The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือแพทย์ประจำบ้าน ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nawateera, 2022-06-21 23:41:06

คู่มือแพทย์ประจำบ้าน

คู่มือแพทย์ประจำบ้าน ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล

การประเมิน
๑. แพทย์ประจาบ้านจะได้รับการประเมินความสามารถทางด้าน communication skills ตามแบบ

บันทกึ การสังเกตการณก์ ารใหค้ าปรึกษา ปีละ ๒ ครัง้ (Formative evaluation)
กรณีที่มีผู้ป่วยท่ีวางแผนให้คาปรึกษา ให้แพทย์ประจาบ้านติดต่ออาจารย์ผู้รับผิดชอบหอผู้ป่วยน้ัน ๆ

เพอ่ื เปน็ ผู้ประเมนิ โดยนัดหมายล่วงหนา้ และนาผลการประเมินรวบรวมในแฟม้ สะสมผลงาน
๒. มีการประเมนิ ๓๖๐ องศา (หัวขอ้ ทักษะการสอื่ สาร) ปีละ ๒ ครง้ั (Formative evaluation)
๓. การสอบ OSCE ภายใน (หัวข้อทักษะการส่ือสาร) ปีละ ๑ คร้ัง (Formative evaluation) เฉพาะ

แพทย์ประจาบ้านปีท่ี ๑ และ ๒

หมายเหตุ
- การประเมิน communication skills ตามแบบบันทึกการสังเกตการณ์การให้คาปรึกษา ปีละ ๒ คร้ัง เป็น

สว่ นหนึ่งในการพจิ ารณาว่าแพทยป์ ระจาบา้ นจะมีสทิ ธิ์สอบหรือไม่
- แพทย์ประจาบ้านมีหน้าที่ติดต่ออาจารย์ผู้ประเมินเอง เพื่อขอรับการประเมิน หากแพทย์ประจาบ้านไม่

ติดต่อขอรบั การประเมนิ ให้เปน็ ดุลยพนิ ิจของคณะกรรมการการศึกษาหลังปริญญา ว่าจะให้ผลประเมิน
เป็นไมผ่ า่ นในรอบนัน้ หรือไม่
- ใบคะแนนแบบบันทึกการสังเกตการณ์การให้คาปรึกษา ขอรับได้ที่ ธุรการภาควิชา (คุณนุชนาถ) หลังเสร็จ
ส้ินการประเมินในแต่ละครง้ั แลว้ ใหน้ าสง่ ทธี่ ุรการภาควชิ า (คณุ นุชนาถ)

๔๗

คูม่ อื การฝึกอบรมแพทย์ประจาบ้าน สาขากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล พ.ศ.๒๕๖๕

แบบประเมนิ ตนเองดา้ นการเรียนรู้ในสถานการณต์ ่างๆ
ในวชิ า communication skills สาหรับแพทยป์ ระจาบ้าน (ฉบบั ปรบั ปรงุ มค ๒๕๕๔)

ปี ๑ ปี ๒ ปี ๓ Facult others
y conf.

Communicat A. Basic communication with children and
ing with adolescents
children B. History taking from children and adolescents
C. Information giving for children (Management
plan,treatment)
D. Inform consent for procedures from children
E. Inform consent for research studies*
F. Involve children in decision making
Palliative A. Breaking bad news with surrogates and
care issues patients
B. Communicating palliative care
C. Understanding dying patient and family
D. Respect for different values and cultures
E. Advance directive with surrogates
F. Withhold/Withdraw life-sustaining treatment
with surrogates
G. Communicating as death approach
H. Notification of death
I. Request for organ donation*
J. Request for autopsy

Communicat A. history taking from parents
ion with B. Inform giving (Treatment,management plan)
parents/ C. Inform consent/refusal for
care givers procedures/procedures
D. Inform consent/ refusal for research studies*
E. Counseling for chronic illness
F. Counseling for genetic diseases
G. HIV counseling
H. Negotiating goals of care
I. Counseling for second opinion
J. Advice by telephone

๔๘

คู่มือการฝกึ อบรมแพทย์ประจาบ้าน สาขากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์วชริ พยาบาล พ.ศ.๒๕๖๕

ปี ๑ ปี ๒ ปี ๓ Facult others
y conf.

Communicati A. Consultation with specialists
on with B. Writing referral letters

colleagues/te C. Information asking from other doctors
ams D. เขยี นใบรับรองแพทย์

E. Working within multidisciplinary teams

F. Conflict resolution with colleagues

G. Giving supervision for junior colleagues

Challenging A. Dealing with angry patients/parents
Communicati B. Violence (Child abuse/neglect)*
ons C. Specific needs patients/parents (Handicap,

MR,CP,LD)

D. Handling complaints

E. Managing unrealistic requests (Saying no)

F. Report mistakes to parents
Communicati A. Giving information

on with B. Program/disease campaigne*
community C. Child advocacy

D. School health

E. Communication via media*

* not necessary หวั ข้อประสบการณ์ตามระดบั ชั้นปี

Adapted from Khon Kaen Medical School portfolio checklist

๔๙

คู่มือการฝึกอบรมแพทยป์ ระจาบ้าน สาขากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตรว์ ชิรพยาบาล พ.ศ.๒๕๖๕

Entrustable Professional Activities (EPA)

Entrustable Professional Activities (EPA) คือ กิจกรรมท่ผี ู้จะประกอบอาชีพเปน็ กุมารแพทย์ ทุก
คนตอ้ งทาได้ด้วยตนเองอย่างถกู ต้องโดยไม่มกี ารกากับดูแลและมีความปลอดภยั ต่อผู้ป่วย

ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์ฯ กาหนด EPA ซ่ึงแพทย์ประจาบ้านทุกคนต้องแสดงให้เห็นว่าสามารถทาได้
ดว้ ยตนเองในระหวา่ งการฝึกอบรมดงั น้ี
EPA 1 ใหค้ าแนะนาเกี่ยวกบั การตรวจคดั กรองสุขภาพสาหรับเดก็
EPA 2 บริบาลทารกแรกเกดิ
EPA 3 ดูแลรักษาโรคหรือภาวะผิดปกติชนิดเฉียบพลันที่พบบ่อยในเด็กที่มารับการรักษาที่คลินิกผู้ป่วยนอก

แผนกฉุกเฉิน และหอผู้ปว่ ยใน
EPA 4 การดแู ลรักษาเบื้องต้น เพอื่ พืน้ ฟูสญั ญาณชีพใหด้ ี คงท่ี และวางแผนการดแู ลรักษาที่เหมาะสมต่อไป

โดยพิจารณาตามระดบั ความรนุ แรงของภาวะผดิ ปกติสาหรับผู้ป่วยเดก็ แต่ละราย
EPA 5 แสดงทกั ษะในการทาหตั ถการท่ีใชบ้ อ่ ยของกุมารแพทย์ท่วั ไป
EPA 6 รับรปู้ ญั หาหรอื ความผิดปกตทิ างดา้ นศลั ยกรรม ใหก้ ารดูแลรกั ษาเบ้อื งตน้ และสง่ ต่อให้ผ้เู ชยี่ วชาญ
EPA 7 ประเมนิ และให้การดแู ลรักษาเดก็ ทม่ี ีปัญหาทางดา้ นพฤติกรรม สุขภาพจติ ทีพ่ บบอ่ ย

1. แนวทางการประเมิน EPA
แบง่ การประเมิน EPA ออกเป็น 5 ระดับ ตามความสามารถของแพทยป์ ระจาบ้าน
L1 = สามารถปฏบิ ัติงานได้ภายใตก้ ารควบคุมของอาจารย์อย่างใกล้ชดิ
L2 = สามารถปฏบิ ตั ิงานได้เองภายใตก้ ารชีแ้ นะของอาจารย์
L3 = สามารถปฏบิ ตั งิ านได้เองโดยมอี าจารย์ใหค้ วามช่วยเหลือเม่อื ต้องการ
L4 = สามารถปฏิบัตงิ านไดเ้ อง
L5 = สามารถปฏิบัตงิ านไดเ้ องและสอนผู้ทีม่ ีประสบการณ์น้อยกวา่

2. สมรรถนะหลกั ทางวิชาชีพ (Competency) ทเ่ี กี่ยวข้องสาหรับแตล่ ะ EPA

Competency EPA
EPA1 EPA2 EPA3 EPA4 EPA5 EPA6 EPA7

1. พฤตินสิ ยั เจตคติ คุณธรรมและจริยธรรม ++ ++ ++ ++ ++ ++ ++
แหง่ วิชาชพี

2. การติดต่อสอ่ื สารและการสร้าง ++ ++ ++ ++ ++ ++ ++
สัมพันธภาพ

3. ความรพู้ ื้นฐาน ++ ++ ++ ++ ++ ++ ++

4. การบรบิ าลผู้ปว่ ย + ++ ++ ++ ++ ++ ++

5. ระบบสขุ ภาพและการสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ ++ ++ + + + + ++

6. การพฒั นาความรู้ความสามารถทาง + + + + ++ + +
วชิ าชพี อยา่ งต่อเนื่อง

7. ภาวะผู้นา + + + ++ + + +

๕๐

คู่มอื การฝกึ อบรมแพทย์ประจาบา้ น สาขากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตรว์ ชริ พยาบาล พ.ศ.๒๕๖๕

3. ระดบั ความสามารถ (Milestone) ตาม EPA ของแพทย์ประจาบ้านในแต่ละระดับชัน้ ปี

EPA Milestone Level
Level 1 (R1) Level 2 (R2) Level 3 (R3)

EPA 1 ให้คาแนะนาเกี่ยวกับการตรวจคัดกรอง L 1-2 L 3-4 L 4-5
สุขภาพสาหรับเดก็

EPA 2 บริบาลทารกแรกเกิด L 1-2 L 3-4 L 4-5

EPA 3 ดแู ลรักษาโรคหรือภาวะผดิ ปกตชิ นิด

เฉยี บพลันที่พบบ่อย ในเดก็ ที่มารบั การรักษาท่ี L 1-2 L 3-4 L 4-5

คลนิ ิกผูป้ ่วยนอก แผนกฉุกเฉิน และหอผูป้ ่วยใน

EPA 4 การดูแลรกั ษาเบอ้ื งต้น เพ่ือพืน้ ฟูสญั ญาณ
ชีพให้ดีขน้ึ คงที่ และวางแผนการดแู ลรกั ษาท่ี
เหมาะสมต่อไป โดยพจิ ารณาตามระดบั ความ L 1-2 L 3-4 L 4-5
รุนแรงของภาวะผดิ ปกตสิ าหรับผ้ปู ว่ ยเด็กแต่ละ
ราย

EPA 5 แสดงทกั ษะการทาหตั ถการที่ใชบ้ ่อย ของ L 1-2 L 3-4 L 4-5
กุมารแพทยท์ ั่วไป

EPA 6 รับรูป้ ัญหาหรือความผดิ ปกตทิ างด้าน
ศัลยกรรม ใหก้ ารดูแลรกั ษาเบื้องต้นและส่งตอ่ ให้ L 1-2 L 3-4 L 4-5
ผู้เชี่ยวชาญ

EPA 7 ประเมนิ และใหก้ ารดูแลรกั ษาเด็กท่มี ี L 1-2 L 3-4 L 4-5
ปญั หาทางด้านพฤติกรรม สุขภาพจิตทีพ่ บบ่อย

ขอ้ กาหนด
- การประเมนิ EPA ให้ปฏิบัติตามคาแนะนาซ่งึ มีอยู่ในภาคผนวกของหลักสูตรแพทยป์ ระจาบา้ น
สาขากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตรว์ ชิรพยาบาล พ.ศ.๒๕๖๓
- การประเมนิ โดยอาจารย์ ใหแ้ พทยป์ ระจาบา้ นติดต่อนัดหมายอาจารย์ผทู้ ี่อย่ใู นขอบข่ายของผู้
ประเมนิ ด้วยตนเอง
- ผู้สาเร็จการฝกึ อบรมต้องปฏบิ ัติไดค้ รบ EPA 1 ถึง EPA 7 โดยมีความสามารถอย่างนอ้ ยระดับ L
4
- แบบประเมิน EPA ทไ่ี ดร้ ับการประเมินโดยอาจารย์แลว้ ให้รวบรวมไว้ในแฟ้มสะสมผลงาน เพ่อื ให้
อาจารย์ทปี่ รึกษา portfolio ได้ตดิ ตามความกา้ วหนา้ ทุก 6 เดอื น ตลอดการอบรม 3 ปี

๕๑

คมู่ อื การฝึกอบรมแพทยป์ ระจาบา้ น สาขากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล พ.ศ.๒๕๖๕

วิจัยของแพทย์ประจาบา้ น

วตั ถุประสงคข์ องการทางานวจิ ัย

เพื่อให้แพทย์ประจาบ้านกุมารเวชศาสตร์ได้เรียนรู้กระบวนการ และมีประสบการณ์ในการทาวิจัย
สาหรบั เป็นพ้ืนฐานในการปฏบิ ัตงิ านต่อไปในอนาคต

การดาเนินการให้บรรลวุ ตั ถุประสงค์ดงั กล่าว แพทย์ประจาบา้ นควรมีความสามารถดังนี้
๑. ตั้งคาถามวิจัยจากปัญหาทางการแพทย์ที่พบบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านการวินิจฉัย การดาเนินโรค

การรักษา การส่งเสริมสุขภาพ และการป้องกันอาจรวมทั้งปัญหาเชิงเศรษฐศาสตร์ทางการแพทย์และ
ปัญหาทางสังคม
๒. มคี วามรู้ความเข้าใจวิชาระบาดวิทยาคลินิก และเวชศาสตร์เชิงประจักษ์ เพื่อจะทาการวิเคราะห์หลักฐาน
ทางการแพทย์ และตอบคาถามวิจัยข้างต้น (critical appraisal, critical review) พร้อมทั้งใช้ตรรกะที่
ถกู ตอ้ งในการสรปุ หลักฐานดงั กลา่ ว และสรา้ งสมมตฐิ านของการวจิ ัย
๓. สืบค้นข้อมูลทางวิชาการโดยวิธีการต่าง ๆ เพื่อรวบรวมนามาใช้ประโยชน์ในการอ้างอิง และรวบรวมเข้า
แฟม้ ทางคอมพวิ เตอรเ์ พ่ือใชอ้ า้ งอิง
๔. ออกแบบงานวิจัยเพ่ือตอบคาถามงานวิจัยและสมมติฐานเบื้องต้น โดยสามารถอธิบายได้ว่าผลท่ีได้
ปราศจากความผิดพลาด ความลาเอียง และสามารถขยายผลไปถงึ กลมุ่ ผ้ปู ่วยในลกั ษณะเดียวกันได้
๕. สร้างเครื่องมือในการเก็บข้อมูลและใช้เก็บข้อมูลได้อย่างถูกต้อง โดยไม่มีความลาเอียง รวมทั้งเคารพใน
สิทธิของผู้ป่วย นาไปใชว้ ิเคราะห์ขอ้ มูล สรปุ ผลและขยายผลของข้อสรุปน้ันไดอ้ ย่างถูกต้อง

ระเบยี บการทางานวจิ ัยของแพทยป์ ระจาบ้าน สาขากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์วชริ พยาบาล

ใช้ระเบียบเดียวกันกับ ระเบียบการทางานวิจัยของแพทย์ประจาบ้าน สาขากุมารเวชศาสตร์
พ.ศ. ๒๕๖๐ โดยคณะอนุกรรมการพจิ ารณางานวจิ ัยของแพทย์ประจาบ้าน สาขากุมารเวชศาสตร์ ราชวิทยาลัย
กุมารแพทย์แห่งประเทศไทย ซ่ึงรายะเอียดมีอยู่ในภาคผนวกของหลักสูตรแพทย์ประจาบ้าน สาขากุมารเวช
ศาสตร์ คณะแพทยศาสตรว์ ชริ พยาบาล พ.ศ.๒๕๖๓

ภาควิชาฯ กาหนดให้แพทย์ประจาบ้านทางานวิจัย ๑ เร่ือง ในช่วงระยะเวลา ๓ ปีของการฝึกอบรม
โดยมกี ารกาหนดกรอบระยะเวลาความกา้ วหนา้ ของงานวิจัยเป็นระยะ (Formative evaluation) ดงั น้ี

แพทย์ประจาบา้ นช้ันปที ่ี ๑
- ตอ้ งสอบผา่ นและได้รบั ใบประกาศรบั รอง Good Clinical Practice (GCP)
- มีการนาเสนอกรอบแนวคิดงานวจิ ยั ๑ ครั้ง เสนอโครงร่างวจิ ัยเข้า EC
แพทย์ประจาบา้ นชัน้ ปที ี่ ๒
- มกี ารนาเสนอความกา้ วหนา้ ของงานวจิ ยั
แพทย์ประจาบา้ นชน้ั ปที ่ี ๓
- มกี ารเสนอผลงานวิจยั และจดั ทาวทิ ยานพิ นธ์
- ตอ้ งผ่านการประเมนิ ผลงานวิจยั จากผปู้ ระเมิน ๓ ทา่ นตามกาหนดเวลา
นาเสนอผลงานวิจัยในการประชมุ วชิ าการของภาควิชาหรอื ตามทีภ่ าคฯ กาหนด ผู้ทไี่ ด้คะแนนการ
นาเสนอสงู สุด 2 คนแรก จะเป็นตัวแทนในการนาเสนอในท่ปี ระชุมวชิ าการประจาปีของรวกท.

