โครงงานหนังสอื อเิ ล็กทรอนิกส์ เร่อื ง ระบบบญั ชคี รัวเรอื น
Electronic books subject household accounts
นางสาวอรพมิ ล คำนไู ทย
นางสาวอาศริ า สารศรี
โครงงานน้เี ปน็ ส่วนหนึ่งของการศกึ ษาตามหลกั สตู รประกาศนัยบัตรวชิ าชีพชน้ั สูง
ประเภทวิชาบรหิ ารธรุ กจิ สาขาวิชาการบญั ชี
วิทยาลยั อาชวี ศกึ ษาเชยี งใหม่
ปีการศึกษา 2564
โครงงานหนังสอื อิเล็กทรอนกิ ส์ เรื่อง ระบบบัญชีครวั เรอื น
Electronic books subject household accounts
จดั ทำโดย
นางสาวอรพมิ ล คำนูไทย
นางสาวอาศิรา สารศรี
นักศกึ ษา ชนั้ ปวส.2/4 สาขาวชิ าการบัญชี
ครูทีป่ รกึ ษาโครงงาน/ครปู ระจำวชิ าโครงงาน
นางภทั รานษิ ฐ์ พชั ริศวโรจน์
โครงงานนเ้ี ป็นสว่ นหนึง่ ของการศกึ ษาตามหลักสูตรประกาศนยั บัตรวิชาชพี ชัน้ สงู
ประเภทวิชาบริหารธุรกิจ สาขาวิชาการบญั ชี
วทิ ยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่
ปกี ารศึกษา 2564
ใบรบั รอง
วทิ ยาลยั อาชีวศกึ ษาเชียงใหม่
เร่ือง โครงงานหนังสอื อิเลก็ ทรอนกิ ส์ เร่ือง ระบบบัญชีครัวเรือน
จดั ทำโดย
นางสาวอรพมิ ล คำนูไทย รหสั 63302010123
นางสาวอาศิรา สารศรี รหัส 63302010124
ได้รับการรับรองใหเ้ ป็นสว่ นหน่ึงของการศึกษาตามหลกั สตู รประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้ันสูง
สาขาการบญั ชี ประเภทวชิ าบริหารธุรกิจ
......................................หวั หนา้ แผนกวชิ า ................................รองผู้อำนวยการฝ่าย
วชิ าการ
(นางจนั ทรา เทพาคำ) (นางจนั ทมิ า สตั ยาภรณ์)
วนั ท่ี.........เดอื น..............พ.ศ......... วนั ที่.........เดอื น..............พ.ศ.........
คณะกรรมการสอบโครงงาน
.........................................ประธานกรรมการ
(นางจันทรา เทพาคำ)
.........................................คณะกรรมการ
(นางสาวอรชิ าภสั ร์ อนิ ต๊ะจกั ร์)
.........................................คณะกรรมการและเลขานุการ
(นางภทั รานษิ ฐ์ พชั รศิ วโรจน์)
ชือ่ นางสาวอรพมิ ล คำนูไทย , นางสาวอาศริ า สารศรี
ชอื่ เรื่อง หนงั สืออเิ ลก็ ทรอนิกส์ เรอื่ ง ระบบบญั ชคี รวั เรือน1111111111111
สาขาวชิ า การบัญชี
ประเภทวชิ า บริหารธรุ กจิ
ครทู ปี่ รกึ ษาโครงงาน นางภัทรานิษฐ์ พัชริศวโรจน์ 111111111111111111111111111111
ปีการศกึ ษา 2564
บทคัดยอ่
โครงงานหนงั สืออเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ เรอ่ื ง ระบบบญั ชคี รัวเรอื น วตั ถปุ ระสงค์ 1. เพอ่ื ศกึ ษาการ
จดั ทำหนังสืออิเล็กทรอนกิ ส์ และการทำบญั ชคี รัวเรือน 2. เพ่ือสำรวจและใหค้ วามร้เู กี่ยวกับการทำ
บัญชคี รวั เรือน เปน็ ระยะเวลา 2 สปั ดาห์ ตงั้ แตว่ นั ที่ 2 มกราคม 2565 ถงึ 14 มกราคม 2565
จากการดำเนินโครงงานเป็นดงั น้ี จากการบนั ทึกรายรบั - รายจา่ ย เป็นระยะเวลา 2
สปั ดาห์ ตง้ั แตว่ ันที่ 2 มกราคม 2565 ถึง 14 มกรคม 2565 นักศกึ ษาจำนวน 10 คน มกี ารบนั ทกึ
บัญชีตามแบบระบบในหนงั สืออเิ ล็กทรอนิกส์ ได้แก่ 1.นางสาวสุรดา ศกั ดิส์ บื สกลุ มีรายรบั 3,500
บาท มรี ายจา่ ยรวมทั้งสนิ้ 2,880 บาท คงเหลือ 620 บาท 2.นางสาวเจนจิรา ก๋าคำ มรี ายรับ 2,700
บาท มีรายจ่ายรวมท้ังสน้ิ 2,291 บาท คงเหลือ 409 บาท 3.นางสาวสติ ยา ชัยวฒั นศกั ดิ์ มีรายรับ
2,700 บาท มรี ายจา่ ยรวมท้งั สิ้น 1,887 บาท คงเหลือ 813 บาท 4.นางสวสตรีรตั น์ นาคจันทึก มี
รายรบั 3,200 บาท มีรายจา่ ยรวมทั้งสน้ิ 2,096 บาท คงเหลอื 1,104 บาท 5.นางสาวศริ ลิ ักษณ์ ภา
วงั ค์ มีรายรับ 3,200 บาท มีรายจ่ายรวมท้งั สิน้ 2,788 บาท คงเหลอื 412 บาท 6.นางสาวพรหมลิขติ
เขียวมั่ง มีรายรับ 3,600 บาท มรี ายจ่ายรวมทั้งส้ิน 2,096 บาท คงเหลอื 1,504 บาท 7.นางสาวบุณ
ยาพร โหจนิ ดารตั น์ มรี ายรบั 9,000 บาท มรี ายจ่ายรวมทัง้ สิ้น 6,276 บาท คงเหลอื 2,724 บาท 8.
นางสาวพรช หม่ืนมหายศ มรี ายรบั 2,200 บาท มีรายจา่ ยรวมทั้งส้ิน 1,993 บาท คงเหลอื 207 บาท
9.นางสาวจิราพรรณ ศรยี วง มรี ายรับ 2,250 บาท มีรายจา่ ยรวมทงั้ สิ้น 1,569 บาท คงเหลือ 681
บาท 10.นางสาวสรอ้ ยสิริ คำปนั มรี ายรับ 4,000 บาท มีรายจ่ายรวมทั้งสิ้น 2,752 บาท คงเหลอื
1,248 บาท จากการดำเนนิ โครงงานพบว่า นักศึกษาทัง้ 10 คน มีเงนิ เก็บมากข้นึ จากการบนั ทกึ บญั ชี
เพราะทำใหร้ ู้รายรับ - รายจ่าย และกำลงั การใชเ้ งินของตนเอง ทำใหน้ กั ศึกษาท้งั 10 คนทำการ
บันทกึ บญั ชีต่อไปเพอ่ื เป็นประโยชน์ในการใชจ้ า่ ยเงินใหค้ ุม้ คา่ ทีส่ ดุ การประเมนิ ความพงึ พอใจดา้ น
คณุ ลักษณะของหนังสืออเิ ล็กทรอนิกส์ พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจในดา้ นคุณลกั ษณะ
ของหนงั สืออิเล็กทรอนกิ ส์ เรอ่ื ง บัญชีครัวเรือน มคี วามพึงพอใจโดยรวมอยใู่ นระดบั มาก ( ̅= 4.88)
โดยเรียงลำดับจากจำนวนมากไปหาจำนวนนอ้ ย ได้แก่ เนอ้ื หามคี วามกะทัดรัด ชดั เจน เป็นลำดบั ข้นั
งา่ ยต่อการทำความเข้าใจ ( ̅= 5.00) รปู เล่มของหนงั สืออเิ ล็กทรอนกิ สม์ ีความเหมาะสม ( ̅= 4.90)
ภาพรวมของหนงั สืออิเลก็ ทรอนกิ สม์ ีความสมบรู ณ์ ครบถ้วน ( ̅= 4.90) ภาพทีใ่ ช้ในหนงั สือ
อเิ ล็กทรอนกิ สม์ คี วามน่าสนใจและสอดคลอ้ งกับเน้ือหา ( ̅= 4.80) และขนาด สีตัวอักษรทใ่ี ชม้ คี วาม
เหมาะสม ชัดเจน สวยงาม อา่ นง่าย ( ̅= 4.80) การประเมินความพงึ พอใจด้านขน้ั ตอนการใหบ้ รกิ าร
พบว่าผตู้ อบแบบสอบถามมีความพึงพอใจในดา้ นคณุ ลกั ษณะของหนังสืออิเล็กทรอนกิ ส์ เรอื่ ง บัญชี
ครัวเรอื น มคี วามพึงพอใจโดยรวมอย่ใู นระดบั มาก ( ̅= 4.90) โดยเรียงลำดับจากจำนวนมากไปหา
จำนวนน้อย ได้แก่ สามารถนำมาใช้ประโยชนใ์ นการลงบัญชีรายรบั -รายจ่ายในครัวเรือน ( ̅= 5.00)
การใหบ้ ริการของนกั ศกึ ษาช่วยในการนำไปประยกุ ต์ใช้ในชวี ติ ประจำวนั ( ̅= 5.00) ผู้เข้ารว่ ม
โครงงานประทับใจในการทำกิจกรรม ( ̅= 4.90) นกั ศึกษาเป็นกันเอง ให้ความสนใจทจ่ี ะให้บรกิ าร
( ̅= 4.90) ความรู้ความสามารถในการใหบ้ ริการ เช่น สามารถตอบคำถาม ชแี้ จงขอ้ สงสัยให้
คำแนะนำได้ เป็นต้น ( ̅= 4.90) และระยะเวลาในการจัดทำบัญชมี ีความเหมาะสม ( ̅= 4.70)
กิตติกรรมประกาศ
โครงงานนีล้ ลุ ว่ งไปดว้ ยดีความกรุณา ความชว่ ยเหลอื แนะนำให้คำปรกึ ษา ตรวจสอบแกไ้ ข
ขอ้ บกพร่องต่างๆ ดว้ ยความเอาใจใสอ่ ย่างดจี าก คณุ ครภู ัทรานิษฐ์ พชั ริศวโรจน์ ครทู ่ีปรกึ ษารายวิชา
โครงงาน รหสั วิชา 3201-8501 คณะผจู้ ดั ทำกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูง
ขอขอบคณุ นักศกึ ษาชั้นประกาศนียบตั รวชิ าชพี ชั้นสูง 2 ห้อง 4 สาขาวชิ าการบัญชีท่ใี ห้
คณะผู้จัดทำ ไดศ้ ึกษาขอ้ มูลเกย่ี วกับ รายรับ-รายจ่ายของนักศึกษาท้ัง 10 คน เพอื่ ใชใ้ นการทำ
โครงงานในครัง้ น้ี และให้ความรว่ มมือเป็นอยา่ งดี ขอขอบคุณเป็นอยา่ งสูง
นอกจากน้ยี งั ได้รับการสนบั สนุนช่วยเหลือในการทำงานจากบุคคลในครอบครัวผ้คู อยให้
ความสนบั สนนุ ในการทำงานในทกุ ๆดา้ น มาโดยตลอดทำให้การทำโครงงานในครัง้ น้สี ำเรจ็ ลุล่วงไปได้
ด้วยดี คณุ ค่าและประโยชนจ์ ากการทำโครงงานครัง้ น้ี ผู้จดั ทำขอมอบเพื่อเป็นการตอบแทนพระคณุ
บิดามารดา สมาชกิ ในครอบครัว และคณุ ครทู ุกท่าน ทไ่ี ดอ้ บรมสัง่ สอนวิชาความรู้ ซ่ึงผศู้ กึ ษาจะได้
นำไปพัฒนาในการทำงานให้ดยี ่ิงขน้ึ เพอื่ ประโยชนต์ อ่ ตนเอง และประเทศชาตติ อ่ ไป
ผู้จัดทำ
อรพมิ ล คำนไู ทย
อาศิรา สารศรี
สารบญั หนา้
เรอ่ื ง
ก
ใบรับรองโครงงาน ข
บทคดั ย่อ ค
กิตติกรรมประกาศ ง
สารบญั จ
สารบญั ตาราง ฉ
สารบัญภาพประกอบ
บทที่ 1 บทนำ 1
1
1.1 ความเปน็ มาและความสำคัญของโครงงาน 1
1.2 วตั ถุประสงค์ของโครงงาน 2
1.3 ขอบเขตของโครงงาน 2
1.4 ประโยชน์ท่คี าดวา่ จะไดร้ บั
1.5 นยิ ามศพั ท์ 4
บทที่ 2 แนวคดิ ทฤษฎีและงานวจิ ัยทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง 12
2.1 ความรู้เกย่ี วกบั โครงงานท่ที ำ 20
2.2 ทฤษฎีทีเ่ กี่ยวข้อง 21
2.3 ประวัติวิทยากร/ทป่ี รึกษาโครงงานและสถานประกอบ
2.4 งานวจิ ยั ทเ่ี กี่ยวข้อง 23
บทท่ี 3 วธิ กี ารดำเนนิ งานโครงงาน 23
3.1 รูปแบบโครงงาน 23
3.2 ประชากรและกลมุ่ ตัวอย่างของโครงงาน 26
3.3 ขน้ั ตอนการศกึ ษา 26
3.4 การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล
3.5 การวิเคราห์และสรุปขอ้ มลู
สารบญั (ต่อ) หนา้
เร่อื ง 29
บทที่ 4 ผลการดำเนนิ โครงงาน 35
4.1 ผลการวิเคราห์ข้อมลู 37
38
บทที่ 5 สรุปผลการดำเนนิ โครงงานและข้อเสนอแนะ
5.1 สรปุ ผลการดำเนนิ โครงงาน 40
5.2 ขอ้ เสนอแนะ 45
51
บรรณานกุ รม 72
ภาคผนวก
79
ภาคผนวก ก โครงรา่ งโครงงาน
ภาคผนวก ข แบบเสนอขออนุมตั โิ ครงงาน 84
ภาคผนวก ค ขอ้ มูลรายรบั - รายจ่าย 95
ภาคผนวก ง รปู สภาพแวดลอ้ มสถานทดี่ ำเนินงาน/
98
วทิ ยากรทป่ี รกึ ษาโครงงาน/ครทู ีป่ รกึ ษาและคณะผูจ้ ดั ทำ
ภาคผนวก จ แบบประเมนิ ความพึงพอใจโครงงานหนังสอื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ 101
104
เร่ือง บัญชีครัวเรอื น
ภาคผนวก ฉ แบบรายงานผลการนำไปใชป้ ระโยชน์
ภาคผนวก ช รูปคณะกรรมการอนุมตั ิโครงงานและ
คณะกรรมการประเมินโครงงาน
ภาคผนวก ซ รปู การณ์นำเสนอผลงานและประเมนิ โครงงาน
ประจำปกี ารศกึ ษา 2564
ประวัตผิ จู้ ดั ทำ
QR Code โครงงานหนงั สืออเิ ลก็ ทรอนิกส์ เรอื่ ง บญั ชคี รัวเรอื น
สารบญั ตาราง หนา้
ตาราง
24
ตารางที่ 3.1 การวเิ คราะหข์ อ้ มูลเพ่ือการตัดสนิ ใจ 25
ตารางท่ี 3.2 ปฏิทินในการปฏิบัติงาน 52
ตารางท่ี 3.3 รายรบั – รายจา่ ยของนกั ศกึ ษา 10 คน
สารบญั ภาพประกอบ หนา้
รูปที่
5
รปู ท่ี 2.1 หน้าปกหนังสอื อเิ ล็กทรอนกิ ส์ 5
รปู ที่ 2.2 สารบัญหนังสืออเิ ลก็ ทรอนิกส์ 8
รูปที่ 2.3 หนงั สอื อิเลก็ ทรอนกิ ส์
บทท่ี 1
บทนำ
1.1 ความเปน็ มาและความสำคญั ของโครงงาน
การทำบัญชีครวั เรือนในด้านเศรษฐกิจ หรอื การบันทกึ รายรบั รายจ่ายมกี ารสง่ เสริมให้ประชาชน
ได้ทำกนั นนั่ เปน็ เรื่องการบนั ทึกรายรบั รายจา่ ยประจำวันประจำเดือนวา่ มีรายรับจากแหลง่ ใดบา้ ง
จำนวนเทา่ ใด มรี ายจา่ ยอะไรบา้ ง จำนวนเท่าใด ในแตล่ ะวนั สปั ดาห์ เดอื น และปี เพอื่ จะได้เหน็
ภาพรวมวา่ ตนเองและครอบครัวมีรายรับเทา่ ใด รายจา่ ยเท่าใด คงเหลือเท่าใด หรือ เงนิ ไมพ่ อใช้
เท่าใด คอื รายจา่ ยมากกว่ารายรบั และสำรวจว่ารายการใดจา่ ยนอ้ ยจ่ายมาก จำเปน็ น้อยจำเป็นมาก
จำเปน็ นอ้ ย อาจลดลง จ่ายเฉพาะที่จำเปน็ มาก เม่อื นำรายรับ รายจา่ ย มาบวกลบกนั แลว้ ขาดดุล
เกินดลุ ไปเท่าใด เมือ่ เหน็ ตัวเลข จะทำใหเ้ ราคิดไดว้ า่ สิง่ ไม่จำเปน็ นั้นมีมากหรอื นอ้ ยสามารถลดได้
หรือไม่ เลกิ ไดไ้ หม ถา้ ไม่ลดไม่เลกิ จะเกิดอะไร กับตวั เอง ครอบครวั ชมุ ชน และประเทศ หากเราวาง
แผนการรับการจา่ ยเงินของตนเองได้ เทา่ กับวา่ รูจ้ ักความเป็นคนไดพ้ ัฒนาตนเอง ให้เปน็ คนมเี หตุมผี ล
เปน็ คนร้จู ักพอประมาณ เป็นคนรักตนเอง รักครอบครัว รกั ชมุ ชน และรกั ประเทศชาติมากข้ึนจึงเห็น
ไดว้ า่ การทำบัญชีครวั เรอื น ในเร่อื งรายรับรายจ่าย กค็ ือวถิ ีแหง่ การเรยี นรู้เพ่ือพฒั นาชวี ิต นอกจากน้ี
เป็นการฝึกลองการบรหิ ารตัวเอง โดยระยะเวลา 1 เดอื น
จากสาเหตทุ ่กี ลา่ วมาแลว้ ขา้ งตน้ คณะผูจ้ ัดทำมคี วามสนใจท่จี ะศึกษาการทำหนงั สอื
อเิ ลก็ ทรอนิกสเ์ ก่ยี วกับบัญชีครัวเรือน โดยมีวัตถุประสงค์เพ่อื ศึกษาการจัดทำหนังสอื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
และการทำบญั ชคี รัวเรือน และเพ่ือสำรวจและให้ความรู้เกยี่ วกบั การทำบญั ชคี รวั เรือน โดยทำการเกบ็
ข้อมูลจากการบนั ทกึ บัญชคี รวั เรอื นของนักศึกษาจำนวน 10 คน ผลลพั ธท์ ่ีได้จากการทำโครงการ
สามารถนำความรู้ได้ไปใช้ประโยชน์ในการศกึ ษา และตรวจสอบในการใช้จา่ ยแตล่ ะคนเปน็ อย่างไรการ
