The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by watittu Thummajong, 2021-07-14 04:13:47

เพศวิถีศึกษา

เพศวิถีศึกษา

คคู่ รองและมบี ตุ รกจ็ ะรับบทบาทเปน็ ปู่ทวด ย่าทวด ตาทวด ยายทวด ท่ีกลา่ วมานี้คอื บทบาททางเพศ
ของชายและหญงิ ซึ่งคนส่วนใหญ่จะต้องประสบกบั วัฏจักรเหลา่ น้เี มอ่ื ตนเองมีบทบาทเปน็ อยา่ งไรแล้ว
ก็ต้องทาหน้าทน่ี น้ั ให้ดีทีส่ ุด ตอ้ งเปน็ สามีทด่ี ี เป็นภรรยาท่ีดี เปน็ พอ่ แม่ท่ีดี เป็นปูย่ ่าตายายทีด่ ี เป็นตน้
แลว้ ครอบครัวจะอยู่รว่ มกันอย่างมีความสุข
ภาพลักษณท์ ีแ่ ตกตา่ งกนั บางประการของชายและหญงิ
ธรรมชาตสิ ร้างให้มนุษยผ์ ูช้ ายและมนษุ ย์ผูห้ ญงิ มจี านวนใกลเ้ คยี งกันมาก ทั้งน้เี น่ืองจากตวั อสจุ ขิ อง
ผ้ชู ายจะเปน็ ตวั กาหนดเพศว่าการที่ผสมกับไข่แล้ว ทารกทีเ่ กดิ ข้นึ จะเปน็ เพศหญิงหรอื เพศชาย ในการ
หล่งั นา้ อสุจคิ ร้ังหน่งึ ๆ จะมีตัวอสุจิออกมาประมาณ 400-500 ลา้ นตัว จะเปน็ ตวั อสจุ ิที่กาหนดเพศชาย
และเพศหญิงมากพอๆ กนั ประมาณอย่างละ 200-250 ล้านตวั ดว้ ยเหตนุ ีจ้ ึงทาให้ในโลกน้ีมผี หู้ ญงิ กับ
ผชู้ ายจานวนใกล้เคียงกัน

แม้วา่ ธรรมชาติจะสรา้ งให้มนุษย์มี 2 เพศ และมจี านวนใกลเ้ คยี งกนั แล้ว ยังสรา้ งใหม้ ีโครงสร้างของ
ร่างกายท่เี หมอื น คลา้ ยคลงึ กันและแตกต่างกันด้วย เช่น มกี ระดูก 206 ชน้ิ เท่ากัน มีกลา้ มเนอ้ื
639 มัดเท่ากัน มีอวยั วะต่างๆ เหมือนกันบา้ ง ต่างกันบ้าง มีสภาวะจิตใจ อารมณ์และลกั ษณะต่างๆ
เหมอื นกันบา้ ง ตา่ งกนั บ้าง ที่จะกลา่ วตอ่ ไปน้ีเป็นเพยี งข้อสงั เกตซ่ึงผชู้ ายและผู้หญงิ จะมีลักษณะ
แตกต่างกัน ทง้ั น้ีเพอ่ื ชว่ ยให้เข้าใจลักษณะที่แตกตา่ งกนั บางประการของเพศชายและเพศหญิง
1. ขนาดและความแขง็ แรงของรา่ งกาย
โดยท่ัวไปผชู้ ายจะมขี นาดรา่ งกายโตกวา่ สว่ นสงู และนา้ หนักมากกว่า มคี วามแขง็ แรงกว่าและทางาน
หนักไดม้ ากกว่าผู้หญิง สว่ นผู้หญิงมกั มีรา่ งกายบอบบางมองดนู ุม่ น่มิ กวา่ ผชู้ าย
2. รปู ร่างหน้าตา
โดยทั่วไปผู้ชายมักมีรูปรา่ งหน้าตาไม่สวยงามเหมอื นผู้หญงิ มกั มีรปู รา่ ง หนา้ ตามองดูแข็งแรง คมสนั
บึกบนึ หลอ่ มากกวา่ ความสวยงาม ส่วนผ้หู ญงิ จะมหี นา้ ตาสวยงาม ผวิ พรรณผดุ ผอ่ งเพราะมีไขมันอยู่
ใตผ้ วิ หนังมากกว่าผชู้ ายจงึ มองดวู า่ เกล้ียงเกลา เนยี นและสวย
3. กิรยิ าท่าทาง
โดยทั่วไปผชู้ ายจะดูองอาจ หา้ วหาญ มักทาอะไรคล่องแคลว่ ทะมัดทะแมง และชอบเส่ียงภยั สว่ น
ผหู้ ญงิ จะมีกริ ิยาเรียบร้อย น่ารกั นุ่มนวล ออ่ นช้อย โดยเฉพาะลกั ษณะการเดิน จะมีท่วงทา่ และลีลา
แตกต่างจากผชู้ าย
4. การพูดจา
โดยท่วั ไปผู้ชายจะมนี า้ เสียงหา้ วและดังกว่าผู้หญิง มองเห็นลูกกระเดือกที่ลาคอได้ชัด ส่วนผู้หญิงจะ
เสียงเบา เลก็ แหลม เสียงหวาน ฟังแล้วไพเราะกว่าผู้ชาย
5. การแตง่ กาย
โดยทัว่ ไปผชู้ ายจะรักสวยรกั งามนอ้ ยกวา่ ผหู้ ญิง ชอบแต่งกายตามสบายส่วนผูห้ ญงิ จะรักสวยรักงาม
ชอบแตง่ ตวั และใชเ้ คร่อื งสาอาง ตลอดจนใช้เครอ่ื งประดับมากกว่าผชู้ ายและเส้อื ผ้าของผชู้ ายและ
ผูห้ ญิงก็จะมีลกั ษณะเฉพาะของตนเองดว้ ย แตป่ ัจจุบันกไ็ มเ่ สมอไป ทง้ั หญิงและชายสามารถใส่เส้อื ผ้า
แบบเดยี วกัน รวมทั้งผู้ชายอาจใส่ใจดแู ลความงามไม่นอ้ ยไปกวา่ ผ้หู ญิง
คุณลกั ษณะของชายและหญิง
ดา้ นกระบวนการคดิ
1. เป็นผ้ทู ่เี ข้าใจความต้องการของตนเอง และร้จู กั ตวั ตนของตนเองเปน็ อย่างดี ถา้ คนเราไมร่ ู้จกั ตนเอง
จะไม่เขา้ ใจตนเอง แล้วจะก่อปัญหาให้แก่ตนเองและผู้อน่ื ในทางตรงกนั ขา้ ม ถ้าคนเรารจู้ กั ตนเอง เข้า
ใจความต้องการของตนเอง กจ็ ะชว่ ยลดปัญหาตา่ งๆ ทจี่ ะเกิดขน้ึ กบั ตนเองลงได้อยา่ งมาก
2. เปน็ ผเู้ ขา้ ใจพัฒนาการทางเพศของมนษุ ย์ ซงึ่ กย็ ่อมเขา้ ใจพัฒนาการทางเพศของตนเองด้วยจะทา
ให้เขาสามารถปรับตัวตอ่ พัฒนาการทางเพศได้ดอี กี ดว้ ย

