ถอดคำประพันธ์
พระเจ้าอชาตศัตรูยกทัพมาตีแคว้นวัชชี
อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑
• นิ่งเงียบสงบงำ บ มิทำประการใด
ปรากฏประหนึ่งใน บุรว่างและร้างคน
สยคงกระทบกล
• แน่โดยมิพักสง ลุกระนี้ถนัดตา
ท่านวัสสการจน คิยพรรค พระราชา
รจะพ้องอนัตถ์ภัย
• ภินท์พัทธสามัค
ชาวลิจฉวีวา
ถอดความได้ว่า
กลับอยู่อย่างสงบเงียบไม่ทำการสิ่งใด มองดูราวกับเป็น
เมืองร้างปราศจากผู้คน แน่นอนไม่ต้องสงสัยเลยว่าคงจะถูก
กลอุบายของวัสสการพราหมณ์จนเป็นเช่นนี้ ความสามัคคี
ผูกพันแห่งกษัตริย์ลิจฉวีถูกทำลายลง จะประสบกับภัยพิบัติ
๔๗
ถอดคำประพันธ์
พระเจ้าอชาตศัตรูยกทัพมาตีแคว้นวัชชี
อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑
• ลูกข่างประดาทา รกกาลขว้างไป
หมุนเล่นสนุกไฉน ดุจกันฉะนั้นหนอ
กลแหย่ยุดีพอ
• ครูวัสสการแส่ จะมิร้าวมิรานกัน
ปั่ นป่วน บ เหลือหลอ ธุระจบ ธ จึ่งบัญ
พทแกล้วทหารหาญ
• ครั้นทรงพระปรารภ
ชานายนิกายสรร
ถอดความได้ว่า
ลูกข่างที่เด็กขว้างเล่นได้สนุกฉันใด วัสสการพราหมณ์ก็
สามารถยุแหยให้เหล่ากษัตริย์ลิจฉวีแตกความสามัคคีได้
ตามใจชอบและคิดที่จะสนุกฉันนั้น ครั้นทรงคิดได้ดังนั้น
จึงมีพระราชบัญชาแก่เหล่าทหารหาญ
๔๘
ถอดคำประพันธ์
พระเจ้าอชาตศัตรูยกทัพมาตีแคว้นวัชชี
อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑
• เร่งทำอุฬุมป์เว ฬุคะเนกะเกณฑ์การ
เพื่ อข้ามนทีธาร จรเข้านครบร
อดิศูรบดีศร
• เขารับพระบัณฑูร ทิวรุ่งสฤษฏ์พลัน
ภาโรปกรณ์ตอน พยุหาธิทัพขันธ์
พลข้าม ณ คงคา
• จอมนาถพระยาตรา พิศเนืองขนัดคลา
โดยแพและพ่วงปัน ลิบุเรศสะดวกดาย ฯ
• จนหมดพหลเนื่อง
ขึ้นฝั่ งลุเวสา
ถอดความได้ว่า
ให้รีบสร้างแพไม้ไผ่เพื่ อข้ามแม่น้ำจะเข้าเมืองของฝ่ายศัตรู
พวกทหารรับราชโองการแล้วก็ปฏิบัติภารกิจที่ได้รับ
ในตอนเช้างานนั้นก็เสร็จทันที จอมกษัตริย์เคลื่อนกองทัพ
อันมีกำลังพลมากมายลงในแพที่ติดกัน นำกำลังข้ามแม่น้ำ
จนกองทัพหมดสิ้น มองดูแน่นขนัด ขึ้นฝั่ งเมืองเวสาลีอย่าง
สะดวกสบาย
๔๙
ถอดคำประพันธ์
พระเจ้าอชาตศัตรูยกทัพมาตีแคว้นวัชชี
จิตรปทาฉันท์ ๘
• นาครธา นิวิสาลี
เห็นริปุมี พลมากมาย
ข้ามดิรชล ก็ลุพ้นหมาย
มุ่งจะทลาย พระนครตน
มนอกเต้น
• ต่างก็ตระหนก ตะละผู้คน
ตื่ นบมิเว้น มจลาจล
ทั่วบุรคา อลเวงไป
เสียงอลวน
ถอดความได้ว่า
ฝ่ายเมืองเวลาลีมองเห็นข้าศึกจำนวนมากข้ามแม่น้ำมา
เพื่อจะทำลายล้างบ้านเมืองของตน ต่างก็ตระหนกตกใจกัน
