The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอนรายวิชา ว 30233 เคมี 3 แก๊สและสมบัติของแก๊ส

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sofeeyahmahaming, 2021-11-11 04:36:02

แผนการสอนรายวิชา ว 30233 เคมี 3 แก๊สและสมบัติของแก๊ส

แผนการสอนรายวิชา ว 30233 เคมี 3 แก๊สและสมบัติของแก๊ส

Keywords: แผนการสอน

48

การทดลอง อณุ หภมู ิ ปริมาตร
ครั้งท่ี (°C) (mL)
1 -230 15
2 -170 41
3 -130 54
4 -70 80
5 20 113
6 120 152
7 230 198

- ครูอธบิ ายความสัมพนั ธร์ ะหว่างความดันและอณุ หภูมขิ องแกส๊
8.3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation)
- ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายผลการทดลองในกิจกรรม 7.3 กราฟความสัมพันธ์ระหว่าง

ปรมิ าตรและอณุ หภมู ขิ องแก๊ส
- ครูอธิบายเพิ่มเติมว่าอุณหภูมิที่จุดตัดแกน x ของกราฟสอดคล้องกับอุณหภูมิศูนย์สัมบูรณ์

(absolute zero) หรือ 0 เคลวิน (K) จากนั้นอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิในหน่วยองศา
เซลเซยี สและเคลวิน

- ครูอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรกับอุณหภูมิในหน่วยเคลวิน เมื่อความดันและ
จำนวนโมลของแก๊สคงที่ เรยี กว่า กฎของชารล์

- ครูอธิบายความสัมพนั ธ์ระหว่างความดันกบั อุณหภมู ิของแก๊สตามกฎของเกยล์ ูสแซก

8.4 ขั้นขยายความรู้ (Elaboration)
- ครูอธิบายรูปสมการที่ใช้คำนวณปริมาตรหรืออุณหภูมิท่ีเปลี่ยนแปลงระหว่างสองสภาวะ

และยกตวั อยา่ งการคำนวณประกอบการอธบิ าย
- ครูอธิบายรูปสมการท่ีใช้คำนวณความดันหรืออุณหภูมิท่ีเปล่ียนแปลงระหว่างสองสภาวะ

และยกตวั อยา่ งการคำนวณประกอบการอธบิ าย

49

ตวั อย่าง 1
กระป๋องสเปรย์ปรับอากาศซ่ึงมีความดัน 103 กิโลปาสคาล ที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส

ถูกโยนใส่ในกองไฟจนมอี ณุ หภูมิ 928 องศาเซลเซยี ส ภายในกระปอ๋ งจะมคี วามดันกกี่ ิโลปาสคาล
วธิ ีทำ

P1 = P2
T1 T2

แทนค่าจะได้ 103 kPa = P2

(25 + 273) K (928 + 273) K

P2 = ((103 kPa)(1201 K)
298 K

= 415 kPa
ดังนัน้ ภายในกระปอ๋ งจะมีความดัน 415 กิโลปาสคาล

ตัวอย่าง 2

แก๊สชนิดหน่ึงบรรจุอยู่ในภาชนะเหล็กหนาทรงกระบอกขนาด 2.0 ลิตร ท่ีความดัน 760

มิลลิเมตรปรอท อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส เม่ือเพิ่มอุณหภูมิจนได้ความดันเป็น 1500 มิลลิเมตร

ปรอทอณุ หภูมิสดุ ทา้ ยของแก๊สชนดิ นเี้ ปน็ กี่องศาเซลเซียส

วิธีทำ

จาก P1 = P2
T1 T2

แทนค่าจะได้ 760 mmHg = 1500mmHg
(25 + 273) K T2

T2 = ((1500mmHg)(298 K)
760 mmHg

= 588 K
เปลีย่ นอณุ หภูมเิ ปน็ องศาเซลเซยี ส

T2 = 588-273 °C
= 315 °C

ดังน้ัน อุณหภูมสิ ุดท้ายของแก๊สชนิดน้ีเทา่ กบั 315 องศาเซลเซยี ส

50

- ครูให้นักเรียนทำกิจกรรม โดยครูแจกบัตรคำถามให้นักเรียนได้คำนวณซ่ึงแต่ละคนละได้
คำถามที่แตกตา่ งกัน

8.5 ขน้ั ประเมิน (Evaluvation)
- ตรวจคำถามท้ายกิจกรรม
- ตรวจกจิ กรรม 7.3 กราฟความสัมพนั ธร์ ะหว่างปรมิ าตรและอุณหภมู ขิ องแกส๊
- ตรวจการคำนวณจากบัตรคำถาม

9. สื่อ วสั ดุ อุปกรณ/์ แหลง่ การเรียนรู้
- หนงั สือเรียนวชิ า เคมีเพ่มิ เติม 3 สสวท.
- กระดาษกราฟ
- บัตรคำถาม

ลงชอ่ื ........................................................
(นางสอฝยี ะ๊ มะหะมิง)
ผ้สู อน
…… /…… /……

51

บตั รคำถาม

แก๊สชนิดหน่ึงบรรจุอยู่ในภาชนะเหล็กหนาทรงกระบอกขนาด 4.0 ลิตร
ที่ความดัน 760 มิลลิเมตรปรอท อุณหภูมิ 27 องศาเซลเซียส เม่ือเพิ่ม
อุณหภูมิจนได้ความดันเป็น 1500 มิลลิเมตรปรอทอุณหภูมิสุดท้ายของแก๊ส
ชนดิ นเ้ี ปน็ กี่องศาเซลเซียส

กระปอ๋ งสเปรย์ปรบั อากาศซึ่งมีความดนั 105 กิโลปาสคาล ท่ีอณุ หภมู ิ 27
องศาเซลเซยี ส ถกู โยนใส่ในกองไฟจนมีอณุ หภูมิ 930 องศาเซลเซียส ภายใน
กระปอ๋ งจะมคี วามดนั กีก่ โิ ลปาสคาล

หลอดไฟทบ่ี รรจุแกส๊ มสี กุลทอ่ี ณุ หภมู ิ 22 องศาเซลเซียส มีความดันภายใน
หลอด 0.74 บรรยากาศ เมอ่ื หลอดไฟใหแ้ สงสวา่ ง อณุ หภมู อิ าจสงู ถงึ 418
เคลวิน จงคำนวณความดัน ภายในหลอดไฟทีอ่ ณุ หภมู ิดงั กล่าว

หลอดไฟทีบ่ รรจแุ ก๊สมีสกุลทอี่ ณุ หภมู ิ 20 องศาเซลเซยี ส มีความดันภายใน
หลอด 0.72 บรรยากาศ เมอื่ หลอดไฟใหแ้ สงสวา่ ง อุณหภมู อิ าจสงู ถึง 416
เคลวนิ จงคำนวณความดัน ภายในหลอดไฟท่ีอณุ หภมู ดิ งั กลา่ ว

หลอดไฟท่ีบรรจุแก๊สมีสกุลท่ีอุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส มีความดันภายใน
หลอด 0.77 บรรยากาศ เมื่อหลอดไฟให้แสงสว่าง อุณหภูมิอาจสูงถึง 421
เคลวนิ จงคำนวณความดัน ภายในหลอดไฟทอ่ี ณุ หภูมิดงั กลา่ ว

52

บนั ทึกหลังสอน

ผลการสอน
.................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
ปัญหา/อปุ สรรค
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
ขอ้ เสนอแนะ/วธิ แี ก้ไข
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................

ลงช่อื ..................................................................
(นางสอฝยี ะ๊ มะหะมิง)

ครูผู้สอนกลุม่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

53

ความเห็นของหัวหนา้ กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ......................................................
(นางสาวรอฮานา เจะเตะ)

หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ความเห็นของหัวหนา้ ฝา่ ยบริหารงานวิชาการ
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................

ลงช่อื ...............................................
( นางรตั นา กลนิ่ มณี )

หัวหนา้ ฝ่ายบรหิ ารงานวิชาการ

ความเหน็ ของผ้อู ำนวยการโรงเรยี นนิคมพฒั นวทิ ย์

.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................

ลงช่อื ...............................................
( นายภาสกร แกว้ วิชิต )

ผู้อำนวยการโรงเรยี นนิคมพฒั นวิทย์

แบบสังเกตพฤติกรรมการเรยี นรู้ 54
ความสมั พันธร์ ะหว่างความดนั และอณุ หภูมิของแกส๊ ประเมนิ
คำชแี้ จง เขียนเคร่อื งหมาย / ถ้านกั เรียนมีพฤตกิ รรมตามรายการที่สังเกต

รายการประเมนิ

ท่ี ชอื่ -สกุล บันทึกความ ู้รความเ ้ขาใจ
ในเนื้อหา
การ ัรบฟังความ ิคดเห็น
ของผู้อื่น
ป ิฏบั ิตงานท่ีไ ้ด ัรบ
มอบหมาย
การเข้า ่รวม ิกจกรรม
กลุ่ม
การแสดงความ ิคดเห็น
รวม
่ผาน
ไ ่มผ่าน
3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 15

1 หมายถึง ระดับดี
2 หมายถึง ระดบั พอใช้
3 หมายถึง ระดับปรับปรุง
4
เกณฑก์ ารประเมนิ

11 – 15 คะแนน

6 – 10 คะแนน

0 – 5 คะแนน

55

เกณฑ์การประเมนิ พฤติกรรมการเรยี นรู้

รายการประเมิน 3 2 1
สรุปและบนั ทึกข้อมลู ที่ ไมม่ สี รุปและบันทึก
บันทกึ ความรคู้ วามเข้าใจ สรุปและบันทึกข้อมลู ท่ี เป็นองค์ประกอบของ ข้อมลู ท่เี ป็นองคป์ ระกอบ
เรื่องบางครง้ั ของเรือ่ ง
ในเนอื้ หา เป็นองค์ประกอบของ ยอมรบั ฟงั ความคดิ เหน็ ไมย่ อมรบั ฟงั
ของผู้อืน่ เป็นบางครงั้ ความคิดเหน็ ของผอู้ นื่
เร่ืองทส่ี รุปไดค้ รบถ้วน

ยอมรับฟังความคิดเห็น ยอมรบั ฟังความคิดเห็น

ของผูอ้ ่ืน ของผ้อู นื่ ดีมาก

ปฏิบตั งิ านที่ได้รบั ปฏิบัติงานเสร็จทันเวลา ปฏบิ ัตงิ านเสรจ็ ทันเวลา ไม่เสรจ็ ทนั เวลา
มอบหมาย
ตามกำหนดเรยี บร้อย ตามกำหนด ตามทีก่ ำหนด

ดมี าก

ทำงานกับผูอ้ นื่ ไดอ้ ย่าง กระตอื รอื รน้ ให้ความ กระตอื รอื ร้นใหค้ วาม ขาดความกระตือรอื รน้
สร้างสรรค์ สนใจในการเข้าร่วม สนใจในการเข้าร่วม และไม่สนใจเข้าร่วม
กจิ กรรมทุกคร้ัง กิจกรรมบางครั้ง กิจกรรม

การแสดงความคิดเหน็ ร้จู ักแสดงความคิดเห็น รจู้ ักแสดงความคิดเหน็ ไมแ่ สดงความคิดเห็น

ในกลุ่มดมี าก ในกลุ่ม ในกลุม่

แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 56
ความสมั พันธร์ ะหว่างความดันและอุณหภมู ิของแกส๊
ประเมนิ
นกั เรยี นชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 5 รวม
คำช้แี จง เขยี นเครอ่ื งหมาย / ถา้ นักเรียนมีพฤตกิ รรมตามรายการทสี่ ังเกต

