The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมเล่มหนังสือเรียนรายวิชาภาษาไทย ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Nittaya Rueangsuwan, 2024-06-10 02:09:46

รวมเล่มหนังสือเรียนรายวิชาภาษาไทย ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑.

รวมเล่มหนังสือเรียนรายวิชาภาษาไทย ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑

พงศาวดารและนิยายเรื่องราชาธิราช งานเขียนที่บันทึกเรื่องราวของพระมหากษัตริย์ผู้เป็นประมุขของชาติหรือเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ เกี่ยวกับประเทศชาติเรียกว่าพงศาวดาร เช่น พงศาวดารพม่า พงดาวดารมอญ เป็นต้น ราชาธิราชเป็นหนังสือ ที่ชาวมอญ (รามัญ) เชื่อถือว่าเป็นพงคาวดารที่เขียนขึ้นจากเรื่องจริง โดยบันทึกข้อมูลและรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ของชนชาติมอญ จึงเป็นหนังสือที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สำหรับชาวมอญ ในต้นรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช มีผู้แปลราชาธิราชเป็นภาษาไทย ถวายสมเด็จพระอนุชาธิราช กรมพระราชวังบวรสถานมงคล แต่ไม่ปรากฏว่าผู้แปลเป็นใคร พระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟ้าจุพาโลกมหาราชทรงปรารภว่า เรื่องราชาธิราช ซึ่งแปลจากภาษารามัญ (คือภาษามอญ เป็นภาษา ตระกูลมอญ-เขมร มีอักษรและหลักภาษาต่างกับภาษาไทย) นั้นแปลกไปจากเรื่องที่ทรงฟังมาแต่ก่อน ใน พ.ศ. ๒๓๒๘ จึงโปรดเกล้าฯให้กวีในราชสำนักแปลเรียบเรียงขึ้นใหม่เพื่อเป็นประโยชน์แก่พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชบริพาร เจ้าพระยาพระคลัง (หน) พร้อมด้วยพระยาอินทรอัคคราช พระภิรมย์รัศมีและพระศรีภูริปรีชา จึงสนองพระราชดำริแปลและเรียบเรียงราชาธิราชขึ้นเป็นนิยายร้อยแก้วเรื่องยาว สำหรับคนไทย ราชาธิราชคือ วรรณคดีประเภทนิยายหรือเรื่องแต่งที่มีเรื่องราวสนุกสนานชวนติดตาม และมีข้อคิดเป็นคติเตือนใจ เป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่จะเป็นหัวหน้าปกครองผู้คน เนื้อหาของราชาธิราชเกี่ยวกับ การปกครองบ้านเมืองให้สงบสุขและการต่อสู้เพื่อปราบศัตรูมีข้อคิดจากพฤติกรรมของตัวละครและมีบทสนทนา ที่เป็นคติสอนใจพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชคงจะทรงเล็งเห็นคุณค่าดังกล่าวจึงโปรดเกล้าฯ ให้แปลและเรียบเรียงขึ้นไว้ "ด้วยพระราชหฤทัยประสงค์จะให้เป็นหิดานุหิดประโยชน์แก่พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าทูลละอองธุลีพระบาทผู้น้อยผู้ใหญ่ฝ่ายทหารฝ่ายพลเรือน จะได้สดับจำไว้เป็นคติบำรุงสติปัญญาไปภายหน้า" ราชาธิราช ตอนสมิงพระรามอาสา ๒


ราชาธิราช ตอน สมิงพระรามอาสา พระเจ้ากรุงจีนยกทัพมาท้ารบพระเจ้าฝรั่งมังฆ้องแห่งกรุงอังวะ ฝ้ายพระเจ้ากรุงต้าฉิง ซึ่งเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงจีนนั้นมีทหารเอกคนหนึ่งชื่อกามะนีมีฝีมือ ขี่ม้าแทงทวนสันทัดดีหาผู้เสมอมิได้ จีนทั้งปวงก็สรรเสริญว่ากามะนีมิใช่มนุษย์ดุจเทพยดาก็ว่าได้อยู่มาวันหนึ่ง พระเจ้ากรุงจีนเสด็จออกตรัสปรึกษาด้วยเสนาบดีมนตรีมุขทั้งปวงว่า ทำไฉนเราจะได้เห็นทหารขี่ม้าสู้กันกับกามะนี ตัวต่อตัวดูเล่นให้เป็นขวัญตาสักครั้งหนึ่ง กษัตริย์กรุงใดยังจะมีทแกล้วทหารที่สามารถจะสู้กามะนีได้แต่พอชมเล่น เป็นที่เจริญตาได้บ้าง เสนาบดีทั้งปวงจึงกราบทูลว่ากษัตริย์ที่จะมีทแกล้วทหารขี่ม้าสันทัดนั้นมีอยู่แต่กรุงรัตนบุระ อังวะกับกรุงหงสาวดีกษัตริย์ทั้งสองพระองค์นี้ย่อมทำสงครามแก่กันอยู่มิได้ขาดพระเจ้ากรุงจีนได้ทรงฟัง ก็มีพระทัยยินดีนัก จึงสั่งให้จัดพลพยุหเสนาทั้งปวงเป็นอันมากจะนับประมาณมิได้ ครั้นได้ศุภฤกษ์แล้วพระองค์ ราชาธิราช ตอนสมิงพระรามอาสา ๓


ก็เสด็จทรงม้าพระที่นั่งยกทัพบกมายัง กรุงรัตนบุระอังวะ พระเจ้ากรุงจีนยกมาครั้งนั้นอุปมาดังฝนตกห่าใหญ่ตกลง น้ำนองท่วมบำไหลเชี่ยวมาเมื่อวสันตฤดูนั้น หาสิ่งใดจะต้านทานมิได้ครั้นเสด็จดำเนินกองทัพมาถึงกรุงรัตนบุระ อังวะ ทอดพระเนตรเห็นกำแพงเมืองถนัดก็ให้ตั้งทัพมั่นลง ฝ่ายพระเจ้าฝรั่งมังฆ้องได้แจ้งว่า ทัพจีนยกมามากเหลือกำลังก็มิให้ออกรบสู้ต้านทาน ให้แต่รักษา พระเนตรมั่นไว้เป็นสามารถ ฝ่ายพระเจ้ากรุงจีนจึงให้มีพระราชกำหนดประกาศแก่ทหาร ทั้งปวงว่าถ้าผู้ใดไม่มีอาวุธ สู้รบ อย่าได้ทำอันตรายเป็นอันขาด ถ้าผู้ใดมิฟังจะให้ตัดศีรษะเสียบเสีย ครั้นพระเจ้ากรุงจีนให้ตั้งค่ายมั่นลงแล้ว ก็ให้แต่งพระราชสาส์นฉบับหนึ่ง แล้วให้จัดแพรลายมังกรร้อยม้วน แพรลายทองร้อยม้วนกับเครื่องยศประดับ หยกอย่างกษัตริย์สำรับหนึ่งให้ขุนนางในตำแหน่งฝ้ายพลเรือนชื่อโจเปียวพูดภาษาพม่าได้กับไพร่พอสมควร เชิญพระราชสาส์นกับเครื่องราชบรรณาการเข้ามาถวายพระเจ้าฝรั่งมังฆ้อง ขุนนางจีนชื่อโจเปียวนำพระราชสาส์นจากพระเจ้ากรุงจีนและเครื่องราชบรรณาการมาถวายพระเจ้า ฝรั่งมั่งฆ้อง ณ กรุงอังวะพระเจ้าฝรั่งมังฆ้องได้แจ้งในพระราชสาส์นนั้นแล้วก็ดีพระทัยนัก ด้วยทรงพระดำริว่า การสงครามครั้งนี้เป็นธรรมยุทธ์ใหญ่ยิ่ง สมณชีพราหมณ์อาณาประชาราษฎรจะมิได้ความเดือดร้อนสมควรแก่ พระเจ้าแผ่นดินผู้ตั้งอยู่ในยุติธรรม ทรงพระดำริแล้วจึงให้พระราชทานเงินทองเสื้อผ้าแก่ผู้ถือหนังสือเป็นอันมาก ฝ่ายพระเจ้ามณเฑียรทอง ครั้นส่งพระราชสาส์นและเครื่องราชบรรณาการไปแล้วจึงตรัสปรึกษาเสนา พฤฒามาตย์ราชปุโรหิตข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยทแกล้วทหารทั้งปวงว่า ผู้ใดจะรับอาสาขี่ม้าแทงทวนสู้กามะนีทหาร พระเจ้ากรุงจีนตัวต่อตัวได้บ้าง พระเจ้ามณเฑียรทองก็ทรงพระวิตกเป็นทุกข์พระทัยนัก จึงให้หาโหรมาคำนวณ พระชันษาและชะตาเมืองดู โหรก็คำนวณฎีกาดูทูลถวายว่าพระชันษาและชะตาเมืองยังดีอยู่หาเสียไม่ นานไปจะได้ ลาภอันประเสริฐอีก ราชาธิราช ตอนสมิงพระรามอาสา ๔


