การýึกþาผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียน üิชาชีüüิทยา เรื่อง การýึกþาพันธุกรรมของเมนเดล ของนักเรียนชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านบึง “อุตÿาĀกรรมนุเคราะĀ์” จังĀüัดชลบุรีโดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 5 ขั้น (5Es) ร่üมกับการใช้ตารางพันเนตต์ (Punnett square) อนัญพร ÿมใจ งานüิจัยนี้เป็นÿ่üนĀนึ่งของการýึกþาตามĀลักÿูตรการýึกþาบัณฑิต ÿาขาüิชาชีüüิทยา คณะýึกþาýาÿตร์มĀาüิทยาลัยบูรพา ภาคเรียนที่ 2 ปีการýึกþา 2565
ก กิตติกรรมประกาý รายงานüิจัยฉบับนี้ÿำเร็จลุล่üงไปได้ด้üยดีด้üยคüามกรุณาĂย่างยิ่งจากĂาจารย์üัฒนาพร ดüงดีüงý์ Ăาจารย์นิเทýก์ ที่ใĀ้คำปรึกþาและคำแนะนำ ตลĂดจนแก้ไขข้Ăบกพร่Ăงต่าง ๆ ด้üยคüามละเĂียดถี่ถ้üน และเĂาใจใÿ่เป็นĂย่างดีเÿมĂมา ผู้üิจัยรู้ÿึกซาบซึ้งเป็นĂย่างยิ่ง จึงขĂกราบพระคุณเป็นĂย่างÿูง ณ โĂกาÿนี้ ขĂขĂบพระคุณ คุณครูภัทรüดี ธัญญผล คุณครูภัทราพร รุจิราบัตร และคุณครูณัฐกานต์ นüลงาม ที่ใĀ้คüามกรุณาช่üยเĀลืĂ รüมไปถึงการตรüจÿĂบ แก้ไขข้Ăบกพร่Ăง และใĀ้คำปรึกþา คำแนะนำ และข้ĂเÿนĂแนะเพิ่มเติมเป็นĂย่างดีในการจัดทำเครื่ĂงมืĂที่ใช้ในการüิจัยครั้งนี้ ทำใĀ้üิจัยมีคüามÿมบูรณ์ มากยิ่งขึ้น ขĂขĂบพระคุณท่านผู้Ăำนüยการโรงเรียน คณะครูกลุ่มÿาระการเรียนรู้üิทยาýาÿตร์และเทคโนโลยี และขĂขĂบคุณนักเรียนชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 4/3 โรงเรียนบ้านบึง “ĂุตÿาĀกรรมนุเคราะĀ์” จังĀüัดชลบุรี ที่ใĀ้คüามช่üยเĀลืĂและคüามร่üมมืĂเป็นĂย่างดีในการเก็บรüบรüมข้Ăมูลที่ใช้ในการüิจัยในชั้นเรียน ทำใĀ้üิจัยฉบับนี้ÿำเร็จได้ด้üยดี Ăนัญพร ÿมใจ
ข ชื่อเรื่อง การýึกþาผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียน üิชาชีüüิทยา เรื่Ăง การýึกþาพันธุกรรมขĂงเมนเดล ขĂงนักเรียนชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 4 โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 5 ขั้น (5Es) ร่üมกับการใช้ตารางพันเนตต์ (Punnett square) ผู้üิจัย นางÿาüĂนัญพร ÿมใจ ปีการýึกþา 2565 บทคัดย่อ การýึกþาüิจัยครั้งนี้มีüัตถุประÿงค์เพื่Ăเปรียบเทียบผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียนชีüüิทยาขĂงนักเรียนก่Ăน และĀลังเรียน โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 5 ขั้น (5Es) ร่üมกับการใช้ตารางพันเนตต์ (Punnett square) เรื่Ăง การýึกþาพันธุกรรมขĂงเมนเดล ขĂงนักเรียนชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 4 ซึ่งกลุ่มตัüĂย่าง ที่ใช้ในการüิจัยในครั้งนี้ เป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 4/3 แผนการเรียนüิทยาýาÿตร์-คณิตýาÿตร์ โรงเรียนบ้านบึง “ĂุตÿาĀกรรมนุเคราะĀ์” ภาคเรียนที่ 2 ปีการýึกþา 2565 จำนüน 42 คน โดยการเลืĂกแบบ เจาะจง เครื่ĂงมืĂที่ใช้ในการýึกþาค้นคü้า ประกĂบด้üย 1) แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่Ăง การýึกþาพันธุกรรม ขĂงเมนเดล จำนüน 2 แผน ใช้เüลา 3 ชั่üโมง 2) แบบฝึกĀัด เรื่Ăง การýึกþาพันธุกรรมขĂงเมนเดล และ 3) แบบทดÿĂบüัดผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียนฉบับก่ĂนและĀลังเรียน เรื่Ăง เรื่Ăง การýึกþาพันธุกรรมขĂง เมนเดล ÿถิติที่ใช้ในการüิเคราะĀ์ข้Ăมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และÿ่üนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการýึกþาüิจัย พบü่า นักเรียนที่ได้รับการพัฒนาผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียนชีüüิทยา เรื่Ăง การýึกþา พันธุกรรมขĂงเมนเดล ขĂงนักเรียนชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 4 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 5 ขั้น (5Es) ร่üมกับการใช้ตารางพันเนตต์ (Punnett square) มีผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียนĀลังเรียนÿูงกü่า ก่Ăนเรียน
ค ÿารบัญ Āน้า กิตติกรรมประกาý……………………………………………………………………………………………………………………..……….ก บทคัดย่Ă……………………………………………………………………………………………………………………………………………ข ÿารบัญ………………………………………………………………………………………………………………………………………........ค ÿารบัญตาราง……………………………………………………………………………………………………………………………….......ง คüามเป็นมาและคüามÿำคัญขĂงการüิจัย……………………………………………………………………………………………...1 üัตถุประÿงค์ขĂงการüิจัย……………………………………………………………………………………………………………………..2 ÿมมติฐานขĂงการüิจัย………………………………………………………………………………………………………………...........2 ประโยชน์ที่คาดü่าจะได้รับจากการüิจัย……………………………………………………………………………………………......2 üิธีการดำเนินการüิจัย………………………………………………………………………………………………………………………....2 ประชากรและกลุ่มตัüĂย่าง……………………………………………………………………………………………………...2 ตัüแปรในการüิจัย…………………………………………………………………………………………………………………..3 นิยามýัพท์เฉพาะ……………………………………………………………………………………………………………………3 เครื่ĂงมืĂที่ใช้ในการüิจัย…………………………………………………………………………………………………………..4 การเก็บรüบรüมข้Ăมูล…………………………………………………………………………………………………………….5 การüิเคราะĀ์ข้Ăมูล………………………………………………………………………………………………………………….6 ผลการดำเนินการüิจัย………………………………………………………………………………………………………………….........6 ÿรุปผลการüิจัย…………………………………………………………………………………………………………………………………10 Ăภิปรายผลและข้ĂเÿนĂแนะ…………………………………………..............................…………………………................10 บรรณานุกรม……………………………………………………………………………………………………………………..................12 ภาคผนüก…………………………………………………………………………………………………………………………………….....14 ภาคผนüก ก………………………………………….....………………………………………………………………………….16 ภาคผนüก ข………………………………....……………………………………………………………………………………..20
ง ÿารบัญตาราง Āน้า ตารางที่ 1 ตารางแÿดงผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียนก่ĂนและĀลังเรียน üิชาชีüüิทยา เรื่Ăง การýึกþาพันธุกรรมขĂงเมนเดลขĂงนักเรียนชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 4 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้5 ขั้น (5Es) ร่üมกับ การใช้ตารางพันเนตต์ (Punnett square).............................................................................8 ตารางที่ 2 ตารางแÿดงค่าเฉลี่ย (X̅) และÿ่üนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ขĂงผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่ĂนและĀลังเรียน üิชาชีüüิทยา เรื่Ăง การýึกþาพันธุกรรมขĂงเมนเดล ขĂงนักเรียนชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 4 ทีได้รับการจัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้5 ขั้น (5Es) ร่üมกับ การใช้ตารางพันเนตต์(Punnett square)…………………………………………………………………..9
1 คüามเป็นมาและคüามÿำคัญของการüิจัย üิชาชีüüิทยา เป็นแขนงĀนึ่งขĂงüิชาüิทยาýาÿตร์ ที่ýึกþาเรื่Ăงราüต่าง ๆ ขĂงÿิ่งมีชีüิต ซึ่งคüามรู้ ทางด้านüิทยาýาÿตร์ในปัจจุบัน ล้üนมาจากการýึกþาทดลĂงขĂงนักüิทยาýาÿตร์ที่เกิดคüามÿงÿัย ในเรื่Ăงนั้น ๆ และได้ทำการýึกþาทดลĂง จนได้ข้Ăÿรุปเป็นคüามรู้ และตั้งเป็นกฎขึ้นมา เพื่ĂใĀ้นักüิทยาýาÿตร์ ในรุ่นĀลัง ĀรืĂผู้ที่มีคüามÿนใจĀาคüามรู้ในด้านนั้น ๆ ได้นำมาýึกþาและต่ĂยĂดได้Ăย่างÿะดüก โดยเฉพาะ เรื่Ăง การýึกþาพันธุกรรมขĂงเมนเดล ซึ่งเป็นพื้นฐานที่จะนำไปต่ĂยĂดในการýึกþาการถ่ายทĂดลักþณะทาง พันธุกรรมแบบĂื่น ๆ ต่Ăไป โดยการýึกþาเรื่Ăงนี้ต้ĂงมีการทดลĂงĂย่างซับซ้Ăน ซึ่งĀนึ่งในนักüิทยาýาÿตร์ ที่ÿนใจ และได้ทำการทดลĂงเกี่ยüกับการถ่ายทĂดลักþณะทางพันธุกรรม คืĂ เกรกĂร์ เมนเดล โดยเขาได้ทำการýึกþาเรื่Ăงนี้และได้ตั้งเป็นกฎที่เรียกü่า กฎขĂงเมนเดล ขึ้นมาÿĂงข้Ă ได้แก่ กฎการแยก ซึ่งเกี่ยüข้ĂงกับการแยกขĂงแĂลลีล เพื่Ăÿร้างเซลล์ÿืบพันธุ์ (gamete) และกฎการรüมกลุ่มĂย่างĂิÿระ ซึ่งเกี่ยüข้ĂงกับการรüมกันขĂงเซลล์ÿืบพันธุ์ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่ĂคüบคุมการแÿดงĂĂกขĂง genotype โดยถ้าĀากมีการผÿมพันธุ์แบบพิจารณาลักþณะขĂงÿิ่งมีชีüิตมากกü่าĀนึ่งลักþณะ จะทำใĀ้มีการแÿดงĂĂก ขĂง genotype ที่ซับซ้Ăนมากขึ้น ทำใĀ้การเขียนแÿดง genotype ขĂงเซลล์ÿืบพันธุ์มีคüามĀลากĀลาย และซับซ้Ăนเป็นĂย่างมาก ซึ่งจากการÿĂบถามนักเรียน พบü่านักเรียนบางคนเกิดคüามÿับÿน และมีคüามเข้าใจ ที่คลาดเคลื่Ăนเกี่ยüกับการเขียนแÿดง genotype ขĂงเซลล์ÿืบพันธุ์ ÿ่งผลใĀ้นักเรียนมีผลÿัมฤทธิ์จากการ ทำแบบทดÿĂบüัดผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียนก่Ăนเรียนไม่ผ่านเกณฑ์ร้Ăยละ 60 จากปัญĀาดังกล่าü ทำใĀ้ผู้üิจัยต้Ăงการพัฒนานักเรียนที่เรียน เรื่Ăง การýึกþาพันธุกรรมขĂงเมนเดล ใĀ้มีผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีขึ้น และเมื่Ăýึกþาค้นคü้าüิธีการต่าง ๆ ก็พบü่า การใช้ตารางพันเนตต์ มีคüามเĀมาะÿมในการนำมาĀา genotype ขĂงเซลล์ÿืบพันธุ์ ดังที่ ýรีĂุดร ล้านÿาüงý์ (2564) กล่าüไü้ü่า ตารางพันเนตต์ (Punnett square) เป็นตารางช่üยทำนายผลที่ได้จากการทดลĂงการผÿมพันธุ์ โดยตั้งชื่Ăตาม Reginald Crundall Punnett ผู้คิดüิธีนี้นักชีüüิทยาใช้ตารางนี้ในการĀาโĂกาÿที่รุ่นลูกจะมี genotype แบบต่าง ๆ ได้ ร่üมกับ แคมป์เบลล์, นีล แĂลลิÿัน (2005) กล่าüไü้ü่า ตารางพันเนตต์เป็นแผนภาพตาราง ที่ใช้ในการทำนายจีโนไทป์ที่ได้จากการผÿมพันธุ์ ถูกตั้งชื่Ăตาม Reginald C. Punnett ซึ่งเป็นผู้คิดค้น โดยจะใช้แผนภาพเพื่ĂกำĀนดคüามน่าจะเป็นขĂงลูกĀลาน จากการรüมกันขĂงแĂลลีลขĂงพ่Ăกับแม่ ÿามารถใช้ได้กับการผÿมลักþณะเดียü ĀรืĂĀลายลักþณะจากพ่Ăแม่ ทั้งนี้ผู้üิจัยจะมีการจัดการเรียนรู้ ด้üยüิธีการÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 5 ขั้น (5Es) ดังที่ นลินนิภา ชัยกาý (2565) กล่าüไü้ü่า การจัดการเรียนรู้ แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้5 ขั้น (5Es) เป็นการจัดกิจกรรมการเรียนการÿĂนโดยเน้นนักเรียนเป็นÿำคัญ ครูเป็นผู้เตรียมÿภาพแüดล้Ăมในการเรียนรู้ ช่üยĂํานüยคüามÿะดüกในการเรียนรู้ด้านต่าง ๆ แก่นักเรียน กระตุ้นนักเรียนโดยใช้คําถาม เพื่ĂใĀ้นักเรียนพยายามค้นคü้าĀาคําตĂบด้üยตนเĂง ทำใĀ้นักเรียนมีโĂกาÿ ได้พัฒนาคüามคิดĂย่างเต็มที่ มีโĂกาÿฝึกทั้งในเรื่ĂงขĂงคüามคิดและการกระทำ จนนำไปÿู่การจัดระบบ คüามคิดและüิธีการแÿüงĀาคüามรู้ด้üยตนเĂง และÿามารถนำคüามรู้ที่ได้ไปใช้ในÿถานการณ์ใĀม่ได้ Ăีกทั้งเป็นการจัดการเรียนรู้ที่ทำใĀ้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ มีคüามเข้าใจในÿิ่งที่ýึกþาĂย่างแท้จริง ร่üมกับ ทิพย์รัตน์ มังกรทĂง (2558) กล่าüไü้ü่า การจัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 5 ขั้น (5Es) เป็นกระบüนการ จัดการเรียนรู้ที่ใĀ้ผู้เรียนมีÿ่üนร่üมในกิจกรรมการเรียนรู้ตลĂดเüลา ใĀ้โĂกาÿผู้เรียนได้ฝึกคิด ฝึกÿังเกต ฝึกถาม-ตĂบ ฝึกการÿื่Ăÿาร ฝึกการนำเÿนĂ ฝึกüิเคราะĀ์üิจารณ์และฝึกÿร้างĂงค์คüามรู้ด้üยตนเĂง
