บทท่ี 6 การสรา้ งแนวทางการออกแบบ 75
ภาพที่ 6.4 รปู แบบท่สี รุปเลือกมาพัฒนา “การเช่อื มต่อทางประวัตศิ าสตร์”
ภาพที่ 6.5 ภาพผลงานเคร่ืองประดับภายใต้แนวทางการออกแบบ“การเชอ่ื มต่อทางประวัติศาสตร์”
กิจกรรมทา้ ยบท
- ใหน้ สิ ติ แบง่ กลมุ่ และนำหลักการการทำใหเ้ กิดลูกผสมไปใชใ้ นการสร้างแนวทางการออกแบบ
เครือ่ งประดบั เทียม และนำเสนอหนา้ ชัน้ เรียน
บทท่ี 7 แนวโนม้ กระแสนิยมของแฟช่นั 76
บทที่ 7
แนวโน้มกระแสนยิ มของแฟช่ัน
การหมุนเวียนและเปล่ียนแปลงเป็นธรรมชาติของโลกท่ีดำเนินมากว่าหลายพันล้านปี มนุษย์เป็นหน่ึงใน
วงจรดังกล่าว มนุษย์สร้างสรรค์ผลงานโดยเปิดรับแรงบันดาลใจจากส่ิงไหลเวียนอยู่รอบตัว แต่บริบทรอบตัวนั้นก็
เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาเช่นกัน การทำความเข้าใจต่อโลกที่เปลี่ยนไปจึงสำคัญต่อการสร้างสรรค์ผลิตผลแห่ง
ยุคใหม่ เทรนด์เป็นส่ิงที่มีอิทธิพลต่อผู้บริโภคทั้งในประเทศไทยและท่ัวโลก เราสามารถนำความรู้เหล่าน้ีไป
ประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเคร่ืองประดับท่ีสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่าง
เหมาะสม ซ่ึงแนวโน้มกระแสนิยมหรือเทรนด์มีอยู่ 2 ระดับ คือ เทรนด์ระดับโลก(Global Trend) และเทรนด์
ระดับประเทศ(Local Trend) โดยจะมีความแตกต่างท่ีขอบเขตความนิยมของแต่ละเทรนด์ ทั้ง 2 แนวโน้มกระแส
นยิ มจะทำให้เกดิ เทรนด์ใหญ่ทเ่ี รียกว่า “Maga Trend”
7.1 การคาดการณก์ ระแสนยิ มแฟชน่ั (Trend Forecast)
การทำนายเทรนด์หรือการคาดการณ์แนวโน้มกระแสนิยมของแฟช่ัน เกิดข้ึนจากการเสาะหาและเก็บ
รวบรวมข้อมลู ที่น่าสนใจจากพื้นท่ีต่าง ๆ นำมาวิเคราะห์และสรปุ เป็นการทำนายเทรนดท์ ่ีจะเกิดข้ึนในอนาคต ซ่ึงมี
ปัจจัยที่ส่งผลต่อเทรนด์ ได้แก่ สังคม ระดับการศึกษา บทบาทท่ีเปลี่ยนแปลงของสตรี ทรัพยากรธรรมชาติท่ีมี
อยู่ การเปล่ียนแปลงของอุดมคติ ประชากรศาสตร์ ส่ือและการส่ือสาร เทคโนโลยี และอีกหลายๆปัจจัยที่
เกยี่ วขอ้ ง กลายมาเปน็ แนวโนม้ ทเี่ ปน็ ท่ยี อมรบั ร่วมกันซง่ึ เปลี่ยนแปลงไปตามระยะเวลาอยูเ่ สมอ
ภาพท่ี 7.1 ปจั จยั ท่สี ่งผลตอ่ การทำนาทเทรนด์แฟช่ัน
ทีม่ า : https://www.arts.ac.uk
บทท่ี 7 แนวโนม้ กระแสนิยมของแฟช่นั 77
นักออกแบบจึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญอยา่ งยิ่งกบั การคาดการณ์แนวโน้มของแฟชน่ั เน่ืองจากถ้ารู้ว่าใน
ฤดูกาลหน้ากระแสของแฟชั่นนั้นจะมีแนวโน้มไปในทิศทางใด นักออกแบบก็สามารถเตรียมความพร้อมว่าควร
ออกแบบเครื่องประดับอย่างไรให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและเข้ากับกระแสแนวโน้มแฟช่ันในฤดูท่ีจะเกิดข้ึน
นั้น ซ่งึ ขอ้ มลู ที่มีความจำเป็นในการคาดการณ์กระแสแฟชน่ั นนั้ สามารถแบง่ ไดเ้ ป็น 2 ประเภท ดงั น้ี
7.1.1 ข้อมูลแบบปฐมภูมิ(Primary Research)
ซึ่งมันหมายถึงการหาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆท่ีไม่ได้เกิดจากการลงพ้ืนที่ เพียงแต่เป็นข้อมูลที่ศึกษา
และค้นคว้าด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็น สิ่งพิมพ์ต่างๆ หนังสือ ตำรา บทความ นิตยสาร บล็อค ภาพยนตร์ เพลงและ
เว็บไซต์ ข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์มาก เน่ืองจากความรู้หรือข้อมูลบางอย่างเป็นส่ิงท่ียากต่อการศึกษาด้วยตนเอง
เช่น ภาพจากกล้อง microscope ทีส่ ่องดูเซลล์เม็ดเลือดจากร่างกายเรา หรอื ศิลปะการตกแต่งสถาปัตยกรรมสมัย
อาร์ตนูโวท่ีประเทศสเปน คติความเชื่อเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมต่าง ๆ หรือนิยมของวัสดุจากธรรมชาติ ซ่ึงข้อมูล
เหลา่ น้ีสามารถคน้ หาและนำมาอ้างอิงได้
ภาพท่ี 7.2 การศึกษาข้อมูลแบบปฐมภูมิสู้การทำนายเทรนด์
ทีม่ า : http://robynuden.tumblr.com/post/34439335829/so-beautiful-and-inspiring-trend-
books-by-peclers
บทท่ี 7 แนวโนม้ กระแสนยิ มของแฟช่นั 78
7.1.2 การคน้ ควา้ แบบทตุ ิยภูมิ (Secondary Research)
คือการค้นคว้าข้อมูลท่ีเกิดจากประสบการณ์จริง ในการลงพ้ืนที่รูปแบบต่าง ๆ เช่น การสังเกตการณ์
พฤติกรรมของคนในสถานที่ต่าง ๆ ตามห้างสรรพสินค้า ท้องถนน แฟชั่นโชว์ และพฤติกรรมการใช้จ่ายของ
ผู้บริโภค รวมไปถงึ เรายังสามารถสัมภาษณ์พูดคุยกับผู้ที่มีประสบการณ์หรอื ความชำนาญในด้านนั้น ๆ ศาสตร์ของ
การคิดหรือทำนายเทรนด์จึงให้ค่ากับการค้นคว้าแบบทุติภูมิมากที่สุด โดยเฉพาะเรื่องของสัมผัสทั้ง 5 เร่ือง Sense
เป็นเรอ่ื งที่สำคัญมากในการที่เราจะคาดเดาTrend Forecasting เพราะนอกจากจะตอ้ งตีความแนวคิดมนเร่ืองต่าง
ๆเป็นภาพลักษณ์แล้ว เรายังตอ้ งถ่ายทอดเร่ืองราวทิศทางของเทรนด์ให้ดีไซเนอร์เข้าใจอีกด้วย ซึ่งส่วนมากก็ไม่พ้น
การใชป้ ระสาทสมั ผัสพน้ื ฐานท้งั 5
ภาพที่ 7.3 การค้นคว้าแบบทุตยิ ภมู ิทเ่ี กดิ จากการสังเกตจากแฟช่ันโชวต์ ่าง ๆ สามารถนำสู่การทำนาย
กระแสแฟชั่น
ทมี่ า : http://stylecaster.com/fashion-trend-forecasting/
บทท่ี 7 แนวโนม้ กระแสนิยมของแฟช่นั 79
7.2 ขนั้ ตอนการวิเคราะหก์ ระแสนยิ มแฟช่ัน
7.2.1 การวเิ คราะห์ (Analyze)
ศึกษาแนวคิดและหลักการเหตุผลของแนวคิดเทรนด์ จากหนังสือและนิตยสารต่าง ๆ เพ่ือทำความเข้าใจ
ในท่ีมาของการกำหนดเทรนด์ แล้วจึงวิเคราะห์แนวคิดสำคัญของทุกข้อมูลร่วมกัน เพ่ือให้ได้ภาพรวมแนวโน้มของ
เทรนด์
7.2.2 การจัดกลุ่ม (Categorize)
