วิทย นารัก CUTE SCIENCE
พันธุกรรม (Heredity) คือ การถายทอดลักษณะตาง ๆ ของสิ่งมีชีวิต จากรุนหนึ่งไปยังอีกรุนหนึ่ง เชน สีผิว หมูเลือด การมีลักยิ้ม การหอลิ้น ซึ่งลักษณะตาง ๆ ที่ถายทอดไดนี้เรียกวา ลักษณะทางพันธุกรรม สื่อวิทยนารัก
สิ่งมีชีวิตต าง ๆ สามารถถ ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมไปสู ลูกหลานไดโดยลักษณะที่ส งผ านจากพ อแม ไปสู ลูก จะอยู ในหน วย พันธุกรรม หรือ ยีน (Gene) สื่อวิทยนารัก
ยีนจะอยูบนโครโมโซม ภายในเซลล สืบพันธุ ของพอและเซลล สืบพันธุ ของแม ซึ่งยีนจะควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต สื่อวิทยนารัก เซลล ของสิ่งมีชีวิต โครโมโซม สิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกัน จะมีจำนวนโครโมโซมเทากัน ยีน หรือ หนวยพันธุกรรม ทำหนาที่ กำหนดลักษณะ ทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต ดีเอ็นเอ ทำหนาที่ เก็บขอมูลทาง พันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต
สื่อวิทยนารัก ในรางกายจะประกอบไปดวย _____________ภายในเซลลจะมี __________ภ า ย ใ น นิ ว เ ค ลี ย ส จ ะ มี ____________________ ภายในโครโมโซมจะประกอบไปดวย _______________________ ในดีเอ็นเอจะมีรหัสพันธุกรรมซึ่งควบคุมการแสดงออกของสิ่งมีชีวิต เรียกวา _______________ เซลล นิวเคลียส โครโมโซม ดีเอ็นเอ + protein (histone) ยีน เซลล โครโมโซม ดีเอ็นเอ ยีน นิวเคลียส
วิทย นารัก CUTE SCIENCE
สื่อวิทยนารัก โครโมโซม (Chromosome) อ ยู ภ า ย ใ น นิ ว เ ค ลี ย ส ทำหนาที่บรรจุสารพันธุกรรมเกิดจาก โครมาทิน (Chromatin) ขดตัวเปนทอน ๆ ในขณะแบงเซลล
โครมาทิน (Chromatin) มีลักษณะเปนเสนใย คือ DNA สายยาวเพียงสายเดียว พันรอบกอนโปรตีน พบเห็นไดในเวลาที่เซลลไมไดแบงตัว โครโมโซม (Chromosome) พบในขณะแบงเซลล ความสัมพันธระหวางโครมาทิน (chromatin) และโครโมโซม (chromosome)
สื่อวิทยนารัก โครมาทิด (Chromatids) คือ แขนของโครโมโซม เซนโทรเมียร (Centromere) คือ บริเวณรอยคอดของ โครโมโซม 2 Chromatids 1 Chromosome ความสัมพันธระหวางโครโมโซม (chromosome) และโครมาทิด (Chromatids)
ความสัมพันธระหวางโครมาทิน (chromatin) โครโมโซม (chromosome) และ โครมาทิด (Chromatids) สื่อวิทยนารัก กอนการแบงเซลล จะเห็นเสนใย ที่ขดตัวกันแนนภายในนิวเคลียส เรียกวา โครมาทิน เมื่อมีการแบงเซลล โครมาทิน จะมีการหดตัวกันแนนขึ้นจนเห็น เปนแทง เรียกวา โครโมโซม แขนของโครโมโซม เรียกวา โครมาทิด โครมาทิน โครโมโซม โครมาทิด
สื่อวิทยนารัก โครโมโซม สิ่งมีชีวิตทั่วไปมีโครโมโซมอยู กันเปนคู เรียกว า ฮอมอโลกัสโครโมโซม ซึ่งยีนที่อยู บนฮอมอโลกัสโครโมโซมอาจมี รูปแบบที่เหมือนหรือแตกตางกัน เรียกวา แอลลีล A A B b C c D D
