The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Euamporn Duangkaew, 2020-12-18 09:50:08

ทัศนศิลป์ม.3 docx

ทัศนศิลป์ม.3 docx

แผนการจัดการเรียนรู

ทัศนศลิ ป

จดั ทาํ โดย ม.3
นางสาวเอือ้ มพร ดวงแกว
รหสั นักศกึ ษา 6181125013 เลฃท่ี 11 D6
คณะครศุ าสตร สาขาศิลปศึกษา นักศึกษาชนั้ ปท ี่ 3
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั บา นสมเดจ็ เจา พระยา

แผนการจัดการเรยี นรู
วิชา ทัศนศลิ ป

ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ่ี 3

เสนอ
ผูชว ยศาสตราจารย ดร.พัชรภี รณ บางเขยี ว

จดั ทําโดย
นางสาวเออื้ มพร ดวงแกว
รหสั 6181125013 เลขท่ี 11 หมูเรียน D6
คณะครุศาสตร สาขาศิลปศึกษา นักศึกษาชนั้ ปท่ี 3

เอกสารเลมน้เี ปนสวนหนงึ่ ของวชิ า การจัดการเรียนรแู ละการจดั การในชั้นเรยี น
รหสั วชิ า 1100301 ภาคเรียนท่ี1 ปก ารศกึ ษา 2563
มหาวิทยาลัยราชภฏั บา นสมเดจ็ เจา พระยา

คํานํา

แผนการจัดการเรยี นรูเลมนี้ จดั ทําขนึ้ เพื่อใชเ ปน แนวทางการจดั การเรียนการสอน รายวิชา
ทัศนศลิ ป ชนั้ มัธยมศึกษาปท ี่ 3 ปก ารศกึ ษา 2563 โดยในแผนการจัดการเรยี นรเู ลม นี้จะเนนเน้ือหา
สาระการเรียนรแู ละการฝก ปฏิบัตแิ ละจัดการวัดประเมนิ ผลท่หี ลากหลาย สอดคลอ งกับการเรยี นรู
และตวั ชว้ี ัดตามหลกั สูตรแกนกลางพุทธศกั ราช 2560 กลุมสาระการเรียนรูศิลปะ

ผูจดั ทําหวังเปน อยางยงิ่ วา แผนการจัดการเรียนรเู ลมนี้ คงจะมปี ระโยชนใ นการใชเ ปนแนวทาง
ในการนาํ ไปใชจดั การเรยี นการสอนการจดั ทําแผนการเรยี นรูและสามารถพัฒนาการเรยี นรขู องผเู รียน
อยางมีคณุ ภาพ

ขอขอบพระคุณผูชวยศาสตราจารยดร.พัชรีภรณ บางเขียว เพ่อื นๆ ในชัน้ เรียนและผูเกีย่ วขอ ง
ทุกทา นที่มีสว นทําใหก ารจัดทาํ แผนการเรยี นรูเ ลม น้สี าํ เรจ็ ดวยดี

นางสาว เออื้ มพร ดวงแกว
ผจู ัดทํา

สารบัญ

เร่อื ง หนา
แผนการจดั การเรยี นรู 1
หนว ยการเรียนรูท่ี 1
8
หลักการสรางงานทศั นศลิ ป
หนว ยการเรียนรูท่ี 2 24

การสรา งงานทศั นศิลป 40
หนว ยการเรยี นรทู ี่ 3
58
การสรางงาน 2 มติ ิ และ 3 มติ ิ
หนวยการเรยี นรทู ่ี 4 75
91
การออกแบบสรางสรรค
หนว ยการเรียนรูที่ 5

วิวฒั นาการของศิลปะไทยและสากล
บรรณานกุ รม

1

แผนการจัดการเรียนรู

สาระการเรียนรู ศลิ ปะ รายวิชา ทัศนศิลป 1.0 หนว ยกติ

ชัน้ มัธยมศกึ ษาปท ่ี 3 ปการศึกษา 2563 เวลา 40 ช่วั โมง

ครูผูสอน นางสาวเอ้ือมพร ดวงแกว
มาตรฐานการเรียนรู/ตวั ชีว้ ัด

มาตรฐานการเรียนรู

มฐ.ศ 1.1 สรา งสรรคง านทศั นศลิ ปตามจินตนาการและความคิดสรางสรรค วิเคราะห

วิพากษ วิจารณ คุณคางานทศั นศิลปถ ายทอดความรูสกึ ความคิดตอทัศนศิลป

อยา งอิสระชนื่ ชม และประยุกตใชใ นชีวิตประจาํ วนั

มฐ.ศ. 1.2 เขา ใจความสมั พันธร ะหวางทศั นศิลป ประวตั ศิ าสตร และวัฒนธรรม เห็น

คุณคา งานทศั นศิลป ที่เปนมรดกทางวฒั นธรรมภมู ิปญ ญาทอ งถนิ่ ปญ ญาไทย

และสากล

ตวั ชี้วดั

มฐ.ศ 1.1

ม.3/1 บรรยายส่ิงแวดลอมและงานทศั นศิลปทเ่ี ลอื กมา โดยใชความรูเ ร่อื ง

ทัศนธาตุและหลักการออกแบบ

ม.3/2 ระบุและบรรยายเทคนคิ วธิ กี ารของศิลปน ในการสรางงานทศั นศิลป

ม.3/3 วิเคราะหแ ละบรรยายวิธกี ารใชทัศนธาตุ และหลกั การในการสราง

งานทศั นศิลปข องตนเองใหมีคณุ ภาพ

ม.3/4 มีทกั ษะในการสรา งงานทศั นศลิ ปอ ยา งนอ ย 3 ประเภท

ม.3/5 มลี กั ษณะในการผสมผสานวสั ดุตางๆ ในการสรางงานทัศนศลิ ปโดย

ใชห ลกั การออกแบบ

ม.3/6 สรางงานทศั นศิลปท ั้ง 2 มิติ และ 3 มิติ เพ่ือถายทอดประสบการณ

และจินตนาการ

ม.3/7 สรางงานทศั นศลิ ป สอ่ื ความเปน เรื่องราวโดยประยกุ ตใ ชท ัศนธาตุ

และหลักการออกแบบ

ม.3/8 วเิ คราะหแ ละอภิปรายรูปแบบเนอ้ื หา และคุณคาในงานทัศนศลิ ป

ของตนเองและผอู น่ื หรือของศิลปน

ม.3/9 สรางสรรคงานทศั นศลิ ปเพ่ือบรรยายเหตกุ ารณต า งๆ โดยใชเ ทคนิค

ท่ีหลากหลาย

ม.3/10 ระบอุ าชพี ที่เก่ยี วของกบั งานทศั นศลิ ปและทกั ษะที่จําเปนในการ

2

ประกอบอาชพี นั้นๆ
ม.3/11 เลือกงานทศั นศิลปโ ดยใชเ กณฑทก่ี ําหนดขึน้ อยา งเหมาะสมและ

นาํ ไปจดั นทิ รรศการ
มฐ.ศ 1.2

ม.3/1 ศกึ ษาและอภปิ รายเกยี่ วกับงานทัศนศลิ ปท ่ีสะทอนคุณคาของ
วฒั นธรรม

ม.3/2 เปรียบเทียบความแตกตางของงานทศั นศลิ ปในแตล ะยุคสมัยของ
วฒั นธรรมไทยและสากล

จดุ ประสงคก ารเรียนรู

1. นักเรียนสามารถบรรยายส่งิ แวดลอ มและงานทัศนศลิ ปท ี่เลอื กมา โดยใชค วามรเู ร่ืองทัศน
ธาตแุ ละหลกั การออกแบบได (K)

2. นักเรยี นสามารถระบุและบรรยายเทคนิค วิธีการของศลิ ปน ในการสรางงานทัศนศลิ ปได
(K)

3. นกั เรยี นสามารถวิเคราะหแ ละบรรยายวิธีการใชท ัศนธาตแุ ละหลักการออกแบบในการ
สรา งงานทศั นศิลปของตนเองใหมคี ุณภาพได (K)

4. นกั เรียนสามารถสรา งงานทัศนศลิ ปอยางนอย 3 ประเภทได (P)
5. นักเรียนแสดงการผสมผสานวสั ดตุ างๆ ในการสรา งงานทศั นศลิ ปโ ดยใชหลกั การออกแบบ

ได (P)
6. นักเรยี นสามารถสรางงานทศั นศิลปทั้ง 2 มติ ิ และ 3 มิติ เพอ่ื ถา ยทอดประสบการณได (P)
7. นกั เรยี นสามารถสรางสรรคง านทศั นศิลป สอื่ ความหมายเปนเร่อื งราวโดยประยุกตใ ชทัศน

ธาตแุ ละหลกั การออกแบบได (P)
8. นกั เรียนสามารถวิเคราะหและอภิปรายรปู แบบเนอ้ื หา และคณุ คา ในงานทศั นศิลปข อง

ตนเองและผูอ่นื หรอื ของศิลปน ได (K)
9. นักเรียนสามารถปฏิบัติสรางสรรคงานทัศนศิลปเพอ่ื บรรยายเหตกุ ารณต า งๆ โดยใชเ ทคนิค

ทหี่ ลากหลายได (P)
10. นักเรยี นสามารถระบอุ าชพี ที่เก่ยี วขอ งกบั งานทศั นศลิ ปแ ละทักษะท่ีจําเปน ในการประกอบ

อาชีพน้ันๆ (K)
11. นักเรียนสามารถเลือกงานทศั นศิลปโ ดยใชเกณฑทกี่ าํ หนดขน้ึ อยางเหมาะสมและนําไปจัด

นิทรรศการได (P)
12. นกั เรยี นสามารถแสดงการอภปิ รายเกย่ี วกับงานทศั นศิลปที่สะทอนคุณคาของ

วฒั นธรรมได (P)

3

จุดประสงคการเรยี นรู (ตอ )

13. นักเรียนสามารถแสดงการเปรยี บเทียบความแตกตางของงานทศั นศิลปใ นแตละยคุ สมัย
ของวัฒนธรรมไทยและสากลได (K)

14. นกั เรยี นเห็นคณุ คา ของผลงานทศั นศิลปในแตละยุคสมยั (A)
15. นักเรียนมคี วามพงึ พอใจและช่ืนชมในการพัฒนางาน (A)

สาระสําคัญ

การสรา งสรรคง านทศั นศิลปต ามจินตนาการ เพ่อื ใหผูเรียนมีความคิดสรา งสรรค สามารถ
วเิ คราะห วพิ ากษ วิจารณ คุณคางานทศั นศิลป สามารถท่จี ะถายทอดความรสู ึกความคิดตองานศิลปะ
ไดอยา งอสิ ระ ตลอดจนเขาใจและเห็นคุณคาความสําคัญระหวา งทศั นศลิ ปก ับวฒั นธรรม ท่ีเปน มรดก
ทองถิ่น จนสามารถนาํ มาประยุกตและปรบั ใชใ นชีวิตประจาํ วนั

