117
ส่วนการถอดรหสั น้นั จะอยทู่ ี่ชุมสาย มีท้งั การถอดรหสั แบบพลั ส์และโทนเช่นกนั โดยการ
ถอดรหสั แบบพลั ส์จะใชว้ งจรถอดรหสั แบบวงจรนบั พลั ส์ ส่วนการถอดรหสั แบบโทนจะใชว้ งจร
ฟิ ลเตอร์ หรือ เฟสล็อกลูป (Phase Lock Loop) เป็นตวั ถอดรหสั
กจิ กรรมหลงั การเรียนรู้
เมื่อผเู้ รียนศึกษาเน้ือหาในหน่วยการเรียนรู้แลว้ ใหน้ กั ศึกษาปฏิบตั ิดงั น้ี
1.ปฏิบตั ิตามใบงานการทดลอง
2.ทากิจกรรมเสนอแนะทา้ ยหน่วยการเรียน
3.ทาแบบฝึกหดั หลงั เรียน
4.ทาแบบทดสอบหลงั เรียน โดยผเู้ รียนคนใดผา่ นการประเมินมีคะแนนต้งั แต่ 10 คะแนน
ข้ึนไปใหผ้ า่ นไปเรียนในหน่วยตอ่ ไปได้
5.ผเู้ รียนท่ีไดค้ ะแนนนอ้ ยกวา่ 10 คะแนนใหก้ ลบั ไปศึกษารายละเอียดของเน้ือหาอีกคร้ัง
แลว้ ปฏิบตั ิตามขอ้ 1
กจิ กรรมเสนอแนะท้ายหน่วยท่ี 3
1.ใหผ้ เู้ รียนศึกษาเน้ือหาเพมิ่ เติมจากอินเตอร์เน็ตหรือจากหอ้ งสมุด โดยศึกษาตามหวั ขอ้ ที่
ไดเ้ รียนในเอกสารประกอบการเรียนการสอนก่อน จากน้นั ใหเ้ พ่ิมเติมในหวั ขอ้ ท่ียงั ไม่เขา้ ใจ
2.ใหน้ กั ศึกษาแบ่งกลุ่มออกเป็ นกลุ่ม แลว้ นาเคร่ืองโทรศพั ทแ์ บบหมุนมาร้ือดูการเขา้ รหัส
แบบพลั ส์ พร้อมท้งั ออกแบบสร้างวงจรนบั เพ่ือถอดรหสั พลั ส์ดว้ ย ส่วนเคร่ืองแบบโทนใหล้ อง
เอาออสซิลโลสโคปมาจบั สัญญาณดู หรือใชเ้ คร่ืองขยายเสียงมาขยายทดสอบการฟัง การถอดรหสั
คงตอ้ งใช้ ไอซีเบอร์ MT 8870 ซ่ึงเป็น ไอซีถอดรหสั สัญญาณโทน(Tone Decoder) มาถอดรหสั ดู
118
แบบฝึ กหัดท้ายหน่วยที่ 3
คาส่ัง จงตอบคาถามตอ่ ไปน้ี
1.จงอธิบายลกั ษณะการเกิดสัญญาณต่อไปน้ี
1.1 สัญญาณไดอลั โทน……………………………………………………………………….......
……………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
1.2 สญั ญาณริงแบค๊ โทน………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
1.3 สัญญาณริงกิ้งโทน……………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
1.4 สัญญานบิวซี่โทน…………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
1.5 สญั ญาณนูโทน……………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………….
2.จงอธิบายหลกั การเขา้ รหสั สญั ญาณแบบ Dial Pulse
……………………………………………………………………………………………………….
.………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………….
.……………………………………………………………………………………………………..