คัดเลือกหัวข้อเทรนด์แต่ละเล่มท่ีมีทิศทางตรงกับภาพรวมแนวโน้มเทรนด์ท่ีได้จากข้ันตอนแรก ทำการ
คัดเลือก keyword สำคัญที่มีความหมายตรงกับแนวโน้มน้ัน แล้วจัดกลุ่ม keyword ตามความหมายและ
คณุ ลกั ษณะ กำหนดช่อื กลุ่มเพื่อสะทอ้ นความหมายรวม
7.2.3 การคัดกรองส่วนท่เี หมือน (Normalize)
ในแต่ละกลุ่ม คัดกรอง keyword ให้เลือกเฉพาะคำสำคัญท่ีพูดถึงตรงกันมากท่ีสุด นำไปเทียบกับ
keyword ของหนังสือเทรนด์แต่ละเล่มเพ่ือคัดกรองกลุ่มสีท่ีใช้ keyword เดียวกันมารวมกัน เลือกสีที่ใช้ตรงกัน
มากท่สี ุดเพ่ือให้เป็นสีหลักที่เปน็ ตัวแทนของแต่ละกลมุ่ เทรนด์
7.2.4 การตคี วามใหม่ใหเ้ ข้าใจงา่ ย (Finalize)
จัดโครงสร้างและเรียบเรียงเนื้อหาทุกส่วนให้เป็นระบบและเข้าใจง่าย แปล keyword เป็นภาษาไทย
เพื่อให้ได้ความหมายท่ีถูกต้องตรงกัน เทียบคู่สีแต่ละสีกับ pantone เพ่ือให้ค่าที่เป็นมาตรฐาน รวมถึงหาข้อมูล
อา้ งองิ และยกตวั อยา่ งทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั แตล่ ะกลมุ่ เทรนดเ์ พ่ือ ให้เห็นภาพมากย่งิ ข้นึ
บทท่ี 7 แนวโนม้ กระแสนยิ มของแฟช่นั 80
ภาพท่ี 7.4 แผนผังกระบวนการคาดการณก์ ระแสนิยมแฟช่ัน
บทท่ี 7 แนวโนม้ กระแสนิยมของแฟช่นั 81
7.3 กระแสนิยมของแฟชั่นสำหรับเครือ่ งประดับ
จากขั้นตอนการวิเคราะห์กระแสนิยมแฟชั่นเบื้องต้นสามารถยกตัวอย่างการวิเคราะห์และสรุปเทรนด์
กระแสนิยมสำหรับปี 2018 (Trends Prediction) ของ Fiera di Vicenza ท่ีมีเน้ือหาเก่ียวข้องกับกรแสการ
ออกแบบเครื่องประดับ ซึง่ สรุปกระแสนิยมแฟช่ันเครื่องประดับสำหรับปี 2018 ได้เป็น 9 หัวข้อ (คำสำคัญหลักใน
การออกแบบ) และคำสำคญั ยอ่ ยในการออกแบบไดด้ ังนี้ (Fiera di Vicenza, 2017)
7.3.1 สว่ นประกอบทางอตุ สาหกรรม (Hardware)
ความแขง็ ความมนั เงา คุณสมบตั ิของการตีข้ึนรปู ได้และความน่ิมเป็นคุณสมบตั ิท่โี ดดเด่นของโลหะมีค่าได้
ถูกนำมาเฉลมิ ฉลองในการออกแบบด้วยความรมุ่ รวยทางอารมณ์ของภาพทนี่ ำเสนอ
ปกคอในลักษณะของเครื่องประดับหรือ(Collars) ท่ีสามารถคงส่วนโค้งไว้ได้ ในขณะเดียวกันก็มีความ
ยืดหยุ่นที่ก่อให้เกดิ ความสะดวกสบายเม่ือมีการเคลื่อนไหว
เครื่องประดับข้อมือคัฟ (Cuffs) ถูกนำเสนอในรูปแบบของภาพทำให้เกิดหน้าตัดจากการพับ ก่อให้เกิด
รูปร่างรูปทรงที่สะท้อนแสงแหวนพาดข้ามอยู่เหนือนิ้วเหมือนกับรูปทรงของชุดเกราะหรือผิวชั้นที่สอง เสน้ ที่ถูกขัด
เงาและรูปทรงท่ี อ่อนช้อย ไหลล่ืนของรูปแบบนี้ จะเรียบง่ายและดูสะอาดตา เพื่อให้ผิวของโลหะได้แสดง
คณุ ลกั ษณะของการสะท้อนแสงได้อย่างเตม็ ท่ี
ถึงแม้ว่าโลหะจะเป็นจุดศูนย์กลางของการดึงดูดใจ แต่การปกคลุมด้วยเพชรจะเป็นการเพิ่มความกระจ่าง
งามให้กับงานออกแบบ การนำเสนอแบบตรงไปตรงมาทัง้ ขนาดและแรงปะทะในรูปแบบนี้ ก่อให้เกดิ ความรู้สึกของ
ในยุคเซเว่นต้ี (1970s) โดยรูปร่างจะแข็ง เที่ยงตรงในการสร้าง เพ่ือให้เกิดมิติท่ีเป็นอันหน่ึงอันเดียวกัน นี่คือ
คุณลักษณะหรือคุณสมบัติทางอุตสาหกรรมของการออกแบบนี้ เป็นการกระตุ้นเตือนให้นึกถึงความแข็งแกร่งของ
โลหะและการใช้ท่ีก้าวขา้ มเพยี งแค่ความเปน็ เครื่องประดับ
คำสำคัญ : ความมันเงา (Lustrous) ความตรงไปตรงมาและการเน้น (Bold) โลหะ (Metal) ความไหลลื่น
(Smooth) รูปทรงเลขาคณิต (Geometric) ความมันเงาไหลล่ืน (Sleek) ความเงางาม (Polish) สะอาดตา
(Clean)
บทท่ี 7 แนวโนม้ กระแสนยิ มของแฟช่นั 82
ภาพท่ี 7.5 ตัวอยา่ งเครือ่ งประดับและโทนสีของกระแสนิยมแฟชน่ั เคร่ืองประดบั สำหรับปี 2018 ในหัวข้อ
ส่วนประกอบทางอตุ สาหกรรม (Hardware)
ท่ีมา : TrendbookForecast 2018+. TrendVision
บทท่ี 7 แนวโนม้ กระแสนยิ มของแฟช่นั 83
7.3.2 เส้นทเี่ กิดจากความต่อเนือ่ งของจดุ (Dotted Lines)
พื้นผิวของเม็ดกลมมีลักษณะลูกปัดกลมขนาดเล็กเพิ่มมิติท่ีสามให้กับการออกแบบ แบบเรขาคณิตท่ีเรียบ
งา่ ย (Minimal) ความเปน็ ร่วมสมัยของกระแสการออกแบบย่อยน้ี ให้ความสนใจกับเทคนิคโบราณที่เรียกวา่ เทคนิค
เมด็ ไข่ปลา (Granulation) เทคนคิ น้ีมีลักษณะเป็นการจัดเรียงกนั ของโลหะกลมขนาดเล็กเป็นเส้น ก่อให้เกิดรปู ร่าง
ทส่ี ามารถมองทะลุผ่านได้เหมือนชิ้นงานลอยอยูใ่ นอากาศ เส้นก่อให้เกิดแรงขับดันและการระเบิดของพลังงานทาง
ความรสู้ กึ
การจัดองค์ประกอบ เม็ดลูกปัดล้อมรอบอัญมณีในลักษณะคล้ายกับเปลือกหอยล้อมรอบ สร้อยกลม
สะทอ้ นใหเ้ ห็นถึงรูปรา่ งของทรงกลมสำหรับจีแ้ ละแหวน
แรงบันดาลใจสำหรับการออกแบบน้ีเกิดขึ้นมาจากโลกขนาดเล็กของสสารและรูปร่าง รูปทรงของอณู
อะตอมมิกและโมเลกุลขนาดเล็ก อณูเล็กๆของอะตอมมิกปะทะกันก่อให้เกิดเส้นโคจรที่สง่างาม เหล่าดาวเคราะห์
น้อยและวัตถุที่สวยงามบนท้องฟ้าเต้นส่องประกายในการโคจรเชิงกล อะตอมเหล่าน้ีรวมกันเข้ากลายเป็นโมเลกุล
ของสร้อย การฝังหุ้มของอัญมณีและไขม่ ุกเพมิ่ ความขัดแย้งและสกี ่อให้เกิดจังหวะดนตรีของการเคลื่อนทีข่ ้ึนลงของ
ลูกปัด การอ้างอิงสิ่งต่างๆต่างเหล่าน้ีทำให้งานออกแบบที่ได้มีความเป็นร่วมสมัย จนเกือบจะให้ความรู้สึกของ
แนวคิดกระแสการออกแบบสำหรบั อนาคต (Futurist)
คำสำคัญ : อณู (Particles) ลูกปัด (Beads) โมเลกุล (Molecules) ฟองอากาศ (Bubbles) อณูพ้ืนฐาน
ของสสาร (Photons) ความเป็นประตมิ ากรรม (Sculptural) ทรงกลม (Spheres)
บทท่ี 7 แนวโนม้ กระแสนยิ มของแฟช่นั 84
ภาพท่ี 7.6 ตวั อย่างเครื่องประดบั และโทนสีของกระแสนิยมแฟชนั่ เครื่องประดบั สำหรับปี 2018 ในหัวข้อ
เสน้ ท่เี กิดจากความต่อเนอ่ื งของจดุ (Dotted Lines)
ที่มา : TrendbookForecast 2018+. TrendVision
บทท่ี 7 แนวโนม้ กระแสนยิ มของแฟช่นั 85
7.3.3 เสน่หข์ องหว้ งอวกาศ (Cosmic Charm)
ภาพท่ีตรึงใจของสรวงสวรรค์เพ่ิมเติมชั้นของความหมายให้กับการออกแบบท่ีเกี่ยวกับท้องฟ้าหรือสรวง
สวรรค์ การกระจายแสงของดวงอาทิตย์ประกอบด้วยรังสีของการทรงกลด เป็นการเพ่ิมความรู้สึกอบอุ่นและแผ่ว
เบาให้กับต่างหู จังหวะและมุมมองในห้วงเวลาท่ีแตกต่างของดวงจันทร์ช่วยแต่งประกายให้กับสร้อยคอและค่ำคืน
กลุ่มดวงดาวเล่าเรื่องราวผ่านเพชรและอัญมณีมีค่า งานออกแบบในกระแสย่อยนี้ส่วนใหญ่นำเสนอการใช้อัญมณี
โดยเฉพาะอยา่ งยิง่ สมี ว่ งเขม้ และสนี ้ำเงินเข้ม ในห้วงเวลาที่พระอาทติ ย์กำลงั ลับขอบฟ้าและช่วงกลางดึกของท้องฟ้า
หินพระจันทร์ (Moonstone) และลาบราโดไร (Labradorite) โอเปอล์ (Opal) สตาร์ ซับไฟล์ (Star sapphire)
ความมหัศจรรย์ของอัญมณีเพิ่มความรู้สึกและสัมผัสของช้ันความขัดแย้งระหว่างการซ่อนเร้นและเปิดเผย
ก่อให้เกิดความรู้สึกลึกลับท่ีน่าค้นหา ถึงแม้ว่าลวดลายของดวงดาวมักจะเกี่ยวข้องกับด้านมืดของเครื่องประดับใน
ยุควิคเตอร์เรียน (Victorian jewelry) งานออกแบบเหล่าน้ีจะให้ความรู้สึกที่เบากว่าและมีความทันสมัยกว่า เป็น
การมองไปสู่อนาคต โดยไมม่ องย้อนกลับไปสู่อดตี การใชส้ ัญลักษณ์จะเป็นสญั ลักษณ์เฉพาะตนและเป็นส่วนตวั ไม่
อยู่ในกรอบกำหนดของประเพณี มันคือการประกาศถงึ ตำนานรว่ มสมัยของคนเมือง
คำสำคัญ : การกระจายแสงของดวงอาทิตย์ (Radiant Suns) เสี้ยวพระจันทร์ (Crescent Moons)
ดวงดาว (Stars) ความลกึ ลบั (Mystic) โหราศาสตร์ (Astrology) เกี่ยวกับจักรวาลหรือห้วงอวกาศ (Cosmic) กลุ่ม
ดวงดาว (Constellations)
บทท่ี 7 แนวโนม้ กระแสนิยมของแฟช่นั 86
ภาพท่ี 7.7 ตัวอย่างเคร่อื งประดบั และโทนสีของกระแสนิยมแฟช่นั เครื่องประดับสำหรบั ปี 2018 ในหัวข้อ
เสน่หข์ องหว้ งอวกาศ (Cosmic Charm)
ทีม่ า : TrendbookForecast 2018+. TrendVision
บทท่ี 7 แนวโนม้ กระแสนิยมของแฟช่นั 87
7.3.4 ปา่ ในจินตนาการ (Fantasy Forest)
แรงบันดาลใจจากธรรมชาติเป็นการกล่อมเกลาไปสู่นามธรรมของการออกแบบ แรงบันดาลใจมาจาก
รปู รา่ งและภาพเงา (Silhouettes) ของป่า ใบไมก้ ับการฝัง ไขป่ ลาเพชร(Pave)ที่มว้ นตัวอย่างสงา่ งาม กิ่งไมบ้ ิดตัว
ในรูปแบบของเส้นที่ไหลลน่ื ก้านไมท้ ่ีโค้งตัวเข้าหาพระอาทติ ย์ การเล่นด้วยการตัดทะลุก่อให้เกิดความรสู้ ึกเบาและ
เปลี่ยนมุมมองของขนาดชนิ้ งาน การออกแบบเป็นการสร้างการซ้อนทับกนั เป็นชนั้ ก่อให้เกิดความซับซ้อนและสง่า
งาม ด้วยความงามท่ีหรูหราของเส้นและความสมดุลของการจัดองค์ประกอบทางศิลปะ รูปแบบของภาพเงาและ
คุณลักษณะของความเป็นประติมากรรมในรูปแบบท่ีเรียบง่าย (Minimal)กระตุ้นแนวคิดเชิงอุดมคติของรูปทรง
ธรรมชาติ เช่น ต้นไม้และเถาวัลย์ เหมือนประเพณีการตัดแต่งต้นไม้ของญ่ีปุ่น (Bonsai Ikebana) ธรรมชาติถูก
ปรับแต่งในรูปแบบท่ีเป็นทางการ (Formal Motif) การฝังไข่ปลาเพชร และอัญมณีในสีที่เข้มและสีท่ีหรูหรา
เพมิ่ เติมความรุม่ รวยทางความรู้สึก ในขณะที่หนามและกิ่งก้านเพม่ิ ความรู้สึกดา้ นมืดใหก้ ับการออกแบบ กระตุ้นให้
ระลึกถึงธรรมชาตทิ ่ามกลางร่มเงาของป่า ไม่ใชแ่ สงแดดในสวน
คำสำคัญ : นักธรรมชาติ (Naturalistic) ใบไม้ (Leaves) ก่ิงไม้ (Twigs) ไม้สีเข้ม (Dark Woods) หนาม
(Thorns) ลวดลายหน้าต่างหรือประตู (Tracery) ก้านไม้ที่บิดเป็นเกลียว (Twisting Stems) ศิลปะการจัดดอกไม้
ของญ่ปี นุ่ (Ikebana)
บทท่ี 7 แนวโนม้ กระแสนิยมของแฟช่นั 88
ภาพท่ี 7.8 ตวั อยา่ งเครอื่ งประดับและโทนสีของกระแสนิยมแฟชนั่ เครื่องประดับสำหรบั ปี 2018 ในหัวข้อ
ปา่ ในจินตนาการ (Fantasy Forest)
ท่ีมา : TrendbookForecast 2018+. TrendVision
บทท่ี 7 แนวโนม้ กระแสนิยมของแฟช่นั 89
7.3.5 ความบ้าคล่ังของสี (Chromatic Craze)
นกั ออกแบบเครอ่ื งประดับในปัจจุบันสรา้ งภาพลกั ษณ์ใหมข่ องชุดสีเครื่องประดับ โลหะไม่ได้ถกู จำกัดอยู่ท่ี
สีเหลืองและสีขาวเมทาลิคอีกต่อไป ในปัจจุบันมีสีใหม่ๆมากเหมือนแถบสีของรุ้งกินน้ำสำหรับทั้งโลหะและอัญมณี
ในปัจจุบันน้ีโลหะสามารถเป็นจุดศูนย์การของการออกแบบ เกิดจากความเป็นไปได้ในการการเปลี่ยนสีของ
เคร่ืองประดับในรูปแบบใหม่ท่ีซับซ้อน วัสดุสมัยใหม่ เช่น Nano-ceramic coating, PVD-coating, colored
rhodium, titanium และ aluminum รวมท้ังอัลลอย์ดของทองก่อให้เกิดความหลากหลายของสีใหม่ สีของทั้งยา
สีร้อนและเย็น ก่อให้เกิดความเป็นไปได้ในการใช้สี ที่มีลักษณะการผสมผสานสี สีต่อสี ในรูปแบบการประสาน
กลมกลืน (Complimentary) และการใช้สีแบบแตกต่าง (Contrast) แหวนเพชรแต่งงานแบบประเพณีนิยมถูก
แปรเปล่ียนเมื่อโลหะมีสีที่ฉูดฉาดของไทเทเนียมทำให้แหวนทองปลอกมีดธรรมดากลายไปเป็นแหวนในสไตล์
รูปแบบของอนาคต (Futuristic) ด้วยการเคลือบสีที่สดใส ของ Nano-ceramic coating ในขณะที่ผลงาน
ออกแบบหลายๆชิ้น ใช้สีรุ้งของอัญมณี หรือแม้กระท่ังการใช้เพชรประกบกับสีที่ฉูดฉาดของโลหะ สำหรับ
เคร่ืองประดับลงยาสี(Enamel) มีลักษณะที่อ้างอิงถึงรูปร่าง รูปทรงของคนหรือสัตว์ก็ไม่เป็นลักษณะเดิม แบบ
ประเพณีนิยมอีกต่อไป แต่สีของยาสีจะถูกใช้ในลักษณะลวดลายเรขศิลป์สมัยใหม่ เส้นที่เรียบง่ายและเพรียวลม
