The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

01 จุฬาลักษณ์ เย็นกล่ำ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mindmint_juraluck, 2022-04-29 11:35:23

01 จุฬาลักษณ์ เย็นกล่ำ

01 จุฬาลักษณ์ เย็นกล่ำ

หลักเกณฑ์พ้นื ฐาน
ในการฝึ กซ้อม

FUNDAMENTAL CRITERIA FOR TRAINING

1

คานา

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) น้ีมีเนื้อหาเก่ียวกับ

หลักเกณฑ์พน้ื ฐานในการฝึกซ้อม จะได้ทราบถึงข้ันตอนการฝึกซ้อม
และหลักการฝึกซ้อม เพ่ือนาไปใช้ในการเรียนรู้ สาหรับบุคคลที่
สนใจ ได้ศึกษา ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน นักศึกษา
นักเรียน ที่มีความสนใจในกีฬาฟุตบอล ให้ได้รับความรู้ความเข้าใจ
ท่ีถกู ตอ้ ง

สุดทา้ ยนี้ ขอขอบคุณ อาจารย์ทิพรัตน์ สิทธิวงศ์ ที่ให้ความรู้
ในการจดั ทาหนงั สืออิเล็กทรอนิกส์ (E-book) ผู้จัดทาหวังว่าจะเป็น
ประโยชนต์ ่อการเรยี นรู้

จฬุ าลกั ษณ์ เย็นกล่า

2

3

สารบัญ 6
10
บทที่ 1 ขน้ั ตอนในการฝกึ ซอ้ ม 11
วัตถปุ ระสงค์ของการฝกึ ซ้อม 12
ประโยชน์ของการฝึกซอ้ ม 17
การวเิ คราะหก์ ารเลน่ ของนกั กฬี า 24
วิธกี ารฝึกทวั่ ไป 25
วธิ ีการฝึกระดบั เบอื้ งตน้ 29
ข้ันตอนในการฝึกซ้อมกีฬา 32
กระบวนการฝึกซ้อม 32
วธิ ีการฝึกสอน 37
การฝึกทกั ษะ
บทสรปุ 40
44
บทที่ 2 หลกั การฝกึ ซอ้ ม 45
การย้อนกลบั ของผลการฝึกซ้อม 52
หลักการฝึกซ้อมเยาวชนในกลุม่ อายุตา่ ง 53
บทสรุป 58
แบบทดสอบท้ายบทที่ 1 59
แบบทดสอบทา้ ยบทที่ 2
บรรณานุกรม 4

บทท่ี 1

ข้ันตอนในการฝึ กซ้อม

5

บทท่ี 1 ขนั้ ตอนในการฝกึ ซอ้ ม

ความสาเร็จของกีฬามีพ้ืนฐานมาจากการฝึกซ้อมท่ีมี
ประสิทธิภาพ ซึ่งทาให้นักกีฬาเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
การวางแผนการฝึกซ้อมและแข่งขันจึงเป็นเรื่องที่สาคัญเป็น
อยา่ งมาก ลาดบั ขั้นตอนของการฝึกสอน เหตุและผลของการ
ฝึกสอนและวิธีปฏิบัติที่ใช้เปรียบเสมือนกุญแจท่ีไขไปสู่
ความสาเร็จ ฉะนั้นการฝึกต้องค่อยเป็นค่อยไปที่ละขั้นที่ละ
ตอน โดยเฉพาะผู้เล่นใหม่ ๆ ที่ต้องการการเริ่มต้นที่ถูกต้อง
ไม่เร่งรดั เปรยี บเสมอื นการสร้างตกึ สงู พนื้ ฐานโครงสร้างต้อง
แขง็ แรงแน่นหนาไม่โยกคลอน เพราะถ้ารากฐานไม่ดี โอกาส
ทีจ่ ะสร้างใหส้ าเร็จคงเปน็ ไปได้ยาก หรอื อาจจะพังล้มลงมาทงั้
อาคารเสียกอ่ นก็ได้

การฝึกซ้อมเพื่อท่ีจะก่อให้เกิดประโยชน์มากท่ีสุด ผู้ฝึกสอน
จาเป็นทจี่ ะต้องเลอื กใช้วิธีการท่ี เหมาะสมสาหรบั การฝกึ สอน
เ ด็ ก ใน แ ต่ ล ะ วั ย ให้ มี ก า ร เ รี ย น รู้ แ ล ะ เ กิ ด ก า ร พั ฒ น า อ ย่ า ง
ต่อเนอ่ื ง การฝกึ สอนควรเริ่มจากโครงสร้างพื้นฐานท่ีดี ม่ันคง
เป็นสิ่งแรกสาหรับผู้เล่นหน้าใหม่ ซ่ึงเป็นเรื่องของตัว บุคคล
โดยแยกเปน็ 3 สว่ น คอื

6

1. พ้ืนฐานเบอ้ื งตน้ (Basic)
คือ การจัดระเบยี บรา่ งกาย ท่าทาง บุคลิกภาพในการเล่นกับ
ลูกบอลในลักษณะต่าง ๆ ควรเริ่มจากท่าง่าย ๆ ไปสู่ท่ายาก
ๆ หรือจากส่ิงที่ซับซ้อนน้อย ไปสู่สิ่งท่ี ซับซ้อนมาก เริ่มจาก
จงั หวะไปหาจังหวะเรว็

แบบฝึกข้ันเริ่มแรกจะถูกสร้างขึ้นเพ่ือให้โอกาสผู้เล่น
ได้เรียนรู้สิ่งท่ีเป็นพ้ืนฐานที่จะใช้ปฏิบัติ ได้จริง ๆ ซึ้งแบบฝึก
ขั้นพื้นฐานจะนามาใช้ฝึกผู้เล่น ผู้เล่นจะได้เรียนรู้การ
เคล่ือนไหวพ้ืนฐานโดยการ อธิบายและสาธิตอย่างง่าย ๆ
ตอ่ มาผเู้ ลน่ จึงทาดว้ ยตนเอง

ยังมีวิธีอ่นื ๆ อีกทจ่ี ะช่วยปรบั ปรุงกระบวนการเรียนรู้
ตัวอย่างเช่น การสาธิตอย่างช้า ๆ จะ ช่วยทาให้ท่าทางของ
แบบฝึกได้ชัดเจนขึ้นสาหรับผู้เล่น และช่วยหลีกเล่ียงและ
ปูองกันข้อผิดพลาดที่ อาจเกิดข้ึน โค้ชอาจจะช่วยได้หรือใช้
การฝึกทีผ่ ดิ จงั หวะทีละข้ันตอนมาผสมผสานกันอกี ครงั้

นอกจากนัน้ โค้ชอาจจะใชป้ ระสบการณ์ของตนเองมา
ช่วยเหลือผู้เล่นในการแก้ปัญหาที่ท่ี อาจเกิดขึ้นในระหว่าง
ฝึกซ้อมหรือแขง่ ขนั สิ่งเหล่าน้ีจะช่วยพัฒนาความมั่นใจในตัว
ผูเ้ ล่นอกี ด้วย ในช่วงระยะเวลาการเตรียมตัวส้ัน ๆ ก็จะทาให้
ผ้เู ลน่ มกี ารปรบั ตัวสรา้ งความสัมพันธไ์ ดเ้ รว็ ข้นึ

7

2. เทคนคิ (Techniques)
เจริญ กระบวนรัตน์ (2557 : 231) กล่าวไว้ว่า การฝึกซ้อม
เทคนคิ กฬี า คอื การเคล่ือนไหวร่างกายด้วยโครงสร้างทักษะ
กลไกการเคล่ือนไหวเฉพาะในแตล่ ะทักษะของแต่ละชนดิ กีฬา
ทาให้กีฬา แต่ละชนิดมีเอกลักษณ์ท่ีเป็นลักษณะเฉพาะและ
ความโดดเดน่ ของการเคลอ่ื นไหวแตกตา่ งกนั

ปรีชา เผือกขัวญดี (2539: 3) กล่าวไว้ว่า เทคนิค คือ
ความสามารถในการทาบางสิ่ง บางอย่างโดยไม่ต้องมีคู่ต่อสู้
อาทิ การโหม่งลูกบอลให้สะท้อนกับกาแพง หรือการผ่านลูก
ดว้ ยด้านใน ของเทา้ กบั พืน้ ผวิ ซงึ่ จะสะทอ้ นกลับมา

ชาญวิทย์ ผลชีวิน (2535: 85) กล่าวไว้ว่า เทคนิค คือ
ความสามารถพเิ ศษในการทาบาง สง่ิ บางอย่างในการฝึก โดย
อาศัยการฝึกพ้ืนฐาน (Basic) มาประสานกลมกลืนกัน อาทิ
เชน่ การโหมง่ ลกู , การเลยี้ ง, การสง่ ลกู ฯลฯ
คือ ความชานาญในวิธีการเล่นส่วนบุคคลที่จะควบคุม หรือ
จดั การกบั ลูกบอลไดอ้ ยา่ ง ถกู ต้องและเหมาะสม ทาไดอ้ ย่างท่ี
คิด ไม่ว่าจะส่งหรือรับลูกบอล การควบคุมลูกบอล การเลี้ยง
การ พาลูกบอล หรือการยิงประตูอย่างมีคุณภาพ ซึ่งเป็นผล
มาจากความชานาญจากการฝึกทกั ษะเบอื้ งต้น

8

ฉะน้ันการท่ีจะเกิดความชานาญได้น้ันต้องทาการฝึกช้า ๆ
บอ่ ย ๆ เป็นรอ้ ย ๆ ครง้ั เพ่ือใหร้ ะบบ ประสาทและกล้ามเนื้อ
ได้บันทึกหรือจารายละเอียดของช่วงท่า และวิธีที่จะควบคุม
หรือจัดการกับลูก บอลให้ได้ตามที่ต้องการ และเม่ือถึงเวลา
กล้ามเนื้อและร่างกายก็จะสามารถปฏิบัติได้อย่างเป็น
อัตโนมัติ

3.ทกั ษะ (Skill)
คือ วิธีการใช้เทคนิคเปลี่ยนแปลงการเล่นและเล่นได้อย่าง
ต่อเน่ืองถูกต้อง รวดเร็ว ซึ่งขับเคลื่อนโดยความคิดและ
สมรรถภาพทางกาย ดังน้ัน องค์ประกอบท่ีเก่ียวข้องกับการ
ใช้ ทักษะ คือ คู่ต่อสู้ สถานการณ์ การตัดสินใจ เปูาหมาย
วิธีการเล่นและการเล่นอย่างต่อเน่ืองคือ วิธีการใช้เทคนิค
เปลีย่ นแปลงการเลน่ และเล่นได้อยา่ งต่อเนื่องรวดเร็ว
ช่วงแรกของการฝึกจึงต้องเน้นทักษะส่วนบุคคล คือ
ความสามารถท่ีจะส่ง รับ ควบคุมเลี้ยง ยิงประตูให้ได้อย่าง
แน่นอน 100 เปอร์เซ็นต์ก่อน ในส่วนน้ีถือเป็นสาระสาคัญ
อย่างย่ิงถ้าผู้เล่นเร่ิมต้น ได้ถูกต้อง สิ่งที่ถูกต้องน้ันก็จะติดตัว
ไปตลอดและสามารถท่ีจะพัฒนาไปสรู่ ะดบั สูงไดไ้ ม่ยาก เม่ือผู้
เล่น แต่ละคน “ดี” ก็สามารถไปสู่การฝึกเป็นกลุ่มทีมได้ไม่
ยากเชน่ กนั