จดั ทำบัญชที ำใหน้ กั ศึกษา เปน็ คนรจู้ ักการมนี ยั ในการใชเ้ งิน มีระเบยี บในการทําบัญชีเปน็ คนที่
ประหยดั อดออม อดทน มรี ะเบียบและวางแผนการใชเ้ งนิ เพอื่ ตนเอง
1.2 วัตถุประสงคข์ องโครงงาน
1.2.1 เพอื่ ศกึ ษาการจดั ทำหนงั สืออเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ และการทำบญั ชคี รวั เรือน
1.2.2 เพอ่ื สำรวจและใหค้ วามร้เู กย่ี วกับการทำบญั ชคี รวั เรือน
1.3 ขอบเขตของโครงงาน
11111.3.1 เป้าหมายของโครงงาน
11111111 1. เป้าหมายเชงิ คณุ ภาพ
22222222222 1) ศึกษาการจัดทำหนงั สอื อเิ ล็กทรอนิกส์ และการทำบญั ชีครัวเรือน
22222222222 2) เพือ่ ให้ความรแู้ ละสำรวจความใส่ใจในการทำบญั ชคี รวั เรือน
11111111 2. เปา้ หมายเชงิ ปริมาณ
22222222222 1) จดั ทำหนังสืออเิ ล็กทรอนกิ ส์ เรือ่ ง การทำบญั ชคี รัวเรอื น เป็นเวลา 1 เดอื น ตัง้ แต่
เดือน พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2564 ถึง เดอื น ธนั วาคม พ.ศ. 2564
11111111111 2) ให้ข้อมูลเก่ยี วกบั หนังสอื อิเลก็ ทรอนิกส์กบั นักศกึ ษาจำนวน 10 คน แลว้ สำรวจ
ติดตามการทำบัญชีครวั เรอื น
11111.3.2 ระยะเวลาและสถานที่ดำเนนิ งาน
22222 1. ระยะเวลาดำเนินงาน ระหว่างวนั ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 ถึง วันที่ 16
กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. 2565
11111 2. สถานท่ดี ำเนนิ งาน ณ 79 ซอย 2 ต.ศรีภูมิ อ.เมอื ง จ.เชียงใหม่ 50200
1.4 ประโยชนท์ ่คี าดวา่ จะได้รับ
1.4.1 ได้ทราบข้อมูลเก่ยี วกับการจดั ทำหนังสืออเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ และการทำบญั ชคี รวั เรือน
1.4.2 ไดใ้ หค้ วามรู้ และสำรวจความใสใ่ จเก่ยี วกับการทำบญั ชคี รวั เรือน
1.5 นยิ ามศพั ท์
1111.5.1 หนงั สืออเิ ล็กทรอนิกส์ (Electronic Book) หมายถึง หนงั สือทีส่ รา้ งข้นึ ดว้ ยโปรแกรม
คอมพวิ เตอร์ มลี กั ษณะ เปน็ เอกสารอิเลก็ ทรอนกิ ส์ โดยปกตมิ กั จะเปน็ แฟม้ ข้อมูลทส่ี ามารถอ่าน
เอกสารผ่านทางหน้า จอคอมพวิ เตอร์ ทั้งในระบบออฟไลน์ และออนไลน์ คุณลกั ษณะของหนงั สือ
อิเล็กทรอนิกสส์ ามารถ เชือ่ มโยงจดุ ไปยงั ส่วนตา่ ง ๆ ของหนังสือ เวบ็ ไซต์ต่าง ๆ ตลอดจนมปี ฏิสัมพนั ธ์
และโต้ตอบกบั ผเู้ รยี นได้ นอกจากน้ันหนงั สอื อเิ ล็กทรอนกิ สส์ ามารถแทรกภาพ เสียง ภาพเคลอ่ื นไหว
แบบทดสอบ และสามารถสัง่ พิมพเ์ อกสารที่ต้องการออกทางเครื่องพมิ พ์ได้
1111.5.2 การทำบญั ชี (accountancy) คอื การจดบนั ทกึ ขอ้ มูลเกย่ี วกบั เงอื่ นไขปัจจยั ในการ
ดำรงชวี ิตของตัวเอง และภายในครอบครัว ชุมชน รวมถงึ ประเทศ ข้อมลู ท่ีไดจ้ ากการบนั ทกึ จะเปน็ ตวั
บ่งช้อี ดตี ปจั จบุ นั และอนาคตของชีวติ ของตัวเอง สามารถนำข้อมลู อดีตมาบอกปจั จบุ ันและอนาคตได้
ข้อมลู ที่ได้ ท่ีบนั ทกึ ไว้ จะเปน็ ประโยชนต์ อ่ การวางแผนชวี ติ และกิจกรรมตา่ ง ๆ ในชีวติ ในครอบครัว
1111.5.3 บญั ชีครวั เรอื น (household account) หมายถงึ การบนั ทกึ ขอ้ มลู ดา้ นอ่นื ๆ ในชีวิต ใน
ครอบครัว เป็นต้น ของเราไดด้ ว้ ย เชน่ บญั ชที รพั ยส์ ิน พันธ์ุพชื พันธุ์ไม้ ในบ้านเราในชุมชนเรา บัญชี
ความรคู้ วามคดิ ของเรา บัญชีผู้ทรงคณุ ผู้รใู้ นชุมชนเรา บัญชเี ด็กและเยาชนของเรา บญั ชภี มู ปิ ญั ญา
ดา้ นต่าง ๆ ของเรา เป็นต้น หมายความว่า สิ่งหรอื เรื่องราวตา่ ง ๆ ในชีวติ ของเรา เราจดบันทกึ ได้ทุก
เรือ่ ง หากประชาชนทกุ คนจดบนั ทกึ จะมีประโยชน์ตอ่ ตนเอง ครอบครัว ชุมชนและประเทศ จะเป็น
แหล่งเรียนรู้ ครอบครวั เรยี นรู้ ชมุ ชนเรียนรู้ และประเทศเรยี นรูก้ ารเรียนรเู้ ป็นที่มาของปัญญา ปญั ญา
เป็นที่มาของความเจริญทง้ั กาย สงั คม ใจ และจติ วิญญาณของมนุษยจ์ ะเหน็ วา่ การทำบัญชี หรอื การ
จดบนั ทึกนส้ี ำคญั ยงิ่ ใหญ่มาก บุคคลสำคัญในประเทศหลายท่านเปน็ ตวั อย่างท่ีดีของการจดบนั ทกึ
เช่น ทา่ นพทุ ธทาส ในหลวง และสมเด็จพระเทพ ล้วนเปน็ นกั บันทึกทงั้ สิน้ การบนั ทกึ คือ การเขียน
เมอ่ื มีการเขียนยอ่ มมกี ารคดิ เม่อื มีการคิดย่อมก่อปญั ญา แกไ้ ขปญั หาได้โดยใชเ้ หตุผลวิเคราะห์
พิจารณา ไดถ้ ูกต้อง น่นั คอื ทางเจริญของมนษุ ย์
บทท่ี 2
เอกสาร ทฤษฏแี ละงานวจิ ัยท่เี กย่ี วขอ้ ง
การดำเนนิ โครงงานหนงั สืออเิ ล็กทรอนกิ ส์ เรื่อง บญั ชคี รวั เรอื น เป็นการจัดทำหนงั สอื
อิเล็กทรอนกิ ส์ และสำรวจความสนใจในการจดั ทำบัญชี ของนักศกึ ษาชัน้ ประกาศนยี บัตรชัน้ สูง 2
หอ้ ง 4 จำนวน 10 คน ณ วิทยาลัยอาชีวศกึ ษาเชยี งใหม่ ระหว่าง 2 พฤศจิกายน 2564 ถึง 31
มกราคม 2565 ผู้ดำเนนิ โครงงานไดร้ วบรวม เอกสาร ทฤษฎี และงานวิจยั ท่ีเกี่ยวข้องดงั มีหวั ขอ้
ตอ่ ไปนี้
2.1 ความรูเ้ กีย่ วกบั โครงงานท่ีทำ
2.2 ทฤษฎีที่เกีย่ วข้อง
2.3 ประวัตวิ ิทยากร/ทปี่ รกึ ษาโครงงานและสถานประกอบ
2.4 งานวิจัยทเี่ กยี่ วขอ้ ง
2.1 ความร้เู ก่ียวกับโครงงานท่ีทำ
2.1.1 หนงั สืออเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
หนงั สืออิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Book) หมายถึง หนังสือทสี่ ร้างขึ้นดว้ ยโปรแกรม
คอมพิวเตอร์ มีลักษณะ เป็นเอกสารอเิ ล็กทรอนกิ ส์ โดยปกติมกั จะเป็น แฟ้มข้อมลู ที่สามารถอ่าน
เอกสารผา่ นทางหนา้ จอคอมพวิ เตอร์ ทั้งในระบบออฟไลน์ และออนไลน์ คุณลกั ษณะของหนงั สอื
อิเลก็ ทรอนิกสส์ ามารถ เชื่อมโยงจดุ ไปยงั สว่ นต่าง ๆ ของหนังสอื เวบ็ ไซต์ตา่ ง ๆ ตลอดจนมปี ฏิสัมพนั ธ์
และโต้ตอบกับผ้เู รียนได้ นอกจากนั้นหนังสอื อเิ ล็กทรอนิกสส์ ามารถแทรกภาพ เสียง ภาพเคลอ่ื นไหว
แบบทดสอบ และสามารถส่ัง พมิ พ์เอกสารทตี่ ้องการออกทางเครอ่ื งพิมพ์ได้
คณุ ลกั ษณะสำคญั ของหนงั สอื อิเล็กทรอนิกส์ มี 3 ประการ ไดแ้ ก่
1. สามารถเช่ือมโยงไปยังส่วนต่างๆของหนงั สอื เว็บไซตต์ า่ งๆ ตลอดจนมปี ฏิสัมพนั ธ์
และโต้ตอบ กบั ผเู้ รียนได้
2. สามารถแทรกภาพ เสียง ภาพเคล่อื นไหว แบบทดสอบ และสามารถส่งั พิมพ์เอกสาร
ทตี่ ้องการออกทางเครอื่ งพิมพ์ได้
3. สามารถปรบั ปรุงข้อมลู ให้ทนั สมัยได้ตลอดเวลา
ลกั ษณะของหนังสอื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
หนังสืออเิ ลก็ ทรอนิกสม์ ีโครงสร้างเหมอื น ๆ กบั หนงั สอื เลม่ ทั่ว ๆ ไปโดยจะประกอบด้วย
หน้าปกหน้า-หลงั , สารบัญ, เนอื้ หาภายในเลม่ และดชั นี เน้ือหาภายในเลม่ อาจจะแบ่งออกเป็นบทแต่
ละบทมีจำนวนหนา้ มากน้อยแตกตา่ งกนั ไป ในแต่ละหนา้ จะประกอบด้วยตัวอักษร, ภาพนิง่ ,
ภาพเคล่ือนไหว, เสยี ง หนังสืออเิ ล็กทรอนกิ ส์จะแตกตา่ งจากหนังสือเลม่ ในการพลิกหน้า โดยที่ไมไ่ ดม้ ี
การพลิกหน้าจรงิ หากแต่เป็นไปในลกั ษณะของการซ้อนทับกนั สิง่ ท่แี ตกตา่ งกนั ระหวา่ งหนงั สือ
อเิ ล็กทรอนิกสก์ บั หนังสอื เลม่ อย่างเด่นชดั คือ การปฏสิ มั พนั ธ์ ซ่งึ อาจจะแตกตา่ งกันล่างในหนงั สอื
อเิ ล็กทรอนกิ สแ์ ต่ละเล่ม ท้ังน้ีขน้ึ อยู่กับจดุ ประสงคก์ ารใช้งาน และการปฏสิ ัมพนั ธจ์ ากผู้อ่าน หนังสอื
อเิ ลก็ ทรอนิกสม์ ีลักษณะเหมอื นกบั หนังสือเล่ม คอื มีหนา้ ปกเพือ่ บอกขอ้ มลู ต่าง ๆ เกย่ี วกบั หนังสือ
หากใน 1 หนา้ มีขอ้ มูลเป็นหนา้ คู่ ด้านซ้ายมือเปน็ หนา้ ซ้ายดา้ นขวามอื จะเป็นหนา้ ขวา กดป่มุ ไปหนา้
ก็จะไปยังหนา้ ต่อไป กดป่มุ ถอยหลงั จะกลับไปหน้าก่อนนอกจากน้ยี ังสามารถกระโดดข้ามไปยังหนา้ ที่
ผอู้ า่ นต้องการไดอ้ กี ดว้ ย หน้าสุดทา้ ยจะเปน็ หน้าก่อนออกจากโปรแกรม ถึงแมว้ ่าหนงั สอื
อิเล็กทรอนิกสจ์ ะคล้ายกับหนงั สือเลม่ มากแต่ขอ้ จำกดั ที่มอี ยมู่ ากมายในหนังสือเลม่ ไมส่ ามารถส่ง
อิทธพิ ลมายงั หนงั สอื อเิ ลก็ ทรอนิกส์แต่อยา่ งใด
รปู ที่ 2.1 หนา้ ปกหนังสอื อิเลก็ ทรอนกิ ส์
ทีม่ า : ตวั อย่างงาน ออกแบบArtwork พร้อมสรา้ งไฟล์งาน E-book, 2556 : เว็บไซต์
รปู ที่ 2.2 สารบัญหนังสอื อเิ ลก็ ทรอนิกส์
ที่มา : ตัวอย่างงาน ออกแบบArtwork พร้อมสร้างไฟลง์ าน E-book, 2556 : เวบ็ ไซต์
พระราชบญั ญตั ิหนังสืออิเล็กทรอนกิ ส์
พระราชบัญญตั กิ ารศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542 และที่แกไ้ ขเพิ่มเติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ.
2545 ได้กำหนดรปู แบบการจดั การเรียนรไู้ ว้ 3 รูปแบบ คือ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ
และการศกึ ษาตามอธั ยาศยั โดยให้ประชาชนมโี อกาสเรียนรู้ตลอดชวี ิตสามารถเลือกเรียนได้ตามความ
สนใจ ความถนดั และความเหมาะสมตามสภาพของตนเอง เพ่อื ให้บคุ คลสามารถพฒั นาศักยภาพ
ตนเองได้อยา่ งเตม็ ความสามารถและมีความพรอ้ มในการดำรงอยู่ในสงั คมไทยซงึ่ เปน็ สงั คมฐานความรู้
ที่การเรยี นรู้ ความรูแ้ ละนวัตกรรมเป็นส่ิงสำคญั ในการพฒั นา จึงจำเปน็ อย่างยิง่ ทจี่ ะตอ้ งเสริมสรา้ ง
ฐานความร้ทู ่ีเขม้ แข็งใหก้ บั ประเทศเพ่อื ความสามารถในการปรับตวั รูเ้ ท่าทัน การเปลย่ี นแปลง โดย
สง่ เสรมิ และสร้างสภาพการณใ์ หค้ นไทยทุกคนมสี ทิ ธิ และความเสมอภาคในการเรียนรูอ้ ย่างต่อเน่อื ง
ตลอดชวี ิต
ประเภทของหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ มี 10 ประเภท ดงั น้ี
1. หนังสืออิเลก็ ทรอนิกส์ หรอื แบบตำรา (Textbook) มีรูปแบบหนังสือปกตทิ ่พี บเห็น
ท่ัวไป เป็นการแปลงหนงั สือจากสภาพส่งิ พมิ พป์ กติ เป็นสญั ญาณดิจิตอล เพมิ่ ศกั ยภาพเดมิ การ
นำเสนอ การปฏิสมั พนั ธ์ระหว่างผู้อา่ นหนังสอื อเิ ล็กทรอนกิ ส์ด้วยศักยภาพของคอมพวิ เตอร์ขั้นพน้ื ฐาน
เช่น การเปดิ หน้าหนังสอื การสืบคน้ การคดั เลือก เปน็ ตน้
2. หนงั สืออิเล็กทรอนกิ สแ์ บบหนงั สอื เสยี งอา่ น เมื่อเปิดหนังสือ จะมีเสียงคำอ่าน
หนงั สอื อเิ ล็กทรอนกิ สป์ ระเภทนเี้ หมาะสำหรับหนังสอื เดก็ เรม่ิ เรยี น หรอื หนังสือฝึกออกเสยี ง หรือ ฝึก
พูด (Talking Book ) หนงั สืออเิ ลก็ ทรอนกิ สช์ นดิ น้เี ปน็ การเน้นคุณลกั ษณะดา้ นการนำเสนอเนอ้ื หาที่
เปน็ ตัวอกั ษร และเสยี งเป็นคณุ ลกั ษณะหลกั นยิ มใชก้ ับกลมุ่ ผ้อู ่านท่มี ีระดับลักษณะทางภาษา
โดยเฉพาะดา้ นการฟงั หรอื การอ่านค่อนขา้ งตำ่ เหมาะสำหรับการเร่ิมตน้ เรียนภาษาของเดก็ ๆ หรอื ผูท้ ่ี
กำลังฝึกภาษาทส่ี อง หรอื ฝึกภาษาใหม่ เปน็ ตน้
3. หนงั สอื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์แบบหนังสือภาพนิง่ หรอื อัลบัม้ ภาพ (static Picture Book)
เปน็ หนงั สอื อเิ ล็กทรอนกิ ส์ ทมี่ ีคณุ ลักษณะหลักเน้นจดั เก็บข้อมูล และนำเสนอขอ้ มลู ในรูปแบบภาพนิ่ง
(static picture) หรืออลั บมั้ ภาพเปน็ หลัก เสริมดว้ ยการนำศักยภาพของคอมพิวเตอรม์ าใช้ในการ
นำเสนอ เชน่ การเลอื กภาพท่ตี อ้ งการ การขยายหรอื ย่อขนาดของภาพของคอมพวิ เตอร์ การขยาย
หรอื ย่อขนาดของภาพหรอื ตวั อกั ษร การสำเนาหรือการถ่ายโอนภาพ การแต่งเตมิ ภาพ การ
เลือกเฉพาะส่วนของภาพ (cropping) หรอื เพมิ่ ขอ้ มูล เชื่อมโยงภายใน (Linking information) เช่น
เชือ่ มขอ้ มลู อธิบายเพิม่ เติม เชื่อมข้อมูลเสยี งประกอบ เป็นตน้
4. หนังสอื อิเล็กทรอนกิ สแ์ บบหนังสอื ภาพเคล่ือนไหว (Moving Picture Book) เปน็
หนังสอื อเิ ล็กทรอนิกส์ทีเ่ นน้ การนำเสนอข้อมลู ในรปู แบบภาพวีดที ศั น์ (Video Clips) หรือภาพยนตร์
สัน้ ๆ (Films Clips) ผนวกกับข้อมูลสนเทศทอ่ี ย่ใู นรปู ตัวหนงั สือ (Text Information) ผู้อ่านสามารถ
เลอื กชมศกึ ษาขอ้ มูลได้ สว่ นใหญน่ ยิ มนำเสนอข้อมลู เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ หรือเหตกุ ารณ์สำคัญ
เชน่ ภาพเหตกุ ารณส์ งครามโลก ภาพการกล่าวสุนทรพจนข์ องบุคคลสำคญั ๆ ของโลกในโอกาสต่างๆ
ภาพเหตุการณ์ความสำเรจ็ หรอื สูญเสียของโลก เป็นต้น
5. หนังสอื อเิ ล็กทรอนิกส์แบบหนังสอื สอ่ื ประสม (Multimedia Book) เปน็ หนังสือ
อเิ ล็กทรอนิกสท์ ีเ่ น้นเสนอข้อมลู เนือ้ หาสาระ ในลักษณะแบบสอื่ ประสมระหวา่ งสื่อภาพ (Visual
