The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือปัจฉิมนิเทศ-ประจำปี-2562
สถาบันพระบรมราชชนก

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by KMPHT, 2020-04-30 03:56:09

คู่มือปัจฉิมนิเทศ-ประจำปี-2562

คู่มือปัจฉิมนิเทศ-ประจำปี-2562
สถาบันพระบรมราชชนก

Keywords: คู่มือปัจฉิมนิเทศ-ประจำปี-2562 สถาบันพระบรมราชชนก















สารผู้ชว่ ยอธิการบดสี ถาบันพระบรมราชชนก
เนื่องในโอกาสปัจฉมิ นิเทศนักศกึ ษา ประจำปกี ารศกึ ษา 2562

ตลอดระยะเวลาที่ท่านได้ศึกษาอยู่ health care หมายถึง การใหบ้ ริการดว้ ยความ
ในแต่ละวิทยาลัยในสังกัดคณะสาธารณสุข เอาใจใส่ ประดุจญาติมิตร ทั้งด้านร่างกาย
ศาสตร์และสหเวชศาสตร์ เหล่าคณาจารย์และ จิตใจ สังคม และจิตวิญญาณ ก่อให้เกิด
บุคลากร ก็ได้ทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ ในการ ความสุขใจทั้งผู้ให้และผูร้ ับและเรื่องสุดท้ายคือ
ถา่ ยทอดความรู้และประสบการณ์ เพอื่ ให้ทุกคน การไม่หยุดที่จะเรียนรู้ เพราะในโลกปัจจุบันที่
มีความพร้อมที่จะไปปฏิบัติงานในหน้าที่ต่อไป องค์ความรู้และเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงเร็วมาก
แตอ่ ยา่ งไรกต็ ามการสำเร็จการศึกษานั้น แค่เป็น การหาความรู้เพิม่ เติมตลอดเวลาก็จะทำใหท้ ่าน
การเริ่มต้นชีวิตของการทำงานและการเรียนรู้ ทำงานในอนาคตไดอ้ ยา่ งไมม่ ีปญั หา
ซึ่งผมอยากจะฝากสิ่งทีผ่ มคิดวา่ มีความสำคญั ใน
การทำงานไว้ 3 เรอ่ื ง เรอื่ งแรกคือเรื่องของ หวังว่าผู้สำเร็จการศึกษาทุกคนจะเป็น
เวลา หมายถึงการเป็นคนตรงต่อเวลาและรักษา คนเก่งและดี ทำงานอยา่ งเตม็ ความสามารถเพ่ือ
เวลาในการทำงานให้เสร็จสิ้นตามที่ได้รับ ประโยชน์กับสังคมตอ่ ไป
มอบหมาย เรื่องที่ 2 คือ การดูแลสุขภาพด้วย
หัวใจความเป็นมนุษย์ ที่เรียกว่า Humanized

(นายวินยั สยอวรรณ)
ผชู้ ว่ ยอธิการบดีสถาบันพระบรมราชชนก



สารผูอ้ ำนวยการวทิ ยาลยั การสาธารณสุขสริ นิ ธร จังหวัดพษิ ณโุ ลก

เน่อื งในโอกาสปจั ฉมิ นเิ ทศนักศกึ ษา ประจำปกี ารศกึ ษา 2562

ผมขอแสดงความยินดีกบั ผูส้ ำเรจ็ การศกึ ษาทุก ถอื ประโยชน์ส่วนตนเป็นท่ีสอง ประโยชนข์ อง

คนทีม่ ีความตงั้ ใจ ศกึ ษาเล่าเรียน จนสำเร็จ เพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง ลาภ ทรัพย์ และ

การศกึ ษา เพ่ือจะนำความรู้ ทักษะ และ เกียรติยศจะตกมาแก่ท่านเอง ถ้าท่านทรง

ประสบการณจ์ ากการเรียนรู้ ทั้งภาคทฤษฏแี ละ ธรรมะแห่งวิชาชีพไว้ให้บริสุทธิ์ ” จึงขอให้

การฝกึ ปฏบิ ัติตามทหี่ ลกั สูตรกำหนดไปใช้ในการ ผู้สำเร็จการศึกษาได้น้อมนำไปปฏิบตั ิเพื่อความ

ปฏิบัตงิ าน ให้เกดิ ประโยชน์สงู สดุ ตอ่ องคก์ ร เจรญิ ก้าวหนา้ ในชีวติ ต่อไป

ชมุ ชน สังคมทท่ี กุ คนต้องไปปฏิบตั งิ าน บางคน ส ุ ด ท ้ า ย ผ ม ข อ อ า ร า ธ น า ค ุ ณ พ ร ะ ศ รี
มีความสามารถในการทำคะแนนไดย้ อดเยยี่ ม รัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ทุกท่าน
และบางคนประกอบคณุ งาม ความดี จนไดร้ ับ เคารพนบั ถือโดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ พระพทุ ธชินราช
การยกย่องใหไ้ ด้รบั ประกาศเกยี รติคุณมาแลว้ ก็ และดวงพระวิญญาณของสมเด็จพระนเรศวร
ตาม แต่การปฏบิ ตั งิ านจริงในระบบบรกิ าร มหาราช จงดลบันดาลให้ผู้สำเร็จการศกึ ษาทุก
สุขภาพ ยังมคี วามจำเป็นต้องใชศ้ าสตร์ และ คน จงประสบกับความสุข ความสำเร็จในหน้าท่ี
ศิลป์ อกี มากที่จะทำให้การปฏิบัตงิ านบรรลุ การงาน การเงิน และชีวิตครอบครัว ตลอดไป

เปา้ หมายท่วี างไว้

โอกาสนี้ผมขออัญเชิญพระราชดำรัส
ของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม
พระบรมราชชนก ท่ีพระราชทานไว้ว่า “ขอให้

(นายชัยวฒั น์ พันธร์ ศั ม)ี
ผู้อำนวยการวทิ ยาลยั การสาธารณสขุ สริ ินธร

จงั หวัดพิษณุโลก



สารรกั ษาราชการแทนในตำแหนง่ ผอู้ ำนวยการวิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัด
สพุ รรณบรุ ี

เนือ่ งในโอกาสปจั ฉิมนเิ ทศนักศึกษา ประจำปีการศกึ ษา 2562

ผู$สำเร็จการศึกษาทุกคน ที่ก$าวเดินมาถึงวันนี้ได$ ขอให$ผู$สำเร็จการศึกษานําความรู$และ
หมายถึงวAาทุกคนมคี วามพยายาม ในการ เอาชนะ ประสบการณทR ีไ่ ด$รับไปประยุกตRใชอ$ ยAางเหมาะสม
อปุ สรรค ตาA งๆ ทงั้ ในด$านการเรยี น การใชช$ วี ิต ซ่ึง ในชวี ิตการทำงานและการดำเนินชวี ิต จงใชป$ Sญญา
ทำใหเ$ กดิ ทกั ษะการใชช$ ีวติ เพยี งพอทจ่ี ะดำเนนิ ชีวิต และความดี เปUนเครื่องชี้นําทาง เพื่อรAวมสร$างสง่ิ
ในบทบาทตAอไป ถึง การเรียนจะสิ้นสุดลงตาม ดีๆ ให$แกAตนเองและสAวนรวม เพื่อสร$างชื่อเสียง
หลักสูตรที่ได$กำหนดไว$ แตAโลกแหAงการเรียนรู$ ให$กับตนเอง รวมทั้งคณะสาธารณสุขศาสตรR
ยังคงดำเนนิ ตAอไป และสหเวชศาสตรR สถาบันพระบรมราชชนกตAอไป
ท$ายที่สุดนี้ขอให$ผู$สำเร็จการศึกษาทุกคน มี
ความสุขกับการทํางานและประสบความสําเร็จ
ในหน$าท่ีการงาน ตลอดไป

(นางอาภาพร กฤษณพนั ธ)Rุ
รกั ษาราชการแทนในตำแหนงA ผ$อู ำนวยการวิทยาลยั การสาธารณสุขสริ ินธร

จงั หวดั สุพรรณบุรี

๑๐

สารผูอ้ ำนวยการวทิ ยาลยั การแพทย์แผนไทยอภยั ภเู บศร จงั หวัดปราจนี บุรี
เนือ่ งในโอกาสปัจฉิมนเิ ทศนกั ศึกษา ประจำปกี ารศกึ ษา 2562

ในโอกาสที่นักศึกษาของวิทยาลัยใน ทกุ หลกั สูตร และขออวยพรให้ผ้สู ำเร็จการศกึ ษา
สังกัดคณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวช ทุกคน จงมีสุขภาพที่แข็งแรงพร้อมทั้งกายและ
ศาสตร์ สถาบันพระบรมราชนก ได้สำเร็จ จติ ใจ เพอ่ื ทจี่ ะออกไปปฏิบัตงิ านรับใช้ประชาชน
การศึกษา ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๒ ในนาม และสงั คมสว่ นรวม และขอใหผ้ ู้สำเรจ็ การศึกษา
ของวิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร ทุกคนมีความเจริญกา้ วหนา้ ในหน้าที่การงานใน
จังหวัดปราจีนบุรี ขอถือโอกาสนี้ แสดงความ อนาคตตอ่ ไป
ยินดีกับผู้สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยต่าง ๆ

(นายสมศักด์ิ มงคลธนวัฒน)์
ผูอ้ ำนวยการวิทยาลยั การแพทย์แผนไทยอภัยภเู บ

ศร จังหวัดปราจีนบุรี

๑๑

สารผูอ้ ำนวยการวิทยาลัยการสาธารณสุขสริ ินธร จงั หวัดยะลา
เนอ่ื งในโอกาสปจั ฉิมนิเทศนักศกึ ษา ประจำปกี ารศกึ ษา 2562

ขอแสดงความยินกับผส$ู ำเรจ็ การศกึ ษาทุกทAานท่ีได$ พร$อมที่จะเรียนรู$ตลอดชวี ิต ตAอยอดองคRความรู$ให$
ผAานกระบวนการ การศึกษาจนสำเร็จการศึกษา มากที่สุด และเปUนพลเมืองดีของสังคม มีคุณธรรม
ตามหลักสูตรที่กำหนด การสำเร็จการศึกษาของ จริยธรรม และขอให$นำความรู$ ทักษะ
ทAานนอกจากเปUนที่ภาคภูมิใจของสถานศึกษา ประสบการณทR ่ไี ดร$ ับจากการศกึ ษาไปพัฒนาระบบ
วิทยาลัยฯแล$ว ยังคงเปUนความภาคภูมิใจแกA สุขภาพ สังคม และประเทศชาติ ตอA ไป
ครอบครวั พี่นอ$ ง ญาตมิ ิตรของทAานด$วย
สุดท$ายนี้ ขออวยพรให$ผูส$ ำเร็จการศกึ ษา
สังคมปSจจุบันเปUนสังคมแหAงการ ทุกคน มีสุขภาพ พลานามัยที่แข็งแรง มีจิตใจท่ี
เปลี่ยนแปลง และสังคมแหAงการเรียนรู$ ขอให$ เขม$ แข็ง ประสบความสำเร็จในหนา$ ทก่ี ารงาน และ
ผู$สำเร็จการศึกษามีการพัฒนาตนเองตลอดเวลา ทกุ ๆด$านที่ได$มุงA หวงั ทุกประการ

(นายสนุ ทร ปราบเขต)
ผอ$ู ำนวยการวิทยาลยั การสาธารณสขุ สริ ินธร จงั หวดั ยะลา

๑๒

สารผู้อำนวยการวทิ ยาลยั การสาธารณสขุ สริ นิ ธร จังหวดั ตรัง
เน่อื งในโอกาสปัจฉิมนิเทศนักศกึ ษา ประจำปกี ารศกึ ษา 2562
ขอแสดงความยินดีกับผู้สำเร็จการศึกษา ในปีการศึกษา ๒๕62 ทุกท่าน นับเป็นอีกก้าว
หนง่ึ ของชีวติ ท่ีมกี ารเปล่ยี นแปลงวิถชี วี ิตจากโลกของนักศึกษา ไปสู่โลกของการทำงาน ซึง่ ต้องเผชิญกับ
สภาพแวดล้อมท่ไี มเ่ หมือนเดิม มหี ลากหลาย กว้างขวาง ทง้ั ผคู้ น เพ่ือนร่วมงาน ผมู้ ารับบริการ ปัญหา
ตา่ ง ๆ นานาประการ น่นั หมายถึง การปรบั ตวั และความรับผดิ ชอบทีม่ ากข้ึน หากขณะที่เป็นนักศึกษาได้
ตักตวงความรู้ และทักษะในวิชาชีพที่ตนเรียน รวมถึงวิชาชีวิตอันเกิดจากเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ท่ี
วิทยาลัย กลุ่ม ชมรม จัดขึ้น และจากปฏิสัมพันธ์ที่เกิดจากเพ่ือนมนุษย์ รวมถึงสิง่ แวดลอ้ มทัง้ ปวง ไว้
อยา่ งมากเพียงพอ กจ็ ะนำไปส่เู สน้ ทางของการปฏิบัตงิ านไดอ้ ยา่ งราบรนื่
อยา่ งไรก็ตาม ในโลกของความเป็นจรงิ นนั้ ไม่มอี ะไรหยุดนง่ิ ทกุ สง่ิ ทกุ อย่างมกี ารเปลี่ยนแปลง
ที่รวดเร็ว ความรู้ และประสบการณ์ที่ได้จากการศึกษาไปนั้นย่อมไม่เพียงพอ ที่จะทำให้การทำงาน
บรรลุผลสำเรจ็ และมีประสทิ ธภิ าพดีพอ รวมถึงการมชี วี ติ ทมี่ คี วามสขุ สง่ิ ที่จำเปน็ ประการหนึ่งของชีวิต
คอื การเรียนรตู้ ลอดชวี ติ (Lifelong Learning) การเรยี นรู้อย่างตอ่ เนือ่ ง (Continuous Learning) ไมว่ ่า
จะเป็นการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง จากเพื่อนร่วมงาน จากผู้รับบริการ จากผู้บังคับบัญชา จาก
สถาบันการศึกษาทั้งในระบบ นอกระบบ กล่าวโดยสรุปก็คือเรียนรูจ้ ากทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้ากระทำได้จน
เกิดปัญญาในระดับ “รู้แจ้ง แทงทะลุ” แล้ว ย่อมประกันได้ว่าจะประสบความสำเร็จทั้งชีวิตของการ
ทำงานและชีวิตส่วนตวั
ท้ายที่สดุ ขออำนวยพรให้ผู้สำเรจ็ การศึกษาทุกท่าน ประสบความสำเรจ็ ในชีวิตการทำงาน
ชวี ิตครอบครัว รวมทง้ั เปน็ คนดี มคี ณุ ธรรม ซื่อสตั ยส์ ุจริตกับระบบสขุ ภาพและสงั คมไทย อันจะนำมา
ซึ่งสังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ มีความสมานฉันท์และเอื้ออาทร สร้างชื่อเสียง ศักดิ์ศรีให้กับ
ตนเอง เกียรตภิ มู ิของวิทยาลัย และสถาบนั พระบรมราชชนก สมกับเป็น “ลูกหลานพระบดิ า”

(นายไพบลู ย์ ชาวสวนศรีเจรญิ )
ผอู้ ำนวยการวทิ ยาลยั การสาธารณสขุ สิรินธร จงั หวดั ตรงั

๑๓

สารผ้อู ำนวยการวิทยาลัยการสาธารณสขุ สริ ินธรจงั หวัดอบุ ลราชธานี
เนือ่ งในโอกาสปัจฉิมนเิ ทศนักศกึ ษา ประจำปกี ารศกึ ษา 2562

ก A อ น อ ื ่ น ค รู ข อ แ ส ด ง ค ว า ม ย ิ น ด ี กั บ ได”$ ประสบการณทR ่ีได$จากการศึกษาไปน้ันยAอมไมA
ผู$สำเร็จการศึกษา ในป^การศึกษา ๒๕๖๒ ทุกทAาน เพียงพอ ทีจ่ ะทำใหก$ ารทำงานบรรลผุ ลสำเรจ็ และ
และขอแสดงความยินดกี บั ญาตมิ ิตรผปู$ กครองของ มีประสทิ ธภิ าพท่ีดีพอ รวมถงึ การมีชีวติ ทม่ี คี วามสขุ
ผสู$ ำเรจ็ การศกึ ษาดว$ ยความยินดีย่งิ ป^นีน้ บั วาA เปUนป^ สิ่งที่จำเปUนประการหนึ่งของชีวิต คือ การเรียนรู$
แหAงความท$าทายความสามารถของผู$สำเร็จ ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) การเรียนรู$อยAาง
การศึกษาเปUนอยAางมาก เปรียบเสมือนเกิดภาวะ ตAอเนื่อง (Continuous Learning) ไมAวAาจะเปUน
ภัยสงครามโลกครั้งที่ ๓(World War III) ด$วยการ การเรยี นร$จู ากประสบการณRตรง จากเพื่อนรวA มงาน
แพรAระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ จากผู$รับบริการ จากผู$บังคับบัญชา จาก
(COVID-19) มีผลกระทบกับองคRประกอบตAางๆ สถาบันการศึกษาทั้งในระบบ นอกระบบ ยAอม
ทุกๆ ด$าน ทำให$วิถีชีวิตเกิดการเปลี่ยนแปลงเปนU ประกนั ไดว$ าA จะประสบความสำเรจ็ ทงั้ ชีวิตของการ
อยAางมาก ฉะนั้นครูขอให$ลูกศิษยRทุกคน มีสติ ใช$ ทำงาน และชวี ติ สวA นตัว
ปSญญาที่ได$เรียนรู$มา ประยุกตRให$เหมาะสมกับวิถี
ชีวิตครอบครัว การทำงาน เพื่อนรAวมงาน ผู$มารบั ท$ายที่สุด ขออำนวยพรให$ผู$สำเร็จ
บริการ นั่นหมายถึง การปรับตัวและความ การศึกษาทุกทAาน ประสบความสำเร็จในชีวิตการ
รบั ผดิ ชอบทีม่ ากขึ้น หากขณะที่เปนU นกั ศึกษาได$ตัก ทำงาน ชีวิตครอบครัว รวมทั้งเปUนคนดี มีวินัย มี
ตวงความรู$ และทักษะในวิชาชีพที่ตนเรียนมา จิตอาสา มคี ุณธรรม มีความซือ่ สตั ยRสจุ ริต ใฝร‚ ูเ$ พิ่ม
รวมถึงประสบการณRชีวิตอันเกิดจากการเข$ารAวม ทักษะวิชาชีพตลอดเวลา และการบริการด$วยหัว
กจิ กรรมตาA ง ๆ ทว่ี ิทยาลัย กลมAุ ชมรม จดั ขนึ้ และ ใ จ ค ว า ม เ ป U น ม น ุ ษ ย R ภ า ย ใ ต $ ป ร ั ช ญ า เ ศ ร ษ ฐ กิ จ
จากปฏิสัมพันธRที่เกิดจากเพื่อนมนุษยR รวมถึง พอเพียงกับระบบสุขภาพและสังคมไทย อันจะ
สิ่งแวดล$อมทั้งปวง ไว$อยAางมากเหมาะสมเพียงพอ นำมาซึ่งสังคมแหAงภูมิปSญญาและการเรียนรู$ มี
แล$ว ก็จะนำไปสAูเสน$ ทางของการปฏิบัติงานได$อยาA ง ความสมานฉันทRและเอื้ออาทร สร$างชื่อเสียง
ราบรน่ื ตอA ไป ศักดิ์ศรีให$กับตนเอง เกียรติภูมิของวิทยาลัย และ
สถาบันพระบรมราชชนก สมกับเปUน “ลูกหลาน
อยAางไรก็ตาม ในโลกของความเปUน พระบดิ า”
จริงนั้นไมAมอี ะไรหยดุ น่งิ ทุกสิ่งทุกอยAาง ยอA มมีการ
เปล่ยี นแปลงดัง่ คำพระท่วี าA “เมื่อมีเกิด กย็ Aอมมีดับ (นายอรรณพ สนธิไชย)
ผู้อำนวยการวทิ ยาลัยการสาธารณสขุ สริ ินธร