สาระการเรยี นรู

1. การวาดเสนจากการศกึ ษาธรรมชาติ
2. การวาดเสนพ้นื ฐานของทศั นศลิ ป
3. การสรางสรรคง านทัศนศิลป
4. อารมณและความรสู ึกกับงานศิลปะ
5. ศิลปน กับงานทัศนสิลป
6. การประกอบอาชีพทางทศั นศิลป
7. จิตรกรรม
8. ประตมิ ากรรม
9. ภาพพมิ พ
10. ส่ือผสม
11. การสรา งสรรคศ ิลปะจากวัสดุเหลือใช
12. การสรางสรรคศิลปะจากวสั ดุสําเร็จ
13. ศิลปะแบบเหมือนจรงิ
14. ศิลปะแบบกง่ึ เหมือนจรงิ ก่งึ นามธรรม
15. ศลิ ปะแบบนามธรรม
16. ศิลปะแบบจัดวาง
17. การใชเทคนิค วธิ ีการทห่ี ลากหลายสรา งงานทัศนศลิ ปเพ่อื ส่ือความหมาย
18. ศลิ ปะสะทอนการเมอื ง
19. ศลิ ปะกับสงครามและความขัดแยง
20. ศิลปะกับความคิดฝน

4

สาระการเรยี นรู (ตอ)

21. การจดั นทิ รรศการ
22. การเตรียมการออกแบบนิทรรศการ
23. วิวัฒนาการของศิลปะไทย
24. วิวฒั นาการของลัทธิศิลปะสากล

คาํ อธิบายรายวชิ า

ศึกษาบรรยายสิง่ แวดลอมและงานทศั นศิลปท่เี ลือกมา โดยใชความรูเ รอื่ งทัศนธาตุและ
หลกั การออกแบบ ระบแุ ละบรรยายเทคนคิ วธิ ีการของศิลปนในการสรางงานทศั นศิลป วิเคราะหแ ละ
บรรยายวิธกี ารใชท ัศนธาตุ และหลกั การในการสรา งงานทัศนศลิ ปของตนเองใหมีคุณภาพ มที ักษะใน
การสรา งงานทศั นศลิ ปอ ยางนอ ย 3 ประเภท มีลกั ษณะในการผสมผสานวัสดตุ างๆ ในการสรา งงาน
ทัศนศิลปโดยใชห ลกั การออกแบบ สรา งงานทศั นศิลปทง้ั 2 มิติ และ 3 มติ ิ เพอื่ ถายทอดประสบการณ
และจินตนาการ สรา งงานทัศนศิลป สอ่ื ความเปน เรอ่ื งราวโดยประยุกตใชทศั นธาตุและหลกั การ
ออกแบบ วเิ คราะห อภปิ รายรปู แบบเน้อื หา และคุณคาในงานทศั นศลิ ปข องตนเองและผูอนื่ หรอื ของ
ศลิ ปน สรางสรรคง านทศั นศิลปเพื่อบรรยายเหตุการณต างๆ โดยใชเทคนคิ ทีห่ ลากหลาย ระบอุ าชพี ท่ี
เกี่ยวขอ งกับงานทศั นศิลปและทกั ษะท่ีจาํ เปนในการประกอบอาชีพนน้ั ๆ เลือกงานทศั นศลิ ปโดยใช
เกณฑท ีก่ าํ หนดขึ้นอยา งเหมาะสมและนาํ ไปจัดนิทรรศการ ศกึ ษาและอภิปรายเกย่ี วกบั งานทัศนศิลปที่
สะทอนคณุ คาของวฒั นธรรม และเปรียบเทียบความแตกตางของงานทัศนศลิ ปในแตละยคุ สมยั ของ
วฒั นธรรมไทยและสากล

โดยใชท ักษะกระบวนการทางทัศนศิลป ในการสรา งและนาํ เสนอผลงานทัศนศิลป ตาม
ความถนัด ความสนใจ การเลือกใชว สั ดุ อุปกรณทีเ่ หมาะสม วจิ ารณผลงานตนเองและผูอืน่ ไดอยา ง
สรางสรรค จัดแสดงผลงานทางทัศนศิลป ท่ีตนสรา งสรรค โดยคดั เลือกงานทัศนศิลปจากเกณฑที่
กําหนดข้ึนอยา งเหมาะสม และสามารถประยกุ ตใชใ นชวี ติ ประจาํ วัน

เพอ่ื ใหเหน็ คณุ คางานทัศนศิลปท ่ีสะทอนวฒั นธรรมและความแตกตา งของทศั นศลิ ปแ ตละ
ยคุ สมยั ของวัฒนธรรมไทยและสากล
ตัวช้ีวัด

ศ 1.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5, ม.3/6, ม.3/7, ม.3/8, ม.3/9, ม.3/10,
ม.3/11

ศ 1.2 ม.3/1, ม.3/2
รวม 13 ตวั ช้ีวัด

5

ตารางโครงสรา งรายวิชา

กลมุ สาระการเรยี นรศู ิลปะ รายวิชา ทศั นศิลป 1.0 หนว ยกติ

รหสั วิชา ศ23101 ชนั้ มัธยมศึกษาปท ี่ 3 ปการศึกษา 2563 เวลา 40 ช่ัวโมง

หนว ยการเรยี นรู ชื่อหนว ยการเรยี นรู เวลา
ช่วั โมง

1. หลักการสรา งงาน 1. การวาดเสนจากการศกึ ษาธรรมชาติ 2
ทัศนศิลป 2. การวาดเสนพ้นื ฐานของทัศนศิลป 2
3. การสรางสรรคงานทศั นศลิ ป 2
6
2. เทคนิค วิธกี ารของ 1. อารมณและความรูสกึ กบั งานศิลปะ 1
ศลิ ปน ในการสรา ง 2. ศิลปน กบั งานทัศนศิลป 1
งานทศั นศลิ ป
3. การประกอบอาชพี ทางทัศนศิลป 1

3. การสรา งงาน 1. จิตรกรรม 3
ทัศนศิลป 2. ประตมิ ากรรม
3. ภาพพมิ พ 2
4. สอ่ื ผสม
2
4. การออกแบบ 1. การสรา งสรรคศิลปะจากวัสดุเหลือใช 2
สรา งสรรค 2. การสรา งสรรคศ ิลปะจากวัสดุสาํ เร็จ 2

5. การสรา งงาน 2 มิติ 1. ศลิ ปะแบบเหมอื นจริง 8
และ 3 มิติ 2. ศลิ ปะแบบกงึ่ เหมือนจรงิ กง่ึ นามธรรม 2
2
3. ศิลปะแบบนามธรรม 4
4. ศิลปะแบบจดั วาง
1

1

1
2
5

6

ตารางโครงสรางรายวชิ า (ตอ) ชื่อหนวยการเรียนรู เวลา
ช่วั โมง
หนว ยการเรียนรู

6. สรางงานทัศนศิลป 1. การใชเทคนคิ วธิ ีการท่หี ลากหลายสรางงาน 2
สอ่ื ความหมาย ทัศนศิลปเพื่อสือ่ ความหมาย
2
2. ศิลปะสะทอนการเมอื ง 2
2
3. ศลิ ปะกบั สงครามและความขัดแยง 8
2
4. ศิลปะกับความคดิ ฝน 2
4
7. การจดั นิทรรสการ 1. การจดั นิทรรศการ 1
ผลงานทศั นศิลป 2. การเตรยี มการออกแบบนทิ รรศการ 1
2
8. ววิ ฒั นาการของศลิ ปะ 1. ววิ ัฒนาการของศลิ ปะไทย
ไทยและสากล 40
2. ววิ ัฒนาการของศลิ ปะสากล

รวม

7

แผนการเรยี นรูรายหนว ย

8

หนว ยท่ี 1
หลกั การสรางงานทัศนศิลป

9

แผนการจัดการเรียนรู

สาระการเรยี นรู ศลิ ปะ รายวชิ า ทัศนศลิ ป

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 3 ภาคเรียนที่ 1 ปการศกึ ษา 2563

หนว ยการเรียนรทู ี่ 1 หลกั การสรางงานทัศนศลิ ป เวลา 6 ชัว่ โมง

หนว ยยอ ยที่ 1 การวาดเสนจากการศกึ ษาธรรมชาติ

หนว ยยอ ยท่ี 2 การวาดเสนพนื้ ฐานของทศั นศลิ ป

หนวยยอยที่ 3 การสรางสรรคง านทัศนศิลป
มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชีว้ ดั

มาตรฐานการเรียนรู

มฐ.ศ 1.1 สรา งสรรคงานทัศนศลิ ปต ามจนิ ตนาการและความคดิ สรา งสรรค วิเคราะห

วพิ ากษว ิจารณ คุณคางานทศั นศลิ ปถายทอดความรูสึกความคิดตอ ทัศนศิลป

อยางอสิ ระช่ืนชม และประยกุ ตใ ชในชวี ิตประจาํ วนั

ตัวชี้วัด

ม.3/1 บรรยายสงิ่ แวดลอ มและงานทัศนศลิ ปท่ีเลือกมา โดยใชความรเู ร่ือง

ทัศนธาตุและหลกั การออกแบบ

จุดประสงคการเรียนรู

1. นกั เรยี นสามารถบรรยายสิ่งแวดลอมและงานทศั นศิลปท่ีเลอื กมา โดยใชค วามรเู รือ่ งทัศน

ธาตุและหลักการออกแบบได (K)

2. นักเรียนมีความพงึ พอใจและช่นื ชมในการพัฒนางาน (A)

สาระสําคัญ

การวาดเสน เปนวิธกี ารถา ยทอดการแสดงแกเบ้อื งตน ของผสู รางสรรคท ัศนศลิ ปและการ

ออกแบบ โดยการสรางจากรูปทเี่ ห็นภายนอก หรือสิ่งท่ีคิดฝน จนิ ตนาการขนึ้ โดยเทคนิคพืน้ ฐาน หรือ

การคดิ คน กระบวนการใหมๆสะทอนอารมณแลว พฒั นาใหสมบูรณใ นท่ีสุด

สาระการเรยี นรู

1. การวาดเสนจากการศึกษาธรรมชาติ

2. การวาดเสน พื้นฐานของทัศนศลิ ป

3. การสรา งสรรคง านทศั นศลิ ป

คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค

1. ใฝค วามรู

2. มุง ม่นั ในการทาํ งาน

10

สมรรถนะสาํ คัญของผูเ รียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป ญ หา
4. ความสามารถในการใชทกั ษะชีวิต

ทกั ษะของผูเรยี นในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C + 2L)
1. ทักษะการอานเขยี น (Writing)
2. ทกั ษะการเปลี่ยนแปลง (Change)
3. ทักษะการเรยี นรู (Learning Skills)

ช้นิ งานหรอื ภาระงาน (หลกั ฐาน/รองรอยแสดงความรู)
1. ใบงานท่ี 1 เรอ่ื ง การวาดเสนพืน้ ฐาน
2. งานช้นิ ท่ี 1 ใหผูเรียนฝกการวาดเสน จากธรรมชาติ
3. งานชิ้นท่ี 2 การวาดเสนพื้นฐานทศั นศิลป
4. งานช้ินท่ี 3 ใหผูเรียนสรา งสรรคงานทศั นศลิ ปโ ดยวาดเสนตามจินตนาการโดยอิสระ

การจัดกิจกรรมการเรียนรู
รูปแบบการเรียนรู Learning Style
ชว่ั โมงที่ 1 หนว ยยอยที่ 1 การวาดเสน จากการศึกษาธรรมชาติ (คาบที่ 1)
ขั้นนาํ
ผูสอนแจงวัตถุประสงคบทเรยี นและทําการเกรนิ่ กอนเขา เนอ้ื หาบทเรยี น
ข้ันนาํ เสนอบทเรยี น
ผูสอนทําการนําเสนอเนอ้ื หาสาระความเปนมาของ การวาดเสนจากการศกึ ษาธรรมชาติ

และเปดผลงานตัวอยางจาก Power Point มีตัวอยา งผลงานใหผูเ รียนไดด ปู ระกอบใหผูเรียนเขาใจ
และทําการสรปุ เนอื้ หา

