บทท่ี 2 ประวตั ิความเป็นมาของเคร่ืองประดบั เทยี ม 25
2.8.1 การเป็นผู้นำของการฟืน้ คนื (Leading the revival)
บริษัทเคร่ืองประดับแฟชั่นสัญชาติอังกฤษ Butler & Wilson เป็นบริษัทชั้นแนวหน้าของการฟื้นฟูใน
การนำของเก่ามาผลิตใหม่ เจ้าของบริษัท Nicky Butler และ Simon Wilson โดยแรกเร่ิมขายชิ้นงาน
เครื่องประดับแฟช่ันแบบย้อนยุคจากแผงลอยขายของในตลาดขายของโบราณลอนดอน ในทศวรรษที่ 1970
พวกเขาเปิดร้านขายสิ้นค้าที่ผสมผสานระหว่างของแท้และชิ้นงานท่ีมีการผลิตซ้ำ ช่วงปี 1980 พวกเขาทำการ
ออกแบบช้ินงานท่ีเป็นของพวกเขาเอง ซ่ึงรับแรงบันดาลใจมาจากเคร่ืองประดับแฟชั่นแบบย้อนยุคท่ีพวกเขา
ชน่ื ชอบ
Butler และ Wilson กลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง ในเรื่องของการปรับการออกแบบเก่าให้ทันสมัย
และทำให้พวกมันดูแปลกใหม่และดึงดูดใจ ชิ้นงานชุดเข็มกลัดรูปทรงจิ้งจก (diamante-set salamander)
เข็ดกลดั รูปแมงมุม และเข็มกลัดรูปแก้วค็อกเทล กลายเป็นเครอ่ื งประดับแฟช่ันท่ียอดเย่ียม ช้ินงานอื่นที่เป็นที่
น่าจดจำด้วยลักษณะสำคัญของมันคือ รูปทรงคู่เต้นรำซึ่งทำมาจากพลอยเทียมสีดำและไร้สี การใช้แก้ว
เลียนแบบอัญมณีและชิ้นงานขนาดใหญ่ การออกแบบที่มคี วามแปลกใหมน่ ้ีเปน็ จุดเร่มิ ต้นการสนทนาที่เกนิ กว่า
ชิน้ งานเครือ่ งประดับแฟช่ันแบบด้ังเดิมทง้ั หลายท่พี วกเขาแสวงหาและเลียนแบบ
ภาพที่ 2.14 เข็มกลัดรูปจิง้ จก จากแบรนด์ Butler & Wilson
https://www.1stdibs.com/jewelry/brooches/brooches/articulated-lizard-brooch/id-v_152334/
ในชว่ งเวลาเดียวกันน้ี ชาวอเมริกนั Iradj Moini เริ่มต้นการออกแบบอัญมณีสำหรับ นักออกแบบด้าน
แฟช่นั ชาวนวิ ยอรก์ Oscar De La Renta ด้วยชิน้ งานทีม่ ีความสะอาดตาของเสน้ สาย เครอื่ งประดับแฟช่ันของ
เขาทำออกมาได้สำเร็จซึ่งลักษณะชิ้นงานมองออกมาเป็นท้ังแบบร่วมสมัยและแบบย้อนยุค ชิ้นงานของ Moini
เป็นพลอยเทียมไม่มีสี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเข็มกลัดชุดสิ่งมีชีวิต สะท้อนให้เห็นอย่างเด่นชัดของช่วงทศวรรษ
1940 และ 1950 ในทางตรงกันข้าม เข็มกลัดส่ิงมีชีวิตในยุครุ่งเรืองของเครื่องประดับแฟช่ัน การสร้างสรรค์
ผลงานที่มาจากต่างประเทศของเขาน้ัน ถูกจัดตั้งข้ึนด้วยพลอยเทียมไม่มีสีขนาดใหญ่ ที่มีขนาดและรูปทรงท่ี
หลากหลาย
บทท่ี 2 ประวตั คิ วามเป็นมาของเครอื่ งประดบั เทยี ม 26
ภาพท่ี 2.15 เข็มกลดั ของ Iradj Moini
ท่ีมา : https://nasvete.com/iradj-moini-jewellery/
2.8.2 เครือ่ งประดับในยคุ แห่งความเจรญิ ร่งุ เรอื ง (Jewelry in the boom years)
ในปีคริสศักราช 1980 มองเห็นถึงการเร่ิมต้นความเจริญทางเศรษฐกิจ หลังจากการต่อสู้ด้ินรนเพ่ือ
ทลายกำแพงกีดกันความก้าวหน้าของผู้หญิง ซึ่งเป็นอุปสรรคที่มองไม่เห็น ท่ีขัดขวางความก้าวหน้าในการ
พัฒนาด้านอาชีพของความเป็นมืออาชีพของผู้หญิง ในท่ีสุดผู้หญิงก็สามารถสร้างตัวตนในบริษัทระดับโลกได้
ด้วยรูปแบบแฟชั่นทร่ี องไหล่ท่ีมีลกั ษณะเกินความจริงน้ัน “ชุดทำงาน” (power-suit) กลายเป็นชดุ เคร่อื งแบบ
ของผู้หญิงทำงาน ชุดลักษณะนี้มีความจำเป็นที่แสดงออกถึงคุณสมบัติของเพศชาย ชุดเหล่านี้ถูกทำรู้สึก
ออ่ นโยนลงดว้ ยเคร่ืองประดบั แฟช่ันที่น่าประทับใจ โดยเฉพาะอย่างย่ิงต่างหแู ละเขม็ กลัดขนาดใหญ่ ผลงานท่มี ี
ช่ือเสียงและน่าภาคภูมิใจเหล่าน้ีถูกผลิตเป็นจำนวนมาก ตัวอย่างเช่น Christian Laeroix เป็นบุคคลผู้ผลักดัน
ลิมิตขอบเขตของการออกแบบเครื่องประดับ ผลงานบางช้ินของเขาเป็นต่างหูขนาดใหญ่มหึมาและมีลักษณะ
ห้อยยาวลงมาเกอื บท่จี ะสมั ผัสกบั ไหล่ (Miller, Judith. 2012)
บทท่ี 2 ประวตั ิความเป็นมาของเครือ่ งประดบั เทยี ม 27
ภาพท่ี 2.16 ชดุ ทำงานกบั แฟช่ันรองไหล่ในช่วงปี 1980 ภาพที่ 2.17 เครื่องประดบั ต่างหขู นาดใหญ่ของ
ทีม่ า : Christian Laeroix
http://fashionbinge.blogspot.com/2013/03/fashion- ที่มา : https://www.pinterest.com
flashback-1980s-businesswomen.html
หลังจาก Karl Lagerfeld นักออกแบบเครื่องประดับได้เข้ามาทำหน้าท่ีดูแล House of Chanel ใน
ปีคริสศักราช 1982 เขาได้แนะนำคนรุ่นใหม่ให้รู้จักกับการออกแบบในสไตล์ดั้งเดิม Lagerfeld รับผิดชอบต่อ
การทำให้หลากหลายชิ้นงานที่ไม่ตกยุคของ CoCo Chanel กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ตัวอย่างเช่น ชุดอันโด่ง
ดงั ของเธอ “ชุดเดรสสดี ำตัวเล็ก” (little black dress) กระเป๋าถือทำจากการบุผา้ สองช้นั และแน่นอนชิน้ งาน
เคร่ืองประดับแฟช่ันของเธอ ยังคงรักษาไว้ซึ่งความงามในยุค 1980 Lagerfeld ให้ช้ินงานหลักของ Chanel มี
ขนาดใหญ่กว่าความเป็นจริง โดยการใช้ขนาดของไข่มุกเท่าขนาดของขนมกรอบกลมอันใหญ่ โซ่เคลือบสีทอง
และอญั มณแี ก้วทรงหลงั เบี้ย
สร้อยคอและสร้อยข้อมือบางชิ้นงานที่เขาผลิตมีส่วนประกอบของไข่มุกขนาดใหญ่ และโดยส่วนมาก
จะอยใู่ นรูปสดั สว่ นของรปู การต์ ูน เขาจดั พิมพ์รูปภาพของเคร่อื งประดับแฟชน่ั ของ Chanel ลงบนผา้ สำหรับทำ
เสื้อผ้าและผ้าพันคอ และเขาใช้แม้กระทั่งการเช่ือมต่อของช่ือ Chanel “CC” เป็นเครื่องหมายเกียรติยศเพ่ือ
ทำให้เกิดลักษณะเด่นสำหรับต่างหูและสร้อยคอประดับจี้ (pendants) พร้อมยังทำการประชาสัมพันธ์แบรนด์
ได้อย่างชาญฉลาดในเวลาเดียวกัน เขามีความตั้งใจให้ช้ินงานเครอ่ื งประดับเกินจริงเหล่านี้ถูกสวมใส่ด้วยกันใน
รปู แบบแหง่ ความฟุ่มเฟือยท่ีมากมายเกินจำเป็น
บทท่ี 2 ประวตั ิความเป็นมาของเคร่อื งประดบั เทยี ม 28
ภาพที่ 2.18 รูปแบบเคร่อื งประดบั ของ CoCo Chanel ในช่วงปี 1985 ภายใตแ้ นวคิดของ Karl Lagerfeld
ทมี่ า : https://www.etsy.com/listing/120815167/chanel-belt-1985-rare-coco-chanel
2.8.3 การแปลความหมายของพังค์ (A punk interpretation)
Vivienne Westwood ต้นแบบนักออกแบบสไตล์พังค์ ได้รับความสนใจต่อสาธารณะชนครั้งแรก
ในช่วงปลายยุค 1970 ด้วยแฟช่ันกางเกงทรงผูก (bondage trouser) ต่างหูรูปเข็มกลัดซ่อนปลาย (safety-
pin earring) และเส้ือยืดท่ีถูกฉีกขาด เครื่องประดับประเภทปลอกคอสุนัขท่ีทำจากหนังและมุดตอกประดับ
ด้วยเดือยแหลม Westwood มีความรับผิดชอบอย่างมากต่อการนำรูปแบบสไตล์พังค์แบบใหม่อันน่า
ประหลาดใจ ซึง่ มลี กั ษณะความขบถและหวั รนั้ เข้าไปส่กู ระแสหลักของวงการเครอื่ งประดับแฟช่ัน
มันมักจะเป็นความเร้าใจและการทำลายภาพพจน์เดิมๆ การออกแบบเคร่ืองประดับแฟช่ันของ
Westwood มักจะพบบ่อยๆในรูปแบบของการลอกเลียนแบบช้ินงานด้ังเดิม ตัวอย่างเช่น เครื่องประดับท่ี
แสดงโชว์ที่งานพิธีบรมราชาภิเษกของพระมหากษัตริย์ราชวงศ์อังกฤษ เธอได้ออกแบบมงกุฎท่ีสมบูรณ์แบบ
ด้วยผ้าไหมกำมะหยี่และตัดแต่งด้วยขนเทียมสีขาว ซึ่งใช้สำหรับสวมใส่ในงานตอนเย็นและงานแต่งงาน และ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งบางส่วนของมงกุฎมีลักษณะเป็นทรงกลมมีเคร่ืองประดับเป็นวัตถุทรงกลมขนาดใหญ่วางไว้
สว่ นยอดของมงกุฎ เปน็ การผสมผสานและแสดงถึงสัญลักษณ์แห่งอำนาจสงู สุดในการปงครองประเทศ เธอเคย
แมก้ ระทั่งใชร้ ูปแบบน้ีในคลอเล็คช่นั สร้อยคอประดับจแี้ ละตา่ งหูของเธอเอง (Miller, Judith. 2012)
บทท่ี 2 ประวตั คิ วามเป็นมาของเครอ่ื งประดบั เทยี ม 29
ภาพท่ี 2.19 เข็มกลดั ซ่อนปลายจากแบรนด์ Vivienne Westwood
ท่ีมา : https://www.harveynichols.com/int/brand/vivienne-westwood-/
ช่วงระหว่างทศวรรษ 1990 แฟช่ันของหญิงสาวกลับกลายเป็นช่วงของความมืดหม่นลง มากกว่ายุค
สมัยที่ผ่านมา และเป็นแนวความคิดง่ายๆ ใช้วัสดุชิ้นงานท่ีน้อยชิ้น (minimalistic) จะเน้นไปท่ีเส้ือผ้าที่แนบ
เนื้อและแสดงสัดส่วนโค้งเว้าของร่างกาย เครื่องประดับแบบหรูหราในทศวรรษ 1980 ช้ินงานรูปแบบขนาด
ใหญ่ และเข็มกลัดสีสันฉูดฉาดไม่เป็นที่นิยมแล้วในยุคนี้ และเคร่ืองประดับแฟชั่นที่ถูกสวมใส่มีแนวโน้มเป็นไป
ในรูปแบบความสุขุมรอบคอม นักออกแบบเคร่ืองประดับเช่น Robert Lee Morris ได้ผลิตชิ้นงานที่มีความ
บอบบาง ซ่ึงชน้ิ งานนม้ี ีความเป็นงานศิลปะมากกวา่ เป็นแฟชน่ั
สายหนังและเชือกซ่ึงจัดเรยี งเป็นแถวประดับดว้ ยหินและลกู ปัดโลหะ กลายเปน็ ที่นิยมอยา่ งมากในการ
สวมใส่บริเวณรอบๆคอ และรอบๆข้อมือ เครื่องประดับเหล่าน้ีสะท้อนให้เห็นช้ินงานของคนรุ่นใหม่ ที่ถูกผลิต
โดยช่างฝีมือเคร่ืองประดับ ซึ่งมักจะพบการผสมผสานรวมกันของวัสดุที่แปลกประหลาด ตัวอย่างเช่น การ
รวมกันของผ้าขนสัตว์และลูกปัด ยางและเรซิ่น ลูกไม้และเส้นลวด เปเปอร์มาเช่และแก้ว รวมไปถึงไม้และ
พลอยเทียมไม่มีสี
ภาพที่ 2.20 สร้อยคอในรูปแบบทีเ่ รียบงา่ ยจากวสั ดุลกู ปัด
ทมี่ า : https://v-de-lioncourt.livejournal.com/335187.html?thread=3034451
บทท่ี 2 ประวตั คิ วามเป็นมาของเครือ่ งประดบั เทยี ม 30
2.9 การก้าวเข้าสศู่ ตวรรษท่ี 21
สหัสวรรษใหม่แสดงให้เห็นถงึ ความสนใจในการนำเคร่ืองประดับแฟช่ันสไตล์ย้อนยคุ กลับมาทำอีกคร้ัง
ความสวยงามของสร้อยคอประดับจี้และการจับคู่กับต่างหูกลายเป็นความนิยม ซึ่งหวนกลับไปสู่จุดเดิมใน
ศตวรรษท่ี 20 ช้ินงานหลายช้ินที่เป็นเครื่องประดับสไตล์ฝรั่งเศสได้ถูกเสนอให้กับผู้ค้าปลีกแบบตลาดเน้น
จำนวน และมีความสนใจจดจ่อในยุคด้ังเดิมจากการก่อต้ังอันยาวนานของเคร่ืองประดับแฟช่ัน ตัวอย่างเช่น
Ciro และ Fior จากประเทศอังกฤษ และ Kenneth Jay Lane ในประเทศอเมริกา ผู้ก่อต้ัง ร้านขาย
เคร่ืองประดับ Erickson Beamon ทำให้เคร่ืองประดับของพวกเขาสามารถเข้าถึงได้กับผู้คนมากมายโดยการ
สร้างสรรค์การแพร่กระจายต่อผู้ค้าปลีก เช่น Target ในสหรัฐอเมริกา และ Debenhams ในสหราช
อาณาจักร
นวัตกรรมในการผลิตวัสดุใหม่ๆ รวมไปถึงสไตล์ท่ียังปรากฏออกมา เช่น Uli Raap “เคร่ืองประดับส่ิง
ทอ” (Textile Jewelry) ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาจากการหลอมละลายของเส้ือยืดและยาง หรืองานของ German
Company Bless นักออกแบบที่มีภูมิหลังมาจากงานอุตสาหกรรมการออกแบบ เช่น Lara Bohine เธอได้นำ