9

วตั ถปุ ระสงคข์ องการฝกึ ซ้อม
เพื่อให้การฝึกซ้อมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามโครงการ
และแผนการฝึก รวมท้ังนักกีฬา ประสบความสาเร็จจากการ
ฝกึ กฬี านน้ั ผ้ฝู กึ สอนนกั กีฬาและผูท้ ี่เกี่ยวขอ้ งท้ังหลายจะต้อง
ทราบและเข้าใจวัตถุประสงค์ของการฝึกกีฬาให้ถูกต้อง
ตรงกัน ซึ่งวัตถปุ ระสงค์ทส่ี าคัญของการฝกึ ซอ้ ม ได้แก่
1. เพ่ือเป็นการเตรียมความพร้อมให้แก่นักกีฬาในด้าน
ร่างกาย จิตใจ อารมณ์และสังคม ทั้งในขณะฝึกซ้อมและการ
แขง่ ขนั
2. เพ่ือพัฒนาทักษะและระดับความสามารถของนักกีฬาให้
สงู ขึน้
3. เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างนักกีฬากับนักกีฬา
กับผ้ฝู ึกสอนใหค้ วามรกั ความสามคั คีกันมากยงิ่ ข้นึ
4. เพื่อให้ผู้ฝึกสอนรู้จักและเข้าใจธรรมชาติและบุคลิกภาพ
ของนักกีฬาแต่ละคนมากย่ิงขึ้น รวมถึงระดับความสามารถ
และความสมบูรณ์ของนักกีฬาแต่ละคน ซึ่งจะทาให้สามารถ
วาแผนการฝกึ ซ้อมไดอ้ ยา่ งเหมาะสมยงิ่ ขน้ึ
5. เพอื่ ให้นกั กีฬาเกดิ การยอมรบั ความสามารถซึ่งกันและกัน
และระหวา่ งนกั กฬี ากับผู้ฝกึ สอน
6. เพ่ือให้ผู้ฝึกสอนสามารถตัดสินใจในการประเมิน
ความสามารถและความพร้อมของนักกีฬา และสามารถ
คัดเลือกตัวนักกีฬาเพื่อลงทาการแข่งขันได้อย่างถูกต้อง
เหมาะสม

10

ประโยชนข์ องการฝึกซอ้ ม
การฝึกกีฬาท่ีเป็นไปตามโครงการและแผนการฝึกที่ถูกต้อง
ตามหลักการละวิธีการ จะก่อให้เกิดประโยชน์แก่นักกีฬาผู้
ฝกึ สอนและผู้ท่ีเกย่ี วข้องดังน้ี
1. ทาให้นักกีฬามีความสมบูรณ์เต็มที่ทั้งด้านสมรรถภาพ
ร่างกายและจิตใจ ท้ังก่อนการแข่งขัน และขณะแข่งขัน
รวมทั้งฟ้นื สภาพได้เร็วภายหลังการแข่งขันมีความพร้อมที่จะ
แขง่ ขนั ในคร้งั ตอ่ ๆ ไปได้
2. ทาให้นกั กีฬาไดพ้ ฒั นาทักษะและระดบั ความสามารถของ
ตนเองให้สงู ข้นึ
3. ทาให้ความสัมพันธ์ระหว่างนักกีฬากับนักกีฬาและ
นักกีฬากับผู้ฝึกสอนในทีมกีฬาดีย่ิงขึ้น นักกีฬามีความเข้าใจ
และยอมรบั ความสามารถซ่ึงกันและกนั
4. ทาใหผ้ ู้ฝกึ สอนทราบความพร้อมและระดับความสามารถ
ของนักกฬี า รวมทงั้ ธรรมชาติ และบุคลิกภาพของนักกีฬาแต่
ละคน ทาให้สามารถคัดเลือกตัวนักกีฬาลงทาการแข่งขันได้
อย่างถูกต้องเหมาะสม

11

การวิเคราะหก์ ารเล่นของนกั กีฬา
ปัจจัยสาคญั ในการจดั โปรแกรมการฝกึ ซอ้ ม คอื การวเิ คราะห์
ด้านเทคนิคของการเล่นท่ีผ่านมาแล้ว เพื่อนามาใช้ในการ
ตัดสินใจว่าจะฝึก ซ้อมอะไรมาน้อยเพียงใด ให้เพียงพอ
สาหรบั ผ้เู ล่นในโปรแกรมการฝกึ ความรคู้ วามสามารถของทมี
และผเู้ ล่นจะเปน็ ประโยชนต์ ่อการจดั โปรแกรมการฝึกไดอ้ ยา่ ง
มีคุณภาพและเหมาะสม
ในการวิเคราะห์การเล่นของนักกีฬา ผู้ฝึกสอนต้องใช้
ประสบการณ์ทั้งหมดที่ได้สะสมตลอดการทางานทางด้านน้ี
มา และการสังเกตส่วนตัวของผู้ฝึกสอนเองสร้างรูปแบบของ
โปรแกรมการฝึกซ้อมประจาวันท่ีจะจัดให้ผู้เล่นฝึกซ้อมได้
อย่างถูกตอ้ ง และมีประสทิ ธภิ าพ

1. ตวั บุคคล (THE HUMAN ASPECTS)
เซป เฮอร์เบอร์เกอร์ (SEPP HERBERGER) ผู้ฝึกสอนชาว
เยอรมนั ตะวันตก ผูซ้ ่งึ ทาให้เยอรมันตะวันตกได้รับชัยชนะใน
ฟุตบอลโลก ค.ศ.1954 ได้เน้นถึงความสาคัญของผู้ฝึกสอน
ตลอดมาจัดความสามารถในการสอนและการควบคุมทีมไว้
หลายอย่าง

12

1.1 ผู้ฝึกสอนที่มีความสามารถจะต้องไม่เพิกเฉยต่อหน้าท่ี
ทางด้านจิตวิทยาที่มีต่อผเู้ ลน่ ของตน การใช้หลักการของการ
ฝกึ ซ้อมทถ่ี ูกตอ้ งหมายถึงว่า ผู้ฝึกสอนต้องเข้าใจถึงจิตใจและ
การปรับจิตใจของผู้เล่นโดยการสร้างบรรยากาศในการ
ฝึกซ้อมระหวา่ งผู้ฝกึ สอนกับผเู้ ลน่ ใหส้ ามารถทางานร่วมกนั ได้
และนาไปส่คู วามสาเร็จ
การสร้างกฎเกณฑ์ในระหว่างการฝึกซ้อมอย่างเดียว ไม่ช่วย
ให้ความสัมพันธ์ท่ีละเอียดอ่อนระหว่าง ผู้เล่นและผู้ฝึกสอน
เปน็ ไปไดด้ ี ยง่ิ ถา้ ผูฝ้ ึกสอนสามารถเข้าผู้เล่นได้เป็นรายบุคคล
ความสาเร็จในเร่ืองนี้ ยิ่งมีโอกาสมากข้ึน อย่างไรก็ตามความ
พยายามในการสร้างความสมั พันธ์น้ีจะต้องอยู่ในขอบเขตของ
ลักษณะการฝึกซ้อมด้วย ผู้ฝึกสอนควรพยายามเข้าใจสภาพ
จิตใจของผู้เล่นในความรับผิดชอบของตน ถ้าผู้ฝึกสอน
ประสบความสาเรจ็ ในการเข้าถึงจิตใจผู้เล่น ก็เท่ากับเป็นก้าว
แรกที่จะนาไปส่คู วามสาเร็จ และเป็นปัจจัยท่ีจะตัดสินได้ว่าผู้
ฝกึ สอนเป็นท่ียอมรบั ของผู้เล่นหรอื ไม่
1.2 วธิ ที ่จี ะเข้าถงึ จิตใจของผเู้ ลน่ ไดอ้ ย่างถกู ตอ้ งขนึ้ อย่กู บั อายุ
ของผู้เล่นเนอื่ งจากต้องใช้วิธีการที่แตกต่างกันตามกลุ่มอายุท่ี
แต กต่ า งกันด้ วย เ ช่ น ผู้ เ ล่ นที่ เ ป็นเ ด็ กจ ะ ไ ม่ ส นใจ
ความสามารถของการเล่นของเขาเท่ากับผู้เล่นที่มีอายุ
มากกว่า และเด็กต้องการความเอาใจใส่ด้วยวิธีการหลายรูป
แบบอย่างสม่าเสมอ การเน้นให้เด็กเห็นว่าสิ่งใดผิดในขณะ
ฝึกซ้อมส่งิ ใดถูกจะช่วยใหเ้ ด็กเรยี นรเู้ ร็วขึ้น

13

1.3 ผูฝ้ ึกสอนควรรู้ถึงภูมิหลังทางสังคมของผู้เล่น เช่น พ้ืนเพ
เดิม , ครอบครัว, ประวตั ิความเป็นอยู่ ฯลฯ ส่ิงเหล่าน้ีเป็นสิ่ง
สาคัญท่ีจะช่วยให้ผู้ฝึกสอนเข้าใจในตัวผู้เล่นมากขึ้น และ
หาทางช่วยเหลอื ผูเ้ ล่นในบางโอกาส
1.4 การเลือกแบบฝึกในการฝึกซ้อมก็เป็นปัจจัยที่สาคัญ
เนอ่ื งจากแบบฝึกต่างๆ จะช่วยทาให้ผู้เล่นยกระดับตัวเอง ใน
การเล่นขึ้นได้ การเลือกแบบฝึกต้องเหมาะสมกับ
ความสามารถของผู้เล่นในขณะที่กาลังฝึกอยู่ การเลือกแบบ
ฝึกที่ง่ายไปจะทาให้น่าเบื่อ แต่ถ้ายากเกินไปหรือยุ่งยากก็จะ
ทาใหเ้ กิดความเครียดในการฝกึ
ระบบการฝกึ ทมี่ ขี น้ั ตอนของการฝึกจะช่วยพัฒนาความม่ันใจ
ของผู้เล่น พัฒนาความสามารถของผู้เล่นให้สูงข้ึน ผู้ฝึกสอน
ไม่ควรให้แบบฝึกท่ีผู้เล่นรู้สึกว่าเป็นเรื่องเล่ือนลอย และไม่
เก่ียวข้องกับการเล่นของเขา แต่ควรทาให้ผู้เล่นรู้สึกว่าผู้
ฝกึ สอนต้องการให้สิ่งที่เหมาะสมกับตัวเขา การยกระดับการ
เล่นให้ดีข้ึนมักเกิดจากผู้เล่น และผู้ฝึกสอนเข้าถึงจิตใจกัน
และในเร่ืองนี้ถือว่าเป็นเร่ืองสาคัญมากเพราะจะทาให้ ผู้เล่น
ร้สู กึ กระตือรอื รน้ มคี วามตั้งใจจรงิ ทจี่ ะฝกึ และแสดงใหเ้ ห็นถึง
ความมานะอดทน ผู้ฝึกสอนต้องทาให้ผู้เล่นมีความม่ันใจใน
โปรแกรมฝึกด้วย

