การพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช้
SMART MODEL
ี
นายเกรียงไกร ป้องศร
ิ
ผู้อำนวยการโรงเรียนม่วงมิตรวทยาคม
โรงเรยนม่วงมิตรวิทยาคม อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด
ี
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาร้อยเอ็ด
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ
ก
ชื่อเรื่องวิจัย การพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช้
SMART MODEL
ชื่อผู้วิจัย นายเกรียงไกร ป้องศรี
ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสถานศึกษา
สถานที่ติดต่อ โรงเรียนม่วงมิตรวิทยาคม ตำบลโคกกกม่วง อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด
มือถือ : ๐๘-๒๑๕๑-๔๘๒๘ , E-mail : [email protected]
ปีที่ทำวิจัย ปีการศึกษา ๒๕๖๒-๒๕๖๓
บทคัดย่อ
การวิจัยเรื่องการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช้ SMART MODEL
มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาระดับคุณภาพการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช้
SMART MODEL โรงเรียนหนองหมื่นถ่านวิทยา ปีการศึกษา 2562-2563 2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของ
นักเรียน ครู ผู้ปกครอง และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ต่อการพัฒนาทักษะและพฤติกรรม
ความสามารถของนักเรียนโดยใช้ SMART MODEL โรงเรียนหนองหมื่นถ่านวิทยา ปีการศึกษา 2563
กลุ่มตัวอย่างที่ใชในการวิจัยในครั้งนี้ ประกอบด้วย นักเรียน จำนวน 211 คน ครู จำนวน 23 คน
้
ื
ผู้ปกครอง จำนวน 211 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 13 คน เครื่องมือที่ใช้คอ
ึ
ิ
แบบสอบถามฉบับที่ 1 เพื่อสอบถามความคดเห็นของนักเรียน ครู ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศกษาขั้น
พื้นฐาน ต่อการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช้ SMART MODEL โดยดำเนินการ
ั
เก็บข้อมูลหลังการพัฒนาในปีการศึกษา 2562-2563 แบบสอบถามฉบบที่ 2 เพื่อสอบถามความพึงพอใจของ
นักเรียน ครู ผู้ปกครอง และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ต่อการพัฒนาทักษะและพฤติกรรม
้
ความสามารถของนักเรียนโดยใช SMART MODEL โดยดำเนินการเก็บข้อมูลหลังการพัฒนาในปีการศึกษา
2563 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล โดยการหาค่าร้อยละ
(Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
ผลการวิจัยพบว่า
ุ
1) สรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูลคณภาพการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียน
โดยใช้ SMART MODEL ตามความคิดเห็นของนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้น
พื้นฐาน ปีการศึกษา 2562–2563
่
ปีการศึกษา 2562 โดยภาพรวมทุกกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถาม มีคาเฉลี่ย อยู่ในระดับมาก
(X=4.3๐, S.D.=0.8๘) เมื่อพิจารณาจำแนกตามกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถาม พบว่า กลุ่มนักเรียน มีคาเฉลี่ย
่
สูงสุด อยู่ในระดับมาก ( X=4.๓๔, S.D.=0.8๗) รองลงมาได้แก่ กลุ่มผู้ปกครอง มีคณภาพ อยู่ในระดบมาก
ั
ุ
ุ
่
(X=4.3๓, S.D.=0.8๗) ส่วนกลุ่มครู มีค่าเฉลี่ยตำสด อยู่ในระดับมาก ( X=4.2๓, S.D.=0.8๘)
ี่
่
ปีการศึกษา 2563 โดยภาพรวมทุกกลุ่มที่ตอบแบบสอบถาม มีคาเฉลี่ย อยู่ในระดับมากทสุด
ข
ู
(X=4.61, S.D.=0.7๓) เมื่อพิจารณาจำแนกตามกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถาม พบว่า กลุ่มครู มีค่าเฉลี่ยสงสุด
อยู่ในระดับมากที่สุด ( X=4.๗๑, S.D.=0.๖4) รองลงมาได้แก่ กลุ่มผู้ปกครอง และกลุ่มคณะกรรมการ
ี่
สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน อยู่ในระดับมากทสุด ( X=4.5๙, S.D.=0.7๘) และ(X=4.5๙, S.D.=0.7๑)
ุ
ตามลำดับ ส่วนกลุ่มนักเรียน มีค่าเฉลี่ยต่ำสด อยู่ในระดับมากที่สุด ( X=4.5๙, S.D.=0.๗๗) สอดคล้องกับ
สมมติฐาน
2) สรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูลความพึงพอใจของ นักเรียน ครู ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา
้
ขั้นพื้นฐาน ในการพัฒนาการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช SMART MODEL
ปีการศึกษา 2563 พบว่าโดยภาพรวมทุกกลุ่มทประเมินมีความพึงพอใจ อยู่ในระดับมากที่สุด
ี่
(X= 4.๖๐, S.D.=0.6๓) เมื่อพิจารณาแตละกลุ่มทตอบแบบสอบถาม พบว่า คณะกรรมการสถานศึกษาขั้น
่
ี่
ั
พื้นฐาน มีความพึงพอใจ ค่าเฉลี่ยสูงสุด อยู่ในระดบมากที่สด ( X= 4.6๒, S.D.=0.๕๐) รองลงมาได้แก่ กลุ่ม
ุ
นักเรียน อยู่ในระดับมากที่สุด ( X=4.๖๐, S.D.=0.๖๙) ส่วนกลุ่มครู มีคาเฉลี่ยความพึงพอใจต่ำสุด อยู่ในระดับ
่
ิ
มากที่สุด ( X= 4.5๙, S.D.= 0.6๐) และกลุ่มผู้ปกครอง (X= 4.5๗, S.D.=0.๗๔) สอดคล้องตามสมมตฐาน
ข้อเสนอแนะ
จากการวิจัยการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช้ SMART MODEL
ครั้งนี้ทำให้ค้นพบจุดเด่น ของการเป็นแบบอย่างทดี ซึ่งเป็นประโยชน์และเป็นแนวทางในการพัฒนาทักษะและ
ี่
พฤติกรรมความสามารถของนักเรียนต่อไป
1. ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้
1.1 โรงเรียนควรชี้แจงให้ความรู้ความเข้าใจและสร้างความตระหนักให้แก่นักเรียน ครู ผู้ปกครอง
และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้รับทราบ และตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาทักษะและ
พฤติกรรมความสามารถของนักเรียน ซึ่งต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย ซึ่งต้องเข้าใจอย่างชัดเจนทั้ง
กระบวนการและบทบาท และการใช้กระบวนการวิจัยเป็นฐานในการพัฒนาให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน
1.2 การดำเนินกิจกรรม ควรดำเนินการอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ และควรประเมินพฤติกรรมของ
นักเรียนตามตัวชี้วัดที่โรงเรียนกำหนดอย่างต่อเนื่องเพื่อดูการพัฒนาและเสริมแรงสร้างขวัญกำลังใจ ตลอดจน
แนวโน้มในทักษะและพฤติกรรมความสามารถให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน
2. ข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งต่อไป
2.1 ควรศึกษาปัจจัยหรือองค์ประกอบที่มีผลต่อทกษะและพฤติกรรมความสามารถ โดยเฉพาะ
ั
อย่างยิ่งการพัฒนาที่นำไปสู่สมรรถนะตามหลักสูตรของนักเรียน
2.2 ควรศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างทักษะพฤติกรรมความสามารถและสมรรถนะของนักเรียน
เพื่อให้นักเรียนเกิดสมรรถนะตรงตามหลักสูตรอย่างยั่งยืน
2.3 ควรศึกษารูปแบบทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยอาศัยการมีส่วนร่วม
ในลักษณะอื่น ๆ เพื่อพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนได้อย่างหลากหลาย
ค
สารบัญ
เรื่อง หน้า
บทคัดย่อ............................................................................................................................................. ก
สารบัญ............................................................................................................................................... ค
สารบัญตาราง..................................................................................................................................... จ
สารบัญแผนภาพ................................................................................................................................. ฉ
บทที่ ๑ บทนำ..................................................................................................................................... ๑
ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา...................................................................................... ๑
กรอบแนวคิดในการวิจัย.............................................................................................................. ๔
วัตถุประสงค์ของการวิจัย............................................................................................................. ๕
สมมติฐานการวิจัย....................................................................................................................... ๕
.
ตัวแปรที่ศึกษา............................................................................................................................ ๕
ขอบเขตดานประชากรและกลุ่มตัวอย่าง...................................................................................... ๕
้
นิยามศัพท์เฉพาะ.......................................................................................................................... ๖
บทที่ ๒ วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง............................................................................................................ ๘
ทฤษฎีและความหมายของทักษะ................................................................................................. ๘
ทฤษฎีและความหมายของพฤติกรรมความสามารถ..................................................................... ๙
แนวคิดเกี่ยวกับการใช้รูปแบบ (MODEL) เพื่อการบริหาร........................................................... ๑๒
แนวคิด ทฤษฎี และหลักการสำคัญเกี่ยวกับความพึงพอใจ.......................................................... ๑๓
งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ..................................................................................................................... ๑๔
.
บทที่ ๓ การดำเนินการวิจัย................................................................................................................ ๑๕
การกำหนดขั้นตอนการวิจัย........................................................................................................ ๑๕
.
ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง......................................................................................................... ๑๖
.
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย.............................................................................................................. ๑๖
วิธีสร้างเครื่องมือและหาคุณภาพของเครื่องมือ........................................................................... ๑๗
การเก็บรวบรวมข้อมูล................................................................................................................. ๑๘
การวิเคราะห์ข้อมูล...................................................................................................................... ๑๙
สถิติทใชในการวิเคราะห์ข้อมูล.................................................................................................... ๑๙
้
ี่
ขั้นตอนและวิธีการดำเนินการวิจัย............................................................................................... ๒๐
ง
สารบัญ (ต่อ)
เรื่อง หน้า
บทที่ ๔ ผลการวิเคราะห์ข้อมูล............................................................................................................ ๒๖
สัญลักษณ์ทใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล........................................................................................... ๒๖
ี่
การวิเคราะห์และแปลผลข้อมูลตามเครื่องมือแต่ละฉบับ............................................................ ๒๖
ี่
ตอนท 1 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถ
ของนักเรียนโดยใช้ SMART MODEL ปีการศึกษา 2562-2563............................. ๒๖
ตอนที่ 2 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลความพึงพอใจของ นักเรียน ครู ผู้ปกครอง คณะกรรมการ
สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ต่อการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถ
ของนักเรียนโดยใช้ SMART MODEL ปีการศึกษา 2563.......................................... ๓๘
บทที่ ๕ สรุปผลการวิจัย อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ........................................................................ ๔๕
สรุปผลการวิจัย............................................................................................................................ ๔๕
การอภิปรายผล............................................................................................................................ ๔๖
ข้อเสนอแนะ................................................................................................................................ ๔๗
บรรณานุกรม....................................................................................................................................... ๔๙
ภาคผนวก............................................................................................................................................ ๕๑
เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัย............................................................................................................... ๕๑
จ
สารบัญตาราง
ตาราง หน้า
๑ แสดงกิจกรรมที่พัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียน...................................... ๒๒
๒ แสดงตัวอย่างวิธีการดำเนินการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช้
SMART MODEL (กิจกรรมจิตอาสาพัฒนา)................................................................................ ๒๓
๓ แสดงค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานผลการวิเคราะห์ข้อมูลการพัฒนาทักษะและพฤติกรรม
ความสามารถของนักเรียนโดยใช้ SMART MODEL ตามความคิดเห็นของนักเรียน
ปีการศึกษา 2562-2563.......................................................................................................... ๒๗
๔ แสดงค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานผลการวิเคราะห์ข้อมูลการพัฒนาทักษะและพฤติกรรม
ความสามารถของนักเรียนโดยใช SMART MODELตามความคิดเห็นของครู
้
ปีการศึกษา 2562-2563.......................................................................................................... ๒๙
๕ แสดงค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานผลการวิเคราะห์ข้อมูลการพัฒนาทักษะและพฤติกรรม
้
ความสามารถของนักเรียนโดยใช SMART MODELตามความคิดเห็นของผู้ปกครอง
ปีการศึกษา 2562-2563.......................................................................................................... ๓๒
๖ แสดงค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานผลการวิเคราะห์ข้อมูลการพัฒนาทักษะและพฤติกรรม
้
ความสามารถของนักเรียนโดยใช SMART MODEL ตามความคิดเห็นของ
กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2562-2563...................................................... ๓๕
๗ สรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูลคุณภาพการการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถ
ของนักเรียนโดยใช้ SMART MODEL ปีการศึกษา 2562-2563 ตามความคิดเห็นของนักเรียน
ครู ผู้ปกครอง และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน............................................................. ๓๗
๘ แสดงค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานผลการวิเคราะห์ข้อมูลความพึงพอใจของนักเรียน ครู
ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ต่อการพัฒนาทักษะและพฤติกรรม
ความสามารถของนักเรียนโดยใช้ SMART MODEL ปีการศึกษา 2563..................................... ๓๘
๙ สรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูลความพึงพอใจของ นักเรียน ครู ผู้ปกครอง
คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ในการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถ
ของนักเรียนโดยใช้ SMART MODELจำแนกตามกลุ่มผู้ประเมิน.................................................. ๔๔
ฉ
สารบัญแผนภาพ
แผนภาพที่ หน้า
้
๑ กรอบแนวคิดในการวิจัยเรื่อง ทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช
SMART MODEL........................................................................................................................ ๔
๒ ขั้นตอนการวิจัยการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช้
SMART MODEL........................................................................................................................ ๑๕
๓ แสดงกิจกรรมการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช้
SMART MODEL........................................................................................................................ ๒๒
บทที่ ๑
บทนำ
ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย 2560 มาตรา 54 วรรคสี่ การศึกษาทั้งปวงต้องมุ่งพัฒนาผู้เรียน
่
ให้เป็นคนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ สามารถเชี่ยวชาญได้ตามความถนัดของตน และมีความรับผิดชอบต่อครอบครัว
ชุมชน สังคม และประเทศชาติ (รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย. 2560 : 14) โดยการจัดการศกษาขั้น
ึ
พื้นฐานเป็นการจัดการศึกษาเพื่อปวงชน ซึ่งรัฐจะต้องจัดให้มีการศึกษาเพื่อพัฒนาเยาวชนไทยให้มีคณลักษณะ
ุ
ที่พึงประสงค ทั้งในฐานะของพลเมืองไทยและพลเมืองโลก ทั้งนี้เพื่อเป็นรากฐานที่เพียงพอสำหรับการใฝ่รู้ใฝ ่
์
เรียนตลอดชีวิต รวมทั้งได้พัฒนาหน้าทการงานและคุณภาพชีวิตส่วนตนและครอบครัว ในการสร้างสรรค ์
ี่
ุ
สังคมไทยให้เป็นสังคมแห่ง การเรียนรู้ เพื่อการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืนในอนาคต (สคนธ์ สินธพานนท และคณะ.