๕๒

คมู่ ือการฝกึ อบรมแพทยป์ ระจาบา้ น สาขากมุ ารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตรว์ ชริ พยาบาล พ.ศ.๒๕๖๕

คู่มอื การฝกึ อบรมแพทยป์ ระจำบ้าน สาขากุมารเวชศาสตร์คณะแพทยศาสตรว์ ชิรพยาบาล พ.ศ.๒๕๖๕ กำหนดเวลำดำเนินกำรวิจัยของแพทย์ประจำบ้ำนภำควิชำกุมำรเวชศำสตร์คณะแพทยศำสตร์วชิรพยำบำล มหำวิทยำลัยนวมินทรำธิรำช

ปีที่ 1 ปีท่ี 2 ปีท่ี 3

กค สค กย ตค พย ธค มค กพ มคี เมย พค มยิ กค สค กย ตค พย ธค มค กพ มคี เมย พค มยิ กค สค กย ตค พย ธค มค กพ มคี เมย พค

ปรึกษาอาจารย์ท่ปี รึกษาเพอื่ หาหัวข้องานวจิ ัย
เสนอโครงร่างวจิ ัยตอ่ คณะกรรมการการ
การศกึ ษาหลงั ปริญญาและแกไ้ ข
เสนอโครงร่างวจิ ัยตอ่ คณะกรรมการ
จริยธรรมของคณะ
ดาเนินการทาวจิ ัย
เสนอความกา้ วหน้าการทาวจิ ัย (1)
ดาเนินการทาวจิ ัย (ตอ่ )
เสนอความก้าวหน้าทาวจิ ัย (2)
สง่ งานวจิ ัยให้อาจารย์ผู้ควบคมุ อา่ น/แกไ้ ข
สง่ ร่างวิจัย 3 ชุดที่ภาควชิ า
สง่ ร่างวิจัยทแี่ กไ้ ขตามข้อแนะนาของอาจารย์
ที่ประเมนิ 3 ชุด ทีภ่ าควชิ า
เสนอผลงานวิจัย (จบ) ทภี่ าควชิ า
อฝส.ออกหนังสือรับรองเพอ่ื ใช้สมคั รสอบ
สมคั รสอบ
เสนอผลงานวจิ ัยในงานประชุมรวกท.
ส่งฉบับสมบูรณ์ พร้อม disk ทร่ี วกท

๕๓

แผนภูมสิ รปุ ระเบยี บการทางานวิจัยของแพทยป์ ระจาบ้าน สาขากุมารเวชศาสตร์

คัดสรรเรือ่ งในการทาวจิ ยั
ติดตอ่ ผู้ควบคมุ งานวิจยั *
ลงทะเบียนงานวิจัยกบั ผแู้ ทนสถาบันทต่ี นฝกึ อบรม
จัดทาโครงรา่ งงานวิจัย

นาเสนอโครงร่างงานวิจยั ในสถาบันที่ตนฝกึ อบรม

ขออนุมตั ิทาการวจิ ัย จากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในคน ของสถาบันที่ตนฝกึ อบรม และสถาบนั
ทร่ี ว่ มเกบ็ ขอ้ มูลงานวจิ ยั (ถา้ ม)ี

ดาเนินการวิจยั ภายหลังการอนุมัติ

ติดต่อผู้ประเมินงานวจิ ัย** ๒ ทา่ น และแจง้ ช่อื ให้กับผู้แทนสถาบันท่ีตนฝกึ อบรม

ลงทะเบยี นงานวจิ ยั กบั อกก.พว. โดยแจ้ง ๑. ช่อื แพทยป์ ระจาบ้าน ๒. ชอ่ื งานวจิ ัย (ภาษาไทย)
๓. ชือ่ งานวจิ ยั (ภาษาอังกฤษ) ๔. ช่ือผคู้ วบคมุ งานวจิ ัย ๕. ช่อื ผู้ประเมินงานวิจัย ๒ ท่าน
ผา่ นทางสถาบนั ทต่ี นฝึกอบรม ภายใน ๓๐ ก.ย. ของปีการศึกษาที่สอบ วว. กุมารฯ

สง่ รายงานวจิ ัยฉบบั ร่างที่ตรวจแก้ไขแล้วโดยผูค้ วบคุมงานวิจัย จานวน ๓ ฉบับ ใหแ้ ก่ ผู้ประเมินงานวิจยั โดยผา่ น
ผแู้ ทนสถาบันท่ีตนฝกึ อบรม ภายใน ๓๑ ธ.ค. ของปีการศึกษาท่ีสอบ วว. กมุ ารฯ

สง่ รายงานวิจยั ทแี่ กไ้ ขตามคาแนะนาของผ้ปู ระเมนิ ภายใน ๓๑ ธนั วาคม
ถ้ามกี ารประเมนิ ซา ตอ้ งสง่ ภายในเดือนกุมภาพันธ์ (ภาควิชาต้องส่งแบบการประเมินให้ อฝส. ภายใน ๑๕ มีนาคม)

ส่งรายงานวิจัยฉบับสมบรู ณ์ พรอ้ มแผ่นบันทึกข้อมูล ซงึ่ บนั ทึกรายงานวจิ ัยในรูปแบบPDF ๑ แผ่น ใหแ้ ก่สถาบันทีต่ นฝกึ อบรม
เพอ่ื หวั หนา้ ภาควชิ า/สถาบัน ผคู้ วบคุมและผ้ปู ระเมิน เซ็นชื่อรับรอง และนาสง่ อกก.พว. ภายใน ๓๑ พ.ค. ของปที ส่ี อบ

*คุณสมบตั ผิ ู้ควบคุมงานวจิ ัย อา้ งถึง ระเบยี บการทางานวจิ ัยของแพทย์ประจาบา้ น สาขากุมารเวชศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อ ๘ และ ๙
** คุณสมบัตผิ ปู้ ระเมินงานวิจยั อา้ งถงึ ระเบียบการทางานวิจัยของแพทยป์ ระจาบา้ น สาขากุมารเวชศาสตร์ พ.ศ. ๒๕๖๐ ข้อ ๑๐ และขอ้ ๑๑
หมายเหตุ ในกรณีท่ีส่งงานวิจัยเป็นผลงานตีพิมพ์ในรูปแบบ PDF ในวารสาร ให้ส่งหนังสือตอบรับการตีพิมพ์ แก่ อกก.พว. ภายในวันที่ ๑๕

มนี าคม ของปีท่ีจะสอบ และส่ง reprint พร้อมแผ่นบนั ทกึ ข้อมูล ซึง่ บนั ทกึ บทความที่ตพี มิ พ์ แก่ อกก.พว. อย่างช้า ภายใน ๓๐ มิ.ย. ของปีที่จะสอบ
หากไม่ได้หนังสือตอบรบั ภายในเวลาท่ีกาหนด ให้แพทย์ประจาบ้านทารายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ พร้อมแผ่นบันทึกข้อมูล ซ่ึงบันทึกรายงานวิจัยใน
รปู แบบ PDF ๑ แผน่ ส่ง อกก.พว. (ผ่านผู้แทนสถาบนั ฯ) ภายในวนั ที่ ๑๕ ม.ี ค. ของปีท่ีจะสอบ

๕๔

คมู่ ือการฝกึ อบรมแพทยป์ ระจาบา้ น สาขากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล พ.ศ.๒๕๖๕

การประเมนิ ผล

ภาควชิ ากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล กาหนดแนวทางและดาเนินการวัดและ
ประเมินผลแพทยป์ ระจาบา้ น ใหส้ อดคลอ้ งกบั ผลการเรียนรทู้ ี่พึงประสงค์ตามสมรรถนะหลัก ๗ ประการ
ครอบคลุมทง้ั ด้านความรู้ ทกั ษะ และเจตคติ โดยใช้ชดุ ของการประเมนิ และรูปแบบทสี่ อดคล้องกบั ประโยชน์
จากการประเมนิ ซงึ่ รวมถงึ การใชผ้ ู้ประเมินหลายคนและวธิ ีการประเมินทีห่ ลากหลาย ทง้ั นี้ภาควิชาฯ จะแจง้ ให้
แพทยป์ ระจาบา้ นทราบถึงเกณฑก์ ารวัดและประเมนิ ผลเกณฑ์การเลื่อนช้ันปีหรอื ระดบั การฝึกอบรม ในช่วง
ปฐมนิเทศ และเม่อื เริ่มต้นปกี ารศึกษาใหม่

๑. การวดั และประเมนิ ผลระหว่างการฝึกอบรม
ภาควิชาฯ และอฝส. จัดให้มีการวัดและประเมินผลการปฏิบัติงานของแพทย์ประจาบ้าน

ระหวา่ งการฝึกอบรมและกาหนด เกณฑ์การสอบผ่านระดบั ช้นั ปใี นระหวา่ งการฝึกอบรม ดงั นี้
๑.๑ การสอบ Pediatric In-training Examination (PIE)
คณะอนุกรรมการฝึกอบรมและสอบฯ สาขากุมารเวชศาสตร์ จัดสอบ PIE ปีละ
๑ ครั้ง ในเดือนพฤศจิกายน เพ่ือประเมินความก้าวหน้าด้านความรู้ทางคลินิกของ
แพทยป์ ระจาบ้านชนั้ ปีที่ ๑ และ ๒
ภาควิชาฯ กาหนดให้แพทย์ประจาบ้านช้ันปีที่ ๑ ต้องเข้ารับการสอบทุกราย
และคะแนนที่ได้ จะใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาความรู้ระหว่างเรียน (Formative
evaluation)
๑.๒ การสอบปรนยั (MCQ) หลกั สูตรอบรมวิชาการระยะส้นั แพทย์ประจาบา้ นชน้ั ปีท่ี ๑
คณะแพทยศาสตรว์ ชริ พยาบาล ได้จดั สอนวชิ าวิทยาศาสตร์การแพทย์พื้นฐาน
วิทยาศาสตร์คลินิก ระบาดวิทยา ความปลอดภัยของผู้ป่วย กฎหมายทางการแพทย์
พื้นฐานและระเบียบวิจัยทางการแพทย์ เวชศาสตร์เชิงประจักษ์ และภาษาอังกฤษ
ให้แก่แพทย์ประจาบ้านชั้นปีท่ี ๑ และจัดสอบเม่ือส้ินสุดการศึกษา (เดือนมิถุนายน)
ในรูปแบบ MCQ ผลการประเมิน “ผ่าน” เม่ือได้คะแนนรวมต้ังแต่ร้อยละ ๕๐ จะ
ได้รับประกาศนียบัตรสาเร็จหลักสูตรฯ โดยที่ภาควิชาฯ จัดคะแนนสอบในส่วนน้ีเป็น
Formative evaluation
๑.๓ การสอบ Multiple Choice Question (MCQ) ของภาควิชาฯ
ภาควชิ าฯ จัดสอบความรู้ความสามารถทางกมุ ารเวชศาสตร์และศาสตร์อ่ืน ๆ ใน
รูปแบบข้อสอบ MCQ ปีละ ๑ ครั้ง ช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม เพ่ือประเมิน
ความก้าวหน้าในการเรียนรู้ของแพทย์ประจาบ้านชั้นปีที่ ๑, ๒ ซึ่งคะแนนท่ีได้จะ
นามาประกอบการพิจารณาการเลือ่ นชนั้ ปี (Summative evaluation)
๑.๔ การสอบ Constructed Response Questions (CRQ) ของภาควชิ าฯ
ภาควิชาฯ จัดสอบความรู้ความสามารถทางกุมารเวชศาสตร์และศาสตร์อื่น ๆ ใน
รูปแบบข้อสอบ CRQ ปีละ ๑ ครั้ง ช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม เพ่ือประเมิน
ความก้าวหน้าในการเรียนรู้ของแพทย์ประจาบ้านช้ันปีที่ ๑, ๒ และ ๓ สาหรับแพทย์
ประจาบ้านช้ันปีท่ี ๑, ๒ ผลการประเมินจะนามาประกอบการพิจารณาการเลื่อนช้ันปี
(Summative evaluation) ในส่วนของแพทย์ประจาบ้านช้ันปีท่ี ๓ จะเป็นการเตรียม
ความพร้อมสาหรับการสอบ CRQ โดยอฝส.

๕๕

คู่มอื การฝึกอบรมแพทยป์ ระจาบา้ น สาขากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตรว์ ชริ พยาบาล พ.ศ.๒๕๖๕

๑.๕ การสอบ Objective structured clinical examination (OSCE) ของภาควชิ าฯ

ภาควิชาฯ จัดสอบ OSCE เพ่ือประเมินทักษะทางคลินิก ได้แก่ การซักประวัติ

(history taking) ต ร ว จ ร่ า งก า ย (physical examination) ก า ร ให้ ค า ป รึ ก ษ า

(communication) การแปลผล (interpretation) และการทาหัตถการ (procedures)

โดยภาควิชาฯ จัดสอบ OSCE ปีละ ๑ คร้ัง ช่วงเดือนกุมภาพันธ์- มีนาคม สาหรบั แพทย์

ประจาบา้ นชั้นปีท่ี ๑ และ ๒ ผลการประเมินจะนามาประกอบการพิจารณาการเล่อื นชั้น

ปี (Summative evaluation)

๑.๖ การประเมินบันทกึ เวชระเบยี น (Chart audit)

ภายหลังจากแพทย์ประจาบ้านได้สรุปเวชระเบียบผู้ป่วยในหลังจาหน่ายแล้ว ธุรการ

ของภาควิชาฯ จะนาส่งอาจารย์ผู้รับผิดชอบหอผู้ป่วยเพื่อตรวจสอบทุกแฟ้ม ซึ่งอาจารย์

แพทย์จะประเมินการสรุปเวชระเบียนผู้ป่วยในของแพทย์ประจาบ้านตามแบบประเมิน

การเขียนรายงานผู้ป่วยในของภาควิชาฯ และให้ข้อมูลป้อนกลับแก่แพทย์ประจาบ้าน

ทุกรอบของการหมุนเวียนปฏิบัติงานที่หอผู้ป่วยของอาจารย์ (ทุก ๒ สัปดาห์) แพทย์

ประจาบ้านจะได้รับการประเมินอย่างน้อย ๒ คร้ัง / ๖ เดือน (รวมอย่างน้อย ๑๒ คร้ัง

ตลอดระยะเวลา ๓ ปี) ซ่ึงธุรการจะนาแบบประเมินนี้คืนให้แพทย์ประจาบ้านเก็บ

รวบรวมไว้ในแฟ้มสะสมผลงาน เพ่ือให้อาจารย์ที่ ปรึกษา Portfolio ได้ติดตาม

ความก้าวหน้าต่อไป (Formative evaluation)

แพทย์ประจาบ้านมีหน้าท่ีสรุปเวชระเบียนผู้ป่วยในภายใน ๔๘ ชม. หลังจาหน่าย

(ทั้งในวันราชการและวันหยุดราชการ) ท้ังน้ีจะต้องส่งทันเวลาไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐

ของจานวนเวชระเบียนทั้งหมดในแต่ละเดือน หากส่งทันเวลาได้น้อยกว่าท่ีกาหนดจะถูก

หักวนั ลา ๓ วัน

นอกจากน้ีแล้ว ภาควิชาฯ นาผลคะแนนเฉลี่ยการบันทึกเวชระเบียนของแพทย์

ประจาบ้านแต่ละช้ันปีมาจัดลาดับ เพ่ือมอบรางวัลปากกาทองคาให้กับแพทย์ประจา

บ้านท่ีมีคะแนนการบันทึกเวชระเบียนสูงสุดชั้นปีละ ๑ ราย เม่ือสิ้นสุดการฝึกอบรมแต่

ละปี เพอ่ื เป็นกาลงั ใจและยกย่องแพทย์ประจาบ้านที่สรปุ เวชระเบียนได้ดเี ย่ียม

๑.๗ การประเมนิ ๓๖๐ องศา

เป็นการประเมินการปฏิบัติงานของแพทย์ประจาบ้านในระหว่างการฝึกอบรมโดย

อาจารย์และผู้ร่วมงาน ได้แก่ พยาบาล แพทย์ประจาบ้าน และนักศึกษาแพทย์ เพ่ือให้

สอดคล้องกับผลการเรียนรู้ โดยประเมินและให้ข้อมูลป้อนกลับ ปีละ 2 ครั้ง (ประเมิน

ส่งอฝส. 1 คร้ัง ประเมินภายในภาควิชาฯ อีก ๑ ครั้ง) ตลอดระยะเวลาฝึกอบรม 3 ปี

โดยกาหนดการประเมนิ ดังนี้

อาจารย์แพทย์ ทกุ ทา่ น ประเมนิ ทกุ ๖ เดอื น

แพทย์ประจาบา้ น ทุกคน ประเมิน ทุก ๖ เดอื น

นกั ศึกษาแพทย์ชน้ั ปีท่ี ๕ ทกุ คน ประเมินก่อนสอบกมุ ารฯ (ทุก ๓ เดอื น)

นกั ศกึ ษาแพทยเ์ วชปฏบิ ตั ิ ทกุ คนประเมนิ ก่อนสอบกุมารฯ (ทกุ ๒ เดือน)

พยาบาลประจาหอผู้ป่วย หัวหนา้ พยาบาล ประเมิน ทกุ ๑ เดือน

ญาตผิ ปู้ ว่ ย ตวั แทนแบบสมุ่ ประเมนิ ทกุ ๑ เดือน

คะแนนท่ีได้ จะนามาใช้ในการให้ข้อมูลสะท้อนกลับแก่แพทย์ประจาบ้าน ทุก ๖

๕๖

คู่มอื การฝึกอบรมแพทย์ประจาบ้าน สาขากมุ ารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตรว์ ชริ พยาบาล พ.ศ.๒๕๖๕

เดือน (Formative evaluation) และคะแนนเฉล่ียท้ังปีจะนามาใช้ประกอบการ
พิจารณาการเลือ่ นชนั้ ปหี รือสง่ สอบเพ่อื วฒุ ิบัตร (Summative evaluation)
๑.๘ การบนั ทึกแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio)

แพทย์ประจาบ้านทาการบันทึกแฟ้มสะสมผลงานที่ปฏิบัติรวบรวมหลักฐานท่ี
แสดงถงึ ความก้าวหน้าของการฝึกอบรม ท้งั ด้านความรู้ ทักษะและเจตคติ ตามสมรรถนะ
ท่ีกาหนด ประเมินและการสะท้อนตนเอง (self-reflection) เป็นระยะอย่างต่อเน่ือง
สมา่ เสมอ ภายใต้การกากบั ดแู ลของอาจารย์ทป่ี รกึ ษา

