The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานเรื่องสามัคคีเภทคำฉันท์

จัดทำโดย

นายชนะชัย ภู่สุด เลขที่ 4
นางสาวชุติมา แซ่ลิ้ม เลขที่ 20
นางสาวณิชานันทน์ อภิพัฒนะมนตรี เลขที่ 24
นางสาวพัชชลัยย์ เลี้ยงจรูญ เลขที่ 29
นางสาวเหมือนฝัน แสงง้าว เลขที่ 35

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Patchalai Leangcharoon, 2022-06-18 00:36:48

รายงานเรื่องสามัคคีเภทคำฉันท์

รายงานเรื่องสามัคคีเภทคำฉันท์

จัดทำโดย

นายชนะชัย ภู่สุด เลขที่ 4
นางสาวชุติมา แซ่ลิ้ม เลขที่ 20
นางสาวณิชานันทน์ อภิพัฒนะมนตรี เลขที่ 24
นางสาวพัชชลัยย์ เลี้ยงจรูญ เลขที่ 29
นางสาวเหมือนฝัน แสงง้าว เลขที่ 35

Keywords: ไทยม.6,ภาษาไทยม.6,สามัคคีเภทคำฉันท์,สามัคคี,พึงมรรยาทยึด

ส า มั ค คี เ ภ ท
คำ ฉั น ท์

รายงาน

เรื่อง สามัคคีเภทคำฉันท์







ผู้จัดทำ

นายชนะชัย

ภู่สุด
เลขที่ ๔

นางสาวชุติมา แซ่
ลิ้ม เลขที่ ๒๐

นางสาวณิชานันทน์ อภิพ
ัฒนะมนตรี เลขที่ ๒๔
นางสาวพัชชลัยย์ เลี้ย
งจรูญ เลขที่ ๒๙

นางสาวเหมือนฝัน แสง
ง้าว เลขที่ ๓๕

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖







เสนอ

คุณครูณัฐยา อาจมังกร










รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาภาษาไทย

ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๕

โรงเรียนมัธยมวัดหนองแขม

คำ นำ

รายงานฉบับนี้ทำขึ้นเพื่ อเป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาภาษาไทย
(ท๓๓๑๐๑) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ เพื่อศึกษาหาความรู้ใน
เรื่องสามัคคีเภทคำฉันท์ โดยค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับ ลักษณะ
คำประพันธ์ ประวัติของผู้แต่ง จุดประสงค์ เรื่องย่อ การถอด
คำประพันธ์ และวิเคราะห์คุณค่าด้านวรรณคดี ทั้ง ๔ ด้าน และ
ได้ศึกษาอย่างเข้าใจเพื่ อเป็นประโยชน์กับการเรียน

ผู้จัดทำหวังว่า รายงานเล่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน
นักเรียน นักศึกษา ที่กำลังหาข้อมูลเรื่องนี้อยู่ หากมีข้อผิดพลาด
ประการใด ผู้จัดทำขอน้อมรับไว้และขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

คณะผู้จัดทำ

ส า ร บั ญ

ประวัติผู้แต่ง ๑
จุดประสงค์ ๓
ที่มา ๔
ความหมาย ๕
ลักษณะคำประพันธ์ ๖

วิชชุมมาลาฉันท์ ๘ ๙
มาณวกฉันท์ ๘ ๑๐
จิตรปทาฉันท์ ๘ ๑๑
อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑ ๑๒
อุเปนทรวิเชียรฉันท์ ๑๑ ๑๓
สาลินีฉันท์ ๑๑ ๑๔
อุปัฏฐิตาฉันท์ ๑๑ ๑๕
ภุชงคประยาตฉันท์ ๑๒ ๑๖
สัลทุลวิกกีฬิตฉันท์ ๑๙ ๑๗
สัทธราฉันท์ ๒๑ ๑๘
เรื่องย่อ ๑๙
ถอดคำประพันธ์ ๑๙
วัสสการพราหมณ์เริ่มทำอุบายทำลายความสามัคคี ๓๔
กษัตริย์ลิจฉวีแตกสามัคคี วัสสการพราหมณ์ลอบ

ส่งข่าวทูลพระเจ้าอชาตศัตรู ๔๖
พระเจ้าอชาตศัตรูยกทัพมาตีแคว้นวัชชี ๖๔
วิเคราะห์คุณค่าวรรณคดี ๖๔
ด้านเนื้อหา ๖๖
ด้านสังคมและวัฒนธรรม ๖๘
ด้านวรรณศิลป์ ๗๐
ด้านการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ๗๑
คำศัพท์ ๗๔
เอกสารอ้างอิง

ป ร ะ วั ติ ผู้ แ ต่ ง

นายชิต นามสกุลเดิมว่า "ชวางกูร"
เป็นบุตรของนายชู กับ นางปริก
เกิดเมื่อวันที่ ๖ กันยายน พ.ศ. ๒๔๓๕

การศึกษา

ชิต บุรทัต • ประถมศึกษาศึกษาที่โรงเรียนวัดราชบพิธ

• มัธยมศึกษาศึกษาที่โรงเรียนวัดสุทัศน์
• บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
บรรพชาได้ ๒ พรรษา ก็ลาสิกขา

การทำงาน

• เริ่มทำงานในกรมตำรวจ
• ครูสอนหนังสือที่วัดจันทร์ จังหวัดสุพรรณบุรี
• พ.ศ. ๒๔๕๓ บรรพชาเป็นสามเณรอีกครั้งที่ วัดเทพศิริน
ทราวาส และย้ายไปจำพรรษาที่วัดบวรนิเวศวิหาร ได้เป็นศิษย์
และเลขานุการของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิร
ญาณวโรรส ในช่วงนี้ชิต บุรทัต เริ่มส่งกวีนิพนธ์ไปลงในพิมพ์
หนังสือพิมพ์ประตูใหม่จนได้รับรางวัลและมีชื่อเสียง และได้
รับนิมนต์ตรวจกวีนิพนธ์ของผู้อื่ นด้วย
• เมื่ออายุครบอุปสมบท สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยา
วชิรญาณวโรรสจึงให้อุปสมบท และได้ลาสิกขา
• ทำงานกับหนังสือพิมพ์ต่างๆ เช่น หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย
หนังสือพิมพ์ศรีกรุง หนังสือพิมพ์ไทยหนุ่ม ฯลฯ



ป ร ะ วั ติ ผู้ แ ต่ ง

ผลงาน

ชิต บุรทัต • มีผลงานมากมาย เช่น สามัคคีเภทคำฉันท์
ลิลิตสุภาพธนุคคหะบัณฑิต นิราศแมวคราว
ฉันท์ราชสดุดีและอนุสาวรียกถา เพชรทนต์
• นามปากกาแรกที่ใช้ คือ "เอกชน"