สื่อวิทยนารัก โดยทั่วไปสิ่งมีชีวิตจะมีจำนวนโครโมโซมเปนเลขคู และจำนวนโครโมโซม ไมสัมพันธ กับขนาดของสิ่งมีชีวิต โดยสิ่งมีชีวิตตางชนิดกัน อาจมีจำนวนโครโมโซม เทากันหรือไมเทากันก็ไดแตสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันยอมมีจำนวนโครโมโซมเทากัน มามีจำนวน โครโมโซม 64 แทง สุนัขมีจำนวน โครโมโซม 78 แทง มะเขือเทศมีจำนวน โครโมโซม 24 แทง ขาวมีจำนวน โครโมโซม 24 แทง
สิ่งมีชีวิต จำนวนโครโมโซม (แทง) สิ่งมีชีวิต จำนวนโครโมโซม (แทง) สุนัข 78 มันฝรั่ง 48 มา 64 มะเขือเทศ 24 ชิมแปนซี 48 ขาว 24 มนุษย 46 ถั่วแดง 22 เมน 46 ขาวโพด 20 แมว 38 มะละกอ 18 แมลงวัน 12 หัวหอม 16 ยุง 6 แตงกวา 14 จำนวนโครโมโซมในเซลลสืบพันธุ (n) จะนอยกวาในเซลลรางกาย (2n) ครึ่งหนึ่งเสมอ ตาราง แสดงจำนวนโครโมโซมของเซลลรางกายของสิ่งมีชีวิตชนิดตาง ๆ
สิ่งมีชีวิต จำนวนโครโมโซม (แทง) เซลลรางกาย เซลลสืบพันธุ สุนัข 78 39 มา 64 32 ชิมแปนซี 48 24 มนุษย 46 23 จำนวนโครโมโซมในเซลลสืบพันธุ (n) จะนอยกวาในเซลลรางกาย (2n) ครึ่งหนึ่งเสมอ ตาราง แสดงจำนวนโครโมโซมของเซลลรางกายและเซลลสืบพันธุ ของสิ่งมีชีวิตชนิดตาง ๆ
มนุษยมีโครโมโซมจำนวน 46 แทง หรือ 23 คู โครโมโซมคูที่ 1-22 เรียกวา โครโมโซมรางกาย หรือ ออโตโซม โครโมโซมคูที่ 23 เรียกวา โครโมโซมเพศ สื่อวิทยนารัก
คูที่ 1-22 โครโมโซม รางกาย คูที่ 23 โครโมโซมเพศ เพศชาย XY เซลลอสุจิ สื่อวิทยนารัก คูที่ 1-22 โครโมโซม รางกาย คูที่ 23 โครโมโซมเพศ เพศหญิง XX เซลลไข
สื่อวิทยนารัก โครโมโซมในเซลลรางกาย 46 แทง หรือ 23 คู เพศหญิง XX โครโมโซมในเซลลรางกาย 46 แทง หรือ 23 คู เพศชาย 44 + XY เพศชาย XY เพศหญิง 44 + XX
สื่อวิทยนารัก มนุษยมีโครโมโซมในเซลลสืบพันธุ 23 แทง ชาย 22+X หรือ 22+Y หญิง 22+X 44 + XY 44 + XX 22+X 22+Y 22+X 44 + XX 44 + XY (หญิง) (ชาย) X รุนลูก เซลลรางกาย เซลลสืบพันธุ
สื่อวิทยนารัก ดีเอ็นเอ ทำหนา ที่เก็บขอมูลทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิต มีลักษณะเปนเกลียวคู (Double Helix) คลายบันไดเวียนขวา ดี เอ็น เอประกอบดวยหน วยย อย เรียกว า นิวคลีโอไทด (Nucleotide) มี 3 องค ประกอบ ไดแก 1) นํ้าตาล 2) หมู ฟอตเฟส และ 3) เบสไนโตรเจน (การเขาคูของเบส A = T C G เสมอ)
สื่อวิทยนารัก ยีน คือ ช วงหนึ่งของดีเอ็นเอ (DNA) ที่อยู บนโครโมโซม ทำหนาที่ควบคุม ลักษณะตาง ๆ ทางพันธุกรรม และถายทอดจากพอแมไปสูลูก ยีนท่ีควบคุมลักษณะใด ลักษณะหนึ่งจะอยู เปนคู บนโครโมโซมคู เหมือนหรือ ฮอโมโลกัสโครโมโซม (Homologous chromosome) ตำแหนงเดียวกันเสมอ เรียกวา แอลลีน (Allele) ยีน
สื่อวิทยนารัก มี2 ชนิด ไดแก A A B b C c D D อัลลีนเดน (Dominant allele) ควบคุมลักษณะเดน แทนดวยอักษร ตัวพิมพใหญ อัลลีนดอย (Recessive allele) ควบคุมลักษณะดอย แทนดวยอักษร ตัวพิมพเล็ก
วิทย นารัก CUTE SCIENCE
