99
การวาดลายเส้น
เป็นพน้ื ฐานของการวาดภาพเพื่อนาไปประยกุ ตใ์ ช้กบั ศิลปะแขนงต่างๆเป็นการศึกษาและ
ฝกึ สงั เกตละเอียดในรูปทรงของส่งิ ตา่ งๆ ทีเ่ ปน็ ทั้งรูปทรงธรรมชาติ และรปู ทรงทม่ี นุษยส์ ร้างขนึ้ มา
รายละเอียดดังกลา่ ว อาทิ โครงสรา้ งภายในรปู ทรง รปู ลกั ษณะเฉพาะตัวของรปู ทรง รวมถงึ ลักษณะ
ผวิ ความเขม้ อ่อนของสผี ิว ปรมิ าณของแสงท่ที าใหเ้ กดิ น้าหนักมืดสวา่ งภายในรูปทรงท่ีทาให้มองเห็น
รปู ทรงเกิดมิติ การฝึกทักษะการวาดภาพลายเสน้ สามารถทาได้หลายวธิ ีการหลายเทคนิค ขน้ึ ยู่กบั ว่า
เป็นการฝกึ เพอื่ วัตถุประสงค์การศกึ ษาในด้านใด เช่น การวาดเส้นแบบฉับไว (Sketch Drawing) เป็น
การวาดเสน้ เพ่ือฝึกสังเกตลักษณะเฉพาะของสิ่งต่างๆโดยภาพรวมไม่เน้นรายละเอียดมากนกั การวาด
เส้นเหมอื นจริง (Realist Drawing) เปน็ การวาดภาพท่ีต้องการความเหมือนจรงิ ทั้งทางกายภาพ และ
เหมอื นจริงในอารมณ์ ความรู้สึก (Emotion and Feeling) การวาดเสน้ ท่ีมุ่งเน้นศึกษาและแสดงใน
รายละเอยี ดทางกายภาพของวัตถุเป็นสาคัญ (Rendering) เพือ่ ฝึกสงั เกตวา่ วัตถุต่างๆท่ีศกึ ษาน้นั มี
ลักษณะรายละเอียดเฉพาะของรปู ทรง ลักษณะผิว ค่า น้าหนักแสงเงาเปน็ เชน่ ไร การการวาดภาพ
ลายเส้นสรา้ งสรรค์ (Creative Drawing) เปน็ การการวาดภาพลายเสน้ ในลกั ษณะไมเ่ หมือนจริงตาม
ธรรมชาติ เพื่อฝกึ ให้นักศึกษาไดใ้ ช้ความคดิ สรา้ งสรรค์ โดยใชธ้ รรมชาติมาเป็นตน้ แบบ แล้วนามา
คล่คี ลายจากความเปน็ จรงิ ไปสู่รูปแบบต่างๆ เช่น การวาดภาพลายเสน้ เหมอื นจรงิ แต่เติมรายละเอยี ด
เนอ้ื หาใหเ้ กินความจริง (Surrealist) การวาดภาพลายเส้นกง่ึ นามธรรม (Semi-abstract) หรอื การ
วาดภาพลายเสน้ นามธรรม (Abstract)
การฝึกวาดเส้นตอ้ งฝึกทงั้ การวาดเส้นเหมือนจรงิ อย่างละเอียด และฝึกวาดเสน้
สร้างสรรค์ เพ่อื ให้นักเรยี นได้ฝกึ สงั เกตรูปทรงของวตั ถุ โครงสรา้ ง มติ ิ หรือผวิ สัมผสั ต่างๆจนชานาญ
แล้วฝึกการใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการสรา้ งรูปแบบใหมๆ่ อยู่เสมอ
การวาดเสน้ ศกึ ษาพันธุกรรมพืช
เปน็ ส่วนหนึง่ ทจ่ี ะใหน้ กั ศกึ ษาไดฝ้ ึกทักษะการวาดเส้นอยา่ งละเอยี ดเหมือนจรงิ ฝึกสังเกต
ลกั ษณะเฉพาะของพรรณพชื รวมถึงโครงสร้างของพืช มิติ แสง-เงา พื้นผิวตา่ งๆ เป็นพน้ื ฐานให้
นักศกึ ษานกั ออกแบบเป็นนกั สังเกต ใสใ่ จกับรายละเอยี ดอยา่ งรอบคอบ ใจเย็น ประณตี เพราะใน
รายละเอยี ดของสิ่งต่างๆนนั้ คือสง่ิ ที่มีคุณค่ามหาศาลทั้งทางตรงและทางอ้อมทล่ี ะเลยเสยี มิได้
การวาดเส้น
พรรณพชื เริ่มดว้ ยการใหน้ ักศกึ ษาออกหาพรรณพืชห่นุ ต้นแบบท่นี ักศึกษาสนใจ
เสยี ก่อน คอื พชื ชนิดตา่ งๆ ที่มีอยรู่ อบตัวในสถานศึกษา
100
อปุ กรณ์ที่จาเป็นในการวาดเสน้
การเตรียมอปุ กรณไ์ ม่ใช่เร่อื งยุ่งยากในการวาดเสน้ เพราะมีอุปกรณ์เพียงไมก่ ่ีชิ้นก็
สามารถวาดรูปได้แลว้ อันดับแรก ต้องมี กระดาษ สาหรบั วาดภาพ โดยสว่ นใหญ่มักใช้กระดาษสีขาว
ผิวกระดาษท่ีเรยี บเนียนจะช่วยใหส้ ามารถวาดเส้นเก็บรายละเอยี ดได้อย่างดี กระดานรองวาดภาพ ก็
เปน็ สิ่งจาเป็น โดยนากระดาษมาตดิ บนกระดาน
ดนิ สอ
คอื สิ่งสาคัญทจ่ี ะถ่ายทอดลกั ษณะพรรณพืชให้มาอยู่ในกระดาษ ควรเปน็ ดนิ สอชนดิ ไสอ้ ่อน
ตงั้ แตด่ นิ สอ 2B ข้นึ ไปจนถึง EE เพราะดินสอชนดิ ไส้ออ่ นจะสามารถใหน้ ้าหนกั เสน้ ตงั้ แตอ่ อ่ นท่สี ดุ
จนถงึ เขม้ ทีส่ ุดไดห้ ลายคา่ น้าหนัก และสาหรับการวาดเสน้ เก็บรายละเอียดสงู นน้ั ดินสอควรมีปลาย
เรียวแหลมอยู่เสมออาจต้องมีมดี คัตเตอรใ์ วเ้ หลาดนิ สอพกติดตัวสักเล่มหน่งึ หรอื ไมก่ เ็ ตรยี มดนิ สอไว้
หลายๆด้าม ยางลบ กเ็ ปน็ ส่ิงจาเปน็ ในขน้ั ตอนการรา่ งภาพ และแต่งเกบ็ รายละเอยี ด อุปกรณ์เพียง
เท่านกี้ ็วาดภาพไดแ้ ลว้
101
เร่มิ ตน้ วาดเสน้ คอื การรา่ งภาพ
สังเกตห่นุ ต้นแบบวา่ มีลกั ษณะโดยรวมวา่ มีลกั ษณะเรียวสงู หรอื ราบในแนวนอน เพ่ือ
จะไดร้ ู้ว่าควรจะวางกระดาษวาดรปู ในแนวตัง้ หรอื แนวนอนดกี ว่ากนั ทนี ล้ี องจัดภาพให้หุ่นพรรณพชื