เทคนิคใหม่ๆ เช่น การนำโปรแกรมที่ช่วยในการเขียนและการออกแบบ (Computer Aided Design) เข้ามาสู่
วงการการออกแบบเครื่องประดับแฟช่ัน (Miller, Judith. 2012)
ภาพที่ 2.21 เครื่องประดับของ Uli Raap ท่ผี ลติ จากวสั ดุยางนีโอพรี(Neoprene)
ทม่ี า : http://www.ulirapp.com
บทท่ี 2 ประวตั ิความเป็นมาของเคร่ืองประดบั เทยี ม 31
งานกิจกรรมอีเว้นเฉกเช่น งานแสดงโชว์ Swarovski Runway Rock (2005), Coutts London
Jewelry Week (2008) และงาน “Jewel for Fashion” การประชุมสัมมนาซ่ึงจัดขึ้นที่มหาวิทยาศิลปะแห่ง
เจนีวาในปี 2008 ให้ความสำคัญต่อการเปล่ียนแปลงอย่างต่อเน่ืองในทัศนคติส่งไปยังเครื่องประดับ คร้ังหนึ่ง
มันเคยตกเป็นรองให้กับเส้ือผ้าในวงการอุตสาหกรรมแฟช่ัน แต่ต้ังแต่นั้นเป็นต้นมาเคร่ืองประดับแฟชั่นกลับ
กลายเป็นสิง่ ท่ีมีอำนาจเหนือกวา่
การค้นพบของว่ิงท่ีมีคุณค่าเพ่ิมขึ้นของเครื่องประดับแฟช่ัน เกิดข้ึนในเวลาใกล้เคียงกันกับสมัยแห่ง
การนำกลับมาใช้ใหม่ (recycling) และการแพร่หลายของภาวะเศรษฐกิจถดถอยไปทั่วโลก ซึ่งผลท่ีเกิดขึ้นคือ
การฟ้นื ฟูและการค้นพบความรู้สึกพอใจต่อความยอ้ นยุค ดงั น้นั แล้วเครื่องประดบั แบบย้อนยคุ จึงไม่เคยไม่เป็น
ทตี อ้ งการอกี เลย
2.9.1 ประเพณีกบั การทำใหผ้ ิดรูปร่าง (Tradition with a twist)
ในปัจจุบันนี้นักออกแบบรุ่นใหม่กำลังทำงานเพ่ือผสมผสานเทคนิคแบบด้ังเดิมโบราณกับเทคโนโลยี
สมัยใหม่ และการผสมผสานอัญมณีย้อนยุคกับวัสดุใหม่ๆเพ่ือผลักดันให้เกิดความเป็นไปได้ของเคร่ืองประดับ
แฟชั่นไปข้างหน้ามากขึ้น ช่างทำเคร่ืองประดับ เช่น Tracy Graham แห่ง Bijoux Heart ใช้วัสดุอย่าง เช่น
อัญมณีปลอมและลูกปัดแก้วมูราโน่ (Murano art glass) เพื่อสร้างสรรค์ช้ินงานอันโอ่อ่า ซึ่งทำขึ้นเพื่อเฉลิม
ฉลองสไตล์แบบย้อนยุคให้กับผู้สวมใส่ในศตวรรษท่ี 21 Lauren Rivaud เป็นบุคคลที่ออกแบบเครื่องประดับ
ให้กับ Vivienne Westwood ตั้งแต่ปีคริสศักราช 1994 เขายังได้ออกแบบชิ้นงานสไตล์โบราณของเขาเอง
ภายใต้ชื่อ “R” ซ่ึงเป็นชิ้นงานประดับด้วยหินมาร์คาไซต์ และแขวนด้วยเหรียญ ไข่มุก องค์ประกอบรูปลักษณ์
เช่น รูปทรงกะโหลกศรีษะนก และการแบ่งระดับลูกปัด เคร่ืองประดับของ R เป็นที่รู้จักโดยทันทีและมีค่าควร
แกก่ ารจดจำ
ภาพที่ 2.22 เคร่ืองประดับ Bijoux Heart
ทมี่ า : https://www.pinterest.com
บทท่ี 2 ประวตั คิ วามเป็นมาของเครือ่ งประดบั เทยี ม 32
ชา่ งทำเครื่องประดับคนอ่ืนๆชอบที่จะผลักดันขอบเขตของช้ินงานเคร่ืองประดับรปู แบบดั้งเดิมโบราณ
สู่การสร้างสรรค์ชิ้นงานร่วมสมัยที่น่าตื่นเต้น นักออกแบบชาวอเมริกัน Phillip Crangi สร้างผลงาน
เครือ่ งประดับหินพลอยเทยี มไม่มสี ีซึง่ มีขนาดใหญ่ถึง 4 เท่า สำหรับ งานเดนิ แฟชั่นโชว์ของ Vera Wang’s Fall
Winter 2008 ขณะท่ีเมืองลอนดอน Mawi ได้เปล่ียนแปลงความคลาสสิก เช่นสร้อยไข่มุกให้กลายเป็นการ
ออกแบบที่มองดูเหมือนสิ่งที่เก่ียวกับอนาคต ลักษณะเช่นไข่มุกกลายเป็นกระสุนปืน และน็อตกลายเป็นสร้อย
แบบเป็นข้อต่อ แรงบันดาลใจจากความหลากหลายจากเครื่องประดับแบบโบราณและพังค์นำไปสู่การ
สร้างสรรคท์ ่เี ป็นเครื่องหมายแสดงคุณภาพของสไตลเ์ คร่อื งประดบั ในศตวรรษที่ 21
2.9.2 การสนับสนุนจากผมู้ ีชอ่ื เสยี ง (Celebrity endorsement)
มันเป็นประเพณีมายาวนานสำหรับเหล่าภรรยาของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ท่ีจะสวมใส่
เคร่ืองประดับแฟช่ันสำหรับงานเป็นทางการ งานโอกาสพิเศษที่จัดขึ้นของสหรัฐอเมริกา สุภาพสตรีหมายเลข
หน่ึง Mamie Eisenhower เป็นตัวอย่างของบุคคลที่สวมใส่ช้ินงานของ Trifari ในงานของสามีของเธอ งาน
เปิดตัวประธานาธิบดี Dwight D. Eisenhower (Inaugular Gala) ในปีคริสศักราช 1953 และอีกครั้งในปี
ครสิ ศักราช 19537
Michella Obama สานต่อประเพณีนี้และมีช่ือเสียงสำหรับการสวมใส่เครื่องประดับที่น่าตื่นเต้นจาก
ชา่ งทำเคร่ืองประดบั แฟชั่นร่วมสมยั เชน่ St. Erasmus Erickson Beamon และ Dana Lorenz เธอยังสวมใส่
เครอื่ งประดับย้อนยุคที่มีช่ือเสียง เข้าร่วมในพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของสามี และได้รับการถ่ายภาพขณะ
สวมใส่เคร่ืองประดับแฟช่ันย้อนยุคท่ีออกแบบโดย Schreiner ท่ามกลางผู้มีช่ือเสียงด้านการผลิตผลงานคน
อ่ืนๆ (Miller, Judith. 2012)
ภาพที่ 2.23 Michella Obama สวมใสเ่ ครือ่ งประดบั แบรนด์ Schreiner
ท่มี า : http://chicagovintageunderground.blogspot.com/2011/04/vintage-sitings-in-news.html
บทท่ี 2 ประวตั ิความเป็นมาของเคร่ืองประดบั เทยี ม 33
Michella Obama ไม่ได้เป็นเพียงผู้มีช่ือเสียงคนเดียวท่ีช่วยให้เคร่ืองประดับแฟช่ันน่าสนใจเพียง
พอที่จะได้รับความสนใจอีกคร้ัง Patricia Field นักออกแบบของซีรีส์โทรทัศน์และภาพยนตร์เร่ือง Sex and
the City เป็นผู้ท่ีเป็นที่รู้จักการผสม ผสานเส้ือผ้าและเคร่ืองประดับแบบย้อนยุคและความร่วมสมัยเข้าไว้
ด้วยกัน ยิ่งไปกว่านั้น ดาราดังของซีรีส์อย่าง Sarah Jessica Parker สานต่อความนิยมน้ีออกมาจากนอกจอ
เม่ือตอนท่ีเธอได้เขา้ ร่วมงานแฟช่ันถ่ายภาพยนตร์ และงานแสดงรอบปฐมทัศน์ภาพยนตร์ และได้รับเกียรติต่อ
การเปน็ แรงบันดาลใจให้กบั บุคคลอ่ืนๆอีกมากใหท้ ำในส่ิงเดียวกนั
2.9.3 ยุคสมยั แหง่ ทางเลอื ก (A range of choice)
เรื่องราวที่เกิดข้ึนคือการทบทวนเรื่องราวของเครื่องประดับแฟช่ัน เป็นการค้นหาซึ่งความต่อเนื่อง
สำหรับวัสดุและไอเดยี ทีใ่ หม่และน่าตืน่ เต้น ถงึ แม้ว่าช้ินงานสมัยใหม่จะทำมาจากสิ่งที่มรี าคาถกู ชิ้นงานที่ดีกว่า
ควรจะสร้างคุณค่าให้เพิ่มข้ึนในอีกหลายปีต่อจากน้ี ให้กลายเป็นการลงทุนท่ีคุ้มค่าในอนาคต คุณภาพของงาน
ศิลปะอันน่าเหลือเชื่อและเทคนิคต่างๆ ที่จะทำให้การสร้างช้ินงานที่น่าอัศจรรย์เหล่านี้ มีความหมายว่า ไม่มี
ใครในวันน้ีจะต้องกังวลเก่ียวกับการสวมใส่เพียงเพราะเปน็ เครื่องประดบั ของเลียนแบบอีกแล้ว ความท้าทายนี้
ปรากฏอยู่ในรูปการเลือกจากขอบเขตความพิเศษของการออกแบบ เพื่อเสนอให้เหมาะสมกับสไตล์และ
รปู ลักษณข์ องแต่ละบคุ คล (Miller, Judith. 2012)
จากประวัติความเป็นมาของเคร่ืองประดับเทียมข้างต้นสามารถวิเคราะห์และสรุปประเด็นสำคัญใน
การเกดิ และปัจจยั ที่มผี ลตอ่ ความนยิ มของเคร่ืองประดบั เทยี ม โดยขอยกตัวอย่างประเด็นดังต่อไปน้ี
1. จำนวนและความหายากของวสั ดุมีค่า
วัสดุมคี ่า ได้แก่ โลหะ อญั มณี ล้วนเปน็ แร่ธรรมชาติทห่ี ายากมีไมเ่ พียงพอต่อความต้องการได้ ถึงแมว้ ่า
ยุคนี้เป็นยุคของการเดินทาง การแสวงหาความรู้ใหม่ๆ แต่ยิ่งรู้มากความต้องการตามความรู้น้ันก็มีมากข้ึน
ทรัพยากรดังกว่าจึงไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ซื้อ เคร่ืองประดับเทียมจึงเกิดขึ้นจากช่องว่างความ
ตอ้ งการทรัพยากรณท์ มี่ ีอยู่ยงั ไมเ่ พียงพอ
2.จากการเปลย่ี นแปลงสภาพทางสังคม
สังคมชนบทหรือสังคมที่เป็นครอบครัวเปล่ียนมาเป็นสังคมอุตสาหกรรม ผู้คนต่างมีความต้องการ
เชน่ เดียวกับชนชั้นสูง ประกอบกับพอ่ คา้ ท่ีร่ำรวยจากการค้าขายมีมากขน้ึ ชนช้นั กลางมีอำนาจมากข้นึ ในสังคม
สมัยนัน้ กลมุ่ คนเหล่าน้มี ีความตอ้ งการยกระดบั ฐานะของตนเองเทยี บเทา่ กบั ชนชั้นสงู เครอ่ื งประดับเทียมหรือ
เคร่อื งประดับเลียนแบบจงึ เปน็ อกี ช่องทางหนึ่งในการตอบสนองความตอ้ งการดังกลา่ ว
ในส่วนของความเป็นสังคมเมือง ผู้คนในสังคมเมืองยากจนมีปริมาณมากข้ึน ทำให้เกิดการโจรกรรม
และฆาตกรรมมากขึ้น จึงนิยมเครื่องประดับเทียมท่ีมีราคาไม่สูงมากนักและยังคงไว้ซึ่งความสวยงาม อีกทั้ง
ยงั ให้ความปลอดภัยตอ่ ทรพั ย์สนิ และชีวิตของประชาชนในสงั คมเมืองด้วย
บทท่ี 2 ประวตั ิความเป็นมาของเครือ่ งประดบั เทยี ม 34
3. เครอื่ งจักรอตุ สาหกรรม
เคร่ืองจักรกลยุคน้ีสามารถผลิตเคร่ืองประดับในจำนวนมาก(mass production) ได้ดียิ่งข้ึน สะดวก
ขึ้น ซ่ึงการหล่อโลหะในสมัยนี้ใช้เทคนิค Sand casting หรือการหล่อท่ีใช้ทรายเป็นเบ้าหล่อ ทำให้การหล่อมี
ประสิทธิภาพมากย่ิงข้ึน การผลิตในจำนวนมากนี้ส่งผลให้เคร่ืองประดับเทียมท่ีมีราคาถูกเป็นที่นิยมของทั้ง
ผู้ผลติ และผซู้ ือ้
4. เกดิ การเลียนแบบเครื่องแตง่ กายของผู้ท่มี ชี อ่ื เสยี ง
ในยุคสมัยน้ัน ผู้คนนิยมแต่งกายหรือมีอัญมณีและเครื่องประดับตามผู้มีช่ือเสียง ผู้มีชื่อเสียงเหล่านี้
เปรียบเสมือนเทรนด์ที่ก่อให้เกิดการลอกเลียนแบบ ไปจนถึงเกิดกระแสแฟช่ันต่าง ๆ เครื่องประดับเทียมเอง
สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ซื้อได้ เนื่องจากสามารถทำเลียนแบบเครื่องประดับท่ีได้รับความนิยม
ออกมาในจำนวนมาก และมรี าคาทไ่ี มแ่ พงเกินไป อกี ท้ังยงั สามารถปรบั เปล่ยี นตามกระแสต่าง ๆไดเ้ ป็นอย่างดี
5. การเปลีย่ นแปลงของกระแสนยิ มอย่างรวดเร็ว
ในยุคสมัยน้ันนักวิทยาศาสตร์มีผลต่อกระแสนิยมท่ีเกิดข้ึนในวงการแฟชั่น การผลติ คิดค้นส่ิงใหม่ การ
ลอกเลียนแบบอัญมณี โดยเฉพาะอัญมณีหายาก ทำให้วงการเครื่องประดับเกิดการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ซึ่ง
รูปแบบที่เป็นที่นิยมของแต่ละช่วงเวลาจึงมีการเปล่ียนแปลงรปู แบบไปตามวสั ดุท่ีส่ิงใหม่ๆท่ีเกิดขึ้น เครื่องประ
เที ย ม จึ ง มี เอ ก ลั ก ษ ณ เด่ น ที่ ส า ม า ร ถ ป รั บ เป ลี่ ย น ต า ม ก ร ะ แ ส ข อ ง แ ฟ ชั่ น ได้ ร ว ด เร็ ว แ ล ะ มี สี สั น ม า ก ก ว่ า
เครอ่ื งประดบั แท้
กิจกรรมท้ายบท
- ให้นิสิตแบ่งกลุ่ม ร่วมกันอภิปรายเอกลักษณ์ของเคร่ืองประดับเทียมในแต่ละยุคสมัย พร้อม
นำเสนอหน้าชัน้ เรยี น
- ให้นิสิตนำความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับยุคสมัยของเครื่องประดับเทียมมาออกแบบผลงานใน
รายวชิ า
บทท่ี 3 แบรนดเ์ ครอ่ื งประดบั เทียม 35
บทที่ 3
แบรนด์เคร่ืองประดบั เทยี ม
3.1 Trifari
Trifari อาจเป็นผู้ผลิตเคร่ืองประดับเทียมที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จักท่ีสุดภายใต้การจัดการของ