รายการประเมนิ

ท่ี ชื่อ-สกุล
ื่ซอ ัสตย์ ุสจ ิรต
ีม ิวนัย
ใฝ่เ ีรยน ู้ร
ุ่มง ่ัมนในการ
ทำงาน
ีม ิจต
สาธารณะ
ผ่าน
ไ ่มผ่าน
3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 15

1 หมายถึง ระดับดี
2 หมายถึง ระดบั พอใช้
3 หมายถึง ระดบั ปรบั ปรงุ
4

เกณฑ์การประเมนิ
11 – 15 คะแนน
6 – 10 คะแนน
0 – 5 คะแนน

57

เกณฑก์ ารประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

รายการประเมนิ 3 2 1
ซอื่ สตั ย์ สุจริต ไมน่ ำผลงานของผู้อ่นื มา ไม่นำผลงานของผ้อู ่ืนมา นำสิ่งของของผู้อ่นื มา
เปน็ ของตนเอง ปฏบิ ตั ิ เปน็ ของตนเอง ปฏิบัติ เป็นของตนเอง ปฏิบัติ
มีวินยั ตนตอ่ ผูอ้ ืน่ ด้วยความ ตนตอ่ ผอู้ น่ื ดว้ ยความ ตนต่อผูอ้ นื่ ดว้ ยความ
ซื่อตรง และเป็น ซ่อื ตรง ซ่อื ตรง
แบบอยา่ งทด่ี แี กเ่ พ่อื น
ด้านความซ่อื สัตย์ ขณะทำงานปฏิบัตติ าม ขณะทำงานปฏิบตั ติ าม
ขณะทำงานปฏบิ ัติตาม กฎ กติกาที่ได้ ตกลงกนั กฎ กติกาบ้าง
กฎ กติกาท่ีไดต้ กลงกัน
ไม่รบกวนบคุ คลอน่ื

ใฝ่เรยี นรู้ ตัง้ ใจเรียน เอาใจใส่ และมี ตงั้ ใจเรียน เอาใจใส่ และมี ต้ังใจเรยี น เอาใจใส่ และมี
ความเพยี รพยายามใน ความเพียรพยายามใน ความเพยี รพยายามใน
การเรยี นรู้ และเข้าร่วม การเรยี นรู้ และเข้ารว่ ม การเรียนรู้ และเข้ารว่ ม
กจิ กรรมการเรยี นรู้ กิจกรรมการเรียนรูต้ ่างๆ กิจกรรมการเรยี นรู้
ต่าง ๆ เปน็ ประจำ บ่อยครง้ั ต่าง ๆ บางคร้งั

ม่งุ มน่ั ในการทำงาน ตัง้ ใจและรบั ผิดชอบใน ตง้ั ใจและรบั ผิดชอบใน ตั้งใจและรบั ผิดชอบใน
การปฏบิ ตั ิหน้าที่ทีไ่ ด้รบั
การปฏิบตั หิ นา้ ท่ีทไี่ ดร้ บั การปฏิบัตหิ นา้ ท่ีทไี่ ด้รับ มอบหมายให้สำเรจ็

มอบหมายให้สำเรจ็ มี มอบหมายให้สำเรจ็ มี

การปรบั ปรงุ และ การปรบั ปรงุ การทำงาน

พัฒนาการทำงานให้ดีข้ึน ใหด้ ีขึน้

มีจติ สาธารณะ ชว่ ยครทู ำงาน อาสา ชว่ ยครูทำงาน อาสา ชว่ ยครทู ำงานอาสา
ทำงาน ชว่ ยคิด ช่วยทำ ทำงาน และแบง่ ปนั ทำงานให้ผู้อนื่ ด้วยความ
และแบง่ ปนั สงิ่ ของ ให้ สงิ่ ของให้ผูอ้ ื่นด้วย ความ เต็มใจ
ผ้อู ืน่ ด้วย ความเตม็ ใจ เต็มใจ

58

แบบประเมนิ สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รยี น ความสัมพันธร์ ะหวา่ งความดนั และอุณหภมู ิของแกส๊

นกั เรียนชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 5

คำชี้แจง เขียนเครื่องหมาย / ถ้านกั เรยี นมพี ฤตกิ รรมตามรายการที่สงั เกต

รายการประเมนิ ประเมนิ

ท่ี ช่ือ-สกุล ความสามารถ รวม
ในการ ่ืสอสาร
ความสามารถ
ในการ ิคด
ความสามารถ
ในการแ ้กปัญหา
ความสามารถ
ในการใ ้ชทักษะ ีช ิวต
ความสามารถใน
การใ ้ชเทคโนโลยี
่ผาน
ไ ่มผ่าน
3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 15

1 หมายถึง ระดับดี
2 หมายถึง ระดับพอใช้
3 หมายถึง ระดบั ปรบั ปรุง
4

เกณฑ์การประเมนิ
11 – 15 คะแนน
6 – 10 คะแนน
0 – 5 คะแนน

59

เกณฑก์ ารประเมนิ สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน

รายการประเมนิ 321
ความสามารถ
ในการสื่อสาร พดู ถ่ายทอดความรู้ความ พูดถา่ ยทอดความรู้ความ พูดถา่ ยทอดความรูค้ วาม

ความสามารถ เขา้ ใจจากสารที่อ่าน ฟัง ดู เขา้ ใจจากสารทอี่ า่ น ฟัง เข้าใจจากสารทอ่ี ่าน ฟัง
ในการคิด
ดว้ ยภาษาของตนเองได้ หรือ ดู ดว้ ยภาษาของ หรอื ดู ด้วยภาษาของ
ความสามารถ
ในการแกป้ ัญหา อย่างคล่องแคล่ว ชัดเจน ตนเองไดอ้ ยา่ งชัดเจน แต่ ตนเองได้บา้ ง

ความสามารถ ขาดความคล่องแคล่ว
ในการใชท้ ักษะชีวติ
ระบหุ ลักการสำคัญ ระบุหลักการสำคัญ ระบหุ ลกั การสำคัญ

แนวคดิ หรอื ความรู้ท่ี แนวคิดหรอื ความรทู้ ี่ แนวคดิ หรอื ความรูท้ ี่

ปรากฏในข้อมลู ตา่ งๆ ที่ ปรากฏในข้อมลู ตา่ งๆ ท่ี ปรากฏในขอ้ มูลต่างๆ ที่

พบเห็นไดอ้ ย่างถกู ตอ้ งและ พบเหน็ ได้อย่างถูกต้องแต่ พบเหน็ ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งเป็น

ครบถว้ น ไม่ครบถว้ น บางสว่ นและไมค่ รบถว้ น

นำข้อคน้ พบจากผลงาน/ นำขอ้ คน้ พบจากผลงาน/ นำขอ้ คน้ พบจากผลงาน/

ชน้ิ งานไปประยุกตใ์ ช้ใน ช้ินงานไปประยุกต์ใชใ้ น ชิ้นงานไปประยุกต์ใชใ้ น

การปอ้ งกันและแกป้ ญั หา การปอ้ งกันและแก้ปญั หา การป้องกันและแก้ปัญหา

ในสถานการณ์อน่ื ๆ ได้ ในสถานการณอ์ ่นื ๆ ได้ ในสถานการณอ์ นื่

อยา่ งสอดคลอ้ งตามหลัก อย่างสมเหตุสมผล

เหตุผลและคุณธรรม

นำความร/ู้ ทกั ษะและ นำความร/ู้ ทักษะและ นำความรู้/ทักษะและ

เทคนคิ วธิ ตี ่างๆ มาใช้ เทคนิควิธตี ่างๆ มาใช้ เทคนิควิธีต่างๆ มาใช้

สร้างสรรค์งานอย่างเปน็ สร้างสรรคง์ านอยา่ งเป็น สรา้ งสรรค์งานได้ แตไ่ ม่มี

ระบบและมีประสิทธภิ าพ ระบบแต่ขาดประสิทธิภาพ ประสิทธิภาพและไมส่ ำเร็จ

ในเวลาที่กำหนด

ความสามารถในการใช้ เลอื กและใชเ้ ทคโนโลยที ่ี เลอื กและใช้เทคโนโลยีที่ เลือกและใชเ้ ทคโนโลยที ่ี
เทคโนโลยี เหมาะสมในการรับและส่ง
เหมาะสมในการรบั และส่ง เหมาะสมในการรับและส่ง สารให้ผอู้ ่ืนเขา้ ใจไดอ้ ย่าง
ถูกต้อง โดยไมท่ ำให้ผ้อู ืน่
สารให้ผอู้ ่นื เข้าใจได้อยา่ ง สารให้ผ้อู นื่ เข้าใจไดอ้ ย่าง เดอื ดรอ้ น

ถูกต้อง และมคี วาม ถูกตอ้ ง และมคี วาม

หลากหลาย แปลกใหม่ หลากหลาย แปลกใหม่

โดยไม่ทำให้ผู้อ่นื เดือดรอ้ น โดยไมท่ ำให้ผูอ้ ่ืนเดือดรอ้ น

และสามารถแนะนำผอู้ นื่ ได้

60

แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 4

รหัส-รายชอ่ื วชิ า ว30233 เคมี 3 ชน้ั ม.5 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 1 ชวั่ โมง

หน่วยการเรยี นรู้ : แกส๊ และสมบัตขิ องแกส๊ กล่มุ สาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

เร่ือง ความสัมพนั ธ์ระหว่างปริมาตร ความดัน ผ้สู อน นางสอฝยี ะ๊ มะหะมงิ

และอุณหภมู ิของแกส๊

1. มาตรฐานการเรยี นรู้
สาระเคมี ม.5 ข้อ 1 เข้าใจโครงสร้างอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัติของธาตุ

พันธะเคมี และสมบัติ ของสาร แกส๊ และสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรีย์
และพอลิเมอร์ รวมท้ังการนำความรไู้ ปใช้ประโยชน์
2. ผลการเรยี นรู้

อธิบายความสมั พันธ์และคำนวณปริมาตร ความดัน หรืออุณหภูมขิ องแก๊สท่ีภาวะต่าง ๆ ตาม
กฎรวมแก๊ส
3. สาระสำคัญ

เม่ือจำนวนโมลของแก๊สคงที่ (n คงท่ี) ความดันของแก๊ส (P) แปรผันตรงกับอุณหภูมิ (T) ใน
หน่วยเคลวินแต่แปรผกผนั กบั ปริมาตร (V) ซ่งึ เรียกว่ากฎรวมแก๊ส

4. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

4.1 ดา้ นความรู้ (Knowledge; K)

อธบิ ายความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตร ความดนั และอณุ หภูมขิ องแก๊สได้

4.2 ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (Process; P)

คำนวณปริมาตร ความดัน หรืออณุ หภูมิของแกส๊ ทภ่ี าวะตา่ ง ๆ ตามกฎรวมแกส๊ ได้

4.3 ด้านคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (Attitude; A)

4.3.1 มวี นิ ัย 4.3.2 ใฝเ่ รียนรู้

4.3.3 มงุ่ มน่ั ในการทำงาน 4.3.4 มีจิตสาธารณะ

5. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน (ทีเ่ กดิ จากการจัดการเรยี นการสอน)
5.1 ความสามารถในการส่ือสาร
5.2 ความสามารถในการคดิ
5.3 ความสามารถในการแกป้ ญั หา

61

5.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ

6. สาระการเรียนรู้
เม่ือจำนวนโมล (n) ของแก๊สคงท่ีมีความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตร (V) ความดัน (P) และ