การประเมินแฟ้มสะสมงาน จะดาเนินการอย่างเป็นระบบ มีการบันทึก
ความก้าวหน้าของแพทย์ประจาบ้านเป็นลายลักษณ์ และมีการให้ข้อมูลป้อนกลับ
(feedback) แกแ่ พทย์ประจาบ้าน โดยอาจารย์ที่ปรึกษารายบุคคล (preceptor) เพื่อให้
แพทย์ประจาบ้านได้รับทราบ และปรับปรุงแก้ไขปีละ ๒ คร้ัง รวมทั้งเก็บหลักฐานการ
ประเมินเมอื่ พิจารณาส่งสอบเพือ่ วุฒบิ ตั รฯ

ตั้งแตป่ ีการศึกษา 2562 แพทย์ประจาบา้ นต้องจัดการประสบการณ์การเรียนรู้
ดว้ ยตนเอง ด้านกมุ ารเวชศาสตร์เขตเมอื ง แลว้ สรุปลงในแฟม้ สะสมผลงาน (Portfolio)
๑.๙ การประเมนิ Entrustable Professional Activities (EPA)

ภาควิชาฯ จัดให้อาจารย์ประเมิน EPA แพทย์ประจาบ้านทุกคน ในรูปแบบของ
การประเมินจากสถานท่ีปฏิบัติงาน (workplace based assessment) ได้แก่ Mini-
CEX, การอภิปรายกรณีศึกษาผู้ป่วย (case based discussion; CBD) และการสังเกต
โดยตรงในการทาหตั ถการ (direct observation of procedural skills; DOPS)

การประเมิน EPA กระทาโดยอาจารย์ประจาหอผู้ป่วย หรืออาจารย์อนุสาขา
แพทย์ประจาบ้านต้องผ่านการประเมิน EPA ในแต่ละระดับชั้นปี มีการให้ข้อมูล
ป้อนกลับโดยอาจารย์ผู้ประเมิน แพทย์ประจาบ้านต้องพัฒนาตนเองอย่างต่อเน่ืองและ
แสดงให้เห็นว่าตนบรรลุผลการเรียนรู้ทพ่ี ึงประสงค์ตามระดบั milestones ท่ีกาหนด จึง
จะอนุญาตให้เล่ือนระดับ (ชั้นปี) และต้องสามารถปฏิบัติได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องมีการ
กากบั ดูแล (L๔) เมอ่ื จบการฝกึ อบรมในชนั้ ปที ี่ ๓

๒. เกณฑ์วดั และประเมินผลระหว่างการฝกึ อบรม

ภาควิชาฯ กาหนดผลการวัดและประเมินผลและพิจารณาตัดสินปีละ ๑ ครั้ง โดยประเมินความรู้
ความสามารถทางวชิ าชพี ของแพทยป์ ระจาบ้านทั้งทางทฤษฎีและทางปฏบิ ตั ิตามระดับของการฝกึ อบรม

หลักเกณฑ์ในการพิจารณาเล่ือนระดบั ช้ันปี หรือพิจารณาสง่ สอบเพ่อื วฒุ บิ ัตรฯ เปน็ ดงั นี้

๑) แพทย์ประจาบ้านชั้นปที ี่ ๑ เพื่อเลื่อนระดับขึ้นช้ันปีท่ี ๒ เมื่อผลการประเมนิ เปน็ ท่ีน่าพอใจ คือ
ภาคปฏบิ ตั ิ ผลการปฏบิ ัตงิ าน ๓๖๐° คะแนนเฉล่ยี ≥ ๓.๐ (คะแนนเต็ม ๕.๐)

ผลการสอบ OSCE ของภาควชิ าฯ “ผา่ น” (ผา่ นขอ้ critical ๒ ขอ้ )
ผลประเมินการสรปุ เวชระเบยี นผ้ปู ว่ ยในอยู่ในระดับ ดี > รอ้ ยละ ๘๐
ภาคทฤษฎี ผลการสอบ MCQ ของภาควิชาฯ มีคะแนน ≥ รอ้ ยละ ๓๐

๕๗

คูม่ ือการฝกึ อบรมแพทยป์ ระจาบ้าน สาขากมุ ารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตรว์ ชิรพยาบาล พ.ศ.๒๕๖๕

๒) แพทย์ประจาบ้านชน้ั ปที ี่ ๒ เพื่อเลื่อนระดับขึน้ ช้ันปที ี่ ๓ เม่ือผลการประเมินเปน็ ท่ีน่าพอใจ คอื
ภาคปฏบิ ัติ ผลการปฏบิ ัติงาน ๓๖๐° คะแนนเฉล่ีย ≥ ๓.๕ (คะแนนเต็ม ๕.๐)

ผลการสอบ OSCE ของภาควิชาฯ “ผ่าน” (ผ่านข้อ critical ๒ ขอ้ และขอ้ ทีเ่ หลือ ๕/๑๐ ข้อ)
ผลประเมินการสรุปเวชระเบียนผ้ปู ว่ ยในอย่ใู นระดบั ดี > ร้อยละ ๘๐
ภาคทฤษฎี ผลการสอบ MCQ ของภาควิชาฯ มคี ะแนน ≥ รอ้ ยละ ๔๐

๓) แพทย์ประจาบา้ นชนั้ ปีท่ี ๓ เพ่ือพิจารณาส่งสอบเพอื่ วฒุ ิบัตรฯ เมอื่
ภาคปฏิบตั ิ ผลการปฏบิ ัติงาน ๓๖๐° คะแนนเฉลย่ี ≥ ๓.๕ (คะแนนเตม็ ๕.๐)

ผลประเมนิ การสรุปเวชระเบยี นผูป้ ่วยในอยู่ในระดับ ดี > รอ้ ยละ ๘๐
ผา่ นการประเมินการบันทึกแฟม้ สะสมผลงาน (Portfolio)
ผา่ นการประเมินความร้คู วามสามารถทางวชิ าชพี ตามกรอบ EPA
ผา่ นการประเมินงานวิจัย และ/หรอื บันทึกรายงานการศึกษาผู้ป่วย
ผลการสอบ OSCE ของรวกท. “ผา่ น”
ภาคทฤษฎี ผลการสอบ MCQ ของภาควชิ าฯ “ผ่าน” (สอบเมื่อเป็นแพทย์ประจาบา้ นช้นั ปีท่ี ๒)
ผลการสอบ MCQ ของรวกท. “ผา่ น”

กรณีไม่ผ่านการประเมนิ MCQ, OSCE, CRQ (ภายใน) ตามเกณฑ์ที่กาหนดไว้ จะจัดสอบแก้ตวั ให้ ๑ ครง้ั โดย
- การประเมนิ MCQ สอบแก้ตัวได้ ๑ ครงั้ โดยใช้ขอ้ สอบเดิม
- การประเมิน OSCE, CRQ สอบแก้ตวั ได้ ๑ ครั้ง ในข้อท่ียังไม่ผา่ น MPL เพ่อื ให้ผ่านตามเกณฑ์

ผลการปฏบิ ัติงาน ไม่เปน็ ทีพ่ อใจ หมายถงึ ผลประเมินอยา่ งใดอย่างหนงึ่ หรือหลายอย่างเป็นดงั น้ี
- ผลการประเมนิ MCQ, OSCE ไม่ผ่านตามเกณฑ์ท่กี าหนดไว้ และสอบแกต้ วั แลว้ ยงั ไมผ่ ่าน
- ผลการประเมิน ๓๖๐° ไม่ผ่านตามเกณฑ์
- ผลประเมินการสรปุ เวชระเบยี นผปู้ ว่ ยใน ไม่ผา่ นตามเกณฑ์
- การประเมนิ การบนั ทึกแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) ไม่ครบถว้ นตามเกณฑข์ องรวกท.
- การประเมินความรูค้ วามสามารถทางวิชาชีพตามกรอบ EPA ไม่ผ่านตามเกณฑ์ของรวกท.
- การประเมนิ งานวจิ ยั และ/หรอื บนั ทกึ รายงานการศึกษาผปู้ ่วย ไม่ผ่านเกณฑ์ หรือสง่ ไมท่ นั กาหนด

หลกั เกณฑ์ในการประเมินผลระหว่างชน้ั ปี พจิ ารณาดังน้ี
๑) แพทย์ประจาบ้านที่มีผลการปฏิบตั งิ าน ไมเ่ ป็นทพี่ อใจ ภาควชิ าฯ จะพิจารณาการข้ึนชัน้ ปี โดยขน้ึ กบั

มติการประชมุ ของอาจารย์ในภาควชิ าฯ วา่ จะดาเนนิ การอย่างไร ได้แก่ การเพิม่ ระยะเวลาปฏิบัติงาน
การใหพ้ ักการปฏบิ ัติงานช่วั คราว การใหป้ ฏิบัติงานซ้าในชั้นปนี น้ั หรอื เสนอต่อแพทยสภาเพื่อเพิกถอน
การฝึกอบรมแล้วแต่กรณี
๒) แพทยป์ ระจาบา้ นชัน้ ปที ่ี ๑ หรือชนั้ ปที ี่ ๒ ที่มีผลการปฏิบตั ิงาน คาบเสน้ ตอ้ งได้รับการดูแลเปน็ พเิ ศษ
หรือปฏบิ ตั ิงานเพ่ิมเติมจนผลการปฏบิ ัตงิ านเปน็ ที่พอใจจงึ จะเล่อื นระดับชน้ั เป็นปที ี่ ๒ หรอื ๓ ได้ แต่
ถา้ ผลการปฏบิ ัติงานและผลการประเมนิ ยงั ไม่เป็นทพ่ี อใจ ภาควิชาฯ อาจพจิ ารณาให้ปฏิบัตงิ านซา้ ในปี
ดงั กลา่ ว
๓) แพทย์ประจาบ้านชั้นปที ี่ ๓ ท่ีมีผลการปฏบิ ตั ิงานอยู่ในระดับ คาบเสน้ จะตอ้ งอยู่ในดลุ ยพนิ จิ ของ
อนุกรรมการฝกึ อบรมและสอบฯ ว่าจะอนมุ ัติให้ปฏิบตั งิ านเพ่ิมเตมิ หรือให้เขา้ สอบเพ่ือวฒุ ิบตั รฯ ได้

๕๘

ค่มู อื การฝึกอบรมแพทยป์ ระจาบ้าน สาขากมุ ารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล พ.ศ.๒๕๖๕

๔) แพทย์ประจาบา้ นชนั้ ปีที่ ๑ หรือชั้นปที ่ี ๒ ทม่ี ผี ลการปฏิบตั ิงาน เปน็ ทพ่ี อใจ จะเล่ือนระดับชัน้ เปน็ ปี
ที่ ๒ หรือ ๓ ได้

๕) แพทย์ประจาบา้ นท่ีได้รับการประเมินผลการปฏิบตั งิ านทง้ั ๓ ปี เปน็ ทพ่ี อใจ จึงจะมสี ทิ ธเิ ข้าสอบ
และรับการประเมนิ ขั้นสุดทา้ ยเพ่ือวุฒบิ ตั รฯ ได้
เม่อื ส้ินสดุ การฝึกอบรม หวั หนา้ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ จะรายงานผลการประเมิน รวบยอด
ของแพทย์ประจาบา้ นแต่ละคนเพอ่ื แสดงให้เห็นวา่ มีความรู้ความสามารถทางวชิ าชพี สามารถปฏบิ ตั ิ
งานโดยอสิ ระไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธิภาพ โดยใช้แบบฟอร์มท่ีกาหนดให้ไปยงั คณะอนุกรรมการฝกึ อบรม
และสอบฯ เพอื่ พจิ ารณาอนุมัติใหเ้ ขา้ สอบเพื่อวฒุ ิบตั รแสดงความรู้ความชานาญในการประกอบ
วชิ าชพี เวชกรรมสาขากมุ ารเวชศาสตรข์ องแพทยสภา
ภาควชิ ากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์วชริ พยาบาล มีระบบการอุทธรณ์ผลการประเมิน
กรณีท่ีแพทย์ประจาบา้ นมีข้อสงสยั ในผลการประเมนิ สามารถอทุ ธรณ์ผลประเมนิ ตามข้นั ตอนได้

การประเมนิ ดา้ นกุมารเวชศาสตรเ์ ขตเมือง
- ภาคทฤษฎี

ช้ันปีท่ี ๑-๒ ประเมนิ โดย MCQ ซ่งึ มเี นอ้ื หาสอดคล้องกบั กมุ ารเวชศาสตรเ์ ขตเมอื ง จานวน ๓๐ ข้อ
(รอ้ ยละ ๒๐ ของจานวนข้อสอบท้งั หมด ๑๕๐ ข้อ) เกณฑ์ผา่ น คอื มากกว่าร้อยละ ๕๐ หากไม่ผา่ น
ใหส้ อบซ่อมในข้อสอบเดิมจนกวา่ จะผา่ น โดยทไ่ี ม่มีผลต่อการเล่ือนชนั้ ปี

- ภาคปฏิบตั ิ

บนั ทึกประสบการณ์ดา้ นกมุ ารเวชศาสตร์เขตเมือง ๑ เรือ่ ง ลงในแฟ้มสะสมงาน

๓. การวดั และประเมนิ ผลเพื่อวุฒบิ ัตรสาขากุมารเวชศาสตร์

๓.๑ ผมู้ ีสิทธเิ ข้าสอบและรับการประเมนิ เพ่อื วุฒิบัตร (วว.) สาขากุมารเวชศาสตร์ คอื แพทย์ประจาบ้านของ
ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล ผู้ที่ได้รับการฝึกอบรมจนครบ ๓ ปี และผ่านการ
ประเมนิ ผลการปฏิบัตงิ านท้ัง ๓ ปี เปน็ ท่พี อใจ

๓.๒ ระเบียบการวดั และประเมนิ ผลเพ่อื วุฒิบตั รฯ

แพทยสภาได้กาหนดระเบียบว่าด้วยการสอบวุฒิบัตรฯ และให้คณะอนุกรรมการฝึกอบรมฯ
สาขากุมารเวชศาสตร์ เป็นผู้ดาเนินการในการสอบเพื่อวุฒิบัตร (วว.) สาขากุมารเวชศาสตร์ โดยผู้เข้า
สอบจะต้องผา่ นการประเมินผลตามขัน้ ตอน ดงั นี้

๑) การจดั สอบภาคปฏบิ ตั แิ บบ Objective Structured Clinical Examination (OSCE)
เพ่ือประเมินความสามารถทางวิชาชีพ ด้านทักษะทางคลินิกและหัตถการต่างๆ การ

ติดต่อส่ือสารและมนุษยสัมพันธ์ การให้คาแนะนาและปรึกษาแก่ผู้ป่วย การแก้ปัญหาและเจตคติ
คณะอนุกรรมการฝึกอบรมฯ จะทาการจัดสอบแบบ OSCE ให้กับแพทย์ประจาบ้านชั้นปีท่ี ๒
ประมาณปลายชนั้ ปที ่ี ๒ (เดอื นมนี าคม) ของการฝกึ อบรม เม่อื สอบผ่านแล้วผลการสอบมอี ายุ ๕ ปี

๕๙

คมู่ ือการฝึกอบรมแพทย์ประจาบ้าน สาขากมุ ารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล พ.ศ.๒๕๖๕

๒) การประเมนิ งานวิจยั และ/หรือ บนั ทึกรายงานการศกึ ษาผู้ปว่ ย
แพทย์ประจาบ้านผู้มีสิทธิสอบข้อเขียนเพื่อวุฒิบัตรฯ จะต้องผ่านการประเมิน

งานวิจัย และ/หรือ บันทึกรายงานการศึกษาผู้ป่วย ซึ่งแพทย์ประจาบ้านผู้เข้าสอบวุฒิบัตรฯ
เป็นผู้เสนอรายงานต่อคณะอนุกรรมการฝึกอบรมฯ เพ่ือพิจารณา โดยผ่านการรับรองของ
หัวหน้าภาควิชาฯ ในการพิจารณ างานวิจัย และ/หรือรายงานการศึกษาผู้ป่วยนี้
คณะอนุกรรมการฝกึ อบรมฯ จะแตง่ ต้ังบุคคลทีเ่ หมาะสมเพื่อชว่ ยในการพิจารณาดว้ ย

๓) Portfolio (ภาคผนวกที่ ๖)
แพทย์ประจาบ้านผู้มีสิทธิสอบข้อเขียนเพ่ือวุฒิบัตรฯ จะต้องผ่านการประเมิน

Portfolio ตามเกณฑ์ทคี่ ณะอนกุ รรมการฝึกอบรมฯ กาหนด

๔) การสอบขอ้ เขยี น เพ่อื ประเมนิ ดา้ นความรู้ การแก้ปญั หาและการประยุกต์ ไดแ้ ก่
๔.๑) ข้อสอบแบบปรนัย ชนิดเลือกคาตอบ (MCQ) ได้แก่ วิชาวิทยาศาสตร์ พื้นฐาน
(basic medical sciences or correlated clinical sciences) และวิชาทาง
คลินิก (clinical subjects) เพื่อประเมินความรู้ทางพ้ืนฐานทางคลินิก ผู้มีสิทธ์ิ
สอบขอ้ เขียนแบบปรนัย ได้แก่ ผู้ท่ีผ่านการฝึกอบรมมาแล้วไมน่ ้อยกว่า ๒๔ เดือน
และภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตรว์ ชริ พยาบาล อนุมัติให้เลื่อนจาก
ชัน้ ปที ี่ ๒ เป็นปีท่ี ๓ แลว้ (เมื่อสอบผา่ นแล้วผลการสอบมีอายุ ๓ ปี)
๔.๒) ข้อสอบแบบ Constructed response questions (CRQ) เพื่อประเมินความรู้
ความสามารถในการแก้ปัญหาและการตัดสินใจ ผู้มีสิทธ์ิสอบข้อเขียนแบบ CRQ
ได้แก่ ผู้ท่ีผ่านการประเมินการปฏิบัติงานการฝึกอบรมมาแล้วไม่น้อยกว่า ๓๖
เดือน ผ่านการประเมินการทาวิทยานิพนธ์และการประเมินความรู้ความสามารถ
ทางวิชาชีพตามกรอบ EPA และภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์
วชิรพยาบาลอนมุ ตั ิใหเ้ ขา้ สอบได้ (เมอื่ สอบผ่านแลว้ ผลการสอบมอี ายุ ๓ ปี)