3. เป็นผู้ทส่ี ามารถแยกแยะข้อเท็จจรงิ กับความเชื่อได้ เพราะบางครง้ั ความเชือ่ ท่ีผดิ ๆ ก็ส่งผลกระทบตอ่
ตนเอง ผูอ้ ่ืน และสังคมได้เหมือนกนั
4. เปน็ ผูท้ ี่เข้าใจบรบิ ททางสงั คมในเร่ืองเพศ และรวู้ ่าจะส่งผลตอ่ การดาเนนิ ชวี ติ ทางเพศอยา่ งไร
5. เปน็ ผทู้ เ่ี ข้าใจสิทธิของตนเอง เพ่ือจะไมถ่ กู ละเมิดหรอื ถูกใช้ความรนุ แรง และก็ตอ้ งไม่ใช้ความรุนแรง
กับบคุ คลอน่ื ด้วย
6. ต้องเปน็ ผทู้ ี่เข้าใจเรอ่ื งสัมพันธภาพ และการพัฒนาสัมพันธภาพ ไมว่ ่าจะเปน็ กับเพื่อน กับญาตพิ ี่
นอ้ งกบั พ่อแม่กับครูอาจารย์ กับนายจา้ ง และกับบคุ คลทัว่ ไป
ดา้ นอารมณ์
1. เปน็ ผทู้ ม่ี คี วามสขุ สุขภาพจติ ดี ไม่มคี วามผิดปกติทางจิต บุคคลเหล่านีจ้ ะทาใหส้ ังคมเป็นสุข เพราะ
เขาจะไมก่ อ่ ให้เกิดปัญหาใดๆ ขึ้นกับสังคม แต่เขาจะสร้างสรรคส์ งั คมเปน็ สงั คมแหง่ ความสุข น่าอยู่
2. ตอ้ งเป็นผทู้ รี่ ูจ้ กั พอใจในสภาพของตนเอง กล่าวคอื มคี วามพอใจและยอมรับในความเป็นตวั ของ
ตวั เอง
3. ตอ้ งเปน็ ผู้ทีส่ ามารถปรบั ตัวเข้ากบั สถานการณ์ตา่ งๆ ได้ เพราะในชวี ิตคนเราน้ันจะตอ้ งอยู่กบั สังคม
ซึ่งมหี ลายสถานการณ์ที่หมุนเวยี นผา่ นเข้ามาในชวี ิตของคนเรา การปรบั ตัวเข้ากบั สถานการณต์ า่ งๆ
ได้ โดยเฉพาะสถานการณ์ท่ีเลวรา้ ยหรอื ไม่ค่อยดี
4. ตอ้ งเปน็ ผทู้ รี่ ู้เท่าทันอารมณข์ องตนเอง อาจต้องมีการฝึกสมาธิและตรวจสอบอารมณบ์ า้ ง แต่ถ้าไม่
ฝึกสมาธิอาจใช้การพฒั นาอารมณข์ องตนเองด้วยปัญญา กจ็ ะทาให้รเู้ ท่าทันอารมณข์ องตนเองได้
5. ตอ้ งเปน็ ผ้ทู ส่ี ามารถควบคุมอารมณ์ตนเองไดด้ ี ซ่งึ จะตอ้ งเปน็ ผู้ท่มี สี ติ เพราะถา้ ขาดสตจิ ะควบคุม
ตนเองไมไ่ ด้ การควบคมุ ตนเองไดด้ จี ะมีคณุ คา่ มหาศาลสาหรับตนเองและผอู้ ื่นอกี ดว้ ย
6. ต้องเปน็ ผู้ที่อดทนต่อการไม่ได้ดัง่ ใจ อุปสรรค และความสูญเสีย ดงั นน้ั จงึ ต้องเป็นผ้ทู ไี่ มเ่ อาแตใ่ จ
ตนเอง ตอ้ งเปน็ นักส้ปู ัญหา ฝา่ ฟนั อุปสรรค และมีจิตใจที่แขง็ แกร่งพอท่จี ะเผชิญกบั ความสญู เสียท่ี
จะตอ้ งเกิดขึ้นในชีวิตของคนเรา
7. ตอ้ งเป็นผ้ทู แ่ี สดงออกด้านอารมณ์เพศ และความรสู้ กึ ทางเพศอยา่ งเหมาะสม ตอ้ งรู้จกั ควบคมุ
อารมณ์ทางเพศของตนเอง มคี วามละอายตอ่ การกระทาทางเพศทัง้ ต่อหน้าสาธารณชน
ด้านทศั นคติ
1. เปน็ ผูท้ ย่ี อมรบั และเคารพความแตกตา่ งของบคุ คล เข้าใจผ้อู ่ืน ซึง่ จะทาใหล้ ดปัญหาต่างๆ ได้เปน็
อยา่ งมาก
2. เป็นผทู้ ไ่ี ม่ตดั สนิ คนอ่ืนวา่ ดี เลว ถกู หรือผดิ โดยใช้ความรู้สึกนกึ คิดของตนเอง ต้องไม่ยกตนเองวา่
ดกี ว่าคนอื่น หรือดูถูกคนอื่นๆ วา่ ไม่ดหี รือด้อยกว่าตนเอง
3. เปน็ ผทู้ ่ีเคารพการตัดสินใจของตนเอง เม่อื ตัดสินใจภายใตข้ ้อมลู ทีม่ อี ยแู่ ละใชค้ วามคดิ ที่รอบคอบ
แล้ว ถงึ แมจ้ ะเกิดอะไรขน้ึ กต็ ้องยอมรบั โดยดษุ ณี ถ้าไม่ถกู ตอ้ งก็หาทางแกไ้ ขต่อไป
4. เป็นผู้ท่เี ห็นเรอ่ื งเพศเปน็ เร่ืองธรรมชาติ อยา่ คิดวา่ เร่อื งเพศเปน็ เรือ่ งสกปรก ไมค่ วรนามาพูดคยุ กนั
ต้องปกปิดกนั ดังเช่นสมัยก่อน อันจะก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี สงั คม ยุคใหม่ตอ้ งกลา้ เผชิญกับ
ความจริงท่เี ปล่ยี นแปลงไปและช้ีแนะในสิ่งท่ีถกู ตอ้ ง และเปน็ ประโยชนท์ ส่ี ุด แลว้ จะเกิดปญั หานอ้ ย
ท่สี ดุ โดยเฉพาะในเรอ่ื งเพศของสังคมในยคุ ปัจจุบนั
5. เป็นผู้ที่มที ศั นคตติ ่อความสุขทางเพศว่าเป็นสิทธขิ องบุคคลทั้งชายและหญิง คอื เปิดใจกวา้ งมากข้ึน
เกีย่ วกบั สิทธิทางเพศ แตก่ ็ตอ้ งอยใู่ นกรอบของสังคม ขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมอันดี
งามของไทย
6. เปน็ ผู้ที่เคารพความตอ้ งการของคู่ และสทิ ธขิ องผอู้ ื่นต้องมีความเป็นนักประชาธิปไตยในเร่อื งความ
ตอ้ งการของคแู่ ละสิทธขิ องผู้อื่น
ด้านทกั ษะ
1. เปน็ ผู้ทีส่ ามารถเอาตัวรอด และจดั การกบั สถานการณเ์ สยี่ งต่างๆ ได้ ตลอดจนหาทางออกท่ี
เหมาะสมจนบงั เกดิ ผลดีกบั ตนเอง
2. เป็นผู้ที่ควบคมุ พฤติกรรมตนเองได้ และไม่ไปละเมิดสิทธิของผอู้ ่นื
3. เปน็ ผทู้ ม่ี ีทักษะในการส่อื สาร บอกความตอ้ งการของตนเองได้ สามารถสอื่ สารได้ อย่างเหมาะสม
สอดคล้องกบั สถานการณ์ โอกาส และเวลา