14

จะเห็นได้ว่าผเู้ ล่นเป็นสว่ นสาคัญในการทาใหโ้ ปรแกรมการฝึก
ประสบความสาเร็จในการพิจารณา ของผู้เล่นนั้น สิ่งหนึ่งที่
สาคัญคือ ปฏิกิริยาของผู้เล่นที่มีต่อสภาพแวดล้อม การจัด
สภาพแวดล้อมที่ดีจะช่วยให้โปรแกรมการฝึกเป็นไปอย่างมี
ประสิทธภิ าพ

2. สภาพแวดล้อม
2.1 สภาพอากาศ
การแขง่ ขันฟตุ บอลโลก ที่ประเทศสเปน ค.ศ. 1982 และการ
แข่งขันฟุตบอลเยาวชนโลก ค.ศ. 198 ท่ีเม็กซิโกนั้น ใน
รายงานทางเทคนิคของฟีฟุา (FIFA) ได้กล่าวถึงสภาพอากาศ
หลายลักษณะ ท่ีมีผลต่อการแข่งขัน และฝึกซ้อมมาก เช่น
อุณหภูมิ (ความร้อน หนาว) ความช้ืนสัมพันธ์ หิมะ ฝน และ
ความสูงเหนือระดับน้าทะเล ในระหว่างการฝึกซ้อมและการ
แข่งขันผู้เล่นทุกคนจะต้องปรับวิธีการเล่น หรือรูปแบบการ
เล่น หรือรูปแบบการเล่นให้เข้ากับสภาพแวดล้อมต่างๆ ถ้า
อุณหภูมิสูงมากต้องระมัดระวัง หากจะเน้นการ ฝึกเก่ียวกับ
สมรรถภาพ (ConditionTraining) มากเกินไปควรจะเป็น
เรื่องเทคนิค (Technique) กลยุทธ์ต่างๆ (Tactics) เช่น
การควบคุมลูกบอล (Ball Control) การครอบครองลูกบอล
(Ball Possession) การรุก (Attack) การรับ (Defence)
ฯลฯ หรือถ้าอากาศหนาวและมีฝนตก ผู้ฝึกสอนควรจะให้ผู้

15

เล่นฝึกซ้อมในทโี่ ลง่ แจง้ มากข้นึ และโปรแกรมการฝกึ ควรเพมิ่
ทางด้านสมรรถภาพให้มากขึน้
2.2 สภาพสนาม

การปรับตัวให้เข้ากับสภาพสนาม และพ้ืน
สนามต้องอาศัยความร่วมมือของผู้เล่นทุกคนผู้ฝึกสอน ต้อง
ฝกึ ในสภาพสนามท่ีเป็น ฝุน ทรายขรุขระหรือ เฉอะแฉะเป็น
โคลนจะต้องเลือกโปรแกรมการฝึกซอ้ มให้เหมาะสมกบั สภาพ
สนาม ซึง่ แน่นอนผ้เู ล่นจะเหน็ ด้วยหรอื ไมน่ ัน้ ขน้ึ อยกู่ ับแบบ
ฝึกที่ผูฝ้ ึกสอนจัดให้ เช่น สนามเฉอะแฉะเป็นโคลน ผู้ฝึกสอน
ควรจะหลีกเลยี่ งการฝึกการควบคมุ ลูกบอล เปน็ ต้น
สาหรับการฝกึ ซ้อมท่ีหนักหรอื เข้มข้นขน้ึ กว่าปกติ จาเป็นต้อง
มอี ปุ กรณ์เครือ่ งมอื ที่ดีและทันสมัย เช่น ร้องเท้า ลูกบอล ลูก
บอลท่ีใช้สาหรับแขวน (Pendulums) และกาแพงสาหรับไว้
ยิงประตู (Shooting Walls) อปุ กรณ์ทที่ ันสมัยเหล่านี้จะเป็น
แรงจงู ในในการฝกึ ซอ้ มของผเู้ ล่นมากข้น

สิ่งหน่ึงท่ีนักกีฬาระดับเยี่ยมต้องการ คือ
“การมีชีวิตที่เหมาะสมอย่างนักกีฬา” (a suitable-
sporting life style) ผู้ฝึกสอนต้องถือว่าเป็นเรื่องหน่ึงที่อยู่
ในความรับผิดชอบของตน โดยร่วมมือกับหลายฝุายในการ
จัดสรรหาส่ิงต่างๆ ที่จาเป็นและเหมาะสมกับสภาพของ
นกั กฬี า การกินอาหารทด่ี ที ี่ อยู่อาศยั และปัจจัยอ่ืนเช่นเด่ียว
กัน ปัจจัยทางสภาพแวดล้อมที่สาคัญอีกประการหน่ึง คือ
ความมั่นใจในการช่วยเหลือทางด้านกีฬาเวชศาสตร์ การ

16

ไดร้ ับคาแนะนาท่ีถูกต้องในขณะได้รับบาดเจ็บในการฝึกซ้อม
หรอื ระหว่างการแข่งขัน ซึ่งเป็นความสาคัญทางด้านจิตวิทยา
ประการหน่ึง ถ้าผู้เล่นรู้ว่าได้รับบาดเจ็บจากการฝึกซ้อมหรือ
แข่งขันจะได้รับการรักษาพยาบาลอย่างดี และอย่างรวดเร็ว
จากแพทย์จะทาให้ ผู้เล่นเกิดความม่ันใจในตัวเองมากข้ึน
หลงั จากได้รับบาดเจ็บ

วธิ ีการฝึกทัว่ ไป
ในการบรรลุเปูาหมายท่ีดีที่สุดน้ัน ผู้ฝึกสอนจาเป็นจะต้องหา
วิธีท่ีดีที่สุดในการให้ผู้เล่นเรียนรู้ โดยผ่านการฝึก 3 ระดับ
บางทวี ิธีที่ดีท่ีสุดจะต้องได้รับความร่วมมือจากผู้เล่นและอาจ
ใชท้ ศั นูปกรณ์ช่วยได้ หลังจากการอธบิ ายอาจจะตามด้วยการ
สาธติ ใหด้ ูทันที การเลอื กคาท่ใี ช้อธบิ ายมคี วามสาคญั แบบฝึก
ท้ังหมดจะต้องมีการวางแผนอย่างมีระบบและเป็นข้ันตอน
ผู้ฝึกสอนจะต้องระวังไม่ให้ผู้เล่นเกิดความผิดหวัง หรือความ
เบื่อหน่ายในระหว่างการฝึกความรู้สึกเช่นน้ีเกิดข้ึนเม่ือแบบ
ฝึกไม่ เหมาะสมกับระดับความสามารถในการเล่นของผู้เล่น
หรอื ของทีม
อย่างไรก็ตามแม้จะใช้วิธีท่ีดีที่สุดแล้วการฝึกก็ไม่อาจประสบ
ผลสาเร็จได้ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้เล่น ความสนใจ
ส่วนตัว เจตคติที่มีต่อระเบียบวินัยในการฝึก และความต้ังใจ
จริงของผู้เล่นมีส่วนสาคัญที่ทาให้การฝึกประสบผลสาเร็จส่ิง
เหล่าน้ีสามารถทาให้เกิดข้ึนได้โดยผู้ฝึกสอน ผู้ฝึกสอนควร

17

สร้างความสัมพันธ์ส่วนตัวกับผู้เล่นทุกคน และช่วยผู้เล่น
แก้ปัญหาถ้าทาได้ก็จะทาให้ผู้เล่นรู้สึกมั่นใจไว้วางใจในตัวผู้
ฝึกสอนมากข้ึน โดยท่ัวๆ ไปจะเป็นการสร้างความสัมพันธ์
ระหวา่ งทุกๆ คนในทมี ดว้ ย
เมื่อการฝึกซ้อมผ่านไปตามลาดับผู้เล่นแต่ละคนหรือท้ังทีม
ควรจะรู้สึกว่ามีความก้าวหน้าเกิดขึ้นเรื่อยๆ และทุกคนควร
จะไดพ้ ฒั นาความมัน่ ใจของตนเองในการนาเอาความสามารถ
ความชานาญไปใช้ ในสถานการณ์การแข่งขันจริง ผลของ
ความสาเร็จเหล่าน้ีจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาการทางด้าน
จิตใจ การเสริมสร้างบุคลิกภาพของผู้เล่นอีกด้วยข้ันตอนใน
การฝึกมี 3 ขนั้ ตอน มีดงั น้ี

1. ข้ันเรมิ่ แรกหรอื ขน้ั เบื้องต้น
ขน้ั เริม่ แรก (INTRODUCTORY EXERCISE)
แบบฝึกขั้นเริ่มแรกจะถูกสร้างข้ึน เพื่อให้โอกาสผู้เล่นได้
เรียนรู้สิ่งที่เป็นพื้นฐานท่ีนาไปใช้ปฏิบัติได้จริงๆ อาจเรียกได้
ว่าเปน็ “ขนั้ เบ้ืองตน้ ” ซึง่ แบบฝึกขนั้ พื้นฐาน ผู้เล่นควรเรียนรู้
การเคล่ือนไหวข้ันพื้นฐาน โดยการอธิบายและสาธิตง่ายๆ
ต่อมาผู้เล่นจึงทาด้วยตนเอง ผู้ฝึกสอนควรคาดหวังว่าผู้เล่น
ทุกคนจะฝึกแบบต่างๆ ด้วยขีดความสามารถสูงสุดของเขา
ในขน้ั นผี้ ู้เล่นเพยี งแต่บรรลุเปาู หมายถงึ ระดับการฝึกทเี่ รียกว่า
“ระดับการใชก้ าลงั ปานกลาง (PARADYNAMIC) เทา่ นนั้ ”

18

การฝึกในข้ันน้ี เช่น การส่งลูกระยะสั้น ๆ การฝึกเป็นคู่ใน
การเล้ียงส่งการเคล่ือนท่ีในการรับส่งลูกตาแหน่งในการรับส่ง
ลูกของผู้เล่นถูกแนะนาโดยผู้ฝึกสอนถ้าหากผู้เล่นกระทาผิด
การฝึกที่สาคัญในระดับนี้ คือ การสาธิตที่ถูกต้อง และการ
อธิบายที่ชัดเจนของผู้ฝึกสอนว่าจะมีการเคลื่อนไหวอวัยวะ
สว่ นใดบ้าง