Media) เปน็ ทงั้ ภาพน่ิงและภาพเคลอ่ื นไหวกบั สอื่ ประเภทเสียง (Audio Media)ในลกั ษณะต่าง ๆ
ผนวกกบั ศักยภาพของคอมพิวเตอร์อนื่ เช่นเดยี วกบั หนงั สืออเิ ล็กทรอนกิ ส์อืน่ ๆ ท่กี ลา่ วมาแลว้
6. หนังสอื อเิ ล็กทรอนิกสแ์ บบหนังสือสอ่ื หลากหลาย (Polymedia book) เปน็ หนงั สือ
อิเลก็ ทรอนิกสท์ ่มี ีลกั ษณะเชน่ เดียวกับหนงั สอื อิเลก็ ทรอนกิ ส์แบบสอ่ื ประสมแตม่ ีความหลากหลายใน
คณุ ลักษณะดา้ นความเชือ่ มโยงระหว่างขอ้ มลู ภายในเลม่ ท่ีบนั ทกึ ในลักษณะตา่ ง ๆ เช่น ตัวหนงั สอื
ภาพน่งิ ภาพเคลอ่ื นไหว เสียงดนตรี และอนื่ ๆ เปน็ ต้น
7. หนังสืออิเลก็ ทรอนกิ สแ์ บบหนงั สอื เชอ่ื มโยง ( Hypermedia Book) เปน็ หนงั สือที่มี
คุณลกั ษณะสามารถเชอ่ื มโยงเนื้อหาสาระภายในเล่ม (Internal Information Linking) ซง่ึ ผูอ้ า่ น
สามารถคลกิ เพอื่ เชอ่ื มไปสเู่ นอ้ื หาสาระทอ่ี อกแบบเชือ่ มโยงกนั ภายใน การเชอ่ื มโยงเช่นนมี้ ี
คณุ ลักษณะเชน่ เดียวกับบทเรียนโปรแกรมแบบแตกกิ่ง ( Branching Programmed Instruction)
นอกจากน้ยี งั สามารถเชอื่ มโยงกับแหล่งเอกสารภายนอก (External or Information Sources) เม่อื
เชื่อมตอ่ ระบบอนิ เตอรเ์ น็ต
8. หนงั สืออิเล็กทรอนกิ สแ์ บบหนงั สอื อัจฉรยิ ะ (Intelligent Electronic Book) เปน็
หนงั สอื ประสม แตม่ ีการใชโ้ ปรแกรมชั้นสูงทสี่ ามารถมปี ฏกิ ริ ิยา หรือ ปฏิสมั พันธ์กบั ผู้อา่ นเสมือน
หนงั สือมีสติปญั ญา (อจั ฉรยิ ะ) ในการไตร่ตรอง หรือคาดคะเนในการโตต้ อบหรอื ปฏกิ ิรยิ ากับผู้อ่าน
9. หนังสอื อิเล็กทรอนกิ ส์แบบสื่อหนังสือทางไกล (Telemedia Electronic Book)
หนังสืออิเลก็ ทรอนกิ สป์ ระเภทนม้ี คี ณุ ลักษณะหลักต่างๆ คลา้ ยกบั Hypermedia Electronic Books
แต่เน้นการเชอ่ื มโยงกบั แหล่งขอ้ มูลภายนอกผา่ นระบบเครือข่าย (Online Information Sourcess)
ท้ังทเ่ี ปน็ เครอื ข่ายเปิด และเครอื ขา่ ยเฉพาะสมาชิกของเครอื ข่าย
10. หนังสืออเิ ล็กทรอนกิ สแ์ บบหนงั สือไซเบอรส์ เปซ (Cyberspace book) หนังสือ
อเิ ลก็ ทรอนิกสป์ ระเภทนีม้ ลี ักษณะเหมือนกับหนงั สืออิเล็กทรอนกิ ส์หลายๆ แบบทก่ี ลา่ วมาแล้วผสม
กัน สามารถเชอ่ื มโยงแหล่งข้อมูลทง้ั จากแหล่งภายในและภายนอกสามารถนำเสนอขอ้ มลู ในระบบสื่อ
ทห่ี ลากหลาย สามารถปฏสิ มั พันธก์ บั ผู้อ่านได้หลากหลาย
ประโยชน์ของหนังสอื อเิ ล็กทรอนิกส์ สำหรับผูอ้ า่ น
1. ขน้ั ตอนงา่ ยในการอา่ น และคน้ หาหนงั สอื
2. ไม่เปลอื งเนอ้ื ทใ่ี นการเก็บหนังสอื
3. อ่านหนังสือได้จากทกุ ที่ที่มกี ารเชอ่ื มตอ่ อนิ เตอร์เน็ต
ประโยชน์ของหนังสอื อิเล็กทรอนกิ ส์ สำหรบั สำนักพิมพ์และผ้เู ขียน
1. ลดข้นั ตอนในการจัดทำหนังสอื
2. ลดคา่ ใชจ้ า่ ยและความเส่ยี งในการจัดพมิ พห์ นงั สอื
3. ลดคา่ ใชจ้ ่ายในการจดั จำหนา่ ยผ่านชอ่ งทางอืน่ ๆ
4. เพ่ิมช่องทางในการจำหน่ายหนงั สือ
5. เพมิ่ ช่องทางในการประชาสมั พันธต์ รงถงึ ผู้อ่าน
ความแตกตา่ งของหนังสืออเิ ลก็ ทรอนกิ สก์ บั หนงั สอื ทั่วไป
1. หนังสอื ทว่ั ไปใช้กระดาษ หนงั สืออเิ ลก็ ทรอนิกส์ไมใ่ ช้กระดาษ
2. หนังสอื ทว่ั ไปมขี อ้ ความและภาพประกอบธรรมดา หนังสอื อเิ ล็กทรอนกิ สส์ ามารถสรา้ ง
ให้มีภาพเคล่ือนไหวได้
3. หนงั สือทวั่ ไปไม่มีเสยี งประกอบ หนังสอื อเิ ล็กทรอนกิ สส์ ามารถใสเ่ สียงประกอบได้
4. หนงั สื่อทวั่ ไปแก้ไขปรบั ปรงุ ได้ยาก หนงั สื่ออเิ ลก็ ทรอนกิ ส์สามารถแก้ไขและปรบั ปรุง
ขอ้ มลู ได้ง่าย
5. หนังสอื ทว่ั ไปสมบรู ณ์ในตวั เอง หนังสืออิเล็กทรอนิกสส์ ามารถสรา้ งจดุ เชอ่ื มโยงออกไป
เชอื่ มตอ่ กับข้อมูลภายนอกได้
6. หนงั สือทวั่ ไปตน้ ทุนการผลติ สงู หนงั สอื อเิ ลก็ ทรอนกิ สต์ ้นทนุ ในการผลิตหนงั สอื ตำ่
ประหยัด
7. หนังสอื ทวั่ ไปมขี ดี จำกัดในการจดั พิมพ์หนังสอื อิเลก็ ทรอนิกสไ์ ม่มีขดี จำกดั ในการจดั พมิ พ์
สามารถทำสำเนาได้งา่ ยไม่จำกดั
8. หนงั สือทว่ั ไปเปิดอา่ นจากเลม่ หนงั สืออิเล็กทรอนิกสต์ อ้ งอา่ นด้วยโปรแกรม ผ่านทาง
หน้าจอคอมพวิ เตอร์
9. หนงั สอื ทว่ั ไปอ่านไดอ้ ย่างเดยี ว หนังสืออิเล็กทรอนิกส์นอกจากอ่านไดแ้ ลว้ ยังสามารถสงั่
พิมพ์ได้
10. หนงั สอื ท่วั ไปอ่านได้ 1 คนตอ่ หน่งึ เลม่ หนังสอื อิเลก็ ทรอนกิ ส์ 1 เล่ม สามารถอ่าน
พร้อมกันได้จำนวนมาก
รูปท่ี 2.3 หนงั สอื อิเล็กทรอนิกส์
ทมี่ า : ตวั อยา่ งงาน ออกแบบArtwork พรอ้ มสร้างไฟล์งาน E-book, 2556 : เวบ็ ไซต์
2.1.2 การทำบญั ชี
การทำบญั ชี (accountancy) คอื การจดบนั ทึก ข้อมูลเกี่ยวกบั เงอ่ื นไขปัจจัยในการ
ดำรงชีวิตของตัวเอง และภายในครอบครัว ชมุ ชน รวมถงึ ประเทศ ขอ้ มลู ทไ่ี ดจ้ ากการบนั ทึกจะเปน็ ตัว
บง่ ชอ้ี ดีตปัจจุบันและอนาคตของชีวติ ของตวั เอง สามารถนำข้อมลู อดตี มาบอกปจั จุบันและอนาคตได้
ข้อมลู ทไี่ ด้ ท่บี นั ทกึ ไว้ จะเปน็ ประโยชนต์ ่อการวางแผนชวี ิตและกจิ กรรมตา่ ง ๆ ในชีวติ ในครอบครวั
ประโยชนข์ องการทำบญั ชี
1. การทำบัญชี จะทำให้กจิ การ ทราบผลการดำเนนิ งาน, ฐานะทางการเงนิ ของธรุ กจิ ,
และความมั่นคงของธุรกิจ โดยในการจัดทำบญั ชนี ั้น จะบนั ทึกบัญชีรายการตา่ งๆ ทเ่ี กิดขึ้นในการ
ดำเนินธรุ กจิ เชน่ การลงทนุ รายรบั และ รายจ่าย ทเ่ี ปน็ ของกจิ การนัน้ โดยไมน่ ำสว่ นทเี่ ปน็ ของ
ส่วนตวั (ส่วนของเจา้ ของ) เข้ามาบันทกึ ด้วย เมื่อมกี ารบันทกึ รายการตา่ งๆ ท่ีเกิดขึน้ แลว้ ขอ้ มูลที่ได้
บันทกึ ไวน้ นั้ จะสามารถนำมาจัดทำเป็นรายงานทางการเงนิ ได้ เช่น งบดลุ และ งบกำไรขาดทุน ซงึ่
เปน็ ภาพสะท้อนในการดำเนนิ ธุรกจิ ดงั นี้ คือ งบกำไรขาดทุน จะสะท้อนภาพผลการดำเนนิ งานใน
รอบระยะเวลาหน่ึงๆ วา่ กิจการมีรายไดห้ รอื คา่ ใชจ้ ่ายเปน็ จำนวนเทา่ ไร มีผลกำไรหรอื ขาดทุน นอก
จากนยี้ ังชว่ ยในการประเมนิ ถึงความสามารถในอนาคตไดอ้ ีกดว้ ย เช่น การวเิ คราะหแ์ นวโนม้ การ
เตบิ โตของรายได้ งบดลุ จะสะท้อนภาพฐานะทางการเงนิ ของกจิ การ ได้แก่ ทรพั ยส์ ิน หนีส้ ิน และ
สว่ นของเจา้ ของ ว่ามคี วามมั่นคงมากน้อยแค่ไหน สนิ ทรัพยท์ ีม่ ีอยู่จะบง่ บอกศักยภาพในการ
เจรญิ เติบโตและความสามารถทางการแขง่ ขนั ของธรุ กจิ ในอนาคต นอกจากน้ยี งั แสดงถงึ สภาพคล่อง
และความเส่ียงในขณะนัน้ งบกระแสเงนิ สด จะสะท้อนภาพการเปล่ยี นแปลงฐานะการเงินของกจิ การ
ในรอบระยะเวลาหน่ึงๆ
โดยแบ่งเป็น 3 กจิ กรรมคือ
1. กระแสเงนิ สดจากกิจกรรมดำเนินงาน
2. กระแสเงินสดจากกจิ กรรมลงทนุ
3. กระแสเงินสดจากกจิ กรรมจัดหาเงนิ
โดยตวั เลขท่ีปรากฏในงบการเงิน จะสามารถนำมาวเิ คราะห์เป็นอตั ราส่วนทางการเงนิ
เพ่อื วัดผลสำเร็จในการดำเนินธุรกิจ เชน่ การวดั สภาพคล่องของธุรกจิ การวัดประสทิ ธิภาพการใช้
สนิ ทรพั ย์ การวดั ความสามารถในการทำกำไรของธรุ กจิ และ ความสามารถในการชำระหนี้ เป็นต้น
2. เพื่อเปน็ เครื่องมือชว่ ยในการวางแผนและตดั สินใจของธรุ กิจข้อมูล บญั ชีจะเปน็
ประโยชนต์ ่อการวางแผนและการตัดสินใจ โดยประเมินจากข้อมูลเหตุการณ์ในอดตี ปจั จุบัน และ
อนาคต ซง่ึ อาจจะอยใู่ นรูปของรายงานวเิ คราะหต์ ่างๆ อันเปน็ เครื่องมือช่วยให้ ผู้บรหิ ารงานสามารถ
ดำเนนิ งานอย่างมปี ระสิทธิภาพมากข้ึน ช่วยในการพยากรณ์เหตกุ ารณท์ ี่คาดวา่ จะเกิดในอนาคตได้
อย่างมที ิศทาง และ ความเชือ่ มนั่ สูง สามารถนำมาวเิ คราะห์ความเป็นไปได้ของการลงทนุ ท่ีจะเกดิ ข้ึน
ในอนาคต ดงั นัน้ หากมขี อ้ มลู ท่ชี ัดเจน ถกู ตอ้ ง ทำใหส้ ามารถพฒั นากิจการใหเ้ จรญิ กา้ วหนา้ อยา่ ง
ยงั่ ยนื
3. เพอื่ เปน็ เคร่อื งมือในการวางแผนกำไร และควบคมุ ค่าใชจ้ า่ ยของบรษิ ทั เน่อื งจากใน
การทำบญั ชีอยา่ งถูกตอ้ ง จะทำให้กิจการทราบจำนวนตน้ ทุนและคา่ ใชจ้ า่ ยทเ่ี กดิ ขน้ึ และสามารถ
คำนวณต้นทนุ ของสินคา้ และบรกิ ารของกิจการได้อย่างถูกตอ้ ง ซ่ึง จะช่วยในการตดั สนิ ใจกำหนดราคา
สินค้า หรือ บรกิ ารของธุรกจิ ชว่ ยในการควบคุมตน้ ทนุ การผลิตและค่าใชจ้ ่ายตา่ งๆ ใหเ้ ปน็ ไปตาม
ประมาณการท่ีไดก้ ำหนดไว้ และสามารถนำไปวเิ คราะห์ ปรบั ปรงุ รายจ่ายท่ีไม่จำเป็นออก รวมถงึ ชว่ ย
ในการวางแผนการดำเนนิ งานไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสมกับทรัพยากรท่ี กจิ การมอี ยู่ นอกจากนกี้ าร
บันทกึ บัญชีจะทำใหส้ ามารถตรวจสอบหาหลักฐานในการเบกิ จา่ ยแต่ละคร้งั จงึ ช่วยลดปัญหาในการ
เบิกจา่ ยซำ้ ซ้อนได้
4. เพอ่ื เปน็ เคร่ืองมอื ในการหาแหล่งเงินทุนในการจัดทำบัญชีจะทำใหเ้ ราได้รายงานทาง
เงินท่ใี ช้เป็นสือ่ กลางในการตดิ ตอ่ ทาง ธุรกจิ ต่าง ๆ อนั เป็นหลักฐานในการสรา้ งความเช่อื มน่ั ให้กับ
เจา้ หนแี้ ละสถาบันการเงนิ เชน่ เมือ่ เราตอ้ งการเงนิ ทุนเพมิ่ ก็สามารถนำรายงานทางการเงินนนั้ ไปเป็น
ข้อมูล ประกอบในการขอสินเช่อื กบั ธนาคาร หรือ เจ้าหนีเ้ งินกู้ โดยธนาคาร หรอื เจ้าหนี้เงินกู้ จะใช้
รายงานทางการเงินของกจิ การ เพอ่ื พจิ ารณาอนมุ ัติสินเชอ่ื จากความนา่ เชอื่ ถือ และ ความสามารถใน
การชำระหน้ีของผู้ขอกยู้ ืม รวมถึงกำหนดอัตราดอกเบี้ยที่ เหมาะสมกบั ความเสีย่ งที่ผใู้ หก้ จู้ ะได้รับ อัน
ก่อใหเ้ กิดประโยชน์ในการท่ีจะทำใหก้ จิ การจะไดร้ ับวงเงนิ กทู้ ต่ี ้องการ และ จา่ ยดอกเบ้ยี ในอัตราที่
เหมาะสม
5. เพอ่ื ให้กจิ การมรี ะบบการควบคมุ ภายในทด่ี ี และเปน็ สญั ญาณเตือนภัยของกิจการ
การมรี ะบบบญั ชีทด่ี ี จะทำให้มีระบบการควบคมุ ภายในทดี่ ที ่ชี ว่ ยให้กจิ การป้องกันการทุจรติ ทอ่ี าจจะ
เกดิ ขึน้ เนื่องจากข้อมูลทางการเงนิ ตลอดจนรายการตา่ งๆ ทเ่ี กิดขึน้ จะ ต้องมหี ลกั ฐานทสี่ ามารถ
ยืนยันถึงทม่ี าทไ่ี ปซึง่ จะทำใหโ้ อกาสท่จี ะเกิดการ ทจุ ริตสามารถทำได้ยากยง่ิ ขนึ้ นอกจากน้ีข้อมลู ทาง
บัญชีกย็ ังสามารถนำมาวิเคราะหห์ าสง่ิ ผิดปกติที่เกดิ ข้ึน หาจุดบกพรอ่ ง จุดอ่อน และจดุ ร่วั ไหลได้ ซ่ึง
จะเปน็ สัญญาณเตือนภยั ให้กจิ การ ได้วางแผน เตรยี มการปอ้ งกัน และ แกไ้ ขปญั หาตา่ งๆ ที่อาจ
เกิดขน้ึ
6. เพ่อื ประโยชน์ในการวางแผน เพื่อเสียภาษไี ดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งและประหยัด การจัดทำ
บัญชที ถี่ กู ตอ้ ง จะทำใหท้ ราบกำไรขาดทุนทแ่ี น่ชัด สามารถวางแผนภาษีอากรได้อยา่ งเหมาะสม
ประหยดั และ เสยี ภาษีไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งตามกฎหมาย
2.1.3 บญั ชีครวั เรือน
บญั ชคี รวั เรอื น (household account) หมายถงึ การบนั ทึกขอ้ มลู ดา้ นอนื่ ๆ ในชวี ิต ใน
ครอบครัว เป็นตน้ ของเราไดด้ ้วย เช่น บัญชที รัพย์สนิ พันธพ์ุ ชื พันธไ์ุ ม้ ในบ้านเราในชมุ ชนเรา บญั ชี
ความรู้ความคิดของเรา บญั ชผี ้ทู รงคณุ ผู้รู้ในชุมชนเรา บญั ชีเดก็ และเยาชนของเรา บัญชีภมู ิปัญญา
ด้านต่าง ๆ ของเรา เปน็ ตน้ หมายความวา่ ส่งิ หรอื เรือ่ งราวต่าง ๆ ในชวี ิตของเรา เราจดบนั ทึกไดท้ กุ
เรอ่ื ง หากประชาชนทุกคนจดบนั ทึกจะมีประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครวั ชมุ ชนและประเทศ จะเป็น
แหล่งเรียนรู้ ครอบครัวเรียนรู้ ชมุ ชนเรยี นรู้ และประเทศเรยี นร้กู ารเรียนรเู้ ปน็ ทม่ี าของปญั ญา ปญั ญา
เป็นท่ีมาของความเจรญิ ท้ังกาย สังคม ใจ และจติ วิญญาณของมนุษย์จะเหน็ วา่ การทำบัญชี หรือการ
จดบันทึกนส้ี ำคัญย่ิงใหญ่มาก บคุ คลสำคัญในประเทศหลายท่านเป็นตวั อยา่ งที่ดีของการจดบันทึก
เชน่ ท่านพทุ ธทาส ในหลวง และสมเดจ็ พระเทพ ลว้ นเปน็ นักบันทึกท้ังสิน้ การบนั ทึก คอื การเขยี น
เมอื่ มกี ารเขยี นย่อมมกี ารคดิ เมื่อมีการคิดยอ่ มกอ่ ปัญญา แก้ไขปญั หาไดโ้ ดยใช้เหตผุ ลวิเคราะห์
พจิ ารณา ไดถ้ กู ตอ้ ง นั่นคือ ทางเจริญของมนุษย์
การทำบญั ชคี รัวเรอื นเป็นการจดบันทึกรายรบั รายจา่ ยประจำวันของครวั เรือน และ
สามารถนำข้อมูลมาวางแผนการใช้จ่ายเงนิ ในอนาคตได้อยา่ งเหมาะสม ทำให้เกดิ การออม การใช้