อุณหภูมิ (T) ในหน่วยเคลวิน สามารถพจิ ารณาได้ดงั น้ี

จากกฎของบอยด์ V เมื่อ T และ n คงท่ี

จากกฎของชาร์ล V T เมื่อ P และ n คงที่

จากกฎของเกย์-ลูสแซก P T เมอื่ T และ n คงท่ี

เมอ่ื รวมกฎของบอยล์ กฎของชารล์ และกฎของเกย์-ลูสแซก จะได้ความสมั พันธด์ ังน้ี

V

V = × ค่าคงท่ี

= คา่ คงที่
ความสมั พนั ธร์ ะหว่างปรมิ าตร ความดัน และอณุ หภูมนิ เี้ รียกว่า กฎรวมแก๊ส (combined gas
law) ซึ่งอาจเขียนอยู่ในรูปที่สามารถใช้คำนวณปริมาตร ความดัน หรืออุณหภูมิของแก๊สท่ีสองสภาวะ
ได้ดงั น้ี

P1V1 P2V2
T1 = T2

62

7. หลกั ฐาน หรอื ร่องรอยของการเรยี นรู้ การวดั และประเมนิ ผล

สิ่งทตี่ ้องการวดั วธิ ีการวดั เครื่องมอื วดั เกณฑท์ ่ใี ชก้ ารวดั ผู้ประเมนิ

ด้านความรู้ (K) - กระดาษคำถาม
- คำถามตรวจสอบความ
อธิบายความสัมพันธ์ระหว่าง - ตรวจกระดาษคำถาม เขา้ ใจ ผ่านข้ันตำ่ ไม่นอ้ ย ครู
ปริมาตร ความดัน และอุณหภูมิ - ตรวจคำถามตรวจสอบ กว่ารอ้ ยละ 60 ครู
ของแกส๊ ได้ ความเขา้ ใจ

ด้านกระบวนการ (P) แบบประเมินพฤติกรรม ต้องไดไ้ ม่ตำ่ กว่า
คำนวณปริมาตร ความดนั หรือ สงั เกตจากการทำ นกั เรียนระหว่างทำ ระดับคุณภาพ 2
กิจกรรม คอื ดี จากระดบั
อุณหภูมิของแก๊สท่ีภาวะต่าง ๆ กิจกรรม คณุ ภาพ 3 คือดี
ตามกฎรวมแก๊สได้ มาก

ดา้ นจิตพิสัย (A) สังเกตจากพฤติกรรม แบบประเมนิ คุณลักษณะ ตอ้ งได้ไม่ต่ำกวา่
- มีวนิ ยั ระหว่างเรยี น การเขา้
- ใฝเ่ รียนรู้ เรียน การตอบคำถาม อันพงึ ประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ครู
- มุ่งมั่นในการทำงาน ระหวา่ งเรียน ครู
- มีจิตสาธารณะ คือ ดี จากระดบั
สงั เกตจากการทำ
สมรรถนะ กจิ กรรม การตอบ คณุ ภาพ 3 คอื ดี
- ความสามารถในการสอื่ สาร คำถาม
- ความสามารถในการคิด มาก
- ความสามารถในกาแกป้ ญั หา
- ความสามารถในการใชท้ กั ษะ แบบประเมินสมรรถนะ ตอ้ งไดไ้ มต่ ่ำกว่า
สำคัญของผู้เรยี น 4 ด้าน ระดบั คณุ ภาพ 2
ชีวติ
คือ ดี จากระดับ
คุณภาพ 3 คอื ดี
มาก

63

8. กระบวนการจดั การเรียนรู้
8.1 ขน้ั สร้างความสนใจ (Engagement)
- ครทู บทวนเกีย่ วกบั กฎของบอยล์ กฎของชาร์ล และกฎของเกย์-ลูสแซก

8.2 ขนั้ สำรวจและคน้ หา (Exploration)
- ครูอธิบายเก่ียวกับกฎรวมแก๊ส ตามความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตร ความดัน และอุณหภูมิ

ของแกส๊
- ครูอธิบายรูปสมการท่ีใช้คำนวณปริมาตรหรือจำนวนโมลท่ีเปลย่ี นแปลงระหว่างสองสภาวะ

และยกตวั อย่างการคำนวณประกอบการอธบิ าย
ตวั อย่าง

ลูกโป่งบรรจุแก๊สฮีเลียมปริมาตร 30 ลิตร ที่ความดัน 1.5 บรรยากาศ ณ อุณหภูมิ 40 องศา
เซลเซยี ส ปรมิ าตรของลกู โปง่ น้ีจะเปน็ เท่าใดท่ี STP
วธิ ีทำ P1V1 P2V2
จาก T1 = T2

แทนคา่ จะได้ (1.5 atm)(30 L) (1.0 atm)(V2)
(40 + 273) K = 273 K

V2 = (1.5 atm)(30 L)(273 K)
(313 K)(1.0 atm)

= 39 L
ดังน้ัน ลกู โปง่ จะมีปรมิ าตร 39 ลิตร ท่ี STP
ตัวอยา่ ง 8

แก๊สชนิดหน่ึงมีปริมาตร 1000 ลูกบาศก์เซนติเมตร ที่ความดัน 1.00 บรรยากาศ อุณหภูมิ 0
องศาเซลเซียส ถ้าแก๊สชนิดน้ีมีปริมาตรและความดันเปลี่ยนเป็น 1150 ลกู บาศกเ์ ซนติเมตร และ 900
มิลลิเมตรปรอท ตามลำดับ จงหาอณุ หภูมทิ ี่เปลี่ยนแปลงไปในหน่วยองศาเซลเซียส
วธิ ีทำ P1V1 P2V2
จาก T1 = T2

แทนค่าจะได้ (1.00 atm) × (1000 (900 mmHg)(1150 cm3)
cm3)
= T2
(0 + 273) K

64

T2 = (900 mmHg)(1150 cm3)(273 K)
(760 mmHg)(1000 cm3)

= 372 K
จาก T(K) = T(°C) + 273

T(°C) = 372 – 273
= 99 °C

ดังน้ัน อณุ หภูมิของแก๊สเปลย่ี นแปลงไป 99 องศาเซลเซียส

- ครใู ห้นกั เรียนแบ่งกลมุ่ ๆ ละ 2 คน
- ครแู จกกระดาษคำถามให้แต่ละกลุม่ แลว้ ให้นกั เรยี นทำโจทย์ทไี่ ดร้ บั

8.3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation)
- ครูใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ ออกมานำเสนอคำถามที่ไดร้ บั
- ครูอธิบายเพม่ิ เติมเกย่ี วกบั ความสัมพนั ธร์ ะหว่างปรมิ าตร ความดัน และอณุ หภูมิของแก๊ส

8.4 ข้ันขยายความรู้ (Elaboration)
- ครูใหน้ ักเรยี นทำคำถามตรวจสอบความเข้าใจลงในสมุด

8.5 ขั้นประเมิน (Evaluvation)
- ตรวจกระดาษคำถาม
- ตรวจคำถามตรวจสอบความเขา้ ใจ

9. สือ่ วสั ดุ อปุ กรณ/์ แหลง่ การเรียนรู้
- หนังสือเรยี นวชิ า เคมีเพ่มิ เติม 3 สสวท.
- กระดาษคำถาม

ลงช่อื ........................................................
(นางสอฝียะ๊ มะหะมงิ )
ผู้สอน
…… /…… /……

65

เรื่อง ความสัมพนั ธร์ ะหว่างปรมิ าตร ความดัน และอณุ หภมู ขิ องแก๊ส

คำช้แี จง : ให้นกั เรยี นแสดงวิธีทำ พร้อมนำเสนอหน้าช้นั เรยี น
สมาชกิ ในกลมุ่ ท่ี…….. ช้นั ม. 5/…..

1. ชอ่ื ………………………………………………… นามสกุล………………………….. เลขท…่ี ………
2. ชอื่ ………………………………………………… นามสกุล………………………….. เลขที…่ ………

แก๊สชนิดหนึ่งมีปริมาตร 1000 ลูกบาศก์เซนติเมตร ท่ีความดัน 1.00 บรรยากาศ อุณหภูมิ 0 องศาเซลเซียส
ถ้าแกส๊ ชนดิ น้ีมีปรมิ าตรและความดันเปลีย่ นเป็น 1150 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร และ 900 มลิ ลเิ มตรปรอท ตามลำดับ
จงหาอุณหภูมิที่เปลย่ี นแปลงไปในหน่วยองศาเซลเซยี ส

66

เร่ือง ความสมั พันธร์ ะหว่างปริมาตร ความดัน และอณุ หภูมขิ องแก๊ส

คำช้แี จง : ให้นกั เรยี นแสดงวธิ ที ำ พร้อมนำเสนอหน้าชน้ั เรยี น
สมาชิกในกลุ่มท่ี…….. ชน้ั ม. 5/…..

1. ชอื่ ………………………………………………… นามสกุล………………………….. เลขท…่ี ………
2. ชอ่ื ………………………………………………… นามสกุล………………………….. เลขที่…………

เมื่อปล่อยลูกโป่งท่ีมีปริมาตร 6.0 ลิตร ความดัน 1.0 บรรยากาศ และอุณหภูมิ 27 องศาเซลเซียสขึ้นไปสู่
บรรยากาศชน้ั บนซ่ึงมีความดัน 0.50 บรรยากาศ และอณุ หภูมิ -23 องศาเซลเซยี ส ลกู โป่งจะมีปรมิ าตรเทา่ ใด

67

บันทกึ หลังสอน

ผลการสอน
.................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
ปญั หา/อุปสรรค
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
ขอ้ เสนอแนะ/วิธีแก้ไข
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ..................................................................
(นางสอฝียะ๊ มะหะมงิ )

ครูผู้สอนกลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

68

ความเหน็ ของหัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ......................................................
(นางสาวรอฮานา เจะเตะ)

หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ความเหน็ ของหวั หน้าฝ่ายบริหารงานวิชาการ
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ...............................................
( นางรตั นา กลนิ่ มณี )

หวั หนา้ ฝ่ายบริหารงานวิชาการ

ความเหน็ ของผู้อำนวยการโรงเรียนนิคมพัฒนวทิ ย์

.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ...............................................
( นายภาสกร แกว้ วิชติ )

ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนนิคมพฒั นวิทย์

แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเรยี นรู้ 69
ความสัมพนั ธร์ ะหว่างปริมาตร ความดนั และอณุ หภมู ิของแกส๊ ประเมนิ
คำช้ีแจง เขียนเคร่อื งหมาย / ถา้ นักเรยี นมีพฤตกิ รรมตามรายการที่สังเกต

รายการประเมิน

ท่ี ชือ่ -สกลุ บันทึกความ ู้รความเ ้ขาใจ
ในเนื้อหา
การ ัรบฟังความ ิคดเห็น
ของผู้อื่น
ป ิฏบั ิตงานท่ีไ ้ด ัรบ
มอบหมาย
การเข้า ่รวม ิกจกรรม
กลุ่ม
การแสดงความ ิคดเห็น
รวม
่ผาน
ไ ่มผ่าน
3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 15

1 หมายถงึ ระดับดี
2 หมายถงึ ระดบั พอใช้
3 หมายถึง ระดับปรบั ปรุง
4
เกณฑก์ ารประเมิน

11 – 15 คะแนน

6 – 10 คะแนน

0 – 5 คะแนน

70

เกณฑ์การประเมนิ พฤติกรรมการเรยี นรู้

รายการประเมิน 3 2 1
สรุปและบนั ทึกข้อมลู ที่ ไมม่ สี รุปและบันทึก
บันทกึ ความรคู้ วามเข้าใจ สรุปและบันทึกข้อมลู ท่ี เป็นองค์ประกอบของ ข้อมลู ท่เี ป็นองคป์ ระกอบ
เรื่องบางครง้ั ของเรือ่ ง
ในเนอื้ หา เป็นองค์ประกอบของ ยอมรบั ฟงั ความคดิ เหน็ ไมย่ อมรบั ฟงั
ของผู้อืน่ เป็นบางครง้ั ความคิดเหน็ ของผอู้ นื่
เร่ืองทส่ี รุปไดค้ รบถ้วน