3.จงอธิบายหลกั การเขา้ รหสั สัญญาณแบบ Dial Tone
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
119
………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
4.จงอธิบายหลกั การถอดรหสั สญั ญาณแบบ Dial Pulse
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
5.จงอธิบายหลกั การถอดรหสั สญั ญาณแบบ Dial Tone
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
6. จงอธิบายหลกั การทางานของวงจรถอดรหสั โดยใช้ IC MT8870
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
120
แบบทดสอบก่อนเรียนหน่วยที่ 3
คาสั่ง จงเลือกคาตอบที่ถูกตอ้ งท่ีสุดเพยี งคาตอบเดียว
1. Dial Tone จะมีลกั ษณะตามขอ้ ใด
ก. 400 Hz Continuous ข. 400 Hz 0.5 Sec ON, 0.5 Sec OFF
ค. 25 Hz 1 Sec ON, 4 Sec OFF ง. 400 Hz 1 Sec ON, 1 Sec OFF
2. Busy Tone มีลกั ษณะใด
ก. 400 Hz Continuous ข. 400 Hz 0.5 Sec ON, 0.5 Sec OFF
ค. 25 Hz 1 Sec ON, 4 Sec OFF ง. 400 Hz 1 Sec ON, 1 Sec OFF
3. Ring Back มีลกั ษณะอยา่ งไร
ก. 400 Hz Continuous ข. 400 Hz 0.5 Sec ON, 0.5 Sec OFF
ค. 25 Hz 1 Sec ON, 4 Sec OFF ง. 400 Hz 1 Sec ON, 4 Sec OFF
4. เมื่อยกหูโทรศพั ทจ์ ะไดฟ้ ังเสียงอะไรก่อน
ก. Dial Tone ข. Ring Back Tone
ค. Ringing Tone ง. NU Tone
5. เมื่อยกหูโทรศพั ท์ ถา้ ไดย้ นิ เสียง Busy Tone ควรทาอยา่ งไร
ก. หมุนเลขหมายที่ตอ้ งการ ข. วางหู เร่ิมตน้ ใหม่
ค. โทรถาม 17 ง. แจง้ ช่างมาซ่อม
6. เครื่องโทรศพั ทแ์ บบหมุนจะใชก้ ารเขา้ รหสั แบบใด
ก. DTMF ข. Dial Pulse
ค. Dial Pulse และ DTMF ง. ไมม่ ีขอ้ ถูก
7. ขอ้ ใดเป็นขนาดความกวา้ งของ Pulse และช่องวา่ งที่ถูกตอ้ ง
ก. 33.3/66 ms ข. 66.6/33.3 ms
ค. 3.33/6.66 ms ง. 6.66/3.33 ms
8. เลข 6 ถา้ เขา้ รหสั แบบ Tone จะไดส้ ัญญาณตามขอ้ ใด
ก. 1477 + 697 ข. 1477 + 770
ค. 697 + 770 ง. 852 + 1336
9. วงจรถอดรหสั พลั ส์ จะใชห้ ลกั การใดในการถอดรหสั
ก. ใชก้ ารนบั พลั ส์ ข. ใชก้ ารนบั ลอจิก
ค. เปลี่ยนความถ่ีใหเ้ ป็นแรงดนั ง. ใชก้ ารแปลงสญั ญาณดิจิตอล
121
10. วงจรถอดรหสั แบบ Tone จะใชห้ ลกั การใดในการถอดรหสั
ก. ใชก้ ารนบั พลั ส์ ข. ใชก้ ารนบั ลอจิก
ค. เปล่ียนความถ่ีใหเ้ ป็นแรงดนั ง. ใชก้ ารแปลงสญั ญาณดิจิตอล