เกณฑก์ ารรบั รองการสอบผ่านเพ่ือวฒุ ิบัตรสาขากมุ ารเวชศาสตร์

๑. ผ่านการประเมนิ การปฏบิ ัตงิ านการฝึกอบรมในสถาบันทุกระดับชั้น

๒. ผา่ นการประเมินการสอบภาคปฏบิ ตั โิ ดยการจดั สอบ OSCE

๓. ผา่ นการประเมินการบันทึกแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio)

๔. ผ่านการประเมนิ ความรู้ความสามารถทางวิชาชพี ตามกรอบ EPA

๕. ผ่านการประเมนิ งานวจิ ัย และ/หรอื บันทึกรายงานการศกึ ษาผปู้ ่วย

๖. สอบข้อเขียนผ่านท้ัง MCQ และ CRQ

ทัง้ น้ี ผลการตดั สินขน้ั สุดท้ายอยใู่ นดลุ ยพนิ ิจของคณะอนกุ รรมการฝกึ อบรมฯ

สถาบนั ฝึกอบรม มีหน้าที่รับผิดชอบในการกาหนดมาตรฐานจาเพาะสถาบันให้สอดคลอ้ งกบั ของราช
วิทยาลัยกุมารแพทย์ฯ และทาอย่างเป็นทางการ มีการบันทึกความก้าวหน้าของแพทย์ประจาบ้านแต่ละคนไว้
เป็นลายลักษณ์อักษร การประเมินผลจะต้องกระทาอย่างสม่าเสมอและต่อเนื่อง โดยแจ้งผลการประเมินแก่
แพทย์ประจาบ้านอย่างเป็นทางการ เพ่ือให้แพทย์ประจาบ้านได้รับทราบและปรับปรุงแก้ไขอย่างน้อยปีละ ๒

๖๐

ค่มู ือการฝึกอบรมแพทย์ประจาบา้ น สาขากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตรว์ ชริ พยาบาล พ.ศ.๒๕๖๕

ครั้ง และเก็บหลักฐานการประเมินไว้เพ่ือแสดงต่อคณะอนุกรรมการฝึกอบรมฯ ของแพทยสภาเม่ือมีการ
ตรวจสอบและประเมินสถาบัน และเมื่อพิจารณาผลการสอบขั้นสุดทา้ ยเพื่อวุฒิบัตรฯ และตอ้ งปรากฏหลักฐาน
การประเมินอยูใ่ นทะเบยี นประวัตขิ องแพทย์ประจาบา้ นแต่ละคนดว้ ย

๖๑

ค่มู ือการฝึกอบรมแพทยป์ ระจาบา้ น สาขากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตรว์ ชริ พยาบาล พ.ศ.๒๕๖๕

การอุทธรณ์ผลการประเมนิ

ภาควิชาฯ แจง้ เกณฑ์การวดั และประเมินผล รวมท้งั ระบบการอทุ ธรณ์ผลประเมิน ให้แพทย์ประจาบ้าน
ทราบก่อนเร่ิมการฝึกอบรม กรณีท่ีแพทย์ประจาบ้านมีข้อสงสัยในผลการประเมิน สามารถอุทธรณ์ผลประเมิน
ตามขน้ั ตอนได้

เมื่อสิ้นสุดการฝึกอบรม หัวหน้าภาควิชากุมารเวชศาสตร์ จะรายงานผลการประเมิน รวบยอดของ
แพทย์ประจาบ้านแต่ละคนเพ่ือแสดงให้เห็นว่ามีความรคู้ วามสามารถทางวิชาชีพ สามารถปฏิบัติงานโดยอิสระ
ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้แบบฟอร์มท่ีกาหนดให้ไปยังคณะอนุกรรมการฝึกอบรมและสอบฯ เพ่ือพิจารณา
อนุมัติให้เข้าสอบเพ่ือวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชานาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรมสาขากุมารเวชศาสตร์
ของแพทยสภา

แพทย์ประจาบา้ นสามารถอุทธรณ์ผลการสอบภายใน ๑ สปั ดาห์ หลงั จากประกาศผลสอบ
โดยมขี นั้ ตอนดงั ตอ่ ไปนี้

๑. แพทยป์ ระจาบา้ นลงบันทกึ ข้อความแจ้งความประสงค์ขอดผู ลการสอบถึงหวั หนา้ ภาควิชาฯ
๒. หัวหน้าภาควิชาฯ พิจารณาเพื่ออนุมัติการขอดูผลสอบ และแจ้งไปยังประธานคณะกรรมการ

การศกึ ษาหลงั ปริญญา
๓. คณะกรรมการการศึกษาหลังปริญญา ร่วมกับอาจารย์ที่ปรึกษาและ/หรือคณะกรรมการ

ประเมินผล นัดแพทยป์ ระจาบา้ นเพ่ือดผู ลการสอบและตอบข้อสงสยั
๔. หากแพทยป์ ระจาบ้านยอมรับผลของการอุทธรณ์ ใหแ้ พทย์ประจาบ้านลงชื่อยอมรบั ผลฯ

หากแพทย์ประจาบ้าน ไม่ยอมรับผลของการอุทธรณ์ แพทย์ประจาบ้านมีสิทธิอุทธรณ์ไปยังอฝส.
กุมารฯ ได้

๖๒

คมู่ ือการฝึกอบรมแพทย์ประจาบ้าน สาขากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์วชริ พยาบาล พ.ศ.๒๕๖๕

การใหข้ อ้ มูลป้อนกลับและการลงโทษ

หลักสูตรการฝึกอบรมแพทย์ประจาบ้านสาขากุมารเวชศาสตร์ของภาควชิ าฯ ได้จัดระบบการให้ข้อมูล
ป้อนกลบั ดงั น้ี

๑. ผ่านระบบอาจารย์ที่ปรึกษา portfolio รายบุคคล ซึ่งจะมีหน้าท่ีดูแล ติดตาม และเป็นที่ปรึกษา
ให้แกแ่ พทย์ประจาบา้ นตลอดระยะเวลาการฝึกอบรม ๓ ปี เพอ่ื ให้เหน็ ความก้าวหน้าของแพทย์ประจาบ้าน โดย
จะมีการประเมิน portfolio ติดตามผลประเมินแพทย์ประจาบ้านรายบุคคล และให้ข้อมูลป้อนกลับทางด้าน
วิชาการแกแ่ พทยป์ ระจาบา้ นปีละ ๒ ครง้ั

๒. ผ่านระบบทีมอาจารย์ที่ปรึกษา ซ่ีงเป็นกลุ่มอาจารย์ที่มาจากการเลือกของแพทย์ประจาบ้าน ทา
หน้าที่แจ้งข่าวสารหรือข้อมูลท่ีทันสมัย ให้คาปรึกษาด้านวิชาการ การทางาน จิตใจและด้านสวัสดิการ รวมท้ัง
แจ้งผลการประเมินและให้ข้อมูลป้อนกลับแก่แพทย์ประจาบ้านท้ังรายกลุ่ม และรายบุคคลในกรณีที่มีประเด็น
ในการพัฒนาเฉพาะราย โดยจัดกิจกรรม Homeroom ปีละ ๓ คร้ัง นอกจากนี้ จะเปิดโอกาสให้แพทย์ประจา
บ้านเสนอข้อคิดเห็น แนวทางหรือประเด็นในการพัฒนาปรับปรุงหลักสูตรการฝึกอบรมระหว่างปีการศึกษา
และสวัสดกิ ารต่าง ๆ ท่แี พทย์ประจาบา้ นตอ้ งการเพมิ่ เติม

๓. ผา่ นอาจารยท์ ่เี ปน็ attending staff ในระหว่างการปฏิบัติงานร่วมกัน โดยอาจารย์มีหน้าที่ กากบั
ดแู ลและประเมนิ แพทย์ประจาบ้าน ทัง้ ในดา้ นทกั ษะความรู้ หตั ถการ การดูแลผ้ปู ่วย การใช้หลักฐานเชิง
วชิ าการในการดแู ลผู้ป่วย ทกั ษะการส่ือสารกับทีม การบันทกึ ข้อมูล รวมถึงความสามารถในการเป็นผนู้ าของ
แพทยป์ ระจาบา้ นแต่ละราย เพอ่ื ให้แพทยป์ ระจาบ้านได้มีการรับทราบข้อมลู สะท้อนกลับแบบปัจจบุ นั

กรณีทแ่ี พทย์ประจาบ้านขาดความรบั ผดิ ชอบหรอื ไม่ปฏบิ ัตติ ามหน้าที่

กรณีมีรายงานข้อรอ้ งเรียนแพทย์ประจาบ้าน ได้แก่ การไม่รบั ผิดชอบในการ round ward การอยู่เวร
การบนั ทึกหรอื สรปุ เวชระเบียนผปู้ ่วย กจิ กรรมวิชาการ รวมถึงหน้าที่อ่นื ๆ ของแพทย์ประจาบ้าน พฤติกรรมใน
การสื่อสารกับผู้ร่วมงานและผู้ป่วย อาจารย์ท่ีเป็น attending staff จะมีการตักเตือนแพทย์ประจาบ้าน
เบ้ืองต้นก่อน หากยังเกิดเหตุซ้า ทีมอาจารย์ที่ปรึกษาจะเชิญแพทย์ประจาบ้านมาสอบถาม ให้คาแนะนา และ
บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรในแบบบันทึกการให้ข้อมูลป้อนกลับแก่แพทย์ประจาบ้าน กรณีเหตุไม่พึงประสงค์
พร้อมทั้งติดตามการปรับปรุงแก้ไข หากยังเกิดเหตุเช่นเดิมซ้าอีก ทีมอาจารย์ที่ปรึกษาจะนาเร่ืองเข้าหารือใน
คณะกรรมการการศึกษาหลังปริญญาหรือท่ีประชุมภาควิชาฯ เพื่อพจิ ารณาอนุมตั ิบทลงโทษท่ีเหมาะสมตามแต่
สถานการณ์ ซ่ึงภาควชิ าฯ กาหนดบทลงโทษไว้ ดงั น้ี

- อยูเ่ วรเพิ่มโดยไม่ได้รบั ค่าเวร
- ให้ทากิจกรรมวชิ าการเพม่ิ หรอื ตัดวันลาพักร้อน
- ไมอ่ นมุ ัติการอบรม ประชุม หรือดงู าน / ไมอ่ นมุ ัตกิ ารเลือกเสรี ดงู านนอกสถานท่ี (Elective)
- เพ่มิ ระยะเวลาปฏิบตั ิงาน และเลื่อนเวลาการอนมุ ตั ิใหผ้ ่านระดบั ชน้ั ปี
- ไมส่ ง่ สมคั รสอบเพื่อวุฒบิ ตั รฯ
- ระงับการฝกึ อบรม กรณีท่เี ปน็ ขอ้ ร้องเรยี นพฤตกิ รรมทเ่ี ป็นอันตรายต่อผู้ปว่ ย พฤติกรรมทไี่ ม่
เหมาะสมรนุ แรง หรือพฤติกรรมทถี่ กู ร้องเรียนซ้าเดมิ หลายคร้งั

หมายเหตุ แพทย์ประจาบา้ นสามารถอุทธรณผ์ ลการตดั สนิ ได้ทป่ี ระธานคณะกรรมการการศึกษาหลังปรญิ ญา

๖๓

คู่มือการฝึกอบรมแพทย์ประจาบา้ น สาขากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์วชริ พยาบาล พ.ศ.๒๕๖๕

สนั ทนาการ

การปฏิบตั ิงานในฐานะแพทย์ประจาบ้านนับวา่ เป็นช่วงท่ีแพทย์ประสบภาระงานท่หี นักมาก ทางภาควิชา ฯ
ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวเป็นอยา่ งดี จึงพยายามจัดบรรยากาศการทางานและชีวติ ความเปน็ อยู่ของแพทย์
ประจาบ้านในภาควิชาใหท้ างานอย่างมีความสุขฉันทพ์ ี่น้อง มีความเมตตา กรณุ าและใหเ้ กียรตซิ ง่ึ กนั และกัน
รวมทั้งจดั กิจกรรมสังสรรค์รนื่ เรงิ เป็นระยะ ๆ ดังน้ี
๑. กิจกรรมนันทนาการ จัดให้มีการพบปะสังสรรค์ ระหว่างอาจารย์ แพทย์ประจาบ้านแพทย์ extern,

นกั ศึกษาแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่อื่น ๆ โดยการจัดเล้ียง อาหารและมีกิจกรรมร่วมท่ีน่าสนใจ เช่น
special lecture, ฉายวดิ โี อ เป็นตน้
๒. การประชมุ ร่วมระหวา่ งแพทย์ประจาบ้าน คณะกรรมการฝึกอบรมแพทยป์ ระจาบา้ นและอาจารย์ท่ปี รึกษา
รับประทานอาหารร่วมกัน เปิดโอกาสให้แพทย์ประจาบ้าน ได้สรุปปัญหาต่าง ๆ ท่ีเกิดขึ้นเละเสนอ
ขอ้ คิดเหน็ ในการแกไ้ ขหรือเพม่ิ เตมิ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาโครงการฝึกอบรม
๓. งานสัมมนาระหว่างอาจารย์และแพทย์ประจาบ้านนอกสถานท่ี ปีละ ๑ คร้ัง เพ่ือสร้างเสริมความสัมพันธ์
ระหว่างอาจารย์กบั แพทย์ประจาบ้าน
๔. การทานุบารุงศิลปวัฒนธรรม เป็นกิจกรรมร่วมระหว่างอาจารย์ แพทย์ประจาบ้าน นักศึกษาแพทย์
และเจ้าหนา้ ท่ีโรงพยาบาลเพ่ือให้สอดคล้องกบั วัฒนธรรมไทย เช่น งานปใี หม่ งานสงกรานต์ งานมุทิตาจิต
งานไหวค้ รู และงานเล้ียงอาลาอาลยั แพทยป์ ระจาบา้ นซ่ึงสาเรจ็ การศึกษา เป็นต้น

๖๔

คมู่ ือการฝกึ อบรมแพทย์ประจาบา้ น สาขากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์วชริ พยาบาล พ.ศ.๒๕๖๕

สทิ ธิ-สวัสดิการและการลา

สทิ ธิ-ค่าตอบแทน

๑. เงินเดือน
- แพทยป์ ระจาบา้ นทมี่ ีตน้ สังกดั รับเงนิ เดอื นจากต้นสงั กัด
- แพทยป์ ระจาบ้านทเ่ี ป็นแพทย์ใช้ทุน รับเงนิ เดือนจากคณะฯ เดือนละ ๒๓,๗๔๐ บาท
- แพทยป์ ระจาบา้ นอิสระ รบั เงนิ เดือนจากคณะฯ เดือนละ ๒๓,๔๒๖ บาท

๒. คา่ ตอบแทน
- ค่าเวร หากปฏบิ ัติงานนอกเวลา ต้งั แต่ ๑๐ period ขน้ึ ไป (period ละ ๘ ชวั่ โมง) จะไดร้ บั ค่าเวร
เหมาจา่ ย เดอื นละ ๑๒,๐๐๐ บาท (ค่าเวรรวมสวัสดกิ ารชว่ ยเหลือคา่ ทพี่ กั )
- ค่าตอบแทนคลนิ กิ ท่ัวไปนอกเวลา ชั่วโมงละ ๕๐๐ บาท (ครงั้ ละ ๔-๘ ช่วั โมง)

๓. สทิ ธกิ ารรักษาพยาบาล:
- แพทยป์ ระจาบา้ นที่มตี น้ สงั กัด ใช้สิทธิตน้ สงั กัด
- แพทย์ประจาบ้านท่เี ป็นแพทย์ใชท้ นุ และแพทย์ประจาบา้ นอิสระ ใชส้ ิทธิประกันสังคม

สวสั ดกิ าร
๑. เงนิ สนับสนุนการประชุมฝกึ อบรมวชิ าการภายในประเทศ คนละ ๑๖,๐๐๐ บาทตลอดหลักสูตร
๒. เงนิ สนบั สนนุ การประชมุ ฝึกอบรม ดูงาน และเสนอผลงานวิจัยต่างประเทศ (ตามประกาศของคณะฯ)

โดยผู้ท่ีไดร้ บั อนมุ ัตเิ งินสนบั สนุน ตอ้ งกลับมานาเสนอการประชมุ /อบรม/ดงู าน หรือตพี มิ พผ์ ลงาน
๓. ที่จอดรถ ตามเกณฑก์ ารจดั สรรของคณะฯ
๔. เคร่อื งแบบ คณะฯ ตดั เส้ือกาวนข์ าว / ชุดสครับ ใหค้ นละ ๕ ตัว
๕. การใช้ห้องสมุดและแหลง่ เรียนร้ตู า่ ง ๆ ของภาควิชาฯ และของคณะฯ

ระเบียบการลา
๑. ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย กาหนดให้แพทย์ประจาบ้านลาพักร้อน รวมกับลาทุก

ประเภทได้ปีละไม่เกิน ๒ สัปดาห์ หรือไมเ่ กิน ๖ สัปดาห์ตลอดการฝกึ อบรม โดยภาควิชาฯ อนุญาตให้
ลาได้ปีละไม่เกิน ๑๐ วันทาการและไม่เกิน ๒ สัปดาห์ เฉพาะช่วงที่ปฏิบัติงานที่หอผู้ป่วยนอก หรือใน
กรณีที่ปฏิบัติงานในหอผู้ป่วยที่มีแพทย์ประจาบ้านรับผิดชอบมากกว่า ๑ คนเท่าน้ัน ต้องมีลายเซ็น
ของแพทย์ประจาบ้านที่รับผิดชอบงานแทน โดยจะต้องส่งใบลาให้ประธานคณะกรรมการการศึกษา
หลังปริญญา เซ็นอนุมัติแล้วส่งต่อหัวหน้าภาควิชาฯ ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๓ วันทาการ (ยกเว้นการ
ลาป่วย ให้โทรศัพท์แจ้งอาจารย์ประจาหอผู้ป่วยหรือ OPD ประธานคณะกรรมการการศึกษาหลัง
ปริญญา และธรุ การภาควชิ าฯ)
๒. การลาอบรมหรือประชุมวิชาการ สามารถเบิกเงินสาหรับการประชุมวิชาการได้จากฝ่ายแพทยศาสตร์
โดยต้องดาเนินเร่ืองขออนุมตั คิ า่ ใช้จ่ายส่งไปฝา่ ยการศึกษาและกิจการนักศึกษากอ่ นอยา่ งน้อย ๑ เดอื น