4. เปน็ ผทู้ รี่ บั ฟงั ความคิดเห็นของผู้อื่นทแ่ี ตกตา่ งจากความคดิ เหน็ ของตนเองได้
5. เปน็ ผทู้ ี่สามารถประเมินสถานการณ์และผลท่ีจะตามมาตลอดจนวางแผนรองรบั ได้
6. เปน็ ผทู้ ร่ี ู้จกั แสวงหาขอ้ มูลขา่ วสารตา่ งๆเพ่ือใหเ้ กิดความรแู้ ละนาความรนู้ นั้ มาประยุกตใ์ ช้ใน
ชวี ติ ประจาวนั เพ่ือการแก้ปัญหาไดอ้ ยา่ งถูกต้องเหมาะสม
วัฒนธรรมทางเพศ
วัฒนธรรมทางเพศ หมายถึง วัฒนธรรมท่มี ีอทิ ธพิ ลตอ่ พฤตกิ รรมทางเพศ ได้แก่ ระเบียบจารตี
ประเพณี ศีลธรรม และจริยธรรมอนั ดงี ามของคนไทยในด้านความประพฤตเิ ก่ียวกับเพศซง่ึ เป็นที่
ยอมรับนับถือและสืบทอดปฏิบัติต่อเนอ่ื งกนั มายาวนาน ตั้งแตส่ มยั โบราณจนถึงปจั จุบันซึ่งได้สง่ ผลให้
ครอบครวั และสังคมไทยมคี วามสงบสขุ รม่ เยน็
วฒั นธรรมทางเพศของคนไทยถือวา่ เป็นมรดกอันมีคา่ ของสงั คมไทยทท่ี ุกคนควรอนุรักษแ์ ละประพฤติ
ปฏบิ ัตติ ามซง่ึ มดี ังนว้ี ฒั นธรรมทางเพศของคนไทยถือว่าเป็นมรดกอนั มีคา่ ของสงั คมไทยทที่ ุกคนควร
อนรุ กั ษแ์ ละประพฤตปิ ฏบิ ัติตามซึ่งมีดังน้ี
1. ชายหญงิ ควรมีสิทธแิ ละศกั ด์ศิ รเี ท่าเทยี มกันตามหลักสิทธิมนษุ ยชน
ในสมยั กอ่ นผู้ชายจะมสี ทิ ธแิ ละศกั ด์ศิ รีเหนอื กวา่ ผู้หญิงมาก เมือ่ เปน็ สามภี รรยากัน ภรรยาตอ้ งคอย
ปรนนิบัตสิ ามีเปน็ อยา่ งดี ถ้าสามเี ป็นเจ้านายท่สี งู ศักด์แิ ล้วกต็ อ้ งดแู ลเปน็ พเิ ศษ การแสดงความคดิ เหน็
การตดั สินใจทาไดน้ ้อยเพราะสามีจะมอี านาจสิทธิข์ าด ภรรยามักจะต้องเช่ือฟงั สามี ซึ่งถือวา่ ขาด
ความเสมอภาคทางเพศ ต่อมาสถานภาพสตรเี ร่ิมดีข้ึนเป็นลาดบั เมื่อประเทศไทยเข้าสู่ยุค
ประชาธปิ ไตย ผู้หญงิ มีการศึกษามากขึ้น สังคมเปดิ โอกาสใหผ้ ู้หญิงทางานหารายไดเ้ ล้ยี งครอบครัว
มากขึน้ มบี ทบาททางการเมืองมากขึ้น จนเปน็ ทย่ี อมรับกันวา่ ผชู้ ายและผู้หญงิ ควรมสี ิทธแิ ละศกั ด์ิศรี
เท่าเทยี มกนั
2. ผู้ชายควรให้เกียรตแิ ละชว่ ยปกปอ้ งอันตรายให้แกผ่ หู้ ญิง
ผู้ชายเปน็ เพศทีแ่ ขง็ แรงและรปู รา่ งใหญ่โตกวา่ ผู้หญิง สามารถทางานหนกั ได้จึงควรดแู ลชว่ ยเหลอื อย่า
ให้ผู้หญิงตอ้ งทางานหนักเกินไปโดยเฉพาะทางด้านรา่ งกาย เมอื่ มีภยั อันตรายผ้ชู ายจะต้องทาหน้าท่ี
คุ้มครองป้องกนั หรอื แม้จะยงั ไมเ่ กดิ ภยั อันตรายกค็ วรจะช่วยดูแลคุ้มครองมใิ ห้ภัยอันตรายเกิดขน้ึ กบั
ผ้หู ญงิ ถ้ามีทน่ี ง่ั จานวนจากดั ไม่เพียงพอตอ้ งใหผ้ ู้หญิงนง่ั กอ่ น ถ้าจะตักอาหารหรอื ทาสิง่ ใดท่ตี อ้ งทา
ทลี ะคน หรือครั้งละนอ้ ยคน ควรให้ผูห้ ญิงได้ทากอ่ น ยกเว้นบางเรือ่ งท่ีเป็นอันตราย ผู้ชายก็ควรทา
กอ่ นแลว้ แต่สถานการณ์
3. การแสดงความชอบหรอื ความสนใจเพศตรงขา้ มควรปฏบิ ัติตามจารีตประเพณขี องสงั คมไทยอย่าง
เครง่ ครัด
ความสนใจเพศตรงขา้ มเป็นเรื่องปกติของคนเม่ือเข้าสู่วยั รุ่น วยั หนมุ่ สาว แตใ่ นสงั คมแต่ละสังคมมักมี
จารตี ประเพณีอันดีงาม ดังนั้นการชอบหรอื สนใจเพศตรงขา้ มควรปฏบิ ัติตามจารตี ประเพณีของสังคม
น้นั ๆ ในวัยเรยี นควรคบเพอ่ื นต่างเพศแบบเพ่อื นจะดกี ว่า แต่ถา้ จะคบกันแบบคู่รกั กต็ อ้ งอยู่ในกรอบ
ประเพณอี ันดีงามและใหพ้ ่อแม่หรอื ผู้ปกครองรบั ร้แู ละตอ้ งเชือ่ ฟงั ปรึกษาพอ่ แม่ ผปู้ กครองด้วย เพราะ
วยั รุน่ ยังไมบ่ รรลนุ ติ ิภาวะยงั ผ่านโลกมานอ้ ยอาจรูเ้ ท่าไม่ถึงการณ์หรือทาผิดพลาดข้ึนได้
4. ทั้งผ้หู ญิงและผู้ชายไมค่ วรถูกเน้ือตอ้ งตัวกนั จนเกินความจาเปน็ ดแู ล้วไม่เหมาะสม
การถูกเน้ือตอ้ งตวั เพศตรงขา้ มจนเกนิ ความจาเป็นคือ การโอบกอด นอนหนนุ ตัก ลูบไล้เน้ือตวั จับของ
สงวน กอดคอ ซงึ่ ผู้ทเ่ี ป็นคู่รักกนั และเปน็ นักเรยี นไม่ควรทาอย่างย่ิง ไมค่ วรเลียนแบบละครโทรทัศน์
หรอื ภาพยนตร์ต่างประเทศที่มใี หเ้ ห็นกนั อยู่เสมอ เพราะยังอยู่ในวยั ที่ไมส่ มควร สงั คมไทยยังรับไม่ได้
ถา้ วัยรนุ่ ทาเช่นน้บี างคร้งั ผหู้ ญงิ กอ็ าจถกู เน้ือต้องตัวผชู้ ายได้ซึ่งไมค่ วรทาคนจะมองว่าเปน็ ผูห้ ญงิ ที่
ชอบสมั ผสั ผูช้ ายไมร่ กั นวลสงวนตวั สว่ นผชู้ ายทลี่ ว่ งเกินผู้หญงิ ทั้งท่ผี หู้ ญิงไม่สมัครใจหรือไม่ชอบให้
ลว่ งเกนิ เปน็ การกระทาทไ่ี ม่สมควรอยา่ งยงิ่ เป็นการกระทาที่เห็นแก่ตัวซ่ึงสรา้ งความเส่ือมเสียต่อ
ผู้หญิง
5. ผหู้ ญงิ ไมค่ วรแตง่ ตัวแบบเปิดเผยสดั ส่วน
ในสังคมปจั จบุ นั นีก้ ารแตง่ ตัวของผูห้ ญิง บางคนไมร่ ดั กมุ เป็นการย่วั กิเลสผ้ชู ายอาจก่อใหเ้ กิด
อันตรายต่อตนเองได้โดยการถกู กระทาอนาจารหรอื ขม่ ขนื การแต่งกายทย่ี ั่วกิเลสทพี่ บเหน็ มีหลาย
อย่าง เช่น ใส่เสื้อสายเดยี่ ว เส้อื รดั รปู เสื้อกล้าม เส้ือเอวลอย กางเกงเอวต่า ใสเ่ ส้ือเกาะอก หรอื เส้ือที่

