37 ภาพที่ 2 ขั้นตอนการสร้างแผนการสอนแบบสาธิต ศึกษาทฤษฎีและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการสร้างแผนการจัดการเรียนการสอนและ ขั้นตอนการสอนสาธิต และศึกษาการใช้แบบฝึกทักษะ กำหนดโครงสร้างการสอน เนื้อหา เวลา ที่ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เป็น 4 แผน โดยแบ่งเป็น 2 วงจรปฏิบัติการ เขียนแผนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้รูปแบบการสอนแบบสาธิต แผนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษาจำนวน 3 ท่าน พิจารณาปรับปรุงแก้ไขและให้ข้อเสนอแนะ นำแผนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษาจำนวน 3 ท่าน พิจารณา เพื่อตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity) ของแผนการสอน โดย พิจารณาจากค่าดัชนีความสอดคล้อง (Index of item objective congruence :IOC) ระหว่าง จุดประสงค์การเรียนรู้ เนื้อหา กระบวนการจัดการเรียนรู้และการวัดและประเมินผล โดยใช้ผู้เชี่ยวชาญแต่ละท่านพิจารณาตรวจสอบให้คะแนน แล้วนำคะแนนที่ได้จากผู้เชี่ยวชาญ คำนวณหา ดัชนี (Index of item objective congruence :IOC) ได้ดัชนีความสอดคล้องอยู่ ระหว่าง 0.67- 1.00 นำแผนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนไปทดลองใช้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง (Try out) จำนวน 60 คน แล้วนำคะแนนที่ได้มาวิเคราะห์ความยากง่าย (p) และค่าอำนาจจำแนก (r) แผนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่ปรับปรุงแก้ไขสมบูรณ์แล้วไปใช้กับนักเรียน ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3 ที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 30 คน ต่อไป ระถมศึกษาปีที่ 3 ที่เป็น กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 30 คน ต่อไป
38 2.2 แบบประเมินทักษะ เรื่อง ทักษะการวาดภาพระบายสี ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปี ที่ 5 เป็นมาตราส่วนประเมินค่า 4 ระดับ โดยใช้เกณฑ์ประเมิน (Rubric Score) ประเมินทักษะการ วาดภาพระบายสี ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ดังตารางที่ 5 ตารางที่ 5 เกณฑ์ประเมินทักษะการวาดภาพระบายสีด้วยแสงและเงา (Rubric Score) ประเด็นการ ประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน 4 3 2 1 1. แสง-เงา กำหนดแสง-เงา ของ วัตถุได้ ถูกต้องตาม หลักการทาง ทัศนศิลป์อย่าง ชัดเจน กำหนดแสง-เงา ของ วัตถุได้ ถูกต้องตาม หลักการทาง ทัศนศิลป์ กำหนดแสง-เงา ของวัตถุได้ ถูกต้อง ส่วนน้อย ตาม หลักการ ทาง ทัศนศิลป์ กำหนดแสง-เงา ของวัตถุไม่ถูก ถูกต้องตาม หลักการทาง ทัศนศิลป์ 2. เทคนิค การใช้ สี สีมีความเด่นชัด มาก มีการแบ่ง น้ำหนัก ของสีใน ระยะหน้า กลาง และหลังของ ภาพได้อย่าง ชัดเจน สีมีความเด่นชัดดี มีการแบ่งระยะ หน้า กลาง และ หลังของ ภาพ สีมีความเด่นปาน กลางมีการแบ่ง ระยะของภาพ สีมีความเด่นชัด น้อยไม่มีการแบ่ง ระยะของภาพ 3. ความ สวยงาม และ ความปราณ ลักษณะลีลามี ความ ละเอียด สวยงาม ประณีต เหมาะสม ลักษณะลีลามี ความ ละเอียด เหมาะสม กลมกลืน ลักษณะลีลามี ความละเอียด เหมาะสม กลมกลืน ลักษณะลีลามี ความเหมาะสม 4. รูปร่างรูปทรง กำหนดสัดส่วน ของ วัตถุตาม หลักการทาง ทัศนศิลป์อย่าง ถูกต้องชัดเจน กำหนดสัดส่วน ของ วัตถุตาม หลักการ ทาง ทัศนศิลป์ กำหนดสัดส่วน ของวัตถุส่วนน้อย ตามหลักการทาง ทัศนศิลป์ กำหนดสัดส่วน ของวัตถุไม่ตรง ตามหลักการทาง ทัศนศิลป์
39 2.3 แบบฝึกทักษะ เรื่อง ทักษะการวาดภาพระบายสี จำนวน 4 ชุด ชุดละ 2 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 1 ครั้ง รวม 8 ชั่วโมง ตามขั้นตอนดังนี้ 2.3.1 ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับทักษะการวาดภาพระบายสีของ นักเรียนตามหลักสูตรการศึกษาแกนกลาง ตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่กำหนด 2.2 สร้างแบบฝึกทักษะการวาดภาพระบายสี เรื่อง การวาดภาพระบายสี ชั้น ประถมศึกษา ปีที่ 5 เพื่อฝึกทักษะการวาดภาพระบายสีจากง่ายไปยาก จำนวน 4 ชุด ดังตารางที่ 6 ตารางที่ 6 รายละเอียดแบบฝึกทักษะการวาดภาพระบายสี ด้วยแสงและเงา ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 5 ชุดที่ เรื่อง 1 2 3 4 ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแสงและเงา รูปร่าง-รูปทรงทฤษฎีสี รูปร่าง-รูปทรง แสง-เงา 2.3.3 นำแบบฝึกทักษะเสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษา จำนวน 3 ท่าน พิจารณา ปรับปรุงแก้ไข และให้ข้อเสนอแนะ 2.3.4 นำแบบฝึกทักษะการวาดภาพระบายสี ด้วยแสงและเงาที่ปรับปรุงตามข้อเสนอแนะ ของ อาจารย์ที่ปรึกษา จำนวน 3 ท่าน ตรวจสอบคุณภาพของแบบฝึกทักษะการวาดภาะระบายสี ซึ่งมีลักษะการประเมินค่า 5 ระดับ ตามแนวคิดของลิคาร์ท (Likert, 1961) โดยกำหนดค่าความ คิดเห็น แต่ละช่วงคะแนน ดังนี้ ระดับ 5 หมายถึง เหมาะสมมากที่สุด ระดับ 4 หมายถึง เหมาะสมมาก ระดับ 3 หมายถึง เหมาะสม ระดับ 2 หมายถึง เหมาะสมน้อย ระดับ 1 หมายถึง เหมาะสมน้อยที่สุด
40 สำหรับการให้ความหมายของค่าที่วัดได้ ผู้วิจัยได้กำหนดเกณฑ์การให้ความหมาย 5 ระดับ ดังนี้ (Best & Kahn, 2006) คะแนนเฉลี่ย 4.51 – 5.00 หมายถึง ระดับดีมาก คะแนนเฉลี่ย 3.51 – 4.50 หมายถึง ระดับมาก คะแนนเฉลี่ย 2.51 – 3.50 หมายถึง ระดับปานกลาง คะแนนเฉลี่ย 1.51 – 2.25 หมายถึง ระดับน้อย คะแนนเฉลี่ย 1.00 – 1.50 หมายถึง ระดับน้อยมาก แล้วนำคะแนนที่ได้จากผู้เชี่ยวชาญมาหาค่าเฉลี่ย ระหว่างองค์ประกอบของแบบฝึกทักษะ การวาดภาพระบายสีได้ค่าเฉลี่ย เท่ากับ 5.00 2.3.5 นำแบบฝึกทักษะการวาดภาะระบายสีไปทดลองใช้กับนักเรียนชั้น ประถมศึกษา ปีที่ 5 ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง (Try out) จำนวน 490 คน แล้วนำคะแนนที่ได้มาวิเคราะห์ความยากง่าย (p) และค่าอำนาจจำแนก (r) 2.3.6 นำแบบฝึกทักษะการวาดภาะระบายสีที่ปรับปรุงแก้ไขสมบูรณ์แล้วไปใช้กับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 40 คน ต่อไป
41 ภาพที่ 3 ขั้นตอนการสร้างแบบฝึกทักษะการวาดภาพระบายสีด้วยเทคนิคแสงเงา ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับทักษะการวาดภาพระบายสีของนักเรียนตาม หลักสูตรการศึกษาแกนกลาง ตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดที่กำหนด สร้างแบบฝึกทักษะการวาดภาพระบายสี เรื่อง การวาดภาพระบายสีชั้นประถมศึกษา ปีที่ 5เพื่อฝึกทักษะการวาดภาพระบายสี ด้วยเทคนิคแสงและเงาจากง่ายไปยาก จำนวน 4 ชุด นำแบบฝึกทักษะเสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษา จำนวน 3 ท่าน พิจารณาปรับปรุงแก้ไข และ ให้ข้อเสนอแนะ นำแบบฝึกทักษะการวาดภาพระบายสีที่ปรับปรุงตามข้อเสนอแนะของอาจารย์ที่ ปรึกษา จำนวน 3 ท่าน ตรวจสอบคุณภาพของแบบฝึกทักษะการวาดภาะระบายสี แล้วนำ คะแนน ที่ได้จากผู้เชี่ยวชาญมาหาค่าเฉลี่ย ระหว่างองค์ประกอบของแบบฝึกทักษะการวาด ภาพระบายสีด้วยเทคนิคแสงและเงาด้ค่าเฉลี่ย เท่ากับ 5.00 ค่าเนำแบบฝึกทักษะการวาดภาะระบายสีด้วยเทคนิคแสงและเงาไปทดลองใช้กับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่าง (Try out) จำนวน 490 คน แล้วนำ คะแนนที่ได้มาวิเคราะห์ความยากง่าย (p) และค่าอำนาจจำแนก (r) เฉลี่ย เท่ากับ 5.00 น าแบบฝึกทักษะการวาดภาะระบายสีที่ปรับปรุงแก้ไขสมบูรณ์แล้วไปใช้กับนักเรียน ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 5 ที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 40 คน ต่อไป
42 การเก็บรวบรวมข้อมูล ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล ดังนี้ 1. นำแบบฝึกทักษะ เรื่อง ทักษะการวาดภาพระบายสีด้วยเทคนิคแสงและเงาที่ผ่าน เกณฑ์คุณภาพมาทำการ ทดสอบก่อนเรียนกับนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง 2. ดำเนินการจัดการเรียนการสอนด้วยการจัดการเรียนการสอนแบบทางตรง จำนวน 4 แผน แผนละ 2 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 1 ครั้ง รวม 8 ชั่วโมง 3. นำแบบฝึกทักษะ เรื่อง ทักษะการวาดภาพระบายสีที่ด้วยเทคนิคแสงและเงาผ่าน เกณฑ์คุณภาพมาทำการ ทดสอบหลังเรียนกับนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง 4. นำคะแนนที่ได้ไปวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ และสรุปผลการวิจัย การวิเคราะห์ข้อมูล ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ 1. ผู้วิจัยนำข้อมูลไปหาค่าเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) 2. ผู้วิจัยได้นำข้อมูลทักษะการวาดภาพระบายสีของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มา เปรียบเทียบกันระหว่างก่อนและหลังการทดลอง โดยใช้การทดสอบที่แบบไม่อิสระ (t-test for Dependent Sample) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ใช้สถิติ ดังนี้ 1. สถิติที่ใช้ในการหาคุณภาพเครื่องมือ 1.1 หาค่าความเที่ยงตรง (Validity) โดยการหาค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่าง เนื้อหาข้อคำถามกับจุดประสงค์ (Index of Item-Objective Congruence: IOC) คำนวณจากสูตร (ล้วน สายยศ และ อังคนา สายยศ. 2539: 248)