์
2551 : 16) แนวทางการศึกษาเพื่อให้ได้มาซึ่งความรู้ถือว่าจำเป็นต่อการ อยู่รอดในสังคมศตวรรษท 21
ี่
เพราะการศึกษาเป็นหลักสำคัญในการพัฒนาความเจริญของประเทศ ดังนั้นการจัดการศึกษาในปัจจุบันจึงเน้น
ให้ผู้เรียนเป็นผู้แสดงบทบาทในการหาความรู้ สามารถใช้ความรู้ มาปรับใช้ในชีวิตจริง ส่งผลให้ผู้เรียนคิดเป็น
ิ
ทำเป็น และแก้ปัญหาเป็น ซึ่งในการจัดการศึกษา ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาต พ.ศ. 2542 มาตรา
6 ได้กำหนดจุดมุ่งหมายของการจัดการศึกษาว่าตองเป็นไปเพื่อพัฒนา คนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย
้
ิ
จิตใจ สตปัญญา ความรู้และคณธรรมมีจริยธรรมและ วัฒนธรรมในการดำรงชีวิต และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได ้
ุ
อย่างมีความสุข และในมาตรา 22 ได้ระบุไว้อีกว่า ผู้เรียนทุกคนมีความสามารถในการเรียนรู้ และพัฒนาตนเอง
ได้และถือว่าผู้เรียนมี ความสำคัญทสุด โดยกระบวนการจัดการศึกษา ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนา
ี่
ตนเองตามธรรมชาต และเต็มตามศักยภาพ แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ
ิ
ในการพัฒนาเยาวชนของชาติเข้าสู่โลกศตวรรษท 21 โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมให้ผเรียนมีคุณธรรม
ี่
ู้
รักความเป็นไทย มีทักษะการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ มีทักษะด้านเทคโนโลยี สามารถร่วมทำงานกับผู้อื่นได ้
อย่างมีความสุข และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมโลกได้อย่างสันต (กระทรวงศึกษาธิการ. 2551 : 1-2)
ิ
การศึกษาในศตวรรษท 21 ผู้สอนจะต้องปรับแนวทางการเรียนการสอน โดยครูช่วยแนะนำและช่วย
ี่
ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่ช่วยให้นักเรียนแต่ละคนสามารถประเมินความก้าวหน้าของตนเองได จะต้องทำ
้
ให้ผู้เรียนรักที่จะเรียนรู้ และมีเป้าหมายในการสอนที่จะทำให้ ผู้เรียนมีทักษะชีวิต ทักษะการคิด และทักษะด้าน
เทคโนโลยี การที่ผู้เรียนรู้ว่าเมื่อเขาอยากรู้เรื่องใด เรื่องหนึ่งเขาจะไปหาข้อมูลเหล่านั้นได้ที่ไหน และเมื่อได้ข้อมูล
มาแล้วจะต้องวิเคราะห์ได้ว่าข้อมูลเหล่านั้นมีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด สามารถแปลงข้อมูลเป็นความรู้ได ้
สิ่งเหล่านี้ต้องเกิดจาก การฝึกฝนโดยที่ผสอนจะต้องให้ผู้เรียนได้มีโอกาสทดลองเรียนรู้ด้วยตนเอง สอดคล้องกับ
ู้
ี่
์
วิจารณ พานิช (2555 : 5) ได้กล่าวในหนังสือวิถีสร้างการเรียนรู้ เพื่อศิษย์ในศตวรรษท 21 ว่าการเรียนรู้ท ี่
แท้จริงอยู่ในโลกจริงหรือชีวิตจริง การเรียนวิชาในห้องเรียนยังไม่ใช่การเรียนรู้ที่แท้จริง ยังเป็นการเรียนแบบ
สมมต ดังนั้นครูจึงต้องออกแบบการเรียนรู้ให้ศิษย์ได้เรียน ในสภาพที่ใกล้เคียงกับชีวิตจริงที่สุด
ิ
ปัจจุบันเป็นยุคที่โลกมีความเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว อันสืบเนื่องมาจากการใชเทคโนโลยี
้
เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ ของทุกภูมิภาคของโลกเข้าด้วยกัน กระแสการปรับเปลี่ยนทางสังคมที่เกิดขึ้น
2
ในศตวรรษที่ 21 ส่งผลต่อวิถีการดำรงชีพของสังคมอย่างทั่วถึง ครูจึงต้องมีความตื่นตัวและเตรียมพร้อมใน
การจัดการเรียนรู้เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักเรียนมีทักษะสำหรับการออกไปดำรงชีวิตในโลกในศตวรรษที่ 21
ุ
ที่เปลี่ยนไปจากศตวรรษที่ 20 และ 19 โดยทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ที่สำคัญที่สด คือ ทักษะการเรียนรู้
ั
(Learning Skill) ส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงการจดการเรียนรู้เพื่อให้เด็กในศตวรรษที่ 21 นี้มีความรู้
ความสามารถ และทักษะจำเป็น ซึ่งเป็นผลจากการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดการเรียนการสอน
ั
ตลอดจนการเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ ที่เป็นปัจจัยสนับสนุนที่จะทำให้เกิดการเรียนรู้ดังกล่าว ทกษะด้าน
การเรียนรู้และนวัตกรรม จะเป็นตัวกำหนดความพร้อมของนักเรียนเข้าสู่โลกการทำงานที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
ในปัจจุบัน ได้แก่ ความริเริ่มสร้างสรรค์และนวัตกรรมการคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหาการสื่อสาร
และการร่วมมือ ทักษะด้านสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี เนื่องด้วยในปัจจุบันมีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารผาน
่
ทางสื่อและเทคโนโลยีมากมาย ผู้เรียนจึงต้องมีความสามารถในการแสดงทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณและ
ปฏิบัติงานได้หลากหลาย โดยอาศัยความรู้ในหลายด้าน ดังนี้ ความรู้ด้านสารสนเทศ ความรู้เกี่ยวกับสื่อ ความรู้
้
ด้านเทคโนโลยี ทักษะด้านชีวิตและอาชีพ ในการดำรงชีวิตและทำงานในยุคปัจจุบันใหประสบความสำเร็จ
นักเรียนจะต้องพัฒนาทักษะชีวิตที่สำคัญดังต่อไปนี้ ความยืดหยุ่นและการปรับตัว การริเริ่มสร้างสรรค์และเป็น
ู้
ตัวของตัวเอง ทักษะสังคมและสังคมข้ามวัฒนธรรม การเป็นผู้สร้างหรือผผลิต (Productivity) และความ
รับผิดชอบเชื่อถือได้ (Accountability) ภาวะผู้นำและความรับผิดชอบ (Responsibility) (พิมพันธ์ เดชะคุปต ์
และพเยาว์ ยินดีสุข. 2557 : 2)
แนวคิดทักษะแห่งอนาคตใหม่ : การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 และกรอบแนวคิดเพื่อการเรียนรู้
ในศตวรรษที่ 21 การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เป็นการกำหนดแนวทางยุทธศาสตร์ในการจัดการเรียนรู้
โดยร่วมกันสร้างรูปแบบและแนวปฏิบัติในการเสริมสร้างประสิทธิภาพของการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
้
โดยเน้นที่องค์ความรู้ ทักษะ ความเชี่ยวชาญและสมรรถนะที่เกิดกับตัวผู้เรียน เพื่อใชในการดำรงชวิตในสังคม
ี
แห่งความเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน โดยจะอ้างถึงรูปแบบ (Model) ที่พัฒนามาจากเครือข่ายองค์กรความร่วมมือ
st
เพื่อทักษะแห่งการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 (Partnership For 21 Century Skills) (www.p21.org) ที่มีชื่อ
ย่อว่า เครือข่าย P21 ซึ่งได้พัฒนากรอบแนวคิดเพื่อการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 โดยผสมผสานองค์ความรู้ทักษะ
้
เฉพาะด้าน ความชำนาญการและความรู้เท่าทันดานต่างๆ เข้าด้วยกัน เพื่อความสำเร็จของผู้เรียนทั้งด้านการ
ทำงานและการดำเนินชีวิต (วรางคณา ทองนพคณ. 2556 : 8-9) ดังนั้น เพื่อให้การใช้หลักสูตรการศึกษาขั้น
ุ
พื้นฐานบรรลุผลตามเป้าหมาย ผบริหารและครูต้องทำหน้าที่ ในการพัฒนาการศึกษา พัฒนาผู้เรียน ให้มี
ู้
คุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด ซึ่งต้องอาศัยกระบวนการสำคัญ คือ กระบวนการการบริหาร กระบวนการ
เรียนการสอน และกระบวนการนิเทศการศึกษาจะต้องมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องสอดคล้องควบคู่กันไป
(กระทรวงศึกษาธิการ. 2552 : 1)
โรงเรียนหนองหมื่นถ่านวิทยา เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ปัจจุบันมีนักเรียน 281 คน ครู 23 คน สังกัด
สำนักเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาร้อยเอ็ด ได้มีแนวคิดในการพัฒนานักเรียนให้เป็นคนด มีความสุข และ
ี
คนเก่ง ตามนโยบาย ของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ จึงได้ศึกษาบริบทของโรงเรียนจากรายงานการ
ประกันคุณภาพ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เอกสารระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน และศึกษาจากสภาพจริง จาก
การศึกษาสภาพระดับพฤติกรรม เมื่อปีการศึกษา 2561 พบว่าระดับพฤติกรรมด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค ์
3
8 ประการและสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนสำคัญ 5 ประการ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.
่
ื
2551 ของนักเรียนพบว่า นักเรียนได้ระดับ 0 คอไม่ผาน และระดับ 1 คือ ผ่าน จำนวน 25 คน คิดเป็น
ร้อยละ 9.19 โดยมี ข้อค้นพบสภาพปัญหานักเรียนที่ไม่ผ่าน ดังนี้ นักเรียนบางส่วน ไม่เข้าร่วมกิจกรรมที่ทาง
โรงเรียนจัดให้ ไม่ปฏิบัติตามระเบียบที่ทางโรงเรียนกำหนด เช่น มาโรงเรียนสาย ไม่เข้าเรียน ไม่รักษาความ
สะอาด ไม่ใสใจในเรียน ขาดความมีน้ำใจ ไม่มีความเสียสละ ไม่มีความอดทน ไม่สัมมาคารวะ นักเรียนชาย
้
ขาดภาวะผู้นำ ไม่รับผดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย กลับก่อนเวลา แต่งกายไม่ถูกระเบียบ ใชสารเสพติด
ิ
ซึ่งส่งผลกระทบด้านการเรียนให้ต่ำลง (โรงเรียนหนองหมื่นถ่านวิทยา. 2561 : 8)
ดังนั้นโรงเรียนจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งต้องพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียน ให้
์
ั
เกิดขึ้นกับนักเรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค ตามวิสัยทศน์และจุดมุ่งหมายของหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เพื่อให้นักเรียนเป็นคนดีและมีคุณภาพอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข
ให้เป็นไปตามมาตรฐานการศึกษา
ผู้วิจัยในฐานะผู้อำนวยการโรงเรียนหนองหมื่นถ่านวิทยา ในขณะนั้น (ปีการศึกษา ๒๕๖๒-๒๕๖๓)
มีความตระหนักและให้ความสำคัญที่จะพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนให้เป็นไปตาม
นโยบายของรัฐบาลโดยเฉพาะแผนพัฒนาเศรษฐกิจสังคมแห่งฉบับท 12 (พ.ศ.2560 - 2564) “ยึดคนเป็น
ี่
ุ
ศูนย์กลางการพัฒนา” มุ่งสร้างคุณภาพชีวิตและสขภาวะที่ดีสำหรับคนไทย พัฒนาคนให้มีความสมบูรณ์ มีวินัย
ิ
มีความรู้ มีทักษะ มีความคิดสร้างสรรค มีทศนคตที่ด รับผดชอบต่อสังคม มีจริยธรรมและคุณธรรม พัฒนาคน
ั
ี
ิ
์
ู้
ทุกช่วงวัยและเตรียมความพร้อมเข้าสู่สังคมผสูงอายุอย่างมีคุณภาพ รวมถึงสร้างคนให้ใช้ประโยชน์และอยู่กับ
สิ่งแวดล้อมอย่างเกื้อกูล อนุรักษ์ฟื้นฟู ใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างเหมาะสม
ิ
(สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาต. ๒๕๖๐ : 4) โดยเน้นเรื่องคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ที่หลักสตรกำหนด ผานการจัดการเรียน การสอน การปฏิบัติกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนในลักษณะต่าง ๆ
ู
่
จนตกผลึกเป็นคณลักษณะอันพึงประสงค์ในตัวผู้เรียน การประเมินคุณลักษะอันพึงประสงค์ต้องใช้ข้อมูลจาก
ุ
การสังเกตพฤติกรรม ซึ่งใช้เวลาในการเก็บข้อมูลพฤติกรรมเพื่อนำมาประเมินและตัดสินทักษะและพฤติกรรม
ความสามารถของนักเรียนโดยใช้ SMART MODEL
4
กรอบแนวคิดในการวิจัย ขั้นตอนและวิธีดำเนินงาน 3 ระยะ 7 ขั้นตอน
ระยะที่ 1 การวิเคราะห์ปัญหาความต้องการและ
SMART MODEL SMART MODEL
ความจำเป็นในการพัฒนา
- ขั้นตอนที่ 1 การวิเคราะห์สภาพปัญหาความ
ต้องการและความจำเป็นในการพัฒนา
- ขั้นตอนที่ 2 การกำหนดปัญหาในการวิจัย
่
รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย 2560
มาตรา 54 วรรคส - ขั้นตอนที่ 3 การกำหนดกรอบกิจกรรมในการ ประสิทธิผล
ี่
วิจัยการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถ 1. ผลการพัฒนาทักษะและ
้
ี่
การศึกษาในศตวรรษท 21 ของนักเรียน โดยใช SMART MODEL พฤติกรรมความสามารถของ
ระยะที่ 2 การดำเนินการพัฒนาทักษะและ
ิ
พฤตกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช นักเรียน โดยใช้ SMART MODEL
้
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนหนองหมื่นถ่านวิทยา ป ี
SMART MODEL
พุทธศักราช 2551 การศึกษา 2562-2563
- ขั้นตอนที่ 4 ดำเนินการพัฒนาทักษะและ
พฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช้ 2. ผลความพึงพอใจของ นักเรียน
คุณลักษณะอันพึงประสงค ์ ครู ผู้ปกครอง และคณะกรรมการ
SMART MODEL
สมรรถนะผู้เรียนตามหลักสูตร สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ต่อการ
ระยะที่ 3 การประเมินผลการวิจัยการพัฒนา
ทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียน พัฒนาทักษะและพฤติกรรม
โดยใช้ SMART MODEL ความสามารถของนักเรียนโดยใช ้
- ขั้นตอนที่ 5 การประเมินผลการวิจัยการพัฒนา SMART MODELปีการศึกษา
2563
สภาพปัญหาด้านทักษะและ ทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียน
พฤติกรรมความสามารถของนักเรียน โดยใช้ SMART MODEL
- ขั้นตอนที่ 6 วิเคราะห์ผลการประเมิน
- ขั้นตอนที่ 7 การสรุปรายงานผล
แผนภาพ ๑ กรอบแนวคิดในการวิจัยการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช SMART MODEL
้
4
กรอบแนวคิดในการวิจัย ขั้นตอนและวิธีดำเนินงาน 3 ระยะ 7 ขั้นตอน
ระยะที่ 1 การวิเคราะห์ปัญหาความต้องการและ
SMART MODEL SMART MODEL
ความจำเป็นในการพัฒนา
- ขั้นตอนที่ 1 การวิเคราะห์สภาพปัญหาความ
ต้องการและความจำเป็นในการพัฒนา
- ขั้นตอนที่ 2 การกำหนดปัญหาในการวิจัย
่
รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย 2560
มาตรา 54 วรรคส - ขั้นตอนที่ 3 การกำหนดกรอบกิจกรรมในการ ประสิทธิผล
ี่
วิจัยการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถ 1. ผลการพัฒนาทักษะและ
้
ี่
การศึกษาในศตวรรษท 21 ของนักเรียน โดยใช SMART MODEL พฤติกรรมความสามารถของ
ระยะที่ 2 การดำเนินการพัฒนาทักษะและ
ิ
พฤตกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช นักเรียน โดยใช้ SMART MODEL
้
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนหนองหมื่นถ่านวิทยา ป ี
SMART MODEL
พุทธศักราช 2551 การศึกษา 2562-2563
- ขั้นตอนที่ 4 ดำเนินการพัฒนาทักษะและ
พฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช้ 2. ผลความพึงพอใจของ นักเรียน
