98
ตวั อย่าง 1
ถ้าผสมแก๊สฮีเลียม 4.00 กรัม และแก๊สอาร์กอน 7.99 กรัม ในภาชนะขนาด 10.0 ลิตร ที่
อุณหภมู ิ 25.0 องศาเซลเซียส ความดันของแก๊สผสมเปน็ กบี่ รรยากาศ
วิธีทำ
คำนวณจำนวนโมลของแก๊สแต่ละชนดิ
จำนวนโมลของแก๊สฮีเลยี ม = 4.0 g He × 1 mol He = 1.00 mol He
4.00 g He
จำนวนโมลของแกส๊ อาร์กอน = 7.99 g Ar × 1 mol Ar = 0.200 mol Ar
39.95 g Ar
คำนวณความดนั ของแกส๊ ผสม
Ptotal = ntotalRT
V
= (nHe + nAr) RT
V
(1.00+ 0.200 mol)(0.0821 L·atm/mol·K)(25.0 + 273 K)
= 10.0 L
= 2.94 atm
ดงั น้นั ความดนั ของแก๊สผสมเทา่ กบั 2.94 บรรยากาศ
ในการวัดความดันของแก๊สผสมค่าท่ีวัดได้เป็นความดันรวม ในขณะที่ความดันของแก๊สแต่ละ
ชนิดไมส่ ามารถวดั ได้โดยตรง แตส่ ามารถคำนวณไดโ้ ดยอาศยั สมการ ดังต่อไปนี้
จาก niRT
V
Pi =
Ptotal = ntotalRT
V
ไดอ้ ตั ราส่วนความดันยอ่ ยตอ่ ความดันรวมดังนี้
Pi = niRT/V
Ptotal ntotalRT/V
99
= ni
ntotal
Pi = ni Ptotal
ntotal
Pi = Xi Ptotal
เม่ือ Xi คือ เศษส่วนโมล (mole fraction) ของแก๊สแต่ละชนิด มีค่าต้งั แต่ 0 ถึง 1 และผลรวม
ของเศษสว่ นโมลของแกส๊ ชนดิ ที่เป็นองค์ประกอบมคี า่ เท่ากบั 1
8.5 ขัน้ ประเมนิ (Evaluvation)
- ตรวจตรวจสอบความเข้าใจ
9. สื่อ วัสดุ อปุ กรณ์/ แหลง่ การเรยี นรู้
- หนังสือเรียนวชิ า เคมีเพมิ่ เตมิ 3 สสวท.
- แบบทดสอบ (Quiz)
ลงชือ่ ........................................................
(นางสอฝีย๊ะ มะหะมิง)
ผสู้ อน
…… /…… /……
100
แบบทดสอบ
คำช้ีแจง : จงเติมคำในชอ่ งว่างใหถ้ กู ต้อง
1. V = ………………………………………………
2. P = ………………………………………………
3. T = ………………………………………………
4. n = ………………………………………………
5. ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งปริมาตรและจำนวนโมลของแก๊ส ซงึ่ ความสมั พนั ธ์น้ี เรยี กวา่
...........................................อาจเขียนใหอ้ ยู่ในรูปที่สามารถใช้คำนวณ ดังนี้
6. ความสมั พนั ธร์ ะหว่าง..............................................................ของแก๊ส ซงึ่ ความสัมพนั ธ์น้ี
เรียกวา่ กฎรวมแกส๊ อาจเขยี นใหอ้ ยู่ในรูปทส่ี ามารถใช้คำนวณ ดงั นี้
7. ความสัมพนั ธร์ ะหว่างปริมาตรและความดนั ของแก๊ส ซ่งึ ความสัมพันธ์นี้ เรียกวา่
...............................................อาจเขียนใหอ้ ยใู่ นรูปท่สี ามารถใช้คำนวณ ดังนี้
8. ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งปริมาตรและอุณหภมู ิของแกส๊ ซ่งึ ความสมั พันธ์น้ี เรยี กว่า
................................................อาจเขยี นให้อยใู่ นรูปท่ีสามารถใช้คำนวณ ดงั นี้
9. ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ ง..................................................ของแกส๊ ซ่ึงความสมั พันธน์ ้ี เรยี กวา่ กฎ
ของเกย-์ ลูสแซก อาจเขียนให้อยู่ในรปู ท่สี ามารถใชค้ ำนวณ ดังน้ี
ชอ่ื -สกลุ .....................................................................................ชั้น........................เลขที่....................
101
ตัวอย่าง 13
แก๊สออกซิเจน 1.0 โมล ท่ีอุณหภูมิ 62 องศาเซลเซียส ความดัน 3.45 บรรยากาศ มีความ
หนาแน่นเทา่ ใด
วธิ ที ำ
จาก PV = nRT
แทนค่าจะได้ V=
V = (1.0 mol)(0.0821 L·atm/mol·K)(62 + 273 K)
3.45 atm
= 8.0 L
หาความหนาแนน่ (d) ของแกส๊ O2 ได้ดงั นี้
d = 32.00 g
8.0 L
= 4.0 g/L
ดงั นนั้ แกส๊ ออกซเิ จนมีความหนาแน่น 4.0 กรัมต่อลติ ร
ตัวอยา่ ง 14
แก๊สชนิดหนึ่งมีมวล 1.5 กรัม บรรจุอยู่ในภาชนะ 0.250 ลิตร ท่ีความดัน 1.61 บรรยากาศ
อณุ หภมู ิ 300 เคลวิน แก๊สชนิดน้ีมมี วลตอ่ โมลเท่าใด
วธิ ที ำ
จาก PV = nRT
แทนค่าจะได้ n=
n = (1.61 atm)(0.250 L)
(0.082 L·atm/mol·K)(300 K)
= 0.0163 mol
หามวลตอ่ โมลของแกส๊ ไดด้ งั นี้
มวลต่อโมลของ = 1.50 g
0.0163 mol
L
102
= 92.0 g/mol
ดงั น้นั มวลต่อโมลของแกส๊ ชนิดนเี้ ทา่ กบั 92.0 กรมั ตอ่ โมล
ตัวอยา่ ง 16
ถา้ แก๊สผสมท่ีประกอบด้วยแก๊สไฮโดรเจน 2.02 กรัม และแก๊สฮีเลียม 12.00 กรัม ท่ีอุณหภูมิ
25.0 องศาเซลเซยี ส มีความดนั รวม 8.00 บรรยากาศ ความดันของแกส๊ แต่ละชนดิ เป็นเท่าใด
วิธีทำ
คำนวณจำนวนโมลของแก๊สแตล่ ะชนดิ
จำนวนโมลของแก๊สไฮโดรเจน = 2.02 g H2 × 1 mol H2 = 1.00 mol H2
2.02 g H2
จำนวนโมลของแกส๊ ฮเี ลียม = 12.00 g He × 1 mol He = 3.00 mol He
4.00 g He
คำนวณเศษส่วนโมลของแก๊สแตล่ ะชนิด
เศษส่วนโมลของ H2
XH2 = 1.00 mol H2 = 0.250
1.00 mol H2 + 3.00 mol He
เศษส่วนโมลของ He
XHe = 1.00 3.00 mol He = 0.750
mol H2 + 3.00 mol He
หาความดนั ของแกส๊ แต่ละชนดิ
ความดนั ของแกส๊ ผสมภายในถงั = 8.00 atm
จาก Pi = XiPtotal
PPHHe2 = 0.250 × 8.00 atm = 2.00 atm
= 0.7750 × 8.00 atm = 6.00 atm
ดังน้ัน แก๊สไฮโดรเจนมีความดันเท่ากับ 2.00 บรรยากาศ และแก๊สฮีเลียมมีความดันเท่ากับ 6.00
บรรยากาศ
103
ตวั อย่าง 17
แก๊สผสมชนิดหนึ่งประกอบด้วยแก๊ส Y และแก๊ส Z โดยความดันของแก๊ส Y เท่ากับ 0.5
บรรยากาศ และความดันของแก๊ส Z เท่ากับ 1.0 บรรยากาศ ถ้ามีแก๊ส Y อยู่ 3 โมล จะมีแก๊ส Z อยู่
กโ่ี มง
วธิ ีทำ
จาก PY = XYPtotal
= nY (PY + PZ)
nY + nZ
nY = PY
nY + nZ PY + PZ
แทนค่าจะได้ 3 mol = 0.5 atm
3 mol + nZ 0.5 atm + 1.0 atm
nZ = 6 mol
ดังนน้ั ในแก๊สผสมจะมีแกส๊ Z อยู่ 6 โมล
104
บันทึกหลังสอน
ผลการสอน
.................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
ปญั หา/อุปสรรค
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
ข้อเสนอแนะ/วิธีแก้ไข
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ..................................................................
(นางสอฝยี ๊ะ มะหะมงิ )
ครผู ู้สอนกลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
105
ความเหน็ ของหัวหน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
ลงชื่อ......................................................
(นางสาวรอฮานา เจะเตะ)
หวั หนา้ กล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ความเห็นของหวั หน้าฝ่ายบริหารงานวชิ าการ
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
ลงชื่อ...............................................
( นางรตั นา กล่นิ มณี )
หวั หนา้ ฝ่ายบริหารงานวชิ าการ
ความเหน็ ของผอู้ ำนวยการโรงเรยี นนคิ มพฒั นวทิ ย์
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
ลงชื่อ...............................................