สมิงพระราม เชลยจากหงสาวดีอาสาออกรบ พระเจ้ามณเฑียรทองได้ทรงฟังก็ดีพระทัย จึงให้ตีฆ้องร้องป่าวทั่วทั้งพระนครว่าถ้าผู้ใดรับอาสาสู้กับกามะนี ทหารพระเจ้ากรุงจีนได้ พระเจ้าแผ่นดินจะโปรดให้เป็นมหาอุปราช เสนาบดีรับสั่งแล้วก็ให้ป่าวร้องไปทั่วพระนคร ไม่มีผู้ใดที่จะอาจออกรับอาสาได้ฝ่ายผู้คุมซึ่งคุมสมิงพระรามนั้น จึงเจรจากับเพื่อนกันตามเรื่องราวแล้วว่า ครั้งนี้พระเจ้าอยู่หัวจะแบ่งสมบัติให้กึ่งหนึ่งก็ยังไม่มีผู้ใดรับอาสาเห็นเมืองจะตกต่ำเสียละกระมัง สมิงพระราม ได้ยินดังนั้นก็คิดว่าแต่เราต้องพันธนาการตรากตรำอยู่นานแล้ว มิได้ขี่ช้างขี่ม้าเหยียดมือเหยียดเท้า เยื้องแขนซ้าย ย้ายแขนขวาเล่นบ้างเลยรำคาญใจนัก เราจะกลัวอะไรกับกามะนีทหารจีน อันจะเอาชัยชนะนั้นไม่สู้ยากนัก ครั้นจะ รับอาสาบัดนี้เล่าก็เหมือนหาบสองบ่าอาสาสองเจ้าหาควรไม่คิดแล้วก็นิ่งอยู่ครั้นรุ่งขึ้นผู้คุมได้ยินข้าหลวงมาป่าวร้อง อีก จึงพูดกับเพื่อนกันว่า ทัพจีนยกมาครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก หาทหารผู้ใดที่จะรับอาสาป้องกันพระนครไว้นั้น เป็นอันยากแล้ว อย่าว่าแต่เมืองพม่าเท่านี้เลย ถึงเมืองใหญ่ ๆ กว่าเมืองพม่าสักสิบเมืองก็เห็นจะสู้ไม่ได้น่าที่จะเสีย เมืองแก่จีนเป็นมั่นคง ราชาธิราช ตอนสมิงพระรามอาสา ๕


สมิงพระรามได้ฟังดังนั้นก็คิดว่า กรุงอังวะนี้เป็นต้นทางอุปมาดังหน้าด่านกรุงหงสาวดี พระเจ้ากรุงจีน ยกทัพมาครั้งนี้ก็มีความปรารถนาจะใดร่ดูทแกล้วทหารอันมีฝีมือขี่ม้ารำเพลงทวนสู้กันตัวต่อตัว ถ้าไม่มีผู้ใดสู้รบ ถึงจะได้เมืองอังวะ แล้วก็ไม่สิ้นความปรารถนาแต่เพียงนี้เห็นศึกจีนจะกำเริบยกล่วงเลยลงไปติดกรุงหงสาวดีด้วย เป็นมั่นคง ตัวเราเล่าก็ต้องจองจำตรากตรำอยู่ ถ้าเสียกรุงอังวะแล้วจะหมายใจว่าจะรอดคืนไปเมืองหงสาวดีได้ ก็ใช่ที่ จำเราจะรับอาสาตัดศึกเสียจึงจะชอบ อย่าให้ศึกจีนยกลงไปติดกรุงหงสาวดีได้คิดแล้วจึงพูดกับผู้คุมว่าจะ กลัวอะไรกับกามะนีทหาร พระเจ้ากรุงจีนนั้นจะมีฝีมือดีสักเพียงไหน เรากลัวแต่ทหารเทพยดาที่เหาะได้ ซึ่งกามะนีกับเราก็เป็นมนุษย์เดินดินเหมือนกันเราหากลัวไม่พอจะสู้รบเอาชัยชนะได้นายผู้คุมได้ฟังก็ดีใจจึงตอบว่า ถ้าท่านรับอาสาได้แล้วก็ดียิ่งนัก เห็นท่านจะพ้นโทษ ได้ที่มหาอุปราชมียศถาศักดิ์ใหญ่เป็นมั่นคงไป เบื้องหน้าเราจะ ขอพึ่งบุญท่าน สมิงพระรามตอบว่าซึ่งเรารับอาสานี้จะหวังยศถาบรรดาศักดิ์หามิได้ประสงค์จะกู้พระนครให้เป็น เกียรติยศไว้ และจะให้ราษฎร สมณชีพราหมณ์อยู่เย็นเป็นสุขเท่านั้น ผู้คุมได้ฟังก็ชอบใจจึงนำถ้อยคำสมิงพระราม รีบเข้าไปแจ้งแก่เสนาบดีเสนาบดีได้ฟังก็มีความชื่นชม จึงนำความเข้ากราบทูลพระเจ้ามณเฑียรทองตามคำสมิง พระรามว่าทุกประการ ราชาธิราช ตอนสมิงพระรามอาสา ๖


สมิงพระรามเลือกม้าศึก ฝ่ายพระเจ้าฝรั่งมังฆ้องได้ทรงฟังสมิงพระรามทูลดังนั้นก็มีความโสมนัสยินดียิ่งนัก จึงตรัสว่าม้าของเรา มีอยู่เป็นอันมากนับได้หลายหมื่นแสน ท่านจะปรารมภ์ไปไยด้วยม้าตัวเดียวที่จะให้ชอบใจนั้นพอจะหาได้ ถ้าชอบใจ ตัวใดแล้วก็เลือกเอาเถิด สมิงพระรามจึงทูลว่าลักษณะช้างดีต่อเมื่อขี่จึงรู้ว่าดี ม้าดีได้ต้องเอามือต้องหลังดูก่อน จึงจะรู้ว่าดี ทแกล้วทหารก็ดี ถ้าอาสาออกลงครามทำศึกจึงจะรู้ว่าดีทองนพคุณเล่าขีดลงหน้าศิลาก่อนจึงจะรู้ว่าดี สตรีรูปงามถ้าพร้อมด้วยลักษณะกิริยามารยาทต้องอย่างจึงควรนับว่างาม ถ้าจะให้รู้รสอร่อยได้สัมผัสถูกต้องก่อน จึงนับถือว่ามีโอชาอร่อย ถ้าใจดีต้องทดลองให้สิ้นเชิงปัญญาก่อนจึงจะนับว่าดีพระเจ้าฝรั่งมังฆ้องได้ทรงฟัง สมิงพระรามทูลก็แย้มพระสรวลชอบพระทัย จึงสั่งกรมม้าให้จัดม้าต้น ม้าทรงระวางนอกระวางในและม้าทั้งปวง มาให้สมิงพระรามดูที่หน้าพระลานหลวง พระองค์ก็เสด็จไปทอดพระเนตรพร้อมด้วยเสนาบดีขุนนางผู้ใหญ่ทั้งปวง พระเจ้าฝรั่งมังฆ้องจึงตรัสสั่งเสนาบดีให้จัดหาม้าเชลยศักดิ์แล้วจึงเที่ยวจัดหาม้าเชลยศักดิ์ไปใกล้กองทัพ นอกเมือง พบม้าสองตัวแม่ลูก หญิงม่ายผู้หนึ่งเป็นเจ้าของเลี้ยงไว้ ม้าสองตัวนั้นกินหญ้าอยู่ริมมาบน้ำแห่งหนึ่ง ลึกเพียงขาม้า กว้างประมาณห้าวา ลูกม้านั้นโจนข้ามไปฟากข้างหนึ่งได้ทุกวัน หญิงม่ายเจ้าของตำข้าวฝัดรำไว้แล้ว ราชาธิราช ตอนสมิงพระรามอาสา ๗