นักออกแบบผู้มีพรสวรรค์ Alfred Philippe บริษัทเช้ือสาย Italian-American แห่งนี้ผลิตเครื่องประดับอัน
ประณตี ที่หลากหลายในรปู แบบท่ีล้ำสมัยของชว่ งกลางศตวรรษที่ 20
Gustavo Trifari เกิดท่ีเมือง Naples เร่ิมทำงานเคร่ืองประดับโดยการฝึกฝนงานช่างทองกับปู่ ก่อนจะ
ย้ายจากประเทศอิตาลีสู่ นคร New York City และได้เริ่มทำงานเครื่องประดับเทียม ความสำเร็จของTrifari เกิด
ควบคู่จากคุณภาพของงานและความสนใจของเครื่องประดับที่สำหรับการแสดงละครเพลง (Broadway) ซึ่งงาน
หลายต่อหลายชิ้นของ Trifari ถูกสวมใส่โดยนักแสดงท่ีมีช่ือเสียงในฮอลลีวูด ในปี 1930 Alfred Philippe ก้าว
ข้ึนมาน่ังแท่นเป็นหัวหน้าดีไซเนอร์ และได้นำพาบริษัทสู่จุดสูงสุดด้วยงานออกแบบท่ีเต็มเปี่ยมไปด้วยจินตนาการ
และคณุ ภาพ จนกลายเป็นบริษัทเครื่องประดับเทยี มทใี่ หญ่เปน็ อนั ดับสองของสหรัฐรองจาก Coro
ช่วงสงครามเกิดภาวะคาดแคลนทำให้มีข้อจำกัดในการเลือกใช้โลหะ Trifari จำเป็นต้องใช้เงินสเตอร์ลิง
แทนโลหะที่เคยใช้ตั้งแต่ ปี 1942 ทำให้ราคาเครื่องประดับสูงขึ้นจากเดิมถึงสามเท่า แต่ภาวะดังกล่าวก็ไม่เป็น
อุปสรรคมากนัก หลังส้ินสุดสงคราม Trifari พยายามกลับมาใช้วัสดุท่ีมีราคาถูกกว่าแทน แต่ในตลาดกลับมีความ
ต้องการโลหะเงนิ บริษัทจงึ แกไ้ ขปัญหาโดยการผลิตโลหะผสมพิเศษชนิดใหม่ขนึ้ มาและเรียกว่า Trifanium เพื่อใช้
ในการหล่อชิ้นงานเคร่ืองประดับ โลหะดังกลา่ วสามารถขัดถูตะไบ ขดั เงาและชบุ กอ่ นที่จะประดบั ด้วยอัญมณี
การดีไซน์ที่สำคัญภายใต้แนวทางการออกแบบของ Alfred Philippe ประกอบไปด้วย เข็มกลัดดอกไม้ท่ี
ผสมผสานงานลงยาอีนาเมล แสดงออกถึงความรักชาติอันแสนจะสะดุดตา ซ่ึงรูปแบบสนับสนุนเร่ืองราวความรัก
ชาติภายใต้ภาวะสงคราม ไม่วา่ จะเป็น รูปธงชาติอเมริกา รูปนกอนิ ทรี ซึ่งเคร่อื งประดบั เหล่าน้ีสามารถดึงดูดใจของ
นกั สะสมทม่ี องเห็นถงึ ความสวยงาม คุณภาพเครือ่ งประดบั และความรักชาตไิ ด้
งานออกแบบเครื่องประดับที่ถือเป็นเอกลัษณ์ของ Trifari คงหนีไม่พ้นคลอเลคช่ัน Fruit Salad หรือ
Tutti Fruitti ทเี่ กดิ จากการหลอมแกว้ ออกมาเปน็ รปู ทรงธรรมชาติ ใบไม้ ผลไม้ ซ่ึงได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Tree
of Life ของศิลปะอียิปต์ ทำให้ผู้คนและนักสะสมให้ความสนใจในคอลเลคช่ันนี้ โดยเฉพาะเข็มกลัดรูปผลไม้ขนาด
เล็กทแี่ สดงถึงความใสใ่ จในการสรา้ งงานเครือ่ งประดบั
บทท่ี 3 แบรนดเ์ ครื่องประดบั เทยี ม 36
งานออกแบบเครื่องประดับของ Trifari น้ันจะให้ความสำคัญกับรูปร่างรูปทรงจากธรรมชาติรวมถึงการ
นำเอาแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมต่างๆมาแสดงออกผ่านเครื่องประดับ วัสดุในการสร้างเคร่ืองประดับน้ันมี
หลากหลาย ไม่วา่ จะเป็น อญั มณีเทยี ม ไข่มุกเทยี ม ปะการงั หินสี ขนสัตว์ และคริสตัลซึง่ ถอื ได้ว่าเป็นวสั ดทุ ี่สำคัญ
ต่องานออกแบบของ Trifari ที่ชื่นชอบการฝังคริสตัลด้วยมือ โดยจะฝังลงบนโลหะสีขาวท่ีไม่ได้ชุบ โลหะท่ีไม่ได้ชุบ
น้ันจะแสดงให้เห็นประกายของคริสตัลได้ดี แตกต่างจากโลหะที่ชุบแล้ว เมื่อสวมใส่ความเป็นแวววาวและเป็น
ประกายของครสิ ตัลจะลดลง
ภาพท่ี 3.1 เครอ่ื งประดับแบรนด์ Trifari ที่เน้นการออกแบบจากรปู แบบทางธรรมชาติ
ทีม่ า : https://www.pinterest.com
ภาพท่ี 3.2 เครอ่ื งประดับแบรนด์ Trifari ภายใต้การออกแบบของ Alfred Philippe
ทมี่ า : https://www.pinterest.com
บทท่ี 3 แบรนดเ์ คร่อื งประดบั เทียม 37
3.2 Miriam Haskell
Miriam Haskell เร่ิมต้นด้วยการเป็นนักออกแบบ (Designer) ให้กับแบรนด์ดังอย่าง Coco Chanal
ต่อมาได้ตั้งบริษัทเป็นของตัวเอง และชักชวน Frank Hess มาเป็นหัวหน้านักออกแบบ Miriam Haskell สร้าง
ชื่อเสียงจากการจ้างจิตรกรทม่ี ีความสามารถและเป็นที่รูจ้ ักมาออกแบบเคร่ืองประดับเทยี ม โดยเน้นงานออกแบบท่ี
ให้ความสำคัญกับงานฝีมอื ท่ีคำนึงถึงความประณีต โดดเด่นในสไตล์บาร๊อค และการเลือกใช้วัสดุ ไข่มุก หิน ลูกปัด
อญั มณเี ทียมและครสิ ตลั ทีม่ ีลักษณะใสขาวคล้ายเพชร
เอกลักษณ์ในงานออกแบบของ Miriam Haskell ท่ีสำคัญคือการสร้างงานชิ้นใหญ่(Over Size) ท่ีละเอียด
และการเลือกใช้เฉดสีท่ีน่าสนใจในการออกแบบ แรงบันดาลใจหลักจะเกิดจากการจัดวางธรรมชาติ เช่นดอกไม้
ใบไม้ ผีเส้อื รวมไปถึงการใช้ลายเส้นโบราณในการออกแบบ เน้นการจัดองค์ประกอบแบบสมมาตรและหลักการซ้ำ
ของวัสดุชิ้นเล็กๆ ผลงานขนาดใหญ่ท้ังสร้อยคอ พู่ห้อยและโชคเกอร์ได้รับความนิยมอยา่ งมาก จนเป็นเอกลักษณ์ท่ี
สำคัญตอ่ กล่มุ เพศท่สี ามดว้ ย
Miriam Haskell และFrank Hess ชน่ื ชอบการท่องเท่ียวไปทั่วโลกเพ่ือค้นหาวัสดทุ ่ีดีท่ีสุด ในการนำมาทำ
เครื่องประดับ เช่น แก้วมูราโน่จากประเทศ อิตาลี คริสตัล จากประเทศออสเตเรีย ไข่มุก จากประเทศญ่ีปุ่น ซึ่ง
ไข่มุขญี่ปุ่นน้ีเองสร้างชื่อเสียงให้กับ Miriam Haskell เป็นอย่างมาก แต่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 วัสดุมีอย่าง
จำกัด ทำให้Miriam Haskell หันไปให้ความสนใจกับวสั ดุจำพวก ไม้ เรซนิ และพลาสติกในการทำเคร่อื งประดับ
ภาพท่ี 3.3 เครอื่ งประดับแบรนด์ Miriam Haskell
ท่ีมา : https://www.pinterest.com
บทท่ี 3 แบรนดเ์ คร่ืองประดบั เทียม 38
3.3 Eisenberg
แบรนด์ไอเซนเบิร์ก เป็นหน่ึงในแบรนด์ที่มีชื่อเสียงของวงการเคร่ืองประดับเทียม อันเป็นผลมาจากความ
ยอดเยย่ี มของชา่ งฝมี อื และความสวยงามจากคริสตัลจากสวารอฟสกี้ทเ่ี ลือกใช้ในงานออกแบบ
ไอเซนเบิร์กเร่ิมต้นด้วยการทำเสื้อผ้าในประเทศอเมริกา ต่อมาได้ออกแบบเข็มกลัดที่เย็บติดกับเสื้อผ้า ซ่ึง
ผู้คนให้ความสนใจและขายดีมากตามร้านค้าในอเมริกา การจัดวางเคร่ืองประดับนั้นสร้างความแปลกใหม่ มีผู้คน
จำนวนไม่น้อยตอ้ งการซื้อเข็มกลัดแยกกบั เส้ือผ้าจนมกี ารขโมยเข็มกลดั เกิดขึ้น ไอเซนเบิร์กจึงเริ่มผลิตเขม็ กลัดแยก
ออกมา ต่อยอดไปจนถงึ การสรา้ งสรอ้ ยคอ สรอ้ ยขอ้ มือ ตา่ งหูและแหวน จนเข้าสู่การผลิตเครื่องประดบั แบบเตม็ ตวั
ในช่วงแรกของการผลิตเคร่ืองประดับของไอเซนเบิร์กน้ันเปิดกว้าง การออกแบบใช้รูปทรงอิสระ เส้นโค้ง
และการจัดวางแบบไม่สมมาตร โลหะพื้นฐานถูกจำกัดในช่วงสงครามโลก ไอเซนเบิร์กจึงเลือกใช้เงินสเตอรฺลิ่งท่ี
สามารถสรา้ งรายละเอียดได้มาก และหินสที ่ีให้ความร้สู ึกม่ันคง แต่ชุดเครือ่ งประดับทส่ี ร้างชื่อให้กับไอเซนเบิร์กคง
หนีไม่พ้น ไอเซนเบิร์กไอซ์ (Eisenberg Ice) ท่ีมีเอกลักษณ์ดังคำโฆษณาวา่ “เครอื่ งประดับแห่งอนาคต ต้องสะอาด
และดูแพรวพราวดั่งเช่นยามภูเขาน้ำแข็งต้องแสง” โลหะสีขาวและคริสตัลสีขาวใสเป็นส่วนสำคัญในออกแบบ ซ่ึง
เลือกใช้วัสดุคริสตัลและหินจากสวาลอฟสก้ีเป็นวัสดุหลัก ในช่วงเวลานั้นสวาลอฟสก้ีสามารถทำให้หินมีเหลี่ยม
เจียระไนที่สวยงามเหมือนเพชรหรือพลอยได้ ทำให้ชุดเคร่ืองประดับดังกล่าวเป็นชุดที่โดนเด่นจากประกายความ
แวววาวเป็นพเิ ศษจากคริสตลั
ตอ่ มาการออกแบบเรมิ่ มกี ารปรับเปลี่ยนวัสดทุ ี่มสี สี ันเพม่ิ มากขนึ้ แต่ยังคงเอกลักษณ์ความใสเอาไว้ อัญมณี
จำพวกอความารีน โทแพส ซิทริน ควอส และคริสตัลหลากหลายเฉดสีเป็นส่วนเสริมในการออกแบบยุคหลัง เข็ม
กลัดยังคงเป็นชิ้นงานที่โดดเด่นของไอเซนเบิร์ก โดยใช้แรงบันดาลใจจากเทพนิยาย ธรรมชาติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น
นางเงอื ก นักบลั เล่ ตัวละครจากนิยายเรอ่ื ง Puss in Boots และสตั ว์น่าๆชนดิ ถูกหยิบมาใช้ในการออกแบบ
บทท่ี 3 แบรนดเ์ ครื่องประดบั เทยี ม 39
ภาพที่ 3.4 เครื่องประดับของ Eisenberg ในคอลเลกชน่ั Eisenberg Ice
ท่มี า : http://www.aussiebeader.com
ภาพที่ 3.5 เขม็ กลัดคอลเลคชนั่ Eisenberg Ice
ทม่ี า : https://www.pinterest.com
บทท่ี 3 แบรนดเ์ ครือ่ งประดบั เทียม 40
3.4 Christian Dior
หลังจากช่วงสงครามโลกครง้ั ทีส่ องแบรนด์ Dior ถูกก่อตั้งขนึ้ โดยคริสเตียน ดิออร์ ซึ่งได้สรา้ งปรากฏการณ์
ให้แก่วงการแฟชั่นเป็นอย่างมาก แนวความคิดท่ีว่า "The New look" ซ่ึงแนวความคิดในคร้ังน้ีได้แสดงออกผ่าน
คอลเลคช่ันซ่ึงจะเน้นไปถึงการออกแบบเส้ือผ้าท่ีหรูหราฟู่ฟ่ากับกระโปรงฟูบาน ทำให้ผู้หญิงรู้สึกสดช่ืนเหมือน
ดอกไม้ เน้นความเป็นสตรีเพศ ด้วยโครงร่างเงาแบบนาฬกิ าทราย ไหลเ่ ล็กลู่ เอวคอด สะโพกกลม การใช้ผา้ กว่า 20
เมตร สำหรับกระโปรงบานเพียง 1 ตัว ซึ่งขัดแย้งกับการแต่งกายแนวประหยัดในช่วงสงคราม แต่กลับเป็นท่ีนิยม
กนั อย่างกวา้ งขวาง อาจเพราะสไตล์นิวลุคเป็นเสมือนจุดเปลี่ยน แสดงการก้าวข้ามสูส่ ิ่งท่ีดกี วา่ หลังสงคราม ผลงาน
ชดุ น้ีสร้างช่ือให้แก่ดิออร์เป็นอย่างมาก อีกท้ังยงั ส่งผลให้ประเทศฝรั่งเศสเริ่มฟ้ืนบทบาทมาเปน็ เมืองแห่งแฟชั่นของ
โลกอกี ด้วย
เครื่องประดับของดิออร์ได้รบั แรงบนั ดาลใจมากจากรปู แบบในประวัตศิ าสตร์ แต่ปรับเปลี่ยนให้สัมผัสไดถ้ ึง
ความทันสมัย การจัดวางหินสีในองค์ประกอบที่แปลกไปจากเดิม การเลือกใช้รูปทรงและสีท่ีประดิษฐ์ขึ้น ทำให้
ช้ินงานดูมีความสวยงามและน่าสนใจ ดิออร์ได้พัฒนาเฉดสีของอัญมณีเทียมร่วมกับสวาลอฟสก้ี ทำให้เกิดอัญมณี
เทียมท่ีเรยี กว่าออโรรา บอเรลลีส (Aurora Borealis) จนเปน็ ท่นี ยิ มและมกี ารใช้ออกแบบอย่างแพร่หลาย
แนวทางการออกแบบของดิออร์เกิดจากความสนใจความงามในธรรมชาติเป็นหลัก ไม่วา่ จะเป็นความงาม
ในชนบท สวนดอกไม้หรือหุบเขาลิลลี่ ท่ีต่อมาเป็นเอกลักษณ์ท่ีสำคัญของแบรนด์ โดยทุกๆแฟช่ันโชว์ นางแบบ
จะต้องใส่เคร่ืองแต่งกายเป็นดอกไม้ รูปแบบเครื่องประดับอื่นก็มีความน่าสนใจเช่นเดียวกัน โดยดิออร์เลือกใช้แรง
บันดาลใจจากส่ิงแปลกใหม่ในบางคลอเล็กชั่น ไม่ว่าจะเป็นคณะละครสัตว์ ยูนิคอร์น สัตว์น้ำ กุ้ง ปลาหมึก ปลา
โดยผลงานเครอื่ งประดบั ทุกชิ้นจะมีลายเซ็นท์และการลงวนั ท่ีไว้อย่างชดั เจน
ภาพท่ี 3.6 เข็มกลัดรปู ทรงกุ้งของแบรนด์ Dior
ท่ีมา : https://www.1stdibs.com
บทท่ี 3 แบรนดเ์ คร่อื งประดบั เทยี ม 41
ภาพท่ี 3.7 เคร่อื งประดับแบรนด์ Dior ที่ผลิตจากอญั มณีเทียม Aurora Borealis
ทม่ี า : https://www.rubylane.com
