รราายยงงาานนโโคครรงงกกาารรยยกกผผลลสสมมััฤฤททธธททิ ิ าางงกกาารรเเรรีียยนนรายงานโครงการยกผลสัมสัฤทธทิ างการเรียนปีการศึกษา 2568โรงเรียนบานตูมสำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุดรธานีเขต 2
คำนำการพัฒนาคุณภาพการศึกษาถือเป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพของนักเรียนให้สามารถพัฒนาความรู้และทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 โครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นโครงการที่มุ่งเน้นการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของนักเรียนในด้านวิชาการ ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย อาทิ การแข่งขันทักษะวิชาการ กิจกรรม STEM Education การสอนเสริม O-NET, NT, RT และการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา โดยมีเป้าหมายสำคัญในการพัฒนาความสามารถทางวิชาการของนักเรียนให้สูงขึ้นและเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันทางการศึกษารายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อสรุปผลการดำเนินงานของโครงการ ตั้งแต่แนวคิดและหลักการ วัตถุประสงค์ วิธีดำเนินงาน ผลที่ได้รับ ปัญหาและอุปสรรค รวมถึงข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาโครงการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ในอนาคตขอขอบคุณคณะครู บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน และผู้ปกครองทุกท่านที่ให้การสนับสนุนและมีส่วนร่วมในการดำเนินโครงการนี้จนบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้โรงเรียนบ้านตูม ๑๐ เมษายน พ.ศ. 256๘
รายงานโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน1. บทนำ 1.1 ชื่อโครงการ : โครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 1.2 หลักการและเหตุผลการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของนักเรียน เพื่อให้มีความรู้ ความสามารถในการคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหา รวมถึงมีทักษะพื้นฐานที่จำเป็นตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน การดำเนินโครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน โดยเฉพาะในด้านคณิตศาสตร์ ภาษาไทย และวิชาหลักอื่น ๆ ผ่านกิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทักษะที่สำคัญ2. วัตถุประสงค์1. เพื่อพัฒนาความสามารถทางวิชาการของนักเรียนให้สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้2. เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในระดับประถมศึกษาปีที่ 1-6 ให้สูงขึ้น3. เพื่อให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ตรงจากกิจกรรมที่หลากหลาย4. เพื่อเตรียมความพร้อมนักเรียนสำหรับการสอบ O-NET, NT และ RT5. เพื่อส่งเสริมความเป็นเลิศทางวิชาการผ่านกิจกรรมการแข่งขันต่าง ๆ3. เป้าหมาย 3.1 เป้าหมายเชิงปริมาณ1. นักเรียนทุกระดับชั้นได้รับการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน2. คะแนนเฉลี่ยของการสอบ O-NET และ NT เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 3 3.2 เป้าหมายเชิงคุณภาพ1. นักเรียนมีคุณภาพตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน2. นักเรียนสามารถพัฒนาทักษะทางการเรียนรู้และคิดวิเคราะห์ได้ดีขึ้น4. วิธีดำเนินโครงการ1. แข่งขันทักษะวิชาการ – นักเรียนเข้าร่วมการแข่งขันในระดับเครือข่าย เขตพื้นที่ และระดับชาติ2. STEM Education – ส่งเสริมการเรียนรู้แบบบูรณาการด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์3. สอนเสริมเข้ม O-NET, NT, RT – จัดค่ายติวเสริมเพื่อเตรียมตัวสอบระดับชาติ4. Coding – ฝึกทักษะการคิดเชิงตรรกะและการเขียนโปรแกรม5. อ่านออกเขียนได้ เพิ่มผลสัมฤทธิ์– จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านและเขียน6. คิดเลขเป็น เพิ่มผลสัมฤทธิ์– ฝึกคิดเลขเร็วและแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์7. ส่งเสริมความเป็นเลิศทางวิชาการ – แข่งขันครอสเวิร์ด คำคม และเอแมท8. ห้องเรียนออนไลน์ (Anywhere Anytime) – ใช้เทคโนโลยีสนับสนุนการเรียนรู้
5. ระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 256๘ ถึง 31 มีนาคม พ.ศ. 256๙6. งบประมาณงบประมาณที่ใช้ดำเนินโครงการรวม 45,๐00 บาท โดยแบ่งเป็นค่าตอบแทน ค่าจัดกิจกรรม และค่าวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็น7. ผลการดำเนินงาน1. นักเรียนมีพัฒนาการที่ดีขึ้นในด้านการอ่าน คณิตศาสตร์ และวิชาหลักอื่น ๆ2. คะแนนเฉลี่ยของการสอบ O-NET และ NT เพิ่มขึ้นตามเป้าหมาย3. นักเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขันวิชาการได้รับรางวัลหลายประเภท4. มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเรียนรู้มากขึ้นผ่านห้องเรียนออนไลน์8. ปัญหาและอุปสรรคแม้ว่าผลการดำเนินโครงการจะประสบความสำเร็จในหลายด้าน แต่ยังพบปัญหาและอุปสรรคที่ต้องได้รับการปรับปรุง ดังนี้ 8.1 ปัญหาเกี่ยวกับการเรียนรู้ของนักเรียน1. นักเรียนบางกลุ่มยังมีปัญหาด้าน พื้นฐานการอ่านและคณิตศาสตร์ทำให้ต้องใช้เวลาเรียนเสริมมากขึ้น2. นักเรียนบางคนยังขาดความมั่นใจในการแข่งขันทางวิชาการ ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการสอบและการนำเสนอผลงาน 8.2 ปัญหาด้านทรัพยากรและเวลา1. เวลาสำหรับการสอนเสริมมีจำกัด เนื่องจากตารางเรียนที่แน่นและกิจกรรมอื่น ๆ ของโรงเรียน2. โรงเรียนยังขาดแคลนอุปกรณ์การเรียนการสอนบางอย่าง เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับการสอน Coding และ STEM Education 8.3 ปัญหาการเข้าถึงเทคโนโลยี1. นักเรียนบางคนขาดอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่บ้าน ทำให้การเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์ไม่ทั่วถึง2. ครูบางส่วนยังต้องการการพัฒนาเพิ่มเติมด้านการใช้เทคโนโลยีในการสอน9. แนวทางแก้ไขและข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงการดำเนินโครงการและเพิ่มประสิทธิภาพในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในอนาคต โรงเรียนได้กำหนดแนวทางแก้ไขและข้อเสนอแนะดังนี้ 9.1 การพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียน1. จัด กลุ่มสอนเสริมเฉพาะจุด สำหรับนักเรียนที่มีปัญหาด้านการอ่านและคณิตศาสตร์2. ใช้วิธีการสอนแบบ Active Learning และการเรียนรู้แบบโครงงาน (Project-Based Learning) เพื่อ