ก็ร้องเรียกลูกม้านั้นม้านั้นก็กระโจนข้ามมาบน้ำมากิน แต่แม่ม้านั้นกำลังน้อยโจนข้ามลำมาบมิได้ลงคุยข้ามน้ำมา แต่ดังนั้นทุกวันมิได้ขาด เสนาบดีเห็นลูกม้าตัวนั้นมีกำลังมากและประกอบด้วยลักษณะต้องอย่างก็ชอบใจ เสนาบดีจึงให้เรียกหญิงเจ้าของมาแล้วบอกว่าบัดนี้พระเจ้าแผ่นดินมีพระราชประสงค์ม้า เราเห็นม้า ของท่านงามดีต้องลักษณะในตำรา ท่านจงยอมให้เรานำไปถวายเถิดจะได้รับพระราชทานรางวัล หญิงเจ้าของก็ร้อง เรียกลูกม้าดุจดังทุกวันแล้วจึงยกมือขึ้นลูบหน้าลูบหลังลูกม้าแล้วก็ปลอบโยนให้กินรำ จึงต่อยเอาเชือกสอดผูกคอ เข้าไว้กับต้นไม้ให้มั่นคง แล้วไปคำนับเชิญเสนาบดีกับข้าหลวงทั้งปวงให้ผูกเอาลูกม้านั้นไป พระเจ้าฝรั่งมังฆ้องทอดพระเนตรเห็นลูกม้ารูปร่างอ้วนงามดีก็ชอบพระทัย จึงตรัสสั่งให้สมิงพระรามมาดู ม้าหน้าพระที่นั่ง สมิงพระรามกราบถวายบังคมแล้วก็ออกไปพิจารณาดูเห็นลูกม้านั้นรูปงาม ประกอบด้วยลักษณะดี ต้องอย่างสมเป็นม้าสำหรับรบศึก สมิงพระรามจึงจะขอทดลองฝึกหัดเสียให้เชื่อง ก่อนกราบถวายบังคมแล้วก็จูงม้า ออกมาพ้นหน้าพระที่นั่ง จึงถือทวนละพายแส้เผ่นขึ้นหลังม้าพาควบออกไปนอกเมือง ฝ่ายสมิงพระรามขึ้นม้าควบไปแต่เวลาเช้าจนสามโมงบ่าย ฝึกหัดม้านั้นให้รู้จักทำนองรบรับได้แคล่วคล่อง สันทัดแล้ว ก็ชักม้าสะบัดย่างน้อยเป็นเพลงทวนกลับเข้ามา เสนาบดีทั้งปวงแลเห็นสมิงพระรามขี่ม้ามาแต่ไกล ก็ร้องอื้ออึงขึ้นว่าสมิงพระรามกลับมาแล้วเหมือนคำผู้คุมทูลจริงทุกประการ พระเจ้าฝรั่งมังฆ้องทอดพระเนตร เห็นก็ดีพระทัยนักจึงตรัสสรรเสริญว่าสมิงพระรามนี้นับว่าเป็นชายผู้หนึ่งมีความสัตย์ซื่อยิ่งนัก และกล้าหาญเข้มแข็ง รู้ศิลปะศาสตร์สันทัดหาตัวเปรียบเสมอมิได้ ฝ่ายสมิงพระรามก็ชักม้ารำเป็นเพลงทวนเข้ามา จนถึงหน้าพระที่นั่ง ก็ลงจากหลังม้าเข้าเฝ้ากราบถวายบังคมพระเจ้ามณเฑียรทองแล้วทูลว่า ข้าพเจ้าได้ม้าสมคะเนชอบใจแล้ว อันศีรษะกามะนีนั้นก็อยู่ในเงื้อมมือข้าพเจ้าจะเอามาถวายพระองค์ให้จงได้ ราชาธิราช ตอนสมิงพระรามอาสา ๘


สมิงพระราม สู้กับกามะนีทหารเอกของพระเจ้ากรุงจีน ครั้นถึงวันนัดกำหนดแล้ว กษัตริย์ทั้งสองก็พรั่งพร้อมไปด้วยพยุหเสนาแห่แหนหน้าหลังเป็นอันมาก ตามขบวนพิชัยสงครามเสด็จไปสู่ท้องสนามขึ้นยังที่พลับพลาประทับพร้อมกัน ฝ่ายกามะนีก็แต่งตัวใส่เสื้อหุ้มเกราะ แล้วด้วยทองเป็นอันงาม ดาดสายรัดเอวประดับหยกเหน็บกระบี่ ขึ้นขี่ม้ารำทวนออกมา ณ ท้องสนาม ฝ่ายสมิง พระรามสอดตาบละพายแล่งขึ้นม้าฟ้อนรำเป็นเพลงทวนออกมายังท้องสนาม แลเห็นกามะนีขี่ม้าแต่งตัวหุ้มเกราะ ไม่เห็นสำคัญที่จะหมายแทงได้ สมิงพระรามจึงให้ล่ามร้องแปลไปว่า เราทั้งสองเป็นทหารเอกอันประเสริฐจะสู้กัน ครั้งนี้เป็นที่สุด จะไว้เกียรติยศการงานจนตลอดกัลปาวสาน ครั้นจะสู้กันเอาแพ้ชนะทีเดียวก็หาสิ้นฝีมือไม่ เราทั้งสองอย่าเพ่อทำอันตรายแก่กันก่อน ให้ท่านรำเพลงทวนถวายไปให้สิ้นฝีมือแล้ว เราจะรำตามท่านให้ เหมือนจงได้แล้วเราจะรำให้ท่านรำตามเราบ้างให้สิ้นฝีมือเหมือนกัน เมื่อจะสู้กันเอาแพ้และซนะนั้นจึงจะบอกกัน ให้รู้ตัวทั้งสองฝ่ายกามะนีได้ฟังล่ามร้องออกมาดังนั้นก็มีความยินดีนัก กามะนีจึงตอบว่าเราจะรำก่อนให้ท่านทำตาม เราไปเถิด แล้วกามะนีก็ขับม้าสะบัดย่างเป็นเพลงทวนฟ้อนรำออกมา สมิงพระรามก็รำให้กามะนีรำตามบ้าง ขณะเมื่อสมิงพระรามรำสิ้นเพลงทวนแล้วทอดตาแลดูเห็นเป็นช่องใต้รักแร้ทั้งสองเป็นหว่างอยู่พอจะสอดทวนแทง ราชาธิราช ตอนสมิงพระรามอาสา ๙


ได้แล้วเมื่อกลับศีรษะลงมานั้นเห็นเกราะซ้อนท้ายหมวกเปิดออกพอจะย้อนฟันได้แห่งหนึ่ง หมายสำคัญได้ ถนัดมั่นคงแล้ว สมิงพระรามก็ขับม้าออกไปสู้กันเป็นหลายสิบเพลง สมิงพระรามจึงคิดว่าถ้าจะสู้กันอยู่ฉะนี้เห็นจะ เอา ชัยชนะยากด้วยม้ากามะนีก็ยังมิถอยกำลัง จำจะลวงให้ม้ากามะนีหย่อนกำลังลงจงได้จึงจะทำถนัด คิดแล้ว แกล้งทำเป็นเสียทีควบม้าหนีออกไป กามะนีเห็นได้ทีก็ควบม้าทะลวงไล่ตามม้าสมิงพระรามไป สมิงพระรามจึงชักดาบกระทืบม้าเข้าฟันย้อน ตามกลีบเกราะขึ้นใต้ศีรษะ กามะนีขาดออกตกลงมายังมิทันถึงดิน ก็เอาขอเหล็กสับเอาศีรษะกามะนีได้ส่งตะกรวย แล้วก็ชักม้าฟ้อนรำเป็นเพลงทวนเข้ามาตรงหน้าพลับพล พระเจ้าฝรั่งมังฆ้องพระเจ้ากรุงจีนและนายทัพนายกอง ทแกล้วทหารทั้งปวงเห็นดังนั้นก็อัศจรรย์ยิ่งนัก แล้วเสด็จกลับคืนเข้าสู่พระนคร ราชาธิราช ตอนสมิงพระรามอาสา ๑๐