(Streamline) ดว้ ยอารมณข์ องดจิ ิตอลและสไตล์รปู แบบของอนาคต (Futuristic)
คำสำคัญ : สี (Color) คู่ตรงข้าม (Contrast) รูปแบบ (Patterns) การผสมวัสดุ (Mixed Media) รุ้ง
(Rainbow) ยาสี (Enamel) สีตอ่ สี (Tone-on-Tone)
บทท่ี 7 แนวโนม้ กระแสนยิ มของแฟช่นั 90
ภาพที่ 7.9 ตัวอย่างเคร่อื งประดับและโทนสีของกระแสนิยมแฟชัน่ เคร่ืองประดบั สำหรับปี 2018 ในหัวข้อ
ความบ้าคล่งั ของสี (Chromatic Craze)
ท่ีมา : TrendbookForecast 2018+. TrendVision
บทท่ี 7 แนวโนม้ กระแสนิยมของแฟช่นั 91
7.3.6 ขุมสมบตั ขิ องความแปลกประหลาด (Exotic Treasures)
ยคุ เรเนซองส์ (Renaissance)ในยุโรป คือสมัยฟ้ืนฟศู ิลปะ (การเฟอื่ งฟูความรู้ทางศิลปวรรณกรรมในยุโรป
สมัยศตวรรษที่ 14-17) ศิลปินและนกั วิทยาศาสตรส์ ะสมตัวอย่างของสิ่งมชี ีวิตทแี่ ปลกประหลาด (Specimen) จาก
ธรรมชาติและส่ิงของท่ีแปลกและเก่า (Curios) จากวัฒนธรรมอ่ืน ในห้องที่เรียกว่าสารภัณฑ์ (Cabinet of
curiosities หรือ Cabinets of Wonder หรือ Kunstkammer หรือ Wunderkammer) คือการสะสมสิ่งของที่
นา่ สนใจ หอ้ งน้ีมีลักษณะเป็นพพิ ิธภณั ฑ์ขนาดเลก็ ที่เต็มไปดว้ ยขมุ สมบัติของความแปลกประหลาดและวัตถุโบราณ
จากวัฒนธรรมอื่นจากท่ัวโลก เขากวาง (Antlers) ผีเส้ือ แร่ธาตุ ซากพืชซากสัตว์ (Fossils) ปะการัง (Coral) พันธ์
พืชหายาก ของโบราณและวัตถุโบราณจากวัฒนธรรมอ่ืน จะถูกเก็บสะสมไว้ เพ่ือให้ผู้ที่สะสมชื่นชมและได้รับ
ประสบการณเ์ หมือนเดนิ ทางไปทัว่ โลก ผา่ นความงามและความหลากหลายเหลา่ น้ี
การออกแบบน้ีตรึงความอยากรู้อยากเห็นของผู้สะสมที่ชอบสรรหา เช่น ขนนกและแมลงหายาก เปลือก
หอยและเขาสัตว์ รวมทั้งอัญมณีที่มีสีสดใสของนกแมกไพ (Magpie-bright) เป็นนกขนดำขาวชนิดหน่ึงคล้ายนก
สาลกิ าดงหรอื นกขุนทอง ที่แสดงให้เหน็ ถงึ ระยะทางที่ยาวไกลของแหล่งทีม่ าและวัฒนธรรมอนื่ ทห่ี ่างไกล หอ้ งสาร
ภัณฑ์บางคร้ังจะมีการสะสมเขาของยูนิคอน (Unicorn) ยนู ิคอนคือสัตว์เทพนยิ ายมลี ักษณะเหมือนม้าแต่มเี ขาเดยี ว
ท่ีกลางหน้าผาก รวมท้ังสะสมซากสัตว์ที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ งานออกแบบลักษณะนี้ทำให้ความจริงและเรื่องแต่งมี
ความพร่ามัว ด้วยส่ิงมีชีวิตในจินตนาการ และเติบโตงอกงามจากความฝันและเร่อื งราวในตำนาน ความโรแมนติก
ของดินแดนที่ลึกลับ สัตว์ประหลาดในเทพนิยาย ดอกไม้ท่ีแปลกประหลาดและวัฒนธรรมท่ีมีสีสรรสดใส ทำให้
สไตลก์ ารออกแบบนเ้ี ปน็ ทดี่ ึงดใู จทา่ มกลางโลกปจั จุบนั ท่ดี ูเหมือนจะเล็กลงทกุ ขณะ
คำสำคัญ : นกั สะสม (Collectors) อัญมณี (Gemstones) สิ่งมชี ีวติ ที่แปลกประหลาด (Specimens) เขา
สตั ว์ (Horns) แมลง (Insects) สงิ่ แปลกๆที่มาจากต่างแดน (Exotica) ของแปลก (Curios)
บทท่ี 7 แนวโนม้ กระแสนยิ มของแฟช่นั 92
ภาพที่ 7.10 ตัวอย่างเครื่องประดับและโทนสีของกระแสนยิ มแฟชนั่ เคร่ืองประดับสำหรับปี 2018 ใน
หัวขอ้ ขุมสมบัติของความแปลกประหลาด (Exotic Treasures)
ทีม่ า : TrendbookForecast 2018+. TrendVision
บทท่ี 7 แนวโนม้ กระแสนยิ มของแฟช่นั 93
7.3.7 การประดบั ตกแตง่ อยา่ งชดั เจน (Bold Décor)
การประดับตกแต่งอย่างหรูหราและมีความอ่อนโยนของความเป็นผู้หญิง (Feminine) เคร่ืองประดับที่โร
แมนติกนี้มีความงดงามที่ละเอียดออ่ น ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก ผ้าปักดอก (Brocade) ผา้ ถักลายลูกไม้ (Lace)
การถัก (Crochet) งานผ้าทอมือถูกผลิตขึ้นมาใหม่ในรูปแบบของการผสมผสานกันระหว่างโลหะกับอัญมณี การ
หมุนตัวของเพชร ความประณีตงดงามของลวดลายและงานยัดลาย (Filigree openwork) ทำให้สไตล์น้ีมีอารมณ์
ของการย้อนยุคอยู่ ถึงแม้ว่าจะมีความประณีตในความรู้สึกต่อขนาดท่ีนำเสนอ(ขนาดใหญ่) ทำให้ช้ินงามเด่นและ
แสดงออกอย่างชดั เจน ตรงไปตรงมา แหวนคอคเทล (Cocktail ring) (แหวนคอคเทลจะมลี ักษณะตัวแหวนจะเน้น
ท่ีขนาดมีความหนา หรือใหญ่มาก เน้นการประดับตกแต่งโดยใช้อัญมณีหลักเป็นเพชรเม็ดโตหรืออัญมณีหายาก
ขนาดใหญ่) เคร่ืองประดับคอโช๊คเคอะ(Chokers) เครื่องประดับข้อมือคัฟ (Cuff) มีขนาดกว้างและย่ิงใหญ่ รูปร่าง
ขนาดใหญ่เหล่านี้มีน้ำหนักเบาและมีความอ่อนโยนของผู้หญิงเม่ือฉลุด้วยลวดลายแบบตัดออก การออกแบบใน
กระแสย่อยนี้กระตุ้นความรู้สึกของงานปักลายดอกสีขาว ( Broderie anglaise ในภาษาฝรั่งเศษหรือใน
ภาษาองั กฤษ embroidery) เสอ้ื และกางเกงชั้นในลายดอกของสตรี (Lingerie) ก็มอี ิทธิพลต่อสไตล์การออกแบบนี้
เครื่องประดับข้อมือคฟั เคร่อื งประดับคอโชค๊ เคอะและเคร่อื งประดับคอที่มลี ักษณะคลา้ ยปกเสื้อเป็นลายดอกไมฉ้ ลุ
แล้วรัดให้แน่นเหมือนเส้ือรัดลำตัวสตรี (Corsets) ชุดสี (Palette) จะเป็นสีท่ีอ่อนมากๆและมีความเป็นผู้หญิงในสี
ทองและอัญมณีสีสีจางและเย็นตา (Pastel) สีของความเปลือยเปล่ายังคงอยู่ภายใต้เร่ืองราวของเสื้อและกางเกง
ชั้นในลายดอกของสตรี กรงที่โปร่งเบาในลวดลายของลายฉลุลูกไม้ (Lacy) เป็นชั้นๆซ้อนกันของลวดลายที่ตรงกัน
ข้ามอย่างมีเล่ห์เหล่ียม พ้ืนผิวได้แรงบันดาลใจจากงานเย็บปักถักร้อย เป็นการเพิ่มมิติและความน่าสนใจให้กับ
ชิ้นงาน
คำสำคญั : ผ้าถักลายลูกไม้ (Lace) งานยัดลาย (Filigree) โรแมน'ทคิ (Romantic) การย้อยยุค (Vintage)
ผา้ ปกั ดอก (Brocade) หมนุ วน (Swirls) กรง (Cages) การถัก (Crochet) ฉลุ (Pierced) ชัดเจน เด่น (Bold)