ใสแ่ ล้วโชวแ์ ผ่นหลังหรือเนนิ อก นบั วา่ เปน็ การแตง่ กายที่ไม่เหมาะสมกับวัฒนธรรมไทยจึงเป็นสิ่งไม่
สมควร
6. ไม่มีเพศสัมพนั ธก์ ่อนวัยอันควรและเมือ่ ยังไม่ไดแ้ ต่งงานกนั .ในสงั คมปัจจุบนั มีวยั รุ่นจานวนไมน่ ้อย
ท่ีมีเพศสัมพนั ธ์แลว้ ซงึ่ นบั วา่ เป็นการกระทาที่ไม่สมควรอย่างย่ิง เปน็ การขดั ต่อวัฒนธรรม
ขนบธรรมเนียมประเพณอี นั ดีงามของคนไทย ซึ่งบางรายพอ่ แมห่ รอื ผูป้ กครองก็ไม่รู้ แตบ่ างรายพอ่ แม่
หรือผ้ปู กครองรแู้ ล้วก็ตอ้ งช่วยแกป้ ญั หากันตอ่ ไป เป็นการสรา้ งความหนักใจใหก้ บั พ่อแม่ ผู้ปกครอง
และทาให้เส่ือมเสยี ชอื่ เสียงของวงศต์ ระกลู อีกด้วย ถ้าเกิดตงั้ ครรภ์ขนึ้ มาตนเองกต็ อ้ งเสียอนาคตและ
เกดิ ปัญหาสงั คมระยะยาว ซึ่งมีให้เหน็ เปน็ ตัวอย่างท่ีไม่ดีมากข้นึ กว่าเมอ่ื ก่อนมาก สาหรับผใู้ หญ่ทีม่ ี
เพศสัมพันธก์ ันกอ่ นแต่งงานกม็ มี ากขึน้ อาจเลยี นแบบสังคมตะวนั ตกทอี่ ยู่ด้วยกันกอ่ นแตง่ งานเพือ่
ศึกษาปรบั ตวั เข้าหากันกอ่ น ถา้ ดีจงึ แตง่ งานกันนน้ั เป็น เรื่องของสังคมตะวนั ตก แตส่ งั คมไทยไม่ควร
ทาเชน่ นั้น
7. การเลอื กค่คู รองต้องเปน็ ไปโดยสมคั รใจ
ในสมยั กอ่ นอาจมีการแต่งงานกนั โดยไมไ่ ด้สมัครใจ อาจเป็นฝ่ายชายไม่สมคั รใจแต่เพราะพ่อแม่
เห็นชอบ หรือฝา่ ยหญิงไมส่ มัครใจแต่เพราะพ่อแม่เห็นชอบ ฝ่ายชายใชอ้ ิทธิพล หรือเพราะพอ่ แม่
ต้องการปลดหนี้ แตใ่ นสมยั ปัจจุบันการมคี คู่ รองในลักษณะดงั กล่าวไม่มีอีกแลว้ นับว่าเป็นการสรา้ ง
ความเสมอภาคทางเพศอยา่ งหน่ึงด้วย
8. ชายหญงิ ที่จะอยกู่ ันแบบสามภี รรยาตอ้ งมีพิธีแตง่ งานที่ถูกตอ้ งตามจารีตประเพณีของไทย
เปน็ ความชาญฉลาดของบรรพบรุ ุษไทยที่สร้างระเบียบประเพณีก่อนทจ่ี ะอยู่กนิ กนั แบบสามภี รรยาที่
ฝ่ายชายต้องส่งผู้ใหญ่ไปสู่ขอหญิงสาวเมื่อผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงยินยอมแล้วจึงกาหนดวันหมั้นและวัน
แต่งงานต่อไป การแตง่ งานก็มักเป็นพธิ ีการมกี ารเลี้ยงพระรดนา้ สงั ข์ เพือ่ ความเป็นสิริมงคลแก่ชวี ิต
ครอบครวั ใหม่และเป็นการประกาศใหส้ งั คมรับรู้ถงึ การท่ีจะอยกู่ ินกนั แบบสามภี รรยานอกจากจะมีพิธี
แตง่ งานแล้วทั้งคูจ่ ะต้องไปจดทะเบียนสมรสกัน ณ ทว่ี ่าการอาเภอ สาหรบั ตา่ งจงั หวัด และ ณ
สานกั งานเขต สาหรับกรุงเทพมหานคร เพอ่ื ใหถ้ ูกตอ้ งตามกฎหมาย
9. สามภี รรยาควรยึดคา่ นยิ มในการครองคแู่ บบครอบครัวผัวเดยี วเมยี เดยี ว
ครอบครวั แบบผัวเดยี วเมียเดียวเปน็ วัฒนธรรมทางเพศทเ่ี หมาะสมและสอดคลอ้ งกับหลักมนษุ ยธรรม
และสทิ ธมิ นุษยชน ซ่ึงถอื ไดว้ ่าเป็นรากฐานและหลักประกันอนั ม่ันคงของชวี ติ ครอบครัวอยา่ งแทจ้ ริง
รวมทงั้ มคี วามปลอดภัยจากการมเี พศสมั พนั ธแ์ ละโรคเอดส์ อกี ท้งั ยังสง่ ผลต่อการเลย้ี งดูบตุ รให้
สมบรู ณ์และได้รับการศกึ ษาอยา่ งเต็มท่ีตามศกั ยภาพและความสนใจของบตุ ร
10. สามแี ละภรรยาตอ้ งไมก่ ระทารุนแรงต่อกัน
สามีบางคนเมื่อไมพ่ อใจหรอื ทะเลาะกนั กจ็ ะทารา้ ยภรรยา ในทางตรงกันขา้ มภรรยาอาจกระทา
รนุ แรงตอ่ สามไี ด้ แตก่ ็จะมนี ้อยกว่านอกจากนี้ การกระทารุนแรงดว้ ยวาจาและการทอดทิ้งกนั ก็ไมค่ วร
อยา่ งยง่ิ ถ้ามปี ัญหาควรแก้ปัญหากนั ด้วยสันติวิธดี ีกวา่ ข่าวคราวท่อี อกมาทางสอื่ มวลชนและสภาพ
สงั คมครอบครวั ปจั จุบันมักเกิดปญั หาความรนุ แรงของสามภี รรยาทีม่ ีต่อกนั มากข้ึน อาจเป็นเพราะใน
ปจั จุบนั สภาพสังคมท่ีต้องแข่งขนั ทาใหเ้ กิดความเครยี ด อาจแสดงออกทางการกระทาท่ีรนุ แรง หลาย
รายที่ถงึ ขั้นฆ่ากนั ตาย หรือฆ่าอีกฝ่ายหนงึ่ ตายแล้วฆ่าตัวเองตายตาม นับวา่ เป็นความล้มเหลวของ
ชวี ิตครอบครัวท่นี า่ หดหูอ่ ย่างย่ิงในเรื่องนีค้ ่สู ามภี รรยาต้องใช้สติปญั ญาเพ่ือแก้ปญั หา พยายามให้
กาลังใจซ่ึงกันและกัน
การวางตวั ต่อเพศเดียวกนั และเพศตรงข้าม
การวางตวั ต่อเพศเดียวกนั
การวางตวั ต่อเพศเดียวกัน พอจะแบ่งได้ดังนี้
- การวางตัวแบบเพื่อน จะต้องวางตวั เป็นเพอื่ นท่ีดี กล่าวคือ เป็นเพอื่ นทด่ี ีตอ่ กันไมข่ ัดคอกันพูดจาดี
ต่อกัน มีสงิ่ ใดพอจะช่วยเหลือไดก้ ค็ วรช่วยเหลอื กนั มีส่งิ ใดทเ่ี พอ่ื นทาใหไ้ ม่ถกู ใจกค็ วรให้อภยั กนั
แนะนาเพ่ือนไปในทางที่ดี ชวนกนั เรยี นอยา่ ชวนกันหนเี รียน ถ้าจะไปเท่ียวด้วยกนั กไ็ ปในสถานที่ท่ี
เหมาะสม อย่าชวนกันไปในแหล่งอบายมขุ ไม่ว่าร้ายเพื่อนให้คนอื่นฟงั กลา้ ท่ีจะเตือนถา้ เพือ่ นทาผดิ
ควรทาตัวเปน็ ผู้ใหม้ ากกวา่ การทาตวั เปน็ ผ้รู ับ