พระเจ้าฝรั่งมังฆ้องบำเหน็จความชอบ พระเจ้ามณเฑียรทองเสด็จออกทรงบัญชาราชการพร้อมด้วยเสนาพฤฒามาตย์ราชปุโรหิต ทั้งปวงจึงตรัสว่า โหรซึ่งดูชะตาเมืองว่าไม่ขาด พะชันษาเล่าก็ดีอยู่นานไปจะได้ลาภอันประเสริฐอีกนั้น ก็ต้องด้วย คำทำนาย จึงให้พระราชทานบำเหน็จและเครื่องอุปโภคบโภคเป็นอันมาก แล้วพระราชทานบ้านส่วยแห่งหนึ่ง ให้เป็นค่าผลหมากด้วย และหญิงม่ายเจ้าของม้านั้นก็พระราชทานเครื่องอุปโภคบริโภคให้ตามสมควร และอำเภอ แขวงบ้านซึ่งอยู่นั้นก็ให้ขึ้นแก่หญิงม่ายนั้นแล้วตรัสว่าพระเจ้ากรุงจีนยกพลทแกล้วทหารมาเหยียบเมืองเราครั้งนี้ ประดุจดังแผ่นดินจะถล่มลงหามีผู้ใดที่จะรบสู้ต้านทานไม่ ครั้งนี้สมิงพระรามรับอาสากู้เมืองเราไว้ได้ชัยชนะแล้ว ศึกจีนยกทัพเลิกกลับไป สมิงพระรามมีความชอบมาก บัดนี้ควรเราจะให้สมิงพระรามเป็นมหาอุปราช และราชธิดา เราจะประทานให้เป็นบาทบริจาริกาด้วยตามสัญญาจึงจะชอบ ท่านทั้งปวงจะเห็นเป็นประการใดเสนาพฤฒา มาตย์ราชกระวี ขณะนั้นสมิงพระรามเฝ้าอยู่ด้วย ครั้นได้ฟังพระราชโองการก็กราบทูลว่าข้าพเจ้ารับอาสาพระองค์ครั้งนี้ มีความปรารถนาสี่ประการ คือข้าพเจ้าต้องพันธนาการตรากตรำลำบกอยู่นานแล้ว หวังจะให้พ้นจากเครื่องจองจำ หนึ่งจะไว้ฝีมือให้เป็นเกียรติยศไปชั่วกัลปาวสานหนึ่ง จะให้พระองค์ฆ่าข้าพเจ้าหนึ่งถ้าพระองค์มิฆ่าข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าจะขอกราบถวายบังคมลากลับไปเมืองหงสาวดี ราชาธิราช ตอนสมิงพระรามอาสา ๑๑


พระเจ้าฝรั่งมังฆ้องประทานตำแหน่งและพระราชธิดาให้สมิงพระราม ครั้นเวลาวันหนึ่ง เสด็จออกพร้อมด้วยเสนาบดีข้าราชการทั้งปวง พระองค์จึงตรัสแก่สมิงพระรามว่า ท่านอาสากู้พระนครเราไว้ได้ครั้งนี้ มีพระเกียรติยศปรากฏไปแก่ประเทศราชธานีทั้งปวงจนตลอดกัลปาวสาน ซึ่งท่านจะไม่รับรางวัลนั้นมิชอบดุจทำลายเกียรติยศเราให้เสื่อมเสีย ท่านจงคิดดูเถิดสมิงพระรามได้ฟังดังนั้นก็คิด แล้วจึงทูลว่า ซึ่งพระองค์ทรงพระราชทานที่มหาอุปราชแก่ข้าพเจ้าข้าพเจ้ามิรับนั้นเหตุด้วยพระราชบุตร ของพระองค์ยังจะมีอยู่ อนึ่งข้าพเจ้าเล่าก็ต่างประเทศภาษา อุปมาดังนกเค้าถึงมีกำลังอยู่ก็จริงแต่ตกเข้าอยู่ใน ท่ามกลางฝูงกาเมื่อกลางวัน ข้าพเจ้าจะบัญชาราชกิจฉันใด ครั้นข้าพเจ้ามิรับบำเหน็จรางวัลเล่าก็จะเสีย ราชประเพณีของพระองค์ไป ข้าพเจ้าจะยอมเป็นทหารอยู่กับพระองค์แล้วแต่จะขอรับพระราชทานความอนุญาต อยู่สองประการ ประการหนึ่งห้ามมิให้คนทั้งปวงเรียกว่าเชลย ถ้าผู้ใดมิฟังขืนเรียกข้าพเจ้าได้ยินแล้วก็จะถวายบังคม ลากลับไปเมืองหงสาวดี ประการหนึ่งถ้ามีสงครามสมเด็จพระเจ้าราชาธิราชมาเมื่อใด ข้าพเจ้ามิขอเข้าทำสงคราม ด้วยทั้งสองฝ่าย แม้นมีสงครามกษัตริย์อื่นมา ข้าพเจ้าจะขอรับอาสาสู้รบกว่าจะสิ้นชีวิต ถ้าพระองค์โปรดอนุญาต ความสองประการนี้แล้วข้าพเจ้าก็จะยอมรับพระราชทานรางวัลอยู่ด้วยพระองค์สืบไป ราชาธิราช ตอนสมิงพระรามอาสา ๑๒


พระเจ้ามณเฑียรทองได้ทรงฟังก็ดีพระทัยนัก จึงตรัสว่าเหตุเท่านี้เราจะอนุญาตให้ได้ อย่าว่าแต่ท่านจะขอ อนุญาตเท่านี้เลย ถึงจะให้มากกว่านี้สักร้อยประการ ถ้าควรแล้วเราจะอนุญาตให้ท่านสิ้นจึงสั่งให้เสนาบดี ข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยทั้งปวงให้ตีฆ้องร้องป่าวทั่วทั้งพระนครว่า ตั้งแต่วันนี้ไปให้คนทั้งปวงเรียกว่า เจ้าสมิง พระรามกู้เมือง ถ้าผู้ใดเรียกเชลยแล้วจะฆ่าเสียให้สิ้นทั้งโคตร ถ้าเราแต่งการอภิเษกสมิงพระรามขึ้นเป็นอุปราชแล้ว ให้ออกนามว่า พระมหาอุปราชผดุงพระนคร เสนาบตีข้าราชการใหญ่น้อยรับรับสั่งแล้วก็ถวายบังคมลาออกจาก เฝ้าจึงแต่งคนให้เที่ยวตีฆ้องร้องป่าวไปทั่วกรุงรัตนบุระอังวะ ชาวเมืองทั้งปวงรู้แล้วก็เกรงพระราชอาญา ต่างคนชวน กันสรรเสริญพระเจ้าฝรั่งมังฆ้องว่า พระเจ้าอยู่หัวของเราทรงโปรดทแกล้วทหารรักยิ่งกว่าพระราชธิดาอันเกิด แต่พระอุระ หวังจะบำรุงพระนครให้คนทั้งปวงอยู่เป็นสุข และจะไห้ข้าศึกยำเกรงพระเดชานุภาพจึงทรงปลูกเลี้ยง สมิงพระรามไว้ ตั้งให้เป็นมหาอุปราชแล้วชมฝีมือและบุญญาธิการสมิงพระรามเป็นอันมาก ราชาธิราช ตอนสมิงพระรามอาสา ๑๓


