ชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์
สาหรับนักเรียนชั้น
มัธเรยื่อมงศึกษาปีทรี่ 2ะบบ
หายใจ
ระบบขับถ่าย
ระบบ
สืบพันธ์ุ
ชดุ กจิ กรรม
วิทยาศาสตร์
เร่ือง ระบบหายใจ ระบบ
ขับถ่าย
และระบบสืบพันธุ์
จดั ทาโดย
นางสาวชยาภรณ์ คาตยุ้
รหสั นสิ ิต 52102010994
นิสิตช้นั ท่ี 5 เอกวทิ ยาศาสตร์
ทวั่ ไป (กศ.บ)
คณะวิทยาศาสตร์
มหาวทิ ยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
คา
ชี้แจงชุดกิจกรรมวิทยาศาสตร์เรื่อง เรื่องร ะบ บ ห า ยใจ ร ะบ บ
ขับถ่าย และระบ บ สืบ พันธุ์สาหรับนักเรียนช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 2
งจัดท าข้ึ น เพื่ อ เป็น สื่อ การ เรีย น ก ารส อ น ใน กลุ่ม ส าร ะการ เรีย น รู้
วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี 2 ชุดกจิ กรรมวทิ ยาศาสตร์ชุดนี้
มุง่ เน้นใหผ้ ู้เรียนเกิดการเรียนรู้ โดยเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ศกึ ษา
และปฏบิ ตั ิจากชุดกิจกรรมโดยมีครูเป็นผู้ดาเนนิ กจิ กรรมชดุ กจิ กรรม
การเรียนรู้ เพอ่ื ใหผ้ ู้เรียนเกิดการเรยี นรู้ตามความสามารถของแต่
ละบุคคล ทาใหไ้ มเ่ บอ่ื หนา่ ยในการเรยี น เพราะผู้เรียนมสี ว่ นร่วมใน
การเรียนอย่างแท้จริงโดยภายในชุดกิจกรรม ประกอบด้วย ชุด
กิจกรรม 6 กิจกรรมดังน้ี
ชดุ กจิ กรรมที่ 1 ระบบหายใจของมนษุ ย์ ชดุ กจิ กรรมท่ี 2
ชุดกจิ กรรมที่ 1
ระบบหายใจของ
มนษุ ย์
คา
ชุดชกิจแี้ กรจรงมที่ 1 เรื่อง ระบบหายใจของมนุษย์ ใช้เวลาในการ
เรียนรู้ จานวน 3 คาบเรียน
(150 นาที) ประกอบด้วย 3 กิจกรรม ไดแ้ ก่
กิจกรรมที่ 1.1 โครงสรา้ งระบบหายใจของมนุษย์
กจิ กรรมที่ 1.2 กลไกการหายใจของมนุษย์
กิจกรรมที่ 1.3 สารเจือปนในอากาศ
สาระสา
รคะบญั บหายใจของมนุษย์จะมี ปอด (Lung) เปน็ อวัยวะสาคญั ใน
การแลกเปล่ียนกา๊ ซระหวา่ งก๊าซภายในเซลล์ และการแลกเปล่ียน
ก๊าซระหว่างภายในและภายนอ กร่างกาย กระบวนการหายใจ
(Respiration) หมายถึง กระบวนการทาปฏิกริ ิยาในการเผาพลาญ
สารอาหารหรือการสลายสารอาหารเพอ่ื ทาให้เกดิ พลงั งานออกมา
แลว้ รา่ งกายก็นาพลังงานไปใช้ในการทากิจกรรมต่างๆ ซึ่งปฏิกิรยิ า
การเผจาผดุ ลปาญรสะาสรงอคาหก์ ารานรี้จะเป็นไปอย่างช้าๆ นอกจากจะได้
พลังงานแล้ว ยังได้น้าและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สาหรับการ
หายใจเแรบยีบในชอ้ รอู้ กซเิ จน
ใบความร้ทู ่ี 1.1
เรือ่ ง โครงสรา้ งระบบ
หายใจของมนุษย์1.นกั เรยี นสามารถอธบิ ายโครงสรา้ ง หน้าทีข่ องระบบหายใจของ
มนุษย์ได้ รไู้ หมคะว่า ทาไมคนเรา
2.นกั เรยี นสามารถอธบิ ตายอ้ กงลหไากยกาใรจห?ายใจเขา้ และออกของมนษุ ย์
ได้
ม3น.นุษกั ยเรเ์ รียานตต้อรงะกหานรอกั อถกงึ ซควเิ จานมเสพาื่อคกัญาขรออยงอู่รอวยัดวแะกใน๊สชระนบดิ บนหีเ้ ปาย็นใสจว่ นหนง่ึ
ขตอลงออดาจกนากศาทร่ีเดรแูาหลรากัยษใจาเขา้ ไป เราหายใจตลอดชีวิตตงั้ แตต่ อนเรา
เกิด เวลาที่เราหายใจ ออกซเิ จนจะเขา้ ไปในปอด ดูดซมึ เข้าไปทุก
สว่ นของร่างกาย เมื่อออกซเิ จนเข้าไปในเซลล์ พลังงานจะถูกปลอ่ ย
ออกมา เซลลจ์ งึ จะทาหนา้ ที่ได้
ใน กระบวน การการห ายใจจะ
ประกอบด้วยระบบทางเดินหายใจ ได้แก่
ช่องจมูก คอหอย กล่องเสียงกับฝาปิด
กล่องเสียง หลอดลม ขั้วปอด ปอด และถุง
ลม
ภาพ1.1 อวัยวะใน
ระบบหายใจ
ทม่ี า
http://www.bloggang.com
อวัยวะในระบบหายใจ
ได้แก่
ช่องจมกู (Nasal cavity) และคอหอย (Pharynx)
ช่อ งจมู กแล ะค อ ห อ ย เป็ นท างผ่าน ข อ งอ ากาศ เข้ าสู่
หลอดลม ซึง่ เป็นอวัยวะในระบบ
ทางเดินหายใจส่วนตน้ ที่ช่วยในการกรองอากาศ โดยเซลล์บุ
ด้านในข องจมูกและค อหอยจะสร้างเมือกเหนียวๆ ทาให้ฝุ่น
ละอองและจลุ นิ ทรีย์เขา้ ไปตดิ อยู่ในเมือกนี้ รวมทงั้ จะมีขนเล็กๆ
หรอื ซิเลยี (cilia) อยู่บนเซลลท์ ่ีช่วยในการพัดพาเมือกขึ้นมาที่
จมกู และคอหอย
กล่องเสยี ง (Larynx) และฝาปดิ กลอ่ งเสียง (Epiglottis)
ก ล่ อ ง เสี ย ง เป็ น ส่ ว น ท่ี อ ยู่ ป ล า ย บ น ข อ ง ห ล อ ด ล ม
ประกอบดว้ ยอวัยวะทเี่ ปน็ กระดกู ออ่ น
มีลักษณะเป็นสันนูนออกมาตรงแนวกลางเรียกว่า ลูกกระเดือก
และมเี ส้นเสยี ง (Vocal cords) ซ่ึงเป็นเนอ้ื เยื่อบางๆ สองเสน้ วาง
ขวางหลอดลม กล่องเสียงมีหน้าท่ีเป็นแหล่งกาเนิดเสียงขอ ง
มนุษยแ์ ละเป็นทางผ่านของอากาศ โดยมฝี าปิดกล่องเสียง เป็น
แผ่น เน้ือ เย่ือ ท่ีจะเลื่อ น ล งม า ปิดช่อ งเปิดข อ งกล่อ งเสียงไว้เพ่ื อ
ป้องกันไมใ่ ห้อาหารลงไปในหลอดลม
หลอดลม (Trachea)
หลอมลม เป็นท่อท่ีอยู่ด้านหน้าของหลอดอาหารซ่ึงเป็น
ทางผา่ นของอากาศ มหี น้าทีใ่ น การปรับสภาวะของอากาศ
ก่อนท่จี ะเข้าไปยังปอด ช่วยลดอนั ตรายตอ่ ปอด
ขั้วปอด (Bronchus) และปอด (Lung)
ขว้ั ปอด เป็นส่วนที่ตอ่ จากหลอดลม โดยจะแยกเปน็ 2 ข้าง
แลว้ แตกแขนงย่อยออกไปยงั ปอด เรียกวา่ แขนงข้ัวปอด โดยมี
จดุ สิ้นสุดที่ถุงลม (Alveolus)
ปอด เป็นอวัยวะที่ทาหนา้ ที่ในการแลกเปลีย่ นก๊าซ โดยใน
คนปกตจิ ะมีปอด 2 ขา้ ง มีลกั ษณะคลา้ ยฟองนา้ โดยถูกล้อมรอบ
ด้วย เยื่อหุ้มปอด ซึ่งสร้างของเหลวลื่นๆ เพื่อช่วยป้องกันการ
เสยี ดสรี ะหว่างปอดกับซีโ่ ครงในระหวา่ งการหายใจ โดยในการ
หายใจเข้ า – อ อ ก นอ กจากการทางาน ข อ งป อ ดแล้วยังมี
ส่วนประกอบ อ่ืนที่ร่วมกันทางาน คือ ซี่โครง และกระบังลม
(Diaphragm)
กระบงั ลมและซ่ีโครง ทาหน้าที่เป็นกลไกท่ีสาคัญในการ