ยังมีวธิ อี นื่ อีกทจี่ ะปรับปรุงกระบวนการเรียนรู้ เช่น การสาธิต
อย่างช้าๆ จะช่วยให้ทาของแบบฝึกชัดเจนขึ้นสาหรับผู้เล่น
และชว่ ยหลีกเล่ียงและปูองกันข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ ผู้
ฝกึ สอนอาจจะใช้การฝึกปิดจังหวะทีละข้ันตอนแล้วนาแต่ละ
ขัน้ ตอนมาผสมผสานกนั อีกคร้งั
นอกเหนือจากวิธีการฝึกน้ีเป็นรูปธรรมเห็นได้ชัดแล้ว ผู้
ฝกึ สอนอาจจะใช้ประสบการณ์ของตนเอง ช่วยเหลือผู้ เลน่ ใน
การแก้ปัญหาท่ีอาจเกิดขึ้นได้ในระหว่างการฝึกซ้อม ส่ิงนี้จะ
ช่วยพัฒนาความมั่นใจในตัวผู้เล่นเองอีกด้วย การฝึกซ้อม
เทคนิคขั้นพ้ืนฐานในการเล่นฟุตบอลเปน็ สิง่ สาคัญและจาเป็น
ในระยะเวลาอันสั้นผู้เล่นก็จะมีความสามารถดีเลิศในการ
สรา้ งความสัมพนั ธร์ ะหว่างผู้เลน่ ด้วยกนั

19

2. ขนั้ สงู (ADVANCE EXERCISE)
ในขั้นนี้การสร้างความชานาญจะต้องเพิ่มข้ึน การฝึกพิเศษ
จะต้องถูกนามาใช้เพิ่มเติมต่อจากการเคล่ือนที่ของผู้เล่นขั้น
พ้ืนฐาน ข้ันน้ีการเคล่ือนที่เป็นปัจจัยท่ีสาคัญที่สุดประการ
หนึ่ง การฝึกแต่ละคนหรือความสามารถของแต่ละคนจะถูก
นามาใช้ร วมกัน กา รกาหนด แบบฝึ กต้องยกระดั บ
ความสามารถท่ีสูงขึ้นและอย่างที่กล่าวมาแล้ว คือ มักจะ
นามาในรูปของการเล่นเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้เล่น
ด้วยกัน การประสานงานในการเล่นมักจะมีความสาคัญมาก
ขึ้น ความสามารถในการเล่นจะถูกขัดเกลา ให้ดีข้ึนเรื้อยๆ ผู้
ฝึกสอนไม่เพียงแต่จะต้องการให้ผู้เล่นทุ่มเทอย่างหนักในการ
ฝกึ มากขน้ึ เทา่ นน้ั แต่ยงั ตอ้ งการใหใ้ ช้ความสามารถในการฝึก
แบบฝึกใหด้ ขี น้ึ อีกดว้ ย ผู้เลน่ ควรพฒั นาแบบฝึกต่างๆ ใหด้ ีข้ึน
โดยใช้เวลาน้อยลง และควรพัฒนาเอกลักษณ์การเล่นของแต่
ละคนดว้ ย
หลักเกณฑ์ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ต้องการการฝึกซ้อมท่ีหนัก
มิฉะน้ันไม่เกิดความก้าวหน้าในการเล่นให้ดีข้ึน นอกจากจะ
ฝึกอย่างหนักแล้ว ย่ิงต้องใช้เวลาในการฝึกให้มากข้ึนด้วยถ้า
ตอ้ งการใหเ้ กดิ ผล
รูปแบบการฝึกซ้อมของผู้เล่นแต่ละคนจะถูกนามารวมกัน
เ พ่ื อ ใ ห้ เ กิ ด แ บ บ ฝึ ก ที่ ดี ส ม บู ร ณ์ แ บ บ ใ ห้ ไ ด้ ใ ก ล้ เ คี ย ง กั บ
สถานการณ์การแขง่ ขนั จริง แต่ทว่ายังไม่มีคู่แข่งขันส่ิงเหลาน้ี
ผู้ เ ล่ น ไ ด้ ฝึ ก ม า ตั้ ง แ ต่ ก า ร ฝึ ก ขั้ น พ้ื น ฐ า น ใ น ต อ น แ ร ก แ ล้ ว

20

อยา่ งไรก็ตามถา้ ต้องการใหก้ ารเล่นกา้ วหนา้ ขน้ึ ต้องใช้วิธีการ
เหมาะสมพัฒนาแบบฝึกให้อยู่ในระดับสูงขึ้นต่อไป ผู้เล่นทุก
คนมี “ดารา” ท่ีเขาอยากเลียนแบบ การสาธิตรูปแบบ
“ดารา” ท่ผี ู้เลน่ นยิ มชมชอบจะช่วยใหผ้ ้เู ล่นมคี วามเขา้ ใจได้ดี
ข้ึน

3. ข้นั การแขง่ ขัน (COMPETITIVE EXERCISE)
ในขั้นตอนนี้มีการสร้างรูปแบบการฝึกที่สวยงาม ฝึกให้
เหมือนกับการแข่งขันจริงๆ มีการใช้เทคนิค และกลยุทธ์
(TACTICS) ในแบบฝึกต่างๆ ด้วย แบบฝึกทุกแบบจะฝึกโดย
สมมุตมิ ีทีมคู่แข่งขันเหมือนการแข่งขันจริง ซึ่งในการฝึกข้ันน้ี
ตอ้ งมกี ารวางแผนอย่างมีระบบ และมีระเบียบวินัยในการฝึก
จรงิ ๆ ผู้เล่นจะตอ้ งทาตามกฎเกณฑท์ กุ อย่างที่ผู้ฝกึ สอนวางไว้
จึงจะสามารถพัฒนามาตรฐานการเล่นของตนได้เรื่อยๆ และ
สามารถนามาใช้ได้เม่ือต้องการจะใช้ในสถานการณ์แข่งขัน
จริง การนาเอากลยุทธ์ หรือวิธกี ารความสามารถส่วนตวั มาใช้
ในการเล่นของผู้เล่นจะต้องเอาชนะอุปสรรคส่วนตัว (ความ
ประหม่า) และอุปสรรคภายนอก เช่น ส่ิงแวดล้อม, อิทธิพล
จากผดู้ ูใหไ้ ด้
ผู้เล่นจะใช้แบบฝึกในการฝึกอย่างม่ันคงตลอดเวลาและใช้
แบบฝึกโดยอัตโนมัติได้แล้ว ใน สถานการณ์เช่นนี้แบบฝึก
ตา่ งๆ ถูกนามาใชอ้ ย่างประหยัดเวลาในการฝึก ผู้เล่นที่จะฝึก
ในขั้นน้ีจะต้องเป็น “พวกท่ีมีกาลังอยู่ในตัวเองอยู่แล้ว”

21

(DYNAMIC PROTOTYPE) ผู้เล่นพวกน้ีต้องการวิธีการ
ฝึกซ้อมท่ีแน่นอน และโดยเฉพาะแบบฝึกที่เขาจะพบกับคู่
แขง่ ขนั ที่มีความสามารถสูง เพ่ือต้องการจะเอาชนะให้ได้ แต่
อย่างไรก็ตามเขาจะต้องประเมินตัวเอง และความสามารถ
ของตนเองอย่างระมัดระวัง เพื่อหลีกเล่ียงข้อผิดพลาดของ
ตนเอง การวเิ คราะห์และประเมินตนเองจะทาใหผ้ เู้ ลน่ ได้ดขี นึ้
ทง้ั ทางด้านสมรรถภาพ ด้านเทคนิค และทางด้านแทกติกท่ีผู้
เล่นจะต้องนามาใช้ได้อย่างคล่องแคล่วในสถานการณ์การ
แข่งขันจริง และนี่เป็นเหตุผลว่าทาไมจึงต้องใช้แบบฝึกในรูป
ของการฝกึ แบบการแข่งขันจรงิ

22

แบบฝกึ ในขนั้ แรก แบบฝกึ ขนั้ สงู แบบฝกึ ขนั้ แขง่ ขนั จรงิ

การอธบิ าย การหยดุ การฝกึ การวเิ คราะห์

- เลอื กใชค้ าและอธบิ าย - เมอ่ื ฝกึ ผิดหรือต้องการ - เนน้ เร่ืองแทกตกิ

การสาธติ ความเข้าใจ - ใช้ประสบการณ์

- แสดงใหด้ อู ยา่ ง - ปรบั ปรงุ ความสามารถของผู้

ถกู ตอ้ งโดยใชก้ ฎเกณฑ์ - แก้ไข เล่นแต่ละคนมา

ท่เี ปน็ แบบฉบบั รวมกันเปน็ ทีม

- ใหค้ วามเห็นเปน็

รายบุคคลและเป็นทีม

- ฟงั - ยอมรับการแกไ้ ข - แก้ไขตนเอง

ผู้เลน่ - ดู - เต็มใจแก้ไข - วจิ ารณต์ นเอง

- ปรับปรงุ ตนเอง

พนื้ ทใี่ นการ - สนามฝกึ ซอ้ ม - ระยะไกลข้ึนเนอ่ื งจาก - ฝึกซอ้ มกบั คแู่ ขง่ ขัน
ฝกึ ซอ้ ม - ระยะใกล้ มีความมั่นใจในการ การสร้างสถานการณ์
- ที่แคบ เคลอ่ื นทีแ่ ละการส่งลูก เหมอื นการแข่งขนั
- การส่งลกู ระยะสัน้ ระยะไกล - ใช้สนามเท่ากบั การ
แขง่ ขันจริง

- ฝกึ ความสามารถ - ฝึกเป็นกลมุ่ - ผเู้ ล่นทกุ คนมีส่วน
เฉพาะตวั การเลยี้ งลูก - การสง่ ลูกบอลไป ร่วมจากกลมุ่ เลก็ จน
การคอนโทรลลกู บอล ขา้ งหนา้ เต็มทีมและมคี แู่ ข่ง
- ฝกึ เป็นคู่ - ขา้ งหลัง
จานวนผเู้ ลน่ - การมองลูก - ทแยงมมุ

เวลาการฝกึ ซอ้ ม - สั้นๆ มสี มาธใิ นการ - ขยายเวลาในการฝกึ - ใชเ้ วลาเหมอื นการ
ฝึก ออกไปแบบหนักข้นึ แขง่ ขันจริง

การพัฒนาแบบฝกึ ในระดบั ขน้ั ต่างๆ

23

วิธีการฝึกระดบั เบอื้ งต้น
1.สอนให้ปฏิบตั อิ ยกู่ บั ท่ีใหไ้ ดผ้ ล 100 เปอรเ์ ซ็นต์
2.สอนใหป้ ฏิบตั ิเคลอื่ นทใ่ี หไ้ ด้ผลเกอื บ 100 เปอรเ์ ซ็นต์
3.สอนใหป้ ฏิบัติเคลือ่ นที่ มีค่ตู ่อสู้และสามารถผ่านไปได้ 100
เปอร์เซ็นต์