สมิงพระรามน้อยใจ หนีกลับหงสาวดี ครั้นอยู่มาประมาณสามเดือน พระราชธิดาพระเจ้ามณเฑียรทองก็ทรงพระครรภ์ถ้วนทศมาสแล้วก็ประสูติ พระราชโอรส พระเจ้ามณเฑียรทองได้ทราบก็มีพระทัยเสน่หายิ่งนัก เสด็จไปรับพระราชนัดดาด้วยพระหัตถ์ ของพระองค์ แล้วพระราชทานเครื่องประดับทั้งปวงสำหรับพระราชกุมารโดยขบวนลูกหลวงเอก ครั้นพระราช กุมารมีชันษาได้ขวบเศษพอย่างพระบาทดำเนินได้พระเจ้ามณเฑียรทองเสด็จออกว่าราชการครั้งใด ก็ทรงอุ้ม พระราชนัดดาขึ้นนั่งเหนือพระเพลาทุกครั้ง อยู่มาวันหนึ่งทรงอุ้มพระราชนัดดาเสด็จออก ณ พระที่นั่งพร้อมด้วย เสนาบดีทั้งปวง สมิงพระรามมหาอุปราชก็เฝ้าอยู่ที่นั้นด้วย ฝ่ายพระราชกุมารเป็นทารกยังทรงพระเยาว์ไม่แจ้งความ กำดัดคะนองลุกจากพระเพลายืนขึ้นยุด พระอังสาพระเจ้ามณเฑียรทองไว้แล้วเอื้อมพระหัตถ์ขึ้นไปเล่นบนที่สูง พระเจ้ามณเฑียรทองผันพระพักตร์ มาทอดพระเนตรเห็นดังนั้นก็ตรัสพลั้งพระโอษฐ์ออกไปว่า ลูกอ้ายเชลยนี้กล้าหาญนัก นานไปเห็นองอาจแทน มังรายกะยอฉะวาได้ สมิงพระรามได้ยินพระเจ้าฝรั่งมังฆ้องดังนั้นก็น้อยใจจึงคิดว่าครั้งนี้สิ้นวาสนากันแล้ว เป็นผลที่ เราจะได้กลับไปเมืองหงสาวดีด้วยความสัตย์ครั้นพระเจ้ามณเฑียรทองเสด็จขึ้นแล้ว ฝ่ายสมิงพระรามก็กลับมาที่อยู่ ราชาธิราช ตอนสมิงพระรามอาสา ๑๔


จึงเขียนหนังสือสองฉบับ ฉบับหนึ่งซ่อนไว้ใต้หมอน ฉบับหนึ่งเหน็บพกไว้ แล้วคิดเป็นห่วงอาลัยบุตรและ พระราชธิดาแล้วหักจิตข่มลงได้มิได้บอกผู้ใด พระราชธิดาอันเป็นที่รักนั้นก็มิแจ้งให้รู้กลัวจะห้ามปรามขัดขวาง ความจะทราบถึงพระเจ้าฝรั่งมังฆ้อง จึงเอาเบาะบังเหียนมาผูกม้าซึ่งขี่สู้กับกามะนีนั้นแล้วจัดแจงแต่งกายนุ่งห่ม เสร็จ ถือทวนสะพายดาบเผ่นขึ้นหลังม้าควบหนีออกจากเมืองอังวะ หลังจากนั้นสมิงพระรามก็ควบม้าหนีมา เต็มพักม้าแล้วก็หยุดพักนั่งคอยท่าอยู่กลางท้องนาใต้ต้นไม้แห่งหนึ่ง มีต้นตาลเรียงอยู่ที่นั้นสามตัน สูงประมาณสิบ ห้าวาสิบหกวา มีผลสุกต้นละสี่ทะลายบ้างห้าทะลายบ้าง ครั้นแลเห็นทัพพม่ายกตามมาแต่ไกลจึงขึ้นบนหลังม้า ชักม้าฟ้อนรำเป็นเพลงทวน แล้วพุ่งผลตาลสุก ทั้งสามต้นหล่นลงทีละผล มือขวารับทวนมือซ้ายรับผลตาลหล่นลงมาหาทันจะตกถึงพื้นไม่ แล้วก็โยนไปให้นายทัพ นายกองพม่านายทัพนายกองพม่าเห็นดังนั้นก็ตกใจหยุดยืนอยู่สิ้น กลัวขยาดฝีมือนักไม่มีผู้ใดจะตามารถเข้าหักหาญ จับกุมได้ก็ต่อยรอดามมาจนสุดแดน สมิงพระรามจึงเอาหนังสือนั้นใส่ไม้คีบปักไว้ แล้วก็รีบควบม้ากลับเข้า กรุงหงสาวดี ราชาธิราช ตอนสมิงพระรามอาสา ๑๕


อ่านเสริม เพิ่มความรู้ การอ่านจับใจความสำคัญ การอ่านจับใจความสำคัญ หมายถึง การอ่านที่มุ่งค้นหาสาระของข้อความหรือเรื่องราวต่าง ๆ ว่า ข้อความหรือเรื่องราวนั้นเกี่ยวกับสิ่งใด มีเหตุการณ์ที่สำคัญอะไรบ้าง ส่วนใดเป็นใจความสำคัญและส่วนใดเป็นส่วน ขยายใจความสำคัญของเรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญถือเป็นวิธีการที่ช่วยให้ผู้อ่านสามารถแยกส่วนประกอบอื่น ๆ หรือที่เรียกว่า “พลความ” ของเรื่องได้ การอ่านจับใจความสำคัญ เป็นการอ่านงานเขียนอย่างละเอียด เพื่อพิจารณาหาข้อเท็จจริงที่นำเสนอ รวมถึงทรรศนะ ข้อคิดเห็น อารมณ์ น้ำเสียงของผู้เขียนที่มีต่อเรื่องที่นำเสนอและในกรณีที่ข้อความที่อ่าน มีความยาวเป็นย่อหน้าหรือหลายๆ ย่อหน้า ผู้อ่านสามารถพิจารณาข้อความสำคัญ โดยมีหลักการอ่านจับใจความสำคัญดังนี้ ๑. พิจารณาจากชื่อเรื่อง แล้วอ่านย่อหน้าแรกและย่อหน้าสุดท้าย ซึ่งจะทำให้ทราบว่าบทความนี้เสนอเรื่อง อะไรอย่างกว้าง ๒. พิจารณาหาใจความสำคัญไปที่ละย่อหน้า ซึ่งส่วนใหญ่ใจความสำคัญของแต่ละย่อหน้าอาจปรากฏอยู่ ตำแหน่งต้น ตำแหน่งกลาง ตำแหน่งท้ายย่อหน้า ๓. พยายามพิจารณาตัดรายละเอียดปลีกย่อย เช่น คำอธิบาย ตัวอย่าง การให้เหตุผลเพราะสิ่งเหล่านี้เป็น เพียงเครื่องสนับสนุนความคิดหลักของเรื่อง ๔. เมื่ออ่านจบ ควรทบทวนหรือตั้งคำถาม ถามตนเองว่า เรื่องที่อ่านเป็นเรื่องอะไรและพยายามตอบให้ได้ ว่าใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร ผลเป็นอย่างไร จากนั้นจึงบันทึกใจความสำคัญไว้เพื่อศึกษาเพิ่มเติมต่อไป หลักการอ่านจับใจความสำคัญ สำคัญ ราชาธิราช ตอนสมิงพระรามอาสา ๑๖


ให้นักเรียนอ่านวรรณคดีเรื่อง ราชาธิราช ตอนสมิงพระรามอาสา แล้วตอบคำถามต่อไปนี้ ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... .................................................................................................................................. ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ชวนคิด พินิจใจความสำคัญ ๑. ตัวละครในเรื่องราชาธิราช ตอนสมิงพระรามอาสา มีตัวละครตัวใดบ้าง ๒. พระเจ้ากรุงจีนมีจุดมุ่งหมายอย่างไร ในการยกทัพมาท้ารบพระเจ้าฝรั่งมังฆ้อง แห่งกรุงรัตนบุระอังวะ ราชาธิราช ตอนสมิงพระรามอาสา ๑๗


................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ๓. เพราะเหตุใดพระเจ้ากรุงจีน จึงให้ขุนนางชื่อโจเปียว นำเครื่องราชบรรณาการ มาถวายพระเจ้าฝรั่งมังฆ้องแห่งกรุงรัตนบุระอังวะ ๔. สมิงพระรามมีความคิดอย่างไร ก่อนที่จะอาสาทำศึกกับกามะนีทหารเอกของ พระเจ้ากรุงจีน ราชาธิราช ตอนสมิงพระรามอาสา ๑๘


................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ๕. ลักษณะของม้าเชลยศักดิ์ที่สมิงพระรามต้องการ มีลักษณะอย่างไร ๖. สมิงพระรามมีลักษณะนิสัยอย่างไร ที่ทำให้พระเจ้าฝรั่งมังฆ้องยกกย่องสรรเสริญ ๗. พระเจ้าฝรั่งมังฆ้องพระราชทานสิ่งใดให้แก่สมิงพระราม ราชาธิราช ตอนสมิงพระรามอาสา ๑๙


................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ๘. สมิงพระรามขอพระราชทานความอนุญาต ๒ ประการจากพระเจ้ามณเฑียรทอง ความ ๒ ประการนั้นมีอะไรบ้าง ๙. เพราะเหตุใดสมิงพระรามจึงน้อยใจ แล้วรีบควบม้าหนีออกจากเมืองกลับกรุงหงสาวดี ราชาธิราช ตอนสมิงพระรามอาสา ๒๐