ภาพท่ี 3.8 ต่างหูจากแบรนด์ Dior ท่ผี ลติ จากคริสตัล
ท่มี า : https://www.rubylane.com
บทท่ี 3 แบรนดเ์ คร่ืองประดบั เทยี ม 42
3.5 Marcel Boucher
Marcel Boucher เป็นที่รู้จักกนั ดีในฐานะเครื่องประดับประเภทคอสตูมจิวเวลรี่ (Costume Jewelry) ที่
ดีทส่ี ดุ ในศตวรรษท่ื 20 Marcel Boucher เริ่มจากการฝึกงานกบั Cartier เปน็ ช่างทำโมเดล ต่อมาเขารับงานอสิ ระ
และเริ่มออกแบบเคร่ืองประดับท่ีเป็นสไตล์ของตัวเอง ก่อนจะเปิดบริษัทชื่อ Boucer et Cie ซึ่งต่อมาคือ Marcel
Boucher
บริษัทของเขาได้รับชื่อเสียงจากผลิตท่ีมีมาตรฐานคุณภาพที่ดี สามารถสร้างผลงานท่ีมีความซับซ้อน และ
การใช้พลอยสังเคราะห์ท่ีเหมาะสม เฉดสีและรูปแบบการเจียระไนท่ีให้ความรู้สึกเหมือนกับอัญมณีจริงมากท่ีสุด
การใช้ไข่มุกเทียมที่มีคุณภาพดีที่สุด และการลงยา (Enamel)ท่ีใสจนเกือบจะโปร่งแสง คุณภาพการสร้างงาน
เคร่ืองประดับเหลา่ น้ีทำให้เครื่องประดับของ Marcel Boucher น้นั เป็นท่นี ยิ มอย่างมาก
รูปแบบเครื่องประดับของ Marcel Boucher แตกต่างจากเคร่ืองประดับท่ัวไปในสมัยน้ัน การออกแบบ
เข็มกลัดที่เป็นรูปสัตว์มักได้รับความนิยม เช่นผลงานชุด Bird of Paradise และPraying Mantises ส่วนผลงานท่ี
ใชแ้ รงบันดาลใจจากดอกไม้นัน้ ทำให้ผู้คนต่นื ตาต่ืนใจกับกลไกการปรับเปลย่ี นรูปแบบของเครือ่ งประดบั เช่นในชุด
ผลงาน Night and Day ท่ีสามารถเปิดปิดกลีบดอกไม้ออกมาได้ เอกลักษณ์ในเร่ืองกลไกน้ีเองทำให้ผลงานของ
Marcel Boucher เป็นที่ต้องการอย่างมากในท้องตลาด มีผลงานท่ีสามารถปรับเปลี่ยนได้อีกหลายช้ินถูกผลิต
ตามมา ไม่ว่าจะเป็น เข็มกลัดตัวตลก เข็มกลัดลูกแมวและเข็มกลัดนกกระทุง ท่ีมีปล้องตรงจะงอยปากซ่ึงสามารถ
เปดิ ปากเพอ่ื จบั ปลาได้
Marcel Boucher มีลักษณะของงานเคร่ืองประดับที่ดูสวยงาม คลาสสิค จนมีความคล้ายงาน
เคร่ืองประดบั จริง (Fine Jewelry) มาตรฐานในด้านวัสดุและการออกแบบทำให้สินคา้ เคร่ืองประดับภายใต้แบรนด์
Marcel Boucher มีคุณค่ามาก ถึงแม้จะเลือกใช้ทองเหลือง พลอยท่ีเจียระไนแบบหลังเบี้ย หินมีค่าที่ไม่ได้
เจียระไนหรือพลอยสังเคราะห์ เครื่องประดับของ Marcel Boucher ก็ยังน่าสนใจและดูผิดแปลกไปจากเดิม โดย
เน้นการออกแบบและจัดเรียงอัญมณีอย่างสวยงาม เป็นเอกลักษณ์ในการสร้างสรรค์งานเครื่องประดับท่ีน่าต่ืนตา
ตื่นใจแกผ่ ้พู บเหน็ เป็นอยา่ งมาก
บทท่ี 3 แบรนดเ์ ครอ่ื งประดบั เทยี ม 43
ภาพท่ี 3.9 ผลงานเครอ่ื งประดบั จากแบรนด์ Marcel Boucher คอลเลกชัน่ Bird of Paradise
ทีม่ า : https://www.rubylane.com
ภาพท่ี 3.10 ผลงานเคร่ืองประดบั จากแบรนด์ Marcel Boucher คอลเลกชัน่ Night and Day
ที่มา : https://www.rubylane.com
บทท่ี 3 แบรนดเ์ คร่อื งประดบั เทยี ม 44
3.6 Elsa Schiaparelli
Elsa Schiaparelli ผู้เป็นคแู่ ขง่ ตลอดกาลของดไี ซเนอร์ในตำนาน Coco Chanel แม้พวกเราที่เกิดในยุคนี้
อาจไมเ่ คยไดย้ ินชื่อของเธอมากอ่ น แต่ในช่วงรุง่ โรจน์ท่ีสุดของเอลซา ผลงานของเธอเปน็ ท่ีนยิ มมากกว่าชาแนล โดย
เอกลักษณ์ที่โดดเด่นจนทำให้ผลงานของ Elsa Schiaparelli เป็นที่นิยม เกิดเนื่องจากผู้คนในยุคสงครามโหยหา
ดีไซน์ท่ีสุดโต่ง ซุกซนและสนกุ สนาน ซึ่งสามารถแต่งแต้มสีสันให้กับช่วงเวลาอันหม่นมดื ในขณะเดยี วกนั น้ันเอลซ่า
ใช้ชีวิตอยู่ในช่วงท่ีศิลปะเซอร์เรียลลิสม์เจริญถึงขีดสุด ดังนั้นผลงานของเธอจึงรับอิทธิพลจากศิลปะแขนงดังกล่าว
อกี ท้ังเธอยังจับร่วมมือกับเพ่ือนศิลปินเซอร์เรียลลิสม์ออกแบบเครื่องแต่งกายดีไซน์หลุดโลกหลายต่อหลายชุดด้วย
ทำให้ผูค้ นตืน่ ตาตืน่ ใจและเกิดแรงบันดาลใจใหม่ๆในโลกแฟชัน่ ส่วนอีกหนึ่งเอกลกั ษณ์ของ Elsa Schiaparelli คือ
การใช้โทนสีชมพูที่โดดเดน่ มาก จนมชี ือ่ เลน่ วา่ ‘Schiaparelli Pink’
ภาพที่ 3.11 The Lobster Dress จากการรว่ มมอื กนั ของเอลซากบั ซลั บาดอร์ ดาลี
ท่มี า: https://thematter.co/life/elsa-schiaparelli-surrealism-designer/35553
Schiaparelli ได้สร้างผลงานแปลกประหลาดให้แก่วงการเครื่องประดับ การหยิบเอาสีชมพูที่ไม่ใช่เฉดสี
ชมพู่จริงๆ ในชุดเครื่องประดับท่ีช่ือว่า ช็อคก้ิงพิ้งค์ (shocking pink) กลายเป็นเอกลักษณ์เคร่ืองประดับของ
Schiaparelli โดยมีการใช้สีส้ม น้ำตาลและแดงผสมผสานในคอลเลคช่ันดังกล่าวด้วย รูปแบบเครื่องประดับที่
ออกแบบจะมีลักษณะเกินจริง ซึ่งส่วนใหญ่งานจะได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น รูปป้ันของ
บทท่ี 3 แบรนดเ์ ครือ่ งประดบั เทยี ม 45
แอฟริกา รอยสัก ผีเส้ือ เครื่องดนตรี ตัวละครสัตว์และส่ิงมีชีวิตต่างๆ วัสดุท่ีใช้สร้างผลงานส่วนใหญ่ทำจาก
พลาสตกิ คริสตัลผสมกับวัสดุอ่ืนๆทห่ี ลากหลาย ทำให้ผลงานเกิดความน่าสนใจจากความแปลกและแตกต่างในการ
เลือกเอารูปแบบและวัสดุมานำเสนอ ในช่วงหลังนั้นเครื่องประดับของ Schiaparelli เร่ิมก้าวเข้าสู่แนวทางของ
เครือ่ งประดบั ร่วมสมยั (Contemporary Jewelry) (Miller, Judith. 2012)
ภาพท่ี 3.12 ผลงานเคร่ืองประดับจากแบรนด์ Elsa Schiaparelli ในการจัดโทนสีแบบชอ็ คก้ิงพ้ิงค์(shocking
pink)
ทม่ี า : https://www.pinterest.com
ภาพท่ี 3.13 ผลงานเคร่ืองประดบั จากแบรนด์ Elsa Schiaparelli
ทมี่ า : https://www.pinterest.com
บทท่ี 3 แบรนดเ์ คร่อื งประดบั เทยี ม 46
3.7 Coro
Coro เป็นบริษัทเคร่ืองประดับเทียมที่มีการผลิตที่ใหญ่ท่ีสุด โดยบริษัทมีชื่อมาจาก Cohn และ
Rosenberger โดยมีการออกแบบและการตลาดรูปแบบเชิงอุตสาหกรรม จึงทำให้ผลงานเคร่ืองประดับเทียมของ
Coro มีอยู่เป็นจำนวนมาก และมีการออกแบบท่ีหลากหลายตามกระแสแฟช่ัน โดยในยุค 1940 นี้ Coro ได้เข้า
ร่วมโครงการต่างๆ ของนักออกแบบเคร่ืองประดับจึงทำให้ธุรกิจเครื่องประดับเทียมของ Coro ยิ่งมีความเข้มแข็ง
และนำเสนอการออกแบบตา่ งๆ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
เครื่องประดับที่ถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์และสร้างช่ือเสียงให้แก่ Coro คือ คลิปในคลอเล็คช่ัน “Coro
Duette” มีการจัดวางพลอยส่ีเหล่ียมท่ีสวยงามและลงตัว กลายเป็นสินค้าแฟชั่นท่ีมีความนิยมนำมาใช้กับชุดเดรส
ต่อมาได้พัฒนางานชุดดังกล่าวให้มีรูปแบบที่น่าต่ืนตาต่ืนใจมากขึ้น โดยใช้แรงบันดาลใจจาก ธรรมชาติ ดอกไม้
สัตว์ ภูตจิ ากเทพนิยาย ซ่ึงตกแต่งด้วยพลอยสังเคราะห์และแก้วคริสตัล คอลเลคชัน่ น้ีได้รับความนิยมอย่างมาก ซึ่ง
ตอ่ มาหลายบริษัทเรมิ่ เอารปู แบบงานของ Coro ไปผลติ ในรูปแบบของตัวเองอย่างแพร่หลาย
ภาพที่ 3.14 คลปิ จากแบรนด์ Coro ในคลอเล็คชน่ั “Coro Duette”
ทีม่ า : https://www.bctreasuretrove.com/product/vintage-jewelry/jewelry-designer-
signed/coro-duette-quivering-camellia-separable-brooch-vintage-1938/?v=5b79c40fa7c2
บทท่ี 3 แบรนดเ์ ครื่องประดบั เทยี ม 47
3.8 Hattie Carnegie
Hattie Carnegie เป็นคนเร่ิมต้นอาณาจักรแฟชั่น มีผลงานที่น่าสนใจและประสบความสำเร็จมากมาย
เธอเกิดในกรงุ เวียนนา ประเทศออสเตรีย ในปี ค.ศ.1886 และได้ย้ายมาอย่กู ับครอบครัวท่ีอเมริกา โดยเริม่ แรกเธอ
ทำงานเป็นผู้ช่วยช่างทำหมวกในนิวยอร์ก จากนั้นได้เปิดร้านขายหมวกและเครื่องประดับท่ีเป็นของเธอเอง จน
บริษัทของเธอประสบความสำเร็จ ทำให้เร่ิมก่อต้ังธุรกิจเครื่องประดับอย่างจริงจัง โดยใช้ชื่อว่า “Hattie
Carnegie” ก่อตง้ั ในปี 1918
Hattie Carnegie เป็นดีไซน์เนอท่ีมีความคิดสร้างสรรค์และมีการปรับปรุงเปล่ียนแปลงตนเอง
ตลอดเวลา เธอเร่ิมต้นการออกแบบเคร่ืองประดับ โดยการนำรูปใบหน้าของคนและสัตว์ ซ่ึงในปัจจุบันมีราคาสูง
และเป็นท่ีต้องการอย่างมาก ต่อมาเธอสร้างช่ือเสียงระดับโลกจากการออกแบบเคร่ืองประดับที่เก่ียวกับผู้หญิง ดา
ราฮอลลีวู้ดมากมายนิยมสวมใสผ่ ลงานสร้างสรรค์ของเธอ
ภาพท่ี 3.15 เข็มกลัด Hattie Carnegie Enameled Mermaid ในปี ค.ศ. 1960
ทม่ี า: https://www.rubylane.com.
ผลงานท่ีน่าในสนอีกคลอเลคชั่นของ Hattie Carnegie คือ ผลงานเครื่องประดับที่สร้างสรรค์โดยใช้
ลวดลายดอกไม้ ผลไม้ รูปร่างของแมลงและสัตว์ ในช่ือ “Trembling” ซ่ึงแปลว่าการสั่นไหว โดยมีรูปร่างเป็น
ผีเสื้อและดอกไม้วางอยู่บนสปริงที่สามารถสั่นและเคล่ือนไหวได้ วัสดุท่ีนำมาใช้ผลิตคือ แก้ว ไข่มุก พลอย ลูกปัด
และทำการชุบดว้ ยเงนิ หรอื ทอง ซ่ึงทำใหด้ ทู ันสมัยมากข้นึ
บทท่ี 3 แบรนดเ์ คร่ืองประดบั เทยี ม 48
3.9 Tiffany & Co.
นักออกแบบเครื่องประดับชื่อ Charles Lewis Tiffany อยู่ในช่วงปี ค.ศ.1812-1902 หรือรู้จักโดยท่ัวไป
ในนามเคร่ืองประดับของบริษัทช่ือ Tiffany & Co. นอกจากเครื่องประดับท่ีมีชื่อเสียงแล้วครอบครัวของ Tiffany
ยังผลิตส่ิงของซึ่งผลิตจากโลหะท่ีมีช่ือเสียงอีกรูปแบบหนึ่งโดยนาย Louis Comfort Tiffany ท่ีมีการผลิตและ
รปู แบบการออกแบบท่ีไมเ่ หมือนใคร โดยการสร้างพ้ืนผิวด้วยการทุบเคาะ แต่มีโครงสร้างการออกแบบของอาร์ตนู
โว ทำให้ครอบครัว Tiffany ยงิ่ มีชือ่ เสยี งมากยิง่ ข้ึน
การออกแบบเคร่ืองประดับของ Tiffany มีลักษณะทางโครงสร้างแบบอาร์ตนูโว และการออกแบบอื่นๆ
ร่วมสมัย แต่มีการผลิตเครื่องประดับด้วยวิธีเชิงอุตสาหกรรม ซึ่งให้ความประณีต มีคุณภาพสวยงามไมแ่ พ้งานฝีมือ
มีการออกแบบร่วมสมัยท่ีอยู่ระหว่างอาร์ตนูโวกับอาร์ตเดโค จึงกลายเป็นเคร่ืองประดับอันมีค่าที่มีเอกลักษณ์การ
ออกแบบเฉพาะของ Tiffany โดยเฉพาะการออกแบบเครอ่ื งประดบั กลุ่มดอกไม้ ที่มีการนำอัญมณีมาออกแบบเป็น
ลักษณะกลุ่มก้อน หรือเป็นการทดแทนสีและรูปทรงวัตถุแทนความงามแต่ละเม็ดของอญั มณี จัดเป็นการออกแบบ
เคร่ืองประดับท่ีมีรสนิยมดี สวยงามร่วมสมัย การออกแบบเครอ่ื งประดับของ Tiffany จึงมีต้ังแต่รูปแบบที่เป็นงาน
ฝีมือจนถึงรูปแบบสมัยใหม่ ในปัจจุบัน Tiffany & Co. ถือได้ว่าเป็นบริษัททำเครื่องประดับเทียมที่มียอดขายเป้น
อันดบั 1 ของโลก (baanjomyut, 2559)
ภาพที่ 3.16 เครื่องประดบั Tiffany & Co. จากคลอเล็คชนั่ “Tiffany Victoria”
ทมี่ า : https://www.tiffany.com.