ขน้ั ปฏิบตั ติ ามแบบ
ผูสอนทาํ การสาธิตการวาดเสน ใหดูและผูสอนทาํ การสอบถามผูเรียน ใหผเู รยี น

คดิ แลว ตอบคําถามท่ผี ูสอนไดต ้ังคาํ ถามไว
ขนั้ ปฏิบัตภิ ายใตก ารกาํ กบั ของผชู ีแ้ นะ
ผูสอนแจกใบงานท่ี 1 ใหผเู รียนลงมอื ปฏิบัตภิ ายในเวลากําหนด และมอบหมายงานช้ินท่ี

2 ใหผ เู รียนฝก การวาดเสนจากธรรมชาติ โดยมีผูสอนคอยใหคําแนะนําหากผูเรยี นไมเ ขาใจ

11

ขน้ั การฝก ปฏิบตั อยางอสิ ระ
หลังจากแจกใบงาน ผูสอนจะทาํ การปลอ ยใหผูเรยี นปฏบิ ตั ิอยา งอสิ ระ หลังจาก ผเู รียน

ทาํ เสร็จ ผูสอนทําการตรวจความถกู ตอ งของงานท่ผี เู รยี นปฏิบตั ิ
ชัว่ โมงท่ี 2 หนว ยยอยท่ี 2 การวาดเสน พ้นื ฐานของทศั นศลิ ป (คาบท่ี 2)
ขนั้ นํา
ผสู อนแจง วตั ถุประสงคบ ทเรียนและทําการเกริ่นกอนเขาเนอ้ื หาบทเรียน
ขนั้ นําเสนอบทเรยี น
ผูส อนทําการนาํ เสนอเนื้อหาสาระความเปน มาของการวาดเสนพ้ืนฐานของทศั นศิลปและ

เปดผลงานตวั อยา งจาก Power Point มตี ัวอยางผลงานใหผเู รยี นไดดูประกอบใหผ ูเรยี นเขาใจและ
ทําการสรุปเนอื้ หา

ขนั้ ปฏิบตั ติ ามแบบ
ผูสอนสาธิตการวาดเสน พื้นฐานของทศั นศลิ ปและใหผเู รยี นลองทําตามและผูสอนทาํ การ

สอบถามผเู รยี น ใหผูเรยี นคดิ แลวตอบคําถามท่ีผสู อนไดต้งั คาํ ถามไว
ขน้ั ปฏบิ ัติภายใตการกาํ กบั ของผชู แี้ นะ
ผสู อนใหผเู รียนลงมอื ปฏิบัตใิ หนักเรยี นฝกการวาดเสน พนื้ ฐานของทัศนศลิ ปโ ดยมผี ูสอน

คอยใหค ําแนะนาํ หากผูเ รียนไมเขาใจ
ขนั้ การฝก ปฏิบัติอยา งอิสระ
หลงั จากผูเรียนลงมอื ปฏบิ ตั ดิ วยตนเอง ไดถ ูกตองแลว ผสู อนจะทาํ การปลอยใหผูเ รียน

ปฏิบัติอยางอสิ ระหลงั จากผูเรียนทาํ เสร็จ ผูสอนทําการตรวจความถกู ตอ งของงานทผ่ี เู รียนปฏิบัติ
ช่ัวโมงท่ี 3 หนว ยยอ ยที่ 3 การสรางสรรคงานทศั นศลิ ป (คาบที่ 3)
ขัน้ นาํ
ผูส อนแจงวัตถปุ ระสงคบทเรียนและทาํ การเกรน่ิ กอ นเขา เนื้อหาบทเรียน
ขั้นนําเสนอบทเรยี น
ผสู อนทําการนาํ เสนอเน้ือหาสาระความเปนมาของ การสรางสรรคงานทศั นศิลป

และเปด ผลงานตวั อยางจาก Power Point มีตัวอยางผลงานใหผ ูเ รียนไดดปู ระกอบใหผเู รยี นเขาใจ
และทําการสรุปเนื้อหา

ข้นั ปฏบิ ัติตามแบบ
ผูสอนสาธิตการสรา งสรรคง านทัศนศลิ ปและใหผูเรยี นลองทําตามและผูส อนทําการ

สอบถามผเู รียน ใหผูเรยี นคดิ แลว ตอบคําถามที่ผสู อนไดต ั้งคาํ ถามไว

12

ขนั้ ปฏบิ ัติภายใตการกํากับของผชู ี้แนะ

ผูส อนใหผูเรียนลงมือปฏิบตั ใิ หนักเรียนสรา งสรรคง านทัศนศลิ ปโ ดยวาดเสน ตาม

จินตนาการโดยอิสระโดยมผี ูส อนคอยใหคําแนะนาํ หากผูเรยี นไมเขาใจ

ขนั้ การฝกปฏบิ ัตอิ ยางอสิ ระ

หลงั จากผเู รียนลงมือปฏิบัตดิ ว ยตนเอง ไดถูกตอ งแลว ผสู อนจะทาํ การปลอ ยใหผเู รียน

ปฏบิ ตั ิอยางอสิ ระหลังจากผูเรยี นทาํ เสร็จ ผูสอนทําการตรวจความถูกตองของงานท่ีผเู รยี นปฏบิ ตั ิ

ส่ือการสอน

รายการสอ่ื จํานวน สภาพการใชสอ่ื

1. สอ่ื Power Point 3 ชุด ขน้ั สรางความรู

2. ใบงาน เรือ่ ง การวาดเสนพ้ืนฐาน 1 ชุด ขั้นปฏบิ ัติ

3. อปุ กรณ สําหรบั ทํางาน เชน กระดาษ ดินสอ ยางลบ ขน้ั ปฏิบตั ิ

แหลงการเรียนรใู นหรอื นอกสถานที่

1. Internet

2. หอ งสมุด

การวัดและประเมนิ ผล

จุดประสงคการเรยี นรู วธิ วี ัด เครอ่ื งมอื วดั เกณฑก ารใหค ะแนน เกณฑการประเมิน

หรือส่ิงทตี่ องการจะวดั

และประเมินผล

ใบงานที่ 1 ตรวจ แบบประเมนิ 16 - 20 = ดีมาก ผา นเกณฑระดับดี

เรื่อง การวาดเสน พน้ื ฐาน ใบงาน ผลงาน 11 - 15 = ดี ขน้ึ ไป

6 - 10 = พอใช

0 - 5 = ปรบั ปรุง

งานชน้ิ ที่ 1 ตรวจ แบบประเมิน 16 - 20 = ดมี าก ผา นเกณฑร ะดบั ดี
ใหผเู รยี นฝก การวาดเสน ช้นิ งาน ผลงาน 11 - 15 = ดี ขึ้นไป
จากธรรมชาติ 6 - 10 = พอใช
0 - 5 = ปรับปรงุ ผา นเกณฑร ะดบั ดี
งานชิ้นที่ 2 ขึน้ ไป
การวาดเสนพ้นื ฐาน ตรวจ แบบประเมิน 16 - 20 = ดมี าก
ทศั นศิลป ช้ินงาน ผลงาน 11 - 15 = ดี

6 - 10 = พอใช
0 - 5 = ปรบั ปรงุ

13

การวดั และประเมินผล (ตอ)

จุดประสงคการเรยี นรู วิธวี ดั เคร่ืองมอื วดั เกณฑก ารใหค ะแนน เกณฑก ารประเมิน

หรือส่ิงท่ตี อ งการจะวดั

และประเมินผล

งานชนิ้ ที่ 3 ตรวจ แบบประเมนิ 16 - 20 = ดมี าก ผานเกณฑร ะดบั ดี

ใหผสู รางสรรคงาน ชิ้นงาน ผลงาน 11 - 15 = ดี ข้นึ ไป

ทศั นศิลปโดยวาดเสนตาม 6 - 10 = พอใช

จนิ ตนาการโดยอิสระ 0 - 5 = ปรบั ปรงุ

การวัดและประเมนิ ผล คุณลักษณะอนั พึงประสงค เกณฑก ารใหค ะแนน เกณฑการ
ประเมิน
คณุ ลกั ษะอนั พึง วิธีวัด เครื่องมอื วัด ผา นเกณฑ
ประสงค ระดับพอใช

1. ใฝค วามรู สังเกตุ แบบสงั เกตุ ดมี าก = พฤตกิ รรมการ ผานเกณฑ
2. มุงม่นั ในการ พฤติกรรมใน พฤติกรรม ปฏิบัติชัดเจนสม่ําเสมอ ระดับพอใช
การปฏิบตั ิ การปฏิบตั ิ ดี = พฤตกิ รรมการปฏิบัติ
ทํางาน บอยคร้งั
สังเกตุ แบบสงั เกตุ พอใช = พฤตกิ รรมการ
พฤตกิ รรมใน พฤติกรรม ปฏิบัติบางคร้ัง
การปฏบิ ตั ิ การปฏิบัติ ปรบั ปรงุ = พฤติกรรมท่ไี ม
ทําการปฏิบตั ิ

ดมี าก = พฤติกรรมการ
ปฏิบตั ิชัดเจนสม่าํ เสมอ
ดี = พฤติกรรมการปฏบิ ัติ
บอยคร้งั
พอใช = พฤติกรรมการ
ปฏบิ ตั ิบางคร้ัง
ปรับปรุง = พฤติกรรมทไี่ ม
ทาํ การปฏิบตั ิ

14

สมรรถนะสาํ คัญ วธิ ีวดั เครื่องมอื เกณฑก ารใหคะแนน เกณฑก าร
ประเมนิ
ของผเู รยี น วัด

1.ความสามารถ แบบ แบบ ดมี าก = พฤติกรรมการปฏบิ ัติชัดเจน ผา นเกณฑ
ในการสอ่ื สาร ประเมิน ประเมิน สม่าํ เสมอ ระดับพอใช

สมรรถนะ ดี = พฤติกรรมการปฏิบัติบอ ยคร้งั

สําคญั ของ พอใช = พฤติกรรมการปฏบิ ตั ิบางครัง้
ผเู รียน ปรบั ปรุง = พฤตกิ รรมทีไ่ มท าํ การ

ปฏบิ ตั ิ

2.ความสามารถ แบบ แบบ ดมี าก = พฤตกิ รรมการปฏบิ ัตชิ ดั เจน ผานเกณฑ
ระดับพอใช
ในการคิด ประเมนิ ประเมนิ สมาํ่ เสมอ

สมรรถนะ ดี = พฤติกรรมการปฏิบัติบอ ยครง้ั

สําคญั ของ พอใช = พฤติกรรมการปฏบิ ัตบิ างครง้ั

ผูเรียน ปรับปรุง = พฤตกิ รรมทีไ่ มท าํ การ

ปฏิบัติ

3.ความสามารถ แบบ แบบ ดมี าก = พฤตกิ รรมการปฏิบตั ชิ ัดเจน ผา นเกณฑ
ในการแกปญหา ประเมนิ ประเมิน สม่ําเสมอ ระดับพอใช

สมรรถนะ ดี = พฤตกิ รรมการปฏบิ ัติบอยครัง้

สําคญั ของ พอใช = พฤตกิ รรมการปฏบิ ตั ิบางครั้ง

ผเู รยี น ปรับปรุง = พฤติกรรมทีไ่ มทําการ
ปฏบิ ัติ

4.ความสามารถ แบบ แบบ ดีมาก = พฤตกิ รรมการปฏิบัติชัดเจน ผา นเกณฑ
ในการใชทักษะ ประเมนิ ประเมิน สม่ําเสมอ ระดับพอใช
ชวี ติ สมรรถนะ ดี = พฤติกรรมการปฏบิ ตั ิบอยครง้ั