บทที่๒สุภาษิตพระร่วง


ความเป็นมาของสุภาษิตพระร่วง เรื่องสุภาษิตพระร่วงเป็นสุภาษิตคำ สอนเก่าแก่ที่สุดของไทยที่ปรากฎหลัก ฐานเป็นลายลักษณ์อักษร เชื่อว่าเป็นวรรณคดีที่แต่งขึ้นในสมัยสุโขทัย ดำ สอนบาง บทในสุภาษิตพระร่วงมีปรากฏอยู่ในวรรณดีสมัยอยุธยาตอนตัน เช่น เรื่องลิลิตพระ ลอ ก่อนที่พระลอจะออกเดินทางไปเมืองของพระเพื่อนพระแพง พระนางบุญเหลือ ทรงสอนพระลอว่า "ที่จะกันกันจงมั่น ทีจะคั้นคั้นจงเป็นกล" ซึ่งตรงกับดำ สอนใน สุภาษิตพระร่วงที่ว่า "ผิจะจับจับจงมั่น ผิจะคั้นคั้นจงตาย" ๒๒


คำ ประพันธ์ในสุภาษิตพระร่วง สุภาษิตพระร่วงแต่งด้วยคำ ประพันธ์ชนิดร่ายสุภาพวรรคละ ๔-๘ คำ เช่น "เลิศอ้างทางธรม" "หน้าศึกอย่านอนใจ" "ที่สุ้มเสือจงประหยัด" "ระบือระบิล อย่าฟังดำ " และ"จงยลเยี่ยงสัมฤทธิ์แตกมิเสีย" ร่ายแต่ละวรรคมีสัมผัสคล้อง จองจากวรรดหนึ่งไปยังอีกวรรคหนึ่ง และจบด้วยโดลงสองสุภาพ ดังนี้ ร่ายสุภาพ ปางสมเด็จพระร่วงเจ้า เผ้าแผ่นพบสุโขทัย มารับเห็นในอนาคต จึงผายพจนประภาส เป็นอนุสาสนกทา สอนคณานรชน... โคลงสองสุภาพ โดยอรรถพันธ์ถ่องถ้วน แถลงเลศเหตุเลือกล้วน เลิกอ้างทางธรรม แลมา แต่ต้นฉบับโบราณเรื่องสุภาษิตพระร่วงเขียนต่อกันไปตั้งแต่ต้นจนจบ วรรคต่อ วรรคไม่ว่าจะเป็นได้หรือโครงดังนี้ ๒๓


คำ สอนในสุภาษิตพระร่วง สุภาษิดพระร่วงเกิดจากการรวบรวมคำ สอนหรือสุภาษิตเก่าเข้าไว้ด้วยกัน แล้ว ร้อยเรียงให้สัมผัสคล้องจองกันไปโดยไม่มีการจัดแบ่งเป็นหมวดหมู่ จึงเป็นคำ สอนที่ คละกัน และมีหัวข้อคำ สอนซ้ำ กันหรือไกล้เดียงกันกระจายอยู่ในที่ต่าง ๆ อาจแบ่ง เนื้อหาคำ สอนในเรื่องได้ ดังนี้ ๑.ให้เห็นความสำ คัญของความรู้ เช่น "เป็นคนเรียนความรู้" ๒ให้ทำ ตามประเหณี เช่น "ประพฤติตามบูรพระบอบ" คือควรทำ ทุกอย่างตาม ประเพณีที่เคยถือปฏิบัติกันมาแต่อดีต ให้เห็นดวามสำ คัญของญาติพี่น้อง เช่น "อย่ารักห่างกว่าชิด" มีความหมายว่า ๓.ให้เห็นแก่ญาติพี่น้องที่มีสายเลือดเดียวกันมากกว่าคนที่ไม่ใช่ญาติพี่น้อง และ ไห้เป็นคนกตัญญูรู้คุณ เช่น "ทดแทนคุณท่านเมื่อยาก" ๔. ให้ทำ สิ่งที่เหมาะแก่กาลเทตะ เช่น "อดรูบอต่อหน้า ยอข้าเมื่อแล้วกิจ ยอมิตร เมื่อลับหลัง ลูกเมียยังอย่าสรรเสริญ เยียวละเทินจะอดสู" หมายความว่า การจะชม ผู้ ใดควรทำ ให้เหมาะแก่โอกาสกล่าวคือ ควรชมครูเมื่ออยู่ต่อหนำ า ควรชมบ่าวไพร่เมื่อ ทำ งานเสร็จแล้ว ควรชมเพื่อนลับหลัง และไม่ควรชมลูกเมียที่ยังมีชีวิตอยู่ เพราะหากดี ไม่ตลอดก็จะทำ ให้ขายหน้าได้ ๒๔


๕. ให้มองการณ์ไกล เช่น "อย่ายลเหตุแต่ใกล้" หมายความว่า อย่ามองแต่เรื่อง เฉพาะหน้าเท่านั้น และ "อย่ายลเยี่ยงถ้วยแตกมิติตจงยลเยี่ยงสัมฤทธิ์แตกมิเสีย" หมายความว่า อย่าทะเลาะกับเพื่อนจนถึงขั้นรุนแรงเพราะจะสนิทกันดังเดิมได้ ยากเปรียบเหมือนถ้วยกระเบื้องเมื่อแตกแล้ว จะต่อให้ติดสนิทเหมือนเลิมไม่ได้ ควรผูกไมตรีกับผู้อื่นให้ยั่งยืน เหมือนถ้วยสัมฤทธิ์ที่แม้จะแตกก็ยังเชื่อมได้ สนิทดังเดิม ๖. ให้ระมัตระวังคน อย่าหาเรื่องใส่ตัว หรืออย่าประมาท เช่น "เดินทางอย่าเดิน เปลี่ยว" หมายความว่า ไม่ควรเดินทางตามลำ พัง ควรมีเพื่อนไปด้วย หากเกิด อันตรายจะได้มีคนช่วย หรือ "ที่ส้มเลือจงประหยัด" หมายดวามว่า ต้องระวังตัวให้ ตี หากต้องเข้าไปในที่ที่เป็นดงสัตว์ร้าย และ "จงเร่งระมัดฝืนไฟ" หมายความว่า ต้องระวังอันตรายจากฝืนไฟหรืออาจหมายความว่า ต้องเตรียมไฟไว้ให้พร้อมอยู่ เสมอ เพราะจะได้มีใช้ปรุงอาหารและใช้ไล่สัตว์ร้าย ๗. ให้มีใจหนักแน่น ไม่เชื่อข่าวลือ เช่น "ระบือระบิลอย่าฟังคำ " อย่าเสียอารมณ์ เป็นนิจ เช่น "อย่ากริ้วโกรธเนืองนิตย์"ฯลฯ ๒๕


สำ นวนภาษาในสุภาษิตพระร่วง คำ ที่ใช้ในสุภาษิตพระร่วงส่วนใหญ่เป็นต่ำ สั้นๆ ง่ยๆ แต่กินดวามมาก บางคำ เป็น คำ เดี่ยวใช้ได้ตามลำ พัง แด่ปัจจุบันมักใช้ซ้อนกับดำ อื่นๆ เช่น ดำ ว่า "มั่ง" ในความ ว่า"มีสินอย่าอวดมั่ง" ดำ ว่า "มั่ง" ในที่นี้มีความหมายตรงกับคำ ว่า"มี"แปลว่าร่ำ รวย แต่ปัจจุบันใช้ว่ามั่งมี ลักษณะดำ สอนในสุภาษิตพระร่วงมักไซ้เป็นคำ ห้ามทำ มาก ที่สุด "อย่าขุดคนด้วยปาก อย่าถากคนด้วยตา" รองลงมาเป็นค่าสั่ง เช่น "พี่จะจับจับ จงมั่นผิจะคั้นคั้นจงตาย" คำ แนะนำ เช่น "ที่มีภัยพึงหลีก" การใช้คำ เช่นนี้สอดคล้อง กับลักษณะนิสัยของคนไทยส่วนใหญ่คือ ผู้ใหญ่มักห้ามลูกหลานหรือเต็กๆ ทำ โน่น ทำ นี่โดยไม่บอกเหตุผลอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม หากเด็กๆ พยายามคิดหาเหตุผล ว่าทำ ไมผู้ใหญ่จึงกล่าวห้ามก็จะพบว่าเป็นข้อห้ามที่ถูกต้องตามลายตาอันยาวไกล ของผู้ใหญ่ที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตมามากกว่าและจัดเจนกว่า ๒๖