สื่อวิทยนารัก เปนผูศึกษาและคนพบขอเท็จจริง เ กี่ ย ว กั บ ก า ร ถ า ย ท อ ด ลั ก ษ ณ ะ ท า ง พันธุกรรม เขาจึงไดรับการยกยองใหเปน “บิดาแหงวิชาพันธุศาสตร”
สื่อวิทยนารัก เ ลื อ ก ใ ช ถั่ ว ลั น เ ต า เ นื่ อ ง จ า ก ป ลู ก ง า ย เจริญเติบโตเร็ว วงจรชีวิตสั้น มีลักษณะทางพันธุกรรม ที่แตกตางกันอยางชัดเจนและมีดอกสมบูรณเพศ
สื่อวิทยนารัก ไดศึกษาลักษณะของถั่วมีความแตกตางกันอยางชัดเจน 7 ลักษณะ ดังนี้ รูปรางของเมล็ด เมล็ดกลม-ขรุขระ สีของเมล็ด เมล็ดสีเหลือง-สีเขียว
สื่อวิทยนารัก ไดศึกษาลักษณะของถั่วมีความแตกตางกันอยางชัดเจน 7 ลักษณะ ดังนี้ รูปรางของฝก ฝกอวบ-ฝกแฟบ สีของฝก ฝกสีเหลือง-สีเขียว
สื่อวิทยนารัก ไดศึกษาลักษณะของถั่วมีความแตกตางกันอยางชัดเจน 7 ลักษณะ ดังนี้ สีของดอก ดอกสีมวง-สีขาว ตำแหนงของดอก ดอกอยูที่กิ่งตลอดลำตน-ดอกกระจุกอยูที่ยอด ความสูงของลำตน ตนเตี้ย-ตนสูง
สื่อวิทยนารัก T แทน แอลลีลของพืชที่มีตนสูง t แทน แอลลีลของพืชที่มีตนเตี้ย ตัวอยาง รุนลูก (F1) เซลลสืบพันธุ รุนพอแม TT tt T T t t Tt Tt Tt Tt รุนหลาน (F2) TT Tt Tt tt พืชรุนหลานจะปรากฏเปนสัดสวน ลักษณะเดนตอลักษณะดอย 3 : 1 X
วิทย นารัก CUTE SCIENCE
สื่อวิทยนารัก คือ ลักษณะของแอลลีนที่เขาคูกัน มี3 ลักษณะ ไดแก 1. พันธุแทเดน (Homozygous dominant) เชน AA BB CC 2. พันธุแทดอย (Homozygous Recessive) เชน aa bb cc 3. พันธุทาง (Heterozygous) เชน Aa Bb Cc
สื่อวิทยนารัก ลักษณะดอย เปนลักษณะที่จะปรากฏในรุนหลาน ลักษณะดอยจะถูกลักษณะเดนขมไว โดยลักษณะดอยจะปรากฏออกมา เมื่อจับคูกับลักษณะดอยดวยกัน เชน หนังตาสองชั้น ผิวขาว เปนตน ลักษณะเดน เปนลักษณะที่จะปรากฏในทุกรุนเสมอ ลักษณะ เด น จะข มลักษณะด อย ไว เชน หนังตาชั้นเดียวขมหนังตาสองชั้น ความสูงขมความเตี้ย ห อลิ้นไดขม หอลิ้นไมไดเปนตน
สื่อวิทยนารัก พันธุทาง จะมีลักษณะเดนและลักษณะดอยอยู ดวยกัน จะป รากฏลักษณะที่ เป น ลักษณะเดนออกมา เชน ในความสูง พันธุทาง จะมีคูยีน Tt โดย T ขม t พันธุแท จะมีลักษณะ เด นหรือลักษณะดอย เ พี ย ง อ ย า ง เ ดี ย ว เ ท า นั้น มี คู ยี น ที่เหมือนกัน เชน ในความสูงพันธุ แท จะมีคูยีน TT หรือ tt
สื่อวิทยนารัก คือ ลักษณะที่ปรากฏออกมา เชน ลักษณะสีผิว ผิวดำ ลักษณะสีผิว ผิวขาว ลักษณะสีตา ตาสีนํ้าตาล ลักษณะสีตา ตาสีฟา
สื่อวิทยนารัก P แทน แอลลีลของเมล็ดสีสีเขียว p แทน แอลลีลของเมล็ดสีเหลือง ตัวอยาง รุนลูก (F1) เซลลสืบพันธุ รุนพอแม PP pp P P p p Pp Pp Pp Pp รุนหลาน (F2) PP Pp Pp pp ตนถั่วลันเตา อัตราสวนจีโนไทป PP:Pp:pp หรือ1:2:1 X ตนถั่วลันเตาตนหนึ่งมีลักษณะเมล็ดสีเขียวเปนลักษณะเดน มีแอลลีลควบคุมลักษณะเมล็ดสีเขียว (P) และแอลลีลควบคุมลักษณะเมล็ดสีเหลือง (p) จีโนไทป และฟโนไทปของถั่วลันเตา คืออะไร อัตราสวนฟโนไทป เมล็ดสีเขียว:เมล็ดเหลือง หรือ 3:1