บทท่ี 7 แนวโนม้ กระแสนิยมของแฟช่นั 94
ภาพที่ 7.11 ตัวอยา่ งเครื่องประดับและโทนสีของกระแสนิยมแฟช่นั เครื่องประดบั สำหรับปี 2018 ใน
หัวขอ้ การประดบั ตกแต่งอยา่ งชดั เจน (Bold Décor)
ทม่ี า : TrendbookForecast 2018+. TrendVision
บทท่ี 7 แนวโนม้ กระแสนิยมของแฟช่นั 95
7.3.8 การเชือ่ มตอ่ (Linking)
วงรอบที่ไม่มีที่สิ้นสุดปราศจากรอยต่อ และ/หรือการต่อนั้น โดยปกติเป็นสัญลักษณ์ของการเช่ือมต่อช่ัว
กาลปาวสานของมนุษย์ สร้อยเป็นส่วนสำคัญของการออกแบบเคร่ืองประดับมาแล้ว เป็นเวลาหลายร้อยปี
ตัวอย่างที่วิจิตรบรรจงค้นพบในหลุมศพบาบิโลเนียน (Babylonian) อายุ 2,500 ปีก่อนคริสต์ศักราชในเมืองเมโส
โปเตเมียโบราณ( Ancient Mesopotamian city) ของอูร์ (Ur) และในปีน้ีก็เช่นกัน นักออกแบบในวันน้ีให้
ความสำคัญต่อสายสร้อยท่ีเช่ือมโยงงานออกแบบที่เด่น (Bold) แต่น้อย (Minimal) สิ่งต่างๆท่ีกล่าวมาข้างต้น
สามารถพบได้ในสถานท่ีที่สร้างความประหลาดใจ ไม่น่าจะอยู่ร่วมกันได้ เช่น ต่างหู แหวน จ้ี และเครื่องประดับ
ข้อมือคัฟ รวมทั้งเครื่องประดับคอที่มีลักษณะคล้ายปกเส้ือ (Collars) และสร้อยขนาดยาวที่มีรูปทรงของหว่ งเหล็ก
และห่วงเคาะประตู โดยรอยต่อสามารถท่ีจะกำหนดตายตัวหรอื ปล่อยเป็นข้อ ปล้องให้สามารถเคล่ือนไหวได้ ภาพ
เงา(Silhouette)ถูกทำให้แบนจนกลายเป็นรูปร่างนามธรรม โดยส่วนมากคล้องเกาะเกี่ยวกันเป็นลวดลายสองมิติ
ข้อต่ออาจจะมีรูปร่างที่เหมือนกันหรือเปล่ียนแปลงเป็นข้ันตอนอย่างเนิบช้าก็ได้แต่ต้องสม่ำเสมอด้วยความรูปสึก
ทางอตุ สาหกรรม การผสมสขี องโลหะและการฝังไข่ปลาเพชรจะช่วยเพ่ิมเตมิ ความน่าสนใจใหก้ ับการออกแบบ
คำสำคัญ : สร้อย (Chains) คล้องเกาะเกี่ยว (Interlocking) อุตสาหกรรม (Industrial) แข็ง ตายตัว
(Rigid) เด่น ชดั เจน (Bold) น้อย (Minimal) นามธรรม (Abstract)
บทท่ี 7 แนวโนม้ กระแสนยิ มของแฟช่นั 96
ภาพที่ 7.12 ตัวอย่างเครื่องประดับและโทนสีของกระแสนิยมแฟช่นั เคร่ืองประดับสำหรับปี 2018 ใน
หัวข้อ การเชอ่ื มตอ่ (Linking)
ที่มา : TrendbookForecast 2018+. TrendVision
บทท่ี 7 แนวโนม้ กระแสนยิ มของแฟช่นั 97
7.3.9 เหนือกว่าศลิ ปะยุคอาร์ตเดคโค (Beyond Deco)
มุมท่ีถูกต้อง จังหวะที่สมดุล การออกแบบที่เพรียวลม เหล่าน้ีคือกฎเรขาคณิตของศิลปะยุคอาร์ตเดคโค
เป็นกระแสท่ีทรงพลังและมีอิทธิพลอย่างมากต่อการออกแบบเคร่ืองประดับใน ศตวรรษต่อมา แนวทางน้ีเป็นการ
เฉลิมฉลองการออกแบบเคร่ืองประดับในยุคโมเดิร์น ในขณะเดียวกันก็แหกกฎเกณฑ์ต่างๆโดยการให้ความสำคัญ
กับความไม่เท่ากัน สีและความสับสนอลหม่านกับงานตัวอย่างในยุคนี้ รวมทั้งการผสมผสานเข้าไปใหม่ของงาน
ออกแบบในยุคนี้ เพ่ือให้ได้อะไรบ้างอย่างท่ีสดใหม่ รูปทรงอัญมณีคลาสสิครูปสี่เหล่ียม (Baguette) การเจียร
เหล่ียมมรกต (Emerald cut) และส่ีเหลย่ี มจัตุรัส (Square cut) ของอญั มณีถกู ผสมผสานกบั รปู ร่างและรูปทรงอื่น
เพ่ือก่อให้เกิดความยุ่งเหยิงของรูปทรงเรขาคณิตและความตะปุ่มตะปั่มของภาพเงา องศาใหม่การจัดองค์ประกอบ
ใหม่ ทำลายกรอบความเป็นระเบียนของงานปีต โมนดรียน (Piet Mondriaan) ก่อให้เกิดพลังของงานเรขศิลป์
รูปร่างเลขาคณิตต่อกันเป็นชั้นซ้อนทับกันและรวมกันเป็นช่อ เป็นกลุ่มในรูปแบบท่ีเป็นธรรมชาติ (Organic) อัญ
มณีจะมีสีท่ีสดใส การผสมผสานท่ีแปลกประหลาดทำให้เกิดความน่าสนใจขึ้น ถ้าศิลปะยุคอาร์ตเดคโคส่งเสริมการ
มีระเบียบแบบแผนและการผลิตในระบบอุตสาหกรรมในยุคของเคร่ืองจักร งานออกแบบในกระแสย่อยนี้เฉลิมเฉ
ลองความว่นุ วายอย่างสร้างสรรค์ ในยุคของศตวรรษใหมข่ องเครือขา่ ยการทำงานในยุคของนวตั กรรมดิจิตอล
คำสำคัญ : ยุ่งเหยิง ว่นุ วาย (Jumble) รูปแบบเรขาคณิต (Geometry) ศิลปะยุคอาร์ตเดคโค (Art Deco)
ย้อนยุคในรูปแบบทันสมัย(Retro Modern) ออกนอกทาง (Askew) ชายขอบ หวุดหวิด (Edgy) พื้นท่ีรูปสี่เหลี่ยม
(Square) องศา มุม (Angles)
บทท่ี 7 แนวโนม้ กระแสนิยมของแฟช่นั 98
ภาพท่ี 7.13 ตัวอยา่ งเครื่องประดับและโทนสีของกระแสนิยมแฟชน่ั เคร่ืองประดบั สำหรับปี 2018 ใน
หวั ขอ้ เหนือกวา่ ศลิ ปะยุคอาร์ตเดคโค (Beyond Deco)
ทมี่ า : TrendbookForecast 2018+. TrendVision
กจิ กรรมท้ายบท
- ใหน้ สิ ิตอธบิ ายความสำคญั ความสำคัญของการคาดการกระแสนยิ ม
- ให้นสิ ิตแบง่ กลุ่ม รว่ มกนั วิเคราะห์และสรปุ ผลกระแสนิยมแฟชนั่ ทเี่ กิดขึน้ ในปจั จุบัน
บทท่ี 8 วสั ดใุ นงานออกแบบเครื่องประดบั เทยี ม 99
บทที่ 8
วัสดุในงานออกแบบเครื่องประดบั เทยี ม
8.1 วสั ดใุ นงานเคร่อื งประดบั เทยี ม
เคร่ืองประดับเป็นผลิตภัณฑ์อย่างหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับประโยชน์ใช้สอย แต่ในอีกมุมหนึ่งผู้สวมใส่
เคร่ืองประดับก็ตอ้ งการตอบสนองในดา้ นความงาม ความพงึ พอใจแกผ่ ู้เป็นเจ้าของ วัสดุท่นี ำมาใช้สว่ นใหญม่ กั จะใช้
สิ่งของท่ีมีความสวยงาม หรือสามารถตอบสนองความต้องการเฉพาะได้ ดังน้ันจะเห็นได้ว่าการเลือกวัสดุ ช่างทำ
เคร่ืองประดับแท้จะเลือกอัญมณี หรือโลหะท่ีมีราคาแพง ไม่เปล่ียนสภาพได้ง่าย เช่น หินที่มีอายุ การตกผลึกนาน
อญั มณีหายากได้แก่ เพชร บุษราคมั โกเมน ทับทมิ มรกต พลอยสีตา่ งๆ เป็นตน้ แตใ่ นส่วนของเครื่องประดับเทียม
เป็นกลมุ่ เครอื่ งประดับทมี่ ีราคาต่ำกว่าเครื่องประดับแท้ ทำให้สามารถเลือกวสั ดุได้หลากหลาย ไมเ่ นน้ ความคงถาวร