บทท่ี 3 แบรนดเ์ ครอ่ื งประดบั เทียม 49
3.10 Swarovski
สวารอฟสก้ี (Swarovski) คือ หน่ึงในผู้ผลิตแก้วคริสตัลรายใหญ่ของโลกจากออสเตรียที่สร้างรายได้ต่อปี
กว่า 2.3 พันล้านยูโร แบรนด์ดังกล่าวก่อต้ังโดย แดเนียล สวารอฟสกี้ (Daniel Swarovski) ผู้เป็นเจ้าของ
จินตนาการในการสร้างสรรค์คริสตัลสู่ผลิตภัณฑ์ท่ีหลากหลาย โดยแรกเร่ิมได้นำคริสตัลไปทำเป็นเหมือน
เคร่ืองประดับซึ่งเม่ือปักเข้ากับชุดกลางคืนเพื่อให้ชุดหรูหราสวยงามและมีอะไรมากข้ึน ต่อมาก็ได้เข้าไปมีบทบาท
และกลายมาเป็นผู้นำในวงการเลนส์ที่ต้องการความแม่นยำสูงอย่างกล้องจุลทรรศน์ หรือกล้องส่องทางไกล ภาย
ใต้ชือ 'Habicht' แต่สวารอฟสก้ีก็ไม่ได้หยุดแค่นั้น คริสตัลเจียระไนชั้นดีของสวารอฟสก้ียังโด่งดังไปท่ัวยุโรป
โดยเฉพาะในหมู่ราชวงศ์ในฐานะเป็นส่วนประกอบสำคัญในการทำแชนเดอเลยี ร์ประดับประสาทของราชวงศ์ยโุ รป
หลายแห่ง ในโรงละครโอเปร่า และพิพิธภัณฑ์ใหญ่ๆ โดยนอกเหนือจากการเป็นเคร่ืองประดับเลอค่าแล้ว คริสตัล
สวารอฟสกี้ยังถูกนำไปใช้กับงานสถาปัตยกรรม ของตกแต่ง โคมไฟ รวมท้ังเครือ่ งแต่งกาย อีกทั้งสวารอฟสกี้ยังได้
เปิด Swarovski Kristallwelten หรือสวารอฟก้ี คริสตัล เวิลด์ พิพิธภัณฑ์จัดแสดงคริสตัลซ่ึงสร้างขึ้นเพ่ือเป็น
สัญลักษณ์ของการฉลองครบรอบ 100 ปีของบรษิ ัท และยังเป็นการแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าสวารอฟสก้ีเป็นได้
มากกว่าเครอ่ื งประดับหรืองานฝีมือสำหรับตั้งโชว์ แต่ยังเป็นส่วนหน่ึงของชีวิตและวัฒนธรรมของคนในท้องถิ่น จึง
นบั เป็นการเปล่ียนแปลงคร้ังสำคัญของสวารอฟสกี้ จากแบรนด์ท่ีมงุ่ แต่ธุรกิจเพียงอย่างเดยี วมาเป็นแบรนดท์ ่ีเข้าถึง
กลุ่มลูกค้ามากขน้ึ ด้วยการนำเสนอผลงานอนั เกิดจากแรงบันดาลใจท่ีได้มาจากครสิ ตัล ทั้งในรูปแบบของการแสดง
ดนตรี หรือวิทยาศาสตร์ ท้ังน้ีก็เพ่ือให้ลูกค้าของสวารอฟสก้ีได้มีประสบการณ์ในการสัมผัสความหรูหราท่ีเข้าถึงได้
ไปพรอ้ มๆ กับการกระตนุ้ การซอ้ื จากลกู ค้าท่ีสามารถเลอื กซื้อคอลเลก็ ชนั่ ท่มี ีอยู่ในพิพิธภณั ฑ์ไดโ้ ดยตรง
ภาพที่ 3.17 คริสตลั เวลิ ด์ (Crytal World) พิพธิ ภนั ณง์ านศิลปะมลั ติมเี ดยี ของ สวารอฟสก้ี
ทมี่ า : https://www.thairath.co.th/content/343281
บทท่ี 3 แบรนดเ์ ครื่องประดบั เทียม 50
คริสตัล หรือ “แก้วผลึก” เป็นวัสดุท่ีหลอมขึ้นจากแก้ว โดยมีสารประกอบของซิลิกาและสารผสมของ
ตะกั่วออกไซด์มากกว่าร้อยละ 24 ทำให้มีค่าดชั นีหักเหสูงกว่าแก้วท่ัวไป ด้วยกระบวนการหลอมให้เป็นของเหลวท่ี
อุณหภูมิสูงและทำให้เปลี่ยนสภาพเป็นของแข็งเมื่อเย็นตัวลงโดยไม่ตกผลึก ทำให้ได้เนื้อโปร่งใส ประกายแวววาว
สวยงาม เม่ือผ่านการตกแต่งด้วยการตัด เจียระไน และแกะสลักเป็นลวดลายต่างๆ ด้วยการผลิตท่ีซับซ้อน ผนวก
กบั ความละเอียดประณีตแบบงานเจียระไน ทำให้คริสตัลมีราคาสูงต่างจากวัสดุแก้วทั่วไป และสามารถสรา้ งมูลค่า
ในตลาดสินค้าได้ดีท้ังในตลาดเคร่ืองประดับ รวมถึงในอุตสาหกรรมการผลิตหลอดโทรทัศน์และหลอดนีออน
เน่อื งจากคุณสมบตั ิในการต้านทานไฟฟา้ (TCDC, 2012)
ภาพท่ี 3.18 เคร่ืองประดบั Swarovski
ทมี่ า : https://www.swarovski.com
กจิ กรรมท้ายบท
- ใหน้ สิ ิตแบง่ กลุม่ และร่วมกนั อภิปรายเอกลกั ษณ์ความแตกต่างของเคร่ืองประดบั เทยี มในแต่ละแบรนด์
- ให้นิสิตนำความรคู้ วามเข้าใจเกี่ยวกับแบรนด์ของเคร่ืองประดบั เทียมมาออกแบบผลงานในรายวชิ า
บทท่ี 4 การออกแบบเครื่องประดบั 51
บทที่ 4
การออกแบบเคร่ืองประดับ
4.1 การออกแบบ
การออกแบบ คือ กระบวนการทำงานอย่างสร้างสรรค์ของมนุษย์ โดยมีทัศนธาตุและหลักทางทัศนศิลป์
เป็นองค์ประกอบ โดยใช้หลักการจัดองค์ประกอบเป็นแนวทางในการจัดวางรูปแบบอย่างมีจุดมุ่งหมาย ทำให้เกิด
รูปแบบใหม่ๆ ในการสร้างสรรค์ตามข้ันตอนในการทำงาน ท่ีจะต้องคำนึงถึงการจัดส่วนประกอบต่างๆ ในการ
ออกแบบ ให้มีความงามสัมพันธ์กับประโยชน์ใช้สอยทางด้านวัสดุ และการผลิตผลงาน ทั้งน้ีเพ่ือสนองตอบความ
ต้องการของตนเองและคนในสังคม (วรรณรัตน์ ตั้งเจริญ, 2526) นอกจากน้ีงานออกแบบยังเป็นการแสดงออกซ่ึง
ความคิด ความงาม ที่สัมพันธ์ระหว่างความต้องการของตนเอง ความต้องการของผู้อื่น และสภาพแวดล้อมที่
แสดงออกถงึ วัฒนธรรมและพฤตกิ รรมของคนในสงั คม อันประกอบดว้ ยหลัก 2 ประการ คอื
1. เพ่ือประโยชน์ใช้สอย เน้นการออกแบบที่สามารถใช้ได้ในชีวติ ประจำวนั และความต้องการของผู้ใช้ ด้วย
กรรมวิธี เทคนิคหรือเทคโนโลยีท่ีถ่ายทอดผ่านงานออกแบบอย่างเหมาะสม เพ่ือให้งานออกแบบตอบสนองความ
ต้องการของผคู้ นแต่ละกลุ่มได้อยา่ งลงตัว
2. เพื่อตอบสนองความงาม ความรู้สึกประทับใจหรือสิ่งที่สื่อให้ผู้อ่ืนรับรู้ที่กำหนดขึ้นโดยผู้ออกแบบ
เนื้อหาอาจเป็นเรื่องราวทางสังคม ส่ิงแวดล้อม ความรู้สึกประทับใจต่อสิ่งต่าง ๆ ตลอดจนความเชื่อทางสังคมและ
ศาสนา สามารถสื่อความหมายหรือบอกเล่าเรื่องราวถึงความงามในเน้ือหาอย่างง่ายหรือซับซ้อม เช่น งาน
ศิลปกรรมไทยทุกแขนงท่ีผู้สร้างสรรค์ผลงานได้แฝงความคิด คติธรรม ถ้าได้ศึกษาและเข้าใจก็จะทำให้สามารถ
เข้าใจวิถชี วี ติ ของคนไทยไดเ้ ป็นอยา่ งดี
ในส่วนของการออกแบบเครื่องประดับนั้น รุธ นิโวลา (Ruth Nivola) ได้กล่าวถึงการออกแบบ
เคร่ืองประดับไว้ว่า “การออกแบบเคร่ืองประดับ เป็นการทำสิ่งที่สวยงามด้วยตนเอง แม้จะทำจากวัสดุที่ไม่มีราคา
ยงั ดีกวา่ เพชรท่ีออกแบบอย่างมีรสนิยมต่ำ” ทำให้เห็นว่าการออกแบบเคร่อื งประดับน้ัน มีความจำเป็นทจี่ ะคำนงึ ถึง
ท้ังความงามและประโยชนใ์ ชส้ อยควบคู่ในการออกแบบดว้ ย(วรรณรัตน์ ต้ังเจรญิ , 2526)
การออกแบบเครื่องประดับน้ันจะต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์ของหลากหลายปัจจัยมาประกอบกันจนเป็น
เอกภาพของเครื่องประดับ แม้จะใช้วัสดุที่แตกต่างกันก็จะไม่รู้สึกแบ่งแยกหรือกระจัดกระจาย ให้ความรู้สึก
กลมกลืนกันระหว่างความงามและประโยชน์ใช้สอย งานออกแบบท่ีดีจำเป็นจะต้องเกิดจากแรงผลักดันทาง
บทท่ี 4 การออกแบบเครอื่ งประดบั 52
ความคิดและจินตนาการของนักออกแบบหรือท่ีเรียกว่า “แรงบันดาลใจ” เป็นต้นตอท่ีสำคัญของงานออกแบบทุก
ช้ินบนโลก ซง่ึ วธิ ีการที่นำไปสูก่ ารค้นหาแรงบันดาลใจมดี งั น้ี
4.2 การคน้ หาแรงบนั ดาลใจ
การออกแบบเป็นสิ่งทซี่ ่อนอยู่ในความรสู้ ึกนึกคดิ ซ่งึ พบว่าทุกสง่ิ ที่มนุษย์สร้างขึ้นนัน้ ไม่วา่ จะเป็นผลิตผลที่
ง่ายท่ีสุดไปจนกระท่ังผลิตผลของมนุษย์ที่ยุ่งยากสลับซับซ้อนมากที่สุด ต่างเกิดจากความคิดสร้างสรรค์ในการ
ออกแบบทัง้ สนิ้ ดังน้นั ในปัจจบุ ันและอนาคตการออกแบบจงึ มคี วามจำเป็นทขี่ าดไมไ่ ดใ้ นการดำรงชวี ิต ไม่วา่ จะเป็น
ท่ีอยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม อาหารการกิน ยารักษาโรค และเครื่องแต่งกาย รวมไปถึงเคร่ืองประดับด้วย นักออกแบบ
ท่ีดีต้องเป็นผู้มีความคิดสร้างสรรค์ มีความฉับไวทางความคิด และทันต่อการเปลี่ยนแปลงในสังคม รู้จักนำหลัก
พ้ืนฐานความงามทางศิลปะมาชว่ ย รู้จักแก้ไขประยกุ ตผ์ ลงาน รกั การคน้ คว้าทดลองอยู่เสมอ
ความแตกต่างของการออกแบบเครื่องประดับในปัจจุบันและเครื่องประดับในอดีต จะมีความแตกต่างท่ี
เห็นได้ชัดในเรื่องรูปทรง วัสดุท่ีนำมาใช้ เคร่ืองประดับในอดีตการออกแบบจะเน้นความหรูหรา โครงสรา้ งซับซ้อน
วัสดุท่ีใช้ส่วนใหญ่ เป็นวัสดุที่มีราคาแพง มีความประณีต และละเอียดอ่อนอย่างชัดเจน เป็นงานท่ีต้องใช้ความ
ประณีตอยา่ งจรงิ จัง ส่วนงานเครือ่ งประดับ ในปจั จุบันรูปทรงจะเรียบงา่ ย รูปแบบจะสัมพนั ธ์กับวสั ดุท่ีเลอื กใช้
จากท่ีกลา่ วมาเคร่ืองประดับต้ังแต่อดีตจนถึงปัจจุบันนัน้ มีการเร่มิ ต้นทมี่ าจากการออกแบบและสร้างสรรค์
ผลงานเคร่ืองประดับอย่างง่าย มีผลจากเคร่ืองมือหรือเทคโนโลยีท่ีค้นพบในแต่ละช่วงสมัย และส่วนใหญ่มีแรง
บันดาลใจมาจากการรู้จักธรรมชาติ การเรียนรู้ของวิถีชีวิตสังคมท่ีมีลักษณะอย่างง่ายไปจนถึงมีความซับซ้อนมาก
ย่ิงข้ึน ทำให้เกิดแรงบันดาลใจท่ีแตกต่างออกไปของศิลปินผู้สร้างงานเครื่องประดับในแต่ละรูปแบบ ซึ่งสามารถ
ยกตัวอยา่ งแรงบนั ดาลใจพ้ืนฐานในการออกแบบเครื่องประดบั ไดเ้ ป็น 4 รูปแบบ ดงั น้ี
4.2.1 แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ
สิ่งมีชีวิตท้ังหลาย เช่น พืช สัตว์ ฯลฯ ส่ิงมีชีวิตทั้งหลายน้ีมีส่วนสัมพันธ์และมีอิทธิพลต่อชีวิตมนุษย์มาก
ยากท่ีจะหลีกเล่ียงได้ ธรรมชาติเป็นสิ่งแวดล้อมส่ิงแรกท่ีมนุษย์ได้นำมาเป็นแนวคิดในการออกแบบสร้างสรรค์ส่ิง
ต่างๆ มนุษย์ได้เสาะแสวงหาความจริงและความงามที่ซ่อนเร้นอยู่ในธรรมชาติ ได้ถ่ายทอดความคิดโดยการ
เลยี นแบบธรรมชาติ เพอื่ สนองตอบทั้งทางด้านอารมณ์และจติ ใจ
การออกแบบรูปทรงธรรมชาติ เป็นการนำรปู ทรงที่มีอยู่ ตามธรรมชาติรอบตัวเรา เช่น ดอกไม้ ใบไม้ สัตว์
ต่างๆ สัตวน้ำ แมลง มนุษย์ เป็นต้น มาใช้เป็นแม่แบบในการออกแบบ โดยยังคงให้ความรู้สึกและรูปทรงที่เป็น
ธรรมชาติอยู่ ส่วนผลงานบางชิ้น ที่ออกแล้วล้อเลียนธรรมชาติ โดยใช้รูปทรงเช่น ตุ๊กตาหมี, การ์ตูน, อวัยวะของ
บทท่ี 4 การออกแบบเครอื่ งประดบั 53
ร่างกาย เป็นต้น เม่ือผลติ ออกมาแลว้ ยังคงเป็นรปู ทรงตามธรรมชาติ ใหเ้ ห็นอยู่ บางครง้ั ไดม้ ีการนำวสั ดทุ ม่ี ีอยู่ ตาม
ธรรมชาติ เชน่ เปลือกหอย ก่งิ ไม้ ขนนก ฯลฯ
ภาพที่ 4.1 รูปแบบเคร่ืองประดบั ท่ไี ดร้ ับแรงบนั ดาลใจจากรปู ทรงธรรมชาติ
ทม่ี า : https://www.pinterest.com
ภาพที่ 4.2 เคร่ืองประดับคอลเลคชน่ั “ A Charlie McCarthy” ที่ไดแ้ รงบนั ดาลใจจากมนุษย์
ทม่ี า : https://www.pinterest.com
บทท่ี 4 การออกแบบเคร่อื งประดบั 54
4.2.2 แรงบนั ดาลใจจากรูปทรงเรขาคณิต
รูปทรงเรขาคณิตหรือรปู ทรงที่เกิดจากการดัดแปลงน้ัน มาจากรูปทรงท่ีพบเห็นในธรรมชาติหรือรูปทรงที่