กระตุ้นการมีส่วนร่วมของนักเรียน3. สนับสนุนให้นักเรียนฝึกทำข้อสอบจำลอง และแบบฝึกหัดเพิ่มเติมจากแหล่งเรียนรู้ออนไลน์ 9.2 การจัดสรรเวลาและทรัพยากร1. วางแผนการเรียนเสริมให้ครอบคลุมทั้งปีการศึกษา เพื่อลดความเร่งรีบในช่วงก่อนสอบ2. ขอรับการสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชนในการจัดหา อุปกรณ์การเรียนรู้เพิ่มเติม เช่น คอมพิวเตอร์สำหรับการสอน Coding และ STEM3. เพิ่มการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ให้สามารถใช้ได้ทั้งในห้องเรียนและที่บ้าน 9.3 การพัฒนาเทคโนโลยีและทักษะครู1. จัด อบรมให้ครูพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีและการสอนออนไลน์เพื่อให้สามารถใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลในการเรียนการสอนได้ดียิ่งขึ้น2. ส่งเสริมให้ครูแลกเปลี่ยนแนวทางการสอนกับโรงเรียนอื่น ๆ ที่มีแนวปฏิบัติที่ดี10. บทสรุปโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของโรงเรียนบ้านตูมประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย นักเรียนมีพัฒนาการที่ดีขึ้น และสามารถแข่งขันทางวิชาการได้อย่างมั่นใจ โรงเรียนสามารถนำข้อมูลที่ได้จากโครงการนี้ไปใช้ในการปรับปรุงแนวทางการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาคุณภาพนักเรียนในอนาคต
ภาคผนวกเอกสารแนบที่เกี่ยวข้องกับโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ได้แก่:1. รายงานกิจกรรมแข่งขันทักษะวิชาการ2. รายงานกิจกรรม STEM Education3. รายงานกิจกรรมสอนเสริม O-NET, NT, RT4. รายงานกิจกรรม Coding และการคิดเชิงตรรกะ๕. รายงานกิจกรรมอ่านออกเขียนได้ เพิ่มผลสัมฤทธิ์๖. รายงานกิจกรรมคิดเลขเป็น เพิ่มผลสัมฤทธิ์๗. รายงานกิจกรรมส่งเสริมความเป็นเลิศทางวิชาการ๘. รายงานกิจกรรมเรียนรู้ได้ทุกที่ (Anywhere Anytime)
รายงานผลการดำเนินงานกิจกรรมแข่งขันทักษะวิชาการชื่อกิจกรรม: แข่งขันทักษะวิชาการสอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษา:• ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน: มาตรฐานที่ 1 ด้านคุณภาพของผู้เรียน• ระดับปฐมวัย (ถ้ามี): มาตรฐานที่ 1 ด้านคุณภาพของเด็กผู้รับผิดชอบโครงการ: นางชฎาพร อภิวสุชัย (งานวิชาการ)ระยะเวลาดำเนินงาน: ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2568 ถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2568งบประมาณ: 1,850 บาทงบประมาณที่ได้รับอนุมัติ: 1,850 บาทงบประมาณที่ใช้จริง: 1,850 บาทP (Plan) — การวางแผน1. หลักการและเหตุผลโรงเรียนบ้านตูมเห็นความสำคัญของการพัฒนาทักษะทางวิชาการของผู้เรียนให้มีศักยภาพตามมาตรฐานการศึกษา เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้ฝึกฝนทักษะการคิด การสื่อสาร การสร้างสรรค์ผลงาน และการทำงานร่วมกับผู้อื่น ผ่านกิจกรรมแข่งขันทักษะวิชาการระดับเขตพื้นที่การศึกษา อันเป็นเวทีที่ช่วยให้นักเรียนได้แสดงออกถึงความสามารถและนำประสบการณ์ที่ได้รับไปต่อยอดในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองต่อไป2. วัตถุประสงค์1. เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้แสดงความสามารถทางวิชาการตามศักยภาพของตนเอง2. เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนในกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ3. เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนและครูได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ทางวิชาการ4. เพื่อสร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้แก่โรงเรียน3. เป้าหมาย• เชิงปริมาณ:o นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 21 คน
o ครูและบุคลากรทางการศึกษาเข้าร่วมจำนวน 13 คน• เชิงคุณภาพ:o นักเรียนมีทักษะทางวิชาการสูงขึ้นo มีความมั่นใจและกล้าแสดงออกในทางสร้างสรรค์o ครูผู้ควบคุมมีความพึงพอใจในการดำเนินกิจกรรมอยู่ในระดับดีมากD (Do) — การดำเนินงาน4. การดำเนินงานโรงเรียนบ้านตูมได้ดำเนินโครงการตามขั้นตอนดังนี้1. แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานและครูผู้รับผิดชอบกิจกรรมแข่งขันแต่ละรายการ2. คัดเลือกนักเรียนจากระดับโรงเรียนเพื่อเป็นตัวแทนเข้าร่วมแข่งขันในระดับเขตพื้นที่การศึกษา3. ดำเนินการฝึกซ้อมนักเรียนในแต่ละประเภทการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง4. ส่งนักเรียนเข้าร่วมแข่งขันทักษะวิชาการระดับเขตพื้นที่การศึกษา ระหว่างวันที่ 30 กันยายน – 1 ตุลาคม 2568 ณ โรงเรียนบ้านดงเมือง (ดงเมืองวิทยา), โรงเรียนบ้านปะโค, โรงเรียนอนุบาลกุมภวาปี และโรงเรียนบ้านท่าเปลือย (บุญเกื้ออนุสรณ์)5. ใช้งบประมาณดำเนินการจำนวน 1,850 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางและอำนวยความสะดวกให้แก่นักเรียนและครูผู้ควบคุมC (Check) — การตรวจสอบและประเมินผล5. ผลการดำเนินงาน• โรงเรียนบ้านตูมส่งนักเรียนเข้าร่วมแข่งขันจำนวน 10 รายการ ครอบคลุมกลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ศิลปะ และการงานอาชีพ• ผลการแข่งขันรวมทั้งสิ้น 10 รายการ ได้รับรางวัลดังนี้o รางวัลชนะเลิศ 2 รายการo รางวัลรองชนะเลิศ 2 รายการo เหรียญทอง 8 รายการo เหรียญเงิน 1 รายการ
จากผลการแข่งขัน โรงเรียนบ้านตูมได้รับรางวัลรวมทั้งสิ้น 10 รายการ ดังนี้ที่ รายการ เหรียญ อันดับ ชื่อ-สกุลนักเรียน ครูผู้ฝึก1 เสนาะสารอ่านทำนองเสนาะ ทอง 7 ด.ญ.กมลชนก วงษามิ่ง น.ส.อณัญญา สิงหามาตย์2 ต่อคำศัพท์ภาษาไทย (คำคมเดิม) ทอง 1 ด.ญ.กาญจนาพร จันทะเนตร, ด.ญ.ปลายฟ้า ทองแดงนายสุบรรณ จันชา, นางชฎาพร อภิวสุชัย3 ต่อสมการคณิตศาสตร์ (A-Math) ทอง 3 ด.ช.กรวิชญ์ กลางหาบุตร, ด.ช.ญาณพัฒน์ พรมบุตรนายสรเศรษฐ์ ไร่ไสว, น.ส.อนงค์รักษ์ คำควร4 ขับร้องเพลงสากลชาย ทอง 2 ด.ช.พัชพล นพพรประเสริฐ น.ส.วานิตย์ ภูมิบุตร5 ขับร้องเพลงสากลหญิง ทอง 10 ด.ญ.ศรัลลักษณ์ หลักสุจริต น.ส.วานิตย์ ภูมิบุตร6 เขียนเรื่องสั้นภาษาอังกฤษประกอบภาพ เงิน 8 ด.ญ.ไอลดา ท่าน้ำเที่ยง น.ส.วานิตย์ ภูมิบุตร7 ประดิษฐ์พานพุ่มสักการะ ทอง 4 ด.ญ.จริภา อุ้ยปะโค และคณะน.ส.อณัญญา สิงหามาตย์ และคณะ8 งานใบตองบายศรีปากชาม (เรียนรวม) ทอง 2 ด.ญ.พรพรรณ โพธิจักร ด.ญ.ศรัลลักษณ์ หลักสุจริตด.ญ.นภัสสร อามาตย์นางชฎาพร อภิวสุชัย, น.ส.อณัญญา สิงหามาตย์9 ร้อยมาลัยดอกไม้สด (เรียนรวม) ทอง 1 ด.ญ.นรีรัตน์ ชูดวงด.ชงสมภาณ์ ตลับกลางด.ญ.อลิสา สุวรรณโคตรน.ส.สมพิศ ทาปลัด, นางกฤติกา โภคาพานิช10 วาดภาพระบายสี (เรียนรวม) ทอง 5 ด.ช.คุณทรัพย์ เหล่าสมบัติ น.ส.กรรณิการ์ จันทร์โสดา• นักเรียนทุกคนได้รับประสบการณ์ตรง มีความมั่นใจและภาคภูมิใจในผลงานของตน• ครูผู้ควบคุมมีความพึงพอใจในการดำเนินงานและเห็นพัฒนาการของนักเรียนอย่างชัดเจน