2 โดยมีครูเป็นผู้กำกับคüบคุมดำเนินการ ใĀ้คำปรึกþา คĂยชี้แนะ ช่üยเĀลืĂ และเป็นผู้กระตุ้นÿ่งเÿริมใĀ้ผู้เรียนคิด และเรียนรู้ด้üยตนเĂง จากที่กล่าüมาผู้จัดทำได้เĀ็นถึงคüามÿำคัญขĂงการจัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 5 ขั้น (5Es) ซึ่งเป็นรูปแบบขĂงการเรียนรู้ที่เน้นใĀ้นักเรียนมีประÿบการณ์ตรงในการเรียนรู้ โดยการแÿüงĀา และýึกþาค้นคü้า เพื่Ăÿร้างĂงค์คüามรู้ขĂงตนเĂง โดยมีครูผู้ÿĂนคĂยĂำนüยการและÿนับÿนุน ทำใĀ้ผู้เรียน ÿามารถค้นพบคüามรู้ĀรืĂแนüทางแก้ปัญĀาได้ตัüเĂง และÿามารถนำมาใช้ในชีüิตประจำüัน ÿ่งผลใĀ้ผู้เรียน เกิดการจดจำคüามรู้นั้นได้Ăย่างยาüนาน ซึ่งถืĂü่าเป็นกิจกรรมที่เปิดโĂกาÿใĀ้ผู้เรียนได้นําคüามรู้ Āลักการ แนüคิดĀรืĂทฤþฎีทางüิทยาýาÿตร์ไปเชื่Ăมโยงกับประเด็นปัญĀาที่ผู้เรียนÿนใจýึกþาค้นคü้า และลงมืĂปฏิบัติ ด้üยตนเĂง ตามคüามÿามารถและคüามถนัดขĂงตนเĂงĂย่างĂิÿระ ด้üยเĀตุนี้ ผู้üิจัยจึงÿนใจจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 5 ขั้น (5Es) ร่üมกับการใช้ตารางพันเนตต์ (Punnett square) เรื่Ăง การýึกþาพันธุกรรมขĂงเมนเดล กับนักเรียน ชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 4 เพื่Ăพัฒนาผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียนใĀ้Ăยู่ในระดับที่ÿูงขึ้น üัตถุประÿงค์ของการüิจัย เพื่Ăเปรียบเทียบผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียนüิชาชีüüิทยา เรื่Ăง การýึกþาพันธุกรรมขĂงเมนเดล ขĂงนักเรียนชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 4 ก่ĂนเรียนและĀลังเรียนด้üยการจัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 5 ขั้น (5Es) ร่üมกับการใช้ตารางพันเนตต์ (Punnett square) ÿมมติฐานของการüิจัย ผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียน üิชาชีüüิทยา เรื่Ăง การýึกþาพันธุกรรมขĂงเมนเดล ขĂงนักเรียน ชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 4 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 5 ขั้น (5Es) ร่üมกับการใช้ตาราง พันเนตต์ (Punnett square) Āลังเรียนÿูงกü่าก่Ăนเรียน ประโยชน์ที่คาดü่าจะได้รับจากการüิจัย 1) นักเรียนมีผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียนüิชาชีüüิทยา เรื่Ăง การýึกþาพันธุกรรมขĂงเมนเดลเพิ่มขึ้น 2) นักเรียÿามารถนำตารางพันเนตต์ไปใช้ในการแก้โจทย์ปัญĀาเกี่ยüกับการถ่ายทĂดลักþณะทาง พันธุกรรมในรูปแบบต่าง ๆ ได้ 3) นักเรียนมีเจตคติที่ดีต่Ăการเรียนüิชาชีüüิทยา เรื่Ăง การýึกþาพันธุกรรมขĂงเมนเดล üิธีการดำเนินการüิจัย 1) ประชากรและกลุ่มตัüอย่าง 1.1) ประชากร ที่ใช้ในการüิจัยครั้งนี้ คืĂ นักเรียนชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 4 แผนการเรียน üิทยาýาÿตร์-คณิตýาÿตร์โรงเรียนบ้านบึง “ĂุตÿาĀกรรมนุเคราะĀ์” ภาคเรียนที่ 2 ปีการýึกþา 2565 จำนüน 204 คน 1.2) กลุ่มตัüĂย่าง ที่ใช้ในการüิจัยครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 4 แผนการเรียน üิทยาýาÿตร์-คณิตýาÿตร์ โรงเรียนบ้านบึง “ĂุตÿาĀกรรมนุเคราะĀ์” ภาคเรียนที่ 2 ปีการýึกþา 2565 จำนüน 42 คน โดยใช้üิธีการเลืĂกกลุ่มตัüĂย่างแบบการเลืĂกแบบเจาะจง (Purposive Sampling)
3 2) ตัüแปรในการüิจัย ตัüแปรต้น : การจัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 5 ขั้น (5Es) ร่üมกับการใช้ตาราง พันเนตต์ (Punnett square) ตัüแปรตาม : ผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียนüิชาชีüüิทยา เรื่Ăง การýึกþาพันธุกรรมขĂงเมนเดล 3) นิยามýัพท์เฉพาะ 3.1) การจัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 5 ขั้น (นลินนิภา ชัยกาý, 2565) Āมายถึง การจัดกิจกรรมการเรียนการÿĂนโดยเน้นนักเรียนเป็นÿำคัญ ครูเป็นผู้เตรียมÿภาพแüดล้Ăมในการเรียนรู้ ช่üยĂํานüยคüามÿะดüกในการเรียนรู้ด้านต่าง ๆ แก่นักเรียน กระตุ้นนักเรียนโดยใช้คําถาม เพื่ĂใĀ้นักเรียน พยายามค้นคü้าĀาคําตĂบด้üยตนเĂง ซึ่งมีขั้นตĂน ดังนี้ 1. ขั้นÿร้างคüามÿนใจ (Engage) เป็นการนําเข้าÿู่บทเรียน ซึ่งเป็นการกระตุ้นใĀ้นักเรียนÿร้าง คําถาม ĀรืĂแÿดงคüามคิดเĀ็น ในประเด็นต่าง ๆ 2. ขั้นÿํารüจและค้นĀา (Explore) เป็นการüางแผนเพื่ĂกำĀนดแนüทางการÿํารüจตรüจÿĂบ และการเก็บรüบรüมข้Ăมูล แล้üร่üมกันĂภิปราย แลกเปลี่ยนคüามคิดเĀ็นในระĀü่างที่ท ำกิจกรรม เพื่ĂตรüจÿĂบข้Ăมูลที่ยังไม่ถูกต้Ăง และยังไม่ÿมบูรณ์ 3. ขั้นĂธิบายและลงข้Ăÿรุป (Explain) เป็นขั้นตĂนที่ใĀ้นักเรียนได้พัฒนาคüามÿามารถในการ ĂธิบายคüามคิดรüบยĂดขĂงตนเĂง ที่ได้จากการÿํารüจและค้นĀา และนําเÿนĂข้Ăมูลที่ได้ในรูปแบบต่าง ๆ 4. ขั้นขยายคüามรู้ (Elaborate) เป็นขั้นตĂนขĂงการจัดกิจกรรมที่มีการนําคüามรู้ที่ÿร้าง ไปเชื่Ăมโยงกับคüามรู้เดิม เพื่ĂใĀ้นักเรียนได้ขยายกรĂบคüามคิดใĀ้กü้างขึ้นจนนําไปÿู่คüามรู้ใĀม่ 5. ขั้นประเมินผล (Evaluate) เป็นการประเมินผลการเรียนรู้ขĂงนักเรียนด้üยüิธีการ ต่าง ๆ เช่น การทำแบบทดÿĂบ การตĂบคำถาม เพื่ĂตรüจÿĂบคüามถูกต้ĂงขĂงข้Ăมูลที่นักเรียนได้รับ 3.2) ตารางพันเนตต์ (Punnett square) (ÿรรเÿริญ üีระพจนานันท์, 2557) Āมายถึง ตาราง ที่ช่üยในการĀาผลลัพธ์ขĂงโĂกาÿการเข้าคู่กันขĂงแĂลลีลในขณะเกิดการปฏิÿนธิ ซึ่งถูกคิดค้นโดยเรจินัลด์ พันเนตต์ 3.3) ผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียน (Achievement) (ธัชพล ทีดี, 2561) Āมายถึง ระดับคüามÿำเร็จ ซึ่งĂาจพิจารณาได้จากคะแนนที่กำĀนดใĀ้ ĀรืĂคะแนนที่ได้จากงานที่ผู้ÿĂนมĂบใĀ้ ĀรืĂทั้งÿĂงĂงค์ประกĂบ ที่มีคüามÿัมพันธ์กับผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยการüัดผลด้านÿติปัญญาÿามารถจําแนกเป็น 6 ระดับ ดังนี้ 1. ด้านคüามรู้คüามจำ Āมายถึง การüัดคüามÿามารถในการระลึกถึงÿิ่งที่เคยเรียนรู้มาแล้ü เกี่ยüกับข้Ăเท็จจริง ýัพท์นิยาม Āลักการ กฎ ทฤþฎี จะแÿดงĂĂกโดยÿามารถใĀ้คำจำกัดคüาม ĀรืĂระลึก ข้Ăÿรุปได้ 2. ด้านคüามเข้าใจ Āมายถึง การüัดคüามÿามารถในการĂธิบาย การแปลคüาม การÿร้างข้Ăÿรุป จะแÿดงĂĂกโดยÿามารถเปรียบเทียบแÿดงคüามÿัมพันธ์ จำแนกเข้าĀมüดĀมู่ ยกตัüĂย่าง และใĀ้เĀตุผลได้ 3. ด้านการนำไปใช้ Āมายถึง การüัดคüามÿามารถด้านการนำเĂาคüามรู้คüามเข้าใจ มา ประยุกต์ใช้ ĀรืĂแก้ปัญĀาในเĀตุการณ์ใĀม่ได้Ăย่างเĀมาะÿม 4. ด้านการüิเคราะĀ์ Āมายถึง การüัดคüามÿามารถในการแยกแยะĀรืĂแจกแจงรายละเĂียด ขĂงเรื่Ăงราü คüามคิด การปฏิบัติĂĂกเป็นระดับย่Ăย ๆ
4 5. ด้านการÿังเคราะĀ์ Āมายถึง การüัดคüามÿามารถในการรüบรüมและผÿมผÿานในด้าน รายละเĂียดĀรืĂเรื่Ăงราüปลีกย่ĂยขĂงข้Ăมูล ÿร้างเป็นÿิ่งใĀม่ที่แตกต่างจากเดิม คüามÿามารถดังกล่าüเป็น พื้นฐานขĂงคüามคิดริเริ่มÿร้างÿรรค์ 6. ด้านการประเมินค่า Āมายถึง การüัดคüามÿามารถในด้านการÿรุปค่าĀรืĂตีราคาเกี่ยüกับเรื่Ăง ต่าง ๆ ü่าเĀมาะÿม-ไม่เĀมาะÿม เพื่ĂĀาจุดประÿงค์บางประการมาĂ้างโดยใช้เกณฑ์การประเมินภายในและ ภายนĂก ซึ่งการทำüิจัยในครั้งนี้ผู้üิจัยต้Ăงการüัดผลด้านคüามรู้คüามจำ ด้านคüามเข้าใจ และด้านการ üิเคราะĀ์ 3.4) แบบทดÿĂบüัดผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียน Āมายถึง เครื่ĂงมืĂที่ใช้ประเมินคüามรู้ĀรืĂ คüามÿามารถในการทำกิจกรรมการเรียนรู้ขĂงผู้เรียนที่เป็นผลมาจากการจัดกิจกรรมการเรียนการÿĂน ขĂงครูผู้ÿĂนü่าผ่านจุดประÿงค์การเรียนรู้ที่ตั้งไü้เพียงใด ในงานüิจัยนี้ เครื่ĂงมืĂที่ใช้ในการประเมินคüามรู้ ด้านพุทธิพิÿัย เรื่Ăง การýึกþาพันธุกรรมขĂงเมนเดล ชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 4 ที่ผู้üิจัยÿร้างขึ้นเป็นแบบปรนัย 4 ตัüเลืĂก จำนüน 10 ข้Ă และแบบĂัตนัย จำนüน 1 ข้Ă ซึ่งจะüัดพฤติกรรมด้านคüามรู้คüามจำ ด้านคüามเข้าใจ และด้านการüิเคราะĀ์ 3.5) เกณฑ์ที่กำĀนด Āมายถึง ผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียนขĂงนักเรียนÿูงกü่าเกณฑ์ร้Ăยละ 60 มีคุณลักþณะตามเกณฑ์การพิจารณาĂยู่ในระดับดี ตามข้ĂกําĀนดขĂงการüัดและประเมินผลทางการเรียน ขĂงผู้เรียน ขĂงÿำนักงานรับรĂงมาตรฐานและประเมินคุณภาพการýึกþา ĀรืĂ ÿมý. 4) เครื่องมือที่ใช้ในการüิจัย 4.1) แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่Ăง การýึกþาพันธุกรรมขĂงเมนเดล (3 ชั่üโมง) จำนüน 2 แผน ขั้นตĂนการÿร้าง 1) ýึกþาตัüชี้üัดและÿาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มÿาระการเรียนรู้üิทยาýาÿตร์ตาม Āลักÿูตรแกนกลางการýึกþาขั้นพื้นฐาน พุทธýักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) 2) ýึกþาการÿร้างแผนการจัดการเรียนรู้แบบการÿืบเÿาะĀาคüามรู้5 ขั้น (5Es) 3) üิเคราะĀ์เนื้ĂĀา รüมถึงจุดประÿงค์การเรียนรู้ เรื่Ăง การýึกþาพันธุกรรมขĂงเมนเดล 4) ดำเนินการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่Ăง การýึกþาพันธุกรรมขĂงเมนเดล โดยการ จัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้5 ขั้น (5Es) 5) นําแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่Ăง การýึกþาพันธุกรรมขĂงเมนเดล เÿนĂต่Ăผู้เชี่ยüชาญ จำนüน 3 ท่าน เพื่Ăÿะท้Ăนคüามคิดจากผู้เชี่ยüชาญขĂงแผนการจัดการเรียนรู้ และนําไปปรับปรุงแก้ไข 6) ปรับปรุงแก้ไขแผนการจดัการเรียนรู้ เรื่Ăง การýึกþาพันธุกรรมขĂงเมนเดล ตาม คำแนะนำขĂงผู้เชี่ยüชาญ 7) นําแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่Ăง การýึกþาพันธุกรรมขĂงเมนเดล ไปใช้กับกลุ่มตัüĂย่าง 4.2) แบบฝึกĀัด เรื่Ăง การýึกþาพันธุกรรมขĂงเมนเดล ขั้นตĂนการÿร้าง 1) ýึกþาเนื้ĂĀาในĀนังÿืĂเรียนรายüิชาเพิ่มเติมüิทยาýาÿตร์และเทคโนโลยี ชีüüิทยา เล่ม 2 เพื่Ăนำเนื้ĂĀาไปทำการÿร้างแบบฝึกĀัด 2) ýึกþาจุดประÿงค์การเรียนรู้ เรื่Ăง การýึกþาพันธุกรรมขĂงเมนเดล 3) ดำเนินการÿร้างแบบฝึกĀัด เรื่Ăง การýึกþาพันธุกรรมขĂงเมนเดล