คุณลักษณะอันพึงประสงค ์ ครู ผู้ปกครอง และคณะกรรมการ
SMART MODEL
สมรรถนะผู้เรียนตามหลักสูตร สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ต่อการ
ระยะที่ 3 การประเมินผลการวิจัยการพัฒนา
ทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียน พัฒนาทักษะและพฤติกรรม
โดยใช้ SMART MODEL ความสามารถของนักเรียนโดยใช ้
- ขั้นตอนที่ 5 การประเมินผลการวิจัยการพัฒนา SMART MODELปีการศึกษา
2563
สภาพปัญหาด้านทักษะและ ทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียน
พฤติกรรมความสามารถของนักเรียน โดยใช้ SMART MODEL
- ขั้นตอนที่ 6 วิเคราะห์ผลการประเมิน
- ขั้นตอนที่ 7 การสรุปรายงานผล
แผนภาพ ๑ กรอบแนวคิดในการวิจัยการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช SMART MODEL
้
5
วัตถุประสงค์ของการวิจัย
1. เพื่อศึกษาระดับคุณภาพการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช้ SMART
MODEL โรงเรียนหนองหมื่นถ่านวิทยา ปีการศึกษา 2562-2563
่
2. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของ นักเรียน ครู ผปกครอง และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานตอ
ู้
้
การพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช SMART MODEL โรงเรียนหนองหมื่นถ่าน
วิทยา ปีการศึกษา 2563
สมมติฐานการวิจัย
1. คุณภาพการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช้ SMART MODEL
โรงเรียนหนองหมื่นถ่านวิทยา ตามความคดเห็นของนักเรียน ครู ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษาขั้น
ิ
พื้นฐาน หลังการพัฒนา ปีการศึกษา ๒๕๖๒-๒๕๖๓ อยู่ในระดับมาก
2. ความพึงพอใจของ นักเรียน ครู ผู้ปกครอง และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน อยู่ในระดับ
มาก
ตัวแปรที่ศึกษา
1. ตัวแปรต้น
การพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช้ SMART MODEL โรงเรียน
หนองหมื่นถ่านวิทยา
2. ตัวแปรตาม
2.1 ระดับคุณภาพการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช้ SMART
MODEL
2.2 ความพึงพอใจของ นักเรียน ครู ผู้ปกครอง และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่มีต่อ
การพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช้ SMART MODEL
ขอบเขตด้านประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
1. ประชากร ประกอบด้วย
1.1 นักเรียนโรงเรียนหนองหมื่นถ่านวิทยา ที่กำลงศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 - 6
ั
ปีการศึกษา 2562 จำนวน 295 คน ปีการศึกษา 2563 จำนวน 281 คน
1.2 ครูโรงเรียนหนองหมื่นถ่านวิทยา ปีการศึกษา 2562 จำนวน 23 คน ปีการศึกษา 2563
จำนวน 23 คน
1.3 ผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนหนองหมื่นถ่านวิทยา ปีการศึกษา 2562 จำนวน 295 คน
ปีการศึกษา 2563 จำนวน 281 คน
1.4 คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนหนองหมื่นถ่าน ปีการศึกษา 2562 จำนวน
13 คน ปีการศึกษา 2563 จำนวน 13 คน (ยกเว้น ผู้แทนครูและเลขานุการ)
6
2. กลุ่มตัวอย่าง ประกอบด้วย
2.1 นักเรียน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive sampling) โดยปีการศึกษา
ิ
2562 ใช้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1,2,4 และ 5 ทุกคน ปีการศึกษา 2563 ใช้นักเรียนกลุ่มเดมที่เลื่อนชั้น
ไปเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 2,3,5และ6 ได้กลุ่มตัวอย่างปีการศึกษา 2562 และปีการศึกษา 2563 จำนวน 211
คน (เนื่องจากนักเรียนกลุ่มดังกล่าวศึกษาที่โรงเรียนหนองหมื่นถ่านวิทยา ตลอด 2 ปีการศึกษา ที่โรงเรียน
้
ดำเนินการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สามารถมองเห็นพัฒนาการด้านต่างๆ ไดอย่างชัดเจน)
2.2 ครู กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive sampling) ปีการศึกษา 2562
จำนวน 23 คน และปีการศึกษา 2563 จำนวน 23 คน
2.3 ผู้ปกครอง กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive sampling) โดยใช้ผู้ปกครอง
นักเรียนที่ได้รับคัดเลือกเป็นกลุ่มตัวอย่าง ปีการศกษา 2562 จำนวน 211 คน ปีการศึกษา 2563 จำนวน
ึ
211 คน
2.4 คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนหนองหมื่นถ่านวิทยา ปีการศึกษา 2562และ
ปีการศึกษา 2563 จำนวน 13 คน (ยกเว้น ผู้แทนครูและเลขานุการ)
นิยามศัพท์เฉพาะ
1. การพัฒนา หมายถึง การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงโดยการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมสนับสนุน SMART
MODEL โรงเรียนหนองหมื่นถ่านวิทยา เพื่อให้นักเรียนมีทักษะและพฤติกรรมความสามารถตามวัตถุประสงค ์
ของการวิจัย
2. ทักษะ หมายถึง ความสามารถในการเตรียมตัวสำหรับการดำรงชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต ้
ความท้าทายของสภาวะการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รุนแรง พลิกผันและคาดไม่ถึงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. พฤติกรรม หมายถึง การกระทำ การแสดงออก รวมไปถึงความคิด ความรู้สึก อันเกิดจากการ
ู
กระตุ้นหรือถูกจงใจจากสิ่งเร้าต่าง ๆ การกระทำเหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากที่นักเรียนไดใช้กระบวนการ กลั่นกรอง
้
้
และตั้งใจที่จะทำให้เกิดขึ้นเพื่อให้ผู้อื่นไดสัมผัสและรับรู้
่
4. ความสามารถ หมายถึง การแสดงออกที่โดดเดน ด้านใดด้านหนึ่งหรือหลายด้าน เช่น ด้าน
ิ
์
สติปัญญา ความคิดสร้างสรรค การใช้ภาษา การเป็นผู้นำ ด้านศลปะ ด้านดนตรี ดานกีฬา เป็นต้น
้
5. SMART MODEL หมายถึง สิ่งที่แสดงโครงสร้างและความสัมพันธ์ขององค์ประกอบของรูปแบบ
การพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียน โรงเรียนหนองหมื่นถ่านวิทยา มี ๕ องค์ประกอบ
ดังนี้
5.1 S : Skills (ทักษะ) หมายถึง กิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆที่ส่งเสริมให้นักเรียนมีความสามารถ
เพื่อเตรียมตัวสำหรับการดำรงชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้ความท้าทายของสภาวะการเปลี่ยนแปลงอย่าง
รวดเร็ว รุนแรง พลิกผันและคาดไม่ถึงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น กิจกรรมวิทยาศาสตร์ กิจกรรมส่งเสริมทักษะ
อาชีพ กิจกรรมอิ่มท้องสมองใส กิจกรรมผักปลอดสาร อาหารยั่งยืน เป็นต้น
5.2 M : Morals (คุณธรรม) หมายถึง กิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆที่ส่งเสริมให้นักเรียนมีคุณลักษณะ
ของความรู้สึกนึกคิด หรือสภาวะจิตใจที่เป็นไปในแนวทางที่ถูกต้อง ประพฤติปฏิบัติตัวอยู่ในกรอบทดีงาม รู้จัก
ี่
7
บำเพ็ญประโยชน์ ช่วยเหลือเกื้อกูลแก่ผู้อื่น ให้เกิดความรักสามัคคี ความอบอุ่นมั่นคงในชีวิต เช่น กิจกรรมพี่รับ
น้อง กิจกรรมจิตอาสาพัฒนา กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม เป็นต้น
5.3 A : Arithmetic (คิดคำนวณตัวเลขอย่างเป็นระบบ) หมายถึง กิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆท ี่
ู
ส่งเสริมให้นักเรียนมีความสามารถในการแก้ปัญหา เพื่อให้ได้คำตอบจากการบวก ลบ คณ หาร อย่างถูกต้อง
แม่นยำ และรวดเร็ว ซึ่งได้มาจากการได้ลงมือปฏิบัติในการคิดคำนวณอยู่เสมอ จนเกิดความคล่องแคล่ว และ
ชำนาญ เช่น กิจกรรมการแข่งขันทักษะทางคณิตศาสตร์ กิจกรรมโครงงานคณิตศาสตร์ กิจกรรมการแก้โจทย์
ิ
ปัญหาทางคณตศาสตร์ เป็นต้น
5.4 R : Reading & Writing (ทักษะการอ่าน การเขียน) หมายถึง กิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆท ี่
ส่งเสริมให้นักเรียนมีความสามารถในด้านการอ่านและการเขียน เช่น กิจกรรมวันภาษาไทย กิจกรรมวันสุนทรภู่
กิจกรรมห้องสมุด เป็นต้น
ึ
5.5 T : Technology (การใช้เทคโนโลยี) หมายถง หมายถึง กิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆที่ส่งเสริม
ให้นักเรียนมีความสามารถในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการเรียนรู้ สืบค้นหาข้อมูล เช่น กิจกรรมการ
้
้
แข่งขันวาดภาพ กิจกรรมการแข่งขันสืบค้นข้อมูล กิจกรรมการตอบปัญหา โดยการใชสื่อเทคโนโลยี เป็นตน
ู้
6. ความพึงพอใจ หมายถึง ความรู้สึกหรือทัศนคตของ ผู้บริหาร ครู นักเรียน ผปกครอง และ
ิ
คณะกรรมการสถานศึกษา ที่มีต่อผลการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียน โดยใช้ SMART
MODEL โรงเรียนหนองหมื่นถ่านวิทยา
7. นักเรียน หมายถึง นักเรียนที่มีรายชื่ออยู่ในทะเบียนของโรงเรียนหนองหมื่นถ่านวิทยา ที่กำลัง
ึ
ี่
ศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท 1-6 ปีการศกษา 2562-2563
ี่
8. ครู หมายถึง ข้าราชการครู พนักงานราชการ และครูอัตราจ้างผู้ปฏบัติหน้าทสอนโรงเรียนหนอง
ิ
หมื่นถ่านวิทยา ปีการศึกษา 2562- 2563
ู้
9. ผู้ปกครอง หมายถึง บิดา มารดา หรือผที่มีหน้าที่รับผิดชอบดูแลให้ความอุปการะนักเรียนโรงเรียน
หนองหมื่นถ่านวิทยา ปีการศึกษา 2562-2563
10. คณะกรรมการสถานศึกษาสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน หมายถึง คณะกรรมการสถานศึกษาขั้น
พื้นฐาน โรงเรียนหนองหมื่นถ่านวิทยา ที่ไดรับการแต่งตั้งจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาร้อยเอ็ด
้
บทที่ ๒
วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง
การพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช้ SMART MODEL ผู้วิจัยได้ศึกษา
แนวคิด ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
๑. ทฤษฎีและความหมายของทักษะ
๒. ทฤษฎีและความหมายของพฤติกรรมความสามารถ
๓. แนวคิดเกี่ยวกับการใช้รูปแบบ (MODEL) เพื่อการบริหาร
๔. แนวคิด ทฤษฎี และหลักการสำคัญเกี่ยวกับความพึงพอใจ
๔.1 ความหมายและความสำคัญของความพึงพอใจ
๔.2 แนวคิด ทฤษฎี เกี่ยวกับความพึงพอใจ
๕. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
๕.๑ งานวิจัยในประเทศ
๕.๒ งานวิจัยต่างประเทศ
๑. ทฤษฎีและความหมายของทักษะ
ความหมายของทักษะ
ทักษะ หมายถึง ความสามารถในการเตรียมตัวสำหรับการดำรงชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต ้
ความท้าทายของสภาวะการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รุนแรง พลิกผันและคาดไม่ถึงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
S : Skill (ทักษะ)
การเรียนรู้สมัยใหม่ต้องกำหนดเป้าหมายเปลี่ยนจากการเรียนรู้ในระดับรู้เนื้อหาวิชาและการเรียนรู้
ที่ประยุกต์ใช้ความรู้ไปประกอบอาชีพไปสู่การเรียนรู้ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงในตนจนมีทักษะในการนําการ
์
เปลี่ยนแปลงซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของการดำรงชีวิตของคนในศตวรรษที่ 21 (วิจารณ พาณช. 2555ข)
ิ
ี่
กรอบความคิดเพื่อการเรียนรู้ในศตวรรษท 21 มีองค์ประกอบหลักที่สำคัญ 6 อย่างดังนี้
1) เน้นเนื้อหาวิชาแกน 2) เน้นทักษะการเรียนรู้ 3) ใช้เครื่องมือแห่งศตวรรษที่ 21 เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้
4) การสอนและเรียนรู้ในสภาพแวดล้อมแห่งศตวรรษที่ 21 5) การสอนและเรียนรู้ในเนื้อหาแห่งศตวรรษที่ 21
และ 6 ) ใช้การประเมินในศตวรรษท 21 เพื่อประเมินทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 (Partnership for 21
ี่
st
ั
Century Skills. 2013) ด้วยเหตุนี้การเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ 21 จึงเป็นการผสมผสานกันของชุดทกษะการ
เรียนรู้ได้แก่การคิดเชิงวิพากษ์การทำงานร่วมกันและความรู้พื้นฐานด้านสารสนเทศกับมาตรฐานทางวิชาการ
ิ
โดยต้องใช้งานผ่านเทคโนโลยีดิจตอลภายใต้สภาพแวดล้อมของการวิจัยเพื่อพัฒนาวิธีการเรียนรู้ของมนุษย์ให้
เกิดประสิทธิภาพสูงสุด (Lemke. 2010)
วัชรา เลาเรียนดี (2552 : 1) กล่าวถึงความสำคญของทักษะการคิดว่าในยุคศตวรรษที่ 21 ว่า
่
ั
ี่
ทักษะที่สำคัญทสุด คือทักษะการคิดของบุคคลและทักษะชีวิต (Life Skills) เพื่อจะได้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได ้
๙
อย่างสันติสุขในสังคมโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในทุกด้าน นอกจากนั้นนักการศึกษาหลายท่านเริ่มจะ
ี่
เชื่อกันเฉพาะด้านจะไม่มีความสำคัญเท่ากับการทบุคคลมีความสามารถในการเรียนรู้และสร้างความหมายและ
็
ี่
ประโยชน์จากความรู้และข้อมูลใหม่ ๆ ดังนั้น สิ่งทสำคัญและจำเป็นทสุดในการจัดการศึกษาให้กับเดกและ
ี่
เยาวชนในยุคปัจจุบัน คือการส่งเสริมและพัฒนาให้ผู้เรียนมีความสามารถในการเรียนรู้ตลอดชีวิต มีทักษะใน
การคิดอย่างมีวิจารณญาณและคิดสร้างสรรค์ (Critical and Creative Thinking)
สุมน อมรวิวัฒน์ (2541 : 5) ได้กล่าวถึงสาระสำคัญของความเป็นมนุษย์ว่าอยู่ที่สมองที่สามารถ
คิดรอบคอบ คิดลึกซึ้ง คิดแตกฉานอยู่ที่พฤติกรรมที่สมองสั่งการได้เหมาะสมอยู่ทจิตสามารถสั่งการสมองให้คิดด ี
ี่
็
คิดชอบ อยู่ทความสามารถเผชิญปัญหา ผจญ ผสมผสาน และเผดจได้ด้วยวิธีการที่ถูกที่ด แต่อย่างไรก็ตาม
ี่
ี
้
ปัญหาคุณภาพดานการคิดขั้นสูงในสังคมไทยก็ยังมีอยู่เรื่อยมา
๒. ทฤษฎีและความหมายของพฤติกรรมความสามารถ
พฤติกรรมเป็นกิจกรรมต่างๆ ซึ่งบุคคลแสดงออกโดยผู้อื่นอาจเห็นได้ เช่น การยิ้ม การเดินหรือผู้อื่น
อาจเห็นได้ยากต้องใช้เครื่องมือช่วย เช่น การเต้นของหัวใจ พฤติกรรมทุกอย่างที่บุคคลแสดงออกมานั้น มีผลมา
จากการเลือกปฏิกิริยาตอบสบองที่เห็นว่าเหมาะสมที่สุดตามสถานการณ์นั้น ๆ พฤติกรรมหรือการกระทำใด ๆ
ิ
จะมีพื้นฐานมาจากความรู้ และทัศนคตที่คอยผลักดันให้เกิดพฤติกรรมซึ่งแต่ละคนจะมีพฤติกรรมแตกต่างกัน
ออกไป เนื่องจากได้รับความรู้จากแหล่งต่างๆไม่เท่ากัน มีการตีความสารที่รับมาไปคนละทิศคนละทางทำให้เกิด