6. ตัวชี้วัดความสำเร็จตัวชี้วัด ผลที่วัดได้1. นักเรียนที่เข้าร่วมแข่งขันมีความสามารถทางวิชาการเพิ่มขึ้นบรรลุผลในระดับดีมาก (นักเรียนได้รับรางวัล 10 รายการจากทั้งหมด)2. ครูผู้ควบคุมมีความพึงพอใจต่อการดำเนินโครงการ ระดับดีมาก (ร้อยละ 95 ของผู้เกี่ยวข้องมีความพึงพอใจ)3. โรงเรียนได้รับการยอมรับจากเครือข่ายและหน่วยงานต้นสังกัดบรรลุผลตามเป้าหมาย7. การประเมินผลผลการดำเนินโครงการโดยรวม บรรลุตามวัตถุประสงค์ทุกข้อ นักเรียนและครูได้รับประโยชน์สูงสุดจากกิจกรรม และมีระดับความสำเร็จของโครงการอยู่ในระดับ ดีมากA (Act) — การปรับปรุงและพัฒนา8. ปัญหาและอุปสรรค• ระยะเวลาในการฝึกซ้อมมีจำกัด เนื่องจากตารางเรียนแน่น• ขาดสื่อเทคโนโลยีและอุปกรณ์ฝึกซ้อมบางประเภท• นักเรียนบางคนยังขาดทักษะการนำเสนออย่างมั่นใจ9. ข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา1. ควรจัดกิจกรรมฝึกซ้อมต่อเนื่องตลอดปีการศึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมล่วงหน้า2. จัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมสำหรับสื่อการสอนและอุปกรณ์ฝึกซ้อม3. ส่งเสริมให้ครูผู้สอนแลกเปลี่ยนเทคนิคการฝึกซ้อมระหว่างโรงเรียนในเครือข่าย4. บูรณาการกิจกรรมแข่งขันเข้ากับการเรียนการสอน เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกทักษะในชั้นเรียนจริง
10. ภาพกิจกรรม
คำนำรายงานผลการดำเนินงานกิจกรรม สะเต็มศึกษา (STEM Education) เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินแผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ 2568 โครงการนี้ดำเนินการตั้งแต่ 16 พ.ค. 68 – 31 มี.ค. 69 และเสร็จสิ้นการดำเนินงานแล้วขอขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดทำรายงานกิจกรรม (STEM Education) ผู้รับผิดชอบจึงจัดทำรายงานผลการดำเนินงานต่อผู้เกี่ยวข้องและสถานศึกษาดังรายละเอียดที่ปรากฏในข้อมูลการรายงานผลการดำเนินงาน กิจกรรมสะเต็มศึกษา(STEM) เพื่อนำผลที่ได้จากการรายงานไปใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนพัฒนา ปรับปรุงการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น นางสาวประสงค์ ตระการ ผู้รายงาน
รายงานกิจกรรม STEM Educationโรงเรียนบ้านตูม ปีการศึกษา 2568....................................................โรงเรียนบ้านตูม ได้ตระหนักและเห็นความสำคัญในการจัดการศึกษาเพื่อเป็นแนวทางการส่งเสริมคุณภาพการศึกษาและพัฒนานักเรียน พัฒนาครูสามารถนำความรู้ที่ได้เชื่อมโยงกับเนื้อหา 4 วิชาหลัก ได้แก่ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ตามศักยภาพเพื่อเป็นแนวทางในการจัดการศึกษาให้กับนักเรียนตรงตามมาตรฐานการศึกษา มีการประเมิน ติดตามรายงานผลกิจกรรมพร้อมทั้งข้อเสนอแนะเพื่อเป็นแนวทางพัฒนาต่อไปการดำเนินกิจกรรม STEM Education ได้เสร็จสิ้นลงแล้วจึงขอสรุปรายงานผลการดำเนินกิจกรรม ดังต่อไปนี้การวางแผน : PLAN (P)1. ประชุมครู/ ร่วมกันวางแผนเสนอโครงการขออนุมัติต่อผู้บริหาร2. มอบหมายผู้รับผิดชอบในการดำเนินการตามกิจกรรม Stem education3. ดำเนินการจัดกิจกรรม4. สังเกต สอบถาม ประเมิน5. การสรุปรายงานผลการดำเนินงานกิจกรรม Stem educationการดำเนินงาน : DO (D)1. ดำเนินการประชุมครูเพื่อมอบหมายให้ครูรับผิดชอบ วางแผนจัดกิจกรรม Stem education 2. มอบหมายให้นางสาวประสงค์ ตระการ ครูปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้รับผิดชอบงานกิจกรรม Stem education 4. ดำเนินการ Stem education สรุป รายงานผล 5. ครูรับผิดชอบกิจกรรม Stem education ประเมินการจัดกิจกรรมสะเต็ม 6. สรุปรายงานผลการดำเนินงานกิจกรรม Stem educationการตรวจสอบ : CHEK (C) 1. เนื่องจากในปีการศึกษา 2568 มีข้อจำกัดในเรื่องระยะเวลาและภาระงานเยอะไม่สามารถทำกิจกรรมสะเต็มได้เต็มอีกทั้งบุคลากรไม่ได้เข้ารับการอบรมจึงขาดความรู้ความเข้าใจในการจัดกิจกรรมที่2. มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม คือ ผู้บริหาร 1 คน ครูวิชาการ ครูประจำชั้น จำนวน 12 คน และนักเรียนดังนี้ 1.1. ช่วงชั้นปฐมวัย ครูผู้สอน 3 คน และนักเรียน 27 คน
1.2. ช่วงชั้นประถมศึกษา 1-3 ครูผู้สอน 5 คน และนักเรียน 45 คน 1.3. ช่วงชั้นประถมศึกษา 4-6 ครูผู้สอน 5 คน และนักเรียน 51 คน 3. สรุปผลการจัดกิจกรรมจากแบบประเมินกิจกรรม คิดเป็นร้อยละ 100ข้อเสนอแนะปรับปรุงพัฒนา : ACTION (A) 1. ควรจัดให้บุคลากรเข้ารับการอบรม 2. จัดกิจกรรมสะเต็มทุกห้องเรียนพร้อมกับบุรณาการเข้ากับรายชาเรียน 3. ควรจัดการเรียนรู้ในรูปแบบโครงงานสะเต็มเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนเพิ่มขึ้น
ภาคผนวก
กิจกรรม สะเต็มช่วงชั้นปฐมวัย
กิจกรรม สะเต็มช่วงชั้นปฐมวัย
กิจกรรม สะเต็มช่วงชั้นปฐมวัย
กิจกรรม สะเต็มช่วงชั้นปฐมศึกษาตอนต้นผลงานชั้นป.1
กิจกรรม สะเต็มช่วงชั้นปฐมศึกษาตอนต้นผลงานชั้นป.2
กิจกรรม สะเต็มช่วงชั้นปฐมศึกษาตอนต้นผลงานชั้นป.3
กิจกรรม สะเต็มช่วงชั้นปฐมศึกษาตอนปลายผลงานชั้นป.4
กิจกรรม สะเต็มช่วงชั้นปฐมศึกษาตอนปลายผลงานชั้นป.5
กิจกรรม สะเต็มช่วงชั้นปฐมศึกษาตอนปลายผลงานชั้นป.6
แบบประเมินความพึงพอใจกิจกรรม stem educationประจำปี 2568โรงเรียนบ้านตูม สพป.อุดรธานี เขต 2คำชี้แจงให้ผู้ตอบแบบประเมินความพึงพอใจพิจารณารายละเอียดข้อคำถามว่ามีความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมอยู่ในระดับใดแล้วใส่เครื่องหมาย ลงในช่องระดับความพึงพอใจ1 หมายถึง พึงพอใจน้อยที่สุด 2 หมายถึง พึงพอใจน้อย 3 หมายถึง พึงพอใจปานกลาง4 หมายถึง พึงพอใจมาก 5 หมายถึง พึงพอใจมากที่สุดตอนที่ 1 : ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบประเมินความพึงพอใจเพศ ชาย หญิงสถานะ ผู้บริหาร ครู นักเรียน ผู้ปกครองอายุ 6-12 ปี 20-40 ปี มากกว่า 40 ปีตอนที่ 2 : ความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ประจำปี 2563ข้อ ประเด็นพิจารณาระดับความพึงพอใจ5 4 3 2 11 การประชาสัมพันธ์การดำเนินงานกิจกรรมฯให้กับผู้เกี่ยวข้อง2 สามารถนำความรู้จากบทเรียนมาใช้ในกิจกรรมสะเต็มศึกษา3 ความสามารถในการสร้างนวัตกรรมจากการเรียนการสอนสะเต็มศึกษา4 กิจกรรมมีความน่าสนใจ5 สถานที่จัดกิจกรรมมีความเหมาะสม6 การบูรณาการความรู้ไปใช้ในการแก้ปัญหา7 นักเรียนที่ร่วมกิจกรรมมีความเป็นระเบียบ สนุกสนาน8 ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม9 สื่อ เอกสาร อุปกรณ์ในการเรียนรู้กิจกรรมฯสามารถใช้งานได้ดี10 กิจกรรมสามารถนำไปแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันได้ตอนที่ 3 : ข้อเสนอแนะอื่น ๆ ............................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................................................................
