The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by watittu Thummajong, 2021-07-14 04:13:47

เพศวิถีศึกษา

เพศวิถีศึกษา

เพศวิถีศึกษา
20000-1602

มหศั จรรย์เรื่องเพศ.ท่ีต้องเรียนรู้
แนวคิด

เพศวถิ ีศึกษา คอื การเรียนการสอนเก่ียวกบั เร่ืองเพศและความสมั พันธท์ ่ีเหมาะสมกับวัยของผู้เรียน
และบริบททางวฒั นธรรม เพศวิถีศกึ ษาเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เห็นคุณค่าและทัศนคตขิ องตนเองเพอื่ ให้
มที ักษะในการตัดสินใจ ส่ือสารและลดความเสีย่ งทเ่ี ก่ยี วข้องกับเพศวถิ ี
สาระการเรยี นรู้

1. ความหมายของเพศวิถีศึกษา
2. บทบาททางเพศ
ผลการเรียนรทู้ ่ีคาดหวงั
1. อธบิ ายความหมายของเพศวิถศี กึ ษา
2. สามารถปฏิบัตติ ามบทบาททางเพศ

ความหมายของเพศวิถศี ึกษา
องคก์ ารการศกึ ษาวทิ ยาศาสตร์และวัฒนธรรมแหง่ สหประชาชาตหิ รือยูเนสโก(UNESCO) ไดใ้ หค้ า

จากัดความของเพศวิถศี ึกษาว่า หมายถึง “การเรยี นการสอนเกยี่ วกบั เรอื่ งเพศ และความสมั พนั ธ์ท่ี
เหมาะสมกับวัยของผ้เู รียนและบริบททางวฒั นธรรมโดยการให้ความรู้ท่ีถกู ต้องชัดเจน ข้อมลู ท่ี
ปราศจากการตัดสนิ คุณค่าบนพน้ื ฐานของวทิ ยาศาสตร์”

ความสาคัญของการศกึ ษาเรอื่ งเพศวถิ ี
นบั เป็นความมหศั จรรย์ของธรรมชาตทิ ่สี ร้างใหม้ นุษยม์ ีความแตกตา่ งทางดา้ นเพศอยา่ งชดั เจน

เพอ่ื จะไดท้ าหน้าที่สืบทอดเผ่าพนั ธุ์ เรือ่ งเพศจงึ เปน็ เรอื่ งทค่ี วรให้ความร้อู ย่างถกู ต้องในดารงชวี ิตอยู่
แต่สังคมไทยในอดตี ได้รับการปลูกฝังให้มีความเช่ือว่า เรอ่ื งเพศเป็นเรอื่ งนา่ ละอายหากตอ้ งพดู ถงึ โต
ขึ้นก็รู้เอง ดงั น้นั หลกั สตู รเกย่ี วกบั การศึกษาเรอ่ื งเพศจึงไมเ่ ปิดกว้าง เพราะถือวา่ หากมกี ารสอนจะ
เปน็ การช้โี พรงให้กระรอก ความเช่ือดงั กลา่ วส่งผลให้เยาวชนไทยขาดความรูค้ วามเขา้ ใจในเร่ืองเพศ
อย่างถูกต้องส่งผลกระทบต่อการเกดิ ปญั หาสังคมต่างๆ เช่น การทาแทง้ การท้องไมพ่ รอ้ ม การขม่ ขนื
การทะเลาะววิ าท แต่ปัญหาดงั กลา่ วนีไ้ มไ่ ด้เกิดขึ้นเฉพาะเยาวชนไทยหากแต่เกิดขึ้นกับเยาวชนทั่วโลก

Sexuality Education

ปจั จุบันประเทศตา่ งๆ ในโลก ต่างยอมรบั ว่าการใหค้ วามรู้ในเร่ืองเพศอยา่ งเหมาะสมกบั วยั ของเดก็

และเยาวชน จะทาใหเ้ ดก็ และเยาวชนสามารถเข้าใจตนเองและผ้อู ืน่ และไม่แสดงพฤตกิ รรมทางเพศที่

ไม่ละเมิดผอู้ ืน่ ตามอนุสัญญาสากลและขอ้ ตกลงระหว่างประเทศที่เกย่ี วข้องกับเพศวิถีของ

คณะกรรมการว่าด้วยสาธารณสขุ แห่งสหประชาชาติ ระบไุ ว้ในข้อท่ี 27 กลา่ วถึงเพศวิถแี ละพฤติกรรม

ทเ่ี ก่ยี วข้องกับวยั รุ่น ดงั น้ี

วัยรุน่ มสี ทิ ธทิ จี่ ะเขา้ ถงึ ข้อมลู ทจ่ี าเปน็ ต่อสุขภาพและพฒั นาการและเออื้ ตอ่ การมสี ว่ นร่วมอยา่ ง

เหมาะสมในสงั คม ทง้ั นบี้ รรดารัฐภาคีต่างๆ จงึ ตอ้ งทาใหแ้ นใ่ จวา่ วยั รุน่ ทัง้ หญิงและชายทั้งในและนอก

โรงเรยี น จะไม่ถูกปิดกัน้ การเขา้ ถึงขอ้ มูล และจะไดร้ บั ขอ้ มลู ทถ่ี กู ต้องเหมาะสมในการดแู ลสุขภาพและ

พัฒนาการของพวกเขา พร้อมทั้งมีพฤติกรรมท่ีดีต่อสุขภาพไดอ้ ย่างไรซ่งึ ควรรวมข้อมูลเก่ยี วกบั การใช้

และการเสพบหุ รี่ แอลกอฮอลแ์ ละสารอนื่ ๆ พฤตกิ รรมทางสงั คมและการออกกาลังกาย

จากการวจิ ัยโดยองค์การอนามัยโลกท่ตี ิดตามผลการใหก้ ารศึกษาเรือ่ งเพศศกึ ษาท่เี นน้ เรื่องการ

นาไปปฏิบัตไิ ด้อย่างเหมาะสมถูกต้องในหลายประเทศทว่ั โลกพบผลใกลเ้ คียงกันวา่ การสอนเพศศึกษา

ไม่ไดท้ าใหว้ ัยร่นุ มีเพศสมั พันธเ์ รว็ ขน้ึ หรือมากขึน้ แตว่ ่าวยั รุ่นสามารถทาให้การมีเพศสัมพนั ธข์ อง

ตนเองมีความปลอดภยั มากขึ้น

บุคคลทมี่ สี ทิ ธทิ จี่ ะได้รับการเรยี นร้เู ร่ืองเพศศกึ ษา
ยูเนสโก ระบุวา่ เด็กและเยาวชนจาเปน็ และมีสิทธิทจี่ ะไดร้ ับการเรยี นรู้เร่อื งเพศวิถีศกึ ษาให้

เหมาะสมกับกลุ่มอายตุ ่างๆ 4 กลมุ่ คอื

วิถีชวี ติ ทางเพศท่เี รารูจ้ กั โดยทัว่ ไป แบง่ เปน็ 3 ประเภท คือ

ปัจจัยทางชีววทิ ยา ปจั จัยนม้ี ีมาต้งั แตก่ าเนดิ เป็นเร่อื งทเ่ี ก่ียวขอ้ งกบั โครโมโซม ฮอร์โมน และ
ปจั จัยทางชีววทิ ยาด้านอน่ื ๆ ในส่วนของโครโมโซมเพศในชายและหญิงมีความแตกต่างกนั ซ่ึงทาให้
ลักษณะทางเพศของชายและหญิงแสดงออกมาแตกต่างกนั กล่าวคือ ในเพศชายจะมโี ครโมโซมเอกซ์
และโครโมโซมวายอยา่ งละหน่ึงตวั (XY) ขณะที่เพศหญงิ จะมโี ครโมโซมเปน็ เอกซ์สองตัว (XX)
โครโมโซมเพศท่ีแตกต่างกนั น้ขี น้ึ อยู่กับรูปแบบของโครโมโซมทีท่ ารกไดร้ บั ต้งั แต่ขนั้ การปฏสิ นธิ
ระหว่างเซลลส์ บื พันธจ์ุ ากตัวอสจุ ิกับไขน่ ่ันเอง ในส่วนของฮอรโ์ มนตามปกตจิ ะเข้ามามบี ทบาทตัง้ แต่
ช่วงที่ทารกอยใู่ นครรภแ์ มม่ ีอายุราว 6 สปั ดาห์ จากน้ันจะหยดุ ทางานไประยะหน่งึ จนถงึ วยั ร่นุ
ฮอรโ์ มนจากต่อมเพศคอื รงั ไขแ่ ละอัณฑะจงึ เรมิ่ ทางานอกี ครั้งเพอ่ื พัฒนาใหอ้ วัยวะเพศท่เี ปน็ อยู่มคี วาม
พรอ้ มต่อการสบื พันธต์ุ ่อไป นอกจากน้ยี ังมีปัจจยั ทางชีววทิ ยาด้านอื่นๆ ทีอ่ าจทาใหเ้ กิดความผดิ ปกติ
ทางเพศด้านรา่ งกาย เช่น เน้ือเยอื่ ทจ่ี ะเจรญิ เปน็ อวัยวะเพศของทารกในครรภไ์ ม่ตอบสนองตอ่ ฮอร์โมน
เพศแมว้ า่ ทารกจะมโี ครโมโซมวายทส่ี ่งั ใหห้ ล่งั ฮอร์โมนเพศชายออกมาแตถ่ า้ เนอื้ เย่อื ไม่ตอบสนองก็
อาจเจรญิ เติบโตไปเปน็ อวัยวะเพศหญิง เปน็ ต้น

ปัจจยั ทางสงั คม เปน็ ปัจจัยท่ีมีความสลับซบั ซอ้ นมากท่ีสดุ เพราะเปน็ เรื่องของจิตใจของตวั บุคคล
น้ันๆ โดยเก่ียวขอ้ งกับการแปรเปลย่ี นข้อมูล ประสบการณ์ด้านต่างๆทีผ่ ่านเข้ามาในชีวิตของบคุ คลนัน้
และอาจส่งผลใหบ้ คุ คลน้นั เกิดความผดิ ปกติในการรับรู้ทางเพศ การพิจารณาปจั จัยนีต้ ้องใชท้ ฤษฎี
ทางจติ วิทยาและจะตอ้ งอาศัยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เชน่ นกั จิตวิทยาหรือจิตแพทย์

ปัจจัยทางจิตวิทยา เปน็ ปจั จัยทีเ่ ก่ียวข้องกับผูท้ ่ีอยู่แวดล้อมตวั เดก็ ขณะทีย่ งั เล็กอยู่ ไมว่ ่าจะเปน็ พ่อ
แมห่ รอื คนใกล้ชิด คนเหล่านี้เป็นผูก้ าหนดเด็กแตล่ ะคนท่ีเกิดมาว่าเปน็ เพศชายหรอื เพศหญิงโดยทั่วไป

กม็ ักอาศัยลกั ษณะของอวัยวะเพศภายนอกของเด็กท่ีมองเหน็ เป็นเกณฑ์กาหนดในทางการแพทย์เชื่อ
ว่าพัฒนาการการรบั รู้ทางเพศของตนเองในเดก็ จะอย่ใู นช่วง 3 ขวบปแี รกและกล่าวกันวา่ สง่ิ ท่ีสาคญั ที่
ทาให้เดก็ เกิดการรบั รูว้ า่ ตนเองเปน็ เพศใดนั้นมีพนื้ ฐานมาจากการอบรมเลีย้ งดูของพ่อแม่และผูอ้ ยู่
แวดลอ้ มเดก็ มากกวา่ ลักษณะทางเพศของร่างกายซึ่งกาหนดโดยโครโมโซมเสียอีก ดังนัน้ ช่วง3 ขวบปี
แรกของเดก็ จึงถือไดว้ ่าเป็นช่วงเวลาทีม่ ีความสาคัญเป็นอยา่ งย่ิงทีจ่ ะต้อง
อบรมเลย้ี งดใู ห้ถกู เพศนอกจากนย้ี ังมบี ุคคลอีกประเภทหน่ึงทีเ่ รยี กว่า บุคคลข้ามเพศ
(Transsexual) ซึ่งจัดอยูใ่ นพวกรักเพศเดียวกัน ซง่ึ มีทัง้ ชายและ
หญงิ กรณเี ป็นชายก็จะชอบแต่งตวั เปน็ หญิง บางคร้ังอาจคดิ ว่าตนเอง
เปน็ ผหู้ ญิง กรณีเปน็ หญิงก็จะแตง่ กายเป็นชายและคิดว่าตนเป็นผชู้ าย

บุคคลขา้ มเพศ หมายถงึ ผทู้ ีต่ ้องการใช้ชีวิตแบบเพศตรงขา้ มกับทตี่ นเองเป็นอยู่ โดยมคี วาม
ตอ้ งการอยา่ งแรงกลา้ ทจี่ ะเปลย่ี นแปลงรา่ งกายของตนเองให้เปน็ เพศตรงข้าม เนอ่ื งจากเหน็ ว่าเพศที่
ปรากฏทางรา่ งกายของตนน้ันไม่ถูกตอ้ ง รสู้ กึ เกลยี ดอวยั วะเพศเดมิ ทตี่ นเองมอี ยู่อยากตัดออกและ
ต้องการมอี วัยวะเพศใหมเ่ หมือนกบั เพศที่ตนเองอยากเปน็ แมไ้ ม่ได้มลี กั ษณะทัง้ สองเพศของเพศใดเพศ
หน่งึ เหมือนกะเทย สาเหตุทแ่ี น่นอนของการเกดิ อาการขา้ มเพศยังคงเปน็ ท่ถี กเถียงกนั อยใู่ นทาง
การแพทย์ แตเ่ ช่อื ว่าอาจเกิดจากความผดิ ปกตขิ อง โครโมโซม ฮอรโ์ มนเพศของทารกที่มอี ิทธพิ ลตอ่
สมอง โดยเฉพาะสมองสว่ นท่ีเป็นศนู ยอ์ ารมณ์และศนู ย์ใกล้เคียงท่คี วบคุมความประพฤติทางเพศ หรอื
อาจเกิดจากความไมส่ มดลุ ของฮอรโ์ มนของแม่ทมี่ คี วามเครียดในขณะตั้งครรภ์ แลว้ ส่งผลต่อทารกหรอื
ทารกอาจได้รบั ฮอร์โมนจากภายนอกร่างกาย หรือสารเคมที ่ีใหผ้ ลคลา้ ยฮอรโ์ มนทผ่ี ู้เปน็ แม่รับเขา้ มา
ในช่วงที่ทารกกาลังเปน็ ตัวอ่อนในครรภ์ ซึง่ สารดังกล่าวอาจมผี ลกระทบแทรกซ้อนต่อพัฒนาการของ
ตวั ออ่ น หรือการเลีย้ งดเู ด็กในด้านเพศทีไ่ มเ่ หมาะสมก็อาจทาใหเ้ กิดการรบั รู้ทางเพศของเด็กผดิ ปกติ
ไปจนเกดิ อาการข้ามเพศได้

บทบาททางเพศ
เรือ่ งเพศไดม้ บี ทบาทสาคัญมาพร้อมๆกับประวัติการเกิดของมนษุ ยชาติ ตลอดเวลาที่โลก

ววิ ัฒนาการมาตามลาดับนนั้ เปน็ ท่ียอมรับกนั ว่าเรือ่ งเพศเปน็ เรื่องท่สี าคัญยง่ิ ต่อชวี ิตและความเป็นอยู่
ของมนุษย์ ดังจะเหน็ ได้วา่ การสบื เผา่ พันธข์ุ องมนุษยชาติก็เปน็ ผลพวงมาจากบทบาททางเพศน้ันเอง

มีผู้รไู้ ด้กล่าวถึงความสาคัญในเร่อื งเพศ เช่น Dr. Will Durantซึ่งเป็นนักเขียนและนกั ปรชั ญาชาว
อเมริกันไดก้ ล่าวว่า“รองจากความหิวเรือ่ งเพศเป็นสญั ชาตญาณทีร่ ุนแรงที่สดุ และเป็นปญั หาใหญโ่ ต
ทีส่ ุดดว้ ย” ซกิ มนั ด์ ฟรอยด์ (Sigmund Freud) จติ แพทย์ชาวออสเตรีย ผู้ใหก้ าเนิดวิชาจิตวเิ คราะห์
ศาสตร์ เชอ่ื ว่าเรือ่ งเพศเปน็ เร่ืองที่สาคญั ท่ีสุดในชีวติ ของมนุษย์ เพราะเรื่องเพศเป็นสาเหตุที่ทาให้เกิด
พฤติกรรมตา่ งๆ ข้ึนในมนษุ ย์ ลกั ษณะความเป็นเพศของมนษุ ยน์ ้ันเปน็ ลกั ษณะสาคญั ส่วนบคุ คลทม่ี ีผล
ตอ่ การเจริญเตบิ โต และพัฒนาการของคนเรา ไม่ว่าจะเป็นบุคคลใด เพศใด ดงั จะเหน็ ได้จากการ
เปลีย่ นแปลงทางเพศท่ีเกิดข้ึนกบั บุคคลวยั ตา่ งๆ อย่างต่อเนอ่ื งกัน บทบาทในความแตกตา่ งระหวา่ ง
เพศกแ็ สดงให้เหน็ ตงั้ แต่เกิดแล้ว ได้แก่ การต้งั ชือ่ จริงช่อื เล่นของชายและหญงิ ก็จะตา่ งกนั การใส่เสื้อผา้
หรอื การเลน่ ตุก๊ ตาของเด็กหญิง เล่นรถ เล่นปืนของเด็กชาย ความชอบตา่ งๆ ตลอดจนลกั ษณะความ
เปน็ ชายและเปน็ หญงิ จะเห็นไดว้ า่ ลกั ษณะความเปน็ เพศของมนษุ ยไ์ ด้แทรกเขา้ มาในบทบาทตา่ งๆ
อยา่ งแนบสนทิ ทง้ั ทางดา้ นร่างกาย จติ ใจ อารมณ์ สงั คม และสตปิ ัญญา ทีท่ ัง้ ชายและหญงิ ได้
แสดงออก

แนวคดิ
วยั รุน่ เปน็ วยั ทม่ี ีการเปล่ียนแปลงทางด้านอารมณ์และจิตใจเป็นอย่างมาก เนอ่ื งจากการ

เปลีย่ นแปลงเกีย่ วกับฮอร์โมนตา่ งๆ ในรา่ งกายไปกระตุน้ ทาให้เกิดการเปล่ียนแปลง ทาใหม้ กี ารแสดง
พฤตกิ รรมทางสงั คมทีแ่ ตกต่างกันไปจากวยั เดก็ นอกจากน้ยี งั มปี ัจจัยบางอย่างทีท่ าให้พฤตกิ รรมทาง
สังคมของวัยรุ่นแต่ละคนแตกต่างกันออกไป เชน่ พนั ธกุ รรม ส่งิ แวดล้อม สุขภาพ ขนบธรรมเนยี ม

ประเพณี วัฒนธรรม ฐานะทางเศรษฐกจิ การคบเพอ่ื น การอบรมเลย้ี งดจู ากพ่อแม่ ผู้ปกครอง ถา้ ตวั
วยั รุ่นเอง และผใู้ หญ่ไมเ่ ข้าใจถงึ การเปลย่ี นแปลงดังกลา่ วอาจส่งผลใหเ้ กิดปญั หาความไมเ่ ข้าใจกนั ข้ึน
สาระการเรยี นรู้

1. พัฒนาทางเพศเมอื่ เปล่ียนแปลงเข้าสูว่ ยั รุ่น
2. การเปลีย่ นแปลงทางด้านจติ ใจและอารมณข์ องวยั รุ่น
ผลการเรยี นรทู้ ่ีคาดหวงั
1. อธิบายพัฒนาการทางเพศเม่อื เปล่ียนแปลงเขา้ ส่วู ัยรุ่นได้
2. อธิบายการเปล่ยี นแปลงทางดา้ นจติ ใจและอารมณข์ องวัยรนุ่ ได้

พฒั นาการทางเพศเมอ่ื เข้าสูว่ ัยรุน่
วัยรนุ่ เปน็ วยั ทค่ี วามเปน็ เดก็ กาลังจะส้นิ สดุ ลง และจะเริ่มมกี ารเปลยี่ นแปลงทางด้านรา่ งกาย

อย่างเหน็ ได้ชัด เปน็ วัยท่ีเตรียมตัวทจี่ ะเปน็ ผู้ใหญต่ ่อไป

การย่างเข้าส่วู ยั รุ่นนนั้ จะแตกต่างกนั ในแต่ละคน บางคนอาจจะชา้ หรอื เรว็ กว่าอายุท่ี
ประมาณไวทง้ั นข้ี น้ึ อย่กู ับเช้ือชาติ อาหารการกิน สุขภาพ กรรมพันธุ์ สง่ิ แวดล้อม และการอบรมเลย้ี ง
ดู เช่น เดก็ ทางแถบยโุ รป อเมรกิ า จะเขา้ สวู่ ยั รนุ่ เร็วกวา่ เดก็ ไทย เด็กที่กนิ อาหารดีทงั้ ด้านปริมาณและ
คณุ ค่าทางอาหารจะเขา้ สวู่ ยั รุน่ เรว็ กว่าเด็กที่อดอยากอาหาร การกนิ ไม่ดี เด็กท่ีสุขภาพแข็งแรงจะเข้าสู่
วยั ร่นุ เร็วกว่าเดก็ ท่ีมีสุขภาพออ่ นแอ เปน็ ต้น

ในระยะที่เดก็ หญิงและเดก็ ชายยา่ งเขา้ ส่วู ัยรุน่ นี้ จะมีการเปล่ียนแปลงทางดา้ นรา่ งกายอยา่ ง
เห็นไดช้ ัดหลายประการ กล่าวคอื

เดก็ หญิง จะเรมิ่ มีหน้าอกโตขน้ึ หรือท่ีเรียกว่าเร่มิ มหี น้าอก เรมิ่ มปี ระจาเดือนหรอื ระดู อวัยวะ
เพศจะโตขน้ึ เรม่ิ มขี นท่บี ริเวณอวยั วะเพศและทีร่ กั แร้ จะมสี วิ ข้ึนตามใบหนา้ รา่ งกายเจริญเติบโตขนึ้
อย่างรวดเร็ว เมือ่ หญิงอายจุ าก 15 ปขี น้ึ ไป จนถงึ ส้ินสุดระยะวัยรุ่นเม่อื อายุประมาณ 20 ปี ระยะ
ดังกล่าวนี้สะโพกจะผายออก เอวคอดเล็กลงหน้าอกโตขึน้ เสียงแหลมข้นึ ขนรกั แร้และขนบรเิ วณ
อวัยวะเพศมีมากข้นึ หนา้ อกโตขน้ึ กล้ามเน้อื และกระดูกแขง็ แรงและสามารถใชอ้ วัยวะต่างๆ ไดด้ ี
ความสงู ก็จะหยุดเมอื่ อายปุ ระมาณ 17-18 ปี ส่วนนา้ หนกั ตวั คงเพม่ิ ข้ึนช้าๆ ซ่ึงกจ็ ะขึน้ อยกู่ ับอาหารและ
นสิ ยั ในการกนิ

ผชู้ าย อายุจาก 16 ปีขึ้นไป จนถึงส้นิ สุดระยะวัยรุ่น เมือ่ อายปุ ระมาณ 21 ปี ระยะดงั กล่าวน้ี
หนวดเคราจะเร่ิมหยาบและแข็งข้นึ ขนรักแร้ เรม่ิ มีขนท่ีหน้าแข้ง รอบๆ หัวนมจะแขง็ เป็นไตหรือเปน็
กอ้ นเล็กๆ ถ้าถูกสมั ผสั จะรสู้ ึกเจ็บซึง่ เรยี กวา่ “นมขึ้นพาน” หรือ “นมตัง้ พาน” เสยี งจะเปล่ียนคือจะ
แหบห้าวข้ึน ซง่ึ เรียกวา่ “เสยี งแตกหนุ่ม” จะมีสวิ ข้ึนตามใบหน้า ร่างกายเจริญเติบโตอย่างรวดเรว็
แขน ขายาว บางคร้งั ดูแล้วเก้งก้าง และขนบรเิ วณอวัยวะเพศจะมมี ากข้นึ อวยั วะเพศมีขนาดเท่ากับ
ผ้ใู หญ่ กล้ามเนอ้ื และกระดูกจะแขง็ แรง และสามารถใชอ้ วยั วะต่างๆ ได้ดี ความสงู ก็จะหยดุ เม่อื อายุ
ประมาณ 18-19 ปี ส่วนนา้ หนักตวั คงเพิ่มข้ึนอย่างช้าๆ ซึง่ กจ็ ะขึ้นอย่กู บั อาหารและนิสัยในการกิน

สาหรับเดก็ ชาย จะเริ่มมขี นขนึ้ บริเวณอวัยวะเพศและทรี่ กั แร้ อวยั วะเพศจะโตขึ้น จนทาให้
หนังหุ้มปลายองคชาตเปิดออก แตบ่ างรายท่มี ีหนังหุม้ ปลายองคชาตมาก หนงั หมุ้ ปลายองคชาตก็จะ
ไมเ่ ปิด จะมีการหล่ังน้าอสจุ ิคร้งั แรก อาจจะโดยการฝนั เกี่ยวกับการมเี พศสัมพันธแ์ ล้วมีการหลง่ั น้า
อสจุ อิ อกมาในขณะหลบั ซง่ึ เรยี กวา่ “การฝันเปยี ก” (Wet Dream) หรืออาจจะโดยการใชม้ ือกระทากบั
องคชาตของตนเอง จนมกี ารหลงั่ นา้ อสุจิซึ่งเรยี กว่า “การชว่ ยตนเอง” หรือ “การสาเร็จความใคร่ด้วย
ตนเอง”(Masturbation)

การเปลย่ี นแปลงทางดา้ นจติ ใจและอารมณ์ของวยั ร่นุ

เมอื่ เขา้ สวู่ ัยร่นุ วยั รุ่นจะมคี วามรสู้ กึ แปลกๆ อยา่ งทไ่ี ม่เคยเปน็ มาก่อน ท้ังนีเ้ นื่องจากกา
เปลย่ี นแปลงเกย่ี วกบั ฮอร์โมนต่างๆ ในรา่ งกายไปกระต้นุ ทาให้เกิดการเปลยี่ นแปลงทางดา้ นจติ ใจและ
อารมณ์

ในระยะความเป็นวัยรุ่นน้ี เดก็ หญิงจะรกั สวยรกั งามมากข้ึน ชอบแตง่ ตัวมากขึน้ ขอี้ าย มี

อารมณอ์ อ่ นไหวง่าย และประหมา่ เม่อื อยู่ท่ามกลางเพศตรงข้าม ถงึ แม้เดก็ หญงิ จะมีความรู้สึกสนใจใน

เพศตรงข้าม แตก่ จ็ ะไมแ่ สดงออกเด่นชดั นกั ทัง้ นี้เน่อื งจากวฒั นธรรมประเพณอี นั ดงี ามของไทย

สาหรบั เด็กชายจะมคี วามกลา้ หาญ ชอบการต่อสู้ ผจญภัย บางคนบา้ บ่นิ มุทะลุ คกึ คะนอง ใน

วยั นี้เด็กชายจะสนใจเพศตรงขา้ ม มคี วามต้องการทางเพศ

ดงั นน้ั ผใู้ หญ่จงึ ควรอธบิ ายใหว้ ยั รุน่ เขา้ ใจถึงการเปลีย่ นแปลงดังกล่าว คอยช้ีแจง แนะนาด้วย

ความนมุ่ นวล อ่อนโยน สาหรบั ตวั วัยรนุ่ เองกค็ วรจะทาความเขา้ ใจกบั การเปลี่ยนแปลงของตนเองดว้ ย

เพ่ือทจี่ ะไดค้ วบคมุ ตนเองให้มีพฤติกรรมที่เหมาะสมกบั วัยของตนเอง

วยั ร่นุ เปน็ วัยทีม่ กี ารเปลย่ี นแปลงทางดา้ นอารมณแ์ ละจิตใจเปน็ อย่างมาก ถ้าตวั วัยรุ่นเองและ

ผ้ใู หญไ่ มเ่ ขา้ ใจอาจเกิดปัญหาความไมเ่ ข้าใจกนั ได้ วัยน้ีมักจะถูกเรยี กวา่ “วยั อลวน” หรอื “วัยพายบุ ุ

แคม” เพราะจะเป็นวัยทีใ่ จร้อน รนุ แรง แปรปรวนง่าย อารมณ์เปล่ยี นแปลงเร็ว อยากรู้อยากเห็น อยาก

ลอง บางครัง้ อารมณ์จะอยเู่ หนือเหตุผล เวลารกั กร็ กั มาก เวลาโกรธกโ็ กรธมาก บางคร้ังทาอะไรลงไป

โดยที่ไม่เขา้ ใจความร้สู ึกของตนเองเทา่ ใดนกั แตอ่ ารมณ์เหล่านี้จะค่อยๆ พฒั นาขน้ึ เมื่อกาลังจะสิน้ สุด

ความเปน็ วัยรนุ่ และกาลงั จะเริ่มต้นวัยผ้ใู หญ่

วยั รุ่นจะมกี ารแสดงพฤตกิ รรมทางสังคมทีแ่ ตกตา่ งกันไปจากวัยเดก็ เปน็ อย่างมาก แต่กย็ ังมีปัจจยั

บางอยา่ งทท่ี าใหพ้ ฤติกรรมทางสงั คมของวยั รุน่ แตล่ ะคนแตกต่างกันออกไป เชน่ พนั ธุกรรม

ส่ิงแวดล้อม สุขภาพ ขนบธรรมเนียม ประเพณี วฒั นธรรม ฐานะทางเศรษฐกจิ การคบเพ่ือน การอบรม

เลยี้ งดจู ากพอ่ แม่ ผู้ปกครอง อยา่ งไรก็ตาม การเปลีย่ นแปลงทางสังคมบางประการทเี่ ห็นไดช้ ัดในชว่ ง

วัยรุ่นมหี ลายประการ ไดแ้ ก่ วฒุ ภิ าวะทางเพศ และอิทธิพลของฮอรโ์ มน ซง่ึ จะไดก้ ลา่ วดังต่อไปน้ีวุฒิ

ภาวะทางเพศในเพศชาย หมายถึง การมีการหลัง่ นา้ อสุจิเปน็ คร้งั แรก สว่ นในเพศหญิง หมายถึง การ

มีประจาเดือนคร้งั แรก ซ่งึ สิ่งเหลา่ น้ีจะเกดิ กับทกุ คนตามธรรมชาติ ไม่ใชส่ ง่ิ แปลกประหลาดหรือส่งิ ท่ีน่า

อับอาย หรือส่ิงทีผ่ ิดปกติแต่ประการใดเลย แต่เปน็ การแสดงออกของรา่ งกายที่บง่ บอกให้รู้ว่าร่างกายมี

วุฒภิ าวะทางเพศแล้ว และมีความพรอ้ มทางดา้ นรา่ งกายท่ีจะมีบตุ รไดแ้ ลว้ การหลงั่ น้าอสุจิเป็นคร้ังแรก

ของเพศชาย อาจเกิดจากการใชม้ อื กระทากบั อวัยวะเพศของตนเอง จนมกี ารหลัง่ น้าอสจุ อิ อกมา หรือ

เรียกว่า “การชว่ ยตัวเอง” หรอื “การสาเรจ็ ความใคร่ดว้ ยตนเอง” (Masturbation) หรอื อาจเกิดจาก

การ “ฝนั เปยี ก” (Wet Dream) ซ่งึ หมายถงึ การฝันเกีย่ วกับเร่อื งเพศ เช่น ฝันวา่ ไดม้ เี พศสมั พนั ธ์ เป็นต้น

แลว้ นา้ อสจุ ิก็จะหลัง่ ออกมาในขณะท่ฝี ันน้ัน

การสรา้ งเซลลส์ บื พันธ์ในเพศชายและการฝันเปยี ก

เซลลส์ ืบพันธเุ์ พศชายหรอื ตัวอสุจิ (Sperm) จะถกู สรา้ งขนึ้ ในท่อผลิตอสุจิ (Seminiferous
Tubules) ของลกู อณั ฑะ เมื่อเด็กชายอายไุ ด้ประมาณ 14 ปี เซลล์สืบพันธุ์เพศชายหรือตัวอสจุ จิ ะ
เจรญิ เติบโตเตม็ ท่ี ตวั อสุจมิ ขี นาดเลก็ มาก มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นตอ้ งใชก้ ลอ้ งจุลทรรศน์ส่องดจู งึ จะ
เห็นว่ามีรปู รา่ งลกั ษณะคลา้ ยๆ ลกู กบแรกเกิด หรอื ลูกออ๊ ด ประกอบด้วยสว่ นหวั ท่มี ีขนาดโต แลว้ เลก็
ลงมาเปน็ สว่ นหางทยี่ าวเรยี ว และสว่ นหางนีจ้ ะใช้ในการแหวกวา่ ยไปมา มขี นาดลาตัวยาวประมาณ
0.05 มลิ ลิเมตร มีขนาดเลก็ กว่าไขเ่ พศหญงิ หลายหมนื่ เท่า

หลังจากตัวอสจุ ิถูกสรา้ งในทอ่ ผลติ ตวั อสุจิแล้วในระยะแรกจะเคลือ่ นไหวไม่ไดจ้ ะฝังตัวอย่ใู น
หลอดฟักตัวอสุจิจนเจริญเติบโตเตม็ ทีจ่ งึ เคลือ่ นย้ายไปยังถงุ เกบ็ อสุจแิ ละจะสะสมไวจ้ นถึงระดบั หนึง่
หากไมม่ ีการระบายออกด้วยเพศสมั พนั ธห์ รือสาเร็จความใคร่ดว้ ยตนเองรา่ งกายจะระบายออกโดย
ใหน้ ้าอสุจเิ คลอื่ นท่ีออกมาตามท่อปัสสาวะเองในขณะนอนหลับซงึ่ เป็นการลดปริมาณน้าอสุจใิ ห้
น้อยลงโดยธรรมชาติ และยงั เป็นวธิ ีหนึง่ ทชี่ ่วยลดความเครยี ดเกีย่ วกับอารมณ์ทางเพศได้ เราจงึ
เรยี กวา่ การฝันเปยี ก (WetDream)ซึ่งเป็นปรากฏการณท์ ี่ชีใ้ ห้เห็นวา่ วยั รุน่ ชายผู้นน้ั มวี ุฒภิ าวะทางเพศ
แลว้ และร่างกายก็พรอ้ มทจ่ี ะใหก้ าเนดิ บตุ รได้

การมีประจาเดือนหรือระดู

เม่ือเพศหญงิ ย่างเข้าสู่วยั รนุ่ ไมเ่ พยี งแต่วา่ จะมลี กั ษณะของความเป็นหญงิ ดว้ ยการมเี ตา้ นม
เจริญเติบโต และมลี ักษณะเปลีย่ นแปลงอ่นื ๆ เกดิ ขึ้นเท่านั้น แต่ยงั จะตอ้ งมปี ระจาเดอื นหรือระดู ซง่ึ
หมายถึง การท่ีมเี ลือดและสว่ นประกอบอืน่ ๆ ออกมาจากมดลูกเปน็ ครงั้ คราว ซึ่งเปน็ ธรรมชาติของ
หญิงทุกคน ในคนปกตจิ ะเกิดขึ้นทุกๆ 28 วนั ตอ่ หนง่ึ ครัง้ ของรอบเดือนเปน็ ประจา โดยเลือด ผ่าน
ออกมาทางช่องคลอดซงึ่ เป็นสญั ญาณที่แสดงให้เหน็ ว่าหญงิ ผนู้ ั้นกาลงั ยา่ งเขา้ สู่วยั เจรญิ พนั ธุ์ และ
มดลูกเตรียมพรอ้ มทีจ่ ะทาหน้าที่ตามธรรมชาติ การมปี ระจาเดอื นจะเกิดข้ึนเมอื่ อายุประมาณ 12 ปี
จนถงึ ประมาณ 45 ปี ก็จะหมดระดู รอบ 28 วันของรอบเดอื น

