1
ประเพณีชวี ติ แนวปฏบิ ัติทด่ี ีในการดาเนินชวี ติ วิถพี ทุ ธ
จัดพิมพถ์ วายมทุ ิตาสกั การะเน่อื งในโอกาสทาบุญฉลองอายุวัฒนมงคลครบ ๖๗ ปี
๒ มนี าคม ๒๕๖๕
พระราชพรหมจริยคุณ (สุเทพ สกุ กฺ ธมโฺ ม/มูลสุข)
เจา้ คณะจังหวดั รอ้ ยเอ็ด, ประธานกรรมการประจาวิทยาลยั สงฆ์ร้อยเอด็ ,
ที่ปรกึ ษามลู นิธเิ พอ่ื การพฒั นาวทิ ยาลยั สงฆร์ อ้ ยเอ็ด
วนั พฤหัสบดีที่ ๓ มนี าคม พุทธศกั ราช ๒๕๖๕
ณ วดั บา้ นเปลอื ยใหญ่ ตาบลรอบเมือง อาเภอเมืองรอ้ ยเอ็ด จงั หวดั ร้อยเอ็ด
2
หนงั สือประเพณีชีวิต แนวปฏิบัตทิ ี่ดใี นการดาเนินชีวิตวถิ ีพุทธ
จดั พจมิเัดจพพา้ ์ถคมิเวจหณพา้าน์ถคะยวงั จณมาสพังุทะยือหพจมรติปวงัทรทุะาหรัดะ่ีปติรสะววรรราวากันัเัดาึกอ้สพชนั กพรชษกัยณอ้พพาฤพกาเยรอหธุมารีชรเะรด็ทลูสัอหหีวเะนบด็,น่ีติมเม๒ิธน,ดป่ือจจิเปีทอื่แรงพมร๒รงร่ีนใะอ่ืิย๓ีนใะยินธวนกมคธาคโามปาโีนาณุอคนอรนีณุนาฏกมกพกาคกิบ(าาคัฒรมรสพ(สสัตรมรสนเุท๒มททุมทิทเุาพาก๕ทาธกด่ีพวบุทาบ๖ศพาทิใี ญุรธนร๕กัุญสยปศฉปสการุกรักฉลลาุกราะฺกรลอัยชจะรกฺาธงอสจาดชธมอ๒วงงาามฺโาฆิท๒อว๕เมยโฺน์รย๕าิทม๖วุ/อ้าินย๖มัฒย/ย๕ลวุชม๕ูลาเยันัฒอวีลูลสสมด็ ติสัยนงุขงฆวขุสค)มิถ์รล)งง้อฆคีพคยรร์ทุลเบ้ออคธด็ย๖ร,เบ๗อด็ ป๖ี ๗ ปี
ณ วณัดบว้าดั นบเา้ ปนลเปือลยอื ใยหใญหญ่ ต่ ตาบาบลลรรออบบเเมมือืองง ออาาเเภภออเมเมือืองรงอ้ รย้อเยอ็ดเอจด็ ังหจวังดัหรว้อดั ยรเออ้ ็ดยเอด็
พททปี่รี่ปพะรรรกึรกึาษะชษราพาารชห:พมรจหรยิมคจุณริยคเจณุ า้ คณเจะา้จคงั หณวะดั จร้อังยหเวอดั็ดร, ้อปยระเอธา็ดน,กปรรระมธกาานรปกรระรจมากวทิารยปาลรัยะสจงาฆว์ริทอ้ ยยเาอลด็ ัยสงฆร์ ้อยเอด็
พรพะครระูวคาปรูวจี าันปทีจคณุันท, ผคศุณ.ด,รผ. ผศู้อ.ดานร.วยผกู้อาารนวทิ วยยากลาัยรสวงิทฆร์ย้อายลเัยอด็ส,งปฆร์ระ้อธยานเอก็ดรร, มปกราะรมธลูานนิธกิเรพร่ือมกการาพรฒัมูลนานิธิเพื่อ
วกิทายราพลฒั ัยสนงาฆวร์ ทิ อ้ ยเาอลด็ ยั สงฆร์ ้อยเอด็ และคณะผู้บริหาร
แบลระรคณณาะธผกิู้บารรหิ า:ร
บรพรณระาคธิกราูวรินยั ธรวราวุฒิ มหาวโร, ดร. เลขานุการมลู นิธเิ พือ่ การพัฒนาวิทยาลัยสงฆ์ร้อยเอ็ด และ
พครณะะครวู นิ ัยธรวราวุฒิ มหาวโร, ดร. เลขานกุ ารมลู นิธิเพื่อการพฒั นาวทิ ยาลัยสงฆร์ ้อยเอ็ด และคณะ
รพรูปปูรพะเเลคลร่มร่มะ/ปู ค/แลแรบัดบูปบสลบปมดักปหส/มกภมา/ายหภพมาปอพาตรยปะฺถกสรออิทะบตกโฺ ธฺถอสบผทิ อู้ :โฺาธนวผยกู้อาารนบวัณยฑกิตาศรึกบษัณาฑวติทิ ศยากึ ลษัยาสงวฆทิ ์รย้อายลเอัยด็ สมงฆห์ราว้อิทยยเอาล็ดัยมหาจฬุ าลง
กรณมหราาชววิทิทยยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั
นายนจาักยรจี กั ผราี รัตผนา์รตัแลนะ์ คแณละะคณะ
พพสิสิ ูจจู นน์อ์อักักษษรร :
ผศผ.ดศร.ดสยรา.สมยพารมพนัรธไพชันย ธปไช.ธย.๖ ป.ธ.๖
นายนสานยั่นสนปน่ั ระปเสรระฐิ เสปร.ฐิธ.๙ป, บ.ธ..ศ๙.๓, บแ.ศละ.๓คณแะละคณะ
ออาานนววยยกกาารผรผลติลติ :
พรคะคณระวู าผปู้บีจรนั ิหทาครณุ ,คผณศา.ดจรา.รแยล์ เะจค้าณหะนผ้าูบทริหี่ วาิรทยคณาลาัยจาสรงยฆ์ เ์รจ้อ้าหยนเอา้ ็ทด่ี วมทิ หยาวลิทยั สยงาฆล์รัย้อยมเหอ็ดาจมุฬหาลวทิงกยารลณัยมราหชา
จวุฬทิ ายลางลกยั รณราชวทิ ยาลยั
พพิมมิ พพ์คค์ รร้ังั้งทท่ี ๑่ี ๑ : ๒ มนี าคม ๒๕๖๕
๒พมิมพนี าท์ คี่ ม: ๒โ๕ร๖ง๕พมิ พ์จันทรเกษมการพิมพ์ อ.สวุ รรณภมู ิ จ.ร้อยเอ็ด โทร. ๐๔๓-๕๘๑๓๖๓
3
คำปรำรภ
ในโอกาสการเจริญอายุวัฒนมงคลครบรอบ ๖๗ ปี พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณ
พระราชพรหมจริยคุณ (สุเทพ สุกฺกธมฺโม/มูลสุข) เจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด ประธาน
คณะกรรมการประจาวิทยาลัยสงฆ์ร้อยเอ็ด ท่ีปรึกษามูลนิธิพัฒนาวิทยาลัยสงฆ์ร้อยเอ็ด
เจ้าอาวาสวัดบา้ นเปลือยใหญ่
คณะศิษย์วัดท้ังบรรพชิตและคฤหัสถ์ อุบาสก อุบาสิกาคุ้มวัดบ้านเปลือยใหญ่
และคณะสงฆ์ ตลอดจนพุทธศาสนิกชนชาวร้อยเอ็ด พร้อมทั้งคณะผู้บริหาร คณาจารย์
เจ้าหน้าที่ นิสิต นักศึกษาวิทยาลัยสงฆ์ร้อยเอ็ด มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
วิทยาลัยได้พร้อมใจกันจัดพิธีถวายมุทิตาสักการะ ทาบุญตักบาตรพระภิกษุ สามเณร
๑๐๑ รปู มอบทุนการศกึ ษาแกพ่ ระนิสิต สามเณร นักเรียน นักศึกษา มอบส่ิงของเคร่ือง
อุปโภค บริโภคให้กับผู้สูงวัย ณ วัดบ้านเปลือยใหญ่ ตาบลอบเมือง อาเภอเมืองร้อยเอ็ด
จงั หวดั ร้อยเอด็
ในโอกาสอันเป็นมงคลยิ่งน้ีวิทยาลัยสงฆ์ร้อยเอ็ด มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ
ราชวิทยาลัยได้จัดพิมพ์หนังสือประเพณีชีวิต แนวปฏิบัติที่ดีในการดาเนินชีวิตวิถีพุทธ
เพอื่ ถวายเปน็ มทุ ติ าสกั การะเพือ่ เป็นวทิ ยาทานธรรมบรรณาการให้กับผู้มีเกียรติท่ีมาร่วม
แสดงมุทิตาสักการะ ขออนุโมทนาขอบคุณคณะกรรมการจัดงาน และคณะเจ้าภาพ
อุปถมั ภ์ในการจัดพมิ พห์ นังสือเพอ่ื ถวายเป็นมุทิตาสักการะในโอกาสอนั เปน็ มงคลนี้
พระครูวาปจี ันทคณุ ,ผศ.ดร.
ผอู้ านวยการวทิ ยาลยั สงฆ์ร้อยเอ็ด
44
สารบญั
ประวัติพระพรหมจรยิ คณุ ............................................................................... ๕
ขอคิดเกีย่ วกบั สุขภาพ...................................................................................... ๙
พระพุทธเจา ๒๙ พระองค............................................................................... ๑๓
วิธีสมาทานและวิธีปฏบิ ัตวิ ิปสสนากรรมฐาน.................................................... ๑๙
คาํ แผเมตตาบทใหญ........................................................................................ ๒๕
พธิ เี ชิญองคก ฐิน............................................................................................... ๒๙
พธิ ตี งั้ องคม หากฐนิ .......................................................................................... ๓๑
พิธีทอดองคก ฐนิ .............................................................................................. ๓๒
คําขออาราธนาในงานมหาพทุ ธาภิเษกและพิธมี งคลทกุ ชนดิ ........................... ๓๕
พธิ ีสวดถอด..................................................................................................... ๓๘
คาํ สูตรถอดตา งๆ............................................................................................. ๔๐
พิธีทําบุญแจกขาว............................................................................................ ๕๒
คําถวายในพธิ ที าํ บุญแจกขาว.......................................................................... ๕๖
บุญสรงนํา้ ....................................................................................................... ๗๕
พิธเี ถราภิเษกหรือฮดสรง................................................................................ ๗๗
พิธียกเสาแฮกเสาขวัญบานแบบโบราณ.......................................................... ๘๘
คาํ อฐษิ ฐานขาวใสบ าตรแบบโบราณ................................................................ ๙๐
รายนามผรู ว มบรจิ าคจดั พมิ พห นงั สอื ฯ............................................................. ๙๓
หนงั สอื อา งองิ ................................................................................................... ๙๔
5
ประวัติ
พระราชพรหมจรยิ คณุ
************
สถานะเดมิ พระราชพรหมจริยคณุ ฉายา สุกฺกธมโฺ ม อายุ ๖๗ ปี พรรษา ๔๗
บรรพชา วทิ ยฐานะ น.ธ.เอก , พธ.บ. (กิตติมศกั ด)ิ์ , พธ.ด. (กิตตมิ ศักด)ิ์
อุปสมบท ปจั จบุ นั ดารงตาแหนง่
๑. เจา้ คณะจงั หวดั รอ้ ยเอด็
๒. เจา้ อาวาสวัดบ้านเปลือยใหญ่
๓. ประธานคณะกรรมการประจาวิทยาลยั สงฆ์ร้อยเอด็
๔. ทปี่ รึกษามลู นธิ ิเพ่อื การพัฒนาวิทยาลัยสงฆ์ร้อยเอ็ด
ช่อื สเุ ทพ นามสกลุ มูลสุข เกดิ วัน ๖ ๑๔ฯ ๓ คา่ ปมี ะแม
วันที่ ๒ เดอื นมีนาคม พ.ศ. ๒๔๙๘
บิดา นายสวาสดิ์ มูลสุข มารดา นางอุทยั มูลสุข
มพี น่ี อ้ งรวม ๙ คน อยู่บ้านเลขท่ี ๒๕ หมู่ท่ี ๔
ตาบลสระคู อาเภอสวุ รรณภูมิ จงั หวัดร้อยเอ็ด
เมอ่ื วนั ๖ ๑ฯ ๘ ค่า ปมี ะเมยี วนั ท่ี ๓ เดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๙
ณ วัดเจรญิ ราษฎร์ ตาบลสระคู อาเภอสุวรรณภูมิ จงั หวัดร้อยเอด็
พระอุปชั ฌาย์ พระครูวมิ ลธรรมสาร (บญุ ตา ฉนโฺ น) วัดเจริญราษฎร์
ตาบลสระคู อาเภอสวุ รรณภูมิ จงั หวัดร้อยเอด็
วนั ๑ ๑๓ฯ ๑๒ ค่า ปเี ถาะ วนั ที่ ๑๖ เดอื นพฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๑๗
ณ พทั ธสมี า วดั เวฬุวนั ตาบลในเมือง อาเภอเมอื งร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอด็
พระราชพรหมจริยคณุ (อทุ ธรี ์ อคคฺ จติ ฺโต) เป็นพระอุปัชฌาย์
พระครสู งั ฆรักษ์คาดี อิสสฺ โร เปน็ พระกรรมวาจาจารย์
พระมหาบญุ อภินนโฺ ท เปน็ พระอนสุ าวนาจารย์
6
การศกึ ษา
พ.ศ.๒๔๐๙ สาเรจ็ การศกึ ษาชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔ จากโรงเรียนบ้านสวุ รรณภูมิ
ตาบลสระคู อาเภอสวุ รรณภมู ิ จังหวัดรอ้ ยเอ็ด
พ.ศ.๒๕๑๒ สอบไล่ไดน้ ักธรรมช้ันเอก สานักศาสนศึกษาวัดสว่างโพธ์ทิ อง
ตาบลสระคู อาเภอสวุ รรณภูมิ จงั หวัดรอ้ ยเอ็ด
พ.ศ.๒๕๑๕ จบการศึกษาผ้ใู หญ่ระดบั ๓ จากโรงเรียนผู้ใหญ่พิรุณวิทย์
วดั กลาง ตาบลสระคู อาเภอสวุ รรณภมู ิ จังหวดั ร้อยเอ็ด
พ.ศ.๒๕๑๖ จบการศกึ ษาผใู้ หญ่ระดบั ๔ จากโรงเรียนผู้ใหญ่ วดั สระทอง
ตาบลสระคู อาเภอสุวรรณภูมิ จังหวดั รอ้ ยเอ็ด
พ.ศ.๒๕๔๘ ไดร้ บั ประสาทปริญญาบตั ร พทุ ธศาสตรบัณฑิต (พธ.บ) กติ ติมศักดิ์
สาขาวชิ าพระพุทธศาสนา จากมหาวิทยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลัย
พ.ศ.๒๕๖๑ ได้รบั ประสาทปรญิ ญาบตั ร พุทธศาสตรดุษฎีบณั ฑิตกิตตมิ ศักด์ิ
สาขาวชิ าการจดั การเชงิ พุทธ
จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั
ตาแหน่งการปกครองคณะสงฆ์
พ.ศ.๒๕๒๗ ได้รับการแตง่ ตงั้ เป็นเจา้ อาวาสวัดบ้านเปลือยใหญ่
ตาบลรอบเมอื ง อาเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด
พ.ศ.๒๕๒๙ ได้รับการแต่งตัง้ เปน็ รองเจ้าคณะตาบลรอบเมอื ง
อาเภอเมอื งร้อยเอด็ จงั หวัดร้อยเอ็ด
พ.ศ.๒๕๓๑ ไดร้ บั การแตง่ ตงั้ เปน็ เจา้ คณะตาบลรอบเมอื ง เขต ๒
ตาบลรอบเมือง อาเภอเมืองรอ้ ยเอ็ด จงั หวดั ร้อยเอ็ด
พ.ศ.๒๕๔๑ ไดร้ ับการแต่งตง้ั เป็นรองเจ้าคณะอาเภอเมอื งร้อยเอ็ด
พ.ศ.๒๕๔๕ ได้รบั การแตง่ ตง้ั เป็นเจ้าคณะอาเภอเมอื งร้อยเอด็
พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้รับพระบัญชาสมเด็จพระสงั ฆราชแต่งตง้ั เปน็ รองเจ้าคณะจังหวัดร้อยเอด็
พ.ศ. ๒๕๕๓ ไดร้ ับแต่งตง้ั เป็นผรู้ กั ษาการแทนเจ้าคณะจงั หวดั รอ้ ยเอด็
พ.ศ. ๒๕๕๔ ไดร้ ับพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราชแตง่ ตงั้ เป็นเจา้ คณะจงั หวดั ร้อยเอ็ด
7
สมณศักด์ิ พ.ศ. ๒๕๓๐ ได้รบั พระราชทานตง้ั สมณศักดิเ์ ปน็ พระครูสญั ญาบตั ร
เจา้ อาวาสวดั ราษฎร์ชน้ั โท
พ.ศ. ๒๕๓๕ ในราชทินนาม ที่ พระครกู ติ ตสิ ารโกวิท (จร.ชท)
พ.ศ. ๒๕๔๘ ไดร้ บั พระราชทานเลอื่ นชั้นเปน็ พระครูสัญญาบตั ร
พ.ศ. ๒๕๕๓ เจา้ คณะตาบลชัน้ โท (จต.ชท.)