ยอมรับฟังความคดิ เห็น ยอมรบั ฟังความคิดเห็น

ของผูอ้ ื่น ของผ้อู นื่ ดีมาก

ปฏิบตั งิ านที่ได้รบั ปฏิบัติงานเสร็จทันเวลา ปฏบิ ัตงิ านเสรจ็ ทนั เวลา ไม่เสร็จทนั เวลา
มอบหมาย
ตามกำหนดเรยี บร้อย ตามกำหนด ตามทีก่ ำหนด

ดมี าก

ทำงานกับผูอ้ นื่ ไดอ้ ย่าง กระตอื รอื รน้ ให้ความ กระตอื รอื ร้นใหค้ วาม ขาดความกระตือรอื รน้
สร้างสรรค์ สนใจในการเข้าร่วม สนใจในการเข้าร่วม และไม่สนใจเข้าร่วม
กจิ กรรมทุกคร้ัง กิจกรรมบางครั้ง กิจกรรม

การแสดงความคิดเหน็ ร้จู ักแสดงความคิดเห็น รจู้ ักแสดงความคิดเหน็ ไมแ่ สดงความคิดเห็น

ในกลุ่มดมี าก ในกลุ่ม ในกลุม่

แบบประเมินคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ 71
ความสัมพันธ์ระหวา่ งปรมิ าตร ความดนั และอุณหภมู ิของแก๊ส
ประเมนิ
นกั เรียนช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 5 รวม
คำช้แี จง เขียนเครื่องหมาย / ถา้ นกั เรียนมพี ฤติกรรมตามรายการท่ีสังเกต

รายการประเมนิ

ท่ี ชื่อ-สกลุ
ื่ซอ ัสตย์ ุสจ ิรต
ีม ิวนัย
ใฝ่เ ีรยน ู้ร
ุ่มง ่ัมนในการ
ทำงาน
ีม ิจต
สาธารณะ
ผ่าน
ไ ่มผ่าน
3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 15

1 หมายถงึ ระดับดี
2 หมายถงึ ระดับพอใช้
3 หมายถงึ ระดับปรบั ปรงุ
4

เกณฑ์การประเมิน
11 – 15 คะแนน
6 – 10 คะแนน
0 – 5 คะแนน

72

เกณฑก์ ารประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

รายการประเมนิ 3 2 1
ซอื่ สตั ย์ สุจริต ไมน่ ำผลงานของผู้อ่นื มา ไม่นำผลงานของผ้อู ่ืนมา นำสิ่งของของผู้อ่นื มา
เปน็ ของตนเอง ปฏบิ ัติ เปน็ ของตนเอง ปฏิบัติ เป็นของตนเอง ปฏิบัติ
มีวินยั ตนตอ่ ผูอ้ ืน่ ด้วยความ ตนตอ่ ผอู้ น่ื ดว้ ยความ ตนต่อผูอ้ นื่ ดว้ ยความ
ซือ่ ตรง และเป็น ซ่อื ตรง ซ่อื ตรง
แบบอยา่ งทด่ี แี กเ่ พอ่ื น
ด้านความซ่อื สัตย์ ขณะทำงานปฏิบัตติ าม ขณะทำงานปฏิบตั ติ าม
ขณะทำงานปฏบิ ัติตาม กฎ กติกาที่ได้ ตกลงกนั กฎ กติกาบ้าง
กฎ กติกาท่ีไดต้ กลงกัน
ไม่รบกวนบคุ คลอน่ื

ใฝ่เรยี นรู้ ตัง้ ใจเรียน เอาใจใส่ และมี ตงั้ ใจเรียน เอาใจใส่ และมี ต้ังใจเรยี น เอาใจใส่ และมี
ความเพยี รพยายามใน ความเพียรพยายามใน ความเพยี รพยายามใน
การเรยี นรู้ และเข้ารว่ ม การเรยี นรู้ และเข้ารว่ ม การเรียนรู้ และเข้ารว่ ม
กิจกรรมการเรยี นรู้ กิจกรรมการเรียนรูต้ ่างๆ กิจกรรมการเรยี นรู้
ตา่ ง ๆ เปน็ ประจำ บ่อยครง้ั ต่าง ๆ บางคร้งั

ม่งุ มน่ั ในการทำงาน ตงั้ ใจและรบั ผิดชอบใน ตง้ั ใจและรบั ผิดชอบใน ตั้งใจและรบั ผิดชอบใน
การปฏบิ ตั ิหน้าที่ทีไ่ ด้รบั
การปฏิบตั หิ นา้ ท่ีทไี่ ด้รบั การปฏิบัตหิ นา้ ท่ีทไี่ ด้รับ มอบหมายให้สำเรจ็

มอบหมายให้สำเรจ็ มี มอบหมายให้สำเรจ็ มี

การปรบั ปรงุ และ การปรบั ปรงุ การทำงาน

พัฒนาการทำงานใหด้ ีข้ึน ใหด้ ีขึน้

มีจติ สาธารณะ ชว่ ยครทู ำงาน อาสา ชว่ ยครูทำงาน อาสา ชว่ ยครทู ำงานอาสา
ทำงาน ชว่ ยคิด ช่วยทำ ทำงาน และแบง่ ปนั ทำงานให้ผู้อนื่ ด้วยความ
และแบง่ ปนั สงิ่ ของ ให้ สงิ่ ของให้ผูอ้ ื่นด้วย ความ เต็มใจ
ผ้อู ืน่ ด้วย ความเตม็ ใจ เต็มใจ

แบบประเมนิ สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น 73
ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งปรมิ าตร ความดนั และอุณหภมู ิของแก๊ส ประเมนิ

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 5
คำชีแ้ จง เขียนเครือ่ งหมาย / ถ้านกั เรยี นมีพฤติกรรมตามรายการทีส่ งั เกต

รายการประเมิน

ท่ี ชอื่ -สกลุ ความสามารถ รวม
ในการ ่ืสอสาร
ความสามารถ
ในการ ิคด
ความสามารถ
ในการแ ้กปัญหา
ความสามารถ
ในการใ ้ชทักษะ ีช ิวต
ความสามารถใน
การใ ้ชเทคโนโลยี
่ผาน
ไ ่มผ่าน
3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 15

1 หมายถงึ ระดับดี
2 หมายถึง ระดับพอใช้
3 หมายถงึ ระดบั ปรับปรงุ
4

เกณฑก์ ารประเมิน
11 – 15 คะแนน
6 – 10 คะแนน
0 – 5 คะแนน

74

เกณฑก์ ารประเมนิ สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน

รายการประเมนิ 321
ความสามารถ
ในการส่ือสาร พดู ถ่ายทอดความรู้ความ พูดถา่ ยทอดความรู้ความ พูดถา่ ยทอดความรูค้ วาม

ความสามารถ เขา้ ใจจากสารท่ีอ่าน ฟัง ดู เขา้ ใจจากสารทอี่ า่ น ฟัง เข้าใจจากสารทอ่ี ่าน ฟัง
ในการคดิ
ดว้ ยภาษาของตนเองได้ หรือ ดู ดว้ ยภาษาของ หรอื ดู ด้วยภาษาของ
ความสามารถ
ในการแก้ปญั หา อย่างคล่องแคล่ว ชัดเจน ตนเองไดอ้ ยา่ งชัดเจน แต่ ตนเองได้บา้ ง

ความสามารถ ขาดความคล่องแคล่ว
ในการใช้ทักษะชีวติ
ระบหุ ลักการสำคัญ ระบุหลักการสำคัญ ระบหุ ลกั การสำคัญ

แนวคดิ หรอื ความรู้ท่ี แนวคิดหรอื ความรทู้ ี่ แนวคดิ หรอื ความรูท้ ี่

ปรากฏในข้อมูลตา่ งๆ ที่ ปรากฏในข้อมลู ตา่ งๆ ท่ี ปรากฏในขอ้ มูลต่างๆ ที่

พบเห็นไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งและ พบเหน็ ได้อย่างถูกต้องแต่ พบเหน็ ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งเป็น

ครบถว้ น ไม่ครบถว้ น บางสว่ นและไมค่ รบถว้ น

นำข้อคน้ พบจากผลงาน/ นำขอ้ คน้ พบจากผลงาน/ นำขอ้ คน้ พบจากผลงาน/

ชน้ิ งานไปประยุกตใ์ ช้ใน ช้ินงานไปประยุกต์ใชใ้ น ชิ้นงานไปประยุกต์ใชใ้ น

การปอ้ งกันและแกป้ ญั หา การปอ้ งกันและแก้ปญั หา การป้องกันและแก้ปัญหา

ในสถานการณอ์ น่ื ๆ ได้ ในสถานการณอ์ ่นื ๆ ได้ ในสถานการณอ์ นื่

อยา่ งสอดคลอ้ งตามหลัก อย่างสมเหตุสมผล

เหตุผลและคุณธรรม

นำความร/ู้ ทกั ษะและ นำความร/ู้ ทักษะและ นำความรู้/ทักษะและ

เทคนคิ วธิ ตี ่างๆ มาใช้ เทคนิควิธตี ่างๆ มาใช้ เทคนิควิธีต่างๆ มาใช้

สร้างสรรค์งานอย่างเปน็ สร้างสรรคง์ านอยา่ งเป็น สรา้ งสรรค์งานได้ แตไ่ ม่มี

ระบบและมีประสิทธภิ าพ ระบบแต่ขาดประสิทธภิ าพ ประสิทธิภาพและไมส่ ำเร็จ

ในเวลาที่กำหนด

ความสามารถในการใช้ เลอื กและใชเ้ ทคโนโลยที ่ี เลอื กและใช้เทคโนโลยีที่ เลือกและใชเ้ ทคโนโลยที ่ี
เทคโนโลยี เหมาะสมในการรับและส่ง
เหมาะสมในการรบั และส่ง เหมาะสมในการรับและส่ง สารให้ผอู้ ่ืนเขา้ ใจไดอ้ ย่าง
ถูกต้อง โดยไมท่ ำให้ผ้อู ืน่
สารให้ผอู้ ่นื เข้าใจได้อยา่ ง สารให้ผ้อู นื่ เข้าใจไดอ้ ย่าง เดอื ดรอ้ น

ถูกต้อง และมคี วาม ถูกตอ้ ง และมคี วาม

หลากหลาย แปลกใหม่ หลากหลาย แปลกใหม่

โดยไม่ทำให้ผอู้ ื่นเดือดรอ้ น โดยไมท่ ำให้ผูอ้ ่ืนเดือดรอ้ น

และสามารถแนะนำผอู้ นื่ ได้

75

แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 5

รหัส-รายชอ่ื วิชา ว30233 เคมี 3 ชัน้ ม.5 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 2 ชว่ั โมง

หน่วยการเรยี นรู้ : แกส๊ และสมบัติของแกส๊ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

เร่ือง ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งปรมิ าตรและจำนวนโมลของแก๊ส ผสู้ อน นางสอฝีย๊ะ มะหะมิง

1. มาตรฐานการเรียนรู้

สาระเคมี ม.5 ข้อ 1 เข้าใจโครงสร้างอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัติของธาตุ

พนั ธะเคมี และ สมบัติของสาร แก๊สและสมบัตขิ องแกส๊ ประเภทและสมบตั ขิ องสารประกอบอินทรีย์

และพอลเิ มอร์ รวมทั้งการนำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์

2. ผลการเรยี นรู้

อธิบายและคำนวณปริมาตร ความดัน อุณหภูมิ จำนวนโมล หรือมวลของแก๊ส จาก

ความสัมพันธต์ ามกฎของอาโวกาโดร และกฎแกส๊ อุดมคติ

3. สาระสำคัญ

ความสมั พันธร์ ะหวา่ งปริมาตร และจำนวนโมล หรอื มวลของแก๊ส อธิบายความสมั พันธ์ไดด้ ว้ ย