เร่ิมด้วยการที่ผนังมดลกู เริ่มหนาข้นึ เนอื่ งจากฮอร์โมนไขท่ ่ผี สมแลว้ จะเคล่อื นที่มาฝงั ตวั ที่ผนงั
มดลกู นี้แล้วเตบิ โตเปน็ เดก็ ต่อไป แต่ถ้าไขไ่ มไ่ ดร้ บั การผสมพนั ธ์ุ เยือ่ บุภายในผนงั มดลกู จะสลายตวั
ออกพรอ้ มกับเลือดจะถกู ขับออกมาด้วย ซงึ่ เรียกวา่ ระดู หรือประจาเดอื น เลือดท่อี อกมานมี้ กั จะมี
สคี ลา้ ในเวลาปกติช่วงกอ่ นมีประจาเดือนมักจะมอี าการตา่ งๆ ปรากฏขนึ้ เช่น ปวดถ่วงบริเวณ
ทอ้ งน้อย ปวดหลัง บ้นั เอว และกน้ กบ ปวดศีรษะ ใจคอหงุดหงดิ เตา้ นมบวมหรือคัดเน่อื งจากมี
ฮอร์โมนบางชนิดไปกระตนุ้ ต่อมนา้ นม

ระยะการมีประจาเดือน ท่ีจะเกดิ ข้ึนทุกๆ 28 วนั นั้น อาจแบง่ ออกได้เปน็ ระยะ

แสดงวงจรของการมีประจาเดือนในรอบ 28 วนั
ระยะทาลาย (Destructive Phase) เปน็ ระยะท่ีมีเลือดออกมาก และเลือดทีอ่ อกมากเ็ นื่องจาก
มกี ารทาลายของเยื่อบุภายในผนังมดลูกจานวนเลอื ดระดูท่ไี หลออกมามจี านวนไมแ่ น่นอนโดยทั่วไป
จะมปี รมิ าณ 125 ลกู บาศก์เซนติเมตร นอกจากจะมีเลือดระดูออกมาแล้วยงั มเี ศษของผนงั มดลูกท่ีถูก
ทาลาย หลดุ ปนออกมาดว้ ย ระยะทาลายนี้เรม่ิ แรกมักจะมีอาการทัง้ รา่ งกายและจติ ใจ เชน่ ถ่าย
ปัสสาวะบ่อย มสี วิ ข้ึนบนใบหนา้ เต้านมโตและแข็ง มอี าการปวดศีรษะ เพลีย หงุดหงิด เปน็ ตน้ ซ่งึ

เน่อื งจากการเปล่ียนแปลงของฮอรโ์ มนในรา่ งกายนนั่ เอง ระยะทาลายจะใชเ้ วลาประมาณ 3-7 วนั
หรอื อาจกล่าวไดว้ ่าจะมเี ลอื ดระดูออกมาอยปู่ ระมาณ 3-7 วัน

ระยะฟอลลิคลู า (Follicular Phase) จะเป็นระยะท่ีทาให้ไข่สุก เน่อื งจากต่อมใต้สมองสว่ น
หนา้ หลงั่ ฮอรโ์ มนชนิดหนึง่ ออกมาแล้วผา่ นสูก่ ระแสเลอื ด แลว้ นาไปยังรงั ไข่ จะทาใหไ้ ขซ่ ่งึ อยภู่ ายใน
รงั ไขเ่ จริญเตบิ โตและสกุ ระยะน้จี ะใชเ้ วลาประมาณ 9 วัน และเมือ่ รวมกบั ระยะที่มีเลอื ดระดไู หล
ออกมาในระยะทาลายกจ็ ะกินเวลาประมาณ 12-16 วัน

ระยะลูเทียล (Luteal Phase) เปน็ ระยะท่ไี ข่สกุ เต็มท่ีและจะหลดุ ออกจากรังไข่ ซึง่ รงั ไข่จะสร้าง
ฮอร์โมนชนดิ หน่ึงท่ีกระตุ้นให้ผนงั มดลกู หนาและมีเลือดมาเลยี้ งมากข้ึน เพื่อรอรับไข่ที่จะถูกผสมพันธุ์
แต่ถ้าไขไ่ ม่ไดร้ ับการผสมพันธุ์ ฮอร์โมนนจ้ี ะลดลงทันที ซึ่งเปน็ การเรมิ่ ต้น “ระยะทาลาย” และมเี ลอื ด
ระดูไหลออกมาใหมอ่ กี คร้งั
อทิ ธิพลของฮอรโ์ มน

การเจริญเติบโตและพัฒนาการทางเพศ จาเปน็ ท่ีจะตอ้ งอาศยั ฮอร์โมนตา่ งๆ ในรา่ งกาย ชว่ ย
กระตนุ้ และควบคมุ การเจริญเติบโตและพัฒนาการทางเพศใหเ้ ปน็ ไปไดอ้ ยา่ งปกติ ฮอรโ์ มนต่างๆ
เหลา่ น้ีจะผา่ นเขา้ สู่กระแสเลือดโดยตรงเลยทเี ดยี ว ซึ่งจะตา่ งจากตอ่ มมที อ่ เช่น ตอ่ มเหงื่อ ต่อมนา้ ลาย
ตอ่ มน้าตา ท่มี ีทอ่ นาสารทส่ี ร้างข้ึนไปตามท่อของมนั เอง ตอ่ มไร้ท่อท่ีทาหน้าที่สาคญั ในการควบคุม
การเจรญิ เติบโตและพฒั นาการทางเพศมีดังนี้

ต่อมใต้สมอง (Pituitary Gland) เปน็ ต่อมไร้ท่อที่สาคัญกวา่ ต่อมไรท้ ่ออนื่ ๆ เพราะฮอรโ์ มนท่ี
สร้างข้นึ จากต่อมนี้จะทาหน้าทค่ี วบคมุ การสรา้ งฮอรโ์ มนของตอ่ มไรท้ ่ออื่นๆ อกี ต่อหนึ่ง ตอ่ มใตส้ มอง
มลี กั ษณะเป็นก้อนเลก็ ๆ 2 ก้อน เรียงซ้อนกันอยู่ ซง่ึ ต่อมน้ตี ั้งอยใู่ ต้สมอง แบ่งออกเปน็ 2 ส่วน คอื

ต่อมใต้สมองส่วนหน้า (Anterior Pituitary Gland) จะผลิตฮอร์โมนออกมาหลายตัวด้วยกัน
แต่ฮอรโ์ มนท่ีเก่ยี วข้องกบั การเจรญิ เติบโตและพัฒนาการทางเพศมีดงั น้ี

Growth Hormone เป็นฮอร์โมนท่ีช่วยควบคุมการเจริญเติบโตของรา่ งกาย ถา้ ขาดฮอรโ์ มนนี้
จะทาใหแ้ คระแกร็นไมโ่ ตตามวยั ไมม่ ีขนข้นึ ตามตัวและที่รกั แร้ แต่ถ้ามีฮอรโ์ มนนมี้ ากจะทาให้ร่างกาย
ใหญโ่ ตผิดปกติ ผิวหนังหยาบ มีขนดก

Follicle Stimulation Hormone เปน็ ฮอร์โมนเพศสาหรับผู้หญงิ จะช่วยกระตุน้ รงั ไข่เพือ่ เร่งให้
ไขส่ ุก แต่สาหรับผู้ชายจะชว่ ยกระตนุ้ หลอดเลก็ ๆ ในลูกอัณฑะใหผ้ ลิตตัวอสจุ ิ

Luteinizing Hormone เปน็ ฮอรโ์ มนเพศสาหรับผู้หญิง จะทาหน้าท่คี วบคุมรังไข่ในการผลติ
และการปล่อยฮอรโ์ มนเพศของผ้หู ญงิ แตส่ าหรับผูช้ ายจะทาหนา้ ท่ีควบคุมลูกอัณฑะ ในการผลติ และ
การปลอ่ ยฮอรโ์ มนเพศชาย

Prolactin เปน็ ฮอรโ์ มนเพศทที่ าหนา้ ที่รกั ษาระดับการขบั Estrogen และ Progesterone
ของรงั ไข่ กบั Testosterone ของลกู อัณฑะ นอกจากน้ยี งั ควบคมุ การเจรญิ เตบิ โตของต่อมน้านมใน
เพศหญิงอีกด้วย

ต่อมใตส้ มองส่วนหลงั (Posterior Pituitary Gland) จะผลติ ฮอร์โมนที่สาคัญ 2 ตวั คอื
Oxytocin จะทาหน้าทีก่ ระต้นุ มดลกู ให้บบี ตวั ขณะคลอดบุตร
Vasopressin จะทาหน้าที่ควบคมุ การใช้นา้ ในร่างกาย และการขับปสั สาวะ

ตอ่ มเพศ (Gonad) และตอ่ มเพศในผ้หู ญิงคอื รังไข่ ตอ่ มเพศในผู้ชายคือลูกอัณฑะ ซงึ่ จะผลติ
ฮอร์โมนดังนี้

รังไข่ (Ovary) จะผลติ ฮอรโ์ มน Estrogen ฮอร์โมนน้จี ะทาหนา้ ทกี่ ระตุ้นและควบคมุ
ลกั ษณะตา่ งๆ อันเป็นลักษณะเฉพาะของความเป็นหญิง ไดแ้ ก่ อวยั วะเพศท่ีมขี นาดโตข้ึน และมขี นข้ึน
ท่อี วยั วะเพศ และที่รักแร้ หน้าอกและเตา้ นมขยาย ใบหน้าและแกม้ เปลง่ ปล่งั ความกวา้ งของช่อง
กระดกู เชงิ กรานขยาย สะโพกใหญ่ข้ึน มีรูปรา่ งทรวดทรงเปน็ หญิง มีการตกไข่ และมปี ระจาเดือน
ตลอดจนมีการพัฒนาการด้านจติ ใจท่ีเป็นหญิง มีความต้องการทางเพศ แต่จะควบคุมได้ดกี ว่าเพศ
ชาย เมอื่ ไขห่ ลุดออกจากรังไขแ่ ลว้ รังไขก่ ็จะผลิตฮอร์โมนออกมาอีกชนดิ หน่ึง คอื Progesterone ซงึ่
ทาหนา้ ทกี่ ระตุ้นผนังมดลูกให้เตรียมรอรบั ไข่ ซงึ่ ถา้ ไข่ผสมกับตวั อสุจิแล้ว จะมาฝังตวั ทีผ่ นังมดลูกเพ่อื
การเจรญิ เติบโตต่อไป

ลูกอณั ฑะ (Testis) จะผลิตฮอร์โมน Testosterone ฮอร์โมนนี้จะทาหนา้ ท่ีกระตุ้นและ
ควบคมุ ลักษณะตา่ งๆ อันเป็นลักษณะเฉพาะของความเป็นชาย ได้แก่ มีหนวด เครา ขนขน้ึ ท่ีหน้าอก
รกั แร้ หนา้ แขง้ เสียงจะเปลี่ยนไป ระยะแรกๆ จะแหบหรือเสยี งแตก แต่ตอ่ มาเสยี งจะหา้ วขนึ้ ไหล่กวา้ ง
สะโพกแคบ มกี รามใหญ่ กล้ามเน้อื แข็งแรง อวัยวะเพศขยายขนาดและมขี นขน้ึ มรี ปู รา่ งทรวดทรงเปน็
ชาย มีการหลง่ั นา้ อสจุ ิ ตลอดจนการพฒั นาจิตใจท่ีเป็นชาย และความต้องการทางเพศ

ตอ่ มหมวกไต (Adrenal Gland) เป็นต่อมทม่ี ลี ักษณะคลา้ ยหมวกครอบอยู่บนปลายทาง
สว่ นบนของไตทงั้ 2 ข้าง มีหน้าทีส่ ร้างฮอรโ์ มนเพศหญงิ และชาย แต่มจี านวนไม่มากนกั จะเด่นใน
ฮอรโ์ มนเพศชายมากกว่า ซ่งึ ช่วยควบคมุ ความรสู้ ึกทางเพศของเพศชาย ถา้ ต่อมนี้มคี วามผดิ ปกติ จะ
ทาใหเ้ ดก็ ชายมกี ารพัฒนาการทางเพศเรว็ ขน้ึ และเด็กหญิงจะมีลกั ษณะพัฒนาการทางเพศ คอ่ นข้าง
ไปทางเพศชาย

ต่อมไทรอยด์ (Thyroid Gland) มีอยู่ 2 กลีบ ขา้ งๆ สว่ นบนของหลอดลมตรงลาคอท่บี ริเวณ
ลกู กระเดอื ก สาหรับเพศหญงิ ในระยะเรม่ิ เข้าสวู่ ยั สาว ระหวา่ งที่มีประจาเดือน และระยะต้ังครรภ์ ตอ่ ม
นี้จะขยายตัวเลก็ นอ้ ย ซง่ึ ไม่ถือว่าเปน็ การผิดปกติ แต่ถ้าต่อมนท้ี างานผิดปกติ คอื ผลิตฮอรโ์ มนได้

น้อยกว่าที่ร่างกายต้องการเพราะขาดธาตไุ อโอดนี ตอ่ มนี้ก็จะขยายใหญ่ขึ้น กลายเป็นโรคคอหอย
พอก ตอ่ มนจ้ี ะสรา้ งฮอร์โมน Thyroxin ซง่ึ ทาหน้าท่คี วบคมุ การใชพ้ ลงั งานและการเผาผลาญอาหาร
ถ้าต่อมนท้ี างานผิดปกติ จะทาให้ร่างกายแคระแกร็น สติปญั ญาตา่

ของรัก ของหวง
แนวคดิ
อวัยวะสบื พนั ธ์เุ ป็นอวัยวะท่ีถือวา่ เปน็ ของสงวนเปน็ ของท่ีต้องปดิ บงั จึงอยูใ่ นรม่ ผา้ การดูแลสุขอนามยั
ของอวัยวะสืบพันธ์ถุ อื วา่ เปน็ เร่อื งสาคัญซึ่งผูช้ ายและผหู้ ญิงอาจมีการดูแลท่ีแตกตา่ งกัน เพราะมี
อวยั วะสบื พนั ธุท์ แี่ ตกตา่ งกนั
สาระการเรียนรู้
1. อวยั วะสืบพันธ์เพศหญิง
2. อวยั วะสืบพันธ์เพศชาย
3. สุขอนามัยของอวัยวะสบื พนั ธุ์
4. ปัญหาสขุ ภาพทางเพศ
ผลการเรยี นรู้ที่คาดหวงั
1. อธิบายอวัยวะสืบพันธุ์เพศหญิงได้
2. อธิบายอวัยวะสืบพนั ธ์เพศชายได้
3. อธบิ ายสุขอนามัยของอวยั วะสบื พนั ธุ์ได้
4. อธิบายปญั หาสขุ ภาพทางเพศได้

อวัยวะสบื พนั ธ์ุของเพศหญงิ
จะมลี ักษณะและส่วนประกอบทสี่ ลับซับซ้อนมากกวา่ อวยั วะสบื พนั ธ์ขุ องเพศชาย มคี วามเกยี่ วข้องกบั
ระบบการขบั ถา่ ยปสั สาวะนอ้ ยมาก แต่จะมีความเกยี่ วข้องกับการสบื พนั ธ์ุมาก อวยั วะสืบพันธุข์ องเพศ
หญิงจะประกอบดว้ ย 2 สว่ นใหญ่ๆ ด้วยกนั คือ อวัยวะสบื พนั ธภุ์ ายใน และอวัยวะสืบพันธภ์ุ ายนอก
ซ่ึงจะได้กลา่ วตอ่ ไป

1. รงั ไข่ (Ovary)
รงั ไข่จะมี 2 ดา้ น อยู่ปลายสุดของปกี มดลูก ลกั ษณะเปน็ รูปไข่แบนๆสีขาวคล้ายเมลด็ มะมว่ งหมิ พานต์
ยาวประมาณ 2-3 เซนตเิ มตร จะสร้างฮอรโ์ มนเพศหญิงและผลิตไข่ (Ovum) ในหญงิ ตง้ั แตว่ ยั เด็ก แต่
เป็นไขท่ ่ไี ม่เจริญเติบโต ซ่งึ อาจมีจานวนเปน็ พนั ๆ ใบ แตเ่ ม่อื เขา้ สู่วยั รุ่นเป็นสาวแลว้ ไข่จะเจรญิ เตบิ โต
เตม็ ท่พี ร้อมท่ีจะมีบุตรไดแ้ ล้วไข่จะออกมาตามทอ่ รงั ไขเ่ พยี งเดือนละ 1 ใบเท่าน้ัน เมื่อไข่สุกแลว้ จะรว่ ง
หลดุ จากรงั ไข่ เคลอ่ื นลอยเข้าไปตามทอ่ รังไข่ และเคลื่อนเข้าไปในมดลูก ถ้าไมไ่ ด้รบั การผสมจากตัว
อสจุ ิก็จะสลายเปน็ ประจาเดือนในเวลาต่อมา รงั ไขจ่ ะผลติ ไข่จากรังไขด่ า้ นขวาและด้านซา้ ยสลบั กันทุก
เดือน

2. ท่อรังไขห่ รือปีกมดลกู (Fallopian Tube or Uterine Tube)

ท่อรังไขห่ รือปกี มดลกู เป็นท่อเลก็ ๆ ท่ตี ่อจากมดลกู เชื่อมกับรังไข่ มคี วามยาวประมาณ 10 เซนติเมตร
จะมอี ยู่ 2 ดา้ น คอื ด้านซา้ ยและด้านขวา ตอนปลายติดกับรังไข่ จะโตบานออกคล้ายปากแตร มี
ลกั ษณะจบี เปน็ ริ้วๆ ภายในท่อรงั ไขจ่ ะมีกลา้ มเนือ้ บบี รดั อย่เู สมอ และดา้ นในมขี นละเอยี ดคอยโบกพัด
เอาไขท่ ่สี ุกแลว้ เขา้ ไปในทอ่ รังไข่

3. ช่องคลอด (Vagina)
ชอ่ งคลอดอย่รู ะหว่างทอ่ ปัสสาวะกบั ทวารหนัก เป็นสว่ นที่ตอ่ มาจากปากมดลกู มาเปดิ ออกภายนอก
ชอ่ งคลอดลกึ ประมาณ 7-10 เซนตเิ มตร ประกอบด้วยกลา้ มเนือ้ เรยี บ สว่ นในสุดเปน็ สว่ นทห่ี ุ้มอย่รู อบ
ปากมดลกู ภายในบุดว้ ยเย่ือบางๆ ลักษณะเป็นรอยยน่ สามารถหดและขยายตวั ไดม้ ากเวลาคลอด
นอกจากน้ชี ่องคลอดยงั เปน็ ทางผ่านของเลอื ดประจาเดอื นจากโพรงมดลกู ออกจากรา่ งกาย และเป็น
ชอ่ งทางของการมเี พศสัมพันธ์ เป็นทางผ่านของตัวอสจุ ิจากเพศชายเพ่อื ไปผสมกบั ไข่ของเพศหญิง
4. มดลูก (Uterus)
มดลูกรูปร่างคลา้ ยผลชมพู่ ต้ังอยใู่ นอุ้งเชิงกราน ระหว่างกระเพาะปัสสาวะกบั ทวารหนักผนงั มดลกู
ประกอบด้วยกล้ามเนือ้ ท่หี นาและแขง็ แรงมาก ยาวประมาณ 6-8 เซนติเมตร กว้างประมาณ 4-5
เซนตเิ มตร หนาประมาณ 2-2.5 เซนติเมตร ภายในเป็นโพรงแคบๆ ผนังมดลกู จะมี 3 ช้ัน คอื ชัน้ นอก
จะเป็นเยือ่ บางๆ คลุมมดลกู อยู่ ชัน้ กลางประกอบดว้ ยกล้ามเน้ือเรยี บเรียงกันอย่างสลับซบั ซอ้ นเพื่อเป็น
ประโยชน์ในการบบี ตัวของมดลูก และช้นั ในสดุ จะเป็นเยอ่ื บภุ ายในมดลกู จะมีเส้นเลือดฝอยไปเลี้ยงอยู่
เปน็ จานวนมากสว่ นต่างๆ ของมดลูกจะแบ่งเปน็ 4 ส่วน คือ สว่ นยอด จะอยูบ่ นสดุ ของมดลูก อยู่
เหนือระดบั ทอ่ รงั ไข่ท้ัง 2 ด้าน ส่วนตัวมดลกู จะอย่รู ะหว่างสว่ นยอดกับสว่ นคอมดลูกซ่งึ คือสว่ นทคี่ อด
กอ่ นจะถงึ ส่วนปากมดลูกในขณะตงั้ ครรภ์ มดลูกจะขยายตัวอย่างมากเพ่อื เป็นทอี่ ยขู่ องทารกในครรภ์
จะช่วยปกป้องทารกในครรภ์ภายหลังคลอดแล้วประมาณ 45 วนั มดลูกจะหดตวั เลก็ ลงเกอื บเท่าเดิม
แตก่ ็ใหญ่
กวา่ กอ่ นต้งั ครรภ์เลก็ น้อย ภายหลังวยั หมดประจาเดือนแลว้
มดลูกจะเหีย่ วและเล็กลง

- หวั หน่าว (Mons Pubis) เป็นเนนิ อย่ตู อนบน ประกอบดว้ ยกล้ามเน้ือประสานกนั หลวมๆ กบั ไขมนั
และพงั ผืด เม่อื เข้าสูว่ ัยรนุ่ จะมขี นขึ้นปกคลุม
- แคมใหญ่ (Labia Majora) เป็นแผ่นกล้ามเนือ้ มลี กั ษณะเปน็ กลบี ข้างละกลบี สว่ นบนติดกบั หัวหน่าว
และแยกออกจากกนั ไปทางด้านล่างบรรจบกันทีฝ่ ีเย็บ ซึ่งอย่เู หนอื ทวารหนัก ทาหนา้ ท่ีปกคลมุ อวยั วะ
สบื พันธ์ุเพศหญิงทง้ั หมด ดา้ นนอกห้มุ ดว้ ยผิวหนงั เมอ่ื เข้าสู่วัยรนุ่ จะมีขนขึน้ ปกคลุมด้านในเรียบเตม็
ไปด้วยตอ่ มไขมนั หลอดเลอื ด เส้นประสาท และเนอื้ เยื่อเป็นจานวนมาก
- แคมเล็ก (Labia Minora) เปน็ กลบี เนอ้ื เลก็ ๆ ข้างละกลีบ ปลายบนบรรจบกันที่คลติ อรสิ อยถู่ ัดแคม
ใหญเ่ ขา้ ไป มลี กั ษณะอ่อนนุ่ม ตอนบนมีสีแดงเรอื่ ๆ ทาหน้าที่ปกปอ้ งคลติ อรสิ ปากชอ่ งปัสสาวะ และ
ปากชอ่ งคลอด ไม่ใหม้ ีการติดเชื้อจากภายนอกเขา้ สูภ่ ายในชอ่ งคลอด
- คลติ อรสิ (Clitoris) เปน็ ปุ่มหรอื ก้อนเนื้อเลก็ ๆ อยสู่ ่วนบนของแคมเล็ก ประกอบด้วยเสน้ เลือดฝอย
และปลายประสาท มคี วามไวมากตอ่ การสมั ผัสและจะทาใหเ้ กิดความรสู้ ึกทางเพศไดง้ ่าย เช่นเดียวกบั
ส่วนปลายของตวั ลึงค์ในเพศชาย
- ปากช่องปสั สาวะ (Urithra Opening) เปน็ ชอ่ งทางเปิดของทางออกของปัสสาวะ อย่รู ะหว่างคลติ
อริสกบั ปากช่องคลอด

- ปากชอ่ งคลอด (Vulva) เปน็ ทางเปดิ ของช่องคลอด เป็นอวยั วะท่ีสาคัญในการมีเพศสัมพนั ธ์ และ
เปน็ ทางคลอดของทารก อยู่ใต้ปากชอ่ งปสั สาวะ
- เยอ่ื พรหมจารี (Hymen) เป็นเยอื่ บางๆ อย่รู อบปากชอ่ งคลอด ตรงกลางมชี อ่ งเลก็ ๆ ให้เลอื ด
ประจาเดือนไหลออกมาได้ เย่อื นี้จะฉีกขาดเม่อื ได้รับการกระทบกระเทอื น เชน่ ขี่จักรยาน เล่นกีฬา
การมเี พศสัมพนั ธ์ครงั้ แรก เป็นตน้
- ตอ่ มบาร์โทลิน (Bartholin Gland) เป็นต่อมเลก็ ๆ อยู่ระหวา่ งแคมเล็กและแคมใหญ่ ขา้ งละตอ่ ม ทา
หนา้ ทข่ี บั เมอื กออกสู่ชอ่ งคลอด ทาใหช้ อ่ งคลอดมีนา้ หล่อลื่นในระหว่างการมีเพศสมั พนั ธ์
- ฝเี ยบ็ (Perineum) ประกอบด้วยกล้ามเนอ้ื และพงั ผืดกัน้ ระหวา่ งช่องคลอดกบั ทวารหนกั จะชว่ ย
เสริมให้ช่องคลอดแข็งแรง
- เตา้ นม (Breast) จะมอี ยู่ 2 ข้าง ตั้งอย่บู นกล้ามเนอื้ หน้าอก ในวัยเด็กทงั้ เพศหญิงและชาย เต้านม
จะมรี ปู ร่างเหมือนกัน แตพ่ อย่างเข้าสู่วัยรนุ่ จะมีลกั ษณะแตกตา่ งกันอยา่ งเหน็ ได้ชัด คือ ของเพศหญงิ
จะมขี นาดใหญข่ ้นึ เต้านมข้างหนึ่งประกอบดว้ ยต่อมน้านม (Mammary Gland) มหี นา้ ท่ีขบั นา้ นม
ออกมา จะมีลักษณะเป็นกลีบๆ ประมาณ 15-20 กลบี แตล่ ะกลบี จะถกู แบง่ ดว้ ยเนื้อเยื่อเก่ียวพนั มเี ซลล์
สาหรับขบั นา้ นม อยตู่ ดิ กันเปน็ พวงของแต่ละกลบี นอกจากนย้ี ังมีเน้ือเย่ือไขมนั แทรกอยู่ภายใน จาก
ต่อมนา้ นมจะมีทอ่ สง่ นา้ นมไปยังหัวนม (Nipple) ซ่ึงอย่ตู รงกลางของเต้านมตรงกลางหวั นมจะมีรเู ลก็ ๆ
ให้นา้ นมผา่ นออกมาได้ เต้านมจะมขี นาดโตข้นึ เน่อื งจากมเี น้อื เย่ือเก่ียวพันและไขมันเพ่มิ ขน้ึ ดงั นั้น
ขนาดของเตา้ นมจึงขึ้นอยกู่ ับปรมิ าณของไขมันที่แทรกอยู่ภายในเตา้ นม ขณะตั้งครรภ์บริเวณผวิ หนงั
รอบๆ หัวนมจะมีสีคล้ากวา่ ปกติ เรียกว่า อะรโี อลา(Areola) ตรงบรเิ วณหัวนมจะมหี ลอดเลอื ดและ
เสน้ ประสาทไปเลีย้ งมากมาย จึงทาใหม้ ีความไวตอ่ การสัมผัส ในเวลาปกตจิ ะยงั ไมม่ นี า้ นม แต่เม่ือเรม่ิ
ต้ังครรภต์ ่อมนา้ นมจะทางาน โดยจะสร้างน้านมใช้สาหรับเลยี้ งทารกหลังคลอด และเม่อื หลังคลอดจึง
จะมนี ้านมไหลออกมา เตา้ นมจะโตขน้ึ ในขณะต้ังครรภ์ และจะโตเต็มทขี่ ณะใหน้ มบุตร ภายหลังหยดุ
ใหน้ ม จะมขี นาดเล็กลงจนเทา่ กบั เมือ่ ก่อนต้งั ครรภ์ หรือในบางรายอาจจะโตกว่าเดมิ เลก็ นอ้ ย ควร
รกั ษาบริเวณเต้านมโดยเฉพาะหัวนมใหส้ ะอาดขณะต้งั ครรภ์ หลังคลอดและขณะเลย้ี งบตุ รด้วยน้านม
ตนเอง มิฉะนั้นจะทาให้เกดิ การอักเสบท่ีเต้านมได้

อวัยวะสืบพนั ธุข์ องเพศชาย ประกอบดว้ ยอวัยวะท้ังภายนอกและภายในร่างกาย ระบบอวัยวะสืบพนั ธ์ุ
ของเพศชาย มคี วามเกยี่ วขอ้ งกบั ระบบการขบั ถ่ายปัสสาวะและการขับถ่ายนา้ อสุจิ เพราะการขบั นา้
อสจุ กิ ็ออกมาทางท่อปัสสาวะเชน่ เดียวกับปัสสาวะ อวยั วะสบื พนั ธขุ์ องเพศชายประกอบดว้ ยลึงค์หรือ
องคชาต ลกู อณั ฑะ ซงึ่ จะอยูภ่ ายนอกรา่ งกาย แต่ท่อนาตัวอสุจิ ถงุ น้าอสุจิ ต่อมลูกหมาก และทอ่
ปสั สาวะจะอยภู่ ายในรา่ งกาย
ลงึ คห์ รอื องคชาต (Penis)
ลงึ ค์หรือองคชาตเป็นอวัยวะสาคญั อย่างหนง่ึ ทแี่ สดงความเป็นเพศชายอยา่ งชดั เจน ตัวลึงค์จะห้อยลง
มาอยูข่ ้างหน้าลูกอัณฑะ ประกอบด้วยเนอ้ื เยอื่ มลี ักษณะคลา้ ยฟองนา้ สามารถยืดหดได้ เมื่อเกิด
ความร้สู ึกทางเพศตัวลงึ ค์จะแขง็ ตัวและขยายขนาดขนึ้ เมื่อความรู้สึกทางเพศหมดไป ก็จะออ่ นตัวสู่
สภาพปกติ บรเิ วณส่วนปลายของตัวลึงค์ เรียกวา่ หวั ลึงค์ (Glands Penis) จะมีลกั ษณะคลา้ ยดอกเห็ด
ซงึ่ มีความไวตอ่ การสัมผสั และจะทาใหเ้ กดิ ความรู้สกึ ทางเพศได้ง่าย เนอื่ งจากส่วนนจ้ี ะมีเสน้ ประสาท
และหลอดเลือดมาเล้ียงมากมาย ภายในตัวลึงคจ์ ะมีท่อปัสสาวะซ่งึ เป็นทางออกของปสั สาวะและนา้
อสุจิ

ลกู อัณฑะ (Testis) เป็นต่อมเพศของชาย มีรูปร่างคล้ายไขไ่ กฟ่ องเล็กๆ จะถูกหุ้มดว้ ยถงุ อณั ฑะ
(Scrotum) ซึ่งจะมีลักษณะเป็นหนังยน่ ๆ ช่วยป้องกันอนั ตรายแก่ลกู อณั ฑะ และจะมี กล้ามเน้อื บางๆ
แบง่ ถงุ อณั ฑะออกเปน็ 2 หอ้ ง กนั้ ลูกอณั ฑะทง้ั 2 ลูกไว้ ถุงอัณฑะจะห้อยติดอยกู่ บั กลา้ มเนื้อชนิดหน่งึ
จะหดตัวเมอื่ อากาศหนาว และจะหยอ่ นตัวสูส่ ภาพปกตเิ มื่อหายหนาว ขณะที่ทารกอยใู่ นครรภ์มารดา
ลกู อัณฑะจะอยใู่ นชอ่ งทอ้ งของเด็ก และจะค่อยๆ เคลื่อนลงมาตามช่องของขาหนีบทง้ั 2 ข้างลงสู่ถงุ
อณั ฑะเมื่อกอ่ นครบกาหนดคลอดประมาณ 1 เดือน หลงั จากนัน้ ชอ่ งที่ลกู อัณฑะเคลื่อนลงมาก็จะปิด
ไมใ่ หล้ กู อัณฑะกลบั เข้าไปในชอ่ งท้องได้อกี ภายในลูกอัณฑะจะมหี ลอดสร้างเชือ้ อสจุ ิ (Seminiferous