ได้รับพระราชทานเลือ่ นช้ันเปน็ พระครสู ญั ญาบตั ร
พ.ศ. ๒๕๕๘ เจ้าคณะอาเภอชน้ั เอก (จอ.ชอ.)
ในวโรกาสมหามงคลเฉลมิ พระชนมพรรษา ๕ ธนั วาคม ๒๕๕๓
ไดร้ ับพระราชทานต้ังสมณศกั ดิเ์ ปน็ พระราชาคณะชั้นสามญั
ในราชทินนาม ที่ พระพทุ ธิสารมนุ ี (สย.)
ในวโรกาสมหามงคลเฉลมิ พระชนมพรรษา ๕ ธนั วาคม ๒๕๕๘
ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็น พระราชาคณะช้ันราช
ในราชทนิ นาม ท่ี พระราชพรหมจริยคุณ วบิ ลู ศาสนกิจ
มหาคณสิ สร บวรสังฆาราม คามวาสี
8
“นอ มสักการะ พระราชพรหมจริยคุณ”
พระเถระประเสริฐคณุ บณุ ยพ ิสุทธิ์ วิศรุตชยุตมธ รรมพระชินสหี
สุพพธิ านปญ โญภาสปราชญเมธี ทปี นสี อ งแสงธรรมงามบวร
คณุ พิสิฐกติ ตสิ ารโกวิท วิบุลศาสนกิจมหาคณิสสร
พุทธิสารมนุ ีวิชยากร ธรรมาภรณอลงกตวรทธรรม
มูลสขุ นริ ทกุ ขนรนาถ บณุ โยภาสศาสนค ปุ ตอุปถมั ภ
สุวมิ ลสลี าจารวศิ าลงาม สนุ ทรนามสุเทพบญุ อดลุ ยจ ินต
ประมุขสงฆเ มอื งรอยเอด็ เดชอุดม สิทธาคมวัดบา นเปลือยใหญอ ไุ รศลิ ป
นิรตั ิศัยไตรสิกขาบญุ ปวินท นครนิ ทรร อ ยเอ็ดเพชรธานี
๒ มนี าคม ๒๕๖๕ ๖๗ สังวจั ฉรา คาศักด์ศิ รี
อายุวัฒนมงคลชนมรวี วิภษู ติ ดิถีธีราภรณ
อญั ขยมสโิ รดมประณมนบ จติ เคารพพระเถระประภัสสร
“พระราชพรหมจรยิ คณุ ” บุณยากร ทีฆายุอุดมพรนริ ันดรเ ทอญฯ
พระมหาสุรศกั ด์ิ ปจจฺ นตฺ เสโน,ผศ.ดร.
ผชู วยเจา อาวาสวัดราชสิทธาราม, ผอู ํานวยการสถาบนั ภาษา มจร
ประพนั ธ
9
ขอ ควรคดิ เก่ยี วกบั สขุ ภาพ
๑. อยา เอาแรงกดดนั มาเปน แรงขับเคลื่อน
ใชร า งกายจนเกินกาํ ลัง เทา กบั ทํารา ยรา งกาย
๒. อยาลืมวาสขุ ภาพดี คือ ตนทนุ รา งกายไมแขง็ แรง
คณุ จะใชชวี ิตอยา งมคี วามสขุ ไดอยางไร
๓. อยาเห็นช่ือเสียง และลาภยศเปนสง่ิ สาํ คัญท่สี ดุ ในชวี ิต
ชื่อเสยี งลาภยศ เปรยี บดังหมอกควัน สดุ ทายก็มลายสญู
๔. อยา คดิ วา หมอจะชว ยชีวิตคณุ ได หมอที่ดีคือตวั คณุ
ดแู ลชวี ิตดกี วา ใหใ ครมาชวยชีวติ
๕. อยา คดิ อุทิศใหแ ลวจะตองไดรบั ตอบแทนเสมอไป
ใหอะไรกบั ใครอยา รอใหเขาทดแทนบุญคุณ
๖. อยาคดิ วารับราชการแลวจะเหนอื กวา ชาวบา น
ถึงเวลาเกษยี ณก็ตองเปน ชาวบา นเหมือนเดิม
๗. อยา มองขามคนทีม่ บี ญุ สัมพนั ธกับคุณ เมอ่ื คุณตกอับ
คณุ จงึ จะรวู าใครบางทีไ่ ปจากคณุ และตอนนัน้ คนรูใ จยง่ิ หายาก
๘. อยาเห็นการทกั ทายของใครเปน สิ่งนา รําคราญ
คนท่สี ง ขอความใหคุณเสมอเพราะคุณยังอยใู นใจเขา
# คําถามที่นาคดิ คณุ มเี งนิ แตคณุ มคี าไหม ? เรามักแสวงหาสง่ิ ที่เราคดิ วา มคี า
มากทสี่ ุดในชีวิต แตส ุดทา ย ทุกคนหนไี มพน อนจิ จงั หมนั่ คดิ ดี พูดดี ทาํ ดี คุณคาของชวี ิต
สรา งไดโดยไมต องใช (Party Crowd) สุขภาพดมี าจากไหน ?
# พน้ื ฐาน ๔ ประการในชีวิตประจําวัน คือ
[ ? ] สภาวะจติ ทส่ี งบ [ ? ] มโี ภชนาการทสี่ มดลุ
[ ? ] ออกกาํ ลงั กายพอเหมาะ [ ? ] นอนหลบั ใหเพียงพอ
# คนเราจะอยไู ดอยางมคี ุณภาพตอ งอาศยั อวัยวะทัง้ ๕ คอื ตับ หัวใจ มาม ปอด
และไต
10
# WHO เตือนเราวา คนเราเกดิ โรคจาก
๑. รปู แบบการดํารงชีวติ ไมเหมาะสม
๒. กนิ อาหารไมส มดุล
# หากจะถามวา เรากินอาหารเพอ่ื อะไร ? คาํ ตอบทไ่ี ด คือ
๑. เพือ่ การมชี ีวิตอยู
๒. เพื่อปองกนั โรค
๓. เพอื่ รักษาโรค
# บรรดาโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน เกิดจากการกินท้ังน้ัน
ในเมือ่ กนิ แลวทาํ ใหเกิดโรคได กต็ อ งกินแลว รักษาโรคไดเชนกัน
# แพทยแผนจีนนั้น เปน มรดกตกทอดมา ๕ พนั ป เพ่อื ใหคนรนุ หลงั ใชรกั ษาโรค ๕
ขัน้ ตอน คอื
ข้ันตอนท่ี ๑ รักษาดวยอาหาร หมอจะใหสูตรอาหารแกคนไข เปนเวลา
หลายเดอื น ถาไมไ ดผ ลกจ็ ะใช
ขัน้ ตอนท่ี ๒ กวาดทราย ดูดดวยสูญญากาศ บีบนวด และดงึ ดัน ถาไมไดผ ล
ก็จะใช
ข้นั ตอนท่ี ๓ ฝงเขม็ ถา ไมไดผล กจ็ ะใช
ขั้นตอนท่ี ๔ ใชเหลา ดอง ถาไมไดผ ล กจ็ ะใช
ขนั้ ตอนท่ี ๕ ใชยา
# ปจ จบุ ันหมอจะใหยาทันที ทคี่ นไขมาหา ยายอมมพี ิษ คณุ กนิ ยาทัง้ เดือนท้งั ป
ไมมวี ันทโ่ี รคจะหายขาด Socrates บดิ าแหง แพทยแ ผนปจจุบนั เคยกลา วเตอื นวา “จง
กินอาหารใหเปนยา อยา กินยาเปนอาหาร”
# จีนโบราณกม็ คี าํ กลาววา “ใชอ าหารรักษาโรคดกี วายา”
# แตท กุ วันนมี้ นั กลบั กันหมด เรากนิ อาหารเพอื่ อวยั วะชนิ้ ไหนกนั แน ? เราอยูไ ด
เพราะอาศัยพลังงานอวัยวะทงั้ ๕
- ตบั ดชี อบใหกนิ สีเขยี ว
- หวั ใจดชี อบใหกินสแี ดง
- มา มดชี อบใหก ินสีเหลอื ง
- ปอดดีชอบใหก นิ สขี าว
- ไตดีชอบกนิ ใหสดี ํา
11
# คาํ วา ดุลยภาพ หมายถงึ กินหลากหลายชนดิ
- ตบั มปี ญ หา สหี นาจะออกเขียว
- หัวใจมปี ญ หา สีหนาจะออกแดง
- มา มมปี ญหา สีหนาจะออกเหลือง
- คนไขหอบหดื สีหนา จะออกขาว
- คนไขไ ตเสือ่ ม สีหนาจะออกดํา
# วาดว ยเร่อื งอาหาร ถว่ั เขยี ว บํารงุ ตบั
- คนทวั่ ไปมกั จะตม ถวั่ เขยี วจนเละซงึ่ ไมถ กู ตอ ง วธิ ตี ม ถวั่ เขยี วทไ่ี ดป ระโยชน
ทถี่ กู คือ ตม ใหน ้ําเดอื ดประมาณ ๕-๖ นาที กอนทถ่ี วั่ จะแตกเมด็ รินเอานํ้าออกจะไดนํ้า
ถัว่ เขยี วทีม่ ีสีเขม ขนท่ีสุด ดิ่ืมแลว มีสรรพคุณขับพิษสงู สดุ จากน้ันเอาถั่วเตมิ น้าํ ตมตอ จน
เละ กนิ เปน อาหาร
- หัวใจชอบสแี ดง ใหก นิ ถว่ั แดง
- มา มชอบสเี หลอื ง ใหก นิ ถัว่ เหลอื ง
- ปอดชอบสีขาว ใหก นิ ถว่ั ขาว
- ไตชอบสีดาํ ใหก นิ ถั่วดํา
# ทําไม ใหกินแตถ ัว่ ? เพราะตํารายาจนี มีคําวา “คนเรากินถัว่ ทง้ั ๕ จะสมบรู ณ
พนู สุข”
# โภชนาการแผนจนี ก็เนน วา “กนิ ไมพ นถั่ว” ดงั นัน้ เราควรบรโิ ภคถัว่ ตลอดชีวิต
ในตํารายาจีน ไดพ ดู ถงึ รสชาตไิ วดังน้ี
- เปร้ยี วบํารงุ ตับ (หากกินมาก ตบั พงั )
- ขมบาํ รุงหัวใจ (หากกนิ มาก หัวใจพงั )
- หวานบํารุงมาม (หากกนิ มาก มามพงั )
- เผด็ บํารุงปอด (หากกนิ มาก ปอดพงั )
- เค็มบํารุงไต (หากกินมาก ไตพงั )
# หมายความวา ตองกินใหค รบทุกรสชาติ
# กนิ อาหารอยา งไรจึงจะเหมาะ ?
งา ยนดิ เดียว ขอแนะนาํ วา ใหกนิ ผักดิบผลไมสด แตล ะมอ้ื ถาเปลือกกินได
กก็ ินทั้งเปลือกจะยิ่งดี เพราะแพทยแ ผนจนี ถอื วา กนิ ของดบิ ลดอาการรอ นใน แพทยแ ผน
ปจจบุ นั ก็ถอื วา ผกั ผลไมส ดดิบใหวติ ตามินดกี วา
12
# ขอสง ทา ยดวย ๔ ประโยค ดงั นี้
“ หมอทดี่ ที ส่ี ดุ คอื ตวั เรา โรงพยาบาลทีด่ ที ส่ี ุด คือ หองครัว ยาทดี่ ที สี่ ดุ คอื
อาหาร ทมี่ คี ณุ คา การรักษาทีด่ ที ส่ี ดุ คือ เวลา ”
# ซนิ แซจนี แนะนําดังน้ี
๑. หลังจากฟงคําบรรยายแลว นําไปเผยแพรแกญาติมิตร เพ่ือใหทุกคนมี
สุขภาพที่ดี และเปนการทบทวนในตวั
๒. เขียนขอ ความ “ กอ นถงึ อายุ ๙๙ ป หา มเขา(โลง) เดด็ ขาด ” ตดิ ไวหนา
เตียง เพือ่ ส่ังจิตใตสาํ นกึ ของเราใหดแู ลสุขภาพรา งกายของเรา
# สรุปวาตอ ไปน้ี
- กนิ อาหารใหเ ปน ยา ไมใ ชก ินยา เปนอาหาร
- อารมณด ี หัวเราะ สามเวลา เพ่ือหา งไกลจากโรคและยา
- บรโิ ภคถว่ั ตลอดชวี ิต เพ่ือบาํ รุงอวยั วะทง้ั ๕ คือ ตบั หวั ใจ มา ม ปอด และ
ไต ควรกินท้งั ถัว่ เขยี ว ถัว่ เหลอื ง ถ่วั แดง ถ่ัวขาว และถัว่ ดาํ นนั่ เอง
- ใหก นิ ผกั ดบิ ผลไมส ดทสี่ ะอาดปลอดสารพษิ ถา เปลอื กกนิ ได กก็ นิ ทงั้ เปลอื ก
- กนิ อาหารใหถูกตอ ง เปรียบเสมือน กนิ ยาจากธรรมชาติทดี่ ที ีส่ ุดน่ันเอง...
13
พระพทุ ธเจา ๒๙ พระองค
เรอื่ งราวของพระพุทธเจาต้ังแตพระพทุ ธเจา ทีปง กร เปนตนไป มปี รากฎในคัมภีร
พทุ ธวงศและชินกาลมาลปี กรณ
๑. พระพทุ ธเจาตัณหังกร อายุขยั : ๑๐๐,๐๐๐ ป
ช่อื กัปท่ตี รสั รู : สารมัณฑกัป ความสัมพันธ : ในกัปน้ัน พระพุทธเจาโค
สถานท่ีประสตู ิ : กรุงบปุ ผาวดี ตมะประสูติเปนบุตรเศรษฐีชื่อ สุเมธ และ
ระยะเวลาบาํ เพ็ญเพยี ร : ๗ วนั ไดออกบวชเปนดาบส ไดถมถนนถวาย
ตน ไมต รัสรู : ไมส ตั ตปณ ณะ (ตนี เปด ขาว) พระพุทธเจา ทีปง กร ไดร ับพระพุทธทาํ นายวา
อายขุ ัย : ๒๐,๐๐๐ ป จะไดต รัสรเู ปนพระพทุ ธเจาโคตมะในภัทรกัป
.................................................................. เปนการไดร บั พระพุทธทํานายครง้ั แรก
๒. พระพทุ ธเจาเมธงั กร ..................................................................
ชือ่ กปั ที่ตรสั รู : สารมณั ฑกปั ๕. พระพุทธเจาโกณฑัญญะ
สถานท่ปี ระสตู ิ : กรงุ เมขลา ชอ่ื กัปทต่ี รสั รู : สารมัณฑกปั
ระยะเวลาบําเพญ็ เพยี ร : ๑๕ วนั สถานท่ีประสูติ : กรุงรมั มวดี
ตน ไมตรัสรู : ไมก ิงสกุ ะ (ทองกวาว) ระยะเวลาบําเพญ็ เพยี ร : ๑๐ เดือน
อายุขยั : ๙๐,๐๐๐ ป ตนไมต รสั รู : ไมสาลกลั ยาณี (ขานาง)
.................................................................. อายุขยั : ๑๐๐,๐๐๐ ป
๓. พระพทุ ธเจาสรณงั กร ความสัมพนั ธ : ในกัปน้นั พระพุทธเจาโคตมะ
ช่อื กปั ที่ตรสั รู : สารมัณฑกัป ประสูติเปนพระราชา ทรงพระนามวา วิชิตวี
สถานทป่ี ระสูติ : กรงุ สวุ ปิ ุละ พระองคไ ดบ รจิ าคมหาทานแดพ ระพุทธเจา
ระยะเวลาบาํ เพ็ญเพยี ร : ๒ เดอื น ๒๐ วนั โกณฑัญญะ ไดรับพระพุทธทํานายวา จักได
ตนไมต รสั รู : ไมป าตลี (แคฝอย) ตรสั รเู ปนพระพุทธเจา โคตมะในภัทรกัป
อายขุ ัย : ๖๐,๐๐๐ ป ..................................................................