43 สูตร IOC = ∑R N เมื่อ IOC = ดัชนีความสอดคล้อง ∑R = ผลรวมคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ N = จำนวนผู้เชี่ยวชาญ 1.2 ค่าความยากง่าย (p) ค่าอำนาจจำแนก (r) เป็นรายข้อ ของแบบฝึกทักษะการ วาดภาพระบายสีคำนวณผลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ 1.3 ค่าความเชื่อมั่น ของแบบฝึกทักษะการวาดภาพระบายสี โดยใช้โปรแกรม สำเร็จรูปทางสถิติ 2. สถิติพื้นฐานที่ใช้ในการบรรยายข้อมูล สถิติพื้นฐานที่ใช้ในการบรรยายข้อมูล คำนวณโดย โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติประกอบด้วย 2.1 ค่าเฉลี่ย (Mean) 2.2 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) 3. สถิติที่ใช้ในการทดสอบสมมติฐาน ผู้วิจัยได้คำนวณโดยโปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ เปรียบเทียบทักษะการการวาด ภาพระบายสีด้วยเทคนิคแสงและเงา ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านโนนหนองม่วง ก่อนและหลังการเรียนด้วย วิธีการจัดการเรียนการสอนแบบสาธิต โดย ใช้การทดสอบทีแบบไม่อิสระ (t-test for Dependent Sample)
บทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาเปรียบเทียบการวาดภาพระบายสี ด้วยแสงเงา ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการสอนแบบสาธิตและเสริมด้วย แบบฝึกทักษะ ซึ่งผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูลโดยการใช้แบบทดสอบก่อนเรียน แบบประเมินผลงานของ นักเรียน และแบบประเมินพฤติกรรมผู้เรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 นํามาวิเคราะห์ด้วย วิธีการทางสถิติซึ่ง ผู้วิจัยนําเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลดังนี้ ผลการศึกษาเปรียบเทียบการวาดภาพระบายสี ด้วยแสงเงาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการสอนแบบสาธิตและเสริมด้วยแบบฝึกทักษะ ผู้วิจัยได้นําคะแนน ของนักเรียนเป็นรายบุคคลจากการทดสอบก่อนเรียน เรื่องความรู้เบื้องต้นในการสร้างสรรค์งาน จิตรกรรม มีทั้งหมด 10 ข้อ คะแนนเต็ม 10 คะแนนมาวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าร้อยละ ดังแสดงในตารางที่ 3 ตารางที่ 7 คะแนนค่าเฉลี่ย ร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ของความรู้และความเข้าใจใน เรื่องของแสงเงาก่อนและหลังการได้รับการจัดการเรียนรู้โดยการจัดการเรียนรู้แบบสาธิต เลขที่ ก่อนการจัดการเรียนรู้ หลังการจัดการเรียนรู้ คะแนนที่ได้ ร้อยละ คะแนนที่ได้ ร้อยละ 1 3 30 7 70 2 3 30 8 80 3 4 40 8 80 4 5 50 9 90 5 4 40 9 90 6 5 50 8 80 7 4 40 8 80 8 4 40 8 80 9 3 30 7 70 10 6 60 10 100
45 ตารางที่ 7 (ต่อ) คะแนนค่าเฉลี่ย ร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ของความรู้และความเข้าใจ ในเรื่องของแสงเงาก่อนและหลังการได้รับการจัดการเรียนรู้โดยการจัดการเรียนรู้แบบสาธิต เลขที่ ก่อนการจัดการเรียนรู้ หลังการจัดการเรียนรู้ คะแนนที่ได้ ร้อยละ คะแนนที่ได้ ร้อยละ 11 5 50 9 90 12 6 60 8 80 13 4 40 8 80 14 4 40 8 80 15 5 50 8 80 16 5 50 9 90 17 5 50 9 90 18 4 40 7 70 19 3 30 7 70 20 3 30 7 70 21 3 30 8 80 22 5 50 8 80 23 2 20 7 70 24 5 50 9 90 25 3 30 7 70 26 6 60 10 100 27 4 40 8 80 28 4 40 9 90 29 5 50 8 80 30 3 30 8 80 31 3 30 7 70 32 4 40 9 90 33 4 40 8 80 34 5 50 9 90 35 5 50 9 90
46 ตารางที่ 7 (ต่อ) คะแนนค่าเฉลี่ย ร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ของความรู้และความเข้าใจ ในเรื่องของแสงเงาก่อนและหลังการได้รับการจัดการเรียนรู้โดยการจัดการเรียนรู้แบบสาธิต เลขที่ ก่อนการจัดการเรียนรู้ หลังการจัดการเรียนรู้ คะแนนที่ได้ ร้อยละ คะแนนที่ได้ ร้อยละ 36 4 40 8 80 37 4 40 8 80 38 3 30 8 80 39 5 50 9 90 40 4 40 9 90 เฉลี่ย 4.15 41.5 8.2 82 S.D. 0.97 9.75 0.82 8.22 จากตารางที่ 5 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่าคะแนนความรู้และความเข้าใจในเรื่องของแสง เงาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการจัดการเรียนรู้แบบสาธิต ก่อนการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการจัดการเรียนรู้แบบสาธิตมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.15 คิดเป็นร้อยละ41.5 และหลังการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการจัดการเรียนรู้แบบสาธิตมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 8.2 คิดเป็นร้อยละ 82 ซึ่งหลังจากการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการจัดการเรียนรู้แบบสาธิตของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มี ความรู้และความเข้าใจในเรื่องของแสงเงาไม่น้อยกว่าเกณฑ์ร้อยละ70
47 ผลการเปรียบเทียบเปรียบเทียบการวาดภาพระบายสี ด้วยแสงเงาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการสอนแบบสาธิตและเสริมด้วยแบบฝึกทักษะ ผู้วิจัยได้นําคะแนนจากผลกการวัดด้วยแบบฝึกทักษะการสร้างสรรค์งานจิตรกรรมด้วยสี ไม้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 40 คน มาคํานวณเปรียบเทียบโดยแบบทดสอบแบบ ที่ไม่อิสระก่อนการจัดการเรียนรู้โดยวิธีการจัดการเรียนรู้แบบสาธิต และหลังการจัดการเรียนรู้โดย วิธีการจัดการเรียนรู้แบบสาธิต ตารางที่ 8 คะแนนเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เปรียบเทียบคะแนนทักษะการไล่ค่าน้ำหนักสี ด้วยสีไม้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้โดยวิธีการจัดการ เรียนรู้แบบสาธิต เลขที่ การไล่ค่าน้ำหนักสี ก่อนการจัดการเรียนรู้ หลังการจัดการเรียนรู้ คะแนนที่ได้ ร้อยละ คะแนนที่ได้ ร้อยละ 1 5 50 9 90 2 5 50 9 90 3 6 60 8 80 4 6 60 8 80 5 4 40 10 10 6 5 50 10 10 7 5 50 9 90 8 6 60 9 90 9 4 40 8 80 10 4 40 8 80 11 4 40 7 70 12 5 50 9 90 13 6 60 9 90 14 4 40 8 80 15 5 50 8 80 16 4 40 8 80
48 ตารางที่ 8 (ต่อ) คะแนนเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เปรียบเทียบคะแนนทักษะการไล่ค่า น้ำหนักสีด้วยสีไม้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้โดยวิธีการ จัดการเรียนรู้แบบสาธิต เลขที่ การไล่ค่าน้ำหนักสี ก่อนการจัดการเรียนรู้ หลังการจัดการเรียนรู้ คะแนนที่ได้ ร้อยละ คะแนนที่ได้ ร้อยละ 17 4 40 8 80 18 3 30 8 80 19 4 40 8 80 20 4 40 8 80 21 5 50 9 90 22 5 50 9 90 23 5 50 9 90 24 6 60 10 100 25 6 60 9 90 26 3 30 8 80 27 3 30 7 70 28 4 40 8 80 29 3 30 7 70 30 4 40 8 80 31 4 40 8 80 32 5 50 9 90 33 4 40 8 80 34 5 50 9 90 35 4 40 8 80 36 4 40 8 80 37 5 50 9 90 38 5 50 9 90 39 6 60 10 100
49 ตารางที่ 8 (ต่อ) คะแนนเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เปรียบเทียบคะแนนทักษะการไล่ค่า น้ำหนักสีด้วยสีไม้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้โดยวิธีการ จัดการเรียนรู้แบบสาธิต เลขที่ การไล่ค่าน้ำหนักสี ก่อนการจัดการเรียนรู้ หลังการจัดการเรียนรู้ คะแนนที่ได้ ร้อยละ คะแนนที่ได้ ร้อยละ 40 6 60 9 90 เฉลี่ย 4.62 42.25 8.5 80.5 S.D. 0.92 9.25 0.78 17.82 จากตารางที่ 6 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่าก่อนการจัดการเรียนรู้โดยวิธีการจัดการเรียนรู้ แบบสาธิตมีคะแนนทักษะการการไล่ค่าน้ำหนักสีด้วยสีไม้คะแนนเฉลี่ย 4.62 และมีคะแนนทักษะการ การไล่ค่าน้ำหนักสีด้วยสีไม้หลังการจัดการเรียนรู้โดยวิธีการจัดการเรียนรู้แบบสาธิต มีคะแนนเฉลี่ย 8.5 เมื่อเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างคะแนนเฉลี่ยก่อนละ หลัง ปรากฏว่า นักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 5 มีคะแนนเฉลี่ยทักษะการวาดภาพระบายสีด้วยแสงเงา สูงกว่าก่อนการจัดการ เรียนรู้ สูงขึ้นเฉลี่ย 3.88