( นายภาสกร แก้ววชิ ิต )
ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนนิคมพฒั นวทิ ย์
แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ 106
กฎแกส๊ อุดมคติ และความดนั ย่อย ประเมิน
คำชีแ้ จง เขียนเคร่ืองหมาย / ถ้านักเรยี นมพี ฤตกิ รรมตามรายการทส่ี ังเกต
รายการประเมิน
ท่ี ชื่อ-สกุล บันทึกความ ู้รความเ ้ขาใจ
ในเนื้อหา
การ ัรบฟังความ ิคดเห็น
ของผู้อื่น
ป ิฏบั ิตงานท่ีไ ้ด ัรบ
มอบหมาย
การเข้า ่รวม ิกจกรรม
กลุ่ม
การแสดงความ ิคดเห็น
รวม
่ผาน
ไ ่มผ่าน
3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 15
1 หมายถึง ระดับดี
2 หมายถงึ ระดับพอใช้
3 หมายถงึ ระดบั ปรับปรงุ
4
เกณฑ์การประเมิน
11 – 15 คะแนน
6 – 10 คะแนน
0 – 5 คะแนน
107
เกณฑก์ ารประเมินพฤตกิ รรมการเรยี นรู้
รายการประเมนิ 3 2 1
สรุปและบนั ทึกขอ้ มูลที่ ไม่มสี รปุ และบันทึก
บันทกึ ความรคู้ วามเข้าใจ สรุปและบันทึกข้อมลู ที่ เป็นองค์ประกอบของ ข้อมลู ที่เป็นองค์ประกอบ
เร่ืองบางคร้งั ของเรอื่ ง
ในเน้อื หา เปน็ องคป์ ระกอบของ ยอมรบั ฟงั ความคิดเหน็ ไม่ยอมรบั ฟงั
ของผอู้ ่นื เป็นบางคร้ัง ความคดิ เหน็ ของผ้อู นื่
เรอื่ งที่สรปุ ไดค้ รบถ้วน
ยอมรับฟงั ความคิดเหน็ ยอมรบั ฟงั ความคดิ เห็น
ของผ้อู ่ืน ของผู้อน่ื ดมี าก
ปฏิบตั งิ านที่ได้รบั ปฏบิ ตั ิงานเสรจ็ ทันเวลา ปฏิบตั งิ านเสรจ็ ทนั เวลา ไมเ่ สรจ็ ทนั เวลา
มอบหมาย
ตามกำหนดเรียบรอ้ ย ตามกำหนด ตามทก่ี ำหนด
ดมี าก
ทำงานกับผู้อ่นื ไดอ้ ย่าง กระตือรือรน้ ใหค้ วาม กระตือรือรน้ ใหค้ วาม ขาดความกระตอื รือร้น
สร้างสรรค์ สนใจในการเขา้ รว่ ม สนใจในการเขา้ ร่วม และไม่สนใจเข้ารว่ ม
กิจกรรมทกุ ครงั้ กิจกรรมบางคร้งั กิจกรรม
การแสดงความคิดเหน็ ร้จู ักแสดงความคิดเห็น รจู้ ักแสดงความคิดเหน็ ไม่แสดงความคิดเห็น
ในกลมุ่ ดมี าก ในกลุม่ ในกลุ่ม
แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ 108
กฎแกส๊ อดุ มคติ และความดนั ยอ่ ย
นกั เรยี นชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 5 ประเมิน
รวม
คำชี้แจง เขียนเครอื่ งหมาย / ถ้านกั เรียนมีพฤติกรรมตามรายการท่สี งั เกต
รายการประเมิน
ท่ี ชือ่ -สกุล
ื่ซอ ัสตย์ ุสจ ิรต
ีม ิวนัย
ใฝ่เ ีรยน ู้ร
ุ่มง ่ัมนในการ
ทำงาน
ีม ิจต
สาธารณะ
่ผาน
ไ ่มผ่าน
3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 15
1 หมายถงึ ระดับดี
2 หมายถึง ระดับพอใช้
3 หมายถึง ระดับปรับปรงุ
4
เกณฑ์การประเมิน
11 – 15 คะแนน
6 – 10 คะแนน
0 – 5 คะแนน
109
เกณฑ์การประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์
รายการประเมนิ 3 2 1
ซอื่ สัตย์ สุจริต ไม่นำผลงานของผอู้ ื่นมา ไม่นำผลงานของผู้อ่ืนมา นำสิ่งของของผู้อ่นื มา
เปน็ ของตนเอง ปฏบิ ตั ิ เป็นของตนเอง ปฏบิ ัติ เป็นของตนเอง ปฏิบัติ
มีวนิ ยั ตนต่อผู้อน่ื ด้วยความ ตนต่อผู้อื่นด้วยความ ตนต่อผอู้ น่ื ดว้ ยความ
ซื่อตรง และเปน็ ซ่อื ตรง ซื่อตรง
แบบอย่างทด่ี แี ก่เพื่อน
ด้านความซอ่ื สัตย์ ขณะทำงานปฏบิ ัติตาม ขณะทำงานปฏิบตั ติ าม
ขณะทำงานปฏบิ ตั ิตาม กฎ กตกิ าท่ีได้ ตกลงกนั กฎ กตกิ าบา้ ง
กฎ กติกาท่ีไดต้ กลงกนั
ไมร่ บกวนบคุ คลอื่น
ใฝเ่ รียนรู้ ต้งั ใจเรยี น เอาใจใส่ และมี ตงั้ ใจเรยี น เอาใจใส่ และมี ตง้ั ใจเรียน เอาใจใส่ และมี
ความเพียรพยายามใน ความเพียรพยายามใน ความเพยี รพยายามใน
การเรียนรู้ และเขา้ รว่ ม การเรยี นรู้ และเข้ารว่ ม การเรียนรู้ และเขา้ รว่ ม
กจิ กรรมการเรียนรู้ กจิ กรรมการเรยี นรูต้ า่ งๆ กจิ กรรมการเรยี นรู้
ตา่ ง ๆ เป็นประจำ บ่อยครั้ง ตา่ ง ๆ บางคร้ัง
มงุ่ มั่นในการทำงาน ตัง้ ใจและรบั ผดิ ชอบใน ต้ังใจและรับผดิ ชอบใน ตงั้ ใจและรับผดิ ชอบใน
การปฏิบัตหิ น้าท่ีท่ไี ด้รบั
การปฏบิ ตั หิ น้าที่ทีไ่ ดร้ บั การปฏิบตั หิ นา้ ท่ีที่ไดร้ บั มอบหมายให้สำเร็จ
มอบหมายให้สำเรจ็ มี มอบหมายให้สำเร็จ มี
การปรับปรงุ และ การปรับปรุงการทำงาน
พฒั นาการทำงานใหด้ ขี ้นึ ให้ดขี ้นึ
มีจิตสาธารณะ ชว่ ยครทู ำงาน อาสา ชว่ ยครูทำงาน อาสา ช่วยครูทำงานอาสา
ทำงาน ชว่ ยคดิ ช่วยทำ ทำงาน และแบง่ ปนั ทำงานใหผ้ อู้ ่นื ด้วยความ
และแบ่งปันสิ่งของ ให้ สิง่ ของให้ผู้อื่นด้วย ความ เต็มใจ
ผอู้ น่ื ดว้ ย ความเต็มใจ เตม็ ใจ
แบบประเมนิ สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น 110
กฎแก๊สอุดมคติ และความดนั ย่อย
นักเรียนช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 5 ประเมิน
รวม
คำชแ้ี จง เขยี นเคร่ืองหมาย / ถ้านักเรียนมีพฤตกิ รรมตามรายการทีส่ ังเกต
รายการประเมนิ
ท่ี ชอ่ื -สกลุ
ความสามารถ
ในการ ่ืสอสาร
ความสามารถ
ในการ ิคด
ความสามารถ
ในการแ ้กปัญหา
ความสามารถ
ในการใ ้ชทักษะ ีช ิวต
ความสามารถใน
การใ ้ชเทคโนโลยี
่ผาน
ไ ่มผ่าน
3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 15
1 หมายถึง ระดบั ดี
2 หมายถึง ระดบั พอใช้
3 หมายถงึ ระดบั ปรับปรุง
4
เกณฑ์การประเมิน
11 – 15 คะแนน
6 – 10 คะแนน
0 – 5 คะแนน
111
เกณฑก์ ารประเมินสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
รายการประเมนิ 321
ความสามารถ
ในการสื่อสาร พดู ถา่ ยทอดความรูค้ วาม พดู ถา่ ยทอดความรคู้ วาม พูดถา่ ยทอดความร้คู วาม
ความสามารถ เขา้ ใจจากสารทีอ่ ่าน ฟงั ดู เข้าใจจากสารท่อี ่าน ฟัง เข้าใจจากสารทอี่ า่ น ฟงั
ในการคิด
ดว้ ยภาษาของตนเองได้ หรือ ดู ดว้ ยภาษาของ หรอื ดู ดว้ ยภาษาของ
ความสามารถ
ในการแก้ปญั หา อยา่ งคลอ่ งแคล่ว ชัดเจน ตนเองไดอ้ ย่างชัดเจน แต่ ตนเองได้บ้าง
ความสามารถ ขาดความคลอ่ งแคลว่
ในการใช้ทกั ษะชวี ติ
ระบหุ ลักการสำคัญ ระบหุ ลักการสำคัญ ระบหุ ลักการสำคัญ
แนวคดิ หรอื ความรทู้ ่ี แนวคดิ หรอื ความรทู้ ่ี แนวคดิ หรอื ความร้ทู ่ี
ปรากฏในขอ้ มลู ตา่ งๆ ท่ี ปรากฏในขอ้ มูลตา่ งๆ ที่ ปรากฏในขอ้ มูลต่างๆ ท่ี
พบเหน็ ได้อยา่ งถกู ตอ้ งและ พบเหน็ ไดอ้ ย่างถกู ต้องแต่ พบเหน็ ไดอ้ ย่างถกู ต้องเป็น
ครบถ้วน ไม่ครบถว้ น บางส่วนและไม่ครบถ้วน
นำข้อค้นพบจากผลงาน/ นำขอ้ คน้ พบจากผลงาน/ นำขอ้ คน้ พบจากผลงาน/
ช้นิ งานไปประยุกตใ์ ชใ้ น ชิ้นงานไปประยกุ ตใ์ ช้ใน ช้ินงานไปประยุกต์ใช้ใน
การป้องกันและแก้ปัญหา การป้องกนั และแก้ปญั หา การป้องกันและแก้ปญั หา
ในสถานการณ์อน่ื ๆ ได้ ในสถานการณ์อืน่ ๆ ได้ ในสถานการณ์อนื่
อย่างสอดคลอ้ งตามหลัก อย่างสมเหตุสมผล
เหตุผลและคุณธรรม
นำความรู/้ ทักษะและ นำความรู/้ ทักษะและ นำความรู้/ทักษะและ
เทคนิควิธตี า่ งๆ มาใช้ เทคนคิ วิธีต่างๆ มาใช้ เทคนิควิธีต่างๆ มาใช้
สร้างสรรคง์ านอยา่ งเปน็ สร้างสรรคง์ านอย่างเป็น สร้างสรรค์งานได้ แต่ไม่มี
ระบบและมปี ระสิทธภิ าพ ระบบแตข่ าดประสทิ ธภิ าพ ประสิทธภิ าพและไม่สำเรจ็
ในเวลาท่ีกำหนด
ความสามารถในการใช้ เลือกและใชเ้ ทคโนโลยที ่ี เลอื กและใช้เทคโนโลยที ่ี เลือกและใชเ้ ทคโนโลยที ่ี
เทคโนโลยี เหมาะสมในการรับและส่ง
เหมาะสมในการรบั และสง่ เหมาะสมในการรบั และส่ง สารให้ผู้อ่ืนเข้าใจได้อย่าง
ถกู ตอ้ ง โดยไมท่ ำให้ผอู้ ืน่
สารให้ผู้อ่นื เข้าใจไดอ้ ยา่ ง สารให้ผู้อ่ืนเขา้ ใจได้อย่าง เดอื ดร้อน