ผู้ฝึกสอนต้องเป็นผู้กากับรูปแบบ รวมทั้งวัตถุประสงค์ของ
การฝึกและต้องศึกษาสังเกตผู้เล่นในระหว่างที่ปฏิบัติควบคู่
กันไปด้วย ยิ่งผู้ฝึกสอนรู้และเข้าใจในตัวผู้เล่นมากเท่าใด ก็
สามารถชว่ ยผู้เล่นได้มากขึ้นเท่านั้น ส่ิงนี้สาคัญมากผู้ฝึกสอน
บางคนเจตนาดี ตั้งใจดี แต่ขาดบางส่ิงบางอย่างอาจทาให้ผู้
เล่นพัฒนาช้าหรือไปไม่ถึงเปูาหมาย การฝึกผู้เล่นใหม่ต้ังแต่
เด็กจะต้องมีความเข้าใจในการฝึก ฝึกให้ถูกวิธีตั้งแต่เร่ิมต้น
เด็กก็จะพัฒนาความสามารถไปพร้อมกับความเจริญเติบโต
และเป็นผู้เล่นท่ีมีความสามารถที่เก่งกาจในกีฬาฟุตบอลได้
การสรา้ งนักกฬี าตอ้ ง ใช้ระยะเวลาเป็นเดือนๆ ปีๆ สาคัญอีก
ประการหนึ่งก็คือ รูปแบบหรือแบบฝึก รวมถึงกระบวนการ
และเทคนิคการสอนของผู้ฝึกสอน ซึ่งมีผลต่อพัฒนาการของ
นักกีฬาเป็นอย่างมาก

24

ข้นั ตอนในการฝกึ ซอ้ มกฬี า
ข้ันตอนในการฝึกซ้อมกีฬาจากผู้ท่ีไม่เคยเล่นกีฬามาก่อน
จนถงึ ขน้ั นกั กฬี าท่ีมีความสามารถ แบง่ ออกได้เป็น 3 ขั้นคือ
1.การฝกึ สมรรถภาพทางกาย
2.การฝึกทักษะกีฬาข้นั พื้นฐาน
3.การฝึกเพ่ือพัฒนาสมรรถภาพและขีดความสามารถให้ได้
ระดบั สงู สดุ

1. การฝึกสมรรถภาพทางกาย
การฝึกสมรรถภาพทางกาย เปน็ ปัจจัยหน่ึงทม่ี ีความสาคัญต่อ
การฝึกกีฬา เป็นการสร้างความสมบูรณ์ทางด้านร่างกาย
ใหก้ บั นักกฬี า เพ่ือให้นักกีฬามีความพร้อมทางด้านร่างกายท่ี
จะทาการ ฝึกซ้อมหรือแข่งขัน การท่ีนักกีฬาแสดง
ความสามารถได้เท่ากับระดับความสามารถที่ตนเองมีอยู่นั้น
ต้องอาศัยสมรรถภาพทางกายโดยเฉพาะกีฬาประเภทท่ีไม่
ต้ อ ง ก า ร เ ท ค นิ ค ทั ก ษ ะ ม า ก ผ ล ก า ร แ ข่ ง ขั น จ ะ ข้ึ น อ ยู่ กั บ
สมรรถภาพทางกายเป็นส่วนใหญ่สาหรับกีฬาที่ใช้เทคนิค
ทักษะมากการมีสมรรถภาพ ทางกายดีจะช่วยให้นักกีฬา
สามารถปฏิบัติตามเทคนิคทักษะที่ได้รับการฝึกมาได้อย่าง
ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ โดยท่ัว ไปสมรรถภาพทางกาย
แบง่ ออกได้เปน็ 2 ประเภท คือ

25

1. สมรรถภาพทางกายท่ัวไป (General Physical Fitness)
ได้แก่ สมรรถภาพทางด้านต่างๆ ท่ีนักกีฬาจะต้องมีซ่ึง
คณะกรรมการนานาชาติเพ่ือจัดมาตรฐานการทดสอบ
สมรรถภาพทางกาย (Intemational Committization for
the Standardization of Physical Fitness Test =
ICSPFT ) ได้ จาแนกองค์ประกอบของสมรรถภาพทางกายไว้
7 ประเภทคอื
1.1 ความแขง็ แรงของกล้ามเนอ้ื (Muscle Strength)
1.2 ความอดทนของกล้ามเนอ้ื (Muscle Endurance)
1.3 ความเรว็ (Speed)
1.4 พลังหรือกาลังของกล้ามเนอื้ (Muscle Power)
1.5 ความแคล่วคล่องว่องไว(Agility)
1.6 ความออ่ นตัว (Flexibility)
1.7 ความอดทนทว่ั ไป (General Endurance)
องค์ประกอบต่างๆ เหล่าน้ีเกิดจากสมรรถภาพการทางานที่
สัมพันธ์กันของอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย เช่น ระบบ
กล้ามเนอ้ื ระบบหายใจ ระบบไหลเวียนโลหิต ระบบประสาท
เปน็ ต้น หากระบบใดระบบหน่วงทางานขัดข้องจะเป็นเหตุให้
สมรรถภาพทางกายท่ัวไปลดลง

26

2. สมรรถภาพทางกายพเิ ศษ (Special Physical Fitness)
ได้แก่ สมรรถภาพทางกายที่ นักกีฬาจะต้องมีเฉพาะสาหรับ
กีฬาชนิดน้ันๆ ซึ่งในกีฬาแต่ละชนิดน้ันจะมีสมรรถภาพทาง
กายทจ่ี าเป็นแตกต่างกนั ไป เชน่ นักมวยจะต้องมีสมรรถภาพ
ทางกายพิเศษแตกต่างจากนักว่ายน้า นักฟุตบอลหรือนัก
กรีฑา เป็นต้น ในการเสริมสร้างสมรรถภาพทางกายพิเศษ
จะต้องมีการฝึก

นอกเหนือไปจากการฝึกสมรรถภาพทางกายทั่วไป
เปน็ การฝึกแบบเฉพาะเจาะจง ท่ีต้องเน้นการทางานและการ
เสริมสร้างประสิทธิภาพของอวัยวะบางแห่งเพ่ือให้เหมาะสม
กบั กีฬาชนิดนั้น ๆ

3. การฝึกเพื่อพัฒนาสมรรถภาพและขีดความสามารถให้ได้
ระดบั สงู สดุ
การฝึกเพ่ือพัฒนาสมรรถภาพและขีดความสามารถให้ได้
ระดับสูงสุด เป็นเพ่ือนการฝึกแบบผสมผสาน คือ การฝึก
อย่างหนักท้ังด้านร่างกายและจิตใจ เป็นการฝึกสมรรถภาพ
ทางกายอย่าง เฉพาะเจาะจงตามชนิดหรือประเภทของ
นักกีฬาน้ันๆ เพ่ือให้นักกีฬามีระดับความสามารถและ
สมรรถภาพทางกายสูงสุด ในข้ันนี้จะมีการฝึกทักษะอย่าง
หนักตามแบบแผนการเล่นเพื่อแข่งขัน โดยเน้น ท่าทางการ
เคล่อื นไหวให้เหมือนกบั สภาพจรงิ ในการแข่งขัน เป็นการฝึก
อยา่ งเฉพาะเจาะจง และต้องไม่ฝึกกีฬาชนิดอื่นๆ จนทักษะท่ี

27

ได้รับจากการฝกึ น้ันทาได้เป็นอัตโนมัติ (Automatic Skill Level)
ซึ่งผลของการฝึกซ้อมเพื่อให้นักกีฬามีความสามารถและ
สมรรถภาพทางกายสงู สดุ ข้ึนอยู่กบั ปจั จัยตอ่ ไปนี้

1. คณุ ภาพของการฝึก การฝึกจะต้องมีโปรแกรมการฝึกและ
แบบฝึกที่มีคุณภาพ เพื่อพัฒนา และเสริมสร้างเทคนิคทักษะ
พ้ืนฐาน เทคนิคทักษะขั้นสูง ตลอดจนสมรรถภาพทางกาย
พิเศษท่ีใช้ใน การเลน่ และแบบแผนของการเลน่
2. ปริมาณของการฝึกการฝึกจะต้องทาตามโปรแกรมและ
แบบฝกึ ท่ีกาหนดไว้ในปริมาณทเี่ หมาะสม ไมฝ่ ึกหนักจนเหนด็
เหน่ือยอ่อนล้าหมดแรงหรือเบาเกินไป จนทาให้นักกีฬาไม่
พัฒนาขีดความสามารถของตนเองให้สูงขึ้นได้และต้องฝึก
อย่างสม่าเสมอ ซ้าๆ ซากๆ เพื่อให้เกิดความ ชานาญจน
สามารถทาได้เป็นอตั โนมัติ
3. ขีดจากัดทางสีรวิทยาของแต่ละบุคคล ซึ่งประกอบด้วย
ปัจจัย 2 ประการ คอื

3.1 ปัจจัยภายในของผู้รับการฝึก ได้แก่อายุ เพศ
สภาพร่างกาย จติ ใจและ พรสวรรค์ เป็นต้น

3.2 ปัจจัยภายนอกของผู้รับการฝึกได้แก่
สภาพแวดล้อมโดยทั่วไป ได้แก่อุปกรณ์ และสถานท่ี เครื่อง
แต่งกาย ภูมิอากาศการใช้ยากระตุ้น บุหรี่แอลกอฮอล์การ
ซ้อมเกนิ การพกั ผ่อน การนันทนาการและการอบอุ่นร่างกาย
เปน็ ต้น

28

กระบวนการฝึกซอ้ ม
1.เตรียมการฝึก (Preparation) เป็นสิ่งแรกที่ผู้ฝึกสอน
จะต้องทา อยา่ หลีกเล่ียงไม่ได้ ไดแ้ ก่
1.1.เปูาหมายหรือวตั ถุประสงค์ของการฝึก
1.2.สถานที่สาหรบั การฝึก
1.3.จานวนและระดับความสามารถของผ้เู ข้ารบั การฝึก
1.4.แบบแผน รูปแบบและวธิ กี ารฝึก
1.5.อปุ กรณแ์ ละสง่ิ อานวยความสะดวก
1.6.ระยะเวลาของการฝึก
2.จัดการฝึก (Organization) ผู้ฝึกสอนต้องเป็นผู้จัดการ
เตรียมสถานทีห่ รอื สนามฝกึ จัดวางอปุ กรณ์ รวมถึงส่ิงอานวย
ความสะดวกตา่ งๆ
3.แนะนาและเร่ิมการฝึก (Commence/Start) ก่อนการฝึก
ควรแนะนาถึงวัตถุประสงค์ และ วิธีการที่ผู้เล่นต้องปฏิบัติ
ต้องมีความชัดเจนเข้าใจง่าย การเริ่มเป็นสิ่งสาคัญผู้ฝึกสอน
เองจะต้องมีความเข้าใจในสิ่งที่จะให้ผู้เล่นปฏิบัติ ว่าควรจะ
เร่มิ ต้นอย่างไร เพราะมีผลต่อความสนใจของผู้เลน่ ท่ีจะปฏบิ ัติ
ตาม
4.สังเกตการปฏิบัติ (Observe) ในระหว่างท่ีผู้เล่นกาลัง
ปฏิบัติ ผู้ฝึกสอนต้องเฝูาดูเพ่ือที่จะได้เห็นถึงข้อบกพร่องใน
วัตถุประสงค์ทตี่ ้องการ
5.หยุดการปฏิบัติ (Stop) เมื่อผู้เล่นแสดงให้เห็นถึง
ขอ้ บกพรอ่ งในการปฏิบัติ หรือความไม่เข้าใจในส่ิงท่ีต้องทาผู้

