ระบบสบื พนั ธเ์ุ พศ
หญิง (ต่อ)
3. มดลูก (Uterus) มีรูปร่างคลา้ ยผลชมพู่ หรอื รูปร่างคลา้ ย
สามเหลีย่ มหวั กลบั ลง
กว้างประมาณ 4 เซนติเมตร ยาวประมาณ 6-8 เซนติเมตร
หนาประมาณ 2 เซนติเมตร อยู่ในบริเวณอมุ้ กระดูกเชิงกราน
ระหวา่ งกระเพาะปัสสาวะกบั ทวารหนัก ภายในเป็นโพรงทา
หน้าที่เป็นที่ฝังตัวของไข่ท่ีได้รับ การผสมแล้ว และเป็นที่
เจริญเติบโตของทารกในครรภ์
4. ช่องคลอด (vagina) อยู่ต่อจากมดลูกลงมา ทาหนา้ ท่เี ป็น
ทางผ่านของตัวอสจุ เิ ขา้ สู่
อวัยวะทส่ี ำคญั ในระบบสืบพนั ธ์เุ พศหญงิ ประกอบด้วย
1. รงั ไข่(Ovary) มรี ูปรา่ งคลา้ ยเมลด็ มะมว่ งหิมพานต์ ยาวประมาณ 2-3 เซนตเิ มตร หนา 1 เซนติเมตร
น้าหนกั ประมาณ 2-3 กรัม และมี 2 อนั อยบู่ ริเวณปีกมดลูกแตล่ ะขา้ งทาหนา้ ที่ ดงั น้ี
1.1 ผลิตไข่(Ovum) ซ่ึงเป็นเซลลส์ ืบพันธ์ุเพศหญงิ โดยปกตไิ ขจ่ ะสุกเดือนละใบ จากรงั ไขแ่ ตล่ ะ
ขา้ ง
ใบงานที่ 5.1
เรอ่ื ง ระบบสบื พันธเุ์ พศชายและเพศ
หญิง
คา ตอนที่ 1 จงเตมิ ขอ้ ความในชอ่ งวา่ งใหถ้ ูกตอ้ ง
ช้แี จง
1. ก า ร สื บ พั น ธุ์ ( Reproduction) ห ม า ย ถึ ง
................................................................................
.......................................................................................
......................................................................
.......................................................................................
......................................................................
ตอนท่ี 2 ใหน้ กั เรียนเติมชอื่ อวัยวะและอธบิ ายหนา้ ทข่ี อง
อวัยวะน้ันให้ถกู อตวอ้ ัยง วะสืบพนั ธเ์ พศชาย
1.ตัวอักษร A คอื
...............................................................................................
............................................. หน้าท่ี
...............................................................................................
อวยั วะสบื พนั ธ์เพศหญิง
D
1.ตวั อักษร A คอื
...............................................................................................
............................................. หน้าที่
...............................................................................................
................................................................
...............................................................................................
ใบความรูท้ ่ี 5.2
เร่อื ง การตกไขแ่ ละการมี
ประจาเดอื น
การตกไข่คือ
อะไร? การต กไ ข่ (Ovulation) หมายถึง การที่ไข่สุกแล ะ
ออกจากรังไข่สู่ท่อนาไข่ โดยปกติรงั ไข่แต่ละข้างจะสลับกนั ผลติ ไข่
ในแต่ละเดือ น ดังนั้นจึงมีการตกไข่เกิดขึ้นเดือนละ 1 ใบในช่วง
ก่งึ กลางรอบเดอื น เม่ือมีการตกไข่มดลกู จะมกี ารเปลยี่ นแปลงโดยมี
ผนงั หนาขน้ึ ท้งั นี้เพราะมเี ลือดมาหล่อเลย้ี งเป็นจานวนมาก ซึ่งจะเกิด
การเปลีย่ นแปลง 2 กรณดี งั นี้ 1. ถ้ามีอสจุ ิเคลื่อนที่เข้า
มาในท่อนาไข่ในข ณะท่ีมีการตกไข่ อสุจิจะเข้าป ฏิสนธิกับ ไข่ที่
บริเวณทอ่ นาไขด่ ้านท่ีใกล้กับรงั ไข่ ไข่ทไี่ ด้รับการผสมแล้วจะเคล่ือน
ตวั เข้าส่มู ดลกู เพอื่ ฝังตวั ทีผ่ นงั มดลกู และเจรญิ เติบโตต่อไป
คา ใบงานท่ี 5.2
ช้แี จง เรอื่ ง ประจาเดอื นมา
จากไหน?