ถกู ต้อง และมีความ ถูกต้อง และมีความ
หลากหลาย แปลกใหม่ หลากหลาย แปลกใหม่
โดยไม่ทำใหผ้ ู้อ่นื เดอื ดร้อน โดยไมท่ ำใหผ้ ้อู ืน่ เดือดรอ้ น
และสามารถแนะนำผู้อ่ืนได้
112
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 7
รหัส-รายช่อื วิชา ว30233 เคมี 3 ช้ัน ม.5 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 2 ชว่ั โมง
หนว่ ยการเรยี นรู้ : แก๊สและสมบัตขิ องแกส๊ กลุ่มสาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เรือ่ ง ทฤษฎจี ลน์และกฏการแพรข่ องแก๊ส ผสู้ อน นางสอฝยี ะ๊ มะหะมงิ
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
สาระเคมี ม.5 ข้อ 1 เข้าใจโครงสร้างอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัติของธาตุ
พันธะเคมี และสมบัติ ของสาร แก๊สและสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรีย์
และพอลิเมอร์ รวมท้ังการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์
2. ผลการเรยี นรู้
อธิบายการแพร่ของแก๊สโดยใช้ทฤษฎีจลน์ของแก๊ส คำนวณและเปรียบเทียบอัตราการแพร่
ของแกส๊ โดยใชก้ ฎการแพรผ่ ่านของเกรแฮม
3. สาระสำคญั
แก๊สสามารถแพร่ได้ การแพร่ของแก๊สอธิบายได้ด้วยทฤษฎีจลน์ของแก๊สที่อุณหภูมิเดียวกัน
แก๊สจะแพร่ได้ช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับมวลโมเลกุลของแก๊ส อัตราการแพร่ของแก๊สเป็นสัดส่วนผกผันกับ
รากทส่ี องของมวลโมเลกุลของแกส๊ สัมพันธก์ บั กฎการแพรผ่ ่านของเกรแฮม
4. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
4.1 ด้านความรู้ (Knowledge; K)
4.1.1 อธิบายกฎตา่ ง ๆ ของแกส๊ โดยใชท้ ฤษฎีจลนข์ องแกส๊ ได้
4.1.2 อธิบายการแพร่ของแก๊สโดยใช้ทฤษฎจี ลนข์ องแก๊สได้
4.1.3 อธิบายความสัมพันธ์ของอัตราการแพร่กับมวลต่อโมลของแก๊ส
4.2 ดา้ นทักษะกระบวนการ (Process; P)
4.2.1 คำนวณและเปรยี บเทียบอตั ราการแพร่ หรือมวลตอ่ โมลของแก๊ส โดยใชก้ ฎการแพรผ่ ่าน
ของ เกรแฮม
4.2.2 ทดลองเพ่อื ศึกษาการแพรข่ องแก๊สแอมโมเนียกบั แกส๊ ไฮโดรเจนคลอไรด์
4.3 ดา้ นคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ (Attitude; A)
4.3.1 มวี นิ ัย 4.3.2 ใฝ่เรยี นรู้
4.3.3 มุง่ มัน่ ในการทำงาน 4.3.4 มีจิตสาธารณะ
113
5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น (ท่เี กดิ จากการจดั การเรียนการสอน)
5.1 ความสามารถในการส่ือสาร
5.2 ความสามารถในการคดิ
5.3 ความสามารถในการแก้ปญั หา
5.4 ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
6. สาระการเรยี นรู้
ทฤษฎีจลนข์ องแก๊ส
จากท่ีนักเรียนได้ศึกษาและทราบความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตร ความดัน อุณหภูมิ และ
จำนวนโมลของแก๊สมาแล้ว ความสัมพันธ์เหล่าน้ีสามารถอธิบายได้โดยใช้ ทฤษฎีจลน์ของแก๊ส
(kinetic theory of gases) ซ่งึ กล่าวไว้ดังน้ี
1. แกส๊ ประกอบด้วยอนุภาคขนาดเล็กจำนวนมาก โดยปริมาตรของอนุภาคเหลา่ น้นั มีคา่ นอ้ ย
มากเมือ่ เทียบกับปรมิ าตรของภาชนะท่ีบรรจุ
2. อนุภาคแกส๊ อยู่หา่ งกนั มาก และแรงยึดเหนยี่ วระหวา่ งอนภุ าคนอ้ ยมากจนถือได้ว่าไม่มีแรง
กระทำต่อกนั
3. แก๊สแต่ละอนุภาคเคล่ือนท่ีเป็นเส้นตรงในทิศทางที่ไม่แน่นอนด้วยอัตราเรว็ คงท่ีแตกต่าง
กัน จงึ มีพลังงานจลน์ไม่เท่ากนั เม่ือเกิดการชนกันจะมีการถ่ายเทพลังงานให้แก่กันโดยไม่
มกี ารสญู เสียพลงั งานจลนร์ วม ทำให้พลงั งานจลนเ์ ฉลี่ยมีค่าคงที่
4. พลังงานจลน์เฉล่ียของแก๊สข้ึนอยู่กับอุณหภูมิเท่าน้ัน โดยไม่ข้ึนกับชนิดของแก๊ส ท่ี
อุณหภูมิเดียวกัน แก๊สทุกชนิดมีพลังงานจลน์เฉลี่ยเท่ากัน เมื่อเพิ่มอุณหภูมิจะทำให้
อนภุ าคแก๊สเคลื่อนทเ่ี ร็วขนึ้ จงึ ทำใหพ้ ลังงานจลน์เฉล่ียของแก๊สเพมิ่ ขนึ้
แก๊สอุดมคติมีพฤติกรรมเป็นไปตามทฤษฎีจลน์ของแก๊สทุกประการ สำหรับแก๊สท่ัวไปมี
พฤติกรรมใกล้เคียงกับแก๊สอุดมคติเมื่อมอี ณุ หภมู ิสูงและความดันตำ่
ทฤษฎจี ลน์ของแกส๊ อธบิ ายกฎต่าง ๆ ของแก๊สไดอ้ ย่างไร
กฎของบอยล์ ( V ∝ )
อนุภาคแก๊สมีขนาดเลก็ มากและมีระยะห่างระหว่างอนุภาคมาก เมื่อลดปริมาตรภาชนะ เช่น
การกดก้านกระบอกฉีดยา ในกิจกรรมที่ 7.1 ทำให้ระยะห่างระหว่างอนุภาคแกส๊ กับผนังภาชนะลดลง
ความถี่ที่อนุภาคแก๊สชนกับผนังภาชนะจึงมากข้ึน ทำให้ความดันของแก๊สเพิ่มข้ึน ในทางตรงกันข้าม
การเพม่ิ ปรมิ าตรของภาชนะซงึ่ ทำให้ความดันของแก๊สลดลงสามารถอธบิ ายไดใ้ นทำนองเดียวกัน
กฎของเกย์ –ลสู แซก (P ∝ T) และกฎของชาร์ล (V ∝ T)
เมอื่ อุณหภูมิเพ่ิมขึ้น อนุภาคแก๊สเคลือ่ นทเ่ี ร็วข้ึนและมีพลงั งานจลน์เฉลีย่ เพิ่มขน้ึ ดังนั้นความถี่
ที่อนุภาคแก๊สชนกับผนังภาชนะจึงมากขึ้น ทำให้ความดันของแก๊สเพิ่มขึ้น (กฎของเกย์ –ลูสแซก) แต่
114
หากผนังภาชนะมคี วามยดื หยนุ่ ความดันทเี่ กิดขึ้นจะทำใหป้ รมิ าตรของภาชนะเพิ่มขนึ้ เพ่ือให้ความดัน
ของแกส๊ เท่ากับความดันเร่ิมต้น (กฎของชารล์ )
กฎของอาโวกาโดร (V ∝ n)
เม่ือจำนวนอนุภาคแก๊สในภาชนะเพิ่มข้ึน ความถ่ีที่อนุภาคแก๊สชนกับผนังภาชนะจะเพิ่มข้ึน
สง่ ผลให้ความดันของแก๊สเพิ่มข้ึน หากผนังภาชนะมีความยืดหยุ่น ความดันที่เกิดขึ้นจะทำให้ปริมาตร
ของภาชนะเพิ่มขึน้ เพ่ือให้ความดันของแกส๊ เท่ากับความดันเรมิ่ ต้น
การแพรข่ องแกส๊
การส่งกลิ่นหอมของดอกไม้หรือน้ำหอมเกิดจากสารมีกล่ินท่ีอยู่ในสถานะแก๊สเคลื่อนท่ีหรือ
แพร่ออกมา ซ่ึงการแพร่ของแก๊สจากบริเวณหน่ึงไปยังอีกบริเวณหนึ่งเกิดขึ้นได้เนื่องจากโมเลกุลของ
แกส๊ มีพลังงานจลน์และเคลื่อนท่ีไดอ้ ยา่ งอสิ ระในทกุ ทศิ ทางตามทฤษฎีจลน์ของแกส๊
แก๊สที่มีมวลต่อโมลต่างกันจะมีอัตราเร็วในการแพร่แตกต่างกัน ซึ่งเมื่อพิจารณาจากทฤษฎี
จลน์ของแก๊สที่กล่าวว่า ที่อุณหภูมิเดียวกัน แก๊สทุกชนิดมีพลังงานจลน์เฉลี่ยเท่ากัน และจาก
ความสัมพันธ์ของพลังงานจลน์ (Ek) กบั มวล (m) และอัตราเรว็ (v) ตามสมการ Ek = mv2 จะเห็นว่า
อนุภาคแก๊สที่มีมวลมาก จะมีอตั ราเร็วในการแพร่นอ้ ย
ทอมัส เกรแฮม (Thomas Graham) นักเคมีชาวสก็อตแลนด์ ได่ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง
อัตราการแพร่และมวลต่อโมลของแก๊ส โดยให้แก๊สแพร่ผ่าน (effusion) รูเล็ก ๆ ไปยังบริเวณท่ีเป็น
สญุ ญากาศ ซ่ึงการทดลองโดยอาศยั การแพร่ผ่านนี้ ทำให้โมเลกุลแก๊สเคล่ือนที่ผ่านรูเลก็ ๆ โดยไม่เกิด
การชนกันกับโมเลกุลข้างเคียงและการวัดอัตราการแพร่ผ่านสามารถทำได้แม่นยำกว่าการศึกษาการ
แพร่ ซงึ่ โมเลกลุ แกส๊ มกี ารชนกนั
จากการทดลอง เกรแฮม พบว่า ท่ีอุณหภูมิและความดันเดียวกัน จำนวนโมเลกุลของแก๊สท่ี
แพร่ผ่านต่อหนง่ึ หนว่ ยเวลาหรืออัตราการแพรผ่ ่านของแก๊ส (r) แปรผกผันกับรากท่สี องของมวลต่อโมล
(M) เรียกว่า กฎการแพร่ผ่านของเกรแฮม (Graham’s law of effusion) ซ่ึงเขียนความสัมพันธ์ได้
ดงั นี้
r∝
ในกรณีที่ต้องการเปรียบเทียบอัตราการแพร่ผ่านของแก๊ส 2 ชนิด ที่อุณหภูมิและความดัน
เดยี วกนั สามารถเขยี นสมการไดด้ ังน้ี
r1 =
r2
115
ถงึ แม้ว่า สมการดงั กล่าวจะได้จากการศกึ ษาการแพร่ผ่านซ่ึงอัตราการแพร่ผ่านมักมีหน่วยเป็น
จำนวนอนุภาคทีแ่ พร่ผ่านตำแหนง่ ที่กำหนดตอ่ เวลา แตก่ ส็ ามารถใช้ในการประมาณอัตราการแพร่ของ
แกส๊ โดยทว่ั ไปซึง่ มกั วัดในหน่วยระยะทางตอ่ เวลาได้