หมายเหตุ สง่ ใบลาทีธ่ ุรการภาควชิ าฯ
การลากจิ และลาผกั ผอ่ นจะต้องมีแพทย์ประจาบา้ นที่ฝากงานไวร้ บั ผิดชอบงานแทน
การลาป่วย ตง้ั แต่ ๓ วนั ตดิ ตอ่ กนั ตอ้ งมีใบรับรองแพทย์

๖๕

คมู่ อื การฝกึ อบรมแพทย์ประจาบา้ น สาขากมุ ารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตรว์ ชริ พยาบาล พ.ศ.๒๕๖๕

ภาคผนวก ก

แนวทางการดูแลผู้ป่วย ภาควิชากมุ ารเวชศาสตร์

๖๖

คมู่ ือการฝึกอบรมแพทย์ประจาบา้ น สาขากมุ ารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตรว์ ชิรพยาบาล พ.ศ.๒๕๖๕

Passcode: Vcare

ค่มู ือการฝึกอบรมแพทย์ประจำบา้ น สาขากมุ ารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์วชริ พยาบาล พ.ศ.๒๕๖๕ ๖๗

หลกั เกณฑ์การคดั เลือกผู้ป่วยเข้ารับการรกั ษาใน PICU

๑. เนือ่ งจากเตียงในหอผูป้ ว่ ยมีจากัด การเลือกรับผูป้ ่วยเข้ารักษาใน PICU จึงต้องมีการพิจารณาอย่าง
รอบคอบผู้ปว่ ยจึงต้องมโี รคหรือปัญหาดังต่อไปนี้
๑.๑ ระบบทางเดนิ หายใจ
๑.๑.๑ ผูป้ ่วยใช้ท่อช่วยหายใจหรือเครื่องชว่ ยหายใจ หรืออยู่ในภาวะวิกฤตที่มีโอกาสจะต้อง
ใส่ท่อช่วยหายใจ หรือใชเ้ ครอ่ื งชว่ ยหายใจฉุกเฉนิ
๑.๑.๒ ผู้ปว่ ยมีโรคทางปอดหรือทางเดนิ หายใจอย่างรุนแรงหรือโรคทม่ี ีความผิดปตทิ างระบบ
อื่นที่มีโอกาสเกิดภาวะระบบทางเดินหายใจล้มเหลว หรืออุดก้ันทางดินหายใจ
เฉียบพลนั
๑.๑.๓ ผู้ป่วยท่ีเพ่ิงได้รับการทา tracheostomy หรือการผ่าตัดระบบทางเดินหายใจที่
ตอ้ งการ ดูแลอย่างใกลช้ ิด
๑.๑.๔ ผู้ปว่ ยที่จาเปน็ ต้องไดร้ ับยาขยายหลอดลมพน่ ในปริมาณที่สูงหรอื ใหถ้ ี่
๑.๒ ระบบหัวใจและหลอดเลอื ด
๑.๒.๑ Shock
๑.๒.๒ Post – cardiopulmonary resuscitation
๑.๒.๓ ผ้ปู ว่ ยที่มภี าวะหวั ใจเต้นไม่สม่าเสมอที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวติ (Life – threatening
dysrhythmia)
๑.๒.๔ ภาวะหัวใจวายหรือน้าท่วมปอด
๑.๒.๕ โรคหวั ใจพิการแต่กาเนิดทีต่ ้องการดูอยา่ งใกล้ชิด
๑.๒.๖ Hypertensive crisis
๑.๒.๗ ผู้ปว่ ยทเ่ี พงิ่ ได้รับการผ่าตดั หรือการทาหตั ถการเก่ยี วกับระบบหวั ใจ/หลอดเลือด เชน่
๑.๓ ภายหลังการสวนหัวใจและการใส่สาย (Central line) ที่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิดระบบ
ประสาท
๑.๓.๑ ภาวะชักชนิดต่อเน่ือง (status epilepticus)
๑.๓.๒ การติดเช้ือหรืออักเสบของสมอง ไขสันหลัง หรือเย่ือหุ้มสมองที่มีการเพ่ิมของความ
ดนั ในกระโหลกศีรษะ หรอื มี respiratory หรือ cardiovascular compromised
๑.๓.๓ Head trauma ทมี่ กี ารเพิม่ ความดันในกระโหลกศรี ษะ
๑.๓.๔ Progressive neuromuscular dysfunction
๑.๓.๕ Spinal cord compression
๑.๔ ระบบโลหิต/มะเรง็
๑.๔.๑ Exchange transfusion, plasmapheresis
๑.๔.๒ ภาวะเลอื ดแข็งตวั ผิดปกตอิ ยา่ งรนุ แรง
๑.๔.๓ ภาวะซีดอยา่ งรนุ แรงทมี่ ี respiratory หรอื hemodynamic instability
๑.๔.๔ ภาวะ Tumor lysis syndrome หลังการใช้ chemotherapy
๑.๔.๕ ภาวะที่มีก้อนเน้ืองอกไปกดเบียดอวัยวะสาคัญ เช่น หลอดเลือดใหญ่หรือทางเดิน
หายใจ

๖๘

คู่มอื การฝกึ อบรมแพทยป์ ระจาบ้าน สาขากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตรว์ ชิรพยาบาล พ.ศ.๒๕๖๕

๑.๕ ระบบต่อมไร้ทอ่ และเมตาบอลิก
๑.๕.๑ ภาวะ diabetic ketoacidosis รนุ แรง
๑.๕.๒ ภาวะความผิดปกติของเกลือแร่บางชนิดที่ ต้องการดูแลอย่างใกล้ชิด เช่น
Hypo/hyperkalemia, hypo/hypercalcemia, hypo/hypernatremia,
hypo/hyperglycemia
๑.๕.๓ ภาวะความผิดปกติของกรด/ดา่ งในเลือดอยา่ งรนุ แรง

๑.๖ ระบบทางเดินอาหาร
๑.๖.๑ ภาวะเลือดออกในทางเดินอาหารเฉียบพลันท่ีมี hemodynamic หรือ respiratory
instability
๑.๖.๒ ภาวะตบั วายเฉียบพลัน

๑.๗ ระบบทางเดินปัสสาวะ
๑.๗.๑ ภาวะไตวาย
๑.๗.๒ Hemodialysis, peritoneal dialysis

๑.๘ ศัลยกรรม
๑.๘.๑ ภาวะหลังผา่ ตดั ท่ีตอ้ งการดแู ลอย่างใกลช้ ิด
๑.๘.๒ ผู้ป่วยทีบ่ าดแผลนา้ รอ้ นลวก/ไฟลวกที่มากกว่า 10% ของ body surface area
๑.๘.๓ ผปู้ ่วย trauma หรอื ไดร้ บั บาดเจ็บทีต่ อ้ งการดูแลอย่างใกลช้ ดิ

๑.๙ อ่ืน ๆ
๑.๙.๑ ผู้ปว่ ยท่ีไดร้ สั ารพิษหรอื ยาเกนิ ขนาด
๑.๙.๒ ภาวะลม้ เหลวหลายระบบในร่างกาย (Multiple Organ Dysfunction syndrome)
๑.๙.๓ Malignant hyperthermia

๒. ผปู้ ่วยทไี่ มส่ มควรเขา้ PICU ไดแ้ ก่
๒.๑ Terminal stage
๒.๒ ผู้ป่วยที่มาจากโรงพยาบาลอ่ืน ท่ีมีการติดเช้ือดื้อยาหลายชนิด และมีโอกาสแพร่กระจายเช้ือ
ดอื้ ยาได้

๓. การพิจารณาจาหนา่ ยผปู้ ่วย
๓.๑ เมื่อผู้ปว่ ยอาการดขี น้ึ หรอื ไมม่ คี วามจาเปน็ ท่ตี ้องไดร้ บั การบาบดั รักษาใน PICU
๓.๒ ผู้ปว่ ยที่ไม่มีหรือมอี ัตราเส่ียงน้อยต่อการเกดิ ปัญหาแทรกซอ้ น ภายหลังการยา้ ยออก

๔. หลักปฏบิ ัตใิ นการรบั และจาหนา่ ยผู้ป่วย PICU
๔.๑ ในเวลาราชการ แพทย์ประจาบ้านและอาจารย์ PICU เป็นผู้มีสทิ ธิ์รับและจาหน่ายผู้ป่วยนอก
เวลาราชการเป็นหนา้ ทข่ี องแพทยป์ ระจาบ้านท่ีอยูเ่ วร PICU และ Staff เวร
๔.๒ ในระหว่างการส่งต่อผู้ป่วยในภาวะวิกฤตเข้า PICU แพทย์ประจาบ้านเจ้าของผู้ป่วย จะต้อง
ตดิ ตามสง่ และดูแลผูป้ ว่ ยจนกวา่ ถงึ PICU และมีแพทยผ์ รู้ ับผดิ ชอบมาดแู ลตอ่
๔.๓ เม่ือผู้ป่วยอาการดีข้ึนหรือหมดความจาเป็นที่จะอยู่ใน PICU แล้ว แพทย์ประจาบ้าน PICU
จะต้องแจง้ ใหแ้ พทยเ์ จ้าของผู้ปว่ ยทราบ เพ่อื ยา้ ยผ้ปู ว่ ยกลบั คืนหอผปู้ ่วยเดมิ
๔.๔ ผู้ป่วยท่ีมาจากห้องตรวจหรือห้องฉุกเฉินที่จาเป็นต้องเข้ารับการรักษาใน PICU ทันที
ให้แพทย์ผู้รบั ผดิ ชอบ PICU เป็นผ้จู ัดหาเตยี งสารองหอผู้ป่วยในไว้ด้วย

๖๙

คู่มือการฝึกอบรมแพทย์ประจาบ้าน สาขากมุ ารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์วชริ พยาบาล พ.ศ.๒๕๖๕

๔.๕ ผู้ป่วยท่ีมีแนวโน้มจะต้องย้ายเข้า PICU ให้แพทย์ประจาบ้านเจ้าของผู้ป่วย เขียนจอง PICU
ในคาส่ังการรักษา และโทรจองกับแพทย์ประจา PICU เมื่อแพทย์ประจา PICU รับทราบ ให้
เขียนจองในสมดุ และกระดานทีใ่ ช้จองเตยี ง PICU การจองจึงจะถอื วา่ สมบรู ณ์

๗๐

คู่มือการฝกึ อบรมแพทย์ประจาบา้ น สาขากมุ ารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล พ.ศ.๒๕๖๕

หลกั เกณฑ์การคัดเลอื กผู้ปว่ ยเขา้ รับการรักษาในหอผู้ป่วยทารก ทั้ง ๓ หอผ้ปู ่วย เป็นดงั นี้
ระเบยี บการรบั ผู้ปว่ ยทารกแรกเกิด (ปรับปรุง มิ.ย. ๒๕๖๑)

หออภบิ าลทารกแรกเกิด (NICU: มว 10A) รับผู้ป่วยทารก
๑) น้าหนกั ตวั น้อยกวา่ 1,000 กรัม
๒) ทารกแรกเกิดที่มีภาวะวิกฤตซ่ึงต้องไดร้ บั การดูแลใกล้ชดิ ได้แก่
2.1 ทารกทต่ี ้องใช้เครอื่ งชว่ ยหายใจ
2.2 ทารกที่มปี ัญหาการหายใจ และต้องการออกซิเจน FiO2 เทา่ กับ 0.6 หรอื มากกวา่
2.3 ทารกที่มีความผดิ ปกติของระบบหัวใจและไหลเวยี นโลหิต
2.4 ทารกท่ีได้รบั ยาซ่ึงอาจมผี ลข้างเคยี งต่อระบบหายใจ หัวใจและไหลเวยี นโลหติ
๓) กรณีนอกเหนือจากน้ใี ห้อยใู่ นดลุ ยพินจิ ของแพทย์

หอผู้ป่วยทารกแรกเกดิ ก่ึงวกิ ฤต (NSCU: มว 10C) รบั ผ้ปู ว่ ยทารก
1. เกณฑน์ ้าหนักของทารก: นา้ หนกั ตวั แรกเกิดน้อยกวา่ 2,200 กรมั
2. อายุครรภ์น้อยกว่า 34 สัปดาห์ เม่อื ประเมินโดยแพทย์ (สตู ิแพทย์หรือกมุ ารแพทย์)
3. ทารกแรกเกิดซ่ึงเกดิ จากมารดาครรภเ์ สย่ี งหรือมภี าวะแทรกซอ้ นของมารดา ซ่ึงอาจสง่ ผลกระทบให้
เกดิ ภาวะแทรกซ้อนแก่ทารก จาเป็นตอ้ งเฝา้ ระวงั อาการและความผิดปกติอย่างใกล้ชดิ หรอื ต้องได้รับ
การรกั ษา ได้แก่
3.1 มารดาเป็นเบาหวานหรือมภี าวะเบาหวานขณะต้งั ครรภ์
3.2 มารดาใชส้ ารเสพติดเฮโรอีน
3.3 มารดาใช้สารแอมเฟตามีนและทารกมอี าการ คะแนน NAS เท่ากับหรอื มากกวา่ 8
3.4 ตรวจพบขเี้ ทาในน้าครา่
3.5 มารดาทมี่ ีนา้ เดนิ ก่อนคลอดนาน 18 ชัว่ โมง หรือมากกว่า
3.6 มารดามีไข้ก่อนคลอด (อุณหภูมิเทา่ กบั หรือมากกว่า 38 องศาเซลเซียส)
3.7 มารดาที่ไดร้ บั การวนิ ิจฉยั ว่ามีภาวะติดเชื้อ
- ตดิ เชอ้ื ในกระแสเลอื ด (Sepsis)
- รกติดเชอื้ (Chorioamnionitis)
- ตดิ เชื้อ HIV
- ตดิ เช้ือในกลมุ่ TORCH (Toxoplasma, Rubella, CMV, Herpes simplex)
- ติดเชื้อ Syphilis ในรายที่ทารกมขี ้อบง่ ช้ที ี่ต้องได้รบั การรักษา
- อีสุกอีใส (Chicken pox) โดยมารดามผี นื่ ผวิ หนงั ในช่วง 5 วันก่อนคลอด ถึง 2 วนั หลงั คลอด
4. ทารกแรกเกดิ ซึ่งตรวจพบความผดิ ปกติหรือมภี าวะแทรกซ้อนตง้ั แตก่ ่อนคลอด ขณะคลอดและ หลัง
คลอด จาเป็นต้องเฝา้ ระวังอาการอย่างใกลช้ ิดหรอื ต้องได้รับการรกั ษา ได้แก่
4.1 ได้รบั การตรวจวินิจฉยั ก่อนคลอด หรือตรวจรา่ งกาย พบว่ามีอวยั วะผิดปกติท่ีเกีย่ วข้องกับ
ระบบหายใจ ระบบหวั ใจและไหลเวยี นโลหิต
4.2 มีภาวะขาดออกซเิ จนปริกาเนิดรนุ แรง (Apgar score ท่ี 1 นาที เทา่ กบั 3 หรือตา่ กวา่ )

4.3 ไดร้ ับบาดเจบ็ จากการคลอดรุนแรง ซง่ึ อาจส่งผลต่อระบบหายใจ หัวใจและไหลเวียนโลหิต ๗๑

คู่มือการฝึกอบรมแพทย์ประจาบ้าน สาขากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตรว์ ชิรพยาบาล พ.ศ.๒๕๖๕

ได้แก่
- บาดเจ็บตอ่ อวัยวะภายในช่องท้อง
- บาดเจ็บบริเวณศรี ษะได้รับการวินจิ ฉยั Subgaleal hematoma, Intracerebral
hemorrhage, Fracture of skull bone
5. มปี ญั หาการหายใจ แตย่ งั ไม่จาเป็นต้องใช้เครื่องชว่ ยหายใจ สามารถรกั ษาระดบั ความเข้มขน้ ของ
ออกซิเจน (Oxygen saturation) ได้ตามเป้าหมาย โดยใชอ้ อกซิเจน FiO2 นอ้ ยกว่า 0.6
6. มปี ัญหาทางศัลยกรรม อยู่ระหว่างการตรวจวนิ ิจฉัยเพิม่ เติม หรือรอการผ่าตดั
7. จาเปน็ ตอ้ งให้สารนา้ หรือยาทางเสน้ เลือด
8. มปี ญั หาการดูดกลนื หรอื ไม่สามารถรบั นมได้
9. ทารกแรกเกดิ อุณหภูมิกายตา่ ภายหลังไดร้ ับการแกไ้ ขทห่ี อทารกแรกเกดิ แลว้ ยังไม่สามารถแก้ไขให้
ทารกมีอุณหภูมิกาย อยใู่ นชว่ ง 36.8 – 37.2 องศาเซลเซียส ภายในระยะเวลา 4 ชั่วโมงได้
10.ทารกเกิดนอกโรงพยาบาล ซึง่ ได้รับการตดั สายสะดือแบบไม่ปราศจากเชอ้ื
11.กรณีนอกเหนือจากน้ใี ห้อยู่ในดุลยพนิ จิ ของแพทย