50 ตารางที่ 9 คะแนนเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เปรียบเทียบคะแนนทักษะการไล่ค่าน้ำหนักแสง และเงา ด้วยสีไม้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้โดยวิธีการ จัดการเรียนรู้แบบสาธิต เลขที่ การไล่ค่าน้ำหนักแสงเงา ก่อนการจัดการเรียนรู้ ก่อนการจัดการเรียนรู้ คะแนนที่ได้ ร้อยละ คะแนนที่ได้ ร้อยละ 1 5 50 9 90 2 4 40 8 80 3 4 40 8 80 4 5 50 9 90 5 3 30 8 80 6 6 60 10 100 7 6 60 10 100 8 5 50 8 80 9 4 40 8 80 10 5 50 9 90 11 5 50 9 90 12 4 40 8 80 13 4 40 8 80 14 5 50 9 90 15 5 50 10 100 16 3 30 8 80 17 6 60 10 100 18 6 60 10 100 19 5 50 8 80 20 4 40 8 80 21 6 60 10 100 22 4 40 7 70 23 6 60 9 90 24 5 50 8 80
51 ตารางที่ 9 (ต่อ) คะแนนเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เปรียบเทียบคะแนนทักษะการไล่ค่า น้ำหนักแสงและเงา ด้วยสีไม้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ โดยวิธีการ จัดการเรียนรู้แบบสาธิต เลขที่ การไล่ค่าน้ำหนักแสงเงา ก่อนการจัดการเรียนรู้ หลังการจัดการเรียนรู้ คะแนนที่ได้ ร้อยละ คะแนนที่ได้ ร้อยละ 25 5 50 9 90 26 5 50 9 90 27 5 50 8 80 28 6 60 10 100 29 4 40 8 80 30 6 60 9 90 31 5 50 8 80 32 4 40 8 80 33 3 30 7 70 34 6 60 9 90 35 5 50 9 90 36 4 40 8 80 37 4 40 8 80 38 5 50 9 90 39 5 50 9 90 40 5 50 8 80 ค่าเฉลี่ย 4.8 48 8.6 86.2 S.D. 0.88 8.82 0.83 8.37 จากตารางที่ 7 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่าก่อนการจัดการเรียนรู้โดยวิธีการจัดการเรียนรู้ แบบสาธิต มีคะแนนทักษะการไล่ค่าน้ำหนักแสงเงาด้วยสีไม้คะแนนเฉลี่ย 4.8 และมีคะแนนทักษะการ ไล่ค่าน้ำหนักแสงเงาด้วยสีไม้ หลังการจัดการเรียนรู้โดยวิธีการจัดการเรียนรู้แบบสาธิต มีคะแนนเฉลี่ย 8.6 เมื่อเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างคะแนนเฉลี่ยก่อนละหลัง ปรากฏว่า นักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 5 มีคะแนนเฉลี่ยทักษะการวาดภาพระบายสีด้วยแสงเงาโดยใช้สีไม้สูงกว่าก่อนการ จัดการเรียนรู้ สูงขึ้นเฉลี่ย 3.8
52 ตารางที่ 10 คะแนนเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เปรียบเทียบคะแนนทักษะการวาดภาพระบาย สีด้วยแสงเงาโดยการใช้สีไม้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ โดย วิธีการจัดการเรียนรู้แบบสาธิต เลขที่ วาดภาพระบายสีด้วยแสงเงา ก่อนการจัดการเรียนรู้ หลังการจัดการเรียนรู้ คะแนนที่ได้ ร้อยละ คะแนนที่ได้ ร้อยละ 1 4 40 8 80 2 4 40 9 90 3 3 30 8 80 4 3 30 7 70 5 5 50 9 90 6 3 30 7 70 7 4 40 8 80 8 4 40 8 80 9 4 40 8 80 10 4 40 8 80 11 3 30 7 70 12 5 50 9 90 13 6 60 10 100 14 4 40 8 80 15 4 40 8 80 16 5 50 9 90 17 4 40 8 80 18 6 60 10 100 19 5 50 10 100 20 3 30 7 70 21 4 40 8 80 22 4 40 8 80 23 5 50 8 80 24 6 60 9 90
53 ตารางที่ 10 (ต่อ) คะแนนเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เปรียบเทียบคะแนนทักษะการวาดภาพ ระบายสีด้วยแสงเงาโดยการใช้สีไม้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ก่อนและหลังการจัดการ เรียนรู้โดย วิธีการจัดการเรียนรู้แบบสาธิต เลขที่ วาดภาพระบายสีด้วยแสงเงา ก่อนการจัดการเรียนรู้ หลังการจัดการเรียนรู้ คะแนนที่ได้ ร้อยละ คะแนนที่ได้ ร้อยละ 25 4 40 8 80 56 5 50 9 90 27 5 50 9 90 28 3 30 8 80 29 5 50 9 90 30 6 60 10 100 31 7 70 10 100 32 5 50 10 100 33 5 50 9 90 34 4 40 8 80 35 4 40 8 80 36 4 40 9 90 37 3 30 7 70 38 5 50 9 90 39 5 50 9 90 40 5 50 9 90 ค่าเฉลี่ย 4.42 44.2 8.5 85 S.D. 0.98 9.84 0.90 9.05 จากตารางที่ 8 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่าก่อนการจัดการเรียนรู้โดยวิธีการจัดการเรียนรู้ แบบสาธิต มีคะแนนการวาดภาพระบายสีด้วยแสงเงาโดยใช้สีไม้คะแนนเฉลี่ย 4.42 และ มีคะแนน การการวาดภาพระบายสีด้วยแสงเงาโดยใช้สีไม้หลังการจัดการเรียนรู้โดยวิธีการจัดการเรียนรู้แบบ สาธิต มีคะแนนเฉลี่ย 8.5 เมื่อเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างคะแนนเฉลี่ยก่อนละ หลัง ปรากฏว่า นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีคะแนนเฉลี่ยทักษะการการวาดภาพระบายสีด้วยแสงเงาโดยใช้สีไม้ สูงกว่าก่อนการจัดการเรียนรู้ สูงขึ้นเฉลี่ย 4.08
54 ตารางที่ 11 คะแนนเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานโดยแยกตามเกณฑ์ เปรียบเทียบคะแนนทักษะ การวาดภาพระบายสีด้วยแสงเงาโดยใช้สีไม้ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ก่อนและหลังการ จัดการเรียนรู้โดยวิธีการจัดการเรียนรู้แบบสาธิต ทักษะการวาดภาพระบายสี ด้วยสีไม้ ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 5 ก่อนการจัดการเรียนรู้โดย วิธีการจัดการเรียนรู้แบบ สาธิต หลังการจัดการเรียนรู้โดย วิธีการจัดการเรียนรู้แบบสาธิต x̅ S.D. x̅ S.D. กลวิธีการระบายสีไม้ 1.10 2.13 2.20 0.28 การให้ค่าน้ำหนักสีและแสงเงา 1.14 3.16 2.14 0.24 การจัดองค์ประกอบของภาพ 1.12 2.10 2.12 0.20 ความประณีตสวยงาม 1.06 2.09 2.04 0.18 ภาพรวม 4.42 9.48 8.5 0.90 ** มีนัยสำคัญทางสถติที่ .01 จากตารางที่ 11 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล พบว่าก่อนการจัดการเรียนรู้โดยวิธีการจัดการ เรียนรู้แบบสาธิต มีคะแนนทักษะการวาดภาพระบายสีด้วยแสงเงาโดยใช้สีไม้คะแนนเฉลี่ย 4.42 และ มีคะแนนการวาดภาพระบายสีด้วยแสงเงาโดยใช้สีไม้หลังการจัดการเรียนรู้โดยวิธีการจัดการเรียนรู้ แบบสาธิต มีคะแนนเฉลี่ย 8.5 และเมื่อเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างคะแนนเฉลี่ยก่อน และหลัง การจัดการเรียนรู้ปรากฏว่า ทั้งในภาพรวมและรายด้านปรากฎว่า นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มี คะแนนเฉลี่ยทักษะการการวาดภาพระบายสีด้วยแสงเงาโดยใช้สีไม้สูงกว่าก่อนการจัดการเรียนรู้โดย วิธีการจัดการเรียนรู้แบบสาธิต อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การวิจัยเรื่องเปรียบเทียบการวาดภาพระบายสี เรื่องแสงและเงา โดยใช้รูปแบบการจัด การเรียนรู้ด้วยวิธีการสอนแบบสาธิต สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ในครั้งนี้ ผู้วิจัยได้นำ ข้อมูลที่เก็บ รวบรวมมาวิเคราะห์ เพื่อสรุปอภิปรายผล ดังนี้ 1.วัตถุประสงค์ของการวิจัย 2.สมสติฐานของการวิจัย 3.ขอบเขตการวิจัย 4.เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 5.สรุปผลการวิจัย 6.อภิปรายผล 7.ข้อเสนอแนะ วัตถุประสงค์ของการวิจัย ในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้กำหนดวัตุประสงค์ของการวิจัยดังนี้ 1. เพื่อศึกษาทักษะการวาดภาพด้วยแสงเงาโดยใช้รูปแบบการสอนแบบสาธิต ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 2. เพื่อเปรียบเทียบทักษะการวาดภาพด้วยแสงเงานักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้ รูปแบการสอนแบบสาธิต ก่อนเรียนและหลังเรียน 3. เพื่อพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอน(วิชาศิลปะ) รายวิชาทัศนศิลป์ เรื่องแสงและเงา โดยใช้รูปแบบการสอนแบบสาธิต ของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 สมมติฐานของการวิจัย ในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้กำหนดสมมติฐานของการวิจัยดังนี้ 1. นักเรียนที่ได้รับการสอนด้วยกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้รูปแบบการสอนแบบสาธิต มีทักษะการวาดภาพด้วยแสงเงาหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน 2. นักเรียนที่ได้รับการสอนด้วยกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้รูปแบบการสอนแบบสาธิต มีทักษะการวาดภาพด้วยแสงเงาไม่น้อยกว่าร้อยละ 80