29

ฝึกสอนตอ้ งหยุดการปฏบิ ตั ิของผูเ้ ล่น ซ่ึงเกี่ยวข้องกับเมื่อไรท่ี
ควรให้หยุด และหยุดอย่างไร โดยต้องให้โอกาสผู้เล่นแก้ไข
ตนเองก่อน ถา้ ยังไม่ดขี ้นึ จงึ ให้หยดุ และการหยุดควรท่ีจะคง
สภาพสถานการณ์ท่บี กพร่องไว้ ซ่ึงจะทาให้ชี้เห็นข้อบกพร่อง
ไดง้ า่ ยและชัดเจน
6.เข้าไปแก้ไข (Intervene) ส่ิงแรกท่ีต้องทาเมื่อเข้าไปแก้ไข
คือ ต้องช้ใี ห้ผเู้ ลน่ (ทั้งหมด) เห็นถึงข้อบกพร่องเสียก่อน แล้ว
จึงจะช้นี าสง่ิ ทถ่ี กู ต้อง พดู สั้นๆ ใหเ้ ข้าใจง่ายๆ ชดั เจนและตรง
ประเด็น
7.สอนให้เกิดผล (Teach Effect) การท่ีจะให้เกิดผลนั้น การ
พูดอย่างเดียวโดยไม่เห็นภาพคงเข้าใจได้ยาก “พูดสิบครั้งไม่
เท่าเห็นภาพคร้ังเดียว” และท่ีสาคัญหากผู้เล่นได้ทดลองทา
ในส่วนท่ีถูกต้องด้วย จะยิ่งเข้าใจได้อย่างรวดเร็วและชัดเจน
ยิ่งขนึ้
8.สรุปหลังการฝึก (Conclusion) เมื่อการฝึกเสร็จสิ้นลง
จาเป็นอย่างย่ิงท่ีผู้ฝึกสอนจะต้อง สรุปถึงสิ่งที่ทาผลที่จะเกิด
ให้รางวลั ความต้ังใจดว้ ยการชมเชยและไม่ลืมท่ีจะชี้ให้เห็นถึง
ความสาคัญของความรับผิดชอบ ความมีวินัย เพราะสิ่ง
เหล่านส้ี ง่ ผลถึงการดารงชวี ิตในสังคม นอกเหนือจากการเล่น
กีฬาผู้ฝึกสอนต้องเข้าใจถึงระยะของการพัฒนาของผู้เล่นแต่
ละคนแต่ละ กลุ่ม ซ่ึงเป็นกุญแจสาคัญในการไขไปสู่
ความสาเรจ็ ของผูเ้ ลน่ และทมี

30

เตรยี มการฝกึ

Preparation

จดั การฝกึ

Organization

แนะนาและเริม่ การฝกึ

Commence/start

สอนให้เกิดผล สังเกตการปฏิบัติ

Effect Teach Observe

เข้าไปแก้ไข หยุดการปฏิบตั ิ

Intervene Stop

สรุปหลังการฝึก 31

Conclusion

แผนผงั กระบวนการฝกึ ซ้อม

วิธีการฝกึ สอน
การเลือกวิธีฝึกสอนขึ้นอยู่กับความสามารถ วัย และ
ระยะเวลาของการพัฒนาของผู้เล่น พื้นที่ จานวน และ
เปูาหมายของการฝกึ เชน่ หากเป็นผเู้ ลน่ ใหม่ควรเร่ิมจากการ
ฝกึ เทคนคิ และทักษะ ก่อน แต่ผู้เล่นทุกคนมีระดับการเรียนรู้
และการพัฒนาท่ีต่างกัน ดังนั้น วิธีการและรูปแบบอาจ
แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้เล่น และ
เปาู หมายของการฝึกเป็นสาคัญในการพัฒนาแบบฝึกนั้นเป็น
ส่ิงสาคัญทจ่ี ะต้องค่อยๆ เพมิ่ จานวนผู้เล่นท่ีเกี่ยวข้องกับแบบ
ฝกึ นนั้ ข้นึ ไปเรื่อยๆ

การฝกึ ทักษะ
การฝกึ เฉพาะบคุ คล หรอื การฝึกเป็นคู่ เป็นกลุ่ม โดยให้ผู้เล่น
ใช้เทคนิคทีถ่ กู ต้องภายใต้ สถานการณท์ มี่ ีการกดดัน ซ่ึงผู้เล่น
ต้องมีการตัดสินใจและมีการเปล่ียนแปลงวิธีการเล่น และ
ต้องเล่นได้อย่างต่อเนื่องรวดเร็ว โดยอาจใช้คู่ร่วมฝึกกดดันก็
ได้

32

การฝึกเป็นรายบคุ คล
การฝึกเป็นรายบุคคลเหมาะสมกับ
แบบฝึกหลายๆ แบบเพื่อพัฒนา
ความสามารถของผู้เล่น และเป็น
การแก้ไขข้อบกพร่องของผู้เล่นด้วย
การฝึกแบบน้ี ส่วนใหญ่จะประสบ
ปั ญ ห า จ า ก อุ ป ก ร ณ์ ใ น ก า ร ฝึ ก ไ ม่
เพียงพอ เช่น ลูกบอลสาหรับผู้เล่น
ทุกคน

การฝกึ เป็นคู่
การฝึกเปน็ คจู่ ะมี 2 ฝาุ ย คอื ฝุายรุกและฝุายรับ ระหว่างการ
ฝกึ ผู้เลน่ จะใชค้ ขู่ องตนเปน็ ผู้เล่นในทีมเดียวกันหรือคู่แข่งขัน
ก็ได้ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายในการฝึก ผู้เล่นจะฝึกใช้เทคนิค
ตา่ งๆ กับคู่ของตนเองได้และนาการ
ฝึกเหล่านี้ ไปใช้กับการแข่งขัน เช่น
การยิงลูกโทษ 2 จังหวะ การเตะมุม
การทาลูกช่ิง (WALL PASS)
รูปแบบการฝึกคู่น้ีใกล้เคียงกับการ
ฝึกแบบการแข่งขันจริง เป็นการวัด
ความสามารถและไหวพริบของผู้
เล่นแตล่ ะคนดว้ ย

33

การฝกึ สนามเลก็
หมายถงึ การเล่นซ่ึงแบ่งเปน็ สองทมี จะมผี ู้เล่นทีมละเท่ากนั ก็
ไ ด้ ข้ึ น อ ยู่ กั บ วั ต ถุ ป ร ะ ส ง ค์ แ ล ะ ค ว า ม เ ห ม า ะ ส ม ข อ ง วั ย
ความสามารถและความต้องการของผู้ฝกึ สอน

การฝกึ โดยเกมทีม่ ีเงือ่ นไข
หมายถึง การเล่นที่แบ่งผู้เล่นเป็นสองทีม จะมีผู้เล่นเท่ากัน
หรอื ไมเ่ ท่ากันกไ็ ด้ มุ่งเน้นเพ่อื การพฒั นาทักษะ โดยการสร้าง
เงื่อนไขการเล่นหรือการใช้กฎบางอย่าง เช่น การเล่นโดย
สัมผัสลูกบอลได้สองครงั้

การฝกึ เป็นกลมุ่ ยอ่ ย
ทีมผู้เล่นประกอบด้วยกลุ่มย่อยๆ ซ่ึงไม่กาหนดแน่นอน
ตายตัว แตจ่ ะเปล่ียนไปตามสถานการณก์ ารแข่งขัน และตาม
หนา้ ที่ ถา้ แบง่ โดยทวั่ ๆ ไป แลว้ จะมี กองหลัง กองกลาง และ
กองหน้ามักจะคิดกันเสมอว่าเป็นการดี ถ้ากลุ่มต่างๆ อยู่ใน
รูปของสามเหลี่ยมในระหว่างการ
แข่งขัน กฎการรวมกลุ่ม แบบน้ี
จะถูกนามาใชเ้ กยี่ วขอ้ งในขั้นตอน
ต่อไป การฝึกเป็นกลุ่มย่อยจะฝึก
ได้ท้ังทางด้านสมรรถภาพ ด้าน
เทคนคิ และดา้ นกลยุทธข์ ึ้นอยู่กับ
ว่าสถานการณจ์ ะเป็นไปในรปู ใด

34

การฝกึ เปน็ ทมี /กลุม่
หมายถึง การฝึกท่ีมีการแบ่งทีม รวมท้ังผู้รักษาประตู มี
เปูาหมายการฝึกเหมือนกัน มีการจัดเป็นกลุ่มเพ่ือให้รู้หน้าท่ี
และการประสานสัมพันธ์ระหว่างกัน ฟุตบอล เป็นกีฬาที่เล่น
เ ป็ น ที ม จึ ง เ ป็ น ก า ร
สมเหตุสมผลที่ต้องฝกึ เป็นทีม
รู ป แ บ บ ก า ร ฝึ ก จ ะ เ น้ น ใ น
กฎ เกณฑ์ นี้จ ะถูกทางา น
ขึ้นมาเป็นทีม และสิ่งน้ีเอง
จึงเป็นปัจจัยในการตัดสินใจ
การแข่งขันว่าแพ้ หรือชนะ
จะต้องมีการแบ่งหน้าที่กันใน
การทางานในขณะที่เป็นฝุาย
รับหรอื ในขณะที่เปน็ ฝุายรุก

ตวั อยา่ งแบบฝึกการเลน่ เป็นกลุ่ม
1.สนามแบง่ ออกเปน็ 3 สว่ น แดนรบั แดนกลาง แดนรุก
2.ผู้เลน่ ในแดนรบั มี 3 คน แดนกลาง 3 คน แดนรุก 4 คน
3. ผเู้ ล่นในแดนรับมี 3 คน แดนกลาง 3 คน แดนรุก 4 คน
4.ท้ังสองทีมพยายามรุกทาประตูของฝุายตรงข้าม ฝุายใดทา
ประตไู ดม้ ากกว่าเปน็ ฝาุ ยชน

35

การฝึกหน้าที่
หมายถึง การฝึกผู้เล่นให้ได้รู้ถึงบทบาทหน้าท่ีในแต่ละ
สถานการณ์และพื้นทีโ่ ดย มคี ตู่ ่อสู้ซ่งึ เกย่ี วข้องกับสถานการณ์
และพืน้ ที่นน้ั ๆ