คุณค่าของสุภาษิตพระร่วง เรื่องสุภาษิดพระร่วงมีคุณค่าต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ ๑.คุณค่าทางด้านวรรณศิลป์ สุภาษิดพระร่วงเป็นสุภาษิตที่มีความไพเราะ เพราะมีสัมผัสคล้องจองระหว่างวรรคภายในวรรคมีการเล่นเสียงสัมผัส พยัญชนะ เสียงสัมผัสสระ และเล่นคำ ซ้ำ เป็นต้น ความไพเราะจากสัมผัสดล้องจองเกิดจากการใช้คำ รับส่งสัมผัสระหว่างวรรค ทุกวรรค เช่น "ปลูกไมตรีอย่ารู้ร้าง สร้างกุคลอย่ารู้โรย อย่าโดยคำ คนพลอด เข็นเรือทอดนน" ทั้งสี่รรคนี้มีคำ รับส่งสัมผัสต่อเนื่องกันจากวรรคหนึ่งไปยังอีก วรรคหนึ่ง"ร้าง - สร้าง" "โรย - โดย" และ "พลอด - ทอด" ตามลำ ดับ ความไพเราะที่เกิดจากเสียงสัมผัสพยัญชนะภายในวรรด เช่น เสียงพยัญชนะ /พใน "เผ้าแผ่นกพสุโขทัย" เสียงพยัญชนะ เท/ ใน "เข็นเรือทอดทางถนน" เสียงพยัญชนะ /ณ ใน "ข้างไล่แล่นเลี่ยงหลบ" ความไพเราะที่เกิดจากเสียงสัมผัสสระภายในวรรค เช่น "เห็นงามตาอย่าปอง" "อย่าเบียดเสียดแก่มิตร" "อย่ากอปรจิตริษยา" ๒๗


ความไพเราะบางแห่งเกิดจากการเล่นค่ำ ซ้ำ เช่น "ปางมีขอบท่านช่วย ปางป่วยท่านชิงชั่ง" ในที่นี้เล่นคำ ซ้ำ "ปาง" ที่ต้นวรรคทั้งสองวรรค "อย่ารักเหากว่าผม อย่ารักลมกว่าน้ำ อย่ารักถ้ำ กว่าเรือน อย่ารัก เดือนกว่าตะวัน” ในที่นี้เล่นคำ ซ้ำ "อย่ารัก" ที่ตันวรรคทั้งสี่วรรด ๒.คุณค่าทางด้านสังคม เรื่องสุภาษิตพระร่วงนับเป็นวรรณคดีคำ สอน เรื่องแรกของไทยที่ทำ หน้าที่ปลูกฝังจริยธรรมห้แก่คนในสังคมสุโขทัย วรรณคดีเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นภาพสังคมไทยในสมัยสุโขทัยที่มีชนหลายชั้นอยู่ ร่วมกัน มีทั้งพระมหากษัตริย์ ขุนนางประชาชนที่เป็นไทและประชาชนที่เป็น ทาสและเห็นความสัมพันธ์ของคนเหล่านี้ได้ดีพอควร เช่น มีการเลี้ยงข้าทาส ไร้กินแรงหรือใช้งาน นอกจากนี้ยังประจักษ์ชัตว่าเป็นสังคมที่มีการนับถือ ครูบาอาจารย์และผู้มีอาวุโส คำ สอนในเรื่องสุภาษิตพระร่วงเป็นคำ สอนที่ พยายามทำ ให้ตนในสังคมนี้อยู่ร่วมกันได้อย่างปกติสุข มีการนับถือกันตาม ลำ ดับชั้น ไม่เบียดเบียนทำ ร้ายกัน ช่วยเหลือกันตามสมควร ทั้งยังใช้ชีวิตด้วย ความระมัตระวัง ไม่ประมาทดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าคำ สอนเรื่องสุภาษิต พระร่วงไม่เพียงแต่จะนำ ประโยชน์สุขให้แก่ตนเองเท่านั้น แต่ยังนำ ความสุข มาสู่ครอบครัว และสู่คนในสังคมอีกด้วย ๒๘


สุภาษิตพระร่วง . ปางสมเด็จพระร่วงเจ้า เผ้าแผ่นภพสุโขทัย มลักเห็นในอนา จึ่งผายพจนประภาษ เป็นอนุสาสนกถา สอนคณานรชน ทั่วธราดลพึงเพียร เรียนอำ รุงผดุงอาตม์ อย่าเคลื่อนคลาดคลาถ้อย เมื่อน้อยให้เรียนวิชา ให้หาสินเมื่อใหญ่ อย่าใฝ่เอาทรัพย์ท่าน อย่าริระร่านแก่ความ ประพฤติตามบุรพรบอบ เอาแต่ชอบเสียผิด อย่าประกอบกิจเป็นพาล อย่าอวดหาญแก่เพื่อน เข้าเถื่อนอย่าลืมพร้า หน้าศึกอย่านอนใจ ไปเรือนท่านอย่านั่งนาน การเรือนตนเร่งคิด อย่านั่งชิดผู้ใหญ่ อย่าใฝ่สูงให้พ้นศักดิ์ ที่รักอย่าดูถูก เอาแต่ชอบเสียผิด ปลูกไมตรีอย่ารู้ร้าง สร้างกุศลอย่ารู้โรย อย่าประกอบกิจเป็นพาล ๒๙


สุภาษิตพระร่วง . อย่าโดยคำ คนพลอด เข็นเรือทอดข้างถนน เป็นคนอย่าทำ ใหญ่ ข้าคนไพร่อย่าไฟฟุน คบขุนนางอย่าโหด โทษตนผิดรำ พึง อย่าคนึงถึงโทษท่าน หว่านพืชจักเอาผล เลี้ยงคนจักกินแรง อย่าขัดแย้งผู้ใหญ่ อย่าใฝ่ตนให้เกิน เดินทางอย่าเดินเปลี่ยว น้ำ เชี่ยวอย่าขวางเรือ ที่ซุ่มเสือจงประหยัด จงเร่งระมัดฟืนไฟ ตนเป็นไทอย่าคบทาส อย่าประมาทท่านผู้ดี มีสินอย่าอวดมั่ง ผู้เฒ่าสั่งจงจำ ความ ที่ขวากหนามอย่าเสียเกือก ทำ รั้วเรือกไว้กับตน คนรักอย่าวางใจ ที่มีภัยพึงหลีก ปลีกตนไปโดยด่วน ได้ส่วนอย่ามักมาก อย่ามีปากว่าคน รักตนกว่ารักทรัพย์ อย่าได้รับของเข็ญ เห็นงามตาอย่าปอง ของฝากท่านอย่ารับ ที่ทับจงมีไฟ ที่ไปจงมีเพื่อน ทางแถวเถื่อนไคลคลา อย่าโดยคำ คนพลอด เข็นเรือทอดข้างถนน เดินทางอย่าเดินเปลี่ยว ที่มีภัยพึงหลีก ปลีกตนไปโดยด่วน ๓๐


สุภาษิตพระร่วง . ครูบาสอนอย่าโกรธ โทษตนผิดพึงรู้ สู้เสียสินอย่าเสียศักดิ์ ภักดีอย่าด่วนเคียด อย่าเบียดเสียดแก่มิตร ที่ผิดช่วยเตือนตอบ ที่ชอบช่วยยกยอ อย่าขอของรักมิตร ชอบชิดมักจางจาก พบศัตรูปากปราศรัย ความในอย่าไขเขา อย่ามัวเมาเนืองนิจ คิดตรองตรึกทุกเมื่อ พึงผันเผื่อต่อญาติ รู้ที่ขลาดที่หาญ คบพาลอย่าพาลผิด อย่าผูกมิตรไมตรี เมื่อพาทีพึงตอบ จงนบนอบผู้ใหญ่ ช้างไล่แล่นเลี่ยงหลบ สุวานขบอย่าขบตอบ อย่ากอปรจิตริษยา เจรจาตามคดี อย่าปลุกผีกลางคลอง อย่างปองเรียนอาถรรพณ์ พลันฉิบหายวายม้วย อย่ายลเยี่ยงถ้วยแตกมิติด จงยลเยี่ยงสัมฤทธิ์แตกมิเสีย ลูกเมียอย่าวางใจ ภายในอย่านำ ออก ภายนอกอย่านำ เข้า อาสาเจ้าจนตัวตาย อาสานายจงพอแรง ของแพงอย่ามักกิน ครูบาสอนอย่าโกรธ ๓๑