56 ขอบเขตการวิจัย ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้กำหนดขอบเขตการวิจัย ดังนี้ 1. กลุ่มเป้าหมาย กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 2565 โรงเรียนอนุบาลอุดรธานีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา อุดรธานีเขต 1 จำนวน 1 ห้องเรียน มีนักเรียนจำนวน 40 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 2. ประเภทของเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ศึกษาและสร้างเครื่องมือที่สอดคล้องกับ วัตถุประสงค์การวิจัย ดังนี้ 1.1 แผนการสอนด้วยวิธีการจัดการเรียนการสอนแบบทางตรง จำนวน 4 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง รวม 8 ชั่วโมง 1.2 แบบประเมินทักษะ เรื่องทักษะการวาดภาพระบายสีด้วยแสงเงาของนักเรียนชั้น ประถมศึกษา ปีที่ 5 เป็นแบบมาตราส่วนประเมินค่า 4 ระดับ โดยใช้เกณฑ์การประเมิน (Rubric Score) ประเมิน ทักษะการวาดภาพระบายสีด้วยแสงเงา ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 1.3 แบบฝึกทักษะการวาดภาพระบายสี ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 3. การเก็บรวบรวมข้อมูล ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล ดังนี้ 1. นำแบบฝึกทักษะ เรื่อง ทักษะการวาดภาพระบายสีด้วยเทคนิคแสงและเงาที่ผ่าน เกณฑ์คุณภาพมาทำการ ทดสอบก่อนเรียนกับนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง 2. ดำเนินการจัดการเรียนการสอนด้วยการจัดการเรียนการสอนแบบทางตรง จำนวน 4 แผน แผนละ 2 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 1 ครั้ง รวม 8 ชั่วโมง 3. นำแบบฝึกทักษะ เรื่อง ทักษะการวาดภาพระบายสีที่ด้วยเทคนิคแสงและเงาผ่าน เกณฑ์คุณภาพมาทำการ ทดสอบหลังเรียนกับนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง 4. นำคะแนนที่ได้ไปวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ และสรุปผลการวิจัย
57 4. การวิเคราะห์ข้อมูล ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้ 1. ผู้วิจัยนำข้อมูลไปหาค่าเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) 2. ผู้วิจัยได้นำข้อมูลทักษะการวาดภาพระบายสีของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มา เปรียบเทียบกันระหว่างก่อนและหลังการทดลอง โดยใช้การทดสอบที่แบบไม่อิสระ (t-test for Dependent Sample) สรุปผลการวิจัย จากผลการวิจัยการพัฒนาและเปรียบเทียบการวาดภาพระบายสี เรื่องแสงและเงา โดยใช้ รูปแบบการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการสอนแบบสาธิต สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ซึ่ง คะแนนที่ได้จากการทำแบบทดสอบความรู้ความเข้าใจเรื่องของแสงและเงา และแบบประเมินผลงาน การวาดภาพระบายสีด้วยแสงและเงาโดยใช้สีไม้ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ได้รับการ จัดการเรียนรู้แบบสาธิต สรุปได้ดังนี้ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้เรื่องการวาดภาพระบายสีด้วยแสง และเงาโดยใช้สีไม้ โดยวิธีการจัดการเรียนรู้แบบสาธิต พบว่าก่อนการจัดการเรียนรู้แบบสาธิต ความรู้ ความเข้าใจเรื่องของแสงและเงา 4.42 คิดเป็นร้อยละ 44.2 และหลังการ จัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการ จัดการเรียนรู้แบบสาธิต มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 8.5 คิดเป็นร้อยละ 85 ซึ่งหลังจากการจัดการเรียนรู้ด้วย วิธีการจัดการเรียนรู้สาธิตของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีความรู้ความเข้าใจเรื่องของแสงและเงา ไม่น้อยกว่าเกณฑ์ร้อยละ70และมีทักษะการวาดภาพระบายสีด้วยแสงและเงาโดยใช้สีไม้ หลังการ จัดการเรียนรู้แบบสาธิตสูงกว่าก่อนการจัดการเรียนรู้แบบสาธิตอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 อภิปรายผล จากผลการเปรียบเทียบการวาดภาพระบายสี เรื่องแสงและเงา โดยใช้รูปแบบการจัดการ เรียนรู้ด้วยวิธีการสอนแบบสาธิต สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ผู้วิจัยได้แยกอภิปราย สมมุติฐานของการวิจัย ตามลำดับขั้นต่อไปนี้
58 ผลการพัฒนาทักษะการวาดภาพระบายสี เรื่องแสงและเงา นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หลังการจัดการเรียนรู้แบบสาธิตสูงกว่าก่อนการจัดการเรียนรู้ จากผลการวิจัยพบว่า คะแนนการทดสอบความรู้ความเข้าใจเรื่องของแสงและเงา ของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ก่อนการจัดการเรียนรู้แบบสาธิต มีค่าคะแนนเฉลี่ย 4.42 คิดเป็นร้อย ละ 44.2 และหลังการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการจัดการเรียนรู้แบบสาธิตมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 8.5 คิดเป็น ร้อยละ 85 ซึ่งหลังจากการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการจัดการเรียนรู้แบบสาธิต ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 5 มีความรู้ความเข้าใจเรื่องของแสงและเงาไม่น้อย กว่าเกณฑ์ร้อยละ70 และมี คะแนนทักษะการวาดภาพระบายสี เรื่องแสงและเงา ด้วยสีไม้ของนักเรียนหลังการจัดการเรียนรู้แบบ สาธิตไม่น้อยกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 ซึ่งสอดคล้องกับสมมุติฐานที่กำหนด ไว้ เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ ได้แก่ กลวิธีการระบายสีไม้การให้ค่าน้ำหนักของสีและแสงเงา การ จัดองค์ประกอบของภาพ และ ความประณีตของงาน หลังการจัดการเรียนรู้แบบสาธิตสูงกว่า ก่อนการจัดการเรียนรู้ อย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ .01 แสดงว่าการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาและ เปรียบเทียบการวาดภาพระบายสี เรื่องแสงและเงา โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการสอนแบบสาธิต ช่วยพัฒนาทักษะการวาด ภาพระบายสีด้วยแสงและเงาของนักเรียนชั้นมัธยมชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ซึ่งเป็นไปตาม สมมุติฐาน ที่ตั้งไว้ ทั้งนี้เนื่องมาจาก 1.1 แผนการจัดการเรียนรู้การพัฒนาทักษะการวาดภาพระบายสีด้วยแสงและเงา ได้สร้าง ขึ้นตามแนวคิดละทฤษฎีการเรียนรู้ จากเอกสารและงานวิจัยที่หลากหลาย ผ่านการตรวจสอบและ ได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ คณะกรรมการที่ปรึกษาวิจัยที่มีความเชี่ยวชาญในการจัดทำแผนการ จัดการเรียนรู้เรื่องทักษะการวาดภาพระบายสีด้วยแสงและเงาของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 เป็น แผนการจัดการเรียนรู้ที่ทำให้นักเรียนได้เรียนรู้ตั้งแต่ความรู้ความเข้าใจเรื่องแสงและเงา การไล่ค่า น้ำหนักของสี การไล่น้ำหนักแสงและเงา และการวาดภาพระบายสีด้วยแสงและเงาจากสีไม้โดยการ จัดการเรียนรู้แบบสาธิต และปรับเปลี่ยนแผนการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับธรรมชาติของนักเรียน 1.2 นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ได้ลงมือปฏิบัติเพื่อฝึกทักษะการวาดภาพระบายสีโดย เริ่มจากการฝึกทักษะการระบายสีไม้การไล่ค่าน้ำหนักของสีแบบสีเดียว การไล่ ค่าน้ำหนักแบบ 2 สี ขึ้นไป การระบายสีเพื่อให้เกิดแสงเงาในภาพ และการสร้างสรรค์งานจิตรกรรมด้วยแสงและเงา ด้วยสีไม้กระบวนการทำงานศิลปะของนักเรียนเหล่านั้นจะช่วยให้เด็กเกิดการเรียนรู้โดยภายใน จาก ตัวของนักเรียน ครูผู้สอนทำหน้าที่เป็นผู้ให้คำแนะนำในการปฏิบัติงาน 1.3 ในการวิจัยครั้งนี้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้เรื่องการวาด ภาพระบายสีด้วยแสงและเงา โดยวิธีการจัดการเรียนรู้แบบสาธิต ซึ่งมีสาระสำคัญในการพัฒนาทักษะ การสร้างสรรค์งานจิตรกรรรมด้วยแสงและเงา โดยเนื้อหาในการจัดการเรียนการสอนมีความ เหมาะสม ในการพัฒนาทักษะการวาดภาพระบายสีด้วยแสงและเงาของนักเรียน
59 ข้อเสนอแนะ จากการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้จากการวิจัยและ ข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัย ดังนี้ 1. ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้ จากการวิจัยพบว่าการจัดการเรียนรู้เรื่องทักษะการวาดภาพระบายสี เรื่องแสงและเงา โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการสอนแบบสาธิต สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ส่งผลให้นักเรียนมีทักษะการการภาพระบายสีด้วยแสงและเงาโดยการใช้สีไม้ หลังการจัดการเรียนรู้ สูงขึ้นจากก่อนการจัดการเรียนรู้ไม่น้อยกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 เพื่อให้สามารถนำวิธีการจัดการเรียนรู้ ดังกล่าวไปใช้ให้เกิดประสิทธิภาพผู้วิจัยจึงขอเสนอแนะ ดังนี้ 1.1 ผู้ที่มีความประสงค์จะนำการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาและเปรียบเทียบการวาด ภาพระบายสี เรื่องแสงและเงา โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการสอนแบบสาธิต ไปใช้ ควร ศึกษาและทำความ เข้าใจในทฤษฎีแนวคิดพื้นฐาน หลักการเป็นอย่างดี เพื่อให้การจัดการเรียนรู้เกิด ประสิทธิภาพสูงสุด 1.2 ครูควรมีบทบาทในการดูแลให้ความช่วยเหลือ ให้คำแนะนำเมื่อนักเรียน ต้องการ กระตุ้นนักเรียนให้ได้ทดลองการทำงาน ให้การเสริมแรงแก่เด็ก หากนักเรียนมีปัญหาระหว่าง การจัด กิจกรรมการเรียนรู้ครูต้องให้ความช่วยเหลือนักเรียน 2. ข้อเสนอแนะสำหรับการทำวิจัยครั้งต่อไป 2.1 ควรมีการศึกษาเพื่อศึกษาการจัดการเรียนรู้เรื่องทักษะการวาดภาพระบายสีด้วย แสงและเงาโดยการจัดการเรียนรู้แบบสาธิต ของผู้เรียนในระดับชั้นอื่นๆ ต่อไป 2.2 การศึกษาในครั้งต่อไปควรมีการศึกษาการจัดการเรียนรู้เรื่องทักษะการวาดภาพ ระบายสีด้วยแสงและเงา โดยการใช้สีประเภทอื่นๆ ต่อไป