จงตอบคาถามให้ถูกต้องจากข้อมูลท่ีให้
ตอ่ ไถป้าเนรี้านบั วนั ทมี่ ปี ระจาเดือนวนั แรกเปน็
วนั ท่ี 1 ของรอบเดอื น วนั ไขต่ กจะเปน็
วนั ที่ 14 ของการเร่มิ มีประจาเดือน
ประจาเดือนแตล่ ะเดือนประมาณ 28 วนั
1.การตกไข่ และประจาเดอื น คืออะไร
..........................................................................................
........................................................................
..........................................................................................
........................................................................2. ในวันท่ี
14 ของรอบเดือน เมือ่ ไข่สุกเต็มทจี่ ะถกู ขับออกจากรังไข่ ข้างใด
ขา้ งหนึ่งสลบั กัน รอบเดอื นละกี่ ใบ
..........................................................................................
........................................................................3.หากมีการ
ร่วมเพศในช่วงตกไข่ ตัวอสุจิที่ผ่านเขา้ ไปในชอ่ งคลอดเขา้ ผสม
กบั ไขเ่ กดิ การปฏสิ นธิ จะมปี ระจาเดอื นเกิดขนึ้ ในเดือนนนั้
หรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด
..........................................................................................
........................................................................
..........................................................................................
.......................................................................4. ผหู้ ญงิ จะ
เริ่มมีประจาเดือนตงั้ แต่อายเุ ท่าไรกระท่งั อายเุ ทา่ ไร
..........................................................................................
.......................................................................5.นางสาวก๊กุ
ไก่ มีรอบประจาเดอื นทกุ 28 วนั ถ้าเธอมปี ระจาเดอื นวนั ท่ี 1
กรกฎาคม เธอจะมกี ารตกไข่คร้งั ต่อไปในวนั ท่ีเทา่ ไรและมี
ประจาเดือนครัง้ ตอ่ ไปในวนั ท่ีเท่าไร
..........................................................................................
........................................................................
ชุดกจิ กรรมท่ี 6
เร่ือง ระบบสืบพันธุ์
คา ของสตั ว์
ชแ้ี จงชุดกิจกรรมที่ 6 เร่ือง ระบบสืบพนั ธุ์ของสัตว์ ใช้เวลาใน
การเรียนรู้ จานวน 1 คาบเรยี น (50 นาที) ประกอบด้วย 2 กิจกรรม
ไดแ้ ก่
กจิ กรรมท่ี 6.1 การสบื พันธุแ์ บบไมอ่ าศัยเพศ
กิจกรรมท่ี 6.2 การสบื พนั ธ์แุ บบอาศัยเพศ