Tubules) เป็นหลอดเส้นเลก็ ๆ ขดไปมา หลอดเส้นเล็กๆ เหล่านีจ้ ะสรา้ งตัวอสุจิ (Spermatozoa)และ
สร้างฮอร์โมนเพศชาย ด้านหลังของลกู อัณฑะแต่ละขา้ งจะมกี ลมุ่ ของหลอดเลก็ ๆ มากมายขดไปมา ซ่งึ
เรยี กวา่ หลอดเกบ็ ตัวอสจุ ิ (Epididymis) ซึง่ เปน็ ทเ่ี ก็บตัวอสจุ ชิ ่วั คราว เพ่ือให้ตวั อสุจิเจรญิ เติบโตตอ่ ไป
ตวั อสจุ จิ ะมลี ักษณะคลา้ ยลูกกบแรกเกิด หรือลูกอ๊อด ประกอบดว้ ยส่วนหัวกลมรี สว่ นคอ ส่วนกลาง
และสว่ นหาง หางมคี วามยาวประมาณ 10 เท่าของหวั และโบกไปมาทาให้เคล่ือนไหวไดร้ วดเร็ว ตวั
อสุจิน้ถี อื ว่าเปน็ เซลล์สบื พันธุ์ของเพศชาย ตวั อสจุ จิ ะเลก็ มากมองดว้ ยตาเปล่าไมเ่ หน็ ต้องใชก้ ล้อง
จุลทรรศน์ส่องดจู งึ จะเห็น
ท่อนาตวั อสุจิ (Vas Deferens)
เป็นหลอดเล็กๆ 2 หลอด ต่อจากลกู อัณฑะ จะเปน็ ทางผา่ นของตวั อสจุ ิ หลอดนจี้ ะผ่านเขา้ สู่ช่องทอ้ ง
แล้วผา่ นเขา้ ถงุ น้าอสุจิ ผ่านต่อมลูกหมากออกไปตอ่ กับท่อปสั สาวะ
ลกู อัณฑะ (Testis) เป็นต่อมเพศของชาย มีรูปร่างคล้ายไข่ไก่ฟองเลก็ ๆ จะถูกหุ้มดว้ ยถงุ อัณฑะ
(Scrotum) ซึง่ จะมีลกั ษณะเปน็ หนงั ยน่ ๆ ช่วยป้องกนั อันตรายแกล่ กู อัณฑะ และจะมี กลา้ มเนื้อบางๆ
แบ่งถุงอณั ฑะออกเปน็ 2 หอ้ ง กนั้ ลกู อัณฑะท้ัง 2 ลกู ไว้ ถุงอัณฑะจะหอ้ ยตดิ อยูก่ ับกล้ามเนอื้ ชนดิ หน่งึ
จะหดตัวเมื่ออากาศหนาว และจะหย่อนตัวสู่สภาพปกตเิ มอื่ หายหนาว ขณะที่ทารกอยูใ่ นครรภ์มารดา
ลูกอัณฑะจะอย่ใู นช่องท้องของเดก็ และจะค่อยๆ เคลอื่ นลงมาตามช่องของขาหนีบท้งั 2 ขา้ งลงสถู่ ุง
อณั ฑะเมื่อกอ่ นครบกาหนดคลอดประมาณ 1 เดอื น หลงั จากนนั้ ชอ่ งท่ีลูกอัณฑะเคลื่อนลงมาก็จะปิด
ไม่ให้ลกู อัณฑะกลับเข้าไปในชอ่ งท้องไดอ้ ีก ภายในลกู อัณฑะจะมีหลอดสรา้ งเชื้ออสุจิ (Seminiferous
Tubules) เปน็ หลอดเส้นเล็กๆ ขดไปมา หลอดเสน้ เล็กๆ เหล่าน้ีจะสรา้ งตัวอสจุ ิ (Spermatozoa)และ
สรา้ งฮอร์โมนเพศชาย ด้านหลังของลกู อณั ฑะแตล่ ะขา้ งจะมีกลุม่ ของหลอดเลก็ ๆ มากมายขดไปมา ซง่ึ
เรียกวา่ หลอดเก็บตัวอสจุ ิ (Epididymis) ซงึ่ เปน็ ท่เี กบ็ ตวั อสุจชิ ัว่ คราว เพื่อให้ตัวอสุจิเจริญเตบิ โตตอ่ ไป
ตัวอสุจจิ ะมีลักษณะคล้ายลกู กบแรกเกิด หรือลูกอ๊อด ประกอบด้วยส่วนหัวกลมรี สว่ นคอ สว่ นกลาง
และส่วนหาง หางมีความยาวประมาณ 10 เท่าของหัว และโบกไปมาทาให้เคล่อื นไหวได้รวดเรว็ ตวั
อสุจินถี้ อื วา่ เปน็ เซลลส์ บื พนั ธุ์ของเพศชาย ตวั อสุจิจะเลก็ มากมองดว้ ยตาเปลา่ ไมเ่ หน็ ต้องใชก้ ล้อง
จลุ ทรรศน์ส่องดูจงึ จะเหน็
ท่อนาตัวอสจุ ิ (Vas Deferens)
เป็นหลอดเล็กๆ 2 หลอด ต่อจากลูกอัณฑะ จะเป็นทางผา่ นของตัวอสจุ ิ หลอดนี้จะผา่ นเขา้ สชู่ อ่ งท้อง
แล้วผา่ นเขา้ ถุงน้าอสจุ ิ ผา่ นตอ่ มลูกหมากออกไปตอ่ กบั ท่อปัสสาวะ
ถุงน้าอสจุ ิ (Seminal Vesicles)
เป็นถงุ 2 ถงุ อยู่ระหวา่ งกระเพาะปสั สาวะกับลาไส้ใหญ่ ทาหน้าทส่ี ร้างนา้ อสุจิหรือน้ากาม (Semen)
สาหรบั เป็นอาหารให้แก่ตวั อสุจิท่ีจะผา่ นเขา้ มาในถุงน้าอสจุ ิ น้าอสุจิจะมลี ักษณะเปน็ เมือกสีขาวขนุ่ ข้น
ประกอบด้วยน้าตาลและโปรตนี เป็นส่วนใหญ่ นา้ อสุจจิ ะชว่ ยให้ตวั อสจุ ิสามารถเคล่ือนไหวได้ดี
ตอ่ มลูกหมาก (Prostate Gland)
เปน็ ต่อมทอ่ี ยู่รอบๆ หลอดฉีดนา้ อสจุ ิและท่อปัสสาวะสว่ นต้น อยู่ด้านล่างของกระเพาะปัสสาวะ ขนาด
ของต่อมนโี้ ตเท่าลูกหมากเล็กๆ จงึ เรยี กวา่ ตอ่ มลกู หมาก ตอนกลางของตอ่ มลกู หมากจะมีทอ่ จาก
กระเพาะปัสสาวะ ซึ่งเรียกวา่ ทอ่ ปสั สาวะ หลอดนาตัวอสุจกิ จ็ ะมารวมกบั ท่อปัสสาวะที่ต่อมลกู หมากนี้
ตอ่ มลูกหมากจะทาหนา้ ทห่ี ลั่งสารทีเ่ ปน็ ด่างอยา่ งอ่อนไปในทอ่ ปัสสาวะใหป้ นกบั น้าอสุจิ ชว่ ยกระตุ้น
ให้ตัวอสุจมิ กี ารเคล่อื นไหวได้ดี และสารดงั กล่าวน้จี ะไปทาลายฤทธ์ิกรดจากนา้ เมือกในชอ่ งคลอดเพศ
หญิง ซึ่งจะชว่ ยป้องกนั ไม่ใหต้ ัวอสจุ ถิ กู ทาลายดว้ ยสภาพเป็นกรดในชอ่ งคลอดทาใหเ้ กิดการปฏสิ นธิ
ข้ึน ท่อปสั สาวะส่วนตน้ จะฝังอยใู่ นต่อมลูกหมาก ในผสู้ ูงอายตุ อ่ มลกู หมากอาจจะโตข้ึนเบียดทอ่
ปัสสาวะทาใหป้ สั สาวะลาบากต้องรีบไปพบแพทย์
ท่อปัสสาวะ (Urethra)
เปน็ ทอ่ ต่อมาจากกระเพาะปัสสาวะ ผา่ นตอ่ มลกู หมากรวมกับหลอดนาตัวอสุจิที่ต่อมลูกหมาก แลว้ จะ
ผ่านมาในตัวลงึ ค์จนถงึ ส่วนปลายสุดของลึงค์ ท่อปัสสาวะจะเปน็ ทางผา่ นของนา้ ปสั สาวะ และตวั อสุจิ
ทีม่ ากับนา้ อสุจิ
สุขอนามัยของอวยั วะสืบพนั ธ์ุ
1. อาบน้าอย่างน้อยวันละ 2 ครงั้ ในการอาบน้าควรใช้สบู่ฟอกอวยั วะเพศให้สะอาด

2. หลังจากอาบนา้ ชาระล้างร่างกายเสร็จแล้ว ควรเช็ดอวัยวะเพศใหแ้ หง้
3. สวมกางเกงชน้ั ใน เสือ้ ยกทรงท่สี ะอาด อย่าให้เปยี กชื้น และไม่ควรสวมกางเกงช้ันในและเส้อื ยกทรง
ทคี่ ับหรอื รัดจนเกินไป
4. ระวังอย่าใหอ้ วยั วะเพศถกู กระทบกระแทกแรงๆ เพราะจะทาให้ช้าและอักเสบได้
5. ไม่คลกุ คลหี รือใช้เสือ้ ผ้า ผ้าเช็ดตวั รว่ มกับผู้ทเ่ี ปน็ กามโรค หรอื สงสัยว่าจะเป็นกามโรคเพราะอาจ
ทาให้ติดโรคได้
6. ใชส้ ้วม ห้องน้าทถ่ี กู สุขลักษณะ และเมอื่ ถา่ ยปัสสาวะหรอื อจุ จาระเสร็จแล้ว ควรทาความสะอาด
อวยั วะเพศและทวารหนัก โดยใช้นา้ หรือกระดาษชาระท่ีสะอาด
7. ไมส่ าสอ่ นทางเพศ เพราะนอกจากจะผิดขนบธรรมเนยี มประเพณอี ันดงี ามแลว้ ยังอาจติดเชือ้
กามโรคและโรคเอดส์ได้
8. หากสงสยั ว่าเป็นกามโรคหรือมีความผิดปกติเกดิ ข้นึ กับอวยั วะเพศ ควรรีบปรกึ ษาแพทย์ ไมค่ วรไป
ซอื้ ยามารักษาเอง
9. ไมค่ วรเชอ่ื คาชักชวนเก่ียวกบั การใชย้ า หรือใช้วตั ถุอื่นใดเพอื่ หวังผลกระตุ้นทางเพศ เพอ่ื บารุง
อวยั วะให้เปล่งปลงั่ หรอื เพอ่ื ความสมบรู ณท์ างเพศ เพราะอาจไดร้ ับอันตรายได้
10. ผ้หู ญิงทเ่ี คยคลอดบุตร หรือผู้หญงิ ที่อายุ 35 ปขี น้ึ ไป ควรตรวจภายในจากแพทยอ์ ย่างน้อยปลี ะ
ครั้ง
11. ไมค่ วรเสรมิ แต่งอวัยวะเพศและเต้านมดว้ ยวธิ ีการตา่ งๆ เชน่ ผ่าตดั ฉีดยาเพราะจะทาใหเ้ กิด
อันตรายได้
12. ระหวา่ งมีประจาเดือน ควรเตรยี มผ้าอนามัยทสี่ ะอาด สาหรบั ซบั เลอื ดให้เพียงพอ และใช้ผ้าอนามยั
อย่างถูกวิธตี ลอดจนระมดั ระวังรกั ษาความสะอาด ตอ้ งเปล่ียนผ้าอนามยั บ่อยๆ ไม่ควรใชน้ านเกนิ ไป
เมือ่ ใชแ้ ลว้ ควรหอ่ ด้วยกระดาษใหเ้ รยี บรอ้ ยแลว้ จงึ ทง้ิ ถงั ขยะ ไมท่ ง้ิ ในโถสว้ มเพราะจะทาให้ส้วมตนั ได้

สขุ อนามยั สืบพนั ธ์ุผชู้ าย
1. อาบน้าอย่างนอ้ ยวันละ 2 ครง้ั ในการอาบน้าควรลา้ งองคชาตและลกู อณั ฑะดว้ ยสบู่ให้สะอาดถ้า
หนังหุม้ ปลายปิดตอ้ งรดู ขน้ึ มาเพ่อื ทาความสะอาด ถา้ รดู ข้ึนมาไมส่ ะดวก ควรใหแ้ พทย์ขริบหรือตัดเอา
หนงั หมุ้ นั้นออก เพอื่ ไม่ให้ส่งิ สกปรกหมกั หมม
2. หลังจากอาบน้าชาระล้างรา่ งกายเสร็จแล้ว ควรเช็ดองคชาตและลูกอัณฑะให้แหง้
3. สวมกางเกงชั้นในที่สะอาด อย่าให้เปียกชืน้ และไมค่ วรสวมกางเกงชน้ั ในที่คบั หรือรดั จนเกินไป
4. อย่าให้องคชาตและลูกอณั ฑะถูกกระทบกระแทกแรงๆ เพราะจะทาใหเ้ จ็บและอักเสบได้ โดยเฉพาะ
ลกู อัณฑะ ถา้ ถกู กระทบกระแทกแรงๆ จะปวดมาก
5. ไมค่ ลุกคลหี รอื ใชเ้ สื้อผา้ ผ้าเช็ดตัว ผา้ ขาวม้า รว่ มกบั ผู้ท่ีเป็นกามโรคหรือสงสยั วา่ เป็นกามโรค
เพราะอาจทาใหต้ ิดโรคได้
6. ใช้สว้ ม หอ้ งนา้ หรือท่ีถา่ ยปสั สาวะทถี่ กู สขุ ลกั ษณะ
7. ไมเ่ ท่ียวสาส่อนหรือมีเพศสมั พนั ธ์กับหญงิ โสเภณี เพราะอาจทาให้เปน็ กามโรคและโรคเอดสไ์ ด้
8. ควรสวมถุงยางอนามยั ทุกครง้ั ทมี่ ีเพศสมั พันธ์กับหญิงท่ีไมแ่ นใ่ จว่าจะเปน็ โรคทางเพศสมั พันธ์
หรอื ไม่
9. หากสงสยั วา่ เป็นกามโรค หรอื มีความผิดปกติเกิดขนึ้ กับอวัยวะเพศควรรีบไปปรกึ ษาแพทย์ ไมค่ วร
ซอื้ ยามารกั ษาเอง
10.เม่ือมีความตอ้ งการทางเพศ ควรหาทางออกท่ีถูกต้องและเหมาะสม
เชน่ เลน่ กีฬา หางานอดิเรกทา หากจาเปน็ อาจจะช่วยตัวเองก็ได้ แต่ไม่ควรทาบอ่ ยนัก เพราะจะบ่นั
ทอนสขุ ภาพกาย
บอกใครดี
แนวคดิ
ความรสู้ กึ ทางเพศหรืออารมณ์ทางเพศเป็นอารมณห์ น่ึงของมนุษยเ์ ช่นเดยี วกับ อารมณ์ต่างๆ แตจ่ ะ
เกดิ เมื่อเร่ิมเข้าสู่วัยรนุ่ จงึ เป็นอารมณท์ แี่ ปลกใหม่สาหรบั วัยรนุ่ และมักจะเกดิ เมอ่ื มสี ง่ิ เร้ากระต้นุ
ประสาทรับความรสู กึ ซงึ่ เปน็ ธรรมชาตขิ องมนุษย์ การทาใหอ้ ารมณท์ างเพศลดลงหรือหมดไปเป็นส่ิง

ท่คี นเราควรเรยี นรู้และปฏิบตั ิใหเ้ หมาะสมกบั สถานภาพของตนเองเราอาจเรียกโดยภาพรวมวา่ การ
จัดการกบั อารมณ์ทางเพศ ซึ่งมอี ยหู่ ลายวิธีด้วยกนั
สาระการเรยี นรู้
1. อารมณ์ทางเพศ
2. การจัดการกบั อารมณ์ทางเพศ
3. ขอ้ ควรปฏิบัติเก่ยี วกับเรื่องเพศสาหรบั วยั ร่นุ
ผลการเรยี นรูท้ ีค่ าดหวงั
1. อธบิ ายเกยี่ วกบั การเกดิ อารมณ์ทางเพศ
2. ตระหนักถึงความสาคัญของการจัดการกบั อารมณ์ทางเพศไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
3. ปฏิบตั ิตนเกยี่ วกับเรอื่ งเพศอยา่ งเหมาะสม

อารมณ์ทางเพศ
อารมณท์ างเพศ เปน็ ความรสู้ ึกอยา่ งหนึ่งเกีย่ วกับเรอ่ื งเพศอนั เน่ืองมาจากการเปลย่ี นแปลงทางด้าน
รา่ งกาย และจิตใจของวัยร่นุ อนั จะนาไปสู่ความต้องการทางเพศของบุคคลได้ เร่ืองนีเ้ ป็นเรื่อง
ธรรมชาตขิ องมนษุ ย์ แต่มนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐมีสมองมากกว่าสตั วอ์ ่ืน จงึ สมควรทจี่ ะร้จู กั ยับย้ังชัง่ ใจ
เมอ่ื มคี วามต้องการทางเพศ หรือปฏิบัตอิ ย่างเหมาะสมกบั สถานภาพของตนเอง
จุดเร่ิมความสนใจและความตอ้ งการทางเพศ
เมือ่ อยู่ในช่วงวยั เดก็ อายุ 6-8 ปี เดก็ ชายและเด็กหญงิ มักชอบเลน่ ดว้ ยกนั อยา่ งสนุกสนานโดยไม่
คานึงถึงเพศของตนเอง อายุ 9-10 ปี เด็กชายและเดก็ หญิงมกั ชอบเล่นกบั เพอ่ื นๆ เพศเดียวกนั มากกวา่
เล่นกับเพ่อื นๆ เพศตรงขา้ มอายุ 11-12 ปี เดก็ ชายและเดก็ หญงิ ก็เริ่มมาเล่นด้วยกนั อกี บางคนอาจเร่ิม
สนใจเพศตรงขา้ มแลว้ และจะส่งผลใหม้ คี วามรู้สกึ ทางเพศหรืออารมณท์ างเพศบ้าง และเม่ือเข้าสู่
วยั รนุ่ ความรูส้ ึกทางเพศหรอื อารมณ์ทางเพศจะมมี ากขน้ึ จงึ มคี วามต้องการทางเพศมากขนึ้ และจะ
บ่อยครัง้ ขึ้น บางคนอาจคบกับเพศตรงขา้ มแบบคู่รัก บางคนอาจมคี วามสัมพันธเ์ กินเลยจนถงึ ข้ันมี
เพศสมั พันธก์ ัน

อารมณ์ทางเพศเปน็ เรื่องธรรมชาติ
มนษุ ยม์ ักเห็นว่าเร่ืองเพศเปน็ ธรรมชาติทีส่ วยงาม หวามหอม สดใส น่าช่ืนชมและนา่ ล้ิมลอง นับวา่
เปน็ ความชาญฉลาดของธรรมชาตทิ ่ีจะทาใหม้ นษุ ย์ดารงเผา่ พนั ธ์อุ ยไู่ ด้โดยไมส่ ูญหายหรอื สูญพันธ์ุไป
จากโลกนี้
สาหรับวัยรุ่นน้ันอารมณท์ างเพศหรอื ความรสู้ ึกทางเพศนีจ้ ะเป็นสิง่ แปลกใหม่และนา่ สนใจ จึงเปน็
เครอ่ื งเร้าที่ทรงพลงั ทีท่ าใหว้ ัยรุ่นบางคนแสดงความสนใจและความพงึ พอใจกบั เพศตรงขา้ มด้วย
คาพดู กิริยาทา่ ทางและถ้าทั้งสองคนมคี วามสนใจตรงกันก็จะคบหากันเปน็ ครู่ กั กันต่อไป

อารมณท์ างเพศ บางครงั้ อาจเรียกว่า“กามารมณ์” หรือ “ความใคร่” กไ็ ด้ เพราะเป็นอารมณท์ ี่จะ
นาไปสู่การมีเพศสัมพันธแ์ ละความใคร่ ขอให้ผู้เรียนเขา้ ใจวา่ อารมณ์เชน่ น้ีเป็นเพียงระยะเรมิ่ แรกของ
พัฒนาการด้านจิตใจและอารมณ์ที่เกย่ี วกับเรื่องเพศตามธรรมชาตขิ องวัยรุ่น ในอนาคตอารมณ์ทาง
เพศจะยงั มกี ารเปลีย่ นแปลงและพัฒนาไปอกี ตามวยั และการเรียนร้ปู ระสบการณท์ ่ผี ่านเข้ามาในชีวติ
ผเู้ รยี นจงึ ควรตระหนกั ว่าอารมณท์ างเพศที่เกิดในชว่ งวยั รุ่นเปน็ เพยี งสญั ญาณเรม่ิ ต้นท่ีเกดิ ขนึ้ ชว่ั คราว
เป็นเรือ่ งธรรมชาติที่เกิดขึ้นกับมนษุ ย์ทุกคนหากใครรู้เท่าทนั ถงึ อารมณ์ทางเพศก็จะไม่ตกเป็นทาสของ
กามารมณ์

การเกดิ อารมณ์ทางเพศ
1. เกิดจากระดบั ของฮอร์โมนในร่างกาย
เมื่อเขา้ สู่วยั รุ่นจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางรา่ งกายหลายอยา่ ง การเปลยี่ นแปลงอย่างหนึง่ ทีส่ าคญั
เก่ยี วกับเร่ืองการเกดิ อารมณท์ างเพศก็คอื จะมีการสร้างและหลงั่ ฮอร์โมนเพศออกมามากข้ึน ในเพศ
ชายจะมกี ารหลั่งฮอรโ์ มนเทสโทสเตอโรน (Testosterone) ส่วนในเพศหญิงจะมกี ารหลัง่ ฮอรโ์ มนเอ
สโทรเจน (Estrogen) กับโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ซึง่ ฮอร์โมนเพศนี้จะทาใหเ้ กิดลักษณะ
ตา่ งๆ ทแ่ี สดงถึงความเป็นชายและความเป็นหญงิ ออกมาอยา่ งชดั เจนอยา่ งทเี่ ราเห็นกันอยู่ นอกจากน้ี
ฮอร์โมนท้ังสองน้ยี งั มีสว่ นท่ีทาให้คนเราเกดิ อารมณ์ทางเพศอกี ด้วยเม่ือผ้ชู ายหรือผหู้ ญงิ มีความสนใจ
และชอบเพศตรงข้ามฮอร์โมนเพศจะชว่ ยกระตุ้นทาให้เกิดอารมณ์ทางเพศสง่ ผลให้เกิดความตอ้ งการท่ี
จะแสดงออกด้วยการเข้าไปตีสนทิ
พดู คุย อยากอย่ใู กล้ชิด และเมื่อเป็นครู่ กั กนั ก็จะแสดงออกมากขึน้ ไดแ้ ก่ .การจับมือ โอบไหล่ ถูกเนอื้
ตอ้ งตัวกันมากขึน้ กอด จบู หรอื ถึงขน้ั มี.เพศสมั พนั ธ์
2. เกิดจากสงิ่ เร้าภายนอก
1. การเหน็ ภาพ .เปน็ ภาพทีย่ ั่วยุอารมณ์ทางเพศ เชน่ ภาพจากหนังสือ นิตยสาร ภาพจากวีดิโอ .วีซดี ี
ภาพยนตร์ ประเภทส่ือลามก
2. การได้กล่นิ .กล่ินหอมบางชนดิ สามารถกระตุ้นให้เกิดอารมณท์ างเพศ เชน่ .น้าหอมจากเพศตรง
ข้าม
3. การอา่ นหรือฟงั การไดอ้ ่านหรือฟงั เรื่องท่ียว่ั ยอุ ารมณ์ทางเพศอาจทาใหเ้ กิดจนิ ตนาการจนทาให้
เกดิ อารมณ์ทางเพศได้
4. การสัมผสั เพศตรงข้าม การไดถ้ กู เน้อื ต้องตวั เพศตรงข้ามโดยเฉพาะคนท่ีเรารกั หรอื อาจมใิ ชค่ นรักก็
ได้ ถ้าเกิดการสมั ผสั กันอาจจะทาให้เกิดอารมณ์ทางเพศได้

5. การคดิ และจินตนาการเม่ือสมองว่างอาจคดิ และจนิ ตนาการในเรอื่ งทยี่ ่ัวยอุ ารมณ์ทางเพศอาจทา
ให้เกดิ อารมณ์ทางเพศได้
6. ฝันเปยี กในขณะนอนหลบั ถา้ ฝนั เก่ยี วกับเรื่องที่ยัว่ ยอุ ารมณท์ างเพศกจ็ ะทาใหเ้ กิดอารมณท์ างเพศ
ขน้ึ ไดถ้ ้าผชู้ ายฝนั อาจถงึ จุดสุดยอดกลายเปน็ ฝนั เปียกได้
7. การสัมผสั ตนเองถา้ ได้มกี ารสัมผัสจุดท่ไี วตอ่ ความรู้สึกทางเพศ เช่น บริเวณอวยั วะเพศ หน้าอก ก็
จะทาใหเ้ กิดอารมณ์ทางเพศได้
8. การเหน็ สดั ส่วนรา่ งกายของเพศตรงขา้ ม การแต่งกายทีไ่ ม่รัดกุมเปิดบางสว่ นให้เนอื้ หนงั รัดรปู จน
เหน็ สดั ส่วนชัดเจน อาจทาใหผ้ ้ทู ่ีพบเหน็ โดยเฉพาะผ้ชู ายเกดิ อารมณ์ทางเพศได้
การจัดการกับอารมณท์ างเพศ
ถงึ แมว้ า่ อารมณท์ างเพศเป็นเพยี งอารมณ์ชนดิ หน่ึง ซง่ึ เม่ือเกดิ ขนึ้ แล้วกห็ ายไปได้ แต่ถา้ หากไมร่ ้จู กั
จัดการกบั อารมณ์ทางเพศแล้วกอ็ าจทาใหเ้ กดิ การกระทาที่ไม่ถูกตอ้ ง อาจกอ่ ใหเ้ กดความเสียกาย
เดอื ดร้อนแก่ตนเองและผู้อน่ื ดงั นั้นผู้เรยี นควรจะได้เรยี นรู้ถึงวธิ ีการจัดการกับอารมณ์ทางเพศอยา่ ง
เหมาะสมไมต่ กเป็นทาสของอารมณท์ างเพศ ซึ่งการจดั การกบั อารมณ์ทางเพศอาจแบ่งตามความรนุ
แรไดเ้ ปน็ 3 ระดับ ดงั นี้
1. อาจทาได้ 2 วธิ ี คอื
- การควบคมุ จติ ใจตนเอง พยายามขม่ ใจตนเอง มิใหเ้ กิดอารมณ์ทางเพศได้ .หรือถา้ เกิดอารมณ์ทาง
เพศกใ็ ห้พยายามขม่ ใจไว้ไม่ให้เกดิ อารมณท์ างเพศ .เพือ่ ให้อารมณท์ างเพศค่อยๆ ลดลงจนสูส่ ภาพ
อารมณท์ ่ีปกติ
- การหลกี เลี่ยงจากส่งิ เรา้ ดังทีไ่ ดท้ ราบมาแล้ววา่ สง่ิ เร้าภายนอกทยี่ ั่วยุอารมณ์ทางเพศ หรือยัว่ กเิ ลส
ยอ่ มทาใหเ้ กิดอารมณ์ทางเพศได้ ดังน้นั การตัดไฟเสียแต่ตน้ ลม คือ หลกี เลีย่ งจากส่งิ เรา้ เหลา่ น้นั เสยี ก็
จะชว่ ยใหไ้ ม่เกดิ อารมณท์ างเพศได้ เชน่ ไม่ดูสื่อลามกตา่ งๆไมเ่ ทยี่ วกลางคืน
2. ถ้าเกดิ อารมณ์ทางเพศจนไม่อาจควบคุมได้ควรใช้วิธีการเบ่ียงเบน เปลีย่ นให้ไปสนใจในสงิ่ อ่นื
แทนท่จี ะหมกมุ่นอย่กู ับอารมณ์ทางเพศ เช่น ไปออกกาลงั กาย ประกอบกจิ กรรมนนั ทนาการต่างๆ ให้
สนุกสนาน เพลิดเพลนิ ไปทางานต่างๆ เพ่ือใหจ้ ิตใจมงุ่ ทง่ี านไปพูดคยุ สนทนากับคนอื่น
3. ถ้าเกดิ อารมณ์ทางเพศระดับมากจนเบย่ี งเบนอารมณไ์ มไ่ ด้ หรือสถานการณ์นน้ั อาจทาใหไ้ ม่มี
โอกาสเบ่ียงเบนอารมณ์ทางเพศก็อาจปลดปล่อย หรือระบายอารมณ์ทางเพศด้วยวธิ ีการทเี่ หมาะสม
กบั สถานภาพของวัยรุน่ ซง้ึ เป็นผเู้ รยี นโดยทาได้ 2 ประการ คือ
- โดยการฝัน การฝันเปยี กในเพศชายซึ่งการฝนั นีเ้ ราไม่สามมารถบังคบั ใหฝ้ นั หรอื ไมไ่ ด้ฝนั ได้ แตจ่ ะ
เกิดข้นึ เองเม่ือเราสนใจหรอื มีความรูส้ ึกในทางเพศมากจนเกินไปหรอื อาจเกิดจากการสะสมของน้า
อสุจมิ มี ากจนลน้ ถุงเกบ็ นา้ อสจุ ธิ รรมชาตกิ จ็ ะระบายนา้ อสุจอิ อกมาโดยการให้ฝันเกีย่ วกบั เร่ืองเพศ
จนถงึ จุดสดุ ยอด และมีการหล่งั น้าอสจุ ิออกมา
- การสาเรจ็ ความใคร่ด้วยตนเอง หรืออาจเรียกอีกอย่างหนง่ึ วา่ การช่วยตัวเอง ทาได้ทัง้ ผหู้ ญิงและ
ผู้ชาย ซงึ้ ผชู้ ายแทบทุกคนมักมีประสบการณใ์ นเร่อื งนแี้ ต่ผหู้ ญงิ นั้นมีเปน็ บางคนทม่ี ปี ระสบการณใ์ น
เรอื่ งน้ี การสาเร็จความใครด่ ้วยตนเองเป็นเรื่องธรรมชาติของคนเรา

ข้อควรปฏิบัติเกย่ี วกับเรือ่ งเพศ
1. ตงั้ จุดมุง่ หมายในชีวิตและพยายามทาให้ได้
2. ตอ้ งทาหนา้ ท่ีของตนเองใหส้ มบรู ณ์
3. ต้องทาความเข้าใจถงึ การเปลีย่ นแปลงทางด้านร่างกายและจิตใจของวัยร่นุ
4. อยา่ กงั วลใจกับเรอ่ื งการเปลี่ยนแปลงของตนเอง
5. ควรมีสขุ ปฏบิ ตั ทิ ี่ดีเก่ยี วกับอวัยวะเพศ
6. การคบเพือ่ นต่างเพศตอ้ งอยูภ่ ายในขอบเขตท่เี หมาะสม
7. ควรเขา้ รว่ มกจิ กรรมนนั ทนาการ
8. รักษาสขุ ภาพกายและสขุ ภาพจิตใหส้ มบูรณอ์ ยู่เสมอ
9. ควรหางานอดิเรกทาบ้าง
10. เมอ่ื มปี ญั หาเกย่ี วกบั เร่อื งเพศควรปรึกษาหารอื ผใู้ หญ่

11. ไมห่ มกมุ่นกับเรอ่ื งเพศจนเกนิ ไป
12. ตอ้ งรู้จักยับย้งั ช่ังใจในเร่ืองเพศ
13. ผหู้ ญิงควรแต่งกายท่รี ัดกุม
14. หลกี เลยี่ งสถานการณ์ทเ่ี สีย่ งต่อการมเี พศสัมพนั ธ์

รกั ไมข่ า้ มเส้น
แนวคิด
ความสมั พันธ์เปน็ สิง่ ทขี่ าดไม่ได้สาหรับมนุษย์ เรอื่ งเพศเป็นหน่งึ ในความสมั พนั ธ์ที่จาเปน็ สาหรับ
มนุษย์ วยั รุน่ เปน็ ช่วงท่มี ีการเปลยี่ นแปลงในเรือ่ งของความสัมพนั ธ์และเปน็ ช่วงที่มกี ารเปลยี่ นแปลง
ทางร่างกายและอารมณ์ การเข้าใจในความสมั พันธ์ระหวา่ งเพศจึงมคี วามสาคญั สาหรบั วยั รนุ่ ทีจ่ ะ
นาไปสู่การปรับตวั ทางเพศท่ีเหมาะสม และการวางตัวที่เหมาะสมกับเพศตรงข้ามตลอดจนมีการแสดง
บทบาททางเพศทสี่ อดคล้องกบั สงั คมและวฒั นธรรมของไทย
สาระการเรยี นรู้
1. ความสัมพันธ์ระหว่างเพศ
2. การแสดงความต้องการทางเพศ
3. การปรับตัวทางเพศ
4. บทบาททางเพศ
5. การวางตัวต่อเพศตรงขา้ ม
6. การวางตวั ตอ่ เพศตรงขา้ มในฐานะคู่รกั
ผลการเรยี นร้ทู ีค่ าดหวงั
1. อธบิ ายความหมายและความสาคัญของความสมั พันธ์ระหวา่ งเพศ
2. ระบุการแสดงความตอ้ งการทางเพศของวยั รนุ่
3. อธิบายถึงความสาคญั ของการปรบั ตวั ทางเพศและบทบาททางเพศ
4. ปฏบิ ัตติ นในการวางตวั ต่อเพศตรงข้ามไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

ความหมายของความสัมพันธร์ ะหวา่ งเพศ
หมายถงึ การทีช่ ายหญงิ มปี ฏิกิรยิ าตอ่ กนั หรอื มาร่วมกนั ทากิจกรรมใดๆ กต็ าม ซึ่งความสมั พันธน์ อี้ าจ
เริม่ ตน้ จากการพบปะ ติดต่อ พูดคุยกันอยา่ งธรรมดาจนกระทั้งมีความสัมพันธก์ นั อยา่ งลกึ ซง้ึ ถงึ ขน้ั มี
เพศสัมพนั ธ์ก็ได้ ความสมั พันธ์ทางเพศของวัยรุ่นโดยท่ัวไปจะเร่ิมจากความพึงพอใจกนั ระหว่างเพศ
ตรงขา้ ม ซง่ึ แบง่ ไดด้ ังน้ี

ชายและหญิงมีความแตกต่างกนั ในเรอ่ื งเหลา่ น้ี ผูช้ ายอาจมีการสรา้ งมติ รภาพแล้วข้ามข้ันไปมี
ความสัมพนั ธ์ทางเพศไดโ้ ดยไมม่ คี วามรักเข้ามาเกี่ยวขอ้ งเลย แตผ่ หู้ ญิงตอ้ งเป็นไปตามลาดับขั้นตอน
ผู้หญิงตอ้ งก้าวจากการสรา้ งสัมพันธภาพไปสู่การเกิดความรกั สนใจทจี่ ะมีความสมั พันธเ์ พอ่ื ความรกั
อันย่ังยืน แต่งงานก่อนจะมีความสัมพนั ธท์ างเพศ การท่ีวัยรุ่นชายหญิงมคี วามสัมพันธ์กัน เชน่ ไป
เท่ยี วดว้ ยกัน จบั มือถอื แขน การโอบ กอด การจูบ การเลา้ โลมถึงขั้นมีเพศสัมพนั ธก์ นั มกั จะเป็น

เพราะฝา่ ยหญิงคิดวา่ มีความรักซ่ึงกนั และกันจงึ ยอมสละใหไ้ ด้ แต่แท้จริงแล้วฝา่ ยชายอาจทาไปเพียง
เพอื่ ต้องการความพงึ พอใจ ถูกใจเทา่ น้ัน โดยไมไ่ ดม้ คี วามรักหรอื ไม่ตอ้ งการรับผิดชอบเลย ดังจะเหน็
ไดจ้ ากการที่วัยรุ่นหญงิ ทาแทง้ เนือ่ งจากฝ่ายชายไมร่ ับผิดชอบในการต้งั ครรภข์ องฝา่ ยหญงิ
ความสาคญั ของความสาพนั ธร์ ะหวา่ งเพศ
1. เพือ่ ตอบสนองความตอ้ งการทางดา้ นจติ วิทยา กลา่ วคือ การมีความสมั พนั ธ์ระหว่างเพศจะชว่ ยให้
บงั เกิดความพงึ พอใจเพราะชดเชยในสิ่งทตี่ นขาด

2. เพอื่ ตอบสนองความต้องการทางด้านชวี ภาพ กล่าวคอื ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งเพศจะเปน็
จุดเรม่ิ ต้นของการนาไปสกู่ ารขยายพันธเุ์ พอ่ื รกั ษาเผ่าพนั ธุ์ของตนไว้