5 4) นําแบบฝึกĀัด เรื่Ăง การýึกþาพันธุกรรมขĂงเมนเดล ที่ผู้üิจัยÿร้างขึ้น เÿนĂต่Ă ผู้เชี่ยüชาญจำนüน 3 ท่านเพื่Ăÿะท้Ăนคüามคิดจากผู้เชี่ยüชาญ 5) ปรับปรุง แก้ไขแบบแบบฝึกĀัด เรื่Ăง การýึกþาพันธุกรรมขĂงเมนเดล ตามคำแนะนํา ขĂงผู้เชี่ยüชาญ 6) นําแบบฝึกĀัด เรื่Ăง การýึกþาพันธุกรรมขĂงเมนเดล ไปใช้กับกลุ่มตัüĂย่าง 4.3) แบบทดÿĂบüัดผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียน ฉบับก่ĂนและĀลังเรียน เรื่Ăง การýึกþาพันธุกรรม ขĂงเมนเดล ซึ่งเป็นข้ĂÿĂบปรนัย ชนิดเลืĂกตĂบ 4 ตัüเลืĂก จำนüน 10 ข้Ă และข้ĂÿĂบĂัตนัย จำนüน 1 ข้Ă โดยแบบทดÿĂบüัดผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียนทั้งฉบับก่ĂนและĀลังเรียนเป็นชุดเดียüกัน ขั้นตĂนการÿร้าง 1) ýึกþาเĂกÿารเกี่ยüกับการการÿร้างแบบทดÿĂบüัดผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียน 2) ýึกþาจุดประÿงค์การเรียนรู้และÿาระการเรียนรู้üิชาชีüüิทยา เรื่Ăง การýึกþาพันธุกรรม ขĂงเมนเดล เพื่Ăÿร้างตารางüิเคราะĀ์ข้ĂÿĂบ 3) ÿร้างแบบทดÿĂบüัดผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่Ăง การýึกþาพันธุกรรมขĂงเมนเดล แบบปรนัย ชนิดเลืĂกตĂบ 4 ตัüเลืĂก จำนüน 10 ข้Ă และข้ĂÿĂบĂัตนัย จำนüน 1 ข้Ă 4) นำแบบทดÿĂบüัดผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่Ăง การýึกþาพันธุกรรมขĂงเมนเดล เÿนĂ ต่Ăผู้เชี่ยüชาญ จำนüน 3 ท่าน เพื่Ăÿะท้Ăนคüามคิดจากผู้เชี่ยüชาญ ขĂงแบบทดÿĂบแต่ละข้Ăกับจุดประÿงค์ การเรียนรู้ 5) ปรับปรุงแก้ไขแบบทดÿĂบüัดผลÿมัฤทธิ์ทางการเรียน เรื่Ăง การýึกþาพันธุกรรมขĂงเมนเดล ตามคำแนะนําขĂงผู้เชี่ยüชาญ 6) นําแบบทดÿĂบüัดผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่Ăง การýึกþาพันธุกรรมขĂงเมนเดล ไปใช้กับกลุ่มตัüĂย่าง 5) การเก็บรüบรüมข้อมูล ผู้üิจัยเก็บข้Ăมูลด้üยตนเĂง ระยะเüลาตั้งแต่เดืĂนพฤýจิกายน – ธันüาคม พ.ý. 2565 โดยมีรายละเĂียด ดังนี้ 5.1) ผู้üิจัยชี้แจงใĀ้นักเรียนที่เป็นกลุ่มตัüĂย่าง ถึงขั้นตĂนและüิธีการดำเนินการ เพื่ĂใĀ้กลุ่มตัüĂย่าง ปฏิบัติตนได้ถูกต้Ăง 5.2) ใĀ้กลุ่มตัüĂย่างทำแบบทดÿĂบüัดผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียนฉบับก่Ăนเรียน (Pretest) 5.3) ผู้üิจัยดำเนินการทดลĂงใช้แผนการจัดการเรียนรู้และเทคนิคการÿĂนแบบÿืบเÿาะĀา คüามรู้ 5 ขั้น (5Es) เพื่Ăพัฒนาผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่Ăง การýึกþาพันธุกรรมขĂงเมนเดลกับกลุ่มตัüĂย่าง 5.4) เมื่Ăดำเนินการเÿร็จเรียบร้Ăย ใĀ้กลุ่มตัüĂย่างทำแบบทดÿĂบเพื่Ăüัดผลÿัมฤทธิ์ ทางการเรียน ฉบับĀลังเรียน (Posttest) ฉบับเดิม 5.5) ผู้üิจัยนำคะแนนที่ได้จากการทำแบบทดÿĂบüัดผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียนĀลังเรียน ไปüิเคราะĀ์ตามüิธีทางÿถิติ
6 6) การüิเคราะĀ์ข้อมูล 6.1) ÿถิติพื้นฐาน 6.1.1) Āาค่าเฉลี่ยขĂงคะแนน โดยใช้ÿูตร (ปัทมา ÿุพรรณกุล, 2563 Āน้า 23) X̅ = ∑ X N เมื่Ă X̅ แทน ค่าเฉลี่ยขĂงคะแนน ∑ X แทน ผลรüมขĂงคะแนนทั้งĀมดในกลุ่ม N แทน จำนüนนักเรียนทั้งĀมดที่ใช้เป็นกลุ่มตัüĂย่าง 6.1.2) Āาÿ่üนเบี่ยงเบนมาตรฐานขĂงคะแนน โดยใช้ÿูตร (ปัทมา ÿุพรรณกุล, 2563 Āน้า 23) S. D. = √N ∑ X2− (∑ X)2 N (N−1) เมื่Ă S. D. แทน ÿ่üนเบี่ยงเบนมาตรฐานขĂงคะแนน X แทน คะแนนแต่ละข้Ă ∑ X แทน ผลรüมขĂงคะแนนทั้งĀมดในกลุ่ม N แทน จำนüนนักเรียนทั้งĀมดที่ใช้เป็นกลุ่มตัüĂย่าง ผลการดำเนินการüิจัย การüิเคราะĀ์ข้Ăมูลการýึกþาผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียน üิชาชีüüิทยา เรื่Ăง การýึกþาพันธุกรรมขĂงเมนเดล ขĂงนักเรียนชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 4 โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 5 ขั้น (5Es) ร่üมกับการใช้ ตารางพันเนตต์ (Punnett square) ผู้üิจัยได้üิเคราะĀ์ข้ĂมูลและนำเÿนĂผลการüิเคราะĀ์ข้Ăมูล ดังนี้ 1. ÿัญลักþณ์ที่ใช้ในการüิเคราะĀ์ข้Ăมูล 2. การนำเÿนĂผลการüิเคราะĀ์ข้Ăมูล 3. ผลการüิเคราะĀ์ข้Ăมูล 1. ÿัญลักþณ์ที่ใช้ในการüิเคราะĀ์ข้อมูล ในการüิเคราะĀ์ข้Ăมูลเพื่ĂใĀ้เกิดคüามเข้าใจที่ตรงกันในการแปลผลการüิเคราะĀ์ข้Ăมูล ผู้üิจัยได้ใช้ ÿัญลักþณ์ในการüิเคราะĀ์ข้Ăมูล ดังนี้ X̅ คืĂ ค่าเฉลี่ยขĂงคะแนน S.D. คืĂ ÿ่üนเบี่ยงเบนมาตรฐานขĂงคะแนน N คืĂ จำนüนนักเรียนในกลุ่มตัüĂย่าง
7 2. การนำเÿนอผลการüิเคราะĀ์ข้อมูล การüิจัยครั้งนี้มีจุดประÿงค์เพื่ĂüิเคราะĀ์ข้Ăมูลผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่ĂนและĀลังเรียน ในüิชาชีüüิทยา เรื่Ăง การýึกþาพันธุกรรมขĂงเมนเดล ขĂงนักเรียนชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านบึง “ĂุตÿาĀกรรมนุเคราะĀ์” จำนüน 42 คน ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 5 ขั้น (5Es) ร่üมกับ การใช้ตารางพันเนตต์ (Punnett square) กับเกณฑ์ร้Ăยละ 60 โดยüิธีĀาค่าเฉลี่ย และÿ่üนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 3. ผลการüิเคราะĀ์ข้อมูล การüิจัยครั้งนี้มีจุดประÿงค์เพื่Ăเปรียบเทียบผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียนüิชาชีüüิทยาขĂงนักเรียนก่Ăนและ Āลังเรียน เรื่Ăง การýึกþาพันธุกรรมขĂงเมนเดล ขĂงนักเรียนชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 4 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้5 ขั้น (5Es) ร่üมกับการใช้ตารางพันเนตต์ (Punnett square) โดยผู้üิจัยได้ทำการ üิเคราะĀ์ผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียนขĂงนักเรียน จากคะแนนค่าเฉลี่ย (X̅) และÿ่üนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ขĂงนักเรียนชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 4 จำนüน 42 คน
8 ตารางที่ 1 ตารางแÿดงผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียนก่ĂนและĀลังเรียน üิชาชีüüิทยา เรื่Ăง การýึกþาพันธุกรรม ขĂงเมนเดลขĂงนักเรียนชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 4 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 5 ขั้น (5Es) ร่üมกับการใช้ตารางพันเนตต์ (Punnett square) คะแนนเต็ม 20 คะแนน คนที่ คะแนนก่อนเรียน คะแนนĀลังเรียน คนที่ คะแนนก่อนเรียน คะแนนĀลังเรียน 1 11 19 22 9 16 2 5 12 23 6 10 3 9 14 24 7 14 4 8 13 25 9 20 5 9 15 26 5 18 6 4 12 27 2 8 7 4 7 28 4 14 8 6 13 29 3 17 9 4 12 30 3 13 10 3 8 31 5 14 11 3 9 32 6 9 12 10 16 33 10 19 13 3 10 34 6 12 14 8 11 35 10 14 15 8 17 36 2 7 16 10 16 37 8 14 17 6 16 38 3 8 18 6 9 39 9 15 19 7 14 40 6 12 20 8 14 41 6 13 21 8 12 42 5 15 รüม 261 551 จากตารางที่ 1 พบü่านักเรียนชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 4 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ (5Es) ร่üมกับการใช้ตารางพันเนตต์ (Punnett square) มีคะแนนผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียนüิชาชีüüิทยา เรื่Ăง การýึกþาพันธุกรรมขĂงเมนเดลÿูงกü่าก่Ăนเรียน
9 ตารางที่ 2 ตารางแÿดงค่าเฉลี่ย (X̅) และÿ่üนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ขĂงผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียนก่Ăน และĀลังเรียน üิชาชีüüิทยา เรื่Ăง การýึกþาพันธุกรรมขĂงเมนเดล ขĂงนักเรียนชั้น มัธยมýึกþาปีที่ 4 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้5 ขั้น (5Es) ร่üมกับการใช้ ตารางพันเนตต์(Punnett square) กลุ่มตัüอย่าง N คะแนนก่อนเรียน คะแนนĀลังเรียน X̅ S.D. ร้Ăยละ X̅ S. D. ร้Ăยละ นักเรียนชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 4/3 42 6.21 2.53 31.07 13.12 3.34 65.60 จากตารางที่ 2 พบü่าผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียนüิชาชีüüิทยาก่ĂนและĀลังเรียน เรื่Ăง การýึกþาพันธุกรรม ขĂงเมนเดล ขĂงนักเรียนชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 4 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 5 ขั้น (5Es) ร่üมกับการใช้ตารางพันเนตต์(Punnett square) มีคะแนนเฉลี่ยĀลังเรียนÿูงกü่าคะแนนเฉลี่ย ก่Ăนเรียน โดยมีคะแนนเฉลี่ยและÿ่üนเบี่ยงเบนมาตรฐานก่Ăนเรียนเท่ากับ 6.21 และ 2.53 ตามลำดับ คิดเป็น ร้Ăยละ 31.07 ÿ่üนคะแนนเฉลี่ยและÿ่üนเบี่ยงเบนมาตรฐานĀลังเรียน เท่ากับ 13.12 และ 3.34 ตามลำดับ คิดเป็นร้Ăยละ 65.60 และเมื่Ăเปรียบเทียบคüามแตกต่างขĂงคะแนนเฉลี่ย พบü่าคะแนนĀลังเรียนÿูงกü่า ก่Ăนเรียน ซึ่งผ่านเกณฑ์ร้Ăยละ 60 ขึ้นไป