บรรณานุกรม
61 บรรณานุกรม อภิศักดิ์ บุญเลิศ. (2541). วาดเขียน. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์ กศ.บ. (ศิลปศึกษา) วิทยาลัยเทคนิคลพบุรี กองวิทยาลัยเทคนิค กรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ. เศรษฐมันตร์ กาญจนกุล. (2542). วาดเส้น 2. กรุงเทพ : โรงพิมพ์ดีแอลเอส จำกัด. สุชาติ เถาทอง. (2536). วาดเส้น. กรุงเทพฯ : คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลับบูรพา พิมพ์ที่ โอ.เอส. พริ้นติ้ง เฮ้าส์. ศุภพงศ์ ยืนยง. (2547). หลักการเขียนภาพ. กรุงเทพฯ : พิมพ์ที่ โอ.เอส. พริ้นติ้ง เฮ้าส์ สำนักพิมพ์ โอเดียนสโตร์. เศรษฐมันตร์ กาญจนกุล. (2538). แสง-เงา. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ดีแอลเอส. วัชรพงศ์ หงษ์สุวรรณ. (2537). วาดเส้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ : บริษัท โรงพิมพ์มิตรสัมพันธ์กราฟฟิค จำกัด. สมศิริ อรุโณทัย. (2558). การวาดเส้นสร้างสรรค์. คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์. อนันต์ ประภาโส. (2553). วาดเส้นพื้นฐาน. ปทุมธานี : สำนักพิมพ์ สิปประภา ศบ.มหาวิทยาลัย ศิลปกร คม.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อนันต์ ประภาโส. (2537). วาดเส้น. ราชบุรี : ศูนย์ศิลปะสิปประภา ศบ. มหาวิทยาลัยศิลปากร. เศรษฐมันตร์ กาญจนกุล. (2547). แสงเงา 6. กรุงเทพฯ : เศรษฐศิลป์. สมคิด หงษ์สุวรรณ. (2545). วาดเส้นแรเงา. กรุงเทพฯ : วาดศิลป์. อาภรณ์ ใจเที่ยง. (2550). หลักการสอน (ฉบับปรับปรุง). พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ : โอเดียนส โตร์. สุพิน บุญชูวงศ์. (2544). หลักการสอน. พิมพ์ครั้งที่ 9. กรุงเทพฯ : ศูนย์เอกสารและตำรา สถาบัน ราชภัฏสวนดุสิต. เสริมศรี ลักษณศิริ. (2540). หลักการสอน. กรุงเทพฯ : สถาบันราชภัฏพระนคร วิภาวี จำปาแก้ว. (2560). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง การบาดเจ็บและประถม พยาบาล โดยการจัดการเรียนรู้แบบสาธิต ร่วมกับสื่อประสม ระดับชั้นประถมศึกษา ปีที่ 3. มหาวิทยาลัยราชภัฏสารคาม. ประสน จุมพรม. (2550). ทักษะทางการวาดภาพของเด็กปฐมวัย ที่ได้รับการจัดกิจกรรมวาดภาพ อิสระ. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
62 ปรีชา ศรีมุกข์ และ อุบล สรรพัชญพงษ์. (2556). เทคนิคการสอนวิชาศิลปะที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนในวิชาศิลปะของนักเรียนโรงเรียนประถมศึกษา. จังหวัดนครศรีธรรมราช. อาทิตยา พันธ์เสถียร และ จุมพล ราชวิจิตร. (2560). การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยรูปแบบการ สอนแบบสาธิต กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ สาระนาฏศิลป์เรื่อง ฟ้อนขอขมาโขงวารี มหานทีฮีตอีสาน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6. มหาวิทยาลัยขอนแก่น. ซ่อนกลิ่น กาหลง. (2560). การวิจัยและพัฒนาแบบฝึกทักษะการแก้ปัญหา ด้วยกระบวนการ เทคโนโลยีสารสนเทศ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. มหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาสารคาม. ภัททิยะ จันทร์อุดม. (2561). ผลการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนแบบสาธิต เรื่อง การจำลองความคิดที่มีต่อทักษะปฏิบัติและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4. มหาวิทยาลัยทักษิณ. รุ่งทิวา พงษ์จำปา. (2561). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง ทัศนธาตุและการวาดภาพ ระบายสีด้วยการใช้น้ำหนัก แสงเงาตามวงจรสีของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 4/5 โดย ใช้แบบฝึกเสริมทักษะ. โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา. วรวัฒน์ พรมเด่น. (2561). การพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์พื้นฐานโดยการสอน แบบสาธิตการปฏิบัติการ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพและการเปลี่ยนแปลง ทางเคมีของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์. สุเชน น้อยสําแดง. (2553). การศึกษาผลงานการวาดภาพระบายสีและความพึงพอใจโดยใช้เพลง ประกอบการสอน ของนักเรียนชนประถมศึกษาปีที่ 4. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. บุญเชิด ชุมพล. (2563). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง ปริมาตรและพื้นที่ผิว ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี. วันนิสา คลังคนเก่า. (2563). การใช้ชุดฝึกทักษะเรื่องการคูณที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. โรงเรียนวัดมณฑลประสิทธิ์ (อาจธวัชประชานุกูล). อมรา เชิญรัมย์. (2560). การพัฒนากจิกรรมการจัดการเรียนรู้ เรื่อง การคูณ ของนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 2 โดยใช้แบบฝึกทักษะ. โรงเรียนบ้านแก้งขี้เหล็ก. อังคาร สุริยนต์. (2563). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะ เรื่อง เลขยกกำลัง ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. โรงเรียนวัดอุเบกขาราม. เบญจวรรณ เหลี่ยมจินดา. (2560). ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาบัญชีต้นทุน 1 ของนักศึกษา ระดับประกาศนียบัตร วิชาชีพชั้นสูง ปีที่2คณะบริหารธุรกิจวิทยาลัยเทคโนโลยีพายัพ และบริหารธุรกิจ ที่ได้รับการจัดการเรียนการสอนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะ. วิทยาลัย เทคโนโลยีพายัพและบริหารธุรกิจ.
63 กันติชา แพงโสดา และสมทรง สิทธิ. (2564). การพัฒนาความสามารถการออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง หลักการออกแบบสื่ออย่างมืออาชีพ ด้วยวิธีการสอน แบบสาธิตร่วมกับ บทเรียนออนไลน์ของนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง. มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. ซารีนา อาแว. (2561). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้แบบสาธิต สาระการเรียนรู้อัลฟิกฮฺสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1. มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา. ภูมิสิทธิ์ สัจจหทยาศรม. (2556). ผลการเปรียบเทียบการจัดการเรียนรู้แบบสาธิต กับการจัดการ เรียนรู้แบบสาธิตร่วมกับการจัดการเรียนรู้แบบ ร่วมมือที่มีต่อความรู้และทักษะการรำ กระบี่กระบอง ของนักศึกษาโปรแกรมวิชาพลศึกษา. มหาวิทยาลัยราชภัฏกําแพงเพชร. ชนัส คงหิรัญ. (2564). การพัฒนาการเรียนการสอนด้านทัศนมิติโดยใช้การจัดการองค์ความรู้เป็น ฐาน: กรณีศึกษาเทคนิคการเขียนภาพทัศนียภาพโดยการอ้างอิงจากภาพด้าน. สถาบัน บัณฑิตพัฒนศิลป์.
ภาคผนวก
ภาคผนวก ก. รายนามผู้เชี่ยวชาญ ตรวจสอบเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
66 รายชื่อผู้เชี่ยวชาญที่ตรวจสอบเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1. อาจารย์พศิน เวียงแก้ว ประธานสาขาวิชาทัศนศิลป์ สังกัดคณะ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราช ภัฏอุดรธานี 2. นายพิภพ กู่แก้ว ครูพี่เลี้ยง กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ โรงเรียน อนุบาลอุดรธานีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาอุดรธานี 3. นางจิตรยา ชื่นชม หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ โรงเรียน อนุบาลอุดรธานี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาอุดรธานี
68 ภาคผนวก ข. แผนการจัดการเรียนรู้ วิชาทัศนศิลป์ โดยใช้รูปแบบกาจัดการเรียนรู้แบบสาธิต สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
