รายงานวจิ ัยชัน้ เรียน
0
“การใช้ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้เร่ือง...การหาร”
กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 3
จดั ทาโดย
นางธัญญรัตน์ ตอ่ พล
ตาแหนง่ ครู
โรงเรียนศรีแกง้ คร้อ
โรงเรยี นศรีแกง้ คร้อ
สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษาชัยภูมิ เขต 2
สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน
กระทรวงศึกษาธกิ าร
1
ก
คานา
รายงานวิจัยในชน้ั เรยี น เรอื่ งการการใชก้ ิจกรรมการเรยี นรู้เรือ่ งการหารของนักเรยี นช้ัน
ประถมศกึ ษาปที ี่ 3 ในสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ โรงเรยี นศรีแกง้ คร้อเล่มน้ี มีจุดมุ่งหมายเพื่อพฒั นา
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เร่ืองการหารของนกั เรยี นชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 3 รายงานวจิ ยั ช้นั เรียนครงั้ น้เี กดิ จาก
ผวู้ ิจยั ไดค้ ้นพบปญั หาท่ีเกิดข้ึนในชั้นเรยี น และผูว้ จิ ัยไดแ้ สวงหาขอ้ มลู และวธิ ีการทีค่ าดว่าจะแก้ปัญหาที่เกิดขึน้
ชน้ั เรยี น อกี ทัง้ สามารถชว่ ยพัฒนาการเรียนการสอนใหม้ ีประสทิ ธิภาพได้และยงั ช่วยพฒั นาวชิ าชพี ครใู ห้มีความ
เขม้ แข็งยงิ่ ขึน้ ตามมาตรฐานด้านการจัดการศกึ ษา ข้อ 7.7 ของมาตรฐานและการประกันคุณภาพการศึกษาทวี่ า่
ครมู ีการศึกษา วิจยั และพฒั นาการจัดการเรยี นรู้ในวชิ าท่ตี นรับผดิ ชอบและใชผ้ ลในการปรบั การสอนของครู
ผู้วิจยั ขอขอบพระคุณ ดร.ประภาส กองจันทร์ ผู้อานวยการโรงเรียนศรแี กง้ คร้อ และนายประยรู ศิริ
คุณ รองผู้อานวยการโรงเรียนศรีแกง้ ครอ้ ท่ีส่งเสริมและอานวยความสะดวกให้ครูไดจ้ ดั ทาวจิ ัยในชน้ั เรยี น คณะ
ครูประจาสายชน้ั คณะครูกลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ ท่ีกรุณาให้ความอนุเคราะห์ ให้คาแนะนา ใหค้ วามรู้
ข้อคิดเห็นทีม่ ปี ระโยชน์ต่อการศึกษาวจิ ยั ในครัง้ นเี้ ป็นอย่างดี และขอขอบใจนักเรยี นชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 3/1
ของโรงเรียนศรีแกง้ คร้อทุกคน ท่ใี ห้ความรว่ มมือเปน็ อยา่ งดใี นการวิจัยและเกบ็ ข้อมูลท่ีใชใ้ นการศกึ ษาวจิ ัยครัง้ นี้
จนกระทั่งการศึกษาวจิ ยั คร้ังน้ีเสร็จสมบูรณ์
นางธญั ญรัตน์ ตอ่ พล
ผวู้ ิจัย
สารบญั 2
เร่อื ง ข
คานา หนา้
สารบญั
ก
1. ช่ือเรอื่ งวจิ ัย ข
2. ช่อื ผวู้ ิจัย
3. ปที ีค่ าการวิจัย 1
4. ความเปน็ มาและความสาคญั ของปญั หา 1
5. วตั ถุประสงค์ของการวิจยั 1
6. สมมติฐานของการวิจยั 2
7. ตวั แปรทีศ่ กึ ษา 4
8. ประโยชนท์ ไ่ี ด้รบั จากการวจิ ัย 4
9. ขอบเขตของการวจิ ัย 4
10. ระยะเวลาท่ีใช้ในการวจิ ยั 5
11. วิธีดาเนินการวิจัย 5
12. เคร่ืองมือท่ีใช้ในการวิจัย 5
13. การวิเคราะห์ข้อมูล 5
14. ผลการวจิ ยั 5
15. สรุปและอภปิ รายผล 5
16. ขอ้ เสนอแนะ 6
เอกสารอ้างอิง 6
ภาคผนวก 6
7
8
3
ช่อื เรอ่ื ง การใช้กิจกรรมการเรยี นรเู้ ร่ืองการหารของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 3
ช่ือผู้วิจัย นางธญั ญรัตน์ ต่อพล
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ คณิตศาสตร์
ปีการศกึ ษา 2563
บทคัดยอ่
ในการวิจยั คร้งั น้ี มีจุดมุ่งหมายเพือ่ พฒั นาผลสมั ฤทธิท์ างการเรียน เรื่อง การหาร ดว้ ยชดุ กิจกรรมการ
เรยี นรเู้ รื่องการหาร สาหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที ่ี 3 ในภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2563 จากจานวน
นกั เรียนทั้งหมด 15 คน ดว้ ยวธิ กี ารประเมนิ ทเ่ี นน้ ผูเ้ รียนเป็นสาคญั ระยะเวลาท่ีใชใ้ นการวิจยั ท้ังสิน้ โดย
เร่มิ ทาการวิจยั ในภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2563
ผลการวจิ ยั พบว่านกั เรยี นมีผลสัมฤทธิ์ทางการหาร ดีขน้ึ โดยการใชช้ ดุ กจิ กรรมการเรยี นรเู้ รื่องการหาร
4
ความเป็นมาและความสาคัญของปัญหา
คณิตศาสตร์มีบทบาทสาคัญยิ่งต่อการพัฒนาความคิดของมนุษย์ ทาให้มนุษย์มีความคิดสร้างสรรค์
คดิ อยา่ งมเี หตุผลเป็นระบบระเบียบ มีแบบแผนสามารถวิเคราะห์ปัญหาและสถานการณ์ได้อย่างถี่ถ้วนรอบคอบ
ทาให้สามารถคาดการณ์วางแผน ตัดสินใจและแกป้ ัญหาได้อย่างถกู ตอ้ งและเหมาะสม
คณิตศาสตร์เป็นเครื่องมือในการศึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนศาสตร์อื่นๆ ท่ีเก่ียวข้อง
คณิตศาสตร์จึงมีประโยชน์ต่อการดารงชีวิตและยังช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น นอกจากน้ีคณิตศาสตร์ยัง
ช่วยพัฒนาคนให้เป็นมนุษย์ท่ีสมบูรณ์ มีความสมดุลทั้งทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญาและอารมณ์ สามารถ
คิดเปน็ ทาเป็น แก้ปญั หาเปน็ และสามารถอยรู่ ว่ มกบั ผ้อู ่นื ไดอ้ ยา่ งมีความสขุ
คุ ณ ภ า พ ข อ ง ผู้ เ รี ย น ที่ ร ะ บุ ไ ว้ ใ น คู่ มื อ ก า ร จั ด ก า ร เ รี ย น รู้ ก ลุ่ ม ส า ร ะ ก า ร เ รี ย น รู้ ค ณิ ต ศ า ส ต ร์
เป็นเป้าหมายของการจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ในแต่ละช่วงช้ันให้กับผู้เรียนท่ีจบการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
12 ปี ซง่ึ จะต้องมคี วามรู้ความเขา้ ใจในเนื้อหาสาระคณิตศาสตร์ มีทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ มีเจต
คติที่ดีต่อวิชาคณิตศาสตร์ มีความตระหนักในคุณค่าของคณิตศาสตร์ และสามารถนาความรู้ทาง
คณิตศาสตร์ไปพัฒนาคุณภาพชีวิตตลอดจนสามารถนาความรู้ทางคณิตศาสตร์ไปใช้เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้
และเป็นพืน้ ฐานในการศกึ ษาในระดบั ท่สี ูงขึน้
การทผี่ เู้ รียนจะเกดิ การเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ได้อย่างมีคุณภาพจะต้องมีพัฒนาการทั้งด้านความรู้ ทักษะ
กระบวนการ คุณธรรม จริยธรรม และคา่ นยิ ม ดงั น้ี
1. มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจในคณิตศาสตรพ์ น้ื ฐานเกีย่ วกบั จานวนและการดาเนนิ การ การวดั
เรขาคณติ พชี คณิต การวเิ คราะหข์ ้อมูลและความน่าจะเป็น พรอ้ มทงั้ สามารถนาความรู้ไปประยุกตใ์ ช้
2. มีทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ด้านความสามารถในการแก้ปัญหาด้วยวิธีการที่หลากหลาย
การให้เหตุผล การส่ือสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์และการนาเสนอมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
สามารถเชอื่ มโยงความรตู้ า่ งๆ ทางคณิตศาสตรแ์ ละเชอื่ มโยงคณิตศาสตรก์ ับศาสตร์อื่นๆ
3. มีความสามารถในการทางานอย่างเป็นระบบ มีระเบียบวินั มีความรอบคอบ
มีความรับผิดชอ มีวิจารณญาณ มีความเช่ือมั่นในตนเอ พร้อมท้ังตระหนักในคุณค่าและ
มเี จตคติท่ดี ีต่อวชิ าคณิตศาสตร์
คุณภาพของผเู้ รียนเมือ่ จบชว่ งชั้นที่ 1 ( ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 1 – 3 ) ประกอบดว้ ย
1. มีความคิดรวบยอดและความรู้สึกเชิงจานวนเกี่ยวกับจานวนนับและศูนย์และการดาเนินการของ
จานวน สามารถแก้ปัญหาเก่ียวกับการบวก การลบ การคูณ และการหารจานวนนับพร้อมทั้ง ตระหนักถึง
ความสมเหตุสมผลของคาตอบทไี่ ดแ้ ละสามารถสร้างโจทย์ได้
2. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความยาว ระยะทาง น้าหนัก ปริมาตรและความจุ สามารถวัด
ปรมิ าณดงั กล่าวได้อย่างถกู ตอ้ งและเหมาะสม และนาความรู้เกี่ยวกับการวัดไปใช้แก้ปัญหาใน สถานการณ์ต่าง
ๆ ได้
3. มีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับสมบัติพ้ืนฐานของรูปเรขาคณิตหนึ่งมิติ สองมิติ และสามมิติมีความ
เข้าใจเกยี่ วกับแบบรปู และอธบิ ายความสัมพนั ธ์ได้
5
4. รวบรวมข้อมลู จดั ระบบข้อมูลและอภิปรายประเด็นต่าง ๆ จากแผนภมู ริ ปู ภาพและแผนภูมิแท่งได้
5. มีทกั ษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ท่จี าเป็น ได้แก่ ความสามารถในการแก้ปัญหา การให้เหตุผล