• และใช้นามปากกาอื่นๆในการสร้างสรรค์ผลงานอย่าง
หลากหลาย เช่น เอกชน แมวคราว เจ้าเงาะ ฯลฯ
• ผลงานของชิต บุรทัต เป็นที่พอพระราชหฤทัยของพระบาท
สมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อมาได้รับพระราชทาน
นามสกุล "บุรทัต" เมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๙
• ชิต บุรทัต ถึงแก่กรรมด้วยโรคลำไส้พิการ
เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน พ.ศ. ๒๔๘๕ รวมอายุได้ ๔๙ ปี



จุดประสงค์

นายชิต บุรทัต อาศัยเค้าคำแปลของเรื่องสามัคคีเภทมาแต่ง
เป็นคำฉันท์ เพื่อแสดงความสามารถในเชิงกวีให้เป็นที่ปรากฏ
และเป็นพิทยาภรณ์ประดับบ้านเมือง



ที่มา

ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ ๖ ได้เกิดวิกฤตการณ์และการเปลี่ยนแปลงทั้งภายใน
และภายนอกประเทศ เช่น การเกิดสงครามโลกครั้งที่ ๑
การเกิดกบฏ ร.ศ. ๑๓๐ การพัฒนาในเรื่องของการศึกษาหา
ความรู้เป็นต้น จึงทำให้เกิดความแบ่งแยกทางด้านความคิด
ในเรื่องการเมือง การปกครอง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคง
ของชาติบ้านเมือง นายชิต บุรทัต จึงได้แต่งนิยายคำฉันท์เรื่อง
"สามัคคีเภทคำฉันท์" ขึ้นในปีพ.ศ. ๒๔๕๗ เพื่อชี้ให้เห็นถึง
ความสำคัญของการรวมกันเป็นหมู่คณะ และความสามัคคีกัน
เพื่ อเป็นการปลุกใจคนในชาติรวมทั้ งเพื่ อปกป้องความมั่นคง
ของประเทศ และรวมประเทศให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
ซึ่งความสามัคคีนั้นเป็นสิ่งสําคัญมากในการอยู่ร่วมกัน และ
ที่สำคัญสามารถนําไปใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย



ความหมาย

"สามัคคีเภท" เป็นคำสมาส "เภท" มีความหมายว่า การแบ่ง
การแตกแยกการทำลาย "สามัคคีเภท" มีความหมายว่า
การแตกความสามัคคี หรือ การทำลายความสามัคคี



ลักษณะคำประพันธ์

สามัคคีเภทคำฉันท์ แต่งด้วยคำประพันธ์ประเภทฉันท์ ประกอบ
ด้วยฉันท์ ๑๘ ชนิด และ กาพย์ ๒ ชนิด ได้แก่ กาพย์ฉบัง ๑๖
กาพย์สุรางคนางค์ ๒๘ ในที่นี้กล่าวถึงเฉพาะฉันท์ ๑๐ ชนิด
ที่ปรากฏในเนื้อหา ได้แก่ วิชชุมมาลาฉันท์ ๘ มาณวกฉันท์ ๘
จิตรปทาฉันท์ ๘ อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑ อุเปนทรวิเชียร์ ๑๑
สาลินีฉันท์ ๑๑ อุปัฏฐิตาฉันท์ ๑๑ ภุชงคประยาตฉันท์ ๑๒
สัททุลวิกกีฬิตฉันท์ ๑๙ สัทธราฉันท์ ๒๑



ลักษณะคำประพันธ์

วิชชุมมาลาฉันท์ ๘ มาณวกฉันท์ ๘ และจิตรปทาฉันท์ ๘
หนึ่งบทมีจำนวน ๔ บาท บาทหนึ่งมี ๒ วรรค แต่ละวรรค
มี ๔ พยางค์ และมีตำแหน่งสัมผัสระหว่างบทเหมือนกัน
แต่มีตำแหน่งคำครุ-ลหุ และสัมผัสภายในบทต่างกัน

แผนผังวิชชุมมาลาฉันท์ ๘

ัััั ััั ั

ั ัั ั ัั ัั
ัััั ั ั ัั

ัััั ั ัั ั
ัั ัั สัมผัส

ั ั ั ั ระหว่างบท

ัััั ัััั

ััั ั ัััั

ัััั ัััั






ลักษณะคำประพันธ์

ตัวอย่างวิชชุมมาลาฉันท์ ๘

ข่าวเศิกเอิกอึง ทราบถึงบัดดล
ในหมู่ผู้คน ชาวเวสาลี
แทบทุกสิ่งหมด ชนบทบูรี
อกสั่นขวัญหนี หวาดกลัวทั่วไป
หมดเลือดสั่นกาย
ตื่ นตาหน้าเผือด วุ่นหวั่นพร้อมใจ
หลบลี้หนีตาย ซ่อนตัวแตกภัย
ซุกครอกซอกครัว ทิ้งย่านบ้านตน
เข้าดงพงไพร



ลักษณะคำประพันธ์

แผนผังมาณวกฉันท์ ๘ ุุ

ุุ ัุุั
ัุ ุ ั
ัุุ ั ั ุ ุ ั ั
ัุุ ั ั ุ ุ ั
ั ุ ุั
ุั ุ ั ัุ ุ ั สัมผัส
ัุุ ั
ัุุ ั ั ุ ุ ั ระหว่างบท
ัั ัุุั
ัุุั
ตัวอย่างมาณวกฉันท์ ๘
ัั
ล้วงลุประมาณ
กาลอนุกรม
หนึ่ง ณ นิยม ท่านทวิชงค์
วิทยะยง
เมื่ อจะประสิทธิ์ เอกกุมาร
พราหมณไป
เชิญวรองค์ ห้องรหุฐาน
ความพิสดาร
เธอจรตาม โทษะและไข

โดยเฉพาะใน

จึ่งพฤฒิถาม

ขอ ธ ประทาน



ลักษณะคำประพันธ์

แผนผังจิตรปทาฉันท์ ๘ ุุ

ุุ ุุัั
ุั ุ ั
ัุุ ั ุุัั
ัุุ ั
ั ุ ุั ุุัั
ัุ ุ ั
ัุุ ั ุุัั สัมผัส
ัุุ ั
ัั ุ ุ ั ั ระหว่างบท

ตัวอย่างจิตรปทาฉันท์ ๘ ุุัั

นาครธา ุุัั

เห็นนิปุมี ัั

ข้ามติรชล นิวิสาลี
พละมากมาย
มุ่งจะทลาย ก็ลุพ้นหมาย
พระนครตน
ต่างก็ตระหนก มนอกเต้น
ตะละผู้คน
ตื่น บ มิเว้น มจลาจล
อลเวงไป
ทั่วบุรคา

เสียงอลวน

๑๐

ลักษณะคำประพันธ์

อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑ อุเปนทรวิเชียรฉันท์ ๑๑
และสาลินีฉันท์ ๑๑
หนึ่งบทมีจำนวน ๒ บาท บาทหนึ่งมี ๒ วรรค แบ่งเป็นวรรค
หน้า ๕ พยางค์ และวรรคหลัง ๖ พยางค์ และมีตำแหน่งสัมผัส
ระหว่างบทเหมือนกัน แต่มีตำแหน่งคำครุ-ลหุ และสัมผัส
ภายในบทต่างกัน

แผนผังอินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑

ุ ุุ ุ
ุุัุ ัั
ั ัุ ั ั ุ ุ ั ุ ั ั สัมผัส
ั ั ุั ั
ระหว่าง
ั ัุ ั ั
ัั ัั บท

ุุัุัั
ั ััุ

ตัวอย่างอินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑

ปิ่ นเขตมครขัต ติยรัชธำรง
ยั้งทัพประทับตรง
นคเรศวิสาลี
ภูธร ธ สังเกต
แห่งราชวัชชี
พิเคราะห์เหตุ ณ ธานี

ขณะเศิกประชิดแดน

๑๑

ลักษณะคำประพันธ์

แผนผังอุเปนทรวิเชียรฉันท์ ๑๑

ุุ ุุ ุ
ุ ัุ ั ั ุุ ั ุัั
ุ ุ ั ุ ั ั สัมผัส
ุั ุั ั
ุ ัุ ั ั ระหว่าง
บท
ั ัั
ุุัุัั
ั ัั

ตัวอย่างอุเปนทรวิเชียรฉันท์ ๑๑

ทิชงค์เจาะจงเจตน์ กลห์เหตุยุยงเสริม
กระหน่ำและซ้ำเติม นฤพัทธก่อการณ์
ทินวารนานนาน
ละครั้งระหว่างครา ธ ก็เชิญเสด็จไป
เหมาะท่าทิชาจารย์




๑๒

ลักษณะคำประพันธ์

แผนผังสาลินีฉันท์ ๑๑ ุุ
ุัั ุัั
ัั ัั ั ุ ั ั ุ ั ั สัมผัส
ัั ั ัั
ระหว่าง
ัััั ั บท
ั ั ัั ั
ุััุัั
ตัวอย่างสาลินีฉันท์ ๑๑ ัั ัั

พราหมณ์ครูรู้สังเกต ตระหนักเหตุถนัดครัน
ราชาวัชชีสรร พจักสู่พินาศสม
จะสัมฤทธิ์มนารมณ์
ยินดีบัดนี้กิจ และอุตสาหแห่งตน
เริ่มมาด้วยปรากรม




๑๓

ลักษณะคำประพันธ์

อุปัฏฐิตาฉันท์ ๑๑

หนึ่งบทมีจำนวน ๒ บาท บาทหนึ่งมี ๒ วรรค แบ่งเป็นวรรค
หน้า ๕ พยางค์ และวรรคหลัง ๖ พยางค์ ซึ่งมีตำแหน่ง
คำครุ-ลหุ และสัมผัสภายใน ดังนี้

แผนผังอุปัฏฐิตาฉันท์ ๑๑

ุุ ุุ ุ
ั ุั ุ ั ุุัุัั
ั ั ุ ัุ
ั ุั ุ ั สัมผัส
ัั ั
ั ั ั ระหว่าง
ุ ุ ุ บท
ุุัุัั

ั ัั

ตัวอย่างอุปัฏฐิตาฉันท์ ๑๑

เห็นเชิงพิเคราะห์ช่อง
ชนะคล่องประสบสม
พราหมณ์เวทอุดม ธ ก็ลอบแถลงการณ์
คมดลประเทศฐาน
ให้วัลลภชน อภิเผ้ามครไกร
กราบทูนนฤบาล

๑๔

ลักษณะคำประพันธ์

ภุชงคประญาตฉันท์ ๑๒

หนึ่งบทมีจำนวน ๒ บาท บาทหนึ่งมี ๒ วรรค แบ่งเป็นวรรค
หน้า ๖ พยางค์ และวรรคหลัง ๖ พยางค์ ซึ่งมีตำแหน่ง
คำครุ-ลหุ สัมผัสภายในและสัมผัสระหว่างบท ดังนี้

แผนผังภุชงคประญาตฉันท์ ๑๒

ุุ ุุ
ุ ั ุั ั ั ุััุัั
ุ ั ั ุ ั ั สัมผัส
ุั ั ุั ั
ุ ั ัุ ั ั ระหว่าง

ัั ัั บท

ุััุัั
ัั ัั

ตัวอย่างภุชงคประญาตฉันท์ ๑๒

ทิชงค์ชาติฉลาดยล คะเนกลคะนึงการ
ระวังเหือดระแวงหาย
กษัตริย์สิจฉวีวาร ปวัตน์วัญจโนบาย
สมัครสนธิ์สโมสร
เหมาะแก่การณ์จะเสกสรร

มล้างเหตุพิเฉทสาย




๑๕

ลักษณะคำประพันธ์

สัลทุลวิกกีฬิตฉันท์ ๑๙

หนึ่งบทมีจำนวน ๑ บาท แบ่งเป็น ๑ วรรค วรรคที่ ๑
มี ๑๒ พยางค์ วรรคที่ ๒ มี ๕ พยางค์ และวรรคสุดท้าย
มี ๒ พยางค์ ซึ่งมีคำแหน่งครุ-ลหุแบะสัมผัสภายในบทและ
ระหว่างบท ดังนี้

แผนผังสัลทุลวิกกีฬิตฉันท์ ๑๙

ุุ ุ ุุุ

ั ุั ั ั ั ุ ั

ั ั ั ัุ ุ ุ ุ ุ ุ ั สัมผัส
ระหว่าง
บท
ั ุั ั ั ั ุ ั

ัั ัั ั

ตัวอย่างสัลทุลวิกกีฬิตฉันท์ ๑๙

จอมทัพมาคธราษฎร์ ธ ยาตรพยุหกรี

ธาสู่วิสาลี นคร

โดยทางอันพระทวารเปิดนรนิกร

ฤๅรอจะต่อรอน อะไร




๑๖

ลักษณะคำประพันธ์

สัทธราฉันท์ ๒๑

หนึ่งบทมีจำนวน ๑ บาท แบ่งเป็น ๔ วรรค วรรคที่ ๑
มี ๗ พยางค์ วรรคที่ ๒ มี ๗ พยางค์ วรรคที่ ๓ มี ๔ พยางค์
และวรรคสุดท้ายมี ๓ พยางค์ ซึ่งมีตำแหน่งคำครุ-ลหุและ
สัมผัสภายในบทและสัมผัสระหว่างบทดังนี้

แผนผังสัทธราฉันท์ ๒๑

ุ ุุุุุ ุ สัมผัส
ุั ั ั ั ั ั ุั ระหว่าง
ั ัั ุ ุ ัุ ุั ุ ุ ุ
ุั บท
ุั ั ั ั ั ั
ั ัั ัั

ตัวอย่างสัทธราฉันท์ ๒๑

ลำดับนั้นวัสสการพราหมณ์ ธ ก็ยุศษยตาม
ฉงนงำ
แต่งอุบายงาม ริณวิรุธก็สำ
ธ เสกสรร
ปวงโอรสลิจฉวีดำ