หอทารกแรกเกดิ (NS: สตน 2C) รับผปู้ ว่ ยทารก
1. นา้ หนกั แรกเกิดตงั้ แต่ 2,200 กรัม
2. อายุครรภ์ เมอ่ื ประเมนิ โดยแพทย์ (สูตแิ พทยห์ รือกุมารแพทย)์
2.1 ทารกเกดิ ก่อนกาหนด (อายุครรภต์ ั้งแต่ 34 สปั ดาห์ และน้อยกวา่ 37 สัปดาห)์
2.2 ทารกอายคุ รรภเ์ กนิ กาหนด (อายคุ รรภ์มากกวา่ 42 สปั ดาห)์
3. ทารกแรกเกดิ ตัวเหลือง ตอ้ งไดร้ ับการรกั ษาโดยการสอ่ งไฟ
4. ไดร้ ับบาดเจ็บจากการคลอด ซ่ึงไม่มีผลตอ่ ระบบหายใจ หวั ใจและการไหลเวยี นโลหติ ได้แก่ กระดกู ไห
ปลารา้ หัก ปากเบ้ยี ว (Facial nerve injury)
5. มภี าวะตดิ เชื้อไมร่ นุ แรง ไมจ่ าเปน็ ตอ้ งใหย้ าทางหลอดเลือดดา เชน่ ตาอักเสบ ผิวหนงั อกั เสบ
6. ได้รบั การตรวจวินจิ ฉยั ก่อนคลอดหรือตรวจรา่ งกายพบมอี วัยวะผดิ ปกติอืน่ ซึ่งไม่มีปัญหาตอ่ ระบบ
หายใจ ระบบหวั ใจและไหลเวียนโลหิต เชน่ นว้ิ ขาด นิ้วตดิ นว้ิ เกนิ เทา้ ปกุ ปากแหวง่
7. ทารกแรกเกดิ ที่มีความเส่ียงหรือความผดิ ปกติที่ไม่รนุ แรง สามารถสังเกตอาการหรอื ให้การรกั ษาทห่ี อ
ทารกแรกเกิดได้ ได้แก่
7.1 อุณหภูมิกายตา่ (วดั อุณหภมู ิทางทวารหนัก ต่ากว่า 36.5 องศาเซลเซียส)
7.2 น้าตาลในเลือดต่าท่ีสามารถรักษาไดด้ ้วยการให้อาหารทางปาก
7.3 มารดาใช้สารเสพตดิ แอมเฟตามนี
7.4 ทารกที่มารดาไดร้ ับยาระงับปวด หรือยาซึ่งอาจสง่ ผลใหเ้ กดิ การกดหายใจในทารก (Pethidine,
Morphine, MgSO4) ภายใน 4 ชวั่ โมงก่อนคลอด ควรได้รับการสงั เกตุการหายใจ ในชว่ ง 6
ชัว่ โมงแรกหลงั เกดิ
8. มารดามปี ญั หาทางสุขภาพ ซึ่งยงั ไมส่ ามารถดูแลทารกได้
8.1 มารดามีโรคประจาตัว เช่น โรคหวั ใจ ความดนั โลหติ สงู
8.2 มารดาทม่ี ีภาวะแทรกซ้อนระหวา่ งคลอดและหลงั คลอด
8.3 มารดาผ่าตัดคลอด
8.4 มารดาทาหมัน

๗๒

คู่มอื การฝึกอบรมแพทยป์ ระจาบ้าน สาขากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์วชริ พยาบาล พ.ศ.๒๕๖๕

9. ทารกเกิดนอกโรงพยาบาล ซ่งึ ไดร้ ับการตดั สายสะดือแบบปราศจากเชอ้ื
10.กรณนี อกเหนอื จากนใี้ ห้อย่ใู นดุลยพินจิ ของแพทย์

ข้อบ่งชี้ในการย้ายทารกจากหอทารกแรกเกิด ดูแลต่อท่ีหอผูป้ ่วยทารกแรกเกิดกง่ึ วิกฤต หรอื
หออภบิ าลทารกแรกเกดิ กรณีต่อไปนี้
1. กรณสี งั เกตการหายใจ

1.1มีอาการของภาวะหายใจลาบากรุนแรง ได้แก่
- หายใจเร็ว มากกว่า 80 ครัง้ /นาที
- หายใจเรว็ มากกว่า 60 ครงั้ /นาที หลังอายุ 6 ช.ม.
- หายใจลาบาก มีอกบมุ๋ (chest retraction) ปีกจมูกบาน (nasal flaring) รอ้ งคราง
(moaning - grunting)

1.2หยดุ หายใจนานมากกวา่ 20 วินาที/ครั้ง หรอื อัตราการหายใจ น้อยกวา่ 40 คร้งั /นาที
1.3เขียวท่ัวตวั หรือริมฝปี ากเขยี ว หรอื วัดออกซเิ จนทางผวิ หนัง (oxygen saturation in room

air) ต่ากวา่ 95%
- หลังได้รบั oxygen hood ตั้งแต่ 5 l/min แลว้ oxygen saturation ยงั ตา่ กวา่ 95%
- ไมส่ ามารถหยุดให้ออกซิเจน ภายใน 2 ช่ัวโมงได้
2. ระบบหัวใจและไหลเวียนโลหิต
2.1อตั ราการเต้นของหวั ใจ
- อัตราการเตน้ ของหัวใจ น้อยกวา่ 100 ครงั้ /นาที
- อัตราการเตน้ ของหวั ใจ มากกวา่ 180 ครง้ั /นาที
- อัตราการเต้นของหัวใจไมส่ มา่ เสมอ
2.2ความดันโลหิตตา่
- ทารกน้าหนกั ตัว 2,000 – 2,999 กรมั , systolic blood pressure < 55 mmHg
- ทารกน้าหนกั ตัว 3,000 – 3,999 กรัม, systolic blood pressure < 60 mmHg
2.3การกาซาบท่ผี วิ หนังผดิ ปกติ ตัวลาย (poor perfusion/ capillary refill > 2 seconds)
3. อณุ หภูมิกาย
3.1อุณหภมู กิ ายสงู
- อุณหภูมิกาย 38 องศาเซลเซยี สหรอื มากกวา่ ภายหลังการแก้ไขหรือปรบั สิง่ แวดล้อมแล้ว
วดั ซา้ อีก 4 ชั่วโมง อุณหภูมิกายยังสูงตั้งแต่ 38 องศาเซลเซยี สขึน้ ไป
- อุณหภูมกิ าย 37.5 องศาเซลเซียสหรอื มากกว่า รว่ มกบั มีอาการผิดปกติอ่ืนทีเ่ ป็นอาการ
แสดงของทารกตดิ เชื้อ เชน่ ซมึ อาเจยี น ท้องอืด ตัวลาย
3.2อุณหภูมกิ ายต่า
- อณุ หภูมิกาย 36.5 องศาเซลเซยี สหรือต่ากว่า ภายหลงั การแกไ้ ขโดยใหค้ วามอบอนุ่ ตาม
แนวทางการแก้ไขภาวะอุณหภูมกิ ายต่าแลว้ ยังไม่สามารถแก้ไขให้ทารกมีอุณหภมู กิ าย
อยใู่ นช่วง 36.8 – 37.2 องศาเซลเซียส ภายในระยะเวลา 4 ช่ัวโมงได้

๗๓

คู่มือการฝกึ อบรมแพทย์ประจาบ้าน สาขากมุ ารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตรว์ ชริ พยาบาล พ.ศ.๒๕๖๕

4. ระบบอ่นื ๆ
4.1ระบบทางเดนิ อาหาร :
- ไมถ่ ่ายขเ้ี ทา ภายใน 48 ชัว่ โมงแรก
- อาเจยี นเป็นเลือด โดยทดสอบ Apt test แล้ววา่ เป็นเลือดทารก หรืออาเจยี นเปน็ น้าดี
- รบั นมไมไ่ ด้ โดยมีนมเหลือค้างในกระเพาะอาหารมากกวา่ ครึ่งหน่งึ ของปรมิ าณนมท่ี
ได้รบั ตั้งแต่ 2 มอ้ื ติดกนั
- มอี าการของระบบทางเดนิ อาหารหลายอยา่ งรว่ มกัน ไดแ้ ก่ ท้องอืดมาก แหวะนมหรอื
อาเจียน ยังไม่ถ่ายขีเ้ ทา
4.2ระบบทางเดินปัสสาวะ
- ไมป่ สั สาวะ ภายใน 24 ชว่ั โมงแรก
- ปัสสาวะเปน็ เลอื ด โดยได้รบั การตรวจปัสสาวะยนื ยนั แลว้
4.3ระบบประสาท
- ชัก, ซมึ , กล้ามเนอ้ื อ่อนปวกเปียก
4.4ระบบต่อมไร้ท่อ
- ภาวะนา้ ตาลในเลอื ดตา่ ในทารก ภายหลงั ทารกไดร้ บั นมและตดิ ตามระดบั นา้ ตาลภายใน
30 นาที ถึง 1 ชัว่ โมงแลว้ ระดบั นา้ ตาลยงั ต่ากวา่ 40 mg/dl
4.5ระบบโลหิต
- ภาวะซีด (Hb < 7 g/dl)
- ภาวะเลอื ดขน้ Central หรอื Venous Hct > 70%, หรือ Hct > 65% รว่ มกับมอี าการ
เลือดข้น (อาการเลือดข้น ได้แก่ ซมึ ชกั หายใจเร็ว หวั ใจเต้นเร็ว เขยี ว อาเจยี น รบั นมไดไ้ มด่ ี
ทอ้ งอดื นา้ ตาลในเลือดต่า ปัสสาวะออกนอ้ ย)
- เกล็ดเลือดตา่ (Platelet < 50,000/mm3)

5. กรณนี อกเหนือจากน้ีให้อยู่ในดลุ ยพินจิ ของแพทย์
หมายเหตุ : สังเกตการหายใจใกลช้ ดิ ในกรณี
1. มารดาไดร้ ับยาระงับปวด หรือยาซึง่ อาจสง่ ผลใหเ้ กิดการกดหายใจในทารก (Pethidine,

Morphine, MgSO4) ภายใน 4 ชั่วโมงก่อนคลอด
- สังเกตการหายใจทุก 15 นาที 4 คร้งั , ทุก 30 นาที 2 ครัง้ หลงั จากน้ันทุก 1 ช.ม. จนครบ 6 ช.ม.
2. ประวตั ิมี Meconium stained amniotic fluid, เกิดโดยผา่ คลอดทางหน้าท้อง
- สังเกตการหายใจทุก 30 นาที 2 ครง้ั หลงั จากน้นั ทุก 1 ช.ม. จนครบ 6 ช.ม.

๗๔

คู่มอื การฝึกอบรมแพทยป์ ระจาบ้าน สาขากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตรว์ ชริ พยาบาล พ.ศ.๒๕๖๕

ข้อบ่งช้ใี นการตามกุมารแพทยร์ บั เด็ก (ปรบั ปรุง มิ.ย. ๒๕๖๔)

๑. Absolute indication
กรณมี ี condition ตอ่ ไปน้ี ให้ตามกุมารแพทย์เข้าไปเตรยี มการช่วยทารกก่อนคลอด
๑.๑ Maternal conditions
๑.๑.๑ Diabetes mellitus
๑.๑.๒ Severe pre-eclampsia, eclampsia
๑.๑.๓ Chronic hypertension (BP > ๑๖๐/๑๑๐ mmHg)
๑.๑.๔ Chorioamnionitis, severe maternal infection
๑.๑.๕ Multiple pregnancy
๑.๑.๖ Maternal cardiovascular instability from any causes e.g. CHF, anesthetic
complications
๑.๑.๗ Antenatal bleeding (Placenta previa, Abruptio placenta)
๑.๑.๘ Difficult labor: Shoulder dystocia, operative vaginal delivery (V/E, F/E)
๑.๒ Fetal conditions
๑.๒.๑ Prolapsed cord
๑.๒.๒ Fetal distress
๑.๒.๓ Thick meconium stained amniotic fluid
๑.๒.๔ IUGR <๑๐th percentile
๑.๒.๕ Gestation age < ๓๖ weeks
๑.๒.๖ Estimated fetal weight < ๒,๐๐๐ grams
๑.๒.๗ Major congenital malformation
๑.๒.๘ Breech assisting or transverse position

๗๕

คู่มือการฝึกอบรมแพทยป์ ระจาบ้าน สาขากมุ ารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตรว์ ชริ พยาบาล พ.ศ.๒๕๖๕

แนวทางในการปรึกษากุมารแพทย์ (ทารกแรกเกิด)

เพื่อให้การกู้ชีพทารกแรกเกิดมีประสิทธภิ าพสูงสุด จึงเป็นความร่วมมือของคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพ
บรกิ ารกมุ ารเวชกรรม และสูติ-นรีเวชกรรม กาหนดเปน็ แนวทางรว่ มกัน ดงั นี้

๑. กรณมี ารดามีความเส่ยี งสูง รบั เปน็ ผู้ป่วยในท่หี ้องคลอด
แพทย์ประจาบ้านสูติ-นรีเวชศาสตร์ โทรแจ้งข้อมูลของมารดาแก่แพทย์ประจาบ้านกุมารฯ ที่

NICU เพ่ือวางแผนการดูแลรักษารวมทั้งบริหารสถานท่ีเพ่ือรองรับทารก โดยข้อมูลเบ้ืองต้นท่ีกุมารแพทย์
ต้องการ ทราบ คือ

๑.๑ ช่อื มารดา
๑.๒ อายคุ รรภ์
๑.๓ น้าหนกั ของทารกในครรภโ์ ดยประมาณ (Estimate fetal weight)
๑.๔ ความเส่ยี ง/ภาวะแทรกซอ้ น ของมารดาและทารก
๑.๕ ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการทีพ่ บความผิดปกติ เช่น โครโมโซม อัลตราซาวด์
๑.๖ สทิ ธก์ิ ารรักษา (กรณตี า่ งดา้ ว)
๑.๗ แผนการรกั ษา
เพื่อให้ข้อมูลเป็นปัจจุบัน แพทย์ประจาบ้านสูติ-นรีเวชศาสตร์ จะแจ้งข้อมูลทั้งช่วงเช้าและเย็น
(กรณีวันหยุดราชการแจ้งข้อมูลเฉพาะช่วงเช้า) พร้อมท้ังแจ้งชื่อแพทย์ประจาบ้านผู้รายงาน เพื่อทาง
กมุ ารแพทย์จะไดต้ ิดตอ่ กลับหากมีข้อสงสยั หรอื ตอ้ งการขอ้ มูลเพม่ิ เตมิ
ท้ังน้ีหากมีมารดาความเสี่ยงสูงรายใหม่ เข้ารับบริการเพิ่มเติมและคาดว่าจะคลอด ในระยะ
เวลาอันใกล้ ให้แจ้งข้อมูลมารดาแกแ่ พทยป์ ระจาบา้ นกมุ ารฯ ทอ่ี ย่เู วรนอกเวลาราชการได้ในทนั ที

๒. กรณีพบความผิดปกติของทารกหลังเกิด โดยท่ีไม่เคยแจ้งข้อมูลของมารดา/ ไม่คาดการณ์ มาก่อนว่า
จะเกดิ ความเสีย่ ง
ใหแ้ จ้งกมุ ารแพทย์โดยทันที
ในเวลาราชการ แจ้งขอ้ มลู เบ้อื งต้นแก่แพทย์ประจาบา้ นกุมารฯ ประจาหอผปู้ ่วยทารกแรกเกิด
นอกเวลา แจง้ ขอ้ มลู แก่แพทยป์ ระจาบา้ นกมุ ารฯ ซึง่ ปฏิบัตงิ านนอกเวลาราชการในวนั นน้ั
(รายชื่อแพทย์ประจาบ้านกุมารฯ ท่ีมีหน้าที่รับเด็กทั้งในเวลาและนอกเวลาราชการจะมี
อยูท่ ่ีห้องคลอดและหอ้ งผ่าตดั ) โดยข้อมลู ทก่ี มุ ารแพทย์ตอ้ งการทราบ คอื
๒.๑ อายคุ รรภ์
๒.๒ นา้ หนักของทารกในครรภ์โดยประมาณ (Estimate fetal weight)
๒.๓ ความเสย่ี ง / ภาวะแทรกซอ้ นของมารดา
๒.๔ ปญั หาท่ีเกดิ กบั ทารก
๒.๕ สถานที่ ที่ตอ้ งการความชว่ ยเหลอื
๒.๖ สถานะและช่ือผ้แู จ้ง (แพทยป์ ระจาบา้ น, นักศึกษาแพทยเ์ วชปฏิบตั ,ิ พยาบาล)

๓. กรณที ี่ทารกเกดิ มามอี าการไมด่ ีจนถึงขั้นตอ้ งกูช้ ีพดว้ ยการกดหน้าอก (Chest compression)
ให้แจ้งแก่กุมารแพทย์โดยด่วน โดยให้ใช้รหัส “ ตาม CPR ท่ี............” (ระบุสถานท่ีท่ีต้องการ

ความชว่ ยเหลอื )

๗๖

คมู่ อื การฝึกอบรมแพทย์ประจาบา้ น สาขากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์วชริ พยาบาล พ.ศ.๒๕๖๕

แนวทางการรบั ปรกึ ษาผู้ป่วยเด็ก
แนวทางการปรึกษาผู้ป่วยที่ OPD เด็ก

สง่ ปรึกษาจาก OPD อืน่

ใหก้ ารรกั ษา-กลับบา้ น OPD เด็ก

สง่ มาปรึกษาเพื่อเตรยี มตวั ผ่าตัด
(กรณี elective case พิจารณาปรกึ ษาแพทย์เฉพาะทางก่อนผา่ ตัด

ลว่ งหนา้ อยา่ งน้อย 4 สปั ดาห์)

แพทยส์ ่ง Investigate เบอื งต้นและส่งปรกึ ษาแพทยเ์ ฉพาะทางทเ่ี กยี่ วขอ้ งทางโทรศัพท์ (ถ้าดว่ น)
หากไม่ด่วนนดั เขา้ คลินิกเฉพาะทางโดยเร็วท่สี ดุ

แพทย์เฉพาะทางให้การรักษาและประเมินว่าจาเป็นจองเตยี งICU หรอื ไม่
ส่งกลับ OPD เดก็ จองเตียง ICU หากตอ้ งใช้ ICU เด็ก