หายใจ ขณะทปี่ ริมาณกา๊ ซคาร์บอนไดออกไซดใ์ นกระแสเลอื ด
มาก สมองจะส่ังมายงั กระบงั ลมและซ่ีโครงทาใหเ้ คล่อื นตัวสงู ขึ้น
ทาให้เกิดการหายใจเข้า หรือขณะท่ีกระบังลมขยายตัว และ
ซโี่ ครงเคลื่อนท่ีต่าลงทาให้ชอ่ งท้องแคบลง ความดันอากาศใน
ช่องท้องสูงกว่าความดันอากาศภายนอก ทาให้เกิดการหายใจ
ออก
ถงุ ลม (Alveolus)
ถุงลม มีลักษณะเป็นถุงข นาดเล็กนับ ล้านๆ ถุง เพ่ือ
ประกอบเป็นปอด โดยมีร่างแหเส้นเลอื ดฝอยล้อมรอบแต่ละถุงไว้
และผนังของถุงลมมีความบางมาก รวมทั้งมีความชื้นเป็นชั้น
บางๆ ท่ีผนงั ถุงลมด้านนอก
ภาพ1.2 อวยั วะในระบบหายใจ
ทมี่ า http://lms.thaicyberu.go.th
ใบงานท่ี 1.1
เรื่อง โครงสรา้ งและหน้าที่
ระบบหายใจของมนษุ ย์คา ตอนท่ี1 เติมชือ่ อวัยวะในชอ่ งว่างและอธบิ ายความสาคัญของ
ชแ้ี จง อวยั วะน้นั ให้ถกู ต้อง
…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………
คา ตอนที่2 เตมิ คาหรือขอ้ ความทีถ่ กู ตอ้ งลงในช่องวา่ ง
ชีแ้ จง
1. ปอดตง้ั อยู่บรเิ วณใดของรา่ งกาย มีลักษณะคล้าย้ อะไร
และมีความสาคัญอย่างไร
ตอบ
.................................................................................
...................................................
.................................................................................
.............................................................
2. เลือดนอกจากจะลาเลยี งสารอาหารแลว้ ยงั ลาเลียงแกส๊
ต่างๆ โดยเฉพาะแก๊สท่สี าคญั 2 ชนดิ ไดแ้ ก่ แกส๊ อะไร
ตอบ
.................................................................................
..................................................
3. อวัยวะที่เก่ยี วข้องกบั ระบบทางเดินหายใจ
ประกอบดว้ ยอวัยวะใดบ้าง
ตอบ
.................................................................................
..................................................
4. กระบวนการหายใจภายในเซลลค์ อื อะไร
ตอบ
.................................................................................
..................................................
5. ผลท่ไี ด้จากกระบวนการหายใจภายในเซลลค์ อื
อะไรบา้ ง
ตอบ
.................................................................................
..................................................
6.การหายใจเรว็ หรือชา้ มแี ก๊สอะไรเปน็ ตัวกระตนุ้
ตอบ
.................................................................................
.......................................................
7.ปจั จยั ทม่ี ีผลตอ่ อตั ราการหายใจคืออะไรบา้ ง
ตอบ
.................................................................................
......................................................
8. การเคล่อื นทข่ี องอากาศเข้าและออกจากปอด ตอ้ ง
อาศยั อวัยวะใดบ้าง
ตอบ
.................................................................................
.......................................................
ไมย่ ากเลยใช่ไหม
คะเด็กๆ
ใบความรูท้ ่ี 1.2
เรื่อง
กระบวนการ
หายใจ
การหายใจ (reinspiration) เปน็ การนาอากาศเขา้ และออก
จากรา่ งกาย สง่ ผลให้แก๊สออกซเิ จนทาปฏิกิรยิ ากับสารอาหาร
ได้พลังงาน น้า และแก๊สค าร์บ อนไดออ กไซด์ กระบวนการ
หายใจเกดิ ขึน้ กับทุกเซลลต์ ลอดเวลา การหายใจจาเปน็ ต้องใช้
โครงสร้าง 2 ชนิด คอื กล้ามเนอื้ กะบังลมและกระดูกซโ่ี ครง ซงึ่ มี
กลไกการทางานของระบบหายใจ ดงั น้ี
การหายใจเขา้ (inspiration) กะบงั ลมเลือ่ นต่าลง กระดกู
ซโี่ ครงเลื่อนสูงขึ้น ทาให้ปริมาตรของช่องอกเพิ่มข้นึ (ช่องอก
ขยายตัว) ความดันอากาศภายในบริเวณรอบๆปอดลดต่าลง
อากาศจากภายนอกจึงเคลือ่ นเขา้ สู่รจู มูก หลอดลม ไปยงั ถุงลม
ปอด
ภาพ1.3 การหายใจ
เขา้
ทมี่ า http://school.obec.go.th
การหายใจออก (expiration) กะบังลมเลื่อนสูงข้ึน กระดูก
ซโี่ ครงเล่ือนต่าลง ทาให้ปริมาตรของชอ่ งอกลดลง (ช่องอกหด
ตัว) ความดันอากาศภายในบริเวณรอบๆปอดลดสูงข้ึน อากาศจ
ภายในถุงลมปอดจึงเคลอ่ื นจากถุงลมปอด ไปสู่หลอดลมและออก
ทางจมกู
ภาพ1.4 การหายใจ
ออก
ทมี่ า
http://school.obec.go.th
ตารางท่ี 1 ตารางสรปุ กลไกการหายใจเข้าและการหายใจ
ออกของมนษุ ย์
การหายใจเข้า การหายใจออก
(Inspiration) (Expiration)
-กระดกู ซี่โครงเลือ่ นสงู ขน้ึ -กระดูกซ่โี ครงเลอ่ื นตา่ ลง
-กระบังลมเล่ือนต่าลง -กระบงั ลมเลือ่ นสงู ข้ึน
-ปรมิ าตรช่องอกเพิ่มข้ึน -ปริมาตรช่องอกลดลง
-ความดันอากาศภายในชอ่ งอก -ค ว าม ดั น ภ า ย ใ น ช่ อ งอ ก
ลดตา่ ลง อากาศสูงเพมิ่ ขึน้
-อากาศภายนอกผ่านเขา้ สู่ปอด -อากาศภายในออกจากปอด
ส่ิงท่ีกาห นดอัต ราการหายใจเข้าและอ อ ก คือ ปรมิ าณแก๊ส
ค า ร์ บ อ น ไ ด อ อ ก ไ ซ ด์ ใ น เ ลื อ ด ถ้ า มี ป ริ ม า ณ แ ก๊ ส
คาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดตา่ จะทาให้การหายใจช้าลง เช่น
เวลานอนหลับ แต่ถา้ มีปริมาณแกส๊ คาร์บอนไดออกไซดส์ งู จะทา
กลไกการหายใจเข้าและออก
โดยอากาศจากภายนอกในบาง
ก ร ณี อาจ แส ด ง อาก าร ผิ ด ปก ติ
เนื่องจากสภาพอากาศท่ีได้รับหรือ
ความผิดปกติข องส่วน ต่างๆ ใน
ระบบการหายใจ ได้แก่ ก ารไอ
การจาม การหาว การสะอึก และ
การกรน
-
การไอ คืออะไร ?