7. หลักฐาน หรือร่องรอยของการเรียนรู้ การวดั และประเมนิ ผล
สิ่งท่ตี อ้ งการวดั วธิ กี ารวดั เคร่อื งมือวัด เกณฑท์ ี่ใชก้ ารวดั ผปู้ ระเมนิ
ด้านความรู้ (K)
1. อธิบายกฎต่าง ๆ ของแก๊ส 1. ตรวจแบบบันทึก 1. ตรวจแบบบันทึก ผ่านขนั้ ต่ำไมน่ ้อยกว่า
โดยใชท้ ฤษฎจี ลน์ของแก๊สได้ ผลการทดลอง ผลการทดลอง ร้อยละ 60
2. อธิบายการแพร่ของแก๊สโดย 2. ตรวจใบกจิ กรรม 2. ตรวจใบกิจกรรม ครู
ใชท้ ฤษฎจี ลนข์ องแก๊สได้ ครู
ครู
3. อธิบายความสัมพันธ์ของ
อัตราการแพร่กับมวลต่อโมลของ
แก๊ส
ด้านกระบวนการ (P) แบบประเมิน ตอ้ งไดไ้ ม่ตำ่ กว่า
1. คำน วณ และเปรียบเทียบ สงั เกตจากพฤตกิ รรม พฤติกรรมนักเรียน ระดบั คุณภาพ 2 คือ
ระหว่างทำกจิ กรรม ดี จากระดบั คุณภาพ
อัตราการแพร่ หรือมวลต่อโมลของ ระหว่างทำกิจกรรม 3 คือดีมาก
แก๊ส โดยใช้กฎการแพร่ผ่านของเก
รแฮม
2. ทดลองเพอ่ื ศึกษาการแพรข่ อง
แก๊สแอมโมเนียกับแก๊สไฮโดรเจน
คลอไรด์
ด้านจิตพสิ ยั (A) สังเกตจากพฤติกรรม แบบประเมิน ตอ้ งได้ไมต่ ่ำกวา่
1. มวี ินัย ระหว่างเรียน การเข้า คณุ ลักษณะอันพงึ ระดบั คุณภาพ 2 คือ
2. ใฝ่เรียนรู้ เรยี น การตอบคำถาม ประสงค์ ดี จากระดับคุณภาพ
3. มุ่งมนั่ ในการทำงาน ระหวา่ งเรยี น 3 คอื ดมี าก
4. มจี ิตสาธารณะ
116
สมรรถนะ สงั เกตจากการทำ แบบประเมินสมรรถนะ ตอ้ งไดไ้ มต่ ่ำกวา่ ครู
1. ความสามารถในการส่อื สาร กจิ กรรม การตอบ สำคัญของผู้เรียน 4 ระดบั คณุ ภาพ 2 คือ
2. ความสามารถในการคิด คำถาม ด้าน ดี จากระดบั คุณภาพ
3. ความสามารถในกาแก้ปญั หา
4. ความสามารถในการใช้ทกั ษะ 3 คอื ดมี าก
ชีวิต
8. กระบวนการจัดการเรยี นรู้
ขนั้ สรา้ งความสนใจ (Engagement)
ครทู บทวนนกั เรียนเก่ยี วกับความสัมพันธ์ระหว่างปรมิ าตร ความดัน อณุ หภูมิ และจำนวนโมล
ของแกส๊
ข้ันสำรวจและคน้ หา (Exploration)
1. ครูและนกั เรยี นรว่ มกันอภิปรายตามทฤษฎจี ลนข์ องแก๊ส
2. ครูใช้คำถามเพ่อื นำเข้าสู่เรือ่ งการแพร่ของแก๊สวา่ “การส่งกลิ่นหอมของดอกไม้หรอื น้ำหอม
เกิดขนึ้ ได้อยา่ งไร”
(แนวคำตอบ : สารมีกลิ่นท่ีอยู่ในสถานะแก๊สเคลื่อนท่ีหรือแพร่ออกมาจากดอกไม้หรอื น้ำหอม ซึ่งการ
แพร่ของแก๊สจากปริเวณหนึ่งไปยังอีกบริเวณหนึ่งเกิดขึ้นได้เน่ืองจากโมเลกุลของแก๊สมีพลังงานจลน์
และเคลอ่ื นที่ได้อยา่ งอสิ ระในทุกทศิ ทางตามทฤษฎีจลน์ของแกส๊ )
3. ครูใหน้ กั เรียนแบ่งกลมุ่ ๆ ละ 2 คน
4. ครูให้นักเรียนทำกิจกรรม7.5การทดลองการแพร่ของแก๊สแอมโมเนียและแก๊สไฮโดรเจน
คลอไรด์
จุดประสงค์การทดลอง
1. ทดลองเพ่อื ศกึ ษาการแพรข่ องแก๊สแอมโมเนยี และแก๊สไฮโดรเจนคลอไรด์
2. เปรยี บเทียบอตั ราการแพร่ของแก๊สแอมโมเนยี และแกส๊ ไฮโดรเจนคลอไรด์
3. บอกความสัมพันธร์ ะหวา่ งอัตราการแพรข่ องแก๊สกบั มวลต่อโมลของแกส๊
วสั ดุ อปุ กรณ์ และสารเคมี
1. สารละลายกรดไฮโดรคลอริกเขม้ ขน้ (HCl)
2. สารละลายแอมโมเนียเข้มขน้ (NH3)
3. หลอดแกว้ ขนาดเส้นผ่านศนู ย์กลาง 1.0 cm ยาวประมาณ 30 cm
4. สำลีท่พี ันกับไมเ้ สียบอยู่กบั จุกยางเบอร์ 1
117
5. บกี เกอร์ขนาด 50 ml
6. กระจกนาฬิกา
7. หลอดหยด
8. ท่ียึดหลอดแก้วหรือขาต้งั พร้อมทจ่ี ับ
วิธีทดลอง
1. นำหลอดแกว้ ท่ีแห้งและสะอาด ติดกบั ขาตง้ั ให้อยู่ในแนวระดบั
2. ชุบสำลีท่ีพันกับไม้ที่เสยี บอย่กู บั จุกยางเบอร์ 1 จำนวน 2 อัน อันหน่ึงชุบ NH3
และอีกอันหนึ่งชุบ HCl
3. นำสำลีท่พี ันกบั ไม้ที่เสยี บอยู่กับจกุ ยางเบอร์ 1 ทเ่ี ตรียมไวจ้ ากขอ้ 2 สอดเข้าไปใน
ปลายหลอดแกว้ ด้านละอนั โดยสอดใหพ้ ร้อมกนั ท้ังสองด้าน
4. สงั เกตและทำเครอ่ื งหมายตรงตำแหนง่ ที่มกี ารเปลยี่ นแปลงเกดิ ข้ึน
5. วดั ระยะทางจากปลายสำลีทงั้ สองถงึ ตำแหนง่ ที่สังเกตเหน็ การเปลี่ยนแปลง
5. ครูใหน้ ักเรยี นบนั ทึกผลการทดลองในแบบบนั ทึกผลการทดลอง
ข้นั อธิบายและลงขอ้ สรปุ (Explanation)
1. ครูและนกั เรียนร่วมกนั อภิปรายผลการทดลอง
(แนวคำตอบ : อัตราการแพร่ของแก๊สไฮโดรเจนคลอไรด์มีค่านอ้ ยกว่าอตั ราการแพรข่ องแก๊สแอมโมเนีย
เนื่องจากแก๊สไฮโดรเจนคลอไรด์มีมวลต่อโมลมากกว่า ดังน้ัน แก๊สท่ีมีมวลต่อโมลมากกวา่ จะแพร่ได้ช้า
กว่าแกส๊ ท่มี มี วลตอ่ โมลนอ้ ยกว่า)
2. ครูอธบิ ายกฎการแพร่ผา่ นของเกรแฮม พร้อมยกตัวอย่างประกอบ
ตัวอยา่ ง
แก๊สซัลเฟอร์ไตรออกไซด์ (SO3) ทำปฏิกิริยากับไอน้ำให้กรดซัลฟิวริก (H2SO4) ถ้าปล่อย
แก๊สซัลเฟอร์ไตรออกไซด์และไอน้ำจากปลายแต่ละด้านของหลอดแก้วยาว 30 เซนติเมตร บริเวณท่ี
แกส๊ ท้งั สองทำปฏิกริ ิยากันห่างจากปลายดา้ นทป่ี ล่อยไอนำ้ ก่ีเซนติเมตร
วธิ ีทำ
คำนวณมวลตอ่ โมลของแกส๊ แตล่ ะชนิด
มวลต่อโมลของ H2O = (2 × 1.01) + (1 × 16.00) = 18.02 g/mol
มวลตอ่ โมลของ SO3 = (1 × 32.06) + (3 × 16.00) = 80.06 g/mol
คำนวณบริเวณทีแ่ ก๊สทำปฏิกริ ยิ ากนั
กำหนดให้ ระยะหา่ งจากปลายหลอดแก้วด้าน H2O = x cm
ระยะหา่ งจากปลายหลอดแก้วด้าน SO3 = 30 - x cm
จาก =
118
= =
เนอื่ งจากใช้เวลาในการแพรเ่ ท่ากนั ดังนน้ั
=
แทนค่าจะได้
=
= 2.10
x = 63 – 2.108 x cm
x = 20 cm
ดงั นน้ั บรเิ วณท่แี กส๊ ท้งั สองทำปฏิกิริยากันอยู่ห่างจากปลายหลอดแกว้ ด้านท่ปี ล่อยไอนำ้ 20 เซนติเมตร
ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration)
ครูให้นักเรียนทำใบกิจกรรม โจทย์ในกล่องข้อความ และครูอธิบายเพิ่มเติมในเร่ืองที่นักเรียน
สงสัย
ทรเิ ทยี ม (T) เปน็ โซโทปหนึ่งของไฮโดรเจน อตั ราการแพร่ของแกส๊ ไฮโดรเจน (H2) เป็นก่ีเท่า
ของแกส๊ ทรเิ ทยี ม (T2) กำหนดให้ มวลตอ่ โมลของทริเทยี มเท่ากับ 3.02 กรมั ตอ่ โมล
เตตระฟลูออโรเอทลิ ีน (C2F4) แพรผ่ ่านแผน่ รพู รุนชนิดหนึ่งดว้ ยอตั รา 2.3 × 10-6 โมลตอ่
ชั่วโมง ส่วนแก๊สตัวอย่างอกี ชนดิ หนึ่งประกอบดว้ ยโบรอน (B) กบั ไฮโดรเจน (H) มอี ตั ราการ
แพรผ่ า่ น 4.37 × 10-6 โมลต่อชวั่ โมง ภายใตภ้ าวะเดยี วกัน จงคำนวนมวลตอ่ โมลและเขียน
สตู รโมเลกุลท่ีเป็นไปไดข้ องแก๊สตัวอย่าง
ขัน้ ประเมนิ (Evaluvation)
1. ตรวจแบบบนั ทกึ ผลการทดลอง
2. ตรวจใบกิจกรรม
119
ทริเทยี ม (T) เป็นโซโทปหน่ึงของไฮโดรเจน อัตราการแพรข่ องแกส๊ ไฮโดรเจน (H2) เป็นกี่เทา่
ของแก๊สทริเทยี ม (T2) กำหนดให้ มวลตอ่ โมลของทริเทยี มเท่ากับ 3.02 กรัมตอ่ โมล
คำนวณมวลตอ่ โมลของแกส๊ แตล่ ่ะชนิด
มวลตอ่ โมลของ H2 = (1.01 × 2) = 2.02 g/mol
มวลตอ่ โมลของ T2 = (3.02 × 2) = 6.04 g/mol
จาก =
ดังนน้ั =
แทนค่าจะได้ =
= 1.73
= 1.73
ดงั นน้ั อตั ราการแพร่ของแกส๊ ไฮโดรเจนเปน็ 1.73 เท่าของแก๊สทริเทยี ม
เตตระฟลูออโรเอทิลนี (C2F4) แพรผ่ ่านแผน่ รูพรุนชนดิ หนึง่ ดว้ ยอัตรา 2.3 × 10-6 โมลต่อ
ช่ัวโมง สว่ นแก๊สตวั อยา่ งอกี ชนิดหนงึ่ ประกอบด้วยโบรอน (B) กับไฮโดรเจน (H) มีอัตราการ
แพรผ่ า่ น โมลตอ่ ช่วั โมง ภายใตภ้ าวะเดียวกัน จงคำนวนมวลตอ่ โมลและเขยี นสูตรโมเลกลุ ท่ี
เปน็ ไปได้ของแกส๊ ตวั อย่าง
จาก =
ดงั นัน้ =
แทนคา่ จะได้ 120
=
1.90 =
3.61 =
Mgas = 27.7 g/mol
ดังนั้น แก๊สตัวอย่างมีมวลต่อโมลเท่ากับ 27.7 กรัมต่อโมล และสูตรโมเลกุลที่เป็นไป
ได้คอื B2H6
9. สื่อ วัสดุ อปุ กรณ/์ แหลง่ การเรยี นรู้
9.1 หนังสือเรียนวชิ า เคมีเพิม่ เติม 3 สสวท.