สําคญั ของ พอใช = พฤตกิ รรมการปฏบิ ัติบางครงั้

ผเู รยี น ปรับปรุง = พฤติกรรมที่ไมท าํ การ

ปฏิบัติ

15

ทกั ษะของ วิธวี ดั เครอื่ งมือวดั เกณฑการใหคะแนน เกณฑ
ผเู รียนใน การ
ศตวรรษที่ 21 ประเมิน

1. ทกั ษะการ แบบ แบบประเมิน ดีมาก = พฤตกิ รรมการปฏิบตั ชิ ัดเจน ผาน
อา นเขียน ประเมนิ ทักษะของ สมา่ํ เสมอ เกณฑ
(Writing) ผเู รียนใน ดี = พฤตกิ รรมการปฏิบัตบิ อ ยครั้ง ระดบั
แบบ ศตวรรษที่ 21 พอใช = พฤติกรรมการปฏบิ ตั ิ พอใช
2. ทกั ษะการ ประเมนิ บางครงั้
เปล่ยี นแปลง แบบประเมนิ ปรับปรงุ = พฤติกรรมทีไ่ มทาํ การ ผา น
(Change) แบบ ทักษะของ ปฏิบตั ิ เกณฑ
ประเมิน ผเู รียนใน ระดบั
3. ทักษะการ ศตวรรษที่ 21 ดีมาก = พฤติกรรมการปฏิบัตชิ ัดเจน พอใช
เรยี นรู สมาํ่ เสมอ
(Learning แบบประเมนิ ดี = พฤติกรรมการปฏบิ ัตบิ อยครั้ง ผา น
Skills) ทกั ษะของ พอใช = พฤติกรรมการปฏิบตั ิ เกณฑ
ผูเรียนใน บางครั้ง ระดบั
ศตวรรษท่ี 21 ปรับปรุง = พฤติกรรมทไี่ มทาํ การ พอใช
ปฏิบัติ

ดมี าก = พฤตกิ รรมการปฏิบตั ิชดั เจน
สมํา่ เสมอ
ดี = พฤติกรรมการปฏบิ ตั ิบอยครั้ง
พอใช = พฤตกิ รรมการปฏบิ ัติ
บางคร้ัง
ปรับปรุง = พฤติกรรมท่ไี มท ําการ
ปฏิบตั ิ

กิจกรรมเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

16

บนั ทกึ ผลหลังการสอน คน
สรปุ ผลการเรยี นการสอน

นกั เรยี นทัง้ หมดจํานวน

จดุ ประสงค จาํ นวนนักเรียนทีผ่ าน จาํ นวนนกั เรยี นท่ีไมผ าน
การเรยี นรขู อ ที่
จํานวนคน รอ ยละ จํานวนคน รอยละ

ปญ หา/อุปสรรค/แนวทางแกไข
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขอ เสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอื่ ................................................................
()

ตําแหนง ครู วิทยฐานะ .......................................

ลงช่อื .......................................................... หัวหนากลุมสาระการเรียนรู
()

ลงชือ่ .......................................................... รองผูอ ํานวยการกลุมบริหารวิชาการ
()

17

ความเห็นของหัวหนา สถานศึกษา

ไดท าํ การตรวจแผนการเรียนรขู อง...............................................................แลวมีความคดิ เหน็ ดงั น้ี

1. เปนแผนการจัดการเรยี นรทู ี่

 ดีมาก  ดี  พอใช  ควรปรับปรุง

2. การจดั กิจกรรมไดนาํ เอากระบวนการเรียนรู

 เนนผเู รยี นเปนสําคัญมาใชในการสอนไดอ ยางเหมาะสม

 ยงั ไมเ นนผเู รียนเปน สําคญั ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

3. ขอเสนอแนะอ่ืนๆ

………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื ............................................................................
()

ผอู าํ นวยการโรงเรยี น…………………………………………………………..

18

ใบงานท่ี 1

เรื่อง การวาดเสน พน้ื ฐาน
ช่ือ - นามสกลุ ………………………………………………………………………........หอ ง……………เลขท่ี……………....
คําช้ีแจง การวาดเสน ในภาพนที้ าํ ใหผูเรยี นเกิดความคิดหรือความรูสกึ อยา งไร เพราะเหตุใด

………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………

19

ปฏิบตั ิในช้นั เรยี น

งานชิ้นท่ี 1 ใหผ ูเรยี นฝก การวาดเสนจากธรรมชาติ
งานชน้ิ ท่ี 2 การวาดเสนพนื้ ฐานทศั นศิลป
งานชิ้นท่ี 3 ใหผ ูเรยี นสรา งสรรคง านทศั นศลิ ปโ ดยวาดเสน ตามจนิ ตนาการโดยอิสระ

20

แบบประเมนิ สมรรถนะสําคญั ของผูเ รยี น

ชอื่ -สกลุ นกั เรียน………………………………………………………………………หอง……………เลขที…่ …………

คําชี้แจง การบันทกึ ใหก าเครอื่ งหมาย ลงในชอ งทตี่ รงกบั พฤติกรรมทีเ่ กดิ ขนึ้ จริง

คุณลักษณะอนั พงึ รายการประเมิน ระดบั คะแนน

ประสงคด า น 3 2 10

1. รักชาติ มีจิตใจรกั ชาติบา นเมือง

2. ซอ่ื สัตยสจุ ริต ซอื่ สัตยต อความคิดของตนเอง

ไมค ดโกงในการทํางาน

3. มีวนิ ยั เขาเรยี นตรงเวลา

แตง กายเรียบรอย

ปฏบิ ัตติ ามกฎของหอ งเรียน

4. ใฝความรู แสวงหาขอมลู จากแหลงเรยี นรตู าง ๆ

มีการจดบันทกึ ความรู อยา งเปนระบบ

สรปุ ความรูไดอ ยา งมีเหตผุ ล

5. มงุ มน่ั ในการ ตัง้ ใจ และพยายามในการทํางานทไ่ี ดรบั มอบหมาย

ทาํ งาน อดทนและไมยอ ทอตอ อุปสรรค เพือ่ ที่จะใหงานสาํ เรจ็

6. รกั ความเปนไทย มจี ติ ใจรักในความเปน ไทย

ลงชอื่ ………………………………………………………………ผปู ระเมนิ

()

…………………/………………………………………/………………

เกณฑการใหคะแนน

พฤติกรรมการปฏิบตั ิชัดเจนสม่ําเสมอ ให 3 คะแนน

พฤติกรรมการปฏิบัติบอ ยครง้ั ให 2 คะแนน

พฤตกิ รรมการปฏิบัติบางคร้ัง ให 1 คะแนน

พฤติกรรมที่ไมท าํ การปฏบิ ัติ ให 0 คะแนน

ระดับคุณภาพ เกณฑการตัดสนิ

ดีมาก ไดคะแนนรวมระหวา ง 21 – 30 คะแนน

ดี ไดค ะแนนรวมระหวาง 15 – 20 คะแนน

พอใช ไดคะแนนรวมระหวา ง 10 – 15 คะแนน

ปรบั ปรุง ไดค ะแนนรวมระหวา ง 0 – 5 คะแนน

21

คาํ ชีแ้ จง การบนั ทกึ ให้กาเครื่องหมาย ลงในช่องท่ตี รงกบั พฤติกรรมทเ่ี กิดขนึ ้ จริง

สมรรถนะของผูเรยี น รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
3 2 10

1. ความสามารถในการสื่อสาร มคี วามสามารถในการส่อื สารท่ีดี

2. ความสามารถในการคิด มีความสามารถในการคิดวิเคราะห สังเคราะห

สามารถคิดอยา งมวี ิจารณญาณ

มคี วามสามารถในการสรางองคค วามรู

ตัดสินใจแกป ญ หาเก่ยี วกบั ตนเองไดอ ยาง

เหมาะสม

3. ความสามารถในการ เรยี นรูดว ยตนเองไดเหมาะสมตามวยั

แกป ญหา นําความรูท ี่ไดไปใชป ระโยชนใ นชวี ิตประจําวัน

จดั การปญ หาและความขัดแยงไดอยา ง

เหมาะสม

หลกี เลยี งพฤติกรรมไมพงึ ประสงคท่สี ง ผล

กระทบตอ ตนเอง

ลงชอ่ื ………………………………………………………………ผูประเมิน

()

เกณฑการใหคะแนน …………………/………………………………………/………………

พฤตกิ รรมการปฏบิ ัติชัดเจนสมํ่าเสมอ ให 3 คะแนน

พฤตกิ รรมการปฏิบัติบอยคร้งั ให 2 คะแนน

พฤติกรรมการปฏบิ ัตบิ างครั้ง ให 1 คะแนน

พฤติกรรมท่ีไมทาํ การปฏิบัติ ให 0 คะแนน

ระดับคณุ ภาพ เกณฑการตัดสนิ

ดีมาก ไดค ะแนนรวมระหวาง 21 – 30 คะแนน

ดี ไดคะแนนรวมระหวาง 15 – 20 คะแนน

พอใช ไดคะแนนรวมระหวา ง 10 – 15 คะแนน

ปรบั ปรงุ ไดค ะแนนรวมระหวาง 0 – 5 คะแนน

22

แบบประเมินทักษะของผูเรยี นในศตวรรษท่ี 21

ชื่อ-สกลุ นกั เรียน………………………………………………………………………หอ ง……………เลขที่……………

คาํ ชีแ้ จง การบนั ทกึ ให้กาเครื่องหมาย ลงในชอ่ งทีต่ รงกบั พฤติกรรมทีเ่ กิดขนึ ้ จริง

ทักษะของผเู รียนในศตวรรษท่ี 21 ระดบั คะแนน

3210

1. ทักษะการคิดคํานวณ (Arithmetic)

2. ทักษะดา นความเขา ใจตางวัฒนธรรมตา งกระบวนทัศน (Cross-

cultural)

3. ทักษะการเรยี นรู (Learning Skills)

ลงช่ือ………………………………………………………………ผูป ระเมิน

()

…………………/………………………………………/………………

เกณฑก ารใหค ะแนน

พฤตกิ รรมการปฏบิ ัตชิ ัดเจนสมํ่าเสมอ ให 3 คะแนน

พฤตกิ รรมการปฏบิ ัตบิ อ ยครง้ั ให 2 คะแนน

พฤตกิ รรมการปฏบิ ัตบิ างครั้ง ให 1 คะแนน

พฤติกรรมทีไ่ มทําการปฏิบัติ ให 0 คะแนน

ระดับคุณภาพ เกณฑก ารตัดสนิ

ดีมาก ไดคะแนนรวมระหวาง 21 – 30 คะแนน

ดี ไดค ะแนนรวมระหวาง 15 – 20 คะแนน

พอใช ไดค ะแนนรวมระหวาง 10 – 15 คะแนน

ปรบั ปรงุ ไดคะแนนรวมระหวาง 0 – 5 คะแนน

23

แบบประเมนิ ใบงาน

ชอื่ -สกลุ นกั เรียน………………………………………………………………………หอ ง……………เลขท…ี่ …………

คําชีแ้ จง ใหผปู ระเมินไดล งคะแนนตามจรงิ

รายการประเมิน คาํ อธิบายระดับคุณภาพ/ ระดบั คะแนน

ดี (3) พอใช (2) ปรบั ปรงุ (1)

รวม

ลงชอ่ื ………………………………………………………………ผูประเมนิ

()

…………………/………………………………………/………………

เกณฑก ารใหค ะแนน

5 คะแนน = เขยี นประโยคสมบูรณม คี วามสอดคลองและความหมายที่กาํ หนดให

3 คะแนน = เขยี นประโยคสมบรู ณเ ลก็ นอ ยสอดคลอ งกบั เนือ้ หาบางสวน

1 คะแนน = เขียนประโยคไมส อดคลอง

ระดบั คุณภาพ เกณฑการตัดสิน

ดมี าก ไดคะแนนรวมระหวา ง 7 – 10 คะแนน

ดี ไดค ะแนนรวมระหวา ง 4 – 6 คะแนน

ปรบั ปรุง ไดค ะแนนรวมระหวาง 0 – 3 คะแนน

24

หนวยท่ี 2
การสรางงานทศั นศิลป

25

แผนการจดั การเรยี นรู

สาระการเรียนรู ศลิ ปะ รายวิชา ทศั นศิลป

ช้ันมัธยมศึกษาปท ่ี 3 ภาคเรียนท่ี 1 ปก ารศึกษา 2563

หนว ยการเรียนรทู ี่ 2 การสรา งงานทัศนศลิ ป เวลา 8 ชว่ั โมง

หนวยยอ ยท่ี 1 จิตรกรรม

หนว ยยอ ยท่ี 2 ประตมิ ากรรม

หนวยยอยท่ี 3 ภาพพมิ พ
หนว ยยอยท่ี 4 สื่อผสม

มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชีว้ ดั

มาตรฐานการเรียนรู

มฐ.ศ 1.1 สรา งสรรคงานทัศนศิลปต ามจนิ ตนาการและความคดิ สรา งสรรค วเิ คราะห

วพิ ากษวิจารณ คณุ คา งานทัศนศิลปถายทอดความรูสึกความคิดตอทัศนศิลป

อยา งอสิ ระชื่นชม และประยกุ ตใชใ นชวี ติ ประจาํ วัน

ตัวชี้วดั

ม.3/4 มีทกั ษะในการสรางสรรคง านทัศนศิลปอ ยางนอ ย 3 ประเภท

จดุ ประสงคการเรียนรู

1. นกั เรยี นสามารถบรรยายและระบเุ ทคนิค วธิ กี ารของศิลปน ในการสรางงานทัศนศลิ ปไ ด (K)

2. นกั เรยี นสามารถสรางงานทศั นศิลปอ ยางนอย 3 ประเภทได (P)

3. นกั เรียนมีความพงึ พอใจและช่ืนชมในการพัฒนางาน (A)

สาระสําคญั

ทักษะ เปน ส่งิ สําคญั ในการสรางสรรคงานตา งๆ เปน ความรู ความสามารถ ที่สามารถฝกฝน

เรียนรไู ดห ากฝกฝนมากกจ็ ะมีความเชีย่ วชาญมากยงิ่ ขน้ึ

สาระการเรียนรู

1. จิตรกรรม

2. ประตมิ ากรรม

3. ภาพพิมพ

4. ส่อื ผสม

คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค

1. ใฝค วามรู

2. มงุ มั่นในการทาํ งาน

26

สมรรถนะสําคัญของผเู รยี น
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป ญหา
4. ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ิต

ทักษะของผเู รยี นในศตวรรษที่ 21 (3R 8C + 2L)
1. ทกั ษะการอา น เขียน (Writing)
2. ทกั ษะการเปลย่ี นแปลง (Change)
3. ทักษะการเรียนรู (Learning Skills)

ชิ้นงานหรอื ภาระงาน (หลกั ฐาน/รองรอยแสดงความรู)
1. งานชน้ิ ที่ 1 ใหผูเรียนสรา งงานจติ รกรรมดวยเทคนิคสีโปสเตอร ขนาด A4 หวั ขอ อิสระ
2. งานช้ินท่ี 2 ใหผูเรียนสรา งงานประติมากรรมดวยดินเหนยี ว หัวขอ สตั ว
3. งานช้นิ ท่ี 3 ใหผ เู รยี นสรางงานภาพพมิ พเทคนิค แมพมิ พยาง (Linocut) หัวขอ ธรรมชาติ
4. งานชิ้นที่ 4 ใหผูเรียนสรางสรรคง านดว ยเทคนิคสื่อผสม ขนาด A2 หวั ขอ อสิ ระ

การจัดกิจกรรมการเรียนรู
รูปแบบการเรียนรู Learning Style
ชว่ั โมงที่ 1 หนว ยยอ ยท่ี 1 จติ รกรรม (คาบที่ 1)
ขนั้ นํา
ผูสอนแจง วตั ถปุ ระสงคบ ทเรยี นและทําการเกร่นิ กอนเขา เน้ือหาบทเรียน
ข้ันนาํ เสนอบทเรยี น
ผูสอนทําการนาํ เสนอเนื้อหาสาระความเปนมาของงานจติ รกรรม และเปดผลงานตัวอยาง

จาก Power Point มีตวั อยา งผลงานใหผเู รยี นไดดปู ระกอบใหผเู รยี นเขาใจและทําการสรปุ เนือ้ หา
ขั้นปฏบิ ตั ติ ามแบบ
ผูสอนทําการสาธติ การลงสีใหด ูและผูสอนทาํ การสอบถามผูเรียน ใหผูเรยี น

คิดแลวตอบคําถามท่ผี ูสอนไดตัง้ คาํ ถามไว
ขน้ั ปฏิบัติภายใตการกาํ กับของผูชแี้ นะ
ผูสอนแจกกระดาษ ใหผ ูเ รียนลงมอื ปฏิบตั ิ โดยมีผูส อนคอยใหคําแนะนําหากผเู รียนไม

เขา ใจ
ข้นั การฝก ปฏบิ ัตอยา งอิสระ
ผูสอนจะทําการปลอ ยใหผเู รียนปฏบิ ัตอิ ยา งอสิ ระ หลงั จาก ผูเรียนทาํ เสรจ็ ผูสอนทาํ การ

ตรวจความถกู ตอ งของงานทผี่ เู รยี นปฏิบัติ

27

ชั่วโมงท่ี 2 หนว ยยอยท่ี 2 ประติมากรรม (คาบท่ี 2)
ขน้ั นํา

ผูส อนแจง วตั ถปุ ระสงคบทเรยี นและทาํ การเกริน่ กอ นเขา เนื้อหาบทเรียน
ขนั้ นาํ เสนอบทเรียน

ผูส อนทําการนําเสนอเนือ้ หาสาระความเปนมาของงานประตมิ ากรรม และมีตัวอยา ง
ผลงานใหผ ูเรยี นไดดูประกอบใหผเู รียนเขา ใจและทาํ การสรปุ เนอ้ื หา

ขัน้ ปฏบิ ัติตามแบบ
ผูสอนสาธิตการนวดดนิ การขึน้ รปู ปนรูปสตั วและใหผูเรยี นลองทาํ ตามและผูสอนทาํ

การสอบถามผเู รียน ใหผูเรยี นคดิ แลว ตอบคาํ ถามท่ผี ูสอนไดต งั้ คาํ ถามไว
ขั้นปฏิบัติภายใตการกํากับของผชู ้ีแนะ
ผูส อนใหผูเ รียนลงมอื ปฏบิ ตั กิ ารปนดวยดินเหนียว โดยมีผสู อนคอยใหคาํ แนะนําหาก

ผูเรียนไมเขา ใจ
ข้ันการฝกปฏบิ ตั ิอยางอสิ ระ
หลังจากผูเรียนลงมอื ปฏิบตั ดิ วยตนเอง ไดถ ูกตองแลว ผูส อนจะทาํ การปลอ ยใหผูเรียน

ปฏบิ ตั อิ ยา งอสิ ระหลังจากผูเรียนทาํ เสร็จ ผูสอนทําการตรวจความถกู ตอ งของงานท่ผี ูเรยี นปฏิบตั ิ
ชั่วโมงท่ี 3 หนว ยยอยท่ี 3 ภาพพมิ พ (คาบที่ 3)
ขั้นนาํ
ผูสอนแจงวัตถุประสงคบ ทเรียนและทาํ การเกรน่ิ กอ นเขา เน้อื หาบทเรยี น
ข้นั นําเสนอบทเรียน
ผูสอนทําการนาํ เสนอเน้ือหาสาระความเปนมาของงานภาพพมิ พและเปดผลงานตัวอยา ง

จาก Power Point มตี วั อยา งผลงานใหผเู รียนไดดูประกอบใหผเู รยี นเขาใจและทาํ การสรปุ เนือ้ หา
ขน้ั ปฏบิ ตั ิตามแบบ
ผูสอนสาธติ การแกะภาพพิมพยางพรอ มอธบิ ายไปทลี ะขั้นตอน ผสู อนทําการสอบถาม

ผูเรยี น ใหผ ูเรียนคดิ แลวตอบคําถามที่ผสู อนไดต้ังคําถามไว
ขนั้ ปฏบิ ตั ิภายใตก ารกาํ กบั ของผูช ้แี นะ
ผูสอนใหผเู รยี นลงมอื ปฏิบตั กิ ารแกะภาพพิมพย าง โดยมีผสู อนคอยควบคุมใหค าํ แนะนาํ

ทลี ะขัน้ ตอนหากผเู รยี นไมเขาใจ
ขัน้ การฝกปฏิบตั ิอยางอิสระ
หลงั จากผเู รียนลงมือปฏบิ ัตดิ ว ยตนเอง ไดถูกตองแลว ผูส อนจะทําการปลอยใหผเู รียน

ปฏบิ ตั ิอยา งอสิ ระหลงั จากผูเรียนทําเสร็จ ผูสอนทําการตรวจความถกู ตอ งของงานทผ่ี เู รยี นปฏิบตั ิ

28

ช่ัวโมงที่ 4 หนว ยยอยที่ 4 สอ่ื ผสม (คาบท่ี 4)

ข้นั นํา

ผสู อนแจง วัตถุประสงคบ ทเรียนและทาํ การเกร่นิ กอ นเขา เนื้อหาบทเรียน

ขั้นนําเสนอบทเรยี น

ผูส อนทําการนาํ เสนอเนอื้ หาสาระความเปน มาของงานสอื่ ผสม และมตี วั อยา งผลงานให

ผเู รียนไดดปู ระกอบใหผ เู รียนเขาใจและทาํ การสรุปเนื้อหา

ข้ันปฏบิ ัติตามแบบ

ผูสอนสาธิตการทาํ งานสอื่ ผสมใหด แู ละผสู อนทาํ การสอบถามผเู รยี น ใหผเู รยี นคิดแลว

ตอบคาํ ถามที่ผสู อนไดต ง้ั คาํ ถามไว

ขั้นปฏิบตั ภิ ายใตก ารกํากับของผชู แ้ี นะ

ผูสอนใหผเู รียนลงมือปฏบิ ตั งิ าน โดยมผี สู อนคอยใหคําแนะนาํ หากผูเรียนไมเ ขา ใจ

ขนั้ การฝก ปฏิบัตอิ ยา งอสิ ระ

หลังจากผูเรยี นลงมอื ปฏบิ ัติดวยตนเอง ไดถูกตอ งแลว ผสู อนจะทาํ การปลอ ยใหผูเรียน

ปฏบิ ัติอยา งอสิ ระหลงั จากผูเรยี นทาํ เสร็จ ผูสอนทําการตรวจความถูกตองของงานที่ผเู รียนปฏบิ ัติ