การเรียนรู้ และการสั่งสมประสบการณ์ในเรื่องความรู้ที่ไม่เท่ากันนักจิตวิทยามักสนใจศึกษาเกี่ยวกับความรู้สึก
ิ
ั
ภายในจิตใจของมนุษย์ เช่น ทศนคติ นำไปสู่พฤตกรรมของมนุษย์อย่างไร ซึ่งเมื่อศึกยาถึงความสัมพันธ์ระหว่าง
ตัวแปรต่างๆ ภายในจิตใจของมนุษย์แล้ว สิ่งที่เข้ามาเกี่ยวข้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ พฤติกรรมของมนุษย์ท ี่
แสดงออกต่อผู้อื่น (ยุบล เบ็ญจรงค์กิจ. 2534)
องค์ประกอบของพฤติกรรม
ครอนบาก (Cronbach. 1963 : 68-70) ได้อธิบายว่าพฤติกรรมของบุคคลจะเกิดขึ้นจาก
องค์ประกอบ 7 ประการ ดังนี้
1. ความมุ่งหมาย (Goal) เป็นความต้องการหรือวัตถุประสงค์ที่ทำให้เกิดกิจกรรม คนเรามี
พฤติกรรมเกิดขึ้นก็เพราะต้องการตอบสนองความต้องการของตนเอง หรือต้องการทำตามวัตถุประสงค์ที่ตนได ้
ตั้งไว้ คนเรามักมีความต้องการหลาย ๆ อย่างในเวลาเดียวกัน และมักจะเลือกสนองตอบความด้องการที่รีบด่วน
ก่อนความต้องการอื่น ๆ
๒. ความพร้อม (Readiness) ระดับวุฒิภาวะ หรือความสามารถที่จำเป็นในการประกอบ
พฤติกรรมเพื่อสนองตอบความต้องการ คนเราจะมีความพร้อมในแต่ละด้านที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นพฤติกรรมของ
ทุกคนจึงไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน และไม่สามารถจะประกอบพฤติกรรมได้ทุกรูปแบบ
3. สถานการณ์ (Situation) คนเรามักจะประกอบพฤติกรรมที่ตนเองต้องการ เมื่อมีโอกาส
หรือสถานการณ์นั้น ๆ เหมาะสมสำหรับการประกอบพฤติกรรม
4. การแปลความหมาย (Interpretation) แม้จะมีโอกาสในการประกอบพฤติกรรมแล้วคนเรา
ก็มักจะประเมินสถานการณ์ หรือคิดพิจารณาก่อนที่จะทำพฤติกรรมนั้นๆลงไป เพื่อให้พฤติกรรมนั้นมีความเสี่ยง
น้อยที่สุด และสามารถที่จะตอบสนองความต้องการของเขาได้มากที่สด
ุ
๑๐
5. การตอบสนอง (Respond) หลังจากได้แปลความหมาย หรือได้ประเมินสถานการณ์แล้ว
พฤติกรรมก็จะถูกกระทำ ตามวิธีการที่ได้เลือกในขั้นตองของการแปลความหมาย
6. ผลที่ได้รับ (Consequence) เมื่อประกอบพฤติกรรมไปแล้วผลที่ได้จากการกระทำนั้นๆ
ี่
อาจจะตรงกับความต้องการ หรืออาจะไม่ตรงกับความต้องการทตนเองได้คาดหวังไว้
7. ปฏิกิริยาต่อความผิดหวัง (Reaction to Threat) เมื่อคนเราไม่สามารถตอบสนองความ
ต้องการของตนเองได้ก็จะประสบกับความผิดหวัง ซึ่งเมื่อเกิดความผิดหวังแล้วคนๆ นั้นก็อาจจะกลับไปแปล
ี่
ความหมายใหม่ เพื่อที่จะหาวิธีทจะสนองความต้องการของตนเองใหม่
จากแนวคิดดังกล่าวสรุปได้ว่า พฤติกรรมมนุษย์นั้นจะขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายอย่างด้วยกัน
ได้แก่ เป้าหมาย ความพร้อม สถานการณ์ การแปลความหมาย การตอบสนอง ผลลัพธ์ที่ตามมา และปฏิกิริยา
ิ
ต่อความผดหวัง สิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมต่างๆเกิดขึ้นทั้งสิ้น นับว่าเป็นเงื่อนไขที่จะ
ก่อให้เกิดพฤติกรรมของมนุษย์นั่นเอง
ประเภทของพฤติกรรม
่
สุภัททา ปิณฑะแพทย์ (2542 : 2-5) ได้แบ่งประเภทของพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในลักษณะตาง ๆ
ได้ดังนี้
1. พิจารณาจากพฤติกรรมที่ปรากฎด้วยการสังเกต พฤติกรรมภายนอก (Overt) คือ
พฤติกรรมที่ปรากฏเห็นได้อย่างชัดเจน และพฤติกรรมภายใน (Cover) คือพฤติกรรมที่ไม่ปรากฏให้สามารถ
สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน
2. พิจารณาจากแหล่งทเกิดพฤติกรรม พฤติกรรมที่เกิดขึ้นภายในร่างกายเมื่อบุคคลมีวุฒิภาวะ
ี่
ิ
เป็นพฤติกรรมความพร้อมที่เกิดขึ้นโดยมีธรรมชาตเป็นตัวกำหนดให้เป็นไปตามเผ่าพันธ์ และวงจรชีวิตและ
ี่
พฤติกรรมทเกิดขึ้น โดยมีสิ่งแวดล้อมเป็นตัวกระตุ้น เป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นเนื่องจากประสบการณ์ซึ่งก่อให้เกิด
การเรียนรู้ขึ้น
3. พิจารณาจากภาวะทางจิตของบุคคล พฤติกรรมที่กระทำโดยรู้ตัว (Conscious) เป็น
พฤติกรรมที่อยู่ในระดับจิตสำนึก และพฤติกรรมที่กระทำโดยไม่รู้ตัว (Unconscious) เป็นพฤติกรรมที่อยู่ใน
้
ระดับจิตไร้สำนึก หรือจิตใตสำนึก หรือเรียกอีกอย่างว่า พฤติกรรมที่ขาดสติสัมปชัญญะ
4. พิจารณาจากแหล่งพฤติกรรมการแสดงออกของอินทรีย์ พฤติกรรมทางกายภาพ
(Physiological Activities) เป็นพฤติกรรมที่แสดงออกโดยใช้อวัยวะของร่างกายอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การ
เคลื่อนไหวร่างกายด้วยแขนหรือขา การปรับเปลี่ยนอิริยาบถของร่างกาย การพชักหน้า การโคลงตัว เป็นต้น
้
ิ
และพฤติกรรมทางจิตใจ (Psychological Activities) เป็นพฤติกรรมที่อยู่ในระดับความคด ความเขาใจหรือเกิด
อารมณ์ เป็นต้น
5. พิจารณาจากการทำงานของระบบประสาท พฤติกรรมที่ควบคุมได้ (Voluntary) เป็น
พฤติกรรมที่อยู่ในความควบคุม และการสั่งการด้วยสมอง จึงสามารถแสดงพฤติกรรมได้ตามที่ต้องการ และ
พฤติกรรมที่ควบคุมไม่ได้ (Involuntary) เป็นพฤตกรรมการทำงานของระบบร่างกายที่เป็นไปโดยอัตโนมัติ เช่น
ิ
กิริยาสะท้อน สัญชาตญาณ และการทำงานของระบบอวัยวะภายใน เป็นต้นจากแนวคิดข้างต้นชี้ให้เห็นว่า
พฤติกรรมของมนุษย์แบ่งออกได้ 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ พฤติกรรมที่เกิดจากภาวะทางกาย และพฤติกรรมท ี่
๑๑
เกิดขึ้นจากสภาวะทางจิตใจ ซึ่งมีทั้งประเภทที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว แบ่งออกเป็นที่ควบคุมได้ และแบบที่ไม่สามารถ
ควบคุมได้สิ่งที่กำหนดพฤติกรรมมนุษย์
ชุดา จิตพิทักษ์ (252๕ : 59-66) ได้อธิบายว่าสิ่งที่กำหนดพฤติกรรมของมนุษย์มี 2 ประเภท คือ
1. ลักษณะนิสัยส่วนตัวของมนุษย์แต่ละคน ประกอบด้วย
ิ
1.1 ความเชื่อ หมายถึง การทบุคคลคดว่าการกระทำบางอย่างหรือปรากฏการณ์บางอย่าง
ี่
ิ
หรือสิ่งของบางอย่าง หรือคุณสมบัตของสงของ หรือของบุคคลบางอย่างมีอยู่จริง หรือเกิดขึ้นจริงๆ กล่าวโดย
ิ่
ี่
ี่
สรุปคือ การทบุคคลหนึ่งคิดถึงอาจจะดีในแง่ข้อเทจจริงได้ แต่ถ้าเขาคดว่าความจริงเป็นเช่นนั้นแล้ว นั่นคือความ
ิ
เชื่อของเขา
ี่
1.2 ค่านิยม หมายถึง แนวความคิดทั้งทเห็นได้อย่างชัดเจน และไม่เด่นชัดซึ่งเป็นลักษณะ
พิเศษของบุคคลหนึ่ง หรือกลุ่มหนึ่งเกี่ยวกับว่าอะไรเป็นสิ่งดี ซึ่งเป็นความคิดที่มีอิทธิพลให้บุคคลเลือกกระทำ
การอันใดอันหนึ่งที่มีอยู่หลายวิธี หรือเลือกเป้าหมาขอันใคอันหนึ่งจากหลายๆอันที่มีอยู่
1.3 ทัศนคติหรือเจตนคต ทัศนคติเป็นแนวโน้มหรือขั้นเตรียมพร้อมของพฤติกรรม
ิ
นักจิตวิทยาบางท่านเรียกว่า ทัศนคตเป็นการตอบสนองสิ่งเร้าทางจิตใจ ซึ่งคล้ายกับการตอบสนองทางร่างกาย
ิ
ิ
ต่างกันแต่ว่ายังไม่ได้ออกกำลังกายเท่านั้น (ทิตยา สุวรรณชฎ. 2517 : 223) ทัศนคตแม้จะเป็นผู้กำหนด
ทิศทางของพฤติกรรม แต่ทัศนคติมิได้กำหนดเวลาที่ควรแสดงพฤติกรรม ทั้งยังมิได้กำหนดว่าควรแสดง
ิ
พฤติกรรมมากน้อยเพียงใด สิ่งที่กำหนดเวลาและปริมาณของพฤติกรรมนั้น เรียกว่าแรงจูงใจ ดังนั้นทัศนคตจึง
เป็นผู้วางแนวหรือทิศทางให้แรงจูงใจ และแรงจูงใจเป็นผู้กำหนดพฤติกรรมอีกทอดหนึ่ง
1.4 บุคลิกภาพ เป็นสิ่งที่บอกว่าบคคลจะปฏิบัติอย่างไรในสถานการณ์หนึ่งๆ การอธิบาย
ุ
ว่าบุคลิกภาพได้มาอย่างไรนั้น จะต้องอาศัยทฤษฎีทางจิตวิทยา หรือทฤษฎีการเรียนรู้ มาอธิบายหลกของทฤษฎี
ั
นี้บ่งว่าคนหรือสัตว์ก็ตามถ้าพฤติกรรมใดนำมาซึ่งรางวัล สัตว์หรือคนสถานการณ์หนึ่งๆการอธิบายว่าบุคลิกภาพ
ได้มาได้อย่างไรนั้น จะมีแนวโน้มที่จะมีพฤติกรรมแบบนั้นเมื่อมีโอกาส แตถ้าพฤติกรรมใดนำมาซึ่งการลงโทษ
่
สัตว์หรือคนนั้นจะมีแนวโน้มที่จะไม่ทำเช่นนั้นอีก
2. กระบวนการอื่นๆ ทางสังคมซึ่งไม่เกี่ยวกับลักษณะนิสัยส่วนตัวของมนุษย์ สามารถแบ่งเป็น
ประเด็นได้ ดังนี้
2.1 สิ่งกระตุ้นพฤติกรรม (Stimulus 0bject) และความเข้มข้นของสิ่งกระตุ้นพฤติกรรม
ุ้
ุ้
(Strength of Stimulus object) พฤติกรรมจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีสิ่งกระตนพฤติกรรม สิ่งกระตนพฤติกรรมนั้น
เป็นอะไรก็ได้ เช่น อาหาร เสียงปืน คำสบประมาท ฯลฯ
2.2 สถานการณ์ (Situation) หมายถึง สิ่งแวดล้อมทั้งที่เป็นบุคคล และไม่ใช่บุคคล ซึ่งอยู่ใน
สภาวะที่บุคคลกำลังจะมีพฤติกรรม
จากแนวคิดเรื่องพฤติกรรมข้างต้น ทำให้ทราบว่าพฤติกรรม จะมีพื้นฐานมาจากความรู้และทศนคตท ี่
ั
ิ
คอยผลักดันให้เกิดพฤติกรรม ซึ่งในแต่ละบุคคลจะมีพฤติกรรมแตกต่างกันออกไปสืบเนื่องมาจากการได้รับ
ิ
ความรู้จากแหล่งต่างๆไม่เท่ากัน รามถึงการตีความหมายของสารที่ได้รับมาไปคนละทศคนละทางอีกด้วย ซึ่ง
่
ชี้ให้เห็นว่าการสื่อสารผานสื่อต่าง ๆ มีประ โยชน์ในการทำให้บุคคลมีความรู้ นำความรู้ที่ได้มาสร้างทัศนคติ
ิ
สุดท้ายจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤตกรรมของบุคคล สามารถนำแนวคิดที่ได้มาเป็นอ้างอิงในการสรุปผล
๑๒
การศึกษาในด้านแนวโน้มการเกิดพฤติกรรมของบุคคลว่าต้องอาศัยปัจจัยในด้านใดบ้าง ที่มีส่วนให้แต่ละบุคคลมี
แนวโน้มการเกิดพฤติกรรมจากการเปีดรับข่าวสารจากสื่อต่างจึงมีพฤติกรรมการแสดงออกที่แตกต่างกัน
๓. แนวคิดเกี่ยวกับการใช้รูปแบบ (MODEL) เพื่อการบริหาร
ความหมายของรูปแบบ (MODEL)
รูปแบบตรงกับคำในภายาอังกฤษว่า "MODEL" โมเดล หรือรูปแบบเป็นรูปธรรมของความคิดท ี่
เป็นนามธรรมซึ่งบุคคลแสดงออกมาในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง ซึ่งมีผู้ให้ความหมายของโมเคลหรือรูปแบบไว้
ดังนี้
อุทุมพร จามรมาน (2541 : 22) รูปแบบ หมายถึง โครงสร้างของความเกี่ยวข้องของหน่วยต่าง
ๆ หรือตัวแปรต่าง ๆดังนั้น รูปแบบจึงน่าจะมีมากกว่าหนึ่งมิติ หลายตัวแปร และตัวแปรต่าง ๆ มีความเกี่ยวข้อง
ซึ่งกันและกันในเชิงความสัมพันธ์และเชิงเหตุและผล
เยาวดี วิบูลย์ศรี (2544 : 27) รูปแบบ คือวิธีการที่บุคคลใดบุคคลหนึ่งได้ถ่ายทอดความคิด
ความเข้าใจตลอดทั้งจินตนาการที่มีต่อปรากฎการณ์ หรือเรื่องราวใด ๆ ให้ปรากฏ โดยใช้การสื่อสารในลักษณะ
ั
ต่าง ๆ เช่น ภาพวาด ภาพเหมือน แผนภูมิ แผนผงต่อเนื่อง หรือสมการทางคณิตศาสตร์ ให้สามารถเข้าใจได้ง่าย
และ ในขณะเดียวกันก็สามารถนำเสนอเรื่องราว หรือประเด็นต่าง ๆ ได้อย่างกระชับภายใต้หลักการอย่างมี
ระบบ
ทิศนา แขมณี (2551 : 1) ได้ให้ความหมายของรูปแบบไว้ 3 ประการ คือ
1) รูปแบบ หมายถึง สิ่งซึ่งเป็นแบบย่อส่วนของของจริง ตรงกับภาษาไทยว่าแบบจำลอง
2) รูปแบบ หมายถึง สิ่งของหรือคนที่นำมาใช้เป็นแบบอย่างในการดำเนินการบางอย่าง เช่น
ครูต้นแบบ นักเดินแบบหรือแม่พิมพ์ในการวาดภาพศิลป์เป็นต้น
3) รูปแบบ หมายถึง แบบหรือรุ่นของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่นเครื่องคอมพิวเตอร์รุ่น864X เป็น
ต้นทำนองเดียวกัน
(Keeves. 1988 : 559) ได้ให้ความหมายของคำว่ารูปแบบ สรุปได้ว่า รูปแบบ หมายถึง สิ่งท ี่
่
ิ
ั
แสดงโครงสร้างของความเกี่ยวข้องระหว่างชุดของปัจจัยหรือตัวแปรตาง ฯ หรือองค์ประกอบที่สำคญในเชง
็
ความสัมพันธ์หรือเหตุผลซึ่งกันและกัน เพื่อช่วยให้เข้าใจข้อเทจจริงหรือปรากฏการณ์ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
ี่
โดยฉพาะนอกจากนั้นยังได้กล่าวว่า รูปแบบทใช้ประโยชน์ไดควรจะมีข้อกำหนด 4 ประการ คือ
้
1) รูปแบบควรประกอบด้วยความสัมพันธ์อย่างมี โครงสร้างมากกว่าความสัมพันธ์ที่เกี่ยวเนื่อง
กันแบบรวม ๆ
2) รูปแบบควรใช้เป็นแนวทางในการพยากรณ์ผลที่จะเกิดขึ้น ซึ่งสามารถถูกตรวจสอบได้โดย
การสังเกต ซึ่งเป็นไปได้ที่จะทดสอบรูปแบบพื้นฐานของข้อมูลได ้
3) รูปแบบควรต้องระบุหรือชี้ให้เห็นถึงกลไกเชิงเหตุผลของเรื่องที่ศึกษา ดังนั้นนอกจาก
รูปแบบจะเป็นเครื่องมือในการพยากรณ์ได้ควรใชอธิบายปรากฎการณ์ได้ด้วย
้
4) รูปแเบบควรเป็นเครื่องมือในการสร้างมโนทัศน์ใหม่และสร้างความสัมพันธ์ของตัวแปร ใน
ลักษณะใหม่ซึ่งเป็นการขยายในเรื่องที่กำลังศึกษา
บุญชม ศรี สะอาด และสุริทอง ศรี สะอาด (2552 : 121) รูปแบบ (Model) หมายถึง
โครงสร้างที่แสดงความสัมพันธ์ขององค์ประกอบตางๆ ที่แสดงขั้นตอนการทำงานเป็น โฟรว์ชาร์ท (Flow
่
๑๓
Chart) สามารถอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรที่ปรากฎในธรรมชาติหรือระบบต่างๆที่อธิบายลำดับ
ขั้นตอนขององค์ประกอบหรือกิจกรรมในระบบ
รูปแบบ หมายถึง เป็นชุดของข้อความเชิงนามธรรมเกี่ยวกับปรากฏการณ์ที่เราสนใจเพื่อ
ั
การใช้ในการนิยามคุณลักษณะหรือบรรยายคณลกษณะนั้น ๆ หรือเป็นชุดของแนวคิดซึ่งได้เรียบเรียงไว้ใน
ุ
ี่
ลักษณะโครงสร้างอย่าง เป็นระบบและมีองค์ประกอบต่าง ๆ ทสัมพันธ์กัน เพื่อเป็นแนวทางในการคำเนินงาน
กลยุทธ์ พื้นฐานเงื่อนไขและข้อจำกัดในการนำรูปแบบไปใช้ (Bardo และ Hartman. 2004 : 25)
กล่าวโดยสรุป รูปแบบ หมายถึง ลักษณะที่แสดงให้เห็น โครงสร้าง องค์ประกอบและความสัมพันธ์
ของเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เพื่ออธิบายปรากฏการณ์ ที่เกิดขึ้นหรือพยากรณ์ไปในอนาคตรูปแบบมีองค์ประกอบสำคัญ
หลายอย่างและมีความสัมพันธ์กันเป็นระบบ
๔. แนวคิด ทฤษฎี และหลักการสำคัญเกี่ยวกับความพึงพอใจ
๔.1 ความหมายและความสำคัญของความพึงพอใจ
ความพึงพอใจ ตรงกับภาษาอังกฤษว่า Satisfaction ได้มีนักวิชาการหลายคนได้ ศึกษาและให้
ความหมายไว้ต่าง ๆ กัน ดังนี้
แอ้ปเปิล ไวท์ (Applewhite. 1965 : 8) ได้อธิบายความหมายของความพึงพอใจ ใน การ
ุ
ปฏิบัติงานไว้ว่า เป็นความสุขที่ได้รับจากสภาพแวดล้อมทางกายภาพในการทำงาน ความสขใน การทำงานกับ
เพื่อนร่วมงาน การมีทัศนคติที่ดีต่องานและความพอใจเกี่ยวกับรายได ้
บลัมและเนเลอร์ (Blum and Naylor. 1968 : 365) ได้ให้ทัศนะว่า คำว่า เจตคติของ
ผู้ปฏิบัติงาน (Employee Attitude) ความพึงใจในการทำงาน (Job Satisfaction) สับสนกันและได้ให้
ข้อคิดเห็นไว้ว่ามีความหมายไม่เหมือนกันโดยให้เหตุผลว่า เจตคติก่อให้เกิดความพึงพอใจในงาน ความพึงพอใจ
ในงานก่อให้เกิดขวัญดี และได้ให้ความหมายของความพึงพอใจในการทํางานว่าเป็น ผลรวมของเจตคติต่างๆ
ของบุคคลที่มีต่อองค์ประกอบของงาน แต่ วรูม (Vroom. 1964 : 99) ได้ให้ทัศนะว่า เจตคติต่องานมีทั้ง