โดยรวมอย่ใู นหนา้ กระดาษอย่างพอดี ไม่โตจนสว่ นทสี่ าคญั ติดขอบกระดาษจนอึดอัด หรือเล็กเกินไป
จนมีทีว่ ่างเบาเหวง โดยการรา่ งเส้นโดยรวมอยา่ งครา่ วๆบน
หน้ากระดาษให้พอดี และสมดลุ อยา่ ลืมจัดมมุ ภาพให้สวยงามด้วย สงิ่ ที่น่าสนใจหรอื ต้องการเนน้ เปน็
พิเศษในภาพควรอย่ปู ระมาณกึ่งกลางของภาพ ตัวอยา่ งในทนี่ ้ี คอื ตน้ ต้อยติ่ง ส่วนสาคญั คือดอกสมี ว่ ง
ทกี่ าลงั บานอย่างเต็มที่ จงึ จัดใหด้ อกอยใู่ นมุมทีส่ วยทสี่ ดุ โดยการแบ่งก่งึ หนา้ กระดาษท้งั แนวตงั้ และ
แนวนอนเพื่อหาความสมดลุ ในดา้ นตา่ งๆ จัดสว่ นดอกให้อยู่ใกลก้ งึ่ กลางเยื้องขวาบนเลก็ น้อย ท่ีเหลือ
เป็นส่วนประกอบอื่นของภาพจัดเฉลีย่ ในทศิ ทางต่างๆใหส้ มดลุ เริม่ ต้นรา่ งรายละเอียดของดอก กา้ น
ใบ ด้วยน้าหนกั เสน้ เบาๆเพราะเส้นเบาจะสามารถลบแก้ไขได้งา่ ยโดยสังเกตลักษณะของพืชน้ันๆเช่น
ลกั ษณะกลบี ดอก กา้ น ใบ ขนาด อ้วน เรียว เปน็ ตน้ รา่ งตามรปู แบบท่ีจัดวางหน้ากระดาษไวแ้ ตท่ ีแรก
การแรเงา
102
การแรเงา คือการสรา้ งค่านา้ หนักเข้ม อ่อนให้กับรูปทรง จนถึงรายละเอยี ดขัน้
สุดทา้ ยกเ็ กิดจากการแรเงาให้ภาพมีน้าหนักจนมองเหน็ เป็นมติ ขิ องรูปทรง การแรเงาอาจทาได้หลาย
วธิ ตี ามความถนดั และความพอใจสว่ นตวั ของผู้วาด ซึ่งไมว่ ่าจะแรเงาด้วยวธิ ีการใดหากทาใหภ้ าพนน้ั
สวยงามตามความต้องการอย่างสมบรู ณ์แลว้ ถือเป็นใช้ได้
วิธกี ารแรเงาอาจทาได้ด้วยวิธกี ารต่างๆดังเช่น วิธกี ารแรเส้นไขวใ้ นแนวเฉียง มกั เปน็ วธิ ีท่ีถนดั ของคน
ทั่วไป การลากเสน้ ในแนวเฉยี งออกจากร่างกายในดา้ นทีต่ นถนดั จะทาได้อยา่ งเป็นธรรมชาติท่ีสุด การ
แรเส้นแนวต้ังและแนวนอนตัดกัน กจ็ ะทาใหเ้ กิดค่านา้ หนักท่ีสวยงามและแปลกตาอยเู่ หมอื นกนั การ
แรเสน้ หมนุ วนปลายดินสอ วิธีการการน้จี ะสามารถควบคุมพื้นที่ และเกบ็ รายละเอยี ดได้ดีทเี ดียว การ
แรเส้นซกิ แซกแบบไม่มีทิศทาง วธิ ีนจี้ ะให้ผลคลา้ ยแบบหมุนวนเพียงแตเ่ สน้ จะดแู ขง็ แต่เม่ือดภู าพรวม
แลว้ กส็ วยแปลกตาดี การแรเกล่ียเรยี บไม่มีเส้น วธิ นี จ้ี ะทาใหภ้ าพดนู มุ่ นวล เรยี บเนียน ดูกลมกลนื ได้
ง่าย แต่อาจดธู รรมดาสักหนอ่ ย และอาจมวี ิธอี ืน่ ๆนอกเหนือจากท่ีแนะนาแล้วแต่ความถนดั และ
ความชอบดังกล่าวข้างตน้
103
สรา้ งนา้ หนกั สผี ิวของหุ่น
สว่ นตา่ งๆในห่นุ ต้นแบบอาจมีน้าหนักสที ตี่ ่างกนั เชน่ ดอกไม้สเี หลืองมนี ้าหนกั อ่อน
ดอกไมส้ ีมว่ งมนี ้าหนักเข้มกวา่ เป็นตน้ ข้นั ตอนนจ้ี ึงเปน็ การแรเงาเรยี บเต็มพน้ื ทใ่ี นส่วนต่างๆของภาพ
ใหม้ ีนา้ หนกั ต่างกนั ไปตามหุ่นตน้ แบบ ไมต่ ้องไล่ค่านา้ หนักในรูปทรงแตอ่ าจเว้นส่วนท่ีเปน็ แสงจัดตก
กระทบวตั ถโุ ดยไม่ต้องแรเงา ในทีน่ ีภ้ าพดอกต้อยติ่ง มีดอกสีมว่ งกลาง กับใบสเี ขยี วมคี า่ น้าหนักท่ี
ใกลเ้ คียงกนั มากจึงไมส่ ามารถแยกคา่ น้าหนักท่ีแตกต่างกนั ได้
การสรา้ งมติ ใิ นภาพ
แสง คือสงิ่ ที่ทาให้เราสามารถมองเหน็ วัตถุ ถ้าไมม่ ีแสงเราก็ไมส่ ามารถมองเห็นส่ิงต่างๆได้ เชน่ เดียวกนั
ถ้ามีแสง แต่ไม่มีเงามืด เราก็ไมส่ ามารถมองเห็นมิติของวัตถุไดเ้ ช่นกัน (ลองเอากลอ่ งสขี าวมาวาง แล้ว
ใช้ไฟส่องทกุ ด้าน โดยให้ปริมาณความเข้มของแสงเทา่ กันทุกดา้ น เราจะมองเหน็ มิติของกล่องใบนัน้ ได้
ยากมาก)ฉะน้ันที่เราสามารถมองเห็นมิติของรปู ทรงได้อยา่ งชดั เจนก็เพราะในธรรมชาติแสงท่สี ่องมา
กระทบวัตถตุ า่ งๆ มักอยู่ดา้ นใดดา้ นหน่งึ เสมอตามทิศทางของดวงอาทติ ย์ หรือหลอดไฟ หากมแี สงเข้า
มากกว่าหน่ึงด้านซ่งึ อาจเกดิ จากแสงสะทอ้ น (Reflect) ก็จะมปี รมิ าณความเขม้ ของแสงที่นอ้ ยกวา่
และเม่ือแสงตกกระทบวตั ถุในทศิ ทางหน่ึงก็จะทาให้วัตถนุ ัน้ รบั แสงในดา้ นต่างๆท่ีไมเ่ ท่ากัน ดา้ นทอ่ี ยู่
ทิศทางเดียวกบั แสงก็จะรบั แสงมากทาให้วตั ถุสว่าง ด้านที่ขนานกบั แสงจะรับแสงนอ้ ยกว่ากจ็ ะสวา่ ง
นอ้ ย สว่ นด้านทอ่ี ยทู่ ิศทางตรงขา้ มกบั แสงกจ็ ะรับแสงน้อยท่สี ดุ วัตถุดา้ นนั้นกจ็ ะมดื มาก ในบรเิ วณท่ี
ลึกหรือซอกตา่ งๆแทบจะไมไ่ ดร้ ับแสงเลย ปริมาณแสงตกกระทบท่ีต่างกันนี้ทาให้เราสามารถมองเห็น
วตั ถไุ ด้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะแสงแดดจัด จะทาใหค้ า่ นา้ หนักดา้ นตา่ งๆบนวัตถุแตกตา่ งกันมาก วัตถุ
กจ็ ะเหน็ ไดช้ ดั มมี ติ ิมาก ถา้ หากหนุ่ ตน้ แบบอยูใ่ นห้องที่มีปรมิ าณแสงน้อย ความแตกตา่ งของนา้ หนัก
แสงบนวัตถุมกี ็มนี ้อย ภาพกจ็ ะเกดิ มติ ินอ้ ยเช่นกัน
การสรา้ งมิตภิ ายในรูปทรง คอื การแรเงาวัตถุใหม้ ีความแตกต่างของค่านา้ หนักเข้ม อ่อน ตามทิศทาง
ของแสงทตี่ กกระทบลงบนวัตถุ โดยผูว้ าดภาพจะตอ้ งสังเกตวา่ ปริมาณแสงโดยรวมเขา้ มาในทิศทางใด
มากท่ีสุด และภาพน้ันจะตอ้ งมลี กั ษณะแสงเงาตกกระทบในทศิ ทางเดียวกันตลอดทั้งภาพเสมอ
บรเิ วณท่แี สงตกกระทบมากท่ีสุดจะมีคา่ นา้ หนักออ่ นมาก แทบไมต่ ้องแรเงาเลยก็ได้ เรียกว่า แสงสว่าง
สดุ (High Light) มักเกดิ ในท่ีโคง้ นูนในดา้ นแสง ส่วนทีร่ ับแสงโดยทั่วไปก็จะแรเงาน้าหนักออ่ นๆ สว่ น
ทรี่ บั แสงน้อย หรือด้านตรงข้ามกบั แสงก็จะแรเงาให้เข้มขึ้นตามลาดบั ปรมิ าณการรับแสงท่ีน้อยลง
สว่ นที่รบั แสงน้อยท่ีสุด (Dark shade) กจ็ ะแรเงาให้เขม้ ท่สี ุด ถ้าแรเงาได้ตามน้ีรปู ทรงในส่วนต่างๆ
ของภาพก็จะเกิดมติ ิ สวยงามสมจริงดงั ตอ้ งการใหเ้ ป็น
การสร้างมติ เิ ชิงทัศนียภาพ คือการแรเงาวัตถุในระยะตา่ งๆใหม้ ีน้าหนกั เข้มอ่อนตา่ งกัน โดยปกติแล้ว
การมองเหน็ ของมนุษย์นนั้ วัตถทุ ่ีอยู่ใกลจ้ ะมองเหน็ ความแตกตา่ งของค่านา้ หนกั ได้อย่างชัดเจน
รวมถึงรายละเอียดในรปู ทรง สว่ นวัตถทุ ี่อย่ไู กลออกไปจะมองเหน็ ความแตกต่างของค่าน้าหนักได้
104
น้อยลง หรือมีน้าหนักในรปู ทรงทใ่ี กล้เคียงกันทาใหเ้ หน็ มิติได้น้อยลง รวมถงึ รายละเอียดก็จะน้อยลง
ด้วยตามระยะทางท่ตี ่างกนั
การสร้างมิติในภาพควรมี 2 ลักษณะดว้ ยกัน คือ
1. การสรา้ งมติ ภิ ายในรูปทรง
2. การสร้างมิตเิ ชงิ ทศั นียภาพ
เพราะฉะนนั้ การสรา้ งมติ เิ ชิงทัศนียภาพ จะต้องมีเทคนิคในการลวงตาเพ่ือให้ภาพนัน้ ดู
เหมอื นจรงิ และ มมี ติ ิมากทสี่ ดุ คือวัตถทุ ่ีอยู่ใกล้ตาหรอื ในสว่ นสาคญั ของภาพ ควรจะแรเงาให้มคี วาม
เข้มอ่อนชัดเจน มีค่าความต่างระหวา่ งแสงกบั เงาให้มาก มีรายละเอยี ดในภาพสงู ท่สี ดุ เท่าทจี่ ะเกบ็
รายละเอียดในภาพได้ ส่วนในระยะท่ีไกลออกไป (มักเป็นองค์ประกอบเพือ่ ใหภ้ าพเกิดความสมบรู ณ)์
ก็จะแรเงาเพยี งเบาๆ มีแสงเงาเลก็ น้อย นา้ หนกั ใกล้เคียงกัน มีรายละเอยี ดนิดหนอ่ ยกพ็ อ อยา่ งไรก็
แล้วแต่ภาพทดี่ แี ละสมบรู ณ์สวยงามควรมรี ะยะในภาพอยา่ งนอ้ ย 2-3 ระยะ เพอ่ื เป็นการใหเ้ กิดท่วี า่ ง
และมีอากาศระหว่างระยะตา่ งๆ
105
สุดท้ายดว้ ยการเกบ็ รายละเอียด
การเก็บรายละเอยี ดในภาพเป็นขัน้ ตอนท่ีมีความสาคัญมากทจี่ ะทาให้ภาพเกดิ ความ
สมบรู ณเ์ หมอื นจริงตามลักษณะเฉพาะของหนุ่ ต้นแบบ ในท่นี ้ีภาพดอกต้อยต่งิ ก็มีรายละเอยี ดมากมาย
ให้เราไดน้ ่งั สงั เกตกนั กลบี ดอกต้อยต่ิงจะมรี อยยับเปน็ รว้ิ เล็กๆทั่วไปท้ังดอก ขอบกลบี ดอกเป็นขยัก
(ต้องมองใกล้ๆ) ลักษณะเม็ดทสี่ กุ แลว้ จะมสี นี า้ ตาลเข้มจนถึงดา มรี อยแตกตามยาวของเม็ด 3 เส้นซึง่
พรอ้ มจะแตกให้เมล็ดกระเด็นออกมาขยายพันธเ์ ม่ือถึงเวลา ลักษณะใบของตอ้ ยติ่งค่อนข้างเรยี บมนั มี
ก้านใบสีเขียวอ่อนกวา่ ใบเลก็ นอ้ ยเป็นเส้นเรยี วอย่างเรยี บร้อยไปส่ปู ลายใบ ตามข้อต่อต่างๆของโคนใบ
จะมีใบออ่ นเล็กๆเกดิ ข้นึ มาอย่างนา่ รกั ผู้วาดจะตอ้ งใสใ่ จกบั รายละเอียดต่างๆเหล่านี้ เพื่อใหภ้ าพท่ีเรา
ไดม้ ามรี ายละเอียดครบถ้วน และได้คณุ ค่าบางอย่างจากธรรมชาติ เป็นการบนั ทกึ ภาพที่สามารถเก็บ
รายละเอียดของสิ่งต่างๆภายในภาพเดียวไดด้ ีกว่าการถา่ ยรูปยง่ิ นัก
ภาพวาดตวั อย่างสวนพฤกษศาสตร์
106
ภาพวาดตวั อย่างสวนพฤกษศาสตร์
107
ภาพวาดตวั อย่างสวนพฤกษศาสตร์
108
109
ภาพวาดตวั อย่างสวนพฤกษศาสตร์
110
ภาพวาดตวั อย่างสวนพฤกษศาสตร์
111
ภาพวาดตวั อย่างสวนพฤกษศาสตร์
112
ภาพวาดตวั อย่างสวนพฤกษศาสตร์
113
ภาพวาดตวั อย่างสวนพฤกษศาสตร์
114
115
116