สือ่ การสอน

รายการสอ่ื จํานวน สภาพการใชสือ่

1. ส่อื Power Point 2 ชุด ขั้นสรา งความรู

2. ผลงานตวั อยาง ขัน้ ปฏบิ ตั ิ

3. อุปกรณ สําหรบั ทํางาน เชน สี ดนิ แผน ยาง ฯลฯ ขัน้ ปฏิบตั ิ

แหลง การเรยี นรใู นหรือนอกสถานท่ี

1. Internet

2. หอ งสมุด

การวดั และประเมินผล

จดุ ประสงคการเรยี นรู วิธวี ดั เคร่อื งมือวัด เกณฑก ารใหค ะแนน เกณฑก ารประเมิน
หรือสิง่ ท่ตี อ งการจะวัด
ตรวจ แบบประเมนิ 16 - 20 = ดมี าก ผานเกณฑระดับดี
และประเมนิ ผล ชนิ้ งาน ผลงาน 11 - 15 = ดี ขึน้ ไป

งานชิ้นท่ี 1 6 - 10 = พอใช
ใหผูเ รยี นสรา งงาน 0 - 5 = ปรบั ปรงุ
จติ รกรรมดวยเทคนิคสี

โปสเตอร ขนาด A4

หวั ขอ อิสระ

29

การวดั และประเมนิ ผล (ตอ )

จดุ ประสงคการเรยี นรู วิธวี ดั เคร่ืองมอื วดั เกณฑการใหคะแนน เกณฑก ารประเมิน
หรือสงิ่ ท่ตี องการจะวดั
ตรวจ แบบประเมิน 16 - 20 = ดีมาก ผา นเกณฑระดบั ดี
และประเมนิ ผล ช้ินงาน ผลงาน 11 - 15 = ดี ข้ึนไป
งานชนิ้ ที่ 2
ใหผเู รียนสรางงาน 6 - 10 = พอใช
0 - 5 = ปรบั ปรงุ
ประตมิ ากรรมดว ยดนิ

เหนยี ว หัวขอ สตั ว

งานช้นิ ที่ 3 ตรวจ แบบประเมนิ 16 - 20 = ดมี าก ผานเกณฑระดับดี
ใหผูเ รียนสรางงานภาพ ชน้ิ งาน ผลงาน 11 - 15 = ดี ข้ึนไป
พิมพเ ทคนิค แมพ มิ พยาง
6 - 10 = พอใช
(Linocut) หัวขอ 0 - 5 = ปรบั ปรงุ

ธรรมชาติ

งานชิน้ ที่ 4 ตรวจ แบบประเมนิ 16 - 20 = ดีมาก ผานเกณฑร ะดับดี
ขึ้นไป
ใหผูเรยี นสรา งสรรคงาน ชิ้นงาน ผลงาน 11 - 15 = ดี

ดวยเทคนคิ สอ่ื ผสม ขนาด 6 - 10 = พอใช

A2 หัวขอ อิสระ 0 - 5 = ปรบั ปรงุ

การวัดและประเมินผล คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค เกณฑก ารใหคะแนน เกณฑก าร
ประเมิน
คุณลักษะอนั พึง วิธีวดั เครอ่ื งมือวดั
ประสงค

1. ใฝค วามรู สังเกตุ แบบสังเกตุ ดมี าก = พฤตกิ รรมการ ผานเกณฑ
พฤติกรรมใน พฤตกิ รรม ปฏบิ ตั ิชดั เจนสมํา่ เสมอ ระดบั พอใช
การปฏิบตั ิ การปฏบิ ตั ิ ดี = พฤตกิ รรมการปฏบิ ตั ิ
บอยครั้ง
พอใช = พฤติกรรมการ
ปฏิบัติบางครงั้
ปรบั ปรุง = พฤตกิ รรมท่ไี ม
ทาํ การปฏิบตั ิ

30

การวัดและประเมนิ ผล คณุ ลักษณะอันพึงประสงค (ตอ ) เกณฑการ
ประเมิน
คุณลักษะอันพงึ วธิ ีวดั เครอ่ื งมอื วดั เกณฑก ารใหค ะแนน
ประสงค ผานเกณฑ
ระดับพอใช
2. มุงมนั่ ในการ สงั เกตุ แบบสังเกตุ ดีมาก = พฤติกรรมการ
ทํางาน พฤติกรรม ปฏิบตั ชิ ดั เจนสมํา่ เสมอ
พฤติกรรมใน การปฏบิ ตั ิ ดี = พฤตกิ รรมการปฏิบตั ิ
การปฏิบตั ิ บอยครง้ั
พอใช = พฤตกิ รรมการ
ปฏิบตั บิ างครั้ง
ปรับปรุง = พฤติกรรมทไี่ ม
ทาํ การปฏิบตั ิ

31

สมรรถนะสาํ คัญ วธิ ีวดั เครื่องมอื เกณฑก ารใหคะแนน เกณฑก าร
ประเมนิ
ของผเู รยี น วัด

1.ความสามารถ แบบ แบบ ดมี าก = พฤติกรรมการปฏบิ ัติชัดเจน ผา นเกณฑ
ในการสอ่ื สาร ประเมิน ประเมิน สม่าํ เสมอ ระดับพอใช

สมรรถนะ ดี = พฤติกรรมการปฏิบัติบอ ยคร้งั

สําคญั ของ พอใช = พฤติกรรมการปฏบิ ตั ิบางครัง้
ผเู รียน ปรบั ปรุง = พฤตกิ รรมทีไ่ มท าํ การ

ปฏบิ ตั ิ

2.ความสามารถ แบบ แบบ ดมี าก = พฤตกิ รรมการปฏบิ ัตชิ ดั เจน ผานเกณฑ
ระดับพอใช
ในการคิด ประเมนิ ประเมนิ สมาํ่ เสมอ

สมรรถนะ ดี = พฤติกรรมการปฏิบัติบอ ยครง้ั

สําคญั ของ พอใช = พฤติกรรมการปฏบิ ัตบิ างครง้ั

ผูเรียน ปรับปรุง = พฤตกิ รรมทีไ่ มท าํ การ

ปฏิบัติ

3.ความสามารถ แบบ แบบ ดมี าก = พฤตกิ รรมการปฏิบตั ชิ ัดเจน ผา นเกณฑ
ในการแกปญหา ประเมนิ ประเมิน สม่ําเสมอ ระดับพอใช

สมรรถนะ ดี = พฤตกิ รรมการปฏบิ ัติบอยครัง้

สําคญั ของ พอใช = พฤตกิ รรมการปฏบิ ตั ิบางครั้ง

ผเู รยี น ปรับปรุง = พฤติกรรมทีไ่ มทําการ
ปฏบิ ัติ

4.ความสามารถ แบบ แบบ ดีมาก = พฤตกิ รรมการปฏิบัติชัดเจน ผา นเกณฑ
ในการใชทักษะ ประเมนิ ประเมิน สม่ําเสมอ ระดับพอใช
ชวี ติ สมรรถนะ ดี = พฤติกรรมการปฏบิ ตั ิบอยครง้ั

สําคญั ของ พอใช = พฤตกิ รรมการปฏบิ ัติบางครงั้

ผเู รยี น ปรับปรุง = พฤติกรรมที่ไมท าํ การ

ปฏิบัติ

32

ทกั ษะของ วิธวี ดั เครอื่ งมือวดั เกณฑการใหคะแนน เกณฑ
ผเู รียนใน การ
ศตวรรษที่ 21 ประเมิน

1. ทกั ษะการ แบบ แบบประเมิน ดีมาก = พฤตกิ รรมการปฏิบตั ชิ ัดเจน ผาน
อา นเขียน ประเมนิ ทักษะของ สมา่ํ เสมอ เกณฑ
(Writing) ผเู รียนใน ดี = พฤตกิ รรมการปฏิบัตบิ อ ยครั้ง ระดบั
แบบ ศตวรรษที่ 21 พอใช = พฤติกรรมการปฏบิ ตั ิ พอใช
2. ทกั ษะการ ประเมนิ บางครงั้
เปล่ยี นแปลง แบบประเมนิ ปรับปรงุ = พฤติกรรมทีไ่ มทาํ การ ผา น
(Change) แบบ ทักษะของ ปฏิบตั ิ เกณฑ
ประเมิน ผเู รียนใน ระดบั
3. ทักษะการ ศตวรรษที่ 21 ดีมาก = พฤติกรรมการปฏิบัตชิ ัดเจน พอใช
เรยี นรู สมาํ่ เสมอ
(Learning แบบประเมนิ ดี = พฤติกรรมการปฏบิ ัตบิ อยครั้ง ผา น
Skills) ทกั ษะของ พอใช = พฤติกรรมการปฏิบตั ิ เกณฑ
ผูเรียนใน บางครั้ง ระดบั
ศตวรรษท่ี 21 ปรับปรุง = พฤติกรรมทไี่ มทาํ การ พอใช
ปฏิบัติ

ดมี าก = พฤตกิ รรมการปฏิบตั ิชดั เจน
สมํา่ เสมอ
ดี = พฤติกรรมการปฏบิ ตั ิบอยครั้ง
พอใช = พฤตกิ รรมการปฏบิ ัติ
บางคร้ัง
ปรับปรุง = พฤติกรรมท่ไี มท ําการ
ปฏิบตั ิ

กิจกรรมเสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

33

บนั ทกึ ผลหลังการสอน คน
สรปุ ผลการเรียนการสอน

นกั เรียนท้ังหมดจาํ นวน

จดุ ประสงค จํานวนนกั เรยี นท่ีผา น จํานวนนักเรยี นท่ีไมผา น
การเรยี นรูขอท่ี
จาํ นวนคน รอ ยละ จํานวนคน รอ ยละ

ปญ หา/อุปสรรค/แนวทางแกไข
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ขอ เสนอแนะ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ................................................................
()

ตาํ แหนง ครู วิทยฐานะ .......................................

ลงชื่อ.......................................................... หัวหนา กลุมสาระการเรยี นรู
()

ลงช่ือ.......................................................... รองผูอํานวยการกลุมบริหารวิชาการ
()

34

ความเห็นของหัวหนา สถานศึกษา

ไดท าํ การตรวจแผนการเรียนรขู อง...............................................................แลวมีความคดิ เหน็ ดงั น้ี

4. เปนแผนการจัดการเรยี นรทู ี่

 ดีมาก  ดี  พอใช  ควรปรับปรุง

5. การจดั กิจกรรมไดนาํ เอากระบวนการเรียนรู

 เนนผเู รยี นเปนสําคัญมาใชในการสอนไดอ ยางเหมาะสม

 ยงั ไมเ นนผเู รียนเปน สําคญั ควรปรับปรุงพฒั นาตอไป

6. ขอเสนอแนะอ่ืนๆ

………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่อื ............................................................................
()

ผอู าํ นวยการโรงเรยี น…………………………………………………………..

35

ปฏิบัตใิ นช้นั เรยี น

งานชนิ้ ท่ี 1 ใหผูเ รยี นสรางงานจิตรกรรมดว ยเทคนิคสีโปสเตอร ขนาด A4 หัวขอ อิสระ
งานช้นิ ที่ 2 ใหผเู รียนสรา งงานประติมากรรมดวยดนิ เหนยี ว หวั ขอ สตั ว
งานชิ้นที่ 3 ใหผเู รียนสรา งงานภาพพมิ พเ ทคนิค แมพ ิมพยาง (Linocut) หวั ขอ ธรรมชาติ
งานช้นิ ที่ 4 ใหผเู รียนสรางสรรคง านดวยเทคนคิ สื่อผสม ขนาด A2 หัวขอ อิสระ

36

แบบประเมนิ สมรรถนะสําคญั ของผูเ รยี น

ชอื่ -สกลุ นกั เรียน………………………………………………………………………หอง……………เลขที…่ …………

คําชี้แจง การบันทกึ ใหก าเครอื่ งหมาย ลงในชอ งทตี่ รงกบั พฤติกรรมทีเ่ กดิ ขนึ้ จริง

คุณลักษณะอนั พงึ รายการประเมิน ระดบั คะแนน

ประสงคด า น 3 2 10

1. รักชาติ มีจิตใจรกั ชาติบา นเมือง

2. ซอ่ื สัตยสจุ ริต ซอื่ สัตยต อความคิดของตนเอง

ไมค ดโกงในการทํางาน

3. มีวนิ ยั เขาเรยี นตรงเวลา

แตง กายเรียบรอย

ปฏบิ ัตติ ามกฎของหอ งเรียน

4. ใฝความรู แสวงหาขอมลู จากแหลงเรยี นรตู าง ๆ

มีการจดบันทกึ ความรู อยา งเปนระบบ

สรปุ ความรูไดอ ยา งมีเหตผุ ล

5. มงุ มน่ั ในการ ตัง้ ใจ และพยายามในการทํางานทไ่ี ดรบั มอบหมาย

ทาํ งาน อดทนและไมยอ ทอตอ อุปสรรค เพือ่ ที่จะใหงานสาํ เรจ็

6. รกั ความเปนไทย มจี ติ ใจรักในความเปน ไทย

ลงชอื่ ………………………………………………………………ผปู ระเมนิ

()

…………………/………………………………………/………………

เกณฑการใหคะแนน

พฤติกรรมการปฏิบตั ิชัดเจนสม่ําเสมอ ให 3 คะแนน

พฤติกรรมการปฏิบัติบอ ยครง้ั ให 2 คะแนน

พฤตกิ รรมการปฏิบัติบางคร้ัง ให 1 คะแนน

พฤติกรรมที่ไมท าํ การปฏบิ ัติ ให 0 คะแนน

ระดับคุณภาพ เกณฑการตัดสนิ

ดีมาก ไดคะแนนรวมระหวา ง 21 – 30 คะแนน

ดี ไดค ะแนนรวมระหวาง 15 – 20 คะแนน

พอใช ไดคะแนนรวมระหวา ง 10 – 15 คะแนน

ปรบั ปรุง ไดค ะแนนรวมระหวา ง 0 – 5 คะแนน

37

คาํ ชีแ้ จง การบนั ทกึ ให้กาเครื่องหมาย ลงในช่องท่ตี รงกบั พฤติกรรมทเ่ี กิดขนึ ้ จริง

สมรรถนะของผูเรยี น รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
3 2 10

1. ความสามารถในการสื่อสาร มคี วามสามารถในการส่อื สารท่ีดี

2. ความสามารถในการคิด มีความสามารถในการคิดวิเคราะห สังเคราะห

สามารถคิดอยา งมวี ิจารณญาณ

มคี วามสามารถในการสรางองคค วามรู

ตัดสินใจแกป ญ หาเก่ยี วกบั ตนเองไดอ ยาง

เหมาะสม

3. ความสามารถในการ เรยี นรูดว ยตนเองไดเหมาะสมตามวยั

แกป ญหา นําความรูท ี่ไดไปใชป ระโยชนใ นชวี ิตประจําวัน

จดั การปญ หาและความขัดแยงไดอยา ง

เหมาะสม

หลกี เลยี งพฤติกรรมไมพงึ ประสงคท่สี ง ผล

กระทบตอ ตนเอง

ลงชอ่ื ………………………………………………………………ผูประเมิน

()

เกณฑการใหคะแนน …………………/………………………………………/………………

พฤตกิ รรมการปฏบิ ัติชัดเจนสมํ่าเสมอ ให 3 คะแนน

พฤตกิ รรมการปฏิบัติบอยคร้งั ให 2 คะแนน

พฤติกรรมการปฏบิ ัตบิ างครั้ง ให 1 คะแนน

พฤติกรรมท่ีไมทาํ การปฏิบัติ ให 0 คะแนน

ระดับคณุ ภาพ เกณฑการตัดสนิ

ดีมาก ไดค ะแนนรวมระหวาง 21 – 30 คะแนน

ดี ไดคะแนนรวมระหวาง 15 – 20 คะแนน

พอใช ไดคะแนนรวมระหวา ง 10 – 15 คะแนน

ปรบั ปรงุ ไดค ะแนนรวมระหวาง 0 – 5 คะแนน

38

แบบประเมินทักษะของผูเรยี นในศตวรรษท่ี 21

ชื่อ-สกลุ นกั เรียน………………………………………………………………………หอ ง……………เลขที่……………

คาํ ชีแ้ จง การบนั ทกึ ให้กาเครื่องหมาย ลงในชอ่ งทีต่ รงกบั พฤติกรรมทีเ่ กิดขนึ ้ จริง

ทักษะของผเู รียนในศตวรรษท่ี 21 ระดบั คะแนน

3210

1. ทักษะการคิดคํานวณ (Arithmetic)

2. ทักษะดา นความเขา ใจตางวัฒนธรรมตา งกระบวนทัศน (Cross-

cultural)

3. ทักษะการเรยี นรู (Learning Skills)

ลงช่ือ………………………………………………………………ผูป ระเมิน

()

…………………/………………………………………/………………

เกณฑก ารใหค ะแนน

พฤตกิ รรมการปฏบิ ัตชิ ัดเจนสมํ่าเสมอ ให 3 คะแนน

พฤตกิ รรมการปฏบิ ัตบิ อ ยครง้ั ให 2 คะแนน

พฤตกิ รรมการปฏบิ ัตบิ างครั้ง ให 1 คะแนน

พฤติกรรมทีไ่ มทําการปฏิบัติ ให 0 คะแนน

ระดับคุณภาพ เกณฑก ารตัดสนิ

ดีมาก ไดคะแนนรวมระหวาง 21 – 30 คะแนน

ดี ไดค ะแนนรวมระหวาง 15 – 20 คะแนน

พอใช ไดค ะแนนรวมระหวาง 10 – 15 คะแนน

ปรบั ปรงุ ไดคะแนนรวมระหวาง 0 – 5 คะแนน

39

แบบประเมนิ ใบงาน

ชอื่ -สกลุ นกั เรียน………………………………………………………………………หอ ง……………เลขท…ี่ …………

คําชีแ้ จง ใหผปู ระเมินไดล งคะแนนตามจรงิ

รายการประเมิน คาํ อธิบายระดับคุณภาพ/ ระดบั คะแนน

ดี (3) พอใช (2) ปรบั ปรงุ (1)

รวม

ลงชอ่ื ………………………………………………………………ผูประเมนิ

()

…………………/………………………………………/………………

เกณฑก ารใหค ะแนน

5 คะแนน = เขยี นประโยคสมบูรณม คี วามสอดคลองและความหมายที่กาํ หนดให

3 คะแนน = เขยี นประโยคสมบรู ณเ ลก็ นอ ยสอดคลอ งกบั เนือ้ หาบางสวน

1 คะแนน = เขียนประโยคไมส อดคลอง

ระดบั คุณภาพ เกณฑการตัดสิน

ดมี าก ไดคะแนนรวมระหวา ง 7 – 10 คะแนน

ดี ไดค ะแนนรวมระหวา ง 4 – 6 คะแนน

ปรบั ปรุง ไดค ะแนนรวมระหวาง 0 – 3 คะแนน

40

หนว ยท่ี 3
การสรางงาน 2 มติ ิ และ 3 มิติ

41

แผนการจัดการเรยี นรู

สาระการเรยี นรู ศลิ ปะ รายวชิ า ทศั นศิลป

ช้ันมธั ยมศึกษาปท ่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 1 ปก ารศกึ ษา 2563

หนวยการเรยี นรทู ่ี 3 การสรางงานทัศนศิลป เวลา 5 ช่ัวโมง

หนว ยยอยท่ี 1 ศิลปะแบบเหมือนจรงิ

หนว ยยอ ยท่ี 2 ศลิ ปะแบบกึ่งเหมอื นจริงก่ึงนามธรรม

หนวยยอยท่ี 3 ศลิ ปะแบบนามธรรม
หนวยยอ ยท่ี 4 ศลิ ปะแบบจัดวาง

มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชีว้ ดั

มาตรฐานการเรียนรู

มฐ.ศ 1.1 สรางสรรคงานทัศนศลิ ปต ามจินตนาการและความคดิ สรา งสรรค วิเคราะห

วพิ ากษว จิ ารณ คณุ คา งานทัศนศิลปถายทอดความรูสึกความคิดตอทัศนศลิ ป

อยา งอิสระชน่ื ชม และประยุกตใ ชใ นชวี ิตประจําวัน

ตวั ชี้วัด

ม.3/6 สรางงานทศั นศลิ ปท้งั 2 มิติ และ 3 มิติ เพื่อถา ยทอดประสบการณแ ละ

จนิ ตนาการ

จดุ ประสงคการเรียนรู

1. นกั เรยี นสามารถสามารถสรางงานทัศนศลิ ปทง้ั 2 มิติ และ 3 มติ ิ เพ่ือถายทอด

ประสบการณได (P)

2. นกั เรียนสามารถวิเคราะหแ ละอภิปรายรูปแบบเนอ้ื หา และคณุ คาในงานทัศนศิลปข อง

ตนเองและผูอ ืน่ หรอื ของศลิ ปน ได (K)

3. นกั เรียนมคี วามพงึ พอใจและชนื่ ชมในการพัฒนางาน (A)

สาระสําคัญ

งานศลิ ปะแบบ 2 มติ ิ คือ มคี วามกวา งและความยาว แตหากมคี วามลกึ เกดิ ข้นึ จะเปน งาน 3 มติ ิ

รูปแบบงาน 2 มติ ิ และ 3 มิติ มีท้งั แบบเหมอื นจริง แบบกง่ึ เหมือนจริงกึ่งนามธรรมและแบบนามธรรม

สาระการเรยี นรู

1. ศิลปะแบบเหมือนจรงิ

2. ศิลปะแบบกง่ึ เหมอื นจริงกึ่งนามธรรม

3. ศิลปะแบบนามธรรม

4. ศลิ ปะแบบจัดวาง

42

คณุ ลักษณะอันพึงประสงค
1. ใฝความรู
2. มงุ มั่นในการทํางาน

สมรรถนะสาํ คัญของผูเ รยี น
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกปญ หา
4. ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ิต

ทกั ษะของผเู รียนในศตวรรษที่ 21 (3R 8C + 2L)
1. ทักษะการอาน เขยี น (Writing)
2. ทักษะการเปลยี่ นแปลง (Change)
3. ทักษะการเรียนรู (Learning Skills)

ชนิ้ งานหรือภาระงาน (หลกั ฐาน/รองรอยแสดงความร)ู
1. ใบงานที่ 1 คําถามพัฒนากระบวนการคิด
2. ใบงานท่ี 2 จากภาพเปนศิลปะแบบใด
3. งานชิ้นท่ี 3 ใหผูเรยี น Sketch งานแบบ 2 มติ ิ หรือ 3 มิติ ตามหวั ขอ ทีใ่ หขนาด A5 เพ่ือ

นําไปสรางสรรคงานจริงในคาบตอ ไป
4. งานชน้ิ ที่ 4 ใหผูเรยี นเลือกสรางสรรคง านแบบ 2 มิติ หรือ 3 มิติ ตามหัวขอ ทใี่ ห