จังหวัดอบุ ลราชธานี

๑๔

สารผ้อู ำนวยการวทิ ยาลัยการสาธารณสุขสิรนิ ธร จังหวัดชลบุรี
เน่อื งในโอกาสปจั ฉิมนเิ ทศนักศึกษา ประจำปีการศกึ ษา 2562
การสำเร็จการศึกษาในสถาบันการศึกษา นับเป็นจุดเริ่มต้นของการประกอบสัมมาอาชีวะ
สถาบนั การศึกษาได้กลอ่ มเกลาให้นักศึกษาเปน็ คน “เก่ง ดี มีความสุข” ไดใ้ นระดับหนึ่ง การใช้ชีวิตนอก
รั้วสถาบันการศึกษาเป็นชีวิตจริงที่นักศึกษาต้องนำไปประยุกต์ใช้ประสบการณ์ทั้งหมดที่ผ่านมา ขอให้
นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสดุ และขอฝากหลกั ธรรมดำเนินชีวิตให้ประสบผลสำเร็จ ๕ ประการ (พละ
๕)
๑. ศรัทธา คือความเชื่อมนั่ และมนั่ ใจในวิชาชีพตนเอง
๒. วิรยิ ะ คอื ความเพยี ร ขยันขันแขง็ ในการทำงาน
๓. สติ คอื ความระลึกไดใ้ นส่งิ ทีท่ ำ ไมป่ ระมาท
๔. สมาธิ คือความตั้งใจมัน่ แนว่ แนใ่ นสิง่ ทที่ ำ
๕. ปัญญา คือความรอบรู้ในงานทตี่ นไดร้ บั มอบหมาย
ทา้ ยท่ีสุดขออำนวยพรให้ทุกคนประสบความสขุ และความสำเร็จในทกุ เรอื่ งของการทำงาน

(นายประเสรฐิ อตั โตห)ิ
ผู้อำนวยการวิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร

จังหวดั ชลบุรี

๑๕

สารผอู้ ำนวยการวทิ ยาลยั การสาธารณสขุ สริ นิ ธร จงั หวัดขอนแกน่
เนอ่ื งในโอกาสปัจฉิมนิเทศนกั ศึกษา ประจำปกี ารศกึ ษา 2562

วทิ ยาลัยการสาธารณสขุ สิรินธร จงั หวดั ขอนแกนA คณะสาธารณสขุ ศาสตรแR ละสหเวชศาสตรR สถาบัน
พระบรมราชชนก เปUนสถาบันที่ผลิตบุคลากรสุขภาพที่เคียงข$างระบบสุขภาพของประเทศไทยมาหลาย
ทศวรรษ ซึ่งบัณฑติ จากสถาบันได$ประกอบคุณงามความดี ในการดูแลสุขภาพประชาชน สงA เสรมิ ป†องกัน
ปSญหาอันเกิดจากพฤติกรรมสุขภาพรAวมกับสหสาขาวิชาอื่น ๆได$อีกทั้งสร$างประโยชนRแกAประเทศชาติ
นานปั การ

ดังนั้นบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาในป^การศึกษา ๒๕๖๒ นอกจากจะเปUนผู$ที่มีความรู$ที่เพียบพร$อม
ทางด$านวิทยาศาสตรRสุขภาพแลว$ ยังประกอบไปด$วย คณุ ธรรม จริยธรรม รวมไปถึงการให$บรกิ ารสุขภาพด$วย
หัวใจความเปUนมนษุ ยR ซึ่งจะสามารถเปUนบุคลากรสุขภาพท่ีสงั คมไดค$ าดหวังไว$ อยาA งแทจ$ ริง

(นางเสาวลักษณR ศรีดาเกษ)
ผอ$ู ำนวยการวิทยาลยั การสาธารณสขุ สริ นิ ธร จงั หวดั ขอนแกนA

๑๖

สารรกั ษาราชการแทน ผอู้ ำนวยการวทิ ยาลัยเทคโนโลยีทางการแพทยแ์ ละสาธารณสุข กาญจนา
ภิเษก

เน่ืองในโอกาสปัจฉิมนิเทศนกั ศึกษา ประจำปกี ารศกึ ษา 2562
ขอแสดงความยินดีกับบัณฑิต ป^การศึกษา ๒๕๖๒ ทุกทAาน วิทยาลัยเทคโนโลยีทางการแพทยRและ
สาธารณสุข กาญจนาภิเษก สถาบนั พระบรมราชชนก เปUนสถาบันการศึกษาท่ีไดส$ รรคRสร$างบณั ฑิตทุกทAานให$
พรอ$ มดว$ ยความร$ู ทกั ษะและจรรยาบรรณวชิ าชพี ความสำเร็จของชวี ติ ในวนั ข$างหน$าจะเกิดขึ้นได$เม่ือทาA นไดล$ ง
มือปฏิบตั หิ นา$ ทด่ี แู ลชAวยเหลือประชาชนในฐานะบุคลากรทางการแพทยRและสาธารณสุข การปฏบิ ตั ิตAอผู$ใดพึง
ตระหนักเสมอวAาเราคือผู$ให$บริการด$วยหัวใจความเปUนมนุษยR สิ่งนี้จะนำพาให$ประชาชนเกิดความสุขอยAาง
แท$จริง และทAานจะเปUนที่รักของทุกคน การสั่งสมความดีในเส$นทางของชีวิตการทำงาน แม$ต$องใช$ระยะ
เวลานานแตAผลแหAงความดีจะทำให$ทAานประสบกับความสุขและความสำเร็จในชีวิตการทำงานและชีวิต
ครอบครัว ในยามนี้ประเทศกำลังประสบกับปSญหาการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙
(COVID-19) ในฐานะที่ทAานเปUนบุคลากรทางการแพทยRและสาธารณสุข ขอให$ทAานนำความรู$ ความสามารถ
ความเสยี สละและจติ อาสาไปชวA ยเหลือดูแลประชาชนอยาA งเต็มความสามารถ ขอใหท$ กุ ทาA นมสี ุขภาพแข็งแรง
ประสบความสำเรจ็ ในชีวิตการงานและชวี ิตครอบครวั คดิ สิง่ ใดในทางทดี่ ีงามขอใหส$ มความปรารถนา

(นางนพมาส เครือสวุ รรณ)
รกั ษาราชการแทน ผู$อำนวยการวิทยาลัย
เทคโนโลยที างการแพทยแR ละสาธารณสขุ

กาญจนาภิเษก

๑๗

การเตรียมความพรอ- มเพื่อทำงานในสถานบรกิ ารสาธารณสขุ

โดยวทิ ยาลยั การสาธารณสุขสริ นิ ธร จังหวดั พิษณโุ ลก

ฝากถงึ เด็กใหมC กับการเตรียมตัวเพอ่ื ไปทำงาน
กวAาจะเรยี นจบใชเ$ วลามาหลายป^ ทนี ้พี อเรียนจบแล$ว ร$ูสกึ อยาA งไรกันบา$ ง บางคนบอกวAาเวลาเรียนท่ี

ผาA นมาสั้นเหลือเกิน แป‡บเดียวต$องเปล่ียนสถานะจากนักศึกษา มาเปนU คนทำงานแลว$ ทั้งท่ีตอนเขา$ ป^ 1 ยงั บอก
ตวั เองวาA อยากจบเร็ว ๆ แตAวันนแ้ี ละวันขา$ งหน$าจะเจออะไรบ$างกย็ ังไมAรู$ ยง่ิ ชAวงนยี้ งั มีการระบาดของเชื้อไวรัส
โควิด-19 อกี แลว$ เดก็ จบใหมอA ยาA งเราจะทำอยAางไร ไหน ๆ ก็ต$องไปทำงานแลว$ ในการเตรยี มตัวควรทำดังน้ี

เตรียมเอกสารตCาง ๆ ที่จะใช$ให$พร$อมไปรายงานตวั ที่ทำงาน ได$แกA หนังสือรับรองการจบการศกึ ษา
บัตรประชาชน ทะเบียนบ$าน ควรสำเนาไปด$วย และหนังสือสAงตัวไปทำงานซึ่งวิทยาลัยจะดำเนินการออก
เอกสารใหผ$ ูส$ ำเรจ็ การศึกษานำไปใช$รายงานตวั

เตรียมราC งกาย ในสภาวะชAวงนีค้ วรเตรียมความพร$อมของรAางกายกAอนไปทำงาน หลังจากเรยี นจบมา
ได$พักอยูAบ$านเปUนเวลานานทำให$การใช$ชีวิตเปลี่ยนไป ควรปรับตัวให$ตื่นนอนได$ตามปกติ และพักผAอนให$
เพียงพอ จากท่เี คยเลนA เกมหรอื ดซู รี สี RตอA เนอ่ื งกนั จนดกึ หรอื ด$วยเหตุอะไรกต็ าม กAอนไปทำงานกใ็ หก$ ลับมานอน
เร็วข้ึน ออกกำลังกายสมำ่ เสมอเพ่ือให$ราA งกายแขง็ แรง ชวA งนเ้ี ปUนชAวงทมี่ กี ารระบาดของไวรสั ด$วยก็ควรสวมใสA
หน$ากากตลอดเวลาทีอ่ อกไปนอกบ$าน หมั่นล$างมือและทำให$เปนU เรื่องปกติในชีวิตประจำวันเพราะเราตอ$ งไป
ทำงานทีเ่ ก่ียวข$องกับผ$ูป‚วย หรอื ชมุ ชน งานนีห้ ลีกเล่ยี งไมพA $นแนAนอน ในฐานะบคุ ลากรสาธารณสุขยังต$องเปUน
แบบอยาA งให$กบั ประชาชน และต$องดูแลตวั เองให$แขง็ แรงเสมอ

เตรยี มความรู- กอA นไปทำงานถึงเราจะผAานการสอบรวบยอด หรอื สอบวิชาชีพผาA นกนั หมดแล$ว เปนU แคA
การบอกวAาเราได$รับการเรียนรู$ตามผลลัพธRการเรียนรู$ของหลักสูตรเทAานั้น ยังควรต$องมีการอAานหนังสือ
ทบทวนความรู$ท่ีเลAาเรียนมาตลอดเวลาที่อยทูA วี่ ิทยาลัย ไมAวาA จะเปUนเรอ่ื งการรกั ษาโรค ถงึ เราไมไA ด$ทำการรักษา
เอง แตAก็ต$องรู$วAาแพทยRรักษาอยAางไร พี่ ๆ พยาบาล ทำอยAางนี้เพื่ออะไร หรือทำไมต$องใช$ยาน้ีกับผูป$ ‚วย การ
ทำงานด$านการสAงเสริมป†องกันโรค ไมAวAาจะจบหลักสูตรไหนตอนนี้ก็ต$องมาชAวยกัน ทบทวนความรู$วAาเราจะ
สงA เสรมิ สขุ ภาพประชาชนอยาA งไรไมใA หป$ ว‚ ย ทบทวนการเขา$ ชุมชนวาA ตอ$ งใช$เครือ่ งมอื อยAางไร จะไปพบชาวบ$าน
ชAวงไหน การป†องกันโรคใหก$ ับประชาชนในสภาวะการระบาดของเชือ้ ไวรัสทยี่ ังไมAมีวิธีรกั ษา ทกุ วิชาท่ีเรียนมา
ไดใ$ ช$เยอะแนA และสงิ่ ทน่ี ักศกึ ษาได$เลาA เรียนมาเปนU เพียงสวA นหนึง่ ของการทำงาน ยงั มีสงิ่ ทเี่ ราจะต$องศึกษาหา
ความรู$อยูAอีกมากมาย เพราะฉะนั้นเราจึงจะต$องมีการค$นคว$าหาความรู$และพร$อมที่จะเรียนรู$อยูAตลอดเวลา
เพราะการศึกษาคือการเรยี นรตู$ ลอดชวี ิต ใครทพ่ี ร$อมทจ่ี ะเรยี นรก$ู ็จะทำให$เราอยูAในสงั คมไดอ$ ยาA งมคี วามสุขและ
ความมคี วามเจรญิ กา$ วหน$าในหนา$ ท่กี ารงานของเรา

การเตรียมใจ เปUนเร่ืองสำคัญทีส่ ุดต$องเตรยี มใจยอมรับสิง่ ใหมA ๆ เวลาไปเจอหน$างานจริง ๆ อาจไมA
เหมอื นทเ่ี คยเรยี น บางคนคดิ วAาความร$ทู ุกอยาA งท่เี รียนมาแนนA มาก เอามาใชใ$ นแตAละพืน้ ที่กไ็ มเA หมือนกนั คนเรา
ควรมีการเปˆดใจ และเรียนรู$สิ่งตAาง ๆ อยูAเสมอ อยAามั่นใจวAาตนจะ ถูกต$องเสมอไป เดี๋ยวนี้ปSญหาของคนท่ี
ออกไปทำงานคือ EQ (Emotional Quotient) หรอื ความฉลาดทางอารมณR คอื สAวนความสามารถทางอารมณR
คนมี EQ ดี จะควบคุมอารมณRไดด$ ี และคดิ เชิงบวก ทำใหเ$ ราไมเA ครียด สามารถใชด$ ำเนินการทำงาน การใช$ชวี ิต
ได$ดี สAวน IQ (Intelligence Quotient) หรือความฉลาดทางเชาวRปSญญา เปUนสAวนของความรู$ สAวน

๑๘

ความสามารถทางความคิด การคำนวณ การเชอ่ื มโยงตาA ง ๆ ปSจจุบนั EQ สำคญั กวาA IQ คนมี EQ ดี จะเห็นอก
เห็นใจผอ$ู ่นื มนษุ ยRสมั พันธดR ี มีความม่ันใจในตนเอง สามารถจัดการความเครียด สามารถจะพัฒนางานได$เปUน
อยาA งดี

มีคุณธรรมจรยิ ธรรมเปJนที่ตั้ง คุณธรรมจริยธรรมเปนU สมบัติของมนุษยR เปUนตัวนำให$คนใช$ความรู$ที่
เรยี นมาให$เกิดประโยชนตR อA สงั คม ทำใหเ$ กดิ การอยรAู วA มกนั อยาA งมคี วามสุข และทำใหอ$ งคกR รขบั เคล่อื นได$อยาA งมี
พลัง ด$วยนักวิชาชีพที่ดี รวมถึงการให$บริการที่ดีดังอัตลักษณRบัณฑิตของสถาบันพระบรมราชชนก ได$แกA
การให$บริการด$วยหัวใจความเปนU มนษุ ยR

การปรบั ตัว สิ่งที่เราได$รบั จากการไปทำงานใหมA มีหลายอยาA งทอี่ าจจะไมตA รงกับใจทั้งหมด จึงต$องมี
การปรับตัวตามบทบาทหน$าที่ที่ต$องทำในสาขาที่เลAาเรียนมา ชีวิตจริงเปUนกระแส มีการเปลี่ยนแปลง ไมAมี
ทฤษฎีใดใชไ$ ดแ$ นAนอนทัง้ หมด คนทจ่ี ะอยูAได$อยAางมคี วามสขุ ต$องปรบั ตวั แตAควรอยูAในกรอบของความเปUนคนดี
คิดดี ทำดี พูดดี การทำงานต$องทำงานกับคนหลายคนหลายวิชาชีพ ให$คำนึงถึงผลประโยชนRของคนไข$หรอื
ผู$รับบริการเปUนหลัก เพื่อนรAวมงานของเรามาจากหลากหลายวิชาชีพ เปUนโอกาสอันดีที่จะใช$แนวทางการ
ทำงานรAวมกันที่ได$เรียนมาในสถาบันการศึกษา ชAวยให$เกิดกระบวนการหรือนวัตกรรมให$กับคนไข$หรือ
ผรู$ ับบริการมีคณุ ภาพชวี ติ ท่ดี ีข้นึ และเรายงั ตอ$ งพร$อมที่จะปรับตวั ในการทำงานให$มคี วามหลากหลายในหลายๆ
ด$าน เพราะนักศกึ ษาแตAละหลักสตู รมกี ารเรยี นรท$ู ่ีแตกตาA งกันแตเA รากพ็ ร$อมที่จะเรียนรูใ$ นสาขาดา$ นตAางๆ ของ
สาธารณสขุ เพราะความคาดหวงั ของคนไข$น้ัน คิดวาA เราจะเปUนคนที่ทำให$เขาหายป‚วยได$ ดงั นนั้ เราจึงมีหน$าท่ี
ในการที่จะป†องกัน สAงเสรมิ ฟ•‘นฟู และรักษาให$ประชาชนมีสุขภาพท่ีแข็งแรงทั้งทางด$านรAางกาย จิตใจ สังคม
และจิตวญิ ญาณ