- การวางตวั แบบพนี่ ้อง พี่จะต้องวางตวั เป็นพีท่ ่ีดขี องนอ้ ง ต้องทาตวั เป็นแบบอยา่ งที่ดีเพอ่ื ให้น้อง
ปฏิบัติตาม เป็นผนู้ าท่ีดีของนอ้ ง แนะนาสงั่ สอนในฐานะทมี่ ีประสบการณม์ ากกว่า วางตัวให้น้อง
เคารพนบั ถอื ไมเ่ อาเปรยี บน้อง ในทางตรงขา้ ม ตอ้ งเสียสละและช่วยเหลือนอ้ ง สาหรับนอ้ งก็จะตอ้ ง
วางตวั เป็นน้องท่ีดขี องพ่ี เชอื่ ฟังพี่ สิ่งใดทพี่ อจะช่วยเหลอื ไดใ้ ห้ช่วยพี่ เคารพในความเป็นพี่ ซงึ่ เปน็ ผู้
อาวโุ สกวา่
การวางตัวต่อเพศตรงขา้ ม
- การวางตัวแบบเพ่อื น ลกั ษณะการวางตวั โดยภาพรวมเหมอื นกับการวางตวั ต่อเพศ เดยี วกันแบบ
เพื่อนแต่การวางตัวแบบเพื่อนกบั เพศตรงขา้ มจะมีความละเอยี ดอ่อนกว่า ผูช้ ายควรจะปกปอ้ งดแู ล
ช่วยเหลอื ผู้หญงิ ขอ้ สาคัญอย่าคดิ ไม่ดกี บั เพ่อื นในทางเพศ และไมค่ วรลว่ งเกนิ โดยการถูกเนื้อต้องตวั
ไม่วา่ จะโดยเจตนาหรือไมเ่ จตนาก็ตาม การพดู จากต็ อ้ งระมัดระวงั คาพูดท่ีหยาบคาย ทะล่ึง หรือพูด
สองแง่สองงา่ ม ส่วนผูห้ ญิงก็ต้องระวังเพื่อนชายบางคนที่มีนิสัยเจ้าชู้ ชอบล่วงเกินผ้หู ญงิ แม้จะเปน็
เพื่อนกันก็ไมส่ มควร ในสมัยก่อนจะมีโรงเรยี นระดบั มัธยมศึกษาทเ่ี ป็นโรงเรียนชายลว้ น หรอื หญงิ
ล้วนกันมาก อาจมปี ญั หาการวางตัวตอ่ เพศตรงข้ามอยูบ่ า้ ง สมัยตอ่ มาจนถึงปัจจบุ ันโรงเรยี นชายล้วน
กเ็ ปิดรับผหู้ ญงิ เข้าไปเรยี น โรงเรียนหญิงล้วนก็เปิดรบั ผ้ชู ายเข้าไปเรียน จึงทาให้มีโรงเรียนประเภท
สหศกึ ษามากข้ึน นักเรยี นในโรงเรียนประเภทสหศกึ ษาจะมีการวางตัวต่อเพศตรงขา้ มได้ดี เน่ืองจากมี
ความคุน้ เคยต่อการเข้าสงั คมระหว่างเพศเดียวกันและเพศตรงขา้ ม
- การวางตัวแบบพ่นี อ้ ง ลักษณะการวางตวั โดยภาพรวมเหมือนกบั การวางตัวต่อเพศเดยี วกันแบบพ่ี
นอ้ ง แตก่ ารวางตัวแบบพี่น้องกับเพศตรงขา้ มจะมคี วามละเอยี ดอ่อนกวา่ โดยเฉพาะผู้ชายต้องสุภาพ
มคี วามเป็นสุภาพบุรุษ วางตัวเป็นพ่ที ีด่ ี ไม่ควรล่วงเกนิ ทางเพศกับนอ้ ง ผหู้ ญิงก็ต้องสงั เกตท่าทขี อง
ผชู้ ายเหมือนกนั วา่ จะคบกันแบบพ่นี ้องจริงหรือไม่ สาหรบั ผูห้ ญงิ ทเ่ี ป็นพ่ีควรช่วยเหลอื ดแู ลนอ้ งชายได้
นอ้ งก็ควรดูแลพ่ีด้วยเพราะเป็นผหู้ ญิง
การวางตวั แบบคู่รัก ก่อนจะมาเปน็ คู่รักกนั กอ็ าจจะเร่ิมจากการวางตวั แบบเพ่อื น หรอื แบบพ่ีนอ้ งกนั มา
ก่อน แล้วต่อๆ มาก็เปลีย่ นเป็นแบบครู่ ักหรอื แฟน ซ่ึงการคบกนั แบบนจี้ ะต้องวางตัวต่อกนั อย่าง
เหมาะสม อย่าคานงึ ถงึ เร่ืองเพศมากนกั ไมค่ วรลว่ งเกนิ กันจนเกินเลย และไมค่ วรมเี พศสมั พนั ธก์ ันใน
ขณะทต่ี นเองยังเรียนอยู่ การคบกนั ควรให้พ่อแมห่ รือผู้ปกครองรับรู้ เพราะเด็กวยั นีย้ ังต้องมผี ู้ปกครอง
อยู่ การเป็นคู่รักกนั ของวยั รุ่นเปน็ ความต้องการทางธรรมชาตอิ ยา่ งหน่งึ อย่างไรก็ตาม การมี
ความรสู้ กึ นึกคิดทดี่ ี การได้รับการอบรมสงั่ สอนมาดี การอย่ใู นครอบครวั ทีอ่ บอุ่นจะชว่ ยกลอ่ มเกลา
จติ ใจให้การคบกันเป็นไปอย่างเหมาะสม อยู่ในขอบเขต ไม่ขดั ต่อขนบธรรมเนยี มประเพณแี ละ
วฒั นธรรมอนั ดีงามของไทย ซ่งึ ถ้าเป็นเชน่ นน้ั กไ็ ม่เสียหายอะไร แต่ถ้าเกินเลยกวา่ นน้ั ถึงข้นั มี
เพศสมั พนั ธอ์ าจทาใหเ้ กิดการตงั้ ครรภท์ ่ีไม่พงึ ประสงค์ หรืออาจตดิ โรคทางเพศสมั พนั ธ์ ซึ่งนาความ
เดือดร้อนมาสูต่ นเองและครอบครวั
- การวางตัวในสถานะเป็นคู่ครองกัน การทชี่ ายและหญงิ แตง่ งานกนั อย่ดู ว้ ยกันเปน็ การเรม่ิ ตน้ ของ
ชวี ิตคู่ท่ีจะต้องปรบั ตัวเขา้ หากนั และวางตัวอยา่ งเหมาะสม ตอ้ งใชศ้ ิลปะการครองรกั ครองเรอื น รูจ้ กั
เอาใจเขามาใส่ใจเรา ชว่ ยเหลือเออ้ื อาทรกนั ให้มาก ถนอมน้าใจซง่ึ กนั และกันตอ้ งซื่อสตั ย์ต่อกนั ในทุก
เร่ืองไมป่ ิดบังกนั ชว่ ยกนั แก้ปญั หาท่ีเกิดขนึ้ ช่วยกนั วางแผนครอบครัว วางแผนอนาคตของตนเองและ
ครอบครัวของตนเองมีปญั หาหนักนิดเบาหน่อยตอ้ งใหอ้ ภัยกัน แล้วจะทาใหช้ วี ิตคสู่ มบูรณแ์ บบอยู่
ด้วยกนั อย่างมคี วามสขุ
การเลอื กใช้แหลง่ บรกิ ารท่ีเป็นมติ ร
แนวคิด