9.2 แบบบนั ทึกผลการทดลอง
9.3 ใบกจิ กรรม
ลงช่ือ........................................................
(นางสอฝีย๊ะ มะหะมิง)
ผสู้ อน
…… /…… /……
121
แบบบันทึกผลการทดลอง
กิจกรรม 7.5 การทดลองการแพรข่ องแก๊สแอมโมเนียและแก๊สไฮโดรเจนคลอไรด์
คำช้ีแจง : ใหน้ กั เรียนบนั ทกึ ผลการทดลอง สรุปผลใหส้ มบูรณ์ และตอบคำถามท้ายการทดลอง
สมาชกิ ในกลุ่มที่…….. ช้นั ม. 5/…..
1. ชอื่ ………………………………………………… นามสกุล………………………….. เลขท่ี…………
2. ช่อื ………………………………………………… นามสกุล………………………….. เลขท…่ี ………
จดุ ประสงคก์ ารทดลอง
…………………………………………………………………………………………………….................................……………
………………………………………………………………………………………................................................................
........……..……………………………………………………………………………….........................................................
ผลการทดลอง HCl NH3
ความยาวจากปลายหลอดแกว้ ถงึ
ตำแหน่งของ NH4Cl (cm)
มวลโมเลกลุ
สรปุ ผลการทดลอง
…………………………………………………………………………………………………….................................................
…………………………………………………………………………………………………….................................……………
……………………………………………………………………………………….............................................................…
122
ใบกจิ กรรม
เรอื่ ง ทฤษฎีจลนแ์ ละการแพร่ของแกส๊
คำชี้แจ้ง : ใหน้ กั เรียนแสดงวิธที ำจากคำถามในกลอ่ งขอ้ ความ ให้ถูกตอ้ ง
ทริเทยี ม (T) เปน็ โซโทปหน่ึงของไฮโดรเจน อตั ราการแพร่ของแก๊สไฮโดรเจน (H2) เปน็ กเ่ี ทา่
ของแกส๊ ทริเทียม (T2) กำหนดให้ มวลตอ่ โมลของทริเทยี มเท่ากับ 3.02 กรัมต่อโมล
เตตระฟลูออโรเอทลิ นี (C2F4) แพรผ่ ่านแผ่นรพู รุนชนิดหนงึ่ ด้วยอตั รา 2.3 × 10-6 โมลตอ่
ชัว่ โมง สว่ นแก๊สตัวอยา่ งอกี ชนดิ หน่ึงประกอบดว้ ยโบรอน (B) กบั ไฮโดรเจน (H) มีอตั ราการ
แพรผ่ า่ น โมลต่อชัว่ โมง ภายใต้ภาวะเดียวกนั จงคำนวนมวลตอ่ โมลและเขียนสูตรโมเลกุลท่ี
เปน็ ไปไดข้ องแกส๊ ตัวอยา่ ง
123
บันทึกหลงั สอน
ผลการสอน
.................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
ปัญหา/อุปสรรค
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
ขอ้ เสนอแนะ/วธิ ีแก้ไข
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
ลงช่อื ..................................................................
(นางสอฝยี ๊ะ มะหะมงิ )
ครูผู้สอนกลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
124
ความเหน็ ของหัวหน้ากล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ......................................................
(นางสาวรอฮานา เจะเตะ)
หวั หน้ากลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ความเห็นของหัวหน้าฝ่ายบริหารงานวชิ าการ
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ...............................................
( นางรัตนา กล่ินมณี )
หวั หนา้ ฝ่ายบริหารงานวชิ าการ
ความเหน็ ของผู้อำนวยการโรงเรียนนิคมพฒั นวิทย์
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
ลงช่อื ...............................................
( นายภาสกร แก้ววิชติ )
ผ้อู ำนวยการโรงเรยี นนิคมพฒั นวิทย์
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเรยี นรู้ 125
ทฤษฎีจลนแ์ ละกฏการแพรข่ องแกส๊ ประเมิน
คำชแี้ จง เขียนเครือ่ งหมาย / ถา้ นักเรียนมีพฤติกรรมตามรายการที่สังเกต
รายการประเมิน
ท่ี ชอื่ -สกุล บันทึกความ ู้รความเ ้ขาใจ
ในเนื้อหา
การ ัรบฟังความ ิคดเห็น
ของผู้อื่น
ป ิฏบั ิตงานท่ีไ ้ด ัรบ
มอบหมาย
การเข้า ่รวม ิกจกรรม
กลุ่ม
การแสดงความ ิคดเห็น
รวม
่ผาน
ไ ่มผ่าน
3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 15
1 หมายถงึ ระดับดี
2 หมายถึง ระดับพอใช้
3 หมายถงึ ระดับปรบั ปรุง
4
เกณฑ์การประเมนิ
11 – 15 คะแนน
6 – 10 คะแนน
0 – 5 คะแนน
126
เกณฑก์ ารประเมนิ พฤตกิ รรมการเรยี นรู้
รายการประเมนิ 3 2 1
สรุปและบันทึกขอ้ มลู ที่ ไม่มสี รปุ และบันทึก
บนั ทกึ ความรคู้ วามเข้าใจ สรปุ และบนั ทึกขอ้ มลู ที่ เปน็ องค์ประกอบของ ข้อมลู ที่เป็นองค์ประกอบ
เรอื่ งบางครง้ั ของเรอื่ ง
ในเน้อื หา เปน็ องค์ประกอบของ ยอมรบั ฟงั ความคิดเหน็ ไม่ยอมรบั ฟงั
ของผอู้ ่นื เปน็ บางครั้ง ความคดิ เหน็ ของผ้อู นื่
เรอื่ งทสี่ รุปไดค้ รบถ้วน
ยอมรับฟงั ความคดิ เหน็ ยอมรับฟงั ความคิดเห็น
ของผ้อู ่ืน ของผอู้ ืน่ ดมี าก
ปฏิบตั งิ านที่ได้รับ ปฏิบัติงานเสรจ็ ทนั เวลา ปฏบิ ัตงิ านเสรจ็ ทนั เวลา ไมเ่ สรจ็ ทนั เวลา
มอบหมาย
ตามกำหนดเรยี บรอ้ ย ตามกำหนด ตามทก่ี ำหนด
ดมี าก
ทำงานกับผู้อ่นื ได้อย่าง กระตือรอื ร้นให้ความ กระตือรือรน้ ให้ความ ขาดความกระตอื รือร้น
สร้างสรรค์ สนใจในการเขา้ รว่ ม สนใจในการเข้ารว่ ม และไม่สนใจเข้ารว่ ม
กิจกรรมทุกครัง้ กจิ กรรมบางครั้ง กิจกรรม
การแสดงความคิดเหน็ รู้จักแสดงความคิดเห็น รจู้ ักแสดงความคิดเห็น ไม่แสดงความคิดเห็น
ในกลมุ่ ดมี าก ในกลุ่ม ในกลุม่
แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 127
ทฤษฎจี ลน์และกฏการแพร่ของแกส๊
ประเมิน
นกั เรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 5 รวม
คำชีแ้ จง เขยี นเครื่องหมาย / ถ้านักเรียนมีพฤติกรรมตามรายการทสี่ งั เกต
รายการประเมนิ
ท่ี ชอ่ื -สกลุ
ื่ซอ ัสตย์ ุสจ ิรต
ีม ิวนัย
ใฝ่เ ีรยน ู้ร
ุ่มง ่ัมนในการ
ทำงาน
ีม ิจต
สาธารณะ
ผ่าน
ไ ่มผ่าน
3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 15
1 หมายถงึ ระดับดี
2 หมายถึง ระดับพอใช้
3 หมายถงึ ระดับปรับปรุง
4
เกณฑก์ ารประเมนิ
11 – 15 คะแนน
6 – 10 คะแนน
0 – 5 คะแนน
128
เกณฑ์การประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์
รายการประเมนิ 3 2 1
ซอื่ สัตย์ สุจริต ไมน่ ำผลงานของผู้อื่นมา ไม่นำผลงานของผู้อ่ืนมา นำสิ่งของของผู้อ่นื มา
เปน็ ของตนเอง ปฏบิ ตั ิ เป็นของตนเอง ปฏบิ ัติ เป็นของตนเอง ปฏิบัติ
มีวนิ ยั ตนต่อผู้อน่ื ด้วยความ ตนต่อผ้อู ื่นด้วยความ ตนต่อผอู้ น่ื ดว้ ยความ
ซื่อตรง และเปน็ ซ่อื ตรง ซื่อตรง
แบบอย่างทด่ี แี ก่เพื่อน
ด้านความซอ่ื สัตย์ ขณะทำงานปฏบิ ัติตาม ขณะทำงานปฏิบตั ติ าม
ขณะทำงานปฏบิ ตั ิตาม กฎ กติกาท่ีได้ ตกลงกัน กฎ กตกิ าบา้ ง
กฎ กติกาท่ีไดต้ กลงกนั
ไม่รบกวนบคุ คลอนื่
ใฝเ่ รียนรู้ ต้งั ใจเรยี น เอาใจใส่ และมี ตงั้ ใจเรียน เอาใจใส่ และมี ตง้ั ใจเรยี น เอาใจใส่ และมี
ความเพียรพยายามใน ความเพยี รพยายามใน ความเพยี รพยายามใน
การเรียนรู้ และเขา้ รว่ ม การเรยี นรู้ และเข้ารว่ ม การเรียนรู้ และเขา้ รว่ ม
กจิ กรรมการเรียนรู้ กจิ กรรมการเรยี นรูต้ ่างๆ กจิ กรรมการเรยี นรู้
ตา่ ง ๆ เป็นประจำ บ่อยครัง้ ตา่ ง ๆ บางคร้ัง
มงุ่ มั่นในการทำงาน ตัง้ ใจและรบั ผดิ ชอบใน ต้ังใจและรับผดิ ชอบใน ตงั้ ใจและรับผดิ ชอบใน
การปฏิบัตหิ น้าท่ีท่ไี ด้รบั
การปฏบิ ตั หิ น้าที่ทีไ่ ดร้ บั การปฏิบตั หิ นา้ ท่ีทไี่ ดร้ บั มอบหมายให้สำเร็จ
มอบหมายให้สำเรจ็ มี มอบหมายให้สำเรจ็ มี
การปรับปรงุ และ การปรับปรงุ การทำงาน
พฒั นาการทำงานใหด้ ขี ้นึ ให้ดีขน้ึ