ถ้วนหน้า ในเมืองเกิดจลาจวุ่นวายไปทั่วเมือง
๕๐
ถอดคำประพันธ์
พระเจ้าอชาตศัตรูยกทัพมาตีแคว้นวัชชี
จิตรปทาฉันท์ ๘
• สรรพสกล มุขมนตรี
ตรอมมนภี รุกเภทภัย
บางคณะอา ทรปราศรัย
ยังมิกระไร ขณะนี้หนอ
พระทวารมั่น
• ควรบริบาล อริก่อนพอ
ด้านปะทะกัน ชสภารอ
ขัตติยรา วรโองการ
ดำริจะขอ
ถอดความได้ว่า
ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ต่างหวาดกลัวภัย บางพวกก็พูดว่าขณะ
นี้ยังไม่เป็นไรหรอก ควรจะป้องกันประตูเมืองเอาไว้ให้
มั่นคง ด้านทานข้าศึกเอาไว้ก่อน รอให้ที่ประชุมเหล่า
กษัตริย์มีความเห็นว่าจะทรงทำประการใด
๕๑
ถอดคำประพันธ์
พระเจ้าอชาตศัตรูยกทัพมาตีแคว้นวัชชี
จิตรปทาฉันท์ ๘
• ทรงตริไฉน ก็จะได้ทำ
โดยนยดำ รัสภูบาล
เสวกผอง ก็เคาะกลองขาน
อาณัติปาน ดุจกลองพัง
ประลุโสตท้าว
• ศัพทอุโฆษ ขณะทรงฟัง
ลิจฉวีด้าว และละเลยดัง
ต่างธก็เฉย ธุระกับใคร
ไท้มิอินัง
ถอดความได้ว่า
ก็จะได้ดำเนินการตามพระบัญชาของพระองค์
เหล่าข้าราชการทั้งหลายก็ตีกลองสัญญาณขึ้นราวกับกลอง
จะพัง เสียงดังกึกก้องไปถึงพระกรรณกษัตริย์ลิจฉวี ต่างองค์
ทรงเพิกเฉยราวกับไม่เอาใจใส่ในเรื่องราวของผู้ใด
๕๒
ถอดคำประพันธ์
พระเจ้าอชาตศัตรูยกทัพมาตีแคว้นวัชชี
จิตรปทาฉันท์ ๘
• ต่างก็บคลา บุรทั่วไป
แม้พระทวาร ณสภาคา
รอบทิศด้าน และทวารใด
เห็นนรไหน สิจะปิดมีฯ
ถอดความได้ว่า
ต่างองค์ไม่เสด็จไปที่ประชุม แม้แต่ประตูเมืองรอบทิศทุก
บานก็ไม่มีผู้ใดปิด
๕๓
ถอดคำประพันธ์
พระเจ้าอชาตศัตรูยกทัพมาตีแคว้นวัชชี
สัททุลวิกกีพิตฉันท์ ๑๙
• จอมทัพมากธราษฎร์ธยาตรพยุหกรี
ธาสู่วิสาลี นคร
• โดยทางอันพระทวารเปิดนรนิกร
ฤๅรอต่อรอน อะไร
• เบื้องนั้นท่านคุรุวัสสการทิชก็ไป
นำทัพชเนนทร์ไท มคธ
ถอดความได้ว่า
จอมทัพแห่งแคว้นมครกรีธาทัพเข้าเมืองเวลาลีทางประตู
เมืองที่เปิดอยู่โดยไม่มีผู้คนหรือทหารต่อสู้ประการใด
ขณะนั้นวัสสการพราหมณ์ผู้เป็นอาจารย์ก็ไปนำทัพของ
กษัตริย์แห่งมคธ
๕๔
ถอดคำประพันธ์
พระเจ้าอชาตศัตรูยกทัพมาตีแคว้นวัชชี
สัททุลวิกกีพิตฉันท์ ๑๙
• เข้าปราบลิจฉวิขัตติย์รัฐชนบท
สู่เงื้ อมพระหัตถ์หมด และโดย
• ไปพักต้องจะกะเกณฑ์นิกายพหลโรย
แรงเปลืองระดมโปรย ประยุทธ์
• ราบคาบเสร็จธเสด็จอุราชกฤหอุด
คมเขตบุเรศดุจ ณ เดิม
ถอดความได้ว่า
เข้ามาปราบกษัตริย์ลิจฉวี อาณาจักรทั้งหมดก็ตกอยู่ใน
พระหัตถ์ โดยที่กองทัพไม่ต้องเปลืองแรงในการต่อสู้
ปราบราบคาบแล้วเสด็จยังราชคฤห์เมืองยิ่งใหญ่ดังเดิม