.................................................................. ๖. พระพทุ ธเจามงั คละ
๔. พระพทุ ธเจา ทีปง กร ชือ่ กัปทต่ี รัสรู : สารมณั ฑกปั
ชือ่ กัปทีต่ รสั รู : สารมัณฑกปั สถานที่ประสตู ิ : กรุงอตุ ตระ
สถานทีป่ ระสตู ิ : กรุงรมั มวดี ระยะเวลาบําเพญ็ เพยี ร : ๘ เดอื น
ระยะเวลาบาํ เพ็ญเพยี ร : ๑๐ เดือน ตน ไมต รัสรู : ไมนาคะ (กากะทิง)
ตน ไมตรัสรู : ไมน าปป ผลิ (เลียบ) อายุขัย : ๙๐,๐๐๐ ป
14 ๙. พระพุทธเจาโสภิตะ
ชื่อกปั ท่ตี รัสรู : สารมัณฑกปั
ความสัมพันธ : ในกัปนั้น พระพุทธเจาโค สถานที่ประสูติ : กรุงสุธมั มา
ตมะประสตู เิ ปน พราหมณน ามวา สรุ จุ ิ ไดร บั ฟง ระยะเวลาบําเพ็ญเพียร : ๗ วนั
พระธรรมเทศนา จากพระพุทธเจามังคละ ได ตนไมต รสั รู : ไมนาคะ (กากะทิง)
บริจาคมหาทาน และรักษาศลี ไดร บั พระพทุ ธ อายุขยั : ๙๐,๐๐๐ ป
ทํานายวา จกั ไดตรสั รเู ปน พระพทุ ธเจา โคตมะ ความสมั พนั ธ : ในกปั นน้ั พระพุทธเจาโคตมะ
ในภัทรกปั ประสตู เิ ปน พราหมณน ามวา อชติ ะ ไดฟ ง พระ
................................................................. ธรรมเทศนาของพระพุทธเจาแลว ต้ังอยูใน
๗. พระพุทธเจาสมุ นะ พระรตั นตรัย ถวายมหาทานตลอดพรรษาแด
ชอ่ื กปั ทตี่ รัสรู : สารมัณฑกปั พระพทุ ธเจา และพระภกิ ษสุ งฆ ไดร บั พระพทุ ธ
สถานที่ประสูติ : กรงุ เมขลา ทาํ นายวา จักไดตรสั รูเปน พระพทุ ธเจาโคตมะ
ระยะเวลาบําเพญ็ เพียร : ๑๐ เดือน ในภัทรกัป
ตน ไมต รัสรู : ไมนาคะ (กากะทงิ ) .................................................................
อายขุ ยั : ๙๐,๐๐๐ ป ๑๐. พระพทุ ธเจาอโนมทสั สี
ความสมั พนั ธ : ในกปั นน้ั พระพทุ ธเจา โคตมะ ชื่อกปั ทตี่ รสั รู : วรกัป
ประสตู เิ ปน พญานาค นามวา อตลุ ะ ไดบ รรเลง สถานที่ประสูติ : กรงุ จนั ทวดี
ดนตรีถวาย พระพุทธเจาสุมนะดว ยจิตศรทั ธา ระยะเวลาบาํ เพญ็ เพียร : ๑๐ เดอื น
เปนอยางยิ่ง ไดรับพระพุทธทํานายวา จักได ตน ไมต รสั รู : ไมอัชชนุ ะ (รกฟา ขาว)
ตรสั รเู ปนพระพุทธเจาโคตมะในภัทรกปั อายุขัย : ๑๐๐,๐๐๐ ป
................................................................. ความสมั พันธ : ในกปั นัน้ พระพทุ ธเจาโคตมะ
๘. พระพทุ ธเจาเรวตะ ประสตู เิ ปน อธบิ ดแี หง เหลา ยกั ษา ไดส รา งรตั น
ชอื่ กปั ทต่ี รัสรู : สารมณั ฑกปั มณฑป และบรจิ าคมหาทานถวายพระพทุ ธเจา
สถานท่ปี ระสตู ิ : กรงุ สุธัญญวดี อโนมทสั สี เปนเหตใุ หไ ดรับพระพทุ ธทาํ นาย
ระยะเวลาบําเพ็ญเพยี ร : ๗ เดือน วา จักไดต รัสรูเปน พระพทุ ธเจา โคตมะในภทั ร
ตน ไมต รสั รู : ไมนาคะ (กากะทิง) กปั
อายุขยั : ๖๐,๐๐๐ ป .................................................................
ความสัมพันธ : ในกัปน้ัน พระพุทธเจาโค ๑๑. พระพทุ ธเจา ปทุมะ
ตมะประสูติเปนพราหมณนามวา อติเทพ ใน ชอ่ื กัปทต่ี รสั รู : วรกปั
กรุงรัมมวดี ไดสนทนาธรรมกับพระพุทธ สถานทปี่ ระสตู ิ : กรงุ จัมปากะ
เจาเรวตะ และบริจาคมหาทาน และรักษา ระยะเวลาบําเพ็ญเพยี ร : ๘ เดอื น
ศีล ไดรับพระพุทธทํานายวา จักไดตรัสรูเปน ตนไมต รสั รู : ไมม หาโสณะ(ออยชา ง,คํามอก)
พระพทุ ธเจา โคตมะในภทั รกปั
อายขุ ยั : ๑๐๐,๐๐๐ ป 15
ความสมั พันธ : ในกปั นั้น พระพทุ ธเจาโคตมะ
ประสูติเปนพระยาราชสีห ไดถวายการรับใช ๑๔. พระพุทธเจาสุเมธะ
พระพุทธเจาปทุมะ ดวยความศรัทธานาน ๗ ชอ่ื กปั ท่ีตรสั รู : มัณฑกปั
วนั เปน เหตใุ หไ ดร ับพระพุทธทาํ นายวา จักได สถานท่ปี ระสูติ : กรงุ สทุ สั สนะ
ตรสั รเู ปนพระพทุ ธเจา โคตมะในภัทรกปั ระยะเวลาบาํ เพ็ญเพียร : ๘ เดือน
................................................................. ตนไมตรัสรู : ไมม หานมิ พะ (สะเดาปา)
๑๒. พระพทุ ธเจา นารทะ อายขุ ยั : ๙๐,๐๐๐ ป
ชอื่ กัปท่ีตรัสรู : วรกปั ความสัมพันธ : ในกัปนนั้ พระพทุ ธเจา โค
สถานท่ปี ระสตู ิ : กรงุ ธญั ญวดี ตมะประสูติเปนมาน พนามวา อุตตระ ได
ระยะเวลาบาํ เพญ็ เพียร : ๗ วนั บรจิ าคมหาทาน คอื เหรียญทอง ๘๐ ลา นโกฏิ
ตน ไมต รสั รู : ไมม หาโสณะ (ออ ยชา ง, คาํ มอก) ถวายแดพ ระพทุ ธเจาสเุ มธะ และไดอ ปุ สมบท
อายุขยั : ๙๐,๐๐๐ ป ไดรับพระพุทธทํานายวา จักไดตรัสรูเปน
ความสมั พนั ธ : ในกัปนั้น พระพทุ ธเจาโคตมะ พระพุทธเจา โคตมะในภัทรกัป
ประสตู ิเปนดาบส ผูสําเร็จอภญิ ญา ๕ สมาบตั ิ .................................................................
๘ ไดฟงพระธรรมเทศนาจากพระพุทธเจา ๑๕. พระพทุ ธเจา สชุ าตะ
นารทะ แลวบรจิ าคมหาทาน คือภตั ตาหาร ช่อื กปั ทต่ี รัสรู : มัณฑกัป
จากปาหิมพานต นาน ๗ วัน เปนเหตุให สถานท่ีประสูติ : กรุงสมุ งั คละ
ไดรับพระพุทธทํานายวา จักไดตรัสรูเปน ระยะเวลาบําเพญ็ เพยี ร : ๙ เดือน
พระพทุ ธเจาโคตมะในภทั รกัป ตน ไมตรัสรู : ไมม หาเวฬุ (ไผใ หญ)
................................................................. อายขุ ยั : ๙๐,๐๐๐ ป
๑๓. พระพทุ ธเจาปทุมุตตระ ความสัมพันธ : ในกัปนน้ั พระพุทธเจา โคตมะ
ชื่อกปั ที่ตรสั รู : มัณฑกัป ประสตู เิ ปน พระเจา จกั รพรรดิ ทรงบรจิ าคมหา
สถานทป่ี ระสูติ : กรุงหงสาวดี ทานถวายพระพุทธเจาสุชาตะ และเสด็จออก
ระยะเวลาบาํ เพ็ญเพียร : ๗ วัน ผนวช ไดรับพระพุทธทํานายวา จักไดตรัสรู
ตนไมต รสั รู : ไมสลฬะ (สน) เปน พระพุทธเจาโคตมะในภทั รกัป
อายขุ ัย : ๑๐๐,๐๐๐ ป ................................................................
ความสัมพนั ธ : ในกปั นนั้ พระพทุ ธเจาโค ๑๖. พระพุทธเจา ปย ทสั สี
ตมะประสูตเิ ปนพระราชา พระนามวา ชฎลิ ชอ่ื กัปทตี่ รสั รู : วรกัป
ไดบริจาคมหาทานถวายพระพทุ ธเจาปทมุ ุต สถานท่ปี ระสตู ิ : กรุงสธุ ญั ญวดี
ตระ ไดร บั พระพทุ ธทาํ นายวา จกั ไดต รสั รเู ปน ระยะเวลาบําเพ็ญเพียร : ๖ เดอื น
พระพทุ ธเจาโคตมะในภทั รกัป ตน ไมตรัสรู : ไมกกธุ ะ (กมุ )
อายขุ ยั : ๙๐,๐๐๐ ป
ความสมั พนั ธ : ในกปั นน้ั พระพทุ ธเจา โคตมะ
16 เปนพระพุทธเจาโคตมะในภัทรกัป
.................................................................
ประสูติเปนพราหมณนามวา กัสสปะ เจนจบ ๑๙. พระพุทธเจาสทิ ธัตถะ
ในไตรเพท หลงั จากไดฟ ง พระธรรมเทศนาจาก ชอ่ื กปั ที่ตรสั รู : สารกัป
พระพุทธเจาปยทัสสีแลว เกิดศรัทธามาก ได สถานทีป่ ระสูติ : กรุงเวภาระ
สรางวดั ถวาย ไดรบั พระพทุ ธทาํ นายวา จกั ได ระยะเวลาบาํ เพญ็ เพียร : ๑๐ เดอื น
ตรสั รูเปน พระพทุ ธเจาโคตมะในภทั รกัป ตน ไมต รัสรู : ไมก ัณณิการะ (กรรณกิ าร)
................................................................. อายุขัย : ๑๐๐,๐๐๐ ป
๑๗. พระพทุ ธเจาอตั ถทสั สี ความสัมพันธ : ในกัปน้ัน พระพุทธเจาโค
ชื่อกัปที่ตรสั รู : วรกัป ตมะประสูติเปนพราหมณนามวา มังคละ
สถานที่ประสตู ิ : กรงุ โสภณ เจนจบไตรเพท ไดบริจาคทรัพยเปนทานแลว
ระยะเวลาบาํ เพ็ญเพียร : ๘ เดอื น ออกบวชเปนดาบส ไดฟงพระธรรมเทศนา
ตน ไมต รสั รู : ไมจ มั ปกะ (จาํ ปาปา ) จากพระพทุ ธเจาสทิ ธตั ถะแลวเกดิ ศรัทธามาก
อายขุ ัย : ๑๐๐,๐๐๐ ป ถวายผลไม (ลูกหวา ) จากตนชมพพู ฤกษ (ตน
ความสมั พนั ธ : ในกัปน้ัน พระพทุ ธเจาโคตมะ หวา ) ไดร บั พระพทุ ธทาํ นายวา จกั ไดต รสั รเู ปน
ประสูติเปนพราหมณนามวา สุสีมะ ไดสละ พระพุทธเจาโคตมะในภัทรกปั
ทางโลกออกบวชเปนดาบสในปา หิมพานต .................................................................
และไดอภิญญา ๕ สมาบัติ ๔ มีฤทธานุภาพ ๒๐. พระพุทธเจา ตสิ สะ
มากไดฟงพระธรรมเทศนาจากพระพุทธเจา ชอ่ื กปั ทีต่ รสั รู : มณั ฑกปั
อัตถทัสสีแลว มีจิตศรัทธาถวายดอกไมจาก สถานที่ประสูติ : กรุงเขมา
เทวโลก ไดร ับพระพุทธทํานายวา จักไดตรสั รู ระยะเวลาบาํ เพ็ญเพียร : ๘ เดือน
เปนพระพุทธเจาโคตมะในภทั รกัป ตน ไมตรัสรู : ไมอสนะ (ประดูลาย)
................................................................. อายุขัย : ๘๐,๐๐๐ ป
๑๘. พระพทุ ธเจา ธมั มทสั สี ความสัมพันธ : ในกัปน้ัน พระพุทธเจาโค
ชอื่ กปั ท่ีตรสั รู : วรกัป ตมะประสูติเปนพระราชา ทรงพระนามวา
สถานท่ีประสูติ : กรงุ สรณะ สุชาตะ ตอมาสละราชสมบัติออกผนวชเปน
ระยะเวลาบาํ เพญ็ เพียร : ๗ วัน ดาบส บรรลอุ ภิญญา ๕ สมาบตั ิ ๘ มฤี ทธา
ตนไมตรัสรู : ไมพิมพชาละ หรือกุรวกะ นภุ าพมากไดถ วายทพิ ยม าลาจากเทวโลกบชู า
(มะพลบั , ชอ งแมว) พระพุทธเจาติสสะ ไดรับพระพุทธทํานายวา
อายขุ ยั : ๘๐,๐๐๐ ป จักไดต รสั รูเปน พระพุทธเจา โคตมะในภทั รกปั
ความสัมพนั ธ : ในกปั นน้ั พระพทุ ธเจา โคตมะ
ประสตู เิ ปน ทา วสกั กเทวราช เสดจ็ มาบชู าพระ
พทุ ธเจาธมั มทัสสี ดวยทพิ ยดุริยางคและทิพย
บุปผา ไดรับพระพุทธทํานายวา จักไดตรัสรู
17
๒๑. พระพทุ ธเจา ปุสสะ ระยะเวลาบําเพ็ญเพียร : ๔ เดือน
ชื่อกัปทต่ี รสั รู : มัณฑกัป ตน ไมต รสั รู : ไมป ุณฑรกิ ะ (มะมวงปา)
สถานทีป่ ระสูติ : กรุงกาสกิ อายุขยั : ๕๖,๐๐๐ ป
ระยะเวลาบาํ เพญ็ เพยี ร : ๗ วนั ความสัมพันธ : ในกัปนั้น พระพุทธเจาโค
ตนไมต รสั รู : ไมอ าลมกะ (มะขามปอ ม) ตมะประสูติเปนพระราชา ทรงพระนามวา
อายุขยั : ๗๒,๐๐๐ ป อรินทมะ เมื่อทรงทราบขาวการเสด็จของ
ความสัมพันธ : ในกัปนั้น พระพุทธเจาโค พระพุทธเจาสิขีทรงบริจาคมหาทานนาน ๗
ตมะประสูติเปนพระราชา ทรงพระนามวา วัน ไดรบั พระพทุ ธทํานายวา จกั ไดต รัสรูเปน
วชิ ิตวี ไดฟงพระธรรมเทศนาจากพระพุทธเจา พระพุทธเจา โคตมะในภทั รกปั
ปุสสะแลว เกดิ ศรทั ธา บริจาคมหาทานถวาย .................................................................