11. เมื่อกดเลข 1 เครื่องโทรศพั ทจ์ ะเปลี่ยนเป็นรหสั Binary มีคา่ เทา่ ไร
ก. 0001 ข. 0100 ค. 1110 ง. 0101
12.เมื่อกดเลข 4 เครื่องโทรศพั ทจ์ ะเปลี่ยนเป็นรหสั Binary มีค่าเทา่ ไร
ก. 0001 ข. 0100 ค. 1110 ง. 0101
13.อุปกรณ์ใดทาหนา้ ที่ควบคุมความเร็วคาบเวลาของพลั ส์ในการเขา้ รหสั แบบพลั ส์
ก. กระเด่ือง ข. คา่ ความตา้ นทาน
ค. ลวดสปริง ง. คา่ คาปาซิเตอร์
14.ขอ้ ใดเป็นคุณสมบตั ิของ IC MT 8870
ก. เป็นตวั รับและถอดรหสั ความถี่ ข.สามารถต้งั อตั ราขยายในตวั ไอซีเอง
ค. กินไฟนอ้ ย ใชไ้ ฟเล้ียงระดบั เดียวกบั TTL ง. ถูกทุกขอ้
15. การถอดรหสั ที่ใชว้ งจร (Filter) เป็นการถอดรหสั แบบใด
ก. DP ข. DTMF
ค. Rotary ง. DOUBLE
122
แบบทดสอบหลงั เรียนหน่วยที่ 3
คาสั่ง จงเลือกคาตอบที่ถูกตอ้ งที่สุดเพยี งคาตอบเดียว
1. Ring Back มีลกั ษณะอยา่ งไร
ก. 400 Hz Continuous ข. 400 Hz 0.5 Sec ON, 0.5 Sec OFF
ค. 25 Hz 1 Sec ON, 4 Sec OFF ง. 400 Hz 1 Sec ON, 4 Sec OFF
2. เมื่อยกหูโทรศพั ทจ์ ะไดฟ้ ังเสียงอะไรก่อน
ก. Dial Tone ข. Ring Back Tone
ค. Ringing Tone ง. NU Tone
3. Dial Tone จะมีลกั ษณะตามขอ้ ใด
ก. 400 Hz Continuous ข. 400 Hz 0.5 Sec ON, 0.5 Sec OFF
ค. 25 Hz 1 Sec ON, 4 Sec OFF ง. 400 Hz 1 Sec ON, 1 Sec OFF
4. Busy Tone มีลกั ษณะใด
ก. 400 Hz Continuous ข. 400 Hz 0.5 Sec ON, 0.5 Sec OFF
ค. 25 Hz 1 Sec ON, 4 Sec OFF ง. 400 Hz 1 Sec ON, 1 Sec OFF
5. เมื่อยกหูโทรศพั ท์ ถา้ ไดย้ นิ เสียง Busy Tone ควรทาอยา่ งไร
ก. หมุนเลขหมายท่ีตอ้ งการ ข. วางหู เริ่มตน้ ใหม่
ค. โทรถาม 17 ง. แจง้ ช่างมาซ่อม
6. เลข 6 ถา้ เขา้ รหสั แบบ Tone จะไดส้ ัญญาณตามขอ้ ใด
ก. 1477 + 697 ข. 1477 + 770
ค. 697 + 770 ง. 852 + 1336
7. ขอ้ ใดเป็นขนาดความกวา้ งของ Pulse และช่องวา่ งที่ถูกตอ้ ง
ก. 33.3/66 ms ข. 66.6/33.3 ms
ค. 3.33/6.66 ms ง. 6.66/3.33 ms
8. เคร่ืองโทรศพั ทแ์ บบหมุนจะใชก้ ารเขา้ รหสั แบบใด
ก. DTMF ข. Dial Pulse
ค. Dial Pulse และ DTMF ง. ไมม่ ีขอ้ ถูก
9. วงจรถอดรหสั พลั ส์ จะใชห้ ลกั การใดในการถอดรหสั
ก. ใชก้ ารนบั พลั ส์ ข. ใชก้ ารนบั ลอจิก
ค. เปลี่ยนความถี่ใหเ้ ป็นแรงดนั ง. ใชก้ ารแปลงสญั ญาณดิจิตอล