จา่ ยเงนิ อยา่ งประหยัดคุม้ ค่า ไมฟ่ ุ่มเฟือย ดงั นัน้ การทำบัญชชี ีครัวเรอื นมคี วามสำคัญดังน้ี
1. ทำใหต้ นเองและครอบครัวทราบรายรบั รายจา่ ย หนสี้ นิ และเงินคงเหลือในแต่ละวนั
รายรับ หรือ รายได้ คือ เงิน หรือสินทรัพย์ที่วัดมูลค่าได้ ที่ได้รับจากการประกอบอาชีพ
หรือผลตอบแทนที่ได้รับจากการให้ผู้อื่นใช้สินทรัพย์ หรือ ผลตอบแทนจากการลงทุนในรูปแบบต่างๆ
เช่น รายได้จากค่าจ้างแรงงาน เงินเดือน ดอกเบี้ยรับจากเงนิ ฝากธนาคาร หรือ จากเงินให้กู้ยืม รายได้
จากการขายสินค้าหรอื บรกิ าร เปน็ ต้น
รายจ่าย หรือ ค่าใช้จ่าย คือ คือ เงิน หรือสินทรัพย์ที่วัดมูลค่าได้ ที่จ่ายออกไปเพื่อให้ได้
สิ่งตอบแทนกลับมา สิ่งตอบแทนอาจเป็นสินค้าหรือบริการ เช่น ค่าอาหาร ค่าน้ำค่าไฟฟ้า (ค่า
สาธารณปู โภค) ค่านำ้ มนั ค่าหนงั สอื ตำรา เป็นตน้ หรอื รายจ่าย อาจไมไ่ ดร้ ับสิ่งตอบแทนคือสินค้าหรือ
บรกิ ารกไ็ ด้ เชน่ เงินบริจาคเพื่อการกุศล เงินทำบญุ ทอดกฐิน ทอดผ้าปา่ เป็นต้น
หนี้สิน คือ ภาระผูกพันที่ต้องชดใช้คืนในอนาคต การชดใช้อาจจ่ายเป็นเงินหรือของมี
ค่าที่ครอบครัวหรือตนเองมีอยู่ หนี้สินเป็น เงินหรือสิ่งของที่มีค่าที่ครอบครัวหรือตนเองได้รับมาจาก
บุคคลหรือแหล่งเงินภายนอก เช่น การกู้ยืมเงินจากเพื่อนบ้าน การกู้ยืมเงินจากกองทุนต่างๆ การซ้ือ
สนิ ค้าหรือบรกิ ารเป็นเงนิ เชอ่ื การซื้อสินทรัพย์เป็นเงินผ่อนชำระ หรือการเช่าซอ้ื เปน็ ตน้
เงินคงเหลือ คือ เงิน หรือ ทรัพย์สินที่วัดมูลค่าได้ หลังจากนำรายรับลบด้วยรายจ่ายแล้ว
ปรากฏรายรับมากกว่ารายจ่ายจะทำให้มีเงินคงเหลือ หรือในหลักทางบัญชีเรียกว่า กำไร แต่หาก
หลังจากนำรายรับลบด้วยรายจ่ายแล้วปรากฏว่ารายจ่ายมากกว่ารายรับจะทำให้เงินคงเหลือติดลบ
หรือทางบัญชีเรียกว่าขาดทุน นัน่ เอง
2. นำข้อมูลการใช้จ่ายเงินภายในครอบครัวมาจัดเรียงลำดับความสำคัญของรายจ่าย
และวางแผนการใช้จ่ายเงิน โดยพิจารณาแต่ละรายการในแต่ละวันมีรายจ่ายใดที่มีความสำคัญมาก
และรายจ่ายใดไม่จำเป็นให้ตัดออก เพื่อให้การใช้จ่ายเงินภายในครอบครัวมีพอใช้และเหลือเก็บเพื่อ
การออมทรัพย์สำหรับใช้จ่ายสิ่งที่จำเป็นในอนาคต บัญชีครัวเรือนถือเป็นส่วนสำคัญในการปฏิบัติตาม
แนวเศรษฐกิจพอเพียง โดยยึดหลัก 3 ข้อคือ การพอประมาณ ถ้ารู้รายรับรายจ่าย ก็จะใช้แบบ
พอประมาณ แต่ มีเหตุผล รู้ว่ารายจ่ายใดจำเป็นไม่จำเป็น และเมื่อเหลือจากใช้จ่ายก็เก็บออม นั่นคือ
ภูมิคุ้มกัน ที่เอาไว้คุ้มกันตัวเราและครอบครัว บัญชีครัวเรือนสามารถจัดได้หมด จึงนับว่ามีประโยชน์
มาก
ประโยชนข์ องการจดั ทำบญั ชีครวั เรือน
1. จัดทำไดง้ ่าย ทุกคนสามารถทำได้ ผูท้ ม่ี ีความแตกตา่ งกนั ในดา้ นอายุ ระดับการศกึ ษา
รายได้ และขนาดของครอบครวั ก็สามารถเรยี นร้แู ละเขา้ ใจการทำบญั ชีครวั เรอื นไดไ้ มแ่ ตกต่างกัน
2. ทราบคา่ ใชจ้ า่ ย เพราะการจดบนั ทึกรายจา่ ยทำให้ทราบว่ารายจา่ ยมาจากส่วนไหน
มากทส่ี ดุ ทำใหบ้ ริหารค่าใช้จ่ายได้ง่ายขน้ึ
3. รูจ้ กั ประหยดั ไมใ่ ช้จ่ายฟ่มุ เฟือย ลดค่าใชจ้ ่ายทไี่ ม่จำเปน็ ลง
4. มีเงินออมมากขน้ึ โดยกำหนดวิธเี กบ็ เงนิ และวิธกี ารลงทุน เพอื่ เป็นเคร่อื งมือใชใ้ นการ
วางแผนการเงิน
5. ทราบสถานะทางการเงนิ ในปจั จุบนั ว่ามรี ายรับมากกว่าหรอื นอ้ ยกวา่ รายจา่ ย หากมี
รายรบั มากกว่ารายจ่าย เรยี กว่า สภาพคล่องเป็นบวก หรือมี Survival ratio มากกว่า 1 แสดงว่ามี
โอกาสในการกอ่ หน้สี ินตำ่ แตห่ ากมรี ายจ่ายมากกว่ารายรบั เรียกว่า สภาพคล่องเปน็ ลบ หรือมี
Survival ratio นอ้ ยกว่า 1 แสดงวา่ มโี อกาสในการกอ่ หนสี้ งู
2.2 ทฤษฎที เี่ กีย่ วข้อง
2.2.1 การจดั ทำบัญชเี บ้อื งต้น
การจดั ทำบัญชคี รวั เรือน
การทำบญั ชี คือ การจดบนั ทกึ ข้อมลู เกย่ี วกับเงื่อนไขปัจจัยในการดำรงชีวิตของตัวเอง
และภายในครอบครวั ชุมชน รวมถงึ ประเทศ ข้อมลู ทไ่ี ด้จากการบนั ทกึ จะเป็นตวั บ่งช้ีอดีตปจั จบุ ันและ
อนาคตของชวี ิตของตัวเอง สามารถนำข้อมูลอดีตมาบอกปัจจุบันและอนาคตได้ ข้อมลู ที่ได้ ท่ีบนั ทึกไว้
จะเปน็ ประโยชน์ต่อการวางแผนชวี ติ และกจิ กรรมต่าง ๆ ในชีวติ ในครอบครวั
ผู้ให้ความหมายของคําวา่ “การบญั ชี” ไว้ดังนี้
เชาวลีย์ พงศ์ผาติโรจน์ และ วรศักดิ์ ทุมมานนท์ (2552, หนา้ 2) อา้ งถงึ สมาคมนักบญั ชี
และผสู้ อบบญั ชรี บั อนุญาตในสหรัฐอเมรกิ า ไดใ้ หค้ ําจํากัดความของคาํ วา่ การบญั ชีไว้ดังน้ี การบัญชี
เปน็ ศิลปะของการจดบนั ทกึ รายการ หรือเหตกุ ารณท์ เี่ กยี่ วข้องกับการเงนิ ไว้ในรปู ของเงินตรา จดั แยก
หมวดหมขู่ องรายการท่บี ันทึก สรุปผลและวเิ คราะห์ความหมายของรายการทีไ่ ดจ้ ดบันทกึ ไว้ โดย
จดั ทำในรปู ของรายงานทางการเงนิ
ธารี หริ ัญรัศม,ี สภุ าพร เชิงเอีย่ ม, ภาวณิ ี มะโนวรรณ และ ประภาภรณ์ เกียรตกิ ลุ วฒั นา
(2549, หนา้ 9) กลา่ ววา่ การบัญชี หมายถงึ ศิลปะการจดบันทกึ รายการหรอื เหตุการณ์สำคญั ทาง
การเงินไวใ้ นรูปเงินตราตลอดจนการจดั ประเภท สรปุ ผล และตีความหมายของรายการที่จดบันทกึ น้ัน
อรณุ ี อย่างธารา, อรสา วรี ะประดษิ ฐ์, ณัฏฐพร เหล่าธรรมทศั น์ และวิภาดา ตนั ติประภา
(2554, หนา้ 1) กลา่ ววา่ การบญั ชีคือ การคดั เลือก การจดบันทกึ การจาํ แนก การสรปุ ผล และการ
จัดทำรายงานทางการเงิน โดยใช้หนว่ ยวัดเปน็ เงินตรา รวมถึงการแปลความหมายของรายงาน
เก่ียวกับการเงินดงั กล่าวเพือ่ นาํ ไปใชใ้ นการตดั สินใจไดอ้ ยา่ งถูกต้อง
สรปุ ไดว้ ่า การบัญชี หมายถึง การเกบ็ รวบรวมข้อมูลทางการเงิน แลว้ นาํ มาบันทกึ จดั
หมวดหมู่วเิ คราะห์ แลว้ จดั ทำเป็นรายงานทางการเงนิ ต่าง ๆ เพือ่ นาํ ขอ้ มลู จากรายงานเหล่านัน้ ไปใช้
ประโยชนใ์ นการบริหารงานและตดั สินใจตอ่ ไป
ความหมายของบัญชีครวั เรือน
บญั ชีครวั เรือน (home accounting) เป็นการนาํ การบญั ชีมาประยุกตเ์ พอื่ เปน็ เคร่ืองมอื
อยา่ งหน่งึ ของปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง โดยเป็นบัญชีทใี่ ชส้ ำหรบั บันทึกรายได้และรายจา่ ย รายได้
และรายจา่ ยทบ่ี นั ทึกอาจเปน็ รายไดแ้ ละรายจา่ ยสว่ นบุคคล หรอื รายไดแ้ ละรายจ่ายทเี่ ป็นต้นทุนใน
การผลิตของธุรกิจขนาดย่อม เพ่อื ท่ีจะทําใหผ้ ปู้ ระกอบกิจการทราบถงึ ผลกําไรหรือขาดทุนจากการ
ประกอบธุรกิจน้นั โดยในบทความน้ีจะกล่าวถึงการบันทกึ บัญชรี ายไดแ้ ละรายจา่ ยท่ีเปน็ ของสว่ น
บคุ คลหรอื ครอบครวั โดยขอ้ มลู รายได้และรายจา่ ยทีไ่ ด้จากการบันทกึ จะถกู วเิ คราะห์เพือ่ ใชป้ ระโยชน์
ตอ่ ไป
วตั ถุประสงค์ของการบันทึกบญั ชี
โดยทั่ว ๆ ไป จดุ มงุ่ หมายของการบันทึกรายการทางการบญั ชกี ็เพ่อื จัดใหม้ ขี อ้ มูลที่
เกีย่ วข้องกบั สินทรัพย์ท่ีกจิ การเปน็ เจ้าของ หน้สี นิ ทก่ี จิ การไดก้ ่อไว้ และทุนของเจ้าของกจิ การท่ีนํามา
ลง ตลอดจนผลการดาํ เนินงานของกจิ การ กล่าวคือมงุ่ เนน้ เพอ่ื การบรหิ ารงานทางธุรกจิ โดยการจัดทำ
รายงานทางการบัญชีเพอ่ื ให้เจ้าของกจิ การทราบถึงผลการดาํ เนินงานที่ผา่ นมาว่าได้กาํ ไรหรือขาดทุน
เท่าไร หากเกดิ การขาดทนุ หรอื กําไรน้อยกว่าทค่ี วรจะเป็น จะไดห้ าหนทางแก้ไขเพอ่ื ใหส้ ามารถดำเนิน
ธุรกิจใหอ้ ยรู่ อดปลอดภัย และสามารถเจรญิ เติบโตตอ่ ไปในอนาคตไดใ้ นปัจจบุ นั นอกจากการจัดทำ
บญั ชเี พ่ือประโยชน์ทางธุรกิจแล้ว ยงั สามารถจัดทำบญั ชีเพอ่ื ประโยชน์ส่วนบคุ คลได้อีกด้วย โดยมีการ
นําการบญั ชเี ขา้ มาประยุกตใ์ ชก้ ับเรื่องเศรษฐกิจพอเพยี ง ซ่ึงเรยี กวา่ “บัญชคี รัวเรือน” วัตถุประสงค์
ของการบันทึกบัญชคี รวั เรอื น ก็เพ่อื ใหผ้ บู้ ันทกึ ทราบถงึ รายไดแ้ ละคา่ ใช้จา่ ยของตนและครอบครวั
และเนอื่ งจากทุกครั้งที่บันทกึ บัญชจี ะทราบถึงยอดเงนิ คงเหลือของตน จึงสามารถวางแผนการใชจ้ า่ ย
ต่อไปได้อย่างรอบคอบ ไมใ่ ช้จา่ ยเกนิ กว่าเงนิ คงเหลือ เม่อื ผู้บันทึกทำการวเิ คราะห์รายได้และค่าใชจ้ า่ ย
ของตนทีไ่ ดบ้ นั ทกึ ไวแ้ ลว้ จะสามารถลดค่าใชจ้ า่ ยทีไ่ มจ่ าํ เปน็ ทำให้เกดิ การประหยดั และการออม และ
หากมกี ารใช้จา่ ย
2.2.2 การบนั ทกึ บญั ชคี รวั เรือน
ตัวอย่างตารางแบบฟอรม์ บญั ชคี รวั เรือน (บญั ชรี ายรบั และรายจ่าย)
วนั ที่ รายการ รับ จา่ ย คงเหลอื หมายเหตุ
ยอดคงเหลอื ยกมา
รวมรบั จา่ ย และยอดคงเหลือยกไป
วธิ กี ารบันทกึ บัญชคี รวั เรอื น
1. ช่อง “วันท่”ี ใชบ้ ันทกึ วนั ท่ี เดือน และปี พ.ศ. ท่เี กดิ รายการรับเงนิ หรือจา่ ยเงินจริง
แตห่ ากจำวนั ที่เกดิ รายการไมไ่ ด้ ใหใ้ ช้วนั ทท่ี าํ การบนั ทกึ บัญชแี ทน
2. ช่อง “รายการ” ใช้บันทกึ คาํ อธบิ ายหรอื รายละเอยี ดของการรบั เงนิ หรอื จ่ายเงิน การ
รับเงิน เชน่ รบั เงนิ เดือน รับค่าลว่ งเวลา การจา่ ยเงิน เช่น คา่ อาหาร ชําระหน้เี งินกู้ คา่ นา้ํ -ค่าไฟฟูา คา่
เรียนพเิ ศษลกู เป็นตน้
3. ชอ่ ง “รบั ” ใชบ้ ันทกึ “จาํ นวนเงิน” ที่ได้รับเข้ามาทกุ รายการ ไมว่ ่าจะเปน็ รายรบั
จากอาชีพหลกั หรอื รายได้อื่น ๆ
4. ชอ่ ง “จ่าย” ใช้บันทึก “จํานวนเงนิ ” ทจ่ี ่ายออกไปทุกรายการ ไม่ว่าจะจา่ ยออกไปใน
เรือ่ งใดกต็ าม
5. ชอ่ ง “คงเหลอื ” ใชบ้ นั ทึก “จาํ นวนเงนิ ” คงเหลอื หลงั จากไดร้ ับเขา้ มาหรอื จ่าย
ออกไป ควรคาํ นวณทุกคร้งั ทมี่ กี ารบันทกึ บญั ชกี ารรบั เขา้ หรอื จ่ายออก เพอ่ื จะได้ทราบว่าปัจจบุ นั มี
จาํ นวนเงินคงเหลอื อยู่เทา่ ใด โดยต้ังตน้ ดว้ ยจํานวนเงนิ คงเหลอื ล่าสดุ นาํ รายการรบั มาบวกเขา้ และนาํ
รายการจ่ายมาหกั ออก จะไดย้ อดคงเหลือปัจจบุ ัน เพื่อสามารถวางแผนการใชจ้ า่ ยในอนาคตได้อยา่ งมี
ประสทิ ธิภาพ
6. ชอ่ ง “หมายเหตุ” ใชบ้ ันทกึ รายละเอยี ด ทีต่ อ้ งการบนั ทึกเพิม่ เติมจากชอ่ งรายการ
7. บรรทดั “ยอดคงเหลือยกมา” ใช้บนั ทึก “จาํ นวนเงนิ ” ในชอ่ งคงเหลือ โดยนําตัวเลข
มาจากจํานวนเงนิ ในช่อง “คงเหลอื ” จากบรรทดั “รวม” (บรรทัดสุดท้าย) ของหน้าบญั ชกี อ่ นหน้านี้
แตห่ ากเป็นการเริ่มต้นบันทกึ บัญชเี ป็นครงั้ แรกในหนา้ นี้ ใหใ้ สจ่ ํานวนเงนิ คงเหลือตามตวั เลขทม่ี ีเงิน
คงเหลืออยูเ่ ปน็ ตวั เลขตั้งตน้
8. บรรทดั รวม รบั จา่ ย และยอดคงเหลอื ยกไป ใชบ้ นั ทึก “จาํ นวนเงนิ รวม” ตาม
แนวต้งั ในช่องรับและจา่ ย สว่ นชอ่ งคงเหลือ เป็นจาํ นวนเงินคงเหลอื ทเ่ี ป็นปัจจบุ ัน โดยนาํ ตัวเลขนี้มา
จากชอ่ งคงเหลือล่าสุดของหน้าบัญชนี ้ี ซง่ึ จํานวนเงนิ นี้จะนําไปใสใ่ นบรรทดั ยอดคงเหลอื ยกมาในชอ่ ง
คงเหลอื ของหนา้ บัญชีถัดไป แตห่ ากต้องการทราบยอดรวมของรายรบั และรายจ่ายในหน้าบัญชีถดั ไป
ด้วย ก็ใหย้ กยอดรวมในชอ่ งรับและจ่ายไปใส่ในหนา้ บญั ชถี ดั ไปพร้อมกัน
ตวั อยา่ งตารางการบนั ทกึ บัญชีครัวเรือน (บัญชรี ายรับและรายจ่าย)
บญั ชรี ายรับ–รายจ่าย หน้า 1
วันท่ี รายการ รับ จา่ ย คงเหลือ หมายเหตุ
1 ม.ค. x1 ยอดคงเหลอื ยกมา 5,000
เงนิ เดือน 17,000
รบั รายได้พิเศษ 1,000 23,000
5 ม.ค. X1 ค่าอาหาร 5 วัน 520
ซอ้ื บัตรเตมิ เงนิ โทรศพั ทม์ ือถอื 500 21,980
10 ม.ค. X1 ซ้อื ของใช้เบด็ เตลด็ 880
ซอ้ื ข้าวสารอาหารแห้ง 420
ค่าอาหาร 5 วัน 540 20,140
20 ม.ค. X1 เงนิ จา่ ยวนั ฉลองปใี หม่ 350
ทาํ บุญทีว่ ดั 240
ค่าอาหาร 10 วัน 1,090
คา่ นำ้ มนั รถ 1,200 17,260
31 ม.ค. X1 จา่ ยคา่ นำ้ -ไฟฟา้ 730
ค่าอาหาร 10 วนั 1,280
รบั รายได้เบ็ดเตล็ด 120
31 ม.ค. X1 จ่ายชําระเงินกู้สหกรณ์ออมทรัพย์ 10,000 5,370 คงค้าง
ครู 80,000
รวม รบั จา่ ย และยอดคงเหลือยก 18,120 17,750 5,370
ไป
1 ก.พ. X1 ยอดคงเหลือยกมา 18,120 17,750 5,370
หมายเหต:ุ การบันทึกบัญชคี รวั เรอื น อาจบนั ทกึ ทกุ วนั หรือหลายวนั บนั ทกึ หนึง่ ครั้งกไ็ ด้
ขึน้ อยกู่ บั ความสะดวกในการบนั ทึก แต่ให้เกบ็ รวบรวมหลักฐานการรับหรอื จา่ ยเงนิ ไว้ (ถา้ ม)ี เชน่ สลิป
เงนิ เดอื น หรอื ใบเสรจ็ รบั เงนิ จากการใชจ้ า่ ยต่าง ๆ