สาระสาสัต ว์ทุกช นิดเมื่อเจริญ เติบโต เต็มที่แล้วก็จะสามารถ
คญัสืบพันธุ์ได้ การสืบพันธ์ุเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นในสิ่งมีชีวิต
เพอื่ ใหส้ ่ิงมีชีวิตน้ันสามารถดารงเผ่าพนั ธไ์ุ วไ้ ด้มิให้สญู พันธ์ไุ ป การ
สบื พันธ์ขุ องสิ่งมีชีวิตแบ่งออกเปน็ 2 แบบ คือ การสืบพันธ์ุแบบไม่
อาศยั เพศ (Asexual Reproduction) และการสบื พันธุ์แบบอาศัยเพศ
(Sexual Reproduction)
จดุ ประสงคก์ าร
เรียนรู้
1. นักเรยี นสามารถอธบิ ายความหมายการสบื พันธ์ุแบบ
อาศยั เพศและไมอ่ าศยั เพศได้
ใบความรทู้ ่ี 6.1
เร่ือง การสบื พนั ธแุ์ บบไม่
อาศัยเพศ
การสืบพันธ์ุของสัตว์แบ่งออกเป็น 2 ประเภท
คอื การสืบพันธแ์ุ บบไม่อาศัยเพศ (asexual
reproduction) และการสืบพันธแุ์ บบอาศัยเพศ
(sexual reproduction)
การสบื พนั ธแ์ุ บบไมอ่ าศยั เพศ (asexual reproduction) เป็นการ
สบื พันธ์ุท่ีไม่ต้องอาศัยการรวมตัวของเซลล์สืบพันธุ์ก็สามารถผลิต
หนว่ ยสิ่งมีชวี ติ ใหม่ขนึ้ มาได้ การสืบพนั ธแุ์ บบนจ้ี ะไดล้ กู จากการแบ่ง
เซลล์แบบไมโตซิส (mitosis) ลักษณะทางพันธุกรรมของลูกเหมือน
พ่อแม่กทาุกรปแรบะง่ กอาอรกเมปันก็ สพอบงใสนว่ นสัต(bวi์nจaาrพyวfiกsไsมio่มnีก) รกะาดรูกสบืสพันนั หธลแุ์ ังบซบนึ่ ง้ี
เสซาลมลาข์รถอแงบสิง่ง่ มอีชอกีวไติ ดจ้หะแลบาย่งอแอบกบเปดน็งั นส้ีองส่วนเท่า ๆ กัน โดยที่นิวเคียสข
องเซลล์จะแบ่งตวั ก่อน จากนั้นไซโทพลาสซึมจงึ ค่อยแบ่งในลาดับ
ต่อมา การแบ่งอาจแบ่งได้ต ามข วาง (transverse) หรือต ามยาว
(longitudinal) จนไดส้ ง่ิ มีชีวิตใหม่ 2 ตัว ที่มลี กั ษณะเหมือนพอ่ แม่ทุก
ประการ พบในพารามีเซยี ม พลานาเรีย ยูกลีนา
การแตกหนอ่ (budding) การสืบพันธุ์แบบน้ีส่งิ มีชีวิตตัวใหม่
เจริญจากกลมุ่ เซลล์ท่ีเรียกว่า หนอ่ ซ่ึงงอกออกมาจากตัวพ่อแม่ แล้ว
หลุดออกเจริญกลายเป็นตัวเต็มวัยต่อไป พบ ในสัตว์พวกฟองน้า
ไฮดรา ปะการัง พยาธบิ างชนิด
รปู 6.2 การแตกหนอ่ ของ
ไฮดรา
การงอ กใหม่ (regeneration) ทสี่มาิ่งมีชีวิตบางชนิด ส่วนขอ ง
hรt่าtpง:ก//าwยwหwล.mุดyหfirรsือtbเrกaิดinก.cาoรmสูญเสียไปไม่ว่าด้วยสาเหตุใดก็ต าม ถ้า
สว่ นที่หลุดออกและสว่ นเดมิ สามารถเจรญิ เป็นตัวใหมห่ รอื ชวี ิตใหม่
ได้ก็จะเรียกการสืบพันธ์ุแบบน้ีว่า “การงอกใหม่” พบในดาวทะเล
พลานาเรยี แต่ถ้าการงอกใหม่ หมายถึง ความสามารถในการงอก
ใหม่เพื่อเสริมสร้างส่วนท่ีได้รับบาดแผลหรือขาดหายไป เช่นการ
งอกใหม่ของหางจิ้งจก การงอกแขนใหม่ของดาวทะเลหรอื การงอก
ใหม่ของแขนซาลาแมนเดอรเ์ มื่อได้รบั ความเสียหายแบบน้ีจะไมจ่ ัด
ว่าเป็นการสืบ พันธุ์แบ บไม่อ าศัยเพศ เป็นเพี ยงการงอกใหม่เพื่อ