ผ้ปู ่วย admit ward เดก็ ผ่าน admission center (ตามchief dent) กรณีเตียง ICU เตม็
หรือส่งผปู้ ่วยมาOPD เด็กและโทรยืนยนั เตยี ง ICU เด็ก โทรกลบั อาจารยเ์ จา้ ของไข้

แพทย์ประจาตึกเดก็ ท่ผี ูป้ ่วย admit โทร Confirm เตียง ICUเด็ก หากไมใ่ ช้เตยี ง ICU (กรุณาโทรยกเลิก)

ปรับปรุงครั้งที่ ๒ จากการประชมุ PCT สหสาขา ๒๔ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๐

๗๗

คมู่ อื การฝกึ อบรมแพทย์ประจาบา้ น สาขากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์วชริ พยาบาล พ.ศ.๒๕๖๕

โรคหรอื ภาวะท่ีจาเป็นต้องส่งปรกึ ษาแพทย์เฉพาะทางทเ่ี ก่ียวข้อง

โรค/ภาวะ/ชนิดของการผา่ ตัด แพทยเ์ ฉพาะทาง Investigate เบือ้ งต้น
Adenoidectomy and/or CXR
Tonsillectomy - Chest EKG
Brain tumor - Cardio
- หน่วยอน่ื ทผ่ี ู้ป่วยมีความ CXR, PFT
Scoliosis ผิดปกตริ ่วมด้วย EKG
- Neuro
Pectus excavatum/carinatum - Endocrine CXR, PFT
- Hemato EKG
PFT = pulmonary function test - หน่วยอื่นทีผ่ ู้ป่วยมคี วาม
ผดิ ปกตริ ่วมดว้ ย
- Chest
- Cardio
- หนว่ ยอ่ืนทผ่ี ูป้ ่วยมคี วาม
ผดิ ปกตริ ่วมดว้ ย
- Chest
- Cardio
- หนว่ ยอนื่ ที่ผู้ป่วยมคี วาม
ผดิ ปกตริ ่วมดว้ ย

ปรับปรงุ ครงั้ ที่ ๒ จากการประชมุ PCT สหสาขา ๒๔ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๐

๗๘

คู่มอื การฝึกอบรมแพทยป์ ระจาบา้ น สาขากมุ ารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตรว์ ชริ พยาบาล พ.ศ.๒๕๖๕

การปรกึ ษาผู้ป่วยเดก็ กรณผี ู้ปว่ ยใน (ADMIT)

การรับปรึกษาผู้ป่วยเด็กที่นอนรักษาในโรงพยาบาล ท่ีไม่ใช่หอผู้ป่วยเด็ก เช่น หอผู้ป่วยศัลยกรรม
หอผู้ป่วยออรโ์ ธปิดิกส์ หอผู้ป่วยโสตศอนาสิก หอผู้ป่วยเวชบาบัดวิกฤต และ หอผู้ป่วยอ่ืนๆ โดยแบ่งตามความ
ฉุกเฉินเร่งด่วนออกเป็น ๒ กรณี ได้แก่ กรณีไมฉ่ ุกเฉินเรง่ ดว่ น และกรณฉี ุกเฉินเรง่ ดว่ น

กรณีท่ีไม่ฉุกเฉินเร่งด่วน ให้ส่งใบปรึกษาผู้ป่วยนอกแผนกมาที่ธุรการภาควิชากุมารเวชศาสตร์ ในวัน
ราชการก่อนเวลา ๑๕.๐๐ น. ถ้าตอ้ งการปรกึ ษาแพทย์เฉพาะทางของหน่วยใดๆ ให้ระบุในใบปรึกษา ธุรการฯ
จะลงบันทึกรับเอกสาร ระบุเวลาและวันที่ หลังจากน้ันธุรการฯ แจ้งแพทย์ประจาบ้านท่ีรับผิดชอบภายใน
๑๕.๑๐ น. แพทยป์ ระจาบา้ นตอบกลับในใบปรกึ ษาหรือใบดาเนินโรค (progress note)

กรณีเร่งด่วนฉุกเฉิน สามารถโทรในเวลาราชการ-โทรติดต่อธุรการภาคฯ (๓๑๕๖) หรือ PICU
(๓๑๗๘) นอกเวลาราชการ-โทรติดต่อ PICU (๓๑๗๘) เพอ่ื ขอเบอร์ตดิ ต่อแพทย์ประจาบา้ นท่ีรับปรึกษาและส่ง
ใบปรึกษามาที่ธรุ การฯ ในวันราชการถัดไป โดยวันหยุดและนอกเวลาราชการ แพทยป์ ระจาบ้านและอาจารย์ท่ี
อยเู่ วรเปน็ ผรู้ ับปรึกษา

ปรับปรุงครั้งที่ ๒ จากการประชมุ PCT สหสาขา ๒๔ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๐

๗๙

ค่มู อื การฝกึ อบรมแพทย์ประจาบ้าน สาขากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตรว์ ชิรพยาบาล พ.ศ.๒๕๖๕

การส่งปรกึ ษาภาควิชากุมารฯ กรณีเป็นผู้ป่วยใน (ADMIT)

ไม่ฉุกเฉนิ เร่งดว่ น กรณีฉุกเฉินเร่งดว่ น

ระบุ เห ตุผลและห น่วยที่ ต้องการ 1. ใน เวลาราชการ-โท รติดต่อธุรการภ าคฯ
ปรึกษา ลงในใบรบั consult (3156) หรือ PICU (3178)
นอกเวลาราชการ-โท รติดต่อ PICU
ส่งใบปรกึ ษามาที่ธรุ การภาควิชากุมาร (3178) เพ่ือขอเบอร์ติดต่อแพทยป์ ระจาบา้ นท่ี
ภายในเวลา 15.00 น. รับปรึกษา
- ธุรการมีสมดุ บันทึกรับใบ consult
และลงชอื่ ผูร้ บั เอกสาร 2. หลังจากนั้นส่งใบ consult มายังธุรการภาคฯ
ในเวลาราชการ ถ้าเป็นวันหยุดให้ส่งมาในวัน
ราชการถัดไปเพื่อลงทะเบียนบันทึกการรับ
ปรกึ ษาผ้ปู ว่ ยนอกแผนก

ธุรก ารแ จ้งแพ ท ย์ ป ระจ าบ้ าน *
ภายในวนั น้นั กอ่ นเวลา 15.10 น.

แพทย์ประจาบ้านใหก้ ารรักษาผู้ป่วย
และตอบกลับในใบรับ consult
และ/หรือ progress note

ปรบั ปรุงครงั้ ท่ี ๒ จากการประชมุ PCT สหสาขา ๒๔ กุมภาพนั ธ์ ๒๕๖๐

๘๐

คู่มอื การฝกึ อบรมแพทย์ประจาบ้าน สาขากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตรว์ ชริ พยาบาล พ.ศ.๒๕๖๕

ผ้รู ับผดิ ชอบในการรับปรึกษาผู้ปว่ ยเดก็ นอกแผนกกมุ ารฯ

หอผปู้ ่วยวิกฤต (ICU นอกแผนก) chief dent
แพทย์ประจาบา้ นกุมาร PICU และ อาจารยเ์ ฉพาะทางทีเ่ กยี่ วข้องกับผปู้ ว่ ย
อาจารย์ ถา้ การปรึกษาระบุหน่วยชดั เจนให้ปรึกษาอาจารยเ์ ฉพาะหน่วย

หอผู้ป่วยทวั่ ไป chief dent
แพทย์ประจาบ้านกมุ าร อาจารยเ์ ฉพาะทางหนว่ ยนัน้ หากจะรับยา้ ยผ้ปู ว่ ยใหป้ รกึ ษา staff
อาจารย์ ward ทีจ่ ะรบั ย้ายผปู้ ่วยรายน้นั ถา้ ไม่รับย้ายและไมม่ ีอาจารย์
เฉพาะหนว่ ยใหป้ รึกษา staff เด็กพเิ ศษ

หอผ้ปู ่วยทัว่ ไปทีผ่ ู้ป่วยจะผา่ ตัดและยา้ ยเขา้ PICU หลังผ่าตัด

แพทย์ประจาบา้ นกมุ าร PICU

อาจารย์ PICU

การรบั ย้ายผ้ปู ่วยจากตา่ งโรงพยาบาล (refer in ตามแนวทาง)

แพทยป์ ระจาบ้านกุมาร chief dent

อาจารย์ ในเวลา ปรึกษาอาจารย์เฉพาะทางหน่วย และ staff ward ท่ผี ู้ปว่ ย

จะ admit

นอกเวลา ปรึกษา staff เวร

ผปู้ ่วยฉุกเฉินที่ ER (ในเวลาราชการ) chief dent
แพทย์ประจาบ้านกุมาร อาจารย์เฉพาะทางที่เกยี่ วข้องกบั ผ้ปู ว่ ยและ staff ward ทีผปู้ ว่ ย
อาจารย์ จะ admit

หมายเหตุ chief resident ไมส่ ามารถลาพกั รอ้ น ถา้ มีความจาเปน็ ต้องลาตอ้ งมผี ้ปู ฏิบัติงานแทน
ผูป้ ่วยที่รับส่งตอ่ กรณที ารกแรกเกิด หลังจากประสานงานเรยี บรอ้ ย สามารถรับผา่ น
มาทีห่ อผูป้ ว่ ยได้เลย

ปรับปรงุ คร้ังที่ ๔ จากประชมุ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ เมษายน ๒๕๖๐

๘๑

ค่มู ือการฝกึ อบรมแพทยป์ ระจาบา้ น สาขากมุ ารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล พ.ศ.๒๕๖๕

ค่มู ือการฝึกอบรมแพทย์ประจำบา้ น สาขากมุ ารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์วชริ พยาบาล พ.ศ. ๒๕๖๕ ๘๒

การบันทึกเวชระเบียนสาหรับแพทย์ประจาบ้าน

_____________________________________________________________________________________________________________

แนวทางปฎิบตั ิ เพ่ือการดูแลผปู้ ่วยอยา่ งมคี ุณภาพ
ตามหลกั “ผรู้ ับบริการคือหวั ใจ“

๑. รว่ มดแู ลผปู้ ่วยเปน็ ทีมสหสาขา (แพทย์ พยาบาล โภชนาการ กายภาพบาบดั ฯลฯ)
๒. รบั ผดิ ชอบในหนา้ ท่ี ออก OPD ตามเวลา
๓. ดูแลรกั ษากลมุ่ เสี่ยงอย่างใกล้ชดิ
๔. เม่ือผปู้ ่วยมปี ัญหา มาทันทีท่ีถูกตาม
๕. เคารพสิทธิผู้ป่วยและศกั ด์ิศรีความเป็นมนุษย์
๖. รบั ฟงั อย่างตงั้ ใจ ห่วงใยดจุ ญาติ
๗. ใหข้ ้อมูลอย่างเพียงพอ แม้ไม่ขอกจ็ ะให้
๘. ให้ผู้ป่วยและญาติ รว่ มตัดสินใจในการรกั ษา
๙. ประเมินผู้ป่วยแบบองคร์ วม
๑๐. วางแผนการรักษาและแผนการจาหนา่ ยผู้ป่วยตง้ั แต่แรกรบั
๑๑. ใชเ้ ทคโนโลยีทีเ่ หมาะสมและคุ้มค่า
๑๒. ใบสั่งยาเขยี นชัดเจน พร้อมลายเซ็นและรหสั
๑๓. บันทึกเวชระเบียนทุกคร้ังท่ดี ูแลผู้ปว่ ย
๑๔. สรุปเวชทะเบียนใหค้ รบถว้ นทันเวลา
๑๕. ทบทวนการรกั ษา พฒั นาองค์ความรู้ อยา่ งต่อเนื่อง

๘๓

คู่มอื การฝกึ อบรมแพทย์ประจาบา้ น สาขากมุ ารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตรว์ ชิรพยาบาล พ.ศ.๒๕๖๕

การบนั ทึกเวชระเบียนผู้ป่วยนอก

บนั ทึกลงคอมพิวเตอร์ ควรมีข้อมูลสาคญั ดังตอ่ ไปน้ี

๑. ข้อมูลประจาตัวผ้รู ับบริการ (Identification section)
๑. เลขท่ที ่ัวไป (HN)
๒. ชอื่ นามสกุล
๓. ทีอ่ ยู่ (ควรมีหมายเลขโทรศัพท์)
๔. วนั เดอื น ปี เกดิ และอายุ
๕. เพศ
๖. บุคคลทีก่ าหนดให้ติดต่อเม่ือเกดิ กรณีฉุกเฉนิ พร้อมท่ีอยู่ (ควรมีหมายเลขโทรศัพท)์

* ใบบนั ทึกทกุ หนา้ ควรมเี ลขท่ที ่ัวไป ช่อื และนามสกุลผู้ป่วย

๒. ข้อมูลที่เกยี่ วข้องกับการมารับบรกิ าร (สนพ.๓๖๙ ก แก้ไขครงั้ ที่ ๑)
๑. ทาการประเมินความเรง่ ด่วนของผมู้ ารับบรกิ ารโดยทาเครื่องหมาย ในช่องวงกลม พรอ้ มท้ังชงั่
น้าหนัก วดั อณุ หภมู ิ ทุกราย สว่ น vital sign อยา่ งอืน่ ให้พิจารณาเป็นราย ๆ ไป
๒. เวลาท่จี าหน่ายหรอื เสรจ็ ส้ินการรบั บริการ
๓. การนัดหมาย

๓. ข้อมูลเกีย่ วกับการตรวจรกั ษาของแพทย์ (สนพ.๓๖๙ ก แก้ไขคร้งั ท่ี ๑)

๑. บันทึกการประเมนิ ทางคลนิ กิ - อาการสาคัญ และประวตั ิการเจ็บป่วยที่สาคัญ

- บันทึกสญั ญาณชพี เพ่ิมเตมิ

- ประวัตกิ ารแพ้ยา ประวัติพัฒนาการ วัคซนี ประวัตปิ ระจาเดือน

ในเดก็ ที่อายตุ ั้งแต่ 11 ปขี ้ึนไป หรอื มีประจาเดอื นแลว้

- ผลการตรวจร่างกายที่ผิดปกติ หรอื ที่มีความสาคญั ต่อการ

วนิ จิ ฉยั หรอื ต่อการรักษา

* ไม่ควรมแี ต่การวนิ จิ ฉัยโรค

๒. บนั ทึกปญั หา หรือการวนิ ิจฉยั หรือการแยกโรค

* ไม่ควรใชอ้ าการเปน็ การวินจิ ฉัยโรค

๓. บนั ทกึ คาส่งั การตรวจวินจิ ฉัยทางห้องปฏิบตั ิการและรายงานผล

๔. การสัง่ การรกั ษา ระบุ - ช่อื ยาสามัญ (Generic name)

- ขนาดยา (ผู้ป่วยนอกทีส่ ่งั การรักษาผ่านระบบ ephis ระบุเป็น

จานวน ซซี ี แทนชอ้ นชาเพอ่ื ให้ผูป้ ่วยเข้าใจได้ ลดการสบั สน

แตถ่ า้ ส่งั การรกั ษาผู้ปว่ ยใน ใช้ ml แทน)

กรณผี ปู้ ว่ ยนอก ส่งั ผา่ นระบบ Ephis ใหร้ ะบขุ นาดยาเปน็ ซซี ี

แทนชอ้ นชา

กรณีผู้ปว่ ยใน ส่ังขนาดยาเป็น ml.