2.2.3 ทฤษฎีรายรบั -รายจ่าย
ความหมายของการบัญชี
Pride, Hughes, and Kapoor (2539) ไดใ้ หค้ วามหมายของการบญั ชีไวว้ ่าขั้นตอนของ
ระบบการรวบรวม การวเิ คราะห์และการรายงานขอ้ มูลทางการเงนิ
อรณุ ี อย่างธารา, อรสา วรี ะประดษิ ฐ์, ณัฏฐพร เหลา่ ธรรมทศั น์, และ วิภาดาตันติ
ประภา (2554, น. 1) กลา่ วว่า การบัญชคี อื การคดั เลอื ก การจดบนั ทกึ การจำแนก การสรปุ ผลและ
การจดั ทำรายงานทางการเงิน โดยใช้หน่วยวัดเปน็ เงนิ ตรา รวมถึงการแปลความหมายของรายงาน
เก่ียวกบั การเงนิ ดงั กลา่ วเพ่อื นาไป ใช้ในการตดั สินใจไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง
สมาคมนักบญั ชแี ละผูส้ อบบญั ชีรับอนุญาตแหง่ ประเทศไทย (2557) ไดใ้ ห้ความหมาย
ของการบญั ชีไว้ว่า “การบญั ชี คอื ศลิ ปะของการเก็บรวมรวม บนั ทึก จำแนก และทำสรปุ ข้อมลู อนั
เกี่ยวกับเศรษฐกิจในรปู ตัวเงนิ ผลงานขน้ั สุดท้ายของการบัญชกี ็คอื การใหข้ อ้ มูลทางการเงนิ ซง่ึ เปน็
ประโยชน์แกบ่ ุคคลหลายฝ่าย และผทู้ ี่สนใจในกจิ กรรมของกิจการ”
ธารี หิรญั รศั ม,ี พลพธู ปียวรรณ, วรศักด์ิ ทุมมานนท,์ ภาวณิ ี มะโนวรรณ, วศธรชุติ
ภญิ โญ (2559, น. 10) กล่าวว่า การบญั ชเี ป็นศิลปะของการจดบันทึกรายการหรือเหตุการณ์ท่ี
เกยี่ วขอ้ งกับการเงนิ ไวใ้ นรปู ของเงินตรา จัดหมวดหมู่รายการเหลา่ น้ัน สรุปผลพร้อมทั้งตีความหมาย
ของผลดงั กล่าว
จากนยิ ามตา่ ง ๆ ข้างตน้ สามารถสรปุ ไดว้ ่า การบัญชี หมายถึง การเกบ็ รวบรวมข้อมลู
ทางการเงินอยา่ งมีข้นั ตอน โดยการบนั ทกึ รายการทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การเงิน จัดหมวดหมู่ วิเคราะห์
จากนน้ั จึงจัดทำรายงานทางการเงนิ เพอื่ นาขอ้ มูลดังกล่าวประกอบการตัดสินใจต่อไป
หลักการของการจดั ทำบัญชรี ายรับ-รายจ่าย
ทชิ ากร สาราญชลารักษ์ (2555) กลา่ วว่า การทำบญั ชรี ายรบั -รายจา่ ย หมายถึงการจด
บันทกึ รายการข้อมูลดา้ นการเงินของการปฏิบัตงิ าน ทงั้ ท่ีเกย่ี วกบั รายการที่รบั เขา้ มาและรายการที่
ต้องจา่ ยออกไป เพอื่ ใหม้ ขี อ้ มูลทเี่ กยี่ วขอ้ งทางด้านการเงนิ ตลอดจนผลของการดำเนินงานนน้ั ไว้ว่า
คงเหลอื เงนิ หรอื ไม่ จำนวนเทา่ ไร และเปรียบเทียบผลการดำเนนิ กจิ การว่าไดก้ ำไรหรือขาดทุนเพียงไร
โดยไดน้ ยิ ามคำศพั ทท์ ี่ใช้ในการจัดทำบญั ชี ดงั นี้
1. รายรับ เป็นข้อมูลทั้งหมดที่ได้รบั เงนิ เข้ามา เช่น คา่ หนุ้ เงินกู้ ค่าขายของคา่ ขาย
ผลผลิต
2. รายจ่าย เปน็ ข้อมูลรายจา่ ยทั้งหมดในการประกอบกจิ การนน้ั ๆ เช่น ค่าขนส่ง ค่าซอื้
วตั ถดุ บิ ค่าจ้างแรงงาน
3. เงินคงเหลือ คอื ผลต่างระหว่างรายรับกบั รายจา่ ยท้งั หมด
4. ราคาขาย หมายถึง ราคาสนิ คา้ หรอื บริการทกี่ ำหนดข้ึน ซึ่งอาจไดเ้ งนิ มากกวา่ หรอื
นอ้ ย กว่าตน้ ทนุ ก็ได้
5. ต้นทนุ หมายถึง ทรพั ยส์ ินท้ังหลายที่นำมาลงไว้ขณะทแี่ รกเริ่มดำเนนิ การและนำมา
เพิ่มเติมภายหลัง ต้นทนุ ไม่จำเปน็ ต้องเป็นเงนิ สดอย่างเดียว อาจเป็นสง่ิ ของอยา่ งอ่ืนดว้ ยก็ได้ เชน่ วัสดุ
อปุ กรณ์ แรงงาน สนิ คา้ ยานพาหนะ ความคิดริเร่ิมสรา้ งสรรค์ เวลาในการปฏิบตั ิงาน คา่ เส่อื มราคา
ของอุปกรณ์
การจดั ทำบัญชรี ายรบั -รายจา่ ย ต้องมกี ารสรุปบญั ชีเป็นขนั้ ตอนสดุ ท้าย โดยมหี ลักการ
สรุปกำไรหรอื ขาดทุน ดังน้ี
1. รายรบั มากกว่ารายจา่ ย ซง่ึ หกั เงนิ ค่าห้นุ เงนิ กู้ ทใ่ี ชใ้ นการลงทุนแล้ว คอื กำไร
2. รายรับนอ้ ยกว่ารายจา่ ย ซ่งึ หกั เงนิ คา่ หุน้ เงินกู้ทีใ่ ช้ในการลงทุนแลว้ คอื ขาดทนุ
กิตตชิ ยั นวลทอง (2557) กลา่ ววา่ สง่ิ ทีเ่ กิดขน้ึ ในชวี ติ ประจำวัน จำเปน็ ต้องบนั ทึก จดจำ
เพือ่ เปน็ แนวทางในการนำมาประเมนิ และวเิ คราะห์ได้ถึงฐานะของครอบครัว เพราะการจดบันทึกจะ
ทำให้ทราบถงึ ท่ีมาของเงินและรายการท่ีทำใหเ้ งินรวั่ ไหลออก เมอ่ื เอารายการเหล่าน้นั มาประเมนิ และ
แยกแยะออกเปน็ หมวดหมู่ นำแตล่ ะหมวดมาวิเคราะหก์ ็จะทำให้พบเงนิ ในสว่ นทเี่ ก็บได้คอื การออมไว้
ใช้จา่ ยยามฉกุ เฉนิ การจดบนั ทกึ รายการต่างๆ ในครวั เรอื นจงึ มีความจำเป็นสาหรบั การจัดทำแผนหรอื
เปา้ หมายทางการเงนิ ในครอบครัวเป็นอย่างย่งิ ดังน้นั แผน/เป้าหมายการเงินในครวั เรือนจงึ ต้องควบคู่
กับระบบบญั ชีในครวั เรอื น ซึง่ ต้องกำหนดรูปแบบใหม้ คี วามสอดคล้องกัน มีการกำหนดรายการแยก
เป็นหมวดหมู่ ด้านรายรับ-รายจา่ ย ทงี่ า่ ยต่อการจดบันทึกจากนยิ ามต่าง ๆ ขา้ งต้น สามารถสรุปได้วา่
หลกั การของการจดั ทำบัญชีรายรบั -รายจา่ ย คือการจดบนั ทึกรายการที่เก่ียวข้องกบั ขอ้ มลู ดา้ นการเงิน
ทเ่ี กิดข้นึ ในแตล่ ะวัน โดยแยกเปน็ หมวดหมู่ เพอื่ ใหง้ า่ ยตอ่ การนามาวิเคราะห์ตอ่ ไป
ประโยชน์ของการจดั ทำบัญชีรายรบั -รายจา่ ย
วนั เพญ็ เพ็ญสมพงษ์ (2551) ไดอ้ ธบิ ายประโยชน์ของการจัดทำบัญชีรายรบั -รายจา่ ย
จากประสบการณต์ รงวา่ การจัดทำบัญชีทำใหร้ ู้จกั ตนเอง รู้จักส่งิ ทค่ี วรใชจ้ า่ ย รวู้ ธิ ีการจดั การกับ
รายรับและรายจ่ายที่เกดิ ข้ึนในแตล่ ะวัน ชว่ ยฝึกความมรี ะเบียบของตน ลดละสง่ิ ฟุม่ เฟือย รจู้ กั อดออม
และมีความระมดั ระวังเรื่องการใชจ้ า่ ยมากข้นึ ร้คู ุณค่าของเงนิ และทำเปน็ ประจำจนติดเปน็ นสิ ยั และ
สามารถเก็บออมเพอื่ อนาคตของตนและครอบครวั ได้
ภทั รา เรืองสินภญิ ญา (2555) กลา่ ววา่ การบนั ทกึ บญั ชคี รวั เรอื น จะทำให้ทราบยอด
คงเหลือของเงินทเี่ ป็นปจั จุบนั ทำใหส้ ามารถวางแผนการใช้จา่ ยเงินทยี่ ังคงเหลอื อยไู่ ดอ้ ย่างรอบคอบ
ระมดั ระวัง และมีประสิทธภิ าพ เพอ่ื ท่ีจะได้ไมใ่ ชจ้ ่ายเกนิ กวา่ รายได้ สามารถควบคุมพฤติกรรมในการ
ใชจ้ ่ายของตนได้ ลดค่าใชจ้ า่ ยท่ีไมจ่ ำเปน็ ลง มเี งนิ ออมเพม่ิ ขน้ึ และทำให้มีหนส้ี ินลดลง
รฐั นันท์ พงศ์วริ ทิ ธิ์ธร และ นศิ รา จนั ทร์เจรญิ สขุ (2556) ไดศ้ ึกษาเร่ือง “การจดั ทำบญั ชี
ครวั เรอื นแบบมสี ว่ นรว่ มเพือ่ การพัฒนาชุมชนอยา่ งยัง่ ยืน” พบว่าการจดั ทำบัญชอี ย่างมสี ่วนรว่ มสง่ ผล
และมคี วามสำคญั ต่อแนวทางการพัฒนาชมุ ชน เน่อื งจากทำใหช้ ุมชนเกดิ การวางแผนการใชจ้ า่ ยอย่าง
รอบคอบ โดยอาศัยการจดบนั ทึกรายรบั รายจา่ ยอยา่ งถกู ต้อง และนำข้อมูลท่ีไดม้ าพิจารณาหาวิธกี าร
เพ่ิมรายไดแ้ ละตัดรายจ่ายท่ีไมจ่ ำเปน็ อย่างเหมาะสม และทำใหแ้ ต่ละครวั เรือนตระหนักถึง
สถานการณก์ ารใช้จ่ายของตนจากนยิ ามตา่ ง ๆ ขา้ งตน้ สามารถสรุปไดว้ ่า ประโยชน์ของการจดั ทำ
บญั ชีรายรับ-รายจ่ายคือ การรู้จักตนเอง สามารถควบคมุ พฤตกิ รรมการใชจ้ า่ ยและลดรายจ่ายทไี่ ม่จา
เป็นลงได้ ทำให้มเี งินออมเพม่ิ มากข้ึน
2.2.4 ทฤษฎพี ฤติกรรม
ความหมายของพฤติกรรม
อุทัย หิรัญโต (2526, น. 14) ไดใ้ ห้ความหมายของพฤติกรรม หมายถงึ กรยิ าอาการหรือ
ปฏกิ ริ ยิ าท่แี สดงออกหรือเกิดข้นึ เม่อื เผชญิ กับส่ิงเร้าซึ่งจะมาจากภายในร่างกายหรอื ภายนอกรา่ งกาย
ก็ได้ และปฏิกริ ยิ าทีแ่ สดงออกน้ีมิไดเ้ ปน็ พฤตกิ รรมทางกายเทา่ น้ัน แตร่ วมถึงพฤตกิ รรมท่ีเกี่ยวกบั
จิตใจด้วย คำว่า Behavior ใชแ้ ทนกันได้กบั คำว่า Action นักจติ วิทยาถือวา่ การเคล่ือนไหวของ
อนิ ทรียท์ กุ ชนดิ ท่ีปรากฏออกมาเป็นพฤติกรรมต้องมี หรือกลา่ วอกี นยั หน่ึงพฤติกรรมจะเกิดข้นึ ไดต้ ้อง
มมี ูลเหตอุ ยา่ งใดอย่างหนง่ึ
เฉลมิ พล ตนั สกลุ (2541, น. 2) อ้างถึงใน บุษรา เกษีสม (2552) วา่ พฤติกรรม หมายถึง
การแสดงออกในลักษณะต่าง ๆ ของส่ิงมชี ีวิตซงึ่ อาจจะเกดิ ขน้ึ ได้ ทง้ั มนษุ ย์และสัตว์ พชื จุลินทรีย์ ซงึ่
เปน็ การตอบสนองสิง่ เรา้ ท่เี กดิ ข้ึนภายในร่างกายหรือภายนอกรา่ งกาย พฤตกิ รรมนีส้ ามารถสงั เกตได้
โดยตรงหรือใช้เคร่ืองมือวดั ได้ หรอื อาจสงั เกตได้ ในทางอ้อม เชน่ การพูด การเคลือ่ นไหวการทำงาน
ของระบบตา่ ง ๆ ภายในร่างกาย การจำ การคดิ ตลอดจนความรสู้ ึกและทัศนคติ
ลักขณา สริวัฒน์ (2544, น. 17) กลา่ วว่า พฤติกรรมในมนุษย์ หมายถึง อาการกระทำ
หรอื กริ ยิ าทแ่ี สดงออกมาทางรา่ งกาย กล้ามเนอ้ื สมองในทางอารมณ์ ความคดิ และความรสู้ ึก
พฤติกรรมเปน็ ผลจากการตอบสนองตอ่ ส่งิ เร้าเม่อื มสี ง่ิ กระต้นุ มาจะมกี ารตอบสนองทนั ที
พฤตกิ รรมมนษุ ย์ (2556, ออนไลน์) ไดก้ ล่าวถงึ พฤติกรรมว่า พฤตกิ รรม (Behavior) คอื
กริยาอาการที่แสดงออกหรือปฏิกิรยิ าโตต้ อบเมื่อเผชิญกับส่งิ เรา้ (Stimulus) หรอื สถานการณต์ า่ ง ๆ
อาการแสดงออกต่าง ๆ เหลา่ น้นั อาจเปน็ การเคลื่อนไหวท่ีสงั เกตได้หรอื วดั ได้ เชน่ การเดนิ การพดู
การเขียน การคิด การเตน้ ของหวั ใจ เปน็ ตน้ ส่วนสงิ่ เรา้ ท่มี ากระทบแล้วกอ่ ให้เกิดพฤติกรรมกอ็ าจจะ
เป็นสง่ิ เรา้ ภายใน (Internal Stimulus) และส่งิ เร้าภายนอก (External Stimulus)
จากนยิ ามต่าง ๆ ขา้ งตน้ สามารถสรุปไดว้ า่ พฤตกิ รรม หมายถงึ อาการหรอื สงิ่ ท่ี
แสดงออกเพื่อตอบสนองสิง่ เรา้ ทเี่ กิดขน้ึ ทง้ั ภายในและภายนอกร่างกาย
ประเภทของพฤตกิ รรม
พฤตกิ รรมมนุษย์ (2556, ออนไลน์) ได้กล่าววา่ พฤติกรรมสามารถแบ่งออกเปน็ ประเภท
ต่าง ๆ ไดห้ ลายรปู แบบ ดังน้ี
1. ประเภทของพฤตกิ รรมแบ่งตามสาเหตกุ ารเกิด คือ
1.1 พฤติกรรมทีม่ มี าแตก่ ำเนดิ ซ่ึงเกิดข้ึนโดยไมม่ กี ารเรยี นรมู้ าก่อน ได้แกป่ ฏกิ ิรยิ า
สะทอ้ นกลบั (Reflect Action) เชน่ การกระพรบิ ตา และสญั ชาตญาณ (Instinct) เชน่ ความกลวั การ
เอาตวั รอด เปน็ ตน้
1.2 พฤตกิ รรมทเ่ี กดิ จากอิทธพิ ลของกลมุ่ ได้แก่ พฤตกิ รรมทเี่ กิดจากการทบี่ ุคคล
ตดิ ตอ่ สงั สรรค์และมีความสมั พันธก์ ับบุคคลอน่ื ในสงั คม
2. ประเภทของพฤตกิ รรมแบ่งตามลักษณะการแสดงออก คอื
2.1 พฤตกิ รรมเปิดเผยหรอื พฤตกิ รรมภายนอก (Overt Behavior) เปน็ พฤตกิ รรมท่ี
บคุ คลแสดงออกมา ทำใหผ้ ู้อ่นื สามารถมองเหน็ ได้ สังเกตได้ เชน่ การเดนิ การหวั เราะ การพูด
2.2 พฤติกรรมปกปดิ หรือพฤติกรรมภายใน (Covert Behavior) เป็นพฤติกรรมที่
บคุ คลแสดงแล้ว แต่ผอู้ น่ื ไม่สามารถมองเหน็ ได้ สังเกตไดโ้ ดยตรงจนกวา่ บคุ คลน้ันจะเป็นผู้บอกหรอื
แสดงบางอยา่ งเพอื่ ใหค้ นอืน่ รับรไู้ ด้ เช่น ความคิด อารมณ์ การรับรู้
การเกดิ พฤตกิ รรม
ประสาท อศิ รปรดี า (2538, น. 13, อ้างถงึ ใน บุษรา เกษีสม, 2552) กลา่ วว่านักจิตวทิ ยา
เช่อื วา่ พฤตกิ รรมนนั้ เปน็ ผลทเ่ี กดิ จากการกระทำปฏกิ ริ ิยาของมนษุ ย์ หรืออนิ ทรีย์กับส่งิ แวดลอ้ ม ซึ่ง
พฤติกรรมตา่ ง ๆ ในชวี ิตประจำวนั ส่วนใหญม่ กั จะเปน็ พฤตกิ รรมที่เกิดจากการกระต้นุ ทเ่ี รยี กว่า
“พฤติกรรมท่ีถกู จูงใจ”
เฉลมิ พล ตนั สกลุ และจรี ะศักด์ิ เจรญิ พันธ์ (2549, น. 5) กลา่ วว่า นักพฤตกิ รรมศาสตร์
ไดศ้ ึกษาและแบง่ แนวคิดของการเกดิ พฤตกิ รรมออกเป็น 3 กลมุ่ ดังน้ี
1. พฤตกิ รรมของมนุษยเ์ กดิ ขึน้ จากแรงผลกั ดันภายในตัวของมนษุ ย์แรงผลกั ดนั ที่ทำให้
มนุษยแ์ สดงพฤตกิ รรมต่างๆ ออกมากค็ ือ ความตอ้ งการซ่ึงความต้องการนีจ้ ะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท
ใหญๆ่ คอื ความต้องการทางรา่ งกาย และความต้องการทางจติ ใจ
1.1 ความตอ้ งการทางด้านร่างกาย เป็นแรงผลกั ดนั ทีอ่ ยใู่ นระดบั พื้นฐานที่สุด แต่มี
พลังอำนาจสงู สดุ เพราะเปน็ แรงผลกั ดนั ท่ีจะทำใหช้ วี ติ อย่รู อด มนุษยจ์ ะต่อสู้ด้ินรนทุกวถิ ีทางเพอ่ื ให้
ได้มาซง่ึ ส่ิงท่จี ะมาบาบัดความตอ้ งการทางร่างกาย ทำใหม้ นุษย์แสดงพฤตกิ รรมต่างๆ ซ่งึ อาจจะเปน็ ทั้ง
ทางทดี่ ที ่ีถกู ตอ้ งหรอื ทางทไ่ี ม่ถกู ตอ้ งกไ็ ด้ ความตอ้ งการทางรา่ งกายทจี่ ะทำให้ชวี ติ อยรู่ อด ไดแ้ ก่ ความ
ต้องการอาหาร น้ำ อากาศ อณุ หภมู ิที่พอเหมาะ การพักผ่อน การขบั ถา่ ย การสบื พันธคุ์ วามปลอดภัย
จากโรคภยั ไขเ้ จบ็ ต่าง ๆ การตอบสนองความต้องการทางร่างกาย อนั ทำให้มนุษยแ์ สดงพฤตกิ รรม
ออกมานน้ั สามารถกระทำได้ 2 ระดบั คือ
1.1.1 กิริยาสะท้อน เปน็ การแสดงพฤตกิ รรมของมนุษย์ท่เี ป็นไปได้โดย