10 ÿรุปผลการüิจัย การýึกþาผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียน üิชาชีüüิทยา เรื่Ăง การýึกþาพันธุกรรมขĂงเมนเดล ขĂงนักเรียน ชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 4 โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 5 ขั้น (5Es) ร่üมกับการใช้ตารางพันเนตต์ (Punnett square) พบü่านักเรียนมีผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียนüิชาชีüüิทยา เรื่Ăง การýึกþาพันธุกรรมขĂง เมนเดลĀลังเรียนÿูงกü่าก่Ăนเรียน ซึ่งเป็นไปตามÿมมติฐานที่ตั้งไü้ อภิปรายผลการüิจัย จากการÿรุปผลการüิจัยการýึกþาผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียน üิชาชีüüิทยา เรื่Ăง การýึกþาพันธุกรรม ขĂงเมนเดล ขĂงนักเรียนชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 4 โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 5 ขั้น (5Es) ร่üมกับการใช้ตารางพันเนตต์ (Punnett square) ÿามารถĂภิปรายผล ได้ดังนี้ นักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 5 ขั้น (5Es) ร่üมกับการใช้ตารางพันเนตต์ (Punnett square) มีคะแนนผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียนชีüüิทยา เรื่Ăง การýึกþาพันธุกรรมขĂงเมนเดลÿูงกü่า ก่Ăนเรียน โดยผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยĀลังเรียน เท่ากับ 13.12 คะแนน ซึ่งผ่านเกณฑ์ร้Ăยละ 60 ขึ้นไป และเป็นไปตามÿมมติฐานที่ตั้งไü้ เป็นผลมาจากการýึกþาค้นคü้าüิจัยครั้งนี้ ผู้üิจัยมุ่งเน้นใĀ้ผู้เรียนเป็นýูนย์กลาง ในการเรียนรู้ มีการกระตุ้นใĀ้ผู้เรียนเกิดการค้นคü้าĀาคำตĂบด้üยตนเĂง ผ่านการคิดüิเคราะĀ์Ăย่างเป็นระบบ การแก้ปัญĀาĂย่างเป็นเĀตุเป็นผล โดยมีครูผู้ÿĂนเป็นผู้คĂยใĀ้คüามช่üยเĀลืĂ และใĀ้คำแนะนำผู้เรียน รüมถึง จัดบรรยากาýในการเรียนการÿĂนใĀ้เป็นไปĂย่างราบรื่นและมีประÿิทธิภาพ ÿ่งผลใĀ้ผู้เรียนเกิดคüามเข้าใจ และจดจำเนื้ĂĀาที่เรียนได้Ăย่างแม่นยำและยาüนานมากขึ้น ÿามารถนำคüามรู้ที่ได้ไปใช้ได้Ăย่างถูกต้Ăง และเกิดประโยชน์ÿูงÿุด Ăีกทั้งทำใĀ้ผู้เรียนมีทัýนคติที่ดีต่Ăการเรียนüิชาชีüüิทยามากขึ้น เป็นผลใĀ้ผู้เรียน มีผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีขึ้น ซึ่งÿĂดคล้Ăงกับ พิมพันธ์ เดชะคุปต์และพเยาü์ ยินดีÿุข (2548) ได้กล่าüü่า รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้5 ขั้น (5Es) มีจุดเด่น คืĂ นักเรียนได้พัฒนา คüามคิดĂย่างเต็มที่ได้ýึกþาค้นคü้าด้üยตนเĂง จึงมีการĂยากรู้ĂยากเĀ็นตลĂดเüลา นักเรียนได้มีโĂกาÿ ฝึกคüามคิด ฝึกกระทำ ได้เรียนรู้üิธีการจัดระบบคüามคิดและüิธีเÿาะแÿüงĀาคüามรู้ด้üยตนเĂง ทำใĀ้คüามรู้ คงทนและถ่ายโยงการเรียนรู้ได้ ทำใĀ้ÿามารถจดจำได้นานและนำไปใช้ในÿถานการณ์ใĀม่ได้เป็นการพัฒนา กระบüนการคิดĂย่างเป็นระบบ ผู้เรียนได้ฝึกคิดüิเคราะĀ์แยกแยะ แก้ปัญĀาด้üยตนเĂง ÿ่งผลใĀ้ผู้เรียน เกิดการเรียนรู้Ăย่างมีประÿิทธิภาพ และÿĂดคล้Ăงกับ ชนาธิป พรกุล (2554) ได้กล่าüü่า การจัดการเรียนÿĂน แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้เป็นการช่üยÿนับÿนุนธรรมชาติขĂงมนุþย์ที่มีคüามĂยากรู้ĂยากเĀ็นมาตั้งแต่เด็ก เมื่ĂพบĂะไรใĀม่ ๆ จะÿงÿัย และพยายามÿำรüจค้นĀาคำตĂบ ครูมีĀน้าที่จัดการÿĂนใĀ้ÿĂดคล้Ăง กับธรรมชาติขĂงผู้เรียนüัยต่าง ๆ โดยครูมีĀน้าที่ÿนับÿนุนคüามĂยากรู้คüามĂยากเĀ็น และÿร้างÿถานการณ์ ที่กระตุ้นคüามĂยากรู้ĂยากเĀ็นนั้น และÿĂดคล้Ăงกับ ÿถาบันÿ่งเÿริมการÿĂนüิทยาýาÿตร์และเทคโนโลยี (2546) ได้กล่าüü่า การจัดการเรียนรู้แบบการÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 5 ขั้น (5Es) เป็นการจัดการเรียนการÿĂน ที่มุ่งใĀ้ผู้เรียนแÿüงĀาคüามรู้ด้üยตนเĂง ด้üยüิธีการและกระบüนการทางüิทยาýาÿตร์ เพื่ĂใĀ้ผู้เรียนได้ฝึกคิด ฝึกปฏิบัติ และแก้ปัญĀาด้üยตนเĂง โดยมีครูเป็นผู้กำกับคüบคุม ใĀ้คำปรึกþา ชี้แนะ ช่üยเĀลืĂ ใĀ้กำลังใจ เป็นผู้กระตุ้นÿ่งเÿริมใĀ้ผู้เรียนคิดและเรียนรู้ด้üยตนเĂง จนเกิดทักþะกระบüนการทางüิทยาýาÿตร์ และÿĂดคล้Ăงกับ ทิýนา แขมมณี(2555) ได้กล่าüü่า การจัดการเรียนการÿĂนแบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ เป็นรูปแบบการÿĂนที่นำมาใช้ÿĂนüิทยาýาÿตร์Ăย่างแพร่Āลาย เนื่Ăงจากเป็นüิธีการÿĂนในรูปแบบที่จะทำใĀ้ ผู้เรียนเกิดคüามคิด และลงมืĂเÿาะแÿüงĀาคüามรู้ เพื่ĂนำมาประมüลĀาคำตĂบĀรืĂข้Ăÿรุปด้üยตนเĂง โดยที่ ครูผู้ÿĂนช่üยĂำนüยคüามÿะดüกในการเรียนรู้ในด้านต่าง ๆ ใĀ้แก่ผู้เรียน Ăีกทั้งยังÿĂดคล้Ăงกับ กรมüิชาการ
11 (2546) ได้กล่าüü่า การเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 5 ขั้น เป็นการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นÿำคัญ มีการค้นคü้าĀาคüามรู้ด้üยตนเĂง เกิดการพัฒนากระบüนการคิดĂย่างเป็นระบบ ใĀ้ผู้เรียนได้ฝึกปฏิบัติ ได้ฝึกคิดüิเคราะĀ์ แยกแยะ และแก้ปัญĀา จนเกิดเป็นทักþะกระบüนการทางüิทยาýาÿตร์ โดยมีขั้นตĂน ในการจัดการเรียนรู้Ăย่างต่Ăเนื่Ăงกัน ทำใĀ้นักเรียนเกิดทักþะการเรียนรู้Ăย่างเป็นกระบüนการ ÿ่งผลใĀ้ ผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียนÿูงขึ้น รüมทั้งÿามารถพัฒนาการคิดüิเคราะĀ์ขĂงนักเรียนได้Ăีกด้üย Ăีกทั้งยังÿĂดคล้Ăง กับ ýรีĂุดร ล้านÿาüงþ์ (2564) ได้กล่าüü่า การใช้ตารางพันเนตต์ในการเรียนการÿĂน เรื่Ăง การýึกþา พันธุกรรมขĂงเมนเดลจะทำใĀ้ผู้เรียนÿามารถเขียนแÿดง genotype ขĂงเซลล์ÿืบพันธุ์ในการผÿม โดยพิจารณาÿĂงลักþณะได้Ăย่างถูกต้Ăงมากขึ้น เนื่Ăงจากการÿร้างตารางพันเนตต์จะทำได้ÿามารถแยก เซลล์ÿืบพันธุ์เพýผู้และเพýเมียได้Ăย่างชัดเจน เป็นÿัดÿ่üน ÿ่งผลใĀ้เมื่ĂมีการผÿมระĀü่างเซลล์ÿืบพันธุ์เพýผู้ และเพýเมียจะÿามารถเขียนแÿดงจีโนไทป์ต่าง ๆ ที่ได้จากการผÿมได้Ăย่างÿะดüกและแม่นยำมากขึ้น ดังนั้น การจัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 5 ขั้น (5Es) ร่üมกับการใช้ตารางพันเนตต์ (Punnett square) จึงเป็นการมุ่งเน้นใĀ้ผู้เรียนมีการเรียนรู้ที่ดีมากขึ้น โดยผ่านการคิดüิเคราะĀ์ การแก้ปัญĀา และการลงมืĂทำ ด้üยตนเĂง ÿ่งผลใĀ้ÿามารถÿร้างĂงค์คüามรู้ต่าง ๆ ได้ด้üยตนเĂง ซึ่งĂงค์คüามรู้นั้นจะĂยู่ในคüามทรงจำ ได้Ăย่างยาüนาน และÿามารถนำĂงค์คüามรู้ที่เกิดขึ้นไปประยุกต์ใช้ในเĀตุการณ์Ăื่น ๆ ได้ ด้üยเĀตุผลดังกล่าü เป็นการÿนับÿนุนü่านักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 5 ขั้น (5Es) ร่üมกับการใช้ตารางพันเนตต์ (Punnett square) ขĂงนักเรียนชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 4 มีผลÿัมฤทธิ์ ทางการเรียนüิชาชีüüิทยาĀลังเรียนÿูงกü่าก่Ăนเรียน ข้อเÿนอแนะ 1. คüรชี้แจงบทบาทขĂงนักเรียนใĀ้เกิดคüามรู้ คüามเข้าใจในขั้นตĂนการจัดกิจกรรม เพื่ĂใĀ้ÿามารถ ปฏิบัติได้Ăย่างถูกต้Ăงและไม่เกิดปัญĀา ตลĂดจนชี้ใĀ้เĀ็นถึงประโยชน์ขĂงการร่üมมืĂ เพื่Ăÿร้างบรรยากาý ขĂงการเรียนรู้ 2. คüรมีการýึกþาüิธีการจัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 5 ขั้น (5Es) ร่üมกับการใช้ตาราง พันเนตต์ (Punnett square) ไปใช้ในการจัดการเรียนการÿĂนในเรื่Ăงพันธุýาÿตร์Ăื่น ๆ นĂกเĀนืĂจาก พันธุýาÿตร์ขĂงเมนเดล 3. คüรเพิ่มคüามĀลากĀลายเกี่ยüกับโจทย์ปัญĀาทางพันธุýาÿตร์มากขึ้น เพื่ĂใĀ้ผู้เรียนได้ฝึกคิด และฝึกĀาคำตĂบ ซึ่งจะเป็นการเพิ่มคüามเข้าใจใĀ้กับผู้เรียนมากยิ่งขึ้น Ăีกทั้งยังเป็นการเพิ่มประÿบการณ์ ใĀ้กับผู้เรียนในการแก้โจทย์ปัญĀาในเรื่Ăงนั้น ๆ Ăีกด้üย
12 บรรณานุกรม กรมüิชาการ. (2546). คู่มือĀลักÿูตรÿอน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุÿภาลาดพร้าü. แคมป์เบลล์, นีล แĂลลิÿัน (2005). ชีüüิทยา (7 ed.). เบนจามินคัมมิ่งÿ์- บริþัท ISBN 978-0-8053-7146-8. OCLC 71890442. ชนาธิป พรกุล. (2554). การÿอนกระบüนการคิด: ทฤþฎีและการนำไปใช้. กรุงเทพฯ: üี. พริ้นท์(1991). ทิพย์รัตน์ มังกรทĂง. (2558). การýึกþาพฤติกรรมการเรียนรู้üิชาชีüüิทยาด้üยการจัดการเรียนรู้แบบÿืบ เÿาะĀาคüามรู้5 ขั้น (5E) ร่üมกับการจัดการเรียนรู้แบบร่üมมือด้üยเทคนิค STAD ÿำĀรับนักเรียน ชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 4. üารÿารฉบับภาþาไทย ÿาขามนุþยýาÿตร์ÿังคมýาÿตร์และýิลปะ มĀาüิทยาลัยýิลปากร, 8(1), 842-853. ทิýนา แขมมณี. (2555). ýาÿตร์การÿĂน : องค์คüามรู้เพื่อการจัดการกระบüนการเรียนรู้ที่มีประÿิทธิภาพ. (พิมพ์ครั้งที่ 6). กรุงเทพฯ: ÿำนักพิมพ์แĀ่งจุāาลงกรณ์มĀาüิทยาลัย. ธัชพล ทีดี. (2561). ผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียนรายüิชาการüิเคราะĀ์โครงการและการบริĀารโครงการ เรื่อง การýึกþาคüามเป็นไปได้ของโครงการ โดยüิธีการจัดการเรียนรู้แบบเพื่อนช่üยเพื่อน. üารÿารารÿาร üิชาการ ÿาขาüิชารัฐประýาÿนýาÿตร์ คณะมนุþยýาÿตร์และÿังคมýาÿตร์ มĀาüิทยาลัยราชภัฏเทพÿตรี, 19(2), 12-21. นรรัชต์ ฝันเชียร. (2563). การเรียนแบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 5 ขั้นตอน. เข้าถึงได้จาก https://www.trueplookpanya. com/dhamma/content/82385. นลินนิภา ชัยกาý. (2565). การจัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้5 ขั้นร่üมกับเกมกระดานที่มีต่อผลÿัมฤทธิ์ ทางการเรียน เรื่อง พลังงานบนโลกของเรา ของนักเรียนชั้นประถมýึกþาปีที่ 3. (üิทยานิพนธ์ ปริญญาการýึกþามĀาบัณฑิต). ÿาขาüิชาĀลักÿูตรและการÿĂน มĀาüิทยาลัยมĀาÿารคาม. ปัทมา ÿุพรรณกุล. (2563). ÿถิติประยุกต์ÿำĀรับงานüิจัยด้านÿาธารณÿุข. พิมพ์ครั้งที่ 2. พิþณุโลก: ÿำนักพิมพ์มĀาüิทยาลัยนเรýüร.
13 ปราณี กĂงจินดา. (2549). การเปรียบเทียบผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตýาÿตร์และทักþะการ คิดเลขในใจ ของนักเรียนที่ได้รับการÿอนตามรูปแบบซิปปาโดยใช้แบบฝึกĀัดที่เน้นทักþะการคิดเลขในใจกับ นักเรียนที่ได้รับการÿอนโดยใช้คู่มือครู. üิทยานิพนธ์ ค.ม. (Āลักÿูตร และการÿĂน). พระนครýรีĂยุธยา: บัณฑิตüิทยาลัย มĀาüิทยาลัยราชภัฏพระนครýรีĂยุธยา. พิมพันธ์ เดชะคุปต์ และพเยาü์ ยินดีÿุข. (2548). üิธีüิทยาการÿอนüิทยาýาÿตร์ทั่üไป. กรุงเทพฯ: พัฒนา คุณภาพüิชาการ. ýรีĂุดร ล้านýาüงþ์. (2564). การเพิ่มผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียน รายüิชาชีüüิทยา 2 เรื่อง พันธุýาÿตร์ของเมนเดล โดยใช้ตารางพันเนตต์ของนักเรียนชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 4/9. กลุ่มÿาระการเรียนรู้üิทยาýาÿตร์ โรงเรียนเตรียมĂุดมýึกþา ภาคตะüันĂĂกเฉียงเĀนืĂ ÿำนักงานเขตพื้นที่การýึกþามัธยมýึกþา ÿกลนคร. ÿรรเÿริญ üีระพจนานันท. (2557). การเพิ่มผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การแกโจทยปญĀาพันธุýาÿตรของ เมนเดล üิชาชีüüิทยา 5 ดüยตารางพันเนตตของนักเรียนชั้นมัธยมýึกþาปที่ 6/1 โรงเรียนแมüงก์ พิทยาคม. ÿืบคนจาก www.sns.ac.th/vichakarn/word/114.doc. ÿถาบันÿ่งเÿริมการÿĂนüิทยาýาÿตร์และเทคโนโลยี (2546). การจัดÿาระการเรียนรู้กลุ่มüิทยาýาÿตร์ Āลักÿูตรการýึกþาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุÿภาลาดพร้าü.