ผลงานนักเรียนวาดภาพทางสวนพฤกษศาสตร์
117
ผลงานนักเรียนวาดภาพทางสวนพฤกษศาสตร์
118
ผลงานนักเรียนวาดภาพทางสวนพฤกษศาสตร์
119
120
ใบงาน
คาชแ้ี จง : ใหน้ กั เรยี นวาดภาพลายเส้นพรรณไม้ท่ีศกึ ษาพร้อมท้ังกาหนดมาตราสว่ น
ชือ่ …………………………………………………………………………………….…………….ช้นั ……………………………………………
เลขท…่ี …………………………
121
การบูรณาการสอนกลมุ่ สาระวิชาการงานอาชพี และเทคโนโลยี
119
แผนการจัดการเรียนรรู้ ายวิชาการปลกู ผกั ท่ัวไปรหสั วชิ า ง 332264 มธั ยมศกึ ษาปีท่ี6/2
ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2560
หนว่ ยท่ี7แผนที่ 3 ชอื่ แผนการปลกู และดูแลรกั ษา(การเพาะเมลด็ ) เวลา4ชัว่ โมง
บรูณาการสงู่ านสวนพฤกษศาสตร์ องค์ประกอบท่ี ๒ ลาดบั การเรียนรู้ท่ี ๘ การปลูกและดูแลรกั ษา
แนวคิดหลกั การปลูกและดูแลรกั ษาเป็นลาดบั การเรียนรหู้ น่งึ ตามองคป์ ระกอบท่ี 2การรวบรวมพรรณไม้เข้ามา
ปลูกในโรงเรยี นของงานสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรียน ซง่ึ นักเรียนจะได้นาพรรณไมม้ าปลกู ในพ้นื ท่ีศึกษา
พฤตกิ รรมบ่งช้ี
มีการดแู ลพรรณไมท้ ป่ี ลูกในพื้นทีศ่ กึ ษา
สาระการเรยี นรู้การจัดการ
หลักฐาน/ผลงาน/การปฏบิ ตั ิงาน
ใบงานการบันทึกดูแลรกั ษา(การให้น้า พรวนดิน ใสป่ ุ๋ย ตัดแต่งกง่ิ )
การวดั ผลประเมนิ ผล
พฤติกรรมบ่งช้ี วิธีวัดผล เครื่องมอื การประเมินผล
มีการดแู ลพรรณไม้ทป่ี ลูก ตรวจ แบบ รายการประเมนิ
ในพืน้ ที่ศึกษา บันทกึ การ บันทึก - มเี ตรยี มอปุ กรณ์ท่ีใช้ดูแล
ดูแล - มีการบันทกึ การดูแล
- มีการดแู ลอย่างสมา่ เสมอ
- มกี ารแบง่ หน้าทรี่ บั ผดิ ชอบ
- พรรณไม้มีความเจรญิ งอกงาม
ระดับ 1 มีการปฏบิ ัตติ ามรายการได้ 1 รายการ
ระดบั 2 มกี ารปฏบิ ตั ิตามรายการได้ 2 รายการ
ระดับ 3 มีการปฏบิ ตั ติ ามรายการได้ 3 รายการ
ระดบั 4 มกี ารปฏบิ ตั ติ ามรายการได้ 4 รายการ
ระดบั 5 มีการปฏิบัติตามรายการได้ทุกรายการ
กิจกรรมการเรยี นรู้
ช่วั โมงที่ 1-2
1. ครูแจกใบงานการบนั ทึกดูแลรกั ษา(การให้นา้ พรวนดนิ ใส่ปุ๋ย ตัดแตง่ กงิ่ )
2. ครูชีแ้ จงการศึกษาตามใบงานฯ ดงั น้ี
2.1ใหน้ ักเรยี นระบุชอ่ื พรรณไม้ บริเวณที่ทาการดแู ลรกั ษาหลังการปลกู เพ่ิม และปีท่ที าการศึกษา
พรอ้ มวิธีการทด่ี ูแลรกั ษา ซึง่ ได้แก่ การใหน้ า้ พรวนดิน ใส่ปยุ๋ ตัดแตง่ กงิ่
2.2ให้นกั เรยี นทาการจดบนั ทึกข้อมูลการดูแลรักษา โดยให้ผ้ทู ีท่ าการตามตารางเวรดแู ลรักษาเป็นผจู้ ด
บนั ทกึ ลงในตารางบนั ทึกการดูแลรักษา
2.3 ใหน้ ักเรยี นที่เป็นผู้ร่วมศึกษา เป็นผู้รว่ มในการดูแลรกั ษาโดยทาตารางเวรดแู ลรักษาขึน้ มารองรับ
120
2.4 ให้นกั เรียนระบุความรทู้ ี่ไดร้ บั จากการศึกษา
3. นักเรียนลงมือปฏิบัติงาน
4. ครใู หค้ าแนะนาขณะปฏบิ ตั ิงาน
สอ่ื -อุปกรณ์
1. อุปกรณ์ท่ีนกั เรยี นต้องเตรยี ม เพอ่ื ทาการศกึ ษา
1.1 สมดุ 1.2 ปากกา 1.3 ดินสอ
1.4 ยางลบ 1.5 ไมบ้ รรทัด
1.6 วสั ดุเสริมทีต่ อ้ งใช้ในการขยายพนั ธ์ุ ตามข้นั ตอนตา่ งๆในวิธีการทนี่ กั เรยี นเลือกใช้
2. วสั ดุอปุ กรณ์ทต่ี อ้ งใช้ และนกั เรียนสามารถเบิกยืมได้
2.1 จอบ 2.2 เสยี ม 2.3 คราด
2.4 บัวรดนา้ 2.5 มอื เสือ 2.6 เขง่
แหล่งเรียนรู้-สวนพฤกษศาสตร์โรงเรยี น
ข้อเสนอแนะของหัวหนา้ สถานศึกษา
แผนการสอน เน้นผู้เรยี นเปน็ สาคัญ
มีการใช้สื่อ/นวตั กรรม/เทคโนโลยใี นกิจกรรมการสอน
จัดกจิ กรรมเหมาะสมกับผเู้ รยี น
มีการจาแนกผ้เู รียนตามระดบั ความสามารถ/คานงึ ถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล
มกี ารบูรณาการ
มีการวัดและประเมนิ ผลตรงตามจดุ ประสงค์/กิจกรรม
มกี ารวดั และประเมินผลตามสภาพจริง
………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ……………………………..
(นายสมาน แพะขุนทศ)
ครผู สู้ อน
ลงชือ่ ……………………………….
(นางพรรณนภิ า พรอ้ มเพียง)
หัวหนา้ ฝ่ายวชิ าการ
บนั ทึกผลการจัดการเรยี นรู้ 121
ระดับชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๖/๒
ลงช่ือ…………………………………
ผลการประเมิน (นายบญุ เจริญ สุขสกลุ )