พระพทุ ธเจา จากนนั้ สละราชสมบตั ิ และเสดจ็ ๒๔. พระพุทธเจาเวสสภู
ออกผนวช ไดรับพระพุทธทํานายวา จักได ชอ่ื กัปทต่ี รัสรู : มัณฑกัป
ตรสั รูเปนพระพทุ ธเจา โคตมะในภัทรกปั สถานท่ีประสูติ : กรงุ อโนมา
................................................................. ระยะเวลาบําเพ็ญเพยี ร : ๖ เดอื น
๒๒. พระพทุ ธเจา วปิ สสี ตนไมตรสั รู : ไมม หาสาละ(สาละใหญ)
ชือ่ กปั ทต่ี รสั รู : สารกัป อายขุ ยั : ๔๘,๐๐๐ ป
สถานที่ประสูติ : กรงุ พันธุมวดี ความสัมพันธ : ในกัปน้ัน พระพุทธเจา
ระยะเวลาบาํ เพญ็ เพยี ร : ๘ เดอื น โคตมะประสูติเปนพระราชา ทรงพระนาม
ตน ไมต รสั รู : ไมป าตลี (แคฝอย) วา สุทัสสนะ เมื่อพระพุทธเจาเวสสภูเสด็จ
อายขุ ัย : ๖๔,๐๐๐ ป ยงั พระนคร ไดถวายการตอนรบั บริจาคมหา
ความสมั พนั ธ : ในกปั นน้ั พระพทุ ธเจา โคตมะ ทาน และทรงสรางวัดถวาย จากน้ันสละ
ประสูตเิ ปน พญานาค นามวา อตุละ มีฤทธานุ ราชสมบัติ เสด็จออกผนวช ไดรับพระพุทธ
ภาพมาก เม่ือทราบวาพระพุทธเจาอุบัติแลว ทํานายวา จักไดตรัสรูเปนพระพุทธเจา
ไดอ าราธนาพระพทุ ธเจา และพระสงฆส าวกมา โคตมะในภทั รกปั
รบั ถวายมหาทาน และตง่ั ทองคาํ ประดบั อญั ญ .................................................................
มณมี คี า ไดรับพระพทุ ธทาํ นายวา จักไดต รสั รู ๒๕. พระพุทธเจา กกุสนั ธะ
เปน พระพุทธเจาโคตมะในภทั รกัป ชอื่ กปั ที่ตรสั รู : ภัทรกปั
................................................................. สถานทีป่ ระสูติ : กรงุ เขมาวดี
๒๓. พระพุทธเจาสขิ ี ระยะเวลาบาํ เพ็ญเพยี ร : ๘ เดือน
ชือ่ กัปท่ตี รสั รู : มัณฑกปั ตน ไมต รัสรู : ไมม หาสิริสะ (ซกี ใหญ)
สถานท่ปี ระสตู ิ : กรุงอรณุ วดี อายขุ ัย : ๔๐,๐๐๐ ป
ความสมั พันธ : ในกปั น้ัน พระพทุ ธเจา โคตมะ
18 เปนอุปฏฐากของพระพุทธเจากัสสปะ ฆฏิกา
ระไดช วนใหโชติปาละไปเขาเฝาพระพทุ ธเจา
ประสูติเปนพระราชา ทรงพระนามวา เขมะ กัสสปะ ไดฟงธรรมจากพระพุทธเจาโชติปา
ทรงบรจิ าคบรขิ ารเคร่อื งใชสอยของบรรพชิต ละไดอ ปุ สมบท และบาํ เพญ็ เพยี รในการศกึ ษา
และมหาทานตางๆ ถวายพระพุทธเจากกุสัน จนไดรบั ยกยอง และไดร บั พระพุทธทํานายวา
ธะ ทรงสดับพระธรรมเทศนามีศรัทธา สละ จกั ไดต รัสรูเ ปนพระพทุ ธเจา โคตมะในภัทรกปั
ราชสมบัติเสด็จออกผนวช ไดรับพระพุทธ .................................................................
ทํานายวา จักไดตรสั รูเปนพระพุทธเจาโคตมะ ๒๘. พระพุทธเจาโคตมะ/พระศากยมนุ ี
ในภัทรกปั ชอ่ื กัปทีต่ รสั รู : ภทั รกัป
................................................................. สถานทีป่ ระสตู ิ : กรุงกบิลพัสดุ
๒๖. พระพทุ ธเจา โกนาคมนะ ระยะเวลาบาํ เพ็ญเพียร : ๖ ป
ช่ือกปั ท่ีตรัสรู : ภัทรกปั ตน ไมต รสั รู : ไมอ สั สตั ถะ (ตน พระศรมี หาโพธ)ิ์
สถานท่ปี ระสตู ิ : กรุงโสภาวดี อายุขัย : ๑๐๐ ป
ระยะเวลาบาํ เพ็ญเพยี ร : ๖ เดือน .................................................................
ตน ไมต รสั รู : ไมอทุ มุ พร (มะเด่อื ) ๒๙. พระพทุ ธเจาศรอี ารยเมตไตรย
อายขุ ัย : ๓๐,๐๐๐ ป (พระพุทธเจาในอนาคต)
ความสมั พนั ธ : ในกปั นน้ั พระพทุ ธเจา โคตมะ ชือ่ กัปท่ีตรัสรู : ภัทรกปั
ประสูติเปนพระราชา ทรงพระนามวา ปพพ สถานทป่ี ระสตู ิ : กรงุ เกตมุ วดี
ตะครองราชสมบัติแหงเมืองมิถิลา เมื่อทรง ตน ไมตรัสรู : ไมนาคะ (กากะทงิ )
ทราบขาวการเสด็จมาของพระพทุ ธเจาโกนา
คมนะ ทรงบรจิ าคมหาทาน แลว ทรงอาราธนา
พระพทุ ธเจา ใหป ระทับจาํ พรรษาทเี่ มอื งมถิ ลิ า
ทรงถวายการอุปฏฐากอยางดีตลอดไตรมาส
ไดรับพระพุทธทํานายวา จักไดตรัสรูเปน
พระพทุ ธเจาโคตมะในภัทรกปั
..................................................................
๒๗. พระพทุ ธเจากัสสปะ
ช่ือกปั ทต่ี รสั รู : ภัทรกปั
สถานทปี่ ระสตู ิ : กรงุ พาราณสี
ระยะเวลาบาํ เพญ็ เพียร : ๗ วัน
ตนไมตรัสรู : ไมน โิ ครธ (ไทร)
อายขุ ัย : ๒๐,๐๐๐ ป
ความสัมพันธ : เปน มานพนามวา โชตปิ าละ
เปน สหายกบั ชา งปน หมอ นามวา ฆฏกิ าระ ผู
19
1
วธิ สี มาทานและวธิ ปี ฏิบัตวิ ปิ สั สนากรรมฐาน
โดย พระเทพสทิ ธมิ นุ ี (โชดก ป.ธ.๙)
พระอาจารยใ์ หญฝ่ ่ายวิปัสสนาธุระ
*****************
วธิ ีสมาทาน ผูท้ ีจ่ ะสมาทานพระกรรมฐาน พ่งึ ปฏิบัติตอ่ ไปนี้
๑. ถวายสักการะตอ่ พระอาจารย์ผู้ใหก้ รรมฐาน
๒. จดุ เทยี นบชู าพระรัตนตรัย
๓. ถ้าเป็นพระให้แสดงอาบัติก่อน ถ้าเป็นอุบาสกอุบาสิกาให้สมาทานศีล
เสียกอ่ น
๔. มอบกายถวายชวี ิตตอ่ พระรตั นตรัย
“อมิ าหํ ภควา อตตฺ ภาวํ ตุมฺหากํ ปรจิ จฺ ชามิ”
ข้าแต่สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ข้าพระองค์ขอมอบกายถวายชีวิตต่อ
พระรตั นตรัย คือพระพทุ ธ พระธรรม และพระสงฆ์
๕. มอบกายถวายตอ่ พระอาจารย์
“อิมาหํ อาจริย อตตฺ ภาวํ ตมุ ฺหากํ ปรจิ จฺ ชามิ”
ขา้ แตพ่ ระอาจารย์ผู้เจรญิ ขา้ พเจ้าขอมอบกายถวายตัวตอ่ ครบู า
อาจารย์ เพือ่ เจรญิ วปิ ๎สสนากรรมฐาน
๖. ขอพระกรรมฐาน
“นิพพฺ านสสฺ เม ภนเฺ ต อจฉฺ ิกรณตกฺ าย กมฺมฎฐานํ เทหิ”
ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ขอท่านจงให้กรรมฐานแก่ข้าพเจ้า เพื่อทําให้แจ้ง
ซ่ึงมรรค ผล นิพพาน ตอ่ ไป
20 2
๗. แผเ่ มตตา
“อหํ สุขิโต โหม,ิ นิททฺ กุ โข โหม,ิ อเวโร โหม,ิ อพฺยปชโฺ ฌ โหม,ิ
สขุ ี อตตฺ านิ ปริหรามิ”
ขอให้ข้าพเจ้าถึงความสุข ปราศจากทุกข์ ไม่มีเวรไม่มีภัย ไม่มีความ
เบยี ดเบยี น ซ่ึงกันและกนั ไม่มีความลําบาก ไม่มีความเดือนร้อน ขอให้มี
ความสขุ รักษาตนอย่เู ถิด
“สพฺเพ สตตฺ า สุขิตา โหนฺตุ,นิทฺทุกขา โหนต,ุ อวรา โหนฺต,ุ
อพยฺ าปชณุ า โหนตฺ ,ุ โหนตุ สขุ ี อตตฺ านํ ปรหิ รนฺต”ุ
ขอให้สัตว์ท้ังหลายทุกตัวตน ตลอดเทพบุตรเทพธิดาทุกองค์ พระภิกษุ
สามเณร และผู้ปฏิบัติธรรมทุก ๆ ท่านจงเป็นผู้มีความสุขปราศจากทุกข์
ไม่มีเวร ไม่มีภัย ไม่มีความเบียดเบียนซ่ึงกันและกัน ไม่มีความลําบาก
ไม่มีความเดอื ดร้อน ขอใหม้ ีความสุขรักษาตนอยเู่ ถดิ
๘. เจริญมรณานุสสติ
“อทฺธุวํ เม ชีวิตํ , ธุวํ มรณํ, อวสฺสํ มยา มริตพฺพํ , มรณปริเยสานํ เม
ชวี ติ ,ํ ชีวติ เมว อนิยต,ํ มรณํ นยิ ต.ํ ”
ชีวติ ของเราเป็นของไม่ย่ังยืน ความตายเป็นของย่ังยืน เราจะต้องตายแน่
เพราะว่า ชีวิตของเรามีความตายเป็นท่ีสุดชีวิตเป็นของไม่แน่นอน
ความตายเป็นของแน่นอนแท้ เป็นโชคอนั ดีที่เราได้เขา้ มาปฏิบัติวิป๎สสนา
กรรมฐาน ในโอกาสบดั นไี้ มเ่ สยี ทีทไี่ ดเ้ กดิ มาพบพระพทุ ธศาสนา
๙. ตงั้ สัจจอธษิ ฐาน และปฏิญาณตนต่อพระรัตนตรยั ตอ่ ครูบาอาจารย์
“เยเนว ยนฺติ นิพฺพานํ พุทธา เตสญฺจ สาวกา เอกายเนน มคฺเคน
สติปฏฐานสญญฺ ินาฯ”
3 21
พระพุทธเจ้าและเหล่าพระอรยิ ะสาวก ไดด้ ําเนนิ ไปสพู่ ระนพิ พานดว้ ย
หนทางเส้นนี้ อันเป็นทางเอก ซึ่งนักปราชญ์ราชบัณฑิตทั้งหลายรู้ทั่วกัน
แล้ว ว่าได้แก่สติปฏิฐาน ๔ ข้าพเจ้าขอต้ังสติสัจจะอธิษฐานปฏิญาณตน
ต่อพระรัตนตรัยและครูบาอาจารย์ว่า “ต้ังแต่น้ีต่อไปข้าพเจ้าจะตั้งอก
ตั้งใจประพฤติปฏิบัติจริง ๆ เท่าท่ีตนสามารถเท่าท่ีตนมีโอกาสจะปฏิบัติ
ได้ เพื่อใหไ้ ด้บรรลุ มรรค ผล นพิ พาน เจรญิ รอยตามพระองคท์ ่าน”
“อมิ าย ธมฺมานธุ มมฺ ปฏปิ ตฺติยา รตนตยํ ปเู ชมิ”
ข้าพเจ้าขอบูชาพระรัตนตรัย ด้วยการปฏิบัติธรรม สมควรแก่มรรคผล
นิพพาน น้ี ด้วยสัจจวาจาที่กล่าวอ้างมาน้ีขอให้ข้าพเจ้าได้บรรลุ มรรค
ผล นิพพาน ดว้ ยเทอญ
๑๐. สวดพุทธคณุ ธรรมคุณ และสงั ฆคุณ
๑๑. ถา้ อยู่ปา่ อยถู่ ้าํ ให้สวดกรณเี มตตสตู ร (กรณี ยมตถฺ ฯ)
ขันธปรติ ร (วิรูปกเฺ ขฯ) อาฏานาฏิยสูตร (วิปสฺสิสสฺ นมตฺถุฯ)
22
4
วิธปี ฏบิ ัตวิ ิปัสสนากรรมฐาน
พระอาจารย์ผใู้ หก้ รรมฐานควรปฏบิ ตั ดิ ังนี้
บทเรยี นที่ ๑
วันที่ ๑ ของการปฏิบัติ
วันแรก ใหก้ รรมฐานไปปฏิบตั ิ ๖ ขอ้ คือ
๑. เดนิ จงกรม
เวลาเดินให้ทอดสายตาไปประมาณ ๔ ศอก สติจับอยู่ท่ีเท้า เดินช้า ๆ เวลา
ยกเทา้ ขวาภาวนาวา่ “ขวาย่างหนอ” ขณะที่ใจนึกว่าขวาต้องยกเท้าขวาขึ้นทันที
เทา้ ที่ยกกับใจนึกต้องให้พรอ้ มกัน ขณะว่า ย่าง ตอ้ งเคลื่อนเทา้ ไปพรอ้ มกันขณะว่า
หนอ เท้าต้องลงถึงพ้ืนพร้อมกัน ภาวนาว่า “ซ้ายย่างหนอ” ปฏิบัติเหมือนกันกับ
ขวายางหนอ
ส้นเท้า กับ ปลายเท้า ห่างกันประมาณคืบหนึ่งเป็นอย่างมาก เมื่อเดินสุด
เสื่อ หรือสุดถนน หรือสุดสถานที่ ให้เอาเท้าเคียงกัน แล้วหยุดยืนภาวนาว่า
ยืนหนอ ยืนหนอ ยืนหนอ ช้า ๆ สัก ๓ คร้ัง หรือ ๔ คร้ัง ขณะน้ันให้สติอยู่ที่
ร่างกาย อย่าให้ออกไปนอกร่างกายแล้วกลับ จะกลับข้างซ้ายหรือข้างขวาก็ได้
เวลากลับส้นเท้าอยู่กับพ้ืน ยกปลายเท้าข้างท่ีจะกลับ แล้วภาวนาว่า“กลับหนอ”
พร้อมกัน กับหมนุ เท้าให้ส่วนเทา้ อีกขา้ งหนึ่งใหย้ กขึ้นแล้วหมุนไป ตามโดยภาวนา
ว่า “กลับหนอๆ” เช่นเดียวกัน ให้หมุนเวียนไปอย่างนี้ จนกว่าจะได้ที่ท่ีตน
ต้องการแล้วยืนภาวนา ยืนหนอ ยืนหนอ ยืนหนอ ๓ คร้ัง หรือ ๔ คร้ัง แล้วเดิน