- วิธีบริหารยา

- จานวนยา

* ไมค่ วรใช้ RM (Repeat Medication)

๘๔

คู่มือการฝกึ อบรมแพทยป์ ระจาบา้ น สาขากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตรว์ ชิรพยาบาล พ.ศ.๒๕๖๕

๕. การทาหัตถการ ควรระบุเหตุผลความจาเปน็ ให้ผู้รับบริการหรอื ผ้แู ทนได้ทราบและเข้าใจถึงข้ันตอน
ผลดแี ละอาการแทรกซ้อนทีอ่ าจเกดิ ขน้ึ และควรบันทึกผลหลงั การทาดว้ ย

๖. ห้ามใชค้ าย่อในการสั่งยาและบนั ทึกเวชระเบียน ตามตาราง

คาย่อ คาเต็ม เหตุผล คาทคี่ วรใช้แทน
(หา้ มใช)้
cc. Cubic centimeters อาจเขา้ ใจผดิ เป็น U (unit) ml.
µg Microgram
MTX Methotrexate อาจเข้าใจผิดเปน็ mg Microgram หรือ mcg
NB Neotica balm
RF Rifampicin อาจเขา้ ใจผิดเป็น MTV Methotrexate
FA Folic acid
Cefa Cefazolin, Cefamandole ไม่สอ่ื วา่ ต้องการยาอะไร Neotica balm
MMI Methimazole
Cet (๕๐๐) Paracetamol ๕๐๐ mg ไม่ส่ือว่าต้องการยาอะไร Rifampicin, Rifam
PCM
D๒ Diazepam ๒ mg ไม่ส่ือว่าต้องการยาอะไร Folic a, Folic acid
D๕ Diazepam ๕ mg
U,IU Unit มียาหลายตวั ที่ขึน้ ต้นดว้ ย Cefa ให้ระบุช่ือยาเต็ม
.๒ ๐.๒
๒.๐ ๒ อาจเข้าใจผดิ เป็น Metformin Methimazoie
MFM Metformin
HR Humulin R ไมส่ ่ือวา่ ต้องการยาอะไร Paracet (๕๐๐)
HN Humutin N
V Intravenous อาจเขา้ ใจผิดเปน็ Vit D๓ DZP (๒)
. Per oral อาจเขา้ ใจผิดเปน็ Vit D๓ DZP (๕)
M Intramuscular อาจเข้าใจผิดเป็น ๐ หรือ ๔ Unit
อาจเข้าใจผิดเปน็ ๒ ๐.๒ (ใช้ ๐ นาหน้าจุดทศนิยม)
อาจเขา้ ใจผิดเป็น ๒๐ ๒ (ไม่ใช้ ๐ ตามหลังจดุ ทศนิยม)
ไมเ่ ขา้ ใจความหมาย Metformin
ไมเ่ ป็นคาย่อสากล Humulin R
ไมเ่ ป็นคายอ่ สากล Humulin N
อาจเข้าใจผดิ IV
อาจเขา้ ใจผดิ PO
อาจเขา้ ใจผิด IM

๗. สรุป

- บันทกึ การซักประวัติ การตรวจรา่ งกาย การวินิจฉัยเบ้ืองตน้ และการดูแลรกั ษาในระบบ
อเิ ล็กทรอนิกสข์ องโรงพยาบาล

- บนั ทกึ นดั / ไม่นดั พร้อมคาแนะนาสาหรับการมาตรวจซ้า หรอื ติดตามการดาเนินโรคระบบ
- กรณสี ่งต่อ /ส่งปรกึ ษาใหร้ ะบุเหตผุ ลและสถานท่สี ่งต่อ / ปรกึ ษา
- ระบุตัวตนของแพทย์ผูส้ ง่ั จากรหัสเขา้ ใช้ระบบ

๘๕

คู่มือการฝึกอบรมแพทยป์ ระจาบ้าน สาขากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตรว์ ชริ พยาบาล พ.ศ.๒๕๖๕

การบนั ทกึ เวชระเบียนผู้ป่วยใน

สว่ นประกอบของเวชระเบียนมีดังน้ี

๑. ข้อมูลประจาตัวผรู้ บั บริการ (Identification section) ควรใสใ่ ห้ครบทุกรายการและถกู ต้อง
๑. ช่อื นามสกลุ
๒. HN, AN
๓. ที่อยู่
๔. วนั เดอื นปเี กดิ และอายุ
๕. เพศ
๖. บุคคลทก่ี าหนดใหต้ ดิ ต่อเม่ือเกดิ กรณีฉุกเฉนิ
๗. การยนิ ยอมเข้ารับการรกั ษา
๘. อืน่ ๆ เชน่ เชื้อชาติ อาชพี
*๑.๑ และ ๑.๒ ควรบนั ทกึ ในเวชระเบียนทกุ ใบ

๒. บนั ทึกของแพทยผ์ ู้ให้บริการ (Medical record section)
๒.๑ บันทึกประวัติและการตรวจร่างกายทารกแรกเกิด/ บันทึกประวัติและการตรวจร่างกายเด็ก (MR ๐๕.๔)
แกไ้ ขครง้ั ท่ี ๐๑ และ สนพ.๓๕/MR ๐๕.๕) และแบบประเมนิ อายุครรภท์ ารกแรกเกดิ (MR ๐๔.๓)
๒.๒ บันทึกการใช้ยาครั้งแรก (Medication reconciliation) ของผู้ป่วย ทั้งท่ีเคยรักษาท่ีโรงพยาบาลและ
รักษาจากโรงพยาบาลอื่น พร้อมพิจารณายาท่ีใช้รักษาในคร้ังนี้ โดยให้ถือว่าเป็นการส่ังการรักษาใน
ครั้งแรก

ควรเติมรายละเอียดให้ครบสมบูรณ์ ผู้อ่ืนสามารถอ่านและเข้าใจให้การดูแลร่วมได้ ระบุชื่อผู้บันทึกช่ือผู้
ตรวจสอบ ที่สามารถอา่ นออกได้ พรอ้ มทง้ั ตาแหน่งใชไ้ ด้ทง้ั Extern, Resident, Staff

๒.๓ บนั ทกึ การวินจิ ฉัยและแผนการรกั ษา (Diagnosis and Treatment Plan) (MR ๐๖.๑)
สรปุ ข้อมูลสาคญั และปญั หา
การวนิ จิ ฉยั และการวินจิ ฉัยแยกโรค
แผนการตรวจเพิ่มเตมิ
แผนการรกั ษา (ทุกโรค)
ต้องมีบันทึกข้อ ๒.๒ หลังจากให้การวินิจฉัยเบื้องต้นในผู้ป่วยทุกราย ระบุช่ือผู้บันทึกที่สามารถ
อ่านออกได้ พร้อมทัง้ ตาแหนง่ ใชไ้ ดท้ ัง้ Extern, Resident, Staff

๒.๔ บนั ทึกสรุปการแกป้ ัญหาในผปู้ ่วย (PROBLEM SOLVING SUMMARY) (MR ๐๖.๒)
ในรายท่ีมปี ัญหาเร้อื รัง / อยู่ร.พ นาน ๆ เชน่ ผปู้ ่วยท่ี WARD Premie, NICU, PICU
Date of onset
Problems & Diagnosis
Management
Result
Date of inactive

๘๖

คมู่ อื การฝึกอบรมแพทยป์ ระจาบา้ น สาขากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตรว์ ชริ พยาบาล พ.ศ.๒๕๖๕

๒.๕ บันทกึ ระหวา่ งการนอนโรงพยาบาล

๒.๕.๑ การรกั ษาพยาบาลทีใ่ หแ้ กผ่ ปู้ ว่ ย (Order and treatment)

ควรมรี ะเบียบอา่ นง่าย ข้อความชดั เจนท้ังช่ือผู้ส่ังการรักษา วันเวลาท่สี ัง่ ผู้รับคาสั่งและเวลาที่รบั

ถา้ เขียนผิดพลาดหรือยกเลิกหา้ มขูดลบแต่ให้เขยี นยกเลิก (off) หรอื ขดี ทบั และลงชอื่ กากบั

๒.๕.๒ การเปลย่ี นแปลงท่สี าคัญ (Progress note) (MR ๐๖.๓)

- ตอ้ งบนั ทึกทุกวนั ใน ๓ วนั แรก เนือ้ หาครอบคลมุ รปู แบบ SOAP

- ต่อไปใหบ้ ันทึกทุกครงั้ ทมี่ ีการเปลีย่ นแปลงภาวะของผูป้ ว่ ย การตอบสนองต่อการรักษา

- เหตุผลที่มกี ารรักษาเพ่มิ เตมิ หรอื เปลย่ี นแปลงการรักษา

- เมอ่ื ทาและหลงั ทาหัตถการ

- เมอ่ื ได้ผลการตรวจท่ีสาคัญ

* Extern / Resident ต้องเขียน off service note & on service note เมอ่ื มีการยา้ ย ward

* ใบบนั ทกึ ความก้าวหน้า (Progress note) สีชมพสู ามารถบันทึกไดท้ กุ สหสาขาวชิ าชพี เพอ่ื ส่ือ

ถงึ การ ดูแลรักษารว่ มกัน หรอื บนั ทึกการใหข้ อ้ มลู ผูป้ ่วยท่ีสาคัญ ในการวางแผนการจาหนา่ ย

๒.๕.๓ การขอคาปรกึ ษา

- ในกรณีปรึกษาในภาควิชา - ให้เขยี นขอปรกึ ษาในใบคาสั่งการรกั ษา

- ตามแพทยท์ ปี่ รกึ ษาโดย Extern/Resident/Nurse

แล้วแต่ระบุ

- แพทยท์ ่ีรับปรกึ ษา ให้แสดงความคดิ เห็นในใบ

Progress note

- ในกรณปี รึกษาต่างภาควชิ า - ให้เขียนขอปรึกษาในใบคาสงั่ การรักษา พร้อมท้ัง

เขยี นใบขอปรึกษา (Consultation) ทีม่ ีอาการ

ส า คั ญ ผ ล ก า ร ต ร ว จ ร่ า ง ก า ย ผ ล ท า ง

ห้องปฏิบัติการที่เก่ียวข้องเหตุผลในการขอ

ปรึกษา

๒.๕.๔ บันทึกการผา่ ตัด /หตั ถการและการรักษาเฉพาะ

๒.๖ บนั ทกึ เมอื่ จาหน่าย

๒.๖.๑ ใหเ้ ขยี น Discharge ในใบส่ังการรักษา พร้อมทั้งให้ Diagnosis, Home treatment, วันนดั

๒.๖.๒ บันทกึ การจาหนา่ ย (Discharge summary) ควรมรี ายละเอยี ดตามที่ระบใุ น

MR ๐๒.๑ (สีเขยี ว) ใชใ้ นผปู้ ่วยท่ี ward เดก็ ๑, เดก็ พเิ ศษ

MR ๐๒.๓ (สชี มพ)ู ใช้ในผู้ปว่ ยที่ ward Nursery, ward Premie

๒.๖.๓ สรุปเวชระเบียนผู้ป่วยใน (General Inpatient Summary) เพื่อที่จะนาข้อมูลไปลงรหัส

และจัดทาสถติ ขิ องโรงพยาบาล

สนพ ๑๘ ก (General Inpatient Summary) ใชใ้ นผปู้ ่วยที่ ward เด็ก ๑, เด็กพิเศษ, PICU

และ ward Premie

สนพ ๒๐ ก (Newborn infant and stillbirth summary) ใช้ใน ward Nursery

การสรุปและให้รหสั โรค ตามหลัก ICD –๑๐, ICD –๙CM, DRG

๘๗

คู่มือการฝกึ อบรมแพทยป์ ระจาบ้าน สาขากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตรว์ ชริ พยาบาล พ.ศ.๒๕๖๕

๓. บนั ทกึ การพยาบาล
๓.๑.๑ กราฟสญั ญาณชพี (Graphic chart)
๓.๑.๒ บันทกึ การพยาบาล (Nurses’ note)
๓.๑.๓ บันทกึ การใหย้ า (Medication note)
๓.๑.๔ แผนการให้การพยาบาล (Nurses’ plan)
๓.๑.๕ บนั ทึกอื่นๆ

Extern, Resident, Staff ควรดูบันทึกของพยาบาลด้วย เพือ่ ประกอบการดแู ลรักษาร่วมกัน ในทานองเดยี วกัน
พยาบาลกค็ วรดกู ารวินจิ ฉัยโรค แผนการดแู ลรกั ษาเพ่อื บนั ทึกเป็นแนวทางเดยี วกัน

๔. บนั ทึกของทมี บรกิ ารอืน่ ๆ (ถา้ มี) เช่น บันทึกการผา่ ตดั การดมยา ฯลฯ

๕. ใบรายงานผลการตรวจทางหอ้ งปฏบิ ัติการ การตรวจพิเศษ การตรวจทางพยาธิ
- Extern/ Resident เม่ือทราบผลให้ลงช่ือกากับการได้รับทราบผล เพื่อประกอบการเปลี่ยนแปลง
การรักษา
- ลงผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ การตรวจพิเศษ การตรวจทางพยาธิท่ีสาคัญในใบบันทึก
ความก้าวหน้าเพือ่ เปน็ หลักฐานในการเปลี่ยนแปลงการรักษา

๖. ใบบันทึกการวางแผนการจาหนา่ ย (Discharge plan)
- การวางแผนการจาหน่ายไม่จาเป็นต้องทาทุกราย ควรกระทาในผู้ป่วยที่เร้อื รังและคาดว่าเมื่อผู้ป่วย
จาหน่ายจะมปี ญั หาในการดแู ลรักษา
- การวางแผนการจาหนา่ ยอาจทาทันทเี มอ่ื ผปู้ ่วยแรกรบั หรอื เม่ือผูม้ ีอาการคงที่
- การวางแผนการจาหน่ายตาม Method Model ลงชื่อ วนั ท่ีกากบั เมื่อให้ข้อมูลดงั กล่าว หรอื บันทึก
เพิม่ เติมในใบบนั ทกึ ความกา้ วหน้า (Progress note) เพื่อส่งต่อข้อมลู เพ่อื การดูแลต่อเนื่อง

๗. การยืมเวชระเบียนกาหนดให้แพทย์ประจาบ้านยืมได้มากท่ีสุด ๒๐ ฉบับ คืนภายใน ๑๐ วัน และให้
หวั หน้าภาควิชาฯเซ็นต์อนุญาตและต้องคืนฉบับเก่าก่อนถึงมีสิทธิยืมเวชระเบียนใหม่ได้ หากเกินเวลา
จะมีค่าปรบั

๘๘

คูม่ ือการฝกึ อบรมแพทย์ประจาบ้าน สาขากมุ ารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล พ.ศ.๒๕๖๕

การประเมนิ คุณภาพและการส่งคนื ทันเวลาเวชระเบียนผู้ปว่ ยในของแพทย์ประจาบา้ น

ทางภาควิชากุมารฯ ได้มีการสุ่มตรวจเวชระเบียนผู้ป่วยใน โดยประเมินคุณภาพและการส่งคืน
ทันเวลา ของแพทย์ประจาบ้าน ทุก ๓ เดือน โดยกรรมการเวชระเบียนของภาควชิ าฯ นอกจากนี้ทกุ ๒ สัปดาห์
จะมีการประเมินคุณภาพเวชระเบียนโดยอาจารย์ประจาหอผปู้ ่วย (Attending staff) โดยนาคะแนนท้ังหมดมา
รวมกัน และมอบรางวัลและประกาศนียบัตรประจาปีแก่แพทย์ประจาบ้านท่ีมีคะแนนในการสรุปเวชระเบียน
สูงสดุ (เกณฑก์ ารให้คะแนนตามเอกสารในการผนวก)

๘๙

คู่มอื การฝกึ อบรมแพทย์ประจาบา้ น สาขากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์วชริ พยาบาล พ.ศ.๒๕๖๕

แนวทางสาคัญการส่งเวชระเบียน

มีแนวทางลาดับการส่งเวชระเบียน เพื่อการให้รหัสโรคได้ทันเวลา ท้ังนี้ระยะเวลาที่หอผ้ปู ่วยจดั เตรียม
เวชระเบียนและแพทย์สรุปเวชระเบียน และนาส่งหน่วยเวชระเบียนไม่เกิน ๕ วันปฏิทิน หลังจาหน่ายผู้ป่วย
จากข้อมูลสถิติการส่งเวชระเบียนผู้ป่วยในภายใน ๕ วัน ระหว่างเดือนตุลาคม – ธันวาคม ๒๕๕๑ พบว่า
ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ส่งเวชระเบียนผู้ป่วยในคืนตามกาหนดในอัตราท่ีต่ากว่าเกณฑ์ (เกณฑ์ในการผ่านของ
มหาวทิ ยาลยั สง่ เวชระเบียนทนั เวลา ภายใน ๕ วนั นบั ทกุ วนั เสาร์ อาทิตย์ และวนั หยุดราชการ มากกว่ารอ้ ยละ ๙๐)

เพอ่ื ใหก้ ารสรปุ และส่งคืนเวชระเบยี นผู้ป่วยในมีประสิทธภิ าพมากยง่ิ ขึ้น จงึ กาหนดขั้นตอนการ
ปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

หอผปู้ ว่ ยมหี น้าที่รวมรวบเวชระเบยี นผ้ปู ว่ ยในและเก็บรกั ษาในทป่ี ลอดภัยเพอ่ื ปอ้ งกันการสูญหาย
แพทย์ประจาบ้านหอผู้ปว่ ยนั้น ๆ ลงลายมือชื่อท่ีอ่านออกและรหัสของแพทย์ (เลข ว.) รับเวชระเบียน
และสรุปในหอผู้ป่วยให้เสร็จสิ้นภายใน ๒ วันปฏิทิน หลังจากผู้ป่วยจาหน่ายและส่งคืนหอผู้ป่วยโดยลงลายมือช่ือ
วัน เวลาที่สง่ คืน
พยาบาลหอผู้ป่วยสรุป check sheet และหอผู้ป่วยนาเวชระเบียนที่สรุปแล้วส่งมายังเจ้าหน้าที่
ผ้รู ับผดิ ชอบงานเวชระเบียนของภาควิชาฯ ภายใน ๑ วันปฏิทิน
เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานเวชระเบียนผู้ป่วยใน ส่ง-รับคืนเวชระเบียนจากอาจารย์แพทย์และรวบรวม
สง่ หน่วยเวชระเบยี นภายใน ๒ วันปฏทิ นิ
รวมเวลาทั้งส้นิ ไมเ่ กนิ ๕ วนั ปฏิทนิ
แนวทางสง่ คนื เวชระเบียนของภาควชิ าฯ และมหาวทิ ยาลยั ดังแผนผัง

กรณีท่ีมีจดหมายส่งตวั ไปรกั ษาทีอ่ นื่ หรอื ตอบกลับต้องมสี าเนาเกบ็ ในแฟ้มเวชระเบียน
กรณีท่ีเสียชีวิต ต้องสรุปสาเหตุการตายและบันทึกการตรวจศพ (ถ้ามี) โดยต้องบันทึกการวินิจฉัยทาง
กายวภิ าคเบ้ืองตน้ ภายใน ๗๒ ชว่ั โมงและสรปุ ประวตั กิ ารรักษาของเวชระเบยี นคนื ภายใน ๕ วันปฏทิ ินเช่นกนั

๙๐

คู่มอื การฝึกอบรมแพทยป์ ระจาบา้ น สาขากมุ ารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตรว์ ชิรพยาบาล พ.ศ.๒๕๖๕

๙๑

คู่มอื การฝกึ อบรมแพทยป์ ระจาบ้าน สาขากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตรว์ ชิรพยาบาล พ.ศ.๒๕๖๕

๙๒

คู่มอื การฝกึ อบรมแพทยป์ ระจาบ้าน สาขากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตรว์ ชิรพยาบาล พ.ศ.๒๕๖๕

๙๓

คู่มอื การฝกึ อบรมแพทยป์ ระจาบ้าน สาขากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตรว์ ชิรพยาบาล พ.ศ.๒๕๖๕

๙๔

คู่มอื การฝกึ อบรมแพทยป์ ระจาบ้าน สาขากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตรว์ ชิรพยาบาล พ.ศ.๒๕๖๕

๙๕

คู่มอื การฝกึ อบรมแพทยป์ ระจาบ้าน สาขากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตรว์ ชิรพยาบาล พ.ศ.๒๕๖๕

๙๖

คู่มอื การฝกึ อบรมแพทยป์ ระจาบ้าน สาขากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตรว์ ชิรพยาบาล พ.ศ.๒๕๖๕


Click to View FlipBook Version