กฎของอาโวกาโดร สำหรับความสมั พันธ์ระหว่างปริมาตร ความดัน อุณหภูมิ และจำนวนโมลของแก๊ส

อธิบายได้ด้วยกฎแก๊สอุดมคติ ซึ่งสามารถนำมาใช้ในการคำนวณและการอธิบายการเปล่ียนแปลงท่ี

เกี่ยวขอ้ งกบั จำนวนโมลของแกส๊ ท่ภี าวะต่าง ๆ ได้

4. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

4.1 ดา้ นความรู้ (Knowledge; K)

อธบิ ายความสัมพันธ์ระหวา่ งปรมิ าตรและจำนวนโมลของแกส๊ ได้

4.2 ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (Process; P)

คำนวณปริมาตรและจำนวนโมลของแก๊ส จากความสมั พันธ์ตามกฎของอาโวกาโดรได้

ทดลองความสัมพนั ธ์ระหวา่ งปริมาตรและจำนวนโมลของแกส๊ ได้

4.3 ด้านคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ (Attitude; A)

4.3.1 มีวินัย 4.3.2 ใฝเ่ รยี นรู้

4.3.3 มงุ่ มน่ั ในการทำงาน 4.3.4 มีจิตสาธารณะ

5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (ทเ่ี กิดจากการจัดการเรยี นการสอน)
5.1 ความสามารถในการสอ่ื สาร 5.2 ความสามารถในการคิด
5.3 ความสามารถในการแก้ปญั หา 5.4 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต

76

6. สาระการเรียนรู้
จำนวนโมลกับปริมาตรของแก๊สมีความสัมพันธ์กัน ซ่ึงความสัมพันธ์ดังกล่าวนี้มีการศึกษาไว้

แล้วโดย อเมเดโอ อาโวกาโด (Amaedeo Avogadro) ซึ่งต่อมาได้ต้ังเป็นกฎเรียกว่า กฎของอาโวกา
โดร (Avogadro’s law) ซึง่ กลา่ วว่า เมอื่ ความดันและอุณหภูมขิ องแก๊สคงท่ี ปรมิ าตร () จะแปรผันตรง
กับจำนวนโมล () ซ่งึ เขยี นแทนด้วยสมการคณติ ศาสตร์ไดด้ ังนี้

Vn
V = ค่าคงที่ × n

= ค่าคงที่
ความสัมพันธ์ตามกฎของอาโวกาโดร อาจเขียนอยู่ในรูปที่สามารถใช้คำนวณปริมาตร หรือ
จำนวนโมลของแก๊สทส่ี องสภาวะไดด้ งั น้ี

V1 = V2
n1 n2

เมื่อ V1 และ V2 คือ ปริมาตรของแก๊สท่ีมีจำนวนโมล n1 และ n2 ตามลำดับ ท่ีความดันและ
อุณหภมู คิ งท่ี

ตวั อย่าง 9

เมื่อบรรจุแก๊สฮีเลียม 2.0 โมล ในลูกโป่งจะทำให้ลูกโป่งมีปริมาตร 50 ลิตร ถ้าบรรจุแก๊ส

ฮเี ลยี มลงไปในลูกโป่งเร่อื ย ๆ จนมีปริมาตร 150 ลติ ร โดยไมม่ ีการเปล่ียนแปลงอุณหภูมิและความดัน

ลกู โป่งนจ้ี ะมีแก๊สฮีเลยี มบรรจอุ ย่กู ่ีโมล

วธิ ีทำ V1 V2
n1 n2
จาก =

แทนค่าจะได้ 50 L = 150 L
2.0 mol n2

n2 = (150 L)(2.0 mol)
50 L

= 6.0 mol

ดังนนั้ ลูกโปง่ นจ้ี ะมีแก๊สฮีเลียมบรรจอุ ยู่ 6.0 โมล

77

7. หลกั ฐาน หรือร่องรอยของการเรียนรู้ การวดั และประเมินผล

ส่งิ ท่ีต้องการวดั วิธีการวัด เครอ่ื งมอื วัด เกณฑท์ ี่ใช้การวัด ผู้ประเมนิ

ด้านความรู้ (K)
อธิบายความสัมพันธ์ระหว่าง ตรวจกิจกรรม 7.4 กิจกรรม กิจกรรม ผ่านขั้นต่ำไมน่ อ้ ยกวา่
ปรมิ าตรและอณุ หภมู ขิ องแก๊สได้ ก า ร ท ด ล อ ง ศึ ก ษ า 7.4 การทดลองศึกษา รอ้ ยละ 60
อธิบายความสัมพันธ์ระหว่าง ความสัมพันธ์ระหว่าง ความสัมพันธ์ระหว่าง
ความดนั และอณุ หภูมขิ องแกส๊ ได้ ปริมาตรและจำนวนโม ปริมาตรและจำนวนโม ครู

ลของแก๊ส ลของแกส๊

ตรวจแบบฝกึ หดั 7.1 แบบฝกึ หัด 7.1

ดา้ นกระบวนการ (P) แบบประเมิน ต้องไดไ้ มต่ ่ำกวา่
คำนวณปริมาตรหรอื อุณหภมู ิ สงั เกตจากพฤติกรรม พฤตกิ รรมนกั เรยี น ระดบั คุณภาพ 2 คือ
ระหวา่ งทำกิจกรรม ดี จากระดับคุณภาพ
โดยใชค้ วามสมั พันธต์ ามกฎของ ระหว่างทำกิจกรรม 3 คือดมี าก
แบบประเมิน
ชารล์ ได้ คุณลกั ษณะอันพึง ต้องได้ไมต่ ่ำกวา่ ครู
ประสงค์ ระดับคณุ ภาพ 2 คอื ครู
เขี ย น ก ร า ฟ แ ล ะ ส ม ก า ร ดี จากระดบั คุณภาพ
3 คอื ดมี าก
ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตร

และอุณหภูมขิ องอากาศได้

คำนวณความดันหรืออุณหภูมิ

โดยใช้ความสัมพันธ์ตามกฎของ

เกย-์ ลูสแซก

ด้านจติ พสิ ยั (A)

- มีวนิ ยั สงั เกตจากพฤตกิ รรม
- ใฝเ่ รียนรู้ ระหว่างเรียน การเข้า

- มงุ่ มั่นในการทำงาน เรยี น การตอบคำถาม
- มีจติ สาธารณะ ระหว่างเรยี น

สง่ิ ที่ต้องการวดั วธิ ีการวัด เครือ่ งมือวัด 78
เกณฑ์ท่ีใชก้ ารวัด ผูป้ ระเมนิ

สมรรถนะ แบบประเมินสมรรถนะ ต้องไดไ้ มต่ ่ำกว่า ครู
สำคัญของผู้เรยี น 4 ระดบั คณุ ภาพ 2 คือ
- ความสามารถในการสือ่ สาร สงั เกตจากการทำ ด้าน ดี จากระดบั คุณภาพ
- ความสามารถในการคิด กจิ กรรม การตอบ
- ความสามารถในกาแกป้ ญั หา คำถาม 3 คือดมี าก
- ความสามารถในการใช้ทกั ษะ

ชวี ติ

8. กระบวนการจดั การเรยี นรู้
8.1 ขัน้ สรา้ งความสนใจ (Engagement)
- ครทู บทวนนกั เรยี นเกยี่ วกับความสมั พันธ์ระหวา่ งปริมาตร ความดัน และอุณหภูมขิ องแกส๊

8.2 ขนั้ สำรวจและค้นหา (Exploration)
- ครูให้นักเรียนทำกิจกรรม 7.4 การทดลองศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรและจำนวน

โมลของแก๊ส
จดุ ประสงคก์ ารทดลอง
ทดลองและอธบิ ายความสัมพันธ์ระหว่างปรมิ าตรและจำนวนโมลของแก๊ส
วสั ดอุ ปุ กรณ์
1. โซเดยี มไฮโดรเจนคารบ์ อเนต (NaHCO3)
2. สารละลายกรดไฮโดรคลอรกิ (HCl) 0.50 mol/L
3. ลูกโป่ง ขนาด 10 น้วิ
4. ขวดรปู กรวยขนาดื125 mL
5. กระดาษชั่งสาร
6. กรวยกรอง
7. ชอ้ นตักสาร
8. บีกเกอร์ขนาด 250 ml
9. กระบอกตวง ขนาด 50 ml
10. หลอดหนด
11. ปากกาเขยี นปา้ ย
วธิ ที ดลอง

79

1. นำลกู โป่งทตี่ รวจสอบแล้วว่าไมร่ ่ัวจำนวน 3 ลูก มาเขียนหมายเลขกำกับลูกโป่งแต่

ละลูก(หมายเลข 1-3)

2. ช่งั NaHCO3 บนกระดาษช่ังสารปรมิ าณตามทก่ี ำหนดในตาราง

หมายเลขลกู โป่ง 1 2 3

มวล NaHCO3 (g) 0.10 0.50 1.00

เท NaHCO3 ใส่ลงในลกู โป่งแต่ละหมายเลขผ่านกรวยกรองจนหมด
3. ใส่ HCl 0.50 mol/L ปริมาตร 50.0 mL ลงในขวดรูปกรวยแตล่ ะขวด
4. ไล่อากาศในลกู โป่งทเ่ี ตรยี มไว้ในขอ้ 2 จากนั้นครอบปากลูกโป่งเข้ากับปากขวดรูป
กรวยในขอ้ 3 แลว้ เขย่าลกู โป่งให้ NaHCO3 ท้ังหมดตกลงมาทำปฏิกริ ิยากับ HCl ในขวดรูปกรวยเขย่า
ขวดรูปกรวยเพ่ือให้สารทำปฏิกิริยากันอย่างสมบูรณ์ สังเกตการณ์เปล่ียนแปลง ท่ีเกิดข้ึน และ
เปรยี บเทยี บปรมิ าตรของลูกโป่งท้งั 3 ลูก บันทกึ ผล

8.3 ขนั้ อธิบายและลงข้อสรปุ (Explanation)
- ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายผลการทดลองในกิจกรรม 7.4 การทดลองศึกษา

ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งปริมาตรและจำนวนโมลของแก๊ส
- ครูอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรและจำนวนโมลของแก๊ส เมื่อความดันกับอุณหภูมิ

ของแก๊สคงท่ี เรยี กวา่ กฎของอาโวกาโดร

8.4 ข้นั ขยายความรู้ (Elaboration)
- ครูอธิบายรูปสมการที่ใช้คำนวณปรมิ าตรหรือจำนวนโมลท่ีเปลี่ยนแปลงระหว่างสองสภาวะ

และยกตวั อยา่ งการคำนวณประกอบการอธบิ าย

ตวั อยา่ ง

เม่ือบรรจุแก๊สฮีเลียม 2.0 โมล ในลูกโป่งจะทำให้ลูกโป่งมีปริมาตร 50 ลิตร ถ้าบรรจุแก๊ส

ฮีเลียมลงไปในลูกโป่งเรอ่ื ย ๆ จนมีปริมาตร 150 ลติ ร โดยไม่มีการเปล่ียนแปลงอณุ หภูมิและความดัน

ลกู โปง่ นจ้ี ะมีแกส๊ ฮีเลยี มบรรจอุ ยูก่ ีโ่ มล

วธิ ีทำ V1 V2
n1 n2
จาก =

แทนคา่ จะได้ 50 L = 150 L
2.0 mol n2

n2 = (150 L)(2.0 mol)
50 L

80

= 6.0 mol

ดังนั้น ลูกโปง่ นจี้ ะมแี ก๊สฮีเลยี มบรรจุอยู่ 6.0 โมล

ตวั อย่าง

ห่วงยางปริมาตร 5.0 ลิตร มีแก๊สไนโตรเจน (N2) บรรจุอยู่ 0.35 โมล เมื่อเติมแก๊สไนโตรเจน