3. เพอื่ ตอบสนองความตอ้ งการทางดา้ นสงั คม กล่าวคอื มนุษยเ์ ป็นสัตว์สังคมดังนนั้ มนษุ ย์จงึ
ตอ้ งปฏบิ ตั ติ ามบรรทัดฐานท่ีสงั คมกาหนดไวจ้ งึ จะสามารถดาเนินชวี ิตอยูใ่ นสงั คมไดอ้ ยา่ งมคี วามสุข
ความสัมพนั ธ์ระหว่างเพศเป็นเงอื่ นไขอย่างหนึ่งท่ถี กู าหนดโดยสงั คม
อิทธิพลตอ่ ความสัมพันธร์ ะหว่างเพศ
อิทธิพลหรือปัจจัยทีเ่ ป็นภาวะเง่ือนไขท่มี ีส่วนสนบั สนนุ ใหเ้ กิดความสมั พันธร์ ะหว่างเพศมีอยดู่ ว้ ยกัน
5 ประการ ดงั น้ี
1. อทิ ธพิ ลจากตอ่ มไร้ท่อในร่างกาย
ถา้ ตอ่ มไร้ท่อทางานผิดปกติ หรอื ไมม่ ปี ระสทิ ธภิ าพก็จะมีผลให้พฒั นาการทางเพศดาเนนิ ไปอย่าง
ผิดปกติดว้ ย โดยเฉพาะถ้าต่อมเพศ ตอ่ มใตส้ มอง และต่อมไทรอยดม์ ีความบกพรอ่ งกม็ ีผลโดยตรงต่อ
การตอบสนองทางเพศ
อิทธพิ ลทางสงั คม
สงั คมโดยท่ัวไปมงุ่ หวังทีจ่ ะให้เพศหญิงอยใู่ นกรอบแหง่ วฒั นธรรมอยา่ งเคร่งครัดกว่าเพศชายเพศหญิง
จงึ ตอ้ งรกั นวลสงวนตวั แม้จะเกดิ ความตอ้ งการ หรอื แรงจงู ใจทีจ่ ะมคี วามสัมพนั ธก์ บั เพศตรงขา้ มต้อง
ระงบั หรือเก็บกดความร้สู ึกน้ันไวไ้ ม่แสดงออกอย่างชดั เจนและรนุ แรงเหมอื นเพศชาย
ส่ือตา่ งๆ
มสี ว่ นเรง่ เรา้ ให้วยั รนุ่ ได้เรียนร้กู ารปรับปรุงบทบาททางเพศของเขาโดยพยายามทจ่ี ะปรับเปลยี่ นหรือ
ลอกเลยี นบทบาทของผู้ทีน่ ิยมยกยอ่ ง เช่น นักร้อง นักแสดง ดาราภาพยนตร์
อายุของการมวี ุฒภิ าวะทางเพศ
วุฒภิ าวะทางเพศจะเป็นตัวเร่งใหว้ ัยรุน่ เกิดความสนใจเพศตรงข้าม เด็กทย่ี ่างเข้าส่กู ารมีวฒุ ิภาวะทาง
เพศเร็วกวา่ ย่อมมคี วามสัมพันธร์ ะหว่างเพศก่อนผทู้ ี่ยา่ งเข้าสวู่ ุฒภิ าวะทางเพศช้า
โอกาสในการเรียนร้คู วามสมั พนั ธ์ระหว่างเพศ
เด็กทีม่ ีเพือ่ นตา่ งเพศมากอย่างเพียงพอและเหมาะสมยอ่ มมโี อกาสดกี ว่าเดก็ ทมี่ เี พอ่ื นต่างเพศนอ้ ย
ขน้ั ตอนของการพฒั นาความสัมพันธท์ างเพศ
เมือ่ ชายหนุ่มหญงิ สาวเกิดมีความสนใจกนั หรือถูกใจกนั แล้ว ก็จะพยายามหาโอกาสติดต่อส่อื สาร ใน
อดีตอาจจะใชว้ ธิ เี ขยี นจดหมายหรอื ไมก่ ใ็ ชแ้ ม่สื่อพอ่ ส่อื ตดิ ต่อให้ แตใ่ นปัจจบุ นั การส่ือสาร
โทรคมนาคมมคี วามทันสมยั ไมว่ ่าจะเป็นการส่ือสารดว้ ยการใชโ้ ทรศพั ท์ การใชอ้ นิ เทอรเ์ น็ต การ
สื่อสารดว้ ยวธิ ีการใช้แอพพลเิ คชน่ั อนื่ ๆ จึงทาให้วัยรุ่นมีโอกาสเส่ียงตอ่ การสร้างความสัมพนั ธ์ระหว่าง
เพศไดง้ า่ ย โดยลาดับ
การแสดงความต้องการทางเพศ
การแสดงความรักของวยั รนุ่ มีอยู่หลายลักษณะแตกตา่ งกันไปตามบุคคลและสังคมบางครง้ั พฤติกรรม
ท่ปี รากฏกอ็ อกนอกขอบเขตทก่ี าหนดไว้ และกอ่ ให้เกิดปัญหาต่อเน่ืองตามมา พฤตกิ รรมโดยท่วั ๆไป
- การใหข้ องขวัญหรือของท่ีระลึก
-แสดงความผกู พนั ทางใจ โดยพยายามตดิ ต่อกนั โดยวิธีใดวิธีหนึง่ เสมอ เช่น การโทรศพั ทพ์ ดู คุยกัน
การสง่ ข้อความผ่านทางโทรศพั ท์
-การแสดงออกในเชงิ สรา้ งสรรค์ เมื่อคู่รกั ต้องแยกจากกัน ก็อาจระบายความกลัดกลมุ้ ใจออกมาด้วย
การเขียนจดหมายหรือแต่งโคลงกลอนแหง่ ความรกั ส่งรูปถ่ายของตนในอิรยิ าบถต่างๆ ลงใน
แอพพลเิ คชนั่ ในมอื ถอื เชน่ Line, Instagram เปน็ ตน้

-การแสดงความสนทิ สนม ผู้ทีร่ กั กนั ยอ่ มมคี วามสนทิ สนมกัน เคล้าเคลยี กัน ถูกเนือ้ ต้องตัวกนั หรอื จับ
มอื ถือแขนกันบา้ ง
-ความอจิ ฉาริษยา เม่อื เห็นคนท่ีมีความสามารถเหนือกวา่ หรือมสี ิ่งของตา่ งๆ มากกวา่ ซง่ึ เปน็ ที่สนใจ
ของคนทีเ่ ขารกั มากกว่าตัวเขา วยั ร่นุ กอ็ าจจะเกดิ ความอิจฉาริษยาขน้ึ ถ้าหากสภาพอารมณเ์ ช่นน้ีมี
มากๆ กอ็ าจมีเรอื่ งทะเลาะววิ าท และเกิดการกา้ วร้าวกนั ข้ึน
-การกอดจบู หรือพลอดรกั กนั จะเกิดข้ึนหลงั จากที่คู่รักมีความสนิทสนมกันมากๆ พฤติกรรมลกั ษณะนี้
มักจะเกดิ ขน้ึ ขณะทีค่ รู่ กั อยู่ด้วยกนั ตามลาพัง เป็นกจิ กรรมท่ีจะกระตนุ้ ความร้สู กึ ทางเพศ จนถงึ ขน้ั มี
เพศสมั พนั ธเ์ กิดขึ้นได้
-การมเี พศสัมพันธก์ อ่ นแตง่ งาน นับเป็นการแสดงความรักท่อี อกนอกขอบเขตของประเพณนี ิยมใน
สงั คมไทย ซ่ึงผปู้ กครองและครจู ะต้องหาทางปอ้ งกนั มิให้เกดิ ขนึ้
การปรับตวั ทางเพศ
การวางตัวและการปรับตัวตอ่ เพศตรงขา้ มของวยั รนุ่ เปน็ ส่ิงจาเป้นและสาคัญมากทชี่ ายหญงิ ไมค่ วร
มองข้าม โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ สาหรบั วัยร่นุ ที่เป็นผหู้ ญิงดว้ ยแลว้ เร่ืองเหล่านนี้ า่ จะกล่าวไดว้ ่าเป็นสิง่ ท่ี
สาคญั ทสี่ ุด ไดแ้ ก่
1.การปรับตัวทางด้านร่างกาย ถึงแมว้ า่ วัยรุ่นจะเจรญิ เตบิ โตทางด้านรา่ งกายจนมคี วามพรอ้ มทจี่ ะมี
เพศสมั พันธไ์ ด้ก็ตาม แต่โดยวุฒภิ าวะทางสงั คมนัน้ จดั ว่ายังไม่พร้อมที่จะอยกู่ ินดว้ ยกันแบบสามี
ภรรยา เพราะจะตอ้ งมีความพร้อมหลายๆด้าน เช่น เศรษฐกิจ อารมณ์ทม่ี ั่นคง อาชพี ทีส่ ามารถเลย้ี ง
ชพี ได้ วยั รนุ่ จึงต้องรู้จกั ควบคุม ระบายปลดปล่อยอารมณแ์ ละความตอ้ งการทางเพศออกไปอย่าง
เหมาะสม
2. การปรับตวั ทางดา้ นจิตใจ พัฒนาการทางดา้ นรา่ งกายสง่ ผลใหจ้ ิตใจของวัยรุน่ มีการเปลีย่ นแปลง
ไปดว้ ย คอื มคี วามคิดและความต้องการในเร่อื งเพศ ซ่งึ ถือว่าเปน็ เรอ่ื งธรรมชาติ แต่ควรจะมีการ
ควบคุมจติ ใจ โดยการมีสตไิ ตร่ตรองและใชเ้ หตุผลวา่ การจะแสดงออกตามทจ่ี ติ ใจตอ้ งการน้ันมคี วาม
เหมาะสม ถกู ตอ้ งตามขนบธรรมเนยี มประเพณีที่ดีงามของไทยหรือไม่
หลักท่ัวไปในการปรับตวั ให้เข้ากบั ผ้อู ่นื
1. มีความรบั ผดิ ชอบ
ผทู้ ม่ี ีความรบั ผิดชอบตอ่ หนาทข่ี องตนเองอยู่เสมอนนั้ จะช่วยให้สามารถปรับตวั ให้เข้ากับผ้อู ื่นในสังคม
ไดด้ ี
2. รู้จกั ปรับปรุงบุคลกิ ภาพ
บคุ คลทม่ี ีบุคลกิ ภาพดยี ่อมสามารถปรบั ตัวให้เข้ากบั ผอู้ ่ืนไดง้ ่าย เราจึงควรปรับปรงุ บุคลกิ ภาพของเรา
ใหเ้ ปน็ ทน่ี ิยมชมชอบของผอู้ ่ืน3. ยอมรบั ความแตกต่างระหว่างบคุ คล
การยอมรบั ความจรงิ ในเร่ืองความแตกตา่ งระหว่างบคุ คล จะช่วยเปน็ แนวทางที่สาคญั ในการปรบั ตัว
ให้เขา้ กับผ้อู ืน่ ไดง้ ่ายข้ึน โดยท่ัวไปคนเรามักมคี วามแตกต่างกนั ทัง้ ร่างกาย จิตใจ อารมณ์
บทบาททางเพศ
บทบาททางเพศ หมายถงึ ส่ิงที่สังคมกาหนดและคาดหวังว่าผ้หู ญงิ และผ้ชู ายจะตอ้ งเป็นหรอื ปฏิบตั ิ
แตกตา่ งกนั ไปตามแต่ละวฒั นธรรมโดยผ่านกระบวนการเรยี นรู้ตงั้ แต่วยั เด็กซงึ่ บุคคลจะรวบรวม
ลกั ษณะและพฤติกรรมตา่ งๆ ตามท่ีสงั คมกาหนด แล้วนามาปฏิบตั ใิ หเ้ หมาะสมกบั เพศของตน ซึง่
สามารถจาแนกออกได้เปน็ 2 รปู แบบ ดงั น้ี
บทบาททางเพศแบบดง้ั เดมิ
ผทู้ ี่มบี ทบาททางเพศแบบดงั้ เดมิ จะแสดงออกถงึ ทัศนคติ และความคิดเห็นถงึ บทบาทของผู้ชายและ
ผู้หญิงแตกตา่ งกนั ในเรื่องต่างๆ ดงั นี้

ผชู้ าย
- เป็นผูน้ าในทุกสถานการณ์โดยแสดงออกทางพฤตกิ รรมก้าวรา้ ว

- วติ สมบูรณไ์ ด้ดว้ ยความสาเรจ็ ของตนเอง
- ควบคุมอารมณต์ ลอดเวลาเพอ่ื แสดงถงึ ความเขม้ แข็ง
- เป็นเพศท่เี หนอื กว่าดงั นั้นต้องให้ผู้หญงิ เป็นฝ่ายรอคอย
- ในฐานะเป็นผหู้ ารายได้จึงมีอานาจในการตัดสนิ ใจเร่ืองท่สี าคญั ในครอบครัว
- บทบาทในครอบครวั คือการเปน็ แบบอยา่ งท่ีดีสาหรบั บุตรชาย
- เลือกทางานท่ีเส่ยี งอันตราย ต้องใชค้ วามรอบคอบ รวมทั้งงานทม่ี เี กียรติ
- รบั ผดิ ชอบต่อการหารายได้ของครอบครวั
- ยกฐานะทางสังคมด้วยความสาเรจ็ ของตนเอง

ผู้หญิง

- เปน็ ผใู้ ห้บรกิ ารในทุกสถานการณ์และปฏบิ ตั ิตามความประสงคข์ องผู้ชาย
- ความพึงพอใจในชีวติ จะเกิดจากความสาเรจ็ ของสมาชิกผชู้ ายในครอบครวั
- แสดงอารมณ์ความรสู้ กึ ที่ก่อให้เกดิ ความอบอนุ่ และเป็นการสร้างสมั พนั ธภาพท่ดี ีทงั้ ในครอบครวั และ
นอกบา้ น
- เสียสละเพือ่ ผูอ้ น่ื กอ่ นเสมอ
- ใหผ้ ู้ชายเป็นคนตัดสนิ ใจในเร่อื งสาคญั เสมอ
- บทบาทท่ีสาคัญทส่ี ุดคอื การดูแลครอบครัว
- ทางานนอกบ้านในกรณีท่ีจาเป็นเทา่ น้นั และเลอื กงานที่คดิ ว่าเหมาะสมกับผู้หญิงเปน็ งานท่ีไม่
ยงุ่ ยาก แมว้ ่าจะได้รบั ค่าแรงต่าหรอื ไม่มเี กียรติ
- ยกภาระรบั ผิดชอบการหารายไดใ้ ห้กับผู้ชาย
- ยกฐานะทางสังคมของตนเองไดด้ ้วยการแต่งงานกบั ผู้ท่ีมฐี านะทางสงั คมสงู กว่าตน
บทบาททางเพศแบบสมัยใหม่
ผชู้ าย
- รสู้ ึกภาคภูมิใจในตัวเองได้ด้วยความสามารถในการประกอบกิจกรรมตา่ งๆ ไม่ใชเ่ พราะเปน็ เพศชาย
- เห็นความสาคัญของเพศตรงข้ามมากข้นึ
- มอี สิ ระท่จี ะเลอื กกระทากิจกรรมตา่ งๆ ทส่ี นใจโดยไม่จากดั วา่ สง่ิ ท่ีกระทานน้ั เป็นบทบาทของเพศ
หญิงหรือเพศชาย
- ร่วมงานกบั ผ้หู ญิงไดแ้ ละไมร่ ูส้ ึกอึดอัดใจเมอ่ื มหี ัวหนา้ งานเปน็ ผ้หู ญงิ

- ชว่ ยเหลือรับผิดชอบในงานบ้านและเลย้ี งดบู ุตร
- ใหส้ มาชิกทกุ คนในครอบครัวมสี ่วนรว่ มในการตัดสินใจท่สี าคญั
- ภาคภูมใิ จในความสาเรจ็ ของสมาชิกในครอบครวั แม้ว่าความสาเรจ็ น้ันมีมากกว่าที่ตนเองประสบ
- ไม่คดิ วา่ การเปน็ ผู้ชายต้องแสดงความกลา้ หาญและเส่ยี งภัยเสมอ
- ไมร่ ู้สกึ กระดากอายหรืออึดอัดที่จะทางานที่เคยเช่อื ว่าเป็นงานของผูห้ ญงิ
ผู้หญงิ
- รรู้ ะดบั ศกั ยภาพท่แี ท้จริงของตนเองในการประกอบกิจกรรมตา่ งๆ
- ใหค้ วามสาคัญแก่ตนมากขึ้น
- มอี ิสระที่จะเลอื กกระทากิจกรรมต่างๆ ท่ีสนใจโดยไมจ่ ากดั วา่ สง่ิ ทกี่ ระทานนั้ เป็นบทบาทของเพศ
หญงิ หรือเพศชาย
- แสวงหาโอกาสในการก้าวหน้าทางการงานในตาแหนง่ ผ้บู ริหาร
- ออกไปทางานนอกบ้านและแสวงหาโอกาสทเ่ี ทา่ เทยี มกนั กบั ผูช้ ายในการปฏบิ ัตทิ ่ีเสมอภาค รวมท้ัง
การรบั ค่าจ้างทเ่ี ทา่ เทยี มกับผชู้ ายในงานชนิดเดียวกัน
- สามารถตัดสินใจเลือกดาเนนิ ชีวิตของตนเอง
- ไมร่ สู้ ึกว่าตนเองขาดความเปน็ ผู้หญงิ หากประสบความสาเร็จในหน้าที่การงานสงู กวา่
- ไม่รสู้ ึกวา่ การเป็นผู้หญงิ เปน็ อปุ สรรคต่อการทางานในสายงานท่ีเคยเปน็ งานของผู้ชายมาก่อน
- ไม่รู้สกึ วา่ ตนเองผิดทเี่ ลือกประกอบอาชพี หรือทางานท่ีพอใจมากกวา่ การทางานบา้ นหรือเลี้ยงดู
บตุ ร
การวางตัวตอ่ เพศตรงขา้ ม
การวางตวั คอ่ เพศตรงขา้ ม หมายถึง การท่ีชายและหญิงประพฤตหิ รอื ปฏิบตั ิต่อกันเพอ่ื สร้าง
สัมพนั ธภาพระหวา่ งกนั ในสถานภาพตา่ งๆ กัน เช่น ฐานะเพ่ือ ฐานะคนรัก หรือฐานะคู่ครองภายใต้
สภาพแวดล้อมตลอดจนขนบธรรมเนียมและวฒั นธรรม
เพศหญงิ
- เป็นคสู่ นทนาที่ดี
- เป็นผูม้ กี ิริยามารยาทดี
- ตรงต่อเวลา
- ใหเ้ กยี รตซิ งึ่ กนั และกนั ไม่ควรตามใจผูช้ ายใหล้ ว่ งเกนิ ใหเ้ สียหายเปน็ ที่ครหานนิ ทา
- แตง่ กายใหส้ ภุ าพ สะอาด เรียบรอ้ ย รัดกมุ
- ไม่ควรอยูต่ ามลาพังกับฝา่ ยชายสองต่อสองในทล่ี ับ
- ควรมีน้าใจเอ้อื เฟ้อื เผอ่ื แผ่รจู้ ักแสดงความขอบคณุ
เพศชาย
- เปน็ คสู่ นทนาทดี่ ี
- การแสดงกริ ยิ าอาการตา่ งๆตอ้ งสภุ าพเรยี บร้อย
- รกั ษาเวลานดั หมาย
- ให้เกยี รติยกย่อง ไม่ดูหมิ่นเหยียดหยามซงึ่ กันและกนั
- ควรแตง่ กายใหส้ ุภาพ สะอาดเรียบรอ้ ยไมฟ่ มุ่ เฟอื ย และไม่นาสมัยจนเกินไปไมค่ วรแต่งกายตาม
สบายมากนกั
- การให้ความสนิทสนมควรอยู่ในขอบเขต
- แสดงความห่วงใยในเร่ืองความปลอดภยั ต่างๆ

การวางตวั ต่อเพศตรงข้ามในฐานะคู่รัก
1. ให้เกียรติซ่งึ กันและกัน
2. ให้ความเคารพเชื่อฟังญาตผิ ูใ้ หญข่ องทง้ั สองฝ่าย
3. ไม่ใหค้ วามสนทิ สนมกันเกินขอบเขตของประเพณี
4. ชายหญิงควรหลกี เลย่ี งการอยดุ่ ว้ ยกนั ตามลาพงั
5. ไมด่ มื่ สุราหรอื เสพของมึนเมาเพราะจะทาให้ควบคมุ ตนเองไม่ได้

ปลอดภยั ไวก้ อ่ น
แนวคิด
การมเี พศสัมพนั ธ์ก่อนวยั อนั ควรหรอื ก่อนการสมรสนัน้ ถ้าไม่มกี ารป้องกันอาจเกดิ การตง้ั ครรภ์ทีไ่ มพ่ งึ
ประสงค์ได้ การร้จู กั ป้องกันถือวา่ มีความรับผิดชอบในระดับหนง่ึ นอกจากนั้นการมีเพศสมั พนั ธ์ก็
จะตอ้ งปลอดภัยจากโรคเอดส์อีกด้วย จงึ ตอ้ งร้จู กั ป้องกนั ดว้ ยการใช้ถุงยางอนามัย สาหรับเรอื่ งการรับ
ฟงั ความคิดเหน็ และมมุ มองท่ีแตกตา่ งกันในเร่อื งเพศ และค่านยิ มเรือ่ งเพศกเ็ ป็นเร่อื งที่ควรให้ความ
สนใจ
สาระการเรยี นรู้
1. การมเี พศสัมพันธท์ ่ีรบั ผิดชอบและปลอดภยั
2. ความคดิ เห็นและมมุ มองที่แตกตา่ ง
3. ค่านยิ มเรือ่ งเพศ
ผลการเรียนรทู้ ่ีคาดหวัง
1. รู้และเข้าใจเกี่ยวกับเร่ืองเพศสัมพนั ธท์ ่ีรับผดิ ชอบและปลอดภยั
2. เข้าใจความคิดเห็นและมุมมองท่แี ตกต่าง
3. มคี า่ นยิ มเรอ่ื งเพศทเ่ี หมาะสมกบั ยุคสมัย
การมเี พศสมั พนั ธ์ที่รบั ผิดชอบและปลอดภยั
การมเี พศสัมพันธ์ท่รี ับผิดชอบและปลอดภยั น้ัน ทงั้ ชายและหญงิ จะต้องมีความรบั ผิดชอบตอ่ ปญั หาที่
อาจจะเกิดข้ึนไดก้ บั การมีเพศสมั พันธ์ในครั้งน้นั ปัญหาทอ่ี าจเกิดขึ้น ได้แก่ การตั้งครรภท์ ไ่ี ม่พงึ
ประสงค์ และอาจนาไปสู่การทาแท้งในเวลาต่อมา หรือเกิดปัญหาลกู ไมม่ พี ่อ หรือต้องเปน็ ภาระกบั
ผใู้ หญ่ ซ่งึ ไดแ้ ก่ พอ่ แม่ พ่ี ป้า น้า อา ทจี่ ะต้องช่วยดูแลทารกท่ีเกิดขนึ้ ในขณะท่ชี ายหญงิ คู่น้ันยังไมม่ ี
ความพร้อม นอกจากนีก้ ็จะต้องรบั ผิดชอบอกี ฝา่ ยหน่งึ ให้ปลอดภยั จากการตดิ เชือ้ โรคดว้ ย ทพ่ี บเหน็
ส่วนมาก ฝา่ ยชายมักจะไม่รบั ผดิ ชอบ รกั สนกุ อยา่ งเดยี ว พอเกดิ ปญั หาก็มกั จะหนีปัญหา ให้ผู้หญิงทา
แท้งบา้ ง ตีจากเมอ่ื รูว้ ่าผู้หญิงตั้งครรภ์บ้าง บางคร้งั ผู้หญิงกลมุ้ ใจไม่รูจ้ ะ แก้ปัญหาอยา่ งไร ก็ฆ่าทารก
บ้าง นาทารกไปท้ิงโดยหวังให้ผ้อู ื่นเกบ็ ไปเลี้ยงบา้ ง ซึง่ เป็นปญั หาสงั คมทพ่ี บเหน็ กันอยู่เสมอในด้าน
ความปลอดภยั นั้นจะตอ้ งปลอดภัยจากการตัง้ ครรภท์ ี่ไมพ่ ึงประสงค์ และปลอดภัยจากโรคติดต่อทาง
เพศสมั พันธแ์ ละโรคเอดส์ ซึง่ ปจั จบุ นั พบว่าอายขุ องผปู้ ว่ ยดว้ ยโรคตดิ ตอ่ ทาง เพศสมั พันธแ์ ละโรคเอดส์
ลดลง นั่นคือวยั ร่นุ เรม่ิ ติดเช้ือ HIV กันมากขนึ้ ทง้ั นเ้ี พราะวัยรุ่นไม่นิยมป้องกันตนเองดว้ ยการใช้ถุงยาง
อนามัยในการมีเพศสมั พนั ธ์ เพราะเขา้ ใจว่าหญงิ สาวท่ีตนเองมเี พศสัมพันธ์ดว้ ยนั้นมไิ ด้เป็นผู้ปว่ ยหรือ
ผู้ตดิ เชื้อ HIV เนอ่ื งจากเธอมิใช่ผหู้ ญิงทข่ี ายบรกิ ารทางเพศ และความคิดความเชื่อท่ผี ิดอกี อยา่ งหนึ่ง
ของวัยรุ่นก็คอื กลวั ว่าจะไมม่ คี วามสขุ ถ้าใชถ้ งุ ยางอนามัย
1. การใชถ้ งุ ยางอนามยั
เปน็ วิธีที่ดีทสี่ ดุ เพราะป้องกันไดท้ ้ังการต้งั ครรภท์ ่ีไม่พึงประสงค์ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธแ์ ละโรค
เอดส์ ผู้ชายท่คี ิดวา่ มีโอกาสที่จะมเี พศสมั พันธ์กบั คู่รกั เพ่ือน หรอื ก๊ิก ควรพกถงุ ยางอนามัยติดตัวไว้
เสมอ เพราะถ้ามคี วามตอ้ งการที่จะใช้จะได้นามาใชไ้ ด้ทันที สาหรับผู้หญงิ ทค่ี ิดวา่ มโี อกาสทจี่ ะมี
เพศสมั พนั ธ์กับคู่รกั เพ่อื น หรอื กก๊ิ ก็ควรพกถุงยางอนามยั ตดิ ตัวเชน่ กัน การที่ผู้หญิงพกถุงยางอนามยั
นย้ี งั ดีกว่าท่จี ะปล่อยให้ตนเองต้งั ครรภ์หรอื ตดิ เช้ือ HIV จากผ้ชู าย
2. การนับระยะปลอดภัย
วธิ ีนี้ป้องกันได้เฉพาะการต้ังครรภ์เทา่ นัน้ ซึ่งก็มีโอกาสผิดพลาดสงู การนับวนั นัน้ ให้นบั กอ่ นวนั ที่
ประจาเดอื นมาวันแรก 7 วัน และหลังวันท่ปี ระจาเดือนมาวันแรก 7 วัน ในชว่ งนตี้ ามธรรมชาตแิ ล้วไข่
ของผูห้ ญิงจะยงั ไมส่ กุ และไม่ตกออกมาจากรงั ไข่ ดงั นั้นโอกาสทต่ี วั อสุจิผสมกับไขจ่ ึงมีไม่มาก วิธีนี้
ใชไ้ ดก้ ับผู้หญงิ ท่มี รี อบเดือนมาปกติสมา่ เสมอเทา่ นัน้ คอื 28 วนั สาหรบั ผู้หญงิ ท่ปี ระจาเดือนมาไม่
แนน่ อนใชว้ ิธนี ไี้ ม่ได้
3. การหลง่ั อสุจิภายนอก
วธิ นี ี้ป้องกันได้เฉพาะการตัง้ ครรภ์เท่าน้นั ซึ่งกม็ โี อกาสผิดพลาดสงู เพราะขณะมเี พศสมั พันธน์ น้ั นา้
อสุจิของฝ่ายชายอาจไหลออกมาบ้าง แม้แต่เพียงเล็กน้อยกม็ จี านวนตัวอสุจอิ อกมามากมายแล้ว

เพราะการหล่งั น้าอสจุ ิของผชู้ ายออกมาแต่ละครง้ั จะมตี วั อสุจอิ อกมาประมาณ 200 ล้านตวั หรือถ้า
ฝ่ายชายเกิดดึงอวัยวะเพศออกไม่ทันมีน้าอสุจิเข้าไปในช่องคลอดบ้างก็จะมีตัวอสุจิเข้าไปอย่าง
มากมายแล้วดงั นนั้ วิธีน้ีถอื ว่ามคี วามเส่ียงสงู มาก
4. การรบั ประทานยาเมด็ คุมกาเนิด
วธิ ีนี้ปอ้ งกนั ได้เฉพาะการตง้ั ครรภ์เทา่ น้นั จะมี 2 แบบ คือ แบบ 21 เม็ด และแบบ 28 เม็ด ตอ้ งกนิ ทกุ
วัน
5. การรับประทานยาคมุ กาเนิดฉกุ เฉิน
รบั ประทานเม็ดแรกหลงั รว่ มเพศไม่เกนิ 72 ช่วั โมง แตถ่ า้ ยง่ิ รบั ประทานเร็วเทา่ ไรยิ่งดี และรับประทาน
เมด็ ท่ี 2 หลังจากรบั ประทานเม็ดแรกไปแลว้ 12 ชัว่ โมง ไม่ควรรับประทานยาน้ีเกนิ 4 เม็ดต่อเดอื น
เพราะอาจส่งผลเสียตอ่ สุขภาพผหู้ ญงิ ในระยะยาวได้ เนอ่ื งจากยานมี้ ปี ริมาณฮอร์โมนท่ีสูงมาก ยานี้
สามารถปอ้ งกนั การตง้ั ครรภ์ได้ 85% แต่ไม่ควรใช้บอ่ ย ควรใช้ในกรณีฉุกเฉนิ เท่านั้น
ความคดิ เห็นและมุมมองท่ีแตกตา่ ง
1. การมีเพศสมั พันธเ์ หมอื นกับการลา้ งมือจากกอ๊ กนา้ ความคิดนี้เปน็ สาเหตุหนงึ่ ที่ทาใหผ้ ู้หญงิ ไมร่ ัก
นวลสงวนตัวและมเี พศสัมพนั ธท์ ่งี า่ ยจนเกินไป
2. การมเี พศสมั พนั ธก์ ับผ้ชู ายไดห้ ลายคนถือวา่ เก่ง เคยมีขา่ ววา่ มีนกั เรยี นหญิงกลมุ่ หน่งึ พยายามไปมี
เพศสัมพนั ธ์กับผู้ชายแลว้ ขอเส้อื ท่ีเรยี นพลศึกษา 1 ตวั แล้วมกี ารสะสมเสื้อดงั กลา่ ว นามาอวดกัน
3. การทีผ่ ู้หญิงสมยั นพี้ กถงุ ยางอนามยั ไมใ่ ชส่ ิง่ ที่ผดิ หรอื น่ารงั เกียจ เคยมกี ารสอนให้ลูกผหู้ ญงิ พก
ถุงยางอนามัยเผ่ือว่าฝ่ายชายไม่ได้พกมา
4. การมีเพศสัมพนั ธ์กับคู่รกั เป็นการผูกมดั ฝา่ ยชายให้รักเธอคนเดยี วมผี หู้ ญิงหลายคนคิดเชน่ นี้จึงยอม
ตกเป็นของเขาง่ายๆ หรือพยายามหยบิ ยืน่ ความสาวใหเ้ ขา
5. ผู้ชายหลายคนรับได้เมื่อรู้ว่าแฟนของตนเองเคยมเี พศสัมพันธก์ ับคนอืน่ มากอ่ น จึงทาให้ผชู้ ายไม่
รงั เกียจหญงิ ท่ีเคยผา่ นการมีเพศสัมพันธม์ าแล้ว ซงึ่ อาจนาไปสู่การติดเชอ้ื HIV ได้
6. การมีเพศสมั พันธใ์ นวัยรุน่ ไม่ใช่เร่อื งเสยี หายอะไร ถา้ รู้จกั ป้องกันการตง้ั ครรภ์ มวี ยั รุ่นหญงิ จานวน
หนงึ่ ท่ีรับประทานยาคุมกาเนิดทุกวัน เพอื่ ปอ้ งกันการตั้งครรภ์ หรือไม่ฝา่ ยชาย กใ็ ช้ถงุ ยางอนามัย ซึ่ง
ในสังคมปจั จบุ นั พบมาก ยิ่งถ้าพอ่ แมใ่ ห้มาอยู่หอพักตามลาพังกม็ โี อกาสท่ี จะเป็นเชน่ น้ไี ดม้ าก ถ้า
วัยรนุ่ มคี วามคดิ เช่นนี้
7. เป็นเรอื่ งธรรมดาท่ีผชู้ ายจะมีเพศสมั พนั ธ์กบั หญงิ มากกวา่ 1 คน เรือ่ งนี้ผ้ชู ายจะคิดแบบนมี้ าก แล้ว
นาไปสู่การปฏบิ ัติจริงด้วย เม่อื เขามโี อกาสหรือบางคนก็แสวงหาโอกาส
8. เป็นเรอื่ งงา่ ยทีจ่ ะคุยเรือ่ งการมเี พศสัมพันธก์ ับแฟน เพราะวยั รนุ่ สมัยน้ยี อมรบั การเป็นสามภี รรยา
กันหน้าตาเฉย วยั รนุ่ พวกน้มี ักจะเรยี กคนทีม่ เี พศสมั พนั ธด์ ้วยว่าเมียหรอื ผัว ซงึ่ พูดไดอ้ ย่างไม่กระดาก
ปาก ทงั้ ที่ตนเองยังเปน็ นักเรียนนักศกึ ษาอยู่
9. สมยั นี้ถือว่าเปน็ เรอ่ื งแปลกถ้าเรียนระดับอาชีวะแล้วยังไม่มแี ฟน มวี ยั ร่นุ คดิ เชน่ นมี้ าก ท้ังผชู้ ายและ
ผูห้ ญิง จงึ ทาให้แสวงหาแฟนกัน เพ่อื ใหข้ ึน้ ช่ือว่ามแี ฟนแล้ว
10.การมีเพศสัมพนั ธ์กับเพ่อื น กกิ๊ หรอื แฟน ปลอดภัยจากโรคเอดส์ จงึ ทาให้ผูช้ ายมุ่งที่จะมี
เพศสัมพนั ธก์ บั เพอ่ื น กกิ๊ หรือแฟน เมื่อมโี อกาสบางคร้งั อาจใชก้ าลงั ข่มขืนเพราะไมก่ ลา้ ไปเที่ยว
ผหู้ ญิงขายบริการทางเพศ เพราะกลัวติดโรคเอดส์ หรอื อาจเปน็ เพราะไมม่ เี งินพอ หรือไม่กล้าไปดว้ ย
เหตุผลอื่น

อยา่ (เปิด) โอกาส
แนวคิด
สถานการณ์และโอกาสที่จะนาไปสู่การมีเพศสัมพันธ์ เป็นปัจจัยสาคัญปจั จยั หน่งึ ของการมี
เพศสมั พันธใ์ นวัยรุ่น ดงั น้ันการปล่อยตัวให้เขา้ ไปอยู่ในสถานการณ์ดังกลา่ วจึงเปน็ ส่งิ ท่นี ่าเป็นหว่ ง

สาหรับปัจจยั ทางสงั คม เชน่ ส่ือต่างๆ วัฒนธรรมท่ีเปล่ยี นไป อทิ ธพิ ลของกลุ่มเพื่อน ก็มผี ลสนับสนุน
ให้เกิดการมเี พศสัมพันธ์เหมือนกนั ในเรื่องของการลว่ งเกินทางเพศนนั้ สว่ นใหญ่ผู้ถกู กระทาจะเป็น
ผหู้ ญิง ซึ่งมกั เปน็ เด็กและวัยรุ่นตลอดจนเดก็ ชาย
สาระการเรยี นรู้
1. สถานการณ์และโอกาสท่ีจะนาไปส่กู ารมเี พศสมั พันธ์
2. ปจั จยั เสีย่ งของสังคมที่มีตอ่ การมีเพศสัมพนั ธ์
3. การลว่ งเกนิ ทางเพศ
ผลการเรยี นรู้ทีค่ าดหวงั
1. รู้จักสถานการณ์และโอกาสทจี่ ะนาไปสู่การมเี พศสัมพันธ์
2. รู้ปจั จยั เสยี่ งของสังคมท่มี ตี อ่ การมเี พศสมั พนั ธ์
3. รู้และเขา้ ใจในเรอ่ื งการล่วงเกินทางเพศ