ทางบวกและทางลบ ทางบวกก็คือ ความพึงพอใจในการปฏิบัติงาน ส่วนทางลบก็คือ ไม่พึงพอใจในการ
ปฏิบัติงาน
๔.2 แนวคิด ทฤษฎี เกี่ยวกับความพึงพอใจ
ความพึงพอใจในการทำงานมีความเกี่ยวข้องกับ ความต้องการของมนุษย์และการจูง ใจโดยตรง
่
ได้มีผู้ศึกษาค้นคว้าและเขียนไว้มากมาย แตในที่นี้จะขอนำมากล่าวเฉพาะหลักการ และทฤษฎีที่สำคัญพอสังเขป
ดังนี้
ทฤษฎีการจูงใจของ เฮอร์ซเบอร์ก (Herzberg) หรือ ทฤษฎีสองปัจจัยของ (Herzbergs Two
Factor Theory) มาสโลว์ (Maslow. 1954 : 35-46) ได้ตั้งทฤษฎีทั่วไปเกี่ยวกับการจูงใจ โดยมีสมมติฐาน ว่า
มนุษย์มีความต้องการอยู่เสมอและไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อความต้องการ ใดได้รับการตอบสนองแล้ว ความต้องการ
อย่างอื่นก็จะเข้ามาแทนท ความต้องการของคนเราอาจจะซ้ำซ้อนกัน ความต้องการ อย่างหนึ่งอาจจะยังไม่ทัน
ี่
หมดไป ความต้องการอีกอย่างหนึ่งก็จะเกิดขึ้นได้ ซึ่งความต้องการจะ เป็นไปตามลำดับดังนี้
๑๔
1. ความต้องการด้านสรีระ (Physiological Need) เป็นความต้องการขั้นมูลฐานของ มนุษย์
ี่
และเป็นสิ่งจําเปนทสุดสำหรับการดำรงชีวิต ได้แก่ อาหาร อากาศ ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม ยา รักษาโรค ความ
็
ต้องการการพักผ่อน และความต้องการทางเพศ
2. ความต้องการความปลอดภัย (Safety Need) เป็นความรู้สึกที่ต้องการความมั่นคง
ปลอดภัยในชีวิต ทั้งในปัจจุบันและอนาคต ซึ่งรวมถึงความก้าวหน้าและความอบอุ่นใจ
3. ความต้องการความรักและความเป็นเจ้าของ (Love and Belonging) เมื่อความ ต้องการ
ทางร่างกายและความต้องการความปลอดภัย ได้รับการตอบสนองแล้ว ความต้องการความ รักและความเป็น
ี่
เจ้าของก็จะเริ่มเป็นสิ่งจูงใจทสำคัญต่อพฤติกรรมของบุคคล ความต้องการความรัก และความเป็นเจ้าของ
้
หมายถึง ความต้องการที่จะเขาร่วมและได้รับการยอมรับ ได้รับความเป็นมิตร และความรักจากเพื่อนร่วมงาน
4. ความต้องการการเห็นตนเองมีคุณค่า (Esteem Need) ความต้องการด้านนี้ เป็นความ
ต้องการระดับสูงที่เกี่ยวกับ ความอยากเด่นในสังคม ต้องการให้บุคคลอื่น รวมถึงความเชื่อมั่น ในตนเอง ความรู้
ความสามารถ ความเป็นอิสระ และเสรีภาพ
5. ความต้องการที่จะทำความเข้าใจตนเอง (Need For Self Actualization) เป็นความ
ต้องการที่จะเข้าใจตนเองตามสภาพที่ตนเองเป็นอยู่ เข้าใจถึงความสามารถ ความสนใจ ความ ต้องการของ
ตนเอง ยอมรับได้ในส่วนที่เป็นจุดอ่อนของตนเอง
๕. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
๕.๑ งานวิจัยในประเทศ
วิจิตรา ซื่อธานุวงศ์ (2523) ได้ศึกษาการฝึกเพื่อพัฒนาทักษะการบวกเลขในใจของเด็ก กลุ่ม
ตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนวัดปทุมคงคา จำนวน 40 คน แบ่งเป็นกลุ่มควบคุมและ
กลุ่มทดลอง กลุ่มละ 20 คน ผลการวิจัยพบว่า 1. นักเรียนที่ได้รับการฝึกโดยแบบฝึกทผู้วิจัยสร้างขึ้น มี
ี่
้
พฤติกรรมการนับนิ้วลดลงมากกว่านักเรียนที่ไม่ไดรับการฝึก 2. คะแนนของการตอบถูกของนักเรียนที่ได้รับการ
ฝึกโดยแบบฝึกเพิ่มขึ้นมากกว่านักเรียนที่ไม่ได้รับการฝึก 3. ผลของการฝึกทำให้นักเรียนมีความสามารถในการ
บวกเลขทั้ง 3 แบบคือ แบบการหาผลบวก การหาตัวตั้ง และการหาตัวบวกเพิ่มขึ้นจากเดิม
๕.๒ งานวิจัยต่างประเทศ
Leichtweis (1996 : Abstrsct) ได้ศึกษาถึงผลของการฝึกทักษะทางสังคมในการเห็น คุณค่าใน
ตนเองของนักเรียนที่ถูกรบกวนทางอารมณ์อย่างรุนแรง ซึ่งจะสำรวจประสิทธิภาพของ โปรแกรมการฝึกทักษะ
ุ
่
ทางสังคมในการส่งเสริมการเห็นคณคาในตนเองของนักเรียนที่มีปัญหาทาง อารมณ์ เพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
ของนักเรียน โดยทำการทดลองในโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในช่วง ฤดูร้อน ใช้ระยะในการทดลอง 8 สัปดาห์ ซึ่ง
นักเรียนที่มีปัญหาทางอารมณ์จะได้รับการสอนทักษะ ประจำวันจากผู้เชี่ยวชาญ โดยใชหลักสตรทักษะทาง
ู
้
สังคม ของ Walker ในโปรแกรมจะมีการบำบัด แก้ไขปัญหาของนักเรียนทั้งแบบกลุ่มและแบบรายบุคคล
ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนมีพฤติกรรม การเห็นคณค่าในตนเองและความพึงพอใจเพิ่มมากขึ้น
ุ
บทที่ ๓
การดำเนินการวิจัย
การวิจัยการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียน โดยใช้ SMART MODEL ผู้วิจัยได ้
ใช้กระบวนการวิจัยและพัฒนาโดยดำเนินการตามลำดับ ดังนี้
การกำหนดขั้นตอนการวิจัย
ั้
ผู้วิจัยได้กำหนดขั้นตอนการวิจัยเป็น ๓ ระยะ ๗ ขนตอน ปรากฏรายละเอียดดังแผนภาพ ๒
ขั้นตอนการวิจัย
ระยะที่ ๑ การวิเคราะห์ ขั้นตอนที่ ๑ การวเคราะห์สภาพปัญหาความต้องการและความจำเป็น
ิ
ปัญหาความตองการและ ในการพัฒนา
้
ขั้นตอนที่ ๒ การกำหนดปัญหาในการวิจัย
ความจำเป็นในการพัฒนา ขั้นตอนที่ ๓ การกำหนดกรอบกิจกรรมในการวิจัยการพฒนาทักษะ
ั
และพฤติกรรมความสามารถของนักเรียน
ระยะที่ 2 การดำเนินวิจัย
การพัฒนาทักษะและ
พฤติกรรมความสามารถ ขั้นตอนที่ ๔ ดำเนินการพฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของ
ั
ของนักเรียน
นักเรียนโดยใช้ SMART MODEL (๕ องค์ประกอบ)
ระยะที่ ๓ การประเมิน
ผลการวิจัยการพัฒนา ขั้นตอนที่ ๕ การประเมินผลการวิจัยการพัฒนาทักษะและพฤติกรรม
ทักษะและพฤติกรรม ความสามารถของนักเรียนโดยใช้ SMART STUDENT MODEL
ความสามารถของนักเรียน ขั้นตอนที่ ๖ วิเคราะห์ผลการประเมิน
ขั้นตอนที่ ๗ การสรุปรายงานผล
แผนภาพ ๒ ขั้นตอนการวิจัยการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียน
โดยใช้ SMART MODEL
16
์
เพื่อให้การดำเนินการวิจัยเป็นไปตามวัตถุประสงคผู้วิจัยได้กำหนดวิธีดำเนินการวิจัยเกี่ยวกับ
ประชากร และกลุ่มตัวอย่าง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย การเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติที่ใช ้
ในการวิเคราะห์ข้อมูล ดังต่อไปนี้
ั
ประชากรและกลุ่มตวอย่าง
๑. ประชากร ประกอบด้วย
ประชากรที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ประกอบด้วย
1.1 นักเรียนโรงเรียนหนองหมื่นถ่านวิทยา ที่กำลงศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 - 6 ปี
ั
การศึกษา 2562 จำนวน 295 คน ปีการศึกษา 2563 จำนวน 281 คน
1.2 ครูโรงเรียนหนองหมื่นถ่านวิทยา ปีการศึกษา 2562 จำนวน 23 คน ปีการศึกษา 2563
จำนวน 23 คน
1.3 ผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนหนองหมื่นถ่านวิทยา ปีการศึกษา 2562 จำนวน 295 คน ปี
การศึกษา 2563 จำนวน 281 คน
1.4 คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นาน โรงเรียนหนองหมื่นถ่าน ปีการศึกษา 2562 จำนวน
13 คนปีการศึกษา 2563 จำนวน 13 คน (ยกเว้น ผู้แทนครูและเลขานุการ)
2. กลุ่มตัวอย่าง ประกอบด้วย
2.1 นักเรียน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive sampling) โดยปีการศึกษา
2562 ใช้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1,2,4 และ 5 ทุกคน ปีการศึกษา 2563 ใช้นักเรียนกลุ่มเดมที่เลื่อนชั้น
ิ
ไปเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 2,3,5และ6 ได้กลุ่มตัวอย่างปีการศึกษา 2562 และปีการศึกษา 2563 จำนวน 211
คน (เนื่องจากนักเรียนกลุ่มดังกล่าวศึกษาที่โรงเรียนหนองหมื่นถ่านวิทยา ตลอด 2 ปีการศึกษา ที่โรงเรียน
ดำเนินการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สามารถมองเห็นพัฒนาการด้านต่างๆ ได้อย่างชัดเจน)
2.2 ครู กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive sampling) ปีการศึกษา 2562
จำนวน 23 คน และปีการศึกษา 2563 จำนวน 23 คน
2.3 ผู้ปกครอง กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive sampling) โดยใช้ผู้ปกครอง
นักเรียนที่ได้รับคัดเลือกเป็นกลุ่มตัวอย่าง ปีการศกษา 2562 จำนวน 211 คน ปีการศึกษา 2563 จำนวน
ึ
211 คน
2.4 คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนหนองหมื่นถ่านวิทยา ปีการศึกษา 2562
และปีการศึกษา 2563 จำนวน 13 คน (ยกเว้น ผู้แทนครูและเลขานุการ)
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามและแบบสังเกตพฤติกรรมที่สะท้อนถึงการพัฒนาทักษะ
้
และพฤติกรรมความสามารถของนักเรียน ประกอบดวย
ฉบับท 1 แบบสอบถามความคดเห็นต่อการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียน
ี่
ิ
โดยใช้ SMART MODEL โรงเรียนหนองหมื่นถ่านวิทยา ปีการศึกษา 2562-2563
17
ฉบับที่ 2 แบบสอบถามความพึงพอใจต่อการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียน
โดยใช้ SMART MODEL โรงเรียนหนองหมื่นถ่านวิทยา ปีการศึกษา 2563
วิธีสร้างเครื่องมือและหาคุณภาพของเครื่องมือ
้
การสร้างเครื่องมือในการรวบรวมขอมูลให้ตรงกับสภาพความเป็นจริงของการวิจัยการพัฒนาทักษะ
้
และพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช SMART MODEL ในครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ดำเนินการสร้างเครื่องมือ
ตามลำดับขั้นตอน ดังนี้
๑. ศึกษาเอกสาร ตำรา งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเครื่องมือวิจัย
๒. ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของ
นักเรียน
ั
๓. กำหนดหัวข้อโครงสร้างหลกและโครงสร้างย่อยเพื่อช่วยในการสร้างแบบสอบถามให้ครอบคลุม
ครบถวนและมีรายละเอียดในเรื่องที่ตองการศึกษา
้
้
๔. สร้างแบบสอบถามทเกี่ยวข้องกับการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียน
ี่
จำนวน 2 ฉบับ
๕. ดำเนินการตรวจสอบเครื่องมือขั้นต้น โดยการแก้ไขปรับปรุงถ้อยคำ สำนวนภาษา ตลอดทง ั้
ข้อความที่ไม่ชดเจน
ั
๖. นำเครื่องมือที่ปรับปรุงถ้อยคำและภาษาแล้วให้ผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ด้านบริหารการศึกษา ดาน
้
ั
การวัดผลและประเมินผล ด้านภาษา ด้านการวิจยตรวจสอบความถูกต้องชัดเจนและครอบคลุมตรงเนื้อหาโดยมี
ผู้เชี่ยวชาญจำนวน ๕ คนคือ
ู
๑. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จิระพร ชะโน ตำแหน่ง ประธานหลักสูตรสาขาวิชาหลักสตรและการ
สอน ระดับมหาบัณฑิตและดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
๒. ดร.ธนดล ภูสีฤทธิ์ ตำแหน่ง อาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา สาขา
เทคโนโลยีการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
๓. ดร.เพิ่มพูล ร่มศรี ตำแหน่ง ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ สาขาบริหารการศึกษา สำนักงาน
ศึกษาธิการจังหวัดร้อยเอ็ด
๔. นายสมปอง เอนกบุญ ตำแหน่ง ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ สาขาเทคโนโลยีการศึกษา
สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดร้อยเอ็ด
๕. นายตันติกร ขุนาพรม ตำแหน่ง ศึกษานิเทศก์ กลุ่มงานวัดและประเมินผลการศึกษา
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามหาสารคาม เขต ๑
18
ั
ผู้เชี่ยวชาญได้ตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาและได้ให้ข้อเสนอแนะ แล้วนำไปปรับปรุงหาค่า ดชนี
ความสอดคล้องโดยใช้สูตร IOC (Index of Congruence) จากการตรวจสอบความตรงต่อเนื้อหา ได้คัดเลือก
ข้อที่มีค่าดัชนีความสอดคล้องที่มีค่ามากกว่า 0.75 ไว้เป็นข้อคำถามและจัดพิมพ์เป็นแบบสอบถาม เพื่อนำไป
่
ทดลองใชหาคณภาพเครื่องมือต่อไป (ค่า IOC ทั้ง 2 ฉบับมีคาเท่ากับ 0.80 - 1.00)
้
ุ
๗. นำเครื่องมือที่ปรับปรุงแล้วไปทดลองใช้ (try out) กับนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และคณะกรรมการ
สถานศึกษาขั้น โรงเรียนดูกอึ่งประชาสามัคคี อำเภอหนองฮี จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นโรงเรียน ที่มีบริบทและ
สภาพงานใกล้เคียงกับโรงเรียนหนองหมื่นถ่านวิทยาดังนี้
ฉบับที่ 1 ใช้กับนักเรียน 20 คน ครู 5 คน ผู้ปกครอง 20 คน และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้น
พื้นฐาน 5 คน รวม 50 คน
ฉบับที่ 2 ใช้กับนักเรียน 20 คน ครู 5 คน ผู้ปกครอง 20 คน และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้น
พื้นฐาน 5 คน รวม 50 คน
๘. นำแบบสอบถาม และแบบประเมินที่ได้รับกลับคืนมาวิเคราะห์หาคาความเชื่อมั่น (Reliability)
่
่
่
โดยใช้คาสัมประสทธิ์แอลฟ่า (Alpha - Coefficient) ได้ค่าความเชื่อมั่นแตละฉบับดังนี้
ิ
ฉบับท ี่ ค่าความเชื่อมั่น
ฉบับที่ 1 .940
ฉบับที่ 2 .980
๙. นำเครื่องมือที่มีคุณภาพไปใช้กับกลุ่มตัวอย่างที่กำหนดไว้ เพื่อนำผลที่ได้ไปทำการวิเคราะห์ตาม
วัตถุประสงค์ของการวิจัยต่อไป
การเก็บรวบรวมข้อมูล
การเก็บรวบรวมข้อมูลสำหรับนวัตกรรมในครั้งนี้ โรงเรียนได้ดำเนินการเก็บข้อมูล โดยเก็บข้อมูลหลัง
การพัฒนาเมื่อสิ้นปีการศกษา 2562 และข้อมูลหลังการพัฒนาเมื่อสิ้นปีการศึกษา 2563 ดังนี้
ึ
ั
๑. แบบสอบถามฉบบที่ 1 เพื่อสอบถามความคิดเห็นของนักเรียน ครู ผู้ปกครอง คณะกรรมการ
สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ต่อการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช้ SMART MODEL
โดยดำเนินการเก็บข้อมูลหลังการพัฒนา ในปีการศึกษา 2562 และปีการศึกษา 2563 (ระหว่างเดือน
มีนาคม)
๒. แบบสอบถามฉบบที่ 2 เพื่อสอบถามความพึงพอใจของ นักเรียน ครู ผู้ปกครอง และ
ั
คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ต่อการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช้
SMART MODEL โดยดำเนินการเก็บข้อมูลหลังการพัฒนาในปีการศึกษา 2563 (ระหว่างเดือน มีนาคม)
19
การวิเคราะห์ข้อมูล
่
ผู้วิจัยดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปในการวิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาคาเฉลี่ย
และแปลความหมายของค่าเฉลี่ยตามเกณฑ์ ดังนี้ (สมบูรณ์ สุริยวงศ์ สมจิตรา เรืองศรี และเพ็ญศรี เศรษฐวงศ์.