123
10. อุปกรณ์ใดทาหนา้ ที่ควบคุมความเร็วคาบเวลาของพลั ส์ในการเขา้ รหสั แบบพลั ส์
ก. กระเด่ือง ข. คา่ ความตา้ นทาน
ค. ลวดสปริง ง. คา่ คาปาซิเตอร์
11. เมื่อกดเลข 1 เครื่องโทรศพั ทจ์ ะเปลี่ยนเป็นรหสั Binary มีคา่ เทา่ ไร
ก. 0001 ข. 0100 ค. 1110 ง. 0101
12.เม่ือกดเลข 4 เครื่องโทรศพั ทจ์ ะเปล่ียนเป็นรหสั Binary มีค่าเท่าไร
ก. 0001 ข. 0100 ค. 1110 ง. 0101
13.การถอดรหสั ที่ใชว้ งจร (Filter) เป็นการถอดรหสั แบบใด
ก. DP ข. DTMF ค. Rotary ง. DOUBLE
14.ขอ้ ใดเป็นคุณสมบตั ิของ IC MT 8870
ก. เป็นตวั รับและถอดรหสั ความถี่ ข.สามารถต้งั อตั ราขยายในตวั ไอซีเอง
ค. กินไฟนอ้ ย ใชไ้ ฟเล้ียงระดบั เดียวกบั TTL ง. ถูกทุกขอ้
15. วงจรถอดรหสั แบบ Tone จะใชห้ ลกั การใดในการถอดรหสั
ก. ใชก้ ารนบั พลั ส์ ข. ใชก้ ารนบั ลอจิก
ค. เปล่ียนความถี่ใหเ้ ป็นแรงดนั ง. ใชก้ ารแปลงสญั ญาณดิจิตอล
124
เฉลย แบบทดสอบก่อนและหลงั เรียน
ก่อนเรียน หลงั เรียน
ข้อ คาตอบ ข้อ คาตอบ
1ก 1ง
2ข 2ก
3ง 3ก
4ก 4ข
5ข 5ข
6ข 6ข
7ข 7ข
8ข 8ข
9ก 9ง
10 ง 10 ค
11 ก 11 ก
12 ข 12 ข
13 ค 13 ข
14 ง 14 ง
15 ข 15 ง
125
แบบประเมินกจิ กรรมเสนอแนะท้ายหน่วย (รายกล่มุ )
ประเมินกลุ่ม…………………………เรื่อง………………………………………………..………
รูปแบบผลงาน…………………………………….วนั ที่……เดือน………………………พ.ศ……
คาชี้แจง ใหผ้ ปู้ ระเมินใส่เคร่ืองหมาย x ลงในช่องวา่ งตามความเป็ นจริง
4 หมายถึง ดมี าก 3 หมายถึง ดี 2 หมายถึง ปรับปรุง 1 หมายถึง ควรปรับปรุง
รายการ 4321 ข้อเสนอแนะ
เนือ้ หา
1. ความถูกตอ้ งของเน้ือหา
2. ข้นั ตอนการนาเสนอ
3. การสรุปเน้ือหา
รูปแบบการนาเสนอ
1. น่าสนใจ
2. ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
การทางานกลุ่ม
1. การเตรียมตวั
2. การทางานเป็ นระบบ
3. การมีส่วนร่วมของสมาชิก
4. ความภมู ิใจในผลงานของสมาชิก
เกณฑ์การประเมนิ สรุปการประเมินผลงานกล่มุ
ร้อยละ 80 ข้ึนไป ระดบั ดีมาก ……………………………………………………………
ร้อยละ 70 – 79 ระดบั ดี รวมไดค้ ะแนน……………………………………………
ร้อยละ 60 – 69 ระดบั พอใช้ คิดเป็นร้อยละ…………………………………………….
ต่ากวา่ ร้อยละ 60 ระดบั ปรับปรุง อยใู่ นเกณฑ์……………………………………………….
ผ้ปู ระเมนิ ( ) ครู ( ) ผเู้ รียน ( ) เพอ่ื น