การฝกึ รูปแบบ
หมายถึง การฝึกเพื่อการรุก หรือเพื่อการปูองกัน โดย
พิจารณาจาก ความสาคัญของพนื้ ที่ทัง้ เกมรุกและการปูองกัน
เช่น การรกุ กลับเมื่อตัดแยง่ ลูกบอลได้

36

บทสรปุ
การฝึกกีฬามีความสาคัญ และจาเป็นอย่างยิ่ง จะหลีกเลี่ยง
หรือละเลยไม่ได้และไม่มีวิธีการ อ่ืนใดมาทดแทนได้ การฝึก
เป็นหนทางเดียวเท่านั้น ท่ีจะทา ให้นักกีฬาเป็นผู้ที่มี
ความสามารถสูงสุด ท้ังน้ีเพราะการฝึกกีฬามิได้หมายถึงการ
ฝึกเฉพาะเทคนิคทักษะและกลยุทธ์เท่านั้น แต่การฝึกจะต้อง
เ ส ริ ม ส ร้ า ง ร่ า ง ก า ย นั ก กี ฬ า ใ ห้ มี ส ม ร ร ถ ภ า พ ท า ง ก า ย ที่
เหมาะสมกับ ชนิดกีฬาน้ัน ๆ รวมถึงให้มีความ พร้อม
ทางด้านจิตใจ มีระเบียบวินัย ขยันและเอาใจใส่ในการ
ฝกึ ซ้อม รู้จักดแู ลรักษาสขุ ภาพ รู้จักเลือกระประทานอาหารท่ี
มีคุณประโยชน์และเพียงพอกับความต้องการของร่างกาย
และมีการ พักผอ่ นอย่างเพยี งพออกี ด้วย
ข้ันตอนในการฝึกกีฬาที่สาคัญได้แก่การฝึกสมรรถภาพทาง
กายการฝึกทักษะกีฬาพื้นฐาน และการฝึกเพื่อพัฒนา
สมรรถภาพและขีดความสามารถให้ได้ระดับสูงสุด การฝึก
สมรรถภาพทางกายเปน็ การฝึกเพ่อื ให้ร่างกายมีความพร้อมที่
จะทาการฝึกได้อย่างมี ประสทิ ธภิ าพ เพราะการมสี มรรถภาพ
ทางกายจะช่วยให้นักกีฬาสามารถปฏิบัติตามเทคนิคทักษะ
ตา่ งๆ ได้อย่างถูกต้องรวดเร็ว ซึ่งการฝึกดังกล่าวจะได้ผลมาก
น้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับ คุณภาพของ โปรแกรมการฝึกที่
สอดคลอ้ งกบั วัตถุประสงค์ความถ่ีบ่อยและความเข้มของการ
ฝกึ รวมถึงการ ได้รับอาหารและการพักผอ่ นอยา่ งเพียงพอ

37

38

บทท่ี 2
หลักการฝึ กซ้อม

39

บทท่ี 2 หลกั การฝกึ ซอ้ ม
เป็นท่ีทราบและเข้าใจกัน โดยทั่วไปในบรรดาผู้
ฝกึ สอนกฬี าทง้ั หลายแล้วว่า ความสามารถของนักกีฬาทั้ง
ในขณะฝึกซอ้ มและการแขง่ ขันน้ันมอี งค์ประกอบทส่ี าคญั 3
ประการคอื ทักษะกฬี า ซง่ึ หมายรวมถึงเทคนิคและกลยุทธ์
ดา้ นกฬี า (Sport Techniques, Skills and Strategies
Fitness) สมรรถภาพทางกาย (Physical Fitness) และ
สมรรถภาพทางจิตใจ (Mental Fitness)

ทักษะกีฬา

สมรรถภาพทางกาย สมรรถภาพทางจติ ใจ

รูปแสดงองคป์ ระกอบของความสามารถของนักกีฬา

40

ทักษะเป็นองค์ประกอบสาคญั ในการแสดงความสามารถของ
นกั กีฬานกั กีฬาท่มี ีระดบั ทักษะดจี ะแสดงความสามารถ
ออกมาไดด้ ี แตก่ ารทนี่ ักกฬี าจะแสดงความสามารถทาง
ทกั ษะได้ เทา่ กบั ระดับความสามารถทตี่ นเองมอี ยู่นนั้ ตอ้ ง
อาศยั สมรรถภาพทางกาย อาทิ ความแขง็ แรง ความ อดทน
พลังหรือกาลงั ความเรว็ และความคล่องแคลว่ ว่องไวเปน็ ต้น
และสมรรถภาพทางจิตอาทิ การรจู้ ักควบคุมความตืน่ เต้น
และความวติ กกงั วล การสรา้ งสมาธิ การสร้างแรงจูงใจ และ
การเสรมิ แรงกระตุ้นต่างๆ เป็นต้น ซง่ึ องค์ประกอบทั้ง 3
ประการนเ้ี กดิ ขึ้นจากการเรยี นและการฝกึ

การฝึก (Training) และการเสรมิ สร้าง (Conditioning)
สมรรถภาพของนกั กฬี าจงึ มี ความสาคัญ และจาเป็นอยา่ งยิ่ง
จะหลกี เล่ียงหรอื ละเลยไมไ่ ด้และไมม่ ีวธิ กี ารอ่นื ใดที่จะมา
ทดแทน ไดม้ เี พยี งวิธกี ารเดยี วเทา่ นนั้ ท่จี ะทาใหน้ ักกีฬาเปน็ ผู้
ทมี่ คี วามสามารถถงึ ขีดสงู สุดคอื มคี วามพรอ้ ม ในทกุ ๆด้าน
ขององคป์ ระกอบท้ัง 3 ดงั กล่าวไวด้ ้วย “การฝึก” เท่านนั้

ความหมายของการฝึกกฬี าจงึ มไิ ดม้ คี วามหมายเพยี งเฉพาะ
ฝกึ ทักษะเทคนิคและกลยทุ ธ์ เท่านั้น แต่จะต้องฝกึ และ
เสรมิ สรา้ งร่างกายนกั กีฬาใหม้ คี วามแข็งแรงอดทนมพี ลัง
หรือกาลงั มีความเร็วและความคลอ่ งแคลว่ ว่องไว นอกจากนั้น
ผู้ฝกึ สอนยัง จะต้องสร้างนกั กีฬาให้มีความพรอ้ ม ด้านจิตใจ

41

ความมรี ะเบยี บวินัย ความขยัน และเอาใจใสใ่ นการฝกึ ซอ้ ม
รจู้ ัก ดูแลรักษาสขุ ภาพ รู้จักเลือกรับประทานอาหารที่มี
คณุ ประโยชนแ์ ละเพยี งพอต่อความต้องการของร่างกาย
รวมถงึ การพกั ผอ่ นอีกด้วย
ดว้ ยเหตดุ ังกลา่ ว ผฝู้ กึ สอนทกุ คนจึงจาเป็นต้องมคี วามรู้
ความเข้าใจในเรอื่ งหลักการฝึกกีฬา และสามารถนาไปใช้
ประโยชนใ์ นการฝกึ กีฬาไดเ้ ปน็ อยา่ งดีเพ่ือให้นักกฬี ามคี วาม
สมบูรณ์และมรี ะดับความสามารถสูงสุด

หลักของการฝึกซ้อมที่มีระบบการฝึกซ้อมทุกรูปแบบจะเป็น
ผลโดยกฎทางด้าน สรีรวิทยา 3 ประการ คือ กฎของการใช้
ความหนักมากกว่าปกติ (Law of Overload) กฎของความ
เฉพาะเจาะจง (Law of Specificity) และกฎของการ
ย้อนกลบั (Law of Reversibility)
1.กฎของการใช้ความหนักมากกว่าปกติ (Law of
Overload)
กฎของการใช้ความหนักมากกว่าปกติ (Law of Overload)
เปน็ องคป์ ระกอบทีส่ าคญั ในการปรับปรุงสมรรถภาพทางกาย
เนอ่ื งจากการปรับตัว (Adaptation) หรือ ผลของการฝึกซ้อม
(Training Effect) จะเกิดข้ึนก็ต่อเมื่อร่างกายมีการทางานที่
ร ะ ดั บ เ ห นื อ ก ว่ า ร ะ ดั บ พ ฤ ติ ก ร ร ม ป ก ติ ที่ ป ฏิ บั ติ อ ยู่ ใ น
ชีวติ ประจาวันซึ่งความหนักมากกว่าปกติจะเพ่ิมความเครียด
ตอ่ ระบบการทางานของรา่ งกายในจานวนมากกว่าสภาพปกติ

42

หรอื สภาพท่ีเคยชนิ เชน่ การออกกาลังกายจะทาใหอ้ ตั ราการ
เตน้ ของชีพจรสงู ขน้ึ กวา่ ชีพจรขณะพัก
2.กฎของความเฉพาะเจาะจง (Law of Specificity)
กฎของความเฉพาะเจาะจง (Law of Specificity) เป็นกฎ
เก่ียวกบั การประกอบกิจกรรมจะมีผลเฉพาะตามชนดิ ของการ
กระตุ้นหรือชนิดของกิจกรรม ซึ่งเป็นการประยุกต์ข้ึนตาม
ชนิดของการ พัฒนาที่เกิดขึ้นภายในกล้ามเน้ือ การฝึกซ้อม
ความแข็งแรงจะมีผลทางด้านการเพิ่มข้ึนของ ความแข็งแรง
กล้ามเน้ือ และขณะที่การออกกาลังกายเพ่ือฝึกซ้อมความ
อดทนจะมีผลที่เฉพาะในการปรับปรุงความอดทนของ
กล้ามเน้ือ ความหนักของงานท่ีแตกต่างกัน จะมีผลต่อ
ร่างกายแตกต่างกัน การเพ่ิมความแข็งแรงจะต้องทาการ
ฝึกซ้อมด้วยความหนักท่ีมากกว่าปกติ มีแรงต้านท่ีต่ากว่า
ระดับที่ร่างกายสามารถทาได้ (ต่ากว่าระดับที่กล้ามเนื้อ
สามารถปฏิบัติได้ในภาวะปกต)ิ
3.กฎของการยอ้ นกลับ (Law of Reversibility)
กฎของการย้อนกลับ (Law of Reversibility) ระดับ
สมรรถภาพจะลดต่าลงถ้าได้รับความหนักมากกว่าปกติไม่
ต่อเนื่อง ความจริงผลของการฝึกซ้อมจะมีการย้อนกลับ
ภายในตัวเองถ้าการฝึกซ้อมไม่เป็นส่ิงท่ีท้าทายหรือหนักขึ้น
ระดับสมรรถภาพก็จะคงที่ (Plateau) และถ้าหยุดการ
ฝึกซ้อมระดับ สมรรถภาพก็จะลดต่าลงเป็นลาดับข้ัน

43

จนกระท่ังเคลื่อนท่ีต่าลงถึงระดับที่จาเป็น สาหรับการ
ประกอบกิจกรรมในชีวติ ประจาวัน

