ผู
พระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟา จฬุ าโลกมหาราช
(รชั กาลท่ี ๑)
พระบาทสมเด็จพระพทุ ธยอดฟาจุฬาโลกมหาราช
(รัชกาลที่ ๑)
พระนามเดิมวา “ทองดว ง”
เสด็จพระราชสมภพ ๒๐ / มี.ค. / ๒๒๗๙
สถาปนากรงุ รตั นโกสนิ ทร
พระราชทานนามพระนครใหม
(กรงุ เทพมหานครบวรรัตนโกนสินทร....)
ฟนฟูการเลน สักกวา
โปรดเกลาฯ สงั คายนาพระไตรปฎก+อรรถกถาฎกี า
พระราชนิพนธวรรณคดีหลายเรอื่ ง เชน บทละครเรอ่ื ง
รามเกยี รติ์ บทละครเรื่อง อณุ รฑุ นริ าศรบพมา ทาดนิ แดง
๑. ใชเปน บทละครในการเลนละครใน (จุดประสงคห ลัก)
๒. ทํานุบํารงุ วรรณกรรมของชาตไิ วใหเปนสมบัติของคนรุนตอ ไป
(คาํ ข้นึ ตน)/
สมั ผสั
ระหวา งบท
- ใชใ นการแสดงละคร
- หลักเกณฑใ นการแตง
โดยท่วั ไปเหมอื นกับ
แตล ะวรรค
มคี ําไดต้ังแต ๖-๙ คาํ
(คาํ ขึ้นตน )/ มาจะกลา วบทไป ถึงนนทกนาํ้ ใจกลา หาญ
ตัง้ แตพ ระสยมภูวญาณ ประทานใหล างเทาเทวา
สมั ผัส สัมผัส
ระหวา งบท
ระหวา งบท
อยูบ ันไดไกรลาสเปน นิจ สุราฤทธต์ิ บหวั แลว ลูบหนา
บา งใหตักนํา้ ลางบาทา บางถอนเสนเกศาวนุ ไป
“เมื่อนั้น”
ตวั ละครสําคญั เชน
ตวั เอก หรือ กษตั ริย
“บัดนนั้ ”
ตวั ละครทีเ่ ปนตัวรอง เชน
เสนา อาํ มาตย หรือ ตัวละครธรรมดา
“มาจะกลาวบทไป”
เร่มิ ตอนใหม
“เม่อื นั้น” (พระอิศวร พระอินทร
เทวดา ครุฑ นาค พระนารายณ)
“บัดนน้ั ” (นนทก)
“มาจะกลา วบทไป”(เร่ิมตอนใหม)
มาจะกลาวบทไป ถึงนนทกนํา้ ใจกลาหาญ
ตั้งแตพ ระยมภวู ญาณ ประทานใหลา งเทาเทวดา
ที่ฤๅษวี าลมกี ชิ าวอินเดีย แตง ข้ึนเปนภาษาสันสกฤต เชอ่ื วานาจะเปนที่รจู กั ในหมชู าวไทยมา
ตง้ั แตสมัยโบราณ (สนั นษิ ฐานวา พอ คา ชาวอนิ เดยี เอามาเผยแพรในไทย ผา นการบอกเลา )
ไดท รงพระราชนพิ นธสาํ หรบั ใหล ะครหลวงเลน ปจจุบนั มอี ยไู มค รบ
ไดทรงพระราชนิพนธข้ึนเพอ่ื รวบรวมเร่อื ง รามเกยี รต์ิ
ซ่งึ มีมาต้ังแตเ ดินใหครบถวนสมบูรณต้งั แตตน จนจบ
ตวั ละครสาํ คญั
พระอิศวร
ลักษณะทั่วไป : เปนเทพเจา สาํ คญั พระองคห นึ่ง
กายสีขาว คอสดี ํา มีตา ๓ ตา (ตาท่ี ๓ อยูบน
หนา ผาก)
อาวธุ : ตรศี ูล ธนู คทา (บางทถี ือ บว งบาศ
บัณเฑาะว และ สังข)
พาหนะ : โคอสุ ุภราช (โคนนท)ิ
มเหสี : พระอมุ า
ที่อยู : วมิ าน ณ เขาไกรลาศ
พระนารายณ
ลักษณะทัว่ ไป : มี ๔ กร (มอื )
อาวธุ : ตรี คทา จกั ร สงั ข (บางคร้ังถือธนู
และพระขรรค)
พาหนะ : สบุ รรณ (ครฑุ )
มเหสี : พระลักษมี
ทอ่ี ยู : ไวกูณฐ อยใู นเกษยี รสมุทร(ทะเลนา้ํ นม)
และประทบั บทบัลลงั กน าค ชอ่ื
พระยาอนนั ตนาคราช
นางสวุ รรณอปั สร
ลกั ษณะทว่ั ไป : พระนารายณแปลงกายมาเปน
นางฟา ท่มี รี ูปโฉมงดงาม
บทบาทสําคัญในตอน : หลอกลอใหนนทก
หลงใหล และรําตามทาตา ง ๆ
ทงั้ หมด ๑๙ ทา
ทาสุดทา ยท่ที าํ ใหนนทกเสียที : นาคามวนหาง
นนทก
ลักษณะทั่วไป : เปนยกั ษ ตัวสีเขยี ว หัวลาน