จงกรม ขวายางหนอ ซ้ายยางหนอ ต่อไป ให้เดินกลับไปกลับมาอยู่อย่างน้ี
ประมาณ ๓๐ นาที เป็นอย่างต่าํ ๑ ช่วั โมง เป็นอยา่ งสูง
23
5
๒.น่งั
ให้เตรียมจัดอาสนะสําหรับน่ังไว้ก่อน เวลาน่ังให้ค่อยๆ ย่อตัวลง พร้อมกับ
ภาวนา ว่า “นั่งหนอๆ” ใหภ้ าวนา อยา่ งน้เี ร่อื ยไปจนกว่าจะนัง่ เสร็จเรยี บรอ้ ย
วิธีนง่ั นนั้ ใหน้ ัง่ ขดั สมาธิ คอื ขาขวาทับขาซ้าย มือขวาทับมือซ้าย ต้ังตัวให้
ตรง แตจ่ ะน่งั เก้าอ้ี หรือนั่งพบั เพียบก็ได้
น่ังเรียบร้อยแล้วให้หลับตา เอาสติมาจับอยู่ท่ีท้อง พองยุบ เวลาหายใจเข้า
ท้องพอง ให้ภาวนาว่า พองหนอ ใจท่ีนึกกับท้องท่ีพองต้องให้ทันกัน อย่าให้ก่อน
หรือหลังกันเวลา หายใจออก ท้องยุบ ให้ภาวนาว่า ยุบหนอ ใจท่ีนึกกับท้องท่ียุบ
ต้องใหท้ ันกัน อย่าให้กอ่ น หรอื หลงั กัน
ข้อสําคัญให้สติจับอยู่ท่ีอาการพองยุบเท่านั้น อย่าไปดูลมท่ีจมูกและตะเบ็ง
ท้อง ให้นั่งภาวนาอย่างน้ีตลอดไปอย่างตํ่าประมาณ ๓๐ นาที อย่างสูงประมาณ
๑ ช่วั โมง
๓.เวทนา
ในขณะท่นี ั่งอยู่นน้ั ถา้ เวทนา คือความเจ็บปวด เมอื่ ย คัน เป็นต้น เกิดข้ึนให้
ปล่อย พองยุบ แล้วเอาสติไปกําหนด ที่เจ็บ หรือปวดเม่ือย คันนั้น พร้อมกับ
ภาวนาว่า เจ็บหนอๆ หรือ คันหนอๆ สุดแต่เวทนาจะเกิดข้ึน เมื่อเวทนาหายแล้ว
ให้เอาสติไปกําหนดที่ท้องว่า พองหนอ ยุบหนอ ต่อไปให้อีกจนกว่าจะครบ
กาํ หนด
๔.จติ
ในเวลาท่ีน่ังอยู่น้ันถ้า จิตคิดถึงบ้าน ถึงทรัพย์สมบัติหรือกิจการงานต่าง ๆ
ให้เอาสติ ป๎กลงไปที่หัวใจ พร้อมกับภาวนาว่า คิดหนอๆ จนกว่าจะหยุดคิด
เมื่อหยดุ คิดแลว้ ให้กลับไปกําหนดพองยุบตอ่ ไปอีก
แม้ดีใจ เสียใจ โกรธ เป็นต้น ก็ให้กําหนด เช่นกันคือถ้าดีใจก็กําหนดว่า
ดีใจหนอๆ ถา้ เสยี ใจใหก้ ําหนดวา่ เสียใจหนอๆ ถ้าโกรธให้กําหนดว่า โกรธหนอๆ
เป็นต้น
24
6
๕.เสียง
ในขณะที่น่ิงอยู่น้ัน ถ้ามีเสียงดังหนวกหูให้ใช้สติกําหนดที่หูภาวนาว่า
“ได้ยินหนอๆ” จนกว่าจะหายหนวกหูเมื่อหายหนวกหูแล้วให้กําหนดพองยุบ
ตอ่ ไป
๖.นอน
เวลานอน ให้คอ่ ย ๆ เอนลง พร้อมกับภาวนาตามไปวา่ นอนหนอๆ จนกว่า
จะนอนเรียบร้อย ขณะนั้นให้สติ จับอยู่ท่ีอาการเคลื่อนไหวของร่างกาย เม่ือนอน
เรยี บร้อยแลว้ ใหเ้ อาสติมาไวท้ ่ที ้องพรอ้ มกับภาวนาวา่ พองหนอ ยุบหนอๆ ต่อไป
ให้คอยสงั เกตให้ดีว่าจะหลบั ไป ตอนพอง หรือ ตอนยบุ
วันแรก ใหป้ ฏิบัตเิ พียงเทา่ นี้ วันต่อไปให้สง่ อารมณก์ บั พระอาจารย์
25
7
คําแผ่เมตตาบทใหญ่
อทิ ัง โน ปญุ ญะภาตัง ราชาทนี ัญเจวะ อิสสะรานงั มาตา ปติ ุอาทีนัญจะ
ปยิ ะ ชะนานัง สัพพะสัตตานัญจะ นิยยาเทมะฯ
ข้าพเจ้าทั้งหลาย,ขอน้อมกุศลถวาย,เป็นพระราชกุศล,แด่อิสระชน,บุคคล
ผู้เป็นใหญ่ทั้งหลาย,มีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้เป็นพระประมุขของชาติ
สมเดจ็ พระนางเจ้าพระบรมราชนิ ี, พระบรมวงศานุวงศ์,สมเดจ็ พระสงั ฆราช
ผู้เป็นประมุขของคณะสงฆ์,พร้อมท้งั คณะรัฐบาล, ผู้บรหิ ารประเทศ เปน็ ต้น
ขอแผ่ส่วนบุญกุศลน้ี,ให้แก่ปิยชน,บุคคลอันเป็นที่รักท้ังหลาย,มีบิดามารดา
ปู่ย่า ตา ยาย ครู อุป๎ชฌา อาจารย์ ท่านผู้มีพระคุณ ท่านผู้มีบุญคุณทุกๆท่าน เจ้า
กรรมนายเวร ภูตผีปีศาล ทั้งหลาย เปรตท้ังหลาย เทพบุตรเทพธิดาทุกๆองค์
พระภิกษุ สามเณรทุกรูป และท่านผู้ปฏิบัติธรรมทุก ๆ คน ตลอดถึงสรรพสัตว์
ทง้ั หลาย ทกุ ถว้ นหนา้ ทกุ ตัวตน ทุกชาติช้ันวรรณะ ทุกศาสนา ทุกภาษา ท่ีมีอยู่ท่ัว
ทุกมุมแห่งโลก ทั้งเป็นประมาณและไม่เป็นประมาณ ที่เกิดในชลาพุชะก็ดี
อณั ฑชะก็ดี สังเสทชะก็ดี โอปปาติกะก็ดี ท่ีอยู่ในทิศบูรพา ทิศอาคเนย์ ทิศทักษิณ
ทิศหรดี ทิศป๎จจิม ทิศพายัพ ทิศอุดร ทิศอีสาน ทิศเบ้ืองบน ตั้งแต่ภวัคคพรหมลง
มาก็ดี ทิศเบ้ืองล่าง ตั้งแต่โลกันตมหานรกข้ึนมาก็ดี โดยส่วนสุดรอบ สุดขอบ
จักรวาล มีอนนั ตจกั รวาลเปน็ ท่ีสุด
สัพเพ สัตตา ปญุ ญะภาคโิ น โหนตุฯ
ขอสรรพสัตว์ท้ังหลาย, จงเป็นผู้มีส่วน และอนุโมทนาบุญกุศล,ร่วมกับ
ข้าพเจ้าท้ังหลาย,ทั้งทั้งหลายที่ท่านถึงทุกข์,ขอให้พ้นจากทุกข์ ท่ีถึงสุขแล้ว ขอให้
สขุ ยง่ิ ๆ ขึน้ ไป
26
8
ด้วยกศุ ลจริยา สมั มาปฏบิ ัติ ทีข่ า้ พเจา้ ได้บําเพ็ญมาแลว้ น้ี จงมารวมกนั เป็น
ตบะ เป็นเดชะ เป็นพลวะป๎จจยั เปน็ อปุ นสิ ัยตามส่งให้ข้าพเจา้ เกิดสตปิ ๎ญญาญาณ
ทั้งชาตนิ ้ีและชาติหนา้ ตลอดชาติอยา่ งยิง่ จนถงึ ความพน้ ทกุ ข์ คอื พระนพิ พาน
เทอญฯ
มวั รําพึงหลัง กม็ ีแต่จะหดหาย
มัวหวงั หนา้ กม็ ีแต่จะละลาย
อนั ใดยังมาไม่ถึง อนั นั้นก็ยังไมม่ ี
ร้อู ยา่ งนีแ้ ล้ว เมื่อมีฉันทะเกดิ ขึน้
คนฉลาดทีไ่ หน จะปล่อยให้หายไปเปล่า
คําอธฐิ านหลงั ทาํ บุญเสรจ็
๑.เตชะบุญช้า ตัง้ จติ เจตนาศรัทธาเปรมปรีด์ิ
ชือ่ วา่ เขญ็ ใจอย่าให้เกิดมี แก่ตวั ข้านีจ้ นถึงนิพพาน
๒.ทุกข์โศกโรคภัย อัปรีย์จัญไรอย่าไดแ้ ผ้วพาน
ขอใหช้ นมช์ ีพข้ายนื ยาวนาน ได้บวชลกู หลานสร้างบุญกุศล
๓.อุปชั เฉทกรรม อยา่ ไดค้ รอบงําเข้าจลาจล
เมอ่ื ข้าดบั จติ ชีวติ วายชนม์ เตชะกุศลช่วยแนะนําไป
๔.เม่ือข้าดับจิต ขอให้เนรมิตบงั เกดิ เร็วไว
ใหไ้ ด้วิมานยวดยานสกุ ใส สมุ ทุม้ เปลวไฟอย่าไดเ้ กดิ มี
๕.แม้นเอากําเนดิ กลบั ชาติมาเกิดให้สงู ศกั ดศ์ิ รี
ในวงศ์ประยูรสกลุ ดี ขัตตยิ าศักดิ์ศรมี ่ังมเี งินทอง
๖.แกว้ แหวนแสนทรัพย์ มากมายเหลอื นับสมบตั ิเนืองนอง
สมใจทกุ อยา่ งพงษ์เผ่าพวกพ้อง วงศญ์ าติพ่นี อ้ งพรงั่ พรอ้ มบริบรู ณ์
27
9
๗.บิดา มารดา อยู่ในศีลห้าศลี แปดพร้อมมูล
เม่อื ยังมิได้ขอใจเป็นบญุ ผลธรรมอนุกูลมโนเปรมปรีย์
๘.เกิดชาติใดใด หา่ งทกุ ข์คลายไข้ขอใจยินดี
ศลี ห้าประการผลทานบารมี สมบัติทวยี ิ่งๆขน้ึ ไป
๙. ดวงจิตอิจฉา โทโสโกธาโมโหหลงไหล
ขอจงห่างส้ินมลทินอันใด ขอจงใหไ้ กลจากจิตสันดาน
๑๐. อเสวนา พระเจา้ เทศนาพลาอหังการณ์
อยา่ ได้เกดิ ร่วมเคหะสถาน ขอพบอาจารย์อยใู่ นวาทา
๑๑.ให้เหน็ ประโยชน์ รู้แจ้งในโสตคุณโทษโทษา
ข้าคดิ สิ่งใดจงเป็นวาจา เผยพจนอ์ อกมาถกู ต้องบาลี
๑๒.ปราศจากมุสา ไมเ่ ป็นสัพลากล่าวคําวาที
กล่าวคาํ มีผลกศุ ลชอ่ งช้ี รแู้ ท้เมธียกอรรถออกผล
๑๓.ข้าขออธิฐาน คณุ ศลี คณุ ทานกองการกุศล
สมบตั ิพัสสถานปานพระสุชล สาํ เร็จมรรคผลดงั นางมลั ลกิ า
๑๔.เกิดกับดับชาติ ยงั ตดั มขิ าดปราศจากราคา
จะมีคู่ครองใหต้ อ้ งวิญญา มีบตุ รธิดาให้ขา้ ชอบใจ
๑๕.ว่าง่ายสอนงา่ ย รปู โฉมเฉดิ ฉายล้ําเลิศแดนไตร
มะเร็งกลากเกลอื้ นขี้เรือ้ นพันระนัย กุฎจังจัญไรอย่าไดเ้ กิดมี
๑๖.ขอใหร้ ูปกาย ข้างามเฉิดฉายไมม่ ีราคี
เปน็ ท่ีรกั ใคร่ชอบใจประชาชี ดังแกว้ มณไี มม่ ีมลทิน
๑๗.ขออย่าไกลจาก วบิ ัติพลัดพรากถ่นิ ฐานบา้ นถ่ิน
บิดามารดาพร้อมหน้าอยู่กนิ กว่าจะสญู ส้นิ สมควรมรณา
๑๘.หวายตรวนจองจาํ ชัว่ ชา้ สาระยาํ อย่างต้องกาย
ขอใหไ้ กลจากเหมอื นดนิ กบั ฟ้า เตชะบุญข้าตัง้ สัตย์อธษิ ฐาน
28
10
๑๙.ขอพบพระชินศรี เอกองคม์ ุนีโปรดสตั ว์สงสาร
ขา้ ขอเกดิ ทันพบพระศรีอารยิ ์ ไดน้ มัสการจอมยศราชราชา
ทา้ วแดนจอมยศราชราชา
๒๐.ขอเป็นพระโอรส ดบั ชาติสังขาร์เข้าส่นู ิพพาน
เป็นพระภกิ ษุนยี นิ ดีศรทั ธา
อณุ หิสสะวิชะยะคาถา
อตั ถิ อณุ หสิ ะ วชิ ะโย ธัมโม โลเก อะนุตตะโร
สัพพะสัตตะหิตตั ถายะ ตงั ตวงั คัณหาหิ เทวะเต
ปะริวชั เช ราชะทัณเฑ อะมะนุสเสหิ ปาวะเก
พะยคั เฆ นาเค วเิ ส ภเู ต อะกาละมะระเณนะ วา
สพั พสั มา มะระณา มุตโต ฐะเปตวา กาละมาริตัง
ตสั เสวะ อานุภาเวนะ โหตุ เทโว สขุ ี สะทา
สทุ ธะสลี ัง สะมาทายะ ธมั มัง สุจะรติ ัง จะเร
ตัสเสวะ อานุภาเวนะ โหตุ เทโว สขุ ี สะทา
ลกิ ขิตงั จินติตงั ปูชงั ธารณงั วาจานัง คะรงุ
ปะเรตงั เทสะนัง สุตวา ตสั สะ อายุ ปะวัฑฒะตีติง
29
11
พิธเี ชญิ องค์กฐิน
๑. เจ้าภาพจดุ ธูปเทยี นบูชาพระรตั นตรยั
๒. กล่าวคําบูชาพระรัตนตรัย
๓. อาราธนาพระอุปคุต
๔. เจา้ ภาพและผทู้ ําพิธีเชญิ ผา้ กฐิน
๕. เชญิ เทพตอ่ ไปจนจบ
๖. เชิญทา้ วมหาราช
๗. ตงั้ องค์มหากฐนิ
ข้าพเจ้าจะขอเชิญพระวิษณุกรรมก่อน จะขอยอกรประณมก้มเกศา
เพราะว่าท่านรู้เร่ืองงานการโยธา ขอเชิญท่านเสด็จมาด้วยสร้างโรงราชพิธียาวรี
สามสบิ หกห้อง ซึง่ ไดเ้ ปน็ ทีร่ องรบั ช่วงเทวดาทจ่ี ะไดอ้ ัญเชญิ มาประชุมในวันนี้
สาธุข้าพเจ้าขออัญเชิญ ผู้ท่ีเจริญด้วยบารมีสถิตยังที่สถานพิมานแมนแดน
สวรรค์ ตั้งแต่ชั้นดาวดึงส์ทั่วถึงสิบหกห้องชั้นฟ้า เสด็จลงมาเป็นสักขีพยานในการ
พิธีทุกชั้นฟ้าทุกราศีในบัดนี้ ขออัญเชิญทวยเทพทั้งหลายให้แจ้งประจักษ์ตาม
หลักการอันพระสยามบรมพรหมญาณ พรหมธิราชเจ้าเท้ามาตุสี ท้าววลีวราช
สหัสสนัยไตรยตึง ท้าวมหาพรหมที่เหมาะสมต่องานพิธีในครั้งน้ี นอกจากนี้ก็ยังมี
เหล่าอมรินทร์อินทิรา พระแม่อุมาวดี พระแม่รัศมี พระแม่นารายณ์ เทพอรชุน
ผู้ประกอบด้วยบุญฤทธ์ิ พระอาทิตย์พระจันทร์ผู้มีคุณ แม่พระพาย พระพิรุณเชิญ
มาด้วย เหล่าเทเวศร์เทวา ตามมาด้วยเชิญมาด้วยกันในวันน้ี นอกจากน้ันก็ยังมี
เทพนารที ้งั หลาย ไม่ต้องอัตตาธบิ าย ขอเชิญให้มาทั่วหน้ากนั ทั้งในด้านพระฤาษีชี