1. การอย่กู นั ตามลาพงั สองต่อสองในทลี่ บั หลู ับตาคน อาจเปน็ ในห้องนอน ทบ่ี า้ น ในรถ ใน
สวนสาธารณะ ในป่า หรอื แม้แตใ่ นห้องนา้ การอยใู่ นสถานที่ดงั กลา่ วมาแล้วนน้ั สามารถนาไปสูก่ ารมี
เพศสัมพันธ์ด้วยกันทั้งน้นั
2. การไปคา้ งคนื ดว้ ยกัน อาจไปกันสองต่อสอง หรือเปน็ หมคู่ ณะการไปกนั สองคนกม็ ีโอกาสเสีย่ ง
มากกวา่ แต่การไปเปน็ หม่คู ณะกอ็ ย่าไว้ใจเพ่ือนหรือแฟนมากนัก
3. การสัมผัสรา่ งกายกันจนเกดิ อารมณ์ทางเพศ อาจเกิดจากการน่ังรถไปเทย่ี วดว้ ยกันน่งั คูก่ ันแล้ว
สัมผสั กันไป การนง่ั ใกล้ชดิ กันแลว้ สมั ผสั กนั ไป การดูภาพยนตร์ในที่คอ่ นขา้ งมืด การอยู่ในสถาน
เริงรมยท์ ี่ค่อนข้างมดื เม่อื เกิดเหตุการณเ์ ช่นน้ี อาจเป็นสาเหตุทาให้ชกั ชวนกันไปมเี พศสัมพันธ์ได้
4. การด่ืมเคร่อื งดมื่ ท่มี ีแอลกอฮอล์หรอื ใชย้ ากล่อมประสาทจะทาให้ขาดสติเกิดอารมณ์เคลิบเคล้มิ
สับสน หากมกี ารเล้าโลมเกดิ ขึ้นกอ็ าจจบลงด้วยการมเี พศสัมพันธไ์ ด้
5. การไปเที่ยวกันสองตอ่ สองในยามค่าคืน จะทาให้มีโอกาสใกลช้ ดิ กัน สมั ผัสซงึ่ กันและกนั ยอ่ มเปน็
การปลกุ เร้าอารมณท์ างเพศ ถ้าเกิดมากจนควบคุมอารมณ์ทางเพศไดย้ าก หรือไมค่ ิดจะควบคมุ
อารมณท์ างเพศแลว้ อาจพากนั ไปหาสถานที่ทีจ่ ะประกอบกามกิจกนั ได้
6. การอยใู่ นสถานบนั เทิงซึ่งมักมกี ารดื่มเคร่อื งดืม่ ทม่ี แี อลกอฮอล์ การใช้สารเสพตดิ เป็นแหลง่ ของคน
ชอบสนกุ มคี นจานวนไม่นอ้ ยท่ไี ปพบกนั ในสถานทีด่ ังกล่าวน้ี แล้วไปตอ่ ดว้ ยการมีเพศสัมพนั ธ์
หรือไมก่ ไ็ ปมีอะไรกันกบั คนท่ีตนเองไปดว้ ย
7. การอยู่หอพัก มีวัยรุ่นจานวนมากท่ถี ือโอกาสใช้หอพกั เป็นเรือนหอช่วั คราว เพราะการอยหู่ อพัก
เป็นอสิ ระ สว่ นตวั ไม่มีผ้ใู หญด่ แู ล และหอพกั ส่วนมากกม็ กั ไมแ่ ยกหอพกั ชายและหอพักหญงิ แตถ่ า้
เป็นหอพักทแ่ี ยกเปน็ หอพกั เฉพาะหญิง หรือหอพักของสถาบันการศึกษา และมีคนดูแลเขม้ งวดแล้วก็
จะป้องกนั ไดบ้ า้ งแตผ่ ู้ท่ีรกั สนุกในเรอื่ งนกี้ จ็ ะไมน่ ยิ มเข้าอยู่ในหอพักดังกลา่ ว
8. การอยู่แฟลต อพาร์ตเมนต์ คอนโดมิเนยี ม ตามลาพงั สถานที่ดังกล่าวเปิดโอกาสใหว้ ัยรุ่นม่วั กาม
กันได้อย่างสบายถา้ พอ่ แม่เช่าใหอ้ ยู่ตามลาพัง
9. การดสู อ่ื ลามก ถ้าดกู บั เพ่ือนๆ เพอื่ นตา่ งเพศหรือแฟน อาจเกิดปญั หาขนึ้ ได้ แมจ้ ะเป็นเพศเดยี วกัน
ท่เี ป็นเกย์ ทอม ด้ี กเ็ กิดปัญหาไดเ้ ชน่ กัน
10. การไปดูบ้านผสี ิง เคยมขี ่าวอย่เู สมอวา่ มกี ารชกั ชวนกันไปดบู า้ นผีสงิ แลว้ พากนั ไปท่ีอื่นซ่ึงถา้
เคราะห์ร้ายก็อาจถกู ขม่ ขืนจากผชู้ ายหลายคน
ปัจจัยเส่ยี งของสงั คมที่มีตอ่ การมเี พศสัมพันธ์
สอ่ื ต่างๆ เช่น โทรทศั น์ วิทยุ หนังสือพมิ พ์ นติ ยสารต่างๆ โดยเฉพาะนติ ยสารทมี่ ีภาพโป๊ วซี ดี ีลามกท่ี
มีอยทู่ ว่ั ไป เป็นต้น ส่ือตา่ งๆ เหลา่ น้มี ีอทิ ธพิ ลตอ่ การมีเพศสัมพนั ธ์ทัง้ สิ้น

วฒั นธรรมท่ีเปลี่ยนไป วยั รุ่นปจั จบุ นั น้ไี ดล้ ะเลยวฒั นธรรมอนั ดงี ามของไทยอยา่ งมาก เชน่ การไม่รัก
นวลสงวนตัว การแตง่ กายที่เปิดเผยสว่ นสดั เน้ือหนงั มังสาอยา่ งไมอ่ าย การไมเ่ ห็นคุณค่าของความ
เป็นสาวบรสิ ุทธิ์ การอยูด่ ว้ ยกันโดยไมแ่ ต่งงาน การมคี ู่เสพสมท่เี ป็นอสิ ระต่อกัน หรือก๊ิก การเปลยี่ นคู่
นอนกนั หรอื สวิงกิง

กลุม่ เพ่อื น นับวา่ มีอทิ ธิพลต่อเพอ่ื นมาก ถ้าไปคบกับเพอื่ นทเี่ คยมีเพศสัมพนั ธม์ าแลว้ หรอื เป็นคนเจา้ ชู้
ชอบการมเี พศสมั พันธ์เป็นพิเศษ เห็นว่าการมีเพศสมั พนั ธเ์ ปน็ เรื่องปกติ ถ้าหาแฟนไม่ได้ถอื ว่าเชย ถา้
วยั รุ่นคนใดอยูใ่ นกลมุ่ เพ่อื นทคี่ ิดและเป็นอย่างท่ีว่านี้ กจ็ ะทาใหเ้ ขาเป็นคนเชน่ นัน้ ดว้ ย สดุ ท้ายก็คงไม่
รอดจากการมีเพศสมั พนั ธ์ และคนทมี่ ีเพศสัมพันธ์ด้วยนกี้ ็จะไม่ใชค่ นท่ีแต่งงานในอนาคตด้วย เพราะ
คนพวกนี้จะไมค่ ดิ ถงึ อนาคตทีย่ าวไกลขอสนุกไปวนั ๆ กพ็ อ
ครอบครัวทีข่ าดความอบอุ่น ปัจจุบันในสงั คมเรามคี รอบครัวทีแ่ ตกแยกกันมากข้ึน ลกู อาจจะอยู่กับพ่อ
หรอื แม่ หรือไมก่ อ็ ยู่กบั ปู่ ยา่ ตา ยาย หรอื ญาติพีน่ ้อง เพราะพอ่ แมต่ ่างฝา่ ยตา่ งไปมีครอบครวั ใหม่
หรือทงิ้ ให้เป็นภาระแกผ่ ูอ้ ื่น เดก็ พวกน้ีเติบโตมาพรอ้ มกับการขาดความอบอุ่น เมือ่ โตข้ึนกจ็ ะแสวงหา
ความอบอุ่นกับเพศตรงขา้ ม จะสงั เกตไดว้ ่าถ้าครอบครวั อบอ่นุ แล้วปญั หาเร่ืองเพศจะมีน้อย

ระบบการศกึ ษา ที่ขาดวิชาศีลธรรมโดยตรงเหมอื นอยา่ งสมัยก่อน การทวี่ ยั ร่นุ มีคณุ ลักษณะทไ่ี ม่พึง
ประสงคต์ า่ งๆ นัน้ เปน็ เพราะจติ ใจของเขาขาดการอบรม กลอ่ มเกลาใหใ้ สสะอาด จะเหน็ ได้วา่ วยั รุ่นท่ี
สนใจทางศลี ธรรม ผปู้ กครองพาเขา้ วัด มกี ารฝกึ อบรมจติ ใจ นัง่ สมาธิ ฟงั เทศน์ ฟังธรรม จิตใจของ
เขาจะไม่ฝักใฝใ่ นเรอ่ื งเพศมากมายเหมือนกับคนอืน่ ๆ

แหล่งบนั เทิงต่างๆ ซง่ึ มีอยมู่ ากมาย ทาให้วัยร่นุ ใจแตก ชอบเทีย่ ว และกไ็ ปมว่ั สุมกนั ทงั้ ม่ัวยา ม่วั เพศ
ซึ่งสถานบนั เทิงเหล่าน้ีมองเห็นวยั รุน่ เป็นเหยอื่ อนั โอชะ เคยจากดั อายุผทู้ ีไ่ ปเทีย่ ว มีการตรวจบัตร
ประชาชน แต่ก็ทากันเป็นพกั ๆ ไมส่ ามารถจะควบคมุ ไดอ้ ย่างจรงิ จงั และได้มกี ารออกกฎหมายเอาผิด
กบั พ่อแมท่ ป่ี ล่อยใหเ้ ดก็ ไปเท่ียวในยามวิกาล นับวา่ เป็นการแกท้ ี่ปลายเหตุ และแทบจะไมไ่ ดผ้ ล จะ
กอ่ ใหเ้ กดิ ความวนุ่ วายในสงั คมดว้ ย
การลว่ งเกินทางเพศ หมายถึง การทผี่ มู้ สี ถานภาพที่เหนอื กวา่ ปฏบิ ัติกามกิจทกุ รูปแบบ เช่น การ
สัมผสั ลบู คลา ใช้วัตถุกระทาต่ออวยั วะเพศ การกระตุน้ อวัยวะเพศดว้ ยรูปแบบต่างๆ การรว่ มเพศ
เป็นตน้ การกระทาดงั กลา่ วเป็นการกระทาทผี่ ิดกฎหมาย
การลว่ งเกนิ ทางเพศทผ่ี ใู้ หญ่กระทานน้ั มีทงั้ การข่มขู่ให้กลัว จะไดไ้ ม่กลา้ เปดิ เผย และชนิดทีไ่ มใ่ ชก้ าลัง
ขม่ ขูแ่ ตใ่ ชก้ ารหลอกล่อ หรือให้เงนิ สิ่งของ ซึ่งมกั ใชก้ บั เด็กทยี่ ังไมม่ ีวุฒิภาวะเพยี งพอ การลว่ งเกนิ ทาง
เพศแบง่ ได้เปน็ 2 ลกั ษณะ คือ
1. การลว่ งเกินทเ่ี กิดขึ้นระหว่างเครือญาติผู้ทถ่ี ูกลว่ งเกินส่วนมากจะเปน็ เด็กหญงิ ซึ่งกระทาโดย
พ่อเลย้ี ง พ่อ ปู่ ตา ลุง อา น้า พ่ี และญาติ ในกรณีเช่นน้ีมักจะถูกลว่ งเกินหลายคร้ังและเป็นเวลานาน
เพราะอยู่บ้านเดยี วกนั บางคนถูกล่วงเกินหลายปีกว่าความจริงจะเปดิ เผย บางรายก็เกิดต้งั ครรภ์ข้นึ มา
2. การล่วงเกินท่เี กิดขนึ้ จากผูก้ ระทาท่ีเปน็ คนอ่นื นอกครอบครัว ไม่ใช่เครอื ญาตผิ ทู้ ่ีถูกล่วงเกินมีทัง้
เดก็ หญงิ และเด็กชาย จนถงึ กลุ่มทเี่ รมิ่ จะเป็นวัยรุ่น อาจล่วงเกนิ เพยี งครั้งเดยี ว หรือหลายครัง้ แตก่ ม็ ี
บางรายท่มี บี า้ นเรือนใกล้กนั อาจกระทาต่อเนอ่ื งเปน็ เวลานานสถานที่ท่ีกระทามกั จะเป็นในบ้านของ
เดก็ หรือบ้านของตนเอง เม่อื มโี อกาสชักชวนเด็กเข้าไป ส่วนท่ีเกดิ นอกบ้านมักจะเกิดกับคนแปลกหนา้
มกั เกิดตามสวนสาธารณะ สถานทกี่ อ่ สรา้ ง หา้ งสรรพสินค้า โรงภาพยนตร์ ปา่ หญ้าข้างทาง รมิ ถนน
ซอยเปลย่ี ว ห้องนา้
สาหรับความรนุ แรงในการกระทานัน้ แบ่งได้เปน็ 3 ระดบั คือ
1. ชนดิ ไม่รุนแรง
สว่ นมากจะเปน็ ลกั ษณะของการพูดแทะโลม ชกั ชวนหรอื หลอกลอ่ ใหด้ สู ่อื ลามก การอวดอวยั วะเพศ
2. ชนิดรุนแรงปานกลาง
จะมีการถกู เน้ือตัว มกี ารเล้าโลมลบู คลาของสงวน ให้เดก็ สาเร็จความใคร่ให้
3. ชนิดรนุ แรงมาก
จะมกี ารร่วมเพศโดยการสอดใสอ่ วัยวะเพศทางช่องคลอด หรือทวารหนกั ทางปาก อาจมกี ารทาร้าย
รา่ งกายถ้ามกี ารขัดขืน บางรายอาจถูกฆา่ ปดิ ปาก

ในด้านผลกระทบต่อการล่วงเกินทางเพศนน้ั แบ่งได้เปน็ 4 ดา้ น คือ

ทางด้านร่างกาย อาจพบอาการบาดเจ็บ มรี อยแผลบอบช้าตามรา่ งกาย มกี ารฉกี ขาดที่อวัยวะเพศ
ปวดท้อง ปสั สาวะลาบาก เจ็บปวดบริเวณทวารหนักเม่ือถ่ายอุจจาระ

ทางด้านจิตใจ จะชอกช้า ปวดรา้ ว หวาดกลัว ลงั เลทีจ่ ะเล่าความจริงคดิ วา่ ตนเองโชคร้าย ตนเอง
เปน็ ผู้ผิด โตขึน้ อาจเปน็ ผู้ทารา้ ยผอู้ ่ืนหรอื ทาตัวให้ถูกทาร้ายซา้ ซาก อาจกลายเปน็ ผู้หญิงขายบรกิ าร
ทางเพศ หรือผู้ชายขายตวั

ทางด้านอารมณ์ จะกลายเป็นคนก้าวรา้ ว แสดงพฤตกิ รรมรุนแรงหรือซึมเศรา้ หันไปเสพสง่ิ เสพตดิ
หรือสุรา อาจคิดฆา่ ตัวตาย

ทางด้านสังคม เขาอาจจะไปกระทากบั เด็กทีเ่ ลก็ กว่า หรือกลายเป็นผู้ท่ีทาร้ายผ้อู ื่น เมื่อเขาโตข้ึน

นา้ ตาเชค็ หัวเข่า
แนวคิด
การมีเพศสัมพนั ธ์ทที่ ง้ั สองฝ่ายยังไม่มีความพร้อมนั้นมกั กอ่ ใหเ้ กดิ ปัญหาและผลกระทบตา่ งๆมากมาย
ดงั นนั้ จึงควรทจ่ี ะรู้จักหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์เมอ่ื ยังไมพ่ ร้อม ซงึ่ สามารถทาได้หลากหลายวิธี ขอ้
สาคญั ตอ้ งตระหนกั หรือเกรงกลัวตอ่ ปญั หาทจี่ ะเกิดขนึ้ ให้มาก แตถ่ า้ หลกี เลย่ี งไมไ่ ด้กต็ ้องรู้จกั วธิ ีการ
คมุ กาเนิดหรือการปอ้ งกนั การต้งั ครรภ์ท่ีไม่พงึ ประสงค์
สาระการเรียนรู้
1. ปญั หาและผลกระทบจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ ไม่พร้อม
2. การหลกี เลี่ยงการมีเพศสัมพนั ธเ์ มอ่ื ยังไมพ่ ร้อม
3. การปอ้ งกันการต้ังครรภ์ท่ีไม่พงึ ประสงค์
ผลการเรียนรูท้ ่คี าดหวงั
1. รแู้ ละเขา้ ใจปัญหาและผลกระทบจากการมีเพศสัมพนั ธ์ทไี่ มพ่ รอ้ ม
2. รจู้ ักหลกี เลี่ยงการมเี พศสมั พันธ์ทยี่ ังไม่พร้อม
3. รู้จกั หลีกเลี่ยงการตงั้ ครรภ์ทไ่ี ม่พึงประสงค์

ปญั หาและผลกระทบจากการมเี พศสมั พันธท์ ไ่ี มพ่ ร้อม
1. การทาแท้ง เม่อื เขาคิดว่าไมต่ อ้ งการใหท้ ารกทีอ่ ย่ใู นครรภอ์ อกมาลืมตาดูโลก เพราะเขายงั ไม่พรอ้ ม
ทีจ่ ะรบั ภาระเป็นพอ่ หรือแม่ได้ หรอื กลัวคนจะรูว้ ่าตนเองต้ังครรภ์ หรือจะดว้ ยเหตผุ ลอื่นใดกต็ าม เขาก็
จะกินยาขับเลอื ดหรอื ไม่ก็จะไปทาแท้ง ซงึ่ ถือว่าเป็นการกระทาที่ผิดกฎหมาย ผดิ ศีลธรรม และสถานที่
ทาแท้งก็มกั เปน็ คลินกิ เถ่ือนบางครั้งหมอเถื่อนทาให้ก็ทาให้เกิดอนั ตรายต่อตนเองดว้ ย การทาแทง้ อาจ
มีอนั ตรายถงึ ชีวติ และอาจมีผลกระทบต่อการตง้ั ครรภ์ในครัง้ ต่อๆ ไป ปีหนง่ึ มหี ญงิ สาวไปทาแทง้ เปน็
แสนๆ คน

2. การนาทารกไปทง้ิ เม่ือไม่ทาแทง้ อาจจะสองจติ สองใจว่าจะทาดีหรือไม่ หรอื ไมก่ ล้าไปทาเพราะ
กลวั หรือดว้ ยเหตุผลอื่นใดก็ตาม เม่ือคลอดบุตรออกมาแล้วและไมต่ ้องการ ก็จะนาเด็กไปทงิ้ ซึ่งมี
อยู่ 2 ลกั ษณะใหญๆ่ คือ ฆ่าใหต้ ายแลว้ นาไปทิง้ หรอื นาไปท้งิ ให้ตายไปเลย กับอีกแบบหนึง่ คือ
เจตนาให้ผพู้ บเห็นแจง้ ตารวจเพ่อื ท่ตี ารวจจะไดน้ าเดก็ ไปไวใ้ นสถานสงเคราะหต์ ่อไป

3. การเพมิ่ จานวนเดก็ กาพร้า การนาเด็กไปทิ้งและเป็นภาระของผ้อู ่ืนหรอื หน่วยงานต้องเอาไปเล้ียง
หรอื การท้ิงเด็กไวก้ ับคนเลยี้ งเดก็ พอ่ แม่ พี่ ป้า นา้ อา แล้วตนเองกห็ นีไปนั้น เดก็ ทเ่ี กดิ มาจะมีปมด้อย
เปน็ เดก็ ที่กาพร้าทั้งพอ่ และแม่ หรอื พ่ออาจจะหนีไปไมร่ ับผดิ ชอบ แม่จึงตอ้ งรับเล้ียงลูกทเี่ กิดมา เด็กก็
จะกาพรา้ พ่อ

4. การกอ่ ใหเ้ กิดปญั หาครอบครวั เพราะพ่อแม่จะต้องช่วยรบั ภาระเมื่อลกู ของตนเองมีลกู เมื่อยังไม่
พร้อมซ่งึ จะต้องเป็นภาระท้ังคา่ ใช้จ่ายในการเลยี้ งดูหลานและตอ้ งมารับภาระในการดูแลสาหรับตวั พ่อ
แม่เดก็ เองก็เกดิ ความทกุ ขไ์ ปด้วยเพราะการกระทาของตนเอง สว่ นใหญ่ภาระนม้ี กั ตกอยกู่ บั ครอบครัว
ของฝ่ายหญิง เพราะฝ่ายชายมกั จะไมร่ ับผดิ ชอบ

5.การฆ่าตัวตาย ผู้หญงิ จะเปน็ ฝา่ ยทรี่ ับผิดชอบและประสบปญั หามากกวา่ ผชู้ ายเปน็ อยา่ งมากดังนน้ั
ถา้ เขาคิดไม่ตก แกป้ ญั หาไม่ไดอ้ าจตัดสินใจฆา่ ตวั ตายเพ่ือหลกี หนปี ญั หาท่ีหนักองึ้ ของเธอ

6. การเลยี้ งดูเดก็ อาจจะไมส่ มบูรณ์ เมอื่ ตนเองยงั ไมพ่ ร้อมแล้วมีบตุ รขึ้นมา ถ้าพอ่ แม่หรอื ญาตพิ ่นี อ้ งไม่
มาช่วย ปล่อยให้เลีย้ งดกู นั ตามลาพัง เลี้ยงไปตามมีตามเกิด ก็จะเลี้ยงลูกได้ไม่ดี กระท่อนกระแทน่ ขัด
สน อาหารการกนิ จะไม่สมบูรณ์ การศึกษาอาจไมม่ ี หรอื มีก็เพียงแคต่ ามเกณฑภ์ าคบังคับ

7. การเสียโอกาส แทนท่จี ะเอาดีทางการศกึ ษา เลา่ เรยี นจนจบ มีงานทา แตก่ ลบั ต้องมารบั ผดิ ชอบตอ่
ลกู ทเ่ี กิดมาขณะที่ตนเองยังอยู่ในวยั เรยี น จงึ ทาใหเ้ สยี โอกาสดๆี ท้ังในปัจจุบันและอนาคต

8. การตดิ เชอ้ื โรคติดต่อทางเพศสัมพนั ธ์และโรคเอดส์เพราะความไม่พรอ้ มนัน้ อาจไมไ่ ด้เตรียมถุงยาง
อนามยั ไมไ่ ดใ้ ช้ถุงยางอนามยั ในการมีเพศสมั พันธค์ รั้งนน้ั และจะแนใ่ จไดอ้ ย่างไรว่าครู่ กั ของเราไม่ได้
ไปมอี ะไรกับใครมากอ่ นถา้ มีมาก่อน คนคนนัน้ จะเปน็ ผู้ติดเชื้อเอดสแ์ ละโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
หรอื ไม่
9. การขาดโอกาสในการศกึ ษาต่อ ในกรณีผหู้ ญงิ เมอ่ื มลี ูกทาให้ต้องเลีย้ งลกู เป็นผลให้ขาดโอกาสใน
การศกึ ษาต่อ สาหรบั ผู้ชายน้ันถ้าจะชว่ ยฝ่ายหญิงรบั ผดิ ชอบก็ต้องช่วยทามาหากินจงึ ต้องยุตเิ รอ่ื งการ
เรียนไปโดยปริยายแตก่ ม็ ีบางรายท่ไี ปทาแท้งหรอื ไปคลอดลูกแลว้ กลับมาเรียนต่อโดยอาจย้ายสถานท่ี
เรยี น

10. การเกิดความวิตกกังวล เช่น กลวั คนอน่ื รู้ กังวลกับความสมั พันธ์ที่จะมีต่อไปกับแฟน ซ่งึ อาจ
นาไปสูค่ วามเครยี ด ไมส่ บายใจ เรียนหนงั สือไมร่ เู้ ร่ือง ความคิด สบั สน เปน็ ต้น

การหลกี เลี่ยงการมีเพศสมั พันธเ์ มื่อยงั ไมพ่ ร้อม
1. หลีกเลีย่ งการสมั ผสั การโอบกอดและการจบู แมก้ ารกระทาเชน่ นจี้ ะเปน็ การสัมผัสแค่ภายนอก แต่
ถ้าสถานท.่ี และโอกาสเอื้ออานวย อาจนาไปสูก่ ารมีเพศสัมพนั ธ์ได้
2. หลกี เลยี่ งการสมั ผสั ภายใน ไดแ้ ก่ การสมั ผัสในร่มผา้ ดว้ ยการจบั หนา้ อก ลบู ไล้ตามรา่ งกาย การ
สัมผสั อวยั วะเพศการกระทาลกั ษณะน้มี โี อกาสนาไปส่กู ารมเี พศสัมพนั ธ์ได้ 99.99%
3. หลกี เลีย่ งการอย่ใู นทลี่ บั หูลับตาสองตอ่ สอง การอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ เปน็ การเปดิ โอกาสทีจ่ ะ
นาไปสกู่ ารล่วงเกินกันได้ และอาจนาไปส่กู ารมีเพศสัมพนั ธ์ในทสี่ ุด
4. หลกี เลย่ี งการดูสอื่ ลามกด้วยกันกบั เพศตรงข้าม การดูสอ่ื ลามกเปน็ การปลกุ เรา้ อารมณ์ทางเพศทงั้
ชายและหญิง ดงั นั้นการดสู ือ่ ลามกด้วยกันกม็ ีโอกาสนาไปส่กู ารมีเพศสัมพนั ธไ์ ด้
5. หลกี เลย่ี งการไปดูบา้ นผสี ิง เน่อื งจากครู่ กั หลายคนกลบั พาไปข่มขนื แทน
6. หลกี เลยี่ งการดม่ื เครื่องด่ืมทม่ี ีแอลกอฮอล์ และการใชส้ ารเสพติด ความมนึ เมาทาให้ขาดสติ ขาด
การยับยงั้ ช่งั ใจ และเคลิบเคลิ้มไป อาจทาอะไรลงไปอย่างไมร่ ู้ตวั
7. หลกี เลี่ยงการไปเท่ยี วสถานบนั เทิงเริงรมย์ การไปเท่ยี วสถานบันเทงิ เรงิ รมย์ มกั ไปในยามค่าคืน มี
ความสนุกสนาน อาจมกี ารใชส้ ารเสพตดิ การใสย่ านอนหลับหรือยาปลกุ เซก็ ซใ์ นเครื่องด่มื ซ่งึ มีวยั ร่นุ
หลายรายทีไ่ ปเทยี่ วสถานบนั เทิงเริงรมยแ์ ล้วจบด้วยการมีเพศสัมพนั ธ์
8. หลีกเล่ยี งการไปค้างคนื สองตอ่ สอง บางครงั้ ค่รู ักกนั มีการไปเทย่ี วสองต่อสอง แลว้ คา้ งคนื ตาม
บงั กะโล โรงแรม ซึ่งมโี อกาสเสยี่ งตอ่ การมเี พศสมั พันธ์สูงมาก
9. หลกี เลย่ี งการไปกบั คนแปลกหนา้ อย่าไว้ใจคนแปลกหน้า ซง่ึ เข้ามาตสี นิททาเป็นดีด้วย
10. ตอ้ งรักอย่างมีสติ ผชู้ ายมักจะคดิ ไปถงึ การมเี พศสมั พันธก์ บั แฟน แต่ผู้หญงิ ขอเพียงแค่ใกลช้ ิดก็
อบอุ่น และมีความสุขแลว้ เมื่อใกล้ชิดกันผู้ชายอาจจะมอี ารมณ์ทางเพศ ขาดสติไปช่วั คราวถ้าผู้หญงิ
ขาดสติอีกคนหนงึ่ หรือคิดวา่ รกั เขาก็ตอ้ งยอมเขา หรือทนการรบเร้าของเขาไมไ่ ด้เกิดใจอ่อนจนมี
เพศสัมพันธ์กบั เขา ถือวา่ ขาดสติ ดังนน้ั ตอ้ งตั้งสตใิ หม้ น่ั อยา่ ยอม ถา้ เขารกั เราจรงิ เขาต้องทะนุถนอม
เราไมข่ ่มเหงน้าใจเรา
กิจกรรมทางเพศ
แนวคดิ
กจิ กรรมทางเพศท่ีคนเราโดยท่ัวไปกระทากนั ไดแ้ ก่ การจนิ ตนาการทางเพศการชว่ ยตัวเอง และการ
มีเพศสมั พนั ธ์ ซ่ึงบุคคลสามารถปฏิบตั ไิ ด้ตามความเหมาะสมกบั สถานภาพ ความตอ้ งการ และ
สุขภาพของตนเอง สาหรบั ความบกพรอ่ งทางเพศนั้นมกั เกิดกบั บุคคลวยั ทองและวยั สงู อายุ ซ่งึ ควรไป
พบแพทย์เพ่ือปรกึ ษาและรบั การรักษาต่อไปสาหรบั ข้อมลู เกีย่ วกบั เร่ืองเพศต้องอาศัยความรูท้ าง
วิชาการท่ีถูกต้อง ความเช่ือท่ีผดิ ๆ อาจเป็นความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ คดิ เอาเองซง่ึ อาจเกดิ ผลกระทบใน
เชงิ ลบตอ่ สขุ ภาพได้
สาระการเรยี นรู้
1. จินตนาการทางเพศ
2. การชว่ ยตวั เอง
3. การมเี พศสัมพันธ์
4. ความบกพรอ่ งทางเพศ
5. ความเช่ือผิดๆ เกย่ี วกับเรอื่ งเพศ

6. ผลกระทบทเ่ี กิดจากความเช่อื ผดิ ๆ
เกยี่ วกับเรอื่ งเพศ
ผลการเรียนรทู้ ค่ี าดหวงั
1. รแู้ ละเข้าใจในเร่อื งจินตนาการทางเพศ
2. รู้และเข้าใจในเร่อื งการชว่ ยตวั เอง
3. รแู้ ละเขา้ ใจในเรื่องการมีเพศสัมพันธ์
4. รู้และเข้าใจในเรือ่ งความบกพร่องทางเพศ
5. มคี วามเชอ่ื ทีถ่ ูกตอ้ งเกย่ี วกับเรือ่ งเพศ
6. รู้และเข้าใจผลกระทบที่เกิดจากความเชือ่ ผิดๆเก่ยี วกบั เรอ่ื งเพศ
จนิ ตนาการทางเพศ
จินตนาการทางเพศ เป็นเรอ่ื งปกติของมนษุ ยท์ ุกคน ท้ังชายและหญงิ เป็นการนกึ คิดเกี่ยวกบั เรื่องทาง
เพศ เมื่อนกึ คิดแลว้ เกิดความสขุ และเกดิ ความตอ้ งการทางเพศขนึ้ มา การจินตนาการอาจคดิ เอาเอง
โดยไมต่ อ้ งเหน็ ภาพ หรอื มองเหน็ ภาพแล้วเกิดจนิ ตนาการขึ้น ซ่ึงตัวอย่างของการจินตนาการ มีดงั น้ี
1. การจนิ ตนาการโดยนึกคิดวาดมโนภาพเอาเอง เช่น คดิ ว่าไดส้ มั ผัสร่างกายกับคนรกั หรอื คนท่ี
ตนเองสนใจ คดิ ว่ามีเพศสัมพันธ์กบั คนท่ีตนเองรกั หรือคนที่ตนเองสนใจ คิดวา่ ในคนื นี้จะไดม้ ี
เพศสัมพนั ธก์ ับใครสกั คน ตนเองจะทากจิ กรรมอย่างไรบ้าง

2. การจินตนาการดว้ ยการดูภาพ ส่วนใหญจ่ ะเปน็ ภาพโป๊ เม่อื ดแู ล้วกจ็ ะจินตนาการไป
ตา่ งๆ นานา จนิ ตนาการวา่ ไดส้ มั ผสั กบั บุคคลในภาพ หรอื แม้กระทั่งการมเี พศสัมพันธ์ดว้ ย บาง
คนอาจดรู ปู ไปดว้ ยและช่วยตัวเองโดยจนิ ตนาการไปด้วยก็มี

3. จนิ ตนาการด้วยการดูเรอื นร่างเพศตรงข้าม เมือ่ มองเพศตรงข้ามแลว้ ก็จนิ ตนาการต่อถงึ สว่ นสดั
ความสวยงาม อวยั วะที่ซอ่ นอย่ใู นรม่ ผา้ ยิ่งถา้ แตง่ กายโป๊ด้วยแลว้ ก็จะทาใหก้ ารจนิ ตนาการออก
รสชาตมิ ากขึ้น

4. จินตนาการไปกบั ภาพเคลื่อนไหว สว่ นใหญเ่ กิดจากการดวู ีซีดีลามกแล้วเกิดจินตนาการขึ้นมาการ
จนิ ตนาการในเร่อื งนจ้ี ะทาใหเ้ กิดอารมณท์ างเพศไดม้ ากทเี ดยี ว ท้งั น้ีเพราะจะมีอารมณ์เคลบิ เคลม้ิ ไป
กับภาพเหล่าน้นั

5. การจนิ ตนาการตามเรือ่ งราวท่อี า่ น มักไดแ้ ก่ หนงั สือลามกตา่ งๆ หรือนิตยสารทม่ี เี ร่ืองราว
เกี่ยวข้องในทางเพศ.ผู้อา่ นเมอ่ื ได้อ่านแล้วจะเกดิ จินตนาการและเกดิ ความรสู้ ึกทางเพศข้ึนมา

การช่วยตัวเอง
การชว่ ยตวั เอง เปน็ ทางออกตามธรรมชาตขิ องมนษุ ยท์ ป่ี ลอดภัย ประหยัด และไมใ่ ช่เรอ่ื งผดิ ปกติทาง
จติ แต่อยา่ งใด และถ้ากระทาในจานวนท่ีเหมาะสมอยา่ งมีความสขุ แลว้ ก็ไมเ่ ปน็ อนั ตรายตอ่ ร่างกายแต่
อย่างใด
สทิ ธิทางเพศ ได้รบั การประกาศเมอ่ื ปี ค.ศ. 1994 ท่ีกรุงวาเลนเซยี ประเทศสเปน จากการประชุมเพศ
ศาสตรศ์ ึกษานานาชาติ ซง่ึ มหี ลายข้อ และข้อหนงึ่ ได้กลา่ วถงึ กระบวนการชว่ ยตวั เองของชายและ
หญิงอย่างเปน็ จริงวา่
“บุคคลใดบุคคลหนึ่งมสี ิทธิที่จะกระทาต่อตนเอง เพ่ือตอบสนองอารมณเ์ พศทเ่ี กิดขึน้ ตามธรรมชาติ ถา้
การกระทาดงั กลา่ วทาไปด้วยวธิ ีการที่จะไมเ่ ปน็ อนั ตรายต่อสขุ ภาพและกระทาในจานวนท่เี หมาะสม
รวมทง้ั ไมห่ มกม่นุ จนเกินไปจนทาให้การดาเนินชีวิตประจาวนั ผดิ ปกติเมอ่ื เปน็ ดงั น้ีแลว้ ก็สามารถชว่ ย
ตวั เองได้ไมว่ ่าจะอย่ใู นสถานะทเ่ี ปน็ โสด แตง่ งานแลว้ หรือเป็นหม้ายก็ตามการกระทาดังกล่าวควรจะ
กระทาในทอ่ี ันเปน็ ส่วนตวั และไม่ได้ทาใหผ้ ู้อ่นื เดอื ดร้อน”
วธิ ีการชว่ ยตวั เองของเพศชาย ทาไดโ้ ดยการใช้มือจบั หรือกาอวัยวะเพศของตนเอง ซ่ึงกาลังแข็งตวั
แล้วใชม้ ือรูดเข้าออกจนเกิดการถึงจุดสุดยอด ก็จะหลั่งนา้ อสจุ ิออกมา บางคนอาจใชว้ ิธกี ารชว่ ยตนเอง
กบั ต๊กุ ตายาง ซึง่ มกี ารทาลกั ษณะของอวัยวะเพศคลา้ ยของผู้หญิง สามารถสอดใส่อวยั วะเพศชายเขา้

ไปได้สาหรับวิธกี ารชว่ ยตวั เองของผู้หญงิ นน้ั อาจใช้น้ิวมือคลงึ บริเวณปุ่มคลติ อริส ซึ่งอยู่บรเิ วณ
ดา้ นบนของอวัยวะเพศ จนถึงจุดสดุ ยอดจะมกี ารขับน้าเมือกออกมาจากชอ่ งคลอด บางรายอาจใช้
เครื่องมือสน่ั สะเทอื นกระตุ้น หรืออาจใช้วสั ดุอุปกรณ์ทร่ี ูปรา่ งคลา้ ยอวยั วะเพศชาย หรือใช้อวัยวะเพศ
ชายเทียมสอดใส่เข้าไปภายในช่องคลอดแลว้ ขยบั ออกมา กระตุน้ จนถึงจุดสดุ ยอดได้เหมือนกัน บาง
รายอาจใชก้ ารฉีดนา้ เขา้ ไปแรงๆ ในอวัยวะเพศ บางคนอาจใช้การนอนหนบี หมอนขา้ งแล้วถไู ถไปมา
จนกระทง่ั ถึงจุดสุดยอด