ทีนีว้ ันแรก ชวC งแรกท่ไี ปทำงานควรทำอยาC งไร
อนั ดบั แรกตอ$ งไปทำงานกอA นเวลางาน ทห่ี $ามทำเลยคอื การไปสายต้งั แตวA นั แรก ให$นกึ ถงึ วAาเริ่มต$นดีมี
ชัยไปกวAาครึ่ง ยิ่งการทำงานในชAวงต$น ๆ เหมือนการทดลองงาน พี่ ๆ เพื่อนรAวมงานจะสังเกตุพฤติกรรมเรา
ตลอดเวลา แลว$ เร่ืองไปสายเปนU เรือ่ งใหญสA ำหรับแตAละหนAวยงานถอื เปUนพืน้ ฐานของการตรงเวลา แสดงถงึ การ
เคารพระเบียบวินยั ขององคRกรดว$ ย
มมี นุษยRสัมพนั ธทR ่ดี ี ย้มิ แย$มแจมA ใส รอยยมิ้ เปนU สงิ่ แรกที่คนพบเหน็ แลว$ จะประทับใจ ยิ่งสำหรับงานท่ี
เราเปUนผู$บริการด$วยแล$วยิ่งสำคัญ คนที่หน$าบ้ึงตลอดเวลา คนไข$ ชาวบ$านก็ไมอA ยากเขา$ ใกล$ ไมAอยากคยุ ดว$ ย
หากสามารถสร$างความสัมพันธRไดต$ ง้ั แตตA น$ แล$ว การทำอยAางอ่นื ก็จะงAายข้นึ ตAอไป เมื่อเรายิม้ กเ็ หมือนเปˆดใจให$
คนอืน่ กลา$ เขา$ หา และยงั ทำใหเ$ ราร$ูสกึ ดใี นการทำงาน แถมจะได$เพอ่ื นใหมAในทท่ี ำงานได$อยาA งรวดเร็ว
แตงA กายให$เหมาะสม วันแรกเปUนวนั ที่ทกุ คนในทท่ี ำงานจะร$ูจักเรา ดูเราวAาเปUนคนอยAางไร การแตAงตัว
ไปทำงานก็ควรสุภาพ หรือต$องให$เหมาะกับการทำงานในวันนั้น ๆ หรือจะใสAเสื้อกาวนRตามท่ีเราเคยใสAตอน
ฝ’กงานไปกไ็ ด$ แตตA อนนสี้ ถานะเราไมใA ชAนกั ศึกษาแล$ว ทรงผมตAาง ๆ กค็ วรเรยี บร$อย ผชู$ ายตัดผมส้ันให$เหมาะ
กบั บุคลกิ ไมปA ลอA ยผมยาว ควรโกนหนวดใหเ$ รียบรอ$ ยด$วย ผ$หู ญิงควรรวบผมให$เรียบร$อย กระโปรงทใี่ สAไมAควร
สั้นจนเกินไป อยAาลืมวAาเราเปUนบุคลากรสาธารณสุข การแตAงกายจะทำให$คนไข$หรือชาวบ$านเชือ่ ถือ และจะ
นำมาซ่งึ ความเชื่อใจในการรบั บรกิ าร

๑๙

มารยาทคนไทยคือการเคารพผอู$ าวุโส การแสดงออกทดี่ ีท่ีสุดคอื การไหว$ คนท่มี าทำงานกอA นถือวาA เปUน
ผู$มีประสบการณRมากAอน และเราก็ไมAเคยเจอกนั การไหว$เปUนการอAอนนอ$ มถAอมตน ทำให$ผ$ูใหญรA ักและเอ็นดู
พร$อมที่จะสอนงานหรอื ทำงานรAวมกันอยAางมีความสุข และการไหว$กับคนไข$ที่อาวุโสกวาA ก็ย่ิงทำให$เกดิ ความ
ประทับใจและเปนU การแสดงออกถึงความเปนU ไทยอีกด$วย

อยAาติดโซเชียลจนเกนิ ไป ในเวลางานไมเA หมาะสมอยAางย่งิ ท่ีจะหยบิ เอามือถอื มากดตลอดเวลา รวมถึง
การใสAหูฟSงติดกับตัวไมAยอมวาง เวลางานควรทำงานให$เตม็ ที่ แสดงถึงความตั้งใจในการทำงาน การสะดุดไป
แชท หรือเลAนมือถอื บAอยทำให$เสยี บุคลิก และอาจทำให$หัวหน$า เพื่อนรAวมงานไมพA อใจ การใสหA ูฟSงตลอด ทำให$
ดเู หมอื นไมAมสี มาธิในการฟงS คำสั่งคำชีแ้ จงตาA ง ๆ ไมAให$เกียรตกิ ับผู$ทีก่ ำลังคุยด$วย คยุ กบั ใครกไ็ มมA สี มาธไิ มAรู$เรื่อง
ยิ่งพอมโี ทรศพั ทเR ข$ามากร็ บั ทันที กพ็ ดู อยคูA นเดยี ว นึกถงึ สภาพทเ่ี ราเปนU คนมองเพื่อนแบบน้บี า$ งจะรู$สึกอยAางไร
ที่ทำงานหลายที่ไมAได$ห$ามการใช$โทรศัพทRมือถือ ควรใช$แตAพองาม เชAน เวลาพัก หรือชAวงเบรค อยAาให$มี
ผลกระทบตAองาน

หากมีข$อสงสยั ในการทำงานควรถาม ไมคA วรตัดสินใจเองหรือคิดไปเอง เพราะเราเปUนคนทำงานใหมA
ยAอมมีเรือ่ งที่ไมAรู$ในหนAวยงานท่ีไปทำงาน การถามก็ควรถามด$วยความสุภาพ ไมAต$องเขินอาย เพราะการถาม
หมายถงึ การใสAใจในการทำงาน แสดงความกระตอื รือรน$ แม$บางทคี ำตอบอาจจะไมAตรงกับใจ ให$คดิ วาA เปนU การ
เรยี นรใู$ นทีท่ ำงานใหมA เมอ่ื ไดร$ ับคำตอบให$นำมาปฏบิ ัติ และอาจนำไปพัฒนาการทำงานในอนาคต

การเปดˆ ใจกว$างรับฟSงสิ่งตAาง ๆ ด$วยความเต็มใจ ทำตัวเปนU ผู$ฟSงที่ดี เพราะการรับฟSงเพื่อนำมาแกไ$ ข
หรอื ปรับตวั งานชAวงแรก ๆ กจ็ ะมคี นคอยสอน คอยเตือน ใหเ$ ปˆดใจรบั ศกึ ษาหน$าท่ที จี่ ะต$องทำ ทำให$ถูกต$อง
ถา$ ผดิ รบี เอามาแกไ$ ข

ไมAควรกลับกAอนเวลา เรื่องเวลาถือวAาสำคัญมาก มาตรงเวลากลับตรงเวลาถือวAาเปUนเรื่องถูกต$อง แตA
บางครัง้ เมอื่ มีงานตAอเนอ่ื ง อาจกลับเลยเวลาสักเลก็ นอ$ ย ข้นึ อยูกA บั งานในแตAละครัง้ แตบA างทีทำงานเสร็จกAอน
เวลากไ็ มAควรกลับกอA น เพราะหนAวยทเ่ี ราไมAทำงานมีเวลาราชการเปUนทีต่ ง้ั หรอื บางคนไปทำงานเอกชนกจ็ ะถือ
เรอ่ื งเวลาเปนU เร่อื งสำคญั เชAนกัน

คดิ บวกเสมอและไมเA อาตัวเองเปUนศนู ยRกลาง พยายามคิดบวก ไมมA ีอะไรทเ่ี ราทำไมไA ด$ ไมAมอี ะไรท่ีจะแก$
ไมAได$ คิดคำแนะนำตAาง ๆ เปนU สิ่งทชี่ วA ยให$เราปรบั ตัวและทำตัวได$ถกู ต$อง เราอยดูA ว$ ยกนั ในสังคม จงึ ไมAควรเอา
ตนเองเปUนทต่ี ั้ง ปญS หาอุปสรรคตAาง ๆ ให$เราได$ฝ’กแก$ และเราจะแขง็ แรงขึน้ ในอนาคต

และในฐานะที่เราเข$าไปทำงานใหมAในระบบราชการ เราจำเปUนที่จะต$องเรียนรู$เรื่องระเบียบ ข$อ
ปฏิบัตงิ านสำหรบั บุคลากรของสาธารณสขุ วAาสิง่ ไหนทำได$และสง่ิ ไหนไมคA วรทำ ตลอดจนการเรยี นรูใ$ นเรอื่ งสทิ ธิ
ตาA งๆ ทเี่ กย่ี วขอ$ งกับการประกันสังคมทตี่ ัวเราเองจะตอ$ งได$รบั ในสิทธติ Aางๆ นัน้

และการที่เราจะทำงานให$ประสบความสำเร็จและมคี วามสขุ ไดน$ ัน้ จำเปนU จะตอ$ งคำนงึ ถงึ สงิ่ ตาA งๆ ดงั น้ี
1. เป†าหมายชัด คือ ตั้งเป†าหมายความสำเรจ็ ไว$ให$แนAนอน และทำตามเป†าหมาย ให$สำเร็จหากไมA

สามารถทำได$ก็อยAาหยุดความตั้งใจ ให$ปรับเปลีย่ นวิธกี ารท่สี ามารถทำได$ แตอA ยาA เปล่ียนเป†าหมาย
2. การวางแผนดี คือ แผนชัด วิเคราะหRดี ไมAมีหลงทาง จงใช$ชAวงเวลาที่ดีที่สุดในแตAละวัน เลือก

ทำงานทย่ี าก หรือต$องการคุณภาพสูง เพ่อื ใหเ$ ปนU ไปตามแผนงานทีว่ างไว$

๒๐

3. ความมงุA มนั่ สูง คือ ตืน่ เตน$ ฮึกเหิม เพลิดเพลิน กบั การพชิ ติ เปา† หมาย อยAานำเอาสุขภาพและวยั มา
เปUนข$ออา$ ง จงมีความเชอ่ื และไวว$ างใจในตนเองจากจติ ใต$สำนกึ วาA ตนเองจะประสบความสำเร็จได$
ขนาดของความสำเรจ็ ถกู กำหนดโดยขนาดของความเชือ่

4. ยอมรับความเปUนจริง คือ วิจารณRตัวเองได$ ไมAปฏิเสธความจรงิ กAอนชีวิตจะเดินถูกทาง เราตอ$ ง
เลิกเดนิ ทางที่ผิดเสียกอA น เราไมสA ามารถเปล่ียนแปลงผอู$ น่ื ให$เปUนไปตามทเ่ี ราตอ$ งการได$ นอกจาก
แตลA ะคน รวมทัง้ ตวั เราดว$ ย จงเรมิ่ ตน$ ทต่ี ัวเองกAอน

5. มีความยืดหยุAน คือ ไมAยึดติด ไมAยึดติดตัวตน/หนา$ ตา ให$อภัยคนอ่ืน/ตนเองได$เสมอโดยไมจA ำกดั
จำนวนครั้ง

6. กล$าได$ กล$าเสีย คือ กล$าได$ กล$าเสียไมAประมาท กล$าลองสิ่งใหมA “อยAาเปUนผู$แพ$ ตั้งแตAยังไมAได$
เรม่ิ ตน$ ” ไมมคี ำวาA พAายแพ$สำหรับผู$แสวงหาชัยชนะ และไมมA คี ำวาA ชัยชนะสำหรบั ผไู$ มแA สวงหา

7. ลงมือกระทำ คือ ลงมือกระทำเด๋ียวน้ี มิใชAเดี๋ยวกAอน กล$าทำเปUนคนแรก กล$าทำแม$ถูกเย$ยหยัน
กล$าเรมิ่ ทำใหมแA มค$ วามพยายามครง้ั แรกไมปA ระสบความสำเร็จ แมว$ าA การพยายามทำสง่ิ ใดๆ จะไมA
สามารถรับประกันได$วAาจะประสบความสำเร็จ แตAขอให$พยายามทำตAอไปเถิด เพราะการไมA
พยายามนั้น รับประกันได$เลยวAาล$มเหลว

8. ทำเปนU ทีม คือ พึ่งตนเองได$ พึ่งคนอื่นได$ และต$องให$คนอืน่ พึง่ ไดด$ $วย คนหนึ่งคนไมAใชAทีม แตAทุก
คนมีสวA นสำคญั ของทมี

9. ร$ูจักจดั ลำดบั ความสำคัญ คอื ทำทกุ สงิ่ ท่ีจำเปนU ให$ครบถ$วน เพียงพอ อยAาข$ามขน้ั ตอนเพราะความ
ใจร$อน และอยAาหยดุ เพราะความกลัว

10. รจ$ู กั บรหิ ารตนเอง คอื เราเปUนทรพั ยากรทสี่ ำคญั ที่สุด ท่ีจะเปนU พาหนะไปสูเA ปา† หมายท่ีเราต$องการ
จงภาคภูมใิ จในตนเองเปนU พลงั สำคญั ในการพัฒนา

ขอให$ทกุ ทาA นถือเอา พระราชปณิธานของสมเด็จพระมหติ ลาธเิ บศร อดุลยเดชวิกรมพระบรมราชชนก
“ขอใหถ$ อื ประโยชนสR AวนตนเปUนท่สี อง ประโยชนRของเพื่อนมนษุ ยเR ปนU กจิ ทห่ี นึ่ง ลาภ ทรัพยRและเกยี รตยิ ศจะตก
มาแกAทAานเอง ถ$าทAานทรงธรรมะแหAงวิชาชีพไว$ให$บริสุทธ์ิ” และขอให$ผู$สำเร็จการศึกษาทุกทAานประสบ
ความสำเร็จในการทำงาน และมชี ีวติ ท่มี คี วามสุขตอA ไป

๒๑

๒๒

๒๓

๒๔

๒๕

๒๖

การเตรยี มความพร-อมเพ่ือสอบใบประกอบวชิ าชีพแพทยแO ผนไทย

โดยวทิ ยาลยั การแพทยRแผนไทยอภัยภูเบศร จงั หวดั ปราจีนบรุ ี

ใบประกอบวิชาชพี การแพทยRแผนไทย ถือเปนU หลักฐานสำคัญที่สภาวิชาชพี การแพทยRแผนไทยอนุมัติ
ให$เปUนผู$ประกอบวิชาชีพการแพทยRแผนไทย ทำให$มีสิทธิในการปฏิบัติงานด$านการแพทยRแผนไทยได$ตาม
กฎหมาย จึงถือวAาเปUนใบเบิกทางสำหรับบัณฑิตที่จบใหมA ในการสมัครเข$าทำงานภาครัฐ ภาคเอกชน หรือ
รวมทง้ั การเปดˆ กจิ การของตวั เอง ซงึ่ การเตรยี มความพรอ$ มกอA นการสอบใบประกอบวชิ าชพี ถือเปนU เร่อื งสำคญั ท่ี
จะทำให$นกั ศึกษาหรอื บณั ฑติ มีโอกาสท่จี ะสอบความรู$ในวชิ าชีพการแพทยRแผนไทยผAานมากยิง่ ข้นึ

๑. ความหมาย

ใบอนญุ าตเปนU ผปู$ ระกอบวชิ าชพี การแพทยแR ผนไทยทม่ี Aงุ หมายจะกระทำตอA มนษุ ยเR กย่ี วกับการแนะนำ
การตรวจโรค การวนิ ิจฉัย การบำบดั โรค การรกั ษาโรค การปอ† งกันโรค การสงA เสริมและการฟ•น‘ ฟสู ุขภาพ โดย
อาศัยองคRความรู$ด$านเวชกรรมไทย เภสัชกรรมไทย การผดุงครรภRไทย การนวดไทย การแพทยRพื้นบ$านไทย
และองคคR วามรูด$ า$ นอน่ื ตามทร่ี ฐั มนตรีประกาศกำหนด
๒. ขนั้ ตอนในการสอบ

ขั้นตอนท่ี ๑ วิชาพืน้ ฐานวชิ าชพี และกฎหมายและจรรยาบรรณวชิ าชีพ
ขัน้ ตอนที่ ๒ ภาคทฤษฎขี องแตลA ะด$านท่ีสมัครสอบ
ขั้นตอนที่ ๓ ภาคปฏบิ ตั ิของแตAละดา$ นท่สี มคั รสอบ

๓. คณุ สมบัติผม-ู ีสทิ ธิสมคั รสอบ

ขั้นตอนที่ ๑ วชิ าพื้นฐานวชิ าชีพและกฎหมายและจรรยาบรรณวิชาชพี
๑) ต$องเปUนผู$ทีไ่ ด$รบั ปริญญาสาขาการแพทยแR ผนไทย หรอื เปUนผู$มหี นังสือรับรองวAาสอบ

ผาA นรายวชิ าทางวิทยาศาสตรRการแพทยRพืน้ ฐานและกฎหมายทีเ่ กี่ยวข$องกับการประกอบวิชาชพี การแพทยRแผน
ไทยจากสถาบันการศึกษาที่สภาการแพทยRแผนไทยรับรอง อยูAในระหวAางศึกษาในระดับปริญญาหรือ
ประกาศนยี บัตรเทียบเทาA ปรญิ ญาสาขาการแพทยแR ผนไทยจากสถาบันการศกึ ษาท่สี ภาฯรบั รองและ

๒) ต$องเปUนผู$ที่สถาบันการศึกษารับรองและสAงรายชื่อเปUนผู$มีสิทธิสอบมายัง
คณะกรรมการการประกอบวิชาชีพการแพทยแR ผนไทย

ขนั้ ตอนที่ ๒ ภาคทฤษฎขี องแตลA ะดา$ นทสี่ มคั รสอบ
๑) ต$องเปUนผู$ที่ได$รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรเทียบเทAาปริญญาสาขา

การแพทยRแผนไทย จากสถาบนั การศกึ ษาทีส่ ภาการแพทยแR ผนไทยรบั รอง
๒) ต$องเปUนผู$ที่สถาบันการศึกษารับรองและสAงรายชื่อเปUนผู$มีสิทธิสอบมายัง