ไพร ที่ได้บําเพ็ญพรตอยู่ตามเทือกเขาและถ้ํา ไม่กําหนดขออัญเชิญทั้งหมดร้อย
แปดพระองค์ที่ทรงศีล สังวรท้ังหมดท่ีทรงพรตพรหมจรรย์ อาศัยอยู่ทุกถิ่นหน
สถานในป่าหิมพานเขาไกรราลสัตตบงกช ขออัญเชิญท่านทั้งหมดจงเสด็จมา
30
12
ประสิทธิประสาทพรให้เจ้าภาพด้วยบารมี มิใช่ แต่เท่าน้ัน ท่านเท่าชมพูทวีป
เจา้ กรุงพาลี พระภมู เิ จา้ ทีอ่ นั เรืองอาํ นาจ เม่ือได้ยินกอ้ งร้องประกาศด้วยใจสะอาด
ปราศจากราศี ทั้งแม่พระธรณี แม่พระพาย แม่พระเพลิงท่ีเคารพ อีกแม่โพสพ
ท่ีมีคุณอันย่ิงใหญ่ ข้าพเจ้ามีใจภักดี ศรัทธากล้า ท้ังเจ้ากรรมนายเวร เจ้าเกณฑ์
ชะตา พระยายมราช ยมบาล ท้ังเทวทูต นายทวาร ขอจงเสด็จมาป้องกันอันตราย
ขอใหป้ ๎ดโรคป๎ดภัย ป๎ดเสนียดจัญไร ใคร่ขอ อัญเชิญเทพท้ังหลายให้มาประชุมกัน
ในงาน........................................................ให้สําเร็จเสร็จส้ิน โดยทุกประการ
ทุกครุฑาวาสุกรีที่เขาไกรลาสหิมพาน พิมาณแมนแดนสวรรค์ สถานพิมาน ฉิมพลี
ทั้งกินนร กนิ รีก็ขออญั เชิญ
ขอเชิญพระราหู พิเพก ทศกรรฐกุมภัณฑ์ อินทรชิต รามสูร ท่านท้าวคีรี
เนตร ท้าวเวสสุวรรณ ท้าวอัสกรรม ท้าวหิรัญชู วิรุฬหก วิรุป๎กษ์ นนทยักษ์ อนันต
ยักษพระ พิลาภผู้มีคุณ ขอให้มีช่วยเหลือ เจือจุนหนุนนํา โพยภัยให้มายํายี
ด้วยเกรงฤทธา บารมีใครจะทํายํายีไม่แผ่วผ่าน ขออัญเชิญทุกท่านที่เอ่ยพระนาม
ประจาํ โรงพธิ ี อีกท้ังท่านทา้ ยกรุงบาดาล ท้าวภชุ งคราชา นาคา นาคราช คนธรรพ์
นาคครุฑ ผู้เป็นใหญ่ จงเสด็จมาด้วยช่วยกันอวยพร ข้าพเจ้าอัญเชิญบรรพบุรุษ
ทั้งหลายญาตโิ กโหติกา
เม่อื ทุกท่านสดับทราบการอญั เชญิ แลว้ กม็ าประชุมกัน เพื่อจะได้ช่วย
เป็นพยาน ช่วยเพ่ิมโพธิสมภารให้กับเจ้าของงานท่ีมีจิตมุ่งตรงยึดม่ันจํานงใน
ศาสนา จดั พธิ ีมหากฐิน ขอจงพ้นจากความทกุ ขร์ บั แตค่ วามสุขสําราญ มีโชคมีลาภ
นานาประการที่มีจิตคิดเป็นงาม จึงได้จัดงานในวันน้ี ตั้งองค์มหากฐินในคร้ังนี้
ขอใหส้ มความม่งุ มาดปรารถนา ทกุ ประการเทอญ จบพิธีเชิญเทพ
31
13
พธิ ตี ้งั องค์มหากฐนิ
ตั้งนะโม ๓ จบ
ข้าพเจ้าท้ังหลาย ขออัญเชิญเทวัญ ผู้รักษาโลกธาตุ คือ ท้าวโลกบาล
มหาราช ทั้ง ๔ พระองค์มาอํานวยช่วยดําเนิน พิธีตั้งองค์มหากฐินให้สําเร็จกุศล
กรรมตามความมุ่งมาดปรารถนา อันหน่ึง ท้าวธตะมหาราชอันเรืองเดช ประจํา
เขตทิศบูรพา พร้อมบริวารเหล่าคนธรรพ์ อันกล้าหาญ มีมหิทฤทธ์ิศักดา
ขออัญเชิญลงมาอนุโมทนาตั้งองค์มหากฐินในครั้งน้ีเทอญ สาธุท้าววิรุฬหก
อันสถิตด้านทิศทักษิณ มีเทพยดาทั้งส้ินเป็นบริวาร ล้านเดชาอันกล้าหาญ
บนั ลอื ฤทธิ์ ขออัญเชญิ ลงมาตงั้ องคม์ หากฐนิ ในคร้ังน้เี ทอญ สาธุ
ท้าววิรุป๎กษ์ อันสถิตด้านทิศป๎จฉิม มีหมู่พญานาคอันเรืองฤทธ์ิเป็นบริวาร
ขออัญเชิญลงมาอนุโมทนาตั้งองค์มหากฐินในครั้งนี้เทอญ สาธุอีกท้าวจตุโลกบาล
กุเวฬุราชผู้ทรงฤทธ์ิและอํานาจด้านทิศอุดร มีเหล่าอสูรนิกรเหล่ารักษา อันมี
มหิทธิฤทธ์ิศักดาเป็นบริวาร ขออัญเชิญลงมาอนุโมทนาต้ังองค์มหากฐินในครั้งน้ี
เทอญ สาธุ
ขออญั เชิญ ๔ ท้าวจตุโลกบาล จาตุโลกบาลอันมียศและอํานาจดังพรรณนา
จงตามรักษา ปางสรรพบุรุษ พุทธบริษัทท้ังหลาย ผู้เจริญสุข นฤโศก นฤภัย
ขอเชิญให้ทุกองค์ จงต้ังจิตประกอบพิธี อันศักด์ิสิทธ์ิงานมหามงคล เพื่อความ
สมบูรณ์พูนผลของปวงข้าพระพุทธเจ้าจงทุกประการเทอญ สาธุ (ลั่นฆ้อง ๓ ที)
จบพธิ ีตัง้ องค์กฐิน (ใหน้ าํ ผ้ากฐินไปวาง ณ ทสี่ มควร)
32
14
(ตั้งนะโม ๓ จบ) อะโธมหากฐินมหากฐิโน ปฏิมหากฐินังสุปฏิป๎ตติขิตัง
โอหนอมหากฐิน ขอข้าพเจ้าเป็นมหากฐนิ อนั ยอด ท่ีข้าพเจ้าทั้งหลายได้ต้ังไว้ดีแล้ว
หนอ ในโรงพิธี พระพุทธศาสนานี้ สุทินนัง วะตะเมทานัง อาสาวะ คะยะวะหัง
นิพพา นังโหตุ เม อะนาคะเต กาเล สัมมาเทวา อนุโม ทันตุสาธุ สาธุ สาธุ
(ลัน่ ฆอ้ ง ๓ ท)ี จบพิธีการต้งั องค์มหากฐนิ
พิธีทอดองคก์ ฐนิ
(ใหไ้ หวพ้ ระรับศีลกอ่ น)
คร้ันรุ่งเช้าก็ถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ เสร็จแล้วก็แห่กฐินไปถวายที่วัดที่
ตนจองไว้ ฝ่ายต้อนรับจะจัดผู้เฒ่าผู้แก่ชายหนุ่มและหญิงสาวมาคอยต้อนรับ
มีการกวาดตาดป๎กธงทิวด้วยแห่รอบศาลาโรงธรรม ๓ รอบ โดยเวียนขวาเสร็จก็
ขน้ึ สู่ศาลาโรงธรรม จดั เครือ่ งบริขารแลว้ ก็เริ่มพิธีถวายได้
๑.จัดขัน ๕ มีดอกไม้ ๕ คู่ ธูปหรือเทียน ๕ คู่ จุดเทียน ๑ คู่ เพื่อชุมนุม
เทวดา โดยมากประเพณอี ีสานจะชมุ ชนเทวดาแบบโบราณ ซึ่งมขี อ้ ความว่า
สุนันตุ โภนโต เย เทวา สังขาดูราเทพยาเจ้าทั้งหลาย ภายเทิงมีพระยาอิน
ทาธิราชเจ้า ตนเป็นเค้าเป็นเหง้าเป็นประธาน กับท้ังโสรสมหาพรหมตนทะนง
วิมานถือเดช กับทั้งพระอาทิตย์ตนวิเศษใสแสง พระจันทจนแฮงเฮืองฮุง พระราหู
อสุรินทรา ตนมืดฟ้าหน้าบ่อ ฮุงมุงเมืองทั่วทิสาผาสารทและวิมานกับทั้งท้าวจตุ
โลกบาลท้ังส่ี มีพระยา ธตรถา พระยาวิรุหา พระยาวิรูป๎กขาและพระยากุเวรุราช
เจ้าทง้ั หลายกนั ย้ายยงั อยู่คสู่ ตั ตะยวั ระพนั ตะวนั ทะพยัคฆานัง ขอจงมาเยย่ี มหย่อ
ผอ่ คดี กบั ท้ังนางพระธรณีแนบนา้ ทกุ เถ่ือนถ้าและหูหาทั้งเขาหนาและแม่น้ํากว้าง
และวังชี กับท้ังโบกธรณี และหย่อมหญ้า ท้ังแหล่งหล้าและโพธ์ิศรีท้ังเจดีย์และ
แก้วกู่อันเทพดาอยู่ฮักษา ในศาสนาจันทบุรีศรีล้านช้าง ล่วงกว้างและล่วงฮีใดสีผี
33
15
มาใดผาด่างก้ําซ้ายแม่นกรุงศรีอยุธยา ก้ําขวาแดนแกวเป็นเขตในประเทศท้อง
อาณาอนั มสี รา้ งสองหนองสามอาราม ส่ีห้านาคครุฑธามนุสสา บัดน้ีฝูงข้าท้ังหลาย
ขออัญเชิญเทพยาดาเจ้าท่ีป๎กษาในธาตุพนม เจดีย์ศรีสถานหลวงเฒ่าอันเป็นเจ้า
เป็นเค้าเป็นประธาน บัดน้ีฝูงข้าทั้งหลายนรหญิงชายน้อยหนุ่ม ขออัญเชิญเทพ
แกน่ ไท้ในหม่ืนโลกธาตุจกั รวาล จงพากนั ประดับ ประดาตกแต่ง เสร็จแล้วย้ายย่าง
ลงมาสูส่ ถานท่ีนี้ เพื่อฮว่ มถวายผ้ากฐินนําฝูงข้าทั้งหลาย บัดนี้เดี๋ยวน้ีทุกคน ทุกคน
กข็ ้าเทอญ
๒.ไหว้เทพยดาประจําทิศทั้งหก เริ่มจากทิศตะวันออก เจ้าภาพอุ้มไตรกฐิน
และไตรบรวิ าร (ถา้ ม)ี ยนื หัวหนา้ ไปทางทิศตะวันออก พธิ กี รจะนําไว้ดังนี้
ก. ทิศตะวันออก ปุริมัญจะ ทิสังราชา ธะตะรัฏโฐ ปะสาสะติ คันทัพ
พานงั อะธิปะติ มหาราชา ปุญณัญตงั ปะโมธิตะวา กฐนิ ัง อนุโมทาตุ
แปล ขออัญเชิญเทพเจ้าเหล่าเทวดาทัง้ หลาย ท่ีสิงสถิตอยู่ ณ ทิศบูรพา
อนั มที ้าวธตรตั ถาเปน็ ประธาน มคี นธรรพเ์ ปน็ บริวาร จงมายินดี
อนุโมทนาซ่ึงมหากฐนิ ทานกับพวกข้าพเจา้ ท้งั หลาย ทุกตน ทกุ คน
ก็ขา้ เทอญ (ตฆี ้อง ๑ ท)ี
ข. ทิศใต้ ทกั ขินญั จะ ทิสังราชา วริ ุฬโห ปะสาสะติ กุมภณั ฑานงั
อะธปิ ะติมหาราชา ปุญญัณตงั ปะโมธิตะวา กฐนิ งั อนโุ มทาตุ
แปล ขออญั เชิญเทพเจา้ เหล่าเทวดาท้งั หลาย ที่สงิ สถติ อยู่ ณ ทศิ ทกั ษิณ
อันมีทา้ ววิรุฬหะเป็นประธาน มีกมุ ภัณฑเ์ ปน็ บริวาร จงมายินดี
อนุโมทนาซึง่ มหากฐนิ ทานกบั พวกขา้ พเจา้ ทั้งหลาย ทุกตน ทุกคน
กข็ า้ เทอญ (ตีฆ้อง ๑ ท)ี
ค. ทิศตะวันตก ปัจฉิมัญจะ ทิสังราชา วิรูปักโข ปะสาสะติ นาคานัง
อะธิปะติมหาราชา ปญุ ญณั ตัง ปะโมธติ ะวา กฐินงั อนโุ มทาตุ
34
16
แปล ขออญั เชญิ เทพเจ้าเหล่าเทวดาท้ังหลาย ท่สี ิงสถิตอยู่ ณ ทศิ ทกั ษิณ
อันมที า้ ววิรูป๎กขาเปน็ ประธาน มนี าคเปน็ บริวาร จงมายนิ ดี
อนโุ มทนาซ่งึ มหากฐินทานกับพวกข้าพเจ้าทั้งหลาย ทกุ ตน ทกุ คน
ก็ขา้ เทอญ (ตฆี อ้ ง ๑ ท)ี
ง. ทศิ เหนือ อุตรัญจะ ทิสังราชา กุเวโรปะสาสะติยักขานัง อะธิปะติมหา
ราชา ปญุ ญณั ตงั ปะโมธติ ะวา กฐินงั อนโุ มทาตุ
แปล ขออญั เชญิ เทพเจ้าเหล่าเทวดาท้ังหลาย ทส่ี งิ สถิตอยู่ ณ ทศิ อุดร
อนั มีท้าวกเุ วรรุ าชเปน็ ประธาน มีพวกยักษ์เปน็ บริวาร จงมายินดี
อนโุ มทนาซึ่งมหากฐนิ ทานกบั พวกขา้ พเจา้ ทัง้ หลาย ทกุ ตน ทกุ คน
กข็ ้าเทอญ (ตฆี อ้ ง ๑ ที)
จ. ทิศเบ้ืองบน (หันหน้าไปทิศตะวันออก) อุททัญจะ ทิสังราชา เทวินโท
ปะสาสิติ เทวานัง อะธิปะตมิ หาราชา ปญุ ญณั ตงั ปะโมธิตะวา กฐนิ ัง อนโุ มทาตุ
แปล ขออัญเชญิ เทพเจา้ เหล่าเทวดาทงั้ หลาย ที่สิงสถติ อยู่ ณ ทิศเบ้อื งบน
อันมที ้าวสกั กะเทวราชเปน็ ประธาน พร้อมด้วยเหลา่ เทวดาเปน็
บรวิ าร จงมายนิ ดี อนุโมทนาซึง่ มหากฐนิ ทานกบั พวกขา้ พเจ้า
ทง้ั หลาย ทุกตน ทกุ คน ก็ข้าเทอญ (ตฆี อ้ ง ๑ ท)ี
ฉ. ทิศเบื้องล่าง อากาสัตถา จะ ภุมมัตถาพหูเทวา สัพเพสุ จักกะวา เรสุ
สุปะติธวิ า ปญุ ญณั ตัง ปาโมธิตะวา กฐินงั อนุโมทัญตุ
แปล ขออัญเชญิ เทพเจา้ เหล่าเทวดาท้ังหลาย ท่ีสงิ สถิตอยู่ ณ ทิศเบ้อื งลา่ ง
อนั มีอากาศเทวาดาเปน็ ประธาน พรอ้ มดว้ ยเหลา่ เทวดาท่ีเปน็
บรวิ าร จงมายินดีอนุโมทนาซึง่ มหากฐนิ ทานกบั พวกข้าพเจา้
ทั้งหลาย ทุกตน ทุกคน กข็ ้าเทอญ (ตีฆ้อง ๑ ท)ี
35
17
คาํ ขออาราธนาในงานมหาพุทธาภเิ ษก และพิธมี งคลทุกชนดิ
เกลา้ พระผมขอสังฆานญุ าติ แด่พระเดชพระคุณผูม้ ศี ลิ าจารวัตรอนั งดงามใน
พระพุทธศาสนา เกล้ากระผมจะขออาราธนาเทพเจ้าเหล่าเทวดาทั้งหลายที่ทรง
สถิตประดิษฐ์สถานอยู่เบื้องบนและเบ้ืองล่าง ขอให้เสด็จลงมาเพื่อเป็นสักขีพยาน