วธิ ปี ระเมินผล รองผู้อานวยการ รกั ษาราชการแทน
ผู้อานวยการโรงเรยี นแชแลพิทยานุสรณ์
ความรู้ความเข้าใจในเนื้อหา
ผลการประเมนิ
ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ
ดา้ นคณุ ลักษณะ
ผลการจดั การเรียนรู้
............................................................................................................................. ..................................................
.....................................................................................................................................................................
ปญั หา / อุปสรรค
............................................................................................................................. ..................................................
............................................................................................................................. ........................................
ข้อเสนอแนะ / แนวทางแก้ไข
...................................................................................................................................................... .........................
.......................................................................................................... ...........................................................
ลงชือ่
(นายสมาน แพะขุนทศ)
ครูผู้สอน
122
ใบงานการบนั ทกึ การปลูกและดแู ลรักษา ( การใหน้ า้ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย ตดั แตง่ กง่ิ )
องคป์ ระกอบท่ี 2 การรวบรวมพรรณไม้เข้ามาปลกู ในโรงเรียน
ลาดับการเรียนรทู้ ่ี ๘ การปลกู และดูแลรกั ษา
จดุ ประสงค์
1เพื่อให้นักเรยี นไดท้ าการจดบันทกึ การดแู ลรักษาพรรณไม้หลังการปลูกเพิ่ม
2 เพอื่ ฝึกความรบั ผิดชอบต่อหนา้ ท่ที ่ไี ดร้ ับมอบหมาย
วธิ กี าร
1 ให้นกั เรยี นระบชุ ื่อพรรณไม้ บริเวณทีท่ าการดูแลรกั ษาหลังการปลกู เพ่ิม และปที ่ี
ทาการศึกษา พร้อมวิธกี ารท่ีดูแลรกั ษา ซง่ึ ได้แก่ การให้น้า พรวนดนิ ใสป่ ุ๋ย ตดั แตง่ กิ่ง
2 ใหน้ กั เรยี นทาการจดบันทึกขอ้ มลู การดแู ลรักษา โดยใหผ้ ูท้ ่ีทาการตามตารางเวรดแู ลรกั ษา
เป็นผู้จดบันทึกลงในตารางบันทึกการดูแลรกั ษา
3ให้นกั เรียนที่เปน็ ผรู้ ่วมศึกษา เป็นผู้รว่ มในการดแู ลรักษาโดยทาตารางเวรดแู ลรักษาข้นึ มา
รองรบั
4ใหน้ กั เรยี นระบุความรู้ท่ีไดร้ ับจากการศึกษา
วัสดอุ ุปกรณ์
1) วัสดอุ ปุ กรณ์ที่นักเรียนต้องเตรียม เพ่ือทาการศกึ ษา
1.1) สมดุ 1.2) ปากกา 1.3) ดนิ สอ
1.4) ยางลบ 1.5) ไมบ้ รรทัด
2). วัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้ และนักเรยี นสามารถเบิกยืมได้
2.1) จอบ 2.2)เสียม 2.3) คราด
2.4) บวั รดนา้ 2.5).มือเสือ 2.6) เขง่
123
ชือ่ พรรณไม้ท่ีทาการดูแลรกั ษา ...........................................................................................................
บรเิ วณ ........................................................................................ ปีการศึกษา...................................
ผู้ร่วมศึกษา
1). ................................................................................. ชน้ั ..................... เลขที่ ........................
2). ................................................................................. ชนั้ ..................... เลขท่ี ........................
3). ................................................................................. ชนั้ ..................... เลขที่ ........................
4). ................................................................................. ชนั้ ..................... เลขที่ ........................