68 แผนการจัดการเรียนรู้1 กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (ทัศนศิลป์) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่3 วาดแสงเล่นสี วันที่ 5 กรกฎาคม 2566 เรื่อง ความรู้ความเข้าใจในเรื่องของแสงและเงา เวลา 2 ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวศศินา ยาโย 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ศ 1.1 สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์ คุณค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอย่าง อิสร ชื่นชมและประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ตัวชี้วัด ป.5/3 วาดภาพโดยใช้เทคนิคของแสงเงาน้ำหนักและวรรณะสี 2. สาระสำคัญ ความเข้าใจในเรื่องของแสงและเงา มีความสำคัญในสร้างสรรค์ผลงานเป็นอย่างมาก น้ำหนัก แสงเงา และการใช้ววรณะมีสีมีผลต่อการวาดภาพแสดงแสงเงาตามธรรมชาติ เพื่อให้มีความสวยงาม สมจริง 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ (เชิงพฤติกรรม) 1. นักเรียนสามารถอธิบายความหมายของแสงและเงาได้ (K) 2. นักเรียนสามารถทำแบบทดสอบความรู้ความเข้าใจในเรื่องของแสงและเงาได้ (P) 3.นักเรียนมีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนในรายวิชาศิลปะพื้นฐาน ตรงต่อเวลา รับผิดชอบงาน ตามที่ได้รับหมาย และให้ความร่วมมือในชั้นเรียน (A) 4. สาระการเรียนรู้ ความหมายของแสงและเงา มีความสำคัญที่ทำให้ภาพวาดมีมิติมากขึ้น ร่วมถึงการเลือกใช้สีที่ ถูกต้อง ก็สามารถทำให้ภาพวาดมีความสวยงามและมีมิติได้ด้วยเช่นกัน
69 5. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นที่ 1 ขั้นนำ 1.1 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายผลงานจิตรกรรม โดยยกตัวอย่างงานจิตรกรรมที่ สร้างสรรค์ด้วยสีไม้ประกอบการอภิปราย 1.2 นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน เรื่อง ความรู้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องของแสงและ เงา จำนวน 10 ข้อเพื่อวัดความรู้พื้นฐานในงานจิตรกรรม ขั้นที่ 2 ขั้นสอน 2.1 นักเรียนศึกษาบทเรียนเรื่อง ความรู้เบื้องต้นในการวาดภาพด้วยแสงและเงา 2.2 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเนื้อหาเกี่ยวกับงานจิตรกรรมว่าจิตรกรรมมีกี่ประเภท และการลงน้ำหนักแสงเงาในภาพวาดให้มีมิติ 2.3 ครูสุ่มถามนักเรียน 2-3 คน เกี่ยวกับการลงน้ำหนักแสงและเงา 2.4 ครูสรุปประเภทของงานจิตรกรรมและการลงน้ำหนักแสงเงา ตลอดจนวัสดุอุปกรณ์ที่ ใช้ ในการสร้างสรรค์งานจิตรกรรมสีไม้ 2.5 ครูสาธิตวิธีการลงน้ำหนักแสงและเงา และเทคนิคการระบายสีไม้โดยลงน้ำหนักแสงและ เงาให้ นักเรียนดู 2.6 ให้นักเรียนฝึกระบายสีไม้ตามเทคนิคต่างๆที่ครูทำการสาธิต โดยในแต่ละเทคนิค ให้ นักเรียนฝึกทำซ้ำๆ เทคนิคละ 3-4 ครั้ง เพื่อให้นักเรียนสามารถควบคุมเทคนิควิธีการลงสีได้ดี ยิ่งขึ้น โดยครูให้คำแนะนำในการปฏิบัติตลอดเวลา 2.7 นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน เรื่องความรู้เบื้องต้นในการวาดภาพด้วยแสงและเงา ฉบับ เดิม เพื่อวัดความรู้นักเรียนหลังเรียนแล้ว ขั้นที่ 3 ขั้นสรุป นักเรียนและครูช่วยกันทบทวนความรู้และสาระสำคัญในเรื่องความรู้เบื้องต้นในเรื่องแสงและ เงา และการน้ำหนักแสงและเงาในการสร้างสรรค์งานจิตรกรรมด้วยสีไม้ 6. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 6.1 กระดาษวาดรูป ดินสอ ยางลบ สีไม้ 6.2 หนังสือเรียน 6.3 สื่อภาพวาด
70 7. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. นักเรียนสามารถอธิบาย ความหมายของแสงและเงาได้ (K) การตอบคำถาม คำถาม ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 80 ขึ้นไป 2. นักเรียนสามารถทำแบบทดสอบ ความรู้ความเข้าใจในเรื่องของแสง และเงาได้ (P) ทำแบบทดสอบ ก่อน/หลังเรียน แบบทดสอบ ก่อนเรียน/หลัง เรียน ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 80 ขึ้นไป 3.นักเรียนมีทัศนคติที่ดีต่อการเรียน ในรายวิชาศิลปะพื้นฐาน ตรงต่อ เวลา รับผิดชอบงาน ตามที่ได้รับ หมาย และให้ความร่วมมือในชั้น เรียน (A) สังเกตการณ์เข้า ร่วมกิจกรรม แบบสังเกต พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 80 ขึ้นไป
71 แบบทดสอบก่อนเรียน - หลังเรียน เรื่องความรู้ความเข้าใจในเรื่องน้ำหนักและแสงเงา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 สาระทัศนศิลป์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ คําชี้แจง ให้นักเรียนทำเครื่องหมาย (X) ทับลงหน้าคําตอบที่เห็นว่าถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว (10 คะแนน) 1. การระบายสีให้มีน้ำหนักอ่อน – แก่ เข้ม – จาง เป็นการวาดภาพโดยใช้สิ่งใด ก. ใช้แสงเงา ข. ใช้น้ำหนักสี ค. ใช้วรรณะสี ง. ใช้น้ำหนักแสง 2. ข้อใดเป็นแสงจากธรรมชาติ ก. แสงจากไฟฉาย ข. แสงจากเทียนไข ค. แสงจากดวงอาทิตย์ ง. แสงจากหลอดไฟ 3. การวาดภาพแสงเงา ควรแรเงาสีเข้มที่ใด ก. ตรงพื้นวัตถุทั้งหมด ข. ตรงที่แสงส่องมากระทบ ค. ตรงเงาในตัวเอง ง. ตรงเงาตกทอด 4. วัตถุโปร่งแสง เงาตกทอดจะมีลักษณะ อย่างไร ก. เงาเป็นสีเข้ม ข. เงาเป็นสีจาง ค. เงาเป็นสีเดียวกันวัตถุ ง. เงาเป็นสีตรงข้ามวัตถุ 5. เงาในตัวเอง มักจะปรากฏในตำแหน่งใด ก. ด้านเดียวกับแสงส่อง ข. ด้านตรงกันข้ามกับเงาตกทอด ค. ด้านตรงกันข้ามกับแสงส่อง ง. ด้านพื้นของวัสดุ 6. เงาตกทอด จะมีลักษณะอย่างไร ก. มีรูปร่างต่างไปจากวัตถุ ข. มีรูปร่างเหมือนวัตถุ ค. มีสีแตกต่างจากวัตถุ ง. มีสีจางกว่าวัตถุ 7. ประโยชน์ของแสงเงา คืออะไร ก. ทำให้ภาพมีมิติ ข. ทำให้ภาพคมชัด ค. ทำให้ภาพมีสีสัน ง. ทำให้ภาพมีความ สวยงาม 8. ในการวาดภาพที่ต้องการให้เหมือนจริงและ น่าส นใจควรนำวิธีใดมาใช้ ก. การร่างภาพ ข. การใช้แสงเงาและสี ค. การจัดความสมดุลของภาพ ง. ใช้สีและกระดาษราคาแพง 9. ถ้าต้องการให้ภาพวาดดูสว่างนักเรียนควรใช้สี ใด ก. สีดำ ข. สีเหลือง ค. สีม่วง ง. สีน้ำตาล 10.ข้อใดคือองค์ประกอบสำคัญของการเขียนภาพ ระบายสี ก. สี ข. เงา ค. แสง ง. ถูกทุกข้อ
72 เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน - หลังเรียน เรื่องความรู้ความเข้าใจในเรื่องน้ำหนักและแสงเงา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 สาระทัศนศิลป์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ 1. ข. 2. ค. 3. ง. 4. ข. 5. ค. 6. ข. 7. ก. 8. ข. 9. ข. 10.ง
73 แผนการจัดการเรียนรู้2 กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (ทัศนศิลป์) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 วันที่ 12 มิถุนายน 2566 เรื่อง เปรียบเทียบผลงานทัศนศิลป์ด้วยวัสดุอุปกรณ์ เวลา 2 ชั่วโมง และวิธีที่แตกต่างกัน ผู้สอน นางสาวศศินา ยาโย 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ศ 1.1 สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์คุณค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ตัวชี้วัด ศ 1.1 ป.5/2 เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างงานทัศนศิลป์ที่สร้างสรรค์ด้วยวัสดุอุปกรณ์และ วิธีการที่แตกต่าง 2. สาระสำคัญ เราสามารถใช้วัสดุอุปกรณ์และวิธีการที่ต่างกันในการวาดและระบายสี เพื่อให้เกิดการ สร้างสรรค์ที่สวยงาม และเพิ่มพูนประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับตัวเอง 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ (เชิงพฤติกรรม) 1. เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างงานทัศนศิลป์ที่สร้างสรรค์ด้วยวัสดุอุปกรณ์และวิธีการ ที่แตกต่าง (K) 2. มีความวาดภาพระบายสีโดยใช้วัสดุอุปกรณ์และวิธีการที่แตกต่างกัน (P) 3. ชื่นชมผลงานการวาดภาพโดยใช้วัสดุอุปกรณ์และวิธีการที่แตกต่างกัน (A 4. สาระการเรียนรู้ การเปรียบเทียบผลงานทัศนศิลป์ที่สร้างสรรค์ด้วยวัสดุอุปกรณ์และวิธีการที่แตกต่างกัน