คณะอนุกรรมการการประกอบวิชาชพี การแพทยRแผนไทย
ขนั้ ตอนท่ี ๓ ภาคปฏบิ ตั ขิ องแตAละดา$ นทส่ี มคั รสอบ
๑) ตอ$ งเปUนผูท$ ่ไี ดร$ ับปริญญาสาขาการแพทยแR ผนไทยจากสถาบันการศึกษาท่ีสภาการแพทยR

แผนไทยรบั รอง และสอบผAานขั้นตอนท่ี 1และเปUนผ$ูสอบผาA นขน้ั ตอนที่ 2 ของแตAละดา$ นทส่ี มัครสอบแลว$

๒๗

๒) ตอ$ งไมเA ปUนผว$ู กิ ลจริตฟžนS เฟ•อนไมAสมประกอบหรือไมเA ปUนโรคท่ีกำหนดไว$ในข$อบังคับ
สภาการแพทยแR ผนไทย

๔. การรับสมคั รสอบ

กำหนดรบั สมัครสอบ สมคั รผAานระบบออนไลนตR ลอด 24 ช่ัวโมง
ทีเ่ ว็บไซตR http://thaimed.thaijobjob.com ในชวA งวนั ทที่ างสภาวิชาชพี การแพทยแR ผนไทยกำหนด
๕. หลักฐานในการสมัครสอบ

RภาพถAายสีหน$าตรง ทAาปกติ ไมAสวมหมวก ไมAใสAแวAนตาดำ ซึ่งถAายไว$ไมAเกิน 6 เดือน ขนาด 1 นิ้ว
จำนวน 1 ภาพ (ไมAใชภ$ าพถาA ยชนดิ โพลาลอยดR)

R ใบรับรองแพทยตR ามขอ$ บงั คบั สภาการแพทยแR ผนไทยฯ ทอ่ี อกภายใน 1 เดอื น (นับถึงวนั สมัครสอบ)
R สำเนาภาพถAายบัตรประจำตัวประชาชน (ท่ียงั ไมหA มดอาย)ุ จำนวน 1 ฉบับ (พร$อมรบั รองสำเนา)
R เอกสารรับรองคุณวุฒิการศกึ ษาหรอื เอกสารรบั รองคุณวุฒิการศึกษา
R ผูส$ มัครทสี่ มัครสอบขนั้ ตอนที่ 1 สงA หนงั สอื รับรองจากสถาบันการศกึ ษาทส่ี ภาการแพทยRแผนไทย
รับรอง ในระดบั คณะหรือหนAวยงานเทียบเทาA คณะ วAาสอบผาA นในรายวิชาทางวิทยาศาสตรRการแพทยRพื้นฐาน
และกฎหมายท่ีเกย่ี วข$องกบั การประกอบวิชาชีพการแพทยRแผนไทย (ฉบบั จรงิ ) จำนวน 1 ฉบบั
R ผู$สมคั รทส่ี มคั รสอบขั้นตอนท่ี 2 สAงหนังสอื รบั รองจากสถาบันการศกึ ษาที่สภาการแพทยRแผนไทย
รับรอง ในระดับคณะหรือหนAวยงานเทียบเทAาคณะ วAาสอบผAานในรายวิชาสาขาที่ตนเองสมัคร (ฉบับจริง)
จำนวน 1 ฉบับ
R ผู$สมคั รทส่ี มัครสอบข้ันตอนท่ี 3 ต$องเปUนผทู$ ีส่ อบผาA นขัน้ ตอนท่ี 1 และขั้นตอนท่ี 2 ในการสอบ ให$
สAงเฉพาะ แบบคำขอสอบสมัครสอบความรู$ในวชิ าชีพการแพทยRแผนไทย
จากเว็บไซตR http://thaimed.thaijobjob.com เทAาน้นั พร$อมตดิ ภาพถAายสหี นา$ ตรง ทาA ปกติ ไมสA วมหมวก
ไมใA สAแวนA ตาดำ ซง่ึ ถAายไว$ไมAเกิน 6 เดือน ขนาด 1 นว้ิ จำนวน 1 ภาพ (ไมAใช$ภาพถาA ยชนิดโพลาลอยด)R ไมAตอ$ ง
สAงเอกสารหลักฐานในการสมัครสอบอื่น ๆ ท่ีกลาA วมาขา$ งต$น
6. การชำระเงนิ สมคั รสอบ
ลำดับ ๑ นักศึกษาเข$าไปสั่งพิมพRแบบฟอรRมการชำระคAาธรรมเนียมสอบจากเว็บไซตR หรือ
http://www.thaimed.thaijpbjob.com ผู$สมัครสมัครสอบพิมพRแบบฟอรRมการชำระคAาธรรมเนียมสอบได$
ทันทีหลงั การสมคั รเสร็จสิน้ หรอื เลอื กเมนพู มิ พใR บชำระเงิน
ลำดับ ๒ ชำระคAาธรรมเนียมสอบความรู$ ใหผ$ ู$สมคั รสอบนำแบบฟอรRมการชำระคAาธรรมเนียมสอบไป
ชำระเงนิ ไดท$ ่ีเคาวนRเตอรบR มจ.ธนาคารกรงุ ไทย ทุกสาขาทวั่ ประเทศ ตามกำหนด
ลำดับ ๓ ให$ผ$ูสมัครสอบข้ันตอนท่ี ๑-๒ สAงเอกสารประกอบการสมัครทางไปรษณียRดAวนพเิ ศษ (EMS)
ภายในวันรับสมัครสอบวันสุดท$าย (ให$ถือวันที่ที่ไปรษณียRต$นทางประทับตราลงทะเบียน) โดยจAาหน$าถึง
ประธานคณะทำงานการจดั สอบความรใ$ู นวิชาชีพการแพทยRแผนไทย ตามมาตราท่ี ๑๒ (๒) (ข) สำนักงานสภา
การแพทยRแผนไทย อาคาร ๑ ชั้น ๔ กรมการแพทยRแผนไทยและการแพทยRทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข
ถ.ตวิ านนทR ต.ตลาดขวญั อ.เมอื ง จ.นนทบุรี ๑๑๐๐๐

๒๘

7. สิ่งที่ควรร้ใู นการสมัครสอบ
๑. การสมัครสอบจะสมบูรณRเมือ่ คณะกรรมการการประกอบวิชาชีพการแพทยRแผนไทยได$รับเอกสาร

ครบถว$ น และได$รับการโอนเงนิ คAาธรรมเนียมสอบความรข$ู ัน้ ตอนนนั้ ภายในเวลาท่กี ำหนดเทาA นน้ั
๒. หากตรวจสอบพบวAาผูส$ มคั รสอบจงใจสงA เอกสารท่ีใช$ในการสมัครสอบปลอมหรอื เปนU เทจ็ หรอื พบวาA

มีการทุจริตในการสอบ ผู$สมคั รสอบต$องถูกปรับตกทกุ วิชาในการสอบในครั้งนั้น และไมAสามารถสมัครสอบได$
อกี ในคร้งั ถัดไป

๓. การที่ไมสA Aงเอกสารหรือหลกั ฐานภายในระยะเวลาทกี่ ำหนดจะถอื วAาผสู$ มคั รสอบมีเจตนาสละสทิ ธใิ น
การสอบ

8. การประกาศรายช่อื ผ-ูมีสิทธิสอบ เลขประจำตัวสอบและสนามสอบ
ประกาศทางเวบ็ ไซตR http://thaimed.or.th และ http://thaimed.thaijobjob.com
*ผู$สมคั รสอบรายใดไมปA รากฏรายชอ่ื เปนU ผู$มสี ิทธสิ อบใหด$ าวนโR หลด แบบคำรอ$ งในระบบออนไลนRและ

แนบสำเนาเอกสารหลักฐานการสมัครสอบ โทรสาร. ๐๒ ๕๘๐ ๐๑๐๔ หรือโทรสอบถามได$ที่ ๐๒ ๕๘๐
๑๑๕๗-๘ ในวนั และเวลาราชการเทาA นน้ั
9. การแตCงกายในการเขา- สอบ

ขน้ั ตอนที่ 1 และ 2 ข้ันตอนท่ี 3

10. อปุ กรณ์ในการเข-าสอบ

๒๙

ทักษะการเตรยี มความพรอ้ มในการสอบ ก.พ.

โดยวิทยาลยั การสาธารณสุขสริ ินธร จังหวดั ยะลา

สำนักงาน ก.พ. มชี ื่อเต็มๆคือ สำนักงานคณะกรรมการขา$ ราชการพลเรือน เปUนองคกR ารกลาง
ดา$ นการบริหารทรพั ยากรบุคคลในราชการพลเรือน ภายใต$ระบบคณุ ธรรมทำหนา$ ทสี่ งA เสรมิ การพฒั นา
ขา$ ราชการ และเจ$าหนา$ ทขี่ องรฐั ใหม$ คี ุณภาพชวี ติ และการทำงานทด่ี ี และพฒั นาระบบการบรหิ ารกำลังคนใน
ราชการใหเ$ ปUนกลไกการขับเคลอื่ นยทุ ธศาสตรชR าติอยAางมีประสทิ ธิภาพ

การสอบ ก.พ. คือการคดั เลือกบคุ คลในระดบั วฒุ กิ ารศกึ ษา และสาขาวชิ าชีพท่ีแตกตาA ง เพ่ือเขา$
มาทำงานใหก$ บั หนAวยงานราชการ หรือเรียกไดว$ Aา เปUนระบบกลาง ระหวAางผท$ู ีต่ $องการเขา$ ทำงานในระบบ
ราชการ กับ หนAวยงานราชการที่ขาดแคลนบุคคลในการทำงาน

คุณสมบัตผิ ู้สมคั รสอบ ก.พ.
จากข้อมลู ของสำนกั งาน ก.พ. ผทู้ ี่มีสทิ ธส์ิ อบนนั้ จำเปน็ ตอ้ งมคี ุณสมบัติ ดงั ตอ่ ไปนี้
1.ผสู้ มัครสอบต้องมีสัญชาติไทย
2.มีอายุไมต่ ำ่ กวา่ 18 ปี
3.เป็นผู้เล่ือมใสในการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษัตริยท์ รงเปน็ ประมขุ ดว้ ยความ
บรสิ ทุ ธใ์ิ จ
4.ไมม่ ลี กั ษณะตอ้ งห้ามตามกำหนด (เชน่ ไมเ่ ป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง, ไม่เป็นบคุ คลลม้ ละลาย,
ไมเ่ ป็นผเู้ คยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพพิ ากษาถึงท่ีสุดใหจ้ ำคกุ เพราะกระทำความผดิ ทางอาญา เวน้ แต่
เปน็ โทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรอื ความผิดลหโุ ทษ ฯลฯ)
5.พระภกิ ษหุ รือสามเณร ทางราชการไม่รบั สมคั รสอบ และไม่อาจใหเ้ ขา้ สอบได้
6.ผู้สมัครสอบต้องเปน็ ผู้สำเร็จการศกึ ษา หรอื ผูท้ ่ีกำลังจะสำเรจ็ การศึกษาในปกี ารศึกษา 2561

ระดับวุฒิการศึกษาทีร่ บั สมคั รสอบ ก.พ. สำนกั งาน ก.พ. จะรับสมคั รสอบ จำนวน 4 ระดบั ดังนี้
– ระดบั วุฒิประกาศนียบตั รวชิ าชพี (ปวช.)
– ระดบั วฒุ ิประกาศนยี บตั รวิชาชพี เทคนคิ (ปวท.) อนปุ รญิ ญา หรือ ประกาศนยี บตั รวชิ าชพี ช้ันสูง (ปวส.)
– ระดบั วุฒิปรญิ ญาตรี
– ระดบั วฒุ ปิ รญิ ญาโท

การรบั สมคั รสอบ ก.พ.
การสมคั รสอบ ก.พ. จะมีการจดั สอบเปน็ ประจำทุกปี ซงึ่ จะรบั สมคั รทงั้ ผู้ท่จี บการศึกษาแล้ว

และผู้ที่กำลังศึกษาชั้นปีสุดท้าย โดยจะประกาศรับสมัครสอบประมาณเดือน ก.พ. – มี.ค. ของทุกปี
สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://job.ocsc.go.th เมื่อสอบผ่านแล้ว สำนักงาน ก.พ. จะส่ง
หนังสอื รบั รองการสอบผา่ นใหต้ ามที่อยูท่ ่ีแจ้งไว้ในใบสมคั รสอบ

ขั้นตอนการสอบ ก.พ. การสอบ ก.พ. นนั้ จะถกู แบง่ ออกเปน็ 3 ข้ันตอนดังน้ี

1.สอบภาค ก. คอื การสอบภาคความรู้ ความสามารถทัว่ ไป โดยการสอบปรนัย เปน็ การทดสอบระดบั
เชาวนป์ ัญญา จำนวน 3 วชิ า ดังนี้

๓๐

1.1.ทดสอบวิชาภาษาไทย
เร่ิมแรกดว้ ยการทดสอบความรวู้ ิชาภาษาไทย ท่ีเปน็ ภาษาหลกั ในประเทศ ทงั้ ในดา้ นการอ่าน และการ
เข้าใจถึงบทความต่างๆ รวมถึงการเขียนประโยคของภาษาไทยใหถ้ ูกตอ้ ง จำนวน 20 ข้อ คะแนนเตม็ 50
คะแนน ผา่ นเกณฑเ์ มื่อได้คะแนน 60%

1.2. ทดสอบวิชาภาษาองั กฤษ
ตอ่ ดว้ ยการทดสอบความรดู้ ้านภาษาอังกฤษเบื้องต้น จากการฟงั พดู อา่ น และเขียน โดยจะมจี ำนวน
25 ขอ้ และมคี ะแนนเตม็ อย่ทู ่ี 50 ผา่ นเกณฑ์เม่ือได้คะแนน 50%
* ผสู้ อบสามารถยนื่ คะแนนภาษาอังกฤษมาตรฐานทมี่ ีคะแนนไม่ต่ำกว่ารอ้ ยละ 50% มาเทียบแทนการ
สอบได้ โดยตัวคะแนนทไ่ี ด้รบั นั้น ต้องมาจากการสอบอ่ืนๆดงั ต่อไปน้ี IELTS , TOEIC , TU-GET ,
CU-TEP

การทดสอบภาษาอังกฤษทย่ี ่นื เทียบแทนได้ คะแนนเต็ม เกณฑ์ผ่าน

TOEIC 990 496

TOEFL 120 60

TU-GET 1,000 500

CU-TEP 120 60

1.3. ทดสอบวิชาความสามารถทั่วไป
การทดสอบด้านความสามารถ ความรูท้ ัว่ ไปนัน้ จะมีโจทย์ท่ีหลากหลาย ทัง้ การคิดคำนวณกับดา้ นการให้
เหตุและผลอกี ดว้ ย ด้วยความหลากหลายในโจทยข์ อ้ สอบนจ้ี ึงทำใหม้ โี จทย์มากถงึ 40 ข้อ คะแนนนเตม็
ถึง 100 คะแนน ผ่านเกณฑ์เมอื่ ไดค้ ะแนน 60% ขน้ึ ไป

วิชา จำนวนขอ้ เวลาทำข้อสอบ คะแนนเต็ม เกณฑ
ผา่ น

ภาษาไทย 20 ขอ้ 200 นาที 50 คะแนน 60%

ภาษาอังกฤษ 25 ขอ้ 200 นาที 50 คะแนน 50%

ความสามารถทั่วไป 40 ขอ้ 200 นาที 100 คะแนน 60%

การจัดสอบ ภาค ก. แบง่ ออกเปน็ 3 ประเภท ได้แก่

1.การสอบโดยสำนักงาน ก.พ. โดยตรง
2.การสอบโดยสว่ นราชการที่ประสงค์จะรบั บุคคลเข้ารบั ราชการในหนว่ ยงานนัน้ ๆ โดยตรง
3.การสอบเพอื่ บรรจบุ ุคคลเข้ารบั ราชการเป็นขา้ ราชการหรอื พนกั งานขององคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ิน
(อบต. อบจ. เทศบาล)
๒.สอบภาค ข. คือ การสอบอัตนยั ท่เี น$นความรแ$ู ละความสามารถเฉพาะทาง หรือเฉพาะตำแหนงA ในดา$ นตAางๆ
เชAน นักวิเคราะหRนโยบาย นกั วางแผน เจ$าพนกั งานสาธารณสุข นักวิชาการเงิน นายชAางไฟฟา† ปฏิบัตงิ าน โดย
การจะสอบภาคนไ้ี ด$นน้ั จำเปUนตอ$ งมหี นงั สอื รบั รองวาA ไดท$ ำการสอบภาค ก. ผาA นแล$วจงึ สามารถสมัครได$ โดย
ชวA งเวลาในการสมคั รของภาค ข. น้ันจะเปˆดข้ึนตามหนวA ยงานตาA งๆทเ่ี ปˆดรบั สมคั รข้ึน

๓.สอบภาค ค. คือ การสอบภาคความเหมาะสมกบั ตำแหนงA เปนU การสอบสมั ภาษณR ซงึ่ เปนU ข้ันตอนสดุ ทา$ ยของ
กระบวนการสอบคัดเลือกบุคคลเข$ารับราชการ โดยการสอบนี้จำเปUนต$องผAานภาค ก. และการสอบภาค ข.

๓๑

แลว$ โดยการสอบภาค ค. จะเปUนการสอบดา$ นการสมั ภาษณเR ปนU หลัก นอกจากนี้อาจจะมกี ารทดสอบอ่ืนๆ เชนA
การทดสอบดา$ นราA งกาย และการทดสอบดา$ นจติ วทิ ยาอกี ดว$ ย

เทคนคิ การเตรียมตวั สอบ ก.พ.