ธรรมชาติ เชน่ เมอื่ ร่างกายมีอณุ หภูมิสงู กวา่ ปกติ ร่างกายกจ็ ะขบั เหงื่อออกมาเปน็ การลดอณุ หภูมใิ ห้
อยูใ่ นระดบั พอเหมาะ
1.1.2 พฤตกิ รรมเจตนา เปน็ การแสดงพฤตกิ รรมของมนุษยต์ ่อสง่ิ เรา้ โดยความ
ตง้ั ใจหรอื ความพอใจของตนเอง เชน่ เมอ่ื รสู้ กึ ตัววา่ ร้อนก็จะไปอาบน้า หรอื เปดิ พัดลม เปน็ ตน้
1.2 ความตอ้ งการทางจติ ใจ เปน็ แรงผลกั ดนั ทอ่ี ยู่ในระดับสูงขึ้นกว่าความต้องการ
ทางรา่ งกาย แต่มพี ลงั อานาจนอ้ ยกวา่ เพราะความต้องการทางจติ ใจน้ี ไม่ใช่ความต้องการทเี่ ป็นความ
ตายของชีวติ จะเปน็ ความต้องการทมี่ าชว่ ยสรา้ งเสริมให้ชวี ติ มีความสุขความสบายย่งิ ขึน้ เท่านั้น
2. พฤตกิ รรมของมนุษย์เกดิ ข้นึ จากแรงผลกั ดนั ของสงิ่ แวดลอ้ ม
สิทธิโชค วรานสุ นั ติกลุ (2528) กล่าวว่า ประสบการณข์ องมนุษยเ์ ปน็ ส่งิ ทท่ี ำให้คนเรา
เกิดการเรียนรทู้ จี่ ะกระทำพฤตกิ รรมเมื่อเกิดมาน้นั มนุษย์มไิ ดม้ คี วามรตู้ ิดตัวมาแตอ่ ย่างใดลว้ นแลว้ แต่
ต้องเรยี นรภู้ ายหลงั จากเกิดมาแล้วท้ังสน้ิ ตอ่ เม่ือมปี ระสบการณ์แล้วจึงจะเรยี นรู้ และจดจำ
ประสบการณน์ ้นั เอาไวเ้ พอ่ื เป็นแนวทางสำหรบั การแสดงพฤติกรรมในอนาคตตอ่ ไป
สกนิ เนอร์ (Skinner) เปน็ นักจติ วทิ ยาพฤตกิ รรมนยิ ม เป็นผมู้ บี ทบาทสำคญั ในการเปน็
ผูน้ ำแนวคิดนช้ี ใี้ ห้เหน็ วา่ พฤติกรรมมนุษยถ์ กู ควบคมุ โดยเง่ือนไขแหง่ การเสรมิ แรง และเง่อื นไขแหง่
การลงโทษ โดยช้ีให้เห็นว่าผลการกระทำของคนเรามีอยู่ 2 ประการคอื ผลการกระทำทที่ ำใหพ้ อใจ ซึ่ง
จะทำหนา้ ทีเ่ ปน็ แรงเสริมให้แกก่ ารกระทำน้มี ีต่อไป (เง่อื นไขแหง่ การเสริมแรง) เช่น พฤตกิ รรมท่ีทำ
แลว้ ได้รบั คำชมเชย ได้ตำแหน่ง ไดเ้ งิน ไดร้ ับการยกยอ่ ง และผลการกระทำทีท่ ำใหไ้ ม่พอใจ ซึง่ จะเปน็
ตัวการท่ที ำให้คนเราหยดุ พฤติกรรมหรือการกระทำอนจะนามาซง่ึ ผลการกระทำเชน่ น้ีในอนาคต
(เงือ่ นไขแห่งการลงโทษ) เชน่ ทำแล้วถูกตำหนิ เสียตำแหนง่ เสยี เงิน ถกู ทำร้าย ถกู ดหู มน่ิ เหยยี ดหยาม
ดังนน้ั พฤติกรมของคนเราจึงถูกควบคุมโดยเงือ่ นไขของผลการกระทำท้งั 2 ประการ ดังกล่าว
3. พฤตกิ รรมของมนษุ ย์เกิดขนึ้ จากทง้ั แรงผลกั ดนั ภายในตวั มนษุ ย์ และสง่ิ แวดล้อม
Aibert Bandura กลา่ ววา่ พฤตกิ รรมมนษุ ย์ องค์ประกอบภายในตวั มนุษย์และ
ส่ิงแวดล้อมต่างก็มีอทิ ธพิ ลตอ่ กนั และกัน ในลกั ษณะทแ่ี ต่ละองค์ประกอบตอ้ งสมั พันธ์กันอย่างถอ้ ยที
ถอ้ ยอาศยั กนั หมายความวา่ ในบางคร้ังส่งิ แวดลอ้ มอาจจะมีส่วนในการทำใหเ้ กิดพฤตกิ รรมไดม้ ากกว่า
องค์ประกอบภายในตวั บุคคล สว่ นในเวลาอ่ืนองคป์ ระกอบภายในตัวบุคคลกอ็ าจจะมอี ทิ ธพิ ลตอ่ การ
แสดงพฤตกิ รรมของมนษุ ย์มากกวา่ สิ่งแวดลอ้ ม จะเห็นไดว้ ่าความสัมพันธ์เชน่ นีอ้ ยใู่ นลักษณะพงึ่ พา
อาศัยกนั เป็นกระบวนการท่ีท้งั สองฝ่ายต่างกม็ อี ิทธิพลตอ่ กนั และกัน และทัง้ คูม่ อี ิทธิพลตอ่ พฤติกรรม
ของมนุษย์ ในขณะเดยี วกันพฤติกรรมมนุษย์ ก็มอี ทิ ธิพลตอ่ ท้งั 2 ส่ิงด้วยเหมือนกนั
การจูงใจให้เกดิ พฤตกิ รรม
Maslow (2513) ได้กล่าวในทฤษฎมี นษุ ย์นยิ ม (Humanistic view of motivation) ซงึ่
อธบิ ายถึงลำดับความตอ้ งการของมนษุ ยโ์ ดยทค่ี วามตอ้ งการจะเป็นตวั กระตุน้ ให้มนษุ ยแ์ สดง
พฤตกิ รรมเพือ่ ไปสู่ความตอ้ งการนั้น ดังน้ัน การเข้าใจความตอ้ งการของมนุษยท์ ำให้สามารถอธิบาย
เรอื่ งแรงจงู ใจไดเ้ ชน่ เดียวกนั
Tois and Carroll (1982) กลา่ ววา่ แรงจูงใจ หมายถงึ แรงขบั ของแตล่ ะบุคคลซง่ึ เปน็ สำ
เหตุที่ทำใหบ้ คุ คลแสดงพฤตกิ รรม โดยเฉพาะทเ่ี กดิ ขึ้นในการทำงานหรอื การกระทำที่บุคคลจะทำงาน
ใหส้ ำเรจ็ โดยไดร้ บั อทิ ธิพลจากการกระทำของคนอน่ื ทก่ี ำหนดแนวทางเฉพาะใช้ในการบรหิ ารโดย
ผูบ้ ริหารจะจูงใจพนกั งานทำงานใหอ้ งคก์ ารอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
การจูงใจในการทำงาน (2556, ออนไลน์) บทความได้อธิบายถึงความหมายของการจงู ใจ
วา่ การจูงใจ หมายถึง การนำเอาปจั จยั ตา่ ง ๆ มาเปน็ แรงผลักดัน ใหบ้ ุคคลแสดง พฤติกรรมออกมา
อย่างมที ศิ ทาง เพ่อื บรรลุจดุ มุ่งหมาย หรือเปา้ หมายทีต่ ้องการ ดังนัน้ ผู้ทท่ี ำหน้าท่จี งู ใจ จะต้องคน้ หา
วา่ บคุ คลท่เี ขาตอ้ งการจูงใจ มคี วามต้องการหรอื มีความคาดหวงั อย่างไร มปี ระสบการณค์ วามรู้ และ
ทศั นคติในเรอื่ งนัน้ ๆ อย่างไร แลว้ พยายามดงึ เอาส่งิ เหลา่ นนั้ มาเปน็ แรงจงู ใจ (Motive)ในการแสดง
พฤตกิ รรม หรอื เปล่ียนแปลงพฤตกิ รรมตา่ ง ๆ โดยพฤติกรรมสว่ นใหญ่มักจะมแี นวทางมุง่ ไปยัง
เป้าหมายทสี่ มั พนั ธอ์ ยา่ งใกลช้ ิดกับการสนองความต้องการพื้นฐานทางกายใหส้ มดังความต้องการนน้ั
ๆ เชน่ มนุษยม์ คี วามต้องการทางรา่ งกาย ทำใหต้ ้อง กนิ นอน ขบั ถ่าย อยู่ตลอดเวลา และคนเราจะมี
วธิ ีการในการท่ีหาวธิ ีสนองความต้องการเหล่าน้ัน ดังนน้ั การจูงใจจึงเป็นส่งิ จำเปน็ ทช่ี ่วยให้เกิดการ
เปล่ียนพฤติกรรมไปในทศิ ทางทตี่ ้องการ โดยกระบวนการจูงใจมอี งค์ประกอบ 3 ประการ คือ
1. ความตอ้ งการ (Needs) คือ การขาดบางส่ิงบางอย่างของมนษุ ย์ อาจจะเป็นการขาด
ทางดา้ นกายภาพหรือด้านจิตใจ
2. แรงขบั (Drive) เม่อื ขาดความต้องการ (Needs) แลว้ มนษุ ยจ์ ะเกิดภาวะตึงเครยี ด
ภายในรา่ งกาย และจะกลายเปน็ แรงขบั หรอื ตัวกำหนดทศิ ทาง (Action Oriented) เพอ่ื กระทำบางส่ิง
บางอย่างเพือ่ ลดภาวะความตึงเครยี ดนั้น
3. ส่งิ ล่อใจ (Incentive) หรือ เป้าหมาย (Goal) เปน็ ตวั กระตุ้นหรือแรงจูงใจให้มนษุ ย์
แสดงพฤติกรรมตามที่คาดหวังหรือทต่ี อ้ งการ
ประเภทของการจูงใจ
นักจิตวทิ ยาไดแ้ บ่งการจูงใจออกเป็น 2 ประเภท คอื
1. การจูงใจภายใน (Intrinsic Motivation) หมายถึง บคุ คลที่มีความต้องการในการ
แสดงพฤติกรรมหรอื การกระทำดว้ ยตนเอง มเิ ก่ยี วข้องกบั บคุ คลอนื่ เช่น มนุษยร์ ับประทานอาหารโดย
ไมม่ ใี ครบงั คับ หรอื มีสิง่ จงู ใจใด ๆ การจงู ใจภายในเกิดข้ึนไดจ้ ากปัจจยั ดงั นี้
1.1 ความต้องการ (Need) เนอ่ื งจากคนทุกคนมคี วามต้องการทอี่ ยภู่ ายในอันจะทำ
ใหเ้ กิดแรงขบั แรงขบั นจ้ี ะก่อใหเ้ กิดพฤติกรรมต่าง ๆ ขนึ้ เพื่อให้บรรลเุ ปา้ หมาย และความพอใจ
1.2 เจตคติ (Attitude) หมายถึง ความรสู้ กึ นกึ คดิ ทด่ี ีทบ่ี คุ คลมีตอ่ สิง่ หนึ่งสงิ่ ใด เปน็
ตัวช่วยกระตุน้ ใหบ้ ุคคลแสดงพฤตกิ รรมทตี่ อ้ งการ
1.3 ความสนใจพเิ ศษ (Special Interest) ทำใหเ้ กดิ ความเอาใจใสใ่ นสง่ิ นัน้ ๆ
มากกว่าปกติ
2. การจูงใจภายนอก (Extrinsic Motivation) หมายถงึ บคุ คลไดร้ บั แรงกระตนุ้ มาจาก
ภายนอกใหม้ องเห็นจดุ หมายปลายทางหรอื ชใี้ ห้เหน็ ความสำเร็จหรอื ประโยชน์จากการกระทำนนั้ ๆ
จนนำไปสกู่ ารปรับเปล่ียนหรอื การแสดงพฤตกิ รรมของบคุ คล โดยแรงจูงใจภายนอกเกิดขน้ึ ไดจ้ าก
ปจั จยั ดงั นี้
2.1 เป้าหมายหรอื ความคาดหวังของบุคคล ซ่ึงหากมกี ารตงั้ เปา้ หมายในการกระทำ
ใด ๆ ยอ่ มก่อใหเ้ กิดแรงจูงใจให้มีพฤติกรรมทดี่ แี ละเหมาะสม เช่น พนักงานทดลองงานมคี วามต้ังใจใน
การทางานเพ่อื ใหไ้ ด้ผลประเมนิ ทีน่ า่ พอใจ และถูกรับเข้าทำงาน
2.2 การรับรู้ความสำเรจ็ หรือความก้าวหน้า โดยการชี้ใหเ้ หน็ โอกาสที่จะประสบ
ความสำเรจ็ หรอื กา้ วหนา้ จากการกระทำนั้น ๆ สามารถเกดิ เป็นแรงจูงใจใหเ้ กดิ พฤตกิ รรมได้
2.3 บุคลกิ ภาพ การตอ้ งการสร้างความประทับใจแกบ่ ุคคลทว่ั ไปที่เกิดจาก
บุคลิกภาพ จะกอ่ ให้เกดิ แรงจงู ใจให้เกดิ พฤติกรรมข้นึ ได้ เชน่ อัยการ ต้องมีบุคลกิ ภาพท่ีน่ายำเกรงนา่
นับถือ การออกกำลงั กายเพ่ือให้มรี ูปร่างทดี่ ี เป็นต้น
2.4 เครอื่ งล่อใจอน่ื ๆ เช่น การใหร้ างวัล (Rewards) เปน็ เครอ่ื งกระตุ้นใหเ้ กิดความ
อยากกระทำ หรือการลงโทษ (Punishment) เป็นเครอ่ื งกระต้นุ ไม่ให้เกดิ ความอยากกระทำในส่ิงทีไ่ ม่
ถูกต้อง นอกจากน้ีการชมเชย การตเิ ตยี น การประกวด การแขง่ ขัน หรอื การทดสอบกจ็ ดั วา่ เป็น
เครื่องมอื ทก่ี ่อใหเ้ กิดพฤติกรรมไดท้ ้ังสนิ้
2.3 ประวัติวทิ ยากร/ที่ปรึกษาโครงงานและสถานประกอบ
11112.3.1 ประวัตวิ ทิ ยากร/ท่ปี รกึ ษาโครงงาน
11111111 นางภัทรานิษฐ์ พชั รศิ วโรจน์ เปน็ ท่ีปรึกษาโครงงาน ณ วิทยาลัยอาชวี ศึกษาเชยี งใหม่
2.4 งานวจิ ัยทเี่ ก่ียวข้อง
ไกรพ เจริญโสภา (2557 : บทคดั ยอ่ ) หนังสืออิเล็กทรอนกิ ส์ (E-Book) วชิ า การพิมพ์ดิจิทัล
งานวิจยั น้ี มีวตั ถปุ ระสงคเ์ พอื่ สรา้ งหนังสืออเิ ลก็ ทรอนิกส์ วชิ า การพมิ พด์ จิ ิทัล เพอ่ื หาคณุ ภาพ
บทเรียนออนไลนโ์ ดยผู้เชี่ยวชาญดา้ นเน้ือหาและด้านการผลติ ส่อื และการนำเสนอ และเพ่ือหา
ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นของผเู้ รยี นทีเ่ รยี น จากหนังสอื อเิ ลก็ ทรอนิกส์ และประเมนิ ความพงึ พอใจตอ่
การใช้หนงั สืออิเล็กทรอนกิ ส์ เคร่ืองมือทีใ่ ชป้ ระกอบดว้ ย หนังสอื อเิ ล็กทรอนิกส์ วิชา การพมิ พด์ จิ ทิ ลั
แบบประเมนิ คุณภาพของบทเรยี นสำหรบั ผเู้ ช่ียวชาญ แบบทดสอบหาผลสัมฤทธทิ์ างการเรียน และ
แบบสาํ รวจความพึงพอใจต่อการใช้ หนงั สืออเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ โดยใช้กลมุ่ ทดลองเป็นนักศกึ ษาระดับ
ปรญิ ญาตรี ชั้นปที ่ี 1 สาขาวชิ าเทคโนโลยีการพิมพ์ คณะเทคโนโลยอี ตุ สาหกรรม มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั
สวนสนุ นั ทา จำนวน 33 คน ผลการวจิ ยั คุณภาพด้านเนอ้ื หาของบทเรียนของหนังสืออิเลก็ ทรอนกิ ส์ มี
คา่ เฉลี่ย 4.53 และมีคา่ เบยี่ งเบนมาตรฐานเท่ากบั 0.50 อยู่ในระดับคุณภาพดีคณุ ภาพด้านการ
นําเสนอของบทเรยี นของหนงั สืออิเล็กทรอนกิ ส์ มีคา่ เฉล่ยี 4. 20 และมคี ่าเบย่ี งเบนมาตรฐานเทา่ กับ
0. 41 อยู่ในระดบั คุณภาพดคี ณุ ภาพ ส่วนของแบบทดสอบ ของบทเรียนของหนังสืออิเลก็ ทรอนกิ ส์ มี
คา่ เฉลี่ย 4. 20 และมคี า่ เบยี่ งเบนมาตรฐานเทา่ กับ 0. 41 อยใู่ นระดับ คณุ ภาพดผี ลสมั ฤทธ์ิทางการ
เรยี นของผเู้ รยี นท่เี รียนจากหนังสืออิเลก็ ทรอนกิ ส์ มผี ลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นหลงั เรยี นสงู กว่ากอ่ นเรียน
อย่างมีนัยสาํ คญั ทางสถติ ิท่รี ะดบั .05 และผลการประเมินความพึงพอใจต่อการใช้บทเรียนออนไลน์
ของกล่มุ ทดลอง ท่ีมตี ่อหนงั สอื อิเลก็ ทรอนกิ ส์ พบว่าส่วนใหญ่อย่ใู นระดบั พงึ พอใจมากค่าเฉล่ยี สว่ น
ใหญ่อยใู่ นระดับพึงพอใจมาก
วารณุ ี คงวมิ ล (2559 : บทคัดย่อ) การพฒั นาหนังสืออเิ ล็กทรอนิกส์ (e-Book) การวิจยั ครง้ั น้ีมี
วัตถปุ ระสงค์เพอื่ พัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนกิ ส์ (e-Book) เร่อื ง การใช้งานโปรแกรม Photoshop เพือ่
ผลิตสอ่ื การสอนสำหรบั ครรู ะดบั ประถมศึกษาใหม้ ปี ระสทิ ธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 90/90 และเพื่อ
เปรียบเทียบคะแนนจากการทดสอบกอ่ นและหลังการใชห้ นังสอื อิเลก็ ทรอนกิ ส์ (e-Book) เรื่อง การใช้
งานโปรแกรม Photoshop เพอื่ ผลิตสื่อการสอนสำหรับครรู ะดบั ประถมศกึ ษา ทผ่ี วู้ ิจยั พฒั นาขึ้น
ประชากรทใ่ี ช้ในการวจิ ยั ครงั้ นี้ ไดแ้ ก่ ครรู ะดบั ประถมศกึ ษา โรงเรียนเซนต์หลยุ ส์ ฉะเชงิ เทรา กลุ่ม
ตวั อย่างเปน็ ครรู ะดับประถมศกึ ษาได้มาจากการเลอื กกลมุ่ ตัวอยา่ งแบบเจาะจง จำนวน 30คน
เคร่ืองมือที่ใช้ในการศกึ ษาครง้ั น้ีประกอบด้วย หนังสอื อเิ ลก็ ทรอนิกส์ (e-Book) แบบทดสอบกอ่ น
เรยี นและหลงั เรียน และแบบสอบถามความคิดเห็นของผเู้ ชย่ี วชาญดา้ นเทคนิคและเนือ้ หา สถิติทีใ่ ชใ้ น
การวเิ คราะหข์ อ้ มูล คอื การวเิ คราะห์คา่ เฉลย่ี สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน คา่ รอ้ ยละ และการทดสอบคา่
t (t-test Dependent Sample) ผลการวิจยั พบว่า หนงั สอื อิเล็กทรอนกิ ส์ (e-Book) เร่ือง การใช้
งานโปรแกรมPhotoshop เพอื่ ผลิตส่อื การสอนสำหรับครรู ะดับประถมศึกษา มปี ระสทิ ธภิ าพ
