กลุ่ม ลุ่ สาระการเรีย รี นรู้ภ รู้ าษาไทย เรีรีย รี ย รี นอ่อ่ อ่ า อ่ าน เขีขีย ขี ย ขี น ภภาาษษาาไไททยยภภาาษษาาเเรราาหนันั นั ง นั งสืสือ สื อ สื เรีรีย รี ย รี นรายวิวิ วิ ชวิ ชาภาษาไทย ระดัดั ดั บ ดั บชั้ชั้ ชั้ น ชั้ ชั้ น ชั้ประถมศึศึก ศึ ก ศึ ษาปีปีปี ที่ ปี ที่ ที่ที่ ๕ ตามหลักสูต สู รแกนกลางการศึก ศึ ษาขั้นพื้นฐาน พุทธศัก ศั ราช ๒๕๕๑
คำ นำ (๑)
(๒) หน่วยการเรียรีนรู้ที่รู้ ที่ ๑ เรื่อรื่ง สังสัข์ทข์อง ตอน กำ เนิดผิดผิพ้นพ้คนทั้งหลาย หน่วยการเรียรีนรู้ที่รู้ ที่ ๒ เรื่อรื่ง โคลงโลกนิติ ตอน คบคนพาล พาลไปหาผิดผิ หน่วยการเรียรีนรู้ที่รู้ ที่ ๓ เรื่อรื่ง กระเช้าช้ของนางสีดสีา นิทานไทย กระเช้าช้สีดสีา หน่วยการเรียรีนรู้ที่รู้ ที่ ๔ เรื่อรื่ง ราชาธิราช ตอน กำ เนิดมะกะโท หน่วยการเรียรีนรู้ที่รู้ ที่ ๕ เรื่อรื่ง ขุนช้าช้งขุนแผน ตอน กำ เนิดพลายงาม สารบัญ บั หน้า ๑ ๑๕ ๓๑ ๓๙ ๕๒
กำ เนิดผิด ผิ พ้น พ้ คนทั้งหลาย บทที่ สัสัง สั ง สั ทอง ตอนกำกำ กำกำ เนินิ นิ ด นิ ดพระสัสัง สั ง สั ข์ข์ ข์ข์ ๑
๒ ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีพระราชาพระองค์หนึ่ง นามว่าท้าวยศวิมล ครองเมืองยศวิมล มีมเหสีชื่อนางจันท์เทวี มีพระสนมชื่อนางจันทา นางจันทาอิจฉานางจันท์เทวีที่เป็นมเหสีจึงหาทางกลั่นแกลัง เมื่อนางจันท์เทวี ทรงครรภ์และประสูติพระโอรสออกมาเป็นหอยสังข์ นางจันทาจึงยุให้โหร ทำ นายว่าพระโอรสในหอยสังข์จะทำ ให้บ้านเมืองวิบัติล่มจม ท้าวยศวิมลจึง จำ ใจขับนางจันท์เทวีพร้อมลูกน้อยหอยสังข์ ออกจากเมืองตามคำ เพ็ดทูลของ โหรและคำ ยุยงของนางจันทา ทั้งที่ยังรักและอาลัยนาง เหตุการณ์นี้สร้างความ สะเทือนใจให้นางจันท์เทวีเป็นอย่างยิ่ง
๓ ทหารมาส่งนางจันท์เทวีถึงในป่า ทหารคนหนึ่งที่ได้รับสินบนจาก นางจันทาหมายจะฆ่านางจันท์เทวี แต่ทหารที่มาร่วมกันได้ห้ามปรามไว้ เพราะ อย่างไรนางจันท์เทวีก็เคยเป็นเจ้านาย ให้เกรงกลัวบาปกรรม เพื่อนกันช่วยฉุดยุดไว้ ผิดไปไม่ได้อย่าจู่ลู่ ตามกรรมตามเวรนางโฉมตรู จู่ลู่จะพากันวุ่นวาย ไม่คิดถึงตัวกลัวกรรม เวรามาทำ เองง่ายง่าย ถึงชั่วดีเล่าเจ้าเป็นนาย จะทำ ผิดคิดร้ายก็ไม่ดี