1.ตดิ ตามข-อมลู ขาC วประชาสมั พันธขO องสำนักงาน ก.พ.อยาC งสมำ่ เสมอ
การตดิ ตามข$อมลู ขาA วสารหรอื ขาA วประชาสมั พันธขR องสำนกั งาน ก.พ. นอกจากทำให$รกู$ ำหนดวันเปดˆ

สอบและรายละเอียดตAาง ๆ ซง่ึ โดยทั่วไปจะเปดˆ สอบในชวA ง เดอื น ก.พ. – ม.ี ค. ของทกุ ปแ^ ล$ว ยงั ทำใหม$ เี วลา
อาA นหนังสอื หรือสามารถหาแนวข$อสอบ ก.พ. ในแตAละภาคตามทต่ี $องการสอบมาอาA นได$ทนั
2.หาแนวข-อสอบเกาC มาอาC น

ผ$ูสมคั รสอบแตลA ะภาคจะต$องหาแนวขอ$ สอบเกาA มาอาA น หรือหาหนงั สือที่เกยี่ วข$องกับตำแหนงA ทสี่ มคั ร
สอบภาค ข. มาอAานและฝก’ เขยี น เชนA เจา$ พนักงานสาธารณสขุ นายชาA งไฟฟา† ปฏบิ ตั งิ าน เปนU ต$น
3.รูจ- ำนวนข-อ ของขอ- สอบ

การมขี อ$ มลู เกย่ี วกบั จำนวนข$อทงั้ แนวขอ$ สอบ ก.พ.ภาค ก. และภาค ข. เปนU ประโยชนRอยAางมาก เพราะ
การทำข$อสอบมีกำหนดระยะเวลา การอAานและฝก’ ทำตวั อยาA งข$อสอบ ก.พ. ท้งั ภาค ก.และข. ชวA ยแก$ปญS หา
การทำขอ$ สอบไมทA ัน โดยเฉพาะการสอบภาค ข.ทีเ่ ปUนการสอบขอ$ เขยี น
4.แบงC เวลา อCาน และให-คนในครอบครัวชCวยติว

การอAานหนังสอื หรอื อาA นแนวข$อสอบ ก.พ.ใหเ$ รมิ่ จากการอาA นผAาน ๆ และอAานซำ้ ในแตAละบทหลาย ๆ รอบ
การทดสอบความรจ$ู ากการอาA น คือการใหค$ นในครอบครัวชAวยตวิ และการอาA นต$องจัดแบAงเวลาเนน$ ความ
สมำ่ เสมอ ไมAใช$เวลามากหรือน$อยเกินไป เพราะอาจทำใหเ$ ครียดหรอื ขาดสมาธใิ นการอAานและไมจA ดจำเนือ้ หา
5.ติวสอบจากศูนยOติวและจำหนาC ยคมูC ือสอบ ก.พ.

การตวิ สอบจากศูนยRติวและจำหนาA ยคAมู อื สอบ ก.พ.คอื ทางลัดท่ีเปรียบเสมอื นหอ$ งสอบ นอกจากให$
ความร$ู มสี ูตรหรอื เคลด็ ลบั มีตวั อยAางขอ$ สอบ ก.พ. ทเ่ี คยใช$ในสนามสอบจรงิ มาใหไ$ ดท$ ดลองฝก’ ทำแล$ว ผ$ทู ีใ่ ห$
ความรย$ู ังมที กั ษะความรูใ$ นแตAละวิชาโดยตรง เชAน ขอ$ สอบภาษาองั กฤษ ข$อสอบ ก.พ. ภาษาไทย คณติ ก.พ.
เปนU ต$น

นอกจากนส้ี ามารถดูแนวขอ$ สอบเกAาไดท$ ่ี ก.พ.Online https://gorporonline.com

๓๒

การชำระหนกี้ องทุนเงนิ ใหก- ยู- ืมเพอื่ การศึกษา (กยศ., กรอ)

โดยโครงการจดั ตงั้ คณะสาธารณสขุ ศาสตรแR ละสหเวชศาสตรR

หลกั เกณฑRการชำระหนี้
1. เมือ่ ผกู$ $ยู ืมเงินสำเร็จการศกึ ษา หรอื พน$ สภาพการศกึ ษาเปนU เวลา 2 ป^ ถือวาA ผกู$ $ูยืมเปUนผ$ูครบกำหนด
การชำระหน้ี โดยผูก$ ูย$ ืมมีหน$าที่ต$องชำระเงินกูย$ ืมมาคนื ใหก$ ับกองทุนตามระยะเวลา และวธิ กี ารท่ีกำหนดไว$ ใน

ระเบียบของคณะกรรมการกองทนุ
2. ผู$กู$ยืมที่กำลังศึกษาอยูAและไมAได$กู$ยืมเงินติดตAอกันเปUนเวลา 2 ป^ โดยไมAได$แจ$งสถานภาพการเปนU
นักศึกษาให$ธนาคารทราบ ดังนนั้ ถือวาA เปนU ผ$คู รบกำหนดชำระหน้ี

3. กอA นวนั ที่ 5 กรกฎาคม ของป^ทคี่ รบกำหนดชำระหน้ี ผก$ู ู$ยืมทค่ี รบกำหนดชำระหนงี้ วดแรก ชำระ
คAาธรรมเนียมการชำระหนี้ รวมทั้งตารางการชำระหนี้งวดแรกภายในวนั ท่ี 2 กรกฎาคม ของป^ท่ีครบกำหนด
ชำระหน้ี

4. ผู$กู$ยืมเงินที่ครบกำหนดชำระหนี้ จะต$องชำระหนี้งวดแรกภายในวันที่ 5 กรกฎาคม ของป^ที่ครบ
กำหนดชำระหนี้
5. ผู$กยู$ มื จะตอ$ งเสียดอกเบีย้ รอ$ ยละ 1 ตอA ปข^ องเงินต$นคงค$างของปท^ ่ี 1 เปนU ต$นไป โดยจะต$องชำระหน้ี

ภายในวันที่ 5 กรกฎาคมของทุกป^ และจะต$องชำระหนี้ให$เสร็จสิ้น ภายในระยะเวลา 15 ป^ นับจากวันครบ
กำหนด ชำระหนง้ี วดแรก
6. ในกรณที ผี่ $ูก$ยู ืมเงินไมAสามารถชำระหน้ีคืนได$ภายในระยะเวลาทก่ี ำหนดคือภายในวันที่ 5 กรกฎาคม

ของทุกป^ ถือวAาผก$ู ูย$ มื เงินผดิ นดั การชำระหนี้ ซง่ึ ผู$ก$ูยมื จะตอ$ งเสยี เบี้ยปรับในอตั ราร$อยละ 12 ตAอป^ของเงนิ ต$นที่
ค$างชำระในงวดน้นั ในกรณีค$างชำระไมAเกนิ 12 เดือน และในกรณีคา$ งชำระ 12 เดอื น จะตอ$ งเสยี เบ้ียปรับใน
อตั รารอ$ ยละ 18 ตอA ป^ ของเงนิ ต$นงวดที่ค$างชำระท้งั หมด

วิธีนับระยะเวลาครบกำหนดชำระหน้ี
ตัวอยAาง ผู$กู$ยืมทีส่ ำเร็จการศึกษาหรือพ$นสภาพการศึกษาในป^การศึกษา 2560 ผู$กู$ยืมจะครบกำหนด
การชำระหนีง้ วดแรกภายในวันท่ี 5 กรกฎาคม 2563

พ.ศ. 2560 พ.ศ.2561 พ.ศ. 2562 พ.ศ. 2563

ปก^ ารศกึ ษา 2560 วนั ที่จบการศึกษา

ระยะเวลาปลอดหน้ี 5 กรกฎาคม 2563

วันครบกำหนด

ชำระหน้ีงวดแรก

๓๓

การสอบถามยอดหนี้ ผู$กยู$ ืมสามารถสอบถามยอดหนข้ี องตนได$ 4 ชอA งทาง ดงั นี้
1. ทาง INTERNET http://www.studentloan.ktb.co.th/ โดยป†อนรหัสผAานเปUนเลขบัตรประจำตัว

ประชาชน และ วัน เดอื น ป^ เกิด ของตนเอง
2. ทาง CALL CENTER หมายเลข 1551
3. ทาง HELP DESK หมายเลข 0-2208-8699
4. บมจ.ธนาคารกรงุ ไทย ทุกสาขา

การชำระหนม้ี ี 2 วิธี คือ
1. ชำระโดยการหักบญั ชีอัตโนมัติจากบัญชีเงินฝากออมทรัพยR บมจ.ธนาคารกรุงไทย ของผู$กู$ยืม โดย

จะตอ$ งแจ$งความประสงคกR ับธนาคารใหห$ กั บัญชเี งนิ ฝากที่เปˆดไว$ตอนทำสญั ญากูห$ รอื บัญชีเงนิ ฝากออมทรพั ยR ที่
ผก$ู $ยู มื เปดˆ ใหมA และผ$ูก$จู ะต$องนำเงนิ เข$าบญั ชฝี ากฯ กAอนวันที่ 5 กรกฎาคมของทุกป^ (กรณชี ำระเงินเปUนรายป^)
หรอื กอA นวนั ที่ 5 ของทุกเดอื น (กรณีชำระเงนิ รายเดอื น) ผ$ูก$ูยมื จะตอ$ งนำสมดุ บญั ชเี งนิ ฝากฯ ไปปรบั รายการหกั
บญั ชีทีส่ าขาและเก็บไว$เปนU หลกั ฐาน

2. ชำระที่เคานRเตอรR บมจ.ธนาคารกรุงไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ ผู$กู$ยืมสามารถชำระหนี้มากกวาA หรอื
เทาA กบั หรือนอ$ ยกวAาจำนวนทต่ี อ$ งชำระก็ได$ ผก$ู ย$ู มื จะได$รับใบรบั เงนิ เพ่ือชำระหนกี้ องทุนฯ ไวเ$ ปนU หลักฐาน
การชำระหนี้กCอนกำหนด

ผูก$ ยู$ ืมสามารถชำระหนคี้ ืนกองทุนทั้งหมดหรอื บางสAวนในชAวงกAอนสำเร็จการศกึ ษา หรือชAวงระยะเวลา
ปลอดหน้ี 2 ปไ^ ด$ โดยผกู- ย-ู มื ไมตC -องเสยี ดอกเบี้ย
วิธีการชำระหนี้

1. การตดิ ตAอชำระหนี้ครั้งแรก
ผก$ู $ูยมื ทกุ รายตอ$ งติดตAอแสดงตนในการชำระหน้ี ที่ บมจ.ธนาคารกรงุ ไทย สาขาใดก็ได$ท่ีทAานสะดวก

โดยมขี ั้นตอนดงั น้ี
1.1 กรอกหนงั สอื แสดงตนในการชำระหน้ี (กยศ.201)
1.2 หากผก$ู ย$ู มื ประสงคRจะเปลยี่ นงวดการชำระหนจ้ี ากรายปเ^ ดือนก็สามารถทำได$ โดยให$ ผ$ูกู$ยืมเงิน

แจง$ ความประสงคR
1.3 แจ$งจำนวนเงนิ ทผี่ $ูก$ยู ืมประสงคจR ะชำระหนี้งวดแรก พร$อมกับชำระหน้โี ดยผกู$ ู$ยืมจะได$รบั ใบรับ

เงนิ เพื่อชำระหนกี้ องทุนเงินให$กูย$ ืมเพอ่ื การศกึ ษาไว$เปUนหลักฐาน
ในกรณีการชำระหนผ้ี -กู ูย- มื จะตอ- งเสียคCาธรรมเนยี ม ครัง้ ละ 10 บาท

2. การชำระหนีค้ ร้งั ตอA ไป
2.1 นำเงนิ เขา$ ไปฝากบญั ชอี อมทรพั ยRของผู$กท$ู ไี่ ดแ$ จ$งไว$แกธA นาคาร โดยตอ$ งมเี งินในบญั ชีมากพอกับ

ต$นเงินงวดที่ตอ$ งชำระหรอื งวดที่ค$างชำระ (หากมี) และดอกเบ้ยี หรอื เบย้ี ปรับ (ถา$ มี) หรอื
2.2 ชำระเงนิ ทีเ่ คานRเตอรR บมจ.ธนาคารกรงุ ไทย ทุกสาขาทัว่ ประเทศ

๓๔

กรณที ผ่ี กู- ูย- ืมยังศึกษาอยูC หรอื สำเร็จการศกึ ษาไมถC ึง 2 ปh แตไC ด-รบั จดหมายแจง- ภาระหนี้
ตามหลักเกณฑRแล$วจะยังถือวAาไมAเปUนผู$ครบกำหนดชำระหนี้ ผู$กู$จะต$องทำ "หนังสือแบบรายงาน

สถานภาพการศึกษา (กยศ.204)" โดยให$มหาวิทยาลัยรับรองทุกป^จนกวAาจะจบการศึกษา สำหรับผู$ที่สำเรจ็
การศึกษาแล$วแตAยังไมAถึง 2 ป^ในการปลอดหนี้ ให$ผู$กู$ยืมทำหนังสือรับรองการสำเร็จการศึกษา หรือนำ ใบ
ปรญิ ญาบตั รหรือใบประกาศนียบัตร หรอื รายงานผลการศึกษา (Teansript) ไปให$ บมจ.ธนาคารกรงุ ไทย ไดท$ ุก
สาขา เพื่อชะลอการชำระหน้ี
กรณีทผ่ี ูก- ู-ยืมถงึ แกกC รรม หรือทุพพลภาพ

- กรณีทผี่ $กู ย$ู มื ถงึ แกกA รรม หนี้ตามสญั ญากยู$ มื เปUนอนั ระงับไป ทั้งนใี้ ห$ทายาทหรือสถาบันการศึกษา สAง
สำเนาใบมรณบตั ร ท่รี ับรองโดยเจา$ หนา$ ที่เปนU อำนาจ เพ่ือแจง$ ใหธ$ นาคารทราบ

- กรณีทุพพลภาพจะต$องสAงสำเนาสมุดประจำตัวคนพกิ ารให$แกธA นาคาร เพื่อเสนอกองทุนฯ พิจารณา
ระงับการเรียกใชช$ ำระหนี้ตามสัญญาตอA ไป

๓๕

กรณีแจง- เปลย่ี นที่อยูC / ทท่ี ำงาน / สถานะอื่น ๆ
ในกรณีที่ผ$ูกู$ยืมกองทุนเงินให$กูย$ ืมเพื่อการศึกษามีการเปลี่ยนแปลงสถานะของตัวเอง เชAน เปลี่ยนช่ือ

นามสกลุ ท่ีอยูA เลขที่บัญชีเงินฝาก เข$าทำงานหรือย$ายสถานที่ทำงาน ผูก$ ยู$ ืมจะตอ$ งกรอกข$อความ และจัดสงA ให$
ธนาคารตามทอี่ ยAตู Aอไปน้ี

ฝ‚ายบริหารโครงการภาครัฐ บมจ.ธนาคารกรุงไทย อาคารสุขุมวิท ชั้น 14 เลขที่ 10 ถนนสุขุมวิท
แขวงคลองเตย กรุงเทพฯ 10110

นาย นาง นางสาว

ชอ่ื / นามสกลุ ..................................................................................................................................
วัน / เดือน / ป^เกดิ .............................................................................................................................
บัตรประจำตวั ประชาชนเลขท่ี - - --

บตั รประจำตวั ผู$เสียภาษีเลขที่ - - --
เลขทบี่ ัญชอี อมทรพั ยR -- -
ทีอ่ ยูAปจS จบุ ัน เลขท.ี่ ...................หมทAู ่ี...............ตรอก/ซอย...............................................................

ถนน..................................................................ตำบล/แขวง.............................................................
อำเภอ/เขต..............................................................จงั หวดั ..............................................................
รหสั ไปรษณียR........................................................โทรศพั ทR...............................................................

ที่ทำงานปจS จุบัน ช่ือกิจการ / ทท่ี ำงาน ............................................................................................
เลขท.่ี .................หมูAที.่ ...............................ถนน................................................................................
ตำบล/แขวง..............................................อำเภอ/เขต......................................................................

จังหวดั ..............................................รหสั ไปรษณยี R...........................โทรศัพทR..................................
ตำแหนงA ....................................................................รายไดต$ อA เดือน........................................ บาท

เงือ่ นไขตามสัญญากยู- มื เงินกองทุนฯ ทผี่ ก-ู ูย- มื ควรทราบและถือปฏบิ ัติ

1. ผู$กู$ยืมเปลี่ยนแปลงชื่อ นามสกุล หรือสถานที่อยูA หรือย$ายสถานที่ศึกษาหรือจบการศึกษาหรือ
ยกเลกิ การศึกษา ผู$กู$ยมื มหี นา$ ทีแ่ จ$งให$ธนาคารผู$บริหารและจัดการเงินใหก$ ู$ยืม (บมจ.ธนาคารกรุงไทย) ทราบ
โดยทำเปUนหนังสือและแจ$งภายใน 15 วัน นับแตAวันที่เปลี่ยนแปลงชื่อ นามสกุล หรือสถานที่อยูA หรือย$าย
สถานศึกษา หรือจบการศึกษาหรือพน$ สภาพการศึกษา มิฉะนน้ั จะถอื วAาผกู$ ูย$ ืมผิดสญั ญา มสี ิทธิบอกเลกิ สัญญา
และเรยี กเงินก$ทู ผี่ ก$ู ู$ยมื ได$รับไปแลว$ ท้งั หมดคืนในทันที

2. ผู$กู$ยืมสำเร็จการศึกษา และเข$าทำงานในสถานท่ีใด ผู$กู$ยืมจะต$องแจ$งที่อยูAและสถานท่ีทำงานนนั้
พรอ$ มทง้ั จำนวนเงินเดอื น หรอื คาA จ$างท่ไี ดร$ บั กบั ธนาคารผบู$ รหิ ารและจดั การเงนิ ใหก$ ู$ยมื (บมจ.ธนาคารกรงุ ไทย)
ทราบ โดยทำเปนU หนงั สอื และแจ$งภายใน 30 วัน นบั แตวA ันท่ผี $กู ยู$ มื เรมิ่ ทำงาน และหากในกรณที ีผ่ ก$ู ูย$ มื ยา$ ยทอ่ี ยูA
หรือเปลี่ยนแปลงงานหรือสถานที่ หรือเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับเงินเดือนหรือคAาจ$าง ผู$กู$ยืมต$องแจ$งธนาคาร

๓๖

ผ$ูบรหิ ารและจดั การเงินใหก$ ย$ู มื (บมจ.ธนาคารกรุงไทย) ทราบภายใน 30 วัน นับแตAวนั ท่ผี กู$ ย$ู มื ย$ายที่อยูA เปล่ยี น
งานหรอื เปลีย่ นแปลงเก่ยี วกับเงนิ เดอื นหรอื คAาจ$างทุก ๆ ครัง้