14 ภาคผนüก
15 ภาคผนüก ก รายนามผู้เชี่ยüชาญที่ÿะท้Ăนคüามคิดเครื่ĂงมืĂüิจัย
16 รายนามผู้เชี่ยüชาญ รายนามผู้เชี่ยüชาญที่ÿะท้Ăนคüามคิดเครื่ĂงมืĂที่ใช้ในการüิจัย เรื่Ăง การýึกþาผลÿัมฤทธิ์ทาง การเรียน üิชาชีüüิทยา เรื่Ăง การýึกþาพันธุกรรมขĂงเมนเดล ขĂงนักเรียนชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 4 โดยใช้การ จัดการเรียนรู้แบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ 5 ขั้น (5Es) ร่üมกับการใช้ตารางพันเนตต์ (Punnett square) 1. นางÿาüภัทรüดี ธัญญผล คุณครูกลุ่มÿาระการเรียนรู้üิทยาýาÿตร์ และเทคโนโลยี 2. นางภัทราพร รุจิราบัตร คุณครูกลุ่มÿาระการเรียนรู้üิทยาýาÿตร์ และเทคโนโลยี 3. นางÿาüณัฐกานต์ นüลงาม คุณครูกลุ่มÿาระการเรียนรู้üิทยาýาÿตร์ และเทคโนโลยี
20 ภาคผนüก ข - แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง การýึกþาพันธุกรรมของเมนเดล - แบบฝึกĀัด เรื่อง การýึกþาพันธุกรรมของเมนเดล - แบบทดÿอบüัดผลÿัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การýึกþาพันธุกรรมของเมนเดล - ภาพการเรียนการÿอน เรื่อง การýึกþาพันธุกรรมของเมนเดล โดยใช้ตารางพันเนตต์
21 แผนการจัดการเรียนรู้ รายüิชา ชีüüิทยา 1 รĀัÿüิชา ü30241 ชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 4 Āน่üยการเรียนรู้ที่ 5 การถ่ายทอดลักþณะทางพันธุกรรม เüลา 1 คาบเรียน เรื่อง กฎการแยกของเมนเดล ผู้ÿอน นางÿาüอนัญพร ÿมใจ มาตรฐานการเรียนรู้ และผลการเรียนรู้ ÿาระชีüüิทยา 2. เข้าใจการถ่ายทอดลักþณะทางพันธุกรรม การถ่ายทอดยีนบนโครโมโซม ÿมบัติและĀน้าที่ ของÿารพันธุกรรม การเกิดมิüเทชัน เทคโนโลยีทางดีเอ็นเอ Āลักฐานข้อมูล และแนüคิดเกี่ยüกับüิüัฒนาการ ของÿิ่งมีชีüิต ภาüะÿมดลุของฮาร์ดี – ไüน์เบิร์ก การเกิดÿปีชีÿ์ใĀม่ คüามĀลากĀลายทางชีüภาพ กำเนิดของÿิ่งมีชีüิต คüามĀลากĀลายของÿิ่งมีชีüิต และอนุกรมüิธาน รüมทั้งนําคüามรู้ไปใช้ประโยชน์ ผลการเรียนรู้ 2. อธิบาย และÿรุปกฎการแยก และกฎการรüมกลุ่มอย่างอิÿระ และนํากฎของเมนเดลนี้ไปอธิบาย การถ่ายทอดลักþณะทางพันธุกรรมและใช้ในการคํานüณโอกาÿในการเกิดฟีโนไทป์และจีโนไทป์แบบต่าง ๆ ของรุ่น F1 และ F2 ÿาระÿำคัญ ÿิ่งมีชีüิตแต่ละชนิดจะมีลักþณะเฉพาะ ซึ่งÿามารถถ่ายทอดจากรุ่นĀนึ่งไปยังอีกรุ่นĀนึ่งได้ เมนเดลýึกþาการถ่ายทอดลักþณะทางพันธุกรรมโดยการผÿมพันธุ์ถั่üลันเตา จนÿรุปเป็นกฎการแยก และกฎการรüมกลุ่มอย่างอิÿระ กฎการแยกมีใจคüามü่า แอลลีลที่อยู่เป็นคู่จะแยกออกจากกันในระĀü่าง การÿร้างเซลล์ÿืบพันธุ์โดยเซลล์ÿืบพันธุ์แต่ละเซลล์จะมีเพียงแอลลีลใดแอลลีลĀนึ่ง กฎการรüมกลุ่มอย่าง อิÿระมีใจคüามü่า Āลังจากคู่ของแอลลีลแยกออกจากกัน แต่ละแอลลีลจะจัดกลุ่มอย่างอิÿระกับแอลลีลอื่น ๆ ที่แยกออกจากคู่เช่นกันในการเข้าไปอยู่ในเซลล์ÿืบพันธุ์ ÿาระการเรียนรู้ การýึกþาการถ่ายทอดลักþณะของถั่üลันเตา เมนเดลÿามารถÿรุปกฎการถ่ายทอดลักþณะ ทางพันธุกรรมได้ 2 ข้อ ดังนี้ กฎการแยก (law of segregation) มีใจคüามÿำคัญü่า ลักþณะของÿิ่งมีชีüิตถูกคüบคุมโดยยีน และยีนจะปรากฎเป็นคู่ ๆ เÿมอ ซึ่งยีนจะแยกจากกันเมื่อมีการÿร้างเซลล์ÿืบพันธุ์ โดยเซลล์ÿืบพันธุ์แต่ละเซลล์ จะได้รับเพียงแอลลีลใดแอลลีลĀนึ่ง กฎการรüมกลุ่มอย่างอิÿระ (law of independent assortment) มีใจคüามÿำคัญü่า แอลลีลของยีน ที่เป็นคู่กัน เมื่อแยกออกจากกันจะจัดกลุ่มกันอย่างอิÿระกับแอลลีลของยีนอื่น ๆ ซึ่งแยกออกจากคู่เช่นกัน เพื่อเข้าไปยังเซลล์ÿืบพันธุ์
22 จุดประÿงค์การเรียนรู้ ด้านคüามรู้ (K) นักเรียนÿามารถอธิบายกฎการแยกและกฎการรüมกลุ่มอย่างอิÿระของเมนเดล และคำนüณโอกาÿ ในการเกิดฟีโนไทป์และจีโนไทป์แบบต่าง ๆ ของรุ่น F1 และ F2 ได้ ด้านทักþะกระบüนการ (P) นักเรียนÿามารถเขียนการถ่ายทอดลักþณะทางพันธุกรรมตามกฎการแยก และกฎการรüมกลุ่ม อย่างอิÿระของเมนเดลได้ ด้านคุณลักþณะอันพึงประÿงค์ (A) 1. นักเรียนมีüินัยในการเรียนและรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบĀมาย 2. นักเรียนมีคüามใฝ่เรียนรู้ 3. นักเรียนมีคüามมุ่งมั่นในการทำงาน ÿมรรถนะÿำคัญของผู้เรียน 1. คüามÿามารถในการÿื่อÿาร 2. คüามÿามารถในการคิด 3. คüามÿามารถในการแก้ปัญĀา ชิ้นงาน/ภาระงาน 1. กิจกรรมการพิจารณาการผÿมพันธุ์ลักþณะต่าง ๆ ของถั่üลันเตา โดยใช้กฎการแยกของเมนเดล 2. แบบฝึกĀัด เรื่อง การýึกþาพันธุกรรมของเมนเดล กิจกรรมการเรียนรู้ รูปแบบการÿอนที่ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ คือ การÿอนแบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ (5E) 1. ขั้นÿร้างคüามÿนใจ (Engagement) (5 นาที) 1.1 ครูใช้คำถาม ถามเพื่อกระตุ้นคüามÿนใจของนักเรียน ดังนี้ - เมนเดลอธิบายการถ่ายทอด ลักþณะของถั่üลันเตาü่าอย่างไร (แนüคำตอบ การถ่ายทอดลักþณะของถั่üลันเตาระĀü่างลักþณะเด่นและลักþณะด้อย ที่เป็นพันธุ์แท้ทั้งคู่ พบü่ารุ่น F1 จะแÿดงฟีโนไทป์ที่เป็นลักþณะเด่นออกมา แต่มีจีโนไทป์แบบเฮเทอโรไซกัÿ และเมื่อใĀ้ F1 ผÿมกันเองจะได้รุ่น F2 มีจีโนไทป์ 3 แบบที่อัตราÿ่üน 1 : 2 : 1 แต่ฟีโนไทป์ที่แÿดงออกมา มีเพียง 2 แบบ คือ ลักþณะเด่นต่อลักþณะด้อยที่อัตราÿ่üน 3 : 1) - อัตราÿ่üน 3 : 1 ในรุ่น F2จากการทดลองของเมนเดลเกิดได้อย่างไร (แนüคำตอบ เนื่องจากรุ่น F1 จะมีจีโนไทป์แบบเฮเทอโรไซกัÿ เมื่อใĀ้รุ่น F1 กันเอง จะได้รุ่น F2 ที่มีจีโนไทป์ 3 แบบ คือ ฮอมอไซกัÿโดมิแนนต์ เฮเทอโรไซกัÿ และฮอมอไซกัÿรีเซÿซีฟ ในอัตราÿ่üน 1 : 2 : 1 แต่ฮอมอไซกัÿโดมิแนนต์และเฮเทอโรไซกัÿจะแÿดงลักþณะออกมาเĀมือนกัน ทำใĀ้ในรุ่น F2 มีลักþณะ ที่แÿดงออกมาในอัตราÿ่üน 3 : 1)
23 2. ขั้นÿำรüจและค้นĀา (Exploration) (25 นาที) 2.1 ครูใĀ้นักเรียนýึกþาการผÿมพันธุ์ถั่üลันเตาดอกÿีม่üงกับดอกÿีขาü แล้üถามนักเรียน ดังนี้ - ในการผÿมโดยพิจารณาเพียง 1 ลักþณะ เพราะเĀตุใดอัตราÿ่üนฟีโนไทป์ของรุ่น F2 จึงมีลักþณะเด่นต่อลักþณะด้อยเท่ากับ 3 : 1 (แนüคำตอบ ถั่üลันเตาดอกÿีม่üงในรุ่น F1 มีจีโนไทป์ Pp โดยแอลลีล P และ p จะแยกไปÿู่เซลล์ ไข่Āรือÿเปิร์มเท่า ๆ กัน คือ ½ เมื่อมีการปฏิÿนธิโอกาÿที่ÿเปิร์มจะรüมกับเซลล์ไข่จึงเป็นไปได้ 3 แบบ คือ PP Pp pp ในอัตราÿ่üน 1 : 2 : 1 แต่จะมีฟีโนไทป์ 2 แบบ คือ ดอกÿีม่üงต่อดอกÿีขาüในอัตราÿ่üน 3 : 1) 2.2 ครูอธิบายใĀ้นักเรียนฟังü่า การผÿมพันธุ์ถั่üลันเตาในรุ่น F1 ด้üยกันเองจะได้อัตราÿ่üนจีโนไทป์ ในรุ่น F2 เท่ากับ 1 : 2 : 1 และอัตราÿ่üนฟีโนไทป์เท่ากับ 3 : 1 ซึ่งเกิดจากการแยกกันของเซลล์ÿืบพันธุ์ P และ p 2.3 ครูใĀ้นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น 6 กลุ่ม แล้üใช้กฎการแยกของเมนเดลมาพิจารณา การผÿมพันธุ์ลักþณะต่าง ๆ ที่เĀลืออีก 6 ลักþณะ ดังนี้ - ตำแĀน่งของดอก - ÿีเมล็ด - ลักþณะของเมล็ด - ลักþณะของฝัก - ÿีของฝัก - คüามÿูงของลำต้น 2.4 ครูใĀ้นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนÿิ่งที่พิจารณาได้ ลงในกระดาþที่ครูแจกใĀ้ เพื่อนำเÿนอĀน้าชั้นเรียน 3. ขั้นอธิบายและลงข้อÿรุป (Explanation) (10 นาที) 3.1 ครูÿุ่มนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเÿนอข้อมูลที่ได้จากการÿืบค้นใĀ้เพื่อนฟัง Āน้าชั้นเรียน 3.2 ครูและนักเรียนร่üมกันอภิปรายและลงข้อÿรุป โดยใช้ภาพที่ 5.5 ในĀนังÿือเรียนประกอบ การอธิบายü่า การýึกþาการถ่ายทอดลักþณะของถั่üลันเตา เมนเดลÿามารถÿรุปกฎการถ่ายทอดลักþณะทาง พันธุกรรมได้ ดังนี้กฎการแยก (law of segregation) มีใจคüามÿำคัญü่า ลักþณะของÿิ่งมีชีüิตถูกคüบคุมโดย ยีน และยีนจะปรากฎเป็นคู่ ๆ เÿมอ ซึ่งยีนจะแยกจากกันเมื่อมีการÿร้างเซลล์ÿืบพันธุ์ โดยเซลล์ÿืบพันธุ์ แต่ละเซลล์จะได้รับเพียงแอลลีลใดแอลลีลĀนึ่ง ในการĀาผลลัพธ์ของโอกาÿการเข้าคู่กันของแอลลีล ในขณะเกิดการปฏิÿนธิÿามารถใช้üิธีการÿร้างตารางพันเนตต์ได้ ซึ่งในการอภิปรายและลงข้อÿรุปนี้จะมีการใช้ PowerPoint เรื่อง กฎการแยกของเมนเดล ในการอภิปรายและลงข้อÿรุปร่üมด้üย 4. ขั้นขยายคüามรู้ (Elaboration) (5 นาที) 4.1 ครูใช้คำถาม ถามนักเรียน ดังนี้ - ครูถามนักเรียนü่า นักเรียนจะรู้ได้อย่างไรü่าถั่üลันเตาดอกÿีม่üงที่เĀ็นมีจีโนไทป์แบบฮอมอไซกัÿ (PP) และแบบเฮเทอโรไซกัÿ (Pp) (แนüคำตอบ ใช้การตรüจÿอบที่เรียกü่า การผÿมเพื่อทดÿอบĀรือเทÿต์ครอÿ) 4.2 ครูพูดใĀ้คüามรู้เพิ่มเติมü่าการผÿมเพื่อทดÿอบĀรือเทÿต์ครอÿ เป็นüิธีการตรüจÿอบรูปแบบ ของจีโนไทป์ของÿิ่งมีชีüิตที่แÿดงลักþณะเด่นออกมา ÿามารถตรüจÿอบจีโนไทป์ที่ÿงÿัยโดยนำไปผÿม กับÿิ่งมีชีüิตที่เป็นฮอมอไซกัÿรีเซซีฟ (แÿดงลักþณะด้อย) เช่น ถ้าจีโนไทป์ของถั่üลันเตาที่ÿงÿัย เป็นแบบฮอมอไซกัÿ (PP) รุ่น F1 จะมีดอกÿีม่üงทั้งĀมด แต่ถ้าเป็นแบบเฮเทอโรไซกัÿ (Pp) รุ่น F1 จะเป็น ดอกÿีม่üงและดอกÿีขาüในอัตราÿ่üน 1:1 4.3 ครูใĀ้คüามรู้เพิ่มเติมเกี่ยüกับการÿร้างตารางพันเนตต์ในการผÿมลักþณะเดียü
24 5. ขั้นประเมิน (Evaluation) (5 นาที) 5.1 ประเมินจากการทำกิจกรรมการพิจารณาการผÿมพันธุ์ลักþณะต่าง ๆ ของถั่üลันเตา โดยใช้กฎการแยกของเมนเดล 5.2 ประเมินจากการทำแบบฝึกĀัด เรื่อง การýึกþาพันธุกรรมของเมนเดล 5.3 ÿังเกตพฤติกรรมขณะปฏิบัติกิจกรรมกลุ่ม ÿื่อ / แĀล่งเรียนรู้ 1. Āนังÿือเรียนรายüิชาเพิ่มเติมüิทยาýาÿตร์และเทคโนโลยี ชีüüิทยา เล่ม 2 2. โทรýัพท์มือถือÿำĀรับใช้ในการÿืบค้นข้อมูล 3. PowerPoint เรื่อง กฎการแยกของเมนเดล การüัดและประเมินผล จุดประÿงค์การเรียนรู้ üิธีüัดผล เครื่องมือüัด เกณฑ์การผ่านจุดประÿงค์ ด้านคüามรู้ (K) - ÿามารถอธิบายกฎการแยกและ กฎการรüมกลุ่มอย่างอิÿระของเมนเดล และคำนüณโอกาÿในการเกิดฟีโนไทป์ และจีโนไทป์แบบต่าง ๆ ของรุ่น F1 และ F2 ได้ ทำแบบฝึกĀัด เรื่อง การýึกþา พันธุกรรมของ เมนเดล ตรüจแบบฝึกĀัด เรื่อง การýึกþา พันธุกรรมของ เมนเดล นักเรียนทำแบบฝึกĀัด ได้ถูกต้องอย่างน้อยร้อยละ 80 ด้านทักþะกระบüนการ (P) -ÿามารถเขียนการถ่ายทอดลักþณะ ทางพันธุกรรมตามกฎการแยกและ กฎการรüมกลุ่มอย่างอิÿระของเมนเดลได้ - ÿามารถทำงานร่üมกับผู้อื่นได้ ทำกิจกรรมการ พิจารณาการผÿม พันธุ์ลักþณะต่าง ๆ ของถั่üลันเตา โดยใช้กฎการแยก ของเมนเดล ÿังเกตการปฏิบัติ กิจกรรมกลุ่ม ตรüจการทำ กิจกรรมการ พิจารณาการผÿม พันธุ์ลักþณะต่าง ๆ ของถั่üลันเตา โดยใช้กฎการแยก ของเมนเดล แบบÿังเกตการ ปฏิบัติกิจกรรมกลุ่ม นักเรียนร้อยละ 80 มีผลการประเมินอยู่ในระดับดี ด้านคุณลักþณะที่พึงประÿงค์(A) - นักเรียนมีüินัยในการเรียนและ รับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบĀมาย - นักเรียนมีคüามใฝ่เรียนรู้ - นักเรียนมีคüามมุ่งมั่นในการ ทำงาน การÿังเกต พฤติกรรม ในชั้นเรียน แบบประเมิน คุณลักþณะ อันพึงประÿงค์ นักเรียนร้อยละ 80 มีผลการประเมินอยู่ในระดับดี
25 บันทึกผลการÿอน 1. ผลการจัดการเรียนรู้ 1.1 ด้านคüามรู้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 1.2 ด้านทักþะและกระบüนการ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 1.3 ด้านคุณลักþณะอันพึงประÿงค์ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ปัญĀาต่าง ๆ ที่พบจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ข้อเÿนอแนะเพื่อปรับปรุงแก้ไขในการจัดการเรียนรู้ครั้งต่อไป ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ..................................................... (นางÿาüอนัญพร ÿมใจ) ครูผู้ÿอน คüามคิดเĀ็นของอาจารย์พี่เลี้ยง ทราบ ข้อเÿนอแนะ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ........................................................................ (นางÿาüภัทรüดี ธัญญผล) อาจารย์พี่เลี้ยง
26 คüามคิดเĀ็นของอาจารย์นิเทýก์ ทราบ ข้อเÿนอแนะ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ........................................................................ (นางÿาüüัฒนาพร ดüงดีüงý์) อาจารย์นิเทýก์ คüามคิดเĀ็นของรองผู้อำนüยการกลุ่มบริĀารüิชาการ ทราบ ข้อเÿนอแนะ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ………………………………………………….. (นางรุýดา บุญกระพือ) รองผู้อำนüยการกลุ่มบริĀารüิชาการ คüามคิดเĀ็นของผู้บริĀารÿถานýึกþา ทราบ ข้อเÿนอแนะ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ........................................................................ (นายเอกบรรจง บุญผ่อง) ผู้อำนüยการโรงเรียนบ้านบึง “อุตÿาĀกรรมนุเคราะĀ์”
27 คำชี้แจง : ใĀ้นักเรียนแÿดงüิธีทำโดยละเอียด กำĀนดใĀ้กระต่ายขนÿีน้ำตาลเป็นลักþณะเด่น (B) และขนÿีขาüเป็นลักþณะด้อย (b) ลูกที่เกิดจากการผÿมพันธุ์ ระĀü่างกระต่ายขนÿีน้ำตาลกับขนÿีขาü ได้ลูกกระต่ายขนÿีน้ำตาลและÿีขาü อัตราÿ่üน 1:1 จงตอบคำถาม ต่อไปนี้ 1. จงĀาจีโนไทป์ของพ่อ แม่ และลูกที่ได้จากการผÿมพันธุ์ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 2. ถ้านำรุ่น F1ผÿมพันธุ์กัน จงĀาจีโนไทป์และอัตราÿ่üนของฟีโนไทป์ในรุ่น F2 .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 3. ถ้านำรุ่น F1 ที่มีขนÿีน้ำตาลผÿมพันธุ์กับกระต่ายขนÿีน้ำตาลพันธุ์แท้จะได้ลูกขนÿีอะไร อัตราÿ่üนเท่าใด .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. แบบฝึกĀัด เรื่องการýึกþาพันธุกรรมของเมนเดล ชื่อ-ÿกุล........................................................ ชั้น............ เลขที่.........