รายงานกิจกรรมสอนเสริม O-NET , NT และ RT ปีการศึกษา 256๘1. Plan (วางแผน) 1.1 ชื่อกิจกรรม : กิจกรรมสอนเสริม O-NET ป.6, NT ป.3 และ RT ป.1 1.2 หลักการและเหตุผลการสอบ O-NET (Ordinary National Educational Test) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6, การสอบ NT (National Test) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และการสอบ RT (Reading Test) ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เป็นการทดสอบระดับชาติที่สำคัญ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบคุณภาพการศึกษาของนักเรียนในแต่ละช่วงชั้น โรงเรียนจึงจัดกิจกรรมสอนเสริมเพื่อพัฒนาความรู้และทักษะของนักเรียนให้พร้อมสำหรับการสอบดังกล่าว โดยเน้นการฝึกทำข้อสอบ วิเคราะห์แนวข้อสอบ และเสริมสร้างความมั่นใจให้กับนักเรียน 1.3 วัตถุประสงค์1. เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียนสำหรับการสอบ O-NET ป.6, NT ป.3 และ RT ป.12. เพื่อเสริมสร้างทักษะการอ่าน การคิดวิเคราะห์ และการแก้ปัญหาให้กับนักเรียน3. เพื่อเพิ่มโอกาสให้นักเรียนทำคะแนนได้สูงขึ้นในแต่ละการสอบ4. เพื่อให้ครูสามารถวิเคราะห์จุดอ่อนของนักเรียนและปรับปรุงแนวทางการสอนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 1.4 กลุ่มเป้าหมาย1. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เตรียมสอบ O-NET2. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่เตรียมสอบ NT3. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ที่เตรียมสอบ RT 1.5 แผนการดำเนินงาน1. วางแผนและกำหนดตารางสอนเสริมสำหรับแต่ละระดับชั้น2. จัดเตรียมสื่อการสอนและแบบฝึกหัดตามแนวข้อสอบจริง3. จัดกิจกรรมสอนเสริมทั้งในรูปแบบกลุ่มและรายบุคคล4. ประเมินผลความก้าวหน้าของนักเรียนเป็นระยะ5. วิเคราะห์ผลการเรียนและปรับกลยุทธ์การสอนให้เหมาะสม2. Do (ดำเนินการ) 2.1 วิธีการสอนเสริม1. จัดการสอนเสริมในรูปแบบการเรียนแบบเข้มข้นในช่วงก่อนสอบ2. ฝึกทำข้อสอบเสมือนจริงและอธิบายแนวคิดในการหาคำตอบ3. ใช้สื่อการเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น ใบงาน เกมการศึกษา และสื่อดิจิทัล4. จัดกลุ่มเรียนเสริมเฉพาะจุดเพื่อแก้ไขจุดอ่อนของนักเรียน5. ใช้การสอนแบบ Active Learning เพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมของนักเรียน 2.2 รายละเอียดการดำเนินกิจกรรม1. สอนเสริม O-NET ป.6: ฝึกทักษะในวิชาภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ2. สอนเสริม NT ป.3: เน้นพัฒนาทักษะพื้นฐานด้านการคิดวิเคราะห์ คณิตศาสตร์ และภาษาไทย3. สอนเสริม RT ป.1: เน้นพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียง การจับใจความ และการสื่อความหมาย
3. Check (ตรวจสอบและประเมินผล) 3.1 ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น1. นักเรียนมีพัฒนาการทางด้านทักษะวิชาการเพิ่มขึ้น2. คะแนนจากการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนแสดงให้เห็นถึงการพัฒนา3. นักเรียนมีความมั่นใจมากขึ้นในการทำข้อสอบ 3.2 การประเมินผล1. จัดการทดสอบวัดผลก่อนและหลังการสอนเสริม2. ใช้แบบสอบถามวัดความคิดเห็นของนักเรียนเกี่ยวกับกิจกรรม3. ประเมินผลจากข้อสอบจำลองเพื่อดูแนวโน้มคะแนนที่อาจได้รับ4. Act (ปรับปรุงและพัฒนา) 4.1 ปัญหาและอุปสรรคที่พบ1. เวลาสำหรับการสอนเสริมมีจำกัด ทำให้อาจไม่สามารถครอบคลุมเนื้อหาได้ทั้งหมด2. นักเรียนบางคนยังมีปัญหาในการทำข้อสอบและไม่สามารถบริหารเวลาได้ดี3. ความแตกต่างด้านพื้นฐานของนักเรียนทำให้ต้องมีการปรับแผนการสอนเป็นรายบุคคล 4.2 ข้อเสนอแนะและแนวทางปรับปรุง1. เริ่มการสอนเสริมตั้งแต่ช่วงต้นปีการศึกษาเพื่อลดความเร่งรีบ2. เพิ่มช่องทางการเรียนรู้เสริมผ่านสื่อออนไลน์และใบงานที่นักเรียนสามารถฝึกทำเองที่บ้าน3. จัดกลุ่มนักเรียนตามระดับความสามารถเพื่อให้การสอนมีประสิทธิภาพมากขึ้น4. ให้คำแนะนำเรื่องเทคนิคการทำข้อสอบและการบริหารเวลาในการสอบสรุป: กิจกรรมสอนเสริม O-NET, NT และ RT ของโรงเรียนบ้านตูมช่วยให้นักเรียนมีความพร้อมมากขึ้นสำหรับการสอบระดับชาติ นักเรียนมีพัฒนาการที่ดีขึ้นทั้งด้านวิชาการและความมั่นใจ โรงเรียนสามารถใช้ข้อมูลจากกิจกรรมนี้เพื่อนำไปปรับปรุงแนวทางการสอนและพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนในอนาคต
หนาน 1/4รหหสโรงเรรยน ชชชอโรงเรรยนจงหวหดหออดรธานร สหงกดหขนาดโรงเรรยน กลาง ทรชตตงโรงเร ห รยน นอกเมชองสสานหกงานคณะกรรมการการศศกษาขหตนพชตนฐาน1041020021 บบานตตมรายงานผลการทดสอบทางการศศกษาระดหบชาตตขหตนพชนฐานต (O-NET)ชตหนประถมศศกษาปรทรช6 ปรการศศกษา 2568ฉบหบทรช5 - คคาสถตตตแยกตามสาระการเรรยนรบตสสาหรหบโรงเรรยนภาค ตะวนออกเฉห รยงเหนชอวชตา : ภาษาไทย (61)(Mode)ฐานนตยม(Median)มหธยฐาน(Min.)คะแนนตสชาสอด(Max.)คะแนนสตงสอด(S.D.)สควนเบรชยงเบนมาตรฐาน(Mean)คะแนนเฉลยรชจสานวนระดบหปรนหย อตนหย หรวม ปรนหย อตนหย หรวม ปรนหย อตนหย หรวม ปรนหย อตนหย หรวมผบตเขบาสอบรวม รวมโรงเรรยน 11 49.73 5.68 55.41 8.17 3.24 9.92 61.00 11.50 72.50 34.50 0.00 40.50 56.00 -ขนาดโรงเรรยน 199,630 41.42 4.63 46.05 15.32 4.05 17.40 85.00 15.00 100.00 0.00 0.00 0.00 45.50 45.00ทรทตตงโรงเร ต รยน 9,097 40.82 4.00 44.82 14.76 3.80 16.45 85.00 15.00 94.50 0.00 0.00 1.50 44.00 24.00จงหวตดต 12,946 41.68 4.20 45.87 14.93 3.91 16.74 85.00 15.00 95.00 0.00 0.00 1.50 45.50 45.00สงกตดต 378,404 41.44 4.67 46.11 15.12 4.02 17.16 85.00 15.00 100.00 0.00 0.00 0.00 45.50 45.00ภาค 176,727 41.28 4.51 45.79 14.89 3.95 16.83 85.00 15.00 98.50 0.00 0.00 0.00 45.00 49.00ประเทศ 599,380 42.77 4.83 47.60 15.49 4.10 17.61 85.00 15.00 100.00 0.00 0.00 0.00 47.50 49.00คคาสถตตตจสาแนกตามระดบหโรงเรรยนคะแนนเตตม สาระ จหงหวดหสหงกดห ประเทศMean S.D. Mean S.D. Mean S.D. Mean S.D. Mean S.D. Mean S.D.ขนาดโรงเรรยนภาคทรชตหตงโรงเรรยนMean S.D.การออาน 100.00 57.58 26.93 48.32 25.62 47.93 25.40 49.04 25.50 48.03 25.53 47.69 25.34 50.25 25.92การเขรยน 100.00 57.63 18.84 46.49 22.57 42.63 21.60 44.02 21.85 46.93 22.28 46.19 21.90 47.93 22.43การฟตงการดดและการพดด 100.00 51.52 21.85 46.96 29.53 46.52 29.43 47.38 29.39 47.47 29.27 47.18 29.07 48.51 29.45หลกการใช ต ภาษาไทย น 100.00 53.03 17.14 41.85 22.47 42.13 22.11 42.89 22.43 41.56 22.37 41.74 22.34 43.15 22.81วรรณคดรและวรรณกรรม 100.00 54.55 21.43 47.96 31.25 47.42 30.90 48.31 31.00 48.08 31.13 47.77 30.94 49.49 31.32วนทต รท 11/03/2026 08:10:50