ในระยะยาวมากนัก แต่จะเน้นความสวยงามและมีราคาถูกเป็นหลัก เช่น ทองเหลือง ทองแดง อะลูมิเนียม นิเกิล
พลาสตกิ คริสตัล ไม้ ผ้า เปน็ ต้น
ในปัจจุบันนี้ ค่านิยมในการเลือกวัสดุมาใช้ทำเครื่องประดับเปลี่ยนไปมาก ประกอบกับนักวิทยาศาสตร์
เจริญก้าวหน้า มีการสังเคราะห์วัสดุต่าง ๆ ขึ้นใช้ บางคร้ังเลียนแบบของจริงจนใกล้เคียง ต้องใช้เครื่องมือกล้อง
ขยาย และความชำนาญพิเศษในการพิจารณาจึงจะร้ไู ด้ เช่น เพชรรัสเซีย ทับทิมอัด มรกตอัด และหินอัด ชนิดอ่ืน
ๆ อีกมาก แต่เคร่ืองประดับท่ีทำปลอมเหล่านี้ จะมีราคาถูกกว่าของจริงมาก และมีอายุการใช้งานไม่นานเท่าของ
จริง ด้วยเหตุน้ีจึงเป็นสาเหตุหน่ึงท่ีทำให้เคร่ืองประดับแพร่หลายไปสู่ชนชั้นกลาง และชนชั้นสามัญชนมากขึ้น ใน
ขณะเดียวกัน นักออกแบบก็มุ่งหาสู่วัสดุท่ีมีราคาไม่สูงนัก แต่ให้ความสวยงามในมิติท่ีแตกต่างออกไป เช่น การทำ
เครื่องประดับจากกระดูกสัตว์ จากผิวไม้ เปลือกไม้ จากขนสัตว์ จากพลาสติก ลูกปัดแก้ว ฯลฯ ท้ังนี้เน่ืองจาก
สภาวะความเปล่ียนแปลงทางเศรษฐกิจ ค่านิยมหรือรสนิยมท่ีเปลี่ยนไป การใช้วัสดุราคาถูก ทำให้ต้นทุนการผลิต
ถูก เหมาะกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน วัสดุเทียมเหล่านี้จึงมีความต้องการเป็นอย่างมากในท้องตลาด เพราะ
นอกเหนือจากราคาที่ไม่สูงมากนักแล้ว สามารถตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของคนในปัจจุบันได้เป็น
อยา่ งดี
บทท่ี 8 วสั ดใุ นงานออกแบบเครอ่ื งประดบั เทยี ม 100
ภาพท่ี 8.1 ตัวอย่างวสั ดทุ ใ่ี ชใ้ นงานออกแบบเครื่องประดับ
ที่มา : TrendbookForecast 2018+. TrendVision
บทท่ี 8 วสั ดใุ นงานออกแบบเคร่อื งประดบั เทยี ม 101
ภาพที่ 8.2 เคร่ืองประดับแบรนด์ Coppola e Toppo ทเ่ี ลือกใช้วสั ดลุ กู ปดั ในการออกแบบเครื่องประดบั
เทียม
ทม่ี า : https://hautetramp.com/coppola-e-toppo-jewelry-vintage-beaded-masterpiece-
theater/
ภาพท่ี 8.3 เครอื่ งประดับแบรนด์ Hobe ทีเ่ ลอื กใช้วัสดุอญั มณเี ลียนแบบและคริสตัลในการออกแบบ
เคร่ืองประดับเทยี ม
ทมี่ า : https://www.rubylane.com
บทท่ี 8 วสั ดใุ นงานออกแบบเครื่องประดบั เทยี ม 102
วสั ดุท่ีใช้ในการทำเครื่องประดับเทียมสามารถ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ ประเภทถาวร และประเภทไม่
ถาวร
8.1.1 วสั ดปุ ระเภทถาวร
ในท่ีนี้จะหมายถึงเคร่ืองประดับเทียมที่ผลิตในระบบอุตสาหกรรม ท่ีใช้วัสดุท่ีมีความคงทนถาวร ได้แก่
โลหะทองเหลอื ง ทองแดง อะลมู เิ นียม พลอยสงั เคราะห์ แก้ว ครสิ ตัล ตลอดจนวสั ดุท่หี ายาก เช่น งาช้าง
ภาพท่ี 8.4 เครอ่ื งประดับท่ใี ช้วัสดุถาวรจากแบรนด์ Joseff of Hollywood คอลเลคช่ัน “Sun God”
ทีม่ า : https://www.rubylane.com
ภาพท่ี 8.5 เคร่อื งประดับทใี่ ช้วัสดถุ าวรแบรนด์ Hattie Carnegie คอลเลคชนั่ “Cleopatra Collar”
ทีม่ า : https://www.rubylane.com
บทท่ี 8 วสั ดใุ นงานออกแบบเครื่องประดบั เทียม 103
8.1.2 วัสดปุ ระเภทไมถ่ าวร
วัสดุประเภทไม่ถาวรเหมาะสำหรับการสร้างเคร่ืองประดับเพื่อการแสดง การเดินแฟชั่นโชว์ ละครเพลง
หรือการแสดงอื่นที่ใช้ได้ในช่วงระยะเวลาส้ัน ไม่จำเป็นต้องใช้วัสดุที่มีคงทนยาวนาน ได้แก่ วัสดุประเภทไม้ วัสดุ
จากธรรมชาติ ขนนก กระดาษ พลาสติก วัสดุรีไซเคิลและวัสดุอุปกรณ์อ่ืนๆ ท่ีแตกหัก ชำรุดเสียหายได้ง่าย วัสดุ
เหล่าน้ีจัดอยู่ในประเภทวัสดุไม่ถาวร แต่ในปัจจุบันเริ่มมีการให้ความสำคัญกับการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ วัสดุ
ประเภทไมถ่ าวรจึงเปน็ ท่ีนิยมและสนใจของนักออกแบบและผ้บู รโิ ภคมากขึน้
ภาพท่ี 8.6 แฟช่นั โชว์ Victoria’s Secret ท่ีใช้เครอ่ื งประดับจากวสั ดไุ ม่ถาวร
ทมี่ า : https://women.mthai.com/fashion/catwalk-show/156780.html
บทท่ี 8 วสั ดใุ นงานออกแบบเคร่ืองประดบั เทียม 104
8.2 การจัดการวสั ดดุ ้วยกระบวนการ Upcycling
การ Upcycling คือ การนำวัสดุท่ีไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้แล้วมาทำให้มีมูลค่าหรือใช้ได้ดีกว่าเดิม หรือ
การนำวัสดุที่ผ่านการใช้งานแล้ว มาทำให้มีคุณภาพและมูลค่าเพิ่มมากข้ึน กระบวนการ Upcycling เป็น
กระบวนการก่ึงหนึ่งของ Recycle ซงึ่ เป็นการลดการใชว้ ัสดุธรรมชาติ โดยหันไปใชว้ ัตถุดิบท่ีต้องนำไปฝังกลบหรือ
วัตถุดิบท่ีต้องทิ้ง โดยท่ัวไปแล้วการ Recycle จะเกี่ยวข้องกับวัสดุพลาสติก กระดาษ โลหะ แก้ว โดยนำเอาวัสดุ
เหล่านม้ี ายอ่ ยและสกัดวัสดุต้งั ต้นใหมอ่ ีกคร้ัง ซึง่ คณุ ภาพจะด้อยลง แตก่ าร Upcycling จะไมผ่ ่านกระบวนการย่อย
และสกัดวัสดุตั้งต้น แต่เป็นการประกอบวัสดุหรือผลิตภัณฑ์ข้ึนใหม่ การ Upcycling จึงสามารถใช้กับวัสดุได้
หลากหลาย โดยยังรกั ษาคุณสมบัติของวัสดุเดมิ หรอื พัฒนาให้ดขี ้นึ มบี ริษัทหลากหลายท่ีนำกระบวนการดังกล่าวไป
ประยกุ ต์ใช้จนเกดิ ผลสำเร็จ ไม่ว่าจะเปน็ บริษทั Osisu นำวสั ดุเหลอื ทิ้งจากการก่อสร้างและภาคอตุ สาหกรรม เช่น
ไม้ โลหะ ผ้า กระจก มาพัฒนาเป็นเฟอร์นิเจอร์หลายรูปแบบ เช่น โต๊ะ เตียง เก้าอี้ ม้านั่ง กว่า 300 รายการ
ปัจจุบันมีการขยายการผลิตที่ครอบคลุมสินค้าแฟช่ัน หรือแม้กระท่ังสินค้าแฟช่ันที่มีราคาสูงอย่าง Hermas ได้นำ
ผ้าเหลือใช้ในโรงงานของตนเองมาตัดเย็บเป็นของเล่นและงานตกแต่งบ้าน โดยปัจจุบันกลายเป็นสินค้าของ
สายการผลิตใหม่ของ Hermes ท่มี ีการวางจำหน่ายท่วั โลก (สิงห์ อนิ ทรชูโต, 2556).