28 คำชี้แจง : ใĀ้นักเรียนแÿดงüิธีทำโดยละเอียด กำĀนดใĀ้กระต่ายขนÿีน้ำตาลเป็นลักþณะเด่น (B) และขนÿีขาüเป็นลักþณะด้อย (b) ลูกที่เกิดจากการผÿมพันธุ์ ระĀü่างกระต่ายขนÿีน้ำตาลกับขนÿีขาü ได้ลูกกระต่ายขนÿีน้ำตาลและÿีขาü อัตราÿ่üน 1:1 จงตอบคำถาม ต่อไปนี้ 1. จงĀาจีโนไทป์ของพ่อ แม่ และลูกที่ได้จากการผÿมพันธุ์ 2. ถ้านำรุ่น F1ผÿมพันธุ์กัน จงĀาจีโนไทป์และอัตราÿ่üนของฟีโนไทป์ในรุ่น F2 3. ถ้านำรุ่น F1 ที่มีขนÿีน้ำตาลผÿมพันธุ์กับกระต่ายขนÿีน้ำตาลพันธุ์แท้จะได้ลูกขนÿีอะไร อัตราÿ่üนเท่าใด ชื่อ-ÿกุล........................................................ ชั้น............ เลขที่......... üิธีทำ P. ขนÿีน้ำตาล x ขนÿีขาü จีโนไทป์ Bb x bb เซลล์ÿืบพันธุ์ B b x b F1 B b b Bb ขนÿีน้ำตาล Bb ขนÿีขาü ดังนั้น พ่อและแม่มีจีโนไทป์ Bb และ bb ÿ่üนลูกรุ่น F1 มีจีโนไทป์Bb และ bb üิธีทำ F1 ขนÿีน้ำตาล x ขนÿีขาü จีโนไทป์ Bb x bb เซลล์ÿืบพันธุ์ B b x b F2 B b b Bb ขนÿีน้ำตาล Bb ขนÿีขาü ดังนั้น จีโนไทป์ของลูกรุ่น F2 คือ Bb bb ฟีโนไทป์ของลูกรุ่น F2 คือ ขนÿีน้ำตาล และ ขนÿีขาü ในอัตราÿ่üน 1 : 1 üิธีทำ F1 ขนÿีน้ำตาล x ขนÿีน้ำตาล (พันธุ์แท้) จีโนไทป์ Bb x BB เซลล์ÿืบพันธุ์ B b x B F2 B b B BB ขนÿีน้ำตาล Bb ขนÿีน้ำตาล ดังนั้น F2จะมีขนÿีน้ำตาลทั้งĀมด แบบฝึกĀัด เรื่องการýึกþาพันธุกรรมของเมนเดล
29 เกณฑ์การใĀ้คะแนนการนำเÿนอกิจกรรมการพิจารณาการผÿมพันธุ์ลักþณะต่าง ๆ ของถั่üลันเตา โดยใช้กฎการแยกของเมนเดล รายการประเมิน ระดับคะแนน 4 3 2 1 1. น้ำเÿียงที่ใช้ในการ นำเÿนอ มีน้ำเÿียงที่น่าฟัง มีระดับÿูงต่ำ ÿามารถ ดึงดูดผู้ฟังได้ตลอดการ นำเÿนอ มีน้ำเÿียงที่น่าฟัง แต่บางช่üงมีการใช้ น้ำเÿียงระดับเดียü ÿามารถดึงดูดผู้ฟังได้ ตลอดการนำเÿนอ มีน้ำเÿียงที่น่าฟัง บางช่üงมีการใช้ น้ำเÿียงระดับเดียü ÿามารถดึงดูดผู้ฟังได้ บางÿ่üน มีการใช้น้ำเÿียง ระดับเดียü ทำใĀ้ไม่ ÿามารถดึงดูดผู้ฟังได้ 2. คüามเĀมาะÿม และ คüามถูกต้องในการใช้ภาþา ใช้ภาþาüิชาการอย่าง เĀมาะÿม มีการใช้คำ ถูกต้องตามĀลัก ไüยากรณ์ ใช้ภาþาüิชาการปะปน กับภาþาพูดบ้าง มีการ ใช้คำถูกต้องตามĀลัก ไüยากรณ์ ใช้ภาþาüิชาการ ปะปนกับภาþาพูด ค่อนข้างมาก มีการ ใช้คำในบางจุดผิด Āลักไüยากรณ์ ใช้ภาþาพูด มีการใช้ คำในบางจุดผิดĀลัก ไüยากรณ์ 3. คüามÿามารถในการ อธิบายเนื้อĀาในการÿืบค้น มีการอธิบายเนื้อĀาที่ ÿืบค้นได้อย่างละเอียด ครบถ้üน และถูกต้อง ทั้งĀมด มีการอธิบายเนื้อĀาที่ ÿืบค้นได้อย่าง ละเอียด ครบถ้üน แต่มีบางประเด็นที่ยัง ผิดพลาด มีการอธิบายเนื้อĀาที่ ÿืบค้นไม่ค่อยละเอียด และไม่ครบถ้üนใน บางประเด็น มีการอธิบายเนื้อĀาที่ ÿืบค้นไม่ละเอียด และไม่ครบถ้üน 4. ปริมาณเนื้อĀาที่นำเÿนอ เนื้อĀาที่นำเÿนอมี ปริมาณที่เĀมาะÿม กับĀัüข้อ เนื้อĀาที่นำเÿนอมี ปริมาณที่เĀมาะÿม กับĀัüข้อเป็นบางÿ่üน เนื้อĀาที่นำเÿนอมี ปริมาณน้อยเกินไป ไม่เĀมาะÿมกับĀัüข้อ เนื้อĀาที่นำเÿนอมี ปริมาณน้อยมาก ไม่เĀมาะกับĀัüข้อ 5. บุคลิกภาพของผู้นำเÿนอ มีคüามมั่นใจในตัüเอง พูดชัดเจน ÿบตาผู้ฟัง ตลอดการนำเÿนอ มีคüามมั่นใจ ในตัüเอง พูดชัดเจน แต่ไม่ค่อยÿบตาผู้ฟัง มีคüามมั่นใจ ในตัüเอง แต่พูด ติดขัด และไม่ค่อย ÿบตาผู้ฟัง ไม่มีคüามมั่นใจ ในตัüเอง พูดติดขัด และไม่ÿบตาผู้ฟัง เกณฑ์การประเมินการนำเÿนอกิจกรรมการพิจารณาการผÿมพันธุ์ลักþณะต่าง ๆ ของถั่üลันเตา โดยใช้กฎการแยกของเมนเดล คะแนน ระดับคุณภาพ 5 คะแนน ดีมาก 3 - 4 คะแนน ดี 2 คะแนน พอใช้ น้อยกü่า 2 คะแนน ปรับปรุง
30 เกณฑ์การใĀ้คะแนนแบบฝึกĀัด เรื่อง การýึกþาพันธุกรรมของเมนเดล ระดับคะแนน แนüทางการใĀ้คะแนน 5 นักเรียนÿามารถตอบคำถามได้ครบถ้üน และถูกต้องทั้งĀมด 4 นักเรียนÿามารถตอบคำถามได้ครบถ้üน แต่มีบางÿ่üนที่ผิดพลาด 3 นักเรียนตอบคำถามไม่ครบถ้üน แต่คำตอบที่ตอบมาถูกต้องทั้งĀมด 2 นักเรียนตอบคำถามไม่ครบถ้üน และคำตอบที่ตอบมา มีบางÿ่üนที่ผิดพลาด 1 นักเรียนตอบคำถามไม่ครบถ้üน และคำตอบที่ตอบมา มีÿ่üนที่ผิดพลาดจำนüนมาก 0 ไม่ตอบคำถามลงในใบกิจกรรม เกณฑ์การประเมินแบบฝึกĀัด เรื่อง การýึกþาพันธุกรรมของเมนเดล คะแนน ระดับคุณภาพ 5 คะแนน ดีมาก 3 - 4 คะแนน ดี 2 คะแนน พอใช้ น้อยกü่า 2 คะแนน ปรับปรุง
31 การÿังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่ม กลุ่มที่................ คำชี้แจง : ใĀ้ครูผู้ÿอน ÿังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มของนักเรียนและทำเครื่องĀมาย ✓ ในช่องที่ ตรงกับคüามเป็นจริง ชื่อ-ÿกุล ผู้รับการประเมิน รายการประเมิน รüม การมีÿ่üน (15 คะแนน) ร่üมในการ üางแผน การทำงาน ตามĀน้าที่ ที่ได้รับ การยอมรับ คüามคิดเĀ็น การแÿดง คüามคิดเĀ็น การตรงต่อ เüลาในการ ทำงาน 1 2 3 1 2 3 1 2 3 1 2 3 1 2 3 1. 2. 3. 4. 5. รüมเป็นคะแนนกลุ่ม เกณฑ์การใĀ้คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติบ่อยครั้ง ใĀ้ 3 คะแนน (ดี) พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ใĀ้ 2 คะแนน (พอใช้) พฤติกรรมที่ปฏิบัติน้อยครั้ง ใĀ้ 1 คะแนน (ปรับปรุง) เกณฑ์การประเมินระดับคุณภาพ คะแนน 14-15 อยู่ในเกณฑ์ ดีมาก คะแนน 11-13 อยู่ในเกณฑ์ ดี คะแนน 8-10 อยู่ในเกณฑ์ พอใช้ คะแนน 5-7 อยู่ในเกณฑ์ ปรับปรุง
32 การÿังเกตพฤติกรรมนักเรียน การÿังเกต : ÿัปดาĀ์ที่..........................üัน/เดือน/ปี..................................................เüลา........................... เกณฑ์การใĀ้คะแนน ปฏิบัติĀรือแÿดงพฤติกรรมอย่างÿม่ำเÿมอ = มากที่ÿุด ใĀ้ 5 คะแนน ปฏิบัติĀรือแÿดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง = มาก ใĀ้ 4 คะแนน ปฏิบัติĀรือแÿดงพฤติกรรมบางครั้ง = ปานกลาง ใĀ้ 3 คะแนน ปฏิบัติĀรือแÿดงพฤติกรรมน้อยครั้ง = น้อย ใĀ้ 2 คะแนน ไม่ปฏิบัติĀรือแÿดงพฤติกรรม = น้อยที่ÿุด ใĀ้ 1 คะแนน คำชี้แจง : ทำเครื่องĀมาย ✓ ในช่องü่างตามพฤติกรรมที่เป็นจริง ชื่อ-นามÿกุล ผู้รับการประเมิน รายการประเมิน รüม นักเรียนมีüินัยในการ (15 คะแนน) เรียนและรับผิดชอบต่อ งานที่ได้รับมอบĀมาย นักเรียนมีคüาม ใฝ่เรียนรู้ นักเรียนมีคüาม มุ่งมั่นในการทำงาน 1 2 3 4 5 1 2 3 4 5 1 2 3 4 5 1. 2. 3. 4. 5. รüมเป็นคะแนน เกณฑ์การประเมินคุณภาพ คะแนน 13-15 อยู่ในเกณฑ์ ดี คะแนน 9-12 อยู่ในเกณฑ์ พอใช้ คะแนน 5-8 อยู่ในเกณฑ์ ปรับปรุง
33 แผนการจัดการเรียนรู้ รายüิชา ชีüüิทยา 1 รĀัÿüิชา ü30241 ชั้นมัธยมýึกþาปีที่ 4 Āน่üยการเรียนรู้ที่ 5 การถ่ายทอดลักþณะทางพันธุกรรม เüลา 2 คาบเรียน เรื่อง กฎการรüมกลุ่มอย่างอิÿระของเมนเดล ผู้ÿอน นางÿาüอนัญพร ÿมใจ มาตรฐานการเรียนรู้ และผลการเรียนรู้ ÿาระชีüüิทยา 2. เข้าใจการถ่ายทอดลักþณะทางพันธุกรรม การถ่ายทอดยีนบนโครโมโซม ÿมบัติและĀน้าที่ ของÿารพันธุกรรม การเกิดมิüเทชัน เทคโนโลยีทางดีเอ็นเอ Āลักฐานข้อมูล และแนüคิดเกี่ยüกับüิüัฒนาการ ของÿิ่งมีชีüิต ภาüะÿมดลุของฮาร์ดี– ไüน์เบิร์ก การเกิดÿปีชีÿ์ใĀม่ คüามĀลากĀลายทางชีüภาพ กำเนิดของÿิ่งมีชีüิต คüามĀลากĀลายของÿิ่งมีชีüิต และอนุกรมüิธาน รüมทั้งนําคüามรู้ไปใช้ประโยชน์ ผลการเรียนรู้ 2. อธิบาย และÿรุปกฎการแยก และกฎการรüมกลุ่มอย่างอิÿระ และนํากฎของเมนเดลนี้ไปอธิบาย การถ่ายทอดลักþณะทางพันธุกรรมและใช้ในการคํานüณโอกาÿในการเกิดฟีโนไทป์และจีโนไทป์แบบต่าง ๆ ของรุ่น F1 และ F2 ÿาระÿำคัญ ÿิ่งมีชีüิตแต่ละชนิดจะมีลักþณะเฉพาะ ซึ่งÿามารถถ่ายทอดจากรุ่นĀนึ่งไปยังอีกรุ่นĀนึ่งได้ เมนเดลýึกþาการถ่ายทอดลักþณะทางพันธุกรรมโดยการผÿมพันธุ์ถั่üลันเตา จนÿรุปเป็นกฎการแยก และกฎการรüมกลุ่มอย่างอิÿระ กฎการแยกมีใจคüามü่า แอลลีลที่อยู่เป็นคู่จะแยกออกจากกันในระĀü่าง การÿร้างเซลล์ÿืบพันธุ์ โดยเซลล์ÿืบพันธุ์แต่ละเซลล์จะมีเพียงแอลลีลใดแอลลีลĀนึ่ง กฎการรüมกลุ่ม อย่างอิÿระมีใจคüามü่า Āลังจากคู่ของแอลลีลแยกออกจากกัน แต่ละแอลลีลจะจัดกลุ่มอย่างอิÿระกับแอลลีล อื่น ๆ ที่แยกออกจากคู่เช่นกันในการเข้าไปอยู่ในเซลล์ÿืบพันธุ์ ÿาระการเรียนรู้ การýึกþาการถ่ายทอดลักþณะของถั่üลันเตา เมนเดลÿามารถÿรุปกฎการถ่ายทอดลักþณะ ทางพันธุกรรมได้ 2 ข้อ ดังนี้ กฎการแยก (law of segregation) มีใจคüามÿำคัญü่า ลักþณะของÿิ่งมีชีüิตถูกคüบคุมโดยยีน และยีนจะปรากฎเป็นคู่ ๆ เÿมอ ซึ่งยีนจะแยกจากกันเมื่อมีการÿร้างเซลล์ÿืบพันธุ์ โดยเซลล์ÿืบพันธุ์แต่ละเซลล์ จะได้รับเพียงแอลลีลใดแอลลีลĀนึ่ง กฎการรüมกลุ่มอย่างอิÿระ (law of independent assortment) มีใจคüามÿำคัญü่า แอลลีลของยีน ที่เป็นคู่กัน เมื่อแยกออกจากกันจะจัดกลุ่มกันอย่างอิÿระกับแอลลีลของยีนอื่น ๆ ซึ่งแยกออกจากคู่เช่นกัน เพื่อเข้าไปยังเซลล์ÿืบพันธุ์