การไอ (Coughing) เกิดจากอากาศที่เราหายใจเข้าไปไม่สะอาด
พอ - ร่างกายจะพยายามจะขับส่ิงแปลกปลอมเหล่าน้ัน
ออกมา หรอื อาจ เกดิ จากการระคายเคืองใน
ลาคอทาใหเ้ กิดอาการผดิ ปกตินี้
การจาม คอื อะไร ?
การจาม (Sneezing) มีอ าการหายใจ
เขา้ ลึกแล้วตอ่ มา หายใจอยา่ งเร็วโดยทันที
ทัง้ น้ีรา่ งกายต้องการขบั ส่งิ แป ลกปลอมท่ี
เกดิ จากการได้กลนิ่ หรือสูดดมเขา้ มา
การสะอกึ คอื อะไร ?
การสะอกึ (Hiccough) เกิดจากกระบงั ลมหดตัวกระตกุ
ทาให้มีการหายใจเข้าทั นทีและฝาปิด
กล่องเสียงก็ปดิ ทนั ที ล ม จึงดั น เข้ า ไ ป
ทาให้เกดิ เสยี งดงั ขึ้น
การหาว คืออะไร ?
กา ร ห าว (Yawning) เกิ ด จ าก ก า รท่ี มี
คาร์บอนไดออกไซด์ในเลอื กมากผิดปกติ
ส่งผลให้ศูนย์ค วบ คุมการหายใจได้รับ
การกระตุ้น ทาให้มีการหายใจทางปาก
ยาวและลกึ
การกรน คืออะไร ?
การกรน เกดิ ขน้ึ ในขณะนอนหลบั มีอาการหายใจดงั
เน่อื งจากการขยายตัวของหลอดลมมกี ารโคง้ งอ
ทาให้หลอดลมตีบหรือเกิดจากการ
กจิ กรรมที่ 1.2 เร่อื ง แบบจาลองการ
ทางานของปอด
จดุ ประสงค์
1.นกั เรียนศึกษาการทางานของปอดโดยใช้
แบบจาลอง
2.นกั เรียนสามารถอธิบายการทางานของ
แบบจาลองปอด
วสั ดุ
อปุ กรณ์
1. กล่องพลาสตกิ ใส 2. ยางวงแหวน 3.
หลอดแกว้ รูปตัว Y
4. ลกู โปง่ 5. แผน่ ยาง
วิธกี าร
ทดลอง
1. จดั อุปกรณป์ อดจาลองดงั ภาพ
แบบบนั ทกึ กิจกรรมที่ 1.2
เรื่อง แบบจาลองการ
ช่ือ ทางานของปอด
กลมุ่ ……………………………………………………………
…………………………….
คาชี้แจง ใหน้ กั เรียนแต่ละกลุ่มบันทกึ ผลการทดลอง
ลงในตารางและสรปุ ผลการทดลอง
ตารางบนั ทกึ ผลการทดลอง
การเปลย่ี นภายใน
การทดลอง กลอ่ งพลาสติก ผลการทดลอง
ปริมาตร ความดัน
1. ดึงแผน่
ยางลง
2. ดึงแผ่น
ยางข้ึน
สรปุ ผลการทดลอง
............................................................................................................................. ...........
........................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........
.................................................................................................... ....................................
............................................................................................................................. ...........
ใบความร้ทู ่ี 1.3
เรื่อง ปจั จัยทม่ี ผี ลต่อการ
หายใจ
การ ควบคุม ก าร ห ายใจข อง ม นุษ ย์มีศูน ย์ควบคุม ที่
สาคญั อยทู่ ี่สมองส่วนท้ายทีเ่ รยี กว่า Medulla oblongata
ปัจจยั ทีม่ ผี ลตอ่ การหายใจเขา้ และออก ไดแ้ ก่
ปรมิ าณกา๊ ซคารบ์ อนไดออกไซด์ (CO2) ในกระแสเลอื ด
เมื่อมีปริมาณก๊าซดังกล่าวในกระแสเลอื ดมากจะทาให้
ร่างกายต อบ สนอ งทาให้มีการหายใจถี่ขึ้น ซึ่ งถ้ามี
ปริมาณมากจะทาให้เปน็ อนั ตรายได้
ลักษณะหรอื โครงสรา้ งของรา่ งกาย เช่น ความจปุ อดท่ี
แตกต่างกัน โดยปกติในผู้ใหญ่สามารถหายใจให้ลึก
ที่สุดเทา่ ที่ทาได้จะนาอากาศเขา้ สู่ปอดได้ปรมิ าณ 5 ลติ ร
หรือ ในผู้ท่ีออ กกกาลังกายหรือเล่นกีฬา กล้ามเนื้อ มี
ความตอ้ งการออกซิเจนมากข้ึน ทาให้มีการหายใจเร็ว
หรือหายใจถีท่ ่ีเรียกว่า อาการหอบ
ความผดิ ปกตหิ รอื สภาวะของรา่ งกาย เช่น การได้รบั เช้ือ
โรคหรอื เกิดจากความผิดปกตขิ องร่างกายแลว้ ทาใหเ้ กิด
อาการป่วย เช่น ไข้หวัด ปอดบวม โรคหอบหดื เป็นต้น
ตลอดจนสภาวะตา่ งๆ ของร่างกายท่ีแตกตา่ งจากสภาวะ
ปกติ เชน่ การตั้งครรภ์
การไดร้ บั สารพษิ ตา่ งๆ เช่น การสบู บหุ รี่ ซ่งึ จะมอี ันตราย
และมีผลเสียต่อสขุ ภาพ โดยเฉพาะระบบการหายใจ ทา
ให้เกิดอ าการไอ ระค ายเคือ งคอ ก่อ ให้เกิดโรคต่างๆ
เช่น โรคหลอดลมอักเสบ, โรคถุงลมปอดอักเสบหรือโรค
ถงุ ลมโป่งพอง, โรคหวั ใจ และมะเร็งปอดเปน็ ต้น
ใบกจิ กรรมท่ี 1.3
เรอ่ื ง สารเจอื ปนในอากาศ
คาชี้แจง ให้นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ชว่ ยกนั ตง้ั ประเด็นเกยี่ วกับ
สารเจือปนในอากาศทีพ่ บมากในชมุ ชนของเรา เช่น มี
ฝนุ่ ละอองในอากาศมาก ควันจากการจราจร บอกวิธี
ป้องกนั และแกไ้ ขจากปัญหาเหล่านี้
............................................................................................................................. ...........
........................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........
........................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........
........................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........
........................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........
........................................................................................................................................