จนมจี ำนวน 0.70 โมล ปรมิ าตรของแก๊สในห่วงยางเปน็ เทา่ ใด

วิธีทำ V1 V2
n1 n2
จาก =

แทนค่าจะได้ 5.0 L = V2
0.35 mol 0.70 mol

V2 = (5.0 L)(0.70 mol)
0.35 mol

= 10 L

ดงั นั้น ห่วงยางมีปริมาตร 10 ลิตร

- ครูใหน้ กั เรยี นทำแบบฝกึ หดั 7.1

8.5 ขัน้ ประเมิน (Evaluvation)
- ตรวจกจิ กรรม 7.4 การทดลองศึกษาความสมั พันธ์ระหว่างปรมิ าตรและจำนวนโมลของแกส๊
- ตรวจแบบฝึกหัด 7.1

9. สอ่ื วัสดุ อปุ กรณ/์ แหลง่ การเรยี นรู้
- หนงั สือเรียนวชิ า เคมีเพิม่ เตมิ 3 สสวท.
- ใบกจิ กรรม 7.4 การทดลองศกึ ษาความสมั พนั ธร์ ะหว่างปรมิ าตรและจำนวนโมลของแกส๊

ลงชื่อ........................................................
(นางสอฝีย๊ะ มะหะมงิ )
ผ้สู อน
…… /…… /……

81

กิจกรรม 7.4 การทดลองศกึ ษาความสมั พนั ธ์ระหว่างปริมาตรและจำนวนโมลของแกส๊

คำช้ีแจง : ให้นักเรียนบนั ทกึ ผลการทดลอง สรุปผลให้สมบรู ณ์ และตอบคำถามทา้ ยการทดลอง
สมาชิกในกลุ่มท่ี…….. ชน้ั ม. 5/…..

1. ชือ่ ………………………………………………… นามสกลุ ………………………….. เลขท่ี…………
2. ช่อื ………………………………………………… นามสกุล………………………….. เลขท…่ี ………

จดุ ประสงคก์ ารทดลอง

…………………………………………………………………………………………………….................................……………

……………………………………………………………………………………….............................................................…

ผลการทดลอง

หมายเลขลกู โป่ง 1 2 3

มวล NaHCO3 (g) 0.10 0.50 1.00

การเปลย่ี นแปลงเม่อื ผสม

NaHCO3 กับ HCl

ลำดบั ลูกโป่งทีม่ ี

ปริมาตรเพมิ่ ข้ึน

สรุปผลการทดลอง
…………………………………………………………………………………………………….................................................
…………………………………………………………………………………………………….................................……………
……………………………………………………………………………………….............................................................…

คำถามท้ายการทดลอง
1. สมการเคมขี องปฏกิ ริ ยิ าระหวา่ ง NaHCO3 และ HCl เปน็ อยา่ งไร

………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. จำนวนโมลของแกส๊ ท่เี กิดข้ึนในลกู โปง่ แตล่ ะหมายเลขเทา่ กันหรือไม่ ทราบได้อยา่ งไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. ความสัมพนั ธ์ระหว่างปริมาตรและจำนวนโมลของแกส๊ เป็นอย่างไร
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………

82

บนั ทกึ หลังสอน

ผลการสอน
.................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
ปัญหา/อปุ สรรค
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
ขอ้ เสนอแนะ/วธิ แี ก้ไข
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ..................................................................
(นางสอฝยี ะ๊ มะหะมิง)

ครูผู้สอนกลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

83

ความเหน็ ของหัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ......................................................
(นางสาวรอฮานา เจะเตะ)

หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ความเห็นของหัวหนา้ ฝ่ายบริหารงานวชิ าการ
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ...............................................
( นางรตั นา กลิน่ มณี )

หวั หนา้ ฝ่ายบรหิ ารงานวิชาการ

ความเห็นของผอู้ ำนวยการโรงเรียนนิคมพัฒนวิทย์

.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................

ลงช่ือ...............................................
( นายภาสกร แกว้ วิชติ )

ผู้อำนวยการโรงเรียนนิคมพฒั นวิทย์

แบบสังเกตพฤติกรรมการเรยี นรู้ 84
ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งปรมิ าตรและจำนวนโมลของแก๊ส ประเมนิ
คำชแี้ จง เขียนเคร่อื งหมาย / ถา้ นกั เรยี นมีพฤติกรรมตามรายการทสี่ ังเกต

รายการประเมิน

ท่ี ชอื่ -สกุล บันทึกความ ู้รความเ ้ขาใจ
ในเนื้อหา
การ ัรบฟังความ ิคดเห็น
ของผู้อื่น
ป ิฏบั ิตงานท่ีไ ้ด ัรบ
มอบหมาย
การเข้า ่รวม ิกจกรรม
กลุ่ม
การแสดงความ ิคดเห็น
รวม
่ผาน
ไ ่มผ่าน
3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 15

1 หมายถงึ ระดับดี
2 หมายถึง ระดับพอใช้
3 หมายถึง ระดับปรับปรงุ
4
เกณฑก์ ารประเมนิ

11 – 15 คะแนน

6 – 10 คะแนน

0 – 5 คะแนน

85

เกณฑก์ ารประเมนิ พฤตกิ รรมการเรียนรู้

รายการประเมิน 3 2 1
สรุปและบนั ทกึ ขอ้ มลู ท่ี ไมม่ สี รุปและบันทึก
บนั ทกึ ความรคู้ วามเข้าใจ สรุปและบนั ทึกข้อมลู ที่ เปน็ องคป์ ระกอบของ ข้อมลู ท่เี ป็นองคป์ ระกอบ
เรอ่ื งบางคร้ัง ของเรือ่ ง
ในเนอ้ื หา เป็นองคป์ ระกอบของ ยอมรับฟงั ความคิดเห็น ไมย่ อมรบั ฟงั
ของผู้อื่นเป็นบางครัง้ ความคิดเหน็ ของผอู้ นื่
เร่อื งทส่ี รปุ ไดค้ รบถว้ น

ยอมรบั ฟังความคิดเห็น ยอมรบั ฟงั ความคิดเห็น

ของผูอ้ นื่ ของผู้อน่ื ดีมาก

ปฏบิ ัติงานทไี่ ดร้ บั ปฏิบัติงานเสร็จทนั เวลา ปฏบิ ัติงานเสร็จทนั เวลา ไม่เสรจ็ ทนั เวลา
มอบหมาย
ตามกำหนดเรยี บร้อย ตามกำหนด ตามทีก่ ำหนด

ดีมาก

ทำงานกบั ผ้อู ่ืนไดอ้ ย่าง กระตอื รือรน้ ให้ความ กระตอื รอื ร้นให้ความ ขาดความกระตือรอื รน้
สร้างสรรค์ สนใจในการเข้าร่วม สนใจในการเขา้ รว่ ม และไม่สนใจเข้าร่วม
กจิ กรรมทุกคร้ัง กิจกรรมบางครั้ง กิจกรรม

การแสดงความคิดเหน็ ร้จู ักแสดงความคิดเหน็ ร้จู ักแสดงความคิดเหน็ ไมแ่ สดงความคิดเห็น

ในกลุ่มดมี าก ในกลุ่ม ในกลุม่

แบบประเมินคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ 86
ความสมั พันธร์ ะหว่างปริมาตรและจำนวนโมลของแก๊ส
ประเมนิ
นกั เรียนชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 5 รวม
คำชแ้ี จง เขียนเครอื่ งหมาย / ถ้านกั เรียนมพี ฤตกิ รรมตามรายการทสี่ งั เกต

รายการประเมิน

ท่ี ชือ่ -สกุล
ื่ซอ ัสตย์ ุสจ ิรต
ีม ิวนัย
ใฝ่เ ีรยน ู้ร
ุ่มง ่ัมนในการ
ทำงาน
ีม ิจต
สาธารณะ
ผ่าน
ไ ่มผ่าน
3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 15

1 หมายถึง ระดับดี
2 หมายถงึ ระดบั พอใช้
3 หมายถงึ ระดับปรบั ปรุง
4

เกณฑ์การประเมนิ
11 – 15 คะแนน
6 – 10 คะแนน
0 – 5 คะแนน

87

เกณฑก์ ารประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์

รายการประเมนิ 3 2 1
ซอื่ สตั ย์ สุจริต ไมน่ ำผลงานของผู้อ่นื มา ไม่นำผลงานของผอู้ ่ืนมา นำสิ่งของของผู้อนื่ มา
เปน็ ของตนเอง ปฏบิ ตั ิ เป็นของตนเอง ปฏิบัติ เป็นของตนเอง ปฏิบตั ิ
มีวินยั ตนตอ่ ผูอ้ ืน่ ด้วยความ ตนต่อผู้อืน่ ดว้ ยความ ตนต่อผูอ้ นื่ ดว้ ยความ
ซื่อตรง และเป็น ซอื่ ตรง ซ่อื ตรง
แบบอยา่ งทด่ี แี กเ่ พ่ือน
ด้านความซ่อื สัตย์ ขณะทำงานปฏิบัตติ าม ขณะทำงานปฏิบัติตาม
ขณะทำงานปฏบิ ัติตาม กฎ กตกิ าที่ได้ ตกลงกนั กฎ กติกาบ้าง
กฎ กติกาท่ีไดต้ กลงกัน
ไม่รบกวนบคุ คลอน่ื

ใฝ่เรยี นรู้ ตัง้ ใจเรียน เอาใจใส่ และมี ตง้ั ใจเรยี น เอาใจใส่ และมี ต้ังใจเรยี น เอาใจใส่ และมี
ความเพยี รพยายามใน ความเพยี รพยายามใน ความเพยี รพยายามใน
การเรยี นรู้ และเข้าร่วม การเรยี นรู้ และเข้ารว่ ม การเรียนรู้ และเขา้ ร่วม
กจิ กรรมการเรยี นรู้ กิจกรรมการเรียนรูต้ ่างๆ กิจกรรมการเรยี นรู้
ต่าง ๆ เปน็ ประจำ บอ่ ยครั้ง ต่าง ๆ บางคร้งั

ม่งุ มน่ั ในการทำงาน ตัง้ ใจและรบั ผิดชอบใน ต้งั ใจและรบั ผิดชอบใน ตั้งใจและรบั ผิดชอบใน
การปฏบิ ตั ิหน้าที่ที่ไดร้ ับ
การปฏิบตั หิ นา้ ท่ีทไี่ ดร้ บั การปฏิบัติหนา้ ท่ีทไี่ ด้รับ มอบหมายให้สำเรจ็

มอบหมายให้สำเรจ็ มี มอบหมายให้สำเร็จ มี

การปรบั ปรงุ และ การปรับปรงุ การทำงาน

พัฒนาการทำงานให้ดีข้ึน ใหด้ ีข้นึ

มีจติ สาธารณะ ชว่ ยครทู ำงาน อาสา ช่วยครูทำงาน อาสา ชว่ ยครทู ำงานอาสา
ทำงาน ชว่ ยคิด ช่วยทำ ทำงาน และแบง่ ปนั ทำงานให้ผู้อนื่ ด้วยความ
และแบง่ ปนั สงิ่ ของ ให้ ส่ิงของใหผ้ ูอ้ ่ืนด้วย ความ เต็มใจ
ผ้อู ืน่ ด้วย ความเตม็ ใจ เต็มใจ

แบบประเมนิ สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน 88
ความสัมพนั ธร์ ะหว่างปรมิ าตรและจำนวนโมลของแก๊ส
ประเมนิ
นกั เรยี นชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 5 รวม
คำชีแ้ จง เขยี นเครอื่ งหมาย / ถา้ นกั เรียนมพี ฤตกิ รรมตามรายการทส่ี ังเกต