๒๕๔๔ : ๑๑๖)
1.00 – 1.50 หมายถึง คุณภาพ / ความพึงพอใจ อยู่ในระดับ น้อยทสุด
ี่
1.51 – 2.50 หมายถึง คุณภาพ / ความพึงพอใจ อยู่ในระดับ น้อย
2.51 – 3.50 หมายถึง คุณภาพ / ความพึงพอใจ อยู่ในระดับ ปานกลาง
3.51 – 4.50 หมายถึง คุณภาพ / ความพึงพอใจ อยู่ในระดับ มาก
ี่
4.51 – 5.00 หมายถึง คุณภาพ / ความพึงพอใจ อยู่ในระดับ มากทสุด
ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) บอกถึงความคิดเห็น/ความพึงพอใจที่สอดคล้องตามกันหรือ
่
แตกต่างกัน ถ้า S.D. มีคาสูง แสดงว่ารายการสอบถามนั้นผู้ตอบมีความคิดเห็น/ความพึงพอใจแตกต่างกัน แต่ถ้า
S.D. มีค่าต่ำ แสดงว่ารายการสอบถามนั้นผู้ตอบมีความคิดเห็น/ความพึงพอใจคล้อยตามกันถ้า S.D. มีค่า 0
แสดงว่ารายการนั้นผู้ตอบมีความคิดเห็น/ความพึงพอใจเหมือนกันทุกคน
สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
ั
ิ
้
๑. ค่าดชนีความสอดคล้อง IOC (Index of Congruence) โดยใช้สูตร (สมบัต ทายเรือคำ. 2555 :
111)
IOC= R
N
เมื่อ IOC แทน ดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อสอบกับจดประสงค ์
ุ
R แทน ผลรวมคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด
N แทน จำนวนผู้เชี่ยวชาญทั้งหมด
้
ิ
๒. ค่าเฉลี่ยเลขคณิต (Mean) โดยใชสูตร (สมบัต ท้ายเรือคำ. 2555 : 128)
X
X =
n
เมื่อ X แทน ค่าเฉลี่ยกลุ่มตัวอย่าง
X แทน ผลรวมของข้อมูลในกลุ่มตัวอย่าง
n แทน จำนวนข้อมูลในกลุ่มตัวอย่าง
20
้
๓. ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) โดยใช้สูตร (สมบัติ ทายเรือคำ. 2555 : 144)
2
n fx − ( fx ) 2
S =
n(n − 1)
เมื่อ S แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของกลุ่มตัวอย่าง
fx แทน ผลรวมของผลคูณระหว่างค่าของข้อมูลแต่ละตัวกับ
ค่าความถของข้อมูลนั้น
ี่
fx แทน ผลรวมของผลคูณระหว่างค่าของข้อมูลแต่ละตัว
2
ยกกำลังสองกับค่าความถี่ของข้อมูลนั้น
n แทน จำนวนข้อมูลทั้งหมดของกลุ่มตัวอย่าง
f แทน ค่าความถของข้อมูลแตละตัวหรือแต่ละชั้น
ี่
่
๔. วิเคราะห์หาความเชื่อมั่น (Reliability) โดยวิธีหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา (Alpha – Coefficient)
้
ของครอนบาค Cronbach โดยใชสูตร (สมบัติ ท้ายเรือคำ. 2555 : 98)
k S 2 i
α = 1 −
k −1 S 2 t
ิ
เมื่อ α แทน ค่าสัมประสทธิ์ความเชื่อมั่น
k แทน จำนวนข้อของเครื่องมือ
S แทน ผลรวมของความแปรปรวนแต่ละข้อ
2
i
S แทน ความแปรปรวนของคะแนนรวม
2
t
ขั้นตอนและวิธีการดำเนินการวิจัย
การดำเนินงาน นวัตกรรม เรื่อง การพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช ้
SMART STUDENT โรงเรียนหนองหมื่นถ่านวิทยา มีขั้นตอนในการดำเนินงาน ดังนี้
ระยะที่ 1 การวิเคราะห์ปัญหาความต้องการและความจำเป็นในการพัฒนา
ขั้นตอนที่ 1 การวิเคราะห์สภาพปัญหาความต้องการและความจำเป็นในการพัฒนา
การวิเคราะห์สภาพปัญหา ความต้องการและความจำเป็นในการพัฒนา โดยดำเนินการศึกษาภูมิ
หลังและสภาพจริงส่งเสริมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสะท้อนปัญหาความต้องการปรากฏดังรายละเอียดดังนี้
ั
1. ศึกษาภูมิหลงและสำรวจสภาพจริง
โรงเรียนหนองหมื่นถ่านวิทยา เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ปัจจุบันมีนักเรียน 281 คน ครู 23 คน
สังกัดสำนักเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาร้อยเอ็ด ได้มีแนวคิดในการพัฒนานักเรียนให้เป็น คนดี มีความสุข
21
ึ
และ คนเก่ง ตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ จงได้ศึกษาบริบทของโรงเรียนจากรายงานการ
ประกันคุณภาพ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เอกสารระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน และศึกษาจากสภาพจริง จาก
การศึกษาสภาพระดับพฤติกรรม เมื่อปีการศึกษา 2562 พบว่าระดับพฤติกรรมด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ั้
8 ประการ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ของนักเรียนพบว่า นักเรียนได้ระดับ 0
่
คือไม่ผ่าน และระดับ 1 คือ ผาน จำนวน 25 คน คิดเป็นร้อยละ 9.19 โดยมีข้อค้นพบสภาพปัญหานักเรียนท ี่
ไม่ผ่าน ดังนี้ นักเรียนบางส่วน ไม่เข้าร่วมกิจกรรมที่ทางโรงเรียนจัดให้ ไม่ปฏิบัติตามระเบียบททางโรงเรียน
ี่
กำหนด เช่น มาโรงเรียนสาย ไม่เข้าเรียน ไม่รักษาความสะอาด ไม่ใสใจในเรียน ขาดความมีน้ำใจ ไม่มีความ
เสียสละ ไม่มีความอดทน ไม่สัมมาคารวะ นักเรียนชายขาดภาวะผู้นำ ไม่รับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย
ิ
กลับก่อนเวลา แต่งกายไม่ถูกระเบียบ ใช้สารเสพตด ซึ่งส่งผลกระทบด้านการเรียนให้ต่ำลง
้
2. ส่งเสริมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องสะท้อนปัญหาความตองการจำเป็น
ผู้วิจัยได้ดำเนินการจัดประชุม ครู ผู้ปกครอง และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อ
สะท้อนปัญหานักเรียนโรงเรียนหนองหมื่นถ่านวิทยาและหาแนวทางพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถ
ของนักเรียน
ขั้นตอนที่ 2 การกำหนดปัญหาในการวิจัย
ผู้วิจัยวางแผนดำเนินการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียน โดยศึกษาค้นคว้า
หลักการ แนวคิด ทฤษฎีทเกี่ยวข้องเพื่อเป็นข้อมูลในการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียน
ี่
ให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลโดยเฉพาะแผนพัฒนาเศรษฐกิจสังคมแห่งฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 - 2564)
ี
“ยึดคนเป็นศูนย์กลาง การพัฒนา” มุ่งสร้างคุณภาพชีวิตและสุขภาวะที่ดสำหรับคนไทย พัฒนาคนให้มีความ
สมบูรณ์มีวินัย มีความรู้ มีทักษะ มีความคดสร้างสรรค์ มีทัศนคตที่ดี รับผิดชอบต่อสังคม มีจริยธรรมและ
ิ
ิ
คุณธรรม พัฒนาคนทุกช่วงวัยและเตรียมความพร้อมเข้าสสังคมผสงอายุอย่างมีคุณภาพ รวมถึงสร้างคนให้ใช ้
ู
ู้
ู่
ประโยชน์และอยู่กับสิ่งแวดล้อมอย่างเกื้อกูล อนุรักษ์ฟื้นฟู ใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ิ
อย่างเหมาะสม (สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาต. ๒๕๖๐ : 4) โดยเน้นเรื่อง
คุณลักษณะอันพึงประสงค์และสมรรถนะที่หลักสูตรกำหนด ผ่านการจัดการเรียนการสอน การปฏิบัติกิจกรรม
พัฒนาผู้เรียนในลักษณะต่างๆ จนตกผลึกเป็นคณลักษณะอันพึงประสงค์และสมรรถนะในตัวผู้เรียน โรงเรียนจึง
ุ
ได้กำหนดแนวทางในการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช้ SMART MODEL
ขั้นตอนที่ 3 การกำหนดกรอบกิจกรรมในการวจัย การพัฒนาทักษะและพฤติกรรม
ิ
ความสามารถของนักเรียนโดยใช้ SMART MODEL
ในขั้นตอนนี้ ผู้วิจัยได้ดำเนินการศึกษาหลักการ แนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาทักษะและ
พฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช้ SMART MODEL ดังแผนภาพ ๓
22
แผนภาพ ๓ แสดงกิจกรรมการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียน
โดยใช้ SMART MODEL
ระยะที่ 2 การดำเนินการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช้
SMART MODEL
ขั้นตอนที่ 4 ดำเนินการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช้
SMART MODEL
ในการดำเนินการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนครอบคลุม ๕ ด้าน โดยมี
กิจกรรมดังตาราง ๑ ต่อไปนี้
ตาราง ๑ แสดงกิจกรรมที่พัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียน
การพัฒนา กิจกรรม
ด้านทักษะ (Skill) - กิจกรรมวิทยาศาสตร์
- กิจกรรมส่งเสริมทักษะอาชีพ
- กิจกรรมส่งเสริมการปลูกผัก
ด้านคุณธรรม (Morals) - กิจกรรมพี่รับน้อง
- กิจกรรมจิตอาสาพัฒนา
- กิจกรรมวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
23
การพัฒนา กิจกรรม
ด้านคำนวณ คดเลขเป็น (Arithmetic) - กิจกรรมแข่งขันทักษะทางคณิตศาสตร์
ิ
- กิจกรรมการทำโครงงานคณิตศาสตร์
- กิจกรรมการแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์
ด้านอ่านออกเขียนได้ (Reading&Writing) - กิจกรรมวันภาษาไทย
- กิจกรรมวันสุนทรภู่
- กิจกรรมห้องสมุด
ด้านเทคโนโลยี (Technology) - กิจกรรมการแข่งขันวาด
- กิจกรรมการแข่งขันการสืบค้นข้อมูล
- กิจกรรมการตอบปัญหา โดยใชสื่อเทคโนโลยี
้
ตัวอย่างวิธีการดำเนินการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช้ SMART
MODEL ปีการศึกษา 2562-2563 ดังตาราง ๒ ต่อไปนี้
ตาราง ๒ แสดงตัวอย่างวิธีการดำเนินการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช้
SMART MODEL (กิจกรรมจิตอาสาพัฒนา)
การพัฒนา กิจกรรม เป้าหมาย ระยะเวลา ผู้รับผิดชอบ
ด้านคุณธรรม ด้วยคณะครูโรงเรียนหนองหมื่น เชิงปริมาณ 1 ก.ค. งานบุคคล
(Morals) ถ่านวิทยา ได้เล็งเห็น 2563 – ฝ่ายกิจการ
ความสำคัญของนักเรียนที่จะ นักเรียน 9 เม.ย. นักเรียนและ
ิ
เป็นกำลังสำคัญของชาต ใน โรงเรียนหนอง 2564 คณะกรรมการ
หมื่นถ่านวิทยา
สภานักเรียน
อนาคต จึงได้ร่วมกันจัดกิจกรรม ทุกระดับชั้น มี
ตามโครงการจิตอาสาพัฒนาขึ้น
เข้าร่วม
เพื่อเป็นการสนับสนุนการเรียน โครงการจิต
การสอนโดยเสริมสร้างความรู้ อาสาพัฒนา
และทักษะในการดำรงชีวิตให้แก่ คิดเปนร้อยละ
็
นักเรียนและเป็นกิจกรรม 100
ส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการ
ทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ เชิงคุณภาพ
์
ิ
สังคมและสตปัญญาและมี
24
การพัฒนา กิจกรรม เป้าหมาย ระยะเวลา ผู้รับผิดชอบ
คุณธรรม โดยสอดแทรก นักเรียน
จิตวิทยา ให้เด็ก ๆ ได้รู้ถึง โรงเรียนหนอง
ระเบียบวินัย ความ สามัคคี รู้จัก หมื่นถ่านวิทยา
ิ
หน้าที่และปฏิบัตตนเป็นคนด ี ทุกระดับชั้นเป็น
ของสังคม และยังเป็นการช่วย ผู้มีจิตสาธารณะ
้
สร้างความใกลชิดระหว่างครู ช่วยเหลือผู้อื่น
นักเรียนและ ชุมชน ให้เกิด อยู่เสมอ
ความร่วมแรงร่วมใจ ในการ
ี
สร้างกิจกรรมที่ดต่อส่วนรวม
ต่อไป
โครงการจิตอาสาพัฒนา
จึงเป็นการจัดกิจกรรมให้
นักเรียนได้มีจิตอาสาเพื่อกระตุ้น
ให้แต่ละคนได้ลุกขึ้นมาทำความ
ดีกันเพื่อโรงเรียนและชุมชนของ
เราจะได้งดงาม สะอาด และ
เรียบร้อยยิ่งขึ้น
ิ
ระยะที่ 3 การประเมินผลการวจัยการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดย
ใช้ SMART MODEL
ขั้นตอนที่ 5 การประเมินผลวิจัยการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียน
โดยใช้ SMART MODEL
การพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช้ SMART MODEL ปีการศึกษา
2562-2563 เป็นกิจกรรมพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนในรูปแบบกิจกรรม
สร้างสรรคโดยบูรณาการระหว่างการ จัดการเรียนรู้ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนในหลักสูตรและหลักสูตรเสริมเพื่อ
์
พัฒนาผู้เรียนโดยใช้ SMART MODELคือ
ี่
่
S : Skills (ทักษะ) หมายถึง กิจกรรมสร้างสรรค์ตาง ๆท ส่งเสริมให้นักเรียนมีความสามารถเพื่อ
เตรียมตัวสำหรับการดำรงชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้ความท้าทายของสภาวะการเปลี่ยนแปลงอย่าง
25
รวดเร็ว รุนแรง พลิกผันและคาดไม่ถึงได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น กิจกรรมวิทยาศาสตร์ กิจกรรมส่งเสริมทักษะ
อาชีพ กิจกรรมอิ่มท้องสมองใส กิจกรรมผักปลอดสาร อาหารยั่งยืน เป็นต้น
M : Morals (คุณธรรม) หมายถึง กิจกรรมสร้างสรรค์ต่าง ๆ ที่ส่งเสริมให้นักเรียนมีคุณลักษณะ
ี่
ของความรู้สึกนึกคิด หรือสภาวะจิตใจที่เป็นไปในแนวทางที่ถูกต้อง ประพฤติปฏิบัติตัวอยู่ในกรอบทดีงาม รู้จัก
บำเพ็ญประโยชน์ ช่วยเหลือเกื้อกูลแก่ผู้อื่น ให้เกิดความรักสามัคคี ความอบอุ่นมั่นคงในชีวิต เช่น กิจกรรมพี่รับ
น้อง กิจกรรมจิตอาสาพัฒนา กิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม เป็นต้น
์
ิ
A : Arithmetic (คดคำนวณตัวเลขอย่างเป็นระบบ) หมายถึง กิจกรรมสร้างสรรคต่างๆที่ส่งเสริม
้
ให้นักเรียนมีความสามารถในการแก้ปัญหา เพื่อให้ได้คำตอบจากการบวก ลบ คณ หาร อย่างถูกตอง แม่นยำ
ู
และรวดเร็ว ซึ่งได้มาจากการได้ลงมือปฏิบัติในการคิดคำนวณอยู่เสมอ จนเกิดความคล่องแคล่ว และชำนาญ
เช่น กิจกรรมการแข่งขันทักษะทางคณิตศาสตร์ กิจกรรมโครงงานคณิตศาสตร์ กิจกรรมการแก้โจทย์ปัญหาทาง
คณิตศาสตร์ เป็นตน
้
ี่
R : Reading & Writing (ทักษะการอ่าน การเขียน) หมายถึง กิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆทส่งเสริม
ให้นักเรียนมีความสามารถในด้านการอ่านและการเขียน เช่น กิจกรรมวันภาษาไทย กิจกรรมวันสุนทรภู่
กิจกรรมห้องสมุด เป็นต้น
T : Technology (การใช้เทคโนโลยี) หมายถึง หมายถึง กิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆที่ส่งเสริมให้
นักเรียนมีความสามารถในด้านการใชเทคโนโลยีสารสนเทศในการเรียนรู้ สืบค้นหาข้อมูล เช่น กิจกรรมการ
้
แข่งขันวาดภาพ กิจกรรมการแข่งขันสืบค้นข้อมูล กิจกรรมการตอบปัญหา โดยการใชสื่อเทคโนโลยี เป็นตน
้
้
ั
ผู้วิจัยได้กำหนดให้มีการประเมินผลการพัฒนา โดยใช้แบบสอบถามทั้ง 2 ฉบบ เก็บข้อมูลจาก
กลุ่มตัวอย่างที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
ี่
ฉบับท 1 แบบสอบถามคุณภาพการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช้
SMART MODELปีการศึกษา 256๒-๒๕๖๓
ฉบับที่ 2 แบบสอบถามความพึงพอใจต่อการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของ
นักเรียนโดยใช้ SMART MODELปีการศึกษา 2563
ขั้นตอนที่ 6 วิเคราะห์ผลการประเมิน
นำข้อมูลที่ได้จากแบบสอบถามมาวิเคราะห์ด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป ดังต่อไปนี้
ิ
1. วิเคราะห์ระดับคุณภาพการพัฒนาทักษะและพฤตกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช้
SMART MODEL ปีการศึกษา 2562-2563
2. วิเคราะห์ผลความพึงพอใจต่อการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช้
SMART MODEL ปีการศึกษา 2563
ขั้นตอนที่ 7 การสรุปรายงานผลและเผยแพร ่
๑. รายงานผลนำเสนอผลงาน ต่อคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนหนองหมื่นถ่าน
วิทยา
๒. รายงานผลนำเสนอผลงาน เผยแพร่ต่อศึกษาธิการจังหวัดร้อยเอ็ดตามโครงการ IFTE
๓. นำเสนอผลงาน เผยแพร่ผ่าน Facebook โรงเรียนหนองหมื่นถ่านวิทยา
๔. นำเสนอผลงาน เผยแพร่โรงเรียนมัธยมศึกษาในจังหวัดร้อยเอ็ด
บทที่ ๔
ผลการวิเคราะห์ข้อมูล
การวิจัยการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช้ SMART MODEL
ดำเนินการตามหัวข้อต่อไปนี้
1. สัญลักษณ์ทใชในการวิเคราะห์ข้อมูล
ี่
้
2. การวิเคราะห์และแปลผลข้อมูลตามเครื่องมือของแบบสอบถามและแบบสังเกตแต่ละฉบบ
ั
สัญลักษณ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล
ผู้วิจัยได้กำหนดความหมายของสัญลักษณในการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อให้เกิดความเข้าใจ
์
ในการแปลความหมาย และเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลได้ถูกต้อง ดังนี้
ค่าร้อยละของข้อมูล
N แทน จำนวนประชากร
n แทน จำนวนกลุ่มตัวอย่าง
X แทน ค่าเฉลี่ย (Mean) ที่ศึกษาจากกลุ่มตัวอย่าง
S.D.แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ที่ศึกษาจากกลุ่มตัวอย่าง
่
การวิเคราะห์และแปลผลข้อมูลตามเครื่องมือแตละฉบับ
ผู้วิจัยได้เสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลตามวัตถประสงค์ของการวิจัยในรูปแบบของการบรรยายและรูป
ุ
ตารางเป็นตอน ๆ ตามลำดับดังนี้
ี่
ตอนท 1 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช้
SMART MODEL การศึกษา 2562-2563
ตอนท 2 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลความพึงพอใจของ นักเรียน ครู ผู้ปกครอง และคณะกรรมการ
ี่
สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ต่อการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช้ SMART MODEL
ปีการศึกษา 2563
ตอนที่ 1 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช ้
SMART MODEL ปีการศึกษา 2562-2563 ผู้วิจัยใช้แบบสอบถามเก็บข้อมูลความคิดเห็นของนักเรียน ครู
ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ปรากฏดังตาราง ๓-๖
ตาราง ๓ แสดงค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานผลการวิเคราะห์ข้อมูลการพัฒนาทักษะและ
ิ
พฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช้ SMART MODEL ตามความคดเห็นของนักเรียน ปรากฏผลดังนี้
ปีการศึกษา 2562-2563 (n=211)
27
ปีการศึกษา ๒๕๖๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๓
รายการ X S.D. แปลผล X S.D. แปลผล
ทักษะ (Skill)
1. กิจกรรมวิทยาศาสตร์ ส่งเสริมทักษะ 4.37 0.96 มาก 4.55 0.82 มากที่สุด
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์
2. กิจกรรมส่งเสริมทักษะอาชีพ 4.43 0.89 มาก 4.55 0.78 มากที่สุด
การทำอาหาร การจัดดอกไม้
3. กิจกรรมส่งเสริมการปลูกผักสวนครัว 4.26 0.95 มาก 4.50 0.80 มาก
เช่น อิ่มท้องสมองใส ใส่ใจวิถีพอเพียง
ผักปลอดสาร อาหารยั่งยืน
เฉลี่ย 4.๓๖ 0.93 มาก 4.53 0.80 มากที่สุด
คุณธรรม (Morals)
4. กิจกรรมพี่รับน้อง ส่งผลให้นักเรียนมี 4.33 0.83 มาก 4.52 0.75 มากที่สุด
มารยาทตามแบบอย่างมารยาทไทยและ
รู้รักสามัคคีระหว่างพี่น้อง
5. กิจกรรมจิตอาสาพัฒนา รักษา 4.40 0.91 มาก 4.56 0.84 มากที่สุด
สิ่งแวดล้อม ส่งเสริมให้นักเรียนรักษาความ
สะอาด มีวินัย
6. กิจกรรมวันสำคัญนักเรียนได้ปฏิบัติตน 4.36 0.85 มาก 4.59 0.74 มากที่สุด
ตามแนวทางศาสนาที่ตนเองนับถือ
เฉลี่ย 4.36 0.86 มาก 4.56 0.7๗ มากที่สุด
คำนวณ คิดเลขเป็น (Arithmetic)
7. กิจกรรมการแข่งขันทักษะทาง 4.43 0.84 มาก 4.55 0.78 มากที่สุด
ิ
คณิตศาสตร์ส่งเสริมการคดคำนวณ
8. กิจกรรมโครงงานคณิตศาสตร์ ส่งเสริม 4.26 0.90 มาก 4.55 0.78 มากที่สุด
ให้นักเรียนได้คิด วิเคราะห์ สังเคราะห์
9. กิจกรรมการแก้โจทย์ปัญหาทาง 4.25 0.92 มาก 4.51 0.81 มากที่สุด
คณิตศาสตร์ส่งเสริมให้นักเรียนได้คิด
28
ปีการศึกษา ๒๕๖๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๓
รายการ X S.D. แปลผล X S.D. แปลผล
มีเหตุ มีผล คิด คำนวณทางคณิตศาสตร์
เฉลี่ย 4.31 0.89 มาก 4.5๓ 0.79 มากที่สุด
อ่านออกเขียนได้ (Reading & Writing)
10. กิจกรรมวันภาษาไทย ส่งเสริมในการ 4.38 0.83 มาก 4.52 0.78 มากที่สุด
รักภาษาไทย การเขียน การอ่านบทคำ
ประพันธ์
11. กิจกรรมวันสุนทรภู่ ส่งเสริมให้ 4.85 0.51 มากที่สุด 4.85 0.51 มากที่สุด
นักเรียนได้มีการเขียนเรียงความ การแต่ง
คำประพันธ์
12. กิจกรรมห้องสมุด ส่งเสริมการอ่าน 4.31 0.92 มาก 4.53 0.81 มากที่สุด
ให้กับนักเรียน
เฉลี่ย 4.51 0.75 มากที่สุด 4.63 0.70 มากที่สุด
เทคโนโลยี (Technology)
13. กิจกรรมการแข่งขันวาดภาพโดยการ 4.06 0.92 มาก 4.55 0.79 มากที่สุด
ใช้สื่อเทคโนโลยี
14. กิจกรรมการแข่งขันการสืบค้นข้อมูล 4.22 0.87 มาก 4.52 0.77 มากที่สุด
โดยใช้สื่อเทคโนโลยี
15. กิจกรรมการตอบปัญหาโดยใชสื่อ 4.19 0.98 มาก 4.63 0.75 มากที่สุด
้
เทคโนโลยี
เฉลี่ย 4.16 0.92 มาก 4.57 0.77 มากที่สุด
สรุป 4.๓๔ 0.8๗ มาก 4.5๖ 0.7๗ มากที่สุด
จากตาราง ๓ แสดงคาเฉลี่ย และคาเบี่ยงเบนมาตรฐานผลการวิเคราะห์ข้อมูลคุณภาพ
่
่
็
การพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช้ SMART MODEL ตามความคิดเหน
ของนักเรียน ปีการศึกษา 2562-2563 พบว่า
พบว่าปีการศึกษา 2562 โดยภาพรวมมีคุณภาพอยู่ในระดับมาก (X=4.๓๔, S.D.=0.8๗) และ
29
เมื่อพิจารณาจำแนกเป็นรายองค์ประกอบ พบว่า ด้านอ่านออกเขียนได้ (Reading & Writing) มีค่าเฉลี่ยสูงสุด
้
อยู่ในระดับมากที่สุด ( X=4.๕๑, S.D.=0.๗๕) รองลงมาได้แก่ ด้านทักษะ (Skill) และดานคุณธรรม (Morals)
มีคุณภาพอยู่ในระดับมาก ( X=4.๓๖, S.D.=0.๙๓) และ ( X=4.๓๖, S.D.=0.๗๖) ตามลำดับ ส่วน
องค์ประกอบด้านเทคโนโลยี (Technology) มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด อยู่ในระดับมาก ( X=4.16, S.D.=0.92)
ปีการศึกษา 2563 โดยภาพรวมมีคุณภาพอยู่ในระดับมากที่สุด ( X=4.5๖, S.D.=0.7๗) และเมื่อ
พิจารณาจำแนกเป็นรายองค์ประกอบ พบว่า ด้านอ่านออกเขียนได้ (Reading & Writing) มีค่าเฉลี่ยสูงสุด
ี่
มีคุณภาพอยู่ในระดับมากทสุด ( X=4.6๓, S.D.=0.๗๐) รองลงมาได้แก่ ด้านเทคโนโลยี (Technology) ( X
=4.๕๖, S.D.=0.๗๗) ส่วนองค์ประกอบด้านทักษะ (Skill) และด้านคำนวณ คิดเลขเป็น (Arithmetic) มี
ค่าเฉลี่ยต่ำสุด อยู่ในระดับมาก ( X=4.๕๓, S.D.=0.๘๐) และ ( X=4.๕๓, S.D.=0.๗๙) ตามลำดับ
ตาราง ๔ แสดงค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานผลการวิเคราะห์ข้อมูลการพัฒนาทักษะและ
ั
พฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช SMART MODEL ตามความคดเห็นของครู ปรากฏผลดงนี้
้
ิ
ปีการศึกษา 2562-2563 (N=23)
ปีการศึกษา ๒๕๖๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๓
รายการ X S.D. แปลผล X S.D. แปลผล
ทักษะ (Skill)
1. กิจกรรมวิทยาศาสตร์ ส่งเสริมทักษะ 4.39 0.78 มาก 4.78 0.42 มากที่สุด
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์
2. กิจกรรมส่งเสริมทักษะอาชีพ 4.30 0.63 มาก 4.78 0.42 มากที่สุด
การทำอาหาร การจัดดอกไม้
3. กิจกรรมส่งเสริมการปลูกผักสวนครัว 4.17 1.15 มาก 4.65 0.93 มากที่สุด
เช่น อิ่มท้องสมองใส ใส่ใจวิถีพอเพียง
ผักปลอดสาร อาหารยั่งยืน
เฉลี่ย 4.๒๗ 0.8๗ มาก 4.74 0.59 มากที่สุด
คุณธรรม (Morals)
4. กิจกรรมพี่รับน้อง ส่งผลให้นักเรียนมี 3.91 1.08 มาก 4.87 0.34 มากที่สุด
มารยาทตามแบบอย่างมารยาทไทยและ
รู้รักสามัคคีระหว่างพี่น้อง
30
ปีการศึกษา ๒๕๖๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๓
รายการ X S.D. แปลผล X S.D. แปลผล
5. กิจกรรมจิตอาสาพัฒนา รักษา 4.09 1.20 มาก 4.91 0.42 มากที่สุด
สิ่งแวดล้อม ส่งเสริมให้นักเรียนรักษาความ
สะอาด มีวินัย
6. กิจกรรมวันสำคัญนักเรียนได้ปฏิบัติตน 4.17 0.58 มาก 4.65 0.65 มากที่สุด
ตามแนวทางศาสนาที่ตนเองนับถือ
เฉลี่ย 4.0๙ 0.9๓ มาก 4.81 0.47 มากที่สุด
คำนวณ คิดเลขเป็น (Arithmetic)
7. กิจกรรมการแข่งขันทักษะทาง 4.26 0.86 มาก 4.65 0.71 มากที่สุด
ิ
คณิตศาสตร์ส่งเสริมการคดคำนวณ
8. กิจกรรมโครงงานคณิตศาสตร์ ส่งเสริม 4.35 0.71 มาก 4.65 0.71 มากที่สุด
ให้นักเรียนได้คิด วิเคราะห์ สังเคราะห์
9. กิจกรรมการแก้โจทย์ปัญหาทาง 4.22 0.90 มาก 4.83 0.58 มากที่สุด
คณิตศาสตร์ส่งเสริมให้นักเรียนได้คิด
มีเหตุ มีผล คิด คำนวณทางคณิตศาสตร์
เฉลี่ย 4.28 0.82 มาก 4.71 0.67 มากที่สุด
อ่านออกเขียนได้ (Reading & Writing)
10. กิจกรรมวันภาษาไทย ส่งเสริมในการ 4.43 0.90 มาก 4.83 0.58 มากที่สุด
รักภาษาไทย การเขียน การอ่านบทคำ
ประพันธ์
11. กิจกรรมวันสุนทรภู่ ส่งเสริมให้ 4.13 0.92 มาก 4.70 0.63 มากที่สุด
นักเรียนได้มีการเขียนเรียงความ การแต่ง
คำประพันธ์
12. กิจกรรมห้องสมุด ส่งเสริมการอ่าน 4.39 0.72 มาก 4.65 0.71 มากที่สุด
ให้กับนักเรียน
เฉลี่ย 4.3๐ 0.8๔ มาก 4.7๒ 0.64 มากที่สุด
31
ปีการศึกษา ๒๕๖๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๓
รายการ X S.D. แปลผล X S.D. แปลผล
เทคโนโลยี (Technology)
13. กิจกรรมการแข่งขันวาดภาพโดยการ 4.22 1.00 มาก 4.57 0.84 มากที่สุด
ใช้สื่อเทคโนโลยี
14. กิจกรรมการแข่งขันการสืบค้นข้อมูล 4.26 0.96 มาก 4.57 0.84 มากที่สุด
โดยใช้สื่อเทคโนโลยี
้
15. กิจกรรมการตอบปัญหาโดยใชสื่อ 4.17 0.72 มาก 4.61 0.78 มากที่สุด
เทคโนโลยี
เฉลี่ย 4.22 0.8๗ มาก 4.58 0.82 มากที่สุด
สรุป 4.๒๓ 0.8๘ มาก 4.71 0.6๔ มากที่สุด
่
จากตาราง ๔ แสดงคาเฉลี่ย และคาเบี่ยงเบนมาตรฐานผลการวิเคราะห์ข้อมูลคุณภาพ
่
้
็
การพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช SMART MODEL ตามความคิดเหน
ของครู ปีการศึกษา 2562-2563 พบว่า
ปีการศึกษา 2562 โดยภาพรวมมีคุณภาพอยู่ในระดับมาก ( X=4.2๓, S.D.=0.8๘) และเมื่อ
พิจารณาจำแนกเป็นรายองค์ประกอบ พบว่า ด้านอ่านออกเขียนได้ (Reading & Writing) มีค่าเฉลี่ยสูงสุดอยู่ใน
ิ
ุ
ระดับมาก ( X=4.3๐, S.D.=0.๘4) รองลงมาได้แก่ ด้านคำนวณ คดเลขเป็น (Arithmetic) มีคณภาพอยู่ใน
ระดับมาก ( X=4.๒8, S.D.=0.8๒) ส่วนด้าน คุณธรรม (Morals) มีค่าเฉลี่ยตำสด อยู่ในระดับมาก ( X=4.0๙,
ุ
่
S.D.=0.9๓)
ปีการศึกษา 2563 โดยภาพรวมมีคุณภาพอยู่ในระดับมากที่สุด ( X=4.71, S.D.=0.6๔) และเมื่อ
ุ
ุ
พิจารณาจำแนกเป็นรายองค์ประกอบ พบว่า ด้านคุณธรรม (Morals) มีค่าเฉลี่ยสูงสด มีคณภาพอยู่ในระดับมาก
ที่สุด ( X=4.81, S.D.=0.47) รองลงมาได้แก่ ด้านทักษะ (Skill) มีค่าเฉลี่ยสูงสุด มีคุณภาพอยู่ในระดับมาก
ที่สุด ( X=4.๗๔, S.D.=0.๕๙) ส่วนด้านเทคโนโลยี (Technology) มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด อยู่ในระดับมาก
( X=4.๕๘, S.D.=0.๘๒)
32
ตาราง ๕ แสดงค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานผลการวิเคราะห์ข้อมูลการพัฒนาทักษะและ
ิ
้
พฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช SMART MODEL ตามความคดเห็นของผู้ปกครอง ปรากฏผลดังนี้
ปีการศึกษา 2562-2563 (n=211)
ปีการศึกษา ๒๕๖๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๓
รายการ X S.D. แปลผล X S.D. แปลผล
ทักษะ (Skill)
1. กิจกรรมวิทยาศาสตร์ ส่งเสริมทักษะ 4.37 0.96 มาก 4.55 0.81 มากที่สุด
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์
2. กิจกรรมส่งเสริมทักษะอาชีพ 4.43 0.89 มาก 4.54 0.82 มากที่สุด
การทำอาหาร การจัดดอกไม้
3. กิจกรรมส่งเสริมการปลูกผักสวนครัว 4.26 0.95 มาก 4.54 0.85 มากที่สุด
เช่น อิ่มท้องสมองใส ใส่ใจวิถีพอเพียง
ผักปลอดสาร อาหารยั่งยืน
เฉลี่ย 4.3๖ 0.93 มาก 4.54 0.83 มากที่สุด
คุณธรรม (Morals)
4. กิจกรรมพี่รับน้อง ส่งผลให้นักเรียนมี 4.33 0.83 มาก 4.54 0.75 มากที่สุด
มารยาทตามแบบอย่างมารยาทไทยและ
รู้รักสามัคคีระหว่างพี่น้อง
5. กิจกรรมจิตอาสาพัฒนา รักษา 4.40 0.91 มาก 4.55 0.84 มากที่สุด
สิ่งแวดล้อม ส่งเสริมให้นักเรียนรักษาความ
สะอาด มีวินัย
6. กิจกรรมวันสำคัญนักเรียนได้ปฏิบัติตน 4.36 0.85 มาก 4.52 0.79 มากที่สุด
ตามแนวทางศาสนาที่ตนเองนับถือ
เฉลี่ย 4.36 0.86 มาก 4.5๓ 0.๘๐ มากที่สุด
คำนวณ คิดเลขเป็น (Arithmetic)
7. กิจกรรมการแข่งขันทักษะทาง 4.43 0.84 มาก 4.57 0.77 มากที่สุด
คณิตศาสตร์ส่งเสริมการคดคำนวณ
ิ
33
ปีการศึกษา ๒๕๖๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๓
รายการ X S.D. แปลผล X S.D. แปลผล
8. กิจกรรมโครงงานคณิตศาสตร์ ส่งเสริม 4.26 0.90 มาก 4.55 0.81 มากที่สุด
ให้นักเรียนได้คิด วิเคราะห์ สังเคราะห์
9. กิจกรรมการแก้โจทย์ปัญหาทาง 4.25 0.92 มาก 4.54 0.81 มากที่สุด
คณิตศาสตร์ส่งเสริมให้นักเรียนได้คิด
มีเหตุ มีผล คิด คำนวณทางคณิตศาสตร์
เฉลี่ย 4.31 0.89 มาก 4.55 0.๗๙ มากที่สุด
อ่านออกเขียนได้ (Reading & Writing)
10. กิจกรรมวันภาษาไทย ส่งเสริมในการ 4.38 0.83 มาก 4.66 0.68 มากที่สุด
รักภาษาไทย การเขียน การอ่านบทคำ
ประพันธ์
11. กิจกรรมวันสุนทรภู่ ส่งเสริมให้ 4.85 0.51 มากที่สุด 4.87 0.50 มากที่สุด
นักเรียนได้มีการเขียนเรียงความ การแต่ง
คำประพันธ์
12. กิจกรรมห้องสมุด ส่งเสริมการอ่าน 4.31 0.92 มาก 4.53 0.85 มากที่สุด
ให้กับนักเรียน
เฉลี่ย 4.51 0.75 4.69 0.68 มากที่สุด
เทคโนโลยี (Technology)
13. กิจกรรมการแข่งขันวาดภาพโดยการ 4.06 0.92 มาก 4.66 0.80 มากที่สุด
ใช้สื่อเทคโนโลยี
14. กิจกรรมการแข่งขันการสืบค้นข้อมูล 4.15 0.90 มาก 4.57 0.81 มากที่สุด
โดยใช้สื่อเทคโนโลยี
15. กิจกรรมการตอบปัญหาโดยใชสื่อ 4.15 0.97 มาก 4.66 0.76 มากที่สุด
้
เทคโนโลยี
เฉลี่ย 4.12 0.93 มาก 4.63 0.79 มากที่สุด
สรุป 4.3๓ 0.8๗ มาก 4.5๙ 0.7๘ มากที่สุด
34
่
่
จากตาราง ๕ แสดงคาเฉลี่ย และคาเบี่ยงเบนมาตรฐานผลการวิเคราะห์ข้อมูลคุณภาพ
การพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช SMART MODEL ตามความคิดเหนของ
็
้
ผู้ปกครอง ปีการศึกษา 2562-2563 พบว่า
ปีการศึกษา 2562 โดยภาพรวมมีคุณภาพอยู่ในระดับมาก ( X=4.3๓, S.D.=0.8๗) และ
เมื่อพิจารณาจำแนกเป็นรายองค์ประกอบ พบว่า ด้านอ่านออกเขียนได้ (Reading & Writing) มีค่าเฉลี่ยสูงสุด
อยู่ในระดับมากที่สุด ( X=4.5๑, S.D.=0.๗๕) รองลงมาได้แก่ ด้านทักษะ (Skill) และดานคุณธรรม (Morals)
้
ั
มีคุณภาพอยู่ในระดับมาก ( X=4.๓๖, S.D.=0.๙3) และ(X=4.๓๖, S.D.=0.๘๖) ตามลำดบ ส่วนด้าน
ุ
ั
เทคโนโลยี (Technology) มีค่าเฉลี่ยต่ำสด อยู่ในระดบมาก (X=4.12, S.D.=0.93)
ปีการศึกษา 2563 โดยภาพรวมมีคุณภาพอยู่ในระดับมากที่สุด ( X=4.5๙, S.D.=0.7๘) และเมื่อ
พิจารณาจำแนกเป็นรายองค์ประกอบ พบว่า ด้านอ่านออกเขียนได้ (Reading & Writing) มีค่าเฉลี่ยสูงสุด