ประโยชน์ของการช่วยตวั เองกค็ อื เป็นการสนองความต้องการทางเพศด้วยตนเอง ไม่ทาให้ใคร
เดือดรอ้ นสบายตัว คลายเครยี ด ปลอดภยั จากโรคติดต่อทางเพศสัมพนั ธ์ และเอดส์ ไม่ทาให้เกิดการ
ตั้งครรภ์ท่ไี มพ่ ึงประสงค์ และยังเป็นการชว่ ยลดปัญหาอาชญากรรมทางเพศ และลดความตงึ เครียด
ทางเพศได้อีกดว้ ยการชว่ ยตัวเองเปน็ ทางเลือกหน่ึงของคนเราวา่ จะเลือกทาหรอื ใช้วิธีการอ่ืนเพ่อื
เบ่ยี งเบนความสนใจ เพ่ือไม่ให้เกดิ อารมณ์ทางเพศก็ได้ โดยอาจหางานอดิเรกทา ไปเล่นกีฬา ดูแล
ต้นไม้ ไปเดนิ เลน่ ไปคยุ กับเพื่อน หรอื ทากิจกรรมอ่ืนๆ ท่ีสร้างสรรคก์ จ็ ะเป็นการดี

ประโยชน์ของการชว่ ยตัวเอง
1. การชว่ ยตวั เองบ่อยๆจะทาให้เปน็ บ้าและวกิ ลจริต
2. การช่วยตัวเองเปน็ ประจาจะทาให้หยอ่ นสมรรถภาพทางเพศ
3. การชว่ ยตวั เองจะทาให้อวัยวะเพศชายคดงอ และอวัยวะเพศหญงิ ด่างดาผิดรูปผิดรา่ ง
4. การชว่ ยตวั เองจะทาใหเ้ ป็นหมนั หรือมีบุตรยาก
5. ผหู้ ญงิ ทีช่ ่วยตัวเองบ่อยๆช่องคลอดจะหลวม
6. การชว่ ยตัวเองจะทาให้เป็นมะเรง็
มีคาขขู่ องผูใ้ หญ่ท่ีไมต่ ้องการใหบ้ ตุ รหลานของตนช่วยตัวเองบอ่ ยๆซึง่ อาจทาใหว้ ัยรุ่นหลงเชื่อคิดวา่
เปน็ เรื่องจริง

การมีเพศสมั พันธ์
เพศสมั พันธ์ หรือความสัมพนั ธท์ างเพศ เปน็ ความสมั พนั ธร์ ูปแบบหนึง่ ซ่ึงสว่ นใหญ่เกิดขนึ้ ระหว่างคน
รกั มักจะเกดิ ข้นึ กับบุคคลท่ีเรามคี วามรู้สึกอยากใกลช้ ดิ เป็นพเิ ศษ
เพศสัมพันธ์ หมายถงึ ความสัมพนั ธท์ ่เี กดิ ขึ้นระหว่างบุคคลสองคน เพ่ือให้ความสขุ และความพงึ พอใจ
ทางเพศแกก่ นั และกัน อยา่ งไรกต็ าม เม่อื พูดถงึ เพศสัมพันธ์คนทัว่ ไปอาจนกึ ถึงการร่วมเพศเท่านัน้ แต่
แท้จริงแล้ว ยงั หมายถงึ กิจกรรมทางเพศในลักษณะตา่ งๆ อีกดว้ ย เชน่ การกอด การสมั ผสั ร่างกาย
การเล้าโลม การจูบ การกระต้นุ อวัยวะเพศ เปน็ ตน้
ความสัมพนั ธท์ างเพศซึ่งเป็นท่ียอมรบั ในสังคม เป็นความสัมพนั ธท์ เ่ี กดิ ข้นึ กับคนรัก ซ่ึงอยกู่ นิ กนั ฉนั
สามีภรรยากนั แลว้ หรอื แตง่ งานกนั แล้ว แตส่ าหรบั วยั รุ่น วยั เรียน หรือคนท่ยี งั ไม่ได้แต่งงานกันน้ัน
สงั คมไม่ยอมรบั
เพศสมั พันธ์ เปน็ องค์ประกอบสาคญั ของการอยู่กนิ ฉนั สามภี รรยา เป็นการสืบทอดเผ่าพนั ธุ์ หรอื ดารง
เผ่าพันธุข์ องมนุษยชาติเม่ือมเี พศสัมพันธจ์ ะเกดิ ผลตามมาหลายๆ อยา่ ง ดังนน้ั การมเี พศสมั พันธ์จึง
ต้องเกิดข้ึนพร้อมๆ กับความรบั ผิดชอบของทั้งสองฝ่ายที่มคี วามสมั พันธก์ ัน

ความบกพรอ่ งทางเพศ
ความบกพรอ่ งทางเพศ หมายถงึ สภาวะท่ีรา่ งกายไมส่ ามารถตอบสนองต่อการกระตุ้นทางเพศได้
ตามปกติ ทาให้เกดิ ปัญหาในการรว่ มเพศ ประกอบด้วยความบกพร่องในลกั ษณะตา่ งๆ ดังนี้
ความบกพร่องทางเพศชาย

กามตายด้าน คือ การท่อี งคชาตไม่สามารถแข็งตัวได้เต็มที่ หรอื ไม่แขง็ ตวั พอท่จี ะรว่ มเพศได้ ซ่งึ จะพบ
มากในผูท้ ม่ี ีอายุมากข้ึน

การหลั่งน้าอสุจิเร็ว ซงึ่ เร็วผิดปกติ บางรายเมื่อสอดใส่องคชาตเข้าไปในช่องคลอดไมก่ ่ีวนิ าทกี ็หลั่งน้า
อสจุ ิแล้ว บางรายอาจหล่ังนา้ อสจุ กิ ่อนทีจ่ ะสอดใสใ่ นชอ่ งคลอดเสียด้วยซ้าไปซ่ึงเรยี กว่า“ล่มปากอ่าว”
การไมส่ ามารถหลง่ั นา้ อสจุ ิในชอ่ งคลอด คือ ถงึ จะร่วมเพศนานเทา่ ใดกไ็ มห่ ลงั่ น้าอสุจเิ สียที เพราะไม่
มกี ารถงึ จุดสดุ ยอด อาการเช่นนพ้ี บนอ้ ยมาก
ความบกพรอ่ งทางเพศหญงิ

ทพี่ บมากคือกามตายด้าน ซ่ึงร่างกายและจิตใจของเธอไม่สามารถตอบสนองตอ่ การกระต้นุ ทางเพศ
ไมว่ ่าจะเปน็ การกระตนุ้ ทางร่างกายหรอื จติ ใจ จะกระตุ้นด้วยตนเองหรอื ค่รู ัก แมแ้ ตข่ ณะร่วมเพศกนั ก็
ไมม่ ีความร้สู กึ หรอื มีอารมณ์ทางเพศ จะไมม่ ีการค่ังของโลหติ ที่บรเิ วณอวยั วะเพศและไม่มนี ้าหลอ่ ลืน่
ทาใหช้ อ่ งคลอดฝดื อาจเจ็บช่องคลอดขณะรว่ มเพศ ทาให้ไม่มีความสุข และไมม่ ีการถงึ จุดสุดยอด
แบง่ เป็น 2 แบบ คอื
แบบปฐมภมู ิ คือ การที่ผู้หญิงคนนนั้ ไมเ่ คยมกี ารตอบสนองทางเพศเลย ไมว่ า่ กับชายใดหรือใน
สถานการณใ์ ด
แบบทตุ ยิ ภูมิ คือ การที่ผู้หญิงเคยมกี ารตอบสนองทางเพศจากการถูกกระตุ้นมากอ่ น แตม่ าลดลงหรือ
หายไปในภายหลงั
เรอ่ื งกามารมณ์ เปน็ พืน้ ฐานของชวี ิตคู่ และเป็นสมั ผัสรักทีจ่ บั ต้องได้สาหรบั สองคนท่ีผูกสมคั รรกั ใคร่
และใช้ชีวิตครู่ ว่ มกัน ชีวติ คู่ท่ีมีกามารมณ์ทีส่ ขุ สม จงึ เปน็ ความผกู พันทางใจอย่างหนึ่ง ซ่ึงเมือ่ ขาด
หายไปแล้วเร่ืองเล็กก็มักเปน็ เรอ่ื งใหญ่ และเรอ่ื งไมเ่ ป็นเรอื่ งกเ็ ปน็ เร่อื งขึ้นมา เพราะฝา่ ยหน่งึ ฝา่ ยใด
อาจไม่สุขสมหรือไมไ่ ด้รับการตอบสนองทางเพศ การบกพรอ่ งทางเพศจึงทาให้กิจกรรมที่จะเสรมิ สร้าง
ความสัมพนั ธ์ทางกายอย่างมีความสขุ หดหายไป ดังนน้ั ผู้ท่ีรู้ตัววา่ เกิดการบกพร่องทางเพศ จงึ ควรไป
ปรกึ ษาแพทยแ์ ละหาทางแก้ไข
ความเชือ่ ผิดๆ เก่ียวกับเรือ่ งเพศ
1. การสาเรจ็ ความใคร่ดว้ ยตนเองบอ่ ยๆ จะทาใหจ้ ติ ใจไมป่ กตหิ รอื เป็นโรคจติ โรคประสาทได้ การ
สาเรจ็ ความใครด่ ้วยตนเอง หรือการช่วยตวั เอง เป็นวธิ ีการปลดปลอ่ ยอารมณ์ทางเพศทีท่ ุกคนสามารถ
ทาได้ ไมผ่ ิดปกติแตอ่ ยา่ งใด ทาไดท้ ัง้ ผู้หญิงและผ้ชู าย ซ่งึ ยงั ดกี ว่าการมีเพศสัมพนั ธ์ ซึ่งอาจทาให้เกิด
การต้งั ครรภ์ทไ่ี มพ่ ึงประสงค์ หรอื เปน็ โรคติดตอ่ ทาง.เพศสัมพันธ์ ดงั นนั้ จงึ อย่าไปวิตกกังวลกบั การ
สาเร็จความใครข่ องตนเองแตไ่ ม่ควรทาบอ่ ยๆ หรือหมกมนุ่ เพราะเสียเวลาและโอกาสกับกจิ กรรมอน่ื ๆ
ในชวี ิต
2. ถ้าผ้ชู ายมนี ้าอสุจิเคลื่อนออกมาทางอวยั วะเพศในขณะนอนหลับแสดงวา่ รา่ งกายไม่ปกติ การมีนา้
อสจุ เิ คลอื่ นออกมาทางอวยั วะเพศในขณะนอนหลับหรือที่เรยี กวา่ “ฝันเปยี ก” นั้นเปน็ การผอ่ นคลาย
ความตงึ เครยี ดทางเพศ หรอื ทางกามารมณต์ ามธรรมชาติวธิ หี น่ึง ซ่ึงไม่ใช่ความผิดปกตแิ ต่อย่างใด
เป็นการบง่ บอกวา่ ตนเองมีวฒุ ิภาวะทางเพศแลว้ แตก่ ็จะไม่เกิดบอ่ ยนัก
3. คนทีม่ ีสิวมากมกั จะเป็นคนที่มีความรูส้ กึ ทางเพศสูง มีวยั รนุ่ จานวนมากที่ชอบล้อเพ่อื นที่มีสิวบน
ใบหน้ามากว่าเป็นพวกที่หมกมนุ่ เร่ืองเพศหรอื มคี วามรสู้ ึกทางเพศสูง จนทาให้คนที่ถูกล้อเกดิ ความอบั
อาย คนที่ถูกล้อนั้นอาจคิดว่าเป็นเรอื่ งจรงิ ก็ได้ แต่น่นั เป็นความเช่ือที่ผิดความจริงแล้วสวิ เกดิ จากต่อม
ไขมนั ทผี่ ิวหนา้ ผลิตน้ามันมากผิดปกติและได้รับเชื้อโรคเข้าไปด้วย จงึ ทาใหต้ อ่ มไขมันอกั เสบและมสี วิ
ข้นึ ซงึ่ สิวจะเกดิ มากในวยั รุน่
4. ในขณะมปี ระจาเดือนหา้ มออกกาลงั กายทกุ ชนดิ การออกกาลงั กายสม่าเสมอจะทาให้คนเรามี
สขุ ภาพดี ผู้หญิงที่มีประจาเดือนก็ไมค่ วรงดการออกกาลังกาย รวมทัง้ กิจกรรมต่างๆ ท่ีเคยกระทาอยู่
เป็นประจาแต่ควรระวงั อย่าออกกาลงั กายท่ีหนักจนเกนิ ไปควรออกกาลงั กายให้เบากวา่ วันทไ่ี ม่มี
ประจาเดือน และไม่ควรออกกาลงั กายดว้ ยการว่ายนา้
5. คนทีต่ าเปน็ กุง้ ยงิ แสดงวา่ ไปแอบดูหรอื เหน็ คนแก้ผา้ กุ้งยงิ เปน็ โรคตดิ ต่ออยา่ งหนึ่ง เกดิ จากตา
สกปรกและมีเชอ้ื โรคชนิดแบคทเี รียเขา้ ตาดังนั้นการเพียงแตม่ องหรอื เห็นคนแกผ้ า้ เท่านั้น ไม่สามารถ
ทาให้ตาเปน็ กุ้งยงิ ได้ ความเชอ่ื ผิดๆ ในข้อนจ้ี ะทาให้คนท่ีตาเปน็ กุง้ ยงิ เกิดความอายได้

6. การโฆษณายาหรืออุปกรณ์บางชนดิ ในเรอื่ งเพศทางสื่อมวลชนเปน็ สงิ่ ท่ีเชื่อถือได้ ยาหรืออุปกรณ์
ตา่ งๆ ทอี่ วดอ้างสรรพคุณว่าจะมผี ลดีในเรอื่ งเพศต่างๆ นานานน้ั เป็นเร่ืองของการโฆษณาเพือ่ การค้า
อยา่ ไปเชอ่ื แตถ่ ้ามปี ญั หาในเร่ืองเพศ ควรไปปรึกษาแพทย์ และรักษากับแพทย์จะดกี ว่า
7. มีวิธีทจ่ี ะบอกได้วา่ ผู้หญงิ คนใดเคยมีเพศสัมพนั ธ์มาแล้ว ผ้ชู ายสว่ นใหญ่อยากจะได้ผหู้ ญิงทีไ่ มเ่ คยมี
เพศสมั พนั ธ์กับคนอน่ื มากอ่ นจึงพยายามหาวธิ ที จี่ ะบอกต่อๆ กนั ในหมผู่ ู้ชายถึงวิธีการดูวา่ ผู้หญิงคน
ใดเคยผา่ นผู้ชายมาหรอื ยัง เช่น ควรเปน็ ผู้หญงิ ทม่ี ีท่าทางเรยี บรอ้ ยเดนิ ขาหนีบ สะโพกไม่หย่อน มัก
เขนิ หรอื เหนยี มอายง่าย ไมเ่ ป็นคนพดู จาทะลงึ่ เป็นต้น แตจ่ ากข้อมลู ทางการแพทย์ยืนยันว่าไมม่ ีทาง
ท่จี ะรูไ้ ด้ว่าผู้หญงิ เคยมีเพศสัมพันธม์ าแลว้ หากผู้หญงิ ไม่บอกดว้ ยตนเอง
8. หญงิ สาวท่ีมีหน้าอกหรอื ทรวงอกใหญเ่ ป็นคนท่มี คี วามรู้สึกทางเพศสูง หน้าอกของผหู้ ญงิ จะเลก็
หรือใหญเ่ ปน็ เรอื่ งของสรีระสว่ นบุคคล มไิ ด้เป็นสงิ่ ที่บง่ บอกเกย่ี วกบั อารมณ์หรือความรู้สึกทางเพศเลย
เพราะความรสู้ กึ ทางเพศนั้นข้ึนอยู่กับจิตใจและอารมณ์รวมทั้งสิ่งแวดล้อมอื่นๆ อกี หลายอย่างดังนั้น
ส่วนตา่ งๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะหนา้ อกจงึ ไมบ่ ่งบอกถงึ อารมณห์ รอื ความรูส้ ึกทางเพศโดยตรง
9. ความสุขทางเพศของผูห้ ญงิ ข้ึนอย่กู ับขนาดอวยั วะเพศของผ้ชู าย ความสุขทางเพศ เป็นเรอื่ งระหว่าง
คนสองคนที่จะเรียนรูแ้ ละสอื่ สารถงึ สิ่งที่ตนเองพึงพอใจ และการเอาใจใส่ในอารมณค์ วามรูส้ กึ ของคู่
เพ่ือให้ท้ังสองฝา่ ยมีความสขุ ร่วมกัน มิใชข่ ้ึนอย่กู ับขนาดอวยั วะแตอ่ ยา่ งใด
10. การหลั่งนา้ อสจุ ิบ่อยๆจะทาให้น้าอสุจิหมด บางคนเปรียบน้าอสุจิท่ีหลั่งแต่ละครงั้ เท่ากบั กระสุนที่
ยงิ ออกมา 1 นัด ถ้ายิงออกมาบอ่ ยๆ แลว้ อาจทาใหห้ มดลงได้ ความจริงแล้วการสร้างน้าอสจุ ินน้ั
สามารถสร้างได้เรอื่ ยๆ ซง่ึ ขึ้นอย่กู บั ความสมบูรณข์ องสุขภาพของบคุ คลคนนัน้ ด้วย
11. การทาหมันชายทาให้สมรรถภาพทางเพศลดลง การทาหมนั ชายคือการตัดท่อนาอสจุ ใิ ห้ขาดออก
จากกนั เพ่ือมใิ ห้ตัวอสจุ เิ ดินทางมาผสมกบั ไข่ได้ แต่น้าอสจุ ยิ ังคงหล่ังออกมาได้เชน่ เดิมเพราะน้าอสุจิ
ผลิตคนละท่ีกบั ตัวอสุจิ และการตดั ทอ่ นาอสจุ ิกไ็ มม่ ผี ลตอ่ การมีเพศสมั พนั ธ์แต่อยา่ งใดยงั คงทาได้
เหมอื นเดมิ และสมรรถภาพทางเพศกย็ ังคงเดมิ
12. ผูช้ ายตอ้ งไปขึ้นครกู บั หญิงขายบริการทางเพศก่อนมิฉะน้ันจะมีเพศสมั พนั ธ์ที่ไมด่ ี ความจริงแล้ว
การมีเพศสัมพนั ธน์ ัน้ เปน็ เรือ่ งธรรมชาติท่ที ุกคนทาเป็นอยู่แล้ว ไม่จาเป็นตอ้ งไปเรียนกับครูทีไ่ หน และ
ไม่ตอ้ งกังวลว่าจะทาได้ไม่ดี เม่ือถึงเวลาและวฒุ ิภาวะที่เหมาะสมแล้วทุกคนทาได้
13. ถา้ มีปญั หาทางเพศควรปรึกษาเพ่อื นสนทิ จะดกี วา่ ปรึกษาพ่อแมห่ รือครู วยั รุน่ สว่ นใหญ่มกั จะเลอื ก
ปรึกษาปัญหาทางเพศกับเพ่ือนสนิทมากกวา่ ปรึกษาผู้ใหญ่ ซ่ึงอาจเปน็ เพราะไม่ไว้วางใจผใู้ หญ่ กลัว
ผใู้ หญ่ดุหรอื ห้าม หรือจะไม่เขา้ ใจ ซ่ึงความจรงิ อาจไม่เปน็ เชน่ นน้ั เพราะความรกั ความเมตตาของ
ผู้ใหญจ่ ะทาใหท้ า่ นยินดีช่วยเหลือมากกวา่ ซ้าเติม ผู้ใหญ่ผา่ นโลกมาก่อนและมปี ระสบการณท์ ่ีถกู ต้อง
มากกว่าวยั ร่นุ
14. การมีเพศสัมพนั ธค์ รง้ั เดยี วจะไม่ทาให้ตงั้ ครรภ์หรอื มโี อกาสต้งั ครรภน์ อ้ ยมาก การมีเพศสมั พนั ธ์
เพียงครงั้ เดยี วก็สามารถทาให้เกดิ การตัง้ ครรภ์ได้ เพราะการตัง้ ครรภ์เกิดจากการทีต่ ัวอสุจขิ องผู้ชาย
แหวกว่ายผ่านช่องคลอดเข้าไปผสมกบั ไขข่ องผหู้ ญงิ ซ่งึ อยู่ทป่ี ีกมดลูก แล้วเกิดการปฏิสนธขิ น้ึ มา ไข่ที่
ผสมแลว้ ก็จะเคลื่อนมาฝงั ตวั ทมี่ ดลูก จนเกิดการเจรญิ เติบโตเปน็ ทารกในครรภ์ และครรภ์กจ็ ะมีขนาด
ใหญ่ข้ึนตามจานวนวนั เดือนปที ผี่ ่านไปประมาณ 9 เดอื น ก็จะคลอดบตุ ร
15. การใชถ้ งุ ยางอนามยั ทาให้ความสุขทางเพศลดลง ในการมีเพศสมั พันธ์โดยใช้ถงุ ยางอนามัย
หรอื ไมใ่ ช้ถงุ ยางอนามยั นน้ั ความรูส้ ึกจะเหมือนๆ กนั การทร่ี ูส้ ึกว่าแตกตา่ งกันนั้น เป็นเรื่องของ
ความคดิ เมอ่ื คิดว่าแตกตา่ งจึงหลอกตวั เองว่าความรู้สกึ ในความสุขทางเพศแตกตา่ งกันดว้ ย ถุงยาง
อนามัยมีขนาดบางมากแตเ่ หนียว ดงั นัน้ จึงไมท่ าใหค้ วามสขุ ทางเพศลดลงแตป่ ระการใด
ผลกระทบที่เกิดจากความเชื่อผิดๆ เกีย่ วกับเรอื่ งเพศ
การมีความเช่อื ผิดๆ ดังตวั อย่างท่ีกล่าวมาแล้วนั้น อาจกอ่ ให้เกดิ ผลกระทบตามมาซึ่งความเชอ่ื ทผี่ ดิ ๆ
บางอยา่ งก็อาจก่อให้เกิดผลกระทบมาก บางอยา่ งกอ็ าจก่อให้เกิดผลกระทบไมม่ ากนักซึ่งพอจะกล่าว
โดยรวมได้ดงั นี้
1. ทาใหเ้ กิดความวิตกกงั วลซ่ึงที่จรงิ แลว้ ไม่ไดม้ ีผลเสียอะไรหรอื มีผลต่อร่างกายแต่อยา่ งใด แต่เม่ือมี
ความเชอ่ื ที่ผิดๆโดยคดิ ไปเองหรือฟังคนอ่ืนๆ เลา่ มา กท็ าให้คิดมาก คดิ ไปต่างๆ นานา จนทาให้เสยี
สุขภาพจติ ได้

2. ทาให้เกิดความอายเมือ่ มีคนอืน่ ล้อ เช่น คนทใี่ บหนา้ มีสิวมาก คนท่ตี าเปน็ กงุ้ ยงิ คนทหี่ น้าอกโต
เป็นต้นทั้งๆ ที่ตนเองก็รวู้ า่ ไม่จรงิ แตก่ ็ย่อมมกี ารหวั่นไหว อับอายเม่ือมีคนอ่นื ล้อ

3. ทาให้เสยี เงินโดยใช่เหตุ เชน่ อาจไปซื้อยาหรอื อุปกรณ์ในเรือ่ งเพศตามคาโฆษณา ทาใหเ้ สียเงนิ
โดยไม่ได้ผลอะไร และอาจเป็นอนั ตรายก็ได้ ถ้ายาหรอื อุปกรณ์นน้ั เปน็ อันตรายต่อสขุ ภาพ

4. ทาให้ขาดโอกาสบางอย่าง เชน่ ไม่ได้ออกกาลงั กายเม่ือมีประจาเดอื นหรอื ถ้ามกี ารคัดเลือกตัว
นักกีฬา สอบแขง่ ขันความสามารถทางกีฬาก็หมดโอกาสเพราะความเชือ่ ที่ผดิ ๆ เปน็ ตน้

5. อาจตดิ โรคทางเพศสัมพันธแ์ ละโรคเอดสไ์ ด้ เพราะมคี วามเชอื่ วา่ ดูผู้หญงิ ทบ่ี ริสุทธ์ิเป็น หรือการใช้
ถุงยางอนามยั ทาให้ความสุขทางเพศลดลงจงึ ไมน่ ิยมใช้ถุงยางอนามัย หรือการเปน็ ชายต้องไปขึ้นครู
แล้วไม่ใชถ้ ุงยางอนามยั กเ็ สีย่ งกับโรคทางเพศสมั พันธแ์ ละโรคเอดสอ์ ยา่ งมาก

6. อาจเกดิ การต้งั ครรภ์ได้เพราะมคี วามเชอ่ื ว่าการใชถ้ ุงยางอนามัยทาให้ความสุขทางเพศลดลงหรือมี
เพศสัมพันธค์ ร้งั เดียวไมท่ าให้ต้ังครรภ์

7. ทาใหไ้ มก่ ลา้ ทาหมันจึงส่งผลใหไ้ ม่ไดค้ ุมกาเนิดก็อาจจะทาใหม้ ีบตุ รมาก เกิดปัญหาการเล้ียงดทู ี่
ขาดคุณภาพ หรอื การเกีย่ งใหภ้ รรยาไปทาหมันแทน ซ่ึงความจรงิ แล้วผชู้ ายไปทาหมัน สะดวกและ
งา่ ยกว่าการใหผ้ ู้หญงิ ไปทาหมัน

8. อาจสรา้ งปัญหามากยิง่ ขนึ้ ถ้าไปปรกึ ษาปัญหากับเพ่ือนไมไ่ ปปรึกษากับผู้ใหญ่ ข้อมูลหรอื ความ
คิดเหน็ ของเพื่อนอาจคลาดเคลื่อนไม่ถูกต้อง หรอื ห่างไกลความเป็นจริง หรอื สะสมปัญหาไว้จนแกไ้ ข
ไดย้ าก
จะทาไดไ้ หมหนอ
แนวคิด

การคุมกาเนิดเปน็ ส่วนหน่งึ ของการวางแผนครอบครวั เป็นการควบคุมการเกิดของบุตร รวมถงึ
การเวน้ ระยะห่างของการมบี ุตร ด้วยวธิ ีการใหญๆ่ 2 วิธี คือ การคุมกาเนิดแบบชวั่ คราว และแบบถาวร
วัยรนุ่ หลายคนเมอ่ื ตงั้ ครรภอ์ ันไม่พงึ ประสงคก์ ไ็ ปทาแทง้ ซ่งึ ถอื ว่าเป็นอันตรายต่อร่างกายตนเอง
สง่ ผลกระทบตอ่ จิตใจและผดิ กฎหมาย และถา้ เราดแู ลเกี่ยวกบั เรอ่ื งอนามัยการเจริญพนั ธ์ุท้ัง 10
องค์ประกอบได้ดี ก็จะทาให้มีชวี ติ อยอู่ ย่างมคี วามสุข
สาระการเรยี นรู้

1. การคุมกาเนิด
2. การทาแทง้
3. อนามยั การเจรญิ พันธ์ุ
ผลการเรยี นรทู้ ีค่ าดหวงั
1. รู้และเข้าใจถงึ วธิ ีคุมกาเนิดแบบต่างๆ
2. ตระหนักถงึ ผลเสยี ในเร่อื งการทาแทง้
3. รแู้ ละเข้าใจอนามยั การเจริญพนั ธ์ุวา่ มีผลตอ่ สขุ ภาพอยา่ งไร
การคมุ กาเนดิ
การคุมกาเนิด เป็นสว่ นหนง่ึ ของการวางแผนครอบครวั เป็นการปอ้ งกันไม่ใหเ้ กิดการตั้งครรภ์ข้ึน
วิธกี ารคุมกาเนิดสว่ นใหญจ่ ะใช้วธิ ปี อ้ งกนั ไม่ใหเ้ ชือ้ อสจุ ผิ สมกบั ไข่ ป้องกันมใิ ห้มไี ขส่ กุ หรือรบกวนการ
ฝังตัวของไข่ในมดลกู จงึ ไม่เกิดการต้งั ครรภ์
1. วธิ กี ารคมุ กาเนิดแบบช่วั คราว

เปน็ วิธที มี่ ีผลป้องกันการตั้งครรภ์ขณะทีใ่ ช้อยเู่ ทา่ น้ัน เม่อื เลกิ ใช้แล้วผูใ้ ชจ้ ะตัง้ ครรภ์ได้ตามปกติ วธิ กี าร
คมุ กาเนิดทีน่ ิยมใช้กนั มากและมปี ระสทิ ธภิ าพในการคุมกาเนดิ สงู มดี ังน้ี
- การกินยาเมด็ คมุ กาเนิด เป็นท่นี ยิ มใชอ้ ย่างแพร่หลายมีประสิทธิภาพในการป้องกันการต้ังครรภส์ งู
เกือบ 100% ยาเมด็ คมุ กาเนิดท่ีขายในท้องตลาดทว่ั ไปมี 2 ชนดิ คอื ชนิด 21 เมด็ และชนดิ 28 เมด็
สาหรับชนิด 28 เม็ดนนั้ ในตัวยา 7 เม็ดท่เี พ่ิมขนึ้ จะไมม่ ตี ัวยาฮอรโ์ มน แตจ่ ะเป็นวิตามินและธาตุ
เหลก็ แทน และตอ้ งกนิ ทุกวนั โดยเริ่มกินเมด็ แรกในสว่ นท่ีระบบุ นแผงวา่ เปน็ จดุ เริม่ ต้นของการใชย้ า
และกินตามวนั กากับตามทิศของลกู ศรจนหมดแผง สว่ นชนิด 21 เมด็ ใหเ้ ริ่มตน้ กินยาเม็ดแรกภายใน
ช่วง 5 วันแรกของรอบเดอื น จากน้นั กนิ ยา 7 วัน
-การใชถ้ ุงยางอนามัย ใชค้ ุมกาเนิดโดยสวมองคชาตขณะแขง็ ตัวเตม็ ท่ีกอ่ นการร่วมเพศเพอ่ื ปอ้ งกันมิ
ใหห้ ล่งั น้าอสุจิเขา้ ไปในช่องคลอด วิธใี ช้ทาโดยเอาถงุ ยางท่ีม้วนอยู่ครอบปลายองคชาตบบี ปลายถงุ
เพื่อไลอ่ ากาศออก แล้วรูดขอบถุงยางลงมาทโี่ คนอวัยวะเพศ เมือ่ มกี ารหล่ังนา้ อสจุ แิ ล้ว ควรรีบถอน
ออกโดยใชม้ ือจับขอบถงุ ยางไวร้ ะวงั ไมใ่ ห้น้าอสุจิหกเปรอะเป้ือนปากช่องคลอด การถอดถุงยางออก
ควรใชก้ ระดาษทิชชูจบั ขอบถุงยางให้กระชับกอ่ นแลว้ จึงถอดออกจากนนั้ จงึ นาไปท้งิ
- การใชย้ าฉีดคมุ กาเนิด ใช้กบั ผู้หญิง โดยฉดี เข้ากล้ามเนือ้ แขนหรอื ท่ีสะโพก ฉดี ครั้งหนึง่ ปอ้ งกนั ได้
นาน 3 เดอื น อาจมขี อ้ เสยี อยูบ่ ้างคือ เมอ่ื ต้องการมบี ุตรต้องใช้เวลานานกวา่ จะต้ังครรภ์ และไมเ่ หมาะ
สาหรับผู้ทป่ี ระจาเดือนมาไม่สม่าเสมอ
การใชยาฝงั คมุ กาเนิด เป็นฮอรโ์ มนสังเคราะห์ชนิดโปรเจสเตอโรน ใส่อยใู่ นหลอดพลาสติกชนดิ พเิ ศษ
เม่ือฝังไว้ในรา่ งกาย ฮอร์โมนจะคอ่ ยๆ เข้าสู่กระแสเลอื ด ใช้คมุ กาเนิดได้นานถงึ 3-5 ปี เหมาะสาหรบั
ผู้ทีม่ บี ุตรแลว้ หรือต้องการคุมกาเนดิ ในระยะยาว ในการฝงั จะฝงั บรเิ วณต้นแขนด้านล่าง
การใส่ห่วง หว่ งอนามยั มหี ลายชนดิ รปู รา่ งต่างๆ กนั จะใส่โดยแพทย์ใสไ่ ว้ในโพรงมดลกู สามารถ
คมุ กาเนิดได้ 3-5 ปี แลว้ จึงเปลย่ี นใหม่ โดยแพทยเ์ ปน็ ผู้ถอดออกและใสห่ ่วงใหม่ให้
2. วธิ ีการคมุ กาเนิดแบบถาวร
วธิ คี มุ กาเนดิ แบบถาวร เป็นวิธคี มุ กาเนิดเพ่ือหยุดการมบี ุตรอย่างถาวร เหมาะสาหรบั ผู้ทม่ี บี ตุ ร
เพียงพอแลว้ หรือผทู้ ไี่ ม่สมควรจะมีบุตร เชน่ คนปญั ญาออ่ น คนบ้า คนทมี่ ีโรครา้ ยแรงบางอย่าง เปน็
ต้น การคุมกาเนิดวิธนี ้ที าได้ทั้งผู้หญงิ และผ้ชู าย
การทาหมนั ชาย ปัจจบุ นั น้ีนยิ มทาหมนั ชายมากขึน้ โดยใชค้ มี ปลายแหลมเจาะผิวหนงั บรเิ วณ
สว่ นกลางของถงุ อณั ฑะ แลว้ ดงึ เอาหลอดนาอสุจิมาทัง้ สองขา้ ง และตดั สว่ นกลางออกประมาณ 1
เซนติเมตร การทาหมันชายนี้ใชเ้ วลาตงั้ แตเ่ ริม่ ลงมอื ทาจนเสร็จประมาณ 5 นาที หลังทาหมันแลว้ ต้อง
คมุ กาเนิดช่วั คราวเป็นเวลา 3 เดือน เพราะยงั มีตัวอสจุ ิคา้ งอยู่เหนอื สว่ นที่ตัดตอ้ งหลัง่ นา้ อสุจิอีก
ประมาณ 15 ครง้ั ตัวอสุจจิ ึงจะหมด และควรกลบั ไปตรวจนา้ เช้ือเพอื่ ให้แนใ่ จ ว่าตวั อสจุ ิหมดแน่แลว้
การทาหมนั ชายเปน็ การปดิ กั้นทางเดนิ ของตวั อสจุ ิ ไม่มผี ลต่อสขุ ภาพและสมรรถภาพทางเพศแตอ่ ยา่ ง
ใด สว่ นฮอร์โมนเพศชายนนั้ ลูกอัณฑะยังคงผลิตต่อไปตามปกติ และถงุ น้าอสุจิกย็ ังคงผลิตน้ากามหรือ
น้าอสุจิปกติ
- การทาหมันหญงิ ทาได้ทง้ั ภาวะปกติ ซง่ึ เรยี กว่า หมันแห้ง หรอื ทาในระยะหลังการคลอดบุตรใหมๆ่
ซง่ึ เรยี กวา่ หมนั เปียก การทาหมนั ท้งั สองแบบทาโดยการผ่าหนา้ ท้องเหนอื หัวหน่าว ผูกปกี มดลกู ท้ัง
สองข้าง และตัดส่วนกลางของปีกมดลูกออก เพอ่ื ปิดกนั้ มิให้ไขต่ กมาผสมกบั ตัวอสุจิ วิธีน้ีจะคุมกาเนิด
ไดท้ ันที หลังการทาหมันไม่มีผลข้างเคียงต่อร่างกายแตอ่ ย่างใด การทาหมนั หญงิ นีใ้ ชเ้ วลาตงั้ แตเ่ รม่ิ
ลงมือทาจนเสร็จประมาณ 15 นาที และต้องทาในห้องผ่าตัด