มนุษย์สร้างขึ้น รูปทรงที่พบเห็นในธรรมชาติท่ีคุ้นเคยกับมนุษย์ เช่น รูปทรงกลมของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ จาก
รปู ทรงของธรรมชาตเิ กิดการตัดทอนและกลายเป็นพ้นื ฐานของรปู ทรงเรขาคณิตทีม่ ีความสำคัญ
ในการออกแบบเครื่องประดับที่มีการนำรูปเหล่ยี มตา่ งๆ ที่เรารู้จักเปน็ อยา่ งดี เช่น กลุ่มของรูปทรงเหลี่ยม
ได้แก่ ส่ีเหลี่ยมจัตุรัส ส่ีเหล่ียมผืนผ้า สี่เหล่ียมคางหมู ส่ีเหล่ียมขนมเปียกปูน หกเหลี่ยม แปดเหล่ียม สามเหลี่ยม
กลุ่มของรูปทรงกลม ทรงรี ทรงหยดน้ำ กลุ่มรูปทรงลูกบาศก์ ได้แก่ ทรงกระบอก ทรงกรวยและยังรวมถึงเส้นตรง
เส้นโค้งตา่ ง ๆ
เม่ือเสร็จสิ้นการออกแบบ รวมไปถึงการผลิต เป็นช้ินงานแล้ว ยังคงเค้าโครงโดยรวมเป็นรูปทรงเรขาคณิต
คือการนำเอา จุด ขีด เสน้ ส่วนโค้ง มุมตา่ งๆ มาประกอบกัน เป็นลวดลาย ก่อใหเ้ กิดเปน็ รปู ทรง ไดท้ ้ังสองมิติ และ
สามมิติ เพอ่ื สร้างเอกลกั ษณท์ โ่ี ดดเดน่ แกเ่ คร่ืองประดับผา่ นรูปร่างรปู ทรงเรขาคณติ
ภาพที่ 4.3 รปู แบบเครื่องประดบั ทไ่ี ดร้ บั แรงบันดาลใจจากรปู ทรงเรขาคณิต
ที่มา : https://www.pinterest.com
บทท่ี 4 การออกแบบเครื่องประดบั 55
ภาพท่ี 4.4 รปู แบบเคร่ืองประดับเทยี มจากแบรนด์ Trifari ท่ไี ดร้ ับแรงบันดาลใจจากรปู ทรงเรขาคณิต
ท่ีมา : https://www.pinterest.com
ภาพที่ 4.5 รูปแบบเครื่องประดับเทียมจากแบรนด์ Marcel Boucher ท่ีไดร้ บั แรงบันดาลใจจากรูปทรง
เรขาคณติ
ท่มี า : https://www.pinterest.com
บทท่ี 4 การออกแบบเครอ่ื งประดบั 56
4.2.3 แรงบนั ดาลใจจากรูปทรงอิสระ
รปู ทรงอิสระเป็นรูปแบบโครงสร้างที่ไม่แน่นอน ให้ความรู้สึกเคล่ือนไหว เลื่อนไหล ให้ความอิสระ และได้
อารมณ์ ความเคลื่อนไหวเป็นอย่างดี รูปทรงอิสระอาจเกิดจากรูปเรขาคณิตหรือรูปธรรมชาติ ท่ีปรับเปล่ียนจนมี
รูปลักษณะเปล่ียนไปจากเดิมจนไม่เหลือสภาพเดิม งานออกแบบที่เกิดจากรูปทรงอิสระ เป็นงานที่ไม่เน้น
องค์ประกอบมากนัก แต่จะใช้รูปทรงหลากหลายและใช้จินตนาการของนักออกแบบ ลักษณะงานมีความต่ืนตาตื่น
ใจกว่าแบบรูปทรงเรขาคณิต และสามารถมองได้หลายความหมาย รูปทรงอิสระอาจเกิดจากรูปร่างของวัสดุที่
นำมาใช้ในการออกแบบ เชน่ หิน ผลึกหรอื งานเครื่องประดับประเภทงานถกั งานรอยลกู ปัดเป็นต้น
ภาพท่ี 4.6 รปู แบบเครื่องประดับเทยี มท่ีไดร้ ับแรงบันดาลใจจากรปู ทรงอสิ ระ
ท่ีมา : https://www.artfulhome.com/servlet
บทท่ี 4 การออกแบบเครอื่ งประดบั 57
4.2.4 แรงบนั ดาลใจจากรูปทรงทางวัฒนธรรม
แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรม หมายถึง การออกแบบเครื่องประดับในปัจจุบัน ที่ยงั มีการนำเอาสไตล์ และ
ยุคสมัย ของเคร่ืองประดับในอดีต กลับมาปรับปรุง ดัดแปลง เพิ่มเติม ให้เหมาะสมกับสมัยปัจจุบัน โดยที่ยังเห็น
เค้าโครงเดิม และลักษณะ ยังคงคล้ายคลึงกับสไตล์ หรือยุคสมัยนั้นๆ แม้สัญลักษณ์ (symbol) ในอดีตบางอย่าง
เช่น ตัวอักษรอียิปต์โบราณ ตัวอักษรของอินเดีย ตัวอักษรจีน ฯลฯ แม้กระท่ังสัญลักษณ์ ทางศาสนา ท่ียังมีการทำ
กนั อย่างต่อเนื่อง เป็นต้น รวมถึงการนำเอา กรรมวิธีการผลิตวสั ดุบางอย่าง ที่เคยมีการผลิตและใชใ้ นอดีต กลับมา
ผลิตใหม่ วิธกี ารผลิต และรูปลกั ษณ์เดมิ เอาไว้ เชน่ Venetian cameo, lavastone-ware เปน็ ตน้
การนำรูปทรงทางวัฒนธรรมมาใช้เป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบนั้น อาจทำให้เกิดงานออกแบบท่ีให้
ความรู้สึกร่วมสมัย ของวัฒนธรรมเดิมและวัฒนธรรมใหม่ที่สอดแทรกอยู่ในชิ้นงานออกแบบ เช่น การนำเอา
ลวดลายในศิลปะไทยมาผสมผสานร่วมกับแฟช่ันในยุคสมัยปัจจุบัน งานออกแบบท่ีได้จะให้ความร้สู ึกแปลกใหมแ่ ต่
ยังคงกล่ินอายของวัฒนธรรมเดิมอยู่ ท้ังนี้การออกแบบที่ใช้แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรม จำเป็นต้องศึกษาข้อมูล
ต่างๆท่ีเก่ียวเนื่องกับยุคสมัย หรือวัฒนธรรมนั้นๆ เป็นอย่างดี เพื่อให้วัฒนธรรมดังกล่าวยกคงเอกลักษณ์ แสดง
ความงามของศิลปะและวัฒนธรรมบนพน้ื ฐานที่เหมาะสม
ภาพที่ 4.7 รปู แบบเครื่องประดับเทียมที่ไดร้ บั แรงบนั ดาลใจจากรูปทรงวัฒนธรรมจีน
ทมี่ า : https://world.taobao.com
บทท่ี 4 การออกแบบเครอ่ื งประดบั 58
ภาพที่ 4.8 รปู แบบเครื่องประดับเทียมท่ีไดร้ บั แรงบันดาลใจจากยคุ วคิ เตอเรยี
ทม่ี า : https://www.liveauctioneers.com
กิจกรรมทา้ ยบท
- ให้นสิ ติ อธบิ ายความแตกตา่ งของการใช้แรงบันดาลใจแตล่ ะประเภทสู่งานออกแบบเคร่ืองประดบั
- ใหน้ สิ ิตนำความรคู้ วามเขา้ ใจมาสรา้ งผลงานเคร่ืองประดับจากแรงบนั ดาลใจ จำนวน 1 ชดุ
บทท่ี 5 หลกั องคป์ ระกอบศลิ ป์ สำหรบั งำนออกแบบเครอื่ งประดบั 59
บทที่ 5
หลักองคป์ ระกอบศลิ ป์สำหรับงานออกแบบเครอื่ งประดับ
การศึกษาเก่ียวกับหลักองค์ประกอบศิลป์ มีความสำคัญต่อการออกแบบเครื่องประดับ ซึ่งจะช่วยให้งาน
ออกแบบน้ันมีความสวยงาม เหมาะสมและมีความกลมกลืน อีกท้ังยังสามารถถ่ายทอดความคิดที่น่าสนใจผ่านหลัก
องคป์ ระกอบศิลป์ได้ โดยส่วนประกอบของหลกั องคป์ ระกอบศิลปท์ ่สี ำคัญสำหรับการออกแบบมีดงั น้ี
5.1 เส้น (Line)
เส้นในการออกแบบเคร่ืองประดับ หมายถึง เส้นที่มีความยาว ความกว้าง ความหนา ซ่ึงมองเห็นด้วยตา
เปล่า และมีเนื้อที่ เส้นมีหลายลักษณะ แต่ละเส้นจะใหค้ วามรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป เช่น เส้นตรง ซ่ึงมคี วามกวา้ ง
ความยาว และความราบเรียบ ให้ความเสมอต้นเสมอปลาย ไม่มีสูงต่ำ เส้นคลื่นเป็นเส้นท่ีให้ความรู้สึกเคลื่อนไหว
เร้าความสนใจ เส้นโค้งให้ความรู้สึกเคลื่อนไหว อ่อนโยน ไม่รู้จบส้ิน เส้นประ ให้ความรู้สึกขาดเป็นช่วง หยุดชะงัก
ไม่คงที่ เส้นมมุ แหลม ให้ความรสู้ ึกแตกหัก เจ็บปวดรนุ แรง
เส้นมีหลายลักษณะ แต่ละลักษณะจะให้อิทธิพลด้านความรู้สึกท่ีแตกต่างกัน เส้นที่ใช้เคร่ืองมือ เช่น ไม้
บรรทัด จะใหค้ วามรู้สึกตายตัว แข็งกระด้าง มั่นคง ไมม่ ีความรสู้ ึกอ่อนไหว จะต่างกบั เส้นตรงทีเ่ กิดข้ึนโดยใช้มอื ขีด
อย่างอิสระ หรือเส้นตรงที่เกิดจากการใช้พู่กันเขียน มีน้ำหนักเข้ม เบา ไม่เหมือนกัน จะให้ความรู้สึกอ่อนไหว มี
ความรูส้ กึ มากกว่า
ภาพที่ 5.1 เสน้ ในการออกแบบเครื่องประดับที่ใหค้ วามรู้สกึ อ่อนไหว
ทมี่ า : https://www.langantiques.com
บทท่ี 5 หลกั องคป์ ระกอบศลิ ป์ สำหรบั งำนออกแบบเครื่องประดบั 60
การนำเส้นตา่ ง ๆ มาใชใ้ นการออกแบบเครื่องประดับ ต้องพิจารณาถึงโครงสร้างของส่วนรวมท้งั หมด และ
ผู้ออกแบบจะต้องระบุให้ชัดเจนว่า จะใช้วัสดุอะไร เทคนิคของการผลิตสามารถช่วยให้เส้นมีการเคลื่อนไหว ได้แก่
เส้นลวด เส้นโลหะอื่น ๆ ที่มีลักษณะเป็นเส้นหรือจะใช้วิธีการหล่อเข้าช่วยก็ได้ ก่อนนำเส้นมาใช้ จะต้องมีการ
ออกแบบให้ชัดเจน อาจมีการทดลองออกแบบเส้นชนิดต่าง ๆ ไว้ก่อน และเลือกเส้นท่ีมีความเหมาะสมกับแบบใส่
ลงไป
เส้นเรขาคณิต เป็นเส้นที่ได้รับความนิยมนำมาใช้ในการออกแบบในปัจจุบันมาก เพราะให้ลักษณะรูปทรง
ที่เรียบง่าย แข็งแรง เส้นเรขาคณิต ได้แก่ เส้นโค้ง เสน้ ตรง ที่มาบรรจบกันเป็นรูปร่างสามเหลี่ยม ส่ีเหลี่ยม วงกลม
เปน็ ต้น
ภาพที่ 5.2 เสน้ เรขาคณิตในการออกแบบเครื่องประดับ
ทม่ี า : http://www.modernsilver.com/nov2011/artdecoplastic.htm
บทท่ี 5 หลกั องคป์ ระกอบศิลป์ สำหรบั งำนออกแบบเครอ่ื งประดบั 61
5.1.1 ลักษณะของเส้น
เสน้ มีจดุ เดน่ ทีน่ ำมาใช้ไดห้ ลากหลายรูปแบบ ทำใหเ้ กดิ รปู ร่างรปู ทรงต่าง ๆ มากมาย เพ่ือต้องการสอื่ ให้
เกดิ ความรสู้ กึ ทางด้านอารมณ์ จากการสร้างสรรคข์ องงาน
1. เส้นตง้ั หรือ เสน้ ดิ่ง ใหค้ วามรสู้ ึกทางความสูง สงา่ ม่ันคง แข็งแรง หนักแนน่ เป็น
สญั ลักษณข์ องความซื่อตรง
2. เสน้ นอน ให้ความร้สู ึกทางความกว้าง สงบ ราบเรียบ นง่ิ ผอ่ นคลาย
3. เสน้ เฉียง หรอื เส้นทแยงมุม ให้ความร้สู ึก เคล่ือนไหว รวดเรว็ ไมม่ ่นั คง
4. เส้นหยัก หรอื เส้นซกิ แซก แบบฟันปลา ให้ความรู้สึก คลื่อนไหว อย่างเป็นจงั หวะมรี ะเบียบ
ไมร่ าบเรยี บ น่ากลวั อนั ตราย ขัดแย้ง ความรนุ แรง
5. เสน้ โค้ง แบบคลน่ื ให้ความรสู้ ึก เคลื่อนไหวอย่างชา้ ๆ ลน่ื ไหล ต่อเนื่อง สุภาพอ่อนโยน
น่มุ นวล
6. เสน้ โค้งแบบก้นหอย ให้ความรู้สึกเคล่ือนไหว คล่ีคลาย หรือเติบโตในทศิ ทางที่หมุนวน ถ้ามอง
เข้าไปจะเห็นพลังความเคลื่อนไหวท่ีไมส่ นิ้ สดุ
7. เส้นโค้งวงแคบ ให้ความรสู้ ึกถงึ พลังความเคล่อื นไหวทีร่ ุนแรง การเปล่ยี นทศิ ทางท่รี วดเร็ว ไม่
หยดุ นิง่
8. เส้นประ ให้ความรูส้ ึกที่ไม่ต่อเนือ่ ง ขาด หาย ไมช่ ดั เจน ทำให้เกิดความเครียด
5.1.2 ความสำคัญของเสน้
1. ใช้ในการแบ่งท่วี า่ งออกเป็นส่วนๆ
2. กำหนดขอบเขตของทวี่ า่ ง หมายถงึ ทำใหเ้ กดิ เปน็ รปู ร่าง (Shape) ขึ้นมา
3. กำหนดเส้นรอบนอกของรูปทรง ทำใหม้ องเห็นรปู ทรง (Form) ชดั ขน้ึ
4. ทำหน้าท่เี ปน็ นำ้ หนักอ่อนแก่ ของแสงและเงา หมายถึง การแรเงาดว้ ยเส้นหรอื การทำให้งาน
ออกแบบเกดิ มิติ
5. ให้ความรูส้ กึ ด้วยการเปน็ แกนหรอื โครงสรา้ งของรูป และโครงสร้างของของงานออกแบบ
(Jaruwan Suttimusig, 2560)
บทท่ี 5 หลกั องคป์ ระกอบศิลป์ สำหรบั งำนออกแบบเครื่องประดบั 62
5.2 รปู รา่ ง รปู ทรง (Shape, Form)
รูปทรง และรูปร่าง เม่ือนำมาใช้ในการออกแบบเครื่องประดับ มีความหมายใกล้เคียงกนั มาก ความหมาย
ของรูปทรงคือ ส่วนรวมทัง้ หมดของงานมีท้ัง ความกว้าง ยาว และสูง
ส่วนบริเวณว่าง หมายถึง พ้ืนท่ีว่างซ่ึงสัมพันธ์อยู่กับรูปร่าง และรูปทรง รูปทรงที่ใช้ในงานออกแบบ
เคร่ืองประดับ มีท้ังรูปทรงท่ีเลียนแบบธรรมชาติ และรูปทรงเรขาคณิต รูปทรงท่ีนักออกแบบสร้างสรรค์ข้ึนเอง
รูปทรงเลยี นแบบธรรมชาติ เช่น รปู ทรงคน รปู ทรงสตั ว์ รูปทรงพืช รูปทรงที่ไดจ้ ากการสอ่ งกล้องจุลทรรศน์ รปู ทรง
เรขาคณิต เช่น รูปทรงกลม สี่เหล่ียม สามเหล่ียม และรูปทรงสร้างสรรค์ ส่วนใหญ่จะเป็นรูปทรงนามธรรม