3. ใหแ$ นบเอกสารหลกั ฐานตาA ง ๆ ท่เี กี่ยวขอ$ งกับข$อปฏบิ ตั ใิ นขอ$ 1 และข$อ 2 สงA บมจ.ธนาคารกรงุ ไทย

ตารางแสดงคำนวณเงินตน- และดอกเบ้ีย
ข-อสมมติ

1. ผูก$ $ยู มื เงนิ ไดก$ ู$ยมื เพอ่ื การศกึ ษาจากกองทุนฯ เปนU จำนวนเงนิ 1 บาท
2. คดิ ดอกเบยี้ ในอัตรารอ$ ยละ 1 บาทตอA ป^ของเงนิ ตน$ คา$ งของปท^ ี่ 1 เปUนตน$ ไป
3. ระยะเวลาผอA นการชำระหนี้ 15 ป^
4. ผู$กู$ชำระหนี้ป^ละ 1 ครั้งในวนั ที่ 5 กรกฎาคม ของทุกป^ (ผู$กู$ยืมตอ$ งเสียคAาธรรมเนียมการชำระหนี้
คร้ังละ 10 บาท)

๓๗
ตัวอยCางการคำนวณ

สมมติวAาผ$กู ูย$ มื เงนิ จากกองทนุ เงนิ ใหก$ ย$ู มื เพอื่ การศกึ ษา 100,000 บาท
1. นำยอดเงิน 100,000 บาท คูณกับชAองท่ี (2) จะทราบวAาเงินต$นคงเหลือในแตAละป^เปUนจำนวนเงนิ
เทาA ใด
2. นำยอดเงนิ 100,000 บาท คณู กบั ชอA งท่ี (4) จะทราบวาA เงนิ ต$นทจ่ี ะตอ$ งชำระในแตลA ะป^เปนU จำนวน
เงินเทาA ใด
3. นำยอดเงนิ 100,000 บาท คณู กบั ชAองท่ี (5) จะทราบดอกเบ้ียที่ตอ$ งชำระในแตลA ะป^เปนU จำนวนเงิน
เทAาใด (ยกเว-นปhท่ี 1 ไมตC -องเสียดอกเบย้ี )
4. นำยอดเงิน 100,000 บาท คณู กบั ชAองท่ี (6) จะทราบวAาเงินตน$ และดอกเบีย้ ท่จี ะต$องชำระในแตลA ะ
ปเ^ ปUนจำนวนเงนิ เทาA ใด
สตู รการคำนวณดอกเบี้ยและเบย้ี ปรบั

หมายเหตุ *หมายถงึ จำนวนเงนิ กย$ู ืมท้ังหมด หักดว$ ยจำนวนเงนิ ต$นท่ชี ำระแล$ว
** นบั ตง้ั แตวA ันที่ครบกำหนดชำระหนี้ หรอื วันทช่ี ำระหนค้ี รง้ั ลAาสดุ ที่ถึงวันชำระ

หมายเหตุ *หมายถงึ จำนวนเงนิ ตน$ ทตี่ อ$ งชำระในแตลA ะงวดท่คี า$ งชำระในแตลA ะงวด
** อตั ราดอกเบยี้ ปรบั 12% คิดจากเงนิ ต$นงวดท่ีคา$ งชำระไมAเกิน 1 ป^ และ 18% คิดจากเงนิ ตน$ งวดท่ี

ค$างชำระเกินกวาA 1 ป^

๓๘
หลักเกณฑOการขอผCอนผันการชำระหนี้
กรณกี ารขอผอC นผนั การชำระหนี้

ผ$ูกย$ู มื จะตอ$ งดำเนินการตดิ ตAอกับธนาคารเพอื่ ผAอนผันชำระหน้ีใหเ$ สร็จส้ินกAอนวันท่ีครบกำหนดชำระ
หนี้แตAละงวด และหากพ$นวันท่ีครบกำหนดชำระแลว$ (5 กรกฎาคม ของทกุ ป)^ ถือวAาผ$กู ยู$ มื ค$างชำระหน้ีจะต$อง
เสยี เบยี้ ปรบั และถูกติดตามหนี้จนกวาA จะได$รบั อนุมัติผAอนผันชำระหนี้ จงึ จะรับการติดตาม และถือเปนU หนี้ปกติ
ตอA ไป
หลักเกณฑOการขอผCอนผันการชำระหน้ี

กรณีการขอผอC นผันการชำระหน้ี
ผกู$ $ูยืมจะตอ$ งดำเนนิ การติดตAอกับธนาคารเพอ่ื ผAอนผนั ชำระหนี้ใหเ$ สรจ็ สน้ิ กอA นวันที่ครบกำหนดชำระ

หนี้แตAละงวด และหากพน$ วันท่ีครบกำหนดชำระแล$ว (5 กรกฎาคม ของทุกป)^ ถือวาA ผ$ูก$ูยมื ค$างชำระหน้ีจะต$อง
เสยี เบยี้ ปรับและถูกตดิ ตามหนจี้ นกวAาจะไดร$ บั อนมุ ตั ิผอA นผนั ชำระหนี้ จึงจะรับการติดตาม และถอื เปUนหนี้ปกติ
ตAอไป

๓๙

การรเู- ทCาทันสอ่ื DIGITAL

โดยวทิ ยาลยั การสาธารณสุขสริ ินธร จงั หวัดตรัง

สื่อที่อยูAรอบตวั เรานัน้ มีอิทธิพลตAอทั้งความคิด ความเชื่อ และพฤติกรรมของคน เมื่อเราได$
เห็นหรือไดย$ นิ บอA ยๆ และมคี นจำนวนมากที่มกั หลงเชอ่ื ในคำโฆษณาของผลิตภัณฑตR ัง้ แตAครั้งแรก เพราะเช่ือวAา
โฆษณานน้ั ๆ จะเปUนจริง เปUนต$น โดยเฉพาะอยAางยิ่ง สื่อจากโซเชยี ลเน็ตเวิรRค ซง่ึ ขอ$ มูลเหลาA น้นั ยังไมAทราบที่มา
ได$แนชA ัด อีกท้ังยังแพรAกระจายอยAางรวดเร็ว และในปจS จบุ นั ตัวเราล$อมรอบไปด$วยสือ่ ตาA งๆ และใชเ$ วลาอยูAกับ
สื่อเหลAานี้ ตลอดเวลา หากไมAมภี ูมิคุ$มกันที่ดี ก็ยAอมตกเปUนเหยือ่ ทางความคดิ ความเชื่อตามที่ส่ือ หรือผูผ$ ลิต
นำเสนอ การร$ูเทาA ทนั ส่ือจงึ มคี วามสำคัญ
รูเ- ทาC ทนั สอ่ื คืออะไร

การรเ$ู ทAาทันสอ่ื คอื การท่ีเราไมAหลงเชื่อเนื้อหาทไ่ี ดอ$ าA น ไดย$ ิน ได$ฟงS แตสA ามารถคิด วเิ คราะหR สงสัย
และรู$จัก ตั้งคำถามวAา สิ่งนั้นจรงิ หรือไมAจรงิ ใครเปUนคนให$ข$อมูล เขาต$องการส่ืออะไร หรือมีจุดมุงA หมายแอบ
แฝงหรอื ไมA อยAางไร
5 องคปO ระกอบของการร-เู ทาC ทันสือ่

การเปtดรบั ส่ือ
คือ การรเ$ู ทาA ทันการเปดˆ รบั ส่ือ ของประสาทสมั ผสั หู ตา จมกู ลิ้น สัมผสั ของเรา ซงึ่ เมือ่
เปˆดรับแล$วสมองจะสั่งการให$คิด และปรงุ แตAงให$เกิดอารมณRตAางๆ ตามมา การรู$เทAาทันสื่อในข้ันของการรบั ร$ู
อารมณRตนเอง จึงเปUนสิ่งสำคัญที่ต$องแยกความคิด และอารมณRออกจากกัน และความคิด จะทำให$เรารับร$ู
ความจรงิ วาA “อะไรเปUนส่งิ ทสี่ อื่ สรา$ งข้ึน” เปUนต$น

๔๐

การวิเคราะหOสอื่
คือ การแยกแยะองคRประกอบในการนำเสนอของสื่อวAามีวัตถุประสงคเR พอ่ื อะไร
การเขา- ใจสื่อ
คือการตคี วามสอ่ื หลงั จากเปดˆ รบั สือ่ ไปแลว$ เพอื่ ทำความเขา$ ใจในสงิ่ ท่ีสอ่ื นำเสนอ ซงึ่ ผูร$ บั สารแตAละคน
ก็จะมคี วามเข$าใจส่อื ได$ไมAเหมอื นกนั ตคี วามไปคนละแบบ ขึน้ อยูกA บั ประสบการณR พืน้ ฐานการศกึ ษา คณุ สมบตั ิ
ในการเรียนร$ตู ลอดจน การรบั รข$ู $อมูลของแตลA ะบคุ คลท่ี ไมเA ทAากันมากAอน
การประเมนิ คาC
หลงั การวิเคราะหแR ละทำความเขา$ ใจส่ือแลว$ เราควรประเมินคAา สงิ่ ท่สี ่อื นำเสนอวาA มีคณุ ภาพ
และคณุ คาA มากน$อยเพียงใด ไมAวาA จะเปUนด$านเนอื้ หา วิธนี ำเสนอ เทคนิคทใ่ี ช$ เปนU ตน$
การใช-สือ่ ใหเ- กิดประโยชนO
แมเ$ ราจะสามารถวิเคราะหR เขา$ ใจ และประเมินคาA ส่ือได$แตเA ราไมAสามารถออกไปจากโลกของ
สอ่ื ได$ ดงั น้ันเราจึงจำเปนU ตอ$ งปฏบิ ัติ ดังนคี้ ือนำสิ่งทีเ่ ราวเิ คราะหไR ปใช$ประโยชนR เลอื กรับสอ่ื เปนU สามารถสAงสาร
ตAอได$ มีปฏกิ ิริยาตอบกลับส่อื ได$
5 องคRประกอบน้ี เปนU พ้ืนฐานอันดีของการเปUนผู$ผลิตสือ่ ทดี่ ี สำหรบั ผูท$ ส่ี ามารถคิดวิเคราะหR
เข$าใจธรรมชาติ ของสือ่ ไดเ$ ปนU อยAางดีแลว$ เราอาจเปUนผูผ$ ลิตสือ่ เอง โดยกAอใหเ$ กดิ สื่อดีๆ มปี ระโยชนRเพ่ือสังคม
โดยการวางแผน การจัดการส่อื อยAางเหมาะสม และเลอื กขอ$ มูลเพ่ือคิด เขยี น พดู ให$สอดคล$องกับวตั ถุประสงคR
ทีต่ อ$ งการ ภายใตก$ ารผลิตส่อื ที่มคี วามรบั ผดิ ชอบตAอสงั คม

เทคนิคการวิเคราะหOสอ่ื
1. ใครเปJนผู-สร-างเนอื้ หาสาระของส่อื นน้ั ข้นึ มา
การวิเคราะหวR Aา ใครสรา$ งเนอ้ื หาส่ือขึน้ มาจะทำใหเ$ ราเข$าใจวัตถปุ ระสงคRของสื่อ จึงควรตอบ

คำถามให$ไดว$ Aา...
• ใครเปUนผสู$ ร$างสอื่ นีข้ ้ึนมา
• มผี เ$ู กย่ี วข$องกี่คน
• แตลA ะคนมบี ทบาทหน$าทอ่ี ยAางไร
• สาระของสือ่ คอื อะไร
• ในการนำเสนอรูปแบบเดียวกนั แตAละรายการมีความเหมอื นหรือตาA งกันอยAางไร
• มกี ารใชเ$ ทคโนโลยอี ะไรบ$างในการผลิต มีอะไรท่ขี าดหายไปบา$ ง

2. มกี ารใช-เทคนิคอะไรในการดึงดดู ความสนใจ และใชใ- นลักษณะอยCางไร
ไมวA AาจะเปUนส่อื โทรทศั นRสอื่ สง่ิ พิมพRหรือภาพยนตรยR อA มมีการใช$เทคนคิ ดึงดูดความสนใจที่
แตกตAางกนั เชนA ภาพถAายระยะใกลๆ$ จะโน$มนา$ วใจให$ร$ูสกึ ใกล$ชดิ ตวั อักษรพาดหัวขาA วขนาดใหญเA ปUนสัญญาณ
บอกวาA เปUน เรอ่ื งที่มีความสำคัญ เปUนตน$ จงึ ควรตอบคำถามให$ได$วAา
มกี ารใชส$ สี นั และรปู ลกั ษณRอยาA งไร

๔๑

• อปุ กรณปR ระกอบฉาก การจัดฉาก เส้อื ผ$า มลี กั ษณะอยAางไร สมจริงหรอื ไมA
• มีการใชส$ ัญลักษณหR รอื ไมA
• มุมกลอ$ งหรอื มมุ ภาพทใี่ ชแ$ ตกตAางกันใหอ$ ารมณRและความร$สู กึ ทต่ี AางกันหรือไมอA ยาA งไมA
• เสียงดนตรปี ระกอบ บทสนทนาการเลาA เรือ่ งเปUนอยาA งไร

3. การตคี วามเนื้อหาสาระของส่อื นัน้ เปนJ ในลักษณะใดไดบ- -าง
การตีความสื่อจะแตกตAางกันออกไปตามประสบการณRการดำเนินชีวิต วัย เพศการศึกษา
ทศั นคติ วฒั นธรรมและความสนใจในส่อื ของแตAละคน และการรับฟงS การตีความของผ$ูอืน่ กเ็ ปนU สิ่งสำคญั ในการ
แลกเปล่ยี นเรยี นรจ$ู ะทำใหม$ กี ารตีความทก่ี ว$างขน้ึ และมีการยอมรับความเหน็ และการรับรทู$ ต่ี าA งไดจ$ งึ ควรตอบ
คำถามให$ได$วาA ...
• การตคี วามเน้ือหาสาระของส่ือคอื อะไร
• เนอ้ื หานัน้ ตรงกบั ประสบการณRเราอยาA งไรบ$าง
• ไดเ$ รียนรู$อะไรจากเนอื้ หาของส่ือบา$ ง
• เราได$เรียนรอ$ู ะไรจากการตอบคำถามของคนอ่ืนบา$ ง
• มมี มุ มองอนื่ อกี บา$ งไหมทมี่ ีเหตุผลเทAากับของเราทใ่ี ชใ$ นการตคี วามแตAละครั้ง

4. สอ่ื ไดน- ำเสนอวถิ ชี วี ิต คCานิยม และมุมมองอะไรบ-าง
ควรตอบคำถามให$ได$วาA ...
• สือ่ นำเสนอคาA นิยมทางสงั คม การเมอื ง หรือเศรษฐกิจอยAางไร
• ตอนเรารบั สอื่ เกดิ คำถามอะไรในใจเราบา$ ง
• ความคดิ เหน็ ที่เกดิ ข้นึ สะทอ$ นความสมั พนั ธRทางสงั คม บริบททาง สงั คมและวฒั นธรรม
ขณะนัน้ เปนU อยAางไร
• ส่ือนำเสนอความคิดหรอื คาA นิยมใดบา$ ง
• สือ่ สร$างบคุ ลกิ ลกั ษณะของตัวแสดงตAางๆ อยAางไร
• เป†าหมายของส่ือตอ$ งการนำเสนอแนวคดิ ตาA งๆ คอื กลAมุ ใด
• เม่ือรบั สอื่ แล$ว นAาจะมกี ารเปลยี่ นแปลงอะไร ทงั้ ดา$ นทศั นคติ คAานิยม หรอื พฤติกรรม

ตAางๆ
• มเี รอื่ งใดบ$างทส่ี อื่ ไมไA ดน$ ำเสนอออกมา

๔๒

5. ใครเปJนผไู- ดร- บั ผลประโยชนOอยCางแท-จริงจากการนำเสนอของสือ่
ควรตอบคำถามใหไ$ ดว$ าA ...
• ใครคอื เจา$ ของสอ่ื ทแี่ ทจ$ รงิ ทีจ่ ะไดร$ ับผลประโยชนR
• สอ่ื กำลังขายอะไร
• การนำเสนอของส่ือครงั้ น้กี อA ใหเ$ กดิ ผลประโยชนRใดบา$ ง
• อะไรที่มอี ทิ ธพิ ลตอA การสรา$ งหรือการนำเสนอของสื่อ
• บริษทั เจ$าของผลิตภัณฑไR ด$ประโยชนแR คไA หน อยAางไร
• คนดูทวั่ ไปไดร$ บั ประโยชนRดา$ นใดบ$าง
• ใครเปนU ผู$ไดร$ ับผลประโยชนอR ยAางแท$จริงจากการนำเสนอของสอ่ื

5 คำถามนี้ สามารถนำไปใช$ได$กับส่ือทุกประเภท เพียงแตAปรับความคิดความเข$าใจให$ สอดคล$องกับ
การนำคำถามไปใช$กับสื่อนั้นๆ เพื่อให$เกิดการวิเคราะหเR ชิงลกึ และเชิงกว$าง และเพือ่ อAานสื่อให$ออก ไมAวAาจะ
เปนU สื่อประเภทหนังสือ โฆษณา ภาพจากนติ ยสาร หรือหนังสือพมิ พR สื่อเสยี ง สอื่ ทีใ่ ช$คนหรอื สตั วR ส่งิ ของ เปUน
ต$น
ฝuกตวั เองอยาC งไรให-เทาC ทนั สื่อ ใน ยุค DIGITAL

ฝuกนิสยั การสงั เกต และตั้งคำถามกบั ส่อื
เราควรฝ’ก “เอ¸ะ” กAอน แล$วคอA ย “ออ¹ ” ให$เกิดความสงสัยในสือ่ แลว$ คิดวเิ คราะหหR าคำตอบ
กอA นจะเช่ือและคลอ$ ยตาม เปUนสิง่ ทช่ี Aวยฝ’กการใช$สติใหร$ ะแวดระวงั และเทาA ทันตAอสง่ิ ตาA งๆ ท่ีเขา$ มาในชวี ติ
วิเคราะหOส่อื แลกเปลย่ี นความคิดเหน็
เด็กแตAละคนจะใช$ประสบการณRที่ได$สั่งสมและเรียนรู$มาเปUนสำคัญ เพื่อผลการวิเคราะหRท่ี
หลากหลายรอบดา$ น จงึ ควรฝ’กในเรอื่ งของการ “ฟSง” ให$ดดี $วย
“เหน็ ดว- ย” หรือ “ไมCเหน็ ดว- ย” ใหใ- ชเ- หตผุ ล
ทกุ ขน้ั ตอนของการอธบิ าย แลกเปลย่ี นนำเสนอ หรอื แสดงความคิดเหน็ ตาA งๆ ควรเปUนไปด$วย
เหตแุ ละผล

๔๓
ประเมนิ เจตนา และคุณคาC ของสอ่ื
พจิ ารณาวAาสอ่ื มีเจตนา อะไร ตอ$ งการสิ่งใด และคาดหวงั ใหเ$ ราเกิดพฤตกิ รรมอยาA งไร รวมถึง
คณุ คAาของส่อื วAาอยAใู นระดับใด
บทสรปุ

สำนกั ศูนยเR รียนรส$ู ุขภาวะ. 2558. สำนักงานกองทนุ สนบั สนนุ การสร$างเสรมิ สขุ ภาพ (สสส.)

คน$ คนื วนั ที่ 3 เมษายน 2562 จาก resource.thaihealth.or.th.

๔๔

การทำงานด-วยหัวใจความเปJนมนุษยO

โดยวทิ ยาลยั การสาธารณสขุ สิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี

การทำงานอยAางไรลAะ ที่ทำงานแล$วให$ได$ใจประชาชน เปUนสิ่งที่ถูกปลูกฝSงเข$ามา ตั้งแตAเริ่มแรกเข$า
มาศึกษาในรัว้ วทิ ยาลยั การสาธารณสขุ สริ ินธร สถาบนั พระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุขนน้ั ซ่งึ วทิ ยาลยั ฯ
ทุกๆแหAง หลAอหลอมผลิตลูกศิษยRทุกคนให$มีองคRความรู$ เมื่อสำเร็จการศึกษาแล$ว มีความรู$ ความสามารถ
ออกไปปฏิบตั ิหนา$ ที่ ในระบบสุขภาพไดด$ งั่ ปณิธานของสมเดจ็ พระมหิตลาธเิ บศร อดลุ ยเดชวกิ รม พระบรมราช
ชนก “พระบิดาทางด$านการแพทยRและสาธารณสุขไทย” ได$สอนให$ลูกๆ ทุกคน ดำเนินงานตามรอยพอA โดย
การฝก’ ฝ’ก และฝ’กฝน(ด่ังภาษาบาลีที่ตดิ ตราตรงึ หน$าอกหัวใจของลกู ศิษยRทุกคนวAา “ทน. เสฐ.โฐ มนุส. เสสุ”
หมายความวAา “ในหมAมู นุษยRทงั้ หลาย ผฝ$ู ก’ ตนดแี ลว$ เปUนผ$ปู ระเสริฐสดุ ” เพ่อื ให$เกดิ ความชำนาญ และสอบผAาน
มาตรฐานกAอนสำเรจ็ การศกึ ษาออกไปรับใชป$ ระชาชนซ่ึงเปนU กจิ ข$อท่ี ๑ ทลี่ ูกศิษยRวิทยาลยั การสาธารณสุขสิริน
ธรทุกคนได$ปฏิญญาไวว$ าA “เราทุกคน...ม่นั กมลใฝค‚ วามดี เราพรอ$ มมี ศกั ดศิ์ รแี หงA มวลชน เรามอบรัก...พทิ ักษR
...ไทยทกุ คน เราผจญ...ให$ทกุ คนกินอยูดA ี เราลำเค็ญ...ยากเข็ญ...สฝ$ู า‚ ฟSน เรารกั กนั ...ม่นั ใจไมหA นAายหนี เราท้ัง
ผอง...ปรองดอง...สูย$ อมพลี เราชีพน.้ี ..พลีเพอ่ื ...พระบิดา เราพรอ$ มใจต$านโรคภัยให$ปวงชน เราทกุ คน...สท$ู น
...ด$วยศรัทธา เราฝก’ ฝน...อุทศิ ตน...ชAวยชีวา ตามรอยพระบิดา...คือสญั ญาเพือ่ ปวงชน”

ดังนั้นลูกศิษยRครูทุกคน การทำงานด$วยหัวใจ “การให$บริการด$วยหัวใจความเปUนมนุษย”R อยูAที่ไหน
ปฏบิ ัติงานทต่ี รงไหน จะทำใหล$ ูกศิษยRครูได$หวั ใจของประชาชนทกุ คนดว$ ยคำวาA “SERVICE MIND” S(Smile) ยม้ิ แยม$
แจมA ใส ไหวท$ กุ ครง้ั และทักทายดว$ ยความอAอนนอ$ มถAอมตน ทำตนเปUนตวั อยาA งทด่ี ี E(Endurance)อดทนที่จะรับร$ู
เร่ืองราวความทุกขRของประชาชน นำมาสูAการดแู ลรักษาพยาบาล การสAงเสริมสขุ ภาพให$ประชาชนพน$ ทุกขRน้ันๆ
R(Rapidness)รวดเร็ว ถูกต$อง ครบถ$วน ทันยุค ทนั สมยั ทนั สถานการณR และมคี ณุ ภาพ เชAน กรณสี ถานการณRการ
แพรรA ะบาดของโรคตดิ เชอ้ื ไวรัสโคโรนา เปUนต$น V(Value) มลู คAาเพ่มิ ลูกศิษยขR องครทู กุ คน ต$องคิดคำนึงเสมอวAา
ทรัพยากรมจี ำกัด ทำอยAางไรให$เกิดประโยชนRสูงสดุ ภายใต$ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง I(Impression) สร$างความ
ประทบั ใจตัง้ แตAแรกพบ เมือ่ เร่ิมต$นในการใหบ$ รกิ าร สรปุ จบการให$บรกิ ารด$วยความประทบั ใจ C(Courtesy) ความ
สุภาพอAอนโยน ทำให$ผ$ูทม่ี ารับบริการ หรอื พบเห็นมปี ฏิสมั พันธRดว$ ยความรสู$ ึกประทับใจในความอAอนน$อมถAอม
ตนของลกู ศิษยRครทู ุกคน การยกมือไหว$ เปUนมารยาทอนั งดงามท่ีทำให$ผู$ใหญAเกิดความรกั ใครAเอ็นดู และตAอมา
คำวAา M(Make Believe) การมคี วามเช่ือในส่งิ ถูกต$อง ดีงาม ทำให$คนเรามีความสขุ เชอื่ ในงานท่ที ำ มคี วามสุขและ
รักในงานบรกิ ารท่ดี ีท่สี ดุ ประชาชนผูม$ ารับบริการได$รับการบรกิ ารทีถ่ กู ตอ$ ง ตรงตามหลักวิชาการ วิชาชีพจาก
ลกู ๆ ของครทู กุ คน I(Insist) ยืนหยัดในสิ่งที่ทำ ไมวA าA จะเจอปญS หาอปุ สรรคอยาA งไร ไมAทอ$ ถอย อดทน N(Necessitate)
ใหถ$ อื หลักประชาชนทุกคนคอื คนสำคญั เปรียบเสมือนญาตพิ น่ี อ$ งของลูกศษิ ยคR รทู กุ ๆ คน เราตอ$ งใหบ$ ริการทุก
คนเปนU คนพิเศษ ไมแA บAงแยกหรือเลอื กท่ีรกั มักที่ชัง D(Devote) อทุ ศิ ตนใหก$ ับงานทท่ี ำอยAางทมAุ เท ทำงานด$วยหัว
ใจความเปUนมนุษยR ด$วยความต้ังใจจริงของลกู ๆ ทกุ คน จะทำให$เพื่อนรAวมงานชน่ื ชอบ ผ$ูบังคบั บญั ชาช่นื ชม

การให$บริการด$วยหัวใจความเปUนมนุษยRเปUนการให$บริการที่สอดคล$องกับบริบทชีวิต โดยคำนึงถึง
เงื่อนไขข$อจำกัดของผู$รับบริการผู$ให$บริการต$องประยุกตRใช$ความรู$ให$สอดคล$องกับบริบทชีวิต โดยให$ข$อมลู
ทางเลือกแกAผู$รับบริการอยAางเพียงพอ และดึงศักยภาพของผู$รับบริการมารวA มในการตัดสินใจและแกป$ Sญหา

๔๕

ให$บรกิ ารด$วยความเข$าใจชีวิตจรงิ ของผรู$ ับบรกิ ารบนความแตกตาA งของแตAละบุคคล จึงจะเปนU การบริการแบบ
องคRรวม และยึดผูป$ ว‚ ยเปUนศูนยกR ลางอยาA งแทจ$ ริง

สรุป “การใหบ$ รกิ ารด$วยหวั ใจความเปUนมนษุ ย”R ครขู อให$ลกู ๆ ผสมผสานบรู ณาการณกบั วถิ ีชีวิตท้ังใน
การทำงาน และวิถีชีวติ สวA นตัวดงั นี้ 1. ใช$กระบวนการเอ้ืออาทร ประคบั ประคองการให$บริการตรงกบั ความ
ต$องการของประชาชน 2. ใชว$ ิธกี ารแกป$ SญหาอยาA งสร$างสรรคR สรา$ งสมั พันธภาพท่ีดี มีการสAงเสริมสุขภาพกาย
และสขุ ภาพจติ ที่ดี เปนU กจิ วัตประจำวนั โดยคำนงึ ถงึ เง่อื นไขข$อจำกดั ของผู$รับบริการผู$ใหบ$ รกิ ารต$องประยุกตใR ช$
ความรู$ให$สอดคล$องกับบริบทชีวิต โดยให$ข$อมูลทางเลือกแกAผู$รบั บริการอยAางเพียงพอ และดึงศักยภาพของ
ผู$รับบริการมารAวมในการตัดสินใจและแก$ปญS หาให$บริการด$วยความเข$าใจชีวิตจริงของผู$รับบริการบนความ
แตกตAางของแตลA ะบุคคล 3.คุณคาA ความเปUนมนุษยR สรา$ งความหวัง ความเชอ่ื ความรสู$ ึกไวตAอบุคคล จะทำให$
ลูกศิษยRของครูทุกๆ คนมีคุณคAา และเปUนความหวังของประชาชน 4.ความไว$วางใจ การยอมรับความรู$รู$สึก
ทางบวก ลดภาวะความรสู$ กึ ทางลบของประชาชน การให$ความไวเ$ นอ้ื เช่ือใจของประชาชน จะทำให$ลกู ศษิ ยขR อง
ครทู กุ ๆ คน มีความสุขในการทำงานทด่ี ีตAอไป

ใชก- ระบวนการเออ้ื อาทร คณุ คCาความเปนJ มนษุ ยO

ประคบั ประคองความต-องการ ความหวงั ความเชอ่ื
ความรูส- กึ ไวตCอบุคคล
การใหบ- ริการด-วย

การแกป- xญหาอยCางสร-างสรรคO หวั ใจความเปJนมนษุ ยO
การสรา- งสัมพันธภาพ
การสงC เสรมิ กาย จติ ความไว-วางใจ
การยอมรบั ความรูส- ึกทางบวก/ทางลบ

๔๖

การวางแผนการออมและการลงทนุ

โดยวทิ ยาลัยการสาธารณสุขสริ ินธร จังหวดั ชลบุรี

การวางแผนการออมและการลงทุน เปน็ สงิ่ ที่นักศึกษาควรแสวงหาให้ตนเกดิ ความรู้ เพอื่
นำไปต่อยอดวางแผนทางด้านการเงินและเศรษฐกิจของตนเอง เน้นความสอดคล้องตามหลักการ
เศรษฐกิจพอเพียง ดำเนินชีวิตแบบพอเพียง โดยยึดความประหยัด ตัดทอนค่าใช้จ่ายในทุกด้าน ลดละ
ความฟุ่มเฟือยในการใช้ชวี ิต ไมห่ ยดุ น่ิงท่จี ะหาทางใหช้ ีวิตหลุดพ้นจากความทกุ ข์ยาก ด้วยการขวนขวาย
ใฝห่ าความรใู้ ห้มีรายได้เพิม่ พูนขนึ้ จนถงึ ข้ันพอเพยี งอันเป็นเปา้ หมายสำคญั และเกบ็ ออมเงินเพื่อต่อยอด
ไปสกู่ ารลงทุน

1. การออม คือ รายได้เมื่อหักรายจ่ายแล้วจะมีส่วนซึ่งเหลืออยู่ ส่วนของรายได้ที่เหลืออย่ซู ่งึ
ไม่ได้ถูกใชส้ อยออกไปน้ีเรียกว่าเงินออม โดยทั่วไปการออมจะเกดิ ข้ึนก็ต่อเมื่อบุคคลนัน้ มีรายไดม้ ากกว่า
การจ่ายของเขา ทางท่ีจะเพมิ่ เงนิ ออมใหแ้ ก่ บคุ คล อาจทำไดโ้ ดยการพยายามหาทางเพ่มิ รายได้ให้มาก
ขึ้นด้วยการทำงานมากขึ้น ใช้เวลาว่างในการหารายได้พิเศษ หรือการปรับปรุงงานที่ทำอยู่ให้มี
ประสิทธภิ าพมีรายได้สูงขึน้ เป็นต้น นอกจากนั้นการลดรายจ่ายลงดว้ ยการรู้จักใช้จ่ายเทา่ ที่จำเป็นและ
เหมาะสมกจ็ ะทำใหม้ กี ารออมเกดิ ขนึ้ ได้เช่นกัน

ความสำคัญของการออมเงิน เงินออมเป็นปัจจัยที่จะทำให้เป้าหมายซึ่งบุคคลกำหนดไว้ใน
อนาคตบรรลุจุดประสงค์ เช่น กำหนดเปา้ หมายไวว้ ่าจะตอ้ งมบี ้านเป็นของตนเองในอนาคตให้ได้ เงนิ ออม
จะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดเป้าหมายที่วางไว้เป็นจริงขึ้นมาได้ นอกจากนี้เงินออมยังใช้สำหรับแก้ไข
ปญั หาความเดอื ดร้อนทางการเงนิ ที่อาจเกดิ ข้นึ อย่างคาดไมถ่ ึงของบคุ คลไดด้ ว้ ย ดังนั้นบุคคลจงึ ควรมกี าร
ออมอย่างสมำ่ เสมอในชวี ติ เพือ่ ประโยชน์ดงั ต่อไปน้ี

1. ช่วยให้ครัวเรือนมีความมั่นคง เช่น เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินในครอบครัว เพื่อเป็น
ค่าใช้จ่ายในการพฒั นาสมาชกิ และเพื่อสะสมทรัพย์สินใหแ้ ก่สมาชิกของครอบครัวการออมทำให้ผู้ออมมี
ฐานะความเป็นอยู่ทด่ี ใี นอนาคต

2. ช่วยใหค้ รัวเรือนมีรายไดม้ ากขึ้น โดยการนำเงินไปฝากธนาคารหรอื สถาบันการเงิน
การซือ้ พนั ธบัตรรฐั บาล หรือการซ้ือหุ้นในธรุ กิจต่างๆ จะทำใหไ้ ด้รบั ผลประโยชนจ์ ากดอกเบีย้ เงินปันผล
หรอื กำไร

3. ช่วยยกระดับมาตรฐานการครองชีพให้สูงขึ้นโดยอาจนำเงินออมไปซื้อบ้าน รถยนต์
อุปกรณ์ตา่ งๆ เป็นต้น ซึ่งจะชว่ ยอำนวยความสะดวกสบายในชีวติ ประจำวัน เงินออมของประชาชนส่วน
หนึง่ รฐั บาลจะนำไปใช้พฒั นาประเทศในด้านต่างๆ

4. ชว่ ยในการพัฒนาเศรษฐกจิ ของประเทศ เงินออมจะถูกนำไปใชใ้ นการลงทนุ ของ ภาค
ธรุ กจิ การสร้างโครงสร้างเศรษฐกจิ ขนั้ พืน้ ฐาน

5. ช่วยลดปัญหาการพ่ึงพาต่างประเทศ การพยายามส่งเสรมิ การออมของคนไทย จะ
ชว่ ยลดปญั หาการพง่ึ พาเงนิ ลงทุนจากตา่ งประเทศไดอ้ กี ทางหนง่ึ

เปา้ หมายในการออม
1. ออมเพื่อไว้ใช้ยามฉุกเฉิน เป้าหมายของการออม คือ สำรองเงินไว้ใช้ได้อย่างน้อย 6

เดือน หากเกิดผลกระทบมีเรื่องไม่คาดฝันต่อรายได้ของเรา เราก็ยังสามารถดำรงชีพอยู่ได้ในระยะ
ปรบั ตวั

2. ออมเพื่อวตั ถปุ ระสงค์การเงินตามจงั หวะชวี ติ เชน่ เก็บเงนิ เรียนต่อ เกบ็ เงนิ แต่งงาน
เก็บเงินดาวน์บ้าน หรือซ้อื รถยนต์ เปน็ ต้น

๔๗

3. ออมเพื่อเกษียณ คือ เป้าหมายการออมเพื่อนำเงนิ ที่ได้ไปใช้ในวยั เกษยี ณอายุ หรือ
วนั ทต่ี ้องหยุดทำงาน โดยการออมเงินเพ่อื ลงทุนใหไ้ ด้อตั ราผลดอกเบ้ียทเี่ หมาะสมบวกกบั ระยะเวลาการ
ลงทุนท่ยี าวพอสมควร สามารถนำไปส่เู ป้าหมายการออมเพอ่ื เกษยี ณตามท่ตี ้องการ

4. ออมเพื่อเกษียณเร็ว หมายถึง การออมหรือสะสมเงินเพื่อใชส้ ำหรับลงทนุ และสร้าง
ความมงั่ คง่ั ใหก้ บั ตัวเอง

โดยวิธีที่จะทำให้การออมเงินของคุณประสบความสำเร็จได้นั้นต้องมาจากการมวี ินยั ใน
การออม ซ่ึงการมีเปา้ หมายในการออมและตง้ั ระยะเวลาการออมอย่างชดั เจนนน้ั จะเป็นตัวกำหนดให้เรารู้
วา่ เราตอ้ งเกบ็ เงนิ เดอื นละเท่าไหรจ่ งึ จะได้ตามเป้าหมายท่ีเราตงั้ ไว้ซ่ึงจะสามารถลดการใช้จา่ ยท่ีฟุ่มเฟือย
ของเราได้ ในขณะเดียวกันก็สามารถสร้างเครดิตการลงทุนของตัวเองได้หากคุณอยากเปิดธุรกิจก็
สามารถนำสเตทเมนทก์ ารออมในแต่ละเดอื นเพอ่ื ไปย่ืนกู้กับธนาคารไดด้ ว้ ย

หลกั การออมอยา่ งไรให้ไดผ้ ล
1. ประเมินสุขภาพการเงิน งานที่ทำมีรายไดเ้ ทา่ ไร ทรัพย์สินทำเงินเท่าไร เพียงพอกบั

รายจา่ ยหรอื ไม่
2. มเี ป้าหมายชัด ออมเพ่ืออะไร เพื่อใคร ระยะเวลาเทา่ ไร
3. เขียนแผนออกมาอยา่ งขัดเจน
4. ลงมือทำเป็นประจำ โดยอาจใช้เครื่องมือช่วย เช่นการตัดบัญชีอัตโนมัติหลังจาก

เงนิ เดอื นออก
5. มคี วามสขุ ไมเ่ บียดเบยี นตนเองเกนิ ไป

คำสอนจาก ลีกาซงิ มหาเศรษฐีชาวฮอ่ งกง ให้แบ่งเงินรายได้เป็นหลายส่วนดงั นี้
- 30% คา่ ใชจ้ า่ ยในชวี ติ ประจำวนั
- 20% คา่ ใขจ้ า่ ยเพอ่ื สร้างมติ ร
- 15% ค่าใช้จ่ายเพอ่ื การเรยี นรู้
- 10% คา่ ใชจ้ ่ายเพื่อไปต่างประเทศ
- 25% เงนิ ออมเพ่อื เป็นทุนในการเริม่ ทำธรุ กจิ

จากคำกลา่ ว “วอร์เรน บฟั เฟตต”์ ทวี่ า่ “หากคุณซือ@ แตข่ องไมจ่ าํ เป็น ไมน่ านคณุ ต้องขายของทจีO ําเป็น”
2. การลงทุน หมายถึง การนำเงินที่เก็บสะสมไปสร้างผลตอบแทนทีส่ ูงกว่าการออมปัจจุบนั
ให้ไดร้ ับผลตอบแทนจากการใช้จ่ายน้ันในอนาคต ซงึ่ ผ้ลู งทนุ เชื่อวา่ เงินสดหรอื ผลตอบแทนส่วนเพ่ิมที่จะ
ไดร้ บั คนื นั้น จะสามารถชดเชยระยะเวลา อตั ราเงนิ เฟ้อ และความเส่ยี งทอ่ี าจเกดิ ขน้ึ ได้อยา่ งคุ้มคา่ หรือ
อาจกล่าวไดว้ า่ การลงทุนเปน็ การออมเพ่ือใหไ้ ดร้ บั ผลตอบแทนท่มี ากขึ้น โดยท่ีจะต้องยอมรับความเส่ียง
ท่เี พ่มิ ขึ้นเช่นกนั ดังนัน้ การตัดสนิ ใจลงทุน จึงต้องพจิ ารณาอย่างรอบคอบ และศึกษาหาขอ้ มูลที่เกี่ยวข้อง
เปน็ อย่างดี เพ่อื ให้ไดร้ บั ผลตอบแทนตามทคี่ าดหวังไวแ้ ละเพือ่ ลดความเส่ยี งทีจ่ ะเกิดขึน้ จากการลงทนุ

การลงทุนในความหมายแคบ หมายถึง การนำเงินทีเ่ ก็บออมไปสร้างผลตอบแทน ให้งอกเงย
มากกวา่ เงินออม

การลงทนุ ในความหมายกว้าง หมายถึง การนำเงินไปลงทนุ เพือ่ ผลติ สินคา้ และ บริการตา่ งๆ
ความสำคญั ของการลงทุน การลงทุนถอื เป็นการเพิ่มค่าของเงนิ ทำให้ผ้ลู งทุนได้รับผลกำไร
หรือผลตอบแทนจากการลงทุน ทำให้ผู้ลงทนุ เองมรี ายได้ในรปู ของดอกเบ้ีย เงนิ ปนั ผล รายได้จากค่าเช่า
นอกจากนี้การลงทุนยังเปน็ การรักษาอำนาจซือ้ ของตนจากภาวะเงนิ เฟอ้ คือถึงแม้จะเกิดเงินเฟ้อขึ้น แต่
อำนาจเงินในมือเรา ก็ยังคงอยู่ ไม่ลดลง เนื่องจากเราได้นำเงินตน้ ไปลงทุนจนเกิดผลงอกเงยเกิน ภาระ
เงินมาแล้ว สร้างความมั่งคั่งได้รวดเร็วขึ้น ช่วยสนับสนุนให้เราบรรลุเป้าหมายทางการเงิน ได้เร็ว
ขึ้น นอกจากนี้ เงนิ ลงทนุ ยงั มคี วามสำคัญต่อระบบเศรษฐกจิ โดยรวมของประเทศด้วย เพราะเงินทุกคน
ลงทุนนั้นจะหมนุ เวียนไปยงั ผขู้ าดแคลนเงนิ ทนุ เพื่อพัฒนาหรือขยายธุรกิจท้งั เชน่ การสร้างโรงงาน การ

๔๘

ซื้อเครื่องจักร การจ้างแรงงาน การซื้อวัตถดุ ิบ การขยายการผลิต รวมทั้งการลงทุน ในโครงการ ของ
หน่วยงานภาครัฐ ซึ่งการผลิตและการลงทุนเหลา่ น้ี จะก่อทำใหเ้ กดิ การจ้างแรงงาน และส่งผลต่อเน่ือง
ไปสู่ธุรกิจภาคส่วนอื่นๆ นอกจากนี้ภาครัฐยัง สามารถนำเงินลงทุนของผู้ลงทุนไปใช้หมุนเวียนในการ
พฒั นาประเทศได้ การลงทนุ จงึ เปน็ ตวั สะท้อนความมัง่ คงั่ ของประเทศทสี่ ำคญั ดังนี้

1. ทำใหผ้ ู้ลงทนุ ได้รับผลตอบแทน ในรูปแบบของดอกเบีย้ และเงินปนั ผลสงู กวา่ เงนิ ออม
2. ชว่ ยใหธ้ ุรกจิ ต่างๆ ขยายกิจการและดำเนินการผลิตได้มากขน้ึ ทำใหเ้ กดิ การจ้างงาน
มาก ข้นึ เศรษฐกจิ โดยรวมของประเทศมีการขยายตวั
3. ช่วยใหร้ ัฐบาลมีเงนิ ทนุ ไปใช้ในการพฒั นาประเทศ โดยการนำเงนิ งบประมาณท่ไี ด้จาก
การจัดเก็บภาษี ไปใชใ้ นการพฒั นาโครงสรา้ งพื้นฐานตา่ งๆ ทางเศรษฐกิจ

วัตถุประสงค์ของการลงทุน จุดมุ่งหมายในการลงทุนของแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกันไป
วัตถปุ ระสงคใ์ นการลงทุนอาจแบ่งไดต้ ามความต้องการและสภาวะแวดลอ้ มของผ้ลู งทนุ ดังต่อไปน้ี

1. ความปลอดภัยและการเพิ่มพูนของเงินทุน การคำนึงถึงความปลอดภัยในการลงทุน
เป็นการรกั ษาเงนิ ลงทุนเริ่มแรกใหค้ งไว้ รวมถงึ การป้องกนั ความเส่ียงซงึ่ เกิดจากอำนาจซือ้ (Purchasing
power) ลดลง อนั เป็นผลมาจากการเกดิ สภาวะเงินเฟอ้ ดงั น้ันการลงทนุ ในหลกั ทรัพยท์ ม่ี กี ารกำหนดเงิน
ต้นจำนวนแน่นอนได้แก่ การลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้ การลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัทที่มีฐานะ
ม่นั คงและกำลงั ขยายตัว หุ้นบรุ ิมสทิ ธขิ องบรษิ ัทที่มมี ั่นคงทางการเงินและมกี ำหนดเวลาไถ่ถอน ผู้ลงทุน
อาจเพิ่มมลู ค่าของเงินทนุ โดยการนำดอกเบี้ยและเงินปันผลที่ไดร้ บั ไปลงทุนใหม่ ความงอกเงยของเงินทุนน้ี
จะใหป้ ระโยชนแ์ กผ่ ลู้ งทุน กลา่ วคอื จะช่วยปรบั ฐานของเงนิ ลงทนุ ในระยะยาวให้ดขี ้นึ

2. ความคลอ่ งตัวในการแปรสภาพ การลงทุนในสนิ ทรัพย์บางประเภท เช่น ทองคำ จดั
ไดว้ า่ เป็นการลงทุนที่มสี ภาพคลอ่ งสงู ในการเปล่ยี นสภาพมาเป็นเงินสด รวมถงึ การลงทุนในหลักทรัพย์ท่ี
สามารถซื้อหรือขายได้อย่างรวดเร็ว แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการเป็นองค์ประกอบ อย่างไรก็
ตามหลักทรพั ยท์ ี่มสี ภาพคลอ่ งสงู ยอ่ มสื่อถงึ ความสามารถในการหากำไรของหลกั ทรพั ยท์ ่ีลดลง

3. การกระจายความเส่ียง การกระจายเงินลงทุนมีวัตถปุ ระสงคเ์ พื่อต้องการกระจาย
ความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น อาจมีลักษณะต่างๆ ประกอบด้วย การลงทุนผสมระหว่างหลักทรัพย์ที่มี
หลกั ประกันเงนิ ลงทนุ และมรี ายไดจ้ ากการลงทุนแน่นอนกับหลกั ทรพั ยท์ มี่ รี ายได้และราคาเปลยี่ นแปลงขึ้น
ลงตามภาวะธุรกิจ การลงทุนในหลักทรัพย์หลายๆ อย่างผสมกันไป และการลงทุนในหลักทรัพย์ของ
ธุรกิจท่ีมคี วามแตกตา่ งทางลกั ษณะของธุรกจิ สภาพทางภูมิศาสตร์ หรอื โครงสร้างการถือหุน้ เป็นต้น

4. วัตถุประสงค์ทางภาษี การจ่ายภาษีของผู้ลงทุนเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่
ผู้บริหารเงินลงทุนต้องให้ความสนใจ ผู้ลงทุนจะคำนงึ ว่าทำอย่างไรจึงจะรกั ษารายได้และกำไรจากการ
ขายหลกั ทรพั ย์ให้ได้มากทส่ี ดุ ในขณะทกี่ ารจ่ายภาษเี งินได้บคุ คลธรรมดาเป็นอัตราก้าวหนา้ จากเงินได้พึง
ประเมนิ ทำให้ผู้มรี ายไดม้ ากย่อมเสียภาษมี าก ผูล้ งทุนอาจบรหิ ารจัดการโดยการเลอื กลงทนุ ในพันธบัตรท่ี
ได้รับการยกเว้นภาษี หรือซื้อหลักทรัพย์ที่ไม่มีการจ่ายเงินปันผล แต่จะได้ในรูปกำไรจากการขาย
หลกั ทรพั ยใ์ นอนาคต

๔๙

ประเภทของการลงทุน ประกอบดว้ ย
1. การลงทุนเพื่อการบริโภค (Consumer investment) การลงทุนของผู้บริโภคเป็น

เรือ่ งเกย่ี วกบั การซ้อื สินค้าประเภทคงทนถาวรหรอื สินทรัพย์ถาวร เช่น บ้าน รถยนต์ เครอ่ื งใช้ไฟฟ้า เป็น
ต้น เป็นการลงทุนที่ไม่ได้หวังผลตอบแทนในลักษณะตัวเงิน แต่หวังความพึงพอใจในการใช้สินทรัพย์
ดงั กลา่ ว เช่นการซื้อบา้ นเพือ่ อยู่อาศยั ถือวา่ เปน็ การลงทนุ ในอสังหารมิ ทรัพย์ อย่างหนง่ึ เงินทจ่ี า่ ยซ้อื อาจ
ไดม้ าจากการออมหรอื การกู้ยมื ผลตอบแทนที่ไดร้ ับจะอยู่ในรูปของความพงึ พอใจแกเ่ จา้ ของ ในบางกรณี
ท่อี ปุ สงค์ในทอี่ ยู่อาศยั เพิม่ ข้ึนมากกว่าอปุ ทาน มลู คา่ ของบา้ นท่ซี ้ือไว้อาจสูงข้ึนและสามารถขายทำกำไรได้

2. การลงทุนในธุรกิจ (Business investment) การลงทุนในความหมายของธุรกิจ
หมายถึง การซือ้ สนิ ทรัพย์เพอื่ ใชใ้ นการประกอบธุรกจิ โดยคาดการณ์วา่ รายไดจ้ ะเพียงพอเพ่ือชดเชยกับ
ความเสย่ี งในการลงทุนทำธรุ กิจ กำไรและความอยรู่ อดถอื เปน็ เป้าหมายหลกั ของการทำธุรกิจและจะเป็น
ตัวดงึ ดดู ใจผูล้ งทุนให้นำเงนิ มาลงทุน การลงทุนในธรุ กิจอาจนำเงนิ ออมท่สี ะสมไวห้ รือเงินกู้ยืมจากสถาบัน
การเงินมาลงทุนเพื่อจัดหาสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ในการดำเนินธุรกิจ เช่น เครื่องจักร อุปกรณ์ ที่ดิน
โรงงาน อาคาร สิ่งปลูกสร้าง เป็นต้น สินทรพั ย์เหลา่ นี้จะนำมาใช้ประโยชน์ในการผลิตสินคา้ และ/หรอื
ให้บรกิ ารเพอื่ ตอบสนองความต้องการของลูกค้า

3. การลงทุนในหลกั ทรัพย์ (Securities investment) การลงทุนในหลักทรัพย์เป็นการ
ซื้อสินทรัพย์ในรูปของหลักทรพั ย์ เช่น พันธบัตร หุ้นกู้ หรือหุ้นทุนของหน่วยงานภาครฐั หรือภาคเอกชน
การลงทุนในลกั ษณะนี้เปน็ การลงทุนทางอ้อมซึง่ แตกต่างจากการลงทุนของธุรกิจ กล่าวคือ เมื่อผู้มีเงนิ
ออมไม่ตอ้ งการจะเปน็ ผู้ประกอบธรุ กิจเอง เนื่องจากความเส่ียงหรือผู้ออมเองยงั ไม่มีเงินมากพอ ผู้ลงทุน
อาจนำเงนิ ท่ีออมได้ไปซือ้ หลกั ทรัพยท์ พี่ อใจทจ่ี ะลงทุน ผลตอบแทนจากการลงทุนจะอยู่ในรูปของดอกเบ้ีย
หรือเงินปันผลแล้วแต่ประเภทหลักทรัพย์ท่ีลงทุน นอกจากนี้ผู้ลงทุนอาจได้ผลตอบแทนอีกลักษณะหน่ึง
คือ กำไรจากการขายหลักทรัพย์หากราคาเสนอขาย (Offer) สูงกว่าราคาเสนอซื้อ (Bid) ทั้งน้ี
ผลตอบแทนดังกล่าวจะอยภู่ ายใต้ความเสย่ี งท้ังทีค่ วบคมุ ไดแ้ ละควบคมุ ไม่ได้

ปัจจัยท่ีมีผลต่อการลงทุนของบคุ คล การเลอื กลงทุนในรูปแบบตา่ งๆ ยอ่ มขนึ้ กบั ปัจจัยในหลาย
ประเดน็ ดงั นี้

1. อายุของผูล้ งทุน ผู้ลงทนุ ทม่ี อี ายุน้อยหรืออายรุ ะหว่าง 25 – 40 ปี มกั จะมีความกล้า
เสย่ี งและสนใจลงทุนในหลักทรัพยท์ กี่ ่อให้เกดิ ความเพ่ิมพูนแก่เงินลงทนุ ในขณะท่ผี ลู้ งทุนซ่ึงมีอายุระหวา่ ง
40 – 50 ปี อาจสนใจลงทุนในหลักทรัพยท์ ใ่ี ห้รายไดป้ ระจำหรอื รายไดท้ ส่ี มำ่ เสมอ

2. ภาระและหน้าที่ความรับผิดชอบ ผู้ลงทุนอาจมีภาระหน้าที่ความรับผิดชอบของ
ครอบครัว เชน่ ต้องให้การศึกษาแก่บุตร จึงทำให้มีความจำเปน็ จะต้องลงทุนในหลักทรัพยท์ ีม่ ัน่ คงและให้
รายไดท้ ี่แน่นอน ในขณะทีค่ นโสดอาจมภี าระความรับผิดชอบท่ีนอ้ ยกวา่ ย่อมลงทนุ ใหห้ ลักทรพั ย์ที่มีความ
เสีย่ งได้มากกวา่

3. สุขภาพของผู้ลงทนุ ปัญหาเรื่องสุขภาพของผู้ลงทนุ มีผลตอ่ การกำหนดนโยบายการ
ลงทุนของผูล้ งทุน เพราะผู้ลงทนุ ท่มี ีสขุ ภาพไม่สมบรู ณย์ ่อมตอ้ งการรายไดท้ เี่ กดิ ขน้ึ ในปจั จบุ นั มากกวา่ หวัง
ผลประโยชน์ที่จะเกดิ ขนึ้ ในอนาคต

4. นิสยั สว่ นตวั ของผ้ลู งทุน ผ้ลู งทนุ ทีม่ นี สิ ัยตระหน่ี หรือเปน็ ผู้ปฏเิ สธความเส่ียง (Risk
averse) อาจไม่มีความจำเป็นต้องใช้รายได้ที่ได้รับจากการลงทุนในหลักทรัพย์ แต่อาจลงทุนใน
หลักทรัพย์ของธุรกจิ ที่มีการขยายตัวในอนาคต ในทางตรงกันข้าม ผู้ลงทุนที่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย หรือชอบ
ความเสี่ยง (Risk lover) ย่อมต้องการลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีผลตอบแทนสูงเพื่อสนับสนุนรายจ่ายใน
ปัจจบุ ัน


Click to View FlipBook Version