91.17/90.00 เปน็ ไปตามเกณฑ์มาตรฐาน 90/90 (The 90/90 standard) ท่ีตั้งไว้ และมีคะแนนหลัง
เรยี นสงู กว่าคะแนนกอ่ นเรยี นอย่างมีนัยสำคัญทางสถติ ิทรี่ ะดบั .05
มารดุ ิศ วชิรโกเมน (2561 : บทคัดยอ่ ) การพฒั นาหนังสอื อเิ ล็กทรอนกิ ส์ เรือ่ ง การออกแบบ
ดว้ ย Photoshop การจัดการศึกษาในปจั จบุ นั มคี วามสนใจในการทีจ่ ะใชห้ นงั สืออิเลก็ ทรอนกิ ส์และ
เอกสารออนไลนอ์ ืน่ ๆ เพ่ิมขึ้นเพื่อเผยแพร่สารนเิ ทศและเขา้ ถงึ ไดท้ วั่ ดงั น้ันการวิจัยคร้งั น้มี ี
วตั ถุประสงค์ ดังน้ี (1)เพอื่ พฒั นาหนงั สืออเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ เรอ่ื งการออกแบบดว้ ย Photoshop (2)
เพ่อื ศกึ ษาความพงึ พอใจของกลุ่มตัวอยา่ งทม่ี ีต่อสอ่ื หนงั สอื อเิ ลก็ ทรอนิกสเ์ รอ่ื งการออกแบบดว้ ย
Photoshop ประชากรและกล่มุ ตวั อย่างได้จากการสุม่ ตวั อยา่ งแบบเจาะจง (Purposive Sampling)
คอื นักเรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนต้น โรงเรียนบา้ นวงั ยาววทิ ยายน จำนวนทั้งส้นิ 47 คน เคร่ืองมอื ท่ใี ช้
ในการวจิ ยั ประกอบดว้ ย (1)ส่ือหนงั สืออิเล็กทรอนิกส์(E- Book) เรอื่ งการออกแบบดว้ ย Photoshop
สรา้ งโดยโปรแกรม FlipAlbum Standard (2)แบบสอบถามความพึงพอใจในสอื่ หนังสอื
อเิ ล็กทรอนิกส์ (E- Book) เรอื่ งการออกแบบด้วย Photoshop สถติ ิทใี่ ช้ในการวเิ คราะห์ขอ้ มูล มดี งั นี้
(1)สถิตพิ ื้นฐาน ได้แก่ คา่ เฉลยี่ (Mean) และคา่ ส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
(2)สถติ ิทีใ่ ช้ในการหาคา่ ความเชื่อมน่ั ของแบบวัดความพอพงึ พอใจ โดยใช้สตู รสมั ประสิทธ์ิแอลฟา
ผลการวิจยั จากการศกึ ษา เรอื่ ง การพัฒนาหนังสอื อิเลก็ ทรอนิกส์ (E- Book) เรอื่ งการออกแบบด้วย
Photoshop นำมาอภปิ รายผลได้ดงั นี้ความพงึ พอใจของนกั เรียนช้ันมัธยมศึกษาตอนตน้ ท่มี ีตอ่ สอื่
หนังสอื อิเลก็ ทรอนิกส์ (E- Book) เรื่องการออกแบบดว้ ย Photoshop ระดับความพึงพอใจโดย
รวมอยใู่ นระดบั มาก มคี า่ เฉลยี่ เทา่ กบั 3.99 เมอื่ พิจารณาเป็นรายดา้ น พบว่าความพึงพอใจอยใู่ น
ระดบั มากทกุ ด้าน โดยเรียงตามลำดับจากมากไปหาน้อยดังนี้ ดา้ นเนื้อหา ด้านการใชง้ านและดา้ น
รปู แบบส่ือ หนงั สืออเิ ลก็ ทรอนิกส์ (E- Book) มีความสะดวก มคี วามรวดเร็วการเข้าเลือกดเู นอื้ หา
รปู ภาพตา่ ง ๆ ไดต้ ามความต้องการของแต่ละบคุ คล ได้โดยอิสระไม่มีใครบงั คับ ทำให้รู้เข้าใจง่ายใน
เรอ่ื งการออกแบบดว้ ย Photoshop
บทที่ 3
วิธกี ารดำเนินงานโครงงาน
การดำเนนิ งานโครงงานหนงั สืออิเล็กทรอนกิ ส์ เรื่อง บัญชคี รวั เรอื น เป็นการจดั ทำหนงั สือ
อิเล็กทรอนิกส์ และสำรวจความสนใจในการจัดทำบัญชี ของนักศึกษาช้ันประกาศนยี บตั รชั้นสงู 2
หอ้ ง 4 จำนวน 10 คน ณ 79 ซอย 2 ต.ศรภี ูมิ อ.เมอื ง จ.เชียงใหม่ 50200 ระหว่าง 2 พฤศจกิ ายน
2564 ถงึ 31 มกราคม 2565 ผูด้ ำเนนิ งานโครงงานไดร้ วบรวมเอกสาร ทฤษฎีและงานวิจัยที่เก่ียวขอ้ ง
มีหัวข้อตอ่ ไปน้ี
3.1 รปู แบบของโครงงาน
3.2 ประชากรและกลมุ่ ตวั อย่างของโครงงาน
3.3 ขั้นตอนการศึกษา
3.4 การรวบรวมขอ้ มลู
3.1 รปู แบบของโครงงาน
โครงงานหนงั สอื อิเลก็ ทรอนกิ ส์ เร่ือง บญั ชคี รวั เรอื น โดยมีรูปแบบโครงงานจดั ทำบญั ชี ซ่ึงเปน็
การให้ความรู้เกย่ี วกับการทำบญั ชคี รวั เรอื นในรูปแบบหนงั สืออิเลก็ ทรอนกิ ส์ และมกี ารรวบรวมข้อมูล
รายรับ - รายจา่ ย เพอื่ จัดทำบัญชีครัวเรือน
3.2 ประชากรและกลุ่มตวั อยา่ งของโครงงาน
3.2.1 ประชากรในครง้ั น้เี ปน็ นกั ศึกษาชัน้ ประกาศนียบตั รชั้นสูง 2 หอ้ ง 4 ณ วิทยาลยั
อาชีวศกึ ษาเชยี งใหม่
3.2.2 กลมุ่ ตัวอย่างในครงั้ นี้ คือ นักศึกษาชั้นประกาศนยี บตั รชั้นสูง 2 ห้อง 4 จำนวน 10 คน ณ
วทิ ยาลยั อาชวี ศึกษาเชยี งใหม่
3.3 ขน้ั ตอนการศกึ ษา
3.3.1 ขน้ั เตรยี มการ
3.3.1.1 ทำการเลือกโครงงาน โดยใช้ตารางวิเคราะห์ขอ้ มูลเพ่อื ตดั สินใจเลอื กโครงงาน
การวิเคราะหข์ ้อมลู เพือ่ ตดั สินใจเลือกโครงงานวชิ าชีพ
ตารางวเิ คราะหข์ อ้ มลู เพอ่ื ตดั สินใจเลือกโครงงาน
รายละเอยี ด โครงงานที่ 1 โครงงานท่ี 2 โครงงานที่ 3 หมายเหตุ
ข้อมลู เกีย่ วกบั ตนเอง
ความถนดั และความสนใจ 444
ความร้แู ละประสบการณเ์ ดิม 333
ความพรอ้ มด้านเงิน 444
ความพรอ้ มในการจดั เตรยี มวสั ดอุ ปุ กรณ์ 444
ความพร้อมด้านเวลา/แรงงาน 444
ความรู้เกยี่ วกบั สงั คมและสงิ่ แวดลอ้ ม
เป็นโครงงานทม่ี ีประโยชนต์ อ่ ตนเอง/ชมุ ชน 433
คนในครอบครวั ใหก้ ารสนบั สนนุ 343
มแี หล่งความรจู้ ะศกึ ษาได้ 333
มสี ถานท่ปี ฏบิ ตั ิงานท่ีเหมาะสม 444
ขอ้ มลู เก่ียวกับความรพู้ ืน้ ฐานทางวชิ าการ
มคี วามรูเ้ กี่ยวกับวชิ าชีพ 433
ขนั้ ตอนปฏิบตั งิ านไม่ซบั ซ้อน 422
ความร/ู้ ทักษะในโครงงานน้สี ามารถนำไปเป็น 4 4 4
ข้อมูลในการผลิตหรือดำเนินงานอืน่ ๆ
คะแนนรวม 45 42 41
ตารางที่ 3.1 การวเิ คราะห์ข้อมูลเพื่อตัดสินใจเลือกโครงงาน
หมายเหตุ ให้ผู้เรยี นพจิ ารณาข้อมูลตา่ งๆ และให้คะแนนเพ่อื การตัดสินใจเลอื กโครงงานน้ี
1) การใหค้ ะแนนกำหนด 4 ระดบั ดังนี้
4 = มีความพร้อมและเหมาะสมมากทส่ี ุด
3 = มคี วามพรอ้ มและเหมาะสมมาก
2 = มีความพรอ้ มและเหมาะสมปานกลาง
1 = มีความพรอ้ มและเหมาะสมน้อย
2) ชื่อโครงงานพจิ ารณา มดี งั น้ี
โครงการที่ 1 หนงั สืออิเลก็ ทรอนิกส์ เรอื่ ง บญั ชีครวั เรอื น
โครงการท่ี 2 ปัน้ ต้นบอนไซจากขนมปงั
โครงการท่ี 3 การทดลองประสทิ ธิภาพในการจำกดั เช้ือรา
3) ให้คะแนนแตล่ ะโครงงานใหค้ รบทกุ หัวขอ้ แล้วรวบรวมคะแนนทัง้ หมดในแต่
ละโครงงาน สรปุ โครงงานทไ่ี ดค้ ะแนนสูงสดุ คือ 45 คะแนน ไดแ้ ก่ หนังสอื อิเล็กทรอนกิ ส์ เรื่อง บญั ชี
ครัวเรือน
3.3.1.2 การเขยี นโครงรา่ งโครงงานเพอื่ เสนอขออนุมัตโิ ครงงาน โดยมหี วั ข้อดังตอ่ ไปนี้
1) ชือ่ โครงงาน
2) ผู้รบั ผิดชอบโครงงาน
3) ครทู ป่ี รึกษาโครงงาน
4) ความเป็นมาและความสำคญั ของโครงงาน
5) วตั ถุประสงค์ของโครงงาน
6) ขอบเขตของโครงงาน
7) ประโยชน์ท่ีคาดว่าจะได้รบั
8) นยิ ามศพั ท์
9) วธิ ดี ำเนนิ งาน
10) ระยะเวลาการดำเนนิ งานโครงการ
11) งบประมาณและทรพั ยากร
12) การติดตามผลและประเมนิ ผล
13) เอกสารอ้างองิ
3.3.1.3 ปฏิทนิ ในการปฏิบตั งิ าน
ผ้จู ดั ทำโครงงานได้วางแผนและจัดทำปฏิทินการปฏบิ ตั ิงานดังต่อไปนี้
ลำดบั ข้นั ตอนการดำเนินงาน พฤศจกิ ายน ธนั วาคม มกราคม ผู้รับผิดชอบ
1234 1234 1234 โครงงาน
1. ศกึ ษาข้อมลู หนงั สอื อิเล็กทรอนกิ ส์ อรพิมล อาศิรา
2. ศกึ ษาขอ้ มลู เกยี่ วกบั นกั ศึกษา อรพมิ ล อาศริ า
3. จัดทำหนังสืออิเลก็ ทรอนกิ ส์
4. บนั ทกึ รายรบั - รายจ่ายของนกั ศกึ ษา อรพมิ ล อาศิรา
5. รวบรวมขอ้ มลู และวิเคราะหข์ อ้ มลู อรพิมล อาศริ า
6. จดั ทำรปู เลม่ โครงงาน
7. ประเมนิ ผลโครงงาน อรพิมล อาศริ า
อรพิมล อาศิรา
อรพิมล อาศิรา
ตารางที่ 3.2 ปฏิทินในการปฏบิ ัติงาน
3.3.1.4 ศกึ ษาเอกสาร ทฤษฎี และงานวจิ ยั ที่เกย่ี วขอ้ งโดยมหี วั ข้อดังต่อไปนี้
1) ความรเู้ กี่ยวโครงงาน
2) ทฤษฎีท่เี กยี่ วข้อง
3) ประวตั วิ ทิ ยากรและข้อมูลทเี่ กยี่ วข้อง
4) งานวิจัยทีเ่ กีย่ วข้อง
3.3.2 ข้นั ดำเนินการ ปฏิบตั ิงานโดยใช้ระบบการวงจรคณุ ภาพ (PDCA) ดงั ต่อไปน้ี
3.3.2.1 ติดต่อประสานงาน ท่ีปรกึ ษาโครงงาน ได้แก่ นกั ศกึ ษาชั้นประกาศนยี บตั รชั้นสูง
2 ห้อง 4 ณ วทิ ยาลัยอาชีวศึกษาเชยี งใหม่
3.3.2.2 สรา้ งเครอ่ื งมอื ในการรวบรวมขอ้ มูล การทำตารางรายรบั - รายจา่ ย
3.3.2.3 ปฏิบัตติ ามปฏิทนิ การปฏิบัตงิ าน
3.3.2.4 รายงานความก้าวหนา้ ของปฏบิ ตั ิงาน เป็นรายบคุ คลตามบันทึกการปฏิบัติงาน
วชิ าโครงงาน
3.4 การเก็บรวบรวมข้อมลู
3.4.1 การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลรายรับ – รายจ่ายของนักศกึ ษาชน้ั ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสงู 2
หอ้ ง 4 ณ วิทยาลยั อาชวี ศึกษาเชียงใหม่
3.5 การวิเคราะห์และสรปุ ข้อมลู
การวิเคราะหข์ ้อมูลจากแบบสอบถามประเมินความพึงพอใจในการจัดทำหนงั สืออิเลก็ ทรอนิกส์
เร่อื ง บญั ชคี รวั เรือน ของนักศึกษาชนั้ ประกาศนยี บัตรชน้ั สูง 2 หอ้ ง 4 วิทยาลัยอาชวี ศกึ ษาเชยี งใหม่
ในแตล่ ะส่วนดงั ต่อไปนี้
สว่ นท่ี 1 ข้อมลู เบ้ืองตน้ ของผูต้ อบแบบสอบถาม
จากการหาค่าร้อยละของผูต้ อบแบบสอบถามความพึงพอใจในการจัดทำหนงั สอื
อิเล็กทรอนกิ ส์ เรอื่ ง บญั ชีครวั เรือน ของนกั ศึกษาช้นั ประกาศนียบตั รชั้นสูง 2 ห้อง 4 จำนวน 10 คน
โดยใช้สตู รดงั ต่อไปน้ี
สูตร = × 100
เมอื่ แทน คา่ รอ้ ยละ
แทน ความถี่ตอ้ งการแปลงคา่ ให้เปน็ ค่ารอ้ ยละ
แทน จำนวนความถีท่ ้ังหมด
สว่ นท่ี 2 ระดบั ความพงึ พอใจในการจัดทำหนงั สอื อิเล็กทรอนกิ ส์ เรื่อง บัญชคี รัวเรอื น ของนกั ศึกษา
ชนั้ ประกาศนียบัตรชนั้ สูง 2 หอ้ ง 4 จำนวน 10 คน โดยการหาค่าเฉลย่ี เลขคณิต และส่วนเบยี่ งเบน
มาตรฐาน
1. การหาคา่ เฉลีย่ เลขคณติ
สตู ร ̅ = ∑
เมือ่ ̅ แทน คา่ เฉลย่ี
∑ ̅ แทน ผลรวมของระดบั ความพึงพอใจ
แทน จำนวนผตู้ อบแบบสอบถามทง้ั หมด
2. การหาส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน
สูตร S.D. = √ ( − )2
−1
สตู ร S.D. = √ 2−( )2
( −1)
เม่อื S.D. แทน ค่าสว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐาน
̅ แทน คา่ คะแนน
แทน จำนวนค่าคะแนนในแตล่ ะกลมุ่
∑ แทน ผลรวม
3. การแปลงผลตามเกณฑ์การประเมนิ ผล
4.01 ขึ้นไป หมายถงึ ดีมาก
3.01 - 4.00 หมายถงึ ดี
2.01 - 3.00 หมายถึง พอใช้
1.01 - 2.00 หมายถึง น้อย
0.00 - 1.00 หมายถึง ปรับปรงุ
ส่วนท่ี 3 ขอ้ เสนอแนะ
นำขอ้ เสนอแนะจากผตู้ อบแบบสอบถามมาเปน็ ความเรียงและหาอตั ราร้อยละของ
ข้อเสนอแนะ จากผตู้ อบแบบสอบถามความพงึ พอใจในการจัดทำหนังสอื อิเลก็ ทรอนิกส์ เรือ่ ง บัญชี
ครวั เรอื น ของนกั ศึกษาช้ันประกาศนียบตั รชั้นสูง 2 ห้อง 4 จำนวน 10 คน โดยใช้
สตู ร = × 100
เม่ือ แทน ค่าร้อยละ
แทน ความถตี่ ้องการแปลงค่าใหเ้ ป็นคา่ ร้อยละ
แทน จำนวนความถี่ทง้ั หมด
บทท่ี 4
ผลดำเนินงานโครงงาน
การดำเนินโครงงานหนงั สอื อิเลก็ ทรอนกิ ส์ เรอื่ ง บัญชคี รัวเรอื น มวี ัตถุประสงค์ 1. เพ่ือศกึ ษาการ
จัดทำหนังสอื อเิ ลก็ ทรอนิกส์ และการทำบญั ชคี รวั เรือน 2. เพอ่ื สำรวจและให้ความรู้เกี่ยวกบั การทำ
บัญชคี รัวเรือน วนั ที่ 2 พฤศจกิ ายน 2564 ถงึ 31 มกราคม 2565 ณ วทิ ยาลยั อาชีวศึกษาเชยี งใหม่
และหอพกั อมิ พาล่าแมนชน่ั เลขท่ี 79 ถนนชา้ งเผอื ก ซอย 2 ตำบลศรีภมู ิ อำเภอเมือง จงั หวัดเชยี งใหม่
50200 จากการวเิ คราะหข์ อ้ มูล ผู้ดำเนินโครงงานมีผลดำเนินโครงงานดังตอ่ ไปนี้
4.1 ผลการวเิ คราะห์ขอ้ มูล
4.2 อภิปรายผลการดำเนินงาน
4.1 ผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู
ตอนที่ 1 ขอ้ มลู ทว่ั ไปของผู้ตอบแบบสอบถามหนงั สอื อเิ ล็กทรอนกิ ส์ เรอ่ื ง บัญชคี รัวเรอื น
1. เพศ
แผนภูมแิ สดงการจำแนกเพศของผูต้ อบแบบสอบถาม
ภาพท่ี 4.1 แผนภมู แิ สดงการจำแนกเพศของผู้ตอบแบบสอบถาม
ตารางที่ 4.1 การจำแนกเพศของผตู้ อบแบบสอบถาม ร้อยละ
เพศ จำนวนผ้ตู อบแบบสอบถาม 20
จำนวน 80
ชาย 2 100
หญิง 8
รวม 10
จากตารางที่ 4.1 พบว่าการจำแนกเพศของผูต้ อบแบบสอบถามจำนวน 10 คน เป็น
ผู้ชายจำนวน 2 คน คดิ เป็นร้อยละ 20 เป็นผ้หู ญิงจำนวน 8 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 80
2. อายุ
แผนภูมแิ สดงการจำแนกอายขุ องผู้ตอบแบบสอบถาม
ภาพที่ 4.2 แผนภมู ิแสดงการจำแนกอายขุ องผตู้ อบแบบสอบถาม
ตารางที่ 4.2 การจำแนกอายุของผ้ตู อบแบบสอบถาม
อายุ จำนวนผตู้ อบแบบสอบถาม
จำนวน รอ้ ยละ
ตำ่ กวา่ 18 ปี - -
18 – 24 ปี 10 100
25 ปขี นึ้ ไป - -
รวม 10 100
จากตารางที่ 4.2 พบว่าการจำแนกอายุของผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 10 คน คนท่ี