มีคุณภาพอยู่ในระดับมากทสุด ( X=4.69, S.D.=0.68) รองลงมาได้แก่ ด้านเทคโนโลยี (Technology)
ี่
ุ
มีคุณภาพอยู่ในระดับมากทสุด ( X=4.๖๓, S.D.=0.๗๙) ส่วนด้านคณธรรม (Morals) มีค่าเฉลี่ยต่ำสด อยู่ใน
ี่
ุ
ระดบมากที่สุด ( X=4.๕๓, S.D.=0.๘๐)
ั
ตาราง ๖ แสดงค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานผลการวิเคราะห์ข้อมูลการพัฒนาทักษะและ
้
พฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช SMART MODEL ตามความคดเห็นของกรรมการสถานศึกษาขั้น
ิ
พื้นฐาน ปรากฏผลดังนี้ ปีการศึกษา 2562-2563 (N=13)
ปีการศึกษา ๒๕๖๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๓
รายการ X S.D. แปลผล X S.D. แปลผล
ทักษะ (Skill)
1. กิจกรรมวิทยาศาสตร์ ส่งเสริมทักษะ 4.08 1.04 มาก 4.69 0.75 มากที่สุด
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์
2. กิจกรรมส่งเสริมทักษะอาชีพ 4.23 1.09 มาก 4.54 0.97 มากที่สุด
การทำอาหาร การจัดดอกไม้
3. กิจกรรมส่งเสริมการปลูกผักสวนครัว 4.15 0.99 มาก 4.77 0.60 มากที่สุด
เช่น อิ่มท้องสมองใส ใส่ใจวิถีพอเพียง
ผักปลอดสาร อาหารยั่งยืน
เฉลี่ย 4.15 1.04 มาก 4.67 0.77 มากที่สุด
35
ปีการศึกษา ๒๕๖๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๓
รายการ X S.D. แปลผล X S.D. แปลผล
คุณธรรม (Morals)
4. กิจกรรมพี่รับน้อง ส่งผลให้นักเรียนมี 4.23 0.60 มาก 4.54 0.66 มากที่สุด
มารยาทตามแบบอย่างมารยาทไทยและ
รู้รักสามัคคีระหว่างพี่น้อง
5. กิจกรรมจิตอาสาพัฒนา รักษา 4.31 0.85 มาก 4.54 0.52 มากที่สุด
สิ่งแวดล้อม ส่งเสริมให้นักเรียนรักษาความ
สะอาด มีวินัย
6. กิจกรรมวันสำคัญนักเรียนได้ปฏิบัติตน 4.38 0.87 มาก 4.54 0.78 มากที่สุด
ตามแนวทางศาสนาที่ตนเองนับถือ
เฉลี่ย 4.31 0.77 มาก 4.54 0.65 มากที่สุด
คำนวณ คิดเลขเป็น (Arithmetic)
7. กิจกรรมการแข่งขันทักษะทาง 4.38 0.87 มาก 4.54 0.66 มากที่สุด
ิ
คณิตศาสตร์ส่งเสริมการคดคำนวณ
8. กิจกรรมโครงงานคณิตศาสตร์ ส่งเสริม 4.23 0.93 มาก 4.54 0.52 มากที่สุด
ให้นักเรียนได้คิด วิเคราะห์ สังเคราะห์
9. กิจกรรมการแก้โจทย์ปัญหาทาง 4.38 0.87 มาก 4.62 0.65 มากที่สุด
คณิตศาสตร์ส่งเสริมให้นักเรียนได้คิด
มีเหตุ มีผล คิด คำนวณทางคณิตศาสตร์
เฉลี่ย 4.33 0.89 มาก 4.5๖ 0.61 มากที่สุด
อ่านออกเขียนได้ (Reading & Writing)
10. กิจกรรมวันภาษาไทย ส่งเสริมในการ 4.31 0.95 มาก 4.54 0.66 มากที่สุด
รักภาษาไทย การเขียน การอ่านบทคำ
ประพันธ์
11. กิจกรรมวันสุนทรภู่ ส่งเสริมให้ 4.38 0.96 มาก 4.54 0.88 มากที่สุด
นักเรียนได้มีการเขียนเรียงความ การแต่ง
คำประพันธ์
36
ปีการศึกษา ๒๕๖๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๓
รายการ X S.D. แปลผล X S.D. แปลผล
12. กิจกรรมห้องสมุด ส่งเสริมการอ่าน 4.23 0.83 มาก 4.62 0.65 มากที่สุด
ให้กับนักเรียน
เฉลี่ย 4.31 0.91 มาก 4.5๖ 0.73 มากที่สุด
เทคโนโลยี (Technology)
13. กิจกรรมการแข่งขันวาดภาพโดยการ 4.46 0.88 มาก 4.62 0.77 มากที่สุด
ใช้สื่อเทคโนโลยี
14. กิจกรรมการแข่งขันการสืบค้นข้อมูล 4.31 0.95 มาก 4.62 0.77 มากที่สุด
โดยใช้สื่อเทคโนโลยี
15. กิจกรรมการตอบปัญหาโดยใชสื่อ 4.15 0.99 มาก 4.62 0.77 มากที่สุด
้
เทคโนโลยี
เฉลี่ย 4.๒๘ 0.9๑ มาก 4.62 0.77 มากที่สุด
สรุป 4.29 0.88 มาก 4.5๙ 0.๗๑ มากที่สุด
่
่
จากตาราง ๖ แสดงคาเฉลี่ย และคาเบี่ยงเบนมาตรฐานผลการวิเคราะห์ข้อมูลคุณภาพ
้
การพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช SMART MODEL ตามความคิดเหน
็
ึ
ของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศกษา 2562 - 2563 พบว่า
ปีการศึกษา 2562 โดยภาพรวมมีคุณภาพอยู่ในระดับมาก ( X=4.29, S.D.=0.88) และเมื่อ
ิ
พิจารณาจำแนกเป็นรายองค์ประกอบ พบว่า ด้านคำนวณ คดเลขเป็น (Arithmetic) มีค่าเฉลี่ยสูงสดอยู่ในระดับ
ุ
มาก ( X=4.3๓, S.D.=0.๘๙) รองลงมาได้แก่ ด้านคุณธรรม (Morals) และด้านอ่านออกเขียนได้ (Reading &
่
ั
ุ
Writing) มีคณภาพอยู่ในระดับมาก ( X=4.3๑, S.D.=0.๗๗) และ(X=4.3๑, S.D.=0.๙๑) ตามลำดบ สวน
ด้านทักษะ (Skill) มีคาเฉลี่ยต่ำสุด อยู่ในระดับมาก (X =4.15, S.D.=1.04)
่
ปีการศึกษา 2563 โดยภาพรวมมีคุณภาพอยู่ในระดับมากที่สุด ( X =4.5๙, S.D.=0.๗๑) และเมื่อ
พิจารณาจำแนกเป็นรายองค์ประกอบ พบว่า ด้านด้านทักษะ (Skill) มีคาเฉลี่ยสูงสุด มีคุณภาพอยู่ในระดับมาก
่
ที่สุด ( X=4.67, S.D.=0.77) รองลงมาได้แก่ ด้านเทคโนโลยี (Technology) มีคุณภาพอยู่ในระดับมากที่สุด
( X=4.6๒, S.D.=0.77) ส่วน ด้านคุณธรรม (Morals) มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด อยู่ในระดับมาก ( X =4.๕๔, S.D.=
๐.๖๕)
37
ตาราง ๗ สรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูลคุณภาพการการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช้ SMART
ู
MODEL ปีการศึกษา 2562-2563 ตามความคิดเห็นของนักเรียน คร ผู้ปกครอง และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
ปีการศึกษา 2562 ปีการศึกษา 2563
กลุ่มผู้ตอบแบบสอบถาม
X S.D. แปลผล X S.D. แปลผล
นักเรียน 4.๓๔ 0.8๗ มาก 4.5๖ 0.7๗ มากที่สุด
ครู 4.2๓ 0.8๘ มาก 4.71 0.6๔ มากที่สุด
ผู้ปกครอง 4.3๓ 0.8๗ มาก 4.5๙ 0.7๘ มากที่สุด
คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 4.29 0.88 มาก 4.5๙ 0.๗๑ มากที่สุด
เฉลี่ย 4.3๐ 0.8๘ มาก 4.61 0.7๓ มากที่สุด
จากตาราง ๗ สรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูลคุณภาพการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช้ SMART MODEL ตามความ
คิดเห็นของนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2562-2563 พบว่า
ปีการศึกษา 2562 โดยภาพรวมทุกกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถาม มีคาเฉลี่ย อยู่ในระดับมาก ( X=4.3๐, S.D.=0.8๘) เมื่อพิจารณาจำแนก
่
ุ
ู้
ตามกลุ่มผตอบแบบสอบถาม พบว่า กลุ่มนักเรียน มีค่าเฉลี่ยสูงสด อยู่ในระดับมาก ( X=4.๓๔, S.D.=0.8๗) รองลงมาได้แก่ กลุ่มผู้ปกครอง
่
มีคุณภาพ อยู่ในระดับมาก ( X=4.3๓, S.D.=0.8๗) ส่วนกลุ่มครู มีคาเฉลี่ยต่ำสุด อยู่ในระดับมาก ( X=4.2๓, S.D.=0.8๘)
่
ี่
ปีการศึกษา 2563 โดยภาพรวมทุกกลุ่มที่ตอบแบบสอบถาม มีคาเฉลี่ย อยู่ในระดับมากทสุด ( X=4.61, S.D.=0.7๓) เมื่อพิจารณาจำแนก
ตามกลุ่มผตอบแบบสอบถาม พบว่า กลุ่มครู มีค่าเฉลี่ยสูงสุด อยู่ในระดับมากที่สด ( X=4.๗๑, S.D.=0.๖4) รองลงมาได้แก่ กลุ่มผู้ปกครอง และกลุ่ม
ู้
ุ
ี่
คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน อยู่ในระดับมากที่สุด ( X=4.5๙, S.D.=0.7๘) และ(X=4.5๙, S.D.=0.7๑) ตามลำดับ ส่วนกลุ่มนักเรียน มีค่าเฉลย
ุ
ุ
ต่ำสด อยู่ในระดับมากที่สด ( X=4.5๙, S.D.=0.๗๗)
37
ตาราง ๗ สรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูลคุณภาพการการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช้ SMART
ู
MODEL ปีการศึกษา 2562-2563 ตามความคิดเห็นของนักเรียน คร ผู้ปกครอง และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
ปีการศึกษา 2562 ปีการศึกษา 2563
กลุ่มผู้ตอบแบบสอบถาม
X S.D. แปลผล X S.D. แปลผล
นักเรียน 4.๓๔ 0.8๗ มาก 4.5๖ 0.7๗ มากที่สุด
ครู 4.2๓ 0.8๘ มาก 4.71 0.6๔ มากที่สุด
ผู้ปกครอง 4.3๓ 0.8๗ มาก 4.5๙ 0.7๘ มากที่สุด
คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน 4.29 0.88 มาก 4.5๙ 0.๗๑ มากที่สุด
เฉลี่ย 4.3๐ 0.8๘ มาก 4.61 0.7๓ มากที่สุด
จากตาราง ๗ สรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูลคุณภาพการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช้ SMART MODEL ตามความ
คิดเห็นของนักเรียน ครู ผู้ปกครอง และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2562-2563 พบว่า
ปีการศึกษา 2562 โดยภาพรวมทุกกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถาม มีคาเฉลี่ย อยู่ในระดับมาก ( X=4.3๐, S.D.=0.8๘) เมื่อพิจารณาจำแนก
่
ุ
ู้
ตามกลุ่มผตอบแบบสอบถาม พบว่า กลุ่มนักเรียน มีค่าเฉลี่ยสูงสด อยู่ในระดับมาก ( X=4.๓๔, S.D.=0.8๗) รองลงมาได้แก่ กลุ่มผู้ปกครอง
่
มีคุณภาพ อยู่ในระดับมาก ( X=4.3๓, S.D.=0.8๗) ส่วนกลุ่มครู มีคาเฉลี่ยต่ำสุด อยู่ในระดับมาก ( X=4.2๓, S.D.=0.8๘)
ี่
่
ปีการศึกษา 2563 โดยภาพรวมทุกกลุ่มที่ตอบแบบสอบถาม มีคาเฉลี่ย อยู่ในระดับมากทสุด ( X=4.61, S.D.=0.7๓) เมื่อพิจารณาจำแนก
ตามกลุ่มผตอบแบบสอบถาม พบว่า กลุ่มครู มีค่าเฉลี่ยสูงสุด อยู่ในระดับมากที่สด ( X=4.๗๑, S.D.=0.๖4) รองลงมาได้แก่ กลุ่มผู้ปกครอง และกลุ่ม
ู้
ุ
ี่
คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน อยู่ในระดับมากที่สุด ( X=4.5๙, S.D.=0.7๘) และ(X=4.5๙, S.D.=0.7๑) ตามลำดับ ส่วนกลุ่มนักเรียน มีค่าเฉลย
ุ
ุ
ต่ำสด อยู่ในระดับมากที่สด ( X=4.5๙, S.D.=0.๗๗)
38
ตอนที่ 2 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลความพึงพอใจของ นักเรียน ครู ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศกษาขั้นพื้นฐาน ต่อการพัฒนาทักษะและ
ึ
พฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช้ SMART MODEL ปีการศึกษา 2563 ปรากฏดังตาราง ๘
ตาราง ๘ แสดงค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานผลการวิเคราะห์ข้อมูลความพึงพอใจของนักเรียน ครู ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา
ขั้นพื้นฐาน ต่อการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช้ SMART MODEL ปีการศึกษา 2563
ผลการประเมินนักเรียน ผลการประเมินคร ผลการประเมินผู้ปกครอง ผลการประเมินคณะกรรมการ
ู
สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
รายการ
(n=211) (N=๒๓) (n=211) (N=๑๓)
X S.D. แปลผล X S.D. แปลผล X S.D. แปลผล X S.D. แปลผล
1. มีการแจ้งประชาสัมพันธ์ ประชุม 4.78 0.41 มากที่สุด 4.83 0.39 มากที่สุด 4.77 0.62 มากที่สุด 4.69 0.48 มากที่สุด
วางแผน ในการดำเนินกิจกรรมเพื่อ
พัฒนาทักษะและพฤติกรรม
ความสามารถของนักเรียนโดยใช้
SMART MODEL
2. การกำหนดปัญหาและความ 4.65 0.70 มากที่สุด 4.70 0.56 มากที่สุด 4.66 0.69 มากที่สุด 4.77 0.44 มากที่สุด
ต้องการจำเป็นภายใต้การมีส่วนร่วม
ของผู้เกี่ยวข้อง ผู้บริหารสถานศึกษา
ครู นักเรียนผู้ปกครอง
คณะกรรมการสถานศึกษาขั้น
พื้นฐาน
38
ตอนที่ 2 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลความพึงพอใจของ นักเรียน ครู ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศกษาขั้นพื้นฐาน ต่อการพัฒนาทักษะและ
ึ
พฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช้ SMART MODEL ปีการศึกษา 2563 ปรากฏดังตาราง ๘
ตาราง ๘ แสดงค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานผลการวิเคราะห์ข้อมูลความพึงพอใจของนักเรียน ครู ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษา
ขั้นพื้นฐาน ต่อการพัฒนาทักษะและพฤติกรรมความสามารถของนักเรียนโดยใช้ SMART MODEL ปีการศึกษา 2563
ผลการประเมินนักเรียน ผลการประเมินคร ผลการประเมินผู้ปกครอง ผลการประเมินคณะกรรมการ
ู
สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
รายการ
(n=211) (N=๒๓) (n=211) (N=๑๓)
X S.D. แปลผล X S.D. แปลผล X S.D. แปลผล X S.D. แปลผล
1. มีการแจ้งประชาสัมพันธ์ ประชุม 4.78 0.41 มากที่สุด 4.83 0.39 มากที่สุด 4.77 0.62 มากที่สุด 4.69 0.48 มากที่สุด
วางแผน ในการดำเนินกิจกรรมเพื่อ
พัฒนาทักษะและพฤติกรรม
ความสามารถของนักเรียนโดยใช้
SMART MODEL
2. การกำหนดปัญหาและความ 4.65 0.70 มากที่สุด 4.70 0.56 มากที่สุด 4.66 0.69 มากที่สุด 4.77 0.44 มากที่สุด
ต้องการจำเป็นภายใต้การมีส่วนร่วม
ของผู้เกี่ยวข้อง ผู้บริหารสถานศึกษา
ครู นักเรียนผู้ปกครอง
คณะกรรมการสถานศึกษาขั้น
พื้นฐาน
39
ผลการประเมินนักเรียน ผลการประเมินคร ผลการประเมินผู้ปกครอง ผลการประเมินคณะกรรมการ
ู
สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
รายการ
(n=211) (N=๒๓) (n=211) (N=๑๓)
X S.D. แปลผล X S.D. แปลผล X S.D. แปลผล X S.D. แปลผล
3. การกำหนดรูปแบบ/กรอบ 4.45 0.80 มาก 4.65 0.78 มากที่สุด 4.45 0.80 มาก 4.54 0.66 มากที่สุด
แนวทางในการพัฒนาทักษะและ
พฤติกรรมความสามารถของนักเรียน
โดยใช้ SMART MODEL
4. การจัดกิจกรรมส่งเสริมทักษะ 4.47 0.75 มาก 4.48 0.79 มาก 4.48 0.75 มาก 4.69 0.48 มากที่สุด
(Skill) เช่น กิจกรรมวิทยาศาสตร์
กิจกรรมส่งเสริมทักษะอาชีพ
กิจกรรมส่งเสริมการปลูกผัก
5. การจัดกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม 4.56 0.82 มากที่สุด 4.65 0.65 มากที่สุด 4.56 0.82 มากที่สุด 4.77 0.44 มากที่สุด
(Morals) เช่น กิจกรรมพี่รับน้อง
กิจกรรมจิตอาสาพัฒนา กิจกรรมวัน
สำคัญทางพระพุทธศาสนา
6. การจัดกิจกรรมส่งเสริมคำนวณ 4.64 0.66 มากที่สุด 4.70 0.47 มากที่สุด 4.64 0.66 มากที่สุด 4.77 0.44 มากที่สุด
คิดเลขเป็น (Arithmetic) เช่น
กิจกรรมแข่งขันทักษะทาง
คณิตศาสตร์กิจกรรมการทำโครงงาน
39
ผลการประเมินนักเรียน ผลการประเมินคร ผลการประเมินผู้ปกครอง ผลการประเมินคณะกรรมการ
ู
สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
รายการ
(n=211) (N=๒๓) (n=211) (N=๑๓)
X S.D. แปลผล X S.D. แปลผล X S.D. แปลผล X S.D. แปลผล
3. การกำหนดรูปแบบ/กรอบ 4.45 0.80 มาก 4.65 0.78 มากที่สุด 4.45 0.80 มาก 4.54 0.66 มากที่สุด
แนวทางในการพัฒนาทักษะและ
พฤติกรรมความสามารถของนักเรียน
โดยใช้ SMART MODEL
4. การจัดกิจกรรมส่งเสริมทักษะ 4.47 0.75 มาก 4.48 0.79 มาก 4.48 0.75 มาก 4.69 0.48 มากที่สุด
(Skill) เช่น กิจกรรมวิทยาศาสตร์
กิจกรรมส่งเสริมทักษะอาชีพ
กิจกรรมส่งเสริมการปลูกผัก
5. การจัดกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม 4.56 0.82 มากที่สุด 4.65 0.65 มากที่สุด 4.56 0.82 มากที่สุด 4.77 0.44 มากที่สุด
(Morals) เช่น กิจกรรมพี่รับน้อง
กิจกรรมจิตอาสาพัฒนา กิจกรรมวัน
สำคัญทางพระพุทธศาสนา
6. การจัดกิจกรรมส่งเสริมคำนวณ 4.64 0.66 มากที่สุด 4.70 0.47 มากที่สุด 4.64 0.66 มากที่สุด 4.77 0.44 มากที่สุด
คิดเลขเป็น (Arithmetic) เช่น
กิจกรรมแข่งขันทักษะทาง
คณิตศาสตร์กิจกรรมการทำโครงงาน