การย้อนกลับของผลการฝึกซ้อม (Reversibility of
Training Effect)
ผลของการฝกึ ซ้อม จะมีผลอยชู่ ่วั ระยะเวลาหนึ่งและจะลดลง
หลังจาก 2-3 วัน ของการหยุดซ้อม ซ่ึงจะเป็นการลด ท้ัง
ขบวนการ เมตบอดลิก (Metabolic) และความสามารถใน
การทางานของรา่ งกายถึงแม้ ช่วงเวลาการพัก

44

หลกั การฝึกซ้อมเยาวชนในกลุม่ อายุต่าง ๆ
กลุ่มเด็กและเยาวชนเป็นกลุ่มเปูาหมายหลักในการพัฒนา
พนื้ ฐานทักษะและความสามารถ ในการเล่นกฬี าฟุตบอล เม่ือ
เติบโตขึ้นสิ่งท่ีเด็กได้เรียนรู้และฝึกฝนอย่างถูกต้องต่อเนื่องก็
จะส่งผล ให้ เป็นผู้เล่นที่มีความสามารถสูงขึ้นไปตามลาดับ
ส่ิงท่ีมีส่วนสาคัญในการพัฒนาเด็กและ เยาวชนคือส่ิงที่
ถูกต้องเหมาะสมท่ีผู้ฝึกสอนจะจัดการและกาหนดข้ึนเป็น
แผนการฝึกสอน องค์กรที่เกี่ยวข้องโดยตรงในการพัฒนาผู้
เล่น (FIFA) ได้มีการศึกษาค้นคว้าและได้กาหนดหลักเกณฑ์
ขน้ึ เพอ่ื เป็นแนวทางให้ผู้ ฝกึ สอนไดเ้ รียนรูใ้ นส่ิงที่ถูกต้องและ
นาไปใช้เพ่ือปรับปรุง และเพิ่มขีดความสามารถให้ผู้เล่นใน
ระดบั เยาวชนกลุ่มอายุตา่ งๆ โครงสร้างหลักสูตรการฝึกซ้อม
ผู้เล่นเยาวชนในกลุ่มอายุต่างๆ นี้ ได้เรียบเรียงเนื้อหาสาระ
จาก“เคอร์โซ ฟี ฟุา ฟุตโบล สาล่า” (CURSO FIFA
FUTBOL-SALA) โดยไดจ้ ดั แบ่งกลุ่มผูเ้ ล่นไว้ ดังนี้
1.กลุม่ อายุระหว่าง 6-10 ปี
2.กล่มุ อายรุ ะหวา่ ง 10-12 ปี
3.กลุม่ อายุระหวา่ ง 12-16 ปี
4.กลมุ่ อายรุ ะหวา่ ง 16-18 ปี
ในแต่ละกลุ่มอายุจะมพี ัฒนาการทางสรรี วิทยา หรือร่างกายที่
ต่างกันไป การเรียนรู้และ พัฒนาการจึงไม่เท่าเทียมกัน
ดังน้ัน ในแต่ละรุ่นอายุได้มีการกาหนดแนวทางไว้เป็น
องคป์ ระกอบ ดังนี้

45

1.กลมุ่ อายรุ ะหว่าง 6-10 ปี
1. ลักษณะสาคัญทางกาย อยู่ในช่วงท่ีกาลังเจริญเติบโต
โครงสร้างร่างกายยังบอบบางเป็นวัยท่ีต้องเอาใจใส่เป็นวัยที่
ชอบเล่นสนุกสนาน ได้วิ่งเล่นตามธรรมชาติ ดังนั้น ต้อง
พัฒนาในเร่อื งของการทางานประสานสัมพันธ์ ระหว่างระบบ
ประสาทกับระบบกล้ามเน้ือให้สมดุลกัน สร้างความคุ้นเคย
กบั ลกู บอลและสนาม ไม่เข้มงวดเรอ่ื งกฎส่วนใหญ่จะใช้เวลาที่
โรงเรียน พฒั นาการจะมีพื้นฐานจากครู และเพ่ือนวัยเดยี วกัน
2. สมรรถภาพทางกาย
2.1 กาลัง เนื่องจากอายุน้อย โครงสร้างยังบอบบาง ยังไม่มี
กล้ามเนื้อและยังไม่แข็งแรง จะไม่แยกส่วนของการฝึก แต่ใช้
เทคนิคทักษะเบื้องต้นเป็นเครื่องมือฝึก เพ่ือให้ได้มาซ่ึงกาลัง
และความ แขง็ แรง
2.2 ความเร็ว ไมม่ ีการแยกฝึกความเร็ว เพราะระบบประสาท
ยังไม่สมบูรณ์ต้องใช้ลูกบอล เป็นอุปกรณ์ท่ีจะทาให้
เกิดปฏกิ ริ ิยาโตต้ อบและไมเ่ น้นการพฒั นากลา้ มเนื้อ
2.3 ความอดทน ได้มาจากการเล่นท่ีเป็นไปโดยไม่รู้ตัว เป็น
ลกั ษณะงานแบบใช้ประโยชน์ จากออกซิเจน (Aerobic) คือทา
อยา่ งต่อเน่อื งแตไ่ ม่หนกั
2.4 ความอ่อนตวั เป็นความสามารถพเิ ศษทีเ่ ด็กมีอยใู่ นตวั ต้อง
รกั ษาไว้
3. การฝึกเทคนิค
3.1 ใช้เกมเปน็ เครือ่ งมอื

46

3.2 ทาให้คนุ้ เคยกบั ลูกบอลและสนาม
3.3 ให้แนวคิดการเล่นที่ต้องสัมพันธ์กันระหว่างพ้ืนท่ีว่างและ
จงั หวะในการเล่น
4. ยุทธวิธีการเล่น ทาให้รู้ถึงข้อแตกต่างระหว่างเกมรุกและ
การปอู งกัน
5. จติ วิทยา
5.1 มีความเปน็ ตัวของตัวเอง
5.2 ไม่สามารถเรยี นรู้เองได้ (การเล่น) มากนัก
5.3 จะไม่ค่อยเข้าใจ แตจ่ ะใชว้ ธิ ีเลียนแบบ
6. คาแนะนาเก่ียวกบั การฝึก
6.1 ต้องมีลกู บอลมากพอ
6.2 ไม่ให้เสยี เวลาจากการรอคอย
6.3 เปล่ยี นแปลงเกมให้หลากหลาย
6.4 ไม่ตอ้ งพดู หรือสอนเร่ืองทฤษฎี

2.กลมุ่ อายุระหว่าง 10-12 ปี
1. ลกั ษณะสาคญั ทางกาย
1.1 อยู่ในช่วงเจริญเติบโต มีส่วนกว้างของลาตัวมากกว่า
ส่วนสูง
1.2 เติบโตมากขึ้น ต้องทาให้เกิดความสมดุลการประสาน
สัมพันธ์
1.3 ระหว่างระบบประสาทกบั ระบบกลา้ มเนื้อ
2. สมรรถภาพ

47

2.1 กาลัง ปรบั ปรงุ การทางานของกล้ามเนื้อให้ดีข้ึน ไม่ใช้การ
ฝึกพิเศษโดยเฉพาะ ใช้การฝึกพ้ืนฐานเพ่ือใหเ้ กดิ ความชานาญ
2.2 ความเร็ว ปรับปรุงการทางานร่วมกันระหว่างระบบ
ประสาทกับระบบ กล้ามเนื้อให้ดีขึ้นปรับปรุงเร่ืองความเร็ว
ปฏกิ ิรยิ าตอบสนองและการปฏบิ ัติ
2.3 ความอดทน การปฏบิ ัติแบบต่อเน่ืองโดยใช้ประโยชน์จาก
ออกซิเจน (Aerobic) เพิ่มงานถึงระดับ 70 เปอร์เซน็ ต์
2.4 ความอ่อนตวั ทาต่อเนื่อง (ไมต่ อ้ งกงั วล)
3. การฝึกเทคนคิ
3.1 เปน็ ชว่ งอายุท่เี หมาะต่อการเรยี นรู้และฝกึ
3.2 ดัดแปลงเกมฝึกและการแข่งขันให้เหมาะสมกับอายุ 3.3
โดยใชพ้ นื้ ที่กฎ ลูกบอล ผสมผสานกนั
3.3 เน้นเทคนิคบคุ คลเปน็ พเิ ศษ
4. เกี่ยวกบั ยทุ ธวิธกี ารเล่น
4.1 ลอกเลียนแบบ วิเคราะห์ และใหแ้ นวคิด
4.2 พฒั นาความสามารถในการตัดสนิ ใจ
4.3 ยุทธวิธีการเล่นเฉพาะบุคคลไปสู่กลุ่ม (1 x 1, 2 x 1, 2 x 2)
4.4 เร่ิมคดิ และเลน่ การรกุ โตก้ ลบั
5. จติ วทิ ยา
5.1 ทาใหผ้ ู้เล่นมีความสนใจและมีความมุง่ มัน่
5.2 พยายามเลิกการเลยี นแบบและเร่มิ เล่นตามกฎ
6. คาแนะนาเก่ียวกับการฝกึ
6.1 สนกุ สนานด้วยวิธีหลากหลายกอ่ นการฝึก

48

6.2 เรียนรตู้ ามหลกั การทั่วไป
6.3 ใชแ้ บบฝกึ ใหเ้ หมาะสม
6.4 ต้องใหค้ วามรแู้ ละหา้ มคิดว่าผู้เลน่ รู้แล้ว

3.กลุ่มอายุระหว่าง 12-16 ปี
1. ลกั ษณะสาคญั ทางกาย
1.1 เรม่ิ โตเข้าสวู่ ยั รุ่น
1.2 อายกุ ับโครงสรา้ งยงั ไม่สมบูรณ์
1.3 โครงสรา้ งยังบอบบาง
1.4 ไมส่ มดุลกบั รปู รา่ ง
2. สมรรถภาพทางกาย
2.1 กาลัง เพมิ่ งานและปรบั ส่วนของกลา้ มเนื้อ
2.2 ความเรว็ ยกฝึกระหว่างปฏกิ ริ ิยากับเกมการฝึกซอ้ ม
2.3 ความอดทน ฝึกร่วมกันระหว่าง ใช้และไม่ใช้ประโยชน์
จากออกซเิ จน (Aerobic- Anaerobic) เพ่ิมอตั ราความเขม้ ให้สูง
2.4 ความอ่อนตัว เป็นส่งิ สาคัญเพราะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพผู้
เล่น
3. การฝกึ เทคนิค
3.1 พฒั นาเก่ยี วกับท่าทางและเทคนิค
3.2 ฝกึ ใหม้ ไี หวพรบิ เรยี นรู้เกย่ี วกับการเคลื่อนไหวเคลอ่ื นที่
3.3 ดดั แปลงจากเกมการเล่น การแข่งขัน เพอ่ื ไปสูก่ ารแขง่ ขนั
4. ยุทธวธิ ีการเลน่
4.1 ทาให้เราเข้าใจเร่อื งระบบการเล่น

49


Click to View FlipBook Version