แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1
วิชา ภาษาอังกฤษ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ ระดับชัน้ มัธยมศึกษาปี ที่ 1
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 ชื่อหน่วย I’m New Here จานวน 9 คาบ
เรอ่ื ง Personal Identification
ภาคเรยี นที่ 1 ปี การศึกษา 2565 เวลา 1 คาบ
_____________________________________________________________________________
1. มาตรฐานการเรียนร้/ู ตวั ชี้วดั
มาตรฐาน ต 1.1 ม.1/1 พดู ทกั ทายและแนะนาตนเองได้
ตวั ชี้วดั ต 1.1 ม.1/1
มาตรฐาน ต 2.1 ม.1/1 ใชก้ ริ ยิ าท่าทางในการพดู ทกั ทายและแนะนาตนเอง
ตวั ชี้วดั ทเ่ี หมาะสมกบั บคุ คลและโอกาสตามวฒั นธรรมเจา้ ของภาษา
ต 2.1 ม.1/1
2. สาระการเรยี นรู้
ประเทศต่าง ๆ มีวัฒนธรรมเป็ นของตนเอง ความเข้าใจในความแตกต่างทางวัฒนธรรม
ของแต่ละประเทศช่วยให้การส่ือสาร และการปฏิบัติตนกับชาวต่างชาติมีความถูกต้อง เหมาะสม
และเกดิ ความเขา้ ใจทด่ี ตี อ่ กนั
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. พดู ทกั ทายและแนะนาตนเองได้
2. ใชก้ ริ ยิ าท่าทางในการพดู ทกั ทายและแนะนาตนเองทเ่ี หมาะสมกบั บุคคล และโอกาสตาม
วฒั นธรรมเจา้ ของภาษา
4. พฤติกรรมการเรียนรู้ Knowledge Process Attitude ( K P A )
ด้านความรู้ ( Knowledge : K)
1. คาศพั ท์
2. สานวนภาษา
3. หน้าทภ่ี าษา
4. โครงสรา้ งประโยค/ไวยากรณ์
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Process : P)
1. การฟัง : ระบุรายละเอยี ด
2. การพดู : ขอและใหข้ อ้ มลู
3. การอา่ น : ระบุรายละเอยี ด
4. การเขยี น : บรรยายใหข้ อ้ มลู
5. กระบวนการกลุ่ม
6. กระบวนการคดิ ตดั สนิ ใจ
7. การคดิ ทใ่ี ชใ้ นการสอ่ื สาร
ด้านเจตคติ/คณุ ลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์ (Attitude: A)
1. รกั ชาติ
2. ซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ
3. มวี นิ ยั
4. ใฝ่ความรู้
5. อย่อู ย่างพอเพยี ง
6. มุ่งมนั่ ในการทางาน
7. รกั ความเป็นไทย
8. มจี ติ สาธารณะ
5. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี นหลกั สูตรการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6. ทกั ษะของผเู้ รยี นในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C )
1. ทกั ษะการอา่ น (Reading)
2. ทกั ษะการ เขยี น (Writing)
3. ทกั ษะการคดิ คานวณ (Arithmetic)
4. ทกั ษะดา้ นการคดิ อย่างมวี จิ ารณญาณและทกั ษะในการแกป้ ัญหา
(Critical thinking and problem solving)
5. ทกั ษะดา้ นการสรา้ งสรรคแ์ ละนวตั กรรม (Creativity and innovation)
6. ทกั ษะดา้ นความรว่ มมอื การทางานเป็นทมี และภาวะผนู้ า
(Collaboration, teamwork and leadership)
7. ทกั ษะดา้ นความเขา้ ใจต่างวฒั นธรรมต่างกระบวนทศั น์
(Cross-cultural understanding)
8. ทกั ษะดา้ นการสอ่ื สารสารสนเทศและรเู้ ท่าทนั สอ่ื
(Communication information and media literacy)
9. ทกั ษะดา้ นคอมพวิ เตอรแ์ ละเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร
(Computing and ICT Literacy)
10. ทกั ษะอาชพี และทกั ษะการเรยี นรู้ (Career and learning self-reliance, change)
11. มคี ุณธรรม มเี มตตา กรุณา มรี ะเบยี บวนิ ยั (compassion)
7. การบูรณาการ
1. บรู ณาการรายวชิ าอน่ื รายวชิ าสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
2. บรู ณาการหลกั สตู ร
STAR STEM…………………………………………………………………………….
3. อ่นื ๆ (ระบุ......................................................)
8. สาระการเรยี นรู้
ประเทศต่าง ๆ มีวฒั นธรรมเป็นของตนเอง ความเข้าใจในความแตกต่างทางวัฒนธรรมของ
แต่ละประเทศช่วยให้การส่ือสารและการปฏิบัติตนกับชาวต่างชาติมีความถูกต้อง เหมาะสม
และเกดิ ความเขา้ ใจทด่ี ตี ่อกนั
9. การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
คาบที่ 1 เรอ่ื ง Personal Identification
ขนั้ นา
1. ทกั ทายและแนะนาตนเองใหน้ กั เรยี นฟัง เพอ่ื สรา้ งบรรยากาศในการเรยี นการสอนดงั น้ี
- Hello. I’m Mr./Mrs./Miss/Ms.
I’m your English teacher. Nice to meet you.
- เขยี นสงิ่ ทพ่ี ดู บนกระดาน แลว้ พดู เป็นภาษาองั กฤษอกี ครงั้ พรอ้ มกบั ทาทา่ ทางประกอบ
เพอ่ื ชว่ ยในการสอ่ื สารใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจยง่ิ ขน้ึ
- สมุ่ ถามนกั เรยี น 2-3 คน ดงั น้ี
- Hello. What is your name?
- ถามนกั เรยี นว่า Do you know what you are going to learn today?
2. แจง้ จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
- บอกนกั เรยี นว่าในหน่วยการเรยี นรนู้ ้ี นกั เรยี นตอ้ งสามารถพดู ทกั ทายและแนะนาตนเอง
ได้ อกี ทงั้ สามารถใช้กริ ยิ าท่าทางในการพูดทกั ทาย และแนะนาตนเองทเ่ี หมาะสมกบั
บคุ คล และโอกาสตามวฒั นธรรมเจา้ ของภาษาได้
ขนั้ สอน
1. ตรวจสอบความรเู้ ดมิ
- อ่านออกเสยี งชอ่ื หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 เร่อื ง I’m New Here ในหนงั สอื เรยี น
หน้า 2 แลว้ ใหน้ กั เรยี นอา่ นออกเสยี งตาม
- ใหน้ ักเรยี นบอกความหมายของช่อื หน่วยการเรยี นรู้ I’m New Here ซ่งึ หมายถงึ “ฉัน
เป็นคนใหมข่ องทน่ี ่ี”
- ให้นักเรียนดูภาพของกิจกรรม New Language ในหนังสือเรียน หน้า 2 แล้วถาม
นกั เรยี นเกย่ี วกบั กริ ยิ าทา่ ทางของบุคคลในภาพว่า What are they doing?
- ใหข้ อ้ มูลเพม่ิ เตมิ เก่ยี วกบั การใชก้ ริ ยิ าท่าทางในการทกั ทายและการแนะนาตนเองของ
เจา้ ของภาษา
2. เสรมิ สรา้ งความรดู้ า้ นคาศพั ท์
- อ่านออกเสยี งคาศพั ท์และสานวนทใ่ี ชใ้ นการทกั ทาย (Greeting) การกล่าวลา (Saying
Goodbye) และคานาหน้าช่ือ (Personal Titles) จากกิจกรรม Language Note ใน
หนงั สอื เรยี น หน้า 2 และใหน้ กั เรยี นอา่ นออกเสยี งตามทลี ะประโยค
- อธบิ ายความหมายของคาศพั ท์ และสานวนทใ่ี ชใ้ นการทกั ทาย แนะนาตนเอง และการ
กลา่ วลาดงั กล่าวใหแ้ ก่นกั เรยี น
3. เสรมิ สรา้ งความรดู้ า้ นโครงสรา้ งประโยค
- ใหน้ กั เรยี นเปิดหนงั สอื เรยี น หน้า 5 และศกึ ษาโครงสรา้ งประโยค Verb to be เกย่ี วกบั
การใชค้ าย่อของ is, am และ are จากกจิ กรรม Grammar จากนนั้ ใหน้ ักเรยี นขดี เสน้ ใต้
ทค่ี าว่า I + am = I’m แลว้ อธบิ ายว่า I’m คอื รูปย่อ ของ I am คาว่า am ทาหน้าท่เี ป็น
Verb to be มคี วามหมายว่า “คือ” ใช้กบั คาสรรพนาม (Pronoun) แล้วเขยี นประโยค
I am Peter. บนกระดานแลว้ ใหน้ กั เรยี นอาสาสมคั รออกมาเขยี นประโยคน้ใี หมโ่ ดยใชค้ า
ยอ่ ของ I am ดงั น้ี I’m Peter.
กจิ กรรมการพดู
1. ฟังบทสนทนา
- ใหน้ กั เรยี นฟังบทสนทนาการทกั ทายและการแนะนาตนเองจากซดี บี นั ทกึ เสยี ง
CD 1 Track 2 ของกจิ กรรม New Language ในหนังสอื เรยี น หน้า 2
พรอ้ มกบั ใหน้ กั เรยี นชท้ี ภ่ี าพในหนงั สอื เรยี นขณะทฟ่ี ัง
- ใหน้ กั เรยี นฟังบทสนทนาจากซดี บี นั ทกึ เสยี ง รอบท่ี 2 พรอ้ มกบั ใหน้ กั เรยี นชท้ี ภ่ี าพขณะ
ฟัง และสงั เกตการอ่านออกเสยี งบทสนทนา
2. อ่านออกเสยี งบทสนทนา
- ใหน้ กั เรยี นฟังบทสนทนาจากซดี บี นั ทกึ เสยี ง รอบท3่ี แลว้ หยุดซดี บี นั ทกึ เสยี ง
เมอ่ื จบบทสนทนาแตล่ ะภาพ และใหน้ กั เรยี นอ่านออกเสยี งตาม
- และใหน้ กั เรยี นฟังบทสนทนาจากซดี รี อบสุดทา้ ย แลว้ ใหน้ กั เรยี นอา่ นออกเสยี งตาม
3. ตรวจสอบความเขา้ ใจบทสนทนา
- เขยี นคาถามเกย่ี วกบั บทสนทนาบนกระดานดงั น้ี
- What do people call Katherine?
- ใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั บอกคาตอบ ซง่ึ คาตอบคอื
- People call her Katie.
4. พดู ทกั ทายและแนะนาตนเอง
- ใหน้ กั เรยี นจบั ค่กู บั เพอ่ื นเพ่อื ทากจิ กรรมการทกั ทายและการแนะนาตนเองพรอ้ มทงั้
แสดงทา่ ทางประกอบตามบทบาทในบทสนทนาของกจิ กรรม New Language
ในหนงั สอื เรยี น หน้า 2
- ใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ บั เพอ่ื นคนใหม่ แลว้ ใหน้ กั เรยี นพูดทกั ทายและแนะนาตนเอง
โดยใชช้ ่อื จรงิ ของตนเองแทนบคุ คลในบทสนทนา
- ใหน้ กั เรยี นทากจิ กรรมกล่มุ กลุ่มละ 6 คน โดยใหน้ กั เรยี นสนทนาทกั ทายและแนะนา
ตนเองกบั เพอ่ื นทเ่ี ป็นสมาชกิ ในกลุ่ม พรอ้ มทงั้ แสดงท่าทางประกอบทเ่ี หมาะสมกบั
บคุ คล และโอกาสตามวฒั นธรรมเจา้ ของภาษาขณะทากจิ กรรม
ขนั้ สรปุ
1. นาเสนอการสนทนา
- สุม่ ใหน้ กั เรยี น 1 กลุ่มออกมานาเสนอการสนทนาหน้าชนั้ เรยี น
- ใหน้ กั เรยี นช่วยกนั สรุปเน้อื หาของชวั่ โมงเรยี นน้ี
2. ประเมนิ การพดู ทกั ทายและแนะนาตนเอง
- ครปู ระเมนิ การพดู ทกั ทายและแนะนาตนเอง
โดยใชเ้ กณฑก์ ารประเมนิ ความสามารถในการสนทนา
3. ประเมนิ การแสดงท่าทางประกอบ
- ครปู ระเมนิ การแสดงกริ ยิ าท่าทางในการพดู ทกั ทายและแนะนาตนเองทเ่ี หมาะสมกบั
บคุ คลและโอกาสตามวฒั นธรรมเจา้ ของภาษาโดยใชเ้ กณฑก์ ารประเมนิ ความสามารถ
ในการสนทนา
10. ชิ้นงาน/ภาระงาน
แบบฝึกหดั
11. สื่อการเรยี นรู้ / แหลง่ เรยี นรู้
1. หนงั สอื เรยี น New World 1 หน้า 2 และ 5
2. หนงั สอื แบบฝึกหดั New World 1 หน้า 1
3. ซดี บี นั ทกึ เสยี ง
4. เครอ่ื งเล่นซดี ี
5. สอ่ื อเิ ลก็ ทรอนิกส์
12. การประเมินผลการเรียนรู้
1. วิธีการวดั และประเมินผล
- ประเมนิ การพดู ทกั ทาย และแนะนาตนเองโดยใชเ้ กณฑก์ ารประเมนิ ความสามารถใน
การสนทนา และใชเ้ กณฑผ์ ่านระดบั พอใช้
- ประเมนิ การแสดงกริ ยิ าท่าทางในการพดู ทกั ทาย และแนะนาตนเองทเ่ี หมาะสม
กบั บุคคล และโอกาสตามวฒั นธรรมเจา้ ของภาษาโดยใชเ้ กณฑก์ ารประเมนิ
ความสามารถในการสนทนา และใชเ้ กณฑผ์ ่านระดบั พอใช้
2. เคร่ืองมอื
แบบตรวจ/แบบสงั เกต
3. การประเมินผลตวั ชี้วดั
เกณฑ์การประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เกณฑ์การประเมิน ดีเย่ยี ม (4) ระดบั คณุ ภาพ / คะแนน
ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1)
1. พดู ทกั ทายและแนะนา
ตนเองได้
2. ใชก้ ริ ยิ าท่าทางในการ
พดู ทกั ทายและแนะนา
ตนเองทเ่ี หมาะสมกบั
บุคคลและโอกาสตาม
วฒั นธรรมเจา้ ของภาษา
เกณฑ์การประเมิน
1. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนตดั สนิ ระดบั คณุ ภาพช้นิ งาน/ภาระงาน
ระดบั 4 หมายถงึ ดเี ยย่ี ม = 9 - 10 คะแนน
= 7 - 8 คะแนน
ระดบั 3 หมายถงึ ดี = 5 – 6 คะแนน
= 1 - 4 คะแนน
ระดบั 2 หมายถงึ พอใช้
ระดบั 1 หมายถงึ ปรบั ปรุง
การประเมินสมรรถนะสาคญั คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคแ์ ละทกั ษะศตวรรษท่ี 21
ประเดน็ ประเมิน แหล่ง วิธีวดั เครื่องมือวดั เกณฑก์ ารให้
คะแนน
สมรรถนะสาคญั ชน้ิ งาน/การ การตรวจ/ แบบตรวจ/ - ความถูกตอ้ งของ
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร อธบิ ายหรอื การสงั เกต แบบสงั เกต ชน้ิ งาน
2. ความสามารถในการคดิ การนาเสนอ
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ชน้ิ งาน/การ การ แบบประเมนิ -ตรงกบั ความเป็น
2. ซ่อื สตั ยส์ จุ รติ อธบิ าย/การ ประเมนิ จรงิ
3. มวี นิ ยั นาเสนอ
4. ใฝ่ความรู้
6. มุ่งมนั่ ในการทางาน
8. มจี ติ สาธารณะ
ทกั ษะศตวรรษท่ี 21 ชน้ิ งาน/การ การตรวจ แบบตรวจ -ความถกู ตอ้ ง
1. Reading อธบิ ายหรอื ประเมนิ ประเมนิ - ความเขา้ ใจ
2. Writing การนาเสนอ ชน้ิ งาน/ ชน้ิ งาน/ การ -ความเหมาะสม
3. Arithmetic การสงั เกต สงั เกตการ
4. Critical thinking and problem การอธบิ าย อธบิ ายหรอื
solving หรอื การ การนาเสนอ
5. Creativity and innovation นาเสนอ
6. (Collaboration, teamwork and
leadership)
7. Cross-cultural understanding
8. Communication information and
media literacy
9. Computing and ICT Literacy
11. Compassion
บนั ทึกผลหลงั การสอน
สรปุ ผลการเรียนการสอน
1. นกั เรยี นจานวน........................คน
ผ่านจุดประสงคก์ ารเรยี นร.ู้ ..............คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.................................
ไม่ผ่านจดุ ประสงค.์ ...........................คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.................................
2. นกั เรยี นมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจ
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………........................................................................
3. นกั เรยี นมคี วามรเู้ กดิ ทกั ษะ
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………........................................................................
4. นกั เรยี นเจตคต/ิ คณุ ลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………........................................................................
ปัญหา/อปุ สรรค /แนวทางแก้ไข
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………........................................................................
ข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………........................................................................
ลงช่อื …………………….………………………………
(นางขวญั ชนก ภมู จิ นั ทร)์
ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะครชู านาญการพเิ ศษ
…………………………………………………………… ………………………………………………………………….
………………………………………………………….. ………………………………………………………………….
……………………………………………… ……………………………………..…………
() ()
……………………………………………………………….
………………………………………………………………..
.
………………………………………………
()
/
… .. ..
1.
2.
3.
4.
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
................................................................
()
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 2
วิชา ภาษาอังกฤษ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ ระดับชัน้ มัธยมศึกษาปี ที่ 1
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 1 ช่ือหน่วย I’m New Here จานวน 9 คาบ
เร่ือง Personal Identification
ภาคเรยี นที่ 1 ปี การศึกษา 2565 เวลา 1 คาบ
_____________________________________________________________________________
1. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตวั ชี้วดั
มาตรฐาน ต 1.1 ม.1/2 อ่านออกเสยี งประโยคการขอและใหข้ อ้ มูลชอ่ื และการสะกดช่อื
ตวั ชี้วดั ต 1.1 ม.1/2
มาตรฐาน ต 1.1 ม.1/1 พดู ขอและใหข้ อ้ มลู เกย่ี วกบั ชอ่ื และการสะกดช่อื
ตวั ชี้วดั ต 1.1 ม.1/1
2. สาระการเรียนรู้
ป ร ะ เ ท ศ ต่า ง ๆ มีวัฒ น ธ ร ร ม เ ป็ น ข อ ง ต น เ อ ง ค ว า ม เ ข้า ใ จ ใ น ค ว า ม แ ต ก ต่า ง ท า ง
วัฒนธรรมของแต่ละประเทศช่วยให้การสื่อสาร และการปฏิบัติตนกับชาวต่างชาติมีความ
ถูกต้องเหมาะสม และเกิดความเข้าใจท่ีดีต่อกัน
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อ่านออกเสียงประโยคการขอและให้ข้อมูลช่ือ และการสะกดช่ือ
2. พูดขอและให้ข้อมูลเก่ียวกับช่ือ และการสะกดช่ือ
4. พฤติกรรมการเรียนรู้ Knowledge Process Attitude ( K P A )
ด้านความรู้ ( Knowledge : K)
1. คาศพั ท์
2. สานวนภาษา
3. หน้าทภ่ี าษา
4. โครงสรา้ งประโยค/ไวยากรณ์
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Process : P)
1. การฟัง : ระบุรายละเอยี ด
2. การพดู : ขอและใหข้ อ้ มลู
3. การอา่ น : ระบุรายละเอยี ด
4. การเขยี น : บรรยายใหข้ อ้ มลู
5. กระบวนการกลุ่ม
6. กระบวนการคดิ ตดั สนิ ใจ
7. การคดิ ทใ่ี ชใ้ นการสอ่ื สาร
ด้านเจตคติ/คณุ ลกั ษณะที่พึงประสงค์ (Attitude: A)
1. รกั ชาติ
2. ซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ
3. มวี นิ ยั
4. ใฝ่ความรู้
5. อยอู่ ย่างพอเพยี ง
6. มุ่งมนั่ ในการทางาน
7. รกั ความเป็นไทย
8. มจี ติ สาธารณะ
5. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี นหลกั สตู รการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6. ทกั ษะของผ้เู รียนในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C )
1. ทกั ษะการอ่าน (Reading)
2. ทกั ษะการ เขยี น (Writing)
3. ทกั ษะการคดิ คานวณ (Arithmetic)
4. ทกั ษะดา้ นการคดิ อย่างมวี จิ ารณญาณและทกั ษะในการแกป้ ัญหา (Critical thinking
and
problem solving)
5. ทกั ษะดา้ นการสรา้ งสรรคแ์ ละนวตั กรรม (Creativity and innovation)
6. ทกั ษะดา้ นความรว่ มมอื การทางานเป็นทมี และภาวะผนู้ า
(Collaboration, teamwork and leadership)
7. ทกั ษะดา้ นความเขา้ ใจต่างวฒั นธรรมต่างกระบวนทศั น์
(Cross-cultural understanding)
8. ทกั ษะดา้ นการสอ่ื สารสารสนเทศและรเู้ ท่าทนั สอ่ื
(Communication information and media literacy)
9. ทกั ษะดา้ นคอมพวิ เตอรแ์ ละเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร
(Computing and ICT Literacy)
10. ทกั ษะอาชพี และทกั ษะการเรยี นรู้ (Career and learning self-reliance, change)
11. มคี ุณธรรม มเี มตตา กรุณา มรี ะเบยี บวนิ ยั (compassion)
7. การบูรณาการ
1. บรู ณาการรายวชิ าอ่นื รายวชิ าสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
2. บรู ณาการหลกั สตู ร
STAR STEM…………………………………………………………………………….
3. อ่นื ๆ (ระบุ......................................................)
8. สาระการเรยี นรู้
ประเทศตา่ ง ๆ มวี ฒั นธรรมเป็นของตนเอง ความเขา้ ใจในความแตกต่างทางวฒั นธรรมของแต่ละ
ประเทศช่วยใหก้ ารสอ่ื สารและการปฏบิ ตั ติ นกบั ชาวต่างชาตมิ คี วามถูกตอ้ ง เหมาะสม และเกดิ ความเขา้ ใจท่ี
ดตี ่อกนั
9. การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
คาบที่ 2 เร่ือง Personal Identification
ขนั้ นา
- ถามนกั เรยี นคนหน่งึ วา่ What is your name? เม่อื นกั เรยี นตอบคาถามขอ้ น้ีแลว้ จงึ อ่าน
สะกดช่อื ของนกั เรยี นทลี ะตวั พรอ้ มกบั เขยี นตวั อกั ษรของช่อื บนกระดาน
- สุม่ ถามชอ่ื ของนกั เรยี นอกี 2 คน พรอ้ มกบั ใหน้ กั เรยี นอ่านสะกดชอ่ื ของตนเองทลี ะตวั
- ใหน้ กั เรยี นบอกช่อื บคุ คลทน่ี ักเรยี นไดเ้ รยี นไปเม่อื ชวั่ โมงทแ่ี ลว้ จากกจิ กรรม New
Language ในหนงั สอื เรยี น หน้า 2 พรอ้ มกบั อา่ นสะกดช่อื ของบคุ คลนนั้
- ใหน้ กั เรยี นสะกดตวั อกั ษรของชอ่ื บคุ คลเหล่านนั้ แลว้ จงึ เขยี นช่อื เหล่านัน้ บนกระดา
แจง้ จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
- บอกนกั เรยี นวา่ ในหน่วยการเรยี นรูน้ ้ี นกั เรยี นตอ้ งสามารถอา่ นออกเสยี งประโยคการขอและ
การใหข้ อ้ มลู ชอ่ื และการสะกดช่อื ได้ อกี ทงั้ ตอ้ งสามารถพดู ขอและใหข้ อ้ มลู ช่อื และการ
สะกดชอ่ื ได้
ขนั้ สอน
ออกเสยี งตวั อกั ษร
- ใหน้ กั เรยี นฟังการออกเสยี งตวั อกั ษรในตาราง The English Alphabet ในหนงั สอื เรยี น หน้า
3 จากซดี บี นั ทกึ เสยี ง CD 1 Track 3 พรอ้ มกบั ใหน้ กั เรยี นช้ตี ามตวั อกั ษรทไ่ี ดย้ นิ
- ใหน้ กั เรยี นฟังซดี บี นั ทกึ เสยี ง รอบท่ี 2 ครหู ยุดซดี บี นั ทกึ เสยี งทุกครงั้ ทอ่ี ่านจบแต่ละ
ตวั อกั ษรเพอ่ื ใหน้ กั เรยี นอ่านออกเสยี งตาม
- ใหน้ กั เรยี นจบั ค่กู บั เพอ่ื นเพอ่ื สลบั กนั อา่ นออกเสยี งตวั อกั ษร A-Z
อธบิ ายหลกั การใชต้ วั อกั ษรใหญ่
- เขยี นอกั ษร A และ a บนกระดาน แลว้ อธบิ ายวา่ A คอื ตวั อกั ษรใหญ่ a คอื ตวั อกั ษรเลก็
ตวั อกั ษรใหญ่ใชใ้ นการเขยี นขน้ึ ตน้ ประโยค และช่อื คน
- ยกตวั อยา่ งบนกระดาน Her name is Jessica. และอธบิ ายว่าประโยคน้ตี อ้ งขน้ึ ตน้ ประโยค
ดว้ ยตวั อกั ษรใหญ่จงึ ใช้ H แทน h และชอ่ื คนตอ้ งขน้ึ ต้นดว้ ยตวั อกั ษรใหญ่จงึ ใช้ J แทน j
เสรมิ สรา้ งความรดู้ า้ นคาศพั ท์
- บอกความหมายของ nickname และ beautiful ทป่ี รากฏในขอ้ ความของหวั ขอ้ Names
ในหนงั สอื เรยี น หน้า 3
- อธบิ ายเพมิ่ เตมิ ว่าคาทอ่ี ย่ใู ตข้ อ้ ความของ Nikolas คอื ช่อื ของเขาทเ่ี ขยี นเป็นตวั อกั ษรกรกี
สว่ นคาทอ่ี ย่ใู ตข้ อ้ ความของ Mei Li คอื คาอธบิ ายคณุ ลกั ษณะของ Mei Li ในภาษาจนี ซง่ึ
หมายถงึ “beautiful”ออกเสยี งขอ้ ความ
- ถามเกย่ี วกบั ช่อื เล่นของนกั เรยี นดงั น้ี
Do you have a nickname? , Do you know the meaning of your name?
- อ่านออกเสยี งขอ้ ความของบุคคลในภาพ แลว้ ใหน้ กั เรยี นอา่ นออกเสยี งตาม
กจิ กรรม Pronunciation
อา่ นออกเสยี งประโยค
- ใหน้ กั เรยี นทากจิ กรรม Pronunciation ในหนงั สอื เรยี น หน้า 3 โดยใหฟ้ ังการออกเสยี ง h
จากซดี บี นั ทกึ เสยี ง CD 1Track 4 พรอ้ มกบั ใหส้ งั เกตการออกเสยี ง h ใหน้ กั เรยี นฟังซดี ี
บนั ทกึ เสยี ง และหยุดซดี บี นั ทกึ เสยี งทุกครงั้ ทจ่ี บแต่ละคา เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นอ่านออกเสยี งตาม
- ใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ บั เพอ่ื นแลว้ สลบั กนั อา่ นออกเสยี งคาและประโยคเหลา่ นนั้
พรอ้ มทงั้ เดนิ สารวจการทากจิ กรรมของนกั เรยี น
กจิ กรรม Practice
อ่านออกเสยี งประโยคการขอและใหข้ อ้ มลู ช่อื
- ใหน้ กั เรยี นฟังบทสนทนาการขอและใหข้ อ้ มลู ชอ่ื จากซดี บี นั ทกึ เสยี ง CD 1 Track 5 ของ
กจิ กรรม Practice บทสนทนาท่ี 1 ในหนงั สอื เรยี น หน้า 3 พรอ้ มกบั ใหน้ กั เรยี นช้ปี ระโยคท่ี
ตนไดย้ นิ และสงั เกตการอ่านออกเสยี งประโยคในบทสนทนา
- ใหน้ กั เรยี นฟังซดี บี นั ทกึ เสยี ง พรอ้ มกบั ใหน้ กั เรยี นอ่านออกเสยี งตามทลี ะประโยค
- ใหน้ กั เรยี นจบั ค่กู บั เพอ่ื นเพ่อื สลบั กนั อา่ นบทสนทนาในกจิ กรรม Practice
อา่ นออกเสยี งประโยคการขอและใหข้ อ้ มลู การสะกดช่อื
- ครใู หน้ กั เรยี นฟังบทสนทนาการขอและใหข้ อ้ มลู การสะกดช่อื จากซดี บี นั ทกึ เสยี ง
CD 1 Track 5 ของกจิ กรรม Practice บทสนทนาท่ี 2 ในหนงั สอื เรยี น หน้า 3
พรอ้ มกบั ใหน้ กั เรยี นช้ปี ระโยคทต่ี นไดย้ นิ และสงั เกตการอ่านออกเสยี งประโยค
ในบทสนทนา
- ใหน้ กั เรยี นฟังซดี บี นั ทกึ เสยี ง พรอ้ มกบั ใหน้ กั เรยี นอ่านออกเสยี งตามทลี ะประโยค
- ใหน้ กั เรยี นจบั ค่กู บั เพอ่ื นเพ่อื ทากจิ กรรม Practice บทสนทนาทท่ี 2 พรอ้ มทงั้
เดนิ สารวจการทากจิ กรรมของนกั เรยี น
พดู ขอและใหข้ อ้ มลู ช่อื และการสะกดชอ่ื
- สาธติ วธิ กี ารทากจิ กรรม Practice โดยใหน้ กั เรยี นคนหน่งึ มาเป็นค่สู นทนา แลว้ พดู ขอและให้
ขอ้ มลู ชอ่ื และการสะกดตวั อกั ษรชอ่ื ของบคุ คลทงั้ 3 จากหวั ขอ้ Names ในหนงั สอื เรยี น
หน้า 3 และขอ้ มลู ของตนเอง
- เมอ่ื นกั เรยี นเขา้ ใจการทากจิ กรรมแลว้ ใหน้ กั เรยี นจบั ค่กู บั เพอ่ื นเพอ่ื ทากจิ กรรม Practice
ขนั้ สรปุ
ประเมนิ การอ่านออกเสยี ง
- ประเมนิ การอ่านออกเสยี งประโยคการขอและใหข้ อ้ มลู ช่อื และการสะกดชอ่ื จากการทา
กจิ กรรม Practice ในหนงั สอื เรยี น หน้า 3 โดยใชแ้ บบประเมนิ การอา่ นออกเสยี ง
ประเมนิ การพดู ขอและใหข้ อ้ มลู ช่อื และการสะกดช่อื
- ประเมนิ การพดู ขอและใหข้ อ้ มลู ช่อื และการสะกดช่อื จากการทากจิ กรรม Practice ใน
หนงั สอื เรยี น หน้า 3 โดยใชแ้ บบประเมนิ การสนทนากจิ กรรมคู่
10. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
แบบฝึกหดั
11. สื่อการเรียนรู้ / แหลง่ เรียนรู้
1. หนงั สอื เรยี น New World 1 หน้า 3
2. หนงั สอื แบบฝึกหดั New World 1 หน้า 2-3
3. ซดี บี นั ทกึ เสยี ง
4. เครอ่ื งเลน่ ซดี ี
12. การประเมินผลการเรียนรู้
1. วิธีการวดั และประเมินผล
- ประเมนิ การอ่านออกเสยี งประโยคการขอและใหข้ อ้ มลู ช่อื และการสะกดช่อื โดยใชแ้ บบ
ประเมนิ การอ่านออกเสยี ง และใชเ้ กณฑผ์ า่ นระดบั พอใช้
- ประเมนิ การพดู ขอและใหข้ อ้ มลู ช่อื และการสะกดชอ่ื โดยใชแ้ บบประเมนิ การสนทนา
กจิ กรรมคู่ และใชเ้ กณฑผ์ ่านระดบั พอใช้
2. เครอื่ งมอื
แบบตรวจ/แบบสงั เกต
3. การประเมินผลตวั ชี้วดั
เกณฑก์ ารประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เกณฑ์การประเมิน ดีเยย่ี ม (4) ระดบั คณุ ภาพ / คะแนน ปรบั ปรงุ (1)
ดี (3) พอใช้ (2)
3. อา่ นออกเสยี งประโยค
การขอและใหข้ อ้ มลู ชอ่ื
และการสะกดชอ่ื
4. พดู ขอและใหข้ อ้ มลู
เกย่ี วกบั ชอ่ื
และการสะกดช่อื
เกณฑ์การประเมิน
2. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนตดั สนิ ระดบั คุณภาพช้นิ งาน/ภาระงาน
ระดบั 4 หมายถงึ ดเี ยย่ี ม = 9 - 10 คะแนน
= 7 - 8 คะแนน
ระดบั 3 หมายถงึ ดี = 5 – 6 คะแนน
= 1 - 4 คะแนน
ระดบั 2 หมายถงึ พอใช้
ระดบั 1 หมายถงึ ปรบั ปรุง
การประเมินสมรรถนะสาคญั คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคแ์ ละทกั ษะศตวรรษท่ี 21
ประเดน็ ประเมิน แหล่ง วิธีวดั เครื่องมือวดั เกณฑก์ ารให้
คะแนน
สมรรถนะสาคญั ชน้ิ งาน/การ การตรวจ/ แบบตรวจ/ - ความถูกตอ้ งของ
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร อธบิ ายหรอื การสงั เกต แบบสงั เกต ชน้ิ งาน
2. ความสามารถในการคดิ การนาเสนอ
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ชน้ิ งาน/การ การ แบบประเมนิ -ตรงกบั ความเป็น
2. ซ่อื สตั ยส์ จุ รติ อธบิ าย/การ ประเมนิ จรงิ
3. มวี นิ ยั นาเสนอ
4. ใฝ่ความรู้
6. มุ่งมนั่ ในการทางาน
8. มจี ติ สาธารณะ
ทกั ษะศตวรรษท่ี 21 ชน้ิ งาน/การ การตรวจ แบบตรวจ -ความถกู ตอ้ ง
1. Reading อธบิ ายหรอื ประเมนิ ประเมนิ - ความเขา้ ใจ
2. Writing การนาเสนอ ชน้ิ งาน/ ชน้ิ งาน/ การ -ความเหมาะสม
3. Arithmetic การสงั เกต สงั เกตการ
4. Critical thinking and problem การอธบิ าย อธบิ ายหรอื
solving หรอื การ การนาเสนอ
5. Creativity and innovation นาเสนอ
6. (Collaboration, teamwork and
leadership)
7. Cross-cultural understanding
8. Communication information and
media literacy
9. Computing and ICT Literacy
11. Compassion
บนั ทึกผลหลงั การสอน
สรปุ ผลการเรียนการสอน
1. นกั เรยี นจานวน........................คน
ผา่ นจดุ ประสงคก์ ารเรยี นร.ู้ ..............คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.................................
ไมผ่ ่านจุดประสงค.์ ...........................คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.................................
2. นกั เรยี นมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจ
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………
3. นกั เรยี นมคี วามรเู้ กดิ ทกั ษะ
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………
4. นกั เรยี นเจตคต/ิ คณุ ลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………
ปัญหา/อปุ สรรค /แนวทางแก้ไข
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………
ลงชอ่ื …………………….………………………………
(นางขวญั ชนก ภูมจิ นั ทร)์
ตาแหน่ง ครู วทิ ยฐานะครชู านาญการพเิ ศษ
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 3
วิชา ภาษาอังกฤษ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ ระดับชัน้ มัธยมศึกษาปี ที่ 1
หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 1 ชื่อหน่วย I’m New Here จานวน 9 คาบ
เรอ่ื ง Personal Identification
ภาคเรยี นท่ี 1 ปี การศึกษา 2565 เวลา 1 คาบ
_____________________________________________________________________________
1. มาตรฐานการเรียนร้/ู ตวั ชี้วดั
มาตรฐาน ต 1.1 ม.1/4 ตอบคาถามจากการอ่านบทสนทนาเก่ียวกับการแนะนาผู้อ่ืน
ตวั ชี้วดั ต 1.1 ม.1/4
มาตรฐาน ต 2.1 ม.1/3 แสดงบทบาทสมมติเก่ียวกับการแนะนาผู้อ่ืน
ตวั ชี้วดั ต 2.1 ม.1/3
2. สาระการเรียนรู้
ป ร ะ เ ท ศ ต่า ง ๆ มีวัฒ น ธ ร ร ม เ ป็ น ข อ ง ต น เ อ ง ค ว า ม เ ข้า ใ จ ใ น ค ว า ม แ ต ก ต่า ง ท า ง
วัฒนธรรมของแต่ละประเทศช่วยให้การสื่อสาร และการปฏิบัติตนกับชาวต่างชาติมีความ
ถูกต้องเหมาะสม และเกิดความเข้าใจท่ีดีต่อกัน
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. ตอบคาถามจากการอ่านบทสนทนาเก่ียวกับการแนะนาผู้อ่ืน
2. แสดงบทบาทสมมติเก่ียวกับการแนะนาผู้อ่ืน
4. พฤติกรรมการเรียนรู้ Knowledge Process Attitude ( K P A )
ด้านความรู้ ( Knowledge : K)
1. คาศพั ท์
2. สานวนภาษา
3. หน้าทภ่ี าษา
4. โครงสรา้ งประโยค/ไวยากรณ์
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Process : P)
1. การฟัง : ระบรุ ายละเอยี ด
2. การพดู : ขอและใหข้ อ้ มลู
3. การอ่าน : ระบุรายละเอยี ด
4. การเขยี น : บรรยายใหข้ อ้ มูล
5. กระบวนการกลุ่ม
6. กระบวนการคดิ ตดั สนิ ใจ
7. การคดิ ทใ่ี ชใ้ นการสอ่ื สาร
ด้านเจตคติ/คณุ ลกั ษณะที่พงึ ประสงค์ (Attitude: A)
1. รกั ชาติ
2. ซอ่ื สตั ยส์ จุ รติ
3. มวี นิ ยั
4. ใฝ่ความรู้
5. อย่อู ย่างพอเพยี ง
6. มงุ่ มนั่ ในการทางาน
7. รกั ความเป็นไทย
8. มจี ติ สาธารณะ
5. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี นหลกั สตู รการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6. ทกั ษะของผเู้ รยี นในศตวรรษที่ 21 (3R 8C )
1. ทกั ษะการอ่าน (Reading)
2. ทกั ษะการ เขยี น (Writing)
3. ทกั ษะการคดิ คานวณ (Arithmetic)
4. ทกั ษะดา้ นการคดิ อย่างมวี จิ ารณญาณและทกั ษะในการแกป้ ัญหา
(Critical thinking and problem solving)
5. ทกั ษะดา้ นการสรา้ งสรรคแ์ ละนวตั กรรม (Creativity and innovation)
6. ทกั ษะดา้ นความร่วมมอื การทางานเป็นทมี และภาวะผนู้ า
(Collaboration, teamwork and leadership)
7. ทกั ษะดา้ นความเขา้ ใจตา่ งวฒั นธรรมต่างกระบวนทศั น์
(Cross-cultural understanding)
8. ทกั ษะดา้ นการสอ่ื สารสารสนเทศและรเู้ ท่าทนั สอ่ื
(Communication information and media literacy)
9. ทกั ษะดา้ นคอมพวิ เตอรแ์ ละเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร
(Computing and ICT Literacy)
10. ทกั ษะอาชพี และทกั ษะการเรยี นรู้ (Career and learning self-reliance, change)
11. มคี ุณธรรม มเี มตตา กรุณา มรี ะเบยี บวนิ ยั (compassion)
7. การบูรณาการ
1. บรู ณาการรายวชิ าอน่ื รายวชิ าสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
2. บูรณาการหลกั สตู ร
STAR STEM…………………………………………………………………………….
3. อน่ื ๆ (ระบุ......................................................)
8. สาระการเรยี นรู้
ประเทศต่าง ๆ มวี ฒั นธรรมเป็นของตนเอง ความเขา้ ใจในความแตกต่างทางวฒั นธรรมของแต่ละ
ประเทศช่วยใหก้ ารส่อื สารและการปฏบิ ตั ติ นกบั ชาวตา่ งชาตมิ คี วามถูกตอ้ งเหมาะสมและเกดิ ความเขา้ ใจทด่ี ี
ตอ่ กนั
9. การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
เรอ่ื ง Personal Identification
ขนั้ นา
1. ทบทวนความรู้เดมิ เก่ยี วกบั การแนะนาตนเองโดยให้นักเรยี นเล่น Memory Game ซ่งึ มวี ธิ กี าร
เล่นคอื ใหน้ กั เรยี นนงั่ เป็นกลุ่มยอ่ ย กล่มุ ละ 4-6 คน นกั เรยี นคนท่ี 1 บอกชอ่ื ตนเอง เชน่ My name’s Araya.
คนท่ี 2 บอกช่อื เพ่อื นคนแรกและช่อื ของตนเอง เช่น Her name’s Araya. My name’s Anong. ในขณะทพ่ี ดู
นนั้ ใหผ้ พู้ ดู ผายมอื ไปยงั เจา้ ของช่อื ดว้ ย
2. ถามนักเรยี นเกย่ี วกบั ประสบการณ์การแนะนาผอู้ ่นื ใหร้ ู้จกั กนั โดยใชภ้ าษาองั กฤษในการส่อื สาร
ถา้ มนี กั เรยี นคนใดเคยมปี ระสบการณ์ดงั กล่าว ใหเ้ ลา่ ประสบการณ์นนั้ ใหแ้ กเ่ พ่อื นในชนั้ เรยี นฟัง รวมทงั้ บอก
คาศพั ทแ์ ละรปู ประโยคทใ่ี ชใ้ นการสนทนา
3. ถามนกั เรยี นเกย่ี วกบั ประสบการณ์การอ่านบทสนทนาเกย่ี วกบั การแนะนาผอู้ น่ื ใหร้ จู้ กั กนั ดงั น้ี
Has anyone read a conversation about how to introduce others?
4. บอกนักเรยี นว่าในหน่วยการเรยี นรู้น้ี นักเรยี นต้องสามารถตอบคาถามจากการอ่านบทสนทนา
เกย่ี วกบั การแนะนาผอู้ น่ื ได้ และสามารถแสดงบทบาทสมมตเิ กย่ี วกบั การแนะนาผอู้ ่นื ได้
ขนั้ สอน
กิจกรรม Conversation
กิจกรรมก่อนอ่าน
1. ตรวจสอบความรเู้ ดมิ
- ให้นักเรียนดูภาพซ่ึงอยู่ด้านบนของกิจกรรม Conversation ในหนังสือเรียน แต่ยังไม่ให้
นกั เรยี น
อ่านบทสนทนา แลว้ ถามขอ้ มลู เกย่ี วกบั ภาพดงั น้ี
- Where are the people? , What are they doing?
2. เสรมิ สรา้ งความรดู้ า้ นคาศพั ท์
- เขยี นคาศัพท์ และสานวน mom และ dad บนกระดาน แล้วอธิบายความหมายของคา
ดงั กลา่ ว
3. ตงั้ จดุ ประสงคใ์ นการอ่าน
- ใหน้ กั เรยี นใชโ้ จทยท์ งั้ 4 ขอ้ ของกจิ กรรม About the Conversation เป็นจดุ ประสงคใ์ นการ
อ่าน โดยทใ่ี หน้ กั เรยี นอ่านแลว้ หารายละเอยี ดของเร่อื งเพอ่ื ตอบโจทยท์ งั้ 4 ขอ้
กิจกรรมระหว่างอ่าน
1. ฟังบทสนทนา
- ให้นักเรียนฟังการออกเสียงบทสนทนาเก่ียวกับการแนะนาผู้อ่ืนให้รู้จักกันจากซีดี
บนั ทกึ เสยี ง
CD 1 Track 6 กจิ กรรม Conversation พรอ้ มกบั ใหน้ ักเรยี นช้ที ่ปี ระโยคของแต่ละภาพท่ี
ไดย้ นิ
- ใหน้ กั เรยี นฟังซดี บี นั ทกึ เสยี ง รอบท่ี 2 พรอ้ มกบั ใหน้ กั เรยี นอา่ นตามในใจ
2. อา่ นออกเสยี งบทสนทนา
- ใหน้ กั เรยี นฟังซดี บี นั ทกึ เสยี ง รอบท่ี 3 และหยุดซดี บี นั ทกึ เสยี งทุกครงั้ ทจ่ี บแต่ละประโยค
เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นอ่านออกเสยี งตาม
3. แสดงบทบาทสมมติ
- ใหน้ กั เรยี นทางานกลุม่ กลุ่มละ 4 คน เพอ่ื แสดงบทบาทสมมตขิ องบุคคลตามบทสนทนา
- ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลุม่ ออกมานาเสนอบทบาทสมมตหิ น้าชนั้ เรยี น
ขนั้ สรปุ
กิจกรรมหลงั อ่าน
1. ตรวจสอบความเขา้ ใจการอา่ นบทสนทนา
- ใหน้ กั เรยี นทากจิ กรรม About the Conversation ในหนงั สอื เรยี น
- ใหน้ กั เรยี นแกไ้ ขประโยคในขอ้ ทต่ี อบ False ใหเ้ ป็นประโยคทถ่ี กู ตอ้ ง
- ใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั บอกคาตอบทถ่ี กู ตอ้ ง
2. ประเมนิ การอ่านบทสนทนาเกย่ี วกบั การแนะนาผอู้ ่นื จากจานวนคาตอบทถ่ี กู ตอ้ งในการทา
กจิ กรรม About the Conversation ในหนงั สอื เรยี น
3. ประเมนิ การแสดงบทบาทสมมตเิ กย่ี วกบั การแนะนาผอู้ น่ื โดยใชเ้ กณฑก์ ารประเมนิ การแสดง
บทบาทสมมติ
10. ชิ้นงาน/ภาระงาน
1. คาตอบทไ่ี ดจ้ ากการทากจิ กรรม About the Conversation
2. การแสดงบทบาทสมมตเิ กย่ี วกบั การแนะนาผอู้ ่นื
11. สื่อการเรียนรู้ / แหลง่ เรยี นรู้
1. หนงั สอื เรยี น New World 1
2. หนงั สอื แบบฝึกหดั New World 1
3. ซดี บี นั ทกึ เสยี ง
4. เคร่อื งเลน่ ซดี ี
12. การประเมินผลการเรียนรู้
1. วิธีการวดั และประเมินผล
- ประเมนิ การอา่ นบทสนทนาจากจานวนคาตอบทถ่ี ูกตอ้ งในการทากจิ กรรม
About the Conversation
- ประเมนิ การแสดงบทบาทสมมตเิ กย่ี วกบั การแนะนาผอู้ ่นื
โดยใชแ้ บบประเมนิ การแสดงบทบาทสมมติ
2. เครอื่ งมอื
แบบตรวจ/แบบสงั เกต
3. การประเมินผลตวั ชี้วดั
เกณฑก์ ารประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เกณฑ์การประเมิน ดีเยี่ยม (4) ระดบั คณุ ภาพ / คะแนน
ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1)
1. ตอบคาถามจากการอ่านบทสนทนา
เกย่ี วกบั การแนะนาผอู้ ่นื
2. แสดงบทบาทสมมตเิ กย่ี วกบั การแนะนา
ผอู้ น่ื
เกณฑ์การประเมิน
3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนตดั สนิ ระดบั คณุ ภาพช้นิ งาน/ภาระงาน
ระดบั 4 หมายถงึ ดเี ยย่ี ม = 9 - 10 คะแนน
= 7 - 8 คะแนน
ระดบั 3 หมายถงึ ดี = 5 – 6 คะแนน
= 1 - 4 คะแนน
ระดบั 2 หมายถงึ พอใช้
ระดบั 1 หมายถงึ ปรบั ปรงุ
การประเมินสมรรถนะสาคญั คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคแ์ ละทกั ษะศตวรรษท่ี 21
ประเดน็ ประเมิน แหล่ง วิธีวดั เครื่องมือวดั เกณฑก์ ารให้
คะแนน
สมรรถนะสาคญั ชน้ิ งาน/การ การตรวจ/ แบบตรวจ/ - ความถูกตอ้ งของ
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร อธบิ ายหรอื การสงั เกต แบบสงั เกต ชน้ิ งาน
2. ความสามารถในการคดิ การนาเสนอ
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ชน้ิ งาน/การ การ แบบประเมนิ -ตรงกบั ความเป็น
2. ซ่อื สตั ยส์ จุ รติ อธบิ าย/การ ประเมนิ จรงิ
3. มวี นิ ยั นาเสนอ
4. ใฝ่ความรู้
6. มุ่งมนั่ ในการทางาน
8. มจี ติ สาธารณะ
ทกั ษะศตวรรษท่ี 21 ชน้ิ งาน/การ การตรวจ แบบตรวจ -ความถกู ตอ้ ง
1. Reading อธบิ ายหรอื ประเมนิ ประเมนิ - ความเขา้ ใจ
2. Writing การนาเสนอ ชน้ิ งาน/ ชน้ิ งาน/ การ -ความเหมาะสม
3. Arithmetic การสงั เกต สงั เกตการ
4. Critical thinking and problem การอธบิ าย อธบิ ายหรอื
solving หรอื การ การนาเสนอ
5. Creativity and innovation นาเสนอ
6. (Collaboration, teamwork and
leadership)
7. Cross-cultural understanding
8. Communication information and
media literacy
9. Computing and ICT Literacy
11. Compassion
บนั ทึกผลหลงั การสอน
สรปุ ผลการเรยี นการสอน
1. นกั เรยี นจานวน........................คน
ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรยี นร.ู้ ..............คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.................................
ไมผ่ า่ นจุดประสงค.์ ...........................คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.................................
2. นกั เรยี นมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจ
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………
3. นกั เรยี นมคี วามรเู้ กดิ ทกั ษะ
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………
4. นกั เรยี นเจตคต/ิ คณุ ลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………
ปัญหา/อปุ สรรค /แนวทางแก้ไข
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………
ข้อเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………
ลงชอ่ื …………………….……………………..….………
(นางขวัญชนก ภูมิจันทร์)
ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ
…………………………………………………………… ………………………………………………………………….
………………………………………………………….. ………………………………………………………………….
……………………………………………… ……………………………………..…………
() ()
ำ
……………………………………………………………….
………………………………………………………………..
.
………………………………………………
()
ำ /
1. … .. ..
2. ำ
ำ
ำ
3. ำ
ำ
4.
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
................................................................
()
ำ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4
วิชา ภาษาอังกฤษ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ ระดับชัน้ มัธยมศึกษาปี ท่ี 1
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 1 ชื่อหน่วย I’m New Here จานวน 9 คาบ
เรอ่ื ง Personal Identification
ภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 2565 เวลา 1 คาบ
_____________________________________________________________________________
1. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตวั ชี้วดั ตอบคาถามจากการฟังขอ้ ความทส่ี มั พนั ธก์ บั ภาพการทกั ทาย
มาตรฐาน ต 1.1 ม.1/3 และการแนะนาผอู้ ่นื
ตวั ชี้วดั ต 1.1 ม.1/3
2. สาระการเรยี นรู้
ป ร ะ เ ท ศ ต่า ง ๆ มีวัฒ น ธ ร ร ม เ ป็ น ข อ ง ต น เ อ ง ค ว า ม เ ข้า ใ จ ใ น ค ว า ม แ ต ก ต่า ง ท า ง
วัฒนธรรมของแต่ละประเทศช่วยให้การสื่อสาร และการปฏิบัติตนกับชาวต่างชาติมีความ
ถูกต้องเหมาะสม และเกิดความเข้าใจท่ีดีต่อกัน
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
ตอบคาถามจากการฟังขอ้ ความทส่ี มั พนั ธก์ บั ภาพการทกั ทาย และการแนะนาผอู้ น่ื
4. พฤติกรรมการเรียนรู้ Knowledge Process Attitude ( K P A )
ด้านความรู้ ( Knowledge : K)
1. คาศพั ท์
2. สานวนภาษา
3. หน้าทภ่ี าษา
4. โครงสรา้ งประโยค/ไวยากรณ์
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Process : P)
1. การฟัง : ระบุรายละเอยี ด
2. การพดู : ขอและใหข้ อ้ มลู
3. การอ่าน : ระบุรายละเอยี ด
4. การเขยี น : บรรยายใหข้ อ้ มูล
5. กระบวนการกลุ่ม
6. กระบวนการคดิ ตดั สนิ ใจ
7. การคดิ ทใ่ี ชใ้ นการสอ่ื สาร
ด้านเจตคติ/คณุ ลกั ษณะที่พงึ ประสงค์ (Attitude: A)
1. รกั ชาติ
2. ซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ
3. มวี นิ ยั
4. ใฝ่ความรู้
5. อย่อู ย่างพอเพยี ง
6. ม่งุ มนั่ ในการทางาน
7. รกั ความเป็นไทย
8. มจี ติ สาธารณะ
5. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียนหลกั สตู รการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6. ทกั ษะของผเู้ รยี นในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C )
1. ทกั ษะการอ่าน (Reading)
2. ทกั ษะการ เขยี น (Writing)
3. ทกั ษะการคดิ คานวณ (Arithmetic)
4. ทกั ษะดา้ นการคดิ อย่างมวี จิ ารณญาณและทกั ษะในการแกป้ ัญหา
(Critical thinking and problem solving)
5. ทกั ษะดา้ นการสรา้ งสรรคแ์ ละนวตั กรรม (Creativity and innovation)
6. ทกั ษะดา้ นความรว่ มมอื การทางานเป็นทมี และภาวะผนู้ า
(Collaboration, teamwork and leadership)
7. ทกั ษะดา้ นความเขา้ ใจตา่ งวฒั นธรรมต่างกระบวนทศั น์
(Cross-cultural understanding)
8. ทกั ษะดา้ นการสอ่ื สารสารสนเทศและรเู้ ท่าทนั สอ่ื
(Communication information and media literacy)
9. ทกั ษะดา้ นคอมพวิ เตอรแ์ ละเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร
(Computing and ICT Literacy)
10. ทกั ษะอาชพี และทกั ษะการเรยี นรู้ (Career and learning self-reliance, change)
11. มคี ุณธรรม มเี มตตา กรุณา มรี ะเบยี บวนิ ยั (compassion)
7. การบูรณาการ
1. บรู ณาการรายวชิ าอ่นื รายวชิ าสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
2. บูรณาการหลกั สตู ร
STAR STEM…………………………………………………………………………….
3. อน่ื ๆ (ระบุ......................................................)
8. สาระการเรยี นรู้
ประเทศต่าง ๆ มวี ฒั นธรรมเป็นของตนเอง ความเขา้ ใจในความแตกต่างทางวฒั นธรรมของแต่ละ
ประเทศช่วยใหก้ ารส่อื สารและการปฏบิ ตั ติ นกบั ชาวตา่ งชาตมิ คี วามถูกตอ้ งเหมาะสมและเกดิ ความเขา้ ใจทด่ี ี
ตอ่ กนั
9. การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
เรือ่ ง Personal Identification
ขนั้ นา
1. ทบทวนสงิ่ ทน่ี กั เรยี นไดเ้ รยี นรไู้ ปในแผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1-3 โดยถามนกั เรยี นดงั น้ี
- How do you greet people?
- How do you introduce yourself?
- How do you introduce other people?
- What do you know about greeting cultures?
2. ใหน้ กั เรยี นดูภาพของกจิ กรรม Listening ในหนงั สอื เรยี น แลว้ ตอบคาถาม
- What do you see in each picture?
3. แจง้ จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ โดยการบอกนกั เรยี นว่าในหน่วยการเรยี นรูน้ ้ี นกั เรยี นตอ้ งสามารถ
ตอบคาถามจากการฟังขอ้ ความทส่ี มั พนั ธก์ บั ภาพการทกั ทาย และการแนะนาผู้อน่ื ได้
ขนั้ สอน
กิจกรรม Listening
กิจกรรมก่อนฟัง
1. ตรวจสอบความรเู้ ดมิ
- ใหน้ กั เรยี นคาดเดาสงิ่ ทบ่ี ุคคลในแตล่ ะภาพจะพดู สอ่ื สารกนั โดยถามนกั เรยี นดงั น้ี
What do you think the people in each picture are saying?
2. ตงั้ จุดประสงคใ์ นการฟัง
- อธบิ ายวธิ กี ารฟังเพอ่ื หาขอ้ มลู เฉพาะว่านกั เรยี นจะตอ้ งมจี ดุ มุ่งหมายในการฟังวา่ ขอ้ มลู ท่ี
ต้องการคอื อะไร โดยอาจระบุคาสาคญั ของแต่ละภาพไวล้ ่วงหน้าก่อนการฟัง เช่นจากภาพแรกเป็นภาพคน
จบั มอื ทกั ทายกนั นักเรยี นคดิ ว่าพวกเขากาลงั จะพูดคา วลหี รอื ประโยคว่าอย่างไร ซ่งึ จะทาให้นักเรยี นฟัง
อย่างมเี ป้าหมาย
- ใหน้ กั เรยี นใชภ้ าพของกจิ กรรม Listening ทงั้ 4 ภาพเป็นจดุ ม่งุ หมายในการฟัง คอื ฟังเพอ่ื
ระบวุ า่ ขอ้ ความทไ่ี ดย้ นิ ตรงกบั ภาพใด
กิจกรรมระหว่างฟัง
1. ใหน้ กั เรยี นฟังขอ้ ความการทกั ทายและการแนะนาผอู้ ่นื จากซดี บี นั ทกึ เสยี ง CD 1 Track 7 ของ
กจิ กรรม Listening ในหนงั สอื เรยี น เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นจบั ใจความในสง่ิ ทไ่ี ดย้ นิ
2. ใหน้ กั เรยี นฟังซดี บี นั ทกึ เสยี ง รอบท่ี 2 แลว้ ชท้ี บ่ี คุ คลในภาพตามทไ่ี ดย้ นิ จากซดี บี นั ทกึ เสยี ง
3. ใหน้ กั เรยี นฟังซดี บี นั ทกึ เสยี ง รอบท่ี 3 แลว้ ตอบคาถามโดยเลอื กใสห่ มายเลข 1-4 ลงในแต่ละ
ภาพ
กิจกรรมหลงั ฟัง
ตรวจสอบความเขา้ ใจในการฟัง
- ใหน้ กั เรยี นจบั คกู่ บั เพอ่ื นเพอ่ื เปรยี บเทยี บคาตอบ
- ใหน้ กั เรยี นฟังซดี บี นั ทกึ เสยี งอกี ครงั้ เพอ่ื ตรวจทานคาตอบ
- ใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั บอกคาตอบทถ่ี ูกตอ้ ง
ขนั้ สรปุ
ประเมนิ การฟังขอ้ ความทส่ี มั พนั ธก์ บั ภาพการทกั ทาย และการแนะนาผอู้ น่ื จากจานวนคาตอบท่ี
ถกู ตอ้ งในการทากจิ กรรม Listening ในหนงั สอื เรยี น
10. ชิ้นงาน/ภาระงาน
คาตอบทไ่ี ดจ้ ากการทากจิ กรรม Listening
11. สื่อการเรียนรู้ / แหล่งเรียนรู้
1. หนงั สอื เรยี น New World 1
2. ซดี บี นั ทกึ เสยี ง
3. เครอ่ื งเล่นซดี ี
12. การประเมินผลการเรียนรู้
1. วิธีการวดั และประเมินผล
ประเมนิ การฟังขอ้ ความทส่ี มั พนั ธก์ บั ภาพการทกั ทาย และการแนะนาผอู้ น่ื จากจานวนคาตอบ
ทถ่ี ูกตอ้ งในการทากจิ กรรม Listening
2. เครอ่ื งมือ
แบบตรวจ/แบบสงั เกต
3. การประเมินผลตวั ชี้วดั
เกณฑก์ ารประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เกณฑก์ ารประเมิน ดีเยย่ี ม (4) ระดบั คณุ ภาพ / คะแนน
ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1)
ตอบคาถามจากการฟังขอ้ ความทส่ี มั พนั ธ์
กบั ภาพการทกั ทาย และการแนะนาผอู้ ่นื
เกณฑก์ ารประเมิน
8. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนตดั สนิ ระดบั คณุ ภาพช้นิ งาน/ภาระงาน
ระดบั 4 หมายถงึ ดเี ยย่ี ม = 9 - 10 คะแนน
7 - 8 คะแนน
ระดบั 3 หมายถงึ ดี = 5 – 6 คะแนน
1 - 4 คะแนน
ระดบั 2 หมายถงึ พอใช้ =
ระดบั 1 หมายถงึ ปรบั ปรุง =
การประเมินสมรรถนะสาคญั คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคแ์ ละทกั ษะศตวรรษท่ี 21
ประเดน็ ประเมิน แหล่ง วิธีวดั เครื่องมือวดั เกณฑก์ ารให้
คะแนน
สมรรถนะสาคญั ชน้ิ งาน/การ การตรวจ/ แบบตรวจ/ - ความถูกตอ้ งของ
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร อธบิ ายหรอื การสงั เกต แบบสงั เกต ชน้ิ งาน
2. ความสามารถในการคดิ การนาเสนอ
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ชน้ิ งาน/การ การ แบบประเมนิ -ตรงกบั ความเป็น
2. ซ่อื สตั ยส์ จุ รติ อธบิ าย/การ ประเมนิ จรงิ
3. มวี นิ ยั นาเสนอ
4. ใฝ่ความรู้
6. มุ่งมนั่ ในการทางาน
8. มจี ติ สาธารณะ
ทกั ษะศตวรรษท่ี 21 ชน้ิ งาน/การ การตรวจ แบบตรวจ -ความถกู ตอ้ ง
1. Reading อธบิ ายหรอื ประเมนิ ประเมนิ - ความเขา้ ใจ
2. Writing การนาเสนอ ชน้ิ งาน/ ชน้ิ งาน/ การ -ความเหมาะสม
3. Arithmetic การสงั เกต สงั เกตการ
4. Critical thinking and problem การอธบิ าย อธบิ ายหรอื
solving หรอื การ การนาเสนอ
5. Creativity and innovation นาเสนอ
6. (Collaboration, teamwork and
leadership)
7. Cross-cultural understanding
8. Communication information and
media literacy
9. Computing and ICT Literacy
11. Compassion
บนั ทึกผลหลงั การสอน
สรปุ ผลการเรยี นการสอน
1. นกั เรยี นจานวน........................คน
ผา่ นจุดประสงคก์ ารเรยี นร.ู้ ..............คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.................................
ไมผ่ า่ นจุดประสงค.์ ...........................คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.................................
2. นกั เรยี นมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจ
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………
3. นกั เรยี นมคี วามรเู้ กดิ ทกั ษะ
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………
4. นกั เรยี นเจตคต/ิ คุณลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………
ปัญหา/อปุ สรรค /แนวทางแก้ไข
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………
ลงช่อื …………………….……………………..….………
(นางขวัญชนก ภูมิจันทร์)
ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ
…………………………………………………………… ………………………………………………………………….
………………………………………………………….. ………………………………………………………………….
……………………………………………… ……………………………………..…………
() ()
ำ
……………………………………………………………….
………………………………………………………………..
.
………………………………………………
()
ำ /
1. … .. ..
2. ำ
ำ
ำ
3. ำ
ำ
4.
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
................................................................
()
ำ
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 5
วิชา ภาษาอังกฤษ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ ระดับชัน้ มัธยมศึกษาปี ท่ี 1
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 ชื่อหน่วย I’m New Here จานวน 9 คาบ
เรื่อง Personal Identification
ภาคเรียนท่ี 1 ปี การศกึ ษา 2565 เวลา 1 คาบ
_____________________________________________________________________________
1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ชี้วดั ใชน้ ้าเสยี งและกริ ยิ าทา่ ทางในการพดู แนะนาตนเองกบั เพอ่ื น
มาตรฐาน ต 2.1 ม.1/1 ในหอ้ งเรยี นไดอ้ ย่างเหมาะสม
ตวั ชี้วดั ต 2.1 ม.1/1
มาตรฐาน ต 4.1 ม.1/1 พดู แนะนาตนเองกบั เพอ่ื นในหอ้ งเรยี น
ตวั ชี้วดั ต 4.1 ม.1/1
2. สาระการเรยี นรู้
ป ร ะ เ ท ศ ต่า ง ๆ มีวัฒ น ธ ร ร ม เ ป็ น ข อ ง ต น เ อ ง ค ว า ม เ ข้า ใ จ ใ น ค ว า ม แ ต ก ต่า ง ท า ง
วัฒนธรรมของแต่ละประเทศช่วยให้การสื่อสาร และการปฏิบัติตนกับชาวต่างชาติมีความ
ถูกต้องเหมาะสมและเกิดความเข้าใจท่ีดีต่อกัน
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. ใชน้ ้าเสยี งและกริ ยิ าท่าทางในการพดู แนะนาตนเองกบั เพอ่ื นในหอ้ งเรยี นไดอ้ ย่างเหมาะสม
2. พดู แนะนาตนเองกบั เพอ่ื นในหอ้ งเรยี น
4. พฤติกรรมการเรยี นรู้ Knowledge Process Attitude ( K P A )
ด้านความรู้ ( Knowledge : K)
1. คาศพั ท์
2. สานวนภาษา
3. หน้าทภ่ี าษา
4. โครงสรา้ งประโยค/ไวยากรณ์
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Process : P)
1. การฟัง : ระบรุ ายละเอยี ด
2. การพดู : ขอและใหข้ อ้ มลู
3. การอ่าน : ระบุรายละเอยี ด
4. การเขยี น : บรรยายใหข้ อ้ มลู
5. กระบวนการกลุ่ม
6. กระบวนการคดิ ตดั สนิ ใจ
7. การคดิ ทใ่ี ชใ้ นการสอ่ื สาร
ด้านเจตคติ/คณุ ลกั ษณะที่พงึ ประสงค์ (Attitude: A)
1. รกั ชาติ
2. ซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ
3. มวี นิ ยั
4. ใฝ่ความรู้
5. อยอู่ ย่างพอเพยี ง
6. มงุ่ มนั่ ในการทางาน
7. รกั ความเป็นไทย
8. มจี ติ สาธารณะ
5. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี นหลกั สูตรการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6. ทกั ษะของผ้เู รยี นในศตวรรษที่ 21 (3R 8C )
1. ทกั ษะการอ่าน (Reading)
2. ทกั ษะการ เขยี น (Writing)
3. ทกั ษะการคดิ คานวณ (Arithmetic)
4. ทกั ษะดา้ นการคดิ อย่างมวี จิ ารณญาณและทกั ษะในการแกป้ ัญหา
(Critical thinking and problem solving)
5. ทกั ษะดา้ นการสรา้ งสรรคแ์ ละนวตั กรรม (Creativity and innovation)
6. ทกั ษะดา้ นความร่วมมอื การทางานเป็นทมี และภาวะผนู้ า
(Collaboration, teamwork and leadership)
7. ทกั ษะดา้ นความเขา้ ใจตา่ งวฒั นธรรมต่างกระบวนทศั น์
(Cross-cultural understanding)
8. ทกั ษะดา้ นการสอ่ื สารสารสนเทศและรเู้ ท่าทนั สอ่ื
(Communication information and media literacy)
9. ทกั ษะดา้ นคอมพวิ เตอรแ์ ละเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร
(Computing and ICT Literacy)
10. ทกั ษะอาชพี และทกั ษะการเรยี นรู้ (Career and learning self-reliance, change)
11. มคี ุณธรรม มเี มตตา กรุณา มรี ะเบยี บวนิ ยั (compassion)
7. การบรู ณาการ
1. บูรณาการรายวชิ าอน่ื รายวชิ าสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
2. บูรณาการหลกั สตู ร
STAR STEM…………………………………………………………………………….
3. อน่ื ๆ (ระบุ......................................................)
8. สาระการเรียนรู้
ประเทศต่าง ๆ มวี ฒั นธรรมเป็นของตนเอง ความเขา้ ใจในความแตกต่างทางวฒั นธรรมของแต่ละ
ประเทศช่วยใหก้ ารส่อื สารและการปฏบิ ตั ติ นกบั ชาวต่างชาตมิ คี วามถูกตอ้ งเหมาะสมและเกดิ ความเขา้ ใจทด่ี ี
ตอ่ กนั
9. การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
เร่อื ง Personal Identification
ขนั้ นา
1. ถามนกั เรยี นเกย่ี วกบั ประสบการณ์การแนะนาตนเองเป็นภาษาองั กฤษกบั เพอ่ื นร่วมชนั้ เรยี น และ
ใหน้ กั เรยี นทม่ี ปี ระสบการณ์ดงั กล่าวบอกประโยค สานวนทใ่ี ชใ้ นการแนะนาตนเอง และออกมาสาธติ หน้าชนั้
เรยี น
2. แจ้งจุดประสงค์การเรยี นรู้ โดยบอกนักเรยี นว่าในหน่วยการเรยี นรู้น้ีนักเรยี นต้องสามารถพูด
แนะนาตนเองกบั เพอ่ื นในหอ้ งเรยี นได้ อกี ทงั้ ต้องสามารถแสดงน้าเสยี งและท่าทางในการพูดแนะนาตนเอง
กบั เพอ่ื นในหอ้ งเรยี นไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
ขนั้ สอน
กิจกรรม Grammar
1. บอกท่าทางในการทกั ทายและการแนะนาตนเอง
- ใหน้ กั เรยี นดภู าพบคุ คลในกจิ กรรม Grammar A ในหนงั สอื เรยี น หน้า 5 แลว้ ถามว่า
What are the people in the photos doing? และ What do you think they are saying?
- ทบทวนการใชภ้ าษาท่าทางในการทกั ทายและการแนะนาตนเอง โดยเขยี นคาต่อไปน้ี
บน
กระดาน Greeting (การทกั ทาย) และ Introduction (การแนะนา) และใหน้ ักเรยี นดูการใชภ้ าษาท่าทางของ
บุคคลในภาพอกี ครงั้ แลว้ ใหน้ กั เรยี นช่วยกนั บอกความหมายของแต่ละท่าทางว่าใชก้ บั การทกั ทายหรอื การ
แนะนาตนเอง เชน่ นกั เรยี นชท้ี ภ่ี าพของผหู้ ญงิ ไวผ้ มเปีย และใหพ้ ดู วา่ She is greeting.
- อธบิ ายขอ้ มลู เกย่ี วกบั Hi Five ซง่ึ เป็นการทกั ทายแบบหน่งึ ใหแ้ ก่นกั เรยี น
2. ใชน้ ้าเสยี งในการทกั ทาย กลา่ วลาและการแนะนาตนเอง
- อ่านออกเสยี งคาสงั่ กจิ กรรม Grammar A พรอ้ มกบั อธบิ ายวธิ กี ารทากจิ กรรมใหน้ กั เรยี น
ฟัง
- อ่านโจทยบ์ ทสนทนา 6 บทของกจิ กรรม Grammar A โดยใชน้ ้าเสยี งทเ่ี หมาะสมกบั
สถานการณ์ทเ่ี กดิ ขน้ึ ภายในบทสนทนาจานวน 1 รอบ
- อ่านบทสนทนาทงั้ 6 บทอกี ครงั้ แลว้ ใหน้ กั เรยี นอ่านออกเสยี งตาม
3. ตรวจสอบความเขา้ ใจการทกั ทาย การกลา่ วลาและการแนะนาตนเอง
- ใหน้ กั เรยี นทากจิ กรรม Grammar A และใหน้ กั เรยี นช่วยกนั บอกคาตอบ
- ให้นักเรยี นจบั คู่เพ่อื แสดงบทบาทสมมติเป็นบุคคลในบทสนทนาทงั้ 6 บท โดยให้ใช้
น้าเสยี ง
และทา่ ทางทเ่ี หมาะสม และสมุ่ นกั เรยี นใหอ้ อกมาแสดงบทบาทสมมตหิ น้าชนั้ เรยี น
กิจกรรม Speaking
1. อ่านออกเสยี งคาสงั่ ของกจิ กรรม Speaking ในหนงั สอื เรยี น หน้า 6 พรอ้ มกบั ใหน้ กั เรยี นอ่านตาม
ในใจ
2. อธิบายความหมายของคาศัพท์ท่ีคาดว่านักเรียนไม่ทราบซ่ึงอาจมีคาว่า introduce, greet,
classmate
3. สาธติ วธิ กี ารทากจิ กรรมโดยการอ่านออกเสยี งโจทย์ทลี ะขอ้ ใหน้ ักเรยี นฟังแล้วปฏบิ ตั ติ ามโจทยท์ ่ี
กาหนดมาให้ เช่น อ่านออกเสยี งโจทย์ขอ้ 1 Spell your name. ครูพูดว่า My name is Suda. That is S-U-
D-A. พรอ้ มกบั ใชน้ ้าเสยี งและท่าทางประกอบ
ขนั้ สรปุ
1. ตรวจสอบความสามารถในการพดู แนะนาตนเอง
- ให้นักเรียนเตรียมข้อมูลท่ีต้องใช้ในการพูดแนะนาตนเองตามโจทย์ของกิจกรรม
Speaking
โดยใหน้ กั เรยี นเขยี นบนั ทกึ เป็นหวั ขอ้ แต่ไม่ใหเ้ ตรยี มไวเ้ ป็นประโยค
- ใหน้ กั เรยี นทางานเป็นกลมุ่ เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะคนพดู แนะนาตนเองกบั เพอ่ื นในกลุ่ม
- เดนิ สารวจการทากจิ กรรมของนกั เรยี น
- ใหน้ กั เรยี นออกมานาเสนอการพดู แนะนาตนเองหน้าชนั้ เรยี น
2. การประเมนิ การพดู แนะนาตนเอง
- ทาการประเมนิ การพดู แนะนาตนเองกบั เพอ่ื นในชนั้ เรยี นจากการทากจิ กรรม Speaking
ของนกั เรยี น โดยใชเ้ กณฑก์ ารประเมนิ ความสามารถในการสนทนา
3. การประเมนิ การแสดงน้าเสยี งและทา่ ทาง
- ทาประเมินการใช้น้าเสียงและกริ ยิ าท่าทางในการพูดทกั ทายและแนะนาตนเองของ
นกั เรยี น
จากการทากจิ กรรม Speaking ในหนงั สอื เรยี น โดยใชเ้ กณฑก์ ารประเมนิ ความสามารถในการสนทนา
10. ชิ้นงาน/ภาระงาน
1. ถอ้ ยคาพดู แนะนาตนเองกบั เพอ่ื นในหอ้ งเรยี นจากการทากจิ กรรม Speaking
2. การแสดงน้าเสยี งและกริ ยิ าท่าทางในการพดู แนะนาตนเองกบั เพ่อื นในหอ้ งเรยี นอย่างเหมาะสม
จากการทากจิ กรรม Speaking
11. ส่ือการเรยี นรู้ / แหล่งเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรยี น New World 1 หน้า 5 - 6
2. หนงั สอื แบบฝึกหดั New World 1 หน้า 3
12. การประเมินผลการเรียนรู้
1. วิธีการวดั และประเมินผล
- ประเมนิ การพดู แนะนาตนเองกบั เพอ่ื นในหอ้ งเรยี นจากการทากจิ กรรม Speaking
โดยใชเ้ กณฑก์ ารประเมนิ ความสามารถในการสนทนา
- ประเมนิ การแสดงน้าเสยี งและกริ ยิ าท่าทางในการพดู แนะนาตนเองกบั เพอ่ื นในหอ้ งเรยี น
อยา่ ง
เหมาะสมจากการทากจิ กรรมSpeaking โดยใชเ้ กณฑก์ ารประเมนิ ความสามารถในการสนทนา
2. เครอ่ื งมอื
แบบตรวจ/แบบสงั เกต
3. การประเมินผลตวั ชี้วดั
เกณฑก์ ารประเมินผลตามสภาพจริง (Rubrics)
เกณฑ์การประเมิน ดีเย่ยี ม (4) ระดบั คณุ ภาพ / คะแนน
ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1)
1. ใชน้ ้าเสยี งและกริ ยิ าท่าทางในการพดู
แนะนาตนเองกบั เพอ่ื นในหอ้ งเรยี นได้
เหมาะสม
2. พดู แนะนาตนเองกบั เพอ่ื นในหอ้ งเรยี น
เกณฑก์ ารประเมิน
8. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนตดั สนิ ระดบั คณุ ภาพช้นิ งาน/ภาระงาน
ระดบั 4 หมายถงึ ดเี ยย่ี ม = 9 - 10 คะแนน
7 - 8 คะแนน
ระดบั 3 หมายถงึ ดี = 5 – 6 คะแนน
1 - 4 คะแนน
ระดบั 2 หมายถงึ พอใช้ =
ระดบั 1 หมายถงึ ปรบั ปรงุ =
การประเมินสมรรถนะสาคญั คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคแ์ ละทกั ษะศตวรรษท่ี 21
ประเดน็ ประเมิน แหล่ง วิธีวดั เครื่องมือวดั เกณฑก์ ารให้
คะแนน
สมรรถนะสาคญั ชน้ิ งาน/การ การตรวจ/ แบบตรวจ/ - ความถูกตอ้ งของ
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร อธบิ ายหรอื การสงั เกต แบบสงั เกต ชน้ิ งาน
2. ความสามารถในการคดิ การนาเสนอ
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ชน้ิ งาน/การ การ แบบประเมนิ -ตรงกบั ความเป็น
2. ซ่อื สตั ยส์ จุ รติ อธบิ าย/การ ประเมนิ จรงิ
3. มวี นิ ยั นาเสนอ
4. ใฝ่ความรู้
6. มุ่งมนั่ ในการทางาน
8. มจี ติ สาธารณะ
ทกั ษะศตวรรษท่ี 21 ชน้ิ งาน/การ การตรวจ แบบตรวจ -ความถกู ตอ้ ง
1. Reading อธบิ ายหรอื ประเมนิ ประเมนิ - ความเขา้ ใจ
2. Writing การนาเสนอ ชน้ิ งาน/ ชน้ิ งาน/ การ -ความเหมาะสม
3. Arithmetic การสงั เกต สงั เกตการ
4. Critical thinking and problem การอธบิ าย อธบิ ายหรอื
solving หรอื การ การนาเสนอ
5. Creativity and innovation นาเสนอ
6. (Collaboration, teamwork and
leadership)
7. Cross-cultural understanding
8. Communication information and
media literacy
9. Computing and ICT Literacy
11. Compassion
บนั ทึกผลหลงั การสอน
สรปุ ผลการเรียนการสอน
1. นกั เรยี นจานวน........................คน
ผ่านจุดประสงคก์ ารเรยี นร.ู้ ..............คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.................................
ไมผ่ า่ นจุดประสงค.์ ...........................คน คดิ เป็นรอ้ ยละ.................................
2. นกั เรยี นมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจ
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………
3. นกั เรยี นมคี วามรเู้ กดิ ทกั ษะ
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………
4. นกั เรยี นเจตคต/ิ คณุ ลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงค์
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………
ปัญหา/อปุ สรรค /แนวทางแก้ไข
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………
ขอ้ เสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………
ลงช่อื …………………….……………………..….………
(นางขวัญชนก ภูมิจันทร์)
ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะครูชานาญการพิเศษ
…………………………………………………………… ………………………………………………………………….
………………………………………………………….. ………………………………………………………………….
……………………………………………… ……………………………………..…………
() ()
ำ
……………………………………………………………….
………………………………………………………………..
.
………………………………………………
()
ำ /
1. … .. ..
2. ำ
ำ
ำ
3. ำ
ำ
4.
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
................................................................
()
ำ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6
วิชา ภาษาอังกฤษ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ ระดับชัน้ มัธยมศึกษาปี ที่ 1
หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 1 ชื่อหน่วย I’m New Here จานวน 9 คาบ
เร่ือง Personal Identification
ภาคเรยี นท่ี 1 ปี การศึกษา 2565 เวลา 1 คาบ
_____________________________________________________________________________
1. มาตรฐานการเรยี นร้/ู ตวั ชี้วดั เขยี นใหข้ อ้ มลู เกย่ี วกบั ช่อื จรงิ และช่อื เล่นของตนเองและผอู้ ่นื
มาตรฐาน ต 1.3 ม.1/1
ตวั ชี้วดั ต 1.3 ม.1/1
2. สาระการเรยี นรู้
ป ร ะ เ ท ศ ต่า ง ๆ มีวัฒ น ธ ร ร ม เ ป็ น ข อ ง ต น เ อ ง ค ว า ม เ ข้า ใ จ ใ น ค ว า ม แ ต ก ต่า ง ท า ง
วัฒนธรรมของแต่ละประเทศช่วยให้การสื่อสาร และการปฏิบัติตนกับชาวต่างชาติมีความ
ถูกต้องเหมาะสม และเกิดความเข้าใจท่ีดีต่อกัน
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
เขยี นใหข้ อ้ มลู เกย่ี วกบั ชอ่ื จรงิ และชอ่ื เล่นของตนเองและผอู้ น่ื
4. พฤติกรรมการเรยี นรู้ Knowledge Process Attitude ( K P A )
ด้านความรู้ ( Knowledge : K)
1. คาศพั ท์
2. สานวนภาษา
3. หน้าทภ่ี าษา
4. โครงสรา้ งประโยค/ไวยากรณ์
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Process : P)
1. การฟัง : ระบุรายละเอยี ด
2. การพดู : ขอและใหข้ อ้ มลู
3. การอ่าน : ระบรุ ายละเอยี ด
4. การเขยี น : บรรยายใหข้ อ้ มูล
5. กระบวนการกลุ่ม
6. กระบวนการคดิ ตดั สนิ ใจ
7. การคดิ ทใ่ี ชใ้ นการสอ่ื สาร
ด้านเจตคติ/คณุ ลกั ษณะที่พงึ ประสงค์ (Attitude: A)
1. รกั ชาติ
2. ซ่อื สตั ยส์ จุ รติ
3. มวี นิ ยั
4. ใฝ่ความรู้
5. อยอู่ ย่างพอเพยี ง
6. มุ่งมนั่ ในการทางาน
7. รกั ความเป็นไทย
8. มจี ติ สาธารณะ
5. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี นหลกั สูตรการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี