The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sittisuntornutis.school, 2021-10-15 02:56:36

แผนปฏิบัติการโรงเรียนสิทธิสุนทรอุทิศ ประจำปีการศึกษา 2564

แผนปฏิบัติการ

Keywords: แผนปฏิบัติการ

แผนปฏบิ ัติการ

ประจาปีการศึกษา ๒๕๖4

ของ

โรงเรียนสทิ ธิสุนทรอุทิศ
สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาฉะเชงิ เทรา เขต 1

สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ

คานา

เอกสารแผนปฏิบัติการประจาปี ๒๕๖4 ของโรงเรียนสิทธิสุนทรอุทิศ สังกัด
สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาฉะเชิงเทรา เขต ๑ จัดทาข้ึนเพ่ือเป็นเคร่ืองมือในการ
บริหารการจัดการสถานศึกษาให้มีคุณภาพ และเกิดประสิทธิภาพตามนโยบายกลยุทธ์ของโรงเรียน
สทิ ธิสุนทรอทุ ศิ และของสานกั งานเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาฉะเชงิ เทรา เขต ๑

เนือ้ หาประกอบดว้ ย บทนา ทศิ ทางการพฒั นาคณุ ภาพสถานศึกษา รายละเอยี ดการ
ใช้งบประมาณตามกลยุทธ์ / โครงการ รายละเอียดของโครงการและการใช้งบประมาณ การบริหาร
แผน / โครงการและงบประมาณไปสู่ความสาเร็จ

โรงเรยี นสทิ ธสิ ุนทรอุทิศ หวังเปน็ อย่างย่งิ ว่า แผนปฏิบตั ิการเลน่ น้ีจะเป็นค่มู ือในการ
ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ บรรลุผลตามนโยบาย วัตถุประสงค์ เป้าหมาย และตัวชี้วัด
ความสาเร็จ ก่อให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาคุณภาพของโรงเรียน นักเรียนและบุคลากรทางการ
ศกึ ษา

แผนปฏิบัติการเล่มนี้สาเร็จลุล่วงด้วยดี จากความร่วมมือของบุคลากรทุกฝ่าย
จงึ ขอขอบคุณเป็นอยา่ งสูง ณ โอกาสน้ี

(นายสมนึก จันทะไทย)
ผู้อานวยการโรงเรียนวดั เทย่ี งพิมลมขุ (เรืองวฒั นาคม)
รกั ษาการในตาแหนง่ ผู้อานวยโรงเรียนสทิ ธสิ ุนทรอุทิศ

1 พฤษภาคม 2564

สารบญั หนา้
1
ส่วนท่ี ๑ บทนา 1
1. สภาพท่ัวไปของโรงเรยี น 1
1.1 ทตี่ ้ัง 1
๑.2 ประวัตขิ องสถานศึกษา 1
๑.๓ ระดับการศกึ ษาทเี่ ปิดสอน 1
๑.๔ เขตพื้นที่บรกิ าร 1
๑.๕ ระบบสื่อสารคมนาคมทส่ี ามารถติดต่อได้ 2
1.6 แผนภูมิการบรหิ ารโรงเรยี นสิทธิสนุ ทรอุทิศ 3
๑.7 ข้อมลู นักเรียน 6
๑.8 ข้อมูลบุคลากร 8
๑.9 ขอ้ มลู ด้านอาคารสถานที่ 8
๑.10 สภาพชุมชนโดยรวม 9
๑.11 สรปุ ผลการดาเนนิ งานในรอบปที ่ีผ่านมา 15
๑.12. ผลการประเมนิ คณุ ภาพของสานักงานรบั รองมาตรฐานและ
ประเมินคณุ ภาพการศกึ ษา (องคก์ รมหาชน) 18
๑.13 ปัญหาและอุปสรรคในการดาเนนิ งานที่ผ่านมา 18
๒.สถานภาพของสถานศกึ ษา (ไดจ้ ากการจดั ทา SWOT) 18
๒.๑ การวเิ คราะหส์ ภาพแวดลอ้ มภายนอก 23
๒.๒ การวิเคราะหส์ ภาพแวดลอ้ มภายใน 29
29
สว่ นที่ 2 ทศิ ทางการพัฒนาการศกึ ษา 29
วสิ ัยทศั น์ 29
พันธกิจ 30
เปา้ ประสงค์ 30
กลยทุ ธข์ องสถานศึกษา 35
ตวั ชี้วัดความสาเรจ็ 35
ค่านิยม 35
อตั ลักษณ์ของสถานศึกษา 36
เอกลักษณข์ องสถานศกึ ษา 36
36
ส่วนท่ี ๓ สรุปงบประมาณโครงการ/กิจกรรม 37
1.สรุปงบประมาณท่ไี ดร้ ับหรือประมาณการ 37
๒.สรุปงบประมาณที่ใชใ้ นงานประจา 38
3.สรปุ งบประมาณโครงการ/กจิ กรรม ปีการศกึ ษา ๒๕๖4
3.1 โครงการระดบั ปฐมวยั
3.2 โครงการระดับการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน

หนา้

ส่วนท่ี ๔ รายละเอยี ดของโครงการ และการใช้งบประมาณ 39

โครงการจัดการศึกษาระดับปฐมวัย 40

โครงการการส่งเสรมิ ใหเ้ ด็กปฐมวยั มพี ัฒนาการดา้ นรา่ งกาย 41

โครงการการส่งเสริมให้เดก็ ปฐมวยั มีพัฒนาการด้านอารมณ์ จติ ใจ 45

โครงการการส่งเสรมิ ใหเ้ ดก็ ปฐมวยั มีพัฒนาการด้านสงั คม 49

โครงการการสง่ เสรมิ ให้เดก็ ปฐมวัยมีพฒั นาการดา้ นสตปิ ญั ญา 53

โครงการส่งเสริมกระบวนการบรหิ ารและการจัดการของผู้บรหิ าร 57

สถานศกึ ษา

โครงการบา้ นนกั วทิ ยาศาสตร์นอ้ ย 62

โครงการระดับการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน 65

โครงการพฒั นาคุณภาพผเู้ รยี น 66

โครงการเสริมสรา้ งคณุ ลกั ษณะท่พี งึ ประสงค์ของผเู้ รยี น 70

โครงการพัฒนากระบวนการบรหิ ารและการจดั การของผูบ้ รหิ าร 74

สถานศึกษา

โครงการพัฒนาการะบวนการจัดการเรยี นการสอนทเ่ี น้นผ้เู รียนเป็นสาคัญ 78

โครงการโรงเรียนสขี าว ปลอดยาเสพติดอบายมุขและสง่ เสริมสุขภาพชวี ิต 82

โครงการซอ่ มแซมครุภณั ฑ์,อาคารเรียน-อาคารประกอบ และปรบั ภูมิ 88

ทัศน์บริเวณโรงเรยี น

โครงการสนบั สนุนคา่ ใช้จ่ายในการจดั การศกึ ษาต้ังแตร่ ะดบั อนบุ าลจนจบ 91

การศึกษาขั้นพน้ื ฐาน

โครงการเกษตรเพอื่ อาหารกลางวันนักเรยี น 95

โครงการระดมทรัพยากรเพอื่ พฒั นาการศกึ ษา 98

โครงการเยาวชนรุ่นใหม่ รว่ มใจต้านภัยยาเสพตดิ 101

โครงการจัดหางบประมาณพฒั นาทกั ษะวิชาภาษาอังกฤษ 104

โครงการอาหารกลางวัน 106

โครงการสง่ เสรมิ ดนตรีไทย(องั กะลงุ ) 109

ภาคผนวก 111

สว่ นที่ ๑
บทนำ

1. สภำพท่วั ไปของโรงเรยี น

1.1 ที่ต้ัง โรงเรียนสิทธิสุนทรอุทิศ หมู่ที่ ๙ ต้ำบลโพรงอำกำศ อ้ำเภอบำงน้ำเปร้ียว
จงั หวดั ฉะเชงิ เทรำ รหัสไปรษณยี ์ ๒๔๑๕๐

๑.2 ประวัติของสถำนศกึ ษำ
โรงเรียนสิทธิสุนทรอุทิศ ต้ังอยู่หมู่ที่ ๙ ต้ำบลโพรงอำกำศ อ้ำเภอบำงน้ำเปรี้ยว จังหวัด
ฉะเชงิ เทรำ เปน็ โรงเรยี นสงั กัดสำ้ นกั งำนเขตพืน้ ทก่ี ำรศึกษำประถมศกึ ษำฉะเชงิ เทรำ เขต ๑ สำ้ นกั งำน
คณะกรรมกำรกำรศึกษำข้ันพื้นฐำน กระทรวงศึกษำธิกำร ก่อต้ังเม่ือ พ.ศ. ๒๕๐๗ โดยควำม
อนเุ ครำะหข์ อง พล.ต.ต.อรรถสทิ ธ์ สทิ ธสิ ุนทร ในกำรจดั ซือ้ ทดี่ ินจ้ำนวน ๑๔ ไร่ รำคำไรล่ ะ ๒๐,๐๐๐
บำท มอบใหเ้ ป็นสมบัติของรำชกำร ตำมโฉนดเลขที่ ฉ. ๔๙๑๓ รับข้ึนทะเบียนท่ีรำชพสั ดุเปน็ แปลง
หมำยเลขท่ี ๓๗๒๐๐ ฉช. ๑๐๑ และได้รับบริจำคเงิน จ้ำนวน ๑๕๐,๐๐๐ บำท สมทบกับ
งบประมำณทำงรำชกำร จ้ำนวน ๑๕๐,๐๐๐ บำท ในกำรก่อสร้ำงอำคำรเรียนแบบ ๐๑๗
จำ้ นวน ๑ หลงั ๒ ช้นั ๑๔ หอ้ งเรียน และเปิดท้ำกำรเรียนกำรสอน วนั ท่ี ๑ พฤษภำคม พ.ศ. ๒๕๐๗

นอกจำกนี้ พล.ต.อ.อรรถสิทธ์ สิทธสิ ุนทร ยงั ได้จัดตง้ั มูลนธิ ิ “ สิทธิสนุ ทร ” โดยบรจิ ำคเงิน
จ้ำนวน ๑๓๕,๐๐๐ บำท ท้ังน้ีให้น้ำดอกผลมำใช้ประโยชน์ตำมข้อบังคับของมูลนิธิฯปัจจุบันอำคำร
เรยี น แบบ ๐๑๗ ได้ทำ้ กำรรือ้ ถอนแลว้ เนอ่ื งจำกมีสภำพทรุดโทรมและมอี ำยุใชง้ ำนมำนำนกว่ำ ๕๐
ปี ในปีงบประมำณ ๒๕๓๗ ได้รับกำรจัดสรรงบประมำณก่อสรำ้ งอำคำรเรยี น แบบ สปช. ๑๐๕/๒๙
จ้ำนวน ๑ หลัง ๒ ช้ัน ๘ ห้องเรียน ปี พ.ศ. ๒๕๔๗ ก่อสร้ำงอำคำรเรียนแบบ สปช. ๑๐๕/๒๙
จำ้ นวน ๑ หลงั ๔ ห้องเรยี น อำคำรประกอบ ไดแ้ ก่ อำคำรอเนกประสงค์ จำ้ นวน ๑ หลงั โรงอำหำร
จ้ำนวน ๑ หลงั บ้ำนพักครู จำ้ นวน ๑ หลัง ห้องประชมุ ๑ หลงั และหอ้ งสมุดจำ้ นวน ๑ ห้อง

๑.๓ ระดับกำรศึกษำทเ่ี ปิดสอน
กำรจัดกำรเรยี นกำรสอนของโรงเรียนสทิ ธิสุนทรอุทิศในปัจจบุ ันแบ่งเป็น ๒ ระดับ คือ ระดับ
กอ่ นประถมศึกษำ และระดับประถมศกึ ษำ

๑.๔ เขตพน้ื ท่บี ริกำร
๑.๑.๑ หมู่ท่ี ๘ ตำ้ บลโพรงอำกำศ อ้ำเภอบำงน้ำเปร้ยี ว จงั หวดั ฉะเชงิ เทรำ
๑.๑.๒ หมู่ที่ ๙ ตำ้ บลโพรงอำกำศ อำ้ เภอบำงน้ำเปรีย้ ว จงั หวัดฉะเชงิ เทรำ

๑.๕ ระบบส่ือสำรคมนำคมทส่ี ำมำรถติดต่อได้
โทรศัพท์ - โทรสำร
e-mail : [email protected]

ห น้ ำ | 2

1.6 แผนภูมิกำรบริหำรโรงเรียนสิทธิสุนทรอทุ ิศ ปกี ำรศกึ ษำ ๒๕๖4

โครงสรา้ งการบรหิ ารงานโรงเรยี นสิทธิสนุ ทรอทุ ศิ

สพป.ฉะเชิงเทรำ เขต 1 นายสมนึก จันทะไทย คณะกรรมการสถานศึกษาฯ
ผอู้ ำนวยกำรโรงเรียนวัดเทย่ี งพิมลมขุ
รักษำกำรในตำแหนง่ ผอู้ ำนวยกำร

โรงเรียนสิทธิสุนทรอทุ ศิ

งานวชิ าการ งานบคุ ลากร งานงบประมาณ งานบริหารงานท่ัวไป
นำงชืน่ จติ ร เจรญิ สุข นำงวรรณำ ตะนนท์ นำงชนื่ จิตร เจริญสขุ นำงสำวเตือนจติ จุลโอภำส

งำนท่ีรับผิดชอบ งำนทร่ี บั ผิดชอบ งำนท่รี บั ผิดชอบ งำนท่รี บั ผิดชอบ
๑. พัฒนำหลกั สูตรสถำนศกึ ษำ ๑.กำรวำงแผนอตั รำกำลงั และ ๑.กำรจัดทำและเสนอขอ ๑. กำรดำเนินงำนธุรกำร
๒. กำรวดั ผลประเมินผล กำหนดตำแหน่ง งบประมำณ ๒. งำนพฒั นำระบบและ
๓. กำรพัฒนำส่ือนวตั กรรมและ ๒.กำรสรรหำและบรรจุ ๒.กำรจดั สรรงบประมำณ เครือขำ่ ยข้อมูลสำรสนเทศ
เทคโนโลยี แต่งต้งั ๓.กำรตรวจสอบติดตำม ๓. กำรจดั ระบบและบรหิ ำร
๔. กำรวิจยั เพอ่ื พัฒนำคุณภำพ ๓.กำรเสรมิ สร้ำง ประเมินและรำยงำน พัฒนำองคก์ ร
กำรศึกษำ ประสิทธภิ ำพใน ๔.กำรบรหิ ำรกำรเงนิ ๔. กำรส่งเสรมิ สนบั สนนุ ด้ำน
๕. กำรพัฒนำแหลง่ เรียนรู้ กำรปฏบิ ตั ริ ำชกำร ๕.กำรบรหิ ำรบัญชี วชิ ำกำรงบประมำณบุคลำกร
๖. กำรพฒั นำระบบประกนั คณุ ภำพ ๔.วนิ ยั และกำรรักษำวนิ ัย ๖. กำรบริหำรพัสดแุ ละ และบรหิ ำรท่ัวไป
ภำยในสถำนศกึ ษำ ทรพั ยส์ ิน ๕. กำรดแู ลอำคำรสถำนท่ี
๗. งำนทะเบยี น และสภำพแวดลอ้ ม
๖.กำรจดั ทำสำมะโนผเู้ รียน
๗. กำรรับนกั เรยี น
๘. กำรส่งเสริมงำนกจิ กำร
นักเรียน

ห น้ ำ | 3

๑.7 ข้อมลู นักเรียน
๑.7.๑ จำนวนนักเรยี นจำแนกตำมระดับชัน้

ชนั้ เพศ รวม
ชำย หญงิ
อนุบำล 2 23 5
อนบุ ำล 3 12 3
รวมอนุบำล 35 8
ชน้ั ประถมศกึ ษำปที ่ี 1 31 4
ชัน้ ประถมศกึ ษำปที ี่ 2 42 6
ชน้ั ประถมศึกษำปีที่ 3 -1 1
ชน้ั ประถมศึกษำปีที่ 4 12 3
ชัน้ ประถมศึกษำปที ี่ 5 32 5
ช้ันประถมศกึ ษำปีที่ 6 32 5
รวมประถม 14 10 24
รวมทั้งหมด 17 15 32

๑.7.๒ จำนวนนักเรยี นเรียนรว่ มทีม่ คี วำมบกพร่องทำงร่ำงกำย สติปัญญำ

ระดับชน้ั จำนวนนักเรียนจำแนกตำมควำมบกพร่องทำงรำ่ งกำย/สติปญั ญำ
ป.๑
กำร กำรได้ สติปญั ญำ ร่ำงกำย/ กำร กำรพดู พฤตกิ รรม ออทสิ ติก ซ้ำซ้อน
มองเห็น ยนิ สุขภำพ เรยี นรู้ ภำษำ อำรมณ์
-
- -- - -- - - -
-
ป. ๒ - - - - - - - - -
-
ป. ๓ - - - - - - - - -

ป. ๔ - - - - - - - - -

ป. ๕ - - - - - - - -

ป. ๖ - - - - - - - -

รวม - - - - - - - -

ห น้ ำ | 4

๑.7.๓ จำนวนนักเรียนควำมสำมำรถพเิ ศษ จำแนกจำนวนตำมควำมสำมำรถ
จำนวนนกั เรียนจำแนกตำมควำมสำมำรถพิเศษ

ระดับ
ชน้ั
ภำษำไทย
คณิตศำสต ์ร
ิวทยำศำสต ์รและ
เทคโนโลยี
สังคมศึกษำ
ศำสนำและ
ัวฒนธรรม
สุขศึกษำและ
พลศึกษำ

ศิลปะ
กำรงำนอำชีพ
ภำษำ ่ตำงประเทศ

ดนต ีร

ป. ๑ - - - - - - - --
ป. ๒ - - - - - - - --
ป. ๓ - - - - - - - --
ป. ๔ - - - - - - - --
ป. ๕ - - - - - - - --
ป. ๖ - - - - - - - --
รวม - - - - - - - --

๑.7.๔ จำนวนนกั เรียนที่มีภำวะทุพโภชนำกำร (ถ้ำมี) รวม

ระดบั ช้ัน เพศ -
ชำย หญิง -
อนบุ ำลปีท่ี ๒ --
อนุบำลปีที่ ๓ -- -
-
รวม -- -
ประถมศึกษำปีที่ ๑ -- -
ประถมศึกษำปที ี่ ๒ -- -
ประถมศึกษำปีท่ี ๓ -- -
ประถมศกึ ษำปที ี่ ๔ -- -
ประถมศกึ ษำปีที่ ๕ -- -
ประถมศึกษำปที ่ี ๖ --
--
รวม
รวมจำนวนนกั เรียนท้งั หมด

ห น้ ำ | 5

1.7.๕ จำนวนนกั เรียนดอ้ ยโอกำสและนกั เรียนที่มีควำมต้องกำรช่วยเหลือเปน็ พิเศษ

ระดบั ชน้ั เพศ รวม
ชำย หญงิ
อนบุ ำลปีที่ ๒ -- -
-- -
อนุบำลปที ี่ ๓
รวม -- -
-- -
ประถมศกึ ษำปที ี่ ๑ -- -
ประถมศึกษำปีท่ี ๒ -- -
ประถมศึกษำปที ี่ ๓ -- -
ประถมศกึ ษำปที ี่ ๔ -- -
ประถมศึกษำปีที่ ๕ -- -
ประถมศึกษำปีที่ ๖ -- -
-- -
รวม
รวมจำนวนนกั เรยี นท้งั หมด

1.7.6 จำนวนนกั เรียนออกกลำงคนั และสำเหตุที่ออก จำแนกตำมระดบั ชั้น

ชั้น ชอื่ – สกลุ สำเหตุที่ออกกลำงคัน

ป.๑ - -

ป.๒ 1.เดก็ หญงิ ทัศนนั ท์ จันทร์ออ่ น ศกึ ษำสถำนศกึ ษำอื่น

ป.๓ 1.เดก็ ชำยภคพล เข็มจรญู ศกึ ษำสถำนศึกษำอน่ื

2.เด็กชำยอัจฉริยะ รอดแก้ว ศึกษำสถำนศกึ ษำอื่น

ป.๔ - -

ป.๕ 1.เด็กหญงิ เสำวนยี ์ คะรวญรมั ย์ ศึกษำสถำนศกึ ษำอืน่

ป.๖ - -

รวม 4 -

ห น้ ำ | 6

๑.8 ข้อมูลบคุ ลำกร

๑.8.๑ ครปู ระจำกำร

อำยุ ตำแหนง่ / วุฒิ วชิ ำเอก ชน้ั / สอนวิชำ
ท่ี ช่อื - ชื่อสกลุ อำยุ รำชกำร
วทิ ยฐำนะ

๑ นำยสมนึก จนั ทะไทย 57 37 รักษำกำรใน ป.โท บริหำร บรหิ ำรสถำนศึกษำ
ผู้อ้ำนวยกำร
โรงเรยี น/ กำรศึกษำ

ผู้อ้ำนวยกำร

ชำ้ นำญกำร

พเิ ศษ

๒ นำงช่ืนจิตร เจริญสุข ๕4 27 คร/ู ป.ตรี ปฐมวยั ประจำ้ ชนั้ อนบุ ำลปที ี่
๒-๓
ชำ้ นำญกำรพเิ ศษ
- สอนทกุ กจิ กรรม

๓ นำงวรรณำ ตะนนท์ ๕9 ๓3 ครู/ ป.ตรี ประถมศึกษำ ประจ้ำช้ัน ป.๑-ป.๒
- สอนทกุ กลุ่มสำระ
ช้ำนำญกำร

๔ นำงสำวเตือนจติ 60 10 ครู/ ป.ตรี ประถมศึกษำ ประจ้ำชัน้ ป.๓-ป.๔
จุลโอภำส ช้ำนำญกำร - สอนทกุ กลมุ่ สำระ

1.8.2 ครอู ัตรำจำ้ งและเจำ้ หนำ้ ท่ธี รุ กำร

ท่ี ชอ่ื - ชอ่ื สกุล อำยุ ประสบกำรณ์ วุฒิ วชิ ำเอก ชั้น/ สอนวชิ ำ จ้ำงดว้ ยเงิน
กำรสอน (ป)ี

1 นำยสุพจน์ ดำ้ หมัด 25 2 กำรสอน - สอนทกุ กลมุ่ สำระ รำยได้

ป.ตรี วิทยำศำสตร์ ประจ้ำชัน้ ป.5-ป.6 สถำนศกึ ษำแล
ทั่วไป เงินสนับสนนุ จำก

อบต.โพรงอำกำศ

2 นำงสำวสนุ ติ ำ สมสำยศรี 24 - ปวส. คอมพวิ เตอร์ เจ้ำหนำ้ ที่ธรุ กำร เงนิ สพฐ

ธุรกิจ

ห น้ ำ | 7

๑.8.3 กำรไดร้ ับรำงวลั เกียรติบัตร และผลงำนดีเด่นด้ำนต่ำงๆ ของครแู ละบุคลำกรดำ้ น
ตำ่ งๆ

ช่ือ – สกลุ ตำแหนง่ รำงวัลที่ไดร้ ับ ปี พ.ศ. ท่ไี ด้รบั

นำงชน่ื จติ ร เจริญสุข ครูช้ำนำญกำรพเิ ศษ -เกียรติบตั ร จิตศกึ ษำ(EF) 2564

13-14 กมุ ภำพันธ์ 2564

-เกียรติบตั ร ผ่ำนกำรอบรมเชงิ 2562

ปฏิบัตกิ ำรขน้ั ท่ี 1 ในโครงกำรบำ้ น
นักวทิ ยำศำสตร์น้อยประเทศไทย

เกียรตบิ ัตร ผ่ำนกำรอบรมเชงิ 2562
ปฏิบตั ิกำรข้ันที่ 1 ในโครงกำรบ้ำน

นกั วทิ ยำศำสตร์นอ้ ยประเทศไทย

นำยสพุ จน์ ด้ำหมัด ครูอตั รำจำ้ ง -วฒุ ิบตั รหลกั สตู รอบรมออนไลน์ 2563

กำรจัดกำรเรยี นรูว้ ิทยำกำรค้ำนวณ
ส้ำหรบั ครปู ระถมศึกษำปที ี่ ๔ - ๖

Coding Online for Grade ๔-๖
Teacher (C๔T – ๗) รหัส
๖๓๐๒๔

วฒุ บิ ัตรอบรมออนไลนก์ ำรจดั กำร 2563

เรยี นรูว้ ทิ ยำกำรค้ำนวณส้ำหรับครู
มธั ยมศกึ ษำปที ่ี ๑ - ๓Coding

Online for Grade ๗-๙ Teacher
(C๔T – ๘) รหสั ๖๓๐๒๕ จ้ำนวน
๒๐ ชวั่ โมง

เกียรตบิ ตั ร “กำรเรยี นออนไลน์ 2564

หลกั สตู รชีวิตวถิ ใี หมแ่ ละควำมฉลำด
ทำงดจิ ทิ ัล (New normal life
Digital Quotient)

เกียรตบิ ัตร รำงวลั ระดับเหรียญเงิน 2564

ในกำรประกวดหอ้ งเรยี นคณุ ภำพ
ประถมศึกษำ ระดบั กลุม่ โรงเรียน

โครงกำรพฒั นำห้องเรียนคณุ ภำพ
เพอ่ื กิจกรรมactive learning ตำม
นโยบำย “ลดเวลำเรยี น เพิ่มเวลำรู้”

ห น้ ำ | 8

๑.9 ขอ้ มลู ดำ้ นอำคำรสถำนท่ี

๑.9.๑ อำคำรเรียนและอำคำรประกอบ จำ้ นวน ๕ หลัง ไดแ้ ก่

-อำคำรเรยี น จำ้ นวน ๒ หลงั

-อำคำรเอนกประสงค์ จ้ำนวน ๑ หลงั

-สว้ ม จำ้ นวน 2 หลัง

-บ้ำนพกั ครู จ้ำนวน ๑ หลงั

-อืน่ ๆ ห้องปฏบิ ตั ิกำรคอมพิวเตอร์

๑.9.๒ จำ้ นวนห้องเรยี นทงั้ หมด 8 หอ้ ง

๑.9.3 แหล่งเรียนรู้ในโรงเรยี น ไดแ้ ก่

- ห้องสมดุ

- สวนสมนุ ไพร

- บอ่ น้ำในโรงเรียน

- หอ้ งปฏิบตั กิ ำรคอมพวิ เตอร์

๑.9.4 แหลง่ เรยี นรูภ้ ำยนอกโรงเรียน ได้แก่

- วดั โพรงอำกำศ

- อบต.โพรงอำกำศ

- โรงพยำบำลสง่ เสรมิ สขุ ภำพ ต้ำบลโพรงอำกำศ

๑.10 สภำพชมุ ชนโดยรวม
๑.10.๑ อำชีพ ศำสนำ รำยได้ ระดับกำรศกึ ษำของผูป้ กครอง

๑) สภำพชุมชนรอบบริเวณโรงเรียนมีลักษณะ เป็นหมู่บ้ำนแบบชนบท มีพ้ืนที่ส้ำหรับ
กำรท้ำกำรเกษตรอยู่โดยรอบ มีประชำกรประมำณ ๔๐๐ คน สถำนท่ีส้ำคัญที่อยู่บริเวณใกล้เคียง
โรงเรยี น ไดแ้ ก่ วัดโพรงอำกำศ องค์กำรบริหำรส่วนต้ำบลโพรงอำกำศ อำชีพหลกั ของชมุ ชน คือ ทำ้ นำ
รบั จำ้ ง ประชำกรสว่ นใหญน่ บั ถอื ศำสนำพุทธ

๒ ) ผู้ปกครองส่วนใหญ่ จบกำรศึกษำระดับ ป.๔ และ ป.๖ อำชีพหลัก คือ ท้ำนำและ
รับจ้ำงส่วนใหญ่นับถอื ศำสนำพุทธ ฐำนะทำงเศรษฐกจิ /รำยได้โดยเฉลี่ยต่อครอบครัว ต่อปี ๗๘,๐๐๐
บำทจ้ำนวนคนเฉล่ยี ตอ่ ครอบครวั ๓ – ๕ คน

๑.10.๒ แนวโน้มควำมตอ้ งกำรของผปู้ กครองและชมุ ชน
๑ ) ตอ้ งกำรให้นกั เรียนมีควำมรู้ควำมสำมำรถในดำ้ นงำนอำชีพ เมอื่ จบกำรศึกษำไปแล้ว

สำมำรถน้ำควำมร้ไู ปประกอบอำชพี ได้
๒ ) ต้องกำรผู้ท่ีมีควำมรู้ควำมสำมำรถเฉพำะทำง เช่น วิทยำศำสตร์ คณิตศำสตร์

พลศึกษำ ดนตรี นำฏศลิ ป์ ช่ำงฝีมือ มำสอนนกั เรยี น
๓ ) ต้องกำรสอ่ื เทคโนโลยีทท่ี นั สมยั และมีจ้ำนวนที่พอเพยี งกับนักเรียน
๔ ) ตอ้ งกำรให้นกั เรียนมีควำมสำมำรถในกำรส่ือสำรโดยใช้ภำษำองั กฤษ

ห น้ ำ | 9

๑.10.๓ กำรสบื สำนประเพณี ศำสนำ ศลิ ปวฒั นธรรมของทอ้ งถ่ินมกี ำรสบื ทอดกนั มำ
ตัง้ แต่อดตี จนถึงปจั จุบนั มีดงั นี้

๑) กำรละเล่นพ้ืนบ้ำน ได้แก่ ต่ีจับ เป่ำกบ กระโดดเชือก หมำกเก็บ มอญซ่อนผ้ำ
รีรขี ้ำวสำร ชักคะเย่อ ตีไก่ดอกหญำ้ กระต่ำยขำเดียว เตย วงิ่ เปี้ยว วิ่งกระสอบ วงิ่ สำมขำ หยอดหลุม

เกำ้ อี้ดนตรี
๒) ศำสนำ ได้แก่
- กำรทำ้ บญุ ตักบำตรหนำ้ บ้ำนเรือนของตน

- กำรท้ำบุญกศุ ลในวันธรรมสวนะและวนั นกั ขัตฤกษ์ตำ่ ง ๆ ทีว่ ดั
๓ ) ประเพณี ได้แก่

- ประเพณีสงกรำนต์
- ประเพณเี กยี่ วกับกำรบวช
- ประเพณีเกย่ี วกับกำรแต่งงำน

๔ ) ศิลปวัฒนธรรมของท้องถนิ่ ได้แก่
- ประติมำกรรมทพี่ ระอโุ บสถวดั โพรงอำกำศ ตำ้ บลโพรงอำกำศ อ้ำเภอบำงน้ำเปรีย้ ว

จังหวัดฉะเชงิ เทรำ
- งำนจักสำนกำรท้ำตะกรำ้ จำกกำ้ นมะพร้ำว กำรทำ้ แจกนั จำกกำ้ นมะพรำ้ ว

กำรท้ำไมก้ วำดดอกหญำ้ ไม้กวำดก้ำนมะพร้ำว

๑.11 สรปุ ผลกำรดำเนินงำนในรอบปที ผี่ ่ำนมำ

1.11.1 ผลกำรประเมินควำมสำมำรถดำ้ นกำรอ่ำนของผเู้ รียน RT ชั้นประถมศกึ ษำปีที่ 1
ปีกำรศกึ ษำ 2563

คะแนนเฉลีย่ ร้อยละผลกำรประเมินควำมสำมำรถดำ้ นกำรอ่ำนของผู้เรียน (RT)
ชน้ั ประถมศกึ ษำปที ่ี 1 ปีกำรศกึ ษำ 2563

คะแนนเฉลี่ย ้รอยละ 76.00
75.00
74.00 กำรอำ่ นออกเสยี ง กำรอำ่ นรเู้ รอื่ ง รวม 2 ดำ้ น
73.00 71.00 75.50 73.25
72.00 74.12 71.75 72.93
71.00 74.14 71.86 73.02
70.00
69.00
68.00
ระดับโรงเรยี น
ระดับเขตพ้นื ที่
ระดบั ประเทศ

ห น้ ำ | 10

คะแนนเฉลยี่ รอ้ ยละของจำนวนนักเรียนท่มี ผี ลกำรประเมนิ ควำมสำมำรถ
ดำ้ นกำรอำ่ นของผู้เรยี น (RT) ชน้ั ประถมศึกษำปีที่ 1
ปีกำรศกึ ษำ 2563 จำแนกตำมระดับคุณภำพ

120.00

100.00

คะแนนเฉ ่ีลย ้รอยละ 80.00

60.00

40.00

20.00

0.00 ดมี ำก ดี พอใช้ ปรับปรุง

กำรอ่ำนออกเสยี ง 50.00 50.00 0.00 0.00

กำรอำ่ นรูเ้ รอ่ื ง 50.00 50.00 0.00 0.00

รวม 2 ด้ำน 100.00 100.00 0.00 0.00

-เปรียบเทยี บผลกำรประเมินควำมสำมำรถด้ำนกำรอ่ำนของผู้เรียน (RT) ช้ันประถมศกึ ษำปที ่ี

1 และรอ้ ยละของผลต่ำงระหว่ำงปกี ำรศกึ ษำ 2562 – 2563

สมรรถนะ ปีกำรศึกษำ 2562 ปีกำรศึกษำ 2563 ร้อยละของผลตำ่ ง
ระหว่ำงปกี ำรศกึ ษำ

กำรอ่ำนออกเสียง 54.31 71.00 +16.69

กำรอ่ำนร้เู รอื่ ง 72.25 75.50 +3.25

รวม 2 ด้ำน 63.28 73.25 +9.97

เปรยี บเทยี บผลกำรประเมินควำมสำมำรถดำ้ นกำรอ่ำนของผู้เรียน (RT)
ชน้ั ประถมศึกษำปที ่ี 1 ปีกำรศึกษำ 2562-2563

80.00 กำรอ่ำนออกเสียง กำรอำ่ นรเู้ ร่ือง รวม 2 ดำ้ น
70.00 54.31 72.25 63.28
60.00 71.00 75.50 73.25
50.00
40.00
30.00
20.00
10.00
0.00
ปกี ำรศกึ ษำ 2562
ปีกำรศกึ ษำ 2563

ห น้ ำ | 11

-เปรียบเทียบผลกำรประเมินควำมสำมำรถด้ำนกำรอ่ำนของผู้เรียน ( RT)
ชัน้ ประถมศึกษำปีที่ 1 และร้อยละของผลต่ำงระหว่ำงปีกำรศึกษำ 2562 – 2563 จำ้ แนกตำมร้อย

ละของระดับคณุ ภำพ

รอ้ ยละของผลกำรประเมนิ กำรอ่ำนออกเสยี ง

60.00

50.00

40.00

30.00

20.00

10.00

0.00 ดีมำก ดี พอใช้ ปรับปรุง

ปกี ำรศึกษำ 2562 37.50 12.50 12.50 37.50

ปีกำรศึกษำ 2563 50.00 50.00 0.00 0.00

ร้อยละของผลกำรประเมนิ กำรอ่ำนรเู้ รอ่ื ง

60 ดมี ำก ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ
50 50 37.5 12.5 0
40 50.00 50.00 0.00
30 0.00
20
10
0
ปกี ำรศึกษำ 2562
ปีกำรศกึ ษำ 2563

ห น้ ำ | 12

1.11.2 ผลกำรประเมินกำรทดสอบควำมสำมำรถพื้นฐำนของผู้เรียนระดับชำติ
(National Test :NT) ชั้นประถมศึกษำปที ี่ 3 ปกี ำรศึกษำ 2563

คะแนนเฉลีย่ ร้อยละผลกำรทดสอบควำมสำมำรถพ้นื ฐำนของผูเ้ รียนระดับชำติ (NT)
ชั้นประถมศกึ ษำปที ี่ 3 ปีกำรศกึ ษำ 2563

70.00

60.00

คะแนนเฉ ่ีลยร้อยละ 50.00
40.00

30.00

20.00

10.00

0.00 ดำ้ นคณติ ศำสตร์ ดำ้ นภำษำไทย รวม 2 ดำ้ น
51.00 57.50 54.25
ระดับโรงเรียน 43.6 48.52 46.06
ระดบั เขตพน้ื ท่ี 40.47 47.46 43.97
ระดบั ประเทศ

คะแนนเฉล่ยี ร้อยละผลกำรทดสอบควำมสำมำรถพื้นฐำนของผเู้ รยี นระดบั ชำติ (NT)
ชน้ั ประถมศกึ ษำปีท่ี 3 ปีกำรศึกษำ 2563 จำแนกตำมระดับคุณภำพ

120.00

คะแนนเฉ ่ีลยร้อยละ 100.00
80.00
60.00

40.00

20.00

0.00 ดมี ำก ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ

ควำมสำมำรถดำ้ นคณติ ศำสตร์ 0.00 100.00 0.00 0.00

ควำมสำมำรถด้ำนภำษำไทย 0.00 100.00 0.00 0.00

รวม 2 ด้ำน 0.00 100.00 0.00 0.00

ห น้ ำ | 13

- กำรประเมินกำรทดสอบควำมสำมำรถพนื้ ฐำนของผู้เรียนระดับชำติ (National Test

:NT) ชนั้ ประถมศกึ ษำปที ี่ 3 และร้อยละของผลต่ำงระหวำ่ งปีกำรศกึ ษำ 2562 – 2563

ควำมสำมำรถดำ้ น ปกี ำรศกึ ษำ 2562 ปกี ำรศกึ ษำ 2563 รอ้ ยละของผลต่ำง
ระหว่ำงปกี ำรศกึ ษำ

คณิตศำสตร์ 33.66 51.00 +17.34

ภำษำไทย 29.66 57.50 +27.84

รวม 2 ดำ้ น 31.66 54.25 +22.59

เปรยี บเทยี บผลกำรประเมนิ ควำมสำมำรถพืน้ ฐำนของผู้เรียนระดบั ชำติ
(National Test :NT) ช้ันประถมศกึ ษำปที ่ี 3 ปกี ำรศกึ ษำ 2562-2563

70.00

60.00

50.050 .1.3 เปรียบเทียบผลกำรประเมินควำมสำมำรถด้ำนกำรอ่ำนของผู้เรียน ( RT)
ชนั้ ประถม4ศ0ึก.0ษ0ำปีท่ี 1 และรอ้ ยละของผลต่ำงระหว่ำงปีกำรศึกษำ 2561 – 2562 จำ้ แนกตำมร้อย
ละของระด30ับ.0ค0ณุ ภำพ

20.00

10.00

0.00 คณติ ศำสตร์ ภำษำไทย รวม 2 ดำ้ น
33.66 29.66 31.66
ปกี ำรศึกษำ 2562 51.00 57.50 54.25
ปีกำรศึกษำ 2563

- เปรียบเทียบผลกำรประเมินกำรประเมินควำมสำมำรถพ้ืนฐำนของผู้เรียนระดับชำติ
(National Test :NT) และรอ้ ยละของผลต่ำงระหว่ำงปีกำรศึกษำ 2562 – 2563 จ้ำแนกตำมร้อย
ละของระดับคุณภำพ

รอ้ ยละของผลกำรประเมนิ ควำมสำมำรถดำ้ นคณติ ศำสตร์

120.00

100.00

80.00

60.00

40.00

20.00

0.00 ดีมำก ดี พอใช้ ปรับปรงุ
0.00 33.33 0.00 66.66
ปีกำรศึกษำ 2562 0.00 100.00 0.00 0.00
ปีกำรศึกษำ 2563

ห น้ ำ | 14

ร้อยละของผลกำรประเมินควำมสำมำรถดำ้ นภำษำไทย

120.00
100.00
80.00
60.00
40.00

20.00

0.00 ดีมำก ดี พอใช้ ปรับปรุง

ปีกำรศกึ ษำ 2562 0.00 0.00 66.66 33.33

ปีกำรศกึ ษำ 2563 0.00 100.00 0.00 0.00

1.11.3 ผลกำรทดสอบทำงกำรศกึ ษำระดับชำติขน้ั พื้นฐำน (O-NET) ปีกำรศกึ ษำ 2563

ผลกำรทดสอบทำงกำรศกึ ษำระดบั ชำตขิ ้ันพ้นื ฐำน (O-NET) ช้ันประถมศึกษำปที ่ี 6
ปีกำรศึกษำ 2563

คะแนนเฉลี่ย ้รอยละ 70.00
60.00
50.00 ภำษำไทย ภำษำองั กฤษ คณิตศำสตร์ วทิ ยำศำสตร์ คะแนนรวมเฉลีย่
40.00 56.20 43.55 29.99 38.78 42.13
30.00 54.96 38.87 28.59 37.64 40.02
20.00 57.22 44.20 31.96 40.62 43.50
10.00 38.17 25.83 21.67 29.75 28.86
0.00

ระดับประเทศ
ระดับสังกดั สพฐ.
ระดับเขตพ้ืนที่
ระดบั โรงเรียน

ห น้ ำ | 15

- เปรียบเทียบผลกำรทดสอบทำงกำรศึกษำระดับชำติขั้นพ้ืนฐำน ( O-NET)
ปีกำรศึกษำ 2562-2563

เปรียบเทียบผลกำรทดสอบทำงกำรศึกษำระดับชำตขิ ั้นพ้นื ฐำน (O-NET)
ปีกำรศกึ ษำ 2562-2563

45.00 ภำษำไทย ภำษำองั กฤษ คณิตศำสตร์ วทิ ยำศำสตร์
40.00 38.10 28.00 22.00 26.55
35.00 38.17 25.83 21.67 29.75
30.00
25.00
20.00
15.00
10.00
5.00
0.00
ปกี ำรศกึ ษำ 2562
ปีกำรศึกษำ 2563

๑.12. ผลกำรประเมินคุณภำพของสำนักงำนรับรองมำตรฐำนและประเมินคุณภำพ

กำรศกึ ษำ (องค์กรมหำชน)
โรงเรียนสิทธิสุนทรอุทิศ ต้ังอยู่ หมู่ที่ 9 ต้ำบลโพรงอำกำศ อ้ำเภอบำงน้ำเปรี้ยว จังหวัด

ฉะเชิงเทรำ สังกัดส้ำนักงำนเขตพ้ืนท่ีกำรศึกษำประถมศึกษำฉะเชิงเทรำ เขต 1 เปิดสอนต้ังแต่ชั้น

อนุบำลปีท่ี 1 ถึงช้ันมัธยมศึกษำปีท่ี 3 มีบุคลำกรฝ่ำยบริหำร 1 คน ได้รับกำรประเมินคุณภำพ
ภำยนอกรอบ 3 เม่อื วันท่ี 1 ถึง 3 เดือนสงิ หำคม พ.ศ.2554 มีกำรจัดกำรศึกษำ 2 ระดบั คือ

1. ระดับกำรศึกษำขั้นพน้ื ฐำน : กำรศึกษำปฐมวยั (2-5 ปี) ที่ครูหรือผู้เลี้ยงดูเดก็ จ้ำนวน 2
คน เด็ก จำ้ นวน 19 คน

2. ระดับกำรศึกษำขั้นพนื้ ฐำน : ประถมศกึ ษำและมัธยมศกึ ษำ จำ้ แนกเปน็

- ประถมศกึ ษำ มีบุคลำกรครจู ้ำนวน 6 คน ผู้เรยี นจำ้ นวน 73 คน
- มัธยมศกึ ษำ มบี ุคลำกรครจู ้ำนวน 4 คน ผู้เรยี นจ้ำนวน 35 คน

รวมท้งั สถำนศกึ ษำ มีบคุ ลำกรครจู ำ้ นวน 12 คน ผู้เรียนจ้ำนวน 127 คน

ห น้ ำ | 16

ตำรำงสรปุ ผลกำรประเมนิ คณุ ภำพภำยนอกรอบสำม จำแนกตำมกลุ่มตัวบง่ ชี้

ระดับกำรศึกษำข้ันพ้ืนฐำน : ประถมศกึ ษำ และ มัธยมศกึ ษำ

กำรศกึ ษำข้นั พนื้ ฐำน ระดบั กำรศกึ ษำปฐมวัย น้ำหนัก คะแนน ระดับ
คะแนน ที่ได้ คุณภำพ

กลุ่มตวั บง่ ชี้พนื้ ฐำน

ตัวบ่งชท้ี ี่ 1 ผ้เู รยี นมสี ขุ ภำพกำยและสขุ ภำพจิตทีด่ ี 10.00 9.55 ดีมำก

ตัวบง่ ชท้ี ่ี 2 ผูเ้ รียนมคี ุณธรรม จรยิ ธรรมและค่ำนิยมทพ่ี ึงประสงค์ 10.00 9.57 ดีมำก

ตัวบ่งชีท้ ี่ 3 ผเู้ รยี นมคี วำมใฝร่ ู้ และเรยี นรู้อย่ำงตอ่ เนอ่ื ง 10.00 9.65 ดมี ำก

ตัวบ่งชีท้ ่ี 4 ผู้เรยี นคดิ เป็น ท้ำเป็น 10.00 8.98 ดี

ตัวบง่ ชท้ี ่ี 5 ผลสมั ฤทธทิ์ ำงกำรเรยี นของผ้เู รยี น 20.00 14.97 ดี

ตวั บง่ ชท้ี ่ี 6 ประสทิ ธิผลของกำรจัดกำรเรยี นกำรสอนทีเ่ น้นผเู้ รียนเปน็ สำ้ คัญ 10.00 8.00 ดี

ตัวบง่ ชท้ี ่ี 7 ประสิทธภิ ำพของกำรบริหำรจดั กำรและกำรพฒั นำสถำนศกึ ษำ 5.00 4.80 ดีมำก

ตวั บง่ ชีท้ ่ี 8 พัฒนำกำรของกำรประกันคณุ ภำพภำยในโดยสถำนศกึ ษำและตน้ สงั กดั 5.00 3.75 ดี

กล่มุ ตัวบง่ ชีอ้ ตั ลักษณ์

ตวั บง่ ชท้ี ่ี 9 ผลกำรพฒั นำให้บรรลตุ ำมปรชั ญำ ปณธิ ำน/วิสัยทศั น์ พนั ธกิจ และ 5.00 5.00 ดีมำก

วัตถุประสงคข์ องกำรจดั ตง้ั สถำนศึกษำ

ตวั บ่งชท้ี ี่ 10 ผลกำรพัฒนำตำมจุดเน้นและจดุ เด่ดทส่ี ง่ ผลสะท้อนเปน็ เอกลกั ษณ์ 5.00 5.00 ดมี ำก

ของ

สถำนศกึ ษำ

กลมุ่ ตัวบ่งชที้ ี่มำตรกำรส่งเสรมิ

ตัวบง่ ชท้ี ่ี 11 ผลกำรดำ้ เนินงำนโครงกำรพเิ ศษเพอ่ื ส่งเสรมิ บทบำทของสถำนศึกษำ 5.00 5.00 ดีมำก

ตัวบ่งชท้ี ่ี 12 ผลกำรส่งเสริมพฒั นำสถำนศกึ ษำเพอื่ ยกระดบั มำตรฐำน รกั ษำ 5.00 5.00 ดมี ำก

มำตรฐำน และพฒั นำสู่ควำมเป็นเลศิ ทีส่ อดคล้องกับแนวทำงกำรปฏิรปู

กำรศกึ ษำ

คะแนนรวม 100.00 89.27 ดี

สถำนศึกษำมีผลคะแนนรวมทกุ ตัวบ่งช้ี ตง้ั แต่ 80 คะแนนข้ึนไป  ใช่  ไม่ใช่

สถำนศกึ ษำมีตัวบง่ ชี้ท่ไี ดร้ ะดับดีข้ึนไป 10 ตวั บง่ ช้ี จำก 12 ตัวบง่ ชี้  ใช่  ไมใ่ ช่

สถำนศกึ ษำไม่มีตัวบ่งชี้ใดทีม่ ีระดับคุณภำพต้องปรบั ปรุง หรอื ต้องปรับปรงุ เร่งดว่ น  ใช่  ไม่ใช่

สรปุ ผลกำรจัดกำรศกึ ษำระดับกำรศกึ ษำขั้นพน้ื ฐำนของสถำนศึกษำในภำพรวม
 สมควรรับรองมำตรฐำนกำรศกึ ษำ  ไม่สมควรรับรองมำตรฐำนกำรศกึ ษำ

ห น้ ำ | 17

ตำรำงสรปุ ผลกำรประเมินคุณภำพภำยนอกเป็นรำยมำตรฐำนตำมกฎกระทรวงฯ

ระดับกำรศึกษำขน้ั พน้ื ฐำน : ประถมศกึ ษำ และ มัธยมศึกษำ

ชอ่ื ตัวบง่ ช้ี น้ำหนัก คะแนน ระดบั
คะแนน ทไี่ ด้ คณุ ภำพ

มำตรฐำนท่ี 1 ผลกำรจดั กำรศกึ ษำ

กลุ่มตวั บ่งชี้พน้ื ฐำน

ตัวบ่งชท้ี ่ี 1 ผเู้ รียนมสี ขุ ภำพกำยและสุขภำพจติ ที่ดี 10.00 9.55 ดมี ำก

ตวั บ่งชี้ท่ี 2 ผเู้ รยี นมคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรมและคำ่ นิยมทพ่ี งึ ประสงค์ 10.00 9.57 ดมี ำก

ตวั บง่ ชท้ี ี่ 3 ผเู้ รยี นมีควำมใฝ่รู้ และเรยี นรูอ้ ยำ่ งต่อเนอื่ ง 10.00 9.65 ดมี ำก

ตัวบ่งชีท้ ่ี 4 ผู้เรยี นคดิ เป็น ท้ำเปน็ 10.00 8.98 ดี

ตวั บง่ ชี้ท่ี 5 ผลสมั ฤทธท์ิ ำงกำรเรยี นของผเู้ รยี น 20.00 14.97 ดี

กลุ่มตัวบ่งช้อี ัตลกั ษณ์

ตัวบง่ ชี้ที่ 9 ผลกำรพฒั นำใหบ้ รรลตุ ำมปรัชญำ ปณธิ ำน/วสิ ัยทศั น์ พันธกจิ และ 5.00 5.00 ดีมำก

วตั ถปุ ระสงคข์ องกำรจดั ตง้ั สถำนศึกษำ

ตวั บง่ ชท้ี ่ี 10 ผลกำรพัฒนำตำมจุดเน้นและจุดเด่ดทีส่ ่งผลสะท้อนเป็นเอกลักษณ์ 5.00 5.00 ดมี ำก

ของ

สถำนศกึ ษำ

กลมุ่ ตวั บ่งชท้ี ่มี ำตรกำรสง่ เสรมิ

ตัวบ่งชท้ี ี่ 11 ผลกำรด้ำเนินงำนโครงกำรพิเศษเพื่อสง่ เสรมิ บทบำทของสถำนศกึ ษำ 5.00 5.00 ดมี ำก

มำตรฐำนท่ี 2 กำรบรหิ ำรจดั กำรศกึ ษำ

กลุ่มตวั บง่ ชพ้ี ืน้ ฐำน

ตัวบง่ ชท้ี ี่ 7 ประสทิ ธภิ ำพของกำรบรหิ ำรจัดกำรและกำรพัฒนำสถำนศกึ ษำ 5.00 4.80 ดมี ำก

กลุ่มตวั บ่งชีม้ ำตรกำรสง่ เสรมิ

ตัวบง่ ชที้ ี่ 12 ผลกำรส่งเสรมิ พัฒนำสถำนศกึ ษำเพ่ือยกระดับมำตรฐำน รกั ษำ 5.00 5.00 ดมี ำก

มำตรฐำน และพฒั นำสคู่ วำมเปน็ เลศิ ทสี่ อดคล้องกบั แนวทำงกำรปฏริ ูป

กำรศกึ ษำ

มำตรฐำนที่ 3 กำรจดั กำรเรียนกำรสอนท่เี น้นผเู้ รยี นเปน็ สำคัญ

กลุม่ ตัวบ่งชพี้ นื้ ฐำน

ตวั บง่ ชท้ี ่ี 6 ประสทิ ธผิ ลของกำรจดั กำรเรียนกำรสอนที่เนน้ ผู้เรยี นเปน็ สำ้ คัญ 10.00 8.00 ดี

มำตรฐำนที่ 4วำ่ ด้วยกำรประกันคุณภำพภำยใน

กลุม่ ตวั บ่งชี้พื้นฐำน

ตัวบ่งช้ีที่ 8 พัฒนำกำรของกำรประกันคุณภำพภำยในโดยสถำนศกึ ษำและตน้ สงั กดั 5.00 3.75 ดี

ผลรวมคะแนนทง้ั หมด 100.00 89.27 ดี

ห น้ ำ | 18

๑.13 ปัญหำและอุปสรรคในกำรดำเนนิ งำนท่ผี ำ่ นมำ
๑.13.๑ ระดับกำรศกึ ษำปฐมวัย

- เด็กไมก่ ล้ำแสดงออก
- เด็ก ผู้ปกครอง และคนในชมุ ชนไม่ให้ควำมสนใจด้ำนกำรเรยี นรู้
- ควรส่งเสริมให้เด็กได้รับกำรศกึ ษำในระดับสูง
- เด็ก ผู้ปกครองและคนในชมุ ชน ขำดผ้ใู ห้ควำมรู้ทต่ี รงกบั ควำมต้องกำร
- คนในชมุ ชนไม่เห็นควำมส้ำคัญของกำรศึกษำปฐมวยั
๑.13.๒ ระดบั กำรศึกษำข้ันพืน้ ฐำน
- นักเรยี นยงั ไมม่ กี ระบวนกำรคดิ วเิ ครำะห์ คดิ สังเครำะห์ คิดไตร่ตรอง และคดิ อย่ำง
สรำ้ งสรรค์
- ควรก้ำหนดแผนพฒั นำครเู พ่อื ยกระดับควำมสำมำรถในกำรจัดกำรเรียนรู้
เพอื่ พัฒนำ นักเรยี นอยำ่ งเป็นระบบ
- ครขู ำดควำมรคู้ วำมชำ้ นำญเฉพำะทำง ควรน้ำภูมปิ ญั ญำทอ้ งถ่นิ หรอื ปรำชญ์
ชำวบำ้ นมำให้ควำมรู้แก่นกั เรียนเพ่ิมเติม
- ขำดอุปกรณด์ ้ำนเทคโนโลยที ี่ทันสมยั เพ่อื ให้บริกำรแก่ผ้เู รียนในกำรสบื ค้นขอ้ มลู
- ควรพัฒนำให้นกั เรียนมจี ติ อำสำเพมิ่ ขึน้
- นกั เรยี นมหี นังสือไมพ่ อเพยี งในกำรสบื คน้ ขอ้ มลู
- ขำดเครอ่ื งคอมพวิ เตอรท์ ท่ี นั สมัยและพอเพยี งทจี่ ะใหบ้ ริกำรแกผ่ เู้ รยี นในกำรสืบค้น
ขอ้ มูลในด้ำนกำรเรียนกำรสอน

๒. สถำนภำพของสถำนศกึ ษำ (ไดจ้ ำกกำรจดั ทำ SWOT)

๒.๑ กำรวิเครำะหส์ ภำพแวดล้อมภำยนอก
ดำ้ นโอกำส/อุปสรรค
1) ดำ้ นพฤตกิ รรมของผ้รู ับบรกิ ำร (Customer Behaviors : C)
ดำ้ นโอกำส
๑.๑ ผปู้ กครองมุง่ หวังท่จี ะให้โรงเรียนจัดกำรศึกษำ ให้ไดม้ ำตรฐำน จงึ ใหก้ ำรสนับสนุนด้ำน
ทรพั ยำกรตำ่ งๆ
๑.๒ ผู้ปกครองมีควำมคำดหวังท่ีจะให้นักเรียนได้ศึกษำต่อในโรงเรียนที่มีชื่อเสียงส่งผลให้
นกั เรียน
ต้องพฒั นำและปรบั กระบวนกำรเรียนของตนเองอย่ำงตอ่ เนอ่ื ง
ด้ำนอุปสรรค
๑.๑ ผูป้ กครองบำงส่วนยำกจน นักเรียนตอ้ งหยดุ เรยี นไปชว่ ยประกอบอำชีพ
๑.๒ เดก็ บำงคนไม่ได้อย่กู บั บดิ ำมำรดำ แต่อยู่กับญำติ ท้ำให้กำรดูแลเอำใจใส่น้อยลง
๑.๓ นักเรียนไม่ใฝเ่ รียน สง่ ผลใหไ้ มก่ ระตือรือร้นในกำรเรยี นรู้
๑.๔ นักเรียนขำดระเบยี บวินัย

ห น้ ำ | 19

2) ดำ้ นกำรเมืองและกฎหมำย (Political and legal Factor : P)
ด้ำนโอกำส
๒.๑ พ.ร.บ.กำรศึกษำแห่งชำติ พ.ศ. ๒๕๔๒ แก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ และ
(ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๕๓ มีระบบประกันคุณภำพ ท้ำให้โรงเรียนมุ่งเน้นสู่เกณฑ์มำตรฐำน ส่งผลให้
โรงเรียน และครูมมี ำตรฐำนตำมเกณฑ์
๒.๒ พ.ร.บ.กำรศึกษำแห่งชำติ พ.ศ. ๒๕๔๒แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕และ
(ฉบับท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๕๓ มีระบบประกันโอกำสทำงกำรศึกษำมุ่งเน้นให้ชุมชนมสี ่วนร่วมในกำรศึกษำ
ส่งผลให้นักเรียนได้รับกำรศึกษำสูงขึ้น และประชำกรในวัยเรียนท้ังกลุ่มปกติและกลุ่มพิเศษได้รับ
กำรศกึ ษำอย่ำงท่ัวถึง
๒.๓ กำรปฏิรูปกำรศึกษำท้ำให้ครูกระตือรือร้นในกำรจัดกำรเรียนกำรสอนโดยยึดเด็กเป็น
ส้ำคัญ ส่งผลให้เกิดกำรจัดกิจกรรมอย่ำงหลำกหลำย นักเรียนได้รับกำรพัฒนำเต็มตำมศักยภำพ
กำรเรยี นรู้ก้ำวหน้ำขน้ึ
๒.๔ นโยบำยรฐั บำลเกี่ยวกบั ระบบกำรใชง้ บประมำณมุง่ เน้นผลงำนช่วยให้โรงเรยี นมีอิสระใน
กำรทำ้ งำนมำกขน้ึ สำมำรถบริหำรจดั กำรไดด้ ้วยตนเอง
๒.๕ นกั กำรเมืองท้องถิน่ ให้กำรสนบั สนนุ ด้ำนทรัพยำกรส่งผลให้กำรพัฒนำกำรเรยี นกำรสอน
ดีขนึ้ กำรจัดกำรศึกษำเป็นไปไดอ้ ย่ำงมีประสทิ ธิภำพ
๒.๖ ระเบียบปฏิบัติของกระทรวงศึกษำฉบับปัจจุบันว่ำด้วยกำรลงโทษนักเรียนส่งผลให้ครู
ศกึ ษำจิตวิทยำพัฒนำกำรของเด็กมำกขึ้น
๒.๗ นโยบำยกำรปฏิรูปกำรเรียนรู้ ส่งผลให้ครูมีวิสัยทัศน์ต่อกำรจัดกระบวนกำรเรียนรู้มำก
ข้นึ เกิดผลดใี นด้ำนกำรเรยี นกำรสอน
๒.๘ รัฐธรรมนูญให้ควำมส้ำคัญของกำรจัดกำรศึกษำ โดยใหห้ นว่ ยงำนต่ำงๆเข้ำมำมีส่วนร่วม
ในกำรจัดกำรศึกษำ
๒.๙ รัฐธรรมนูญแห่งรำชอำณำจักรไทย (ฉบับช่ัวครำว) พ.ศ. ๒๕๕๗ ให้ควำมส้ำคัญของ
กำรศึกษำไทยโดยชุมชนและหน่วยงำนปกครองส่วนท้องถิ่น มีส่วนร่วมในกำรจัดก ำรศึกษำ
สรำ้ งหลกั สตู รท้องถิ่นทำ้ ให้นกั เรียนมีกำรพฒั นำคุณภำพกำรศกึ ษำตำมเปำ้ หมำย
๒.๑๐ นโยบำยกำรศกึ ษำภำคบงั คบั ๙ปี นกั เรียนได้มโี อกำสเรยี นในระดับสงู ขน้ึ ท้ำใหค้ ุณภำพ
ชวี ติ ของนกั เรียนดขี ึ้น
ดำ้ นอปุ สรรค
๒.๑ นโยบำยกำรลดอัตรำก้ำลังภำครฐั ส่งผลใหข้ ำดแคลนบุคลำกรในโรงเรียน
๒.๒. พ.ร.บ.กำรกระจำยอ้ำนำจ พ.ศ. ๒๕๔๒มีกำรถ่ำยโอนกำรศึกษำระดับอนุบำลไปสู่
องค์กรบรหิ ำรส่วนทอ้ งถิ่น ส่งผลให้จำ้ นวนนกั เรยี นและงบประมำณในโรงเรียนน้อยลงและบุคลำกรใน
ท้องถ่ินยงั ขำดควำมพร้อมในดำ้ นต่ำงๆส่งผลให้ไม่สำมำรถจัดกำรจัดกำรศกึ ษำได้สอดคล้องกับพ.ร.บ.
กำรศกึ ษำแหง่ ชำติ พ.ศ. ๒๕๔๒(และแก้ไขเพ่มิ เติม พ.ศ. 2545 , พ.ศ. 2553) ได้
๒.๓ นโยบำยกำรจัดกำรศึกษำแต่ละรัฐบำลไม่อยู่ในทิศทำงเดียวกัน ส่งผลให้กำรด้ำเนินกำร
ทำงกำรศึกษำ ไม่ตอ่ เนอ่ื งและเปน็ อุปสรรคตอ่ กำรบริหำรโรงเรยี น
๒.๔ กฎหมำยกฎระเบียบ มีข้อจ้ำกัดส่งผลให้โรงเรียนขำดควำมคล่องตัวในกำรด้ำเนินงำน
ส่งผลให้นกั เรียนขำดระเบียบวินยั

ห น้ ำ | 20

๒.๕ ค้ำส่ังของหน่วยงำนต้นสังกัด บำงคร้ังมีข้อจ้ำกัดในทำงปฏิบัติที่ตำยตัว ส่งผลให้กำร
ปฏบิ ัตขิ ำดควำมคดิ รเิ รมิ่ สร้ำงสรรค์ ขำดกำรพฒั นำและคณุ ภำพ

๒.๖ นโยบำยด้ำนสวัสดิกำรครไู ม่ชัดเจน ทำ้ ให้ครขู ำดขวัญก้ำลังใจในกำรปฏบิ ัตงิ ำน ส่งผลให้
กำรจดั กำรเรยี นกำรสอนมีประสทิ ธิภำพลดลง

3) ดำ้ นเศรษฐกิจ (Economic Factors : E)
ด้ำนโอกำส
๓.๑ ภำคเอกชนได้มีกำรลงทุน สถำนประกอบกำร โรงงำน ทำ้ ให้ประชำชนมีงำนท้ำมีรำยได้
พอเพยี งส่งผลใหน้ ักเรยี นบำงส่วนมีควำมพรอ้ มเกย่ี วกบั อปุ กรณก์ ำรเรียนและสำมำรถช่วยตนเองได้
๓.๒ ควำมต้องกำรของตลำดแรงงำนเป็นตัวกำ้ หนดทศิ ทำงกำรจดั กำรศกึ ษำ
๓.๓ ภำวะเศรษฐกิจตกต้่ำ ผู้ปกครองมีรำยได้น้อยลง ส่งผลให้โรงเรียนเร่งจัดกระบวนกำร
เรียนร้แู ละฝกึ ทกั ษะอำชพี เพือ่ เพิ่มรำยไดใ้ ห้ครอบครัวระหวำ่ งเรยี น
๓.๔ เศรษฐกิจตกต่้ำประชำกรกลับมำประกอบอำชีพในท้องถ่ินของตนเองนกั เรียนต้องย้ำย
ตำมผู้ปกครอง สง่ ผลใหม้ ีนกั เรียนเข้ำเรยี นเพิม่ ขน้ึ
๓.๕ ภำวะเศรษฐกจิ ตกตำ้่ ผปู้ กครองมรี ำยได้นอ้ ยคำ่ ใช้จำ่ ยสูง ท้ำใหน้ กั เรยี นรู้จกั ประหยดั ใช้
เงนิ และทรัพยำกรอยำ่ งมเี หตุผลและค้มุ ค่ำ
๓.๖ กำรประกอบอำชีพเกษตรกรรมและกลับคืนสู่ท้องถ่ินของของแรงงำนท่ีมีคุณภำพของ
ชมุ ชนส่งผลให้ครอบครวั มีควำมอบอุ่น และร้จู กั ดำ้ รงชีวติ โดยใช้หลกั กำรเศรษฐกจิ พอเพยี ง
๓.๗ ผลกระทบจำกภำวะเศรษฐกิจ ส่งผลใหช้ มุ ชนตอ้ งกำรอำชีพเสรมิ เพอ่ื เพม่ิ พนู รำยได้
๓.๘ ประชำชนบำงส่วนมีอำชีพที่ม่ันคง รำยได้แน่นอนพอเพียง สำมำรถสนับสนนุ กำรศึกษำ
ของนกั เรยี นไดเ้ ป็นอย่ำงดี ทำ้ ใหเ้ ดก็ มกี ำ้ ลังใจเรยี น มผี ลกำรเรยี นดีข้ึน
๓.๙ ชุมชนร่วมระดมทุนสนับสนุนในด้ำนกำรประชำสัมพันธ์โรงเรียน ประชำชนรับทรำบ
ข้อมูลขำ่ วสำรท่ีเป็นจริงและให้ควำมรว่ มมอื กบั โรงเรียนมำกข้ึน
ด้ำนอุปสรรค
๓.๑ ภำวะเศรษฐกิจตกตำ้่ กำรวำ่ งงำนกำรถกู เลิกจ้ำงงำน ประชำชนมรี ำยได้นอ้ ยลง สง่ ผลให้
นักเรยี นขำดแคลนอปุ กรณก์ ำรเรยี น เชน่ เส้อื ผำ้
๓.๒ ในภำวะเศรษฐกิจปัจจุบนั กำรจัดสรรงบประมำณจำกตน้ สังกดั ลดลง โดยเฉพำะดำ้ น
สำธำรณูปโภคทดี่ นิ และส่งิ ก่อสรำ้ ง สง่ ผลใหโ้ รงเรยี นต้องระดมทนุ จำกภำยนอกมำทดแทน
๓.๓ ผู้ปกครองว่ำงงำนมีรำยได้นอ้ ย ส่งผลต่อคุณภำพกำรเรยี นกำรสอน
๓.๔ ประชำชนมีภำวะเศรษฐกิจไม่ดีท้ำให้กำรสนับสนุนด้ำนกำรเงินเพ่ือพัฒนำกำรศึกษำ
ลดลงส่งผลใหโ้ รงเรียน มีงบประมำณสนบั สนุนกำรศกึ ษำลดน้อยลงดว้ ย
๓.๕ ภำวะวกิ ฤตทิ ำงเศรษฐกจิ ท้ำให้ผู้ปกครองมีรำยไดน้ อ้ ยลง ส่งผลกระทบตอ่ กำรศกึ ษำของ
นกั เรียนในระดบั ที่สูงข้นึ
๓.6 รำคำพืชผลกำรเกษตรตกต่้ำ ท้ำให้ประชำชนมีรำยได้ไม่เพยี งพอกับกำรด้ำรงชีวิต และ
ชำ้ ระหนีส้ ินทำงกำรเกษตร
๓.7 มีรำยได้แตกต่ำงกัน ท้ำใหโ้ อกำสในกำรศึกษำของเด็กตำ่ งกัน

ห น้ ำ | 21

๔) ด้ำนสังคมและวฒั นธรรม (Social – cultural Factors : S)
ดำ้ นโอกำส
๔.๑ ขนบธรรมเนียมประเพณีไทย ค่ำนิยมและควำมเจริญก้ำวหน้ำทำงวิชำกำรในยุคสังคม
โลกำภิวัตน์ มีผลให้โรงเรียนจัดกำรศึกษำเพ่ือพัฒนำให้นักเรียนมีคุณภำพทัดเทียมอำรยประเทศ
ภำยใต้วัฒนธรรมไทย
๔.๒ ผปู้ กครองม่งุ หวงั ท่จี ะให้โรงเรียนจดั กำรศกึ ษำ ได้มำตรฐำนสำกล จึงสนบั สนนุ ทรพั ยำกร
ต่ำง ๆ อยำ่ งดียิ่ง
๔.๓ ผู้ปกครองมีควำมคำดหวังที่จะให้นักเรียนได้ศึกษำต่อในโรงเรียนท่ีมีชื่อเสียง ส่งผลให้
นักเรยี นปรบั ปรงุ และพัฒนำกระบวนกำรเรียนกำรสอนให้มีประสิทธิภำพยง่ิ ข้ึน และสร้ำงควำมกดดัน
ในกำรทำ้ งำนของบคุ ลำกรและพัฒนำอยำ่ งต่อเนือ่ ง
๔.๔ หน่วยงำนต้นสังกัดมีควำมคำดหวังให้โรงเรียนเป็นต้นแบบปฏิรปู กำรศึกษำยึดนักเรยี น
เปน็ สำ้ คัญส่งผลใหโ้ รงเรยี นพัฒนำกระบวนกำรบริหำรและกำรเรยี นอยำ่ งตอ่ เน่อื ง
๔.๕ โรงเรยี นตอ้ งจดั กำรศึกษำให้ทัว่ ถึงครอบคลมุ กบั จ้ำนวนประชำกร
๔.๖ ชุมชนเห็นควำมส้ำคัญของกำรศึกษำส่งผลให้นักเรียนที่จบชั้นประถมศึกษำปีที่ ๖ ได้
เรยี นต่อในระดับท่สี ูงข้ึนทุกคน
๔.๗ ประชำกรมีสุขภำพที่ดีและได้รับกำรเอำใจที่ดี ส่งผลให้นักเรียนมีควำมพร้อมในกำร
เรียนรู้
๔.๘ สังคมมีกำรเปล่ียนแปลงด้ำนเทคโนโลยีอย่ำงรวดเร็วส่งผลให้ผู้ปกครองได้รับกำรศึกษำ
ไดม้ ำตรฐำนทนั สมยั
๔.๙ วัฒนธรรมต่ำงชำติหลั่งไหลเข้ำมำมำกขึ้น ส่งผลให้เยำวชนไทยละเลยควำมเป็นไทย
กำรอนรุ กั ษ์ศลิ ปวฒั นธรรมและภูมปิ ญั ญำท้องถิ่น
ด้ำนอุปสรรค
๔.๑ ผ้ปู กครองบำงส่วนต้องโยกย้ำยบ่อยเพอ่ื ประกอบอำชพี ท้ำให้เดก็ ต้องย้ำยตำมผ้ปู กครอง
สง่ ผลใหเ้ ดก็ นกั เรียนเคลื่อนย้ำยตลอดเวลำ
๔.๒ ผู้ปกครองบำงส่วนมีควำมศรัทธำและค่ำนิยมส่งเด็กไปเรยี นที่โรงเรียนใหญ่ ๆ ประกอบ
กับกำรคมนำคมสะดวก สง่ ผลให้จำ้ นวนนักเรียนลดลง
๔.๓ กำรระบำดของยำเสพติดในชมุ ชนมผี ลกระทบต่อคุณภำพของประชำกรในทอ้ งถิ่น ส่งผล
ใหไ้ ม่เอือ้ ต่อกำรศกึ ษำ และอยู่ในภำวะเสยี่ งตอ่ กำรเก่ียวขอ้ งกบั ยำเสพตดิ
๔.๔ ผู้ปกครองมีพ้ืนฐำนควำมรู้ต่้ำ ท้ำให้ขำดควำมเข้ำใจในระบบกำรจัดกำรศึกษำในแนว
ปฏริ ูปกำรเรียนรู้
๔.๕ ผู้ปกครองบำงส่วนด่ืมสุรำ เล่นกำรพนัน ทะเลำะเบำะแว้ง ครอบครัวแตกแยกส่งผลให้
เดก็ บำงคนมีพฤติกรรมกำ้ วร้ำว กำรเอำใจใสบ่ ตุ รหลำนน้อยลงนักเรียนขำดแคลนวัสดุอปุ กรณ์ทีจ่ ้ำเป็น
บำงอยำ่ ง
๔.๖ ผู้ปกครองบำงส่วนขำดควำมรู้ควำมเข้ำใจด้ำนโภชนำกำร ส่งผลให้นักเรียนมีภำวะทุ
โภชนำกำรด้ำนทนั ตสุขภำพ เหำ ทำ้ ใหข้ ำดควำมพร้อมในกำรเรยี นรู้
๔.๗ ผู้ปกครองมีควำมคำดหวังทำงกำรศึกษำของโรงเรียนค่อนข้ำงสูง ส่งผลให้บุคลำกรใน
โรงเรียนมีควำมกดดนั ในกำรท้ำงำน
๔.๘ พฤติกรรมของคนไทยไมใ่ ฝ่เรยี น สง่ ผลใหเ้ ยำวชนไม่กระตอื รือร้นในกำรเรยี นรู้

ห น้ ำ | 22

๔.๙ ประชำกรในวัยเรียนที่ต้องรับกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน ที่อยู่นอกเขตบริกำรของโรงเรียน
ย้ำยมำเข้ำเรียนเป็นจ้ำนวนมำก ส่งผลให้โรงเรียนต้องจัดหำครู วัสดุ อุปกรณ์และอำคำรสถำนท่ีให้
เพียงพอ

๔.๑๐ โรงเรียนยังขำดบุคลำกรและแหล่งกำรเรียนรู้ท้ำให้ไม่สำมำรถจัดห้องพิเศษส้ำหรับ
จดั บรกิ ำรทำงกำรศกึ ษำ

5) ด้ำนเทคโนโลยี (Technological Factors : T)
ด้ำนโอกำส
5.๑ เทคโนโลยที ่ีทันสมัยใหม่มีกำรพัฒนำเปลี่ยนแปลงไปอย่ำงรวดเร็ว สง่ ผลให้น้ำมำจัดกำร
เรียนกำรสอนได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ ท้ำให้โรงเรียนน้ำมำพัฒนำกระบวนกำรเรียนรู้ของนักเรียนให้
เกดิ ประสิทธภิ ำพยงิ่ ขน้ึ และตอบสนองควำมตอ้ งกำรของชุมชน
5.๒ กำรรับรู้ข้อมูลข่ำวสำรจำกสื่อทำงเทคโนโลยี เช่น โทรทัศน์ วิทยุ อินเตอร์เน็ต ส่งผลให้
ประชำชนในวัยเรียนมีควำมรู้กวำ้ งขวำง และทนั ตอ่ เหตุกำรณ์ปจั จุบัน
5.๓ กำรพัฒนำเปลี่ยนแปลงทำงเทคโนโลยีไปอย่ำงรวดเร็ว บุคลำกรในโรงเรียนตำมไม่ทัน
สง่ ผลให้ประสิทธิภำพลดลง
5.๔ ชมุ ชนจัดกำรเรียนกำรสอนคอมพวิ เตอร์ สง่ ผลให้ประชำกรวัยเรยี นมคี วำมรูค้ อมพวิ เตอร์
พื้นฐำน
5.๕ ควำมก้ำวหน้ำทำงเทคโนโลยีมีมำกขึ้นและหลำกหลำยนักเรียนมีควำมต้องกำรบริโภค
เทคโนโลยีสง่ ผลใหโ้ รงเรยี นต้องปรบั หลักสูตรให้สอดคลอ้ งกับควำมต้องกำรนนั้
5.๖ มีโรงงำนอุตสำหกรรมท้ำให้ผู้ปกครองมีงำนท้ำและมีรำยได้ ส่งผลให้นักเรียนมีโอกำส
เรียน
5.๗ คอมพวิ เตอร์เปน็ ส่อื ท่ีทันสมัย ส่อื สำรไดร้ วดเร็วและกว้ำงไกล สำมำรถพัฒนำผเู้ รียนด้ำน
สติปัญญำท้ำให้เด็กเรียนรู้ระบบเครือข่ำยอินเตอรเ์ น็ต เป็นกำรส่งเสริมให้เด็ก รู้จักใช้เวลำว่ำงให้เกดิ
ประโยชน์และเรยี นรดู้ ้วยตนเอง
5.๘ กำรน้ำภูมิปัญญำท้องถ่ินเข้ำมำมีส่วนร่วมในกำรจัดกำรเรียนรู้ ส่งผลให้นักเรียนได้รับ
ควำมรหู้ ลำกหลำย มีกำรศึกษำทกี่ ำ้ วหนำ้
5.๙ ประชำชนเห็นควำมส้ำคัญของเทคโนโลยีท่ีมีต่อกำรศึกษำ จึงใช้กำรสนับสนุนและ
รว่ มมอื จัดหำสอื่
5.๑๐ ควำมก้ำวหนำ้ ของมัลติมีเดีย (ส่ือผสม) มีส่วนชว่ ยให้กำรเรียนกำรสอนมีประสิทธิภำพ
มำกขนึ้
ด้ำนอุปสรรค
5.๑ กำรเปล่ียนแปลงทำงเทคโนโลยีสมัยใหม่ส่งผลให้ประชำกรในวัยเรียนลอกเลียนแบบ
พฤตกิ รรมทขี่ ดั กับขนบธรรมเนยี มประเพณี
5.๒ กำรเปล่ียนแปลงเทคโนโลยีไปอย่ำงรวดเร็ว บุคลำกรในโรงเรียนตำมไม่ทันส่งผลให้
ประสิทธภิ ำพกำรเรียนกำรสอนลดลง
5.๓ เทคโนโลยีเปล่ียนแปลงอย่ำงรวดเร็ว รำคำสูง ส่งผลต่อค่ำใช้จ่ำยของโรงเรียนและ
กระทบควำมคมุ้ ค่ำ
5.๔ กำรใช้เทคโนโลยีบำงอย่ำงมีผลกระทบทำงตรงและทำงอ้อมต่อค่ำสำธำรณูปโภค
โรงเรียนจงึ มคี ่ำใชจ้ ่ำยสูง

ห น้ ำ | 23

5.๕ บรเิ วณชุมชนมรี ้ำนเกม ทำ้ ใหน้ กั เรยี นหนีเรยี น สง่ ผลใหผ้ ลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียนต้ำ่
5.๖ เทคโนโลยีมีควำมกำ้ วหน้ำและเปล่ียนแปลงอย่ำงรวดเรว็ ส่งผลให้นักเรียนเรยี นรู้ไม่ทัน
กำรเปลยี่ นแปลง และเทคโนโลยที ีม่ อี ยู่ไมท่ นั สมัย ไมค่ ุ้มค่ำกับกำรลงทนุ
5.๗ ผู้ปกครองในเขตบริกำรของโรงเรียนต้องกำรให้นักเรียนใช้เทคโนโลยีและวัฒนธรรม
ใหม่ๆ แต่วัสดุด้ำนเทคโนโลยีรำคำค่อนข้ำงสูง และมีจ้ำนวนน้อยท้ำให้โรงเรียนไม่สำมำรถจัดหำให้
นกั เรียนไดฝ้ กึ ปฏิบตั อิ ย่ำงท่ัวถงึ

๒.๒ กำรวิเครำะหส์ ภำพแวดล้อมภำยใน
ด้ำนจดุ แขง็ /จุดออ่ น

1) ดำ้ นโครงสร้ำง (Structure : S1)
จุดแข็ง
๑.๑ โรงเรียนมีโครงสร้ำงบริหำรงำนที่ถูกต้อง ส่งผลให้กำรปฏิบัติงำนของบุคลำกรเป็นไป
อย่ำงมปี ระสทิ ธภิ ำพ
๑.๒ โรงเรยี นมีแผนพฒั นำสถำนศกึ ษำโรงเรยี นทเี่ ปน็ ปัจจุบนั ใช้ในกำรท้ำแผนปฏิบัติกำรของ
โรงเรียน ส่งผลให้นกั เรยี นปฏบิ ตั งิ ำนไดอ้ ยำ่ งเป็นระบบ สะดวกและรวดเรว็
๑.๓ โรงเรียนมีกำรก้ำหนดภำรกิจ ๔ งำน และแบ่งงำนให้บุคคลรับผิดชอบ ส่งผลให้กำร
ปฏบิ ตั งิ ำนบรรลุเป้ำหมำยและเกิดประสทิ ธภิ ำพ
จุดออ่ น
๑.๑ กำรแบ่งงำนรับผดิ ชอบซ้ำซ้อนหลำยฝ่ำยทำ้ ให้กำรปฏิบตั ิงำนไม่คล่องตวั และช้ำ
๑.๒ ครูรับผิดชอบงำนอน่ื ๆ ซ่ึงไม่ใช่กำรเรียนกำรสอน ทำ้ ให้ประสทิ ธิภำพในกำรจัดกำรเรียน
กำรสอนของครูลดลง

๒) ดำ้ นยทุ ธศำสตร/์ กลยทุ ธ์ (Strategy : S2)
จุดแข็ง
๒.๑ โรงเรยี นมีนโยบำยกำรด้ำเนนิ งำนที่ชดั เจน สง่ ผลใหบ้ คุ ลำกรปฏิบัตงิ ำนไดอ้ ย่ำงคล่องตัว
และรวดเร็ว
๒.๒ โรงเรยี นมนี โยบำยท่ดี ี ทำ้ ใหผ้ ปู้ กครองไว้วำงใจ สง่ ผลให้มจี ำ้ นวนนักเรยี นเพ่มิ ขนึ้
๒.๓ กำรจัดระบบองค์กรชัดเจน มีสำยปฏิบัติงำนแต่ล่ะภำรกิจชัดเจน ท้ำให้กำรด้ำเนินกำร
เป็นไปตำมขน้ั ตอน ลดกำรซำ้ ซอ้ นและมีประสิทธิภำพ
๒.๔ โรงเรียนก้ำหนดวิสัยทัศน์ นโยบำยเป้ำประสงค์และภำรกิจที่ชัดเจน ท้ำให้บุคลำกรมี
ทิศทำง
๒.๕ ในกำรทำ้ งำน รับข้อมลู ข่ำวสำรในทศิ ทำงเดียวกนั ส่งผลให้นกั เรียนมีคุณภำพ
๒.๖ คณะกรรมกำรสถำนศึกษำข้ันพื้นฐำนมีส่วนร่วมในกำรจัดท้ำแผนพัฒนำสถำนศึกษำ
โรงเรยี น สง่ ผลใหโ้ รงเรียนได้รบั กำรพัฒนำด้ำนกำรเรยี นกำรสอนอย่ำงมคี ณุ ภำพ
๒.๗ มีกำรปฏิรปู กำรศึกษำ เพอ่ื นำ้ กำรสอนแบบใหมๆ่ มำสู่โรงเรยี นอย่ำงเป็นระบบ
๒.๘ เน้นกำรท้ำงำนเป็นทีมทุกคนเข้ำมำมีส่วนร่วมรับผิดชอบ รวดเร็ว มีคุณภำพท้ำให้
นกั เรยี นไดร้ ับกำรพัฒนำเป็นไปตำมเป้ำหมำยของโรงเรยี น
๒.๙ โรงเรียนมีนโยบำยสร้ำงเครือข่ำยกำรเรียนรู้ ผู้ปกครองและภูมิปัญญำท้องถ่ินส่งผลให้
โรงเรียนจัดกิจกรรมกำรเรยี นกำรสอน ได้หลำกหลำยและมีประสิทธภิ ำพ

ห น้ ำ | 24

๒.๑๐ นโยบำยโรงเรียนเน้นกำรกระจำยอ้ำนำจให้ครู ผู้ปกครอง และนักเรียนท้ำให้ทรำบ
ปัญหำควำมต้องกำร และนำ้ ขอ้ มูลดงั กล่ำวมำปรบั ปรุงแก้ไขบรหิ ำรงำนให้ตรงกับควำมต้องกำร

๒.๑๑ โรงเรียนมีนโยบำยกำรจัดกำรศึกษำ ปี ๒๕๖4 มุ่งเน้นให้นักเรียนทุกคนมีควำมรู้
คอมพวิ เตอรข์ น้ั พืน้ ฐำน สนทนำโต้ตอบภำษำองั กฤษเปน็ ประโยคสั้นๆ ได้

๒.๑๒ กำรปรับโครงสร้ำงกำรบริหำรกำรศึกษำของโรงเรียนสำมำรถตอบสนองระบบกำร
ปฏบิ ตั ิงำนส่งผลให้กำรบริหำรจัดกำร ดำ้ เนนิ กำรไดส้ ะดวกรวดเร็ว

๒.๑๓ จำกนโยบำยของโรงเรียนที่มุ่งให้เด็ก “ดี” จึงมีโครงกำรเสริมสร้ำงให้เด็กมีคุณภำพ
คุณธรรม จริยธรรม และปฏิบตั กิ ำรอยำ่ งเป็นรูปแบบ

๒.๑๔ นโยบำยสรำ้ งสรรคส์ ิง่ แวดล้อมของโรงเรียน ทำ้ ใหม้ ีกำรปรับปรุงสภำพแวดล้อมภำยใน
โรงเรยี นใหเ้ อ้ือตอ่ กำรเรยี นกำรสอน มีผลใหเ้ ด็กได้เรียนรจู้ ำกสภำพจรงิ

๒.๑๕ มีแผนงำนอยำ่ งชัดเจน เปน็ ผลใหก้ ำรปฏิบตั ิงำนได้รับควำมรว่ มมืออย่ำงดีจำกบุคลำกร
ผปู้ กครองนักเรียน ทำ้ ใหง้ ำนส้ำเร็จตำมประสงค์

๒.๑๖ โรงเรยี นเปิดโอกำสให้คณะครูทุกคนแสดงควำมคิดเห็นของตนเอง เพอ่ื น้ำมำใช้ให้เกิด
ประโยชนต์ อ่ หนว่ ยงำน ส่งผลใหง้ ำนสำ้ เรจ็ มีคณุ ภำพ และนกั เรยี นมีคุณภำพ

จุดออ่ น
๒.๑ กำรแบง่ งำนรบั ผิดชอบซำ้ ซ้อนหลำยฝำ่ ยทำ้ ให้กำรปฏิบัติงำนไมค่ ลอ่ งตวั และลำ่ ชำ้
๒.๒ นโยบำยกำรกระจำยอ้ำนำจให้ครรู ับผดิ ชอบงำนอ่ืนๆ ซงึ่ ไมใ่ ชก่ ำรเรียนกำรสอนท้ำให้
ประสทิ ธิภำพในกำรจัดกำรเรยี นกำรสอนของครูลดลง

๓) ดำ้ นระบบในกำรดำเนนิ งำนของหนว่ ยงำน (Systems : S3)
จุดแขง็
๓.๑ กำรบริหำรกำรเงินของโรงเรียนยึดระเบียบข้อบังคับซ่ึงให้อิสระแก่ผู้บริหำรในกำร
ตดั สินใจ ทำ้ ใหเ้ กิดควำมโปร่งใสคลอ่ งตวั ไดต้ รงตำมควำมต้องกำรของผเู้ กีย่ วข้อง
๓.๒ โรงเรียนบริหำรกำรเงินถูกต้องตำมระเบียบรำชกำร ท้ำให้เกิดประโยชน์และบรรลุ
วตั ถปุ ระสงค์ทรี่ ำชกำรกำ้ หนดและดำ้ เนนิ งำนมปี ระสิทธภิ ำพ
๓.๓ โรงเรียนวเิ ครำะห์ภำรกจิ กำรใช้เงินใหต้ รงตำมวัตถุประสงคแ์ ละเกิดประโยชนค์ ้มุ คำ่
๓.๔ โรงเรียนมีคณะกรรมกำรบริหำรเงนิ ตำมระเบียบรำชกำร มีกำรตรวจสอบภำยในอย่ำง
โปรง่ ใส ท้ำใหเ้ กดิ ประโยชน์สูงสุดกับกำรพัฒนำโรงเรยี น
๓.๕ โรงเรียนบริหำรงบประมำณโดยเน้นเด็กเป็นส้ำคัญ ใช้งบประมำณด้ำนพัฒนำนักเรียน
มำกกวำ่ ดำ้ นอืน่ ๆ เกิดผลดกี ับนกั เรยี นโดยตรง
๓.๖ กำรเบิกจ่ำยเงินคล่องตวั ต่อกำรนำ้ ไปใช้ในกำรพฒั นำทุกด้ำน และกำรใช้เงนิ กำรทำ้ บัญชี
เป็นปัจจุบัน ถูกต้องตำมกฎหมำยท่ีเกี่ยวข้อง โปร่งใส ส่งผลให้นักเรียนมีคุณภำพ โรงเรียนมีควำม
ม่นั คงกำรบริหำรกำรเงนิ มีประสิทธิภำพสำมำรถตรวจสอบได้ สง่ ผลใหบ้ คุ ลเกิดควำมพึงพอใจ ให้ควำม
ร่วมมือในกำรในกำรจัดกำรศกึ ษำเป็นอยำ่ งดี
๓.๗ โรงเรียนได้รับกำรจัดสรรงบประมำณจำกองค์กำรบริหำรส่วนท้องถ่ินในกำรด้ำเนนิ กำร
พัฒนำด้ำนอำคำรสถำนท่ี ส่งผลให้สภำพแวดล้อมของโรงเรียนดีขึ้น และสนับสนุนกำรจัดกำรศึกษำ
ของโรงเรียน ส่งผลใหก้ ำรพัฒนำโรงเรยี นมปี ระสิทธิภำพมำกขึ้น
๓.๘ โรงเรียนจัดท้ำแผนบริหำรกำรเงินเป็นปัจจุบัน ส่งผลให้กำรด้ำเนินงำนด้ำนกำรเงิน
คลอ่ งตวั เป็นไปตำมควำมต้องกำร

ห น้ ำ | 25

๓.๙ โรงเรียนมีระบบกำรจัดซ้ือที่มีประสิทธิภำพ ท้ำให้สำมำรถบริหำรงบประมำณได้อย่ำง
เหมำะสม

จดุ ออ่ น
๓.๑ โรงเรียนได้รับงบประมำณจำกต้นสังกัดน้อยและล่ำช้ำมำก ท้ำให้กำรบริกำรไม่บรรลุ
วัตถุประสงค์ วสิ ยั ทศั น์และภำรกจิ ของโรงเรียน จึงต้องระดมทนุ จำกผู้ปกครองและชุมชน
๓.๒ งบประมำณจำกต้นสงั กดั ถกู ก้ำหนดกรอบกำรใชเ้ งิน ไม่ตรงกับปัญหำควำมตอ้ งกำรของ
โรงเรียน กำรแกป้ ัญหำไมต่ รงจดุ และไมส่ นองกำรพฒั นำของโรงเรียนอย่ำงแทจ้ รงิ
๓.๓ โรงเรียนมีงบประมำณในกำรซ่อมแซมอำคำร วัสดุอุปกรณ์ไม่เพียงพอ ส่งผลต่อ
ประสทิ ธิภำพในกำรจดั กำรเรียนกำรสอน
๓.๔ โรงเรียนมีค่ำใช้จ่ำยในกำรซ่อมแซมสำธำรณูปโภคสูงกว่ำงบประมำณที่ได้รับ ส่งผลให้
กำรพัฒนำโรงเรยี นไม่เปน็ ไปตำมแผน และต้องจัดหำค่ำใช้จ่ำยทดแทนงบประมำณท่ีได้รับจัดสรร ไม่
เพยี งพอ
๓.๕ โรงเรียนอยูใ่ นเขตชนบท ทำ้ ใหม้ ีกำรระดมทุนและทรัพยำกรจำกชุมชนไดน้ ้อย และขำด
เงนิ ทจ่ี ะนำ้ ไปพัฒนำ
๓.๖ โรงเรียนได้รับกำรจัดสรรเงินในด้ำนโครงกำรอำหำรกลำงวันไม่เพียงพอกับจ้ำนวน
นักเรียน
๓.๗ ชมุ ชนมีรำยได้นอ้ ยไม่สำมำรถมเี งินมำสนบั สนุนกจิ กรรมต่ำง ๆ ของโรงเรียนได้ครบถว้ น

๔) ดำ้ นแบบแผนหรอื พฤติกรรมในกำรบรหิ ำรจัดกำร (Style : S4)
จดุ แขง็
๔.๑ โรงเรียนบริหำรจัดกำรตัวเองมำกข้ึน โดยกำรใช้กระบวนกำรพัฒนำคุณภำพกำรศึกษำ
สง่ ผลให้กำรดำ้ เนนิ งำนเป็นไปอย่ำงมปี ระสทิ ธภิ ำพในระดับหน่งึ
๔.๒ โรงเรียนจัดท้ำแผนปฏิบัติกำรตำมควำมคำดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ส่งผลให้กำร
พฒั นำกำรเรียนกำรสอนมปี ระสทิ ธิภำพมำกข้ึน
๔.๓ โรงเรียนด้ำเนินงำนตำมโครงกำร / แผนปฏิบัติกำร ประสิทธิภำพเพ่ิมขึ้นท้ำให้กำรจัด
กำรศกึ ษำมีประสทิ ธิภำพเพิ่มข้ึน
๔.๔ โรงเรยี นบรหิ ำรเปน็ ระบบ ทำ้ ให้กำรดำ้ เนินงำนของบุคลำกรในโรงเรียนมคี ุณภำพบรรลุ
เป้ำหมำย
๔.๕ โรงเรียนบริหำรโดยองค์คณะบุคคล ท้ำให้กำรตัดสินใจรัดกุม รอบคอบเกิดประโยชน์
สงู สุด
๔.๖ โรงเรียนท้ำแผนและโครงกำรประกอบกำรบริหำรท้ังระยะสั้นและระยะยำว ท้ำให้
บุคลำกรทำ้ งำนไดต้ ำมเปำ้ หมำยเกดิ ประโยชนต์ ่อองคก์ ร
๔.๗ โรงเรียนบริหำรจัดกำรโดยเปิดโอกำสให้ชุมชนมีส่วนร่วม ท้ำให้กิจกรรมต่ำง ๆ ของ
โรงเรยี น เช่น กำรใชว้ ทิ ยำกรทอ้ งถน่ิ มำร่วมกิจกรรมวันส้ำคัญ ฯลฯ สำมำรถตอบสนองควำมต้องกำร
ของชมุ ชนได้เปน็ อยำ่ งดี
๔.๘ โรงเรียนก้ำหนดเกณฑ์มำตรฐำนและประเมินมำตรฐำน ทั้งภำยในและภำยนอก เพื่อ
ประกันคุณภำพ ท้ำใหก้ ำรด้ำเนินงำนของโรงเรียนมคี ณุ ภำพ

ห น้ ำ | 26

๔.๙ โรงเรียนบริหำรโดยพัฒนำบุคลำกรท่ีเกี่ยวข้อง ด้วยกำรอบรมให้ควำมรู้แก่ผู้ปกครอง
และบุคคลอ่ืนๆ ท่ีรับบริกำร ส่งผลให้เกิดควำมสัมพันธ์อันดี ระหว่ำงโรงเรียนกับผู้ปกครอง จึงได้รับ
กำรสนับสนุนในทุกๆ ด้ำน

จุดอ่อน
๔.๑ โรงเรียนมีกำรออกไปเย่ียมผู้ปกครองน้อย ท้ำให้ผู้ปกครองบำงท่ำนให้ควำมร่วมมือใน
กำรระดมทนุ ของโรงเรียนลดลง
๔.๒ ระบบจัดสรรงบประมำณมีขัน้ ตอนในกำรดำ้ เนินงำนมำก ทำ้ ให้ขำดควำมคลอ่ งตวั ในกำร
บรหิ ำรจัดกำร

5) ดำ้ นบคุ ลำกรในหนว่ ยงำน (Staff : S5)
จดุ แขง็
๕.๑ ผบู้ ริหำรมีควำมรู้และเหน็ ควำมส้ำคัญของกำรจัดกำรศกึ ษำตำมแนวปฏิรูปกำรเรียนรู้จึง
สนับสนนุ บุคลำกรในโรงเรยี น
๕.๒ บคุ ลำกรมขี วัญและก้ำลังใจในกำรปฏิบัติงำน สง่ ผลใหโ้ ครงกำรต่ำงๆ ประสบควำมสำ้ เร็จ
ตำมเป้ำหมำยทก่ี ้ำหนดไว้
๕.๓ บุคลำกรมคี วำมกระตือรอื ร้นในกำรท้ำงำน สง่ ผลใหง้ ำนตำ่ งดำ้ เนนิ ไปอย่ำงรวดเร็ว เป็น
ทย่ี อมรบั ของหน่วยงำนและชมุ ชน
๕.๔ ผู้บริหำรมีมนุษย์สัมพันธ์กับบุคลำกร ผู้ปกครองอย่ำงทั่วถึง ส่งผลให้ชุมชนเกิดควำม
ศรทั ธำในโรงเรียน
๕.๕ ครูท้ำกำรวิจัยในชั้นเรียน เพ่ือทรำบปัญหำพฤติกรรมของผู้เรียนส่งผลให้ครูได้พัฒนำ
นวตั กรรมใหม่ ๆ มำใช้ในกำรจดั กำรเรยี นกำรสอนให้มีประสิทธิภำพมำกขน้ึ
๕.๖ กำรจัดอบรมพัฒนำบุคลำกรให้มีทักษะในกำรใช้เทคโนโลยีทำงกำรศึกษำเพื่อเป็นกำร
เพิม่ พูนควำมรู้ กำรเรยี นกำรสอนมคี ณุ ภำพบรรลุเปำ้ หมำยของหลกั สตู ร
๕.๗ ผู้บริหำรมวี ิสยั ทศั น์กว้ำงไกล น้ำขอ้ มลู สำรสนเทศไปใชใ้ นกำรบริหำร สง่ ผลใหโ้ รงเรยี นมี
กำรพฒั นำอยำ่ งเป็นระบบ
๕.๘ ครูส่วนใหญ่ในโรงเรียนมีควำมพร้อมท่ีจะพัฒนำกำรเรียนกำรสอนให้สอดคล้องกับกำร
เปล่ยี นแปลงตำมแนวทำงปฏริ ปู กำรศึกษำ ท้ำให้บุคลำกรปฏบิ ตั งิ ำนได้อย่ำงมีคณุ ภำพ
จดุ ออ่ น
๕.๑ บุคลำกรในโรงเรยี นมีน้อยต้องรับผดิ ชอบหลำยหน้ำท่ี มเี วลำเตรียมกำรสอนไมเ่ พียงพอ
สง่ ผลตอ่ ผลสัมฤทธิ์ทำงกำรเรียนของนกั เรียน
๕.๒ ขำดบคุ ลำกรบำงสำขำวชิ ำ เช่น คณติ ศำสตร์ คอมพิวเตอร์ พลศึกษำ ศลิ ปะ วิทยำศำสตร์
เป็นผลใหก้ ำรพฒั นำศักยภำพของผูเ้ รียนลดลง
๕.๓ บุคลำกรส่วนใหญ่ขำดควำมร้ทู ักษะในกำรใช้เคร่ืองคอมพวิ เตอร์เทคโนโลยีใหม่ๆ ท้ำให้
กำรใชเ้ ทคโนโลยที ่มี อี ยไู่ มค่ ุ้มคำ่ และมีข้อจำ้ กดั ในกำรสบื คน้ หำแหลง่ กำรเรยี นรู้
๕.๔ บุคลำกรบำงส่วนขำดควำมรู้ควำมเข้ำใจเก่ียวกับกำรเรียนกำรสอนตำมแนวปฏิรูป
กำรศกึ ษำสง่ ผลให้ขำดควำมมั่นใจในกำรเรียนกำรสอน
๕.๕ ครูไม่เปล่ียนแปลงพฤติกรรมในกำรเรียนกำรสอน โดยเน้นผู้เรียนเป็นส้ำคัญท้ำให้กำร
เรียนกำรสอนตำมแนวปฏิรูปกำรศกึ ษำ ไม่เกดิ ผลเทำ่ ทค่ี วร
๕.6 ผู้บริหำรขำดกำรกำ้ กบั ตดิ ตำมดูงำนให้เปน็ ปจั จบุ นั ส่งผลให้งำนบำงอย่ำงไมต่ อ่ เน่อื ง

ห น้ ำ | 27

๕.7 นักเรียนบำงส่วนมีพฤติกรรมไปในทำงท่ีไม่ดี ใช้ค้ำพูดไม่สุภำพ แต่งกำยไม่ถูกระเบียบ
ชอบใชค้ วำมรนุ แรงในกำรแก้ปญั หำ สง่ ผลให้เกิดกำรลอกเลียนแบบพฤตกิ รรมท่ีไม่ดี

๕.8 ครูและบุคลำกรทำงกำรศกึ ษำบำงส่วนยังไมเ่ ขำ้ ใจในบทบำทและหนำ้ ทข่ี องตนเอง ท้ำให้
กำรท้ำงำนล่ำชำ้ ขำดประสิทธภิ ำพ

๕.9 บุคลำกรบำงส่วนไมม่ ที ักษะ ในกำรผลิตสอ่ื และใช้เทคโนโลยีในกำรสอนทำ้ ใหก้ จิ กรรมใน
กำรเรียนกำรสอนบำงกจิ กรรมไมบ่ รรลเุ ป้ำหมำย

6) ด้ำนทักษะ ควำมรู้ ควำมสำมำรถ (Skills : S6)
จุดแขง็
๖.๑ โรงเรียนจัดทำ้ เขตบรกิ ำรอย่ำงชดั เจน ส่งผลใหโ้ รงเรียนด้ำเนินงำนไดอ้ ย่ำงเหมำะสม
๖.๒ โรงเรียนจดั บรรยำกำศในชัน้ เรยี นท่ีสง่ เริมให้นักเรยี นกล้ำคิด กล้ำทำ้ ส่งผลให้ผเู้ รยี นเกิด
ควำมมนั่ ใจและกล้ำแสดงออก
๖.๓ โรงเรียนจัดกำรส้ำรวจเด็กในเขตบริกำร เพ่ือให้ได้รับกำรศึกษำทุกคน ส่งผลให้เด็กใน
เขตบรกิ ำรไดร้ ับกำรศกึ ษำจนจบกำรศกึ ษำขนั้ พ้นื ฐำน
๖.๔ โรงเรียนจัดให้มีกำรติดตำมและแก้ไขข้อบกพร่องของผู้เรียนอย่ำงต่อเน่ืองส่งผลให้
นกั เรยี นมผี ลกำรเรียนดีขึ้น
๖.๕ โรงเรียนเปิดโอกำสให้ชุมชนได้ใช้อำคำรสถำนที่ บุคลำกร และวัสดุอุปกรณ์ส่งผลให้
โรงเรยี นไดร้ บั ควำมรว่ มมอื ชว่ ยเหลอื สนับสนุนกำรดำ้ เนินงำน
๖.๖ โรงเรียนจัดกำรเรียนกำรสอนโดยมุ่งเน้นผู้เรียนเป็นส้ำคัญ ส่งผลให้ผลสัมฤทธ์ิทำงกำร
เรยี นสงู ขึน้
๖.๗ โรงเรียนจดั กจิ กรรมกำรเรียนกำรสอนโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ส่งผลให้นักเรียน
มีวิสัยทศั นก์ วำ้ งไกล ตรงตำมควำมตอ้ งกำรควำมสนใจของผู้เรยี น
จุดอ่อน
๖.๑ โรงเรยี นยังไม่ไดจ้ ัดด้ำเนินกำรส่งเสริมนักเรียนทีม่ ีควำมสำมำรถพเิ ศษ ส่งผลให้นักเรียน
ขำดโอกำสในกำรพฒั นำศกั ยภำพของตนเอง
๖.๒ กำรบรหิ ำรสำธำรณปู โภคในด้ำนน้ำดื่ม น้ำใช้ ไมเ่ พียงพอ ห้องน้ำห้องสว้ มและกำรก้ำจัด
ขยะยังไม่ถกู สขุ ลักษณะ ส่งผลต่อสุขภำพอนำมัยของนกั เรยี น
๖.๓ โรงเรียนมีนักเรียนท่ีมีควำมสำมำรถพิเศษควรได้รับกำรส่งเสริมพัฒนำ แต่โรงเรียนยัง
ไม่ได้ด้ำเนินกำรท้ำให้นักเรียนขำดโอกำสท่ีจะได้รับกำรพัฒนำอัจฉริยภำพของตนเอง และในกำรจัด
กระบวนกำรเรยี นรู้
๖.๔ โรงเรียนยังขำดเครื่องมือวัดผลประเมินผลที่เป็นมำตรฐำนท้ำให้ไม่สำมำรถแก้ไข
จุดบกพร่องของนกั เรียนได้ครบถว้ น
๖.๕ คอมพิวเตอร์ของโรงเรียนมไี มพ่ อกบั จ้ำนวนนักเรียน ท้ำให้กำรเรยี นกำรสอนไม่คล่องตัว
และล่ำชำ้

7) ดำ้ นคำ่ นิยมร่วมกนั ของสมำชกิ ในหน่วยงำน (Shared Values : S7)
จุดแขง็
๗.๑ มีกำรปฏิรูปกำรศกึ ษำ เพื่อน้ำกำรสอนแบบใหมๆ่ มำสู่โรงเรยี นอย่ำงเปน็ ระบบ

ห น้ ำ | 28

๗.๒ เน้นกำรท้ำงำนเป็นทีมทุกคนเข้ำมำมีส่วนร่วมรับผิดชอบ รวดเร็ว มีคุณภำพท้ำให้
นักเรียนไดร้ บั กำรพฒั นำเปน็ ไปตำมเป้ำหมำยของโรงเรยี น

๗.๓ โรงเรียนมีนโยบำยสร้ำงเครือข่ำยกำรเรียนรู้ ผู้ปกครองและภูมิปัญญำท้องถ่ินส่งผลให้
โรงเรียนจดั กิจกรรมกำรเรยี นกำรสอน ไดห้ ลำกหลำยและมปี ระสิทธภิ ำพ

๗.๔ มีแผนงำนอย่ำงชัดเจน เป็นผลให้กำรปฏิบัติงำนได้รับควำมร่วมมืออย่ำงดีจำกบุคลำกร
ผู้ปกครองนกั เรยี น ทำ้ ใหง้ ำนส้ำเรจ็ ตำมประสงค์

๗.๕ โรงเรียนเปิดโอกำสให้คณะครูทุกคนแสดงควำมคิดเห็นของตนเอง เพื่อน้ำมำใช้ให้เกิด
ประโยชนต์ ่อหน่วยงำน สง่ ผลใหง้ ำนส้ำเรจ็ มคี ณุ ภำพ และนักเรยี นมคี ณุ ภำพ

จดุ อ่อน
๗.๑ ครูและบคุ ลำกรทำงกำรศึกษำบำงสว่ นยงั ไม่เขำ้ ใจในบทบำทและหนำ้ ท่ขี องตนเอง ท้ำให้
กำรท้ำงำนลำ่ ช้ำขำดประสิทธภิ ำพ
๗.2 บคุ ลำกรบำงส่วนไม่มที กั ษะ ในกำรผลิตสือ่ และใช้เทคโนโลยใี นกำรสอนทำ้ ใหก้ ิจกรรมใน
กำรเรยี นกำรสอนบำงกจิ กรรมไมบ่ รรลุเปำ้ หมำย

สว่ นท่ี 2
ทศิ ทางการพฒั นาการศึกษา

วสิ ัยทศั น์

โรงเรียนสิทธิสุนทรอุทิศ จัดการเรียนการสอนให้นักเรียนมีความรู้และทักษะที่สอดคล้องกบั
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่นมุ่งเน้นให้
จัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ ตามเกณฑ์มาตรฐานการศึกษา นักเรียนมีความรทู้ ักษะพ้ืนฐานตามกลุ่ม
สาระการเรียนรู้ ได้รับการพัฒนาเต็มศักยภาพ มีความรู้คู่คุณธรรม มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของ
สงั คมไทย มีพลานามัยท่สี มบรู ณ์รู้คุณค่าและรักษาสิ่งแวดลอ้ ม รกั และภูมิใจในความเป็นไทย มีทกั ษะ
ในการประกอบอาชีพ บุคลากรได้รับการพัฒนาให้เข้าสู่ครูมืออาชีพ จัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการ
เรียนรู้ ชุมชนมสี ่วนร่วมในการพฒั นาการศึกษา

พันธกจิ

๑. พฒั นาผู้เรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา ฉบับปรบั ปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๒ ตามหลักสูตร
แกนกลางศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑

๒. เสริมให้ผู้เรยี นปฏบิ ัติตนโดยใชห้ ลกั เศรษฐกจิ พอเพียงในการดาเนนิ ชวี ติ
๓. พฒั นาผ้เู รยี นใหม้ ีคุณธรรม จริยธรรมที่ดงี าม
๔. พัฒนาผู้เรียนให้รักการอ่าน มีความสามารถในการคิดคานวณทางคณิตศาสตร์และอ่าน
ออกเขียนได้
๕. สนับสนุนใหช้ ุมชนเข้ามามสี ว่ นร่วมในการจดั กจิ กรรมสร้างคณุ ธรรม จรยิ ธรรมใหน้ กั เรียน
๖. สง่ เสริมใหผ้ เู้ รยี นมีสขุ ภาพอนามยั ที่ดี
๗. ส่งเสริมให้ผเู้ รยี นมที กั ษะด้านการประกอบอาชพี
๘. พฒั นาผู้เรยี นใหส้ ามารถดารงตนอยใู่ นสงั คมไดอ้ ย่างมคี วามสขุ

เปา้ ประสงค์
๑. นักเรียนเห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยในตนเอง ปฏิบัติตนตามหลักธรรมของศาสนาท่ีตน

นบั ถอื มคี ุณธรรม จรยิ ธรรม
๒. มีความคดิ สร้างสรรค์ ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน รกั การอา่ น รักการเขียน และรกั การค้นควา้
๓. มีความรู้อันเป็นสากล รู้เท่าทันการเปล่ียนแปลงและความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการ

มที กั ษะและศกั ยภาพในการจดั การ การสื่อสาร และการใชเ้ ทคโนโลยี ปรับวธิ กี ารคดิ วิธกี ารทางานได้
เหมาะสมกบั สถานการณ์

๔. มที กั ษะและกระบวนการโดยเฉพาะทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ทักษะการคิด การสรา้ ง
ปัญญา และทักษะในการดาเนนิ ชวี ติ

๕. รักการออกกาลังกาย ดูแลตนเองใหม้ ีสุขภาพและบุคลกิ ภาพทด่ี ี
๖. มปี ระสิทธภิ าพในการผลติ และการบริโภค มีค่านิยมเปน็ ผผู้ ลิตมากกวา่ เปน็ ผู้บรโิ ภค

ห น้ า | 30

๗. เข้าใจในประวัติศาสตร์ของชาติไทย ภูมิใจในความเป็นไทย เป็นพลเมืองท่ีดี ยึดม่ันในวิถี
ชีวิต และการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รักความยุติธรรม
เคารพกฎหมาย

๘. มีจิตสานึกในการอนุรักษ์ภาษาไทย ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี กีฬา ภูมิปัญญาไทย
รวมท้ังทรพั ยากรธรรมชาติ และพัฒนาสิ่งแวดลอ้ ม

๙. รักประเทศชาตแิ ละท้องถนิ่ มงุ่ ทาประโยชน์และสรา้ งสิง่ ทด่ี งี ามให้สังคม
๑๐. มีจิตใจรักษาความสะอาด และสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์แขง็ แรง
๑๑. รหู้ ลกั เศรษฐกจิ พอเพยี ง มีทกั ษะในการประกอบอาชีพ

กลยทุ ธข์ องสถานศึกษา

กลยุทธ์ท่ี ๑ พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับตามหลักสูตรและส่งเสริม
ความสามารถด้านเทคโนโลยเี พ่อื เป็นเครอื่ งมอื ในการเรียนรู้

กลยุทธ์ท่ี ๒ ปลูกฝังคุณธรรม ความสานึกในความเป็นชาติไทยและวิถีชีวิตตามหลัก
เศรษฐกจิ พอเพยี ง

กลยุทธ์ท่ี ๓ ขยายโอกาสทางการศึกษาให้ท่ัวถึง ครอบคลุม ผู้เรียนได้รับโอกาสใน
การพัฒนาเตม็ ตามศักยภาพ

กลยุทธท์ ่ี ๔ พัฒนาครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษาท้งั ระบบ ให้สามารถจัดการเรียนการสอน
ได้อย่างมีคุณภาพ

กลยุทธท์ ี่ ๕ พัฒนาประสทิ ธิภาพการบริหารจัดการศึกษา ตามแนวทางการกระจายอานาจ
ทางการศึกษา หลักธรรมาภิบาล เน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนและความ
ร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการจัด
การศึกษา

ตวั ชีว้ ดั ความสาเร็จ

กลยุทธ์ที่ ๑ พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทุกระดับตามหลักสูตรและส่งเสริม
ความสามารถด้านเทคโนโลยเี พอ่ื เปน็ เครอ่ื งมือในการเรียนรู้

ระดบั ปฐมวัย
๑. ร้อยละ ๙๐ ของครูปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าท่ีอย่างมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์

มาตรฐานท่กี าหนด
๒.ร้อยละ ๑๐๐ ของครูได้รับการพัฒนาตามกลุ่มสาระที่รับผิดชอบและได้นาความรู้ท่ีได้มา

ขยายผลตอ่ เพือ่ นครแู ละนกั เรียนในโรงเรยี น
ระดบั ประถมศกึ ษา (การศึกษาข้ันพน้ื ฐาน)
1. ร้อยละ ๘๐ ของนักเรียน บุคลากรและชุมชนได้รับบริการข้อมูลสารสนเทศท่ีรวดเร็ว

ถูกตอ้ ง เป็นปจั จบุ ัน
2. รอ้ ยละ ๘๐ ของอุปกรณส์ ามารถใชง้ านไดอ้ ย่างมคี ณุ ภาพ
3. นักเรียนร้อยละ ๘๐ คิดอย่างเป็นระบบคิดสร้างสรรค์ ตัดสินใจ แก้ปัญหาได้อย่างมีสติ

สมเหตุผล
4. นักเรียนรอ้ ยละ ๘๐ คาดการณ์กาหนดเปา้ หมายและแนวทางตัดสินใจได้

ห น้ า | 31

5. นกั เรียนรอ้ ยละ ๘๕ สามารถประเมนิ ผลและเลือกแนวทางการตัดสินใจและแก้ปญั หา
อย่างมสี ติ

6. นกั เรยี นรอ้ ยละ ๘๐ มคี วามคิดรเิ ริม่ สรา้ งสรรค์ มองโลกในแง่ดแี ละมจี นิ ตนาการ
7. ร้อยละ ๘๐ ของนักเรยี นท่ีมคี วามรูค้ วามเข้าใจใน บทเรียนเพิม่ ขน้ึ
8. รอ้ ยละ ๘๐ ของนกั เรยี นทม่ี ีทกั ษะกระบวนการทก่ี าหนด
9. รอ้ ยละ ๘๐ ของนักเรยี นท่มี ีผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นเพ่มิ ขน้ึ
๑๐. ร้อยละ ๘๐ ของผู้มีสว่ นเกย่ี วข้องและผ้มู ีสว่ นไดส้ ว่ นเสยี ในการใหค้ วามร่วมมือในการ

ดาเนินงานประกนั คณุ ภาพภายในสถานศึกษา
๑๑. รอ้ ยละ ๘๐ ของนกั เรียนทีม่ ีคณุ ภาพตามเกณฑ์มาตรฐานระดบั สถานศึกษา
๑๒. รอ้ ยละ ๘๐ ของผลสาเร็จงานประกันคุณภาพภายในสถานศกึ ษา
๑๓. รอ้ ยละ ๙๐ ของครทู ีจ่ ดั การเรยี นการสอนที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน
๑๔. จานวนครง้ั ท่มี กี ารนเิ ทศการเรยี นการสอน / ภาคเรยี น
๑๕. ร้อยละ ๙๐ ของนกั เรียนที่มคี ณุ ภาพตามมาตรฐานการเรยี นรขู้ องหลักสูตร
๑๖. รอ้ ยละ ๘๐ ของนักเรยี นและบคุ คลทวั่ ไปท่เี ข้าใชห้ อ้ งสมุด
๑๗. รอ้ ยละ ๘๐ ของนกั เรยี นท่มี นี สิ ยั รกั การอา่ นอย่างถาวร
๑๘. นักเรยี นรอ้ ยละ ๑๐๐ ไดร้ บั ประทานอาหารกลางวนั ทม่ี คี ุณค่าและเพียงพอกับความ

ต้องการของร่างกาย
๑๙. นักเรียนที่ยากจนและขาดแคลนอาหารกลางวันร้อยละ ๑๐๐ มีอาหารกลางวัน

รับประทาน
๒๐. นกั เรียนรอ้ ยละ ๙๐ นาความรู้เกี่ยวกับหลักโภชนาการไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั ได้
๒๑. จัดบรกิ ารอาหารกลางวันใหแ้ ก่นักเรียนทุกคน
๒๒. นกั เรยี นร้อยละ ๙๐ มผี ลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นเพม่ิ ขนึ้
๒๓. ร้อยละ ๙๐ ของนักเรียนมีทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง รักการเรียนรู้ และ

พฒั นาตนเองอย่างตอ่ เน่อื ง
๒๔. ร้อยละ ๙๐ ของนักเรยี นได้รับการส่งเสริมและพฒั นาความสามารถของนักเรียนในการ

คิดอย่างเป็นระบบคดิ สรา้ งสรรค์ ตดั สินใจ แกป้ ัญหาอย่างมสี ติ สมเหตุสมผล

กลยุทธ์ที่ ๒ ปลูกฝังคุณธรรม ความสานึกในความเป็นชาติไทยและวิถีชีวิตตามหลัก
ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง

ระดับปฐมวยั
๑. รอ้ ยละ ๙๐ ของนกั เรียนร้จู ักการดแู ลรักษาสุขภาพกาย สขุ ภาพจิต และมีสุขภาวะที่ดี
๒. รอ้ ยละ ๙๐ ของนักเรียนมีการพัฒนาด้านสนุ ทรียภาพ ในด้านคณุ ธรรม จริยธรรมและสิง่ ท่ี