เก่งมากเลย
ครบั บบ
ชุดกิจกรรมท่ี 2
ระบบหายใจของ
สัตว์
คาช้ีแจง
ชดุ กิจกรรมท่ี 2 เร่อื ง ระบบหายใจของสตั ว์ ใชเ้ วลาในการ
เรียนรู้ จานวน 1 คาบเรียน ( 50 นาท)ี ประกอบดว้ ย 1 กจิ กรรม
ได้แก่
กจิ กรรมที่ 2.1 ระบบหายใจของสตั ว์
สาระสาคั
การดารงชวี ติ ของส่ิงมชี ีวติ จาเป็นต้องใชพ้ ลังงานในการทา
ญกิจกรรมต่างๆ พลังงานที่ร่างกายได้รบั เกิดจากการเผาผลาญ
อาหารในร่างกาย ซึง่ กระบวนการในการสลายอาหารเพอ่ื ใหไ้ ด้
พลงั งานน้ี เรียกวา่ การหายใจ (Respiration) การหายใจของ
สัตวต์ อ้ งใช้แกส๊ ออกซิเจนในการเผาผลาญอาหาร ดงั นน้ั สัตวแ์ ต่
ละชนิดจึงต้อ งมีโครงสร้างและอวัยวะท่ีใช้ในการแลกเปลี่ยน
แจกุด๊สเปพร่ือกะาสรงหคายก์ ใาจรตลอดจนกลไกต่างๆ ในการทางาน ท่ี
แเตรกียตน่างกรนั ู้
1. นกั เรียนสามารถบอกความหมายของระบบหายใจของสตั ว์ได้
2. นกั เรียนสามารถอธิบายโครงสร้างและหนา้ ทีข่ องอวัยวะใน
ใบความรทู้ ่ีระบบหายใจของสตั ว์บางชนิดได้ 2.1
3. นักเรยี นสามารถอธบิ ายกระบวนการหายใจหรือแลกเปล่ียน
แกส๊ เขรองอื่สตั งว์บารงชะนิดบไดบ้ หายใจของสัตว์
การหายใจ (reinspiration) ของสตั ว์ เป็นกระบวนการ
นาอากาศเข้าและออกจากร่างกาย เป็นการนาเอาแก๊ส
ออกซเิ จนทาปฏกิ ิรยิ ากบั สารอาหารได้พลงั งาน น้า และแกส๊
คาร์บอนไดออกไซด์ เช่นเดียวกบั การหายใจของมนษุ ย์ แต่
อาจมีขอ้ แตกต่างดงั น้ี
ไฮดราและพลา
นาเรีย
ไฮดราและพลานาเรยี เปน็ สัตวน์ ้าชนั้ ต่า ไมม่ ีอวัยวะ
หายใจ หายใจโดยใชผ้ วิ หนังในการแลกเปลีย่ นแก๊สกับ
สิ่งแวดลอ้ ม โดยแก๊สออกซเิ จนทล่ี ะลายอย่ใู นน้า และแก๊ส
คารบ์ อนไดออกไซดท์ เ่ี กิดขน้ึ ภายในเซลลเ์ ขา้ และ ออกจากเซลล์
โดยการแพรผ่ ่านเยอื่ หุ้มเซลล์
ภไาพสเ้2ด.1ือการแลกเปลีย่ นแกส๊
ของไฮดรา
นดิน
และพลานาเรยี
ไส้เดอื นดนิ เป็นสัตว์ทอ่ี าทศมี่ ยั าอhยttูบ่ pน://บwกwมwีล.vาcตhัวaกrkลaมrnม.ขีcoนmาด
รา่ งกายใหญ่กว่าพลานาเรียมาก ยังไมม่ ีโครงสร้างที่ทาหน้าท่ี
เฉพาะในการแลกเปลี่ยนแก๊ส แต่จะมีการแลกเปลี่ยนแก๊สโดย
สตั ว์
น้า
สัตว์น้า เชน่ ปลา กงุ้ ฯลฯ มีอวัยวะในการแลกเปล่ียนกับ
สงิ่ แวดล้อม คอื เหงือก (Gill) เหงอื กมีลกั ษณะเปน็ ซ่ีๆ แผเ่ รียงกนั
เป็นแผง ป ระกอบ ด้วยเส้นเลือดมาหล่อเล้ียงจานวนมาก ที่
บรเิ วณเหงือกของปลาจะพบแผ่นปิดเหงือกท่ีเรียกว่า โอ เป อ
ควิ ลมั (Operculum) เคลื่อนไหวเป็นจังหวะกับการอ้าและหุบ
ปากข องป ลา เพ่ือให้แก๊สอ อกซิเจนเข้าทางป ากผ่านเหงือ ก
ตลอดเวลา แมลง
แมลง เปน็ สัตวบ์ กซง่ึ มวี ิวภัฒาพนา2ก.3ารกโาครรแงลสกรเา้ ปงลอีย่ วนัยแวกะทส๊ ี่ใปชล้า
แลกเปล่ียนแก๊สเปน็ แบบย่นื เข้าทไีม่ ปาใhนttรp่า:/ง/wกwายwเ.รmียyกfirวs่าtbรraะiบn.บcoทmอ่
ลม (Trachea System) เมื่ออากาศเข้าสู่ร่างกายทาง ช่อง
นก
นก เป็นสตั ว์มีกระดูกสันหลังซ่ึงดารงชีวิตอยู่บนบก มี
อวัยวะในการแลกเปล่ียนแก๊สท่ีสาคัญคือ ป อ ด (Lung) ซ่ึง
โครงสรา้ งอวัยวะเป็นแบบยื่นเข้าไปในร่างกายเช่นเดียวกับ
แมลง นกมีโค รงสร้างพิเศษสาหรับ ใช้ในการบินและการ
แลกเปลี่ยนแก๊สคือ กระดูกภายในจะเบาและกลวงกระดูก
หนา้ อกแข็งแรงเชื่อมต่อกบั กล้ามเน้อื ปกี เพือ่ ใหเ้ หมาะกบั การ
บนิ และมี ถงุ ลม เช่ือมต่อกับปอด ทาหน้าทส่ี ารองอากาศเพ่ือ
ใชใ้ นการแลกเปลย่ี นแก๊สขณะบิน
คา ใบงานท่ี 2.1 เร่ือง ระบบ
ชแี้ จง หายใจภขาพอ2ง.5สกตั ารวแล์ กเปลีย่ นแก๊ส
ของนก
ตอนท่ี 1 เตมิ คาหรอื ข้อความที่ถกู ตอ้ งลงใน
ช่องวา่ ใหถ้ กู ต้อง ท่ีมา http://e-
learning/digital/science
ก า ร ห า ย ใ จ ( Respiration) ห ม า ย ถึ ง
................................ ..................................................
...............................................................................................
................................................................
...............................................................................................
................................................................
...............................................................................................
................................................................ สัต ว์แต่ละชนิด
จึงต้องมโี ครงสรา้ งและอวยั วะที่ใช้ในการแลกปล่ียนแก๊สตลอดจน
กลไกต่างๆ ในการทางานทแ่ี ตกตา่ งกนั
ไฮดราและพลานาเรีย เป็นสตั ว์น้าชั้นต่า ไม่มีอวยั วะหายใจ
หายใจโดย.............................. ...............................................
โดยแกส๊ ออกซิเจนทล่ี ะลายอยู่ในน้าและแกส๊ คาร์บอนไดออกไซด์ที่
เกิ ด ขึ้ น ภ า ย ใ น เซ ล ล์ เ ข้ า แ ล ะ อ อ ก จ า ก เ ซ ล ล์ โ ด ย ก า ร
..................................................................................
ไส้เดื อ น ดิน ยังไม่มีโค รงสร้างท่ีทาหน้าท่ีเฉพ าะในการ
แ ล ก เป ลี่ ย น แ ก๊ ส แ ต่ จ ะ มี ก า ร แ ล ก เ ป ล่ี ย น แ ก๊ ส โ ด ย
...........................................................แก๊สทแี่ พรผ่ า่ นผิวหนัง
เข้ามาจะถูกลาเลียงโดยระบบหมุนเวียนเลอื ดไปสู่เซลล์ตา่ งๆ ท่ัว
ร่างกายขณะเดียวกันแก๊สที่เซลล์ขจัดออกมาก็จะถูกลาเลียงโดย
ร ะ บ บ ห มุ น เวี ย น เลื อ ด แ ล ะ ป ล่ อ ย อ อ ก น อ ก ร่ า ง ก า ย ท า ง
.........น..ก...เ.ป..็น...ส..ัต..ว..ม์ .ีก...ร.ะ..ด..ูก..ส..ัน..ห..ล..งั...ม..อี ..ว..ัย..วะในการแลกเปลี่ยนแก๊สท่ี
สาคสัญัตควือ์ น..้ า....ม..ีอ..ว..ัย...ว.ะ..ใ..น...กซา่ึงรโคแรลงกสเรป้างลอี่ยวนยั กวะั บเปส็น่ิงแแบวบดยลื่น้อเมข้าคไื อป
..ใ.น...ร..่า.ง..ก..า..ย..เ.ช..่น...เมดลีียักวกษับณแะมเปลน็ งซน่ีๆ กแมผีโ่เครียรงงกสันร้าเปงพ็นแิเศผษงสปารหะกรอับบใดช้ว้ใยน
เสก้นาเลืรอดบมิ านหลแ่อเลลี้ยะงจกานาวนรมแากลท่ีบกริเเวปณเลห่ี งยือกนขอแงปกล๊ าสจะคพื บอ
แผ่นปิ ดเหงือ กที่ เรียกว่า..................... ..........................