หนาน 2/4รหหสโรงเรรยน ชชชอโรงเรรยนจงหวหดหออดรธานร สหงกดหขนาดโรงเรรยน กลาง ทรชตตงโรงเร ห รยน นอกเมชองสสานหกงานคณะกรรมการการศศกษาขหตนพชตนฐาน1041020021 บบานตตมรายงานผลการทดสอบทางการศศกษาระดหบชาตตขหตนพชนฐานต (O-NET)ชตหนประถมศศกษาปรทรช6 ปรการศศกษา 2568ฉบหบทรช5 - คคาสถตตตแยกตามสาระการเรรยนรบตสสาหรหบโรงเรรยนภาค ตะวนออกเฉห รยงเหนชอวชตา : ภาษาองกหฤษ (63)(Mode)ฐานนตยม(Median)มหธยฐาน(Min.)คะแนนตสชาสอด(Max.)คะแนนสตงสอดมาตรฐาน (S.D.)สควนเบรชยงเบน(Mean)คะแนนเฉลยรชระดบห จสานวนผบตเขบาสอบโรงเรรยน 11 32.67 10.18 56.25 21.88 31.25 34.38ขนาดโรงเรรยน 199,591 31.66 16.82 100.00 0.00 28.13 25.00ทรทตตงโรงเร ต รยน 9,096 30.74 14.59 100.00 3.13 28.13 25.00จงหวตดต 12,945 32.73 17.32 100.00 3.13 28.13 25.00สงกตดต 378,334 29.72 14.69 100.00 0.00 28.13 25.00ภาค 176,694 30.19 15.32 100.00 0.00 28.13 25.00ประเทศ 599,284 33.58 18.96 100.00 0.00 28.13 25.00คคาสถตตตจสาแนกตามระดบหโรงเรรยนคะแนนเตตม สาระ จหงหวดหสหงกดห ประเทศMean S.D. Mean S.D. Mean S.D. Mean S.D. Mean S.D. Mean S.D.ขนาดโรงเรรยนภาคทรชตหตงโรงเรรยนMean S.D.ภาษาเพพทอการสพทอสาร 100.00 37.60 12.27 33.21 18.54 32.08 16.21 34.21 18.80 31.11 16.47 31.62 17.09 35.25 20.55ภาษาและวฒตนธรรม 100.00 25.76 14.85 27.14 20.75 26.78 20.16 28.16 21.72 25.88 19.66 26.18 19.96 28.53 22.15ภาษากบคตวามสมตพนธธก ตบตชชมชน 15.91 12.03 29.86 26.19 31.43 27.11 27.80 24.65และโลก 100.00 29.32 25.29 28.28 25.08 31.92 27.86สาระทรทโรงเรรยนควรเรองพฒตนาเนพทองจากคะแนนเฉลรทยของโรงเรรยนตทากวตาคะแนนเฉลอ รทยระดบประ ต เทศไดแนกอ1.) ภาษากบคตวามสมตพนธธก ตบตชชมชนและโลก2.) ภาษาและวฒตนธรรมวนทต รท 11/03/2026 08:10:50
หนาน 3/4รหหสโรงเรรยน ชชชอโรงเรรยนจงหวหดหออดรธานร สหงกดหขนาดโรงเรรยน กลาง ทรชตตงโรงเร ห รยน นอกเมชองสสานหกงานคณะกรรมการการศศกษาขหตนพชตนฐาน1041020021 บบานตตมรายงานผลการทดสอบทางการศศกษาระดหบชาตตขหตนพชนฐานต (O-NET)ชตหนประถมศศกษาปรทรช6 ปรการศศกษา 2568ฉบหบทรช5 - คคาสถตตตแยกตามสาระการเรรยนรบตสสาหรหบโรงเรรยนภาค ตะวนออกเฉห รยงเหนชอวชตา : คณตตศาสตรร (64)(Mode)ฐานนตยม(Median)มหธยฐาน(Min.)คะแนนตสชาสอด(Max.)คะแนนสตงสอดมาตรฐาน (S.D.)สควนเบรชยงเบน(Mean)คะแนนเฉลยรชระดบห จสานวนผบตเขบาสอบโรงเรรยน 11 20.26 10.67 46.13 6.50 19.50 19.50ขนาดโรงเรรยน 199,569 23.05 15.85 100.00 0.00 19.50 13.00ทรทตตงโรงเร ต รยน 9,091 23.66 15.87 100.00 0.00 19.50 13.00จงหวตดต 12,937 24.32 16.97 100.00 0.00 19.50 13.00สงกตดต 378,330 23.36 15.95 100.00 0.00 19.50 13.00ภาค 176,669 23.58 16.14 100.00 0.00 19.50 13.00ประเทศ 599,250 24.90 17.42 100.00 0.00 19.50 13.00คคาสถตตตจสาแนกตามระดบหโรงเรรยนคะแนนเตตม สาระ จหงหวดหสหงกดห ประเทศMean S.D. Mean S.D. Mean S.D. Mean S.D. Mean S.D. Mean S.D.ขนาดโรงเรรยนภาคทรชตหตงโรงเรรยนMean S.D.จานวนและพรชคณ ต ณต 100.00 28.17 14.76 27.15 19.85 27.95 20.13 28.56 20.98 27.74 20.00 28.10 20.16 29.26 21.13การวดแตละเรขาคณณต 100.00 11.93 12.30 19.85 18.16 21.14 19.21 21.50 19.70 19.88 18.23 20.01 18.40 21.22 19.38สถณตณและความนอาจะเปปน 100.00 17.35 22.95 18.27 28.47 16.25 26.05 17.97 28.15 18.42 28.64 18.46 28.80 20.64 30.38สาระทรทโรงเรรยนควรเรองพฒตนาเนพทองจากคะแนนเฉลรทยของโรงเรรยนตทากวตาคะแนนเฉลอ รทยระดบประ ต เทศไดแนกอ1.) การวดแตละเรขาคณณต2.) สถณตณและความนอาจะเปปน3.) จานวนและพรชคณ ต ณตวนทต รท 11/03/2026 08:10:50
หนาน 4/4รหหสโรงเรรยน ชชชอโรงเรรยนจงหวหดหออดรธานร สหงกดหขนาดโรงเรรยน กลาง ทรชตตงโรงเร ห รยน นอกเมชองสสานหกงานคณะกรรมการการศศกษาขหตนพชตนฐาน1041020021 บบานตตมรายงานผลการทดสอบทางการศศกษาระดหบชาตตขหตนพชนฐานต (O-NET)ชตหนประถมศศกษาปรทรช6 ปรการศศกษา 2568ฉบหบทรช5 - คคาสถตตตแยกตามสาระการเรรยนรบตสสาหรหบโรงเรรยนภาค ตะวนออกเฉห รยงเหนชอวชตา : วทยาศาสตรต ร (65)(Mode)ฐานนตยม(Median)มหธยฐาน(Min.)คะแนนตสชาสอด(Max.)คะแนนสตงสอดมาตรฐาน (S.D.)สควนเบรชยงเบน(Mean)คะแนนเฉลยรชระดบห จสานวนผบตเขบาสอบโรงเรรยน 11 35.23 11.70 62.50 17.50 35.00 37.50ขนาดโรงเรรยน 199,591 33.89 14.02 100.00 0.00 32.50 30.00ทรทตตงโรงเร ต รยน 9,095 34.60 14.62 95.00 0.00 32.50 30.00จงหวตดต 12,943 34.94 14.72 95.00 0.00 32.50 30.00สงกตดต 378,342 34.56 14.19 100.00 0.00 32.50 30.00ภาค 176,700 34.62 14.28 100.00 0.00 32.50 30.00ประเทศ 599,275 35.43 14.73 100.00 0.00 32.50 30.00คคาสถตตตจสาแนกตามระดบหโรงเรรยนคะแนนเตตม สาระ จหงหวดหสหงกดห ประเทศMean S.D. Mean S.D. Mean S.D. Mean S.D. Mean S.D. Mean S.D.ขนาดโรงเรรยนภาคทรชตหตงโรงเรรยนMean S.D.วณทยาศาสตรธชรวภาพ 100.00 22.73 21.20 27.87 21.99 29.75 24.16 29.58 23.75 28.73 22.28 28.61 22.33 29.41 22.51วณทยาศาสตรธกายภาพ 100.00 40.91 17.45 38.06 18.83 38.07 18.54 38.76 18.96 38.59 18.83 38.81 18.90 39.92 19.57วณทยาศาสตรธโลกและอวกาศ 100.00 45.45 19.24 36.84 23.43 36.92 23.53 37.63 23.71 37.74 23.71 37.73 23.77 38.42 23.91เทคโนโลยร 100.00 9.09 19.28 19.79 27.00 22.85 29.87 21.74 28.95 20.13 27.34 19.97 27.24 19.75 27.07สาระทรทโรงเรรยนควรเรองพฒตนาเนพทองจากคะแนนเฉลรทยของโรงเรรยนตทากวตาคะแนนเฉลอ รทยระดบประ ต เทศไดแนกอ1.) เทคโนโลยร2.) วณทยาศาสตรธชรวภาพวนทต รท 11/03/2026 08:10:50