คัญประดุจคำ




๑๗

เ รื่ อ ง ย่ อ

ในกาลโบราณมีกษัตริย์องค์หนึ่งทรงพระนามว่า พระเจ้าอชาตศัตรู
ทรงครอบครองแคว้นมคธ มีราชคฤห์เป็นเมืองหลวง พระองค์ทรง
มีอำมาตย์ที่สนิทคนหนึ่งชื่อว่า วัสสการพราหมณ์ เป็นผู้ฉลาดและ
รอบรู้ศิลปศาสตร์และเป็นที่ปรึกษาราชการทั่วไป
พระเจ้าอชาตศัตรู มีพระราชประสงค์จะปราบแคว้นวัชชีอันมีพวก
กษัตริย์ลิจฉวีปกครอง แต่พระองค์ยังลังเลพระทัยเมื่อได้ทรงทราบ
ว่ากษัตริย์ลืจฉวีทุก ๆ พระองค์ล้วนแต่ทรงตั้งมั่นอยู่ในธรรม
ที่้เรียกว่า "อปริหานิยธรรม ๗" คือธรรมอันเป็นไปเพื่อเหตุแห่ง
ความเจริญฝ่ายเดียว มีทั้งหมด ๗ ประการ ดังนั้นพระองค์จึง
ปรึกษาโดยเฉพาะกับวัสสการพราหมณ์ ว่าควรจะกระทำอย่างไร
จึงจะหาอุบายทำลายเหตุแห่งความพร้อมเพรียงของพวกกษัตริย์
ลิจฉวีได้ เมื่อได้ตกลงนัดแนะกับวัสสการพราหมณ์เป็นที่เรียบร้อย
พระเจ้าอชาตศัตรูเสด็จออกว่าราชการ จึงดำรัสเป็นเชิงหารือกับ
พวกอำมาตย์เรื่องยกทัพไปรบกับแคว้นวัชชี มีวัสสการพราหมณ์
เพียงผู้เดียวที่กราบทูลเป็นเชิงทักท้วง และขอให้พระองค์ทรงยับยั้ง
รอไว้ก่อนเพื่อเห็นแก่มิตรภาพและความสงบ ทั้งทำนายว่าถ้ารบก็
จะพ่ายแพ้ด้วย
พระเจ้าอชาตศัตรูได้ทรงฟังวัสสการพราหมณ์ กราบทูลเป็นถ้อยคำ
หมิ่นพระบรมเดชานุภาพเช่นนั้น ก็ทรงแสร้งแสดงพระอาการพิโรธ
และ มีพระราชโองการสั่งเจ้าหน้าที่ผู้ใหญ่ฝ่ายนครบาล พร้อมด้วย
ราชบุรุษ ให้นำตัววัสสการพราหมณ์ไปลงโทษตามคำพิพากษาใน
บทพระอัยการ คือ เฆี่ยน โกนผม ประจาน แล้วขับไล่ไปเสียไม่ให้
อยู่ในพระราชอาณาเขต

๑๘

ถอดคำประพันธ์

วัสสการพราหมณ์เริ่มทำอุบายทำลายความสามัคคี

ภุชงคประยาตฉันท์ ๑๒

• ทิชงค์ชาติฉลาดผล คะเนกลคะนึงการ
กษัตริย์ลิจฉวีการ ระวังเหือดระแวงหาย
ปวัตน์วัญจโนบาย
• เหมาะแก่การณ์จะเสกสรร สมัครสนธิ์สโมสร
มล้างเหตุพิเฉทสาย

ถอดความได้ว่า

พราหมณ์ผู้ฉลาดคาดคะเนว่า กษัตริย์ลิจฉวีวางใจ
คลายความหวาดระแวง เป็นโอกาสเหมาะที่จะเริ่มดำเนิน
การตามกลอุบายทำลายความสามัคดี

• ณ วันหนึ่งลุถึงกา ลศึกษาพิชากร
กุมารลิจฉวีวร เสด็จพร้อมประชุมกัน
สถานราชเรียนพลัน
• ตระบัดวัสสการมา สนิมหนึ่งพระองค์ไป
ธ แกล้งเชิญกุมารฉัน ก็ถามการณ์ ณ ทันใด
กถาเช่น ธ ปุจฉา
• ลุห้องหับรโหฐาน
มิลี้ลับอะไรใน

ถอดความได้ว่า

วันหนึ่งเมื่อถึงโอกาสที่จะสอนวิชา กุมารลิจฉวีก็เสด็จมาโดย
พร้อมเพรียงกัน ทันใดวัสสการพราหมณ์ก็มาถึงและแกล้ง
เชิญพระกุมารพระองค์ที่สนิทสนมเข้าไปพบในห้องส่วนตัว
แล้วก็ทูลถามเรื่องที่ไม่ใช่ความลับแต่ประการใด

๑๙

ถอดคำประพันธ์

วัสสการพราหมณ์เริ่มทำอุบายทำลายความสามัคคี

ภุชงคประยาตฉันท์ ๑๒

• จะถูกผิดกระไรอยู่ มนุษย์ผู้กระทำนา
และคู่โคก็จูงมา ประเทียบไถมิใช่หรือ
ก็รับอรรถอออือ
• กุมารลิจฉวีขัตติย์ ประดุจคำพระอาจารย์
กสิกเขากระทำคือ นิวัตในมิช้านาน
สมัยเลิกลุเวลา
• ก็เท่านั้น ธ เชิญให้
ประสิทธิ์ศิลป์ประศาสน์สาร

ถอดความได้ว่า

ดังเช่นถามว่า ชาวนาจูงโคมาคู่หนึ่งเพื่อเทียมไถใช่หรือไม่
พระกุมารดิจฉวีก็รับสั่งเห็นด้วยว่าชาวนาก็คง จะกระทำดัง
คำของพระอาจารย์ ถามเพียงเท่านั้นพราหมณ์ก็เชิญให้
เสด็จกลับออกไป

๒๐

ถอดคำประพันธ์

วัสสการพราหมณ์เริ่มทำอุบายทำลายความสามัคคี

ภุชงคประยาตฉันท์ ๑๒

• อุรสลิจฉวีสรร พชวนกันเสด็จมา
และต่างซักกุมารรา ชองค์นั้นจะเอาความ
ณ ข้างใน ธ ไต่ถาม
• พระอาจารย์สิเรียกไป วจีสัตย์กะส่ำเรา
อะไรเธอเสนอตาม รวากย์วาทตามเลา
วภาพโดยคดีมา
• กุมารนั้นสนองสา
เฉลยพจน์กะครูเสา

ถอดความได้ว่า

ครั้นถึงเวลาเลิกเรียนเหล่โอรสถิจฉวีก็พากันมาชักไช้
พระกุมารว่าพระอาจารย์ เรียกเข้ไปข้างใน ได้ไต่ถาม
อะไรบ้าง ขอให้บอกมาตามความจริง พระกุมารพระองค์นั้น
ก็เล่าเรื่องราวที่พระอาจารย์เรียกไปถาม