รายการประเมิน

ท่ี ชอื่ -สกลุ
ความสามารถ
ในการ ่ืสอสาร
ความสามารถ
ในการ ิคด
ความสามารถ
ในการแ ้กปัญหา
ความสามารถ
ในการใ ้ชทักษะ ีช ิวต
ความสามารถใน
การใ ้ชเทคโนโลยี
่ผาน
ไ ่มผ่าน
3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 15

1 หมายถึง ระดับดี
2 หมายถงึ ระดบั พอใช้
3 หมายถึง ระดับปรับปรุง
4

เกณฑ์การประเมนิ
11 – 15 คะแนน
6 – 10 คะแนน
0 – 5 คะแนน

89

เกณฑก์ ารประเมนิ สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น

รายการประเมนิ 321
ความสามารถ
ในการส่ือสาร พดู ถ่ายทอดความรู้ความ พูดถา่ ยทอดความรคู้ วาม พูดถา่ ยทอดความรูค้ วาม

ความสามารถ เขา้ ใจจากสารที่อ่าน ฟงั ดู เขา้ ใจจากสารที่อ่าน ฟงั เขา้ ใจจากสารทอ่ี า่ น ฟัง
ในการคดิ
ดว้ ยภาษาของตนเองได้ หรือ ดู ด้วยภาษาของ หรอื ดู ด้วยภาษาของ
ความสามารถ
ในการแกป้ ัญหา อย่างคล่องแคล่ว ชัดเจน ตนเองได้อย่างชัดเจน แต่ ตนเองได้บา้ ง

ความสามารถ ขาดความคล่องแคล่ว
ในการใชท้ ักษะชวี ิต
ระบหุ ลักการสำคัญ ระบุหลักการสำคัญ ระบุหลกั การสำคญั

แนวคดิ หรอื ความรู้ท่ี แนวคิดหรอื ความรู้ท่ี แนวคดิ หรอื ความรูท้ ี่

ปรากฏในข้อมลู ตา่ งๆ ท่ี ปรากฏในขอ้ มูลตา่ งๆ ที่ ปรากฏในขอ้ มูลตา่ งๆ ที่

พบเห็นไดอ้ ยา่ งถกู ต้องและ พบเหน็ ได้อย่างถกู ตอ้ งแต่ พบเหน็ ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งเป็น

ครบถว้ น ไม่ครบถว้ น บางสว่ นและไมค่ รบถว้ น

นำข้อคน้ พบจากผลงาน/ นำขอ้ คน้ พบจากผลงาน/ นำขอ้ คน้ พบจากผลงาน/

ชน้ิ งานไปประยุกตใ์ ช้ใน ช้ินงานไปประยกุ ต์ใช้ใน ชิ้นงานไปประยุกต์ใช้ใน

การปอ้ งกันและแกป้ ญั หา การปอ้ งกันและแก้ปัญหา การป้องกันและแก้ปัญหา

ในสถานการณ์อน่ื ๆ ได้ ในสถานการณอ์ ื่นๆ ได้ ในสถานการณอ์ นื่

อยา่ งสอดคลอ้ งตามหลัก อย่างสมเหตุสมผล

เหตุผลและคุณธรรม

นำความร/ู้ ทกั ษะและ นำความร/ู้ ทักษะและ นำความรู้/ทักษะและ

เทคนคิ วธิ ตี ่างๆ มาใช้ เทคนิควิธตี ่างๆ มาใช้ เทคนิควิธีต่างๆ มาใช้

สร้างสรรค์งานอย่างเปน็ สร้างสรรคง์ านอยา่ งเปน็ สรา้ งสรรค์งานได้ แตไ่ ม่มี

ระบบและมีประสิทธภิ าพ ระบบแต่ขาดประสิทธภิ าพ ประสิทธิภาพและไมส่ ำเร็จ

ในเวลาที่กำหนด

ความสามารถในการใช้ เลอื กและใชเ้ ทคโนโลยที ่ี เลอื กและใช้เทคโนโลยีท่ี เลอื กและใชเ้ ทคโนโลยที ่ี
เทคโนโลยี เหมาะสมในการรับและส่ง
เหมาะสมในการรบั และสง่ เหมาะสมในการรับและส่ง สารให้ผอู้ ่ืนเขา้ ใจได้อย่าง
ถกู ต้อง โดยไมท่ ำให้ผ้อู ืน่
สารให้ผอู้ ่นื เข้าใจได้อยา่ ง สารให้ผ้อู นื่ เขา้ ใจไดอ้ ยา่ ง เดือดรอ้ น

ถูกต้อง และมีความ ถูกตอ้ ง และมีความ

หลากหลาย แปลกใหม่ หลากหลาย แปลกใหม่

โดยไม่ทำให้ผอู้ ่นื เดือดร้อน โดยไมท่ ำใหผ้ ู้อ่ืนเดือดรอ้ น

และสามารถแนะนำผอู้ ืน่ ได้

90

แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 6

รหัส-รายช่ือวิชา ว30233 เคมี 3 ช้ัน ม.5 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 2 ช่ัวโมง

หนว่ ยการเรยี นรู้ : แก๊สและสมบัติของแก๊ส กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

เร่ือง กฎแก๊สอดุ มคติ และความดนั ยอ่ ย ผสู้ อน นางสอฝียะ๊ มะหะมิง

1. มาตรฐานการเรียนรู้

สาระเคมี ม.5 ข้อ 1 เข้าใจโครงสร้างอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัติของธาตุ

พันธะเคมี และ สมบัตขิ องสาร แก๊สและสมบตั ขิ องแกส๊ ประเภทและสมบตั ิของสารประกอบอินทรีย์

และพอลิเมอร์ รวมทงั้ การนำความร้ไู ปใช้ประโยชน์

2. ผลการเรียนรู้

1.อธิบายและคำนวณปริมาตร ความดัน อุณหภูมิ จำนวนโมล หรือมวลของแก๊ส จากความ

สัมพันธต์ ามกฎของอาโวกาโดร และกฎแกส๊ อดุ มคติ

2.คำนวณความดันยอ่ ยหรือจำนวนโมลของแก๊สในแก๊สผสม โดยใช้กฎความดันย่อยของดอล

ตนั

3. สาระสำคัญ

ความสัมพันธ์ระหวา่ งปรมิ าตร ความดัน อุณหภูมิ และจำนวนโมลของแก๊ส อธิบายได้ด้วยกฎ

แก๊สอุดมคติ ซ่ึงสามารถนำมาใช้ในการคำนวณและการอธิบายการเปล่ยี นแปลงที่เกี่ยวขอ้ งกับจำนวน

โมลของแกส๊ ท่ภี าวะตา่ ง ๆ ได้

ในธรรมชาติแก๊สส่วนใหญ่อยู่รวมกันเป็นแก๊สผสม ในกรณีที่แกส๊ ในแก๊สผสมไม่ทำปฏกิ ิรยิ ากัน

ความดันของแก๊สแต่ละชนิดแปรผันตามเศษส่วนโมลของแก๊สท่ีมีอยู่ในแก๊สผสมตามกฎความดันย่อย

ของดอลตนั

4. จุดประสงค์การเรียนรู้

4.1 ดา้ นความรู้ (Knowledge; K)

อธบิ ายกฎอดุ มคติ และความดันย่อยได้

4.2 ด้านทักษะกระบวนการ (Process; P)

คำนวณกฎอุดมคติ และความดนั ย่อยได้

4.3 ดา้ นคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (Attitude; A)

4.3.1 มวี นิ ัย 4.3.2 ใฝ่เรียนรู้

4.3.3 ม่งุ มัน่ ในการทำงาน 4.3.4 มจี ติ สาธารณะ

91

5. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น (ทเี่ กิดจากการจดั การเรยี นการสอน)
5.1 ความสามารถในการสอื่ สาร
5.2 ความสามารถในการคิด
5.3 ความสามารถในการแกป้ ญั หา
5.4 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต

6. สาระการเรียนรู้
แก๊สอดุ มคติ
แก๊สที่มีสมบัติเป็นไปตามกฎรวมแก๊สและกฎของอาโวกาโดร สามารถพิจารณาความสัมพันธ์

ระหว่างปรมิ าตร (V) ความดัน (P) อุณหภมู ิ (T) ในหน่วยเคลวิน และจำนวนโมล (n) ของแก๊ส ได้ดงั นี้

จากกฎรวมแกส๊ V เมอ่ื n คงที่
เม่ือ T และ P คงท่ี
จากกฎของอาโวกาโดร V n

V

V = ค่าคงที่ ×
กำหนดให้ R เปน็ ค่าคงที่ของแก๊ส ดังน้นั

V = R×

โดยทว่ั ไปเขียนในรปู ของสมการ ดงั น้ี
PV = nRT

แก๊สใด ๆ ท่ีมีสมบัติเป็นไปตามสมการข้างต้นจัดเป็น แก๊สอุดมคติ (ideal gas) และสมการ
ดังกลา่ ว เรยี กว่า กฎแกส๊ อดุ มคติ (ideal gas law)

คา่ คงท่ีของแก๊สท่ใี ชใ้ นการคำนวณในบทนี้และบทอ่ืน ๆ ใช้ค่าเท่ากับ 0.0821 L·atm·mol-1·K-
1 ทง้ั นี้หากตัวแปรท่ีเก่ียวขอ้ งใช้หน่วยอ่นื ตัวเลขคา่ คงที่ของแก๊สจะเปล่ียนไปขน้ึ กบั หน่วยที่ใช้ เช่น ใน
หน่วยเอสไอมคี ่า 8.314 m3·Pa·mol-1·K-1 หรือ 8.314 J·mol-1·K-1

92

ตัวอยา่ ง 1
บรรจุแก๊สออกซิเจน 0.885 กิโลกรัม ไว้ในถังเหล็กกล้าซึ่งมีปริมาตร 438 ลิตร จงคำนวณ

ความดนั ของแกส๊ ออกซเิ จนในถงั นีท้ ี่อุณหภมู ทิ ่อี ุณหภูมิ 21 องศาเซลเซยี ส
วธิ ที ำ
จาก PV = nRT

P=

แทนคา่ จะได้ 0.885 kg × 1000 g × 1 mol 0.885 kg L·atm (21 + 273 K)
P= 1 kg 32.00 g mol·K

438 L

= 1.52

ดังนน้ั แก๊สออกซเิ จนมีความดัน 1.52 บรรยากาศท่ี อณุ หภูมิ 21 องศาเซลเซียส

ตัวอย่าง 2
ถังแก๊สมีเทนปริมาตร 3.20 × 105 ลิตร บรรจุแก๊สที่ความดัน 150 บรรยากาศ อุณหภูมิ 45

องศาเซลเซียส ในถงั แกส๊ นีม้ ีแก๊สมีเทนอยูก่ ่กี ิโลกรมั
วิธีทำ
จาก PV = nRT

n=

แทนค่าจะได้ n = (150 atm)(3.20 × 105 L)

(0.0821 L·atm/mol·K)(45 + 273 K)

= 1.84 × 106 mol

หามวล (m) ของ CH4 ไดด้ งั น้ี 16.05 g 1 kg
1 mol 1000 g
m = 1.84 × 106 mol × ×

= 2.95 × 104 kg
ดังนั้น ในถังแก๊สนีม้ แี กส๊ มเี ทนอยู่ 2.95 × 104 กโิ ลกรัม

93

ความดนั ยอ่ ยของแก๊ส

ในธรรมชาติแก๊สส่วนใหญ่อยู่ร่วมกันเป็นแก๊สผสม เช่น อากาศ ประกอบด้วยแก๊สไนโตรเจน

และออกซิเจนเป็นหลัก นักเรียนคิดว่า ความดันของแก๊สไนโตรเจนและแก๊สออกซิเจนท่ีมีอยู่ในอากาศ