สสสนนกงสนคณะกรรมกสรกสรศศกษสขนขนพพขนฐสน กระทรวงศศกษสธธกสรฉบนบททท 8 แบบรสยงสนผลกสรประเมธนของโรงเรทยนยยอนหลนง 3 ปป (R-School08)ชนขนประถมศศกษสปปททท 1 ปปกสรศศกษส 2568รสยงสนผลกสรประเมธนควสมสสมสรถดยสนกสรออสนของผผยเรทยน (RT)สนงกนดยออย :รหนสโรงเรทยน : ขนสดโรงเรทยน :ทททตนขงโรงเรทยน :ชพทอโรงเรทยน :จนงหวนด : ภสค :ศศกษสธธกสรจนงหวนด :อสสเภอ :1041680188 บบานตตม กลางนอกเมมอง กกมภวาปป อกดรธานนสพป.อกดรธานนเขต 2ตะววนออกเฉนยงเหนมอศศกษสธธกสรภสค : สสานวกงานศศกษาธธการภาค 10 จสสนวนนนกเรทยนทททเขยสสอบปปกสรศศกษสลอสสสด : 10 คน(ปกตธ : 10 คน, พธเศษ : 0 คน, Walk-in : 0 คน)สนงกนด : สสานวกงานคณะกรรมการการศศกษาขวขนพมขนฐาน อกดรธานนขยอมผลปป 2566 ปป 2567 ปป 2568 ปป 2566 ปป 2567 ปป 2568 ปป 2566 ปป 2567 ปป 2568กสรออสนออกเสทยง กสรออสนรผยเรพทอง รวม 2 ดยสนคะแนนเฉลนลยรบอยละของโรงเรนยนยบอนหลวง 3 ปปจสาแนกรายดบานจสานวนผตบเขบาสอบ 10 13 10 10 13 10 10 13 10คะแนนเฉลนลยโรงเรนยน 82.00 98.15 98.00 90.20 96.30 93.00 86.10 97.23 95.50คะแนนเฉลนลยสวงกวดยยอย 85.34 88.09 87.53 84.44 83.72 86.51 84.89 85.90 87.04คะแนนเฉลนลย สพฐ. 79.61 80.02 79.86 77.94 77.01 75.35 78.78 78.51 77.61คะแนนเฉลนลยประเทศ 79.93 80.28 80.26 78.06 77.16 76.86 79.00 78.72 78.57คะแนนเฉลททยโรงเรทยนยยอนหลนง 3 ปปจสสแนกรสยดยสน0.0010.0020.0030.0040.0050.0060.0070.0080.0090.00100.00คะแนนเฉลนลย รร. ปป2566 คะแนนเฉลนลย รร. ปป2567 คะแนนเฉลนลย รร. ปป2568การอ่านออกเสียง การอ่านรู้เรื่อง รวม 2 ด้านคะแนนเฉลททยรยอยละรสยดยสนเปรทยบเททยบกนบ โรงเรทยน และระดนบประเทศ ยยอนหลนง 3 ปป0.0010.0020.0030.0040.0050.0060.0070.0080.0090.00100.00ปป 2566 ปป 2567 ปป 2568การอยานออกเสนยงปป 2566 ปป 2567 ปป 2568รวม 2 ดบานปป 2566 ปป 2567 ปป 2568การอยานรตบเรมลองคะแนนเฉลนลยโรงเรนยน คะแนนเฉลนลยสวงกวดยยอย คะแนนเฉลนลยสวงกวด คะแนนเฉลนลยประเทศSchool01 1/1
รายงานกิจกรรม Coding ปีการศึกษา 256๘……………………………………เมื่อโลกมีการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ ตามยุคสมัยที่เกิดขึ้น นอกจากเราทุกคนจะต้องมีการปรับตัวให้สามารถดำเนินชีวิตอยู่บนโลกยุคดิจิทัลได้แล้วนั้น ด้านการศึกษาก็ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน เพื่อรองรับความต้องการของผู้คนในยุคดิจิทัล รองรับตลาดแรงงานที่ต้องการอาชีพด้านไอทีเพิ่มมากขึ้น และรองรับอาชีพที่เกิดขึ้นมาใหม่ Coding ภาษาที่ 3 ทักษะสำคัญในยุคดิจิทัล และหนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาลด้านการศึกษาก็คือ การเตรียมความพร้อมให้กับคนไทยสู่ศตวรรษที่ 21 โดยจะมีการสร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้แบบใหม่ผ่านระบบดิทัล พร้อมปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีวิศวกรรม การเขียนโปรแกรม (ภาษาคอมพิวเตอร์) คณิตศาสตร์ และภาษาต่างประเทศ ซึ่งรัฐบาลจะมีการส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) ตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาการเรียน Coding จะช่วยทำให้เด็ก ๆ มีกระบวนการคิดที่เป็นระบบ คิดทุกอย่างเป็นเหตุเป็นผล ซึ่งจะส่งผลทำให้เกิดทักษะการแก้ไขปัญหาได้ดียิ่งขึ้น เช่น สามารถแตกปัญหาออกมาเป็นส่วน ๆ เพื่อหาสาเหตุและวิธีการแก้ไขในแต่ละส่วนได้อย่างเป็นระเบียบ แม่นยำ นอกจากนี้ยังช่วยทำให้เด็ก ๆ สามารถเรียนรู้วิธีการวางแผนอย่างเป็นระบบ ฝึกการจับประเด็นสำคัญได้ยิ่งขึ้นตามไปด้วยหัวใจหลักของ Coding (การโค้ดดิ้ง) คือ การเขียนสัญลักษณ์เพื่อบอกลําดับขั้นตอน ลําดับความคิด เพื่อสื่อสารให้เข้าใจกันอาทิ การแต่งเพลง วางลําดับตัวโน๊ตดนตรี การออกแบบท่าเต้น ลําดับท่าเต้น ท่ารํา การเขียนกลอน การเขียนแผนธุรกิจ (Business Model) ลําดับการวางแผน การเขียน (Flowchart) เป็นต้น1.ต้อง Planning หมายถึง วางเเผนวิธีการในการไปถึงเป้าหมายกระบวนการพิจารณาตัดสินใจ ในปัจจุบันว่าจะทำอะไร ทำโดยใคร และทำเพื่ออะไร สำหรับการปฏิบัติการที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ความสำคัญของการวางแผน การวางแผน เป็นกระบวนการเกี่ยวกับการคิดและการตัดสินใจ ที่ละเอียดอ่อน และต้องกระทำให้เสร็จสิ้น ก่อนจะมีการดำเนินกิจกรรม กระบวนการกำหนดวัตถุประสงค์ สำหรับช่วงเวลาข้างหน้า2.ต้อง Thinking หมายถึง คิดการคิด สำหรับพัฒนานวัตกรรมที่ผสมผสานการคิดสร้างสรรค์ (Creative thinking)และการคิดเเก้ไขปัญหา (Problems thinking) เพื่อพัฒนาสิ่งใหม่ๆ และนวัตกรรมอย่างมีระบบความสำคัญของการคิดโดยมีหลักสำคัญ คือการเข้าใจความต้องการและปัญหาของเป้าหมายอย่างแท้จริง แล้วการระดมความคิดเพื่อค้นหาทางแก้ไข และการเรียนรู้และลงมือทำเพื่อสร้างบรรลุเป้าหมายและสร้างนวัตกรรมต่างๆ3.ต้อง Logic หมายถึง คิดเเบบตรรกะตรรกศาสตร์ (หรือตรรกวิทยา) (Logic) คือวิชาที่ศึกษาเพื่อแยกการให้เหตุผลที่สมเหตุสมผล ปัจจุบันเรียกว่าตรรกศาสตร์สัญลักษณ์ (Symbolic Logic) หรือตรรกศาสตร์เชิงคณิตศาสตร์ (Mathematical Logic)ความสำคัญของการคิดเเบบตรรกะ มีความสำคัญมากไม่เพียงแต่ ในสาขาตรรกศาสตร์เท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญทางเรขาคณิตของเซต ทฤษฎีของความน่าจะเป็น ตลอดจนสาขาสามารถนำต่อยอดใช้งานด้านอื่นๆ4. ต้อง Problems Solving หมายถึง การเเก้ไขปัญหาคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องจักรที่สร้างขึ้นมาเพื่อ “แก้ปัญหา” ให้กับพวกเราแต่คอมพิวเตอร์จะแก้ปัญหาไม่ได้ ถ้ามันไม่รู้วิธีว่าจะแก้ยังไง การเขียนโปรแกรมก็เหมือนกับการสอนวิธีแก้ปัญหาต่างๆ ให้คอมพิวเตอร์ความสำคัญของการเเก้ไขปัญหา นั่นแปลว่าหัวใจสำคัญของการเขียนโปรแกรมก็คือศาสตร์แห่งการแก้ปัญหาในวิชาการเขียนโปรแกรม นี่คือวิชาที่ว่าด้วยการ “การคิดวิธีการแก้ปัญหาต่างๆ”รวมทั้งหมดนำมาคิด Algorithm เเละ นำไปใช้ในวิชาวิทยาการคำนวณ คำนิยามเราจะ