มีจิตสาธารณะ ชว่ ยครทู ำงาน อาสา ชว่ ยครูทำงาน อาสา ช่วยครูทำงานอาสา
ทำงาน ชว่ ยคดิ ช่วยทำ ทำงาน และแบง่ ปนั ทำงานใหผ้ อู้ ่นื ด้วยความ
และแบ่งปันสิ่งของ ให้ สิง่ ของใหผ้ อู้ ื่นด้วย ความ เต็มใจ
ผอู้ ื่นดว้ ย ความเต็มใจ เตม็ ใจ
แบบประเมนิ สมรรถนะสำคญั ของผูเ้ รียน 129
ทฤษฎีจลน์และกฏการแพร่ของแกส๊
นกั เรียนชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 ประเมิน
รวม
คำชแ้ี จง เขยี นเคร่ืองหมาย / ถา้ นกั เรียนมีพฤติกรรมตามรายการทส่ี ังเกต
รายการประเมนิ
ท่ี ชื่อ-สกลุ
ความสามารถ
ในการ ่ืสอสาร
ความสามารถ
ในการ ิคด
ความสามารถ
ในการแ ้กปัญหา
ความสามารถ
ในการใ ้ชทักษะ ีช ิวต
ความสามารถใน
การใ ้ชเทคโนโลยี
่ผาน
ไ ่มผ่าน
3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 15
1 หมายถงึ ระดับดี
2 หมายถงึ ระดบั พอใช้
3 หมายถึง ระดับปรับปรุง
4
เกณฑก์ ารประเมนิ
11 – 15 คะแนน
6 – 10 คะแนน
0 – 5 คะแนน
130
เกณฑก์ ารประเมินสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
รายการประเมนิ 321
ความสามารถ
ในการสื่อสาร พดู ถา่ ยทอดความรูค้ วาม พูดถา่ ยทอดความรคู้ วาม พูดถ่ายทอดความร้คู วาม
ความสามารถ เขา้ ใจจากสารทอี่ า่ น ฟงั ดู เข้าใจจากสารท่อี ่าน ฟงั เข้าใจจากสารทอี่ า่ น ฟงั
ในการคิด
ดว้ ยภาษาของตนเองได้ หรือ ดู ดว้ ยภาษาของ หรอื ดู ดว้ ยภาษาของ
ความสามารถ
ในการแก้ปญั หา อยา่ งคลอ่ งแคลว่ ชัดเจน ตนเองไดอ้ ย่างชัดเจน แต่ ตนเองได้บ้าง
ความสามารถ ขาดความคลอ่ งแคลว่
ในการใช้ทกั ษะชวี ติ
ระบหุ ลักการสำคญั ระบุหลักการสำคัญ ระบหุ ลักการสำคัญ
แนวคดิ หรอื ความรทู้ ่ี แนวคิดหรอื ความรทู้ ่ี แนวคิดหรอื ความร้ทู ่ี
ปรากฏในขอ้ มลู ตา่ งๆ ท่ี ปรากฏในขอ้ มูลตา่ งๆ ท่ี ปรากฏในขอ้ มูลต่างๆ ท่ี
พบเหน็ ได้อยา่ งถกู ตอ้ งและ พบเหน็ ไดอ้ ย่างถูกต้องแต่ พบเห็นไดอ้ ย่างถกู ต้องเป็น
ครบถ้วน ไมค่ รบถว้ น บางส่วนและไม่ครบถ้วน
นำข้อค้นพบจากผลงาน/ นำขอ้ ค้นพบจากผลงาน/ นำขอ้ ค้นพบจากผลงาน/
ช้นิ งานไปประยกุ ตใ์ ชใ้ น ชน้ิ งานไปประยกุ ตใ์ ช้ใน ช้ินงานไปประยุกต์ใช้ใน
การป้องกันและแก้ปัญหา การป้องกนั และแก้ปญั หา การปอ้ งกันและแก้ปญั หา
ในสถานการณ์อ่ืนๆ ได้ ในสถานการณ์อืน่ ๆ ได้ ในสถานการณ์อนื่
อย่างสอดคลอ้ งตามหลัก อยา่ งสมเหตุสมผล
เหตุผลและคุณธรรม
นำความรู/้ ทักษะและ นำความรู/้ ทักษะและ นำความรู้/ทักษะและ
เทคนิควิธตี า่ งๆ มาใช้ เทคนคิ วิธีต่างๆ มาใช้ เทคนิควิธีต่างๆ มาใช้
สร้างสรรคง์ านอยา่ งเปน็ สรา้ งสรรคง์ านอย่างเป็น สร้างสรรค์งานได้ แต่ไม่มี
ระบบและมีประสทิ ธภิ าพ ระบบแตข่ าดประสทิ ธิภาพ ประสทิ ธภิ าพและไม่สำเรจ็
ในเวลาท่ีกำหนด
ความสามารถในการใช้ เลือกและใช้เทคโนโลยที ่ี เลอื กและใช้เทคโนโลยีท่ี เลือกและใชเ้ ทคโนโลยที ่ี
เทคโนโลยี เหมาะสมในการรับและส่ง
เหมาะสมในการรับและส่ง เหมาะสมในการรับและสง่ สารให้ผู้อ่ืนเข้าใจได้อย่าง
ถกู ตอ้ ง โดยไมท่ ำให้ผอู้ ืน่
สารให้ผู้อ่นื เข้าใจไดอ้ ยา่ ง สารให้ผู้อ่ืนเขา้ ใจได้อยา่ ง เดอื ดร้อน
ถกู ต้อง และมีความ ถูกต้อง และมคี วาม
หลากหลาย แปลกใหม่ หลากหลาย แปลกใหม่
โดยไม่ทำใหผ้ ู้อ่นื เดอื ดร้อน โดยไมท่ ำใหผ้ ้อู ืน่ เดือดรอ้ น
และสามารถแนะนำผู้อ่ืนได้
131
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 8
รหสั -รายชือ่ วิชา ว30233 เคมี 3 ช้ัน ม.5 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 2 ช่ัวโมง
หนว่ ยการเรยี นรู้ : แกส๊ และสมบัติของแก๊ส กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เรอื่ ง การประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้เกีย่ วกับแก๊สและสมบตั ขิ องแก๊ส ผู้สอน นางสอฝยี ะ๊ มะหะมิง
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
สาระเคมี ม.5 ข้อ 1 เข้าใจโครงสร้างอะตอม การจัดเรียงธาตุในตารางธาตุ สมบัติของธาตุ
พันธะเคมี และสมบัติ ของสาร แก๊สและสมบัติของแก๊ส ประเภทและสมบัติของสารประกอบอินทรีย์
และพอลเิ มอร์ รวมทง้ั การนำความรไู้ ปใช้ประโยชน์
2. ผลการเรียนรู้
สบื ค้นข้อมูล นำเสนอตวั อย่าง และอธิบายการประยุกต์ใช้ความรู้เก่ียวกับสมบัติและกฎต่าง ๆ
ของแกส๊ ในการอธิบายปรากฏการณ์ หรอื แก้ปัญหาในชวี ิตประจำวันและในอุตสาหกรรม
3. สาระสำคัญ
สมบัติและกฎต่าง ๆ ของแก๊สสามารถนำไปใช้อธิบายปรากฏการณ์ หรือประยุกต์ใช้ใน
ชวี ิตประจำวันและในอุตสาหกรรม
4. จุดประสงค์การเรยี นรู้
4.1 ดา้ นความรู้ (Knowledge; K)
4.1.1 อธบิ ายปรากฏการณเ์ กีย่ วกับแกส๊ และสมบตั ขิ องแกส๊ ไปใช้ประโยชน์
4.1.2 ยกตัวอยา่ งการนำความรูเ้ กีย่ วกับแกส๊ และสมบตั ิของแก๊สไปใช้ประโยชน์
4.2 ดา้ นทักษะกระบวนการ (Process; P)
4.2.1 สืบคน้ ขอ้ มลู เก่ยี วกบั แก๊สและสมบัตขิ องแก๊สไปใชป้ ระโยชน์
4.3 ดา้ นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attitude; A)
4.3.1 มีวินยั 4.3.2 ใฝ่เรยี นรู้
4.3.3 มุ่งมน่ั ในการทำงาน 4.3.4 มจี ิตสาธารณะ
5. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น (ที่เกดิ จากการจัดการเรียนการสอน)
5.1 ความสามารถในการส่ือสาร
5.2 ความสามารถในการคิด
5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา
5.4 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต
132
6. สาระการเรียนรู้
การประยกุ ตใ์ ช้ความรู้เก่ยี วกับแกส๊ และสมบตั ขิ องแกส๊
ความรเู้ กย่ี วกับแก๊สและสมบัติของแก๊ส สามารถนำมาประยกุ ต์ใช้ในการอธิบายปรากฏการณ์
หรือนำมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันหรือในอตุ สาหกรรมได้ ตัวอย่างการประยกุ ต์ใช้ความรู้เก่ยี วกับ
แกส๊ มดี ังนี้
รูขนาดเล็กบนฝาถว้ ยกาแฟ
รขู นาดเล็กบนฝาถ้วยกาแฟ ทำให้กาแฟไหลออกจากชอ่ งสำหรับดมื่ ได้อย่างต่อเนอื่ ง เนอื่ งจาก
ทำให้อากาศสามารถเข้าไปแทนที่กาแฟได้ หากไม่มีรูบนฝา เมื่อกาแฟไหลออกจากช่องสำหรับดื่ม
อากาศภายนอกไม่สามารถเข้ามาแทนท่ีได้จงึ ทำให้ความดันภายในถ้วยลดลง เมื่อความดันภายในถ้วย
ลดลงจนเทา่ กบั หรือน้อยกว่าความดันภายในปาก กาแฟจะหยดุ ไหล
ปอ๊ บคอรน์ จากเมล็ดข้าวโพด
เมื่อให้ความร้อนกับเมล็ดข้าวโพด น้ำในเมล็ดข้าวโพดจะกลายเป็นไอ ทำให้จำนวนโมเลกุล
ของแก๊สภายในช่องว่างของเมล็ดข้าวโพดเพิ่มข้ึน รวมท้ังความร้อนทำให้โมเลกุลของแก๊สมีพลังงาน
จลน์มากขึ้น ส่งผลให้ความดันเพิ่มข้ึนจนเปลือกเมล็ดข้าวโพดระเบิดออก นอกจากน้ีความร้อนยังอบ
แปง้ ทอี่ ยภู่ ายในเมล็ดขา้ วโพดเกดิ เป็นปยุ สีขาวออกมา
กระบวนการเชน่ เดียวกนั น้ีเกิดข้นึ กบั การคว่ั เมลด็ ขา้ ว เปลือกเพือ่ ทำเป็นขา้ วตอก
การแยกไอโซโทปยเู รเนยี ม
ยูเรเนียม-235 (235U) เป็นไอโซโทปกัมมันตรังสีท่ีใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าในโรงไฟฟ้า
นวิ เคลียร์ ไอโซโทปหลักของยเู รเนียมที่พบในธรรมชาติคือ 235U ซ่ึงมีมากกว่าร้อยละ 99 สว่ น 235U มี
อยเู่ พียงร้อยละ 0.720
การใช้หลักการแพร่ผ่านเพ่ือแยก 235U ออกจาก 238U ทำได้โดยเปลี่ยนยูเรเนียมให้เป็น
สารประกอบยูเรเนียมเฮกซะฟลูออไรด์ซึ่งอยู่ในสถานะแก๊ส สารประกอบท่ีเกิดขึ้นมีทั้ง 235UF6 และ
238UF6 ปนอยู่ด้วยกัน เมื่อให้แก๊สท้ังสองชนิดเคลื่อนท่ีผ่านแผ่นก้ันท่ีมีรูพรุนซึ่งอยู่ในถังขนาดใหญ่
235UF6 มอี ัตราการเคล่อื นที่มากกว่า 238UF6 เลก็ น้อย เน่ืองจากมมี วลต่อโมลน้อยกวา่ ดงั น้ันอีกด้านนึ่ง
ของแผ่นก้ันจึงมีอัตราส่วนของ 235UF6 : 238UF6 มากกว่าในตอนเร่ิมต้น การแยกไอโซโทปทั้งสองออก
จากกนั ได้อยา่ งสมบูรณต์ ้องทำกระบวนการเชน่ นซี้ ้ำนบั พนั ครง้ั
133
7. กระบวนการจัดการเรียนรู้
ขน้ั สรา้ งความสนใจ (Engagement)
1. ครูทบทวนความรู้เก่ียวกับกฎของบอยล์ กฎของชาร์ล กฎของเกย์-ลูสแซก กฎรวมแก๊ส
กฎของอาโวกาโดร กฎแกส๊ อุดมคติ กฎความดนั ย่อยของดอลตัน และกฎการแพร่ผ่านของเกรแฮม
2. ครูถามนักเรียนว่า “ส่ิงใดบ้างท่ีสามารถนำมาประยุกต์ใช้ความรู้เกี่ยวกับแก๊สและสมบัติ
ของแกส๊ ”
(แนวคำตอบ : รูขนาดเล็กบนฝาถ้วยกาแฟ บ๊อบคอร์นจากเมล็ดข้าวโพด การแยกไอโซโทปยูเรเนีย
และอาการหอู ือ้ เม่อื ขน้ึ ไปอย่ทู ่สี ูง)
ขน้ั สำรวจและค้นหา (Exploration)
1. ครใู หน้ ักเรยี นแบง่ กลุ่มจำนวน 6 กลุม่ กลุ่มละ 5-6 คน
2. ครใู หต้ วั แทนกลมุ่ จบั ฉลากเพื่อเลือกหัวขอ้ การประยกุ ต์ใชค้ วามร้เู ก่ียวกับแกส๊ และสมบัติ
ของแก๊ส ซ่งึ ประกอบไปดว้ ย รขู นาดเลก็ บนฝาถว้ ยกาแฟ บ๊อบคอร์นจากเมลด็ ข้าวโพด และการแยก
ไอโซโทปยูเรเนยี ม
3. ครใู หน้ กั เรยี นแตล่ ะกลุ่มร่วมกันศึกษาหรอื คน้ คว้าเพ่ิมเตมิ ตามหัวข้อท่ีได้รับแล้วสรปุ ลงใน
กระดาษท่แี จกไว้ จากนั้นนำเสนอหนา้ ชัน้ เรยี น
4. ครแู จกอปุ กรณ์ให้นกั เรียนแต่ละกลุ่ม
ขนั้ อธิบายและลงขอ้ สรุป (Explanation)
1. นกั เรียนแตล่ ะกล่มุ รว่ มกันนำเสนอตามหัวข้อท่ไี ด้รับ
2. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุปเกี่ยวกับรูขนาดเล็กบนฝาถ้วยกาแฟ บ๊อบคอร์
นจากเมล็ดขา้ วโพด และการแยกไอโซโทปยเู รเนียม
ข้ันขยายความรู้ (Elaboration)
ครู ให้ นั ก เรี ย น แ ต่ ละ คน ค้ น ค ว้ าตั ว อ ย่ าง เพิ่ ม เติ ม เก่ี ย ว กั บ รู ข น าด เล็ ก บ น ฝาถ้ ว ย ก าแ ฟ
ปอ๊ บคอรน์ จากเมลด็ ขา้ วโพด และการแยกไอโซโทปยเู รเนียม
ขั้นประเมนิ (Evaluvation)
1. สงั เกตจากการทำงานกลุม่ ระหว่างเรยี น
2. สังเกตจากการนำเสนอ
3. แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
4. แบบประเมินสมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น 4 ด้าน
134
7. หลกั ฐาน หรือร่องรอยของการเรยี นรู้ การวัดและประเมินผล
สง่ิ ทตี่ ้องการวัด วธิ ีการวัด เครอื่ งมอื วดั เกณฑ์ที่ใชก้ ารวัด ผู้ประเมนิ
ด้านความรู้ (K) ผา่ นข้ันต่ำไม่น้อยกว่า ครู
1. อธิบายปรากฏการณ์เก่ียวกับ ต ร ว จ สื่ อ ที่ ใช้ ใน ก า ร ส่ือทใี่ ชใ้ นการนำเสนอ รอ้ ยละ 60 ครู
แก๊สและสมบัติของแก๊สไปใช้ นำเสนอ ครู
ประโยชน์ ครู
2. ยกตัวอย่างการนำความรู้
เก่ียวกับแก๊สและสมบัติของแก๊ส
ไปใชป้ ระโยชน์
ด้านกระบวนการ (P) แบบประเมนิ ตอ้ งไดไ้ ม่ตำ่ กว่า
สบื ค้นขอ้ มูลเกย่ี วกับแก๊สและ สงั เกตจากพฤติกรรม พฤตกิ รรมนักเรียน ระดับคุณภาพ 2 คอื
ระหวา่ งทำกิจกรรม ดี จากระดบั คุณภาพ
สมบตั ขิ องแก๊สไปใชป้ ระโยชน์ ระหว่างทำกจิ กรรม 3 คอื ดมี าก
ด้านจติ พิสยั (A) สงั เกตจากพฤตกิ รรม แบบประเมิน ตอ้ งไดไ้ ม่ตำ่ กวา่
- มวี นิ ยั ระหวา่ งเรียน การเข้า คุณลกั ษณะอันพึง ระดบั คณุ ภาพ 2 คอื
- ใฝเ่ รียนรู้ เรียน การตอบคำถาม ประสงค์ ดี จากระดบั คุณภาพ
- มุ่งมนั่ ในการทำงาน ระหวา่ งเรียน 3 คอื ดมี าก
- มีจิตสาธารณะ
สมรรถนะ
- ความสามารถในการสอื่ สาร สงั เกตจากการทำ แบบประเมินสมรรถนะ ต้องไดไ้ ม่ต่ำกว่า
- ความสามารถในการคิด กจิ กรรม การตอบ สำคัญของผเู้ รียน 4 ระดับคุณภาพ 2 คือ
ด้าน ดี จากระดับคุณภาพ
- ความสามารถในกาแก้ปัญหา คำถาม
3 คือดมี าก
- ความสามารถในการใชท้ ักษะ
ชีวิต
135
8. กระบวนการจดั การเรียนรู้
ขน้ั สรา้ งความสนใจ (Engagement)
1. ครูทบทวนความรู้เก่ียวกับกฎของบอยล์ กฎของชาร์ล กฎของเกย์-ลูสแซก กฎรวมแก๊ส
กฎของอาโวกาโดร กฎแกส๊ อดุ มคติ กฎความดนั ย่อยของดอลตัน และกฎการแพรผ่ า่ นของเกรแฮม
2. ครูถามนักเรียนว่า “ส่ิงใดบ้างที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ความรู้เกี่ยวกับแก๊สและสมบัติ
ของแกส๊ ”
(แนวคำตอบ : รูขนาดเล็กบนฝาถ้วยกาแฟ บ๊อบคอร์นจากเมล็ดข้าวโพด การแยกไอโซโทปยูเรเนีย
และอาการหอู อ้ื เม่อื ขน้ึ ไปอยทู่ ี่สงู )
ขน้ั สำรวจและค้นหา (Exploration)
1. ครูให้นักเรยี นแบ่งกล่มุ จำนวน 2 กล่มุ กลมุ่ ละ 2 คน
2. ครใู ห้ตัวแทนกลมุ่ จบั ฉลากเพอ่ื เลือกหวั ข้อการประยกุ ตใ์ ชค้ วามรูเ้ กย่ี วกับแกส๊ และสมบัติ
ของแก๊ส ซึ่งประกอบไปดว้ ย รขู นาดเล็กบนฝาถว้ ยกาแฟ บ๊อบคอร์นจากเมล็ดข้าวโพด และการแยก
ไอโซโทปยูเรเนียม
3. ครูให้นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั ศกึ ษาหรือค้นควา้ เพิ่มเติมตามหวั ขอ้ ทไี่ ด้รบั แล้วสรุปลงใน
กระดาษท่แี จกไว้ จากนน้ั นำเสนอหนา้ ชั้นเรยี น
4. ครูแจกอุปกรณ์ให้นกั เรยี นแตล่ ะกลุม่
ขั้นอธบิ ายและลงข้อสรปุ (Explanation)
1. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั นำเสนอตามหัวขอ้ ทไี่ ด้รบั
2. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุปเก่ียวกับรูขนาดเล็กบนฝาถ้วยกาแฟ บ๊อบคอร์
นจากเมลด็ ข้าวโพด และการแยกไอโซโทปยูเรเนยี ม
ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration)
ครู ให้ นั ก เรี ย น แ ต่ ละ คน ค้ น ค ว้ าตั ว อ ย่ าง เพิ่ ม เติ ม เก่ี ย ว กั บ รู ข น าด เล็ ก บ น ฝาถ้ ว ย ก าแ ฟ
ปอ๊ บคอรน์ จากเมลด็ ข้าวโพด และการแยกไอโซโทปยูเรเนียม
ขัน้ ประเมนิ (Evaluvation)
1. สงั เกตจากการทำงานกล่มุ ระหวา่ งเรยี น
2. สังเกตจากการนำเสนอ
3. แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
4. แบบประเมนิ สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน 4 ด้าน
136
9. สอ่ื วสั ดุ อปุ กรณ์/ แหลง่ การเรียนรู้
9.1 หนงั สอื เรียนวิชา เคมีเพิม่ เติม 3 สสวท.
9.2 กระดาษโรตี
9.3 ปากกาเคมี
ลงชอ่ื ........................................................
(นางสอฝยี ๊ะ มะหะมงิ )
ผู้สอน
…… /…… /……
137
บันทกึ หลังสอน
ผลการสอน
.................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
ปญั หา/อุปสรรค
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
ข้อเสนอแนะ/วธิ ีแกไ้ ข
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ..................................................................
(นางสอฝยี ๊ะ มะหะมงิ )
ครผู ู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
138
ความเห็นของหวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
ลงชื่อ......................................................
(นางสาวรอฮานา เจะเตะ)
หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ความเหน็ ของหัวหน้าฝา่ ยบริหารงานวชิ าการ
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
ลงชื่อ...............................................
( นางรัตนา กล่นิ มณี )
หวั หนา้ ฝ่ายบรหิ ารงานวิชาการ
ความเห็นของผู้อำนวยการโรงเรียนนคิ มพัฒนวทิ ย์
.................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................................
ลงชื่อ...............................................
( นายภาสกร แก้ววชิ ิต )
ผ้อู ำนวยการโรงเรียนนิคมพฒั นวทิ ย์
แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเรยี นรู้ 139
การประยุกตใ์ ช้ความรู้เกย่ี วกบั แก๊สและสมบตั ขิ องแกส๊ ประเมิน
คำช้แี จง เขียนเคร่ืองหมาย / ถ้านกั เรยี นมีพฤตกิ รรมตามรายการทีส่ งั เกต
รายการประเมนิ
ท่ี ช่ือ-สกุล บันทึกความ ู้รความเ ้ขาใจ
ในเนื้อหา
การ ัรบฟังความ ิคดเห็น
ของผู้อื่น
ป ิฏบั ิตงานท่ีไ ้ด ัรบ
มอบหมาย
การเข้า ่รวม ิกจกรรม
กลุ่ม
การแสดงความ ิคดเห็น
รวม
่ผาน
ไ ่มผ่าน
3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 15
1 หมายถงึ ระดบั ดี
2 หมายถึง ระดบั พอใช้
3 หมายถงึ ระดับปรับปรงุ
4
เกณฑก์ ารประเมิน
11 – 15 คะแนน
6 – 10 คะแนน
0 – 5 คะแนน
140
เกณฑก์ ารประเมนิ พฤติกรรมการเรียนรู้
รายการประเมนิ 3 2 1
สรุปและบันทึกขอ้ มลู ที่ ไม่มสี รปุ และบันทึก
บนั ทกึ ความรคู้ วามเข้าใจ สรปุ และบนั ทกึ ขอ้ มลู ท่ี เป็นองค์ประกอบของ ข้อมลู ทีเ่ ป็นองค์ประกอบ
เรื่องบางครง้ั ของเรอื่ ง
ในเน้อื หา เปน็ องค์ประกอบของ ยอมรบั ฟงั ความคิดเหน็ ไม่ยอมรบั ฟงั
ของผอู้ ่นื เปน็ บางครั้ง ความคดิ เหน็ ของผ้อู นื่
เรอื่ งทสี่ รุปได้ครบถว้ น
ยอมรับฟงั ความคดิ เหน็ ยอมรับฟงั ความคดิ เห็น
ของผู้อื่น ของผอู้ ืน่ ดมี าก
ปฏิบตั งิ านที่ได้รับ ปฏิบัติงานเสรจ็ ทนั เวลา ปฏบิ ัตงิ านเสรจ็ ทนั เวลา ไม่เสรจ็ ทนั เวลา
มอบหมาย
ตามกำหนดเรยี บรอ้ ย ตามกำหนด ตามทก่ี ำหนด
ดมี าก
ทำงานกับผู้อ่นื ได้อย่าง กระตือรอื ร้นใหค้ วาม กระตือรือรน้ ให้ความ ขาดความกระตอื รือร้น
สร้างสรรค์ สนใจในการเข้ารว่ ม สนใจในการเข้ารว่ ม และไม่สนใจเข้ารว่ ม
กิจกรรมทุกครงั้ กจิ กรรมบางครั้ง กิจกรรม
การแสดงความคิดเหน็ รู้จักแสดงความคิดเห็น รจู้ กั แสดงความคิดเห็น ไม่แสดงความคิดเห็น
ในกลมุ่ ดมี าก ในกลุม่ ในกลุม่
แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ 141
การประยกุ ต์ใช้ความรู้เกีย่ วกบั แกส๊ และสมบตั ขิ องแก๊ส
ประเมิน
นักเรียนชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 รวม
คำชแี้ จง เขยี นเครื่องหมาย / ถ้านกั เรียนมีพฤติกรรมตามรายการที่สังเกต
รายการประเมิน
ท่ี ช่ือ-สกลุ
ื่ซอ ัสตย์ ุสจ ิรต
ีม ิวนัย
ใฝ่เ ีรยน ู้ร
ุ่มง ่ัมนในการ
ทำงาน
ีม ิจต
สาธารณะ
ผ่าน
ไ ่มผ่าน
3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 15
1 หมายถงึ ระดับดี
2 หมายถงึ ระดับพอใช้
3 หมายถงึ ระดบั ปรับปรุง
4
เกณฑก์ ารประเมนิ
11 – 15 คะแนน
6 – 10 คะแนน
0 – 5 คะแนน
142
เกณฑ์การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์
รายการประเมนิ 3 2 1
ซอื่ สัตย์ สุจริต ไม่นำผลงานของผอู้ ่ืนมา ไม่นำผลงานของผู้อ่ืนมา นำสิ่งของของผู้อ่นื มา
เปน็ ของตนเอง ปฏิบัติ เป็นของตนเอง ปฏบิ ัติ เป็นของตนเอง ปฏิบัติ
มีวนิ ยั ตนต่อผู้อน่ื ด้วยความ ตนต่อผู้อื่นด้วยความ ตนตอ่ ผอู้ น่ื ดว้ ยความ
ซื่อตรง และเปน็ ซ่อื ตรง ซื่อตรง
แบบอย่างทด่ี แี ก่เพอ่ื น
ด้านความซอ่ื สัตย์ ขณะทำงานปฏบิ ัติตาม ขณะทำงานปฏิบตั ติ าม
ขณะทำงานปฏบิ ตั ิตาม กฎ กตกิ าท่ีได้ ตกลงกัน กฎ กตกิ าบา้ ง
กฎ กติกาท่ีไดต้ กลงกนั
ไมร่ บกวนบคุ คลอื่น
ใฝเ่ รียนรู้ ต้งั ใจเรยี น เอาใจใส่ และมี ตงั้ ใจเรยี น เอาใจใส่ และมี ตง้ั ใจเรยี น เอาใจใส่ และมี
ความเพียรพยายามใน ความเพียรพยายามใน ความเพยี รพยายามใน
การเรียนรู้ และเขา้ รว่ ม การเรยี นรู้ และเข้ารว่ ม การเรียนรู้ และเขา้ รว่ ม
กจิ กรรมการเรียนรู้ กจิ กรรมการเรยี นรูต้ า่ งๆ กจิ กรรมการเรยี นรู้
ตา่ ง ๆ เป็นประจำ บ่อยครั้ง ตา่ ง ๆ บางคร้ัง
มงุ่ มั่นในการทำงาน ตัง้ ใจและรบั ผดิ ชอบใน ต้ังใจและรับผดิ ชอบใน ตงั้ ใจและรับผดิ ชอบใน
การปฏิบัตหิ น้าท่ีท่ไี ด้รบั
การปฏบิ ตั หิ น้าที่ทไี่ ด้รบั การปฏิบตั หิ นา้ ที่ทไี่ ดร้ บั มอบหมายให้สำเร็จ
มอบหมายให้สำเรจ็ มี มอบหมายให้สำเร็จ มี
การปรับปรงุ และ การปรับปรงุ การทำงาน
พฒั นาการทำงานใหด้ ขี ้นึ ให้ดขี ้นึ
มีจิตสาธารณะ ช่วยครทู ำงาน อาสา ชว่ ยครูทำงาน อาสา ช่วยครูทำงานอาสา
ทำงาน ชว่ ยคดิ ช่วยทำ ทำงาน และแบง่ ปนั ทำงานใหผ้ อู้ ่นื ด้วยความ
และแบ่งปันสิ่งของ ให้ สิง่ ของให้ผอู้ ื่นด้วย ความ เต็มใจ
ผ้อู น่ื ดว้ ย ความเต็มใจ เตม็ ใจ
แบบประเมนิ สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น 143
การประยุกต์ใช้ความรู้เกย่ี วกบั แก๊สและสมบตั ิของแก๊ส
ประเมิน
นักเรียนช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 รวม
คำชแี้ จง เขยี นเครอ่ื งหมาย / ถ้านักเรยี นมีพฤติกรรมตามรายการท่สี ังเกต
รายการประเมิน
ท่ี ชอ่ื -สกลุ
ความสามารถ
ในการ ่ืสอสาร
ความสามารถ
ในการ ิคด
ความสามารถ
ในการแ ้กปัญหา
ความสามารถ
ในการใ ้ชทักษะ ีช ิวต
ความสามารถใน
การใ ้ชเทคโนโลยี
่ผาน
ไ ่มผ่าน
3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 3 2 1 15
1 หมายถงึ ระดบั ดี
2 หมายถงึ ระดับพอใช้
3 หมายถงึ ระดับปรบั ปรุง
4
เกณฑก์ ารประเมิน
11 – 15 คะแนน
6 – 10 คะแนน
0 – 5 คะแนน
144
เกณฑก์ ารประเมินสมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
รายการประเมนิ 321
ความสามารถ
ในการสื่อสาร พดู ถา่ ยทอดความรูค้ วาม พดู ถา่ ยทอดความรคู้ วาม พูดถ่ายทอดความร้คู วาม
ความสามารถ เขา้ ใจจากสารทีอ่ ่าน ฟงั ดู เข้าใจจากสารท่อี ่าน ฟัง เข้าใจจากสารทอี่ า่ น ฟงั
ในการคิด
ดว้ ยภาษาของตนเองได้ หรือ ดู ดว้ ยภาษาของ หรอื ดู ดว้ ยภาษาของ
ความสามารถ
ในการแก้ปญั หา อยา่ งคลอ่ งแคล่ว ชดั เจน ตนเองไดอ้ ย่างชัดเจน แต่ ตนเองได้บ้าง
ความสามารถ ขาดความคลอ่ งแคล่ว
ในการใช้ทกั ษะชวี ติ
ระบหุ ลกั การสำคญั ระบหุ ลักการสำคัญ ระบหุ ลักการสำคัญ
แนวคดิ หรอื ความรทู้ ่ี แนวคดิ หรือความรทู้ ่ี แนวคิดหรอื ความร้ทู ี่
ปรากฏในขอ้ มลู ตา่ งๆ ท่ี ปรากฏในขอ้ มลู ตา่ งๆ ที่ ปรากฏในขอ้ มูลต่างๆ ท่ี
พบเหน็ ได้อยา่ งถกู ตอ้ งและ พบเหน็ ไดอ้ ย่างถูกต้องแต่ พบเห็นไดอ้ ย่างถูกตอ้ งเปน็
ครบถ้วน ไม่ครบถว้ น บางส่วนและไม่ครบถ้วน
นำข้อค้นพบจากผลงาน/ นำขอ้ คน้ พบจากผลงาน/ นำขอ้ ค้นพบจากผลงาน/
ช้นิ งานไปประยุกตใ์ ชใ้ น ชิ้นงานไปประยกุ ตใ์ ช้ใน ช้ินงานไปประยุกต์ใช้ใน
การป้องกันและแกป้ ัญหา การป้องกนั และแก้ปญั หา การปอ้ งกันและแก้ปัญหา
ในสถานการณ์อน่ื ๆ ได้ ในสถานการณอ์ ืน่ ๆ ได้ ในสถานการณ์อนื่
อย่างสอดคลอ้ งตามหลัก อย่างสมเหตุสมผล
เหตุผลและคุณธรรม
นำความรู/้ ทักษะและ นำความร้/ู ทักษะและ นำความรู้/ทักษะและ
เทคนิควิธตี า่ งๆ มาใช้ เทคนคิ วิธีต่างๆ มาใช้ เทคนิควิธีต่างๆ มาใช้
สร้างสรรคง์ านอยา่ งเปน็ สร้างสรรคง์ านอย่างเป็น สร้างสรรค์งานได้ แต่ไม่มี
ระบบและมีประสิทธภิ าพ ระบบแตข่ าดประสิทธภิ าพ ประสทิ ธภิ าพและไม่สำเรจ็
ในเวลาท่ีกำหนด
ความสามารถในการใช้ เลือกและใช้เทคโนโลยที ่ี เลอื กและใช้เทคโนโลยที ่ี เลือกและใชเ้ ทคโนโลยที ่ี
เทคโนโลยี เหมาะสมในการรับและสง่
เหมาะสมในการรบั และสง่ เหมาะสมในการรบั และส่ง สารให้ผู้อ่ืนเข้าใจไดอ้ ย่าง
ถกู ตอ้ ง โดยไมท่ ำให้ผอู้ ืน่
สารให้ผู้อ่นื เข้าใจไดอ้ ยา่ ง สารให้ผู้อน่ื เขา้ ใจได้อย่าง เดอื ดร้อน
ถกู ต้อง และมีความ ถูกต้อง และมคี วาม
หลากหลาย แปลกใหม่ หลากหลาย แปลกใหม่
โดยไม่ทำใหผ้ ู้อ่นื เดอื ดร้อน โดยไมท่ ำใหผ้ ้อู ่นื เดอื ดรอ้ น
และสามารถแนะนำผู้อ่ืนได้