5). ................................................................................. ชนั้ ..................... เลขท่ี ........................
ตารางเวรดูแลรกั ษาพรรณไม้หลังปลกู
วนั จันทร์ วันอังคาร วันพุธ วันพฤหสั บดี วนั ศุกร์
124
ตารางบันทกึ การดแู ลรกั ษา( ให้นกั เรยี นทาเครื่องหมาย / ลงในช่องที่ทาการดูแล )
ที่ วนั /เดอื น/ปี กิจกรรมท่ปี ฏิบัติ ผปู้ ฏิบัติ
กาจัดวชั พชื พรวนดนิ ใสป่ ๋ยุ รดน้า
สิง่ ทนี่ กั เรยี นไดร้ ับจากการศึกษา
ความรูท้ างดา้ นวชิ าการ
............................................................................................................................. ..................................................
...............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
คณุ ธรรมท่เี กิดจากการศึกษาและลงมือทางานตามสภาพจริง
............................................................................................................................. ..................................................
........................................................................................................................................ .......................................
............................................................................................ ....................................................................
อาจารยท์ ่ีปรึกษา นายสมาน แพะขนุ ทศ
125
การบรู ณาการสอนกลมุ่ สาระวชิ าภาษาต่างประเทศ
126
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 4
วิชา ภาษาอังกฤษพ้ืนฐาน รหสั วิชา อ22102 ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 2
หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 3 เรื่อง Meet the Natural World เวลา ชว่ั โมง
ผู้สอน นางสาวณชิ นนั ทน์ พืชพร สอนวันที่ 16 ธนั วาคม 2560
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2560 ( สอดคล้องกับองค์ประกอบที่ 5 )
โรงเรยี นแชแลพิทยานุสรณ์ อาเภอกุมภวาปี จงั หวัดอุดรธานี
1. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
ในการฟัง/อ่านเกยี่ วกับแหลง่ ท่อี ยู่อาศัยของสัตวแ์ ละพชื หรือเรอ่ื งต่างๆ ใกล้ตวั และค้นควา้ สบื ค้น
จากแหล่งเรยี นรู้ตา่ งๆ สามารถเลอื กใชค้ า ประโยค และโครงสร้างไวยากรณ์ทถ่ี ูกต้องเหมาะสม
2. มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้ีวัด/ผลการการเรียนรู้คาดหวัง (เฉพาะวิชาเพ่ิมเติม)
มาตรฐาน ต 3.1 ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในการเชื่อมโยงความร้กู บั กลุม่ สาระการเรยี นรูอ้ นื่ และเปน็ พ้นื ฐาน
ในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปดิ โลกทัศน์ของตน
ตัวช้วี ัด/ผลการเรียนรู้
1. ตัวชี้วดั
สาระท่ี 3 ภาษากบั ความสมั พันธ์กับกลุม่ สาระการเรยี นรอู้ น่ื
มาตรฐาน ต 3.1 ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความร้กู ับกลุม่ สาระการเรยี นร้อู ่นื และเป็นพนื้ ฐานใน
การพฒั นา แสวงหาความรู้ และเปดิ โลกทัศน์ของตน
ต 3.1 ม.3/1 ค้นควา้ รวบรวม และสรุปขอ้ มูล/ขอ้ เทจ็ จริงที่เก่ยี วข้องกบั กลมุ่ สาระการเรียนร้อู ืน่ จาก แหลง่
เรียนรู้ และนาเสนอดว้ ยการพูดและการเขยี น
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
3.1 ดา้ นความรู้ (Knowledge)
รายวชิ าท่สี อน
1. อา่ นข้อความสั้นๆ อย่างรวดเรว็ แลว้ ระบุขอ้ เท็จจริงหรือขอ้ มลู สาคญั ได้
2. สนทนาในหัวข้อท่ีใกล้ตวั และอยใู่ นความสนใจได้
งานสวนพฤกษศาสตร์
นักเรยี นได้เรยี นรเู้ ขา้ ใจเกี่ยวกับสว่ นต่างๆ และลักษณะภายนอกของพชื ศึกษา
3.2 ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (Process)
รายวชิ าทสี่ อน
นกั เรียนฝึกทักษะการสบื เสาะแสวงหาความรู้ สืบคน้ ข้อมลู
นักเรยี นวิเคราะห์ขอ้ มูลจากบทอา่ นได้
นักเรียนนาเสนอผลงานในรูปแบบหนังสือเล่มเล็กได้
127
งานสวนพฤกษศาสตร์
นกั เรยี นไดส้ มั ผัสและศึกษาพืชสมุนไพร
3.3 ดา้ นคณุ ธรรมจริยธรรมและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (Attitude)
1. เพื่อใหน้ กั เรยี นได้สมั ผสั ใกล้ชดิ และเกดิ ความรักต่อพืชพรรณ มีจิตสานึกเห็นคุณคา่ ประโยชน์
ของพชื พรรณไม้ไม่คดิ ทาลายและมีแนวคิดทีจ่ ะอนุรักษส์ ืบต่อไป
2. เพ่อื ใหน้ กั เรยี นมีคณุ ธรรมและจริยธรรม ไดแ้ ก่ มีความรับผิดชอบ มีความซ่ือตรง มีความอดทน
มีความเพียร มคี วามสามัคคี มคี วามเอ้ืออาทร เกื้อหนุน มีความเมตตากรณุ า การดูแลและรกั ษาสวน
พฤกษศาสตร์โรงเรยี น หอ้ งสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรยี น วสั ดอุ ุปกรณ์
3. เพือ่ ใหน้ กั เรยี นมคี ณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ไดแ้ ก่ รักชาติ ศาสตร์ กษัตรยิ ์ ซื่อสตั ย์สจุ รติ มวี นิ ยั ใฝ่
เรยี นรู้ อยอู่ ยา่ งพอเพียง มุ่งม่ันในการทางาน รกั ความเปน็ ไทย มจี ติ สาธารณะ
4. สาระการเรยี นรู้
1. สาระการเรียนร้แู กนกลาง
1) Language Features and Functions
Vocabulary: animals and natural environments
Parts of plants (Papaya Tree)
Structure: Adjectives: Kinds of Adjectives
Functions: Talking about Plants
2) Language Skills
Speaking: สนทนาเก่ียวกบั เรื่องท่ีอยู่ในความสนใจ เชน่ พชื ศึกษา
Reading: อา่ นข้อความส้นั ๆ เก่ียวกบั พืชศึกษา แล้วระบขุ ้อเทจ็ จริงขอ้ มูลสาคญั
Writing: การเขียนโดยใช้โครงสรา้ งประโยคและคาคุณศัพทเ์ พื่ออธิบายส่วนของ พชื ศกึ ษาอยา่ ง
สรา้ งสรรค์
5. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มีวินยั
2. ใฝ่เรียนรู้
3. อยูอ่ ย่างพอเพียง
4. มงุ่ มนั่ ในการทางาน
5. มีจิตสาธารณะ
การบรณู าการงานสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรยี น
งานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ในโครงการอนรุ ักษ์พันธกุ รรมพืชอนั เนอื่ งมาจากพระราชดารสิ มเดจ็
พระเทพรตั นราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี มีวตั ถุประสงค์ใหเ้ ยาวชนได้มโี อกาสใกลช้ ิดกับพชื พรรณไม้ ได้
128
เรยี นรูถ้ งึ พชื ท้องถ่นิ ของตน ช่วยกนั ดแู ลไม่ให้สูญพนั ธ์ุ ซึ่งจะก่อให้เกิดจิตสานึกในการท่ีจะอนรุ ักษส์ ืบไป การ
ดาเนินงานประกอบดว้ ย 5 องค์ประกอบ และ 3 สาระการเรียนรู้
6. กิจกรรมการเรยี นรู้
ชั่วโมงท่ี 1
Warm up
ครูแจ้งจุดประสงคก์ ารเรียนรู้
Presentation
- นกั เรยี นและครูพดู คยุ เก่ียวกับงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน
- Do you know about Botanical Garden School?