8.2.1 ประโยชน์ของกระบวนการ Upcycling
1.ลดปัญหาการนำขยะไปฝังกลบเนื่องจากผลิตภัณฑ์เหลือใช้ท่ีไม่ต้องการแล้วส่วนใหญ่จะถูก
สง่ ไปกำจัดที่หลุมฝังกลบ(Landfills) ดงั นั้นการ Upcycling จะช่วยหมนุ เวียนผลติ ภัณฑ์เหลือใช้เหล่านั้นกลับมาใช้
งานแทนการฝังกลบ
2.ลดการใชพ้ ลังงาน เนื่องจากกระบวนการนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่จะสูญเสียพลงั งานน้อยกว่าการ
สกัดวตั ถุดิบออกมาจากธรรมชาติ เช่น การนำเศษเหล็กกลับมารไี ซเคิล จะใช้พลงั งานเพยี ง 1 ใน 4 ของพลังงานใน
การผลิตเหล็กจากสินแร่ใหม่ หรือพลังงานที่ประหยัดได้จากการรีไซเคิลแก้วสามารถใช้เปิดไฟ 100 วัตต์ได้นานถึง
4 ช่วั โมง
3.ลดการใช้ทรัพยากร เน่ืองจากการ Upcycling ถือเป็นการนำวัตถุดิบที่มีอยู่แล้วกลับเข้าสู่ห่วง
โซ่อุปทานของการผลิตสินค้า ดังน้ันจึงสามารถลดการสกัดวัตถุดิบใหม่ออกมาจากธรรมชาติได้ ซ่งึ มสี ่วนช่วยในการ
บำรุงรักษาและปกป้องธรรมชาติ จากการถูกนำไปใช้มากเกินความจำเป็น ท้ังยังเป็นการช่วยรักษาความสมบูรณ์
ของธรรมชาติไดอ้ ีกทาง
บทท่ี 8 วสั ดใุ นงานออกแบบเคร่อื งประดบั เทยี ม 105
4.สร้างอาชีพและรายได้ให้อุตสาหกรรมท้องถ่ินผลิตภัณฑ์จากงาน Upcycling สร้างรายได้สูงถึง
14.1 พันล้านดอลล่าต่อปีในสหรัฐอเมริกา มีมูลค่าการจ้างงานมากถึง 2.7 พันล้านดอลล่าต่อปี หรือเกิดการจ้าง
งานประมาณ 170,000 คน
5.เกิดผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ จากการUpcycling ทำให้เกิดวัสดุในรูปแบบใหม่ ให้ความรู้สึกที่
แปลกตาออกไป ในปจั จุบันวงการแฟช่ันเคร่อื งแต่งกายและเคร่ืองประดับวัสดุท่ีเกิดจากการนำกลับมาใช้ใหม่ เป็น
ท่ีนิยมและใหค้ วามสนใจของผู้ซ้ือ โดยกลุ่มคนเหล่าน้ีมีความรู้และเปิดกว้างกับวัสดุท่ีผ่านกระบวนการ Upcycling
มากข้นึ อกี ทั้งยังสามารถตอบสนองหรอื เป็นทางเลือกให้กับกลุ่มคนที่ให้ความนิยมในเรื่องของสงิ่ แวดลอ้ มอกี ด้วย
8.2.2 กระบวนการออกแบบจากเศษวสั ดุ
ความหลากหลายทั้งทางด้านขนาดและลักษณะเฉพาะ ทำให้วัสดุท่ีเหลือจากการผลิตกลายเป็นภาระหนัก
ของทุกคน เพราะความหลาหลายทำให้การควบคุมเศษวัสดุจากการผลิตเป็นไปได้ยากและไม่สามารถนำสู่
กระบวนการผลิตเดิมได้ ดงั นั้นกระบวนการพัฒนาไปสู่กระบวนการเปล่ียนเศษวัสดุเป็นผลิตภัณฑ์หรือเป็นวัสดุต้น
นำ้ อีกคร้งั จึงตอ้ งผสมผสานศาสตร์หลายแขนง ดงั ข้นั ตอนตอ่ ไปน้ี
1. สร้างความตระหนกั ถึงปัญหาด้านสงิ่ แวดล้อม
การให้ความรู้เร่ืองการเสื่อมโทรมของสภาพแวดล้อม เพ่ือสรางความเข้าใจแก่บุคลากรภายใน
โรงงานถึงเรื่องดงั กล่าว เป็นพ้ืนฐานของกระบวนการ Upcycling เพื่อให้ผ็ประกอบการและผู้ปฏิบัติงานเขา้ ใจจุมห
มายสำคัญ และไม่มุ่งประเด็นไปท่ียอดขายหรอื กำไรก่อนเริ่มพัฒนาผลงาน โดยสร้างความเข้าในให้เกิดร่วมกันนี้จะ
ทำใหผ้ ้ปุ ฏิบัตงิ านเตรียมตัวปรบั ตวั ไปสแู่ นวคิดนอกกรอบไปจากความคดิ เดิม
2.คัดแยกเศษวสั ดุ
กระบวนการต่อมาคือการเก็บข้อมูลเก่ียวกับเศษวัสดุ เช่น กระบวนการทำให้เกดเศษ ปริมาณ
เศษ วธิ ีการกำจัดเศษวัสดุ เป็นต้น จากน้นั เริ่มแยกวัสดทุ ี่หลากหลายให้เป็นกลมุ่ ยอ่ ย ซ่ึงสามารถทำได้หลายวิธีโดย
ไม่จำเป็นต้องใช้วธิ ีคดั แยกตามชนิดของวัดุเพียงอย่างเดียว เพราะวิธีดังกล่าวเปน็ การคัดแยกเพอ่ื การรีไซเคิล แตใ่ น
กระบวนการ Upcycling นี้เป็นการคัดแยกเพ่ือนำมาใช้ในกระบวนการผลิตขอโรงงาน ดังนั้นจึงสามารถคัดแยก
ตามสี รูปทรง ขนาด น้ำหนัก ความหนา หรือคุณลักษณะอื่น ๆได้ ในขั้นตอนการคัดแยกเป็นกลุ่มย่อยทำให้ทราบ
ข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณและลักษณะเฉพาะของเศษวัสดุได้ในคราวเดียวกัน ซ่ึงจะช่วยให้การตัดสินใจได้ง่ายข้ึนใน
การเลือกวสั ดมุ าพัฒนาตอ่
บทท่ี 8 วสั ดใุ นงานออกแบบเครือ่ งประดบั เทียม 106
3. ทดลองเชงิ เทคนิคกับเศษวัสดุ
ในขั้นตอนน้ีควรเรม่ิ ด้วยการเลือกเทคนคิ ทเ่ี ห็นถึงความเป็นไปไดใ้ นการปฏิบตั ิได้เป็นแนวทางแรก
เช่น หากเลือกเศษผ้ามาพัฒนา ควรเลือกเทคนิคการเย็บ ทอ สานเพ่ือนสร้างลวดลายต่าง ๆ ยังไม่ควรป่ันผ้าเป็น
เส้นใย หรือหากเลือกเศษกระจกมาพัฒนาควรใช้การหลอมดว้ ยอุณหภมู ิตา่ ง ๆหรือจัดกระจกด้วยกระบวนการหรือ
วิธีตา่ ง ๆ โดยยังไม่นำการเย็บหรือการมว้ นมาทกลองกับกระจก หรืออาจทำการทดลองโดยการออกแบบในลักณะ
ที่หลากหลายเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงเทคนิคที่มีอยู่ ขั้นตอนการทดลองเทคนิคจำเป็นต้องใช้เวลาลองผิดลองถูก
คอ่ นข้างมาก ทำให้เกิดความล้มเหลวบอ่ ยคร้ัง ทำให้ผปู้ ฏิบตั ิเลิกลม้ ความต้งั ใจในการพฒั นาผลิตภัณฑจ์ ากเศษวัสดุ
ซ่ึงส่ิงท่ีได้จากการทดลองนอกเหนือจากผลงานแล้ว สามารถมุ่งเน้นไปที่การค้นหาเทคนิคหรือกระบวนการข้ึนรูป
ใหมไ่ ดด้ ว้ ย
4.เลอื กเทคนิคทเ่ี หมาะสมเพ่ือพฒั นาตอ่
ขั้นตอนการทดลองเศษวัสดุเป็นส่วนสำคัญอย่างย่ิงต่อการเลือกเทคนิคในขั้นตอนนี้ เพราะหาก
ขาดขั้นตอนต่าง ๆท่ีผ่านมา อาจทำให้เทคนิคที่เลือกมาใช้ในขั้นตอนนี้เป็นวิธีการเดมิ ๆ ซ่ึงนำไปสู่ผลลัพธ์แบบเดิม
ไม่มีการพบแนวทางการพัฒนาใหม่ๆ อย่างไรก็ตามแม้จะมีการทดลองท่ีหลากหลายในเบ้ืองต้นแล้ว บางวิธีการ
อาจจะยังไม่เหมาะสมหรือยังไม่สมบูรณ์พอ ดังน้ันการเลือกเทคนิคมาใช้งานในข้ันตอนนี้ คือการนำความคิดที่ไม่
จำกัดในตอนต้น มาปรับเข้าสู่ความเป็นไปได้ในการผลิต ท่ีต้องพิจารณาท้ังกระบวนการผลิตและความเหมาะสม
ควบคู่กันไปดว้ ย
5.ออกแบบจากเทคนคิ ที่พฒั นาขนึ้
ข้ันตอนนี้ถือเป็นหัวใจของการ Upcycling เนื่องจากการออกแบบถือเป็นส่ิงที่สามาถตัดสินได้ว่า