๒๑

ถอดคำประพันธ์

วัสสการพราหมณ์เริ่มทำอุบายทำลายความสามัคคี

ภุชงคประยาตฉันท์ ๑๒

• กุมารอื่นก็สงสัย มิเชื่ อในพระวาจา
สหายราช ธ พรรณนา และต่างองค์ก็พาที
จะพูดเปล่าประโยชน์มี
• ไฉนเลยพระครูเรา รผลเห็น บ เป็นไป
เลอะเหลวนักละล้วนนี ธ พูดแท้ก็ทำไม
จะถามนอก บ ยากเย็น
• เลอะถึงถ้าจะจริงแม้
แนะชวนเช้า ณ ข้างใน

ถอดความได้ว่า

แต่เหล่ากุมารสงสัยไม่เชื่อคำพูดของพระสหาย ต่างองค์ก็
วิจารณ์ว่าพระอาจารย์ จะพูดเรื่องเหลวไหลไร้สาระเช่นนี้
เป็นไปไม่ใด้ และหากว่าจะพูดจริงเหตุใดจะต้องเรียกเข้าไป
ถามข้างในห้อง ถามข้างนอกห้องก็ได้

๒๒

ถอดคำประพันธ์

วัสสการพราหมณ์เริ่มทำอุบายทำลายความสามัคคี

ภุชงคประยาตฉันท์ ๑๒

• ชะรอยว่าทิชาจารย์ ธ คิดอ่านกะท่านเป็น
รหัสเหตุประเภทเห็น ละแน่ชัดถนัดความ
มิกล้าอาจจะบอกความ
• และท่านมามุสาวาท ไถลแสร้างแถลงสาร
พจีจริงพยายาม

ถอดความได้ว่า

สงสัยว่าท่านอาจารย์กับพระกุมารต้องมีความลับอย่างแน่นอน
แล้วก็มาพูดโกหก ไม่กล้าบอกตามความเป็นจริง แกล้งพูดไป
ต่าง ๆ นานา

• กุมารราชมิตรผอง ก็สอดคล้องละแคลงดาล
พิโรธกาจวิวาทการณ์ อุบัติขึ้นเพราะขุ่นเคือง
ประดามีนิรันดร์เนือง
• พิพิธพันธไมตรี มลายปลาตพินาศปลง ฯ
กะองค์นั้นก็พลันเปลือง

ถอดความได้ว่า

กุมารลิจฉวีทั้งหลายเห็นสอดคล้องกัน ก็เกิดความโกรธเคือง
การทะเลาะวิวาทก็เกิดขึ้นเพราะความขุ่นเคืองใจ
ความสัมพันธ์อันดีที่เคยมีมาตลอดก็ถูกทำลายย่อยยับลง

๒๓

ถอดคำประพันธ์

วัสสการพราหมณ์เริ่มทำอุบายทำลายความสามัคคี

มาณวกฉันท์ ๘

• ล้วงลุประมาณ กาลอนุกรม
หนึ่ง ณ นิยม ท่านทวิชงค์
เมื่ อจะประสิทธิ์ วิทยะยง
เชิญวรองค์ เอกกุมาร
พราหมณไป
• เธอจรตาม ห้องรหุฐาน
โดยเฉพาะใน ความพิสดาร
จึ่งพฤฒิถาม โทษะและไข
ขอ ธ ประทาน

ถอดความได้ว่า

เวลาผ่านไปตามลำดับ เมื่อถึงคราวที่จะสอนวิชาก็จะเชิญ
พระกุมารพระองค์หนึ่ง
พระกุมารก็ตามพราหมณ์เข้าไปในห้องเฉพาะ พราหมณ์จึง
ถามเนื้อความแปลก ๆ ว่า ขออภัยช่วยตอบด้วย

๒๔

ถอดคำประพันธ์

วัสสการพราหมณ์เริ่มทำอุบายทำลายความสามัคคี

มาณวกฉันท์ ๘

• อย่าติและหลู่ ครูจะเฉลย
เธอน่ะเสวย ภัตกะอะไร
ในทินนี่ ดี ฤ ไฉน
พอหฤทัย ยิ่งละกระมัง
เค้า ณ ประโยค
• ราช ธ ก็เล่า แล้วขณะหลัง
ตนบริโภค เรื่องสิประทัง
วาทประเทือง สิกขสภา
อาคมยัง

ถอดความได้ว่า

อย่าหาว่าตำหนิหรือลบหลู่ ครูขอถามว่าวันนี้พระกุมารเสวย
พระกระยาหารอะไร รสชาติดีหรือไม่ พอพระทัยมากหรือไม่
พระกุมารก็เล่าเรื่องเกี่ยวกับพระกระยาหารที่เสวย หลังจาก
นั้นก็สนทนาเรื่องทั่วไป แล้วก็เสด็จกลับออกมายังห้องเรียน

๒๕

ถอดคำประพันธ์

วัสสการพราหมณ์เริ่มทำอุบายทำลายความสามัคคี

มาณวกฉันท์ ๘

• เสร็จอนุศาสน์ ราชอุรส
ลิจฉวิหมด ต่าง ธ ก็มา
ถามนยมาน ท่านพฤฒิอา
จารยปรา รภกระไร
แจ้งระบุมวล
• เธอก็แถลง จริงหฤทัย
ความเฉพาะล้วน เมื่ อตริไฉน
ต่าง บ มิเชื่อ เหตุ บ มิสม
จึ่งผลใน

ถอดความได้ว่า

เมื่ อเสร็จสิ้นการสอนราชกุมารลิจฉวีทั้ งหมดก็มาถามเรื่ องราว
ที่มีมาว่าท่านอาจารย์ได้พูด เรื่องอะไรบ้าง พระกุมารก็ตอบ
ตามความจริง แต่เหล่ากุมารต่างไม่เชื่อ เพราะคิดแล้ว
ไม่สมเหตุสมผล

๒๖

ถอดคำประพันธ์

วัสสการพราหมณ์เริ่มทำอุบายทำลายความสามัคคี

มาณวกฉันท์ ๘

• ขุ่นมนเคือง เรื่องนฤสาร
เช่นกะกุมาร ก่อนก็ระดม
เลิกสละแยก แตกคณะกลม
เกลียว บ นิยม คบดุจเดิม

ถอดความได้ว่า

ต่างขุ่นเคืองใจด้วยเรื่องไร้สาระเช่นเดียวกับพระกุมาร
พระองค์ก่อน และเกิดความแตกแยกไม่คบกันอย่างกลมเกลียว
เหมือนเดิม

๒๗

ถอดคำประพันธ์

วัสสการพราหมณ์เริ่มทำอุบายทำลายความสามัคคี
อุเปนทรวิเชียรฉันท์ ๑๑

• ทิชงค์เจาะจงเจตน์ กลห์เหตุยุยงเสริม
กระหน่ำและซ้ำเติม นฤพัทธก่อการณ์
ทินวารนานนาน
• ละครั้งระหว่างครา ธ ก็เชิญเสด็จไป
เหมาะท่าทิชาจารย์ รฤหาประโยชน์ไร
เสาะแสดง ธ แสร้งถาม
• บ ห่อนจะมีสา
กระนั้นเสมอนัย