- What is the highlight plant of the garden?
- ให้นักเรยี นดูต้นมะละกอแล้วซักถาม คาถาม Do you know this plant? (ใบงานที่ 1)
What’s its name ? common name / family name /scientific name / local name/ etc.
- It’s Papaya Tree / Its …………………………
- Do you know what the parts of Papaya Tree are?
Practice
- นกั เรียนศกึ ษาใบความรู้ท่ี 1 ศึกษาคาศัพท์สว่ นประกอบของมะละกอ
(ใหน้ กั เรยี นดูมะละกอผลจรงิ ทเี่ ตรยี มมา)
- How many parts of the plant that you see?
- What is ราก / ลาตน้ / ใบ / ดอก / ก้านใบ / เหงา้ in English?
rhizome / stem / leaf / shoot / flower / etc.
- ใหบ้ อกสว่ นลกั ษณะภายนอกที่เหน็ เปน็ ภาษาองั กฤษ
- ครแู บ่งกลมุ่ นักเรยี นออกเป็น 5 กลุม่ ตามส่วนของมะละกอ (พชื ศกึ ษา)
- กจิ กรรมในใบงานที่ 1 Answer the questions about plants (ตอบคาถามส่วนของพชื -มะละกอ)
- นกั เรียนศกึ ษาใบความรู้ท่ี 2 เร่ือง คาคุณศัพท์ (Adjectives)
- ให้นักเรียนไปสงั เกตและศกึ ษาข้อมลู มะละกอเพ่มิ เติมภายในบรเิ วณโรงเรียน และ website
ชวั่ โมงท่ี 2
Warm up
- ทบทวนความรเู้ กีย่ วกบั ชนิดคาคณุ ศัพท์ และตาแหนง่ ของประโยค
Presentation
- นกั เรยี นศึกษาใบความรทู้ ี่ 3 เรอื่ ง ข้อมลู ทางพฤกษศาสตรข์ องพชื ศกึ ษา (มะละกอ) เปน็ การศกึ ษา
เกย่ี วกับลกั ษณะภายนอกของตน้ มะละกอ แลว้ ช่วยกันสรปุ ลักษณะของส่วนท่ีศึกษา (แนะนาใหน้ กั เรยี นสามารถ
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก Website ตา่ งๆ เชน่ โครงการอนรุ กั ษ์พันธุกรรมพืช (อพสธ.) /
http://www.rspg.or.th )
129
- ครนู าต้นมะละกอและภาพประกอบการศกึ ษาชดุ ที่ 1 มาใหน้ ักเรยี นดู เพ่ือให้นักเรยี นสงั เกตและ
สามารถบอกลกั ษณะภายนอกท่มี องเห็นในคุณสมบัติของส่วนประกอบตา่ งๆ เชน่ รปู ร่าง สี กลนิ่ รสชาติ ขนาด
เป็นทลี ะส่วน เช่น ใบ(leaf) กา้ นใบ(stalk) ลาตน้ ใตด้ ิน(rhizome) ดอก (flower) ราก(roots) (ใบงานที่ 2 )
- What does the……(ส่วนของมะละกอ) look like ? / How do you feel when you touch it?
- What does it smell? What shape? / What size? What color is it?
- Have you ever tasted it before? How about its taste? / etc.
Practice
-นักเรยี นในกลมุ่ ชว่ ยกนั ทาแบบฝกึ หัดในใบงานท่ี 3 Fill in the blanks about Papaya Tree
ทาแบบฝึกเกย่ี วกบั มะละกอ การบอกลกั ษณะภายนอกและคณุ สมบัติของสว่ นต่างๆของมะละกอ
Production
-นักเรียนในกลมุ่ ทาใบงานที่ 4 เรอื่ ง The Papaya Tree วาดภาพและแต่งประโยคบรรยายลกั ษณะและ
คุณสมบัติของสว่ นต่างๆของส่วนพืชศกึ ษาเปน็ ของกลมุ่ ตนเอง โดยแบ่งความรับผดิ ชอบคนละส่วน ตามส่วนของ
พชื ศึกษา
- นักเรยี นนาภาพผลงานตนเองมารวมเก็บเป็นเล่มเดยี วกนั (ช้ินงาน)
- ประดับตกแต่งให้เปน็ รูปเล่มทส่ี วยงามและตรวจความเรียบรอ้ ย
ขัน้ สรุปและประเมนิ ผล
- นาผลงานส่งครเู พือ่ ตรวจสอบความถกู ต้อง
- ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั สรุปผลการศกึ ษาลักษณะของมะละกอ เพื่อเชือ่ มโยงไปหลกั ภาษา
คาคณุ ศพั ท์ (Adjectives) เพ่ือนามาประยุกต์ใช้ในการเรยี นรตู้ ่อไป
- มอบรางวัลดว้ ยการยกย่องชมเชยผทู้ ี่ให้ความร่วมมือ และตงั้ ใจปฏบิ ัตติ ามข้อตกลงร่วมกันของเรา
- ก่อนหมดเวลาสอดแทรกคณุ ธรรมจริยธรรม และการคิดตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
10. สื่ออปุ กรณ์และแหล่งเรียนรู้
10.1 สอ่ื อปุ กรณ์
1. ใบงาน
2. หนังสือ
3. ใบความรู้
10.2 แหล่งเรียนรู้
1. สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน
2. หอ้ งสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน
3. ห้องสมุด
130
11. การวัดและประเมินผล
การประเมนิ คะแนน วธิ ีการประเมนิ เครอื่ งมือประเมนิ เกณฑก์ ารตัดสิน
(สงิ่ ที่ต้องการวดั ) (10) ทดสอบ คุณภาพงาน
แบบทดสอบกอ่ น
1. ด้านความรู้ 5 เรยี น-หลังเรยี น ผ่านเกณฑ์ ๗๐ %ขนึ้ ไป
(Knowledge)
2. ด้านทกั ษะ/ 4 ตรวจผลงาน แบบประเมนิ ชนิ้ งาน ผ่านเกณฑ์ ๗๐ %ข้นึ ไป
กระบวนการ
(Process)
3. ดา้ นคณุ ลักษณะ 1 การประเมนิ แบบประเมนิ มพี ฤติกรรม
ดรี ะดบั ๓
อันพงึ ประสงค์ คณุ ลักษณะอนั คณุ ลกั ษณะอันพึง
(Attitude) พงึ ประสงค์ ประสงค์
กิจกรรมเสนอแนะ
ให้นกั เรียนไปศกึ ษาสมุนไพรในท้องถ่นิ หรอื พืชทน่ี า่ สนใจเพิ่มเตมิ
ลงชอ่ื …………………………………………..