(Abstract Form)
การออกแบบเครอื่ งประดับรูปทรงธรรมชาติสิ่งแวดล้อม เน้นการเลียนแบบหรอื ลดตัดทอนให้ง่ายข้ึน เพื่อ
นำมาใช้ในการออกแบบ โดยคำนึงถึงวัสดุท่ีจะนำมาใช้ ให้มีความสัมพันธ์กับการออกแบบให้มากท่ีสุด ดังนั้น การ
ออกแบบจะต้องเนน้ เรื่อง สี วสั ดุ การผลิต อาจจะจำลองแบบทำเป็นหุ่นจำลองก่อนก็ได้ ขนาดของหุ่นจำลองควรมี
ลกั ษณะเทา่ ของจริง
การออกแบบเครื่องประดับท่ีเป็นรูปทรงเรขาคณิตและรูปทรงเสรี จะเน้นความคิดสร้างสรรค์เก่ียวกับ
รปู ทรงใหม่ๆ ข้นึ มา นิยมการออกแบบเฉพาะผลงานแต่ละชน้ิ เพราะทำใหไ้ ด้ผลงานแปลกใหม่ไม่ซำ้ กับรปู แบบเดิม
ท่ีมีอยู่
นักออกแบบเคร่ืองประดับควรศึกษาและทดลองการออกแบบในแต่ละรูปทรง โดยจะต้องคำนึงถึงความ
งดงามน่าสนใจในตัวของมันเอง รูปทรงจะต้องมีความสัมพันธ์กับส่วนรวมทั้งหมด และควรคำนึงถึงความสัมพันธ์
กับบริเวณว่างอีกด้วย (Jaruwan Suttimusig, 2560)
ภาพที่ 5.3 รูปทรงเรขาคณติ ท่ใี ช้ในการออกแบบเครื่องประดับ
ทม่ี า : http://www.modernsilver.com/nov2011/artdecoplastic.htm
บทท่ี 5 หลกั องคป์ ระกอบศิลป์ สำหรบั งำนออกแบบเครื่องประดบั 63
ภาพที่ 5.4 รูปทรงธรรมชาติท่ีใช้ในการออกแบบเคร่ืองประดับ
ท่มี า : http://www.modernsilver.com/nov2011/artdecoplastic.htm
ภาพที่ 5.5 รูปทรงสตั ว์ทีใ่ ชใ้ นการออกแบบเครื่องประดบั
ที่มา : https://www.etsy.com/market/octopus_jewelry
บทท่ี 5 หลกั องคป์ ระกอบศลิ ป์ สำหรบั งำนออกแบบเครอ่ื งประดบั 64
5.3 สี (Color)
โดยท่ัวไปแล้วสีจะสร้างความประทับใจต่อผู้พบเห็นได้มากพอๆกับรูปลักษณ์ของเครื่องประดับ ความ
ประณตี ในการทำงาน แตส่ ีเปน็ ส่ิงท่เี รา้ ความรู้สึกต่อผ้พู บเหน็ เครื่องประดับไดเ้ ป็นอย่างดี
สีที่ใช้ในเครื่องประดับ จะเป็นสีจากหิน เพชร พลอย โลหะ และวัสดุประเภทต่างๆ อย่างไรก็ตามสีท่ี
เกิดข้ึนเองจากธรรมชาติย่อมมีค่ากว่าสีสังเคราะห์ เช่น พลอยท่ีเกิดจากการสร้างข้ึนจากกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ พลาสตกิ ครสิ ตัล เป็นต้น
การใช้สีในการทำเคร่ืองประดับมีความแตกต่างกับการใช้สีทางการเขียนภาพ เพราะสีของงาน
เคร่ืองประดับ เป็นสีจากวัสดุซ่ึงผสมผสานกัน อย่างไรก็ตามผู้ออกแบบควรมีความรู้เกี่ยวกบั หลักการของสีเพ่ือเป็น
แนวทางในการปฏบิ ตั ิเกีย่ วกบั การออกแบบเคร่ืองประดับตอ่ ไป
5.3.1 การใช้สีใหก้ ลมกลืนและตดั กัน
1.สีกลมกลืนกัน (Harmony) ได้แก่ การใช้สีที่คล้ายๆ กันมารวมกลุ่มๆไว้ด้วยกันให้เหมาะสม
กลมกลนื แตก่ ต็ ้องไมใ่ ห้รสู้ ึกจืดชืด ไมน่ า่ สนใจ เชน่ กลมุ่ สี แดง สม้ เหลือง กลุม่ สี นำ้ เงนิ เขียว มว่ ง เป็นตน้
ภาพที่ 5.6 การออกแบบเคร่ืองประดบั ท่ีใช้สแี บบกลมกลนื กัน
ทีม่ า : https://www.etsy.com
บทท่ี 5 หลกั องคป์ ระกอบศลิ ป์ สำหรบั งำนออกแบบเครอื่ งประดบั 65
2. สีตัดกัน (Contrast) หรือสีคู่ตรงข้าม ได้แก่การใช้สีให้ความรู้สึกตัดกันหรือขัดแย้งกัน การใช้
รวมกันควรคำนึงความเหมาะสมกลมกลืนกันที่จะไปกันได้ ไมร่ ู้สึกตัดกันรุนแรงจนดูน่าเกลียด อาจจะเลือกใช้โทนสี
ในสัดส่วนที่ไม่เทา่ กนั เชน่ สีแดงอมชมพู 70% สีเขียวมรกต 30% การให้สดั ส่วนของสีที่ให้ความรูส้ ึกตัดกันจะช่วย
ทำให้งานมคี วามโดดเด่นเพ่มิ มากขนึ้
ภาพท่ี 5.7 การออกแบบเคร่อื งประดบั ท่ีใชส้ ีแบบตดั กัน
ท่มี า : https://www.etsy.com
บทท่ี 5 หลกั องคป์ ระกอบศลิ ป์ สำหรบั งำนออกแบบเครื่องประดบั 66
5.3.2 ความรสู้ กึ ทมี่ ตี อ่ สี
สแี ดง (Red) ให้ความรู้สึกต่นื เตน้ แสดงจดุ เดน่ อันน่าสนใจ สะดุดตา มีลักษณะเร้าความสนใจตลอดเวลาท่ี
พบเห็น แต่ถ้าใช้สีแดงมากเกินไป ความรู้สึกจะเปล่ียนเป็นฉูดฉาด สีแดงเข้ากับสีม่วง สีน้ำตาล สีดำ สีทอง สีเขียว
เข้ม แต่อย่างไรก็ตาม ย่อมขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้สีให้เหมาะสมด้วย สำหรับเครื่องประดับแล้ว สีแดงจะได้แก่
ทับทิม พลอยสีแดง ปะการัง สีท่ีเข้ากันได้แก่ สีเงิน สีทอง สีดำ สีเขียว สีน้ำเงินเข้ม แต่ท้ังน้ีต้องขึ้นอยู่กับรูปแบบ
เป็นสำคัญดว้ ย
สีดำ (Black) มลี ักษณะสงบเงียบ อับทึบ นา่ กลัว สง่าถา้ อยู่ในบริเวณกว้างๆ จะให้ความรสู้ ึกอ้างวา้ ง เงยี บ
สงบมากกวา่ อยู่ในบริเวณแคบ ๆ สำหรับเคร่ืองประดับท่ีเป็นสีดำ ได้แก่ นิล หินประเภทข้าวตอกพระร่วง หรือหิน
อุกกาบาต เปน็ ตน้ สีทีจ่ ะใชใ้ ห้เขา้ กับสีดำเมอื่ เป็นเคร่ืองประดบั ไดแ้ ก่ สเี งนิ สีทอง เปน็ ต้น
สเี ขียว (Green) มีลักษณะเป็นสีให้ความรสู้ ึกเย็น ให้ความรู้สึกเป็นกลาง สบายตา สดชืน่ เป็นสีท่ีเข้ากับสี
เทา สีน้ำตาล เป็นสีท่ีตรงกันข้ามกับสีแดง เครื่องประดับท่ีเป็นสีเขียว ได้แก่ หินสีเขียวท่ีเรียก เขียวส่อง พลอยสี
เขียว มรกต สีท่เี ขา้ กับสีเขยี วได้ดเี ม่ือเป็นเครอื่ งประดบั ไดแ้ ก่ สีขาว สเี งนิ สีดำ
สีน้ำเงิน (Blue) เป็นสีเย็น เม่ือมีความเข้มจัดจะให้ความรู้สึกเยือกเย็น สีสงบ เข้ากับสีเขียว สีเหลือง สี
น้ำตาล และกลมกลนื กับสีดำ เป็นสีท่ีอยู่ตรงขา้ มกบั สีส้ม เครอ่ื งประดับทเ่ี ปน็ สีนำ้ เงิน ได้แก่ หินสีน้ำเงิน พลอยหิน
สีน้ำเงินที่เรียกว่า ไพลิน นับว่าเป็นหินท่ีมีราคาแพง ชาวยุโรปใช้เป็นแหวนหมั้นราคาแพงมาก ถ้าได้รับการ
เจยี ระไนอย่างดี
สีส้ม (Orange) ให้ความรู้สึกร้อน ความอบอุ่น ความสดใส มีชีวิตชีวา ตื่นเต้น ร่าเริง ฉูดฉาด ความเป็น
วยั รนุ่ ความคกึ คะนอง การปลดปล่อย ความเปรีย้ ว ความระมัดระวัง
สีเหลือง (Yellow) ให้ความรู้สึกสดใส สะดดุ ตาและโดดเด่น ความร่าเริง ความเบิกบานสดช่ืน สนุกสนาน
ชีวิตใหม่ ความสดใหม่ ความสกุ สวา่ ง การแผ่กระจาย อำนาจบารมี ความออ่ นแอ ความโลภ
สีม่วง (purple) ให้ความรู้สึกมีเสน่ห์ น่าติดตาม เร้นลับ ซ่อนเร้น มีอำนาจ มีพลังแฝงอยู่ ความรัก ความ
เศรา้ ความสับสน ความผดิ หวงั ความสงบ ความสงู ศกั ด์ิ หรูรามรี ะดบั ความคิดสรา้ งสรรค์
สีนำ้ ตาล(Brown) ใหค้ วามรสู้ ึกเข้มแข็ง น่าเชอ่ื ถอื มน่ั คง มีความเป็นธรรมชาติ ความเรยี บเงียบ
สขี าว(White) ให้ความรู้สกึ บริสทุ ธิ์ สะอาด ไร้เดียงสา สดใส เบาบาง อ่อนโยน เปิดเผย การเกิด ความรัก
ความหวัง ความจรงิ ความเมตตา ความศรัทธา ความเคารพนับถือ ความนอบน้อม ความดีงาม
สีทอง(Gold) ให้ความรู้สึกความหรูหรา โอ่อ่า มีราคา สูงค่า เป็นสิ่งสำคัญ ความเจริญรุ่งเรือง ความสุข
ความมัง่ ค่งั ความรำ่ รวย การแผก่ ระจาย
บทท่ี 5 หลกั องคป์ ระกอบศลิ ป์ สำหรบั งำนออกแบบเคร่ืองประดบั 67
5.4 การสร้างความสมดุล (Balance)
ความสมดุล (Balance) หมายถงึ การจัดองค์ประกอบให้สัมพันธ์กัน มนี ้ำหนักหรือความสมดลุ กลมกลนื ไป
ด้วยกัน ความสมดุลทำให้เกิดความกลมกลืนสวยงาม ความสมดุลพิจารณาได้เป็น 2 ลักษณะคือ สมดุลซ้ายขวา
เท่ากัน (Symmetry) และสมดุลซ้ายขวาไม่เท่ากัน (Asymmetry) ความสมดุลซ้ายขวาเท่ากัน เป็นการสมดุลด้วย
ขนาด หรือรูปร่างที่คล้ายกัน หรือการใช้สีท่ีมีความกลมกลืนกัน ส่วนลักษณะสมดุลซ้ายขวาไม่เท่ากัน เป็นการ
สมดุลท่แี ตกตา่ งกนั ด้านรูปทรง เนอ้ื ท่ี สี แตด่ แู ล้วรูส้ กึ กลมกลนื สมดุลกัน (Jaruwan Suttimusig, 2560)
ภาพที่ 5.8 การออกแบบเขม็ กลดั ของแบรนด์ ภาพที่ 5.9 การออกแบบเขม็ กลัดของแบรนด์
Eisenberg ท่ีใช้สมดลุ ซา้ ยขวาเท่ากนั (Symmetry) Eisenberg ทใ่ี ช้สมดลุ ซ้ายขวาไม่เท่ากัน (Asymmetry)
ทม่ี า : https://www.ebay.it/itm/201730394421
ทมี่ า : https://www.etsy.com
5.5 พนื้ ผวิ (Texture)
พ้ืนผิว (Texture) คือส่วนท่ีมองเห็นได้รอบๆ รูปทรงหรือรูปร่างน้ันๆ ซ่ึงอาจจะเป็นลักษณะขรุขระ มัน
หยาบ ด้าน โปร่งใส ฯลฯ ลักษณะผิวให้ความรู้สกึ ต่อการพบเห็นอย่างยิ่ง ทำให้เกิดความรู้สกึ อยากจับต้อง เมื่อจับ
ลักษณะผิวแต่ละชนิดแล้วจะให้ความรู้สึกตอบสนองท่ีแตกต่างกัน ตามแต่ความรู้สึกของแต่ละบุคคลว่าจะ
ตอบสนองไปในด้านใด ลักษณะผิวจึงมีความสำคัญต่อความรู้สึกของเครอ่ื งประดับเป็นอย่างมาก ในด้านการสัมผัส
ลักษณะผิวมีส่วนช่วยในการออกแบบเป็นอย่างย่ิง สิ่งของเคร่ืองใช้ตามบริเวณท่ีเป็นด้าม หรือท่ีจับถือ มักจะ
ออกแบบให้ผิวขรขุ ระ จับถือกระชับมือ และถ้าสิ่งของนั้นเป็นเคร่ืองประดับ ลกั ษณะผิวจะตอ้ งมคี วามกลมกลืนกับ
บทท่ี 5 หลกั องคป์ ระกอบศิลป์ สำหรบั งำนออกแบบเคร่ืองประดบั 68
ส่วนรวมทั้งหมดของรูปทรง ผิวจะเรียบหรือขรุขระมักจะข้ึนกับรูปแบบและความเหมาะสมหรือไม่กับวัสดุโดย
สว่ นรวม ตลอดจนสี และการนำไปใชเ้ ป็นสำคญั ด้วย
การออกแบบเครื่องประดับให้ลักษณะผิวสะดุดตานั้น ไม่ได้เกิดจากลักษณะผิวเพียงอย่างเดียว แต่จะต้อง
คำนึงถึงแบบและวัสดุท่ีจะนำมาใช้ด้วย ถ้าผู้ออกแบบต้องการจะเน้นผิวของโลหะ ที่จะนำมาใช้ทำเป็น
เคร่ืองประดบั อย่างเดยี ว จะต้องใหส้ ัมพันธ์กบั รปู ทรง ไม่ควรมีหินสีหรอื สงิ่ อื่น ๆ มาร่วมในแบบนนั้ อกี เพราะจะทำ
ให้เครื่องประดับ มีจุดสนใจ หรือจุดเร้าสับสน แต่ในขณะเดียวกัน หากจะให้ผิวเรียบและขรุขระต่างกัน ไม่ควรให้
ปริมาณเนื้อท่ที จ่ี ะใช้เทา่ กนั เพราะจะทำใหง้ านเครือ่ งดบั ขาดจุดทน่ี า่ สนใจ
การทำเครื่องประดับอาจทำได้โดยใช้เศษโลหะต่างชนิดมาเช่ือมติดกัน และขัดให้เกิดความสวยงาม หรือ
จะใช้วิธีขูดรีดให้เกิดเป็นรอยข้ึน หรือจะใช้วิธีฝังหินขนาดเล็กใหญ่แตกต่างกันให้เกิดการขรุขระก็ได้ อย่างไรก็ตาม
ต้องออกแบบเปน็ ภาพรา่ งใหไ้ ดล้ กั ษณะตายตัวท่ีต้องการเสยี ก่อน
ภาพที่ 5.10 ลักษณะพ้นื ผวิ ตัวอย่างท่ีใช้ในงานออกแบบเคร่อื งประดับ
ทีม่ า : TrendbookForecast 2018+. TrendVision
กจิ กรรมทา้ ยบท
- ให้นิสิตอธิบายหลักการองคป์ ระกอบศลิ ป์สำหรบั งานเคร่อื งประดบั
- นิสิตนำความรคู้ วามเขา้ ใจไปใชใ้ นการสร้างสรรคผ์ ลงานออกแบบเคร่ืองประดับเทยี ม
บทท่ี 6 การสรา้ งแนวทางการออกแบบ 69
บทที่ 6