การทาแท้ง
ปีๆ หน่งึ มหี ญิงสาวไปทาแท้งกันนับแสนคน และก็มีจานวนไม่นอ้ ยทเี่ สยี ชวี ิตหรือไมก่ ็มผี ลข้างเคยี ง
ตอ้ งไปรักษาตัวตอ่ อีก นอกจากน้ีการทาแท้งยังมีผลต่อการตง้ั ครรภ์ครง้ั ตอ่ ไปในอนาคตดว้ ยผู้ทท่ี า
แทง้ สว่ นใหญม่ ักเป็นหมอเถื่อน คือไมใ่ ชแ่ พทย์ แตอ่ าจเป็นผ้ทู ่ีพอจะมีความรคู้ วามสามารถเรอื่ งการ
ทาแทง้ อยู่บ้าง ซ่งึ กม็ ีการจับกุมของเจ้าหนา้ ที่ตารวจให้เหน็ กนั อยู่เสมอ จึงนับว่าเป็นการเสย่ี งมากที่
จะตอ้ งพาตนเองไปทาแทง้ และยิง่ ถ้าตั้งครรภ์หลายเดอื นกย็ ง่ิ อนั ตราย มหี ญิงสาวบางคนไปหาซ้อื ยา
ขบั เลือดหรอื พยายามหายาที่มีสรรพคุณในการขับเลอื ดมารับประทาน โดยอาจมีผแู้ นะนา นับว่าเป็น

อนั ตรายต่อตนเองอยา่ งมาก นอกจากน้กี ารทาแท้งยงั มผี ลตอ่ สภาพจติ ใจของหญงิ ท่ีแทง้ ไดแ้ ก่
เสยี ใจ สานกึ ผดิ ตาหนติ นเอง เหน็ ตัวเองหมดคุณคา่
เมื่อเกดิ การตง้ั ครรภ์ทไี่ มพ่ งึ ประสงค์ขนึ้ มา ควรไปปรึกษาแพทย์ เพราะจะพบทางออกอ่ืนๆ ท่ีดกี ว่า
การทาแทง้ ในขอ้ กฎหมายเปิดช่องไว้ให้ทาไดใ้ นบางกรณี ไดแ้ ก่ ถกู ขม่ ขืน ถกู ล่อลวงให้ไป
คา้ ประเวณี ซง่ึ หญงิ นั้นอาจจะยินยอม หรือมีความจาเป็นต้องทาแท้ง เน่ืองจากสุขภาพของแม่ซงึ่ จะ
กระทาแท้งให้โดยแพทยแ์ ละเป็นการทาแท้งทไี่ ม่ผดิ กฎหมาย
1. ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา301 หญิงใดทาใหต้ นแท้งลกู หรือยอมให้ผู้อ่ืนทาให้ตนเองแทง้
ลูกตอ้ งระวางโทษจาคุกไมเ่ กินสามปี หรือปรับไมเ่ กนิ หกพันบาท หรือทัง้ จาทัง้ ปรบั
2. ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 302ผใู้ ดทาให้หญงิ แท้งลูกโดยหญงิ นั้นยินยอมต้องระวางโทษ
จาคกุ ไมเ่ กนิ หา้ ปีหรือปรบั ไม่เกินหนึ่งหม่นื บาท หรือท้งั จาทง้ั ปรับ ถ้ากระทานั้นเปน็ เหตุใหห้ ญงิ รบั
อนั ตรายสาหัส ตอ้ งระวางโทษจาคกุ ไม่เกนิ เจด็ ปี หรือปรับไม่เกินหนึง่ หม่ืนส่ีพนั บาท หรือท้งั จาทงั้
ปรับถา้ กระทาให้หญงิ ถึงแกค่ วามตาย ต้องระวางโทษจาคุกไมเ่ กินสิบปี และปรบั ไมเ่ กินสองหม่นื บาท

อนามัยการเจริญพันธ์ุ
องค์ประกอบของอนามัยการเจริญพันธุม์ ี 10 องค์ประกอบ ซ่ึงทกุ องค์ประกอบจะเกี่ยวข้องกับสขุ ภาพ
ทั้งส้ิน มรี ายละเอียดดงั นี้
1. การวางแผนครอบครัว การวางแผนครอบครัวมกี จิ กรรมอยู่ 3 กิจกรรม คอื การคมุ กาเนิด การเรง่
กาเนิดสาหรบั ผู้ทม่ี ีภาวะมบี ุตรยาก และการเลอื กกาเนิด คือ การเลือกเพศของบุตรและระยะห่างของ
การมบี ตุ ร กิจกรรมเหล่าน้จี ะสง่ ผลใหค้ รอบครัวมคี วามเป็นอยู่ที่ดี และสมปรารถนา
2. เพศศึกษา การไดเ้ รียนรู้เร่ืองเพศศกึ ษาจะทาใหม้ คี วามรู้ความเขา้ ใจในเร่ืองนแ้ี ละสามารถนาความรู้
ไปใชใ้ ห้เกิดประโยชนใ์ นชีวติ ประจาวนั ได้
3. การอนามัยแม่และเด็ก เป็นการดแู ลสุขภาพของมารดาต้งั แต่เรม่ิ ต้ังครรภแ์ ละเด็กตั้งแตอ่ ยู่ในครรภ์
จนถึงวัยเดก็ จะสง่ ผลใหแ้ มแ่ ละเดก็ มสี ุขภาพที่ดี
4. โรคเอดส์ ถ้าปฏบิ ตั ิตนในการหลีกเลย่ี งและปอ้ งกันโรคเอดสเ์ ปน็ อยา่ งดแี ลว้ กจ็ ะไมม่ ีทางเปน็ โรค
เอดส์อยา่ งเด็ดขาด
5. อนามัยวยั รุ่น เป็นการรักษาอนามัยของร่างกายโดยทั่วไป รวมถงึ อนามัยทางเพศ เช่น เรือ่ งของสวิ
การมีประจาเดือน การฝันเปียก การชว่ ยตัวเอง เปน็ ตน้ ถ้ามีอนามยั ดี ก็จะมคี วามสบายกายสบายใจ
ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บมาเบียดเบียน
6. มะเรง็ ระบบสบื พนั ธ์ุ มีหลายชนดิ ในผู้หญิง เช่น มะเรง็ ปากมดลูก มะเร็งรงั ไข่ มะเร็งเต้านม เปน็ ต้น
ในผ้ชู ายท่ีเป็นกนั มาก คอื มะเรง็ ต่อมลกู หมาก ถา้ พบวา่ เปน็ ก็รกั ษา แต่ถา้ ป้องกนั ได้ดีก็จะทาให้รอด
ปลอดภัยจากโรคมะเรง็ ระบบสืบพนั ธุไ์ ด้
7. โรคติดเชื้อในระบบสืบพันธ์ุ มหี ลายชนิด เชน่ โรคหนองใน ซฟิ ลิ สิ แผลรมิ อ่อน เป็นตน้ ถ้ารจู้ กั
หลีกเล่ยี งและป้องกันก็จะทาใหไ้ มเ่ ป็นโรคต่างๆ เหลา่ นี้
8. การแทง้ และภาวะแทรกซ้อน อาจโดยบงั เอิญ ภาวะมดลูกไมด่ ี หรือเจตนาไปทาแทง้ ซง่ึ จะมีผล
ตามมา อาจถึงขัน้ เสยี ชวี ติ ได้ ดังนนั้ ไมค่ วรมีเพศสมั พันธ์เมอ่ื ยังไม่พร้อม จะได้ไมเ่ กดิ การตงั้ ครรภ์ท่ไี ม่
พึงประสงค์ และส่งผลใหไ้ ม่ต้องทาแทง้

8. การแทง้ และภาวะแทรกซ้อน อาจโดยบงั เอญิ ภาวะมดลูกไม่ดี หรือเจตนาไปทาแท้งซึ่งจะมีผล
ตามมา อาจถึงขั้นเสยี ชีวิตได้ ดังนนั้ ไมค่ วรมเี พศสัมพนั ธเ์ ม่ือยงั ไม่พรอ้ ม จะไดไ้ ม่เกิดการตั้งครรภ์ทีไ่ ม่
พงึ ประสงค์ และสง่ ผลใ้หไ้ มต่ อ้ งทาแท้ง
9. ภาวะการมบี ตุ รยาก ตอ้ งไปปรึกษาแพทย์ผูเ้ ช่ยี วชาญ และมคี ่าใช้จ่ายสงู มาก ซ่ึงอาจได้ผลบ้างไม่
ได้ผลบ้าง ถา้ สาเรจ็ มลี ูกขึน้ มาครอบครัวก็จะสมบูรณ์ขนึ้
10. ภาวะหลงั วัยเจรญิ พันธแุ์ ละวยั สงู อายุ นั่นคือ วัยทองและวัยสูงอายุ ควรดูแลสุขภาพให้ดี อาจไป
ปรกึ ษาแพทย์ทีค่ ลนิ กิ วยั ทอง ท้งั นี้เพอ่ื ใหม้ ีสุขภาพที่ดีตามวยั น่นั เอง
อนามยั การเจรญิ พันธุ์ที่ดีจะส่งผลดตี อ่ สุขภาพ สามารถดารงชวี ิตอยใู่ นสงั คมอยา่ งมคี วามสขุ อนามัย
การเจรญิ พนั ธุ์ประกอบด้วย 10 องค์ประกอบ ได้แก่ การวางแผนครอบครัว การอนามยั แมแ่ ละเด็ก
เพศศกึ ษา อนามยั วยั ร่นุ โรคเอดส์ โรคตดิ เชื้อในระบบสืบพนั ธุ์ การแทง้ และภาวะแทรกซ้อน ภาวะการ
มีบุตรยาก และภาวะหลังวัยเจรญิ พนั ธแุ์ ละวยั สูงอายุ ซึ่งท้งั หมดนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกบั สขุ ภาพทางเพศ
ทง้ั สนิ้
ทักษะดแี กป้ ัญหาได้
แนวคดิ
การพดู คุยในเรือ่ งเพศกบั วัยรุ่นทาใหเ้ ข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงของตนเองเกี่ยวกับพัฒนาการทางเพศ
การปรบั ตัวอยา่ งเหมาะสมและไมม่ ปี ัญหาในเรื่องทางเพศ เปน็ เรอ่ื งท่ีทงั้ สถานศกึ ษาครอบครวั และ
องคก์ รตา่ งๆ จะต้องร่วมกนั ใหค้ วามรู้ คาชี้แนะ และแลกเปลีย่ นเรียนรู้กับวยั รุ่นสาหรับทักษะการ
ต่อรองและการปฏิเสธเปน็ ทกั ษะสาคัญที่จะทาให้วัยรุ่นรอดพ้นจากมหันตภยั ทางเพศได้
สาระการเรียนรู้

1. การส่อื สารในเรือ่ งเพส
2. ทักษะการสอ่ื สาร
3. ทกั ษะการฟงั
4. การต่อรองและการปฏิเสธ
ผลการเรยี นรทู้ ีค่ าดหวงั
1. มีความเข้าใจว่าการสอ่ื สารในเรอ่ื งเพศเป็นเรอ่ื งท่ีไม่น่าอายและมีประโยชน์
2. มีความเขา้ ใจเกยี่ วกับการสอื่ สารเรอื่ งเพศในครอบครวั
3. มที กั ษะในการตอ่ รองและปฏิเสธ

การสื่อสารในเรือ่ งเพศ
การสอื่ สารในเรื่องเพศ เปน็ ความจาเปน็ ท่พี อ่ แม่ ผู้ปกครอง ครอู าจารย์ หน่วยงานท่ีเกย่ี วขอ้ งควร
ส่ือสารให้เด็กและวัยรนุ่ เพราะมีการแพร่ระบาดท่รี ุนแรงของโรคเอดส์และโรคตดิ ต่อทางเพศสมั พันธ์
อ่ืนๆ การมีเพศสมั พันธ์กอ่ นวัยอันควร การตง้ั ครรภ์ท่ไี ม่พึงประสงค์ การหลอกลวงและการล่วงเกนิ
ทางเพศ ซ่ึงจะสง่ ผลโดยตรงกบั เดก็ และวัยรนุ่
ภาพข่าวนกั เรียนซ่ึงมีทั้งเดก็ และวัยร่นุ ขายบรกิ ารทางเพศ หลบหนกี ารเรยี นไปมัว่ เพศกนั ตามบา้ น
เพอ่ื น หอพัก หรอื แมแ้ ตโ่ รงแรม การทาแทง้ การเข้าจบั กุมสถานท่ที าแท้งของเจ้าหน้าทต่ี ารวจ การ
นาทารกไปท้ิง ซ่งึ ภาพข่าวเหล่านกี้ อ่ ให้เกิดความสะเทอื นใจแกผ่ ู้พบเห็นและอา่ นขา่ วปญั หาจึงเกิดข้ึน
วา่ ทาอย่างไรวัยรุ่นจงึ จะมีความรเู้ ร่ืองเพศอย่างถกู ต้อง มสี ติและคณุ ธรรม ควบคมุ จิตใจ เพ่อื ลด
ปัญหาเหลา่ นี้ ในขณะทีส่ ังคมไทยกาลงั มีการเปดิ กว้างในเร่ืองนี้ ดังนน้ั การสือ่ สารในเร่ืองเพศที่
ถกู ตอ้ งจึงนา่ จะมบี ทบาทในเรือ่ งน้ี

จากการวจิ ัยโดยองค์การอนามยั โลกท่ตี ิดตามผลการให้การศึกษาเร่ืองเพศศึกษาทเี่ นน้ เรอ่ื ง การ
น้าไปปฏบิ ัตไิ ด้เหมาะสม ถูกตอ้ ง ในหลายประเทศท่ัวโลก พบผลใกล้เคยี งกันว่าการสอนเพศศึกษา
ไม่ได้้ทใหว้ ยั รุ่นมีเพศสัมพันธ์กนั เรว็ ข้นึ หรอื มากขึ้นแตว่ ่าวัยร่นุ สามารถ้ทให้เพศสัมพนั ธ์ของตนเองมี
ความปลอดภัยมากขน้ึ
การส่ือสารเรอื่ งเพศในครอบครวั

การส่ือสารเรือ่ งเพศในครอบครัวโดยเฉพาะระหว่างพ่อแม่กับลกู นนั้ อาจมอี ุปสรรคบ้าง ถา้ พอ่ แม่คิด
ว่าเรือ่ งเพศเป็นเร่ืองที่ไม่ดงี าม ไมค่ วรนามาพูดจากนั ในครอบครวั เร่อื งเพศเปน็ เรอ่ื งไมส่ มควรจะ
เปดิ เผยเรอื่ งเพศเป็นเรอื่ งทเ่ี รียนรูไ้ ด้เองเมื่อแต่งงานแล้ว การพูดเรอ่ื งเพศจะเปน็ ดาบสองคม และเปน็
การชี้โพรงใหก้ ระรอก ในขณะที่ลูกกก็ ลัวจะถกู พอ่ แม่ดดุ ่าว่ากล่าวจึงไมย่ อมปรึกษาพอ่ แม่ในเรื่องเพศ
และรวมถงึ ปญั หาทางเพศทเี่ กิดขึ้นกบั ตนเอง

1. การดแู ลรกั ษาความสะอาดของอวยั วะเพศ ควรสอนลกู ให้เรียกชอ่ื อวัยวะเพศใหส้ ภุ าพ ฟงั ได้.ไม่
หยาบคาย และร้จู ักการดูแลสขุ อนามัยของอวัยวะเพศของตนเองใหด้ ี
2. ใหค้ วามรกั ความอบอุน่ ในครอบครวั เป็นการสอนโดยการปฏบิ ตั ิ โดยแสดงให้เห็นความรกั ความ
ผูกพนั ของพ่อกบั แม่ ความรักของพอ่ และแม่ท่ีมตี ่อลกู ซึ่งจะเปน็ เกราะคมุ้ กนั ลกู มใิ ห้รมิ ีความรักท่ไี ม่
ปลอดภยั ในวัยเรยี น
3. ต้องปลูกฝังเรือ่ งการเป็นสุภาพบุรุษและการเปน็ สภุ าพสตรี ต้องสอนลกู ชายใหเ้ รียนรู้พฤติกรรมใน
การเป็นสุภาพบรุ ุษ และพฤติกรรมในการเป็นสภุ าพสตรีและการรักนวลสงวนตัวแก่ลูกสาว ชีต้ วั อยา่ ง
หรอื ผลร้ายในการมีเพศสมั พันธก์ อ่ นวยั อันควร รวมทัง้ สอนการวางตัวตอ่ เพศตรงข้ามท่เี หมาะสม การ
หัดปฏิเสธสิ่งย่วั ยุท่ไี ม่ดีทง้ั หลาย
4. สอนให้ลูกเข้าใจอยา่ งถกู ต้อง ไมว่ ่าจะเป็นเรือ่ งของการชว่ ยตวั เอง การมีพฤตกิ รรมทางเพศที่
เบย่ี งเบนเป็นทอม ดี้ ตดุ๊ ตลอดจนการแสดงออกทางเพศที่ไมเ่ หมาะสมต้องได้รบั คาแนะนาถงึ ทางท่ี
ถกู ที่ควรอย่างถูกต้องตามกาลเทศะท่เี หมาะสมอยา่ งไมเ่ ป็นทางการ
5. การตอบสนองตอ่ สง่ิ เรา้ ทางอารมณ์ ควรแนะนาวา่ ควรจะเป็นไปในทางใดจงึ จะเหมาะสมกบั วัย
สถานภาพของตนเอง และสถานการณ์ทเ่ี กิดขึน้ รวมทั้งความสามารถในการอดทน อดกลน้ั การ
ควบคมุ อารมณ์หรือเบี่ยงเบนความสนใจในเรอ่ื งเพศ โดยหันไปสนใจในดนตรี กีฬา การออกกาลัง
กาย การเรียน ตลอดจนการงานทเี่ ป็นประโยชน์
6. ทักษะการปฏเิ สธการมคี วามสัมพนั ธท์ างเพศ โดยเฉพาะการสอนลกู สาว เพราะลูกสาวมีโอกาส
เส่ยี งกวา่ ลกู ชายมาก แตล่ ูกชายก็อาจจะมบี า้ งเหมือนกันท่ีอาจจะมผี หู้ ญิงบางคนที่ย่วั ยวนและยินยอม
ที่จะมเี พศสัมพันธด์ ว้ ย
7. ให้รู้จักการเอาตวั รอดจากภัยทางเพศ โดยเฉพาะลกู ผู้หญงิ ในเรอื่ งการถกู ลวนลาม การขม่ ขนื ไม่
ว่าจะเปน็ จากแฟน เพ่ือน คนใกล้ชิด ญาติ หรือคนรา้ ย สอนใหเ้ ขารู้จักปอ้ งกัน และช่วยเหลือตนเอง
เมอ่ื ตอ้ งเผชิญกบั สถานการณ์ทีเ่ ลวร้ายนัน้ รวมทง้ั การแก้ไขสถานการณ์ การหาความชว่ ยเหลอื ขณะ
เกิดเหตุการณ์น้ัน หรือหลงั จากเหตกุ ารณน์ น้ั ผา่ นพน้ ไปแล้ว
8. การมคี วามสมั พนั ธท์ างเพศท่รี ับผิดชอบและปลอดภัย สอนท้ังลกู ชายและลกู สาวในเรอ่ื งการมี
เพศสัมพนั ธ์ท่ีต้องรับผิดชอบกับเหตุการณท์ ่กี ระทาลงไป และต้องปลอดภัยจากการตัง้ ครรภ์ทไี่ ม่พงึ
ประสงค์ ตลอดจนโรคเอดสแ์ ละโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ซ่งึ กด็ ว้ ยการใช้ถงุ ยางอนามัย
9. ทกั ษะการดาเนินชีวติ ของวยั รุน่ ชาย ไม่ใหเ้ ลยี นแบบพฤตกิ รรมที่ไม่ดีงามของเพือ่ นในเรอ่ื งเพศ เชน่
การเทีย่ วผู้หญงิ ขายบรกิ ารทางเพศ การมวั่ เซ็กซ์ในกลมุ่ เป็นต้น และให้รู้จกั คบเพอ่ื นท่ีดี
10. เร่อื งทีจ่ ะสนทนาอืน่ ๆ ท่มี ีเหตกุ ารณเ์ กดิ ขึ้น อาจเกิดขึ้นกับตวั วัยรนุ่ เอง กับเพอ่ื น หรือเหตกุ ารณ.์
ตามขา่ วในหนงั สือพมิ พ์ โทรทัศน์ กส็ ามารถหยบิ ยกมาเป็นกรณีศึกษา สอนลูกหลานของตน แตก่ ็
ควรพูดคุยในลกั ษณะการสนทนา ไม่ควรสอนอยา่ งเปน็ ทางการ เพราะวัยรนุ่ อาจไม่ชอบได้
ทักษะการส่ือสาร

การใช้คาพูด การพูดท่ีดีหรือท่เี รียกว่ามศี ลิ ปะในการพูด ตอ้ งฝึกการพูด วิธีพูด และการแสดงออกให้
เหมาะสม โดยคานงึ ถงึ สิ่งต่อไปนี้
1. พูดกับใคร (พูดให้ถกู คน) คอื การพูดคยุ หรอื การสนทนากับคนแต่ละคน ปจั จยั ตา่ งๆ เชน่ ควร
พิจารณาถงึ สถานะทางสงั คม วยั ของบคุ คลท่ีเราทาการสนทนาด้วยและเลือกใช้ถอ้ ยคาที่เหมาะสม
เชน่ การพูดกบั ผใู้ หญ่ก็ควรใชค้ าพูดทสี่ ุภาพ ใช้สรรพนามแทนตนเองและแทนบคุ คลทเ่ี ราพูดด้วย
อย่างเหมาะสม
2. พดู ท่ีไหน (พูดให้ถูกท่)ี สถานทีท่ ี่เราจะพูดเปน็ ท่ีสาธารณะหรอื สถานท่ีส่วนตวั หากสนทนาในท่ี
สาธารณะกต็ อ้ งระวังคาพูด แมว้ ่าจะเป็นการพดู กับเพื่อนสนทิ ก็ตาม
3. พูดเวลาใด (พูดให้ถูกเวลา) เวลาในการพดู ก็เป็นเร่ืองสาคัญ การพูดตอ้ งคานึงถึงอารมณ์ของผู้ทีเ่ รา
สนทนาดว้ ย เชน่ ไม่ควรพูดเล่นในขณะท่ีคสู่ นทนากาลงั พดู เปน็ งานเป็นการหรือจรงิ จังในการพดู
4. พดู ในโอกาสใด (งานอะไร) การพูดคุยในโอกาสต่างๆ กจ็ ะแตกตา่ งกนั เชน่ งานสังสรรค์ งานบวช
งานแตง่ งาน หรอื งานศพ ดงั นั้นการพดู คยุ ในแต่ละงาน
ทกั ษะการฟงั
การเป็นผฟู้ ังท่ีดี ก็สามารถสรา้ งความประทับใจให้กบั ผ้พู ูดหรือผู้ท่ีสนทนาด้วยไดเ้ ปน็ อยา่ งดี
วิธฝี ึกให้เกดิ ทักษะในการฟังมีดังนี้
1. ต้ังใจฟงั จับเน้ือหาและทาความเขา้ ใจในเรอื่ งท่ีผู้พดู กาลังพูดให้ได้ คอื ตอ้ งมีสมาธใิ นการฟงั น่ันเอง
2. ไมส่ อดแทรก ขดั จงั หวะโต้แยง้ หรือซักถามในขณะทผ่ี ู้พดู ยังพดู ไม่จบ หรือ ยังไมเ่ ปิดใหซ้ กั ถาม
3. คดิ ตาม คดิ ตามไปกับเรอ่ื งท่กี าลงั ฟังอย่างมีเหตผุ ลถูกไม่ถกู ใชไ่ ม่ใชเ่ ปน็ ไปไดเ้ ปน็ ไปไมไ่ ดจ้ รงิ
หรือไม่จริงเป็นต้น
4. มีความสงบเยือกเย็นและทาจิตใจให้มสี มาธใิ นการฟงั เรอ่ื งตา่ งๆ และสนใจผู้พูดตลอดเวลา
5. ควบคมุ อารมณ์ในการฟัง หรอื ไม่แสดงอารมณว์ า่ ไมพ่ อใจเมื่อไมอ่ ยากฟังผ้อู ่นื พูด
ทกั ษะการต่อรองและการปฏเิ สธ
การต่อรองเปน็ การ บอกเลิก บอกปัด บอกไม่เอา ไมส่ นใจ ไม่ชอบ ไมใ่ ช้ ไม่ไป ไมท่ า ไม่เล่น เปน็ ต้น
เพอื่ ทจี่ ะไม่ตอ้ งกระทาส่งิ เหล่านน้ั หรอื ไมเ่ ขา้ ไปอยู่สถานการณ์นน้ั การปฏิเสธนนั้ บางครั้งปฏเิ สธแลว้
อาจเปน็ ผลดี หรืออาจเป็นผลเสยี ก็ได้ ดังนัน้ ควรท่ีจะพิจารณาให้ดีว่าเรอ่ื งใดควรปฏิเสธ เร่อื งใดไม่
ควรปฏิเสธ
การปฏิเสธเป็นสิทธิสว่ นตัวท่ีทกุ คนควรเคารพและยอมรบั ควรปฏเิ สธใหไ้ ด้ผลในสถานการณ์ที่ถกู ชวน
ไปทาในสงิ่ ท่ไี ม่เกดิ ประโยชน์หรอื เกิดผลรา้ ยตามมาถ้าเป็นเรอ่ื งรา้ ยแรงอย่าเกรงใจ หรือกลัววา่ จะเสีย
เพอื่ น การปฏิเสธจะตอ้ งแสดงทา่ ทางจริงจงั ประกอบกับคาพดู และนา้ เสียงที่ หนักแน่นเพอ่ื แสดง
ความตั้งใจจริง แต่ต้องแสดงความผูกพนั และหว่ งใยผชู้ วนไวด้ ้วย ต้องใช้วิธีการปฏเิ สธท่นี ุ่มนวล
ถนอมน้าใจกันกอ่ น แต่ถา้ จาเป็นตอ้ งปฏเิ สธเดด็ ขาด เพราะคนชวนต๊อื มากไมฟ่ ังเหตผุ ล กต็ ้องเด็ดขาด
บ้างเหมอื นกนั
การปฏิเสธน้นั ประกอบด้วย 3 ข้ันตอน ดังน้ี
1. ใชค้ วามรสู้ ึกเปน็ ข้ออ้างประกอบเหตุผล
2. การขอปฏิเสธ
3. การขอความเหน็ ชอบ
เอดส์ มหนั ตภัยใกลต้ วั
แนวคดิ
โรคเอดสจ์ ัดวา่ เป็นโรคร้ายแรงโรคหนึง่ ที่คนเป็นกนั มากและยังไม่มยี ารกั ษาให้หายขาดได้ สว่ นใหญ่
ผู้ป่วยติดเชื้อมาจากการมีเพศสัมพนั ธ์กับผูต้ ิดเชอ้ื HIV โดยมิไดป้ อ้ งกันดงั นน้ั จึงไมค่ วรนาชวี ติ ไปเสยี่ ง
กบั โรคเอดส์ จะต้องมีการปอ้ งกนั ตัวที่ดีกค็ ือหลกี เลีย่ งการมเี พศสัมพนั ธ์ หรือถา้ ไมห่ ลกี เลี่ยงก็ตอ้ งใช้
ถงุ ยางอนามัย แตถ่ ้าติดเชือ้ HIV มาแลว้ กค็ วรยอมรับสภาพ สรา้ งกาลงั ใจ อยา่ ทอ้ แท้ พยายามรักษา
ตัวให้ดี
สาระการเรียนรู้
1. การติดเชอื้ HIV และการป้องกนั

2. หลกั การ QQR
3. ความเสี่ยงและการประเมินโอกาสเส่ียงตอ่ การติดเชือ้ HIV
4. การใชช้ ีวติ ของผปู้ ่วยเอดส์
ผลการเรยี นรู้ที่คาดหวงั
1. รู้และเช้าใจถึงการติดเช้อื HIV และวิธกี ารป้องกัน
2. รแู้ ละเข้าใจหลักการ QQR
3. สามารถใช้หลกั การ QQR ประเมินโอกาสเส่ียงตอ่ ตอ่ การติดเชอ้ื HIV

การติดเชือ้ HIV และการปอ้ งกนั
คาวา่ เอดส์ (AIDS) นนั้ ยอ่ มาจากคาวา่ Acquired Immune Deficiency Syndrome ซึง่ แปลว่า กลมุ่
อาการซง่ึ เปน็ ผลเน่ืองมาจากภมู ิคุ้มกันลดลงหรือบกพร่องหรือเรยี กสั้นๆ วา่ “ภมู ิคมุ้ กนั บกพรอ่ ง”
ดงั นัน้ อาจเรยี กโรคเอดสว์ ่าโรคภมู ิคุม้ กนั บกพร่องก็ได้
เม่ือรา่ งกายได้รับเชือ้ HIV แล้ว เชื้อนจี้ ะค่อยๆ ทาลายภูมิตา้ นทานของรา่ งกาย ในระยะแรกซง่ึ ภมู ิ
ต้านทานยงั ไม่ต่ามาก เรยี กว่า “ผตู้ ดิ เชอื้ เอดส์” ซ่ึงจะยังไมแ่ สดงอาการผดิ ปกติออกมาแต่ในระยะ
ต่อมาซึ่งอาจใชเ้ วลาโดยเฉล่ีย 5-10 ปี (แตบ่ างคนอาจนอ้ ยหรือมากกว่าน้ี) ภมู ติ ้านทานจะลดต่าลงจน
ทาใหไ้ มส่ ามารถตอ่ สู้กบั เชอื้ โรคตา่ งๆ ที่เข้าสรู่ า่ งกายได้ ซงึ่ เรยี กระยะนวี้ ่า “ผู้ปว่ ยเอดส์” ในระยะนี้
ผู้ป่วยจะมีอาการเบอื่ อาหาร อ่อนเพลีย น้าหนักลดและจะมอี าการเจ็บปว่ ยจากโรคติดเชื้อ เชน่ วณั
โรค งูสวัด ปอดอกั เสบ เยอื่ หุ้มสมองอักเสบ เชอ้ื ราขึ้นสมอง เปน็ ตน้ ซงึ่ เรยี กโรคพวกน้ีวา่ “โรคฉวย
โอกาส”
การปอ้ งกันโรคเอดส์สามารถทาได้ดังนี้
1. ละเวน้ การมีเพศสัมพนั ธท์ ่ีเสี่ยงต่อการตดิ เชอ่ื แต่ถา้ ละเว้นไมไ่ ด้จะตอ้ งใชถ้ ุงยางอนามยั ทุกคร้งั
2.ไม่ใช้เข็มฉีดยารว่ มกบั คนอ่ืนโดยเฉพาะผเู้ สพสารเสพติด
3.ควรตรวจเลือดกอ่ นแต่งงานและก่อนตัดสินใจมบี ตุ ร
4. งดเวน้ สารเสพตดิ และของมีนเมาเพราะจะนาไปสกู่ ารมีเพศสัมพนั ธ์โดยปราศจากการป้องกัน
5. การชว่ ยตวั เองเปน็ อีกทางเลือกหนึ่งทีป่ ลอดภัย
6. ร้จู ักใช้เวลาว่างให้เปน็ ประโยชน์ เชน่ เลน่ ดนตรี เลน่ กีฬา เป็นตน้
ความเสีย่ งและการประเมินโอกาสเสยี่ งต่อการติดเช้ือ HIV
เปน็ ท่เี ขา้ ใจกนั โดยทั่วไปแลว้ วา่ โรคเอดส์สว่ นใหญ่ติดต่อกันทางการมเี พศสมั พันธ์กับผู้ทมี่ ีเช้ือโดย
ปราศจากการปอ้ งกัน คือไม่ใช้ถงุ ยางอนามัย การรับถ่ายเลอื ดจากผูท้ ่มี ีเชอ้ื HIV การใชเ้ ข็มฉดี ยา
ร่วมกบั ผทู้ ่ีมเี ช้อื HIV และจากหญงิ ทต่ี ดิ เช้อื HIV แลว้ ต้งั ครรภ์ ซง่ึ จะติดต่อไปถึงทารก ท่ีอยู่ในครรภ์ ถ้า
บุคคลใดมีพฤตกิ รรมที่เกยี่ วข้องกบั โอกาสทจ่ี ะติดเชือ้ เอดส์ดังกลา่ วมาแล้ว ถอื วา่ มีความเสี่ยง 100%
ยกเว้นจากแม่สู่ลูกซึง่ ยงั มโี อกาสรอดคือไมต่ ิดเช้อื HIV ถึง 70% ถ้าแม่ได้รับยาปอ้ งกัน
1. การมเี พศสมั พนั ธ์โดยไม่ใช้ถงุ ยางอนามัยถา้ เป็นคนทไี่ ว้ใจได้ 100% กไ็ ม่เส่ยี ง แต่ถา้ ไมแ่ น่ใจก็มี
โอกาสเส่ียงเพมิ่ ข้ึน ถงึ จะเป็นแฟนกันก็ยังมโี อกาสเสย่ี งอยดู่ ีเพราะเรากไ็ ม่ร้วู า่ เขาไปติดเชื้อ HIV มา
กอ่ นหรอื ไม่ แมแ้ ตค่ นที่แตง่ งานกนั กค็ วรไปตรวจเลือดเพื่อความสบายใจกอ่ น
2. การใช้เขม็ ฉีดสารเสพตดิ ร่วมกันมโี อกาสสงู มาก เพราะในการฉีดยาเสพติดนนั้ ผ้เู สพจะดงึ เลือดเขา้
มาผสมกบั สารเสพตดิ ในกระบอกฉดี แลว้ ดงึ เข้าออกหรอื ท่ีเรียกวา่ “โช้ก” ถึงแม้เลือดท่ีคา้ งอย่ใู น
กระบอกฉดี จะอยูน่ อกร่างกายแลว้ แต่เชอื้ ก็ยงั ไม่ตายถา้ มีการใช้กระบอกฉีดนัน้ ทันทีก็มีโอกาสเสย่ี งสงู
มาก
3. การใช้เขม็ ฉีดยารกั ษาโรคหรือฉีดวคั ซีน เซรมุ่ ร่วมกัน ก็มโี อกาสบา้ งเพราะอาจมีเลือดติดอยู่ทเ่ี ขม็
บา้ ง เพ่อื ความไมป่ ระมาททางโรงพยาบาลจึงใช้เข็มฉีดยาครั้งเดยี วแลว้ ท้งิ
4. การใชม้ ดี โกนร่วมกนั ถา้ มีดโกนไปบาดหรือสัมผัสเลอื ดและยงั ตดิ อยูแ่ ละไปใชก้ ับคนตอ่ ไป แล้วไป
สัมผสั เลอื ดคนต่อไปด้วย และคนแรกตดิ เช้ือ HIV ก็มโี อกาสติดคนท่ีสองบ้างแตโ่ อกาสเช่นนนี้ ้อยมาก
แต่เพือ่ ความสบายใจก็ควรใช้ใบมดี โกนครงั้ เดียวแล้วทิง้