34 จุดประÿงค์การเรียนรู้ ด้านคüามรู้ (K) นักเรียนÿามารถอธิบายกฎการแยก และกฎการรüมกลุ่มอย่างอิÿระของเมนเดล และคำนüณโอกาÿ ในการเกิดฟีโนไทป์และจีโนไทป์แบบต่าง ๆ ของรุ่น F1 และ F2 ได้ ด้านทักþะกระบüนการ (P) นักเรียนÿามารถเขียนการถ่ายทอดลักþณะพันธุกรรมตามกฎการแยก และกฎการรüมกลุ่มอย่างอิÿระ ของเมนเดลได้ ด้านคุณลักþณะอันพึงประÿงค์ (A) 1. นักเรียนมีüินัยในการเรียนและรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบĀมาย 2. นักเรียนมีคüามใฝ่เรียนรู้ 3. นักเรียนมีคüามมุ่งมั่นในการทำงาน ÿมรรถนะÿำคัญของผู้เรียน 1. คüามÿามารถในการÿื่อÿาร 2. คüามÿามารถในการคิด 3. คüามÿามารถในการแก้ปัญĀา ชิ้นงาน/ภาระงาน 1. กิจกรรมการพิจารณาการผÿมพันธุ์ÿองลักþณะของถั่üลันเตา โดยใช้กฎการรüมกลุ่มอย่างอิÿระ ของเมนเดล 2. แบบฝึกĀัด เรื่อง การýึกþาพันธุกรรมของเมนเดล กิจกรรมการเรียนรู้ รูปแบบการÿอนที่ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ คือ การÿอนแบบÿืบเÿาะĀาคüามรู้ (5E) 1. ขั้นÿร้างคüามÿนใจ (Engagement) (5 นาที) 1.1 ครูใĀ้นักเรียนýึกþารูปภาพจากÿื่อการเรียนการÿอน PowerPoint และใช้คำถามเพื่อกระตุ้น คüามÿนใจของนักเรียน ดังนี้
35 - นักเรียนคิดü่าการผÿมลักþณะเดียüและการผÿมÿองลักþณะแตกต่างกันอย่างไร (แนüคำตอบ การผÿมÿองลักþณะจะทำใĀ้ฟีโนไทป์ที่ได้มีจำนüนมาก และมีคüามĀลากĀลาย มากกü่าการผÿมลักþณะเดียü) - เมนเดลทดลองการผÿมÿองลักþณะกับÿิ่งมีชีüิตชนิดใด (แนüคำตอบ ถั่üลันเตา) - จงยกตัüอย่างลักþณะที่เมนเดลใช้ทดÿอบในการผÿมÿองลักþณะ (แนüคำตอบ ลักþณะเม็ดÿีเĀลืองกลมกับลักþณะเม็ดÿีเขียüขรุขระ ลักþณะดอกÿีม่üง ต้นÿูง กับลักþณะดอกÿีขาü ต้นเตี้ย ลักþณะฝักÿีเขียüอüบ กับลักþณะฝักÿีเĀลืองแฟบ) 2. ขั้นÿำรüจและค้นĀา (Exploration) (40 นาที) 2.1 ครูใĀ้นักเรียนýึกþาการผÿมÿองลักþณะของถั่üลันเตาจากภาพที่ 5.6 ในĀนังÿือเรียน 2.2 ครูอธิบายใĀ้นักเรียนฟังü่า การถ่ายทอดลักþณะทางพันธุกรรมของÿิ่งมีชีüิตจะถ่ายทอดĀลาย ๆ ลักþณะไปพร้อม ๆ กัน แต่การถ่ายทอดลักþณะพันธุกรรมของถั่üลันเตาที่ผ่านมาเป็นการýึกþาเพียง ลักþณะใดลักþณะĀนึ่งเท่านั้น เมนเดลจึงýึกþาเพิ่มโดยการผÿมพันธุ์ถั่üลันเตาÿองลักþณะพร้อม ๆ กัน ที่เรียกü่า การผÿมพิจารณาÿองลักþณะ 2.3 ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยüกับการÿร้างตารางพันเนตต์ในการĀาจีโนไทป์ และฟีโนไทป์จากการผÿม ÿองลักþณะ 2.4 ครูใĀ้นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น 9 กลุ่ม แล้üใĀ้ýึกþาการผÿมÿองลักþณะโดยใช้กฎการรüมกลุ่ม อย่างอิÿระของเมนเดลมาพิจารณาการผÿมพันธุ์ลักþณะต่าง ๆ ดังนี้ - ตำแĀน่งของดอก - ÿีเมล็ด - ลักþณะของเมล็ด - ลักþณะของฝัก - ÿีของฝัก - คüามÿูงของลำต้น - ÿีของดอก 2.5ครูใĀ้นักเรียนแต่ละกลุ่มเริ่มทำกิจกรรม โดยใĀ้เลือกลักþณะที่ครูกำĀนดมาทำการผÿม ใĀ้ได้เป็นÿองลักþณะ Āลังจากนั้นใĀ้ÿร้างตารางพันเนตต์ตามลักþณะที่นักเรียนแต่ละกลุ่มเลือก และüาดรูปแÿดงฟีโนไทป์ของลักþณะที่ได้ในรุ่น F1ลงในกระดาþที่ครูแจกใĀ้ เพื่อนำเÿนอĀน้าชั้นเรียน (ÿามารถใช้Āนังÿือเรียนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกÿ์ในการค้นĀาข้อมูลได้) 3. ขั้นอธิบายและลงข้อÿรุป (Explanation) (30 นาที) 3.1 ครูÿุ่มนักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเÿนอข้อมูลที่ได้จากการÿืบค้นใĀ้เพื่อนฟัง Āน้าชั้นเรียน 3.2 ครูและนักเรียนร่üมกันอภิปรายและลงข้อÿรุป โดยใช้ภาพที่ 5.6 ในĀนังÿือเรียนประกอบ การอธิบายü่า กฎการรüมกลุ่มอย่างอิÿระ (law of independent assortment) เมลเดลได้ýึกþาการ ถ่ายทอดลักþณะทางพันธุกรรมโดยพิจารณาการถ่ายทอดลองลักþณะพร้อม ๆ กัน เรียกü่า การผÿม ÿองลักþณะ (dihybrid cross) การผÿมพันธุ์ถั่üลันเตาโดยพิจารณาÿองลักþณะที่ýึกþา รุ่น F1 ที่ได้จากการ ผÿมพันธุ์มีโอกาÿÿร้างเซลล์ÿืบพันธุ์ได้ ได้ 4 แบบ คือ RY Ry rY ry โดยยีนแต่ละคู่ของ RrYy จะแยกออกจาก กันตามกฎการแยกของเมนเดล ÿ่üนรุ่น F2 มีโอกาÿเกิดจีโนไทป์ 9 แบบ ได้แก่ RRYY RRyy RRyy RrYy RrYy Rryy rrYY rrYy rryy และมีโอกาÿเกิดฟีโนไทป์ได้ 4 แบบ ได้แก่ เมล็ดกลมÿีเĀลือง เมล็ดกลมÿีเขียü เมล็ดขรุขระÿีเĀลือง และเมล็ดขรุขระÿีเขียü ในอัตราÿ่üน 9 : 3 : 3 : 1 โดยกฎการรüมกลุ่มอย่างอิÿระ
36 มีใจคüามÿำคัญü่า แอลลีลของยีนที่เป็นคู่กัน เมื่อแยกออกจากกันจะจัดกลุ่มกันอย่างอิÿระกับแอลลีล ของยีนอื่น ๆ ซึ่งแยกออกจากคู่เช่นกัน เพื่อเข้าไปยังเซลล์ÿืบพันธุ์ซึ่งในการอภิปรายและลงข้อÿรุปนี้จะมีการใช้ PowerPoint เรื่อง กฎการรüมกลุ่มอย่างอิÿระของเมนเดล ในการอภิปรายและลงข้อÿรุปร่üมด้üย 4. ขั้นขยายคüามรู้ (Elaboration) (10 นาที) 4.1 ครูใช้คำถาม ถามนักเรียน ดังนี้ - นักเรียนทราบĀรือไม่ü่า เพราะเĀตุฟีโนไทป์ในรุ่น F2จึงมีอัตราÿ่üนเท่ากับ 9 : 3 : 3 : 1 (แนüคำตอบ เมื่อพิจารณาเพียงลักþณะเดียüจะได้อัตราÿ่üนลักþณะเด่นต่อลักþณะด้อยเท่ากับ 3 : 1 ซึ่งเมื่อนำอัตราÿ่üนของÿองลักþณะมาคูณกันจะได้รุ่น F2 มีฟีโนไทป์ 4 แบบ ที่อัตราÿ่üน 9 : 3 : 3 : 1) 4.2 ครูพูดใĀ้คüามรู้เพิ่มเติมü่าถ้าแยกพิจารณาที่ละลักþณะ เช่น ลักþณะรูปร่างเมล็ด จะได้รุ่น F2 ที่มีเมล็ดกลมกับเมล็ดขรุขระที่อัตราÿ่üน 3 : 1 และÿีของเมล็ดจะได้รุ่น F2 ที่มีเมล็ดÿีเขียüกับÿีเĀลือง ที่อัตราÿ่üน 3:1 เช่นกัน และเมื่อนำทั้ง 2 มาคูณกัน จะได้รุ่น F2 ทั้งĀมด 4 แบบ ได้แก่ เมล็ดกลมÿีเĀลือง เมล็ดกลมÿีเขียü เมล็ดขรุขระÿีเĀลือง และเมล็ดขรุขระÿีเขียü ที่อัตราÿ่üน 9 : 3 : 3 : 1 5. ขั้นประเมิน (Evaluation) (15 นาที) 5.1 ประเมินจากการทำกิจกรรมการพิจารณาการผÿมพันธุ์ÿองลักþณะของถั่üลันเตา โดยใช้ กฎการรüมกลุ่มอย่างอิÿระของเมนเดล 5.2 ประเมินจากการทำแบบฝึกĀัด เรื่อง การýึกþาพันธุกรรมของเมนเดล 5.3 ÿังเกตพฤติกรรมขณะปฏิบัติกิจกรรมกลุ่ม ÿื่อ / แĀล่งเรียนรู้ 1. Āนังÿือเรียนรายüิชาเพิ่มเติมüิทยาýาÿตร์และเทคโนโลยี ชีüüิทยา เล่ม 2 2. โทรýัพท์มือถือÿำĀรับใช้ในการÿืบค้นข้อมูล 3. PowerPoint เรื่อง กฎการรüมกลุ่มอย่างอิÿระของเมนเดล
37 การüัดและประเมินผล จุดประÿงค์การเรียนรู้ üิธีüัดผล เครื่องมือüัด เกณฑ์การผ่านจุดประÿงค์ ด้านคüามรู้ (K) - ÿามารถอธิบายกฎการแยกและ กฎการรüมกลุ่มอย่างอิÿระของเมนเดล และคำนüณโอกาÿในการเกิดฟีโนไทป์ และจีโนไทป์แบบต่าง ๆ ของรุ่น F1 และ F2 ได้ ทำแบบฝึกĀัด เรื่อง การýึกþา พันธุกรรมของ เมนเดล ตรüจแบบฝึกĀัด เรื่อง การýึกþาพันธุกรรม ของเมนเดล นักเรียนทำแบบฝึกĀัด ได้ถูกต้องอย่างน้อยร้อยละ 80 ด้านทักþะกระบüนการ (P) -ÿามารถเขียนการถ่ายทอดลักþณะ ทางพันธุกรรมตามกฎการแยกและ กฎการรüมกลุ่มอย่างอิÿระของเมนเดลได้ - ÿามารถทำงานร่üมกับผู้อื่นได้ ทำกิจกรรมการพิจารณา การผÿมพันธุ์ÿองลักþณะ ของถั่üลันเตา โดยใช้ กฎการรüมกลุ่ม อย่างอิÿระของเมนเดล ÿังเกตการปฏิบัติ กิจกรรมกลุ่ม ตรüจการทำกิจกรรม การพิจารณาการผÿม พันธุ์ÿองลักþณะ ของถั่üลันเตา โดยใช้ กฎการรüมกลุ่ม อย่างอิÿระของเมนเดล แบบÿังเกตการปฏิบัติ กิจกรรมกลุ่ม นักเรียนร้อยละ 80 มีผลการประเมินอยู่ในระดับดี ด้านคุณลักþณะที่พึงประÿงค์(A) - นักเรียนมีüินัยในการเรียนและ รับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบĀมาย - นักเรียนมีคüามใฝ่เรียนรู้ - นักเรียนมีคüามมุ่งมั่นในการ ทำงาน การÿังเกต พฤติกรรม ในชั้นเรียน แบบประเมิน คุณลักþณะ อันพึงประÿงค์ นักเรียนร้อยละ 80 มีผลการประเมินอยู่ในระดับดี
38 บันทึกผลการÿอน 1. ผลการจัดการเรียนรู้ 1.1 ด้านคüามรู้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 1.2 ด้านทักþะและกระบüนการ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 1.3 ด้านคุณลักþณะอันพึงประÿงค์ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ปัญĀาต่าง ๆ ที่พบจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ข้อเÿนอแนะเพื่อปรับปรุงแก้ไขในการจัดการเรียนรู้ครั้งต่อไป ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ..................................................... (นางÿาüอนัญพร ÿมใจ) ครูผู้ÿอน คüามคิดเĀ็นของอาจารย์พี่เลี้ยง ทราบ ข้อเÿนอแนะ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ........................................................................ (นางÿาüภัทรüดี ธัญญผล) อาจารย์พี่เลี้ยง