ในงานนี้ ข้าพเจ้าขออาราธนาคุณพระพุทธเจ้าเสด็จมาเหลือเกล้าเหนือผม ขอคุณ
พระอินทร์พระพรหมเสด็จมาเป็นลมปาก ขอคุณพญานาคมาเป็นสร้อย สังวาร
ขอคุณพระกาฬเสด็จมาเป็นดวงใจ ขอคุณพระรัตนตรัยเป็นดาบด้ามแก้วตัด
ภยันตรายให้พินาศฉิบหายไป ข้าพเจ้าขออาราธนาคุณพระพุทธ คุณพระธรรม
คุณพระสงฆ์ คุณบิดามารดา คุณครูบาอาจารย์ คุณบิดา ๒๑ คุณมารดา ๑๒ คุณ
แม่โพสก ๓๙ คุณพระพุทธเจ้า ๕๖ คุณพระธรรม ๓๘ คุณพระสงฆ์ ๑๔ คุณ
อาจารย์ ๑๐ คุณพระอุป๎ชฌาย์ ๑๒ คุณอัสสวาส คุณป๎สสวาส คุณนิสสวาส คุณ
แก้ว ๓ ประการ คุณศีล ๕ คุณศีล ๘ คุณศีล ๑๐ คุณศีล ๒๒๗ คุณป๎ญญา คุณ
พระบารมี ๓๐ ทัศ คุณพระฤาษีตาวัว คุณพระฤาษีตาไฟ คุณพระฤาษีนาลัย คุณ
พระฤาษีนารอด คุณพระฤาษีทัสสนะมงคล คุณพระฤาษีร้อยแปดตน (๑๐๘) คุณ
พระสูตร คุณพระวินัย คุณพระปรมัต คุณพระไสยยาส คุณพระธาตุ คุณพระเถร
คุณพระคุณสามเณร คุณพรหมวิหาร ๗ แสนจักรวาล ขอจงเสด็จมาสถิตประดิษฐ์
สถานท่ีองค์พระประธานและวัตถุมงคลทุกรูปทุกนามที่อยู่ในงานน้ีและเสด็จมา
คมุ้ ครองอปุ ถมั ย์บาํ รุงชาวพุทธทั้งหลายท่ีเสียสละกําลังกายกําลังทรัพย์และป๎ญหา
ในงานคร้งั นี้ด้วย
นะโม ตสั สะ ภะคะวะโต อะระหะโต สมั มา สัมพทุ ธัสสะ (๓ จบ)
วันทามิ พุทธัง สัพพะเมโธสังขะมะถะเม ภันเต วันทามิ ธัมมัง สัพพะ
เมสังขะมะถะเม ภันเต วันทามิ สังฆัง สัพพะเมโธสังขะมะถะเม ภันเต พุทธบูชา
มหาเตชวันโต ธัมมะปูชามหาป๎ญโญ วรรคสังฆะปูชามหาโภควะโห (ว่าสักเค
ต่อไปจนจบ) ติโรกะนาถงั อภปิ ูชยามิ)
36
18
อายนั ตโุ ภนโต เทวสงั คาโย ขอแตฝ่ งู เทพนิกรอมรพรหมมินทร์ อัมรินทร์เทวาธิราช
สถิตอยู่ทิพย์วิมานมาสเมืองสวรรค์ ฉะ กามาวะจร อีกท้ังเทพเจ้าอันมีมเหศรศักด์ิ
ดาเดชขอบเขตเขาจักวาล มีท้าวจตุโลกบาล ทั้ง ๔ และพระแม่ธรณีผู้มีฤทธิ์กับท้ัง
พระเช้ือเมือง ผู้ทรงเมืองผู้เรืองฤทธ์ิศักดิ์อยู่ทุกประเทศ เขตแคล้นแสนโกฏิจักวาร
ขอใหเ้ สด็จลงมาในงานนี้ดว้ ย ข้าพเจ้าขออาราธนาเทพเจา้ เหล่าเทวาทัง้ หลาย ทรง
สถิตประดิษฐ์สถานอยู่บนแผ่นฟ้า และอยู่พื้นแผ่นดิน และพระอินทร์พระพรหม
พระยมภบิ าล แล้วทา้ วจตุโลกบาลทง้ั ๔ ผู้เปน็ นายบัญชีใหญ่ ขอจงเสด็จลงมาเป็น
สักขีพยานในงานนี้ บัดนี้ข้าพเจ้าจะขอน้อมเกล้านมัสการประดิษฐ์อัญชุลี ข้ึนเหนือ
เกล้าขอเทวดาเจ้าจงปรีเปรมปราโมทย์มโนสาร จํานงแห่งองค์มหากษัตริย์ขัตติยะ
วงศ์ อันเรืองเดชอีกทั้งท้าวไทยเทเวทย์ท่ัวทิศา อันอยู่ในช่ออันอยู่ในกามภพ
เทวดาอยู่ในห้วงมหันนพตะสิงฐ์อัญชุลี ขึ้นเหนือเกล้าขอเทวดาเจ้าจงปรีเปรม
ปราโมทย์มโนสาร จํานงแห่งองค์มหากษัตริย์ขัตติยะวงศ์ อันเรืองเดชอีกทั้งท้าว
ไทยเทเวทย์ท่ัวทิศา อันอยู่ในช่ออันอยู่ในกามภพ เทวดาอยู่ในห้วงมหันนพตะสิงฐ์
อัญชุลี ขึ้นเหนือเกล้าขอเทวดาเจ้าจงปรีเปรมปราโมทย์มโนสาร จํานงแห่งองค์
มหากษตั ริยข์ ตั ตยิ ะวงศ์ อนั เรืองเดชอีกทั้งท้าวไทยเทเวทย์ท่ัวทิศา อันอยู่ในช่ออัน
อยู่ในกามภพ เทวดาอยู่ในห้วงมหันนพตะสิงขร เทวดาท่ีเนืองแน่นอยู่บนอากาศ
เทวาดาที่ทรงอยู่วิมานมาศ รัตนมณเฑียรของเทวดาในเกาะเกวียนน้อยใหญ่
เทวดาท่ีทรงอยู่วิชัยยนต์ราชรถแก้วและเรือนหลวงเทวดาท้ังปวงท่ีอยู่ตามบ้าน
น้อยและบ้านใหญ่เทวดาที่อยู่บนต้นพฤกษาสาร ขอให้เสด็จมาเป็นสักขีพยานดล
บันดาลแหง่ องค์พระประธานและวตั ถุมงคลใหศ้ ักด์สิ ิทธ์ิ ให้มีฤทธต์ิ อ่ ไปในภายภาค
หน้า ข้าพเจ้าขออาราธนาเทพเจ้าเหล่าเทวาท้ังหลายท้ังที่ทรงสถิตประดิษฐ์สถาน
อยู่ ๑๖ ชั้นฟ้า ๑๕ ช้ันดิน ข้าพเจ้าขออาราธนาเทพเจ้าเหล่าเทวาทั้งหลายที่ทรง
สถิตประดิษฐ์สถานอยู่พ้ืนพระสุทธาธารอันหนาแน่นได้ ๒ แสน ๔ หม่ืนโยชน์
37
19
ข้าพเจ้าขออาราธนาพระนางแม่ธรณีผู้มีฤทธ์ิผู้สถิตอยู่พ้ืนสุธาแผ่นดินที่นี้ ข้าพเจ้า
ขออาราธนาเทพเจ้าเหล่าเทวาท้ังหลายที่ทรงสถิตประดิษฐ์สถานอยู่สวรรค์ช้ัน
ฉกามาวจร และสวรรค์ช้ันปรนิมมิตวสวดีขอเสด็จมาทางอากาศพร้อมกันทุก
พระองค์ เสด็จลงมารักษาองค์พระประธานและวัตถุมงคล และชาวพุทธท้ังหลาย
ทีม่ ารว่ มในงานน้ีดว้ ย
ข้าพเจ้าขออาราธนาสิริมหามายาเทพบุตร วิสาขาเทพบุตร สุนันทเทพบุตร
สีสุนันนาเทพบุตร สุริยะเทพบุตร สุริยะจันทะเทพบุตร จตุรังคเทพบุตร อนุมา
เทพบุตร อินทจิตตะเทพบุตร ธรรมจักขุเทพบุตร มาตลีเทพบุตร วรรณปคุปภา
เทวดารักษาธาตุพนมอยู่ทางทิศเหนือ ภุมมปติรุกขาเทวดารักษาธาตุพนมอยู่ทาง
ทิศใต้ สรุตทกาเทวารักษาธาตุพนมอยู่ทางทิศตะวันออก โพธิรุกขะป๎ตตะเทวา
รักษาธาตุพนมอยู่ทางทิศตะวันตกสุนธิธรณีเทวดารักษาพื้นภูกําพร้า รักษาข้าว
ของเงินทองท่ีพญาทั้ง ๕ บูชาอยู่เบื้องล่าง วิจิตรตะเลขาเทวดา ทรงอยู่วิมาน
อากาศ ทรงถือบัญชีคอยตักเตือนทักขิณะรัตฐาเทวดารักษาองค์พระธาตุพนม
ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ สหัสรัสฐาเทวดาอยู่ริมบึงทางตะวันออกเฉียงเหนือ
ธาตุพนม ข้าพเจ้าขออาราธนาพระสัตนาคาเจ้า ๗ พระองค์ มีกดธุวิฐารนาค
อยู่ปากเซตกก่ําซ้ายแม่น้ําโขง ข้าพเจ้าขออาราธนาเหล่าเทวาทั้งหลายท่ี
ประดิษฐาน ๔,๐๐๐ องค์กับพระมเหศักดิ์หลักเมือง ๓ พระองค์ ขอเสด็จมาทาง
อากาศพร้อมกันทุก ๆ พระองค์ ให้เสด็จมาบันดาลให้องค์พระประธานและวัตถุ
มงคลทุกรูปนามให้ศักดิ์สิทธ์ิ ขอให้ป้องกันภูตผีปีศาจและศัตรูหมู่ป๎จจามิตรอย่า
ได้มาเชิดชิดเบียดเบียนชาวพุทธทั้งหลายที่มานั่งในงานบุญให้ทานในงานน้ีขอให้
องค์พระประธาน วัตถุมงคลและด้ายสายสิญจน์ทุกเส้น อีกทั้งน้ําตาเทียนวิป๎สสี
และเทียนชัยให้ศักดิ์สิทธ์ิ ให้ป้องกันศราตาวุธปืนผา หน้าไม้ หอกดาบ มีด ขวัญ
และปกป้องภูมิวัด ภูมิวา ปรองประชาที่มาร่วมงาน ผีท่ีไร่ที่นา ผีวัดวาอาราม
ผีต้นไม้ใหญ่ ขอคุณพระรัตนตรัยจงดลบันดาลให้องค์พระประธานป้องกันภัย
38
20
ท้ังหลาย ๒๗ ประการ ดังพระศาสดาจารย์ตัดไว้ในพระสูตร เป็นภาษามคธ
จงวินาศหายไป ภัยท้ังหลายที่เกิดจากดิน ภัยทั้งหลายที่เกิดจากไฟ ภัยทั้งหลายที่
เกิดจากน้ํา ภัยท้ังหลายที่เกิดจากลม จงวินาศฉิบหายไป อุบาท ๘ ประการ
ซึ่งนักปราชญ์ทั้งหลายได้จารึกบันทึกไว้ในหนังสือโบราณ อินทอุบาท พระเพลิง
อุบาท พระพายอุบาท พระยมอุบาท พระนารายอุบาท พระพิรุณอุบาท อย่าได้
เกิดแก่ชาวพุทธทั้งหลายที่มาในงานนี้ เคราะห์ปี เคราะห์เดือน เคราะห์เดือน
เคราะห์วัน ราหูดํา ราหูแดง เคราะห์ปีให้เคล่ือน เคราะห์เดือนให้คลาย เคราะห์
วันให้หาย เหมือนนา้ํ ดังไฟ............จบ.
พิธีสวดถอด
คาํ วา่ สวดถอดได้แกก่ ารสวดแกแ้ ละสวดกนั สง่ิ เขด็ ขวางจากสถานท่หี รือจาก
บุคคล คือ สวดญัตตดิ ้วยหิน เสกหนิ ฝ๎งลงแล้วสวดกัน ด้วยน้าํ และสายสญิ จน์ซ่ึง
รอบบรเิ วณโปรยทราย และขา้ วสารไปรอบบรเิ วรมณฑล
การสวดถอดนั้นแยกออกเปน็ ๕ ประเภท คอื
๑. สวดถอดสถานท่ีท่เี ขด็ ขวาง
๒. สวดถอดฟ้า ทง้ั สถานทีแ่ ละต้นไม้
๓. สวดถอดสถานทีท่ ่เี ขาฝง๎ หนุ่ หรอื คณุ ไสยอยา่ งอืน่ ๆ และคนทลี่ ว่ งลับไปทัน
ด่วน
๔. สวดถอดหลมุ ฝ๎งศพคนท่ลี ่วงลบั ไปทันดว่ นเวลาจะเอาขน้ึ ฌาปนกิจ
๕. สวดถอดคนทถี่ ูกภตู ผปี ีศาจเข้าสิง หรอื ทําให้เจ็บไขไ้ ดป้ ่วย
วิธีทําการสวดนั้นแบ่งหน้าท่ีออกเป็น ๒ ฝ่าย คือ ฝ่ายพระผู้สวดจํานวนอย่าง
น้อยต้งั แต่ ๔ รูปขนึ้ ไป ต้องทอ่ งบทบาลที สี่ วดญัตติและสวดกันใหไ้ ดด้ ว้ ยปากเปล่า
และรู้จักเปล่ียนแปลงบทสวดตามฐานะของงาน เช่น สวดถอนนาใช้คําว่า เขต
ตะฐานงั สวดสวนให้คาํ ว่า อยุ ยะฐานัง สวดเรือนใชค้ ําวา่ เคหัฏฐานัง ดังนี้เป็นต้น
39
21
และรู้จักวิธีต่าง ๆ ในการสวดเช่น เวลาจะเริ่มสวดต้องจับด้ายสายสิญจน์
สวดเริ่มตน้ ตง้ั แตท่ ศิ ตะวันออกแล้วเวียนไปทิศใต้ ตะวันตกและทิศเหนือตามลําดับ
เมื่อสวดเสร็จแต่ละทิศต้องถอนหลักท่ีป๎กไว้แล้วสวดญัตติฝ๎งหินสวดน้ําเทลงหลุม
เช่นนี้ไปทุกทิศ เปน็ ตน้ ฯ
ฝ่ายเจ้าภาพต้องรู้จักคายประกอบพิธี ทั้งการนิมนต์พระไม่ต่ํากว่า ๔ รูป
สําหรบั คายสวดถอดทว่ั ๆ ไปน้ัน มดี งั น้ี คอื
๑. หมากเบ็ง ๓ ต้น
๒. ขนั ๕ ขัน ๘
๓. ผ้าซ่ิน ๑ ผืน ผา้ ขาว ๑ วา ผา้ มนรองคาย ๑ ผืน
๔. นา้ํ หอม ๑ ขวด ไขไ่ ก่ ๑ ฟอง
๕. กะทงหน้างัว ๔ กะทง ใส่ข้าวดําข้าวแดง คําหมาก กอกยา อย่างละ ๒ คํา
ทกุ กะทง
๖. ด้ายสายสิญจน์ ขึงรอบบริเวณ แล้วโยงมาที่หลักท่ีป๎กไว้ ตรงหลุมเอากะทง
พงิ ไว้ทหี่ ลกั ทงั้ ๔ ทศิ
๗. เอาทรายและหินใส่ขันอย่างละ ๑ ขนั ต้งั ไว้ ๔ ทิศ
๘. ขดุ หลุมกว้าง ๑ คบื ลกึ ๑ ศอก ของเจ้าภาพทาํ ไวท้ ง้ั ๔ ทศิ
๙. หาหลกั ไม้มาป๎กไวท้ ีห่ ลุมโตขนาดนิว้ มือ ยาวชัว่ ระยะคนยืนหลุมละ ๑ หลัก
๑๐.คอยจดุ เทยี นเวลาพระสวด ถ้าสวดไปทลี ะทิศใหย้ กคายตดิ ตามไปดว้ ย และ
จดุ เทียนทลี ะทศิ
ถ้าสวดถอดสถานท่ีอ่ืนนอกจากเรียนแล้ว ไม่ต้องใช้หมากเบ็งเงินใส่คาย
อย่างน้อย ๖ บาท ถ้าสวดท่ีเรียนควรทําน้ํามันด้วย หาใบส้มป่อย ใบพุทธรักษา
ยอดหญ้าคา หญ้าแพรก ใบมะกรูด ใบมะนาว อย่างละ ๗ ใบ ใส่ลงไปในขัน
นํ้ามนต์
40
คาสตู รถอด
ของพระไพศาล สิรวิ ัฒน์ อดตี รองเจา้ คณะจงั หวัดร้อยเอด็
วัดนิคมคณาราม อาเภอโพนทอง จังหวัดรอ้ ยเอ็ด