เค...ล..ื่ อ..น...ไ..ห...ว..เ.ป..็ น...จ..ัง..ห...ว..ะ..ก..ั บ...ก..า..ร..อ..้ า...แ..ล..ะ..ห..ุ.บ..ป...า.ก...ข..อ..ง..ป...ล..า...เ.พ..่ื.อ..ใ..ห..้ .
..แ..ล..ะ..ม..ี ...................................................................................เ.ช..ื่อ...ม..ต..่.อ..ก..ับ...ป..อ...ด...ท...า..ห..น...้า..ท. ่ี
................................................................................
คา ตอนท่ี 2 ใหน้ ักเรยี นศึกษาระบบหายใจของสตั ว์ท่ี
ชีแ้ จง นักเรียนสนใจ วาดภาพระบบหายใจของสัตว์ และ
อธบิ ายกระบวนการหายใจของสตั ว์พอสงั เขป
จากภาพ เปน็ ระบบหายใจ
ของ……………………………………………………………
…..…………….
มกี ระบวนการหายใจ ดงั นี้
………………….……………………………………………
…………………………………………………………………
สัตว์ชนดิ อน่ื ทม่ี ีระบบหายใจเหมอื นกนั ไดแ้ ก่
…………………………………………………………………
…………..…………………………………………………..
ชดุ กิจกรรมที่ 3
ระบบขบั ถา่ ยของ
มนษุ ย์
ชุดกจิ กรรมท่ี 3 เรอ่ื ง ระบบขบั ถา่ ยของมนุษย์ ใช้เวลาในการ
เรยี นรู้จานวน 2 คาบเรยี น ( 100 นาท)ี ประกอบด้วย 2 กจิ กรรม
ได้แก่
กิจกรรมท่ี 3.1 ระบบขับถา่ ยของมนุษย์
กิจสกรารมรทะ่ี ส3.า2คเกั มสห์ าคาศัพท์ระบบขบั ถา่ ยของมนุษย์
ญ
การขบั ถ่าย (Excretion) เป็นกระบวนการกาจัดของเสียจาก
รา่ งกายและชว่ ยควบคมุ ปรมิ าณของนา้ ในร่างกายให้สมดุล การ
กาจัดของเสียออกจากร่างกายสามารถกาจัดได้หลายทาง โดย
รา่ งกายจะลาเลียงของเสียไปยังอวัยวะขับถ่ายต่างๆ ได้แก่ การ
ขบั ถ่ายของเสียออกทางไตโดยจะขับออกมาในรปู ของปัสสาวะ
ผวิ หนังจะขับของเสียออกมาในรปู ของเหงื่อ ปอดจะขบั ของเสีย
ออกมาใจนุดรปู ปขอรงะกส๊าซงคคารก์ บ์ าอนรไดออกไซดแ์ ละนา้ สว่ นทวารหนัก
ทาการขับของเสียออกมาในรูปของกากอาหารหรอื อุจจาระ
เรยี นรู้
1. นกั เรียนสามารถบอกความหมายของระบบขับถ่ายของ
มนษุ ย์ได้
2. นกั เรียนสามารถอธิบายโครงสรา้ ง และหนา้ ท่ีของ
ใบความรทู้ ี่ 3.1อวัยวะในระบบขบั ถา่ ยได้
3. นกั เรียนสามารถอธบิ ายกระบวนการขบั ถ่ายของเสยี ใน
เรอ่ื ง ระบบขบั ถา่ ยรา่ งกายมนุษย์ ไดแ้ ก่ การขับถ่ายทางไต ปอด ผวิ หนัง
และทวารหนกั ได้ ของมนษุ ย์
การขับถ่ายเป็นระบบกาจัดของเสียจากรา่ งกาย และช่วยควบคุม
ปริมาณของน้าในร่างกายให้สมดุล การเผาผลาญพลังงานจะเกิด
ของเสีย ของเสียทร่ี า่ งกายต้องกาจดั ออกไปมอี ยู่ 2 ประเภท
1. สารท่ีเป็นพษิ ต่อรา่ งกาย เกดิ จากการสลายตวั ของโปรตีนและ
การสลายตัวของสารอาหาร เช่น ยูเรีย แอมโมเนีย ยูริก ก๊าซ
คารบ์ อนไดออกไซด์
2.รส้ไู าหรมทวม่ี ่ีปา.ร.มิ .กาณารมกาากจเกัดินขคอวงามเสตีย้อองกอากรจหารกอื เกินความจาเปน็ เชน่
รแ่ารง่ธกาตายุ วสติ าามมินาบราถงกชนาจดิ ัดได้หลายทาง
โดยร่างกายจะลาเลียงของเสียไปยัง
อวัยวะขบั ถ่ายต่างๆ
การขับถา่ ยปสั สาวะ
อวัยวะที่ทางานร่วมกันคือ ไต หลอ ดไต กระเพาะ
ปัสสาวะ และทอ่ ปัสสาวะ
ไต (Kidney) เป็นอวยั วะสาคัญชนิดหนึ่งในระบบขบั ถ่าย
มรี ูปร่างคล้ายเมลด็ ถว่ั แดง มขี นาดเทา่ กาปนั้ ในคนปกติจะมีไต
อยู่ 2 ข้าง คือขา้ งขวา และข้างซา้ ย อยทู่ างดา้ นหลังของท้อง
และดา้ นหลังของไขสันหลังบรเิ วณเหนือเอว โดยน้าหนักของ
ไต 1 ข้างหนกั ประมาณ 150 กรมั ไตมีลักษณะเวา้ บรเิ วณตรง
กลางข องไต เรียกว่า กรวยไต ซ่ึงมีหลอดไต ไปยังกระเพาะ
ปัสสาวะ
รูป 3.2 สว่ นประกอบของไต ท่มี า
http://www.vcharkarn.com
ไตแบ่งออกเปน็ 2 ส่วน คอื
1. ไต ช้ันน อก (Cortex) เป็นส่วนที่เก่ียวกับ การกรอ งน้ า
กระเพาะปัสสาวะ สามารถกกั เก็บน้าปัสสาวะไดป้ ระมาณ
500 มิลลิลิตร ถ้าเกิน 250 มิลลิลิตร จะรู้สึกปวดปัสสาวะ ปกติ
รา่ งกายจะขบั น้าปัสสาวะวนั ละประมาณ 1500 cc นา้ ปัสสาวะมี
ส่วนประกอ บ ข องน้ามากท่ีสุด กรดยูเรีย โซเดียมค ลอ ไรด์
ซลั เฟต แต่ถ้าไตผิดปกตทิ าให้กรองสารต่าง ๆ ผิดปกติได้ ทา
ใหม้ สี ารบางชนดิ ออกมากบั ปสั สาวะ เชน่ เม็ดเลือดแดง โปรตีน
บางชนดิ น้าตาล เป็นตน้ ถ้ามีนา้ ตาลออกมาจากปสั สาวะจะเปน็
โรคเบาหวาน
รูป 3.3 ตาแหนง่ ของอวยั วะทเ่ี กยี่ วขอ้ งกับการ
ขกับปาสั รสกะวาะจดั ของเสียทางผวิ หนงั
ทม่ี า httอp:ว//ัยwวwะwท.vี่ สchาaคrkั ญarnค.ืcอomต่ อ ม เห งื่อ แ ล ะ
ผวิ หนัง
เหง่ือประกอบดว้ ย น้า 99 % อีก 1% เปน็ เกลือโซเดยี มคลอ
ไรค์ ยเู รยี แอมโมเนีย กรดอะมิโน น้าตาลและกรดแลกติก ต่อม
เหง่ือ กระจายอยู่ใต้ผวิ หนังจะกรองของเสียที่ปะปนอยู่ในกระแส
เลือดออกมาเปน็ เหง่ือ นอกจากจะกรองของเสียแลว้ ยังช่วยปรับ
อุณหภูมิของร่างกายหรือช่วยระบายความร้อนออกจากรา่ งกาย
ก าร ก า จัด ข อ งเ สีย ท าง ลาไ ส้ใ ห ญ่
เป็นการกาจัดของเสียออกมาในรูปของแข็ง โดยหลังจาก
รบั ประทานอาหารแล้วประมาณ 8-9 ชั่วโมง อาหารส่วนที่เหลือ
จากการย่อยหรอื ยอ่ ยไม่ได้ ซ่ึงรวมเรยี กว่า กากอาหาร จะเคลื่อน
เขา้ สลู่ าไส้ใหญ่ ซึง่ ลาไส้ใหญ่จะทาหน้าที่สะสมกากอาหารและ
ดูดซมึ สารอาหารท่ีมปี ระโยชน์ตอ่ รา่ งกายออกจากกากอาหาร ทา
ใหก้ ากอาหารมลี ักษณะเหนียวและขน้ จนเป็นก้อน จากนน้ั ลาไส้
ใหญ่ส่วนตน้ และส่วนกลางจะบบี ตวั เพอ่ื ให้กากอาหารไปรวมกนั ท่ี
ไส้ตรง และขับ ออกสู่ภายนอกทางทวารหนัก กากอาหารท่ีถูก
กาจดั ออกมาภายนอกรา่ งกาย เรียกวา่ อจุ จาระ (Feces)
การกาจดั ของเสรูปีย3ท.5าตงาปแหอนด่งของลาไส้
ใหญ่
การกาจัดน้าและก๊าซคาร์บอทน่มีไาดออกไซด์ เริ่มต้นจากน้า
และก๊าซคารบ์ อนไดออกไซด์ภhาtยtpใ:/น/wเซwลwล.m์แeพdร.cอ่ mอuก.จaาcก.thเซลลเ์ ข้าสู่
หลอดเลือด แล้วจะลาเลียงไปยงั ปอด เมื่อบรเิ วณปอด น้าและก๊าซ
จะแพร่ผ่านผนังเลือ ดเข้าสู่ถุงลมป อ ด จากน้ันจะเค ลื่อนผ่าน
หลอดลมออกจากร่างกายทางช่องจมกู พรอ้ มลมหายใจ
ใบงานที่ 3.1 ระบบ
คา เตขิมคบั าหถรอื่าขย้อคขวาอมทงี่ถูกมต้อนงลุษง ย์
ช้แี จง ในช่องว่าง
1. ระบบขบั ถา่ ยของเสียคืออะไร รา่ งกายของคนเราสามารถ
ขบั ถ่ายของเสยี ทางใดบ้าง
............................................................................................