แหลง่ บริการชว่ ยเหลอื ทเี่ ป็นมิตรตงั้ ขนึ้ บริเวณในโรงพยาบาลทุกระบบทัง้ ในกรงุ เทพมหานครและ
จงั หวดั ตา่ งๆ ในรูปแบบของคลนิ กิ วยั รุ่น เพ่ือใหค้ วามรูค้ าแนะนาปรกึ ษาและบรกิ ารดูแลทางการแพทย์
เพ่ือให้วยั ร่นุ สามารถเข้าถึงข้อมูลและบรกิ ารสขุ ภาพโดยไม่มีการเสยี ค่าใชจ้ ่ายโดยขอ้ มูลทุกอย่างจะถอื
เปน็ ความลบั
สาระการเรียนรู้

1. แหล่งบริการชว่ ยเหลือท่เี ปน็ มิตร

- รปู แบบบริการทีเ่ ปน็ มิตร
- ข้ันตอนการให้บริการทเี่ ป็นมิตร

2. การเลือกใช้แหล่งบรกิ ารที่เปน็ มิตรในพื้นท่ี
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง

1. บอกแหลง่ บรกิ ารชว่ ยเหลอื ทีเ่ ป็นมิตรได้
2. บอกการเลือกใชแ้ หล่งบรกิ ารทีเ่ ปน็ มติ รในพ้ืนทีไ่ ด้

แหล่งบริการชว่ ยเหลือทเี่ ปน็ มิตร
แหลง่ บริการช่วยเหลือทเี่ ปน็ มิตรสาหรับเยาวชน ต้งั ขน้ึ ในบริเวณโรงพยาบาลทกุ ระบบทัง้ ใน
กรุงเทพมหานครและจงั หวัดต่างๆ ในรปู ของ คลนิ กิ วยั รุ่น (TEEN Center) จุดประสงคเ์ พือ่ เพ่มิ การ
เข้าถงึ บรกิ ารให้ความรู้ คาแนะนา ปรึกษาและบรกิ ารดแู ลทางการแพทยแ์ ก่กลุ่มเปา้ หมายท่ีเปน็
เยาวชนทงั้ ในสถานศกึ ษาสถานประกอบการ ชุมชนและสถานท่ีทเี่ ป็นแหล่งชุมนมุ วัยรนุ่ ใหส้ ามารถ
เขา้ ถงึ ข้อมูลและบริการสุขภาพโดยไมม่ กี ารเสียค่าใช้จ่ายและข้อมลู ทกุ อย่างจะถอื เป็นความลับ อนั จะ
นาไปส่กู ารลดปัญหาของวัยร่นุ โดยเฉพาะในเรือ่ งเพศ โรคติดต่อทางเพศสมั พนั ธ์และโรคเอดส์
มาตรฐานการบริการแบ่งเป็น 4 องคป์ ระกอบ ได้แก่ การบรหิ ารจัดการ การเข้าถงึ กลุ่มเป้าหมายและ
การสรา้ งความต้องการในการใชบ้ รกิ ารบริการที่ครอบคลมุ ความต้องการของกลุม่ เป้าหมายและระบบ
บริการทีม่ ปี ระสทิ ธิภาพและเป็นมติ รตอ่ วยั ร่นุ และเยาวชน
รูปแบบบริการท่ีเปน็ มิตร
คลินิกวยั ร่นุ เป็นจดุ แรกรับบรกิ ารท่เี ข้าสูร่ ะบบบริการของโรงพยาบาลจึงมีท้ังบริการสง่ เสรมิ สุขภาพ
บรกิ ารใหค้ วามรู้และคาแนะนาเรื่องสุขภาพให้คาปรกึ ษาด้านสขุ ภาพและอนามยั การเจริญพันธ์รุ วมถึง
การป้องกนั แก้ไขและฟ้ืนฟปู ญั หาสขุ ภาพและอนามยั การเจรญิ พนั ธด์ุ ้วย ตลอดจนทาใหบ้ ริการส่ง
ต่อไปยงั คลนิ กิ อ่นื และตดิ ตามดแู ลอย่างต่อเนื่อง
การเลือกใช้แหล่งบริการท่ีเป็นมิตรในพื้นที่
วัยรนุ่ อาจเลอื กแหล่งบริการท่ีเป็นมิตรในพนื้ ท่ีที่ใกล้ที่สดุ ให้คานงึ วา่ ขอ้ มูลของเราจะถูกเกบ็ เป็น
ความลบั ผูใ้ หค้ าแนะนาได้รับการฝกึ อบรมมาให้เข้าใจเรามากทส่ี ุดปญั หาทกุ อยา่ งมีทางออกเสมอ
ตัวอย่างแหล่งบรกิ ารทเ่ี ป็นมิตร
รพ.สมเด็จพระสังฆราชองคท์ ี่ 17 จ.สุพรรณบรุ ี
รพ.สามชกุ จ.สพุ รรณบุรี
รพ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี
รพ.เลาขวญั จ.กาญจนบุรี
รพ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี
รพ.มหาสารคาม
รพ.วาปีปทมุ จ.นครศรธี รรมราช
รพ.ปากพนัง จ.นครศรีรรมราช