5. การใช้กรรไกรตัดเล็บรว่ มกนั ก็มเี หตผุ ลคลา้ ยกับการใช้มดี โกนร่วมกัน แตก่ ารตัดเล็บโอกาสทจี่ ะ
สมั ผัสเลอื ดน้นั แทบไม่มเี ลย หรือมนี อ้ ยมากเสียดว้ ยซา้ ไปแต่กค็ วรมีการเช็ดแอลกอฮอลเ์ พ่อื ฆา่ เช้อื บ้าง
เพ่อื ความสบายใจของลกู ค้า
6. การจูบปาก เชื้อ HIV จะไม่ติดตอ่ กนั ทางน้าลาย แตถ่ า้ ท้ังคูป่ ากเปน็ แผลและมกี ารสัมผัสเลอื ดกนั
โดยตรง ก็มีโอกาสติดเชอื้ ไดเ้ ช่นกัน
7. การให้การปฐมพยาบาลหรอื รักษาพยาบาลถ้าสัมผสั เลือดผู้ป่วยโดยตรงและตนเองมบี าดแผล
เลือดนน้ั เข้าไปในบาดแผลได้ก็มีโอกาสเสยี่ ง ดงั นัน้ เพอ่ื ความไมป่ ระมาท แพทย์ พยาบาล หรือแม้แต่
กรรมการห้ามมวยก็มักใช้ถุงมอื ยาง เมื่อคิดวา่ จะมโี อกาสสมั ผัสกบั เลอื ดผู้อื่น
8. ถูกยุงกดั ไมต่ ิดเช้ือ HIV แน่นอน เพราะเชอ้ื ไมส่ ามารถอยใู่ นตวั ยงุ ได้
9. จากแม่ท่ตี ดิ เชื้อ HIV เข้าสทู่ ารกความจรงิ แลว้ ระหว่างตั้งครรภ์ แมไ่ มไ่ ด้มีการถา่ ยเลอื ดให้ทารก
หรือการซมึ ผ่านของเลอื ดไปสูท่ ารก แต่ทีท่ ารกติดเชอ้ื HIV จากแมก่ ็เพราะขณะคลอดนน้ั ทารกจะ
สมั ผัสเลือดของแมอ่ ยา่ งมาก ซงึ่ เลอื ดจะมีโอกาสผ่านเข้าทางเย่ือบุออ่ นได้ เชน่ เยือ่ บุตา เยอ่ื บุจมูก
เป็นตน้ และการด่มื นมแม่ ซ่ึงในนา้ นมแม่จะมเี ชอื้ HIV อยู่ เมือ่ ทารกดื่มนา้ นม นา้ นมกจ็ ะซมึ ผา่ นเย่ือบุ
ออ่ นในช่องปากได้
10. การสมั ผัสแผล เลือด น้าเหลืองของผู้ตดิ เชอื้ HIV ก็มโี อกาสสงู ถ้าเรามบี าดแผล แต่ถ้าเราไมม่ ี
บาดแผลเช้ือโรคกไ็ ม่สามารถซึมผ่านผวิ หนังคนเราเข้าไปได้ แต่เพอื่ ความสบายใจหรอื เพ่อื ความไม่
ประมาทก็ควรใชถ้ ุงมือยาง เมอ่ื จะมีการสมั ผสั แผล เลือด หรือน้าเหลืองของผตู้ ิดเช้อื HIV
การใช้ชีวิตของผู้ปว่ ยเอดส์
1. การใชถ้ งุ ยางอนามัยทุกครั้งทมี่ ีเพศสมั พันธถ์ ้าผู้ปว่ ยเอดส์เป็นผู้หญิงกต็ ้องให้ผชู้ ายใช้ทุกครั้ง หรือ
แม้กระทัง่ เปน็ ผปู้ ว่ ยเอดสท์ ั้งค่กู ็ตอ้ งใช้ถุงยางอนามยั เพอ่ื มใิ หเ้ พ่ิมปริมาณของเช้ือ HIV
2. พบแพทย์เปน็ ระยะๆ และปฏบิ ตั ิตามคาแนะนาของแพทย์อยา่ งเคร่งครดั ซง่ึ แพทย์จะตรวจรา่ งกาย
ท่วั ไปและตรวจทางหอ้ งปฏบิ ัตกิ าร เพอ่ื ประเมินระยะและความรนุ แรงของโรคเอดส์ ตรวจหา
ภาวะแทรกซอ้ นและใหก้ ารรักษาตามความเหมาะสม
3. ออกกาลังกายอยเู่ สมอ ทง้ั นีต้ อ้ งเหมาะสมกบั สภาพร่างกายของตนเองดว้ ย การออกกาลงั กายจะ
ทาให้รา่ งกายแข็งแรงมีภมู คิ มุ้ กนั เพมิ่ ขึ้น
4. ดแู ลรกั ษาร่างกาย เคร่ืองใช้ และที่อยู่อาศยั ให้สะอาดอยูเ่ สมอ
5. พยายามปรับใจและยอมรบั ให้ไดแ้ ละมีกาลังใจสูก้ บั โรคเอดส์ ควรหางานอดเิ รกทาหรอื ทางานไป
ตามปกติ
6. ควรหม่นั ทาสมาธิ ยดึ ถือธรรมะ นามาปรับใช้เพอ่ื ใหจ้ ิตใจสงบและร้เู ท่าทันความไมเ่ ท่ยี งของชีวิต
ถ้าทาได้ดีจะทาใหม้ ชี ีวิตอยู่ไดน้ านกวา่ คนท่หี มดหวังในชีวิต
7. รบั ประทานอาหารทมี่ ีประโยชน์ ควรรบั ประทานอาหารจาพวกข้าวซอ้ มมือ ปลา ผัก ผลไม้ เมล็ด
ทานตะวัน เป็นต้น และงดอาหารประเภทหมักดอง สุกๆ ดิบๆ
8. งดสงิ่ เสพติดทุกชนิด แม้กระทัง่ บหุ รแ่ี ละเครอ่ื งดื่มทม่ี แี อลกอฮอล์กต็ ้องงด
9. ผ้หู ญิงตอ้ งหลกี เลี่ยงการต้ังครรภ์เพราะทารกมีโอกาสติดเชือ้ HIV จากแม่ได้ และการตั้งครรภท์ าให้
ทารกมโี อกาสติดเช้ือฉวยโอกาสงา่ ย
10. ควรพกั ผ่อนให้มาก ควรนอนหลับอย่างน้อยวนั ละ 8 ช่วั โมง จงึ จะเพียงพอ
11. ควรอยู่ในสภาพแวดลอ้ มที่มีอากาศถา่ ยเทไดส้ ะดวก
12. ฝึกการขับถา่ ยอุจจาระให้เปน็ เวลาและสม่าเสมอควรด่ืมนา้ สะอาดมากๆ รบั ประทานผกั ผลไมท้ ่ีมี
กากใยมากๆ จะช่วยให้การขับถา่ ยดีขนึ้

สิทธิมนษุ ยชน
แนวคดิ
สทิ ธิมนษุ ยชน (Human Right) หมายถงึ สทิ ธิทม่ี นษุ ย์ทุกคนมคี วามเท่าเทยี มกนั มศี ักด์ิศรีความเปน็
มนุษย์ สทิ ธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบคุ คลทไ่ี ด้รับการรบั รองท้งั ความคิดและการกระทาท่ไี ม่
มีการลว่ งละเมดิ ได้ โดยไดร้ ับการคมุ้ ครองตามรัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทยและสนธิสญั ญา
ระหวา่ งประเทศ
สาระการเรียนรู้
1. สิทธกิ ารแสดงออกภายใต้กฎหมายว่าด้วยเพศ
2. คณะกรรมการสิทธมิ นุษยชนแหง่ ชาต(ิ กมส.)ได้
3. ความเสมอภาคทางเพศในสังคมไทย
4. กฎหมายกบั เพศ
5. สิทธิคุ้มครองแรงงานหญิง
6. ส่ือกับเพศ
7. พระราชบัญญตั เิ กีย่ วกับคอมพวิ เตอร์ พ.ศ. 2554
ผลการเรียนร้ทู ีค่ าดหวงั
1. ร้ถู ึงสิทธิการแสดงออกภายใต้กฎหมายวา่ ด้วยเพศได้
2. อธบิ ายถงึ บทบาทคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กมส.)ได้
3.บอกความเสมอภาคทางเพสในสังคมไทยได้
4. รแู้ ละเขา้ ใจกฎหมายกับเพศได้
5. รู้และเข้าใจส่อื กับเพศได้

สิทธกิ ารแสดงออกภายใต้กฎหมายว่าดว้ ยเพศ
สทิ ธิการแสดงออกภายใต้กฎหมายว่าด้วยเพศ Sexual Right คอื สทิ ธิของบุคคลทีถ่ กู ระบไุ วใ้ น
กฎหมายและข้อตกลงต่างๆ วา่ เปน็ สิทธมิ นุษยชน ทุกคนจะต้องไดร้ ับโดยไม่ถูกเลือกปฏบิ ัติ ไมม่ กี าร
บังคับ และไม่มคี วามรุนแรงใฟนเรือ่ งต่อไปน้ี
1.การได้รบั บรกิ ารด้านสุขภาพทางเพศและอนามัยการเจริญพนั ธท์ุ ม่ี ีมาตรฐาน
2.การไดร้ ับขอ้ มลู ที่ถกู ต้องเก่ียวกับวถิ ที างเพศ
3.การควบคุมเน้อื ตวั รา่ งกายของตนเอง
4.การเลือกคู่ครอง
5.การตัดสินใจว่าจะมีเพศสมั พนั ธห์ รอื ไม่มี
6.การสมัครใจมคี วามสมั พันธ์ทางเพศ

7.การสมคั รใจที่จะแต่งงาน
8.การตดั สนิ ใจวา่ จะมบี ตุ รหรือไม่และมเี มื่อใด
9.การมีชวี ิตท่ีพงึ พอใจและปลอดภัย
คณะกรรมการสิทธิมนษุ ยชนแหง่ ชาติ
สิทธิมนยุ ชน (Human Right) หมายถงึ สทิ ธิทีม่ นุษย์ทกุ คนมคี วามเท่าเทยี มกนั มศี ักดิ์ศรีความเปน็
มนุษย์ สทิ ธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคลทไี่ ด้รับการรบั รอง ท้ังความคิดและการกระทาทไ่ี ม่
มีการลว่ งละเมิดได้ โดยได้รับการ้คม้ ครองตามรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทยและ.สนธสิ ญั ญา
ระหวา่ งประเทศ
ตามรฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย กาหนดให้คณะกรรมการสิทธมิ นุษยชนแหง่ ชาตมิ อี านาจ
หนา้ ท่ใี นการตรวจสอบและรายงานการกระทาหรอื ละเลยการกระทาอนั เป็นการละเมิดสทิ ธมิ นุษยชน
หรอื ไม่เป็นไปตามพันธกรณีระหว่างประเทศเก่ียวกับสทิ ธิมนุษยชนท่ปี ระเทศไทยเปน็ ภาคี และเสนอ
มาตรการแก้ไขที่เหมาะสมต่อบุคคลหรือหน่วยงานที่กระทาหรอื ละเลยการกระทาดงั กลา่ วเพ่ือให้
ดาเนนิ การแกไ้ ข หากไมม่ กี ารดาเนินการแก้ไข คณะกรรมการต้องรายงานต่อรัฐสภาเพื่อให้รัฐสภา
ดาเนนิ การต่อไป นอกจากคณะกรรมการจะมีอานาจในการตรวจสอบและรายงานการกระทาดังกลา่ ว
แลว้ ยังมีอานาจหน้าท่ใี นการเสนอแนะนโยบาย และขอ้ เสนอในการปรับปรงุ กฎหมาย
กฎ หรอื ข้อบงั คับตอ่ รัฐสภาและคณะรัฐมนตรี เพ่อื สง่ เสริมและคุ้มครองสทิ ธมิ นษุ ยชนด้วย
บทบาทคณะกรรมการสทิ ธิมนษุ ยชนของไทยกับพนั ธกรณดี ้านสิทธิมนษุ ยชน
สนธสิ ัญญาด้านสทิ ธิมนุษยชน มลี ักษณะเปน็ สนธิสญั ญาพหภุ าคี กล่าวคอื เป็นสนธสิ ัญญาท่มี ีรฐั
มากกว่าสองรฐั ขึ้นไปเขา้ เปน็ ภาคีสนธสิ ญั ญา ซง่ึ กระบวนการในการทาสนธสิ ัญญามีหลายขนั้ ตอน
นับต้งั แต่การเจรจา การให้ความยนิ ยอมของรฐั เพ่ือผกู พันตามสนธสิ ญั ญาโดยการลงนาม การให้
สัตยาบัน การภาคยานุวัติ และบางรฐั อาจตงั้ ข้อสงวน หรือตคี วามสนธสิ ญั ญา และเม่ือปฏบิ ัตติ าม
ข้นั ตอนในการทาสัญญาครบถ้วนแล้ว ภาคกี ม็ ีพันธกรณีท่ีตอ้ งปฏบิ ตั ติ ามสนธสิ ัญญาตอ่ ไปการเข้า
เป็นภาคีของสนธิสญั ญาก่อใหเ้ กิดพนั ธกรณีท่ีตอ้ งปฏิบัตใิ หส้ อดคล้องกับสนธสิ ัญญา มฉิ ะนน้ั อาจต้อง
รับผดิ ในทางระหว่างประเทศดังนัน้ เม่ือประเทศไทยเขา้ เป็นภาคสี นธิสัญญาด้านสิทธมิ นษุ ยชนประเทศ
ไทยกต็ ้องปฏบิ ัตติ ามพนั ธกรณีของสนธสิ ัญญาดงั กลา่ ว พันธกรณีระหว่างประเทศเก่ียวกบั สทิ ธิ
มนษุ ยชนของไทย
ประเทศไทยกับพนั ธกรณีระหวา่ งประเทศเกยี่ วกับสิทธิมนุษยชน
ปจั จบุ นั ประเทศไทยเปน็ ภาคีสนธสิ ญั ญาดา้ นสทิ ธิมนุษยชนซ่ึงสหประชาชาติถอื เปน็ สนธิสญั ญาหลกั
จานวน 7 ฉบบั ไดแ้ ก่
1. อนุสญั ญาวา่ ดว้ ยสทิ ธิเด็ก (Convention on the Rights of the Child - CRC)
สาระสาคัญ ไดแ้ กเ่ รอื่ งเกย่ี วข้องกบั สทิ ธิของเดก็ โดยตรงซง่ึ เนน้ หลกั พืน้ ฐาน คอื การให้ความสาคัญ
กบั เด็กทกุ คนอย่างเท่าเทียม การกระทาต่างๆ ตอ้ งคานงึ ถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กเปน็ อันดบั แรกใน
การมีชวี ิต การอยู่รอด และการพัฒนาทางด้านจติ ใจ อารมณ์ สงั คม และสทิ ธใิ นการแสดงความ
คดิ เหน็ ของเดก็
2. อนุสัญญาว่าดว้ ยการขจัดการเลอื กปฏบิ ัติต่อสตรีในทกุ รูปแบบ
(Convention on theElimination of All Forms of Discrimination againstWomen - CEDAW)
สาระสาคัญ คอื การขจัดการเลือกปฏบิ ตั ติ ่อสตรีทุกรปู แบบ รวมทัง้ การประกันวา่ สตรีและบุรุษมสี ิทธิที่
จะไดร้ บั การปฏิบัติและดูแลจากรฐั อย่างเสมอภาคกัน
3. กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสทิ ธพิ ลเมืองและสทิ ธิทางการเมือง
(International Covenant on Civil and Political Rights - ICCPR)
สาระสาคญั ไดแ้ ก่ สิทธขิ องพลเมืองและสิทธิทางการเมอื งรวมทง้ั หน้าท่ขี องบุคคลทจ่ี ะสง่ เสรมิ และ
คุ้มครองสทิ ธมิ นุษยชน และไดร้ ับสทิ ธทิ ้ังด้านพลเมืองการเมอื ง เศรษฐกจิ สังคม และวัฒนธรรมอยา่ ง
เท่าเทยี มกนั
4. กติการะหว่างประเทศวา่ ด้วยสทิ ธทิ างเศรษฐกิจ สงั คม และวัฒนธรรม
(International Covenant on Economic Social and Cultural Rights - ICESCR)

สาระสาคัญ กลา่ วถงึ กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกจิ สังคม และวัฒนธรรม วา่ รฐั ควร
ดาเนินการอย่างเหมาะสม เคารพ ค้มุ ครอง ส่งเสริม สิทธทิ ี่จะมมี าตรฐานชีวติ ท่ดี พี อเพียง สิทธทิ ่จี ะมี
สขุ ภาวะดา้ นกายและใจทดี่ ีที่สดุ ท่เี ป็นไปได้
5. อนุสัญญาวา่ ดว้ ยการขจดั การเลือกปฏบิ ตั ิทางเช้ือชาตใิ นทุกรปู แบบ
(International Conventionon the Elimination of All Forms of Racial Discrimination - ICERD)
สาระสาคัญ วา่ ด้วยการขจัดการเลอื กปฏบิ ตั ิ การกีดกันทางเชอื้ ชาติ สผี วิ เชือ้ สาย หรือชาติกาเนดิ
หรอื เผ่าพนั ธ์ุในทกุ รปู แบบ
6. อนสุ ญั ญาต่อต้านการทรมานและการปฏิบตั หิ รือการลงโทษท่ีโหดร้ายไร้มนุษยธรรมหรือย่ายี
ศกั ดศ์ิ รี (Convention against Torture and Other Cruel Inhuman or Degrading Treatment or
Punishment - CAT)
สาระสาคัญ ในเนอื้ หาของอนสุ ญั ญาฉบบั นี้มีขึน้ เพ่ือวัตถุประสงคใ์ นการระงบั และยับย้ังการทรมานทง้ั
ทางรา่ งกายและจติ ใจ
7. อนสุ ญั ญาวา่ ดว้ ยสทิ ธขิ องคนพิการ
(Convention on the Rights of Persons with Disabilities-CRPD)
สาระสาคัญ วา่ ดว้ ยสิทธิของผู้พกิ ารที่พงึ ได้รบั จากสังคมและจากหนว่ ยงานอื่นของรฐั เพ่ือให้เกิดความ
เทา่ เทยี มกบั บคุ คลทั่วไปและสามารถใชช้ วี ิตไดอ้ ย่างปกติสุข
กฎหมายกบั เพศ
1. การหมน้ั และการแต่งงานท้ังชายและหญงิ จะตอ้ งมอี ายอุ ย่างต่าสิบเจด็ ปบี รบิ ูรณ์ และตอ้ งไดร้ บั ความ
ยินยอมจากบิดามารดาหรือผปู้ กครอง แต่ถ้าอายุยี่สบิ ปีบริบูรณ์ ถอื วา่ บรรลุนิติภาวะแลว้ ไม่ต้องขอ
ความยินยอมจากบดิ ามารดาหรอื ผูป้ กครอง
2. ชายหรือหญิงจะจดทะเบียนสมรสซอ้ นไม่ได้ หากมกี ารจดทะเบยี นสมรสซ้อนให้ถอื ว่าการจด
ทะเบียนซ้อน คือคร้ังทส่ี องน้ันตกเปน็ โมฆะ
3. การร่วมประเวณกี ันนนั้ สามีหรอื ภรรยาไม่ตอ้ งยอมทนตอ่ การกระทาท่ผี ิดปกติธรรมชาติ วปิ ริตเกนิ
สมควร หรอื อาจกอ่ ใหเ้ กิดอันตรายตอ่ สุขภาพอนามัยของตนเอง
4. ทั้งสามแี ละภรรยามีหน้าท่ีช่วยเหลอื อปุ การะเลย้ี งดูซ่งึ กันและกนั ไม่วา่ จะเปน็ การช่วยดูแล
บา้ นเรอื น ดูแลบุตร ดแู ลคสู่ มรสท่ีเจ็บป่วย ถา้ ไม่อปุ การะเลีย้ งดกู ัน อกี ฝ่ายหนงึ่ มสี ทิ ธิฟ้องเรยี กคา่
อุปการะเลี้ยงดูได้
5. ถ้าฝา่ ยหนงึ่ ฝ่ายใดมชี ูอ้ กี ฝา่ ยหนงึ่ มีสิทธิฟ้องหยา่ และเรียกคา่ ทดแทนจากอีกฝ่ายหนึ่งและจากชู้ได้
6. เม่อื ผู้หญิงสมรสแลว้ อาจเปลย่ี นคานาหน้านามจาก “นางสาว” เป็น “นาง” หรอื ไม่กไ็ ด้ นับแต่วนั
จดทะเบียนสมรส
7. เม่ือผหู้ ญิงสมรสแล้ว มีสทิ ธทิ ีจ่ ะใช้นามสกุลเดิมของตนต่อไป หรือจะใชน้ ามสกลุ ของสามกี ไ็ ด้ แตถ่ ้า
ใชน้ ามสกลุ ของสามเี ม่ือมกี ารหยา่ เกิดข้ึนต้องกลับไปใชช้ ่ือสกลุ เดิมแตห่ ากสามีตาย หญงิ หม้ายมีสิทธิ
ใชน้ ามสกลุ ของสามตี อ่ ไป หรอื กลับไปใช้นามสกุลเดมิ ของตนกไ็ ด้
8. การหย่าทาได้ 2 วิธี คือ
8.1 ทงั้ สองฝา่ ยตกลงยินยอมหย่าขาดจากกนั เรียกวา่ หย่าโดยความยินยอมท้งั สองฝา่ ย
8.2 สามีหรือภรรยาฟ้องหย่าอีกฝ่ายหนึง่ โดยอา้ งเหตุตา่ งๆ ท่เี กิดขน้ึ อย่างใดอยา่ งหนึ่งเปน็ เหตใุ นการ
ฟ้องหย่าได้ เชน่ ฝา่ ยหนึง่ ฝ่ายใดมชี ู้ ประพฤตชิ ว่ั ทารา้ ยร่างกายจิตใจ จงใจทง้ิ ร้างไปเกนิ หนงึ่ ปี ถกู
จาคกุ เกินหนงึ่ ปแี ละอาจทาใหอ้ ีกฝ่ายได้รับความเสียหาย ไม่อุปการะเลย้ี งดูอกี ฝา่ ยหนง่ึ จนเป็นท่ี
เดอื ดร้อน เป็นโรคติดต่อร้ายแรง ไม่อาจรว่ มประเวณีได้ตลอดกาล เปน็ ต้น
9. ผใู้ ดข่มขนื กระทาชาเราหญิงที่มิใช่ภรรยาของตน ต้องระวางโทษจาคกุ ตง้ั แต่สี่ปีถงึ ยี่สบิ ปี และ
ปรบั ต้ังแต่แปดพนั บาทถงึ ส่หี มืน่ บาท
10. ผ้ใู ดกระทาชาเราเดก็ หญิงอายไุ ม่เกนิ สบิ หา้ ปโี ดยหญงิ นน้ั จะยนิ ยอมหรือไมก่ ต็ ามต้อง ระวางโทษ
จาคุกต้ังแตส่ ่ปี ถี งึ ย่สี บิ ปี และปรบั ตัง้ แตแ่ ปดพันบาทถึงสหี่ ม่นื บาท ถ้าเปน็ การกระทากับเด็กหญิงอายุ
ไมเ่ กนิ สบิ สามปี ต้องระวางโทษสงู ขึน้ คือจาคกุ ตง้ั แต่เจ็ดปถี ึงยีส่ ิบปี และปรับตงั้ แต่หนึ่งหมืน่ ส่พี ันบาท
ถึงสหี่ ม่ืนบาท หรอื จาคุกตลอดชีวติ

11. ผูใ้ ดกระทาอนาจารแกบ่ ุคคลอายุกว่าสิบหา้ ปโี ดยการขู่หรอื ใช้กาลงั ประทุษร้ายต้องระวางโทษ
จาคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกนิ สองหมน่ื บาท หรือทง้ั จาท้งั ปรับ ถา้ เป็นการกระทาแก่เด็กอายุยังไม่
เกนิ สบิ หา้ ปี โดยเด็กนนั้ จะยินยอมหรือไมก่ ็ตาม ตอ้ งระวางโทษจาคุกไมเ่ กนิ สิบปี หรือปรบั ไมเ่ กินสอง
หมน่ื บาท หรอื ทง้ั จาทง้ั ปรับ แต่ถา้ มกี ารขู่หรือใช้กาลงั ประทษุ ร้ายตอ้ งระวางโทษจาคกุ ไมเ่ กนิ สบิ ห้าปี
หรือปรับไมเ่ กนิ สามหมื่นบาท หรือทงั้ จาทั้งปรบั
12. ผู้ใดเพือ่ ให้สาเรจ็ ความใคร่ของผ้อู ื่น เป็นธุระจัดหาล่อไป หรอื พาไปเพ่อื การอนาจาร ซึ่งชายหรอื
หญิง แม้ผูน้ ั้นจะยนิ ยอมกต็ าม ตอ้ งระวางโทษจาคกุ ตั้งแต่หนึง่ ปถี งึ สบิ ปี และปรบั ตั้งแต่สองพนั บาทถึง
สองหม่ืนบาท ถ้ากระทากับบคุ คลอายเุ กนิ สบิ ห้าปีแตไ่ มเ่ กนิ สบิ แปดปี ผู้กระทาตอ้ งระวางโทษจาคกุ
ตง้ั แตส่ ามปีถึงสิบหา้ ปี และปรบั ต้งั แต่หกพันบาทถึงสามหม่ืนบาทถ้ากระทากับเดก็ อายุไม่เกนิ สบิ หา้ ปี
ตอ้ งระวางโทษจาคกุ ตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สบิ ปี และปรับตงั้ แต่หน่งึ หมื่นบาท ถึงสีห่ ม่นื บาท
สิทธิการคุม้ ครองแรงงานหญิง
มาตรา 38 หา้ มมใิ ห้ลกู จ้างซึ่งเปน็ หญงิ ทางานอย่างใดอย่างหนึ่งดงั ต่อไปนี้
1. งานเหมอื งแรห่ รืองานกอ่ สร้างทตี่ ้องทาใต้ดนิ ใต้นา้ ในถ้า ในอโุ มงค์หรือปลอ่ งในภูเขา เว้นแต่
ลกั ษณะของงานไม่เปน็ อนั ตรายตอ่ สขุ ภาพ.หรือร่างกายของลกู จ้างนัน้
2. งานผลิตหรอื ขนสง่ วตั ถุระเบิดหรอื วตั ถไุ วไฟยกเว้นงานวิชาชพี หรอื วิชาการเกยี่ วกบั การสารวจ การ
ขดุ เจาะการกลน่ั แยกและผลิตภณั ฑ์จากปิโตรเลียมหรอื ปิโตรเคมี ถ้างานนั้นไมเ่ ป็นอันตราย
3. งานท่ีตอ้ งทาบนน่งั ร้านท่ีสูงกวา่ พ้นื ดินต้งั แต่ 10 เมตรข้ึนไป
มาตรา 39 หา้ มมใิ หน้ ายจา้ งใหล้ กู จา้ งซึ่งเปน็ หญิงมีครรภ์ทางานในระหวา่ งเวลา
22.00-06.00 น. ทางานล่วงเวลา ทางานในวนั หยุด หรือทางานอยา่ งหนึ่งอยา่ งใดดงั ตอ่ ไปนี้
1. งานเกีย่ วกับเคร่อื งจักรหรือเครอ่ื งยนต์ทมี่ ีความสน่ั สะเทอื น
2. งานขับเคลอ่ื น หรือตดิ ไปกับยานพาหนะ

ความเสมอภาคทางเพศในสังคมไทย
ในอดตี การใหค้ วามสาคญั ระหวา่ งเพศชายและเพศหญงิ ในสงั คมไทยนับว่ามีความแตกตา่ งกันอย่าง
ชดั เจนโดยเฉพาะความเทา่ เทียมกันในเร่ืองเพศสงั คมจะยอมรบั การแสดงออกทางเพศของเพศชายได้
มากกวา่ เพศหญงิ เชน่ การมีเพศสมั พันธ์ก่อนแตง่ งานหากผ้ชู ายมพี ฤติกรรมดงั กลา่ วมกั เปน็ ที่ยอมรบั ได้
มากกว่าการท่ผี ู้หญงิ เป็นผู้กระทาเพราะสงั คมจะมองว่าผู้หญิงนั้นไม่รักนวลสงวนตวั เป็นฝ่ายเปดิ
โอกาสใหผ้ ู้ชายมาใกล้ชดิ สนิทสนมการกระทาดังกลา่ วเป็นเรือ่ งนา่ อบั อายทาใหเ้ กิดความเส่ือมเสยี ต่อ
ครอบครวั และวงศ์ตระกูลแตใ่ นปัจจุบนั จากสภาพสงั คมมีการเปลยี่ นแปลงไปตามเวลาและสถานการณ์
ทาให้บทบาทของเพศชายและเพศหญงิ มีความเทา่ เทียมกันมากขึน้
1. รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทยพทุ ธศักราช2550ไดก้ าหนดบทบญั ญตั ิทแี่ สดงให้เห็นถึงสทิ ธิข้ัน
พ้นื ฐานในฐานะประชาชนของผหู้ ญิงและมาตรการทจ่ี ะส่งเสริมความเท่าเทยี มทางเพศดังทีร่ ะบุไวใ้ น
หมวด 3 ส่วนที่ 2 ความเสมอภาค มาตรา 30 “บคุ คลยอ่ มเสมอกันในกฎหมายและได้รับความ
คมุ้ ครองตามกฎหมายเทา่ เทียมกันชายและหญงิ มีสทิ ธิเท่าเทยี มกนั ” จากสาระสาคญั ในรัฐธรรมนญู
ดังกลา่ วจะเหน็ ได้วา่ ได้มกี ารกาหนดสิทธิเทา่ เทียมกนั ระหว่างเพศชายและเพศหญงิ ไว้อยา่ งชัดเจนใน
กฎหมายสงู สดุ ของประเทศ
2. ในอดตี เมื่อผู้หญงิ ทแี่ ตง่ งานแล้วจะตอ้ งใช้นามสกลุ ของสามแี ตใ่ นปจั จบุ ันกฎหมายบัญญัตใิ หค้ ู่
สมรสมีสทิ ธิทจี่ ะใช้นามสกลุ ของฝ่ายใดฝ่ายหน่งึ ตามที่ตกลงกนั หรอื ตา่ งฝา่ ยตา่ งใชน้ ามสกุลเดิมของ
ตนเองก็ได้ ตามท่รี ะบไุ วใ้ นพระราชบัญญตั ชิ ื่อบุคคล (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2548 มาตรา 12 ทาใหผ้ หู้ ญงิ มี

สิทธิในการที่จะเลอื กใช้ช่ือสกลุ ของสามี หรอื นามสกุลเดิม หรอื ใช้นามสกุลเดิมเปน็ ชื่อรอง และใช้
นามสกุลของสามกี ็ได้
3. พระราชบัญญัติคานาหน้านามหญงิ พ.ศ. 2551 เริม่ มีผลบงั คับใช้ต้งั แต่วันที่ 4 มถิ นุ ายน 2551 เปน็
ตน้ ไปทาให้ผู้หญิงมีทางเลอื กในการใช้คานาหนา้ นามและนามสกลุ ได้ตามความสมคั รใจโดยมี
ใจความสาคญั คือผู้หญงิ ทจ่ี ดทะเบียนสมรสใหม่ สามารถแจ้งตอ่ นายทะเบียนขณะท่ีจดทะเบียนสมรส
วา่ ประสงคจ์ ะใช้คานาหน้านามว่า นาง หรอื นางสาว ส่วนกรณหี ญิงทจ่ี ดทะเบยี นสมรสแลว้
สอื่ กับเพศ
ปัจจบุ นั จะเห็นได้วา่ อิทธิพลของสอ่ื ทมี่ ตี อ่ การประพฤติทางเพศของวัยร่นุ นนั้ มมี ากมาย เชน่ การ
แสดงบทรักและความสัมพนั ธ์ของตวั ละคร และผ้แู สดงภาพยนตร์ ภาพโป๊ต่างๆ ในนิตยสาร หนังสือ
ตา่ งๆ การ์ตูนลามก วซี ีดลี ามก เป็นต้น สื่อต่างๆ เหล่าน้ี ผู้บริโภคซึง่ เป็นวัยรนุ่ จะต้องใช้วจิ ารณญาณ
ในการบริโภค อยา่ เอาอย่างสิง่ ท่ไี ม่ดี และผใู้ หญ่ควรเป็นหูเปน็ ตา เป็นทีป่ รกึ ษาในการบริโภคสอื่ ท่ี
ถูกตอ้ งแก่เดก็ ดว้ ย
เรอ่ื งเพศในสงั คมไทยน้ัน เป็นเรอื่ งที่ถูกตีกรอบโดยวัฒนธรรมให้เป็นเรื่องที่น่าอาย และเป็นเร่ือง
ตอ้ งห้ามที่จะพูดคยุ ได้อยา่ งเปดิ เผย ประเด็นปญั หาน้ีมีสว่ นทาใหเ้ ยาวชนเข้าถึงข้อมลู ในเรื่องสภุ าพ
ภาวะทางเพศได้อยากลาบาก และอาจไดร้ บั ขอ้ มลู ทไ่ี มถ่ ูกต้องซึ่งการทส่ี ังคมยงั ไมย่ อมรบั ทจ่ี ะพดู เรือ่ ง
เพศกันอย่างเปดิ เผยทาใหเ้ กิดปัญหาตามมามากมายในหมเู่ ยาวชน เช่น ปญั หาการต้ังครรภใ์ นขณะที่
ยงั ไมพ่ รอ้ ม ปญั หาโรคตดิ ตอ่ ทางเพศสมั พันธ์ ตลอดจนการขาดความรใู้ นการดูแลสุขภาวะทางเพศ
ของตนเองอยา่ งถกู ต้อง
ภาพลกั ษณ์ ชาย - หญงิ ที่สังคมคาดหวัง
แนวคิด
ภาพลักษณ์เป็นส่วนหน่งึ ของบคุ ลกิ และลักษณะสามารถส่งผลตอ่ การรับรูข้ องผอู้ ื่นทง้ั ชายและหญงิ จะมี
ภาพลกั ษณท์ ่ีดีเป็นที่คาดหวังของสังคมได้นนั้ ตอ้ งร้จู กั มีวัฒนธรรมที่ดีและวางตัวกบั เพศตรงข้ามอย่าง
เหมาะสมทีด่ ี
สาระการเรียนรู้
1. ภาพลกั ษณท์ สี่ ง่ ผลตอ่ ความรู้สึกและพฤติกรรม
2. คณุ ลักษณะของชายและหญิงท่ีสังคมคาดหวัง
3. วฒั นธรรมทางเพศ
4. บอกการวางตวั ตอ่ เพศเดียวกันและเพศตรงขา้ มได้
ผลการเรียนรทู้ ่คี าดหวัง
1. บอกภาพลักษณ์ที่สง่ ผลต่อความรสู้ ึกและพฤตกิ รรมได้
2. บอกคณุ ลกั ษณะของชายและหญงิ ทีส่ ังคมคาดหวังได้
3. บอกวฒั นธรรมทางเพศได้
4. บอกการวางตวั ตอ่ เพศเดยี วกนั และเพศตรงขา้ มได้

ภาพลกั ษณท์ ่สี ่งผลตอ่ ความรู้สกึ และพฤตกิ รรม
ภาพลกั ษณ์ (Image) ตามความหมายของพจนานกุ รมฉบับราชบณั ฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 หมายถึง
“ภาพทเี่ กดิ จากความนึกคิดหรือท่ีคดิ วา่ ควรจะเปน็ เชน่ น้ัน”ภาพลกั ษณ์ เป็นสว่ นหนงึ่ ของ
บุคลกิ ลกั ษณะ ความสามารถทเ่ี ป็นและแสดงออก สง่ ผลต่อการรบั ร้ของผู้อืน่
บทบาทของเพศชายและเพศหญิง
นับเปน็ ความมหัศจรรย์อยา่ งมากท่ีธรรมชาตไิ ด้สร้างให้มนษุ ย์มี 2 เพศ คอื เพศชายและเพศหญงิ แลว้
สรา้ งใหท้ งั้ สองเพศมฮี อรโ์ มนเพศที่ทาให้สนใจเพศตรงข้ามเมอ่ื ถึงวยั ร่นุ เป็นต้นไป จนถงึ วยั ผูใ้ หญ่
และอาจถึงวยั สูงอายุ เม่อื คนทงั้ สองเพศมคี วามสนใจกนั คบหาสนิทสนมกนั ตกลงปลงใจท่จี ะใชช้ วี ิต
คอู่ ย่รู ว่ มกนั กจ็ ะแต่งงานกัน ทาใหม้ ีบทบาทของสามีภรรยาเกดิ ขึ้น เมื่อทั้งคมู่ บี ุตรกจ็ ะมีหน้าทเี่ ป็นพอ่
แมเ่ ลี้ยงดูบตุ ร ใหก้ ารส่งเสียเล่าเรียนจนจบการศกึ ษาสามารถประกอบอาชีพได้ เม่อื บุตรของตนเองไป
มคี คู่ รองและมีบตุ รข้นึ มา ตนเองก็รบั บทบาทเปน็ ปยู่ า่ ตายายตอ่ ไป ถ้าตนเองมอี ายุยืน แลว้ หลานมี


Click to View FlipBook Version