.........................................................................
............................................................................................
.........................................................................
2. ของเสียทถี่ กู กาจัดออกทางไตคืออะไร มีกระบวนการกาจดั
ของเสียอยา่ งไร
...........................................................................................
...........................................................................
............................................................................................
.........................................................................
3. ของเสียท่ถี กู กาจัดออกทางผิวหนังคืออะไร มกี ระบวนการ
กาจดั ของเสียอย่างไร
............................................................................................
.........................................................................
............................................................................................
.........................................................................
4. ของเสยี ท่ีถูกกาจดั ออกทางทวารหนักคอื อะไร มีกระบวนการ
กาจัดของเสยี อย่างไร
............................................................................................
.........................................................................
............................................................................................
.........................................................................
5. ของเสียท่ถี ูกกาจัดออกทางปอดคอื อะไร มีกระบวนการกาจัด
ของเสยี อย่างไร
............................................................................................
.........................................................................
............................................................................................
.........................................................................
6. เราจะรกั ษาระบบขับถา่ ยของเสยี ของเราใหท้ างานได้
ตามปกติได้อย่างไร
............................................................................................
.........................................................................
............................................................................................
.........................................................................
กจิ กรรมท่ี 3.2 เกมสค์ น้ หา
คาศพั ท์ระบบขบั ถา่ ยคาชแ้ี จง ใหน้ ักเรยี นคน้ หาคาศัพท์ทซี่ ่อนอยู่ในตาราง จากน้ัน
ให้นกั เรยี นวงกลมล้อมรอบคาศพั ท์นั้น หลังจากนัน้ นา
คาศพั ท์ทกุ คามาเขียนใหม่และอธิบายความหมายของ
คาศัพท์นัน้
ให้ถูกต้อง
ตอนที่ 1 ค้นหาคาศพั ท์ที่ซ่อนอยู่ในตาราง เมอ่ื ค้นหาพบให้
นักเรียนวงกลมล้อมรอบคาศพั ท์
A EQ P A E X SWE A T UOU T I B
H SWE A T G L A N DU T CR BC O
MN E XU X V P L J P E I Y EO I W
F AV ANUS L KDBHLHT E LM
EL SRXYNT F GL BRT ED I A
C XN E PHRON A A VU I R X A N
SGE
EN L T RHDOEWD BN S
’S
S L A I ECE L L QD I J RN I SC
T R V OT Z GL OMERU L U SU A
GT H N I D Z OU N R F J H YQD P
ECN EORMEMV Y SN T B XR S
S A L ARGE I N T E S T I N EWU
KMU L P I GH I A N T U BU L E L
I SOGL T K I DN EYSXNCT E
NON A S A L C A V I T Y S T EMY
คาศัพท์
BOWMAN’S CAPSULE SKIN GLOMERULUS
BLADDER
SWEAT GLAND NEPHRON NASAL
CAVITY KIDNEYS
LARGE INTESTINE LUNG
ตอนที่ 2 อธิบายความหมายของคาศพั ทท์ น่ี ักเรียนค้นเจอให้
ถกู ตอ้ ง
ค า ศั พ ท์ ค า ท่ี 1
____________________________________________
เ ป็ น อ วั ย ว ะ ใ น ร ะ บ บ ขั บ ถ่ า ย
ทาง______________________________________
หน้าท่ี_____________________________________________
__________
ค า ศั พ ท์ ค า ท่ี 2
____________________________________________
เ ป็ น อ วั ย ว ะ ใ น ร ะ บ บ ขั บ ถ่ า ย
ทาง______________________________________
หน้าที่_____________________________________________
__________
ค า ศั พ ท์ ค า ท่ี 3
____________________________________________
เ ป็ น อ วั ย ว ะ ใ น ร ะ บ บ ขั บ ถ่ า ย
ทาง______________________________________
หน้าท่ี_____________________________________________
__________
ค า ศั พ ท์ ค า ที่ 4
____________________________________________
เ ป็ น อ วั ย ว ะ ใ น ร ะ บ บ ขั บ ถ่ า ย
ทาง______________________________________
หน้าท่ี_____________________________________________
__________
ค า ศั พ ท์ ค า ท่ี 5
____________________________________________
เ ป็ น อ วั ย ว ะ ใ น ร ะ บ บ ขั บ ถ่ า ย
ทาง______________________________________
หน้าท่ี_____________________________________________
__________
ค า ศั พ ท์ ค า ท่ี 6
____________________________________________
เ ป็ น อ วั ย ว ะ ใ น ร ะ บ บ ขั บ ถ่ า ย
ทาง______________________________________
หน้าท่ี_____________________________________________
__________
ค า ศั พ ท์ ค า ท่ี 7
____________________________________________
เ ป็ น อ วั ย ว ะ ใ น ร ะ บ บ ขั บ ถ่ า ย
ทาง______________________________________
หน้าท่ี_____________________________________________
__________
ค า ศั พ ท์ ค า ที่ 8
____________________________________________
เ ป็ น อ วั ย ว ะ ใ น ร ะ บ บ ขั บ ถ่ า ย
ทาง______________________________________
หน้าท่ี_____________________________________________
__________
ค า ศั พ ท์ ค า ท่ี 9
____________________________________________
เ ป็ น อ วั ย ว ะ ใ น ร ะ บ บ ขั บ ถ่ า ย
ทาง______________________________________
หน้าท่ี_____________________________________________
__________
ค า ศั พ ท์ ค า ที่ 10