ตอบแบบสอบถามอยู่ในช่วงอายุ 18 – 24 ปี จำนวน 10 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 100
3. ระดบั การศึกษา
แผนภมู แิ สดงการจำแนกระดบั การศึกษาของผ้ตู อบแบบสอบถาม
ภาพที่ 4.3 แผนภมู แิ สดงการจำแนกระดับการศกึ ษาของผ้ตู อบแบบสอบถาม
ตารางท่ี 4.3 การจำแนกระดับการศึกษาของผู้ตอบแบบสอบถาม
ระดบั การศึกษา จำนวนผู้ตอบแบบสอบถาม
จำนวน รอ้ ยละ
มธั ยมศึกษาตอนต้น - -
มัธยมศกึ ษาตอนปลาย / ปวช. - -
อนุปริญญา / ปวส. 10 100
ปรญิ ญาตรีข้ึนไป - -
รวม 10 100
จากตารางที่ 4.3 พบว่าการจำแนกระดบั การศกึ ษาของผตู้ อบแบบสอบถามจำนวน
10 คน คนท่ตี อบแบบสอบถามอย่รู ะดบั การศึกษาอนปุ ริญญา / ปวส. จำนวน 10 คน คิดเป็นร้อยละ
100
ตอนท่ี 2 ระดบั ความพึงพอใจของหนงั สืออเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ เรอ่ื ง บญั ชคี รวั เรือน
1. ดา้ นคุณลกั ษณะของหนงั สืออเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
แผนภูมิแสดงความพงึ พอใจด้านคณุ ลักษณะของหนงั สอื อเิ ล็กทรอนิกส์ เร่อื ง บญั ชคี รัวเรอื น
ภาพที่ 4.4 แผนภมู ิแสดงความพงึ พอใจด้านคณุ ลกั ษณะของหนังสอื อเิ ล็กทรอนกิ ส์
ตารางท่ี 4.4 ระดบั ความพึงพอใจด้านคณุ ลักษณะของหนงั สืออิเลก็ ทรอนกิ ส์
ขอ้ ประเดน็ พจิ าราณา ̅ S.D. การแปลความ
ดมี าก
1. คุณลกั ษณะของหนงั สอื อิเล็กทรอนิกส์ ดีมาก
1.1 รูปเล่มของหนงั สืออิเล็กทรอนิกสม์ ี 4.90 0.32 ดีมาก
ดีมาก
ความเหมาะสม ดีมาก
ดมี าก
1.2 ภาพท่ีใช้ในหนังสอื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์มี 4.80 0.42
ความน่าสนใจและสอดคล้องกบั
เน้ือหา
1.3 ขนาดและสีตัวอักษรท่ีใชม้ คี วาม 4.80 0.42
เหมาะสม ชดั เจน สวยงาม อา่ นงา่ ย
1.4 เนอ้ื หามีความกะทดั รดั ชัดเจน เปน็ 5.00 0
ลำดับข้นั งา่ ยตอ่ การทำความเข้าใจ
1.5 ภาพรวมของหนังสืออเิ ล็กทรอนิกสม์ ี 4.90 0.32
ความสมบูรณ์ ครบถว้ น
รวม 4.88 0.06
จากตารางที่ 4.4 พบว่าผูต้ อบแบบสอบถามมีความพงึ พอใจในดา้ นคุณลักษณะของ
หนงั สืออเิ ลก็ ทรอนิกส์ เรือ่ ง บญั ชีครวั เรอื น มคี วามพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับดีมาก ( ̅ = 4.88)
โดยเรยี งลำดับจากมากไปน้อย ไดแ้ ก่ เนื้อหามีความกะทัดรัด ชัดเจน เปน็ ลำดับขัน้ งา่ ยต่อการทำ
ความเข้าใจ ( ̅ = 5) รูปเลม่ ของหนงั สืออเิ ลก็ ทรอนกิ ส์มีความเหมาะสม ( ̅ = 4.90) ภาพรวมของ
หนังสืออเิ ลก็ ทรอนกิ ส์มีความสมบูรณ์ ครบถว้ น ( ̅ = 4.90) ภาพท่ใี ชใ้ นหนังสืออิเล็กทรอนิกสม์ ีความ
นา่ สนใจและสอดคลอ้ งกบั เนอื้ หา
( ̅ = 4.80) และขนาดและสตี วั อักษรทใ่ี ช้มคี วามเหมาะสม ชัดเจน สวยงาม อ่านงา่ ย ( ̅ = 4.80)
2. ด้านขั้นตอนการใหบ้ รกิ ารของหนังสอื อเิ ล็กทรอนิกส์ เรื่อง บญั ชคี รวั เรอื น
แผนภูมิแสดงความพึงพอใจดา้ นขน้ั ตอนการให้บริการของหนงั สอื อเิ ลก็ ทรอนิกส์ เร่อื ง บญั ชี
ครวั เรอื น
ภาพท่ี 4.5 แผนภมู ิแสดงความพงึ พอใจดา้ นข้ันตอนการให้บรกิ าร
ตารางท่ี 4.5 ระดับความพึงพอใจดา้ นข้นั ตอนการใหบ้ ริการ
ข้อ ประเดน็ พจิ าราณา ̅ S.D. การแปลความ
2. ขัน้ ตอนการใหบ้ ริการ
2.1 ระยะเวลาในการจดั ทำบัญชมี ีความ 4.70 0.48 ดีมาก
เหมาะสม
2.2 ผเู้ ข้าร่วมโครงงานประทบั ใจในการ 4.90 0.32 ดีมาก
ทำ
กจิ กรรม
2.3 นักศกึ ษาเป็นกันเอง ใหค้ วามสนใจที่ 4.90 0.32 ดีมาก
จะใหบ้ รกิ าร
2.4 ความรูค้ วามสามารถในการใหบ้ รกิ าร
เช่น 4.90 0.32 ดีมาก
สามารถตอบคาถาม ช้แี จงขอ้ สงสยั ให้
คาแนะนาได้ เป็นตน้
2.5 สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการ 5 0 ดมี าก
ดมี าก
ลงบญั ชรี ายรับ-จา่ ยในครวั เรอื น
ดีมาก
2.6 การใหบ้ รกิ ารของนักศกึ ษาชว่ ยใน 5 0
การ
นำไปประยกุ ต์ใช้ในชีวติ ประจำวนั
รวม 4.90 0.08
จากตารางท่ี 4.5 พบว่าผ้ตู อบแบบสอบถามมีความพึงพอใจในดา้ นคุณลกั ษณะของ
หนังสอื อเิ ล็กทรอนกิ ส์ เร่ือง บัญชคี รัวเรอื น มีความพึงพอใจโดยรวมอยใู่ นระดบั ดีมาก ( ̅ = 4.90)
โดยเรยี งลำดับจากมากไปนอ้ ย ได้แก่ สามารถนำมาใช้ประโยชนใ์ นการลงบัญชีรายรับ-จา่ ยใน
ครัวเรือน ( ̅ = 5) การใหบ้ ริการของนักศึกษาชว่ ยในการนำไปประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ิตประจำวัน ( ̅ = 5)
ผูเ้ ขา้ รว่ มโครงงานประทบั ใจในการทำกจิ กรรม ( ̅ = 4.90) นกั ศกึ ษาเปน็ กันเอง ใหค้ วามสนใจท่จี ะ
ใหบ้ รกิ าร ( ̅ = 4.90) ความรู้ความสามารถในการใหบ้ รกิ าร เชน่ สามารถตอบคำถาม ชแี้ จงข้อสงสัย
ให้คำแนะนำได้ เปน็ ต้น ( ̅ = 4.90) และระยะเวลาในการจดั ทำบญั ชมี คี วามเหมาะสม ( ̅ = 4.70)
บทท่ี 5
สรปุ ผลการดำเนนิ งานโครงงานและขอ้ เสนอแนะ
คณะผจู้ ัดทำได้จดั ทำโครงงานหนงั สอื อเิ ลก็ ทรอนิกสเ์ ร่ืองระบบบัญชคี รัวเรอื น (กรณศี ึกษาการ
จดั ทำบญั ชคี รวั เรือนของนกั ศึกษาระดับช้ันประกาศนียบัตรวชิ าชีพช้ันสูง จำนวน 10 คน) ณ วิทยาลยั
อาชีวศกึ ษาเชียงใหม่ ระหว่างวนั ท่ี 1 มกราคม 2565 ถึง 15 มกราคม 2565 โดยมีสรปุ ผลการ
ดำเนินงานโครงการและข้อเสนอแนะ ดงั ต่อไปน้ี
5.1 สรุปผลการดำเนนิ งานโครงงาน
5.1.1 วตั ถปุ ระสงคข์ องโครงงาน
1. เพอื่ ศกึ ษาการจดั ทำหนังสืออเิ ล็กทรอนกิ ส์ และการทำบัญชคี รัวเรอื น
2. เพอื่ สำรวจและให้ความรู้เก่ียวกับการทำบญั ชคี รัวเรือน
5.1.2 วิธีการดำเนนิ โครงงาน
(1) ขั้นเตรยี มงาน
1. สำรวจความสนใจและความพร้อมของตนเอง
2. พิจารณาเลอื กโครงงาน
3. เขียนเค้าโครงรา่ งโครงงานเพ่อื เสนอขออนมุ ัติ
4. ศึกษาเอกสารทฤษฎีและงานวิจยั ทีเ่ กี่ยวขอ้ ง
(2) ขนั้ ดำเนนิ งาน
1. ติดตอ่ ประสานงาน
2. สรา้ งเครอื่ งมือในการเก็บรวบรวมข้อมลู
3. รายงานความก้าวหน้า
(3) ข้ันสรปุ ผล
1. รวบรวมขอ้ มูล วิเคราะหข์ อ้ มลู
2. เขยี นรายงานโครงงาน
3. นำเสนอผลการดำเนินงานโครงงาน
4. ประเมนิ ผลโครงงาน
5.1.3 ผลการดำเนินโครงงาน
1) ได้สง่ เสริมใหน้ ักเรียนนักศกึ ษาได้เรยี นรู้การจดบันทึกบญั ชคี รัวเรอื นอยา่ งถูกตอ้ ง
2) ไดใ้ ห้นกั ศึกษานำความรทู้ ไี่ ด้รบั จากการศึกษาโครงงานมาประยุกตใ์ ชใ้ น
ชวี ติ ประจำวันและสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมปี ระสิทธิภาพ
3) ไดส้ รา้ งจิตสำนึกให้นักศกึ ษามีทศั นคติทีด่ ีตอ่ การบนั ทกึ รายรบั -รายจา่ ย
4) ไดป้ ระยกุ ตก์ ารทำบัญชเี ขา้ กับชวี ิตประจำวัน
5.1.4 สรปุ ผลการดำเนินงาน
ตอนที่ 1 สถานภาพของผู้กรอกแบบประเมินความพงึ พอใจ
เพศ พบว่าการจำแนกเพศของผูต้ อบแบบสอบถามจำนวน 10 คน ส่วนมากเปน็
ผู้หญงิ จำนวน 8 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 80 รองลงมาเป็นผชู้ ายจำนวน 2 คน คิดเป็นร้อยละ 20
อายุ พบว่าการจำแนกอายุของผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 10 คน คนท่ตี อบ
แบบสอบถามอยใู่ นชว่ งอายุตัง้ แต่ 18 - 24 ปี จำนวน 10 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 100
ระดับการศึกษา พบว่าการจำแนกระดบั การศกึ ษาของผตู้ อบแบบสอบถามจำนวน
10 คน คนท่ตี อบแบบสอบถามอยู่ระดับการศกึ ษาชน้ั อนปุ รญิ ญา/ปวส.จำนวน 10 คน คิดเป็นร้อยละ
100
ตอนท่ี 2 ระดับความพึงพอใจของโครงงานคนรุ่นใหมใ่ ส่ใจบญั ชคี รัวเรอื น
ประเมินความพงึ พอใจด้านคณุ ลกั ษณะของหนังสอื อเิ ลก็ ทรอนิกส์
พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามมีความพงึ พอใจในด้านคุณลกั ษณะของหนังสอื
อิเล็กทรอนกิ ส์ เรือ่ ง บญั ชีครวั เรือน มีความพงึ พอใจโดยรวมอยู่ในระดบั มาก ( ̅= 4.88) โดย
เรยี งลำดับจากจำนวนมากไปหาจำนวนน้อย ไดแ้ ก่ เนือ้ หามคี วามกะทัดรัด ชัดเจน เป็นลำดบั ขั้น ง่าย
ต่อการทำความเข้าใจ ( ̅= 5.00) รปู เลม่ ของหนงั สืออเิ ลก็ ทรอนิกสม์ คี วามเหมาะสม ( ̅= 4.90)
ภาพรวมของหนังสืออเิ ล็กทรอนกิ สม์ คี วามสมบรู ณ์ ครบถ้วน ( ̅= 4.90) ภาพท่ีใช้ในหนังสือ
อเิ ลก็ ทรอนกิ สม์ คี วามน่าสนใจและสอดคลอ้ งกับเนอ้ื หา ( ̅= 4.80) และขนาด สตี ัวอักษรที่ใช้มคี วาม
เหมาะสม ชัดเจน สวยงาม อา่ นง่าย ( ̅= 4.80)
ประเมินความพึงพอใจดา้ นขน้ั ตอนการให้บรกิ าร
พบว่าผตู้ อบแบบสอบถามมคี วามพงึ พอใจในด้านคุณลกั ษณะของหนังสอื
อิเล็กทรอนิกส์ เร่ือง บัญชีครวั เรือน มคี วามพึงพอใจโดยรวมอยูใ่ นระดับมาก ( ̅= 4.90) โดย
เรยี งลำดบั จากจำนวนมากไปหาจำนวนน้อย ได้แก่ สามารถนำมาใชป้ ระโยชน์ในการลงบญั ชีรายรบั -
รายจา่ ยในครวั เรอื น ( ̅= 5.00) การให้บรกิ ารของนกั ศกึ ษาชว่ ยในการนำไปประยกุ ตใ์ ชใ้ น
ชวี ติ ประจำวัน ( ̅= 5.00) ผู้เขา้ รว่ มโครงงานประทบั ใจในการทำกจิ กรรม ( ̅= 4.90) นักศึกษาเป็น
กันเอง ใหค้ วามสนใจทีจ่ ะใหบ้ ริการ ( ̅= 4.90) ความรคู้ วามสามารถในการใหบ้ รกิ าร เชน่ สามารถ
ตอบคำถาม ชี้แจงข้อสงสยั ใหค้ ำแนะนำได้ เป็นตน้ ( ̅= 4.90) และระยะเวลาในการจัดทำบญั ชมี ี
ความเหมาะสม ( ̅= 4.70)
5.2 ข้อเสนอแนะ ข้อเสนอแนะ/แนวทางพฒั นา
5.2.1 ขอ้ เสนอแนะสำหรบั การนำผลไปใช้
ปญั หาอปุ สรรคในการดำเนนิ โครงการ
1. ระยะเวลามีจำกัด 1. ควรจดั สรรเวลาใหม้ ากกว่านี้
2. ควรใหเ้ วลาในการทำงานมากกวา่ น้ี
2. ขอ้ มลู บางอย่างหาได้ค่อนข้างยาก และ
ซับซ้อนตอ้ งใช้เวลา
5.2.2 ข้อเสนอแนะในการศึกษาดงั ต่อไปนี้
1. ควรเพิ่มระยะเวลาในการเก็บรวบรวมขอ้ มูลเพ่อื ทจี่ ะนำข้อมลู ไปเปรียบเทยี บกอ่ น
การทำบัญชี และหลงั การทำบญั ชี
2. ควรเพม่ิ เน้อื หา และจัดทำรปู แบบหนงั สอื อเิ ล็กทรอนกิ สใ์ หม้ ีความน่าสนใจมาก
ย่ิงขน้ึ
3. ในการศกึ ษาครั้งต่อไปควรศึกษาบัญชีครัวเรอื นให้ละเอียดมากข้นึ
บรรณานกุ รม
กฤตภาค เลิศสงคราม. (2555). พฤตกิ รรมการออมและปัจจัยท่ีมผี ลตอ่ การออมของพนกั งานบรษิ ทั
พฒั นาอสังหาริมทรพั ย.์ สารนิพนธ์ ศ.ม (เศรษฐศาสตรการพัฒนามนุษย์). กรงุ เทพฯ:
บณั ฑติ วทิ ยาลัย มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครินทรวโิ รฒ.
ธรรมสรณ์ สุวรรณมงคล. (2564). สง่ เสรมิ การจัดทำบญั ชคี รัวเรือน ในเขตพืน้ ทเี่ ทศบาล
ตำบลหนองปา่ ครงั่ อำเภอเมอื งเชยี งใหม่ จงั หวัดเชยี งใหม.่ กรมการพฒั นาชุมชน.
ประคองศรี ภาเรอื ง. (2563). ความรเู้ บอ้ื งตน้ เก่ียวกับหนังสืออเิ ลก็ ทรอนิกส์. ออนไลน์. สืบค้นเมอื่
วนั ท่ี 24 พฤศจิกายน 2564 จาก http://vandalearning.com/
ปารชิ าต โยตะสิงห.์ (2563). การศกึ ษาพฤติกรรมและสภาพปญั หาการจดั ทำบัญชีครวั เรอื น
ตามแนวคิดหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง กรณีศึกษา ชุมชนบ้านเกา่ น้อย
ตำบลพระธาตบุ งั พวน อำเภอเมือง จงั หวดั หนองคาย. วิทยาระเบียบวิธีวิจยั ทางการบญั ชี.
มหาวิทยาลยั ราชภัฏอดุ รธานี.
ไพฑรู ย์ ศรฟี ้า. (2552). กลยุทธก์ ารผลติ หนังสอื อเิ ลก็ ทรอนกิ สแ์ บบมืออาชีพ. ภาควิชาเทคโนโลยี
การศึกษา มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์
วสุภาวดี รตั นวิเศษ. (2555). บัญชีครวั เรือน: คนรนุ่ ใหมใ่ สใ่ จบัญชีครวั เรือน. นครราชสมี า.
วิทยาลัยอาชีวศกึ ษานครราชสมี า.
ศกั ดอ์ิ นนั ต์ อนันตสุข. (2557). หนงั สืออิเลก็ ทรอนกิ ส์ เทคโนโลยีเพอ่ื การเรียนรูย้ ุคใหม่ แนวโน้ม
E-BOOK เพอื่ การเรียนรู้. ออนไลน์. สบื ค้นเมอื่ วนั ท่ี 26 พฤศจกิ ายน 2564 จาก
http://www.anantasook.com/electronic-book-innovation-for-learning/
เสกสรรค์ สุวรรณสุข. (2563). การทำบัญชคี รัวเรอื น. ออนไลน.์ สืบคน้ เม่อื วนั ที่ 26 พฤศจิกายน
2564 จาก https://suffecon.com/2020/06/23/
อดุ มชยั บญุ รอด. (2558). หนงั สอื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ หรือ E-Book. ออนไลน์. สืบคน้ เมื่อ วันที่
24 พฤศจกิ ายน 2564 จาก https://sites.google.com/site/udomchaiboonrod/
ภาคผนวก
ภาคผนวก ก
โครงร่างโครงงาน