ซอ่ มแซมอวัยวะทไ่ี ด้รบั ความเสียหายเทา่ นน้ั
การขาดออกเปน็ ทอ่ น (Fragmentation) เป็นการสบื พันธ์ุโดย
การขาดออกเปน็ ท่อน ๆ จากตวั เดิมแลว้ แต่ละทอ่ นจะเจริญเติบโตเปน็
ตัวใหม่ได้ พบในพวกหนอนตวั แบน
รูป 6.4 การขาดออกเปน็ ท่อน
ท่ีมา http://school.obec.go.th
พารท์ โี นเจเนซสิ (parthenogenesis) เซลล์สบื พันธุ์เพศเมยี
เจริญเติบโตไปเป็นสิ่งมชี ีวิตตัวใหม่อย่างสมบูรณ์ โดยไม่ต้องผ่าน
กระบวนการปฏิสนธิ เชน่ พวกโรติเฟอร์ ผ้ึง มด ต่อ แตน เมื่อพาร์ที
โนเจเนซิสแล้วตัวออ่ นจะเปน็ ตวั อ่อนเพศผู้ แต่ในพวกต๊ักแตนก่ิงไม้
เพลี้ย ไรนา้ ในสภาพปกติ เม่ือพารท์ ีโนเจเนซสิ แลว้ ตวั อ่อนจะเปน็ ตัว
อ่อนตัวเมีย ในสภาพวะที่ไม่เหมาะสมกับการดารงชีวิต เช่นเกิด
ความแห้งแล้ว หนาวเยน็ ตัวเมียจะผลติ ไข่ออกมาทง้ั ตัวผูแ้ ละตัวเมีย
จากนน้ั ตัวผ้แู ละตัวเมยี เหล่านนั้ จะผสมพนั ธ์ุกนั เพ่ือใหต้ วั เมยี สามารถ
ฟกั ไข่ท่ีทนตอ่ สภาพแวดล้อมทไ่ี มเ่ หมาะสมดังกล่าวได้
รูป 6.5 ตัวอยา่ งสตั วท์ มี่ กี ารสบื พันธุ์
แบบพาร์ทโี นเจเนซิส
(parthenogenesis)
ใบงานที่ 6.1
เรอ่ื ง การสบื พนั ธุแ์ บบไม่
คา อาศัยเพศให้นกั เรยี นศึกษาการสืบพันธแุ์ บบไมอ่ าศยั เพศแต่ละ
ช้แี จง
ชนิดจากใบความรู้ อธิบายพอสังเขป พร้อมวาด
ภาพประกอบ
1.การแบง่ ออกเปน็ สองสว่ น (binary fission) คอื
……………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………..……
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2.การแตกหนอ่ (budding)) คอื
…………………………………………………………………………………………………....…
………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………..……
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3.การงอกใหม่ (regeneration) คือ
…………………………………………………………….……………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………..……
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4.การขาดออกเปน็ ทอ่ น (Fragmentation) คอื
……………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………..……
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
5.พารท์ โี นเจเนซสิ (parthenogenesis) คอื
…………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………..……
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ใบความรู้ที่ 6.2
เรอื่ ง การสบื พนั ธุ์แบบอาศัย
เพศ
การสบื พนั ธแุ์ บบอาศยั เพศ (sexual reproduction) จะเกิดขน้ึ
เมื่อสัตว์เจริญเติบโตเต็มที่ การดารงเผ่าพันธ์ุที่จะต้อ งอาศัยเซลล์
สืบพันธุ์ท้ังเพศผู้และเซลล์สืบ พันธ์ุเพศเมีย โดยแต่ละตัวต่างสร้าง