___________________________________________
เ ป็ น อ วั ย ว ะ ใ น ร ะ บ บ ขั บ ถ่ า ย
ทาง______________________________________
หน้าที่_____________________________________________
__________
เก่งมากเลยคะ ครขู อ
ปรบมอื ให้ ^^
ชดุ กิจกรรมท่ี 4
ระบบขับถา่ ยของ
สตั ว์
ชุดกิจกรรมที่ 4 เร่ือง ระบบขับถา่ ยของสัตว์ ใชเ้ วลาในการ
เรียนรจู้ านวน 1 คาบเรียน (50 นาท)ี ประกอบดว้ ย 1 กจิ กรรม
ได้แก่
สกจิากรรระมสทาี่ 4ค.1ั ระบบขับถา่ ยของสตั ว์
ญการขับถ่าย (Excretion) หมายถึง การกาจัดของเสียซึ่ง
เกิดจากกระบวน เมทาบอลิซึมภายในรา่ งกายของสิ่งมีชวี ิต
สารบางท่ีเกิดขึ้นรา่ งกายไม่สามารถนาไปใช้ประโยชน์ได้หรือมี
จดุ ประสงคก์ าร
เรยี น1.รนู้ กั เรยี นสามารถอธบิ ายความหมายของระบบขบั ถ่าย
ในสตั ว์ได้
2. นกั เรียนสามารถบอกโครงสรา้ งท่ีใช้ในขบั ถา่ ยของ
ใบสตั ควบ์ าวงชานมดิ ไดร้ ทู้ ่ี 4.1
เร่ือง ระบบขับถ่าย
ของสัตว์
กา รขั บ ถ่ าย ข อ งสิ่ งมี ชี วิต เป็ น กล ไ กส าคั ญ ข อ งร่ างก า ย
เน่ื องจากข อ งเสียบ างชนิ ดซึ่ งเป็นผลผลิต สุดท้ายท่ีเกิดจา ก
ปฏิกิริยาเคมีภายในเซลล์ เช่น แอมโมเนีย ยูเรยี ฯลฯ ถ้าสะสมไว้
ในปริมาณมากๆ จะเป็นอันต รายต่อเซลล์ในร่างกาย ดังนั้น
สงิ่ มีชีวติ จาเปน็ ตอ้ งมีกระบวนการในการขบั ถ่ายของเสียออกนอก
รา่ งกาย เพราะนอกจากจะเปน็ การกาจัดสารพษิ ทีเ่ ปน็ อันตรายตอ่
ร่างกายแลว้ ยังช่วยรักษาระดบั สมดุลของนา้ ในร่างกายให้เป็น
ปกติอีกด้วยเน่ืองจา กสัต ว์แ ต่ละ ช นิดมี โค รงสร้า งข องอ วัยวะ ใน
ร่างกายท่ีแตกต่างกัน กระบวนการในการขับ ถ่ายขอ งเสียจึง
การขบั ถา่ ยของพารามีเซยี มและอะมีบา
สิ่งมีชีวติ เซลล์เดียวเช่น พารามีเซียมและอะมีบา ส่วนใหญ่
อาศัยอยใู่ นน้า ของเสียต่างๆท่ีเกิดจาก เมแทบอลิซึม ไดแ้ ก่
แกส๊ คาร์บอนไดออกไซดแ์ ละแอมเนีย จะแพร่ออกจากเยื่อหุ้มเซลลอ์ อก
สสู่ ิ่งแวดล้อมได้โดยตรง โดยอาศัยออร์แกแนลล์พิเศษเรียกว่า คอน
แทร็กไทล์แวคลิ โอล (Contractile vacuole)
การขบั ถา่ ยของพลานาเรีย
รูป 4.1พกลาารนขาบั เถร่าียยเขปอ็นงหพนารอานมีเตซัวียแมบ น ท่ีอ าศรัูปยอ4.ย2ู่ใกนานร้ า มี
โครงสรา้ งขทบั ใี่ ถชา่ ใ้ ยนขกอางรอขะบัมบีถา่ายของเสทยี ี่มทาี่ซhtบั tpซ:/้อ/wนwมwา.กvcขhนึ้ arkปaรrnะ.กcอomบด้วย
ทอ่ ยาวๆ ซึง่ แตท่ลีม่ ะาทhอ่ tแtpต:/ก/wแwขwน.gงอotอoกknเปoน็w.ทoอ่rgเล็กๆ แทรกไปตามเนื้อเย่ือ
ของรา่ งกาย ที่ปลายท่อเล็กๆ มีโครงสร้างท่ีทาหน้าท่ีขบั ถ่ายของเสีย
เรยี กว่า เฟลมเซลล์ (Flame cell) ลกั ษณะเปน็ โพรง ภายในมีเซลลข์ น
(Cilia)ทาหน้าที่โบ กพัดน้าและขอ งเสียให้อ อกมาต าม ท่อ ขับถ่าย
(Excretory Pore) ทผ่ี นงั ลาตัว ของเสียจะถูกกาจัดออกนอกร่างกาย
โดยการแพร่ผ่านทางผิวหนังตอ่ ไป
รูป 4.3 การขับถ่ายของพลานาเรยี
ที่มา http://www.suwattana.net
การขบั ถา่ ยของไสเ้ ดอื นดนิ
ไสเ้ ดือนดินมลี าตัวเป็นปล้องๆแต่ละปล้องมีอวยั วะขับถ่ายที่
เรียกว่า เนฟรเิ ดยี ม (Nephridium) 1 คู่ มีลักษณะเป็นท่อปลายเปดิ ท้ัง
สองข้างขดไปมา ปลายดา้ นหน่ึงมลี ักษณะเหมอื นปากแตร ภายในมีซี
เลียโบกพhtัดtpข:/อ/wงwเสwีย.sจuาwพaวttกaแnaอ.มnโeมt เนีย ยเู รยี ออกทางชอ่ งเปิดของท่อ
ขับถา่ ยท่ีผนังลาตวั
การขบั ถา่ ยของแมลง
แมลงใช้อวัยวะภายในการขับ ถ่ารยูปข4อ.4งเกสาียรทข่ีเบั รีถย่ากยวข่าอทง่อมัลพิ
ไส้เดือนดิน
เกียน (Malpighian Tubule)อยู่ระหว่างกระเพาะอาหารกับลาไส้ มี
ลักษณะเป็นท่อเลก็ ๆแทรกอยู่ในช่องลาทต่ีมัวา นา้ และของเสยี จะถูกดูด
ซึมเขา้ สู่ท่อมัลพิเกียนและผ่านhสttู่ทp:า//งwเดwินwอ.sาuหwาaรttanบaร.ิเnวeณt นน้ี ้าซงึ่ ปนมา
กับของเสียจะถูกดูดซึมกลับสู่ร่างกายซ่ึงเปน็ การรักษาสมดุลของน้า
ทาใหข้ องเสียมีลักษณะเป็นก้อนแข็งและจะถกู ขับออกนอกร่างกาย
ทางทวารหนักตอ่ ไป
รูป 4.5 การขับถ่ายของแมลง
ทีม่ า
http://www.suwattana.net
การขบั ถา่ ยของสตั ว์ปีกและสตั วเ์ ลอ้ื ยคลาน
สัตวปีกและสัตว์เลื้อยคลานมีอวัยวะขับถ่าย
คือ ไต (Kidney) การขับถ่ายของเสยี จะกาจดั ออกมาในรูปของกรด
ยรู ิกท่มี ีความเข้มข้นสูง เนอ่ื งจากนา้ ทปี่ นอย่ใู นของเสียถูกดูดกลับสู่
รา่ งกายเพ่อื การรกั ษาสมดุลของน้า
รูป 4.6 การขับถา่ ยของสตั ว์
ปกี
ใบงานที่ 4ท.มี่1า
เรือ่ ง ระบบขhttบัp:/ถ/w่าwwย.vขchอarงkaสrnัต.coวm์
คาชีแ้ จง ให้นกั เรียนนาคาทีก่ าหนดให้ตอ่ ไปน้ี เติมลงใน
ช่องว่างหนา้ ข้อความให้ถูกตอ้ งและสมั พนั ธ์กนั
พลานาเรยี อะมบี า ไส้เดอื นดนิ
พารามเี ซยี ม สตั วป์ ีก แมลง
สตั ว์เลอ้ื ยคลาน
______________1. เปน็ ส่งิ มีชีวิตเซลล์เดียวส่วนใหญ่
อาศัยอยู่ในน้า ของเสยี ต่างๆทเ่ี กิดจากเมแทบอลซิ มึ
ไดแ้ ก่ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์และแอมโมเนยี
______________2. มอี วยั วะขับถ่าย คือ ไต (Kidney)
______________3. มโี ครงสรา้ งท่ที าหน้าท่ีขบั ถา่ ยของ
เสยี เรียกว่า เฟลมเซลล์ (Flame cell) ลักษณะเป็นโพรง
ภายในมเี ซลล์ขน (Cilia)
______________4. มีการขบั ถา่ ยโดยการแพรอ่ อกจาก
เยื่อห้มุ เซลลอ์ อกสู่สิง่ แวดลอ้ มไดโ้ ดยตรง โดยอาศยั ออร์
แก แน ลล์ พิ เศ ษ เรี ย ก ว่ า คอน แท ร็ ก ไ ท ล์ แว คิ ลโ อ ล
(Contractile vacuole)
______________5. อวยั วะภายในการขบั ถา่ ยของเสียที่
เรียกวา่ ทอ่ มัลพเิ กียน (Malpighian Tubule) อยรู่ ะหวา่ ง
กระเพาะอาหารกับลาไส้ ______________6. มี
ลาตัว เป็ น ป ล้อง ๆ แต่ละ ปล้อ ง มีอวั ยวะขั บถ่ ายท่ี เรี ยกว่ า
เนฟริเดียม (Nephridium)
______________7. ของเสยี จะถูกกาจดั ออกนอกรา่ งกาย
โดยการแพรผ่ ่านทางผิวหนงั (skin)
______________8. อวัยวะขับถ่ายสามารถเปล่ียนของ
เสียประเภทแอมโมเนยี ใหก้ ลายเป็นกรดยูรกิ (Uric acid)
______________9. ข อ ง
เสยี มลี ักษณะเปน็ ก้อนแข็งและจะถกู ขับออกนอกร่างกาย
ทางทวารหนัก
______________10. การขบั ถา่ ยของเสียจะกาจดั ออกมา
ในรปู ของกรดยูรกิ ทมี่ ีความเข้มขน้ สูง
______________11. มกี ระบวนการ
ดูดกลบั ของเสยี สู่ร่างกายเพ่ือการรกั ษาสมดลุ ของนา้
______________12. ของเสียไดแ้ ก่ จาพวกแอมโมเนยี ยู
เรีย
______________13. มีอวยั วะท่ีทาหน้าท่ีโบกพัดน้าและ
ของเสียให้ออกมาตามท่อขับถ่าย (Excretory Pore) ท่ี
ผนังลาตวั ______________14.