มผี มแคบริเวณใกลหู
อาชีพ : ลา งเทาเทวดา
สถานทีท่ ํางาน : บันไดเชงิ เขาไกรลาส
นายใหญ : พระอิศวร
การตาย : โดนพระแสงตรีของพระนารายณ
ตัดหัว
พระอนิ ทร
ลักษณะท่วั ไป : เทวดาผเู ปน ใหญในสวรรคชั้น
ดาวดึงส
อาวุธ : วัชระ (สายฟา)
พาหนะ : ชา งเอราวณั
มเหสี ๔ พระองค : สุจติ รา สุธรรมา สุนันทา
และสุชาดา
ท่อี ยู : วมิ าน ณ สวรรคช้นั ดาวดึงส
เหลา เทวดา
ลกั ษณะทวั่ ไป : เปน เทวดาท่มี าเขาเฝา
พระอิศวร
นิสัย : เกเร ชอบกลนั่ แกลงคนท่ตี า่ํ ตอ ยกวา
บทบาทสําคญั ในตอน : กลนั่ แกลง นนทก
ดวยการตบหวั ดึงผม จนหวั ลา น เปนเหตทุ าํ
ใหนนทกโกรธแคน และกอ เร่ืองวุนวายใหญโต
บทละครในเรือ่ ง รามเกยี รต์ิ ตอน นารายณป ราบนนทก
เนอื้ หาเรม่ิ เรอื่ งดว ยการสดดุ แี นวพระราชดําริ ในการทรง
พระราชนิพนธ แลว จงึ เริ่ม
และ
เนอ้ื หาใหข อ คดิ สําคัญ ไดแก การใชอาํ นาจโดย
ไมย บั ยัง้ ชัง่ ใจและการกลาวโทษผูอ่นื มากกวา
ตนเอง โดยเสนอผานพฤตกิ รรมของตัวละคร
สําคญั คอื นนทก และยงั มีทาราํ ซง่ึ เปน
ตน แบบของการรําแมบท
ของนาฏศลิ ปไ ทย
บทละครเรื่อง รามเกยี รต์ิ ตอน นารายณป ราบนนทก
มาจะกลาวบทไป ถึงนนทกน้ําใจกลา หาญ
ตง้ั แตพระสยมภวู ญาณ ประทานใหล างเทา เทวา
อยบู ันไดไกรลาสเปนนิจ สุราฤทธ์ิตบหวั แลวลูบหนา
บา งใหตกั น้าํ ลา งบาทา บา งถอนเสน เกศาวนุ ไป
จนผมโกรนโลน เกลย้ี งถึงเพียงหู ดูเงาในน้ําแลวรองไห
ฮดึ ฮัดขดั แคนแนนใจ ตาแดงดั่งแสงไฟฟา
เปนชายดูดมู าหมนิ่ ชาย มติ ายจะไดม าเห็นหนา
คดิ แลวก็รบี เดินมา เฝา พระอิศราธบิ ดี ฯ
นนทกนง่ั ประจาํ อยูท บี่ นั ไดของเขาไกลลาส โดยมีหนา ทลี่ า งเทาใหแกเ หลา
เทวดาทมี่ าเขา เฝาพระอิศวร เหลา เทวดาใหนนทกเทาใหลา งแลวมกั แหยเ ยา
หยอกลอ นนทกอยูเปนประจาํ ดวยการตบหวั บาง ถอนผมบา ง จนกระทงั่ หวั
ของนนทกโลน นนทกแคนใจมาก แตต นไมมกี าํ ลังจะสูไ ด จงึ ไปเขา เฝา พระอิศวร
ครน้ั ถงึ จงึ่ ประณตบทบงสุ ทลู องคพ ระอศิ วรเรืองศรี
วา พระองคเ ปนหลกั ธาตรี ยอ มเมตตาปรานที วั่ พกั ตร
ผูใดทาํ ชอบตอเบือ้ งบาท กป็ ระสาททั้งพรแลยศศักดิ์
ตวั ขา นี้มชี อบนกั ลา งเทาสรุ ารกั ษถ งึ โกฏิป
พระองคผทู รงศักดาเดช ไมโ ปรดเกศแกขาบทศรี
กรรมเวรส่ิงใดดั่งนี้ ทลู พลางโกศรี ําพนั ฯ
นนทกกราบทลู วา พระอศิ วรเปน ผูครองโลก ยอมมีความเมตตาปรานี
ใครทก่ี ระทาํ แตความดี เมื่อขอสิ่งใดยอมไดร ับตามคาํ ขอ ตนไดท าํ งาน
รบั ใชพระอิศวรมานาน ยังไมเ คยไดร ับส่งิ ตอบแทนใด ๆ เลย
เมื่อนน้ั พระอิศวรบรมรงั สรรค
เหน็ นนทกโศกาจาบลั ย พระทรงธรรมใ หค ดิ เมตตา
จึ่งมเี ทวราชบรรหาร เอง็ ตองการส่งิ ไรจงเรง วา
ตัวกจู ะใหด ง่ั จนิ ดา อยา แสนโศกาอาลยั ฯ
พระอศิ วรมจี ติ เมตตา เหน็ นนทกเศรา โศกเสียใจ จงึ มีรบั สง่ั วา
“นนทกตอ งการส่ิงใดก็จงรบี บอก พระอิศวรจะไดจะประทานพรให”