ดีงาม
๓. รอ้ ยละ ๘๕ ของนักเรยี นรักการอ่านและมที ักษะการอ่าน
ระดับประถมศกึ ษา (การศึกษาขั้นพืน้ ฐาน)
๑. นกั เรยี นร้อยละ ๙๐ ของนักเรยี นเข้ารว่ มกิจกรรม
๒. นักเรียนร้อยละ ๘๐ ของนักเรียนผา่ นการประเมินคุณธรรม
๓. นกั เรียนร้อยละ ๘๐ ของนักเรยี นผา่ นการเขา้ ค่ายคุณธรรม
๔. นกั เรยี นร้อยละ ๘๐ มคี ุณธรรม จรยิ ธรรมมีความรบั ผดิ ชอบต่อหน้าท่ีทไ่ี ด้รบั มอบหมาย

ห น้ า | 32

๕. นักเรยี นรอ้ ยละ ๘๐ เข้าร่วมกิจกรรมวนั สาคญั ทโ่ี รงเรียนจัดขึ้น
๖. นกั เรียนร้อยละ ๘๐ มีความรู้ความเขา้ ใจเกยี่ วกบั วนั สาคัญต่างๆ
๗. นักเรียนร้อยละ ๘๐ สืบทอดขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมต่างๆของไทยให้คง

อยตู่ ลอดไป
๘. นักเรียนร้อยละ ๘๐ ภูมิใจในความเป็นไทยเห็นคุณค่าภูมิปัญญาไทย นิยมไทยและดารง

ความเป็นไทย
๙. ร้อยละ ๑๐๐ ของครูท่ีได้ใช้แหล่งเรียนรู้ของโรงเรียนในการจัดการเรียนการสอนให้แก่

ผู้เรียน
๑๐.ร้อยละ ๘๐ ของนักเรียนท่ีได้รับความรจู้ ากการศึกษาในแหล่งเรียนรู้ และเกิดทักษะการ

เรยี นรู้จากการแสวงหาความรู้ดว้ ยตนเองอย่างตอ่ เน่อื ง
๑๑. รอ้ ยละ ๙๐ ของนักเรียนท่ีเข้ารว่ มกจิ กรรม การอยคู่ า่ ยพกั แรมลูกเสอื – เนตรนารี
๑๒. รอ้ ยละ ๑๐๐ ของลกู เสอื – เนตรนารที ่ผี า่ นเกณฑ์ การประเมินการจบหลกั สตู ร
๑๓. ร้อยละ ๙๐ ของครูและนักเรียนมีความรู้ความเข้าใจ และดารงตนตามหลักปรัชญา

เศรษฐกจิ พอเพียง
๑๔. นักเรียนร้อยละ ๑๐๐ มีความรู้ความเข้าใจ พื้นฐานของการปกครองระบอบ

ประชาธปิ ไตย
๑๕. สภานักเรียนและนักเรียนทกุ คนรว่ มกนั ปฏิบตั ิกิจกรรมพัฒนาโรงเรียนด้านตา่ ง ๆ
๑๖. ร้อยละ ๙๐ ของนักเรียนมีทักษะในการทางาน รักการทางาน สามารถทางานร่วมกับ

ผู้อน่ื ได้และมีเจตคตทิ ่ีดตี อ่ อาชีพสุจรติ
๑๗. โรงเรียนจัดกจิ กรรมตามแผนท่ีกาหนดไว้ รอ้ ยละ ๙๐
๑๘. มีงบประมาณ / อุปกรณ์ ตามความตอ้ งการ ไมน่ อ้ ยกว่ารอ้ ยละ ๙๐
๑๙. ทุกฝา่ ยที่เก่ยี วขอ้ งมคี วามพงึ พอใจไม่นอ้ ยกว่าร้อยละ ๘๐
๒๐. รอ้ ยละ ๘๐ ของนกั เรียนและบุคคลท่วั ไปทเี่ ข้าใช้หอ้ งสมดุ
๒๑. รอ้ ยละ ๘๐ ของนกั เรยี นทีม่ ีนิสยั รกั การอ่านอยา่ งถาวร

กลยุทธ์ที่ ๓ ขยายโอกาสทางการศึกษาให้ท่ัวถึง ครอบคลุม ผู้เรียนได้รับโอกาสในการ
พัฒนาเตม็ ตามศกั ยภาพ

ระดับปฐมวัย
๑. ร้อยละ ๙๐ ของนักเรยี นร้จู กั การดูแลรักษาสขุ ภาพกาย สขุ ภาพจิต และมสี ขุ ภาวะที่ดี
๒. ร้อยละ ๙๐ ของนักเรียนมีการพฒั นาดา้ นสุนทรยี ภาพ ในด้านคุณธรรม จริยธรรมและสงิ่ ท่ี

ดีงาม
๓. รอ้ ยละ ๘๕ ของนักเรียนรกั การอ่านและมที ักษะการอา่ น
ระดบั ประถมศกึ ษา การศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน)
๑. ร้อยละ ๘๕ ของนกั เรียนทม่ี ีปัญหาและเข้าพบเพ่ือขอคาปรึกษาและคาช้ีแนะในเร่ืองต่างๆ

จากครู
๒. ร้อยละ ๘๐ ของนักเรียนท่ีมีปัญหาท่ีได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีและมีพัฒนาการ

เรยี นร้ไู ดเ้ ตม็ ศกั ยภาพ
๓. จดั หาวสั ดใุ ห้ได้ร้อยละ ๘๐ เพอ่ื ใชใ้ นสถานศึกษา
๔. นกั เรยี นและครรู อ้ ยละ ๘๐ ใชว้ สั ดุในสถานศึกษาให้เปน็ ไปอย่างประหยดั และคุ้มค่า

ห น้ า | 33

๕. ซ่อมแซมครุภัณฑ์ท่ีชารุดเสียหายให้ได้ร้อยละ ๗๐ ให้ใช้งานได้ดีเพ่ือสนับสนุนการเรียน
การสอนให้เกดิ ประสทิ ธภิ าพสูงสดุ

๖. ร้อยละ ๘๐ ของนักเรียน บุคลากรและชุมชนได้รับบริการข้อมูลสารสนเทศท่ีรวดเร็ว
ถูกต้อง เป็นปัจจบุ นั

๗. รอ้ ยละ ๘๐ ของอปุ กรณ์สามารถใชง้ านได้อยา่ งมคี ณุ ภาพ
๘. นักเรียนร้อยละ ๙๐ มีความรู้ความเข้าใจ และสามารถดูแลตนเอง ให้ปลอดภัยจาก

อบายมขุ ต่างๆ รูจ้ ักแกไ้ ขปัญหาอย่างมีเหตุผล มีสขุ ภาพกายสุขภาพจิตท่ดี ี
๙. ร้อยละ ๘๐ ของผู้มีส่วนเก่ียวข้องและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการให้ความร่วมมือในการ

ดาเนินงานประกันคณุ ภาพภายในสถานศกึ ษา
๑๐. ร้อยละ ๘๐ ของนกั เรียนที่มคี ณุ ภาพตามเกณฑ์มาตรฐานระดบั สถานศกึ ษา
๑๑. รอ้ ยละ ๘๐ ของผลสาเรจ็ งานประกันคณุ ภาพภายในสถานศกึ ษา
๑๒. รอ้ ยละ ๙๐ ของนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรม การอยคู่ ่ายพักแรมลูกเสือ –เนตรนารี
๑๓. รอ้ ยละ ๑๐๐ ของลูกเสอื – เนตรนารีทผ่ี า่ นเกณฑ์การประเมนิ การจบหลักสตู ร
๑๔. ร้อยละ ๑๐๐ ของนักเรียนได้เรียนรดู้ ้วยกิจกรรมและกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย

ดว้ ยการปฏิบัติจรงิ ตามความสนใจและความถนดั
๑๕. ร้อยละ ๙๐ ของครทู จี่ ดั การเรียนการสอนทผี่ ่านเกณฑ์มาตรฐาน
๑๖. จานวนคร้งั ท่ีมกี ารนิเทศการเรียนการสอน / ภาคเรยี น
๑๗. ร้อยละ ๙๐ ของนกั เรยี นทม่ี คี ณุ ภาพตามมาตรฐานการเรยี นรูข้ องหลกั สูตร
๑๘. รอ้ ยละ ๘๐ ของนักเรียนและบคุ คลทวั่ ไปท่ีเขา้ ใชห้ ้องสมดุ
๑๙. ร้อยละ ๘๐ ของนกั เรยี นท่ีมีนิสยั รกั การอ่านอยา่ งถาวร
๒๐. นักเรยี นรอ้ ยละ ๙๐ มกี ารบนั ทกึ การเรียนรู้อย่างสม่าเสมอจาการอ่านและใช้เทคโนโลยี

สารสนเทศอย่างน้อยสัปดาห์ ๑ ครั้ง
๒๑. นักเรียนร้อยละ ๙๕ ได้รับการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรงร่วมกับผู้อื่นทั้งในและนอก

สถานศึกษาจากการดู การฟัง การลงมือปฏิบัตกิ ารทัศนศึกษา ตามเกณฑ์ของสถานศึกษา
และจากข้อมูลเชิงประจกั ษ์
๒๒. ผู้เก่ียวข้อง ( ครู นักเรียน ผู้ปกครอง กรรมการสถานศึกษาและ ชุมชน ) ร้อยละ ๙๐ มี
ความพงึ พอใจต่อการทาโครงการพฒั นา
๒๓. รอ้ ยละ ๙๐ ของนกั เรียนรจู้ ักการดแู ลรกั ษาสขุ ภาพกาย สุขภาพจติ และมสี ขุ ภาวะทีด่ ี
๒๔. ร้อยละ ๙๐ ของนักเรียนมีการพัฒนาด้านสุนทรียภาพในด้านคุณธรรม และจริยธรรม
และส่งิ ที่ดีงาม

กลยุทธ์ท่ี ๔ พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาท้ังระบบ ให้สามารถจัดการเรียน
การสอนไดอ้ ย่างมีคุณภาพ

ระดับปฐมวัย
๑. ร้อยละ ๙๐ ของครูปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าท่ีอย่างมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์

มาตรฐานทก่ี าหนด
๒. ร้อยละ ๑๐๐ ของครไู ด้รบั การพัฒนาตามกลุ่มสาระท่รี ับผิดชอบ และไดน้ าความรู้ที่ได้มา

ขยายผลตอ่ เพอื่ นครแู ละนักเรยี นในโรงเรียน

ห น้ า | 34

ระดับประถมศกึ ษา (การศึกษาข้นั พื้นฐาน)
๑. ร้อยละ ๘๕ ของนักเรยี นทม่ี ปี ญั หาและเข้าพบเพือ่ ขอคาปรกึ ษาและคาชี้แนะในเรอ่ื งต่างๆ

จากครู
๒. ร้อยละ ๘๐ ของนักเรียนที่มีปัญหาท่ีได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีและมีพัฒนาการ

เรยี นรู้ได้เตม็ ศักยภาพ
๓. ร้อยละ ๘๐ ของนักเรียน บุคลากรและชุมชนได้รับบริการข้อมูลสารสนเทศท่ีรวดเร็ว

ถกู ต้อง เป็นปัจจุบัน
๔. ครทู ุกคนมงี านวจิ ยั ในชั้นเรียนภาคเรียนละ ๑ เรอื่ ง
๕. ครทู ุกคนมีแผนการจัดการเรียนรู้
๖. ครทู ุกคนมสี ่อื ในการจัดการเรยี นรู้ ตามความเหมาะสม
๗. ครทู กุ คนสามารถใช้ส่อื เทคโนโลยไี ด้ตามความเหมาะสมกบั ศกั ยภาพ
๘ .ครทู กุ คนมีขอ้ มูลนกั เรยี นรายบคุ คลในช้นั เรียนทีต่ นรับผิดชอบ
๙. ร้อยละ ๑๐๐ ของครูท่ีได้ใช้แหล่งเรียนรู้ของโรงเรียนในการจัดการเรียนการสอนให้แก่

ผเู้ รียน
๑๐. ร้อยละ ๘๐ ของนักเรยี นทไ่ี ดร้ บั ความรู้จากการศึกษาในแหล่งเรยี นรู้ และเกิดทักษะการ

เรียนรจู้ ากการแสวงหาความร้ดู ว้ ยตนเองอยา่ งตอ่ เนอื่ ง
๑๑.นักเรียนร้อยละ ๙๐ มีการบันทึกการเรียนรอู้ ย่างสมา่ เสมอจาการอ่านและใช้เทคโนโลยี

สารสนเทศอยา่ งน้อยสัปดาห์ ๑ คร้งั
๑๒. นักเรียนร้อยละ ๙๕ ได้รับการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ตรงร่วมกับผู้อ่ืนทั้งในและนอก

สถานศึกษาจากการดู การฟัง การลงมอื ปฏิบัติ การทัศนศกึ ษา ตามเกณฑ์ของสถานศึกษา
และจากข้อมูลเชิงประจกั ษ์
๑๓. ผู้เกี่ยวข้อง ( ครู นักเรียน ผู้ปกครอง กรรมการสถานศึกษาและ ชุมชน ) ร้อยละ ๙๐ มี
ความพึงพอใจตอ่ การทาโครงการพัฒนา

กลยุทธ์ท่ี ๕ พัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา ตามแนวทางการกระจาย
อานาจทาง การศึกษา หลักธรรมาภิบาล เน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาค
ส่วนและความร่วมมือกับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถ่ิน เพ่ือส่งเสริมและ
สนบั สนนุ การจัดการศกึ ษา

ระดับปฐมวยั
๑. รอ้ ยละ ๙๐ ของผ้ทู ีเ่ กยี่ วขอ้ งสามารถดาเนนิ งานเก่ียวกับการจัดการศึกษาได้ครบถ้วนตาม

บทบาทหรอื ขอบข่ายของงานและสามารถยกระดับคุณภาพสถานศกึ ษาให้สูงข้ึน
๒. ผู้บริหารสถานศกึ ษามีคุณธรรม จริยธรรม ภาวะผู้นา และความสามารถในการปฏิบัติงาน

ตามบทบาทหนา้ ท่ี รอ้ ยละ ๙๕
๓. คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง ชุมชนเข้าใจบทบาทหน้าท่ีและมีส่วนร่วมในการ

กากับ ดแู ล ติดตาม รอ้ ยละ ๙๐
๔. ร้อยละ ๑๐๐ ของโรงเรียนมรี ะบบการประกนั คณุ ภาพภายในท่เี ขม้ แขง็ ครบองคป์ ระกอบ

ของกระทรวงและได้การรบั รองคณุ ภาพจากหนว่ ยงานต้นสงั กดั
๕ .สถานศึกษามีแหล่งเรียนรูท้ ้ังภายในและภายนอกโรงเรียนและสนับสนุนให้มีการใช้แหล่ง

เรยี นรเู้ ปน็ ศนู ยบ์ รกิ ารการเรยี นรู้และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ร้อยละ ๙๐

ห น้ า | 35

๖. รอ้ ยละ ๙๐ ของผทู้ เ่ี กี่ยวข้องสามารถดาเนนิ งานเกี่ยวกับการจัดการศึกษาได้ครบถ้วนตาม
บทบาทหรอื ขอบข่ายของงานและมกี ารพฒั นาอยา่ งต่อเนื่อง

๗. ร้อยละ ๑๐๐ ของครูมีการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ความรู้
เก่ียวกับอาเซียน และส่งเสริมให้ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยการใช้ภาษาอังกฤษในกลมุ่
สาระการเรยี นรู้ตา่ งๆ โดยการบรู ณาการ

ระดับประถมศึกษา (การศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน)
๑. นกั เรยี นชน้ั ป.๑ – ป.6 รอ้ ยละ ๘๐ มีทักษะด้านการส่อื สารภาษาอังกฤษ
๒. นกั เรยี นชนั้ ป.๑ – ป.6 ร้อยละ ๘๐ สามารถนาความรู้ไปใช้ในชวี ติ ประจาวันได้
๓. นกั เรียนชนั้ ป.๑ – ป.6 ร้อยละ ๘๐ มผี ลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นวิชาภาษาองั กฤษดขี ้ึน
๔. รอ้ ยละ ๘๐ ของนักเรียนทีม่ คี วามรูค้ วามเขา้ ใจในบทเรยี นเพม่ิ ขึน้
๕. รอ้ ยละ ๘๐ ของนกั เรียนท่มี ที กั ษะกระบวนการที่กาหนด
๖. รอ้ ยละ ๒๐ ของนักเรยี นท่ีมีผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นเพ่ิมขนึ้
๗. ร้อยละ ๑๐๐ ของครูที่ได้ใช้แหล่งเรียนรู้ของโรงเรียนในการจัดการเรียนการสอนให้แก่

ผูเ้ รยี น
๘.ร้อยละ ๘๐ ของนักเรียนท่ีได้รับความรู้จากการศึกษาในแหล่งเรียนรู้ และเกิดทักษะการ

เรียนรูจ้ ากการแสวงหาความรดู้ ้วยตนเองอยา่ งตอ่ เนือ่ ง
๙. ร้อยละ ๘๕ ของนกั เรยี นทม่ี ีปัญหาและเข้าพบเพอื่ ขอคาปรึกษาและคาช้ีแนะในเรื่องต่างๆ

จากครู
๑๐. รอ้ ยละ ๘๐ ของนกั เรยี นท่มี ีปญั หาทไี่ ด้รับการชว่ ยเหลอื อยา่ งทันท่วงทแี ละมีพัฒนาการ

เรยี นรู้ได้เต็มศกั ยภาพ
๑๑. สถานศึกษามแี หลง่ เรียนรทู้ ้ังภายในและภายนอกโรงเรียนและสนับสนุนให้มกี ารใช้แหล่ง

เรียนรูเ้ ปน็ ศูนย์บรกิ ารการเรียนร้แู ละแลกเปล่ียนเรยี นรู้ รอ้ ยละ ๙๐
๑๒. คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง ชุมชน ร้อยละ ๘๐ เข้าใจบทบาทหน้าท่ีและมี

ส่วนรว่ มในการกากบั ดูแล ติดตาม
๑๓. ร้อยละ ๙๐ ของผู้ท่ีเกี่ยวข้องสามารถดาเนินงานเก่ียวกับการจัดการศึกษาได้ครบถ้วน

ตามบทบาทหรือขอบข่ายของงานและมกี ารพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
๑๔. ร้อยละ ๑๐๐ ของครูมีการจดั การเรียนรู้ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ความรู้

เก่ียวกับอาเซียน และส่งเสริมให้ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยการใช้ภาษาอังกฤษในกลุม่
สาระการเรียนรูต้ า่ งๆ โดยการบรู ณาการ

คา่ นยิ ม

เปน็ องคก์ รท่มี ชี ีวิต พรอ้ มจติ เอื้ออาทร มีอาภรณค์ ือความขยนั ใจยึดมัน่ หลกั ยตุ ธิ รรม

อัตลกั ษณข์ องสถานศกึ ษา

การเรยี นดี มคี ุณธรรม นอ้ มนาหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง

เอกลกั ษณ์ของสถานศกึ ษา

อยู่อย่างพอเพียง

ส่วนท่ี ๓
สรุปงบประมาณโครงการ/กจิ กรรม

1.สรุปงบประมาณที่ไดร้ บั หรอื ประมาณการ

ท่ี รายการ งบประมาณ

1 เงินงบประมาณตามโครงการสนับสนุนคา่ ใช้จ่ายในการจัดการศกึ ษาตง้ั แต่

ระดบั อนุบาลจนจบการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน (คาดการณ์งบอุดหนุนทจ่ี ะได้รับ

การจัดสรร ปีการศกึ ษา 2564)