น้าปัส ส าวะข อง สั ตว์พ วกน้ี จะอ ยู่ใน ลักษ ณ ะก่ึง แ ข็ง ก่ึ ง
เหลว (Semisolid) กรดยรู ิกจะตกตะกอนเป็นผลกึ สขี าว
รวมตัวกบั อุจจาระ
______________15. มี ร ะ บ บ ขั บ ถ่ า ย ค ล้ า ย กั บ
สัตว์เลื้อยคลาน
ชดุ กจิ กรรมท่ี 5
เร่ือง ระบบสบื พันธุ์
คา ของมนษุ ย์
ชชุดี้แกิจจกงรรมที่ 5 เรื่อง ระบบสบื พันธ์ุของมนุษย์ ใช้เวลาในการ
เรยี นรู้ จานวน 2 คาบเรียน (100 นาที) ประกอบด้วย 2 กิจกรรม
ได้แก่
กจิ กรรมท่ี 5.1 โครงสร้างและหน้าที่ระบบสืบพนั ธุ์ของมนุษย์
กจิ กรรมที่ 5.2 ประจาเดือนมาจากไหน?
สาระสา
การสืบพันธ์ุ (Reproduction) หมายถึง การเพ่ิมจานวนหรือ
การใหก้ าเนดิ ลูกหลานที่เหมือนพ่อแม่หรอื บรรพบุรษุ เพ่อื การดารง
เผ่าพันธุ์ไว้ได้ การสืบพันธุ์ของมนุษย์เป็นการสืบพันธุ์แบบอาศัย
เพศ เพศชายและหญิงย่างเข้าสู่วัยรุ่น อวัยวะสบื พันธุ์จะถกู กระตุ้น
ให้สมบูรณ์ข้ึนและสามารถผลติ เซลลส์ ืบพันธ์ุได้โดยต่อมใต้สมอง
ซง่ึ อยู่ภายใต้การควบคุมของสมองส่วนไฮโพทาลามัส โดยจะหล่ัง
ฮอร์โมนกระตุ้นต่อมเพศในชายและหญงิ ใหผ้ ลติ ฮอร์โมนเพศ ทาให้
ครา่ อื งอกัณาจยฑุดเปะปลตย่ี ่อรนมะแเพสปศลงใงคนไเปก์พสศาู่คหรวญามงิ เคปอื็นหรงั นไุ่มขส่ าว ต่อมเพศในเพศชาย
1. นเกัรเรยี ียนนสราู้มารถบอกความหมายและความสาคัญของการ
สืบพนั ธ์ุได้
2. นกั เรียนสามารถอธบิ ายโครงสรา้ งและหน้าทีข่ องอวยั วะใน
ระบบสืบพันธุ์ได้
ใบความรูท้ ี่ 5.13. นกั เรยี นสามารถอธบิ ายความหมายของคาวา่ การตกไข่ และ
ประจาเดือนได้
เรือ่ ง ระบบสืบพันธเ์ุ พศชาย
และเพศหญงิ
ระบบสบื พันธ์ุ
เพศชาย
โครงสรา้ งทสี่ าคญั ในระบบสบื พนั ธุ์เพศชาย ประกอบดว้ ย
1. อณั ฑะ (testis) เป็นตอ่ มรปู ไข่ มี 2 อนั ทาหน้าทสี่ ร้างตัว
อสจุ ิ (sperm) ซึ่งเป็นเซลลส์ ืบพันธ์ุเพศชาย และสร้างฮอร์โมน
เพศชายเพื่อ ควบ คุมลักษณะต่างๆ ข องเพศชาย เช่น การมี
ระบบสบื พนั ธเ์ุ พศ
ชาย (ต่อ)
6. ตอ่ มลกู หมาก (prostate gland) อยตู่ อนตน้ ของทอ่ ปสั สาวะ
ทาหน้าทีห่ ลั่งสารทม่ี ีฤทธิ์เป็นเบสอ่อนๆ เข้าไปในท่อปสั สาวะ
เพือ่ ทาลายฤทธกิ์ รดในท่อปสั สาวะ ทาใหเ้ กิดสภาพที่เหมาะสม
กับตวั อสุจิ
7. ตอ่ มคาวเปอรห์ รอื ตอ่ มบัลโบยรู ที รัล (Cowper’s gland /
Bulbourethral gland) อยใู่ ต้ตอ่ มลูกหมากลงไปเปน็ กระเปาะ
เล็กๆ ทาหนา้ ทีห่ ล่ังสารไปหล่อลนื่ ท่อปัสสาวะในขณะท่ีเกดิ การ
กระตนุ้ ทางเพศ ทาให้ตัวอสจุ เิ คลอื่ นที่เรว็
8. อ ง ค ช า ต (penis) ลักษณ ะเป็นท่อ นยาว อ ยู่ภายนอ ก
ร่างกายของเพศชาย ตรงบรเิ วณหวั หน่าวทาหน้าทเ่ี ป็นทางผา่ น
ระบบสบื พนั ธ์ุ
เพศหญงิ
อวยั วะท่ีสาคัญในระบบสืบพนั ธเุ์ พศหญงิ ประกอบดว้ ย
1. รงั ไข่ (Ovary) มีรูปร่างคล้ายเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ ยาว
ประมาณ 2-3 เซนตเิ มตร
หนา 1 เซนติเมตร นา้ หนักประมาณ 2-3 กรมั และมี 2 อันอยู่
บรเิ วณปีกมดลกู แต่ละขา้ งทาหนา้ ท่ี ดังนี้
1.1 ผลิตไข่ (Ovum) ซ่ึงเป็นเซลล์สืบพันธ์ุเพศหญิง โดย
ปกติไขจ่ ะสุกเดือนละใบ จากรังไขแ่ ตล่ ะข้างสลบั กันทุก
เดือน และออกจากรังไข่ทกุ รอบเดอื น เรยี กว่า การตกไข่
ตลอดช่วงชีวิต ของเพศหญิงจะมีการผลิตไข่ประมาณ