เซลล์สืบพันธุ์ข้ึนมาผสมกัน ในเพศผู้จะสร้างเซลล์สืบพันธ์ุเพศผู้ท่ี
อัณฑะเรียกเซลล์สืบพันธ์ุท่ีได้น้ีว่า “อสุจิ” ส่วนในเพศเมียจะสร้าง
เซลล์สืบพนั ธุ์เพศเมียทร่ี งั ไข่ เรียกเซลลส์ ืบพันธ์ุท่ีไดน้ ้ีวา่ “ไข่” ดังนั้น
อณั ฑะและรงั ไข่ จึงเป็นอวัยวะทส่ี าคญั ของสัตว์ที่สบื พันธุ์แบบอาศัย
เพศ เมอ่ื เซลล์อสุจิหรือสเปริ ์มและเซลล์ไขม่ าผสมกันจะเกดิ "การปฎิ
การสบื พนั ธขุ์ องสตั วท์ ม่ี ี 2 เพศในตวั
สนธิ" ขึ้นจะได้เป็น เซลล์ใหม่เรียกว่า "ไซโกต "ซึ่งสามารถเจริญ
เพดียัฒวนกานั ไป(Mเปo็นn"oตeวัcอio่อuนs)"โแดลยะทเจ่วั ไรปญิ ไเมปส่น็ า"มตาวั รเถตผม็ สวมัยก" นั ตภอ่ าไยปในตวั ต้อง
ผสมขา้ มตัวเนอ่ื งจากไขแ่ ละอสุจิจะเจรญิ ไมพ่ ร้อมกันเชน่ ไฮดรา พลา
นาเรยี ไส้เดอื นดนิ
ในตัวเดยี ว รูป 6.6 ตัวอย่างสตั วท์ ี่มี2เพศ
ที่มา
การสบื พนั ธข์ุ องสตั วท์ มี่ เี พศผแู้ ละเพศเมยี แยกกนั อยตู่ า่ งตวั
กนั (Dioeciously) ในการสบื พันธุ์ของสัตว์ชนิดนม้ี กี ารปฏสิ นธิ 2
แบบ คอื การปฏสิ นธภิ ายใน (Internal Fertilization) คอื การผสม
ระหว่างตัวอสจุ กิ ับไขท่ อี่ ยภู่ ายในรา่ งกายของเพศเมีย สตั ว์ท่มี กี าร
ปฏสิ นธแิ บบน้ี ได้แก่ สตั วท์ ีว่ างไขบ่ นบกทุกชนิด สตั วท์ เ่ี ลี้ยงลกู ด้วย
น้านม และปลาท่อี อกลูกเป็นตวั เช่น ปลาเข็ม ปลาหางนกยงู ปลา
ฉลาม
รูป 6.7 สัตวท์ ม่ี ีการปฏิสนธภิ ายใน
ท่มี า http://www.indepencil.com
การปฏสิ นธภิ ายนอก (External fertilization) คือการผสมระหว่างตวั
อสจุ ิกับไขท่ ่ีอยู่ภายนอกร่างกายของสัตวเ์ พศเมีย การปฏสิ นธิแบบนี้
ตอ้ งอาศัยนา้ เป็นตวั กลางใหต้ ัวอสุจิเคลอื่ นท่เี ขา้ ไปผสมไขไ่ ด้ สตั ว์ทมี่ ี
การปฏิสนธิแบบนี้ ไดแ้ ก่ ปลาต่าง ๆ สัตวค์ รง่ึ บกคร่งึ นา้ และสตั ว์ที่
วางไข่ในนา้ ทุกชนดิ
ใบงานท่ี 6.2
เร่อื ง การสบื พันธแุ์ บบอาศยั
คา เพศ
ชี้แจง
ให้นักเรยี นอธิบายความหมายของคาศัพทต์ ่อไปนี้
พร้อมยกตวั อย่าง
1.การปฏสิ นธภิ ายใน ( )…………………………………… คอื
……………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………..……
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………..……
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………..……
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
1.การปฏสิ นธภิ ายนอก (…………………………………) คอื
……………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………..……
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………..……
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………….………………………………..……
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………