1.1 ระดับปฐมวัย จานวน 8 คนๆละ 1,700 บาท 13,600

1.2 ระดบั ประถมศกึ ษา จานวน 25 คนๆละ 1,900 บาท 47,500

1.3 งบประมาณเงนิ อดุ หนุน เหลอื จ่ายจากแผนปฏบิ ตั กิ ารปี 2563 22,024.04

(ยอดนใ้ี ช้จัดสรรลงในโครงการของแผนปฏบิ ัตกิ ารปี 2564 ) รวม 83,124.04

2 งบรายไดส้ ถานศึกษา โดยได้รับความเหน็ ชอบจากคณะกรรมการ 59,279.58

สถานศึกษาใชต้ ามวตั ถปุ ระสงคแ์ ละนามาสนับสนุนโครงการตา่ งๆใน

แผนปฏิบัตกิ ารได้

3 เงนิ คงเหลอื อื่นๆ

3.1 กจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รียน 15,389

3.2 เงนิ อุดหนนุ จากทอ้ งถิ่น

- โครงการจดั หางบประมาณพัฒนาทักษะวิชาภาษาองั กฤษ (ครู 60,000

ภาษาองั กฤษ) 20,000

- โครงการดนตรไี ทย (องั กะลงุ ) 5,000

- โครงการเยาวชนรุ่นใหม่ ร่วมใจตา้ นภัยยาเสพตดิ

๒.สรปุ งบประมาณทใี่ ชใ้ นงานประจา

รายการ งบประมาณ

งบประจา 24,000
-ค่าไฟฟา้ 12,000
-คา่ ประปา 8,400
-คา่ อนิ เทอรเ์ นต็ 44,400

รวมค่าสาธารณปู โภค ปีการศึกษา 2564

3.สรุปงบประมาณโครงการ/กจิ กรรม ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖4

3.1 โครงการระดับปฐมวัย

ที่ โครงการ ง

โครงการระดับปฐมวยั
1 โครงการสง่ เสรมิ ใหเ้ ด็กปฐมวยั มพี ัฒนาการด้านรา่ งกาย
2 โครงการสง่ เสริมให้เดก็ มีพัฒนาการด้านอารมณ์ และจิตใจ
3 โครงการสง่ เสริมใหเ้ ดก็ มีพัฒนาการด้านสงั คม
4 โครงการสง่ เสรมิ ให้เดก็ มพี ัฒนาการด้านสติปญั ญา
5 โครงการสง่ เสรมิ กระบวนการบรหิ ารและการจัดการของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา
6 โครงการบา้ นวทิ ยาศาสตร์น้อย

รวม

ห น้ า | 37

งบอุดหนุน งบประมาณ เงนิ รายได้ฯ รวม ผู้รับผิดชอบโครงการ
เงินอดุ หนุน
1,000 นางชื่นจติ ร เจรญิ สุข
อปท. 1,000 นางช่ืนจติ ร เจรญิ สุข
1,000 นางชื่นจิตร เจรญิ สขุ
1,000 - 1,000 นางชื่นจติ ร เจริญสุข
1,000 - 1,000 นางชนื่ จติ ร เจรญิ สุข
1,000 - 1,500 นายสมนึก จนั ทะไทย
1,000 - 6,500 นางช่ืนจติ ร เจริญสุข
1,000 -
1,500 -
6,500 -

3.2 โครงการระดบั การศึกษาข้ันพืน้ ฐาน

โครงการระดับการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน ง

7 โครงการพัฒนาคุณภาพผเู้ รียน

8 โครงการเสริมสรา้ งคณุ ลักษณะท่ีพึงประสงค์ของผ้เู รยี น

9 โครงการพัฒนากระบวนการบรหิ ารและการจัดการของผ้บู รหิ ารสถานศึกษา

10 โครงการพฒั นาการะบวนการจัดการเรยี นการสอนทีเ่ น้นผู้เรียนเป็นสาคัญ 1
1
11 โรงเรียนสขี าว ปลอดยาเสพตดิ อบายมุขและสง่ เสริมสขุ ภาพชีวติ

12 โครงการซ่อมแซมครภุ ณั ฑ์,อาคารเรียน-อาคารประกอบ และปรบั ภมู ทิ ัศน์บรเิ วณ
โรงเรยี น

13 โครงการสนบั สนนุ ค่าใชจ้ า่ ยในการจัดการศกึ ษาตัง้ แต่ระดบั อนบุ าลฯ

14 โครงการเกษตรเพ่ืออาหารกลางวันนกั เรยี น

15 โครงการระดมทรพั ยากรเพ่อื พัฒนาการศึกษา
16 โครงการเยาวชนรุ่นใหม่ รว่ มใจต้านภัยยาเสพติด
17 โครงการสง่ เสริมดนตรไี ทย
18 โครงการจัดหางบประมาณพฒั นาทกั ษะวชิ าภาษาองั กฤษ
19 โครงการอาหารกลางวนั นักเรียน

รวม 3

ห น้ า | 38

งบอุดหนุน งบประมาณ เงนิ รายได้ฯ รวม ผู้รบั ผิดชอบโครงการ
เงินอุดหนนุ
3,000 3,000 นายสุพจน์ ดาหมัด
1,000 อปท. 1,000 นางสาวเตอื นจิต จลุ โอภาส
1,000 - 1,000
10,000 - 10,000 นายสมนึก จันทะไทย
600 - 600 นายสุพจน์ ดาหมัด
- นางวรรณา ตะนนท์
11,000 - 11,000 นางสาวเตือนจิต จุลโอภาส

-

ยอดตามจดั สรร นางช่นื จติ ร เจริญสขุ
นางสาวสุนิตา สายสมศรี

600 - 600 นางสาวเตอื นจิต จุลโอภาส
นายสุพจน์ ดาหมัด

จดั กจิ กรรมผา้ ป่าสามัคคีเพอ่ื การศึกษา นางชนื่ จิตร เจรญิ สขุ

2,000 5,000 - 7,000 นางวรรณา ตะนนท์

3,000 20,000 23,000 นางชืน่ จติ ร เจริญสขุ

- 60,000 48,000+5,400 113,400 นางช่นื จิตร เจรญิ สุข

- 124,000 - 124,000 นางวรรณา ตะนนท์

38,700 209,000 53,400 301,100

ส่วนท่ี ๔

รายละเอยี ดของโครงการ และการใช้งบประมาณ

รายละเอียดโครงการจาแนกตามประเด็นกลยุทธ์และภารกิจงาน
แผนปฏบิ ตั ิการปีการศึกษา 2564 โรงเรียนสิทธสิ ุนทรอุทศิ มีแผนงานทีต่ ้องดาเนินงานใหบ้ รรลุ

วัตถปุ ระสงค์ ไดก้ าหนดทิศทางในการดาเนนิ งานและแผนงาน ดงั นี้
๑. จุดเนน้ ปีการศึกษา 2564 มีจดุ เน้นในการดาเนนิ การ คอื

๑. การพฒั นาระเบยี บวินยั นกั เรยี น
๒. การส่งเสริมนิสัยรกั การอา่ น
๓. การพัฒนาและใช้ สอ่ื เทคโนโลยี
๔. การพัฒนาทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์
๕. พัฒนาระบบการดูแลช่วยเหลอื ผูเ้ รียน
๒. โครงการจัดการศึกษาระดบั ปฐมวยั ดังน้ี
1. โครงการส่งเสรมิ ใหเ้ ดก็ ปฐมวยั มีพฒั นาการด้านร่างกาย
2. โครงการสง่ เสริมใหเ้ ด็กมีพัฒนาการด้านอารมณ์ และจติ ใจ
3. โครงการส่งเสริมใหเ้ ดก็ มีพฒั นาการด้านสงั คม
4. โครงการสง่ เสรมิ ใหเ้ ดก็ มีพัฒนาการด้านสตปิ ัญญา
5. โครงการส่งเสริมกระบวนการบริหารและการจัดการของผูบ้ รหิ ารสถานศึกษา
6. โครงการบ้านวิทยาศาสตร์น้อย
๓. โครงการระดบั การศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน ดังน้ี
1. โครงการพฒั นาคณุ ภาพผเู้ รียน
2. โครงการเสริมสร้างคณุ ลกั ษณะทพ่ี ึงประสงคข์ องผ้เู รยี น
3. โครงการพัฒนากระบวนการบรหิ ารและการจดั การของผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา
4. โครงการพฒั นาการะบวนการจัดการเรยี นการสอนท่เี นน้ ผ้เู รยี นเป็นสาคญั
๔. โครงการพเิ ศษของโรงเรียน
5. โครงการโรงเรยี นสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข
6. โครงการซ่อมแซมครุภัณฑ,์ อาคารเรียน-อาคารประกอบ และปรับภมู ิทัศนบ์ ริเวณโรงเรยี น
7. โครงการสนบั สนุนค่าใช้จ่ายในการจดั การศึกษาตั้งแต่ระดบั อนุบาลฯ
8. โครงการงานเกษตรเพื่ออาหารกลางวนั นกั เรยี น
9. โครงการระดมทรพั ยากรเพือ่ พฒั นาการศกึ ษาของโรงเรียน
10. โครงการเยาวชนรุน่ ใหม่ รว่ มใจต้านภยั ยาเสพติด
11. โครงการสง่ เสรมิ ดนตรไี ทย
12. โครงการจดั หางบประมาณพัฒนาทกั ษะวิชาภาษาอังกฤษ
13. โครงการอาหารกลางวันนักเรียน

ห น้ า | ๔๐

โครงการจดั การศกึ ษาระดบั ปฐมวัย

ห น้ า | ๔๑

โครงการ การส่งเสริมใหเ้ ด็กปฐมวัยมพี ฒั นาการด้านร่างกาย

แผนงาน การจดั การศึกษาระดับปฐมวยั

งาน บริหารวิชาการ

สนองกับกลยทุ ธ์ที่ 1 พฒั นาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาทกุ ระดับตามหลักสูตรและส่งเสริม

ความสามารถด้านเทคโนโลยีเพือ่ เปน็ เครื่องมือในการเรียนรู้

สอดคล้องกลยุทธ์ที่ 3 ขยายโอกาสทางการศึกษาให้ทั่วถึง ครอบคลมุ ผู้เรยี นได้รับโอกาสในการ

พฒั นาเต็มตามศักยภาพ

สอดคล้องกบั มาตรฐานการศกึ ษาปฐมวยั มาตรฐานท่ี ๑ ดา้ นคุณภาพของเดก็

สอดคล้องกับมาตรฐานการศกึ ษาปฐมวัย มาตรฐานท่ี 3 จัดประสบการณ์ท่เี นน้ เด็กเปน็ สาคญั

หน่วยงานทร่ี ับผดิ ชอบ โรงเรียนสิทธิสุนทรอุทิศ

ผ้รู ับผดิ ชอบโครงการ นางชน่ื จติ ร เจรญิ สขุ

ลักษณะของโครงการ โครงการตอ่ เน่อื ง

ระยะเวลา ปีการศกึ ษา ๒๕๖4

๑. หลักการและเหตผุ ล
การจัดกิจกรรมการจัดประสบการณ์ตามหลักสูตรปฐมวัย ตามมาตรฐานด้านคุณภาพผู้เรียน

เพอ่ื ใหเ้ ดก็ มีพัฒนาการดา้ นร่างกาย คือ มรี ่างกายเจรญิ เติบโตตามวัย มนี ้าหนกั สว่ นสูงตามเกณฑ์ มีทักษะ
การเคลื่อนไหวตามวัยร่างกาย มีการใช้การประสานสัมพันธ์กันของกล้ามเนื้อใหญ่ กล้ามเน้ือเล็ก และ
ความประสานสัมพันธก์ นั ระหว่างมือกับตาได้เหมาะสมตามวัย สามารถดูแลสุขภาพอนามยั ของตนเองได้

เด็กปฏิบัติตามข้อตกลงเก่ียวกับความปลอดภัย บอกโทษของสิ่งเสพติดและส่ิงมึนเมา ปฏิเสธสิ่งเสพติด
และสง่ิ มนึ เมา และหลีกเล่ียงตอ่ สภาวะที่เสี่ยงตอ่ โรค อบุ ตั ิเหตุ ภยั และส่ิงเสพติด ดังนัน้ เพื่อให้การพฒั นา

เด็กเป็นไปตามหลักการดังกล่าวข้างต้น จึงจาเป็นอย่างยิ่งท่ีต้องจัดทาโครงการส่งเสริมพัฒนาการด้าน
รา่ งกายเด็กปฐมวยั ขน้ึ

๒. วัตถปุ ระสงค์

๑. เพอื่ พฒั นาเดก็ ให้ มีนา้ หนักสว่ นสูงตามเกณฑ์ ตามมาตรฐาน
๒. เพือ่ ใหเ้ ด็กมที ักษะการเคล่อื นไหวตามวัยร่างกายตามวยั
๓. เพื่อใหเ้ ดก็ มีสุขนสิ ยั ในการดูแลสุขภาพอนามัยของตนเองได้
๔. เพอื่ ให้เดก็ รู้จักหลีกเลยี่ งตอ่ สภาวะท่เี สยี่ งต่อโรค อบุ ตั ภิ ัยและส่ิงเสพติด

๓. เปา้ หมาย

เชงิ ปรมิ าณ
๑. เด็กร้อยละ ๗๕ มีนา้ หนักสว่ นสูงตามเกณฑ์ ตามมาตรฐาน

๒. เด็กรอ้ ยละ ๗๕ มีทกั ษะการเคลือ่ นไหวตามวัยร่างกายตามวัย
๓. เด็กร้อยละ ๗๕ มสี ุขนสิ ัยในการดูแลสขุ ภาพอนามัยของตนเอง
๔. เดก็ รอ้ ยละ ๗๕ รู้จกั หลีกเลยี่ งตอ่ สภาวะท่เี ส่ยี งตอ่ โรค อุบตั ิภยั และสิง่ เสพตดิ

ห น้ า | ๔๒

เชิงคณุ ภาพ
เดก็ มนี า้ หนักสว่ นสงู ตามเกณฑ์ ตามมาตรฐาน มที ักษะการเคลื่อนไหวตามวยั ร่างกายตามวยั

มีสุขนสิ ัยในการดูแลสขุ ภาพอนามยั ของตนเองไดแ้ ละรจู้ ักหลีกเลีย่ งตอ่ สภาวะทีเ่ สยี่ งต่อโรค อุบตั ภิ ยั และ
สิง่ เสพตดิ

๔. กจิ กรรมและระยะเวลาการดาเนิน

กจิ กรรม ระยะเวลา งบประมาณ ผ้รู ับผดิ ชอบ

๑. กิจกรรมเตรียมความพร้อมนักเรียนปฐมวยั

๑.๑ การตรวจสอบนา้ หนักและส่วนสูงตามเกณฑ์ พ.ค. ๖4 – ม.ี ค. - ครูปฐมวัย,

มาตรฐานของกรมอนามยั กระทรวงสาธารณสุข ๖5 เด็ก

๑.๒ การตรวจสอบร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงตาม พ.ค. ๖4 – ม.ี ค. - ครูปฐมวัย,

วยั ๖5 เด็ก

๑.3 จัดกิจกรรมการเคลื่อนไหวร่างกายได้อย่าง พ.ค. ๖4 – มี.ค. - ครปู ฐมวัย,

คลอ่ งแคล่ว ๖5 เด็ก

1.4 จัดกิจกรรมการประสานสัมพันธ์ของ พ.ค. ๖4 – มี.ค. - ครูปฐมวยั ,

กล้ามเน้อื ใหญ่ กล้ามเนอื้ เล็ก ๖5 เด็ก

1.5 ตรวจสอบความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อ พ.ค. ๖4 – ม.ี ค. - ครปู ฐมวยั ,

เลก็ ประสานสมั พนั ธก์ ันระหวา่ งมอื กบั ตาได้ตามวยั ๖5 เด็ก

2.กิจกรรมกีฬาสี

2.1 กจิ กรรมเกมการละเลน่ พ้นื บา้ นตา่ งๆ พ.ค. ๖4 – ม.ี ค.

๖5

2.2 กจิ กรรมการแขง่ ขนั กีฬา ประเภทเด่ยี ว และ พ.ค. ๖4 – มี.ค.

ประเภททมี ๖5

2.3 กิจกรรมการเดินขบวนพาเหรด การ พ.ค. ๖4 – มี.ค.

ประกวดทีมเชยี ร์ประเภทสวยงาม ๖5

๓. กิจกรรมส่งเสริมสขุ ภาพเดก็ อนบุ าล

๓.๑การล้างมือก่อนรับประทานอาหารและหลัง พ.ค. ๖4 – ม.ี ค. - ครูปฐมวัย,

เข้าห้องนา้ ๖5 เดก็

๓.๒ การแปรงฟันหลงั รับประทานอาหาร พ.ค. ๖4 – มี.ค. - ครปู ฐมวัย,

๖5 เด็ก

๓.๓ การรู้จักดูแลรกั ษาสขุ ภาพอนามยั ส่วนตวั พ.ค. ๖4 – ม.ี ค. - ครปู ฐมวัย,

๖5 เดก็

๓.๔ การรบั ประทานอาหารท่มี ีประโยชน์ พ.ค. ๖4 – ม.ี ค. - ครปู ฐมวยั ,

๖5 เด็ก

ห น้ า | ๔๓

กจิ กรรม ระยะเวลา งบประมาณ ผ้รู บั ผดิ ชอบ

๔. กจิ กรรมสุขภาพดไี ม่มซี อ้ื ขาย

๔.๑ การปฏิบัติตามข้อตกลงเกี่ยวกับความ พ.ค. ๖4 – มี.ค. - ครูปฐมวัย,

ปลอดภยั ในการออกกาลงั กาย ๖5 เดก็

๔.๒ การเต้นแอโรบิคและการออกกาลังกาย พ.ค. ๖4 – มี.ค. - ครปู ฐมวยั ,

พรอ้ มอุปกรณ์กีฬาต่างๆ ๖5 เด็ก

๔.๓ การปฏิเสธสิ่งเสพติด และส่ิงมึนเมาและ พ.ค. ๖4 – มี.ค. ครปู ฐมวยั ,

หลีกเลี่ยงต่อสภาวะท่ีเสี่ยงต่อโรค อุบัติเหตุและส่ิง ๖5 เด็ก

เสพติด

๕. รายละเอยี ดการใช้งบประมาณ

ที่ กิจกรรม/รายการ เงนิ งบประมาณ รวม เงนิ นอก รวม
งบประมาณ
โครงการส่งเสริมใหเ้ ดก็ ปฐมวยั มี ตอบ ใช้สอย วัสดุ
พฒั นาการดา้ นร่างกาย แทน 1,000

--

๑. กิจกรรมเตรยี มความพร้อม - - - - --
นักเรียนปฐมวยั
วสั ดุฝกึ กิจกรรมนักเรียน --
ปฐมวยั
- เครอื่ งใช้ ส่ือ วัสดุอุปกรณ์
ตา่ งๆประจาชั้นเรยี น

2. กิจกรรมส่งเสรมิ สขุ ภาพเด็ก - - - -
อนุบาล
- วสั ดุ อุปกรณ์ ถงุ สขุ ภาพ

หมายเหตุ งบประมาณสามารถถวั จา่ ยไดท้ กุ กจิ กรรม

๖. การวัดและการประเมินผล

ตัวบง่ ชีค้ วามสาเร็จ วิธีวดั เครือ่ งมือ
๖.๑ ร้อยละของเด็กทีม่ ีนา้ หนัก และส่วนสูงตามเกณฑ์ ตามมาตรฐาน สังเกต แบบสงั เกต
๖.๒ รอ้ ยละของเดก็ ทมี่ ีทกั ษะการเคล่อื นไหวตามวัยรา่ งกายตามวยั สังเกต แบบสังเกต
๖.๓ รอ้ ยละของเด็กที่มีสุขนิสยั ในการดูแลสุขภาพอนามัยของตนเอง สงั เกต แบบสงั เกต
๖.๔ ร้อยละของเดก็ รูจ้ กั หลีกเลี่ยงต่อสภาวะท่ีเสย่ี งต่อโรค อบุ ัติภัยและ สังเกต แบบสงั เกต
สง่ิ เสพติด


Click to View FlipBook Version