ถอดความได้ว่า

พราหมณ์เจตนาหาเหตุยุแยงซ้ำเติมอยู่เสมอๆ แต่ละครั้ง
แต่ละวัน นานนานครั้ง เห็นโอกาสเหมาะก็จะเชิญพระกุมาร
เสด็จไปโดยไม่มีสาระประโยชน์อันใด แล้วแกล้งทูลถาม

๒๘

ถอดคำประพันธ์

วัสสการพราหมณ์เริ่มทำอุบายทำลายความสามัคคี

อุเปนทรวิเชียรฉันท์ ๑๑

• และบ้างก็พูดว่า น่ะแน่ะข้าสดับตาม
ยุบลระบิลความ พจแจ้งกระจายมา
ก็เพราะท่านสิแสนสา
• ละเมิดติเตียนท่าน วและสุดจะขัดสน
รพัดทลิทภา พิเคราะห์เชื่ อเพราะยากยล
ธ ก็ควรขยายความ
• จะแน่มิแน่เหลือ
ณ ที่ บ มีคน

ถอดความได้ว่า

บางครั้งก็พูดว่า นี่แน่ะข้าพระองค์ได้ยินข่าวลือกันทั่วไป
เขานินทาพระกุมารว่า พระองค์แสนจะยากจนและขัดสน
จะเป็นเช่นนั้นแน่หรือ พิเคราะห์แล้วไม่น่าเชื่อ ณ ที่นี้ไม่มีผู้ใด
ขอให้ทรงเล่ามาเถิด

๒๙

ถอดคำประพันธ์

วัสสการพราหมณ์เริ่มทำอุบายทำลายความสามัคคี
อุเปนทรวิเชียรฉันท์ ๑๑

• และบ้างก็กล่าวว่า น่ะแน่ะข้าจะขอถาม
เพราะทราบคดีตาม วจลือระบือมา
ก็เพราะท่านสิแสนสา
• ติฉินเยาะหมิ่นท่าน ยพิลึกประหลาดเป็น
รพันพิกลกา มนเชื่ อเพราะไป่เห็น
ธ ก็ควรขยายความ
• จะจริงมิจริงเหลือ
ผิข้อ บ ลำเค็ญ

ถอดความได้ว่า

บางครั้งก็พูดว่าข้าพระองค์ขอทูลถามพระกุมาร เพราะได้ยิน
เขาเล่าลือกันทั่วไปเยาะเย้ยดูหมิ่นท่าน ว่าท่านมีร่างกายผิด
ประหลาดต่างๆนานาจะเป็นจริงหรือไม่ ใจไม่อยากเชื่อเลย
เพราะไม่เห็น ถ้าหากมีสิ่งใดที่ลำบากยากแค้นก็ตรัสมาเถิด

๓๐

ถอดคำประพันธ์

วัสสการพราหมณ์เริ่มทำอุบายทำลายความสามัคคี
อุเปนทรวิเชียรฉันท์ ๑๑

• กุมารองค์เสา วนเค้าคดีตาม
กระทู้พระครูถาม นยสุดจะสงสัย
คุรุท่านจะถามไย
• ก็คำมิควรการณ์ ระบุแจ้งกะอาจารย์
ธ ซักเสาะสืบใคร พระกุมารโน้นขาน
เฉพาะอยู่กะกันสอง
• ทวิชแถลงว่า
ยุบลกะตูกาล

ถอดความได้ว่า

พระกุมารได้ทรงฟังเรื่องที่พระอาจารย์ถามก็ตรัสถามกลับว่า
สงสัยเหลือเกินเรื่องไม่สมควรเช่นนี้ท่านอาจารย์จะถามทำไม
แล้วก็ซักไซ้ว่าใครเป็นผู้มาบอกกับอาจารย์ พราหมณ์ก็ตอบว่า
พระกุมารพระองค์โน้นตรัสบอกเมื่ ออยู่กันเพียงสองต่อสอง

๓๑

ถอดคำประพันธ์

วัสสการพราหมณ์เริ่มทำอุบายทำลายความสามัคคี
อุเปนทรวิเชียรฉันท์ ๑๑

• กุมารพระองค์นั้น ธ มิทันจะไตร่ตรอง
ก็เชื่อ ณ คำของ พฤฒิครูและวู่วาม
เหมาะเจาะจงพยายาม
• พิโรธกุมารองค์ บ มิดีประเดตน
ยุครูเพราะเอาความ ทุรทิฐิมานจน
ธิพิพาทเสมอมา
• ก็พ้อและต่อพิษ
ลุโทสะสืบสน

ถอดความได้ว่า

พระกุมารพระองค์นั้นไม่ทันได้ไตร่ตรอง ก็ทรงเชื่อในคำพูด
ของอาจารย์ ด้วยความวู่วามก็กริ้วพระกุมารที่ยุพระอาจารย์
ใส่ความตน จึงตัดพ้อต่อว่ากันขึ้น เกิดความโกรธเคือง
ทะเลาะวิวาทกันอยู่เสมอ

๓๒

ถอดคำประพันธ์

วัสสการพราหมณ์เริ่มทำอุบายทำลายความสามัคคี
อุเปนทรวิเชียรฉันท์ ๑๑

• และฝ่ายกุมารผู้ ทิชครูมิเรียกหา
ก็แหนงประดารา ชกุมารทอชงค์เชิญ
ฉวิมิตรจิตเมิน
• พระราชบุตรลิจ คณะห่างก็ต่างถือ
ณ กันและกันเหิน พลล้นเถลิงลือ
มนฮึก บ นึกขาม ฯ
• ทะนงชนกตน
ก็หาญกระเหิมฮือ

ถอดความได้ว่า

ฝ่ายพระกุมารที่พราหมณ์ไม่เคยเรียกเข้าไปหาก็ไม่พอ
พระทัยพระกุมารที่พราหมณ์เชิญไปพบ พระกุมารลิจฉวี
หมางใจและห่างเหินกัน ต่างองค์ทะนงว่าพระบิดาของตนมี
อำนาจล้นเหลือ จึงมีใจกำเริบไม่เกรงกลัวกัน

๓๓

ถอดคำประพันธ์

กษัตริย์ลิจฉวีแตกสามัคคี
วัสสการพราหมณ์ลอบส่งข่าวทูลพระเจ้าอชาตศัตรู

สัทธราฉันท์ ๒๑

• ลำดับนั้นวัสสการพราหมณ์ ธ ก็ยุศิษยตาม
แต่งอุบายงาม ฉงนงำ
ริณวิรุธก็สำ
• ปวงโอรสลิจฉวีดำ ธ เสกสรร
คัญประดุจคำ มิละปิยสหฉันท์
ก็อาดูร
• ไป่เหลือเลยสักพระองค์อัน
ขาดสมัครพันธ์

ถอดความได้ว่า

ในขณะนั้นวัสสการพราหมณ์ก็คอยยุลูกศิษย์ แต่กลอุบายให้
เกิดความแคลงใจ พระโอรสกษัตริย์ลิจฉวีทั้งหลายไตร่ตรอง
ในอาการน่าสงสัยก็เข้าใจว่าเป็นจริงดังที่อาจารย์ปั้ นเรื่องขึ้น
ไม่เหลือเลยพระองค์เดียวที่จะรักใคร่กลมเกลียวกัน

๓๔

ถอดคำประพันธ์

กษัตริย์ลิจฉวีแตกสามัคคี
วัสสการพราหมณ์ลอบส่งข่าวทูลพระเจ้าอชาตศัตรู

สัทธราฉันท์ ๒๑

• ต่างองค์นำความมิงามทูล พระชนกอดิศูร

แห่ง ธ โดยมูล ปวัตติ์ความ

• แตกร้าวกร้าวร้ายก็ป้ายปาม ลุวรบิดรลาส

ทีละน้อยตาม ณ เหตุผล

• ฟั่ นเฝือเชื่อนัยดนัยตน นฤวิเคราะหเสาะสน

สืบจะหมองมล เพราะหมายใด

ถอดความได้ว่า

แต่ละองค์นำเรื่องไม่ดีที่เกิดขึ้นไปทูลพระบิดาของตน
ความแตกแยกก็ค่อยๆลุกลามไปสู่พระบิดา เนื่องจากความ
หลงเชื่อโอรสของตน ปราศจากการใคร่ครวญเกิดความผิด
พ้องหมองใจกัน

๓๕

ถอดคำประพันธ์

กษัตริย์ลิจฉวีแตกสามัคคี
วัสสการพราหมณ์ลอบส่งข่าวทูลพระเจ้าอชาตศัตรู

สัทธราฉันท์ ๒๑

• แท้ทั้งท่านวัสสการใน กษณะตริเหมาะไฉน
เสริมเสมอไป สะดวกดาย
พจนยุปริยาย
• หลายอย่างต่างกล ธ ขวนขวาย บ เว้นครา
วัญจโนบาย

ถอดความได้ว่า

ฝ่ายวัสสการพราหมณ์ครั้นเห็นโอกาสเหมาะสมก็คอยยุแหย่
อย่างง่ายดาย ทำกลอุบายต่างๆ พูดยุยงตามกลอุบายตลอด

๓๖

ถอดคำประพันธ์

กษัตริย์ลิจฉวีแตกสามัคคี
วัสสการพราหมณ์ลอบส่งข่าวทูลพระเจ้าอชาตศัตรู

สัทธราฉันท์ ๒๑

• ครั้นล่วงสามปีประมาณมา สหกรณประดา
ลิจฉวีรา ชทั้งหลาย
มิตรภิทนะกระจาย
• สามัคคีธรรมทำลาย ก็เป็นไป
สรรพเสื่ อมหายน์ พระหฤทยวิสัย
ระวังกัน ฯ
• ต่างองค์ทรงแคลงระแวงใน
ผู้พิโรธใจ

ถอดความได้ว่า

เวลาผ่านไปประมาณ ๓ ปี ความร่วมมือกันระหว่างกษัตริย์
ลิจฉวีทั้งหลายและความสามัคคีถูกทำลายลงสิ้น ความเป็น
มิตรแตกแยก ความเป็นมิตรแตกแยก ความเสื่อม
ความหายนะก็บังเกิดขึ้น กษัตริย์ต่างองค์ระแวงแคลงใจ
มีความขุ่นเคืองใจซึ่งกันและกัน

๓๗

ถอดคำประพันธ์

กษัตริย์ลิจฉวีแตกสามัคคี
วัสส์การพราหมณ์ลอบส่งข่าวทูลพระเจ้าอชาตศัตรู

สาลินีฉันท์ ๑๑

• พราหมณ์ครูรู้สังเกต ตระหนักเหตุถนัดครัน
ราชาวัชชีสรร พจักสู่พินาศสม
จะสัมฤทธิ์มนารมณ์
• ยินดีบัดนี้กิจ และอุตสาหแห่งตน
เริ่มมาด้วยปรากรม ประชุมขัตติย์มณฑล
กษัตริย์สู่สภาคาร
• ให้ลองตีกลองนัด
เชิญซึ่งส่ำสากล

ถอดความได้ว่า

พราหมณ์ผู้เป็นครูสังเกตเห็นดังนั้น ก็รู้ว่าเหล่ากษัตริย์ลิจฉวี
กำลังจะประสบความพินาศ จึงยินดีมากที่ภารกิจประสบผล
สำเร็จสมดังใจ หลังจากเริ่มต้นด้วยความบากบั่นและความ
อดทนของตน จึงให้ลองตีกลองนัดประชุมกษัตริย์ฉวี
เชิญทุกพระองค์เสด็จมายังที่ประชุม

๓๘

ถอดคำประพันธ์

กษัตริย์ลิจฉวีแตกสามัคคี
วัสส์การพราหมณ์ลอบส่งข่าวทูลพระเจ้าอชาตศัตรู

สาลินีฉันท์ ๑๑

• วัชชีภูมีผอง สดับกลองกระหึมขาน
ทุกไท้ไป่เอาภาร ณ กิจเพื่อเสด็จไป
จะเรียกหาประชุมไย
• ต่างทรงรับสั่งว่า ก็ขลาดกลัว บ กล้าหาญ
เราใช่เป็นใหญ่ใจ และกล้าใครมิเปรียบปาน
ประชุมชอบก็เชิญเขา
• ท่านใดที่เป็นใหญ่
พอใจใคร่ในการ

ถอดความได้ว่า

ฝ่ายกษัตริย์วัชชีทั้งหลายทรงสดับเสียงกลองดังกึกก้อง
ทุกพระองค์ไม่ทรงเป็นธุระในการเสด็จไป ต่างองค์รับสั่งว่า
จะเรียกประชุมด้วยเหตุใด เราไม่ได้เป็นใหญ่ ใจก็ขลาด
ไม่กล้าหาญ ผู้ใดเป็นใหญ่ มีความกล้าหาญไม่มีผู้ใดเปรียบได้
พอใจจะเสด็จไปร่วมประชุมก็เชิญเขาเถิด

๓๙

ถอดคำประพันธ์

กษัตริย์ลิจฉวีแตกสามัคคี
วัสส์การพราหมณ์ลอบส่งข่าวทูลพระเจ้าอชาตศัตรู

สาลินีฉันท์ ๑๑

• ปรึกษาหารือกัน ไฉนนั้นก็ทำเนา
จักเรียกชุมนุมเรา บ แลเห็นประโยชน์เลย
และทุกองค์ ธ เพิกเฉย
• รับสั่งผลักไสส่ง สมัครเข้าสมาคม ฯ
ไป่ได้ไปดั่งเคย

ถอดความได้ว่า

จะปรึกษาหารือกันประการใดก็ช่างเถิด จะเรียกเราไปประชุม
มองไม่เห็นประโยชน์ประการใดเลย รับสั่งให้พ้นตัวไป
และทุกพระองค์ก็ทรงเพิกเฉยไม่เสด็จไปเข้าร่วมการประชุม
เหมือนเคย

๔๐

ถอดคำประพันธ์

กษัตริย์ลิจฉวีแตกสามัคคี
วัสส์การพราหมณ์ลอบส่งข่าวทูลพระเจ้าอชาตศัตรู

อุปัฏฐิตฉันท์ ๑๑

• เห็นเชิงพิเคราะห์ช่อง ชนะคล่องประสบสม
พราหมณ์เวทอุดม ธ ก็ลอบแถลงการณ์
คมดลประเทศฐาน
• ให้วัลลภชน อภิเผ้ามคธไกร
กราบทูลนฤบาล สนว่ากษัตริย์ใน
วลหล้าตลอดกัน
• แจ้งลักษณสา
วัชชีบุรไกร

ถอดความได้ว่า

เมื่ อพิจารณาเห็นช่องทางที่จะได้ชัยชนะอย่างง่ายดาย
พราหมณ์ผู้รอบรู้พระเวทก็ลอบส่งข่าว ให้คนสนิทเดินทาง
กลับไปยังบ้านเมือง กราบทูลกษัตริย์แห่งแคว้นมคธอัน
ยิ่งใหญ่ในนสาสน์แจ้งว่ากษัตริย์วัชชีทุกพระองค์ขณะนี้
เกิดความแตกแยก

๔๑

ถอดคำประพันธ์

กษัตริย์ลิจฉวีแตกสามัคคี
วัสส์การพราหมณ์ลอบส่งข่าวทูลพระเจ้าอชาตศัตรู

วิชชุมมาลาฉันท์ ๘

• ข่าวเศิกเอิกอึง ทราบถึงบัดดล
ในหมู่ผู้คน ชาวเวสาลี
แทบทุกถิ่นหมด ชนบทบูรี
อกสั่นขวัญหนี หวาดกลัวทั่วไป
หมดเลือดสั่นกาย
• ตื่นตาหน้าเผือด วุ่นหวั่นพรั่นใจ
หลบลี้หนีตาย ซ่อนตัวแตกภัย
ซุกครอกซอกครัว ทิ้งย่านบ้านตน
เข้าดงพงไพร

ถอดความได้ว่า

ข่าวศึกแพร่ไปจนรู้ถึงชาวเมืองเวสาลี แทบทุกคนในเมือง
ต่างตกใจและหวาดกลัวกันไปทั่ว หน้าตาตื่น หน้าซีด
ไม่มีสีเลือด ตัวสั่น พากันหนีตายวุ่นวาย พากันอพยพครอบครัว
หนีภัย ทิ้งบ้านเรือนไปซุ่มซ่อนตัวเสียในป่า

๔๒

ถอดคำประพันธ์

กษัตริย์ลิจฉวีแตกสามัคคี
วัสส์การพราหมณ์ลอบส่งข่าวทูลพระเจ้าอชาตศัตรู

วิชชุมมาลาฉันท์ ๘

• เหลือจักห้ามปราม ชาวคามล่าลาด
พันหัวหน้าราษฎร์ ขุนด่านตำบล
หารือแก่กัน คิดผันผ่อนปรน
จักไม่ให้พล มาคธข้ามมา
ป่าวร้องทันที
• จึ่งให้ตีกลอง รุกเบียนบีฑา
แจ้งข่าวไพรี วัชชีอาณา
เพื่ อหมู่ภูมี ป้องกันฉันใด
ชุมนุมบัญชา

ถอดความได้ว่า

ไม่สามารถห้ามปรามชาวบ้านได้ หัวหน้าราษฎรและ
นายด่านตำบลต่าง ๆ ปรึกษากันคิดจะยับยั้งไม่ให้กองทัพมคธ
ข้ามมาได้ จึงตีกลองป่าวร้องแจ้งข่าวข้าศึกเข้ารุกราน
เพื่ อให้เหล่ากษั ตริย์แห่งวัชชีเสด็จมาประชุมหาหนทางป้องกัน
ประการใด

๔๓

ถอดคำประพันธ์

กษัตริย์ลิจฉวีแตกสามัคคี
วัสส์การพราหมณ์ลอบส่งข่าวทูลพระเจ้าอชาตศัตรู

วิชชุมมาลาฉันท์ ๘

• ราชาลิจฉวี ไป่มีสักองค์
อันนึกจำนง เพื่ อจักเสด็จไป
ต่างองค์ดำรัส เรียกนัดทำไม
ใครเป็นใหญ่ใคร กล้าหาญเห็นดี
ขัดข้องข้อไหน
• เชิญเทอญท่านต้อง ตามเรื่องตามที
ปรึกษาปราศรัย เป็นใหญ่ยังมี
ส่วนเราเล่าใช่ รุกปราศอาจหาญ
ใจอย่างผู้ภี

ถอดความได้ว่า

ไม่มีกษัตริย์ลิจฉวีแม้แต่พระองค์เดียวคิดจะเสด็จไป
แต่ละพระองค์ทรงดำรัสว่าจะเรียกประชุมด้วยเหตุใด ผู้ใด
เป็นใหญ่ ผู้ใดกล้าหาญ เห็นดีประการใดก็เชิญเถิด จะปรึกษา
หารืออย่างไรก็ตามแต่ใจ ตัวของเรานั้นไม่ได้มีอำนาจยิ่งใหญ่
จิตใจก็ขี้ขลาด ไม่องอาจกล้าหาญ

๔๔

ถอดคำประพันธ์

กษัตริย์ลิจฉวีแตกสามัคคี
วัสส์การพราหมณ์ลอบส่งข่าวทูลพระเจ้าอชาตศัตรู

วิชชุมมาลาฉันท์ ๘

• ต่างทรงสำแดง ความแขงอำนาจ
สามัคคีขาด แก่งแย่งโดยมาน
ภูมิศลิจฉวี วัชชีรัฐบาล
บ่ ชุมนุมสมาน แม้แต่สักองค์ ฯ

ถอดความได้ว่า

แต่ละพระองค์ต่างแสดงอาการเพิกเฉย ปราศจากความสามัคคี
ปรองดองในจิตใจ กษัตริย์ลิจฉวีแห่งวัชชีไม่เสด็จมาประชุมกัน
แม้แต่พระองค์เดียว

๔๕

ถอดคำประพันธ์

พระเจ้าอชาตศัตรูยกทัพมาตีแคว้นวัชชี

อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑

• ปิ่ นเขตมคธขัต ติยรัชธำรง
ยั้งทัพประทับตรง นคเรศวิสาลี
พิเคราะห์เกตุ ณ ธาณี
• ภูธร ธ สังเกต ขณะเศิกประชิดแดน
แห่งราชวัชชี และมินึกจะเกรงแกลน
รณทัพระงับภัย
• เฉยดู บ รู้สึก
ฤๅคิดจะตอบแทน

ถอดความได้ว่า

จอมกษัตริย์แห่งแคว้นมคธหยุดทัพตรงหน้าเมืองเวสาลี

พระองค์ทรงสังเกต วิเคราะห์เหตุการณ์ทางเมืองวัชชีใน

ขณะที่ข้าศึกมาประชิดเมือง ดูนิ่งเฉยไม่รู้สึกเกรงกลัว หรือ
คิดจะทำสิ่งใดโต้ตอบระงับเหตุร้าย

๔๖


Click to View FlipBook Version