โครงงานเพศวิถศี ึกษา
แนวคดิ
ในการเรียนการสอนปัจจบุ ันครูอาจารย์ควรจดั กิจกรรมให้ผู้เรยี นได้มีโอกาสเลือกศกึ ษาในสง่ิ ทตี่ นเอง
สนใจและได้แสวงหาความรแู้ ละสร้างองคค์ วามร้ดู ้วยตนเองตลอดจนสามารถประยุกต์ความรู้ทไี่ ด้เรียน
ไปใชใ้ ห้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและผู้อ่นื ดว้ ย การทาโครงงาน (Project) จึงเปน็ กจิ กรรมท่เี หมาะสม
ทสี่ ุดทจี่ ะเสริมการเรียนรูต้ ามลกั ษณะดงั กล่าวข้างตน้ โดยมแี นวคิดท่ีว่า การให้ความรู้ทถี่ กู ต้องในเรือ่ ง
เพศทาใหไ้ ม่เกิดปญั หาเพศในวัยรุ่นการเรียนรู้อยา่ งถูกวิธีช่วยแก้ปัญหาเร่ืองเพศของเด็กและเยาวชน
ในสังคมไทยได้
สาระการเรียนรู้
1. ความสาคัญของเพศวิถีศึกษา

2. สาเหตทุ ี่ตอ้ งเรยี นเพศวิถีศึกษา
3. แนวคดิ หลักในการทาโครงงานเพศวถิ ศี ึกษา
4. ความสาคญั ของการทาโครงงานเพศวิถศี กึ ษา
5. ตวั อย่างโครงงานเพศวถิ ีศึกษา
ผลการเรยี นรู้ที่คาดหวงั
1. สามารถจดั ทาโครงงานเพศวถิ ีศกึ ษาได้

ความสาคัญของเพศวิถีศึกษา
เพศวถิ ีศึกษา กระบวนการ เปศ็ กึ ษาท่ีเก่ียวขอ้ งกบั มนษุ ย์ตั้งแตเ่ กิดจนตาย เปน็ กรรมวิธที ่จี ะให้บุคคลได้
เรียนรู้ธรรมชาติ ความเปน็ จรงิ ของชวี ติ และสังคม เพอื่ ให้บคุ คลมคี วามรู้ ทศั นคติ และพฤติกรรมที่
ถูกต้องในเรอื่ งเพศ ตลอดจนสามารถปรับตวั ตามพฒั นาการชีวติ ได้อย่างเหมาะสม
เพศวิถีศึกษา มใิ ชก่ ารสอนเรื่องเพศสัมพนั ธ์ แต่เป็นการใหค้ วามร้แู ละสอนให้รจู้ ักบทบาทและคุณคา่
ของ
ความเปน็ ชายและหญิงในสงั คม
เพศวถิ ีศกึ ษา จงึ มีความสาคัญตอ่ เด็กและเยาวชนไทยในการสร้างความเขา้ ใจและเห็นคณุ คา่ ของ
ตนเอง ครอบครัวมีทักษะในการดาเนินชีวิตสามารถรเู้ ทา่ ทันภัยของโรคติดตอ่ ทางเพศสัมพนั ธ์ โรค
เอดส์ และการปอ้ งกันการมีเพศสมั พนั ธ์กอ่ นวัยอนั ควร การใหค้ วามรทู้ ี่ถูกต้องจะชว่ ยใหเ้ ดก็ และ
เยาวชนซง่ึ เปน็ กาลังของชาติมอี นาคตท่ดี ี ไมก่ อ่ ให้เกิดปัญหาตอ่ สังคม
สาเหตุที่ตอ้ งเรยี นรเู้ รอื่ งเพศวิถศี ึกษา
สาเหตุทตี่ ้องเรียนรู้เรื่องเพศวิถีศกึ ษา คอื
1. เร่ืองเพศเปน็ ความจาเปน็ ที่จะต้องได้ทราบภายในขอบเขต เพราะเป็นเรอ่ื งเกี่ยวกับชีวติ ของคนทุก
คน.โดยเฉพาะความเจริญทางจติ ใจนั้น จะควบคูก่ นั ไปกบั ความเจริญทางเพศ ความรสู้ ึกในเรือ่ งเพศ
ยอ่ มมี อทิ ธิพลอยา่ งมากมายตอ่ สภาพของจติ ใจ และเป็นท่ยี อมรบั ว่าความแตกตา่ งเก่ียวกบั
บคุ ลิกลักษณะยอ่ มจะมาจากสาเหตุอนั หนงึ่ คือแรงผลกั ทางเพศ ดังนน้ั การศกึ ษาเร่ืองเพศและเรื่อง
จติ ใจจาเปน็ จะตอ้ งดาเนนิ ควบคกู่ ันตลอดไป
2. ความลีล้ ับหรอื การปกปดิ ในเร่ืองเพศ อาจนาไปสู่ความเข้าใจผิด เช่น เคร่งครดั โดยเข้าใจว่าเรอ่ื ง
เพศนั้นเปน็ ของหยาบโลนไมค่ วรพดู ถึงเลย หรือในทางตรงกนั ขา้ มก็ละเลยจนเกนิ ไป ไมม่ ีการควบคมุ
มารยาททาง เพศ เปน็ ตน้ ทั้งนอี้ าจนาไปสูล่ ักษณะผิดปกติทางจิตใจได้ นอกจากนั้นการท่ีเห็นอวัยวะ
เพศเปน็ สิ่งซึง่ ผดิ แปลกกว่าอวัยวะอืน่ ของร่างกาย ก็เปน็ ข้อบกพร่องอยา่ งสาคญั ย่งิ ในเร่อื งสุขวทิ ยา
โดยทวั่ ไป
3. เพศศึกษายงั นาไปสู่ความสมบรู ณใ์ นทางศีลธรรมและวัฒนธรรมของประชาชน เม่อื ทกุ คนรจู้ ักให้
เกยี รติและการปฏิบัตริ ะหว่างเพศที่ถูกต้อง รจู้ ักประพฤติตนใหอ้ ยูใ่ นขอบเขตในความสัมพนั ธอ์ ันดี
ระหวา่ งกนั
4. ปัจจบุ นั ความเจริญทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไดก้ ้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ.
อยา่ งย่ิง ดา้ นการสือ่ สารสามารถพูดคยุ ติดตอ่ และทราบข้อมลู ต่าง ๆ ได้ท่ัวโลกภายในพริบตา จนทา
ใหโ้ ลกของเรา แคบลงทุกวัน ดังนัน้ ข้อมลู ขา่ วสารตา่ งๆ ทั้งทเี่ หมาะสมและไม่เหมาะสมกับวัฒนธรรม
ของเรา สามารถแพรส่ ะพัดไปอยา่ งรวดเรว็ และกว้างขวาง จนไม่สามารถจะหาวิธกี ารใดมาสกดั ก้นั
เอาไวไ้ ด้ ดงั น้ัน จงึ ควรใหค้ วามรเู้ รอ่ื งเพศศกึ ษาที่ถกู ตอ้ งแก่เยาวชนของเรา ก่อนทเี่ ขาจะรบั ร้จู าก
แหลง่ อืน่ ท่ีมีลักษณะยวั่ ยุและเรา้ อารมณม์ งุ่ ไปทางด้านการคา้ และกาไร โดยไมม่ ีความรบั ผิดชอบต่อ
สังคม เพอื่ เปน็ การเตรียมเยาวชนให้ฉลาด รู้จักการเลือกคิด เลอื กตัดสินใจ และเลอื กปฏิบตั แิ ต่ในทาง
ทีถ่ กู ทค่ี วร และเปน็ ท่ียอมรับของสงั คมไทย
แนวคดิ หลกั ในการพัฒนาการเรยี นรู้เรอื่ งเพศวถิ ศี กึ ษา
แนวคิดหลกั ในการพัฒนาการเรยี นรู้เรือ่ ง “เพศศึกษา” ตามหลกั สูตรของกระทรวงศึกษาธิการและ
กระทรวงสาธารณสขุ มี 7 ด้าน คือ
1. พฒั นาการทางเพศ (Human sexual development) หมายถึง ความรู้ความเขา้ ใจในเร่อื งการ
เจริญเตบิ โตและพัฒนาการทางเพศตามวยั ทั้งทางร่างกาย จติ ใจ อารมณ์ และสังคม