เท่ากับความดันบรรยากาศหรือไม่ อย่างไร

จอห์น ดอลตัน ได้ศึกษาความสัมพันธ์เก่ียวกับความดันของแก๊สแต่ละชนิดในแก๊สผสม โดย

ทดลองเติมไอน้ำเข้าไปในอากาศแห้งในภาชนะปิดท่ีมีปริมาตรคงที่ พบว่า ความดันภายในภาชนะ

เท่ากับผลรวมของความดันของอากาศและความดันของไอน้ำที่เติมเข้าไป จึงสรุปได้ว่า ความดันของ

แก๊สผสมทไี่ ม่ทำปฏิกิรยิ ากันมีค่าเท่ากับผลรวมของความดันของแก๊สแต่ละชนดิ ท่ีเป็นองค์ประกอบ ซึ่ง

เรยี กความสัมพันธ์น้ีว่า กฎความดันย่อยของดอลตนั (Dalton’s law of partial pressures)

ความสัมพันธ์ระหว่างความดันรวมของแก๊สผสม (Ptotal) และความดันของแก๊สแต่ละชนิด

ซงึ่ เรยี กวา่ ความดนั ยอ่ ย (P1, P2,… Pi) ตามกฎความดนั ยอ่ ยของดอลตัน เขียนสมการไดด้ งั น้ี

Ptotal = P1 + P2, + … + Pi

จากความสัมพันธ์ตามกฎแกส๊ อุดมคติ จะไดค้ วามดันรวมของแก๊สผสมกบั จำนวนโมลของแก๊ส

ดังสงการ n1RT n2RT niRT
V V V
Ptotal = + +…+

= (n1 + n2 +… + ni)RT
V

= ntotalRT
V

แสดงว่า เม่ืออุณหภูมิและปริมาตรคงที่ ความดันของแก๊สผสมจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนโมลของ

แกส๊

ตวั อยา่ ง 1
ถ้าผสมแก๊สฮีเลียม 4.00 กรัม และแก๊สอาร์กอน 7.99 กรัม ในภาชนะขนาด 10.0 ลิตร ท่ี

อุณหภมู ิ 25.0 องศาเซลเซยี ส ความดันของแก๊สผสมเปน็ กี่บรรยากาศ
วธิ ีทำ
คำนวณจำนวนโมลของแก๊สแต่ละชนดิ

จำนวนโมลของแก๊สฮีเลียม = 4.0 g He × 1 mol He = 1.00 mol He
4.00 g He

1 mol Ar
39.95 g Ar

94

จำนวนโมลของแกส๊ อารก์ อน = 7.99 g Ar × = 0.200 mol Ar

คำนวณความดันของแกส๊ ผสม

Ptotal = ntotalRT
V

= (nHe + nAr) RT
V

(1.00+ 0.200 mol)(0.0821 L·atm/mol·K)(25.0 + 273 K)
= 10.0 L

= 2.94 atm

ดงั นั้น ความดนั ของแกส๊ ผสมเท่ากบั 2.94 บรรยากาศ

ในการวัดความดันของแก๊สผสมค่าที่วัดได้เป็นความดันรวม ในขณะที่ความดันของแกส๊ แต่ละ

ชนดิ ไม่สามารถวดั ไดโ้ ดยตรง แต่สามารถคำนวณได้โดยอาศยั สมการ ดงั ตอ่ ไปน้ี

จาก niRT
V
Pi =

Ptotal = ntotalRT
V

ไดอ้ ตั ราสว่ นความดันยอ่ ยตอ่ ความดนั รวมดงั นี้

Pi = niRT/V
Ptotal ntotalRT/V

= ni
ntotal

Pi = ni Ptotal
ntotal

Pi = Xi Ptotal
เมอื่ Xi คอื เศษส่วนโมล (mole fraction) ของแก๊สแต่ละชนดิ มคี ่าตั้งแต่ 0 ถึง 1 และผลรวม
ของเศษสว่ นโมลของแก๊สชนดิ ที่เป็นองคป์ ระกอบมคี า่ เท่ากบั 1

95

7. หลกั ฐาน หรอื ร่องรอยของการเรียนรู้ การวดั และประเมินผล

สิ่งท่ีต้องการวดั วธิ ีการวัด เครอื่ งมือวดั เกณฑท์ ใี่ ชก้ ารวัด ผู้ประเมนิ

ด้านความรู้ (K)

อธิบายกฎอุดมคติ และความ - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบ (Quiz) ผา่ นขั้นต่ำไม่น้อยกวา่ ครู
ดนั ยอ่ ยได้ (Quiz) - คำถามตรวจสอบ ร้อยละ 60 ครู
ความเขา้ ใจ ครู
- ตรวจคำถามตรวจสอบ ครู

ความเขา้ ใจ

ดา้ นกระบวนการ (P) สงั เกตจากพฤติกรรม แบบประเมนิ ต้องได้ไม่ต่ำกวา่
ระหวา่ งทำกจิ กรรม พฤติกรรมนกั เรียน ระดับคณุ ภาพ 2 คอื
คำนวณกฎอุดมคติ และความ ระหว่างทำกิจกรรม ดี จากระดบั คุณภาพ
ดันย่อยได้ 3 คอื ดมี าก

ดา้ นจติ พสิ ัย (A) สงั เกตจากพฤติกรรม แบบประเมนิ ตอ้ งไดไ้ ม่ตำ่ กวา่
- มีวนิ ัย ระหว่างเรยี น การเขา้ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ระดบั คณุ ภาพ 2 คือ
- ใฝเ่ รียนรู้ เรียน การตอบคำถาม ประสงค์ ดี จากระดับคุณภาพ
- มงุ่ ม่ันในการทำงาน ระหวา่ งเรียน 3 คอื ดมี าก
- มีจติ สาธารณะ

สมรรถนะ

- ความสามารถในการส่อื สาร สงั เกตจากการทำ แบบประเมนิ สมรรถนะ ตอ้ งได้ไมต่ ่ำกวา่
- ความสามารถในการคิด กจิ กรรม การตอบ สำคัญของผู้เรยี น 4 ระดบั คณุ ภาพ 2 คอื
ด้าน ดี จากระดับคุณภาพ
- ความสามารถในกาแกป้ ญั หา คำถาม
3 คือดีมาก
- ความสามารถในการใช้ทกั ษะ

ชวี ิต

96

8. กระบวนการจดั การเรียนรู้
8.1 ขนั้ สรา้ งความสนใจ (Engagement)
- ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบ (Quiz) เรื่องเก่ียวกับกฎของบอยล์ กฎของชาร์ล กฎของ

เกย-์ ลสู แซก กฎรวมแกส๊ และกฎอาโวกาโดร

8.2 ขน้ั สำรวจและคน้ หา (Exploration)
- ครูและนักเรยี นร่วมกนั อภิปรายสมการตามกฎของแกส๊ และกฎอาโวกาโดร
- ครูอธิบายความสัมพันธ์ของปริมาตร ความดัน อุณหภูมิ และจำนวนโมลของแก๊ส ตาม

สมการ PV = nRT
(แนวคำตอบ : แก๊สท่ีมีสมบัติเป็นไปตามกฎรวมแก๊สและกฎของอาโวกาโดร สามารถพจิ ารณา

ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งปริมาตร (V) ความดนั (P) อุณหภมู ิ (T) ในหน่วยเคลวนิ และจำนวนโมล (n) ของ
แก๊ส ได้ดังน้ี

จากกฎรวมแกส๊ V เมอ่ื n คงที่
เมื่อ T และ P คงท่ี
จากกฎของอาโวกาโดร V n

V

V = ค่าคงท่ี ×
กำหนดให้ R เปน็ ค่าคงทขี่ องแกส๊ ดงั นน้ั

V = R×

โดยทวั่ ไปเขยี นในรปู ของสมการ ดงั น้ี
PV = nRT

แก๊สใด ๆ ที่มีสมบัติเป็นไปตามสมการข้างต้นจัดเป็น แก๊สอุดมคติ (ideal gas) และสมการ
ดงั กล่าว เรียกวา่ กฎแกส๊ อุดมคติ (ideal gas law))

8.3 ขั้นอธบิ ายและลงขอ้ สรปุ (Explanation)
- ครูอธิบายรปู สมการทใี่ ชค้ ำนวณและยกตวั อยา่ งการคำนวณประกอบการอธิบาย
(แนวคำตอบ : ตวั อย่าง
บรรจุแก๊สออกซิเจน 0.885 กิโลกรัม ไว้ในถังเหล็กกล้าซึ่งมีปริมาตร 438 ลิตร จงคำนวณ

ความดันของแกส๊ ออกซเิ จนในถังน้ที ่อี ุณหภูมิทอี่ ุณหภูมิ 21 องศาเซลเซยี ส
วธิ ีทำ
จาก PV = nRT

P=

97

แทนค่าจะได้ 0.885 kg × 1000 g × 1 mol 0.885 kg L·atm (21 + 273 K)
P= 1 kg 32.00 g mol·K

438 L

= 1.52

ดงั นนั้ แก๊สออกซเิ จนมคี วามดนั 1.52 บรรยากาศที่ อุณหภมู ิ 21 องศาเซลเซยี ส)

8.4 ขนั้ ขยายความรู้ (Elaboration)

- ครูให้นักเรียนทำตรวจสอบความเข้าใจลงในสมุด และครูอธิบายเพิ่มเติมในเร่ืองที่นักเรียน

สงสยั และอธิบายเรื่องความดันย่อยของแกส๊

ความดนั ย่อยของแก๊ส

ในธรรมชาติแก๊สส่วนใหญ่อยู่ร่วมกันเป็นแก๊สผสม เช่น อากาศ ประกอบด้วยแก๊สไนโตรเจน

และออกซิเจนเป็นหลัก นักเรยี นคดิ ว่า ความดันของแก๊สไนโตรเจนและแก๊สออกซิเจนที่มอี ยู่ในอากาศ

เท่ากับความดนั บรรยากาศหรือไม่ อย่างไร

จอห์น ดอลตัน ได้ศึกษาความสัมพันธ์เกี่ยวกับความดันของแก๊สแต่ละชนิดในแก๊สผสม โดย

ทดลองเติมไอน้ำเข้าไปในอากาศแห้งในภาชนะปิดที่มีปริมาตรคงที่ พบว่า ความดันภายในภาชนะ

เท่ากับผลรวมของความดันของอากาศและความดันของไอน้ำที่เติมเข้าไป จึงสรุปได้ว่า ความดันของ

แก๊สผสมท่ไี มท่ ำปฏิกิรยิ ากันมีคา่ เท่ากับผลรวมของความดันของแก๊สแตล่ ะชนดิ ที่เป็นองค์ประกอบ ซึ่ง

เรยี กความสัมพันธ์นี้ว่า กฎความดนั ยอ่ ยของดอลตัน (Dalton’s law of partial pressures)

ความสัมพันธ์ระหว่างความดันรวมของแก๊สผสม (Ptotal) และความดันของแก๊สแต่ละชนิด

ซ่ึงเรียกวา่ ความดนั ยอ่ ย (P1, P2,… Pi) ตามกฎความดันยอ่ ยของดอลตัน เขยี นสมการไดด้ ังน้ี

Ptotal = P1 + P2, + … + Pi

จากความสัมพนั ธต์ ามกฎแก๊สอุดมคติ จะไดค้ วามดันรวมของแก๊สผสมกับจำนวนโมลของแก๊ส

ดงั สงการ n1RT n2RT niRT
V V V
Ptotal = + +…+

= (n1 + n2 +… + ni)RT
V

= ntotalRT
V

แสดงว่า เมื่ออุณหภูมิและปริมาตรคงที่ ความดันของแก๊สผสมจะเพ่ิมขึ้นตามจำนวนโมลของ

แก๊ส


Click to View FlipBook Version