๕๕
ถอดคำประพันธ์
พระเจ้าอชาตศัตรูยกทัพมาตีแคว้นวัชชี
สัททุลวิกกีพิต ฉันท์
• เรื่องต้นยุกติก็แต่จะต่อพจนเดิม
ภาษิตลิขิตเสริม ประสงค์
• ปรุงโสดเป็นคติสุนทราภรณจงจับข้อ
ประโยชน์ตรง ตริดู
ถอดความได้ว่า
เนื้อเรื่องแต่เดิมจบลงเพียงนี้ แต่ประสงค์จะแต่งสุภาษิตเพิ่ม
เติมให้ได้รับฟังเพื่ อเป็นคติอันทรงคุณค่านำไปคิดไตร่ตรอง
๕๖
ถอดคำประพันธ์
พระเจ้าอชาตศัตรูยกทัพมาตีแคว้นวัชชี
อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑
• อันภูบดีรา ชอชาตศัตรู
ได้ลิจฉวีภู วประเทศสะดวกดี
วรราชวัชชี
• แลสรรพบรรดา ฑอนันต์พินาศหนา
ถึงซึ่งพิบัติบี คณะแตกและต่างมา
หสโทษพิโรธจอง
• เหี้ยมนั้นเพราะผันแผก
ถือทิฐิมานสา
ถอดความได้ว่า
พระเจ้าอชาตศัตรูได้แผ่นดินวัชชีอย่างสะดวก และกษัตริย์
ลิจฉวีทั้งหลายก็ถึงซึ่งความพินาศล่มจม เพราะเหตุความ
แตกแยกกัน ต่างก็มีความยึดมันในความคิดของตน ผูกโกรธ
ซึ่งกันและกัน
• แยกพรรคสมรรคภิน ทนสิ้นบปรองดอง
ขาดญานพิจารณ์ตรอง ตริมลักประจักษ์เจือ
รสเล่าก็ง่ายเหลือ
• เชื่ออรรถยุบลเอา คติโมหเป็นมูล
เหตุหากธมากเมือ
ถอดความได้ว่า
ต่างแยกพรรค แตกสามัคคีกัน ไม่ปรองดองกัน ขาดปัญญา
ที่จะพิจารณาไตร่ตรองเชื่ อถ้อยความของบรรดาพระโอรส
อย่างง่ายดาย เหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะกษัตริย์แต่ละ
พระองค์ทรงมากไปด้วยความหลง
๕๗
ถอดคำประพันธ์
พระเจ้าอชาตศัตรูยกทัพมาตีแคว้นวัชชี
อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑
• จึ่งดาลประการหา ยนภาวอาดูร
เสียแดนไผทสูญ ยศศักดิเสื่ อมนาม
คุรุวัสสการพราหมณ์
• ควรชมนิยมจัด กลงำกระทำมา
เป็นเอกอุบายงาม
ถอดความได้ว่า
จึงทำให้ถึงซึ่งความฉิบหาย มีภาวะเป็นความเป็นอยู่อันทุกข์ ระทม
เสียทั้งแผ่นดิน เกียรติยศ และชื่อเสียงที่คยมีอยู ส่วนวัสสการ-
พราหมณ์นั้ นน่าชื่ นชมอย่างยิ่งเพราะเป็นเลิศในการกระทำกลอุบาย
• พุทธาทิบัณฑิต พิเคราะห์คิดพินิจปรา
รภสรรเสริญสา ธุสมัครภาพผล
สุกภาวมาดล
• ว่าอาจจะอวยผา บนิราศนิรันดร
ดีสู่ณหมู่ตน คยพรรคสโมสร
คุณไร้ไฉนดล
• หมู่ใดผิสามัค
ไป่ปราศนิราศรอน
ถอดความได้ว่า
ผู้รู้ทั้งหลายมีพระพุทธเจ้าเป็นต้น ได้ใคร่ครวญพิจารณากล่าว
สรรเสริญว่าชอบแล้วในเรื่องผลแห่งความพร้อมเพรียงกัน
ความสามคคีอาจอำนวยให้ถึงซึ่งสภาพแห่งความผาสุก
ณ หมู่ของตนไม่เสื่อมคลายตลอดไป หากหมู่ใดมีความสามัคคี