2. สขุ อนามยั ทางเพศ (Sexual health) หมายถึง ความรู้ความเข้าใจและสามารถดูแลสขุ ภาพอนามัย
ทางเพศได้ตามวัย เชน่ การดูแลรักษาอวยั วะในระบบสบื พนั ธุ์ อนามยั การเจรญิ พันธุ์ ความเข้าใจต่าง
ๆ ในเร่อื งเพศ
3. พฤติกรรมทางเพศ (Sexual behavior) หมายถงึ การแสดงออกถงึ พฤติกรรมทางเพศทเ่ี หมาะสมกับ
เพศและวยั
4. สมั พันธภาพ (Interpersonal relation) หมายถึง การสร้างและรกั ษาความสมั พนั ธ์กับบคุ คลใน
สังคม การสร้างและรกั ษาสัมพนั ธภาพกบั เพอ่ื นเพศเดียวกัน และตา่ งเพศ การเลอื กคู่ การเตรียมตัว
ก่อนสมรส และการสรา้ งครอบครวั
5. ทกั ษะสว่ นบุคคล (Personal and communication skills) หมายถงึ ความสามารถในการจัดการ
สถานการณ์ที่เกีย่ วขอ้ งกบั เรื่องเพศ เชน่ ทกั ษะการส่ือสาร ทักษะการปฏเิ สธ ทกั ษะการขอความ
ช่วยเหลือ ทกั ษะการจัดการกับอารมณ์ ทักษะการตัดสินใจและแก้ปญั หาท่เี กีย่ วกับเรือ่ งเพศ
6. สงั คมและวัฒนธรรม (Society and culture) หมายถึง ค่านยิ มในเรือ่ งเพศทเี่ หมาะสมสอดคลอ้ งกับ
สงั คมและวฒั นธรรมไทย และการปรับตวั ต่อกระแสการเปลี่ยนแปลงของสงั คม โดยเฉพาะจากส่ือทย่ี ่วั
ยตุ า่ ง ๆ
7. บทบาททางเพศ (Gender role) หมายถงึ การสร้างเอกลักษณ์ทางเพศท่ีเหมาะสมความเสมอภาค
ทางเพศ และบทบาททางเพศท่ชี ว่ ยเหลอื เกอ้ื กูลกนั ในสังคมอยา่ งสมดุลการสอนเพศศึกษาในแต่ละช่วง
อายดุ ังนัน้ การให้ความ้รจ้ งึ ต้องเรม่ิ ให้ความ้รต้ อนวยั ้รน่ ก็อาจจะสายเกนิ ไป
ความสาคญั ของการจัดทาโครงงานเพศวิถีศกึ ษา
การจัดทาโครงงานเพศวิถศี ึกษา เปน็ การเร่ิมต้นกิจกรรมดแู ลรกั ษาสุขภาพ ้รค้ ุณคา่ ของตนเองดา้ น
เพศ ของผ้เู รียนในโรงเรียนด้วยการใชก้ ระบวนการทาโครงงาน เพอื่ ฝกึ ให้ผ้เู รยี นใชท้ ักษะการคิดอยา่ ง
มีเหตุผลในการแกป้ ญั หา และดแู ลรกั ษาสขุ ภาพอนามยั ของตนเอง โดยเริ่มต้นจากการสารวจตนเอง
เพอ่ื นในโรงเรยี น และชมุ ชน หรือปญั หาสภาพส่ิงแวดล้อมในโรงเรียน และมคี รูผสู้ อนเปน็ แรง
สนับสนนุ และกระต้นุ ความสงสยั จากจดุ เรมิ่ ตน้ เล็กๆ ที่สะกดิ ใจใหผ้ ้เู รียนเกิดความสงสัยอยากรู้
อยากแก้ปญั หา
การทาโครงงานจะส่งเสริมผ้เู รยี นดงั ตอ่ ไปน้ี
1. สง่ เสริมการเรียนรู้ตามความถนัดและความสนใจ
2. ส่งเสริมการทางานรว่ มกัน
3. ส่งเสรมิ การทางานอยา่ งเป็นระบบ
4. ฝึกการแก้ปัญหา
5. ฝึกการบรู ณาการความรูใ้ นศาสตรต์ า่ งๆ เขา้ ด้วยกัน
6. ฝกึ การสร้างองคค์ วามรู้ใหม่
7. ฝึกการเรียบเรยี งผลงานทางวชิ าการ
8. ฝึกการนาเสนอ
ขน้ั ตอนการดาเนนิ งาน
ขั้นตอนในการดาเนินงาน มีดังน้ี
1. คิดและเลอื กหัวขอ้ เรื่องโครงงานที่สนใจ
2. ศกึ ษาเอกสารที่เกี่ยวขอ้ ง
3. จัดทาเคา้ โครงในการจัดทาโครงงาน (Proposal)
4. ลงมือทาโครงงาน
5. เขยี นรายงาน
6. เสนอผลงาน
การจัดทาเคา้ โครงในการจัดทาโครงงาน
หลงั จากทีผ่ ู้เรยี นได้หัวข้อเรื่องทาโครงงานท่พี อใจ และไดศ้ กึ ษาเอกสารอา้ งอิงตา่ งๆ อย่างเพยี งพอ
ขน้ั ตอนต่อไปคอื การเขียนเค้าโครงสาหรับการทาโครงงานเสนอต่ออาจารย์ผู้สอน เพ่ือขอความ
เห็นชอบก่อนดาเนินการขนั้ ตอนต่อไป

เคา้ โครงย่อของโครงงานโดยท่วั ๆ ไปจะเขียนข้นึ เพอื่ แสดงแนวความคดิ แผนงาน และขนั้ ตอนของ
การทาโครงงานนนั้ ซง่ึ ควรประกอบด้วยหวั ขอ้ ต่อไปนี้ช่อื โครงงาน.ช่อื ผู้ทาโครงงานชื่ออาจารยท์ ่ี
ปรึกษาโครงงานท่มี าและความสาคญั ของโครงงานจุดมงุ่ หมายของการศึกษาคน้ คว้า
สมมตุ ฐิ านของการศึกษาค้นคว้า (ถ้ามี)
วิธกี ารดาเนินงาน ควรระบุ
แผนปฏิบัติงาน
ผลทค่ี าดว่าจะไดร้ ับ
เอกสารอ้างองิ /แหล่งศึกษาค้นคว้า


Click to View FlipBook Version