39 คüามคิดเĀ็นของอาจารย์นิเทýก์ ทราบ ข้อเÿนอแนะ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ........................................................................ (นางÿาüüัฒนาพร ดüงดีüงý์) อาจารย์นิเทýก์ คüามคิดเĀ็นของรองผู้อำนüยการกลุ่มบริĀารüิชาการ ทราบ ข้อเÿนอแนะ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ………………………………………………….. (นางรุýดา บุญกระพือ) รองผู้อำนüยการกลุ่มบริĀารüิชาการ คüามคิดเĀ็นของผู้บริĀารÿถานýึกþา ทราบ ข้อเÿนอแนะ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ........................................................................ (นายเอกบรรจง บุญผ่อง) ผู้อำนüยการโรงเรียนบ้านบึง “อุตÿาĀกรรมนุเคราะĀ์”
40 คำชี้แจง : ใĀ้นักเรียนแÿดงüิธีทำโดยละเอียด กำĀนดใĀ้ ÿุนัขขนÿีดำ เป็นลักþณะเด่น แทนด้üย B ÿุนัขขนÿีขาü เป็นลักþณด้อย แทนด้üย b ÿุนัขขนยาü เป็นลักþณะเด่น แทนด้üย L ÿุนัขขนÿั้น เป็นลักþณะเด่น แทนด้üย l ในการผÿมพันธุ์ÿุนัขขนยาüÿีดำที่เป็นพันธุ์แท้ และÿุนัขขนÿั้นÿีขาü จงตอบคำถามต่อไปนี้ 1. จงĀาจีโนไทป์และฟีโนไทป์ต่าง ๆ ในรุ่น F1 .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ......................................................................................................................................... ..................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 2. Āากนำลูกรุ่น F1 ผÿมกันเอง จงĀาจีโนไทป์และอัตราÿ่üนฟีโนไทป์ของรุ่น F2 .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 3. Āากนำลูกผÿมรุ่น F1 มาผÿมพันธุ์กับÿุนัขขนÿั้นÿีดำที่เป็นพันธุ์แท้ จะได้จีโนไทป์และฟีโนไทป์อย่างไร ............................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................. ........................................... ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................................................................ ชื่อ-ÿกุล........................................................ ชั้น............ เลขที่......... แบบฝึกĀัด เรื่องการýึกþาพันธุกรรมของเมนเดล
41 üิธีทำ F1 ขนÿีดำยาü x ขนÿีดำยาü จีโนไทป์ BbLl x BbLl เซลล์ÿืบพันธุ์ BL Bl bL bl x BL Bl bL bl F2 ดังนั้น รุ่น F2 มีจีโนไทป์ 9 แบบ และฟีโนไทป์ 4 แบบ มีอัตรÿ่üนฟีโนไทป์ขนÿีดำยาü : ขนÿีดำÿั้น :ขนÿีขาüยาü : ขนÿีขาüÿั้น คือ 9 : 3 : 3 : 1 คำชี้แจง : ใĀ้นักเรียนแÿดงüิธีทำโดยละเอียด กำĀนดใĀ้ ÿุนัขขนÿีดำ เป็นลักþณะเด่น แทนด้üย B ÿุนัขขนÿีขาü เป็นลักþณด้อย แทนด้üย b ÿุนัขขนยาü เป็นลักþณะเด่น แทนด้üย L ÿุนัขขนÿั้น เป็นลักþณะเด่น แทนด้üย l ในการผÿมพันธุ์ÿุนัขขนยาüÿีดำที่เป็นพันธุ์แท้ และÿุนัขขนÿั้นÿีขาü จงตอบคำถามต่อไปนี้ 1. จงĀาจีโนไทป์และฟีโนไทป์ต่าง ๆ ในรุ่น F1 2. Āากนำลูกรุ่น F1 ผÿมกันเอง จงĀาจีโนไทป์และอัตราÿ่üนฟีโนไทป์ของรุ่น F2 BL Bl bL bl BL BBLL ขนÿีดำยาü BBLl ขนÿีดำยาü BbLL ขนÿีดำยาü BbLl ขนÿีดำยาü Bl BBLl ขนÿีดำยาü BBll ขนÿีดำÿั้น BbLl ขนÿีดำยาü Bbll ขนÿีดำÿั้น bL BbLL ขนÿีดำยาü BbLl ขนÿีดำยาü bbLL ขนÿีขาüยาü bbLl ขนÿีขาüยาü bl BbLl ขนÿีดำยาü Bbll ขนÿีดำÿั้น bbLl ขนÿีขาüยาü bbll ขนÿีขาüÿั้น üิธีทำ P ขนÿีดำยาü x ขนÿีขาüÿั้น จีโนไทป์ BBLL x bbll เซลล์ÿืบพันธุ์ BL x bl F1 BL bl BbLl ขนÿีดำยาü ดังนั้น รุ่น F1 มีจีโนไทป์แบบเดียü คือ BbLl และฟีโนไทป์แบบขนÿีดำยาü แบบฝึกĀัด เรื่องการýึกþาพันธุกรรมของเมนเดล ชื่อ-ÿกุล........................................................ ชั้น............ เลขที่.........
42 3. Āากนำลูกผÿมรุ่น F1 มาผÿมพันธุ์กับÿุนัขขนÿีดำÿั้นที่เป็นพันธุ์แท้ จะได้จีโนไทป์และฟีโนไทป์อย่างไร üิธีทำ F1 ขนÿีดำยาü x ขนÿีดำÿั้น (พันธุ์แท้) จีโนไทป์ BbLl x BBll เซลล์ÿืบพันธุ์ BL Bl bL bl x Bl F2 BL Bl bL bl Bl BBLl ขนÿีดำยาü BBll ขนÿีดำÿั้น BbLl ขนÿีดำยาü Bbll ขนÿีดำÿั้น ดังนั้น รุ่น F2 มีจีโนไทป์ 4 แบบ คือ BBLl BBll BbLl และ Bbll รุ่น F2 มีฟีโนไทป์ 2 แบบ คือ ขนÿีดำยาü และขนÿีดำÿั้น
43 เกณฑ์การใĀ้คะแนนการบันทึกกิจกรรมการพิจารณาการผÿมพันธุ์ÿองลักþณะของถั่üลันเตา โดยใช้กฎการรüมกลุ่มอย่างอิÿระของเมนเดล ระดับคะแนน แนüทางการใĀ้คะแนน 5 นักเรียนÿามารถÿร้างตารางพันเนตต์ได้ครบถ้üน ถูกต้องทั้งĀมด และüาดรูปแÿดงฟีโนไทป์ได้ถูกต้อง ÿüยงาม 4 นักเรียนÿามารถÿร้างตารางพันเนตต์ได้ครบถ้üน แต่มีคüามถูกต้อง เป็นบางÿ่üน และüาดรูปแÿดงฟีโนไทป์ได้ถูกต้อง ÿüยงาม 3 นักเรียนÿามารถÿร้างตารางพันเนตต์ได้ครบถ้üน แต่มีคüามถูกต้อง เป็นบางÿ่üน และมีข้อผิดพลาดในการüาดรูปแÿดงฟีโนไทป์บางÿ่üน 2 นักเรียนไม่ÿามารถÿร้างตารางพันเนตต์ได้ครบถ้üน แต่ตารางที่ÿร้าง มานั้นถูกต้องทั้งĀมด และüาดรูปแÿดงฟีโนไทป์ไม่ครบถ้üน 1 นักเรียนไม่ÿามารถÿร้างตารางพันเนตต์ได้ครบถ้üน และตารางที่ÿร้าง มานั้นมีข้อผิดพลาด อีกทั้งüาดรูปแÿดงฟีโนไทป์ไม่ครบถ้üน 0 ไม่ตอบคำถามลงในใบกิจกรรม เกณฑ์การประเมินการบันทึกกิจกรรมการพิจารณาการผÿมพันธุ์ÿองลักþณะของถั่üลันเตา โดยใช้กฎการรüมกลุ่มอย่างอิÿระของเมนเดล คะแนน ระดับคุณภาพ 5 คะแนน ดีมาก 3 - 4 คะแนน ดี 2 คะแนน พอใช้ น้อยกü่า 2 คะแนน ปรับปรุง
44 เกณฑ์การใĀ้คะแนนการนำเÿนอกิจกรรมการพิจารณาการผÿมพันธุ์ÿองลักþณะของถั่üลันเตา โดยใช้กฎการรüมกลุ่มอย่างอิÿระของเมนเดล รายการประเมิน ระดับคะแนน 4 3 2 1 1. น้ำเÿียงที่ใช้ในการ นำเÿนอ มีน้ำเÿียงที่น่าฟัง มีระดับÿูงต่ำ ÿามารถ ดึงดูดผู้ฟังได้ตลอดการ นำเÿนอ มีน้ำเÿียงที่น่าฟัง แต่บางช่üงมีการใช้ น้ำเÿียงระดับเดียü ÿามารถดึงดูดผู้ฟังได้ ตลอดการนำเÿนอ มีน้ำเÿียงที่น่าฟัง บางช่üงมีการใช้ น้ำเÿียงระดับเดียü ÿามารถดึงดูดผู้ฟังได้ บางÿ่üน มีการใช้น้ำเÿียง ระดับเดียü ทำใĀ้ไม่ ÿามารถดึงดูดผู้ฟังได้ 2. คüามเĀมาะÿม และ คüามถูกต้องในการใช้ภาþา ใช้ภาþาüิชาการอย่าง เĀมาะÿม มีการใช้คำ ถูกต้องตามĀลัก ไüยากรณ์ ใช้ภาþาüิชาการปะปน กับภาþาพูดบ้าง มีการ ใช้คำถูกต้องตามĀลัก ไüยากรณ์ ใช้ภาþาüิชาการ ปะปนกับภาþาพูด ค่อนข้างมาก มีการ ใช้คำในบางจุดผิด Āลักไüยากรณ์ ใช้ภาþาพูด มีการใช้ คำในบางจุดผิดĀลัก ไüยากรณ์ 3. คüามÿามารถในการ อธิบายเนื้อĀาในการÿืบค้น มีการอธิบายเนื้อĀาที่ ÿืบค้นได้อย่างละเอียด ครบถ้üน และถูกต้อง ทั้งĀมด มีการอธิบายเนื้อĀาที่ ÿืบค้นได้อย่าง ละเอียด ครบถ้üน แต่มีบางประเด็นที่ยัง ผิดพลาด มีการอธิบายเนื้อĀาที่ ÿืบค้นไม่ค่อยละเอียด และไม่ครบถ้üนใน บางประเด็น มีการอธิบายเนื้อĀาที่ ÿืบค้นไม่ละเอียด และไม่ครบถ้üน 4. ปริมาณเนื้อĀาที่นำเÿนอ เนื้อĀาที่นำเÿนอมี ปริมาณที่เĀมาะÿม กับĀัüข้อ เนื้อĀาที่นำเÿนอมี ปริมาณที่เĀมาะÿม กับĀัüข้อเป็นบางÿ่üน เนื้อĀาที่นำเÿนอมี ปริมาณน้อยเกินไป ไม่เĀมาะÿมกับĀัüข้อ เนื้อĀาที่นำเÿนอมี ปริมาณน้อยมาก ไม่เĀมาะกับĀัüข้อ 5. บุคลิกภาพของผู้นำเÿนอ มีคüามมั่นใจในตัüเอง พูดชัดเจน ÿบตาผู้ฟัง ตลอดการนำเÿนอ มีคüามมั่นใจ ในตัüเอง พูดชัดเจน แต่ไม่ค่อยÿบตาผู้ฟัง มีคüามมั่นใจ ในตัüเอง แต่พูด ติดขัด และไม่ค่อย ÿบตาผู้ฟัง ไม่มีคüามมั่นใจ ในตัüเอง พูดติดขัด และไม่ÿบตาผู้ฟัง เกณฑ์การประเมินการนำเÿนอกิจกรรมการพิจารณาการผÿมพันธุ์ÿองลักþณะของถั่üลันเตา โดยใช้กฎการรüมกลุ่มอย่างอิÿระของเมนเดล คะแนน ระดับคุณภาพ 5 คะแนน ดีมาก 3 - 4 คะแนน ดี 2 คะแนน พอใช้ น้อยกü่า 2 คะแนน ปรับปรุง
45 เกณฑ์การใĀ้คะแนนแบบฝึกĀัด เรื่อง การýึกþาพันธุกรรมของเมนเดล ระดับคะแนน แนüทางการใĀ้คะแนน 5 นักเรียนÿามารถตอบคำถามได้ครบถ้üน และถูกต้องทั้งĀมด 4 นักเรียนÿามารถตอบคำถามได้ครบถ้üน แต่มีบางÿ่üนที่ผิดพลาด 3 นักเรียนตอบคำถามไม่ครบถ้üน แต่คำตอบที่ตอบมาถูกต้องทั้งĀมด 2 นักเรียนตอบคำถามไม่ครบถ้üน และคำตอบที่ตอบมา มีบางÿ่üนที่ผิดพลาด 1 นักเรียนตอบคำถามไม่ครบถ้üน และคำตอบที่ตอบมา มีÿ่üนที่ผิดพลาดจำนüนมาก 0 ไม่ตอบคำถามลงในใบกิจกรรม เกณฑ์การประเมินแบบฝึกĀัด เรื่อง การýึกþาพันธุกรรมของเมนเดล คะแนน ระดับคุณภาพ 5 คะแนน ดีมาก 3 - 4 คะแนน ดี 2 คะแนน พอใช้ น้อยกü่า 2 คะแนน ปรับปรุง