74 5. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นที่ 1 ขั้นนำ 1.1 นักเรียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้ สี นักเรียนคิดว่าสีน้ำ สีไม้ และสีชอล์ค ทำให้ ภาพมีความแตกต่างกันอย่างไร 1.2 นักเรียนเล่นเกมส์จับคู่ภาพวาดแต่ละภาพเหมาะจะใช้กับวัสดุอุปกรณ์อะไร โดยแบ่งเป็น กลุ่ม กลุ่มละ ๗ คน ขั้นที่2 ขั้นสอน 2.2 นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับภาพทั้งหมด โดยครูใช้คำถาม ดังนี้ - ภาพใดระบายด้วยสีน้ำ (นักเรียนตอบตามความเข้าใจ) - นักเรียนรู้ได้อย่างไรว่าภาพใดระบายด้วยสีน้ำ (นักเรียนตอบตามประสบการณ์และความ เข้าใจ) - ภาพใดระบายด้วยสีไม้ (นักเรียนตอบตามความเข้าใจ) - นักเรียนรู้ได้อย่างไรว่าภาพใดระบายด้วยสีไม้ (นักเรียนตอบตามประสบการณ์และ ความเข้าใจ) - ภาพใดระบายด้วยสีเทียน (นักเรียนตอบตามความเข้าใจ) - นักเรียนรู้ได้อย่างไรว่าภาพใดระบายด้วยสีเทียน (นักเรียนตอบตามประสบการณ์และความ เข้าใจ) - ภาพใดเป็นภาพถ่าย (นักเรียนตอบตามความเข้าใจ) - นักเรียนรู้ได้อย่างไรว่าภาพใดเป็นภาพถ่าย (นักเรียนตอบตามประสบการณ์และ ความเข้าใจ) 2.3 ครูให้ความรู้เพิ่มเติมกับนักเรียน ว่า ภาพถ่ายจะเป็นภาพที่มีความคมชัด และมี รายละเอียดเหมือนจริง เพราะถ่ายมาจากภาพจริง ภาพที่ระบายด้วยสีน้ำ จะมีความชุ่มฉ่ำสดใส ภาพ ที่ระบายด้วยสีเทียนจะเห็นลายเส้นของสีอย่างชัดเจน และภาพที่ระบายด้วยสีเทียน จะมีสีที่สดใสและ เห็นพื้นผิวได้อย่างชัดเจน ในการวาดภาพระบายสี นักเรียนสามารถเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์และวิธีการที่ แตกต่างกันในการวาดภาพระบายสี เพื่อให้เกิดการสร้างสรรค์ที่สวยงาม และเพิ่มประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับตัวเอง 2.4 ครูสาธิตการไล่สีโดยการใช้เทคนิคสีไม้ให้นักเรียนดู 2.5 นักเรียนทำใบงานเรื่องการไล่สีโดยการใช้สีไม้หรือสีสีชอล์ค ในการไล่สีตั้งแต่ 2 สี จนถึง 5 สี
75 ขั้นที่ 3 ขั้นสรุป 3.1 นักเรียนร่วมกันอธิบายเทคนิค วิธีการใช้สีต่าง ๆ และเปรียบเทียบความแตกต่างของ ผลงานที่ใช้สีที่แตกต่างกัน 3.2 นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้เราสามารถใช้วัสดุอุปกรณ์และวิธีการที่แตกต่างกันใน การวาดและระบายสี เพื่อให้เกิดการสร้างสรรค์ที่สวยงาม และเพิ่มพูนประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับ ตัวเอง 6. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 6.1 กระดาษวาดรูป ดินสอ ยางลบ สีไม้สีชอล์ค 6.2 หนังสือเรียน 6.3 สื่อภาพวาด 7. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1.เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง งานทัศนศิลป์ที่สร้างสรรค์ด้วยวัสดุ อุปกรณ์และวิธีการที่แตกต่าง (K) การตอบคำถาม คำถาม ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 80 ขึ้นไป 2. สร้างสรรค์ผลงานการวาดภาพ ระบายสีโดยใช้วัสดุอุปกรณ์และ วิธีการที่แตกต่างกัน (P) การวาดภาพตามที่ กำหนด ชิ้นงาน ภาพวาด ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 80 ขึ้นไป 3. ชื่นชมผลงานการวาดภาพโดยใช้ วัสดุอุปกรณ์และวิธีการที่แตกต่างกัน (A สังเกตการณ์เข้า ร่วมกิจกรรม แบบสังเกต พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 80 ขึ้นไป
76 แผนการจัดการเรียนรู้3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (ทัศนศิลป์) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่3 วาดแสงเล่นสี วันที่ 11 สิงหาคม 2566 เรื่อง กลุ่มสีที่มีน้ำหนักและไม่มีน้ำหนัก เวลา 2 ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวศศินา ยาโย 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ ศ 1.1 สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์ คุณค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระ ชื่นชมและ ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ตัวชี้วัด ป.5/3 วาดภาพโดยใช้เทคนิคของแสงเงา น้ำหนัก และวรรณะสี 2. สาระสำคัญ การใช้สีได้เหมาะกับภาพเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้ภาพสวยงาม สีบางสีมีน้ำหนัก สีบางสีไม่มี น้ำหนัก น้ำหนักของสีมีความเกี่ยวข้องกับการระบายแสงเงาในภาพ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ (เชิงพฤติกรรม) 1. จำแนกกลุ่มสีที่มีน้ำหนักและกลุ่มสีที่ไม่มีน้ำหนัก (K) 2. ฝึกการไล่น้ำหนักสี (P) 3. เห็นประโยชน์ของกลุ่มสีที่มีน้ำหนักและกลุ่มสีที่ไม่มีน้ำหนัก (A) 4. สาระการเรียนรู้ 1. กลุ่มสีที่มีน้ำหนักและกลุ่มสีที่ไม่มีน้ำหนัก 2. การไล่น้ำหนักสีและแสงเงา 5. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
77 ขั้นที่ 1 ขั้นนำ 1.1 ครูและนักเรียนสนทนาเกี่ยวกับการใช้สีในภาพวาด โดยครูใช้คำถาม ดังนี้ - นักเรียนเคยใช้สีประเภทใดในการระบายภาพของตนเองบ้าง (นักเรียนตอบตาม ประสบการณ์) - สีมีทั้งหมดกี่สีอะไรบ้าง (นักเรียนตอบตามประสบการณ์และความเข้าใจ เช่น สีมี ทั้งหมด 12 สี ได้แก่ สีแดง สีเหลือง สีน้ำเงิน สีชมพู สีส้ม สีดำ สีขาว สีม่วง สีเขียวแก่ สีเขียวอ่อน สี น้ำตาล สีฟ้า ) - สีที่นักเรียนใช้ในการระบายภาพ สีอะไรบ้างที่เป็นสีเข้ม และสีอะไรบ้างที่เป็นสี อ่อน (นักเรียนตอบตามประสบการณ์และความเข้าใจ) - สีเข้มเหมาะสำหรับใช้กับภาพอะไรบ้าง (นักเรียนตอบตามประสบการณ์และ ความเข้าใจ) สีอ่อนเหมาะสำหรับใช้กับภาพอะไรบ้าง (นักเรียนตอบตามประสบการณ์และความเข้าใจ) - สีอ่อนเหมาะสำหรับใช้กับภาพอะไรบ้าง (นักเรียนตอบตามประสบการณ์และ ความเข้าใจ) - นักเรียนคิดว่าการเลือกใช้สี มีความสำคัญกับภาพอย่างไร (นักเรียนตอบตาม ประสบการณ์และความเข้าใจ) ขั้นที่ 2 ขั้นสอน 2.1 ครูให้ความรู้เกี่ยวกับการเลือกใช้สีในภาพวาดว่า การใช้สีได้เหมาะกับภาพเป็นสิ่งหนึ่งที่ ช่วยให้ภาพสวยงาม สีบางสีมีน้ำหนัก สีบางสีไม่มีน้ำหนัก น้ำหนักของสีมีความเกี่ยวข้องกับการระบาย แสงเงาในภาพ 2.2 ให้นักเรียนดูภาพที่ระบายสีที่มีน้ำหนักและสีที่ไม่มีน้ำหนัก (ครูอาจหาภาพมาเอง หรือให้ นักเรียนดูภาพจากชุดกิจกรรมทัศนศิลป์ ป.5 หน้า 42 ก็ได้) จากนั้นให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คำถาม ดังนี้ - นักเรียนคิดว่าภาพใดระบายด้วยสีที่มีน้ำหนัก (นักเรียนตอบตามความเข้าใจ) - นักเรียนคิดว่าภาพใดเป็นภาพระบายด้วยสีที่ไม่มีน้ำหนัก (นักเรียนตอบตามความ เข้าใจ) - นักเรียนคิดว่ากลุ่มสีที่มีน้ำหนักมีสีอะไรบ้าง (นักเรียนตอบตามความเข้าใจ) - กลุ่มสีที่มีน้ำหนักเมื่อระบายภาพแล้วจะทำให้ภาพเป็นอย่างไร (นักเรียนตอบตาม ความเข้าใจ) - กลุ่มสีที่ไม่มีน้ำหนักเมื่อระบายภาพแล้วจะทำให้ภาพเป็นอย่างไร (นักเรียนตอบตาม ความเข้าใจ)
78 - นักเรียนคิดว่ากลุ่มสีที่ไม่มีน้ำหนักมีสีอะไรบ้าง (นักเรียนตอบตามความเข้าใจ) 2.3 ครูอธิบายกลุ่มสีที่มีน้ำหนักและกลุ่มสีที่ไม่มีน้ำหนัก ดังนี้ กลุ่มสีที่มีน้ำหนัก เช่น สีม่วง สีแดง สีเขียวเข้ม สีน้ำตาล จะเป็นสีที่แสดงความแตกต่าง ระหว่างการระบายสีให้เข้มและอ่อนได้อย่างชัดเจน เมื่อระบายสีนั้นให้เข้มก็จะแสดงถึงความเป็นเงา ได้ เมื่อระบายสีนั้นให้อ่อนก็จะแสดงถึงส่วนที่เป็นแสงในภาพ หรือส่วนที่รับแสงในภาพได้อย่างชัดเจน กลุ่มสีที่ไม่มีน้ำหนัก เช่น สีเหลือง สีเขียวอ่อน สีส้ม สีฟ้า เมื่อระบายสีนั้นให้เข้มและอ่อนจะดู คล้ายกัน ไม่แสดงความแตกต่างอย่างชัดเจน ดังนั้นในการสร้างสรรค์งานทัศนศิลป์จึงควรเลือกใช้สีที่มี น้ำหนักและสีที่ไม่มีน้ำหนักให้เหมาะสมกับงาน 2.4 ให้นักเรียนดูภาพการใช้สีที่มีน้ำหนักและสีที่ไม่มีน้ำหนัก ในชุดกิจกรรมทัศนศิลป์ ป.5 หน้า 43 (ครูอาจหาบัตรภาพภาพอื่นที่ให้ความหมายเดียวกันมาให้นักเรียนดูก็ได้) จากนั้นนักเรียน ร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คำถาม ดังนี้ - ภาพที่เห็นระบายด้วยสีอะไรบ้าง (นักเรียนตอบตามความเข้าใจ) - สิ่งใดในภาพที่ระบายด้วยสีที่มีน้ำหนัก (นักเรียนตอบตามความเข้าใจ) - สิ่งใดในภาพระบายด้วยสีที่ไม่มีน้ำหนัก (นักเรียนตอบตามความเข้าใจ) - ภาพที่นักเรียนเห็นมีจุดเด่นที่ใด (นักเรียนตอบความความเข้าใจ) - นักเรียนคิดว่าภาพที่มีน้ำหนักและภาพที่ไม่มีน้ำหนักมีความสำคัญกับการสร้าง จุดเด่นให้กับภาพหรือไม่ อย่างไร (นักเรียนตอบตามความเข้าใจ) 2.5 ครูอธิบายให้นักเรียนฟังว่า การใช้สีไม่มีน้ำหนักระบายพื้นหลังของภาพ จะช่วยเน้น จุดเด่นของภาพ ที่ระบายด้วยสีที่มีน้ำหนักให้โดดเด่น ชัดเจนขึ้น การใช้สีที่มีน้ำหนักระบายเป็นพื้นหลังของภาพ จะช่วยเน้นจุดเด่นของภาพซึ่งระบายด้วยสี ที่ไม่มีน้ำหนักให้โดดเด่น ชัดเจนขึ้นเช่นกัน นักเรียนควรสังเกตว่าภาพที่สวยงาม จะใช้สีที่มีน้ำหนักและไม่มีน้ำหนักด้วยกันอย่าง เหมาะสม 2.6 ครูใช้คำถามกระตุ้นความคิดของนักเรียน ดังนี้ - สีที่มีน้ำหนักมีสีอะไรบ้าง (ตัวอย่างคำตอบ สีน้ำเงิน สีแดง สีน้ำตาล สีม่วง สีเขียว เข้ม) - นักเรียนคิดว่าสีเพียงสีเดียว จะสามารถไล่น้ำหนักความอ่อนเข้มได้หรือไม่ (นักเรียนตอบตามความเข้าใจ)
79 ครูอธิบายให้นักเรียนฟังว่า สีที่มีน้ำหนัก สามารถระบายให้มีน้ำหนักเข้มอ่อนได้หลายระดับ การใช้สีเพียงสีเดียวระบายแสดงน้ำหนักเรียงลำดับตามความเข้มอ่อน เรียกว่า การไล่น้ำหนักสี ขั้นที่ 3 ขั้นสรุป 3.1 นักเรียนฝึกการไล่น้ำหนักสีให้มีความเข้มอ่อน 3 ระดับ จากนั้นนำสีที่มีความเข้มอ่อน แตกต่างกัน มาระบายลงบนใบงานที่กำหนดให้เพื่อไล่น้ำหนักสีให้เห็นอย่างชัดเจน 3.2 นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ ดังนี้ - การใช้สีได้เหมาะกับภาพเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้ภาพสวยงาม สีบางสีมีน้ำหนัก สีบางสี ไม่มีน้ำหนัก น้ำหนักของสีมีความเกี่ยวข้องกับการระบายแสงเงาในภาพ 3.3 ให้นักเรียนแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คำถามท้าทาย ดังนี้ - กลุ่มสีที่มีน้ำหนักและกลุ่มสีที่ไม่มีน้ำหนัก ส่งผลต่อความรู้สึกและอารมณ์อย่างไร 6. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 6.1 กระดาษวาดรูป ดินสอ ยางลบ สีไม้สีเทียน 6.2 หนังสือเรียน 6.3 สื่อภาพวาด 6.4 พาเวอร์พ้อย 7. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. จำแนกกลุ่มสีที่มีน้ำหนักและกลุ่ม สีที่ไม่มีน้ำหนัก (K) การตอบคำถาม คำถาม ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 80 ขึ้นไป 2. ฝึกการไล่น้ำหนักสี (P) การวาดภาพตามที่ กำหนด ชิ้นงาน ภาพวาด ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 80 ขึ้นไป 3. เห็นประโยชน์ของกลุ่มสีที่มี น้ำหนักและกลุ่มสีที่ไม่มีน้ำหนัก (A) สังเกตการณ์เข้า ร่วมกิจกรรม แบบสังเกต พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 80 ขึ้นไป
80 แผนการจัดการเรียนรู้4 กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (ทัศนศิลป์) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 หน่วยการเรียนรู้ที่3 วาดแสงเล่นสี วันที่ 18 สิงหาคม 2566 เรื่อง น้ำหนักแสงเงาและวรรณะสี เวลา 2 ชั่วโมง ผู้สอน นางสาวศศินา ยาโย 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ ศ 1.1 สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์ คุณค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระ ชื่นชมและ ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ตัวชี้วัด ศ 1.1 ป.5/3 วาดภาพโดยใช้เทคนิคของแสงเงา น้ำหนัก และวรรณะสี 2. สาระสำคัญ การใช้สีเพียงสีเดียวในการลงน้ำหนักแสงเงาให้กับภาพก็สามารถทำให้ภาพสวยงามและมีมิติ ได้ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ (เชิงพฤติกรรม) 1. อธิบายขั้นตอนการลงน้ำหนัก แสงเงาด้วยสีเพียงสีเดียว (K) 2. ฝึกการลงน้ำหนักแสงเงาด้วยสีเพียงสีเดียว (P) 3. ชื่นชมผลงานการลงน้ำหนักแสงเงาของตนเองและผู้อื่น (A) 4. สาระการเรียนรู้ การลงน้ำหนักแสงเงาด้วยสีเพียงสีเดียว
81 5. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นที่ 1 ขั้นนำ 1.1 ให้นักเรียนทบทวนความรู้เรื่องการไล่น้ำหนักสี โดยครูใช้คำถาม ดังนี้ - การไล่น้ำหนักสีควรใช้สีที่มีลักษณะอย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ สีที่มีน้ำหนัก) - สีใดบ้างสามารถไล่น้ำหนักเข้มอ่อนได้ (ตัวอย่างคำตอบ สีแดง สีน้ำเงิน สีม่วง สี น้ำตาล) - นักเรียนคิดว่าการไล่น้ำหนักสีมีประโยชน์อย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ ทำให้ได้สี เพิ่มขึ้น) - น้ำหนักของสีเกี่ยวข้องกับการระบายสิ่งใดในภาพ (ตัวอย่างคำตอบ แสงเงา) - นักเรียนคิดว่า สีเพียงสีเดียว จะทำให้ภาพสวยงามได้หรือไม่ (นักเรียนตอบตาม ประสบการณ์และความเข้าใจ) 1.2 ครูนำภาพที่ลงน้ำหนักแสงเงาด้วยสีเพียงสีเดียวมาให้นักเรียนดู จากนั้นนักเรียนร่วมกัน แสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คำถาม ดังนี้ - ภาพที่นักเรียนเห็นเป็นภาพอะไร (นักเรียนตอบตามที่เห็น) - ภาพนี้ลงแสงเงาด้วยสีอะไร (นักเรียนตอบตามที่เห็น) - สีที่ใช้ในการระบายภาพ มีความเข้มอ่อนต่างกันหรือไม่ อย่างไร (นักเรียนตอบ ตามที่เห็น) - นักเรียนคิดว่าภาพนี้มีความสวยงามหรือไม่ (นักเรียนตอบตามความรู้สึก) ครูอธิบายให้นักเรียนฟังว่า การใช้สีเพียงสีเดียวในการลงน้ำหนักแสงเงาให้กับภาพก็สามารถ ทำให้ภาพสวยงามและมีมิติได้ - นักเรียนคิดว่าการลงแสงเงาให้กับภาพ โดยการใช้สีเพียงสีเดียว มีขั้นตอนอย่างไร บ้าง (นักเรียนตอบตามความเข้าใจ) ขั้นที่ 2 ขั้นสอน 2.1 นักเรียนดูภาพขั้นตอนการลงแสงเงาด้วยสีเพียงสีเดียว จากชุดกิจกรรม ทัศนศิลป์ ป.5 2.2 ครูสาธิตการลงน้ำหนักแสงเงาให้กับภาพช้างด้วยสีเพียงสีเดียว พร้อมอธิบายขั้นตอนต่าง ๆ ดังนี้ 2.3 การวาดน้ำหนักแสงเงาโดยใช้สีเพียงสีเดียวเริ่มจากการเลือกสีที่มีน้ำหนัก เช่น สีน้ำตาล โดยกำหนดทิศทางของแสงให้ชัดเจน ในภาพนี้กำหนดให้แสงเข้าทางซ้าย เราจึงระบายสีที่มีความเข้ม ระดับ 1 คร่าว ๆ ในส่วนที่เป็นเงา และเว้นสีขาวในส่วนที่เป็นแสง
82 2.4 หลังจากนั้นจึงเพิ่มน้ำหนักของสีน้ำตาลโดยผสมสีให้เข้มในระดับที่ 2 ระบายทับเงาที่ ระบายไว้ในขั้นแรก เพื่อเพิ่มน้ำหนักของเงาในด้านที่ไม่ถูกแสงหรือถูกแสงน้อยมาก 2.5 ลงน้ำหนักเงาขั้นที่ 3 เพื่อให้ภาพมีน้ำหนักและเห็นแสงเงาชัดเจน ผสมสีให้เข้มในระดับที่ 3 ระบายทับเงาขั้นที่ 2 โดยเน้นในส่วนลึกและถูกแสงน้อยให้เข้มมากกว่าส่วนอื่น ๆ เช่น ใต้ขา ขา หลัง ส่วนที่เป็นสีขาวให้เว้นการระบายสีไว้เช่นเดิม เมื่อเสร็จแล้วจึงลงสีพื้นหลังด้วยสีที่มีความเข้มใน ระดับ 2 เพื่อเน้นภาพให้สวยงาม 2.6 ให้นักเรียนเตรียมวัสดุอุปกรณ์ในการะบายสี เช่น สีไม้ สีชอลค์ 2.7 ครูแจกใบงานภาพลายเส้นช้าง ให้นักเรียนคนละ1 แผ่น ให้นักเรียนฝึกลงแสงเงาให้กับ ภาพด้วยสีเพียงสีเดียว ตามขั้นตอนที่ครูสาธิต ครูคอยให้กำลังใจและให้ข้อแนะนำเพิ่มเติม ขั้นที่ 3 ขั้นสรุป 3.1 นักเรียนนำผลงานของตนเองออกมานำเสนอ เพื่อร่วมกันชื่นชม จากนั้นให้เพื่อน ๆ ร่วมกันพิจารณาว่าภาพของใครลงแสงเงาได้สวยที่สุด ให้เพื่อน ๆ ปรบมือแสดงความชื่นชม 3.2 นักเรียนทำความสะอาดจานสี และเก็บวัสดุอุปกรณ์ให้เรียบร้อย 3.3 นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ ดังนี้ - การใช้สีเพียงสีเดียวในการลงน้ำหนักแสงเงาให้กับภาพก็สามารถทำให้ภาพ สวยงามและมีมิติได้ 3.4 นักเรียนแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คำถามท้าทาย ดังนี้ - นักเรียนคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในการลงแสงเงาให้กับภาพด้วยสีเพียงสีเดียว คือ อะไร 6. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 6.1 กระดาษวาดรูป ดินสอ ยางลบ สีไม้สีเทียน 6.2 หนังสือเรียน 6.3 สื่อภาพวาด 6.4 พาเวอร์พ้อย
83 7. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์ วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. อธิบายขั้นตอนการลงน้ำหนัก แสงเงาด้วยสีเพียงสีเดียว (K) การตอบคำถาม คำถาม ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 80 ขึ้นไป 2. ฝึกการลงน้ำหนักแสงเงาด้วยสี เพียงสีเดียว (P) การวาดภาพตามที่ กำหนด ชิ้นงาน ภาพวาด ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 80 ขึ้นไป 3. ชื่นชมผลงานการลงน้ำหนักแสง เงาของตนเองและผู้อื่น (A) สังเกตการณ์เข้า ร่วมกิจกรรม แบบสังเกต พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 80 ขึ้นไป
ภาคผนวก ค. แบบประเมินผลงานและแบบประเมินด้านพฤติกรรม
85 แบบประเมินพฤติกรรมระหว่างเรียน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนอนุบาลอุดรธานี ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 ที่ ชื่อ-สกุล ตั้งใจเรียน มีความสนใจใน กิจกรรมการเรียน การสอน ส่งงานตรงต่อเวลา ไม่หยอกล้อเล่นกัน ขณะที่ครูสอน รวมคะแนน สรุปการประเมิน หมายเหตุ 3 2 2 3 10 ผ่าน/ไม่ ผ่าน
86 เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมที่ทำได้ดี คือ 3 คะแนน พฤติกรรมที่ทำได้ปานกลาง คือ 2 คะแนน พฤติกรรมที่ทำได้น้อย คือ 1 คะแนน ระดับคุณภาพ ระดับคุณภาพ 3 หมายถึง ดี คะแนน 6-10 ระดับคุณภาพ 2 หมายถึง ปานกลาง คะแนน 3-6 ระดับคุณภาพ 1 หมายถึง พอใช้ คะแนน 1-3 เกณฑ์การผ่านระดับคุณภาพ 2 ขึ้นไป ลงชื่อ.......................................(ผู้ประเมิน) (....................................................) ............/............/..........