สุณาตุ เม ภันเต สังโฆ โย โส สังเฆนะ, ปาปัคคะเหนะ นิปาโต, สะมู
หะโต ยะทิ สังฆัสสะ, ปัตตะกัลลัง สังโฆ ตงั ปาปัคคะเหนะ, นิปาตัง สะมุหะ
เนย ยะ เอสายดั ติ,
สุณาตุ เม ภันเต สังโฆ โย โส สังเฆนะ ปาปัคคะเหนะ นิปาโต สะมู
หะโต สังโต, ตัง ตัง
ปาปัคคะเหนะ นิปาตัง สะมูหะนะติ ยัสสายัส สะมะโต ปะมะติ เอตัส
สะ ปาปัคคะเหนะ นิปาตัสสะ สะมุคฆาโต โสตุณหัสสะ ยัสสะ นักขะมะติ,
โสภาเสยยะ สมูหะโต โส สังเฆนะ ปาปัคคะเหนะ นิปาโต ขะมะติ สังฆัสสะ
ตัสมา ตุณหี เอวะเมตงั ธาระยามิ (หมายเหตุ ใหต้ กั ดนิ ครงั้ ท่ี ๑ )
ทตุ ิยัมปิ เอตะมตั ถัง วะทามิ
ตตยิ มั ปิ เอตะมตั ถัง วะทามิ
สวดสมมุติหลังสวดถอด
สุณาตุ เม ภันเต สังโต, ยาวะตา สะมันตา สุมังคะคัง กิตติตัง,
ยะทิสังฆัสสะ ปัตตะกัลลัง สังโฆ เอเตนะ สุมังคะเลนะ, สีมัง สัมปัน เนยยะ
เอสา ญตั ตฯิ
สุณาตุ เม ภันเต สังโต, ยาวะตา สะมันตา สุมังคะคัง กิตติตัง, สังโฆ
เอเตนะ สุมังคะเลนะ สีมัง สัมมันนะติ, ยัสสายัสสะมะโต ขะมะติ เอเตสุมัง
คะเลนะ สมี ายะ สัมมาติ, โสตุณหัสสะ ยัสสะ นักขะมะติ โสภาเสยยะ สัมมะ
ตา สีมา สังเฆนะ เอเตนะ สุมังคะเลนะ, ขะมะติ สังฆัสสะ ตัสสะมา ตุณหี
เอวะเมตัง ธารายามฯิ
ทุติยมั ปิ เอตะมัตถงั วะทามิ
ตติยัมปิ เอตะมตั ถัง วะทามิ
41
เครอ่ื งบชู ายง่ิ
อยา่ งประเพณีโบราณ ๕ อย่าง
๑. ดอกหญา้ แพรก
๒. ขา้ วสารอนั บริสทุ ธ์ิ
๓. เมลด็ พันธผุ์ กั กาด
๔. ดอกมะลิ
๕. ขา้ วดอก
เครอ่ื งไทยธรรมถวายพระสงฆ์
ตามคตโิ บราณมักนยิ มกันว่า ตอ้ งประกอบดว้ ยจตปุ ัจจัย ๔
๑. อายุ ได้แก่ โอสถบาบัดโรค
๒. วรรณะ ได้แก่ ผ้า (ไตรจีวร)
๓. สขุ ะ ได้แก่ บริขาร เชน่ เสื่อ หมอน มงุ้ รม่ รองเทา้ คนโทนา้ กาตม้
น้า ถ้วยนา้ เปน็ ตน้
๔. พละ ไดแ้ ก่ อาหารเครอ่ื งบริโภค ฯ
เคร่อื งสระศีรษะ
(คอื สาหรับใส่ในบาตรทาน้ามนต์)
ผิวมะกรูด ฝักส้มป่อย ใบมะตูม ใบสันพร้าหอม ใบเงิน ใบทอง ใบนาค
หญ้าแพรก แฝก คา (แต่สง่ิ ใดสงิ่ หนึง่ ก็ได้ หรอื ได้ครบมงคล ๘ กย็ ่งิ ดี) ฯ
42
22
คายสวดถอดอย่างอ่นื ๆ อีกก็มโี ดยเฉพาะ แต่วิธีนี้ก็ใช้ได้ในการสวดถอดต่าง ๆ
หลายวธิ ี จงึ ใหถ้ ือเอาอันนมี้ าเปน็ ตัวอยา่ ง
คาํ สวดถอดนาเข็ดขวาง
ตัง้ นะโม ๓ จบแล้วว่า
สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ ยํ ตํ สงฺเฆน ทุสภยเขตฺตทุนนิ มิตฺตภูตวินาเสน
วิปฺปวาสํ สมฺมตํ ยถิ สังฆสฺสปตฺตกลฺลํ สงโค ตํ ทุสภนเชตฺตนทุนนิมิตฺตภูวินา
เสน วปิ ฺปวาสํ สมูหเนยยฺ สุณาตุ เม ภนฺ เต สงฺโฆ สมฺโมหนฺตสมฺโมหนฺตาน ถอด
โม ถอน ทุกเคล่ือนออก จันทะลายะ สุญหายะ สวด ๓ จบ แล้วถอดหลักออกไว้
ทอ่ี ืน่ แล้วกําหินและทรายข้ึนมาสวดวา่ น ม ส เร น เม ส รา ภูเต น เม ภูตา น ม
สจเฺ จ น เม สจฺจ ขากญฺเจ ตลาตญจฺ สพเฺ พ ยกฺ ขา ปลายนฺตุ น ตนฺนิตาโต นโม
ติตาตํ แล้วโรยหินและทรายลงหลุม สวด ๓ จบ โรยหิน และทรายทุกหลุมจบ
เสร็จแล้วเอาน้ําหอมมาหยดลงท่ีหลุมพร้อมกับสวดว่า มหาการุณิโก นาโถ อตฺ
ถาย สพฺพปาณินํ ปูเรตวา ปารมี สพฺพาปตฺโต สมฺโพธิมุตฺตมํเอเตน สจฺจวชฺเชน
มา โหนฺตุ สพฺพุปทฺทวาฯ มหาการุณิโก นาโถ หิตายสพฺพ ปาณินํ ปูเรตฺวา
ปารมี สพฺพาปตฺโต สมฺโพธิมุตฺตมํ เอเตน สจฺจวชฺเชน มา โหนฺตุ สพฺพุปทฺทวาฯ
มหากรุณิโก นาโถ สุขาย สพฺพ ปาณินํ ปูเรตฺวา ปารมี สพฺพาปตฺโต สมฺโพธิ
มุตตฺ มํ เอเตน สจจฺ วชเฺ ชน มา โหนฺตุ สพพฺ ปุ ทฺทวาฯ แล้วสวดทาํ อย่างนไี้ ปทุกทิศ
คําสวดถอดสวนเขด็ ขวาง
ทุกอย่างทําเหมือนกันกับสวดถอดนา ต่างแต่ในคําสวดศัพท์ท่ีว่า เชตต น้ัน
เป็น อุยยาน ทุกแห่งไปฯ
43
23
คําสวดถอดเรอื นเขด็ ขวาง
ต้งั นะโม ๓ จบแล้วว่า
สุณาตุ เม ภนฺเต สงโฺ ฆ ยํ ตํ สงเฺ ฆน อผาสุกชคติภย เคหทุนนิมิตฺตภูตปีสา
เจน วิปฺปวาสํ สมฺมตํ ยติ สังฆสฺส ปตฺ ตกลฺลํ สงโฆ ตํ อผาสุกชคติภย เคหทุนนิ
มิตฺต ภูตปีสาเจน วิปฺปวาสํ สมูห เนยฺย สุณาตุ เม ภนฺ เต สงฺโฆ สมฺโมหนฺตสมฺ
โมหนฺตาน ถอด โม ถอน ทุกเคลื่อนออก จันทะลายะ สุญหายะ นอกจากนั้นทํา
เหมือนกับสวดนา คําสวดเสกหินและทรายก็เหมือนกัน ต่างแต่เพ่ิมสวดเสกด้าย
สายสิญจน์อีกว่า ปุริมญฺจ ทิสํ ราชา ธตรโฐ ปสาสติ คนฺธพฺพานํ อาธิปติ มหา
ราชา ยสสฺ สิโส ปุตฺตาปิ ตสฺสพหโว อินทนามา มหพฺพลา อิทฺธิมนฺโต ชุติมนฺโต
วณฺณวนฺโต ยสสฺสิโน โทนามานา อภิกฺกามุ ภิกฺขุนํ สมิติง วนํ ฯ ทกฺขิณญจ ทิสํ
ราชา วิรูฬโห ตปฺปสลา สติ กุมฺภณฺฑานํ อาธิปติ มหาราชาฯ ต่อไปเหมือนกับ
บทต้น ฯ ปจฺฉิมญฺจ ทิสํ ราชา วิรูปกฺโข ปสา สติ นาคานํ อาธิปติ มหาราชา
ฯลฯ อุตฺตรญจฺ ทสิ ํ ราชา กเุ วโร ตปฺปสาสติ ยกฺขานํ อาธปิ ติ ฯลฯ เหมือนบทต้น
แล้วสวดบทนี้ต่ออีกว่า อิมสฺมึ ราชเสมานา เขตเต สมนฺเต สตโยชนสตสหสฺสานิ
พุทธสฺส ปริก เขตฺเต รกฺขนฺตุ อิมสฺมึ ราชเสมานา เขตฺเต สมนฺตา สตโยชน
สตสหสฺสามิ ธมฺมสฺสเต สมนฺ ตา สตโยชนสตสหสฺสานิ สงฺฆสฺส ปริกเขตเต
รกฺขนฺ ตุ สุรกฺขนฺตุ ไชยะ ไชยะ ฯ เสร็จแล้วทําด้ายผูกข้อมือให้เขารดนํ้ามนต์
สวดกรณยี เมตตสูตรและชยนั โต จนจบฯ
คาํ สวดถอดฟา้ ลงทนี่ า
ต้งั นะโม ๓ จบ
สุณาตุ เม ภณเฺ ต สงฺโฆ ยํ ตํ สงเฺ ฆน เขตฺต ผาลอสนิผรเสน วิปฺปวาสํ
สมฺมตํ ยติ สงฆฺ สสฺ ปตฺตกลลฺ ํ สงฺโฆ ตํ เขตฺต ผาลอสนผิ รเสน วิปปฺ วาสํ สมูห
เนยยฺ สุณาตุ เม ภณฺเต สงฺโฆ สมุโมหนฺตสมุโมหนฺตา น ถอด โม ถอน ทกุ
เคลอื่ นออก จันทะลายะ สญุ หายะ สวดอยา่ งน้ีไปทกุ ทิศ
44
24
คําสวดถอดฟ้าลงท่ีสวน
เหมือนสวดถอดฟ้าลงท่ีนาทุกอย่าง ต่างแต่เปล่ียนศัพท์ว่า เขตฺต เป็น
อยุ ยฺ าน เท่าน้นั ฯ
คาํ สวดถอดฟา้ ลงที่เรอื น
กเ็ หมือนกับข้างต้นเช่นเดยี วกัน ตา่ งแตเ่ ปลีย่ นศพั ทว์ า่ เขตฺต เป็น เคห และ
ตอนทา้ ยทําเหมอื นสวดถอดเรือนเข็ดขวางขา้ งตน้ เท่านั้นกเ็ ป็นเสรจ็ พิธีฯ
คาํ สวดถอดฟา้ ลงที่ต้นไม้
ก็เหมือนกับข้างต้นเช่นเดียวกัน ต่างแต่เปล่ียนศัพท์ว่า เขตฺต เป็น รุกฺข
และตอนทา้ ยทําเหมือนสวดถอดเรือนเข็ดขวางขา้ งตน้ เทา่ นัน้ ก็เป็นเสร็จพธิ ฯี
คาํ สวดถอดคนท่ผี เี จา้ เขา้ สงิ หรือถกู คณุ ไสย
ต้ังนะโม ๓ จบ แล้ววา่
สุณาตุ เม ภนฺเต สงฺโฆ โยโส สงฺเฆน สพฺพภยวินาสนุตราเยน วิปฺปวาโส
สมฺมโต ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ สงฺโฆ ตํ สพฺพภยวินาสอนุตราเยน วิปฺปวาสํ
สมูหเนยฺ เอสา ญตฺติ สุณาตุ เม ภณเต สงฺโฆ สมฺโมหนฺตสมฺโม หนฺตา น ถอด
โม ถอน ทุกเคล่ือนออก จันทะลายะ สุญหายะฯ แล้วพรมนํ้าหอมใส่คนป่วย
พร้อมสวดว่า น ม สเร น เม สรา น ม สจฺเจ น เม สจฺจ เหมือนอย่างข้างต้นนั้น
ดว้ ยฯ
45
25
คาํ สวดถอดท่ีเขาฝง่ั หนุ่ หรอื คนท่ลี ว่ งลบั ไปโดยมิไดป้ ่วยไข้
ต้งั นะโม ๓ จบ แลว้ วา่
สุณาตุ เม ภณฺเต สงฺโฆ อทํ ฐานํ สงฺเฆน สพฺพถูตยกฺขรกฺขสีทิภเยน
วิปฺปวาสํ สมฺมตํ ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ สงฺโฆ ตํ สพฺพถูตยกุชรกชลีทิภเยน
วปิ ฺปวาสํ สมยู หนยยฺ เอสา ญตฺติ สนุ าตุ เม ภณฺเต สงฺโฆ สมฺโมหนฺตสมฺโมหนฺตา
น ถอด โม ถอน ทุกเคลอ่ื นออก จนั ทะลายะ สญุ หายะ ฯ
คาํ สวดถอดคนทลี่ ว่ งลบั ไปปจั จบุ ันทันดว่ นเวลาขึ้นฌาปนกจิ
ตง้ั นะโม ๓ จบ แล้วว่า
สุณาตุ เม ภณฺเต สงฺโฆ อยํ อนพฺยมารกปุริโส สงฺเฆน ตณฺฑิลกาสุยา
วิปปฺ วาโส สมตฺ โม ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลลฺ ํ สงฺโฆ อนพฺยมารกปริสํ ตณฺฑิลกาสุยา
วิปฺปวาสํ ลุญเจยฺย สุณาตุ เม ภณฺเต สงฺโฆ สมฺโมหนฺตสมฺโมหนฺตา น ถอด โม
ถอน ทุกเคลอ่ื นออก จนั ทะลายะ สญุ หายะฯ เม่ือสวดถอดเสร็จแล้วก็สั่งให้คนขุด
เอาหีบข้นึ จากหลมุ เมอื่ เอาข้นึ มาแลว้ พระผู้สวดเอาสายสิญจน์กะทงและอ่ืนๆ อีก
ท่ีมีในพิธีนี้ลงในหลุมแล้วเทนํ้าหอมลงพร้อมด้วยสวดคาถามน้ีว่า พุทโธ ชนมตฺตํ
อิอุทํ อติ ปิ ิโส ภควา ธมฺโมชนมคฺคํ อิอุอํ อิติปิโส ภควา สโร สงฺโฆ ชนมตฺตํ อิอุลํ
อิตปิ ิโส ภควา นโมพทุ ธายะฯ
อติ ิปิ โส แปดทศิ ใชท้ าํ น้ํามนต์
อิติปิ โส ภควา บูรพายสฺมิ จ พุทธคุนํ บูรพายสฺมึ จะ ธมฺนิกํ บูรพายสฺมึ
ข สสฺยํ สพฺพโรคภํ วิวชฺชเย ตับสารพัดทุกข์ ตับสารพัดโศก ดับสารพัดโรค ดับ
สารพัดภัย ดับสารพัดเคราะห์เสนียบจัญไร วิวชฺชเย สพฺพภยํ สพฺพลาภํ
ภาวนาตุโน รกฺขนตฺ ุ สุรกขนตฺ ุ ไชยะ ไชยะ
46
26
อิตปิ ิ โส ภควา อาคเนยสมฺ ึ จ ฯ
อติ ปิ ิ โส ภควา ทกั ษิณยสมฺ ึ จ ฯ
อติ ิปิ โส ภควา หรดียสมฺ ึ จ ฯ
อิตปิ ิ โส ภควา ปจจฺ ิมยสมฺ ึ จ ฯ
อิตปิ ิ โส ภควา พายัพยสมฺ ึ จ ฯ
อติ ิปิ โส ภควา อดุ รยสมฺ ึ จ ฯ
อิติปิ โส ภควา อสิ านยสฺมึ จ ฯ
พธิ ีลาสิกขาสมัยโบราณอีสาน
อุปกรณ์เคร่ืองสักการะที่ต้องจัดเตรยี ม
๑. ขนั ธ์ดอกไม้ ธูปเทยี น ๕ คู่
๒. รากหมาก ๗ ช้นิ เลก็
๓. รากพรา้ ว ๗ ชิ้นเลก็
๔. ใบคณู ๗ ใบ
๕. ใบยอ ๗ ใบ
๖. น้ํา ๗ ขัน จาก ๗ บอ่ (ป๎จจุบันเปล่ยี นจาก ๗ บ่อ มาเป็น ๗ บา้ น เก็บก่อน
ลาสกิ ขา ๑ วัน เวลาประมาณ ๓ ทุม่ )
๗. ทราย ๑ ถังเลก็
วิธีปฏิบัติ
๑. วัน เวลา ฤกษ์ ทีห่ าได้แล้ว
๒. ยกขันดอกไม้ ธูปเทยี น ตอ่ ประธานสงฆ์ เพือ่ ขอขมา
๓. พระภิกษุรปู ท่ีจะลาสกิ ขาปลงอาบตั ิ