สุภาษิตพระร่วง.อย่ายินคำ คนโลภโอบอ้อมเอาใจคน อย่ายลเหตุแต่ใกล้ท่านไท้อย่าหมายโทษ คนโหดให้เอ็นดูยอครูยอต่อหน้า ยอข้าเมื่อแล้วกิจยอมิตรเมื่อลับหลัง ลูกเมียยังอย่าสรรเสริญเยียวสะเทินจะอดสู อย่าชังครูชังมิตรผิดอย่าเอาเอาแต่ชอบ นอบตนต่อผู้เฒ่าเข้าออกอย่าวางใจ ระวังระไวหน้าหลังเยี่ยงผู้ชังจะคอยโทษ อย่ากิ้วโกรธเนืองนิจผิวผิดปลิดไป่ร้าง ข้างตนไว้อาวุธเครื่องสรรพยุทธอย่าวางจิต คิดทุกข์ในสงสารอย่าทำ การที่ผิด คิดขวนขวายที่ชอบโต้ตอบอย่าเสียคำ คนขำ อย่าร่วมรักพรรคพวกพึงทำ นุก ปลูกเอาแรงทั่วตนยลเยี่ยงไก่นกกระทา พาลูกหลานหากินระบือระบิลอย่าฟังคำ การกระทำ อย่าด่วนได้อย่าใช้คนบังบด ทดแทนคุณท่านเมื่อยากฝากของรักจงพอใจ เฝ้าท้าวไทอย่าทรนงภักดีจงอย่าเกียจ ๓๒


สุภาษิตพระร่วง .เจ้าเคียดอย่าเคียดตอบ นอบนบใจใสสุทธิ์ อย่าขุดคนด้วยปาก อย่าถากคนด้วยตา อย่าพาผิดด้วยหู อย่าเลียนครูเตือนด่า อย่าริกล่าวคำ คด คนทรยศอย่าเชื่อ อย่าแผ่เผื่อความคิด อย่าผูกมิตรคนจร ท่านสอนอย่าสอนตอบ ความชอบจำ ใส่ใจ ระวังระวังที่ไปมา เมตตาตอบต่อมิตร คิดแล้วจึงเจรจา อย่านินทาผู้อื่น อย่าตื่นยกยอตน คนจนอย่าดูถูก ปลูกไมตรีทั่วชน ตระกูลตนจงคำ นับ อย่าจับลิ้นแก่คน ท่านรักตนจงรักตอบ ท่านนอบตนจงนอบแทน ความแหนให้ประหยัด เผ่ากษัตริย์เพลิงงู อย่าดูถูกว่าน้อย อย่าผูกมิตรคนจร คนจนอย่าดูถูก ปลูกไมตรีทั่วชน ๓๓


สุภาษิตพระร่วง . เหิ่งห้อยอย่าแข่งไฟ อย่าปองภัยต่อท้าว อย่ามักห้าวพลันแตก อย่าเข้าแบกงาช้าง อย่าออกก้างขุนนาง ปางมีชอบท่านช่วย ปางป่วยท่านชิงชัง ผิจะบังบังจงลับ ผิจะจับจับจงมั่น ผิจะคั้นคั้นจนตาย ผิจะหมายหมายจงแท้ ผิจะแก้แก้จงกระจ่าง อย่ารักห่างกว่าชิด คิดข้างหน้าอย่าเบา อย่าถือเอาตื้นกว่าลึก เมื่อเข้าศึกระวังตน เป็นคนเรียนความรู้ จงยิ่งผู้ผู้มีศักดิ์ อย่ามักง่ายมิดี อย่าตีงูให้แก่กา อย่าตีปลาหน้าไซ ใจอย่าเบาจงหนัก อย่าตีสุนัขห้ามเห่า ข้าเก่าร้ายอดเอา อย่ารักเหากว่าผม อย่ารักลมกว่าน้ำ อย่ารักถ้ำ กว่าเรือน อย่ารักเดือนกว่าตะวัน สบสิ่งสรรพโอวาท ผู้เป็นปราชญ์พึงสดับ ตรับตริตรองปฏิบัติ โดยอรรถอันถ่องถ้วน แถลงเลศเหตุเลือกล้วน เลิศอ้างทางธรรม แลนาฯ เหิ่งห้อยอย่าแข่งไฟ อย่ารักถ้ำ กว่าเรือน ๓๔


วิเคราะห์ เรื่องสุภาษิตพระร่วง ๑. .ให้เขียนคำ สอนที่พบในสุภาษิตพระร่วง ............................................................................................................................... ................................................................................................................................ .............................................................................................................................. .............................................................................................................................. ............................................................................................................................. ............................................................................................................................. ๒.คำ สอนในสุภาษิตพระร่วงมีจุดมุ่งหมายที่จะสอนเรื่องใดบ้าง ............................................................................................................................... ................................................................................................................................ .............................................................................................................................. .............................................................................................................................. ............................................................................................................................. ............................................................................................................................. ๓๕


๓.ให้เลือกคำ ประพันหรือคำ สอนที่นักเรียนคิดว่าไพเราะหรือชอบอย่างน้อย 4 วรรคพร้อม ทั้งให้เหตุผลว่าไพเราะอย่างไร ชอบเพราะอะไร ............................................................................................................................... ................................................................................................................................ .............................................................................................................................. .............................................................................................................................. ............................................................................................................................. ............................................................................................................................. ๓๖


คำ ศัพท์ คำ อธิบาย กินแรง ใช้แรงงานเขา หรือใช้งานผู้อื่น เกียจ เกียจคร้าน ในความว่า "ภักดีจงอย่าเกลียด" ขบ กัด ขวาก ไม้หรือเหล็กที่มีปลายแหลม สำ หรับปักเพื่อดัก ให้ตำ ผู้ผ่านเข้าไป ของเข็ญ ของที่นำ ความทุกข์เดือดร้อนมาให้ ของฝากท่าน ของที่มีผู้นำ มาฝากไว้ให้นำ หม้อแก่เจ้านาย ขัดแข็ง แข็งข้อ ขุดคน ขุดคุ้ยแล้วเปิดเผยเรื่องราวที่เป็นความลับ คำ อธิบายศัพท์และข้อความ ๓๗


คำ ศัพท์ คำ อธิบาย ไข เปิดในที่นี้หมายถึงเปิดปากพูด คดี เรื่องราวในความว่า "เจรจาตามคดี" พูดตามข้อ เท็จจริง คนขำ คนที่มีเล่ห์เหลี่ยม คนจร คนที่ไม่มีที่พักพิงแน่นอน จับจงมั่น จับให้ดิ้นไม่หลุด ใจใสสุทธิ์ ใจบริสุทธิ์ ตรอง ใคร่ครวญ ฟังและคิด ตรับ ฟัง คำ อธิบายศัพท์และข้อความ ๓๘


คำ ศัพท์ คำ อธิบาย พอแรง เต็มแรง สงสาร การเวียนว่ายตายเกิดในความว่าคิดทุกข์ใน สงสาร สุวาน สุนัข หน้าศึก ยามมีศึกสงคราม แหน หวง ในที่นี้ความแหน หมายถึง ความลับ โหด ไร้ ไม่มี เปล่า ในความว่า "คบขุนนางอย่าโหด" อด อดกลั้น อำ รุง บำ รุง เลี้ยงดู ทะนุถนอม คำ อธิบายศัพท์และข้อความ ๓๙


เลือกสรรนำ ไปใช้ ๑.ให้นักเรียนเขียนคำ สอนที่นักเรียนชอบจากเรื่องสุภาษิตพระร่วงเขียนติดป้ายนิเทศใน ห้องเรียน ๒.ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มกลุ่มละ ๓-๕ คน แล้ววาดภาพคำ สอนในสุภาษิตพระร่วง ๑-๒ ภาพ แล้วแข่งกันทายว่าหมายถึงคะประพันธ์วรรคใด ๓.นำ คำ สอนที่ได้จากสุภาษิตพระร่วงมาเขียนเรียงความ มีความยาวประมาณ ๑๕-๒๐ บรรทัด ๔๐


Click to View FlipBook Version