การจดั กิจกรรมการเรยี นรู
รูปแบบการเรียนรู Learning Style
ช่ัวโมงที่ 1 หนวยยอ ยที่ 1 ศิลปะแบบเหมอื นจรงิ (คาบที่ 1)
ขน้ั นาํ
ผูสอนแจงวตั ถุประสงคบ ทเรยี นและทําการเกร่ินกอ นเขาเน้อื หาบทเรยี น
ขั้นนําเสนอบทเรียน
ผูสอนทําการนําเสนอเน้ือหาสาระความเปนมาของศลิ ปะแบบเหมือนจริง และเปดผลงาน

ตัวอยา งจาก Power Point ใหผูเรียนไดดูประกอบใหผูเรยี นเขาใจและทําการสรปุ เนื้อหา
ขน้ั ปฏบิ ัตติ ามแบบ
ผูสอนทาํ การยกตวั อยา งศิลปะแบบเหมอื นจริงใหผเู รียนดแู ละผสู อนทาํ การสอบถาม

ผูเรียน ใหผ ูเรยี นคดิ แลว ตอบคําถามที่ผสู อนไดตง้ั คาํ ถามไว
ข้นั ปฏบิ ัติภายใตการกํากบั ของผชู ้แี นะ
ผูสอนแจกใบงาน ใหผ ูเรยี นลงมอื ปฏิบตั ิ โดยมีผูส อนคอยใหคําแนะนําหากผูเรยี นไมเ ขาใจ

43

ขน้ั การฝก ปฏิบัตอยางอิสระ
ผสู อนจะทําการปลอ ยใหผ เู รยี นปฏบิ ัติอยา งอสิ ระ หลังจากผเู รียนทาํ เสรจ็ ผูส อนทาํ การ

ตรวจความถูกตอ งของงานทผ่ี เู รียนปฏิบัติ
ชว่ั โมงท่ี 2 หนวยยอ ยท่ี 2 ศิลปะแบบกึ่งเหมือนจริงกง่ึ นามธรรม (คาบที่ 2)
ขน้ั นํา
ผสู อนแจง วัตถปุ ระสงคบ ทเรียนและทําการเกริ่นกอนเขา เนอื้ หาบทเรียน
ขนั้ นาํ เสนอบทเรยี น
ผูสอนทาํ การนําเสนอเน้ือหาสาระความเปน มาของศลิ ปะแบบก่ึงเหมอื นจริงกึ่งนามธรรม

และเปดผลงานตวั อยางจาก Power Point ผูเ รยี นไดดูประกอบใหผ เู รียนเขา ใจและทาํ การสรปุ เนื้อหา
ข้นั ปฏิบัตติ ามแบบ
ผสู อนทาํ การยกตวั อยางศิลปะแบบกึ่งเหมือนจริงกึ่งนามธรรมใหผ เู รยี นดูและผสู อนทํา

การสอบถามผเู รียน ใหผ ูเรียนคิดแลวตอบคําถามทีผ่ ูสอนไดตงั้ คาํ ถามไว
ข้นั ปฏบิ ตั ิภายใตการกาํ กับของผูช้แี นะ
ผูสอนแจกใบงาน ใหผูเรยี นลงมือปฏิบัติ โดยมีผสู อนคอยใหคาํ แนะนาํ หากผเู รยี นไมเ ขาใจ
ขัน้ การฝกปฏบิ ตั ิอยา งอิสระ
ผสู อนจะทําการปลอยใหผ เู รียนปฏิบัตอิ ยางอิสระ หลงั จากผูเ รียนทําเสรจ็ ผูส อนทาํ การ

ตรวจความถกู ตองของงานที่ผเู รียนปฏิบัติ
ชวั่ โมงที่ 3 หนว ยยอ ยท่ี 3 ศลิ ปะแบบนามธรรม (คาบท่ี 3)
ขนั้ นํา
ผสู อนแจง วตั ถปุ ระสงคบทเรียนและทาํ การเกรนิ่ กอนเขา เน้ือหาบทเรียน
ขั้นนาํ เสนอบทเรยี น
ผูส อนทําการนําเสนอเน้ือหาสาระความเปนมาของศลิ ปะแบบนามธรรม และเปดผลงาน

ตวั อยา งจาก Power Point ใหผเู รียนไดด ปู ระกอบใหผ เู รยี นเขาใจและทําการสรปุ เน้ือหา
ขัน้ ปฏิบัติตามแบบ
ผูสอนสาธิตการ Skeatch ใหผ ูเ รยี นดู เพอ่ื ทจี่ ะนาํ ไปสรางสรรคง านในคาบตอไปไดและ

ผสู อนทาํ การสอบถามผูเรียน ใหผเู รยี นคดิ แลว ตอบคาํ ถามท่ผี ูสอนไดต้งั คาํ ถามไว
ขน้ั ปฏบิ ัติภายใตก ารกาํ กบั ของผชู ี้แนะ
ผูสอนแจกกระดาษ ผเู รียนลงมือปฏบิ ัติ โดยมผี ูสอนคอยใหคําแนะนาํ หากผเู รยี นไมเขาใจ
ขั้นการฝก ปฏิบัติอยางอิสระ
ผสู อนจะทาํ การปลอ ยใหผูเรยี นปฏิบัติอยา งอิสระ หลงั จากผูเรยี นทําเสรจ็ ผูสอนทําการ

ตรวจความถกู ตองของงานทีผ่ ูเ รียนปฏบิ ตั ิ

44

ชว่ั โมงที่ 4 หนวยยอยที่ 4 ศิลปะแบบจดั วาง (คาบท่ี 4)

ข้นั นํา

ผสู อนแจง วตั ถุประสงคบทเรียนและทาํ การเกร่นิ กอ นเขาเน้ือหาบทเรยี น

ขนั้ นําเสนอบทเรียน

ผูสอนทําการนําเสนอเนื้อหาสาระความเปนมาของศิลปะแบบจดั วาง และเปดผลงาน

ตวั อยางจาก Power Point ใหผ ูเรียนไดดูประกอบใหผ ูเรยี นเขาใจและทาํ การสรุปเนอื้ หา

ขนั้ ปฏบิ ตั ติ ามแบบ

ผสู อนสาธติ การทํางานศิลปะแบบจัดวางใหดแู ละผูสอนทาํ การสอบถามผูเรียน ใหผูเรยี น

คิดแลว ตอบคาํ ถามท่ีผสู อนไดต้งั คาํ ถามไว

ข้นั ปฏิบตั ภิ ายใตก ารกํากบั ของผชู แ้ี นะ

ผสู อนใหผูเรยี นลงมอื ปฏบิ ัตงิ าน โดยมีผสู อนคอยใหคาํ แนะนาํ หากผูเรยี นไมเ ขาใจ

ขนั้ การฝก ปฏิบตั ิอยางอสิ ระ

หลังจากผูเ รียนลงมอื ปฏิบตั ดิ ว ยตนเอง ไดถ กู ตอ งแลว ผูสอนจะทําการปลอ ยใหผเู รียน

ปฏบิ ตั อิ ยางอสิ ระหลังจากผูเรียนทําเสร็จ ผูสอนทําการตรวจความถกู ตองของงานท่ผี ูเ รียนปฏิบตั ิ

สื่อการสอน

รายการส่อื จาํ นวน สภาพการใชส อ่ื

1. สอื่ Power Point 4 ชดุ ขัน้ สรา งความรู

2. ใบงาน 2 ชดุ ข้ันปฏิบตั ิ

3. อุปกรณ สําหรับทํางานศิลปะแบบจัดวาง ขั้นปฏิบัติ

แหลง การเรยี นรใู นหรอื นอกสถานที่

1. Internet

2. หอ งสมุด

การวัดและประเมินผล

จุดประสงคการเรยี นรู วิธีวดั เครอ่ื งมือวดั เกณฑก ารใหค ะแนน เกณฑก ารประเมิน
หรอื สงิ่ ที่ตอ งการจะวัด
ตรวจ แบบประเมิน 16 - 20 = ดมี าก ผา นเกณฑร ะดับดี
และประเมินผล ใบงาน ผลงาน 11 - 15 = ดี ขนึ้ ไป

ใบงานท่ี 1 6 - 10 = พอใช
คาํ ถามพัฒนา 0 - 5 = ปรับปรุง

กระบวนการคดิ

45

การวัดและประเมินผล (ตอ)

จดุ ประสงคการเรยี นรู วธิ ีวดั เคร่อื งมือวัด เกณฑก ารใหค ะแนน เกณฑก ารประเมิน
หรอื สิง่ ทต่ี องการจะวดั
ตรวจ แบบประเมนิ 16 - 20 = ดมี าก ผานเกณฑร ะดบั ดี
และประเมนิ ผล ใบงาน ผลงาน 11 - 15 = ดี ขน้ึ ไป
ใบงานที่ 2
จากภาพเปน ศิลปะแบบ 6 - 10 = พอใช ผานเกณฑระดับดี
ใด 0 - 5 = ปรบั ปรงุ ขึ้นไป
ตรวจ แบบประเมิน 16 - 20 = ดีมาก
งานชนิ้ ที่ 3 ชนิ้ งาน ผลงาน 11 - 15 = ดี
ใหผูเ รยี น Sketch งาน 6 - 10 = พอใช
แบบ 2 มติ ิ หรือ 3 มติ ิ 0 - 5 = ปรบั ปรุง
ตามหัวขอทใี่ หขนาด A5
เพือ่ นําไปสรา งสรรคง าน
จรงิ ในคาบตอ ไป

งานชนิ้ ท่ี 4 ตรวจ แบบประเมิน 16 - 20 = ดมี าก ผา นเกณฑระดบั ดี
ขน้ึ ไป
ใหผูเ รยี นเลอื กสรางสรรค ชนิ้ งาน ผลงาน 11 - 15 = ดี

งานแบบ 2 มิติ หรอื 3 6 - 10 = พอใช

มิติ ตามหวั ขอ ท่ใี ห 0 - 5 = ปรบั ปรุง

46

การวัดและประเมนิ ผล คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค เกณฑการใหค ะแนน เกณฑก าร
ประเมิน
คุณลกั ษะอนั พงึ วธิ วี ัด เครื่องมอื วัด ผานเกณฑ
ประสงค ระดับพอใช

1. ใฝค วามรู สงั เกตุ แบบสงั เกตุ ดีมาก = พฤติกรรมการ ผานเกณฑ
พฤติกรรมใน พฤตกิ รรม ปฏิบตั ิชัดเจนสม่ําเสมอ ระดับพอใช
2. มุงมั่นในการ การปฏิบัติ การปฏิบัติ ดี = พฤตกิ รรมการปฏิบัติ
ทํางาน บอ ยครงั้
สังเกตุ แบบสงั เกตุ พอใช = พฤตกิ รรมการ
พฤตกิ รรมใน พฤติกรรม ปฏบิ ัติบางครัง้
การปฏบิ ตั ิ การปฏิบตั ิ ปรบั ปรงุ = พฤตกิ รรมทไ่ี ม
ทาํ การปฏิบตั ิ

ดีมาก = พฤตกิ รรมการ
ปฏบิ ตั ิชัดเจนสมํา่ เสมอ
ดี = พฤติกรรมการปฏบิ ตั ิ
บอยครง้ั
พอใช = พฤตกิ รรมการ
ปฏบิ ัตบิ างครงั้
ปรับปรงุ = พฤตกิ รรมทไ่ี ม
ทําการปฏบิ ัติ


Click to View FlipBook Version