( นางสาวณิชนันทน์ พชื พร )
ผู้เขยี นแผนการจัดการเรียนรู้
ขอ้ เสนอแนะของหวั หน้ากลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………...................................
ลงชอื่ ……………………………………………..
( นางอุไรภรณ์ ศรจี มุ พล )
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาตา่ งประเทศ
131
ขอ้ เสนอแนะของหวั หน้าฝา่ ยวิชาการ
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………….………………………….........................
ลงชื่อ……………………………………………..
( นายพรรณนิภา พรอ้ มเพียง )
หวั หน้าฝ่ายวิชาการ
ขอ้ เสนอแนะของผู้อานวยการโรงเรียน
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………….......................
ลงชือ่ ……………………………………………..
( นายบญุ เจริญ สขุ สกลุ )
รองผอู้ านวยการ รักษาราชการแทน
ผู้อานวยการโรงเรียนแชแลพิทยานสุ รณ์
132
ใบความร้ทู ่ี 1
Parts of the Papaya Tree
Papaya
haulm
Leaf
rhizome
Flower
Seed
Leaf stalk
Name……………………………………………………No…………….
ใบงานที่ 1 133
@ How many parts of the plant that you see?
Meaning
Plant Reading
Name……………………………………………………No…………….
134
ใบงานท่ี 2
Papaya
1.
Do you know this plant?
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. What’s its name ? common name
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. What’s its name ? family name
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. What’s its name ? scientific name
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
5. What’s its name ? local name
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
6. Do you know what the parts of Papaya Tree are?
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
Name……………………………………………………No…………….
135
ใบงานที่ 3
Parts of the Papaya
1. What does the Papaya look like ?
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. How do you feel when you touch it?
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. What does it smell?
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. What shape?
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
5. What size?
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
6. What color is it?
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
7. Have you ever tasted it before?
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
8. How about its taste?
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
136
ใบงานที่ 3
The Papaya Tree
@ ให้นักเรยี นวาดรปู ตน้ มะละกอแล้วเขยี นบรรยายเปน็ ภาษาอังกฤษ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
137
ใบความรู้ท่ี 2
Adjective
ศพั ท์ คาตรงข้าม
bad (ไมด่ ,ี เลว, ช่วั ) good (ด)ี
beautiful (สวย, งดงาม) ugly (นา่ เกลียด)
big (ใหญ)่ small (เลก็ )
cheap (ราคาถูก) expensive (ราคาแพง)
clean (สะอาด) dirty (สกปรก)
dangerous (อนั ตราย) safe (ปลอดภัย)
dark (มืด) light (สวา่ ง)
deep (ลึก) shallow (ตื้น)
dry (แหง้ ) wet (เปยี ก)
early (ก่อน, แตแ่ รก, มาก่อน) late (สาย)
empty (วา่ ง) full (เต็ม)
excited (ต่นื เต้น) bored (น่าเบอื่ )
fat (อว้ น) thin (ผอม)
hard (แขง็ ) soft (อ่อนนมุ่ )
hardworking (ขยนั ) lazy (ขเ้ี กียจ)
healthy (สขุ ภาพดี) sick (ปว่ ย)
high (สูง) low (ตา่ )
horrible (นา่ เกลยี ดน่ากลัว) nice (นา่ ดนู ่ามอง,
hot (รอ้ น) cold (เยน็ )
hungry (หวิ ) full (อม่ิ )
insane (ขาดสต,ิ วกิ ลจริต) sane (มสี ขุ ภาพจติ ด,ี จติ ปกติ)
light (เบา) heavy (หนัก)
loose (หลวม) tight (แน่น)
modern (ทันสมยั ) traditional (โบราณ)
narrow (แคบ) wide (กวา้ ง)
naughty (ซุกซน) well-behaved (เรยี บร้อย)
new (ใหม่) old (เกา่ )
nice (ด,ี สวยงาม) nasty (สกปรกน่าชงั )
noisy (เสยี งดงั ) quiet (เงยี บ, เงยี บสงบ)
normal (ปกต)ิ strange (ประหลาด)
painless (ซ่ึงไมเ่ จ็บปวด) painful (เจบ็ ปวด)
คาศพั ท์ คาตรงข้าม
patient (อดทน) impatient (ไม่อดทน)
polite (สุภาพ, เรียบรอ้ ย) rude (หยาบคาย)
poor (ยากจน) wealthy (รา่ รวย)
138
public (ทเ่ี ป็นสาธารณะ) private (ทเ่ี ป็นส่วนตัว)
rich (รวย) poor (จน)
rough (ขรขุ ระ) smooth (เรียบ)
short (เตยี้ ) tall (สงู )
shy (ข้อี าย, ขต้ี ืน่ , ประหมา่ ) outgoing (ทเ่ี ข้าสงั คมได้งา่ ย)
slow (ชา้ ) fast (เร็ว)
small (เลก็ ) large (ใหญ่)
sour (เปรย้ี ว) sweet (หวาน)
strong (แข็งแรง) weak (ออ่ นแอ)
tidy (ท่เี ป็นระเบยี บ) messy(ทีไ่ มเ่ ปน็ ระเบยี บ,ยุง่ เหยงิ )
tired (เหน่ือย) energetic (มพี ลัง)
useful (ท่ีมปี ระโยชน์) useless (ไรป้ ระโยชน์)
young (อ่อนวยั ) old (แก)่