การสรา้ งแนวทางการออกแบบเคร่อื งประดบั
ในการออกแบบเครื่องประดับต้องคำนึงถึงศาสตร์และศิลป์ ท่ีใช้ในการสร้างสรรค์ผลงาน เพื่อให้เกิด
ผลลัพธ์การออกแบบเครื่องประดับที่มีประสิทธิภาพ และสามารถบรรลุวัตถุประสงค์หลัก ซึ่งในการออกแบบนั้น
ก่อนท่ีนักออกแบบจะสามารถคิดรูปแบบ ลวดลายหรือวัสดไุ ด้นั้น จำเป็นตอ้ งมแี นวทางการออกแบบท่ีชดั เจน ท่จี ะ
กรอบแนวคิด รายละเอียด ความงามหรือความรู้สึกของงานเครื่องประดับชิ้นน้ันๆได้ การสร้างแนวคิดก่อนการ
ออกแบบถอื ได้วา่ เปน็ ส่งิ สำคญั ทีน่ ักออกแบบสมควรทำก่อนการออกแบบเครอ่ื งประดบั
6.1 การสร้างแนวทางการออกแบบเคร่อื งประดับ
การสร้างแนวทางการออกแบบน้ันมีหลากลายวธิ ีท่จี ะนำไปสู่การสร้างสรรค์เครือ่ งประดับทีส่ วยงามได้ แต่
ในท่ีน้ี นำเสนอแนวทางการสร้างสรรค์และพัฒนาภายใต้แนวคิด “การทำให้เกิดลูกผสม หรือ Hybridization”
การคิดใหม่ทำใหม่ (Reinvention) โดยการทำให้เกิดลูกผสม หรือ Hybridization”หมายถึง การคิดค้นให้เกิดส่ิง
ใหม่ ผ่านการผสมผสานระหว่างสองส่ิงที่แตกต่างกันนั้นก็คือปัจจัยใหม่และปัจจัยเดิม โดยมีปัจจัยใหม่เป็นตัวนำ
ผสมผสานกับปัจจัยเดิมอย่างบูรณาการ และอย่างมีเอกภาพพร้อมกับเกิดรูปธรรมและนามธรรมใหม่ที่ชัดเจน จน
นำไปสู่แนวทางการสรุปแนวทางการออกแบบเพ่ือสร้างสรรค์ผลงานเครื่องประดับ(ทวีศักด์ิ มูลสวัดดิ์ และวรชัย
รวบรวมเลศิ . 2560)
6.1.1 ปัจจัยใหม่
คืออทิ ธิพลของกระแสโลกาภวิ ัฒน์ (Globalization) อันส่งผลกระทบต่อวิถีชวี ิตของคนในวงกวา้ ง
ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม วิถีชีวิต สังคม ศิลปะ งานออกแบบและงานหัตถกรรม เทคโนโลยี วัสดุ ที่
ก้าวหน้า ปัจจัยใหม่เหล่านี้เป็นบริบทในการกำหนดรูปแบบของการออกแบบเครื่องประดับ โดยในการออกแบบน้ี
จะเจาะจงให้มีการเลือกใช้ปัจจัยใหมจ่ ากกระแสแฟชน่ั (Trend Fashion)
6.1.2 ปจั จัยเดิม
ปัจจัยเดิมของแนวทางการออกแบบคือ ส่ิงที่ผู้ออกแบบสนใจ แรงบันดาลใจ จินตนาการ
เอกลักษณ์หรืออัตลักษณ์เฉพาะของท้องถน่ิ กลุ่มคน อาจหมายรวมถึงรากเหง้าทางวฒั นธรรม ตน้ กำเนดิ ของความ
เชือ่ ลวดลาย วัสดุและกรรมวิธีการผลิต รวมทั้งประเพณีปฏิบตั ิ ความคดิ ความอ่าน คุณคา่ ที่ยังมคี วามสำคัญต่อวิถี
ชีวิตปัจจุบัน ท่ีผู้ออกแบบสนใจนำมาสร้างสรรค์ผลงานเคร่ืองประดับ ปัจจัยเดิมเป็นบริบทในการกำหนดรูปแบบ
ของการออกแบบเครอื่ งประดับเช่นกัน
บทท่ี 6 การสรา้ งแนวทางการออกแบบ 70
ภาพท่ี 6.1 แนวทางการออกแบบ
6.2 การกำหนดแนวทางในการออกแบบ (Concept of Design)
การกำหนดแนวทางการออกแบบอยู่ภายใต้หลัก “การทำให้เกิดลูกผสม หรือ Hybridization” โดยการ
วเิ คราะห์จากการผสมผสานและเปรียบเทียมปัจจัยใหม่และปัจจัยเดิม ท้ังรปู ธรรมและนามธรรม โดยสามารถระบุ
แนวทางการออกแบบไดต้ ามหัวขอ้ ดังต่อไปน้ี
6.2.1 รูปธรรม
รูปธรรม คือ ส่ิงท่ีสามารถจับต้องได้หรือสามารถรับรู้ผ่านประสาทสัมผัสได้ รูปธรรมที่ใช้ในการออกแบบ
เคร่ืองประดบั จะแบง่ ออกเปน็ รปู รา่ งรูปทรง ลวดลายและวสั ดุ ทจ่ี ะนำมากรอบแนวคิดเพื่อการออกแบบ
2.1.1.1 รูปร่าง รปู ทรง
รปู ร่างรูปทรงทเี่ ลือกใช้ในงานออกแบบตอ้ งระบุแนวทางที่ชัดเจน เพื่อให้เห็นถงึ ความเป็นไปไดใ้ น
การออกแบบ ซง่ึ รูปรา่ งรูปทรงสามารถเลือกใช้ได้หลากหลาย ไม่วา่ จะเปน็ รูปร่างรูปทรงท่ัวไป เช่น ธรรมชาติ เลขา
คณิต หรือแม้กระทั้งสามารถอ้างอิงยุคสมัยทางศิลปะหรือแนวทางเฉพาะของศิลปะต่าง ๆได้ด้วย เช่น ศิลปะมินิ
มอล(Minimal) ศลิ ปะอาร์ทเดคโค(Art Deco) เปน็ ต้น
2.1.1.2 ลวดลาย
ลวดลายเอกลักษณ์จากแรงบันดาลใจหรือสิง่ ที่นกั ออกแบบให้ความสนใจ เช่นลวดลายสกั ของชน
เผ่า ลายกระจังในศิลปะไทย ลวดลายขดหอยจากเปลือกหอยธรรมชาติ ลวดลายเหล่านี้เปรียบเสมือนรายละเอียด
ของงานที่นักออกแบบจะต้องให้ความสำคัญ ซึ่งลวดลายอาจมีการผสมผสานหรือต่อลวดลายเพื่อให้ตรงตาม
แนวคิดของนักออกแบบได้
บทท่ี 6 การสรา้ งแนวทางการออกแบบ 71
2.1.1.3 วสั ดุ
ระบุวัสดุท่ีเหมาะสมกับแนวความคิดในการออกแบบ ทั้งวัสดุมีค่าและวัสดุไม่มีค่า ซึ่งวัสดุท่ีเลือก
มาสร้างสรรค์งานเครื่องประดับน้ัน ต้องสามารถถ่ายทอดความรู้สึกของการออกแบบ ทำให้งานเครื่องประดับบ่ง
บอกถึงแนวคิดและความรู้สึกที่นักออกแบบ้องการจะถ่ายทอดได้อย่างชัดเจน รวมไปถึงการเลือกใช้ผิวสัมผัสและ
โทนสีที่เกิดข้ึนจากวัสดุท่ีนำมาออกแบบ เช่นทองเหลือง ทองแดง ไม้ พลาสติก คริสตัลต่าง ๆ วัสดุแต่ละประเภท
จะให้ความรูส้ กึ ทแี่ ตกตา่ งออกไป
6.2.2. นามธรรม
นามธรรม คือ ส่ิงที่ไม่สามารถจับต้องได้ ซึ่งในงานออกแบบเครื่องประดับจะหมายถึง อารมณ์และ
ความรสู้ ึกทถ่ี ่ายถอดออกมาผ่านผลงาน โดยนกั ออกแบบจำเป็นจะตอ้ งวางอารมณ์และความรู้สึกของงานใหช้ ัดเจน
ทำให้ผู้ใช้งานออกแบบสามารถเข้าถึงอารมณ์และความรู้สึกน้ัน ๆได้ด้วย ในกระบวนการนี้จะถ่ายทอดนามธรรม
ดว้ ยวิธีการสรา้ งกระดานอารมณ์ความรู้สกึ หรอื ท่เี รียกกนั ว่า Mood & tone Board
Mood & Tone Board คือการกำหนด Concept Design โดยใช้อารมณ์และความรู้สึกเป็นตัวถ่ายทอด
หรือการขยายความนามธรรมที่ไม่สามารถเข้าใจได้ ออกมาเป็นรูปธรรม เพื่อให้การส่ือความหมายนั้นรับรู้ตรงกัน
ทง้ั ผู้ออกแบบและผู้รับสาร
‘Mood’ หมายถึง อารมณ์ของภาพ ไม่ว่าจะเป็นความสนุกสนาน ความเศร้า ความร่าเริง ความสงบ โดย
ทกุ งานออกแบบนั้นจะบ่งบอกในความเป็นตวั ของมนั เอง
‘Tone’ คือสีในงานออกแบบ โดยสีน้ันจะบอกความรูสึกของงานหรือท่ีเรารู้จักกันในสีโทนเย็นหรือว่าสี
โทนร้อน ซึ่งมันคือความต้องการของนักออกแบบว่าอยากให้งานออกแบบมีเอกลักษณ์และมีรูปแบบไปในทิศทาง
ไหน ซ่ึง Mood and Tone น้ันยังเป็นสิ่งท่ีหลายๆวงการการออกแบบใช้กัน ไม่ว่าจะเป็นนักตกแต่งภายใน นัก
ออกแบบเฟอรน์ ิเจอร์ นกั ออกแบบบรรจุภัณฑ์และส่ือส่ิงพิมพ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะในวงการแฟช่ัน ที่จะต้องมีการมิกซ์
แอนด์แมทซ์(Mix and Match)เส้อื ผ้าและเครอ่ื งประดับสีสนั ตา่ ง ๆใหเ้ กดิ ความน่าสนใจมากข้นึ
บทท่ี 6 การสรา้ งแนวทางการออกแบบ 72
ภาพท่ี 6.2 ตวั อยา่ งกระดานอารมณ์ความรู้สึก(Mood & Tone Board)
หลักการสร้าง Mood & Tone Board น้ันจะต้องเริ่มจากการเลือกอารมณ์และความรู้สึกท่ีนักออกแบบ
จะใช้นำเสนอผ่านงานออกแบบ ซึ่งจะเป็นลักษณะของคำสำคัญของการออกแบบ(Key Words of Design) ที่เป็น
นามธรรม เช่น การเช่ือมต่อ น้อยแต่มาก ความสดใส การเคล่ือนไหว ความขัดแย้ง ความเกรียวกราด เป็นต้น ซ่ึง
เมื่อนักออกแบบสามารถเลือกคำสำคัญท่ีให้อารมณ์ความรู้สึกน้ันได้อย่างชัดเจนแล้ว นักออกแบบจะต้องค้นหา
รูปภาพท่ีให้อารมณ์ความรู้สึกเดียวกัน มาจัดเรียงในลักษณะของกระดานภาพ ซ่ึงทุกภาพท่ีหยิบมาใส่ในกระดาน
จะตอ้ งอธบิ ายถงึ ความรสู้ ึกน้นั ๆสูก่ ารตคี วามแนวทางการออกแบบได้อยา่ งชดั เจน
จากการสร้างแนวทางการออแบบการสร้างสรรค์และพัฒนาภายใต้แนวคิด “การทำให้เกิดลูกผสม หรือ
Hybridization” การคิดใหม่ทำใหม่ (Reinvention) โดยการทำให้เกิดลูกผสม หรอื Hybridization”นั้น สามารถ
ยกตัวอย่างหลักการออกแบบ โดยอ้างอิงจากงานวิจัย โครงการความคิดสร้างสรรค์กับการประยุกต์ เพ่ือพัฒนา
ธุรกิจด้านอัญมณีและเคร่ืองประดับ สำหรับผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนกาญจนบุรี ซ่ึงมีแนวทางการออกแบบ
ดังน้ี
บทท่ี 6 การสรา้ งแนวทางการออกแบบ 73
ตารางท่ี 1 ตวั อยา่ งการวิเคราะหส์ ู่การสร้างแนวทางการออกแบบ
หลกั การวเิ คราะห์ ปัจจยั ใหม่ ปัจจัยเดมิ
วสั ดุ ผสมผสานวัสดุธรรมชาติและวัสดุท่ี เงนิ พลอยนำ้ เงิน (Blue Sapphire) นิล
มนุษย์สร้างข้ึนทั้งที่มคี ่าและไม่มีค่า (Black Spinal)
รูปแบบ เรียบงา่ ยไมซ่ ับซ้อน (Minimal) รปู แบบที่เรียบง่าย สามารถการใช้งานได้
รูปธรรม ธรรมชาติ/เลขาคณิต หลากหลาย
(Natural/Geometric)
ลวดลาย ลวดลายท่ตี อ่ เน่อื ง (Linking) และ ลวดลายทางวัฒนธรรมของกาญจนบุรี เชน่
เรียบง่ายไม่ซับซ้อน (Minimal) สถาปัตยกรรมในชุมชนปากแพรก (รา้ นนาย
ธรรมชาติ/เลขาคณิต บญุ ผ่อง แอนด์ บราเดอร์ บ้านชวนพานิช ฯลฯ
(Natural/Geometric)
- ความตอ่ เนื่องทางความคิด - ความหมายทลี่ กึ ซ้ึง ความประทับใจจาก
ความเปน็ ปัจจบุ ันและอนาคตที่โหย ประสบการณ์ อัตลักษณ์ของทอ้ งถนิ่
นามธรรม หาอดีต(History/Future) - น้อยแตม่ าก
- เอกภาพของคู่ขดั แยง้
คำสำคัญ : เรยี บงา่ ย,ประวัตศิ าสตร์
แนวทางการออกแบบ : การเชือ่ มตอ่ ทางประวัตศิ าสตร์ (Linking history)
บทท่ี 6 การสรา้ งแนวทางการออกแบบ 74
ภาพท่ี 6.3 ตัวอย่างแผนผังสรุปคำสำคัญในการออกแบบของโครงการความคิดสร้างสรรคก์ บั การประยุกต์ เพ่ือ
พฒั นาธุรกจิ ดา้ นอญั มณแี ละเครอ่ื งประดับ สำหรบั ผปู้ ระกอบการวิสาหกจิ ชมุ ชนกาญจนบุรี
จากการวิเคราะห์สามารถสรุปแนวคิดในการออกแบบ (Concept Design) คือ การเช่ือมต่อ
ประวัติศาสตร์ (Linking history)” ซ่ึงสามารถสรุปคำสำคัญย่อยในการออกแบบในเชิงศิลปะด้วยคำว่า “ความ
เรียบง่าย (Minimal)” และ “ประวัติศาสตรข์ องกาญจนบุรี” โดยเกดิ จากการผสมผสานระหวา่ ง ปัจจัยใหม่ ท่ีเน้น
ลวดลายที่ต่อเนื่อง (Linking ) ความเรียบง่าย ความธรรมดาไม่เยอะหรือฟุ้ง ไม่ซับซ้อนแต่เน้นความดูดี รูปแบบ
เคร่ืองประดับจะเป็นรูปแบบที่เรียบง่าย สวมใส่ได้ในหลากหลายโอกาส ซึ่งในคำนิยามนี้ได้ให้ความสำคัญกับความ
เท่ห์แต่มีความอ่อนหวานแฝงไว้ด้วย ปัจจัยเดิม ได้แก่ เรื่องราวประวัติศาสตร์ (History) เรื่องราวจะมาจาก
ประวัตศิ าสตร์ของเมืองกาญจนบุรี ซึ่งหยิบยกสถาปตั ยกรรมในชุมชนปากแพรก ท่ีมีเอกลักษณ์โดดเด่น ทั้งเรื่องราว
ทางประวัติศาสตร์และลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของจังหวัดกาญจนบุรี (ทวีศักดิ์ มูลสวัดด์ิ และ
วรชัย รวบรวมเลศิ . 2560)