๔ เมื่อนั้น มเหสีโศกาอยู่ป่าใหญ่ ขึ้นมาจากท่าชลาลัย ไม่รู้ที่จะไปแห่งใดเลย เดินพลางทางอุ้มลูกพลาง เห็นทุกข์แม่บ้างพ่อสังข์เอ๋ย บุกป่าฝ่าไพรแม่ไม่เคย เพราะกรรมทรามเชยเจ้าเกิดมา นางจันท์เทวีเดินทางในป่าใหญ่ นางไม่รู้ว่าจะไปแห่งหนใด ภายในป่าทั้ง มืดทั้งน่ากลัว นางพบสัตว์ป่าดุร้ายมากมาย ทั้งแรด ช้าง เสื้อ ทราย ทำ ให้นาง อดสั่นขวัญหายเป็นอย่างยิ่ง นางทำ ได้เพียงกอดหอยสังข์แนบอกแล้วเดิน ร้องไห้ด้วยความเศร้า
๕ นางจันท์เทวีเดินไปในป่าเรื่อย ๆ จนได้พบกระท่อมหลังหนึ่ง นางรู้สึกดีใจมาก จึงได้รีบเดินเข้าไป พบว่าเจ้าของกระท่อมหลังนี้เป็นของสอง ตายาย ทั้งสองคนไม่มีลูกไม่มีหลาน เมื่อทั้งคู่ได้ทราบความจากที่นางจันท์เทวี เล่ามาจึกรู้สึกสงสาร ตายายรักใคร่เอ็นดูนางจันท์เทวีเหมือนลูกอีกคนหนึ่ง จึง ให้นางมาอาศัยอยู่ด้วยกัน
๖ เวลาผ่านไป ๕ ปีที่นางจันท์เทวีได้อาศัยอยู่ในป่า นางช่วยแบ่งเบาภาระ สองตายายด้วยการช่วยหุงหาอาหาร ในทุก ๆ วันนางจะออกไปหาของป่าเพื่อ มายังชีพ เทวดาที่อาศัยอยู่ในต้นไม้ใหญ่ก็เกิดสงสารนาง จึงได้บันดาลให้มี ไก่ป่ามาจิกกินข้าวของที่นางจันท์เทวีตากไว้ เพื่อล่อให้พระสังข์ออกมาจาก หอยสังข์ จึงบันดาลให้เป็นไก่ป่า กินข้าวมารดาหาช้าไม่ ขันก้องร้องตีกันมี่ไป คุ้ยเขี่ยข้าวให้กระจายดิน
๗ ไก่ป่าพาฝูงมากินข้าว ของพระแม่เจ้าอยู่ฉาวฉาน คุ้ยเขี่ยเรี่ยรายทั้งดินดาน พระมารดามาเห็นจะร่ำ ไร เยี่ยมลอดสอดดูทั้งช้ายขวา จะเห็นใครไปมาก็หาไม่ ออกจากสังข์พลันทันใด ฉวยจับไม้ได้ไล่ตี กอบเก็บข้าวหกที่ตกดิน ผันผินลอบลับขยับหนี เหลียวดูผู้คนชนนี จะหนีเข้าสังข์กำ บังตน หุงข้าวหาปลาไว้ท่าแม่ ดูแลจัดแจงทุกแห่งหน ช่วยขับไก่ป่าประสาจน สาละวนเล่นพลางไม่ห่างดู
๘ เมื่อนางจันท์เทวีกลับมาถึงกระท่อมเห็นพระสังข์ พระสังข์จึงรีบเข้าไป ซ่อนในหอยสังข์เหมือนเดิม นางจันท์เทวีจึงคิดว่าตนตาฝาด นางเหลือบเห็นบ้านช่องสะอาดสะอ้าน ข้าวปลาถูกเตรียมไว้พร้อมกิน จึงได้คิดสงสัยว่าใช่พระสังข์ทำ ไว้ให้หรือไม่ วันต่อมานางจันท์เทวีทำ ทีเข้าป่าเหมือนเช่นเคย แล้วแอบมาดูอยู่ข้าง ต้นไม้ใหญ่ ฝ่ายพระสังข์เมื่อรู้ว่าไม่มีคนอยู่จึงได้ออกจากหอยสังข์ มาวิ่งเล่นตามประสาเด็กน้อย
๙ เมื่อนางจันท์เทวีเห็นพระสังข์ออกมา นางดีใจจนกลั้นน้ำ ตาไม่อยู่ จาก นั้นนางได้หยิบไม้แถวนั้นเดินเข้าไปทุบหอยสังข์ให้แตกละเอียด ย่างเข้าในห้องทับจับได้ไม้ ก็ต่อยสังข์ให้แหลกแตกป่น พระสังข์ตกใจดังไฟลน จะหนีเข้าหอยตนก็จนใจ สวมสอดกอดบาทพระมารดา ชบเกศาพลางทางร้องไห้ ร่ำ ไรเสียดายไม่วายคิด แม่ต่อยสังข์แตกแหลกไป เหมือนแม่ฆ่าลูกให้ม้วยมรณ์ มารดรไม่รักแต่สักนิด พระแม่ต่อยสังข์ดั่งชีวิต จะชมชิดลูกนี้สักกี่วัน