ผลงานท่ีได้จะกลายเป็นส่ิงของท่ีมีมูลค่าหรือกลายเป็นเพียงของไร้ค่าดังเดิม ซ่ึงนักออกแบบควรให้ความเห็นต่อ
แบบท่ีเสนอขึ้นอย่างเป็นกลาง แต่ต้องมีการสรุปแบบ เพ่ือให้ได้ขนาดสัดส่วนของผลิตภัณฑ์ท่ีจะเกิดขึ้น หรือสูตร
สำเรจ็ ของวัสดุเพ่ือดำเนินการต่อ ขั้นตอนนี้เป็นการคดิ นอดกรอบภายใต้ข้อจำกัดท่ีเฉพาะเจาะจง กล่าวคือเป็นการ
ออกแบบบนพ้ืนฐานของเทคนิคท่ีเลือก ซง่ึ อาจนำไปสู่นวัตกรรมหรอื แบบอื่น ๆตอ่ ไป
6.พฒั นาวิธีการขึน้ รูป ประกอบชน้ิ งาน
การประกอบแบบต่าง ๆ นั้นจะมีความแตกต่างกัน เช่น เม่ือสามารถหลอมเศษแก้วคละสีสำเร็จ
ได้ลวดลายหรือรูปทรงท่ีต้องการแล้ว จะนำมาประกอบเป็นโคมไฟท่ีมีขาต้ังได้อย่างไร หรือเริ่มทำเศษหนังเป็นผืน
ได้แล้ว แต่จะทำอย่างไรให้ประกอบกันเป็นเคร่ืองประดับ จะเย็บ สานหรือยึดติดกับตัวเรือนอย่างไร วัสดุอะไรท่ี
จะเปน็ ส่วนท่มี าประสาน วิธกี ารข้นึ รปู จึงมคี วามสำคญั มากในการสรา้ งรายละเอยี ดและความประณีตให้กบั ช้นิ งาน
บทท่ี 8 วสั ดใุ นงานออกแบบเครอื่ งประดบั เทยี ม 107
7.สร้างตน้ แบบ
การสร้างต้นแบบสามารถทำให้ทองเห็นความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในแง่ของ
สัดส่วน รวมไปถึงรายละเอียดต่าง ๆ โดยผู้ออกแบบจะสามารถตรวจสอบการใช้งาน ความแข็งแรงและความ
สวยงาม นำไปสู่การแลกเปลี่ยนความคิดตลอดจนการนำเสนอสิ่งที่ไม่เป็นไปตามแบบ เนื่องจากเป็นการผลิตใน
รูปแบบใหม่ท่ียังไม่เคยลองใช้ ในขั้นตอนนี้จำเป็นต้องนำเสนอท้ังความสำเร็จ ความล้มเหลวและความแตกต่างที่
เกิดข้ึนจากแผนเดิม เพื่อค้นหาคำตอบท่ีดีท่ีสุดในการสร้างผลงานชิ้นงานนั้น ๆ และนำไปสู่ต้นแบบของผลิตภัณฑ์
ต่อไป
8.ปรับตน้ แบบ ทดสอบผลงาน
ในข้ันตอนนี้ หากมีการแกไ้ ขชนิ้ งานจะเป็นเพียงการปรับปรุงเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น รูปรา่ ง สี หรือ
การปรับรายละเอียดและความเรียบร้อย เพื่อให้ผลงานเสร็จสมบูรณ์ ในบางครั้งอาจมีการปรับ
ขนาดเพ่ือความเหมาะสมในการใช้งาน (สงิ ห์ อนิ ทรชโู ต, 2556).
บทท่ี 8 วสั ดใุ นงานออกแบบเคร่อื งประดบั เทยี ม 108
ภาพท่ี 8.7 แผนผังกระบวนการออกแบบจากเศษวัสดุ (Upcycling)
บทท่ี 8 วสั ดใุ นงานออกแบบเคร่อื งประดบั เทียม 109
ภาพที่ 8.8 ตวั อย่างเครอ่ื งประดบั กระดาษจากกระบวนการ Upcycling
ทม่ี า : https://izabelanowak.net/upcycling-design/
ภาพท่ี 8.9 ตัวอย่างเครื่องประดบั พลาสติกจากกระบวนการ Upcycling
ทม่ี า : https://izabelanowak.net/upcycling-design/
ภาพที่ 8.10 ตัวอยา่ งเคร่ืองประดบั หนงั จากกระบวนการ Upcycling
บทท่ี 8 วสั ดใุ นงานออกแบบเครือ่ งประดบั เทียม 110
ท่มี า : https://izabelanowak.net/upcycling-design/
ภาพท่ี 8.11 ตวั อย่างเคร่ืองประดบั เซรามิคจากกระบวนการ Upcycling
ท่มี า : https://www.chinabaroque.com/
ภาพท่ี 8.12 ตัวอย่างเครื่องประดับทใ่ี ช้วสั ดุจากตุ๊กตาในกระบวนการ Upcycling
ทม่ี า : https://bust.com/style/11170-deconstructed-barbie-jewelry-is-beautifully-terrifying-
and-riveting.html
กิจกรรมท้ายบท
- ให้นิสติ อธบิ ายความแตกต่างของวัสดุแต่ละประเภทในการนำมาใชใ้ นการผลติ เคร่อื งประดับเทยี ม
- นิสติ สามารถนำความรู้ในการจัดการวัสดุเพอื่ สร้างสรรค์สผู่ ลงานการออกแบบเคร่ืองประดบั จำนวน
1 ชุด
เอกสารอา้ งอิง
เคร่อื งประดับในยคุ ต่างๆ. เข้าถงึ ได้จาก: http://www.goodytimeandjewelry.com/เครือ่ งประดบั ในยุค
ต่างๆ.html
ชมพูนทุ วรี กิตติ และปิยวรรณ กลิ่นสขุ . คริสตัล แก้วเจยี ระไนท่เี ป็นมากกว่าเครือ่ งประดับ. เข้าถึงไดจ้ าก:
http://www.tcdc.or.th/articles/materials-application/20132
ทวีเกียรติ ไชยยงยศ. (2538). สุนทรยี ะทางทัศนศลิ ป์. พิมพ์ครัง้ ท่ี 2. กรุ งเทพฯ: สถาบนั ราชภฏั สวนดสุ ติ .
ทวศี กั ด์ิ มูลสวดั ด์ิ และวรชยั รวบรวมเลศิ . (2560). ความคิดสรา้ งสรรค์กับการประยกุ ต์ เพื่อพัฒนาธรุ กจิ ด้านอัญ
มณแี ละเครอื่ งประดับ สำหรับผปู้ ระกอบการวิสาหกจิ ชุมชนกาญจนบรุ ี. รายงานการวิจัยฉบับสมบรู ณ์.
กรุงเทพฯ: สถาบนั วิจยั และพัฒนาอญั มณีและเครือ่ งประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน).
ทวศี ักด์ิ มลู สวสั ดิ์. (2552). การออกแบบโลหะภัณฑ์. กรุงเทพฯ: มหาวทิ ยาลัยศลิ ปากร
ประวตั ศิ าสตรศ์ ิลป์. เข้าถงึ ได้จาก: https://www.baanjomyut.com/library_2/extension-
3/art_history/index.html
วรชยั รวบรวมเลิศ. (2561). เครอ่ื งประดบั อัตลักษณ์จังหวัดกาญจนบุรี ภายใตแ้ นวคดิ การเชื่อมต่อทาง
ประวัติศาสตร์. วารสารวิชาการ คณะสถาปตั ยกรรมศาสตร์ สจล. 26(1), 276-287.
วรรณรตั น์ ตง้ั เจริญ. (2526). ศลิ ปะเครอ่ื งประดับ. กรุงเทพฯ: วิฌวลอาร์ต
ศศิธร ชมุ แสง. (2549). จวิ เวลร่ีดีไซน์. พิมพ์คร้งั ที่ 1. กรงุ เทพฯ: โอ.เอส. พริ้นตง้ิ เฮ้าส์
สิงห์ อินทรชโู ต. (2556). พฒั นาเศษวสั ดอุ ย่างสรา้ งสรรค.์ ปทุมธานี: สำนกั งานพัฒนาวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
แห่งชาติ.
สิทธิศักดิ์ ธัญศรีสวสั ดิก์ ุล. (2529). การออกแบบลวดลาย. พมิ พ์คร้งั ที่ 2. กรงุ เทพฯ: โอ.เอส. พร้นิ ติ้งเฮา้ ส์
Jaruwan Suttimusig. (2560). องคป์ ระกอบศลิ ป์. เข้าถึงได้จาก:
https://www.gotoknow.org/posts/417795.
Fiera di Vicenza. 2017. TrendbookForecast 2018+. TrendVision. Vicenza: Vicenzaoro.
Miller, J. (2012). Costume Jewelry. New York: Hachette Book Group.