม 3.2.1
เรอ่ื งเลา่ เรา้ พลงั

1. แบง่ กลมุ่ ตามงานทท่ี �ำ โดยขนาดของกลมุ่ ประมาณ 5-6คน เลอื กประธาน
และเลขา ประธานนำ�ให้สมาชิกทำ�สมาธิ 3 นาที และกำ�หนดกติกาการประชมุ
ให้มีสตใิ นการพดู และฟงั
2. สมาชิกกลุ่มเลือกประเด็นในการปรับปรุงงานและค่านิยมสำ�คัญท่ีควร
ทำ�ให้เกดิ ข้ึน
3. ด�ำ เนินการในการคน้ หาวิธีปฏบิ ตั ทิ ด่ี ขี นึ้ โดยวิธใี ดวิธีหน่งึ ดังตอ่ ไปนี้
3.1 วิธี เรื่องเล่าเรา้ พลัง
1) ใหแ้ ตล่ ะคนนกึ เรอื่ งเลา่ 1เรอื่ งทต่ี นภมู ใิ จในการท�ำ งานใหเ้ ปน็ ไป
ตามคา่ นยิ ม โดยเลา่ เปน็ วธิ กี ารปฏบิ ตั ทิ ไี่ ดผ้ ลส�ำ เรจ็ ตามคา่ นยิ ม
และบนั ทกึ ไว้
2) สมาชกิ ผลดั กนั เลา่ เรอื่ งทบี่ นั ทกึ คนละประมาณ 3 นาท ี หลงั จาก
แต่ละคนเล่าให้สมาชิกช่วยกันซักถามเพ่ิมเติมและสรุป
วธิ กี ารทที่ ำ�
3) สมาชิกร่วมกันสังเคราะห์ให้เป็นหมวดหมู่ของวิธีการจาก
เรอ่ื งเลา่ ตา่ งๆและชว่ ยกนั วเิ คราะหป์ จั จยั ทจี่ ะเออ้ื อ�ำ นวยใหท้ �ำ
วธิ กี ารเหล่านั้นไดส้ �ำ เรจ็
4) เตรียมผนู้ �ำ เสนอตามประเด็นตอ่ ไปนี้
- โจทย์หรอื ประเด็นในการจดั การความรู้
- สรปุ วิธีการทไ่ี ด้ผล และปัจจยั ความสำ�เรจ็
- ตัวอย่างเร่ืองเล่าหน่ึงเรื่องที่อธิบายวิธีการและปัจจัย
ความส�ำ เรจ็

93

สร้างสุขด้วยสติในองค์กร

3.2 วิธอี ภิปรายอย่างสรา้ งสรรค์
- ใหแ้ ตล่ ะคนนกึ ถงึ วธิ กี ารทจ่ี ะท�ำ ใหง้ านดขี น้ึ พรอ้ มทงั้ ค�ำ อธบิ าย
และเหตุผล
- สมาชกิ ผลดั กันน�ำ เสนอ และซกั ถามเพอ่ื ความเขา้ ใจ
- สมาชกิ รว่ มกนั สงั เคราะหเ์ ปน็ ขอ้ เสนอแนะในการปรบั ปรงุ งาน
และเตรยี มผ้นู ำ�เสนอ

94


Click to View FlipBook Version