ร่วมชุมนุมไม่ห่างเหินกัน สิ่งที่ไร้ประโยชน์จะมาสู่ได้อย่างไร
๕๘
ถอดคำประพันธ์
พระเจ้าอชาตศัตรูยกทัพมาตีแคว้นวัชชี
อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑
• พร้อมเพรียงประเสริฐครัน เพราะฉะนั้นแหละบุคคล
ผู้หวังเจริญตน ธุระเกี่ยวกะหมู่เขา
มุขเป็นประธานเอา
• พึงหมายสมัครเป็น บมิเห็นณฝ่ายเดียว
ธูรทั่วณตัวเรา นรอื่ นก็แลเหลียว
มิตรภาพผดุงครอง
• ควรยกประโยชน์อื่น
ดูบ้างและกลมเกลียว
ถอดความได้ว่า
ความพร้อมเพรียงกันนั้นประเสริฐยิ่งนัก เพราะฉะนั้นบุคคลใด
ที่หวังจะได้รับความเจริญแห่งตนและมีกิจธุระอันเป็นส่วนร่วม
ก็พึงตั้งใจเป็นหัวหน้าเอาเป็นธุระด้วยตัวของเราเอง โดยมิได้
เห็นแก่ประโยชน์ตนแต่ฝ่ายเดียวควรยกปรโยชน์ให้ผู้อื่ นบ้าง
นึกถึงผู้อื่นบ้าง ต้องกลมเกลียว มีความเป็นมิตรกันไว้
๕๙
ถอดคำประพันธ์
พระเจ้าอชาตศัตรูยกทัพมาตีแคว้นวัชชี
อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑
• ยั้งทิฐิมานหย่อน ทนผ่อนผจงจอง
อารีมิมีหมอง มนเมื่ อจะทำใด
ลุปันก็แบ่งไป
• ลาภผลสกลบรร สุจริตนิยมธรรม์
ตามน้อยและมากใจ สุประพฤติสงวนพรรค์
อุปเฉทไมตรี
• พึงมรรยาทยึด
รื้อริษยาอัน
ถอดความได้ว่า
ต้องลดทิฐิมานะ รู้จักข่มใจ จะทำสิ่งใดก็เอื้อเฟื้ อกัน
ไม่มีความบาดหมางใจ ผลประโยชน์ทั้งหลายที่เกิดขึ้น
ก็แบ่งปันกันไป มากบ้างน้อยบ้างอย่างเป็นธรรม
ควรยึดมั่นในมารยาทและความประพฤติที่ดีงาม
รักษาหมู่คณะโดยไม่มีความริษยากันอันจะตัดรอนไมตรี
๖๐
ถอดคำประพันธ์
พระเจ้าอชาตศัตรูยกทัพมาตีแคว้นวัชชี
อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑
• ดังนั้นณหมู่ใด ผิบไร้สมัครมี
พร้อมเพรียงนิพัทธ์นี รวิวาทระแวงกัน
สยคงประสบพลัน
• หวังเทอญมิต้องสง หิตะกอบทวิการ
ซึ่งสุขเกษมสันต์ มนอาจระรานหาญ
ก็เพราะพร้อมเพราะเพรียงกัน
• ใครเล่าจะสามารถ
หักล้างบแหลกลาญ
ถอดความได้ว่า
ดังนั้นถ้าหมู่คณะใดไม่ขาดซึ่งความสามัคคี มีความพร้อมเพรียง
กันอยู่เสมอ ไม่มีการวิวาท และระแวงกัน ก็หวังได้โดยไม่ต้อง
สงสัยว่า คงจะพบซึ่งความสุข ความสงบ
และประกอบด้วยประโยชน์มากมาย ใครเล่าจะมีใจกล้าคิด
จะทำสงครามด้วย หวังจะทำลายล้างก็ไม่ได้ ทั้งนี้เพราะความ
พร้อมเพรียงกันนั่นเอง
๖๑
ถอดคำประพันธ์
พระเจ้าอชาตศัตรูยกทัพมาตีแคว้นวัชชี
อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑
• แม้มากผิกิ่งไม้ ผิวะใครจะใคร่ลอง
มัดกำกระนั้นปอง พละหักก็เต็มทนฯ
นฤมีณหมู่ตน
• เหล่าไหนผิไมตรี บมิพร้อมมิเพรียงกันฯ
การใดจะขวายขวน
ถอดความได้ว่า
แม้แต่กิ่งไม้หากใครจะใคร่ลองเอามามัดเป็นกำ
ตั้งใจใช้กำลังหักก็ยากเต็มทน หากหมู่ใดไม่มีความสามัคคี
ในหมู่คณะของตน และกิจการอันใดที่จะต้องขวนขวายทำ
ก็ไม่มีพร้อมเพรียงกัน
• อย่าปรารถนาหวัง ศุขะทั้งเจริญอัน
จักมาอุบัติบรร ลุไฉนบได้มีฯ
พะภยันตรายกลี
• ปวงทุกข์พิบัติสรร ติประสงค์ก็คงสมฯ
แม้ไป่นิยมปี
ถอดความได้ว่า
ก็อย่าได้หวังเลยความสุขความเจริญจะเกิดขึ้นได้อย่างไร
ความทุกข์พิบัติอันตรายและความชั่วร้ายทั้งปวง ถึงแม้
จะไม่ต้องการก็จะต้องได้รับเป็นแน่แท้
๖๒
ถอดคำประพันธ์
พระเจ้าอชาตศัตรูยกทัพมาตีแคว้นวัชชี
อินทรวิเชียรฉันท์ ๑๑
• ควรชนประชุมเช่น คณะเป็นสมาคม
สามัคคิปรารม ภะนิพัทธคำนึงฯ
ผิวะมีก็จงพึง
• ไป่มีก็ให้มี จะประสบสุขาลัยฯ
ให้ยิ่งภิยโยจึง
ถอดความได้ว่า
ผู้ที่อยู่รวมกันเป็นหมู่คณะหรือสมาคม ควรคำนึงถึงความ
สามัคคีอยู่เป็นนิจ ถ้ายังไม่มีก็ควรจะมีขึ้น ถ้ามีอยู่แล้วก็
ควรให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไปจึงจะถึงซึ่งความสุขความสบาย
๖๓
วิเคราะห์คุณค่าวรรณคดี
ด้านเนื้ อหา
ความสามัคคี เป็นข้อคิดหลักที่ปรากฏในเรื่องนี้ โดยมุ่งเน้น
ให้เห็นโทษของการแตกความสามัคคี หรือ “สามัคคี
เภท”เนื่องจากการไม่ยึดมั่นใน “อปริหานิยธรรม” ของชาว
แคว้นวัชชี ทำให้ศัตรูสามารถยึดครองเมืองได้อย่างง่ายดาย
อปริหานิยธรรม
ธรรมอันไม่เป็นที่ตั้งแห่งความเสื่อมหรือหายนะ ประกอบ
ด้วยธรรม ๗ ประการ
๑.หมั่นประชุมกันเนืองนิตย์
๒.พร้อมเพรียงกันประชุม พร้อมเพียงกันเลิกประชุม
๓.ไม่บัญญัติสิ่งที่มิได้บัญญัติไว้ ไม่ล้มล้างสิ่งที่บัญญัติไว้ ถือ
ปฏิบัติมั่นตามวัชชีธรรมตามที่วางไว้เดิม
๔.ท่านเหล่าใดเป็นผู้ไหญ่ในชนชาววัชชี เคารพนับถือท่าน
เหล่านั้นเห็นถ้อยคำของท่านว่าเป็นสิ่งอันควรรับฟัง
๕.บรรดากุลสตรีกุลกุมารีทั้งหลาย ให้อยู่ดีโดยมิถูกข่มเหง
หรือฉุดคร่าขืนใจ
๖.เคารพสักการบูชาเจดีย์ ของวัชชี(ชาติ)ทั้งหลาย ทั้ง
ภายในและภายนอก ไม่ปล่อยให้ธรรมิกพลีที่เคยให้เคยทำ
แก่เจดีย์เหล่านั้นเสื่อมทรามไป
๗.จัดให้ความอารักขา คุ้มครอง ป้องกัน อันชอบธรรมแก่
พระอรหันต์ทั้งหลาย ตั้งใจว่าขอพระอรหันต์ ทั้งหลายที่ยัง
มิได้มา พึงมาสู่แว่นแคว้นที่มาแล้วพึงอยู่ในแว่นแคว้นโดย
ผาสุก
๖๔
วิเคราะห์คุณค่าวรรณคดี
ด้านเนื้ อหา
การแตกความสามัคคีของแคว้นวัชชี เกิดจากการเชื่อคำอุบาย
ของ วัสสการพราหมณ์ โดยเริ่มจากการสร้างความระแวงให้
เกิดขึ้นในหมู่พระกุมาร จนนำไปสู่การทะเลาะวิวาทและขยาย
วงให้เหล่ากษัตริย์ลิจฉวีแตกสามัคคี เมื่อพระเจ้าอชาตศัตรูยก
ทัพมาจึงไม่มีใครทำอะไร ดังบทประพันธ์ที่ว่า
• ต่างทรงสำแดง ความแขงอำนาจ
สามัคคีขาด แก่งแย่งโดยมาน
วัชชีรัฐบาล
• ภูมิศลิจฉวี แม้แต่สักองค์
บ่ ชุมนุมสมาน
ทำให้เห็นถึงการขาดสติปัญญา ไตรตรองให้ถี่ถ้วนของ
พระมหากษัติย์จนทำให้เกิดความพินาศ
• แลสรรพบรรดา วรราชวัชชี
ถึงซึ่งพิบัติบี ฑอนัตถาพินาศหนา
คณะแตกและต่างมา
• เหี้ยมนั้นเพราะผันแผก หสโทษพิโรธจอง
ถือทิฐิมานสา ทนสิ้น บ ปรองดอง
ตริมลักประจักษ์เจือ
• แยกพรรคสมรรคภิน
ขาดญาณพิจารณ์ตรอง
ต่างจากฝ่ายพระเจ้าอชาตศัตรูที่อาศัยการใช้สติปัญญาจน
สามารถยึดครองแคว้นวัชชีได้อย่างง่ายดาย
โดยไม่ต้องใช้กำลัง
๖๕
วิเคราะห์คุณค่าวรรณคดี
ด้านสังคมและวัฒนธรรม
• การเมืองการปกครอง
กษัตริย์แห่งแคว้นวัชชีทั้งหลายปกครองโดยยึดมั่นตาม
"หลักอปริหานิยธรรม"ซึ่งเป็นธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสแสดงไว้
มีเนื้อหาเน้นความสามัคคีเป็นหลัก มี ๗ ประการ คือ
๑.หมั่นประชุมกันเนืองนิตย์
๒.พร้อมเพรียงกันประชุม พร้อมเพรียงกันเลิกประชุม พร้อมเพรียง
กันทำกิจที่พึงทำ
๓.ไม่บัญญัติสิ่งที่มิได้บัญญัติไว้ (อันขัดต่อหลักการเดิม) ไม่ล้มล้าง
สิ่งที่บัญญัติไว้ (ตามหลักการเดิม) ถือปฏิบัติมั่นตามวัชชีธรรม
(หลักการ) ตามที่วางไว้เดิม
๔.ท่านเหล่าใดเป็นผู้ใหญ่ในชนชาววัชชี เคารพนับถือท่านเหล่านั้น
เห็นถ้อยคำของท่านว่าเป็นสิ่งอันควรรับฟัง
๕.บรรดากุลสตรีกุลกุมารทั้งหลาย ให้อยู่ดีโดยมิถูกข่มเหงหรือ
ฉุดคร่าขืนใจ
๖.เคารพหลักการบูชาเจดีย์ (ปูชนียสถานและปูชนียวัตถุ ตลอดจน
อนุสาวรีย์ต่าง ๆ ) ของวัชชีทั้งหลาย ทั้งภายในและภายนอก
ไม่ปล่อยให้ธรรมิกพลีที่เคยทำให้แก่ดีเจย์เหล่านั้ นเสื่ อมโทรมไป
๗.จัดให้ความอารักขา คุ้มครอง และป้องกันอันชอบธรรมแก่พระ
อรหันต์ทั้งหลาย ตั้งใจว่าขอพระอรหันต์ทั้งหลายที่มิได้มา พึงมาสู่
แว่นแคว้น ที่มาแล้วพึงอยู่ในแว่นแคว้นโดยผาสุก หากมีศัตรูเข้ามา
โจมตี กษัตริย์แห่งแว่นแคว้นวัชชีทั้งหลายก็จะทรงรวมกันต่อสู้ศัตรู
จนพ่ายแพ้ไป
๖๖
วิเคราะห์คุณค่าวรรณคดี
ด้านสังคมและวัฒนธรรม
• การศึกษา
ในอดีตกษัตริย์หรือราชกุมารจะได้รับการศึกษาจากอาจารย์
ผู้ชำนาญในวิทยาการแขนงต่างๆ เพราะถือเป็นผู้ที่มีบทบาท
ในการปกครองบ้านเมือง เช่น กษัตริย์ลิจฉวีทรงแต่งตั้งให้
วัสสการพราหมณ์เป็นอาจารย์สอนศิลปวิทยาการให้แก่เหล่า
พระราชกุมารประจำแคว้นวัชชี
•การขยายอาณาเขต
พระมหากษัตริย์ที่ปกครองแคว้นต่าง ๆ สู้รบเพื่อยึดครองดิน
แดนที่อ่อนแอกว่ามาเป็นของตน และหากดินแดนที่ถูกยึด
ครองนั้นมีความรุ่งเรืองมาก ก็ยิ่งจะแสดงถึงชัยชนะและความ
ยิ่งใหญ่ของกษัตริย์ผู้ที่ได้ครอบครองมาก แคว้นวัชชีเป็นแคว้น
ขนาดใหญ่และรุ่งเรืองกว่าแคว้นอื่น ๆ จึงเป็นสาเหตุให้
พระเจ้าอชาตศัตรู กษัตริย์แห่งแคว้นมคธ มีพระราชประสงค์
จะครอบครอง
๖๗
วิเคราะห์คุณค่าวรรณคดี
ด้านวรรณศิลป์
สุนทรียภาพ คือ ความงามในงานศิลปะที่แต่ละบุคคลเข้าใจ
และรู้สึกได้กวีใช้กลวิธีทางภาษาในการถ่ายทอดความงาม
โดยมุ่งเน้นการเลือกสรรคำเพื่อให้เกิดเสียงเสนาะ ส่งผลให้
วรรณคดีมีความไพเราะและงดงาม ซึ่งมีปรากฏการเล่นเสียง
สัมผัสพยัญชนะ การเล่นเสียงสัมผัสสระ และการเล่นเสียง
วรรณยุกต์ตลอดทั้งเรื่อง
การเล่นเสียงสัมผัสพยัญชนะ
ทิชงค์ชาติฉลาดยล คะเนกลคะนึงการ
กษัตริย์ลิจฉวีการ ระวังเหือดระแวงหาย
(ชงค์-ชาติ-ฉ, เน-นึง, กล-การ, (ฉ)วร-การ, วัง-แวง, เหือด-หาย)
การเล่นเสียงสัมผัสสระ
ชะรอยว่าทิชาจารย์ ธ คิดอ่านกะท่านเป็น
รหัสเหตุประเภทเห็น ละแน่ชัดถนัดความ
(ว่า-ชา, อ่าน-ท่าน, เหตุ-เภท, ชัด-(ถ)นัด)
การเล่นเสียงวรรณยุกต์
แม้มากผิกิ่งไม้ ผิวใครจะใคร่ลอง
มัดกำกระนั้นปอง พลหักก็เต็มทน
(ใคร-ใคร่) ๖๘
วิเคราะห์คุณค่าวรรณคดี
นอกจากนี้ ยังปรากฏการใช้วรรณศิลป์สร้างสุนทรียภาพด้าน
ความหมาย มีการใช้ความเปรียบ เพื่อให้เข้าใจความคิด
เช่น เรื่องการปลุกปั่ นยุยง
ลูกข่างประดาทา รกกาลขว้างไป
หมุนเล่นสนุกไฉน ดุจกันฉะนั้นหนอ
เรื่องความสามัคคี ผิวะใครจะใคร่ลอง
พลหักก็เต็มทน
แม้มากผิกิ่งไม้
มัดกำกระนั้นปอง
๖๙
วิเคราะห์คุณค่าวรรณคดี
ด้านการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
1.เราไม่ควรขาดการคิดพิจารณาไตร่ตรอง เพราะมันจะนำ
ไปซึ่งความสูญเสีย ดังเช่น เหล่ากษัตริย์ลิจฉวี "ขาดการ
พิจารณาไตร่ตรอง" คือ ขาดการใช้ปัญญาตริตรองพิจารณา
สอบสวน และใช้เหตุผลที่ถูกต้อง จึงหลงกลของ
วัสสการพราหมณ์ ถูกยุแหย่ให้แตกความสามัคคีจนเสียบ้าน
เสียเมือง
2. การเลือกใช้บุคคลให้เหมาะสมกับภาระงานจะทำให้งาน
สำเร็จได้
3. การถือความคิดของตนเป็นใหญ่และทะนงตนว่าดีกว่า
ผู้อื่น ย่อมทำให้เกิดความเสียหายแก่ส่วนรวม
๗๐
ศัพท์ คำศัพท์
กถา ความหมาย
กลห์เหตุ
กสิก ถ้อยคำ
ไกวล เหตุแห่งการทะเลาะ
ขัตติย์ ชาวนา
คดี ทั่วไป
คม กษัตริย์
ชเนนทร์ เรื่อง
ทม ไป
ทลิทภาว ผู้เป็นใหญ่ในชน (ชน+อิทร)
ทั่วบุรคาม การข่มใจ
ทิช ยากจน
ทิน ทั่วบ้านทั่วเมือง
นครบร ผู้เกิดสองครั้ง คือ พราหมณ์
นย, นัย วัน
นยนาม เมืองของข้าศึก
นรนิกร ความหมาย, เค้าความ
นฤพัทธ, นิพัทธ์ ใจความ
นฤสาร ฝูงชน
นิวัต เนืองๆ, เนื่องกัน
นีรผล ไม่มีสาระ
ประเด กลับ
ประศาสน์ ไม่เป็นผล
ปรากรม มอบให้หมด
ปรุงโสต การสั่งสอน
ความเพียร
ในที่นี้หมายถึง แต่งให้ไพเราะน่าฟัง
๗๑
ศัพท์ คำศัพท์
ปลาต ความหมาย
ปวัตน์
พฤฒิ หายไป
พิเฉท ความเป็นไป "ปวัตติ์" ก็ใช้
พิชากร ผู้เฒ่า
พุทธาทิบัณฑิต ตัดขาด, ทำลาย
ภัต วิชาความรู้
ภาโรปกรณ์ ผู้รู้ มีพระพุทธเจ้าเป็นอาทิ
ภินท์พัทธสามัคคิย ข้าว
ภิยโย ในที่นี้หมายถึง ทำสิ่งที่ได้รับหมอบหมาย
ภีรุก การแตกสามัคคี
ภูมิศ ยิ่งๆ ขึ้น
มน ขลาด, กลัว
มนารมณ์ กษัตริย์
มาน ใจ
ยุกติ สมดังที่ตั้งใจ
รหุฐาน ความถือตัว
ลักษณสาสน ยุติ, จบสิ้น
เลา ที่ลับ, ที่สงัด
วัญจโนบาย ในที่นี้หมายถึง จดหมาย
วัลลภชน เค้า
วิรุธ อุบายหลอกลวง
สมรรคภินทน คนสนิท
สมัครภาพ ผิดปกติ
สหกรณ การแตกสามัคคี
ความสามัคคี
หมู่เหล่า
๗๒
ศัพท์ คำศัพท์
ส่ำ ความหมาย
สิกขสภา
สุขาลัย หมู่, พวก
เสาวน ห้องเรียน
เสาวภาพ สถานที่ที่มีความสุข
หายน์, หายน ฟัง
หิตะ สุภาพ
เหี้ยมนั้น ความเสื่ อม
อนัตถ์ ประโยชน์
อนุกรม เหตุนั้น
อภิเผ้า ไม่เป็นประโยชน์
อาคม ตามลำดับ
อุปเฉทไมตรี ผู้เป็นใหญ่
อุรส มา มาถึง
อุฬุมป์เวฬุ ตัดไมตรี
เอาธูร โอรส ลูกชาย
เอาภาร แพไม้ไผ่
เอาเป็นธุระ
รับภาระ หรือรับผิดชอบ
๗๓
เอกสารอ้างอิง
กัลยาณี ถนอมแก้ว. 2553. ถอดความสามัคคีเภทคำฉันท์
ในบทเรียน (๓). [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา.
HTTPS://WWW.GOTOKNOW.ORG/POSTS/
332007. (12 มิถุนายน 2565).
กัลยาณี ถนอมแก้ว. 2553. ถอดความสามัคคีเภทคำฉันท์
ในบทเรียน (๔). [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา.
HTTPS://WWW.GOTOKNOW.ORG/POSTS/
332007. (12 มิถุนายน 2565).
จรายวรรณ ศรีฉายา. (2564). วรรณคดีและ
วรรณกรรม (พิมพ์ครั้งที่1). กรุงเทพมหานคร:
บริษัท คุรุมีเดีย จำกัด.
ไม่ปรากฏชื่อ. 2556. สามัคคีเภทคำฉันท์. [ระบบ
ออนไลน์]. แหล่งที่มาHTTP://SAMAKKEEPEA
TCHANT.BLOGSPOT.COM/2013/12/BLOG-
POST_2653.HTML. (12 มิถุนายน 2565).
๗๔