การสอ่ื สาร สือ่ ความหมายและการนาเสนอทางคณิตศาสตร์ การมีความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์และการเช่ือมโยง
ความรตู้ ่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์
สาระและมาตรฐานการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์
สาระการเรียนรู้ท่ีกาหนดไว้นี้เป็นสาระหลักท่ีจาเป็นสาหรับผู้เรียนทุกคน ประกอบด้วยเน้ือหาวิชา
คณิตศาสตร์และทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ในการจัดการเรียนรู้ ผู้สอนควรบูรณาการสาระต่างๆ
เข้าด้วยกันเท่าท่จี ะเปน็ ไปได้
สาระท่ีเป็นองค์ความร้ขู องกล่มุ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ประกอบด้วย
สาระท่ี ๑ จานวนและพีชคณิต
มาตรฐาน ค ๑.๑ เขา้ ใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนินการของจานวน
ผลทเ่ี กิดข้นึ จากการดาเนนิ การ สมบตั ิของการดาเนินการ และนาไปใช้
มาตรฐาน ค ๑.๒ เข้าใจและวิเคราะห์แบบรปู ความสมั พันธ์ ฟงั ก์ชัน ลาดบั และอนกุ รมและนาไปใช้
สาระท่ี ๒ การวัดและเรขาคณติ
มาตรฐาน ค ๒.๑ เขา้ ใจพื้นฐานเกย่ี วกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของส่งิ ที่ต้องการวัดและนาไปใช้
มาตรฐาน ค ๒.๒ เขา้ ใจและวิเคราะหร์ ูปเรขาคณิต สมบัตขิ องรปู เรขาคณิต ความสมั พนั ธ์ระหว่างรูปเรขาคณิต
และทฤษฎีบททางเรขาคณิต และนาไปใช้
สาระที่ ๓ สถติ ิและความน่าจะเป็น
มาตรฐาน ค ๓.๑ เขา้ ใจกระบวนการทางสถิติ และใช้ความรูท้ างสถิติในการแก้ปญั หา
สาหรับผู้เรียนท่ีมีความสนใจหรือมีความสามารถสูงทางคณิตศาสตร์ สถานศึกษาอาจจัดให้ผู้เรียน
เรียนรู้สาระท่ีเป็นเนื้อหาวิชาให้กว้างข้ึน เข้มข้นขึ้น หรือฝึกทักษะกระบวนการมากขึ้นโดยพิจารณาจากสาระ
หลักท่ีกาหนดไว้น้ี หรือสถานศึกษาอาจจัดสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์อื่น ๆ เพิ่มเติมก็ได้ เช่น แคลคูลัส
เบอ้ื งต้น หรือทฤษฎีกราฟเบื้องต้น โดยพจิ ารณาให้เหมาะสมกบั ความสามารถและความต้องการของผเู้ รยี น
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ เปน็ กจิ กรรมทีเ่ สริมสรา้ งความรู้ เจตคติ และทักษะใหน้ ักเรียนสามารถนาไป
ปฏิบตั ิและจดั การกับปัญหาต่าง ๆ ในการดาเนนิ ชีวิตในสังคม เป็นกระบวนการท่ีเน้นการฝกึ ทักษะและการสรา้ ง
เจตคติจากประสบการณ์ของผ้เู รยี น เป็นการเรยี นรทู้ เ่ี ปน็ ปฏบิ ตั ิ เพื่อใหเ้ กดิ การพัฒนาหรือการเปล่ยี นแปลงที่
นาไปสกู่ ารเรยี นรใู้ หม่ ๆ อย่างต่อเน่ืองและเป็นการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ท่เี นน้ การสร้างความรู้มากกวา่ การ
ถา่ ยทอดความรู้ โดยมีความเชอ่ื พืน้ ฐานว่า ผเู้ รียนทกุ คนมีประสบการณเ์ ดมิ และสามารถสร้างความรใู้ หม่ขนึ้ จาก
ประสบการณเ์ ดมิ นั้นได้ด้วยการสื่อสารระหวา่ งผู้เรยี นกบั ผู้สอน หรือระหว่างผเู้ รยี นกับผเู้ รยี นดว้ ยกันเอง การ
6
สื่อสารทเี่ กิดขน้ึ เปน็ การขยายเครือข่ายความร้ทู ั้งในทางกว้างและทางลกึ ซง่ึ ชดุ กิจกรรมจะช่วยเพ่ิมประสิทธภิ าพ
ในการสอนของครแู ละจะช่วยสง่ เสริมใหผ้ เู้ รียนเกิดการเปลีย่ นแปลงพฤติกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเองตาม
จุดประสงค์ที่ตัง้ ไว้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ เรา้ ความสนใจของผู้เรยี นให้เกิดการเรียนรู้ โดยยดึ ผู้เรยี นเปน็ ศนู ยก์ ลาง
ผเู้ รียนรจู้ ดุ มุง่ หมายชดั เจน และมสี ่วนร่วมในการปฏิบัติกิจกรรมตา่ งๆ ตามความสามารถของแต่ละบุคคล เปิด
โอกาสใหผ้ ูเ้ รยี นได้แสดงความคิดเหน็ มีอิสระในการเรยี นได้แสดงความคดิ เหน็ มีอสิ ระในการเรยี น สามารถเรยี น
ด้วยตนเองตามความสามารถและความสนใจของตนเอง จึงทาใหผ้ เู้ รียนสนใจทจี่ ะเรยี นรู้มากยงิ่ ขน้ึ นอกจากนี้
ยงั ทาใหท้ ราบผลการปฏบิ ตั กิ ิจกรรมน้นั ๆ อย่างรวดเร็ว ทาให้ไม่เกดิ ความเบ่ือหนา่ ยในการเรียน หรือเกิดความ
ทอ้ ถอยใน การเรียนเพราะผเู้ รยี นมีสิทธิท่จี ะกลับไปศกึ ษาเรื่องทต่ี นเองไมเ่ ขา้ ใจใหมไ่ ด้ อกี ทงั้ ยงั เปน็ การช่วยฝึกการ
ทางานรว่ มกันกบั ผู้อน่ื เพ่อื ให้ผู้เรียนอยู่ในสงั คมได้อย่างมีความสขุ
จากประสบการณ์ของผรู้ ายงาน ในการสอนสาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ระดับช่วงชั้นที่ 1 โดยเฉพาะ
ระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3 พบว่าสภาพการเรียนโดยภาพรวมปรากฏว่า นักเรียนส่วนมากมีความสามารถ
ความสนใจในการเรยี นรู้ที่แตกต่างหลากหลาย มที ัง้ กลุ่มทเี่ รยี นดี ปานกลาง กลุ่มที่บกพร่องทางการเรียนรู้ และ
เด็กพิเศษ จงึ ทาใหเ้ กดิ ปัญหาในการเรียนรู้ โดยเฉพาะ วชิ าคณิตศาสตร์ ซ่ึงเป็นกลุ่มทักษะท่ีจาเป็นต่อการดารง
ชวี ิตประจาวนั แต่ปรากฏว่านักเรียนร้อยละ 50 มีผลการเรียนต่า แม้ว่าผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนในระดับต่าง ๆ
นักเรียนจะสามารถทาคะแนนได้โดยเฉล่ียในภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีก็ตาม แต่พบว่าเนื้อหา เรื่อง การหาร
นักเรียนทาคะแนนได้น้อยจึงเป็นตัวฉุดคะแนนในภาพรวม เมื่อวิเคราะห์ถึงสาเหตุของปัญหาจึงพบว่าเกิดจ าก
นักเรียนขาดทักษะในการคดิ การคานวณ มีเจตคติท่ีไม่ดีต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์จึงทาให้ไม่สนใจ เกิดความ
เบอื่ หน่ายในการปฏิบตั ิกิจกรรมการเรยี นรู้ จึงส่งผลตอ่ การเรียนรขู้ องนักเรียนดังกลา่ วขา้ งต้น
ดังนั้น ผู้รายงานจึงสร้าง ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การหาร ร่วมกับเทคนิคการแข่งขันเป็นทีมมา
ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 3 เพ่ือแก้ปัญหาและ
ส่งเสรมิ ใหน้ ักเรียนได้เรียนรู้อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพและเกดิ ประสิทธผิ ล ท้ังด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เจตคติ ท่ีดี
ต่อการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ตลอดจนเป็นแนวทางในการพฒั นาการจดั การเรียนรู้คณิตศาสตร์ให้มีประสิทธิภาพ
ยิ่งข้นึ
วัตถุประสงคข์ องการวิจัย
1. เพื่อพัฒนาผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น เรื่อง การหาร ดว้ ยชดุ กิจกรรมการเรียนรู้เรื่องการหาร รว่ มกบั
เทคนคิ การแข่งขนั เป็นทมี สาหรับนักเรียนชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี 3
ประโยชนข์ องการศกึ ษา
1. ไดร้ ูปแบบการจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนกลุ่มสาระการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์ โดยใชเ้ กม“ชุด
กิจกรรมการเรียนรู้ เรือ่ ง การหาร รว่ มกบั เทคนคิ การแข่งขันเป็นทมี ” ประกอบการสอน
2. เป็นแนวทางสาหรบั ครหู รือผู้เกีย่ วข้องในการจัดการเรยี นการสอนกลุ่มสาระ
การเรียนร้คู ณติ ศาสตร์
7
ขอบเขตของการศกึ ษา
1. ขอบเขตดา้ นประชากรและกลุ่มตวั อยา่ ง
ประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรียนศรีแก้งคร้อ
สงั กัดสานักงานเขตพื้นทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษาชัยภมู ิ เขต 2 ปกี ารศกึ ษา 2563 จานวนท้ังสิน้ 15 คน
2. ขอบเขตดา้ นเนอ้ื หา
เนื้อหาที่ใช้ในการศึกษาครั้งน้ีได้แก่ การหาร สาหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ตามหลักสูตรสถานศึกษา
ของโรงเรียนศรีแก้งคร้อ พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พุทธศึกราช 2560) กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ซึ่งเป็นไปตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2560) ของ
กระทรวงศึกษาธิการ โดยมีเนื้อหารายละเอียดเกี่ยวกับการอ่านจับใจความ นามาจัดทาเป็นชุดกิจกรรมการ
เรียนรู้ เร่ือง การหาร สาหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนศรีแก้งคร้อ สานักงานเขตพ้ืนท่ี
การศกึ ษาประถมศึกษาชยั ภูมิ เขต 2
3. ระยะเวลาท่ใี ช้ในการศึกษาคน้ ควา้
ระยะเวลาทใี่ ชใ้ นการศึกษา ดาเนนิ การทดลองในภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2563
4. ตัวแปรทศ่ี ึกษา
ตัวแปรอิสระ ได้แก่ การจัดการเรียนการสอนเร่ืองการหาร โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรรียนรู้ สาหรับ
นกั เรียนช้ันประถมศึกษาปที ่ี 3
ตัวแปรตาม ได้แก่
ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นของนกั เรียน
ประโยชน์ท่คี าดวา่ จะไดร้ ับ
1. นักเรียนมีทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรเ์ รอื่ ง การหาร
2. เป็นแนวทางสาหรับครผู สู้ อนคณิตศาสตร์ในการเลอื กกิจกรรมการเรยี นการสอน
3. เป็นแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนาการเรียนการสอนเร่ือง การหาร ในสาระการเรียนรู้
คณิตศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 3
วธิ ดี าเนนิ การวิจัย
1. ประชากร
ประชากรเป็นนกั เรียนชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 3/1 โรงเรียนศรีแก้งครอ้
สงั กัดสานักงานเขตพนื้ ท่ีการศึกษาประถมศึกษาชัยภมู ิ เขต 2 สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน
2. เครอื่ งมอื ทใ่ี ช้ในการวจิ ัย
2.1 แบบประเมนิ ผลการเรียนรู้เรอ่ื ง การหาร
2.2 ชดุ กิจกรรมการเรยี นรเู้ รอ่ื ง การหาร สาหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 3
3. ขนั้ ตอนการสรา้ งเครอ่ื งมอื
3.1 ศกึ ษาเอกสารหลักสูตรสถานศึกษา แนวคดิ ทฤษฏีการเรียนการสอน
8
3.2 ศึกษาปัญหาของนักเรยี น วิเคราะห์ข้อมลู ท่ีพบในการจัดการเรยี นการสอน
3.3 ศึกษาเทคนิคการสรา้ งชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ เพื่อใหเ้ หมาะสมกับเน้ือหาและผเู้ รยี น
3.4 สรา้ งแบบประเมนิ ผลก่อนเรยี น - หลงั เรยี น
3.5 ประเมินผลเร่ือง การหาร ก่อนใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เร่ือง การหาร สาหรับนักเรียนชั้น
ประถมศึกษาปีที่ 3
3.6 ดาเนินการจัดกิจกรรมประจาวัน โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การหาร สาหรับ
นกั เรียนชั้นประถมศึกษาปที ่ี 3
3.5 ประเมินผลเร่ือง การหาร หลังใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เร่ือง การหาร สาหรับนักเรียนช้ัน
ประถมศกึ ษาปที ่ี 3
การเก็บรวบรวมข้อมลู
ใช้การเก็บรวบรวมข้อมูลในสถานการณ์จริงในช้ันเรียน โดยใช้แบบประเมินผลเรื่อง การหาร ก่อน
ใช้และหลงั ใช้ แบบฝกึ ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้เรื่อง การหาร สาหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 3 และสังเกต
พฤตกิ รรมของผเู้ รียนระหว่างจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
การวเิ คราะห์ขอ้ มูล
ข้อมลู ท่ีรวบรวมได้จากแบบทดสอบเรื่อง การหาร ก่อนเรียนและหลังเรียน นามาวิเคราะห์
หาคา่ เฉล่ยี ( ) และสว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน (S.D.) แล้วเปรยี บเทียบคะแนนความก้าวหน้าของนกั เรียน
แตล่ ะคน
ผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู
ข้อมูลทั่วไปของกลุม่ ท่ศี กึ ษา คอื นกั เรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรียนศรีแก้งคร้อ ทั้งหมด
รวม 15 คน มีการทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิก่อนเรียน แล้วจึงดาเนินการสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้
ชุดกจิ กรรมการเรยี นรูเ้ รือ่ ง การหาร สาหรบั นักเรยี นชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หลังจากนั้นจึงทาการทดสอบวัด
ผลสัมฤทธิ์หลังเรียน แล้วจึงนาผลมาเก็บรวบรวม ข้อมูลก่อนเรียนและหลังเรียนที่รวบรวมได้จากเครื่องมือท่ี
ผู้วจิ ยั สร้างขึ้นมาจาแนกผลการเรยี นรู้ ดังนี้
สรุปได้ว่านักเรียนทง้ั 15 คน มคี วามก้าวหน้าในการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง การหาร สาหรับ
นกั เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/1 ประกอบการเรียนรูเ้ ร่ืองการหาร
คา่ เฉล่ยี และคา่ เบยี่ งเบนมาตรฐานของนกั เรียนในการใช้ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้เร่อื ง การหาร
สาหรบั นกั เรยี นช้ันประถมศึกษาปีที่ 3
การฝกึ จานวน ผลรวม ค่าเฉล่ยี
นกั เรยี น X X ร้อยละ คา่ S.D
ก่อนเรยี น 15 คน 175 11.67 36.46 2.16
หลงั เรยี น 15 คน 399 26.60 83.13 1.59
9
จากตารางสรุปได้ว่าการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง การหาร สาหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่
3 ก่อนเรียนมคี า่ เฉล่ียเท่ากับ 11.67 หลังเรียนมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 26.60 จะเห็นได้ว่าคะแนนของค่าเฉล่ียหลัง
เรียนมีค่ามากกว่าคะแนนเฉล่ียก่อนเรียน และค่าเบ่ียงเบนมาตรฐานของก่อนเรียนมีค่าเท่ากับ 2.16 ส่วนค่า
เบี่ยงเบนมาตรฐานหลงั เรียนมคี า่ เท่ากับ 1.59 แสดงวา่ ข้อมูลมคี ่าคะแนนใกลเ้ คยี งกัน
สรปุ ผลการวจิ ัย
การวจิ ยั ครั้งน้มี วี ตั ถุประสงค์เพอื่ พฒั นาผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี น เรอ่ื ง การหาร โดยใช้
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง การหาร สาหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3 เพ่ือแก้ปัญหาเร่ือง การหาร
สาหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรียนศรีแก้งคร้อ พบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
เร่อื ง การหาร ดีขน้ึ
อภิปรายผล
ผลการศึกษาค้นคว้าในครั้งน้ีปรากฏว่า ผลสัมฤทธ์ิการเรียนรู้ของนักเรียนหลังการใช้ชุดกิจกรรม การ
เรียนรู้เร่ือง การหาร สาหรับนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 3 มีคุณภาพและประสิทธิภาพอย่างดีย่ิง ด้วย
เหตผุ ลดงั ตอ่ ไปน้ี
1. ชุดกิจกรรมการเรยี นรเู้ รอื่ ง การหาร สาหรับนักเรยี นช้ันประถมศกึ ษาปีท่ี 3
เป็นสอ่ื ท่มี ีคุณภาพและประสทิ ธิภาพตามผลของการวเิ คราะห์ขอ้ มูลดังกลา่ ว
2. ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้เรอื่ ง การหาร สาหรับนักเรียนชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 3 ชุดน้ีสรา้ งขึน้
อย่างถูกวิธี ได้ผ่านขั้นตอนการสร้างและพัฒนาอย่างเป็นระบบ เร่ิมต้ังแต่เอกสารหลักสูตรและเอกสารที่
เก่ียวข้องในการใช้หลักสูตร และยังได้รับการแนะนา ข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ด้าน
เนอื้ หาการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ ความเหมาะสมของเน้อื หา
3. การสอนโดยใช้ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้เรอ่ื ง การหาร สาหรับนกั เรยี นชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3
นักเรยี นเกดิ ความสนุกสนานในการเรยี นรู้
4. การจัดการเรียนรู้เรื่อง การหาร โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง การหาร สาหรับนักเรียนชั้น
ประถมศึกษาปีท่ี 3 ได้เรียงลาดับความยากง่ายสอดคล้องตามธรรมชาติการเรียนรู้ ทาให้เรียนรู้สึกว่าตนเอง
ประสบความสาเร็จในการเรียนรู้ จึงสรุปได้ว่าชุดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง การหาร สาหรับนักเรียนชั้น
ประถมศึกษาปีที่ 3 มีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง สามารถนาไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ส่งผลให้ผู้เรียนมี
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสงู ขึ้น
10
บรรณานุกรม
กรมวชิ าการ. คู่มือกล่มุ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์. กรุงเทพมหานคร : กรมฯ, 2544.
_______. แนวทางการวดั ผลประเมนิ ผลในช้ันเรียนกล่มุ สาระคณติ ศาสตร์. กรุงเทพมหานคร : กรมฯ, 2544.
_______. หลกั สูตรการศึกษาข้ันพนื้ ฐานพุทธศักราช 2544. กรุงเทพมหานคร : กรมฯ, 2544.
นิรมล ชยดุ ลาหกิจ. การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้โดยยดึ ผู้เรียนเป็ นสาคัญ. กรุงเทพมหานคร : ตน้ ออ้ ,
2544.
ชยั วฒั น์ สุทธิรัตน์. 80 นวตั กรรมการจัดการเรียนรู้ทเ่ี น้นผ้เู รียนเป็ นสาคัญ. พิษณุโลก : โปรแกรม
2550
จรินทร์ ธานีรัตน์. คู่มือเกม. กรุงเทพมหานคร : โอเดียนสโตร์, 2544.
จารัส นอ้ ยแสงสรี. คู่มือการศึกษาเทคนิคและวธิ ีสอนของครู. กรุงเทพมหานคร : มหาวทิ ยาลยั ศรี
นครินทรวิโรฒ ประสานมิตร, 2540.
ชยั พร รูปนอ้ ย. คู่มอื เกม. กรุงเทพมหานคร : โอเดียนสโตร์, 2540.
สถาบนั ส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลย.ี มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วดั กลุ่มสาระ
การเรียนรู้คณติ ศาสตร์ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2560) ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้นั
พนื้ ฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร:โรงพิมพช์ ุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศ
ไทยจากดั ,2560
11
ภาคผนวก
12
แบบบนั ทึกคะแนนทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนก่อนเรียน – หลงั เรียน
เรื่อง การหาร
นักเรียนช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 3/1 โรงเรียนศรีแก้งคร้อ
เลขท่ี ชื่อ - สกลุ ก่อนเรียน หลงั เรียน
30 คะแนน 30 คะแนน
1 เด็กหญงิ อนิ ทัช วรรณพงษ์
2 เด็กชายศิลปากร วงธานี 13 27
3 เดก็ หญิงสลิลทพิ ย์ ราษีใส 13 25
4 เด็กหญิงอารยา งามปญั ญา 11 26
5 เดก็ หญิงปาณัสม์ นาคพรหม 11 26
6 เด็กชายปกรณ์เกยี รติ วิชัยแสง 14 28
7 เด็กจีรภิญญา เหล่าพลค้า 10 28
8 เด็กหญิงกนกพิชญ์ บวั เย็น 10 24
9 เด็กชายณฐวัฒน์ รจติ รธรรมรตั น์ 12 29
10 เดก็ ชายเที่ยงแท้ เรอื งพลู 14 29
11 เด็กหญงิ พชิ ญาภา แสนวา 13 28
12 เดก็ หญงิ ศศิวรรณ สทุ ธริ ักษา 12 27
13 เด็กหญิงนติ ิยา วิจิตรจันทร์ 11 25
14 เดก็ หญงิ รัตติกาล ปาโม้ 12 27
15 เดก็ หญงิ สุภิญา สพุ รรณภวู งษ์ 9 25
10 25
เฉลย่ี
ส่ วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 175 399
11.67 26.60
ร้อยละ 36.46 83.13
13
แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน (ก่อนเรียน)
กล่มุ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 3
เรื่อง การหาร
…………………………………………………………………………………………………
คาชี้แจง วงกลมล้อมรอบคาตอบทถี่ ูกต้องทส่ี ุด
1. ขอ้ ใดหมายถึงการหาร
ก. การบวกดว้ ยจานวนเดียวกนั
ข. การลบดว้ ยจานวนหลายจานวน
ค. การนบั เพม่ิ คร้ังละเทา่ ๆกนั
ง. การนบั ลดคร้ังละเท่าๆกนั
2. 98 ÷ 7 คาตอบคือขอ้ ใด
ก. 14
ข. 15
ค. 16
ง. 17
3. 93 ÷ 3 =
ก. 33
ข. 13
ค. 31
ง. 11
4. ขอ้ ใดเป็นจริง
ก. 95 ÷ 5 = 118
ข. 172 ÷ 4 = 43 เศษ 2
ค. 4036 ÷ 9 = 448 เศษ 8
ง. 320 ÷ 5 = 64
5. ขอ้ ใดคือหลกั การหารจานวนท่ีมีสามหลกั ดว้ ยจานวนที่มีหลกั เดียว
ก. เริ่มหารจากหลกั ร้อยไปหลกั สิบ
ข เริ่มหารจากหลกั สิบไปหลกั ร้อย
ค. เร่ิมหารจากหลกั ร้อยไปหลกั สิบและ หลกั หน่วยตามลาดบั
ง. เริ่มหารจากหลกั หน่วยไปหลกั สิบและ หลกั ร้อยตามลาดบั
14
6. ขอ้ ใดเป็นการตรวจคาตอบการหารที่ถูกตอ้ ง
ก. (ผลหาร ตวั หาร) – เศษ = ตวั ต้งั
ข. (ผลหาร ตวั หาร) + เศษ = ตวั ต้งั
ค. (ผลหาร + เศษ) ตวั หาร = ตวั ต้งั
ง. (ผลหาร - เศษ) ตวั หาร = ตวั ต้งั
7. 82 ÷ 2 =
ก. 41
ข. 42
ค. 14
ง. 24
8. 86 ÷ 4 =
ก. 23
ข. 21 เศษ 1
ค. 22 เศษ 1
ง. 21 เศษ 2
9. 59 ÷ 5 =
ก. 11 เศษ 3
ข. 11 เศษ 4
ค. 11 เศษ 1
ง. 11 เศษ 2
10. 28 ÷ 6 =
ก. 4 เศษ 1
ข. 1 เศษ 4
ค. 4 เศษ 3
ง. 4 เศษ 4
11. 693 ÷ 3 =
ก. 221
ข. 231
ค. 211
ง. 213
15
12. 864 ÷ 2 =
ก. 422
ข. 412
ค. 432
ง. 442
13. 155 ÷ 5 =
ก. 15
ข. 31
ค. 35
ง. 13
14. 824 ÷ 8 =
ก. 130
ข. 103
ค. 301
ง. 310
15. 105 ÷ 2 =
ก. 51 เศษ 1
ข. 51 เศษ 2
ค. 52
ง. 52 เศษ 1
16. 716 ÷ 7 =
ก. 12 เศษ 1
ข. 14 เศษ 2
ค. 102 เศษ 1
ง. 102 เศษ 2
17. 123 ÷ 4 =
ก. 30 เศษ 3
ข. 30 เศษ 2
ค. 31 เศษ 2
ง. 31 เศษ 1
16
18. 8248 ÷ 2 =
ก. 4124
ข. 4111
ค. 4142
ง. 4141
19. 5155 ÷ 5 =
ก. 1351
ข. 1033
ค. 1031
ง. 1301
20. 6635 ÷ 3 =
ก. 2211 เศษ 1
ข. 2211 เศษ 2
ค. 2112 เศษ 1
ง. 2112 เศษ 2
21. 6122 ÷ 6 =
ก. 121 เศษ 1
ข. 101 เศษ 2
ค. 102 เศษ 1
ง. 102 เศษ 2
22.
จากภาพเขียนเป็ นโจทยก์ ารหารไดอ้ ยา่ งไร
ก. 20 ÷ 5
ข. 5 ÷ 20
ค. 205 ÷ 5
ง. 20 ÷ 5
17
23.
ไขไ่ ก่ 6 ฟอง ราคา 36 บาท
จากภาพเขียนเป็นโจทยป์ ัญหาการหารไดอ้ ยา่ งไร
ก. ซ้ือไข่ไก่ 6 ฟอง ฟองละ 36 บาท
จะตอ้ งจา่ ยเงินกี่บาท
ข. แมค่ า้ ขายไขไ่ ก่ราคาฟองละ 6 บาท ขายได้
36 ฟอง แมค่ า้ ขายไข่ไก่ไดเ้ งินก่ีบาท
ค. มีไข่ไก่ 6 ฟอง แมใ่ หอ้ ีก 36 ฟอง
รวมมีไขไ่ ก่กี่ฟอง
ง. แม่ซ้ือไข่ไก่ 6 ฟอง ราคา 36 บาท
ไข่ไก่ราคาฟองละกี่บาท
24.
จากภาพเขียนเป็นโจทยป์ ัญหาการหารไดอ้ ยา่ งไร
ก. เดก็ 4 คน ซ้ือลูกโป่ ง 14 ลูก จะตอ้ งจา่ ยเงินก่ีบาท
ข. มีลูกโป่ ง 14 ลูก แบง่ ใหเ้ ดก็ 4 คน คนละเท่าๆกนั จะไดค้ นละก่ีลูกเหลือก่ีลูก
ค. เด็ก 4 คนมีลูกโป่ งคนละ 14 ลูก รวมมีลูกโป่ งท้งั หมดก่ีลูก
ง. ลูกโป่ งใบละ 14 บาท มีเด็กมาซ้ือ 4 คน แม่คา้ จะขายไดเ้ งินท้งั หมดก่ีบาท
25.
สุนขั ท้งั หมดราคา 936 บาท
จากภาพขอ้ ใดถูกตอ้ ง
ก. 936 ÷ 2 = 468
ข. 936 ÷ 3 = 321
ค. 936 ÷ 3 = 312
ง. 936 ÷ 6 = 124
18
26. ขอ้ ใดเป็นโจทยป์ ัญหาการหาร
ก. มีเงิน 500 บาทแม่ใหอ้ ีก 500บาทรวมมี เงินกี่บาท
ข. มีขนม 37 ชิ้น แบง่ ใหเ้ พอื่ น 5 คน คนละ เทา่ ๆกนั จะไดค้ นละก่ีชิ้นและเหลือกี่ชิ้น
ค. แกว้ มีดินสอ 5 กล่อง กล่องละ 12 แท่ง แกว้ มีดินสอท้งั หมดกี่แทง่
ง. สบ่หู ่อหน่ีงมี 12 กอ้ น ถา้ ซ้ือ 8 ห่อ จะได้ สบกู่ ่ีกอ้ น
27. ป้ านิ่มซ้ือมะมว่ ง 5 กิโลกรัม จ่ายเงินให้ แมค่ า้ 95 บาท มะม่วงราคากิโลกรัมละกี่บาท
ก. 19 บาท
ข. 29 บาท
ค. 21 บาท
ง. 25 บาท
28. ขายหนงั สือ 4 เล่มไดเ้ งิน 288 บาท หนงั สือราคาเล่มละก่ีบาท
ก. 144 บาท
ข. 54 บาท
ค. 64 บาท
ง. 72 บาท
29. นกั เรียนช้นั ป. 3 มี 55 คน แบง่ เป็นกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน จะไดก้ ่ีกลุ่ม
ก. 5 กลุ่ม
ข. 10 กลุ่ม
ค. 11 กลุ่ม
ง. 12 กลุ่ม
30. มีโตะ๊ 308 ตวั จดั เป็นแถว แถวละ 6 ตวั จะ
ไดก้ ่ีแถวและเหลือโตะ๊ กี่ตวั
ก. 51 แถว เหลือ 2 ตวั
ข. 61 แถว เหลือ 1 ตวั
ค. 50 แถว เหลือ 3 ตวั
ง. 60 แถว เหลือ 2 ตวั
19
เฉลย
แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน (ก่อนเรียน)
1 ง 11 ข 21 ค
2 ก 12 ค 22 ก
3 ค 13 ข 23 ง
4 ง 14 ข 24 ข
5 ค 15 ง 25 ค
6 ข 16 ง 26 ข
7 ก 17 ก 27 ก
8 ง 18 ก 28 ง
9 ข 19 ค 29 ค
10 ง 20 ข ก
ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้
เร่ือง “การหาร” ร่วมกบั เทคนิคการแข่งขันเป็ นทมี
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปี ที่ 3
ชุดที่ 1
การหารทต่ี ัวต้งั เป็ นจานวนท่มี ีสองหลกั
และตัวหารเป็ นจานวนทมี่ ี 1 หลกั (หารลงตัว)
นางธัญญรัตน์ ต่อพล
ตาแหน่ง ครู
โรงเรียนศรีแก้งคร้อ
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องการหาร ร่วมกบั เทคนิคการแข่งขนั เป็นทีม
ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 3 ชุดท่ี 1 “การหารซ่ึงตวั ต้งั เป็นจานวนที่มีสองหลกั และตวั หาร
เป็นจานวนที่มีหน่ึงหลกั ” ผจู้ ดั ไดศ้ กึ ษาและวเิ คราะหเ์ น้ือหาจากหนงั สือเรียนสาระ
การเรียนรู้คณิตศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปี ที่ 3 ซ่ึงผจู้ ดั มีจุดประสงคใ์ ชส้ าหรับเป็น
เคร่ืองมือใหน้ กั เรียนไดเ้ รียนรู้เน้ือหาเร่ืองการหาร ดว้ ยกิจกรรมที่สนุกสนาน ในแต่ละ
ชุดกิจกรรมมีส่วนประกอบคือ
1. คานา
2. สารบญั
3. คาช้ีแจงในการใชช้ ุดกิจกรรม
4. แบบทดสอบก่อนเรียน
5. กิจกรรมการเรียนรู้เร่ืองการหาร โดยใชเ้ ทคนิคการแข่งขนั เป็นทีม
6. แบบทดสอบหลงั เรียน
7. เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน
8. เฉลยแบบทดสอบหลงั เรียน
1. การป ิบตั ิกิจกรรมในแต่ละชุดกิจกรรม ใชเ้ วลา 2 ชว่ั โมง
2. ก่อนใชค้ วรศึกษาชุดกิจกรรมใหเ้ ขา้ ใจ
3. ศกึ ษาจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ กระบวนการเรียนรู้ การวดั ผล
และประเมินผล
4. ก่อนใชช้ ุดฝึกครูควรช้ีแจงบทบาทและหนา้ ที่ของนกั เรียนและกาหนด
ขอ้ ตกลงร่วมกนั
5. ใหน้ กั เรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียนจานวน 10 ขอ้ เพอ่ื ประเมินความรู้
พ้ืน านของนกั เรียน
6. ขณะที่นกั เรียนป ิบตั ิกิจกรรม ครูควรเป็นท่ีปรึกษาใหค้ าแนะนานกั เรียน
อยา่ งใกลช้ ิด
7. เมื่อนกั เรียนป ิบตั ิกิจกรรมครบทุกกิจกรรมแลว้ ใหน้ กั เรียนทาแบบทดสอบ
หลงั เรียน เพื่อทราบผลการพฒั นาการเรียนรู้ของนกั เรียน
1. ทาแบบทดสอบก่อนเรียนเพอื่ วดั ความรู้พ้นื าน จานวน 10 ขอ้
2. นกั เรียนศกึ ษาทาความเขา้ ใจใบความรู้อยา่ งต้งั ใจ
3. นกั เรียนป ิบตั ิกิจกรรมตามใบกิจกรรมที่กาหนดใหค้ รบทุกกิจกรรม
4. นกั เรียนทาแบบทดสอบหลงั เรียนจานวน 10 ขอ้
5. ตรวจคาตอบแบบทดสอบก่อนเรียนและแบบทดสอบหลงั เรียนจากเฉลย
6. สรุปผลคะแนนที่ได้ เพื่อทราบผลการพฒั นาการเรียนรู้
แบบทดสอบก่อนเรียน
ชุดกจิ กรรมท่ี 1
เรื่อง การหารซึ่งตัวต้ังเป็ นจานวนทม่ี สี องหลกั และตัวหารเป็ นจานวนทมี่ หี น่ึงหลกั
(หารลงตัว)
คาชี้แจง 1. แบบทดสอบมีท้งั หมด 10 ขอ้ คะแนน 10 คะแนน
2. เวลาในการทา 15 นาที
3. ใหน้ กั เรียนเลือกคาตอบที่เห็นวา่ ถูกท่ีสุดเพียงคาตอบเดียว
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
1. ขอ้ ใดหมายถึงการหาร
ก. การบวกดว้ ยจานวนเดียวกนั
ข. การลบดว้ ยจานวนหลายจานวน
ค. การนบั เพ่ิมคร้ังละเท่าๆกนั
ง. การนบั ลดคร้ังละเท่าๆกนั
2. ขอ้ ใดคือวธิ ีการหารจานวนท่ีมีสองหลกั ดว้ ยจานวนท่ีมีหน่ึงหลกั
ก. เริ่มหารจากหลกั ร้อยไปหลกั สิบ
ข เร่ิมหารจากหลกั สิบไปหลกั หน่วย
ค. เร่ิมหารจากหลกั ใดก่อนกไ็ ด้
ง. เร่ิมหารจากหลกั หน่วยไปหลกั ตามลาดบั
3. 24 ÷ 2 ข้นั ตอนที่ 1 คิดอยา่ งไร
ก. นา 2 หาร 4 ในหลกั หน่วย
ข. นา 2 หาร 2 ในหลกั ร้อย
ค. นา 2 หาร 2 ในหลกั สิบ
ง. นา 2 หาร 4 ในหลกั สิบ
4. 48 ÷ 4 ข้นั ตอนท่ี 2 คิดอยา่ งไร
ก. นา 4 หาร 8 ในหลกั หน่วย
ข. นา 4 หาร 8 ในหลกั สิบ
ค. นา 4 หาร 4 ในหลกั สิบ
ง. นา 4 หาร 4 ในหลกั หน่วย
5. 93 ÷ 3 = ข. 30
ก. 31 ง. 17
ค. 13
6. 82 ÷ 2 = ข. 42
ก. 14 ง. 24
ค. 41
7. 12 ÷ 4 = ข. 2
ก. 4 ง. 3
ค. 1
8. 45 ÷ 9 =
ก. 5 ข. 6
ค. 8 ง. 9
9. 55 ÷ 5 =
ก. 5 ข. 10
ค. 11 ง. 15
10. ขอ้ ใดเป็นการตรวจคาตอบการหารท่ีถูกตอ้ ง
ก. ผลหาร ตวั หาร = ตวั ต้งั
ข. ผลหาร + ตวั หาร = ตวั ต้งั
ค. ผลหาร + ตวั ต้งั = ตวั หาร
ง. ผลหาร ตวั หาร = ตวั ต้งั
กจิ กรรมนาเข้าสู่บทเรียน
เพลง การหาร
ทานอง เพลงลอยกระทง
มาเรียนเรื่องการหาร
แสนสาราญสบายใจ
การหารน้ันเป็ นอย่างไร
ตอบได้ทนั ใด มันคอื การลบ
ลบคร้ังละเท่าเท่ากนั (ซ้า)
ลบออกเท่ากนั หมดแล้ว
ขอเชิญน้องแก้ว มานับจานวนคร้ัง
จานวนคร้ังน้ันคอื ผลหาร (ซ้า)
แสนสาราญเข้าใจแล้วเอย (ซ้า)
(ซ้าท้งั เพลง)
ใบความรู้ที่ 1
เรื่องการหาร
การหาร คอื การนบั ลดคร้ังละเท่าๆกนั หรือการแบ่งส่ิงต่างๆออกเป็นกลุ่ม
กลุ่มละเท่าๆกนั ผลของการหารอาจจะพอดีโดยไม่เหลือเศษเรียกวา่
หารลงตวั เช่น 20 ÷ 5 = 4
ถา้ หารแลว้ เหลือเศษคือมีเศษที่มากกวา่ 0 แต่นอ้ ยกวา่ ตวั หาร
เรียกวา่ หารไม่ลงตวั เช่น 22 ÷ 5 = 4 เศษ 2
ตัวอย่าง
มีกลอง 12 ลูก แบ่งเป็นกลุ่มๆละ 3 ลกู เท่าๆกนั จะได้ 4 กลุ่ม
ประโยคสญั ลกั ษณ์การหาร 12 ÷ 3 = 4 ตอบ 4 กลุ่ม
การหารลงตัว
การหารลงตัว หมายถึง การหารท่ีไม่มีเศษ หรือ มีเศษเป็น 0
ประโยคสญั ลกั ษณ์การหาร 10 ÷ 5 = 2
เรียก 10 วา่ ตวั ต้งั
เรียก 5 วา่ ตวั หาร
เรียก 2 วา่ ผลหาร
วธิ ีการหารลงตวั ทาไดโ้ ดยการนา ตวั หาร ไปคูณกบั จานวนนบั ใดๆ
แลว้ ไดผ้ ลคูณ เทา่ กบั ตวั ต้งั เมื่อนาผลคูณไปลบกบั ตวั ต้งั จะไมเ่ หลือเศษ
หรือ เศษเป็นศูนย์
ใบความรู้ที่ 2
เร่ือง การหารซ่ึงตวั ต้งั เป็ นจานวนทม่ี สี องหลกั
และตวั หารเป็ นจานวนที่มีหนึ่งหลกั (หารลงตวั )
การหาผลหารจานวนท่ีตวั ต้งั มีสองหลกั และตวั หารมีหน่ึงหลกั ทาไดโ้ ดยใชก้ าร
ต้งั หารโดยวธิ ีการหารทีละหลกั (วธิ ีลดั )
การหารยาวเป็นวธิ ีการหาผลหารอีกแบบหน่ึง โดยการเขียนตวั หารไวด้ า้ นหนา้ ของ
เครื่องหมาย ......... ผลหารจะเขียนไวข้ า้ งบน และตวั ต้งั จะเขียนขา้ งในเครื่องหมายหาร
วธิ ีการหารจะตอ้ งหารทีละหลกั จากซา้ ยไปขวา
เช่น 18 ÷ 2 =
เครื่องหมายหารยาว 9 ผลหาร
ตวั หาร 2 18 ตวั ต้งั
ตวั อยา่ ง 46 ÷ 2 =
วธิ ีทา
2 23 2 2 สิบ ได้ 4 สิบ
46
40. 2 20
2 3
6
6 2 3 หน่วย ได้ 6
0 หน่วย
ดงั น้นั 46 ÷ 2 = 23
ตรวจคาตอบ 23 2 = 46
ตอบ ๒๓
ตรวจคาตอบทกุ คร้ัง โดยใชค้ วามสัมพนั ธ์ระหวา่ งการคูณกบั การหารดงั น้ี
(ผลหาร ตวั หาร) = ตวั ต้งั
กจิ กรรมท่ี 1
เกม “คดิ หา...ผลหาร”
จุดประสงค์ เพ่ือฝึ กทกั ษะการหารจานวนโดยใชค้ วามสมั พนั ธ์ระหวา่ ง
การหารกบั การคูณ
ผู้เล่น แบ่งนกั เรียนออกเป็น 3 – 4 กลุ่มเท่าๆกนั
เวลาในการเล่น 15 นาที
อปุ กรณ์การเล่น โจทยค์ ิดหาผลหาร
กติกาการแข่งขนั
1. แจกโจทยค์ ิดหาผลหารใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่ม กลุ่มละ 1 ชุด
2. นกั เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกนั คิดและเขียนแสดงวธิ ีหาผลหารโดยใชค้ วามสัมพนั ธ์
ของการคูณและการหาร จานวน 10 ขอ้
3. กลุ่มท่ีเขียนเรียบร้อยแลว้ ใหน้ าผลงานมาติดบนกระดานดว้ ยกระดาษกาว โดย
เรียงลาดบั ตามความรวดเร็ว
4. ร่วมกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง ใหค้ ะแนนขอ้ ละ 1 คะแนน
5. กลุ่มที่ไดค้ ะแนนมากท่ีสุดเป็นฝ่ ายชนะ
โจทย์การแข่งขนั
“คดิ หา...ผลหาร”
คาชีแ้ จง จงแสดงวธิ ีหาผลหารโดยใช้ความสัมพนั ธ์ระหว่างการหารกบั การคูณ
ตวั อย่าง 54 ÷ 6 =
วธิ ีคดิ 8 6 = 54
ตอบ 8 ……………………………………………
1. 30 ÷ 6 = ……………………………………………
วธิ ีคดิ ……………………………………………
……………………………………….
ตอบ …………………….
2. 54 ÷ 9 =
วธิ ีคดิ ……………………………………………
……………………………………………
……………………………………………
……………………………………………
…
ตอบ …………………….
3. 16 ÷ 8 =
วธิ ีคดิ ………………………………………………
………………………………………………
………………………………………………
………………………………………..
ตอบ …………………….
4. 16 ÷ 4 = ………………………………………………
วธิ ีคดิ ………………………………………………
………………………………………………
………………………………………..
ตอบ …………………….
5. 40 ÷ 5 =
วธิ ีคดิ ………………………………………………
………………………………………………
………………………………………………
………………………………………..
ตอบ …………………….
6. 14 ÷ = 2
วธิ ีคดิ ………………………………………………
………………………………………………
………………………………………………
………………………………………..
ตอบ …………………….
7. ÷ 3 = 9 ………………………………………………
วธิ ีคดิ ………………………………………………
………………………………………………
………………………………………..
ตอบ …………………….
8. 45 ÷ = 9 ………………………………………………
วธิ ีคดิ ………………………………………………
………………………………………………
………………………………………..
ตอบ …………………….
9. 40 ÷ = 5 ………………………………………………
วธิ ีคดิ ………………………………………………
………………………………………………
………………………………………..
ตอบ …………………….
10. ÷ 6 = 6 ………………………………………………
วธิ ีคดิ ………………………………………………
………………………………………………
………………………………………..
ตอบ …………………….
จุดประสงค์ เพือ่ ฝึ กทกั ษะการหารจานวนโดยใชว้ ธิ ีการต้งั หารยาว (วธิ ีลดั )
จานวนผู้เล่น แบ่งนกั เรียนออกเป็น 3 – 4 กลุ่มเท่าๆกนั
เวลาในการเล่น 15 นาที
อปุ กรณ์การเล่น
1. บตั รโจทยก์ ารหารจานวน 10 บตั ร
2. กระดาษสาหรับแสดงวธิ ีการต้งั หารยาว กลุ่มละ 10 แผน่
3. สีเมจิก
24 2 = บตั รโจทย์การหาร
96 3 =
48 4 = 50 5 =
24 8 = 33 3 =
25 5 = 82 2 =
40 4 = 60 5 =
กตกิ า / วธิ ีเล่น
1. แบ่งผเู้ ล่นออกเป็น 3 – 4 กลุ่ม แจกสีเมจิกและกระดาษแสดงวธิ ีการ
ต้งั หารยาวใหก้ ลุ่มละ 10 แผน่
2. ครูสุ่มหยบิ บตั รโจทยก์ ารหารติดบนกระดาน 1 บตั ร
3. นกั เรียนแต่ละกลุ่มร่วมกนั เขียนแสดงวธิ ีการหารยาว (วธิ ีลดั ) ในกระดาษ
4. เมื่อเขียนเรียบร้อยแลว้ ใหน้ ากระดาษแสดงวธิ ีการคิดมาติดบนกระดานดว้ ย
กระดาษกาว โดยติดเรียงตามลาดบั ความรวดเร็ว
5. นกั เรียนและครูร่วมกนั ตรวจคาตอบของแต่ละกลุ่มบนกระดาน
6. กลุ่มท่ีทาไดถ้ ูกตอ้ งและรวดเร็วท่ีสุดจะไดค้ ะแนนสะสม 1 คะแนน
7. ครูสุ่มหยบิ บตั รโจทยป์ ัญหาติดบนกระดานทีละขอ้ จนครบท้งั 10 บตั ร
8. แข่งขนั กนั ตามกติกาเดิม
9. กลุ่มท่ีไดค้ ะแนนสะสมมากท่ีสุดเป็นฝ่ ายชนะ
ตัวอย่าง
24 2 =
กลุ่ม............. กลุ่ม............. กลุม่ .............
กจิ กรรมที่ 3
การหารจานวนท่ตี วั ต้งั มีสองหลกั และตวั หารมหี น่ึงหลกั
คาชี้แจง จงหาคาตอบโดยใช้วธิ ีการหเาดรยี ยวา”ว (10 คะแนน)
ลหาร”
ตัวอย่าง 46 ÷ 2 =
2 23
46
4
6
6
0
ตอบ 23
1. 26 ÷ 2 = 2. 44 ÷ 4 =
……………………………………………………... ……………………………………………………...
……………………………………………………... ……………………………………………………...
……………………………………………………... ……………………………………………………...
……………………………………………………... ……………………………………………………...
……………………………………………………... ……………………………………………………...
……………………………………………………... ……………………………………………………...
……………………………………………………... ……………………………………………………...
……………………………………………………... ……………………………………………………...
……………………………………………………... ……………………………………………………...
……………………………………………………... ……………………………………………………...
ตอบ …………………… ตอบ ……………………
ตอบ ……………………
3. 93 ÷ 3 = 4. 36 ÷ 3 =
……………………………………………………... ……………………………………………………...
……………………………………………………... ……………………………………………………...
……………………………………………………... ……………………………………………………...
……………………………………………………... ……………………………………………………...
……………………………………………………... ……………………………………………………...
……………………………………………………... ……………………………………………………...
……………………………………………………... ……………………………………………………...
……………………………………………………... ……………………………………………………...
……………………………………………………... ……………………………………………………...
……………………………………………………... ……………………………………………………...
ตอบ …………………… ตอบ ……………………
5. 25 ÷ 5 = 6. 12 ÷ 6 =
……………………………………………………... ……………………………………………………...
……………………………………………………... ……………………………………………………...
……………………………………………………... ……………………………………………………...
……………………………………………………... ……………………………………………………...
……………………………………………………... ……………………………………………………...
……………………………………………………... ……………………………………………………...
……………………………………………………... ……………………………………………………...
……………………………………………………... ……………………………………………………...
……………………………………………………... ……………………………………………………...
……………………………………………………... ……………………………………………………...
ตอบ …………………… ตอบ ……………………
7. 21 ÷ 7 = 8. 84 ÷ 4 =
……………………………………………………... ……………………………………………………...
……………………………………………………... ……………………………………………………...
……………………………………………………... ……………………………………………………...
……………………………………………………... ……………………………………………………...
……………………………………………………... ……………………………………………………...
……………………………………………………... ……………………………………………………...
……………………………………………………... ……………………………………………………...
……………………………………………………... ……………………………………………………...
……………………………………………………... ……………………………………………………...
……………………………………………………... ……………………………………………………...
ตอบ …………………… ตอบ ……………………
9. 40 ÷ 8 = 10. 82 ÷ 2 =
……………………………………………………... ……………………………………………………...
……………………………………………………... ……………………………………………………...
……………………………………………………... ……………………………………………………...
……………………………………………………... ……………………………………………………...
……………………………………………………... ……………………………………………………...
……………………………………………………... ……………………………………………………...
……………………………………………………... ……………………………………………………...
……………………………………………………... ……………………………………………………...
……………………………………………………... ……………………………………………………...
……………………………………………………... ……………………………………………………...
ตอบ …………………… ตอบ ……………………
กจิ กรรมที่ 4
“สร้างประโยคสัญลกั ษณ์การหาร”
คาชี้แจง ให้นักเรียนสร้างประโยคสัญลกั ษลณห์ากราร”หารทต่ี วั ต้งั มสี องหลกั และตัวหาร
มหี นึ่งหลกั (หารลงตวั ) แสดงวธิ ที าและหาคาตอบให้ถูกต้อง (10 คะแนน)
ตัวอย่าง 46 ÷ 2 =
23
วธิ ีทา 2 46
4
06
6
0
ตอบ 23
ตวั อย่าง 12 ÷ 2 =
วธิ ีทา 2 06
12
12
00
ตอบ 6
1.
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................
.........
2.
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
3.
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
4.
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
5.
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
แบบทดสอบหลงั เรียน
ชุดกจิ กรรมที่ 1
เร่ือง “การหารซ่ึงตวั ต้ังเป็ นจานวนทมี่ สี องหลกั และตัวหารเป็ นจานวนทม่ี หี นึ่งหลกั ”
คาชี้แจง 1. แบบทดสอบมีท้งั หมด 10 ขอ้ คะแนน 10 คะแนน
2. เวลาในการทา 15 นาที
3. ใหน้ กั เรียนเลือกคาตอบท่ีเห็นวา่ ถูกท่ีสุดเพียงคาตอบเดียว
-------------------------------------------------------------------------------------------------------
1. ขอ้ ใดคือวธิ ีการหารจานวนที่มีสองหลกั ดว้ ยจานวนที่มีหน่ึงหลกั
ก. เร่ิมหารจากหลกั หน่วยไปหลกั ตามลาดบั
ข. เริ่มหารจากหลกั ร้อยไปหลกั สิบ
ค. เริ่มหารจากหลกั ใดก่อนกไ็ ด้
ง เริ่มหารจากหลกั สิบไปหลกั หน่วย
2. 48 ÷ 4 ข้นั ตอนท่ี 2 คิดอยา่ งไร
ก. นา 4 หาร 4 ในหลกั หน่วย
ข. นา 4 หาร 8 ในหลกั หน่วย
ค. นา 4 หาร 4 ในหลกั สิบ
ง. นา 4 หาร 8 ในหลกั สิบ
3. 24 ÷ 2 ข้นั ตอนที่ 1 คิดอยา่ งไร
ก. นา 2 หาร 2 ในหลกั สิบ
ข. นา 2 หาร 4 ในหลกั หน่วย
ค. นา 2 หาร 4 ในหลกั สิบ
ง. นา 2 หาร 2 ในหลกั ร้อย
4. ขอ้ ใดหมายถึงการหาร
ก. การบวกดว้ ยจานวนเดียวกนั
ข. การนบั ลดคร้ังละเท่าๆกนั
ค. การลบดว้ ยจานวนหลายจานวน
ง. การนบั เพิม่ คร้ังละเท่าๆกนั
5. ขอ้ ใดเป็นการตรวจคาตอบการหารท่ีถกู ตอ้ ง
ก. ผลหาร + ตวั หาร = ตวั ต้งั
ข. ผลหาร ตวั หาร = ตวั ต้งั
ค. ผลหาร ตวั หาร = ตวั ต้งั
ง. ผลหาร + ตวั ต้งั = ตวั หาร
6. 45 ÷ 9 =
ก. 8 ข. 9
ค. 6 ง. 5
7. 82 ÷ 2 =
ก. 41 ข. 24
ค. 14 ง. 42
8. 93 ÷ 3 =
ก. 13 ข. 17
ค. 31 ง. 30
9. 12 ÷ 4 =
ก. 1 ข. 3
ค. 4 ง. 2
10. 55 ÷ 5 =
ก. 11 ข. 15
ค. 5 ง. 10
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน
ชุดกจิ กรรมที่ 1
เรื่อง “การหารซึ่งตัวต้ังเป็ นจานวนทม่ี สี องหลกั และตวั หารเป็ นจานวนทม่ี หี นึ่งหลกั ”
1. ง
2. ข
3. ค
4. ก
5. ก
6. ค
7. ง
8. ก
9. ค
10. ก
เฉลยแบบทดสอบหลงั เรียน
ชุดกจิ กรรมท่ี 1
เรื่อง “การหารซึ่งตัวต้ังเป็ นจานวนทม่ี สี องหลกั และตวั หารเป็ นจานวนทม่ี หี นึ่งหลกั ”
1. ง
2. ข
3. ก
4. ข
5. ค
6. ง
7. ก
8. ค
9. ข
10. ก
เฉลยกจิ กรรมท่ี 3
เรื่อง “การหารจานวนทต่ี วั ต้งั มสี องหลกั และตวั หารมหี น่ึงหลกั ”
1. 13
2. 11
3. 31
4. 12
5. 5
6. 2
7. 3
8. 21
9. 5
10. 41
รายละเอียดเกณฑก์ ารใหค้ ะแนน
แบบฝึกจานวน 10 ขอ้ คะแนนรวม 10 คะแนน
ประเดน็ การประเมิน เกณฑ์การให้คะแนนในแต่ละข้อ
10
การหารจานวนที่ตวั ต้งั มีสอง แสดงวธิ ีทาไดค้ รบถว้ น แสดงวธิ ีทาไมค่ รบถว้ น
หลกั และตวั หารมีหน่ึงหลกั คาตอบถูกตอ้ ง คาตอบไม่ถูกตอ้ ง
เฉลยกจิ กรรมที่ 4
เรื่อง “สร้างประโยคสัญลกั ษณ์การหาร”
การตรวจกจิ กรรมให้อยู่ในดุลยพนิ ิจของครูผู้สอน
รายละเอียดเกณฑก์ ารให้คะแนน
แบบฝึกจานวน 5 ขอ้ คะแนนรวม 10 คะแนน
ประเด็นการ เกณฑ์การให้คะแนนในแต่ละข้อ
ประเมิน 2 1 0
“สร้างประโยค - แตง่ ประโยค แตง่ ประโยคสัญลกั ษณ์ แตง่ ประโยคสญั ลกั ษณ์
สัญลกั ษณ์ สัญลกั ษณ์การหาร การหาร การหาร
การหาร” ท่ีตวั ต้งั มีสองหลกั และ แสดงวธิ ีทา แสดงวธิ ีทา
ตวั หารมีหน่ึงหลกั ได้ และหาคาตอบได้ และหาคาตอบ
ถูกตอ้ ง ถูกตอ้ งเป็นบางส่วน ไม่ถูกตอ้ ง
- อธิบายวธิ ีการหาร
ยาวโดยการเขียนแสดง
วธิ ีทาไดถ้ ูกตอ้ ง
- คาตอบถูกตอ้ ง
เอกสารอ้างองิ
กรมวชิ าการ. คู่มือกล่มุ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์. กรุงเทพมหานคร : กรมฯ, 2544.
_______. แนวทางการวดั ผลประเมินผลในช้ันเรียนกลุ่มสาระคณติ ศาสตร์. กรุงเทพมหานคร : กรมฯ,
2544.
_______. หลกั สูตรการศึกษาข้นั พนื้ ฐานพุทธศักราช 2544. กรุงเทพมหานคร : กรมฯ, 2544.
นิรมล ชยดุ ลาหกิจ. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยยดึ ผู้เรียนเป็ นสาคัญ. กรุงเทพมหานคร : ตน้ ออ้ ,
2544.
ชยั วฒั น์ สุทธิรัตน.์ 80 นวตั กรรมการจัดการเรียนรู้ทเ่ี น้นผ้เู รียนเป็ นสาคัญ. พิษณุโลก : โปรแกรม
2550
จรินทร์ ธานีรัตน์. คู่มือเกม. กรุงเทพมหานคร : โอเดียนสโตร์, 2544.
จารัส นอ้ ยแสงสรี. คู่มอื การศึกษาเทคนิคและวธิ ีสอนของครู. กรุงเทพมหานคร : มหาวทิ ยาลยั ศรี
นครินทรวิโรฒ ประสานมิตร, 2540.
ชยั พร รูปนอ้ ย. คู่มือเกม. กรุงเทพมหานคร : โอเดียนสโตร์, 2540.
แผนการจัดการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปี ท่ี 3
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 11 เรื่อง การหาร จานวน 18 ชั่วโมง
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เร่ือง การหารซึ่งตวั ต้งั เป็ นจานวนท่ีมสี องหลกั และตวั หารเป็ นจานวน
ทมี่ ีหน่ึงหลกั (หารลงตวั )
สอนวนั ที่ ……………………… เวลา 2 ช่ัวโมง
สาระหลกั ท่ี 1 :จานวนและการดาเนินการ
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตร าน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนินการของ
จานวน ผลที่เกิดข้ึนจากการดาเนินการ สมบตั ิของการดาเนินการ และการนาไปใช้
ตัวชี้วดั หาคา่ ของตวั ไมท่ ราบคา่ ในประโยคสญั ลกั ษณ์ แสดงการหารที่ตวั ต้งั ไมเ่ กิน 4 หลกั
ค 1.1 ป.3/7 ตวั หาร 1 หลกั
แสดงวธิ ีหาคาตอบของโจทยป์ ัญหา 2 ข้นั ตอน ของจานวนนบั ไม่เกิน 100,000 และ 0
ค 1.1 ป.3/9
สาระสาคญั
1. การหาผลหารจานวนที่ตวั ต้งั มีสองหลกั และตวั หารมีหน่ึงหลกั ทาไดโ้ ดยใชก้ าร
ต้งั หารโดยวธิ ีการหารทีละหลกั (วธิ ีลดั )
2. การหารยาวเป็นวธิ ีการหาผลหารอีกแบบหน่ึง โดยการเขียนตวั หารไวด้ า้ นหนา้
ของเครื่องหมาย ......... ผลหารจะเขียนไวข้ า้ งบน และตวั ต้งั จะเขียนขา้ งในเคร่ืองหมายหาร
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. เม่ือกาหนดโจทยก์ ารหารที่มีตวั ต้งั ไมเ่ กินสองหลกั และตวั หารมีหน่ึงหลกั ให้
สามารถหารผลหารโดยวธิ ีการหารยาวได้ (K)
2. เมื่อกาหนดโจทยก์ ารหารท่ีมีตวั ต้งั ไม่เกินสองหลกั และตวั หารมีหน่ึงหลกั ให้
สามารถแสดงวธิ ีทาและหารผลหารไดอ้ ยา่ งสมเหตุสมผล (P)
3. นกั เรียนมีความต้งั ใจและความเพลิดเพลินในการเรียนคณิตศาสตร์ (A)
สาระการเรียนรู้
การหารยาวที่ตวั ต้งั เป็นจานวนท่ีมีสองหลกั และตวั หารเป็ นจานวนที่มีหน่ึงหลกั (หารลงตวั )
กระบวนการจัดการเรียนรู้
ข้นั นาเข้าสู่บทเรียน
1. นกั เรียนทาแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน (ก่อนเรียน) เรื่อง การหารโดย
ใชช้ ุดกิจกรรมเรื่องการหารร่วมกบั เทคนิคการแขง่ ขนั เป็ นทีม จานวน 30 ขอ้
2. ทดสอบก่อนเรียนจากชุดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องการหาร ชุดที่ 1 เร่ือง การหาร
ซ่ึงตวั ต้งั เป็นจานวนท่ีมีสองหลกั และตวั หารเป็ นจานวนที่มีหน่ึงหลกั (หารลงตวั ) จานวน 10 ขอ้
3. ทบทวนการหารจากแผนภมู ิรูปภาพโดยใหน้ กั เรียนร่วมกนั สังเกตและตอบคาถาม
รูปภาพ
มีกลอง 12 ลูก แบ่งเป็นกลุ่มๆละ 3 ลูก เทา่ ๆกนั จะไดก้ ่ีกลุ่ม
ประโยคสญั ลกั ษณ์การหาร 12 ÷ 3 = 4 ตอบ 4 กลุ่ม
4. นกั เรียนร่วมกนั ร้องเพลงการหาร พร้อมแสดงท่าทางเตน้ ราประกอบ
เพื่อทบทวนความหมายของการหาร
ข้นั สอน
5. ติดแถบประโยคสญั ลกั ษณ์การหารท่ีตวั ต้งั มีสองหลกั และตวั หารมีหน่ึงหลกั
(หารลงตวั ) บนกระดาน เช่น 18 ÷ 2 = ครูแนะนาการหารยาวซ่ึงเป็ นการวธิ ีการหาผลหารอีกแบบ
หน่ึงดงั น้ี
เคร่ืองหมายหารยาว 9 ผลหาร
ตวั ต้งั
ตวั หาร 2 18
6. นกั เรียนร่วมกนั ยกตวั อยา่ งโจทยก์ ารหารท่ีตวั ต้งั มีสองหลกั และตวั หารมีหน่ึงหลกั
จากน้นั ช่วยกนั หาผลหารโดยใชค้ วามสัมพนั ธ์ระหวา่ งการคูณกบั การหารโดยแสดงวธิ ีการต้งั หารยาว
ตวั อยา่ ง 35 ÷ 7 =
วธิ ีทา
7 5
35
35 7 5
0