๑๐ ฟังเอยฟังลูกว่า พระมารดาเสียวใจไหวหวั่น กอดจูบลูบเนตรเกศกรรณ ร่วมวันขวัญตาพ่อว่าไย สิ้นเคราะห์สิ้นกรรมทำ มา ลูกยาอย่าว่าแม่เสียวไส้ ตกทุกข์ได้ยากลำ บากใจ เพราะอ้ายหอยสังข์มันจังฑาล มันมาหุ้มห่อเอาพ่อไว้ ทำ ให้โหรามันว่าขาน บิตุรงค์หลงกลอีคนพาล ไม่ช้าไม่นานจะคืนวัง ยากเย็นเห็นหน้ากันแม่ลูก อย่าพันผูกโศกสร้อยถึงหอยสังข์ รักใคร่มันไยไม่จีรัง หอยสังข์เช่นนี้มีถมไป
๑๑ คำ ศัพ ศั ท์น่ารู้ คำ ศัพท์ ความหมาย กูณฑ์ จังฑาล ชลาลัย ภพไตร มี่ (กูน) ไฟ (จัง-ทาน)มาจากคำ ว่า จัณฑาล หมายถึง ต่ำ ช้า (ชน-ลา-ไล) แม่น้ำ (พบ-ไตร) ในทางวรรณคดีหมายถึง โลกทั้งสาม คือ สวรรค์ โลกมนุษย์และเมืองบาดาล อึกทึก เสียงแซ่
สังข์หรือหอยสังข์เป็นชื่อหอยทะเลกาบเดี่ยว มีถิ่นกำ เนิดแถบ มหาสมุทรอินเดีย การนำ สังข์มาใช้ในงานพิธีกรรม มีความสัมพันธ์กับตำ นานความเชื่อ ทางศาสนาพุทธและฮินดู ซึ่งถือว่าสังข์คือของสูงและเป็นสิ่งมงคล เช่น ตำ นานหนึ่งเล่าว่า ยักษ์ตนหนึ่งชื่อสังข์อสูรได้ขโมยพระเวทที่ไหล จากโอษฐ์ของพระพรหมขณะบรรทมหลับ เมื่อพระนารายณ์ติดตามไปทัน สังข์อสูรก็ได้กลืนพระเวทลงไปในท้องแล้วกระโดดหนีลงไปในมหาสมุทร พระนารายณ์ทรงแปลงเป็นปลาใหญ่ลงไปค้นหาจนพบ แต่สังข์อสูรก็ไม่ ยอมคืนพระเวทให้ พระองค์จึงทรงบีบปากอสูรร้ายและทรงใช้พระหัตถ์ ล้วงเข้าไปในท้องของอสูร นำ พระเวททั้งหมดออกมาได้ ดังนั้นสังข์จึงมีร่อง รอยนิ้วพระหัตถ์ของพระนารายณ์ปรากฏอยู่ที่บริเวณปากของหอยสังข์ แล้วทรงสาปสังข์สูรให้ร่างกายมีสภาพตามที่ถูกบีบและอาศัยอยู่ในน้ำ เมื่อใดที่มนุษย์จะประกอบการมงคล จึงจับสังข์ไปร่วมพิธี เมื่อทรงสาปแล้ว ก็ทรงทิ้งร่างของสังข์อสูรลงสู่ท้องมหาสมุทร นับแต่นั้นสังข์จึงกลายเป็นสิ่ง มงคลที่มหาเทพประทานไว้ ทั้งยังเชื่อกันว่า สังข์มีความเป็นมงคลสูงสุด เพราะเคยเป็นที่เก็บพระเวท ๑๒ อ่านเพิ่ม พิ่ เติมความรู้
๑. หากนักเรียนเป็นลูกน้อยหอยสังข์ นักเรียนจะออกจากหอย สังข์หรือไม่ เพราะเหตุใด ๒. นางจันท์เทวีทุบหอยสังข์จนแตก นางทำ เหมาะสมหรือไม่ เพราะเหตุใด ๓ .เมื่อนักเรียนอ่านเรื่อง กำ เนิดผิดพันคนทั้งหลาย นักเรียน ได้ข้อคิดอะไรที่เป็นประโยชน์แก่ตนเองบ้าง ๔. นักเรียนประทับใจตัวละครใดในวรรณคดีเรื่อง สังข์ทอง ตอนที่นำ มาให้เรียนมากที่สุด เพราะเหตุใด ๑๓ แลกเปลี่ย ลี่ นความคิด
๑๔ ๑. อ่านในใจและสรุปความจากเรื่องที่อ่านแต่ละตอน แล้ว เขียนเป็นร้อยแก้ว ๒. ฝึกอ่านทำ นองเสนาะและอ่านตีบทเป็นกลุ่มและรายบุคคล ๓. รวบรวมศัพท์ใหม่และราชาศัพท์ที่ปรากฎในเรื่อง ๔. เขียนแสดงความคิดเห็นของนักเรียนเกี่ยวกับตัวละครใน เรื่อง ๕. สำ รวจความคิดเห็นของคนที่เคยอ่านเรื่อง สังข์ทอง ว่ารู้สึก อย่างไรกับเรื่องที่อ่าน กิจกรรมที่ค ที่ วรทำ
บทที่ ๓ กระเช้าสีดา
พรายไม้กับพรายน้ำ เป็นภูตจำ พวกหนึ่ง ภูตนั้นคือมนุษย์ มิใช่คนหรือสัตว์ไม่มีใครเห็นตัว แต่อาจสำ แดงให้เราเห็นตัวเป็นรูปคนได้ ภูตที่เป็นพรายไม้หรือพรายน้ำ กล่าวกันว่า มีตัวเล็กจิ๋วสวยงาม สามารถสำ แดงให้เห็นตัวเป็นรูปคนหรือรูปอะไรได้ต่าง ๆ ทั้งให้ดีหรือให้ร้ายแก่มนุษย์ได้ด้วย มีนิสัยชอบเล่นสนุกประชุมร้องรำ ทำ เพลงกันพรายไม้เป็นเพศชาย อยู่ตามต้นไม้ในป่า พรายน้ำ เป็นเพศหญิงและเป็นชาวน้ำ ทั้งพรายไม้และพรายน้ำ ชอบคนดี ถ้าใครทำ ดี เป็นต้นว่า มีใจเมตตากรุณา ช่วยเหลือผู้อื่น ไม่เห็นแก่ตัว ก็มาปรากฎให้เห็นรูปอันน่ารัก สนทนาปราศรัยเป็นที่สนิทสนม วันหนึ่ง หนูน้อยขันทอง นพกุล นึกว่าพวกพรายไม้จะพากันมาเล่น ขันทองเคยได้ยินว่าพวกเด็ก ๆ หรือผู้ใหญ่ก็ตามไม่มีใครเห็นพรายไม้ได้เลย แต่ขันทองคิดว่าตนเองเป็นเด็กดี มีวัฒนธรรมตามแม่สอนคงเห็นพรายไม้ได้สักคราวหนึ่ง แม่สอนขันทองอยู่เสมอ ให้เป็นคนอารีต่อเพื่อน รู้จักเกรงใจผู้อื่น เช่นไม่หยิบฉวยสิ่งของของคนอื่นก่อนที่เจ้าของอนุญาต ประพฤติตัวเป็นคนสุภาพ อยากได้อะไรเมื่อเขาให้ก็ไม่โลภมาก ขันทองทำ ตามแม่สอนจนชินเป็นนิสัย เป็นที่รักสุดสวาสดิ์ของแม่ เวลาค่ำ เดือนหงาย ถิ่นของพรายไม้สว่างกระจ่างแจ้งพวกพรายไม้ได้มาประชุมกันครั้งได้เวลาเล่น สนุก นางพรายน้ำ แจกกระเช้าแก่พวกพรายไม้ตัวละใบพรายไม้ตัวสุดท้ายได้กระเช้าแล้วพูดแนะขึ้นว่า ควรเล่นเก็บของใส่กระเช้าแข่งกันทุกรายตกลงว่าเป็นกีฬาที่แสดงความว่องไวอันสนุก ลงท้ายผู้ชนะได้ รางวัล คือ จับคู่เต้นรำ กับนางพรายน้ำ เจ้าของกระเช้าผู้สวยสด กระเช้าสีดา ๓๑
ขันทองออกจากบ้าน เดินพลางดูพลางว่าจะเห็นพรายไม้บ้างหรือไม่ เห็นแต่กระเช้าเล็ก ๆ กลิ้งเกลื่อนอยู่กระเช้าเหล่านั้น พวกพรายไม้ที่เล่นวิ่งเก็บของเลิกแล้วทิ้งไว้กระจัดกระจาย ขันทองรู้สึกแปลกใจว่าใครเอากระเช้านิด ๆ เหล่านี้มาจากไหนและชอบใจที่เป็นใบเล็ก ๆ น่าเอ็นดูมาก ขณะนั้นเป็นเวลา ที่เลิกการรื่นเริงแล้ว พวกพรายไม้พากันกลับ ส่วนพรายน้ำ ผู้เรียบร้อย ยังกำ ลังเดินไปเก็บกระเช้าเพื่อมิให้รกที่ ขันทองยิ่งประหลาดใจมากที่เห็นกระเช้าลอยขึ้นเองทีละใบ แล้วลอยไปรวมกองอยู่แห่งหนึ่ง มีอาการเหมือนคนเก็บขึ้น แต่ไม่เห็นตัวคน เห็นแต่กระเช้ายกตัวขึ้นเอง ความจริงนางพรายน้ำ ก็เดินไปเก็บตามธรรมดา หากแต่ไม่มีใครเห็นตัวได้คงเห็นแต่กระเช้า ขันทองคะเนว่าคงมีอะไรที่มายกกระเช้าขึ้นเป็นแน่ และอันนั้นคงเป็นพรายไม้ที่ตนแลไม่เห็น นิสัยของขันทองชอบช่วยเหลือผู้อื่น จึงเดินไปช่วยเก็บกระเช้าตามดินแล้วนำ ไปรวมที่กองจนหมด และนั่งดูอยู่ ให้นึกอยากได้ไปเล่นบ้าง แต่ก็ไม่กล้าหยิบฉวย กลัวเจ้าของจะว่าเอา นางพรายนำ้ ชอบใจความอารีและความสุจริตของขันทอง ขณะนั้นขันทองรู้สึกเหมือนมีมือน้อย ๆ เอาอะไรมาป้ายที่ตาเย็น ๆ แล้วก็แลเห็นตัวนางพรายน้ำ สูงสักห้าสิบเซ็นต์ ขนาดเท่าตุ๊กตา ยืนยิ้มแฉ่งอยู่ตรงหน้า รูปร่างสะสวย หน้าตาหมดจดแต่งตัวเหมือนกับขันทองทุกอย่าง ขันทองปราศรัย ว่า " สวัสดี" แล้วพูดต่อไปว่า "ฉันเห็นจะเป็นคนดีนะ จึ่งแลเห็นท่านได้ แม่ฉันอ่านหนังสือพบเรื่องพราย ไม้เล่าให้ฉันฟัง ฉันก็นึกอยากเห็นตัวเหลือเกิน เขาว่าต้องเป็นคนดี จึงจะเห็นพรายไม้ได้ นี่ฉันเห็นท่าน แล้วฉันก็เป็นคนดีนะ " นางพรายน้ำ บอกว่า "หนูเป็นคนดีทีเดียว มีน้ำ ใจอารีดีมาก และสุจริตด้วย ฉันชอบความอารีและความสุจริตของหนู จึงทำ ให้หนูเห็นตัวฉัน ฉันไม่ใช่พรายไม้ พรายไม้เขาเป็นผู้ชาย ฉันเป็นพรายน้ำ เมื่อหนูเห็นฉันได้ ก็แลเห็นพรายไม้ทั้งหลายได้เหมือนกัน แต่เดี๋ยวนี้พรายไม้กลับไปหมดแล้ว เหลือแต่ฉันเก็บกระเข้าอยู่" ขันทองว่า " กระเข้านี้น่ารักจริง ๆ ท่านทำ ด้วยอะไร" นางพรายน้ำ ตอบว่า " ฉันไม่ได้ทำ มันดอก มันเป็นผลออกมาจากไม้เถาชนิดหนึ่ง ผลนั้นเมื่อแก่ ตอนบนแยกเป็นหกกลีบ แล้วก้านผลก็แตกกระจายออกเป็นสาแหรกหิ้วกลีบเท่านั้น" ขันทองว่า "ดูรูปเป็นกระเช้าทีเดียว" นางพรายน้ำ เล่าต่อไปว่า "เดิมก็เป็นกระเช้า มีเรื่องว่าเมื่อก่อนนานมาแล้วนางสีดาถูกทศกัณธ์อุ้มเอาตัวเหาะไป กระเช้าของนางสีดาหลุดลงมากลาง ป่ากระเช้านั้นเป็นของวิเศษ เทวดาเจ้าป่าเสียดายว่าจะหายไปเสีย จึ่งช่วยให้ออกรากงอกเป็นเถาแล้วก็มี ผลสืบตลอดมาจนถึงบัดนี้ เป็นที่ระลึกถึงนางสีดา" ขันทองว่า " ขอฉันไปเล่นบ้างได้ไหม" ๓๒
นางพรายน้ำ ว่า " ได้ซิ ที่รัก เชิญหยิบไปตามความพอใจ" ขันทองอยากได้มาก ๆ แต่เกรงใจเขา แลดูตาพลาง แล้วหยิบมาเพียงใบเดียว นางพรายน้ำ รู้ที ยิ่งเอ็นดูขันทองมากขึ้นหยิบส่งให้จนเต็มทั้งสองมือน้อย ๆ ของขันทองและพูดชมว่า "ขันทองหนูเป็นคนดีมาก มีความอารี ชอบช่วยเหลือผู้อื่น มีใจสุจริต ไม่เอาสิ่งของก่อนเจ้าของให้ ทั้งไมโลภมาก หนูดีพร้อมทุกอย่าง ต่อไปนี้เมื่อถึงวันดีคืนดี เดือนหงายพระจันทร์เพ็ญเช่นนี้ หนูมาที่นี่อีกชิ ฉันจะทำ ให้หนูได้เห็นพวกพรายไม้มาประชุมกันกันเล่น รื่นเริง ทันใดนั้น ขันทองรู้สึกว่านางพรายน้ำ ยกมือมาเช็ดตาของตนแล้วก็แลไม่เห็นนางพรายน้ำ อีกต่อไป และกองกระเช้าก็หายวับไปด้วย ขันทองหิ้วกระเช้าเต็มสองมือกลับมาบ้าน เล่าเรื่องให้แม่ฟัง แม่ดีใจที่ลูกเป็นคนพิเศษได้เห็นพรายน้ำ แล้วขอดูกระเช้า เมื่อพิจารณาดู แม่บอกว่า "ผลไม้นี้แม่เคยเห็น นางพรายน้ำ นั้นรู้เรื่องดีว่า เดิมเป็นกระเข้าของนางสีดา เราก็เรียกว่า กระเช้าสีดา นั่นแหละดี" แม่ขันทองก็ไปเล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนบ้านฟัง แต่นั้นมาผลของเถาไม้ชนิดนี้จึงเรียกกันว่า “กระเช้าสีดา” ผู้เเต่ง : พระสารประเสริฐ (ตรี นาคะประทีป) ที่มาจาก : หนังสือเรียนวรรณคดีและวรรณกรรม ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ของบริษัท พัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) จำ กัด เรียบเรียงโดย นฤภร รุจิเรข วิดีโอ : นิทาน เรื่องกระเช้าสีดา ๓๓
การตั้งคําถามคืออะไร การตั้งคําถาม เป็นการตั้งประเด็นหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดจากการอ่าน การดู การสังเกต การฟังและการดู หรือการรับรู้ แล้วตั้งคําถามเป็นข้อหรืออาจตั้งเป็นประโยค ซึ่งการตั้งคํา ถามที่ดีควรเป็นคําถามที่ มีเหตุผล เพื่อให้ผู้ฟังเกิดกระบวนการคิด วิเคราะห์ และการแก้ปัญหา ลักษณะของคําถามเชิงเหตุผล คําถามที่ดีควรเป็นคําถามเชิงเหตุผลและคิดวิเคราะห์ มักใช้คําว่า “เพราะเหตุใด เพราะอะไร ทําไม อะไร อย่างไร สาเหตุใด” เพื่อเป็นการใช้ความคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล รู้จักวิเคราะห์ข้อความ และคิดหาหลักฐานและ เหตุผลมาเขียนประกอบ หลักทั่วไปของการตั้งคําถามและตอบคําถามจากการฟัง การดู และการอ่าน ๑. ก่อนตั้งคําถาม เราควรตั้งใจฟัง ตั้งใจดู หรือตั้งใจอ่าน เพื่อทําความเข้าใจกับเรื่องนั้น ๆ ๒. จดบันทึกระหว่างการฟัง การดู การอ่าน ในเรื่องที่สนใจหรือมีข้อสงสัย ได้แก่ “ใคร ทําอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร ผลเป็นอย่างไร” ๓. จับใจความหรือประเด็นสําคัญของเรื่องที่ฟัง ดู หรืออ่าน ให้ได้ ๔. ตั้งคําถามที่ ชัดเจนตรงประเด็นไม่กํากวม ให้เหมาะสม ถูกกาลเทศะ ๕. ใช้ภาษาที่สุภาพ เข้าใจง่าย และใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์หรืออคติ ๖. มีความคิดสร้างสรรค์ รู้จักคิดหลายแง่มุม เพื่อจะได้คําถามที่หลากแนวคิด แนวการตั้งคําถามเชิงเหตุผล ๑. เริ่มจากการตั้งคําถาม “ทําไม อะไร เพราะเหตุใด” ๒. ในเรื่องกล่าวถึงอะไรบ้าง ๓. เรื่องนี้มีจุดประสงค์อย่างไร ๔. ข้อเท็จจริงคืออะไร และข้อคิดเห็นคืออะไร ๕. ข้อความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด ๖. ข้อคิดหรือความรู้ที่จะนําไปใช้ประโยชน์คือ อะไร อ่านเสริม เพิ่มความรู้ ๓๔
ตัวอย่างคําถามเชิงเหตุผล - ตัวละครในเรื่องมีนิสัยอย่างไร นิสัยนั้นส่งผลต่อชีวิตเขาหรือไม่ เพราะอะไร - เพราะเหตุใดเราต้องประหยัดน้ําในหน้าแล้ง - เพราะเหตุใดฝนจึงตกหนักในช่วงฤดูฝน - สาเหตุที่เราต้องปฏิบัติตามกฎจราจรในการขับขี่รถยนต์คืออะไร - ผลกระทบจากการเกิดโรคระบาดโควิด ๑๙ มีอะไรบ้าง เพราะอะไรจึงเป็นเช่นนั้น การตอบคําถามอธิบายเหตุผล เป็นการเขียนตอบที่ต้องใช้ความคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล ต้องรู้จักวิเคราะห์ข้อความ และคิดหาเหตุผล มาเขียนประกอบ ๓๕
คำ ชี้เเจง ให้นักเรียนเขียนเครื่องหมาย หน้าข้อความที่ถูกต้อง และเขียนเครื่องหมาย กากบาท หน้าข้อความที่ไม่ถูกต้อง ชื่อ-สกุล………………………………………………..……………..ห้อง……………เลขที่………….. กิจกรรมปลุกสมอง การตั้งคำ ถามเชิงเหตุผล จะช่วยให้เราเป็นคนมีเหตุผล ขณะฟังสามารถพูดคุยปรึกษากันได้ทุกครั้งเมื่อสงสัย เมื่อสงสัยสามารถยกมือถามได้ แม่ว่าผู้พูดจะยังพูดไม่จบ ตัวอย่าง จดบันทึกประเด็นสำ คัญหรือประเด็นที่สงสัยลงในสมุด มีสมาธิในการฟัง ไม่พูดแทรก และอดทนตั้งใจฟังจนจบ การตั้งคําถามที่ดีควรเป็นคําถามที่มีเหตุผล ๓๖
คำ ชี้เเจง ให้นักเรียนตั้งคำ ถามและตอบคำ ถามจากการฟังและดูเรื่อง กระเช้าสีดา จำ นวน ๕ ข้อ ใบงานที่ ๑ เรื่อง การตั้งคำ ถามและตอบคำ ถามเชิงเหตุผล ชื่อ-สกุล………………………………………………..……………..ห้อง……………เลขที่………….. ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ คำ ถาม : ............................................................................................................................ คำ ตอบ : ........................................................................................................................... คำ ถาม : ............................................................................................................................ คำ ตอบ : ........................................................................................................................... คำ ถาม : ............................................................................................................................ คำ ตอบ : ........................................................................................................................... คำ ถาม : ........................................................................................................................ คำ ตอบ : ........................................................................................................................ คำ ถาม : .....................................................................................................................,...... คำ ตอบ : ........................................................................................................................... ๓๗
คำ ชี้เเจง ให้นักเรียนตอบคำ ถามจากการฟังและดูเรื่อง กระเช้าสีดา ใบงานที่ ๒ เรื่อง การตั้งคำ ถามและตอบคำ ถามเชิงเหตุผล ชื่อ-สกุล……………………………………………..…………………..ห้อง……………เลขที่………….. ๑. เขียนการกระทำ ความดีของนักเรียนมา ๕ ข้อ .......................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ๒. ลักษณะนิสัยที่ดีของ ด.ญ. ขันทอง เป็นอย่างไร นักเรียนควรนำ มาเป็นแบบอย่างหรือไม่ อย่างไร .......................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ๓. นิทานเรื่อง กระเช้าสีดา เป็นตำ นานบอกเล่าเกี่ยวกับพืชชนิดใด .......................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................................. ๔. หากนักเรียนมีโอกาสเห็นพรายไม้กับพรายน้ำ นักเรียนจะพูดคุยเรื่องอะไรกับพวกเขา เพราะเหตุใด .......................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ๓๘