สื่อวิทยนารัก P แทน แอลลีลของเมล็ดกลม p แทน แอลลีลของเมล็ดขรุขระ ตัวอยาง รุนลูก (F1) เซลลสืบพันธุ รุนพอแม RR Rr R R R r RR Rr RR Rr ตนถั่วลันเตา อัตราสวนจีโนไทป RR:Rr หรือ1:1 X ถั่วลันเตาที่มีแอลลีลควบคุมลักษณะเมล็ดกลม (R) เปนแอลลีลเดน และแอลลีลควบคุมเมล็ดขรุขระ (r) เปนแอลลีลดอย ถานำถั่วลันเตาเมล็ดกลมที่มีจีโนไทป RR ผสมพันธุกับถั่วลันเตาเมล็ดกลมที่มีจีโนไทป Rr คำนวณหาอัตราสวนของ จีโนไทปและฟโนไทปในรุนลูก ฟโนไทป เมล็ดกลม
วิทย นารัก CUTE SCIENCE
สื่อวิทยนารัก คือ การเพิ่มจำนวนของเซลลในสิ่งมีชีวิตเพื่อการเจริญเติบโตรวมถึง สรางเซลล สืบพันธุ มีการแบงเซลล 2 แบบ ไดแก ไมโทซิส (Mitosis) และไมโอซิส (Meiosis)
1. ระยะอินเตอรเฟส (Interphase) M=Phase G1=Phase G2=Phase S=Phase G1 = เซลลจะมีการ เจริญเติบโต และมีขนาดใหญ S = จำลอง DNA สื่อวิทยนารัก G2 = เตรียมตัวกอนแบง+ สรางออรแกเนลตาง ๆ - Prophase - Metaphase - Anaphase - Telophase
สื่อวิทยนารัก 2. ระยะการแบงตัว 2.1 การแบงนิวเคลียส (M phase) Meiosis : แบงเซลลรางกาย Meiosis : แบงเซลลสืบพันธุ 2.2 การแบงไซโทพลาสซึม (Cytokinesis) เซลลคอดกิ่ว และ แยกจากกัน
พบในเซลลรางกายเปนการแบงเซลลเพื่อการเจริญเติบโต และซอมแซมสวนที่สึกหรอ 1 เซลล แบงได2 เซลล จำนวนโครโมโซมเทาเดิม (2n---->2n) แบงเซลลเพียง 1 ครั้ง โดยแบงเปนระยะ ดังตอไปน้ี สื่อวิทยนารัก
สื่อวิทยนารัก 1. ระยะโพรเฟส (Prophase) เยื่อหุมนิวเคลียส สลายไป โครมาทินหดตัวสั้น เปนโครโมโซม เซนทริโอลเคลื่อนไปยัง ขั้วเซลล สรางเสนใย สปนเดิล 2n=4
สื่อวิทยนารัก 2. ระยะเมตาเฟส (Metaphase) มองเห็นโครโมโซม ชัดเจนที่สุด โครโมโซมเรียงตัว กลางเซลล 2n=4
สื่อวิทยนารัก 3. ระยะแอนาเฟส (Anaphase) Spindle fiber หดตัวสั้น เปนระยะที่สั้นที่สุด 2n=8
สื่อวิทยนารัก 4. ระยะเทโลเฟส (Telophase) โครโมโซมคลายตัว มีการแบง ไซโทพลาสซึม ตอ (Cytokinesis) 2n=4 Spindle fiber สลายตัว
1 เซลล แบงได4 เซลล จำนวนโครโมโซมลดลงครึ่งหนึ่ง (2n---->n) สื่อวิทยนารัก 2n n n n n n n แบงเซลล 2 ครั้ง คือ ไมโอซิส I และ ไมโอซิส II ไมโอซิส I (2n--->n) ได2 cell ไมโอซิส II (n--->n) ได4 cell
Homologous chromosome เขาคูกัน 2n=4 เกิดการแลกเปลี่ยนชิ้นสวน ของ non-sister chromatid สื่อวิทยนารัก ระยะโพรเฟส I (Prophase I) Crossing over ทำใหเกิดความแปรผัน ทางพันธุกรรม
Homologous chromosome มาเรียงตัวกลางเซลล สื่อวิทยนารัก ระยะเมตาเฟส I (Metaphase I) 2n=4
2n=4 สื่อวิทยนารัก ระยะแอนาเฟส I (Anaphase I) Homologous chromosome แยกจากกัน
n=2 n=2 สื่อวิทยนารัก ระยะเทโลเฟส I (Telophase I) โครโมโซมจำนวน ลดลงครึ่งหนึ่ง มีการแบง ไซโทพลาสซึมตอ
n=2 n=2 สื่อวิทยนารัก ระยะโพรเฟส II (Prophase II) เยื่อหุมนิวเคลียส สลายตัว โครโมโซม หดตัว