เรียกว่า Coding ได้หมดการวางเเผนจัด Sequence เรียงลำดับความคิด แต่วิธีการแก้ปัญหาที่ต้องสอนในวิชาการเขียนโปรแกรมเราจะเรียกมันว่า Algorithm (อ่านว่า “อัลกอริทึม”) การแก้ปัญหาแบบเป็นขั้นตอน ในทางเดียวกัน Coding ก็ใกล้เคียงคือการสร้างสัญลักษณ์ ขั้นตอนอะไรบางอย่างให้สามารถ สามารถเเก้ไขปัญหาบางอย่างได้วัตถุประสงค์1. เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีทักษะพื้นฐานด้านการคิดเชิงคำนวณ (Computational Thinking) 2. เพื่อพัฒนาความสามารถในการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ด้าน Coding 3. เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักเรียนสำหรับการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในอนาคต4. เพื่อกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และการทำงานเป็นทีมผ่านกิจกรรมการเขียนโค้ดและการสร้างโครงการเป้าหมายเชิงปริมาณ1. นักเรียนชั้น ป.1-3 อย่างน้อย 80% สามารถเข้าใจแนวคิดพื้นฐานของการเขียนโปรแกรมผ่านกิจกรรม Unplugged Coding 2. นักเรียนชั้น ป.4-6 อย่างน้อย 70% สามารถใช้โปรแกรม Scratch หรือแพลตฟอร์มอื่น ๆ ในการเขียนโปรแกรมพื้นฐานได้3. โรงเรียนสามารถจัดอบรมให้ครูผู้สอนอย่างน้อย 2 ครั้งต่อปี เพื่อพัฒนาทักษะการสอน Codingเป้าหมายเชิงคุณภาพ1. นักเรียนมีทักษะการคิดเชิงคำนวณและสามารถแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ2. นักเรียนสามารถทำงานเป็นทีมและนำเสนอผลงานจากการเรียนรู้ Coding ได้3. ครูสามารถใช้สื่อและเครื่องมือในการสอน Coding ได้อย่างมีประสิทธิภาพวิธีการดำเนินการการวางแผน : PLAN (P)1. ประชุมคณะครูวางแผนการจัดกิจกรรมสนองโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์2. มอบหมายผู้รับผิดชอบกิจกรรม3. ประชาสัมพันธ์ให้นักเรียน ผู้ปกครอง และคณะกรรมการสถานศึกษาทราบ4. ดำเนินกิจกรรม6. การสรุปรายงานผลการดำเนินกิจกรรมการดำเนินงาน : DO (D)1. ประชุมคณะครูในการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อศึกษา ค้นคว้า อบรม การจัดการเรียนการสอน Coding ในสาระวิทยาการคำนวณระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-62. มอบหมายให้นางสาวสมพิศ ทาปลัด ผู้รับผิดชอบกิจกรรม Coding3. ประชาสัมพันธ์กิจกรรม หน้าเสาธง และเตรียมความพร้อม ในการดำเนินกิจกรรม4. ออกแบบการจัดการเรียนรู้5. จัดการเรียนรู้ตามแผนการสอนหรือกำหนดการสอนที่จัดทำไว้
6. สรุปรายงานผลการจัดกิจกรรม Codingการตรวจสอบ : CHECK (C) 1. ผลการดำเนินกิจกรรมเชิงปริมาณ- นักเรียนชั้น ป.1-3 ร้อยละ 100 สามารถเข้าใจแนวคิดพื้นฐานของการเขียนโปรแกรมผ่านกิจกรรม Unplugged Coding - นักเรียนชั้น ป.4-6 ร้อยละ 75 สามารถใช้โปรแกรม Scratch หรือแพลตฟอร์มอื่น ๆ ในการเขียนโปรแกรมพื้นฐานได้- ครูผู้สอนควรเข้ารับการอบรมอย่างน้อย 2 ครั้งต่อปี เพื่อพัฒนาทักษะการสอน Codingเชิงคุณภาพ- นักเรียนมีทักษะการคิดเชิงคำนวณและสามารถแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ- นักเรียนสามารถทำงานเป็นทีมและนำเสนอผลงานจากการเรียนรู้ Coding ได้- ครูสามารถใช้สื่อและเครื่องมือในการสอน Coding ได้อย่างมีประสิทธิภาพ2. ปัญหาและอุปสรรค- ขาดแคลนเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับการเรียนการสอน- ครูขาดความรู้และทักษะในการสอน Coding - นักเรียนบางส่วนขาดโอกาสในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์ที่บ้าน- เวลาเรียนในหลักสูตรปัจจุบันมีจำกัด ทำให้การสอน Coding ต้องถูกบูรณาการกับวิชาอื่น3. แนวทางแก้ปัญหา- ใช้กิจกรรม Unplugged Coding สำหรับนักเรียนชั้นเล็กเพื่อให้สามารถเรียนรู้โดยไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์มากนัก- จัดหาอุปกรณ์เพิ่มเติมผ่านโครงการบริจาค หรือของบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชน- จัดอบรมและพัฒนาทักษะให้ครู โดยให้ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยหรือองค์กรที่เชี่ยวชาญด้าน Coding ได้สรุปการสอน Coding สำหรับนักเรียนชั้น ป.1-6 แม้จะมีข้อจำกัดด้านอุปกรณ์และทรัพยากร แต่สามารถดำเนินการได้ผ่านแนวทางที่เหมาะสม เช่น การใช้ Unplugged Coding การบูรณาการกับวิชาอื่น และการพัฒนาองค์ความรู้ของครูผู้สอน หากสามารถแก้ปัญหาเรื่องทรัพยากรและเพิ่มโอกาสการเข้าถึงเทคโนโลยีให้กับนักเรียนได้ จะช่วยให้นักเรียนมีทักษะที่จำเป็นต่อโลกอนาคตอย่างแท้จริง
รายงานกิจกรรมอ่านออก เขียนได้ คิดเลขเป็น โรงเรียนบ้านตูม ปีการศึกษา 2568……………………………………การอ่านมีความสำคัญต่อเด็กและเยาวชนเป็นอย่างยิ่ง ปัจจุบันการอ่านหนังสือของคนไทยเป็นกิจกรรมที่ไม่แพร่หลายการอ่านหนังสือที่ดีและมีสาระยิ่งน้อยลงไปสาเหตุมีอยู่หลายประการ นับตั้งแต่การขาดแคลนหนังสือที่ดี และรายงานโครงการส่งเสริมการอ่าน พัฒนาการเขียน ตรงกับความสนใจ การขาดแรงจูงใจและแรงกระตุ้นให้เห็นความสำคัญของการอ่าน ตลอดจนนิสัยรักการอ่านทั้งในและนอกสถานที่ ดังนั้น การอ่านหนังสือจนเกิดเป็นนิสัย จำเป็นต้องมีการปลูกฝังและชักชวนให้เกิดความสนใจ การจัดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนการปฏิรูปการเรียนการสอนไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรมเร็วขึ้นและทำให้การดำเนินการตามเจตนารมณ์ของกระทรวงศึกษาธิการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้ด าเนินงานโครงการส่งเสริมนิสัยรักการอ่านมาโดยตลอดอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันการคำนวณถือเป็นทักษะที่สำคัญอย่างหนึ่งที่ผู้เรียนจำเป็นต้องมีเพื่อนำไปใช้ในการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น รวมไปถึงการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน โรงเรียนบ้านตูมเห็นความสำคัญและตระหนักถึงความสำคัญในการปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน และการคำนวณ จึงได้จัดกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่านและการคำนวณ บรรจุไว้ในแผนปฏิบัติการประจำปี โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมนิสัยรักการอ่านให้กับนักเรียนทุกระดับชั้นและมีครูเข้าร่วมกิจกรรมของโครงการการวางแผน : PLAN (P)1. ประชุมคณะครูวางแผนการจัดกิจกรรมสนองโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์การเรียน2. มอบหมายผู้รับผิดชอบกิจกรรม3. ประชาสัมพันธ์ให้นักเรียน ผู้ปกครอง และคณะกรรมการสถานศึกษาทราบ4. ดำเนินกิจกรรม6. การสรุปรายงานผลการดำเนินกิจกรรม
การดำเนินงาน : DO (D)1. ประชุมชี้แจงคณะครูเพื่อรับทราบนโยบายการดำเนินกิจกรรม ตามโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์การเรียน2. แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน3. ประชุมชี้แจงคณะกรรมการสถานศึกษา เพื่อรับทราบนโยบาย การดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน4. จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนพัฒนา ดังนี้4.1 จัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นกระบวนการแสวงหาความรู้แบบต่างๆ ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ทุกระดับชั้น4.2 จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน การเขียนและการฟัง ดังนี้1) กิจกรรม “มุมหนังสือ”2) การจัดทำสื่อการสอน และใช้สื่อเทคโนโลยี3) กิจกรรม ส่งสริมการอ่านหลังเลิกเรียน (อ่านเอาแสตมป์)4) กิจกรรมเกมต่ออักษรภาษาไทยคำคม5) กิจกรรมเขียนตามคำบอกทุกเช้า 4.3 จัดแหล่งเรียนรู้ภายในโรงเรียน โดยจัดกิจกรรมวันสุนทรภู่และวันภาษาไทยแห่งชาติ5. ประเมินผลการดำเนินงานตามโครงการ6. สรุปผลการดำเนินกิจกรรม และรายงานผู้บริหารโรงเรียนการตรวจสอบ : CHECK (C)1. ผลการดำเนินงาน1.1. นักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 สามารถอ่านออก เขียนได้ มีทักษะการคิดพื้นฐานทักษะชีวิต ทักษะการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ตามช่วงวัย ใฝ่ดี และมีคุณลักษณะตามหลักสูตร1.2 นักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 สามารถอ่านคล่อง เขียนคล่อง มีทักษะการคิดพื้นฐาน ทักษะชีวิต ทักษะการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ตามช่วงวัย ใฝ่เรียนรู้ และมีคุณลักษณะตามหลักสูตร
1.3 นักเรียนให้มีทักษะกระบวนการแสวงหาความรู้ รักการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง1.4 นักเรียนใช้เวลาว่างเป็นประโยชน์มากขึ้น1.5 นักเรียนรู้จักเลือกอ่านหนังสือที่ดีมีประโยชน์อย่างหลากหลาย พัฒนาทักษะการเขียนบันทึกความรู้จากเรื่องที่อ่าน ตามความคิดของนักเรียนข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงพัฒนา : ACTION (A)1. ควรมีการส่งเสริมกิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการอ่าน ซึ่งเป็นตัวช่วยสำคัญในการช่วยแก้ปัญหาการอ่านและเขียนสะกดคำที่ไม่ถูกต้องของนักเรียน ทำให้นักเรียนเขียนถูกต้องมากขึ้น กิจกรรมนี้สามารถนำไปสู่การอ่านออก-เขียนได้ และอ่านคล่อง-เขียนคล่องในอนาคตได้ได้
ภาคผนวก
ภาพกิจกรรมอ่านออก เขียนได้ เพิ่มผลสัมฤทธิ์
รายงานกิจกรรมคิดเลขเป็น เพิ่มผลสัมฤทธิ์โรงเรียนบ้านตูม ปีการศึกษา 2568……………………………………………………………………………………………………………………………………………….…โรงเรียนบ้านตูม ได้เห็นความส าคัญของการพัฒนาศักยภาพผู้เรียน ส่งเสริมทักษะด้านการคิดให้แก่ผู้เรียนเพื่อส่งเสริมผู้เรียนเพื่อให้บรรลุผลตามวิสัยทัศน์ ปรัชญา จุดเน้น เป้าหมาย และกลยุทธ์ ของโรงเรียน อีกทั้งเป็นการเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ การท างานร่วมกับผู้อื่น ฝึกให้ผู้เรียนมีความคิดสร้างสรรค์ในการประกอบกิจการงานต่างๆ อย่างเต็มตามศักยภาพและความสามารถของผู้เรียน โดยโรงเรียนได้มีการวางแผนในการส่งผู้เรียนเข้าไปร่วมการแข่งขันกับหน่วยงานภายนอก จัดสรรงบประมาณให้อย่างเพียงพอและเหมาะสม เตรียมความพร้อมผู้เรียนโดยมีครูเป็นผู้รับผิดชอบและให้ค าปรึกษาอย่างใกล้ชิด ส่งเสริมอัจฉริยภาพ A-math ในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เพื่อแสดงถึงผลการด าเนินงานส่งเสริมให้ผู้เรียนบรรลุตามเป้าหมาย วิสัยทัศน์ ปรัชญาและจุดเน้นของสถานศึกษาการวางแผน : PLAN (P)1. ประชุมครูหรือผู้เกี่ยวข้องวางแผนการด าเนินการ 2. มอบหมายผู้รับผิดชอบกิจกรรมคิดเลขเป็น เพิ่มผลสัมฤทธิ์ 3. ด าเนินการจัดกิจกรรม4. สังเกต สอบถาม ประเมินผล 5. สรุปและรายงานผลการด าเนินกิจกรรมการด าเนินงาน : DO (D)1. ประชุมครูหรือผู้เกี่ยวข้องวางแผนการด าเนินการเข้าร่วมกิจกรรม 2. มอบหมายให้นางสาวอนงค์รักษ์ ค าควร รับผิดชอบกิจกรรมคิดเลขเป็น เพิ่มผลสัมฤทธิ์ 3. จัดกิจกรรมคิดเลขเป็น เพิ่มผลสัมฤทธิ์ ในห้องเรียนตอนเช้าก่อนเริ่มเรียนวิชาแรก4. สังเกต ตรวจสอบ ประเมินผล 5. สรุปรายงานผลการด าเนินงานกิจกรรมคิดเลขเป็น เพิ่มผลสัมฤทธิ์ ให้ผู้บริหาร และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทราบ